คำนำ
เอกสารท่ีทรงคุณค่าชุดนี้เกิดจากการประมวลประสบการณ์การถอดบทเรียนความสำเรจ็ และ/หรือท่ีต้อง
ทบทวน (Lesson Learned) รวมถึงผลสำรวจความต้องการจำเป็นของพื้นที่ของโครงการผลงานวิชาการ
เพื่อสังคม: การจัดตั้งศูนย์วิชาการโยธวาทิตในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาเพื่อโอกาสทางการศึกษาต่อและสร้าง
ภูมิคุ้มกันแก่เยาวชนแบบยั่งยืน จ.สระบุรี ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558-2561 โดยได้รับการสนับสนุนจาก
โครงการสระบุรีชุมชนเข้มแข็ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการนี้ได้ใช้รูปแบบ (Model) CU MUSIC Edu.
Alumni ในการทดลองดำเนินการภายใต้กรอบกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ 1) พัฒนาทักษะความเป็นเลิศด้านดนตรี
2) ให้มุมมองที่ดีในการดำเนินชีวิต 3) สร้างหลักคิดสำนึกรักบ้านเกิด โดยมีนิสิตเก่าสาขาวิชาดนตรีศึกษา
ภาควิชาศิลปะดนตรีและนาฏศิลป์ศกึ ษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั เป็นผูน้ ำกรอบแนวคิดและวธิ ี
วิทยาที่ออกแบบโดยโครงการไปขับเคล่ือนซ่ึงมีรายชื่อนิสิตเกา่ ฯ ประกอบไปด้วย 1) นายประพันธ์พงษ์ มณีวงศ์
CU MUSIC Edu รุ่น 32 2) นายพศุตม์ ดวงจันทร์ CU MUSIC Edu รุ่น 33 3) นายพิชวัตร ธนสมบัติไพศาล CU
MUSIC Edu รุ่น 33 4) นายธรรมศกั ด์ิ หริ ัญขจรโรจน์ CU MUSIC Edu รุน่ 34 5) นายพงศว์ สิ ิษฐ์ สริ วิ ารนิ ทร์ CU
MUSIC Edu รุ่น 35 เปน็ ผ้ดู ำเนนิ การ
อนึ่ง เอกสารสำคัญทั้ง 6 เล่มนี้ ที่ประกอบไปด้วยเอกสารผลงานวิชาการเพื่อสังคม เล่มที่ 1 หลักการ
พัฒนาวงโยธวาทิตขั้นนำ เล่มที่ 2 รวมโน้ตเพลงประเภทเพลงพิธีการ เล่มที่ 3 โน้ตเพลงประเภทพัฒนาทักษะ
เลม่ ท่ี 4 รวมโน้ตประเภทน่งั บรรเลง เลม่ ท่ี 5 รวมโนต้ เพลงประเภทเดินแถว/แปรขบวน และเล่มที่ 6 รวมแนวคิด
ทฤษฎี และโน้ตเพลงประเภทเตรียมตัวสอบเข้าศึกษาต่อระดบั อุดมศึกษา ทางโครงการหวังว่าจะเป็นประโยชน์
อย่างยิ่งสำหรับสถานศึกษาที่ต้องการพัฒนาหรือจัดตั้งวงโยธวาทิตในโรงเรียน รวมถึงเป็นเอกสารคู่มือในการ
บริหารจัดการวงโยธวาทิตตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงเตรียมการในการส่งไม้ต่อสำหรับนักเรียน/
นกั ศกึ ษาใน จ.สระบุรที ส่ี นใจหรือมุ่งมัน่ ทจ่ี ะศกึ ษาต่อด้านดนตรใี นระดบั อุดมศึกษาตอ่ ไป
