The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 1-63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-06-07 05:15:17

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 1-63

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 1-63

สัปดาหท์ ี่ 17

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชอ่ื ผสู้ อน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ิตของสัตว์ เร่อื ง ปัจจัยที่ทำให้สง่ิ มีชีวิต สญู พันธห์ุ รือใกล้สญู พนั ธ์ุ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม ววิ ฒั นาการของ

สงิ่ มชี วี ติ ความหลาก หลายทางชีวภาพ การใชเ้ ทคโนโลยี ชีวภาพทม่ี ผี ลกระทบต่อมนุษยแ์ ละส่งิ แวดลอ้ ม มีกระบวนการสบื
เสาะหาความรูแ้ ละจิตวิทยาศาสตร์ สอ่ื สารส่งิ ที่เรยี นรู้ และนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชี้วัดท่ี ป. 3/4 สืบค้นข้อมลู และอภิปรายเกย่ี วกับสงิ่ มีชวี ติ บางชนดิ ทสี่ ญู พนั ธุ์ไปแล้วและท่ดี ำรงพันธม์ุ าจนถงึ
ปจั จบุ นั

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่เี กดิ ขึน้ สว่ นใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและ
เคร่อื งมือ ท่ีมอี ยู่ในช่วงเวลาน้ันๆ เขา้ ใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่ิงแวดล้อม มคี วามเก่ียวข้องสมั พันธก์ ัน

ตัวชี้วัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ภัยธรรมชาติ โครงสร้างทางร่างกาย การกระทำของมนุษย์ และลกั ษณะที่อยู่อาศยั เปน็ ปัจจยั สำคญั ท่ีทำใหส้ งิ่ มชี วี ิต

สูญพันธุห์ รือใกล้สูญพนั ธ์ุ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายปจั จยั ทที่ ำให้สง่ิ มชี ีวติ สูญพันธุ์หรือใกล้สญู พันธไุ์ ด้ (K)
2. ระบุสงิ่ มีชีวิตสูญพนั ธุ์หรือใกลส้ ญู พนั ธุไ์ ด้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรยี นรแู้ ละม่งุ ม่นั ในการทำงาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ

สิ่งมีชวี ิตท่ีไม่สามารถปรบั ตัวให้เขา้ กับสภาพแวดล้อมท่ี พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

เปล่ียนแปลงไปได้กจ็ ะสญู พนั ธ์ุไปในท่ีสุด

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขั้นนำ

ขั้นกระตุ้นความสนใจ

1. ครูเปดิ สารคดเี กยี่ วกบั ไดโนเสาร์ ใหน้ กั เรยี นดู แล้วถามนกั เรยี นวา่ นักเรียนทราบได้อย่างไรว่า ไดโนเสารเ์ คยมชี ีวติ
อยูบ่ นโลกนี้

2. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ จากคำตอบของนักเรียนวา่ เราสามารถศึกษาสิ่งมีชวี ติ ท่สี ญู พันธ์ไุ ปแล้วไดโ้ ดยดูจากหลกั ฐาน
ต่างๆ เชน่ ซากฟอสซิลของไดเสาร์ ภาพวาด หรือภาพถ่าย เปน็ ต้น

คาบท่ี 4
ขั้นสอน

ขนั้ สำรวจคน้ หา
นกั เรียนแตล่ ะคนวาดภาพสัตว์ท่ีตนเองร้จู ัก 1 ชนิด (ยกเวน้ ช้าง) แลว้ เขียนอธบิ ายลักษณะภายนอกของสัตว์ชนิดนั้นลง

ในใบงาน เรอ่ื ง ลักษณะภายนอกของสตั ว์

ข้นั อธิบายความรู้
1. ครถู ามนักเรียนวา่ เพราะเหตุใด ส่ิงมีชีวติ บางชนดิ จงึ สญู พนั ธ์ุ
2. สมาชกิ กลมุ่ เดิม รว่ มกนั ศึกษาความรู้เรือ่ ง ปัจจัยที่ทำใหส้ ิ่งมชี ีวติ สญู พันธห์ุ รอื ใกลส้ ูญพนั ธุ์ จากหนงั สอื เรยี นหรือ

บทเรยี นคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite โดยแบง่ หนา้ ที่กนั ดงั น้ี
- คนที่ 1 ศึกษาความรู้เร่ือง ภัยธรรมชาติ
- คนท่ี 2 ศึกษาความรู้เร่ือง โครงสรา้ งทางร่างกาย
- คนท่ี 3 ศกึ ษาความรู้เร่ือง การกระทำของมนุษย์
- คนท่ี 4 ศึกษาความรเู้ ร่ือง ลักษณะท่ีอยอู่ าศยั

แล้วบันทึกความรูท้ ่ีไดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทึกการอ่าน
3. สมาชิกแต่ละคนอธบิ ายความรตู้ ามหัวขอ้ ทีไ่ ด้ศึกษามาให้สมาชิกคนอ่ืนๆ ในกลุ่มฟัง ทีละคนแบบเลา่ เร่ืองรอบวง และ

ผลดั กนั ซกั ถามข้อสงสัยจนเกิดความเขา้ ใจท่ตี รงกนั
4. นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิด การกระทำของมนุษย์ เป็นปจั จยั หน่งึ ท่ที ำให้สงิ่ มีชีวิตสูญพนั ธ์ุหรือใกลส้ ูญพันธ์ไุ ด้

อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผสู้ อน)
5. สมาชกิ แต่ละคนสบื ค้นขอ้ มูลเกีย่ วกบั ส่ิงมชี ีวิตทสี่ ูญพันธไุ์ ปแล้ว คนละ 1 ชนิด แล้วอธิบายปจั จัยทที่ ำให้สิ่งมชี วี ิต

