89
ปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องท่ี ภาคประชาชน และส่วนราชการ หรือหน่วยงาน โดยจะพิจารณาเป้าหมายการพัฒนาท่ี
เหมือนหรือใกล้เคียงกันแจกแจงภารกิจของแต่ละฝ่ายแบ่งและมอบหมายภารกิจใช้การส่ือสาร ร่วมกัน เกิด
กระบวนการร่วมคิด ร่วมทำ ไม่แบ่งแยก และเกิดความภาคภูมิใจร่วมกันในความสำเร็จ หรือร่วมรับผิดชอบ แก้ไขเมื่อ
เกิดขอ้ บกพรอ่ ง ผดิ พลาด รวมท้ังเปน็ การสนบั สนนุ บรรยากาศการทำงานใหแ้ ก่ผูท้ ีม่ ีส่วนเก่ยี วขอ้ งทกุ ฝ่าย
(๓) การกระจายอำนาจการจดั บรกิ ารสาธารณะ
การพัฒนาต้องอยู่บนพ้ืนฐานความรู้ ความเข้าใจท่ีถูกต้องตรงกันทั้งในเชิงบวกและเชิงลบเน่ืองจาก
การ ดำเนินงานย่อมมีปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามากระทบมากมายหลายด้าน ส่งผลให้การจัดบริการสาธารณะขาด
ประสิทธิภาพ ไม่ท่ัวถึง และไม่ต่อเนื่อง ซ่ึงการสร้างความเข้าใจ จะเกิดข้ึนได้ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ให้ และผู้รับ ได้มีส่วน
ร่วนในการ ทำงานร่วมกัน มีส่วนในการรับผิดชอบร่วมกัน และมีส่วนในการรับประโยชน์ร่วมกัน แนวคิดการกระจาย
อำนาจการจัดบริการสาธารณะ จึงเป็นการสร้างระบบการจัดบริการสาธารณะร่วมกันระหว่างผู้ให้ และผู้รับ ซึ่งการ
จัดบริการ สาธารณะน้ันๆ ย่อมเกิดความสอดคล้อง เหมาะสมกับศักยภาพท่ีมี เป็นการกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม การ
ทำงาน เพื่อ เอาชนะปัญหา อุปสรรค หรือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริการสาธารณะท่ีดีขึ้น เนื่องจากผู้ให้และผู้รับเป็นผู้
รว่ มกัน จัดบริการเอง อีกท้ัง ยังส่งเสริมให้เกิดความรสู้ ึกรัก หวงแหน และรับผดิ ชอบต่อบรกิ ารสาธารณะน้ัน ๆ
๒. ผลผลิตท่ีเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้
2.1 องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานราชการ และภาคประชาชนมี
ความร่วมมือกันปฏิบตั งิ านในทกุ ๆ ดา้ นของตำบล
2.2 สรา้ งการมีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั งิ านของตำบล เพือ่ การพัฒนาในตำบลใหเ้ จริญกา้ วหนา้
2.3 เพื่อความเป็นอยทู่ ่ดี ขี องประชาชนในตำบล
3. ผลท่เี กิดข้ึนจากการแก้ไขปญั หาการดำเนนิ งานของแหล่งเรยี นรู้
กระทบท้ัง 4 มิติ (เศรษฐกิจสังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการเมืองการปกครอง) จากการท่ีผู้บริหารของ
ตำบลพรหมนิมิต มีความต้ังใจ ทุ่มเท ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงทำให้ตำบลสามารถแก้ไข
ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงเป้าหมายและทันต่อเหตุการณ์ โดยมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับ
ทกุ ภาคสว่ นในพนื้ ที่
4. วิธีการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
สร้างเครือข่ายโดยให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกข้ันตอนในการบริหารจัดการ พร้อมท้ัง
ส่งเสริมและสนับสนุนและเพ่ิมพื้นท่ีทางสังคมให้กับประชาชน ทั้งในกลุ่มเด็กเยาวชน สตรี คนชรา รวมท้ังคนพิการ มี
การนำภูมิปัญญาดั้งเดิมและการสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อก่อเกิดการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมและ
เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวมและดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้แนวคิดของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
“ทำงานเชิงรุก เน้นการมีส่วนร่วม สร้างความสามัคคี” และวิสัยทัศน์ตำบลพรหมนิมิต มีการจัดประชุมประชาคมใน
กลมุ่ ต่าง ๆ พร้อมนำปญั หามาหาแนวทางปญั หาทีเ่ กิดข้นึ พรอ้ มทั้งจัดทำโครงการต่าง ๆ ร่วมกันทกุ 4 ภาคสว่ น
5. ผลทคี่ าดว่าจะเกดิ ขนึ้ จากการดำเนินงานในอนาคต
ตำบลสามารถบริหารจัดการงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
โดยมีอำนาจหน้าที่ตามกรอบกฎหมายกำหนดท่ีกว้างมากข้ึนกว่าปัจจุบัน การช่วยเหลือและการพัฒนาชุมชนเป็นไป
อย่างคลอ่ งตวั มากขนึ้ ประชาชนมสี ่วนร่วมในการพัฒนาท้องถ่นิ มากข้นึ
90
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. ส่ิงทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง สรา้ งกระบวนการการมสี ่วนรว่ ม
1.2 ต่อชุมชน เกิดการบูรณาการภารกิจและหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน ทำให้เกิดการ
ดำเนนิ งาน และสามารถแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ร่วมกันไดต้ ลอดเวลา
2. วธิ กี ารเรียนรู้
๒.๑ เรียนรจู้ ากแนวคิดของผบู้ ริหารทอ้ งถนิ่
๒.๒ เรยี นร้จู ากกิจกรรม
๒.๓ กระบวนการบรหิ ารงาน
3. กิจกรรมการเรียนรู้ (60 นาท)ี เรยี นรู้ได้ครงั้ ละ 45 คน
3.1 คณะผ้มู าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำความร้จู ักกับทมี วทิ ยากร (5 นาท)ี
3.2 เกร่ินนำแนวคิด ความเป็นมาของการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม โดยการบรรยาย และชมสื่อ
นำเสนอ (10 นาที ฐานละ 15 คน)
ฐานที่ 1 แนวคิดการบรูณาการแบบมีส่วนรวม 4 ภาคส่วน ผลที่ได้รับจากการทำงาน
แบบมสี ว่ นรว่ ม (10 นาท)ี ฐานละ 15 คน
ฐานที่ 2 การจดั ทำแผนพฒั นาหมบู่ ้าน แผนพัฒนาตำบลแบบมสี ่วนรว่ ม (10 นาท)ี
ฐานละ 15 คน
ฐานท่ี 3 วธิ กี ารนำใชแ้ ผนพัฒนาแบบมสี ่วนรว่ ม (10 นาท)ี ฐานละ 15 คน
3.3 สรุปการบริหารจัดการตำบลแบบมีส่วนร่วมและเปิดให้มีการซักถามและแลกเปล่ียนเรียนรู้
ระหวา่ งทมี วทิ ยากร และผศู้ กึ ษาแหล่งเรยี นรู้ (๑๐ นาท)ี
3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร (5 นาท)ี
4. วทิ ยากร นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลพรหมนิมิต
4.1 นายสมเกยี รติ คงทมิ
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนมิ ติ
4.๒ นายอานนท์ ดิษฐหรา่ ย หัวหน้าสำนกั ปลดั
4.3 นางชตุ ิมา อาจแก้ว
5. สถานทฐ่ี านการเรียนรู้
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลพรหมนิมติ หมทู่ ี่ 9 ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
91
กิจกรรมแหล่งเรียนรู้ เรียนรู้ได้ 45 คน
บรหิ ารจัดการตำบลแบบมีสว่ นรว่ ม (60 นาท)ี
คณะผู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ทำความรูจ้ ักกับทีมวทิ ยากร
(5 นาที 45 คน )
เกร่นิ นำแนวคิด ความเปน็ มาของการบริหารจดั การแบบมสี ่วนร่วม
โดยการบรรยาย และชมส่ือนำเสนอ POWERPOINT
(10 นาที 45 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานท่ี 3
บรรยาย เรอ่ื ง บรรยาย เร่ือง บรรยาย เรอื่ ง
แนวคิดการบรณู าการแบบมี การจดั ทำแผนพัฒนาหมู่บา้ น วธิ ีการนำใชแ้ ผนพฒั นา
ส่วนรวม 4 ภาคสว่ น แผนพฒั นาตำบลแบบมีส่วนร่วม แบบมีส่วนร่วม
ผลที่ได้รบั จากการทำงาน (10 นาที ฐานละ 15 คน) (10 นาที ฐานละ 15 คน)
(10 นาที ฐานละ 15 คน)
สรปุ การบริหารจัดการตำบลแบบมสี ่วนร่วมและเปิดใหม้ ีการซักถามและแลกเปล่ียนเรยี นรู้
ระหวา่ งทมี วิทยากร และผศู้ กึ ษาแหล่งเรยี นรู้
(10 นาที 45 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วิทยากร
(5 นาที 45 คน)
92
แหลง่ เรียนรู้ท่ี 2
ศูนย์ประชาบดี
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทเี่ กยี่ วของกบั แหล่งเรียนร/ู้ กลุ่ม
1. แนวคิดแหล่งเรียนรู้
ตำบลพรหมนิมิต ตามหนังสือแจ้งถึงผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่ใน ตำบลพรหมนิมิตให้จัดตั้งศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐
ฉบับที่ ๑/๒๕๕๔ ได้รับอาสาสมัครศูนย์ประชาบดีทุกหมู่บ้านจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ ขอความ
ร่วมมือจากผู้ใหญ่ทุกหมู่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านหมู่ละ ๕ ท่าน เป็นอาสาสมัครศูนย์ประชาบดี ฉบับที่ ๑/๒๕๕๔
ตามหนังสือในปัจจุบัน ปัญหาต่าง ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ปัญหาการต้ังครรภ์ไม่พึงประสงค์
ในวัยรุ่น (กลุ่มแม่วัยใส) ในจังหวัดนครสวรรค์เป็นปัญหาท่ีพบมากเป็นอันดับ ๑ ของประเทศไทยและ ยังมีสถิติสูงสุดใน
ทวีปเอเชีย จึงขอความร่วมมือให้การช่วยกันเพ่ือคอยช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน เราจะหยุดปัญหาความ
รุนแรงในครอบครัว ปัญหาการค้ามนุษย์ ค้าประเพณี การใช้แรงงานเย่ียงทาส ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากพวก
เราทุกคนช่วยกันเป็นกระบอกเสียง พบเห็นเหตุการณ์ ปัญหา เบาะแส เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ถูกทอดท้ิง โปรดแจ้งกับ
ผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๙ หมู่บ้าน ตำบลพรหมนิมิต หรือแจ้งสายด่วน ๑๓๐๐ หนังสืออาสาสมัครศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ ฉบับท่ี
๓/๒๕๕๕ เป็นหนังสือขอบคุณอาสาสมัครศูนย์ประชาบดีทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือในด้านการแจ้งข่าวสารให้กับทาง
ศูนย์ทราบเพ่ีอเป็นการช่วยเหลือและลดปัญหาให้หมดไปในประเทศและจังหวัดนครสวรรค์ จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้ง
ข่าวสารให้อาสาสมัครศูนย์ทราบและช่วยเป็นกระบอกเสียงให้เหมือนเดิม ถ้าผู้ใดพบปัญหาหรือเบาะแสทางสังคม
ปัญหาการค้ามนุษย์ ล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัว การตั้งครรภ์ไม่พร้อม สมาชิกสูญหาย เด็ก ผู้สูงอายุ
คนพิการ ถูกทอดทิ้ง ขอทานเร่ร่อนท่ีไร้ที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัย แจ้งผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่ ในตำบลพรหมนิมิต หรือแจ้งสาย
ด่วน ๑๓๐๐ เพ่อื ลดปัญหาให้หมดไปจากประเทศไทยเรา
๒. ผลผลิตที่เกดิ ขนึ้ จากการดำเนินงานของแหล่งเรยี นรู้
2.1 ประชาชนได้รบั การชว่ ยเหลอื และลดปัญหาใหไ้ ปจากชุมชน
2.2 เป็นศูนย์ท่ีค่อยช่วยเหลือประสานงานให้กับประชาชนเพ่ือเป็นกระบอกเสียงช่วยในการแก้ไข
ปัญหา เรือ่ งเด็ก ผู้สงู อายุ คนพกิ าร สตรี ความรนุ แรง เดก็ เร่รอ่ นให้หมดไปจากสงั คม
3. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้/กลุม่
๓.๑ ผูใ้ หญ่บา้ นทกุ หมู่บา้ นเปน็ คณะกรรมการศนู ย์ประชาบดี
๓.2 ดำเนินมาตรการป้องกันปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาการค้ามนุษย์ ล่วงละเมิดทาง
เพศ อย่างเครง่ ครัด
๓.๓ ผ้ใู หญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นกระบอกเสียงในการร่วมกันป้องกันปัญหา
และแก้ไขปัญหา
4. ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 ประชาชนได้รับความชว่ ยเหลอื เพ่ือลดปัญหาใหน้ อ้ ยลงและหมดไป
4.2 สรา้ งความมสี ว่ นรว่ มของคนในชุมชนสร้างจติ อาสา
93
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
มีการสร้างเครือข่ายกับกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่ม อสม. เพ่ือสร้างจิตอาสา สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในชุมชน
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้
1. สง่ิ ทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง มีจติ อาสาเพอ่ื ชว่ ยเหลือผ้ทู ี่กำลังประสบปญั หาและเดอื ดรอ้ น
1.2 ครอบครัว ส่งเสริมให้คนในครอบครัวเกิดความเข้าใจกันมากขึ้น บางกิจกรรมส่งเสริมให้คนใน
ครอบครัวทำกิจกรรมรว่ มกนั โดยสามารถลดปญั หาความรุนแรงในครอบครัวได้ไม่ใหเ้ กิดขน้ึ ในสังคม
1.3 ชุมชน ได้เรียนรู้การสร้างความร่วมมือในการป้องกันการรุนแรงของครอบครัว ปัญหาการค้า
มนุษย์ ลว่ งละเมดิ ทางเพศ เด็กเร่รอ้ น
๒. วธิ ีการเรียนรู้
2.๑ เรียนรู้แนวคิดของจากฝ่านปกครองท้องท่ี โดยได้สร้างการบูรณางานสู่การมีส่วนร่วม ในการ
ดำเนินงานของแต่ละภาคสว่ นเป็นการกระจายอำนาจหน้าทอี่ ย่างครอบคลมุ
2.๒ เรียนรู้กิจกรรม โครงงานศูนย์ประชาบดี และกิจกรรมต่าง ๆ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ภาครัฐ
ประชาชนพร้อมฝึกปฏิบัติการจัดการปัญหาร่วมกันและกระบวนการให้ผูเ้ รียนรู้มสี ว่ นร่วมทุกกระบวนการ
2.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถงึ ร่วมออกแบบกจิ กรรมในการส่งเสริมการสรา้ งจติ อาสาทีอ่ ยากใหเ้ กิดขึ้นในชมุ ชน
๓. กิจกรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 30 คน)
3.1 คณะผูม้ าแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ทำความรู้จกั กับทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจดั ตั้งศนู ยป์ ระชาบดี (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเรือ่ งแนวคดิ ในการจดั ตั้งศูนย์ สรา้ งจติ อาสา (10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยายเรื่องวิธีการดำเนินงานของคณะผู้นำ (10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 บรรยายเรื่องสรุปผลในการจดั ต้ังศูนยป์ ระชาบดี (10 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ท่ีเกิดขึ้น สรุปผลท่ีได้จากการเรียนรู้การนำไป
