สปั ดาหท์ ่ี 16 แผนท่ี 1
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ชือ่ ผู้สอน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 รอ้ ยละและอัตราสว่ น เรื่อง โจทยป์ ญั หาเกี่ยวกับดอกเบ้ยี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลทเี่ กิดขึ้นจากการดาเนินการของจานวนและความสมั พนั ธร์ ะหว่าง การดาเนนิ การ
ต่าง ๆ และใช้การดาเนนิ การในการแก้ปญั หา
ตัวชี้วัด ค 1.3 ป.6/12 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละ 2 – 3 ข้ันตอน
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การฝากเงิน ผู้รับฝากจะให้ผลประโยชน์แก่ผู้ฝากเป็นค่าตอบแทนเรียกว่า ดอกเบี้ย การคิดดอกเบี้ยจะคิดจากเงินต้น
อัตราดอกเบีย้ และระยะเวลาของการฝากเงนิ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกข้นั ตอนการวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหาโดยใชค้ วามรูเ้ รอ่ื งรอ้ ยละเพื่อหาคาตอบได้ (K)
2. เขยี นขนั้ ตอนการวเิ คราะห์โจทย์ เม่อื กาหนดโจทยป์ ัญหาร้อยละให้ได้ (P)
3. แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาร้อยละได้ถกู ต้อง (P)
4. นาความรูเ้ กยี่ วกับโจทย์ปญั หารอ้ ยละไปใช้ในชีวิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
โจทย์ปญั หาเก่ียวกับดอกเบย้ี
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นา
ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ
1. 1ครูถามความหมายของเงนิ ตน้ ดอกเบีย้ อัตราดอกเบี้ย เงินรวม โดยใช้คาถามตอ่ ไปนี้
- เงินต้นคืออะไร (คือ เงนิ ท่นี าไปฝากธนาคาร)
- ดอกเบี้ยคืออะไร (คือ ผลประโยชน์ทผ่ี ฝู้ ากไดร้ ับจากธนาคาร)
- อัตราดอกเบี้ยคืออะไร (คือ ข้อตกลงท่ีธนาคารวางไว้ว่าจะให้กับผู้ฝากเงิน โดยคิดให้เป็นคนละต่อปี
หมายถึง เมอ่ื ฝากเงิน 100 บาท ในระยะเวลา 1 ปี จะได้ดอกเบย้ี เท่าไร)
- เงินรวมคืออะไร (คอื เงนิ ตน้ รวมกบั ดอกเบีย้ ทผี่ ้ฝู ากไดร้ บั คืนจากธนาคารเมอ่ื ต้องการไดเ้ งนิ คืน)
ขั้นสอน
ขนั้ สารวจคน้ หา
1. นกั เรียนอา่ นโจทย์ปัญหาการหาดอกเบ้ยี ในเวลาน้อยกว่า 1 ปี ให้นักเรียนได้รว่ มกันอภปิ รายหรือหาวิธีการ
ในการหาคาตอบ ดงั นี้
มานฝี ากเงินไว้กับธนาคาร 800 บาท ธนาคารคดิ อัตราดอกเบีย้ ให้ 7% ต่อ
ปี ถา้ ฝากไว้ 120 วนั ธนาคารจะคิดดอกเบีย้ ใหม้ านเี ทา่ ไร
ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันวเิ คราะหเ์ พือ่ ทาความเข้าใจโจทย์ โดยอาจตอบคาถามต่อไปน้ี
- โจทยข์ ้อนเ้ี ปน็ เร่อื งของอะไร (การฝากเงนิ ธนาคาร)
- โจทย์ตอ้ งการทราบเร่อื งอะไร (ดอกเบยี้ ในเวลา 120 วนั )
- โจทยก์ าหนดอะไรใหบ้ ้าง (จานวนเงนิ ฝาก , อตั ราดอกเบ้ีย , เวลาในการฝาก)
- มานฝี ากเงนิ ไม่ครบปีธนาคารจะคิดดอกเบย้ี ให้หรอื ไม่ (คิดให)้
- นกั เรียนจะมีวิธีคิดดอกเบีย้ เม่ือฝากเงินไมค่ รบ 1 ปีได้อย่างไร ( ทาปีให้มหี น่วยเป็นวนั แล้วจึงนาไปคดิ )
ขั้นอธิบายความรู้
1. นักเรยี นและครรู ่วมกันอภปิ รายวา่ ในการคดิ หาดอกเบ้ียทีร่ ะยะเวลาไม่ครบปนี ้ันต้องทาปใี หเ้ ป็นวันก่อน
เพราะในความเปน็ จริงแลว้ ธนาคารคิดระยะเวลา 1 ปเี ทา่ กับ 365 วนั
เงนิ ฝาก (บาท) 100 200 300 500 1,000 3,000
ดอกเบี้ย (บาท) 9 18 27 45 90 270
เงนิ รวม (บาท) 109 218 327 545 1,090 3,270
2. นกั เรยี นช่วยกนั แสดงวิธที าหาดอกเบ้ียของเงนิ มานีทฝี่ ากไว้ ดงั นี้
วธิ ีท่ี 1 ฝากเงนิ 800 บาท ได้ดอกเบ้ยี 56 บาท
ฝากเงิน 100 บาท ได้ดอกเบี้ย = 7 บาท
ดงั นนั้ ไดด้ อกเบีย้ รอ้ ยละ 7 ตรงตามท่โี จทย์กาหนดจริง
วิธที ี่ 2 ฝากเงิน 120 วัน ไดด้ อกเบยี้ 18.41 บาท
ฝากเงิน 365 วัน ได้ดอกเบ้ีย = 55.99 บาท
น่ันคือ ฝากเงิน 800 บาท ในเวลา 1 ปี ธนาคารคิดดอกเบี้ยให้ 56 บาท ซ่ึงถูกต้องตามท่ีคิด
คานวณ
ขนั้ สรุป
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับวิธีการคิดหาดอกเบ้ียในระยะเวลาน้อยกว่า มากกว่า 1 ปี ว่าควรทาหน่วยให้เป็น
หน่วยเดยี วกันกอ่ นจงึ จะสามารถคิดคานวณหาคาตอบได้
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ข้นึ ไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธบิ ายวธิ กี ารแก้โจทยป์ ญั หา
เกย่ี วกบั ดอกเบ้ีย
ทักษะ/ 1.แสดงวธิ ีการแก้โจทย์ปญั หา 1. ใบงานท่ี 4.11 แก้ 70% ขน้ึ ไป ถอื
กระบวนการ (P) เกี่ยวกับดอกเบี้ย โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั ว่าผ่านเกณฑ์การ
ดอกเบี้ย ประเมิน
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึน้ ไป ถอื
รับผิดชอบตอ่ งานที่สัง่ และสง่ งาน พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ไดท้ นั ตามท่ีกาหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
- แถบโจทยป์ ญั หาเกี่ยวกับดอกเบยี้
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 16 แผนที่ 2
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ชอ่ื ผู้สอน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 รอ้ ยละและอตั ราส่วน เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั ดอกเบีย้
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลทเี่ กิดขึน้ จากการดาเนินการของจานวนและความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง การดาเนินการ
ตา่ ง ๆ และใช้การดาเนินการในการแก้ปัญหา
ตวั ชว้ี ัด ค 1.3 ป.6/12 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาร้อยละ 2 – 3 ขน้ั ตอน
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การฝากเงิน ผู้รับฝากจะให้ผลประโยชน์แก่ผู้ฝากเป็นค่าตอบแทนเรียกว่า ดอกเบี้ย การคิดดอกเบี้ยจะคิดจากเงินต้น
อตั ราดอกเบยี้ และระยะเวลาของการฝากเงิน
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกข้ันตอนการวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความร้เู ร่อื งร้อยละเพอ่ื หาคาตอบได้ (K)
2. เขยี นขัน้ ตอนการวิเคราะห์โจทย์ เม่อื กาหนดโจทย์ปัญหารอ้ ยละให้ได้ (P)
3. แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหารอ้ ยละได้ถูกตอ้ ง (P)
4. นาความรู้เกี่ยวกบั โจทยป์ ญั หารอ้ ยละไปใช้ในชีวิตจริงได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
โจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั ดอกเบี้ย
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนเร่ือง เงินต้น อัตราดอกเบ้ีย ดอกเบี้ย เม่ือนาเงินฝากครบ 1 ปี ต้องการถอนเงินจากธนาคารทั้งหมด จะ
ได้รับเงนิ รวมทง้ั หมดเท่าไร
2. สนทนาเกยี่ วกบั ความหมายของเงนิ รวม ดงั นี้ “เงนิ รวม คอื เงินตน้ ท่ฝี ากไว้รวมกับดอกเบ้ียทธี่ นาคารคิดใหผ้ ฝู้ าก
