โครงสร้างการสอน วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563 เวลา 80 ช่วั โมง
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตราฐานการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น นา้ หนกั
/ ตวั ชี้วัด (ขว่ั โมง) (คะแนน)
1 ห และ .ม.ร.ค.น.ร. มาตรฐาน ค 1.1 เข้า - ตวั ประกอบของจานวนนับใดๆ คือ 20 15
ใจความหลากหลาย จานวนนับท่ีนามาหารจานวนนับนั้น
ของการแสดงจานวน ลงตวั
ระบ บ จา น วน กา ร - ตัวประกอบของจานวนนับใดๆ คือ
ดาเนนิ การของจานวน จานวนนับที่นามาหารจานวนนับนั้น
ผลที่เกิดข้ึนจากการ ลงตัว
ดาเนินการ สมบัติของ - การหาตัวประกอบของจานวนนับ
การดาเนินการ และ เราสามารถหาได้โดยใชค้ วามสัมพันธ์
การนาไปใช้ ระหวา่ งการคูณและการหาร
ตวั ช้วี ดั ค 4/6.ป 1.1 - ตัวประกอบของจานวนนับท่ีเป็น
ห า ห ข อ ง .ม .ร . จานวนเฉพาะ เรียกว่า ตัวประกอบ
3 จานวนนับไม่เกิน เฉพาะของจานวนนบั นัน้
จานวน - การแยกตวั ประกอบ เป็นการเขียน
ม า ต ร ฐ า น ค 1.4 จ า น ว น นั บ โ ด ย ก า ร คู ณ ข อ ง ตั ว
เข้าใจระบบจานวน ประกอบเฉพาะ
และนาสมบัติเก่ียวกับ การแยกตัวประกอบโดยการ
จานวนไปใช้ ภาพ เปน็ การเขยี นเขียนแผนจานวน
ตัวชี้วัด ค 2/6.ป 1.4 นับในรปู การคูณของตัวประกอบสอง
หา ห แ ละ .ม .ร . ตัว จนได้ตัวประกอบทุกตัวเป็น
ของจานวน .น .ร.ค จานวนเฉพาะ
นบั - จานวนนับใด ๆ สามารถเขียนใน
รปู การคูณของตวั ประกอบสองตวั ได้
- การแยกตัวประกอบโดยวิธีหาร
จานวนนับ ท่ีมา หารต้องเ ป็นตัว
ประกอบเฉพาะของตัวตั้งและหาร
ตอ่ ไปจนผลหารจานวนสุดท้ายเป็น 1
และเขยี นจำนวนนบั น้นั ในรูปการคูณ
ของตัวหารทุกจานวน
หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตราฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลาเรียน น้ า ห นั ก
/ ตวั ชีว้ ดั (ขว่ั โมง) (คะแนน)
- จานวนนับที่หารจานวนนับต้ังแต่
สองจานวนขึ้นไปได้ลงตัว เรียกว่า
ตวั หารร่วม หรือตัวประกอบร่วมของ
จานวนนบั เหล่านั้น
- ตัวหารร่วมมาก คือตัวหาร (.ม.ร.ห)
ร่วมท่ีมีค่า มากที่สุดของจานวน
การหา นับต้ังแต่สองจานวนขึ้นไป
ตัวประกอบเป็นวิธีหน่ึงในการหา
ตัวหารรว่ มมาก
- จานวนนับที่หารจานวนนับตั้งแต่
สองจานวนข้ึนไปได้ลงตัว เรียกว่า
ตัวหารรว่ ม หรือตัวประกอบร่วมของ
จานวนนบั เหล่านัน้
- หของจานวนนับต้ังแต่สอง .ม.ร.
จานวนขึ้นไป หาได้จากผลคูณของ
จานวนเฉพาะท่ีเป็นตัวประกอบร่วม
หา รร่วมของจาน วนนับหรือตัว
เ ห ล่ า นั้ น ใ น ก ร ณี ที่ จ า น ว น นั บ
เหล่าน้ันไมม่ ีตัวประกอบร่วมหรือ
ตัวหารร่วมนอกจาก .ร.จะได้ว่า ห 1
1 ของจานวนนับเหล่านน้ั คอื .ม
- ตัวคณู ร่วมของจานวนนบั ต้ังแต่สอง
จานวนขึ้นไปเป็นจานวนนับท่ีหาร
ดว้ ยจานวนเหล่าน้ันลงตวั
- ตัวคูณร่วมท่ีมีค่าน้อยท่ีสุดเรียกว่า
ตัวคูณร่วมน้อย ใช้อักษรย่อ ว่า
ค .น.ร.การหาตัวคูณเป็นวิธีหน่ึงใน
การหาตวั คูณรว่ มน้อย
- กระบวนการแก้โจทย์ปัญหา 4
ขั้นตอน คือ ทาความเข้าใจโจทย์
วางแผน ลงมือทาและตรวจสอบ
คาตอบ ใช้ในการแก้โจทย์ปัญหา
ได้ .น.ร.ค. และ .ม.ร.ห
หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตราฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลาเรียน น้ า ห นั ก
/ ตวั ช้วี ัด (ขว่ั โมง) (คะแนน)
2 เศษส่วน ม า ต ร ฐ า น ค 1.1 - การเปรียบเทยี บเศษส่วนที่มีตัวสว่ น 20 7
เ ข้ า ใ จ ถึ ง ค ว า ม เทา่ กันให้พิจารณาที่ตัวเศษถ้าตัวเศษ
หลากหลายของการ ของตัวส่วนใดมาก่อนเศษส่วนน้ันจะ
แสดงจานวนและการ มากกว่า การเปรียบเทียบเศษส่วนที่
ใช้จานวนในชวี ติ จริง มีตัวส่วนไม่เท่ากัน ใช้วิธีทาตัวส่วน
ตวั ชว้ี ดั ค 1/6.ป 1.1 ใ ห้ เ ท่ า กั น ก่ อ น แ ล้ ว จึ ง น า ม า
เปรียบเทียบและเรียน เปรียบเทียบกัน
ลาดับเศษส่วน - การเรียงลาดับเศษส่วนท่ีมีตัวส่วน
ม า ต ร ฐ า น ค 1.2 ไม่เ ท่า กัน ใช้วิธีทา เศษ ส่วนทุก
เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้น จานวนให้มีตัวส่วนเท่ากัน โดยอาจ
จากการดาเนินการ ทาให้ตัวส่วนของเศษส่วนทุกจานวน
ข อ ง จ า น ว น แ ล ะ เท่ากับ คของตัวส่วนท้ังหมด .น.ร.
ความสัมพันธ์ระหว่าง ก่อน แล้วจึงนามาเรียงลาดับกันโดย
การดาเนินการต่าง ๆ ใหพ้ จิ ารณาที่ตวั เศษ
และใช้การดาเนินการ - การบวกเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนไม่
ในการแก้ปัญหา เ ท่ า กั น จ ะ ต้ อ งท า ตั ว ส่ ว น ข อ ง
ตัวชี้วดั ค 1/6.ป 1.2 เศษส่วนทุกจานวนให้เท่ากันก่อน
บวก ลบ คูณ หา ร แล้วจึงนาเศษมาบวกกัน
และบวก ลบ คณู หาร - การบวกเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนไม่
ระคนของเศษส่วน เ ท่ า กั น จ ะ ต้ อ งท า ตั ว ส่ ว น ข อ ง
จา น ว น ค ละ แ ล ะ เศษส่วนทุกจานวนให้เท่ากันก่อน
ทศนิยม พร้อมท้ัง แ ล้ ว จึ ง น า เ ศ ษ ม า บ ว ก กั น
ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ค ว า ม กา รลบ เ ศษ ส่ วน ที่มีตัวส่วน ไม่
ส ม เ ห ตุ ส ม ผ ล ข อ ง เท่ากนั จะตอ้ งทาตัวส่วนของเศษส่วน
คาตอบ ทุกจานวนให้เท่ากันก่อน แล้วจึงนา
ตวั ช้วี ัด ค 1.1 ป/6.7 เศษมาลบกัน
หาผลลัพธ์ของการ กา รล บ จา น วน คล ะอ า จเ ขีย น
บวก ลบ คูณ หา ร จานวนคละในรูปเศษเกินก่อน แล้ว
ระคนของเศษส่วน จึงหาผลลบ
และจานวนคละ - การบวก ลบเศษส่วนระคนจะต้อง
หาคาตอบในวงเล็บกอ่ นเสมอ ถ้าเป็น
การบวก ลบเศษส่วนจะต้องทาส่วน
ทุกจานวนให้มีค่าเท่ากัน แล้วจึงนา
ตัวเศษมาบวกลบกนั
หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตราฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน น้ า ห นั ก
/ ตวั ช้วี ดั (ข่วั โมง) (คะแนน)
- การบวก ลบเศษส่วนระคนจะต้อง
หาคาตอบในวงเลบ็ ก่อนเสมอ ถา้ เป็น
การบวก ลบเศษส่วนจะต้องทาส่วน
ทุกจานวนให้มีค่าเท่ากัน แล้วจึงนา
ตัวเศษมาบวกลบกัน
- การคูณ หารเศษส่วนระคนจะต้อง
หาคาตอบในวงเล็บก่อนเสมอ การ
คูณเศษส่วนใชว้ ธิ ีทาตัวเศษคณู กับตัว
เศษ และตัวส่วนคูณกับตัวส่วน ถ้า
ตัวเศษและตัวส่วนมีตัวหารร่วม ให้
ทาตัวหารร่วมมาหารทั้งตัวเศษและ
ตัวส่วนก่อน แล้วจึงหาผลคูณ ส่วน
การหารอาจคิดได้จากการนาส่วน
กลับของเศษส่วนท่ีเปน็ ตวั หารคูณกับ
ตวั ต้งั
- การแก้โจทย์ปัญหาต้องอ่านโจทย์
ให้เขา้ ใจ รูถ้ ึงสิง่ ทีโ่ จทย์กาหนดให้ สิ่ง
ท่ีโจทย์ถาม เพื่อวิเคราะห์ว่า จะหา
คาตอบด้วยวิธีใด และเขียนเป็น
ประโยคสัญลักษณ์ แล้วจึงแสดงวิธี
ทาและหาคาตอบ
3 ทศนยิ ม ม า ต ร ฐ า น ค 1.1 - การเขียนเศษส่วนให้อยู่ในรูปของ 15 8
เ ข้ า ใ จ ถึ ง ค ว า ม ทศนิยม อาจทาได้โดยทาส่วนของ
หลากหลายของการ เศษส่วนน้ันให้เป็น 10, 100, 1,000,
แสดงจานวนและการ ... แล้วใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง
ใช้จานวนในชีวติ จรงิ ทศนิยมกับเศษส่วน เขียนเศษส่วน
ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/9 นั้นให้อยใู่ นรปู ทศนยิ ม
หาผลหารของทศนิยม การเขียนเศษส่วนให้อยู่ใน
ท่ีตัวหารและผลหาร รูปทศนิยมนั้น อาจทาได้โดย ใช้
เป็นทศนิยมไม่เกิน 3 วิธีการหารยาวระหว่างตัวเศษกับ
ตาแหนง่ ตัวสว่ นของเศษสว่ นน้นั
หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตราฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน น้ า ห นั ก
/ ตัวชี้วดั (ขั่วโมง) (คะแนน)
ม า ต ร ฐ า น ค 1 . 2 - การหารทศนิยม เป็นการแบ่ง
เข้าใจถึงผลท่ีเกิดข้ึน จานวนท่ีเป็นทศนิยมออกเป็นส่วน
จากการดาเนินการ ส่วนละเท่าๆ กันให้ได้จานวนส่วน
ข อ ง จ า น ว น แ ล ะ ตามต้องการเพื่อให้ทราบว่าแต่ละ
ความสัมพันธ์ระหว่าง ส่วนมีค่าเทา่ ไร
การดาเนินการต่าง ๆ - การหารทศนิยม เป็นการแบ่ง
และใช้การดาเนินการ จานวนท่ีเป็นทศนิยมออกเป็นส่วน
ในการแกป้ ัญหา ส่วนละเท่าๆ กันให้ได้จานวนส่วน
ตวั ชวี้ ัด ค 1/6.ป 1.3 ตามต้องการเพ่ือให้ทราบว่าแต่ละ
บวก ลบ คูณ หา ร สว่ นมคี ่าเท่าไร
และบวก ลบ คูณ หาร - การแลกเปลยี่ นเงนิ ตราต่างประเทศ
ระคนของเศษส่วน ถ้าต้องการแลกเงินบาทเป็นสกุลเงิน
จา น ว น ค ละ แ ล ะ อ่ืนๆ ให้ดูตารางแลกเปลี่ยนในช่อง
ทศนิยม พร้อมท้ัง ขาย แต่ถ้าต้องการแลกสกุลเงินอื่น
ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ค ว า ม เป็นเงินบาท ให้ดูตารางแลกเปลี่ยน
ส ม เ ห ตุ ส ม ผ ล ข อ ง เงินในช่องซอื้
คาตอบ - การแก้โจทย์ปัญหาเร่ิมจากการทา
ตัวช้ีวัด ค/6ป 1.310 ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ปั ญ ห า ว า ง แ ผ น
แก้ปัญหา ดาเนินการตามแผน และ
แสดงวิธีหาคาตอบ ตรวจสอบ
ของโจทย์ปัญหาการ
บวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม 3
ข้นั ตอน
ประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ิกลางภาคเรยี น 10
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตราฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน น้ า ห นั ก
/ ตัวช้ีวัด (ขวั่ โมง) (คะแนน)
4 รอ้ ยละและ ม า ต ร ฐ า น ค 1 . 2 - ร้อยละแสดงความหมายในรูปของ 20 15
อตั ราสว่ น เข้าใจถึงผลที่เกิดข้ึน เศษส่วนที่มีตวั สว่ นเป็นรอ้ ยได้
จากการดาเนินการ - การบอกกาไรหรือขาดทุนเป็นเปอร์
ข อ ง จ า น ว น แ ล ะ เซ้นต์ หรือร้อยละเป็นการบอกกาไร
ความสัมพันธ์ระหว่าง หรือขาดทนุ เม่ือเทียบกับต้นทุน 100
การดาเนินการต่าง ๆ บาท
และใช้การดาเนินการ - การซ้ือขายมากกว่า ครั้ง 1เป็น
ในการแก้ปัญหา กา ร บ อ ก กา ไ รหรื อ ขา ดทุน เ ป็ น
ตัวชี้วัด ค1/6.ป 1.32 เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ เป็นการบอก
แสดงวิธีหาคาตอบ กาไรหรือขาดทุนเม่ือเทียบกับต้นทุน
ของโจทย์ปัญหาร้อย ครง้ั 1 บาท มากกว่า 100
ละ 2– ข้นั ตอน 3 - การฝากเงิน ผู้รับฝากจะให้
ตวั ช้ีวดั ค /6.ป 1.32 ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ แ ก่ ผู้ ฝ า ก เ ป็ น
เขียนอัตราส่วนแสดง คา่ ตอบแทนเรยี กว่า ดอกเบี้ย การคิด
ก า ร เ ป รี ย บ เ ที ย บ ดอกเบี้ยจะคิดจากเงินต้น อัตรา
ปริมาณ ปริมาณ 2 ดอกเบ้ีย และระยะเวลาของการฝาก
จ า ก ข้ อ ค ว า ม ห รื อ เงิน
สถาน การณ์ โดย ที่ - อัตราส่วน เป็นการเปรียบเทียบ
ปริมาณแต่ละปริมาณ ปรมิ าณท่ีสนใจ ซึ่งอาจเขียนได้ในรูป
เปน็ จานวนนับ ของเศษส่วน )a/b) หรืออตั ราส่วน a
ตัวช้วี ดั ค /6.ป 1.33 : b เม่ือ a, b แทนปริมาณใดๆ เรียก
หาอัตราส่วนที่เท่ากับ a ว่า จานวนแรกหรือจานวนท่ีหนึ่ง
อตั ราสว่ นทีก่ าหนดให้ เรียก b ว่า จานวนหลงั หรือจานวนที่
ตัวชี้วัด ค/6.ป 1.311 สอง
แสดงวิธีหาคาตอบ - อตั ราสว่ นที่เท่ากัน คือ อัตราส่วนที่
ข อ ง โ จ ท ย์ ปั ญ ห า แสดงการเปรียบเทียบปริมาณสอง
อัตราสว่ น ปริมาณเดียวกัน แต่เขียนในรูปท่ี
แตกต่างกัน ซ่ึงการหาอัตราส่วนท่ี
เทา่ กนั โดยหลกั การคูณ เม่ือคูณแต่ละ
จานวนในอัตราส่วนใดด้วยจานวน
เดียวกัน โดยที่จานวนน้ันไม่เท่ากับ
ศูนย์ จะได้อัตราส่วนใหม่ท่ีเท่ากับ
อัตราส่วนเดิม
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตราฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลาเรียน น้ า ห นั ก
/ ตวั ชว้ี ดั (ข่ัวโมง) (คะแนน)
- มาตราส่วนแสดงให้เห็นถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดจริงและ
ขนาดย่อของวัตถุต่างๆ ท่ีแสดงใน
รูปภาพ หรือแสดงความสัมพันธ์
ระหว่า งระย ะทา งบ น แผน ท่ีกับ
ระยะทางจริงระหว่างสถานท่ี แหง่ 2
- การแก้โจทย์ปัญหาอัตราส่วน ต้อง
ทาความเข้าใจโจทย์ โดยพิจารณา
จากสิ่งที่โจทย์ถาม และส่ิงที่โจทย์
ก า ห น ด ก่ อ น แ ล้ ว จึ ง ว า ง แ ผ น
แ ก้ ปั ญ ห า โ ด ย ใ ช้ ค ว า ม รู้ เ รื่ อ ง
อัตราส่วนมาช่วยในการดาเนินการ
แล้ วควรมีกา รตรวจส อ บ ควา ม
เหมาะสมของคาตอบดว้ ยทกุ คร้ัง
5 แบบรูป ม า ต ร ฐ า น ค 1 . 3 - แบบรูป หมายถึง การแสดง 5 20
เข้าใจและวิเคราะห์ ควา มสัมพัน ธ์ขอ งสิ่งต่า งๆ ท่ีมี
แบบรูป ความสมั พันธ์ ลกั ษณะสาคญั บางอย่างร่วมกันอย่าง
ฟังก์ชัน ลาดับและ มี เ งื่ อ น ไ ข ซ่ึ ง ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย
อนกุ รม และนาไปใช้ ความสัมพันธ์เหล่านั้นได้โดยใช้การ
ตวั ชี้วดั ค /6.ป 1.31 สังเกต การวิเคราะห์หาเหตุผล
แสดงวิธีคิดและหา สนับสนุนจนได้บทสรุปอันเป็นที่
คา ตอ บ ขอ งปัญหา ยอมรับได้
เกยี่ วกบั แบบรูป - การแก้ปญั หาบางปัญหาสามารถใช้
ความรเู้ ก่ียวกบั แบบรปู ช่วยในการหา
คาตอบโดยอาศัยความสัมพันธ์ของ
แบบรปู ว่าแบบรูปมีความสัมพันธ์กัน
อย่างไร แล้วจึงนาไปคานวณหา
คาตอบ
ประเมินผลสมั ฤทธ์ปิ ลายภาคเรยี น 20
สัปดาห์ที่ 1 แผนที่ 1
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ชอ่ื ผู้สอน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เรือ่ ง จานวนนับและตวั ประกอบของจานวนนบั
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลท่ี
เกิดขึ้นจากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนนิ การ และการนาไปใช้
ตัวชวี้ ดั ค 1.1 ป.6/4 หา ห.ร.ม. ของจานวนนบั ไม่เกิน 3 จานวน
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ตัวประกอบของจานวนนับใดๆ คอื จานวนนับทนี่ ามาหารจานวนนับนน้ั ลงตัว
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของตัวประกอบได้ (K)
2. หาตัวประกอบของจานวน เมื่อกาหนดจานวนนับให้ได้ (P)
3. นาความรเู้ ก่ียวกับตัวประกอบไปใชแ้ ก้ปญั หาคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน
พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
จานวนนบั และตวั ประกอบของจานวนนบั
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นา
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ให้นกั เรียนทบทวนความรเู้ ร่อื งจานวนนับโดยครหู ยิบดนิ สอขึ้นมาจากกล้องแล้วใชค้ าถามกระตุน้ ความคิดของ
นักเรยี นดังน้ี
- ครูหยบิ ดนิ สอขน้ึ มา 1 แท่ง แลว้ ถามนักเรียนวา่ ดินสอท่ีครหู ยบิ ข้นึ มามกี ีแ่ ทง่ (1 แท่ง) ให้ผู้แทนนกั เรียน
ออกมาเขียนตัวเลข 1 บนกระดาน
- ครูหยิบดินสอขึ้นมาจากกลอ่ งอกี 1 แท่ง รวมเป็น 2 แทง่ แลว้ ถามนกั เรียนวา่ ดินสอในมอื ครูมีกี่แทง่ (2
แท่ง) ให้ผ้แู ทนนกั เรยี นเขยี นตัวเลข 2 บนกระดาน
- ครดู าเนินกจิ กรรมนี้ 3-4 คร้งั แลว้ ชี้ตวั เลขท่นี กั เรยี นเขียนบนกระดานทลี ะตวั และใหน้ กั เรยี นอา่ นพรอ้ ม
กันดัง ๆ
- ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ข้นั สอน
ข้ันสารวจค้นหา
1. ครูติดแถบโจทยก์ ารหารบนกระดาน แลว้ ใหผ้ ู้แทนนกั เรียน 5 คน ออกมาแข่งกนั เขยี นผลหารบนกระดาน ดงั นี้
1) 12 ÷ 2 = (6)
2) 12 ÷ 3 = (4)
3) 12 ÷ 5 = (2 เศษ 2)
4) 12 ÷ 6 = (2)
5) 12 ÷ 7 = (1 เศษ 5)
2. ครใู ช้คาถามกระตุ้นความคดิ ของนกั เรยี นดังนี้
- จานวนใดบ้างทหี่ าร 12 ได้ลงตัว (2, 3, 6)
- จานวนใดบา้ งที่หาร 12 ไม่ลงตัว (5, 7)
3. ครูแนะนานกั เรียนวา่ ผลหารของประโยคสัญลกั ษณ์ขอ้ ที่1, 2, 4 ท่นี กั เรียนเขยี นแสดงวา่ 2, 3 และ 6 หาร 12
ได้ลงตัว เราเรียกวา่ 2, 3 และ 6 วา่ เปน็ ตัวประกอบของ 12 ครูดาเนนิ กิจกรรมน้อี กี 1-2 ขอ้
ข้นั อธิบายความรู้
1. ครูให้นกั เรียนฝกึ ทักษะการจาแนกตวั ประกอบของจานวนนับ โดยครตู ิดแผนปูายตัวเลขและให้นักเรยี นตอบทลี ะ
คนว่าจานวนท่คี รูกาหนดให้เปน็ ตวั ประกอบของจานวนที่ติดบนแผ่นปาู ยจานวนใดบา้ ง ดังนี้
2. ครูใช้คาถามกระตุ้นความคิดของนกั เรยี นดังนี้
- 2 เปน็ ตัวประกอบของจานวนใดบา้ ง (4, 6, 8, 10, 12, 32)
- 3 เป็นตวั ประกอบของจานวนใดบา้ ง (6, 9, 12 ,15, 21)
- 5 เปน็ ตัวประกอบของจานวนใดบา้ ง (5, 10, 15, 25)
- ครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง
3. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ 5 กลุ่ม ใหน้ กั เรียนเล่มเกม จุบคหู่ รรษา โดยครแู จกบตั รตวั เลขให้นกั เรยี นกล่มุ ละ 20 ใบ
เชน่ 2, 3, 4, 5, 7, 20, 25 ให้นกั เรียนในกลมุ่ ช่วยกันจับค่จู านวนท่ีเปน็ ตวั ประกอบของอกี จานวนหนง่ึ โดยครูใหเ้ วลา 1
นาที กลุม่ ใดจบั คถู่ กู ต้องมากทสี่ ุดภายในเวลาที่กาหนดเปน็ กล่มุ ชนะ ครูและนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขนั้ สรุป
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรดู้ งั นี้
จานวนนบั คือ จานวนทเ่ี ขียนแทนการนบั สิ่งของ ตัวประกอบจานวนนบั คอื จานวนนบั ทีห่ ารจานวนนั้นไดล้ งตัว
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรยี นของนักเรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชนั้ เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถอื
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธิบายเกี่ยวกบั จานวนนบั และ
ตัวประกอบของจานวนนบั
ทักษะ/ 1.บอกและเขียนตวั ประกอบของ 1. ใบงานท1่ี .1 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P) จานวนนบั วา่ ผ่านเกณฑ์การ
จานวนนบั และตัว ประเมนิ
ประกอบของจานวน
นับ
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขนึ้ ไป ถือ
รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ ง่ั และสง่ งาน พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ได้ทันตามที่กาหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝุเรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
- เกมจบั คู่หรรษา
- บตั รตัวเลข
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผ้สู อน ลงช่อื ...................................................ฝาุ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 1 แผนที่ 2
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ช่อื ผสู้ อน ….…..........................................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เรอ่ื ง การหาตวั ประกอบ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่
เกดิ ข้ึนจากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนินการ และการนาไปใช้
ตวั ชี้วัด ค 1.1 ป.6/4 หา ห.ร.ม. ของจานวนนบั ไม่เกนิ 3 จานวน
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ตัวประกอบของจานวนนับใดๆ คือ จานวนนับทน่ี ามาหารจานวนนับนนั้ ลงตัว
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการหาตัวประกอบได้ (K)
2. หาตัวประกอบทุกตวั ของจานวนนบั ที่กาหนดให้ได้ (P)
3. นาความรเู้ กีย่ วกบั การหาตวั ประกอบไปใช้แกป้ ัญหาคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
การหาตวั ประกอบ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นา
1. ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกนั ทบทวนความหมายของตัวประกอบจากเพลง
2. ครูใหน้ ักเรียนคดิ จานวนท่ชี อบ 2-3 หลกั แลว้ สุ่มนักเรยี นออกมาเขียนจานวนที่ตนเองคดิ ไว้บนกระดาน
3. ครทู บทวนความรู้เก่ียวกับการหารลงตัวและการหารไม่ลงตัว โดยครูเขียนจานวนต่อไปน้ีบนกระดาน ให้
นกั เรียนสังเกต
12 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 12
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูเขียนจานวนนับ คือ 8 บนกระดาน และถามนักเรียนว่า มีจานวนนับใดบ้างท่ีเป็นตัวประกอบของ 8
พรอ้ มท้งั เขยี นอธิบายตวั อยา่ งบนกระดานให้นกั เรียนดู
8÷1=8 1 หาร 8 ไดล้ งตวั ดงั นน้ั 1 เป็นตวั ประกอบของ 8
8÷2=4 2 หาร 8 ได้ลงตวั ดังน้นั 2 เป็นตัวประกอบของ 8
8 ÷ 3 ได้ 2 เศษ 2 3 หาร 8 ไมล่ งตัว ดงั นัน้ 3 ไมเ่ ปน็ ตวั ประกอบของ 8
8 ÷ 4 ได้ 1 เศษ 2 4 หาร 8 ได้ลงตัว ดังน้ัน 4 เปน็ ตัวประกอบของ 8
8 ÷ 5 ได้ 1 เศษ 3 5 หาร 8 ไม่ลงตัว ดังนัน้ 5 ไม่เป็นตัวประกอบของ 8
8 ÷ 6 ได้ 1 เศษ 2 6 หาร 8 ไมล่ งตัว ดงั นน้ั 6 ไมเ่ ปน็ ตวั ประกอบของ 8
8 ÷ 7 ได้ 1 เศษ 1 7 หาร 8 ไมล่ งตัว ดังน้ัน 7 ไมเ่ ปน็ ตวั ประกอบของ 8
8÷8=1 8 หาร 8 ไดล้ งตัว ดังนัน้ 8 เปน็ ตวั ประกอบของ 8
จานวนนับท่ีนาไปหาร 8 ไดล้ งตัว คอื 1, 2, 4 และ 8
ดงั นน้ั จานวนนับ 8 มีตัวประกอบ คอื 1, 2, 4 และ 8
ขัน้ สอน
ขัน้ สารวจค้นหา
1. จากแถบกระดาษจะเหน็ วา่ 1, 2, 4, 8 เป็นจานวนท่ีหาร 18 ลงตัว นั้นหมายความว่า 8 มตี วั ประกอบอยู่ 4
