5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 3
ขัน้ นำ
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครตู ั้งคำถามวา่ อะไรคือทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2. ครยู กตวั อย่างสถานการณ์ทมี่ ที กั กษะ 8 ทักษะ เชน่ ทกั ษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการวัด เป็นต้น
3. ครนู ำปากกา ดินดอ ยางลบ อย่างละ 3 ช้นิ นำรวมกันแลว้ ใหน้ ักเรยี นแยก
คาบท่ี 4
ขนั้ สอน
ข้นั สำรวจค้นหา
1. ครอู ธบิ ายให้นักเรยี นฟังวา่ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพ้ืนฐานมี 8 ทักษะ ไดแ้ ก่ การสงั เกต การจำแนกประเภท
การวัด การใช้จำนวน การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล การลงความเห็นจากข้อมูล การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล การหา
ความสมั พันธข์ องสเปซกับเวลา การพยากรณ์
2. สมาชิกแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลจากห้องสมุด หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศว่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ัน
พน้ื ฐานมี 8 ทกั ษะ แตกตา่ งกนั อยา่ งไร
3. สมาชิกแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอข้อมลู ที่ได้จากการสืบคน้ หน้าชั้นเรียน
ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครถู ามนักเรียนวา่ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขัน้ พืน้ ฐานมี 8 ทักษะมีอะไรบา้ ง
2. สมาชิกแต่ละคนอธบิ ายความรูต้ ามหัวขอ้ ท่ีได้ศกึ ษามาใหส้ มาชิกคนอนื่ ๆ ในกลุ่มฟัง ทีละคนแบบเลา่ เรอ่ื งรอบวงและ
ผลัดกนั ซกั ถามข้อสงสยั จนเกิดความเข้าใจทตี่ รงกัน
4. นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด นักเรยี นคิดว่าทักษะใดสำคญั ทส่ี ุดในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะอะไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน)
ขนั้ ขยายความเข้าใจ
1. ครใู ห้สมาชกิ แตล่ ะคนกลับกลมุ่ เดิม แล้วผลัดกันเลา่ คำตอบใน ใบงานที่ 1.2 ของตนเองให้สมาชกิ ในกลมุ่ ฟงั เพ่อื
แลกเปลี่ยนความรคู้ วามเขา้ ใจกันภายในกลุม่
2. ตัวแทนนักเรียนเกบ็ รวบรวมใบงานท่ี 1.2
3. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรูเ้ กยี่ วกบั กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
2. ครปู ระเมินผลนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล พฤตกิ รรมการ
ทำงานกลมุ่ และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ช้ันเรียน
3. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนตู อบได้ในสมดุ หรือในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
4. ครูตรวจสอบผลนักเรยี นจากการทำใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขน้ั พืน้ ฐาน
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม ประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของสิ่งมชี ีวติ แตล่ ะ
กลุ่มได้ 1.คำถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถือวา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.ระบกุ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขั้น
พนื้ ฐาน 8 ทักษะได้ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสยั (A)
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ ประเมนิ
รับผิดชอบต่องานทีส่ งั่ และสง่ งานไดท้ นั
ตามทกี่ ำหนด 1.ใบงานที่ 1.2 เร่ือง 70% ขึน้ ไป ถือว่า
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มน่ั ในการทำงาน ทกั ษะกระบวนการทาง ผา่ นเกณฑ์การ
วิทยาศาสตรข์ ้ัน ประเมิน
พ้ืนฐาน
1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือวา่
พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การเรยี นรู้สงิ่ ตา่ งๆรอบๆตัว
2. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 การเรยี นรสู้ ง่ิ ต่างๆรอบๆตัว
3. วัสดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานที่ 1.2 เรอื่ ง ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ัน้ พื้นฐาน
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งเรยี น
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอรเ์ นต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
ใบงานท่ี 1.2
เร่ือง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขน้ั พื้นฐาน
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ น่ี กั เรยี นมมี า 1 ทกั ษะพรอ้ มเขยี นอธบิ ายเหตุผล
ทักษะดา้ น………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ใบงานท่ี 1.2 เฉลย
เรอ่ื ง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ ้ันพื้นฐาน
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ น่ี กั เรยี นมมี า 1 ทกั ษะพรอ้ มเขยี นอธบิ ายเหตุผล
ทกั ษะดา้ น……การจำแนกประเภท………………
เป็นการแบง่ การจัดกลุม่ ส่งิ ตา่ งๆ ออกปน็ หมวดหมู่ โดยใช้ความเหมือนเป็นเกณฑ์ในการจำแนกวตั ถุออกจากกัน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
(ขึ้นกับดุลยพนิ ิจครูผสู้ อน)
สัปดาห์ท่ี 2
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชอื่ ผู้สอน ….…………………………………………...
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 การเรียนรสู้ ิง่ ตา่ งๆ รอบตวั เร่อื ง ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขัน้ สงู
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวติ ในสงั คมท่มี ีการเปลย่ี นแปลง อยา่ งรวดเร็ว
ใช้ความรู้และทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อืน่ ๆเพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิด
สรา้ งสรรค์ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างเหมาะสม โดยคำนงึ ถึงผลกระทบต่อชวี ติ สังคม
และส่งิ แวดลอ้ ม
ตัวช้วี ัดที่ ป. 3/3 เลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือทเี่ หมาะสมในการสำรวจตรวจสอบและบันทึกขอ้ มูล
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา ร้วู า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ เี่ กดิ ขนึ้ สว่ นใหญม่ รี ูปแบบ ทีแ่ น่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเคร่อื งมือ
ทม่ี ีอยู่ในช่วงเวลานน้ั ๆ เขา้ ใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเกี่ยวขอ้ งสัมพันธ์กัน
ตัวช้วี ัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ั้นสูงหรือขน้ั ผสม มี 6 ทกั ษะ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขัน้ สงู หรอื ขั้นผสม มี 6 ทกั ษะได้ (K)
2. สามารถระบทุ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงหรือขั้นผสม มี 6 ทักษะได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝ่เรียนรูแ้ ละมุง่ มั่นในการทำงาน (A)
4. สาระกรเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถ่ิน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญมี 6 พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
ทกั ษะ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ข้นั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครยู กตวั อยา่ งสถานการณ์พรอ้ มถามนักเรยี นวา่ จากเหตกุ ารณท์ ี่กลา่ วอะไรคอื ทักาะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. ครสู นทนากับนักเรียนเกี่ยวกับทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขนั้ สงู หรอื ขน้ั ผสม