ระยะเวลากว่า 4 ปี เป็นเครื่องชี้ชัดความสำเร็จสำหรับการดำเนินการในสถานศึกษา 3 แห่ง
ระดับมัธยมศึกษา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วหลายคนศึกษาต่อด้านดนตรี และที่
สำคัญหลายคนมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะกลับมาช่วยสถานศึกษาของตนในการพัฒนารุ่นน้องและโรงเรียน
อย่างตอ่ เน่ือง สามารถคลายปัญหาความเสี่ยงต่าง ๆ ท่ีอาจจะเกดิ ขึ้นกับเยาวชนลงไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
ยทุ ธนา ฉพั พรรณรัตน์
หวั หนา้ โครงการ
สารบญั หน้า
1
ค่มู ือเตรียมสอบเขา้ ในระดับอดุ มศึกษา 2
ภาคทฤษฎี 2
3
เนื้อหาทใ่ี ช้สอบ 4
ตวั อย่างขอ้ สอบ 16
25
บันไดเสียง 46
ขัน้ คู่ 54
การย้ายบันไดเสยี งและเคร่ืองหมายกาหนดบันไดเสียง 62
ทรัยแอดส์ 74
โนต้ ประดบั 74
ศัพทด์ นตรี 76
ประวตั ิศาสตรด์ นตรี (สงั คตี นิยม) 77
บทนา 83
ส่วนประกอบของดนตรี 108
การแสดงดนตรี 120
องค์ประกอบของดนตรี 168
ประเภทของบทเพลง
ประวัตดิ นตรตี ะวันตก
แจ๊สและละครเพลงบรอดเวย์
สารบัญ (ตอ่ ) หน้า
ภาคโสตทักษะ 179
การร้องโนต้ จากขัน้ คู่ทไี่ ดย้ ิน 180
การปรบมือตามทานองสน้ั ๆ ทกี่ าหนดให้ 181
การร้องตามทานองสัน้ ๆ ทก่ี าหนดให้ 182
183
ภาคปฎบิ ตั ิ 183
แนวทางการเตรยี มสอบปฎิบตั ิ 184
การสอบปฏบิ ตั ิเครื่องดนตรี และบทเพลงของแต่ละเคร่อื ง 191
203
อา้ งองิ
บรรณานุกรม
สารบญั ภาพ
ภาพท่ี หน้า
1 รปู ประกอบ 1.1 77
2 รูปประกอบ 1.2 77
3 วงดุริยางค์ซมิ โฟนี ออร์เครสตราแหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั 95
4 ตัวอยา่ งศิลปนิ 98 – 100
5 รปู ประกอบที่ 3.1 108
วงดรุ ยิ างคซ์ ิมโฟนีกรงุ เทพ ในพระราชูปถมั ภ์พระเจา้ หลานเธอ พระองคเ์ จา้ สริ วิ ณั ณวรี นารรี ตั น์
(Royal Bangkok Symphony Orchestra, RBSO)
6 ภาพการจดั วงเปยี โนควินทเ์ ทต (รปู ประกอบที่ 3.2) 118
7 วง Chulalongkorn University Flute Ensemble (CU FLUTE ENSEMBLE) 119
8 โนต้ เพลงแชนต์ Ave Maria สมยั โบราณ 121
9 โน้ตเพลงแชนต์ Ave Maria สมัยใหม่ 121
10 เลโอนิน 123
11 เพโลติน 123
12 จาโคโป ดา โบโลนญา 124
13 โจวานนี เปยี รล์ ยุ กี ดา ปาเลสตินา 125
14 คลอดโิ อ มอนเทแวร์ดี 126
15 ววิ ลั ดี 128
16 บาค 129
สารบญั ภาพ (ต่อ)
ภาพท่ี หน้า
17 ฮันเดล 130
18 ไฮเดนิ 132
19 โมทซารต์ 133
20 เบโธเฟน 135
