190
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ ระบบ "การดูแลสุขภาพ"
1. เรียนรู้การสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการภารกิจ และหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน ทำให้
สามารถแลกเปลย่ี นเรยี นร้รู ว่ มกนั ในทุกระดับ
2. เรียนรู้กระบวนการบูรณาการสู่การปฏิบัติจริงร่วมกับภาคีเครือข่าย 4 องค์กรหลัก คือ ท้องถิ่น ท้องท่ี
สว่ นราชการที่เก่ียวข้องในพ้นื ที่ และภาคประชาชน
จากแนวคิด เส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานและกิจกรรมของระบบการเรียนรู้
ก่อใหเ้ กิดการพัฒนาฐานเรียนรเู้ พอื่ “การดแู ลสุขภาพ” ผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 2 แหลง่ เรยี นรู้ คือ
1. กองทนุ หลักประกนั สุขภาพ (สปสช.)
2. กลุ่ม อสม.
โดยแต่ละแหลง่ เรยี นรู้ จะนำเสนอขอ้ มลู ใน 2 สว่ นหลกั คอื
ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2)
กระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3)
กิจกรรมการเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานที่ฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้
191
แหลง่ เรยี นรู้ท่ี 1
กองทุนหลักประกันสขุ ภาพ (สปสช.)
สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องกบั แหลง่ เรียนรู้/กลมุ่
1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
กองทุนหลักประกันสุขภาพและทาง องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตได้จัดตั้ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม
2553 เพื่อเป็นการขยายผลถึงประชาชนในตำบล ในพื้นที่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพมากขึ้นและเพื่อเป็นการแก้ไข
ปัญหาสุขภาพให้มีความทั่งถึงและเข้าถึงประชาชน ทางผู้บริหารของตำบลพรหมนิมิต คือ นายสมเกียรติ คงทิม
เล็งเห็นปัญหา เรื่องสุขภาพประชาชนและแก้ไขปัญหาสุขภาพประชาชนในตำบลและได้จัดตั้งคณะกรรมการ
จำนวน 16 คน มีการบริหารกองทุน ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพร่างกาย เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
ตั้งแต่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ โดยทีมงานและกลุ่ม อสม. โดยทางคณะกรรมการและผู้บริหารเล็งเห็นเรื่อง
ไม้เท้าผู้สูงอายุ จึงจัดทำโครงการ ไม้เท้าให้กับผู้สูงอายุที่จะต้องใช้ไม้เท้าเป็นงบประมาณของกองทุนหลักประกัน
สุขภาพแห่งชาติสมทบร่วมกับงบประมาณของ องค์การบริหารส่วนตำบล ร่วมกันเป็นจำนวน 238,116.72 บาท
ในปี พ.ศ. 2555 มีงบประมาณของ องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตสมทบ 61,200 บาท จากกองทุน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 197,480 บาท รวมเป็นเงิน 258,680 บาท มีการบริหารกองทุนโดยท่านนายก
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต คือ นายสมเกียรติ คงทิม และคณะกรรมการร่วม 16 คน ทำให้ประชาชน
ไดร้ บั การดแู ลด้านสขุ ภาพรา่ งกายอย่างเข้าถงึ และอย่างครบถว้ นและประชาชนในตำบลไดร้ บั ผลประโยชน์ท่ัวถงึ
2. ผลลัพธเ์ กดิ ขึ้นจากการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้
การดำเนินงานของกองทุน สปสช. เกิดการสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนในตำบลสนับสนุน
และส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่สามารถเข้าถึง
บริการสาธารณสขุ ในด้านการสร้างเสริมสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรคไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึงและมีประสทิ ธิภาพ
3. วธิ กี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู/้ กล่มุ
3.1 มีการกำหนดทิศทางการพฒั นาและเปา้ หมายดา้ นการจดั การสุขภาพร่วมกนั ในระดับตำบล
3.2 จัดตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ซึ่งมีองค์ประกอบ ได้แก่ ท้องถิ่น ท้องที่ ผู้แทน อสม.
ผแู้ ทน รพ.สต มวี าระในการดำรงตำแหนง่ 2 ปี
3.3 บรู ณาการภารกิจงานร่วมกับสำนกั งานสาธารณสุขอำเภอ จังหวดั และโรงพยาบาลตาคลี
3.4 ดำเนินงานตามจัดบริการสาธารณสุขโดยเน้นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพการป้องกันโรคที่
จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตเพื่อส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงและผู้ป่วย
โรคเรอ้ื รังทอ่ี ยู่ในพนื้ ใหส้ ามารถเข้าถงึ บรกิ ารสาธารณสุขไดอ้ ยา่ งท่วั ถึงและมปี ระสทิ ธภิ าพ
4. ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานในอนาคต
มีการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาของคนที่มีความรู้ด้านสุขภาพในชุมชนมาสร้างทางเลือกในการรักษาความ
เจ็บป่วยของประชาชน
5. การขยายผลการดำเนินการ
วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดประสบการณ์ สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับพื้นที่และ
เครือข่าย
192
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. ส่งิ ทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม และบูรณาการภารกิจงานด้านสขุ ภาพรว่ มกนั
1.2 ต่อชุมชน เกิดการบูรณาการภารกิจและหน้าที่ เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกันด้านการ
จัดบรกิ ารสขุ ภาพทำให้เกิดพนั ธมติ รในการดำเนินงานและสามารถแลกเปล่ียนเรยี นรูร้ ว่ มกนั ได้ตลอดเวลา
2. วธิ กี ารเรียนรู้
๒.๑ เรียนรู้แนวคิดจากวิทยากร
๒.๒ เรยี นรกู้ จิ กรรม โครงการ และผลงานท่ีประสบผลสำเรจ็
๒.๓ นำเสนอโดยตวั แทนแหลง่ เรียนรู้
3. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 30 คน)
3.1. คณะผมู้ าแลกเปลยี่ นเรียนรู้ทำความรู้จกั กบั ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
๓.๒. เรียนรูแ้ นวคิดหลักของฐานการเรยี นรู้ (5 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเรอ่ื ง แนวคดิ การดำเนินงานของ สปสช. อบต.พรหมนมิ ิต
(๑๐ นาที 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเร่ือง ปัญหาทพี่ บในการดำเนนิ งานและกจิ กรรม และผลการ
ดำเนินงาน (๑๐ นาที 10 คน)
3.3. สรุปและเปิดให้มีการซักถาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมวิทยากร และผู้ศึกษาแหล่ง
เรียนรู้ (๑๐ นาที 30 คน)
3.4 สรุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
4. วิทยากร คณะกรรมการ สปสช.
4.1 นางชตุ มิ า อาจแกว้ คณะกรรมการ สปสช
4.2 นางนงลักษณ์ โชติช่วง คณะกรรมการ สปสช.
4.3 นายสุเมธ นุ่นโต
5. สถานทฐ่ี านการเรียนรู้
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลพรหมนมิ ิต หมูท่ ี่ 9 ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
193
กจิ กรรมแหล่งเรียนรู้ เรียนร้ไู ด้ 30 คน
กองทนุ หลักประกนั สุขภาพ (สปสช.) (60 นาที)
คณะผู้มาแลกเปลยี่ นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับทมี วทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เกร่ินนำแนวคดิ ความเปน็ มาของการจัดต้ังกองทนุ หลักประกันสขุ ภาพ (สปสช.)
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอื่ ง บรรยายเร่ือง บรรยายเรือ่ ง
แนวคดิ การดำเนนิ งานของ สปสช. ปัญหาทพ่ี บในการดำเนินงานและ สรุปและเปิดใหม้ ีการซักถาม
อบต.พรหมนมิ ิต กจิ กรรมและผลการดำเนนิ งาน และแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ระหวา่ งทมี
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาที) ฐานละ 10 คน วทิ ยากรและผู้ศกึ ษาแหลง่ เรยี นรู้
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสัย ประโยชน์ทเ่ี กิดข้นึ
- สรปุ ผลท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับพนื้ ท่ีและตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
194
แหลง่ เรยี นรู้ท่ี 2
กลมุ่ อสม.
ส่วนที่ 1 ข้อมูลท่เี กย่ี วข้องกับแหลง่ เรยี นรู้/กลุม่
1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ประชาชนไม่มีผู้ดูแลในด้านสุขภาพทำให้เกิดปัญหาโรคติดต่อและโรคอื่น ๆ เกิดขึ้นในท้องที่มากมาย
รัฐบาลได้มีนโยบายในการก่อตั้ง อสม. ประจำหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อช่วยงานในด้านสาธารณสุขหมู่บ้าน เพื่อเป็นการ
รับทราบปัญหาเบื้องต้นในการช่วยเหลือดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วไปในการก่อตั้งในครั้งแรก มีสมาชิกเพียง
หมู่บ้านละ 1 คน จนถึงปี พ.ศ. 2552 นโยบายของรัฐบาลให้มี อสม เพิ่มขึ้นเพื่อดูแลในหมู่บ้านมีแผนการ
ปฏิบัติงานแผนงานในการทำงานและมีค่าตอบแทนให้ อสม. ทำให้มี อสม. เพิ่มขึ้น ทั้งหมด 105 คน ได้มีแกนนำที่
เป็นผูน้ ำการเรมิ่ การ
๒. ผลผลิตที่เกิดขน้ึ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มีกลมุ่ อสม.แกนนำด้านสขุ ภาพเกดข้นึ ในพนื้ ที่
2.2 มนี วัตกรรมการควบคุมป้องกนั โรคไขเ้ ลือดออก
๓. วิธกี ารดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้/กลมุ่
3.1 คัดเลอื กและสรรหาประชาชนทีม่ จี ิตอาสาเข้ามาเปน็ อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำหม่บู ้าน
3.2 จดั อบรมตามหลกั สตู ร อสม.
3.3 จัดให้มีการอบรมพัฒนาศักยภาพ อสม.เป็นระยะทำงาน อย่างเป็นระบบมีตัวแทนเป็น
ประธาน อสม. ประจำหมู่บ้านและประธานประจำตำบลคือ นายบวรนันท์ เนตรน้อย ซึ่งเป็นคนต้นแบบที่มี
ความสามารถในการประสานงาน แกนนำของแต่ละหมู่บ้านเมื่อดำเนินกิจกรรมการงาน อสม. เช่น การแก้ไขปัญหา
เรื่องไข้เลือดออก เรื่องพิษสุนัขบ้า เป็นต้น ปัญหาด้านสุขภาพได้ลดน้อยลงจากการดูแลการควบคุมของกลุ่ม อสม.
ในเบือ้ งต้นทำใหป้ ระชาชน ไดม้ กี ารดูแลตัวเองในดา้ นสขุ ภาพรา่ งกายและสขุ ภาพอนามัยที่ดขี น้ึ
3.4 ให้ อสม. ได้สมคั รเข้ากลมุ่ แกนนำและชมรมตา่ ง ๆ
3.5 จัดใหม้ ีการสรุปผลและถอดบทเรียนการดำเนนิ งานทกุ ปี
3.6 สร้างขวัญกำลงั ใจโดยจัดใหม้ กี ารศกึ ษาดงู านทกุ ปี
4. ผลที่คาดว่าจะเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
ประชาชนในพ้ืนท่ขี องตำบลพรหมนิมติ ได้รบั การดแู ลสขุ ภาพอยา่ งท่ัวถงึ ทกุ กลมุ่ เปา้ หมาย
5. การขยายผลการดำเนินการ
พัฒนาศักยภาพ อสม. ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น และสามารถดูแลกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมทุกกลุ่มและทุก
พนื้ ท่ี
195
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรยี นรู้
1. สิง่ ท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มีความรู้ดา้ นการดูแลสขุ ภาพ ถา่ ยทอดองค์ความรู้ และดแู ลผูป้ ว่ ยเบ้อื งต้นได้
1.2 ตอ่ ครอบครัว มีความร้ใู นการดูแลสขุ ภาพของคนในครอบครัว มีสมั พนั ธ์ทด่ี ใี นครอบครัว
1.3 ต่อชุมชน เกิดกลุ่มคนที่มีจิตอาสาให้บริการด้านสาธารณสุขกับประชาชนในพื้น ทำให้คนใน
พ้ืนทไ่ี ด้รบั บรกิ ารดา้ นสาธารณสุขอย่างท่วั ถึงและประชาชนในพ้นื ทรี่ ู้จักวิธีการดแู ลสุขภาพตนเอง
๒. วิธีการเรยี นรู้
๒.๑ เรยี นรู้แนวคดิ ของจติ อาสาเพ่อื สขุ ภาพจากวทิ ยากร กลุม่ อสม.
๒.๒ เรยี นรู้เกีย่ วกบั การทำลกู ประคบสมนุ ไพร เพอ่ื ดูแลฟ้ืนฟูรา่ งกายให้กับผู้ทมี่ ปี ญั หาร่างกาย
๒.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ และซักถามขอ้ สงสัย
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 30 คน)
3.1 ผูเ้ ขา้ เรียนรู้เข้าห้องประชุมและทำความรู้จกั กับทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกร่นิ นาแนวคดิ ของฐานเรียนรู้ “กลุ่ม อสม.” (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 บรรยายเรอื่ ง แนวทางการปฏิบตั ิ และผลที่เกดิ ขึน้ จากการมีกลมุ่ อสม.
(10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 บรรยาเรื่องวิธีการทำงานของ กลมุ่ อสม. วธิ แี บ่งงานแบง่ หนา้ ท่ี
(10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 สรปุ ผลทีเ่ กดิ จากการทำงานและผลประโยชน์ทีป่ ระชาชนไดร้ บั
(10 นาที 10 คน)
3.4 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เี่ กิดขน้ึ (10 นาท)ี
- สรุปผลท่ไี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปรับใชก้ ับตนเอง ครอบครวั ชุมชน
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
3.5 ผู้เข้าเรยี นรสู้ รปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาท)ี
๔. วิทยากร ผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลพรหมนมิ ติ
4.1 นายพุทธศกั ด์ิ โทแกว้ ประธานกล่มุ อสม. ระดบั ตำบล
อสม.
4.2 นายบวรนนั ท์ เนีย่ งนอ้ ย
4.3 นางนชุ ศรมี า
5. สถานทฐี่ านการเรยี นรู้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลพรหมนิมิต หมู่ที่ 6 ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัด
นครสวรรค์
196
กิจกรรมแหลง่ เรียนรู้ เรยี นรูไ้ ด้ 30 คน
กลุ่ม อสม. (60 นาที)
คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรยี นร้ทู ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกร่นิ นำแนวคิด ความเปน็ มาของการจัดตงั้ กลมุ่ อสม.