ข้นั สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. นกั เรยี นอา่ นโจทย์ปัญหาในการหาเงนิ รวมบนกระดาน ดังนี้
สมชายนาเงนิ ไปฝากธนาคาร 3,000 บาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบีย้ ให้ 9% ตอ่
ปี เม่อื ครบกาหนดสมชายไปถอนเงนิ ออกทั้งหมด เขาจะได้เงนิ รวมทง้ั สนิ้ เทา่ ไร
ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั วิเคราะหเ์ พือ่ ทาความเข้าใจโจทย์ โดยอาจตอบคาถามต่อไปน้ี
- โจทยข์ ้อนเ้ี ป็นเร่ืองของอะไร (การฝากเงนิ ธนาคาร)
- โจทย์ต้องการทราบเรื่องอะไร (สมชายถอนเงนิ หมด จะได้เงินรวมทัง้ ส้ินเท่าไร)
- โจทย์กาหนดอะไรไว้ให้บ้าง (จานวนเงินที่นาไปฝากธนาคาร อัตราดอกเบ้ียที่ธนาคารให้ และเวลาที่
ฝากเงนิ ธนาคารไว)้
- ธนาคารคิดดอกเบี้ยให้ผู้ฝากเงินอยา่ งไร (ฝากเงิน 100 บาท ในเวลา 1 ปี ให้ดอกเบ้ยี 9 บาท)
- เงนิ ที่สมชายได้รับจากธนาคารท้ังหมด เมอื่ ถอนเงนิ ออกมาแลว้ เรียกวา่ อะไร (เงินรวม)
ข้ันอธิบายความรู้
1. นกั เรียนและครูช่วยกันเขยี นตารางความสมั พนั ธ์ของเงนิ ฝากดอกเบ้ียและเงินรวมที่ฝากธนาคารไว้เป็นเวลานาน 1
ปี
เงินฝาก (บาท) 100 200 300 500 1,000 3,000
ดอกเบย้ี (บาท) 9 18 27 45 90 270
เงินรวม (บาท) 109 218 327 545 1,090 3,270
ฝากเงิน 100 บาท ให้ดอกเบีย้ 9 บาท ได้เงินรวม 109 บาท
- ดอกเบี้ย 9 บาท ไดม้ าอย่างไร (โจทยก์ าหนด)
- เงินรวม 109 บาท ได้มาอยา่ งไร (เงินต้นหรอื เงินทฝ่ี ากรวมกับดอกเบ้ยี )
- ถ้าฝากเงิน 200 บาท ได้ดอกเบย้ี เทา่ ไร คิดอย่างไร (2 เทา่ ของ 9 หรอื หรอื หรือ 0.09 ×
200)
- ถา้ ฝากเงนิ 300 บาท ได้ดอกเบ้ียเทา่ ไร (27 บาท)
- ถ้าฝากเงนิ 500 บาท ได้ดอกเบี้ยเท่าไร (45 บาท)
- ถา้ ฝากเงิน 1,000 บาทได้ดอกเบีย้ เทา่ ไร (90 บาท)
- ถ้าฝากเงิน 3,000 บาท ได้ดอกเบ้ยี เท่าไร (270 บาท)
2. นกั เรียนช่วยกันแสดงวิธีทาหาดอกเบย้ี ของเงนิ รวมของเงินที่สมชายฝากไว้ 3,000 บาท ดงั นี้
วธิ ีท่ี 1 คดิ จากเงนิ ฝาก 100 บาท
ฝากเงนิ 100 บาท เวลา 1 ปี ไดด้ อกเบ้ีย 9 บาท
ฝากเงิน 3,000 บาท เวลา 1 ปี ไดด้ อกเบีย้ = 270 บาท
น่นั คือ สมชายจะได้รับเงนิ รวม 3,000 + 270 = 3,270 บาท
ตอบ สมชายจะไดร้ บั เงินรวม ๓,๒๗๐ บาท
วธิ ีท่ี 2 คดิ เงนิ รวมจากเงิน 100 บาท 100 + 9 = 109 บาท
ธนาคารคิดดอกเบ้ีย 9% เงินรวม คอื 109 บาท
ฝากเงิน 100 บาท ในเวลา 1 ปี ไดเ้ งนิ รวม
ฝากเงนิ 3,000 บาท ในเวลา 1 ปี ไดเ้ งินรวม บาท
= 3,270 บาท
ดังน้ัน สมชายไดร้ ับเงนิ รวม 3,270 บาท
ตอบ สมชายจิ ะไดเ้ งนิ รวม ๓,๒๗๐ บาท
3. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายว่า คาตอบนั้นถกู ต้องหรอื ไม่ โดยช่วยกนั ตรวจสอบดงั น้ี
วธิ ีท่ี 1 ฝากเงิน 3,000 บาท ไดด้ อกเบ้ยี 270 บาท
ฝากเงิน 100 บาท ไดด้ อกเบ้ยี =9 บาท
ดังน้ัน ได้ดอกเบีย้ ร้อยละ 9 หรือ 9%
ตรวจสอบแลว้ ไดอ้ ัตราดอกเบี้ย 9% ตรงตามท่ีโจทยก์ าหนด
วิธีที่ 2 เงินรวม 3,270 บาท
ดอกเบ้ีย 270 บาท
เงนิ ต้น 3,270 – 270 = 3,000 บาท
เงนิ ตน้ ทไ่ี ด้ตรงกบั ท่ีโจทยก์ าหนด
4. เมือ่ เสรจ็ แลว้ ให้นักเรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นสรปุ
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปเก่ียวกับวธิ กี ารคิดหาเงนิ รวมวา่ ควรคิดหาอตั ราดอกเบ้ยี ก่อน แลว้ จงึ นามารวมกบั เงินต้น
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรยี นของนักเรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรียน
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ข้นึ ไป ถอื
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธบิ ายวิธีการแก้โจทยป์ ัญหา
เกี่ยวกับดอกเบี้ย
ทกั ษะ/ 1.แสดงวธิ ีการแก้โจทยป์ ญั หา 1. ใบงานท่ี 4.12 แก้ 70% ขึน้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) เกย่ี วกับดอกเบีย้
โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับ วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ดอกเบย้ี ประเมิน
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถือ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่สี ่ังและสง่ งาน พฤติกรรม ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ไดท้ นั ตามที่กาหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
- แถบโจทย์ปัญหาเกีย่ วกบั ดอกเบ้ีย
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 16 แผนท่ี 3
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ชื่อผสู้ อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ร้อยละและอัตราสว่ น เรอ่ื ง อัตราสว่ น
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลทีเ่ กิดขึน้ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสัมพันธ์ระหวา่ ง การดาเนนิ การ
ต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา
ตัวชว้ี ัด ค 1.3 ป.6/2 เขียนอัตราส่วนแสดงการเปรียบเทียบปรมิ าณ 2 ปรมิ าณ จากข้อความหรือสถานการณ์
โดยทีป่ ริมาณแตล่ ะปรมิ าณเปน็ จานวนนับ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
อัตราส่วน เป็นการเปรยี บเทยี บปรมิ าณที่สนใจ ซึ่งอาจเขยี นไดใ้ นรปู ของเศษสว่ น (a/b) หรอื อัตราส่วน a : b เมื่อ a,
b แทนปรมิ าณใดๆ เรียก a ว่า จานวนแรกหรอื จานวนทหี่ นึ่ง เรียก b วา่ จานวนหลังหรือจานวนท่สี อง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายหลกั การเขียนอตั ราส่วนแสดงการเปรียบเทียบปริมาณ 2 ปริมาณได้ (K)
2. เขยี นข้นั ตอนแสดงวิธีการเปรียบเทียบอตั ราส่วนของจานวนนบั เม่ือกาหนดสถานการณ์ใหไ้ ด้ (P)
3. นาความร้เู กี่ยวกับอัตราสว่ นไปใช้ในชีวิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
อัตราสว่ น
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
ข้นั กระตุน้ ความสนใจ
1. สนทนากบั นกั เรียนเรื่องการดาเนินชวี ติ ประจาวนั เกี่ยวกับราคาสินคา้ ในปจั จบุ นั เช่น
ราคาไข่ไก่ ราคาปากกา ราคาสมุด ราคาเน้ือหมู ราคาผักผลไม้ หรือเรื่องการประกอบกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจาวัน
เช่นการปรงุ อาหาร การเสยี ภาษี ซึ่งเป็นเร่อื งทเี่ กยี่ วกบั อัตราส่วนและร้อยละ
ขั้นสอน
ข้นั สารวจค้นหา
1. ครตู ิดแผนภมู ขิ ้อสรุปการเขยี นอัตราสว่ น และแผนภูมสิ รปุ ความหมายของอัตราส่วนต่อไปน้ีในกระดานให้
นักเรียนร่วมกนั พจิ ารณา
อตั ราส่วน a ต่อ b เขยี นแทนด้วย a : b หรือ a
b
เรียก a วา่ จานวนแรก หรือจานวนท่หี นงึ่ และเรียก b วา่ จานวนหลงั หรอื จานวนทส่ี อง
อัตราสว่ นแต่ละอตั ราสว่ นเปน็ การเปรียบเทยี บจานวนสองจานวนหรือปริมาณสองปริมาณ
เช่น น้าหนกั ความสูง ความกว้าง ความยาว พ้ืนท่ี จานวนส่งิ ของ จานวนคน หรอื อื่นๆ ที่