21 รอสซนิ ี 139
22 ชูเบิร์ต 140
23 เบร์ลิโอส 141
24 เมนเดลซอน 142
25 โชแปง 143
26 ลสิ ซต์ 144
27 รคิ ารด์ วากเนอร์ 145
28 จิอุเซปเป แวร์ดี 146
29 เบดริช สเมตานา 147
30 โยฮันเนส บราห์มส์ 148
31 จอร์จ บเิ ซต์ 149
32 ปเี ตอร์ อลิ ิช ไชคอฟสกี 150
33 อนั โทนนิ ดวอชาค 151
34 จอิ ะโคโม ปุกชนิ ี 152
สารบัญภาพ (ต่อ)
ภาพท่ี หน้า
35 กสุ ทาฟ มาห์เลอร์ 153
36 ริคาร์ด สเตราส์ 154
37 ชอง ซิเบลอิ ุส 155
38 คลอด เดอบูสซี 157
39 มอรสิ ราเวล 158
40 อารโ์ นลด์ โชนเบริ ์ก 160
41 เบลา บารต์ อค 161
42 โคดาย 162
43 อีกอร์ สตราวินสกี 163
44 เซอร์ไก โปรโกเฟียฟ 164
45 จอรจ์ เกิร์ชวนิ 165
46 อารอน คอปแลนด์ 166
47 คารล์ ไฮนซ์ สตอคเฮาเซน 167
48 สก๊อต จ๊อปลนิ 170
49 แจส๊ แบบนวิ ออรล์ ิน (ดกิ ซแี ลนด์) 170
50 วงแจส๊ แบบสวิง (วงเกลน มิลเลอร์) 171
51 วงแจส๊ แบบบีบอป 172
52 วงบอบเบิรก์ แจส๊ รอ็ ค หรือฟิวชั่น 173
ค่มู อื เตรียมสอบเขา้ ในระดบั อดุ มศึกษา
คูม่ ือเตรียมสอบเข้าในระดับอุดมศกึ ษา (สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์-
มหาวิทยาลยั ) ประกอบไปดว้ ย 3 ส่วน คือ
1. ภาคทฤษฎี
2. ภาคโสตทกั ษะ
3. ภาคปฎิบตั ิ
ทางผู้จดั ทา ไดแ้ บง่ ทัง้ รายละเอียดการสอบทงั้ 3 ภาค ไว้ดงั นี้
1. ภาคทฤษฎี ประกอบไปด้วย
1.1 ทฤษฎี เน้ือหาที่ใช้สอบ และตัวอยา่ งข้อสอบทฤษฎดี นตรีสากล
1.2 ประวัติศาสตร์ดนตรี ครอบคลุมตามในหนังสือสังคีตนิยม ของอาจารย์ณรุทธ์
สทุ ธจติ ต์ ได้แนบเนื้อหาฉบบั ย่อที่จําทาํ โดย อาจารย์ชนะศกั ด์ิ วงษว์ ีระวนิ จิ
2. ภาคโสตทักษะ
2.1 การร้องโน้ตจากขัน้ คู่ที่ได้ยนิ
2.2 การปรบมอื ตามทํานองส้ันๆ ทีก่ ําหนดให้
3.3 การร้องตามทํานองสนั้ ๆ ทกี่ าํ หนดให้
3. ภาคปฎิบัติ
3.1 แนวทางการเตรียมสอบปฎบิ ตั ิ
3.2 การสอบปฏิบตั ิเครอ่ื งดนตรี และบทเพลงของแตล่ ะเครอื่ ง
ซึง่ ในแตล่ ะสว่ น ผ้จู ดั ทําได้รวบรวม ให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจถึงกระบวนการการเตรียมตัวและ
แนวทางในการฝึกซ้อม เพ่ือให้สอดคล้องและตรงตามความต้องการของทาง(สาขาวิชาดนตรีศึกษา
คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณ์-มหาวิทยาลยั
1
ภาคทฤษฏี
การสอบเข้ามหาวิทยาลยั ในด้านดนตรี การเตรียมความพร้อมในด้านทฤษฏี มีส่วนช่วยท้ังในด้านการ
