The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by p.gunniga123, 2022-10-28 00:56:37

วิทยาศาสตร์ ป.4

P5-sci-44-1

ชดุ ที่ 44 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 44) จํานวน 5 ขอ้

คาํ สง่ั : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดแสดงเส้นทางการเดินทางของเสียงท่ีเข้าสู่
หูไดถ้ ูกตอ้ ง ตามลาํ ดับ
1) รูหู → เยอ่ื แกว้ หู → กระดกู หู → ทอ่ รูป
ครึง่ วงกลม → คอเคลีย → สมอง
2) รูหู → เย่อื แกว้ หู → คอเคลยี → กระดูกหู
→ ท่อรปู ครงึ่ วงกลม → สมอง
3) รหู ู → กระดกู หู → เย่อื แกว้ หู → ทอ่ รูป
คร่งึ วงกลม → คอเคลยี → สมอง
4) รหู ู → กระดูกหู → คอเคลยี → เยื่อแก้วหู
→ ทอ่ รปู ครง่ึ วงกลม → สมอง

2. ไข้หวัดใหญส่ ายพนั ธ์ใุ หม่ 2009 เป็นสายพันธ์ุที่มี
วิวัฒนาการมาจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ในส่ิงมีชีวิต
ชนิดต่างๆ ยกเวน้ จากส่งิ มีชวี ิตชนิดใด
1) มนุษย์
2) นก
3) สกุ ร
4) ลงิ

3. โครงสร้างใดในระบบสืบพันธ์ุเพศหญิงที่เป็น
บริเวณทรี่ องรับการฝังตัวของตวั อ่อน
1) ชอ่ งคลอด
2) ทอ่ นาํ ไข่
3) รังไข่
4) มดลูก

4. ภายในห้องหอ้ งหนง่ึ มขี นาดกว้าง 4 เมตร ยาว
5 เมตร สงู 3 เมตร มมี วลของอากาศ 30,000
กรัม อากาศในหอ้ งนี้มคี วามหนาแนน่ กีก่ ิโลกรมั
ต่อลกู บาศก์เมตร
1) 0.3 กิโลกรัมต่อลกู บาศก์เมตร
2) 0.5 กโิ ลกรมั ต่อลูกบาศก์เมตร
3) 300 กิโลกรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร
4) 500 กโิ ลกรมั ตอ่ ลกู บาศก์เมตร

5. พิจารณาการแบ่งกลุ่มของโรคทางพันธุกรรม
ดงั น้ี
กลมุ่ ที่ 1 ธาลัสซีเมยี ทา้ วแสนปม ผิวเผอื ก
กลุ่มท่ี 2 ตาบอดสี เลือดไหลไม่หยุด กล้าม-
เน้อื แขนขาลีบ
ใช้เกณฑ์ข้อใดในการแบ่งกลุ่มของโรคทาง
พนั ธกุ รรม

กลุ่มที่ 1 กลุม่ ท่ี 2

1) ยนี ผิดปกติ จาํ นวนโครโมโซม
ผิดปกติ

2) ลักษณะที่เกดิ จาก ลักษณะทเ่ี กดิ จาก
ยีนดอ้ ย ยนี เดน่

3) พบในเพศชายมากกว่า พบในเพศหญงิ
เพศหญิง มากกวา่ เพศชาย

4) ยีนบนโครโมโซม- ยีนบนโครโมโซม-
รา่ งกายผดิ ปกติ เพศผดิ ปกติ

เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ช้นั ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 44) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 1) รูหู → เยื่อแกวหู → กระดูกหู → ทอรูปครง่ึ วงกลม → คอเคลีย → สมอง
การไดยนิ เสียงเกดิ จากใบหรู ับคลนื่ เสียงเขา สรู ูหูไปกระทบเยื่อแกวหู เยือ่ แกว หถู ายทอดความสัน่ สะเทือน

ของคลน่ื เสยี งไปยงั กระดกู คอ น กระดูกทงั่ และกระดกู โกลน ซึ่งอยูในหูชนั้ กลางไปยงั ทอ รปู คร่งึ วงกลม แลวตอ ไป
ยงั ของเหลวในทอ รปู หอยโขง (คอเคลีย) และประสาทรับเสยี งในหูชนั้ ใน ตามลาํ ดับ ประสาทรับเสยี งถูกกระตนุ
แลวสงความรูสึกไปสสู มองเพื่อแปลความหมายของเสยี งที่ไดย นิ

2. เฉลย 4) ลิง
โรคไขหวัดใหญสายพันธใุ หม 2009 เกดิ จากเชื้อไวรสั ไขห วัดใหญช นิด เอ เอช 1 เอน็ 1 (A/H1N1)

ซึง่ เปน เชอ้ื ตัวใหมที่ไมเ คยพบทั้งในสุกรและในคน เปน เชื้อท่ีเกิดจากการผสมขามสายพนั ธุ ซง่ึ มีสารพนั ธกุ รรมของ
เชื้อไขห วัดใหญค น ไขห วัดใหญส กุ ร และไขห วดั ใหญส ัตวป กดวย

3. เฉลย 4) มดลกู
มดลกู มีรูปรา งคลา ยผลชมพู หรอื รปู รา งคลา ยสามเหล่ยี มหวั กลบั ลง อยูในบรเิ วณอุง กระดูกเชงิ กราน

ระหวา งกระเพาะปสสาวะกับทวารหนกั ภายในเปนโพรงทาํ หนาทเ่ี ปน ที่ฝง ตวั ของไขท ่ีไดรบั การผสมแลว และเปนที่
เจรญิ เตบิ โตของทารกในครรภ

4. เฉลย 2) 0.5 กิโลกรัมตอลูกบาศกเมตร

ความหนาแนนของอากาศเปน ปริมาณของมวลอากาศท่ีมีอยูในหน่งึ หนว ยปรมิ าตร

ความหนาแนน = มวล
ปรมิ าตร

จากโจทย ความหนาแนน = 30 (30,000 กรัม = 30 กโิ ลกรมั )
4×5×3

= 30 = 0.5 กิโลกรัมตอ ลูกบาศกเ มตร
60

5. เฉลย 4) กลุม ท่ี 1 = ยีนบนโครโมโซมรา งกายผดิ ปกติ และกลุมที่ 2 = ยีนบนโครโมโซมเพศผิดปกติ
กลุมที่ 1 ธาลสั ซีเมีย ผวิ เผอื ก เกิดจากยีนดอ ยบนโครโมโซมรา งกาย สวนทาวแสนปม เปน ลักษณะที่

เกดิ จากยนี เดน บนโครโมโซมรา งกาย ลกั ษณะตา งๆ ในกลมุ ท่ี 1 มีโอกาสพบทัง้ ในเพศชายและเพศหญิงเทา ๆ กัน
กลุมท่ี 2 ตาบอดสี เลือดไหลไมหยุด กลามเนื้อแขนขาลบี เกดิ จากยนี ดอ ยบนโครโมโซมเพศ

มีโอกาสพบในเพศชายมากกวา เพศหญงิ

————————————————————

ชดุ ที่ 43 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ช้นั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 43) จํานวน 5 ขอ้

คําส่งั : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดไม่เก่ียวขอ้ งกบั วัฏจักรน้าํ
1) การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื
2) การขับถ่ายของเสยี ของมนษุ ยแ์ ละสัตว์
3) การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซลิ
4) การควบแน่นของไอนํ้าเป็นหยดนํ้าและก่อตัว
เปน็ เมฆ

2. อณุ หภมู มิ ผี ลตอ่ กระบวนการใดของพชื มากที่สุด
1) การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
2) การคายนาํ้
3) การดดู ซมึ แรธ่ าตุ
4) การลําเลียงนาํ้ และแร่ธาตุ

3. นายปทู ดลองนํานา้ํ ปริมาตรเทา่ กันใส่ในแก้วและ
ขวด แลว้ ตั้งไว้ในห้อง 2 วนั พบวา่ ระดบั น้าํ ใน
ภาชนะท้ังสองลดลงต่างกนั ขอ้ ใดเป็นตวั แปร
ควบคมุ ของการทดลองน้ี
1) ปรมิ าตรของภาชนะ อัตราการระเหยของนา้ํ
2) พนื้ ที่ผิวของนาํ้ ในภาชนะ ความชื้นในห้อง
3) ปริมาณนํ้าทห่ี ายไป บรเิ วณทว่ี างภาชนะทง้ั สอง
4) ปรมิ าตรของนาํ้ จํานวนวันท่วี างภาชนะใส่น้ํา

4. การกระทําในข้อใดมีผลต่อการเพ่ิมข้ึนของ
อุณหภมู โิ ลกนอ้ ยท่ีสุด
1) การทาํ ฟารม์ ปศุสตั วข์ นาดใหญ่
2) การใช้น้ํามันและแก๊สธรรมชาติเป็นเช้ือเพลิง
รถยนต์
3) การเผาปา่ เพอ่ื ทาํ เปน็ พน้ื ทก่ี ารเกษตร
4) การทิ้งขยะลงในแมน่ ํ้าลาํ คลอง

5. พิจารณาแผนภาพด้านลา่ ง
ข้อใดกล่าวไมถ่ กู ต้อง
1) มกี ารดดู พลงั งานเขา้ ไป
2) เป็นการเปลย่ี นสถานะของสาร
3) โมเลกลุ ของสารมีการเคล่อื นทช่ี า้ ลง
4) ภายในภาชนะจะมอี ุณหภมู ลิ ดตา่ํ ลง

เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 43) จํานวน 5 ข้อ

1. เฉลย 3) การเผาไหมของเช้ือเพลงิ ฟอสซิล
การเผาไหมข องเชื้อเพลงิ ฟอสซลิ เกยี่ วของกบั วฏั จกั รคารบ อน การเผาไหมข องเช้ือเพลิงฟอสซลิ ท่ีใชใน

การขนสงและโรงงานอุตสาหกรรมทําใหเกิดแกสคารบ อนไดออกไซดใ นชัน้ บรรยากาศ

2. เฉลย 2) การคายนํา้
ถา อุณหภมู ขิ องบรรยากาศสูงทาํ ใหใบคายนํา้ มากและเรว็ ขึ้น เพราะอุณหภมู สิ งู ขึน้ นาํ้ ระเหยไดเรว็ ขน้ึ

และนอกจากนี้อุณหภมู ยิ ังมผี ลตอการเปด ปากใบดว ย ถาอุณหภูมติ า่ํ ใกล 0 องศาเซลเซยี ส ปากใบจะปด หมด
พชื บางชนิดปากใบเปด ไดดที ่อี ุณหภมู ิ 25-30 องศาเซลเซียส ถา อณุ หภมู ิสูงกวา นี้ปากใบจะเปด นอยลง เพราะ
ปอ งกนั ไมใหคายนํ้ามากเกนิ ไป

