The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 1-63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-06-07 05:15:17

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 1-63

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 1-63

ใบงานท่ี 2.2
เร่อื ง เรอื่ งปัจจัยท่จี ำเป็นต่อการดำรงชีวติ ของสัตว์

คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นอธบิ ายลกั ษณะการดำรงชีวิตของสัตว์แต่ละชนิด

ช่อื ……………………………………………………………
ลักษณะท่ีอยู่อาศัย……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….

ชอ่ื ……………………………………………………………
ลกั ษณะที่อยู่อาศยั ……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….

ชอื่ ……………………………………………………………
ลกั ษณะท่ีอยู่อาศยั ……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….

ชือ่ ……………………………………………………………
ลักษณะที่อยู่อาศยั ……………………………………..
………………………………………………………………..
……………………………………………………………….
อาหาร……………………………………………………..
……………………………………………………………….

(ขน้ึ อยูก่ บั ดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)

สัปดาห์ที่ 12

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……1……/………... ชอ่ื ผสู้ อน ….…………………………………………...

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์ เรอ่ื ง ปจั จัยการดำรงชีวิต (น้ำ อาหาร และอากาศ)

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของสงิ่ มีชวี ิต หนว่ ยพื้นฐานของสิง่ มีชวี ติ การลําเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์

ความสมั พันธ์ของโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องระบบตา่ ง ๆของสัตวแ์ ละมนุษย์ท่ีทาํ งานสัมพันธ์กันความสัมพันธ์ของโครงสร้างและ
หนา้ ทีข่ องอวยั วะต่าง ๆ ของพืชที่ทาํ งานสัมพนั ธก์ นั รวมทั้งนําความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตัวชีว้ ัดที่ ป 3/2 ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหาร น้ำ และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสตั ว์ใหไ้ ด้รับ สง่ิ
เหลา่ นอ้ี ย่างเหมาะสม

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา รู้ว่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ข้ึนสว่ นใหญม่ รี ปู แบบ ทีแ่ น่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือ
ทีม่ ีอยู่ในชว่ งเวลานัน้ ๆ เขา้ ใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิง่ แวดล้อม มีความเกย่ี วขอ้ งสัมพนั ธ์กนั

ตวั ชี้วัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ในการเจรญิ เติบโตและการดำรงชวี ิตของสตั วต์ อ้ งอาศยั ปจั จัยในการดำรงชวี ติ ไดแ้ ก่ อาหาร น้ำ และอากาศ

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายปจั จัยทจี่ ำเป็น (น้ำ อาหาร และอากาศ) ต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ได้ (K)
2. สามารถบอกปจั จยั ทจ่ี ำเป็น (นำ้ อาหาร และอากาศ) ต่อการดำรงชีวติ ของสัตวไ์ ด้ (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรู้และมุ่งม่ันในการทำงาน (A)

4. สาระกรเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถน่ิ

อาหารช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโต น้ำ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติอากาศใช้ ในการ

หายใจ

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 3

ขั้นนำ

ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครถู ามวา่ อาหาร นำ้ อากาศมีความสำคญั ตอ่ การดำรงชวี ิตและการเจริญเติบโตของสตั ว์อย่างไร
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

ข้ันสอน

ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครูให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม แล้วสืบค้นข้อมูลเกีย่ วกับประโยชนข์ องนำ้ อาหาร และอากาศท่ีมผี ลต่อการดำรงชีวติ และ
การเจรญิ เตบิ โตของสัตว์

ขั้นอธิบายความรู้
1. ครใู ห้นักเรยี นนำขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากการสืบคน้ มาจัดกระทำในรูปแบบตา่ งๆ เช่น แผนภาพ แผนผังลงในกระดาษแข็ง เพ่ือ
นำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
2. ครูอธบิ ายว่า เราต้องการปัจจัยต่างๆ ในการดำรงชีวิต ได้แก่ อาหาร นำ้ อากาศ ถ้าเราขาดส่งิ หนง่ึ สิง่ ใดไปอาจทำใหเ้ รา
ดำรงชวี ติ อย่างลำบากและอาจตายไดใ้ นท่ีสดุ

คาบท่ี 4

ข้ันขยายความเข้าใจ
1. ครใู หน้ กั เรียนนำเสนอหน้าชนั้ เรยี นเป็นกลมุ่
2. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเสนอแนะเพ่มิ เติมในสว่ นที่แตกตา่ ง
3. ครูสรปุ เพิม่ เติมเพื่อให้นักเรียนเกดิ ความเขา้ ใจท่ีตรงกัน ดงั น้ี
- อาหาร สตั วแ์ ตล่ ะชนดิ จะกินอาหารทีแ่ ตกตา่ งกัน สัตวบ์ างชนิดกนิ พืชเปน็ อาหาร
-น้ำ สัตว์ทกุ ชนิดตอ้ งการนำ้ ในการดำรงชีวิต
-อากาศ สตั วท์ กุ ชนิดตอ้ งการอากาศในการหายใจ

ขั้นตรวจสอบผล
1. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด
2. ครปู ระเมินผลนักเรยี นจากการทำแบบฝกึ หัด

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสงิ่ มชี ีวิตแตล่ ะ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.แบบฝกึ หดั
1.สามารถบอกปจั จัยท่จี ำเปน็ (น้ำ 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
อาหาร และอากาศ) ต่อการดำรงชีวติ ผา่ นเกณฑ์การ
ของสตั ว์ได้ ประเมนิ

คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
รับผดิ ชอบต่องานทสี่ งั่ และสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทกี่ ำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ มน่ั ในการทำงาน

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.17 สือ่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
2. แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
3. วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรม

7.18 แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องเรียน
2. ห้องสมุด
3. อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 13

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……1..…/………... ชือ่ ผสู้ อน ….…………………………………………...

กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์ เรอื่ ง วฎั จักรชวี ติ ของสัตว์

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสงิ่ มชี ีวิต หนว่ ยพื้นฐานของสิง่ มีชวี ิต การลำเลียงสารผ่านเซลลค์ วามสัมพันธข์ อง

โครงสรา้ ง และหน้าท่ีของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษยท์ ่ีทำงานสมั พนั ธ์กนั ความสมั พันธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ทขี่ อง
อวัยวะต่าง ๆ ของพชื ทที่ ำงานสัมพนั ธ์กันรวมทงั้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชว้ี ัดที่ ป.3/3 สร้างแบบจำลองทบ่ี รรยายวฏั จักรชีวิตของสตั ว์ และเปรียบเทยี บวฏั จกั รชวี ิตของสัตวบ์ างชนิด
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้วา่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ขนึ้ สว่ นใหญ่มรี ูปแบบทแ่ี น่นอนสามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และเครอื่ งมือ
ทม่ี อี ยู่ในชว่ งเวลานั้นๆ เขา้ ใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิ่งแวดล้อม มีความเก่ยี วขอ้ งสัมพันธก์ ัน
ตัวชวี้ ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สิง่ มชี วี ติ เมือ่ เกดิ ข้ึนมาจะมีการเปลยี่ นแปลงรูปรา่ ง ขนาด มีการเจริญเตบิ โตซงึ่ การเปล่ยี นแปลงทีเ่ กดิ ขนึ้ จะ

หมนุ เวียนอยา่ งต่อเน่อื งไปเร่ือยๆ

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของวฎั จกั รได้ (K)
2. สามารถบอกวัฎจักรของสิง่ มชี วี ิตได้ (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รียนรู้และม่งุ มนั่ ในการทำงาน (A)

4. สาระกรเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

สัตวเ์ มื่อเปน็ ตวั เตม็ วยั จะสืบพันธุม์ ลี กู เมื่อลูก
เจริญเติบโตเปน็ ตัวเตม็ วัยก็สืบพันธมุ์ ลี กู ต่อไปได้อกี
หมุน เวียนต่อเนอ่ื งเป็นวฏั จกั รชวี ิตของสตั ว์ ซง่ึ สัตว์
แต่ละชนิด เชน่ ผีเสื้อ กบ ไก่มนษุ ยจ์ ะมีวัฏจกั รชีวติ
ทเ่ี ฉพาะ และแตกตา่ งกนั