สอบเข้าและการพัฒนาให้เข้าถึงแก่นของดนตรีได้ง่ายข้ึน ซ่ึงทางสาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดสอบ หลักสูตรดนตรีสากล แบ่งตามเกรดต่างๆ ซึ่งในระดับเกรด 4 สามารถใช้
ย่ืนเปน็ คะแนนภาคทฤษฏใี นการสอบเขา้ มหาวิทยาลยั ได้ ในสว่ นของภาคทฤษฎี ประกอบไปดว้ ยสองสว่ น คือ
1. ทฤษฏดี นตรี
2. ประวัตศิ าสตร์ดนตรี
ทฤษฎดี นตรี ที่ใชใ้ นการสอบ ประกอบไปดว้ ยเรอ่ื ง ดังน้ี
1. การบันทึกโนต้ ในกญุ แจเสียงโดอัลโต้ และโดเทเนอร์ (ในส่วนของกุญแจเทรเบิลและกุญแจ
เบสตอ้ งรู้มาก่อนหน้านนั้ )
2. การสรา้ งบันไดเสียงและเครื่องหมายกญุ แจเสยี งของเมเจอร์ และไมเนอร์แบบฮารโ์ มนิก
และเมโลดกิ ท้ังหมด การย้ายบนั ไดเสยี งของทํานองนั้นๆ จากทํานองหน่ึงไปอีกทาํ นองหนง่ึ ที่
กําหนดให้ การยา้ ยทํานองตามขันคู่ที่กําหนดให้ทง้ั ในเมเจอรแ์ ละไมเนอร์
3. การจดั กลุ่มตัวโนต้ และตัวหยุดตามเคร่ืองหมายกําหนดจงั หวะที่กําหนดให้ ในอตั รา
จังหวะธรรมดาและแบบผสมทัง้ หมด
4. การแบ่งกล่มุ ทํานองที่กําหนดให้ ระบเุ ครื่องหมายกําหนดจงั หวะ โนต้ ในอัตราจังหวะผสม
ทง้ั หมด โนต้ duplet, triplet, quadruplet, quintuplet, sexolet และ septolet
5. ช่อื ขนั้ คู่ เมเจอร์, ไมเนอร์, เพอรเ์ ฟค, ดิมนิ ชิ , ออกเมนเตด ทไี่ มเ่ กินหน่ึงชว่ งคแู่ ปด
6. ตรยั แอดทงั้ หมดในบันไดเสียงเมมเจอร์และไมเนอร์ดงั กล่าวข้างตน้ ในรูปแบบคอ์ด
ตาํ แหนง่ ราก(คอร์ดปดิ )คอรด์ พลิกกลับครัง้ ที่ 1 และคร้งั ท่ี 2 ทง้ั ในนกุญแจซอลและกุญแจฟา
7. การเขยี นโนต้ ประดับจากเคร่อื งหมาย acciacatura, appogiatura, mordent และ turn
8. การสร้างคอรโ์ ดมิเเนนท์เซเว่นตาด้ครอ่ื งหมายกาํ หนดกุญแจเสยี ง
9. คําศัพทด์ นตรี
2
ตัวอย่างแนวข้อสอบ ทฤษฎดี นตรี เกรด 4
3
บันไดเสยี ง
(Scales)
1. จงเขยี นบนั ไดเสยี งตามคาํ สั่งตอ่ ไปนี้โดยใส่เครื่องหมายกําหนดกุญแจเสียงไวข้ า้ งหนา้ ห้องในแต่ละขอ้
a) C ชาร์ป แบบเมโลดิกไมเนอร์ (melodic minor) ขาข้ึนและขาลงดว้ ยตวั ครอตเชต (crotchet)
b) D ชาร์ป แบบเมโลดกิ ไมเนอร์ ขาขนึ้ และขาลงด้วยตวั ดํา
c) C ชารป์ เมเจอร์ ขาขน้ึ ด้วยตวั ขาว
d) D แฟลต เมเจอร์ ขาขนึ้ ดว้ ยตัวครอตเชต (crotchet)
4
e) G แฟลต เมเจอร์ ขาขึ้นด้วยตวั ขาว
f) F ชาร์ป เมเจอร์ ขาข้ึนและลงด้วยตัวขาว
g) C แบบเมโลดิกไมเนอร์ ขาขึน้ และขาลงดว้ ยตวั มินิม
