ใบงานท่ี 2.2 เฉลย
เร่ือง การใชป้ ระโยชน์ของอากาศ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตดิ ภาพการใชป้ ระโยชน์ของอากาศ มา 2 กจิ กรรม แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู
(ตวั อยา่ ง)
กจิ กรรมน้ี คอื สบู ลมเขา้ หว่ งยาง
ใชป้ ระโยชน์ของอากาศ ดงั น้ี
อากาศทาใหห้ ว่ งยางขยายใหญข่ น้ึ สามารถนาไปใช้
ในการว่ายน้าได้
(ตดิ ภาพ) กจิ กรรมน้ี คอื
ใชป้ ระโยชน์ของอากาศ ดงั น้ี
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
สปั ดาหท์ ่ี 6
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/………... ชอ่ื ผ้สู อน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์ เรือ่ ง เคร่ืองมือวัดอุณหภูมขิ องอากาศ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานที่ ว 6.1 เขา้ ใจกระบวนการตา่ ง ๆ ที่เกดิ ข้นึ บนผวิ โลกและภายในโลก ความสมั พนั ธ์ของกระบวนการต่าง
ๆ ท่มี ผี ลตอ่ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภมู ปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสบื เสาะหาความร้แู ละจิตวิทยาศาสตร์
ส่อื สารส่ิงท่เี รียนรแู้ ละนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ทใ่ี ช้ในการตผัวลชิตวี้ ัดไฟทฟ่ี ป้า.3/3 ทดลอง อธบิ ายการเคลอื่ นท่ีของอากาศท่มี ผี ลจากความแตกต่างของอณุ หภูมิ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รวู้ า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ เ่ี กดิ ข้นึ ส่วนใหญม่ รี ปู แบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และเครื่องมือ
ท่มี ีอยู่ในชว่ งเวลานนั้ ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สง่ิ แวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพนั ธก์ ัน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
เทอร์มอมเิ ตอร์ เปน็ เครื่องมือท่ใี ช้วัดอณุ หภมู ิของอากาศ มีหน่วยเปน็ องศาตามชนดิ ของเทอรม์ อมเิ ตอรท์ ่ใี ช้วดั
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายเคร่อื งมือวัดอณุ หภูมขิ องอากาศ (K)
2. อ่านคา่ อณุ หภมู โิ ดยใชเ้ ทอร์มอมเิ ตอรไ์ ด้ถูกวิธี (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่งม่ันในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถิ่น
อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยัง พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า โดยอากาศที่เคลื่อนที่ใน
แนวราบทำใหเ้ กดิ ลม
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 3
ข้นั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครนู ำเทอร์มอมิเตอรม์ าใหน้ ักเรียนดู แลว้ ถามนกั เรยี นว่า สง่ิ นีค้ ืออะไร และเรยี กว่าอะไร
2. ครอู ธบิ ายเก่ยี วกับลักษณะของเทอร์มอมิเตอร์ ให้นักเรียนฟัง หรอื ให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมจากใบความรู้
3. ครถู ามนักเรยี นว่า เทอร์มอมิเตอร์ มีวิธีการใชอ้ ยา่ งไร
4. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
5. ครูสาธติ วธิ กี ารอ่านค่าอุณหภูมขิ องห้องเรยี น โดยใชเ้ ทอร์มอมเิ ตอร์ ใหน้ กั เรียนดูเป็นตัวอย่างเพ่ือให้นกั เรยี นสงั เกต
และจดจำ
ข้ันสอน
ขั้นสำรวจค้นหา
1. นักเรียนแตล่ ะคนฝกึ อ่านคา่ อุณหภูมขิ องหอ้ งเรยี น โดยใชเ้ ทอร์มอมิเตอร์ ตามแบบทีค่ รูปฏบิ ตั ิใหด้ ู
2. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนไดซ้ ักถามข้อสงสัย เพ่ือให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
คาบที่ 4
ขน้ั อธิบายความรู้
1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อน แล้วให้สมาชิกแต่ละคนผลัดกันอ่านค่าอุณหภูมิของห้องเรียน โดยใช้เทอร์มอมิเตอร์ให้
สมาชกิ ทเ่ี ป็นคู่ดู
2. สมาชกิ ท่เี ปน็ คตู่ รวจสอบความถกู ต้องและเสนอแนะเพิม่ เติมในส่วนท่ีบกพร่อง
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นักเรยี นทีละ 5 คน เรียงตามลำดับเลขท่ี ออกมาอ่านค่าอุณหภมู ิของหอ้ งเรียน โดยใชเ้ ทอร์มอมิเตอร์
หนา้ ช้ันเรียน
2. ครูตรวจสอบความถูกต้องและให้คำแนะนำเพิ่มเตมิ ในส่วนทบี่ กพร่องเพือ่ ใหน้ ักเรียนนำไปแก้ไข
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กยี่ วกับวิธกี ารอา่ นคา่ อณุ หภูมิ โดยใช้เทอร์มิเตอร์
การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสิง่ มชี ีวิตแตล่ ะ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
กลุม่ ได้ ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.อา่ นค่าอณุ หภูมโิ ดยใชเ้ ทอร์มอมเิ ตอร์ 1. ใบงานที่ 2.3 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ได้ถูกวธิ ี เร่ือง เคร่ืองมือวดั ผ่านเกณฑ์การ
อณุ หภมู ิ ประเมิน
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถือว่า
รับผิดชอบต่องานทส่ี ง่ั และส่งงานได้ทัน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามที่กำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 อากาศและชีวิตของสัตว์
2. แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
3. วัสดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานที่ 2.3 เรอื่ ง เครื่องมอื วัดอุณหภมู ิ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรยี น
2. ห้องสมดุ
3. อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................... ..................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
ใบความรู้
เทอรม์ อมเิ ตอร์ ทาจากแกว้ มลี กั ษณะ
เป็นกระเปาะทป่ี ลายดา้ นล่าง ดา้ นบน
เป็นปลายปิด
ภายในเทอรม์ อมเิ ตอรบ์ รรจขุ องเหลว คอื
แอลกอฮอลห์ รอื ปรอท ซง่ึ มสี มบตั ขิ ยายตวั
เม่อื ไดร้ บั ความรอ้ น
การวดั อณุ หภูมโิ ดยใชเ้ ทอรม์ อมเิ ตอร์ จะตอ้ งวางเทอรม์ อมเิ ตอรใ์ หต้ งั้ ตรงก่อน แลว้ เล่อื นสายตาใหร้ ะดบั สายตา
อยตู่ รงกบั ตวั เลข จากนนั้ จงึ อ่านค่าอณุ หภมู จิ ากเทอรม์ อมเิ ตอรใ์ หต้ รงกบั ระดบั สายตา โดยสงั เกตจากความสงู ของของเหลว
ทบ่ี รรจุอยภู่ ายในเทอรม์ อมเิ ตอรว์ า่ อยทู่ ต่ี วั เลขใด กใ็ หอ้ า่ นจากตวั เลขตรงระดบั นนั้
ท่ีมำ : ศริ ริ ตั น์ วงศศ์ ริ ิ และรกั ซอ้ น รตั น์วจิ ติ ตเ์ วช. 2555. หนังสือเรยี น รำยวิชำพื้นฐำน วิทยำศำสตร์ ป.3.
พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
ใบงานที่ 2.3
เรื่อง เครือ่ งมอื วดั อุณหภูมิ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพเครอ่ื งวดั อุณหภมู แิ ละบอกปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงอณุ ภูมขิ องอากาศ
ปจั จัยที่มผี ลต่ออุณภมู ิ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ใบงานที่ 2.3 เฉลย
เรือ่ ง เครื่องมอื วัดอณุ หภูมิ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพเคร่อื งวดั อณุ หภมู แิ ละบอกปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงอุณภูมขิ องอากาศ
ปจั จัยท่ีมีผลต่ออณุ ภูมิ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
สัปดาห์ท่ี 7
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาภคาเครเยี รนยี ทน่ีท…ี่ ………1…2……//……2…5…6.2..……... ชช่ือผ่ือสู้ผอู้สนอน…….….…………………………………………………………………………………......
กลกุ่มลสุ่มาสราะรกะากราเรเยี รนยี รนู้ รู้วิทวยิทายศาาศสาตสรต์ ร์ ชน้ัชปน้ั รปะรถะมถศมึกศษกึ าษปาีทปี่ท3่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนหว่นย่วกยากราเรรเียรนยี รน้ทู รีู่้ท2่ี 5อาไกฟาฟศแา้ ใลนะบช้าวี นติ เขรอางสัตว์ เรเ่อืรงอ่ื งกาอรุณใชภไ้ มู ฟิขฟอา้ งใอนาชกีวาติ ศประจำวนั
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 6.1 เขา้ ใจกระบวนการตา่ ง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึนบนผิวโลกและภายในโลก ความสมั พนั ธ์ของกระบวนการตา่ ง
ๆ ที่มีผลต่อการเปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศ ภมู ปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์
ส่ือสารส่งิ ทเี่ รียนรแู้ ละนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ทีใ่ ช้ในการตผวั ลชติี้วัดไฟทฟ่ี ป้า.3/3 ทดลอง อธิบายการเคลื่อนที่ของอากาศที่มผี ลจากความแตกตา่ งของอุณหภมู ิ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รวู้ า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่เี กิดขน้ึ ส่วนใหญม่ ีรูปแบบ ทแี่ น่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือ
ที่มีอยู่ในชว่ งเวลาน้นั ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สงิ่ แวดล้อม มีความเกย่ี วขอ้ งสัมพนั ธ์กนั
ตวั ชีว้ ัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ตำแหนง่ ของดวงอาทติ ย์ ปริมาณเมฆบนทอ้ งฟ้า ฝน และลม เป็นปัจจัยสำคญั ทีท่ ำใหอ้ ุณหภูมิของอากาศ
ในแต่ละชว่ งเวลามีความแตกต่างกนั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายปัจจัยท่ีทำให้อณุ หภูมิของอากาศในสถานทต่ี า่ งๆ มคี วามแตกต่างกนั ได้ (K)
2. สามารถวดั อุณภมู ิในช่วงเวลาตา่ งๆได้อย่างถูกต้อง (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรูแ้ ละมุง่ มนั่ ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยัง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า โดยอากาศที่เคลื่อนที่ใน
แนวราบทำใหเ้ กิดลม
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นำ
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูสนทนากบั นักเรยี นเกี่ยวกบั วธิ กี ารอา่ นค่าอณุ หภมู ิของอากาศ โดยใชเ้ ทอร์มอมิเตอร์
2. ครูอา่ นค่าอุณหภูมขิ องห้องเรียน โดยใช้เทอร์มอมเิ ตอร์ ให้นักเรยี นฟงั แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ ถา้ ครูนำเทอร์มอมิเตอร์
ไปวดั อุณหภมู ิที่สนามหญ้า นักเรยี นคดิ ว่า อุณหภมู ิท่ีอ่านได้จะมีค่าเท่ากนั หรอื ไม่
ขน้ั สอน
ขัน้ สำรวจค้นหา
ครใู ห้สมาชิกกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) วัดอุณหภมู ขิ องอากาศในบรเิ วณโรงเรียนตามสถานท่ีทค่ี รู
กำหนด แล้วบนั ทกึ ผลลงในใบงานที่ 2.4 เรื่อง อุณหภมู ิของอากาศ
คาบท่ี 2
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มนำค่าอุณหภูมิของอากาศในใบงานท่ี 2.4 มาอภิปรายรว่ มกันภายในกลมุ่ แล้วช่วยกนั อธิบายวา่
อณุ หภูมิของอากาศในแตล่ ะสถานทมี่ ีความเหมือนกันหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ถา้ นกั เรยี นวัดค่าอุณหภมู ใิ นสถานทเ่ี ดยี วกันแตต่ า่ งตำแหน่งกนั นักเรยี นคดิ ว่า
คา่ ของอุณหภูมิทวี่ ัดได้จะเท่ากันหรอื ไม่ เพราะอะไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. ครสู ุ่มนกั เรยี น 3-4 กลุ่ม นำเสนอใบงานที่ 2.4 หนา้ ชน้ั เรยี น เพอ่ื เปรยี บเทียบผลการทดลองกับสมาชิกกลมุ่ อน่ื
2. ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ใหน้ ักเรยี นเข้าใจวา่ อณุ หภมู ิของอากาศในวันหนึง่ ๆ จะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาและสถานท่ี
ขน้ึ อยกู่ ับปัจจัยตา่ งๆ ดังนี้
1) ตำแหน่งของดวงอาทติ ย์ 2) ปรมิ าณเมฆบนทอ้ งฟ้า 3) ฝน 4) ลม
3. ครอู า่ นข้อความใหน้ ักเรียนฟัง แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น ดังน้ี
-“ด.ญ.แตงกวา วัดอณุ หภมู ิท่ีสนามฟตุ บอลในเวลาเที่ยงตรงไดอ้ ุณหภมู ิ 38◦C และตอนเยน็ ไดอ้ ุณหภูมิ 30◦C”
นักเรยี นคดิ ว่า ปจั จัยใดท่ีทำให้อณุ หภมู ขิ องอากาศทสี่ นามฟุตบอลในเวลาเทีย่ งตรงและตอนเย็นแตกตา่ งกัน
4. ครสู มุ่ นักเรยี น 1-2 กลุ่ม ออกมาแสดงความคิดเหน็ ตามประเด็นท่คี รูกำหนดหนา้ ชน้ั เรียน ครูและสมาชิกกลุ่มอ่นื
ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ งและเสนอแนะเพมิ่ เติมในสว่ นทแ่ี ตกตา่ ง
5. นกั เรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคิด
ขั้นตรวจสอบผล
ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการทำใบงานที่ 2.4 และจากการอธิบายเกยี่ วกับปัจจยั ท่ีทำใหอ้ ณุ หภูมิของอากาศใน
สถานที่ต่างๆมีความแตกตา่ งกนั
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของสงิ่ มชี ีวิตแต่ละ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถวัดอณุ ภมู ิในช่วงเวลาต่างๆได้ 1.ใบงานที่ 2.4 เรอ่ื ง 70% ข้นึ ไป ถอื ว่า
อย่างถูกต้อง อณุ หภูมขิ องอากาศ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต
รับผดิ ชอบต่องานทสี่ งั่ และสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า
ตามท่กี ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ ประเมนิ
3. สงั เกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชวี ิตของสัตว์
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
3. วัสดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานที่ 2.4 เรื่อง อณุ หภูมิของอากาศ
5.บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.หอ้ งสมุด
3.อนิ เทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
ใบงานที่ 2.4
เรอ่ื ง อณุ หภูมขิ องอากาศ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผล
➢ อปุ กรณ์