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเรือ่ ง บรรยายเร่อื ง
แนวทางการปฏบิ ตั ิ วธิ ีการทำงานของกลุ่ม อสม. สรุปผลท่ีเกิดขึน้ จากการทำงาน
และผลท่ีเกดิ ขนึ้ จาก วธิ ีแบ่งงานแบง่ หนา้ ท่ี และผลประโยชน์
การมีกลมุ่ อสม. (10 นาที) ฐานละ 10 คน ทปี่ ระชาชนไดร้ ับ
(10 นาท)ี ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ทเ่ี กิดขนึ้
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ ับพ้ืนทแี่ ละตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
ระบบที่ 7
ระบบภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น
ประกอบดว้ ย 5 แหล่งเรยี นรู้ ดงั นี้
๑. กลุ่มจกั สานงานไม้ไผ่
๒. กลมุ่ กลองยาว
๓. กลมุ่ ทอผา้ พื้นเมอื ง
๔. กลุ่มยาหมอ่ งสมนุ ไพร
๕. กลุ่มนวดลูกประคบสมุนไพร
198
๗. ระบบภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน
๑. แนวคดิ หลกั
เด็กเยาวชนประชาชนทั่วไป ปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดจนผู้สูงอายุในตำบลพรหมนิมิตใช้เวลาว่างให้เกิด
ประโยชน์ โดยตั้งกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันในการสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและ
ประเพณีต่าง ๆ ของท้องถิ่น เช่น กลุ่มจักสาน กลุ่มกลองยาว กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง โดยถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้
ความสามารถ นำใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่เด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้สูงอายุ ร่วมกันทำกิจกรรม
เพ่อื สบื สานอนุรักษภ์ มู ิปญั ญาท้องถนิ่ ศลิ ปวัฒนธรรมให้ดำรงคงอยอู่ ย่างยั่งยืนต่อไป
2. เสน้ ทางการพัฒนาระบบภมู ิปญั ญาท้องถนิ่
ระยะการปรบั โครงสร้างเพ่ือการพฒั นา (พ.ศ. 2532)
ปี พ.ศ. 2532 นายฟู พันยู ชอบการตีกลองยาวและได้ไปเรียนรู้จากผู้สูงอายุรุ่นปู่ และจัดตั้งเป็นกลุ่ม
กลองยาวขึ้น เมื่อมีงานที่ไหนวงกลองยาวของตาฟูก็จะไปเล่นให้ทุกงาน และก็จะสอนให้เด็กรุ่นหลังเป็นประจำ
เพื่ออนุรักษ์และสบื ต่อไป
ระยะการพฒั นาองคก์ ร บูรณาการเพือ่ ขับเคลอื่ นเชงิ ระบบ (พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2554)
ปี พ.ศ. 2551 นายประจวบ น้ำเพชร เป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่มทอผ้า เน่ืองจากประชาชนไม่มีรายได้
เสริม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และแกนนำมีฝีมือในการทอผ้าและเป็นผู้ฝึกสอนสมาชิกใน
กลุม่ และ สมาชกิ ภายในกลมุ่ มรี ายไดเ้ พม่ิ ขนึ้ จากเดมิ เพราะมีรายได้หลกั จากการทอผา้
ปี พ.ศ. 2551 นางสาวศันสนีย์ ผายผุย เป็นแกนนำประชาชนในหมู่บ้านรวมตัวกันปรึกษาหารือกันว่าจะ
หารายได้เสริมที่นอกเหนือจากการทำนา โดยการทำยาหม่องสมุนไพร เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงรวมตัวกัน
199
จัดตั้งกลุ่มยาหม่องสุมนไพร จึงทำให้สมาชิกในกลุ่มฯมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำนา ทำให้มีรายได้
เพยี งพอต่อการดำรงชีวิตประจำวนั
ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นายสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต จัดตั้งกลุ่มจักสานงาน
ไม้ไผ่ให้แก่ผู้สูงอายุเพื่อเป็นการสืบทอดงานจักสานและเป็นการสอนให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นว่างานไม้ที่มีคุณค่า ทำให้
ผสู้ ูงอายุทว่ี ่างงานกม็ งี าน ไม่ทำเงยี บเหงา มรี ายไดแ้ ละสามารถทำของใชเ้ องได้
ระยะการพัฒนาเขา้ สยู่ ุคจัดการตนเอง (พ.ศ. 2555 ถงึ ปัจจบุ ัน)
ปี พ.ศ. 2555 นางนุจรีย์ โสภา เกิดแนวคิดที่จะจัดการปัญหาด้วยตนเองจึงมีการรวมกลุ่มกันหาอาชีพ
แก้ปัญหาและได้เล็งเห็นเรื่องสุขภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อย จึงได้เสนอโครงการทำลูกประคบและนวด
สมุนไพรประชาชนว่างงานไม่มีอาชีพ ทำให้เกิดปัญหาความยากจน คนในชุมชน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้
ว่างงานประชาชนมีรายได้เพิม่ ข้นึ
ระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบด้วย แหล่งเรียนรู้ 5 แหล่ง ดังนี้ (1) กลุ่มจักสานงานไม้ไผ่ (๒) กลุ่ม
กลองยาว (๓) กล่มุ ทอผ้าพืน้ เมอื ง (๔) กลมุ่ ยาหม่องสมุนไพร และ (๕) กลุ่มนวดลกู ประคบสมนุ ไพร
4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ระบบ “ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น”
1. เรียนรู้การสร้างกระบวนการเรียนรู้ แบบปฏิบัติการจริง ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรมท่ี
มกี ารสบื สานอนรุ ักษใ์ นชุมชนมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมยั บรรพบุรุษ
2. เรียนรู้กระบวนการการบูรณางานสู่การปฏิบัติจริงจากส่วนราชการทุกภาคส่วน ผ่านกลยุทธ์การ
บริหารจัดการของชุมชนท้องถิ่นเชื่อมประสานกลไกความร่วมมือ 4 ภาคีหลัก (ท้องท่ี ท้องถิ่น หน่วยงาน
ประชาชน)
จากแนวคิด เส้นทางการพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน และกิจกรรมของระบบการ
เรียนรู้กอ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาฐานเรียนรู้ “ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน” ผา่ นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 5 แหล่งเรียนรู้ คือ
๑. กลุ่มจกั สานงานไมไ้ ผ่
๒. กลมุ่ กลองยาว
๓. กลุ่มทอผ้าพ้นื เมอื ง
๔. กล่มุ ยาหม่องสมุนไพร
๕. กลมุ่ นวดลกู ประคบสมนุ ไพร
โดยแต่ละแหลง่ เรียนรู้ จะนำเสนอข้อมลู ใน 2 สว่ นหลัก คือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) แนวคิดแหล่งเรียนรู้ 2)
กระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้กลุ่ม 3) การเชื่อมโยงงาน คน ข้อมูล 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ และ 5) การต่อยอดขยายผลการดำเนินการ
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 2) วิธีการเรียนรู้ 3)
กิจกรรมการเรียนรู้ 4) วิทยากร 5) สถานท่ีฐานการเรียนรู้ และ 6) กระบวนการเรียนรู้
200
แหล่งเรยี นรู้ท่ี 1
กลุ่มจกั สานงานไม้ไผ่
ส่วนที่ 1 ข้อมลู ที่เก่ยี วขอ้ งกับแหลง่ เรียนรู/้ กล่มุ
1. แนวคิดแหล่งเรยี นรู้
ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๔เป็นต้นมา องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้จัดงานวันผู้สูงอายุ
ข้ึนและได้มีผู้สูงอายุของทุกหมู่ร่วมงานกันเป็นจำนวนมากมีกิจกรรมของผู้สูงอายุ เช่น กลุ่มจักสาน กลุ่มกลองยาว
กลุ่มเล่านิทาน กลุ่มทำขนมไทยและอาหาร กลุ่มทำไม้กวาดทางมะพร้าวผู้สูงอายุ เป็นต้น จึงได้กำเนิดเป็นกลุ่มจัก
สานของผู้สูงอายุ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจนกระทั้ง ณ ปัจจุบันถ้ามีงานที่ไหนก็จะมีกลุ่มผู้สูงอายุไปตั้งเต็นท์สอน
เครื่องจักสานเพื่อเป็นการสืบทอดงานจักสานและเป็นการสอนให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นว่างานไม้ที่มีคุณค่าจากนั้น ท่าน
นายก องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต จึงจัดตั้งกลุ่มจักสานงานไม้ให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบหมายให้พัฒนา
ชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตเป็นผู้คอยดูแล และคอยประสานงานกับผู้สูงอายุเป็นครูฝึกสอนงาน
จักสานจำหน่าย และเป็นผู้นำสินค้าของผู้สูงอายุไปจำหน่าย กลุ่มผู้จักสานผู้สูงอายุดำเนินงานไปด้วยดี ทำให้
ผจกัดู้สารกูงจอิจำากหยรุนทรม่าี่วย่างงสางินนาคนจ้าักกใส็มหาีง้กนาับนผผู้สไู้สูงมูงอั่ทอาำายเยุใงนุียมวบ้ ีผันเู้สหงูงางอนาทาผยำู้สุใูงหหอุม้เากู่ย๑ิดุ ร,ใหา๖ย้ท,ไุก๘ดก้แคลลุ่มือะมขหาอมรง่วู่ทใมชี่ ๑้เกอิจงนกไาดรงร้ แทมตาเป๋วงท็นส่ากุขนาขรนะโาชยหวกม์ขนู่ทอางี่ ย๖ทสี่ผนมู้สาเูงกยอียเาลรย็กตุทิ โคำสขงคทึ้นำิมแเปกจ็น้วึง
หมู่ที่ ๘ คือ นายอ่ ุดอน ชนาวงษ์ เป็นครูผู้ฝึกสอน เครื่องจักสานที่มีจำหน่าย เช่น ตระค้อง ตะกร้า กระบุง ตระแกง
ตระเขง่ เป็นตน้
๒. ผลผลติ ที่เกดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้
2.1 มีการถ่ายทอดงานจักสานให้แกบ่ ตุ รหลาน
2.2 มีการสบื ทอดภมู ปิ ญญาด้านศิลปหัตถกรรมจากบรรพบุรษุ
2.3 มกี ารส่งเสริมอาชีพเสรมิ เพือ่ เพม่ิ รายไดใ้ หก้ ับคนในชุมชน
๓. วิธกี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรยี นรู้/กลุ่ม
3.1 มกี าิ รรวมกล่มุ และจั ัดต้ังคณะกั้ รรมการกล่มุ
ี 3.2 มกี ารเขียนโครงการิ เพ่อื ของบประมาณในการขบั เคลื่อนกลุม่
3.3 มกี ารซือ้ วัสดุอุปกรณ์เขา้ กล่มุ และออกทํากจิ กรรมรว่ มกับชมุ ชม โดยไม่คิดค่าใชจ้ ่าย
4. ผลทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินงานในอนาคต ้ ่
4.1 มกี ารสงเสรมิ อาชีพเสริม เพอ่ื เพิม่ รายได้ให้กับคนในชุมชน
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกดิ จากความสามคคี ความตง้ั ใจ ความไว้วางใจซึง่ กนั และกนั มคี วามอดทน
และการทํางานเป็นทีมเสยี สละเพือ่ ส่วนรวมจนทาํ ใหเ้ กดิ ความสาํ เรจ็
5. การขยายผลการดาเนินการ
คณะกรรมการมศี ักยภาพมีบทบาทในการเสริมความเข้มแข็งใหกับกลมุ่ สามารถเติบโตได้อยางตอ่ เน่อื ง
201
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
๑. สิง่ ทไี่ ด้จากการเรียนรู้
1.1 ต่อตนเอง มีความรเู้ กีย่ วกบั งานจกั สานงานไม้ไผ่
1.2 ครอบครัว เกดิ ความสัมพนั ธท์ ีด่ ใี นครอบครวั มีกจิ กรรมทาํ ร่วมกัน
1.3 ชุมชน เกิดการสร้างจิตสาํ นกึ ใหม้ ีความภาคภมู ิใจในวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ของตน
2. วธิ กี ารเรียนรู้
๒.๑ เรยี นรคู้ วามเปน็ มาและแนวคดิ ของ “เร่ืองงานจักสานไม้ไผ่”จากวิทยากรแหล่ง
๒.๒ เย่ยี มชมนทิ รรศการของแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ตระกล้า กระดง้ ตระแกง ตระคอ้ ง เป็นต้น
2.3 สรุปบทเรยี น แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ และซกั ถามข้อสงสยั
3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนร้ไู ด้ 30 คน)
3.1 ผูเ้ ขา้ เรียนรู้ ทําความรจู้ ักกับทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรนิ่ นําแนวคิด ความเปน็ มา “งานจักสานพืน้ บา้ น ตาํ บลพรหมนิมิต” (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ชมนทิ รรศการ และศึกษาวิธกี ารประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑ์ต่าง ๆ เชน่ ตะกรา้
กระดง้ ตระแกรง ตระค้อง (10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานท่ี 2 บรรยายเร่อื ง การนำไม้ไผม่ าทำงานจกั สาน และวธิ กี ารทำ
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
ฐานที่ 3 บรรยายเรอื่ ง ผลทด่ี ขี องการถา่ ยทอดภมู ปิ ัญญาใหอ้ ยู่คู่ชุมชน
(10 นาที ฐานละ 10 คน)
๓.๓ รว่ มแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสัย ประโยชน์ทีเ่ กิดขึ้น (10 นาที 30 คน)
3.๓.1 สรปุ ผลท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้
๓.๓.2 การนําไปปรบั ใชก้ ับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน
3.๓.3 ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
๓.๔ ผู้เขา้ เรยี นรู้สรุปกระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคุณทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
๔. วทิ ยากร ปราชญช์ าวบา้ น
4.1 นางแต๋ว สขุ ขะ ปราชญช์ าวบา้ น
ปราชญช์ าวบา้ น
4.2 นายเลก็ โสคำแก้ว
4.3 นายอุดร ชนาวงษ์
๕. สถานที่ฐานการเรียนรู้
อาคารผสู้ งู อายุ หมทู่ ่ี 9 ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
202
กิจกรรมแหล่งเรียนรู้ เรียนรู้ได้ 30 คน
กลุ่มจกั สานงานไมไ้ ผ่ (60 นาท)ี
คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรจู้ ักกับทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เกริน่ นำแนวคิด ความเป็นมาของการจัดตงั้ กลมุ่ จักสานงานไมไ้ ผ่
(10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานท่ี 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเรอื่ ง
บรรยายเรื่องชมนทิ รรศการ การนำไมไ้ ผ่มาทำงานจกั สาน ผลทด่ี ขี องการถ่ายทอด
และศึกษาวิธีการประดษิ ฐ์ และวิธีการทำ ภูมิปญั ญาให้อยคู่ ่ชู มุ ชน
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาที) ฐานละ 10 คน
ผลติ ภณั ฑ์ต่างๆ เชน่ ตระกรา้
กระดง้ ตระแกง ตระค้อง
งานจกั สานไมไ้ ผ่
(10 นาที) ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เ่ี กดิ ขน้ึ
- สรุปผลท่ีไดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับพนื้ ท่ีและตำบล
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
203
แหลง่ เรียนรู้ท่ี 2
กลมุ่ กลองยาว
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มูลท่เี กย่ี วข้องกับแหล่งเรียนร/ู้ กลุ่ม
1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
นายฟู พันยู กล่าวว่า แกชอบการตีกลองยาวมากจนกระทั่งแกได้ไปเรียนรู้จากผู้สูงอายุรุ่นปู่และได้มา
จัดซื้อกลองยาวและได้จัดตั้งเป็นกลุ่มกลองยาวขึ้นจากนั้นเรื่อยมา เมื่อมีงานที่ไหนวงกลองยาวของตาฟูก็จะไปเล่น
ให้ทุกงาน เช่น งานในวัด งานอาบน้ำผู้สูงอายุ งานบวช งานแต่ง แห่นางแมว และก็จะสอนให้เด็กรุ่นหลังเป็น
ประจำ เช่น มีเด็กนักเรียนตามโรงเรียนในตำบลแกก็จะสอนให้เป็นประจำเรื่อยมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบ
ต่อมา ณ ปัจจุบัน กลุ่มกลองยาวก็ยังมีเล่นในกิจกรรมผู้สูงอายุและไปเล่นให้กับทุกหมู่ที่มีงานอาบน้ำผู้สูงอายุ
ประจำตำบล กลุ่มกลองยาวก็จะไปเล่นให้เป็นประจำทุกปี เป็นที่ชื่นชอบของหมู่ผู้สูงอายุ ทางตาฟูและคณะ ก็จะ
สอนให้กับคนรุ่นหลังและเด็กนักเรียนตลอดมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาสืบต่อไป ทางตาฟูก็จะ
รับสอนให้กับเด็กและผู้ที่สนใจ ทางท่านนายกสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ก็จะ
สนบั สนนุ ในเรื่องกลองให้กบั กลมุ่ ผู้สูงอายุ เพ่อื อนุรักษแ์ ละสบื ต่อไป
๒. ผลผลิตทเ่ี กิดขน้ึ จากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มกี ารสืบทอดภมู ปิ ัญญาประเพณวี ฒั นธรรมไทยกลุ่มกลองยาว
2.2 คนในชมุ ชนเกดิ ความรสู้ กึ ในการเป็นเจ้าของรว่ มกนั
2.3 เกิดกลุ่มประเพณีวัฒนธรรมไทยรำกลองยาว ที่มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมความเป็นพื้นบ้าน
ของกลมุ่ คนไทยที่สืบทอดเรอ่ื งกลองยาวให้คงอยสู่ บื ไปถึงรุ่นลกู รุ่นหลาน
๓. วิธกี ารดำเนนิ งานของแหล่งเรยี นรู้/กลุม่
3.1 มกี ารรวมกลุ่มและจัดต้งั คณะกรรมการกลุม่
3.2 มกี ารของบสนับสนนุ เคร่อื งแต่งกายเขา้ กลุ่ม
3.3 มีการซ้อื วสั ดอุ ปุ กรณ์เขา้ กลุม่ และออกทํากจิ กรรมรว่ มกับชุมชม
