นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สรปุ 2) การลบจํานวนเต็ม
ก�าหนดให ้ a และ b แทนจ�านวนเต็มใด ๆ
3. ครูถามคําถามเพ่ือสรุปความรูรวบยอดของ a - b = a + จ�านวนตรงข้ามของ b นน่ั คือ a - b = a + (-b)
นกั เรยี น ดังน้ี
• ขอตกลงของการลบจํานวนเต็มโดยอาศัย การคูณและการหารจาํ นวนเต็ม
การบวก เปน อยา งไร
(แนวตอบ ตวั ตัง้ ลบ ตวั ลบ เทากบั ตัวตงั้ ก�าหนดให ้ a และ b แทนจ�านวนเตม็ บวกใด ๆ
บวก จาํ นวนตรงขา มของตัวลบ) 1) การคณู จํานวนเต็ม
• การคณู จาํ นวนเตม็ บวกดว ยจาํ นวนเตม็ บวก a × b = a × b
และการคูณจํานวนเต็มลบดวยจํานวน a × (-b) = -(a × b)
เตม็ ลบ ผลคณู ท่ไี ดเปนจํานวนอะไร
(แนวตอบ จํานวนเตม็ บวก) (-a) × b = -(a × b)
• การคูณจํานวนเต็มบวกดวยจํานวนเต็มลบ (-a) × (-b) = a × b
และการคูณจํานวนเต็มลบดวยจํานวน
เตม็ บวก ผลคณู ท่ีไดเปน จํานวนอะไร 2) การหารจาํ นวนเต็ม
(แนวตอบ จาํ นวนเต็มลบ) a ÷ b = a ÷ b
• การหารจาํ นวนเตม็ บวกดว ยจาํ นวนเตม็ บวก
และการหารจํานวนเต็มลบดวยจํานวน (-a) ÷ (-b) = a ÷ b
เตม็ ลบ ผลหารทีไ่ ดเ ปน จาํ นวนอะไร (-a) ÷ b = -(a ÷ b)
(แนวตอบ จาํ นวนเต็มบวก)
• การหารจํานวนเต็มลบดวยจํานวนเต็มบวก a ÷ (-b) = -(a ÷ b)
และการหารจํานวนเต็มบวกดวยจํานวน
เต็มลบ ผลหารท่ีไดเ ปนจาํ นวนอะไร สมบตั ิของจาํ นวนเต็ม
(แนวตอบ จํานวนเต็มลบ) ก�าหนดให้ a, b และ c แทนจ�านวนเตม็ ใด ๆ
• จํานวนเต็มใดๆ คณู ดว ยศนู ย หรือศูนยคูณ
ดว ยจํานวนเตม็ ใดๆ จะไดผ ลคูณเทา กบั 1) สมบตั ิของศูนย์ 4) สมบตั กิ ารเปล่ียนหมู่
(แนวตอบ ผลคูณเทา กับศนู ย) a + 0 = 0 + a = a (a + b) + c = a + (b + c)
• ศูนยหารดวยจํานวนเต็มใดๆ ท่ีไมใชศูนย a × 0 = 0 × a = 0 (a × b) × c = a × (b × c)
จะไดผ ลหารเทากับ
(แนวตอบ ผลหารเทา กบั ศูนย) 2) สมบตั ิของหนึง่ 5) สมบตั กิ ารแจกแจง
• จํานวนเต็มใดๆ คูณดวยหนง่ึ หรอื หนึง่ คูณ a × 1 = 1 × a = a a × (b + c) = (a × b) + (a × c)
ดว ยจํานวนเต็มใดๆ จะไดผ ลคูณเทากบั a ÷ 1 = a และ (b + c) × a = (b × a) + (c × a)
(แนวตอบ ผลคูณเทากับจาํ นวนนั้นๆ)
3) สมบตั ิการสลับที่
a + b = b + a
และ a × b = b × a
38
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ขอ ใดตอ ไปน้ถี ูกตอง
2. (-100)0××[854+ (-9)] = 72 - [(-495) × (-8)]
1. [(-63) ÷ 7] ÷ (-9) = -36 + [(-7) × (-5)]
3. [180 ÷ (-6)] × [(-11) + 11] = 120 ÷ [60 - (30 + (-30))] 4. [4 × (-6)] ÷ [(-3) × (-8)] = 1
(เฉลยคาํ ตอบ 2. ถูก เพราะ (-1000×) ×54(-1) = 724-572 = 0
1. ผดิ เพราะ [(-63) ÷ 7] ÷ (-9) -36 + [(-7) × (-5)]
1 -1
1-860 × 0 16200 2 -2244 1
3. ผิด เพราะ 0 2 4. ผิด เพราะ -1
ดังน้ัน คําตอบ คอื ขอ 2.)
T42
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
1แบบฝึกทักษะ ขน้ั สรปุ
ประจ�าหน่วยการเรียนรู้ท่ี 4. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําถามในหนังสือ
1. จงเขยี นจา� นวน 3 จา� นวน ต่อจาก -20 โดยเพ่มิ ขึน้ ทีละ 4 เรียน หนา 2 ท่ีไดถามไวในชั่วโมงแรกของ
การเรียนในหนวยการเรียนรทู ่ี 1
2. จงเตมิ เคร่อื งหมาย < หรอื > ในชอ่ งว่างท่กี า� หนดให้ เพื่อท�าใหป้ ระโยคตอ่ ไปน้เี ป็นจริง (แนวตอบ จากอุณหภูมิสูงสุดท่ีไดบันทึกไว
1) -7 -2 2) -11 -14 ของทวีปแอนตารกติกา เม่ือเดือนมีนาคม
3) -1,243 -1,234 4) -24,872 -24,882 พ.ศ. 2558 อยูท่ี 17.5 ํC และอุณหภูมติ า่ํ สดุ
ที่ไดบ นั ทึกไวเมือ่ เดือนสงิ หาคม อยทู ่ี -94.7 Cํ
3. จงเติมจา� นวนใด ๆ ใน และ เพ่ือทา� ใหป้ ระโยคต่อไปนีเ้ ป็นจรงิ ซึ่งจะเห็นวามีความแตกตางกันมาก โดย
1) (-3) + = (-4) + (-3) อุณหภูมิที่ไดบนั ทกึ ไวม คี าตางกนั 112.2 Cํ )
2) (-2) × (-3) = × (-2)
3) (-3) + [ + (-4)] = [(-3) + 5] + (-4) 5. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกทักษะประจําหนวย
4) × (3 + 4) = [(-7) × 3] + [(-7) × ] การเรียนรทู ่ี 1 เปน การบาน
5) × 13 = [(-2) × 8] + [(-2) × 2] + ( × 3)
ขน้ั ประเมนิ
4. จงหาผลลพั ธ์ในแต่ละข้อต่อไปนี้ 2) [-(-12) - 8] ÷ (-4)
1) [(-5) - (-7)] × (-1) 4) [-∙(-3) - (-6)∙ × (-8)] × [-∙(-4) - (-1)∙] 1. ครูตรวจใบงานท่ี 1.13
3) [-∙-8∙ + ∙-5∙] - (-2) 2. ครูตรวจแบบฝกทักษะ 1.7
3. ครตู รวจ Exercise 1.7
5. จงหาผลลบของ -[56 - (-23)] - (-12) 4. ครตู รวจแบบฝก ทกั ษะประจาํ หนว ยการเรยี นรู
6. จงหาผลลพั ธ์ของ (-45) - (-53) + (-73) ท่ี 1
5. ครตู รวจผงั มโนทศั น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 ระบบ
7. จงหาผลลพั ธข์ อง ∙(-35) + (-49)∙ - [27 - 12 × [(-6) + 9]]
จํานวนเตม็
8. จงหาผลลพั ธข์ อง [-∙24 - 32∙ - ∙19 + (-36)∙] ÷ [-(9 - 14)] 6. ครูประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
9. จงหาผลลพั ธข์ อง [(-12()- 1×2 ()-1×3[)(]- 1- 3[)( --1 5()- 1×5 )(]-12)] 7. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล
8. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม
10. สนิ ีขายผักบงุ้ จนี ฟักเขียว และมะระจนี ไดก้ �าไร 542 บาท 345 บาท และ 568 บาท 9. ครสู ังเกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
ตามลา� ดบั แตม่ มี ะเขอื เทศสดี าบางสว่ นเนา่ เสยี จงึ ทา� ใหข้ ายมะเขอื เทศสดี าขาดทนุ 125 บาท
อยากทราบวา่ สนิ ีขายผักท้งั สี่ชนิดน้ีได้กา� ไรก่บี าท
11. กุลธิดาซอื้ หนังสอื เล่มละ 82 บาท จ�านวน 8 เล่ม และกรอบรปู อนั ละ 139 บาท
จา� นวน 8 อัน กลุ ธดิ าต้องจ่ายเงนิ ทง้ั หมดก่ีบาท
12. ลนิ ดาขายตกุ๊ ตาหมรี าคาตัวละ 785 บาท จา� นวน 15 ตวั ลินดาจะได้รบั เงินก่บี าท
39
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
ผลลพั ธของ a - ͉x͉ + (͉b͉ + ͉-y͉) เม่อื a = -7, b = -23, ครูเนนย้ําใหนักเรียนระมัดระวังการแกโจทยปญหาการคูณ การหาร
x = -36, y = -19 จาํ นวนเตม็ ในกรณที ีต่ ัวต้ัง ตวั คณู ตัวหาร เปน ผลมาจากการหาผลบวกหรือ
ผลลบ โดยครูจะตองเนนย้ํากับนักเรียนถึงขั้นตอนการดําเนินการวา จะตอง
1. -13 เรมิ่ ดาํ เนนิ การจากวงเลบ็ กอ น และเรม่ิ ดาํ เนนิ การจากจาํ นวนทางซา ยไปจาํ นวน
2. -1 ทางขวา
3. 71
4. 85 T43
(เฉลยคําตอบ a - ͉x ͉ + ( ͉b ͉ + ͉-y ͉)
= (-7) - ͉-36 ͉ + [ ͉-23 ͉ + ͉-(-19) ͉]
= (-7) - 36 + (23 + 19)
= (-43) + 42
= -1
ดังนน้ั คาํ ตอบ คอื ขอ 2.)
Chapter Overview
แผนการจดั ส่อื ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ที่ 1 - ห นงั สือเรยี นรายวชิ า 1. ร ะบหุ รือจ�ำแนก Concept - ต รวจใบงานที่ 2.1 - ทักษะการ 1. มีวินัย
เศษส่วนและ พ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ เศษสว่ นได้ (K) Based เรอ่ื ง จ�ำนวนตรงข้าม เปรยี บเทยี บ 2. ใฝเ่ รียนรู้
การเปรยี บเทยี บ ม.1 เล่ม 1 2. เ ปรียบเทยี บและ Teaching ของเศษสว่ น 3. มุ่งมัน่
เศษส่วน - แ บบฝึกหดั เรียงล�ำดบั เศษสว่ นได้ - ต รวจใบงานที่ 2.2 ในการท�ำงาน
2 คณติ ศาสตร์ ม.1 (K) เรอื่ ง การเปรยี บเทยี บ
เล่ม 1 3. ใช้ความรู้ ทักษะ เศษส่วน
ช่วั โมง - ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง และกระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 2.3
จ�ำ นวนตรงขา้ ม ทางคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง การเรียงล�ำดับ
ของเศษสว่ น ในการแก้ปญั หาได้ เศษสว่ น
- ใ บงานท่ี 2.2 เรื่อง (P) - ต รวจแบบฝกึ ทักษะ 2.1 ก
การเปรียบเทยี บ 4. รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ - ตรวจ Exercise 2.1A
เศษสว่ น ท่ีได้รบั มอบหมาย (A) - ประเมินการน�ำเสนอ
- ใบงานที่ 2.3 เรอ่ื ง ผลงาน
การเรยี งล�ำ ดับ - สังเกตพฤติกรรม
เศษส่วน การท�ำงานรายบุคคล
- สงั เกตพฤตกิ รรม
การท�ำงานกลุ่ม
- สังเกตคณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 2 - หนังสือเรียนรายวชิ า 1. ค �ำนวณผลบวกของ Concept - ต รวจใบงานที่ 2.4 - ท กั ษะ 1. มีวินัย
การบวกและ พนื้ ฐาน คณติ ศาสตร์ เศษส่วนได้ (K) Based เรื่อง การบวกและการลบ การคดิ 2. ใฝเ่ รยี นร ู้
การลบเศษสว่ น ม.1 เล่ม 1 2. ค �ำนวณผลลบของ Teaching เศษส่วนที่มตี ัวสว่ น หลากหลาย 3. มงุ่ มน่ั
- แบบฝกึ หดั เศษส่วนได้ (K) ไมเ่ ทา่ กนั - ทกั ษะการ ในการท�ำงาน
2 คณิตศาสตร์ ม.1 3. เขียนแสดงขัน้ ตอน - ตรวจใบงานท่ี 2.5 คิดคล่อง
เล่ม 1 วิธีการ ค�ำนวณผลบวก เรื่อง การบวก ลบระคน
ชว่ั โมง - ใบงานท่ี 2.4 เรือ่ ง และผลลบของ ของเศษสว่ น
การบวกและการลบ เศษส่วนได้ (P) - ต รวจแบบฝกึ ทกั ษะ 2.1 ข
เศษส่วนทีม่ ตี ัวส่วน 4. รับผิดชอบตอ่ หน้าที่ - ตรวจ Exercise 2.1B
ไมเ่ ทา่ กัน ทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A) - ป ระเมนิ การน�ำเสนอ
- ใ บงานท่ี 2.5 เร่ือง ผลงาน
การบวก ลบระคน - สังเกตพฤตกิ รรม
ของเศษส่วน การท�ำงานรายบคุ คล
- สังเกตพฤติกรรม
การท�ำงานกลุม่
- สงั เกตคณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์
T44
แผนการจดั ส่อื ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 3 - หนงั สือเรยี นรายวชิ า 1. ค�ำนวณผลคูณ Concept - ต รวจใบงานท่ี 2.6 - ท ักษะ 1. มวี ินยั
การคูณและ พนื้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ของเศษสว่ นได้ (K) Based เร่ือง การคูณเศษสว่ น การคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้
การหารเศษสว่ น ม.1 เล่ม 1 2. ค �ำนวณผลหาร Teaching - ต รวจใบงานท่ี 2.7 หลากหลาย 3. มงุ่ มน่ั
- แบบฝกึ หดั ของเศษสว่ นได้ (K) เรือ่ ง การหารเศษสว่ น - ทกั ษะการ ในการท�ำงาน
3 คณติ ศาสตร์ ม.1 3. เขยี นแสดงขน้ั ตอน - ต รวจแบบฝึกทักษะ 2.1 ค คิดคลอ่ ง
ชว่ั โมง เลม่ 1 วิธีการค�ำนวณผลคูณ - ตรวจ Exercise 2.1C
- ใบงานที่ 2.6 เรอื่ ง และผลหารของ - ป ระเมินการน�ำ เสนอ
การคณู เศษส่วน เศษสว่ นได้ (P) ผลงาน
- ใบงานท่ี 2.7 เรอ่ื ง 4. รบั ผิดชอบตอ่ หน้าที่ - ส งั เกตพฤติกรรม
การหารเศษส่วน ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (A) การท�ำ งานรายบุคคล
- สังเกตพฤตกิ รรม
การท�ำ งานกล่มุ
- สงั เกตคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
แผนฯ ที่ 4 - หนงั สอื เรียนรายวิชา 1. อธิบายการน�ำความรู้ Concept - ตรวจใบงานท่ี 2.8 - ทักษะการ 1. มวี ินยั
การนำ� ความรู้ พืน้ ฐาน คณิตศาสตร์ เกี่ยวกบั เศษสว่ นไปใช้ Based เร่ือง การน�ำ ความรู้ ประยกุ ตใ์ ช้ 2. ใฝ่เรียนร ู้
เก่ียวกับเศษสว่ น ม.1 เล่ม 1 แกป้ ญั หาคณิตศาสตร์ Teaching เกย่ี วกบั เศษส่วนไปใช้ ความรู้ 3. มุ่งมั่น
ไปใช้ในชวี ิตจรงิ - แบบฝกึ หดั และปญั หาในชีวติ จริง ในชวี ิตจรงิ ในการท�ำงาน
2 คณิตศาสตร์ ม.1 (K) - ตรวจแบบฝึกทักษะ 2.1 ง
เลม่ 1 2. เ ขยี นแสดงขั้นตอน - ตรวจ Exercise 2.1D
ชั่วโมง - ใบงานท่ี 2.8 เร่ือง วธิ ีการแก้ปญั หาทาง - ป ระเมินการน�ำ เสนอ
การน�ำ ความรูเ้ กยี่ วกบั คณติ ศาสตรเ์ กี่ยวกบั ผลงาน
เศษส่วนไปใช้ใน เศษสว่ นได้ (P) - ส ังเกตพฤตกิ รรม
ชีวติ จริง 3. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ การท�ำ งานรายบคุ คล
ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (A) - สังเกตพฤติกรรม
การท�ำ งานกลุ่ม
- สังเกตคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
แผนฯ ที่ 5 - ห นงั สือเรียนรายวิชา 1. บอกคา่ ประจ�ำหลัก Concept - ตรวจใบงานที่ 2.9 - ท ักษะการ 1. มีวินัย
ทศนิยมและ พ้นื ฐาน คณติ ศาสตร์ และค่าของเลขโดด Based เรอ่ื ง คา่ ของเลขโดด เปรยี บเทียบ 2. ใฝ่เรียนร ู้
ค่าประจ�ำหลกั ม.1 เลม่ 1 ของทศนยิ ม Teaching ในแตล่ ะหลกั ของทศนิยม 3. มุ่งมนั่
ของทศนยิ ม - แบบฝกึ หดั ในแตล่ ะหลกั ได้ (K) - ต รวจแบบฝกึ ทกั ษะ 2.2 ก ในการท�ำงาน
คณิตศาสตร์ ม.1 2. เขยี นทศนยิ มในรูป ข้อ 1. และ 3.
1 เล่ม 1 กระจายไดอ้ ย่าง - ต รวจ Exercise 2.2 A
- ใบงานท่ี 2.9 เรอ่ื ง คล่องแคล่ว (P) ขอ้ 1-3
ชัว่ โมง ค่าของเลขโดด 3. รับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ - สงั เกตพฤติกรรม
ในแตล่ ะหลัก ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A) การท�ำ งานรายบุคคล
ของทศนยิ ม - สงั เกตคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
T45
แผนการจดั สอ่ื ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 6 - ห นังสือเรียนรายวชิ า 1. เ ปรียบเทียบทศนิยม Concept - ตรวจใบงานที่ 2.10 - ทกั ษะการ 1. มีวนิ ยั
การเปรียบเทยี บ พืน้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ได้ (K) Based เรอ่ื ง การเปรียบเทียบ เปรยี บเทยี บ 2. ใฝ่เรียนร ู้
ทศนิยม ม.1 เลม่ 1 2. เรียงล�ำดับทศนยิ มได้ Teaching และเรียงล�ำดับทศนยิ ม 3. มุ่งม่นั
1 - แบบฝึกหดั (K) - ต รวจแบบฝึกทกั ษะ 2.2 ก ในการท�ำงาน
คณิตศาสตร์ ม.1 3. เชอ่ื มโยงเรื่อง - ตรวจ Exercise 2.2A
ชวั่ โมง เล่ม 1 ค่าสมั บรู ณ์ของ ข้อ 4.-6.
- ใ บงานที่ 2.10 เรอื่ ง ทศนิยมกับการ - สังเกตพฤติกรรม
การเปรยี บเทียบและ เปรยี บเทียบและ การท�ำงานรายบคุ คล
เรียงล�ำ ดับทศนยิ ม เรยี งล�ำดับทศนิยมได้ - สังเกตพฤติกรรม
(P) การท�ำงานกลมุ่
4. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ี - สงั เกตคุณลักษณะ
ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A) อันพึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 7 - หนงั สอื เรียนรายวิชา 1. ค�ำนวณผลบวก Concept - ตรวจใบงานท่ี 2.11 - ท กั ษะ 1. มีวินยั
การบวกและ พ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ของทศนยิ มได้ (K) Based เร่อื ง การบวกทศนยิ ม การคิด 2. ใฝ่เรียนร ู้
การลบทศนยิ ม ม.1 เลม่ 1 2. ค �ำนวณผลลบ Teaching - ตรวจใบงานที่ 2.12 หลากหลาย 3. มงุ่ ม่นั
- ใ บงานที่ 2.11 เรื่อง ของทศนิยมได้ (K) เรอ่ื ง การลบทศนยิ ม - ทกั ษะการ ในการท�ำงาน
2 การบวกทศนยิ ม 3. เ ขยี นแสดงขั้นตอน - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 2.2 ข คดิ คลอ่ ง
- ใบงานที่ 2.12 เรอื่ ง วิธีการค�ำนวณผลบวก ข้อ 1., 2. และ 5.
ชว่ั โมง การลบทศนิยม และผลลบของทศนิยม - สังเกตพฤติกรรม
ได้ (P) การท�ำงานรายบุคคล
4. รบั ผิดชอบต่อหน้าที่ - สังเกตคุณลกั ษณะ
ทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A) อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 8 - หนังสือเรยี นรายวชิ า 1. ค�ำนวณผลคณู Concept - ตรวจใบงานที่ 2.13 - ทกั ษะ 1. มวี นิ ยั
การคณู และ พน้ื ฐาน คณติ ศาสตร์ ของทศนยิ มได้ (K) Based เรื่อง การคูณทศนยิ ม การคิด 2. ใฝ่เรยี นร ู้
การหารทศนิยม ม.1 เล่ม 1 2. ค�ำนวณผลหาร Teaching - ต รวจใบงานท่ี 2.14 หลากหลาย 3. มุ่งมน่ั
- ใบงานที่ 2.13 เรื่อง ของทศนิยมได้ (K) เรื่อง การหารทศนยิ ม - ทักษะการ ในการท�ำงาน
3 การคูณทศนิยม 3. เขยี นแสดงขนั้ ตอน - ต รวจแบบฝกึ ทักษะ 2.2 ข คดิ คล่อง
ชว่ั โมง - ใบงานที่ 2.14 เรอ่ื ง วิธีการค�ำนวณผลคณู ข้อ 3.-4. และ 6.-10.
การหารทศนิยม และผลหารของ - ประเมินการน�ำเสนอ
ทศนยิ มได้ (P) ผลงาน
4. รับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ - สงั เกตพฤติกรรม
ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A) การท�ำงานรายบุคคล
- สังเกตพฤติกรรม
การท�ำงานกลมุ่
- สงั เกตคณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์
T46
แผนการจัด ส่ือที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 9 - หนงั สอื เรยี นรายวชิ า 1. เ ขียนเศษสว่ นในรปู Concept - ต รวจใบงานที่ 2.15 - ทักษะการ
ความสมั พันธ์ พ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ทศนิยมและเขยี น Based เร่ือง ความสัมพนั ธ์ เชื่อมโยง 1. มีวินัย
ของเศษส่วน ม.1 เลม่ 1 ทศนิยมในรปู เศษสว่ น Teaching ของเศษสว่ นกับทศนิยม 2. ใฝเ่ รยี นรู้
กบั ทศนิยม - แบบฝกึ หัด ได้ (K) - ต รวจแบบฝึกทกั ษะ 3. มงุ่ มน่ั
คณติ ศาสตร์ ม.1 2. ใชค้ วามสมั พนั ธข์ อง 2.2 ค ข้อ 1.-2. ในการท�ำงาน
1 - ต รวจ Exercise 2.2C
เลม่ 1 เศษส่วนกบั ทศนิยม ขอ้ 1.-2.
ชั่วโมง - ใบงานท่ี 2.15 เรื่อง ชว่ ยในการแก้ปญั หา - สังเกตพฤตกิ รรม
ความสัมพนั ธ์ของ ได้ (P) การท�ำงานรายบคุ คล
เศษส่วนกบั ทศนิยม 3. รบั ผิดชอบตอ่ หน้าท่ี - สังเกตคุณลักษณะ
ที่ไดร้ ับมอบหมาย (A) อนั พึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 10 - หนงั สอื เรียนรายวิชา 1. อ ธบิ ายการน�ำความรู้ Concept - ต รวจใบงานที่ 2.16 - ทักษะการ 1. มวี ินยั
การน�ำความรู้ พน้ื ฐาน คณิตศาสตร์ เกี่ยวกับทศนยิ มไปใช้ Based เรือ่ ง การน�ำความรู้ ประยุกตใ์ ช้ 2. ใฝ่เรยี นรู ้
เก่ยี วกบั ทศนยิ ม ม.1 เล่ม 1 แก้ปัญหาคณติ ศาสตร์ Teaching เกีย่ วกบั ทศนยิ มไปใช้ ความรู้ 3. มุ่งมั่น
ไปใช้ในชวี ิตจรงิ - ใ บงานที่ 2.16 เรอ่ื ง และปัญหาในชวี ติ จริง ในชีวิตจริง ในการท�ำงาน
การน�ำ ความรู้เก่ยี วกบั (K) - ต รวจแบบฝกึ ทักษะ 2.2 ค
1 ทศนิยมไปใช้ใน 2. เขยี นอธบิ ายขั้นตอน ข้อ 3.-10.