ตอ้ งการนามาเปรยี บเทยี บกัน
ขัน้ อธิบายความรู้
1. ให้นักเรียนพิจารณาบัตรภาพต่อไปน้ีแล้วร่วมกันตอบคาถามต่อไปน้ี โดยครูสุ่มตัวแทนนักเรียนให้ตอบคาถาม
ต่อไปน้ี
เงนิ ฝาก (บาท) 100 200 300 500 1,000 3,000
ดอกเบย้ี (บาท) 9 18 27 45 90 270
เงนิ รวม (บาท) 109 218 327 545 1,090 3,270
- จานวนหนงั สือ (2 เลม่ )
- จานวนรถยนต์ (7 คนั )
- จานวนโทรศพั ทม์ อื ถือ (5 เครือ่ ง)
- จานวนหนงั สือตอ่ จานวนรถยนตเ์ ปน็ เทา่ ไร (2 : 7)
- จานวนรถยนตต์ ่อจานวนโทรศพั ท์เปน็ เท่าไร (7 : 5)
- จานวนโทรศพั ท์ตอ่ จานวนหนงั สอื เปน็ เทา่ ไร (5 : 2)
2. ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปน้ี "โต๊ะครูกว้าง 80 เซนติเมตร ยาว 1.20 เมตร สามารถเขียน
อัตราส่วนแสดงการเปรียบเทียบความกว้างต่อความยาวได้อย่างไร" ให้นักเรียนออกมาเขียนบนกระดานหน้าห้อง ได้ดังน้ี
80 เซนติเมตร : 1.20 เมตร หรอื 80 : 120 หรอื 0.80 : 1.20
3. ครูแนะนาว่า เน่ืองจากการเขียนอัตราส่วนเปรียบเทียบเป็นการเปรียบเทียบส่ิงของอย่างเดียวกันแต่ใช้
หนว่ ยต่างกนั จงึ ต้องเขยี นหนว่ ยกากบั ไว้ แตถ่ า้ ไมเ่ ขียนหน่วยกากบั ไว้ให้เปล่ยี นหน่วยเปน็ หนว่ ยเดียวกนั
ขนั้ สรุป
ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า อัตราส่วน หมายถึง การเปรียบเทียบปริมาณส่ิงของต้ังแต่สองสิ่งข้ึนไป สามารถ
เขยี นแทนอตั ราและเขยี นแทนการเปรยี บเทียบได้ โดยใชส้ ัญลักษณ์ " : " (อา่ นวา่ ต่อ) เชน่ 3 : 4 อ่านว่า 3 ต่อ 4 หรืออาจ
เขียนในรปู เศษสว่ นได้ เช่น
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ข้ึนไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
2. อธิบายวิธกี ารแก้โจทย์
อตั ราสว่ น
ทักษะ/ 1.แสดงวธิ ีการแก้โจทย์อัตราส่วน 1. ใบงานที่ 4.13 แก้ 70% ขึน้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) โจทย์อัตราส่วน ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถอื
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสั่งและสง่ งาน พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ไดท้ นั ตามที่กาหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
- แถบโจทย์อตั ราส่วน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 16 แผนท่ี 4
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ชอื่ ผูส้ อน ….…..........................................................
กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ร้อยละและอัตราส่วน เรอื่ ง อัตราส่วนทเ่ี ท่ากัน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลท่เี กิดข้นึ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสัมพนั ธร์ ะหว่าง การดาเนินการ
ต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนนิ การในการแกป้ ัญหา
ตัวช้ีวัด ค 1.3 ป.6/3 หาอัตราสว่ นท่เี ท่ากบั อตั ราสว่ นทก่ี าหนดให้
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
อัตราส่วนท่ีเทา่ กัน คือ อตั ราส่วนทีแ่ สดงการเปรยี บเทยี บปริมาณสองปริมาณเดียวกัน แต่เขียนในรูปที่แตกต่างกัน ซึ่ง
การหาอัตราส่วนที่เท่ากันโดยหลักการคูณ เม่ือคูณแต่ละจานวนในอัตราส่วนใดด้วยจานวนเดียวกัน โดยที่จานวนน้ันไม่
เท่ากับศนู ย์ จะไดอ้ ตั ราส่วนใหมท่ ีเ่ ทา่ กบั อตั ราส่วนเดิม
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกวธิ ีการตรวจสอบการเทา่ กนั ของอตั ราส่วนทีก่ าหนดใหไ้ ด้ (K)
2. เขยี นแสดงขน้ั ตอนการหาอัตราส่วนทเ่ี ทา่ กนั ของอัตราสว่ นทกี่ าหนดให้ได้ (P)
3. นาความรเู้ กีย่ วกบั อัตราส่วนทเี่ ท่ากันไปใช้ในชีวิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ
อตั ราสว่ นทเ่ี ท่ากัน พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาแถบกระดาษแสดงข้อความ “ไอศกรีมราคาโคนละ 5 บาท” และให้นักเรียนตอบคาถาม
ต่อไปนี้
- เขียนอัตราสว่ นแสดงจานวนไอศกรมี เป็นโคนต่อจานวนเงนิ เปน็ บาทได้อย่างไร (1 : 5)
- นักเรยี นซอ้ื ไอศกรีม 1 โคน ตอ้ งจ่ายเงนิ กี่บาท (5 บาท)
- นักเรยี นซื้อไอศกรมี 3 โคน ตอ้ งจา่ ยเงนิ กบ่ี าท (15 บาท)
- ถา้ นักเรยี นจา่ ยเงนิ 20 บาท นกั เรยี นจะได้รับไอศกรมี ก่โี คน (4 โคน)
- ถา้ นกั เรียนตอ้ งการซ้ือไอศกรมี 8 โคน นกั เรยี นต้องจา่ ยเงนิ ก่บี าท (40 บาท)
ขนั้ สอน
ข้ันสารวจค้นหา
1. ครนู าเสนอตารางแสดงจานวนไอศกรีมเป็นโคนต่อจานวนเงินเป็นบาท ซ่ึงเขียนใส่กระดาษสีอ่อนมาก่อน
ลว่ งหน้า แลว้ นามาตดิ บนกระดาน ดงั นี้
ไอศกรมี (โคน) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ราคา (บาท) 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50
2. ให้นักเรยี นพิจารณาอตั ราสว่ นของจานวนไอศกรมี เปน็ โคนตอ่ จานวนเงนิ เป็นบาท ซึ่งไดอ้ ัตราส่วนที่เท่ากัน
ดงั น้ี 1 : 5, 2 : 10, 3 : 15, 4 : 20, 5 : 25, 6 : 30, 7 : 35, 8 : 40, 9 : 45, 10 : 50 และให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
- จานวนทีห่ นง่ึ ของอัตราส่วน คอื จานวนใดบา้ ง (1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10)
- จานวนทห่ี นึ่งของแต่ละอัตราส่วนมจี านวนใดเปน็ ตัวประกอบ (1)
- จานวนทส่ี องของแตล่ ะอัตราส่วนคือจานวนใดบา้ ง (5, 10, 15, 20, 25, 30, 35, 40, 45, 50)
- จานวนที่สองของแตล่ ะอัตราสว่ นมจี านวนใดเปน็ ตัวประกอบ (5)
- นักเรียนสังเกตได้หรือไม่ว่าอัตราส่วนที่เท่ากันชุดนี้ มีความเก่ียวข้องกับอัตราส่วน 1 : 5 อย่างไร
(อัตราส่วนทเี่ ทา่ กันชุดน้ี เกิดจากการคณู แตล่ ะจานวนของอตั ราสว่ น 1 : 5 ด้วยจานวนเดียวกัน โดยท่ีจานวนนั้นไม่เท่ากับ
ศนู ย์)
ขัน้ อธิบายความรู้
1. ให้นักเรียนศกึ ษาวธิ กี ารหาอตั ราสว่ นทเี่ ทา่ กบั อัตราสว่ นท่กี าหนดให้ จากตวั อย่างท่กี าหนดใหต้ ่อไปน้ี
ตวั อย่าง จงหาอัตราส่วนทเี่ ทา่ กับ มาอกี 4 อัตราส่วน
วธิ ีทา = =
น่นั คอื =
==
นั่นคอื =
==
นั่นคือ =
==
น่นั คือ =
ดงั นน้ั อัตราสว่ นทเี่ ทา่ กับอัตราส่วน ไดแ้ ก่ อัตราส่วน , , และ
2. ในระหวา่ งทน่ี ักเรียนศึกษาตัวอย่างครตู ง้ั คาถามตอ่ ไปน้ี และสุ่มตัวแทนนกั เรยี นให้ตอบคาถาม
- จากตวั อยา่ งใช้วิธกี ารใดในการหาอตั ราส่วนทีเ่ ท่ากับอัตราส่วน (วธิ ีการคูณ)
- จานวนที่นามาคณู กับ 2 และ 5 เป็นจานวนเดยี วกันหรอื ไม่ (จานวนเดียวกัน)
- จานวนท่ีนามาคณู กับ 2 และ 5 เป็น 0 ไดห้ รอื ไม่ (ไม่ได)้
- ถ้าจานวนทน่ี ามาคูณกบั 2 และ 5 เปน็ 1 อตั ราสว่ นทีไ่ ดค้ อื ( ซึง่ เปน็ อัตราสว่ นเดิม)
ข้ันสรุป
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายหลักการหาอัตราส่วนทเ่ี ท่ากันโดยหลักการคูณ ดังนี้ เมือ่ คณู แต่ละจานวนในอัตราส่วนใด