4. ผลที่คาดวา่ จะเกิดขึน้ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ใหแก่เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมให้
คงอยู่
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตั้งใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน
และการทาํ งานเปน็ ทีมเสยี สละเพือ่ ส่วนรวมจนทาํ ให้เกดิ ความสําเรจ็
5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนุรักษ์ประเพณีวฒั นธรรมให้สืบอยู่ต่อไปเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ทราบถึงความเป็นมา ของกลองยาว
และได้ดาํ รงรกั ษาไวส้ บื ตอ่ ไป
204
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
๑. สงิ่ ทไี่ ด้จากการเรยี นรู้
1.1 ต่อตนเอง มคี วามรู้เก่ียวกับประเพณีวฒั นธรรมการละเล่นกลองยาวพ้นื บ้าน
1.2 ตอ่ ครอบครวั เกดิ ความสัมพันธท์ ี่ดใี นครอบครวั มกี ิจกรรมทาํ รว่ มกนั
1.3 ต่อชุมชน เกิดการสร้างจิตสํานึก ให้มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตน และ
เผยแพร่ต่อให้กับลูกหลานในชมุ ชน
2. วธิ กี ารเรยี นรู้
2.๑ เรียนรู้ประวตั ิความเป็นมาของในเรอื่ ง การละเล่นกลองยาว จากวิทยากรแหล่งเรียนรู้
2.๒ เยี่ยมชมนิทรรศการของแหล่งเรียนรู้ อาทิ ภาพถ่ายการประกอบการออกเล่นกลองยาว
ตามงานประเพณีตา่ ง ๆ และเคร่ืองเล่นในวงกลองยาวพืน้ บ้าน
2.3 สรปุ บทเรียน แลกเปลยี่ นเรียนรู้ และซกั ถามขอ้ สงสยั
3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรูไ้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผมู้ าแลกเปล่ียนเรยี นรทู้ ำความร้จู ักกบั ทมี วิทยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกริ่นนำแนวคดิ ความเปน็ มาของการบริหารงานกลมุ่ กลองยาว (10 นาที 30 คน)
ฐานท่ี 1 เรียนรปู้ ระวัตคิ วามเป็นมาของ “กลมุ่ กลองยาว” (10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 เย่ียมชมนทิ รรศการรูปถา่ ย ละเคร่ืองดนตรีกลองยาว พรอ้ มแสดงให้ชม
(10 นาที 10 คน)
ฐานท่ี 3 นําเสนอสรปุ ผลกระบวนการเรียนรู้ โดยเทียบเคียงจากฐานเรียนรู้
หรือประสบการณ์จากชมุ ชนของตนเอง (10 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลยี่ นเรียนรู้ ซักถามขอ้ สงสยั ประโยชน์ทเ่ี กดิ ขนึ้ (10 นาที 30 คน)
- สรปุ ผลทไ่ี ด้จากการเรียนรู้
- การนําไปปรบั ใช้กบั ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
3.๔ ผ้เู ข้าเรียนรสู้ รปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคณุ ทมี วทิ ยากร (10 นาที 30 คน)
4. วทิ ยากร ปราชญช์ าวบ้าน
4.1 นายฟู พนั ยู
ปราชญ์ชาวบา้ น
4.2 นายเสรมิ ขนุ ศรี ปราชญ์ชาวบา้ น
4.3 นายพาย อยูส่ บาย
5. สถานที่ฐานการเรยี นรู้
ศาลาวดั คลองแปด หมู่ที่ 4 บ้านคลองแปด ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
205
กิจกรรมแหล่งเรยี นรู้
กลุม่ กลองยาว (60 นาท)ี
รบั เพือ่ นไดค้ รง้ั ละ 30 คน
คณะผ้มู าแลกเปลย่ี นเรียนรู้ทำความรจู้ กั กับทีมวทิ ยากร
(5 นาที 30 คน)
เรยี นรู้แนวคดิ “กลมุ่ กลองยาว”
เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเปน็ มาของการบรหิ ารงานกลุม่ กลองยาว
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรื่อง บรรยายเรอ่ื ง บรรยายเรอื่ ง
ประวัติความเปน็ มา เย่ียมชมนิทรรศการรปู ถา่ ย สรุปผลกระบวนการเรยี นรู้
ของกลุ่มกลองยาว และเครอ่ื งดนตรีกลองยาว โดยเทียบเคยี งจากฐานเรยี นรู้ หรือ
(10 นาที) ฐานละ 10 คน พร้อมแสดงใหช้ ม ประสบการณจ์ ากชมุ ชนของตนเอง
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชนท์ เี่ กิดขน้ึ
- สรปุ ผลท่ไี ดจ้ ากการเรียนรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั พื้นทแี่ ละตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
206
แหล่งเรียนรู้ท่ี 3
กลุม่ ทอผ้าพ้นื เมือง
สว่ นที่ 1 ข้อมูลทีเ่ กีย่ วข้องกับแหล่งเรียนรู/้ กลุม่
1. แนวคิดแหลง่ เรยี นรู้
ประชาชนไม่มีรายได้เสริม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ประชาชนในหมู่บ้านจึงมา
นั่งปรึกษากันว่า จะทำอาชีพเสรมิ อะไร จึงมกี ารรวมกลุ่มกัน 5 คน ช่วยกันคดิ ว่า จะหาอาชพี เสริมอยา่ งไร และได้มี
ข้อสรุปว่าจะทำการทอผ้าพื้นเมือง เพราะว่า นายประจวบ น้ำเพชร มีฝีมือในการทอผ้าและเป็นผู้ฝึกสอนสมาชิกใน
กลุ่มและเป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่ม สมาชิกภายในกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม เพราะมีรายได้หลักจากการทอผ้า
จนถึงปจั จุบันมสี มาชกิ ทง้ั หมด 8 คน
๒. ผลผลติ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มกี ารสบื ทอดภูมิปัญญาท้องถิน่ ในการทอผา้ พน้ื เมอื ง
2.2 คนในชุมชนเกดิ ความร้สู กึ ในการเป็นเจา้ ของรว่ มกนั
2.3 เกิดกลุ่มทอผ้าพืน้ เมอื งสืบทอดสู่รุน่ ลกู รุ่นหลาน
๓. วธิ ีการดำเนนิ งานของแหล่งเรียนรู้/กลมุ่
3.1 มีการร่วมกลมุ่ กันทอผา้ พ้ืนเมอื ง
3.2 มีการถ่ายทอดความรทู้ ี่มีในเรื่องทอผ้าให้กับผู้ทีส่ นใจและเด็กเยาวชนรุ่นหลงั
3.3 มีการหนนุ เสริมและไปอบรมเพิม่ ความร้ใู นการทอผ้าเพม่ิ รายใหม่ ๆ
4. ผลทคี่ าดว่าจะเกิดขน้ึ จากการดำเนินงานในอนาคต
4.1 มีความต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญา
ท้องถ่ินให้คงอยคู่ ชู่ ุมชน
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตงใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน
และการทํางานเป็นทมี เสยี สละเพ่ือส่วนรวมจนทาํ ใหเ้ กดิ ความสําเรจ็
5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนุรักษ์วัฒนธรรมให้สืบอยู่ต่อไปเพื่อใหชนรุ่นหลังได้ทราบถึงความเป็นมา ของรากเหง้าแห่ง
บรรพบุรุษและได้ดำรงรกั ษาไว้สบื ตอ่ ไป
207
ส่วนที่ 2 กระบวนการเรียนรู้
๑. ส่งิ ท่ไี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มคี วามรเู้ กยี่ วกับภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ในเรื่องการทอผ้าพืน้ เมอื ง
1.2 ครอบครัว เกิดความสัมพนั ธ์ทีด่ ีในครอบครวั มกี ิจกรรมทำร่วมกนั
1.3 ชมุ ชน เกิดการสร้างจิตสำนกึ ให้มคี วามภาคภมู ใิ จในวัฒนธรรมท้องถ่นิ ของตน และเผยแพร่
ตอ่ ใหก้ ับลกู หลานในชมุ ชน
2. วิธกี ารเรียนรู้
2.๑ เรยี นรู้ประวัติความเปน็ มาของในเรอ่ื งการทอผ้าพน้ื เมือง จากวิทยากรแหล่ง
2.๒ เย่ียมชมนทิ รรศการของแหลง่ เรียนรู้ เชน่ ผา้ ทอพื้นเมอื งหลากหลายแบบ
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และซกั ถามขอ้ สงสัย
3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นรไู้ ด้ 30 คน)
3.1 คณะผู้มาแลกเปล่ยี นเรยี นร้ทู ำความรู้จักกับทีมวทิ ยากร (5 นาที 30 คน)
3.2 เกรน่ิ นำแนวคดิ ความเป็นมาของกลุ่มทอผ้า (10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรื่อ งเรยี นร้ปู ระวัตคิ วามเปน็ มาของ “กลุ่มทอผา้ ”
(10 นาที 10 คน)
ฐานท่ี 2 เยย่ี มชมนิทรรศการผา้ ทอพื้นเมือง และเครือ่ งทอผา้ แบบโบราณ
(10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 3 สอนวธิ กี ารยอ้ มผ้า และวธิ ีการทอผ้าแบบพน้ื เมือง (10 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ซักถามข้อสงสัย ประโยชน์ทเี่ กิดข้นึ (10 นาที 30 คน)
- สรปุ ผลทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรับใช้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน
- ข้อสงสยั ในการเรียนรู้
3.๔ ผเู้ ขา้ เรยี นรูส้ รุปกระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวทิ ยากร (10 นาที 30 คน)
4. วิทยากร ปราชญ์ชาวบ้าน
ปราชญช์ าวบ้าน
4.1 นายจวบ นำ้ เพชร
4.2 นางลำเจียก น้ำเพชร ปราชญช์ าวบ้าน
4.3 นางสำเรยี ง น้ำเพชร
5. สถานทีฐ่ านการเรียนรู้
หม่ทู ่ี 4 บา้ นกกกว้าว ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
208
กิจกรรมแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรไู้ ด้ 30 คน
กลุ่มทอผ้าพนื้ เมือง (60 นาท)ี
คณะผมู้ าแลกเปลย่ี นเรียนรูท้ ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 30 คน)
เรยี นรู้แนวคดิ “กลมุ่ ทอผ้าพ้นื เมอื ง”
เกรน่ิ นำแนวคิด ความเป็นมาของกลุม่ ทอผา้
(10 นาที 30 คน)
ฐานที่ 1 ฐานที่ 2 ฐานที่ 3
บรรยายเรอ่ื ง เยยี่ มชมนิทรรศการผา้ ทอพ้นื เมือง สอนวธิ กี ารยอ้ มผ้า และ
เรียนรปู้ ระวัติความเปน็ มา วธิ ีการทอผา้ แบบพ้นื เมือง
ของ “กลุ่มทอผ้า” และเครอื่ งทอผ้าแบบโบราณ (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (10 นาท)ี ฐานละ 10 คน
- ร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เ่ี กิดข้ึน
- สรปุ ผลที่ไดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กับพ้นื ทแ่ี ละตำบล
- ข้อสงสยั ในการเรยี นรู้
(10 นาที 30 คน)
สรปุ กระบวนการเรียนรู้ กล่าวขอบคณุ ทีมวิทยากร
(5 นาที 30 คน)
209
แหลง่ เรียนรทู้ ี่ 4
กลมุ่ ยาหม่องสมุนไพร
ส่วนที่ 1 ข้อมลู ที่เกย่ี วข้องกับแหล่งเรียนรู้/กลุ่ม
1. แนวคิดแหล่งเรียนรู้
ประชาชนในหมู่บ้านรวมตัวกันปรึกษาหารือกันว่าจะหารายได้เสริมที่นอกเหนือจากการทำนา โดย
นางสาวศันสนีย์ ผายสุย เป็นแกนนำ และมีฝีมือในการทำยาหม่องสมุนไพร จึงได้ข้อสรุปว่า จะทำยาหม่องสมุนไพร
เป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มโดยมีสมาชิกทั้งหมด 10 คน และได้ปรึกษา
กับผู้นำหมู่บ้านเขียนโครงการของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้เงินสนับสนุนกลุ่ม
จำนวน 10,000 บาท สมาชิกในกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำนา ทำให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรง
ชวี ิตประจำวนั จนถงึ ปัจจบุ นั มีประชาชนในหมบู่ ้านให้ความสนใจมาสมัครเปน็ สมาชิก 10 คน
๒. ผลผลิตทีเ่ กดิ ขึ้นจากการดำเนินงานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 มกี ารสืบทอดภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ในการทำยาหม่อง
2.2 คนในชมุ ชนเกิดความรู้สึกในการเปน็ เจ้าของร่วมกัน
2.3 เกิดกลมุ่ ทำยาหม่อง เพื่อถ่ายทอดสูร่ นุ่ ลูกรนุ่ หลาน
๓. วิธกี ารดำเนินงานของแหล่งเรยี นรู้/กลุม่
3.1 มกี ารรวมกลุม่ คนท่วี ่างงานทำยาหมอ่ งใชค้ วามรูท้ มี่ อี ยู่ถา่ ยทอดให้กบั ผูท้ ว่ี า่ งงาน
3.2 มีการจัดประชุมกับสมาชกิ ภายในกลุ่มเพื่อจัดหาซ้อื วัสดอุ ุปกรณ์ใช้ในกลุ่ม
3.3 มีการซือ้ วัสดอุ ปุ กรณ์เข้ากลมุ่ เพอ่ื ทำยาหมอ่ ง
4. ผลทคี่ าดวา่ จะเกิดข้นึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มีความต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญา
ท้องถิน่ ใหค้ งอยูค่ ชู่ มุ ชน
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตั้งใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน
และการทำงานเป็นทีมเสยี สละเพือ่ สว่ นรวมจนทำให้เกิดความสำเร็จ
5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนรุ กั ษ์ภมู ปิ ญั ญาให้สืบอยตู่ อ่ ไป เพ่ือให้ชนรุ่นหลงั ไดท้ ราบถึงความสำคญั และคณุ ค่าของสมนุ ไพร
210
ส่วนท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้
๑. ส่ิงทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มคี วามรูเ้ กย่ี วกับภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินในเร่อื งการทำยาหมอ่ งสมุนไพร
1.2 ต่อครอบครวั เกิดความสัมพนั ธท์ ด่ี ีในครอบครวั มีกจิ กรรมมีงานทำร่วมกนั
1.3 ต่อชุมชน เกิดการสร้างจิตสำนึก ให้มีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน และ
เผยแพร่ตอ่ ใหก้ ับลกู หลานในชมุ ชน
2. วิธกี ารเรยี นรู้
2.๑ เรยี นรู้ประวัตคิ วามเป็นมาของสมุนไพรในการทำยาหมอ่ ง จากวทิ ยากรแหลง่
2.2 วธิ ีการเลือกซอ้ื วัสดทุ ีใ่ ช้ในการทำยาหม่อง
2.3 สรุปบทเรยี น แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ และซักถามข้อสงสัย
3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรยี นร้ไู ด้ 20 คน)
3.1 คณะผ้มู าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำความร้จู กั กบั ทีมวิทยากร (5 นาที 20 คน)
3.2 เกร่นิ นำแนวคิด ความเปน็ มาของกลุม่ ยาหม่องสมุนไพร (10 นาที 20 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรอื่ งเรียนรูป้ ระวัติความเปน็ มาของ “กลุ่มยาหม่องสมุนไพร”
(10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 สอนวธิ กี ารทำยาหม่อง และการจัดหาตลาดจำหนา่ ย (20 นาที 10 คน)
3.3 รว่ มแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซกั ถามข้อสงสยั ประโยชน์ทเ่ี กดิ ขึ้น (10 นาที 20 คน)
- สรปุ ผลท่ไี ด้จากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน
- ขอ้ สงสยั ในการเรยี นรู้
3.๔ ผู้เขา้ เรยี นรสู้ รุปกระบวนการเรยี นรู้ กล่าวขอบคุณทีมวิทยากร (10 นาที 20 คน)
4. วทิ ยากร ปราชญ์ชาวบ้าน
4.1 นางศันสนยี ์ ผายสยุ ปราชญ์ชาวบา้ น
ปราชญช์ าวบา้ น
4.2 นางระเบยี บ กอบทอง
4.3 นางเดือน แกว้ ชา้ ง
5. สถานทีฐ่ านการเรยี นรู้
หมทู่ ่ี 7 บ้านโพธิค์ อย ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
211
แหลง่ เรยี นรู้
กลมุ่ ยาหม่องสมุนไพร (60 นาที)
เรยี นรไู้ ด้ 20 คน
คณะผมู้ าแลกเปลี่ยนเรียนร้ทู ำความรจู้ ักกับทมี วิทยากร
(5 นาที 20 คน)
เรยี นรแู้ นวคิด “กลมุ่ ยาหมอ่ งสมนุ ไพร”
เกริ่นนำแนวคดิ ความเปน็ มาของกลมุ่ ยาหมอ่ งสมนุ ไพร
(10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2
บรรยายเร่อื ง บรรยายเรอ่ื ง
วธิ ีการเลือกวสั ดุทใี่ ช้ทำยาหมอง สอนวิธกี ารทำยาหมอง
(10 นาที) ฐานละ 10 คน และการจัดหาตลาดจำหนา่ ย
(30 นาที) ฐานละ 10 คน
- รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสยั ประโยชนท์ เี่ กิดข้นึ
- สรุปผลทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใชก้ บั พน้ื ท่แี ละตำบล
- ข้อสงสัยในการเรยี นรู้
(10 นาที 20 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วทิ ยากร
(5 นาที 20 คน)
212
แหล่งเรียนร้ทู ี่ 5
กลุ่มนวดลกู ประคบสมนุ ไพร
สว่ นที่ 1 ข้อมูลทีเ่ กี่ยวข้องกบั แหลง่ เรียนร/ู้ กลุม่
1. แนวคดิ แหลง่ เรยี นรู้
ประชาชนว่างงานไม่มีอาชีพ ทำให้เกิดปัญหาความยากจน คนในชุมชนจึงเกิดแนวคิดที่จะจัดการปัญหา
ด้วยตนเอง จึงมีการรวมกลุ่มกันหาอาชีพ แก้ปัญหาและได้เล็งเห็นเรื่องสุขภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อยจึงได้
เสนอโครงการทำลูกประคบและนวดสมุนไพร โดยมีแกนนำ คือ นางนุจรีย์ โสภา ซึ่งเป็นต้นแบบมีความสามารถทำ
ลูกประคบสมุนไพรได้ จึงรวมกลุ่มกัน 10 คน เพื่ออบรมสร้างรายได้ให้กับผู้ว่างงานประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จาก
เดิมว่างงานก็มีงานทำ มีอาชีพ เดิมมีสมาชิก 10 คน ผ่านไป 1 ปี สมาชิกมีรายได้รวมกลุ่มต่อเดือน 5,000 บาท