ชนดิ นั้นสูญพันธ์ุ บนั ทกึ ลงในใบงาน เร่ือง ปัจจยั ทีท่ ำให้สงิ่ มชี ีวิตสญู พันธ์ุ

ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ

1. ครูให้สมาชกิ แตล่ ะคนกลบั กลุ่มเดมิ แล้วผลัดกันเล่าคำตอบใน ใบงานของตนเองใหส้ มาชิกในกลมุ่ ฟงั เพื่อ
แลกเปลย่ี นความรคู้ วามเขา้ ใจกนั ภายในกล่มุ

2. ตัวแทนนกั เรียนเก็บรวบรวมใบงาน ตดิ ป้ายนเิ ทศ หน้าช้นั เรยี น
3. นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ความรเู้ กยี่ วกับปจั จยั สำคัญที่ทำใหส้ ่งิ มีชีวติ สญู พันธหุ์ รอื ใกลส้ ูญพนั ธ์ุ

ข้ันตรวจสอบผล

1. ครูให้นักเรียนสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ภัยธรรมชาติ โครงสร้างทางร่างกาย การกระทำ
ของมนษุ ย์ และลักษณะที่อยอู่ าศยั เปน็ ปัจจยั สำคญั ทที่ ำใหส้ ง่ิ มีชีวิตสญู พันธ์หุ รือใกล้สูญพนั ธ์ุ
2. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนกั เรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าชน้ั เรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนตู อบได้ในสมดุ หรอื ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
5. ครตู รวจสอบผลนักเรยี นจากการทำใบงานที่ เรือ่ ง ปัจจยั ทท่ี ำให้ส่งิ มชี ีวิตสูญพนั ธ์ุ

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์
ประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K)
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P)
2. บรรยายลักษณะของส่งิ มีชีวิตแต่ละ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ

กลุ่มได้ ประเมิน

1.เปรียบเทยี บความเหมือน ความ 1.ใบงานที่ เร่ือง ปจั จัย 70% ข้นึ ไป ถือวา่

แตกต่างของลกั ษณะต่างๆ ของสิ่งมชี วี ิต ทีท่ ำใหส้ ่ิงมีชวี ิตสญู ผา่ นเกณฑ์การ

แต่ละกลุม่ ได้ พันธ์ุ ประเมิน

คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
รับผิดชอบต่องานท่สี ่ังและสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามท่กี ำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการทำงาน

7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
3. วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงาน เรื่อง ปจั จัย ทที่ ำให้ส่ิงมีชีวติ สญู พันธ์ุ
5. บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งเรยี น
2. ห้องสมุด
3. อนิ เทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

ใบงาน
เรื่อง ปัจจยั ที่ทำให้ส่ิงมีชีวิตสูญพันธ์ุ
คำชแี้ จง ให้นักเรียนสืบคน้ ข้อมลู เก่ยี วกับสิง่ มีชีวติ ทส่ี ญู พนั ธ์ไุ ปแล้ว มา 1 ชนดิ ตดิ ภาพพร้อมบันทึกข้อมลู

(ติดภาพ)

1. สิง่ มีชีวิตที่สูญพนั ธ์ไุ ปแล้ว คือ
2. ลักษณะรูปรา่ ง
3. อาหาร
4. ทอ่ี ยู่อาศัย
5. ปัจจัยท่ีทำใหส้ ิง่ มีชีวิตสญู พันธ์ุ คอื

ใบงานท่ี เฉลย
เรอ่ื ง ปัจจยั ที่ทำให้สง่ิ มชี ีวิตสญู พนั ธุ์

คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนสบื ค้นข้อมลู เกีย่ วกบั สง่ิ มชี วี ิตทส่ี ญู พันธ์ุไปแล้ว มา 1 ชนดิ ติดภาพพร้อมบนั ทึกข้อมลู

1. สิ่งมชี วี ิตที่สูญพนั ธุ์ไปแลว้ คอื ไทแรนโนซอรสั (Tyrannosaurus)
2. ลกั ษณะรูปร่าง เดินสองขา มกี ะโหลกศรี ษะทใี่ หญ่ เพ่อื สรา้ งความสมดลุ จึงมหี างทีม่ นี ้ำหนักมาก มีขาหลังทใ่ี หญ่

และทรงพลัง แตม่ ีขาหนา้ ขนาดเล็ก

3. อาหาร กินซากสตั ว์ และเนือ้ สตั วเ์ ปน็ อาหาร

4. ท่ีอยูอ่ าศยั มถี นิ่ อาศัยตลอดทว่ั ตะวันตกเฉยี งเหนอื ของทวปี อเมริกา ประมาณ 68-65 ล้านปมี าแล้ว

5. ปัจจัยทีท่ ำให้สง่ิ มชี ีวติ สญู พนั ธุ์ คอื เกิดจากภยั ธรรมชาตหิ รอื การเปลีย่ นแปลงทางธรรมชาติ เช่น เกดิ แผน่ ดนิ ไหวภเู ขา
ไฟปะทุ เปน็ ตน้

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)

สปั ดาหท์ ี่ 18

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชือ่ ผ้สู อน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 2 คาบ
1ห.นม่วาตยรกฐาานรกเรารียเนรยี รนู้ทรู/้ี่ ต2ัวชอวี้ ดัากาศและชีวิตของสตั ว์ เรอ่ื ง การปรับตวั ช่ัวคราวของส่ิงมีชวี ติ

มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของ
สง่ิ มชี วี ิตความหลาก หลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยี ชวี ภาพทม่ี ีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดลอ้ ม มีกระบวนการสบื
เสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์ สือ่ สารสิ่งท่เี รียนรู้ และนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 3/4 สืบคน้ ข้อมลู และอภิปรายเก่ียวกบั สงิ่ มีชวี ติ บางชนดิ ทส่ี ูญพนั ธ์ุไปแล้วและทีด่ ำรงพันธม์ุ าจนถงึ
ปจั จบุ ัน

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติทีเ่ กดิ ขน้ึ ส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ที่แนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและ
เคร่ืองมอื ที่มีอยูใ่ นชว่ งเวลานั้นๆ เข้าใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

ตัวช้วี ัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การปรับตวั ชว่ั คราว เป็นการเปลี่ยนแปลงรปู รา่ งลกั ษณะภายนอกของสิง่ มชี วี ิตในช่วงเวลาสัน้ ๆ และสามารถเปล่ยี น

กลับมาเป็นลักษณะเดมิ ได้

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายการปรับตัวช่ัวคราวของสงิ่ มีชวี ิตได้ (K)
2. เปรยี บเทียบการปรับตวั ชวั่ คราวของส่งิ มชี ีวติ ได้ (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรู้และมุง่ ม่นั ในการทำงาน (A)

4. สาระกรเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ

สิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

เปลี่ยนแปลงไปได้จะสามารถอยู่รอดและดำรงพันธุ์

ต่อไป

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ขนั้ นำ

ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ

1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ยี วกับปัจจัยทีท่ ำให้สง่ิ มีชีวิตสญู พันธุ์ แลว้ ถามนักเรียนว่า เพราะเหตุใด ส่งิ มชี วี ติ บางชนดิ จงึ
สามารถดำรงพันธุอ์ ยูจ่ นถึงปัจจุบันได้

2. ครูอธิบายใหน้ ักเรียนฟังวา่ สง่ิ มีชีวิตทส่ี ามารถอยูร่ อดมาไดจ้ ะมีการปรับตวั ให้เหมาะสมกบั สภาพแวดล้อม เพื่อการอยู่
รอด ซ่งึ แบง่ ออกเปน็ 2 ลักษณะ คือ การปรบั ตวั ชัว่ คราว และ การปรบั ตัวถาวร

ขนั้ สอน

ขัน้ สำรวจค้นหา
1. นักเรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) ร่วมกันศึกษาความรูเ้ ร่ือง การปรับตวั ช่ัวคราว จากหนังสือเรยี นหรอื

บทเรียนคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite
2. ครูเขียนตัวอยา่ งการปรับตัวของสงิ่ มีชีวติ ต่างๆ บนกระดาน ดังนี้
- การหุบใบของไมยราบ
- การเปลย่ี นสีลำตัวของจิ้งจก
- การขดตวั เปน็ วงกลมของกงิ้ กอื
- การหดหวั และเทา้ เขา้ ในกระดองของเตา่

คาบท่ี 2

ข้นั สอน

ข้นั สำรวจค้นหา
1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันอภิปรายตวั อย่างการปรบั ตัวของสง่ิ มีชวี ิตวา่ มปี ระโยชน์อย่างไร และลักษณะการปรับตวั

เปน็ อย่างไร
2. ครูสุ่มนักเรียนคนใดคนหนึ่งในกลุ่มอธิบายประโยชน์และลักษณะการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตที่ครูยกตัวอย่าง กลุ่มละ

1 ตวั อยา่ ง หน้าชนั้ เรยี นให้สมาชิกกลุ่มอืน่ ฟัง และอธบิ ายเพม่ิ เติมในสว่ นท่ีสงสยั
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั ทำใบงานที่ เรื่อง การปรบั ตัวชว่ั คราวของสง่ิ มชี ีวติ เปน็ การบ้าน เสรจ็ แล้วนำส่งครูตรวจ

ขั้นอธบิ ายความรู้
1. ครคู ัดเลือก 2-3ใบงาน เพ่ือให้นักเรยี นนำเสนอ ใบงาน เรื่อง การปรบั ตัวชว่ั คราวของสิง่ มชี วี ติ
2. เพอื่ นคนอนื่ ๆ ช่วยกนั เปรียบเทยี บการปรับตวั ชวั่ คราวของสงิ่ มีชีวติ ที่เพอ่ื นนำเสนอแตกต่างกันอยา่ งไร
3. ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งและเสนอแนะเพมิ่ เติมในสว่ นท่ีบกพร่อง

ขน้ั ขยายความเข้าใจ

1. ศกึ ษาความรเู้ รื่อง ลักษณะภายนอกของสง่ิ มชี ีวิต จากหนงั สือเรยี น
2. นักเรียนทง้ั หอ้ งร่วมกันสรปุ ความรูเ้ รื่อง การปรบั ตัวช่ัวคราวของสงิ่ มีชวี ติ ครตู รวจสอบความถูกต้อง
3. ครูสรุปเพม่ิ เติมในส่วนท่ีบกพร่องเพ่ือให้นักเรียนเกิดความเข้าใจท่ีตรงกัน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูให้นกั เรียนสรปุ ความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปรว่ มกันว่า การปรับตัวชั่วคราว เป็นการเปลีย่ นแปลงรปู รา่ ง
ลักษณะภายนอกของสง่ิ มีชวี ติ ในช่วงเวลาสัน้ ๆ และสามารถเปล่ียนกลับมาเปน็ ลกั ษณะเดิมได้
2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล พฤตกิ รรมการ
ทำงานกลมุ่ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าช้ันเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ในสมุด หรือในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์
5. ครตู รวจสอบผลนกั เรยี นจากการทำใบงานที่ เร่ือง การปรบั ตวั ชวั่ คราวของสง่ิ มีชวี ติ

6. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การ
การวัดและประเมินผล ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ข้ึนไป ถอื วา่
ความรู้ความเข้าใจ (K) ผา่ นเกณฑ์การ
2. บรรยายลักษณะของสง่ิ มชี ีวิตแต่ละ ความคิด ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
กลุ่มได้ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
1.เปรียบเทยี บความเหมือน ความ 1.ใบงานที่ เร่อื ง การ

แตกตา่ งของลกั ษณะต่างๆ ของสง่ิ มชี วี ติ ปรบั ตัวชัว่ คราวของ

แต่ละกลมุ่ ได้ สิง่ มีชวี ติ

คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
รับผิดชอบต่องานท่ีสงั่ และสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทกี่ ำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการม่งุ มน่ั ในการทำงาน

7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์
2. แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์
3. วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานที่ เรอ่ื ง การปรบั ตวั ชั่วคราวของส่ิงมชี ีวิต

7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งเรยี น
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

ใบงาน
เรื่อง การปรับตัวชว่ั คราวของสง่ิ มชี ีวติ

คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนตดิ ภาพการปรับตัวช่วั คราวของส่งิ มชี วี ิต แลว้ บนั ทึกข้อมูล

(ติดภาพ) 1. การปรบั ตัวชั่วคราวของสิง่ มีชีวิต คอื
สาเหตุของการปรับตวั คือ

ประโยชน์ของการปรับตัว คอื

(ตดิ ภาพ) 2. การปรับตัวชั่วคราวของสิง่ มีชีวิต คือ
สาเหตุของการปรบั ตวั คือ

ประโยชน์ของการปรบั ตัว คอื

ใบงาน เฉลย
เรอ่ื ง การปรับตัวช่วั คราวของสิง่ มีชีวิต

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นติดภาพการปรับตัวชว่ั คราวของสง่ิ มีชวี ิต แลว้ บันทกึ ข้อมลู

1. การปรบั ตวั ชัว่ คราวของสิ่งมชี ีวิต คอื
การขดตัวเป็นวงกลมของกง้ิ กอื
สาเหตขุ องการปรับตัว คือ
มศี ตั รเู ขา้ มาทำรา้ ย

ประโยชน์ของการปรับตวั คอื
ทำใหร้ อดพน้ จากศัตรู

(ติดภาพ) 2. การปรับตัวชั่วคราวของสง่ิ มชี ีวติ คือ
สาเหตุของการปรับตวั คือ
ประโยชนข์ องการปรบั ตวั คอื

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน)

สัปดาหท์ ี่ 18

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชอื่ ผู้สอน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
1.หมนาต่วรยฐกานากราเรรเยีรียนนรรทูู้้/ต่ี ัว2ช้ีวอัดากาศและชีวิตของสตั ว์ เรอ่ื ง การปรบั ตัวถาวรของพืช

มาตรฐานท่ี ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม ววิ ฒั นาการของ
สงิ่ มชี ีวิตความหลาก หลายทางชวี ภาพ การใชเ้ ทคโนโลยี ชีวภาพท่ีมีผลกระทบต่อมนุษย์และสิง่ แวดลอ้ ม มีกระบวนการสบื
เสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สอ่ื สารสิง่ ท่ีเรยี นรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชีว้ ดั ที่ ป. 3/4 สืบค้นข้อมูลและอภปิ รายเกีย่ วกบั สิ่งมีชีวติ บางชนิดทสี่ ูญพนั ธ์ุไปแล้วและทด่ี ำรงพันธ์มุ าจนถึง
ปัจจุบนั

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเี่ กิดขน้ึ สว่ นใหญ่มรี ูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและ
เคร่อื งมอื ที่มอี ย่ใู นช่วงเวลานัน้ ๆ เขา้ ใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ สงิ่ แวดล้อม มีความเก่ียวข้องสัมพนั ธ์กัน

ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พชื แตล่ ะชนิดจะมกี ารปรับตัวให้เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มแตกตา่ งกนั

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายการปรับตวั ถาวรของพืชได้ (K)
2. สามารถส่อื สารและนำความรเู้ ร่ืองการปรบั ตัวถาวรของพืชไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรูแ้ ละมุ่งมั่นในการทำงาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่ิน

สิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมท่ี พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

เปลี่ยนแปลงไปได้จะสามารถอยู่รอดและดำรงพันธุ์

ต่อไป

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 3
ขนั้ นำ

ขั้นกระต้นุ ความสนใจ
1. ครนู ำตน้ ถัว่ และต้นผักบุ้ง มาใหน้ กั เรยี นดูแล้วถามนกั เรียนวา่ ถา้ นำต้นถวั่ และต้นผักบงุ้ ไปลอยน้ำ นักเรียนคดิ วา่
พืชต้นใดจะสามารถลอยน้ำได้ เพราะอะไร
2. ครูเชอ่ื มโยงคำตอบของนักเรยี นเกย่ี วกบั ลักษณะท่ีแตกตา่ งกนั ของพืชบกและพืชนำ้