3. เฉลย 4) ปริมาตรของนาํ้ จํานวนวันทีว่ างภาชนะใสน ้ํา
ตัวแปรตน คือ ส่ิงที่เปนสาเหตุทาํ ใหเกดิ ผลตา งๆ ในการทดลองนี้ ไดแ ก พนื้ ทผ่ี ิวของนํ้าในภาชนะ
ตัวแปรตาม คอื ส่ิงทเี่ ปนผลเนื่องมาจากตัวแปรตน ไดแ ก ปริมาณนํา้ ท่ีหายไป
ตัวแปรควบคมุ คอื ส่ิงอ่นื ๆ นอกเหนอื จากตัวแปรท่ีจะทําใหผลการทดลองคลาดเคลื่อนถา หากวา ไมมี

การควบคมุ ใหเ หมอื นกัน ไดแ ก ปริมาตรของนํา้ จาํ นวนวันที่วางภาชนะใสนา้ํ

4. เฉลย 4) การทงิ้ ขยะลงในแมน าํ้ ลําคลอง
ภาวะโลกรอ นเปนผลจากการมีแกสคารบ อนไดออกไซดเกดิ ขนึ้ ในบรรยากาศ ซึ่งเปนสาเหตใุ หร งั สี

ความรอ นทีผ่ านชัน้ บรรยากาศเขา มาถูกกักไวใ นโลกโดยไมส ามารถสะทอ นกลับออกไปได เรียกวา “ภาวะเรือนกระจก”
การเกดิ ขึ้นของแกสคารบ อนไดออกไซด สวนใหญม ีสาเหตจุ ากกระบวนการเผาไหมข องการใชเ ชื้อเพลงิ ฟอสซลิ
อาทิ น้าํ มนั ปโตรเลยี ม ถา นหิน เปน ตน ท้งั จากกจิ กรรมการขนสง และการผลิตกระแสไฟฟา นอกจากนี้การทํา
ฟารม ปศสุ ัตว การปลกู ขาว และการเผาไหมของเช้อื เพลงิ ฟอสซลิ กเ็ ปนสาเหตุในการปลอ ยแกส มเี ทน แมว าแกส
มีเทนในช้ันบรรยากาศจะมีเพียงเลก็ นอย แตโ มเลกลุ ของแกส มเี ทนสามารถดดู กลืนรังสีความรอ นไดม ากกวา
แกสคารบอนไดออกไซดถงึ 25 เทา

5. เฉลย 1) มกี ารดดู พลงั งานเขาไป
จากรูป เปนการเปล่ยี นสถานะของสารจากแกส → ของเหลว → ของแขง็
การเปล่ียนสถานะของสารจากแกสเปนของเหลว และจากของเหลวเปน ของแข็ง เปนการเปลี่ยนสถานะ

ของสารโดยการคายความรอน โดยจะตอ งลดอุณหภูมิของสาร เพอ่ื ใหแ รงยึดเหน่ียวระหวา งอนุภาคของสาร
เพมิ่ ข้นึ โมเลกุลของสารมีการเคลอ่ื นทช่ี า ลง ทาํ ใหอนภุ าคของสารเกดิ การจับตัวกนั มากข้ึน และเกดิ ชองวาง
ระหวา งอนภุ าคนอยลง

————————————————————

ชุดท่ี 42 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ช้นั ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 42) จํานวน 5 ขอ้

คาํ สัง่ : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ในการตรวจสอบความเป็นพ่อแม่ลูกของมนุษย์
ในปจั จุบัน มักจะตรวจสอบจากส่ิงใดท่ีน่าเช่ือถือ
มากท่สี ุด
1) หม่เู ลือด
2) ลายนวิ้ มือ
3) ลายพมิ พ์ดเี อน็ เอ
4) พันธุประวัติ

2. เมื่อเข้าใกล้หม้อต้มนํ้าท่ีภายในมีน้ํากําลังเดือด
และมีลมพัดจะทําให้รู้สึกร้อน การถ่ายโอน
พลงั งานดังกลา่ วมรี ปู แบบเดยี วกบั ขอ้ ใด
1) ร้สู กึ รอ้ นเม่อื ยืนกลางแดด
2) การเกิดลมบกลมทะเล
3) รู้สึกร้อนมือเมือ่ จบั ชอ้ นทีแ่ ช่ในแกงรอ้ นๆ
4) การนาํ ลวดทองแดงมาทําสายไฟ

3. พจิ ารณาข้อมูลต่อไปน้ี
ก. ส่วนใหญ่เป็นแก๊สไฮโดรเจนและแก๊ส
ฮีเลียม
ข. บรรยากาศมีความหนาแนน่ มากทส่ี ุด
ค. ใชป้ ระโยชน์ในการคมนาคมทางอากาศ
ง. โมเลกุลของแก๊สแตกตัวเป็นไอออน
สะทอ้ นคลน่ื วิทยุได้

ข้ อ ใ ด เ รี ย ง ลํ า ดั บ ค ว า ม สู ง จ า ก พื้ น โ ล ก ข อ ง
ช้นั บรรยากาศจากมากไปน้อยไดถ้ กู ต้อง
1) ข., ค., ง. และ ก.
2) ข., ง., ค. และ ก.
3) ก., ง., ค. และ ข.
4) ค., ข., ก. และ ง.
4. สง่ิ ประดษิ ฐ์ในข้อใดที่อาศัยหลกั การแรงลอยตัว
1) เครอ่ื งบนิ
2) เรือดาํ นาํ้
3) ถว้ ยยูเรกา
4) สายยางกาลกั นา้ํ

5. โรคทางพันธกุ รรมในข้อใดท่มี ีโอกาสเกดิ ในผู้ชาย
และผูห้ ญงิ จาํ นวนเทา่ ๆ กัน
1) โรคตาบอดสี
2) โรคเลอื ดไหลไมห่ ยุด
3) โรคธาลสั ซเี มยี
4) โรคกล้ามเนือ้ แขนขาลบี

เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 42) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 3) ลายพิมพด เี อน็ เอ
ในปจจุบันมีการใชเทคโนโลยีตรวจสอบลายพิมพดีเอ็นเอ (DNA Fingerprint) มาใชประโยชนใน

หลายๆ ดาน อาทิ การพิสูจนตัวบุคคล การตรวจสอบความเปนพอแมลูก หรือการคลี่คลายคดีตางๆ ของ
เจาหนาที่ตํารวจ โดยหลักการทํางานของลายพิมพดีเอ็นเอน้ันเกิดจากหลักการที่วา มนุษยทุกคนบนโลกนี้จะมี
ลายพมิ พด เี อ็นเอท่ีไมเหมอื นใครและไมม ีใครเหมือน (ยกเวน ฝาแฝดแท)

2. เฉลย 2) การเกิดลมบกลมทะเล
การนําความรอ น ตวั อยา งเชน รูสึกรอนมอื เมอ่ื จับชอนทแ่ี ชใ นแกงรอ นๆ การนําลวดทองแดงมาทําสายไฟ
การพาความรอ น ตวั อยางเชน เขาใกลหมอตมนาํ้ ท่ภี ายในมนี ํา้ กําลงั เดอื ดจะทาํ ใหรูสึกรอน การเกดิ

ลมบกลมทะเล
การแผรงั สีความรอ น ตัวอยางเชน รสู ึกรอ นเมอ่ื ยนื กลางแดด

3. เฉลย 3) ก., ง., ค. และ ข.
บรรยากาศของโลกไมไดแบงเปน ชน้ั ท่ีมองเห็นได แตจ ากการศึกษาของนักวทิ ยาศาสตรส ามารถแบง

บรรยากาศออกเปน 5 ชั้น เริ่มจากพ้นื โลก ดังนี้
1. โทรโพสเฟย ร (Troposphere) ลกั ษณะเดน ของบรรยากาศชนั้ น้ี คือ อณุ หภมู ิจะคอ ยๆ ลดลงตาม

ระดบั ความสูงทเ่ี พมิ่ ขนึ้ อากาศในชัน้ นี้มีความหนาแนนมากและแปรปรวนอยูเสมอ มีไอนาํ้ เมฆ หมอก ฝน
และพายุ อันทําใหเกิดปรากฏการณตางๆ ของอากาศทีส่ มั พันธกบั ชีวิตมนษุ ยอยา งมาก

2. สตราโทสเฟย ร (Stratosphere) เปน ชัน้ ทม่ี อี ากาศมีเสถยี รภาพต่าํ สุด มคี วามสูงจากพืน้ ดนิ ตัง้ แต
15-50 กโิ ลเมตร อากาศในชั้นนีเ้ บาบาง ไมมเี มฆและพายุ มีความชนื้ และผงฝนุ เพียงเลก็ นอ ย มกี ระแสลมใน
แนวระดับ ใชป ระโยชนใ นการคมนาคมทางอากาศ มีปรมิ าณความเขม ขน ของแกส โอโซนมาก ซ่งึ แกสน้จี ะชว ยดดู
รังสีอลั ตราไวโอเลตจากดวงอาทิตยไ วไ มใหส องลงไปยังพื้นโลกมากจนเกนิ ไป

3. มโี ซสเฟย ร (Mesosphere) เปนสวนของบรรยากาศท่อี ยสู งู จากพื้นดนิ ในชวง 50-80 กโิ ลเมตร
อณุ หภูมใิ นช้ันน้ลี ดลงตามระดบั ความสูง

4. เทอรโมสเฟย ร (Thermosphere) เปน ชัน้ บรรยากาศท่อี ยสู ูงจากพ้นื ดินในชว ง 80-500 กิโลเมตร
อณุ หภมู ใิ นบรรยากาศช้นั น้ีจะสงู ข้นึ อยา งรวดเรว็ (เน่ืองจากอยูใ กลดวงอาทิตย) จนถงึ ระดับประมาณ 100 กโิ ลเมตร
จากนนั้ อตั ราการสงู ขึน้ ของอณุ หภูมิจะลดลง มอี ากาศเบาบางมาก และมแี กสตางๆ ซ่ึงอยใู นลกั ษณะทีเ่ ปน อนภุ าคที่
มีประจไุ ฟฟา เรยี กวา ไอออน สามารถสะทอ นคล่นื วิทยุบางชนิดได

5. เอกโซสเฟยร (Exosphere) เริม่ ต้งั แต 500 กโิ ลเมตร จากผวิ โลกขึ้นไป บรรยากาศชั้นน้เี จอื จางมากจน
ไมถ ือวาเปน สวนหนง่ึ ของบรรยากาศ องคประกอบสวนใหญเ ปนแกส ไฮโดรเจนและฮีเลยี ม ไมม ีรอยตอทชี่ ดั เจน
ระหวางบรรยากาศชัน้ นก้ี ับอวกาศ มอี ณุ หภูมิประมาณ 726 องศาเซลเซยี ส ถงึ แมอุณหภมู จิ ะสงู แตเ น่ืองจากมี
อากาศเบาบางมากจงึ แทบไมม ีผลตอ ยานอวกาศ