ปรับใชก้ ับพืน้ ทแี่ ละตำบลขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วทิ ยากร กำนันตำบลพรหมนมิ ติ
4.1 นายกฤษ ฟองนำ้ ผใู้ หญ่บ้าน หม่ทู ่ี 1
ผู้ใหญ่บ้าน หมทู่ ่ี 4
4.2 นายสมคิด พทั ธสมี า
4.3 นายไพสิษฐ์ กาบทอง
๕. สถานท่ีฐานการเรยี นรู้
ทท่ี ำการผ้ใู หญ่บา้ น กำนัน ทกุ หมบู่ ้าน ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
กจิ กรรมแหล่งเรียนรู้ 94
ศนู ย์ประชาบดี (60 นาท)ี เรยี นรู้ได้ 30 คน
คณะผมู้ าแลกเปล่ยี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับ
ทมี วทิ ยากร
( 5 นาที 30 คน )
เกริน่ นำแนวคิด ความเปน็ มาของการจดั ต้ังศูนยป์ ระชาบดี
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยาย เรอ่ื ง บรรยาย เร่ือง บรรยาย เรอ่ื ง
แนวคิดในการจัดตงั้ ศนู ย์สรา้ ง วธิ กี ารดำเนินงานของคณะผ้นู ำ สรปุ ผลในการจัดตัง้ ศนู ย์
จติ อาสา (10 นาที 10 คน) (10 นาที 10 คน) ประชาบดี (10 นาที 10 คน)
ร่วมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชนท์ เ่ี กิดขึน้
สรุปผลท่ีไดจ้ ากการเรยี นรู้ การนำไปปรับใช้กับพ้ืนทแ่ี ละตำบล
ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
95
แหล่งเรยี นรู้ที่ 3
ศนู ยร์ ับปรกึ ษาปัญหาดา้ นกฎหมาย
สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลทเ่ี กย่ี วของกับแหล่งเรยี นร/ู้ กลุ่ม
1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ประชาชนไม่มีศูนย์ข้อมูลในการให้คำปรึกษาหารือในด้านกฎหมาย กฎหมายยึดทรัพย์ เด็กเยาวชน กฎหมาย
อาญาและอ่ืน ๆ ไม่มีศูนย์รับให้คำปรึกษางานกฎหมายต่อมาในปี องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้มีการรับ
พนักงานท่ีมีความรู้ในด้านกฎหมายจำนวน ๑ ราย สามารถช่วยเหลือให้ประชาชนท่ีเดือดร้อนในเรื่องกฎหมายต่าง ๆ
โดยมีการให้ความรู้กฎหมายจำนวน ๔ ราย ให้ลดจากการเอารัดเอาเปรียบ ปัญหาเร่ืองกฎหมายลดลงโดยมีผู้ให้ความรู้
กฎหมายกับประชาชนท่ัวไป โดยมีนายบุญเชิด พาทุมโสม ซ่ึงเป็นคนต้นแบบมีความสามารถในด้านกฎหมายเรื่องที่อยู่
อาศัย เด็กเยาวชนและเรื่องอ่ืน ๆ ได้ให้คำปรึกษามีข้อกฎหมายได้มาจน ปี ๒๕๕๕ จะได้มีการดำเนินการจัดต้ังศูนย์เป็น
ศูนย์ใหค้ วามรูใ้ นขอ้ กฎหมายศาลกบั ประชาชนทั่วไปทเี่ ดือดรอ้ นไมม่ ีค่าตอบแทนเป็นการปรึกษาปญั หาเบอื้ งต้น
๒. ผลผลติ ทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานของแหล่งเรยี นรู้
2.1 ประชาชนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในขอ้ กฎหมายมากขน้ึ
2.2 ประชาชนมีความมน่ั ใจในการดำเนนิ งานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
2.3 มีช่องทางการส่ือสารเพื่อ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างท่ัวในด้านกฎหมายไม่มี
การละเมดิ สิทธิ ไม่เสยี ประโยชน์ต่าง ๆ
๓. วิธีการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้/กลมุ่
๓.๑ มกี ารดำเนนิ การจัดต้ังศนู ยร์ ับปรกึ ษาปัญหาดา้ นกฏหมายเพื่อผลประโยชนข์ องประชาชน
๓.2 ดจำัดเปนรินะกชาุมรปในฏหบิ มตั ู่บงิ า้านนใเนพด่ือ้าในหข้กอ้ ับกปฏรหะมชาายชตน่าทงๆรใาหบ้คขำ้อปกรฎึษหาหมาารยือแแลกะป่ ทรระั าชบาวช่านเม่ือเกิดปัญหาด้าน
๓.๓
กฏหมายมศี ูยน์ช่วยเหลือเพ่อื ใหป้ ระชาชนรู้สกึ ได้วา่ ได้รับความเป็นธรรม
4. ผลทีค่ าดวา่ จะเกิดข้นึ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 เปน็ ศูนยร์ บั ปรกึ ษาปญั หาด้านกฏหมายท่สี รา้ งเครือข่ายรว่ มกันทกุ ภาคสว่ น
4.2 สร้างแกนนำในหมู่บ้านสร้างจิตอาสาและจัดอบรมทุกปี เพ่ือเป็นกำลังหนุนเสริมในการ
ชว่ ยเหลือประชาชนในดา้ นกฏหมาย
5. การขยายผลการดำเนินการ
มีการขยายผลเร่ืองศูนย์รับปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย อปท.เครือข่าย และเป็นองค์กรต่างๆด้านการ
กฎหมาย ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ท่ีผสนใจสามารถมาร่วมแลกเปลย่ี นเรียนรไู้ ด้
96
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สิง่ ที่ไดจ้ ากการเรยี นรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง ตระหนกั ถงึ การเปน็ จติ เปน็ แกนนำเพ่อื สรา้ งการช่วยเหลอื เกอื้ กูลกัน
1.2 ครอบครัว ส่งเสริมให้คนในครอบครัวเกิดความเข้าใจกันมากข้ึน บางกิจกรรมส่งเสริมให้คนใน
ครอบครัวทำกจิ กรรมรว่ มกนั โดยสามารถดา้ นกฏหมายทจี่ ะเกิดข้ึนในสังคม
1.3 ชุมชน ได้เรียนรู้การสร้างความร่วมมือในด้านกฎหมายและการปฏิบัติงานของศูนย์รับปรึกษา
ปัญหาด้านกฎหมาย
๒. วธิ ีการเรียนรู้
2.๑ เรียนรู้แนวคิดของจากผู้บริหารท้องถิ่น โดยได้สร้างการบูรณางานสู่ส่วนราชการในการ
ดำเนินงานของแต่ละภาคสว่ นเปน็ การกระจายอำนาจอยา่ งครอบคลุมและสู้ประชาชน
2.๒ เรียนรู้การปฏิบัติงานศูนย์รับปรึกษาปัญหาด้านกฏหมาย และกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์การบริหาร
ส่วนตำบลพรหมนิมิต พร้อมจัดอบรมให้กับแกนนำผู้นำภาคประชาชนกระบวนการให้ผู้เรียนรู้มีส่วนร่วมทุก
กระบวนการ
2.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถงึ ร่วมออกแบบกจิ กรรมในการสง่ เสริมความรดู้ า้ นกฏหมายทอี่ ยากให้เกิดขน้ึ ในชมุ ชน
๓. กิจกรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผ้มู าแลกเปล่ยี นเรียนรทู้ ำความรู้จกั กบั ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดตัง้ ศนู ย์รับคำปรกึ ษาฯ (15 นาที 30 คน)
3.3 เรยี นร้แู นวคดิ ของฐานเรยี นร“ู้ ศูนยร์ ับปรกึ ษาปญั หาดา้ นกฎหมาย”
ฐานที่ 1 บรรยายเร่อื งกำหนดวธิ กี ารดำเนินงานของศูนยแ์ ละแตง่ ต้ังใหม้ ีผูท้ ี่มีความรู้
ดา้ นกฎหมายเปน็ ผดู้ ำเนนิ งานของศนู ย์ (10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยายเรือ่ งกระบวนการดำเนินงานและการสรา้ งขน้ั ตอนในให้ความรู้
และนำความรสู้ ูป่ ระชาชน (10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 บรรยายเรอื่ ง สรปุ ผลการดำเนนิ งานท่ีประชาชนไดร้ บั ผลประโยชน์
ในการจดั ต้งั ศูนย์ (10นาที 10 คน)
3.4 ร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดข้ึน สรุปผลท่ีได้จากการเรียนรู้ การ
นำไปปรบั ใช้กบั พ้นื ทแี่ ละตำบล ข้อสงสัยในการเรียนรู้ (10 นาที 30 คน)
3.5 สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำบลพรหมนมิ ิต
ปลดั องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลพรหมนิมิต
4.1 นายสมเกยี รติ คงทิม
4.2 นายอานนท์ ดิษฐหรา่ ย ผู้ชว่ ยเจ้าหน้าท่ปี ้องกนั
4.3 นายบุญเชดิ พาทุมโสม
๕. สถานทฐ่ี านการเรียนรู้
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลพรหมนมิ ติ เลขท่ี 9 หมู่ท่ี 9 ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
97
กจิ กรรมแหลง่ เรยี นรู้ เรียนรู้ได้ 40 คน
ศนู ย์รับปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย (60 นาท)ี
คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ทำความรจู้ กั กับ
ทมี วิทยากร
(5 นาที 40 คน)
เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจดั ตง้ั ศนู ย์รบั ปรกึ ษาปัญหาดา้ นกฎหมาย
(15 นาที 40 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยาเรอื่ ง บรรยายเรื่อง บรรยายเรอื่ ง
กำหนดวิธีการดำเนินงานของศูนย์และ กระบวนการดำเนนิ งานและการ สรปุ ผลการดำเนนิ งานที่ประชาชน
แต่งต้ังให้มผี ทู้ ่มี คี วามรดู้ ้านกฏหมาย สร้างขัน้ ตอนในใหค้ วามรแู้ ละนำ ได้รับผลประโยชน์ในการจดั ต้งั ศูนย์
เป็นผดู้ ำเนนิ งานของศูนย์ ความรูส้ ่ปู ระชาชน (10 นาที 14 คน)
( 10 นาที 13 คน ) (10 นาที 13 คน)
รว่ มแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชนท์ เ่ี กดิ ขน้ึ
สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรียนรู้ การนำไปปรบั ใช้กับพื้นที่และตำบล
ขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 40 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาที 40 คน)
98
แหลง่ เรยี นร้ทู ่ี 4
กลุม่ ผ้ใู ชน้ ้ำบอ่ ดนิ ขาว
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทเี่ กีย่ วของกับแหลง่ เรยี นร/ู้ กล่มุ
1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
ในช่วงฤดูแล้งของทุก ๆ ปี พื้นที่ในบริเวณตำบลพรหมนิมิตจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค,บริโภค
และน้ำทำการเกษตร บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาวและหมู่ที่ 2 บ้านสะพานสามก็ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำทำ
การเกษตร (พืชไร่) เช่น เกี่ยวกับหมู่อื่น ๆ พอมาปี 2552 ประชาชนจึงรวมตัวกันเข้าไปขอความอนุเคราะห์จาก
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต. พรหมนิมิตเพ่ือช่วยเหลือช่วยเหลือน้ำมันในการสูบน้ำเข้าบ่อดินขาว ทางผู้บริหาร
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต รับทราบถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านและช่วยเหลือทางด้านน้ำมันมาสูบน้ำเข้า
บ่อดินขาวและทางท่านนายก องค์การบริหารส่วนตำบลนายสมเกียรติ คงทิม จึงเข้ามาประชุมประชาคมร่วมกับผู้ได้รับ
ความเดือดร้อนและหน่วยงานอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง ได้จัดทำแผนบรรจุแผนงานสร้างโรงสูบข้ึนบริเวณคลองเข้าบ่อดินขาว
เพ่ือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ปี 2554 เดือนกรกฎาคม โรงสูบน้ำได้ดำเนินการสร้างเสร็จ
และติดตั้งเคร่ืองสูบน้ำเป็นท่ีเรียบร้อย ทางนายก องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต จึงประชุมร่วมกับผู้ใช้น้ำเพ่ือ
จดั ต้งั กล่มุ ผู้ใช้นำ้ บ่อดนิ ขาว
๒. ผลผลิตท่เี กิดขน้ึ จากการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้
2.1 กลมุ่ เกษตรกรมนี ้ำใชท้ ำการเกษตรตลอดทง้ั ปี
2.2 กลมุ่ มกี ารช่วยเหลือเกื้อกลู กัน
2.3 สร้างการมีสว่ นรว่ มใหก้ บั กลุ่มเกษตรกร โดยการประชาสัมพันธ์ชักชวนเข้าเป็นสมาชิก ร่วมกัน
แก้ปัญหา
๓. วธิ ีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้/กลมุ่
3.1 จัดตง้ั กลุม่ และรบั สมัครสมาชิกท่ีทำพืชไร่
3.2 มีการประชุมร่วมกันเม่ือจำเป็น และช่วงที่จะเริ่มสูบน้ำเข้าบ่อดินขาว เพ่ือให้เกษตรกรสูบน้ำทำ
การเกษตรในฤดูแลง้
3.3 มกี ารระดุมทนุ เพื่อเก็บเป็นทุนสำรองไวใ้ นครัง้ ตอ่ ไปที่สูบน้ำ
4. ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขนึ้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มีโรงสูบนำ้ ไฟฟา้ พลังแสงอาทิตย์เพือ่ เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างทาวร
4.2 เกษตรกรมีน้ำทำการเกษตรตรอดท้ังปีเพ่อื เป็นการสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั เกษตรกร
๕. การขยายผลการดำเนนิ การ
จัดตงั้ กลมุ่ ผใู้ ช้น้ำบา้ นบ่อดินขาว และถา่ ยทอดความรู้ให้กับกลุม่ เกษตรกรท่บี ริหารจัดการน้ำในฤดแู ล้ง
99
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. ส่ิงทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง ตระหนกั ถึงความส้าคัญของการใช้น้าเพื่อประโยชนส์ งู สุด
1.2 ครอบครวั ลดรายจา่ ยในครัวเรือในเรือ่ งการซ้อื นำ้ เพอื่ อปุ โภคบริโภค
1.3 ชุมชน ชุมชนร่วมกันแก้ปัญหา มีกระบวนดำเนินการแก้ไขจากการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ทำให้เกิดการประสานการทำงานของ อบต. และท้องที่ ประชาชนเกิด
การรวมกลุ่มรวมตัว สร้างเครือข่าย ประสานงานกันในพ้ืนท่ี เพ่ือแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำและเร่ืองต่าง ๆ ได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
๒. วิธกี ารเรยี นรู้
2.๑ เรยี นรคู้ วามเปน็ มาและแนวคดิ ของ “กลุ่มผ้ใู ชน้ ้ำบ่อดินขาว”
2.2 เรียนรู้วธิ ีการดำเนนิ กิจกรรมของกล่มุ
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสยั และตอบปัญหา
๓. กิจกรรมการเรียนรู้
๓.๑ ผเู้ ข้าเรียนร้เู ข้าแหล่งเรียนรทู้ ำความรจู้ ักกบั ทีมวิทยากร (5นาที 30 คน)
3.2 เกริน่ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดตงั้ กลุ่มผใู้ ช้นำ้ บอ่ ดนิ ขาว (5 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายในเรื่องวธิ ีการระดมทุนเข้ากลมุ่ ในเร่ืองการสูบน้ำ และการบริหาร
เงินทุนในกลุม่ (10 นาที 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายในเร่อื งขนั้ ตอนในการจดั การในเร่อื งการสบู น้ำเขา้ บ่อเพ่อื กกั เก็บน้ำ
ไวใ้ หก้ ับเกษตรกรทเ่ี ปน็ สมาชกิ ( 10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 บรรยายในเรอื่ งระเบยี บข้อบงั คบั กฎกตกิ าของกลมุ่ ในการบริหารน้ำเข้าบ่อ
และใหส้ มาชกิ สบู ไปทำพืชไร่ (10 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลท่ีได้จากการเรียนรู้ การนำไป