ข้ันสอน
ข้ันสำรวจคน้ หา
สมาชิกในกลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1) จบั คู่กันเปน็ 2 คู่ ใหแ้ ตล่ ะคู่ร่วมกนั วางแผนในการศกึ ษาความรู้เร่ือง
กับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้นั สูงหรอื ขัน้ ผสมตามหวั ข้อท่ีครกู ำหนด ดังนี้
1) การต้ังสมมติฐาน
2) การกำหนดนิยามเชงิ ปฎบิ ัตกิ าร
3) การกำหนดและควบคุมตัวแปร
4) การทดลอง
5) การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ
6) การสร้างแบบจำลอง
คาบที่ 2
ขัน้ อธิบายความรู้
1. สมาชิกแตล่ ะคู่กลบั กลุ่มเดิม แลว้ ผลัดกนั อธบิ ายความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการศึกษาเกย่ี วกบั ทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ข้ันสูงหรือข้ันผสม สมาชกิ อีกคูห่ นึ่งภายในกลมุ่ ฟัง และซกั ถามขอ้ สงสัยจนเกิดความเขา้ ใจที่ตรงกัน
2. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด
3. ครูใหส้ มาชิกแตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั ทำใบงานท่ี 1.3 เรอื่ ง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสงู หรอื ข้นั ผสม
4. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของคำตอบในใบงานที่ 1.3 เร่ือง ทกั ษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ขนั้ สูงหรือขั้นผสมแลว้ ส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอใบงาน หน้าชน้ั เรยี นจนครบทกุ กลุ่ม
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ศกึ ษาความรู้เร่ือง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันสูงหรอื จากหนังสือเรียน
2. นักเรียนทั้งหอ้ งร่วมกนั สรุปความรู้เร่อื ง ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ ้ันสูงหรือขั้นผสมครูตรวจสอบความ
ถกู ต้อง
3. ครูสรุปเพ่มิ เติมในส่วนท่ีบกพร่องเพ่ือให้นักเรยี นเกดิ ความเขา้ ใจท่ีตรงกัน
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูให้นักเรียนสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงหรือขั้น
ผสมมี 6 ทกั ษะ 1) การตัง้ สมมตฐิ าน
2) การกำหนดนยิ ามเชิงปฎิบัติการ
3) การกำหนดและควบคุมตัวแปร
4) การทดลอง
5) การตคี วามหมายข้อมลู และลงขอ้ สรปุ
6) การสร้างแบบจำลอง
2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ชนั้ เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ในสมดุ หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์
5. ครตู รวจสอบผลนักเรียนจากการทำใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ ้นั สูงหรือข้นั ผสม
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม ประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของส่งิ มชี ีวติ แต่ละ
กลมุ่ ได้ 1.คำถามกระตุ้น 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.อธิบายทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ข้ันสูงหรือข้นั ผสมได้ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสยั (A)
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม ประเมนิ
รับผิดชอบตอ่ งานทีส่ ง่ั และสง่ งานไดท้ ัน
ตามท่ีกำหนด 1.ใบงานที่ 1.3 เร่อื ง 70% ข้นึ ไป ถือว่า
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมั่นในการทำงาน ทักษะกระบวนการทาง ผา่ นเกณฑ์การ
วิทยาศาสตรข์ ้นั สูงหรือ ประเมิน
ข้ันผสม
1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.3 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การเรยี นร้สู ่งิ ตา่ งๆ รอบตัวเรา
2. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 การเรยี นรสู้ ่งิ ตา่ งๆ รอบตวั เรา
3. วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานที่ 1.3 เร่อื ง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ ัน้ สูงหรอื ขน้ั ผสม
7.4 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
ใบงานที่ 1.3
เรือ่ ง ทักษะกระบวนการทางวิทยาสาสตร์ข้ันสูงหรือผสม
คำสงั่ ใหน้ ักเรยี นออกแบบการทดลองมา 1 การทดลองพร้อมตอบคำถาม
ชอ่ื การทดลอง…………………………………
1. ตัวแปรต้น คอื …………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ตวั แปรตาม คือ…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ตวั แปรควบคุม คอื ……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 1.3 เฉลย
เรอื่ ง ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาสาสตร์ข้นั สูงหรือผสม
คำสั่ง ใหน้ กั เรยี นออกแบบการทดลองมา 1 การทดลองพรอ้ มตอบคำถาม
ชื่อการทดลอง…………………………………
1. ตัวแปรต้นคอื …………………….…………………….……………………..……………………..……………………..…………..
……………………..……………………..……………………..……………………..……………………..………………………………..
2.ตวั แปรตามคือ…………………….……………………..……………………..……………………..……………………..…………
……………………..……………………..……………………..……………………..……………………..………………………………..
3. ตวั แปรควบคุมคือ…………………….…………………….……………………..……………………..…………………………..
……………………..……………………..……………………..……………………..……………………..………………………………..
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
สัปดาห์ที่ 2
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ช่อื ผู้สอน ….…………………………………………...
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การเรยี นรู้สิง่ ตา่ งๆ รอบๆตวั เรอื่ ง ทักษะการกำหนดและควบคมุ ตัวแปร
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยเี พื่อการดำรงชีวิตในสังคมทม่ี ีการเปลย่ี นแปลง อยา่ งรวดเรว็ ใช้
ความรูแ้ ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ นื่ ๆเพ่ือแกป้ ญั หาหรือพัฒนางานอย่างมีความคดิ สร้างสรรค์
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตสงั คมและ
สิ่งแวดล้อม
ตวั ชี้วดั ท่ี ป.3/2 วางแผนการสังเกต เสนอวิธสี ำรวจตรวจสอบ ศกึ ษาคน้ ควา้ โดยใช้ความคดิ ของตนเองของกลุ่ม และ
คาดการณ์สงิ่ ท่จี ะพบจากการส ารวจตรวจสอบ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ญั หา ร้วู ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทีเ่ กิดขึ้นส่วนใหญม่ รี ูปแบบ ทแ่ี นน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และเครื่องมือ
ทมี่ ีอยู่ในช่วงเวลาน้นั ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่งิ แวดล้อม มีความเกย่ี วขอ้ งสัมพันธก์ นั
ตวั ชีว้ ัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การออกแบบการทดลองจะต้องกำหนดสง่ิ ท่ีเราจะทำการสังเกตหรอื สง่ิ ทม่ี ีผลตอ่ การทดลองเพื่อสอดคลอ้ งกับ
สมมตฐิ านที่ตง้ั ไว้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายทกั ษะการควบคุมตัวแปรได้ (K)
2. สามารถระบทุ ักษะการควบคมุ ตวั แปรได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
-
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 3
ขนั้ นำ
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกันบอกความหมายของตัวแปรตา่ งๆ
2. ครูนำภาพการทดลองต่างๆพร้อมถามว่าสง่ิ ไหนคือตัวแปรอะไร
ขนั้ สอน
ข้นั สำรวจคน้ หา
1. ครูเฉลยคำตอบ
2. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกันศกึ ษาความรู้เร่อื ง ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร จากหนงั สอื เรยี นหรอื บท
เรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite
3. บนั ทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน
คาบที่ 4
ขั้นอธิบายความรู้