ชีวติ จริง วธิ กี ารแกป้ ญั หาทาง - ประเมนิ การน�ำเสนอ
ชว่ั โมง คณิตศาสตรเ์ ก่ยี วกับ ผลงาน
ทศนิยมได้ (P) - สงั เกตพฤติกรรม
3. รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี การท�ำงานรายบุคคล
ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A) - สังเกตพฤตกิ รรม
การท�ำงานกลุ่ม
- สงั เกตคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
แผนฯ ที่ 11 - ห นังสือเรียนรายวิชา 1. อธบิ ายการน�ำความรู้ Concept - ต รวจใบงานที่ 2.17 เร่อื ง - ท ักษะการ 1. มวี นิ ยั
จ�ำนวนตรรกยะ พน้ื ฐาน คณติ ศาสตร์ เก่ียวกับสมบัตขิ อง Based สมบตั ิของจ�ำนวนตรรกยะ ประยุกตใ์ ช้ 2. ใฝ่เรียนรู้
และสมบตั ิของ จ�ำนวนตรรกยะ Teaching - ต รวจแบบฝกึ ทกั ษะ 2.3 ความรู้ 3. มุ่งมนั่
จำ� นวนตรรกยะ ม.1 เลม่ 1 - ตรวจ Exercise 2.3 ข้อ 1. ในการท�ำงาน
- แบบฝกึ หัด ในการบวก การลบ - ตรวจแบบฝึกทักษะ
2 คณิตศาสตร์ ม.1 การคณู และการหาร ประจ�ำหน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2
เล่ม 1 ไปใช้ในการแก้ปัญหา - ประเมนิ การน�ำเสนอ
ช่วั โมง - ใบงานท่ี 2.17 เรือ่ ง ได้ (K) ผลงาน
สมบตั ขิ องจ�ำ นวน 2. เ ขียนข้นั ตอนการ
ตรรกยะ - ตรวจผังมโนทศั น์
ด�ำเนินการของจ�ำนวน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2
โดยใชส้ มบัติของ จ�ำนวนตรรกยะ
จ�ำนวนตรรกยะได้ (P) - สงั เกตพฤติกรรม
3. รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ การท�ำงานรายบุคคล
ที่ได้รับมอบหมาย (A) - สังเกตพฤติกรรม
การท�ำงานกลมุ่
- สังเกตคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
T47
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching) 2 จ�านวนตรรกยะหน่วยการเรียนรทู ่ี
การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
1. ครูแจงจุดประสงคของหนวยการเรียนรู
ใหน ักเรยี นทราบ
2. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียนโดยให
นักเรียนดูภาพหนาหนวย จากน้ันครูยก
สถานการณการปน จักรยานตข องนธิ ิศ
3. ครูถามคําถามในหนังสือเรียน หนา 40 แลว
ใหน กั เรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น
หมายเหตุ : ครูและนักเรียนรวมกันเฉลย
คําถามในหนังสือเรียน หนา 40 หลังเรียน
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2
นธิ ิศเขำ้ ร่วมกำรแข่งขันจักรยำนทำงไกล โดยเร่ิมออกจำก
Q.รกปไดะรนยุ้งอจะเีกทักท พรำ25ยงม ำ 2หนข3ำไอ6นด.งค2้ ร5ระ38ไ ยกป ะโิเขทขลอำเ้ำมงงเสรทตะ้นร่ีเยหชะลัยทือทำ ี่จงซังทห่ึง้ังววหันัดมทเชด่ีสีย องวงใันนหทิธม่ีสิศ่ อปใงนนปวจันนักแจรรักยกรำนยนิำธไนิดศ้
ตวั ชีว้ ดั นกั เรยี นคดิ ว่ำ
• เข้าใจจ�านวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจ�านวนตรรกยะ
และใช้สมบัติของจ�านวนตรรกยะในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ นธิ ิศต้อง»˜›¹¨¡Ñ ÃÂÒ¹
และปัญหาในชีวิตจริง (ค 1.1 ม.1/1) ·§Ñé ËÁ´¡è¡Õ ÔâÅàÁµÃ
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
• ทศนิยมและเศษส่วน จงึ จะถงึ เสน้ ชยั
• จ�านวนตรรกยะและสมบัติของจ�านวนตรรกยะ
เฉลย คําถามในหนังสอื เรียน หนา้ 40
ระยะทางท้ังหมด
วันแรกทปี่ น ได 236.25 กิโลเมตร ระยะทางทเี่ หลือจากวันแรก
จากภาพ จะไดว า 2 หนวย เทา กับ 236.25 กโิ ลเมตร
1 หนวย เทากบั 2362.25 = 118.125 กิโลเมตร
ดังน้นั 8 หนวย เทากับ 8 × 118.125 = 945 กิโลเมตร
น่ันคอื นธิ ิศตองปน จักรยานทั้งหมด 945 กโิ ลเมตร จึงจะถึงเสน ชัย
T48
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ควรรกู ่อนเรียน ขนั้ นาํ
เศษสว่ นท่ีเทำ่ กนั การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
การแสดงเศษส่วนท่เี ท่ากนั อาจท�าได้โดยน�าจา� นวนทีเ่ ท่ากนั ที่ไม่ใชศ่ นู ย์มาคูณหรอื หาร
ท้งั ตัวเศษและตวั สว่ น 4. ครูทบทวนความรูเรื่องเศษสวนที่เคยเรียนมา
แลวในชัน้ ประถม โดยใหนกั เรียนดภู าพแสดง
จากรปู จะได้ 45 = 180 = 1125 เศษสวนที่เทากันในหนังสือเรียน หนา 41
หรอื 54 54 22 54 33 แลว ถามคําถาม ดังน้ี
= × = × • รูปแสดงเศษสวนรูปที่ 1 และรูปท่ี 2 ของ
× × สวนท่ีระบายสีของแตละรูปมีพ้ืนที่เทากัน
หรอื ไม
จากรูปจะได้ 2124 = 162 22 = 36 44 (แนวตอบ เทา กัน)
หรือ 2142 1224 1224 • การทาํ เศษสว นใหเทา กัน ทําไดโดยวิธใี ด
= ÷ = ÷ (แนวตอบ นักเรียนอาจตอบวา นําจํานวน
÷ ÷ ที่เทากันท่ีไมเปนศูนยมาคูณหรือหารทั้ง
ตวั เศษและตวั สวน)
กำรเขยี นเศษเกนิ ในรปู จำ� นวนคละ
153 5. ครูใหนักเรียนศึกษาการเขียนเศษเกินในรูป
พจิ ารณาการเขยี น ใหอ้ ยู่ในรูปจ�านวนคละ ดงั น้ี 55 + 55 + 35 จาํ นวนคละ และศกึ ษาหลกั และคา ประจาํ หลกั
จากรูปจะได้ว่า 153 ของทศนยิ มในหนงั สอื เรียน หนา 41 จากนั้น
= ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับ “การเขียนจํานวน
คละในรูปเศษเกิน” ดงั นี้
= 1 + 1 + 35 จเจศาําษกนเนวกนั้นนิ คครไลดยู ะกเปตaน วั อbcaยาbcเงมก=ื่อาร(cเaขยี ×นจcc0าํ)น+เวขนbียคนลใะน2รูป35
= 2 + 53 ในรูปเศษเกนิ บนกระดาน ดังนี้
153 = 2 35 2 53 = (2 × 55) + 3 = 10 5+ 3 = 153
หลกั และคำ่ ประจ�ำหลักของทศนิยม ส่วนสบิ สว่ นร้อย สว่ นพนั ...
หลัก ... พัน ร้อย สิบ หนว่ ย 110 = 0.1 1100 = 0.01 1,0100 = 0.001 …
ค่ำประจำ� หลัก … 1,000 100 10 1
41
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
พิจารณาความหมายของเศษสวนจากรูป การเรียนการสอนของหนวยการเรียนรูนี้ ครูควรใหนักเรียนไดปฏิบัติโดย
วงกลม ขอ ใดตอไปนถี้ กู ตอง ยกตัวอยางสิ่งของที่อยูใกลตัวและเกิดขึ้นในชีวิตประจําวัน เพื่อใหนักเรียน
ไดคํานวณและหาวิธีการแบงส่ิงของตางๆ ใหเทากัน โดยครูใหนักเรียนได
1. รูปวงกลม 1 รูป แบงเปนสองสวนเทากัน แตละสวนเปน แสดงความคดิ เหน็ และบอกข้นั ตอนทน่ี ักเรียนเคยมีประสบการณมาแลว
1 ใน 2 ของรูป
T49
2. รูปวงกลม 1 รูป แบงเปนสี่สวนเทากัน แตละสวนเปน 1
ใน 4 ของรปู
3. สวนท่แี รเงาแสดง 1 ใน 4 ของรูป
4. แบงวงกลมออกเปน 2 สว น และสวนทแี่ รเงาเปน 1 ใน 4
ของรูป
(เฉลยคําตอบ พจิ ารณารปู และความหมายจะไดร ปู วงกลม 1 รปู
แบง เปน สสี่ วนเทากนั แตล ะสว นเปน 1 ใน 4 ของรูป
ดงั น้นั คาํ ตอบ คือ ขอ 2.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 2.1 เศษสว่ น
รู้ (Knowing) 1. เศษสว่ น
1. ครูกลาวทบทวนเร่ืองเศษสวนแท เศษเกิน ในระดบั ช้ันประถมศึกษานกั เรียนได้เรียนรู้เศษส่วนมาแล้ว ไดแ้ ก่
และจํานวนคละท่ีเปนจํานวนบวก และบอก คเศือษเสศว่ษนสทว่ ่ีมนีตทัว่มี เีตศัวษเมศาษกนก้อวยา่ กหวร่าอื ตเทวั สา่ ว่กนับตเวัชสน่ ่วน21,เช43,่น4523,,18772, 45
นักเรียนวา ในระดบั ชน้ั น้ีนักเรียนจะไดเ รียนรู เศษส่วนแท้ คอื เศษส่วนทเ่ี ขียนในรปู ของจา� นวนเต็มกับเศษส่วนแท้ เช่น 5 12, 3 25, 1 73
เศษสวนที่เปนจํานวนลบ แลวยกตัวอยาง เศษเกิน คือ
เศษสวนแท เศษเกิน และจํานวนคละที่เปน จ�ำนวนคละ
จํานวนลบตามหนังสือเรียน หนา 42 ให
นักเรียนดู นกั เรยี นจะพบวา่ เศษสว่ นทกี่ ลา่ วไปขา้ งตน้ เปน็ จา� นวนบวกทง้ั หมด แตใ่ นระดบั ชน้ั นนี้ กั เรยี น
จสเศะว่ ษไนดหสเ้ นรอยีึ่งงนสซว่รเู้น่ึงศสษ-อส32งว่ นเปทน็เ่ี ปเศน็ ษจเา� กนนิ วนสลาบมเาชรน่ถเ-ข13ียนอใา่ นนรวปู า่ ขลอบงเจศา� ษนหวนนงึ่คสลว่ ะนไดสเ้าปมน็ , --321 อา่ นวา่ ลบเศษสาม
2. ครทู บทวนเรอ่ื งเสน จาํ นวน ดงั น้ี “บนเสน จาํ นวน 12 อา่ นว่า ลบหนึง่
ประกอบดวยศนู ย จํานวนลบ และจํานวนบวก
ซึ่งนักเรียนทราบแลววา จํานวนเต็มสามารถ จ�านวนทเ่ี ขียนในรปู aba เม่ือ a และ b เปน็ จา� นวนเตม็ ใด ๆ โดยท่ี b ≠ 0 เรยี กวา่
แสดงไดด วยจุดบนเสน จํานวน และในทํานอง “เศษส่วน” และเรียก ว่า “ตวั เศษ” เรียก b ว่า “ตวั สว่ น” ของเศษส่วน ba
เดียวกันเราก็สามารถแสดงเศษสวนดวยจุด
บนเสนจํานวนไดเชนเดียวกัน ซ่ึงทําไดโดย นักเรียนเคยทราบมาแล้วว่าจ�านวนเต็มสามารถแสดงได้ด้วยจุดบนเส้นจ�านวน ในท�านอง
แบงความยาวใน 1 หนวยของเสนจํานวน เดยี วกนั สามารถแสดงเศษสว่ นดว้ ยจดุ บนเสน้ จา� นวนไดเ้ ชน่ เดยี วกบั จา� นวนเตม็ โดยแบง่ ความยาว
ใหเทาๆ กัน ซึ่งในการแบงความยาวใน 1 ใน 1 หนว่ ยของเสน้ จา� นวนใหเ้ ทา่ ๆ กนั ซงึ่ จะพจิ ารณาจากตวั สว่ นของเศษสว่ นทก่ี า� หนดให้ สา� หรบั
หนว ยนน้ั จะพจิ ารณาจากตวั สว นของเศษสว น เศษส่วนทีเ่ ป็นลบสามารถเขยี นแสดงด้วยจุดบนเสน้ จ�านวนทางซา้ ยของศนู ย์
ทกี่ าํ หนดให” จากนน้ั ครยู กตวั อยา งเสน จาํ นวน
3. ครถู ามคาํ ถาม ดงั นี้
• เถสาน ตจ-อาํ 1งนกวานรแจสะดตงอ เงศแษ0บสง ควนวาม31ยาดวว1ย1จหุดนบว นย จงพจิ ารณาจดุ บนเส้นจ�านวนตอ่ ไปนี้
ของเสนจาํ นวนออกเปนกสี่ วนเทา ๆ กนั C BA
• เ(บศแนนษเวสสตนวอนจบํา313นวสอนว ยนูทเ่ีตทาํา แๆหกนนังใ)ดเมอ่ื เทียบกับ 0 -2 -1 0 1 2
จากเส้นจ�านวน ซงึ่ ไดแ้ บง่ ความยาวใน 1 หน่วย ออกเปน็ 5 ส่วนเทา่ ๆ กัน จะเหน็ ว่า
535159 --- 355195
• เ(0เถศปแัดนบษนจวนสตาเว3กอสนบน 0สจเ-วมไํานป31นอ่ื เทแวทอานบายงงๆขทูควตี่วากาํา)ันมแหยาน31วง ใจ1ดะเอหมยนือ่ ูทเวท่ีขยยีีดบอแกอรับกก จุด A อยูท่ างซา้ ยของ 0 มีระยะหา่ งเท่ากบั จะไดจ้ ดุ A แทน
จดุ B อยูท่ างซา้ ยของ 0 มีระยะหา่ งเท่ากบั จะไดจ้ ุด B แทน
จดุ C อยู่ทางซ้ายของ 0 มรี ะยะหา่ งเท่ากับ จะไดจ้ ดุ C แทน
พิจารณาจุด C จะเห็นวา่ อย่รู ะหวา่ ง -2 กบั -1 และมีระยะหา่ งจาก 0 ไปทางซ้าย 1 หน่วย
กบั อกี 4 สว่ น จากท้งั หมด 5 ส่วน จะไดจ้ ุด C แทน -1 45
ถเ(ปแัดนนจวตา3กอบส0วเไมนปื่อเททแาาบๆงง ซคา กวยานั )มย-า31ว 1 หนว ย ออก 42
จะอยูที่ขดี แรก
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูเนนย้ํากับนักเรียนเพิ่มเติมวา ความหมายของเศษสวนแทและเศษสวน ขอ ใดตอ ไปน้ีเปนเศษสว นแทท ัง้ หมด
เคเปกาินนสตัมจนบะูรแณตขกอตงตางวั จเศาษกนระอดยับกวปา รคะาถสมัมบกรู ลณาขวอคงือตวั เสศวษนสวเนชนแท12 คือ -21เศษ, ส45วน, ท-5ี่ม4ี 1. - 21 , -23 , 45 2. -12 , - 45 , -78
, 3. 45 , -78 , -23 4. -45 , -78 , -23
เศษสวนเกิน คือ เเชศน ษส32วน, ท-23่ีมีค, า34สัม, บ-34ูรณเปขนอตงนตัวเศษมากกวาหรือเทากับ (เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. เพราะเศษสวนแท คือ เศษสวนท่ีมีคา
คาสมั บูรณข องตัวสว น สัมบูรณข องตวั เศษนอ ยกวา คาสัมบูรณของตวั สวน
ดงั นนั้ -12 = 12 , - 54 = 45 , -78 = 78 เปน เศษสว นแท)
T50
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
เน่อื งจากจา� นวนคละเขยี นในรปู การบวกของจา� นวนเต1ม็ กับเศษส่วนแทไ้ ด้ ดงั น้นั นักเรียน ขนั้ สอน
สามารถเขยี น -1 54 ในรูป -(1 + 54) หรือ (-1) + (- 54)
รู้ (Knowing)
จึงไดว้ ่า - 95 = -1 45 = (-1) + (- 54)
4. ครูใหนักเรียนศึกษาการแสดงเศษสวนดวยจุด
จำ� นวนตรงข้ำมของเศษสว่ น บนเสนจํานวนตามตัวอยางในหนังสือเรียน
หนา 42
นักเรียนทราบแลว้ ว่าจา� นวนเตม็ มจี า� นวนตรงขา้ มเสมอ นั่นคอื เมือ่ a เปน็ จา� นวนเต็มใด ๆ
จะมี -a เป็นจ�านวนตรงขา้ มของ a นกั คณิตศาสตรไ์ ด้ใชห้ ลกั การข้างตน้ ก�าหนดจา� นวนตรงขา้ ม 5. ครูทบทวนจํานวนคละวา “จํานวนคละ คือ
ของเศษส่วนดว้ ย จํานวนที่เขียนในรูปการบวกของจํานวนเต็ม
กับเศษสว นแทได” จากน้นั ยกตัวอยา งจํานวน
จงพจิ ารณาจดุ บนเส้นจ�านวนต่อไปน้ี จหคํารลนอืะวท(น-่ีเป1เต)น็ม+ลกบับ-เ-ศ451ษ45สดวงั เนตขแัวียทอนไยใดานเงรปใูปนนกหา-นรังบ1สวือก+เรขียอ54นง
หนา 43
-2 -123 -1 - 13 0 31 1 123 2
จะเห็นว่า 6. ครกู ลา วทบทวนจาํ นวนตรงขา มของจาํ นวนเตม็
323232311331 แเแแแเปปลลลล็น็นะะะะจจ----า�า� 11นน31133232ววนนวอวอตต่าา่ยยรรเเงงู่ห่หู ปปขข่า่า็น็นา้า้งงจจมมจจา�า�าาขขนนกกออววงงนน00--ตตเเ1รรปป31งง23น็น็ ขขรรา้้าแแะะมมยยลลซซะะะะเเึง่่งึ ทท--กก1่าา่ันัน13กก23แแนัันลลเเะะปปกกน็็นันันจจ�า�านนววนนตตรรงงขข้าา้ มมขขอองง ดังน้ี “เมื่อ a เปนจํานวนเต็มใดๆ จะมี -a
แสดงว่า 1 31 23 เปนจํานวนตรงขามของ a เราสามารถหา
เรียก 1 1 จเbดําียนวว0กนันจตคะรมืองี ข-“าabเมมื่เอขปอนbaงจเําศเนปษวนสนเวตศนรษงไขสดาวใมนนขใทอดํางๆนabอท”งี่
1
เขา้ ใจ (Understanding)
เมอื่ a และ b เปน็ จ�านวนเต็มใด ๆ โดยที่ b ≠ 0 เขยี นแทนจา� นวนตรงขา้ มของ ab
ด้วยสัญลักษณ์ - ab 1. ครูใหนักเรียนศึกษาการแสดงเศษสวนและ
จํานวนตรงขามของเศษสวนน้ันดวยจุดบน
เชน่ จ�านวนตรงข้ามของ 13 เขียนแทนดว้ ย - 13 หรอื -(13) เสนจํานวนตามตัวอยางในหนังสือเรียน
จ�านวนตรงขา้ มของ - 31 เขยี นแทนดว้ ย -(- 31) หนา 43
และเนือ่ งจากจ�านวนตรงขา้ มของ - 31 คอื 13
ดังน้นั -(- 31) = 13 2. ครแู จกใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง จาํ นวนตรงขา มของ
เศษสว น ใหน กั เรยี นทาํ จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี น
รวมกันเฉลยคําตอบใบงานท่ี 2.1
3. ครูใหนกั เรยี นทํา Exercise 2.1A ขอ 1.-2. ใน
แบบฝก หัดคณิตศาสตรเ ปน การบา น
43
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
(-5) - 32 มจี าํ นวนตรงขา มเทากับขอใด
1. 5 32 จาํ นวคนรลูคบวรเชชี้นแนจะําวนาวนจตํารนงวขนาตมรขงอขงา-ม32ขอคงอืเศ32ษสวนน้ัน ไมจําเปนจะตองเปน
2. -(5) + 23
3. -5 32 นักเรียนควรรู
4. -(-5) + - 32
1 จํานวนเต็ม (Integer Number) เปน จาํ นวนท่เี ปน จํานวนนบั จํานวนนบั
ตดิ เคร่ืองหมายลบหรือศนู ย
= (เฉลยคาํ ตอบ ขอ 1. ถูก เพราะ (-5) - 23 23 =-5+ 32
- 5 32 = -5 23 ดังนั้น จาํ นวนตรงขามของ -5 คือ 5 23 )
T51
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 2. การเปรียบเทียบเศษส่วน
1) เศษสว่ นทีเ่ ท่ำกนั
รู้ (Knowing)
กำรหำเศษส่วนที่เท่ำกันโดยกำรคูณ
1. ครูและนกั เรียนรวมกนั เฉลยคาํ ตอบ Exercise
2.1A ขอ 1.-2. ในแบบฝกหดั คณิตศาสตร นแกล�าัน่ หะคตนอื วั ดสเว่ศabนษส=จ่วะนไabดbaเ้ ××ศโษดccสยว่ ทน่ี ทbเี่ ท≠า่ 0กับถา้ abน�าจา� นวนเตม็ c ทไี่ ม่เท่ากับศูนย์คูณทั้งตวั เศษ
2. ครใู หน กั เรยี นจบั คศู กึ ษาตวั อยา งที่ 1 ในหนงั สอื เนอ่ื งจากตามความหมายของเศษสว่ น ตวั เศษและตวั สว่ นตอ้ งเปน็ จ�านวนเตม็ และตวั สว่ น
เรียน หนา 44 แลวแลกเปล่ียนความรูกับคู ต้องไมเ่ ทา่ กบั ศูนย์ ดังนนั้ จงึ กา� หนดให้ c ทนี่ า� ไปคณู เปน็ จ�านวนเต็มใด ๆ โดยที่ c ≠ 0
ของตนเอง
3. ครูอธิบายรายละเอียดตัวอยางท่ี 1 ใน
หนังสือเรียน หนา 44 การหาเศษสวนที่
เทากับเศษสวนที่กําหนดให (เมื่อเศษสวนน้ัน
เปนจํานวนลบ) โดยการคูณ พรอมทั้งแสดง
วธิ ที ําอยางละเอยี ดบนกระดาน
ตัวอยา่ งท่ี 1
จงหำเศษสว่ นทีเ่ ทำ่ กบั เศษส่วนท่กี ำ� หนดใหม้ ำข้อละ 3 จำ� นวน
1) - 56 2) -1 23
วิธที ำ� 1) - 65 = - (115602 × 22 )
= - ×
- 65 = - (56 × 33)
×
= - 1158
- 56 = - (56 × 44)
×
= - 2204
ดังน้นั - 56 = - 1120 = - 1185 = - 2204
2) -1 32 = (-1) + (- 23)
[-(23 22)]
= (-1) + ×
×
= (-1) + (- 46)
= -1 64
44
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET 67
เศษสว นในขอ ใดมีคา เทา กับ
ครูควรใชส่ือที่เปนรูปธรรมในการสอน เร่ือง เศษสวน โดยใหนักเรียนได 1. 4396
เห็นภาพอยางชัดเจนหรือใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติดวยตนเอง เชน การใช 2. 4482
แถบกระดาษสี การใชสิ่งของในชีวิตประจาํ วนั ไมวาจะเปน ส่อื รปู พซิ ซา รปู เคก 3. 6534
รูปช็อกโกเลตบาร เปนตน 4. 19102
= 61 (เฉลยคาํ ตอบ การหาเศษสวนที่เทา กับเศษสว นทก่ี าํ หนดให
= 21 โดยการคูณ
67 66 4326 67 77 4492 67 99 5634
T52 × = , × = , × =
× × ×
ดงั นั้น คาํ ตอบ คือ ขอ 3.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
รู้ (Knowing)
-1 32 = (-1) + (- 32) 4. ครูใหน กั เรียนทาํ หัวขอ “ลองทาํ ดู” จากน้ันครู
และนกั เรียนรวมกันเฉลยคาํ ตอบ
= (-1) + [-(23 × 33)] 5. ครูทบทวนเร่ือง เศษสวนทเ่ี ทากัน โดยอธิบาย
×
= (-1) + (- 96)
= -1 69 วา เราสามารถหาเศษสวนท่ีเทากับเศษสวน
ที่กําหนดใหไดโดยนําจํานวนเต็มใดๆ ท่ี
ไมเทากับศูนยมาหารทั้งตัวเศษและตัวสวน
-1 32 = (-1) + (- 32) จะไดวา
[-(23 44)]
= (-1) + × 22114224 = 11222244 ÷ 4422 = 13662
× = ÷ =
= (-1) + (- 182) ÷
= -1 182 และ ÷
ดงั นั้น -1 23 = -1 46 = -1 96 = -1 182 ตอบ จากนั้นครูสรุปเปนกรณีท่ัวไปตามกรอบใน
หนงั สือเรยี น หนา 45
ลองท�าดู
จงหำเศษสว่ นทเ่ี ทำ่ กับเศษสว่ นทีก่ �ำหนดใหม้ ำข้อละ 3 จำ� นวน
--29453
1)
2)
กำรหำเศษส่วนท่เี ท่ำกนั โดยกำรหำร
วิธีการหกาารรอหีกาวเศิธหีษนสึ่ง่วนซทึง่ ี่เวทิธ่าีนกี้จับะใเชศ้กษับสเ่วศนษทสี่ก่ว�านหทนตี่ ดวั เใศหษ้ แนลอะกตจัวาสกว่ ในชม้วีติธวัีกหาารรครูณ่ว1มแลม้วหียังลหกั กาไาดรด้โดงั ยนใี้ ช้
แกลา� หะนbดไเศปษหสาว่รทน้ังabตวั โเดศยษทแ่ีลbะต≠วั ส0่วถน้าแนลา� ้วจา� นabวน=เตม็ baบ÷÷วกccc ทเี่ ป็นตวั หารร่วมของ a
เน่ืองจากตามความหมายของเศษส่วนตัวเศษและตัวส่วนต้องเป็นจ�านวนเต็ม และตัวส่วน
ต้องไม่เทา่ กบั ศนู ย์ ดงั น้นั จึงก�าหนดให้ c ทีน่ �าไปหารเป็นจา� นวนเตม็ บวกใด ๆ โดยที่ c ≠ 0
45
ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET นักเรียนควรรู
เศษสว นในขอ ใดเทา กนั
1. 1160 , 2145 , 2654 2. 9358 , 15485 , 17785 1 ตวั หารรว ม (Common Divisor) หรอื ตวั ประกอบรว ม (Common Factor)
3. 3282 , 7632 , 19182 4. 5468 , 19005 , 112088 คือ จํานวนนับที่สามารถหารจํานวนท่ีกําหนดใหตั้งแตสองจํานวนขึ้นไปลงตัว
เชน 2 หาร 24 ลงตัว, 2 หาร 36 ลงตัว ดังนั้น 2 เปนตัวหารรวมของ 24
(เฉลยคําตอบ 3228 ÷ 44 = 78 และ 36
÷
7623 99 87 T53
÷ =
÷
19182 1144 87
÷ =
÷
จะไดว า 2382 = 7632 = 19182
ดังนั้น คําตอบ คอื ขอ 3.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ตวั อยา่ งท่ี 2
รู (Knowing) จงหำเศษสว่ นทเ่ี ทำ่ กับ - 8484 มำ 3 จ�ำนวน
วิธที ำ� เนอื่ งจาก 48 และ 84 มีตัวหารร่วมหลายจ�านวน เช่น 2, 3, 4 และ 6 เป็นต้น
6. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 2 ใน
หนงั สือเรียน หนา 46 แลว แลกเปล่ียนความรู จงึ ใช้การหาเศษสว่ นทีเ่ ทา่ กนั โดยการหาร ดังน้ี
กับคขู องตนเอง
- 8448 = - ( 8448 ÷ 22 )
7. ครอู ธบิ ายตวั อยา งที่ 2 ในหนงั สอื เรยี น หนา 46 ÷
เร่ือง การหาเศษสวนท่ีเทากับเศษสวนที่
กําหนดให (เม่ือเศษสวนน้ันเปนจํานวนลบ) - 4848 = - 4242 8448 33
โดยการหาร พรอ มทง้ั แสดงวธิ ที าํ อยา งละเอยี ด = - ( ÷ )
บนกระดาน ÷
8. ครูใหนักเรียนทําหัวขอ “ลองทําดู” เมื่อเสร็จ - 4884 = - 2186 8448 44
แลว ครอู ธบิ ายความหมายของเศษสว นอยา งตา่ํ = - ( ÷ )
และนักเรยี นรว มกันเฉลย ÷
= - 1212
ดังน้นั - 4848 = - 2424 = - 2186 = - 1221
ตอบ
ลองท�าดู
จงหำเศษสว่ นที่เทำ่ กับ - 211608 มำ 3 จ�ำนวน
จงพิจารณาการหาเศษส่วนท่เี ทา่ กนั ตอ่ ไปน้ี Thinking Time
112500 = 115200 ÷ 1100 จงหาเศษส่วนอยา่ งต�่าของ - 17088
÷
1152 33
= ÷
÷
= 54
จะพบวา่ 45 เปน็ เศษส่วนท่ีตวั หารรว่ มมากของตวั เศษและตวั ส่วนเป็น 1
เศษสว่ นทีม่ ีตัวหารรว่ มมากของตวั เศษและตวั สว่ นเป็น 1 เรยี กว่า “เศษส่วนอย่างตา�่ ”
เฉลย Thinking Time
- 17088 = - 17088 ÷÷33 = - 2366 ÷ 22 = - 1138 46
÷
ดงั น้ัน เศษสวนอยางต่าํ ของ - 17088 คือ - 1183
ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET
เศษสว นในขอใดเทา กันทั้งหมด
1. - 2332 , - 6432 , - 115105 2. - 2250 , - 3350 , - 3465 3. - 2404 , - 3553 , - 119256 4. - 4242 , - 18447 , - 122284
(เฉลยคําตอบ 2323 1111 23 4623 2211 23 111505 55 2312
1. ไมเ ทา กนั เพราะ - ÷ = - , - ÷ = - , - ÷ = -
÷ ÷ ÷
2. ไมเทากัน เพราะ - 2205 ÷ 55 = - 54 , - 3305 ÷ 55 = - 67 , - 3465 ÷ 99 = - 54
÷ ÷ ÷
3. ไมเ ทากนั เพราะ - 2440 ÷ 88 = - 53 , - 3535 ÷ 1111 = - 53 , - 112965 ÷ 33 = - 4652
÷ ÷ ÷
4. เทากัน เพราะ - 2442 ÷ 66 = - 47 , - 18447 ÷ 2211 = - 74 , - 122284 ÷ 3322 = - 74
÷ ÷ ÷
ดังนั้น คาํ ตอบ คอื ขอ 4.)