ปรบั ใชก้ บั ตนเอง ครอบครวั ชุมชน ซักถามข้อสงสยั ในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 ผเู้ ขา้ เรยี นร้สู รปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร ประธานกล่มุ ผใู้ ชน้ ำ้ บา้ นบอ่ ดนิ ขาว
กรรมการกลุม่
4.1 นายสุพร บวั ไข
4.๒ นายสมควร แทง่ ทอง กรรมการกลมุ่
4.3 นายฉตั รชัย บวั สอน
๕. สถานท่ฐี านการเรยี นรู้
บ้านบอ่ ดินขาว หมทู่ ี่ 1 ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จังหวดั นครสวรรค์
100
กิจกรรมแหล่งเรียนรู้
กลมุ่ ผู้ใช้นำ้ บอ่ ดินขาว (60 นาท)ี
เรียนรู้ได้ 30 คน
ผู้เขา้ เรียนรู้เข้าแหล่งเรยี นรู้ทำความรจู้ กั กบั ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
เกริน่ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจดั ตั้ง กล่มุ ผู้ใชน้ ้ำบอ่ ดินขาว
(5 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายในเรอื่ ง บรรยายในเรื่อง บรรยายในเรื่อง
วธิ กี ารระดมทุนเข้ากลมุ่ ขัน้ ตอนในการจดั การในเรอ่ื งการสบู ระเบียบข้อบงั คับกฎกตกิ าของกลมุ่
ในเรื่องการสบู นำ้ นำ้ เข้าบอ่ เพ่ือกกั เก็บน้ำไว้ให้กับ ในการบรหิ ารนำ้ เขา้ บอ่ และให้
และการบรหิ ารเงนิ ทนุ ในกล่มุ เกษตรกรทีเ่ ปน็ สมาชิก สมาชกิ สูบไปทำพชื ไร่
(10 นาที 10 คน) ( 10 นาที 10 คน ) (10นาที 10 คน )
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสยั ประโยชนท์ ่เี กิดขน้ึ
สรุปผลท่ไี ดจ้ ากการเรยี นรู้ การนำไปปรบั ใชก้ บั ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน
ซกั ถามขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
ผู้เข้าเรียนรสู้ รุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
101
แหลง่ เรยี นร้ทู ี่ 5
ศูนยป์ ้องกนั ภยั ฝ่ายพลเรือน
ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลที่เก่ยี วของกับแหล่งเรียนร/ู้ กลมุ่
1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต หมู่ท่ี ๙ สภาพอากาศเกิดการเปล่ียนแปลงไปเป็นอย่างมากทำให้สภาพ
อากาศแปรปรวนเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมากมาย เช่นปรากฏการณ์เอลนิโญ่ และปรากฏการณ์ลานิลญ่า ซ่ึงส่งผล
กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพ้ืนที่เป็นอย่างมาก องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตจึงได้จัดต้ังศูนย์
ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนขึ้น โดยไม่มีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และมีเจ้าหน้าท่ีงานป้องกันฝ่ายพลเรือน เป็น
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ เพ่ืออยู่เฝ้าระวังเหตุและสามารถออกระงับเหตุได้ทันทีเม่ือเกิดภัยพิบัติ ศูนย์ป้องกันภัยฝ่ายพล
เรือน องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต มีจำนวนสมาชิก อปพร. จำนวน ๘๒ คน และมีเจ้าหน้าท่ีป้องกันภัยฝ่ายพล
เรือน 1 คน องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้จัดโครงการฝึกอบรมจัดตั้ง อปพร. มีผู้ผ่านการฝึกอบรมจำนวน
53 คน และมีเจ้าหน้าท่ีป้องกันฯ จำนวน 2 คน ศูนย์ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้
บูรนาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครตำรวจ ในตำบลในการออกตรวจพ้ืนท่ีเพ่ือดูแลรักษาความสวยงาม
เรียบร้อยและป้องกันปัญหายาเสพติดรวมถึงภัยทางท้องถนน และ องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตได้มีการจัด
ฝึกอบรมประชาชนด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย ซ่ึงมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 45 คน และสามารถเป็นกำลัง
สนับสนนุ เจ้าหนา้ ท่ีในการออกปฏิบัตหิ นา้ ทีไ่ ดเ้ ป็นอยา่ งดี
๒. ผลผลติ ทเี่ กิดข้ึนจากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรียนรู้
2.1 เกดิ การสรา้ งกระบวนการเรียนร้เู พื่อสรา้ งกระบวนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
2.2 สรา้ งจติ อาสาสมัครเพม่ิ ข้นึ สามารถชว่ ยเหลอื เจ้าหนา้ ท่ีได้เม่ือยามเกิดเหตุ
๓. วธิ กี ารดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้/กล่มุ
3.1 จัดตง้ั ศูนย์ป้องกนั ภยั ฝ่ายพลเรือนท่ี อบต.พรหมนมิ ิต
3.2 การฝึกอบรมอาสาสมัครให้กันประชาชน เยาวชนเพือ่ ชว่ ยเหลือเจ้าหน้าที่ในยามมีเหตุ
3.3 ออกตรวจพ้ืนที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและเพ่ือป้องกันปัญหายาเสพติด
3.4 ร่วมกันกำหนดข้อตกลงน้าใช้กฎกติกา ร่วมพัฒนาบริเวณรอบบึงลาดบัวขาวสร้างความเป็น
เจ้าของ
4. ผลทคี่ าดว่าจะเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 เปน็ ศนู ย์ท่ีสามารถป้องกันและระงบั เหตุไดท้ ันเหตกุ ารณ์
4.2 มีอาสาสมัครทช่ี ่วยเหลือเจา้ หนา้ ทไ่ี ด้
5. การขยายผลการดำเนินการ
ฝึกอบรมให้กบั ประชาชนและเยาวชน เพือ่ สร้างอาสาสมคั รจิตอาสา และสามารถชว่ ยเจา้ หนา้ ที่ไดเ้ มื่อเกดิ เหตุ
102
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สงิ่ ท่ีไดจ้ ากการเรยี นรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง ตระหนักถงึ ความสำคญั ของการเปน็ จติ อาสาเพอ่ื สรา้ งภาวะเป็นผ้นู ำ
1.2 ครอบครวั สร้างการมสี ่วนร่วมสรา้ งการเสยี สละ
1.3 ชมุ ชน เกิดบูรณาการร่วมกันกับประชาชนเพ=ือผลประโยชน์ในชุมชนในการระงับเหตุ
๒. วธิ กี ารเรียนรู้
2.๑ เรียนรูค้ วามเปน็ มาและแนวคดของ “ศนู ย์ป้องกนั ภยั ฟ่ายพลเรือน”
2.2 การดำเนนิ กจิ กรรมของกลมุ่
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ซกั ถามข้อสงสยั และตอบปญั หา
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที ครัง้ ละ 30 คน)
3.1 ผู้เข้าเรยี นรู้เข้าแหลง่ เรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกริ่นนำแนวคดิ ความเป็นมาของการจดั ตง้ั ศนู ย์ปอ้ งกนั ภยั ฝ่ายพลเรือน (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายในเร่อื งเร่ืองการบรหิ ารจัดการดา้ นงานปอ้ งกันภยั (10นาที 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายในเรอ่ื งการจัดการภัยพบิ ัติ (10 นาที 10 คน)
ฐานท่ี 3 บรรยายในเร่อื งการบริหารจัดการด้านอาสาสมัครป้องกนั ภยั ฝา่ ยพลเรือน
(10 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดข้ึนสรุปผลท่ีได้จากการเรียนรู้ การนำไป
ปรับใช้กบั ตนเอง ครอบครัว ชุมชนซักถามขอ้ สงสัยในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 ผ้เู ข้าเรียนรสู้ รปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร กำนันตำบลพรหมนมิ ิต
5.1 นายกฤษ ฟองนำ้ นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลพรหมนิมิต
หวั หนา้ ปอ้ งกันตำบลพรหมนมิ ติ
5.1 นายสมเกียรติ คงทิม
5.2 นายประธาน ศิริโพธิค์ า
๕. สถานที่ฐานการเรียนรู้
องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลพรหมนมิ ติ เลขที่ 9 หมู่ที่ 9 ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
กจิ กรรมแหลง่ เรียนรู้
103
ศูนย์ปอ้ งกนั ภัยฝา่ ยพลเรอื น (60 นาท)ี เรยี นรู้ได้ 30 คน
ผ้เู ขา้ เรยี นร้เู ขา้ แหลง่ เรยี นรทู้ ำความรจู้ กั กบั ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริ่นนำแนวคิด ความเป็นมาของการจัดตงั้ ศูนยป์ อ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื น
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายในเรื่อง บรรยายในเร่อื ง บรรยายในเรือ่ งการบริหาร
เรื่องการบรหิ ารจัดการด้าน การจัดการภัยพิบตั ิ
งานปอ้ งกนั ภยั (10 นาที 10 คน) จัดการด้านอาสาสมัคร
(10 นาที 10 คน) ปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรือน
(10 นาที 10 คน)
รว่ มแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ท่ีเกดิ ขึ้น
สรปุ ผลท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้การนำไปปรบั ใชก้ ับตนเองครอบครัวชุมชน
ซักถามขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้ (10 นาที 30 คน)
ผู้เขา้ เรียนรสู้ รุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
ระบบท่ี 2
ระบบสวัสดกิ ารชุมชน
ประกอบด้วย 3 แหลง่ เรียนรู้ ดงั นี้
๑. กลมุ่ ฌาปนกจิ
๒. กลุ่มชมรมผสู้ งู อายุ
๓. กลุ่มออมทรพั ย์
105
2. ระบบสวัสดิการชุมชน
๑. แนวคดิ หลกั
จากการที่รัฐไม่สามารถจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ ส่งผลให้ประชาชนขาด
ความ มนั่ คง ในการดำเนินชีวิต มีความแตกต่าง และเกิดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ขาดความเอื้ออาทร และ
เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ แก่ผู้ที่ด้อยกว่า ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคมอื่น ๆ ตามมา เช่น ปัญหาหนี้สินจากการลงทุน ปัญหา
การ โจรกรรม ปัญหาความแตกแยกของครอบครัว ปัญหาการถูกทอดทิ้ง เป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาวะของ
ประชาชนใน ตำบลโดยตรง ตำบลพรหมนิมิต ได้ตระหนักถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าการมุ่งหวังรอความ
ช่วยเหลือจากภาครัฐ เพียงอย่างเดียว ย่อมไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสวัสดิการของประชาชนอย่าง
ทั่วถึง และเพียงพอได้ ดังนั้น ชุมชนจึงต้องมีส่วนร่วมการจัดสวัสดิการของตนเอง เพื่อหนุนเสริมในส่วนที่ขาด และ
พัฒนาต่อยอด ในสิ่งที่มีให้ เข้มแข็งและยั่งยืน โดยระบบสวัสดิการชุมชน ต้องมุ่งตอบสนองความจำเป็นของ
ประชาชน เพื่อสร้างหลักประกันใน การดำเนินชีวิต เช่น การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุข สาธารณะ
ประโยชน์ เป็นต้น เปิดโอกาสให้ผู้ที่มี รายได้น้อย และผู้ที่มีฐานะ มีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการชุมชน และให้เกิด
การหมุนเวียนของทุน เพื่อสร้างมูลค่า และ พัฒนาต่อยอด ระบบสวัสดิการชุมชนตำบลพรหมนิมิต จึงเป็นระบบ
การจัดการเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันทุกระดับ โดยมีท้องถิ่น และส่วนราชการ หนุนเสริม ภายใต้แนวคิด
การบริหารจัดการตำบล ซึ่งจะทำให้ ระบบสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็งและยั่งยืน สนับสนุนต่อการสร้างสุข
ภาวะของประชาชนในตำบลต่อไป
106
กลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนในตำบลพรหมนิมิต มีจำนวนมากขึ้นทุกปี บางคนมีรายได้น้อย ฐานะยากจน
ไม่เพียงพอในการดำรงชีพในชีวิตประจำวันและการดูแลรักษาสุขภาพเมื่อเกิดการเจ็บป่วยและมีผู้เสียชีวิตเกิดข้ึน
ไม่มีเงินในการบำเพ็ญกุศลและการฌาปนกิจศพ ทำให้ครอบครัวมีปัญหาเดือดร้อน ต้องกู้หนี้ยืมสินทำให้มีการเป็น
หนี้สินต่อไป กำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่จึงได้ประชุมร่วมกันจัดตั้งกลุ่มฌาปนกิจหมู่บ้านขึ้น โดยให้ผู้สนใจสมัครเป็น
สมาชิกกลุ่มเก็บเงินสมาชิกสมทบเข้ากลุ่ม เมื่อมีผู้เสียชีวิตก็จะได้นำเงินนี้ไปช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในการ
บำเพ็ญกศุ ลและฌาปนกิจศพ ทำให้ลดภาระคา่ ใชจ้ ่ายและไมท่ ำให้ครอบครวั เดือดรอ้ น
2. เส้นทางการพัฒนาระบบสวัสดกิ ารชุมชน
ระยะการปรบั โครงสรา้ ง ระบบเพื่อการพัฒนา (พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2534)
จากการที่รัฐไม่สามารถจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ ส่งผลให้ประชาชนขาด
ความ มนั่ คง ในการดำเนินชีวิต มีความแตกต่าง และเกิดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ขาดความเอื้ออาทร และ
เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ แก่ผู้ที่ด้อยกว่า ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคมอื่น ๆ ตามมาเมื่อมีผู้เสียชีวิตก็จะได้นำเงินนี้ไป
ช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในการบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจศพ ทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายและไม่ทำให้
ครอบครัวเดือดร้อน ประชาชนต้องการออมเงินเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเพื่อแก้ไขปัญหาเงินใน
การประกอบอาชพี
ระยะการพฒั นาบรู ณาการเพ่ือขบั เคลอ่ื นเชิงระบบ (พ.ศ. 2532 - พ.ศ. 2554)
ประชาชนเกิดการร่วมกลุ่มกันเพื่อแก้ไขปัญหาความเลื่อมล้ำและเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันจึงทำให้
จัดตั้งกลุ่มฌาปนกิจหมู่บ้านขึ้น และรัฐบาลมีนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของชุมชนได้สนับสนุน
งบประมาณกองทุน กข.คจ. ให้กับหมู่บ้านบ่อดินขาวขึ้น และจึงได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้น เพื่อเป็นการแก้ไข
ปญั หาในเรื่องการออมและเรอ่ื งเงนิ ทนุ ในการประกอบอาชพี
ระยะการพัฒนาเขา้ สยู่ ุคจัดการตนเอง (พ.ศ. 2554 - ปจั จุบัน)