เทอรม์ อมเิ ตอรแ์ บบวดั อณุ หภูมอิ ากาศ 3 อนั
➢ วิธีทำ
1. ใหแ้ ต่ละกลุม่ นาเทอรม์ อมเิ ตอรท์ งั้ 3 อนั ไปวดั อุณหภมู ติ ามสถานทต่ี ่างๆ ดงั น้ี
- กลางสนามหญา้
- ใตต้ น้ ไมใ้ หญ่
- ในหอ้ งเรยี น
โดยถอื เทอรม์ อมเิ ตอรส์ งู จากพน้ื ดนิ ประมาณ 1 เมตร
2. บนั ทกึ ค่าอณุ หภูมทิ ว่ี ดั ไดล้ งในตาราง
➢ ตำรำงบนั ทึกผลกำรทดลอง อณุ หภมู ิท่ีวดั ได้ ( ํC)
สถำนที่
กลางสนามหญ้า
ใตต้ น้ ไมใ้ หญ่
ในหอ้ งเรยี น
➢ สรปุ ผลกำรทดลอง
ใบงานที่ 2.4 เฉลย
เรอ่ื ง อุณหภูมิของอากาศ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผล
➢ อปุ กรณ์
เทอรม์ อมเิ ตอรแ์ บบวดั อุณหภูมอิ ากาศ 3 อนั
➢ วิธีทำ
1. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาเทอรม์ อมเิ ตอรท์ งั้ 3 อนั ไปวดั อุณหภมู ติ ามสถานทต่ี ่างๆ ดงั น้ี
- กลางสนามหญา้
- ใตต้ น้ ไมใ้ หญ่
- ในหอ้ งเรยี น
โดยถอื เทอรม์ อมเิ ตอรส์ งู จากพน้ื ดนิ ประมาณ 1 เมตร
2. บนั ทกึ ค่าอณุ หภูมทิ ว่ี ดั ไดล้ งในตาราง
➢ ตำรำงบนั ทึกผลกำรทดลอง
สถำนที่ อณุ หภมู ิท่ีวดั ได้ ( ํC)
กลางสนามหญ้า
ใตต้ น้ ไมใ้ หญ่
ในหอ้ งเรยี น
(พจิ ารณาตามผลการทดลองจรงิ โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
➢ สรปุ ผลกำรทดลอง
ระดบั อุณหภูมขิ องอากาศในแตล่ ะแหง่ จะไมเ่ ทา่ กนั เพราะอุณหภูมมิ กี ารเปลยี่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลา การทอี่ ณุ หภูมิ
ของอากาศมกี ารเปลยี่ นแปลงนนั้ มปี ัจจยั มาจากตาแหน่งของดวงอาทติ ย์ ปรมิ าณเมฆบนทอ้ งฟ้า ฝน และลม
สัปดาห์ท่ี 7
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาภคาเครเียรนียทนี่ท…ี่ ………1.2.……//………2…56..2. ……... ชช่อื ผื่อสู้ผอสู้ นอน…….….…………………………………………………………………………………......
กลกมุ่ลสุ่มาสราะรกะากราเรเียรนยี รนู้ รู้วิทวยิทายศาาศสาตสรต์ ร์ ช้ันชป้นั รปะรถะมถศมึกศษกึ าษปาทีปี่ท3ี่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนหว่นยว่ กยากราเรรเียรนียรนู้ทรี่ทู้ 2ี่ 5อาไกฟาฟศแ้าใลนะบชา้ีวนติ เขรอางสตั ว์ เรเือ่รง่อื งกาปรัจใจชัยไ้ ฟทฟีม่ ีผ้าใลนตช่อีวกติ าปรรเปะจลำย่ี วนนั แปลงของอณุ หภูมิ
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วดั
มาตรฐานที่ ว 6.1 เขา้ ใจกระบวนการต่าง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึนบนผิวโลกและภายในโลก ความสมั พันธ์ของกระบวนการตา่ ง
ๆ ทมี่ ผี ลตอ่ การเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศ ภมู ปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้และจติ วทิ ยาศาสตร์
สือ่ สารสงิ่ ที่เรียนร้แู ละนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ทีใ่ ช้ในการตผวั ลชิต้วี ัดไฟทฟ่ี ปา้ .3/3 ทดลอง อธบิ ายการเคล่ือนที่ของอากาศท่ีมผี ลจากความแตกตา่ งของอุณหภมู ิ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา รวู้ ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่ีเกดิ ขนึ้ สว่ นใหญม่ รี ปู แบบ ท่แี นน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและเครื่องมือ
ทมี่ อี ยู่ในชว่ งเวลานัน้ ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สงิ่ แวดล้อม มีความเกย่ี วข้องสัมพนั ธก์ นั
ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ตำแหน่งของดวงอาทติ ย์ ปริมาณเมฆบนทอ้ งฟ้า ฝน และลม เป็นปจั จยั สำคัญทที่ ำใหอ้ ุณหภมู ิของอากาศ
ในแตล่ ะช่วงเวลามีความแตกตา่ งกัน
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายปัจจยั ท่ที ำให้อณุ หภูมิของอากาศในสถานทตี่ ่างๆ มีความแตกต่างกันได้ (K)
2. สามารถวดั อุณภูมิในชว่ งเวลาต่างๆได้อยา่ งถกู ต้อง (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรูแ้ ละมุง่ มั่นในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น
อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยัง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า โดยอากาศที่เคลื่อนที่ใน
แนวราบทำใหเ้ กดิ ลม
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 3
ข้นั นำ
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูสนทนากับนักเรียนเก่ยี วกบั วิธีการอา่ นคา่ อณุ หภูมิของอากาศ โดยใชเ้ ทอร์มอมเิ ตอร์
2. ครอู า่ นค่าอุณหภมู ิของห้องเรียน โดยใชเ้ ทอรม์ อมิเตอร์ ใหน้ กั เรียนฟัง แล้วถามนกั เรียนวา่ ถา้ ครูนำเทอรม์ อมเิ ตอร์
ไปวดั อณุ หภมู ิท่สี นามหญ้า นักเรยี นคดิ วา่ อุณหภูมทิ ี่อ่านไดจ้ ะมคี ่าเท่ากันหรอื ไม่
ขนั้ สอน
ข้ันสำรวจค้นหา
ครใู ห้สมาชิกกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1) วดั อุณหภมู ขิ องอากาศในบรเิ วณโรงเรยี นตามสถานท่ีทีค่ รู
กำหนด แลว้ บันทึกผล
คาบท่ี 4
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. สมาชกิ แตล่ ะกลุม่ นำค่าอุณหภมู ขิ องอากาศ มาอภปิ รายร่วมกันภายในกลุ่ม แลว้ ชว่ ยกันอธบิ ายว่า อุณหภมู ขิ อง
อากาศในแต่ละสถานทีม่ ีความเหมือนกนั หรือแตกตา่ งกนั อย่างไร
2. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด ถ้านักเรียนวัดคา่ อุณหภมู ใิ นสถานทเ่ี ดยี วกนั แต่ตา่ งตำแหนง่ กนั นักเรียนคดิ ว่า
คา่ ของอุณหภมู ทิ ี่วัดไดจ้ ะเท่ากันหรอื ไม่ เพราะอะไร
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครูสมุ่ นักเรยี น 3-4 กลุ่ม นำเสนอหน้าชนั้ เรียน เพือ่ เปรยี บเทียบผลการทดลองกบั สมาชิกกลุ่มอน่ื
2. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหน้ ักเรียนเข้าใจวา่ อุณหภมู ิของอากาศในวันหนงึ่ ๆ จะเปล่ียนแปลงไปตามชว่ งเวลาและสถานที่
ข้นึ อยู่กับปจั จัยตา่ งๆ ดงั น้ี
1) ตำแหนง่ ของดวงอาทติ ย์
2) ปรมิ าณเมฆบนทอ้ งฟา้
3) ฝน
4) ลม
3. ครสู ุ่มนักเรยี น 1-2 กลุ่ม ออกมาแสดงความคิดเหน็ ตามประเดน็ ท่คี รูกำหนดหนา้ ชน้ั เรยี น ครแู ละสมาชกิ กล่มุ อ่นื ชว่ ยกัน
ตรวจสอบความถูกต้องและเสนอแนะเพ่มิ เติมในสว่ นทแ่ี ตกต่าง
4. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลนักเรยี นและจากการอธบิ ายเก่ยี วกบั ปัจจยั ทท่ี ำให้อณุ หภมู ขิ องอากาศในสถานท่ีต่างๆมีความ
แตกตา่ งกนั
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของส่งิ มีชีวิตแต่ละ ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
กล่มุ ได้ ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถวดั อณุ ภูมิในชว่ งเวลาต่างๆได้ 1. แบบฝึกหดั 70% ข้นึ ไป ถือวา่
อย่างถูกต้อง ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต
รบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่งั และส่งงานไดท้ ัน พฤติกรรม 70% ข้ึนไป ถือว่า
ตามที่กำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้ ประเมนิ
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
2. แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 อากาศและชีวิตของสัตว์
3. วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1.ห้องเรียน
2.ห้องสมดุ
3.อินเทอรเ์ น็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 8
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1……/………... ช่ือผ้สู อน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์ เรอ่ื ง การเคลื่อนทีข่ องอากาศ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 6.1 เข้าใจกระบวนการตา่ ง ๆ ท่ีเกิดขึน้ บนผวิ โลกและภายในโลก ความสมั พนั ธ์ของกระบวนการตา่ ง
ๆ ทีม่ ผี ลตอ่ การเปล่ยี นแปลงภูมิอากาศ ภมู ปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู ละจติ วทิ ยาศาสตร์
ส่ือสารส่ิงท่เี รยี นร้แู ละนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ท่ใี ชใ้ นกาตรวั ผชลว้ี ิตัดไทฟี่ ฟป้า.3/3 ทดลอง อธบิ ายการเคล่ือนทข่ี องอากาศท่ีมผี ลจากความแตกตา่ งของอุณหภูมิ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รวู้ า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ี่เกดิ ขนึ้ สว่ นใหญม่ ีรปู แบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเครือ่ งมือ
ท่มี ีอยู่ในชว่ งเวลาน้นั ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิง่ แวดล้อม มีความเก่ียวข้องสัมพันธ์กนั
ตัวชวี้ ัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
อากาศจะเคลอื่ นที่จากบรเิ วณทม่ี ีอุณหภูมติ ำ่ ไปยังบรเิ วณที่มอี ุณหภมู ิสูงกวา่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ทดลองและอธบิ ายการเคลื่อนท่ีของอากาศได้ (K)
2. สามารถบอกอากาศจะเคลื่อนท่จี ากบรเิ วณทม่ี ีอุณหภมู ติ ่ำไปยงั บริเวณท่ีมอี ุณหภูมสิ ูงกวา่ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรแู้ ละมงุ่ มัน่ ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยัง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า โดยอากาศที่เคลื่อนที่ใน
แนวราบทำใหเ้ กิดลม
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ข้นั นำ
ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครสู นทนากับนกั เรยี นเกี่ยวกับสมบตั ขิ องอากาศ แลว้ ถามนกั เรียนวา่ อากาศมกี ารเคลื่อนท่ีอย่างไร
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ นกั เรียนสามารถสังเกตการเคลอ่ื นที่ของอากาศไดอ้ ยา่ งไร
(เช่น การไหวของใบไมห้ รือกง่ิ ไม้ การปลวิ ของ เศษกระดาษ)
3. ครแู จ้งใหน้ ักเรยี นทราบวา่ ครูจะใหน้ ักเรยี นทำการทดลองเพื่ออธิบายวา่ อากาศมีการเคลื่อนท่ีอย่างไร
4. สมาชิกกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1) ร่วมกันศึกษาความรเู้ ร่ือง การเคลอ่ื นท่ีของอากาศ จากหนังสอื เรียน
หรอื บทเรียนคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite
ขน้ั สอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ ทำการทดลอง เรอื่ ง การเคลอื่ นท่ีของอากาศ ตามข้นั ตอนทก่ี ำหนด แล้วบันทึกผลการทดลอง
2. ครูดแู ลนกั เรียนอยา่ งใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่ปฏบิ ตั กิ ารทดลองเพอื่ ให้เกิดความปลอดภัย
คาบท่ี 2
ข้นั อธบิ ายความรู้
1. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนนำเสนอผลการทดลอง เรื่อง การเคลอื่ นที่ของอากาศ หนา้ ชั้นเรียน
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ การเคล่อื นท่ขี องอากาศมคี วามสมั พนั ธ์กบั อุณหภูมหิ รือไม่ อยา่ งไร
(มี เพราะอากาศเคลอื่ นที่จากบริเวณทม่ี อี ณุ หภมู ิต่ำไปยังบรเิ วณท่มี ีอณุ หภมู สิ งู )
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. สมาชิกแตล่ ะกลุม่ นำผลการทดลอง เร่อื ง การเคลือ่ นทขี่ องอากาศ มาสรปุ ว่าอากาศมกี ารเคลอ่ื นท่ีอยา่ งไร
2. ครตู รวจสอบความถูกต้องและสรุปเพ่มิ เติมเพื่อให้นักเรยี นเกิดความเข้าใจท่ีตรงกนั วา่ อากาศจะเคล่ือนท่จี ากบริเวณ
ทม่ี ีอุณหภูมิตำ่ ไปยงั บรเิ วณทีม่ อี ุณหภมู ิสงู กวา่
ข้นั ตรวจสอบผล
ครปู ระเมินผลนกั เรียนจากการทำการทดลองและอธิบายเกย่ี วกับการเคล่ือนท่ขี องอากาศ
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ 1.คำถามกระตนุ้ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม ความคิด 70% ขึ้นไป ถือวา่
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสง่ิ มีชีวิตแต่ละ 1.กิจกรรมการทดลอง ผ่านเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถบอกอากาศจะเคลอ่ื นทจ่ี าก 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถือวา่
บริเวณทม่ี ีอุณหภูมติ ำ่ ไปยังบริเวณทม่ี ี พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) อุณหภมู ิสงู กวา่ ประเมนิ
1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 70% ข้นึ ไป ถือว่า
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่สี ่งั และสง่ งานไดท้ นั ผา่ นเกณฑ์การ
ตามที่กำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ มนั่ ในการทำงาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
2. แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์
3. วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4. บตั รภาพ
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู ้สู อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผล
➢ อปุ กรณ์ 2. เทยี นไข 1 เลม่
1. กล่องรปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ 1 ใบ 4. ธปู 1 ดอก
3. กระดาษแขง็ 1 แผ่น 6. คตั เตอร์ 1 อนั
5. พลาสตกิ ใส 1 แผน่
➢ เตรยี มล่วงหน้ำ
1. ตดั ผนงั กล่องรองเทา้ ดา้ นยาวออก 1 ดา้ น แลว้ ใชพ้ ลาสตกิ ใสปิดผนงั ดา้ นทต่ี ดั ออกไปแทน
เพอ่ื ใหม้ องเหน็ ผลการทดลองได้
2. ตดั กระดาษแขง็ ใหพ้ อดกี บั ความกวา้ งของกลอ่ ง เจาะชอ่ งขนาดเหรยี ญสบิ บาทตรงกลางแผน่
แลว้ นากระดาษแขง็ มากนั้ ตามขวางของกลอ่ ง เพอ่ื แบง่ กล่องออกเป็น 2 สว่ น
3. ใชด้ นิ สอขดี แบ่งฝากล่องรองเทา้ เป็น 2 สว่ น แลว้ เจาะช่องตรงกลางของแตล่ ะสว่ น
➢ วิธีทำ
1. ปิดฝากลอ่ ง จุดธปู แลว้ จอ่ ปลายธปู ลงในชอ่ งดา้ นซา้ ย
สงั เกตการเคลอ่ื นทข่ี องควนั ธปู
2. จุดเทยี นไข แลว้ นาเทยี นไขไปตงั้ ไวใ้ นกลอ่ งทางช่องดา้ นขวา
แลว้ ปิดฝากลอ่ ง
3. จอ่ ปลายธูปลงในช่องดา้ นซา้ ย สงั เกตการเคลอ่ื นทข่ี องควนั ธปู
แลว้ บนั ทกึ ผล
➢ ตำรำงบนั ทึกผลกำรทดลอง
กำรทดลอง ผลกำรทดลอง
1. จ่อปลายธูปลงในชอ่ งดา้ นซ้าย
2. จดุ เทยี นไข แลว้ นาเทยี นไขไปตงั้ ไวใ้ น
กลอ่ งทางช่องดา้ นขวา ปิดฝากล่อง
แลว้ จ่อปลายธปู ลงในชอ่ งดา้ นซ้าย
➢ สรปุ ผลกำรทดลอง
สัปดาห์ที่ 8
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/………... ชื่อผ้สู อน ….…………………………………………...
กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์ เรื่อง การเกดิ ลม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐานที่ ว 6.1 เขา้ ใจกระบวนการต่าง ๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ บนผิวโลกและภายในโลก ความสมั พนั ธ์ของกระบวนการต่าง
ๆ ทีม่ ีผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศ ภูมปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ ละจติ วทิ ยาศาสตร์
สอื่ สารสง่ิ ที่เรียนร้แู ละนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ตัวช้วี ดั ท่ี ป.3/3 ทดลอง อธบิ ายการเคลื่อนทข่ี องอากาศที่มผี ลจากความแตกตา่ งของอุณหภมู ิ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา รู้ว่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ีเ่ กดิ ขึ้นสว่ นใหญม่ รี ปู แบบ ทีแ่ นน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเครื่องมือ
ท่ีมอี ยู่ในชว่ งเวลานั้นๆ เขา้ ใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเก่ียวข้องสัมพนั ธก์ นั
ตัวช้ีวดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ลมเกดิ จากการเคลื่อนที่ของอากาศ เนื่องจากความแตกต่างของอณุ หภมู ิ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการเกิดลมได้ (K)
2. สามารถบอกความแตกต่างของอณุ หภูมิท่ีทำใหเ้ กิดลมได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรยี นรู้และมุง่ มน่ั ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยัง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า โดยอากาศที่เคลื่อนที่ใน
แนวราบทำให้เกดิ ลม
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 3
ข้ันนำ
ข้ันกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูถามนักเรยี นวา่ นักเรียนมองเห็นลมหรือไม่ และนักเรียนรู้สกึ ได้อย่างไรวา่ ในสถานที่ทนี่ ักเรยี นอยู่มลี ม
2. ครูสนทนากับนักเรียนเกย่ี วกับผลการทดลอง เร่ือง การเคลอื่ นทขี่ องอากาศ แล้วอธิบายเพม่ิ เติมให้นักเรียนฟังวา่
ลมเกดิ จากการเคล่ือนท่ีของอากาศ เน่ืองจากความแตกตา่ งของอณุ หภูมิ
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ข้นั สอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครใู หส้ มาชิกกลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1) รว่ มกนั ศึกษาแผนภาพการเกิดลม จากใบความรู้
2. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มนำความรทู้ ี่ได้จากการศึกษามาตอบคำถามตามประเดน็ ที่ครูกำหนด ดังน้ี
-ถา้ นักเรยี นอยู่ในบริเวณท่ีมีอากาศร้อน ลมจะพดั เข้าหาบริเวณทน่ี ักเรียนอยูห่ รอื พดั ออกจากบรเิ วณ
ที่นกั เรียนอยู่ เพราะอะไร
-ถา้ อุณหภูมบิ รเิ วณหมู่บ้าน ก. เท่ากบั บริเวณหมู่บา้ น ข. ลมจะพัดจากท่ีใดไปยงั ที่ใด เพราะอะไร
1. ครขู ออาสาสมัครนักเรียน 2 กลมุ่ ออกมาตอบคำถามตามประเดน็ ท่ีครกู ำหนด หนา้ ช้นั เรยี น กลมุ่ ละ 1 ข้อ
2. สมาชิกกลมุ่ อน่ื ที่มีคำตอบแตกต่างนำเสนอเพิ่มเติมครูตรวจสอบความถูกต้อง
คาบท่ี 4
ขัน้ อธบิ ายความรู้
1. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความร้เู รือ่ ง การเกดิ ลม
2. ครูใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ยกตวั อย่างการใช้ประโยชน์จากลม กลุม่ ละ 2-3 ตวั อย่าง
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
4. นักเรียนแตล่ ะคนในกลุ่มทำแบบฝึกกจิ กรรมท่ี 2 จากแบบวดั ฯ เสร็จแล้วนำสง่ ครูตรวจ
ขยายความเขา้ ใจ
ครมู อบหมายให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำชน้ิ งานมาจัดทำเป็นรายงาน เรือ่ ง อากาศรอบตวั เรา
โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามทกี่ ำหนด ดงั นี้
1) การดำเนินการทดลอง เรอื่ ง การเคลือ่ นทขี่ องอากาศ
2) การอธบิ ายสว่ นประกอบของอากาศ
3) การอธบิ ายความสำคญั ของอากาศ
4) การอธิบายการเคลือ่ นท่ีของอากาศที่มีผลจากความแตกต่างของอณุ หภูมิ
ขัน้ ตรวจสอบผล
ครวู ัดและประเมนิ ผลนกั เรียนจากผลการรายงาน เร่ือง อากาศรอบตวั เรา
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ข้ึนไป ถือวา่
ความร้คู วามเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของสงิ่ มีชีวิตแตล่ ะ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
กลุ่มได้ ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถบอกความแตกต่างของ 1.รายงาน เร่อื ง 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
อณุ หภมู ทิ ่ีทำให้เกิดลมได้ อากาศรอบตวั เรา ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต
รับผิดชอบต่องานทส่ี ่ังและส่งงานได้ทนั พฤติกรรม 70% ข้นึ ไป ถอื ว่า
ตามท่กี ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
3. วัสดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4. บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อินเทอรเ์ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
ใบความรู้
กำรเกิดลม
อากาศจะเคล่อื นทจ่ี ากบรเิ วณทม่ี อี ุณหภมู ติ ่า (อากาศเยน็ ) ไปยงั บรเิ วณทม่ี อี ุณหภูมสิ งู (อากาศรอ้ น) และการเคลอ่ื น
ทข่ี องอากาศทาใหเ้ กดิ ลม
แผนภำพกำรเกิดลม
อณุ หภมู ิตำ่ อณุ หภมู ิสูง
อากาศเยน็ จะจมตวั ลง เวลากลางวนั อากาศบน
และเคลอ่ื นเขา้ มาแทนท่ี พน้ื ดนิ จะรอ้ นกว่าพน้ื น้า
ท่ีมำ : ศริ ริ ตั น์ วงศศ์ ริ ิ และรกั ซอ้ น รตั น์วจิ ติ ตเ์ วช. 2555. หนังสือเรยี น รำยวิชำพืน้ ฐำน วิทยำศำสตร์ ป.3.
พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
สปั ดาหท์ ี่ 9
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/………... ผู้สอน ….…………………………………………...
กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์ เร่อื ง ลมบก ลมทะเล
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานท่ี ว 6.1 เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ท่ีเกิดขึน้ บนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธข์ องกระบวนการต่าง
ๆ ทม่ี ีผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศ ภูมปิ ระเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ ละจิตวทิ ยาศาสตร์
ส่อื สารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.3/2 สบื คน้ ข้อมูลและอภปิ รายสว่ นประกอบของอากาศและความสำคัญของอากาศ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ญั หา รูว้ ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่เี กิดขึ้นสว่ นใหญม่ ีรูปแบบ ท่แี น่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเคร่ืองมือ
ท่ีมอี ยู่ในชว่ งเวลาน้ันๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเก่ียวขอ้ งสัมพันธ์กนั
ตวั ช้ีวัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเคลือ่ นท่ขี องอากาศระหว่างบรเิ วณเหนอื พืน้ ดนิ กับบริเวณเหนือพ้ืนน้ำทะเล ทำให้เกดิ ลมประจำเวลาทีเ่ กิด
บริเวณชายทะเล คือ ลมบก และลมทะเล
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายลมบก และลมทะเลได้ (K)
2. สามารถระบอก ลมบก ลมทะเลได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรยี นรูแ้ ละมุ่งม่ันในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
อากาศมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตทุก พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
ชนิดต้องใช้อากาศในการหายใจ และอากาศยังมี
ประโยชน์ในดา้ นอืน่ ๆ อกี มากมาย
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขนั้ นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูนำภาพสถานที่ 2 แห่ง มาให้นกั เรียนดู แลว้ ขออาสาสมัครนักเรียน 1 คน ออกมาแสดงความคดิ เหน็ วา่ จากภาพ
นกั เรียนอยากอาศัยอยู่ในสถานที่ใด เพราะอะไร
2. ครสู นทนากบั นักเรียนเก่ยี วกบั สว่ นประกอบของอากาศ แลว้ ถามนกั เรยี นว่า แกส๊ แตล่ ะชนิดท่อี ยู่ในอากาศมี
ความสำคัญต่อการดำรงชวี ิตของเราอยา่ งไร
ข้ันสอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. สมาชิกกลุม่ รว่ มกันศึกษาความรเู้ รอื่ ง ลมบกและลมทะเล จากหนังสอื เรียนหรือบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O.
LMS Lite แลว้ บันทึกความรู้ลงในแบบบันทึกการอา่ น
2. นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ ขอ้ 1-2
คาบท่ี 2
ขั้นอธิบายความรู้
1. ครูตั้งประเดน็ คำถามถามนกั เรียนวา่ ลมบก ลมทะเล แตกตา่ งกันอยา่ งไร
2. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันวเิ คราะหว์ า่ ลมบก ลมทะเล แตกตา่ งกันอย่างไร
3. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลการวเิ คราะห์ลมบก ลมทะเล
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
1. สมาชกิ กลมุ่ อ่นื ชว่ ยกันวจิ ารณ์คำตอบของเพื่อนกลุม่ ทีน่ ำเสนอวา่ ถูกต้องหรือไม่ ครูตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรู้เกีย่ วกบั ความสำคัญลมบกและลมทะเล
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของสงิ่ มีชีวิตแต่ละ ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
กลุ่มได้ ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.ความสำคญั ลมบกและลมทะเล 1. แบบฝึกหดั
70% ขึ้นไป ถือวา่
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์การ
รับผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ ั่งและสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม ประเมิน
ตามทีก่ ำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้ 70% ข้ึนไป ถอื วา่
3. สงั เกตจากการมุง่ ม่ันในการทำงาน ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.7 สอื่ การเรียนรู้
4. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
5. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์
6. วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
7. บตั รภาพ
7.8 แหลง่ การเรยี นรู้
4. ห้องเรียน
5. หอ้ งสมดุ
6. อินเทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................... ..................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
บตั รภาพ
สัปดาหท์ ี่ 9
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/………... ชอ่ื ผูส้ อน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์ เร่ือง สาเหตุการเกิดมลพิษทางอากาศ
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ว 6.1 เข้าใจกระบวนการตา่ ง ๆ ท่ีเกดิ ขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง
ๆ ท่ีมผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศ ภมู ิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ ละจติ วทิ ยาศาสตร์
ส่ือสารส่ิงที่เรียนรแู้ ละนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ทีใ่ ช้ในการตผวั ลชติี้วัดไฟทฟี่ ป้า.3/3 ทดลอง อธิบายการเคล่ือนท่ขี องอากาศที่มีผลจากความแตกต่างของอุณหภมู ิ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ญั หา รู้วา่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเี่ กิดขึ้นสว่ นใหญ่มีรปู แบบ ทแ่ี นน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และเคร่อื งมือ
ท่มี ีอยู่ในชว่ งเวลานน้ั ๆ เข้าใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิ่งแวดล้อม มีความเกยี่ วขอ้ งสัมพันธก์ นั
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
มลพิษทางอากาศ (Air Pollution) หมายถึง ภาวะของอากาศทม่ี ีการเจือปนของสารพิษ ในปรมิ าณท่ีสามารถทำให้
อากาศเส่ือมคณุ ภาพ ก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อมนุษย์ สตั ว์ และพืช ทง้ั ทางตรงและทางอ้อม
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายสาเหตุการเกิดมลพิษทางอากาศได้ (K)
2. สามารถระบสุ าเหตุการเกิดมลพษิ ทางอากาศได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรียนรแู้ ละมุ่งม่ันในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถน่ิ
อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยัง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า โดยอากาศที่เคลื่อนที่ใน
แนวราบทำให้เกดิ ลม
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 3
ขน้ั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครถู ามนักเรียนอะไรทำให้เกดิ มลพิษทางอากาศ
2. ครูโชว์บตั รภาพมลพิษทางอากาศตามสถานทตี่ ่างๆ
ขัน้ สอน
ขน้ั สำรวจค้นหา
1. ครูโชวบ์ ัตรภาพพร้อมอธิบายการเกดิ มลพษิ ทางอากาศ
2. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนไดซ้ กั ถามข้อสงสัย เพ่ือให้เกดิ ความเข้าใจที่ถูกต้อง
คาบที่ 4
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. นักเรยี นจับคู่กับเพือ่ น แล้วให้ทำแผนผังการเกิดมลพิษทางอากาศ
2. สมาชกิ ท่เี ป็นคู่ตรวจสอบความถกู ต้องและเสนอแนะเพิ่มเตมิ ในสว่ นที่บกพร่อง
3. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
1. ครูใหน้ กั เรียนทลี ะ 5 คน เรยี งตามลำดบั เลขท่ี ออกมาอธบิ ายแผนผงั การเกดิ มลพิษหน้าช้ันเรยี น
2. ครูตรวจสอบความถูกต้องและใหค้ ำแนะนำเพิ่มเติมในส่วนทบ่ี กพร่องเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นนำไปแก้ไข
ข้ันตรวจสอบผล
1. นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการเกิดมลพษิ ทางอากาศ
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ข้ึนไป ถือว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) ผา่ นเกณฑ์การ