ข้ันสอน

ข้นั สำรวจค้นหา
1. ครแู จง้ ให้นกั เรียนทราบวา่ ครูจะให้นกั เรียนกลุม่ เดิม ช่วยกนั ทำการทดลองเพ่ืออธิบายวา่ พชื น้ำมกี ารปรับตวั ให้
เหมาะสมต่อการดำรงชีวติ อย่างไร
2. ครอู ธบิ ายข้ันตอนการทดลองและให้แตล่ ะกลุม่ จดั เตรียมอุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการทดลองใหพ้ ร้อม

คาบท่ี 4

ขน้ั สอน

ขนั้ สำรวจค้นหา
สมาชกิ แต่ละกลุ่มทำการทดลองตามขั้นตอนท่กี ำหนด แล้วบันทึกผลการทดลองลงในใบงานท่ี เรอื่ ง การปรับตวั ถาวร

ของพชื

ขน้ั อธิบายความรู้
1. สมาชกิ แตล่ ะกลุม่ นำเสนอผลการทดลองในใบงานท่ี เร่อื ง การปรบั ตวั ถาวรของพชื หนา้ ชน้ั เรียน
2. สมาชกิ กลมุ่ อน่ื นำผลการทดลองในใบงานของเพ่ือนกลุม่ ท่ีนำเสนอมาเปรียบเทียบกับกล่มุ ตนเอง แล้วแสดงความ

คดิ เหน็ เพ่ิมเติมในสว่ นที่แตกต่าง
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ ผักตบชวา ผักกระเฉด หรือผกั บงุ้ มีการปรับตวั อย่างไร เพ่ือให้มีชีวิตอยู่รอด

ไดใ้ นน้ำ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพินิจของครูผสู้ อน)

ขัน้ ขยายความเข้าใจ

1. สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ รว่ มกันศึกษาความรูเ้ รอื่ ง การปรบั ตวั ถาวรของพืช จากหนงั สือเรียนหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์
Smart L.O. LMS Lite
2. สมาชิกแต่ละกลุ่มนำความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการศึกษาและผลการทดลองมาสรุปวา่ พืชแตล่ ะชนดิ มีการปรบั ตัวให้เหมาะสม
ต่อการดำรงชวี ิตอยา่ งไรบ้าง

ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูใหน้ กั เรียนสรุปความรจู้ ากการเรยี นจนได้ขอ้ สรุปร่วมกนั ว่า พืชแตล่ ะชนิดจะมีการปรับตัวใหเ้ ขา้ กับ
สภาพแวดล้อมแตกตา่ งกนั
2. ครู ตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทำงานกลุม่ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนูตอบได้ในสมุด หรอื ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์
5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการทำใบงาน เร่ือง การปรบั ตวั ถาวรของพชื

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสิ่งมีชีวติ แต่ละ ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
กล่มุ ได้ ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.เปรยี บเทียบความเหมือน ความ 1.ใบงานที่ เร่ือง การ 70% ขึน้ ไป ถือว่า
แตกต่างของลักษณะต่างๆ ของส่ิงมชี วี ติ ปรบั ตัวถาวรของพืช ผา่ นเกณฑ์การ
แต่ละกลุ่มได้ ประเมนิ

คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถือวา่
รับผดิ ชอบตอ่ งานทส่ี ง่ั และสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามที่กำหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมัน่ ในการทำงาน

7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

7.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์
2. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
3. วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4. ใบงาน เรือ่ ง การปรับตวั ถาวรของพืช

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียน
2. ห้องสมุด
3. อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผูส้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)

ใบงานท่ี
เรอื่ ง การปรับตัวถาวรของพืช

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนทำการทดลองตามขนั้ ตอนที่กำหนด แลว้ บนั ทึกข้อมูล
 อุปกรณ์
1. ผักบงุ้ หรือผักกระเฉด 1 ต้น
2. ตน้ ถ่ัวหรือพชื บกชนิดอื่นๆ 1 ตน้
3. ตูเ้ ลยี้ งปลาหรือกะละมัง 1 ใบ
 วิธีทำ
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั สังเกตลกั ษณะของต้นผกั บงุ้ และตน้ ถ่ัววา่ มลี กั ษณะแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
แลว้ บนั ทกึ ผล
2. เติมน้ำลงในภาชนะทีเ่ ตรยี มไว้ประมาณ 3 ใน 4 ของความจุภาชนะ
3. นำต้นผักบุ้งลงไปแช่ในน้ำ ใช้มือกดตน้ ผกั บุ้งใหจ้ มนำ้ แล้วปลอ่ ยมอื จากนน้ั สังเกตและบันทกึ ผล
4. ทำการทดลองซำ้ ข้อ 3 โดยเปล่ียนจากตน้ ผักบุง้ เปน็ ต้นถวั่ สงั เกตและบนั ทกึ ผล
ชอ่ื ผกั ลกั ษณะ
1. ผักบงุ้
2. ถ่ัว

 บนั ทกึ ผลการทดลอง
นำตน้ ผักบงุ้ ลงไปแชใ่ นน้ำ ใช้มอื กดต้นผักบงุ้ ใหจ้ มน้ำ แล้วปลอ่ ยมอื

นำต้นถว่ั ลงไปแช่ในน้ำ ใช้มือกดตน้ ถว่ั ใหจ้ มนำ้ แลว้ ปล่อยมือ

 สรปุ ผลการทดลอง

ใบงานที่ เฉลย
เรื่อง การปรับตัวถาวรของพืช

คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นทำการทดลองตามข้นั ตอนที่กำหนด แลว้ บนั ทึกข้อมลู

 อปุ กรณ์
1. ผกั บงุ้ หรือผักกระเฉด 1 ตน้
2. ต้นถ่ัวหรอื พชื บกชนดิ อ่ืนๆ 1 ตน้
3. ตู้เลย้ี งปลาหรอื กะละมัง 1 ใบ