T54
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขอ้ ตกลง การเขยี นเศษสว่ นทเ่ี ทา่ กนั และเปน็ จา� นวนลบ สามารถเขยี นได้ 3 รปู แบบ เมอื่ กา� หนด ขน้ั สอน
12เ3ศ... ษ-ส--abba่วabนเเเชชชab่นน่่นโด---13ย3113ที่ b≠0 ดังน้ี
อา่ นวา่ ลบเศษหนง่ึ ส่วนสาม รู้ (Knowing)
อ่านวา่ เศษลบหน่งึ สว่ นสาม
อ่านวา่ เศษหนึ่งสว่ นลบสาม 9. ครูอธิบายขอตกลงของการเขียนเศษสวน
ทเี่ ปน จาํ นวนลบวา สามารถเขยี นได 3 รปู แบบ
2) กำรเปรยี บเทยี บเศษส่วน ดังตวั อยางในหนงั สอื เรยี น หนา 47
(1) กำรเปรยี บเทยี บเศษส่วนทม่ี ีตัวสว่ นเทำ่ กัน 10. ครูอธิบายหลักการเปรียบเทียบเศษสวนที่มี
สา� หรบั เศษสว่ นทเี่ ปน็ ลบ ใหท้ า� ตวั สว่ นเปน็ จา� นวนเตม็ บวกกอ่ น จากนน้ั ใหพ้ จิ ารณา ตัวสวนเทากันที่เปนจํานวนลบวา “ตองทํา
ทีต่ ัวเศษ ดงั นี้ ตัวสวนใหเปนจํานวนเต็มบวกกอน แลวจึง
1. เศษสว่ นใดมีตวั เศษมากกวา่ เศษสว่ นน้นั มคี า่ มากกว่า เปรยี บเทยี บทต่ี วั เศษ โดยเศษสว นใดมตี วั เศษ
2. ถ้าตวั เศษของท้ังสองเศษสว่ นเทา่ กัน แสดงว่าเศษสว่ นทั้งสองมีคา่ เทา่ กนั มากกวา เศษสว นน้ันจะมคี า มากกวาอีกเศษ
สว นหนึ่ง”
ตวั อยา่ งที่ 3
11. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 3 ใน
จงเปรยี บเทยี บเศษส่วน - 74 และ - 73 หนังสอื เรยี น หนา 47 แลวแลกเปลย่ี นความรู
วธิ ที �ำ เนื่องจาก - 47 = -74 และ - 73 = -73 กบั คูข องตนเอง
น�าตวั เศษ -4 และ -3 มาเปรยี บเทียบกัน 12. ครอู ธบิ ายตัวอยางท่ี 3 ในหนังสือเรยี น หนา
47 การเปรียบเทียบเศษสวนที่กําหนดให
จะได้ -4 < -3 (เมอ่ื ตวั สว นเทา กัน จะพิจารณาตวั เศษทีเ่ ปน
--7474 --7373 จาํ นวนลบ) โดยการเปรยี บเทยี บวา จาํ นวนลบ
ดงั นัน้ < ตอบ ตัวไหนท่ีมีคามากกวากัน พรอมทั้งแสดง
น่ันคือ < วิธที ําอยา งละเอยี ดบนกระดาน
ลองท�าดู 13. จากนน้ั ครใู หน กั เรยี นทาํ หวั ขอ “ลองทาํ ด”ู เมอื่
เสร็จแลวครอู ธิบายและนักเรยี นรว มกันเฉลย
จงเปรยี บเทียบเศษสว่ น - 152 และ - 182
เขา้ ใจ (Understanding)
(2) กำรเปรยี บเทียบเศษส่วนที่มตี วั สว่ นไมเ่ ทำ่ กนั
โดยใชค้ วามรเู้ กนยี่ วักกเรบั ียกนาสรคามณู ากรถารตหราวรจสแอลบะตววั่าคเศณู ษรสว่ ่วมนนหอ้ 1นยึ่งเพมอื่าทกกา� ตววั่าสหว่รนือในห้อเ้ ทยาก่ กวนั่าอสีกา� เหศรษบั สเ่วศนษหสว่นน่ึง 1. ครูอธิบายวิธีการเปรียบเทียบเศษสวนท่ีมี
ทเี่ ป็นลบให้ทา� ตวั ส่วนเปน็ จา� นวนเต็มบวกกอ่ น จากนน้ั ให้พจิ ารณาทีต่ ัวเศษ ดงั นี้ ตัวสวนไมเทากันวา “เราตองใชความรู เรื่อง
การคูณ การหาร และตัวคูณรวมนอย เพ่ือ
1. เศษสว่ นใดมตี วั เศษมากกว่า เศษสว่ นนัน้ มคี า่ มากกว่า ทําใหตัวสวนเทากัน แลวจึงเปรียบเทียบท่ี
2. ถา้ ตวั เศษของทัง้ สองเศษสว่ นเทา่ กนั แสดงวา่ เศษสว่ นทั้งสองมคี ่าเท่ากัน ตัวเศษ โดยเศษสวนใดมีตัวเศษมากกวา
เศษสวนนน้ั จะมคี า มากกวา อกี เศษสวนหนึ่ง”
47
กิจกรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู
ใหนกั เรียนปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนตอไปนี้ ครูยกตวั อยางตวั คณู รวมนอยใหนกั เรียนเขาใจ
1. นํากระดาษ A4 จาํ นวน 4 แผน เชน 70 เปนตัวคณู รวมนอยของ 14 และ 35
2. พบั กระดาษ A4 แบง แผนกระดาษเปนสวนเทา ๆ กัน ดงั นี้ เนื่องจาก 70 เปน จาํ นวนท่มี คี า นอยท่สี ุดทีม่ ี 14 และ 35
กระดาษแผน ท่ี 1 แบง 3 สว นเทา ๆ กนั ระบายสี 1 สวน เปน ตัวประกอบรว ม
กระดาษแผนที่ 2 แบง 4 สว นเทา ๆ กนั ระบายสี 2 สว น
กระดาษแผน ที่ 3 แบง 5 สว นเทา ๆ กนั ระบายสี 2 สวน นักเรียนควรรู
กระดาษแผน ที่ 4 แบง 6 สว นเทา ๆ กนั ระบายสี 4 สวน
3. เขียนเศษสวนแทนสวนท่ีระบายสีและแสดงการเปรียบเทียบ 1 ตวั คณู รว มนอ ย : ค.ร.น. (Least Common Multiple : L.C.M.) คอื จาํ นวน
เศษสว นทั้ง 4 จาํ นวน ที่มคี านอ ยทสี่ ดุ ทม่ี ีจํานวนเหลา นัน้ (สองจํานวนขน้ึ ไป) เปน ตัวประกอบรวม
T55
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ตัวอย่างที่ 4
เขา้ ใจ (Understanding) จงเปรียบเทียบเศษส่วน - 23 และ - 52
วธิ ที ำ� เขียนเศษส่วนใหต้ วั ส่วนเปน็ จา� นวนเต็มบวก และหา ค.ร.น. ของ 3 และ 5 ได้ 15
2. ครใู หน กั เรยี นจบั คศู กึ ษาตวั อยา งที่ 4 ในหนงั สอื ทา� ตัวส่วนของเศษสว่ นทัง้ สองให้เท่ากับ 15
เรียน หนา 48 แลวแลกเปล่ียนความรูกับคู จะได้ - 23 = -32
ของตนเอง
= (-32)××55
3. ครูใหนักเรียนแตละคนทําหัวขอ “ลองทําดู” = -1150
และใบงานท่ี 2.2 เร่ือง การเปรียบเทียบ และ - 52 = -52
เศษสว น เมอ่ื เสรจ็ แลว ครแู ละนักเรียนรว มกัน = (-52)××33
เฉลยคาํ ตอบ = 1-65
เปรียบเทยี บตวั เศษจะได้วา่ -10 < -6
4. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางท่ี 5 ใน
หนังสือเรียน หนา 48-49 แลวแลกเปลี่ยน
ความรูกับคูของตนเอง จากน้ันใหนักเรียน
แตล ะคนทาํ “ลองทาํ ด”ู และใบงานที่ 2.3 เรอื่ ง
การเรียงลําดับเศษสวน เม่ือนักเรียนทุกคน
ทาํ เสรจ็ ครแู ละนักเรียนรว มกันเฉลยคาํ ตอบ
ดงั นน้ั --113250 < -1-6525 หรอื - 52 > - 23 ตอบ
นั่นคอื <
ลองท�าดู
จงเปรียบเทียบเศษส่วน - 28 และ - 57
ตัวอยา่ งที่ 5
จวธิงีทเร�ำยี งลเำ�นดอื่ บั งจจ�ำานกว-นต32่อ=ไป-3น2ี้จ, ำ-ก53นอ้=ย-ไ53ปมแำลกะ -- 3257, - 53-7,5- 57
=
และ ค.ร.น. ของ 3, 5 และ 7 คอื 105 จงึ ต้องท�าใหต้ วั สว่ นของทุกเศษสว่ น
ใหเ้ ทา่ กับ 105
-32 3355
เนอ่ื งจาก 105 ÷ 3 = 35 ดังนั้น คณู ดว้ ย
จะได้ - 23 (-32)××3355
=
= 1-7005
48
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
ขอใดเรียงลําดบั จากนอ ยไปมาก
ครูควรเนนย้ํานักเรียนเสมอวา ในการเปรียบเทียบเศษสวนทุกคร้ังเราตอง
เร่ิมพิจารณากอนวาเศษสวนท่ีทําการเปรียบเทียบนั้นเทากันหรือไม ถาหาก 1. - 12 , - 32 , - 56 2. - 25 , - 53 , - 55
เศษสวนท่ีทําการเปรียบเทียบน้ันมีตัวสวนเทากันแลว ใหพิจารณาวาตัวเศษน้ัน 3. - 21 , - 23 , - 24 4. - 151 , - 141 , - 131
เทากัน นอยกวา หรือมากกวา และถาหากเศษสวนท่ีทําการเปรียบเทียบนั้นมี (เฉลยคาํ ตอบ ขอ 4. ถกู เพราะ - 151 , - 141 , - 131 เมือ่ ตัวสว น
ตวั สว นไมเ ทา กนั ใหด าํ เนนิ การทาํ ตวั สว นใหเ ทา กนั กอ น แลว ทาํ การเปรยี บเทยี บ เทากัน จะนําตัวเศษมาพิจารณา จํานวนที่ติดลบที่มีคามากที่สุด
ตวั เศษวาเทากนั มากกวา หรือนอ ยกวา
จะเปน จํานวนทต่ี ดิ ลบนอ ยท่ีสุด)
T56
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
เนอื่ งจาก 105 ÷ 5 = 21 ดังน้ัน คูณ -53 ด้วย 2211 ตอบ ขนั้ สอน
จะได้ - 53 = (-53)××2211
1-6035 ลงมอื ทาํ (Doing)
เนอื่ งจาก 105 = 7 = 15 ดงั น้ัน คณู -75 ดว้ ย 1155
1. ครใู หน กั เรยี นจดั กลมุ กลมุ ละ 4 คน คละความ
÷ สามารถทางคณติ ศาสตร แลว ทาํ กจิ กรรม ดงั น้ี
- ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันทําแบบฝก
จะได้ - 75 = (-75)××1155 ทักษะ 2.1 ก ขอ 6. โดยเขียนลงในสมุด
= 1-7055 ของตนเอง
- ใหนักเรียนแลกเปล่ียนความรูภายในกลุม
เปรียบเทียบตัวเศษจะไดว้ า่ -75 < -70 < -63 ของตนเอง และสนทนาซักถามเก่ียวกับ
วิธีการหาคําตอบ จนเปน ท่เี ขา ใจรว มกนั
ดังนน้ั 1-7055 < 1-7005 < 1-6035 - ใหตัวแทนกลุมมานําเสนอคําตอบหนาช้ัน
เขียนเรยี งจา� นวนจากนอ้ ยไปมากได้เปน็ - 75 , - 32 , - 53 เรียน โดยเพื่อนกลุมที่เหลือคอยตรวจสอบ
ความถกู ตอง
ลองท�าดู
2. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ทกั ษะ 2.1 ก ขอ 2.-4.
จงเรียงลำ� ดับจ�ำนวนตอ่ ไปน้จี ำกนอ้ ยไปมำก - 34 , - 87 , - 56 และ Exercise 2.1A ขอ 3.-8. ในแบบฝก หดั
คณติ ศาสตรเปน การบา น
แบบฝึกทักษะ 2.1 ก
ระดับ พื้นฐาน
1. จ1)งห-าเ37ศษส่วนท่เี ทา่ กบั เศษสว่ นท่กี �าหนดใหม้ าข้อล2)ะ 3 1จ40า� 88นวน
-
2. จงเตมิ เครอ่ื งหมาย < > หรอื = ลงใน ให้ถูกต้อง
1) 85 - 12
2) - 67 32
3) - 67 - 2119
4) - 136 - 2101
49
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
ขอใดเรยี งลาํ ดบั จากมากไปหานอ ย
หลังจากนักเรียนทําลองทําดูในหนา 49 และกอนจะเร่ิมทําแบบฝกทักษะ
1. - 23 , - 161 , - 35 2. - 35 , - 23 , - 161 2.1 ก ครูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดพูดคุยเพื่อซักถามขอสงสัยกัน โดยหา
3. - 161 , - 23 , - 53 4. - 23 , - 35 , - 161 ประเด็นปญหาหรือขอสงสัยท่ีนาสนใจมาเปนประเด็นที่จะใหนักเรียนท้ังหอง
รวมกันแสดงความคิดเห็นหรือรวมกันแสดงแนวความคิด เพ่ือหาขอสรุปหรือ
(เฉลยคําตอบ นําตัวสวน 2, 3, 6 มาหา ค.ร.น. ได 6 คําตอบของประเด็นปญหาน้นั
32 33 53 22 161
- × > - × > - T57
× ×
3269 15360>>--161161
- > -
- > -
ดงั นัน้ คําตอบ คอื ขอ 4.)
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สรปุ 3. จงเรียงล�าดับจา� นวนในแต่ละข้อต่อไปน้ีจากน้อยไปมาก
1) - 84, - 34, - 322
ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ 2) - 12, - 53, - 58
นักเรยี น ดงั นี้
ระดบั กลาง
• การเปรียบเทียบเศษสวนที่มีตัวสวนเทากัน
ที่เปนจํานวนลบ สามารถทาํ ไดอ ยา งไร 4. จงเติมจา� นวนลงใน เพื่อท�าใหเ้ ศษส่วนทั้งสองเป็นเศษส่วนทเี่ ทา่ กนั
(แนวตอบ ตองทําตัวสวนใหเปนจํานวน
เต็มบวกกอน แลวจึงเปรียบเทียบท่ีตัวเศษ 1) 72 = 35 2) - 94 = - 24
โดยเศษสวนใดมีตัวเศษมากกวา เศษสวน 3) 161 = 132 4) - 8106 = - 1
นัน้ จะมคี ามากกวา อีกเศษสว นหน่ึง) 5) 6513 = 21 6) - 19291 = - 9
• การเปรียบเทียบเศษสวนที่มีตัวสวน 5. จงหาเศษส่วนอย่างต�่าของจา� นวนต่อไปน้ี 2) - 4782
ไมเ ทากนั สามารถทําไดอยางไร 1) 2218 4) - 17322
(แนวตอบ ตองใชความรู เรอื่ ง การคูณ การ 3) - 5706
หาร และตวั คณู รว มนอย เพือ่ ทําใหต วั สวน 5) - 13068
เทากัน แลวจึงเปรียบเทียบท่ีตัวเศษ โดย
เศษสวนใดมีตัวเศษมากกวา เศษสวนน้ัน ระดับ ท้าทาย
จะมีคา มากกวาอกี เศษสว นหน่งึ )
6. แโนลระตีถอ้งั งใบกทาร่ี 2ตกัใชนต้้�ากัใสน่โ�้าอไ่งดโด้ 13ย6ใชขถ้องังทคีม่วาอี มยจู่ 2โุ อใง่ บถดา้ ใงั นนก้ี ถารงั ตใบกั ทน่ี้�า1ใสใโ่ชอต้ ่งักแนต�้าล่ ไะดค้ ร81ง้ั โขนอรงไี คมวท่ า�ามนจา้� โุหอก่ง
ขนั้ ประเมนิ โนรีควรเลือกใชถ้ งั ใบใดตักน�้าจงึ จะไดน้ า้� เตม็ โอ่งก่อนกนั เพราะเหตใุ ด
1. ครูตรวจใบงานที่ 2.1-2.3
2. ครตู รวจแบบฝกทักษะ 2.1 ก
3. ครูตรวจ Exercise 2.1A
4. ครปู ระเมนิ การนําเสนอผลงาน
5. ครสู ังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล
6. ครูสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ
7. ครูสงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
50
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET
จากเศษสว นท่กี ําหนดให 176 , 38 , 352 , 34 ขอใดกลาวถูกตอ ง
การตรวจแบบฝกทักษะ 2.1 ก ครูควรตรวจแบบฝกทักษะดวยตนเอง 1. 34 < 352 2. 38 มีคานอยทสี่ ดุ
อยางละเอียด เพื่อตรวจสอบวานักเรียนเขาใจถูกตองหรือไม หรือเขาใจผิด 3. 176 มคี ามากที่สุด 4. 38 < 176 < 34
อยางไร หากเกิดความเขาใจผิดครูควรอธิบายชี้แนะนักเรียนใหทราบโดยเร็ว
เพื่อปองกันความเขาใจท่ีคลาดเคล่ือนที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนและจะชวยยับยั้ง (เฉลยคาํ ตอบ ทาํ เศษสวนทุกจาํ นวนใหม ตี วั สวนเทา กัน คอื 32
ความเขาใจผดิ ในการเรยี นในหัวขอ ตอ ไป 176 176 22 3124 , 38 38 44 3122 352 43 34 88 3224
= × = 352 = × = , , = × =
T58 1. × < 43 × ×
ผิด เพราะ
2. ผิด เพราะ 133345222ม<มคี คี า 31าม42นาอก<ยทท32่สี 42ีส่ดุ ดุ น่นั คือ 38 < 176 < 43
3. ผดิ เพราะ
4. ถกู เพราะ
ดงั น้ัน คําตอบ คือ ขอ 4.)
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
3. การบวกและการลบเศษส่วน ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching)
1) กำรบวกเศษส่วน
การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
นกั เรยี นสามารถหาผลบวกของเศษส่วนทเ่ี ปน็ ลบและมตี วั สว่ นไมเ่ ท่ากันได้ โดยการทา�
ตัวส่วนให้เท่ากัน ซึ่งนิยมท�าตัวส่วนให้เท่ากับ ค.ร.น. ของตัวส่วนของเศษส่วนที่ต้องการน�ามา ครูทบทวนเร่ืองการหาผลบวกของเศษสว นท่ีมี
บวกกนั แลว้ จงึ หาผลบวกของเศษส่วนตามขัน้ ตอนดังนี้ ตัวสวนเทากัน โดยยกตัวอยางโจทยบนกระดาน
หเชาน ผล16บ+วก46ข=อง1เศ+6ษส4ว =นท56่ีมใตีหัวน สกั วเรนยี เทนาสกงั เันกตวธิ กี าร
1. เขียนตัวส่วนของเศษส่วนทเ่ี ปน็ ลบให้เป็นจา� นวนเต็มบวกกอ่ น
2. ท�าตวั ส่วนของทุกเศษส่วนใหเ้ ท่ากัน ขนั้ สอน
3. น�าตวั เศษมาบวกกัน โดยทตี่ ัวส่วนยงั คงเท่าเดมิ
รู้ (Knowing)
ตัวอย่างที่ 6
1. ครูอธิบายขั้นตอนการบวกเศษสวนที่เปนลบ
จงหำผลบวกของ 53 + (- 34) และมตี ัวสว นไมเทา กัน ดังน้ี
- เขียนตัวสวนของเศษสวนท่ีเปนลบใหเปน
วธิ ที ำ� ค.ร.น. ของ 3 และ 5 คือ 15 จํานวนเตม็ บวกกอ น
- ทําตัวสวนของทุกเศษสวนใหเทากัน โดย
35 + (- 43) = 35 + (-34) (-34)××55 นยิ มทาํ ตวั สว นใหเ ทา กบั ค.ร.น. ของตวั สว น
35 33 ของเศษสว นท่ีนาํ มาบวกกนั
= × + - นําตัวเศษมาบวกกัน โดยที่ตัวสวนยังคง
× เทา เดิม
= 9 +1(5-20)
= -1151 2. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางท่ี 6-7 ใน
= - 1151 ตอบ หนงั สือเรียน หนา 51 จากนั้นครูแสดงการหา
ผลบวกของเศษสว นอยางละเอียดบนกระดาน
ตวั อยา่ งท่ี 7
จงหำผลบวกของ (-1 49) + (-2 65)
วิธที ำ� วิธที ่ี 1 เขยี นจา� นวนคละใหอ้ ยู่ในรูปเศษเกนิ แลว้ น�าจา� นวนทงั้ สองมาบวกกนั
ค.ร.น. ของ 6 และ 9 คอื 18
(-1 94) + (-2 65) -((-1--771281787963))1++8 ((--51167) ) มำจำก
= ((-193×) ×2 2) + ((-167×) ×3 3)
=
=
=
= -4 158 51
ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
ขอ ใดตอ ไปนเี้ ปน คําตอบทถี่ ูกตองของ 12 + 89 + 23 + 16
1. 17 1187 2. 15 1185 ในการบวกลบเศษสวน ครูอาจนํารูปวงกลมและรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก โดย
3. 13 1138 4. 11 1118 แบงพ้ืนที่ออกเปนสวนๆ เทากันมาใชประกอบการอธิบาย อีกทั้งครูชี้แนะ
เพ่ิมเติมดวยวา การใชพื้นท่ีเพ่ือแสดงเศษสวนวิธีท่ีเหมาะสมควรจะเลือก
(เฉลยคําตอบ ขอ 3. ถูก เพราะ ค.ร.น. ของ 9, 3 และ 6 คือ 18 รูปส่ีเหล่ียมมุมฉาก เพราะจะแสดงการใชพ้ืนที่ไดเหมาะสมกวาการเลือกใช
98 23 16 891186××+2211+82 23 ××13866 16 33 รปู เรขาคณติ ชนดิ อ่ืนๆ
12 + + + = 12 + + + ×
= 12 + × T59
= 12 + 1381
= 12 + 1 1183
= (12 + 1) + 1183 = 13 1138 )
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน วิธที ่ ี 2 เขียนจา� นวนคละในรูปการบวกของจา� นวนเต็มกบั เศษส่วน แล้วหาผลบวก
ข(-อ1ง49จ)�าน+วน(-เ2ต65ม็ )กบั =จ�าน[(ว-น1เ)ต+็ม (แ-ล94ะ)เ]ศษ+ส[ว่(-น2บ)ว+กก(-บั 56เศ)ษ] ส่วน
รู้ (Knowing) = [(-1) + (-2)] + [(- 49) + (- 56)]
((((----118128))315)++188)((--11558))
3. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” และจับคูศึกษา = (-3) + มำจำก
ตัวอยางในหนังสือเรียน หนา 52 แสดง = ((-94)××22) + ((-65)××33)
การบวกเศษสว นทเี่ ปน จาํ นวนคละบนกระดาน = (-3) +
โดยบอกนักเรียนวา เราสามารถหาผลบวกได = ตอบ
2 วิธี ดงั นี้ = (-3) +
วิธที ่ี 1 เขียนจํานวนคละใหอยูในรูปเศษเกิน
แลวนาํ จํานวนทง้ั สองมาบวกกนั (-3) +
วธิ ีที่ 2 เขียนจํานวนคละในรูปการบวกของ -4 158
จํานวนเต็มกับเศษสวนแท แลวหาผลบวกของ
จํานวนเต็มกับจํานวนเต็ม และเศษสวนบวก ลองท�าดู 2) (-1 170) + (-2 185)
กับเศษสว น
จงหำผลบวกของจำ� นวนต่อไปน้ี
เขา้ ใจ (Understanding) 1) (- 57) + 181
1. ครูกลา วทบทวนวา “เศษสวนมีสมบตั กิ ารบวก เศษสว่ นมสี มบตั กิ ารบวกดว้ ยศนู ย์ สมบตั กิ ารสลบั ทส่ี า� หรบั การบวก และสมบตั กิ ารเปลย่ี นหมู่
ดว ยศนู ย สมบตั กิ ารสลบั ทส่ี าํ หรบั การบวก และ สา� หรบั การบวกเหมอื นกบั จา� นวนเตม็ ซง่ึ นกั เรยี นสามารถใชส้ มบตั ดิ งั กลา่ วมาชว่ ยในการหาผลบวก
สมบัติการเปลี่ยนหมูสําหรับการบวกเหมือน ของเศษส่วน ดงั ตวั อยา่ ง
กบั จาํ นวนเตม็ ดงั นนั้ เพอ่ื ความรวดเรว็ ในการ
หาผลลัพธ เราสามารถใชสมบัติดังกลาวนี้ ตวั อยา่ งท่ี 8 มำจำก
มาชวยในการคํานวณได” จากนั้นครูยก 25 33 32 22)
ตัวอยางที่ 8 ในหนงั สือเรยี น หนา 52 แสดง จงหำผลบวกของ (- 73) + 52 + 23 ( × ) + ( ×
การหาผลบวกของเศษสวนสามจํานวนท่ีมี วธิ ที �ำ (- 73) + 52 + 23 = (-73) + (52 + 23) × ×
ตวั สว นไมเทากนั บนกระดาน
= (-73) + (156+ 4)
2. ครูใหนักเรียนทํา Exercise 2.1B ขอ 1. ใน = (-73) + 169
แบบฝก หัดคณติ ศาสตรเปน การบาน = (-18)4+2 133
= 14125
= 2 3412 มำจำก
( (-73)××66 ) (169 77)
+ ×
×
ตอบ
52
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
ผลลัพธข อง 1163 + 192 - 78 มีคา ตรงกบั ขอใด
ครูควรเนนยํ้ากับนักเรียนเสมอวา ในการบวกเศษสวนนักเรียนตองทําให 1. 176 2. 196
ตวั สวนใหเ ทา กันเสมอ อีกทัง้ เพื่อปอ งกนั ความเขาใจทค่ี ลาดเคล่อื นทจี่ ะเกิดขึ้น 3. 1116 4. 1165
กบั นกั เรยี นในเรอ่ื งของการบวกเศษสว นทมี่ ตี วั สว นไมเ ทา กนั ครตู อ งคอยสงั เกต
นักเรียนอยูเสมอ พรอมทั้งครูตองคอยเปดโอกาสใหนักเรียนถาม เพื่อยับย้ัง (เฉลยคําตอบ นาํ 16, 12, 8 มาหา ค.ร.น. ได 48
ขอ สงสัยอนั อาจนําไปสูการเกิดความเขา ใจทคี่ ลาดเคลื่อนในเร่อื งนั้น 1136 33 192 44 78 66
× + × - ×
T60 × × ×
= 4398 + 3468 - 4428
= 3438 = 1116
ดังน้ัน คาํ ตอบ คอื ขอ 3.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ลองท�าดู ขนั้ สอน
จงหำผลบวกของ (- 87) + 29 + 131 รู (Knowing)
2) กำรลบเศษสว่ น 1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 53 จากน้ันครูและนักเรียนรวมกันเฉลย
การลบเศษสว่ น ใช้หลกั การเดียวกนั กับการลบจา� นวนเต็ม คือ คําตอบ
ตวั ต้ัง - ตัวลบ = ตัวต้งั + จ�านวนตรงขา้ มของตวั ลบ 2. ครูทบทวนหลักการลบจํานวนเต็มวาใชการ
บวกดว ยจํานวนตรงขา ม และการลบเศษสว น
แลว้ หาผลบวกโดยใชค้ วามรกู้ ารบวกเศษสว่ น ถา้ ตวั สว่ นไมเ่ ทา่ กนั นกั เรยี นตอ้ งทา� ตวั สว่ น กใ็ ชห ลกั การเดยี วกนั กบั การลบจาํ นวนเตม็ คอื
ของทกุ เศษสว่ นให้เท่ากันก่อน แล้วจึงหาผลบวก ตวั ตง้ั - ตวั ลบ = ตวั ต้งั + จาํ นวนตรงขามของ
ตวั ลบ
ตัวอยา่ งที่ 9 จ�านวนตรงข้ามของ - 172 คอื 172
3. ครูอธิบายข้ันตอนการลบเศษสวนท่ีเปนลบ
จงหำผลลบของ 65 - (- 172) ตอบ และมีตัวสวนไมเ ทา กัน ดังนี้
วธิ ีท�ำ ค.ร.น. ของ 6 และ 12 คือ 12 - เขียนการลบในรูปการบวกดวยจํานวน
ตรงขามกอน
56 - (- 172) = 65 + 172 - ทําตัวสวนของทุกเศษสวนใหเทากัน โดย
= 101+2 7 นยิ มทาํ ตวั สว นใหเ ทา กบั ค.ร.น. ของตวั สว น
= 1127 ของเศษสวนทีน่ าํ มาลบกัน
= 1 152 - นาํ ตวั เศษมาบวกหรอื ลบกนั ตามเครอ่ื งหมาย
ทป่ี รากฏสดุ ทา ย โดยทตี่ วั สว นยงั คงเทา เดมิ
ตัวอย่างที่ 10
4. ครูยกตัวอยางที่ 9 และ 10 ในหนังสือเรียน
จงหำผลลบของ (- 14) - 2 59 หนา 53 บนกระดาน
วธิ ีท�ำ (- 41) - 2 95 = (-41) + (-2 95) จา� นวนตรงข้ามของ 2 59 คอื -2 59
5. ครูและนักเรียนลองศึกษาตัวอยางที่ 10 และ
ตอบ ครูจะแสดงวิธีการลบเศษสวน ใหนักเรียน
ศกึ ษาและสังเกต
53
= (-41) + [(-2) + (-95)]
= (-2) + [(-41) + (-95)]
((--3926)9)+36(-20)
= (-2) +
= (-2) +
= -2 2396
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
ผลลัพธข อง 169 - 144 ตรงกบั ขอ ใด
1. 230 2. 31 ครเู นนย้ํากับนักเรยี นวา การลบจาํ นวนเตม็ ท่หี าผลลบโดยใชตวั ตั้งลบดว ย
3. - 13 4. - 230 ตัวลบสามารถหาผลลบโดยใชหลักการ ตัวตั้งบวกดวยจํานวนตรงขามของ
ตวั ลบไดอ ีกดวย
(เฉลยคําตอบ หา ค.ร.น. ของ 6, 4 ได 12
169 - 144 169 22 144 33 T61
= × + - ×
× ×
= 3128 + - 1422
= - 142
= - 13
ดงั นนั้ คาํ ตอบ คือ ขอ 3.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ตัวอย่างที่ 11
เขา ใจ (Understanding) จว ิธงทีหาา� ผล ( ล-บ2ข 1 7อ0ง) (-- 2( - 11 70 18)5-) (=======-1 1(-[[((-8(--5(-11--112) 22316)) 51) )07 ++0 ++ ) ((1(3+--1-]250 7011)+) 3) 1] 08[ +5(+ 1- 170(6)1 ++ 118855])จำ� นวนตรงข้ำมของ -1 185 คตืออ 1บ 185
1. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 11 ใน ลองทําดู 3) (-10 121) - (-7 95)
หนังสือเรียน หนา 54 แลวแลกเปลี่ยน
ความรูกับคูของตนเอง จากนั้นใหนักเรียน 1จ)ง ห(า-ผ 27ล)ล บ- ข3อ 43งจ�านวนต่อไปน้ี 2) 1152 - (- 4156)
แตละคนทํา “ลองทําดู” พรอมทั้งครูและ
นกั เรยี นรว มกนั เฉลยคําตอบ ตัวอย่างท่ี 12
จงหาผลลบของ (-3 14) - (83 - 2 152)
2. ครูแจกใบงานท่ี 2.4 เร่ือง การบวกและการ วิธที า� ค.ร.น. ของ 4, 8 และ 12 คอื 24
ลบเศษสว นทมี่ ตี วั สว นไมเ ทา กนั ใหน กั เรยี นทาํ (-3 41) - (38 - 2 152) === (((---21 471443 83×))) ×--6 6[938 -+ +2 [( 438-(5 - ××812) 9233)] + (-1229 )× × 2 2]
จากน้นั ครูและนกั เรียนรวมกันเฉลยคําตอบ
3. ครูอธิบายการลบเศษสวน 2 ขั้นตอน ที่มี
ตัวสวนไมเทากัน โดยแสดงวิธีหาผลลบของ = (-2748) - (-2449)
เศษสวนสามจํานวนจากตัวอยางท่ี 12 ใน = (-2748) + 2494 จำ� นวนตรงขำ้ มของ -2449 คอื 4249
หนังสือเรียน หนา 54 อยางละเอียดบน = -2249
กระดาน และในระหวางแสดงวิธีทํา จากน้ัน = -1 254 ตอบ
ใหนักเรียนทํา “ลองทําด”ู
ลองทําดู
4. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบ และครู
แจกใบงานท่ี 2.5 เรื่อง การบวก ลบระคน 54 จงหาผลลบของ (-3 38) - (65 - 3 21)
ของเศษสวน ใหนักเรียนทํา จากน้ันครูและ
นกั เรียนรวมกันเฉลยคาํ ตอบ ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ผลตา งของ 5 18 - 4 152 กับ 2 175 - 3 290 ตรงกบั ขอใด
ลงมอื ทาํ (Doing) 1. 270 2. 3190 3. 1410 4. 1 18230
81 152 481 5132 481 33 5132 22 12243 12046 2147
1. ครใู หน กั เรยี นจดั กลมุ กลมุ ละ 4 คน คละความ (เฉลยคําตอบ 5 - 4 = - = × - × = - =
สามารถทางคณติ ศาสตร แลว ทาํ กจิ กรรม ดงั นี้ × ×
- ใหแตละกลุมสงตัวแทนมาตกลงกันวาจะ 175 290 3175 6209 3175 44 6290 33 16408 26007 6590
เลือกแกป ญ หาแบบฝก ทักษะ 2.1 ข ขอ 5. 2 - 3 = - = × - × = - = -
หรอื ขอ 6. × ×
- นักเรียนแตละคนวิเคราะหวาปญหาที่กลุม 5 81 - 4 152 - 2 175 - 3 290 = 1274 - - 5609
ของตนเองเลอื กมีวธิ ีการแกอ ยา งไร จากนั้น = 1274 55 + 5690 22
แลกเปล่ียนคําตอบกันภายในกลุม สนทนา × ×
ซักถามจนเปน ท่ีเขาใจรว มกัน × ×
- นักเรียนแตละคนเขียนขั้นตอนแสดงวิธีคิด = 18250 + 111208
ของกลมุ ตนเองอยา งละเอยี ดลงในสมดุ = 120230 = 1 18230
- ใหตัวแทนกลุมมานําเสนอคําตอบหนาชั้น ดังนน้ั คําตอบ คือ ขอ 4.)