2. บรรยายลกั ษณะของสง่ิ มีชีวติ แต่ละ ความคิด ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 70% ข้ึนไป ถือว่า
กล่มุ ได้ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
1.สามารถระบสุ าเหตุการเกิดมลพิษทาง 1. แผนผงั การเกดิ
70% ข้นึ ไป ถือว่า
อากาศได้ มลพิษทางอากาศ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต
รับผิดชอบต่องานทีส่ ั่งและส่งงานได้ทัน พฤติกรรม
ตามท่ีกำหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.9 สอ่ื การเรยี นรู้
5. หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
6. แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
7. วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
7.10 แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอรเ์ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... ..................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ...................................................ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 11
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/………... ชือ่ ผู้สอน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์ เรือ่ ง ปจั จยั ท่ีจำเป็นต่อการดำรงชวี ติ ของมนษุ ย์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เข้าใจสมบตั ขิ องสงิ่ มชี วี ิต หนว่ ยพน้ื ฐานของสง่ิ มีชวี ิต การลาํ เลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์
ความสมั พันธข์ องโครงสร้างและหน้าท่ขี องระบบตา่ ง ๆของสัตว์และมนุษยท์ ี่ทํางานสมั พันธ์กันความสมั พนั ธ์ของโครงสร้างและ
หน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทาํ งานสัมพันธก์ ัน รวมทั้งนาํ ความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้ีวดั ท่ี ป. 3/1 บรรยายสิ่งทจ่ี าํ เป็นต่อการดํารงชีวติ และการเจริญเตบิ โตของมนษุ ย์และสตั วโ์ ดยใชข้ ้อมลู
ท่ีรวบรวมได้
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ญั หา ร้วู า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่ีเกดิ ขน้ึ สว่ นใหญ่มรี ปู แบบ ทีแ่ นน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเครือ่ งมือ
ท่มี อี ยู่ในชว่ งเวลานนั้ ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่งิ แวดล้อม มีความเกยี่ วข้องสัมพนั ธก์ ัน
ตวั ช้ีวัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ในการเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวติ ของมนุษย์ เราต้องการปจั จยั ต่างๆ ในการดำรงชวี ิต
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายปจั จยั ที่จำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ ของมนุษย์ได้ (K)
2. สามารถบอกปจั จยั ท่ีจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรียนรแู้ ละมุ่งม่นั ในการทำงาน (A)
4. สาระกรเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
มนุษย์และสัตว์ต้องการอาหาร น้ำ และอากาศเพ่ือ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
การดํารงชีวติ และการเจริญเตบิ โต
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขั้นนำ
ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1. ถามนกั เรยี นวา่ บคุ คลแต่ละประเภทจากภาพท่คี รูนำมาให้ดูกนิ อะไรเป็นอาหาร
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ
ขน้ั สอน คาบท่ี 2
ขน้ั สำรวจค้นหา
1. นกั เรยี นกลุ่มเดิมชว่ ยกันสบื คน้ ข้อมูลเกยี่ วกับอาหารท่ีมีประโยชน์ตอ่ ร่างกายมนุษย์แลว้ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 2.1
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ว่า มนุษยจ์ ะดำรงชวี ิตอยู่ไดน้ ้ันต้องอาศัยปัจจัยการดำรงชีวิต สิ่งทจ่ี ำเป็นต่อการดำรงชวี ติ ของ
มนษุ ย์มี 3 ประการ
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ นำเสนอใบงานที่ 2.1 หนา้ ช้ันเรยี น ครูและเพื่อนกลุ่มอนื่ ช่วยกนั เสนอแนะเพิ่มเตมิ ในส่วนท่ีแตกตา่ ง
2. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุป จนได้ข้อสรุป ดงั น้ี
-มนุษย์ต้องการอาหาร
-มนุษย์ตอ้ งการนำ้
-มนุษยต์ ้องการอากาศ
6. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของสิง่ มีชีวิตแตล่ ะ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สามารถบอกปจั จัยที่จำเป็นตอ่ การ 1.ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง 70% ขึน้ ไป ถือว่า
ดำรงชีวิตของมนุษยไ์ ด้ ปจั จยั ท่จี ำเป็นตอ่ การ ผา่ นเกณฑ์การ
ดำรงชีวิตของมนุษย์ ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทส่ี ง่ั และส่งงานได้ทัน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามท่ีกำหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.11 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์
2. แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์
3. วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
4. ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื งปจั จยั ทีจ่ ำเปน็ ต่อการดำรงชีวติ ของมนุษย์
7.12 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
ใบงานท่ี 2.1
เรอ่ื ง เรื่องปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวติ ของมนษุ ย์
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนวาดแผนผงั ปจั จัยที่มผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโตของมนษุ ย์
ปัจจยั ทม่ี ีผลต่อการ
เจริญเตบิ โตของ
มนษุ ย์
ใบงานท่ี 2.1 เฉลย
เรื่อง เรอ่ื งปัจจยั ท่จี ำเป็นต่อการดำรงชวี ติ ของมนษุ ย์
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นวาดแผนผังปจั จัยที่มผี ลตอ่ การเจริญเติบโตของมนษุ ย์
ปัจจยั ทีม่ ผี ลต่อการ
เจริญเตขิบข-โตของ
มนษุ ย์
(ขน้ึ อย่กู ับดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
สปั ดาห์ที่ 11
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ช่ือผู้สอน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์ เรอ่ื ง ปัจจัยการดำรงชีวติ (น้ำ อาหาร และอากาศ)
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่งิ มีชีวติ หนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมีชวี ติ การลาํ เลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์
ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษยท์ ี่ทาํ งานสมั พันธ์กนั ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ งและ
หน้าทขี่ องอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชทท่ี าํ งานสัมพนั ธ์กนั รวมทั้งนําความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 3/2 ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องอาหาร น้ำ และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสัตวใ์ หไ้ ดร้ บั ส่ิง
เหล่านี้อย่างเหมาะสม
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รวู้ า่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่ีเกดิ ขน้ึ สว่ นใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และเครือ่ งมือ
ท่ีมีอยู่ในชว่ งเวลานัน้ ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเก่ียวขอ้ งสัมพนั ธ์กนั
ตวั ชี้วัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ในการเจรญิ เตบิ โตและการดำรงชีวิตของมนุษย์ เราตอ้ งการปจั จัยตา่ งๆ ในการดำรงชวี ิต
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายปจั จัยท่จี ำเปน็ (นำ้ อาหาร และอากาศ) ต่อการดำรงชีวติ ของมนุษย์ได้ (K)
2. สามารถบอกปจั จยั ที่จำเป็น (นำ้ อาหาร และอากาศ) ต่อการดำรงชวี ิตของมนุษย์ได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรู้และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)
4. สาระกรเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน
อาหารช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโต น้ำ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติอากาศใช้ ในการ