ดว้ ยจานวนเดียวกันโดยทีจ่ านวนนั้นไมเ่ ทา่ กับศูนย์ จะได้อตั ราส่วนใหมท่ เี่ ท่ากับอตั ราสว่ นเดิม
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชนั้ เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธิบายวธิ กี ารแก้โจทย์
อตั ราสว่ นทีเ่ ท่ากัน
ทกั ษะ/ 1.แสดงวธิ กี ารแก้โจทย์อัตราส่วน 1. ใบงานที่ 4.14 แก้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ที่เทา่ กัน โจทย์อตั ราส่วนท่ี ประเมนิ
เท่ากนั
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึน้ ไป ถอื
รบั ผิดชอบต่องานทส่ี ่งั และส่งงาน พฤตกิ รรม ว่าผ่านเกณฑ์การ
ได้ทันตามท่ีกาหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
- แถบโจทย์อัตราสว่ นท่ีเท่ากนั
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ้สู อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 17 แผนท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ชอ่ื ผสู้ อน ….…..........................................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ร้อยละและอตั ราส่วน เรอ่ื ง อตั ราสว่ นทเี่ ทา่ กนั
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถงึ ผลท่เี กิดขน้ึ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสมั พันธร์ ะหว่าง การดาเนินการ
ต่าง ๆ และใช้การดาเนนิ การในการแก้ปัญหา
ตวั ชวี้ ัด ค 1.3 ป.6/3 หาอตั ราส่วนท่เี ทา่ กับอัตราสว่ นทีก่ าหนดให้
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
อตั ราส่วนท่ีเท่ากนั คือ อัตราสว่ นทีแ่ สดงการเปรียบเทียบปรมิ าณสองปริมาณเดียวกัน แต่เขียนในรูปที่แตกต่างกัน ซ่ึง
การหาอัตราส่วนที่เท่ากันโดยหลักการคูณ เมื่อคูณแต่ละจานวนในอัตราส่วนใดด้วยจานวนเดียวกัน โดยที่จานวนนั้นไม่
เทา่ กับศนู ย์ จะไดอ้ ตั ราสว่ นใหม่ทีเ่ ท่ากบั อัตราส่วนเดิม
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกวิธกี ารตรวจสอบการเท่ากันของอัตราสว่ นทก่ี าหนดให้ได้ (K)
2. เขียนแสดงข้ันตอนการหาอัตราสว่ นทเี่ ทา่ กันของอัตราสว่ นท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (P)
3. นาความรู้เก่ยี วกบั อตั ราสว่ นที่เท่ากนั ไปใชใ้ นชีวิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
อตั ราสว่ นทเ่ี ท่ากัน พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นา
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั ทบทวนเรอ่ื งการคูณเลข การตรวจสอบเศษส่วนทีเ่ ทา่ กัน และความหมายของอัตราสว่ น
ข้นั สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ใหน้ กั เรยี นศึกษาวธิ กี ารหาอตั ราสว่ นที่เท่ากับอัตราส่วนทกี่ าหนดให้ จากตวั อย่างทก่ี าหนดให้ต่อไปน้ี
ตวั อยา่ ง จงหาอตั ราส่วนท่เี ท่ากบั มาอีก 4 อัตราส่วน
วิธที า = =
นนั่ คอื =
==
นน่ั คือ =
==
น่นั คือ =
==
นัน่ คอื =
ดังน้ัน อัตราสว่ นที่เทา่ กับอัตราสว่ น ไดแ้ ก่ อตั ราส่วน , , และ
ขนั้ อธิบายความรู้
1. ในระหว่างท่นี กั เรยี นศกึ ษาตวั อย่างครตู ้งั คาถามต่อไปนี้ และสุ่มตัวแทนนกั เรยี นใหต้ อบคาถาม
- จากตัวอย่างใชว้ ิธีการใดในการหาอัตราส่วนทเ่ี ทา่ กับอตั ราส่วน (วธิ กี ารหาร)
- จานวนที่นามาหารกบั 24 และ 36 เป็นจานวนเดียวกันหรอื ไม่ (จานวนเดียวกนั )
- จานวนที่นามาหารกบั 24 และ 36 เป็น 1 อัตราสว่ นท่ีไดค้ ือ ( ซึ่งเป็นอัตราส่วนเดมิ )
ขนั้ สรปุ
ข้นั ขยายความเข้าใจ
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายหลักการหาอตั ราส่วนทีเ่ ท่ากันโดยหลักการหาร ดังน้ี เมอ่ื หารแตล่ ะจานวนในอตั ราส่วนใด
ดว้ ยจานวนเดียวกันโดยทจ่ี านวนนนั้ ไม่เท่ากบั ศนู ย์ จะไดอ้ ตั ราส่วนใหมท่ เ่ี ท่ากับอัตราส่วนเดิม
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความร้คู วาม 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขนึ้ ไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธบิ ายวธิ กี ารแก้โจทย์
อตั ราสว่ นที่เท่ากนั
ทกั ษะ/ 1.แสดงวิธกี ารแก้โจทย์อัตราส่วน 1. ใบงานที่ 4.15 แก้ 70% ข้ึนไป ถอื
กระบวนการ (P) ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ที่เทา่ กัน โจทย์อัตราส่วนท่ี ประเมิน
เท่ากัน
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ขนึ้ ไป ถอื
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่งั และสง่ งาน พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ไดท้ ันตามทีก่ าหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
- แถบโจทย์อัตราส่วนทเี่ ทา่ กัน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 17 แผนท่ี 2
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ช่อื ผ้สู อน ….…..........................................................
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 ร้อยละและอตั ราส่วน เรอ่ื ง มาตราส่วน
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขน้ึ จากการดาเนินการของจานวนและความสมั พนั ธร์ ะหว่าง การดาเนินการ
ตา่ ง ๆ และใช้การดาเนินการในการแก้ปญั หา
ตัวชี้วัด ค 1.3 ป.6/3 หาอตั ราสว่ นท่เี ท่ากับอัตราสว่ นท่กี าหนดให้
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
มาตราส่วนแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างขนาดจริงและขนาดย่อของวัตถุต่างๆ ท่ีแสดงในรูปภาพ หรือแสดง
ความสัมพันธร์ ะหว่างระยะทางบนแผนที่กบั ระยะทางจรงิ ระหวา่ งสถานที่ 2 แห่ง
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายขนั้ ตอนการคานวณหามาตราสว่ นได้ (K)
2. หาระยะทางจากความสัมพันธ์จากมาตราส่วนท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (P)
3. วาดภาพจากระยะทางจริงตามมาตราส่วนทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (P)
4. นาความรเู้ ก่ยี วกับมาตราสว่ นไปใช้ในชวี ติ จรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น
มาตราสว่ น พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นา
ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครใู ห้นักเรยี นสงั เกตส่งิ ตา่ งๆ ทอี่ ยรู่ อบตัวภายในหอ้ ง เชน่ ประตู หน้าตา่ ง กระดาน ความกว้างความยาวของห้องเรยี น
เปน็ ตน้ และใหน้ กั เรียนไดร้ ่วมกนั แสดงความคิดเห็นโดยครูถามวา่ ส่ิงต่างๆ เหล่านม้ี คี วามยาวเท่าไรและใช้เครอื่ งมือใดใน
การวัด
ข้ันสอน
ขนั้ สารวจค้นหา
1. ครูแนะนามาตราสว่ นโดยนารูปทีม่ มี าตราสว่ นกากับมาใหน้ กั เรยี นพจิ ารณา แล้วให้นักเรยี นบอกว่าเห็นอะไรบ้าง (โต๊ะ
กวา้ ง 1 ซม. ยาว 2 ซม. และมาตราส่วน 1 ซม. : 2 ม.)