เรียน โดยเพ่ือนกลุมท่ีเหลือคอยตรวจสอบ
ความถกู ตอ ง
T62
นาํ สอน สรุป ประเมิน
แบบฝึกทักษะ 2.1 ข ขน้ั สอน
ระดบั พน้ื ฐาน ลงมอื ทาํ (Doing)
1. จงหาผลลพั ธ์ของจา� นวนตอ่ ไปน้ี 2) (- 95) + 131 3) (-1 53) + (-3 41) 2. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ทกั ษะ 2.1 ข ขอ 1.-4.
1) 79 + (- 180) 5) (-4 35) - 78 6) (-3 73) + (-4 161) และ Exercise 2.1B ขอ 2. ในแบบฝกหัด
4) 270 - (- 56) คณติ ศาสตร เปนการบาน
2. จงหาผลลัพธข์ องจ�านวนตอ่ ไปนี้ ขน้ั สรปุ
1) (- 141) + (87 + 13) 2) [(- 78) + 83] + 37 ครูถามคําถามเพ่ือสรุปความรูรวบยอดของ
3) 74 - (281 + 154) 4) (5 23 - 78) - (-2 94) นกั เรยี น ดงั น้ี
ระดบั กลาง • การบวกเศษสวนท่ีเปนลบและมีตัวสวน
ไมเทา กนั ทาํ อยา งไร
3. จงหาผลลัพธ์ของจ�านวนต่อไปน้ี (แนวตอบ เขยี นตวั สว นของเศษสว นทเ่ี ปน ลบ
1) (-2) - (-3 67) 2) (-3) - (- 65) 3) (-5) - (- 29) ใหเ ปน จาํ นวนเตม็ บวกกอ น จากนนั้ ทาํ ตวั สว น
4. จงหาผลลัพธ์ของจา� นวนตอ่ ไปนี้ ของทกุ เศษสว นใหเ ทา กนั โดยนยิ มทาํ ตวั สว น
ใหเทากับ ค.ร.น. ของตัวสวนของเศษสวน
1) 73 - 78 - 1 12 2) 5 12 + 3 31 + (-4 16) ท่ีนํามาบวกกัน แลวนําตัวเศษมาบวกกัน
3) 3 54 + (-2 110) + 6 130 4) 9 78 + (-6 45) + 3 12 โดยทีต่ ัวสว นยงั คงเทา เดิม)
5) 5 23 + (-3 16) + (-2 94) 6) (-5 14) + (-2 23) + (-1 12)
7) (-1 41) - 2 65 - 4 85 8) (-3 43) - (-1 152) - 4 83 • ขอตกลงของการลบเศษสวนโดยอาศัย
9) (-1 58) - 2 274 - (-3 61) 10) (-3 21) - 3 75 - (-4 13) การบวก เปน อยา งไร
(แนวตอบ ตวั ต้ัง - ตัวลบ = ตัวต้งั + จาํ นวน
ระดับ ทา้ ทาย ตรงขา มของตัวลบ)
5. ถ้านา� เศษสว่ นหน่ึงจา� นวนมาบวกกับ (- 47) - (- 97) แลว้ ไดผ้ ลลัพธเ์ ป็นจ�านวนเต็มบวกท่ีมีคา่ ขน้ั ประเมนิ
นอ้ ยท่ีสดุ อยากทราบวา่ เศษส่วนท่ีนา� มาบวกเท่ากบั เทา่ ไร
1. ครตู รวจใบงานที่ 2.4-2.5
6. จงหาวา่ [1207 + (34 - 1 45)] บวกหรอื ลบกบั [65 - (- 261)] แล้วท�าให้ผลลัพธท์ ่ีไดเ้ ปน็ เศษสว่ น 2. ครูตรวจแบบฝกทกั ษะ 2.1 ข
ทเี่ ป็นลบ และผลลพั ธเ์ ท่ากบั เท่าไร 3. ครตู รวจ Exercise 2.1B
4. ครปู ระเมินการนาํ เสนอผลงาน
5. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล
6. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ
7. ครูสงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
55
ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
53 6 170 5 43
ความยาวของเสนรอบรูปของรูปสามเหลี่ยมเปน 16 เซนติเมตร ถาความยาวของสองดานเปน เซนติเมตร และ
เซนติเมตร ตามลําดบั ดานที่สามจะยาวเทากับขอใด
1. 4 1203 เซนติเมตร 2. 4 1210 เซนติเมตร 3. 4 230 เซนตเิ มตร 4. 4 210 เซนติเมตร
(เฉลยคาํ ตอบ ความยาวเสน รอบรปู เปน 16 35 = 853 เซนตเิ มตร
ความยาวดา นท่ีหนึง่ เปน 6 170 = 1670 เซนติเมตร
ความยาวดานท่ีสองเปน 5 43 = 243 เซนติเมตร
ความยาวสองดา นรวมกัน = 1670 + 243 = 6170 22 + 22423409××=5532=302123-04224+0912=1052803= 22409 เซนตเิ มตร
ความยาวดานที่สามเปน = 853 - 22409 = 853 × 44 - = 4 230 เซนตเิ มตร
×
×
×
ดังนั้น คาํ ตอบ คอื ขอ 3.)
T63
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching)
การใชค วามรเู ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
ครูทบทวนเร่ืองการคูณเศษสวน โดยใชภาพ 4. การคูณและการหารเศษสว่ น
จากหนังสือเรียน หนา 56 พรอมกับอธิบาย 1) กำรคณู เศษส่วน
ประกอบ ดงั น้ี เม่อื พิจารณาจากภาพจะไดว า
- แบงรูปสี่เหลี่ยมออกเปน 6 สวนเทาๆ กัน พจิ ารณา 21 ของ 56 หรือ 12 × 65 จากรปู ตอ่ ไปนี้
56
แเแศลบษวงสรควะรนบ่ึงาร65ยูปสสี ่ีเห5 ลสี่ยวมนทั้งใน6 6 สวน จะได
- รูป จะไดรูป 12
ส่ีเหลี่ยมทั้งหมด 12 รูปเทาๆ กนั 65 21 ของ 65 = 152
- สวนท่ีระบายสีมี 10 สวน จากท้ังหมด
1122 สว น ดังนน้ั 12 × 56 = 152
ของ 65 baba dcdc
- คือ คร่ึงหน่ึงของสวนที่ระบายสี จะได้วา่ เมอ่ื ก�าหนด และ เป็นเศษส่วน โดยท่ี b, d ≠0
ผลคูณของ และ หาได้จาก ba × dc = ba dc
จท12ะ้งั ×ไหดม56 ด1=52 หรอื กลา วไดวา 21 ของ 65 หรอื ×
- 152 ×
ผลคูณของเศษส่วน คอื เศษสว่ นซ่งึ มตี วั เศษเทา่ กบั ผลคณู ของตัวเศษ และตัวสว่ น
เท่ากบั ผลคูณของตัวสว่ น
ขน้ั สอน ตวั อย่างท่ี 13 2) (-1 21) × (-7 15)
รู (Knowing) จงหำผลคณู ของจ�ำนวนตอ่ ไปนี้
1) (-2 29) × 35
1. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปวา “ผลคูณของ
เศษสวน คือ เศษสวนซึ่งมีตัวเศษเทากับ วิธที ำ� การคูณเศษส่วนทีเ่ ป็นจา� นวนคละ ตอ้ งเขียนให้อยู่ในรูปเศษเกนิ ก่อนแล้วจึงหาผลคณู
ผลคูณของตัวเศษ และตัวสวนเทากับผลคูณ 1) (-2 29) × 35 = (- 290) × 35
ของตัวสวน” = (-2903-×)4 ×5131
= (-34)××11
2. ครูทบทวนการเขียนจํานวนคละในรูปเศษเกิน = -34
และยกตัวอยางที่ 13 ในหนังสือเรียน หนา = -1 13
56-57 แลว แสดงวธิ ที าํ อยา งละเอยี ดบนกระดาน
จากนั้นถามนักเรียนเรื่องเครื่องหมายของ 56
ผลคณู ดงั นี้
• จากโจทยขอ 1) ผลคูณท่ีไดมีเคร่ืองหมาย
เปน บวกหรือลบ เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ ผลคูณท่ีไดมีเคร่ืองหมายเปนลบ
เพราะจํานวนท่ีมีเครื่องหมายตางกันเมื่อ
นํามาคูณกัน ผลคูณท่ีไดจะมีเคร่ืองหมาย
เปนลบ)
ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET
ขอ ใดถกู ตอง
1. 1346 × - 110228 = - 156 2. - 114075 × - 224053 = -1 15
3. 4 23 × -2 76 × 6 35 = -88
4. -3 191 × 9 97 × -1 218 = -58
(เฉลยคําตอบ 1. ผิด เพราะ 3146 × - 110228 = - 38
2. ผดิ เพราะ - 110475 × - 220435 = 2259 = 1 245
3. ถกู เพราะ 134 × - 270 × 353 = -88
4. ผิด เพราะ - 4112 × 898 × - 2298 = 38 23
ดังนัน้ คําตอบ คือ ขอ 3.)
T64
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2) (-1 21) × (-7 15) = (- 32) × (- 356) ขนั้ สอน
= (-3)21××(5-36)-18
(-3)1 (5-18) รู้ (Knowing)
= ×
× • จากโจทยขอ 2) ผลคูณท่ีไดมีเครื่องหมาย
= 554 เปนบวกหรือลบ เพราะเหตใุ ด
= 10 45 ตอบ (แนวตอบ ผลคูณท่ีไดม เี ครือ่ งหมายเปน บวก
เพราะจาํ นวนทมี่ เี ครอ่ื งหมายเหมอื นกนั เมอ่ื
ลองท�าดู 2) (-4 61) × (-2 15) นํามาคูณกัน ผลคูณท่ีไดจะมีเครื่องหมาย
เปนบวก)
จงหำผลคูณของจ�ำนวนต่อไปนี้
1) (-5 58) × 94 3. ครกู ลา วเพม่ิ เตมิ วา “ถา ผลลพั ธท ไี่ ดเ ปน เศษเกนิ
ควรเขียนใหอยูในรูปจํานวนคละ และตอบ
เศษส่วนมสี มบัติการคูณด้วยศนู ย์ สมบัติการคณู ด้วยหนึ่ง สมบัติการสลับทีก่ ารคูณ สมบัติ ในรูปเศษสวนอยางตํ่า” จากน้นั ใหน ักเรยี นทาํ
การเปล่ียนหมู่ส�าหรับการคณู ยงั มีสมบตั กิ ารแจกแจงทีแ่ สดงความเก่ียวขอ้ งระหว่างการบวกและ “ลองทาํ ดู” ในหนังสือเรียน หนา 57 เมือ่ เสร็จ
การคณู เศษส่วนดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี แลว ครูและนกั เรียนรวมกนั เฉลยคําตอบหวั ขอ
“ลองทาํ ดู”
ตวั อยา่ งที่ 14
4. ครูใหน กั เรียนทําแบบฝกทกั ษะ 2.1 ค ขอ 1.
จงหำผลคณู ของ (- 225) × 185 × (-2 26) (ขอ ยอ ย 1)-3)) จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั
วิธที �ำ (- 225) × 185 × (-2 26) = [(- 225) × 185] × (- 164) เฉลยคาํ ตอบ
((((--52125))-×51×××431845) )3 × (-164)
= × (-164) เขา้ ใจ (Understanding)
=
1. ครูกลาวทบทวนวา “เศษสวนมีสมบัติการคูณ
= (((--2-131302))0-0)11××0×××((2--(671-216)44)-7) ดวยศูนย สมบัติการคูณดวยหนึ่ง สมบัติการ
= สลับท่ีสําหรับการคูณ สมบัติการเปล่ียนหมู
= สาํ หรบั การคณู และสมบตั กิ ารแจกแจงเหมอื น
กบั จาํ นวนเตม็ ดงั นนั้ เพอื่ ความรวดเรว็ ในการ
= 270 ตอบ หาผลลัพธ เราสามารถใชสมบัติดังกลาวน้ี
มาชวยในการคํานวณได” จากน้ันครูยก
ลองท�าดู 57 ตัวอยางท่ี 14 ในหนงั สอื เรยี น หนา 57 แสดง
การหาผลคูณของเศษสวนสามจํานวนท่ีมี
จงหำผลคณู ของ (- 235) × 3180 × (-2 224) ตวั สวนไมเทา กนั บนกระดาน
2. ครใู หน กั เรยี นเลอื กทาํ หวั ขอ “ลองทาํ ด”ู จากนน้ั
ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ “ลองทาํ ด”ู
3. ครูแจกใบงานท่ี 2.6 เร่ือง การคูณเศษสวน
ใหนักเรียนทํา จากนั้นครูและนักเรียนรวมกัน
เฉลยคําตอบ ใบงานที่ 2.6
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
ผลคูณของ 1 34 × -2 71 × -4 54 ตรงกบั ขอ ใด ครูเนนยํ้ากับนักเรียนวา สมบัติการสลับที่และสมบัติการเปล่ียนหมูของ
1. -18 จํานวนเต็มสําหรับการบวกและการคูณ โดยใหนักเรียนยกตัวอยางจํานวนเต็ม
2. -9 ที่แสดงใหเห็นการใชสมบัติการสลับท่ีของการบวกและการคูณ และสมบัติ
3. 9 การเปลีย่ นหมขู องการบวกและการคูณ จากนน้ั ครเู นน ย้ําวา การคณู เศษสวนนั้น
4. 18 มีสมบัติการสลับท่ีและสมบัติการเปลี่ยนหมูเหมือนจํานวนเต็ม ถานักเรียนยัง
(เฉลยคาํ ตอบ ไมเ ขาใจหรอื ยงั มที กั ษะการใชส มบตั ทิ ง้ั สองใหท บทวนเพมิ่ เตมิ
1 43 × -2 71 × -4 45 = 47 × - 175 × - 254
= 18
ดงั นนั้ คาํ ตอบ คือ ขอ 4.)
T65
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ตวั อย่างที่ 15
เขา้ ใจ (Understanding) จงหำผลลัพธข์ อง [32 × (- 85)] + [34 × (- 85)]
4. ครูยกตวั อยางที่ 15 ในหนังสือเรยี น หนา 58 วธิ ีทำ� [32 × (- 85)] + [43 × (- 58)] = (23 + 34) × (- 58)
โดยแสดงวิธีทําอยางละเอียดบนกระดาน
จากนนั้ ใหน ักเรียนทําหวั ขอ “ลองทาํ ดู” = 9 +6 8 × (-85)
5. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ “ลองทาํ ด”ู = 167 × (-85)
6. ครใู หนักเรียนทําแบบฝกทกั ษะ 2.1 ค ขอ 1.
(ขอยอ ย 7)) และ Exercise 2.1C ขอ 1. ใน
แบบฝก หดั คณติ ศาสตรเปนการบา น
รู้ (Knowing) = 176 × (8-5)
×
1. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบแบบฝก = -4885
ทกั ษะ 2.1 ค ขอ 1. (ขอยอย 7)) และ Exercise = -1 3487 ตอบ
2.1C ขอ 1.
2. ครูใหนักเรียนพิจารณาการหาผลหารของ ลองท�าดู
24 ÷ 43 ในหนังสือเรียน หนา 58
อธิบาย ดงั นี้ จากการหาผลหารของ จากน้ัน จงหำผลลพั ธข์ อง [(- 37) × 25] + [27 × 25]
เราจะคูณตัวเศษและตัวสวนดวย 43 42 ÷ 34
เพื่อทํา 2) กำรหำรเศษส่วน
ใหตัวสวนเปน 1 นักเรียนจะสังเกตเห็นวา จงพจิ ารณาการหาผลหารตอ่ ไปนี้
42 ÷ 43 = 4423
จํานวนท่ีนํามาคูณเปนสวนกลับของเศษสวน
ทีเ่ ปน ตวั หาร
= 2344 × 3344
×
= 24 × 43 คูณตัวเศษและตัวสว่ น
ด้วย 34 เพ่ือท�าให้
1 ตัวสว่ นเปน็ 1
= 24 × 43
= 23
58
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ผลลัพธข องขอ ใดเทา กนั
1. 45 × 260 = 1 21 × 1 13 2. 196 × 16305 = 85 × 3252
3. - 8152 × - 187 × 138 = 43 × - 65 × - 98 4. -3 43 × 9 53 × -1 92 = 4 12 × 2 267 × 2 41
(เฉลยคาํ ตอบ 1. ไมเ ทากนั 54 × 260 23 × 34 ; 38 2
2. ไมเ ทากัน 196 × 16305 85 × 3252 ; 41 54
3. เทา กัน - 1825 × - 187 × 138 = 34 × - 65 × - 89 ; 59 = 59
4. ไมเ ทา กัน - 145 × 458 × - 191 29 × 6207 × 94 ; 44 425
ดงั น้ัน คําตอบ คือ ขอ 3.)
T66
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
และ 34 ÷ 24 = 3424 2424 ขน้ั สอน
3442
= × รู (Knowing)
×
3. ครูใหนักเรียนพิจารณาการหาผลหารของ
= 43 × 42 คูณตวั เศษและตวั สว่ น อเ43รธาบิ÷จาะยค42ูณดใตงันนวั หเี้ ศนจษังาแสกลือกะเารตรียัวหนสาวผนหลดหนวาายรข524อ9งเพจ43่อื าทก÷ํานใั้หน42
ด้วย 24 เพื่อท�าให้ ตวั สว นเปน 1 นกั เรยี นจะสงั เกตเหน็ วา จาํ นวน
1 ตวั ส่วนเป็น 1 ที่นํามาคูณเปนสวนกลับของเศษสวนท่ีเปน
= 43 × 24 ตัวหารเชน กนั
= 23
จากการหาผลหารจะเห็นว่า 24 ÷ 43 ≠ 43 ÷ 42 4. ครแู ละนักเรยี นรวมกันสรปุ วา “การหาผลหาร
แสดงวา่ การหารจา� นวนที่เปน็ เศษสว่ นไมม่ สี มบตั กิ ารสลบั ท่ี ของเศษสวน คือ ผลคูณของเศษสวน โดย
จากการหาผลหารข้างตน้ เมอื่ กา� หนดให้ ab abแลดะ้วยdc เศษสวนที่เปนตัวคูณตองเปนสวนกลับของ
และ d ≠ 0 พจิ ารณาผลหารทีเ่ กิดจากการหาร แทนเศษสว่ นใด ๆ ซงึ่ b ≠ 0, ตวั หาร”
dc ดงั น้ี
c ≠ 0 ba ÷ dc = dbac 5. คแลรูใะหน34ัก÷เรีย24นพพิจราอรมณทาั้งผอลธิบหาายรวขาอง“น24ักเ÷รียน34
จะเห็นวามีผลหารไมเทากัน ดังน้ัน การหาร
dabc ddcc จาํ นวนทเ่ี ปนเศษสว นไมม สี มบตั กิ ารสลับท”่ี
= ×
×
= ab × dc
1
= ba × dc
ดงั นั้น ab ÷ dc = ba × dc
ผลหารของเศษส่วน คือ ผลคูณของเศษสว่ น โดยเศษสว่ นท่เี ป็นตวั คณู ตอ้ งเป็น
ส่วนกลับของเศษสว่ นท่ีเป็นตวั หาร
59
ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
ขอใดมคี า เทา กบั 1
1. 89 ÷ 6841 2. 43 ÷ 2346 ครูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดพูดคุยซักถามกัน เพ่ือที่ครูจะนําประเด็น
3. 2355 ÷ 75 4. 3 23 ÷ 6 152 คาํ ถามทนี่ า สนใจมาใชใ นการอธบิ าย เนอ่ื งจากถา ครใู หน กั เรยี นถามครู นกั เรยี น
3213894355111111551××××836271754641898911277===4=85598947= อาจจะไมกลาถามหรือครูอาจนําประเด็นคําถามท่ีนาสนใจท่ีไดมาใหนักเรียน
(เฉลยคาํ ตอบ 1. ไมเ ทา กบั 1 ในช้ันเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นหรือรวมกันแสดงแนวคิด เพ่ือหาขอสรุป
2. ไมเ ทากบั 1 ของประเด็นคาํ ถามดงั กลาว
3. 1 เทากบั 1
4. ไมเทากบั 1 T67
ดงั น้นั คาํ ตอบ คือ ขอ 3.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ตวั อยา่ งท่ี 16 ตอบ
ตอบ
เขา้ ใจ (Understanding) จงหำผลหำรของ (- 1154) ÷ 23
วิธีทำ� (- 1154) ÷ 32 = (- 1154) × 32
1. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางท่ี 16 ใน
หนงั สอื เรียน หนา 60 แลวแลกเปล่ยี นความรู = (-11545)×-7×2311
กับคูของตนเอง จากนั้นครถู ามคําถาม ดังนี้ = (-57)××11
• การหารเศษสว นทเ่ี ปน ลบดว ยเศษสว นทเี่ ปน = - 75
บวก จะไดผ ลหารเปนจํานวนบวกหรือลบ
(แนวตอบ ไดผลหารเปน จาํ นวนลบ) ลองท�าดู
2. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” จากนั้นครูและ จงหำผลหำรของ (- 75) ÷ 6235
นกั เรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ “ลองทาํ ด”ู
ตวั อย่างที่ 17
3. ครูใหนักเรียนคูเดิมศึกษาตัวอยางท่ี 17 ใน
หนงั สอื เรียน หนา 60 แลวแลกเปลีย่ นความรู จงหำผลหำรของ 196 ÷ (-1 83)
กับคูข องตนเอง จากนั้นครถู ามคาํ ถาม ดังน้ี วธิ ีทำ� 196 ÷ (-1 38) = 196 ÷ (- 181)
• การหารเศษสวนท่ีเปนบวกดวยเศษสวนที่ = 196 × (1-81)
เปน ลบ จะไดผ ลหารเปน จาํ นวนบวกหรอื ลบ 19926××2××((1--18111))-1
(แนวตอบ ไดผลหารเปน จํานวนลบ) =
=
4. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” จากน้ันครูและ
นักเรยี นรวมกันเฉลยคําตอบ “ลองทาํ ด”ู = - 292
5. ครูใหนักเรียนคูเดิมศึกษาตัวอยางท่ี 18 ใน ลองท�าดู
หนงั สือเรียน หนา 61 แลวแลกเปล่ยี นความรู
กับคูข องตนเอง จงหำผลหำรของ 376 ÷ (-2 61)
6. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” จากน้ันครูและ 60
นักเรียนรว มกันเฉลยคําตอบ “ลองทาํ ดู”
7. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝกทักษะ 2.1 ค ขอ 1.
(ขอยอ ย 4)-6)) และ Exercise 2.1C ขอ 2.
