The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรการเรียนรู้ตำบล
เพื่อการจัดการสุขภาวะชุมชน
ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dchayaporn, 2022-07-09 11:03:24

หลักสูตรการเรียนรู้ตำบลเพื่อการจัดการสุขภาวะชุมชน ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

หลักสูตรการเรียนรู้ตำบล
เพื่อการจัดการสุขภาวะชุมชน
ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

240

7. การบูรณาการเขา้ สู่ระบบการจัดการของพื้นที่

7.1 การตอบสนองต่อภารกิจขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
นวัตกรรม “เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร” มีความสอดคล้องตอบสนองต่อภารกิจขององค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่นิ อันประกอบดว้ ย

(2) ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ข้อ ๓ ในการเผาขยะด้วยเตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร เป็น
การป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อได้ ข้อ 8 การเผาขยะด้วยเตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร เป็นการดูแลเรื่อง
สาธารณสขุ การอนามัยครอบครวั ท่ีดี

(3) ด้านการจัดระเบียบชุมชนและสังคม ข้อ 5 การเผาขยะด้วยเตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร
เป็นการรกั ษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยของบา้ นเมือง

(๕) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ข้อ๑, ๒, ๓, ๔ การเผาขยะด้วย
เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร เป็นการดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาความ
สะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและท่ีสาธารณะ เป็นการกำจัดขยะมูลฝอยและส่ิงปฏิกูลต่าง ๆ มีควันเกิดขึ้นน้อย
จากการเผา เป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษให้น้อยลง สร้างคุณค่าในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม

(๗) ด้านบริหารจัดการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น ข้อ ๑ สนับสนุนสภาตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่ืนในการพัฒนาท้องถ่ิน ใช้เป็นแหล่งศึกษา
เรยี นรู้ ดูงานของเครือขา่ ยรว่ มกนั

7.2 การตอบสนองต่อนโยบายสาธารณะ ๗+๑
นวัตกรรม “เตาเผาขยะถงั นำ้ มัน 200 ลิตร” มีความสอดคลอ้ งกับขอ้ เสนอนโยบายสาธารณะ 7+1 คือ

(4) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ ๑ สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการ
จัดการขยะในระดับครัวเรือนและชุมชนอย่างถูกวิธี ข้อ ๒ ส่งเสริมการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้
คุณค่า รู้จักการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีก่อนท่ีจะนำไปกำจัดทิ้ง ส่ิงไหนนำกลับมาใช้ได้ใหม่ก็นำมารีไซเคิลใหม่ ข้อ ๖
ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกในระดับครัวเรือนและชุมชน เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ดูงานในการ
กำจัดขยะได้

7.3 การลดปจั จัยเส่ยี งและสรา้ งปัจจยั ส่งเสรมิ สุขภาพของบุคคลและชมุ ชน
นวัตกรรม “เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร” มีความสอดคล้องตอบสนองการลดปัจจัยเสี่ยงและสร้าง
ปัจจยั สง่ เสรมิ สขุ ภาพของบุคคลและชุมชน คือ

(10) การจัดการส่ิงแวดล้อมและมลพษิ จัดตงั้ เตาเผาขยะถงั นำ้ มนั 200 ลิตร ตามจดุ ต่าง ๆ ทำ
ใหส้ ภาวะแวดล้อมไม่เกิดมลพษิ ลดมลภาวะเปน็ พษิ ลงได้ เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ของเดก็ เยาวชน และประชาชนทว่ั ไป

8. ทิศทางการนำใชแ้ ละขยายผล

อบรม ถ่ายทอดความรู้ให้กับ กลุ่มเด็ก เยาวชน กลุ่มองค์กรต่าง ๆ และประชาชนท่ัวไป มีความรู้ความ
เข้าใจในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความพอเพียง พอประมาณ มีความรู้ คู่คุณธรรม เห็น
ประโยชน์ของการดำเนินงานเตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร ประชาชนและผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความ
เข้าใจท่ีถูกต้อง ในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เช่น ขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย ก่อนที่
จะนำไปกำจัดท้ิงหรือทำลายให้เหลือขยะน้อยที่สุด ทำให้ครัวเรือน ชุมชนมีสภาวะ สิ่งแวดล้อมท่ีเป็นระเบียบ

241

เรียบร้อย ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ุแพร่เชื้อโรค ทำให้คนในชุมชนมีสุขภาพท่ีดีทั้งร่างกายและจิตใจ และขยายพ้ืนท่ีให้
มีการประดษิ ฐ์เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร ใชท้ ง้ั ตำบล และเปน็ แหล่งเรียนรู้ ศึกษาดงู านของเครือขา่ ยรว่ มกัน

เมนูท่ี 5
ทศิ ทางการขบั เคลอ่ื นงาน

ทิศทางการขับเคล่ือนงานของตำบลพรหมนมิ ิต

การขับเคล่ือนงานที่ทำให้เกิดกระบวนการจัดการตนเองของชุมชนท้องถ่ินเพื่อความเข็มแข็ง อย่าง
ต่อเน่ืองและยั่งยืน จำเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องมีระบบการจัดการของพ้ืนท่ี ได้แก่ การสร้างเป้าหมายร่วม การจัดการทุน
และศักยภาพ และการเชื่อมโยงเครือข่าย ท้ังระดับแหล่งเรียนรู้ ระดับหมู่บ้าน และระดับตำบลเป็นตัวกำหนดทิศ
ทางการขับเคลื่อนงานของพ้ืนที่ซ่ึงเป็นบทสรุปสำคัญที่สามารถยืนยันได้ว่า การเสริมสร้างความเข็มแข็งของชุมชน
ท้องถิ่นเกิดจากความมุ่งม่ันโดยมีความ พร้อมและเรื่องเด่นเฉพาะด้านท่ีแตกต่างกันไปตามบริบทของทุนและ
ศักยภาพ การจัดการแหล่งเรียนรู้ และการพัฒนานวัตกรรมในการต่อยอดงานท่ีสนองตอบต่อภารกิจขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินรวมถึงงานและกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายสาธารณะ 7+1 ประเด็น 88 ข้อเสนอ การ
จัดการตนเองของชุมชนท้องถ่ินเพ่ือสร้างความเข็มแข็ง ต่อเนื่องและย่ังยืนนั้น ซ่ึงมีการขับเคลื่อนงาน
อยู่ 3 ระดบั คอื

สว่ นที่ 1 ทิศทางการขบั เคลือ่ นงาน ระดบั หมู่บ้าน
สว่ นที่ 2 ทศิ ทางการขบั เคลอื่ นงาน ระดบั ตำบล
สว่ นที่ 3 ทิศทางการขับเคลอ่ื นงาน ระดบั เครอื ขา่ ย

ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ กำหนดทิศทางขับเคล่ือนท่ีทำให้เกิดกระบวนการ
จัดการตนเองของหมู่บ้าน เพื่อสร้างความเข็มแข็ง มีความต่อเนื่องและย่ังยืน โดยใช้การขับเคล่ือนงานที่ก่อให้เกิด
ประโยชนส์ ูงสดุ ตอ่ ประชาชน และสร้างพืน้ ท่ีตน้ แบบในการเรียนรสู้ กู่ ารขบั เคล่ือนอยา่ งยงั่ ยนื ดังนี้

สว่ นที่ 1 ทศิ ทางการขับเคล่ือนงาน ระดบั หม่บู า้ น

ตำบลพรหมนิมิต มีกลไกการขับเคล่ือนงานท่ีทำให้เกิดกระบวนการจัดการตนเองแบบ การบริหารราชการ
แบบการมีส่วนร่วมโดยปรับปรุงระบบราชการภายในองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตเพ่ือสร้างความเข็มแข็ง
แก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนอย่างตรงจุดและสามารถตอบสนองต่อความต้องการเพื่อการสานต่อการพัฒนาที่ย่ังยืน โดยใช้
กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเป็นการบริหารราชการแบบการมีส่วนร่วม 4 ภาคส่วน เพื่อสร้าง
ให้ประชาชนมีความสุขในทุกมิติอย่างยั่งยืน จนก่อเกิดเป็น 7 ระบบการเรียนเรียนรู้ชุมชน 30 แหล่งเรียนรู้ ตำบล
พรหมนิมิตมีท้ังหมด 9 หมู่บ้าน โดยมี 1 หมู่บ้านท่ีสามารจัดการตนเองและมีรูปธรรมการจัดการ ได้แก่ หมู่ที่ 1 มี
การจัดการตนเองด้านสวัสดิการชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ และกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านบ่อดินขาว สำหรับอีก 8 หมู่บ้านท่ี
กำลงั พฒั นาสหู่ มู่บา้ นจัดการตนเอง โดยมีรายละเอียดดังน้ี

๑.๑ หมบู่ า้ นจดั การตนเอง จำนวน 1 หมบู่ า้ น ไดแ้ ก่
(1) หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาว เป็นหมู่บ้านจัดการตนเองด้านการออม ทั้งในเร่ืองทุนเพ่ือการ

ประกอบอาชพี และสาธารณะประโยชน์
(2) กำลังพัฒนาสหู่ มู่บา้ นจดั การตนเอง จำนวน 8 หมู่บ้าน

243

244

หมูท่ ี่ 1 หมบู่ า้ นจัดการตนเอง ดา้ นการออม :
บ้านบ่อดนิ ขาว เพอ่ื ทนุ ประกอบอาชีพและสาธารณะประโยชน์