h) B เมเจอร์ ขาข้นึ ด้วยตัวครอตเชต
i) A แฟลต แบบเมโลดกิ ไมเนอร์ ขาข้นึ และลงดัวนตัวมนิ มิ
5
j) G ชาร์ป แบบเมโลดกิ ไมเนอร์ ขาขนึ้ และลงดวั นตวั ขาว
k) F ชาร์ป เมเจอร์ ขาขนึ้ และขาลงดว้ ยตวั เซมบิ รีฟ (semibreve)
l) B แฟลต แบบฮารโ์ มนิก ไมเนอร์ ขาขึ้นและลงด้วยตวั กลม
m) C ชารป์ เมเจอร์ ขาขึ้นและลงดว้ ยตัวกลม
n) D ชารป์ แบบเมโลดกิ ไมเนอร์ ขาขนึ้ และลงด้วยตัวดํา
6
เคร่อื งหมายกาหนดจงั หวะ
(Time signature)
1. จงใสเ่ ครอ่ื งหมายกาํ หนดจังหวะ (Time signature) ให้แตะ่ ข้อใหถ้ ูกตอ้ ง
a) b)
c) d)
e) f)
g) h)
7
i) j)
k) l)
m) n)
o) p)
q) r)
8
s) t)
u)
v)
9
2. เติมโน้ตตัวซอล (G) ภายใต้เครื่องหมายดอกจันทน์ () ให้มีค่าครบถ้วนตามเคร่ืองหมายกําหนด
จังหวะ (time signature) ที่กาํ หนดให้ในแตข่ ้อ
a) b)
c) d)
e) f)
g) h)
10
i) j)
k) l)
11
3. เติมตัวหยุด (rest) ภายใต้เครื่องหมายดอกจันทน์ () ให้มีค่าครบถ้วนตามเคร่ืองหมายกําหนด
จังหวะ (time signature) ท่ีกําหนดให้ในแต่ข้อ
a) b)
c) d)
e) f)
g) h)
12
i) j)
k) l)
13
4. จงขีดเสน้ กันหอ้ งและใสเ่ คร่อื งหมายกาํ หนดจังหวะให้ถูกตอ้ ง
a)
b)
c)
d)
e)
14
f)
g)
h)
15
ขั้นคู่
(Intervals)
- ขัน้ ค่เู พอร์เฟค และขน้ั คูเ่ มเจอร์ ถ้าเพิ่มขน้ึ คร่งึ เสยี งจะกลายเปน็ ข้ันคู่ออกเมนเทด (Augmented)
ตัวอย่าง
ขน้ั คู่ 4 เพอร์เฟค ขน้ั คู่ 4 ออกเมนเทด ขน้ั คู่ 6 เมเจอร์ ข้ันคู่ 6 ออกเมนเทด
- ขัน้ คู่เพอรเ์ ฟค และไมเนอร์ ถา้ ลดลงครึง่ เสยี งจะกลายเปน็ ขน้ั คู่ดิมินชิ ท์ (Diminished)
ตวั อย่าง
ขนั้ คู่ 5 เพอรเ์ ฟค ขน้ั คู่ 5 ดมิ ินชิ ท์ ขน้ั คู่ 6 ไมเนอร์ ขั้นคู่ 6 ดิมนิ ชิ ท์
16
การพลิกกลบั ของข้นั คู่
(Inversion of Intervals)
ขั้นคู่ 2 พลิกกลับได้ขน้ั คู่ 7 ขั้นคู่ 7 พลกิ กลบั ได้ขน้ั คู่ 2 ข้ันคู่เมเจอร์ พลิกกลบั ได้ ขัน้ ค่ไู มเนอร์
ขั้นคู่ 3 พลิกกลบั ไดข้ ้นั คู่ 6 ขั้นคู่ 6 พลกิ กลับได้ข้ันคู่ 3 ข้ันคู่ไมเนอร์ พลิกกลับได้ ขนั้ ค่เู มเจอร์
ขั้นคู่ 4 พลกิ กลบั ไดข้ ้ันคู่ 5 ขน้ั คู่ 5 พลิกกลบั ได้ขัน้ คู่ 4 ขน้ั คู่ออกเมนเทด พลิกกลับได้ ข้นั คดู่ ิมนิ ชิ ท์
ขนั้ ค่เู พอรเ์ ฟค พลิกกลบั ได้ ข้ันคู่เพอรเ์ ฟค
ขัน้ ค่ดู มิ ินชิ ท์ พลิกกลับได้ ข้ันคูอ่ อกเมนเทด
ตัวอยา่ ง
ขนั้ คู่ 7 ขน้ั คู่ 2 ขั้นคู่ 3 ข้นั คู่ 6 ข้ันคู่ 4 ขน้ั คู่ 5