(ขอยอย 1)-5)) ในแบบฝกหัดคณิตศาสตร
เปน การบา น
8. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบแบบฝก
ทักษะ 2.1 ค ขอ 1. (ขอยอย 4)-6)) และ
Exercise 2.1C ขอ 2. (ขอยอ ย 1)-5))
9. ครูกลาวทบทวนหลักการหาผลหาร ดังนี้
“ผลหารของเศษสว น คอื ผลคูณของเศษสว น
โดยเศษสวนท่ีเปนตัวคูณตองเปนสวนกลับ
ของเศษสว นทเี่ ปนตวั หาร”
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
4 31 × 1 52 เปน กีเ่ ทาของ 4 13 - 1 25
ครคู วรเนน ยา้ํ กบั นกั เรยี นวา การหารเศษสว นจะตอ งเปลย่ี นเครอื่ งหมายหาร 1. 7 43 2. 5 86 3. 2 434 4. 438
ใหเปน เครื่องหมายคูณ แลว กลับตัวเศษใหเ ปนตวั สว น และกลบั ตวั สวนใหเปน (เฉลยคําตอบ 133 × 57 ÷ 133 - 57
ตัวเศษ เพ่ือยํ้าใหนักเรียนที่มีความเขาใจผิดในการหารเศษสวนไดทบทวน = 9115 ÷ 133 55 75 33
แลว ปรับเปน ความเขา ใจท่ถี ูกตอ ง × - ×
× ×
T68 = 1951 ÷ 4154
= 9115 × 1454
= 4941
= 2 434
ดังน้นั คาํ ตอบ คือ ขอ 3.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตวั อยา่ งท่ี 18 ขนั้ สอน
จงหำผลหำรของ (-2 41) ÷ (-1 65) เขา้ ใจ (Understanding)
วธิ ที �ำ (-2 41) ÷ (-1 65) = (- 94) ÷ (- 161)
= (-49) × (1-61) 10. ครกู ลา วถงึ การหารทม่ี ี 2 ขน้ั ตอนวา “ถา โจทย
(22-7294)2 1(1-6)-3 การหารมีเครื่องหมายวงเล็บ ใหหาผลหาร
= × ในวงเล็บกอน แลวจึงนําผลหารท่ีไดไปหา
= × ผลหารกับเศษสวนที่เหลือ” แลวยกตัวอยาง
ท่ี 19 ในหนงั สอื เรยี น หนา 61
= 1 252 ตอบ
11. ครใู หนักเรียนทาํ “ลองทําด”ู จากนั้นครแู ละ
ลองท�าดู Thinking Time นักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบ “ลองทําดู”
จงหำผลหำรของ (-2 65) ÷ (-1 53) จงหาผลหาร (-113) ÷ (-252) ÷ (-213) 12. ครใู หน ักเรยี นทาํ แบบฝก ทักษะ 2.1 ค ขอ 1.
ตอบ (ขอยอย 8)) และ Exercise 2.1C ขอ 2.
ตวั อย่างท่ี 19 61 (ขอยอย 6)-10)) จากนั้นครูและนักเรียน
รวมกนั เฉลยคําตอบ
จงหำผลหำรของ [(-7 15) ÷ 34] ÷ 92
วธิ ที ำ� [(-7 51) ÷ 43] ÷ 29 = [(- 356) ÷ 43] ÷ 92 13. ครูใหนักเรียนทํา “Thinking Time” ใน
= (-356) × 34 × 29 หนังสือเรียน หนา 61
((--53456)××)-×4×334×4×××19212
= 14. ครแู จกใบงานท่ี 2.7 เร่ือง การหารเศษสวน
= ใหน กั เรยี นทาํ จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั
เฉลยคําตอบ
= -1352
= - 3125 เฉลย Thinking Time
= -2 125
-1 13 ÷ -2 52 ÷ -2 13
ลองท�าดู = -1 13 ÷ -2 25 ÷ -2 13
= - 43 ÷ - 152 ÷ - 37
จงหำผลหำรของ [(-2 58) ÷ 172] ÷ 154 = - 34 × - 152 × - 73
= - 34 × - 152 × - 37
= - 251
ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
-5 32 ÷ -3 112 ขอ ใดถกู ตอง
1. 6321 2. 3643 3. 6365 4. 6387 จากตัวอยางท่ี 18-19 ลองทําดู และ Thinking Time ครูจะตองเนนย้ํา
(เฉลยคําตอบ -5 32 ÷ -3 112 = - 137 ÷ - 1372 นักเรียนเกี่ยวกับการหารจํานวนคละดวยวานักเรียนจะตองทําใหจํานวนคละ
- 31724 ดังกลาวเปนเศษเกินกอนท่ีจะดําเนินการหารได ตามหลักการหาผลหารของ
137 เศษสวน อีกท้ังครูควรเนนย้ํานักเรียนดวยวาการหารเศษสวนท่ีเปนจํานวนลบ
ดวยเศษสว นท่ีเปนจาํ นวนลบ จะไดผลหารท่เี ปน จาํ นวนบวก
= - ×
1
= - 117 × - 347
ดงั น้ัน คําตอบ คือ ขอ 4.) = 6387
T69
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ สอน แบบฝึกทักษะ 2.1 ค
ลงมอื ทาํ (Doing) ระดับ พนื้ ฐาน 2) 85 × (-6 27)
4) 73 ÷ (- 190)
1. ครใู หน กั เรยี นจดั กลมุ กลมุ ละ 4 คน คละความ 1. จงหาผลลัพธข์ องจา� นวนต่อไปนี้ 6) (-8 45) ÷ (-2 43)
สามารถทางคณติ ศาสตร แลว ทาํ กจิ กรรม ดงั น้ี 1) (- 152) × (- 1181) 8) [31 ÷ (-2 53)] ÷ 161
- ใหแตละกลุมสงตัวแทนมาตกลงกันวาจะ 3) (-3 65) × (-8 41)
เลอื กแกปญหาแบบฝกทักษะ 2.1 ค ขอ 4. 5) (-2 58) ÷ 172
หรอื ขอ 5. 7) (156 × 386) × (-3 142)
- นักเรียนแตละคนเขียนขั้นตอนแสดงวิธีคิด
ของกลมุ ตนเองอยางละเอียดลงในสมดุ ระดับ กลาง 2) [(- 23) × (- 98)] - 1 79
- ใหตัวแทนกลุมมานําเสนอคําตอบหนาช้ัน 4) [(-3 21) ÷ 3 14] - 1265
เรียน โดยเพ่ือนกลุมท่ีเหลือคอยตรวจสอบ 2. จงหาผลลพั ธ์ของจ�านวนต่อไปนี้ 6) (-3 61) × [(-1 73) ÷ (-4 23)]
ความถูกตอง 1) (65 + 1 43) × (- 692) 2) (- 58) + [(-2 21) × 65]
3) (- 72) ÷ [270 + (-3 51)] 4) (-1 35) × [(- 34) ÷ (-2 14)]
2. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ทกั ษะ 2.1 ค ขอ 2.-3. 5) [(-7 21) × 1 81] ÷ (- 38) 6) [(-1 43) - 56] ÷ [(- 1421) × (-9 13)]
และ Exercise 2.1C ขอ 3. ในแบบฝกหัด
คณติ ศาสตร เปนการบาน 3. จงหาผลลัพธ์ของจ�านวนต่อไปนี้
1) [(-3 15) ÷ 2 31] + (-1 43)
ขน้ั สรปุ 3) 6 83 - [(-1 1135) ÷ (-1 25)]
5) [(-2 12) ÷ (-3)] × 1 53
ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ
นักเรียน เชน ระดบั ทา้ ทาย
• หลกั การหาผลหารของเศษสว น คอื อะไร 4. ถา้ นา� เศษส่วนหนงึ่ จา� นวนมาคณู (-1 31) ÷ (- 25) แลว้ ได้ผลลพั ธ์เป็นจา� นวนเต็มลบท่ีมคี ่า
(แนวตอบ ผลหารของเศษสวน คือ ผลคูณ มากที่สดุ อยากทราบวา่ เศษสว่ นทนี่ า� มาคูณเท่ากับเทา่ ไร
ของเศษสว น โดยเศษสว นทเ่ี ปนตัวคูณตอง
เปนสว นกลับของเศษสวนทเี่ ปนตัวหาร) 5. จงหาวา่ (-6) × (- 172) บวกหรอื ลบกบั (- 112) × (-6) แลว้ ทา� ใหผ้ ลลพั ธท์ ไี่ ดเ้ ปน็ จา� นวน
เตม็ บวกและผลลพั ธเ์ ทา่ กบั เท่าไร
ขน้ั ประเมนิ
62
1. ครูตรวจใบงานที่ 2.6-2.7
2. ครตู รวจแบบฝก ทักษะ 2.1 ค
3. ครตู รวจ Exercise 2.1C
4. ครูประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
5. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
6. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม
7. ครูสังเกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET
156 × - 29 + 346 ÷ 2 21 ขอ ใดถกู ตอ ง
การตรวจแบบฝก ทักษะ 2.1 และ Exercise 2.1C ครคู วรตรวจแบบฝก หัด 1. - 512 2. - 612 3. - 712 4. - 812
นักเรียนโดยละเอียดดวยตนเอง เพื่อที่ครูจะไดทราบวานักเรียนมีความเขาใจ (เฉลยคาํ ตอบ 156 × - 29 + 346 ÷ 2 12
ถูกตองหรือไมอยางไร หากพบวานักเรียนยังมีความเขาใจผิดอยูครูควรเขาให = 156 × 29 44 + 346 ÷ 2 21
คําแนะนํา หรือคําอธิบาย พรอมทั้งใหแบบฝกหัดเพิ่มเติมแกนักเรียน เพื่อให - ×
นักเรียนไดมีความรูทช่ี ัดแจงซ่ึงจะนําไปประยุกตใชในหัวขอตอๆ ไป ไดอยาง ×
ถกู ตองแมนยาํ = 156 × - 386 + 346 ÷ 25
-15671412× - 346118 52 1
T70 = × 1
=
ดังนน้ั คาํ ตอบ คือ ขอ 3.)
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
5. การน�าความรู้เกีย่ วกบั เศษสว่ นไปใช้ในชีวิตจรงิ ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching)
ในชีวิตประจ�าวันมีสถานการณต์ ่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้องกบั เศษส่วน ซ่งึ นกั เรียนต้องใชค้ วามรขู้ อง การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
เศษสว่ นมาด�าเนนิ การทางคณิตศาสตร์ให้เหมาะสมกับสถานการณด์ ังตวั อย่างตอ่ ไปนี้
1. ครูทบทวนความรูเร่ืองการบวก การลบ
ตัวอยา่ งที่ 20 การคูณ และการหารเศษสวน
ใผขนอา่ กนงารไระปแยสขะอทง่ งขาชงันั่วทวโงั้ม่งิ หมงมาจรดงาหธชอาั่ววนโา่มรเงะหยทละ่สี ือทอรางะงวยิ่งะ4ไท2ดา้องกีกอิโลกี 67เกมีก่ขติโอรลงเรมปะตรยาระกจทฏงึ าจวงะท่าถช่ีวึงัว่่ิงเโไสมดน้ ง้ใชนแยัชรกว่ั สโมเุ มงแธวรก่งิ ไดห้รละงั ยจะาทกาเงวล13า 2. ครกู ลา วนาํ วา “ในชวี ติ ประจาํ วนั มสี ถานการณ
ตา งๆ ท่เี กี่ยวของกับเศษสว น ซงึ่ นกั เรียนตอ ง
วธิ ีท�ำ ระยะทางทั้งหมด 42 กโิ ลเมตร ตอบ ใชความรูของเศษสวนท่ีไดทบทวนไปแลว
ชชนน่วั่ัว่ัน่ันโโคคมมอืืองงแทชชรสี่ ัว่ัว่กอโโวงมมง่ิวงงไ่งิ ทแดไรร้สี่ดกะอร้ ยวะงะงิ่ยวทไะ่งิ ดทาไ้รดงาะร้งย13ะะย76ทขะทาอขงงอารงงะรย7316ะะยท××ะทาง41าท24งทั้งหี่ว==มงิ่ ได11ด42ใ้ นกกชิโโิ ัว่ลลโเเมมมงตตแรรรก ขางตนมาดําเนินการทางคณิตศาสตรให
ดงั น้นั เหลือระยะทางอกี 42 - (14 + 12) = 16 กโิ ลเมตร เหมาะสมกบั สถานการณ”
ลองท�าดู ขน้ั สอน
วแวำำลยยะุเุมอหำเี ลงหนิอื ำเเรดงอินือีกฝน ำ 1ก522ธ8 น,ข0ำอ0คง0ำเ งรบนิกำที่บทีจ่ำ ท่ำนยำ� คไ่ำปงจวำ่ดยรคถำ่ยงนวตด์ รเถงยินนสตว่ น์ 17ท ่เี หขลออืงเจงึงินนเำ�ดไอื ปนฝทำ้ังกหธมนดำ คจำำ่รย จคง่ำหทำี่พวกั่ำ รู้ (Knowing)
ตวั อยา่ งที่ 21 1. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาจากตัวอยางที่ 20
ในหนังสือเรียน หนา 63 บนกระดาน แลว
ววจิันชงหาทญาสี่ วอข่างับวขิชรบั ถารญยถนขไตดบั ์อ้อรถอีกอกอจ85กากขจบาอก้างบรนะ้าไยนปะถจทังงึ าหจงังวทหัดีเ่ วหเชัดลียเือชงยีรถงา้ารยราวยวมเันปสแน็อรรงกะวยขนั ะับขทรับาถรงไถกดไี่ก้ดิโร้ล53ะเยมขะตอทรงารงะย6ะ2ท9างกทิโลั้งเหมมตดร ถามคาํ ถามเพอ่ื ใหน กั เรยี นวเิ คราะหโ จทย ดงั นี้
วธิ ที ำ� วหวดนัันังรนือแทน้ัครี่สกิดอรขเงะปบัขย็นบัระถรทไถา58ดไง้รดท×ะร้ เ่ียะห52ะยลทะ=อื ทาคง14าิดงเขปอน็ งระ535258ยะทขขาขงออทองงง้ังรรรหะะะยยมยะะดะทททาาางงงททท้ังง้ั ีเ่หหหมมลดดือ • โจทยถามอะไร
(แนวตอบ เหลือระยะทางอีกก่ีกิโลเมตรจึง
63 จะถึงเสนชยั )
• สิง่ ทีโ่ จทยก ําหนดใหม ีอะไรบาง
(แนวตอบ ในการแขงขันวิ่งมาราธอน
ทรแระะร้ังยยกหะะสมททุเดมาาธงงแทวลิ่4งีว่ ไ2ะิง่ ดชไดกรั่วะใโิโลนมยเชะงมททั่วตโ่ีสามรงองงปแว31รร่ิงกาไขก)ดอฏองวีกรา ะ76ยชะัว่ ขทโมอางงง
จากนน้ั ครแู สดงวธิ ที าํ อยา งละเอยี ดใหน กั เรยี น
ไดศึกษาและสังเกต แลว ถามคาํ ถาม ดังนี้
• ใชการดําเนนิ การใดในการแกโจทยปญ หา
(แนวตอบ วธิ ีคณู วธิ บี วก และวิธลี บ)
• ไดคําตอบเทา ไร
(แนวตอบ เหลือระยะทางอีก 16 กิโลเมตร
สุเมธจงึ จะถึงเสน ชัย)
จากน้นั ใหนักเรยี นทํา “ลองทาํ ดู”
2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบ “ลอง
ทาํ ดู”
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
มีนกันเักรเียรนียหนญหงิอเงปหนนนึ่งกั เกปรนีฑนาักอเยรู ีย0.น5ชขาอยงน59ักเรขียอนงหนญักเงิ รถียานนทักั้งเหรยีอนง
หญงิ ในหองน้ีเปนนักกรฑี า 8 คน จะมนี ักเรียนชายในหอ งนกี้ คี่ น ครคู วรเนน ขนั้ ตอนการวิเคราะหโ จทยปญ หาใหน กั เรียน ดงั นี้
1. 18 2. 20 3. 22 4. 24 - อานโจทยใหเขา ใจ แลว พจิ ารณาวาโจทยถ ามอะไร
ทั้งหแถม(เอสฉานี งนลดักยกังกควกราํารีฑตฑี อมาบาอนี เยักปนู เน0กัร.นยีเ5รนักยี ขหเนรอญียหงนิงอน เหงกัทหญเา รนกิงยี งึ่ ับนเ8ปห49คน ญนนขิงกัอ=เงรนยี15ักน0เชร×ียายน49ท95=ั้งขห92อองงนกั เรยี น - สง่ิ ทีโ่ จทยก ําหนดใหม ีอะไรบา ง
นถจะากั นไเดรกั ียว เนรายี ม2นีนส9ักวเสนรวยี คนนิดชคเาปิดยน เป=8น95ค82น××369 - เลอื กวธิ ดี าํ เนนิ การทีจ่ ะแกโ จทยปญ หา
= 36 คน - หาคาํ ตอบ
= 20 คน
T71
ดังนน้ั คาํ ตอบ คอื ขอ 2.)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน นรวั่นมคสือองรววันมขสบัอรงถวนัไดขร้ับะรยถะไทดา้ ง127035ขอ+งร41ะย=ะทา21ง07ทงั้ขหอมงดระยคะดิ ทเปางน็ ทร้ังะหยะมทดาง 629 กโิ ลเมตร
หมายความว่า ระยะทาง 17 ส่วน คดิ เปน็ 629 กิโลเมตร
รู้ (Knowing)
ระยะทาง 20 ส่วน คิดเปน็ 6291×7 20 = 740 กโิ ลเมตร
3. ครยู กตวั อยา งท่ี 21 ในหนงั สอื เรยี น หนา 63-64 ดงั น้นั ระยะทางจากบ้านของวชิ าญถงึ จังหวัดเชยี งรายเทา่ กับ 740 กโิ ลเมตร ตอบ
บนกระดาน จากน้นั ใหน กั เรยี นทาํ “ลองทาํ ด”ู
ในหนงั สอื เรียน หนา 64 ลองท�าดู
4. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ “ลองทาํ ด”ู ไรเลดวม่อี้อน่ำีกน้ีม 11หจี 70นำ� นงั ขสวอนืองเทจลง้ั�ำม่ หนหมวนนด่ึงหก ่หีนโดนำ้ ยทำ้ วเ่ี หันลแือรก ถอำ้่ำรนวไมดส ้ อ23ง0ว นัขรอวงีอจ่ำ�ำนนหวนนหังสนือ้ำไหดน ้ ัง4ส1อื6ท หง้ั นหำ้ม ดจ งวหันำทว่ำี่สหอนงองั ส่ำนอื
5. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 22 ใน
ตัวอย่างที่ 22
หนังสือเรียน หนา 64 แลวถามคําถามเพื่อ
ใหนักเรยี นวิเคราะหโ จทย ดังน้ี เรง้าินนสขดายพเค่อรค่ือา้ งจดะลนดตรราีแคหาง่ กหีตนาึ่งรป์ลรงะอกกี าศ115ลดขรอางคราากคีตาาขรา์ ย11ท0ี่ลขดอคงรรง้ั าแครากขถา้ายผทู้ซีต่ ือ้ิดจไว่าย้ แเงลนิ ะสถด้าผซูซ้้อื ้อืกจตี า่ายร์
• โจทยถ ามอะไร เป็นเงนิ 4,872 บาท อยากทราบวา่ พอ่ ค้าติดราคาขายกตี าร์ไว้กบ่ี าท
(แนวตอบ พอคา ตดิ ราคาขายกตี ารไวก ีบ่ าท) วิธีท�ำ ถแหรา้สา้รนผือดขู้ซคงาวดิือ้ ยา่ จเปเ่าคร็นยารเคอ่ื งางนิ11ขด5สานดย×ตหพร1ลีป9อ่ 0ังรคจะา้าก=จกาะกศล5าล3ดร0ดรลราขดาคอรคาางาอครกีกาาีตคคา1าร1ร5ขั้ง์ แา1ข1ยร0อกทงเขต่ี รปอิดาน็ งคไรวา1า้9ข0คาายขขทอาล่ีงยรดทาค่ีตคริดา้งั ขไแวาร้ ยกท่ตี ดิ ไว้
• สิ่งทโ่ี จทยกาํ หนดใหม อี ะไรบา ง ผู้ซ้อื จา่ ยเงนิ สดซือ้ กตี าร์ราคา 190 - 530 = 4520 ของราคาขายที่ตดิ ไว้
นน่ั คือ ถา้ ซอ้ื เงนิ สดพ่อค้าจะขายกีตาร์ให้ราคา 4502 ของราคาขายทตี่ ดิ ไว้
ลถ(ลแแลดงานอะผรวผีกูาซตูซคื้ออ้อื า1จบ1จก5าา ีตยรยขเาางเอรงนินินงขสรส1า1ดา0ดยคพซเาขอคื้อขคอกรางื่ีตาอยรจางทาะรดคี่เลลนปาดดตน ขลรเราางงีปยคินคทราระ่ีตก4้ังก,ีแิตด8ารา7ไศกว2ร คิดเปน็ เงิน 4,872 บาท
บาท)
จากนนั้ ครแู สดงวธิ ที าํ อยา งละเอยี ดใหน กั เรยี น
ไดศึกษาและสงั เกต แลว ถามคําถาม ดงั นี้
• ใชก ารดําเนินการใดในการแกโ จทยปญหา
(แนวตอบ วธิ คี ณู วธิ ลี บ และการเทยี บบญั ญตั ิ
ไตรยางศ)
• ไดคําตอบเทาไร
(แนวตอบ พอ คาติดราคาขายกตี ารไว 5,800
บาท)
หมายความว่า 42 สว่ นของราคาขายทีต่ ิดไว้ คิดเป็นเงนิ 4,872 บาท
50 ส่วนของราคาขายท่ีตดิ ไว้ คิดเป็นเงนิ 4,87242× 50
= 5,800 บาท
ดังน้นั พ่อคา้ ติดราคาขายกตี าร์ไว้เป็นเงิน 5,800 บาท ตอบ
64
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
นายธนั ซือ้ เสอ้ื 38บาขทองเเดงินมิ นทามี่ ยอี ธยันู ซมือ้ีเงกินาทงเ้งั กหงมด45เทขอาไงรเงินท่เี หลือ
เพ่ือเชื่อมโยงทักษะทางคณิตศาสตรกับชีวิตประจําวันในศตวรรษท่ี 21 ยงั เหลอื เงินอีก 40
ครูอาจเพิ่มทักษะการใชเทคโนโลยีในการคิดคํานวณ โดยการสอนหลักการ
กดเคร่อื งคิดเลขในการคาํ นวณ หรอื สอนการใชเ ครื่องคิดเลขพ้ืนฐานทีน่ ักเรยี น (เฉลยคําตอบ ใหน ายธนั มเี งินทงั้ หมด 1 สว น
นาํ มาประยกุ ตใชในชีวิตประจาํ วันได ซซ∴∴เหื้อือ้ ลกเธเสือหาันอื้เลงงซเือนิ กอื้83เคงเงสขิดินอ้ื45อเปแง1ขเลน งอ-ะเินงศก38ทเษางม่ี ง=ินสอีเทวก85ยนเ่ีงหู เ=ป1ลนอื 38-เง=×78ิน45=138×=81+853812==2187
เงิน 1 สว น คดิ เปน 40 บาท
T72 เงนิ 8 สว น คิดเปน 8 × 40 = 320 บาท
ดังน้นั เดิมนายธนั มเี งินทง้ั หมด 320 บาท)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ลองท�าดู ขน้ั สอน
1ลพ,ด่อ8รค5ำ4้ำค ตำบิดไำปวทโรอ ะอลกยินำำศลกลงทอดรกีรำำ บค13วำ0ำ่ไ พวขโ่อออคงลำ้รินตำ ิดค71รำำ ขคำขำยอขทงำร่ลี ยำดไคควำรโขอั้งำแลยรนิ ทกไี่ ตวถ้กิดำ้บ่ีไผวำ้ ซู้ทแ้ือลจะำ่ ถย้ำเงผนิ ู้ซส้ือดจซ่ำ้อืยไเงวินโอสลดินพเ่อปคน็ ้ำเงจนิ ะ รู้ (Knowing)
แบบฝึกทักษะ 2.1 ง 6. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 65 จากน้ันครูและนักเรียนรวมกันเฉลย
ระดับ พืน้ ฐาน คําตอบ “ลองทาํ ดู”
1. ภ วกวยส2ิมันังุพิ๊บา16ไษทลซรมใรเาสี่้อื มชไ่ณออรดเ้ตังิบงวิกอ้ กรอลบา่าฤา่ารนิน้ขษนท์ออมไ่าา� งาด12นกข้6าหวช83รนญั32วั่บขังโชา้เมสอมนนิ้ ืองงวตทเจชิลวรี่สา� าิมม่นอตคลหงวัดณตในนไช้อิตหึง่ปเ้ งซศวนทใลาง่ึ้าช�ามสาทโร้ ทบตีิบ่ีเ4หา�รหบ8ก์ลอ่10ิ้นาือขร51ห3อจบนงงช94า้ ขห้าน่ัววเาโทมวมญัวงั้ันต่างหรหแ2วมรนจชิชกดังงาิ้นอกสหวา่่ชีอื ิทาขน่ัวเวยอลไโา่ มาดง่มกศข้งนบ๊ิ 13าว้ีเจสัญหขะตลชมอรอื้ินรี์งกิบ43แจหี่�าบรชนกน้ิน่ัววตา้เโนหท้อมหงล่สี งใอืพุนชแก้าร้รลท่ีเริบมณะ้ังบวตหกิน้ิชิรมาารด์ เขา้ ใจ (Understanding)
2.
3. 1. ครแู จกใบงานที่ 2.8 เร่ือง การนาํ ความรูเ ก่ยี ว
กับเศษสวนไปใชในชีวิตจริง ใหนักเรียนทํา
ระดับ กลาง จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบ
ใบงานที่ 2.8
4. โรงเรียนแหง่ หน่ึง มนี กั เรียนชาย 900 คน และ 52 ของนกั เรยี นท้ังหมดเปน็ นกั เรียนหญิง
จงหาว่าโรงเรยี นแห่งน้มี นี กั เรียนทั้งหมดก่คี น 2. ครใู หน กั เรยี นทําแบบฝกทักษะ 2.1 ง ขอ 1.-3.
จากน้ันครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบ
แบบฝก ทกั ษะ 2.1 ง ขอ 1.-3.
3. ครูใหน กั เรียนทําแบบฝก ทักษะ 2.1 ง ขอ 4-8
และ Exercise 2.1D ขอ 1.-8. ในแบบฝก หดั
คณติ ศาสตรเปนการบาน โดยครแู ละนกั เรยี น
วเิ คราะหแ นวทางการดาํ เนนิ การแกโ จทยป ญ หา
รว่ มกนั กอ น
5. จ แจช าาจากกยงแทมคบนเีซ่ี งง่หือ้นิ ใกนหอรง่ึบ้ยะแู่ตุเ2บปร,0ง่าคเ0นงแ0ินโลตใบะหแใาห้บลท้นตุะเซรอ้ งค้ืองนิ นกส31โรว่ตะนขเปทอ11า0เ่ีงหไเปงลขนิ อือ14ทจงี่เาเขหงกอนิลใงหทือเบ้จั้งงหนิาตุ กมทรซคดแี่ นื้อจรใทงหอมส่ี บ้งอีอเุตยงทรใู่า้หคซบ้นอื้แตุรจทอรงีส่ คจงอเะนงทเเหา้ล12ลก็ 0752ือถเขขงา้ ออนิบงงกตุ เเบี่รงงคินนิาทนททท่ีเี่เหหสี่ ลลออืือง
6.
ได้รับเงิน 4,560 บาท บุตรคนเล็กไดร้ บั เงนิ กี่บาท
7. ทถห้า้ังอ้ ตหง้อนมง้า�ดกรอาปู ยรสา่ปเ่ีงหกู นรลอ้ะย่ี ยเมบกผ้อื ่แี นืงผรผ่นปู ้าสแเี่หหง่ ลห่ียนม่งึ จมตั ดี รุ า้ัสนซยางึ่ วยยาวาวด้า4น31ละเม16ตเรมดตา้รนจกงวหา้ างวย่าาตวอ้ 2งใ32ช้กเมระตเรบ้อื ง
43กิโกลโิ เลมเมตรตรกใวชิน้เตวอ้ลาง
8. กใ23ชว้เนิชวขล่ัวโาบั มใรนงถกยาถนร้าตเรด์จะนิายกทะทกางรากุงงเทีช่ ทัง้วั่ พหโมฯมงดเจพาื่อกไกปรอุงตุ เทรดพติ ฯถ์ โดยขบั ไดร้ ะยะทาง 60
ถงึ อุตรดิตถเ์ ทา่ กบั 486
65
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
นบั ผแมลคไมาทซ้ือัง้ สสาม มโอวันวไนั ดแ ร3ก8ซผอ้ื ล13แ0มวคันา ทตสี่ ั้งอใงจซซ้ือ้อื ส52ม วโอันททง้ั่สี หามมดซกื้อีผ่อีกล 41
1. 38 ผล 2. 40 ผล 3. 42 ผล 4. 44 ผล เพื่อใหนักเรียนไดเห็นวาความรู เร่ือง เศษสวน สามารถนํามาปรับใชใน
รวม(เซฉอื้ ลทยค้งั สําตาอมบวันซื้อ=ผ1ล30ไม+ว ัน25แ+รก41130 วันท่ีสอง 25 วันทส่ี าม 41 ชวี ติ ประจาํ วนั ไดอ ยา งไรบา ง ครคู วรเปด โอกาสใหน กั เรยี นไดแ สดงความคดิ เหน็
= (3 × 2) + (2 2×0 4) + (1 × 5) ของตน โดยครอู าจเพยี งแตต ง้ั ประเดน็ คาํ ถามและใหน กั เรยี นในชนั้ เรยี นรว มกนั
= 5 แสดงความคิดเห็น
= 6+ 280 +
1209 T73
ใหผ ลไมท ั้งหมดมี 20 สว น ผลไม 19 สวน คดิ เปน 38 ผล
ผลไม 20 สวน คิดเปน 1389 × 20 = 40 ผล
ดังนน้ั คําตอบ คือ ขอ 2.)