ตัว คอื 1, 2, 4 และ 8
2. ครูยกตัวอย่าง จานวนนับอื่นอีก 2 – 3 จานวน ให้นักเรียนช่วยกันหาการหาตัวประกอบจนนักเรียนมี
ความรู้ความเข้าใจ
3. ครูให้นักเรียนทาใบงานที่ 2 การหาตัวประกอบ เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
จากนั้นครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 2
ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครูสุ่มนักเรยี น 1 คน เพอื่ ใหห้ าตัวประกอบของจานวนนับทกี่ าหนดให้ ครูและเพอื่ นนักเรยี นในชั้นเรยี นรว่ มกนั
ตรวจสอบความถูต้อง
2. ใหน้ ักเรยี นเลน่ เกม เพอ่ื นของฉันมใี ครบ้าง โดยครูแจกแผ่นตารางจานวนนบั ให้ และให้ นกั เรียนช่วยหาตัว
ประกอบของจานวนนับ ภายใน 3 นาที จากนั้นครูและนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง (ตวั อย่างตารางหาตัว
ประกอบของจานวนนบั )
จานวน ตวั ประกอบ
30
20
36
55
21
25
65
77
84
120
148
ข้นั สรุป
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรดู้ งั น้ี
ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ทีไ่ ด้เรยี นร้รู ่วมกัน ดังนี้ ตวั ประกอบของจานวนใดๆ คือ จานวนนับท่ีหารจานวนนับ
นั้นไดล้ งตวั
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรยี นของนักเรยี น
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชั้นเรยี น
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธิบายการหาตวั ประกอบได้
ทักษะ/ 1.หาตวั ประกอบทกุ ตวั ของ 1. ใบงานท่ี 1.2 70% ขนึ้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) จานวนนับทกี่ าหนดใหไ้ ด้ ตวั ประกอบ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต
รับผิดชอบต่องานทีส่ ั่งและสง่ งาน พฤตกิ รรม 70% ข้นึ ไป ถือ
ไดท้ นั ตามทกี่ าหนด วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝุเรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
- เกมเพื่อนของฉันมีใครบา้ ง
- ตารางจานวนนบั และตัวประกอบของจานวนนบั
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝาุ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 1 แผนท่ี 3
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ช่ือผู้สอน ….…..........................................................
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เรือ่ ง จานวนเฉพาะ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.4 เขา้ ใจระบบจานวนและนาสมบัติเกยี่ วกบั จานวนไปใช้
ตัวชว้ี ัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การหาตัวประกอบของจานวนนับ เราสามารถหาได้โดยใชค้ วามสัมพนั ธร์ ะหว่างการคูณและการหาร
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายเกี่ยวกับจานวนเฉพาะได้ (K)
2. จาแนกจานวนเฉพาะได้ (P)
3. มคี วามกระตอื รือร้นในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
จานวนเฉพาะ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1. นกั เรียนทบทวนความร้เู รอ่ื ง การหาตวั ประกอบ โดยครูแจกบตั รตัวเลขใหก้ บั นกั เรียนโดยใหน้ ักเรยี นจับคกู่ นั และ
รบั บัตรตวั เลขคู่ละ 1 ใบ ดังน้ี
12 3 45
6 7 8 9 13
2. ใหน้ ักเรียนทไี่ ด้รบั บตั รตวั เลขช่วยกนั หาตัวประกอบของจานวนแตล่ ะจานวน จากน้นั ให้ส่งผแู้ ทนออกมาเขยี น
ตวั ประกอบของแตล่ ะจานวนลงในตารางทค่ี รูติดไวบ้ นกระดาน ดังน้ี
จานวนนบั ตัวประกอบของจานวนนับ
1 1
2 1,2
3 1,3
4
5 1,2,4
6 1,5
7 1,2,3,6
8 1,7
9 1,2,4,8
13 1,3,9
1,13
ครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขนั้ สอน
ขน้ั สารวจค้นหา
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกันพิจารณาจานวนตัวประกอบของแตล่ ะจานวนในกจิ กรรมข้างตน้ ว่าเปน็ อยา่ งไร จากนัน้ ครู
ใชค้ าถามกระตนุ้ ความคิดของนกั เรียน
- จานวนแต่ละจานวนมีตัวประกอบเทา่ กนั หรอื ไม่ (ไม่เทา่ กัน)
- จานวนใดทีม่ ีตัวประกอบ 1 ตัว (1)
- จานวนใดบ้างท่ีมตี วั ประกอบ 2 ตวั (2, 3, 5,7 ,13)
2. ครูแนะนานักเรยี นว่า จานวนนบั ใดท่หี าตวั ประกอบไดเ้ พียง 2 ตวั คอื 1 กับจานวนนับนนั้ เราเรยี กวา่ จานวน
เฉพาะ
ข้นั อธิบายความรู้
1. ครูแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ 5 กลุ่ม ให้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั หาจานวนเฉพาะตามทค่ี รูกาหนดโดยเขียนลงใน
กระดาษเปลา่ แล้วสง่ ผูแ้ ทนกลุ่มออกมานาเสนอ ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องและเสนอแนะเพิม่ เติม
- กล่มุ ท่1ี หาจานวนเฉพาะทอ่ี ยู่ระหวา่ ง 1-20 (2, 3, 5, 7, 11, 13, 17, 19)
- กลุม่ ที่2 หาจานวนเฉพาะทีอ่ ยรู่ ะหว่าง 20-40 (23, 29, 31, 37)
- กลมุ่ ท่3ี หาจานวนเฉพาะท่ีอยู่ระหวา่ ง 40-60 (41, 43, 47, 53, 59)
- กลุ่มที่4 หาจานวนเฉพาะทอ่ี ยู่ระหว่าง 60-80 (61, 67, 71, 73, 79)
- กลุ่มท่ี5 หาจานวนเฉพาะทอ่ี ยู่ระหว่าง 80-100 (83, 89, 97)
2. ให้นักเรยี นเลน่ เกม ฉันอยูไ่ หน โดยครูแจกแผ่นตารางท่มี ีตัวเลขตา่ ง ๆ และมีจานวนเฉพาะซอ่ นอยใู่ หน้ กั เรยี น
ช่วยกนั หาจานวนเฉพาะเหล่านน้ั โดยใหใ้ ชว้ ธิ รี ะบายสจี านวนท่เี ปน็ จานวนเฉพาะ กลมุ่ ใดหาจานวนเฉพาะได้มากที่สุด
เปน็ กลมุ่ ท่ีชนะ โดยครูกาหนดเวลา 3 นาที ตัวอย่าง
1 29 31 4 15
14 12 13 9 83
36 22 78 56 25
72 32 7 6 97
11 5 19 44 45
2 64 30 8 89
68 73 42 21 13
34 22 47 55 70
85 81 18 84 10
90 92 88 32 61
ขน้ั สรุป
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปความรูด้ งั นี้
จานวนนบั ทม่ี ากกว่า 1 ซึ่งมตี วั ประกอบเพียง 2 ตัว คือ 1 กับจานวนนับนน้ั เปน็ จานวนเฉพาะ
ขน้ั ตรวจสอบผล
3. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรยี นของนักเรียน
4. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชน้ั เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธบิ ายเกี่ยวกับจานวนเฉพาะ
ทักษะ/ 1.จาแนกจานวนเฉพาะ 1. ใบงานท่ี 1.3 70% ข้นึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) จานวนเฉพาะ วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต
รับผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ่ังและส่งงาน พฤติกรรม 70% ข้นึ ไป ถือ
ไดท้ ันตามท่ีกาหนด ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝุเรยี นรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
- เกมฉันอยู่ไหน
- บตั รตัวเลข
- ตารางจานวนนบั และตวั ประกอบของจานวนนบั
8 . กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ............