รัฐบาลมีนโยบาลส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ได้สนับสนุนงบประมาณเป็นเงินกองทุน กข.คจ และ
ประชาชนเกิดการร่วมกลุ่มกันจัดการตนเองได้อย่างครบถ้วน ระบบสวัสดิการชุมชน ประกอบด้วย 3 แหล่งเรียนรู้
ดังน้ี
(๑) กลุ่มฌาปนกิจ
(๒) กลุ่มชมรมผู้สงู อายุ
(๓) กลุ่มออมทรัพย์
107
3. ผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ จากการดำเนนิ งานของ ระบบสวสั ดิการชุมชน
3.1 ดา้ นการเมืองการปกครอง
จาการดำเนินงานของระบบสวัสดิการชุมชน ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ทันที และไม่ต้องรอรับการ
ช่วยเหลือจากภาครัฐพร้อมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่จะต้องควบคู่กับความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน ชุมชนมี
การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะมีการจัดสวัสดิการโดยชุมชนเอง ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข
ไดเ้ ข้ามามีสว่ นรว่ มในการดำเนนิ งานของชมุ ชนมากขน้ึ เชน่ การมสี ่วนรว่ มทางการเมือง
3.2 ด้านสังคม
จากข้อมูลความต้องการได้รับความช่วยเหลือ ดูแล ของประชาชนตำบลพรหมนิมิต โดยระบบข้อมูลตำบล
(TCNAP) พบว่า ซึ่งเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ ผู้สูงอายุ จำนวน 954 คนคิดเป็นร้อยละ
19.22 รองลงมาคือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 217 คน คิดเป็นร้อยละ 27.71 และพิการทางการเคลื่อนไหว
จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 4.34 สรุปผลได้ว่าประชาชนตำบลพรหมนิมิต ผู้สูงอายุต้องการได้รับความ
ช่วยเหลือ ดูแลมากที่สุดตำบลพรหมนิมิต มีการจัดสวัสดิการชุมชนได้แก่กลุ่มชมรมผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทั้งตำบล
ทั้ง 9 หมู่บ้านได้มีการจัดจัดกิจกรรมดำเนินงานของกลุ่มชมรมผู้สูงอายุตำบลพรหมนิมิต ให้กับผู้สูงอายุ เช่น จัด
กิจกรรมให้กบั ผู้สงู อายุทกุ เดือน การจา่ ยเบ้ยี ยงั ชีพแกผ่ ู้สงู อายุ
108
3.3 ด้านเศรษฐกิจ
จากข้อมูลพื้นฐานตำบล (TCNAP) ด้านเศรษฐกิจครัวเรือนของประชาชนตำบลพรหมนิมิต พบว่า ภาระ
หนี้สินของครัวเรือน ของประชาชนตำบลพรหมนิมิต มีหนี้สิน 742 ครัวเรือน โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3
อันดับแรก คือ จำนวนน้อยกว่า 40,000 บาท จำนวน 238 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 32.08 รองลงมา คือ
จำนวนมากกว่าจำนวน 40,000 บาท ถึง 80,000 บาท จำนวน 174 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 23.45 และ
มากกว่า 200,000 บาท จำนวน 138 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 18.6 สรุปผลได้ว่า ประชาชนตำบลพรหมนิมิต
มีภาระหนี้สินของครัวเรือนจำนวนน้อยกว่า 40,000 บาท มากที่สุด สาเหตุของหนี้สิน ของประชาชนตำบล
พรหมนิมิต โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อนั ดับแรก คือการทำการเกษตร คดิ เปน็ รอ้ ยละ 29.88 รองลงมา
คือ ค่าใช้จ่ายด้านอาหาร คิดเป็นร้อยละ 18.03 และการศึกษาบุตร คิดเป็นร้อยละ 12.59 สรุปผลได้ว่า
ประชาชนตำบลพรหมนิมิต มสี าเหตุของหนี้สินจากการทำการเกษตร มากที่สุด
แหล่งเงินกู้ยืมของครัวเรือน ของประชาชนตำบลพรหมนิมิต โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับ
แรก คือ กองทุนเงินล้าน คิดเป็นร้อยละ 47 รองลงมา คือ ธกส. คิดเป็นร้อยละ 23.29 และญาติ/พี่น้อง คิดเป็น
ร้อยละ 8.86 สรุปผลได้ว่าประชาชนตำบลพรหมนมิ ติ มแี หลง่ เงนิ กู้ยืมของครัวเรือนจาก กองทนุ เงนิ ลา้ น มากทสี่ ุด
การออมเงินของครัวเรือน ของประชาชนตำบลพรหมนิมิต โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับ
แรก คือ น้อยกว่า 40,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 77.98 รองลงมา คือ 40,001 บาท ถึง 80,000 บาท คิดเป็น
ร้อยละ 8.48 และ 80,001 บาท ถึง 120,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 5.22 สรุปผลได้ว่าประชาชนตำบลพรหม
นิมิต มีการออมเงินของครัวเรือนน้อยกว่า 40,000 บาท มากที่สุดแหล่งออม ของประชาชนตำบลพรหมนิมิต โดย
เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ คิดเป็นร้อยละ 47.46
รองลงมา คือ ธนาคารพานิชย์ คิดเป็นร้อยละ 16.48 และ ธกส. คิดเป็นร้อยละ 13.24 สรุปผลได้ว่า ประชาชน
ตำบลพรหมนิมติ มแี หลง่ ออมเงนิ กลุ่มออมทรพั ย์ กลมุ่ สจั จะสะสมทรพั ย์ มากที่สุด
3.4 ด้านการจัดการสภาวะแวดลอ้ ม
จากข้อมูลพื้นฐานตำบล (TCNAP) ด้านเศรษฐกิจครัวเรือนของประชาชนตำบลพรหมนิมิต พบว่า ตำบล
พรหมนิมิต เป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรมทำให้มีปัญหาด้านในด้านการขาดแคลนน้ำสะอาดไว้อุปโภค-บริโภค รวมทั้ง
ปัญหาขยะมูลฝอยจากครัวเรือน ที่มีแนวโน้มก่อปัญหามากขึ้น เนื่องจากยังไม่มีระบบการกาจัดขยะมูลฝอยที่
ถูกต้องและเหมาะสมทั้งน้ี ปัญหาดังกล่าวข้างต้นมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งชุมชนได้
แก้ปัญหาโดยการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อสาธารณะประโยชน์ในหมู่บ้าน และ อบต. ยังช่วยเหลือโดยขยายเขต
ประปาหมบู่ า้ นเพิ่มข้นึ เพ่ือให้ประชาชนไดม้ ีน้ำสะอาดไว้อปุ โภค-บรโิ ภค อยา่ งทว่ั ถึง
3.5 ด้านสขุ ภาพ
จากการสำรวจข้อมูลพื้นฐาน (TCNAP) ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยของประชาชนตำบลพรหมนิมิต
พบว่าปัญหาการเจ็บป่วยเจ็บป่วยเรื้อรังหรือพิการ อันดับแรก คือ ความดันโลหิตสูง จำนวน 481 คน คิดเป็นร้อย
ละ 29.38 รองลงมา คือ โรคเบาหวานจำนวน 245 คน คิดเป็นร้อยละ 14.97 และปวดข้อ/ข้อเสื่อม จำนวน
204 คน คิดเป็นร้อยละ 12.56 ปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อย 5 อันดับในพื้นที่ อันดับแรก คือ ไข้ ไอ เจ็บคอ
จำนวน 1,231คน คิดเป็นร้อยละ 44.09 รองลงมา คือ โรคปวดเหมื่อยกามเนื้อ จำนวน 492 คน คิดเป็นร้อยละ
17.62 กระเพาะอาหาร จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 3.51 อุจจารุรวง จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 1.11
และขาดสารอาหาร จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 1.11 ซึ่ง อสม.ตำบลพรหมนิมิต ได้ให้การดูแลและให้ความรู้กับ
ประชาชนตำบลพรหมนิมติ
109
4. ทิศทางการพัฒนาของระบบ
ระบบสวัสดิการชุมชน ตำบลพรหมนิมิต เร่งสร้างหลักประกันในการดำเนินชีวิต เปิดโอกาสให้ประชาชน
ทุกคนทุกระดับเข้าถึงสวัสดิการ และมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการให้ครอบคลุม หลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านการ
ประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุข และสาธารณะประโยชน์ โดย องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นกลไก
พัฒนา สนับสนนุ และเช่อื มโยงการทางาน
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ระบบ “สวสั ดิการชุมชน”
1. เรียนรู้ถึงสถานการณ์ ปัญหา กระบวนการ กิจกรรม การสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการ
ภารกิจ และหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นกล
ยุทธ์ เพ่อื ระบบสวัสดกิ ารชุมชนที่เข้มแข็งและยงั่ ยืน
2. เรยี นรูก้ ระบวนการบรู ณาการสกู่ ารปฏิบตั ิจรงิ จากส่วนราชการทุกภาคส่วน ผ่านกลยุทธ์การบริหาร
จดั การของชมุ ชนท้องถ่นิ เชื่อมประสานกลไกความร่วมมือ 4 ภาคีหลัก (ท้องท่ี ทอ้ งถิ่น หนว่ ยงาน ประชาชน)
จากแนวคิดเส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน และกิจกรรมของระบบการ
เรียนรู้ก่อให้เกิดการพัฒนาฐานเรียนรู้เพื่อ “ระบบสวัสดิการชุมชน” ผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 3 แหล่ง
เรยี นรู้ คือ
1. กลุ่มฌาปนกิจ
2. กลุ่มชมรมผูส้ ูงอายุ
3. กลุ่มออมทรัพย์
โดยแต่ละแหล่งเรียนรู้ จะนำเสนอข้อมลู ใน 2 สว่ นหลัก คือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2)
กระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3)
กิจกรรมการเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานที่ฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้
110
แหลง่ เรยี นรทู้ ี่ 1
กลุ่มฌาปนกิจ
ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั แหล่งเรียนร้/ู กลมุ่
1. แนวคดิ แหล่งเรียนรู้
ประชาชนมีปัญหาเรื่องเงินทำศพของผู้เสียชีวิต ถ้าบ้านไหนมีเงินเข้าชมรมอะไรก็ดี แต่ถ้าไม่มีอะไรเลยก็
ลำบาก แกนนำในหมู่บ้านได้ประชุมกันและก็จัดตั้งฌาปนกิจหมู่บ้านขึ้น โดยเก็บค่าสมัครแรกเข้าครัวเรือนละ 70
บาท ถ้ามีผู้เสียชีวิตก็จะคูณด้วยครัวเรือนที่เป็นสมาชิก เป็นการช่วยเหลือกับประชาชนที่ไม่มีรายได้ เบื้องต้นก็ถือ
ปฏิบัติกันมาตลอดจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ปี 2534 เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ที่เสียชีวิต ก็จะถือปฏิบัติเหมือนกันทุก
หมู่บ้าน โดยส่วนมากก็จะเข้าเป็นสมาชิกกันทุกครัวเรือน บางบ้านถือว่าเป็นการทำบุญให้แก่ผู้เสียชีวิตร่วมกัน ทำ
ให้ประชาชนท่ีเดอื ดร้อนลดปญั หา
๒. ผลผลติ ท่ีเกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 เกดิ สวสั ดกิ ารชมุ ชนเกิดการเสียชีวิต
๒.2 ประชาชนในหมบู่ า้ นมีคุณภาพชวิต
๓. วธิ กี ารดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้/กลมุ่
3.1 มีการจัดตั้งกลุ่มฌาปนกิจบ้านบอ่ ดนิ ขาว
3.2 มกี ารประชมุ คณะกรรมการปีละ 1 ครงั้
3.3 มกี ารชว่ ยเหลอื เกือ้ กูลกนั เพ่อื สร้างสวัสดกิ ารให้ชมุ ชน
3.4 เมื่อเกิดปัญหาในกลุ่มและนำปัญหาไปร่วมกันมาหาแนวทางแก้ไข ร่วมสร้างองค์ความรู้ ใน
ท่ีประชุม กบั เครอื ขา่ ยมาแก้ไขตามบรบิ ทพ้นื ที่
4. ผลที่คาดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 เกิดสวสั ดิการท่ชี ่วยเหลือประชาชนในหมูบ่ ้านทำให้มหี ลกั ประกันความมั่นคงในชวี ต
4.2 สมาชกิ มีหลักประกนั ชวี ติ รองรบั คนในชมุ ชน เห็นความสำคญของกลุ่มฌาปนกิจ
5. การขยายผลการดำเนินการ
เป็นตน้ แบบใหก้ ารจัดตั้งกล่มุ ฌาปนกจิ รใหเ้ ปน็ แนวทางแกป่ ระชาชนในหมูบ่ ้าน
111
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรียนรู้
1. สง่ิ ที่ไดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง หลกั ประกนั ความมน่ั คง โดยมุ่งเน้นการจัดการตนเอง
1.2 ครอบครัว มีการจดั สวัสดิการในด้านการเสยี ชีวิต
1.3 ชมุ ชน เกิดการบริหารจดั การทดี่ ีตามหลกั การช่วยเหลือเกอื้ กูลกัน
๒. วธิ กี ารเรียนรู้
2.๑ เรียนรแู้ นวคิดของฐานเรยี นรู้ “กลุ่มฌาปนกิจ บา้ นบอ่ ดนิ ขาว”
2.๒ เรียนรู้ผลลัพธ์ของการดำเนินงานของกลุ่มฌาปนกิจ และกิจกรรมต่างๆ พร้อมให้ผู้เรียนรู้มี
ส่วนร่วมทกุ กระบวนการ
2.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และ
ชมุ ชน รวมถึงร่วมออกแบบกจิ กรรมแนวทางการดำเนนิ งานของกลมุ่ ฌาปนกิจให้เกิดขน้ึ ในชุมชน
๓. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที) เรียนรู้ได้ 30 คน
3.1 เกรนิ่ นำแนวคิด ความเป็นมาของการบรหิ ารกลุ่มฌาปนกจิ (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเร่ืองแนวคิดการจดั ตั้งกลุ่มฌาปนกิจ (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 2 บรรยายเรือ่ งการบริหารงานกลุ่มใหป้ ระชาชนเกดิ ความช่วยเหลือเกื้อกลู กัน
(10นาที) ฐานละ 10 คน
ฐานท่ี 3 บรรยายเรื่อง สรุปผลท่เี กดิ จากการจัดตง้ั กลุ่ม (10นาที) ฐานละ 10 คน
3.2 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ การ
นำไปปรบั ใชก้ บั พืน้ ท่แี ละตำบล ขอ้ สงสัยในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.3 ผเู้ ขา้ เรียนร้สู รุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วทิ ยากร
4.1 นายนิยม บวั ผนั ประธารกลมุ่ ฌาปนกจิ
4.2 นายขุนไกร กาบทอง กรรมการ
4.3 นายเกษม บญุ มี กรรมการ
๕. สถานทฐ่ี านการเรยี นรู้
บ้านบอ่ ดนิ ขาว หมทู่ ี่ 1 ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จังหวดั นครสวรรค์
112
กิจกรรมแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรู้ได้ 30 คน
กลมุ่ ฌาปนกจิ (60 นาท)ี
คณะผู้มาแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ทำความรจู้ กั กับ
ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกรน่ิ นำแนวคิด ความเปน็ มาของการบรหิ ารกลมุ่ ฌาปนกิจ
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอื่ ง บรรยายเร่อื ง บรรยายเรอ่ื ง
แนวคิดการจดั ตง้ั กลุ่ม วิธีการบรหิ ารงานกลุ่ม สรปุ ผลที่เกิดจากการจัดต้งั กลมุ่
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ เ่ี กดิ ขึน้
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใช้กบั พน้ื ทแี่ ละตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
113
แหล่งเรียนรู้ 2
กลมุ่ ชมรมผู้สูงอายุ