1. บรบิ ทของ หม่ทู ี่ 1 บ้านบ่อดนิ ขาว

บ้านบ่อดินขาว หมู่ที่ 1 เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ซ่ึงเป็นที่ตั้งของวัดช่องแค ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี
จังหวัดนครสวรรค์ มีจำนวนประชากรทั้งหมด 634 คน ชาย 301 คน หญิง 333 คน จำนวน 163 ครัวเรือน
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั้วไป/บริการ ๑36 คน รองลงมา คือ อาชีพนักงานลูกจ้างเอกชน 82
คน และอาชีพทำนา 45 คน มีนายสมคิด พัทธสีมา เป็นผู้ใหญ่บ้าน นางสาวสุภาพร สวัสด์ิชัย และ นายกิตติศักดิ์
พัทธสีมา เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีนายสุพร บัวไข และ นายศรายุทธ ทองด้วง เป็นสมาชิก อบต.หมู่ท่ี 1 โดย
ภาพรวมในพน้ื ท่ีมีการจัดการตนเองทกุ ด้านท่เี ชอื่ มโยงกนั ไมเ่ พยี งเฉพาะดา้ นการออมเท่าน้นั ดงั นี้

1.1 การจัดการด้านการเมืองการปกครอง
ทุนทางสังคมของหมู่ที่ 1 ทั้งในและนอกพื้นที่ มีการร่วมกันคิด และเสนอแนวทางในการ
จัดการปัญหาของชุมชนร่วมกันผลกระทบต่อปัจจัยเส่ียงด้านสุขภาพความสอดคล้องกับนโยบายสาธารณะ และ
สนบั สนนุ ภารกิจขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น

1.2 ด้านสุขภาพ
ประชากรส่วนใหญ่ในหมู่ที่ 1 ประกอบอาชีพรับจ้าง จำนวน 136 คน คิดเป็นร้อยละ 40.00
ของประชากรทั้งหมดในหมู่บ้าน (ข้อมูล TCNAP) ทำให้ตรวจพบสารเคมีตกค้างในร่างกายของคนในชุมชนเป็น
ส่วนมาก (ข้อมูล) และตรวจพบผู้ป่วยท่ีเป็นโรคเรื้อรัง เช่น อันดับที่ ๑ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงมีจำนวน 52
คน คิดเป็นร้อยละ 29.71 อันดับที่ ๒ โรคเบาหวานมีจำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 16.57 และอันดับที่ ๓
โรคปวดข้อ/ข้อเสื่อมมีจำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 15.43 เป็นต้น ซ่ึงกลุ่มจิตอาสาเพื่อสุขภาพท่ีมีสมาชิกส่วน
ใหญ่เป็น อสม. ได้ทำงานร่วมกับ รพ.สต.พรหมนิมิต ในการดูแลปัญหาสุขภาพของคนในชุมชนได้รับการ
สนับสนุนให้มีความชำนาญในการทำงานเรื่องสุขภาพเฉพาะด้าน โดยการทำงานร่วมกับทุนทางสังคม ทั้งในและ
นอกหมู่บ้าน ได้แก่ กลุ่มทุนทางสังคมในพื้นที่ อบต.พรหมนิมิต กองทุนส่งเสริมสุขภาพตำบลพรหมนิมิต และ
กลุ่มทุนทางสังคมนอกพื้นที่ ได้แก่โรงพยาบาลตาคลี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ดูแลแก้ไขปัญหา
สุขภาพของคนในหมู่ท่ี 1 และชุมชนตำบลพรหมนิมิต เพ่ือรณรงค์ลดการใช้สารเคมีในการเกษตร และการป้องกัน
สารเคมดี ้วยวิธที ี่ถกู ต้องของเกษตรกร

1.3 ดา้ นเศรษฐกิจ
ประชาชนในหมู่ที่ 1 เดิมประกอบอาชีพรับจ้างเป็นส่วนมากเนื่องจากประชาชนในหมู่ที่ 1
บ้านบ่อดินขาว ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองเป็นส่วนมากจึงประกอบอาชีพรับจ้างและไม่มีการวางแผนในการใช้เงินท่ี
ได้มาจึงทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน การแก้ปัญหากองทุนต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เช่น กองทุนหมู่บ้าน, กลุ่มออมทรัพย์ ได้
สร้างวินัยในการออมให้คนในชุมชนมีเงินออมในครัวเรือนมากข้ึนและสร้างนิสัยการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังทำให้
ลดปัญหาในเร่อื งหน้สี ินในครวั เรอื นมากขึน้

1.4 ด้านการจดั การสิง่ แวดลอ้ ม
หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาว เกิดปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น จากการท่ีเป็นทางผ่านของหมู่บ้านอ่ืน
และตำบลอื่น จึงมีประชาชนนำขยะมาทิ้งกันเป็นจำนวนมากก่อให้เกิดปัญหาในการจัดการขยะที่เกิน
ความสามารถในการจัดการของคนในชุมชนหมู่ที่ 1 และตำบลพรหมนิมิต จึงได้เกิดเวทีร่วมกันนำเสนอปัญหา

245

และแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับ อบต.พรหมนิมิต โรงเรียนในพื้นที่ตำบลพรหมนิมิต โดยให้โรงเรียนสอนนักเรียน
คัดแยกขยะ และจดั ทำปา้ ยรณรงคใ์ ห้ประชาชนคดั แยกขยะ

2. เปา้ หมายรว่ มในการจัดการตนเองดา้ นการออม เพอื่ ทุนประกอบอาชีพและสาธารณะประโยชน์
หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดนิ ขาว

ในการจัดการปัญหาสุขภาพในพ้ืนที่ ซึ่งตำบลพรหมนิมิต เป็นตำบลขนาดกลางและเป็นชุมชนที่มีทั้ง
พื้นที่ที่ติดกับเขตเมือง และพ้ืนท่ีชนบท จึงทำให้ประชาชนต้องออกไปหารับจ้างในพ้ืนที่ตำบลอื่น และบางคร้ังก็ต้อง
ไปทำงานในจังหวัดอ่ืน และทิ้งให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านเพียงลำพัง ยังส่งผลกระทบไปถึงในเร่ืองการใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อ
การดำรงชีพ และบางส่วนเงินทุนในการประกอบอาชีพไม่มี จึงทำให้ชาวบ้านต้องไปกู้เงินจากแหล่งเงินทุนที่อ่ืน
บางครั้งก็ไม่มีแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2544 รัฐบาลได้ให้โอกาสแก่ผู้ไม่มีเงินทุน
ทางหมู่บ้านจึงตั้งกลุ่มกองทุนหมู่บ้านขึ้น และให้กู้ยืมเงินไปประกอบอาชีพ ต่อมาคณะกรรมการหมู่บ้านเห็นว่า
ประชาชนในหมู่บ้านส่วนใหญ่มีแต่ต้องการจะกู้เงิน เลยมาประชุมร่วมกันอีกคร้ัง เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือซ่ึง
กันและกันภายในหมู่บ้าน จึงตกลงร่วมกันจัดตั้ง “กลุ่มออมทรัพย์เพ่ือทุนประกอบอาชีพและสาธารณะประโยชน์ หมู่
ที่ 1 บา้ นบ่อดินขาว” ขึน้ และยงั ได้เงินชว่ ยเหลอื จากรฐั บาลมาอีกเป็นเงิน 280,000 บาท

ปัจจุบัน “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อทุนประกอบอาชีพและสาธารณะประโยชน์” มีเงินทุนหมุนเวียนถึง
2,452,000 บาท สมาชิกท้ังหมด 128 คน ทางกลุ่มระดมทุนฝากออมทรัพย์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือกันให้กับ
สมาชิกที่ไม่มีเงินทุนประกอบอาชีพนำไปประกอบอาชีพและผลกำไรที่เกิดขึ้นจากให้สมาชิกกู้ยืม นำไปเป็นทุน
สาธารณะในหมู่บ้าน เช่น ทุนให้กับกลุ่มชมรมผู้สูงอายุ ทุนการศึกษา ทุนในการจัดงานประเพณีต่าง ๆ ในหมู่บ้าน
ทางหมู่บ้านถือปฏิบัติร่วมกันมาเพื่อให้เป็นหมู่บ้านจัดการตนเองได้อย่างทั่วถึงและเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันจึง
ไดเ้ กดิ การพัฒนาหมู่บา้ นเรื่อยมาตามลำดบั ดงั นี้

พ.ศ. 2534 เกิดกลุ่มฌาปนกิจหมู่บ้าน โดยชำระครอบครัวละ 70 บาท/ศพ เพ่ือช่วยเหลือ
ครอบครัวของผู้เสียชีวิต หากเสียชีวิตจ่ายให้กับสมาชิก มีนายนิยม บัวผัน เป็นประธานปัจจุบันมีสมาชิก 255
ครวั เรือน

พ.ศ. 2544 เกิดกองทุน กข.คจ. เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้กับหมู่บ้านที่มีปัญหาเรื่องตกเกณฑ์
จปฐ.เร่ืองรายได้ให้เงินกับหมู่บ้านมาให้กับผู้ท่ีตกเกณฑ์เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพปัจจุบันทางคณะกรรมการ
หม่บู ้านบรหิ ารเงนิ กองทุน กข.คจ.ต้งั แตป่ ี พ.ศ.2544 จนถงึ ปจั จุบันมีเงนิ ทง้ั หมด 580,000 บาท

พ.ศ. 2544 เกิดกลุ่มออมทรัพย์ บ้านบ่อดินขาว จัดต้ังขึ้นเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อทุนประกอบ
อาชีพและทุนสาธารณะประโยชน์ในหมู่บ้านจัดต้ังข้ึนเริ่มแรกมีสมาชิก 55 ราย จนถึงปัจจุบัน มีสมาชิกท้ังหมด
128 ราย มีเงินทั้งหมดของกลุ่มออมทรัพย์จำนวน 2,452,000 บาท กลุ่มออมทรัพย์เป็นกลุ่มที่บริหารจัดการ
แกไ้ ขปญั หาในเร่ืองเงนิ ทุนประกอบอาชีพและทนุ สาธารณะประโยชน์ในหมูบ่ า้ น