เมเจอร์ ไมเนอร์ เมเจอร์ ไมเนอร์ เพอร์เฟค เพอรเ์ ฟค
17
1. จงระบชุ ่ือขั้นคู่ต่อไปนใ้ี ห้ถูกต้อง
a) ตวั อย่าง b) c) d) e)
ขัน้ คู่ 3 ออกเมนเทด ___________ ___________ ___________ ___________
Augmented 3rd ___________ ___________ ___________ ___________
f) g) h) i) j)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
k) l) m) n) o)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
18
p) q) r) s) t)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
u) v) w) x) y)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
19
2. จงบอกชื่อข้ันคู่เสียงและเขียนขั้นคู่เสียงพลิกกลับจากข้ันคู่เสียงท่ีกําหนดให้พร้อมท้ังระบุช่ือขั้นคู่
เสียงท่ีเกดิ ข้นึ ใหม่ให้ถกู ต้อง
a) ตวั อยา่ ง b) c) d) e)
ข้นั คู่ 4 ดมิ นิ ชิ ท์ ___________ ___________ ___________ ___________
ขน้ั คู่ 5 ออกเมนเทด ___________ ___________ ___________ ___________
f) g) h) i) j)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
20
k) l) m) n) o)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
p) q) r) s) t)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
21
u) v) w) x) y)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
z) aa) bb) cc) dd)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
22
ee) ff) gg) hh) ii)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
jj) kk) ll) mm) nn)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
23
oo) pp) qq) rr) ss)
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
___________ ___________ ___________ ___________ ___________
24
การยา้ ยบนั ไดเสียงและเครอื่ งหมายกาหนดบนั ไดเสยี ง
(Transposition and Key signature)
การยา้ ยบนั ไดเสียงของทว่ งทํานองทําไดด้ ังนี้
1. หากญุ แจเสยี งของทํานองเดิม
2. ใส่เคร่ืองหมายกําหนดกุยแจเสียงของคีย์ใหม่และเครื่องหมายกําหนดจังหวะเดิม โดยสามารถหา
กญุ แจเสยี งใหมด่ ว้ ยการนบั จากกุญแจเสียงเดิมใหส้ ูงขน้ึ หรอื ตํา่ ลงตามโจทน์ทตี่ ้องการ
3. หาช่วงกว้าง/ข้นั คู่ของโน้ตในแต่ละตวั ใหไ้ ด้ข้ันคเู่ ทา่ กนั ทงั้ หมด
4. ใสค่ ่าของตวั โน้ต กล่มุ โน้ต เสน้ กันหอ้ ง และอ่นื ๆ ใหเ้ หมือนทํานองเดิม