และมสี มาชกิ มาสมัครร่วมกลมุ่ อีก 3 ราย เปน็ 10 ราย
๒. ผลผลติ ทเ่ี กดิ ข้ึนจากการดำเนนิ งานของแหลง่ เรยี นรู้
2.1 กลุ่มที่ว่างงานได้รับการถ่ายทอดความรู้ ให้แก่สมาชิกกลุ่มที่มีความรู้ หรือทุนทางภูมิปัญญา
ท้องถ่นิ
2.2 คนในชมุ ชนเกดิ ความรู้สกึ ในการเปน็ เจา้ ของร่วมกนั
2.3 เกิดกลุ่มกลุ่มนวดลูกประคบสมุนไพร เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อเป็นการสร้าง
งาน กอ่ ใหเ้ กิดรายได้เสริม
๓. วธิ กี ารดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้/กล่มุ
3.1 มีการรวมกลุ่มคนที่ว่างงาน ฝึกนวดลูกประคบ และทำลูกประคบสมุนไพร โดยใช้ความรู้ที่มี
อยถู่ า่ ยทอดให้กับผู้ทว่ี า่ งงาน เพือ่ เป็นการสร้างรายได้
3.2 มีการจดั ประชมุ กบั สมาชิกภายในกลมุ่ เพ่อื จดั หาซือ้ วสั ดอุ ปุ กรณใ์ ช้ในกลุม่ นวดลกู ประคบ
4. ผลทีค่ าดว่าจะเกิดขน้ึ จากการดำเนนิ งานในอนาคต
4.1 มคี วามตอ้ งการถ่ายทอดองค์ความรใู้ หแ้ ก่เด็กและเยาวชน กลุ่ม อสม. ประชาชนที่สนใจเพื่อ
เป็นการสบื ทอดภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ินให้คงอยู่ค่ชู ุมชน และยงั นำความรู้ไปปรับใชก้ บั ครอบครัวและผสู้ ูงอายทุ ดี่ ูแล
4.2 สมาชิกในกลุ่มเกิดจากความสามัคคี ความตั้งใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีความอดทน
และการทำงานเป็นทีมเสียสละเพื่อสว่ นรวมจนทำใหเ้ กดิ ความสำเรจ็
5. การขยายผลการดำเนินการ
ต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาให้สืบอยู่ต่อไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงความสำคัญ และคุณค่าของ
สมนุ ไพรในทอ้ งถนิ่
213
สว่ นที่ 2 กระบวนการเรยี นรู้
๑. สงิ่ ทไ่ี ด้จากการเรียนรู้
1.1 ตอ่ ตนเอง มีความร้เู ก่ียวกับสมุนไพรท่ใี ช้ทำลูกประคบ
1.2 ต่อครอบครวั มีงานทำร่วมกันมรี ายได้เพยี งพอ
1.3 ต่อชุมชน เกิดการสร้างจิตสำนึก ให้มีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน และ
เผยแพร่ตอ่ ให้กับลกู หลานในชมุ ชนในเร่อื งสมนุ ไพรทำลกู ประคบ
2. วธิ กี ารเรยี นรู้
2.๑ เรียนรปู้ ระวตั ิความเปน็ มาของกลมุ่ นวดลูกประคบสมนุ ไพร จากวทิ ยากรแหล่งเรยี นรู้
2.2 วิธกี ารเลือกสมนุ ไพร ท่ีมีสรรพคณุ แก้โรคแก้อาการทางการแพทย์แผนไทย
2.3 สรปุ บทเรยี น แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และซกั ถามขอ้ สงสยั
3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (60 นาที เรียนรู้ได้ 20 คน)
3.1 คณะผู้มาแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ำความรู้จักกับทมี วทิ ยากร (5 นาที 20 คน)
3.2 เกริ่นนำแนวคิด ความเป็นมาของนวดลกู ประคบสมนุ ไพร (10 นาที 20 คน)
ฐานที่ 1 บรรยายเรื่อง ความเปน็ มาของ “กลมุ่ นวดลูกประคบสมุนไพร”
และเร่อื งสรรพคุณของสมนุ ไพรทน่ี ำมาทำลกู ประคบ (10 นาที 10 คน)
ฐานที่ 2 สอนวิธีการทำลูกประคบสมุนไพร และวิธีการนวดลูกประคบ สรุปการทำงาน
ของกล่มุ นวดลูกประคบสมุนไพร (20 นาที 10 คน)
3.3 ร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ซักถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ ีเ่ กดิ ข้นึ (10 นาที 20 คน)
- สรุปผลท่ีได้จากการเรียนรู้
- การนำไปปรับใชก้ ับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน
- ขอ้ สงสัยในการเรียนรู้
3.๔ ผเู้ ขา้ เรยี นรสู้ รปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคณุ ทมี วทิ ยากร (10 นาที 20 คน)
4. วทิ ยากร ปราชญช์ าวบา้ น
4.1 นางนุจรี โสภา ปราชญ์ชาวบ้าน
ปราชญช์ าวบ้าน
4.2 นางอญั ชรี รอดโฉม
4.3 นางสาวเฉลียว แกว้ พวง
5. สถานทีฐ่ านการเรียนรู้
หมู่ที่ 8 บ้านกกกวา้ ว ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
214
กจิ กรรมแหล่งเรยี นรู้ เรียนรู้ได้ 20 คน
กลมุ่ นวดลูกประคบสมนุ ไพร (60 นาที)
คณะผู้มาแลกเปลีย่ นเรยี นรทู้ ำความรจู้ กั กับทมี วิทยากร
(5 นาที 20 คน)
เรยี นร้แู นวคดิ ความเป็นมาของ “กลุ่มนวดลูกประคบสมุนไพร”
(10 นาที 20 คน)
ฐานท่ี 1 ฐานที่ 2
บรรยายเรอื่ ง บรรยายเรื่อง
บรรยายเรอ่ื งความเป็นมาของ สอนวิธกี ารทำลกู ประคบสมุนไพร
“กลุ่มนวดลกู ประคบสมนุ ไพร” และเรื่อง และวธิ กี ารนวดลกู ประคบ สรุปการ
สรรพคณุ ของสมนุ ไพรท่นี ำมาทำลกู ประคบ ทำงานของกลุ่มนวดลูกประคบสมนุ ไพร
(10 นาที) ฐานละ 10 คน (20 นาที ฐานละ 10 คน)
- รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซกั ถามขอ้ สงสัย ประโยชนท์ เ่ี กิดข้นึ
- สรุปผลทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้
- การนำไปปรบั ใช้กบั พ้นื ท่แี ละตำบล
- ขอ้ สงสยั ในการเรียนรู้
(10 นาที 20 คน)
สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ กลา่ วขอบคุณทมี วทิ ยากร
(5 นาที 20 คน)
เมนทู ่ี ๔
การพัฒนานวตั กรรม
แนวคิดและหลกั การ
จุดมุ่งหมายของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อการบูรณาการงานประจำกับภารกิจขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต้องให้ความสำคัญกับการปรับวิธีคิดในการทำงาน แล้วนำมาวิเคราะห์เทียบเคียงแนวทาง
ใหม่ในการทำงานตามประสบการณ์เดิมร่วมกับการนำใช้ชุดความรู้ท้ังหลักวิชาการ หลักสังคมวัฒนธรรม หลัก
ประสบการณ์ มาพัฒนาต่อยอด คิดค้นเครื่องมือการทำงานใหม่ รวมท้ังสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ จนเกิดการ
เรียนรู้กระบวนการจัดการตนเองของชุมชนท้องถ่ินจนเกิดความเข้มแข็ง ต่อเน่ืองและยั่งยืน ผลกระทบและผลลัพธ์ที่
ดีต่อผู้ท่ีต้องการความช่วยเหลือ ผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ทั้งในแง่ของการเพิ่มทักษะหรือศักยภาพ การเพ่ิมคุณค่า การเพิ่มผลผลิต
การเพ่ิมผลตอบแทน การลดค่าใช้จ่าย การเพ่ิมสวัสดิการ การเพ่ิมคุณภาพการดูแล การลดปัจจัยเส่ียงด้านสุขภาพ
ตลอดจนการแก้ไขและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในชุมชน เพ่ือร่วมขับเคล่ือนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจนเกิด
รูปธรรมในเร่อื งนโยบายสาธารณะ โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื
(๑) ทบทวน และวิเคราะห์คุณลักษณะของทุนศักยภาพ และแหล่งประโยชน์ในพ้ืนที่ ท้ังในระดับ
บคุ คล กล่มุ ทางสังคม องคก์ รชุมชน หน่วยงาน หมู่บา้ นจัดการตนเองท่สี ามารถนำไปส่กู ารพัฒนานวัตกรรม
(๒) ทบทวน และวิเคราะหน์ วัตกรรมกบั ผลกระทบตอ่ ประชากรกลุ่มเป้าหมายการดแู ล
(๓) ทบทวน และวิเคราะหน์ วัตกรรมลดปจั จัยเสี่ยงดา้ นสขุ ภาพในกลมุ่ ประชากรเป้าหมาย
(๔) วิเคราะห์นวัตกรรมที่ตอบสนองภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และความสอดคล้อง
กบั นโยบายสาธารณะ
(๕) วิเคราะห์นวัตกรรมการจัดการตนเองของทุนทางสังคมท่ีทั้งภายในและภายนอกตำบลพรหม
นิมิตที่ร่วมกันสรา้ งความเขม้ แข็งของชุมชนทอ้ งถนิ่
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตเป็นตำบลท่ีมีความหลากหลายในด้านอาชีพและวัฒนธรรมประเพณี
ท่ีโดดเด่นซ่ือได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษและได้สั่งสมความรู้มาด้วยตนเองมีการอนุรักษ์และสืบทอด
ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ให้คงไว้รวมถึงการค้นหาทุนทางสังคมที่อยู่ในชุมชนเพื่อนำใช้ทุนทางสังคมอย่าง
เป็นรูปธรรมและได้เกิดนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถเผยแพร่และบอกต่อให้กับชุมชนและภาคี
เครือข่ายได้ร่วมเรียนรู้อย่างมากมายซึ่งมีท้ังนวัตกรรมแบบทำแยก นวัตกรรมแบบบูรณาการ นวัตกรรมการแก้ไข
ปัญหา นวัตกรรมการเสริมสร้างศักยภาพทุนทางสังคม นวัตกรรมเพ่ือการแก้ไขปัญหาให้เกิดความเข้มแข็งและ
สามารถพฒั นาตนเองให้ก้าวไปสคู่ วามย่งั ยนื ได้ ซงึ่ มีรายละเอียดของนวัตกรรม ดงั ตารางที่ 23
216
ตารางท่ี 23 นวัตกรรมท่ีโดดเดน่ ของตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
ลำดบั ท่ี นวัตกรรมด้านการจัดการและพัฒนา ประเภทนวตั กรรม
1 ประปาผิวดินหมูบ่ ้าน หมทู่ ่ี 2 นวตั กรรมบูรณาการ
2 ปยุ๋ ดี ดนิ ดี ไม่มจี น นวตั กรรมเพอื่ การแก้ปญั หา
3 กลมุ่ ปฏิบตั ธิ รรมวัดหลังเขา นวัตกรรมเสรมิ ศกั ยภาพทนุ ทางสงั คม
4 จกั รยานสบู นำ้ นวตั กรรมทำแยก
5 เตาเผาขยะถังนำ้ มนั 200 ลติ ร นวัตกรรมเพื่อการแกป้ ญั หา
รูปธรรมของนวัตกรรม
ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย ๙ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ท่ี 1 บ้านบ่อดิน
ขาว หมู่ที่ 2 บ้านสะพานสาม หมู่ท่ี 3 สะพานสอง หมู่ท่ี 4 บ้านคลองแปด หมู่ที่ 5 บ้านหนองโนน หมู่ที่ 6 บ้าน
หนองหญ้ารังกา หมู่ท่ี 7 บ้านโพธ์ิคอย หมู่ที่ 8 บ้านกกกว้าว และหมู่ที่ 9 บ้านหนองไก่หล่อ ประชากรส่วนใหญ่มี
การประกอบอาชีพการเกษตร ทำนา ทำสวน มีการดำรงชีวิตแบบเครือญาติพ่ึงพาอาศัยกันและอยู่บนพื้นฐานความ
พอเพียงภายใต้วัฒนธรรมชุมชนท่ีได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษและนอกจากนั้นประชาชนในตำบลพรหม
นิมิต มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของตำบลพรหมนิมิตย่างต่อเน่ือง เช่น งานประจำปี งานประเพณีประจำปี และ
งานเทศกาลต่าง ๆ ซ่ึงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ตำบลพรหมนิมิตได้การทำวิจัยชุมชน โดยใช้
กระบวนการวิจัยชุมชนเชิงชาติพันธุ์วรรณนาแบบเร่งด่วน (RECAP) ซึ่งได้ค้นพบองค์ความรู้ใหม่และเป็นประโยชน์
ในการนำใชข้ อ้ มลู หรือทีเ่ รยี กว่า “นวตั กรรม” โดยแยกออกเปน็ นวัตกรรมในด้านตา่ ง ๆ ดังน้ี
นวัตกรรมทำแยก ซ่ึงเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนเป็นส่วนใหญ่ เป็นการคิดค้นจากทุนในระดับบุคคล
ท่ีเกิดจากความเชี่ยวชาญ หรือได้รับถ่ายทอดมาเพ่ือใช้ช่วยเหลือกันในชุมชน ได้แก่ (1) จักรยานสูบน้ำ นอกจากนี้
จากการทำวิจัยชุมชน พบว่า ตำบลพรหมนิมิต มีนวัตกรรมท่ีดำเนินการและเก่ียวข้องประชาชนในตำบล คือ
นวัตกรรมบูรณาการ ได้แก่ (2) ประปาผิวดิน นวัตกรรมที่มุ่งแก้ไขปัญหา ได้แก่ (3) นวัตกรรมปุ๋ยดีดินดีไม่มีจน
และ (4) เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร ซ่ึงเกิดผลกระทบกับคนหมู่มาก จำเป็นต้องอาศัยองค์กรภาคี เครือข่าย
เพ่อื มาจดั การปญั หาร่วมกนั
ทังน้ี พบว่า ตำบลพรหมนิมิต ยังมีนวัตกรรมเสริมสร้างศักยภาพทุนทางสังคม ได้แก่ (5) นวัตกรรมกลุ่ม
ปฏิบัติธรรมวัดหลังเขา ซ่ึงเป็นนวัตกรรมที่ค้นหาวิธีการทำงาน หรือพัฒนาแนวทางการทำงานเพ่ือจัดการกับปัญหา
และเพื่อเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของคนในสังคม จากการทำวิจัยชุมชน พบว่า ตำบลพรหมนิมิต มีนวัตกรรม
ดงั กลา่ ว และเป็นนวัตกรรมที่ค้นหาวิธีการใหม่ ๆ มาดำเนินการเพ่ือให้คนในชุมชนมีความรู้ ความสามารถ ความคิด
ริเร่ิมสร้างสรรค์มีสติปัญญาที่เหมาะสมกับความเป็นอยู่ และรู้เท่าทันกับการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งรายละเอียด
ของนวตั กรรมทั้ง 5 นวตั กรรม มีดงั นี้
217
นวัตกรรมบูรณาการ (1) ประปาผิวดินหมูบ่ า้ น หมู่ท่ี 2
พ้นื ทหี่ มูท่ ี่ 1, 2, 3, 4, 5
ตำบลพรหมนิมติ อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
๑. แนวคิด/ท่ีมาของนวตั กรรม
ตำบลพรหมนิมิต มีพ้ืนท่ีมีคลองชลประทานชัยนาท - ป่าสักไหลผ่าน ประชาชนในตำบลพรหมนิมิต มี
ระบบประปาใช้ในหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน แต่เป็นระบบประปาบาดาล ซ่ึงเป็นน้ำที่ไม่สะอาดเนื่องจากมีตะกอน หินปูน
สนิมเหล็ก น้ำไม่มีคุณภาพที่จะนำมาอุปโภค – บริโภค ในการดำรงชีวิตได้ หมู่บ้านสะพานสาม หมู่ที่ ๒ พื้นที่ส่วน
ใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การทำการเกษตรจึงมีผู้มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเพ่ิมมากข้ึนแต่อยู่กระจายเป็นกลุ่มๆ ทำ
ให้การบริการด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ต้องกินพื้นที่กว้าง จึงทำให้เกิดอุปสรรคปัญหาในการให้บริการ เช่นน้ำ
สำหรับใช้ในการอุปโภค – บริโภค ผลิตได้ไม่เพียงพอและไม่ต่อเน่ือง ทำให้คนในชุมชนได้รับความเดือดร้อน เดิม
ประปาหมู่บ้านสะพานสาม หมู่ท่ี ๒ ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้ก่อสร้างระบบประปา
หมู่บ้านโดยได้รับงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป การก่อสร้างระบบประปาผิวดิน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ระบบการส่ง
น้ำเข้าระบบประปาน้ำมาจากคลองชลประทานชัยนาท - ป่าสัก และมีประชาชนที่ใช้น้ำประปา จำนวน ๑๒๐
ครัวเรือน น้ำประปาท่ีใช้ภายในหมู่บ้านไม่พอเพียงและไม่สามารถที่นำน้ำประปามาอุปโภค - บริโภคได้ เพราะใน
การบริหารระบบประปามีปัญหาในน้ำมีตะกอน ตะกัน ไม่มีทรายกรอง คลอรีน สารส้ม เพื่อให้ได้น้ำสะอาด ผู้นำ
ท้องถิ่น ท้องท่ี คณะกรรมการหมู่บ้านและผู้นำกลุ่มต่างๆ ในชุมชน จึงได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือเพ่ือหาทางแก้ไข
ปัญหา จึงได้ร่วมกันบูรณาการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำประชาคมร่วมกันกับประชาชนอีก ๔ หมู่บ้าน
218
ใกล้เคียง คือ หมู่ ๑, 2, ๓, ๔, ๕ โดยตกลงที่จะนำงบ SML ทั้ง ๕ หมู่บ้าน มาบูรณาการร่วมกันในการจัดสร้างโรง
สูบน้ำใหม่ท่ีมีแรงสูบเพิ่มมากข้ึน สามารถผลิตน้ำประปาได้เพิ่มมากขึ้น จัดวางท่อขยายประปาใหม่ให้ทั่วถึง ทำให้
คนในชุมชนท้ัง ๕ หมู่บ้าน ได้มีน้ำประปาท่ีมีคุณภาพเพ่ือใช้ในการอุปโภค – บริโภค ได้อย่างทั่วถึงสะดวก สบาย
ลดความเดือดร้อนลงไปได้ มีคุณภาพชีวิตท่ีดีในการดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมประปาผิว
ดินหมบู่ ้าน หมทู่ ี่ 2 ข้ึน
2. เป้าหมายการดำเนนิ งาน
2.1 ส่ิงทเี่ กิดขึ้นในปัจจบุ ัน
2.1.1 เกิดการบูรณาการงานจากทุนและศักยภาพทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ สู่การขับเคลื่อน
กลุ่มเป้าหมาย สามารถทำให้ชุมชนเห็นความสำคัญและประโยชน์ จึงยินยอมให้มีการนำงบประมาณ SML ของ
ชุมชนมาบูรณาการร่วมกับงบขององค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตในการขยายท่อประปา เป็นการแก้ไขปัญหา
งบประมาณจำกัด โดยการสร้างโรงสูบนำ้ ให้มขี นาดแรงส่งนำ้ เพ่มิ มากขน้ึ
2.1.2 ทำให้คนในชุมชนท้ัง ๕ หมู่บ้านได้มีน้ำประปาที่มีคุณภาพเพ่ือใช้ในการอุปโภค – บริโภค
ไดอ้ ย่างท่ัวถงึ สะดวก สบาย ลดความเดอื ดรอ้ นลงไปได้
2.1.3 มีคณะกรรมการดำเนินงาน ในการจัดสรร บริการน้ำ การซ่อมแซมบำรุงรักษา ค่าบริการ
ในการใชน้ ำ้ และตง้ั เป็นกองทุนเพอ่ื ใชใ้ นกิจการสาธารณประโยชนข์ องชมุ ชน
2.2 ส่ิงทค่ี าดหวังวา่ จะเกดิ ขึ้นในอนาคต
หมู่บ้านท่ีเหลือของตำบลพรหมนิมิตคือ หมู่ที่ 6,7,8,9 ได้มีการบูรณาการงานร่วมกัน ขับเคล่ือนให้เกิด
ระบบประปาผิวดนิ ครบทัง้ ตำบล เพอ่ื ใหป้ ระชาชนไดม้ นี ้ำประปาที่มคี ุณภาพเพ่อื ใช้ในการอปุ โภค – บริโภค