1. ครูกำหนดความหมายและขอบเขตของการทดลองเพื่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจตรงกนั และบอกวิธกี ารวดั ตวั แปรท่ี
เกยี่ วขอ้ งกับการทดลองนัน้ ๆ
ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูสุม่ สมาชกิ หมายเลขใดหมายเลขหนึ่งในกลมุ่ ออกมาตอบคำถามหนา้ ชั้นเรยี น
2. ครแู ละสมาชกิ กลุ่มอน่ื ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและเสนอแนะเพ่ิมเตมิ ในส่วนทแี่ ตกต่าง
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนักเรียน
2. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมุด หรือในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถือวา่
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสงิ่ มชี ีวติ แตล่ ะ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถระบุทักษะการควบคุมตวั แปร 1.การตอบคำถาม 70% ข้นึ ไป ถือวา่
ได้ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต
70% ขน้ึ ไป ถือว่า
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่สัง่ และสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ตามท่ีกำหนด
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การเรียนรูส้ ง่ิ ตา่ งๆ รอบตัว
2. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 การเรยี นรสู้ ง่ิ ตา่ งๆ รอบตัว
3. วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องเรยี น
2. หอ้ งสมดุ
3. อินเทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 3
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…2563……... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 การเรียนรู้สง่ิ ต่างๆ รอบตัว เรอ่ื ง การหาความสมั พันธส์ เปซกบั เวลา
ท่ีใช้ในการผลิตไฟฟ้า
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานที่ ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพื่อการดํารงชวี ิตในสงั คมทม่ี ีการเปลยี่ นแปลง
อยา่ งรวดเรว็ ใชค้ วามรูแ้ ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์คณิตศาสตรแ์ ละศาสตรอ์ นื่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพฒั นางานอย่างมี
ความคดิ สร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสมโดยคํานึงถึงผลกระทบต่อชวี ติ
สังคม และสงิ่ แวดล้อม
ตัวช้วี ดั ท่ี ป.3/4 จัดกลุ่มข้อมลู เปรยี บเทยี บกบั สิง่ ท่ีคาดการณ์ไว้และนำเสนอผล
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้ว่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ขนึ้ ส่วนใหญ่มีรปู แบบ ที่แนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเครอื่ งมือ
ท่ีมอี ยู่ในช่วงเวลานนั้ ๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิง่ แวดล้อม มีความเก่ียวขอ้ งสัมพนั ธ์กัน
ตวั ช้วี ดั ที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การหาความสัมพนั ธร์ ะหว่างสเปซกบั เวลาเป็นความสามารถในการหาความสมพนั ธร์ ะหวา่ งรปู 1 มิติ 2 มติ ิ และ 3
มิติ รวมไปถึงการระบรุ ูปทรง ขนาด ตำแหนง่ ทิศทางการเคลือ่ นท่ี
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการหาความสัมพันธ์สเปซกบั เวลาได้ (K)
2. สามารถบอกการความสมั พนั ธ์สเปซกับเวลาได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรยี นรแู้ ละมงุ่ ม่ันในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
-
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 1
ขน้ั นำ
ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครสู นทนากับนักเรียนเก่ียวกบั การหาความสัมพันธข์ องสเปซกับเวลา
2. ครนู ำบัตรภาพมาพร้อมเลา่ เหตุการณ์และเวลา
3. ครขู ออาสาสมัครนักเรยี น 3-4 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นหนา้ ชนั้ เรียน
ขน้ั สอน
ข้นั สำรวจคน้ หา
1. ครูอธิบายการหาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสเปวกับสเปซ
2. ครถู ามนักเรยี นการหาความสัมพนั ธ์ระหว่างสเปวกับสเปซกบั การหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกับเวลาแตกตา่ ง
กนั อย่างไร คาบท่ี 2
ขั้นอธิบายความรู้
1. ครโู ชวบ์ ตั รภาพพรอ้ มถามวา่ ในรูปมกี ่ีมิติ
2. ครูอธิบายว่า การหาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสเปวกบั สเปซสามารถแบง่ ได้เป็น 2 แบบ คือ ความสมั พันธ์
ระหวา่ งวัตถ2ุ มติ ิกบั วัตถุ 3 มิติ และความสมั พนั ธ์ระหวา่ งตำแหนง่ ทอ่ี ยู่ของวตั ถุหนงึ่ กับอิกวตั ถุหน่ึง
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครใู ห้ทำ ใบงานท่ี 1.4 เรอ่ื งการหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกบั เวลา
2. ครยู กตัวอย่างสถานการณ์พรอ้ มอธบิ ายสเปซกับเวลาแลสเปซกบั สเปซ
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรูเ้ ก่ยี วกับ การหาความสัมพันธข์ องสเปซกบั เวลา
2. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ทำกิจกรรมรวบยอด เสรจ็ แล้วนำสง่ ครูตรวจ
3. ครอู ธิบายเพมิ่ เติมจากเนื้อหา
การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ แตล่ ะ ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. การหาความสัมพนั ธ์ของสเปซกับ 1.ใบงานที่ 1.4 เรอื่ ง 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
เวลา การหาความสัมพันธ์ ผ่านเกณฑ์การ
ของสเปซกบั เวลา ประเมนิ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื วา่
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่สี ั่งและสง่ งานได้ทนั พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทก่ี ำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มนั่ ในการทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 การเรียนรู้สิง่ ต่างๆ รอบตัว
2. แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การเรียนร้สู ง่ิ ต่างๆ รอบตวั
3. วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4. ใบงานท่ี ใบงานที่ 1.4 เร่ืองการหาความสมั พันธ์ของสเปซกับเวลา
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียน
2. ห้องสมดุ
3. อินเทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................... ..................
.......................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................... ..................
.......................................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
ใบงานที่ 1.4
เรอ่ื ง การหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกับเวลา
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กขอ้ ความใหต้ รงกบั ภาพ บอกกำรเปล่ียนตำแหน่งท่อี ย่ขู องส่ิงต่ำงๆกบั เวลำ
วตั ถุท่มี สี เปสเป็ น 3 มติ
บอกตำแหน่งหรือทศิ ทำงของวตั ถหุ รือสถำนท่ี
วัตถุท่มี สี เปสเป็ น 2 มติ ิ
ใบงานที่ 1.4 เฉลย
เรอ่ื ง การหาความสมั พันธ์ของสเปซกบั เวลา
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กขอ้ ความใหต้ รงกบั ภาพ บอกกำรเปล่ียนตำแหน่งท่อี ย่ขู องส่งิ ต่ำงๆกับเวลำ
วตั ถุท่มี สี เปสเป็ น 3 มติ
บอกตำแหน่งหรือทศิ ทำงของวัตถหุ รือสถำนท่ี
วตั ถุท่มี สี เปสเป็ น 2 มติ ิ
บอกการเปลยี่ นตำแหน่งที่
อยขู่ องส่ิงตา่ งๆกับเวลา
บอกตำแหนง่ หรอื ทศิ ทาง
ของวัตถุหรอื สถานท่ี
วัตถทุ ี่มีสเปสเป็น 2 มิติ
วตั ถทุ ่มี สี เปสเปน็ 3 มิติ
สปั ดาห์ที่ 3
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/………... ช่ือผูส้ อน ….…………………………………………...