ครแู นะนาการอา่ นมาตราส่วนและความหมายของมาตราส่วน ดงั นี้
2 ซม.
1 ซม.
มาตราสว่ น 1 ซม. : 2 ม.
มาตราสว่ น 1 ซม. : 2 ม. อา่ นว่า มาตราสว่ น 1 เซนติเมตร ต่อ 2 เมตร หมายความว่า ความยาวในรูป 1
เซนติเมตร แทน ความยาวจริง 2 เมตร
จากภาพ รูปโต๊ะกวา้ ง 1 เซนตเิ มตร แสดงว่า โตะ๊ กว้าง 1 × 2 = 2 เมตร
รูปโต๊ะยาว 2 เซนติเมตร แสดงว่า โตะ๊ ยาว 2 × 2 = 4 เมตร
ดงั นั้น โตะ๊ กว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร
ขัน้ อธิบายความรู้
1. ครูแนะนามาตราส่วนที่ไมม่ หี นว่ ยกากับ โดยติดภาพหนงั สือบนกระดาน
2.1 ซม.
2.9 ซม.
มาตราสว่ น 1 : 10
ครแู นะนาการอา่ นมาตราส่วน และความหมายของมาตราส่วนทไ่ี ม่มหี น่วยกากับ ดังนี้
มาตราสว่ น 1 : 10 อ่านว่า มาตราสว่ น 1 ตอ่ 10 หมายความวา่ ความยาวในรูป 1 หน่วย แทนความยาว
จริง 10 หนว่ ย หรอื กล่าวได้วา่ ความยาวจริงเป็น 10 เท่าของความยาวในรูป
ดังนั้น หนงั สอื เล่มนี้กวา้ ง 2.1 × 10 = 21 เซนตเิ มตร และความยาว 2.9 × 10 = 29 เซนตเิ มตร
ขัน้ สรุป
ข้ันขยายความเข้าใจ
ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ ราย ดงั นี้
- มาตราสว่ นท่ีเขียนกากับในแผนผังหรือแผนที่ทาใหท้ ราบถึงความยาวจริง
- มาตราส่วนเขยี นได้ 2 แบบ คอื มาตราส่วนท่ใี ชห้ น่วยเดยี วกัน และมาตราส่วนท่ีใชห้ นว่ ยต่างกนั
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชัน้ เรยี น
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธบิ ายวธิ ีการแก้โจทย์มาตรา
สว่ น
ทกั ษะ/ 1.แสดงวธิ ีการแก้โจทย์มาตรา 1. ใบงานท่ี 4.16 แก้ 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P) สว่ น โจทย์มาตราสว่ น วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถือ
รบั ผดิ ชอบต่องานทสี่ ัง่ และสง่ งาน พฤติกรรม ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ไดท้ นั ตามท่กี าหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
- แถบโจทย์มาตราสว่ น
- รปู ภาพ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผูบ้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 17 แผนที่ 3
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ช่ือผ้สู อน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 ร้อยละและอตั ราส่วน เร่ือง มาตราสว่ น
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลทเี่ กิดขน้ึ จากการดาเนินการของจานวนและความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง การดาเนนิ การ
ต่าง ๆ และใช้การดาเนนิ การในการแก้ปัญหา
ตัวชี้วัด ค 1.3 ป.6/3 หาอตั ราสว่ นทเี่ ทา่ กับอัตราส่วนท่ีกาหนดให้
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
มาตราสว่ นแสดงใหเ้ ห็นถึงความสัมพันธร์ ะหว่างขนาดจริงและขนาดย่อของวัตถุต่างๆ ที่แสดงในรูปภาพ หรือแสดง
ความสมั พนั ธ์ระหว่างระยะทางบนแผนทก่ี บั ระยะทางจริงระหว่างสถานที่ 2 แหง่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายขั้นตอนการคานวณหามาตราส่วนได้ (K)
2. หาระยะทางจากความสมั พันธจ์ ากมาตราสว่ นท่กี าหนดใหไ้ ด้ (P)
3. วาดภาพจากระยะทางจริงตามมาตราส่วนทกี่ าหนดให้ได้ (P)
4. นาความรูเ้ ก่ียวกับมาตราส่วนไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
มาตราสว่ น พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครทู บทวนเก่ียวกบั มาตราส่วนเขยี นได้ 2 แบบ คือ แบบที่ 1 ใชห้ นว่ ยทตี่ ่างกัน ต้องเขียนหน่วยกากับไว้ แบบท่ี 2 ใช้
หน่วยเดยี วกนั ทั้งในรปู และความยาวจรงิ ไมต่ อ้ งเขียนหนว่ ยกากบั โดยใชภ้ าพให้นักเรียนไดอ้ ่านมาตราสว่ น และบอกความ
กว้าง ความยาวจริง
ขน้ั สอน
ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครแู สดงตัวอยา่ งให้นักเรยี นอ่าน และตอบคาถาม จากแผนผังระบุมาตราส่วนแล้วร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับข้อมูลใน
แผนผังและแผนท่ี โดยใหน้ ักเรียนคานวณหาระยะทางจรงิ ดังน้ี
แผนผงั บ้านกอ้ ยและสถานท่สี าคญั
โรงแรม ธนาคาร
3.2 ซม.
โรงเรีย 4.2 ซม. โรงพยาบาล
น
3.5 ซม.
2.6 ซม. บา้ นคณุ ปู่
บ้านก้อย
5.5 ซม.
3.6 ซม.
มาตราสว่ น 1 ซม. : 100 ม.
ขนั้ อธิบายความรู้
ครูใช้คาถามกระต้นุ คว่มคดิ ของนกั เรียนเก่ียวกบั แผนผงั เชน่
- แผนผังนี้เปน็ แผนผงั อะไร (แผนผังบา้ นกอ้ ย และสถานทีส่ าคัญ)
- แผนผงั นใี้ ชม้ าตราส่วนเท่าใด (มาตราสว่ น 1 ซม. : 100 ม.)
- ธนาคารอยูท่ างทิศใดของโรงแรม และหา่ งจากโรงแรมก่เี มตร (ทิศตะวันออกเฉยี งเหนอื 320 เมตร)
- โรงพยาบาลอยทู่ างทศิ ใดของธนาคาร และหา่ งจากธนาคารกเ่ี มตร (ทิศตะวนั ออกเฉยี งใต้ 420 เมตร)
- โรงเรยี นอยทู่ างทศิ ใดของบ้านกอ้ ย และอยหู่ ่างจากบ้านกอ้ ยกเ่ี มตร (ทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ 550 เมตร)
- บ้านก้อยอยู่ทางทิศใดของบา้ นคณุ ปู่ และอยู่ห่างจากบ้านคุณปกู่ ี่เมตร (ทิศตะวันออกเฉยี งเหนอื 360 เมตร)
ขัน้ สรุป
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปราย ดังน้ี
- ภาพทบ่ี อกตาแหนง่ หรือเสน้ ทางการเดินทางเปน็ แผนที่
- ภาพลายเส้นทีแ่ สดงบริเวณ ตาแหนง่ ของสถานทอี่ าคารทอ่ี ยู่อาศยั เป็นแผนผงั
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจหลงั เรยี นของนักเรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมนิ
2. อธิบายวธิ กี ารแก้โจทย์มาตรา
ส่วน
ทกั ษะ/ 1.แสดงวิธีการแก้โจทย์มาตรา 1. ใบงานท่ี 4.17 แก้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) สว่ น โจทย์มาตราส่วน ว่าผ่านเกณฑก์ าร
ประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื
รบั ผิดชอบต่องานทสี่ ัง่ และส่งงาน พฤติกรรม ว่าผ่านเกณฑ์การ
ได้ทันตามทก่ี าหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมัน่ ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
- รูปภาพ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 17 แผนที่ 4
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ชื่อผสู้ อน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ร้อยละและอัตราสว่ น เรื่อง โจทย์ปญั หาเก่ยี วกับอตั ราส่วน
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลที่เกิดข้ึนจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพันธร์ ะหวา่ ง การดาเนินการ
ตา่ ง ๆ และใช้การดาเนินการในการแก้ปญั หา
ตัวชี้วัด ค 1.3 ป.6/11 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาอตั ราสว่ น
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาอัตราส่วน ต้องทาความเข้าใจโจทย์ โดยพิจารณาจากส่ิงที่โจทย์ถาม และส่ิงที่โจทย์กาหนดก่อน
แล้วจึงวางแผนแก้ปัญหา โดยใช้ความรู้เรื่องอัตราส่วนมาช่วยในการดาเนินการ แล้วควรมีการตรวจสอบความเหมาะสม
ของคาตอบด้วยทกุ ครัง้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกข้นั ตอนการวิเคราะห์โจทยป์ ญั หาโดยใชค้ วามรู้เรื่องอัตราสว่ นเพ่อื หาคาตอบได้ (K)
2. เขยี นขน้ั ตอนแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาอตั ราส่วนได้ถูกตอ้ ง (P)
3. นาความรู้เกีย่ วกบั โจทย์ปญั หาอัตราส่วนไปใชใ้ นชีวติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถนิ่
โจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั อัตราสว่ น พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นา
ข้ันกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูใหน้ ักเรยี นทบทวนความรู้ เรื่อง อตั ราส่วน โดยครูถามกระตุน้ ความคดิ นกั เรียน แลว้ ให้ช่วยกันคดิ วเิ คราะห์ ดังน้ี
- ในชีวิตประจาวัน นักเรียนพบเห็นสถานการณ์หรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วนหรือไม่ อย่างไร
โดยใหย้ กตวั อย่างประกอบ (เหน็ เชน่ อตั ราสว่ นจากการทาน้าผลไม้ อตั ราสว่ นการปรุงอาหาร)
ข้ันสอน
ขน้ั สารวจค้นหา
1. ครตู ิดแถบโจทย์ปญั หาอตั ราส่วนใหน้ ักเรยี นดังน้ี
อตั ราส่วนของน้าหนักของปอต่อนา้ หนกั ปา่ นเปน็ 3 : 2 ถ้าปอหนกั 39 กโิ ลกรัม
ป่านหนักกก่ี ิโลกรมั
ใหน้ ักเรียนอา่ นโจทย์ แลว้ ชว่ ยกันวิเคราะห์ทาความเขา้ ใจโจทย์ โดยอาจตอบคาถาม
กิโลกรมั ) - โจทยต์ ้องการทราบอะไร (ป่านหนักกก่ี โิ ลกรมั )
- โจทย์ขอ้ นี้กาหนดอะไรบ้าง (อตั ราสว่ นของน้าหนกั ของปอตอ่ นา้ หนักป่านเปน็ 3 : 2 ถา้ ปอหนกั 39
2. นักเรยี นและครรู ่วมกนั วางแผน เพื่อนาไปสแู่ นวทางแก้ปัญหาโดยใชค้ วามร้ทู ่ไี ดจ้ ากขอ้ 1. ดังนี้
39 กโิ ลกรัม
ปอ
ปา่ น
?
ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. นักเรียนช่วยกนั แสดงวิธที า เพอื่ หาคาตอบตามทโี่ จทยต์ อ้ งการ ดังน้ี
วิธีทา ปอหนกั 3 หน่วย เท่ากบั 39 กิโลกรมั
จะไดน้ ้าหนัก 1 หนว่ ย เท่ากับ = 13 กิโลกรมั
ปา่ นหนัก 2 หน่วย เท่ากับ 2 × 13 = 26 กิโลกรมั
ดงั นั้น ปา่ นหนกั 26 กโิ ลกรัม
ตอบ ปา่ นหนัก ๒๖ กโิ ลกรัม
ข้นั สรปุ
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ ราย ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญหาอตั ราสว่ น ตอ้ งทาความเข้าใจโจทย์ โดยพจิ ารณาจากส่งิ ที่
โจทยถ์ าม และสงิ่ ท่โี จทย์กาหนดก่อน แล้วจงึ วางแผนแก้ปัญหา โดยใชค้ วามรเู้ รื่องอัตราส่วนมาช่วยในการดาเนินการ แลว้
ควรมีการตรวจสอบความเหมาะสมของคาตอบดว้ ยทกุ คร้ัง
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรียนของนักเรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขึน้ ไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
2. อธบิ ายวธิ กี ารแก้โจทย์ปัญหา
เกีย่ วกับอัตราสว่ น
ทักษะ/ 1.แสดงวิธีการแก้โจทยป์ ญั หา 1. ใบงานที่ 4.18 แก้ 70% ขึน้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) เกี่ยวกบั อตั ราสว่ น โจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ว่าผา่ นเกณฑ์การ
อัตราส่วน ประเมนิ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื
รบั ผดิ ชอบต่องานที่ส่งั และสง่ งาน พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามท่ีกาหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
- แถบโจทย์ปญั หาเก่ยี วกับอตั ราสว่ น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 18 แผนที่ 1
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2563……... ชอ่ื ผ้สู อน ….…..........................................................
กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 แบบรูป เรือ่ ง แบบรปู และความสัมพันธ์ของจานวนแบบเพิ่มขน้ึ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์แบบรปู ความสมั พันธ์ ฟังก์ชัน ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้
ตัวชว้ี ัด ค 1.3 ป.6/1 แสดงวธิ คี ดิ และหาคาตอบของปญั หาเก่ยี วกบั แบบรปู
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
แบบรูป หมายถึง การแสดงความสัมพนั ธ์ของสิ่งตา่ งๆ ทม่ี ลี ักษณะสาคญั บางอย่างร่วมกันอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งสามารถ
อธบิ ายความสมั พนั ธ์เหลา่ น้นั ไดโ้ ดยใช้การสังเกต การวเิ คราะหห์ าเหตุผลสนับสนนุ จนได้บทสรุปอนั เปน็ ทีย่ อมรบั ได้
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายขน้ั ตอนการแกป้ ญั หาเก่ยี วกบั แบบรปู จานวนได้ (K)
2. แสดงวิธคี ดิ และหาคาตอบของปัญหาเกี่ยวกบั แบบรปู จานวนท่ีกาหนดให้ได้ (P)
3. นาความร้เู กี่ยวกับการแก้ปญั หาเกยี่ วกับแบบรูปจานวนไปใชใ้ นชวี ติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ
แบบรูปและความสัมพันธข์ องจานวนแบบเพ่ิมขนึ้ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นา
ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเกีย่ วกบั การนับเพ่ิม โดยครูเขียนจานวนบนกระดานแล้วให้นักเรียนร่วมกันทายว่า
จานวนต่อไป คอื จานวนใด และอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างจานวนตา่ งๆ
ขนั้ สอน
ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครเู ขียนแบบรปู ของจานวนบนกระดาน ให้นักเรียนแต่ละชว่ ยกันหาจานวนท่ีหายไปในแบบรูป พร้อมบอก
เหตผุ ล เม่อื นักเรียนได้คาตอบแลว้ ครูสมุ่ ตัวแทนออกมาเขียนคาตอบพรอ้ มบอกเหตุผล
85 86 88 91 .........
ข้นั อธบิ ายความรู้
- จากบัตรแบบรปู ท่ีกาหนดให้ หาความสมั พนั ธข์ องจานวนทีอ่ ยูต่ ดิ กนั ได้อยา่ งไร
-
85 86 88 91 .........
บวก 1 บวก 2 บวก 3 บวก 4
- จากบัตรแบบรปู แบบรปู ของจานวนมคี วามสัมพนั ธ์แบบใด (แบบรูปของจานวนมีความสัมพันธ์แบบ
เพ่ิมขนึ้ จากจานวนทางซ้ายเป็น 1 2 3 4 … ตามลาดับ)
- จานวนถดั ไปจาก 91 คอื จานวนใด (จานวนถัดไปจาก 91 คือ 91 + 4 = 95)
ครยู กตัวอยา่ งเพิ่มเติมอีก 2 – 3 ตัวอยา่ ง ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั หาคาตอบ จนนักเรยี นเกดิ ความร้คู วามเข้าใจ
ขัน้ สรุป
ข้ันขยายความเข้าใจ
ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปสงิ่ ทีไ่ ด้เรียนรรู้ ว่ มกนั ดงั นี้ แบบรปู ของจำนวนเปน็ ชุดของจำนวนทมี่ ีควำมสัมพันธ์อย่ำงใด
อยำ่ งหนงึ่
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพื่อตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าช้ันเรียน
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ข้ึนไป ถอื
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
2. อธิบายวธิ ีการแก้แบบรปู และ
ความสมั พันธข์ องจานวนแบบ
เพ่ิมขึ้น
ทกั ษะ/ 1.แสดงวิธีการแก้แบบรูปและ 1. ใบงานท่ี 5.1 แบบ 70% ข้นึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) ความสัมพันธข์ องจานวนแบบ รปู และความสมั พันธ์ วา่ ผ่านเกณฑ์การ
เพิ่มข้นึ ของจานวนแบบ ประเมนิ
เพมิ่ ข้ึน
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถอื
รบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่ังและส่งงาน พฤตกิ รรม วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามทก่ี าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
- แถบแบบรปู และความสัมพนั ธ์ของจานวน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 18 แผนท่ี 2
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ชื่อผสู้ อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 แบบรูป เรอ่ื ง แบบรปู และความสมั พนั ธ์ของจานวนแบบลดลง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสมั พนั ธ์ ฟังก์ชนั ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้
ตวั ช้วี ัด ค 1.3 ป.6/1 แสดงวิธีคิดและหาคาตอบของปัญหาเก่ียวกบั แบบรูป
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
แบบรปู หมายถงึ การแสดงความสัมพันธ์ของสง่ิ ต่างๆ ที่มีลักษณะสาคัญบางอย่างร่วมกันอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งสามารถ
อธิบายความสมั พนั ธเ์ หลา่ นั้นได้โดยใชก้ ารสงั เกต การวิเคราะหห์ าเหตผุ ลสนบั สนุนจนได้บทสรุปอนั เป็นท่ียอมรบั ได้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายขนั้ ตอนการแก้ปัญหาเก่ียวกบั แบบรูปจานวนได้ (K)
2. แสดงวธิ คี ิดและหาคาตอบของปัญหาเกยี่ วกับแบบรูปจานวนทีก่ าหนดให้ได้ (P)
3. นาความรู้เก่ยี วกับการแกป้ ัญหาเกีย่ วกับแบบรปู จานวนไปใช้ในชวี ติ จรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
แบบรปู และความสัมพันธ์ของจานวนแบบลดลง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นา
ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันทบทวนความรู้เกยี่ วกบั การนับเพิ่ม โดยครเู ขียนจานวนบนกระดานแล้วให้นักเรียนร่วมกัน
ทายวา่ จานวนตอ่ ไป คอื จานวนใด และอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งจานวนตา่ งๆ
ขั้นสอน
ข้นั สารวจค้นหา
2. ครเู ขียนแบบรูปของจานวนแบบลดลงบนกระดาน ใหน้ ักเรียนแต่ละช่วยกันหาจานวนท่ีหายไปในแบบรูป
พรอ้ มบอกเหตผุ ล เมอ่ื นกั เรียนไดค้ าตอบแล้วครูส่มุ ตวั แทนออกมาเขียนคาตอบพร้อมบอกเหตผุ ล
105 90 75 60 .........
ขนั้ อธบิ ายความรู้
- จากบตั รแบบรูปทกี่ าหนดให้ หาความสมั พันธข์ องจานวนทีอ่ ยูต่ ิดกนั ไดอ้ ยา่ งไร
-
105 90 75 60 .........
ลดลง 15 ลดลง 15 ลดลง 15 ลดลง 15
- จากบตั รแบบรปู แบบรูปของจานวนมคี วามสมั พนั ธแ์ บบใด (แบบรูปของจานวนมีความสัมพันธ์แบบ
ลดลงคร้งั ละ 15 จากจานวนทางซา้ ยเป็น ตามลาดบั )
- จานวนถัดไปจาก 60 คอื จานวนใด (จานวนถดั ไปจาก 60 คือ 60 - 15 = 45)
ครูยกตัวอยา่ งเพ่มิ เติมอกี 2 – 3 ตวั อยา่ ง ให้นักเรยี นร่วมกันหาคาตอบ จนนักเรยี นเกิดความรคู้ วามเข้าใจ
ขัน้ สรุป
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ สงิ่ ทไ่ี ดเ้ รียนร้รู ่วมกนั ดงั นี้ แบบรูปของจำนวนเปน็ ชดุ ของจำนวนทม่ี คี วำมสัมพันธ์อย่ำงใด
อยำ่ งหนึ่ง
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถอื
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธบิ ายวธิ กี ารแก้แบบรปู และ
ความสัมพนั ธ์ของจานวนแบบ
ลดลง
ทกั ษะ/ 1.แสดงวิธกี ารแก้แบบรูปและ 1. ใบงานท่ี 5.2 แบบ 70% ขึ้นไป ถอื
กระบวนการ (P) ความสัมพันธข์ องจานวนแบบ รปู และความสัมพนั ธ์ ว่าผ่านเกณฑก์ าร
ลดลง ของจานวนแบบลดลง ประเมิน
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
รับผิดชอบต่องานทีส่ ั่งและสง่ งาน พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ได้ทนั ตามทก่ี าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
- แถบแบบรูปและความสัมพันธข์ องจานวน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 18 แผนที่ 3
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ชอ่ื ผสู้ อน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 แบบรูป เรอ่ื ง แบบรปู และความสัมพันธ์แบบเพม่ิ ข้นึ จากการคูณ
และลดลงจากการหาร
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์แบบรปู ความสมั พันธ์ ฟังกช์ นั ลาดบั และอนกุ รม และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด ค 1.3 ป.6/1 แสดงวธิ ีคิดและหาคาตอบของปญั หาเกี่ยวกับแบบรูป
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
แบบรูป หมายถงึ การแสดงความสมั พันธ์ของสิ่งตา่ งๆ ท่มี ลี ักษณะสาคัญบางอย่างร่วมกันอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งสามารถ
อธบิ ายความสมั พันธ์เหล่านน้ั ได้โดยใชก้ ารสงั เกต การวเิ คราะห์หาเหตผุ ลสนบั สนุนจนได้บทสรปุ อนั เปน็ ท่ยี อมรบั ได้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายขน้ั ตอนการแก้ปัญหาเก่ียวกับแบบรูปจานวนได้ (K)
2. แสดงวธิ ีคดิ และหาคาตอบของปัญหาเกีย่ วกับแบบรูปจานวนท่ีกาหนดให้ได้ (P)
3. นาความรู้เกย่ี วกบั การแกป้ ญั หาเกย่ี วกับแบบรูปจานวนไปใช้ในชีวติ จรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
แบบรปู และความสมั พนั ธ์แบบเพิ่มขึ้นจากการคูณ พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
และลดลงจากการหาร
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นา
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับแบบรูปที่มีการเพิ่มข้ึนหรือลดลงทีละเท่าๆ กัน โดยเขียนแบบรูปของ
จานวนให้นกั เรียนบอกจานวนทห่ี ายไป พร้อมบอกเหตุผล
......... 14 25 36 ......... 58 .........
จานวนทห่ี ายไปคอื จานวนใด (3 และ 47)
- นกั เรยี นทราบไดอ้ ย่างไร (เป็นแบบรปู ของจานวนทเ่ี พิ่มข้นึ ทีละ 11)
- จากแบบรูปน้ใี หบ้ อกจานวนถดั ไป 3 จานวน (69 80 และ 91)
82 ......... 66 58 50 .........
- จานวนท่หี ายไปคือจานวนใด (74)
- นกั เรยี นทราบได้อย่างไร (เปน็ แบบรปู ของจานวนทลี่ ดลงทลี ะ 8)
- จากแบบรปู นใี้ หบ้ อกจานวนถัดไป 3 จานวน (42 34 และ 26)
ขน้ั สอน
ขัน้ สารวจค้นหา
1. ครเู ขยี นแบบรูปบนกระดานใหน้ กั เรียนพิจารณาแล้วตอบคาถาม ดังนี้
4 16 64 256 1,024 ......... .........
- แบบรปู ตอ่ ไปนเี้ ปน็ แบบรูปที่เพม่ิ ข้ึนหรอื ลดลง (เพมิ่ ขน้ึ )
- แบบรปู ตอ่ ไปนเี้ ปน็ แบบรปู ที่เพม่ิ ข้นึ หรือลดลงทลี ะเท่าๆ กนั หรือไม่ (เพ่มิ ขน้ึ ทลี ะไมเ่ ท่ากัน)
ครูใหน้ กั เรยี นหาว่า จานวนทอ่ี ยู่ทางขวาเปน็ ก่เี ทา่ ของจานวนที่อย่ทู างซา้ ย จะไดว้ า่
- จานวน 16 เป็น 4 เทา่ ของจานวน 4 เพราะ 16 ÷ 4 = 4
- จานวน 64 เป็น 4 เทา่ ของจานวน 16 เพราะ 64 ÷ 4 = 16
- จานวน 256 เปน็ 4 เท่าของจานวน 64 เพราะ 256 ÷ 4 = 64
- จานวน 1,024 เป็น 4 เท่าของจานวน 256 เพราะ 1,024 ÷ 4 = 256
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปวา่ จานวนในแบบรูปนจี้ านวนทางขวาเป็น 4 เท่าของจานวนทางซา้ ย
ครแู ละนกั เรียนร่วมกันหาความสัมพันธข์ องจานวนในแบบรูป ดงั นี้
จานวนที่ 1 คอื 4
จานวนท่ี 2 คอื 16 ซง่ึ 16 = 4 × 4
จานวนท่ี 3 คอื 64 ซึง่ 64 = 16 × 4
จานวนท่ี 4 คอื 256 ซ่งึ 256 = 64 × 4
จานวนที่ 5 คือ 1,024 ซึ่ง 1,024 = 256 × 4
จากนนั้ ครูให้นักเรยี นหาจานวนท่ี 6 และจานวนที่ 7 จะได้
จานวนท่ี 6 คือ 1,024 × 4 = 4,096
จานวนที่ 7 คือ 4,096 × 4 = 16,384
ข้นั อธิบายความรู้
1. ครเู ขยี นแบบรปู บนกระดานใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาแล้วตอบคาถาม ดังนี้
2,916 972 324 108 ......... .........