..............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝาุ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 1 แผนท่ี 4
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ชือ่ ผ้สู อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เรอ่ื ง ตัวประกอบเฉพาะ
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบตั ิเก่ยี วกับจานวนไปใช้
ตวั ช้ีวัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ตัวประกอบของจานวนนบั ท่ีเปน็ จานวนเฉพาะ เรียกวา่ ตัวประกอบเฉพาะของจานวนนบั น้นั
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกี่ยวกบั ตวั ประกอบเฉพาะได้ (K)
2. จาแนกและหาตวั ประกอบเฉพาะได้ (P)
3. มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทากิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ตวั ประกอบเฉพาะ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เรอ่ื ง จานวนเฉพาะ โดยครใู หน้ ักเรียนรอ้ งเพลงและปรบมือใหจ้ ังหวะครสู ่งลูกบอลให้
เรียนท่อี ยู่แถวหน้าหน้าสดุ ให้สง่ ตอ่ ไปเรือ่ ย ๆ เมอื่ ครูใหส้ ัญญาณหยดุ ให้นกั เรยี นท่ีมลี กู บอลอยู่ บอกจานวนเฉพาะที่อยู่
ระหว่าง 1-20 มา 1 จานวนครบู นั ทึกคาตอบบนกระดานและดาเนนิ กิจกรรมอกี โดยไมใ่ ห้นกั เรยี นบอกจานวนซา้ กนั ครู
และนักเรยี นตรวจสอบความถกู ต้อง
ข้ันสอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครตู ิดบตั รตวั เลขบนกระดาน
4 6 10 18 24 35
จากน้ันให้ผแู้ ทนนกั เรยี น 6 คน เลอื กบัตรตัวเลขคนละ 1 ใบ แลว้ ออกมาเขยี นตวั ประกอบของจานวนนั้นบน
กระดาน
ตวั ประกอบของ 4 คือ 1, 2, 4
ตัวประกอบของ 6 คอื 1, 2, 3, 6
ตัวประกอบของ 10 คือ 1, 2, 5, 10
ตวั ประกอบของ 18 คอื 1, 2, 3, 6, 9, 18
ตวั ประกอบของ 24 คอื 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24
ตวั ประกอบของ 35 คือ 1, 5, 7, 35
ขั้นอธิบายความรู้
1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันพิจารณาว่าตวั ประกอบของจานวนนับใดบ้างทเี่ ปน็ จานวนเฉพาะ โดยครูใช้คาถามกระตนุ้
ความคดิ ของนักเรียนเพอื่ ใหเ้ กิดความคดิ รอบยอดเก่ียวกับตวั ประกอบดงั นี้
ตัวประกอบของ 6 คือ 1, 2, 3, 6
ตัวประกอบของ 6 มีจานวนเฉพาะกต่ี ัว (2 ตัว) คอื จานวนใด (2, 3)
ตัวประกอบของ 10 คือ 1, 2, 5, 10
ตวั ประกอบของ 6 มีจานวนเฉพาะกี่ตวั (2 ตัว) คอื จานวนใด (2, 5)
ตัวประกอบของ 24 คอื 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24
ตัวประกอบของ 24 มจี านวนเฉพาะก่ีตวั (2 ตวั ) คือจานวนใด (2, 3)
2. ครูอธิบายใหน้ ักเรียนฟังวา่ 2 และ 3 ท่เี ป็นจานวนเฉพาะและเป็นตัวประกอบของ 6 เราเรียกว่า ตวั ประกอบ
เฉพาะ
3. ครยู กตัวอย่างเพ่มิ เตมิ อีก 1-2 ขอ้ เพ่ือเพิม่ พนู ทกั ษะการหาตัวประกอบเฉพาะโดยใหน้ ักเรยี นออกมาเขียนตวั
ประกอบและตัวประกอบเฉพาะลงในตารางเพอื่ ให้ง่ายตอ่ การจาแนก
จานวนนบั ตัวประกอบ ตัวประกอบเฉพาะ
12 1, 2, 3, 4, 6, 12 2, 3
25 5
39 1, 5, 25 3, 13
55 1, 3, 13, 39 5, 11
1, 5, 11, 55
ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภปิ รายวา่ ตัวประกอบเฉพาะ คือ ตวั ประกอบของจานวนนับทเ่ี ปน็ จานวนเฉพาะ
5. ครใู หน้ ักเรยี นเลม่ เกม เส่ยี งดวง โดยครูเขียนจานวนบนกระดาน เชน่ 30 และใหน้ กั เรียนออกมาหยิบสลากจาก
กลอ่ งดวงดี ซึ่งเขยี นตัวประกอบของ 30 ไวใ้ บละ 1 จานวน เมอื่ นักเรยี นหยิบจนครบแล้วครูใหเ้ ปิดสลากพร้อมกัน คนที่ได้
สลากตัวเลขทีเ่ ป็นตัวประกอบเฉพาะ จะเป็นผูท้ ดี่ วงดีและไดค้ ะแนน ครดู าเนนิ กจิ กรรมนี้ 3-4 คร้งั ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นสรปุ
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรดู้ ังนี้
ตวั ประกอบของจานวนนบั ทเี่ ปน็ จานวนเฉพาะ เรียกว่า ตวั ประกอบเฉพาะของจานวนนบั นั้น
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรยี นของนกั เรียน
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึน้ ไป ถือ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธิบายเกย่ี วกับตวั ประกอบ
เฉพาะ
ทกั ษะ/ 1.จาแนกและหาตวั ประกอบ 1. ใบงานท่ี 1.4 ตวั 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) เฉพาะ ประกอบเฉพาะ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึน้ ไป ถอื
รับผดิ ชอบต่องานทส่ี ั่งและส่งงาน พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามท่ีกาหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝุเรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
- เกมเส่ียงดวง
- บัตรตวั เลข
- สลากตวั เลข
- ลกู บอล
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝาุ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 2 แผนท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ช่อื ผู้สอน ….…..........................................................
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ตัวประกอบของจานวนนับ เร่ือง การแยกตวั ประกอบ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบตั เิ กย่ี วกับจานวนไปใช้
ตัวชวี้ ัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนบั
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแยกตัวประกอบ เป็นการเขียนจานวนนบั โดยการคูณของตวั ประกอบเฉพาะ
การแยกตวั ประกอบโดยการเขยี นแผนภาพ เปน็ การเขยี นจานวนนบั ในรปู การคณู ของตวั ประกอบสองตวั จนได้
ตัวประกอบทกุ ตัวเป็นจานวนเฉพาะ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายวธิ กี ารแยกตวั ประกอบของจานวนนบั โดยการเขยี นแผนภาพได้ (K)
2. แยกตัวประกอบของจานวนนบั โดยการเขียนแผนภาพ (P)
3. มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
การแยกตวั ประกอบ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นา
ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. ใหน้ กั เรียนทบทวนความร้เู รอ่ื ง การหาตวั ประกอบ โดยครูติดบตั รตัวเลขบนกระดานและใหน้ ักเรียนหาตัว
ประกอบโดยออกมาเขยี นแสดงบนกระดาน จากนัน้ ให้นกั เรยี นได้ร่วมคดิ และอาจได้คาตอบทีห่ ลากหลาย เชน่
24 = 4 × 6 หรือ 24 = 8 × 3
ขัน้ สอน
ขั้นสารวจค้นหา
1. จากกิจกรรมข้างตน้ ให้นักเรียนหาตัวประกอยของ 24 ใหเ้ หลอื เป็นจานวนเฉพาะท้งั หมด เช่น
24 = 4 × 6 หรือ 24 = 8 × 3
โดย 4 × 6 และ 8 × 3 สามารถแยกตัวประกอบตอ่ ไปอีกได้ดงั น้ี 2 × 2 ×2 × 3 ซึ่ง 2 และ 3 เป็นจานวนเฉพาะ
ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
2. ครยู กตัวอย่างเพ่ิมเตมิ อกี 2-3 ข้อ เพ่ือให้นักเรยี นเกดิ ความคิดรวบยอดเกย่ี วกับการแยกตวั ประกอบ เช่น 30,
18, 16
30 = 3 × 10 = 3 × 2 × 5 หรอื 30 = 6 × 5 = 2 × 3 × 5
น่ันคือ 30 = 2 × 3 × 5
18 = 3 × 6 = 3 × 2 × 3 หรือ 18 = 2 × 9 = 2 × 3 × 3
น่ันคอื 18 = 2 × 3 × 3
16 = 4 × 4 = 2 × 2 × 2 × 2 หรอื 16 = 2 × 8 = 2 × 2 × 2 × 2
น่นั คือ 16 = 2 × 2 × 2 × 2
ครูและนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้นั อธบิ ายความรู้
1. ครแู นะนานกั เรยี นว่า การแยกตัวประกอบอีกวิธหี นึง่ ที่สามารถทาได้งา่ ย คอื การแยกตัวประกอบโดยใช้แผนภาพ
ครเู ขยี นตัวเลข 42 บนกระดาน จากนั้นครูใช้คาถามกระตนุ้ ความคิดของนกั เรียนดงั นี้
- 42 เขยี นในรูปการคูณของตวั ประกอบ 2 ตัวได้อย่างไรบ้าง (42 = 6 × 7)
- ตวั ประกอบใดของ 42 ที่เป็นจานวนเฉพาะ (7)
- ตัวประกอบใดของ 42 ที่ไมเ่ ปน็ จานวนเฉพาะ (6)
- ต้องทาอย่างไรให้ 6 อยู่ในรปู ของจานวนเฉพาะ (แยก 6 เปน็ 2 × 3)
ดงั นั้น 42 แยกตวั ประกอบได้อยา่ งไร (42 = 2 × 3 × 7)
42
67
23
ครูและนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
2. ครูติดบัตรตัวเลข 48 และแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กล่มุ แต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันเขียนแสดงการแยกตัวประกอบท่คี รู
กาหนดให้บนกระดาน ดงั ตวั อย่าง
48 = 8 × 6 48 = 2 × 24 48 = 16 × 3
48 48 48
86 2 24 16 3
4 22 3 64 44
22 2 32 2 222 2
จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นทง้ั 3 กลมุ่ พิจารณาคาตอบรว่ มกันว่า การแยกตัวประกอบของจานวนนับไม่วา่ จะเรมิ่ จาก
จานวนใดคณู กัน จะมีตัวประกอบเฉพาะชดุ เดียวกัน จากกจิ กรรมจะเห็นไดว้ า่ 48 มีการแยกตัวประกอบ คอื 2 × 2 × 2
× 3 ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
3. ใหน้ ักเรียนไดฝ้ ึกทกั ษะการแยกตวั ประกอบโดยใช้วิธีการเขยี นแผนภาพเพิม่ เติมอกี 2-3 ขอ้ โดยครเู ปน็ ครู
กาหนดตัวเลข
4. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายว่า การแยกตัวประกอบโดยใชว้ ธิ กี ารเขยี นแผนภาพเปน็ การเขยี นจานวนนบั ใน
รูปการคูณของตัวประกอบสองตวั จนได้ตัวประกอบทุกตัวเป็นจานวนเฉพาะ
5. ให้นกั เรียนเลม่ เกม พรี ะมิดมหศั จรรย์ โดยแบ่งนักเรียนออกเปน็ 4 กลมุ่ ครตู ิดแผนภาพพีระมิดบนกระดานและ
ใหน้ กั เรยี นส่งผู้แทนออกมาแข่งขนั กันหาตัวประกอบเติมลงในพีระมิด ดงั น้ี
20 20
ข้นั สรปุ
10 2
5 22
ข้ันขยายความเขา้ ใจ
ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความร้ดู ังน้ี
การแยกตัวประกอบ เป็นการเขียนจานวนนบั โดยการคูณของตวั ประกอบเฉพาะ
การแยกตวั ประกอบโดยการเขยี นแผนภาพ เปน็ การเขยี นจานวนนบั ในรปู การคูณของตวั ประกอบสองตวั จนได้
ตวั ประกอบทุกตวั เป็นจานวนเฉพาะ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรียนของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชนั้ เรยี น
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขนึ้ ไป ถือ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
2. อธบิ ายวธิ ีการแยกตัวประกอบ
ของจานวนนบั โดยการเขียน
แผนภาพ
ทักษะ/ 1.แยกตวั ประกอบของจานวนนับ 1. ใบงานท่ี 1.5 การ 70% ข้ึนไป ถือ
กระบวนการ (P)
โดยการเขียนแผนภาพ แยกตวั ประกอบ(โดย วา่ ผ่านเกณฑ์การ
การเขียนแผนภาพ) ประเมิน
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถอื
รบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ งั่ และส่งงาน พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ไดท้ ันตามทีก่ าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝุเรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
- บัตรตัวเลข
- แผนภาพพีระมดิ
- เกมพรี ะมิดมหัศจรรย์
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝุายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 2 แผนท่ี 2
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ชอ่ื ผสู้ อน ….…..........................................................