5. ดูเครอื่ งหมายแปลงเสยี งที่กาํ กับโน้ตข้างใน ถ้าทํานองเดิมน้ันมเี คอ่ื งหมายแปลงเสยี งเพื่อต้องการให้
เสียงนั้นสูงข้นึ หรอื ตํา่ ลง ทํานองทีไ่ ด้ใหม่ตอ้ งทาํ ให้โน้ตตวั นัน้ ๆ สงู ข้ึนหรอื ตํ่าลงตามดว้ ยเช่นกัน
ตัวอยา่ ง
จงยา้ ยทาํ นองเสียงให้มีเสยี งสูงขนึ้ คู่ 2 ออกเมนเทด
25
กญุ แจเสียงเดมิ คอื G ไมเนอร์ เมื่อย้ายบันไดเสียงขึ้นคู่ 2 ออกเมนเทด จะได้กุญแจเสียง A ชาร์ป มี 7
ชาร์ป เขียนเครื่องหมายกําหนดบันไดเสียงใหม่และเคร่อื งหมายกาํ หนดจังหวะ หาช่วงกว้างและข้ันคู่เสียงในแต่
ละตวั ให้ห่างเท่ากนั ท้ังหมด F ชาร์ป ใน G ไมเนอร์ เป็น G ดับเบิลชาร์ปในทํานองใหม่ F แฟลตในห้องท่ี 7 ถูก
ทําให้เสยี งตํ่าลงคร่งึ เสยี ง ทาํ นองใหมท่ ไ่ี ดค้ ือโนต้ G ซง่ึ ในบนั ไดเสียงใหม่เป็น G ชาร์ป จึงต้องใส่เคร่ืองหมายเน
เจอร์รลั เพื่อลดระดับเสยี งให้ต่ําลงครง่ึ เสียงตามทํานองเดิม
26
1. จงบอกช่ือกุญแจเสียงของทํานองต่อไปน้ีและย้ายบันไดเสียงตามคําสั่งที่กําหนดพร้อมทั้งใส่
เครอ่ื งหมายกําหนดจงั หวะให้ถกู ต้อง
a)
กญุ แจเสยี งเดิม คอื ________________________
ยา้ ยบันไดเสียงลง
กุญแจเสยี งใหม่ คือ ________________________
b)
กุญแจเสียงเดมิ คอื ________________________
ย้ายบันไดเสยี งข้นึ
กญุ แจเสยี งใหม่ คือ ________________________
27
c)
กุญแจเสียงเดิม คอื ________________________
ยา้ ยบันไดเสยี งข้นึ
กญุ แจเสียงใหม่ คอื ________________________
d)
กญุ แจเสียงเดมิ คือ ________________________
ย้ายบันไดเสยี งลง
กุญแจเสียงใหม่ คอื ________________________
28
e)
กุญแจเสียงเดิม คือ ________________________
ยา้ ยบันไดเสยี งลง
กุญแจเสียงใหม่ คือ ________________________
f)
กญุ แจเสยี งเดมิ คือ ________________________
ยา้ ยบนั ไดเสยี งลง
กุญแจเสยี งใหม่ คอื ________________________
29
g)
กุญแจเสยี งเดิม คือ ________________________
ยา้ ยบันไดเสยี งข้ึน
กุญแจเสียงใหม่ คอื ________________________
h)
กญุ แจเสยี งเดิม คอื ________________________
ยา้ ยบนั ไดเสยี งข้นึ
กญุ แจเสียงใหม่ คือ ________________________
30
2. จงเขียนทํานองใหม่โดยใส่เครื่องหมายแปลงเสียงไว้ข้างในตามคําส่ัง (ข้อ 1) ในแต่ละข้อ พร้อมทั้ง