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ขนั้ นำ

ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครูถามนักเรยี นว่า วัฏจกั รชวี ติ ของสตั ว์แต่ละชนิดแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
2. ครนู ำภาพสัตว์ทอ่ี อกลกู เปน็ ไขม่ าให้นักเรียนแล้วถามวา่ ภาพสัตว์แต่ละชนิดเกิดลูกแบบไหน

ขั้นสอน คาบที่ 2

ขั้นสำรวจค้นหา
1. ครเู ตรียมอปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรมที่ 1 วัฏจักรชวี ติ ของสัตว์

2. ครูแบง่ กลุม่ นักเรยี น กลุ่มละ 4-5 คนออกมาจับสลากหัวข้อเพื่อสบื คน้ ข้อมูลเกีย่ วกับวัฏจกั รชวี ติ ของสัตว์ ดังนี้

1) วฏั จักรชีวติ ของยุง 4) วัฏจักรชีวิตของกบ

2) วฏั จกั รชวี ติ ของผีเสื้อ 5) วัฏจักรชีวติ ของมนษุ ย์

3) วฏั จักรชวี ิตของไก่ 6) วฏั จกั รชีวิตของชา้ ง

ขัน้ อธบิ ายความรู้

1. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันตัง้ สมมตุ ิฐานหลายๆ ข้อ แลว้ เลือกสมมุติฐานท่ีอาจเป็นไปไดม้ าดำเนินการศกึ ษา

2. ครูอธบิ ายวา่ วฏั จกั รชีวติ ของสัตว์มกี ารเปลี่ยนแปลงรปู ร่างทแี่ ตกต่างกนั เราสามารถแบ่งวัฏจกั รชวี ติ ของสัตว์

ตามลกั ษณะการออกลกู ได้ 2 แบบ คือ สตั ว์ออกลูกเปน็ ไขแ่ ละสัตว์ออกลูกเป็นตัว

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. เมอ่ื นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทำการทดลองในกิจกรรมท่ี 1
เสรจ็ แล้วใหน้ ำผลการทดลองท่ีไดม้ าวเิ คราะหเ์ พ่ือตรวจสอบกบั สมมตุ ิฐานท่ีต้งั ไว้
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด

ขั้นตรวจสอบผล

1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการทำแบบฝกึ หดั และการทดลองกิจกรรมที่ 1
2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปผลการทดลอง
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ 1.คำถามกระต้นุ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม ความคิด 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของส่งิ มชี ีวติ แตล่ ะ 1.กิจกรรมการทดลอง ผา่ นเกณฑ์การ
กลมุ่ ได้ ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถบอกวัฎจักรของสง่ิ มีชีวิตได้ 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ ประเมิน
รบั ผิดชอบตอ่ งานท่สี ่ังและสง่ งานไดท้ นั
ตามทก่ี ำหนด 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ

7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.19 ส่ือการเรียนรู้
9. หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชวี ิตของสัตว์
10. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 อากาศและชวี ิตของสัตว์
11. วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม

7.20 แหลง่ การเรียนรู้
7. หอ้ งเรยี น
8. ห้องสมดุ
9. อินเทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

กจิ กรรมกำรทดลอง

คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนทำการทดลองตามขัน้ ตอนท่ีกำหนด แลว้ บนั ทึกผล

➢ อุปกรณ์ 2. กระดาษแข็ง 1 แผน่
1. โหลแกว้ 1 โหล 4. กระชอนตักปลา 1 อัน
3. อาหารปลา 1 ซอง 6. อปุ กรณส์ ร้างแบบจำลอง
5. ลกู ปลาหางนกยงู 1-5 ตวั

➢ วธิ ีทำ
1. ครูแนะนำการเลี้ยงปลาหางนกยงู ใหน้ กั เรียนฟัง
2. แบ่งกลุ่ม จากน้ันใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลี้ยงปลาหางนกยงู เปน็ เวลา 3-4 สปั ดาห์ เพอ่ื ศึกษาวฏั จกั รชีวติ ของสตั ว์
3. สงั เกตการเจริญเติบโตของปลาหางนกยงู ทุกสปั ดาห์แลว้ บนั ทึกผลลงในสมดุ
4. นำขอ้ มลู ที่สงั เกตมาบันทึกผลลงในสมุด

➢ ตารางบนั ทึกผลการทดลอง ความยาวของปลา(เซนติเมตร)

ระยะเวลา

สปั ดาหท์ ี่ 1
สปั ดาหท์ ี่ 2
สปั ดาห์ท่ี 3
สปั ดาหท์ ี่ 4

➢สรปุ ผลการทดลอง

สปั ดาห์ท่ี 13

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/…………... ช่อื ผู้สอน ….…………………………………………...

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์ เรื่อง วัฎจกั รชวี ติ ของสัตว์ (ออกลกู เป็นไข่)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสง่ิ มีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสง่ิ มีชวี ิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ความสมั พันธข์ อง

โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ่ีทำงานสัมพันธก์ ัน ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง และหน้าทีข่ อง
อวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพนั ธก์ นั รวมท้ังนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ดั ที่ ป.3/3 สร้างแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรชวี ติ ของสัตว์ และเปรยี บเทียบวฏั จักรชวี ิตของสตั วบ์ างชนิด
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเี่ กดิ ข้นึ ส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ที่แนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และ
เครือ่ งมือ ที่มอี ยูใ่ นช่วงเวลาน้นั ๆ เขา้ ใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเก่ยี วข้องสัมพนั ธก์ ัน
ตัวชี้วดั ท่ี ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
เมอ่ื สัตวต์ วั เมียออกไข่ ไข่จะฟักเปน็ ตัวอ่อนภายหลงั ซ่งึ แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ 3 ระยะ และ 4 ระยะ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวัฎจกั รชวี ติ ของสัตว์ (ออกลูกเป็นไข)่ ได้ (K)
2. สามารถบอกวฎั จกั รชีวติ ของสัตว์ (ออกลูกเปน็ ไข่) ได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝ่เรียนร้แู ละมุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่

สตั วเ์ มอื่ เป็นตัวเต็มวัยจะสบื พนั ธุ์มีลูก เม่ือลูก พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไปได้อีก

หมุน เวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์

แตล่ ะชนดิ เชน่ ผีเสือ้ กบ ไก่มนษุ ยจ์ ะมวี ัฏจักรชวี ติ

ทีเ่ ฉพาะ และแตกต่างกัน

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 3
ขน้ั นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูสนทนากับนักเรียนว่าสัตว์ชนิดใดบ้างท่ีออกลูกเป็นไข่
2. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด

ขนั้ สอน

ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. ครใู หน้ กั เรยี นสืบคน้ ข้อมลู เกีย่ วกับวฏั จักรของสัตว์ท่ีออกลกู เป็นไขจ่ ากแผนภาพทีน่ ักเรยี นไดร้ บั

คาบท่ี 4

ขัน้ อธบิ ายความรู้
1. สมาชิกแต่ละกลมุ่ นำเสนอวัฏจักรของสตั ว์ที่ออกลกู เป็นไข่หน้าชน้ั เรียน
2. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ สัตวช์ นดิ ใดท่ีออกลูกเปน็ ไข่ (3ระยะ)
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ สตั วช์ นิดใดท่ีออกลกู เปน็ ไข่ (4ระยะ)

ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครแู ละเพื่อนกลมุ่ อน่ื ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องและเสนอแนะเพิม่ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่าง

ขั้นตรวจสอบผล

1. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
2. ครูประเมนิ ผลนักเรียนจากการทำการทดลองและอธบิ ายเก่ยี วกับวัฎจกั รชีวติ ของสัตว์ (ออกลกู เปน็ ไข่)

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสง่ิ มชี ีวิตแตล่ ะ ความคิด 70% ขึ้นไป ถอื วา่
กลมุ่ ได้ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถบอกวัฎจักรชีวติ ของสตั ว์ 1.แบบฝกึ หดั 70% ข้นึ ไป ถือว่า
(ออกลกู เปน็ ไข่) ได้ 2. คำถามกระตุ้น ผา่ นเกณฑ์การ
ความคดิ ประเมนิ

คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
รบั ผดิ ชอบต่องานท่สี ง่ั และสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามที่กำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มนั่ ในการทำงาน

7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
2. แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
3. วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4. บตั รภาพ

7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งเรียน
2. ห้องสมดุ
3. อนิ เทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 14

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……1……/………... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………...