 วิธีทำ
1. นักเรียนแต่ละกลุม่ ชว่ ยกนั สังเกตลักษณะของตน้ ผักบุ้งและต้นถ่วั ว่ามลี กั ษณะแตกต่างกนั อย่างไร
แลว้ บนั ทกึ ผล
2. เติมนำ้ ลงในภาชนะท่เี ตรยี มไว้ประมาณ 3 ใน 4 ของความจุภาชนะ
3. นำต้นผกั บุ้งลงไปแชใ่ นนำ้ ใช้มือกดตน้ ผกั บงุ้ ใหจ้ มนำ้ แล้วปลอ่ ยมอื จากน้นั สังเกตและบันทึกผล
4. ทำการทดลองซ้ำข้อ 3 โดยเปล่ยี นจากต้นผักบุ้งเปน็ ตน้ ถ่ัว สงั เกตและบนั ทกึ ผล

ช่อื ผัก ลักษณะ
1. ผกั บงุ้
2. ถ่ัว

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู ้สู อน)
 บนั ทกึ ผลการทดลอง

นำต้นผกั บงุ้ ลงไปแช่ในน้ำ ใช้มอื กดต้นผักบุ้งใหจ้ มนำ้ แลว้ ปล่อยมอื ต้นผักบุ้งจะลอย

นำต้นถว่ั ลงไปแชใ่ นน้ำ ใช้มือกดตน้ ถว่ั ให้จมน้ำ แล้วปลอ่ ยมือ ตน้ ถวั่ จะจมน้ำ

 สรปุ ผลการทดลอง
พชื บกและพชื น้ำจะมลี กั ษณะแตกตา่ งกนั โดยพืชน้ำบางชนิดจะมีทุน่ หรือมีลำตน้ กลวงเพ่ือชว่ ยพยุงลำต้น

ใหล้ อยอยูบ่ นผวิ น้ำได้

สัปดาห์ท่ี 19

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชอื่ ผู้สอน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน1.่วมยาตกราฐราเนรกยี านรเรรยีู้ทนี่ ร2ู/้ ตัวอชาีว้ กดั าศและชีวิตของสตั ว์ เร่ือง การปรบั ตัวถาวรของสตั ว์

มาตรฐานที่ ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม ววิ ฒั นาการของ
สงิ่ มีชวี ิตความหลาก หลายทางชวี ภาพ การใช้เทคโนโลยี ชวี ภาพทมี่ ผี ลกระทบต่อมนุษยแ์ ละสง่ิ แวดลอ้ ม มีกระบวนการสบื
เสาะหาความรู้และจติ วทิ ยาศาสตร์ สอ่ื สารสิ่งทเ่ี รียนรู้ และนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตวั ชวี้ ัดท่ี ป. 3/4 สบื ค้นข้อมลู และอภิปรายเกี่ยวกับส่ิงมีชีวิตบางชนิดที่สญู พันธุไ์ ปแล้วและทดี่ ำรงพันธ์ุมาจนถึง
ปจั จุบัน

มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเี่ กิดข้นึ สว่ นใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและ
เครื่องมือ ที่มอี ย่ใู นช่วงเวลาน้ันๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเก่ยี วข้องสัมพันธ์กัน

ตวั ชว้ี ัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
สัตว์แต่ละชนิดจะมีการปรับตัวทางดา้ นรูปร่าง ทางดา้ นโครงสร้าง และทางดา้ นพฤติกรรม เพอ่ื ใหส้ ามารถอย่รู อดและ

ดำรงพันธต์ุ อ่ ไป

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายการปรบั ตวั ถาวรของสัตว์ได้ (K)
2. สามารถส่อื สารและนำความรเู้ ร่ืองการปรับตัวถาวรของสัตว์ไปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝ่เรยี นรู้และมุง่ มั่นในการทำงาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน

สิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมท่ี พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

เปลี่ยนแปลงไปได้จะสามารถอยู่รอดและดำรงพันธุ์

ต่อไป

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 1
ขน้ั นำ

ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครนู ำภาพสนุ ขั พนั ธุไ์ ทยและสุนัขพนั ธต์ุ ่างประเทศ มาให้นักเรียนดู แล้วถามนกั เรียนว่า เพราะเหตุใด สนุ ขั พนั ธุ์

ไทยกับสุนัขพันธ์ตุ ่างประเทศ จึงมลี กั ษณะแตกตา่ งกัน
2. ครูเฉลยคำตอบโดยเชอื่ มโยงเปน็ การปรบั ตัวทางด้านโครงสรา้ ง จากนั้นครใู ห้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นวา่

นอกจากดา้ นโครงสร้างแล้ว สตั วย์ ังมกี ารปรบั ตัวทางด้านใดอกี บ้าง เพื่อใหส้ ามารถดำรงพันธ์อุ ยู่ได้
3. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ เพราะเหตุใด นักเรยี นจงึ ไม่เห็นตั๊กแตนใบไม้ทเ่ี กาะอยบู่ นก่งิ ไม้

(แนวตอบ : เพราะต๊ักแตนใบไม้มีการปรบั ตวั ถาวรด้วยการพรางตัวใหอ้ ยู่รอดและเข้ากบั ส่ิงแวดลอ้ มได้)

ขัน้ สอน

ขน้ั สำรวจค้นหา
1. สมาชกิ กล่มุ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) ร่วมกันวางแผนเพ่ือศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การปรบั ตัวถาวรของสตั ว์