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 การเรียนรู้สง่ิ ต่างๆ รอบตัว เรอ่ื ง การสรา้ งแบบจำลอง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานที่ ว 4.1 เขา้ ใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพื่อการดาํ รงชวี ติ ในสงั คมทม่ี ีการเปลยี่ นแปลง
อย่างรวดเรว็ ใชค้ วามรู้และทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางานอย่างมี
ความคดิ สร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคาํ นงึ ถึงผลกระทบต่อชวี ติ
สงั คม และสงิ่ แวดล้อม
ตัวชี้วดั ท่ี ป.3/8 นำเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายดว้ ยวาจาและเขียนแสดงกระบวนการและผลของงาน
ใหผ้ ูอ้ ่ืนเข้าใจ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา รู้ว่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเี่ กิดขึ้นสว่ นใหญ่มีรูปแบบ ที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเครอ่ื งมือ
ท่ีมีอยู่ในชว่ งเวลานัน้ ๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สง่ิ แวดล้อม มีความเกย่ี วข้องสัมพันธ์กนั
ตวั ชี้วัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ข้อมลู ท่ีถูกจัดกระทำมาแลว้ เราสามารถนำข้อมูลนั้นมาสร้างแบบจำลองเพื่อนำเสนอขอ้ มูลหรอื อธิบายความคดิ รวบ
ยอดใหผ้ อู้ นื่ เขา้ ใจในรปู แบบของจำลองแบบต่างๆ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการสร้างแบบจำลองได้ (K)
2. สามารถสร้างแบบจำลองได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมุ่งมัน่ ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู ้องถน่ิ
สาระการเรียนร้แู กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
-
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 3
ขั้นนำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูนำภาพ แผนภาพ ภาพเคลื่อนไหว สิง่ ประดษิ ฐ์ ชิน้ งาน ขอ้ ความ ห่นุ มาให้นักเรียนดู แลว้ ตัง้ คำถามถาม
ข้นั สอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนสรา้ งแบบจำลองในแบบที่ตัวเองถนดั
2. นกั เรียนผลัดกันนำเสนอข้อมูล ให้สมาชิกในห้องฟงั ทลี ะคน แบบเลา่ เร่อื งรอบวงคนละ 1 นาที จนครบทุกคน
3. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
คาบท่ี 4
ขัน้ อธบิ ายความรู้
1. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันอภิปรายและสรุปผลจากการทำกิจกรรมภายในกลมุ่
2. ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานของกลุม่ หน้าชั้นเรยี น โดยครสู ุม่ จับสลากเลอื กนักเรยี น
ทีละกล่มุ
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
1. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรูเ้ ก่ียวกบั การสร้างแบบจำลอง มาใช้ประโยชน์ในการ ในชีวิตประจำวัน
2. ครูสรปุ เพ่ิมเตมิ ใหน้ ักเรยี นฟงั วา่ การสร้างแบบจำลองเราสามรถเลือกทำได้หลายรปู แบบ เชน่ แผนภาพ
ภาพเคลอื่ นไหว ส่งิ ประดิษฐ์ ช้ินงาน ขอ้ ความ หนุ่ มาใหน้ ักเรียนดู แล้วตั้งคำถามถาม เพอื่ ที่จะทำให้ผู้อ่ืนเข้าใจข้อมลู
มากขึ้น
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ในสมดุ หรอื ในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของส่ิงมชี ีวติ แตล่ ะ
กลมุ่ ได้ 1.คำถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถอื วา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.การสร้างแบบจำลอง
ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีสง่ั และสง่ งานไดท้ ัน ประเมนิ
ตามทก่ี ำหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ 1.การสร้างแบบจำลอง 70% ขึ้นไป ถือวา่
3. สงั เกตจากการมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
1. แบบสังเกต 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การเรียนรสู้ ิ่งต่างๆ รอบตัว
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 การเรียนรสู้ ่ิงต่างๆ รอบตวั
3. วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4. บัตรภาพ
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.หอ้ งสมดุ
3.อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................................................
......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
............................................................................................................................. .........................................................
................................................................................................................................................................. .....................
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
บตั รภาพ
สปั ดาห์ท่ี 4
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……1..…/………... ชอ่ื ผู้สอน ….…………………………………………...
กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การเรียนรสู้ ง่ิ ตา่ งๆ รอบตัว เรือ่ ง การจดั การกระทำและความหมายขอ้ มูล
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยเี พื่อการดํารงชวี ิตในสังคมทมี่ ีการเปล่ยี นแปลง
อย่างรวดเร็ว ใชค้ วามรแู้ ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตรค์ ณิตศาสตรแ์ ละศาสตรอ์ ่นื ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมี
ความคิดสร้างสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคํานึงถึงผลกระทบต่อชวี ิต
สงั คม และสิง่ แวดล้อม
ตัวช้ีวัดท่ี ป.3/8 นำเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายด้วยวาจาและเขยี นแสดงกระบวนการและผลของงาน
ให้ผอู้ น่ื เขา้ ใจ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา รวู้ า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ขน้ึ สว่ นใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและเครื่องมือ
ท่ีมีอยู่ในชว่ งเวลานนั้ ๆ เขา้ ใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเกี่ยวขอ้ งสัมพนั ธ์กนั
ตวั ช้ีวัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การจัดกระทำและส่อื ความหมายขอ้ มูลเป็นผลจากการศึกษา หรือทดลองหาค่าความถี่ เรยี งลำดบั หรอื แยกประเภท
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการจัดการกระทำและความหมายข้อมูลได้ (K)
2. เหน็ ความสำคัญของการจัดการกระทำและความหมายขอ้ มูล (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรแู้ ละมุง่ มน่ั ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
-
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ข้นั นำ
ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ
1. ครสู นทนากับนักเรยี นเกี่ยวกับการทดลอง การหาค่าความถี่ จากผลการทดลอง เพ่ือให้คนอนื่ เขา้ ใจ
2. ครนู ำรปู แบบแผนภาพ รูปแบบตาราง ให้นักเรยี นดแู ละอธบิ าย
ข้ันสอน
ขัน้ สำรวจคน้ หา
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตามความสมัครใจ แล้วให้ แต่ละกลุ่มรว่ มกันศกึ ษาความรเู้ รื่อง ความสำคัญ
การจดั การกระทำและความหมายขอ้ มลู จากหนังสือเรยี นหรือบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
คาบท่ี 2
ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มนำผลการวิเคราะห์มาเขยี นบรรยายการจดั การกระทำและความหมายข้อมูล
2. ครจู บั สลากเลือกนกั เรียนทลี ะ 1 กลุ่ม นำเสนอหน้าช้ันเรียน
3. สมาชิกกล่มุ อ่ืนช่วยกันวิจารณผ์ ลการวเิ คราะห์ ของสมาชกิ กลุ่มทนี่ ำเสนอและแสดงความคิดเห็นเพม่ิ เติม
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้เกยี่ วกับความสำคัญการจดั การกระทำและความหมายขอ้ มูล
2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันทำแบบฝกึ กิจกรรมที่ 1 จากแบบวดั ฯ เสร็จแลว้ นำสง่ ครูตรวจ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ ผลการสำรวจเร่ือง การจดั การกระทำและความหมายข้อมูล
2. ครูสรุปเพม่ิ เติม
6. การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การ
การวดั และประเมนิ ผล 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม ประเมินผล
จดุ ประสงค์ 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถือว่า
ความรู้ความเข้าใจ (K) 1.การจัดการกระทำและความหมาย ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
ขอ้ มูล ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.การจดั การกระทำ 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม และความหมายข้อมูล ผ่านเกณฑ์การ
คุณลักษณะนิสัย (A) รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ง่ั และส่งงานไดท้ นั ประเมิน
1. แบบสังเกต
พฤติกรรม 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 การเรียนร้สู ิ่งต่างๆ รอบตัว
2. แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 การเรยี นรู้สง่ิ ต่างๆ รอบตวั
3. วัสดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรยี น
2. หอ้ งสมดุ
3. อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..............................................................