4. เฉลย 2) เรือดํานํ้า
วัตถุที่อยูในของเหลวจะมีแรงชนิดหนึ่งกระทําตอวัตถุในทิศตรงขามกับนํ้าหนักของวัตถุท่ีตกลงใน

แนวดิ่ง เรียกวา “แรงลอยตัว” ซ่ึงจะมีคาเทากับน้ําหนักของของเหลวท่ีถูกวัตถุนั้นแทนที่ เรือดําน้ําก็ใชหลักการนี้
คือ เมื่อจะดําลงใตผิวน้ําก็จะเปดชองใหนํ้าไหลเขาสูชองวางรอบตัวเรือ ทําใหนํ้าหนักของเรือมากขึ้นจนมากกวา
แรงลอยตัว ทําใหเรือคอยๆ จมลงใตผิวน้ํา เมื่อไดความลึกตามท่ีตองการแลวก็จะปมนํ้าออกจนน้ําหนักของเรือ
เทากับแรงลอยตวั การขับเคล่อื นก็ใชใบจักรและหางเสือเชน เดยี วกบั เรือท่วั ไป และเมื่อจะขน้ึ สูผ วิ นํ้าก็จะปมนํ้าออก
อกี ทาํ ใหแ รงลอยตวั มากกวา นํ้าหนักและพยุงเรือขน้ึ สูผิวน้ํา ซึ่งท่ีผิวนํ้าน้ันแรงลอยตัวจะมีคาเทากับน้ําหนักของน้ําท่ี
มปี ริมาตรเทาสวนท่จี มอยใู ตผ ิวนํ้าของเรอื

5. เฉลย 3) โรคธาลัสซเี มีย
โรคทางพันธุกรรมทเ่ี กิดจากการถา ยทอดความผดิ ปกติของยนี บนโครโมโซมรา งกาย มโี อกาสเกิดใน

ผูชายและผหู ญิงจํานวนเทา ๆ กนั เชน ผวิ เผือก โรคธาลัสซเี มีย เซลลเ ม็ดเลือดแดงเปนรปู เคียว เปนตน
โรคทางพันธุกรรมท่เี กดิ จากยนี ทค่ี วบคมุ ลักษณะดอ ยหรือยีนดอยทีอ่ ยบู นโครโมโซม X จะแสดง

ลักษณะดอ ยออกมาในเพศชายไดงา ยกวา ในเพศหญงิ เนอ่ื งจากในเพศชายมีโครโมโซม X เพยี งโครโมโซมเดยี ว
เมือ่ ไดร บั ยีนดอ ยจากโครโมโซมแม ก็จะแสดงลักษณะดอยน้ันไดเ ตม็ ที่ สวนในเพศหญิงจะแสดงลักษณะดอ ย
ออกมาไดก ็ตอ เม่ือไดร บั ยนี ดอยจากโครโมโซม X ของพอ และของแมฝายละ 1 ยนี นน้ั ก็คือวาตอ งมยี ีนทัง้ คเู ปน
ยีนดอย เชน โรคตาบอดสี โรคเลอื ดไหลไมห ยดุ โรคกลา มเนอื้ แขนขาลีบ เปนตน

————————————————————

ชุดที่ 41 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ช้ัน ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชุดท่ี 41) จํานวน 5 ขอ้

คาํ สง่ั : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ แรงเสยี ดทานไมถ่ กู ตอ้ ง
1) แรงเสยี ดทานเกิดขึ้นขณะท่ีวัตถุเคล่ือนที่และ
มีทศิ ทางสวนทางกบั การเคลอ่ื นท่ี
2) แรงเสียดทานเกดิ ขึน้ ระหว่างผวิ สมั ผสั กับวตั ถุ
ท่สี มั ผัสกัน
3) แรงเสียดทานในการเคลื่อนท่ีของกล่องไม้บน
พน้ื ปูนน้อยกว่าพ้นื ทราย
4) แรงเสียดทานขึ้นอยู่กับรูปร่างของวัตถุ
นํ้าหนกั ของวัตถุ และชนิดของผวิ สมั ผัส

2. ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้อง
1) มนุษย์มีโครโมโซมร่างกาย 44 แท่ง มี
โครโมโซมเพศ 2 แทง่
2) โครโมโซมเพศเปน็ ตวั กําหนดเพศในมนษุ ย์
3) เพศชายมีโครโมโซมเพศเป็น XX เพศหญิงมี
โครโมโซมเพศเป็น XY
4) ผู้ท่ีมีจํานวนโครโมโซมผิดปกติ จะทําให้เกิด
ลกั ษณะผิดปกตดิ ้วย

3. ข้อใดไมใ่ ช่ข้อดีของการผสมเทียม
1) ได้สัตว์พันธ์ุแท้ท่ีเหมือนกับพ่อพันธ์ุและ
แมพ่ นั ธุท์ กุ ประการ
2) ไดส้ ตั วท์ มี่ ีพนั ธุ์ดตี ามตอ้ งการ
3) ปอ้ งกนั การระบาดของโรคติดตอ่ ในสัตว์
4) ไดส้ ัตว์ท่ีทนทานตอ่ สภาพดินฟา้ อากาศ

4. ข้อใดไมใ่ ช่สาเหตุของการกลายพนั ธใ์ุ นมนษุ ย์
1) รงั สีอลั ตราไวโอเลต
2) สารอะฟลาทอกซิน
3) รงั สีเอกซ์
4) ความเยน็

5. พิจารณารูปเครอ่ื งกลทก่ี าํ หนดให้ตอ่ ไปนี้

ABC

DEF

เครอ่ื งกลขอ้ ใดใชห้ ลักการของคานทงั้ หมด
1) A, C และ E
2) A, C และ D
3) B, E และ F
4) B, C และ D

เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 41) จาํ นวน 5 ข้อ

1. เฉลย 4) แรงเสยี ดทานขน้ึ อยกู ับรูปรางของวัตถุ น้ําหนักของวัตถุ และชนดิ ของผิวสมั ผัส
แรงเสยี ดทาน คือ แรงที่ตอ ตานการเคลอ่ื นทีข่ องวัตถุจะเกิดเม่ือเราพยายามเคล่อื นวตั ถุและขณะท่ีวตั ถุ

เคลอื่ นท่ี แรงเสียดทานขนึ้ อยกู ับ
1. น้ําหนกั ของวัตถุทจ่ี ะเคล่อื น สงิ่ ทหี่ นกั มากจะมแี รงเสียดทานมาก เชน กลอ งเปลา กับกลอ งทม่ี ขี อง

อยูภายใน การเคลอื่ นกลอ งเปลา จะทําไดงา ยกวาเคลอื่ นกลองท่ีมขี องอยมู าก
2. ชนิดของผิวทสี่ มั ผัสกนั การลากหรอื ดันวตั ถุไปบนพื้นที่มีผิวเรยี บจะออกแรงนอยกวาบนพ้ืนทีม่ ีผวิ

ขรุขระ พื้นผวิ ท่ีทาํ ใหแรงเสยี ดทานมคี า นอ ย ไดแ ก ผิวแกว แผน โลหะเรยี บ ไมเ รยี บขัดมัน พ้นื หนิ ออน สว น
พนื้ ผิวทท่ี าํ ใหแรงเสียดทานมีคา มาก ไดแ ก ผวิ ยาง คอนกรีต กระดาษทราย เปน ตน

2. เฉลย 3) เพศชายมีโครโมโซมเพศเปน XX เพศหญงิ มโี ครโมโซมเพศเปน XY
มนุษยม โี ครโมโซมทง้ั หมด 46 แทง (23 คู) แบง เปน โครโมโซมรา งกาย 44 แทง (22 คู) และ

โครโมโซมเพศ 2 แทง (1 คู) โครโมโซมเพศเปนตัวกําหนดเพศในมนษุ ย ในหญงิ จะเปน แบบ XX ในชายจะเปน
แบบ XY ผทู ่ีมีจํานวนโครโมโซมผิดปกติ จะทาํ ใหเ กดิ ลกั ษณะผดิ ปกติดวย เชน กลมุ อาการดาวน คนทเ่ี ปนกลมุ
อาการนม้ี โี ครโมโซม 47 แทง โครโมโซมเกนิ ไป 1 แทง คอื โครโมโซมคูท ี่ 21 มี 3 แทง แทนท่ีจะมี 2 แทง
ทําใหม ลี ักษณะศีรษะคอนขางเลก็ แบน และตาเฉยี งขึน้ ดัง้ จมกู แบน ปากเล็ก ลน้ิ มักยน่ื ออกมา ตัวคอนขา งเต้ยี
มือสั้น มักมีโรคหวั ใจพิการแตกําเนิด มีภาวะปญ ญาออน เปนตน

3. เฉลย 1) ไดสัตวพันธุแทท ่เี หมือนกับพอ พนั ธแุ ละแมพ ันธุทุกประการ
การผสมเทยี มสตั วม ปี ระโยชนแ ละขอดี คอื เปนการปรับปรุงพนั ธกุ รรมไดรวดเรว็ ขนึ้ และมปี ระสิทธภิ าพ

มากข้ึน ประหยัดพอพนั ธแุ ละชวยปอ งกันโรคเขามาในประเทศและออกจากประเทศ ชว ยในการรักษาพนั ธุกรรม
ของสัตวห ายากและใกลส ญู พันธุ เพอ่ื แกไ ขโคท่มี ปี ญ หาการผสมติดยากและใกลส ูญพนั ธุ ไดสตั วพ นั ธดุ ตี ามความ
ตอ งการ สามารถผสมพนั ธุกนั ไดโดยไมต อ งคาํ นงึ ถึงขนาดตัวและนํ้าหนักของพอพนั ธุแ ละแมพ ันธุ และตดั ปญ หา
เร่ืองการขนสง พอพนั ธุไปผสมในทต่ี างๆ โดยเพียงแตน ํานาํ้ เชื้อไปเทาน้ัน

4. เฉลย 4) ความเยน็
ตัวกระตุนหรือชกั นําใหเ กดิ การกลายพันธุ จะเรียกวา สง่ิ กอ กลายพนั ธุ (Mutagen) เชน รงั สีเอกซ

รงั สอี ลั ตราไวโอเลต มีผลทาํ ใหม กี ารเพ่ิมจํานวนชุดของโครโมโซม สิง่ กอกลายพนั ธุหลายชนดิ เปนสารกอ มะเรง็
(Carcinogen) เชน สารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxins) จากเชอ้ื ราบางชนิดทาํ ใหเ กิดมะเรง็ ท่ตี ับ เปนตน

5. เฉลย 4) B, C และ D
A = ขวาน และ E = เขม็ เย็บผา ใชห ลกั การของลิ่ม
B = รถเขน็ ขนดนิ , C = กระดานหก และ D = กรรไกร ใชหลักการของคาน
F = รถจักรยาน ใชห ลักการของลอและเพลา

————————————————————

ชดุ ที่ 40 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 40) จํานวน 5 ข้อ