จากหนงั สอื เรียนหรือบทเรยี นคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite ตามหัวข้อทกี่ ำหนด ดงั น้ี
1) การปรับตัวทางดา้ นรูปร่าง
2) การปรบั ตัวทางด้านโครงสรา้ ง
3) การปรับตวั ทางดา้ นพฤตกิ รรม

2. สมาชิกแตล่ ะกลุม่ แบ่งหน้าทีใ่ นการศึกษาความรู้ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนตามความเหมาะสม

ขัน้ สอน คาบที่ 2

ขั้นสำรวจค้นหา

1. สมาชกิ แตล่ ะคนร่วมกันอภิปรายความรทู้ ี่ได้จากการศกึ ษาภายในกลมุ่ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเข้าใจที่ตรงกนั
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด การท่ปี ีกของผเี สอ้ื มลี วดลายท่แี ตกต่างกัน จดั เป็นการปรับตัวในดา้ นใด
จงอธบิ าย (แนวตอบ : การปรบั ตวั ทางด้านรปู ร่าง เพื่อให้เหมาะสมกบั ส่งิ แวดลอ้ มท่ีอาศยั อย)ู่
3. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ทำใบงานท่ี เรื่อง การปรับตัวถาวรของสัตว์
4. ครูให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอใบงานที่ หนา้ ชน้ั เรียน ครแู ละเพ่ือนกล่มุ อืน่ ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ขน้ั อธิบายความรู้

1. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้เรื่อง การปรบั ตวั ถาวรของสัตว์ ในลกั ษณะตา่ งๆ ครูเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนท่ีบกพรอ่ ง
2. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมรวบยอดที่ 1.4 จากแบบวัดฯ เป็นการบ้าน
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่อง การปรับตัวทางด้านพฤติกรรมของสัตว์ มา
อธบิ ายคำเปรียบเปรยในสภุ าษิตคำพงั เพยว่า กบจำศีลได้อย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
4. ครแู ละเพื่อนกลุ่มท่ไี มไ่ ด้นำเสนอช่วยกนั วจิ ารณค์ ำตอบและแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เติมในสว่ นที่บกพรอ่ ง

ขนั้ ขยายความเข้าใจ

1. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรเู้ กี่ยวกบั การปรบั ตวั ถาวรของสตั ว์ ในลักษณะตา่ งๆ ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
2. ครสู รปุ เพม่ิ เตมิ ในสว่ นทีบ่ กพรอ่ งเพ่ือใหน้ ักเรยี นเกิดความเข้าใจท่ีตรงกัน

ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูให้นักเรียนสรปุ ความร้จู ากการเรียนจนได้ขอ้ สรปุ ร่วมกันวา่ สัตว์แต่ละชนดิ จะมกี ารปรับตวั ทางด้านรปู ร่าง
ทางด้านโครงสรา้ ง และทางด้านพฤติกรรม เพ่ือให้สามารถอยู่รอดและดำรงพนั ธ์ตุ ่อไป
2. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทำงานกล่มุ และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าชั้นเรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ในสมดุ หรอื ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการทำใบงาน เรอ่ื ง การปรับตัวถาวรของสตั ว

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของส่งิ มีชีวติ แตล่ ะ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
กลุ่มได้ ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.เปรยี บเทยี บความเหมือน ความ 1.ใบงานที่ เร่อื ง การ 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
แตกต่างของลกั ษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวติ ปรบั ตัวถาวรของสัตว์ ผ่านเกณฑ์การ
แต่ละกล่มุ ได้ ประเมิน

คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่สั่งและสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามทีก่ ำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมั่นในการทำงาน

7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว
2. แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 อากาศและชีวิตของสัตว์
3. วัสดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4. ใบงานท่ี เรอื่ ง การปรับตวั ถาวรของสัตว์

7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมดุ
3. อินเทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

ใบงานท่ี
เรือ่ ง การปรับตัวถาวรของสัตว์

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตดิ ภาพสัตว์ที่มีการปรับตวั ถาวร (ไมซ่ ำ้ กบั บทเรียน) และเขียนอธบิ ายสาเหตขุ องการปรบั ตวั

กำรปรบั ตวั ทำงดำ้ นรปู รำ่ ง

(ตดิ ภาพ)

 สัตว์ชนดิ น้ี คือ

สาเหตุของการปรบั ตัว คือ

กำรปรบั ตวั ทำงดำ้ นโครงสรำ้ ง

((ติดภาพ)

 สตั วช์ นดิ นี้ คือ
สาเหตุของการปรับตัว คือ

กำรปรบั ตวั ทำงด้ำนพฤติกรรม

(ติดภาพ)

 สตั ว์ชนดิ น้ี คอื
สาเหตขุ องการปรับตัว คือ

ใบงานท่ี เฉลย
เร่อื ง การปรับตัวถาวรของสัตว์

คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นตดิ ภาพสัตวท์ ่ีมีการปรับตัวถาวร (ไมซ่ ้ำกบั บทเรียน) และเขยี นอธิบายสาเหตุของการปรบั ตัว

กำรปรบั ตวั ทำงดำ้ นรปู รำ่ ง

 สัตว์ชนดิ น้ี คือ
ปลา

สาเหตขุ องการปรบั ตัว คือ
เพ่ือให้สามารถวา่ ยนำ้ ได้รวดเร็วขนึ้

กำรปรบั ตวั ทำงด้ำนโครงสรำ้ ง

(ตดิ ภาพ)

 สัตวช์ นดิ น้ี คอื
สาเหตขุ องการปรับตัว คือ

กำรปรบั ตวั ทำงดำ้ นพฤติกรรม

(ติดภาพ)