3. ทนุ ทางสังคมท่ีเกีย่ วข้อง
3.1 ระดบั แกนนำบุคคล นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลพรหมนมิ ติ
3.1.1 นายสมเกยี รติ คงทิม
3.1.2 นายอานนท์ ดษิ ฐหร่าย ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต
3.1.3 นายมานพ ชวาลา เลขานายกองค์การบริหารสว่ นตำบลพรหมนิมติ
3.1.4 นายชาญ ทรงชัยพพิ ัฒน์
ผู้ใหญบ่ ้าน หมทู่ ่ี 2
3.2 แหลง่ เรยี นร/ู้ กลุม่ องค์กรชมุ ชน
3.2.1 ผู้นำท้องถ่ิน ท้องที่ และแกนนำชุมชนในพ้ืนท่ีตำบลพรหมนิมิต มีบทบาทในการร่วมคิด
ร่วมทำ ร่วมบริหารงาน ร่วมติดตามประเมินผล ในกิจกรรมต่าง ๆ จากการพูดคุยแลกเปล่ียนในเวทีประชาคม เวที
แผนชมุ ชน แผนตำบล
3.2.2 คณะกรรมการหมู่บ้าน ประสานความร่วมมือของคนในหมู่บ้าน ให้มีความรัก ความ
สามัคคี รว่ มมอื รว่ มใจในการพัฒนางานต่าง ๆ ของหม่บู ้านได้
3.2.3 กองทุนSML หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5 ให้การสนับสนุนงบประมาณ ของท้ัง 5 หมู่บ้าน มา
บูรณาการร่วมกันในการขยาย วางระบบท่อประปาใหม่ สร้างโรงสูบน้ำให้มีขนาดแรงส่งน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้มี
น้ำประปาท่มี คี ณุ ภาพไว้ใช้ในการอปุ โภค – บริโภค
219
3.3 หนว่ ยงาน/แหลง่ ประโยชน์ภายในตำบล
3.3.1 องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ให้การสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร สถานที่
การติดต่อประสานงานในการขับเคล่ือนดำเนินงานในกิจกรรมต่าง ๆ สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ สถานท่ี ให้สถานที่
ประชมุ พดู คยุ รวมถงึ การประสานงานกบั หน่วยงานต่าง ๆ
3.3.2 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค ให้คำปรึกษาหารือ แนะแนวทางในการสูบน้ำจาก
คลองชลประทานชยั นาท - ป่าสกั
3.3.3 คลองชลประทานชัยนาท – ปา่ สกั
3.4 หน่วยงาน/แหลง่ ประโยชนภ์ ายนอกตำบล
3.4.1 กรมวิทยาศาสตร์ที่ 3 นครสวรรค์ สนับสนุนองคค์ วามรู้ ในการตรวจวิเคราะห์คณุ ภาพนำ้
3.4.2 กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนเคร่ืองกรองน้ำ
ชุมชน ตดิ ตงั้ ตามหมู่บ้านตา่ ง ๆ และโรงเรยี นเพือ่ กรองน้ำอีกคร้งั หนึง่
๔. ผลที่เกดิ ขึ้นจากการแก้ไขปัญหา
ทำให้ประชาชนในชุมชนท้ัง ๕ หมู่บ้าน ได้มีน้ำประปาที่มีคุณภาพเพื่อใช้ในการอุปโภค – บริโภค ได้อย่าง
ทั่วถึงสะดวก สบาย ลดความเดือดร้อนลงไปได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีในการดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวัน จากการ
บริหารจัดการตำบลแบบมีส่วนร่วม ทำให้ในการตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินขนาดกลาง ประจำ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
1 ใน 23 องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขนาดกลาง ท่ีมีมาตรฐานด้านการบริหารจัดการที่ดี ระดับประเทศ ได้รับเงิน
รางวัลอุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัด
สำนักนายกรฐั มนตรี จำนวน 1,500,000 บาท
ปี พ.ศ. 2556 ในการตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขนาด
กลาง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕6 องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่มีมาตรฐาน
ด้านการบริหารจัดการท่ีดี อันดับท่ี 2 ของจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับการพิจารณาในระดับประเทศ องค์การบริหาร
ส่วนตำบลพรหมนิมิตเป็น 1 ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ด้านการบริหารจัดการท่ีดี
ระดับประเทศ ได้รับเงินรางวัลอุดหนุน จากสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ สำนกั งานปลดั สำนกั นายกรัฐมนตรี จำนวนเงนิ 1,422,222.22 บาท
๕. วิธีการดำเนนิ งาน
5.1 เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ผู้นำท้องถิ่น ท้องท่ี คณะกรรมการหมู่บ้านและ
ผู้นำกลุ่มต่างๆ ในชุมชน โดยการประชาคมทั้ง 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ท่ี 1, 2, 3, 4, 5 ในการนำงบประมาณจาก
กองทุน SML มาบูรณาการร่วมกันกับงบสนับสนุนของ อบต.พรหมนิมิต เพื่อจัดวางท่อประปา ขยายระบบประปา
ใหม่ โดยการสร้างโรงสูบน้ำให้มีขนาดแรงส่งน้ำเพ่ิมมากข้ึน ทำให้คนในชุมชนทั้ง ๕ หมู่บ้าน ได้มีน้ำประปาที่มี
คุณภาพเพื่อใช้ในการอุปโภค – บริโภค ได้อย่างท่ัวถึงสะดวก สบาย ลดความเดือดร้อนลงไปได้ ทำให้เกิดเป็น
นวัตกรรมประปาผวิ ดนิ หมู่บา้ น หมู่ท่ี 1, 2, 3, 4 และ 5 ขนึ้
5.2 กำหนดหลักเกณฑ์ในการดำเนินการ มีคณะกรรมการมาดำเนินงาน ในการจัดสรรบริการน้ำ การ
ซอ่ มแซมบำรงุ รักษา ค่าบริการในการใชน้ ้ำ และต้ังเปน็ กองทุน เพื่อใชใ้ นกิจการสาธารณะประโยชนข์ องชุมชน
220
6. ผทู้ ี่ไดร้ ับประโยชน์
ประชาชนในชุมชนท้ัง ๕ หมู่บ้าน ทุกกลุ่มเป้าหมายประชากร ได้มีน้ำประปาท่ีมีคุณภาพเพื่อใช้ในการ
อุปโภค – บริโภค ได้อย่างท่ัวถึงสะดวกสบาย ลดความเดือดร้อนลงไปได้ มีคุณภาพชีวิตท่ีดีในการดำเนินชีวิตใน
ชวี ิตประจำวนั
7. การบรู ณาการเข้าสรู่ ะบบการจดั การของพ้นื ท่ี
7.1 การตอบสนองตอ่ ภารกิจขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
นวัตกรรมประปาผิวดินหมู่บ้าน หมู่ท่ี 2 มีความสอดคล้องตอบสนองต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิน่ อันประกอบด้วย
(1) ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน ข้อ 1.2 จัดให้มีน้ำเพ่ือการอุปโภค บริโภคและการเกษตร ข้อ 1.5
จัดใหม้ กี ารสาธารณปู โภคและการก่อสร้างอืน่ ๆ
(2) ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ข้อ 2.8 การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการ
รักษาพยาบาล มนี ำ้ ประปาที่มีคุณภาพในการอุปโภค-บรโิ ภค
(3) ด้านการจัดระเบียบชุมชนและสังคม ข้อ 3.2 การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็น
สาธารณสมบัตขิ องแผ่นดนิ รว่ มกนั ดแู ลโรงสบู นำ้ คลองชลประทาน
(4) ด้านการวางแผนการส่งเสริมการลงทุนและพาณิชย์ ข้อ 4.3 ส่งเสริมให้ประชาชนมีน้ำใน
การประกอบอาชพี มนี ้ำในการทำการเกษตร ปลูกพืชผกั สวนครวั ไว้บรโิ ภคเองได้
(5) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ข้อ 5.1 คุ้มครอง ดูแล และ
บำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ 5.4 สร้างคุณค่าในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ร่วมกันดแู ลคลองชลประทานให้สะอาด เพื่อใช้ในการผลติ น้ำประปา
(7) บริหารจัดการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการ และ อปท. ข้อ 7.1 สนับสนุน
สภาตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในการพัฒนาท้องถ่ิน โดยสมทบงบประมาณ SML ในการบูรณาการ
ร่วมกัน ดำเนินงานประปาผิวดินหม่บู ้าน หม่ทู ี่ 2
7.2 การตอบสนองตอ่ นโยบายสาธารณะ 7+1
นวตั กรรมประปาผวิ ดินหมบู่ า้ น หมู่ท่ี 2 มคี วามสอดคลอ้ งตอบสนองตอ่ นโยบายสาธารณะ 7+1 คอื
(1) การบริหารจัดการท้องถ่ินแบบมีส่วนร่วม ข้อ 1.1 จัดทำเป็นฐานข้อมูลชุมชนเพื่อใช้เป็น
ข้อมูลในการพัฒนาชุมชนต่อไป ข้อ 1.7 อบต.จัดทำแผนพัฒนาชุมชน การประชาคม เวทีหมู่บ้าน โดยให้ทุกภาค
ส่วนเข้ามามสี ว่ นร่วมในการทำแผนพฒั นา หรอื ทำโครงการต่างๆ
(2) ด้านการจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน ข้อ 2.2 อบต.สนับสนุนการจัดเวทีนำเสนอและ
แลกเปล่ียนเรียนรู้ทุกระดับ โดยจัดให้มีการประชาคมทุกภาคส่วนทั้ง 5 หมู่บ้าน ในการดำเนินงานประปาผิวดิน
หมบู่ า้ น หมู่ท่ี 2 ให้มสี ่วนร่วมคิด รว่ มทำ ร่วมติดตามประเมินผลและรว่ มรบั ประโยชนร์ ่วมกนั
(3) ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน ข้อ 12 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านใน
การวางแผนการอนุรักษ์ การดำเนินงาน ในการจัดสรร บริการน้ำ การซ่อมแซมบำรุงรักษา ค่าบริการในการใช้น้ำ
รว่ มกัน
(4) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ข้อ 4.3 คณะกรรมการประปา ออกกฎ
ระเบียบ ข้อบังคับและกติกาในการบริหารจัดการประปาผิวดินหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ข้อ 4.4 มีกลุ่มจิตอาสาในชุมชน
221
ร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงทน ถาวร ย่ังยืนตลอดไป ข้อ 4.5 มีคณะกรรมการ
บริหารจัดการแหล่งน้ำ ดูแล รักษา แหล่งน้ำให้สะอาดเพ่ือใช้ในการผลิตน้ำประปา ข้อ 4.8 มีการจัดทำฐานข้อมูล
และนำใช้ข้อมูลเก่ียวกับแหล่งน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ข้อ 4.10 จัดให้มีการร่วมกันขุดลอก ห้วย
หนอง คลอง บึง เป็นประจำทุกปี เพื่อฟื้นฟูให้ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ให้คงสภาพใช้ประโยชน์ได้อย่าง
ยง่ั ยืนสอู่ นชุ นรนุ่ หลงั ต่อไป
7.3. การลดปัจจยั เส่ียงและสรา้ งปัจจัยส่งเสริมสุขภาพของบคุ คลและชมุ ชน
นวัตกรรมประปาผิวดินหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 มีความสอดคล้องตอบสนองการลดปัจจัยเส่ียง และสร้างปัจจัย
สง่ เสรมิ สุขภาพของบคุ คลและชุมชน คอื
(1) อาหารเพ่ือสุขภาวะ ประชาชนในชุมชนมีน้ำในการทำการเกษตรผสมผสาน ปลูกผักสวนครัว
รั้วกินได้ไว้บริโภคในครัวเรือน มีอาหารปลอดภัยในการบริโภค มีกองทุนจากการบริหารจัดการกิจการประปา
นำมาใชใ้ นกจิ การสาธารณะประโยชน์ของชมุ ชน
(2) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยมี
อาสาสมัคร กลุ่มองค์กร แกนนำแหล่งเรียนรู้ มีจิตอาสาดูแล บำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จัดทำ
แผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู บำรุงรักษา ออกกฎ กติกา ระเบียบในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกันออก
บงั คับใช้
8. ทศิ ทางการนำใช้และขยายผล
ประชาชนในชุมชนทุกกลุ่มเป้าหมายประชากร ได้มีน้ำประปาท่ีมีคุณภาพเพ่ือใช้ในการอุปโภค – บริโภค
ได้อย่างท่ัวถึงสะดวก สบาย ลดความเดือดร้อนลงไปได้ มีคุณภาพชีวิตท่ีดีในการดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวัน และ
หมู่บ้านท่ีเหลือของตำบลพรหมนิมิต คือ หมู่ท่ี 6, 7, 8, 9 ได้มีการบูรณาการงานร่วมกัน ขับเคลื่อนให้เกิดระบบ
ประปาผิวดินครบทั้งตำบล เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำประปาท่ีมีคุณภาพเพ่ือใช้ในการอุปโภค – บริโภค และขยายผล
ผลิตน้ำดื่มที่สะอาด ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ บรรจุเป็นถ้วย เป็นขวดน้ำดื่มเพ่ือไว้บริการแก่ประชาชนในตำบลและ
พน้ื ท่ีใกล้เคียงในราคาท่ถี ูก
222
นวัตกรรม (2) ปุ๋ยดี ดนิ ดี ไม่มีจน
เพื่อการแกป้ ญั หา
ตำบลพรหมนมิ ิต อำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
1. แนวคิด/ท่ีมาของนวัตกรรม
ตำบลพรหมนิมิต มีพื้นท่ีส่วนมากเป็นที่ราบลุ่มภาคกลาง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ทำนา ทำไร่ ทำสวนและพืชผลอื่น ๆ ซ่ึงเป็นการประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตของบรรพบุรุษ ถ่ายทอดมาจากรุ่นปู่ ย่า
ตา ยาย สู่รุ่นลูก รุ่นหลาน ปัจจุบันการทำการเกษตรกรรมมีต้นทุนการผลิตท่ีสูงข้ึน ทั้งค่าปุ๋ยเคมี ยากำจัดวัชพืช
ศัตรูพืช ค่าเครื่องจักรกลและค่าจ้างแรงงาน ซ่ึงสวนทางกับราคาผลผลิตท่ีตกต่ำลง ทำให้เกษตรกรส่วนมากประสบ
ปัญหาขาดทนุ มีหน้ีสนิ ลน้ พ้นตวั เป็นคนยากจน ดำรงชีวติ อยู่ในสงั คมดว้ ยความยากลำบากในปัจจุบัน
การดำเนินโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข คือโครงการท่ีต้องการจะแก้ไขปัญหาความยากจน โดยใช้พ้ืนที่
เป็นตัวกำหนดและตำบลพรหมนิมิต เป็นตำบลต้นแบบในการดำเนินการโครงการดังกล่าวของอำเภอตาคลี เพ่ือให้
การขับเคล่ือนโครงการฯ ซ่ึงมีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและจากการวิเคราะห์ข้อมูลภายใน
หมู่บ้าน/ตำบล พบว่า ปัญหาด้านต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ย เป็นปัญหาท่ีมีส่วนสำคัญในการประกอบอาชีพ และ
ในปัจจุบันการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้ช้ีให้เห็นว่าเป็นแนวทางที่สามารถแก้ไขปัญหา
ความเป็นอยู่ของคนไทยได้ เพ่ือเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเป้าหมาย
ของโครงการฯ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการเสริมสร้างความรู้เก่ียวกับการผลิตและการใช้ปุ๋ย
อินทรีย์อัดเม็ด ซ่ึงเป็นปุ๋ยท่ีมีส่วนสำคัญในการฟ้ืนฟูดิน การเพ่ิมแร่ธาตุภายในดิน เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการ
ผลติ จึงไดเ้ กดิ นวตั กรรม “ปุ๋ยดี ดินดี ไมม่ ีจน” ขึ้น
223
2. เป้าหมายการดำเนินงาน
2.1 สงิ่ ท่เี กิดขนึ้ ในปัจจุบัน
2.1.1 ประชาชนและผู้เข้าร่วมโครงการ ปรับเปล่ียนแนวคิดในการผลิต มีความรู้ความเข้าใจที่
ถูกตอ้ ง ถึงประโยชนข์ องการใช้และการผลิตปยุ๋ อินทรียอ์ ัดเมด็ ปยุ๋ ชีวภาพต่าง ๆ
2.1.2 มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดทดแทนปุ๋ยเคมี สารเคมีในการทำนา ทำไร่และผลิตพืชผล
ทางการเกษตร ทำให้ปลอดจากสารเคมี ทำใหม้ ีสขุ ภาพร่างกายทส่ี มบูรณ์ แขง็ แรง
๒.1.3 เพ่ือส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ปุ๋ยชีวภาพ ไว้ใช้ใน
ครวั เรอื นและภายในตำบล
2.1.4 ลดต้นทุนการผลิต ลดรายจ่าย สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ นำไปสู่การต่อยอดให้เป็น
ศนู ยเ์ รยี นรู้ในระดบั ชมุ ชน
2.2 ส่ิงทีค่ าดหวังวา่ จะเกดิ ข้ึนในอนาคต
ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึนท้ังทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความสุขกาย สบายใจ ตามมิติตำบลสุขภาวะ คือ กาย ใจ ปัญญา
สังคม ได้อย่างมั่นคง สมดุล ถาวรและยั่งยืนตลอดไป
3. ทนุ ทางสังคมท่ีเกย่ี วขอ้ ง
3.1 แกนนำบุคคล ประธานกล่มุ ปุย๋ อินทรยี อ์ ดั เมด็
3.1.1 นางนิภา พฒุ จีบ แกนนำกลุ่มปุ๋ยอินทรียอ์ ัดเมด็ ,
3.1.2 นายบญุ เชดิ พาทุมโสม
ศูนยเ์ รยี นรเู้ ศรษฐกิจพอเพยี ง
3.1.3 นายโขติ เหมือนนิล หมอดนิ ตำบลพรหมนมิ ิต, ประธานกลุ่มน้ำหมักชวี ภาพ
3.1.4 นายประดษิ ฐ์ ความคนงึ
3.1.5 นายมนสั ศรสี มพร ท่ปี รกึ ษานายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต
รักษาการผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดหนองหญา้ รงั กา
3.2 แหลง่ เรยี นร/ู้ กล่มุ องค์กรชมุ ชน
3.2.1 กลุ่มน้ำหมักชีวภาพ กลุ่มผู้ปลูกมะนาวในวงบ่อ กลุ่มปลูกหอมหัวใหญ่ กลุ่มศูนย์ข้าว
ชุมชน กลุ่มมะขามเทศพันธุ์ กลุ่มผู้ใช้น้ำบ่อดินขาว กลุ่มชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มเด็กและเยาวชน ได้เข้ามาฝึกอบรมการ
ทำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ เพ่ือนำไปใช้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตร และ อบต.
