จะตอ้ งจ่ายเงนิ 5 × 60 = × 60 = 312 บาท
ตอบ จะต้องจ่ายเงิน 312 บาท
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
2. ครูตดิ แถบโจทยป์ ัญหาการหารจานวนคละบนกระดาน ให้นักเรียนพจิ ารณาอา่ นโจทย์พร้อมกันดังนี้
มีน้าปลาอยู่ 1 ขวด ใช้ไปครั้งละ ขวด จะใช้นาปลาได้ก่ีคร้ัง
- โจทย์กาหนดอะไรให้บา้ ง (มีน้าปลาอยู่ 1 ขวด ใช้ไปคร้ังละ ขวด)
- โจทยต์ ้องการทราบอะไร (จะใชน้ าปลาไดก้ ค่ี รง้ั )
- จะใชว้ ิธีใดในการหาคาตอบ (การหาร)
- ต้องนาจานวนใดคูณกับจานวนใด ( 5 หารด้วย )
- สามารถนา 5 หาร ได้เลยหรือไม่ เพราะอะไร (ไมไ่ ด้ เพราะต้องทาให้เป็นเศษเกินก่อน)
- ให้ผู้แทนนกั เรียน 1 คนออกมาเขยี นประโยคสญั ลักษณบ์ นกระดาน ดงั น้ี 5 ÷ =
3. ให้ผ้แู ทนนักเรียน 2 คน ออกมาชว่ ยกนั แสดงวธิ ีทาท่ีถูกต้องบนกระดาน ดังนี้
วธิ ที า มนี าปลา 5 ขวด
ใชไ้ ปคร้ังละ ขวด
จะใช้นา้ ปลาได้ 5 ÷ = ÷ = × = 4 ครั้ง
ตอบ จะใชน้ ้าปลาได้ 4 คร้งั
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง
4. ครตู ิดแถบโจทย์ปัญหาการคูณ หรอื การหารจานวนคละบนกระดาน จานวน 5 ขอ้ จากนัน้ แบ่งนกั เรียน
ออกเปน็ 5 กลุ่ม ให้ส่งผู้แทนกลมุ่ ออกมาจับสลากเพอ่ื เลอื กโจทยป์ ัญหาการคูณหรือการหารจานวนคละบนกระ จากนั้นให้
แต่ละกลุ่มชว่ ยกนั แสดงวธิ ีหาคาตอบลงในกระดาษ กลมุ่ ใดทาเสร็จแล้วให้ส่งผู้แทนกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชั้นเรยี น ครู
และนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้นั สรปุ
ข้นั ขยายความเข้าใจ
ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปความรูด้ ังน้ี
การแกโ้ จทย์ปญั หาตอ้ งอ่านโจทย์ให้เขา้ ใจ รู้ถึงส่ิงที่โจทยก์ าหนดให้ ส่ิงท่โี จทย์ถาม เพอ่ื วเิ คราะห์ว่า จะหาคาตอบ
ดว้ ยวธิ ใี ด และเขยี นเป็นประโยคสัญลักษณ์ แลว้ จงึ แสดงวธิ ที าและหาคาตอบ
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรียนของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
70% ขึน้ ไป ถือ
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ ว่าผ่านเกณฑ์การ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด ประเมิน
2. อธบิ ายวิธกี ารแสดงวธิ ที าและ 70% ข้นึ ไป ถือ
หาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
คูณ การหารจานวนคละ ประเมิน
70% ข้นึ ไป ถือ
ทักษะ/ 1. เขยี นแสดงวิธที าและหา 1. ใบงานที่ 2.16 วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการ (P) คาตอบของโจทยป์ ัญหาการคูณ โจทยป์ ญั หาการคณู ประเมนิ
การหารจานวนคละ การหารจานวนคละ
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต
รับผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ั่งและสง่ งาน พฤติกรรม
ไดท้ ันตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
- แถบโจทย์ปัญหา
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 9 แผนท่ี 2
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/…2562……... ชอื่ ผ้สู อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เศษสว่ น เร่ือง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด การดาเนนิ การ
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลท่ีเกิดข้ึนจากการดาเนินการของจานวนและความสมั พนั ธ์ระหว่าง
ตา่ ง ๆ และใชก้ ารดาเนนิ การในการแกป้ ัญหา
ตัวช้วี ัด ค 1.2 ป.6/1 บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หาร ระคนของเศษสว่ น จานวนคละ และทศนยิ ม
พร้อมทง้ั ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแก้โจทยป์ ญั หาตอ้ งอ่านโจทยใ์ หเ้ ขา้ ใจ รูถ้ งึ สิ่งทโ่ี จทย์กาหนดให้ สิ่งทโี่ จทยถ์ าม เพ่ือวิเคราะห์ว่า จะหาคาตอบ
ดว้ ยวิธีใด และเขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ แลว้ จึงแสดงวธิ ีทาและหาคาตอบ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละได้ (K)
2. หาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละได(้ P)
3. มคี วามกระตอื รือร้นในการทากิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของ
เศษสว่ นและจานวนคละ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นา
ขัน้ กระตุน้ ความสนใจ
1. ใหน้ กั เรยี นทบทวนความรู้เร่อื งการบวก ลบ คณู หารเศษส่วน โดยครูติดแถบโจทยบ์ นกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรยี นหา
คาตอบดงั น้ี
แกว้ มีนา้ อยู่ ของแกว้ จากนนั้ นานา้ มาเติมลงไปอีก ของแก้ว แกว้ นา้ ใบนีจ้ ะมนี า้ อยเู่ ท่าใด ( ของแกว้ )
มาลีมีขนมอยู่ ของถงุ แบ่งให้นอ้ ง มาลจี ะเหลือขนมอย่เู ทา่ ไร ( ของถงุ )
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้นั สอน
ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครูตดิ แถบโจทย์บนกระดานดงั น้ี
นักเรยี นชน้ั ป.6 มี 45 คน เป็นนกั เรียนชาย 4 ของนกั เรยี นทงั้ หมดจะเปน็
9
นักเรียนหญงิ กคี่ น
นักเรยี นอ่านโจทยพ์ รอ้ มกนั จากนั้นครใู ชค้ าถามกระตนุ้ ความคิดของนักเรยี นดังนี้
- โจทย์กลา่ วถึงอะไร (นกั เรยี นชนั้ ป.6)
- สงิ่ ทีโ่ จทยก์ าหนดใหค้ ืออะไร (นักเรียน ป.6 มี 45 คน เปน็ นักเรียนชาย 4 ของนักเรียนทัง้ หมด)
9
- สง่ิ ทโ่ี จทยต์ ้องการทราบคอื อะไร (มีนักเรียนหญงิ ก่คี น)
- ถา้ อยากทราบวา่ นักเรียนชาย 4 คิดเป็นนักเรยี นชายกี่คน จะหาไดอ้ ยา่ งไร (เอาจานวนนกั เรียนชาย
9
4 คณู กับจานวนนกั เรียนทงั้ หมด ก็จะไดเ้ ป็นจานวนนกั เรียนชาย)
9
- จะหาจานวนนกั เรียนหญิงไดอ้ ย่างไร (เอาจานวนนักเรยี นทง้ั หมดลบด้วยจานวนนักเรียนชาย)
-จากวธิ คี ิดคานวณทีห่ าได้ เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณ์ได้อยา่ งไร 45 4 45
9
ขัน้ อธบิ ายความรู้
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันแสดงวธิ ีทา ของ 45 4 45
9
วธิ ที า นกั เรยี น ป.6 มี 45 คน
เปน็ นักเรียนชาย 4 ของนักเรียนท้งั หมด
9 คน
ดงั นั้น เป็นนกั เรียนชาย 4 45 4 45 คน
99
นักเรียน ป.6 มี 180
9
45 คน
เปน็ นักเรียนชาย 180 คน
ดงั น้ัน มีนกั เรยี นหญิง
9
45 180 405 180 คน
9 99 คน
225 คน
9
25
ตอบ มีนกั เรยี นหญงิ 25 คน
2. ครูแบ่งนกั เรยี นเป็น 6 กลุ่ม จากนัน้ ครูตดิ แถบโจทย์บนกระดาน 1 ข้อ ให้สมาชิกภายในกลมุ่ ช่วยกันแสดงวธิ หี า
คาตอบลงในกระดาษ จากน้ันสง่ ผแู้ ทนกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชน้ั เรียน ครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
ตัวอย่างโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ น
ขายแตงโม 9 ผล แต่ละผลหนัก กโิ ลกรัม ราคากโิ ลกรัมละ 25
บาท
จะได้เงนิ ท้ังหมดเท่าไร
ประโยคสญั ลักษณ์ 9 2 4 25
5
วิธที า ขายแตงโม 9 ผล
แต่ละผลหนกั 24 กิโลกรัม
5
ดงั นั้น น้าหนักของแตงโม 9 ผล คือ 9 2 4 9 14 กโิ ลกรัม
55 กโิ ลกรมั
126
น้าหนกั ของแตงโม 9 ผล 5
ราคากิโลกรัมละ 25 บาท 126 กิโลกรัม
5
ดงั นั้น ขายแตงโมได้เงนิ ท้ังหมด × 25 = 630 บาท
ตอบ ขายแตงโมได้เงนิ ทงั้ หมด 630 บาท
ขัน้ สรุป
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรดู้ ังน้ี
โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น ตอ้ งหาคาตอบในวงเลบ็ กอ่ น แล้วนาผลลพั ธท์ ี่ได้ไปบวก ลบ
คณู หาร กับจานวนทอี่ ยูน่ อกวงเลบ็
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรียนของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรียน
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความร้คู วาม 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้นึ ไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ ว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธิบายวธิ หี าคาตอบของโจทย์
ปญั หาการบวก ลบ คูณ หาร
ระคนของเศษส่วนและจานวน
คละ
ทกั ษะ/ 1. หาคาตอบของโจทย์ปัญหา 1. ใบงานท่ี 2.17 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P) การบวก ลบ คณู หารระคนของ โจทยป์ ญั หาการบวก วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
เศษส่วนและจานวนคละ ลบ คูณ หารระคน ประเมนิ
ของเศษสว่ นและ
จานวนคละ
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึน้ ไป ถือ
รับผิดชอบต่องานที่ส่งั และส่งงาน พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ได้ทนั ตามทีก่ าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ มน่ั ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
- แถบโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารของเศษส่วน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผูส้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 9 แผนที่ 3
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ชอื่ ผสู้ อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 ทศนิยม ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
เรื่อง การเขียนเศษสว่ นในรปู ทศนยิ ม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชวี ติ จริง
ตัวชีว้ ัด ค 1.1 ป.6/9 หาผลหารของทศนยิ มทตี่ ัวหารและผลหาร เป็นทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหนง่
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขียนเศษส่วนให้อยู่ในรูปของทศนิยม อาจทาได้โดยทาส่วนของเศษส่วนนั้นให้เป็น 10, 100, 1,000, ... แล้วใช้
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งทศนิยมกบั เศษส่วน เขียนเศษส่วนน้ันให้อย่ใู นรูปทศนยิ ม
การเขยี นเศษสว่ นใหอ้ ยู่ในรูปทศนยิ มนน้ั อาจทาได้โดยใช้วิธีการหารยาวระหว่างตัวเศษกับ ตัวส่วนของเศษส่วน
นั้น
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายหลักการเขียนเศษส่วนเป็นทศนยิ มได้ (K)
2. เขยี นแสดงการแปลงเศษสว่ นท่ีกาหนดให้ในรูปของทศนิยมได้ (P)
3. นาความรู้เกีย่ วกบั ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเศษส่วนกบั ทศนยิ มไปใชใ้ นชวี ิตจริงได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถ่ิน
การเขียนเศษส่วนในรูปทศนยิ ม พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
ข้ันกระตนุ้ ความสนใจ
1. ให้นกั เรียนทบทวนความรู้ เรอ่ื ง ทศนิยมหนึง่ ตาแหนง่ โดยครตู ิดตารางสิบบนกระดาน ดงั น้ี
ใหผ้ แู้ ทนนักเรียนออกมาเขียนทศนิยมแสดงส่วนท่ีระบายสีบนกระดาน (0.1) และให้ผู้แทนนักเรียนอีก 1
คนอา่ นทศนิยมดงั กลา่ ว (ศนู ยจ์ ดุ หนึง่ ) จากนน้ั ครถู ามคาถามนักเรียนเพิ่มเติม ดังนี้
- ตารางนี้แบ่งออกเปน็ กส่ี ่วน (10 ส่วน)
- แตล่ ะสว่ นมีขนาดเทา่ กันหรอื ไม่ (เทา่ กัน)
- ภาพทร่ี ะบายสมี กี ่ีสว่ น (1 ส่วน) ในท้ังหมดกีส่ ว่ น (10 สว่ น)
- ถา้ ระบายสี 2 ชอ่ ง แสดงว่าภาพทร่ี ะบายสีมีกีส่ ว่ น (2 สว่ นใน 10 ส่วน)
- เขยี นเปน็ ทศนิยมไดอ้ ยา่ งไร (0.2)
- อา่ นได้อยา่ งไร (ศูนย์จดุ สอง)
- ถ้าระบายสี 10 ช่อง แสดงว่าภาพทร่ี ะบายสมี กี สี่ ว่ น (10 สว่ นใน 10 สว่ น)
- เขียนเปน็ ทศนิยมได้อยา่ งไร (1.0)
- ตัวเลขทอี่ ยหู่ ลงั จดุ ทศนยิ มในตาแหนง่ ท่หี นง่ึ เปน็ ตัวเลขในหลกั ใด (หลักส่วนสบิ )
- มคี ่าประจาหลักเท่าไร ( หรือ 0.1)
-
ข้ันสอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ให้นักเรียนดูบัตรโจทย์บนกระดานแล้วร่วมกันอภิปรายว่าจะมีวิธีการทาได้อย่างไร (ทาให้ส่วนเป็น 10,
100, 1,000) แล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกนั แสดงวิธที า ซ่งึ จะไดด้ ังนี้
จงเขยี น เป็นทศนยิ ม
วธิ ที า =
=
= 3.125
ครูและนักเรียนตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นอธบิ ายความรู้ เปน็ ทศนิยม (มี คือ ใช้วิธีการหารยาว
2. ใหน้ กั เรียนร่วมกันอภิปรายอกี วา่ มีวธิ กี ารอื่นอีกหรือไมท่ ที่ า
ระหวา่ งตัวเศษและตัวสว่ น)
3. ใหน้ กั เรยี นช่วยกันแสดงวธิ ที า ซง่ึ จะได้ดงั นี้
= 25 ÷ 8
25 = 25.000
3.125
8 25.000
24
10
8
20
16
40
40
00
ดงั นนั้ = 3.125
ครูและนักเรยี นตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ สรุป
ข้ันขยายความเข้าใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสง่ิ ทีไ่ ดเ้ รียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การทาเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เป็น 10, 100, 1,000, ... ให้อยู่ใน
รูปทศนยิ มซ่ึงจะได้ดงั นี้
- ทาส่วนของเศษส่วนให้เป็น 10, 100, 1,000, ... แล้วใช้ความสัมพันธ์ระหว่างทศนิยมกับเศษส่วน
เขียนเศษส่วนน้นั ให้อยใู่ นรูปทศนิยม
- ใช้วธิ ีหารยาวระหวา่ งเศษและส่วนของเศษสว่ นน้ัน
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชนั้ เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรูค้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ ว่าผ่านเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธบิ ายการเขยี นเศษสว่ นใน
รูปทศนิยม
ทักษะ/ 1.สามารถเขียนเศษส่วนในรูป 1. ใบงานที่ 3.1เขยี น 70% ขนึ้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) ทศนยิ ม เศษสว่ นในรปู ทศนยิ ม วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถือ
รับผดิ ชอบต่องานท่ีสั่งและสง่ งาน พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามทก่ี าหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
- บัตรภาพทศนิยม
- บัตรตาราง 10 ตาราง 100
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 9 แผนท่ี 4
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ชื่อผสู้ อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ทศนิยม เรอ่ื ง การหารทศนยิ มเมื่อตวั หารเป็นจานวนนบั
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถงึ ผลท่ีเกิดขน้ึ จากการดาเนินการของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
ดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแก้ปญั หา
ตวั ชวี้ ัด ค 1.3 ป.6/1 บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หาร ระคนของเศษส่วนจานวนคละ และทศนิยม
พรอ้ มทั้งตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การหารทศนิยม เป็นการแบ่งจานวนท่เี ปน็ ทศนยิ มออกเปน็ ส่วน ส่วนละเทา่ ๆ กนั ใหไ้ ด้จานวนสว่ นตามตอ้ งการ
เพ่ือใหท้ ราบว่าแตล่ ะส่วนมีค่าเท่าไร
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายการหารทศนิยมทีต่ ัวหารเป็นจานวนนบั ได้ (K)
2. แสดงวธิ ีทาและหาคาตอบของการหารทศนิยมท่ตี ัวหารเปน็ จานวนนับได้ (P)
3. มีความกระตอื รอื ร้นในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การหารทศนิยมทตี่ ัวหารเปน็ จานวนนบั
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. นกั เรยี นทบทวนการเขียนทศนยิ มในรปู เศษสว่ นและการเขียนเศษส่วนทมี่ ีตวั ส่วนเป็น 10 100 และ 1,000 ให้
อยู่ในรปู ทศนิยม โดยใหน้ กั เรยี นออกไปเขียนหนา้ กระดาน ดังน้ี
3 ใน 1,000 เขยี นในรูปทศนิยมได้อยา่ งไร (0.003)
สามารถเขียนในรูปเศษสว่ นไดอ้ ยา่ งไร ( 3 )
1, 000
15 ใน 1,000 เขยี นในรูปทศนยิ มไดอ้ ย่างไร (0.015)
สามารถเขยี นในรปู เศษส่วนไดอ้ ยา่ งไร ( 15 )
1, 000
29 ใน 1,000 เขียนในรูปทศนยิ มได้อย่างไร (0.029)
สามารถเขียนในรูปเศษส่วนไดอ้ ยา่ งไร ( 29 )
1, 000
ข้นั สอน
ขน้ั สารวจค้นหา
1. ทบทวนการเขยี นส่วนกลับของเศษสว่ น
2 เป็นส่วนกลบั ของ 3 และ 3 เปน็ สว่ นกลับของ 2
3 22 3
5 เป็นส่วนกลบั ของ 7 และ 7 เปน็ ส่วนกลับของ 5
7 55 7
4 เปน็ ส่วนกลบั ของ 1 และ 1 เปน็ ส่วนกลบั ของ 4
44
2. ครตู ดิ แถบโจทย์การหารบนกระดาน จากนัน้ ครูถามคาถามกระตุ้นความคิดของนกั เรียน ดังนี้
0.8 ÷ 4 =
จากแถบโจทย์เป็นการหารระหวา่ งจานวนใด (0.8 กบั 4)
ตวั ตั้งเปน็ ทศนยิ มหรือจานวนนบั (ทศนิยม)
ตวั หารเป็นทศนยิ มหรอื จานวนนับ (จานวนนับ)
ข้ันอธิบายความรู้
1. ครูติดภาพแสดงทศนยิ มและการหารทศนยิ ม 0.8 ÷ 4 =
0.8
0.2 0.2 0.2 0.2
จากน้นั ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิดของนกั เรียน ดงั นี้
0.8 ถกู แบ่งออกเป็นก่ีสว่ นเทา่ ๆ กนั (4 ส่วน)
แตล่ ะสว่ นมีขนาดเท่าใด (0.2)
ดังน้นั 0.8 4 เทา่ กบั เทา่ ใด (0.2)
2. ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง แล้วร่วมกันอภิปรายว่า นอกจากการใช้แผนภาพ หาคาตอบ
การหารทศนยิ มแล้ว จะมวี ธิ ีการใดอกี หรอื ไม่ จากนัน้ ครใู ห้ผ้แู ทนนกั เรยี น1 คน ออกมาแสดงวิธกี าร
หารโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเศษสว่ นและทศนยิ มบนกระดาน ดังน้ี
ตัวอย่างที่ 1 0.8 4
วธิ ที า 0.8 ÷ 4 = 8 ÷ 4
10
= 8 ×1
10 4
= 2 หรือ 0.2
10
นักเรยี นรว่ มกนั สังเกตวิธีทาแลว้ ตอบคาถาม ดังนี้
0.8 เขียนเป็นเศษสว่ นได้อย่างไร ( 8 )
10
การหารที่ตวั ต้ังเป็นเศษสว่ น ตัวหารเป็นจานวนนบั ต้องทาอย่างไร (นาตัวต้ังคูณกบั ส่วนกลับของตัวหาร)
ส่วนกลบั ของ 3 คือ จานวนใด ( 1 )
3
ผลคณู เทา่ กับเท่าไร ( 2 ) เขียนในรูปทศนิยมได้อย่างไร (0.2)
10
ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
3. ครดู าเนินกจิ กรรมอกี 2 ครงั้ เพอื่ ใหน้ ักเรียนฝึกทกั ษะการหารทศนิยมเม่อื ตัวหารเปน็ จานวนนับ โดยให้
ผแู้ ทนนักเรียนออกมาแสดงวธิ กี ารหาคาตอบบนกระดาน ดงั นี้
ตวั อย่างที่ 2 0.9 3
วิธที า 0.9 3 9 3
10 1
9 1
10 3
9
30
3
10
0.3
ตวั อย่างท่ี 3 0.639
วธิ ที า 0.639 63 9
100 1
63 1
100 9
63
900
7 0.07
100
จากนั้นเลือกผูแ้ ทนนักเรยี น 2 คน ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
ครแู ละนกั เรยี นในชัน้ เรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ครูแบง่ กลุ่มนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ 4 คน แจกแถบโจทย์การหารทศนิยม ให้กลุ่มละ 1 แถบ นักเรียนช่วยกัน
แสดงวิธีการหารทศนิยมโดยใช้ความสัมพันธ์ของทศนิยมและเศษส่วน ลงในกระดาษเปล่า แล้วส่งผู้แทนกลุ่มออกมา
นาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี นครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ สรุป
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ความร้ดู ังนี้
การหารทศนิยม เปน็ การแบ่งจานวนทีเ่ ปน็ ทศนยิ มออกเป็นส่วน ส่วนละเท่าๆ กนั ให้ไดจ้ านวนสว่ นตามตอ้ งการ
เพือ่ ให้ทราบว่าแตล่ ะส่วนมคี ่าเท่าไร
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์ วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
ความรูค้ วาม 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธบิ ายการหารทศนิยมท่ี
ตวั หารเปน็ จานวนนับ
ทักษะ/ 1. แสดงวิธีทาและหาคาตอบของ 1. ใบงานท่ี 3.2 การ 70% ขึน้ ไป ถอื
กระบวนการ (P)
การหารทศนิยมทตี่ ัวหารเป็น หารทศนิยมท่ตี วั หาร ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
จานวนนบั เป็นจานวนนบั ประเมิน
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขนึ้ ไป ถือ
รับผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่งั และสง่ งาน พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ได้ทนั ตามทีก่ าหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
- บัตรตวั เลข
- แถบโจทย์
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 11 แผนท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ชือ่ ผสู้ อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ทศนิยม เร่ือง การหารทศนยิ มเมอื่ ตัวหารเปน็ ทศนิยม 1 ตาแหนง่
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชวี้ ัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลท่ีเกิดขึน้ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสมั พันธ์ระหวา่ ง
ดาเนนิ การตา่ ง ๆ และใช้การดาเนินการในการแกป้ ัญหา
ตวั ชว้ี ัด ค 1.3 ป.6/1 บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หาร ระคนของเศษส่วนจานวนคละ และทศนิยม
พรอ้ มท้งั ตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การหารทศนยิ ม เป็นการแบง่ จานวนทีเ่ ปน็ ทศนิยมออกเปน็ ส่วน สว่ นละเท่าๆ กนั ใหไ้ ด้จานวนสว่ นตามต้องการ
เพ่อื ให้ทราบวา่ แต่ละสว่ นมคี า่ เทา่ ไร
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายการหารทศนิยมเม่อื ตวั หารเปน็ ทศนิยมได้ (K)
2. แสดงวิธีทาและหาคาตอบของการหารทศนยิ มเมื่อตัวหารเปน็ ทศนิยมได้ (P)
3. มีความกระตือรอื ร้นในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ ้องถิน่
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
การหารทศนิยมเมื่อตวั หารเป็นทศนิยม
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนา
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
1. นักเรียนทบทวนเรื่อง การหารทศนิยมด้วยจานวนนบั โดยครูติดแถบโจทย์การหารบนกระดานแล้วให้ผูแ้ ทน
นกั เรียนออกมาแสดงวิธกี ารหารยาวบนกระดาน ดงั น้ี
25.5 ÷ 5 =
5.1
5 25.5
25
05
5
0
ดังนัน้ 25.5 ÷ 5 = 5.1
ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นสอน
ขั้นสารวจค้นหา
1. ครตู ิดตารางสิบบนกระดาน ให้ผ้แู ทนนกั เรยี นออกมาระบายสีทศนิยม 1.6
1.0 0.6
0.4 0.4 0.4 0.4
ครูถามคาถามกระตุ้นความคิดของนักเรยี น ดังน้ี
จากภาพมี 0.4 อยู่ก่คี รั้ง (4 คร้ัง)
ใหผ้ แู้ ทนนกั เรียนออกมาเขยี นแสดงมี 0.4 อยู่ 4 คร้ังที่ตารางสบิ
เขยี นประโยคการหารได้อยา่ งไร (1.6 ÷ 0.4 = 4)
แสดงวธิ หี าคาตอบโดยใชค้ วามสมั พันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนยิ มได้อยา่ งไร
2. ครใู ห้ผูแ้ ทนนักเรยี นออกมาแสดงวิธที าบนกระดาน ดังนี้
1.6 ÷ 0.4 = 16 ÷ 4
10 10
= 16 × 10
10 4
=4
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขั้นอธบิ ายความรู้
3. จากกิจกรรมข้อ 2 ครถู ามคาถามกระตุ้นความคดิ ของนักเรยี น ดังน้ี
เขียน 1.6 ÷ 0.4 ในรปู เศษสว่ นได้อยา่ งไร ( 1.6 )
0.4
เปลย่ี นตัวหาร 0.4 ใหเ้ ปน็ จานวนนบั ไดอ้ ยา่ งไร (คูณดว้ ย 10)
ทราบไดอ้ ย่างไร (0.4 เป็นทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ มตี วั สว่ นเป็น 10)
ถา้ นาจานวนนบั มาคณู ตัวส่วนอย่างเดยี วจะมคี า่ เทา่ กบั เศษสว่ นเดมิ หรอื ไม่ (ไม่)
ตอ้ งทาอย่างไร (นา 10 มาคูณทัง้ ตัวเศษและตัวส่วน)
มคี ่าเท่าไร ( 1.610 = 16 )
0.4 10 4
เขยี น 16 ให้เปน็ เศษสว่ นอยา่ งตา่ หรือจานวนนับไดเ้ ทา่ ไร (4) เปน็
4
เขยี นแสดงวธิ กี ารหารทศนยิ มเมื่อตวั หารเปน็ ทศนิยม โดยการเปลี่ยนตัวหาร
จานวนนบั ได้อยา่ งไรให้ผแู้ ทนนกั เรียนออกมาแสดงวธิ ที าบนกระดาน ดังนี้
1.6 ÷ 0.4 = 1.6
0.4
= 1.6 10
0.4 10
= 16 = 4
4
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
4. นกั เรียนฝึกเปลย่ี นตวั หารเปน็ จานวนนบั โดยครูตดิ แถบโจทย์การหารบนกระดานและนกั เรียนออกมาแข่งขัน
กันเปล่ยี นตวั หารเปน็ จานวนนบั บนกระดาน ดังนี้
1) 4.15 ÷ 1.3 = 4.1510 = 41.5
1.310
13
2) 6.25 ÷ 0.005= 6.251000 = 6250
0.0051000
5
3) 6.124 ÷3.12 = 6.124100 = 612.4
3.12100
312
ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
5. ครูติดแถบโจทย์การหารบนกระดาน แล้วใหน้ กั เรยี นออกมาเปลยี่ นตัวหารใหเ้ ป็นจานวนนบั ดังนี้
25.545 ÷ 1.5 =
25.545 ÷ 1.5 = 25.54510 = 255.45
1.5 10 15
ครูและนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
จากนนั้ ครูให้ผแู้ ทนนกั เรียนออกมาหาผลหารโดยวิธีหารยาว ดังนี้
17.03
15 255.45
15
105
105
45
45
0
ดงั น้นั 25.545 ÷ 1.5 = 17.03
ครูและนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
6. ครูดาเนินกิจกรรมอีก 2 ครั้งเพื่อเพิ่มพนู ทักษะใหก้ บั นกั เรยี นโดยตดิ แถบโจทย์การหารอีก 2 โจทย์ แล้วให้
นกั เรียนแข่งขนั กนั ออกมาแสดงวธิ หี าผลหารโดยใชก้ ารหารยาว โดยเปลี่ยนตวั หารใหเ้ ปน็ จานวนนบั
ดงั ตัวอยา่ ง
1) 86.165 ÷ 2.78 = 2) 3.655 ÷ 1.7 =
ครูและนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
6. นกั เรียนยืนเป็นวงกลม 2 วง เพอื่ รว่ มกนั เลน่ เกม “ส่งของ” ดงั น้ี
ครูตดิ แถบโจทยก์ ารหารบนกระดาน
ใหน้ กั เรียนท้ัง 2 วง ส่งปากกาตอ่ กัน โดยวนไปทางขวามือ
เมื่อครูบอกว่า “หยดุ ” ถ้าปากกาอยู่ในมอื ใครใหอ้ อกมาแสดงการหาผลหาร 1 ข้นั ตอน
ดาเนินเกมจนไดค้ าตอบของการหาร
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องดาเนนิ เกมอีก 2-3 ครัง้
ขั้นสรุป
ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ดงั น้ี
การหารทศนยิ ม เป็นการแบง่ จานวนทีเ่ ปน็ ทศนยิ มออกเปน็ ส่วน สว่ นละเทา่ ๆ กันใหไ้ ดจ้ านวนส่วนตามตอ้ งการ
เพอื่ ใหท้ ราบว่าแต่ละส่วนมคี ่าเท่าไร
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรียนของนักเรียน
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรยี น
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธบิ ายการหารทศนยิ มเม่ือ
ตวั หารเปน็ ทศนยิ ม
ทักษะ/ 1. แสดงวิธีทาและหาคาตอบของ 1. ใบงานที่ 3.3 การ 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P)
การหารทศนิยมเม่อื ตวั หารเปน็ หารทศนิยมเมอื่ ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ทศนยิ ม ตัวหารเปน็ ทศนยิ ม ประเมิน
คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึน้ ไป ถอื
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่สั่งและส่งงาน พฤตกิ รรม ว่าผ่านเกณฑก์ าร
ได้ทนั ตามทก่ี าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
- บตั รตัวเลข
- แถบโจทย์
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 11 แผนที่ 2
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/…2563……... ชือ่ ผูส้ อน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ทศนิยม เรื่อง การหารทศนิยมเมื่อตวั หารเป็นทศนิยม 2 ตาแหน่ง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถงึ ผลทีเ่ กิดขน้ึ จากการดาเนินการของจานวนและความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
ดาเนนิ การตา่ ง ๆ และใช้การดาเนินการในการแกป้ ัญหา
ตวั ชวี้ ัด ค 1.3 ป.6/1 บวก ลบ คณู หาร และบวก ลบ คณู หาร ระคนของเศษสว่ นจานวนคละ และทศนิยม
พรอ้ มท้งั ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การหารทศนิยม เป็นการแบ่งจานวนทเี่ ปน็ ทศนยิ มออกเปน็ ส่วน สว่ นละเทา่ ๆ กันใหไ้ ด้จานวนส่วนตามต้องการ
เพ่ือให้ทราบวา่ แต่ละสว่ นมีค่าเทา่ ไร
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายหลักการหารทศนยิ มท่ตี วั หารและผลหารเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตาแหน่งได้ (K)
2. แสดงวธิ ีหาผลหารทศนิยมท่ตี ัวหารและผลหารเป็นทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตาแหน่งได้ (P)
3. นาความรเู้ กย่ี วกบั การหารทศนิยมไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนร้ทู ้องถ่นิ
พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การหารทศนิยมเม่ือตวั หารเป็นทศนิยม
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครทู บทวนการหารทศนยิ มด้วยทศนยิ มสองตาแหนง่ หน่งึ ตาแหนง่ โดยให้นักเรยี นออกไปเขียนบนกระดาน เช่น
- 0.9 ÷ 0.2 = (4.5)
- 1.29 ÷ 0.3 = (4.3)
- 3.765 ÷ 0.5 = (7.53)
ขน้ั สอน
ขัน้ สารวจค้นหา
1. ครตู ิดแถบโจทยก์ ารหารทศนิยม เช่น 1.008 ÷ 0.12 = ให้นักเรยี นใชค้ วามสัมพนั ธ์ของทศนิยมและเศษส่วนเขียน
1.008 ÷ 0.12 ในรูปเศษสว่ น และช่วยกนั แสดงวธิ หี าคาตอบ จะได้ดงั น้ี
วธิ ีทา 1.008 ÷ 0.12 = ÷
=×
= 8.4
ดงั นน้ั 1.008 ÷ 0.12 = 8.4
ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. ครตู ดิ แถบโจทยก์ ารหารทศนยิ มอีก 2 – 3 ตวั อยา่ ง แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันแสดงวธิ ที า เชน่
ตัวอยา่ งท่ี 1 6.25 ÷ 0.25
วิธที า 6.25 ÷ 0.25 = ÷
= ×
= 25
ดังน้ัน 6.25 ÷ 0.25 = 25
ตัวอย่างท่ี 2 32.7 ÷ 0.25
วิธที า 32.7 ÷ 0.25 = ÷
= ×
= 130.8
ดังนัน้ 32.7 ÷ 0.25 = 130.8
ตัวอยา่ งท่ี 3 2.808 ÷ 0.54
วธิ ีทา 2.808 ÷ 0.54 = ÷
= ×
= 5.2
ดงั นน้ั 2.808 ÷ 0.54 = 5.2
ข้ันสรปุ
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การหาผลหารเมื่อตัวหารเป็นทศนิยมสองตาแหน่ง ใช้วิธีการ
เขยี นทศิยมใหอ้ ยใู่ นรูปเศษส่วนแลว้ หาผลหาร โดยใช้ความรู้เร่ือง การหารเศษสว่ นหรือใช้วิธที าตวั หารเปน็ จานวนนับ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรียนของนักเรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชนั้ เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธิบายการหารทศนิยมเม่อื
ตวั หารเปน็ ทศนยิ ม 2 ตาแหนง่
ทักษะ/ 1. แสดงวิธีทาและหาคาตอบของ 1. ใบงานที่ 3.4 การ 70% ข้ึนไป ถือ
กระบวนการ (P) ว่าผ่านเกณฑ์การ
การหารทศนยิ มเมื่อตวั หารเป็น หารทศนยิ มเม่อื ประเมิน
ทศนยิ ม 2 ตาแหน่ง ตวั หารเปน็ ทศนยิ ม 2
ตาแหน่ง
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่สี งั่ และสง่ งาน พฤตกิ รรม ว่าผ่านเกณฑก์ าร
ไดท้ ันตามทก่ี าหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
- แถบโจทย์การหารทศนยิ มเมือ่ ตวั หารเปน็ ทศนยิ ม 2 ตาแหน่ง
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ูส้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 11 แผนท่ี 3
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…2563……... ช่ือผสู้ อน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ทศนยิ ม เรอื่ ง การหารทศนยิ มด้วยทศนิยม 3 ตาแหนง่
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชีว้ ัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลที่เกิดขน้ึ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
ดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนนิ การในการแก้ปัญหา
ตวั ชี้วัด ค 1.3 ป.6/1 บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คณู หาร ระคนของเศษสว่ นจานวนคละ และทศนิยม
พรอ้ มทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การหารทศนยิ ม เป็นการแบง่ จานวนที่เป็นทศนยิ มออกเป็นสว่ น สว่ นละเทา่ ๆ กนั ใหไ้ ด้จานวนส่วนตามต้องการ
เพ่ือให้ทราบวา่ แตล่ ะส่วนมีค่าเทา่ ไร
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายหลักการหารทศนยิ มทตี่ ัวหารและผลหารเป็นทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหนง่ ได้ (K)
2. แสดงวิธหี าผลหารทศนิยมที่ตัวหารและผลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหน่งได้ (P)
3. นาความรูเ้ กยี่ วกับการหารทศนิยมไปใชใ้ นชวี ติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่นิ
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การหารทศนยิ มดว้ ยทศนิยม 3 ตาแหนง่
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นา
ข้ันกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนการหารทศนิยมดว้ ยทศนยิ มสามตาแหนง่ สองตาแหน่ง โดยใหน้ กั เรียนออกไปเขียนบนกระดาน เช่น
- 1.08 ÷ 0.12 = (9)
- 0.9 ÷ 0.45 = (2)
- 1.26 ÷ 0.06 = (21)
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ สอน
ข้ันสารวจค้นหา
1. ครูติดแถบโจทย์การหารทศนิยม เช่น 1.2 ÷ 0.002 = ให้นักเรียนใช้ความสัมพันธ์ของทศนิยมและ
เศษส่วนเขยี น 1.2 ÷ 0.002 ในรูปเศษสว่ น และชว่ ยกนั แสดงวธิ หี าคาตอบ จะไดด้ ังนี้
วธิ ีทา 1.2 ÷ 0.002 = ÷
=×
= 600
ดงั น้ัน 1.2 ÷ 0.002 = 600
ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ อธิบายความรู้
2. 1. ครูตดิ แถบโจทย์การหารทศนิยมอกี 2 – 3 ตวั อย่าง แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันแสดงวธิ ที า เช่น
ตวั อย่างท่ี 1 13.3 ÷ 0.035
วธิ ีทา 13.3 ÷ 0.035 = ÷
= ×
= 380
ดงั นั้น 13.3 ÷ 0.035 = 380
ตัวอย่างที่ 2 1.26 ÷ 0.048
วิธที า 1.26 ÷ 0.048 = ÷
= ×
= 26.25
ดังนั้น 1.26 ÷ 0.048 = 26.25
ตัวอยา่ งที่ 3 59.08 ÷ 0.007
วิธที า 59.08 ÷ 0.007= ÷
= ×
= 8,440
ดงั น้ัน 59.08 ÷ 0.007 = 8,440
ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขนั้ สรปุ
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การหาผลหารเม่ือตัวหารเป็นทศนิยมสามตาแหน่ง ใช้วิธีการ
เขยี นทศยิ มให้อยใู่ นรูปเศษส่วนแล้วหาผลหาร โดยใช้ความรเู้ รื่องการหารเศษสว่ นหรอื ใชว้ ิธที าตัวหารเป็นจานวนนบั
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรยี นของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชัน้ เรียน
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถอื
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธิบายการหารทศนิยมดว้ ย
ทศนยิ ม 3 ตาแหนง่
ทักษะ/ 1. แสดงวิธีทาและหาคาตอบของ 1. ใบงานท่ี 3.5 การ 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P)
การหารทศนิยมด้วยทศนิยม 3 หารทศนยิ มด้วย วา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ตาแหน่ง ทศนิยม 3 ตาแหน่ง ประเมนิ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
รับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสัง่ และสง่ งาน พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามทก่ี าหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
- แถบโจทย์การหารทศนิยมด้วยทศนยิ ม 3 ตาแหนง่
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................
.............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 11 แผนท่ี 4
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ช่อื ผสู้ อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 ทศนิยม เร่อื ง การแลกเปล่ยี นเงนิ ตรา
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลทีเ่ กิดขนึ้ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสัมพันธ์ระหวา่ ง
ดาเนนิ การตา่ ง ๆ และใช้การดาเนินการในการแก้ปญั หา
ตัวช้วี ัด ค 1.3 ป.6/1 บวก ลบ คณู หาร และบวก ลบ คณู หาร ระคนของเศษส่วนจานวนคละ และทศนยิ ม
พรอ้ มทั้งตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแลกเปลย่ี นเงินตราต่างประเทศ ถา้ ต้องการแลกเงนิ บาทเป็นสกลุ เงินอน่ื ๆ ให้ดูตารางแลกเปล่ียนในช่องขาย แต่ถ้า
ตอ้ งการแลกสกลุ เงินอื่นเป็นเงินบาท ใหด้ ูตารางแลกเปล่ยี นเงนิ ในชอ่ งซื้อ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายหลักการแลกเปล่ยี นเงนิ ตราได้ (K)
2. แสดงวิธหี าการแลกเปลย่ี นเงนิ ตราได้ (P)
3. นาความรู้เกย่ี วกบั การแลกเปลี่ยนเงินตราไปใช้ในชีวิตจริงได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การแลกเปล่ียนเงนิ ตรา
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
ข้นั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูสมุ่ นกั เรียน 2-3 คู่ ออกมานาเสนอความรู้เกี่ยวกับสกุลเงนิ ของประเทศตา่ งๆ ทีน่ กั เรียนรู้จัก โดยครูและนักเรียน
คทู่ ่เี หลือร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง และครอู ธบิ ายเพิ่มเติมเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจมากยิง่ ขึน้
ขนั้ สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
ครูเลา่ สถานการณ์ใหน้ กั เรียนฟงั ดังนี้
ในวันพรุ่งนี้ ครูตอ้ งการเดนิ ทางไปประเทศญ่ีป่นุ และต้องการนาเงินไปใช้ใน
ประเทศญ่ีปุ่นจานวน 30,000 บาท ครูจะมีเงินก่ีเยน
ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. ครูติดอัตราแลกเปลยี่ นเงินระหว่าง เยนและไทยบนกระดาน พรอ้ มตง้ั คาถามกระตุ้นความคดิ นกั เรยี นเพมิ่ เติม ดงั นี้
สกลุ เงิน ธนบัตรราคารบั ซอื้ ธนบัตรราคาขาย
0.29 0.30
จากนัน้ ครJตู Y้งั Pคาถามกระตุน้ ความค1ิดเนยกั นเร=ยี น0.2ด9งั นบ้ี าท 1 เยน = 0.30 บาท
- ประเทศญี่ปนุ่ ใช้สกุลเงนิ ใด (เยน (JPY))
- จะแลกเงินในอตั ราธนบตั รราคารบั ซอ้ื เม่ือใด (เมอื่ ต้องการแลกเงินเยนเปน็ เงินไทย)
- และจะแลกเงนิ ในอตั ราธนบัตรราคาขายซอ้ื เมอ่ื ใด (เมือ่ ตอ้ งการแลกเงินไทยเปน็ เงินเยน)
- ในกรณีน้ี ครูต้องใชอ้ ตั ราการแลกเงินใด (อตั ราธนบัตรราคาขาย)
- การหาคาตอบในขอ้ นี้ เกย่ี วกบั อตั ราการแลกเปลี่ยนเงินตรา นักเรยี นต้องนาความรใู้ ดมาช่วย (การ
เทียบบญั ญัตไิ ตรยางศ)์
- ดงั นนั้ ครูจะแลกเงนิ 25,000 บาทไทยไดก้ ่ีเยน (0.30 บาท เท่ากบั 1 เยน ดงั น้นั 25,000 บาท เท่ากบั
30,000 ÷ 0.30 = 100,000 เยน)
2. จากนั้นครูเล่าสถานการณ์ใหม่ใหน้ ักเรยี นฟงั ดงั น้ี
เมอื่ ครูเดินทางกลับจากประเทศญ่ปี ุ่น ครูมีเงินเหลือ 2,000 เยน ครูจะแลก
เป็นเงนิ บาทไทยได้เท่าไร
จากนั้นครูต้งั คาถามกระตุน้ ความคดิ นักเรียน ดังน้ี
- ดงั นัน้ ครจู ะแลกเงิน 2,000 เยนได้กบ่ี าท (1 เยน เทา่ กับ 0.29 บาท ดงั น้นั 2,000 เยน เท่ากับ 2,000
× 0.29 = 580 บาท)
ข้ันสรปุ
ข้ันขยายความเข้าใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ สงิ่ ทไ่ี ด้เรียนรรู้ ว่ มกัน ดงั นี้
- ถ้าตอ้ งการแลกเงินบาทเป็นสกลุ เงินอื่น ๆ ให้ดตู ารางแลกเปลีย่ นในช่องขาย
- ถ้าตอ้ งการแลกสกลุ เงนิ อื่นเป็นเงินบาท ใหด้ ูตารางแลกเปลี่ยนเงนิ ในช่องซอื้
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรยี นของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้นั เรียน
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขึ้นไป ถือ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
2. อธิบายการแลกเปลย่ี นเงนิ ตรา
ทกั ษะ/ 1. แสดงวิธีทาและหาคาตอบของ 1. ใบงานท่ี 3.6 การ 70% ขน้ึ ไป ถอื
กระบวนการ (P)
การแลกเปลยี่ นเงินตรา แลกเปล่ยี นเงนิ ตรา ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
รับผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่ังและสง่ งาน พฤติกรรม ว่าผ่านเกณฑ์การ
ได้ทันตามท่ีกาหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
- อตั ราแลกเปล่ยี นเงินตรา
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 12 แผนท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ชื่อผสู้ อน ….…..........................................................
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 ทศนิยม เร่อื ง โจทย์ปญั หาการบวกทศนยิ ม
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดข้ึนจากการดาเนนิ การของจานวนและความสัมพนั ธร์ ะหว่าง
ดาเนนิ การตา่ ง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา
ตวั ชีว้ ัด ค 1.3 ป.6/10 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม 3 ข้นั ตอน
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทยป์ ญั หาเริ่มจากการทาความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วิเคราะห์และวางแผนขัน้ ตอนการแก้โจทย์ปญั หาเก่ียวกับทศนยิ มท่กี าหนดใหไ้ ด้ (K)
2. แสดงวธิ แี กโ้ จทย์ปญั หาและหาคาตอบเก่ียวกับทศนยิ มไม่เกินสามตาแหนง่ ท่กี าหนดใหไ้ ด้ (P)
3. นาความร้เู ก่ียวกับโจทยป์ ัญหาทศนิยมไปใชใ้ นชวี ติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
โจทย์ปัญหาการบวกทศนิยม
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
ขนั้ กระตุน้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนการบวกทศนิยมว่าต้องตั้งหลกั ตวั เลขและจุดทศนิยมให้ตรงกันแล้วจึงบวกกัน เหมือนการบวกจานวนนับ
เช่น
- 8.23 + 4.56 =
- 54.29 + 9.02 =
- 456.8 + 23.87 =
ขั้นสอน
ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครูทบทวนการแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกทศนยิ ม โดยครตู ิดแถบโจทยป์ ญั หาบนกระดานดา
ลุงเดนิ จากบา้ นไปสวนผลไม้เปน็ ระยะทาง 2.135 กโิ ลเมตร เดินต่อจากสวนผลไมไ้ ปถงึ ทุ่ง
นาเปน็ ระยะทาง 3.087 กโิ ลเมตร ลุงเดินทางเปน็ ระยะทางท้งั หมดกกี่ ิโลเมตร
2. นกั เรียนอา่ นโจทย์ปญั หาพรอ้ มกัน จากนัน้ ฝกึ วิเคราะห์โจทย์ปญั หาโดยครตู ้ังคาถามนา
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. ครูนาแผนภูมิโจทย์ปญั หาการบวกมาติดไวบ้ นกระดานดา นกั เรยี นทุกคนอา่ นโจทยป์ ัญหาพร้อมกันแล้วฝึก
วเิ คราะหโ์ จทย์ โดยนักเรยี นตอบถามและครูเขียนคาตอบบนแผนภมู ิ ดังน้ี
พอ่ ได้รับเงนิ เดอื น 8,500.50 บาท แม่ไดร้ ับเงินเดอื น 6,500.25 บาท พ่อและแมไ่ ดร้ บั
เงนิ เดอื นรวมกนั ก่บี าท
- โจทยท์ โ่ี จทย์ถาม (พอ่ และแม่ได้รับเงินเดือนรวมกนั กีบ่ าท)
- โจทยท์ ีโ่ จทยบ์ อก (พ่อได้รับเงินเดือน 8,500.50 บาท แม่ได้รับเงินเดอื น 6,500.25 บาท)
- นักเรยี นจะหาคาตอบโดยวธิ ใี ด (วิธบี วก)
- จะเขยี นเป็นประโยคสัญลกั ษณ์ได้อย่างไร (8,500.50 + 6,500.25 = )
2. ครูนาแผนภูมโิ จทย์ปัญหาการบวกในข้อ 1. ดาเนนิ การแกโ้ จทย์ปญั หามาติดบนกระดานดา
3. ครูอธิบายการปฏบิ ัติกิรรมในข้อ 1. โดยการแสดงวิธีทาเพ่ือหาคาตอบให้นักเรยี นดู เช่น
วิธีทา พ่อได้รบั เงินเดอื น 8500.50 + บาท
แม่ไดร้ ับเงินเดอื น 6500.25 บาท
บาท
พอ่ และแมไ่ ด้รบั เงนิ เดือนรวมกนั 15000.75
ตอบ พ่อและแม่ได้รับเงนิ เดือนรวมกัน ๑๕,๐๐๐.๗๕ บาท
ข้นั สรุป
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การแก้โจทย์ปัญหาการบวกทศนิยมจะต้องวิเคราะห์โจทย์
ปัญหาว่าโจทยบ์ อกอะไร ตอ้ งการทราบอะไร แล้วดาเนินการตามกระบวนการแก้โจทย์ปญั หาและหาคาตอบ
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจหลงั เรียนของนักเรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชัน้ เรียน
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ข้นึ ไป ถือ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธิบายโจทยป์ ัญหาการบวก
ทศนยิ ม 70% ขนึ้ ไป ถอื
ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ทักษะ/ 1. แสดงวิธที าและหาคาตอบของ 1. ใบงาน ประเมิน
กระบวนการ (P) โจทย์ปัญหาการบวกทศนิยม ท่ี 3.7 โจทยป์ ัญหา
70% ขึ้นไป ถือ
การบวกทศนิยม ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต
รับผิดชอบต่องานทีส่ ัง่ และส่งงาน พฤติกรรม
ไดท้ ันตามทกี่ าหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
- แถบโจทย์ปญั หาการบวกทศนิยม
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 12 แผนท่ี 2
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…2563……... ชือ่ ผสู้ อน ….…..........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 ทศนยิ ม เรอื่ ง โจทยป์ ัญหาการลบทศนิยม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลทเ่ี กิดข้นึ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหว่าง
ดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ญั หา
ตัวชี้วดั ค 1.3 ป.6/10 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม 3 ข้นั ตอน
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทยป์ ัญหาเรม่ิ จากการทาความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ญั หา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วิเคราะห์และวางแผนขนั้ ตอนการแก้โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั ทศนิยมท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (K)
2. แสดงวิธีแก้โจทยป์ ัญหาและหาคาตอบเก่ียวกบั ทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ ทกี่ าหนดใหไ้ ด้ (P)
3. นาความร้เู กี่ยวกบั โจทยป์ ัญหาทศนิยมไปใช้ในชีวติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
โจทยป์ ญั หาการลบทศนิยม
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นา
ขั้นกระต้นุ ความสนใจ
1. ครูทบทวนการลบทศนิยมว่าต้องต้ังหลักตัวเลขและจุดทศนิยมให้ตรงกันแล้วจึงลบกัน เหมือนการลบจานวนนับ
เช่น
- 8.23 - 4.56 =
- 54.29 - 9.02 =
- 456.8 - 23.87 =
ขั้นสอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครูนาเสนอโจทย์ปญั หาการลบทศนยิ มให้นกั เรยี นทง้ั ชัน้ รว่ มกันอา่ น
เชือกเส้นแรกยาว 318.75 เมตร เชอื กเส้นท่ีสองยาว 287.25 เมตร เชือกเสน้ แรกยาวกวา่
เสน้ ทสี่ องเทา่ ไร
ขั้นอธิบายความรู้
2. นักเรยี นอา่ นโจทยป์ ัญหาพร้อมกนั จากนัน้ ฝึกวเิ คราะหโ์ จทยป์ ญั หา โดยครูตัง้ คาถามนา ดงั น้ี
- ส่งิ ท่ีโจทยถ์ าม (เชือกเสน้ แรกยาวกว่าเส้นท่ีสองเทา่ ไร)
- สิง่ ท่ีโจทยบ์ อก (เชอื กเส้นแรกยาว 318.75 เมตร เชอื กเส้นท่ีสองยาว 287.25 เมตร)
- นักเรยี นจะหาคาตอบโดยวิธใี ด (วิธีลบ) เพราะเหตุใด (หาความยาวต่างกันของเชือกเส้นแรกและเส้น
ทส่ี อง)
- คาตอบเปน็ เท่าไร (31.5 เมตร)
3. ครนู าแผนภูมิโจทย์ปญั หาการลบมาติดไว้บนกระดานดา นักเรียนทุกคนอ่านโจทย์ปัญหาพร้อมกันแล้วฝึก
วเิ คราะห์โจทย์ โดยนักเรียนตอบถามและครเู ขียนคาตอบบนแผนภูมิ ดังน้ี
ในการวิ่งแข่งขนั 400 เมตร คงเดชใชเ้ วลา 55.52 วนิ าที สมชายใชเ้ วลา 57.63 วินาที
คงเดชวิ่งเร็วกวา่ สมชายเทา่ ใด
- โจทยท์ ี่โจทยถ์ าม (คงเดชว่งิ เร็วกวา่ สมชายเทา่ ใด)
- โจทยท์ ี่โจทย์บอก (ในการว่ิงแข่งขัน 400 เมตร คงเดชใช้เวลา 55.52 วินาที สมชายใช้เวลา 57.63
วนิ าที)
- นักเรียนจะหาคาตอบโดยวิธใี ด (วิธีลบ)
- จะเขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ได้อยา่ งไร (57.63 – 55.52 = )
1. ครูนาแผนภูมโิ จทย์ปญั หาการลบในข้อ 3. ดาเนินการแกโ้ จทย์ปญั หามาตดิ บนกระดานดา
2. ครูอธิบายการปฏบิ ตั ิกิรรมในขอ้ 3. โดยการแสดงวิธีทาเพื่อหาคาตอบใหน้ กั เรียนดู เช่น
วธิ ที า สมชายใช้เวลาวงิ่ 57.63 - วินาที
คงเดชใชเ้ วลาวงิ่ 55.52 วินาที
คงเดชวิ่งเรว็ กวา่ สมชาย วนิ าที
5.11
ตอบ คงเดชวิ่งเรว็ กวา่ สมชาย ๕.๑๑ วนิ าที
ขนั้ สรุป
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ สิง่ ท่ีไดเ้ รียนรู้รว่ มกนั ดงั น้ี การแก้โจทย์ปัญหาการลบทศนยิ มจะตอ้ งวิเคราะห์โจทย์ปัญหาว่า
โจทย์บอกอะไร ต้องการทราบอะไร แลว้ ดาเนนิ การตามกระบวนการแกโ้ จทย์ปัญหาและหาคาตอบ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรยี นของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าช้นั เรยี น
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ขน้ึ ไป ถือ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
2. อธิบายโจทยป์ ัญหาการลบ
ทศนิยม 70% ขน้ึ ไป ถือ
ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ทักษะ/ 1. แสดงวธิ ีทาและหาคาตอบของ 1. ใบงาน ประเมนิ
กระบวนการ (P) โจทยป์ ญั หาการลบทศนิยม ท่ี 3.8 โจทย์ปญั หา
70% ข้ึนไป ถอื
การลบทศนยิ ม ว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต
รับผดิ ชอบต่องานที่ส่ังและส่งงาน พฤติกรรม
ไดท้ ันตามทก่ี าหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
- แถบโจทย์ปญั หาการลบทศนิยม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 12 แผนท่ี 3
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/…2563……... ชื่อผู้สอน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ทศนยิ ม เร่อื ง โจทย์ปญั หาการคูณทศนยิ ม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถงึ ผลที่เกิดขน้ึ จากการดาเนนิ การของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหว่าง
ดาเนนิ การต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา
ตวั ชี้วัด ค 1.3 ป.6/10 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม 3 ข้ันตอน
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การแกโ้ จทย์ปญั หาเรมิ่ จากการทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. วเิ คราะห์และวางแผนขัน้ ตอนการแก้โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับทศนิยมทกี่ าหนดให้ได้ (K)
2. แสดงวิธแี ก้โจทยป์ ัญหาและหาคาตอบเก่ยี วกับทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ ทกี่ าหนดให้ได้ (P)
3. นาความรเู้ กยี่ วกบั โจทยป์ ัญหาทศนิยมไปใชใ้ นชีวิตจริงได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
โจทย์ปญั หาการคูณทศนิยม
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครทู บทวนการคณู ทศนยิ ม เช่น
- 4.75 × 2 =
- 31.3 × 6 =
- 56.1 × 12 =
-
ข้ันสอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครนู าแผนภมู โิ จทย์ปญั หาการคณู มาตดิ ไว้บนกระดานดา นักเรียนทุกคนอ่านโจทย์ปัญหาพร้อมกันแล้วฝึก
วเิ คราะห์โจทย์ โดยนกั เรยี นตอบถามและครูเขียนคาตอบบนแผนภมู ิ ดงั น้ี
นา้ มันรถยนตร์ าคาลติ รละ 38.24 บาท ถา้ เติม 6.3 ลติ ร ตอ้ งจ่ายเงนิ เทา่ ใด
- โจทยท์ โ่ี จทยถ์ าม (ต้องจ่ายเงินคา่ นา้ มันรถเท่าใด)
- โจทยท์ ี่โจทยบ์ อก (น้ามนั รถยนต์ราคาลติ รละ 38.24 บาท ถ้าเตมิ 6.3 ลิตร)
- นักเรยี นจะหาคาตอบโดยวธิ ใี ด (วิธีคณู )
- จะเขยี นเป็นประโยคสัญลักษณไ์ ดอ้ ยา่ งไร (38.24 × 6.3 = )
ข้ันอธิบายความรู้
1. ครูนาแผนภมู โิ จทยป์ ญั หาการคณู ในข้อ 1. ดาเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหามาติดบนกระดานดา
2. ครอู ธบิ ายการปฏบิ ัติกริ รมในข้อ 1. โดยการแสดงวธิ ที าเพือ่ หาคาตอบใหน้ กั เรยี นดู เช่น
วิธที า น้ามันรถยนตร์ าคาลติ รละ 38.24 บาท
ถา้ เติม 6.30 ลิตร
ตอ้ งจ่ายเงินทัง้ หมด 38.24 × 6.30 = 240.912 บาท
ตอบ ต้องจ่ายเงนิ ทงั้ หมด ๒๔๐.๙๑๒ บาท
3. ครนู าแผนภูมโิ จทยป์ ญั หาการคูณติดบนกระดานดาอีก 2 ข้อ ใหน้ ักเรยี นได้ชว่ ยกันแก้โจทยป์ ญั หา
ขน้ั สรปุ
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปสง่ิ ทีไ่ ด้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การแก้โจทย์ปัญหาการคูณทศนิยมจะต้องวิเคราะห์โจทย์ปัญหา
ว่าโจทยบ์ อกอะไร ต้องการทราบอะไร แล้วดาเนนิ การตามกระบวนการแกโ้ จทยป์ ญั หาและหาคาตอบ
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจหลังเรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
2. อธบิ ายโจทยป์ ัญหาการคูณ
ทศนยิ ม
ทักษะ/ 1. แสดงวธิ ีทาและหาคาตอบของ 1. ใบงานท่ี 3.9 70% ข้นึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) วา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
โจทย์ปัญหาการคูณทศนยิ ม โจทย์ปญั หาการคูณ ประเมนิ
ทศนิยม
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถือ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีสัง่ และสง่ งาน พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑ์การ
ไดท้ นั ตามท่กี าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
- แถบโจทย์ปัญหาการคูณทศนิยม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ูส้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 12 แผนท่ี 4
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…2563……... ชอ่ื ผู้สอน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ทศนิยม เร่ือง โจทยป์ ัญหาการหารทศนิยม
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชว้ี ัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถงึ ผลทีเ่ กิดขึ้นจากการดาเนนิ การของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
ดาเนนิ การตา่ ง ๆ และใช้การดาเนินการในการแกป้ ัญหา
ตวั ชวี้ ัด ค 1.3 ป.6/10 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 3 ขนั้ ตอน
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาเริม่ จากการทาความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วเิ คราะห์และวางแผนขัน้ ตอนการแก้โจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ทศนิยมทก่ี าหนดให้ได้ (K)
2. แสดงวธิ ีแก้โจทย์ปญั หาและหาคาตอบเกยี่ วกับทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหนง่ ท่ีกาหนดให้ได้ (P)
3. นาความรเู้ กี่ยวกับโจทย์ปญั หาทศนิยมไปใชใ้ นชีวิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
โจทยป์ ัญหาการหารทศนิยม
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครทู บทวนการคูณทศนิยม เช่น
- 4.2 ÷ 3 =
- 1.08 ÷ 0.12 =
- 1.12 ÷ 0.06 =
ข้นั สอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครูติดแถบโจทย์ปญั หาการหารบนกระดานดงั น้ี
ร้านปา้ จอ่ ยมขี า้ วคว่ั อยู่ 22.4 กิโลกรมั ตอ้ งการแบ่งใสถ่ ุง ถุงละ 1.6 กิโลกรัม
จะแบง่ ใส่ถงุ ไดก้ ่ีถุง
- โจทย์ท่ีโจทยถ์ าม (จะแบง่ ใสถ่ ุงไดก้ ีถ่ ุง)
- โจทย์ที่โจทย์บอก (รา้ นปา้ จอ่ ยมีขา้ วคว่ั อยู่ 22.4 กโิ ลกรัม ต้องการแบ่งใสถ่ ุง ถุงละ 1.6 กโิ ลกรัม)
- นกั เรยี นจะหาคาตอบโดยวิธีใด (วธิ ีหาร)
- จะเขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณไ์ ดอ้ ย่างไร (22.4 ÷ 1.6 = )
2. ครูนาแผนภูมโิ จทย์ปญั หาการคูณในขอ้ 1. ดาเนินการแกโ้ จทย์ปญั หามาติดบนกระดานดา
3. ครอู ธบิ ายการปฏบิ ัติกิรรมในขอ้ 1. โดยการแสดงวธิ ที าเพ่ือหาคาตอบให้นักเรียนดู เช่น
ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. ครูนาแผนภูมิโจทยป์ ญั หาการคณู ในข้อ 1. ดาเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหามาติดบนกระดานดา
2. ครูอธิบายการปฏบิ ัตกิ ิรรมในข้อ 1. โดยการแสดงวิธที าเพอื่ หาคาตอบใหน้ ักเรียนดู เชน่
วิธที า รา้ นป้าจ่อยมขี า้ วควั่ อยู่ 22.4 กโิ ลกรัม
ตอ้ งการแบ่งใสถ่ งุ ถุงละ 1.6 กิโลกรมั
จะแบง่ ใสถ่ ุงได้กีถ่ ุง 22.4 ÷ 1.6 = 14
ถงุ
ตอบ จะแบง่ ข้าวคั่วใส่ถงุ ได้ ๑๔ ถุง
3. ครูนาแผนภมู ิโจทยป์ ัญหาการหารตดิ บนกระดานดาอีก 2 ขอ้ ใหน้ กั เรียนได้ช่วยกนั แก้โจทย์ปัญหา
ข้ันสรปุ
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สงิ่ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ร่วมกนั ดงั นี้ การแก้โจทย์ปัญหาการหารทศนิยมจะต้องวิเคราะห์โจทย์ปัญหา
วา่ โจทยบ์ อกอะไร ตอ้ งการทราบอะไร แล้วดาเนนิ การตามกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาและหาคาตอบ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชัน้ เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ขึน้ ไป ถอื
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด วา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
2. อธิบายโจทยป์ ัญหาการหาร
ทศนยิ ม
ทกั ษะ/ 1. แสดงวิธที าและหาคาตอบของ 1. ใบงาน 70% ข้ึนไป ถอื
กระบวนการ (P)
โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม ท่ี 3.10 โจทย์ปญั หา ว่าผ่านเกณฑ์การ
การหารทศนยิ ม ประเมิน
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถอื
รับผิดชอบต่องานท่ีสัง่ และสง่ งาน พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ได้ทนั ตามท่กี าหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
- แถบโจทย์ปญั หาการหารทศนยิ ม
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................
.................................................................. ............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 13 แผนท่ี 1
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/…2563……... ชอื่ ผูส้ อน ….…..........................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 ทศนิยม เรือ่ ง โจทยป์ ญั หาการแลกเปลย่ี นเงินตรา
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด การ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถงึ ผลท่เี กิดขึ้นจากการดาเนนิ การของจานวนและความสมั พนั ธ์ระหว่าง
ดาเนนิ การตา่ ง ๆ และใช้การดาเนนิ การในการแกป้ ญั หา
ตัวชี้วดั ค 1.3 ป.6/10 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม 3 ขน้ั ตอน
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแกโ้ จทย์ปญั หาเรม่ิ จากการทาความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแก้ปญั หา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. วิเคราะห์และวางแผนขั้นตอนการแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ทศนยิ มทีก่ าหนดให้ได้ (K)
2. แสดงวิธแี กโ้ จทยป์ ัญหาและหาคาตอบเก่ยี วกับทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ ท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (P)
3. นาความรูเ้ ก่ียวกับโจทย์ปญั หาทศนยิ มไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
โจทยป์ ัญหาการแลกเปลีย่ นเงนิ ตรา
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ
1. ครกู ล่าวทกั ทายนักเรยี น จากน้นั ครูทบทวนสิง่ ท่ตี อ้ งพิจารณาในการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ทศนยิ ม ดงั น้ี
- สงิ่ ทโ่ี จทย์กาหนดให้คอื อะไร
- สิ่งที่โจทยถ์ ามคืออะไร
- จะสามารถวาดแผนภาพบารโ์ มเดลไดอ้ ย่างไร
- เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ได้อย่างไร