............................................................................................................................. ..............................................................
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 4
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1……/………... ช่ือผ้สู อน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การเรียนรู้สิง่ ต่างๆ รอบตัว เรื่อง จิตวทิ ยาศาสตร์
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานที่ ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพ่ือการดาํ รงชวี ติ ในสงั คมที่มีการเปลีย่ นแปลง
อยา่ งรวดเรว็ ใชค้ วามร้แู ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อ่นื ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรอื พัฒนางานอย่างมี
ความคิดสร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสมโดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบต่อชีวิต
สังคม และสิ่งแวดล้อม
ตัวช้วี ัดท่ี ป.3/6 แสดงความคดิ เหน็ และรวบรวมข้อมูลจากกลุม่ นำไปสูก่ ารสรา้ งความรู้
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รวู้ ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกดิ ขึน้ ส่วนใหญม่ ีรูปแบบ ทแี่ น่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และเครอ่ื งมือ
ท่ีมอี ยู่ในชว่ งเวลานัน้ ๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเกย่ี วขอ้ งสัมพันธก์ นั
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
จติ วทิ ยาศาสตร์ คือ ลักษณะหรอื พฤติกรรมของแต่ละคนท่ีเกดิ จากประสบการณ์ท่ีไดจ้ ากการศึกษาในเรื่องต่างๆโดย
ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการศึกษา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายจติ วิทยาศาสตร์ได้ (K)
2. สามารถบอกจติ วทิ ยาศาสตร์ได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่นิ
สาระการเรียนร้แู กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
-
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 3
ข้นั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูถามนักเรียนว่า นักเรยี นคดิ ว่าตนเองมจี ติ วิทยาศาสตร์หรอื ไม่
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด อะไรคือจติ วิทยาศาสตร์
(จติ วิทยาศาสตร์ เชน่ ความมีวินัย ความรับผดิ ชอบ ความซอื่ สตั ย์ การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผอู้ ื่น)
ขนั้ สอน
ข้นั สำรวจค้นหา
1. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละคนสำรวจจิตวทิ ยาศาสตร์ของตนเองพร้อมอธิบายลงในแบบฝึกหัด
คาบที่ 4
ขั้นอธิบายความรู้
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนออกมานำเสนอหน้าช้นั เรยี น
2. สมาชกิ ในกลมุ่ นำคำตอบของสมาชิก แตล่ ะคนมาวิเคราะหว์ า่ สมาชิกคนใด มีจิตวิทยาศาสตรม์ ากที่สดุ
และใกล้เคยี งที่สดุ
ขยายความเข้าใจ
1. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรุปว่า พฤตกิ รรมใดเปน็ คือจติ วิทยาศาสตร์ทเ่ี หน็ ได้ชัดเจน
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
3. นักเรียนแต่ละคนศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง จิตวทิ ยาศาสตร์จากหนงั สือเรียนหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์
Smart L.O. LMS Lite แลว้ บันทึกความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบันทึก การอ่าน
4. นักเรียนแตล่ ะคนเลือกจติ วิทยาศาสตรท์ เี่ หน็ ไดช้ ัดเจนลงในแบบฝึกหัดเป็นการบ้านเสร็จแล้วนำส่งครู
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปผลการสำรวจ ว่านกั เรียนมีจิตวทิ ยาศาสตรท์ ่เี หน็ ได้ชดั เจนก่ีคน
2. ครูสรุปเพิ่มเติมใหน้ ักเรียนเขา้ ใจว่า คุณลกั ษณะทางจิตวิทยาศาสตร์ทีเ่ ห็นไดช้ ัดเจน เชน่ ความซื่อสตั ว์ ความสนใจ
ใฝ่เรยี นรู้ ความอดทน ความมีเหตุผล
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของส่งิ มชี ีวติ แตล่ ะ ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
กลุ่มได้ ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.จิตวิทยาศาสตรท์ เ่ี ห็นได้ชดั เจน 1.แบบฝึกหดั 70% ข้ึนไป ถือว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานทส่ี ัง่ และสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม
ตามทีก่ ำหนด 70% ขึ้นไป ถอื วา่
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้ ผ่านเกณฑ์การ
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันในการทำงาน ประเมนิ
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การเรยี นรสู้ ่งิ ตา่ งๆ รอบตัว
2. แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การเรียนรูส้ ง่ิ ตา่ งๆ รอบตวั
3. วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1.หอ้ งเรียน
2.ห้องสมดุ
3.อินเทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..............................................................
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................................
............................................................................................................................. ..............................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 5
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชือ่ ผู้สอน ….…………………………………………...
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์ เร่อื ง สว่ นประกอบของอากาศ
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 6.1 เขา้ ใจกระบวนการตา่ ง ๆ ท่เี กิดขนึ้ บนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพนั ธ์ของกระบวนการต่าง
ๆ ท่มี ผี ลต่อการเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู ละจิตวทิ ยาศาสตร์
สือ่ สารสงิ่ ท่เี รยี นรแู้ ละนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชี้วัดที่ ป.3/2 สบื คน้ ข้อมูลและอภิปรายส่วนประกอบของอากาศและความสำคัญของอากาศ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รูว้ ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ เ่ี กดิ ขน้ึ ส่วนใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และเครอ่ื งมือ
ที่มีอยู่ในชว่ งเวลานนั้ ๆ เข้าใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเกยี่ วขอ้ งสัมพันธก์ นั
ตัวชวี้ ัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