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ตัวประกอบของจานวนนบั เรื่อง การเขยี นแสดงจานวนนบั ในรูปการคูณ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.4 เขา้ ใจระบบจานวนและนาสมบตั ิเกีย่ วกับจานวนไปใช้
ตวั ชี้วัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
จานวนนับใด ๆ สามารถเขียนในรูปการคณู ของตัวประกอบสองตวั ได้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายเกยี่ วกบั การเขยี นจานวนนับในรปู การคูณได้ (K)
2. เขียนจานวนนบั ในรปู การคูณของตวั ประกอบสองตัวได้ (P)
3. มคี วามกระตอื รือร้นในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
การเขยี นแสดงจานวนนบั ในรูปการคูณ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นา
ขั้นกระต้นุ ความสนใจ
1. ครตู ิดภาพดาวบนกระดาน ดงั นี้
ครใู ช้คาถามกระตุน้ ความคดิ ของนักเรียน ดังนี้
- ภาพดาวบนกระดานมีทั้งหมดเท่าไร (12 ดวง)
- นกั เรียนคดิ วา่ มีจานวนใดบ้างท่คี รู กันแลว้ ไดผ้ ลคูณเทา่ กบั จานวนดาวบนกระดาน ครูให้นกั เรียนคิด
จากน้นั ใหผ้ ้แู ทนนกั เรยี นออกมาเขียนแสดงผลคูณของจานวนท่ีได้ผลคูณเป็น 12 บนกระดาน ดังน้ี
4 × 3 = 12
2 × 6 = 12
1 × 12 = 12
ครูและนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขั้นสอน
ขนั้ สารวจคน้ หา
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั พจิ ารณาและใชค้ าถามถามนักเรียนว่า
- จานวนท่นี ามาคูณกันไดผ้ ลคณู เป็น 12 มีความเกีย่ วขอ้ งกบั จานวนนับ 12 อย่างไร (เปน็ ตัวประกอบของ
12)
2. ครูยกตัวอยา่ งเพม่ิ เติมอีก 3-4 ขอ้ โดยติดบัตรตัวเลขบนกระดานและใหน้ กั เรียนออกมาเขยี นจานวนในรปู การ
คูณของตัวประกอบสองตัว ดงั น้ี
20 (4 × 5 = 20, 2 × 10 = 20, 1 × 20 = 20)
24 (8 × 3 = 24, 4 × 6 = 24, 2 × 12 = 24, 1 × 24 = 24)
35 (5 × 7 = 35, 1 × 35 = 35)
42 (6 × 7 = 42, 2 × 21 = 42, 14 × 3 = 42, 1 × 42 = 42)
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ข้ันอธิบายความรู้
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายว่า จานวนนับใด ๆ สามารถเขียนจานวนในรปู การคณู ของตัวปรกอบสองตัวได้
2. ให้นกั เรยี นฝกึ ทักษะการเขยี นจานวนนบั ในรปู การคณู ของตัวประกอบสองตัว โดยครูแบง่ นักเรียนออกเป็น 2
กลุม่ เพอ่ื ร่วมเล่นเกม วดั ความเร็ว โดยใหก้ ลมุ่ แรกบอกจานวนนับและอกี กลมุ่ ออกมาเขยี นแสดงจานวนในรูปการคูณของ
ตัวประกอบสองตวั บนกระดานภายใน 1 นาที ถา้ เขยี นไดถ้ กู ตอ้ งครบถว้ นได้ 1 คะแนน ถ้ายงั เขียนไม่ครบใหก้ ลมุ่ ตรงข้าม
ออกมาเขียนแทนและไดค้ ะแนนไป สลบั เลน่ ไปมาจนครบ 5 คร้ัง กลุม่ ใดได้คะแนนมากท่สี ุดเปน็ กลมุ่ ชนะ
3. ใหน้ กั เรียนเลน่ เกม จบั ค่อู ลวน โดยครจู ะเขยี นจานวนนบั บนกระดาน เช่น 24 และใหน้ ักเรียนออกมาหยิบสลาก
ตวั เลขจากกลอ่ ง ซึง่ เขยี นตัวประกอบของ 24 ไว้ใบละ 1 จานวน เม่ือนักเรียนหยบิ จนนครบแลว้ ครใู ห้เปดิ สลากพรอ้ มกัน
และนบั 1-10 เพอื่ จับเวลา ใหน้ ักเรยี นจบั คูต่ ัวประกอบของ 24 ค่ทู ถ่ี ูกตอ้ งจะได้คะแนน ครูดาเนนิ กิจกรรมนี้ 3-4 ครั้ง ครู
และนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้ันสรปุ
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้ดังนี้
จานวนนบั ใด ๆ สามารถเขยี นในรูปการคณู ของตวั ประกอบสองตัวได้
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจหลงั เรียนของนักเรยี น
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรียน
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้นึ ไป ถอื
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธบิ ายเกย่ี วกับการเขยี น
จานวนนับในรูปการคูณของตัว
ประกอบสองตัว
ทักษะ/ 1.เขยี นจานวนนบั ในรูปการคูณ 1. ใบงานที่ 1.6 การ 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) ของตวั ประกอบสองตัว เขยี นแสดงจานวนนบั ว่าผ่านเกณฑ์การ
ในรูปการคณู ของตวั ประเมิน
ประกอบสองตัว
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือ
รบั ผดิ ชอบต่องานที่สัง่ และส่งงาน พฤติกรรม ว่าผ่านเกณฑก์ าร
ไดท้ นั ตามท่ีกาหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝุเรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
- บตั รตัวเลข
- เกมจบั คู่อลวน
- สลากตัวเลข
กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝาุ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 2 แผนท่ี 3
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…2563……... ชื่อผู้สอน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ตวั ประกอบของจานวนนบั เร่อื ง การแยกตวั ประกอบโดยวิธีหาร
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบตั ิเกี่ยวกับจานวนไปใช้
ตัวชีว้ ัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนบั
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแยกตัวประกอบโดยวิธหี าร จานวนนบั ทีม่ าหารต้องเปน็ ตวั ประกอบเฉพาะของตัวตั้งและหารต่อไปจนผลหาร
จานวนสุดทา้ ยเปน็ 1 และเขียนจานวนนบั นนั้ ในรปู การคูณของตวั หารทุกจานวน
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายวิธีการแยกตัวประกอบของจานวนนับโดยวิธหี ารได้ (K)
2. แยกตวั ประกอบของจานวนนบั โดยวธิ หี าร (P)
3. มคี วามกระตือรอื ร้นในการทากิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิน่
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การแยกตัวประกอบโดยวธิ ีหาร
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1.ให้นกั เรียนทบทวนความรเู้ รื่องการแยกตวั ประกอบโดยวธิ กี ารเขียนแผนภาพโดยใหผ้ แู้ ทนนกั เรียนจานวน 2 คน
ออกมาแขง่ ขนั กันแสดงวิธกี ารแยกตัวประกอบโดยวิธกี ารเขยี นแผนภาพจากบตั รตัวเลขท่ีครูติดบนกระดาน นกั เรียนคนใด
แยกตัวประกอบได้ถกู ต้องและรวดเร็วที่สดุ เปน็ ผู้ชนะ เชน่ 28
28 28
2 14
47
27
22
ดงั นน้ั 28 = 2 × 2 × 7
ครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั สอน
ขนั้ สารวจคน้ หา
1. ครูตดิ บตั รตัวเลข 48 บนกระดาน ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั บอกจานวนท่หี าร 48 ไดล้ งตวั เชน่ 2 และ 3 จากนน้ั ครู
เขยี นเครือ่ งหมายหารส้นั บนกระดาน แล้วให้นกั เรยี นช่วยกนั นา 2 หาร 48 ได้ผลหารเทา่ ไร ให้นา 2 หรอื 3 ไปหารตอ่
จนเหลือผลหารจานวนสุดทา้ ยเป็น 1 จะได้จานวนทห่ี าร 48 ลงตวั เปน็ จานวนเฉพาะและเขียนในรปู การคูณของตวั หารทกุ
จานวน จานวนเหลา่ นน้ั เรยี กว่า ตวั ประกอบของ 48
วิธีคิด เลอื กจานวนเฉพาะท่ีไปหาร 48 ได้ลงตัว (2, 3)
2 ) 48
3 ) 24
2)8
2)4
2)2
1
ดงั นน้ั การแยกตัวประกอบของ 48 คอื 48 = 2 × 2 × 2 × 2 × 3
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้นั อธบิ ายความรู้
1. ครูติดบัตรตวั เลข 30 บนกระดาน ให้ผูแ้ ทนนกั เรียน 3 คน ออกมาเขยี นการแยกตัวประกอบของ 30 โดยวิธี
หาร ซ่ึงนกั เรยี นจะนาจานวนเฉพาะใดมาหารก่อนก็ได้ ดังตัวอย่าง
2 ) 30 3 ) 30 5 ) 30
3 ) 15 5 ) 10 5)6
5)5 2)2 3)3