คําสงั่ : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ค้างคาวจะส่งคล่ืนเสียงออกไปเพ่ือใช้ในการหา
ตําแหน่งของเหยื่อในความมืด การส่งคล่ืนเสียง
ดังกลา่ วใช้หลักการใดของเสียง
1) ความถีข่ องเสียง
2) ความดังของเสยี ง
3) การสะท้อนของเสยี ง
4) ความเข้มของเสยี ง

2. เหตุใดในการตรวจหาแป้งในใบพชื ต้องต้มใบไม้
ในเอทิลแอลกอฮอล์
1) เพ่ือให้เซลล์ตาย
2) เพอ่ื สกัดคลอโรฟลิ ลอ์ อกไป
3) เพ่อื ให้แป้งสุก
4) เพือ่ ทําลายเชอ้ื โรคที่ตดิ มากับใบ

3. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง
1) การแขง็ ตัว คอื กระบวนการการเปล่ียนแปลง
สถานะของสารจากแกส๊ กลายเป็นของแขง็
2) การควบแน่น คอื กระบวนการการเปลยี่ น-
แปลงสถานะของสารจากของเหลวกลายเปน็
แกส๊
3) การหลอมเหลว คือ กระบวนการการเปลีย่ น-
แปลงสถานะของสารจากของเหลวกลายเป็น
ของแขง็
4) การระเหิด คือ กระบวนการการเปลี่ยนแปลง
สถานะของสารจากของแข็งกลายเป็นแก๊ส
โดยไม่ผา่ นสถานะการเปน็ ของเหลว

4. ที่ความสูงระดับหน่ึงวัดความดันบรรยากาศได้
630 มิลลิเมตรของปรอท พ้ืนที่น้ีอยู่สูงกว่า
ระดับน้าํ ทะเลกเ่ี มตร
1) 330 เมตร
2) 370 เมตร
3) 1,390 เมตร
4) 1,430 เมตร

5. ข้อใดหมายถงึ กล่มุ ควบคุม
1) กลุ่มท่ีไม่ได้รับปัจจัยท่ีเป็นสาเหตุของปัญหา
น้นั เพอ่ื ไม่ใหป้ ัจจัยดังกล่าวมผี ลต่อการทดลอง
2) กลมุ่ ทใี่ ชใ้ นการเปรียบเทียบ เพ่ือใหส้ รุปผล
ไดอ้ ย่างนา่ เชอื่ ถือ
3) กล่มุ ทต่ี อ้ งทําการทดลองซ้าํ หลายๆ ครั้ง เพ่ือ
ปอ้ งกนั ขอ้ ผดิ พลาด
4) กลมุ่ ท่ีใชใ้ นการศึกษาสาเหตขุ องปัญหา เพอ่ื
พสิ จู นส์ มมตฐิ านทตี่ ง้ั ไว้

เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดที่ 40) จาํ นวน 5 ข้อ

1. เฉลย 3) การสะทอ นของเสยี ง
คางคาวเปนสัตวทีด่ ํารงชพี โดยอาศยั หลกั การสะทอนของเสยี ง โดยสง คลน่ื เสียงความถี่สูงออกไป เม่ือ

คล่ืนเสียงไปกระทบแมลงกจ็ ะสะทอนกลบั มา ทาํ ใหร ูต ําแหนงของแมลง

2. เฉลย 2) เพื่อสกดั คลอโรฟลลอ อกไป
การตรวจหาแปงในใบไม ทาํ ไดโ ดยการตม ใบไมใ นนา้ํ เดอื ดเพ่อื ใหเซลลต ายทําลายเอนไซมแ ละทําให

แปง สกุ จากนน้ั ตมใบไมในเอทิลแอลกอฮอลเ พอื่ สกัดคลอโรฟล ลออกไปใบไมจะซดี ขาว ลา งใบไมด วยนํา้ สะอาด
ใหหมดคลอโรฟลล นาํ ใบไมมาหยดสารละลายไอโอดีน ใบไมส ีขาวซดี จะเปลย่ี นเปน สมี ว งเขมหรือสนี ํ้าเงิน แสดงวา
พืชสังเคราะหแ สงแลวไดแปงเกบ็ สะสมไว

3. เฉลย 4) การระเหดิ คือ กระบวนการการเปลีย่ นแปลงสถานะของสารจากของแขง็ กลายเปน แกส โดยไมผา น
สถานะการเปนของเหลว
1) การแข็งตวั คอื กระบวนการการเปล่ยี นแปลงสถานะของสารจากของเหลวกลายเปน ของแขง็
2) การควบแนน คือ กระบวนการการเปลย่ี นแปลงสถานะของสารจากแกสกลายเปนของเหลว
3) การหลอมเหลว คือ กระบวนการการเปลีย่ นแปลงสถานะของสารจากของแขง็ กลายเปน ของเหลว

4. เฉลย 4) 1,430 เมตร

ความดันลดลง ความสงู ตองเพ่มิ ขน้ึ ความดนั อากาศลดลง 1 มลิ ลิเมตรของปรอท ทีน่ ่ันจะสูงกวา

ระดับนา้ํ ทะเล 11 เมตร (ทร่ี ะดบั น้าํ ทะเลวัดความกดอากาศได 760 มลิ ลิเมตรของปรอท)

จากสูตร ∆H = 11∆P

∆H = 11(760 - 630)

= 11(130)

= 1,430 เมตร

5. เฉลย 2) กลุม ทีใ่ ชใ นการเปรยี บเทยี บ เพื่อใหสรุปผลไดอ ยา งนา เชือ่ ถอื
กลุมควบคมุ หมายถงึ กลุมท่ใี ชในการเปรยี บเทยี บ เพ่ือชว ยใหก ารสรปุ ผลเปนไปอยางนา เชอ่ื ถือ โดย

ปราศจากขอ โตแยงใดๆ เพราะมกี ารควบคมุ สง่ิ ทคี่ าดวา อาจจะมีผลตอ การทดลอง
กลุมทดลอง หมายถึง กลุมท่ีใชใ นการศกึ ษาสาเหตขุ องปญหา

————————————————————

ชุดที่ 39 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชุดท่ี 39) จํานวน 5 ขอ้

คําสงั่ : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สออกซิเจนแพร่
เข้าสู่พืชทางใดมากที่สดุ
1) กง่ิ กา้ น
2) ราก
3) ลาํ ต้น
4) ใบ

2. เหตใุ ดบนยอดเขา นํ้าจะเดือดที่อณุ หภูมติ าํ่ กว่า
100°C
1) ความกดอากาศตํา่
2) อุณหภูมิต่ํา
3) กระแสลมพัดแรง
4) ความชื้นสูง

3. เครื่องกลในข้อใดใช้สําหรับยกของขึ้นที่สูงหรือ
หย่อนลงตํ่า มีลักษณะเป็นล้อหมุนคล่องรอบตัว
และมีเชือกพาดลอ้ สาํ หรบั ยกวตั ถุและดึงวตั ถุ
1) รอก
2) สกรู
3) ลมิ่
4) พ้ืนเอียง

4. โครงสร้างใดของระบบสืบพันธุ์เพศชายที่ทํา
หน้าท่ีปรบั อณุ หภมู ิให้เหมาะสมตอ่ การสรา้ งอสจุ ิ
1) อัณฑะ
2) ถุงหุม้ อัณฑะ
3) องคชาต
4) ตอ่ มลูกหมาก

5. ข้อใดมกี ารใช้ประสาทสมั ผัสมากประเภทที่สดุ
1) ฉันได้ยินเสียงจึงมองไปทต่ี ้นไม้
2) น้าํ มะขามเปรี้ยวมากจนเขด็ ฟัน
3) นอ้ งทาํ นํา้ สม้ เปรย้ี วที่เย็นจดั ตกแตกเสยี งดัง
4) ขา้ วราดหน้าด้วยไข่เจยี วหอมจงั

เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ช้ัน ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชุดท่ี 39) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 4) ใบ
แกสคารบ อนไดออกไซดแ ละแกส ออกซเิ จนแพรเ ขาสูพชื ทางใบมากท่ีสุด เนอื่ งจากท่ีใบมีปากใบ (Stoma)

เปนชอ งอยรู ะหวา งเซลลคุม (Guard Cell) ซ่งึ มรี ปู รางคลา ยเมลด็ ถ่วั ผนังดานในหนาดานนอกบาง มีคลอโรพลาสต
สงั เคราะหแสงได สวนเซลลทผ่ี ิวรอบๆ เซลลค ุมไมม คี ลอโรพลาสต สังเคราะหแสงไมได จงึ มีความเขมขน นอ ยกวา
เซลลค มุ นาํ้ จงึ ออสโมซสิ เขา ไปในเซลลค มุ ทาํ ใหเ ซลลคมุ เตงออก ปากใบเปด กวา งออก นา้ํ จงึ แพรอ อกมาได
ในขณะเดียวกนั แกส คารบ อนไดออกไซดและแกสออกซิเจนเขาสูพชื ทางปากใบเชนกัน

2. เฉลย 1) ความกดอากาศตา่ํ
เมื่อความดนั เพมิ่ ขน้ึ จดุ เดือดของน้ําจะเพ่มิ ขนึ้ และเมื่อความดันลดลงจุดเดอื ดก็จะลดลงดว ย บนยอดเขา

น้าํ จะเดอื ดท่อี ุณหภมู ติ ่ํากวา 100°C เน่ืองจากบนยอดเขาจะมีความกดอากาศต่ํา

3. เฉลย 1) รอก
รอก เปน เคร่อื งกลทีใ่ ชสําหรบั ยกของข้ึนที่สูงหรอื หยอ นลงต่ํา มีลักษณะเปน ลอหมนุ คลองรอบตัว และ

มเี ชือกพาดลอ สาํ หรบั ยกวัตถุและดึงวัตถุ
2) สกรู มลี กั ษณะเปนแทง ทรงกระบอกตัน มีเกลยี วรอบตวั รปู รา งคลายบันไดเวยี นรอบแกน ใชย กวตั ถุ

หนกั ขึน้ สทู สี่ ูง
3) ลม่ิ เปนเครือ่ งกลทชี่ วยผอนแรงรูปรา งคลายขวาน ใชส ําหรบั ตอกลงในเนือ้ วัตถุ เพื่อใหเน้อื วัตถแุ ยก

ออกจากกัน
4) พ้นื เอียง เปน เคร่ืองกลทีใ่ ชผอ นแรง อาจเปนไมก ระดานยาวเรียบ ใชพาดบนท่สี ูงหรือพน้ื ผวิ ระหวา ง

พ้ืนตา งระดับ โดยใชส าํ หรับเคล่อื นวตั ถุผานข้ึนหรือลงดว ยการลากหรือผลัก

4. เฉลย 2) ถงุ หุมอัณฑะ
ถุงหมุ อณั ฑะอยูนอกชองทอง ทําหนา ที่ควบคุมอุณหภูมใิ หพ อเหมาะในการสรางตัวอสจุ ิ ซง่ึ ตัวอสจุ จิ ะ