พ.ศ. 2544 เกิดกองทุนหมู่บ้าน กองทุนเงินล้านเป็นนโยบายของรัฐบาลท่ีให้เงินทุนหมุนเวียน
ในหมบู่ ้านเพอื่ เปน็ ทนุ ใหก้ ับผูท้ ไี่ มม่ ีเงินทุนประกอบอาชีพ เพือ่ สรา้ งอาชีพ สรา้ งรายไดใ้ ห้กับผทู้ ีไ่ ม่มีเงินทุน

พ.ศ. 2549 กลุ่มปลาส้ม – น้ำพริก เป็นการร่วมกลุ่มของการกลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานและเป็นการ
ถ่ายทอดของผู้ทม่ี ีความรใู้ หก้ บั ผู้ทีส่ นใจ เพื่อเป็นการชว่ ยเหลือเก้อื กลู กนั ในเรื่องสรา้ งรายได้

พ.ศ. 2552 กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านบ่อดินขาว เกิดการร่วมกลุ่มผู้ใช้น้ำในการแก้ไขปัญหาในเร่ืองการ
จดั การนำ้ ในฤดูแลง้ ทำใหเ้ กษตรกรมีน้ำใช้ในการทำการเกษตรตลอดทัง้ ปี และทำให้ก่อให้เกดิ อาชพี มีรายได้

246

พ.ศ. 2554 กลุ่มชมรมผู้สูงอายุ เป็นการร่วมกลุ่มผู้สูงอายุระดับหมู่บ้านและระดับตำบลเพื่อให้
ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทำร่วมกันและยังเกิดกลุ่มอาชีพของผู้สูงอายุ เช่น กลุ่มดอกไม้จันทน์ กลุ่มจักสานงานไม้ไผ่ กลุ่ม
ไมก้ วาดทางมะพรา้ ว

พ.ศ. 2554 กลุ่มกระเป๋าควิลท์ เป็นการร่วมกลุ่มของการกลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานและเป็นการ
ถ่ายทอดของผทู้ ่ีมคี วามรู้ให้กับผทู้ ส่ี นใจ เพอ่ื เปน็ การชว่ ยเหลอื เกื้อกลู กันในเร่ืองสรา้ งรายได้

3. ปัจจัยแหง่ ความสำเร็จในการดำเนนิ งาน

การดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นหมู่บ้านจัดการตนเอง “ด้านการออม
เพื่อทุนประกอบอาชีพและทุนสาธารณะประโยชน์” หมู่ท่ี 1 บ้านบ่อดินขาว ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี
จังหวดั นครสวรรค์ ประกอบดว้ ย

3.1 เกดิ การพูดคุยปรึกษาหารือกันในหมบู่ า้ น จากสถานการณ์ท่ีประชาชนมีปัญหาด้านการเงิน
3.2 การกำหนดข้อตกลงในการจดั ระเบียบข้อบงั คับใช้ร่วมกนั
3.3 การประชาสัมพนั ธเ์ พื่อสร้างการมีสว่ นร่วมของทุกภาคสว่ น
3.4 การเช่ือมประสานกับพัฒนาชุมชนอำเภอตาคลี และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการให้
ความรู้ และช่วยเหลอื ในการดำเนนิ กิจกรรม
3.5 สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการตนเองของ หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาว ในการจัดการ
ปัญหาเร่ืองปัญหาด้านการออม จึงมีแนวคิดในการจัดการโดยใช้วิธีประชาคม พูดคุยกันและกำหนดข้อตกลงร่วม
และการประชาสัมพันธ์ข้อตกลงร่วมให้ประชาชนในหมู่บ้านร่วมรับรู้และถือปฏิบัติ มีกฎระเบียบข้อบังคับที่
ประชาชนทุกคนถือปฏิบัติร่วมกันซึ่งได้มาโดยประชาชนร่วมสร้าง ซึ่งการจัดการตนเองของหมู่บ้านน้ัน มีวิธีการทำ
ให้บรรลุเป้าหมายในการจัดการด้านการออมเพื่อทุนประกอบอาชีพและสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน ต้อง
ดำเนินการ ดงั ตอ่ ไปนี้

3.5.1 สร้างการมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้าน เพื่อต่อสู่ในเรื่องของการจัดการหมู่บ้าน
โดยการสรา้ งขอ้ ตกลง กตกิ า และเปา้ หมายรว่ ม

3.5.2 ทำใหเ้ กิดการร่วมมอื ร่วมใจในการบริหารจดั การหมู่บ้าน
3.5.3 มีการจัดการทรัพยากรคนการสร้างความร่วมมือเกิดการทำงานร่วมกันจากทุก
ภาคส่วนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรภายนอก เพ่ือการขับเคลื่อนงานด้านการออมเพื่อทุน
ประกอบอาชีพและทนุ สาธารณะประโยชนใ์ นหม่บู า้ น
3.5.๔ การประสานงานด้านองค์ความรู้จากหน่วยงานภายนอกในการจัดการปัญหา
ดา้ นการออม
3.๕.5 สร้างการเรียนรู้โดยสร้างองค์ความรู้สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นใน
การจัดการตนเอง
3.5.๖ ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบขอ้ บังคบั ร่วมกนั อยา่ งเคร่งคัด

247

4. ทนุ ทางสังคมที่เกยี่ วขอ้ งในการขบั เคลอื่ นงาน

ลักษณะของทุนในการขับเคลื่อนต้องมาจากทุกภาคส่วน มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการในการ
สร้างการจัดการทุนเพ่ือส่งเสริมการออม เพ่ือตอบสนองต่อความต้องการและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และตรงจุด
ตามบริบทของแต่ละชุมชน ซงึ่ รายละเอยี ดของทนุ ทางสังคม มดี งั น้ี

4.1 ทนุ บคุ คลในการจัดการตนเอง โดยมีทุนทางสงั คม จำนวน 14 คน ดังนี้

4.1.1 นายสมคิด พัทธสีมา ผู้ใหญ่บ้าน, เป็นแบบอย่างที่ดีรับเรื่องร้องทุกข์เป็นผู้ริเร่ิม
จดั ตง้ั กล่มุ ออมทรัพยเ์ พอื่ ทนุ 4ป.ร1ะ.ก2อนบาองา่ืสชาพี วแสลุภะาทพุนรสสาวธัสารดณิ์ชัยะปผรู้ชะ่วโยยผชู้ในห์ใญนห่บม้าบู่นา้, นเป็นคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์
คอยชว่ ยเหลือประสานงานด4า้ น.1ต.3่าื่งนๆายกติ ตศิ ักด์ิ พทั ธสีมา ผ้ชู ่วยผู้ใหญบ่ ้านชว่ ย, บริหารงานหมูบ่ า้ น

4.1.4 นายสุพร บัวไข สมาชกิ อบต., ชว่ ยบริหารงานหมู่บา้ นในการพฒั นา
4.1.5 นางศรายุทธ ทองด้วง สมาชกิ อบต., ชว่ ยบริหารงานหมบู่ า้ นในการพฒั นา
4.1.6 นางสาวภนิตา พทั ธสีมา เปน็ ผมู้ คี วามรดู้ ้านสขุ ภาพและสาธารณสุข
4.1.7 นางสุนันท์ ทองนาค เป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์
4.1.8 นางสาวสมใจ อ้ึงประดิษฐ์ เป็นครูโรงเรียนวัดช่องแค, เป็นครูชำนาญการใน
ดา้ นการสอนระดบั อนุบาล
4.1.9 นางแต๋ว สุขขะ มีความเชี่ยวชาญทางด้านงานหัตถกรรม เช่น จักสานงานไม้ไผ่
และมีการถา่ ยทอดความรู้ใหก้ บั บคุ คลทสี่ นใจ
4.1.10 นางสุรภา จนั ทร์บญุ เป็นประธานกล่มุ นำ้ พริก-ปลาสม้
4.1.11 นางบญุ ญสิ า ศิลปช์ ัย เป็นประธานกลมุ่ กระเปา๋ ควิลท์
4.1.12 นายลพ เคร่งใจ เป็นประธานกลุ่มผู้สูงอายุ, มีการจัดกิจกรรมร่วมกันท่ี
เก่ยี วขอ้ งกบั ผู้สงู อายุ เช่น แจกเบี้ยยงั ชพี ผู้สูงอายุ เปน็ ผู้เชย่ี วชาญด้านประเพณีทอ้ งถน่ิ ในการประกอบพิธตี า่ ง ๆ
4.1.13 นายนิยม บวั ผนั เปน็ ประธานกลมุ่ ฌาปนกจิ ของหมู่บา้ น บ้านบ่อดนิ ขาว
4.1.14 พระครูนิวิฐปัญญากร เจ้าอาวาสวัดช่องแค, เจ้าคณะตำบลพรหมนิมิต, มีการ
บริหารคณะสงฆ์ภายในตำบล และมีการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กับ
พุทธศาสนิกชน

4.2 ทนุ กลุม่ /องคก์ รในการจัดการตนเอง
โดยมกี ลุม่ /องคก์ ร ในการขบั เคลื่อนงานพัฒนาในหมูบ่ ้านจำนวน 10 กลมุ่ ประกอบดว้ ย

4.2.1 กลุ่มฌาปนกิจ มีการประชุมร่วมกันกับสมาชิกกลุ่มเก็บเงินเม่ือมีผู้เสียชีวิต จะมี
การมอบเงินใหก้ บั ครอบครวั ผูเ้ สยี ชีวิต