ย้ายบันไดเสียงตามคําส่ังในแต่ละข้อโดยใส่คร่ืองหมายกํากับบันไดเสียงไว้หน้าห้อง (ข้อ 2) พร้อมทั้งใส่
เคร่ืองหมายกาํ กบั จงั หวะในแตบ่ ะขอ้ ให้ถกู ตอ้ ง
a)
a 1) A แฟลตเมเจอร์
a 2) ย้ายไปบนั เสยี งขึ้นคู่ 2 ออกเมนเทด
31
b)
b 1) B เมเจอร์
b 2) ยา้ ยบนั ไดเสียงขน้ึ คู่ 6 ดิมินชิ ท์
32
c)
c 1) A แฟลต เมเจอร์
c 2) ยา้ ยบนั ไดเสียงขึ้นคู่ 2 ออกเมนเทด
d)
d 1) F ไมเนอร์
d 2) ย้ายบนั ไดเสยี งลงคู่ 4 ดิมินชิ ท์
33
e)
e 1) B ไมเนอร์
e 2) ยา้ ยบนั ไดเสยี งลงคู่ 6 ออกเมนเทด
f)
f 1) A แฟลต เมเจอร์
f 2) ย้ายข้ึนคู่ 2 ออกเมนเทด
34
g)
g 1) F ไมเนอร์
g 2) ย้ายบันไดเสยี งลงคู่ 4 ดิมินิชท์
h)
h 1) B ไมเนอร์
h 2) ย้ายบนั ไดเสียงลงคู่ 6 ออกเมนเทด
35
i)
i 1) D แฟลต เมเจอร์
i 2) ย้ายบันไดเสียงลงคู่ 3 ดิมินิชท์
j)
j 1) G ชาร์ป ไมเนอร์
j 2) ยา้ ยบันไดเสยี งลงคู่ 2 ออกเมนเทด
36
k)
k 1) C ชาร์ป ไมเนอร์
k 2) ยา้ ยบนั ไดเสียงลงคู่ 2 ออกเมนเทด
37
3. บอกชอ่ื กุญแจเสียงของทํานองต่อไปน้ี พรอ้ มทง้ั ใสเ่ ครื่องหมายกําหนดจงั หวะ ดังนี้
ขอ้ 1 ย้ายบนั ไดเสียงตามคําสั่งและใส่เครื่องหมายแปลงเสยี งไวห้ นา้ โน้ตทจี่ าํ เป็นให้ถกู ต้อง
ข้อ 2 ย้ายบันไดเสียงตามเครื่องหมายกําหนดกญุ แจเสยี งท่ีกําหนดให้
a)
กุญแจเสียง ________________________
a 1) ยา้ ยบนั ไดเสยี งลงคู่ 3 ดิมนิ ชิ ท์
a 2) ยา้ ยบันไดเสยี งลง
38
b)
กุญแจเสยี ง ________________________
b 1) ย้ายบนั ไดเสียงลงคู่ 2 ออกเมนเทด
b 2) ย้ายบันไดเสยี งข้นึ
39
c)
กญุ แจเสียง ________________________
c 1) ย้ายบนั ไดเสยี งขนึ้ คู่ 2 ออกเมนเทด
c 2) ย้ายบนั ไดเสยี งลง
40
d)
กญุ แจเสยี ง ________________________
d 1) ยา้ ยบนั ไดเสียงลงคู่ 4 ดมิ ินิชท์
d 2) ยา้ ยบันไดเสียงลง
e)
กุญแจเสยี ง ________________________
e 1) ย้ายบนั ไดเสียงข้ึนคู่ 6 ออกเมนเทด
e 2) ย้ายบันไดเสยี งขนึ้
41
f)
กุญแจเสยี ง ________________________
f 1) ย้ายบันไดสเสยี งข้ึนคู่ 6 ดมิ ินชิ ท์
f 2) ย้ายบนั ไดเสียงขึ้น
g)
กุญแจเสยี ง ________________________
g 1) ยา้ ยบันไดเสียงลงคู่ 5 ออกเมนเทด
g 2) ย้ายบันไดเสียงลง
42
4. จงเขียนทาํ นองต่อไปน้ใี หม่ตามระดบั เสยี งและกญุ แจประจาํ หลกั ท่ีกาํ หนดให้
a) สงู ข้นึ 1 คแู่ ปด
b) สูงข้ึน 1 ครึง่ เสียง
c) สูงขึ้น 1 คู่แปด
d) สงู ข้ึน 1 คร่ึงเสยี ง
43