ส่วนท่ี 1 ขอ้ มลู ทเ่ี ก่ียวข้องกับแหลง่ เรยี นรู้/กล่มุ
1. แนวคิดแหล่งเรยี นรู้
โดยท่านนายกสมเกียรติ คงทิม ได้ออกเยี่ยมผู้สูงอายุตามหมู่บ้าน และมีแนวคิดริเริ่มจัดตั้ง กลุ่มชมรม
ผู้สูงอายุ ขึ้นจึงประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ พนักงาน องค์การบริหารส่วนตำบล ทุกส่วน และได้สั่งให้พัฒนาชุมชน รับ
หน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานจัดตั้งกลุ่มชมรมผู้สูงอายุขึ้น ให้กลุ่มผู้สูงอายุค้นหาแกนนำกลุ่ม ขึ้นมาเป็นประธานกลุ่ม และ
คณะทำงานหมู่ละ ๕ ท่าน ให้คณะกรรมการทุกหมู่มาเลือกประธานตำบล ทุกหมู่มีความเห็นเลือกให้ นายประดิษฐ์
ความคะนึง เป็นประธานกลุ่มชมรมผู้สูงอายุตำบลพรหมนิมิต และทุกเดือนในวันรับเบี้ยผู้สูงอายุก็จะมาร่วมกันจัด
กิจกรรมกันทุกเดือน เช่น ทำกับข้าวแล้วก็ทานร่วมกัน ผู้สูงอายุท่านใดทำเก่งมีฝีมือในการทำกับข้าว ทำขนม ก็มาทำ
ร่วมกัน บางเดือนก็มีกิจกรรม ออกกำลังกาย รำไม้พลอง เป็นประจำทุกเดือน กลุ่มผู้สูงอายุได้ประชุมร่วมกันกับทาง
ท่านนายก นายสมเกียรติ คงทิม นายประดิษฐ์ ความคะนึง ปรึกษากันจัดงานวันผู้สูงอายุขึ้นในวันที่ ๑๘ เมษายน
๒๕๕๔ จัดงานสืบสานประเพณีไทยโดยจัดงานร่วมกันทุกหมู่ ณ ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต วันงานได้มี
กิจกรรมหลายอย่าง เช่น สืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องจักสาน ผู้สูงอายุท่านใดที่ทำเรื่องจักสานเป็นก็ให้มาจัดทำ
และสอนให้กับผู้สูงอายุท่านอื่นที่สนใจ มีการรำวงกลองยาว เป็นกลองยาวของผู้สูงอายุ หมู่ที่ ๔ บ้านคลองแปด สืบ
ทอดต่อกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ มีการสอนทำไม้กวาดทางมะพร้าว มีผู้สูงอายุหมู่ ๔ และหมู่ ๗ ทำเป็นอาชีพก็มา
สอนให้กับผู้สูงอายุที่สนใจ ท่านนายกเห็นผู้สูงอายุสนใจ จึงประชุมร่วมกับประธานผู้สูงอายุเพื่อผู้สูงอายุที่ว่างงานมี
งานทำไมเ่ งยี บเหงา ไมเ่ ปน็ โรคซมึ เศรา้
ประธานผู้สูงอายุทุกหมู่เห็นด้วย จึงก่อให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มขึ้นหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มจักสานผู้สูงอายุ กลุ่มทำ
ไม้กวาดทางมะพร้าวผู้สูงอายุ กลุ่มกลองยาวบ้านคลองแปด จากนั้นเรื่อยมา กลุ่มผู้สูงอายุก็จะประชุมร่วมกันและจัด
กิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกเดือน กลุ่มได้มีการประชุมร่วมกันทุกเดือนโดยทีมงานของประชาชนแต่ละหมู่และประธาน
ตำบลพัฒนาชุมชนคอยประสานงานให้ ทางศูนย์พัฒนาครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์แจ้งให้งบประมาณเพื่อจัด
กิจกรรมให้กับผู้สูงอายุ ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลจัดทำกิจกรรมโดยใช้ชื่อโครงการศูนย์การพัฒนาคุณภาพชีวิต
ทำกิจกรรม เช่น ฝึกอบรมรำไม้พอง แข่งกีฬาผู้สูงอายุโดยให้หมู่บ้านมาจัดร่วมกัน งบประมาณเหลือทุกหมู่ประชุม
รว่ มกนั ให้นำไปช่วยเหลือผสู้ ูงอายทุ เ่ี สียชีวิต ซ้อื ดอกไม้จนั ทน์กับกลุ่มทำดอกไม้จันทน์ผ้สู ูงอายุ
๒. ผลผลิตทเ่ี กิดขนึ้ จากการดาเนนิ งานของแหล่งเรยี นรู้
2.1 มีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุของตำบลพรหมนิมิต จำนวน ๑ ชมรม โดยจัดให้มีกิจกรรมเดือน
ละ ๑ คร้งั ได้แก่การออกกำลงั กาย การลำไม้พอง การทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์
2.2 มีโครงการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวโดยกลุ่มชมรมผู้สูงอายุและ อสม. ทุกหมู่บ้าน โดยการ
สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลกั ประกันสุขภาพตำบลพรหมนมิ ติ
๓. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหลง่ เรียนรู้/กลุ่ม
3.1 ใหผ้ ้นู ำท้องท่ีและท้องถ่นิ รวมกลุ่มผู้สูงอายแุ ละสมัครเขา้ ชมรมผ้สู งู อายุตำบลพรหมนมิ ิต
3.2 จัดตั้งแกนนำคณะกรรมการของผู้สูงอายุแต่ละหมู่บ้าน เพื่อเข้ามาเป็นคณะกรรมการของ
ชมรมตำบลแลว้ เลือกคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุตำบลพรหมนมิ ิต
3.3 มีการประชุมและจดั กิจกรรมในระดบั ตำบลเดอื นละ ๑ ครัง้ จัดกจิ กรรมวนั ผูส้ งู อายุ ทกุ ปี
114
3.4 จัดตั้งกองทุนดูแลผู้สูงอาย/ุ ผู้พิการตำบลพรหมนิมิต เพื่อเป็นกองทุนในการดูแลปรับสภาพ
สิ่งแวดล้อมในบ้านผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน/ติดเตียง และซ่อมแซมกายอุปกรณ์ ของศูนย์ฟื้นฟูฯ ที่จะให้กลุ่มผู้สูงอายุ
ยืม เช่น ซ่อมแซมรถเข็น แจกไมเ้ ท้า ทน่ี อนใหก้ บั กลมุ่ ติดเตียง
4. ผลทีค่ าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 มศี ูนยผ์ ู้สงอายุในตำบลพรหมนิมิต
4.2 ทุกหมูบ่ ้านสามารถจัดการดแลผู้สงอายไุ ด้ดว้ ยบรบิ ทของพื้นท่เี อง
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
5.1 สามารถเปน็ แหล่ งเรยี นรู้ทดี่ ีให้กับเครอื ขา่ ยผสู้ งู อายุภายนอกพ้ืนที่
5.2 จัดทำโครงการศกึ ษาดงู านของชมรมผสู้ งู อายุ ปลี ะ 1 ครงั้
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สงิ่ ทไ่ี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มีความรูแ้ ละทักษะในการดูแลผ้สู งู อายุ
1.2 ครอบครัว มีกจิ กรรมทารว่ มกบั ผู้สูงอายใุ นครอบครวั เกิดความสมั พนั ธท์ ดี่ ใี นครอบครวั
1.3 ชุมชน เกิดการมีส่วนร่วม การรวมกลุ่มกันของผู้สูงอายุ ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
และสรา้ งความสมั พันธ์ ระหว่างผสู้ ูงอายุในชมุ ชน
๒. วธิ กี ารเรยี นรู้
2.๑ เรียนรคู้ วามเปน็ มาและแนวคดของ “ชมรมผู้สงอายตุ ำบลพรหมนมิ ติ ” จากวิทยากรแหล่ง
2.๒ เรยี นรู้เก่ยี วกับการดำเนินงานและกจิ กรรมของ ชมรมผ้สู งู อายุตำบลพรหมนมิ ิต
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และซักถามขอ้ สงสยั
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที) เรยี นรไู้ ด้ 30 คน
3.1 คณะผูม้ าแลกเปลยี่ นเรียนรทู้ ำความรู้จกั กบั ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกร่นิ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจัดต้งั กลุ่มชมรมผ้สู ูงอาย”ุ (5 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเรือ่ งแนวคิดความเป็นมาของกลมุ่ ชมรมผูส้ ูงอายุ ถา่ ยทอด
กระบวนการสร้างและส่งเสริมความเข็มแข็งของกลุ่มผู้สูงอายุและแนวคิดการ
จดั กจิ กรรมของกลุ่ม (25 นาที) ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 2 บรรยายเรื่อง สรุปผลที่เกิดขึ้นจากการบริหารกลุ่มชมรมผู้สูงอายุ (10 นาที)
ฐานละ 10 คน
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ การ
นำไปปรับใชก้ บั พนื้ ทแ่ี ละตำบล ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วทิ ยากร ประธานชมรมผู้สงู อายตุ ำบลพรหมนิมติ
4.1 นายประดิษฐ์ ความคนงึ กรรมการ
กรรมการ
4.2 นายโชติ เหมือนนลิ
4.3 นายบวรนนั ท์ เนตรน้อย
๕. สถานทฐี่ านการเรยี นรู้
ศูนยผ์ ูส้ ูงอายตุ ำบลพรหมนมิ ิต หม่ทู ี่ 9 ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
กจิ กรรมแหล่งเรียนรู้ 115
กลุ่มชมรมผู้สูงอายุ (60 นาที) เรยี นรไู้ ด้ 30 คน
คณะผ้มู าแลกเปล่ยี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับ
ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกร่นิ นำแนวคดิ “ความเป็นมาของการจดั ตั้งกลมุ่ ชมรมผ้สู ูงอาย”ุ
(5 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2
บรรยาย เรือ่ ง บรรยาย เร่อื ง
แนวคิดความเปน็ มาของกลมุ่ ชมรมผสู้ งู อายุ สรปุ ผลทเี่ กิดข้ึนจากการบริหาร
ถา่ ยทอดกระบวนการสรา้ งและส่งเสริม กลุม่ ชมรมผสู้ ูงอายุ
ความเขม้ แข็งของกลุ่มผู้สูงอายแุ ละแนวคดิ (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
การจดั กจิ กรรมของกลุ่ม
(25 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เี่ กดิ ข้ึน
- สรปุ ผลทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับพ้นื ท่แี ละตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
116
แหล่งเรยี นรู้ท่ี 3
กลุ่มออมทรัพย์
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ที่เก่ยี วข้องกบั แหล่งเรียนรู/้ กล่มุ
1. แนวคดิ แหล่งเรียนรู้
รัฐบาลให้เงินล้านกับทุกหมู่บ้านและให้ประชาชนได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์กันทุกหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชน
มีเงินออม โดยเป็นการจัดการด้วยประชาชนในหมู่บ้านจัดการตัวเอง โดยกำหนดข้อระเบียบให้ฝากออมทรัพย์
หมู่บ้านอย่างน้อยเดือนละ 30 บาทเพื่อให้ประชาชนมีเงินออมมากขึ้น มีเงินไว้ใช้ในยามเดือดร้อน พอมีเงินออม
มากขึ้นก็ให้สมาชิกกู้ยืม มีทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน และมีมีนโยบายจากรัฐบาลจัดตั้งกลุ่มกองทุนหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน
และมีเงินให้หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท การปันผลให้กับสมาชิก และยังนำผลกำไรมาเป็นทุนสาธารณะประโยชน์ เช่น
การจดั งานประเพณ,ี จัดงานผสู้ งู อายุ เป็นต้น
๒. ผลผลติ ที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 เกิดการรวมกลุม่ กนั เชน่ การรวมกลุม่ ออมทรัพยใ์ นชุมชน
2.2 คนในพื้นท่ที ี่มีการชว่ ยเหลอื เกือ้ กูลกนั
2.3 สรา้ งนสิ ยั การรักการออมใหค้ นในชุมชน
2.4 มีทนุ สาธารณะประโยชนใ์ นหมู่บ้าน
๓. วธิ กี ารดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้/กลุ่ม
3.1 เป็นองคก์ รการเงนิ ท่มี ีการออมเงิน ปลอ่ ยเงนิ กู้ และฝากถอนเงิน
3.2 มีการประชมุ สมาชิกเพ่ือชแี้ จงการดำเนนิ งานทุกเดอื น
3.3 มกี ารสนบั สนุนใหเ้ ขา้ อบรมการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับการทำบญั ชฝี ากถอนเงนิ
3.4 ผลกำไรทเี่ กิดจากดอกเบี้ย นำมาเป็นทนุ สาธารณะประโยชนใ์ นหมบู่ ้าน
4. ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขนึ้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มกี ารเชือ่ มประสานของสถาบนั การเงินและกลุ่มออมทรพั ย์ทุกหมบู่ า้ น
4.2 มีการจดั สวัสดิการทคี่ รอบคลุม
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
สรา้ งเป็นสถาบนั การการออมทรพั ย์ เพ่ือทนุ ประกอบอาชีพและทุนสาธารณะประโยชนร์ ะดบั ตำบล
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สงิ่ ที่ได้จากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง นำความรู้จากกลุ่มออมทรพั ยเ์ พ่ือสาธารณะประโยชน์ไปประยกุ ต์ใชใ้ นพน้ื ท่ี
1.2 ครอบครัว เข้าถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนในแต่ละพื้นท่ี นำไปเป็นแนวทางในการประกอบ
อาชีพภายในครวั เรอื น
1.3 ชุมชน นำไปบริหารจัดการที่ดีของกลุ่มองค์กร แหล่งเรียนรู้ มีการจัดการทรัพยากรคน การ
สร้างความรว่ มมอื เกิดการบูรณาการการทำงาน เกิดแหลง่ เงนิ ทุนในการประกอบอาชพี ของคนในชุมชน
117
๒. วิธกี ารเรียนรู้
2.๑ เรยี นรแู้ นวคิดของฐานเรียนรู้ “กลมุ่ ออมทรพั ย์เพือ่ ทปุ ระกอบอาชีพ และสาธารณะ
ประโยชนบ์ า้ นบอ่ ดินขาว”
2.๒ เรียนรู้ผลลัพธ์ของการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ และกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมให้ผู้เรียนรู้
มสี ว่ นรว่ มทกุ กระบวนการ
2.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และ
ชุมชน รวมถึงร่วมออกแบบกิจกรรมแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพยท์ อ่ี ยากใหเ้ กิดขน้ึ ในชมุ ชน
๓. กิจกรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผมู้ าแลกเปล่ยี นเรียนรทู้ ำความรู้จกั กบั ทมี วทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกริ่นนำแนวคิด ความเป็นมาและการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสาธารณะประโยชน (10
นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเรอ่ื งการรับสมคั รสมาชกิ และการคัดเลือกคณะกรรมการ
การระดมเงินฝาก (10 นาที) ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 2 บรรยายเร่อื งการจดั ตง้ั ระเบยี บขอ้ บงั คบั กลมุ่ และการนำใชร้ ะเบียบกล่มุ
และเป็นหมบู่ ้านจดั การตนเองไดอ้ ย่างไร (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 3 บรรยายเรอื่ งกลุ่มออมทรัพย์เพอื่ สาธารณะประโยชนน์ ำเงินสว่ นไหน
เปน็ ทนุ สาธารณะประโยชน์ในหมูบ่ ้าน (10 นาที) ฐานละ 10 คน
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ที่เกิดขึ้น สรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ การ
นำไปปรับใชก้ ับพ้นื ท่แี ละตำบลขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 ผ้เู ขา้ เรียนรสู้ รุปกระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวิทยากร (5 นาที 30คน)
๔. วิทยากร ผใู้ หญ่บ้านบอ่ ดนิ ขาว และประธานกล่มุ