หายใจ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 3
ขัน้ นำ
ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครใู หน้ ักเรียนบอกสว่ นสงู และนำ้ หนกั เป็นรายบุคคล
2. ครูถามว่า ทำไมสว่ นสูงและน้ำหนักของแตล่ ะคนจงึ ไมเ่ ท่ากัน
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
คาบท่ี 4
ขน้ั สอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครูถามนักเรียนวา่ น้ำ อาหาร และอากาศมผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตใช่หรอื ไม่
2. ครอู ธบิ ายวา่ ใน 1 วนั คนเราตอ้ งรับประทานอาหาร ดมื่ นำ้ และหายใจเพื่อนำอากาศเข้าสรู่ ่างกาย
3. ครถู ามวา่ หากเราขาดปัจจยั ใดปจั จัยหนึง่ ไปจะสง่ ผลกระทบต่อรา่ งกายของเราหรือไมอ่ ยา่ งไร
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ
2. ครอู ธบิ ายว่า เราตอ้ งการปจั จัยตา่ งๆ ในการดำรงชีวิต ได้แก่ อาหาร น้ำ อากาศ ถา้ เราขาดสิง่ หน่ึงส่ิงใดไปอาจทำให้เรา
ดำรงชวี ิตอยา่ งลำบากและอาจตายได้ในทส่ี ดุ
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูให้นักเรียนแบ่งกล่มุ จากนั้นสืบค้นขอ้ มูลเกยี่ วกบั ปัจจัยท่ีจำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ และการเจริญเติบโตของมนษุ ยแ์ ละ
ประโยชนข์ องปจั จยั แลว้ บนั ทกึ ข้อมูลลงในแบบฝกึ หัด
2. ครตู รวจสอบความถูกต้องและเสนอแนะเพ่มิ เติมในสว่ นท่แี ตกตา่ ง
3. ครูสรปุ เพมิ่ เติมเพ่ือใหน้ ักเรยี นเกดิ ความเขา้ ใจท่ีตรงกัน ดังนี้
- อาหารที่เราควรรับประทานทุกๆวัน คือ อาหารหลัก 5 หมู่
-นำ้ ในหนงึ่ วนั เราควรดมื่ น้ำสะอาด 6-8แกว้ หรือตามความตอ้ งการของรา่ งกาย
-อากาศ การที่อยู่ในบริเวรที่มีอากาศบริสุทธิ์จะทำใหร้ า่ งกายของเราสดชนื่
ข้นั ตรวจสอบผล
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
2. ครูประเมินผลนกั เรียนจากการทำแบบฝึกหดั
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถือวา่
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของส่ิงมีชีวิตแต่ละ ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.แบบฝึกหดั
1.สามารถบอกปัจจัยทจี่ ำเป็น (นำ้ 70% ขึน้ ไป ถือว่า
อาหาร และอากาศ) ต่อการดำรงชีวติ ผ่านเกณฑ์การ
ของมนุษยไ์ ด้ ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ ่งั และส่งงานได้ทนั พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทก่ี ำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.13 สือ่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์
2. แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
3. วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
7.14 แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผูส้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 12
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1..…/………... ช่อื ผู้สอน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์ เรอ่ื ง ปจั จยั ท่จี ำเป็นต่อการดำรงชวี ิตของสัตว์
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานที่ ว 1.2 เข้าใจสมบตั ขิ องสิ่งมชี ีวิต หน่วยพนื้ ฐานของส่งิ มีชวี ติ การลาํ เลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ขี องระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ท่ีทาํ งานสัมพันธ์กนั ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้างและ
หน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ทที่ ํางานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้วี ัดท่ี ป. 3/1 บรรยายสงิ่ ท่ีจําเปน็ ตอ่ การดํารงชีวติ และการเจริญเตบิ โตของมนษุ ย์และสัตวโ์ ดยใชข้ อ้ มูล
ทีร่ วบรวมได้
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ญั หา รูว้ ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่แี นน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือ
ทีม่ อี ยู่ในชว่ งเวลานน้ั ๆ เขา้ ใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สง่ิ แวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพนั ธก์ นั
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
สตั ว์เปน็ สิ่งมีชีวิตทต่ี อ้ งหายใจ เจรญิ เติบโต สบื พนั ธ์ุ และมกี ารเคลอ่ื นไหวเช่นเดียวกนั กบั มนษุ ย์
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายปัจจัยทจี่ ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวิตของสัตว์ได้ (K)
2. สามารถบอกปัจจยั ท่ีจำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ ของสัตว์ได้ (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุ่งม่ันในการทำงาน (A)
4. สาระกรเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น
มนุษย์และสัตว์ต้องการอาหาร น้ำ และอากาศเพื่อ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
การดาํ รงชวี ิตและการเจรญิ เติบโต
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขั้นนำ
ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ
1. ถามนกั เรียนว่า สตั ว์ต่างๆ ต้องการปัจจัยในการดำรงชวี ติ เหมอื นมนุษย์หรอื ไม่
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ข้ันสอน คาบท่ี 2
ขน้ั สำรวจค้นหา
1. ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่มสืบค้นข้อมูลเก่ยี วกบั การดำรงชีวติ ของสัตว์แต่ละชนิด
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
1. ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ว่า สัตว์จะดำรงชีวิตอยู่ได้นั้นต้องอาศัยปัจจยั การดำรงชวี ิต ไดแ้ ก่ อาหาร น้ำ และอากาศ
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ นำเสนอใบงานที่ 2.2 หนา้ ชน้ั เรียน ครูและเพื่อนกล่มุ อน่ื ชว่ ยกันเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนท่ีแตกตา่ ง
2. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ จนได้ข้อสรุป ดังน้ี
-สตั ว์ตอ้ งการอาหาร
-สตั ว์ต้องการนำ้
-สตั ว์ตอ้ งการอากาศ
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
การวดั และประเมินผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของสิ่งมชี ีวิตแต่ละ ความคิด 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
กล่มุ ได้ ผา่ นเกณฑ์การ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สามารถบอกปัจจยั ทจ่ี ำเป็นต่อการ 1.ใบงานที่ 2.2 เรอ่ื ง ประเมนิ
ดำรงชีวติ ของสัตว์ได้ ปจั จยั ทจ่ี ำเป็นตอ่ การ 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ดำรงชีวิตของสัตว์ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
รบั ผิดชอบตอ่ งานที่สง่ั และส่งงานได้ทัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามที่กำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.15 สอ่ื การเรยี นรู้
5. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 อากาศและชวี ิตของสัตว์
6. แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
7. วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
8. ใบงานท่ี 2.2 เรือ่ งปัจจยั ท่ีจำเป็นต่อการดำรงชีวติ ของสตั ว์
7.16 แหลง่ การเรยี นรู้
4. ห้องเรียน
5. ห้องสมดุ
6. อินเทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
ใบงานท่ี 2.2
เรือ่ ง เรื่องปจั จัยที่จำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ ของสัตว์
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายลกั ษณะการดำรงชวี ิตของสัตวแ์ ต่ละชนิด
ชอ่ื ……………………………………………………………
ลักษณะที่อยู่อาศัย……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….
ชือ่ ……………………………………………………………
ลักษณะท่ีอยู่อาศัย……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….
ช่ือ……………………………………………………………
ลักษณะที่อยู่อาศัย……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….
ชอ่ื ……………………………………………………………
ลกั ษณะที่อยู่อาศัย……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….