11 1
ดังน้ัน การแยกตวั ประกอบของ 30 คือ 30 = 2 × 3 × 5
2. จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั พจิ ารณาคาตอบและรว่ มกนั สรปุ วา่ การแยกตัวประกอบโดยใช้วิธหี าร ไมว่ ่าเริม่ ต้น
หารจากจานวนเฉพาะตัวใดกอ่ น ผลหารทไี่ ด้จะเปน็ ตวั ประกอบชุดเดียวกันจากกจิ กรรมจะเหน็ วา่ 30 มกี ารแยกตวั
ประกอบคือ 2 × 3 × 5 ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
3. ครูให้นักเรยี นได้ฝึกทักษะการแยกตวั ประกอบโดยวิธีหาร เพิ่มเติมอีก 2-3 ขอ้
4. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายวา่ การแยกตวั ประกอบโดยวิธีหาร จานวนที่เลอื กมาหารจานวนนับทีก่ าหนด
ต้องเปน็ จานวนเฉพาะและหาผลหารต่อไปเรื่อย ๆ จนไดผ้ ลหารสดุ ทา้ ยเป็น 1 แล้วเขียนจานวนนบั น้นั ในรูปการคณู ของ
ตวั หารทกุ ตวั
ขนั้ สรุป
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ดังนี้
การแยกตวั ประกอบโดยวิธหี าร จานวนนบั ท่ีมาหารต้องเป็นตวั ประกอบเฉพาะของตัวตัง้ และหารต่อไปจนผลหาร
จานวนสดุ ท้ายเป็น 1 และเขยี นจานวนนับนนั้ ในรูปการคูณของตัวหารทกุ จานวน
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจหลงั เรยี นของนักเรียน
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้นั เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์ วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
ความร้คู วาม 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขึ้นไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธิบายวิธีการแยกตัวประกอบ
ของจานวนนับโดยวิธหี าร
ทักษะ/ 1.แยกตัวประกอบของจานวนนบั 1. ใบงานที่ 1.7 การ 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P)
โดยวธิ หี าร แยกตัวประกอบโดย วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
วธิ หี าร ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึน้ ไป ถอื
รับผดิ ชอบต่องานทส่ี ัง่ และส่งงาน พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามทก่ี าหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเุ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
- บัตรตวั เลข
กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ูส้ อน ลงช่อื ...................................................ฝาุ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 2 แผนที่ 4
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ช่อื ผู้สอน ….…..........................................................
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เร่อื ง ตวั หารรว่ มมาก (ห.ร.ม.)
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบัติเกย่ี วกบั จานวนไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
จานวนนับทห่ี ารจานวนนบั ตั้งแตส่ องจานวนขึ้นไปได้ลงตวั เรยี กว่า ตัวหารร่วม หรือตัวประกอบรว่ มของจานวน
นับเหลา่ น้นั
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกยี่ วกับตวั หารรว่ มมากได้ (K)
2. จาแนกและหาตวั หารร่วมมากได้ (P)
3. มคี วามกระตือรือร้นในการทากิจกรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ตัวหารร่วมมาก
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
ขนั้ กระต้นุ ความสนใจ
1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เรอื่ งการแยกตวั ประกอบโดยการเขยี นแผนภาพและวิธกี ารหารโดยครูติดบตั รตัวเลข
บนกระดานดังนี้
16 20 28
2. จากนน้ั เลอื กผ้แู ทนนกั เรียน 3 คน ออกมาแสดงวธิ ีคิดบนกระดาน คนละ 1 จานวน
ตัวอยา่ ง
16 20 28
4
44 54 7
2
222 2 22 2
หรอื หรอื หรือ
2 ) 16 5 ) 20 7 ) 28
2)8 2)4 2)4
2)4 2)2 2)2
2)2 1
1
1
ดังนนั้ 16 = 2 × 2 × 2 × 2 ดงั นั้น 20 = 2 × 2 × 5 ดังน้ัน 28 = 2 × 2 × 7
ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขั้นสอน
ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครูตดิ บตั รตวั เลข 8 , 12 บนกระดาน ใหผ้ ้แู ทนนักเรียน 2 คน ออกมาหาตัวประกอบของท้งั 2
จานวน
ตวั ประกอบของ 8 คอื 1, 2, 4, 8
ตัวประกอบของ 12 คอื 1, 2, 3, 4, 6, 12
ครูใช้คาถามกระตุน้ ความคิดของนักเรยี นดังน้ี
- จานวนนับท่ไี ปหาร 8 ไดล้ งตัว มจี านวนใดบ้าง (1, 2, 4, 8)
- จานวนนับที่ไปหาร 12 ไดล้ งตวั คือจานวนใด (1, 2, 3, 4, 6, 12)
- จานวนนบั ท่ไี ปหาร 8 และ 12 ได้ลงตัวคอื จานวนใด (1, 2, 4)
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
2. ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ ว่าจานวน 1, 2, 4 ท่ีนามาหารได้ทั้งจานวนนบั 8 และ 12 ลงตัวเรียกว่า ตัวหารรว่ ม
ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครูยกตัวอย่างเพ่ิมเติมโดยตดิ บตั รตัวเลขบนกระดานและให้นกั เรยี นออกมาช่วยกันหาตวั หารร่วม ครูและนักเรยี น
ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
2. เม่อื นกั เรียนเขา้ ใจเกี่ยวกับตัวประกอบรว่ มหรือตวั หารรว่ มของจานวนนับ 2 จานวนแลว้ ครกู าหนดจานวนนบั 3
จานวนและ 4 จานวนตามลาดบั ให้นักเรียนรว่ มกนั หาตัวหารร่วมหรือตัวประกอบรว่ ม ดังตัวอย่าง
2, 4 และ 6 (1, 2)
8, 12, 16 และ 24 (1, 2, 4)
ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
3. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายว่า ตัวประกอบร่วมหรือตัวหารร่วม คอื จานวนทีไ่ ปหารจานวนที่กาหนดให้ตง้ั แต่
2 จานวนขึ้นไปไดค้ รบทกุ ตวั
4. ครูใหน้ กั เรยี นเล่มเกม เสอื ปนื ไว โดยแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ 3 กลุ่ม แตล่ ะกลุ่มเขยี นจานวนนบั ท่ไี มซ่ า้ กันกล่มุ ละ 1
จานวน จากนั้นครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกันหาตวั หารร่วมของจานวนทงั้ สามทีแ่ ต่ละกลุม่ เขยี นไว้ แล้วเขยี นคาตอบบนกระดาน
กล่มุ ใดเขียนเสร็จกอ่ นและถกู ตอ้ งได้10 คะแนน ครดู าเนนิ กจิ กรรมน้ี 2-3 ครั้ง เพือ่ ใหน้ กั เรยี นเกดิ ทกั ษะการหาตวั หารร่วม
5. จากการทากิจกรรม เสือปืนไว ใหน้ ักเรยี นสงั เกตวา่ มีจานวนนับจานวนหน่ึงทเี่ ปน็ ตัวหารร่วมของทุกจานวน
จานวนนน้ั คอื 1
ขัน้ สรปุ
ข้ันขยายความเข้าใจ
ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปความรดู้ งั นี้
ตัวประกอบรว่ มของจานวนนบั ตั้งแต่ 2 จานวน เรยี กวา่ ตัวหารร่วม
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจหลงั เรียนของนกั เรยี น
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรูค้ วาม 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึน้ ไป ถอื
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมนิ
2. อธิบายเกีย่ วกบั ตวั หารร่วม
ทกั ษะ/ 1.จาแนกและหาตวั หารร่วม 1. ใบงานที่ 1.8 70% ขนึ้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) ตวั หารร่วมมาก วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต
รับผิดชอบตอ่ งานท่ีส่ังและส่งงาน พฤตกิ รรม 70% ขึ้นไป ถือ