เลขานกุ ารกล่มุ
4.1 นายสมคดิ พทั ธสมี
4.2 นางสนุ นั ท์ ทองนาค เหรญั ญกิ กลมุ่
4.3 นายศรายุทธ ทองดว้ ง
๕. สถานที่ฐานการเรียนรู้
ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาว ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จังหวดั นครสวรรค์
118
กจิ กรรมแหล่งเรียนรู้ เรียนรูไ้ ด้ 30 คน
กล่มุ ออมทรัพย์ (60 นาที)
คณะผมู้ าแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ทำความรจู้ กั กับทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเปน็ มาและการจดั ต้ัง
กลมุ่ ออมทรัพย์เพ่ือทนุ ประกอบอาชีพและทนุ สาธารณะประโยชน์
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเร่ือง บรรยายเร่ือง บรรยายเร่อื ง
เร่ืองการรบั สมคั รสมาชกิ และการ การจดั ตั้งระเบียบข้อบงั คับกลุ่ม กล่มุ ออมทรัพย์เพ่ือทุนประกอบ
คัดเลอื กคณะกรรมการ และการนำใชร้ ะเบียบกลุ่ม เป็น อาชพี และทนุ สาธารณะ
การระดมเงนิ ฝาก หมบู่ า้ นจดั การตนเองไดอ้ ย่างไร ประโยชน์นำเงนิ สว่ นไหนเปน็ ทนุ
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน สาธารณะประโยชน์ในหมู่บา้ น
(10 นาที) ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชน์ทเ่ี กดิ ขนึ้
- สรปุ ผลทีไ่ ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใช้กบั พ้นื ทแี่ ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วิทยากร)
(5 นาที 30 คน)
ระบบท่ี 3
ระบบเกษตรปลอดภัย
ประกอบด้วย 4 แหล่งเรียนรู้
๑. กลุ่มนำ้ หมักชวี ภาพ
๒. กล่มุ ป๋ยุ อินทรยี ์อดั เมด็
๓. ศูนย์พันธ์ุขา้ วชุมชน
๔. กล่มุ มะนาวในวงบ่อซเี มนต์
120
3. ระบบเกษตรปลอดภัย
๑. แนวคดิ หลัก
เกษตรกรในตำบลพรหมนิมิตมีสุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง เนื่องจากใช้สารเคมีในการผลิตเป็นจำนวน
มากและมีต้นทุนในการใช้ปุ๋ยและสารเคมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่มีผลในการผลิต บางรายยังเป็นหนี้สินเพิ่มมากข้ึน
ระบบเกษตรปลอดภัยของตำบลพรหมนิมิต ได้ขับเคลื่อนภายใต้ศักยภาพของชุมชน สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึง
ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยการนำของปราชญ์ชาวบ้าน แกนนำและการนำใช้องค์ความรู้ที่มี ในการที่จะ
ริเริ่มแก้ไขปัญหาของตนเอง เรียนรู้สิ่งที่ต้องการทำเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ โดยอาศัยประสบการณ์และโอกาสท่ี
ได้รับจากหนว่ ยงานหรือองคก์ รต่างๆ ทเี่ ขา้ มาหนนุ เสริมในการเข้ารบั การฝกึ อบรมเพอื่ เพ่ิมทกั ษะ จนสามารถปฏิบตั กิ าร
ได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อได้ดำเนินการในระยะหนึ่งก็จะมีการพัฒนาและเริ่มถ่ายทอดให้แก่คนในชุมชน กระบวนการ
ทั้งหมดจึงนำไปสู่การสร้างแหล่งเรียนรู้ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและชุมชนทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและ
สามารถลดต้นทุนในการผลิต ทำให้เพิ่มรายได้และช่วยลดรายจ่ายของครอบครัว นำไปสู่การพึ่งพาตนเองในระดับ
ครัวเรอื นได้ตอ่ ไป
121
2. เส้นทางการพฒั นาระบบเกษตรปลอดภยั
ระยะการปรบั โครงสรา้ งเพอ่ื การพฒั นา (พ.ศ. 2544)
ปี พ.ศ. 2544 นางยอด นพรัตน์ เป็นแกนนำในการประสานงานกับผู้นำหมู่บ้าน และได้จัดประชุมเขียน
โครงการจัดตั้งกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชม เพื่อขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอตาคลี มีเงินทุนสำรองในการซ้ือ
พันธุ์ข้าวปลูกในราคาถกู ทำให้เกษตรกรมเี งินเหลอื ใชจ้ า่ ยในครอบครวั และไมม่ ีปัญหาในการหาซอ้ื พนั ธุข์ ้าวปลูก
ระยะการพัฒนาองคก์ ร บูรณาการเพอ่ื ขับเคลอื่ นเชงิ ระบบ (พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2550)
ปี พ.ศ. 2548 เกษตรกรจัดตั้งกลุ่ม 20 คน จัดตั้งกลุ่มปุ๋ยอินทรีอัดเม็ด โดยหันมาทำการเพาะปลูกพชื ผล
โดยทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง และได้พัฒนามาเป็นการนำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเพื่อสะดวกในการใช้ ปัจจุบันสำนักงานพัฒนา
ชุมชนอำเภอตาคลี ได้เล็งเห็นความสำคัญในการประกอบอาชีพของเกษตรกรซึ่งได้ทำโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข
แบบ ABC สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดให้มากขึ้น และให้การสนับสนุนเงินทุนในการผลิต
ปุ๋ยอินทรียอ์ นั เม็ด ซ่ึงมผี ู้เข้าร่วมโครงการ 40 กวา่ คน และต่อยอดให้เกษตรกรมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับประโยชนใ์ น
การใช้ปุ๋ยอินทรีย์โดยให้การสนับสนุนทุนสำหรับต่อยอดพัฒนาโครงการฯ เพื่อให้เกษตรกรหันมาทำปุ๋ยใช้เองได้ใช้ปุ๋ย
อินทรยี ์อันเม็ดแทนการใชส้ ารเคมี
ปี พ.ศ. 2550 นายโชติ เหมือนนิล ได้รับการอบรมมาจากพัฒนาที่ดิน และเป็นหมอดินอาสา ได้รวมตัวกัน
จัดตั้งกลุ่มน้ำหมักชีวภาพ หมู่ที่ 8 เพื่อเป็นการไม่พึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารเคมี โดยทำน้ำหมักชีวภาพใช้เอง เช่น น้ำหมัก
ชีวภาพเร่งการเจริญเติบโตของพืช ป้องกันแมลงและศัตรูพืชโรคพืชทำให้ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้เกษตรกรจึงมีชีวิตความ
เป็นอยู่ที่ดีขึ้นปัจจุบันได้มีการถ่ายทอดวิชาความรู้และเผยแพร่ การทำน้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ จากกลุ่มหมอดินให้กับ
ประชาชนทั่วไปในตำบล ทำให้เกษตรกรและประชาชนที่สนใจหันมาทำน้ำหมักชีวภาพในการทำการเกษตรลดรายจ่าย
เพิ่มรายได้มากข้ึนและทำให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงไม่มีผลกระทบหรือได้รับสารพิษจากสารเคมีต่าง และยัง
ชว่ ยปรับปรุงบำรุงดนิ สภาพแวดล้อมให้ฟืน้ ตัวขึน้ ดีเหมือนเดิม เพอ่ื ตอ่ ถึงชัว่ ลกู ชวั่ หลานต่อไป
ระยะการพฒั นาเขา้ สยู่ ุคจดั การตนเอง (พ.ศ. 2553 ถึง ปัจจบุ นั )
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นายวิวัฒน์ เข็มงาม มีแนวคิดหางานหาอาชีพทำยามว่างงาน จึงคิดปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
ปลูกแล้วได้ผลผลิตดี ประสบความสำเร็จดีจึงมีแนวคิดจัดตั้งกลุ่มมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ โดยให้ความรู้เรื่องการปลูก
มะนาวในวงบ่อซีเมนต์และทำการขยายพันธุ์ให้กับผู้ที่สนใจ จำหน่ายในราคาถูกและมีการขยายกลุ่มมะนาวในวงบ่อ
ซีเมนต์ในตำบลมากขนึ้ ทำใหผ้ ู้ทวี่ า่ งงาน มีอาชีพและมรี ายได้ อกี ทั้งยงั ให้ความรู้เกี่ยวกบั การขยายพันธ์ุมะนาวดว้ ย
ระบบระบบเกษตรปลอดภยั ประกอบด้วย แหล่งเรยี นรู้ 4 แหล่ง ดังน้ี
(1) กลุ่มศูนย์พนั ธข์ุ า้ วชุมชน
(2) กลมุ่ ปยุ๋ อนิ ทรีย์อัดเมด็
(3) กลุม่ นำ้ หมักชีวภาพ
(4) กลมุ่ มะนาวในวงบอ่ ซเี มนต์
122
3. ผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานของระบบเกษตรปลอดภัย
3.1 ดา้ นการเมอื งการปกครอง
จากการดำเนนิ งานของระบบเกษตรปลอดภยั ทำใหช้ ุมชนสามารถพง่ึ ตนเองได้ และไม่ตอ้ งรอรบั การชว่ ยเหลอื
จากภาครัฐพร้อมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่จะต้องควบคู่กับความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน ชุมชนมีการช่วยเหลือ
เกื้อกูลกัน ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะมีการผลิตอาหารปลอดภัย และทำน้ำหมักชีวภาพใช้เอง ทำปุ๋ยอินทรีอัดเม็ด
ผลิตเองกนิ เองโดยชุมชน ทำใหป้ ระชาชนอยู่ดมี ีสุข
3.2 ด้านสงั คม
จากข้อมูลพื้นฐานตำบล (TCNAP) พบว่า สาเหตุของหนี้สิน ของประชาชนตำบลพรหมนิมิต โดยเรียงลำดับ
จากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ การทำการเกษตร คิดเป็นร้อยละ 29.88 รองลงมา คือค่าใช้จ่ายด้านอาหาร คิด
เป็นร้อยละ 18.03 และการศึกษาบุตร คิดเป็นร้อยละ 12.59 ซึ่งจะเห็นได้ว่าประชาชนตำบลพรหมนิมิต มีสาเหตุ
ของหนี้สินมาจากการทำเกษตรที่ใช้ปุ๋ยเคมี ซื้ออาหารกิน หากมีการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงเหมือนศูนย์เรียนรู้ชีวิต
คาดวา่ หน้ีสินน่าจะลดลง
123
3.3 ด้านเศรษฐกิจ
จากข้อมูลพ้ืนฐานตำบล (TCNAP) อาชีพหลัก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก พบว่าอาชีพ
หลักของประชาชนในตำบลพรหมนิมิต มากที่สุด คือรับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 33.01 รองลงมาคือ พนักงาน/ลูกจ้าง
เอกชน คิดเป็นร้อยละ 26.52 และทำนา คิดเป็นร้อยละ 13.17 สรุปผลได้ว่า ประชาชนตำบลพรหมนิมิต มีอาชีพ
หลักคือ รับจ้าง
3.4 ดา้ นการจัดการสภาวะแวดลอ้ ม
จากข้อมูลพื้นฐานตำบล (TCNAP) จำแนกตามข้อมูลการจัดการกับสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน พบว่ามีการจัดการ
ขยะโดยการทำปุ๋ยหมักคิดเป็นร้อยละ 0.37 ซึ่งเป็นวิถีเกษตรเพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภค ใช้วัสดุ
ธรรมชาตทิ เี่ หลอื ใชห้ มักเป็นปยุ๋ อนิ ทรยี ์แทนการใชส้ ารใช้เคมี
3.5 ดา้ นสุขภาพ
จากข้อมูลพื้นฐานตำบล (TCNAP) ปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยของประชาชนตำบลพรหมนิมิต อำเภอตา
คลี จังหวัดนครสวรรค์ พบว่าปัญหาการเจ็บป่วยเจ็บป่วยเรื้อรังหรือพิการ อันดับแรก คือ ความดันโลหิตสูง จำนวน
481คน คิดเป็นร้อยละ 29.38 รองลงมา คือโรคเบาหวาน จำนวน 245 คน คิดเป็นร้อยละ14.37 และปวดข้อ/ข้อ
เสื่อม จำนวน 204คน คิดเป็นร้อยละ 12.46 และโรคมะเร็ง จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 1.04 สาเหตุของการ
เจ็บป่วยโดยเฉพาะโรคมะเร็งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่มีสารเคมีปนเป้ือน ดังนั้น การดำเนินชีวิตตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ปลกู เอง กนิ เอง ปลอดภยั เองจะทำให้ปลอดภยั จากโรคเร้อื งรงั ดังกล่าวข้างตน้
4. ทศิ ทางการพฒั นาของระบบ
ระบบเกษตรปลอดภัย องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้เล็งเห็นความสำคัญของอาหารปลอดภัย ได้มี
แนวทางในการขยายพื้นที่การผลิตและเพิ่มจำนวนผู้บริโภคอาหารปลอดภัย จะได้นำไปสู่การจัดการอาหารกลางวัน
สำหรับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยใช้วัตถุดิบที่เป็นอาหารปลอดภัยในท้องถิ่น และจะได้สร้างเครือข่ายไปยังโรงเรียน
และ รพ.สต. ทุกแหง่ ในพืน้ ท่ี
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ ระบบ “เกษตรปลอดภัย”
1. เรียนรู้ถึงสถานการณ์ ปัญหา กระบวนการ กิจกรรม การสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการภารกิจ
และหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นกลยุทธ์ เพื่อระบบ
เกษตรปลอดภัยที่เขม้ แข็งและย่งั ยืน
2. เรียนร้กู ระบวนการบูรณาการสู่การปฏบิ ตั จิ ริงจากส่วนราชการทุกภาคสว่ น ผา่ นกลยุทธก์ ารบริหารจัดการ
ของชุมชนท้องถน่ิ เชอ่ื มประสานกลไกความรว่ มมอื 4 ภาคหี ลกั (ทอ้ งท่ี ท้องถิน่ หน่วยงาน ประชาชน)
124
จากแนวคิด เส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดค้นจากการดำเนินงานและกิจกรรมของระบบการเรียนรู้
ก่อให้เกิดการพัฒนาฐานเรยี นรเู้ พ่อื “ระบบเกษตรปลอดภยั ” ผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 4 แหลง่ เรยี นรู้ คือ
1. กล่มุ ศนู ย์พนั ธ์ุขา้ วชมุ ชน
2. กลมุ่ ป๋ยุ อินทรีย์อดั เม็ด
3. กลมุ่ นำ้ หมักชีวภาพ
4. กลมุ่ มะนาวในวงบอ่ ซีเมนต์
โดยแตล่ ะแหลง่ เรยี นรู้ จะนำเสนอขอ้ มลู ใน 2 ส่วนหลัก คือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2) กระบวนการ
หรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของ
แหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3) กิจกรรม
การเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานที่ฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้
125
แหล่งเรยี นรูท้ ่ี 1
กลุม่ น้ำหมักชีวภาพ
ส่วนท่ี 1 ข้อมลู ทเี่ ก่ยี วข้องกับแหลง่ เรยี นร/ู้ กล่มุ
1. แนวคดิ แหล่งเรยี นรู้
ตำบลพรหมนิมิต พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทำ
สวน ซึ่งเป็นอาชีพที่ดำเนินชีวิตมาจากบรรพบุรุษแต่ในช่วย 10 ปี ที่ผ่านมาต้นทุนในการทำการเกษตรต่างๆ เพิ่มมาก
ขึ้นเพราะเกษตรกรต้องหมดไปเพราะใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าวัชพืช ยากำจัดศัตรูพืช มีราคาสูงขึ้น ซึ่งราคาพืช
ผลผลิตของเกษตรราคาถูกทำให้การลงทุนไม่คุ้มกับการขายผลผลิตจึงประสบปัญหาขาดทุน และยังส่งผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อมคือดินที่ใช้ในการทำการเกษตรเสื่อมสภาพลง แร่ธาตุสารอาหารในดินลดลงจึงทำให้เกษตรที่ปลูกพืชผักทำ
การเกษตรต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยให้มากขึ้นพอมา ปี พ.ศ. 2550 เกษตรกรกลุ่มหนึ่งส่วนใหญ่ได้รับการอบรมเป็นหมอดิน
ประจำหมูบ่ า้ นที่ไดร้ ับการอบรมมาจากพัฒนาท่ีดินจึงได้รวมตัวกันหันมาทำการเกษตรแบเกษตรอินทรยี ธ์ รรมชาติ ไมพ่ ึง่