พรหมนมิ ิต การบริหารจดั การตำบล สมทบ สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมในการฝกึ อบรม
3.2.2 ผนู้ ำทอ้ งถ่นิ ท้องที่ แกนนำชมุ ชน
3.3 หนว่ ยงาน/แหล่งประโยชน์ภายในตำบล
3.3.1 องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลพรหมนมิ ิต
3.3.2 โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบลบา้ นหนองหญ้ารงั กา
3.3.3 โรงเรียน 3 โรงเรียน ในตำบลพรหมนมิ ิต
3.4 หนว่ ยงาน/แหลง่ ประโยชนภ์ ายนอกตำบล
3.4.1 พฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ จงั หวัดนครสวรรค์
3.4.2 พฒั นาทีด่ นิ จังหวัดนครสวรรค์
3.4.3 เกษตรอำเภอตาคลี
224
3.4.4 พัฒนาชุมชนอำเภอตาคลี
3.5 งบประมาณสนับสนนุ
งบประมาณในการดำเนินงาน มาจากการสนับสนุนงบประมาณของพัฒนาสังคมและความม่ันคงของ
มนุษย์จังหวดั นครสวรรค์ และ อบต.พรหมนิมิต สมทบทนุ งบประมาณสนับสนนุ เพม่ิ เตมิ
3.6 งาน
3.6.1 การดำเนินงานเปน็ แบบการมสี ว่ นร่วมของคนในชุมชน
3.6.2 ประสานความรว่ มมอื จากกลุ่มองค์กร แหลง่ เรยี นรู้ และหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
3.7 สถานท่ี
สถานที่ในการดำเนินงานนวัตกรรม “ปุ๋ยดี ดินดี ไม่มีจน” ได้ใช้โรงสีชุมชนหมู่ที่ 6 เป็นสถานที่ในการ
ฝึกอบรม ประชมุ ปรึกษาหารือ และแลกเปลีย่ นเรียนร้ซู ง่ึ กนั และกนั
4. วิธีการดำเนนิ งาน
4.1 จดั ประชมุ คณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการเพื่อกำหนดแนวทางในการจดั ทำโครงการ
4.2 สำรวจกล่มุ เปา้ หมาย
4.3 จดั ประชมุ กลุ่มเป้าหมาย เพ่ือสรา้ งความเขา้ ใจในการดำเนนิ กจิ กรรม
4.4 อบรมเชิงปฏิบัติการสร้างองค์ความรู้ เก่ียวกับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยใช้วัสดุในตำบลในการผลิตปุ๋ย
อินทรีย์อัดเมด็
4.5 คณะกรรมการดำเนินงานโครงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการใช้ปุ๋ย
อินทรยี ์ในครวั เรอื น
4.6 ติดตามผลการดำเนนิ กจิ กรรมโครงการ
4.7 สรุปบทเรียนผลการดำเนินกิจกรรมโครงการจัดทำรูปเล่มเพ่ือประชาสัมพันธ์และรายงานผลให้
หนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้องทราบ
4.8 การติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมโครงการ โดยคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการ
ดำเนินงานโครงการท่ีได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดนครสวรรค์
คณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลพรหมนมิ ติ
5. ผลท่เี กิดข้ึนจากการแก้ไขปัญหา
5.1 ประชาชนและผู้เข้าร่วมโครงการ ปรับเปลี่ยนแนวคิดในการผลิต มีความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้อง ถึง
ประโยชนข์ องการใช้และการผลติ ปยุ๋ อนิ ทรยี อ์ ดั เม็ด ป๋ยุ ชีวภาพตา่ ง ๆ
5.2 มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดทดแทนปุ๋ยเคมี สารเคมีในการทำนา ทำไร่และผลิตพืชผลทางการเกษตร
ทำใหป้ ลอดจากสารเคมี ทำให้มสี ุขภาพรา่ งกายทีส่ มบรู ณ์ แขง็ แรง
5.3 เกิดการรวมกลุ่มผลิตปยุ๋ อินทรยี อ์ ดั เม็ด ปุ๋ยชวี ภาพ นำ้ หมกั ไว้ใช้ในครวั เรอื นและภายในตำบล
5.4 ลดต้นทุนการผลิต ลดรายจ่าย สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ นำไปสู่การต่อยอดให้เป็นศูนย์เรียนรู้
ในระดับชุมชน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึนท้ังทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพและส่ิงแวดล้อม อย่างมั่นคง
สมดุล ถาวรและย่ังยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตลอดไป และจากการดำเนินงานนวัตกรรมปุ๋ยดี ดินดี ไม่
มีจน ในการตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขนาดกลาง ท่ีมีมาตรฐานด้านการบริหาร
จัดการที่ดี อันดับที่ ๑ โครงการ “ปุ๋ยดี ดินดี ไม่มีจน” เป็น ๑ ใน ๒ นวัตกรรมกับ “ประปาผิวดิน” ท่ีเสนอเข้าไป
225
เพ่ือรับการตรวจประเมินมาตรฐาน ในระดับประเทศ องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตเป็น 1 ใน 23 องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดกลาง ท่ีมีมาตรฐานด้านการบริหารจัดการท่ีดี ท่ี 1 ระดับประเทศ ได้รับเงินรางวัล
อุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน สำนักงานปลัดสำนัก
นายกรฐั มนตรี เป็นจำนวนเงนิ 1,500,000 บาท
ในการตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕6
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีมาตรฐานด้านการบริหารจัดการที่ดีอันดับ
ท่ี 2 โครงการ “ปุ๋ยดี ดินดี ไม่มีจน” เป็นนวัตกรรมที่เสนอเข้าไปเพื่อรับการตรวจประเมินในระดับประเทศ
องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดกลาง ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านการ
บริหารจัดการท่ีดี ระดับประเทศ ได้รับเงินรางวัลอุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่
องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน สำนกั งานปลัดสำนกั นายกรฐั มนตรี เป็นจำนวนเงิน 1,422,222.22 บาท
6. ผ้ทู ไ่ี ด้รบั ประโยชน์
เด็ก เยาวชน เกษตรกรและประชาชนท่ัวไป ปรับเปล่ียนแนวคิด เข้าใจในประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์
มากขึ้น ทำให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีต่าง ๆ ทำให้ลดรายจ่าย ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ มีสุขภาพร่างกายที่
สมบรูณ์แข็งแรง ปลอดจากสารเคมี สภาพส่ิงแวดล้อมไม่เส่ือมโทรม ฟ้ืนสภาพดีขึ้น ประชาชนตำบลพรหมนิมิต มี
คณุ ภาพชวี ิตที่ดขี ึ้น อย่างม่ันคง สมดุล ถาวรและยัง่ ยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตลอดไป
7. การบูรณาการเข้าสูร่ ะบบการจัดการพืน้ ที่
7.1 การตอบสนองต่อภารกิจขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
นวัตกรรม “ปุ๋ยดี ดินดี ไม่มีจน” ตำบลพรหมนิมิต มีความสอดคล้องตอบสนองต่อภารกิจขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น อนั ประกอบด้วย
(2) ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ข้อ 1 การส่งเสริม การฝึกอบรมให้ประชาชนหันมาใช้ปุ๋ย
อนิ ทรีย์ ป๋ยุ ชวี ภาพมากขึน้ ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
(4) การวางแผนการส่งเสริมการลงทุนและพาณิชย์ ข้อ 2 ให้มีและส่งเสริมเกษตรกรรวมกลุ่มกัน
ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ข้อ 3 บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร โดยสนับสนุนงบประมาณใน
การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ข้อ 7 การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชีพโดยฝึกอบรมให้ประชาชนหันมาใช้ปุ๋ย
อนิ ทรีย์ ป๋ยุ ชวี ภาพมากขึน้ ในการประกอบอาชพี เกษตรกรรม
(5) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ 1 คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ประชาชนหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพแทนการใช้สารเคมี ทำให้
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ถูกทำลาย ไม่เสื่อมโทรม ฟ้ืนสภาพได้ดีมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ในดิน ข้อ 3
การจัดการส่ิงแวดล้อมและมลพิษต่าง ๆ ประชาชนหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพแทนการใช้สารเคมี ทำให้
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ไม่ถูกทำลาย ไม่เส่ือมโทรม ฟื้นสภาพได้ดีมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ในดินและไม่
เกิดมลภาวะเป็นพิษ ข้อ 4 สร้างคุณค่าการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ประชาชนหันมาใช้ปุ๋ย
อินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพแทนการใช้สารเคมี เป็นการสร้างคุณค่าการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ไม่ถูก
ทำลาย ไมเ่ สอื่ มโทรม ฟ้ืนสภาพไดด้ มี ีแรธ่ าตอุ ุดมสมบูรณ์ในดนิ
(7) บริหารจัดการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและ อปท ข้อ 1 สนับสนุนสภา
ตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาท้องถิ่น ข้อ 3 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนการมี
226
มาตรการป้องกัน การท่ีประชาชนหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพกันมากข้ึน เป็นการส่งเสริมมาตรการในการ
ปอ้ งกันการทำลายทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มอกี ทางหนงึ่ .
7.2 การตอบสนองต่อนโยบายสาธารณะ ๗+๑
นวัตกรรมปุ๋ยดี ดนิ ดี ไมม่ จี น มีความสอดคล้องตอบสนองนโยบายสาธารณะ 7+1 คือ
(1) การบริหารจัดการท้องถ่ินแบบมีส่วนร่วม ข้อ 1 จัดทำระบบฐานข้อมูลชุมชนหรือมีศูนย์
รายงานข้อมูล มีข้อมูลของผู้ที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพในการทำการเกษตรกรรม ข้อ 7 จัดทำแผนพัฒนาชุมชน
ท้องถิ่นโดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ข้อมูลการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ได้นำไปจัดทำแผนพัฒนาชุมชน
ข้อ 8 สนับสนุนกระบวนการ“ค้นหาแกนนำของตำบลจากทุกภาคส่วน” การจัดตั้งกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ทำให้ได้
แกนนำในการดำเนินงานของกลุ่มจากทกุ ภาคส่วน
(3) เกษตรกรรมยั่งยืน ข้อ 1 ส่งเสริมให้ครัวเรือนเกษตรกรรม เป็นครัวเรือนเกษตรกรรมยั่งยืน
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของครัวเรือนในตำบล ข้อ 2 อบต. และพัฒนาสังคมจังหวัด สนับสนุนงบประมาณ วัสดุ
อุปกรณ์ และสิ่งปลูกสร้างในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยใช้วัตถุดิบในชุมชน ข้อ 3 อบต.สนับสนุนให้ใช้พื้นท่ีสาธารณะ
ริมคลองชลประทาน ในการทำการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ข้อ 4 ส่งเสริมให้ประชาชนทำการเกษตรแบบ
ผสมผสาน ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ไว้บริโภคภายในครัวเรือนข้อ 5 สนับสนุนให้ปลูกพืช ผัก ตามฤดูกาลและตามท่ี
ตลาดต้องการ มีการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน ข้อ 6 ร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จัดทำและนำใช้
ฐานข้อมูลการตกค้างของสารเคมีการเกษตรในร่างกาย ข้อ 8 ร่วมกับโรงเรียนวัดหนองหญ้ารังกาในการทำ
หลักสูตรเกี่ยวกับการเกษตรกรรมย่ังยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ข้อ 9 ร่วมกับศูนย์ข้าว เกษตรอำเภอ
พัฒนาการผลิตโดยงดใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีต่าง ๆ ทำให้ได้อาหารที่ปลอดภัยในชุมชน ข้อ 11 ส่งเสริมให้มีการเก็บ
พันธ์พืชพ้ืนบ้านไว้เพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป ข้อ 12 อบต.ร่วมกับประชาชนในชุมชน ร่วมกันวางแผนการอนุรักษ์
และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน ข้อ 14 อบต.สนับสนุนงบประมาณผ่านกองทุนเศรษฐกิจ
ชุมชนหมูบ่ ้านละ 100,000 บาท เพื่อใชเ้ ป็นทุนในการปรับเปล่ียนสกู่ ารทำเกษตรกรรมย่ังยนื
(4) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ 2 ส่งเสริมการอนุรักษ์และการใช้
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะในวันสำคัญ ๆ ข้อ 7 กำหนดตัวช้ีวัดคือ
ดิน ป่าไม้ น้ำ ในชุมชน ท่ีมีสภาพที่ดี ไม่เส่ือมโทรม ปลอดจากการใช้สารเคมี ข้อ 8 มีการนำข้อมูลการใช้ปุ๋ย
อินทรีย์ ป๋ยุ ชีวภาพ ไปเปน็ ฐานข้อมูลดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
(5) การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ข้อ 2 ส่งเสริม สนับสนุนงบประมาณกลุ่มเพ่ือนนากยกใน
การทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นกิจกรรมพ่ีสอนน้อง รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด การปลูกต้นไม้ในท่ีสาธารณะในวันสำคัญๆ
ต่างๆ ข้อ 3 ทุกกลุ่มองค์กร แหล่งเรียนรู้ในตำบล จะมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมทำกิจกรรมด้วยทุกกิจกรรม ข้อ 7
อบต.รว่ มกบั กศน. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหม้ ีการจัดการศึกษาทางเลือกและตามอัธยาศยั ตามทเี่ ด็กต้องการ
(8) การลงทุนด้านสุขภาพโดยชุมชน ข้อ 10 สนับสนุนให้จัดตั้งแหล่งอาหารปลอดภัย โดยการ
ทำเกษตรปลอดสาร งดใช้สารเคมี หนั มาใช้ปยุ๋ อนิ ทรีย์ ปยุ๋ ชวี ภาพและนำ้ หมักชีวภาพต่างๆ ทีห่ มักจากสมุนไพร
7.3 การลดปจั จยั เสย่ี งและสร้างปจั จัยส่งเสริมสุขภาพของบุคคลและชมุ ชน
นวัตกรรม “ปุ๋ยดี ดินดี ไม่มีจน” มีความสอดคล้อตอบสนองการลดปัจจัยเสี่ยง และสร้างปัจจัยส่งเสริม
สขุ ภาพของบคุ คลและชุมชน คือ
(4) ครอบครัวอบอุ่น มีเครือข่ายครอบครัว รณรงค์ ฝึกอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการทำ
กิจกรรมร่วมกันในครัวเรือน ช่วยเหลือกันในด้านอาชีพ เด็กและเยาวชน เข้ามาฝึกอบรม ศึกษาหาความรู้ นำไป
ปรับใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
227
(9) อาหารเพ่ือสุขภาวะ ส่งเสริม สนับสนุน การทำเกษตรผสมผสาน การปลูกผักสวนครัว รั้วกิน
ได้ ไว้บริโภคในครัวเรือน งดใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีต่างๆ หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ มี
กองทนุ เพ่อื การปรับเปลย่ี นให้หนั มาทำเกษตรกรรมแบบย่ังยืน
(10) การจัดการส่ิงแวดล้อมและมลพิษ มีอาสาสมัคร กลุ่มองค์กร แกนนำแหล่งเรียนรู้ มีจิต
อาสา ดูแล บำรุงรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จัดทำแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู บำรุงรักษา
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมออกบังคบั ใช้
8. ทศิ ทางการนำใชแ้ ละขยายผล
มีการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก เยาวชนและประชาชนท่ัวไป ปรับเปล่ียนแนวคิดและความ
เข้าใจในประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น ทำให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีต่าง ๆ ทำให้ลดรายจ่าย ลดต้นทุน
การผลิต เพ่ิมรายได้ มีสุขภาพร่างกายท่ีสมบรูณ์แข็งแรง ปลอดจากสารเคมี สภาพสิ่งแวดล้อมไม่เส่ือมโทรม ฟ้ืน
สภาพดีขึ้น ประชาชนตำบลพรหมนิมิต มีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น อย่างมั่นคง สมดุล ถาวรและย่ังยืนตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี งตลอดไป
228
นวัตกรรมเสรมิ (3) กล่มุ ปฏิบตั ธิ รรมวดั หลงั เขา
ศกั ยภาพทนุ ทางสังคม
พนื้ ทีห่ มู่ 9 บ้านหนองไก่หลอ่
ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์
1. แนวคดิ /ทม่ี าของนวัตกรรม
ปี พ.ศ. 2532 พระครูนิเวศธรรมาวุธ (หลวงพ่อบัวเผ่ือน วิสุทธสีโล) ธุดงค์มาผ่านมา ณ บริเวณไหล่เขา
ช่องแค เห็นบริเวณสถานที่ร่มคร้ึม สงบ เย็น สบายดี เหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรมและอนุรักษ์ป่าไม้ จึงได้ต้ัง