4.2.2 กลุ่ม อสม. มกี ารดูแลในเรือ่ งสขุ ภาพของประชาชนในหม่บู ้าน
4.2.3 กลุ่มออมทรัพย์ มีการรับฝากเงินจากสมาชิกและให้สมาชิกกู้ยืม และจะมีเงิน
ปนั ผลใหแ้ กส่ มาชกิ เพอ่ื นำไปเป็นผลประโยชนแ์ ก่หมบู่ า้ น
4.2.4 กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน มีการให้กู้ยืมแก่สมาชิก นำผลกำไรที่เกิดจากการให้กู้ยืม
นำไปเปน็ ผลประโยชน์แกห่ มู่บา้ น
4.2.5 กลุ่ม กข.คจ. แก้ไขปัญหาความยากจน และทางกลุ่มมีการให้กู้ยืมและคอย
ชว่ ยเหลอื ผทู้ ีม่ ีรายไดน้ อ้ ย ตกเกณฑ์ จปฐ. สงิ่ ทเี่ กดิ ข้นึ จากกลุ่ม คือ ทำใหป้ ระชาชนมีชีวติ ความเปน็ อยทู่ ่ีดีข้นึ

248

4.2.6 กลุ่มปลาส้ม–น้ำพริก ประชุมร่วมกันจัดหาซ้ือวัสดุอุปกรณ์ในการทำปลาส้ม
ร่วมกันจดั ทำปลาส้ม น้ำพรกิ เป็นประจำวัน เพ่ือออกจำหนา่ ยตามทอ้ งตลาด

4.2.7 กลุ่มผู้ใช้น้ำ มีการประชุมร่วมกันกับกลุ่มผู้ใช้น้ำท้ังหมด มีการเก็บเงินทุนสูบน้ำ
กับสมาชิก โดยมกี ารสูบน้ำเข้าบ่อดนิ ขาว

4.2.8 กลมุ่ ชมรมผ้สู งู อายุ มกี ารรว่ มกันจดั กจิ กรรมแจกเบ้ียผู้สงู อายุทกุ เดือน
4.2.9 กลุ่มศูนย์ประชาบดี ร่วมกันคอยเป็นกระบอกเสียงให้การช่วยเหลือผู้ประสบ
ปัญหาและเดือดร้อนเพอ่ื ให้ปญั หาหมดไป
4.2.10 กลุ่มกระเป๋าควิลท์ มีการจัดหาซื้อวัสดุอุปกรณ์และมีการเปิดสอนให้กับผู้ท่ี
สนใจและมีการจัดจำหนา่ ยทก่ี ลมุ่

4.๓ ทุนแหล่งประโยชน์/แหล่งเรียนรู้/หน่วยงานในการจัดการตนเอง
โดยมีแหล่งประโยชน์/แหลง่ เรียนรู้/หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ในการขับเคล่ือนงานพัฒนาในหมู่บ้าน
จำนวน 6 แหง่ ดงั นี้

4.3.1 คลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก เป็นแหล่งน้ำในการประกอบอาชีพในการทำ
การเกษตร และเปน็ แหล่งอาหาร

4.3.2 บ่อดินขาว เปน็ แหลง่ น้ำในการประกอบอาชีพในการทำการเกษตร
4.3.3 ศาลาเอนกประสงค์ เป็นท่ีประชุม เป็นท่จี ัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแจกเบย้ี ยัง
ชีพผู้สูงอายุ
4.3.4 หอกระจายขา่ ว เป็นทปี่ ระชาสัมพนั ธข์ ่าวสารใหก้ บั ประชาชนในหมู่บ้าน
4.3.5 วดั ช่องแค เป็นสถานทใี่ ช้ประกอบพธิ ที างศาสนา
4.3.6 โรงสูบนำ้ ใชใ้ นการสูบนำ้ ให้กับผ้ทู ี่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร

5. การต่อยอดและขยายผลในอนาคต

ลักษณะของทุนในการขับเคล่ือนต้องมาจากทุกภาคส่วน มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการในการ
สร้างการจัดการทุนเพ่ือส่งเสริมการออม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องและตรงจุด
ตามบรบิ ทของแต่ละชุมชน ซง่ึ รายละเอยี ดของทนุ ทางสงั คม มดี ังน้ี

5.1 สิ่งที่คาดหวังของหมู่บ้าน เด็กและเยาวชน หมู่ท่ี 1 มีวินัยในการออม และมีจิตสาธารณะ
ในการจัดการขยะในระดับครัวเรือน โรงเรียน และชุมชน และท่ีสำคัญเกิดการขยายแนวคิดหมู่บ้านจัดการตนเอง
ไปสู่ชุมชนอ่นื

5.2 วิธีทำให้บรรลุสิ่งที่คาดหวัง ได้แก่ สร้างจิตสำนึกร่วมในการสร้างและพัฒนาศักยภาพใน
กลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเริ่มตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน และจัดเวทีประชาสัมพันธ์ แนะนำเผยแพร่ ให้ความรู้
เกยี่ วกับหม่บู ้านจัดการตนเอง และประโยชนท์ ่ีจะไดร้ ับจากการเปน็ หมูบ่ ้านจัดการตนเอง

5.3 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชน การสนับสนุนจากภาครัฐและ
เอกชน ผนู้ ำ แกนนำชมุ ชน และการสรา้ งเครือขา่ ยการทำงาน

5.4 ทิศทางการขับเคลื่อนงานในอนาคต คือ พัฒนาศักยภาพตั้งแต่กลุ่มเด็กและเยาวชน ผู้นำ
แกนนำ กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน และประชาชนในหมู่บ้านให้มีความรู้ความเข้าใจสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ และ
แลกเปลีย่ นเรยี นรู้กับบุคคลอืน่ เพอื่ พฒั นาสูค่ วามยงั่ ยืนต่อไป และสร้างพลงั ชมุ ชนทเี่ ข็มแขง็ ดว้ ยทนุ ทางสงั คม

249

๖. กระบวนการเรยี นรู้

6.1 สิ่งที่ไดจ้ ากการเรียนรู้

6.1.1 ต่อตนเอง สร้างกระบวนการ การมสี ่วนรว่ มสรา้ งจิตอาสาในการพัฒนาชุมชน
6.1.2 ต่อครอบครัว เข้าถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนในแต่ละพื้นที่นำไปเป็นแนวทางในการ

ประกอบอาชพี ภายในครวั เรือน

6.1.3 ต่อชุมชน เกิดการบูรณาการภารกิจและหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน สามารถแก้ไข
ปัญหาและพัฒนาชุมชนทำใหเ้ กิดพนั ธมติ รในการดำเนนิ งานและสามารถแลกเปลีย่ นเรยี นร้รู ่วมกันไดต้ ลอดเวลา

6.๒ วิธกี ารเรียนรู้

6.2.๑ เรียนรู้แนวคิดของฐานเรียนรู้ “กลุ่มออมทรัพย์ เพ่ือทุนประกอบอาชีพและสาธารณะ
ประโยชน์ หมู่ 1 บ้านบอ่ ดินขาว”

6.2.๒ เรียนรู้ผลลัพธ์ของการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ และกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมให้ผู้
เรยี นรมู้ สี ว่ นรว่ มทุกกระบวนการ

6.2.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้การนำไปปรับใช้กับตนเองครอบครัวและ

ชุมชน รวมถึงร่วมออกแบบกิจกรรมแนวทางการดำเนนิ งานของกลมุ่ ออมทรพั ยท์ ่อี ยากใหเ้ กดิ ขึน้ ในชมุ ชน

6.๓ กิจกรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 30 คน)

นาที 30 คน) 6.3.1 คณะผูม้ าแลกเปล่ยี นเรียนรู้ทำความร้จู กั กับ ทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
6.3.2 เกริ่นนำแนวคิดความเป็นมาและการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสาธารณะประโยชน์ (10

ฐานที่ 1 บรรยายเรอื่ ง การรับสมัครสมาชิก และการคัดเลอื กคณะกรรมการ การระดม
เงนิ ฝาก (10 นาที) ฐานละ 10 คน

ฐานที่ 2 บรรยายเรอ่ื ง การจัดต้ังระเบยี บ ขอ้ บงั คบั กลุม่ และการนำใชร้ ะเบียบกลมุ่
และเป็นหมบู่ ้านจดั การตนเองไดอ้ ยา่ งไร (10 นาที) ฐานละ 10 คน

ฐานท่ี 3 บรรยายเร่ือง กลุ่มออมทรัพย์เพ่ือสาธารณะประโยชน์ นำเงินส่วนไหนเป็นทุน
สาธารณะประโยชนใ์ นหมบู่ า้ น (10 นาที) ฐานละ 10 คน

6.3.3 ร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซักถามขอ้ สงสัยประโยชน์ทีเ่ กิดขน้ึ สรปุ ผลที่ไดจ้ ากการเรียนรู้ การ
นำไปปรับใชก้ บั พน้ื ท่แี ละตำบลข้อสงสัยในการเรียนรู้ (10 นาที 30 คน)

6.3.4 ผู้เข้าเรยี นรสู้ รปุ กระบวนการเรียนรู้กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)

6.๔ วทิ ยากร ผใู้ หญ่บา้ นบ่อดินขาวและประธานกลมุ่

6.4.1 นายสมคดิ พัทธสมี า เลขานุการกลุ่ม
เหรญั ญิกกลมุ่
6.4.2 นางสุนนั ท์ ทองนาค
6.4.3 นายศรายุทธ ทองด้วง

6.๕ สถานท่ีฐานการเรียนรู้
ศาลาเอนกประสงค์ หมูท่ ี่ 1 บา้ นบ่อดนิ ขาว ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

250

กิจกรรมเรียนรหู้ มบู่ า้ นจดั การตนเอง
กลมุ่ ออมทรัพย์เพอ่ื ทุนประกอบอาชีพและทุนสาธารณะประโยชน์

หมู่ 1 บ้านบ่อดนิ ขาว (60 นาท)ี
รบั เพือ่ นไดค้ รง้ั ละ 30 คน

คณะผมู้ าแลกเปล่ียนเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)

เกรน่ิ นำแนวคิดความเป็นมาและการจดั ตง้ั
กลุ่มออมทรัพยเ์ พ่ือทนุ ประกอบอาชีพและทุนสาธารณะประโยชน์

(10 นาที 30 คน)