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน กจิ กรรม คณิตศาสตร์
ลงมอื ทาํ (Doing) ใหน้ กั เรยี นแกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใชบ้ ารโ์ มเดล (Bar model)
ตัวอย่าง ตะวันตอ้ งการซอ้ื กลอง 1 ชดุ จากร้านขายเครื่องดนตรแี ห่งหนง่ึ ซึ่งพ่อคา้ ตดิ ประกาศ
ครใู หน กั เรยี นจดั กลมุ กลมุ ละ 4 คน คละความ ลขดายราทคีล่ าดกคลรอ้งั งแร13กขถอา้ งตระาวคันาซข้อืายกทลอต่ี งดิ ดไวว้ ้ยแเงลินะถสา้ดผจู้ซะตอื้ อ้จง่าจยา่เงยินเงสินดจ1ะ4ล,ด88รา8คบากาทลอองลยางอกกีทร73าบขวอ่างพรอ่าคคาา้
สามารถทางคณติ ศาสตร แลว ทาํ กิจกรรม ดังน้ี ตดิ ราคาขายกลองไว้ก่ีบาท
- ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ศกึ ษากจิ กรรม ราคาขายกลองท่ตี ิดประกาศไว้
คณิตศาสตร “การแกโจทยปญหาโดยใช
บารโมเดล (Bar model)” ในหนงั สอื เรยี น ภาพที่ 1
หนา 66
ราคาท่ีลดครัง้ แรก ราคาขายหลงั จากลดราคาครั้งแรก
- นักเรียนแตละคนเขียนข้ันตอนแสดงวิธีหา
คําตอบของกลมุ ตนเองอยางละเอียด ราคาขายหลังจากลดราคาคร้ังแรก
- ใหตัวแทนกลุมมานําเสนอคําตอบหนาช้ัน ภาพที่ 2
เรียน โดยเพื่อนกลุมที่เหลือคอยตรวจสอบ
ความถกู ตอ ง ราคาท่ลี ด 14,888
เมื่อจา่ ยเงนิ สด
ขนั้ สรปุ
จากภาพที่ 2 จะได้วา่
ครูถามคําถามเพ่ือสรุปความรูรวบยอดของ 4 หน่วย เทา่ กับ 14,888 บาท
นกั เรยี น ดงั น้ี 1 หน่วย เท่ากบั 14,4888 = 3,722 บาท
• ขนั้ ตอนการวเิ คราะหโ จทยป ญ หา มอี ะไรบา ง ดังนนั้ ราคาขายกลองหลงั จากลดราคาคร้ังแรก คือ
(แนวตอบ 1) อานโจทยใหเขาใจ แลว 7 หนว่ ย เทา่ กับ 3,722 × 7 = 26,054 บาท
พิจารณาวาโจทยถามอะไร 2) ส่ิงที่โจทย
กําหนดใหมีอะไรบาง 3) เลือกวิธีดําเนิน จากภาพท่ี 1 จะได้ว่า
การท่จี ะแกโ จทยปญ หา 4) หาคาํ ตอบ) 2 หนว่ ย เท่ากบั 26,054 บาท
1 หนว่ ย เทา่ กบั 26,2054 = 13,027 บาท
• การดําเนินการในการแกโจทยปญหา
เกย่ี วกบั เศษสว น มีอะไรบา ง ดังนน้ั ราคาขายกลองท่ีตดิ ประกาศไว้ คอื
(แนวตอบ การบวก การลบ การคูณ การหาร 3 หนว่ ย เทา่ กับ 13,027 × 3 = 39,081 บาท
และการเทยี บบัญญัตไิ ตรยางศ)
ค�าถาม
ขนั้ ประเมนิ
วอันยาทกี่สทอวรงาาขยบับุขวรั่าบถวรไาดถยอ้ยุขกีนับตร81์จถาจขกาอบกงบ้ารน้าะนไยปถะึงจทภังาหเูงกทว็ตัดเ่ี หเภปลูเ็นือกร็ตะถยา้ะโวดทันยาทงวกัสี่น่ีกอแิโงรลวกเามขยตับุขรรบั ถรไถดไ้ดร้52ะยขะทองารงะย4ะ5ท5างกทิโลั้งเหมมตดร
1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.8
2. ครูตรวจแบบฝก ทักษะ 2.1 ง 66
3. ครตู รวจ Exercise 2.1D
4. ครปู ระเมินการนําเสนอผลงาน
5. ครูสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล
6. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ
7. ครสู ังเกตคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
เฉลย กจิ กรรมคณติ ศาสตร์
ระยะทางทงั้ หมด
ภาพท่ี 1
วนั แรกขบั รถได ระยะทางท่เี หลอื ของวนั แรก
วันท่สี องขบั รถได 55 กโิ ลเมตร
ภาพที่ 2
ระยะทางทีเ่ หลอื ของวันแรก
จากภาพท่ี 2 จะไดวา 1 หนว ย เทา กบั 55 กิโลเมตร นั่นคือ 8 หนวย เทากบั 8 × 55 = 440 กิโลเมตร
ดงั นัน้ ระยะท่ีเหลือของวันแรก เทา กบั 440 กโิ ลเมตร
จะไดว า 5 หนวย เทา กบั 5 ×3440 = 733.33 กิโลเมตร
ดังน้ัน วายตุ อ งขับรถจากบา นถึงภูเกต็ เปนระยะทาง 733.33 กโิ ลเมตร
T74
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2.2 ทศนยิ ม ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching)
ในชีวิตประจ�าวันนักเรียนจะพบจ�านวนในรูปทศนิยมเสมอ เช่น น�้าหนักสิ่งของ ความสูง การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
ปา้ ยแสดงราคาสินคา้ และราคาน้�ามัน เปน็ ตน้
1. ครูทบทวนความสัมพันธของเศษสวนกับ
นักเรียนทราบมาแล้ววา่ เศษสว่ นสามารถเขยี นในรูปของทศนยิ มได้ เช่น ทศนิยมไมเ กินสามตําแหนง
170 เขยี นให้อย่ใู นรูปทศนิยมเปน็ 0.7 อา่ นว่า ศนู ยจ์ ดุ เจด็
210320 เขียนให้อยู่ในรปู ทศนิยมเปน็ 2.32 อา่ นว่า สองจดุ สามสอง 2. ครูกลาววา “ทศนิยมท่ีกลาวไปขางตนเปน
ทศนิยมท่ีเปนบวกท้ังหมด ตอไปเราจะเรียน
3 1402050 เขียนใหอ้ ยใู่ นรูปทศนยิ มเป็น 3.425 อ่านว่า สามจดุ สี่สองหา้ ทศนิยมที่เปนลบ” จากน้ันครูยกตัวอยาง
เศษสวนที่เปนลบ 5 จํานวน แลวใหนักเรียน
จะพบว่าเศษสว่ นทีเ่ ขยี นในรปู ของทศนยิ มที่กล่าวไปข้างตน้ เป็นจา� นวนบวกทง้ั หมด แตใ่ น สงตัวแทน 5 คน ออกมาเขียนใหอยูในรูป
ระดับช้ันนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้ทศนิยมที่เป็นจ�านวนลบ โดยพิจารณาเศษส่วนท่ีเป็นลบเม่ือน�ามา ทศนยิ ม
เขียนในรปู ทศนิยมจะได้ทศนยิ มทีเ่ ปน็ ลบ เชน่
-2 -14-03130109790001 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “เราสามารถเขียน
เขียนให้อยู่ในรปู ทศนิยมเปน็ -0.9 อ่านวา่ ลบศนู ยจ์ ดุ เก้า แสดงทศนิยมบนเสนจํานวนไดเชนเดียวกับ
เขียนใหอ้ ยใู่ นรูปทศนยิ มเปน็ -3.91 อ่านวา่ ลบสามจุดเก้าหนง่ึ จํานวนเต็มและเศษสวน นั่นคือ ทศนิยมท่ี
เขียนใหอ้ ยูใ่ นรูปทศนยิ มเปน็ -2.437 อ่านว่า ลบสองจดุ ส่ีสามเจ็ด เปนบวกจะอยูทางขวาของศูนย และทศนิยม
ที่เปน ลบจะอยทู างซายของศนู ย”
สามารถแสดงทศนิยมบนเส้นจ�านวนได้เช่นเดียวกับจ�านวนเต็มและเศษส่วน กล่าวคือ
ทศนยิ มทเ่ี ปน็ บวกจะอยู่ทางขวาของศนู ย์ และทศนยิ มทีเ่ ป็นลบจะอยู่ทางซ้ายของศนู ย์ ดงั นี้ ขน้ั สอน
-3 -2.5 -2 -1.5 -1 -0.5 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3 รู้ (Knowing)
จ�ำนวนตรงขำ้ มของทศนยิ ม 1. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาจํานวนตรงขามของ
นกั เรียนทราบมาแลว้ ว่า จ�านวนตรงข้ามของจา� นวนเต็ม คือ จ�านวนทอ่ี ยู่ห่างจาก 0 เปน็ ทศนิยม ในหนังสือเรียน หนา 67 แลวแลก
ระยะเท่า ๆ กนั บนเส้นจ�านวน สา� หรบั จา� นวนตรงขา้ มของทศนยิ มใช้หลกั การเดียวกันกบั จ�านวน เปลี่ยนความรกู บั คูของตนเอง จากนน้ั ครถู าม
ตรงข้ามของจ�านวนเต็ม กล่าวคือ จ�านวนตรงข้ามของทศนิยม หมายถึง ทศนิยมใด ๆ ที่อยู่ คาํ ถาม ดงั นี้
ห่างจาก 0 เป็นระยะเทา่ ๆ กนั บนเส้นจา� นวน • จํานวนตรงขา มของทศนยิ ม หมายถึงอะไร
(แนวตอบ หมายถึง ทศนิยมใดๆ ท่ีอยูหาง
เมอ่ื a เปน็ ทศนยิ มใด ๆ เขียนแทนจา� นวนตรงข้ามของ a ด้วยสญั ลักษณ์ -a จาก 0 เปนระยะเทาๆ กันบนเสนจํานวน)
• เมอ่ื a เปนทศนิยมใดๆ เขียนแทนจํานวน
ตรงขามของ a ไดอยางไร
(แนวตอบ -a)
67
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
จากโจทย -13.18 + (-5.32) มคี า เทา กับจํานวนตรงขา มของ การเรียนการสอนในเร่ืองนี้ ครูผูสอนควรยกตัวอยางสถานการณในชีวิต
คาํ ตอบ ขอ ใดถูกตอง ประจําวันท่ีนักเรียนพบเห็นไดงายและเกี่ยวของกับตัวนักเรียน ควรใหนักเรียน
ไดถายทอดประสบการณท่ีเกี่ยวของกับการใชทศนิยม เพ่ือสรางความเขาใจ
1. 8.14 และสามารถนาํ ไปประยุกตใ นชีวิตประจาํ วนั
2. 18.50
3. -8.14
4. -18.50
(เฉลยคําตอบ ขอ 2. ถกู เพราะ -13.18 + (-5.32) = -18.50
แตโจทยถามจํานวนตรงขามของคําตอบ คือ 18.50 ดังนั้น
คาํ ตอบขอ น้ี คือ 18.50)
T75
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน จงพจิ ารณาทศนยิ มบนเสน้ จ�านวนตอ่ ไปนี้
รู้ (Knowing) จ�านวนตรงข้าม
-3 -2.5 -2 -1.5 -1 -0.5 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3
2. ครูใหนักเรียนคูเดิมศึกษาจํานวนตรงขาม
ของทศนิยม ในหนังสือเรียน หนา 68 แลว จา� นวนตรงขา้ ม
แลกเปล่ียนความรกู ับคูข องตนเอง จากนน้ั ครู
ยกตัวอยางทศนิยมท่ีเปนบวกมา 1 จํานวน จากเส้นจ�านวน จะเห็นวา่
และทศนิยมท่ีเปนลบมา 1 จํานวน แลว -1.5 เปน็ จ�านวนตรงขา้ มของ 1.5 และ 1.5 เป็นจ�านวนตรงข้ามของ -1.5
ใหนักเรียนเขียนแสดงทศนิยมและจํานวน นั่นคอื -1.5 = -(1.5) และ 1.5 = -(-1.5)
ตรงขามของทศนิยมน้ันบนเสนจํานวนลง -2.5 เปน็ จ�านวนตรงข้ามของ 2.5 และ 2.5 เป็นจ�านวนตรงขา้ มของ -2.5
ในสมดุ น่นั คือ -2.5 = -(2.5) และ 2.5 = -(-2.5)
3. ครูใหนักเรียนศึกษาคาสัมบูรณของทศนิยม ค่ำสมั บูรณ์ของทศนยิ ม
ในหนังสือเรียน หนา 68 จากนั้นครูถาม นกั เรยี นทราบมาแลว้ วา่ คา่ สมั บรู ณข์ องจา� นวนเตม็ ใด ๆ คอื ระยะหา่ งระหวา่ งจา� นวนเตม็ นน้ั
คาํ ถาม ดงั น้ี กับศูนย์บนเส้นจ�านวน ส�าหรับค่าสัมบูรณ์ของทศนิยมใช้หลักการเดียวกันกับค่าสัมบูรณ์ของ
• คาสัมบูรณข องทศนิยม หมายถงึ อะไร จ�านวนเตม็ กล่าวคือ คา่ สัมบรู ณ์ของทศนิยมใด ๆ หมายถงึ ระยะห่างระหว่างทศนิยมนน้ั กับศนู ย์
(แนวตอบ หมายถงึ ระยะหา งระหวา งทศนยิ ม บนเสน้ จ�านวน
นน้ั กับศูนยบนเสนจํานวน)
• เมอ่ื a เปน ทศนยิ มใดๆ เขยี นแทนคา สมั บรู ณ เมื่อ a เปน็ ทศนยิ มใด ๆ เขียนแทนคา่ สมั บรู ณข์ อง a ด้วยสญั ลกั ษณ์ ∙a∙
ของ a ไดอยางไร จงพจิ ารณาทศนิยมบนเสน้ จา� นวนต่อไปน้ี
(แนวตอบ ͉a͉)
-1.5 -1.25 -1 -0.75 -0.5 -0.25 0 0.25 0.5 0.75 1 1.25 1.5
4. ครยู กตัวอยา งทศนยิ มที่เปน บวกมา 1 จาํ นวน
และทศนิยมที่เปนลบมา 1 จํานวน แลวให จากเสน้ จา� นวน จะเหน็ ว่า
นักเรียนสงตัวแทน 2 คน ออกมาเขียนคา 1.25 อยหู่ า่ งจาก 0 เปน็ ระยะ 1.25 หน่วย กล่าวไดว้ า่ ค่าสัมบรู ณข์ อง 1.25
สัมบรู ณของทศนิยมนนั้
เทา่ กับ 1.25
นัน่ คอื ∙1.25∙ = 1.25
-1.25 อยู่หา่ งจาก 0 เปน็ ระยะ 1.25 หน่วย กล่าวไดว้ า่ ค่าสัมบรู ณข์ อง -1.25
เท่ากบั 1.25
นัน่ คือ ∙-1.25∙ = 1.25
68
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
การเนนยํ้าความรูในเร่ืองของคาสัมบูรณ เพื่อใหผูเรียนไดเช่ือมโยงความรู จากโจทย ͉-13.18 + (-5.32)͉ มีคา เทากับขอ ใด
กับชีวิตประจําวัน ครูอาจตั้งประเด็นคําถามกับนักเรียนวา “อะไรบางในชีวิต 1. 8.14
ประจําวันที่เปนคาสัมบูรณได” โดยคําตอบจะสามารถตอบไดหลากหลาย ซึ่ง 2. 18.50
ตรวจสอบความถกู ตองไดโดยยึดนยิ ามของคา สัมบูรณเ ปนเกณฑตดั สิน 3. -8.14
4. -18.50
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. ถกู เพราะ
͉-13.18 + (-5.32) ͉ = ͉-13.18 - 5.32 ͉
= ͉-18.50 ͉
= 18.50)
T76
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
1. คา่ ประจ�าหลกั 1ทศนยิ ม ขนั้ สอน
นกั เรยี นทราบคา่ ประจา� หลกั ของเลขโดดในหลกั ตา่ ง ๆ ของจา� นวนเตม็ มาแลว้ เชน่ หลกั หนว่ ย เขา้ ใจ (Understanding)
มีค่าประจ�าหลักเป็น 1 หลักสิบมีค่าประจ�าหลักเป็น 10 เป็นต้น เพ่ือเป็นการเชื่อมโยงให้เห็น
ค่าประจ�าหลักของจ�านวนเต็มและทศนิยม ให้นักเรียนพิจารณาตารางแสดงค่าประจ�าหลักของ 1. ครูใหนักเรียนพิจารณาตารางแสดงคาประจํา
เลขโดดในหลกั ต่าง ๆ ของจ�านวนเตม็ และทศนยิ มต่อไปนี้ หลกั ของเลขโดดในหลกั ตา งๆ ของจาํ นวนเตม็
และทศนิยมในหนังสอื เรียน หนา 69
คำ่ ประจ�ำหลกั
2. ครูยกตวั อยางท่ี 23-24 ในหนงั สอื เรยี น หนา
จ�ำนวนเตม็ ทศนยิ ม 69 และใหนักเรียนทํา “ลองทาํ ดู” จากน้ันครู
และนกั เรยี นรว มกันเฉลยคําตอบ “ลองทาํ ดู”
... หลกั รอ้ ย หลักสิบ หลกั หนว่ ย หลักสว่ นสบิ หลักสว่ นร้อย หลกั ส่วนพนั หลักส่วนหมืน่ ...
ลงมอื ทาํ (Doing)
... 100 10 1 110 1100 1,0100 10,1000 ...
1. ครูแจกใบงานท่ี 2.9 เรื่อง คาของเลขโดด
ตวั อยา่ งท่ี 23 ในแตละหลักของทศนิยม ใหนักเรียนทํา
จากนนั้ ครูและนกั เรียนรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ
จงเขยี น 275.75 ใหอ้ ยู่ในรปู กระจำย
วธิ ีทำ� 275.75 = (2 × 100) + (7 × 10) + (5 × 1) + (7 × 110) + (5 × 1010) ตอบ 2. ครูใหนักเรียนทํา Exercise 2.2A ขอ 1.-3.
ในแบบฝกหัดคณิตศาสตร จากน้ันครูและ
ลองท�าดู 2) 372.346 นักเรียนรวมกันเฉลย Exercise 2.2A ขอ 1.-3.
จงเขยี นจำ� นวนตอ่ ไปน้ใี หอ้ ยใู่ นรปู กระจำย 3. ครใู หน กั เรียนทาํ แบบฝก ทักษะ 2.2 ก ขอ 1.
1) 132.84 และขอ 3. เปนการบา น
ตัวอยา่ งท่ี 24 ขน้ั สรปุ
จงเขยี น (3 × 100) + (5 × 10) + (5 × 110) + (7 × 1100) ให้อยูใ่ นรปู ทศนิยม ครูถามคําถามเพ่ือสรุปความรูรวบยอดของ
วิธีท�ำ (3 × 100) + (5 × 10) + (5 × 110) + (7 × 1100) = 350.57 ตอบ นักเรียน ดงั นี้
ลองท�าดู • จาก 0.5 เลขโดด 5 อยูใ นหลกั ใด และมคี า
ประจาํ หลกั เทา ไร
จงเขยี นจำ� นวนตอ่ ไปนใี้ หอ้ ยใู่ นรูปทศนิยม
1) (5 × 100) + (3 × 10) + (7 × 110) + (4 × 1010) • ท(เปแศนน นวติย11อม0บเขหอยีรยือนใู นใ0นห.1รล)ปู กั กสรว ะนจสาบิ ยไมดคี อ า ยปารงะไจราํ หลกั
2) (7 × 1,000) + (2 × 100) + (6 × 10) + (2 × 1100) + (3 × 1,0100) (แนวตอบ เขียนในรูปการบวกของเลขโดด
ในหลักตางๆ คูณกบั คาประจําหลกั )
69
ขนั้ ประเมนิ
1. ครตู รวจใบงานที่ 2.9
2. ครตู รวจแบบฝก ทักษะ 2.2 ก
3. ครูตรวจ Exercise 2.2A
4. ครูสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล
5. ครูสงั เกตคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET นักเรียนควรรู
0.504 มคี วามหมายตรงกับขอ ใด
1. 5 × 110 + 4 × 1100 1 คาประจาํ หลัก (Place Value) คอื คา ทก่ี าํ หนดตามตาํ แหนง ของตัวเลข
1 4 × 1100 ในระบบเลขฐานสิบคาประจําหลัก เชน หลักหนวย (1 หรือ 100) หลักสิบ
2. 5 × 102 + (10 หรือ 101) หลักรอย (102) หลักพัน (103) หลักหม่ืน (104) เปนตน
มีขอควรจํา คือ คาประจําหลักของตัวเลขที่อยูทางซายมือเปนสิบเทาของคา
3. 5 × 110 + 4 × 1,0100 ประจําหลักของตัวเลขที่อยูถัดไปทางขวามือ เชน หลักรอยเปน 10 เทาของ
หลกั สบิ เปน ตน
4. 5 × 1 + 4 × 10,1000
102
(เฉลยคําตอบ 0.504 เขยี นในรูปการกระจายได 1
5 × 110 1 1,000
+ 0 × 100 + 4 ×
ดังนัน้ คําตอบ คือ ขอ 3.)