ปุ๋ยเคมีและสารเคมีโดยทำน้ำหมักชีวภาพ ใช้เองเช่น น้ำหมักชีวภาพเร่งการเจริญเติบโตของพืช ป้องกันแมลงและ
ศัตรูพืชโรคพืชทำให้ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้เกษตรกรจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นปัจจุบันได้มีการถ่ายทอดวิชาความรู้
และเผยแพร่ การทำน้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ จากกลุ่มหมอดินให้กับประชาชนทั่วไปในตำบล ทำให้เกษตรกรและ
ประชาชนที่สนใจหันมาทำน้ำหมักชีวภาพในการทำการเกษตรลดรายจ่ายเพิ่มรายได้มากขึ้นและทำให้สุขภาพร่างกาย
สมบูรณ์แข็งแรงไม่มีผลกระทบหรือได้รับสารพิษจากสารเคมีต่าง ๆ และยังช่วยปรับปรุงบำรุงดินสภาพแวดล้อมให้ฟื้น
ตวั ข้นึ ดเี หมอื นเดิม เพ่อื ตอ่ ถึงชั่วลูกชวั่ หลานตอ่ ไป
๒. ผลผลิตทเ่ี กดิ ขึ้นจากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วม เพอ่ื การประกอบอาชพี เกษตรกรรมท่ีย่ังยืนของตำบลพรหมนมิ ิต
2.2 สมาชิกในกลุ่มเกดิ ความสามัคคี ความซอ่ื สัตยใ์ นการใชก้ ฎกติการว่ มกนั ในกลุม่
2.3 มกี ารจัดการ การทำเกษตรทเ่ี หมาะสม และลดตน้ ทนุ ในการผลิต
๓. วธิ กี ารดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้/กลุม่
3.1 มกี ารทำน้ำหมกั ชวี ะภาพและนำไปใชก้ บั การปลูกผัก
3.2 มกี ารถา่ ยทอดความรใู้ ห้กบั เกษตรกรทีส่ นใจท่นี ำความรไู้ ปทำใช้เพื่อลดต้นทุน
3.3 รณรงคใ์ หเ้ กษตรกรทำใช้เพอื่ ลดตน้ ทุนและยังมอี าหารปลอดภัยไว้บริโภค
4. ผลทค่ี าดว่าจะเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 เกษตรกรมีการประกอบอาชพี เกษตรกรรมทำยงั่ ยืน อย่างมีความสขุ
4.2 ผทู้ ่นี ำ้ หมักมรี ายไดเ้ พ่ิมขน้ึ มรี ายจา่ ยลดลง
5. การขยายผลการดำเนินการ
เกิดการเรียนรู้แลกเปล่ียนระหว่างตำบลหมู่บ้านภายในตำบล และภายนอกตำบล เช่น ศูนย์พันธุข้าวชุมชน
กลมุ่ ผู้ใช้น้ำบอ่ ดินขาว และสำนกั งานเกษตรอำเภอ กรมพัฒนาท่ดี ินจังหวัดนครสวรรค์
126
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. สงิ่ ทไ่ี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มกี ารจัดการการทำเกษตรท่ีเหมาะสม ลดสารพิษตกค้าง และลดตน้ ทนุ ในการผลิต
1.2 ต่อครอบครัว ลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเปล่ียนแปลงการข้ึน
ทะเบียนเกษตรกรในตำบล
๒. วธิ กี ารเรยี นรู้
๒.๑ เรยี นรูแ้ นวคดิ ของฐานเรียนรู้ “กล่มุ น้ำหมักชวี ภาพ”
๒.๒ เรียนรู้กิจกรรมวิธีการดำเนินงานของกลุ่มน้ำหมักชีวภาพ และกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์การ
บริหารส่วนตำบลพรหมนมิ ิต พรอ้ มฝกึ ปฏิบตั ิการจัดกระบวนการใหผ้ เู้ รียนร้มู สี ว่ นรว่ มทุกกระบวนการ
๒.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่มสรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถึงร่วมออกแบบกจิ กรรมในการเกษตรท่ีอยากให้เกิดขึ้นในชมุ ชน
๓. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที) เรยี นรูไ้ ด้ 20 คน
3.1 เกรนิ่ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจดั ต้ังกลุ่มนำ้ หมักชวี ภาพ (10 นาที 20 คน)
3.2 เรียนรแู้ นวคิดของฐานเรียนรู้ “กลุม่ นำ้ หมักชวี ภาพ”
ฐานที่ 1 บรรยาย เรือ่ ง การเปลยี่ นวถิ ีความคดิ เกษตรกรในเร่อื งการใช้สารเคมี และ
วธิ ีการทำนำ้ หมักชวี ะภาพ (10 นาที) ฐานละ 10 คน
ฐานท่ี 2 บรรยาย เรอ่ื ง สง่ เสรมิ การเกษตรให้ใชน้ ้ำหมักชวี ะภาพบอกถงึ ผลประโยชน์
ที่ใช้และผลเสีย และพาดูแปลงสาธิตที่ปลูกผักโดยใช้น้ำหมักชีวภาพ และบอกถึง
รายไดท้ ่ที ำผกั ขายในหมบู่ ้าน เปน็ ผักปลอดสารเคมี (10 นาที) ฐานละ 10 คน
3.3 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ท่ีเกิดขึ้น สรุปผลที่ได้จากการเรียนรู้ การ
นำไปปรับใชก้ บั พืน้ ทแี่ ละตำบล ขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร วทิ ยากร
4.1 นายโชติ เหมอื นนลิ วทิ ยากร
4.2 นางเต้าหู้ เหมือนนิล
๕. สถานทีฐ่ านการเรียนรู้
ศูนยบ์ ริการและถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
127
กจิ กรรมแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรไู้ ด้ 20 คน
กล่มุ นำ้ หมักชวี ภาพ (60 นาที)
คณะผมู้ าแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ กั กับ
ทีมวิทยากร
(5 นาที 20 คน)
เกริน่ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดตัง้ กลมุ่ น้ำหมกั ชีวภาพ
(10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2
บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเร่อื ง
การเปล่ยี นวิถคี วามคิดเกษตรกรในเรอ่ื ง ส่งเสรมิ การเกษตรให้ใช้นำ้ หมกั ชวี ภาพ
การใช้สารเคมีและวิธกี ารทำนำ้ หมักชวี ภาพ บอกถึงผลประโยชนท์ ่ีใชแ้ ละผลเสยี และ
(15 นาท)ี ฐานละ 10 คน พาดแู ปลงสาธติ ทปี่ ลูกผักโดยใชน้ ำ้ หมักชีวภาพ
และบอกถงึ รายได้ทท่ี ำผักขายในหมบู่ า้ น
เปน็ ผักปลอดสารเคมี
(15 นาที) ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ เ่ี กดิ ข้นึ
- สรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั พ้นื ท่แี ละตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 20 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร
(5 นาที 20 คน)
128
แหล่งเรียนร้ทู ี่ 2
กลมุ่ ปุย๋ อนิ ทรีย์อดั เม็ด
ส่วนท่ี 1 ขอ้ มูลท่เี ก่ยี วข้องกับแหลง่ เรยี นรู้/กลุ่ม
1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ตำบลพรหมนิมิต พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพ
สืบต่อมาจากรุ่น พ่อ แม่ ปู่ ยา ตา ยาย สืบทอดกันมา จากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องประสบกับปัญหาต้นทุนในการผลิตสูงมากขึ้น ต้องเสียไปกับกรจ่ายค่าปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่า
ศัตรูพืชที่มีราคาสูงทำให้เกษตรกรขาดทุน รายจ่ายมากกว่ารายได้ที่ขายผลผลิตแต่ละปีทำให้เกษตรกรเป็นหนี้เป็นสิน
พอมาปี พ.ศ. 2548 มีเกษตรกรจัดตั้งกลุ่ม 20 คน หันมาทำการเพาะปลูกพืชผลโดยทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง และได้
พัฒนามาเป็นการนำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเพื่อสะดวกในการใช้ ปัจจุบันพัฒนาการชุมชนอำเภอตาคลีได้เล็งเห็นความสำคัญ
ในการประกอบอาชีพของเกษตรกรซึ่งได้ทำโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบ ABC สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรหัน
มาใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดให้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินทุนในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อันเม็ดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2555 จำนวน
40,000 บาท มีผู้เข้าร่วมโครงการ 40 กว่าคน และเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ได้มีการต่อยอดให้เกษตรกร มี
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการสนับสนุนทุนมาต่อยอดอีก 40,000 บาท เพื่อให้
เกษตรกรหันมาทำปยุ๋ ใชเ้ อง ได้ใช้ป๋ยุ อนิ ทรยี อ์ ดั เมด็ เลกิ การใช้สารเคมี
๒. ผลผลิตทเี่ กดิ ขนึ้ จากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรียนรู้
2.1 เกิดการปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมของกลุม่ เกษตรกร
2.2 คนในชมุ ชนมีอาชพี เสรมิ เพื่อสรา้ งรายได้
2.3 มีการขายผลผลิตซ่ึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มที่เกี่ยวข้องใช้ เช่น กลุ่ม เศรษฐกิจพอเพียง
ศนู ยพ์ นั ธขุ์ ้าว ชุมชนกลมุ่ ปลูกมะนาวในวงษบ์ ่อซเิ มนต์ กลุ่มผ้ใู ชน้ ำ้ บอ่ ดนิ ขาว
๓. วธิ ีการดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้/กล่มุ
3.1 จัดประชุมเพือ่ การวางแผนในการจัดการบรหิ ารกลมุ่
3.2 ฝึกอบรมและศกึ ษาดงู านเพ่ือการเพมิ่ องคค์ วามรู้วธิ ีการผลติ ปยุ๋ อินทรยี อ์ ดั เมด็
3.3 ผลิตปยุ๋ อินทรียอ์ ัดเม็ดใช้ในชุมชน
4. ผลทคี่ าดว่าจะเกิดขึน้ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 เกดิ กระบวนการพัฒนาศักยภาพของกลมุ่ ขึ้น
4.2 มีการผลติ ปุย๋ และกล่มุ เปา้ หมายมคี วามตอ้ งการปยุ่ อนิ ทรยี ม์ ากขึ้น
4.3 ประชาชนในชมุ ชนมีสขุ ภาพดีขึ้น
4.4 มรี ายไดเ้ สริมท่มี น่ั คงใหก้ ับชมุ ชน
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
เกดิ การเรียนรู้แลกเปลย่ี นระหวา่ งตำบลหมบู่ า้ นภายในและภายนอกตำบล
129
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. ส่ิงที่ไดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง เพ่ือลดตน้ ทนุ ในการผลติ สุขภาพดีข้ึน
1.2 ครอบครวั ลดปญั หาทเ่ี ก่ียวข้องกบั สารเคมี ทำใหส้ มาชกิ มสี ุขภาพทีด่ ีขนึ้
1.3 ตอ่ ชุมชน เกิดกระบวนการพัฒนาศกั ยภาพของกลมุ่ ปยุ๋ อนิ ทรยี อ์ ัดเมด็ ขึ้น
๒. วธิ กี ารเรยี นรู้
๒.๑ เรยี นรแู้ นวคดิ ของฐานเรียนรู้ “กลุ่มปยุ๋ อินทรยี อ์ ดั เม็ด”
๒.๒ เรียนรู้กิจกรรมของกลุ่มและวิธีการทำปุ๋ยอินทรีอัดเม็ด
๒.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถึงร่วมออกแบบกจิ กรรมในการเกษตรทอ่ี ยากใหเ้ กดิ ข้ึนในชมุ ชน
๓. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผ้มู าแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ทำความร้จู ักกับทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกริ่นนำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดต้งั ปุ๋ยอนิ ทรอี ัดเม็ด (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเรอื่ งแนวคดิ ความเปน็ มาของกลุ่มปยุ๋ อนิ ทรีอดั เมด็ (10 นาที)
ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 2 บรรยายเร่อื งวธิ ีการทำปยุ๋ อินทรอี ัดเม็ด (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
ฐานท่ี 3 บรรยายเรื่อง สรุปการทำปยุ๋ และการนำไปใช้ผลประโยชน์ทีเ่ กษตรกร
นำไปใช้ (10 นาที) ฐานละ 10 คน
3.3 ฝกึ ปฏิบัติกระบวนการสร้างการเรยี นรู้ วธิ ีการทำปุย๋ อนิ ทรีย์อดั เม็ด และการนำไปใช้ (10 นาที
30 คน)
- ร่วมแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชนท์ เ่ี กดิ ขึ้น
- สรปุ ผลทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ บั พ้ืนท่ีและตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
3.๔ ผเู้ ขา้ เรียนรู้สรุปกระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวทิ ยากร (5 นาที 30คน )
๔. วทิ ยากร วทิ ยากร
4.1 นางนภิ า พุฒจบี วทิ ยาการ
4.2 นางระเบยี บ เพชรปานกนั ผชู้ ่วยเจา้ หนา้ ที่ปอ้ งกน้
4.3 นายบยุ เชิด พาทมุ โสม
๕. สถานท่ีฐานการเรยี นรู้
โรงสชี มุ ชน บา้ นหนองหญา้ รังกา หม่ทู ่ี ๖ ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
130
กจิ กรรมแหล่งเรียนรู้ เรยี นร้ไู ด้ 30 คน
กล่มุ ปุย๋ อนิ ทรอี ดั เมด็ (60 นาที)
คณะผูม้ าแลกเปล่ยี นเรยี นรูท้ ำความรจู้ กั กับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริน่ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจัดต้งั ปุ๋ยอินทรยี อ์ ัดเม็ด
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเร่ือง บรรยายเรอ่ื ง
แนวคิด ความเปน็ มาของกลุ่ม วธิ ีการทำปยุ๋ อนิ ทรยี อ์ ัดเมด็ สรปุ การทำปุ๋ยและการนำไปใช้
ป๋ยุ อนิ ทรยี ์อัดเมด็ (10 นาที) ฐานละ 10 คน ผลประโยชน์ทเ่ี กษตรกรนำไปใช้
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาที) ฐานละ 10 คน
-ร่วมแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชน์ทเี่ กิดขน้ึ
- สรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ ับพน้ื ทแี่ ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
131
แหลง่ เรยี นร้ทู ่ี 3
ศนู ย์พันธุ์ขา้ วชุมชน
ส่วนที่ 1 ข้อมลู ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั แหลง่ เรียนรู้/กลมุ่
1. แนวคดิ แหลง่ เรียนรู้
บ้านสะพานสอง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาเกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา และในปี พ.ศ. 2544 เกษตรกร
ประสบปัญหาหาพันธุ์ข้าวยากเนื่องจากพันธุ์ข้าวมีราคาแพงเกษตรกรในพื้นที่จึงรวมตัวกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่
เกิดขึ้น โดยมีนางยอด นพรัตน์เป็นแกนนำในการประสานงานกับผู้นำหมู่บ้าน และได้จัดประชุมเขียนโครงการจัดต้ัง
กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชม เพื่อขอความสนับสนุนจากเกษตร อ.ตาคลีเป็นพันธุ์ข้าวนาแจกเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม
ทั้งหมด 15 คน ได้พันธุ์ข้าวปลูกมา 75 ลูก ๆ ละ 3 ถัง จำหน่ายให้สมาชิกในกลุ่มราคาลูกละ 225 บาท ได้เงินเข้า
กลุ่มจำนวน 16,875 บาท กลุ่มเกษตรกร ม.3 บ้านสะพานสอง มีเงินทุนสำรองในการซื้อพันธุ์ข้าวปลูกในราคาถูก