เจรญิ ไดดที อี่ ุณหภมู ติ าํ่ กวาอณุ หภูมิปกตขิ องรางกายประมาณ 3-5 องศาเซลเซยี ส โดยอณั ฑะทัง้ สองอนั จะอยู
ภายในถุงหมุ อณั ฑะ

5. เฉลย 3) นองทาํ นา้ํ สมเปรย้ี วที่เยน็ จัดตกแตกเสียงดัง
การสงั เกตเปนการใชป ระสาทสัมผสั อยา งใดอยางหนึ่งหรือประสาทสัมผสั ทง้ั 5 คอื ตา หู จมูก ลน้ิ

และผิวกาย ในการสํารวจวัตถุหรอื ปรากฏการณต างๆ ในธรรมชาติ หรือจากการทดลอง
นอ งทํานาํ้ สม เปรยี้ วที่เยน็ จดั ตกแตกเสยี งดัง มกี ารใชประสาทสมั ผัสมากทส่ี ุด คอื ลนิ้ กายสัมผสั หู

1) ฉนั ไดยินเสยี งจึงมองไปท่ตี น ไม มีการใชป ระสาทสมั ผสั คอื หู ตา
2) น้ํามะขามเปรย้ี วมากจนเข็ดฟน มีการใชป ระสาทสมั ผสั คอื ล้นิ
4) ขา วราดหนา ดว ยไขเ จียวหอมจงั มกี ารใชป ระสาทสมั ผัส คือ จมกู

————————————————————

ชุดที่ 38 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 38) จาํ นวน 5 ข้อ

คําสัง่ : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชน์ของส่ิงมีชวี ิตจาํ พวกรา
1) เป็นผผู้ ลิตที่สําคญั ในระบบนิเวศ
2) ใช้ในอตุ สาหกรรมผลติ เต้าเจีย้ วและไวน์
3) ใชเ้ ปน็ อาหารทใี่ ห้โปรตีนสงู
4) ใชก้ ําจดั แมลงท่เี ป็นศตั รพู ชื

2. ในการหาปริมาตรของดินนํ้ามันรูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้า
เพ่อื ใหไ้ ดค้ ่าทถ่ี กู ตอ้ งทีส่ ุดควรปฏบิ ัตติ ามข้อใด
1) ใหค้ นอ่ืนชว่ ยวดั แล้วใชค้ า่ ทไ่ี ดว้ ัดได้ตรงกนั
2) วดั หลายๆ ครั้ง แล้วใชค้ า่ เฉลี่ย
3) เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้วัดในแบบเดียวกัน
วัดหลายๆ ครัง้ แลว้ นาํ ไปหาค่าเฉลีย่
4) วัดหลายๆ ครงั้ แลว้ ใช้ค่าทอี่ ยู่ตรงกลาง

3. พิจารณาตารางที่กําหนดใหต้ อ่ ไปน้ี

วสั ดุ ปริมาตร มวล (กรมั )
(ลูกบาศก์เซนตเิ มตร)

A2 10

B2 5

C4 3

D3 2

วัสดุชนดิ ใดทีส่ ามารถลอยนา้ํ ได้
1) เฉพาะวัสดุ D
2) วัสดุ A และ B
3) วสั ดุ C และ D
4) วัสดุ A, B และ C

4. ข้อใดต่อไปนี้ท่ีไม่ใช่เกณฑ์ในการจําแนกว่าส่ิงที่
พบเหน็ เปน็ สงิ่ มชี ีวิตหรือไม่
1) ตอ้ งมีการสืบพนั ธ์ุ เพอ่ื ดาํ รงรักษาเผ่าพันธไ์ุ ว้
2) สามารถปรบั ตัวได้ ทาํ ให้มีโอกาสอยู่รอดใน
ธรรมชาติได้
3) ต้องสร้างอาหารเองได้ ทําให้สามารถดํารงชีวิต
อยู่ได้
4) มกี ระบวนการทางเคมเี กดิ ข้นึ ภายในรา่ งกาย

5. พิจารณาแผนผังการแบ่งกลุ่มสัตว์ที่กําหนดให้
ตอ่ ไปน้ี

สตั ว์
1. ไม่มกี ระดูกสันหลงั มีกระดูกสนั หลงั

2. หายใจด้วยเหงอื ก หายใจด้วยปอด

3. ออกลกู เปน็ ไข่ 4. ออกลกู เปน็ ตวั

สตั วห์ มายเลข 1, 2, 3 และ 4 ควรเปน็ สตั ว์
ชนดิ ใด ตามลําดับ
1) ปะการัง ก้งุ เตา่ ตุ่นปากเป็ด
2) ไฮดรา ปลานลิ จระเข้ ตวั กินมด
3) ดอกไม้ทะเล ม้านํา้ นกเปด็ น้ํา สุนขั
4) กบ ปู นกเพนกวนิ ชา้ ง

เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ช้ัน ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 38) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 2) ใชใ นอตุ สาหกรรมผลติ เตา เจยี้ วและไวน
ความสําคญั ของรา
- ใชในอุตสาหกรรมผลิตเตา เจี้ยว ผลิตกรดฟมู ารกิ และแอลกอฮอล
- ผลิตยาปฏิชวี นะ เชน เพนนซิ ิลนิ
- ทําใหอาหารบูดเนา
- ทําใหเกิดโรค Hongkong Foot กลากเกลือ้ น อะฟลาทอกซินจากรา Aspergillus Flavus ทําให

เปนมะเรง็ ทตี่ ับ โรครานาํ้ คา ง โรครากเนา โรคสนมิ เหลก็ ของขา ว ออย ขาวโพด และโรคเขมาดาํ ของออย

2. เฉลย 2) วัดหลายๆ ครั้ง แลว ใชค าเฉลีย่
วธิ แี กค วามคลาดเคล่ือนในการวดั โดยทําการวดั หลายๆ คร้งั หรอื ใชค นวดั หลายคน แลวนาํ คาที่วดั

ไดมาหาคา เฉลย่ี ซึง่ การวดั ชวยทาํ ใหท ราบขอ มลู ทีแ่ นนอน นา เช่ือถือ มีความถกู ตองสงู

3. เฉลย 3) วัสดุ C และ D

ความหนาแนน ของวสั ดุเปน ปรมิ าณของมวลสารทมี่ ีอยใู นหน่ึงหนว ยปริมาตร

ความหนาแนน (กรมั ตอ ลกู บาศกเซนตเิ มตร) = มวล (กรมั )

ปริมาตร (ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร)

ความหนาแนนของนาํ้ บรสิ ุทธ์ทิ อี่ ณุ หภูมิ 4°C มคี าเทากับ 1 กรัมตอ ลกู บาศกเซนติเมตร วสั ดุท่มี ีความ
หนาแนน มากกวาน้ําจะจมลงในนาํ้

วสั ดุชนดิ A มคี วามหนาแนนเทา กับ 10 ÷ 2 = 5 กรมั ตอ ลกู บาศกเซนตเิ มตร
วสั ดชุ นดิ B มคี วามหนาแนนเทา กับ 5 ÷ 2 = 2.5 กรัมตอลกู บาศกเซนตเิ มตร
วัสดุชนิด C มคี วามหนาแนนเทา กับ 3 ÷ 4 = 0.75 กรัมตอลูกบาศกเซนตเิ มตร
วสั ดชุ นดิ D มีความหนาแนน เทากบั 2 ÷ 3 = 0.67 กรมั ตอลกู บาศกเ ซนติเมตร
ดงั นน้ั วัสดุชนิด C และ D มีความหนาแนน นอยกวานาํ้ จะลอยน้ําได

4. เฉลย 3) ตองสรางอาหารเองได ทําใหสามารถดํารงชีวติ อยไู ด
เกณฑท นี่ ักชีววิทยาใชใ นการจาํ แนกสง่ิ ท่ีพบเห็นวา เปนสง่ิ มชี ีวติ ไดแ ก
1. สิ่งมีชีวิตมกี ารสืบพันธุ การสบื พนั ธเุ ปน กระบวนการเพิม่ จาํ นวนของส่ิงมีชวี ิตชนดิ เดียวกัน เพ่อื

ดาํ รงรักษาเผาพันธไุ ว โดยการถา ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมจากรุนหนงึ่ ไปสูอกี รนุ หน่ึง
2. สง่ิ มชี ีวิตมกี ารปรับตัวและววิ ฒั นาการ ความสามารถในการปรบั ตวั ของส่งิ มีชวี ิตใหเขา กบั สง่ิ แวดลอม

ไดดี เปนผลใหสง่ิ มีชวี ิตน้ันๆ มโี อกาสอยรู อดในสภาพธรรมชาตไิ ดมากขน้ึ สว นสิ่งมีชีวติ ที่ปรับตวั ไมไ ดก ็จะ
สญู พันธไุ ป

3. สิ่งมชี ีวิตมกี ารเจรญิ เติบโต เซลลมกี ารเพมิ่ จํานวน มีการเพิ่มขนาด มีการเปล่ียนแปลงเพอ่ื ทาํ หนาที่
เฉพาะอยา ง และมกี ารรวมกลุมของเซลลเพ่ือพฒั นาเปนเนอื้ เยือ่ และอวยั วะตางๆ

4. ส่งิ มชี ีวิตมกี ารตอบสนองตอ ส่งิ เรา สง่ิ มชี ีวติ มกี ารตอบสนองตอสิง่ แวดลอ ม เพื่อหาอาหาร หลบหลีก
ภยั จากศัตรู และมกี ารปรับตัวใหเหมาะสมกบั สภาพแวดลอมเพือ่ ความอยูรอด

5. สิ่งมชี ีวติ มกี ารเคล่อื นไหว การเคลอ่ื นไหวของพวกพชื เหน็ ไดไ มชดั เจนนัก แตสําหรบั สตั วแ ลวมกั เหน็
ไดชดั เจน เพราะสัตวม ีอวยั วะในการเคลื่อนท่ี เชน ขน (Cilia) แส (flagella) กลามเนอ้ื (Muscle) พืชบางชนดิ
เหน็ การเคลื่อนไหวไดช ัดเจน เชน การหบุ และกางใบของไมยราบ

6. สงิ่ มีชวี ติ มกี ระบวนการทางเคมที ีเ่ กิดข้นึ ภายในเซลลห รือภายในรา งกายของส่ิงมีชีวิต
7. สิ่งมีชวี ิตมลี ักษณะเฉพาะในการจดั ระบบของรางกาย ส่งิ มีชีวิตแตล ะตวั มีหนวยพืน้ ฐานท่ีมีชวี ติ คอื
เซลล สง่ิ มีชวี ิตแมประกอบดวยเซลลเดยี วก็มกี ารจัดระบบหนาท่ีในการทาํ งานของโครงสรางตา งๆ ภายในเซลล
ส่ิงมชี ีวติ ที่มีหลายเซลลก ม็ ีการจดั ระบบภายในรา งกายมกี ารทาํ งานรวมกนั