T77
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching) 2. การเปรียบเทยี บทศนิยม
การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge) ในการเปรียบเทียบทศนิยมสองจ�านวน เพื่อดูว่าทศนิยมใดน้อยกว่าหรือมากกว่าทศนิยม
อกี จ�านวนหน่ึง นกั เรยี นจะเห็นได้ง่ายโดยใช้เส้นจ�านวน ดงั น้ี
1. ครูทบทวนการเขียนแสดงทศนิยมบนเสน
จาํ นวน โดยเขียนเสน จาํ นวนบนกระดาน -3 -2.5 -2 -1.5 -1 -0.5 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3
2. ครูสรุปวา “นักเรียนรูมาแลววาทศนิยมที่เปน พจิ ารณาต�าแหนง่ ของทศนิยมบนเสน้ จ�านวน จะเหน็ วา่
จาํ นวนบวกจะอยทู างขวาของศนู ย และทศนยิ ม 0.5 อยู่ทางขวำของ -1.5 แสดงวา่ 0.5 > -1.5
ทเี่ ปน จาํ นวนลบจะอยทู างซา ยของศนู ย ดงั นน้ั -2.5 อยทู่ างซำ้ ยของ -1.5 แสดงว่า -2.5 < -1.5
บนเสนจํานวนทศนิยมที่อยูทางขวาจะมีคา
มากกวาทศนิยมทีอ่ ยทู างซายเสมอ” บนเส้นจ�านวน ทศนยิ มท่ีอยทู่ างขวาจะมีคา่ มากกว่าทศนยิ มท่อี ยทู่ างซ้ายเสมอ
ขนั้ สอน จากการเปรียบเทียบทศนิยมโดยใช้เส้นจ�านวน นักเรียนสามารถเขียนทศนิยมบน
เส้นจ�านวนได้อย่างง่ายเมื่อก�าหนดค่าของทศนิยมเป็นจ�านวนไม่มาก แต่ถ้านักเรียนต้องการ
รู้ (Knowing) เปรียบเทียบทศนิยมท่ีมีค่ามากขึ้น การใช้เส้นจ�านวนเปรียบเทียบจึงไม่สะดวกในการเขียน
ทศนิยมลงบนเส้นจ�านวน ดังน้ัน นักคณิตศาสตร์ได้น�าหลักการเปรียบเทียบโดยใช้เลขโดดกับ
1. ครูยกตัวอยางการเขียนแสดงทศนิยม 0.5, ค่าประจา� หลกั ของจ�านวนนบั มาใช้ในการเปรียบเทียบทศนยิ ม ดังนี้
-1.5 บนเสน จาํ นวน ตามในหนงั สอื เรยี น หนา 70
แลวชี้ใหนักเรียนเห็นวา 0.5 อยูทางขวาของ 1) กำรเปรียบเทียบทศนิยมที่เปน็ จ�ำนวนบวก เน่อื งจากทศนยิ มประกอบด้วยสองส่วน
-1.5 แสดงวา 0.5 มากกวา -1.5 หรือ -1.5
นอยกวา 0.5 เขียนแทนดวย 0.5 > -1.5 หรือ คอื สว่ นทเ่ี ปน็ จา� นวนเตม็ และสว่ นทเ่ี ปน็ ทศนยิ ม ดงั นน้ั ใหเ้ ปรยี บเทยี บสว่ นทเี่ ปน็ จา� นวนเตม็ กอ่ น
-1.5 < 0.5 ถา้ ไมเ่ ทำ่ กนั สามารถสรปุ ไดว้ า่ ทศนยิ มใดนอ้ ยกวา่ หรอื มากกวา่ ทศนยิ มอกี จา� นวนหนงึ่
ถา้ เทำ่ กัน ใหเ้ ปรยี บเทยี บสว่ นทเ่ี ปน็ ทศนยิ ม โดยพจิ ารณาเลขโดดคแู่ รกในตา� แหนง่
2. ครยู กตวั อยา งทศนยิ มหนงึ่ ตาํ แหนง ทใ่ี กลเ คยี ง
กันมา 3 จาํ นวน บนกระดาน ใหน ักเรียนชวย เดยี วกัน จา� นวนท่ีเลขโดดในตา� แหน่งนั้นมากกว่าจะเปน็ จา� นวนที่มากกวา่ ทศนิยมอกี จา� นวนหนงึ่
ครูเขียนแสดงทศนิยมบนเสนจํานวน แลว หลกั การเปรียบเทียบทศนยิ มที่เป็นจ�านวนบวก นกั เรียนสามารถท�าไดด้ งั นี้
เปรียบเทียบวา ทศนิยมใดมีคามากที่สุด 1. เขียนจ�านวนทั้งสองไว้บรรทัดละ 1 จ�านวน โดยให้จุดทศนิยมของแต่ละจ�านวน
และทศนยิ มใดมคี า นอยท่สี ุด
(แนวตอบ ทศนยิ มทีอ่ ยูทางขวาสดุ เปน ทศนยิ ม ตรงกนั
ท่ีมีคามากที่สุด และทศนิยมที่อยูทางซายสุด 2. เปรียบเทียบเลขโดดในต�าแหน่งเดียวกันจากซ้ายไปขวา พิจารณาเลขโดดคู่แรกท่ี
เปนทศนยิ มทม่ี คี านอ ยทีส่ ุด)
ไมเ่ ทา่ กนั โดยจา� นวนทเ่ี ลขโดดในตา� แหนง่ นนั้ มคี า่ มากกวา่ จะเปน็ จา� นวนทม่ี ากกวา่ และถา้ เลขโดด
3. ครูกลาวถึงขอจํากัดในการเปรียบเทียบ ในแตล่ ะต�าแหนง่ เดียวกันของทั้งสองจา� นวนเทา่ กันแสดงว่าจา� นวนทง้ั สองเทา่ กนั
ทศนิยมโดยใชเสนจํานวน ดังนี้ “การ
เปรียบเทียบทศนิยมท่ีมีคามากขึ้น การใช 70
เสนจํานวนเปรียบเทียบจะไมสะดวกในการ
เขียนทศนิยมเหลานั้นลงบนเสนจํานวน
เราจึงใชหลักการเปรียบเทียบโดยใชเลขโดด
กับคาประจําหลักของจํานวนนับมาใชในการ
เปรียบเทียบทศนิยมแทน”
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ครูเนนย้ําเรื่องคาสัมบูรณของจํานวนเต็ม และเชื่อมโยงความรูกับเร่ือง ขอ ใดเรยี งจาํ นวนจากนอ ยไปหามากไดถูกตอง
ทศนิยมและเศษสวน และเนนยํ้าการใชสัญลักษณ ͉ ͉ เพ่ือสรางความคุนเคย 1. -3.267, -3.276, -3.672, -3.627
เพราะวา นักเรยี นจะตองนําไปใชในการศกึ ษาตอ ไป 2. -3.267, -3.276, -3.672, -3.726
3. -3.762, -3.726, -3.672, -3.276
4. -3.726, -3.762, -3.672, -3.276
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 3. ถูก เพราะจากเสนจาํ นวน จาํ นวนลบจะอยู
ทางดานซายของศูนย จํานวนที่อยูหางจากศูนยมากจะมีคานอย
ลงตามลําดับ ดังน้ัน -3.762 < -3.726 < -3.672 < -3.276
จงึ เปน คําตอบทถ่ี กู ตอง)
T78
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตัวอยา่ งท่ี 25 ขน้ั สอน
จงเปรียบเทยี บทศนยิ ม 0.12853 กบั 0.1292 รู (Knowing)
วิธที ำ� ข้นั ท่ี 1 เขียนทศนยิ มไว้บรรทัดละ 1 จ�านวน โดยให้จดุ ทศนิยมตรงกนั 4. ครูอธิบายวิธีการเปรียบเทียบทศนิยมที่เปน
0.12853 จาํ นวนบวก ดงั นี้
0.1292 1) ถาจํานวนเต็มหนาทศนิยมไมเทากัน
ขนั้ ท่ี 2 พิจารณาเลขโดดแต่ละค่จู ากซ้ายไปขวา สามารถสรปุ ไดว า ทศนยิ มใดมคี า มากกวา
0. 1 2 8 5 3 หรือมคี านอ ยกวากัน
0. 1 2 9 2 เปรียบเทียบเลขโดดคู่แรกท่ีไม่เท่ากัน 2) ถาจํานวนเต็มหนาทศนิยมเทากัน ให
ขั้นที่ 3 เปรียบเทียบจา� นวนท้งั สอง จ�านวนใดท่ีเลขโดดมีค่ามากกว่าจะเป็น เปรียบเทียบสวนที่เปนทศนิยม โดยมี
จะได้วา่ 8 < 9 จ�านวนท่มี ากกว่า หลกั การเปรียบเทยี บ ดังนี้
ขนั้ ท่ี 1 เขียนจํานวนท้ังสองไวบรรทัดละ
ดงั นน้ั 0.12853 < 0.1292 ตอบ 1 จํานวน โดยใหจุดทศนิยมของแตละ
จาํ นวนตรงกัน
ลองท�าดู ขั้นที่ 2 เปรียบเทียบเลขโดดในตําแหนง
เดียวกันจากซายไปขวา เลขโดดคูแรกที่
จงเปรยี บเทียบทศนิยมในแต่ละข้อต่อไปนี้ ไมเ ทา กนั เลขโดดใดมคี า มากกวา ทศนยิ ม
1) 15.36 กับ 16.34 น้นั จะมีคา มากกวา
2) 0.53478 กับ 0.53468
5. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางท่ี 25 ใน
2) กำรเปรยี บเทยี บทศนยิ มทเี่ ปน็ จำ� นวนลบ ใหพ้ จิ ารณาคา่ สมั บรู ณข์ องทศนยิ มทงั้ สอง หนงั สอื เรยี น หนา 71 แสดงวธิ กี ารเปรยี บเทยี บ
เศษสวนของทศนิยม โดยบอกข้ันตอนในการ
จ�านวน ดงั นี้ เปรยี บเทยี บอยา งละเอยี ดบนกระดาน จากนน้ั
(1) ทศนยิ มใดมคี า่ สมั บรู ณม์ ากกวา่ ทศนยิ มนน้ั จะมคี า่ นอ้ ยกวา่ ทศนยิ มอกี จา� นวนหนงึ่ ใหน กั เรยี นทาํ หวั ขอ “ลองทําด”ู เมือ่ เสรจ็ แลว
(2) ถ้าคา่ สัมบูรณข์ องท้งั สองทศนยิ มเท่ากัน แสดงวา่ ทศนิยมทง้ั สองเท่ากัน ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ “ลองทาํ ด”ู
ตัวอย่างที่ 26 6. ครูอธิบายหลักการเปรียบเทียบทศนิยมที่เปน
จาํ นวนลบ ดงั นี้
จงเปรยี บเทียบทศนยิ มในแต่ละข้อตอ่ ไปน้ี 1) ทศนยิ มใดทม่ี คี า สมั บรู ณม ากกวา ทศนยิ ม
1) -0.234 กับ -0.243 นน้ั จะมีคานอยกวา
2) -2.5734 กับ -2.5735 2) ถาคาสัมบูรณของทศนิยมท้ังสองมีคา
วธิ ีทำ� 1) คา่ สมั บูรณ์ของ -0.234 คอื 0.234 เทา กนั แสดงวา ทศนยิ มทง้ั สองมคี า เทา กนั
คา่ สัมบรู ณข์ อง -0.243 คือ 0.243 เขา ใจ (Understanding)
ซงึ่ พบว่า 0.243 > 0.234
ดังน้นั -0.243 < -0.234 1. ครูยกตัวอยางที่ 26 ขอ 1) ในหนังสือเรียน
หนา 71
71
ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
ขอใดเรียงลําดับจํานวนจากมากไปหานอ ย 1. ในขณะท่ีครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบลองทําดู ครูควรจะเปด
1. -0.835 > -0.538 > -0.385 โอกาสใหนักเรียนทุกคนแสดงคําตอบที่มีความแตกตางในโจทยน้ัน โดยที่ครู
2. -0.354 > -0.534 > -0.453 จะตองยังไมเฉลยคําตอบที่ถูกตองเพ่ือหาวาในขอน้ีนักเรียนมีความเขาใจผิด
3. -1.001 > -1.012 > -0.002 อยางไร รวมถึงครูควรใหโอกาสนักเรียนแสดงแนวคิดของตน เพ่ือท่ีครูจะได
4. -5.192 > -5.291 > -5.921 ทราบวานักเรียนมีความเขาใจผิดอยางไร แลวครูจะไดแกไขความเขาใจผิดน้ัน
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 4. ถูก เพราะจาํ นวนลบยิง่ หา งจากศนู ยมาก ไดทันที อีกทั้งหากนักเรียนแสดงแนวคิดที่ผิด ครูจะตองไมทําใหนักเรียนเกิด
ความกดดัน หรือทอ หรือมองวายาก โดยครูจะตองเสริมแรงแกนักเรียน
จะมคี านอ ยลง ดังนั้น -5.192 > -5.291 > -5.921 จงึ เปน คาํ ตอบ เพื่อจะสรา งเจตคตทิ ดี่ ีของนกั เรียนกับวชิ าคณติ ศาสตร
ที่ถูกตอ ง)
2. ครูควรเนนย้ําเร่ือง “หลักการเปรียบเทียบทศนิยมท่ีเปนจํานวนลบ”
เพื่อปกปองความเขาใจผิดท่ีอาจเกิดจากความสับสนของหลักการเปรียบเทียบ
ทศนยิ มที่เปน จํานวนบวกและทศนิยมทเี่ ปน จํานวนลบ
T79
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ตอบ
ตอบ
ขนั้ สอน 2) คา่ สมั บรู ณ์ของ -2.5734 คอื 2.5734
คา่ สมั บรู ณข์ อง -2.5735 คอื 2.5735
เขา้ ใจ (Understanding) ซึ่งพบว่า 2.5734 < 2.5735
ดังน้นั -2.5734 > -2.5735
2. ครูยกตัวอยางท่ี 26 ขอ 2) ในหนังสือเรียน
หนา 72 จากนัน้ ใหนักเรียนทํา “ลองทาํ ดู” ใน ลองท�าดู
หนังสือเรียน หนา 72 เมื่อเสร็จแลวครูและ
นักเรยี นรวมกนั เฉลยคาํ ตอบ “ลองทําดู” จงเปรียบเทียบทศนิยมในแตล่ ะขอ้ ต่อไปนี้
1) -0.747 กับ -0.743
3. ครใู หนักเรียนทาํ แบบฝก ทักษะ 2.2 ก ขอ 2. 2) -7.3216 กบั -7.3246
แลว ครูและนักเรยี นรวมกันเฉลยคําตอบ
ตัวอย่างท่ี 27
4. ครูกลาวถึงการเรียงลําดับทศนิยมวา สามารถ
ทําไดโดยใชการเปรียบเทียบทศนิยมทีละคู จงเรียงล�ำดับจำ� นวนตอ่ ไปนจ้ี ำกนอ้ ยไปมำก -1.106, -1.116, -1.108
จากนั้นยกตัวอยางที่ 27 ในหนังสือเรียน วิธีทำ� เน่ืองจาก 1.106 < 1.108 < 1.116
หนา 72 บนกระดาน แลวเปรียบเทียบ
ทศนยิ มทีละคู จะไดว้ า่ -1.106 > -1.108 > -1.116
ดังน้นั เขียนเรียงลา� ดบั จา� นวนจากน้อยไปมาก ไดด้ ังน้ี
5. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” จากนั้นครูและ
นกั เรยี นรว มกนั เฉลยคําตอบ “ลองทําด”ู -1.116, -1.108, -1.106
ลงมอื ทาํ (Doing) ลองท�าดู
1. ครูแจกใบงานท่ี 2.10 เร่ือง การเปรียบเทียบ จงเรียงลำ� ดับจ�ำนวนตอ่ ไปน้จี ำกน้อยไปมำก
และเรยี งลาํ ดบั ทศนยิ ม ใหน กั เรยี นทาํ จากนน้ั 1) -0.07, -0.069, -0.073
ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบใบงานท่ี 2) -12.34, -21.53, -12.71
2.10
2. ครูใหนักเรียนทํา Exercise 2.2A ขอ 4.-6.
ในแบบฝกหัดคณิตศาสตร จากนั้นครูและ
นกั เรียนรวมกันเฉลย Exercise 2.2A ขอ 4.-6.
3. ครใู หนักเรยี นทาํ แบบฝก ทักษะ 2.2 ก ขอ 4.
เปน การบา น
72
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ขอใดเรียงลําดับจากโจทย -599.895 -599.811 -599.817
ครูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดพูดคุยปรึกษากันเพื่อซักถามขอสงสัยหรือ -599.095 โดยเรียงจากมากไปหานอย
ประเด็นปญหา หรือพูดคุยเพ่ือใหรูสึกผอนคลายลดความกดดัน ซึ่งจะชวยให
การเรียนการสอนลดความตงึ เครยี ด และจะทําใหนกั เรียนรสู กึ ไมน าเบอ่ื อีกท้งั 1. -599.811 > -599.817 > -599.895 > -599.095
ในการซักถามกันน้ีครูอาจจะไดปญหาคําถามท่ีนาสนใจมาใหนักเรียนในหอง 2. -599.895 > -599.817 > -599.811 > -599.095
รวมกันอภิปรายหรือขยายเปนความรูเสริมเพิ่มเติมไดอีกดวย หรือครูอาจจะได 3. -599.095 > -599.811 > -599.817 > -599.895
ประเด็นท่ีจะนําไปศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนใหกับผูเรียน 4. -599.895 > -599.811 > -599.817 > -599.095
ไดอีกดวย (เฉลยคําตอบ ขอ 3. ถูก เพราะเรียงลําดับจากมากไปหานอย
ไดถูกตอง โดยจํานวนติดลบท่ีมีคามากจะเปนจํานวนนับท่ีมีคา
นอ ย)
T80
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
แบบฝึกทักษะ 2.2 ก ขนั้ สรปุ
ระดับ พน้ื ฐาน ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ
นักเรยี น ดงั นี้
1. จงเขียนจำ� นวนต่อไปนี้ให้อยู่ในรูปทศนยิ ม
1) (8 × 1,000) + (6 × 1) + (3 × 110) + (1 × 1,0100) • การเปรียบเทียบทศนิยมบนเสนจํานวน
2) (4 × 10,000) + (1 × 1,000) + (5 × 1010) + (7 × 1,0100) + (3 × 1001,000) มีหลักการอยางไร
3) (3 × 100) + (2 × 10) + (6 × 110) + (4 × 10,1000) + (5 × 1001,000) (แนวตอบ บนเสน จาํ นวน ทศนยิ มทอ่ี ยทู างขวา
จะมคี า มากกวา ทศนิยมทอ่ี ยทู างซายเสมอ)
2. จงเตมิ เครอื่ งหมำย < หรอื > ลงใน ท่ีกำ� หนดให้ เพอื่ ท�ำใหป้ ระโยคเปน็ จริง
1) -5.072 -5.063 • การเปรยี บเทยี บทศนยิ มทเ่ี ปน บวก มหี ลกั การ
2) -24.923 -24.913 อยา งไร
3) -38.69 -38.68 (แนวตอบ ข้ันท่ี 1 เขียนจํานวนท้ังสองไว
4) -101.01 -110.10 บรรทดั ละ 1 จาํ นวน โดยใหจ ดุ ทศนยิ มของ
แตละจํานวนตรงกนั
ระดับ กลาง ข้ันท่ี 2 เปรียบเทียบเลขโดดใน
ตําแหนงเดียวกันจากซายไปขวา เลขโดด
3. จงเขียนจำ� นวนต่อไปนี้ให้อยใู่ นรปู ทศนิยม คูแรกที่ไมเทากัน เลขโดดใดมีคามากกวา
1) (5 × 110) + (6 × 1,0100) + (2 × 1001,000) ทศนิยมนนั้ จะมคี ามากกวา)
2) (7 × 110) + (2 × 1010) + (3 × 1,0100) + (6 × 10,1000)
• การเปรยี บเทยี บทศนยิ มทเ่ี ปน ลบ มหี ลกั การ
4. จงเรยี งล�ำดับจำ� นวนตอ่ ไปน้จี ำกน้อยไปมำก อยา งไร
1) -0.0303, -0.003, -0.033 (แนวตอบ 1. ทศนิยมใดที่มีคาสัมบูรณ
2) -18.72, -19.15, -91.24 มากกวา ทศนิยมนัน้ จะมีคา นอยกวา
3) -0.6, -0.4, -0.7 2. ถาคาสัมบูรณของทศนิยม
4) -0.04, -0.045, -0.054 ทั้งสองมีคาเทากัน แสดงวาทศนิยมทั้งสอง
5) -15.62, -15.79, -15.74 มีคาเทา กัน)
6) -28.73, -28.74, -28.72
ขนั้ ประเมนิ
73
1. ครูตรวจใบงานท่ี 2.10
2. ครูตรวจแบบฝก ทกั ษะ 2.2 ก
3. ครตู รวจ Exercise 2.2A
4. ครูสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล
5. ครูสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม
6. ครูสังเกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
ขอใดเรียงลําดับ -51.91 -51.901 -51.9101 -51.19903 เพ่ือใหการวัดผลและประเมินผลใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สวนหนึ่งครู
จากนอยไปหามากถูกตอง จะตอ งแนใจวานักเรียนไดทาํ ใบงาน แบบฝก ทักษะ และแบบฝกหดั ดวยตนเอง
โดยครูอาจจะเนนย้ํากับนักเรียนเสมอวาใหลองทําดวยตนเองผิดไมเปนไร
1. -51.9101 < -51.91 < -51.901 < -51.19903 และครูจะตองไมทําใหนักเรียนรูสึกกดดันหรืออาย หากทําไมไดหรือทําผิด
2. -51.19903 < -51.9101 < -51.901 < -51.91 ดวยการใหแรงเสริม หรือกระตุนใหนักเรียนคิดโดยการใชคําถามชี้นํา เพ่ือให
3. -51.19903 < -51.901 < -51.91 < -51.9101 การวัดและการประเมินผลเปนไปตามสภาพจริงสอดคลองกับศักยภาพและ
4. -51.9101 < -51.901 < -51.91 < -51.19903 ความสามารถจรงิ ๆ ของนกั เรียน
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 1. ถูก เพราะเรียงลําดับจากนอยไปหามาก
ไดถูกตอง โดยจํานวนติดลบที่มีคานอยจะเปนจํานวนนับที่มีคา
มาก)
T81
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (Concept Based Teaching) 3. การบวก การลบ การคูณ และการหารทศนยิ ม
1) กำรบวกทศนยิ ม
การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
(1) กำรบวกทศนิยมที่เปน็ จ�ำนวนบวก
1. ครูทบทวนการบวกทศนิยมดวยทศนิยมท่ี การบวกทศนิยมท่ีเป็นจ�านวนบวกใช้หลักการเดียวกับการบวกจ�านวนเต็ม ซ่ึงจะ
นักเรียนไดเรียนมาแลวในระดับชั้นประถม
ศึกษา ต้องน�าจ�านวนที่อยู่ในหลักเดียวกันมาบวกกัน กล่าวคือ การบวกทศนิยมท่ีเป็นจ�านวนบวกให้น�า
ทศนยิ มทีอ่ ยใู่ นตา� แหน่งเดียวกันมาบวกกัน จะไดผ้ ลบวกเปน็ จา� นวนบวก
2. ครูยกตัวอยางที่ 28 ในหนังสือเรียน หนา 74
บนกระดาน พรอมกับเนนยํ้าวา “การบวก ตวั อย่างที่ 28
ทศนิยมใหนําจํานวนที่อยูในตําแหนงเดียวกัน
มาบวกกัน” หลังจากนั้นใหนักเรียนลองทํา จงหำผลบวกของ 28.83 + 110.694
หัวขอ “ลองทําดู” ครูและนักเรียนรวมกัน
เฉลยคาํ ตอบ วธิ ีทำ� 28.830 +
110.694
ขน้ั สอน 139.524
รู้ (Knowing) ดงั นนั้ 28.83 + 110.694 = 139.524 ตอบ
1. ครูกลาวถึงหลักการบวกทศนิยมท่ีเปนจํานวน ลองท�าดู
ลบวา “ใหนําคาสัมบูรณของทศนิยมทั้งสอง
มาบวกกัน แลวเขียนผลบวกเปน จาํ นวนลบ” จงหำผลบวกของ 19.72 + 146.592
2. ครูยกตวั อยางที่ 29 ในหนังสือเรยี น หนา 74 (2) กำรบวกทศนิยมทเ่ี ปน็ จ�ำนวนลบ
บนกระดาน การบวกทศนยิ มท่ีเป็นจา� นวนลบใช้หลักการเดียวกบั การบวกจ�านวนเต็ม กล่าวคือ
3. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “นําคาสัมบูรณของ การบวกทศนยิ มท่เี ป็นจ�านวนลบ ใหน้ �าค่าสัมบรู ณม์ าบวกกนั แลว้ เขยี นผลบวกเป็นจา� นวนลบ
-12.61 บวกกับคา สมั บูรณข อง -29.754 แลว
เขยี นผลบวกท่ไี ดเปนจาํ นวนลบ จะไดผ ลบวก ตัวอย่างที่ 29
เทา กบั -42.364” จากนน้ั ใหน กั เรยี นตรวจสอบ
ผลบวกท่ไี ดในหนังสอื เรยี น หนา 74 จงหำผลบวกของ (-12.61) + (-29.754)
4. ครูสรุปเปนกรณีทั่วไปสําหรับการบวกทศนิยม วธิ ีทำ� เนอ่ื งจาก ∙-12.61∙ = 12.61 และ ∙-29.754∙ = 29.754 ¤³Ôµน‹ารÙ้
ท่ีเปนจํานวนลบดังในกรอบ “คณิตนารู” ใน 12.610
หนังสือเรียน หนา 74 แลวใหนักเรียนทํา 29.754 + ให้ a, b แทนทศนยิ มบวกใด ๆ
“ลองทําดู” จากนั้นครูและนักเรียนรวมกัน แล้ว (-a) + (-b) = -(a + b)
เฉลยคาํ ตอบ 42.364
ตอบ
ดงั น้ัน (-12.61) + (-29.754) = -42.364
ลองท�าดู
จงหำผลบวกของ (-21.38) + (-35.721)
74
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
คําตอบของ 13.27 + 2.143 และ (-5.46) + (-27.342) มคี า
ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนระมัดระวังการหาผลบวกของทศนิยมโดยเขียน เทากบั ขอใด
จาํ นวนทัง้ สอง ใหจดุ ทศนิยมตรงกัน และเลขโดดในแตละหลักใหตรงกัน แลว
ทบทวนเรื่อง คา สัมบูรณ 1. 3.470, -32.802
2. 34.703, 32.802
3. 15.423, 32.802
4. 15.413, -32.802
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 4. ถูก เพราะ -5.460 +
123..124730+ และ -27.342
15.413 -32.802)
T82
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
(3) กำรบวกทศนยิ มทเี่ ปน็ จำ� นวนบวกดว้ ยทศนยิ มทเ่ี ปน็ จำ� นวนลบหรอื กำรบวกทศนยิ ม ขน้ั สอน
ท่ีเปน็ จ�ำนวนลบด้วยทศนยิ มทเ่ี ปน็ จำ� นวนบวก
รู้ (Knowing)
การบวกทศนิยมในหัวข้อน้ี ใช้หลักการเดียวกับการหาผลบวกของจ�านวนเต็ม
กลา่ วคอื การบวกทศนยิ มทเี่ ปน็ จา� นวนบวกดว้ ยทศนยิ มทเ่ี ปน็ จา� นวนลบหรอื การบวกทศนยิ มทเ่ี ปน็ 5. ครูกลาวถึงหลักการบวกทศนิยมท่ีเปนบวก
จา� นวนลบดว้ ยทศนิยมทเี่ ป็นจา� นวนบวก ใหน้ า� ทศนิยมที่มคี า่ สมั บูรณม์ ากกวา่ ลบด้วยทศนิยมที่มี ดวยทศนิยมที่เปนลบ หรือการบวกทศนิยม
คา่ สมั บูรณน์ ้อยกวา่ แล้วเขยี นผลลัพธต์ ามทศนิยมท่ีมคี ่าสัมบรู ณ์มากกว่า ท่ีเปนลบดวยทศนิยมท่ีเปนบวกวา “ใหนํา
ทศนิยมที่มีคาสัมบูรณมากกวาลบดวย
ตวั อย่างที่ 30 ทศนิยมที่มีคาสัมบูรณนอยกวา แลวเขียน
ผลลพั ธต ามทศนิยมท่ีมีคา สมั บูรณม ากกวา”
จงหำผลบวกของทศนยิ มในแต่ละข้อต่อไปนี้
1) 29.754 + (-12.61) 6. ครูยกตัวอยางท่ี 30 ขอ 1) ในหนังสือเรียน
หนา 75 บนกระดาน
2) (-29.754) + 12.61
7. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา “หลงั จากนาํ คา สมั บรู ณ
วธิ ีท�ำ 1) เนอื่ งจาก ∙29.754∙ = 29.754 และ ∙-12.61∙ = 12.61 ของ 29.754 ลบดวยคาสัมบูรณของ -12.61
จะไดผลลัพธเทากับ 17.144” จากน้ันให
29.754 - นักเรียนตรวจสอบผลบวกที่ไดในหนังสือ
12.610 เรยี น หนา 75
17.144 8. ครูยกตัวอยางท่ี 30 ขอ 2) ในหนังสือเรียน
หนา 75 บนกระดาน
ดังน้ัน 29.754 + (-12.61) = 17.144
9. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา “หลงั จากนาํ คา สมั บรู ณ
2) เนอ่ื งจาก ∙-29.754∙ = 29.754 และ ∙12.61∙ = 12.61 ของ -29.754 ลบดวยคา สัมบูรณข อง 12.61
แลวเขียนผลลัพธที่ไดเปนจํานวนลบ จะได
29.754 - ผลลัพธเปน -17.144” จากนั้นใหนักเรียน
12.610 ตรวจสอบผลบวกทไ่ี ดใ นหนงั สอื เรยี น หนา 75
17.144 10. ครใู หนักเรียนสังเกตเคร่ืองหมายของผลลัพธ
เคร่ืองหมายของตัวต้ัง และเครื่องหมายของ
ดังนน้ั 12.61 + (-29.754) = -17.144 ตอบ ตัวบวก จากตัวอยางท่ีครูแสดงวิธีทําวา
มีความสัมพันธกันอยางไร แลวใหนักเรียน
ลองท�าดู สง ตวั แทนมา 3 คน ออกมาแสดงความคดิ เหน็
หนาหองวา เหมือนหรอื ตา งกนั อยางไร
จงหำผลบวกของทศนยิ มในแตล่ ะขอ้ ต่อไปนี้ (แนวตอบ ผลลัพธที่ไดจะมีเคร่ืองหมาย
1) (-17.65) + 86.723 เหมอื นกบั ทศนยิ มทม่ี คี าสัมบูรณม ากกวา )
2) (-25.762) + 18.37
11. ใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” จากน้ันครูและ
75 นักเรยี นรวมกนั เฉลยคําตอบ “ลองทําด”ู
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET เกร็ดแนะครู
คาํ ตอบของ (42.49 - 8.97) + (7.463 - 6.73) มคี าเทากบั
ขอใด ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนระมัดระวังการเขียนตอบผลบวกของทศนิยม
ท่ีมีท้ังจํานวนบวกและจํานวนลบ โดยใชความสมเหตุสมผลของจํานวนและ
1. 34.203 คาสัมบรู ณ
2. 34.253
3. 34.153
4. 34.143
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. ถกู เพราะ และ
42.49 7.463 303..753230+
8.97 - 6.730 -
33.52 0.733 34.253)
T83
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ¤³Ôµน‹ารÙ้
เขา้ ใจ (Understanding) ให้ a, b แทนทศนิยมบวกใด ๆ แลว้ a + (-b) = a - b เมือ่ a ≥ b
a + (-b) = -(b - a) เม่อื b > a
1. ครูสรุปเปนกรณีท่ัวไปสําหรับการบวกทศนิยม (-a) + b = b - a เมอ่ื b > a
ท่ีเปนบวกดวยทศนิยมท่ีเปนลบ หรือการบวก (-a) + b = -(a - b) เมอ่ื a ≥ b
ทศนิยมที่เปนลบดวยทศนิยมท่ีเปนบวกดัง
ในกรอบ “คณิตนาร”ู ในหนงั สือเรียน หนา 76 2) กำรลบทศนยิ ม
2. ครใู หนกั เรยี นทําแบบฝก ทักษะ 2.2 ข ขอ 1. การหาผลลบของทศนิยมใด ๆ ใชข้ อ้ ตกลงเดยี วกับการหาผลลบของจ�านวนเตม็ คือ
จากนั้นครแู ละนักเรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ
ตัวตง้ั - ตวั ลบ = ตวั ต้ัง + จา� นวนตรงข้ามของตวั ลบ
3. ครูแจกใบงานที่ 2.11 เร่ือง การบวกทศนิยม
ใหน ักเรียนทําเปน การบา น ตวั อย่างที่ 31
รู้ (Knowing) จงหำผลลบของทศนยิ มในแต่ละขอ้ ตอ่ ไปนี้
1) 38.42 - (-37.5) 2) (-48.923) - (-96.04)
1. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบใบงานท่ี
2.11 เรื่อง การบวกทศนยิ ม วิธที ำ� 1) 38.42 - (-37.5) = 38.42 + 37.5 จ�านวนตรงข้ามของ -37.5
38.42 คือ 37.5
2. ครูทบทวนหลักการลบจํานวนเต็มวาใชการ 37.50 +
บวกดวยจํานวนตรงขาม และการลบทศนิยม
ก็ใชหลักการเดียวกันกับการลบจํานวนเต็ม 75.92
คือ ตัวต้ัง - ตัวลบ = ตัวต้ัง + จํานวน
ตรงขามของตัวลบ ดังนนั้ 38.42 - (-37.5) = 75.92 จา� นวนตรงขา้ มของ -96.04
คือ 96.04
3. ครูยกตวั อยา งที่ 31 ขอ 1)-2) ในหนงั สอื เรยี น 2) (-48.923) - (-96.04) = (-48.923) + 96.04 96.04
หนา 76 เนอื่ งจาก ∙-48.923∙ = 48.923 และ ∙96.04∙ =
96.040
4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “หลังจากนําคาสัมบูรณ 48.923 -
ของ 96.04 ลบดวยคาสัมบูรณของ -48.923
จะไดผลลัพธเทากับ 47.117 ซึ่งผลลัพธมี 47.117
เครื่องหมายตามทศนิยมที่มีคาสัมบูรณ
มากกวา” จากนัน้ ใหนกั เรียนตรวจสอบผลลบ ดังนั้น (-48.923) - (-96.04) = 47.117 ตอบ
ทไ่ี ดในหนังสอื เรียน หนา 76
ลองท�าดู
เขา้ ใจ (Understanding)
จงหำผลลบของทศนยิ มในแต่ละข้อต่อไปน้ี
ครใู หน ักเรยี นศึกษาตัวอยางท่ี 32 และ “คณิต 1) 43.78 - (-18.93)
นา รู” แลวใหน กั เรียนทาํ “ลองทําด”ู เมือ่ เสรจ็ แลว 2) (-42.524) - (-105.75)
ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบ ในหนังสือ
เรียน หนา 77 76
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนระมัดระวังการหาผลบวกและผลลบทศนิยม ผลตา งของ (54.8 - 47.69) กบั (8.09 - 3.02) เทา กับขอใด
ที่มีตําแหนงไมเทากันวาตองเขียนจํานวนทั้งสองใหแตละหลักตรงกันและ 1. -4.00
จุดทศนิยมตรงกัน 2. 2.04
3. 4.00
4. 12.18
(เฉลยคาํ ตอบ (54.8 - 47.69) - (8.09 - 3.02)
= 7.11 - 5.07
= 2.04
ดงั นั้น คําตอบ คือ ขอ 2.)
T84
นาํ นาํ สอน สรุป ประเมิน
ตัวอยา่ งท่ี 32 ขนั้ สอน
จงหำผลลัพธ์ของ (51.4 + 325.87) - (-248.71) ลงมอื ทาํ (Doing)
วิธีทำ� (51.4 + 325.87) - (-248.71) = (51.4 + 325.87) + 248.71 1. ครูใหน กั เรยี นทาํ แบบฝกทักษะ 2.2 ข ขอ 2.