เพราะซื้อในนามกลุ่มผ่านเกษตร อำเภอตาคลี ทำให้เกษตรกรมีเงินเหลือใช้จ่ายในครอบครัวและไม่มีปัญหาในการหา
ซื้อพันธุ์ข้าวปลูกและปัจจุบันมีกลุ่มได้จัดซื้อปุ๋ยจากกลุ่มปุ๋มอัดเม็ดที่ผลิตนั้นในตำบลพรหมนิมิตมาให้สมาชิกภายในกลุ่ม
ใช้เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในแต่ละปีจะมีเงินทุนสำรองเข้ากลุ่มไว้ทุกปี จนปัจจุบันมีเงินในบัญชีทั้งหมด 70,000
บาท และมสี มาชกิ เขา้ กลมุ่ เพิ่มอีก 5 คน รวมเปน็ 20 คน
๒. ผลผลิตทีเ่ กิดขึ้นจากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 ประชาชนในพนื้ ทเี่ ข้ามสี ่วนรว่ ม ลงหุ้น และไดร้ บั การปันผล
2.2 เกษตรกรผู้ปลกู ขา้ วมีข้าวพันธ์ทุ ด่ี ไี ว้เพาะปลูก
๓. วธิ ีการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้/กลุ่ม
3.1 นำพันธข์ุ ้าวมาใหก้ ับสมาชิกปลกู
3.2 เก็บพนั ธุข์ า้ วมาคดั แยกและแพคจำหน่าย
3.3 รบั ซอ้ื ข้าวที่สมาชิกทำ มาสีจำหนา่ ยเป็นขา้ วทสี่ มาชกิ ปลกู โดยไม่ใชป้ ยุ่ เคมีเป็นข้าวปลอดสาร
4. ผลท่ีคาดวา่ จะเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ งานในอนาค
4.1 เกษตรกรมีพันธ์ุขา้ วที่ดีใช้ภายในชุมชน ไมต่ อ้ งไปหาพันธจ์ุ ากท่อี ่ืน หรอื เถา้ แกท่ ่ีขายในราคาแพง
4.2 ลดรายจา่ ยเพ่มิ รายไดใ้ หก้ บั เกษตรกร
4.3 ประชาชนมีข้าวปลอดสารเคมไี ว้บรโิ ภค
5. การขยายผลการดำเนินการ
เกิดการบริหารจัดการแบบมีประสิทธิภาพ ความชำนาญในการบริหารคุณภาพพันธุ์ข้าว และถ่ายทอด
ความรู้ให้กบั ผทู้ ี่สนใจ
132
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. ส่งิ ทไี่ ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง มีส่วนร่วมในการร่วมกล่มุ กนั คดั แยกพันธุข์ า้ ว
1.2 ต่อครอบครัว ลดคา่ ใชจ้ ่ายการซ้อื พนั ธขุ์ า้ วราคาแพง
1.3 ตอ่ ชมุ ชน ก่อใหเ้ กิดการดำเนนิ งานโดยสามารถพ่ึงพาตนเอง
๒. วธิ กี ารเรียนรู้
๒.๑. เรยี นรูแ้ นวคดิ ของฐานเรยี นรู้ “ศูนย์พันธขุ์ า้ วชมุ ชน”
๒.๒. เรียนรู้กิจกรรม การคัดแยกพันธ์ข้าวและการแปรรูปข้าวแบบครบวงจร ของหมู่ที่ 3 บ้าน
สะพานสองพรอ้ มฝึกปฏิบัติการจดั กระบวนการใหผ้ ูเ้ รียนร้มู ีสว่ นรว่ มทกุ กระบวนการ
๒.3. นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถึงร่วมออกแบบกจิ กรรมในเกษตรกรท่ีอยากให้เกิดขึ้นในชมุ ชน
๓. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 ผูเ้ ข้าเรียนรทู้ ำความรจู้ กั กับทมี วทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรนิ่ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจัดตงั้ ศูนย์พันธ์ขุ า้ วชุมชน (10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรอ่ื ง วิธีการจดั ตั้งกลมุ่ รบั สมคั รสมาชิกระดมทนุ
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเร่ืองฝึกปฏิบตั กิ ระบวนการวธิ ีการทำงาน“ศนู ย์พนั ธ์ุข้าวชมุ ชน”
(10 นาที) ฐานละ 10 คน
ฐานที่ 3 บรรยายเรื่อง นำเสนอสรุปผลกระบวนการคิดในการส่งเสริมศูนย์พันธุ์ข้าวชุมชน
และผลของการจดั ต้ังศูนย์พันธขุ์ ้าวชมุ ชน (10 นาที ฐานละ 10 คน)
3.3 ฝกึ ปฏบิ ตั ิกระบวนการสรา้ งการเรียนรู้ “ศูนยพ์ ันธ์ุขา้ วชมุ ชน” (10 นาที 30 คน)
- ร่วมแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชนท์ เี่ กดิ ขนึ้
- สรปุ ผลที่ได้จากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใช้กับพน้ื ทีแ่ ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรยี นรู้
3.4 ผเู้ ข้าเรียนรู้สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร ประธานศูนย์พนั ธุ์ข้าวชมุ ชน
4.1 นางยอด นพรตั น์ กรรมการ
กรรมการ
4.2 นายทองคำ อุปพงค์
4.3 นางสำราญ ดว้ งพรหม
๕. สถานท่ีฐานการเรยี นรู้
ศนู ย์พันธุ์ขา้ วชุมชน หมูท่ ่ี 3 บ้านสะพานสอง ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
กจิ กรรมแหลง่ เรียนรู้ 133
ศูนยพ์ นั ธข์ุ ้าวชุมชน (60 นาที) เรียนรไู้ ด้ 30 คน
คณะผ้มู าแลกเปลี่ยนเรยี นรทู้ ำความรจู้ กั กับทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริ่นนำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจดั ตัง้ ศนู ย์พันธุข์ า้ วชมุ ชน
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรือ่ ง บรรยายเร่ือง บรรยายเรอ่ื ง
วธิ กี ารจดั ต้งั กล่มุ ฝึกปฏิบตั ิกระบวนการ นำเสนอสรปุ ผลกระบวนการคิด
รับสมคั รสมาชิกระดมทุน วิธีการทำงาน ในการส่งเสรมิ ศูนยพ์ นั ธุข์ ้าวชมุ ชน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน “ศูนยพ์ นั ธุข์ ้าวชุมชน” และผลของการจัดตงั้
(10 นาที) ฐานละ 10 คน ศูนย์พนั ธขุ์ ้าวชุมชน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
-รว่ มแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ทเ่ี กิดขึ้น
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใชก้ บั พ้ืนทีแ่ ละตำบล
- ข้อสงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
134
แหลง่ เรยี นร้ทู ี่ 4
กลุ่มมะนาวในวงบอ่ ซเี มนต์
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มูลทีเ่ กีย่ วข้องกับแหล่งเรียนร/ู้ กล่มุ
1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
นายวิวัฒน์ เข็มงาม เป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลอดแปด ได้เกษียณอายุราชการและมีแนวคิดหางานหา
อาชีพทำยามว่างงาน จึงคิดปลูกมะนาวในวงบ่อ ก็เริ่มซื้อพันธุ์มะนาวจากอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร มาปลูกประมาณ
๕๐ ต้น เกิดน้ำท่วมใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตายหมด แต่ไม่เลิกล้มความตั้งใจ จึงได้ไปซื้อพันธุ์มะนาวที่ตำบลไผ่ดำ อำเภอ
อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี พันธุ์แป้นพิจิตรมาประมาณ ๕๐ ต้น ปลูกแล้วได้ผลผลิตดี ประสบความสำเร็จดี จึงมีแนวคิด
อยากให้ความรู้เรื่องการปลูกมะนาวในวงบ่อและทำการขยายพันธุ์ให้กับผู้ที่สนใจ ณ ปัจจุบัน มีการขยายกลุ่มมะนาวใน
วงบ่อมากขึ้นของในตำบลเกือบทุกหมู่ทำให้ผู้ที่ไม่มีอาชีพ มีอาชีพมีรายได้ นายวิวัฒน์ เข็มงาม ยังคิดให้ความรู้และ
ขยายพันธุ์ต่อไป
๒. ผลผลิตทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรียนรู้
2.1 เกดิ การปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมของกลมุ่ เกษตรกร
2.2 คนในชุมชนมีอาชีพเสริมทำ เพอื่ สรา้ งรายได้
2.3 มกี ารขายผลผลิตซง่ึ เป็นการสรา้ งรายได้ให้กบั เกษตรกร
๓. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้/กลุม่
3.1 จัดประชมุ กลุ่มผปู้ ลูกมะนาวใหก้ บั ชาวบา้ น ที่ปลูกมะนาวไดเ้ รียนรใู้ นเร่ืองและวิธกี ารปลกู ดูแล
บำรุงต้นมะนาว
3.2 มกี ารสนับสนุนพันธม์ุ ะนาวเพ่ือนำปลูก
3.3 มกี ารไปศึกษาดูงานรว่ มกบั ศนู ยบ์ รกิ ารและถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร
4. ผลที่คาดวา่ จะเกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 เกิดการตื่นตัวของชาวบา้ นทำให้ขยายพนื้ ที่ในการเพาะปลกู มะนาวเพิม่ มากข้นึ
4.2 ทำใหพ้ ืน้ ท่ีว่างเปลา่ ภายในบ้าน 30% มกี ารทำสวนมะนาว
4.3 ชมุ ชนสามารถพงึ่ พาตนเองได้
5. การขยายผลการดำเนนิ การ
มกี ารถา่ ยทอดองค์ความรูใ้ ห้กับบุคคล ทง้ั ภายในชุมชนและภายนอกชมุ ชน ที่เข้ามาศึกษาดงานในพ้ืนที่
ึ่
135
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
1. ส่งิ ทไี่ ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง เพ่ือเกดิ จิตสำนกึ และเห็นความสำคัญของการใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์
1.2 ตอ่ ครอบครวั ลดปญั หาในอาชีพ วา่ งงาน รายได้ไม่เพยี งพอ
1.3 ตอ่ ชมุ ชน ก่อให้เกิดแนวทางในการแก้ไขปญั หารายได้ไมเ่ พียงพอตอ่ การใชจ้ า่ ย
๒. วธิ ีการเรยี นรู้
๒.๑ เรยี นรู้แนวคดิ ของฐานเรียนรู้ “กลมุ่ มะนาวในวงบ่อซเี มนต์
๒.๒ เรยี นรู้วิธีการปลกู มะนาวในวงบ่อซเี มนต์
๒.3 นำเสนอโดยตัวแทนกลุ่ม สรุปผลการเรียนรู้ การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
รวมถึงรว่ มออกแบบกิจกรรมในการเกษตรทอ่ี ยากใหเ้ กิดข้ึนในชุมชน
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 ผเู้ ข้าเรียนรูล้ งแหลง่ เรยี นรู้ และทำความรจู้ ักกับทมี วทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกริ่นนาแนวคดิ ความเปน็ มา เร่ือง “การปลกู มะนาวในวงบ่อซีเมนต”์
ฐานที่ 1 บรรยายเร่ืองแนวคดิ การจัดต้ังกลุ่ม (10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยายเรื่องการบริหารงานกลุ่มให้ประชาชนเกิดความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานท่ี 3 บรรยายเร่อื งสรปุ ผลท่ีเกดิ จากการจัดต้ังกลุ่ม (10 นาที ฐานละ 10 คน)
3.3 ฝกึ ปฏิบตั ิกระบวนการสร้างการเรียนรู้
-รว่ มแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ที่เกิดข้ึน
- สรปุ ผลท่ไี ด้จากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับพ้นื ทีแ่ ละตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้ (10 นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วิทยากร ประธานกลุ่ม
กรรมการ
4.1 นายววิ ัฒน์ เข็มงาม
4.2 นายประดิษฐ์ ความคนึง กรรมการ
4.๓ นายจรัญ ดวงอาจ
๕. สถานทีฐ่ านการเรียนรู้
บา้ นหนองโนน หม่ทู ี่ 5 ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
กจิ กรรมแหลง่ เรยี นรู้ 136
กลุ่มมะนาวในวงบอ่ ซเี มนต์ (60 นาท)ี เรียนรูไ้ ด้ 30 คน
คณะผูม้ าแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับ
ทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเป็นมาของการจัดตง้ั กลุ่มมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานท่ี 3
บรรยายเรือ่ ง บรรยายเรื่อง บรรยายเรอ่ื ง
แนวคิดการจัดตัง้ กลมุ่ การบรหิ ารงานกลุ่มใหป้ ระชาชน สรุปผลท่ีเกิดจากการจัดตง้ั กลุ่ม
(10 นาที) ฐานละ 10 คน เกิดความชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู กัน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสัย ประโยชน์ทเี่ กิดข้ึน
- สรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ ับพื้นท่ีและตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคุณทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
ระบบที่ 4
ระบบเศรษฐกจิ ชมุ ชน
ประกอบดว้ ย 6 แหล่งเรียนรู้ ดังนี้
1. กล่มุ ทำกระเปา๋ ควลิ ท์
๒. กลมุ่ น้ำพริก-ปลาส้ม
๓. กลุ่มมะขามเทศพนั ธ์ุ
๔. กลมุ่ ผ้ปู ลูกหอมหัวใหญ่
๕. กลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าว
๖. กลุ่มทำดอกไม้จนั ทน์
139
๔. ระบบเศรษฐกจิ ชมุ ชน
๑. แนวคิดหลกั
ระบบเศรษฐกิจชุมชนของตำบลพรหมนิมิต ได้ขับเคลื่อนภายใต้ศักยภาพของชุมชน สถานการณ์ต่าง ๆ ท่ี
เกิดขึ้น รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยการนำของปราชญ์ชาวบ้าน แกนนำและการนำใช้องค์
ความรู้ที่มี ในการที่จะริเริ่มแก้ไขปัญหาของตนเอง เรียนรู้สิ่งที่ต้องการทำเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ โดยอาศัย
ประสบการณ์และโอกาสที่ได้รับจากหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาหนุนเสริมในการเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อ
เพิ่มทักษะ จนสามารถปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อได้ดำเนินการในระยะหนึ่งก็จะมีการพัฒนา และเร่ิม
ถ่ายทอดให้แก่คนในชุมชน กระบวนการทั้งหมดจึงนำไปสู่การสร้างแหล่งเรียนรู้ ซึ่งก่อให้เกิดการเวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์ มีการสร้างงาน สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้และช่วยลดรายจ่ายของครอบครัว นำไปสู่การพึ่งพาตนเอง
ในระดับครัวเรือนได้ต่อไป จากบริบททางสังคมที่เป็นสังคมด้านการเกษตรของตำบลพรหมนิมิต ประชาชนจะมี
รายได้ตามฤดูกาลผลิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่สร้างรายได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากวถิ กี ารเกษตรของพ้นื ทจ่ี ะมี
ผลผลิตเพียงปีละ ๑ ครั้ง ทำให้การใช้จ่ายเงินประชาชนต้องบริหารจัดการให้เพียงพอตลอดฤดูกาลผลิต ซึ่งบางคร้ัง
ไม่สามารถสร้างผลผลิตให้ได้ตามเป้าหมายจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น ปัญหาภัยธรรมชาติ ปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำ
ปัญหานโยบายของภาครัฐ เป็นต้น ประกอบกับการผลิตที่ต้องอาศัยระยะเวลานาน ทำให้เกิดเวลาว่างระหว่างการ
รอเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งผลให้ครัวเรือนไม่สามารถบริหารจัดการการใช้จ่ายเงินให้เพียงพอ มีผลต่อภาวะหนี้สินของ
ครัวเรือน รวมทั้ง การปล่อยเวลาว่างให้สูญเสียไปโดยไม่ได้ประโยชน์ หรือการเลอื กกิจกรรมที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจของ