The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เทอม 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2022-06-06 21:43:36

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เทอม 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เทอม 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สปั ดาหท์ ี่ 15

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี ……1…/…….……... ชอ่ื ผู้สอน ….……….........................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 แรงในชวี ติ ประจาวัน เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน 2

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานที่ ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ติ ประจาวัน ผลของแรงที่กระทาต่อวตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนท่ีแบบ
ตา่ ง ๆ ของวัตถุรวมท้งั นาความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตวั ชีว้ ดั ป.5/3 ระบุผลของแรงเสียดทานท่ีมตี ่อการเปลีย่ นแปลงการเคลือ่ นท่ขี องวัตถุจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

แรงเสยี ดทานมปี ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวันหลายกิจกรรม ในการใช้ประโยชน์จากแรงเสยี ดทานบางกิจกรรมต้องลด
แรงเสียดทาน และในบางกิจกรรมตอ้ งเพิ่มแรงเสียดทาน

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. ระบปุ ระโยชน์ของแรงเสยี ดทานทีม่ ตี ่อการเปลย่ี นแปลงการเคล่ือนทข่ี องวตั ถุได้ (K)
2. ทาการทดลองเก่ยี วกับประโยชนข์ องแรงเสยี ดทานได้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมาย (A)

4. สาระการเรียนรู้

การเพ่ิมหรอื ลดแรงเสียดทานสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ต่างๆ ในชีวิตประจาวันได้

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

) ขัน้ นา

ขั้นท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engagement)
1. ครทู ักทายและสนทนากับนักเรยี นเกี่ยวประโยชน์ของแรงเสียดทานโดยการนารองเท้าแตะ 2 คู่ มาใหน้ กั เรยี น

ทดลองใส่เชน่ เดิม
2. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับคาถามท่ีครูถาม โดยครคู อยชว่ ยเสริมและสรปุ คาตอบของนักเรยี นเพ่ือ

เพม่ิ ความรู้ความเขา้ ใจให้กับนักเรยี น

3. ครแู จง้ ชอ่ื เรื่องทีจ่ ะเรียนรู้และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ให้นกั เรียนทราบว่า

ขน้ั สอน

ขั้นที่ 2 สารวจคน้ หา (Exploration)
1. ครูให้นกั เรยี นเลน่ เกมการแขง่ ขันตอบคาถามและแบง่ กลุ่มนักเรยี นกลุ่มละ 3-4 คน เพ่ือทากจิ กรรมการแข่งขัน โดย

ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เขียนกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวนั ใหต้ รงกบั 2 ขอ้ คอื 1) การลดแรงเสยี ดทาน และ 2) การเพิ่มแรง
เสียดทาน ซึง่ ครูใหเ้ วลาแต่ละกลุม่ ระดมความคิดตามเวลาท่ีเหมาะสม

(แนวตอบ : ใสร่ องเทา้ เตะฟุตบอลเปน็ การเพ่ิมแรงเสียดทาน หยอดน้ามันประตูเปน็ การลดแรงเสียดทาน)
2. หลังจากจบเกมแลว้ ครูให้นักเรียนทุกคนชว่ ยกันอภปิ รายคาตอบของเพ่ือน และสรุปคาตอบที่ถกู ต้องรว่ มกนั โดย
ครคู อยตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบ

(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

3. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ ว่า กิจกรรมตา่ งๆ ต้องการแรงเสียดทานไมเ่ ท่ากัน บางกจิ กรรมต้องอาศัยแรงเสียดทานมาก เชน่
การเล่นชักเยอ่ การเล่นฟตุ บอล การขบั ขี่รถยนต์ บางกจิ กรรมต้องการแรงเสยี ดทานนอ้ ย เช่น การเลน่ กระดานล่ืนการ
เคลอ่ื นยา้ ยส่งิ ของไปบนพื้น ดงั นน้ั จึงต้องมีการเพิม่ หรือลดแรงเสียดทานใหเ้ หมาะสมกบั กจิ กรรมตา่ งๆ

คาบที่ 2

ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation)
1. ครูสนทนากับนกั เรียนเพื่อทบทวนความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั เนอื้ หาท่ีได้เรียนผ่านมาจากหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 บท

ที่ 2 แรงเสียดทาน โดยสมุ่ เรียกช่ือนกั เรยี นให้ออกมาเล่าวา่ ตนเองได้รบั ความรู้อะไรบ้าง
2. นักเรียนเขียนสรุปความร้เู กยี่ วกบั เรอื่ งทไี่ ด้เรยี นมาจากบทที่ 2 ในรปู แบบต่างๆ เช่น แผนผงั ความคดิ แผนภาพ ลง

ในสมุดประจาตวั นักเรียน
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

ขั้นสรุป

ขน้ั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. นกั เรยี นทาแบบทดสอบท้ายหนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 เร่อื ง แรงในชีวติ ประจาวนั ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เลม่

1
2. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี นของหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง แรงในชวี ิตประจาวัน เพ่ือตรวจสอบความรู้ความ

เข้าใจหลังเรียน

ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1.ครูตรวจผลการสรปุ ความรู้เกี่ยวกบั แรงเสียดทานจากสมดุ ประจาตวั นักเรยี น หรอื ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5

เล่ม 1
2. ครตู รวจผลการทากิจกรรมฝึกฝนทกั ษะบทท่ี 2 ในสมุดประจาตัว หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
3. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงานประดษิ ฐ์พน้ื ผิวรองเท้าสาหรับการใชง้ านของผูส้ ูงอายุ และการนาเสนอชิ้นงาน/ผลงานหนา้

ช้ันเรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่อื ง แรงในชีวติ ประจาวัน ในแบบฝึกหัด

วิทยาศาสตร์ ป.5
5. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรอื่ ง แรงในชีวติ ประจาวนั

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล

ความรูค้ วาม 1. ระบปุ ระโยชน์ของแรงเสยี ดทาน 1.คาถามกระตุ้น 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
เข้าใจ (K) ผ่านเกณฑ์การ
ทม่ี ตี อ่ การเปล่ียนแปลงการ ความคิด ประเมนิ

เคลอื่ นที่ของวัตถุได้ (K)

ทกั ษะ/ 1. ทาการทดลองเกยี่ วกับ 1. ใบงานที่ 3.3 เรือ่ ง 70% ขึ้นไป ถอื วา่
กระบวนการ (P)
ประโยชนข์ องแรงเสียดทานได้ (P) ประโยชน์ของแรงเสยี ด ผ่านเกณฑ์การ

ทาน ประเมนิ

คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1. มคี วามรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถือว่า
ผ่านเกณฑ์การ
มอบหมาย (A) พฤติกรรม ประเมนิ

7. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้

1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 แรงในชีวติ ประจาวนั
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 แรงในชวี ติ ประจาวัน
3) วสั ดุ-อปุ กรณ์ในการทากิจกรรมสร้างสรรคผ์ ลงาน
4) บตั รภาพ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้

-

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 16

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……1…/…….……... ชอ่ื ผู้สอน ….………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 พลงั งานเสียง เรือ่ ง ตวั กลางของเสียง 1

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัด

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏสิ ัมพนั ธ์ระหวา่ งสสาร
และพลังงานพลังงานในชวี ิตประจาวัน ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณ์ทเี่ กยี่ วข้องกับเสียง แสง และคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้า
รวมท้ังนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชี้วดั ป.5/1 อธิบายการได้ยนิ เสยี งผา่ นตวั กลางจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

เสียงเกิดจากการสั่นของแหล่งกาเนิดเสียงและอาศัยตัวกลางในการเคล่ือนที่ ซึ่งตัวกลางของเสียงจะมีด้วยกัน 3
ประเภท คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยเสียงจะเดินทางผ่านตัวกลางท่ีมีสถานะของแข็งได้ดีกว่าตัวกลางท่ีมีสถานะ
ของเหลวและสถานะแก๊ส ตามลาดบั

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. ระบุตวั กลางของเสียงแตล่ ะประเภทได้ (K)
2. อธิบายการเคล่ือนที่ของเสียงผา่ นตัวกลางต่างๆได้ (K)
3. ทดลองเก่ียวกับการเคล่ือนที่ของเสียงผ่านตวั กลางต่างๆไดค้ รบทุกข้ันตอน (P)

4. มีความมุ่งมน่ั ในการทากจิ กรรมอย่างต้ังใจ (A)

4. สาระการเรียนรู้
การไดย้ นิ เสียงนนั้ ตอ้ งอาศยั ตัวกลาง โดยอาจเปน็ ของแข็ง ของเหลว หรอื อากาศเสยี งจะสง่ ผ่านตัวกลางมายังหู

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ขั้นนา

1.ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครทู ักทายกบั นักเรียน ครแู จ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ท่จี ะเรียนในวันน้ีให้นักเรียนทราบ
2. นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื วัดความรูเ้ ดมิ ของนักเรียนกอ่ นเข้าสู่กิจกรรม
3. นักเรียนอ่านสาระสาคัญและดูภาพ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 พลังงานเสียง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 96
จากนน้ั ครถู ามนักเรยี นว่า ภาพนเ้ี กยี่ วข้องกบั เสียงอย่างไรบ้าง แลว้ ให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคาถามอยา่ งอสิ ระ
(แนวตอบ เกีย่ วข้องกบั การได้ยนิ เสยี งของคนเรา)
4. ครใู ห้นกั เรยี นดูภาพจากหนงั สอื เรยี น หนา้ 97 แลว้ ถามคาถามสาคญั ประจาบทว่า เสียงตา่ ง ๆ ทีอ่ ยรู่ อบตัวเรา

เกิดขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร จากนนั้ ให้นักเรยี นช่วยกนั ตอบคาถามได้อยา่ งอสิ ระ
(แนวตอบ เสียงต่าง ๆ เกิดขนึ้ จากการสั่นสะเทอื นของวัตถุที่เป็นแหล่งกาเนิดเสยี ง)

ขนั้ สอน

2.ขั้นสารวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 4-5 คน จากนัน้ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาขอ้ มลู ในหัวข้อการได้ยินเสียงผา่ นตัวกลางจาก

หนังสือเรียน หน้า 99
2. ครถู ามคาถามนกั เรียน แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละคนตอบคาถามอย่างอิสระว่า แหลง่ กาเนิดเสยี งในชวี ติ ประจาวันที่

นักเรียนร้จู กั มีอะไรบ้าง
(แนวตอบ เชน่ กลอง รถยนต์ สนุ ขั นก)

3. ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกนั อภิปรายว่า เสยี งต่าง ๆ ท่ีเกิดขนึ้ รอบตัวเรา บางครัง้ แหล่งกาเนดิ เสียงอยู่หา่ งจากตัวเรามาก แต่
ทาไมเราถงึ ยงั ได้ยินเสียงเหล่านั้น

4. ครแู จกใบงาน เรอื่ ง การเคลื่อนท่ีของเสยี งผา่ นตัวกลาง เพ่อื ให้นักเรยี นทาการทดลองเกย่ี วกับการเคลอื่ นท่ีของเสยี ง
โดยปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดังนี้

1) ใสน่ ้าในแก้วประมาณคร่ึงแกว้
2) จุม่ ส้อมเสียงลงในนา้ แล้วสังเกตวา่ เกิดเสยี งหรอื ไม่ รวมท้งั สงั เกตการเปลี่ยนแปลงท่ีผิวน้าจากน้ันบันทึกผลลง
ในใบงาน
3) ใช้ค้อนเคาะส้อมเสียงแล้วจุ่มส้อมเสียงลงในน้าทันที สังเกตการเกิดเสียงและการเปลี่ยนแปลงท่ีผิวน้าและ
บันทึกผลการทดลองลงในใบงาน
5. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการทดลองจนได้ข้อสรุปว่า ขณะทเ่ี กดิ เสียงร้อมเสยี งจะส่ัน ซึง่ สงั เกตจาก
เม่ือจุ่มส้อมเสียงลงในนา้ ผวิ น้ามกี ารสั่นไปด้วย ดังนัน้ เสยี งที่เกดิ ขึน้ จะเคลือ่ นท่จี ากแหลง่ กาเนดิ เสียง
(ในที่น้ี คอื ส้อมเสยี ง) ทุกทิศทางผ่านตัวกลาง (ในท่ีนี้ คือ นา้ )

ขั้นสอน คาบที่ 2

2.ขน้ั สารวจคน้ หา (Explore) (ตอ่ )
6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน (กลุ่มเดิมจากช่ัวโมงที่ 1) จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาและทากิจกรรมท่ี 1
เรื่อง การได้ยินเสียงผ่านตัวกลางของเสียง จากหนังสือเรียน หน้า 100-101 แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจาตัวหรือ
ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1

3.ขั้นอธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูใหต้ วั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงานแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมที่ 1 หน้าช้ันเรียนโดยจับ
สลากหมายเลขกลมุ่ จากนน้ั ให้แต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนออกนาเสนอตามลาดบั
2. ครใู หค้ าชมเชยกบั ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุม่ ที่ออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
3. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรทู้ ี่ไดจ้ ากการทดลอง จนได้ขอ้ สรปุ ดงั น้ี
 เราได้ยินเสียงเพื่อนพูดชัดเจนขณะที่เรานาถ้วยมาครอบหู แสดงว่า เสียงเดินทางผ่านเส้นเชือกที่เป็นของแข็งได้
ดกี วา่ อากาศ
 วัตถุท่ีเสียงเดินทางผ่านได้ เรียกว่า ตัวกลางของเสียง ได้แก่ อากาศ ของเหลว และของแข็ง ซ่ึงเสียงต่าง ๆ จะ
เดินทางผา่ นตัวกลางทเ่ี ป็นของแข็งได้ดีและเร็วกว่า ตัวกลางท่เี ป็นของเหลวและอากาศ

ขัน้ สอน

4.ข้ันขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1. นักเรียนทุกกลมุ่ ศึกษาเน้อื หาเกี่ยวกับตวั กลางของเสยี งจากหนงั สือเรียน หน้า 102
2. นกั เรยี นแต่ละคนทากจิ กรรมหนูตอบไดจ้ ากหนังสอื เรียน หน้า 101 ลงในสมุดหรือทาในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5

เล่ม 1
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

ขน้ั สรุป

ครูให้นักเรียนสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า เสียงต่าง ๆ จะเดินทางผ่านตัวกลาง ได้แก่ ของแข็ง
ของเหลว และอากาศ ซง่ึ เสยี งต่าง ๆ จะเดินทางผ่านตวั กลางท่ีเป็นของแข็งได้ดีและเร็วกว่าตัวกลางท่ีเป็นของเหลวและ
อากาศ

5.ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถามพฤติกรรม การทางานรายบุคคลพฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรยี น
3. ครูตรวจผลการทากจิ กรรมนาสูก่ ารเรียนในสมดุ ประจาตวั หรอื แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1

4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมท่ี 1 เรื่อง การได้ยินเสียงผ่านตัวกลางของเสียงในสมุดประจาตัวหรือในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1

5. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมหนูตอบได้ในสมุดประจาตัวหรือแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1
6. ครตู รวจสอบผลการทาใบงาน เรอื่ ง การเคลื่อนท่ขี องเสยี งผา่ นตวั กลาง

6. การวัดและประเมินผล

การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
70% ข้ึนไป ถือว่า
ความรู้ความ 1.ระบตุ ัวกลางของเสยี งแตล่ ะ 1.คาถามกระตุ้น ผ่านเกณฑ์การ
เข้าใจ (K) ประเมนิ
ประเภทได้ (K) ความคดิ
ทกั ษะ/ 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
กระบวนการ (P) 2.อธิบายการเคล่ือนที่ของเสียง ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
ผา่ นตัวกลางตา่ งๆได้ (K)

1.ทดลองเกี่ยวกบั การเคลือ่ นทีข่ อง 1. ใบงานท่ี 4.1 เรื่อง

เสียงผา่ นตัวกลางตา่ งๆได้ครบทุก ตัวกลางของเสยี ง

ขน้ั ตอน (P)

คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. มคี วามมุ่งมัน่ ในการทากจิ กรรม 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
อย่างตั้งใจ (A) พฤติกรรม ประเมนิ

7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้

7) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.5 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 พลังงานเสียง
8) แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 พลงั งานเสียง
9) วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรมที่ 1
10) ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การได้ยินเสยี งผ่านตวั กลางของเสียง
11) PowerPoint เร่ือง การไดย้ นิ เสียงผา่ นตัวกลางของเสียง

12) สมุด

7.2 แหล่งการเรียนรู้

4) ห้องเรยี น
5) หอ้ งสมุด
6) อนิ เทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ที่ 16

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……1…/…….……... ชอื่ ผู้สอน ….………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 พลงั งานเสียง เรือ่ ง ตวั กลางของเสียง 2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ งสสาร
และพลังงานพลงั งานในชวี ติ ประจาวัน ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ทีเ่ กี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวชี้วัด ป.5/1 อธิบายการไดย้ นิ เสียงผ่านตัวกลางจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

เสียงเกิดจากการสั่นของแหล่งกาเนิดเสียงและอาศัยตัวกลางในการเคล่ือนท่ี ซึ่งตัวกลางของเสียงจะมีด้วยกัน 3 ประเภท
คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยเสียงจะเดินทางผ่านตัวกลางท่ีมีสถานะของแข็งได้ดีกว่าตัวกลางที่มีสถานะของเหลวและ
สถานะแก๊ส ตามลาดับ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1.ระบตุ ัวกลางของเสยี งแตล่ ะประเภทได้ (K)
2.อธิบายการเคลื่อนที่ของเสยี งผ่านตวั กลางต่างๆได้ (K)
3.ทดลองเกย่ี วกับการเคลื่อนทีข่ องเสยี งผ่านตัวกลางต่างๆ ไดค้ รบทุกขน้ั ตอน (P)
4.มคี วามมุง่ มัน่ ในการทากจิ กรรมอยา่ งตงั้ ใจ (A)

4. สาระการเรียนรู้
การได้ยนิ เสยี งน้นั ตอ้ งอาศยั ตัวกลาง โดยอาจเปน็ ของแขง็ ของเหลว หรืออากาศเสยี งจะสง่ ผ่านตัวกลางมายังหู

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1
ขน้ั นา

1.ข้นั กระตุ้นความสนใจ
1.ครทู กั ทายกบั นกั เรยี น ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ทจ่ี ะเรียนในวนั นี้ใหน้ กั เรยี นทราบ

2. ครูให้นกั เรยี นเรียนร้คู าศพั ท์ท่เี ก่ยี วขอ้ งกับการเรยี นในบทที่ 1 ในหนงั สือเรียน หน้า 97 โดยครูขออาสาสมคั ร
นักเรียน 1 คน เปน็ ผอู้ า่ นนาและให้นกั เรยี นอ่านตามทีละคา ดังน้ี

Sound (ซาวนด) เสียง หู
Hear (เฮยี ) การสัน่ สะเทือน
Vibration (ไว เบรซัน) มลพษิ ทงเสยี ง
Noise pollution (นอยซ พะ ลู ชนั ) เคร่ืองวัดระดับเสียง
Sound level meter (ซาวนด เล็ฟวึล มเี ทอ)

3. นกั เรยี นทากจิ กรรมนาสูก่ ารเรียนจากหนังสอื เรียน หน้า 98 โดยใหน้ ักเรียนไปสงั เกตเสียงต่าง ๆ ท่ีเกิดขนึ้ ภายใน
1 วัน จากน้ันบันทึกผลลงในสมุดประจาตัว พร้อมบอกว่า เสียงที่ได้ยินน้ันเป็นเสียงจากแหล่งกาเนิดเสียงประเภทใด หรือให้
นกั เรยี นทากิจกรรมนาสกู่ ารเรียนในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

ข้ันสอน

2.ขนั้ สารวจค้นหา (Explore)
1. ครูจดั กิจกรรมการนาเสนอคาตอบของนักเรียนแต่ละกลุ่มใหน้ ่าสนใจและให้นักเรียนรว่ มกนั สรปุ คาตอบท่ีถูกต้อง
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

คาบท่ี 2

ข้ันสอน

2.ขั้นสารวจค้นหา (Explore) (ต่อ)
2. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 3-4 คน (กล่มุ เดิมจากชั่วโมงที่ 1) จากนนั้ แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาและทากิจกรรมท่ี 1

เร่ือง การได้ยินเสียงผ่านตัวกลางของเสียง จากหนังสือเรียน หน้า 100-101 แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจาตัวหรือใน
แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1

3.ขน้ั อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครใู ห้ตวั แทนแต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมที่ 1 หนา้ ช้นั เรียนโดยจับ

สลากหมายเลขกลุ่ม จากนั้นใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ส่งตวั แทนออกนาเสนอตามลาดบั
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการทดลอง จนไดข้ อ้ สรปุ ดังนี้
 เราได้ยินเสียงเพื่อนพูดชัดเจนขณะท่ีเรานาถ้วยมาครอบหู แสดงว่า เสียงเดินทางผ่านเส้นเชือกท่ีเป็นของแข็งได้
ดีกวา่ อากาศ
 วัตถุท่ีเสียงเดินทางผ่านได้ เรียกว่า ตัวกลางของเสียง ได้แก่ อากาศ ของเหลว และของแข็ง ซ่ึงเสียงต่าง ๆ จะ
เดนิ ทางผา่ นตวั กลางท่เี ป็นของแขง็ ได้ดีและเรว็ กว่า ตวั กลางท่ีเปน็ ของเหลวและอากาศ

ขน้ั สอน

4.ข้ันขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)

1. นักเรียนทุกกลมุ่ ศกึ ษาเน้ือหาเก่ยี วกบั ตวั กลางของเสียงจากหนังสอื เรียน
2. นักเรียนแต่ละคนทาแผนภาพความคดิ ลงในสมดุ

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล)

ขั้นสรุป

ครูให้นักเรียนสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า เสียงต่าง ๆ จะเดินทางผ่านตัวกลาง ได้แก่ ของแข็ง
ของเหลว และอากาศ ซึ่งเสียงต่าง ๆ จะเดินทางผ่านตัวกลางท่ีเป็นของแข็งได้ดีและเร็วกว่าตัวกลางท่ีเป็นของเหลว
และอากาศ
5.ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถามพฤติกรรม การทางานรายบุคคลพฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าช้ันเรียน
2. ครตู รวจผลการทากิจกรรมแผนภาพความคดิ ลงในสมดุ

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
70% ขนึ้ ไป ถือวา่
ความรูค้ วาม 1.ระบุตัวกลางของเสยี งแตล่ ะ 1.คาถามกระตนุ้ ผ่านเกณฑ์การ
เขา้ ใจ (K) ประเมิน
ประเภทได้ (K) ความคิด
ทักษะ/ 70% ข้นึ ไป ถอื ว่า
กระบวนการ (P) 2.อธิบายการเคลื่อนที่ของเสยี ง ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ผา่ นตวั กลางต่างๆได้ (K)

1.ทดลองเกี่ยวกบั การเคล่อื นท่ขี อง 1. ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง

เสียงผ่านตวั กลางตา่ งๆไดค้ รบทกุ ตัวกลางของเสียง

ขัน้ ตอน (P)

คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. มีความม่งุ มัน่ ในการทากิจกรรม 1. แบบสงั เกต 70% ขึน้ ไป ถือวา่
ผา่ นเกณฑ์การ
อย่างตัง้ ใจ (A) พฤติกรรม ประเมนิ

7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1สอ่ื การเรยี นรู้

1.หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.5 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 พลังงานเสียง
2.แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 พลังงานเสียง
3.วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรมท่ี 1
4.ใบงานท่ี 4.1 เรื่อง การได้ยนิ เสยี งผ่านตัวกลางของเสยี ง
5.PowerPoint เร่อื ง การไดย้ นิ เสียงผา่ นตัวกลางของเสยี ง
6.สมดุ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้

1.ห้องเรียน
2.หอ้ งสมดุ
3.อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
....................................................................................... .....................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

ใบงาน

เรือ่ ง การเคล่อื นทข่ี องเสียงผ่านตัวกลาง

คาช้ีแจง : ให้นกั เรียนทาการทดลองและอธิบายการเคลื่อนที่ของเสยี ง

อปุ กรณ์

1. สอ้ มเสียง 1 อนั 2. ค้อน 1 อัน

3. แก้วนา้ 1 ใบ

วธิ ีทา
1. ใส่น้าลงในแกว้ ประมาณครึ่งแกว้
2. จมุ่ ส้อมเสยี งลงในนา้ แล้วสังเกตวา่ เกิดเสยี งหรือไม่ รวมทัง้ สงั เกตการเปลยี่ นแปลงที่ผวิ นา้ จากนั้นบนั ทกึ ผลลงในตาราง
3. ใช้ค้อนเคาะสอ้ มเสียง แล้วจมุ่ ส้อมเสียงลงในน้าทนั ที สังเกตการเกิดเสยี งและการเปลี่ยนแปลงทผี่ ิวน้า แลว้ บันทกึ ผล
4. ร่วมกันอภิปรายเพ่ือสรปุ ผลการทดลอง

ตารางบนั ทึกผล การเกิดเสยี ง การเปลี่ยนแปลงท่ีผิวนา้
การทดลอง

1. จมุ่ ส้อมเสยี งลงในนา้

2. ใช้ค้อนเคาะสอ้ มเสยี ง แล้วจมุ่
สอ้ มเสียงลงในน้าทันที

สรุปผลการทดลอง

ใบงาน เฉลย
เร่อื ง การเคล่ือนทีข่ องเสียงผา่ นตัวกลาง

คาช้ีแจง : ให้นกั เรยี นทาการทดลองและอธิบายการเคลื่อนทข่ี องเสยี ง

อุปกรณ์

1. ส้อมเสยี ง 1 อนั 2. คอ้ น 1 อนั

3. แก้วนา้ 1 ใบ

วธิ ีทา
1. ใส่น้าลงในแกว้ ประมาณครึ่งแกว้
2. จ่มุ สอ้ มเสียงลงในน้า แลว้ สงั เกตวา่ เกดิ เสียงหรือไม่ รวมทงั้ สงั เกตการเปลี่ยนแปลงท่ีผิวนา้ จากนน้ั บนั ทึกผลลงในตาราง
3. ใช้คอ้ นเคาะสอ้ มเสยี ง แล้วจุม่ สอ้ มเสยี งลงในน้าทันที สงั เกตการเกิดเสยี งและการเปลีย่ นแปลงทีผ่ วิ น้า แล้วบนั ทึกผล
4. ร่วมกนั อภิปรายเพื่อสรุปผลการทดลอง

ตารางบนั ทึกผล การเกิดเสียง การเปล่ยี นแปลงท่ีผวิ น้า
การทดลอง ไม่มเี สยี งเกิดข้ึน ผวิ นา้ นิ่งเปน็ ปกติ

1. จุ่มส้อมเสยี งลงในน้า

2. ใช้คอ้ นเคาะส้อมเสียง แล้วจมุ่ มีเสียงเกิดข้นึ ผวิ น้าเกิดการสน่ั สะเทือน
สอ้ มเสียงลงในนา้ ทันที

สรุปผลการทดลอง
ขณะที่เกดิ เสียงส้อมเสยี งจะสน่ั ซ่ึงสังเกตจากเม่ือจ่มุ ส้อมเสยี งลงในน้า ผิวนา้ มกี ารสั่นไปด้วย ดงั น้ัน เสยี งทเ่ี กิดขึ้นจะ

เคล่อื นท่จี ากแหล่งกาเนิดเสียง (ในท่นี ี้ คือ ส้อมเสียง) ทกุ ทิศทางผา่ นตัวกลาง (ในที่นี้ คือ นา้ )
.

สปั ดาห์ที่ 17

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี ……1…/…….……... ชื่อผ้สู อน ….………………………………………...
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 พลังงานเสียง เร่อื ง การได้ยนิ เสียงผ่านตวั กลาง 1

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างสสาร
และพลังงานพลังงานในชีวติ ประจาวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ที่เกีย่ วข้องกับเสียง แสง และคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟูา
รวมทงั้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้ีวดั ป.5/1 อธบิ ายได้ยนิ เสยี งผา่ นตวั กลางจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

ตวั กลางของเสยี ง คือวัตถหุ รือสง่ิ ต่างๆ ท่ีเสียงสามารถเดนิ ทางผา่ นได้ มี 3 ประเภท ไดแ้ ก่ ของแข็ง ของเหลว และ
อากาศ โดยเสียงจะเดินทางผ่านตัวกลางทเ่ี ปน็ ของแขง็ ได้ดีกว่าและเรว็ กวา่ ตัวกลางทเ่ี ป็นของเหลวและอากาศ ตามลาดบั การท่ี
ผูฟ้ ังไดย้ ินเสียงใดๆ ต้องมีองค์ประกอบ 3 อยา่ ง ได้แก่ แหล่งกาเนดิ เสียง ตัวกลางเสียง และอวัยวะรับเสียง(หู)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1.อธิบายส่วนประกอบหแู ละหนา้ ทข่ี องหูแตล่ ะสว่ นที่ใชใ้ นการรับเสียงได้ (K)
2.อธบิ ายการได้ยนิ เสียงผ่านตัวกลางได้ (P)
3.มีความมุ่งม่นั ในการทากจิ กรรมอย่างตงั้ ใจ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

การได้ยนิ เสยี งผา่ นตัวกลาง

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขัน้ นา

1.ขนั้ กระต้นุ ความสนใจ (Engage)

1.ครทู กั ทายกับนกั เรยี น ครูแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ที่จะเรยี นในวันนี้ใหน้ ักเรยี นทราบ

2.ครูนาภาพโลมาและคา้ งคาวมาให้นักเรียนดู แล้วตงั้ คาถามว่า นกั เรียนคดิ วา่ โลมาและค้างคาวท่ีใช้เสียงในการนา
ทาง มอี วัยวะรบั เสยี งเหมอื นมนษุ ยห์ รอื ไม่ จากน้นั ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ได้อยา่ งอิสระ

(แนวตอบ ไม่เหมอื น)
3.ครอู ธบิ ายเชื่อมโยงให้นักเรียนเขา้ ใจว่า เสยี งเมอื่ ถูกส่งจากแหล่งกาเนิด ผรู้ ับเสียงจะต้องมีอวยั วะรบั เสยี งเพ่ือจะ
รบั รู้และตอบสนองตอ่ เสยี งนัน้ ในบทเรยี นน้เี ราจะศกึ ษาส่วนประกอบและหนา้ ท่ีของหู ซึ่งเป็นอวัยวะรับเสยี งของมนุษย์
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

ขน้ั สอน

2.ขั้นสารวจคน้ หา (Explore)

1. ครทู าสลากคาถาม แล้วสมุ่ นกั เรียนออกมา 2 คน เพ่ือมาจับสลากคาถาม ดงั นี้
 นกั เรียนคดิ วา่ เมื่อเกดิ ไฟไหม้ในอาคารเสียงกร่งิ เตือนไฟไหมม้ ปี ระโยชน์หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ มีประโยชน์ เพราะเปน็ การเตือนภยั ให้หลบหนอี อกจากอาคารได้ทนั เวลา)
 นักเรยี นคดิ วา่ เพราะเหตุใดบางคนจึงไม่ไดย้ ินเสียงสญั ญาณไฟไหม้ และทาให้หนีออกจากอาคารไมท่ นั
(แนวตอบ อย่ใู นหอ้ งท่ปี ิดก้ันเสียง หตู งึ )

2. ครใู ช้เทคนิคกลุ่มสืบคน้ G.I. โดยแบง่ กลุ่มให้นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน โดยคละตามความสามารถ
ประกอบด้วย เกง่ ปานกลาง (คอ่ นข้างเกง่ ) ปานกลาง (ค่อนขา้ งอ่อน) และออ่ น

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน

3.ขั้นอธบิ ายความรู้ (Explain)

1.ครสู ุ่มเลอื กตวั แทนกลุ่ม 3-4 กลุ่ม ใหอ้ อกมานาเสนอผลการทากิจกรรมและแบบจาลองของตนเองหน้าชนั้ เรียน โดย
มีครูคอยแนะนาเพมิ่ เตมิ

2. ครใู หท้ กุ กลุม่ ตรวจสอบและแกไ้ ขแบบจาลองให้ถูกต้อง แล้วนาไปวางไว้ที่หน้าหอ้ งเรยี น เพื่อให้เพอ่ื นกลุ่มอ่ืน ๆ ได้
ศกึ ษาเพ่มิ เติม

3. ครูให้คาชมเชยกับนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทอ่ี อกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้นั เรียน
4. ครูสรุปเพมิ่ เติมให้นกั เรียนฟงั ว่า เมอื่ แหล่งกาเนิดเสียงส่ัน จะส่งพลังงานผ่านอากาศมาถึงหูของเรา ใบหูจะสะท้อน
คลื่นเสียงเข้าไปในรูหู ทาให้เย่ือแก้วหูส่ัน มีผลทาให้กระดูกค้อน กระดูกท่ัง และกระดูกโกลนส่ัน พลังงานจากการ
ส่ันจะถูกส่งผ่านไปยังเส้นประสาทภายในคอเคลียและส่งผ่านไปยังเส้นประสาทใหญ่ท่ีไปสู่สมอง จึงทาให้เราได้ยิน
เสียง ดังนั้น เย่ือแก้วหูจึงเป็นอวัยวะสาคัญที่ทาให้เราได้ยินเสียง โดยครูให้นักเรียนดูภาพประกอบในหนังสือเรียน
หนา้ 104

ขน้ั สรปุ

4.ข้ันขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1. นักเรยี นทากจิ กรรมหนตู อบได้จากหนงั สอื เรยี น หนา้ 101 ลงในสมดุ ประจาตวั หรอื แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่
1

2. นกั เรียนทกุ กลมุ่ ศกึ ษาเน้อื หาเก่ียวกับตัวกลางของเสยี ง จากหนงั สอื เรยี น หน้า 10-104
3. ครูให้นกั เรียนจับคู่กบั เพือ่ น แล้วให้ศกึ ษาข้อมูลเกีย่ วกับการผ่านตวั กลางของเสยี งเพ่ิมเติมจาก สอ่ื ดจิ ิทัลในหนังสอื
เรยี น หนา้ 103 โดยใชโ้ ทรศัพทม์ ือถอื สแกน QR Code เรอื่ ง ตวั กลางของเสยี ง
4. ใหน้ ักเรียนนาความร้ทู ีไ่ ด้จากการศกึ ษาจากการสแกน QR Code เรอ่ื ง ตวั กลางของเสยี ง มาอภปิ รายเก่ียวกบั
ตัวกลางของเสียง และร่วมกันสรุปภายในช้ันเรียน โดยใหค้ รคู อยอธิบายเพ่มิ เติมในสว่ นทบ่ี กพร่อง

ข้ันสรปุ

1. ครูให้นักเรียนสรปุ ความรจู้ ากการเรยี นจนได้ขอ้ สรปุ ร่วมกนั ว่า การได้ยนิ เสยี งตอ้ งมอี งค์ประกอบ 3 อย่าง ได้แก
แหล่งกาเนดิ เสยี ง ตัวกลางของเสียง และอวัยวะรบั เสียง (ห)ู

2. ครูอธิบายเสริมเพ่ือสรปุ ความรู้วา่ เมอ่ื แหลง่ กาเนิดเสยี งส่นั จะส่งพลงั งานผ่านอากาศมาถงึ หขู องเรา ใบหจู ะสะทอ้ น
คล่ืนเสียงเข้าไปในรูหู ทาให้เยื่อแก้วหูส่ันมีผลทาให้กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลนส่ัน พลังงานจากการส่ันจะถูก
สง่ ผา่ นไปยังเส้นประสาทภายในคอเคลยี และสง่ ผา่ นไปยังเส้นประสาทใหญท่ ีไ่ ปสู่สมอง จงึ ทาใหเ้ ราได้ยินเสียง ดังน้ัน เย่ือแก้วหู
จึงเปน็ อวัยวะสาคัญท่ีทาให้เราได้ยนิ เสยี ง

ข้ันประเมนิ

5.ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรียน
2. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมในใบงานท่ี 2 เรื่อง เราไดย้ นิ เสยี งไดอ้ ย่างไร
3. ครตู รวจสอบผลการสรา้ งแบบจาลองส่วนประกอบของหู
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบได้ในสมุดประจาตัวหรือแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1

6.การวัดและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ าร
ประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 70% ขึ้นไป ถือว่า
ผ่านเกณฑ์การ
ความรคู้ วาม 1.อธิบายส่วนประกอบหแู ละ 1.คาถามกระต้นุ ประเมนิ
เข้าใจ (K) หน้าทขี่ องหูแต่ละสว่ นท่ีใช้ในการ ความคิด
รับเสยี งได้ (K)

ทกั ษะ/ 1.อธบิ ายการไดย้ ินเสยี งผา่ น 1. ใบงานท่ี 4.2 การ 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
กระบวนการ (P) ตวั กลางได้ (P) ได้ยนิ เสยี งผ่านตัวกลาง ผ่านเกณฑ์การ

ประเมนิ

คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1.มีความม่งุ มัน่ ในการทากจิ กรรม 1. แบบสงั เกต 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
อยา่ งตง้ั ใจ (A) พฤติกรรม ประเมนิ

7. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้

1) หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 พลงั งานเสยี ง
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 พลังงานเสียง
3) บัตรภาพโลมาและคา้ งคาว
4) ใบงาน เร่ือง เราไดย้ ินเสยี งได้อยา่ งไร
5) วสั ดุ-อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการสร้างแบบจาลองสว่ นประกอบของหู
6) QR Code เรื่อง ตัวกลางของเสยี ง
7) สมดุ ประจาตวั นักเรยี น

7.2 แหล่งการเรยี นรู้

1.ห้องเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครผู สู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 17

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……1…/…….……... ชอื่ ผู้สอน ….………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 พลังงานเสียง เร่อื ง การไดย้ นิ เสยี งผ่านตวั กลาง 2

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลีย่ นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสสาร
และพลังงานพลังงานในชีวติ ประจาวัน ธรรมชาติของคลนื่ ปรากฏการณ์ท่เี ก่ยี วข้องกับเสยี ง แสง และคลน่ื แม่เหล็กไฟฟู้า
รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ัด ป.5/1 อธิบายได้ยินเสยี งผา่ นตวั กลางจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

ตวั กลางของเสียง คือวัตถหุ รอื สงิ่ ตา่ งๆ ที่เสยี งสามารถเดินทางผา่ นได้ มี 3 ประเภท ได้แก่ ของแขง็ ของเหลว และ
อากาศ โดยเสียงจะเดินทางผ่านตวั กลางทเี่ ป็นของแข็งได้ดีกว่าและเร็วกว่าตัวกลางทเี่ ปน็ ของเหลวและอากาศ ตามลาดบั
การทีผ่ ู้ฟงั ไดย้ นิ เสยี งใดๆ ต้องมอี งคป์ ระกอบ 3 อยา่ ง ไดแ้ ก่ แหล่งกาเนดิ เสียง ตวั กลางเสียง และอวยั วะรับเสยี ง(ห)ู

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1.อธบิ ายส่วนประกอบหูและหนา้ ที่ของหูแต่ละส่วนทใ่ี ชใ้ นการรับเสยี งได้ (K)
2.อธิบายการได้ยนิ เสียงผ่านตัวกลางได้ (P)
3.มีความม่งุ มน่ั ในการทากจิ กรรมอย่างต้ังใจ (A)

4. สาระการเรียนรู้

การได้ยินเสียงผ่านตวั กลาง

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ขนั้ นา

1.ข้นั กระต้นุ ความสนใจ (Engage)

1.ครูนาภาพโลมาและคา้ งคาวมาให้นักเรยี นดูอกี คร้ัง

2.ครอู ธิบายเชื่อมโยงใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจว่า เสยี งเม่ือถูกสง่ จากแหล่งกาเนดิ ผู้รับเสยี งจะตอ้ งมีอวยั วะรบั เสียงเพอ่ื จะ
รบั รู้และตอบสนองตอ่ เสยี งนั้น ในบทเรยี นน้ีเราจะศึกษาสว่ นประกอบและหน้าทีข่ องหู ซ่งึ เป็นอวยั วะรบั เสยี งของมนุษย์

(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

ขั้นสอน

2.ขน้ั สารวจคน้ หา (Explore)

1.ครแู จกใบงาน เร่ือง เราได้ยนิ เสียงได้อย่างไร จากน้นั มอบหมายให้สมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มปฏิบตั ิตามข้ันตอนการทา
กิจกรรม เร่ือง เราไดย้ นิ เสยี งได้อย่างไร โดยให้ไปสืบคน้ ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ เกย่ี วกบั การ ไดย้ ินเสียงผ่านตัวกลาง องค์ประกอบของ
การได้ยินเสียง และส่วนประกอบของหูมนุษย์ จาก หนังสือเรียน หน้า 102-104 และจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต
ห้องสมุด พรอ้ มวาดภาพหรือตดิ ภาพแบบจาลองสว่ นประกอบของหูและหนา้ ที่ของส่วนประกอบของหแู ตล่ ะสว่ นลงในใบงาน

2.ใหส้ มาชิกในกลมุ่ 1 คน นาขอ้ มลู ที่ทุกคนสืบค้นมาไดบ้ ันทึกลงในใบงาน และรว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง แลว้
ให้สมาชกิ ทุกคนร่วมกนั สรา้ งแบบจาลองส่วนประกอบของหู

(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน

3.ข้นั อธิบายความรู้ (Explain)

1.ครเู ลอื กตัวแทนนักเรียน ใหอ้ อกมานาเสนอผลการทากิจกรรมและแบบจาลองของตนเองหน้าชั้นเรยี น โดยมคี รูคอย
แนะนาเพ่ิมเติม

2.ครใู ห้คาชมเชยกบั นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทีอ่ อกมานาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าช้นั เรยี น
3.ครสู รุปเพิ่มเตมิ ใหน้ ักเรียนฟัง

ข้นั สรุป

4.ข้ันขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1.ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายและคาถาม โดยครูถามคาถาม ดงั นี้
1) จากการสบื ค้นขอ้ มูลหขู องมนษุ ย์แบ่งเปน็ กี่ส่วน อะไรบา้ ง
(แนวตอบ หูของมนุษยป์ ระกอบไปดว้ ย 3 ส่วน ได้แก่ หชู ั้นนอก หูช้ันกลาง และหชู ั้นใน)
2) นกั เรยี นคิดว่า สว่ นประกอบหูสว่ นใดทีเ่ ราขาดไปแลว้ แตย่ ังสามารถรบั เสยี งได้ เพราะเหตุใด
(แนวตอบ หชู ้นั นอก เพราะไม่มีประสาทสมั ผสั ในการรับเสียงท่สี ่งมาจากแหลง่ กาเนิดเสยี ง)
3) ถา้ ต้องการให้การส่งสัญญาณไฟไหมม้ ีคณุ ภาพ นักเรียนคดิ วา่ ควรคานงึ ถึงเร่อื งใดบา้ ง
(แนวตอบ ความดงั ของสญั ญาณ ตวั กลางทเี่ สียงเคล่อื นทีผ่ ่านต้องไมถ่ ูกขวางกั้น คุณภาพของหขู องผรู้ ับเสยี ง)

(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)

ข้นั สรุป

1. ครใู ห้นักเรียนสรุปความร้จู ากการเรียนจนไดข้ อ้ สรปุ ร่วมกันวา่ การไดย้ นิ เสียงต้องมีองคป์ ระกอบ 3 อยา่ ง ไดแ้ ก่
แหล่งกาเนดิ เสียง ตวั กลางของเสียง และอวัยวะรับเสียง (ห)ู

2. ครูอธบิ ายเสริมเพ่อื สรปุ ความรูว้ ่า เม่ือแหลง่ กาเนิดเสยี งสัน่ จะสง่ พลงั งานผา่ นอากาศมาถงึ หูของเรา ใบหจู ะสะท้อน
คลื่นเสียงเข้าไปในรูหู ทาให้เย่ือแก้วหูสั่นมีผลทาให้กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลนส่ัน พลังงานจากการสั่นจะถูก
ส่งผา่ นไปยงั เส้นประสาทภายในคอเคลียและสง่ ผ่านไปยังเสน้ ประสาทใหญท่ ่ไี ปสูส่ มอง จงึ ทาใหเ้ ราได้ยินเสียง ดังนั้น เย่ือแก้วหู
จึงเป็นอวยั วะสาคัญท่ีทาให้เราไดย้ ินเสยี ง

5.ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถามของนักเรียน

6.การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมินผล
การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์ 70% ข้ึนไป ถือว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
ความรู้ความ 1.อธบิ ายส่วนประกอบหแู ละ 1.คาถามกระตนุ้ ประเมิน
เขา้ ใจ (K) หนา้ ทข่ี องหูแต่ละส่วนที่ใชใ้ นการ ความคดิ
รบั เสียงได้ (K)

ทกั ษะ/ 1.อธิบายการได้ยินเสียงผา่ น 1. ใบงานท่ี 4.2 การ 70% ข้ึนไป ถือว่า
กระบวนการ (P) ตัวกลางได้ (P) ไดย้ ินเสยี งผา่ นตัวกลาง ผา่ นเกณฑ์การ

ประเมิน

คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1.มคี วามมงุ่ มน่ั ในการทากิจกรรม 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
อยา่ งตั้งใจ (A) พฤติกรรม ประเมนิ

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 พลังงานเสียง
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 พลังงานเสยี ง
3) บัตรภาพโลมาและคา้ งคาว
4) ใบงาน เรือ่ ง เราได้ยนิ เสียงไดอ้ ยา่ งไร
5) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการสร้างแบบจาลองส่วนประกอบของหู
6) QR Code เรอื่ ง ตวั กลางของเสียง
7) สมดุ ประจาตวั นักเรยี น

7.2แหลง่ การเรียนรู้

1.ห้องเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ...............................

................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผูส้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

ใบงาน
เรอื่ ง เราได้ยินเสยี งไดอ้ ยา่ งไร

คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองและสรา้ งแบบจาลองส่วนประกอบของหู เพื่ออธบิ ายการได้ยนิ เสียง

อุปกรณ์

1. ดนิ น้ามนั หลากสี 2. สีไม้ 1 กล่อง

วธิ ที า
1. ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับสว่ นประกอบของหทู ี่ทาให้มนุษย์ไดย้ ินเสียง
2. ร่วมกนั สืบค้นเก่ยี วกับสว่ นประกอบของหูและหนา้ ท่ีของแต่ละส่วนทใ่ี ชใ้ นการรบั เสียง จากน้ันวาดภาพหรอื ติดภาพ
แบบจาลองสว่ นประกอบของหูและหน้าท่ีของแตล่ ะสว่ นลงในใบงาน
3. ร่วมกันสร้างแบบจาลองเพื่อแสดงสว่ นประกอบของหูท่ีใชใ้ นการรับเสยี ง แลว้ นาเสนอเกี่ยวกบั หนา้ ท่ีส่วนประกอบต่าง ๆ
หน้าชั้นเรียน

บันทึกข้อมูล

(วาดภาพหรือติดภาพ)

บันทกึ สว่ นประกอบของหูและหนา้ ที่ของแตล่ ะส่วน หน้าทข่ี องสว่ นประกอบ
สว่ นประกอบของหู

1.

2. .

3

4.

5.

ใบงาน เฉลย
เร่ือง เราได้ยนิ เสยี งได้อยา่ งไร

คาช้ีแจง : ใหน้ ักเรยี นทาการทดลองและสร้างแบบจาลองส่วนประกอบของหู เพ่อื อธิบายการไดย้ นิ เสียง

อปุ กรณ์

1. ดินน้ามันหลากสี 2. สไี ม้ 1 กลอ่ ง

วธิ ที า
1. รว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับส่วนประกอบของหูท่ีทาให้มนุษย์ไดย้ นิ เสียง
2. ร่วมกนั สืบคน้ เกย่ี วกบั สว่ นประกอบของหแู ละหนา้ ทีข่ องแตล่ ะส่วนที่ใช้ในการรบั เสยี ง จากนนั้ วาดภาพหรอื ติดภาพ
แบบจาลองส่วนประกอบของหูและหนา้ ที่ของแตล่ ะสว่ นลงในใบงาน
3. ร่วมกันสรา้ งแบบจาลองเพ่ือแสดงสว่ นประกอบของหูท่ีใช้ในการรบั เสียง แลว้ นาเสนอเกีย่ วกบั หนา้ ทสี่ ่วนประกอบต่าง ๆ
หนา้ ช้นั เรยี น

บันทกึ ขอ้ มูล

(วาดภาพหรือติดภาพ)

บนั ทกึ สว่ นประกอบของหแู ละหนา้ ท่ขี องแตล่ ะส่วน หนา้ ที่ของสว่ นประกอบ
ส่วนประกอบของหู

1. ใบหเู ปน็ สว่ นยรับการสั่นสะเทือนมา ชว่ ยในการรับคล่ืนเสยี ง เพ่ือให้เสยี งเข้าสรู่ หู ูเป็นสว่ นท่คี อยรับอนม
เปน็ สว่ นท่คี อยรบั การสน่ั สะเทอื นมา เปน็ ส่วนทีค่ อยรับการสนั่ สะเทอื นมา

2. รูหูเป็นสว่ นท่ียรบั การสนั่ สะเทือนมา เปน็ ทางผ่านของคล่ืนเสยี งเขา้ สู่อวัยวะภายในหเู ป็นส่วนที่ เทือนมา
เปน็ สว่ นทีค่ อยรับการสน่ั สะเทอื นมา เป็นส่วนที่คอยรับการสน่ั สะเทอื นมา

3. เยอื่ แกว้ หเู ปน็ ส่วนที่รส่ันสะเทือนมา เป็นส่วนของหูที่เกดิ การสัน่ สะเทือน เมื่อได้รบั เสยี งเป็นสว่ นท่ีคอยา
เป็นส่วนทีค่ อยรบั การส่นั สะเทอื นมา เป็นส่วนที่คอยรบั การสนั่ สะเทอื นมา

4. กระดกู ค้อน กระดูกทัง่ กระดกู โกลน เปน็ สว่ นที่คอยรบั การสั่นสะเทือนมาจากเย่ือแกว้ หู เมื่อไดร้ ับเสียง
เปน็ สว่ นทคี่ อยรับการส่ันสะเทือนมา แล้วจะส่งการสน่ั สะเทือนไปส่สู ่วนนอกสุดของหูชั้นใน

5. คอเคลยี เปน็ ส่วนท่คี อยรบั การ เปน็ ส่วนที่คอยรบั การสน่ั สะเทือนของคล่ืนเสียงทีม่ าจากหูช้ันกลาง
เป็นส่วนทคี่ อยรับการสน่ั สะเทอื นมา และส่งไปยงั เส้นประสาทในการรบั ฟังเป็น สว่ นท่คี อยรับการ
ส่ันสะเทือน

สัปดาหท์ ่ี 18

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี ……1…/…….……... ชื่อผสู้ อน ….………………………………………...
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 พลงั งานเสยี ง เรอ่ื ง การเกิดเสียงสูง เสยี งตา่ 1

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลยี่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งสสาร
และพลงั งานพลงั งานในชวี ติ ประจาวัน ธรรมชาติของคลน่ื ปรากฏการณ์ทีเ่ กีย่ วข้องกับเสยี ง แสง และคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า
รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวช้ีวดั ป.5/2. ระบตุ ัวแปร ทดลอง และอธิบายลกั ษณะและการเกิดเสียงสงู เสยี งตา่

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

เสยี งทีเ่ กดิ ขน้ึ รอบๆ ตัวเรา จะมีลกั ษณะของเสยี งท่ีแตกตา่ งกนั ดงั น้ี

เสียงสงู เสียงตา่
เป็นสมบัติอย่างหนึ่งของเสยี งท่สี ัมพันธ์กับแหลงกาเนดิ เสียง เรยี กวา่ ระดบั เสียง เกิดความเรว็ ในการสน่ั สะเทือนของ
วตั ถุที่เปน็ แหลง่ กาเนิดเสียง โดยจานวนครัง้ ของการส่ันใน 1 วินาที เรียกว่ ความถข่ี องเสียง มหี นว่ ยเปน็ คร้งั ต่อวินาที หรอื เฮ
รติ ซ์ (Hz) โดยแหล่งกาเนดิ เสียงท่สี ัน่ ด้วยความเรว็ สูง (ความถี่สูง) จะเกดิ เสียงสูง (เสียงแหลม) แหล่งกาเนดิ เสยี งที่สนั่ ด้วย
ความเร็วตา่ (ความถต่ี ่า) จะเกิดเสยี งตา่ (เสยี งทุม้ )

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1.อธบิ ายการเกิดเสยี งสงู เสยี งต่าได้ (K)
2.ทดลองเพ่ืออธบิ ายการเกิดเสียงสูง เสียงตา่ ไดค้ รบทกุ ขั้นตอน (P)
3.มีความสนใจในการเรียนรู้อยา่ งตั้งใจ (A)

4.สาระการเรียนรู้

แหล่งกาเนิดเสียงสั่นด้วยความถี่ต่าจะเกิดเสียงต่าแต่ถ้าสั่นด้วยความถี่สูงจะเกิดเสียงสูง ส่วนเสียงดัง ค่อยท่ีได้ยิน
ข้นึ กับพลงั งานการสั่นของแหล่งกาเนดิ เสยี ง

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 1

ขน้ั นา

1.ข้ันกระตนุ้ ความสนใจ (Engage)

1.ครทู ักทายกบั นกั เรียน แล้วแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีจะเรยี นในวนั นี้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2.ครขู ออาสาสมัครนกั เรียน 2 คน ให้แต่ละคนออกมารอ้ งเพลงหน้าห้องคนละเพลง จากน้ันครูถามคาถามนกั เรยี นที่
อยู่ในหอ้ งวา่ นักเรียนคดิ วา่ เพือ่ นทัง้ 2 คน มีเสยี งร้องท่ีเหมือนกนั หรือไม่ อยา่ งไร

(แนวตอบ ไมเ่ หมือนกนั เพราะเพอ่ื นคนท่หี นงึ่ มีเสียงสงู เพอื่ นคนท่ีสองมีเสยี งต่า หรอื เหมอื นกัน เพราะเพ่ือน
ทง้ั 2 คน มเี สียงสงู เหมือนกัน)

(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

ขนั้ สอน

2.ข้ันสารวจคน้ หา (Explore)

1.นกั เรยี นอา่ นเนื้อหาในหวั ขอ้ ลักษณะของเสยี งจากหนังสือเรยี น หนา้ 105 หลังจากน้นั ครถู ามคาถามเพอ่ื นาเข้าสู่
บทเรียนว่า นกั เรียนคิดวา่ เสียงสูง เสียงต่า เสยี งดงั และเสยี งค่อย มีลักษณะอยา่ งไร

(แนวตอบ เสยี งสงู มีลักษณะเสยี งแหลม เสียงต่ามีลักษณะเสยี งทมุ้ เสยี งดังมีลักษณะดัง เสยี งค่อยมีลักษณะเบา)
2.ครูอธบิ ายเชื่อมโยงให้นักเรียนเขา้ ใจวา่ เสยี งสูง เสยี งต่า เกดิ จากการสั่นของแหล่งกาเนดิ เสยี งต่างกัน ซง่ึ เราจะศกึ ษา
ในบทเรียนต่อไปนี้ว่า การสั่นของแหล่งกาเนิดเสียงแบบใดท่ีให้เสียงสูง แบบใดให้เสียงต่า ซึ่งความสูงต่าของเสียงเป็นสมบัติ
ประการหน่งึ ของเสียงที่มีความสัมพันธ์กับแหล่งกาเนิดเสยี ง
3. ครูเขยี นข้อความว่า ความยาวของแหลง่ กาเนดิ เสยี งมผี ลตอ่ การเกิดเสยี งสงู เสยี งต่าหรือไม่ อยา่ งไร บนกระดานดา
4. นักเรยี นร่วมกนั ตง้ั สมมตฐิ านของระบปุ ัญหาทค่ี รไู ด้เขียนไวบ้ นกระดานดา

(แนวตอบ มีผล คือ แหล่งกาเนิดเสียงท่ีมีความยาวมาก ทาให้เกิดเสียงต่า ส่วนแหล่งกาเนิดที่มีความยาวน้อย ทา
ให้เกดิ เสียงสงู )
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

คาบท่ี 2
ขน้ั สอน

2.ขั้นสารวจค้นหา (Explore) (ต่อ)
5. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ทากิจกรรมที่ 2 การเกิดเสยี งสงู เสยี งตา่ ตอนที่ 2 โดยให้ศึกษาข้นั ตอนการทาและปฏิบัติ

กจิ กรรมจากหนังสือเรยี น หน้า 107 ให้ครบถ้วน แล้วบนั ทกึ ผลลงในสมดุ ประจาตัวหรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ )

3.ข้ันอธบิ ายความรู้ (Explain)
1.ครูสมุ่ เลือกตัวแทนนกั เรียนของแต่ละกล่มุ ให้ออกนาเสนอผลการทากิจกรรมที่หน้าช้ันเรียน โดยมีครูคอยแนะนา
เพ่ิมเติม

ข้นั สรปุ

4.ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)

1.นักเรยี นทกุ กลุ่มศึกษาเนือ้ หาเก่ียวกับเสียงสูง เสยี งต่า จากหนังสือเรยี น หนา้ 108
2.ครูให้นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายและแสดงความคดิ เห็น โดยครูถามคาถาม ดังนี้

1) จากการทดลองกิจกรรมที่ 2 ทผ่ี า่ นมา สาเหตุท่ีทาให้เกิดเสยี งสูง เสียงต่า คอื อะไร
(แนวตอบ ความยาวและมวลของแหลง่ กาเนิด)
2) เพราะเหตุใดความยาวและมวลของแหล่งกาเนิดจึงทาใหเ้ กิดเสยี งสงู เสยี งตา่ ได้
(แนวตอบ ความยาวและมวลของแหล่งกาเนิดท่ีต่างกัน จะสั่นสะเทือนด้วยความถี่ต่างกัน ทาให้เกิดเสียงสูง
เสยี งต่าตา่ งกนั )
3) นกั เรยี นจะนาความรเู้ รอ่ื ง เสียงสงู เสยี งตา่ ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งไร
(แนวตอบ เช่น ใช้สร้างเคร่ืองดนตรี ใช้ปรับระดบั เสยี งสูง เสยี งต่าของเครื่องดนตร)ี

5.ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบคุ คล พฤติกรรมการ

ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชัน้ เรียน
2. ครูตรวจสอบผลจากการทากจิ กรรมที่ 2 เรือ่ ง การเกดิ เสียงสงู เสียงตา่ ในสมุดประจาตัวหรือในแบบฝึกหดั

วิทยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
70% ข้ึนไป ถอื วา่
ความร้คู วาม 1.อธบิ ายการเกิดเสียงสงู เสยี งตา่ 1.คาถามกระต้นุ ผา่ นเกณฑ์การ
เข้าใจ (K) ได้ (K) ความคิด ประเมิน
70% ขน้ึ ไป ถือว่า
ทักษะ/ 1.ทดลองเพื่ออธบิ ายการเกดิ เสยี ง 1. ใบงานที่ 4.3 การ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการ (P) สูง เสียงต่าไดค้ รบทุกขน้ั ตอน (P) เกิดเสียงสูง เสยี งต่า ประเมนิ

คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1.มคี วามสนใจในการเรยี นรอู้ ย่าง 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์การ
ต้งั ใจ (A) พฤติกรรม ประเมนิ

7. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้

1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 พลงั งานเสยี ง
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 พลังงานเสียง
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมที่ 2 เชน่ ช้อน โต๊ะเขยี นหนงั สอื น้าเปล่า ไม้บรรทดั พลาสตกิ ขวดแก้วที่มี
ขนาดเทา่ กนั เครื่องวดั ระดับเสียง
4) สมดุ ประจาตวั นักเรยี น

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1.ห้องเรียน
2.ห้องสมุด
3.อินเทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่อื ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 18

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……1…/…………... ชือ่ ผสู้ อน ….………………………………………...
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 พลังงานเสียง เรือ่ ง การเกดิ เสียงสงู เสยี งตา่ 2

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสสาร
และพลังงานพลงั งานในชวี ิตประจาวนั ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ทีเ่ กย่ี วข้องกับเสียง แสง และคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟูา
รวมท้งั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวชี้วดั ป.5/2. ระบุตวั แปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและการเกดิ เสียงสูง เสียงต่า

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

เสียงทเ่ี กดิ ขึ้นรอบๆ ตวั เรา จะมีลกั ษณะของเสียงท่ีแตกตา่ งกัน ดังน้ี

เสยี งสงู เสียงตา่
เป็นสมบตั อิ ย่างหน่ึงของเสียงทีส่ มั พันธก์ ับแหลงกาเนดิ เสียง เรียกวา่ ระดับเสียง เกดิ ความเร็วในการสั่นสะเทือนของ
วัตถทุ ีเ่ ป็นแหล่งกาเนิดเสยี ง โดยจานวนคร้ังของการสนั่ ใน 1 วินาที เรยี กว่า ความถ่ีของเสียง มีหน่วยเป็น คร้ังตอ่ วนิ าที หรือ
เฮรติ ซ์ (Hz) โดยแหล่งกาเนิดเสียงทีส่ ่ันดว้ ยความเร็วสงู (ความถส่ี ูง) จะเกดิ เสยี งสูง (เสียงแหลม) แหล่งกาเนิดเสยี งทส่ี นั่ ด้วย
ความเร็วต่า (ความถ่ตี ่า) จะเกิดเสียงต่า (เสยี งทมุ้ )

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1.อธบิ ายการเกิดเสียงสงู เสยี งตา่ ได้ (K)
2.ทดลองเพอ่ื อธบิ ายการเกดิ เสียงสูง เสยี งตา่ ไดค้ รบทกุ ข้นั ตอน (P)
3.มคี วามสนใจในการเรียนรอู้ ย่างต้ังใจ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

แหลง่ กาเนดิ เสียงส่นั ด้วยความถต่ี า่ จะเกดิ เสยี งต่าแต่ถ้าสน่ั ดว้ ยความถี่สูงจะเกดิ เสยี งสูง สว่ นเสียงดงั ค่อยท่ีไดย้ ินข้ึนกับ
พลงั งานการสน่ั ของแหล่งกาเนิดเสียง

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ข้นั นา

1.ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engage)

1.ครูอาจนากีตารม์ าดีดใหน้ ักเรียนฟัง จากนน้ั ถามนักเรียนวา่ การดดี กีตารต์ ่าง ๆ ทาให้เกิดเสยี งต่างกันหรือไม่ อย่างไร
จากนน้ั ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นอยา่ งอิสระ

(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)

ข้ันสอน

2.ขนั้ สารวจค้นหา (Explore)
1. ครูให้นกั เรยี นนับ 1-5 ไปเร่ือย ๆ จนครบทกุ คนในหอ้ ง จากนั้นใหน้ ักเรยี นท่ีนบั ได้เลขตัวเดียวกนั มาอยกู่ ล่มุ เดียวกัน
2. เมอ่ื จับกลุ่มไดแ้ ล้ว นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ทากิจกรรมท่ี 2 การเกิดเสียงสูง เสียงตา่ โดยให้แต่ละกลมุ่ ศึกษาขัน้ ตอนจาก

หนังสือเรียน หนา้ 106 ตอนที่ 1 และปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดังนี้
1) วางไม้บรรทัดย่ืนออกมาจากขอบโต๊ะประมาณ 10 ซม. ใช้มือกดที่ปลายไม้บรรทัด แล้วปล่อยสังเกตการ

สัน่ ของไม้บรรทดั และเสียงท่ไี ด้ยนิ แลว้ บันทกึ ผลลงในสมดุ ประจาตวั หรอื แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
2) วางไม้บรรทัดย่ืนออกมาจากขอบโต๊ะประมาณ 20 ซม. ใช้มือกดท่ีปลายไม้บรรทัดแรงเท่ากับครั้งแรก

สังเกตการสน่ั ของไม้บรรทดั และเสียงท่ไี ด้ยินเปรยี บเทยี บกับคร้งั แรก แลว้ บันทึกผล
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ )

คาบท่ี 2

3.ขน้ั อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ทไี่ ด้จากการทดลองจนไดข้ ้อสรปุ วา่ ความยาวของแหลง่ กาเนิดเสียงมีผลตอ่ ความถ่ีในการ

ส่นั
2. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ให้นกั เรียนฟงั ว่า ถา้ แหล่งกาเนิดเสยี งมคี วามยาวมาก จะมมี วลมาก จงึ ส่ันด้วยความถ่ตี า่ ทาใหเ้ กิด

เสยี งต่า แต่ถา้ แหลง่ กาเนดิ เสียงมีความยาวนอ้ ย จะมีมวลนอ้ ย จึงสน่ั ด้วยความถส่ี งู ทาให้เกิดเสียงสงู

ขั้นสรปุ

4.ขน้ั ขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1. นักเรยี นทากจิ กรรมหนตู อบได้จากหนงั สือเรียน หน้า 107 ลงในสมุดหรอื แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

ข้นั สรปุ

1. ครูให้นักเรยี นสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ขอ้ สรุปร่วมกนั วา่ เสียงสูง เสียงตา่ เป็นลักษณะของเสยี งท่ีมี
ความสัมพันธ์กับแหล่งกาเนิดเสียง หากแหล่งกาเนิดเสียงสั่นด้วยความถ่ีต่าจะเกิดเสียงต่า แต่ถ้าสั่นด้วยความถี่สูงจะเกิดเสียง
สูง

2. ครูอธบิ ายเสริมเพ่อื สรปุ ว่า ปจั จยั ที่มผี ลต่อการเกดิ เสยี งสูง เสยี งตา่ คอื ขนาดของแหลง่ กาเนดิ เสียงความยาวของ
แหล่งกาเนิดเสียง และความตึงของแหล่งกาเนดิ เสยี ง

5.ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลจากการทากจิ กรรมหนตู อบได้ในสมุดประจาตัวหรือในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
70% ข้ึนไป ถือว่า
ความรู้ความ 1.อธิบายการเกิดเสยี งสงู เสยี งต่า 1.คาถามกระตนุ้ ผ่านเกณฑ์การ
เข้าใจ (K) ได้ (K) ความคิด ประเมิน
70% ขึ้นไป ถอื วา่
ทักษะ/ 1.ทดลองเพ่อื อธิบายการเกิดเสยี ง 1. ใบงานที่ 4.3 การ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการ (P) สูง เสยี งตา่ ไดค้ รบทุกขน้ั ตอน (P) เกดิ เสียงสงู เสียงตา่ ประเมิน

คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1.มคี วามสนใจในการเรียนรอู้ ยา่ ง 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถือว่า
ผ่านเกณฑ์การ
ต้งั ใจ (A) พฤติกรรม ประเมนิ

7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้

7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 พลงั งานเสียง
2) แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 พลังงานเสียง
3) วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรมที่ 2 เช่น ช้อน โตะ๊ เขยี นหนงั สอื น้าเปล่า ไม้บรรทัดพลาสตกิ ขวดแกว้ ที่มี
ขนาดเทา่ กัน เคร่ืองวดั ระดับเสียง
4) สมุดประจาตัวนักเรียน

7.2 แหล่งการเรียนรู้
1.ห้องเรียน
2.หอ้ งสมดุ
3.อนิ เทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาหท์ ่ี 19

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/…………... ชื่อผู้สอน ….………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 จานวน 2 คาบ
เรือ่ ง การเกิดเสียงดงั เสยี งคอ่ ย1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 พลังงานเสียง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งสสาร
และพลงั งานพลงั งานในชวี ติ ประจาวนั ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ท่เี กย่ี วข้องกับเสยี ง แสง และคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชี้วัด ป.5/3. ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสยี งดัง เสยี งค่อย
ป.5/4. วดั ระดับเสียงโดยใชเ้ คร่อื งมือวัดระดับเสียง

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

เสียงดงั เสยี งค่อย เปน็ สมบตั ขิ องเสยี งทเ่ี รียกว่า ความดงั ของเสยี ง ขนึ้ อยูก่ ับปริมาณพลงั งานของเสียงจากแหล่งกาเนิดเสียง
ท่ีเดินทางมาถึงหูของผู้รับเสียง ถ้าแหล่งกาเนิดเสียงส่ันด้วยพลังงานมากจะทาให้เกิดเสียงดัง แต่ถ้าแหล่งกาเนิดเสียงส่ันด้วย
พลังงานน้อยจะเกิดเสียงค่อย

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1.อธบิ ายลักษณะการเกิดเสียงดงั เสียงค่อยได้ (K)
2.ออกแบบการทดลองเพ่ืออธิบายลักษณะการเกิดเสียงดัง เสียงคอ่ ยได้ (P)
3.ใชเ้ ครอ่ื งมือเพอื่ วดั ระดบั เสียงได้ (P)
4.มีการทางานรว่ มกับผอู้ ่นื ได้อยา่ งสร้างสรรค์ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

แหลง่ กาเนิดเสยี งทสี่ ่นั ดว้ ยพลังงานสงู จะเกดิ เสยี งดัง แหลง่ กาเนดิ เสยี งที่ส่นั ด้วยพลังงานนอ้ ยจะเกดิ เสียงค่อย

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั นา

1.ขัน้ กระตุ้นความสนใจ (Engage)

1.ครทู ักทายกับนักเรยี น แล้วแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ท่ีจะเรียนในวันนี้ให้นกั เรยี นทราบ
2.นกั เรยี นเคาะโต๊ะตามคาส่งั ครู ดงั น้ี
 ครั้งท่ี 1 ใชไ้ มบ้ รรทดั เคาะโตะ๊ ใหม้ ีเสยี งเบา ๆ 3 คร้งั
 ครงั้ ที่ 2 ใช้ไม้บรรทดั เคาะโต๊ะใหม้ ีเสียงดัง ๆ 3 ครง้ั
3.ครถู ามคาถามเพือ่ นาเข้าสบู่ ทเรียนวา่ นักเรยี นใชพ้ ลังงานในการเคาะโต๊ะครั้งไหนมากกวา่ กนั

(แนวตอบ ครั้งที่ 2)
4.ครูอธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า ถา้ ต้องการให้เสียงเคาะโตะ๊ มรี ะดบั เสยี งต่างกนั นักเรยี นตอ้ งใช้พลังงานใน
การสร้างเสียงตา่ งกัน และในบทเรยี นนี้นกั เรียนจะได้ศกึ ษาว่า พลังงานของแหล่งกาเนดิ เสยี งส่งผลต่อระดบั เสียงอยา่ งไร
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

ขนั้ สอน

2.ขั้นสารวจค้นหา (Explore)

1.นักเรียนแบ่งกลมุ่ ออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน (คละความสามารถ เกง่ -ค่อนข้างเกง่ -ปานกลาง-ออ่ น)
2.ครใู ชร้ ปู แบบการเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื โดยใชเ้ ทคนิค L.T. เรมิ่ จากกาหนดใหส้ มาชิกแต่ละกลุ่มกาหนดลาดบั ท่ีของ
ตนเอง จากนัน้ ครูแจ้งบทบาทหนา้ ท่ีของสมาชิกแต่ละหมายเลข ดงั นี้
 สมาชิกคนท่ี 1 ทาหนา้ ทีเ่ ตรยี มอปุ กรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทากิจกรรม
 สมาชิกคนท่ี 2 ทาหน้าทศ่ี กึ ษาขน้ั ตอนการทากิจกรรม แลว้ มาอธิบายใหส้ มาชกิ ภายในกลมุ่ ฟงั
 สมาชกิ คนที่ 3 ทาหน้าท่ีบนั ทึกผลการทากจิ กรรม
 สมาชิกคนที่ 4 ทาหน้าทน่ี าเสนอผลการทากจิ กรรม
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ )

ข้นั สอน คาบที่ 2

2.ขน้ั สารวจค้นหา (Explore)(ตอ่ )
3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันต้งั สมมตฐิ านวา่ ระยะหา่ งของแหลง่ กาเนิดเสยี งมผี ลต่อความดังของเสียงทผ่ี ู้รบั เสยี งไดร้ ับ

หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ ถ้าระยะหา่ งจากแหล่งกาเนดิ เสียงมีผลต่อความดงั ของเสยี ง ดังนนั้ ระยะห่างจากแหล่งกาเนิดเสียง

น้อย ระดบั เสียงจะดังมากกว่าระยะห่างจากแหลง่ กาเนดิ เสยี งมาก)
4. สมาชิกทกุ คนในกลุ่มชว่ ยกนั ทากจิ กรรมตอนท่ี 2 จากหนังสอื เรียน หน้า 110 โดยใหป้ ฏบิ ัตหิ นา้ ทีเ่ ดมิ จากการทา
กจิ กรรมในช่ัวโมงทผี่ ่านมา

3.ขน้ั อธบิ ายความรู้ (Explain)

1.ครูสมุ่ เลอื กสมาชกิ คนที่ 4 ของแต่ละกลุม่ ใหอ้ อกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าท่ีชน้ั เรียนตามลาดับ การจบั สลากของครู
2.นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรทู้ ี่ได้จากการทดลองจนได้ข้อสรปุ ว่า ความดังของเสียงข้ึนอยู่กบั พลังงานในการส่ันของ
แหลง่ กาเนดิ เสยี ง และระยะทางระหวา่ งตัวเรากบั แหลง่ กาเนดิ เสียง

ขนั้ สรปุ

4.ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1.ทุกกลมุ่ ศกึ ษาเนื้อหาเกยี่ วกับเสยี งดัง เสยี งคอ่ ย จากหนงั สือเรยี น หนา้ 111
2.ครใู ห้นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายและแสดงความคิดเห็น โดยครถู ามคาถาม ดังนี้

1) จากการทดลอง สาเหตทุ ่ีทาให้เสยี งดัง เสยี งคอ่ ยตา่ งกันคอื อะไร
(แนวตอบ พลงั งานท่แี หลง่ กาเนิดเสียงสนั่ สะเทือน)

2) นักเรียนจะนาความรเู้ รอ่ื งเสยี งดัง เสยี งคอ่ ย ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
(แนวตอบ ใชใ้ นการควบคุมระดบั เสยี งจากแหล่งกาเนิดเสยี งได้)

3.ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ ให้นักเรยี นเขา้ ใจว่า ในการวดั ความดงั ของเสยี ง เราจะใชเ้ ครื่องมือวัดระดับความเข้มเสียงหรือความ
ดงั เรยี กว่า เคร่ืองวัดระดับเสียง ซึ่งเปน็ หน่วยการวัดเปน็ เดซิเบล (dB)

5.ขน้ั ตรวจสอบผล (Evaluate)
ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ให้ออกมาสรุปความรู้จากการเรียนว่า เสียงดัง เสียงค่อย เป็นสมบัติหนึ่งของเสียงท่ีเรียกว่า
ความดังของเสียง ซ่ึงขึ้นอยู่กับพลังงานในการส่ันของแหล่งกาเนิดเสียงและระยะทางระหว่างตัวเรากับแหล่งกาเนิด
เสียง โดยเราสามารถวัดความดงั ของเสียงได้โดยใช้เครื่องมือวัดระดบั ความเข้มเสยี งและมหี นว่ ยเป็น เดซิเบล (dB)

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
70% ข้ึนไป ถือวา่
ความรคู้ วาม 1.อธิบายลักษณะการเกดิ เสียงดัง 1.คาถามกระตนุ้ ผา่ นเกณฑ์การ
เข้าใจ (K) ประเมิน
เสียงค่อยได้ (K) ความคดิ 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
ผา่ นเกณฑ์การ
ทักษะ/ 1.ออกแบบการทดลองเพื่ออธิบาย 1. ใบงานท่ี 4.4 เร่อื ง ประเมนิ
กระบวนการ (P) ลักษณะการเกิดเสียงดัง เสยี งค่อย เสยี งดงั เสยี งค่อยได้
ได้ (P) 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
คุณลักษณะนิสยั (A) 2.ใช้เครอื่ งมือเพอื่ วัดระดบั เสียงได้ ผ่านเกณฑ์การ
(P) ประเมิน

1.มกี ารทางานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้อย่าง 1. แบบสงั เกต

สร้างสรรค์ (A) พฤติกรรม

7. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้

1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 พลงั งานเสียง
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 พลงั งานเสียง
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมท่ี 3 เชน่ ไม้ กล่องกระดาษ โทรศพั ท์มอื ถอื เครือ่ งวดั ระดบั เสียง
4) ไมบ้ รรทดั
5) สมุดประจาตัวนักเรียน

7.2 แหล่งการเรียนรู้

1.หอ้ งเรียน
2.หอ้ งสมดุ
3.อนิ เทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... ........................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาหท์ ี่ 19

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี ……1…/…….……... ช่อื ผู้สอน ….………………………………………...
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 2 คาบ
เรอ่ื ง การเกดิ เสียงดัง เสียงค่อย 2
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 พลงั งานเสียง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสัมพันธร์ ะหว่างสสาร
และพลงั งานพลงั งานในชวี ติ ประจาวนั ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ทเ่ี กี่ยวข้องกับเสยี ง แสง และคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า
รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้ีวดั ป.5/3. ออกแบบการทดลองและอธิบายลกั ษณะและการเกิดเสียงดงั เสียงคอ่ ย
ป.5/4. วัดระดับเสียงโดยใช้เครอ่ื งมอื วัดระดบั เสยี ง

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

เสียงดัง เสียงค่อย เป็นสมบัติของเสียงท่ีเรียกว่า ความดังของเสียง ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานของเสียงจาก
แหล่งกาเนิดเสียงที่เดินทางมาถึงหูของผู้รับเสียง ถ้าแหล่งกาเนิดเสียงส่ันด้วยพลังงานมากจะทาให้เกิดเสียงดัง แต่ถ้า
แหล่งกาเนิดเสยี งสัน่ ดว้ ยพลงั งานน้อยจะเกิดเสยี งคอ่ ย

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายลกั ษณะการเกดิ เสยี งดงั เสียงคอ่ ยได้ (K)
2. ออกแบบการทดลองเพื่ออธบิ ายลักษณะการเกิดเสียงดงั เสยี งคอ่ ยได้ (P)
3. ใชเ้ ครอื่ งมือเพ่ือวัดระดับเสียงได้ (P)
4. มกี ารทางานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนได้อย่างสร้างสรรค์ (A)

4. สาระการเรียนรู้

แหลง่ กาเนิดเสียงทสี่ นั่ ดว้ ยพลงั งานสงู จะเกดิ เสยี งดัง แหล่งกาเนดิ เสียงท่สี ั่นด้วยพลังงานนอ้ ยจะเกิดเสียงค่อย

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ข้ันนา

1.ข้ันกระต้นุ ความสนใจ (Engage)

1.นักเรยี นเคาะโตะ๊ ตามคาสง่ั ครู ดงั น้ี
o คร้ังที่ 1 ใชไ้ ม้บรรทัดเคาะโตะ๊ ให้มเี สียงเบา ๆ 3 ครง้ั
o ครัง้ ท่ี 2 ใชไ้ มบ้ รรทดั เคาะโต๊ะใหม้ ีเสยี งดัง ๆ 3 คร้งั

2.ครูถามคาถามเพื่อทบทวนเน้ือหา
3. ครอู ธิบายเชอื่ มโยงให้นักเรยี นเข้าใจว่า ถา้ ต้องการใหเ้ สยี งเคาะโต๊ะมีระดับเสียงตา่ งกนั นักเรยี นต้องใช้พลังงานใน
การสรา้ งเสียงตา่ งกัน และในบทเรยี นน้ีนกั เรียนจะได้ศกึ ษาว่า พลงั งานของแหล่งกาเนิดเสียงส่งผลต่อระดับเสยี งอยา่ งไร
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

ขนั้ สอน

2.ขั้นสารวจค้นหา (Explore)(ตอ่ )
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันตงั้ สมมติฐานวา่ พลังงานในการสั่นของแหล่งกาเนดิ เสียงส่งผลต่อระดบั เสยี งอย่างไร
(แนวตอบ ถ้าแหล่งกาเนิดเสียงส่ันด้วยพลังงานมาก ระดับเสียงจะดังมากกว่าแหล่งกาเนิดเสียงที่สั่นด้วยพลังงาน
นอ้ ย)
2. จากนั้นใหส้ มาชกิ คนท่ี 1 เตรียมและตรวจสอบอปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นการทากิจกรรมที่ 3 เรื่อง การเกิดเสียงดงั เสียงค่อย

ตอนท่ี 1 ในหนังสือเรยี น หนา้ 109
3. สมาชิกคนที่ 2 ศกึ ษาข้นั ตอนการทากิจกรรมตอนท่ี 1 จนเข้าใจ แล้วมาอธิบายวิธีการทากิจกรรมให้สมาชิกในกลุ่ม

ฟงั และถามเม่อื เกิดความสงสยั เพือ่ ให้เกดิ ความเขา้ ใจเหมอื นกัน
4. นกั เรยี นร่วมกนั ระดมความคดิ และคิดหาวิธกี ารทาใหก้ ล่องเสียงดัง เสยี งค่อย จากนนั้ ช่วยกันทากจิ กรรมตามวิธที ่ี

ออกแบบไว้
5. สมาชกิ คนที่ 3 บนั ทึกผลการทากจิ กรรมลงในสมดุ ประจาตวั หรือแบบฝกึ หดั วทยิ าศาสตร์ ป.5 เล่ม 1

คาบที่ 2

ขั้นสอน

2.ข้นั สารวจค้นหา (Explore)(ตอ่ )
1. ครูส่มุ เลอื กสมาชกิ คนท่ี 4 ของแต่ละกลมุ่ ให้ออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ทชี่ ั้นเรียนตามลาดับ การจบั สลากของครู
2. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ท่ีได้จากการทดลองจนได้ข้อสรุปว่า ความดังของเสียงขึ้นอยู่กับพลังงานในการส่ันของ
แหล่งกาเนดิ เสยี ง และระยะทางระหวา่ งตัวเรากับแหล่งกาเนดิ เสียง

3.ข้นั อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มเลือกสมาชิกคนที่ 4 ของแต่ละกลุ่มให้ออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าท่ีช้ันเรียนตามลาดับ การจับสลากของ
ครู
2. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ท่ีได้จากการทดลองจนได้ข้อสรุปว่า ความดังของเสียงขึ้นอยู่กับพลังงานในการสั่นของ
แหล่งกาเนดิ เสียง และระยะทางระหว่างตวั เรากับแหล่งกาเนิดเสยี ง

ข้ันสรุป

4.ขน้ั ขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1.นักเรียนทากจิ กรรมหนตู อบได้จากหนังสอื เรียน หน้า 110 ลงในสมุดหรือแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เลม่ 1

5.ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชน้ั เรยี น
2. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมที่ 3 เรื่อง การเกิดเสียงดัง เสียงค่อย ในสมุดประจาตัวหรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์
ป.5 เล่ม 1
3. ครูตรวจสอบผลการทาหนตู อบไดใ้ นสมุดประจาตัวหรอื แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
70% ขน้ึ ไป ถือวา่
ความรคู้ วาม 1.อธิบายลักษณะการเกดิ เสยี งดงั 1.คาถามกระต้นุ ผา่ นเกณฑ์การ
เข้าใจ (K) ประเมิน
เสียงคอ่ ยได้ (K) ความคิด 70% ขึ้นไป ถือว่า
ผ่านเกณฑ์การ
ทกั ษะ/ 1.ออกแบบการทดลองเพื่ออธิบาย 1. ใบงานท่ี 4.4 เร่อื ง ประเมนิ
กระบวนการ (P) ลกั ษณะการเกดิ เสยี งดัง เสยี งคอ่ ย เสียงดัง เสียงค่อยได้
ได้ (P) 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 2.ใชเ้ ครื่องมือเพอ่ื วัดระดับเสียงได้ ผา่ นเกณฑ์การ
(P) ประเมิน

1.มกี ารทางานรว่ มกับผอู้ น่ื ได้อยา่ ง 1. แบบสงั เกต

สรา้ งสรรค์ (A) พฤติกรรม

7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้

1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 พลงั งานเสยี ง
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 พลงั งานเสียง
3) วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมท่ี 3 เชน่ ไม้ กล่องกระดาษ โทรศัพท์มือถือ เครือ่ งวัดระดับเสยี ง
4) ไมบ้ รรทัด
5) สมุดประจาตวั นักเรยี น

7.2 แหลง่ การเรียนรู้

1.หอ้ งเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อินเทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ

(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 20

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ……1…/…………... ชื่อผสู้ อน ….………………………………………...
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 พลังงานเสียง เร่อื ง มลพษิ ทางเสยี ง 1

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างสสาร
และพลังงานพลงั งานในชวี ติ ประจาวนั ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ท่เี กย่ี วข้องกับเสียง แสง และคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
รวมทง้ั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวช้ีวัด ป.5/5. ตระหนักในคุณค่าของความรู้เร่ืองระดับเสียง โดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเล่ียงและลดมลพิษ
ทางเสยี ง

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การรับฟังเสยี งท่ีดังมาก ๆ เปน็ เวลานาน ๆ ทาให้เกดิ อันตรายต่อเยือ่ แก้วหไู ด้ เสยี งบางเสยี งแม้ว่าจะดังไม่มากจนมีอันตราย
ต่อเย่ือแก้วหู แต่ก่อให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดและราคาญ โดยเสียงท่ีมีลักษณะเช่นน้ี เรียกว่า มลพิษทางเสียง ซ่ึงการป้องกัน
และหลีกเล่ยี งมลพษิ ทางเสียงสามารถทาไดห้ ลากหลายวิธี

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1.อธบิ ายเก่ยี วกับมลพิษทางเสียง และอันตรายจากมลพิษทางเสยี งได้ (K)
2.เสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสยี งในรปู แบบต่างๆได้ (P)
3.ตระหนกั ในคุณค่าของความรเู้ ร่อื งระดบั เสียง (A)

4. สาระการเรียนรู้

แนวทางในการหลกี เล่ยี งและลดมลพิษทางเสยี ง

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ขัน้ นา

1.ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)

1.ครเู ปิดวดิ โี อจาก YouTube เก่ยี วกบั มลพษิ ทางเสียง ให้นกั เรยี นดู
2.ครูถามคาถามเพอื่ กระตุน้ ความคิดของนักเรยี น ดังนี้

1) ถ้านกั เรียนจะเลอื กท่ีอยู่อาศยั นกั เรียนจะเลอื กท่ีอยใู่ กล้สนามบินหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวตอบ เลือกท่ีใกลส้ นามบิน เพราะสะดวกต่อการเดินทางไปต่างประเทศ หรือเลือกห่างจากสนามบิน

เพราะไมไ่ ด้รับมลพิษทางเสยี ง)
2) มลพิษทางเสยี งเป็นปัญหาตอ่ สขุ ภาพของเราหรือไม่ อย่างไร

(แนวตอบ เป็นปัญหา เช่น รบกวนการพักผ่อนทาให้พักผ่อนไม่เพียงพอ รบกวนสมาธิการทางานทาให้
ประสทิ ธภิ าพในการทางานลดลง)
3.นกั เรยี นร่วมกันตอบคาถามอย่างอิสระ จากน้นั ครูให้คาชมเชยหรอื มอบรางวลั ใหก้ บั นักเรียนทต่ี อบคาถามได้ถูกต้อง
เพือ่ เป็นการเสรมิ แรง
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

ขัน้ สอน

2.ขนั้ สารวจค้นหา (Explore)

1.ครตู งั้ คาถามเพือ่ กระตนุ้ นักเรยี นก่อนทากิจกรรมวา่ เสียงทเ่ี กดิ ข้ึนในชวี ิตประจาวันใดบา้ ง เป็นมลพิษทางเสยี ง
จากนน้ั ขออาสาสมคั รนกั เรียนตอบคาถาม 2-3 คน

(แนวตอบ เช่น เสียงการจราจร เสียงรถไฟ เสียงแตรรถยนต์)
2.นักเรียนจับกล่มุ กบั เพอ่ื น 2-3 คน เพ่อื ทากิจกรรมที่ 4 เรื่อง มลพษิ ทางเสียง โดยรว่ มกนั ศกึ ษาขั้นตอนการทา
กิจกรรมจากหนังสือเรียน หน้า 113 แล้วไปสืบค้นเพิ่มเติมเก่ียวกับมลพิษทางเสียงอันตรายจากมลพิษทางเสียงใน
ชีวิตประจาวัน พร้อมสืบค้นวิธีป้องกันอันตรายท่ีเกิดจากมลพิษทางเสียงจากหนังสือเรียน หน้า 115 รวมทั้งจากแหล่งอ่ืน ๆ
แลว้ บนั ทึกขอ้ มูลท่ีสืบค้นมาได้ลงในสมุดประจาตวั หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 1
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

ขั้นสอน

3.ข้ันอธิบายความรู้ (Explain)

1.ครสู ุ่มตวั แทนนักเรียนให้ออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมของตนเองหนา้ ช้ันเรียน โดยมีครูคอยแนะนาเพ่ิมเติม
2.ครูใหแ้ ต่ละกลมุ่ นาผลงานแผน่ พบั ของกลุม่ ตนเองไปเปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ อืน่ ๆ พรอ้ มทั้งถามคาถามดงั นี้

1) นกั เรยี นจะนาแผ่นพับไปแจกให้กบั ใคร
(แนวตอบ คนที่ทางานบริเวณท่ีมีเสียงดังและชุมชนท่ีอยู่ในบริเวณที่มีเสียงดัง เช่น ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม

ใกล้ถนน หรอื สนามบนิ )


Click to View FlipBook Version