51.40 และขอ 5. จากนั้นครูและนักเรียนรวมกัน
325.87 + ¤³Ôµน‹ารÙ้ เฉลยคําตอบ
377.27 + ให้ a, b แทนทศนยิ มบวกใด ๆ 2. ครูแจกใบงานท่ี 2.12 เรื่อง การลบทศนิยม
248.71 แล้ว a - b = a + (-b) ใหนกั เรยี นทาํ เปนการบา น
625.98 ขน้ั สรปุ
ดังน้ัน (51.4 + 325.87) - (-248.71) = 625.98 ตอบ ครูถามคําถามเพื่อสรุปความรูรวบยอดของ
นกั เรยี น ดงั น้ี
ลองท�าดู
• การบวกและการลบทศนิยม มีหลักการ
จงหำผลลพั ธข์ อง (42.08 + 349.23) - (-193.47) สาํ คัญอยา งไร
(แนวตอบ ตองต้ังจุดทศนิยมของตัวตั้งและ
3) กำรคณู ทศนยิ ม ตัวบวกหรือตัวลบใหตรงกัน จากน้ันนํา
ทศนิยมที่อยูตําแหนงเดียวกันมาบวกหรือ
(1) กำรคูณทศนยิ มท่ีเป็นจำ� นวนบวก ลบกนั )
เนอ่ื งจากเศษสว่ นและทศนยิ มมคี วามสมั พนั ธก์ นั ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาการหาผลคณู
• ขอตกลงของการลบทศนิยมโดยอาศัย
ของ 0.2 และ 0.13 ดังนี้ การบวก เปนอยา งไร
0.2 × 0.13 = 120 × 11030 (แนวตอบ ตวั ตั้ง - ตัวลบ = ตวั ต้งั + จํานวน
= 1,20600 ตรงขามของตวั ลบ)
= 0.026
ขน้ั ประเมนิ
จากการคูณทศนิยมข้างตน้ จะเห็นวา่
จ�านวนต�าแหนง่ ทศนยิ มของตัวตง้ั 0.2 เป็น 1 ตา� แหนง่ 1. ครูตรวจใบงานที่ 2.11-2.12
จ�านวนตา� แหนง่ ทศนยิ มของตวั คูณ 0.13 เป็น 2 ตา� แหนง่ 2. ครตู รวจแบบฝกทักษะ 2.2 ข
จ�านวนต�าแหน่งทศนยิ มของผลคณู 0.026 เปน็ 3 ต�าแหน่ง 3. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล
นักเรียนจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างจ�านวนต�าแหน่งทศนิยมของตัวตั้ง ตัวคูณ 4. ครูสงั เกตคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
และผลคณู ดงั น้ี
ขนั้ นาํ
จา� นวนตา� แหน่งทศนิยมของผลคณู เท่ากับผลบวกของจา� นวนตา� แหนง่ ทศนิยมของ
ตัวตั้งกับตวั คณู การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge)
77 1. ครทู บทวนการคูณทศนยิ มดว ยทศนิยม
2. จากนน้ั ครอู ธบิ ายวา “จาํ นวนตาํ แหนง ทศนยิ ม
ของผลคณู เทา กบั ผลบวกของจาํ นวนตาํ แหนง
ทศนิยมของตัวตง้ั กับตัวคณู ”
ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
(13.546 + 10.953) - 14.5 มคี าตรงกบั ขอใด ในการถามคําถามในข้ันสรุปเพื่อสรุปความคิดรวบยอดของนักเรียน
1. 10.999 ครูอาจเพิ่มสถานการณในชีวิตประจําวันในการต้ังคําถาม เพื่อใหนักเรียน
2. 9.009 มองเห็นถึงสถานการณจริงท่ีจะสามารถนําความรูเรื่องการบวกและการลบ
3. 9.099 ทศนยิ มไปประยกุ ตใ ชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ได อกี ทง้ั ครอู าจเพมิ่ กจิ กรรมใหน กั เรยี น
4. 9.999 ไดสรางสถานการณในชีวิตประจําวันที่ตองใชความรูเรื่องของการบวกและ
(เฉลยคาํ ตอบ (13.546 + 10.953) - 14.5 การลบทศนยิ มมาประยกุ ตใชด ว ยตนเอง
= 24.499 - 14.5
= 9.999
ดังน้ัน คาํ ตอบ คอื ขอ 4.)
T85
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน การหาผลคณู ของทศนิยมที่เป็นจ�านวนบวก มวี ิธดี งั น้ี
1. หาผลคูณของทศนิยมท่ีก�าหนดให้ เช่นเดียวกับการหาผลคูณของจ�านวนเต็มโดยท่ียัง
รู้ (Knowing) ไมใ่ ส่จุดทศนยิ ม
2. ใสจ่ ดุ ทศนยิ มในผลคณู โดยใหจ้ า� นวนตา� แหนง่ ทศนยิ มเทา่ กบั ผลบวกของจา� นวนตา� แหนง่
1. ครูอธิบายวิธีการหาผลคูณของทศนิยมท่ีเปน ทศนิยมของตวั ตง้ั กับตวั คณู ซง่ึ ผลคณู ท่ไี ด้เป็นจา� นวนบวก
บวก ดงั น้ี
1) หาผลคูณของทศนิยม เชนเดียวกับการ ตัวอยา่ งท่ี 33
หาผลคูณของจํานวนเต็ม โดยที่ยังไมใส
จดุ ทศนิยม จงหำผลคูณของ 1.234 × 2.1
2) ใสจุดทศนิยมในผลคูณ โดยใหจํานวน
ตาํ แหนง ทศนยิ มเทา กบั ผลบวกของจาํ นวน วิธที ำ� เน่ืองจาก 1234 ×
ตําแหนงทศนิยมของตัวต้ังกับตัวคูณ ซ่ึง 2 21
ผลคูณท่ีไดเ ปนจาํ นวนบวก 1234 ตัวตงั้ 1.234 เปน็ ทศนิยม 3 ต�าแหนง่
24680 ตวั คณู 2.1 เป็นทศนยิ ม 1 ตา� แหนง่
2. ครยู กตวั อยา งท่ี 33 ในหนงั สอื เรยี น หนา 78 25914 จะได้ผลคูณเป็นทศนิยม 4 ต�าแหน่ง
บนกระดาน พรอมกับถามคําถาม ดังน้ี
• ตวั ตงั้ 1.234 เปนทศนยิ มกี่ตําแหนง ดงั น้นั 1.234 × 2.1 = 2.5914 ตอบ
(แนวตอบ 3 ตําแหนง )
• ตวั คูณ 2.1 เปนทศนยิ มก่ีตาํ แหนง ลองท�าดู
(แนวตอบ 1 ตําแหนง)
• ผลคูณจะเปนทศนยิ มกีต่ ําแหนง จงหำผลคูณของ 4.963 × 0.47
(แนวตอบ 4 ตําแหนง )
ครูสรุปวา “ดังน้ัน ผลคูณที่ได คือ 2.5914 (2) กำรคณู ทศนิยมท่เี ปน็ จำ� นวนลบด้วยทศนิยมท่เี ป็นจ�ำนวนลบ
ซง่ึ เปน ทศนิยม 4 ตําแหนง ” การคูณทศนิยมที่เป็นจ�านวนลบด้วยทศนิยมท่ีเป็นจ�านวนลบ ใช้หลักการเดียวกับ
3. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” จากน้ันครูและ การคณู จ�านวนเตม็ ดงั น้ี
นกั เรยี นรว มกันเฉลยคําตอบ การคูณทศนิยมที่เป็นจ�านวนลบด้วยทศนิยมที่เป็นจ�านวนลบ ให้น�าค่าสัมบูรณ์ของ
ทศนิยมทั้งสองมาคูณกัน แล้วเขียนผลคูณเป็นจ�านวนบวก ใส่ต�าแหน่งจุดทศนิยม
4. ครูอธิบายถึงหลักการคูณทศนิยมที่เปนลบ โดยใหจ้ า� นวนตา� แหนง่ ทศนยิ มของผลคณู เทา่ กบั ผลบวกของจา� นวนตา� แหนง่ ทศนยิ ม
ดวยทศนยิ มที่เปนลบวา “ใชหลักการเดียวกบั ของตวั ต้ังกับตัวคณู ทศนิยมซ่ึงนับจากขวาไปซ้าย
การคณู จาํ นวนเตม็ ลบ นน่ั คอื ใหน าํ คา สมั บรู ณ
ของทศนยิ มทงั้ สองมาคณู กนั แลว เขยี นผลคณู
เปนจํานวนบวก ใสจุดทศนิยมโดยใหจํานวน
ตําแหนงทศนิยมเทากับผลบวกของจํานวน
ตาํ แหนง ทศนยิ มของตวั ตง้ั กบั ตัวคูณ”
78
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
จงหาคาํ ตอบของ 1.27 × 1.3 มคี าเทาไร
ครูควรเนนยํ้าหลักการคูณทศนิยมที่เปนลบดวยทศนิยมท่ีเปนลบโดยใช
หลักการเดียวกับการคูณจํานวนเต็มลบ นั่นคือ ใหนําคาสัมบูรณของทศนิยม (เฉลยคําตอบ 11237×
ทงั้ สองมาคณู กนั แลว เขียนผลคณู เปน จาํ นวนบวก ใสจุดทศนิยมโดยใหจาํ นวน 1237801+
ตาํ แหนง ทศนยิ มเทา กบั ผลบวกของจาํ นวนตาํ แหนง ทศนยิ มของตวั ตงั้ กบั ตวั คณู 1651
ดงั น้ัน 1.27 × 1.3 = 1.651)
T86
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตัวอยา่ งที่ 34 ขน้ั สอน
จงหำผลคณู ของ (-2.39) × (-0.012) รู้ (Knowing)
วธิ ที ำ� เนอื่ งจาก ∙-2.39∙ = 2.39 และ ∙-0.012∙ = 0.012 ¤³Ôµน‹ารÙ้ 5. ครยู กตัวอยา งที่ 34 ในหนงั สือเรยี น หนา 79
239 บนกระดาน
212 × ให้ a, b แทนทศนิยมบวกใด ๆ
แล้ว (-a) × (-b) = a × b 6. ครูสรุปเปนกรณีทั่วไปสําหรับการคูณทศนิยม
478 ที่เปนจํานวนลบดวยทศนิยมที่เปนจํานวนลบ
2399 ตอบ ดังในกรอบ “คณติ นา ร”ู ในหนงั สือเรยี น หนา
2868 79 แลวใหนกั เรียนทํา “ลองทาํ ดู” จากนนั้ ครู
และนกั เรียนรวมกนั เฉลยคาํ ตอบ
ดงั น้ัน (-2.39) × (-0.012) = 0.02868
7. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาการคณู ทศนยิ มทเี่ ปน บวก
ลองท�าดู ดวยทศนิยมท่ีเปนลบ หรือการคูณทศนิยม
ท่ีเปนลบดวยทศนิยมที่เปนบวกจากตัวอยาง
จงหำผลคูณของ (-5.36) × (-0.021) ที่ 35 ขอ 1) ในหนังสอื เรยี น หนา 79
(3) กำรคูณทศนิยมที่เปน็ จ�ำนวนบวกดว้ ยทศนิยมทเ่ี ป็นจำ� นวนลบหรอื กำรคณู ทศนยิ ม 8. ครูสรุปเปนกรณีท่ัวไปสําหรับการคูณทศนิยม
ทีเ่ ปน็ จำ� นวนลบด้วยทศนิยมทเี่ ปน็ จำ� นวนบวก ทเี่ ปน จาํ นวนบวกดว ยทศนยิ มทเ่ี ปน จาํ นวนลบ
หรือการคูณทศนิยมที่เปนจํานวนลบดวย
การคูณทศนยิ มในหัวขอ้ น้ี ใชห้ ลักการเดยี วกับการคณู จ�านวนเตม็ ดังน้ี ทศนิยมที่เปนจํานวนบวกดังในกรอบ “คณิต
การคูณทศนิยมที่เป็นจ�านวนบวกด้วยทศนิยมท่ีเป็นจ�านวนลบหรือการคูณทศนิยม นา ร”ู ในหนงั สอื เรียน หนา 79
ท่ีเป็นจ�านวนลบด้วยทศนิยมท่ีเป็นจ�านวนบวก ให้น�าค่าสัมบูรณ์ของทศนิยมท้ังสอง
มาคูณกัน แล้วเขียนผลคูณเป็นจ�านวนลบ ใส่ต�าแหน่งจุดทศนิยม โดยให้จ�านวน
ต�าแหน่งทศนิยมของผลคูณเท่ากับผลบวกของจ�านวนต�าแหน่งทศนิยมของตัวตั้งกับ
ตัวคณู ทศนยิ มซงึ่ นับจากขวาไปซ้าย
ตัวอยา่ งที่ 35
จงหำผลคูณของทศนิยมในแตล่ ะข้อตอ่ ไปน้ี
1) (-0.051) × 0.23 2) 2.96 × (-0.014)
วิธที ำ� 1) เนื่องจาก ∙-0.051∙ = 0.051 และ ∙0.23∙ = 0.23
51
23 × ¤³Ôµน‹ารÙ้
153 ให้ a, b แทนทศนยิ มบวกใด ๆ
1029 แลว้ (-a) × b = -(a × b)
1173 และ a × (-b) = -(a × b)
ดงั น้นั (-0.051) × 0.23 = -0.01173 79
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
จงหาคําตอบของ 0.013 × 0.45 มคี าเทากับขอใด ครูใหนักเรียนพิจารณาขอความ “จํานวนตําแหนงทศนิยมของผลคูณ
1. 0.00585 เทากับผลบวกของจํานวนตาํ แหนง ทศนิยมของตวั ต้งั กบั ตัวคูณ” ซึ่งเปน ขอ สรปุ
2. 0.00586 เก่ียวกับการคูณทศนิยม นักเรียนควรจดจําเปนพิเศษ เพ่ือใชในการตรวจสอบ
3. 0.00587 คําตอบ และควรตระหนักในความสมเหตสุ มผล
4. 0.00588
(เฉลยคําตอบ ขอ 1. ถกู เพราะ T87
1435×
52605+
585
ดังนั้น 0.013 × 0.45 = 0.00585)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 2) เนอื่ งจาก ∙2.96∙ = 2.96 และ ∙-0.014∙ = 0.014
296
รู้ (Knowing) 14 ×
9. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาการคณู ทศนยิ มทเ่ี ปน บวก 1184
ดวยทศนิยมที่เปนลบ หรือการคูณทศนิยม 2969
ที่เปนลบดวยทศนิยมท่ีเปนบวกจากตัวอยางท่ี 4144
35 ขอ 2) ในหนังสอื เรยี น หนา 80
ดงั นนั้ 2.96 × (-0.014) = -0.04144 ตอบ
เขา้ ใจ (Understanding)
ลองท�าดู
1. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน
หนา 80 จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันเฉลย จงหำผลคูณของทศนิยมในแตล่ ะข้อต่อไปน้ี
คาํ ตอบ 1) (-0.049) × 0.34
2) 4.95 × (-0.018)
2. ครูใหน กั เรยี นทําแบบฝก ทกั ษะ 2.2 ข ขอ 3.
แลว ครแู ละนักเรียนรวมกนั เฉลยคาํ ตอบ 4) กำรหำรทศนยิ ม
3. ครูแจกใบงานที่ 2.13 เร่ือง การคูณทศนิยม (1) กำรหำรทศนิยมที่เปน็ จ�ำนวนบวก
ใหนักเรียนทาํ เปนการบา น ในระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษานกั เรยี นไดเ้ รยี นรกู้ ารหารทศนยิ มทเี่ ปน็ บวกดว้ ยจา� นวนนบั
รู้ (Knowing) และการหารทศนยิ มทเ่ี ปน็ จา� นวนบวกดว้ ยทศนิยมที่เปน็ จ�านวนบวกมาแล้ว ซง่ึ ผลหารทไี่ ดจ้ ะเปน็
ทศนิยมหรือจ�านวนเตม็ บวก ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบใบงานที่
2.13 เรอื่ ง การคูณทศนิยม กำรหำรทศนิยมดว้ ยจำ� นวนนับ
การหารทศนิยมทเ่ี ป็นจา� นวนบวกดว้ ยจ�านวนนับโดยการตง้ั หาร นยิ มเขียนจดุ ทศนิยมของ
2. ครูกลาวถึงการหารทศนิยมดวยจํานวนนับท่ี ตวั ตั้งและผลหารเทา่ นัน้ โดยต�าแหนง่ ของจุดทศนิยมของผลหารจะอยตู่ รงกบั ตา� แหน่งจดุ ทศนยิ ม
นักเรียนไดเ รียนในระดับประถมแลว วา “ใชวธิ ี ของตัวต้ังเสมอ สว่ นจุดทศนิยมอื่น ๆ อาจไม่เขยี นกไ็ ด้ เชน่ การหาผลหาร 363.15 ÷ 15 ดังนี้
ตง้ั หารยาวหรอื หารสนั้ และถา การหารไมล งตวั
มีเศษเหลือใหใสจุดทศนิยมไวทายตัวตั้งแลว 15 32643..2115
เติม 0 หลังจดุ ทศนิยมน้ัน (เติม 0 ก่ตี วั ก็ได 30
เพราะไมทําใหคาของทศนิยมเปลี่ยนแปลง) 63
แลวจึงทําการหารตอไปจนถึงตําแหนงของ 60
ทศนิยมท่ีตองการ” จากน้ันใหนักเรียนศึกษา 31
การหารทศนยิ มดว ยจาํ นวนนบั ในหนงั สอื เรยี น 30
หนา 80 0 15
0 15
0
80 ดังนน้ั 363.15 ÷ 15 = 24.21
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET
ครูช้ีแนะใหนักเรียนเช่ือมโยงความรูระหวางการหารทศนิยมกับการหาร 10 เทา ของ ͉-6.142͉ × (-0.12) มคี าเทาไร
จํานวนเต็มวา ใชหลักเกณฑการหารเดียวกัน เพราะวาทศนิยมสามารถเขียน (เฉลยคําตอบ เน่อื งจาก ͉-6.142 ͉ = 6.142
ในรูปเศษสว นไดแ ละตวั สวนเปนจาํ นวนเตม็ 6142
12 ×
1621242840+
73704
ดงั นั้น ͉-6.142 ͉ × (-0.12) = -0.73704)
T88
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ในบางกรณที กี่ ารหารมเี ศษทยี่ งั ไมเ่ ปน็ ศนู ย์ ใหเ้ ตมิ ศนู ยท์ ต่ี วั ตงั้ แลว้ หารตอ่ ไปจนเศษเปน็ ศนู ย์ ขน้ั สอน
ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้
รู (Knowing)
ตัวอยา่ งที่ 36
3. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 36 ในหนังสือ
จงหำผลหำรของ 35.01 ÷ 18 ตอบ เรียน หนา 81 แลว ทาํ “ลองทาํ ด”ู จากน้นั ครู
1.945 และนักเรยี นรว มกันเฉลยคาํ ตอบ และครูถาม
คาํ ถาม ดังน้ี
วิธีทำ� 18 35.010 • การทําตัวหารใหเปนจํานวนเต็ม ทําได
18 อยา งไร
17 0 (แนวตอบ ถา ตวั หารเปน ทศนยิ มหนง่ึ ตาํ แหนง
16 2 ใหน าํ 10 คณู ทต่ี วั หาร
81 ถา ตวั หารเปน ทศนยิ มสองตาํ แหนง
72 ใหนาํ 100 คณู ที่ตวั หาร
90 ถา ตวั หารเปน ทศนยิ มสามตาํ แหนง
90 ใหนํา 1,000 คูณท่ีตัวหาร เปนเชนน้ีไป
0 เรือ่ ยๆ)
ดังนัน้ 35.01 ÷ 18 = 1.945 4. ครูอธิบายวิธีการหารทศนิยมท่ีเปนบวกดวย
ทศนิยมที่เปนบวก “ตองทําตัวหารใหเปน
ลองท�าดู จํานวนนับกอน โดยนํา 10, 100, 1000, …
คูณท้ังตัวต้ังและตัวหาร แลวใชหลักการหาร
จงหำผลหำรของ 31.839 ÷ 15 ทศนยิ มดวยจํานวนนับ”
กำรหำรทศนิยมดว้ ยทศนิยม 5. ครูยกตวั อยา งท่ี 37 ในหนังสอื เรยี น หนา 81
การหารทศนิยมที่เป็นจ�านวนบวกด้วยทศนิยมที่เป็นจ�านวนบวก ต้องท�าตัวหารให้เป็น
จา� นวนนบั กอ่ น โดยนา� 10, 100, 1000, ... คณู ทง้ั ตวั ตง้ั และตวั หาร แลว้ ใชห้ ลกั การหารทศนยิ ม
ดว้ ยจา� นวนนบั ซงึ่ ผลหารท่ีไดจ้ ะเปน็ จา� นวนบวก ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้
ตวั อยา่ งที่ 37
จงหำผลหำรของ 4.85 ÷ 0.05
วธิ ีทำ� 40..8055 × 110000 = 4585
×
97
5 485
45
35
35
0 ตอบ
ดงั นนั้ 4.85 ÷ 0.05 = 97
81
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET เกร็ดแนะครู
จงหาคําตอบของ 30.48 ÷ 12 มีคาเทากับขอ ใด
1. 2.56 2. 2.55 ครูควรเนนย้ําวิธีการหารทศนิยมที่เปนบวกดวยทศนิยมที่เปนบวก “ตอง
3. 2.54 4. 2.53 ทําตัวหารใหเปนจํานวนนับกอน โดยนํา 10, 100, 1000, … คูณท้ังตัวตั้ง
และตัวหาร แลวใชหลักการหารทศนิยมดวยจํานวนนับ” อีกท้ังครูอาจจะถาม
(เฉลยคําตอบ ขอ 3. ถกู เพราะ นักเรียนตอไปอีกเพ่ือใหนักเรียนเกิดความรูท่ีชัดแจงวา ทําไมเราถึงตองคูณท้ัง
12 302..4584 ตัวตง้ั และตัวหาร
24
64 T89
60
048
48
0)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ลองท�าดู
รู้ (Knowing) จงหำผลหำรของ 34.32 ÷ 0.24
6. ครูยกตัวอยางที่ 38 ในหนงั สือเรียน หนา 82 ตัวอย่างท่ี 38
บนกระดาน
จงหำผลหำรของ 2.975 ÷ 8.5
7. ครสู รุปวา “การหารทศนิยมท่ีเปน จาํ นวนบวก วิธที ำ� 2.89.755××1100 = 298.575
ดวยทศนิยมท่ีเปนจํานวนบวก จะไดผลหาร
เปน จํานวนบวก” 85 290..7355
255
8. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” (ทายตัวอยางท่ี 425
37 และ 38) ในหนังสือเรยี น หนา 82 จากนนั้ 425
ครแู ละนักเรยี นรวมกนั เฉลยคําตอบ 0
ดังน้ัน 2.975 ÷ 8.5 = 0.35 ตอบ
ลองท�าดู
จงหำผลหำรของ 6.279 ÷ 0.23
(2) กำรหำรทศนิยมทเี่ ปน็ จำ� นวนลบดว้ ยทศนยิ มท่เี ป็นจำ� นวนลบ
การหารทศนิยมที่เป็นจ�านวนลบด้วยทศนิยมท่ีเป็นจ�านวนลบ ต้องท�าตัวหารให้
เป็นจา� นวนนบั ก่อน แล้วใชห้ ลกั การหารทศนยิ มด้วยจ�านวนนับ ดงั น้ี
การหารทศนิยมที่เป็นจ�านวนลบด้วยทศนิยมท่ีเป็นจ�านวนลบ ให้น�าค่าสัมบูรณ์ของ
ตวั ตงั้ หารดว้ ยคา่ สมั บรู ณข์ องตวั หาร แลว้ เขยี นผลหารเปน็ จา� นวนบวก และใสจ่ ดุ ทศนยิ ม
ท่ีผลหารใหต้ รงกับจุดทศนยิ มของตวั ตงั้
82
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ให a, b และ c เปนทศนยิ มบวกใดๆ และ a > b > c จงพิจารณา
ก. ac > ba ข. ac > ab
ขอใดตอ ไปนีถ้ ูกตอ ง
1. ก. และ ข. ถูก 2. ก. ถูก แต ข. ผิด
3. ก. ผิด แต ข. ถกู 4. ก. และ ข. ผิด
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. เพราะ และจะได ab = 00..255 = 0.5
สมมติ ให a = 0.5, b = 0.25 และ c = 0.05 ac = 00..055 = 0.1
จะได ab = 00..255 = 2
ดังนัน้ ac < ab เพราะฉะนน้ั ข. ผดิ )
ac = 00..055 = 10
ดงั น้นั ac > ab เพราะฉะน้นั ก. ถกู
T90
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตวั อย่างที่ 39 ขน้ั สอน
จงหำผลหำรของ (-3.598) ÷ (-0.07) รู (Knowing)
∙-3.598∙
วธิ ที �ำ (-3.598) ÷ (-0.07) = ∙-0.07∙ 9. ครูยกตัวอยางท่ี 39 ในหนงั สือเรียน หนา 83
บนกระดาน แลวอธิบายวา “กอนท่ีจะทํา
= 30.5.0978 ¤³Ôµน‹ารÙ้ ตัวสวนใหเปนจํานวนนับเพ่ือตั้งหาร ใหหา
คาสัมบูรณของทศนิยมท่ีเปนจํานวนลบกอน
= 30.5.0978 × 110000 ให้ a, b แทนทศนิยมบวกใด ๆ เพอื่ ความสะดวกในการหาผลหาร” พรอ มกบั
× แลว้ (-a) ÷ (-b) = a ÷ b ถามคําถาม ดังนี้
• คาสัมบูรณของ -3.598 และคาสัมบูรณ
= 3579.8 ตอบ ของ -0.07 เทา กับเทา ไร
7 35519..48 (แนวตอบ ͉-3.598 ͉ = 3.598 และ ͉-0.07 ͉
= 0.07)
35 • ตัวหารเปน ทศนิยมก่ตี ําแหนง
09 (แนวตอบ 2 ตําแหนง)
7 • ทาํ ตวั หารใหเปนจาํ นวนนบั ไดอ ยางไร
28 (แนวตอบ นํา 100 คณู ท้ังตวั ตั้งและตวั หาร)
28 จากนั้นครูแสดงวิธีทําอยางละเอียดบน
กระดาน แลว สรุปวา “การหารทศนิยมที่เปน
0 จาํ นวนลบดว ยทศนยิ มทเ่ี ปน จาํ นวนลบ จะได
ผลหารเปน จาํ นวนบวก”
ดังนั้น (-3.598) ÷ (-0.07) = 51.4
10. ครสู รปุ เปน กรณที ว่ั ไปสาํ หรบั การหารทศนยิ ม
ลองท�าดู ที่เปน จาํ นวนลบดวยทศนยิ มทเ่ี ปน จํานวนลบ
ดังในกรอบ “คณิตนารู” ในหนังสือเรียน
จงหำผลหำรของทศนิยมในแต่ละข้อต่อไปน้ี หนา 83 แลวใหนักเรียนทํา “ลองทําดู”
1) (-2.776) ÷ (-0.04) จากนนั้ ครแู ละนกั เรียนรวมกนั เฉลยคําตอบ
2) (-7.845) ÷ (-0.15)
(3) กำรหำรทศนยิ มทเ่ี ปน็ จำ� นวนบวกดว้ ยทศนยิ มทเี่ ปน็ จำ� นวนลบหรอื กำรหำรทศนยิ ม
ทเ่ี ป็นจ�ำนวนลบด้วยทศนยิ มท่ีเป็นจ�ำนวนบวก
การหารทศนิยมในหัวข้อน้ี ต้องท�าตัวหารให้เป็นจ�านวนเต็มก่อน แล้วใช้หลัก
การหารทศนยิ มด้วยจ�านวนนับ ดงั น้ี
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET 83
(-20.05) ÷ (-0.2) มคี า ตรงกับขอ ใด
1. 1.25 2. 10.025 3. 100.25 4. 1002.5 เกร็ดแนะครู
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 3. เพราะ ครูควรเนนยาํ้ ใหนักเรยี นระมดั ระวงั การหารทศนยิ ม ในขั้นตอนตอ ไปนี้
(-20.05) ÷ (-0.2) = ͉-͉2-00..025͉ ͉ = 200..025××110000 = 202005 1. การนาํ จํานวนมาคูณเพอ่ื ทาํ ใหต วั หารเปน จาํ นวนเต็ม
20 20010050..0205 2. การหาผลหารในหลักตางๆ และการใสจุดทศนยิ ม
20 3. การหารในแตละครั้งจะตองมีผลหารเสมอ ถาตัวตั้งในการหารคร้ัง
0005 0
40 ตอๆ ไป นอยกวา ตัวหารจะตอ งไดผ ลหารเปน 0
1 00 4. การเขยี นคาํ ตอบ (ผลหาร)
1 00
0) T91