อากาศเป็นสารที่พบได้รอบๆ ตวั ซงึ่ อากาศจะประกอบด้วย แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซเิ จน แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์
และแก๊สอ่นื ๆ รวมท้งั ไอน้ำและฝนุ่ ละออง
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายสว่ นประกอบของอากาศได้ (K)
2. ระบสุ ่วนประกอบของอากาศได้ (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รียนร้แู ละมุ่งม่ันในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
อากาศ ประกอบด้วย แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สอื่นๆ รวมทั้งไอน้ำ
และฝุน่ ละออง
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ข้ันนำ
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครนู ำภาพสถานท่ี 2 แห่ง มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ถามนกั เรียนว่า จากภาพนกั เรยี นคิดวา่ สถานทีใ่ ดมีอากาศบริสทุ ธ์ิ
สังเกตจากสงิ่ ใด
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรียนคิดวา่ อากาศมอี ยูร่ อบตวั เราทุกหนทกุ แห่งหรอื ไม่ อธิบายเหตผุ ล
ประกอบ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
ขัน้ สอน
ขนั้ สำรวจคน้ หา
1. ครอู ธบิ ายให้นักเรียนฟงั ว่า อากาศมีอยูท่ ุกหนทกุ แห่งรอบตวั เรา เราไมส่ ามารถมองเห็นอากาศได้ เพราะอากาศมี
สถานะเป็นแก๊ส และไม่มีสี
2. ครตู ้งั ประเด็นคำถามถามนักเรยี นว่า อากาศรอบตวั เราประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
3. ครูแบง่ นกั เรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลาง
ค่อนข้างอ่อน และอ่อน
คาบท่ี 2
ขนั้ สำรวจค้นหา
4. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาความรเู้ รื่อง ส่วนประกอบของอากาศ จากหนงั สือเรียนหรอื บทเรยี นคอมพิวเตอร์
Smart L.O. LMS Lite แลว้ บันทึกความรู้ลงในแบบบนั ทึกการอ่าน
5. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
6.ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้นกั เรยี นฟังวา่ นอกจากแกส๊ ชนิดต่างๆ แล้วอากาศยังมีสว่ นผสมของไอนำ้ ฝุ่นละออง เขมา่ ควัน
และเชอื้ จุลนิ ทรยี ต์ า่ งๆ เจือปนอยู่
ขนั้ อธิบายความรู้
7. สมาชิกแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั สืบค้นวา่ ในอากาศมีฝนุ่ ละอองเจือปนอยู่จรงิ หรือไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร
8. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ทำการทดลองตามขั้นตอนท่ีกำหนดในเอกสารประกอบการสอน แล้วบันทกึ ผล
(กิจกรรมน้ีครูควรให้นกั เรยี นปฏบิ ตั มิ าล่วงหนา้ )
9. สมาชิกแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบค้นว่า ในอากาศมีฝุ่นละอองเจอื ปนอยู่จริงหรอื ไม่ หน้าชั้นเรยี น เพื่อหาข้อสรุป
ร่วมกันภายในช้ันเรียน
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
1. นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความร้เู กย่ี วกบั อากาศมีอยู่ทุกหนทุกแห่งรอบตัวเรา
2. ครสู รุปเพิ่มเตมิ ใหน้ ักเรียนฟงั ว่า อากาศ ประกอบด้วย แกส๊ ไนโตรเจน แกส๊ ออกซิเจน แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และ
แกส๊ อ่ืนๆ รวมทั้งไอนำ้ และฝุน่ ละออง
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด นกั เรียนคิดว่า สว่ นประกอบของอากาศในแตล่ ะสถานทเ่ี หมอื นกันหรือไม่
เพราะอะไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูเขียนแผนภูมิวงกลม แสดงส่วนประกอบของอากาศ แล้วสุ่มนักเรียนทีละคนออกมาเขียนชื่อแก๊สที่เป็น
ส่วนประกอบของอากาศลงในแผนภูมใิ ห้ถูกตอ้ ง เพอื่ สรปุ ความรู้เร่ือง สว่ นประกอบของอากาศ
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
3. นักเรียนแตล่ ะคนทำแบบฝกึ กจิ กรรมและกจิ กรรมรวบยอดจากแบบวดั ฯ เป็นการบ้าน เสร็จแล้วนำสง่ ครูตรวจ
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสิ่งมชี ีวิตแตล่ ะ ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
กลุ่มได้ ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
1.เปรยี บเทยี บความเหมือน ความ 1.กจิ กรรมการทดลอง ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) แตกต่างของลกั ษณะต่างๆ ของสง่ิ มชี ีวิต ประเมนิ
แตล่ ะกลมุ่ ได้
70% ข้นึ ไป ถอื ว่า
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑ์การ
รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ ง่ั และส่งงานไดท้ ัน พฤติกรรม ประเมิน
ตามทก่ี ำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
6) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
7) แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
8) วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรม
9) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
4) หอ้ งเรยี น
5) ห้องสมุด
6) อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(............................................................) (......................................................................)
ลงช่อื ...................................................ผู้บริหาร
(......................................................................)
เอกสารประกอบการสอน
➢ อปุ กรณ์
1. กระดาษแขง็ ขนาด A4 จานวน 1 แผน่
2. สก๊อตชเ์ ทปใส
3. เชอื ก
➢ วิธีทำ
1. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ตดั กระดาษแขง็ ขนาด A4 จานวน 1 แผ่น
2. เจาะกระดาษใหเ้ ป็นชอ่ งขนาด 2 x 5 ซม. จานวน 3 ชอ่ ง ใหห้ า่ งกนั ช่องละ 5 ซม.
3. นาสก๊อตชเ์ ทปใสมาตดิ ในสว่ นทเ่ี จาะออกไป จากนนั้ เจาะรแู ผ่นกระดาษแขง็ และรอ้ ยเชอื ก เพอ่ื เอาไวห้ อ้ ย
4. นาแผน่ กระดาษแขง็ ไปแขวนไวใ้ นบรเิ วณตา่ งๆ ของโรงเรยี น โดยไม่ซ้ากนั เป็นเวลา 2-3 วนั และนามาสงั เกต
โดยใชแ้ วน่ ขยาย แลว้ บนั ทกึ ผล
➢ ตำรำงบนั ทึกผลกำรทดลอง
บริเวณท่ีแขวนแผน่ กระดำษ ส่ิงท่ีพบบนสกอ๊ ตช์เทปใส
➢ สรปุ ผลกำรทดลอง
บตั รภาพ
ภำพสวนสำธำรณะ
ภำพโรงงำนอตุ สำหกรรม
สปั ดาห์ที่ 5
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1..…/………... ชอ่ื ผู้สอน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์ เรอื่ ง สมบตั ขิ องอากาศ
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 6.1 เข้าใจกระบวนการตา่ ง ๆ ท่เี กดิ ข้ึนบนผวิ โลกและภายในโลก ความสมั พนั ธข์ องกระบวนการต่าง
ๆ ท่มี ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงภมู อิ ากาศ ภูมปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์