 สตั ว์ชนิดน้ี คือ
สาเหตขุ องการปรับตวั คือ

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)

สปั ดาห์ท่ี 19

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชอ่ื ผู้สอน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน1.ว่ มยาตกราฐราเนรกียานรเรรยี้ทู น่ี ร2้/ู ตอัวาชก้วี ดัาศและชีวติ ของสตั ว์ เรอ่ื ง ประโยชน์จากวฏั จักรของสัตว์

มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา้ ใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม วิวฒั นาการของ
ส่งิ มีชวี ิตความหลาก หลายทางชีวภาพ การใชเ้ ทคโนโลยี ชวี ภาพทม่ี ีผลกระทบต่อมนุษย์และสงิ่ แวดลอ้ ม มีกระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้และจิตวทิ ยาศาสตร์ สอ่ื สารส่งิ ท่เี รียนรู้ และนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 3/4 ตระหนักถึงคุณค่าของชวี ิตสตั ว์ โดยไม่ทำใหว้ ฏั จกั รชีวติ ของสัตวเ์ ปลยี่ นแปลง
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทเ่ี กิดขึน้ สว่ นใหญ่มีรูปแบบ ที่แน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เครอื่ งมือ ท่ีมีอยู่ในชว่ งเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่ิงแวดล้อม มคี วามเก่ยี วข้องสัมพนั ธก์ ัน
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
มนุษยค์ วรเห็นคุณค่าของชวี ิตของสัตว์ ไม่ทำลายวฏั จกั รชีวติ ของสตั ว์ เพ่ือใหว้ ัฏจกั รชวี ติ ของสตั ว์หมุนเวยี นไปเรอื่ ยๆ

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายประโยชนว์ ัฏจักรของสตั ว์ได้ (K)
2. สามารถสือ่ สารและนำความรปู้ ระโยชนว์ ัฏจกั รของสัตว์ไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝ่เรียนรแู้ ละมุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถน่ิ

สิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา

เปลี่ยนแปลงไปได้จะสามารถอยู่รอดและดำรงพันธ์ุ

ต่อไป

5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ 3

ขั้นนำ

ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครูนำภาพชาวประมงท่ีกำลังใช้อวนตาถที่ ำการประมงแลว้ ถามนักเรียนวา่ จากภาพเป็นการกระทำท่ีดีหรอื ไม่
อยา่ งไร
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด

ขน้ั สอน

ขน้ั สำรวจค้นหา
1. สมาชิกกลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1) รว่ มกันวางแผนเพ่ือศึกษาความรเู้ รือ่ ง ประโยชนจ์ ากวฏั จกั รของ

สัตว์จากหนังสือเรียนหรือบทเรียนคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite
2. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มแบง่ หนา้ ทีใ่ นการศึกษาความรู้ใหส้ มาชิก แต่ละคนตามความเหมาะสม

คาบที่ 4
ข้นั สอน

ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. สมาชิกแตล่ ะคนร่วมกันอภิปรายความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการศึกษาภายในกลมุ่ เพื่อให้เกิดความเขา้ ใจท่ีตรงกนั
2. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
3. ครูให้ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอแผนผงั ประโยชนจ์ ากวัฏจกั รของสตั ว์ หนา้ ชัน้ เรียน ครแู ละเพือ่ นกลมุ่ อ่นื ช่วยกนั

ตรวจสอบความถูกต้อง

ขนั้ อธิบายความรู้

1. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรูเ้ รื่อง ประโยชนจ์ ากวฏั จกั รของสัตวใ์ นลักษณะตา่ งๆ ครเู สนอแนะเพิ่มเตมิ ในส่วนท่ี
บกพร่อง
2. นกั เรยี นแต่ละคนทำกจิ กรรมรวบยอด เป็นการบ้าน
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่อง ประโยชน์จากวัฏจักรของสัตว์ มาปรับใช้ใน
ชวี ติ ประจำวันได้หรือไม่
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน)
4. ครแู ละเพือ่ นกลุ่มทไ่ี ม่ไดน้ ำเสนอช่วยกนั วจิ ารณ์คำตอบและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเตมิ ในส่วนท่ีบกพร่อง

ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ

1. นักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้เกี่ยวกับประโยชน์จากวัฏจักรของสัตวใ์ นลกั ษณะต่างๆ ครูตรวจสอบความถูกต้อง
2. ครสู รปุ เพม่ิ เติมในสว่ นที่บกพรอ่ งเพ่ือให้นักเรียนเกิดความเขา้ ใจที่ตรงกัน

ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนักเรียน

2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ชนั้ เรยี น
3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ในสมดุ หรอื ในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์
ครูตรวจสอบผลนักเรยี นจากการทำใบงาน เร่ือง การปรับตวั ถาวรของสตั ว์

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื วา่
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. บรรยายลักษณะของสิ่งมีชีวติ แตล่ ะ ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
กล่มุ ได้ ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.เปรียบเทียบความเหมือน ความ 1.แบบฝึกหัด 70% ขึ้นไป ถือว่า
แตกต่างของลกั ษณะต่างๆ ของส่ิงมีชีวิต ผ่านเกณฑ์การ
แต่ละกลมุ่ ได้ ประเมนิ

คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
รบั ผิดชอบต่องานทสี่ ่งั และส่งงานได้ทนั พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามท่ีกำหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มน่ั ในการทำงาน

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์
2. แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชีวิตของสัตว์
3. วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งเรียน
2. ห้องสมดุ
3. อินเทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผ้สู อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)


Click to View FlipBook Version