จิตอธิษฐานที่จะสร้างให้เป็นวัดขึ้น จึงได้ชักชวนให้ชาวบ้านร่วมกันสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ มีโบสถ์ วิหาร ศาลา เพื่อ
เป็นสถานท่ีปฏิบัติธรรม และเผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แก่พุทธศาสนิกชน
ท้ังหลายให้ดำรงคงอยู่สืบต่อไป การสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ได้สำเร็จลงในปี พ.ศ.๒๕๔๔ พุทธศาสนิกชนได้เข้ามา
ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม ในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หลวงพ่อบัวเผ่ือน ได้ริเริ่มบวช
เนกขัมมะ บวชชีพราหมณ์ ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่ประสงค์เข้ามารักษาศีล เจริญภาวนา เพื่อให้มีจิตใจที่สงบเย็น
สวา่ ง สะอาด สบาย
ปี 2548 หลวงพ่อบัวเผื่อน ได้มรณภาพลง พระมหาสมบัติ ปริปุณโณ เปรียญธรรม 5 ประโยค
หลานชายของหลวงพ่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหลังเขารูปที่ 2 สืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงพ่อบัวเผื่อน
ต่อเร่ือยมา ปัจจุบันมีพุทธศาสนิกชนมาปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก และเข้ามาทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟัง
ธรรม รักษาศีล เจริญภาวนา ทุกวันพระหรือตามเทศกาลงานบุญ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาหรือตามโอกาส
พเิ ศษของพุทธศาสนิกชนทต่ี อ้ งการเข้าวดั มาปฏบิ ัติธรรม
229
2. เป้าหมายการดำเนินงาน
2.1 สิ่งท่ีเกิดขน้ึ ในปัจจุบนั
ประชาชนได้เข้าใจในหลักธรรมคำส่ังสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถูกต้อง แท้จริง ได้
น้อมนำหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทำให้มี
คุณธรรม จริยธรรมที่ดี มีจิตใจท่ีสะอาด สว่าง สงบ เย็นสบาย ทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข สงบ
สันติ ทั้งกายและใจอยา่ งยงั่ ยนื ตลอดไป
2.2 ส่งิ ทค่ี าดหวังว่าจะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต
พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย มีความศรัทธาและยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม
พุทธเจ้า น้อมนำหลักธรรม คำส่ังสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาประพฤติ ปฏิบัติ ได้อย่างถูกต้อง
แท้จริง เกิดดวงตาเห็นธรรมเจ้าถึงซึ่งธรรมช้ันสูง เพ่ือเป็นบันได เป็นบาทฐาน เป็นหนทาง ให้ก้าวล่วง ห้วงแห่ง
ความทุกข์ จะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร ในสังสารวัฏอีกต่อไป และเป็นการสืบทอดพระศาสนา ทำให้
พระพทุ ธศาสนาได้ดำรงคงอยู่อยา่ งมนั่ คงสืบต่อไป
3. ทนุ ทางสงั คมทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
3.1 แกนนำบุคคล เจา้ คณะตำบลลาดทิพยรส,เจา้ อาวาสวดั หลงั เขา
3.1.1 พระครูสิริสขุ ธรรมนเิ ทศ
ไวยาวจั กรวัดหลงั เขา
3.1.2 นางสาวงามนิต ยนื ยง
ผูใ้ หญ่บ้านหมทู่ ่ี 9
3.1.3 นางดาวรงุ่ แหยมเจรญิ ไวยาวจั กรวัดหลงั เขา, อดตี ผู้ใหญ่บ้านหมูท่ ี่ 9
3.1.4 นายโม หวานทอง
ไวยาวจั กรวัดหลังเขา,อาจารยโ์ รงเรียนบ้านโคกเจริญ
3.1.5 นายแดง ท่าทราย แกนนำกลมุ่ ปฏบิ ตั ิวัดหลงั เขา
3.1.6 นายบุญเชิด พาทุมโสม
3.2. แหลง่ เรียนรู้/องค์กรชุมชน
3.2.1 กลุ่มผู้สูงอายุ อสม. เด็กและเยาวชน เข้าวัดในวันสำคัญทางศาสนาและวันสำคัญต่าง ๆ
ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม รักษาศีล เจริญจิตภาวนา การบริหารจัดการตำบล จัดทำโครงการอบรม
คุณธรรม จริยธรรม คณะผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกอบต. ขา้ ราชการ พนกั งานลูกจา้ งพร้อมครอบครัวและ
ประชาชนทัว่ ไป เข้าวดั ปฏบิ ตั ิธรรม
3.2.2 กลมุ่ ผูน้ ำท้องถิ่น ท้องที่ คณะกรรมการชมุ ชน
3.3 หน่วยงาน/แหล่งประโยชนภ์ ายในตำบล
3.3.1 วดั หลงั เขา
3.3.2 องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนมิ ิต
3.3.3 โรงเรยี นวัดหนองหญา้ รงั กา,โรงเรียนบ้านกกกวา้ ว,โรงเรยี นคลองแปดประชาสรรค์
3.4 หน่วยงาน/แหลง่ ประโยชนภ์ ายนอกตำบล
3.4.1 สำนักงานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ
3.4.2 เจา้ คณะจังหวดั นครสวรรค์
3.4.3 เจา้ คณะอำเภอตาคลี
3.4.4 วัฒนธรรมอำเภอตาคลี
3.4.5 พฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์ จังหวดั นครสวรรค์
230
3.5 งบประมาณสนับสนุน
งบประมาณในการดำเนินงานนวัตกรรม กลุ่มปฏิบัติธรรมวัดหลังเขา จะได้รับจากพุทธศาสนิกชนท่ีเข้ามา
ประพฤติ ปฏิบัติธรรม ที่มีจิตศรัทธา ในพระพุทธศาสนา บริจาคเพื่อทำนุ บำรุงพระพุทธศาสนา ในการทอดผ้าป่า
ทอดกฐินหรือถวายเป็นปัจจัย ไทยทานต่าง ๆ และได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใน
การบรหิ ารกิจการงานต่าง ๆ ของวดั
3.6 สถานท่ี
สถานที่ในการดำเนินงานนวัตกรรมกลุ่มปฏิบัติธรรมวัดหลังเขา ได้แก่วัดหลังเขา ประกอบด้วยโบสถ์
วิหาร ศาลาการเปรียญ และถาวรวัตถุภายในวัด เป็นศาสนสถานท่ีใช้ในการประกอบกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ มี
การทำบญุ ตกั บาตร ฟงั เทศน์ ฟังธรรม รักษาศีล เจริญภาวนา ทกุ วนั พระและวันสำคัญต่าง ๆ
4. วิธีการดำเนินงาน
การดำเนินงานของนวัตกรรม กลุ่มปฏิบัติธรรมวัดหลังเขา คือ พระภิกษุสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนท้ังหลาย
ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน เผยแผ่หลักธรรมคำส่ังสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้
พุทธศาสนิกชนท้ังหลายได้เข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างถูกต้อง แท้จริง
น้อมนำหลักธรรมคำส่ังสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ส่ังสมคุณ
งามความดีในการทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม รักษาศีล เจริญจิตภาวนา ทำให้มีจิตใจที่ดีงาม มีความสุข
สงบ สว่าง สะอาด เย็นสบาย เพื่อเป็นบันไดเป็นบาทฐาน เป็นหนทางให้ก้าวล่วงห้วงแห่งความทุกข์ จะได้ไม่ต้อง
เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร สังสารวัฏอีกต่อไป เกิดดวงตาเห็นธรรม ทำให้ดับสิ้นไปซึ่งกิเลสเพ่ือให้ถึงซ่ึงมรรคผล
นพิ พานทงั้ ในปจั จบุ ันและอนาคตกาลเบื้องหน้าต่อไป
5. ผลที่เกดิ จากการแกไ้ ขปัญหา
ทำให้ประชาชนและทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระดับตำบล ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วม
รับผลประโยชน์ เกิดความรักความสามัคคี ช่วยเหลือเก้ือกูลกันในตำบล สามารถจัดการแก้ไขปัญหาและภาวะ
วิกฤตร่วมกันได้เป็นอย่างดีโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พุทธศาสนิกชนท้ังหลายได้เข้าใจในหลักธรรม
คำส่ังสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างถูกต้องแท้จริง น้อมนำหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ส่ังสมคุณงามความดีในการทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์
ฟังธรรม รักษาศีล เจริญจิตภาวนา ทำให้มีจิตใจที่ดีงาม มีความสุข สงบ สว่าง สะอาด เย็นสบาย และเป็นบาทฐาน
เป็นหนทางให้ก้าวล่วงห่วงแห่งความทุกข์ จะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด ในวัฏสงสาร สังสารวัฏอีกต่อไป เกิด
ดวงตาเห็นธรรม ทำให้ดับส้ินไปซึ่งกิเลสเพอื่ ให้ถงึ ซ่งึ มรรคผล นพิ พานทัง้ ในปจั จบุ นั และอนาคตกาลเบือ้ งหน้าตอ่ ไป
6. กลุ่มทไี่ ด้รับผลประโยชน์
พุทธศาสนิกชนท้ังหลายท่ีสนใจและฝักใฝ่ในธรรม น้อมนำหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระ
สมั มาสัมพทุ ธเจา้ มาประพฤติปฏบิ ตั ิอย่างถกู ตอ้ งแทจ้ ริง
7. การบูรณาการเข้าสู่ระบบการจดั การของพนื้ ที่
7.1. การตอบสนองต่อภารกิจขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
นวัตกรรม “กลุ่มปฏิบัติธรรมวัดหลังเขา” มีความสอดคล้องตอบสนองต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิน่ อนั ประกอบด้วย
231
(6) ด้านการส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญา ข้อ 1 บำรุงรักษาศิลปะ จารีต
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถ่ิน มีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม รักษาศีล
เจริญภาวนา ข้อ 2 ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม รักษาศีล
เจรญิ ภาวนา
7.2 การตอบสนองตอ่ นโยบายสาธารณะ 7+1
นวัตกรรม “กลุ่มปฏิบัติธรรมวัดหลังเขา” มคี วามสอดคลอ้ งตอบสนองต่อนโยบายสาธารณะ 7+1 คอื
(1) การบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม ข้อ 8 สนับสนุนกระบวนการ“ค้นหาแกนนำของ
ตำบลจากทกุ ภาคส่วน” มีแกนนำในการประพฤติปฏบิ ตั ธิ รรม
(2) การจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน ข้อ 11 การจัดตั้งกองบุญหรือกองทุนอ่ืน ๆ เฉพาะกลุ่ม
และขยายไปยังกล่มุ ต่างๆ ในชุมชน จดั ต้ังผา้ ป่า เปน็ กองทนุ ในการทำสาธารณกศุ ลด้านตา่ ง ๆ
(5) การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ข้อ 2 ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณให้เด็กและเยาวชน
มเี วทใี นการจัดกิจกรรมเชงิ สร้างสรรค์ เช่นเข้าค่ายคุณธรรม จรยิ ธรรม ท่ีวดั
7.3 การลดปจั จยั เส่ยี งและสรา้ งปจั จยั สง่ เสรมิ สขุ ภาพของบุคคลและชมุ ชน
นวัตกรรม “กลุ่มปฏิบัติธรรมวัดหลังเขา” มีความสอดคล้องตอบสนองการลดปัจจัยเส่ียงและสร้างปัจจัย
ส่งเสรมิ สุขภาพของบุคคลและชมุ ชน คอื
(1) การควบคุมการบริโภคยาสูบ มีการรณรงค์ไม่ให้สูบบุหรี่ในวัด บริเวณวัดเป็นสถานที่ปลอด
บุหรี่ตามกฎหมาย มกี ารบังคบั ใชก้ ฎหมายแกผ่ ูฝ้ า่ ฝนื สบู หรอ่ี ย่างเคร่งครดั เอาจรงิ เอาจัง
(2) มีการรณรงค์ให้รูถึงพิษภัยและโทษของแอลกอฮอล์และยาเสพติดทุกชนิด มีกติกาบังคับทาง
สังคม บงั คบั ใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์อย่างเครง่ ครัด ห้ามดม่ื ในท่ีห้ามดม่ื
(5) การเฝ้าระวังต้ังครรภ์ในวัยรุ่น มีการรณรงค์ ส่งเสริมในการทำกิจกรรมของชุมชนและ
ครอบครัว รว่ มกันเช่นทำบุญตกั บาตรในวันพระ ในวนั สำคญั ตา่ ง ๆ ทางศาสนา บำเพญ็ สาธารณประโยชน์
8. ทศิ ทางการนำใช้และขยายผล
น้อมนำหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน สั่ง
สมคุณงามความดีในการทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม รักษาศีล เจริญจิตภาวนา ทำให้มีจิตใจที่ดีงาม มี
ความสุข สงบ สว่าง สะอาด เย็นสบาย และเป็นบาทฐาน เป็นหนทางให้ก้าวล่วงห่วงแห่งความทุกข์ จะได้ไม่ต้อง
เวียนว่ายตายเกิด ในวัฏสงสาร สังสารวัฏอีกต่อไป เกิดดวงตาเห็นธรรม ทำให้ดับส้ินไปซ่ึงกิเลสเพื่อให้ถึงซึ่งมรรคผล
นิพพานท้ังในปัจจุบันและอนาคตกาลเบ้ืองหน้าต่อไป และได้จัดต้ังเป็นโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาและสถาน
ปฏิบตั ธิ รรมประจำตำบลพรหมนิมิตตอ่ ไป
นวัตกรรม 232
ทำแยก
(4) จักรยานสูบนำ้
ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวดั นครสวรรค์
1. แนวคิด/ที่มาของนวัตกรรม
ตำบลพรหมนิมิต มีพ้ืนที่ส่วนมากเป็นท่ีราบลุ่มภาคกลาง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ทำนา ทำไร่ ทำสวนและพืชผลอื่น ๆ ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตของบรรพบุรุษ ถ่ายทอดมาจากรุ่นปู่ ย่า
ตา ยาย สู่รุ่นลูก รุ่นหลาน ปัจจุบันการทำการเกษตรกรรมมีต้นทุนการผลิตท่ีสูงขึ้น ท้ังค่าปุ๋ยเคมี ยากำจัดวัชพืช
ศัตรูพืช ค่าเครื่องจักรกล ค่าจ้างแรงงานและค่าพลังงาน ที่ใช้ในการผลิต ซึ่งสวนทางกับราคาผลผลิตท่ีตกต่ำลง ทำ
ให้เกษตรกรส่วนมากประสบปัญหาขาดทุนมีหนี้สินล้นพ้นตัวเป็นคนยากจนดำรงชีวิตอยู่ในสังคมด้วยความ
ยากลำบากในปจั จบุ นั
ในปัจจุบันการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ชี้ให้เห็นว่า เป็นแนวทางท่ีสามารถ
แก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของคนไทยได้ เพ่ือเป็นการแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนการผลิตและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ครัวเรือนเป้าหมาย ซ่ึงส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตาม
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต ประหยัดพลังงาน ช่วยรักษาสภาวะ
แวดล้อมและเป็นการออกกำลังกายด้วย จึงได้เกิดนวัตกรรม “จักรยานสูบน้ำ” ข้ึน เป็นเครื่องสูบน้ำท่ีประหยัด
พลังงานโดยใช้พลังงานจากการหมุนของวงล้อจักรยานแทนการใช้จากไฟฟ้า หรือ น้ำมัน โดยต่อสายพานจากล้อ
หลังของรถจักรยานเข้ากับป้ัมน้ำแบบป้ัมชักเม่ือป่ันล้อจักรยานหมุน ปั้มน้ำจะหมุนทำงาน สูบน้ำข้ึนมาใช้ได้ ใช้รด
233
แปลงพืชผักสวนครัว แปลงเกษตรผสมผสาน ทำให้ประหยัดพลังงานในการสูบน้ำได้ ช่วยรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม
และยังเปน็ การออกกำลงั กายไปในตัวอีกด้วย ทำใหส้ ขุ ภาพร่างกายแขง็ แรง
2. เปา้ หมายการดำเนนิ งาน
2.1. สง่ิ ทเี่ กิดขน้ึ ในปจั จุบนั
2.1.1 ประชาชนและผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง มคี วามพอเพียง พอประมาณ มคี วามรู้ ค่คู ุณธรรม
2.1.2. ทำใหล้ ดตน้ ทุนการผลติ ประหยัดพลงั งาน ช่วยรกั ษาสภาวะสิ่งแวดล้อม
๒.๑.๓. เปน็ การออกกำลังกายดว้ ย ทำให้สขุ ภาพรา่ งกายแขง็ แรง
2.2. สงิ่ ทค่ี าดหวงั ว่าจะเกิดขนึ้ ในอนาคต
นำไปสู่การต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในระดับชุมชน มีผู้เข้ามาศึกษา เรียนรู้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทำ
ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม อย่างมั่นคง
สมดลุ ถาวร และยงั่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งตลอดไป
3. ทนุ ทางสังคมท่ีเก่ยี วข้อง
3.1 แกนนำบคุ คล นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลพรหมนิมิต
3.1.1 นายสมเกียรติ คงทิม แกนนำศนู ย์เรียนร้เู ศรษฐกิจพอเพยี ง
3.1.2 นายบุญเชดิ พาทุมโสม
3.2 แหล่งเรยี นรู/้ องค์กรชมุ ชน
3.2.1 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน กลุ่มมะขามเทศพันธ์ กลุ่ม
เกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ กลุ่มผู้ปลูกมะนาวในวงบ่อ กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชน เข้าร่วมฝึกอบรมการทำจักรยานสูบน้ำ
เพอื่ นำไปใชใ้ นการผลิตพชื ผลทางการเกษตร ทำให้ลดรายจา่ ย ประหยัดพลงั งานและรักษาส่ิงแวดลอ้ ม
3.2.2 กลมุ่ ผนู้ ำทอ้ งถิ่น ท้องที่ คณะกรรมการชุมชน
3.3 หนว่ ยงาน/แหล่งประโยชน์ภายในตำบล
3.3.1 องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลพรหมนิมติ
3.3.2 โครงการส่งนำ้ และบำรงุ รักษาช่องแค
3.3.3 คลองชลประทานชยั นาท – ป่าสัก
3.3.4 โรงเรียนวดั หนองหญา้ รังกา,โรงเรียนบา้ นกกกว้าว,โรงเรยี นคลองแปดประชาสรรค์
3.4 หน่วยงาน/แหล่งประโยชน์ภายนอกตำบล
3.4.1 สำนักงานกองทนุ สนับสนนุ การสร้างเสรมิ สุขภาพ (สสส.)