สือ่ สารส่ิงทเี่ รียนรแู้ ละนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป.3/2 สบื คน้ ข้อมลู และอภปิ รายสว่ นประกอบของอากาศและความสำคัญของอากาศ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา รวู้ า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเ่ี กดิ ขน้ึ สว่ นใหญม่ ีรปู แบบ ท่แี น่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเคร่ืองมือ
ที่มีอยู่ในชว่ งเวลาน้นั ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเก่ียวขอ้ งสัมพันธก์ ัน
ตวั ชี้วัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
สมบัตโิ ดยทั่วไปของอากาศ จะไม่มสี ี ไม่มีกล่นิ ไมม่ ีรส ตอ้ งการทีอ่ ยู่และมีมวล
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ทดลองและอธิบายเก่ียวกับสมบัตขิ องอากาศว่าอากาศมมี วลได้ (K)
2. ระบุสมบัตขิ องอากาศได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้และมุ่งมัน่ ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถิน่
อากาศ ประกอบด้วย แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สอื่นๆ รวมทั้งไอน้ำ
และฝนุ่ ละออง
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 3
ขนั้ นำ
ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ
1. ครสู นทนากบั นักเรยี นวา่ อากาศรอบตวั เรานอกจากจะมีสมบัติ คอื ต้องการที่อยู่แลว้ นกั เรียนคดิ วา่ อากาศยังมี
สมบัติอนื่ ๆ อีกหรือไม่
2. ครเู ปา่ ลูกโป่งใหม้ ขี นาดเท่ากัน 2 ลูก แลว้ นำลกู โป่งมาผูกทีป่ ลายไมข้ า้ งละ 1 ลกู และนำไม้ไปแขวนโดยผกู เชือกตรง
กลางไม้ แล้วถามนกั เรียนวา่ ถ้าครปู ล่อยลมออกจากลูกโป่ง 1 ลูก นักเรยี นคิดวา่ ระดับของไมจ้ ะเกิดการเปล่ียนแปลง
อย่างไร
3. ครกู ำหนดปญั หาใหน้ ักเรียนกลุม่ เดิม (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั สบื ค้นข้อมูลเกยี่ วกบั สมบัติของอากาศ
ว่า อากาศมมี วลหรือไม่
ข้นั สอน
คาบที่ 4
ขน้ั สำรวจค้นหา
นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันตั้งสมมตุ ิฐานหลายๆ ขอ้ แล้วเลือกสมมตุ ิฐานทอี่ าจเป็นไปไดม้ าดำเนินการศกึ ษา
ตวั อย่างสมมตุ ิฐาน : ถา้ ปล่อยลมลูกโปง่ ออก 1 ลูก ทำใหอ้ ากาศในลูกโป่งออกมา ไมจ้ ะเอยี งลงทางลูกโป่งด้านท่ีไม่ได้ปล่อยลม
แสดงวา่ อากาศมมี วล
ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาขน้ั ตอนการทดลองในใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง สมบัติของอากาศ แล้วลงมือปฏบิ ตั ิ
2. ครูดูแลนักเรยี นอยา่ งใกลช้ ดิ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัตกิ ารทดลอง
ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ
1. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มนำผลการทดลองในใบงานท่ี 2.1 มาวเิ คราะห์ร่วมกันภายในกลุ่ม เพอื่ ตรวจสอบกับสมมุตฐิ าน
ทตี่ ง้ั ไว้ แล้วสรปุ ผลการทดลองเปน็ มตขิ องกลุ่ม
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด เมื่อเราเป่าอากาศเข้าไปในลูกโปง่ จะทำใหล้ กู โป่งมีนำ้ หนักใช่หรอื ไม่ จงอธิบาย
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยูใ่ น ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูใหน้ กั เรียน 3-4 กลุ่ม นำเสนอผลการทดลองในใบงาน ท่ี 2.1 หนา้ ช้นั เรยี น สมาชกิ กลุ่มอืน่ ช่วยกันเสนอแนะ
เพ่ิมเติมในส่วนที่แตกตา่ ง
2. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปผลการทดลองในใบงานที่ 2.1 จนได้ข้อสรปุ ทตี่ รงกัน ดงั น้ี
-เมือ่ เป่าลูกโป่งขนาดเทา่ กนั ผูกไว้ทป่ี ลายไม้ทัง้ สองข้าง ไมจ้ ะวางตวั ในแนวระดบั แต่ถ้าปล่อยลมออกจากลกู โปง่
1 ลูก ไม้จะเอยี งไปทางลกู โป่งท่ีไม่ได้ปล่อยลมออก
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การ
ประเมินผล
จุดประสงค์ 1.คำถามกระตุน้ 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
ความร้คู วามเขา้ ใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม ประเมนิ
70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.ระบสุ มบตั ขิ องอากาศได้ 1.ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง ผ่านเกณฑ์การ
สมบัตขิ องอากาศ ประเมิน
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
รับผดิ ชอบต่องานที่ส่ังและส่งงานไดท้ นั พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามทก่ี ำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 6 แหล่งนำ้ และอากาศบนโลก
2. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 แหล่งนำ้ และอากาศบนโลก
3. วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง สมบัติของอากาศ
5. บตั รภาพ
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งเรยี น
2. ห้องสมดุ
3. อนิ เทอรเ์ นต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ูส้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
ใบงานท่ี 2.1
เรอ่ื ง สมบตั ิของอากาศ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผล
➢ อปุ กรณ์ 2. กระดาษ 1 แผ่น
1. กะละมงั 1 ใบ 4. น้า
3. แกว้ น้า 1 ใบ
➢ วิธีทำ
1. ใสน่ ้าประมาณ 3 ใน 4 ของกะละมงั
2. ขยากระดาษเป็นกอ้ น แลว้ ใสไ่ วใ้ นแกว้ น้า โดยดนั กอ้ นกระดาษใหอ้ ย่ตู ดิ กน้ แกว้
3. คว่าแกว้ น้าลงบนผวิ น้าในกะละมงั แลว้ คอ่ ยๆ กดแกว้ น้าใหจ้ มน้าในแนวตรงโดยไม่เอยี งแกว้ จนกระทงั่
ระดบั น้าในกะละมงั สงู จนเกอื บถงึ กน้ แกว้
4. คอ่ ยๆ ดงึ แกว้ น้าขน้ึ จากกะละมงั แลว้ ดงึ กระดาษออกจากกน้ แกว้ สงั เกตว่ากระดาษเปียกหรอื ไม่
5. คว่าแกว้ ใบเดมิ ลงในน้า แลว้ คอ่ ยๆ เอยี งแกว้ สงั เกตการเปลย่ี นแปลงของน้าในกะละมงั
6. ยกแกว้ น้าออกจากกะละมงั แลว้ สงั เกตกระดาษทก่ี น้ แก้ววา่ เปียกหรอื ไม่
➢ ตำรำงบนั ทึกผลกำรทดลอง
กำรทดลอง ผลกำรทดลอง
1. คว่าแกว้ ลงในกะละมงั แลว้ คอ่ ยๆ กดแกว้ น้า
ใหจ้ มน้าในแนวตรงโดยไม่เอยี งแกว้ จนระดบั
น้าในกะละมงั สงู จนเกอื บถงึ กน้ แกว้
2. คว่าแกว้ ลงในกะละมงั แลว้ คอ่ ยๆ เอยี งแกว้
➢ สรปุ ผลกำรทดลอง
ใบงานท่ี 2.1 เฉลย
เร่ือง 2 สมบัติของอากาศ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผล
➢ อปุ กรณ์ 2. กระดาษ 1 แผ่น
1. กะละมงั 1 ใบ 4. น้า
3. แกว้ น้า 1 ใบ
➢ วิธีทำ
1. ใสน่ ้าประมาณ 3 ใน 4 ของกะละมงั
2. ขยากระดาษเป็นกอ้ น แลว้ ใสไ่ วใ้ นแกว้ น้า โดยดนั กอ้ นกระดาษใหอ้ ย่ตู ดิ กน้ แกว้
3. คว่าแกว้ น้าลงบนผวิ น้าในกะละมงั แลว้ คอ่ ยๆ กดแกว้ น้าใหจ้ มน้าในแนวตรงโดยไม่เอยี งแกว้ จนกระทงั่
ระดบั น้าในกะละมงั สงู จนเกอื บถงึ กน้ แกว้
4. ค่อยๆ ดงึ แกว้ น้าขน้ึ จากกะละมงั แลว้ ดงึ กระดาษออกจากกน้ แกว้ สงั เกตวา่ กระดาษเปียกหรอื ไม่