ฐานที่ 1 ฐานที่ 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเรอื่ ง บรรยายเร่ือง
การรับสมคั รสมาชิก การจดั ตัง้ ระเบยี บ ข้อบังคับกล่มุ กลุ่มออมทรัพยเ์ พ่อื ทุนประกอบ
การคดั เลือกคณะกรรมการ การนำใช้ระเบยี บกลุม่ และเปน็ อาชพี และทุนสาธารณะประโยชน์
การระดมเงินฝาก หมบู่ ้านจัดการตนเองได้อยา่ งไร นำเงนิ ส่วนไหนเป็นทุนสาธารณะ
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน ประโยชนใ์ นหมบู่ ้าน
(10 นาที) ฐานละ 10 คน

- ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชน์ทเี่ กดิ ข้นึ
- สรุปผลท่ีไดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ ับพน้ื ท่ีและตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้

(10 นาที 30 คน)

สรปุ กระบวนการเรยี นรกู้ ล่าวขอบคณุ ทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)

251

ส่วนที่ ๒ ทศิ ทางการขบั เคลื่อนงาน ระดับตำบล

๒.๑ ประเดน็ การขบั เคลอ่ื นงาน ระดบั ตำบล

ตำบลพรหมนิมิต ตกลงร่วมกันว่า จะผลักดันและหนุนเสริมการทำงานในตำบลพรหมนิมิต ให้เกิดเป็น
ตำบลจดั การตนเองและก้าวไปสูต่ ำบลสขุ ภาวะไดอ้ ยา่ งยั่งยนื ได้แก่

ประเดน็ ท่ี ๑ คอื การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมสี ว่ นร่วม
ประเด็นท่ี ๒ คือ การจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
ประเดน็ ที่ ๓ คือ การลงทนุ ด้านสขุ ภาพโดยชมุ ชน
ประเดน็ ท่ี ๔ คือ การจัดสวัสดกิ ารสังคมโดยชมุ ชน

2.2 วิธดี ำเนินการขบั เคลอ่ื นงาน ระดับตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต เป็นศูนย์จัดการเครือข่ายซึ่งดำเนินการ เพื่อร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้
ปรับเปล่ียนวิธีคิดเกี่ยวกับการพัฒนางานในระบบต่าง ๆ ของชุมชนท้องถ่ินให้สามารถนำทุนและศักยภาพ ความรู้
และประสบการณ์จากกระบวนการแลกเปล่ียนเรียนรู้ไปดำเนินการพัฒนาให้แหล่งเรียนรู้เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ทั้งในตำบลศูนย์เรียนรู้และตำบลเครือข่าย จนสามารถพัฒนารูปธรรมการดำเนินงานให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่นำไปสู่
จากการจัดการตนเองในพื้นท่ีตนและของเครือข่าย และสามารถขยายผลการดำเนินงานไปก่อให้เกิดการพัฒนา
ลักษณะใกล้เคียงกันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย จนกลายเป็นเครือข่ายที่มีการเสริมหนุนการ
ดำเนินงานซ่ึงกันและกัน 4 ด้าน ดังนี้

2.2.1 ดา้ นเศรษฐกจิ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตำบลพรหมนิมิต มุ่งท่ีจะสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากใน
เร่ืองของการหารายได้เสริมให้กับครอบครัวและชุมชน ใช้เวลาว่างหลังจากงานหลักให้เกิดเป็นรายได้หล่อเลี้ยง
ครอบครัว และเป็นการเผยแพร่ความรู้ของภูมิปัญญาท้องถ่ินคนพรหมนิมิต ให้แก่เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบ
ทอดต่อไป มีการนำใช้ภูมิปัญญาท้องถ่ินท่ีมีอยู่มาสร้างสรรค์งานให้มีคุณค่า กระบวนการทำงานเร่ิมจากการ
รวมกลุ่มกันของคนในชุมชนเพ่ือตอบสนองความต้องการด้านรายได้ และการอนุรักษ์ภูมิปัญญา มีการระดมทุนจาก
เหล่าสมาชิกเพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงานของกลุ่มมีการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และแนวทางที่ตกลงกันไว้
และมีการพัฒนาต่อยอด เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลท่ีสร้างคุณค่าให้แก่คนในชุมชนและ อนุรักษ์ภูมิปัญญา
ท้องถิ่นท่ีมีค่าให้คงอยู่กับตำบลพรหมนิมิต ต่อไปได้ จนสามารถสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในชุมชน การสร้างอำ
ชีพเสริม การเพิ่มรายได้ รวมถึงสามารถเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการสร้างการเรียนรู้ ซ่ึงจะนำไปสู่กำรบริหาร
งานด้านเศรษฐกิจในชมุ ชนท่ีสามารถหล่อเลยี้ งคนในชมุ ชน และอนรุ กั ษภ์ ูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ของชมุ ชนได้ตอ่ ไป

2.2.2 ดา้ นสังคม
ประชากรของตำบลพรหมนิมิต ส่วนใหญ่จะอาศัยและประกอบอาชีพบนพ้ืนราบลุ่ม โดยท่ัวไป
จะทำเกษตรกรรม ได้แก่ ทำนา ทำไร่ รับจ้างและรับราชการส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาด้านการ
ประกอบอาชีพ และแหล่งเงินทุนโดยมีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและร่วม
แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยจัดอบรมให้กับกลุ่มอาชีพ พัฒนาทักษะ กระบวนการผลิต ช่องทางการตลาด ตลอดจนการ
บริหารจัดการกลุ่ม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต ให้
มีความเป็นอยู่ที่ดีข้ึนมุ่งสร้างตำบลพรหมนิมิต เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิต เพ่ือให้ประชาชนชาวตำบลพรหมนิมิต อยู่
ดี มสี ุข โดยมีศลี ธรรม คณุ ธรรม จริยธรรม เป็นเครอื่ งยดึ เหนยี่ วจติ ใจในการดำรงชีวิต

252

2.2.3 ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม
เน่ืองจากพื้นที่ตำบลพรหมนิมิต ส่วนใหญ่เป็นพ้ืนเกษตรกรรม และประชาชนส่วนใหญ่ของ
ชุมชนตำบลพรหมนิมิต จึงอาศัยชีวิตอยู่ร่วมตามหมู่บ้านเป็นระยะเวลานานดังนั้นปัญหาส่วนมากจะเป็นเรื่องการ
ประกอบอาชีพอันเน่ืองมาจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และในช่วงนี้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลอีกทั้งใน
ตำบลพรหมนิมิต เป็นพ้นท่ีทำการเกษตร ทำนาต้องใช้น้ำจำนวนมาก จึงทำให้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ
ของเกษตรกรโดยตรงซึ่งการแก้ไขปัญหาจะต้องมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำการเกษตร เช่นปลูกพืช
ท่ใี ชน้ ำ้ น้อยในฤดูแลง้ การปลกู พชื สลับหมุนเวียน และระบบการจดั การ

2.2.4 ดา้ นคณุ ภาพชวี ิต
การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนเป็นเร่ืองสำคัญ การทำงานของชุมชน ผู้นำ อาสาสมัคร
จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นท่ีจะต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ
ผู้ด้อยโอกาส คนยากไร้ ให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดี และเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขข้ันพ้ืนฐานอย่างทั่วถึง การ
ทำงานจึงต้องมีการประสานงานจาก องค์กร หน่วยงานของรัฐ ท้ังภายในและภายนอกพ้ืนท่ี เช่น โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลตาคลี อสม. โดยอาศัยประเพณีวัฒนธรรมท่ีเข้มแข็ง และวิถีชีวิตที่เอื้ออาทร
ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในชุมชนมาเป็นส่ิงเชื่อม และการทำงานด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตต้องเป็น
บุคคลท่ีมจี ิตสาธารณะ ท้งั น้ี จะทำใหก้ ารปฏบิ ตั ิงานเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดประโยชน์ตอ่ ชุมชน

2.3 ภาครี ่วมในการขบั เคลอื่ นงาน ระดบั ตำบล

ในการขับเคลอ่ื นงานงาน ระดบั ตำบล มีภาคีเครือขา่ ยรว่ มในการขับเคลอื่ น ๔ ภาคีหลัก ไดแ้ ก่

2.3.1 ทีมผู้บริหาร คือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
เลขานายกองค์การบริหารส่วนตำบล ท่ีปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภา รวมถึงบุคลากร
และเจา้ หนา้ ทท่ี ุกคนในองค์กร

2.3.2 ท้องที่ หรือแกนนำชุมชน ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แกนนำกลุ่มองค์กรและอาสาสมัคร
ตา่ ง ๆในชุมชนซงึ่ มคี วามสำคญั อย่างมากในการเข้ามามีสว่ นรว่ มในการบริหารจดั การทอ้ งถิ่นแบบมสี ว่ นรว่ ม

2.3.3 ประชาชนในพื้นที่ เป็นกำลังสำคัญและหัวใจหักในการพัฒนาเพราะประชาชนเป็นผู้
เลือกนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาทำงานเพื่อประชาชนและให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างท่ัวถึงในการ
บรหิ ารจัดการแบบมสี ่วนร่วมต้องสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มจากทุกภาคส่วนให้เกดิ การบูรณาการรว่ มกนั เป็นทีม

2.3.4 ภาคีเครือข่ายภายนอกชุมชน และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เป็นกลไกภายนอกชุมชนท่ี
เข้ามาหนุนเสริมให้เกิดการบริหารจัดการท้องถ่ินแบบมีส่วนร่วมดำเนินการไปด้วยดีต้องอาศัยซึ่งกันและกันและมี
การระดมทรัพยากร เช่น บุคลากร งบประมาณ เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพ้ืนที่เพื่อให้เกิดการสร้างผลกระทบ
ในด้านความเช่ือม่ันในการทำงานร่วมกัน ท้ังส่วนราชการภายนอก ทั้งในระดับอำเภอและระดับจังหวัด เช่น
สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ/จังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์จังหวัด ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์
อบต.คลองน้ำไหล กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจงั หวดั นครสวรรค์ เปน็ ต้น