5. เฉลย 3) ดอกไมทะเล มานํา้ นกเปด นาํ้ สุนขั
สัตวห มายเลข 1 คอื สตั วไ มมีกระดูกสนั หลงั ไดแก ปะการัง ไฮดรา ดอกไมทะเล
สัตวห มายเลข 2 คอื สัตวท่หี ายใจดวยเหงือก ไดแก ปลานิล มา นา้ํ
สตั วหมายเลข 3 คือ สตั วทอ่ี อกลูกเปนไข ไดแก เตา จระเข นกเปด น้ํา นกเพนกวิน ตุน ปากเปด ตวั กินมด
สตั วห มายเลข 4 คือ สัตวที่ออกลกู เปนตวั ไดแก สนุ ัข ชา ง

————————————————————

ชุดที่ 37 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ช้นั ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 37) จาํ นวน 5 ขอ้

คําส่ัง : เลือกคาํ ตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. เสียงถูกส่งจากส่วนล่างของเรือลงไปในนํ้าและ
สะท้อนกลับขึ้นมาภายในเวลา 6 วินาที ทะเล
บริเวณน้ีมีความลึก 4,500 เมตร อยากทราบว่า
เสียงเดนิ ทางผ่านนาํ้ ได้เร็วเทา่ ใด
1) 750 เมตรต่อวนิ าที
2) 1,500 เมตรต่อวนิ าที
3) 3,000 เมตรตอ่ วนิ าที
4) 4,500 เมตรต่อวนิ าที

2. เซลล์ใดยงั มีการเจรญิ เตบิ โต แม้วา่ ร่างกายจะ
เจรญิ เตบิ โตเตม็ ทีแ่ ลว้
1) เซลลส์ มอง
2) เซลลห์ วั ใจ
3) เซลลไ์ ขกระดูก
4) เซลลต์ บั

3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การลดแรงเสยี ดทาน
1) การผลิตเรอื ให้มรี ปู รา่ งเพรยี ว
2) การใสน่ ้ํามนั หล่อลนื่ ในรถยนต์
3) การขดั ถพู ื้นผิววัตถุ
4) การเพิ่มลวดลายท่ีพนื้ รองเท้า

4. พชื

มีดอก ก

ขค

พชื ในกลุ่ม ข และ ค แตกตา่ งกันอย่างไร
1) มเี มลด็ และไม่มีเมลด็
2) เส้นใบขนานและเสน้ ใบรา่ งแห
3) มดี อกและไรด้ อก
4) มีใบเลย้ี ง 1 ใบ และมใี บเลีย้ ง 2 ใบ

5. ขอ้ ใดไม่ใช่เหตุผลท่ีทําให้สามีภรรยาที่มีบุตรยาก
ตอ้ งการมีบตุ รโดยวิธกี ารผสมเทียม
1) ท่อนาํ ไข่ตีบตนั
2) อสจุ ิรูปร่างผดิ ปกตจิ ํานวนมาก
3) สรา้ งอสจุ อิ อกมาจาํ นวนนอ้ ย
4) ตกไขม่ ากกว่า 1 ใบตอ่ เดือน

เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 37) จาํ นวน 5 ข้อ

1. เฉลย 2) 1,500 เมตรตอวนิ าที
จากสูตรการหาความลึกของพื้นนาํ้

ความลึกของพนื้ นาํ้ (เมตร) = ความเรว็ ของเสียงในน้าํ (เมตรตอวนิ าที) × เวลาที่เสยี งเดนิ ทาง (วนิ าที)
2 (คิดขาไป-กลบั )

ความเร็วของเสียงในน้าํ × 6
4,500 =

2
ความเรว็ ของเสยี งในนํา้ = 1,500 เมตรตอวนิ าที

2. เฉลย 3) เซลลไ ขกระดูก
การเจรญิ เตบิ โตของอวยั วะตางๆ ภายในรา งกาย มชี วงเวลาในการเจรญิ เติบโตเต็มท่ีทรี่ ะดบั อายตุ า งๆ กนั

เชน หัวใจมกี ารเจรญิ เติบโตเต็มที่ทีอ่ ายุประมาณ 20 ป แตส มองมีการเจรญิ เตบิ โตเตม็ ท่ีทอ่ี ายุ 5 ป จากนนั้ จะไมมกี าร
สรางเซลลส มองเพิ่มขน้ึ อกี แตจะมีการขยายขนาดของเซลลเพียงอยางเดียว แมว า รางกายจะเจริญเติบโตเตม็ ท่ีแลว
แตก ็ยังมเี ซลลบ างชนดิ ที่สามารถเจรญิ ตอ ไปไดอ กี เชน เซลลผวิ หนงั เซลลไ ขกระดูกสําหรบั สรางเม็ดเลอื ดแดง

3. เฉลย 4) การเพิม่ ลวดลายท่ีพื้นรองเทา
การลดแรงเสียดทานทําโดยการใชลอ หรือตลบั ลกู ปน เลือกใชผิวสัมผสั ท่ลี ่ืนหรอื ขรุขระนอย การผลติ

รถยนตหรือเรือใหม รี ปู รา งเพรียว และใชนาํ้ มันหลอ ล่นื โดยน้ํามันหลอลน่ื จะทาํ ใหเ กดิ แผน ฟลมบางๆ ระหวาง
ผวิ หนา สมั ผสั จงึ ชวยลดแรงเสยี ดทานได

4. เฉลย 1) มีเมลด็ และไมม ีเมลด็
ก คอื พชื ไรดอก, ข คือ มีเมลด็ และ ค คือ ไมมเี มล็ด
พชื ไรด อกเปน พชื ท่ไี มมดี อก อาจขยายพนั ธุโ ดยการสรา งสปอร ไมสามารถสรา งเมล็ดได เชน มอส

เฟน เปนตน หรอื ขยายพันธโุ ดยใชโครงสรา งสืบพนั ธทุ ่เี รียกวา โคน สามารถสรางเมลด็ ได เชน สน ปรง เปน ตน
ดงั น้นั พชื ไรด อกอาจมีเมลด็ หรอื ไมม ีเมล็ดก็ได

5. เฉลย 4) ตกไขม ากกวา 1 ใบตอเดือน
การมีบุตรยากกรณีเกิดความบกพรองในเพศชาย อาจเกิดจากความบกพรองของหนวยพันธุกรรม

ความบกพรองทางโครงสรา งและการทํางานของระบบสืบพันธุ หรือความบกพรองของตัวอสุจิ และกรณีเกิดความ
บกพรองในเพศหญิง อาจเกิดจากสาเหตุท่ีฝายหญิงมีทอนําไขตีบ อุดตัน หรือมีพังผืดบริเวณทอนําไข ทําใหไข
ไมส ามารถเดินทางมาผสมกบั ตัวอสุจไิ ด

————————————————————

ชุดที่ 36 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 36) จํานวน 5 ขอ้

คาํ สั่ง : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. หากต้องการตรวจว่าทารกท่ีอยู่ในครรภ์มีความ
ผดิ ปกติหรอื ไม่ แพทย์จะตรวจสอบจากส่งิ ใด
1) รก
2) นา้ํ ครา่ํ
3) เลอื ด
4) ถงุ นาํ้ คร่ํา

2. พืชในข้อใดมีลักษณะท่ีสําคัญคือใบอ่อนจะม้วน
จากปลายใบมายังโคนใบเปน็ วง
1) มอส
2) เฟิน
3) สน
4) ปรง

3. พ่อเป็นโรคธาลัสซีเมีย ส่วนแม่ไม่เป็นโรคธาลัส-
ซีเมียแต่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียชนิด
เดียวกับพ่อ อยากทราบว่า โอกาสท่ีลูกสาวจะ
เป็นโรคธาลัสซเี มยี เท่าใด
1) รอ้ ยละ 25
2) รอ้ ยละ 50
3) ร้อยละ 75
4) รอ้ ยละ 100

4. ข้อใดไม่ถูกต้องเก่ียวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง
ของพชื
1) เป็นกระบวนการสรา้ งอนนิ ทรียสาร
2) ชว่ ยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์
3) ได้แกส๊ ออกซิเจนเปน็ ผลพลอยได้
4) มีแสงจากดวงอาทิตย์และหลอดไฟเป็นแหล่ง
พลังงาน

5. ส่ิงปนเปื้อนในอากาศข้อใดที่ทําลายเซลล์สมอง
และทําให้อตั ราการสรา้ งเมด็ เลอื ดแดงลดลง
1) แกส๊ ซลั เฟอร์ไดออกไซด์
2) ตะก่ัว
3) ปรอท
4) แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 36) จํานวน 5 ข้อ

1. เฉลย 2) นาํ้ คร่าํ
นาํ้ ครํา่ เปน ของเหลวที่หอ หุม ทารกในครรภ ท่ีมีการเปลยี่ นแปลงขององคป ระกอบ และทีม่ าตลอด

ระยะเวลาของการต้งั ครรภ โดยในชว งตน ของการต้ังครรภ องคประกอบหลักของน้ําครา่ํ จะมาจากน้าํ เหลอื งของ
เลอื ดมารดาทซี่ มึ ผา นรกและเยือ่ หุม เดก็ ในนาํ้ คราํ่ จะมีเซลลผ ิวหนังทารกทีห่ ลุดลอกออกมา นําเซลลดังกลา วไป
เพาะเล้ียง แลว ตรวจดูความผิดปกตขิ องโครโมโซม

2. เฉลย 2) เฟน
เฟน เปน พืชที่มรี าก ลาํ ตน และใบทีแ่ ทจ รงิ ใบมีขนาดใหญเปน ใบเดยี่ วหรือใบประกอบ ใบออ นจะมว น

จากปลายใบมายงั โคนใบเปน วง ไดแ ก พวกเฟน ผกั กดู ยา นลเิ ภา ผกั แวน ชายผาสีดา เปน ตน

3. เฉลย 2) รอ ยละ 50

กาํ หนดให B แทนยนี ไมเ ปนโรคธาลสั ซีเมยี และ b แทนยีนเปน โรคธาลสั ซเี มีย

พอ เปนโรคธาลสั ซีเมีย bb × Bb แมไ มเปนโรคธาลสั ซเี มีย (พาหะ)

Bb Bb bb bb
ยนี Bb ไมเปนโรคธาลสั ซเี มยี รอยละ 50
ยีน bb เปน โรคธาลสั ซีเมีย รอ ยละ 50

4. เฉลย 1) เปน กระบวนการสรางอนนิ ทรียสาร
การสังเคราะหดวยแสงเปนกระบวนการสรางอาหารจําพวกคารโบไฮเดรตของพืชสีเขียว โดยมี

คารบอนไดออกไซดและนาํ้ เปนวัตถุดิบ มคี ลอโรฟล ลเ พอื่ ดูดพลังงานจากแสง และเกดิ แกส ออกซิเจนเปนผลพลอยได

5. เฉลย 2) ตะกว่ั
ตะกั่ว เปน โลหะหนกั ท่พี บมากในสงิ่ แวดลอ ม ท้งั ในอากาศ ดิน อาหาร และนาํ้ เนือ่ งจากโรงงาน

อตุ สาหกรรมทใี่ ชสารตะกวั่ ปลอ ยของเสยี ลงสแู หลงนาํ้ และเนื่องจากไอเสียจากรถยนต สําหรบั ในอาหาร และนํา้
ตะกว่ั อาจมาจากอากาศในสิ่งแวดลอ ม และอาจเขา ไปสะสมอยูในอาหารตางๆ เชน ในนมววั ในเนอ้ื สตั ว และใน
อาหารทะเลได ซงึ่ ถา รางกายไดร บั เขาไปสะสมไวมากๆ อาจเกิดอาการเปน พิษ โดยทาํ ใหมอี าการปวดทอ งอยาง
รุนแรง มคี วามผิดปกติทางสมอง และจะมีอาการโลหิตจางตามมา

————————————————————

ชดุ ท่ี 35 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 35) จํานวน 5 ข้อ

คําส่ัง : เลือกคาํ ตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. วัตถุท่ีมีลักษณะใดจะดูดกลืนความร้อนได้มาก
และปลดปล่อยรังสคี วามรอ้ นไดด้ ี
1) สีดํา ผวิ เรยี บ
2) สดี าํ ผวิ ขรุขระ
3) สขี าว ผิวเรียบ
4) สขี าว ผวิ ขรขุ ระ

2. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ คลื่นเสยี งไม่ถกู ตอ้ ง
1) คล่ืนเสยี งในอากาศมีการเคลือ่ นทเ่ี ปน็ เสน้ โค้ง
2) คลื่นเสียงเคล่อื นทีผ่ ่านดินได้ดีกว่าน้าํ
3) คล่นื เสียงสามารถเคล่ือนที่ผา่ นสญุ ญากาศได้
4) คลืน่ เสยี งเกดิ จากการส่ันสะเทือนของวตั ถุ

3. พจิ ารณารปู ดอก AB
C
H
G

FD
E

โครงสร้างที่มีหน้าที่ล่อแมลงให้มาผสมเกสร,
ดักจับละอองเรณู, สร้างละอองเรณู และป้องกัน
ดอกท่ียังตูมอยู่ สัมพันธ์กับหมายเลขใด
ตามลาํ ดบั
1) C, B, H, F
2) C, B, G, F
3) F, A, H, D
4) F, A, G, D

4. สารเคมใี นข้อใดไม่สามารถใชต้ รวจสอบปยุ๋ ปลอม
1) เจนเชียนไวโอเลต
2) โซเดยี มไฮดรอกไซด์
3) แคลเซยี มไฮดรอกไซด์
4) น้าํ สม้ สายชู

5. ข้อใดหมายถงึ แรงดนั ของอากาศที่กดลงใน
แนวตัง้ ฉากกับพ้ืนผวิ โลก
1) ความหนาแน่นของอากาศ
2) ความถ่วงจาํ เพาะ
3) ความดันอากาศ
4) ความชน้ื สมั พัทธ์

เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 35) จํานวน 5 ข้อ

1. เฉลย 2) สีดํา ผิวขรุขระ
วตั ถทุ ุกชนดิ สามารถดูดกลนื พลงั งานรังสี การดดู กลืนพลงั งานรงั สขี องวตั ถุ เรียกวา การดูดกลนื

ความรอน (Absorption of Heat) ตัวอยางเชน เมอื่ เรายืนอยูทโ่ี ลง แจงทม่ี ีดวงอาทติ ยส อง รา งกายของเราจะ
ดูดกลืนพลังงานรังสีจากดวงอาทิตย เปนตน วัตถุท่มี ีผวิ นอกสีดาํ ทึบและไมเรยี บเปน ตัวแผรังสีความรอนที่ดี วัตถุ
ท่ีผวิ นอกสีขาวเปนมันวาวและเรยี บเปน ตวั แผร งั สคี วามรอ นที่ไมดี วตั ถุที่มีผวิ นอกสีขาวเปนมันวาวและเรยี บจะ
ลดปริมาณการดูดกลนื พลังงานจากสภาพแวดลอมรอบๆ ตัว โดยการสะทอนรงั สี เชนเดยี วกับการทีว่ ัตถุเหลาน้ี
สามารถลดการสูญเสียปรมิ าณความรอ นจากภาชนะทใ่ี สอ ยูด วยการสะทอ นความรอนจากผนงั ก้นั และยอ นกลับไปยงั
ภาชนะท่ใี สไ ด

2. เฉลย 3) คลืน่ เสยี งสามารถเคล่ือนท่ผี านสุญญากาศได
เสียงเกิดจากการสน่ั สะเทอื นและการสั่นนอ้ี าจชา จนสามารถสังเกตเห็นไดดวยตา หรือเร็วมากจน

ไมส ามารถเหน็ ดวยตากไ็ ด เสียงตอ งอาศยั ตวั กลางในการเคลอื่ นท่ี เสียงมาถึงหเู ราโดยมีอากาศเปน ตัวกลาง มกี าร
เคลอ่ื นท่ีเปนเสนโคง แหลงกาํ เนดิ เสยี งจะทาํ ใหอากาศรอบๆ สน่ั สะเทือน การสนั่ สะเทือนจะกระจายออกไปในทุก
ทศิ ทกุ ทาง เมอ่ื คลื่นเดนิ ทางมาถึงหเู รา เราก็จะรบั รเู สียงตางๆ กัน และเสียงสามารถเดนิ ทางในของเหลวไดดกี วา ใน
อากาศ และเดนิ ทางในของแข็งไดดีกวา ของเหลว

3. เฉลย 3) F, A, H, D
A คอื ยอดเกสรเพศเมีย อยูบนสุดของเกสรเพศเมยี มกั มีนํา้ เหนยี วๆ และขนเลก็ ๆ เพ่อื ชวยยดึ เกาะ

ละอองเรณูใหเขามาผสมกับเกสรเพศเมยี ไดดขี ึน้
B คือ กานชเู กสรเพศเมีย มลี กั ษณะเปน ทออยูเหนอื รังไข ภายในทอจะมีน้ําเหนียวๆ อยู เพื่อนาํ สเปรม

ของเกสรเพศผูล งมาผสมกบั ไขใ นรงั ไขข องเกสรเพศเมีย
C คือ รงั ไข อยลู า งสดุ บรเิ วณฐานรองดอก ภายในรังไขม ีออวุลหรือไขอ อนซ่ึงเปน ที่อยูของเซลลไข
D คือ กลีบเลี้ยง เปน สวนท่อี ยนู อกสุด มีสีเขียว เนือ่ งจากเปลี่ยนแปลงจากใบ ทําหนาท่ปี องกนั

อนั ตรายในขณะทดี่ อกไมย ังตมู อยู นอกจากนี้ ยังชวยในการสงั เคราะหดว ยแสงอกี ดวย
E คอื ออวุลหรอื ไขอ อน เปน ทอ่ี ยูของเซลลไข เปนโครงสรางท่ใี ชในการสืบพนั ธุแบบอาศัยเพศ
F คือ กลบี ดอก เปนสวนท่ีอยถู ัดจากกลีบเลย้ี งเขาไปดา นใน มกั มีขนาดใหญกวากลบี เลย้ี ง มสี สี นั

สวยงาม มีกลิ่นหอม และมีตอ มนํา้ หวานตรงโคนกลีบดอก เพ่อื ทําหนาทล่ี อแมลงใหม าชวยผสมเกสร
G คอื กา นชอู ับเรณหู รอื กา นเกสรเพศผู มีลักษณะเปน กา นยาวๆ ทําหนาทีช่ อู บั เรณู
H คอื อับเรณู เปนทส่ี รา งและเกบ็ ละอองเรณู

4. เฉลย 1) เจนเชียนไวโอเลต
เจนเชียนไวโอเลต ใชท ดสอบน้ําสม สายชูปลอม ถาเจนเชยี นไวโอเลตเปลี่ยนจากสมี ว งเปน สเี ขียว

แสดงวา นํา้ สมสายชทู ีใ่ ชทดสอบมกี รดท่ไี ดจากแรธาตุ แตถาไมเ ปล่ียนสี แสดงวา เปน นาํ้ สมสายชทู ่มี ีกรดจากพชื
เปน นํ้าสมสายชูแท

การทดสอบปุยเคมี สามารถทดสอบไดง ายๆ ดงั นี้
1. ถา ฉลากระบวุ าเปนปุยไนโตรเจนประเภทยูเรยี หรือเกลือแอมโมเนยี ใหทดสอบดว ยสารละลาย
โซเดยี มไฮดรอกไซด (โซดาแผดเผา) หรือสารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด (นาํ้ ปนู ใส) โดยใชสารละลายเหลานี้
หยดลงบนเม็ดปุย ถา มีกลน่ิ แอมโมเนีย แสดงวา เปน ปยุ จรงิ
2. ใชก รดแอซีติก (นํ้าสม สายชู) หรอื กรดซัลฟวรกิ (กรดกาํ มะถนั ) หยดลงบนเม็ดปยุ ถา มฟี องแกส
เกิดขน้ึ แสดงวา ปุย นั้นมสี ารแคลเซยี มคารบอเนตผสมอยู
3. อาจใชวิธสี งั เกตลกั ษณะของปุย ปลอมได คอื ราคาถกู กวาปกติ ไมม ีเลขทีอ่ นญุ าต ช่อื ผูผลิต
จําหนาย การระบุเปอรเ ซ็นตธ าตอุ าหารแตล ะชนดิ บนกระสอบปุยไมช ัดเจน ถงุ ทบ่ี รรจุปยุ มกั จะฉกี ขาดไดง า ย และ
การเยบ็ ปากถงุ มกั จะไมเ รียบรอ ย

5. เฉลย 3) ความดันอากาศ
ความดนั อากาศหรอื ความกดอากาศ คือ แรงดันของอากาศท่กี ดลงในแนวตงั้ ฉากกบั พ้ืนผวิ โลก

1) ความหนาแนน ของอากาศ คือ อัตราสว นระหวางมวลกบั ปรมิ าตรของอากาศ
2) ความถวงจาํ เพาะ คือ อัตราสว นระหวางความหนาแนน ของสสารหนึง่ ๆ ตอความหนาแนน ของนาํ้ เมื่อ
ท้ังสองอยา งมีอณุ หภูมเิ ทากนั
4) ความชน้ื สัมพัทธ คือ ปริมาณเปรยี บเทยี บระหวา งมวลของไอนาํ้ ที่มอี ยจู ริงในอากาศขณะนนั้ กับมวล
ของไอน้าํ อม่ิ ตัว ที่อุณหภูมแิ ละปริมาตรเดียวกนั มหี นวยเปน เปอรเ ซน็ ต

————————————————————

ชดุ ท่ี 34 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 34) จํานวน 5 ข้อ