5. คว่าแกว้ ใบเดมิ ลงในน้า แลว้ คอ่ ยๆ เอยี งแกว้ สงั เกตการเปลย่ี นแปลงของน้าในกะละมงั
6. ยกแกว้ น้าออกจากกะละมงั แลว้ สงั เกตกระดาษทก่ี น้ แก้ววา่ เปียกหรอื ไม่
➢ ตำรำงบนั ทึกผลกำรทดลอง
กำรทดลอง ผลกำรทดลอง
1. คว่าแกว้ ลงในกะละมงั แลว้ คอ่ ยๆ กดแกว้ น้า กระดาษทอี่ ย่กู น้ แกว้ ไมเ่ ปียกน้า
ใหจ้ มน้าในแนวตรงโดยไมเ่ อยี งแกว้ จนระดบั
น้าในกะละมงั สงู จนเกอื บถงึ กน้ แกว้
2. คว่าแกว้ ลงในกะละมงั แลว้ คอ่ ยๆ เอยี งแกว้ น้าไหลเขา้ ไปในแกว้ ทาใหก้ ระดาษทอี่ ยใู่ นแกว้ เปียก
➢ สรปุ ผลกำรทดลอง
เมอื่ เราควา่ แกว้ น้าแลว้ กดแกว้ ใหจ้ มน้า กระดาษทอี่ ยกู่ น้ แกว้ จะไม่เปียก เพราะมอี ากาศดนั ไม่ใหน้ ้าเขา้ ไปในแกว้
แต่ถา้ เอยี งแกว้ น้า น้าจะไหลเขา้ ไปแทนทอี่ ากาศในแกว้ ทาใหก้ ระดาษทอี่ ยกู่ น้ แกว้ เปียก
สัปดาห์ที่ 6
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…….……... ผสู้ อน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์ เร่ือง ความสำคัญของอากาศ
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 6.1 เขา้ ใจกระบวนการต่าง ๆ ท่เี กดิ ขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพนั ธ์ของกระบวนการต่าง
ๆ ท่มี ีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศ ภมู ปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ ละจิตวิทยาศาสตร์
ส่อื สารสงิ่ ท่เี รยี นรแู้ ละนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชวี้ ัดท่ี ป.3/2 สบื คน้ ขอ้ มูลและอภปิ รายสว่ นประกอบของอากาศและความสำคัญของอากาศ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รวู้ ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ขึน้ ส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ทแี่ น่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเครอ่ื งมือ
ทีม่ อี ยู่ในช่วงเวลานัน้ ๆ เขา้ ใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเกยี่ วขอ้ งสัมพนั ธ์กัน
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
อากาศมคี วามสำคญั ต่อการดำรงชีวติ สงิ่ มชี วี ติ ทกุ ชนิดตอ้ งใชอ้ ากาศในการหายใจ และอากาศยงั มีประโยชนใ์ นด้าน
อนื่ ๆ อีกมากมาย
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความสำคญั และการใช้ประโยชนข์ องอากาศได้ (K)
2. เหน็ ความสำคัญและใช้ประโยชน์ของอากาศได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้และมงุ่ มั่นในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
อากาศมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตทุก พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ชนิดต้องใช้อากาศในการหายใจ และอากาศยังมี
ประโยชนใ์ นดา้ นอื่นๆ อีกมากมาย
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1
ข้นั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครนู ำภาพสถานที่ 2 แหง่ มาใหน้ ักเรยี นดู แล้วขออาสาสมัครนักเรยี น 1 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นวา่ จากภาพ
นักเรียนอยากอาศยั อยู่ในสถานท่ีใด เพราะอะไร
2. ครูสนทนากับนกั เรยี นเกี่ยวกบั ส่วนประกอบของอากาศ แล้วถามนกั เรียนวา่ แกส๊ แต่ละชนดิ ทีอ่ ยู่ในอากาศมี
ความสำคัญต่อการดำรงชีวติ ของเราอย่างไร
ขัน้ สอน
ขนั้ สำรวจค้นหา
1. สมาชกิ กลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1) ร่วมกันศึกษาความร้เู รอื่ ง ความสำคญั ของอากาศ จากหนงั สือเรียน
หรือบทเรียนคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite แล้วบนั ทึกความรลู้ งในแบบบันทึกการอ่าน
2. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1-2
2.1. อากาศมคี วามสำคัญกับพชื หรอื ไม่ อธิบายเหตุผล
(มี เพราะอณุ หภูมขิ องอากาศมผี ลตอ่ การสังเคราะห์แสงของพชื )
2.2. ถ้าในโลกไม่มีอากาศ คน พชื และสัตว์ จะเปน็ อย่างไร
(ไม่สามารถดำรงชีวติ อยไู่ ด้)
คาบที่ 2
ขั้นอธิบายความรู้
1. ครตู ัง้ ประเดน็ คำถามถามนกั เรยี นว่า อากาศนอกจากจะมีความสำคญั ตอ่ การดำรงชีวิตของสิง่ มชี วี ิตแลว้
นกั เรียนคิดว่าเราสามารถนำอากาศมาใชป้ ระโยชนใ์ นด้านใดได้อกี บา้ ง
2. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะห์ว่า อากาศมปี ระโยชนต์ อ่ เราในดา้ นใดอกี บ้าง แลว้ บนั ทกึ ข้อมลู ลงในใบงาน
ที่ 2.2 เร่ือง การใชป้ ระโยชน์ของอากาศ
3. ตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลการวเิ คราะห์ในใบงานท่ี 2.2 หน้าช้นั เรียน
ข้ันขยายความเข้าใจ
1. สมาชกิ กลมุ่ อื่นช่วยกันวิจารณ์คำตอบในใบงานที่ 2.2 ของเพื่อนกลุ่มท่ีนำเสนอวา่ ถกู ตอ้ งหรือไม่
ครูตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรูเ้ กีย่ วกบั ความสำคัญและการใชป้ ระโยชนข์ องอากาศ
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของส่งิ มีชีวติ แตล่ ะ ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
กล่มุ ได้ ประเมนิ
1. ใบงานที่ 2.2 เร่ือง
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.ความสำคญั และใช้ประโยชน์ของ การใชป้ ระโยชนข์ อง 70% ข้นึ ไป ถอื ว่า
อากาศ อากาศ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
รับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีส่ังและส่งงานไดท้ นั พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทก่ี ำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ มนั่ ในการทำงาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
7.5 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
2. แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์
3. วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง การใชป้ ระโยชนข์ องอากาศ
5. บตั รภาพ
7.6 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. ห้องสมดุ
3. อินเทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................... ..................
.......................................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผูส้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
บตั รภาพ
ภำพบรรยำกำศบริเวณทุ่งหญำ้
ภำพบรรยำกำศบริเวณกองขยะ
ใบงานที่ 2.2
เร่อื ง การใช้ประโยชนข์ องอากาศ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตดิ ภาพการใชป้ ระโยชน์ของอากาศ มา 2 กจิ กรรม แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู
(ตดิ ภาพ) กจิ กรรมน้ี คอื
ใชป้ ระโยชน์ของอากาศ ดงั น้ี
(ตดิ ภาพ) กจิ กรรมน้ี คอื
ใชป้ ระโยชน์ของอากาศ ดงั น้ี