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์ เร่ือง วฏั จกั รของสตั วอ์ อกลูกเป็นไข่ 3 ระยะ

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของสงิ่ มีชีวติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสงิ่ มีชวี ิต การลำเลยี งสารผา่ นเซลล์ความสมั พันธข์ อง

โครงสรา้ ง และหนา้ ที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละมนุษย์ท่ีทำงานสัมพนั ธ์กนั ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ทีข่ อง
อวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ท่ีทำงานสมั พนั ธก์ นั รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้ีวัดท่ี ป.3/3 สรา้ งแบบจำลองทีบ่ รรยายวฏั จกั รชีวิตของสตั ว์ และเปรียบเทียบวฏั จกั รชีวิตของสตั วบ์ างชนดิ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติท่ีเกิดขนึ้ สว่ นใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครือ่ งมือ ท่ีมอี ยูใ่ นช่วงเวลาน้นั ๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่งิ แวดล้อม มคี วามเกี่ยวข้องสัมพนั ธ์กัน
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
วฏั จักรของตั วท์ ี่ออกลูกเปน็ ไข่ทมี่ ี 3 ระยะ เชน่ ไก่ จ้งิ จก งู ปลา กบ เต่า ตกั๊ แตน แมลงสาบ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวฏั จักรของสตั ว์ออกลกู เป็นไข่ 3 ระยะได้ (K)
2. สามารถบอกวัฏจกั รของสัตว์ออกลูกเป็นไข่ 3 ระยะได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรียนรแู้ ละมุง่ ม่ันในการทำงาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถิ่น

สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก เมื่อลูก พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไปได้อีก

หมุน เวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์

แตล่ ะชนิด เช่น ผเี สื้อ กบ ไก่มนษุ ยจ์ ะมวี ฏั จกั รชีวติ

ทเี่ ฉพาะ และแตกต่างกนั

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 1

ขน้ั นำ

ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูคลปิ วีดโิ อสารคดีเกีย่ วกับวฏั จกั รของสัตวอ์ อกลกู เป็นไข่ 3 ระยะ
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

คาบท่ี 2

ขัน้ สอน

ขั้นสำรวจค้นหา
1. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มเปน็ 8 กล่มุ แตล่ ะกลุ่มสืบคน้ ข้อมูลและสรา้ งฐานความรใู้ นหวั ข้อต่อไปนี้
- วฏั จักรชีวติ ของไก่
- วัฏจักรชีวิตของจงิ้ จก
- วัฏจักรชีวติ ของงู
- วัฏจกั รชวี ติ ของปลา
- วัฏจกั รชีวิตของกบ
- วฏั จักรชวี ิตของเต่า
- วัฏจกั รชวี ติ ของตั๊กแตน
- วฏั จักรชวี ติ ของแมลงสาบ
ทั้งน้ีในแต่ละฐานความรูต้ ้องมีแผนภาพวัฏจักรชวี ิตของสัตวต์ ัวอย่างแสดงไวด้ ้วย
2. ครูถามนักเรียนว่า สัตวช์ นดิ ใดบ้าง ขณะท่ีเป็นตวั อ่อนจะมีลักษณะแตกต่างจากตวั เตม็ วยั

ข้ันอธบิ ายความรู้
1. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ นำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี นมาแล้ววิเคราะห์และหาข้อสรุป
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. นกั เรยี นคนอ่ืนๆ ชว่ ยกันแสดงความคดิ เหน็ เพิม่ เติมในส่วนทีแ่ ตกตา่ ง ครูตรวจสอบความถกู ต้อง

ขั้นตรวจสอบผล
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรเู้ กยี่ วกบั สมบัตกิ ารรกั ษาระดบั ผวิ หน้าของน้ำในแนวราบ จนได้ข้อสรปุ

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถือว่า
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ แตล่ ะ ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
กลุ่มได้ ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.สามารถบอกวฏั จักรของสตั วอ์ อกลูก 1.ใบงานที่ 2.5 วัฏจกั ร 70% ขึ้นไป ถือว่า
เปน็ ไข่ 3 ระยะได้ ของสัตวอ์ อกลูกเป็นไข่ ผ่านเกณฑ์การ
3 ระยะ ประเมิน

คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ง่ั และสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามทีก่ ำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่นั ในการทำงาน

7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.21 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
2. แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
3. วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานที่ 2.5 วฏั จกั รของสัตว์ออกลกู เปน็ ไข่ 3 ระยะ

7.22 ในแนวราบแหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)

ใบงานท่ี 2.5
เรอื่ ง วฏั จักรของสัตว์ออกลกู เป็นไข่ 3 ระยะ

คำส่งั ให้นักเรียนเขียนอธบิ ายระยะของวฏั จักรชวี ิตของปลาการ์ตูนทง้ั 3 ระยะ

……………………………………………………….. ระยะท่ี 2
………………………………………………………..
………………………………………………………..
………………………………………………………..
………………………………………………………..
………………………………………………………..

ระยะที่ 1 ระยะท่ี 3

……………………………………………………….. ………………………………………………………..
……………………………………………………….. ………………………………………………………..
……………………………………………………….. ………………………………………………………..
……………………………………………………….. ………………………………………………………..
……………………………………………………….. ………………………………………………………..
……………………………………………………….. ………………………………………………………..

ใบงานที่ 2.5 เฉลย
เร่ือง วัฏจักรของสัตว์ออกลูกเปน็ ไข่ 3 ระยะ

คำสง่ั ให้นักเรียนเขียนอธิบายระยะของวฏั จักรชีวิตของปลาการต์ นู ท้ัง 3 ระยะ

ตวั ออ่ น
ระยะทีล่ ูกสตั ว์ฟกั ออกจากไข่เป็นตวั ออ่ น

ระยะท่ี 2

ระยะที่ 1 ระยะท่ี 3

ไข่ ตวั เตม็ วยั
คือ ระยะทีเ่ ซลล์สืบพนั ธ์เุ พศเมีย (เซลล์ไข่) ไดร้ บั คือ ระยะทีล่ ูกสตั ว์เจริญเติบโตเตม็ ที่ พร้อมทีจ่ ะ

การปฏิสนธิกบั เซลล์สืบพนั ธ์ุเพศผู้ (อสจุ ิ) สืบพนั ธ์แุ ละขยายพนั ธ์ไุ ด้

สปั ดาหท์ ี่ 14

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี ……1……/………... ชอ่ื ผู้สอน ….…………………………………………...

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์ เรอ่ื ง วัฏจกั รของสตั วอ์ อกลูกเปน็ ไข่ (วฏั จกั รกบ)

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของสง่ิ มชี ีวิต หน่วยพื้นฐานของสิง่ มชี ีวิต การลำเลียงสารผา่ นเซลล์ความสมั พันธ์ของ

โครงสรา้ ง และหน้าที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษยท์ ี่ทำงานสมั พนั ธก์ ัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ที่ของ
อวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพนั ธ์กันรวมท้ังนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวช้วี ดั ที่ ป.3/3 สรา้ งแบบจำลองท่บี รรยายวฏั จักรชวี ติ ของสัตว์ และเปรียบเทียบวัฏจกั รชวี ิตของสัตว์บางชนดิ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเี่ กดิ ขนึ้ สว่ นใหญ่มีรปู แบบ ที่แน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เคร่ืองมอื ที่มอี ยู่ในชว่ งเวลานนั้ ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สงิ่ แวดล้อม มีความเก่ยี วข้องสมั พนั ธก์ ัน
ตัวช้ีวัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
วงจรชีวิตของกบ การเจริญเติบโตของกบ เมื่อไข่กบมีการปฏิสนธแิ ลว้ จะฟกั ออกจากไข่เปน็ ลกู อ๊อดแลว้ เจรญิ เตบิ โต

เปลย่ี นแปลงรูปรา่ งเป็นกบ

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายวฏั จักรกบได้ (K)
2. สามารถบอกวฏั จกั รกบ3 ระยะได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนร้แู ละมงุ่ ม่ันในการทำงาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน

สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก เมื่อลูก พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไปได้อีก