คําส่งั : เลือกคาํ ตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. เราสามารถตีเหล็กให้แผ่เป็นแผ่นบางๆ และ
สามารถยืดเหล็กให้เป็นเส้นได้ แสดงว่าเหล็กมี
สมบตั ิของวสั ดุในขอ้ ใด
1) ความเหนียว
2) ความแข็ง
3) ความยดื หยุ่น
4) ความหนาแนน่

2. สเตตโทสโคป (Stethoscope) เปน็ เครือ่ งมือท่ี
ใชป้ ระโยชน์ด้านใด
1) ฟังเสียงการทํางานของหวั ใจ
2) วัดแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดนิ ไหว
3) ใช้หาความหนาแน่นของวัตถุ
4) ใช้วดั ปริมาณแสง

3. ขอ้ ใดหมายถงึ ฝน
1) ไอนํ้าที่กลั่นตัวเป็นละอองนํ้าในระดับใกล้
พืน้ โลก
2) ไอน้าํ ทกี่ ลั่นตวั เปน็ ละอองนํา้ ในระดบั สงู
3) ไอน้ําที่กลัน่ ตวั เปน็ หยดนาํ้ ในระดับสูง
4) หยดนํ้าในอากาศท่ีได้รับความกดอากาศจน
กลายเปน็ นาํ้ แข็ง

4. ระบบใดในร่างกายของสัตว์ท่ีทําหน้าท่ีลําเลียง
แก๊สและสารอาหารไปยังอวัยวะตา่ งๆ ท่ัวรา่ งกาย
1) ระบบหายใจ
2) ระบบหมุนเวยี นเลอื ด
3) ระบบย่อยอาหาร
4) ระบบขบั ถ่าย

5. การเจริญเติบโตของส่ิงมีชีวิตใดที่มีเฉพาะการ
ขยายขนาดของเซลล์ โดยไมม่ กี ารแบง่ เซลล์
1) พารามเี ซียม ยูกลนี า
2) กบ ยุง
3) พยาธไิ ส้เดอื น ไสเ้ ดอื นดนิ
4) ตวั สามง่าม แมลงหางดีด

เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชัน้ ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 34) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 1) ความเหนียว
ความเหนียวเปนคาของแรงที่ทาํ ใหว ัสดุขาด วสั ดใุ ดท่ีมคี วามเหนยี วมากจะตองใชแรงดงึ มากจงึ จะขาด

วสั ดุใดทม่ี คี วามเหนยี วนอ ยใชแรงดึงไมม ากก็ขาด การตรวจสอบความเหนยี วของวสั ดุ สามารถพจิ ารณาไดจาก
สมบัติ 2 ประการ ไดแ ก ความสามารถในการตแี ผเปน แผน บาง และความสามารถในการยืดเปน เสน

2. เฉลย 1) ฟง เสยี งการทาํ งานของหัวใจ
หฟู งแพทย (Stethoscope) เปน อปุ กรณท ีใ่ ชตรวจสอบวิเคราะหเ สยี งจากระบบหายใจหรือจังหวะ

การเตน ของหวั ใจ

3. เฉลย 3) ไอนํา้ ท่ีกลัน่ ตวั เปนหยดนาํ้ ในระดบั สูง
ฝนเปนนํ้าท่ีเกดิ จากกระบวนการกล่นั ตวั ของไอนํา้ ในอากาศท่รี วมกันเปน เมฆกลายเปน หยดนาํ้ เมอ่ื

หยดนํ้ามีขนาดใหญ และมนี ํา้ หนกั มากจนอากาศไมสามารถอุมไวไ ด จงึ ตกลงมายงั พน้ื โลกเปนฝน

4. เฉลย 2) ระบบหมุนเวยี นเลือด
ระบบหายใจ ทาํ หนา ทีแ่ ลกเปล่ียนแกส ออกซเิ จนและแกส คารบอนไดออกไซด
ระบบหมุนเวียนเลือด ทาํ หนาท่ขี นสงสารตางๆ เชน สารอาหารและแกสออกซเิ จนไปทั่วรา งกาย และ

นาํ ของเสียกลบั คืนมา เพ่อื กาํ จัดออกนอกรางกายตอไป
ระบบยอยอาหาร ทําหนา ทย่ี อ ยอาหารใหมขี นาดเลก็ และดดู ซมึ ผานเขา สูก ระแสเลือด เพ่อื ไปเล้ยี งสวน

ตางๆ ของรางกาย
ระบบขับถา ย ทาํ หนา ทกี่ าํ จดั ของเสียอนั เกิดจากกระบวนการทางเคมีตา งๆ ในรา งกาย

5. เฉลย 1) พารามีเซียม ยกู ลนี า
พารามเี ซียมและยูกลีนาเปน สงิ่ มชี ีวติ เซลลเ ดยี วทีว่ ดั การเจริญเติบโตจากการขยายขนาดของเซลล โดย

การแบง เซลลในพารามีเซียมและยกู ลนี าถือวา เปนการสืบพันธุ ไมใชการเจริญเติบโต

————————————————————

ชดุ ท่ี 33 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชัน้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 33) จํานวน 5 ข้อ

คําสัง่ : เลือกคาํ ตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ที่อุณหภูมิห้อง อากาศสามารถรับไอนํ้าได้ 150
กรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ในขณะน้ันมีไอน้ํา
กระจายอยู่เพียง 50 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ความชื้นสมั พทั ธ์ ณ อณุ หภูมนิ มี้ ีค่ากี่เปอร์เซน็ ต์
1) 0.3
2) 3
3) 33
4) 330

2. การคุมกาํ เนิดในขอ้ ใดไมไ่ ด้ปอ้ งกันการปฏิสนธิ
1) การใสห่ ่วงคุมกําเนดิ
2) การตัดและผกู ทอ่ นําไข่
3) การใช้ถงุ ยางอนามัย
4) การนับระยะปลอดภัย

3. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้องเก่ยี วกับแรงเสียดทาน
1) แรงเสียดทานมีทิศทางเดียวกับการเคลื่อนท่ี
ของวัตถุ
2) เม่ือทําให้วัตถุที่มีนํ้าหนักมากเคลื่อนที่ จะ
เกดิ แรงเสียดทานมาก
3) เมื่อเคล่อื นวตั ถุไปบนพื้นผิวทข่ี รขุ ระ จะมีแรง
เสยี ดทานมาก
4) แรงเสียดทานจะทําให้วตั ถุเคล่ือนท่ีช้าลงหรือ
หยดุ เคลือ่ นท่ไี ด้

4. วิธีการที่ใช้วัดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
ได้แกข่ อ้ ใด
1) นบั จํานวนเซลล์
2) หาน้ําหนกั แหง้
3) วัดขนาดของเซลล์
4) หาความหนาของเซลล์

5. สามีภรรยาคู่หน่ึงไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่มียีน
ของโรคธาลัสซีเมียแฝงอยู่ อยากทราบว่าโอกาส
ท่ลี ูกไม่เป็นโรคธาลัสซีเมยี และเป็นโรคธาลัสซีเมีย
คดิ เป็นสดั ส่วนเทา่ ใด
1) 1 : 1
2) 2 : 1
3) 3 : 1
4) 4 : 0

เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 33) จํานวน 5 ข้อ

1. เฉลย 3) 33

ความชื้นสมั พัทธ คือ ปริมาณเปรยี บเทียบระหวา งมวลของไอนํา้ ท่ีมีอยูจ รงิ ในขณะใดขณะหนึ่งกบั มวล

ของไอนํ้าในอากาศอิม่ ตัวท่ีอุณหภูมแิ ละปริมาตรเดียวกันโดยคดิ เปนรอ ยละ เขียนความสมั พันธไดดงั น้ี

มวลของไอนา้ํ ในอากาศท่มี อี ยูจรงิ ในขณะนน้ั (g)

ความช้นื สมั พทั ธ (%) = มวลของไอนา้ํ ในอากาศอ่มิ ตัวท่อี ุณหภมู ิและปรมิ าตรเดียวกัน (g) × 100

แทนคา = 50 (g) × 100
150 (g)

จะได ความช้นื สมั พทั ธ = 33.33%

2. เฉลย 1) การใสห วงคมุ กาํ เนดิ
หว งอนามยั หรือหวงคมุ กําเนิด มีลักษณะโคง งอ ขนาดพอเหมาะ ใชใสทางปากมดลูกเขา ไปในโพรงมดลกู

โดยแพทยห รือพยาบาลจะเปนผูใสเขาไปในมดลูก ควรใสหวงอนามยั ระหวา งมปี ระจาํ เดอื นหรอื ประจาํ เดือนหมดใหมๆ
หว งอนามยั จะทําใหไขท่ผี สมแลว ไมส ามารถฝง ตวั ในผนังมดลกู ได

3. เฉลย 1) แรงเสียดทานมีทศิ ทางเดยี วกบั การเคลือ่ นทีข่ องวตั ถุ
แรงเสยี ดทาน คือ แรงที่ตา นการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ จะเกดิ เม่อื เราพยายามเคลื่อนวัตถแุ ละขณะท่ีวัตถุ

เคลอ่ื นท่ี เชน มีลงั ไมต้ังอยูบ นพ้ืน ถาปลอยใหต ั้งอยูเฉยๆ จะไมม ีแรงเสียดทาน แตถ า เราพยายามจะเคล่อื นลงั ไม
ไปทางขวา จะเกิดแรงเสยี ดทานขนึ้ ในทางซาย ซ่งึ ตรงขามกบั ทิศทเ่ี ราออกแรง เปนตน

4. เฉลย 1) นับจาํ นวนเซลล
การวัดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียทําไดโดยการนับจํานวนเซลลและการนับจํานวนกลุมของ

แบคทเี รยี ในจานเพาะเล้ยี งเชื้อ

5. เฉลย 3) 3 : 1
ถา กําหนดใหยีนไมเปน โรคธาลัสซเี มยี (ยนี เดน ) เปน A สว นยนี โรคธาลสั ซเี มีย (ยนี ดอย) เปน a
พอ Aa × Aa แม

AA Aa Aa aa

AA และ Aa แสดงลักษณะไมเปน โรคธาลสั ซีเมีย สว น aa แสดงลักษณะเปน โรคธาลสั ซเี มีย ดังนัน้
โอกาสทลี่ ูกไมเ ปน โรคธาลสั ซีเมียและเปนโรคธาลสั ซเี มียคิดเปนสดั สว น 3 : 1

————————————————————

ชุดท่ี 32 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 32) จาํ นวน 5 ขอ้

คาํ สัง่ : เลือกคําตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. วัตถุในขอ้ ใดเคลอื่ นที่ไปตามแรงที่กระทาํ
1) การตลี ูกเทนนิส
2) ลูกโปง่ ที่ถกู ปล่อยลม
3) การเคลอ่ื นที่ของจรวด
4) ลกู ต้มุ ทแ่ี ขวนไวก้ ับเพดาน

2. รปู ในขอ้ ใดเป็นการหาค่ามมุ เงย 15 องศา
1)

2)

3)

4)


Click to View FlipBook Version