253

2.4 ผลท่ีคาดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการขับเคลื่อนในอนาคต

การผนึกกำลังร่วมกันในการขับเคล่ือนการพัฒนาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง บนพื้นฐานของทุนทรัพยากร

ท่ีมีอยู่ ทั้งนี้ จำเป็นต้องสร้างจิตสำนึกใหม่ของคนในสังคม ให้มุ่งผลประโยชน์ส่วนรวม และปรับวิธีคิด ทัศนคติใน
การดำเนินชีวิตของชุมชนในเขตพื้นที่ตำบลพรหมนิมิต ให้มีการดำรงชีวิตท่ีอยู่บนฐานของวัฒนธรรมอันดีงามของ

คนในชุมชน ขณะเดียวกันต้องมีการประสานเช่ือมโยงภาครัฐ เอกชน ท้องถ่ินและชุมชนให้มีส่วนร่วมในการทำงาน

ร่วมกัน เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ทำให้เกิดการพัฒนาท่ียั่งยืนและสามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรในท้องถ่ินให้
สูงข้ึน นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องพัฒนาตัวช้ีวัดต่าง ๆ ของโครงการ ให้ครอบคลุมและสามารถนำเข้าสู่การบูรณาการ

กับงานประจำและสะทอ้ นผลการพัฒนาที่ยงั่ ยืนในระดับท้องถิ่นได้ 4 ประเด็น ดังน้ี

2.4.1 การบรหิ ารจัดการทอ้ งถ่นิ แบบมสี ่วนรว่ ม
การบริหารงานภาใต้หลักการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพ่ือ

มุ่งสู่ตำบลจัดการตนเองอย่างย่ังยืนการพัฒนาตำบลพรหมนิมิต ได้จัดวางกลไกการดำเนินงานไว้ ๓ ระดับ ได้แก่
ระดับกลุ่มบ้าน (ครัวเรือน) ระดับหมู่บ้าน และระดับตำบล โดยให้ความสำคัญของคนทุกคน ภายใต้ความเชื่อม่ันว่า

ทุกคนมีศักดิ์ศรี มีศักยภาพในความเป็นมนุษย์ ซึ่งแต่ละคนย่อมมีหน้าที่ ความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคมของตนเอง

ตามสถานะ หน้าท่ี ความถนัดที่แตกต่างกัน ท้ังนี้ กลไกในแต่ละระดับจะมีการทำงานท่ีเช่ือมโยงซึ่งกันและกัน
ดังน้ัน การบริหารจัดการชุมชนแบบมีส่วนร่วม จึงเป็นฐานคิดแรก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเพ่ือการ

ขับเคลื่อนการพัฒนา โดยกลไกต่าง ๆ จะมีส่วนร่วมในการจัดทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น การจัดทำข้อมูล

พ้ืนฐานของชุมชน การนำใช้ข้อมูล การจัดวางแผนชุมชน การนำใช้แผนชุมชนการตรวจติดตามและประเมินผลการ
พัฒนา การทบทวน ถอดบทเรียน และแสวงหาแนวทางการพัฒนาใหม่ เป็นต้นซึ่งกระบวนการบริหารจัดการชุมชน

แบบมีส่วนร่วม จะทำให้ทุกคน ทุกภาคส่วนสามารถกำหนดแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาท่ีชัดเจน ด้วยความรู้
ความเข้าใจ ความมีเหตุผล เพื่อการบรรลุเป้าหมายท่ีแท้จริงร่วมกันการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ดังกล่าว การกำหนด

แนวทางและเป้าหมายการพัฒนาท้องถ่ินมีความชัดเจน สามารถตอบสนองความต้องการ และแก้ไขปัญหาภายใต้

ข้อมูล และความเข้าใจของผู้ให้และผู้รับบริการที่ถูกต้องตรงกันทำให้การบริการสาธารณะเป็นไปอย่างทั่วถึง
รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากข้ึน โดยเฉพาะมีผลต่อการพัฒนาคน ให้มีจิตสาธารณะให้เพ่ิมมากขึ้น และพร้อมท่ี

จะยกระดับเปน็ ผนู้ ำการเปล่ียนแปลงไดใ้ นอนาคต

2.4.1.1 วธิ กี ารดำเนินงาน ดำเนินการขบั เคลอ่ื นภายใต้ยทุ ธศาสตร์ 3 ดา้ น ดังน้ี

หมูบ่ ้าน และระดับตำบล (๑) ยุทธศาสตร์ดา้ นการบรหิ ารจัดการชุมชน ประกอบดว้ ย
(๑.๑) พัฒนาศักยภาพกลไก 3 ระดับ ได้แก่ ระดับกลุ่มบ้าน ระดับ

(๑.๒) พฒั นาระบบฐานขอ้ มลู ระดบั กลมุ่ บ้าน หม่บู า้ น และตำบล
(๑.๓) การจดั ทำแผนชมุ ชน โดยกลไกทง้ั 3 ระดับ

ดำเนินงาน (2) ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการบริหารจัดการส่ิงแวดล้อมชมุ ชน ดำเนินการดังน้ี
ให้มีความสมบูรณต์ ่อไป (๒.๑) การจดั ระบบการบริหารจัดการขยะมลู ฝอยโดยชุมชน
(๒.๒) จัดต้ังคณะทำงานและพัฒนาศักยภาพเพ่ือจัดทำแผนการ

(๒.๓) ดำเนนิ การขับเคล่อื นตามแผนดำเนินงาน
(๒.๔) ติดตามผลและประเมินผลเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการ

254

(๓) ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดำเนินการหนุนเสริมทุนและ
ศักยภาพท่มี ีอยู่ให้เกดิ ความเข้มแข็งและย่งั ยืน เชน่ การสนับสนุนการดำเนินงานชุมชน

2.4.1.2 ภาคีรว่ มในการขับเคลื่อน
(1) คณะทำงานระดบั กลมุ่ บ้าน
(2) คณะกรรมการหมบู่ ้าน และประธานประชาคมหมบู่ ้าน
(3) สว่ นราชการในพื้นท่ี เชน่ รพ.สต. โรงเรยี น ตำรวจ เป็นต้น
(4) องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ เครอื ขา่ ย
(5) ส่วนราชการภายนอก เช่น ฝ่ายปกครองอำเภอ สำนักงานท้องถ่ินอำเภอ/

จังหวดั สถาบนั การศกึ ษา สำนกั งานพัฒนาชุมชน เป็นตน้
(6) สถาบันการเงนิ เชน่ ธกส. ธนาคารออมสิน

2.4.1.3 ผลทค่ี าดว่าจะเกิดขึ้นจากการขับเคล่ือนงานอนาคต
(1) การบริหารจัดการชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยกลไกทุกระดับมีศักยภาพใน

การขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาระบบฐานข้อมูลตำบล การจัดทำแผนชุมชน เป็นต้น โดยสามารถ
พัฒนาระบบการจดั การตนเองได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

(2) การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและส่ิงแวดล้อม ดำเนินการโดยการบริหาร
จัดการทส่ี อดคล้องกับบรบิ ทของชุมชน และปลกู ฝังคา่ นยิ มความรบั ผิดชอบต่อชมุ ชน

(3) การพัฒนาคุณภาพชีวิตของทนุ และศกั ยภาพทีม่ ีอย่เู ป็นการพฒั นาตอ่ ยอด
และเพ่มิ ศักยภาพให้สามารถดำเนินงานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและเขม้ แขง็

๒.4.2 การจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
การจัดการมุ่งเน้นการจัดการกลไกการบริหารจัดการขยะมูลฝอย และสิ่งแวดล้อมชุมชนดำเนิน
ภายใต้หลักคิดเปลี่ยนขยะเป็นเงิน มุ่งปรับเปลี่ยนทัศนคติ ความไม่ต้องการเป็นความต้องการ โดยเน้นการจัดการ
ขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อมชุมชนเป็นเร่ืองแรก ซึ่งคาดหวังให้มีผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุข ในเชิงสิ่งแวดล้อม
ชุมชนท่ีต้องได้รับการพัฒนาในด้านสุขภาพ และใจของคนในชุมชน และทางองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต
มีการจัดวางแผนให้เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องเกษตรปลอดสาร เพื่อส่งเสริมความรู้ให้กับชุมชนและ
เยาวชนในเร่ืองของคุณประโยชน์ของการใช้น้ำหมักชีวะภาพ สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เกิดความรัก
และหวงแหนในทรัพยากรของชุมชนเพ่ือให้คงอยู่สืบต่อไปไว้ให้ชนรุ่นหลังโดยไม่มีการทำลายส่ิงแวดล้อมรอบข้างคง
ความเป็นวิถีชีวิตของคนในตำบลพรหมนิมิต ทั้งน้ี กระบวนการดำเนินงานเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย การบูรณา
การภารกิจของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และการจัดต้ังคณะทำงานในการดำเนินงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
การบูรณาการงานรว่ มกัน การจดั ทำโครงการเพื่อชมุ ชน เพ่ือใหป้ ระชาชนในชมุ ชน

2.4.2.1 วธิ ีการดำเนินงาน
(1) สำรวจกลมุ่ เป้าหมายที่ไดผ้ ลกระทบ หรอื ผูม้ สี ่วนได้สว่ นเสยี
(2) สนับสนนุ ให้เกดิ การรวมกลุ่ม เพื่อจัดตัง้ คณะทำงาน
(3) จัดเวทีระดมความคดิ เห็น หรือสำรวจเพือ่ รวบรวมข้อมลู ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
(4) กำหนดรปู แบบวธิ กี ารดำเนนิ งานโดยคณะทำงานทจ่ี ดั ต้ังขนึ้
(5) ดำเนนิ งานตามรปู แบบ วธิ กี ารและแผนดำเนินงานที่กำหนด
(6) ตรวจสอบ ติดตามประเมินผล เพื่อถอดบทเรียนและทบทวนกระบวนการ