หมุน เวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์

แตล่ ะชนดิ เชน่ ผเี สอ้ื กบ ไกม่ นุษย์จะมวี ฏั จกั รชีวิต

ที่เฉพาะ และแตกต่างกนั

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 3

ขั้นนำ

ขั้นกระต้นุ ความสนใจ
1. ครตู ง้ั ประเด็นคำถามถามนกั เรียน เพอ่ื ประเมนิ ความรเู้ ดิม เช่น
- วฏั จกั รชวี ิตของสตั วแ์ บ่งเปน็ กี่ประเภท
- เกณฑ์ทใี่ ชใ้ นการจำแนกประเภท
- สตั วช์ นดิ ใดบา้ งท่ีออกลูกเป็นไข่
- สตั วช์ นดิ ใดท่อี อกลกู เป็นไข่ 3 ระยะ
2. วฏั จักรชีวติ ของกบมีกร่ี ะยะแต่ละระยะเป็นอย่างไร

คาบท่ี 4
ขัน้ สอน

ขั้นสำรวจคน้ หา
1. สมาชกิ กล่มุ เดิม ร่วมกนั ศึกษาความรเู้ รอ่ื ง วฏั จกั รชีวติ ของกบจากหนงั สือเรยี นหรือบทเรียนคอมพวิ เตอร์ Smart

L.O. LMS Lite แลว้ บันทึกความร้ทู ีไ่ ดจ้ ากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอา่ น

ข้ันอธิบายความรู้
1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
2. สมาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ นำความรเู้ รอื่ ง วัฏจกั รชวี ติ ของกบ มาตอบคำถามในแบบฝึกหดั
3. เมอ่ื สมาชกิ แตล่ ะคนทำเสรจ็ แล้วให้แลกเปลย่ี นใบงานกับสมาชกิ คนอื่นๆ ในกลุ่ม และชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับเร่ือง วฏั จักรชวี ติ ของกบ
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด

ข้นั ตรวจสอบผล
1. มาชิกแต่ละกล่มุ รว่ มกนั สรปุ ความรู้เร่อื ง วัฏจักรชวี ติ ของกบและเขียนแผนผังความคิดลงในสมดุ แล้วนำส่งครูตรวจ
2. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า นักเรียนสามารถนำความรู้เกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของกบไปใช้เพื่อ

รกั ษาวฏั จักรชวี ติ ของกบ

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์
ประเมนิ ผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K)
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ทักษะ/กระบวนการ (P)
2. บรรยายลกั ษณะของสง่ิ มชี ีวิตแตล่ ะ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลักษณะนสิ ยั (A)
กลมุ่ ได้ ประเมนิ

1.เปรียบเทียบความเหมือน ความ 1.ใบงานที่ 2.5 วัฏจักร 70% ขน้ึ ไป ถือวา่

แตกตา่ งของลกั ษณะต่างๆ ของสิง่ มชี ีวิต ชีวติ ของกบ ผา่ นเกณฑ์การ

แต่ละกลมุ่ ได้ ประเมิน

1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถือว่า
รับผดิ ชอบต่องานทสี่ ัง่ และส่งงานได้ทัน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทีก่ ำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ ม่ันในการทำงาน

7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
2. แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
3. วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานท่ี 2.5 วัฏจกั รชวี ติ ของกบ
5. บัตรภาพ

7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรยี น
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)

ใบงานที่ 2.5
เรอื่ ง วฏั จกั รชีวิตของกบ

คำชี้แจง ใหว้ าดแผนภาพวฏั จกั รชวี ติ ของกบพรอ้ มเขยี นระยะของการเจรญิ เตบิ โตทงั้ 3 ระยะ

ใบงานท่ี 2.5 เฉลย
เร่อื ง วัฏจักรชีวิตของกบ

คำชี้แจง ใหว้ าดแผนภาพวฏั จกั รชวี ติ ของกบพรอ้ มเขยี นระยะของการเจรญิ เตบิ โตทงั้ 3 ระยะ

กบ ตวั เตม็ วยั จะหายใจทางปอดและผวิ หนังดว้ ย

หางกจ็ ะหดหายไปกบเป็นสตั วส์ เี่ ทา้ สะเทนิ น้า
สะเทนิ บก ดารงชวี ติ ไดท้ งั้ บนบกและในน้าตนี กบ
จะแบนมหี นงั ตดิ เป็นพดื กระโดดไดไ้ กล วา่ ยน้า

ดาน้าไดเ้ รว็ หน้าแลง้ กบจะอย่แู ต่ในรู

ไขก่ บ มลี กั ษณะเป็นวงกลม และจะมขี องเหลว

ใสๆหอ่ หุม้ อยซู่ งึ่ จะเป็นเกราะป้องกนั ภยั อยา่ งดี
สาหรบั ไขข่ องกบและชว่ ยรกั ษาความรอ้ นไวเ้ พอื่
ช่วยในการฟักตวั อกี ด้วย

ลกู ออ๊ ด มรี ปู ร่างโดยทวั่ ไปคลา้ ยปลา มหี าง ไมม่ ี

ขา หายใจดว้ ยเหงอื กสว่ นหวั มขี นาดโตมาก ซงึ่
ลูกออ๊ ดของกบแต่ละวงศก์ ม็ รี ปู ร่างและลกั ษณะ
แตกตา่ งออกไปหายใจทางเหงอื กระยะเวลาทจี่ ะ

เป็นลกู กบ 7-10 สปั ดาห์

สปั ดาห์ที่ 15

โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……1……/………... ช่อื ผูส้ อน ….…………………………………………...

กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 อากาศและชีวิตของสัตว์ เรอื่ ง วฏั จักรของสตั ว์ออกลูกเป็นไข่ (วัฏจกั รผเี สื้อ)

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสิง่ มชี ีวิต หน่วยพ้นื ฐานของสิง่ มชี วี ติ การลำเลยี งสารผ่านเซลล์ความสมั พันธ์ของ

โครงสร้าง และหนา้ ท่ีของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษยท์ ่ีทำงานสมั พันธก์ นั ความสมั พันธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี อง
อวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ที ำงานสัมพนั ธก์ ันรวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้ีวดั ท่ี ป.3/3 สรา้ งแบบจำลองทีบ่ รรยายวฏั จักรชีวติ ของสตั ว์ และเปรยี บเทียบวัฏจกั รชวี ติ ของสัตว์บางชนิด
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติทเี่ กดิ ขึ้นสว่ นใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครื่องมอื ท่ีมอี ยใู่ นช่วงเวลานัน้ ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี ังคม และ สง่ิ แวดล้อม มคี วามเกีย่ วข้องสมั พนั ธก์ ัน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ผีเสอ้ื มกี ารเจริญเตบิ โตแบบโฮโลเมตาโบลสั (holometabolous) คอื การเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปรา่ งแบบ

สมบรู ณ์ (complete metamorphosis) แบง่ เป็น 4 ระยะดว้ ยกัน

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายวฏั จกั รผีเสอื้ ได้ (K)
2. สามารถบอกวัฏจักรผีเส้อื ได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่งมั่นในการทำงาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่

สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก เมื่อลูก พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไปได้อีก

หมุน เวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์

แตล่ ะชนดิ เชน่ ผีเสอื้ กบ ไกม่ นษุ ยจ์ ะมีวฏั จักรชวี ติ

ที่เฉพาะ และแตกต่างกัน

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ข้นั นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูตัง้ ประเด็นคำถามถามนกั เรียน เพ่อื ประเมนิ ความรู้เดิม เช่น
- วฏั จกั รชวี ิตของสตั ว์แบง่ เปน็ ก่ีประเภท
- เกณฑ์ทใี่ ชใ้ นการจำแนกประเภท
- สตั ว์ชนดิ ใดบา้ งทอี่ อกลูกเป็นไข่
- สตั วช์ นิดใดที่ออกลูกเป็นไข่ 4 ระยะ
2. วฏั จักรชวี ิตของผีเสอื้ มกี ร่ี ะยะแต่ละระยะเป็นอยา่ งไร

คาบที่ 2
ขั้นสอน

ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. สมาชิกกล่มุ เดิม ร่วมกันศึกษาความรูเ้ ร่อื ง วัฏจักรชีวิตของผีเส้อื จากหนงั สือเรียนหรอื บทเรียนคอมพิวเตอร์ Smart