- แบบรปู ตอ่ ไปนี้เปน็ แบบรปู ทเี่ พิ่มขน้ึ หรอื ลดลง (ลดลง)
- แบบรปู ต่อไปนเี้ ป็นแบบรูปทีเ่ พ่มิ ขึ้นหรอื ลดลงทีละเท่าๆ กันหรอื ไม่ ลดลงทลี ะไม่เทา่ กนั )
ครใู ห้นักเรยี นหาวา่ จานวนทีอ่ ยูท่ างซา้ ยเปน็ ก่เี ท่าของจานวนท่ีอยทู่ างขวา จะได้วา่
- จานวน 2,916 เป็น 3 เท่าของจานวน 972 เพราะ 2,916 ÷ 972 = 3
- จานวน 972 เป็น 3 เท่าของจานวน 324 เพราะ 972 ÷ 324 = 3
- จานวน 324 เปน็ 3 เทา่ ของจานวน 108 เพราะ 324 ÷ 108 = 3
ดงั น้ัน จานวนทางซา้ ยเป็น 3 เทา่ ของจานวนทางขวา
ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั หาความสัมพนั ธ์ของจานวนในแบบรปู ดังนี้
จานวนที่ 1 คือ 2,916
จานวนที่ 2 คอื 972 ซึ่ง 972 = 2,916 ÷ 3
จานวนที่ 3 คือ 324 ซง่ึ 324 = 972 ÷ 3
จานวนท่ี 4 คือ 108 ซง่ึ 108 = 324 ÷ 3
จากนนั้ ครูใหน้ ักเรยี นหาจานวนที่ 5 และจานวนที่ 6 จะได้
จานวนท่ี 5 คอื 108 ÷ 3 = 36
จานวนท่ี 6 คือ 36 ÷ 3 = 12
ข้นั สรปุ
ข้ันขยายความเขา้ ใจ
ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ แบบรปู ของจานวนเป็นชุดของจานวนท่มี ีความสมั พันธก์ ันอยา่ งใดอย่างหน่งึ ดงั น้ี
- แบบรูปทมี่ ีความสัมพันธ์เพ่ิมขนึ้ โดยการคณู เรยี กว่าแบบรูปของจานวนทเ่ี กดิ จากการคูณ
- แบบรูปทม่ี ีความสมั พันธ์ลดลงโดยการหารเรียกว่าแบบรูปของจานวนทเี่ กดิ จากการหาร
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชน้ั เรยี น
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรูค้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธิบายวิธกี ารแก้แบบรูปและ
ความสมั พันธข์ องจานวนแบบ
เพมิ่ ข้ึนจากการคูณและลดลงจาก
การหาร
ทกั ษะ/ 1.แสดงวธิ ีการแก้แบบรปู และ 1. ใบงานท่ี 5.3 แบบ 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P) วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ความสัมพนั ธข์ องจานวนแบบ รูปและความสัมพนั ธ์ ประเมิน
เพิม่ ข้ึนจากการคูณและลดลงจาก ของจานวนแบบ
การหาร เพ่ิมขน้ึ จากการคณู
และลดลงจากการหาร
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถอื
รบั ผิดชอบต่องานทสี่ ่งั และส่งงาน พฤติกรรม ว่าผ่านเกณฑก์ าร
ได้ทันตามท่กี าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
- แถบแบบรูปและความสมั พันธ์ของจานวน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 18 แผนท่ี 4
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…2563……... ช่ือผ้สู อน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 แบบรูป เรื่อง การแกป้ ญั หาเกี่ยวกับแบบรปู
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสมั พนั ธ์ ฟงั ก์ชนั ลาดบั และอนุกรม และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด ค 1.3 ป.6/1 แสดงวิธีคดิ และหาคาตอบของปญั หาเกีย่ วกบั แบบรปู
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การแกป้ ัญหาบางปัญหาสามารถใชค้ วามร้เู กย่ี วกับแบบรูปช่วยในการหาคาตอบโดยอาศัยความสัมพันธ์ของแบบรูป
ว่าแบบรูปมีความสมั พนั ธก์ ันอยา่ งไร แลว้ จงึ นาไปคานวณหาคาตอบ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายขั้นตอนการแกป้ ญั หาเกี่ยวกบั แบบรูปจานวนได้ (K)
2. แสดงวธิ ีคดิ และหาคาตอบของปญั หาเก่ยี วกับแบบรูปจานวนที่กาหนดให้ได้ (P)
3. นาความรูเ้ ก่ียวกบั การแก้ปญั หาเก่ียวกบั แบบรปู จานวนไปใช้ในชวี ติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถนิ่
การแกป้ ัญหาเกย่ี วกับแบบรปู พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นา
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครูทบทวนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแบบรูปของจานวน โดยครูกาหนดแบบรูปของจานวนให้นักเรียนบอก
ความสมั พันธ์ของแบบรปู และบอกจานวนท่ีหายไปในแบบรปู ดงั น้ี
729 81 27 9 ......... .........
1 5 25 125 625 .........
......... ......... 49 343 2,401 .........
ขั้นสอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครูตดิ แบบรปู บนกระดาน
จานวนที่ 15 ของแบบรูปตอ่ ไปนคี้ อื จานวนใด
1 4 9 16 25 .........
ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันวิเคราะหว์ ่าจะหาจานวนในแต่ละลาดับทีไ่ ด้อย่างไร
จานวนที่ 1 คือ 1 = 1 × 1
จานวนท่ี 2 คือ 4 = 2 × 2
จานวนที่ 3 คือ 9 = 3 × 3
ดงั นัน้ จานวนที่ 15 หาได้จาก 15 × 15 = 225
ครูให้นักเรียนหาจานวนที่ 10 จานวนที่ 20 หาจานวนท่ี 30 หาจานวนท่ี 40 โดยการถามตอบซึ่งจะได้
100, 400, 900 และ 1,600 ตามลาดบั
ข้ันอธิบายความรู้
3. ครตู ดิ แบบรูปบนกระดาน
2 4 6 8 10 .........
ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั พิจารณาความสัมพนั ธ์ของจานวนในแบบรปู จะพบว่า
จานวนท่ี 1 คือ 2 = 1 × 2
จานวนท่ี 2 คอื 4 = 2 × 2
จานวนที่ 3 คอื 6 = 3 × 2
ดังนั้น จานวนที่ 10 หาไดจ้ าก 10 × 2 = 20
จานวนท่ี 20 หาได้จาก 20 × 2 = 40
จานวนที่ 30 หาไดจ้ าก 30 × 2 = 60
จานวนที่ 40 หาได้จาก 40 × 2 = 80
-
ข้นั สรุป
ข้ันขยายความเข้าใจ
ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ เก่ยี วกับการแกป้ ญั หาเกย่ี วกับแบบรูปว่า เป็นการแกป้ ัญหาโดยอาศัยความสมั พันธ์ของแบบ
รูปวา่ มีความสัมพันธอ์ ย่างไร แลว้ จึงนาไปคานวณหาคาตอบ
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรียนของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธิบายวิธีการแก้ปัญหา
เก่ยี วกบั แบบรปู
ทักษะ/ 1.แสดงวิธีการแก้การแกป้ ญั หา 1. ใบงานท่ี 5.4 การ 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P) เก่ียวกับแบบรูป แก้ปญั หาเก่ยี วกับ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
แบบรูป ประเมนิ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถือ
รับผดิ ชอบต่องานทส่ี ่ังและสง่ งาน พฤติกรรม ว่าผ่านเกณฑ์การ
ได้ทันตามทก่ี าหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มน่ั ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
- แถบแบบรปู และความสัมพนั ธ์ของจานวน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ูส้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)