3.4.2 ศูนย์สนับสนุนวิชาการและการจัดการเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ของกลุ่ม
จังหวดั ภาคเหนือตอนลา่ ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
3.4.3 องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลคลองนำ้ ไหล ถา่ ยทอดองค์ความรู้ ฝกึ อบรม
3.4.4 พฒั นาทีด่ ินจงั หวดั ถา่ ยทอดความร้ใู นการจดั การเรือ่ งดนิ การปรบั ปรงุ บำรุงดิน
3.4.5 เกษตรอำเภอตาคลี ถ่ายทอดความรู้ ฝึกอบรมในการผลิตพืชผลทางการเกษตรแบบ
อินทรยี ์
234
3.5 งบประมาณสนบั สนนุ
งบประมาณทีด่ ำเนนิ การ นวัตกรรมจกั รยานสูบน้ำ มาจากการสนบั สนุนงบประมาณของสำนักงานกองทุน
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล ในการจัดการความรู้และพัฒนา
นโยบายสาธารณะ ภายใต้โครงการ “รวมพลังชมุ ชนท้องถนิ่ เครือข่าย สานใจสู่ตำบลสุขภาวะ”
3.6 สถานท่ี
สถานที่ในการดำเนินงาน นวัตกรรมจักรยานสูบน้ำ ได้ใช้พ้ืนท่ีสาธารณะริมคลองชลประทานชัยนาท –
ป่าสัก ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและแปลงเกษตรของผู้ท่ีสนใจเข้าร่วมโครงการ เป็นสถานที่ต้ังในการสาธิต
ฝึกอบรม ประชมุ ปรกึ ษาหารือและแลกเปล่ียนเรียนรู้ซงึ่ กนั และกัน
4. วิธีการดำเนนิ งาน
4.1 จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ การทำนวัตกรรมเพ่ือกำหนดแนวทางในการจัดทำ
โครงการ
4.2 สำรวจกลมุ่ เป้าหมายทเี่ ข้ารว่ มโครงการ
4.3 จัดประชมุ กล่มุ เปา้ หมาย เพ่อื สรา้ งความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรม
4.4 อบรมเชิงปฏบิ ัติการสร้างองค์ความรู้ เก่ยี วกับการทำจักรยานสูบนำ้
4.5 คณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการประสานงานกับหนว่ ยงานท่เี กี่ยวขอ้ งในการดำเนินงานโครงการ
4.6 ตดิ ตามผลการดำเนนิ งานโครงการ
4.7 สรุปบทเรยี นผลการดำเนินงานโครงการจดั ทำรปู เล่มเพอื่ ประชาสัมพันธ์และรายงานผลใหห้ น่วยงาน
ที่เก่ียวข้องทราบ
4.8 การตดิ ตามประเมินผลการดำเนนิ งาน โดยคณะกรรมการติดตามและประเมนิ ผลการดำเนินงาน
5. ผลทเ่ี กิดขน้ึ จากการแก้ไขปัญหา
ประชาชนปรับเปลี่ยนแนวคิด มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มี
ความพอเพียง พอประมาณ มีความรู้ คู่คุณธรรม เห็นประโยชน์ของการประดิษฐ์จักรยานสูบน้ำมาใช้ในการสูบน้ำ
เพื่อผลิตผลผลิตในการเกษตร เช่นปลูกพืชผักสวนครัว ทำเกษตรผสมผสาน ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ประหยัด
พลังงาน ช่วยรักษาสภาวะแวดล้อมและเป็นการออกกำลังกายด้วย นำไปสู่การต่อยอดให้เป็นศูนย์เรียนรู้ในระดับ
ชุมชน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชวี ิตท่ีดีข้ึนท้ังทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่าง
มั่นคง สมดุล ถาวรและยั่งยืนตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตลอดไป
6. กลมุ่ ทีไ่ ด้รับประโยชน์
กลุ่มเด็ก เยาวชน เกษตรกร แหล่งเรียนรู้ กลุ่มองค์กรต่างๆ และประชาชนท่ัวไป มีความรู้ความเข้าใจใน
การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความพอเพียง พอประมาณ มีความรู้ คู่คุณธรรม เห็น
ประโยชน์ของการประดิษฐ์จักรยานสูบน้ำมาใช้ในการสูบน้ำเพื่อผลิตพืชผลทางการเกษตร เช่นปลูกพืชผักสวนครัว
ทำเกษตรผสมผสาน ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ประหยัดพลังงาน ช่วยรักษาสภาวะแวดล้อมและเป็นการออกกำลัง
กายด้วย ทำใหม้ สี ุขภาพร่างกายแข็งแรง
235
7. การบูรณาการเขา้ สรู่ ะบบการจัดการของพ้ืนท่ี
7.1 การตอบสนองต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
นวัตกรรม “จักรยานสูบน้ำ” มีความสอดคล้องตอบสนองต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อัน
ประกอบดว้ ย
(1) ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน ข้อ 2 จัดให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยจักรยาน
สูบนำ้ สามารถสูบนำ้ จากแหลง่ น้ำมาใช้ในการทำการเกษตรได้
(2) ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ข้อ 4 ให้มีและบำรุงสถานท่ีประชุม การกีฬาการพักผ่อน
หยอ่ นใจและสวนสาธารณะ สถานทีต่ ัง้ จักรยานสูบนำ้ เปน็ ศนู ย์เรยี นรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนสาธารณะ
(5) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ข้อ 1 คุ้มครอง ดูแลและ
บำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จักรยานสูบน้ำใช้แรงธรรมชาติ ทำให้ประหยัดพลังงานรักษา
สิ่งแวดล้อม ข้อ 2 รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและส่ิงปฏิกูล
จักรยานสูบน้ำไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ ข้อ 3 การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ จักรยานสูบน้ำไม่ก่อให้เกิด
มลพษิ ลดภาวะมลพษิ ลงได้ ขอ้ 4 สรา้ งคุณค่าการจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
(๗) ด้านบริหารจัดการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและอปท. ข้อ ๑ สนับสนุน
สภาตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่ืนในการพัฒนาท้องถิ่น ใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ดูงานของเครือข่าย
รว่ มกนั
7.2 การตอบสนองต่อนโยบายสาธารณะ 7+1
นวัตกรรม “จักรยานสบู นำ้ ” มคี วามสอดคลอ้ งตอบสนองตอ่ นโยบายสาธารณะ 7+1 คอื
(๓) ด้านเกษตรกรรมย่ังยืน ข้อ ๑ ส่งเสริมให้ครัวเรือนเกษตรกรรม เป็นครัวเรือนเกษตรกรรม
ย่ังยืนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของครัวเรือนในตำบล ข้อ 3 อบต.สนับสนุนให้ใช้พื้นท่ีสาธารณะริมคลองชลประทาน
ในการทำการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ข้อ 4 ส่งเสริมให้ประชาชนทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกผักสวนครัวร้ัว
กินได้ไว้บริโภคภายในครัวเรือน ข้อ 5 สนับสนุนให้ปลูกพืช ผัก ตามฤดูกาลและตามท่ีตลาดต้องการ มีการ
ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน ข้อ 6 ร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จัดทำและนำใช้ฐานข้อมูลการตกค้างของ
สารเคมีการเกษตรในร่างกาย ข้อ 9 ร่วมกับศูนย์ข้าว เกษตรอำเภอ พัฒนาการผลิตโดยงดใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีต่างๆ
ทำให้ได้อาหารที่ปลอดภัยในชุมชน ข้อ 11 ส่งเสริมให้มีการเก็บพันธ์พืชพื้นบ้านไว้เพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป ข้อ
12 อบต.ร่วมกับประชาชนในชุมชน ร่วมกันวางแผนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
รว่ มกนั
(4) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ 2 ส่งเสริมการอนุรักษ์และการใช้
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรูคุณค่า รวมทั้งมีการปลูกต้นไม้เพิ่มในพื้นที่สาธารณะและพื้นท่ีป่าเดิม ใช้จักรยานสูบน้ำ
มาใช้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างคุ้มค่า ข้อ 4 สนับสนุนการจัดตั้งกลไกคณะทำงานและส่งเสริมการ
พัฒนาอาสาสมัครดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ กลุ่มเด็กและเยาวชน ที่ร่วมฝึกอบรมมีจิตอาสาในการดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ข้อ 6 ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรทางเลือก ในระดับครอบครัวและ
ชุมชน และมีศูนย์เรียนรู้ จักรยานสูบน้ำใช้แรงธรรมชาติในการป่ันสูบน้ำขึ้นมา เป็นการประหยัดพลังงานและเป็น
พลงั งานทางเลอื กอีกวิธหี นึ่ง
(๕) ด้านการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ข้อ ๓ กำหนดกฎเกณฑ์ให้ทุกกล่มกิจกรรมมีสมาชิก
กลุ่มเป็นเด็กและเยาวชนอยู่ด้วยในกลุ่มต่าง ๆ ในตำบล ในการฝึกอบรมการสร้างนวัตกรรมจักรยานสูบน้ำ กลุ่มเด็ก
และเยาวชนกเ็ ขา้ รว่ มกจิ กรรมการฝึกอบรม ศึกษาเรยี นรูด้ ว้ ย
236
7.3 การลดปจั จัยเสี่ยงและสรา้ งปจั จัยส่งเสริมสุขภาพของบุคคลและชมุ ชน
นวัตกรรม “จักรยานสูบน้ำ” มีความสอดคล้องตอบสนองการลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างปัจจัยส่งเสริม
สุขภาพของบุคคลและชุมชน คอื
(1) การควบคุมการบริโภคยาสูบ ข้อ 2, 3, 5 จัดสภาพแวดล้อมท่ีสาธารณะ ท่ีตั้งจักรยานสูบ
น้ำเป็นท่ีปลอดบุหร่ี มมี าตรการบงั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ งเคร่งครดั เอาจริงเอาจงั แกผ่ ฝู้ ่าฝืนกฎหมาย
(2) การควบคุมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์และการลดอุบัติเหตุจราจรข้อ 4 จัดสภาพแวดล้อมท่ี
สาธารณะ ที่ต้ังจักรยานสูบน้ำเป็นที่ปลอดแอลกอฮอล์ ห้ามดื่มสุรา มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
เอาจริงเอาจงั แก่ผ้ฝู า่ ฝืนกฎหมาย
(4) ครอบครัวอบอุ่น รณรงค์ ฝึกอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจในการทำกิจกรรมร่วมกันใน
ครัวเรอื น
(10) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ จักรยานสูบน้ำใช้แรงธรรมชาติในการป่ันสูบน้ำขึ้นมา
ทำใหไ้ มก่ ่อมลพษิ เปน็ มติ รกับส่ิงแวดล้อม
8. ทศิ ทางการนำใชแ้ ละขยายผล
อบรม ถ่ายทอดความรู้ให้กับ กลุ่มเด็ก เยาวชน เกษตรกร แหล่งเรียนรู้ กลุ่มองค์กรต่างๆ และประชาชน
ท่ัวไป มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความพอเพียง พอประมาณ มี
ความรู้ คู่คุณธรรม เห็นประโยชน์ของการประดิษฐ์จักรยานสูบน้ำมาใช้ในการสูบน้ำเพื่อผลิตพืชผลทางการเกษตร
เช่นปลูกพืชผักสวนครัว ทำเกษตรผสมผสาน ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ประหยัดพลังงาน ช่วยรักษาสภาวะแวดล้อม
และเป็นการออกกำลังกายด้วย ทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และขยายพื้นที่ให้มีการประดิษฐ์จักรยานสูบน้ำใช้
ท้ังตำบล และเปน็ แหล่งเรียนรู้ ศกึ ษาดูงานของเครือข่ายรว่ มกัน
237
นวัตกรรม (5) เตาเผาขยะถังนำ้ มนั 200 ลิตร
เพ่อื การแกป้ ญั หา
ตำบลพรหมนมิ ติ อำเภอตาคลี จังหวดั นครสวรรค์
1. แนวคิด/ทมี่ าของนวตั กรรม
ขยะมูลฝอยเป็นปัญหาหนึ่งในหลายปัญหาท่ีเกิดขึ้นในพื้นที่ของทุก ๆ ตำบล ทำให้ส่งผลกระทบต่อความ
เป็นอยู่ของคนในชุมชน และสภาพส่ิงแวดล้อมเส่ือมโทรมลงจากมลภาวะเรื่องกลิ่นและสถานที่ทิ้งขยะ เป็นที่สะสม
แพร่เช้ือของเช้ือโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกาย ทำให้เกิดเจ็บ ป่วย เกิดโรคติดต่อ โรคระบาดขึ้น และ
ปัจจุบันจำนวนประชากรได้เพ่ิมข้ึนทกุ ปี ทำให้ขยะมีปริมาณมากขึ้นตามไปดว้ ย
นายสมเกียรติ คงทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต ได้เล็งเห็นความสำคัญในปัญหาขยะ
เหล่าน้ี มีแนวคิดที่จะทำให้ขยะมีปริมาณลดลง หรือจัดการกับขยะให้มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงได้จัดทำ
โครงการธนาคารขยะรีไซเคิลข้ึน โดยร่วมมือประสานงานกับ ๓ โรงเรียนในตำบล ประกอบด้วย (๑) โรงเรียนวัด
หนองหญ้ารังกา (๒) โรงเรียนบ้านกกกว้าว และ (๓) โรงเรียนคลองแปดประชาสรรค์ เพ่ือสร้างจิตสำนึกให้กับเด็ก
นักเรียน ให้เป็นต้นแบบในการดำเนินงานในการจัดการขยะ ฝึกอบรมการคัดแยกขยะ โดยคัดแยกขยะต่าง ๆ เช่น
ขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะรีไซเคิลและขยะอันตราย ก่อนที่จะนำไปกำจัดทิ้งหรือทำลาย ให้เหลือขยะท่ีจะทิ้งน้อย
ทส่ี ดุ และขยะที่คดั แยกไดก้ ็นำไปจำหนา่ ยทำใหม้ รี ายได้ เปน็ ทนุ สนบั สนนุ สมทบเข้ากลุ่มเพ่ิมข้นึ
238
ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ อบต.พรหมนิมิต ได้ร่วมเป็นเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถ่ินน่าอยู่กับ อบต.คลองน้ำ
ไหล ภายใต้โครงการ “รวมพลังชุมชนท้องถ่ินเครือข่าย สานใจสู่ตำบลสุขภาวะ” ได้ดำเนินงานด้านวิชาการจัดการ
ความรู้และพัฒนานโยบายสาธารณะ กิจกรรมสร้างนวัตกรรมลดปัจจัยเส่ียงด้านสุขภาพและปกป้องภาวะคุกคาม
ด้านสุขภาพ และกิจกรรมสร้างนวัตกรรมเพื่อแสดงรูปธรรมตามข้อเสนอนโยบายสาธารณะ 88 ข้อ จึงได้เกิด
นวัตกรรมท่ีทำร่วมกันคือ “เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร” เพื่อจัดการและกำจัดขยะอย่างถูกต้องถูกวิธี ทำให้ไม่
เป็นแหล่งแพรเ่ ชอื้ โรค ช่วยรกั ษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ทำใหไ้ มเ่ กิดมลภาวะเปน็ พิษ
2. เป้าหมายการดำเนนิ งาน
2.1 ประชาชนและผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เช่น ขยะแห้ง ขยะเปียก
ขยะรีไซเคิลและขยะอนั ตราย อย่างถกู ต้องถูกวธิ ี
2.2 ชว่ ยรกั ษาสภาวะ และสิง่ แวดล้อม ทำใหไ้ ม่เกดิ มลภาวะเปน็ พิษ
2.3 ปลูกจิตสำนึกในการจัดการขยะ โดยคัดแยกขยะต่าง ๆ เช่น ขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล และ
ขยะอันตราย ก่อนที่จะนำไปกำจดั ทิง้ หรือทำลายใหเ้ หลือขยะน้อยท่สี ดุ
2.4 ทำให้ครัวเรือน ชุมชนมีสภาวะ ส่ิงแวดล้อมท่ีเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ แพร่เช้ือ
โรค ทำให้คนในชมุ ชนมสี ุขภาพทดี่ ีทั้งรา่ งกายและจติ ใจ
3. ทนุ ทางสงั คมทเี่ ก่ียวข้อง
3.1 แกนนำบุคคล นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลพรหมนมิ ติ
พนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั อบต.พรหมนิมติ
3.1.1 นายสมเกียรติ คงทิม
3.1.2 นายประธาน ศิรโิ พธ์คิ า รกั ษาการผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวดั หนองหญ้ารังกา
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกกกว้าว
3.1.3 นายมนสั ศรสี มพร
3.1.4 นายประดิษฐ์ พุ่มลำเจียก ผู้อำนวยการโรงเรยี นคลองแปดประชาสรรค์
3.1.5 นางวไิ ลวรรณ มเี ยน็
3.2 แหลง่ เรยี นร/ู้ กลุม่ องคก์ รชมุ ชน
3.2.1 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มธนาคารขยะรีไซเคิล กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน
กลุ่มน้ำหมกั ชีวภาพ กล่มุ ปุ๋ยอินทรยี ์อัดเม็ด เขา้ รว่ มฝกึ อบรมการทำเตาเผาขยะถงั นำ้ มัน 200 ลติ ร
3.2.2 ผู้นำทอ้ งถิ่น ทอ้ งท่ี คณะกรรมการชุมชน
3.3 หน่วยงาน/แหล่งประโยชนภ์ ายในตำบล
3.3.1 องค์การบรหิ ารส่วนตำบลพรหมนิมิต
3.3.2 โรงเรียนวัดหนองหญ้ารงั กา, โรงเรียนบา้ นกกกว้าว, โรงเรยี นคลองแปดประชาสรรค์
3.3.3 โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองหญา้ รงั กา
3.4 หนว่ ยงาน/แหล่งประโยชน์ภายนอกตำบล
3.4.1 สำนกั งานกองทุนสนบั สนนุ การสรา้ งเสริมสุขภาพ (สสส.)
3.4.2 ศูนย์สนับสนุนวิชาการและการจัดการเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถ่ินน่าอยู่ของกลุ่ม
จังหวัดภาคเหนอื ตอนล่าง มหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครสวรรค์
3.4.3 องค์การบรหิ ารส่วนตำบลคลองนำ้ ไหล ถ่ายทอดองคค์ วามรู้ ฝกึ อบรม การทำนวตั กรรม
3.4.4 มหาวทิ ยาลัยรังสิต
239
3.5 งบประมาณสนบั สนุน
งบประมาณในการดำเนินงานนวัตกรรม เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร มาจากการสนับสนุน
งบประมาณของ สสส., องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล ในการจัดการความรู้และพัฒนานโยบายสาธารณะ
ภายใต้โครงการ “รวมพลังชุมชนทอ้ งถิน่ เครอื ขา่ ย สานใจส่ตู ำบลสุขภาวะ”
3.6 สถานท่ี
สถานที่ในการดำเนินงานนวัตกรรม เตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร ได้ใช้พื้นท่ีสาธารณะของแต่ละ
หมู่บ้าน 9 หมู่บ้าน เป็นท่ีตั้งเตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร เพื่อเป็นต้นแบบในการเผาขยะอย่างถูกวิธี ให้
ประชาชนท่วั ไปได้เขา้ มาฝกึ อบรม ศกึ ษาหาความรูใ้ นการทำเตาเผาขยะถงั น้ำมัน 200 ลติ ร
4. วธิ กี ารดำเนนิ งาน
4.1 จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ การทำนวัตกรรมเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดทำ
โครงการ
4.2 สำรวจกลุม่ เป้าหมายทส่ี นใจเขา้ ร่วมฝึกอบรม
4.3 จดั ประชุม กลุ่มเป้าหมาย เพอ่ื สรา้ งความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรม
4.4 อบรมเชิงปฏิบตั กิ ารสรา้ งองค์ความรู้ เกี่ยวกับการทำเตาเผาขยะถังนำ้ มัน 200 ลติ ร
4.5 คณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการประสานงานกับหนว่ ยงานที่เกยี่ วขอ้ งในการดำเนนิ งานโครงการ
4.6 ติดตามผลการดำเนนิ งานโครงการ
4.7 สรุปบทเรียนผลการดำเนินงานโครงการจัดทำรูปเล่มเพ่ือประชาสัมพันธ์และรายงานผลให้หน่วยงาน
ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งทราบ
4.8 การติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ โดยคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการ
ดำเนินงาน
5. ผลที่เกดิ จากการแกไ้ ขปัญหา
ประชาชนปรับเปลี่ยนแนวคิด มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มี
ความพอเพียง พอประมาณ มีความรู้ คู่คุณธรรม เห็นประโยชน์ของการดำเนินงานเตาเผาขยะถังน้ำมัน 200 ลิตร
ประชาชนและผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้อง ในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เช่น ขยะแห้ง
ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย ก่อนท่ีจะนำไปกำจัดท้ิงหรือทำลายให้เหลือขยะน้อยท่ีสุด ทำให้ครัวเรือน
ชุมชนมีสภาวะ ส่ิงแวดล้อมที่เป็นระเบียบ เรียบร้อย ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แพร่เช้ือโรค ทำให้คนในชุมชนมีสุขภาพ
ท่ดี ีท้งั รา่ งกายและจิตใจ
6. กลุ่มท่ไี ด้รับประโยชน์
กลุ่มเด็ก เยาวชน กลุ่มองค์กรต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปท้ังตำบลพรหมนิมิต มีความรู้ความเข้าใจในการ
ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เห็นประโยชน์ของนวัตกรรมเตาเผาขยะถังน้ำมัน 200ลิตร ในการ
จัดการขยะของตำบล