L.O. LMS Lite แลว้ บนั ทกึ ความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอา่ น

ขน้ั อธิบายความรู้
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด
2. สมาชิกแต่ละคนในกลมุ่ นำความรเู้ รอื่ ง วัฏจักรชวี ติ ของผีเสือ้ มาตอบคำถามในแบบฝึกหดั
3. เมอื่ สมาชกิ แต่ละคนทำเสร็จแลว้ ใหแ้ ลกเปลยี่ นใบงานกับสมาชิกคนอื่นๆ ในกลมุ่ และช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้เกยี่ วกบั เรื่อง วฏั จกั รชวี ิตของผเี สื้อ
2. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

ขัน้ ตรวจสอบผล
1. มาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง วัฏจักรชีวิตของผีเสื้อและเขียนแผนผังความคิดลงในสมุด แล้วนำส่งครู

ตรวจ
2. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า นักเรียนสามารถนำความรู้เกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของผีเสื้อไปใช้เพ่ือ

รกั ษาวัฏจักรชวี ิตของผเี สือ้

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์
ประเมินผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ขึน้ ไป ถือว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. บรรยายลักษณะของสิง่ มีชีวติ แตล่ ะ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A)
กล่มุ ได้ ประเมนิ

1.เปรียบเทยี บความเหมือน ความ 1.ใบงานที่ 2.6 วฏั จักร 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า

แตกตา่ งของลกั ษณะต่างๆ ของสง่ิ มีชีวิต ชีวิตของผีเสอื้ ผ่านเกณฑ์การ

แตล่ ะกลมุ่ ได้ ประเมนิ

1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่งั และสง่ งานไดท้ นั พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทกี่ ำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
2. แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์
3. วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
4. ใบงานท่ี 2.6 วฏั จักรชีวติ ของผเี สอื้
5. บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)

ใบงานที่ 2.6
เรื่อง วัฏจกั รชีวิตของผเี สื้อ

คำชี้แจง ใหว้ าดแผนภาพวฏั จกั รชวี ติ ของผเี สอ้ื พรอ้ มเขยี นระยะของการเจรญิ เตบิ โตทงั้ 4 ระยะ

ใบงานท่ี 2.6 เฉลย
เรอ่ื ง วฏั จักรชีวติ ของผเี ส้ือ

คำชี้แจง ใหว้ าดแผนภาพวฏั จกั รชวี ติ ของผเี สอ้ื พรอ้ มเขยี นระยะของการเจรญิ เตบิ โตทงั้ 4 ระยะ

ตวั เตม็ วยั

คอื ผเี ส้อื ทมี่ สี สี รรสวยงาม เรมิ่ ตน้ นบั ตงั้ เเต่
ออกจากดกั เเด้ โดย ผเี ส้อื ใชข้ าดนั เปลอื ก

ดกั เเดใ้ หป้ รเิ เตกออก

ดกั เเด้ ไข่

เมอื่ ตวั หนอนโตเตม็ ทจี่ ะตอ้ ง ผเี ส้อื จะวางไวท้ พี่ ชื อาหาร อาจวางเดยี่ วๆ
มองหาสงิ่ ทที่ จี่ ะลอกคราบ หรอื เป็นกลุ่ม หรอื บางชนิดวางไวใ้ กลก้ บั
เพอื่ เขา้ ดกั เเด้ ซงึ่ จะไม่ พชื อาหาร ซงึ่ ไข่ ของผเี สอ้ื ใชเ้ วลาโดย
สามารถเคลอื่ นไหวไดเ้ เต่ เฉลยี่ ประมาณ 3-5 วนั จงึ ฟักเป็นตวั หนอน
ภาย ในเปลอื กดกั เเด้ การ
ตวั หนอน
พฒั นา ต่างๆ เกดิ ข้นึ
ตลอดเวลา หลงั จากตวั หนอนฟักออกจากไขเ่ เลว้ ตวั หนอน มี
ลกั ษณะทเี่ เตกตา่ ง กนั อาหาร อย่างเเรกที่ตวั

หนอนกนิ คอื เปลอื กไขข่ องตวั เอง หลงั จากนนั้ ตวั
หนอนจงึ เรมิ่ กนิ ใบพชื

สปั ดาห์ท่ี 15

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ……1……/………... ชื่อผสู้ อน ….…………………………………………...

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 อากาศและชวี ิตของสัตว์ เรือ่ ง วัฏจกั รของสัตว์ออกลกู เปน็ ไข่ (วัฏจักรแมลงปอ)

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของสิ่งมีชีวิต หนว่ ยพ้นื ฐานของสงิ่ มีชวี ิต การลำเลียงสารผ่านเซลลค์ วามสัมพันธ์ของ

โครงสรา้ ง และหน้าที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละมนุษย์ที่ทำงานสมั พนั ธ์กัน ความสัมพันธข์ องโครงสรา้ ง และหน้าทีข่ อง
อวัยวะต่าง ๆ ของพืชทท่ี ำงานสัมพนั ธก์ ันรวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ดั ที่ ป.3/3 สร้างแบบจำลองท่ีบรรยายวัฏจกั รชวี ติ ของสตั ว์ และเปรยี บเทียบวัฏจักรชวี ติ ของสัตว์บางชนดิ
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติที่เกดิ ขึ้นส่วนใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครอื่ งมือ ที่มีอยใู่ นชว่ งเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ สิ่งแวดล้อม มีความเกยี่ วข้องสัมพันธ์กัน
ตัวช้วี ัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
แมลงปอ คือ แมลงที่มตี วั ออ่ นอาศยั อยู่ในนำ้ ตัวเตม็ วยั มีชวี ติ อย่บู นบกมีปีกบนิ ได้ แมลงปอมีการเจรญิ เตบิ โตแบบ

เปน็ ขั้นตอนประเภทไม่สมบรู ณ์แบบ คือ มีระยะไข่ ตวั อ่อน และตัวเตม็ วยั ไม่มีระยะดกั แด้

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายวัฏจกั รวัฏจกั รแมลงปอได้ (K)
2. สามารถบอกวัฏจักรวฏั จกั รแมลงปอได้ (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รียนรูแ้ ละมงุ่ ม่นั ในการทำงาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น

สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก เมื่อลูก พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไปได้อีก

หมุน เวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์

แตล่ ะชนิด เช่น ผีเสอ้ื กบ ไก่มนษุ ยจ์ ะมวี ัฏจักรชีวติ

ท่เี ฉพาะ และแตกตา่ งกนั

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 3

ขัน้ นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครเู ปดิ คลิปวีดโี อเกี่ยวกบั การดำรงชวี ิตและวัฏจักรของแมลงปอ
2. ครตู ัง้ คำถามจากคลิป เชน่ แมลงปอเกิดลูกเป็นไข่หรือตวั และในวฏั จกั รของแมลงปอมีกรี่ ะยะ
3. นกั เรยี นร่วมกันตอบคำถามแสดงความคดิ เหน็ เป็นรายบคุ คล

คาบที่ 4
ขั้นสอน

ขั้นสำรวจค้นหา
1. สมาชิกกลมุ่ เดิม ร่วมกันศึกษาความรู้เรอ่ื ง วฏั จักรชวี ิตของวัฏจักรแมลงปอจากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรียนคอมพวิ เตอร์
Smart L.O. LMS Lite แลว้ บนั ทกึ ความรู้ทไ่ี ด้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอา่ น

ขัน้ อธิบายความรู้
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
2. สมาชกิ แตล่ ะคนในกล่มุ นำความร้เู รอ่ื ง วฏั จักรชีวติ ของวฏั จักรแมลงปอมาตอบคำถามในใบงาน
3. เม่ือสมาชิกแต่ละคนทำเสร็จแลว้ ให้แลกเปลี่ยนใบงานกบั สมาชิกคนอ่ืนๆ ในกลุ่ม และชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง

ข้ันขยายความเข้าใจ
1. นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปความร้เู กี่ยวกับเรื่อง วฏั จกั รชวี ิตของแมลงปอ
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

ขั้นตรวจสอบผล
1. มาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั สรุปความรเู้ รื่อง วฏั จักรชวี ิตของวัฏจกั รแมลงปอและเขียนแผนผงั ความคิดลงในสมุด แล้วนำส่ง