เพ่อื ปรับปรงุ ให้มีความสอดคลอ้ งเหมาะสมตอ่ ไป

255

2.4.2.2 ภาครี ่วมในการขบั เคลื่อน
(1) ประชาชนหรือชุมชนท่ีได้รับผลกระทบหรือมีส่วนเก่ียวข้อง เช่น ชุมชนท่ี

มปี ัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค เป็นตน้
(2) คณะกรรมการหมบู่ ้าน/คณะทำงานระดับกลุม่ บา้ น
(3) ผปู้ ระกอบการ
(4) ส่วนราชการภายในพื้นท่ี เชน่ โรงเรียน รพ.สต. เกษตรตำบล เปน็ ต้น
(5) ส่วนราชการภายนอก เช่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เปน็ ตน้
(6) เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ ด้านการจัดการน้ำโดย

ชมุ ชนมีสว่ นร่วม

2.4.2.3 ผลทคี่ าดวา่ จะเกิดข้ึนจากการขับเคลอ่ื นในอนาคต
(1) ชมุ ชนมีระบบการบรหิ ารจัดการนำ้ สอดคลอ้ งเหมาะสมโดยกลไกภายใน

ชมุ ชนเปน็ ผูด้ ำเนนิ การขบั เคลอ่ื น
(2) ประชาชนมีคา่ นิยมความรบั ผิดชอบตอ่ ชุมชนตนเอง
(3) ชมุ ชนดูแลส่ิงแวดล้อมโดยชุมชน

2.4.๓ การลงทนุ ด้านสขุ ภาพโดยชมุ ชน
จากการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ
อาหาร การแข่งขันเร่ืองการประกอบอาชีพที่ทำให้เกิดความเครียด ขาดการดูแลสภาพร่างกาย จนก่อเกิดปัญหา
ด้านสุขภาพร่างกาย ดังนั้นตำบลพรหมนิมิต จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพของคนในชุมชน
เพ่ือให้ชุมชนสามารถดูแลตนเอง ปฏิบัติตนเองให้ถูกต้อง โดยเพิ่มทางเลือกการใช้แพทย์แผนไทยประยุกต์ การใช้
สมุนไพรในการรักษา ได้กำหนดนโยบายการพัฒนาสาธารณสุขและส่งเสริมคุณภาพชีวิตครอบคลุมทุก
กลุ่มเป้าหมาย เพ่ือต้องการให้ประชำชนในตำบลพรหมนิมิต เกิดความเสมอภาค เท่าเทียมและเข้าถึงบริการ
ทางด้านสุขภาพ โดยใช้งบประมาณผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) เน้นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนา
ยกระดับงานด้านการจัดการสุขภาวะชุมชนแบบองค์รวม มีอาสาสมัครที่มีจิตอาสาเข้ามาดูแล เช่น อาสาสมัคร
สาธารณสุขตำบล (อสม.) เป็นกลไกในการขับเคลื่อน มีนวัตกรรมทางด้านสุขภาพและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนจาก
การที่มีการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรมีเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อปัจจัยเส่ียงทางสุขภาพซ่ึงตำบลพรหม
นิมิต จะได้ร่วมกันขับเคล่ือนให้เกิดการทำน้ำหมักชีวะภาพแลการใช้ปุ๋ยอินทรีอัดเม็ดในพ้ืนท่ี เพื่อการลดมลพิษจาก
สารเคมี เป็นการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพให้กับชุมชน มุ่งเน้นให้ตำบลพรหมนิมิต เป็นแหล่งผลิตและจำหน่าย
อาหาร “เกษตรปลอดสาร อาหารปลอดภยั ” ในระดบั ภูมิภาคต่อไป

2.4.3.1 วธิ กี ารดำเนนิ งาน
(1) พัฒนาศักยภาพกลไกด้านสุขภาพให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนงาน

เชน่ อาสาสมัครสาธารณสขุ (อสม.) อาสาสมัครดูแลผสู้ งู อายุและผปู้ ว่ ยตดิ เตยี ง
(2) พิจารณาระบบข้อมูลด้านสุขภาพ เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพ

และค้นหากลุ่มเสย่ี งโดยตอ้ งมกี ารจัดเกบ็ ขอ้ มลู ประมวลผลข้อมลู และการนำใช้ข้อมลู ท่เี กยี่ วขอ้ ง
(3) จัดตั้งคณะทำงานด้านสุขภาพเฉพาะเรื่องท่ีหลากหลายและสามารถ

เชื่อมโยงและสนับสนนุ การทำงานรว่ มกันได้

256

(4) ออกแบบวิธีการ แนวทางการดำเนินงานภายใต้ข้อมูลและสถานภาพด้าน
สุขภาพ โดยการน้ำใช้ทุนและศักยภาพที่อยู่ของชุมชน เช่น การใช้พืชสมุนไพรและใช้ภูมิปัญญาจากปราชญ์
ชาวบ้าน

(5) ดำเนนิ การสง่ เสริมตามวธิ กี ารและรปู แบบท่ีกำหนดตอ่ กลุ่มเปา้ หมาย
(6) ตรวจสอบ ติดตามประเมินผล โดยถอดบทเรียนเพ่ือปรับปรุงวิธีการ
แนวทางทส่ี อดคลอ้ งเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

2.4.3.2 ภาครี ่วมในการขับเคลื่อน
(1) อาสาสมัครสาธารณสขุ (อสม.)
(2) อาสาสมัครดแู ลผสู้ ูงอายุ และผู้ปว่ ยติดเตยี ง
(3) รพ.สต.
(4) กองทุนหลกั ประกนั สขุ ภพ (สปสช.)
(5) สำนักงานสาธารณสขุ อำเภอ/จังหวดั
(6) โรงพยาบาลตาคลี
(7) องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นเครอื ขา่ ย

2.4.3.4 ผลท่คี าดว่าจะเกดิ ข้ึนจากการขับเคลื่อนในอนาคต
(1) บุคลากร กลุ่ม องค์กรทางการสาธารณสุข สามารถดำเนินเป้าหมายด้าน

สาธารณสขุ ใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกัน
(2) ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนทางด้านสุขภาพของชุมชน ตามรูปแบบ

และวิธีการท่กี ำหนด
(3) ประชาชนสามารถเขา้ ถึงบริหารสาธารณสขุ ไดด้ ้วยตนเอง

2.๔.4 การจดั สวัสดกิ ารสังคมโดยชมุ ชน
ดำเนินงานโดยการส่งเสริม เชื่อมโยง และต่อยอดกับหน่วยงาน กลุ่ม หรือองค์กรที่มีการ
ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การดำเนินงานโครงแก้ไขปัญหาความยากจน การส่งเสริมการจัดทำบัญชีครัวเรือน การ
ดำเนนิ การศูนย์พัฒนาครอบครวั ในชมุ ชน เป็นต้น โดยการจดั สวสั ดกิ ารใหค้ รอบคลมุ และท่วั ถึง

2.4.4.1 วิธกี ารดำเนินงาน
(1) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพให้แก่ กลุ่มสวัสดิการต่าง ๆ ท่ีมี

การขับเคลื่อนอยู่ในพื้นท่ี เช่น การจัดฝกึ อบรมและศกึ ษาดูงานเพ่ือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
(2) จัดเก็บและรวบรวมประเด็นปัญหาทางด้านสังคม เพ่ือใช้เป็นฐานในการ

ออกแบบการดำเนินงานทีเ่ หมาะสม เชน่ ขอบขา่ ยการใหค้ วามชว่ ยเหลือ เป็นตน้
(๓) ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานเพ่ือปรับปรุงให้สอดคล้องกับ

และเหมาะสม ต่อไป

2.4.4.2 ภาครี ่วมในการขบั เคลอ่ื น
(1) กลุม่ หรือกองทนุ สวัสดิการต่าง ๆ
(2) สำนกั งานพัฒนาชมุ ชนอำเภอ/จงั หวัด
(3) สถาบนั การเงิน เช่น ธกส. ธนาคารออมสนิ เป็นต้น
(4) องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ เครือขา่ ย
(5) สำนกั งานพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย์

257

(6) ศูนยพ์ ัฒนาสังคมหน่วยที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์
(7) บา้ นพกั เด็กและครอบครวั จังหวดั นครสวรรค์

2.4.4.3 ผลท่คี าดวา่ จะเกิดขึ้นจากการขับเคล่อื นในอนาคต
(1) จัดต้ังกลุ่มหรือกองทุนสวัสดิการสังคมมีศักยภาพในการขับเคล่ือนงานท่ีมี

มาตรฐาน มีความนา่ เช่ือถอื และมคี วามเขม้ แขง็ ยงั่ ยนื

สว่ นท่ี 3 ทศิ ทางการขับเคล่ือนงาน ระดบั เครอื ข่าย

องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ปรับวิธีคิด และประยุกต์ใช้เครื่องมือการทำงานบนฐานของทุนและ
ศักยภาพตนเอง รวมถึงจัดกระบวนการแลกเปล่ียนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครือข่าย จนกระทั่งเกิดเป็นเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถ่ินน่าอยู่ (จัดการตนเอง) ที่มีการเสริมงานซึ่งกันและกัน
ทำให้เกิดการพัฒนานโยบายสาธารณะ ท้ังในระดับพ้ืนท่ี และระดับเครือข่าย โดยออกแบบและการจัดกระบวนการ
เรียนรู้ ให้เกิดการพัฒนาทักษะการดำเนินงาน การสร้างความเข้าใจในเครื่องมือการทำงาน และสร้างเครือข่ายการ
ทำงาน

องค์ความรู้จากการถอดบทเรียน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน วิทยากรชุมชน แกนนำแหล่ง
เรียนรู้ ผู้นำชุมชน และผู้เก่ียวข้อง ท้ังแนวคิดในการดำเนินงาน เส้นทางการพัฒนาของแหล่งเรียนรู้ หมู่บ้าน
(ชุมชน) จัดการตนเอง รูปธรรมการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค และปัจจัยหนุนเสริมการดำเนินงาน ท่ีได้จากการ
ถอดบทเรียน เพื่อจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ตำบลเพื่อการจัดการสุขภาวะชุมชน หรือแนวทางการจัดการเรียนรู้
สำหรับพ้ืนท่ี เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานและพัฒนานโยบายในชุมชนท้องถ่ินร่วมกัน ประเด็น
ในการขับเคลือ่ นงานระดับเครอื ข่ายมี ๔ ประเดน็ ดังนี้

(1) ประเด็นการบริหารจัดการทอ้ งถิน่ แบบมีส่วนรว่ ม

องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต มีความมุ่งมั่นที่จะขยายผลรูปแบบการบริหารจัดการ
ท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมไปยังเครือข่ายในการร่วมสรา้ งชุมชนท้องถิ่นให้น่าอยู่ โดยการนำปรับใช้ภายใต้บริบทดา้ นทนุ
และศักยภาพของแต่ละท้องถิ่น ซ่ึงประกอบด้วยแนวคิด ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการตำบลแบบมีส่วนร่วม
ด้านการบูรณาการภารกิจของหน่วยงาน และด้านการกระจายอำนาจการจัดบริการสาธารณะ ซึ่งดำเนินงานภายใต้
แนวคิดดังกล่าวจะสนับสนุนให้กระบวนการขับเคลื่อนเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่มีรูปแบบโครงสร้าง
การบริหารงานที่คล้ายคลึงกัน ส่งผลต่อการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ เป็นเครือข่ายสังคมการมีส่วนร่วมที่จะทำให้
คนทุกคนรู้บทบาท หน้าที่ของตนเองและของผู้อ่ืนเกิดการแลกเปลี่ยนแลกเรียนรู้และรู้จักท่ีจะเคารพในสิทธิหน้าที่
ของกันและกัน มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยคาดหวังท่ีจะพัฒนาให้เกิดความเป็นพลเมืองท่ีสามารถจัดการ
ตนเองไดใ้ นทกุ ระดับ

(2) ประเด็นการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการจัดสร้างระบบการบริหารจัดการโดย
ใช้ชุมชนเป็นฐาน เนื่องทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเป็นส่ิงที่อยู่ใกล้ตัว แต่ไม่อาจควบคุมหรือดำเนินการได้
แต่เพียงฝ่ายเดียว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และดำเนินการเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ เพื่อให้
สามารถควบคุมสภาพของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามที่ชุมชนพึงประสงค์ ซ่ึงกระบวนการในการ
ดำเนินงานจะต้องให้ชุมชนเป็นผู้มีส่วนร่วมตั้งแต่แรก โดยเริ่มจากการสำรวจ ตรวจสอบทุนและศักยภาพ ตลอดจน
ปัญหาหรือผลกระทบต่าง ๆ เพ่ือให้ชุมชนได้เรียนรู้และทราบถึงสถานการณ์ของชุมชนตนเอง จากน้ันจึงเร่ิมสร้าง

258

กลไกการขับเคลื่อนโดยคัดเลือกจำกกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบหรือมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงหรืออ้อม
เนื่องจากจะสามารถพัฒนาทีมงานที่มีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง ทีมงานหรือกลไกที่สร้างขึ้นต้องร่วมกันออกแบบ
ระบบการบริหารทรัพยากรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อมภายใต้ทุนและศักยภาพของตนเอง เพื่อนำใช้และติดตาม
ประเมินผล สู่การปรับปรุงทบทวนให้มีประสิทธิภาพต่อไป ดังน้ัน จึงมุ่งหวังที่จะถ่ายทอดรูปแบบการขับเคล่ือนงาน
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวร่วมกับภาคีเครือข่ายในการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
ตอ่ ไป

(3) ประเด็นการลงทนุ ด้านสขุ ภาพโดยชมุ ชน

ภายใต้แนวคิดการสร้างสุขภาพโดยชุมชน ซึ่งมีมิติที่เก่ียวข้องกับการดำเนินงานในหลายด้าน
เน่ืองการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในชุมชนย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ทั้งโดยตรงและ
โดยอ้อม หลักการสร้างมากกว่าซ่อมจึงเป็นแนวทางการป้องกันการเจ็บป่วยของประชาชน การลงทุนด้านสุขภาพ
จึงจำเป็นต้องดำเนินการในหลายด้านควบคู่กันโดยมอบบทบาทสำคัญให้แก่ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ โดยให้แต่ละ
ด้านต้องมีกิจกรรมที่หนุนเสริมกัน เช่น การดำเนินงานด้านเกษตรปลอดภัย หมายถึงผู้ผลิตต้องปลอดภัยและ
ผู้บริโภคปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมต้องสะอาดปลอดภัย การสร้างสุขภาพด้วยการไม่ใช้สารเคมีมุ่งสร้างความ
เข้มแข็งของร่างกายและจิตใจด้วยธรรมชาติ ด้วยน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ด้วยวิธีการท่ีเรียบง่ายและ
ประหยัด เป็นต้น ทั้งน้ี การขับเคล่ือนการลงทุนด้านสุขภาพควรดำเนินการในลักษณะการแลกเปล่ียนเรียนรู้กับ
เครือข่ายรว่ มสร้างชมุ ชนท้องถน่ิ ให้นา่ อยู่ เพ่ือแสวงหานวตั กรรมทีเ่ หมาะสมตามบรบิ ทของแต่ละท้องถน่ิ

(4) ประเดน็ การจดั สวัสดกิ ารสังคมโดยชมุ ชน

รัฐสวัสดิการ เป็นสิ่งท่ีต้องการให้เกิดขึ้นในสังคมไทย แต่การจัดสวัสดิการให้แก่คนไทยใน
ปัจจุบันยังไม่สามารถกระทำให้ได้อย่างท่ัวถึง ครอบคลุมและเพียงพอ เนื่องจากสวัสดิการจำเป็นต้องใช้ทุนจำนวน
มาก ซึ่งการท่ีรัฐไม่อาจจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนได้อย่างท่ัวถึงและเพียงพอ กลไกของชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญท่ี
จะหนุนเสริมและเติมเต็มจากภาครัฐ โดยหลักการ เฉล่ียทุกข์เฉล่ียสุข ของคนในชุมชนที่ต้องมีความเอื้ออาทร
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซ่ึงอย่างน้อยต้องการให้คนทุกคนเข้าถึงปัจจัย ๔ อย่างทั่วถึงและเหมาะสม ซึ่งการจัดระบบ
สวัสดิการโดยชุมชน ย่อมมีกระบวนงานท่ีแตกต่างกันในแต่ละห้องถิ่น เพราะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยและเง่ือนไขของ
พนื้ ท่ี

3.1 วธิ กี ารดำเนินงาน
3.1.1 ทำบนั ทึกข้อตกลงเก่ยี วกับการขับเคลื่อนเก่ียวกับนโยบายสาธารณะ 7+1 ร่วมกนั
3.1.2 วางแผนและสร้างข้อตกลงในการทำงานร่วมกันกับตำบลเครือข่ายเกี่ยวกับขั้นตอนการ

ดำเนนิ งานและสร้างเปา้ หมายร่วมในการดำเนินการ
3.1.3 สร้างความรู้ความเข้าใจกับคณะทำงานและประชาชนของตำบลเครือข่ายเก่ียวกับการ

ขับเคลือ่ นนโยบายสาธารณะ
3.1.4 ติดตามและประสานงานในการร่วมกันขับเคล่ือนงานกับตำบลเครือข่ายเพ่ือให้สามารถ

ปฏบิ ัตหิ รือดำเนนิ งานให้บรรลุวัตถปุ ระสงค์ และเป้าหมายร่วม

259

3.2 ภาครี ่วมในการขบั เคล่ือน
3.2.1 แกนนำชุมชน แกนนำกลุม่ องค์กร
3.2.2 ผู้ใหญบ่ า้ น กำนัน
3.2.3 คณะกรรมการหมูบ่ ้าน
3.2.4 คณะผบู้ ริหารทอ้ งถนิ่
3.2.5 หน่วยงานราชการทเ่ี กย่ี วข้องในตำบลและนอกตำบล
3.2.6 ประชาชนในพน้ื ท่ี

3.3 ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขึ้นจากการขบั เคลอื่ นในอนาคต
3.3.1 ตำบลเครือข่ายเกิดการจัดการตนเองและนำใช้ทุนทางสังคมในพื้นท่ีในการสร้าง

ผลกระทบและลดปัจจัยเสยี่ งด้านสขุ ภาพดา้ นต่าง ๆ ได้อย่างเปน็ รูปธรรม
3.3.2 ตำบลเครือข่ายมีการเช่ือมประสานงานสู่ชุมชนอื่นในการค้นหาและพัฒนาศักยภาพทุน

ทางสงั คมในพ้ืนทเ่ี พอ่ื สร้างความเข้มแขง็ ให้กบั ชมุ ชนของตนเองได้
3.3.3 ตำบลเครือข่ายการเช่ือมประสานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายมากข้ึน โดยมีประเด็น

นโยบายสาธารณะเป็นตัวต้ังในการขับเคลื่อนงาน รวมทั้งสามารถพัฒนาทักษะของแกนนำชุมชน นักวิชาการ และ
แกนนำแหล่งเรยี นรูใ้ หเ้ ป็นผ้มู ีความรู้ ความสามารถในการจดั การปญั หาของชมุ ชนไดเ้ ปน็ อยา่ งดี


Click to View FlipBook Version