ไดท้ นั ตามที่กาหนด วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝุเรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
- บตั รตวั เลข
- เกมเสือปนื ไว
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝาุ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 3 แผนที่ 1
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ช่อื ผู้สอน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เร่ือง การหาตัวหารรว่ มมากโดยวิธหี าตัวประกอบ
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.4 เขา้ ใจระบบจานวนและนาสมบตั เิ ก่ียวกับจานวนไปใช้
ตวั ช้วี ัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) คือตวั หารรว่ มท่ีมคี า่ มากที่สดุ ของจานวนนับตั้งแตส่ องจานวนขึ้นไป การหาตัวประกอบ
เป็นวิธหี นงึ่ ในการหาตัวหารรว่ มมาก
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวธิ กี ารหา ห.ร.ม. ของจานวนนับโดยวิธีหาตัวประกอบได้ (K)
2. หา ห.ร.ม. ของจานวนนบั โดยวิธกี ารหาตัวประกอบได้ (P)
3. มคี วามกระตอื รือรน้ ในการทากิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
การหาตวั หารรว่ มมากโดยวธิ หี าตวั ประกอบ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
ขั้นกระต้นุ ความสนใจ
1. ใหน้ ักเรียนทบทวนความรเู้ รื่องตัวหารรว่ ม โดยครูติดบัตรตวั เลขบนกระดานดงั น้ี
8 12 16
จากนนั้ เลือกผู้แทนนกั เรียน 3 คน ออกมาแสดงวิธคี ิดบนกระดานคนละ 1 จานวน
ตวั ประกอบของ 8 คือ 1, 2, 4, 8
ตวั ประกอบของ 12 คอื 1, 2, 3, 4, 6, 12
ตัวประกอบของ 16 คอื 1, 2, 4, 8, 16
ตัวประกอบร่วมของ 8, 12 และ 16 คือ 1, 2, 4
ครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นสอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. จากกิจกรรมขา้ งตน้ ครูใชค้ าถามกระตนุ้ ความคิดของนกั เรยี นดังน้ี
- จานวนทห่ี าร 8 ไดล้ งตัว มีจานวนใดบา้ ง (1, 2, 4, 8)
- จานวนทห่ี าร 12 ได้ลงตัว มีจานวนใดบา้ ง (1, 2, 3, 4, 6, 12)
- จานวนทหี่ าร 16 ไดล้ งตวั มจี านวนใดบา้ ง (1, 2, 4, 8, 16)
- จานวนทหี่ าร 8, 12 และ 16 ได้ลงตัวคือจานวนใด (1, 2, 4)
ดงั นัน้ ตัวประกอบรว่ มหรอื ตัวหารรว่ มของ 8, 12 และ 16 คอื 1, 2 และ 4 แลว้ ใชค้ าถามถามนกั เรียนวา่
ตวั หารร่วมมากจานวนใดมคี า่ มากทสี่ ุดในสามจานวนน้ี (4)
ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขั้นอธิบายความรู้
1. ครูแนะนานกั เรียนว่า ตัวหารว่ มท่มี ีคา่ มากท่ีสดุ เรยี กวา่ ตัวหารร่วมมาก หรอื ห.ร.ม.
2. ครตู ดิ แถบตัวเลขเพ่ือใหน้ กั เรยี นหาตัวหารร่วมมาก หรอื ห.ร.ม. ดังน้ี 6, 12, 18 ให้นักเรยี นหา ห.ร.ม.
ของจานวนดังกล่าวลงในกระดาษเปลา่ จากน้นั เลอื กผแู้ ทนนกั เรียน 2 คน ออกมาช่วยเขียนแสดงวิธคี ิดบนกระดาน ดงั น้ี
ตัวประกอบของ 6 คือ 1, 2, 3, 6
ตวั ประกอบของ 12 คือ 1, 2, 3, 4, 6, 12
ตวั ประกอบของ 18 คือ 1, 2, 3, 6, 9, 18
ตวั ประกอบร่วมของ 6, 12 และ 18 คอื 1, 2, 3, 6
ดังนน้ั ตวั ประกอบร่วมหรอื ตวั หารรว่ มของ 6, 12 และ 18 คอื 6
ครแู ละนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
3. ครูแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ 4 กลุม่ เพอื่ เลน่ เกม เกมหา ห.ร.ม. เพ่อื ฝึกทกั ษะการหา ห.ร.ม. โดยครูแบ่งกระดาน
ออกเปน็ 4 ส่วน แลว้ เขยี นชอื่ กลมุ่ 1-4 ให้แต่ละกลุ่มส่งผู้แทนนักเรียน 5 คน ออกมายนื เรียงแถวตอนลึกให้ตรงกบั ช่อื กลุ่ม
ที่เขียนไวบ้ นกระดาน ครูเตรยี มแถบตัวเลขไว้เป็นชุดชุดละ 3 จานวน ดังนี้
2, 4, 6 6, 8, 10 12, 24, 10, 15,
20, 35, 9, 12, 21 7, 14, 21 11, 44,
ครูตดิ แถบตัวเลขแตล่ ะชดุ บนกระดานแลว้ ให้หัวแถวว่ิงออกไปหาตัวประกอบของจานวนแรกแลว้ กลับเขา้ มาเปลี่ยนตัวกบั
ผ้แู ทนกลุ่มคนที่ 2 ให้หาตวั ประกอบของจานวนทสี่ อง แล้วกลับมาเปล่ยี นตวั กบั ผแู้ ทนกลมุ่ คนตอ่ ๆ ไป อีกจนสามารถหา
ตวั หารร่วม และ ห.ร.ม. ของจานวนนับในแตล่ ะชดุ โดยครูใหเ้ วลาในการทาชุดละ 2 นาที เม่ือครบกาหนดเวลา ครูเปล่ยี น
แถบตวั เลขชุดตอ่ ไปและให้ผู้แทนกลุม่ ชุดท่ี 2 ออกมาปฏิบตั ิเช่นเดยี วกบั ชดุ ท่ี 1 ทาเชน่ นไี้ ปเร่อื ย ๆ จนครบ ครแู ละนกั เรียน
รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
4. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายว่า การหาตวั หารร่วมมาก (ห.ร.ม.) โดยวธิ กี าตวั ประกอบใชว้ ธิ เี ดียวกับการหา
ตวั หารร่วมของจานวนนับ
ข้ันสรปุ
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้ดงั น้ี
ตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) คือตวั หารร่วมที่มีค่ามากทส่ี ุดของจานวนนับตง้ั แต่สองจานวนขน้ึ ไป การหาตวั ประกอบ
เป็นวิธหี นึ่งในการหาตวั หารรว่ มมาก
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรียน
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความร้คู วาม 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธิบายวธิ กี ารหา ห.ร.ม. ของ
จานวนนับโดยวธิ ีหาตวั ประกอบ
ทกั ษะ/ 1.หา ห.ร.ม. ของจานวนนับ 1. ใบงานท่ี 1.9 การ 70% ข้ึนไป ถือ
กระบวนการ (P) โดยวิธีหาตวั ประกอบ หาตวั หารร่วมมาก ว่าผ่านเกณฑก์ าร
โดยวธิ ีหาตัวประกอบ ประเมนิ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่งั และสง่ งาน พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ไดท้ นั ตามท่ีกาหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝุเรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ มน่ั ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
- บตั รตัวเลข
- แถบตัวเลข
- เกมหา ห.ร.ม.
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝุายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 3 แผนท่ี 2
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ชื่อผู้สอน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เรอ่ื ง การหาตวั หารรว่ มมากโดยวิธแี ยกตวั ประกอบ
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.4 เขา้ ใจระบบจานวนและนาสมบัติเกี่ยวกบั จานวนไปใช้
ตัวชว้ี ัด ค 1.4 ป.6/2 หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนบั
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
จานวนนับท่ีหารจานวนนบั ตัง้ แต่สองจานวนขนึ้ ไปได้ลงตัว เรียกว่า ตัวหารรว่ ม หรอื ตัวประกอบรว่ มของจานวน
นบั เหล่านนั้
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายวิธกี ารหา ห.ร.ม. ของจานวนนับโดยวิธแี ยกตัวประกอบได้ (K)
2. หา ห.ร.ม. ของจานวนนับโดยวิธีแยกตวั ประกอบได้ (P)
3. มีความกระตอื รอื ร้นในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การหาตัวหารรว่ มมากโดยวิธแี ยกตวั ประกอบ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา , 36 บนกระดาน
ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ให้นักเรียนทบทวนความรูเ้ รื่องการแยกตวั ประกอบ โดยครูติดบตั รตัวเลข 24
จากน้ันเลือกผูแ้ ทนนักเรยี น 1 คน ออกมาเขียนแสดงวธิ ีแยกตัวประกอบบนกระดานดังนี้
24 = 2 × 2 × 2 × 3