ครูตรวจ
2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเหน็ ว่า นักเรียนสามารถนำความรเู้ กีย่ วกับวัฏจักรชีวติ ของวัฏจักรแมลงปอไปใช้

เพ่ือรกั ษาวฏั จกั รชวี ิตของวฏั จักรแมลงปอ
3. ครูส่มุ ถามนักเรยี นและให้เสนอแผนผงั วฏั จักรของแมลงปอ
4. ครูสรปุ เก่ียวกบั วฏั จักรแมลงปอและวัฏจักรอ่ืนๆทีค่ ลา้ ยๆกนั
5. ครูอธิบายประโยชนแ์ ละความสำคญั ของแมลงปอ

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์
ประเมินผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. บรรยายลักษณะของสงิ่ มชี ีวิตแตล่ ะ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสยั (A)
กลมุ่ ได้ ประเมิน

1.เปรียบเทยี บความเหมือน ความ 1.ใบงานท่ี 2.7 วฏั จักร 70% ขึน้ ไป ถือวา่

แตกต่างของลกั ษณะต่างๆ ของส่ิงมชี ีวติ ชีวิตของแมลงปอ ผา่ นเกณฑ์การ

แตล่ ะกลมุ่ ได้ ประเมนิ

1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
รับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ง่ั และสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทกี่ ำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นในการทำงาน

7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 อากาศและชีวิตของสัตว์
2. แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์
3. วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4. ใบงานท่ี 2.7 วัฏจกั รชวี ติ ของแมลงปอ
5. บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมดุ
3. อนิ เทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)

ใบงานที่ 2.7
เร่อื ง วฏั จักรชีวติ ของแมลงปอ
คำชี้แจง ใหว้ าดแผนภาพวฏั จกั รชวี ติ ของแมลงปอพรอ้ มเขยี นระยะของการเจรญิ เตบิ โต

ระยะท่ี 1
ระยะที่ 2
ระยะท่ี 3

ใบงานที่ 2.7 เฉลย
เรอ่ื ง วัฏจกั รชีวติ ของแมลงปอ

คำชี้แจง ใหว้ าดแผนภาพวฏั จกั รชวี ติ ของแมลงปอพรอ้ มเขยี นระยะของการเจรญิ เตบิ โต

แมลงปอจะผสมพนั ธกุ์ นั บนบก เมอื่ ตวั เมยี วางไข่ ตวั เมยี จะใชอ้ วยั วะส่วนทอ้ งแหยล่ งไปในน้า แลว้ วางไขต่ ดิ กบั พชื น้า เมอื่ ฟักเป็นตวั จะมลี กั ษณะ
แตกต่างไปจากตวั เตม็ วยั คอื ไม่มปี ีก อาศยั อยใู่ นน้า จบั สตั วน์ ้าเลก็ ๆ กนิ เป็นอาหาร เราเรยี กกนั ว่า ตวั โมง่ จะอยใู่ นน้าราว 1 ปี จงึ คลานข้นึ มา
บนบก แลว้ ลอกคราบออกกลายเป็นตวั เตม็ วยั ออกบนิ หากนิ และผสมพนั ธตุ์ อ่ ไป วงจรชวี ติ ของแมลงปอ แมลงปอมกั จะรวมกนั เป็นฝงู อย่บู รเิ วณทมี่ ี
แหล่งน้า สระน้า บงึ ปกตแิ มลงปอทโี่ ตเตม็ ทจี่ ะมชี วี ติ อย่ไู ดน้ าน 30 – 45 วนั ในช่วงก่อนฤดูหนาว แมลงปอจะจบั คผู่ สมพนั ธกุ์ นั ตอ่ มาแมลงปอตวั
เมยี จะวางไขล่ งในน้า หรอื ตดิ กบั ตน้ พชื น้า จะวางไขค่ รงั้ ละประมาณ 400 – 600 ใบ ไขใ่ ชเ้ วลาประมาณ 3 – 7 วนั ในการฟักเป็นตวั อ่อนตวั อ่อนจะ
ใชช้ วี ติ อยใู่ นน้าและลอกคราบไปเรอื่ ย ๆ โดยจะลอกคราบประมาณ 9 ครงั้ ใชเ้ วลา 2 – 3 เดอื น จงึ ลอกคราบครงั้ สดุ ทา้ ย แต่บางชนดิ ใชเ้ วลาประมาณ
12 เดอื น จงึ ลอกคราบครงั้ สุดทา้ ย โดยคลานขน้ึ มาพน้ น้า ตามกงิ่ ไม้ ตน้ ไม้ เพอื่ ลอกคราบเป็นตวั เตม็ วยั ต่อไป.

(ขน้ึ กบั ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

สปั ดาหท์ ี่ 16

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……1..…/………... ชอื่ ผู้สอน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์ เรื่อง วฎั จกั รชวี ติ ของสตั วอ์ อกลูกเปน็ ตัว

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องสิ่งมีชีวติ หน่วยพืน้ ฐานของสงิ่ มีชีวติ การลำเลยี งสารผ่านเซลลค์ วามสมั พนั ธ์ของ

โครงสร้าง และหน้าที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ี่ทำงานสัมพันธก์ นั ความสมั พันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ทีข่ อง
อวยั วะต่าง ๆ ของพชื ทีท่ ำงานสัมพนั ธ์กนั รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวช้วี ดั ที่ ป.3/3 สร้างแบบจำลองท่บี รรยายวฏั จักรชวี ติ ของสตั ว์ และเปรยี บเทียบวฏั จกั รชวี ิตของสัตว์บางชนิด
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ญั หา รู้วา่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ เ่ี กดิ ข้ึนสว่ นใหญม่ ีรปู แบบทแี่ น่นอนสามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และเคร่ืองมือ
ท่มี อี ยู่ในช่วงเวลาน้ันๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่งิ แวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพนั ธ์กัน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เม่อื สัตวต์ ัวเมยี ต้งั ท้องแลว้ จะออกลูกเป็นตัว (ตวั อ่อน) จากนัน้ จะพัฒนาต่อไปเป็นตัวเตม็ วยั

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของวฎั จักรชีวติ ของสัตว์ออกลูกเป็นตัวได้ (K)
2. สามารถบอกวฎั จกั รชีวิตของสัตวอ์ อกลูกเป็นตัวได้ (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รยี นร้แู ละมงุ่ มั่นในการทำงาน (A)

4. สาระกรเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

สตั วเ์ มื่อเป็นตวั เต็มวยั จะสืบพันธม์ุ ีลกู เมื่อลูก
เจรญิ เติบโตเปน็ ตวั เต็มวัยกส็ ืบพนั ธมุ์ ลี ูกต่อไปได้อกี
หมนุ เวยี นตอ่ เน่ืองเป็นวัฏจกั รชีวติ ของสัตว์ ซ่งึ สตั ว์
แตล่ ะชนิด เชน่ ผีเสื้อ กบ ไก่มนษุ ยจ์ ะมวี ัฏจักรชวี ติ
ทีเ่ ฉพาะ และแตกต่างกนั

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 1

ข้นั นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูถามนักเรียนวา่ สตั วช์ นิดใดบ้างท่ีออกลกู เปน็ ตัว
2. ครเู ปิดคลปิ วีดีโอเกี่ยวกับวัฎจักรชวี ติ ของสัตว์ออกลูกเปน็ ตัว
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

ขัน้ สอน คาบที่ 2

ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครูใหน้ กั เรียนสบื คน้ ข้อมูลจากหนังสือและอนิ เทอร์เนต็
2. ครอู ธบิ ายว่า สัตว์เล้ียงลูกดว้ ยนม เชน่ คน แมว วัว โลมา เปน็ ต้น เมอื่ สัตว์ตวั เมียตงั้ ท้องแล้วจะออกลูกเปน็ ตัว

(ตวั อ่อน) จากนัน้ จะพัฒนาต่อไปเปน็ ตวั เต็มวัย

ข้นั อธบิ ายความรู้
1. ครมู นษุ ยส์ ามารถนำความรูเ้ กีย่ วกับวฏั จักรของชวี ติ ของสตั วม์ าใช้ประโยชน์ได้มากมาย ท้ังด้านเกษตร ด้าน

อุตสาหกรรม และด้านการดูแลรักษาส่ิงแวดลอ้ ม

ข้ันขยายความเข้าใจ
1. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมเกีย่ วกบั วัฏจักรของสัตวท์ ่อี อกลกู เป็นตัว
2. ครูอธิบายเกย่ี วกับพะยูนซึ่งเปน็ สัตว์เลย้ี งลูกด้วยนมทีอ่ อกลูกเป็นตัว
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

ข้ันตรวจสอบผล

1. ครตู รวจคำตอบพร้อมอธบิ ายขอ้ สงสัยต่างๆจากแบบฝึกหัดทา้ ยบท
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปผล
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ขึน้ ไป ถือวา่
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสิ่งมีชีวิตแต่ละ ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
กล่มุ ได้ ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 70% ข้นึ ไป ถือวา่
1.เปรยี บเทียบความเหมือน ความ 1.แบบฝึกหดั ท้ายบท ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลักษณะนิสยั (A) แตกตา่ งของลักษณะต่างๆ ของส่งิ มชี วี ติ ประเมนิ
แต่ละกลมุ่ ได้
70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์การ
รับผิดชอบต่องานที่ส่งั และสง่ งานได้ทนั พฤติกรรม ประเมิน
ตามท่ีกำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มัน่ ในการทำงาน

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
2. แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
3. วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4. บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรยี น
2. ห้องสมดุ
3. อินเทอร์เนต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 16

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……1..…/………... ชือ่ ผู้สอน ….…………………………………………...

กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์ เรือ่ ง วฎั จักรชีวิตของสตั ว์เล้ยี งลกู ด้วยนม

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสง่ิ มีชวี ติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสิ่งมชี วี ิต การลำเลยี งสารผ่านเซลล์ความสัมพันธข์ อง

โครงสร้าง และหนา้ ที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษยท์ ่ีทำงานสมั พันธก์ ัน ความสมั พันธ์ของโครงสร้าง และหน้าทข่ี อง
อวัยวะต่าง ๆ ของพืชทีท่ ำงานสมั พันธก์ ันรวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวช้วี ัดที่ ป.3/3 สรา้ งแบบจำลองที่บรรยายวฏั จกั รชวี ติ ของสัตว์ และเปรียบเทยี บวัฏจักรชวี ิตของสัตว์บางชนดิ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้วา่
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดขนึ้ สว่ นใหญม่ ีรูปแบบท่ีแน่นอนสามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเคร่ืองมือ
ท่ีมอี ยู่ในช่วงเวลาน้ันๆ เขา้ ใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ สง่ิ แวดล้อม มีความเก่ียวข้องสัมพันธก์ ัน
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เมอื่ สัตวต์ วั เมยี ต้ังทอ้ งแลว้ จะออกลูกเป็นตวั (ตัวอ่อน) จากนั้นจะพัฒนาต่อไปเป็นตวั เตม็ วยั

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของวัฎจักรชวี ิตของสัตว์เลย้ี งลูกดว้ ยนมได้ (K)
2. สามารถบอกวัฎจักรชวี ิตของสัตว์เลยี้ งลูกด้วยนมได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝ่เรียนรู้และมุ่งม่นั ในการทำงาน (A)

4. สาระกรเรียนรู้ สาระการเรียนร้ทู อ้ งถน่ิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

สัตวเ์ มื่อเปน็ ตวั เตม็ วยั จะสืบพันธุม์ ีลกู เมื่อลูก
เจริญเตบิ โตเป็นตัวเตม็ วยั กส็ ืบพนั ธุ์มีลูกต่อไปได้อีก
หมนุ เวยี นต่อเนอ่ื งเป็นวัฏจกั รชวี ิตของสัตว์ ซ่ึงสัตว์
แต่ละชนดิ เช่น ผเี สือ้ กบ ไก่มนุษยจ์ ะมวี ัฏจักรชีวิต
ทเี่ ฉพาะ และแตกต่างกัน

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขนั้ นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูถามนักเรยี นว่า สัตว์ชนดิ ใดบ้างที่เลยี้ งลกู ด้วยนม
2. ครเู ปดิ คลปิ วีดีโอเก่ยี วกบั วัฎจกั รชีวิตของสตั ว์เลี้ยงลกู ดว้ ยนม
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

ขน้ั สอน คาบท่ี 4

ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. ครูใหน้ กั เรยี นสบื ค้นข้อมลู จากหนงั สอื และอินเทอรเ์ นต็
2. ครอู ธิบายวา่ สตั ว์เลี้ยงลกู ดว้ ยนม เช่น คน แมว ววั โลมา เป็นต้น เม่ือสัตวต์ วั เมยี ตง้ั ท้องแล้วจะออกลูกเป็นตัว

(ตัวออ่ น) จากน้นั จะพัฒนาต่อไปเปน็ ตวั เต็มวัย

ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครมู นุษยส์ ามารถนำความรูเ้ ก่ียวกบั วัฏจกั รของชีวิตของสตั วม์ าใชป้ ระโยชนไ์ ด้มากมาย ท้งั ดา้ นเกษตร ด้าน

อตุ สาหกรรม และดา้ นการดูแลรกั ษาสง่ิ แวดล้อม

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั วัฏจกั รของสัตว์ทีอ่ อกลกู เป็นตัว
2. ครอู ธิบายเกีย่ วกบั พะยนู ซ่ึงเปน็ สัตว์เลี้ยงลกู ดว้ ยนมท่อี อกลูกเปน็ ตวั
3. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

ขัน้ ตรวจสอบผล

1. ครูตรวจคำตอบพร้อมอธิบายขอ้ สงสัยต่างๆจากแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ผล
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด

6. การวัดและประเมินผล

การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ความร้คู วามเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลกั ษณะของส่ิงมชี ีวติ แตล่ ะ ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
กลุ่มได้ ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
1.เปรียบเทียบความเหมือน ความ 1.แบบฝึกหัดทา้ ยบท ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสัย (A) แตกตา่ งของลักษณะต่างๆ ของสิง่ มีชีวิต ประเมิน
แตล่ ะกลุม่ ได้
70% ขึ้นไป ถือว่า
1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์การ
รบั ผดิ ชอบต่องานทสี่ ั่งและส่งงานได้ทนั พฤติกรรม ประเมนิ
ตามท่กี ำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการทำงาน

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 อากาศและชีวิตของสัตว์
3. วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4. บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอร์เนต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 17

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์ เรอ่ื ง สิ่งมีชีวติ ที่เคยมอี ยูแ่ ละสญู พนั ธไ์ุ ปแลว้

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม วิวัฒนาการของ
ส่ิงมชี วี ติ ความหลาก หลายทางชวี ภาพ การใชเ้ ทคโนโลยี ชวี ภาพที่มผี ลกระทบต่อมนุษยแ์ ละส่ิงแวดล้อม มีกระบวนการสืบ
เสาะหาความรแู้ ละจติ วทิ ยาศาสตร์ ส่อื สารสงิ่ ทเี่ รยี นรู้ และนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตัวช้ีวดั ท่ี ป. 3/4 สบื คน้ ข้อมูลและอภิปรายเก่ียวกบั สิ่งมีชวี ติ บางชนดิ ที่สูญพนั ธ์ไุ ปแลว้ และทดี่ ำรงพันธ์ุมาจนถึง
ปจั จุบนั

มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหารูว้ ่า
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทีเ่ กดิ ขึ้นสว่ นใหญ่มีรูปแบบ ที่แนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและเคร่ืองมือ
ท่มี อี ยู่ในช่วงเวลาน้นั ๆ เขา้ ใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สงิ่ แวดล้อม มีความเกีย่ วข้องสัมพนั ธ์กนั

ตัวชว้ี ัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
สง่ิ มีชวี ิตทไี่ มส่ ามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลย่ี นแปลงไปได้ก็จะสูญพันธไ์ุ ปในที่สดุ

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายสงิ่ มชี วี ติ ท่ยี ังมีชวี ิตอยู่และทีส่ ูญพันธไุ์ ปแล้วได้ (K)
2. ระบสุ ่งิ มชี วี ิตทย่ี งั มชี ีวติ อยู่และท่ีสูญพนั ธ์ไุ ปแล้วได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝ่เรียนรู้และมุ่งม่นั ในการทำงาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่ิน

สงิ่ มชี วี ติ ทีไ่ ม่สามารถปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับสภาพแวดล้อมท่ี พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

เปลยี่ นแปลงไปได้กจ็ ะสญู พนั ธไ์ุ ปในทสี่ ุด

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบที่ 1

ข้ันนำ

ขนั้ กระตุ้นความสนใจ

1. ครนู ำภาพสัตว์ มาให้นักเรียนดู แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกันตอบคำถาม ดงั นี้
- สัตว์ในภาพท่ี 1 และภาพที่ 2 เปน็ สัตว์ชนิดใด
- นักเรยี นเคยพบเห็นสัตว์ชนิดใด และไม่เคยพบเหน็ สตั ว์ชนิดใด
- สตั ว์ในภาพใดท่เี รายงั พบเหน็ ได้ในปจั จบุ นั

2. ครอู ธิบายใหน้ ักเรียนฟังว่า ส่ิงมชี ีวิตตา่ งๆ บนโลก บางชนดิ ไดส้ ญู พันธุ์ไปแลว้ เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวให้เข้า
กับสภาพแวดลอ้ มทีเ่ ปล่ยี นแปลงได้ แต่ส่งิ มีชีวิตทสี่ ามารถปรับตัวไดก้ ็จะสามารถดำรงเผ่าพันธมุ์ าจนถงึ ปัจจุบนั ได้

3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ถ้าไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ไดโนเสาร์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
หรือไม่ เพราะอะไร (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียนโดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

ขัน้ สอน คาบที่ 2

ข้ันสำรวจคน้ หา
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลาง

ค่อนขา้ งออ่ น และออ่ น
2. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง สิ่งมีชีวิตที่เคยมีอยู่และสูญพันธุ์ไปแล้ว จากหนังสือเรียนหรือบทเรียน

คอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite
3. ครูให้สมาชกิ แต่ละกลุ่มดภู าพสัตว์ในใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง สตั ว์ท่ียงั มีชีวิตอยู่และสญู พันธุ์ไปแล้ว แล้วสืบค้นข้อมูลจาก

หอ้ งสมดุ วา่ สัตวช์ นดิ ใดทย่ี ังไม่สูญพันธ์ุและสตั ว์ชนิดใด ท่สี ูญพันธ์ุไปแลว้ และบันทึกลงในใบงาน

ข้นั อธบิ ายความรู้

1. นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกันอภิปรายและสรปุ ผลจากการทำกจิ กรรมภายในกลมุ่
2. ให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลงานของกลุ่มหน้าช้นั เรียน โดยครสู ุ่มจบั สลากเลือกนักเรียนทีละ

กลุ่ม

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )

ขัน้ ขยายความเข้าใจ

1. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้เกี่ยวกับลักษณะภายนอกทีเ่ หมือนกนั และแตกต่างกนั ของพชื แต่ละชนิด
2. ครสู รุปเพมิ่ เตมิ ใหน้ ักเรียนฟงั ว่า พืชแต่ละชนิดจะมีลักษณะภายนอกทแ่ี ตกต่างกัน แต่ถา้ เป็นพืชชนดิ เดียวกนั ก็
จะมีลักษณะภายนอกทป่ี รากฏคลา้ ยคลงึ กนั
3. นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ ส้มเขียนหวานกับมะนาวเป็นพืชชนดิ เดียวกนั หรอื ไม่ และมีลกั ษณะ
ภายนอกใดบา้ งทค่ี ลา้ ยคลึงกัน

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียนโดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)

ขั้นตรวจสอบผล

1. ครใู ห้นักเรยี นสรุปความร้จู ากการเรียนจนได้ขอ้ สรปุ ร่วมกนั วา่ สง่ิ มชี วี ิตที่ไม่สามารถปรับตัวใหเ้ ขา้ กบั
สภาพแวดล้อมที่เปลีย่ นแปลงไปได้ก็จะสญู พันธุ์ไปในทีส่ ุด

2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครปู ระเมินผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล พฤตกิ รรม

การทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชน้ั เรียน
4. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนูตอบได้ในสมดุ หรือในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์
5. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ่ี 1 ใน ใบงาน เร่อื ง สตั ว์ท่ียังมชี ีวติ อยู่และสญู พันธุไ์ ปแล้ว

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถือวา่
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ผ่านเกณฑ์การ
2. บรรยายลกั ษณะของสิง่ มีชีวติ แต่ละ ความคดิ ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
กลุม่ ได้ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
1.เปรยี บเทียบความเหมือน ความ 1.ใบงาน เรือ่ ง สัตวท์ ่ี

แตกตา่ งของลกั ษณะต่างๆ ของสง่ิ มชี วี ิต ยงั มชี วี ติ อย่แู ละสูญ

แต่ละกลุม่ ได้ พันธุ์ไปแล้ว

คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถอื วา่
รับผดิ ชอบต่องานท่สี ั่งและส่งงานไดท้ ัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามท่กี ำหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มั่นในการทำงาน

7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์
2. แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
3. วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4. ใบงาน เรือ่ ง สตั วท์ ย่ี ังมีชวี ติ อยู่และสูญพนั ธ์ไุ ปแล้ว
5. บตั รภาพ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องเรยี น
2. หอ้ งสมดุ
3. อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

ใบงาน
เร่อื ง สัตว์ทย่ี ังมีชีวติ อยู่และสูญพนั ธ์ุไปแลว้

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นดภู าพ แลว้ สบื คน้ ข้อมลู ว่า สตั วช์ นดิ ใดที่ยังไมส่ ญู พนั ธุ์ และสตั ว์ชนดิ ใดทส่ี ญู พนั ธุ์ไปแล้ว
1. 2.

สตั วช์ นิดนี้ คอื  สญู พนั ธไ์ุ ปแลว้ สัตวช์ นิดนี้ คือ  สูญพันธไ์ุ ปแลว้
 ยงั ไมส่ ญู พันธ์ุ  ยงั ไมส่ ูญพนั ธุ์

3. 4.

สตั ว์ชนิดนี้ คือ  สญู พันธไุ์ ปแล้ว สตั วช์ นิดน้ี คอื  สูญพนั ธไ์ุ ปแล้ว
 ยงั ไมส่ ญู พนั ธุ์  ยังไมส่ ูญพันธ์ุ

5. 6.

สตั วช์ นิดน้ี คือ  สูญพนั ธไุ์ ปแลว้ สตั ว์ชนิดนี้ คอื  สญู พันธไุ์ ปแล้ว
 ยงั ไมส่ ูญพนั ธุ์  ยงั ไมส่ ูญพันธ์ุ

ใบงานท่ี 2.1 เฉลย
เรอ่ื ง สตั ว์ที่ยังมีชีวิตอยู่และสูญพนั ธ์ไุ ปแลว้

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนดภู าพ แล้วสบื คน้ ขอ้ มลู วา่ สัตว์ชนิดใดทย่ี งั ไมส่ ูญพันธ์ุ และสตั วช์ นดิ ใดท่สี ญู พันธไุ์ ปแล้ว
1. 2.

สัตว์ชนดิ น้ี คอื หมขี ัว้ โลก สตั ว์ชนิดน้ี คือ ตัวน่ิม
✓ ยังไมส่ ญู พนั ธุ์
✓ ยงั ไมส่ ูญพนั ธ์ุ  สูญพนั ธไ์ุ ปแล้ว  สูญพันธไุ์ ปแล้ว

3. 4.

สัตว์ชนดิ นี้ คือ ไดโนเสาร์ สตั วช์ นดิ นี้ คอื โลมา
✓ ยังไมส่ ูญพันธ์ุ
 ยังไมส่ ญู พันธุ์ ✓ สญู พันธไุ์ ปแลว้  สญู พันธไุ์ ปแล้ว
6.
5.

สตั วช์ นดิ นี้ คอื กระซู่  สญู พนั ธไุ์ ปแล้ว สตั ว์ชนิดนี้ คือ ยรี าฟ  สญู พนั ธไุ์ ปแล้ว
✓ ยังไมส่ ญู พันธุ์ ✓ ยังไมส่ ญู พนั ธุ์


Click to View FlipBook Version