The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by p.gunniga123, 2022-10-28 00:56:37

วิทยาศาสตร์ ป.4

P5-sci-44-1

4. ถ้ากําหนดให้อัตราเร็วของเสียงในอากาศที่
อุณหภูมิหนึ่งมีค่า 125 เมตรต่อวินาที เสียง
เดินทางเป็นระยะทาง 50 เมตร เสียงใช้เวลา
เดินทางกี่วนิ าที
1) 0.04 วินาที
2) 0.4 วินาที
3) 4 วินาที
4) 40 วินาที

5. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกับการผสมเทยี ม
1) การละลายนํ้าเชื้อเป็นการเพ่ิมจํานวนตัวอสุจิ
ให้มากขน้ึ
2) การตรวจคุณภาพนํ้าเช้ือเป็นการรีดเก็บ
นํา้ เชอื้ และตรวจดูปรมิ าณของตัวอสจุ ิ
3) การเก็บรักษาน้ําเชื้อไว้ในไนโตรเจนเหลว
สามารถเก็บน้ําเชอ้ื ไวไ้ ดน้ าน 1 เดอื น
4) การฉีดน้ําเช้ือควรฉีดในช่วงที่เพศเมียแสดง
อาการเป็นสัด


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชัน้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดที่ 8) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 2) เสยี งทม่ี คี วามถีส่ งู กวา 20,000 เฮริ ตซ
มนุษยเ ราจะไดย นิ เสียงทม่ี ีความถีร่ ะหวา ง 20-20,000 เฮิรตซ เสียงท่ีมีความถี่สูงกวา 20,000 เฮริ ตซ

เรียกวา คลนื่ เหนือเสียงหรอื อลั ตราซาวนด มีความถสี่ ูงกวาทค่ี นจะรับรไู ด เสยี งทีม่ ีความถต่ี ่ํากวา 20 เฮริ ตซ
เรียกวา คลืน่ ใตเสียงหรืออนิ ฟราซาวนด มคี วามถี่ตํา่ กวาทคี่ นจะรบั รูได

2. เฉลย 3) เพอ่ื ใหโ ลหะของทางรถไฟมเี นือ้ ท่ีสาํ หรบั การขยายตวั
รางรถไฟท่ที ําดว ยเหล็ก ถา วิศวกรนาํ มาวางเรียงติดตอกนั โดยไมเ วนระยะไว รางรถไฟจะขยายตวั และ

เกิดการคดงอไดในวนั ทอี่ ากาศรอนจดั ๆ ถารถไฟแลน บนรางน้อี าจจะเกดิ อบุ ตั ิเหตุทําใหตกรางได เพือ่ ปองกนั
เหตกุ ารณน้ีไมใ หเกิดขน้ึ การวางรางรถไฟจะตองเวน ชองวา งไวเ ผื่อการขยายตัวของรางรถไฟ และทีป่ ลายของรางที่
เชอื่ มตอกันน้ันตองมหี มุดยดึ

3. เฉลย 4)

การถายโอนพลงั งานความรอ นมี 3 ทาง คอื
1. การนาํ ความรอ น วิธีการสง ผานความรอนวธิ นี เ้ี ปนการสง ผานความรอ นจากโมเลกลุ ทเี่ กดิ การส่นั ตวั
อยา งแรงไปยงั โมเลกุลอืน่ โดยทต่ี ัวโมเลกุลนัน้ ๆ ยงั อยูตาํ แหนง เดมิ ของมัน หรอื อาจกลา วไดว าพลังงานความรอ น
จะสง ผา นจากอนุภาคหน่งึ ไปยังอนภุ าคอน่ื ๆ ตลอดทางในเนือ้ ของวตั ถุ จากวตั ถทุ ร่ี อนไปยังวัตถทุ ่เี ย็น เม่ือนําปลาย
ขา งหน่งึ ของแทงโลหะไปลนไฟใหรอน แทงโลหะจะรอนอยางรวดเร็ว ความรอนเคลื่อนท่ตี ลอดแทง โลหะดว ย

วิธกี ารนําความรอ น (ซ่ึงตรงกบั ตัวเลือก 4))

2. การพาความรอน วธิ ีการสงผา นความรอ นวิธนี โ้ี มเลกุลจะพาความรอ นติดตวั เคลอ่ื นที่จากทีห่ น่งึ
ไปยงั อีกท่หี นงึ่ ภายในของเหลวหรอื แกส หรืออาจกลา วไดว าพลงั งานความรอ นจะถูกพาตดิ ตวั ไปโดยกระแสของ
อนุภาคจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบรเิ วณหนงึ่ ภายในของเหลวหรอื แกส เมอ่ื นํ้าไดร ับความรอนจนทําใหเ กดิ ไอนํา้ จะ
สามารถเคลื่อนทีไ่ ดจ ึงสามารถสงผานความรอ นได อากาศรอนเหนอื เปลวไฟทีก่ องไฟจะลอยตวั สงู ขนึ้ สามารถ
สงผานความรอนได อากาศเยน็ ท่มี คี วามหนาแนนมากจากรอบๆ กองไฟกจ็ ะเคลือ่ นทีเ่ ขามาแทนทีอ่ ากาศรอ นท่ี

ลอยตวั ไป (ซ่งึ ตรงกบั ตัวเลือก 1) และ 2))

3. การแผร งั สคี วามรอน วิธกี ารสง ผานความรอนวิธีนค้ี วามรอนจะมาในรปู ของคลื่นแมเ หลก็ ไฟฟา
จะถกู ปลอยออกมาทกุ ทศิ ทกุ ทางโดยไมตองอาศัยตัวกลาง เม่อื เรานาํ มอื ท้ังสองขางของเราไปองั บริเวณดา นหนา
กองไฟ มอื ของเราทั้งสองจะดูดกลืนพลังงานรังสแี ละเปลยี่ นไปเปนความรอ น ทาํ ใหเ รารสู ึกอบอนุ ข้ึน วัตถุทใ่ี ห

ความรอนทุกชนดิ รวมทง้ั ดวงอาทติ ยปลดปลอ ยพลงั งานดวยการแผร งั สี (ซ่งึ ตรงกบั ตัวเลอื ก 1) และ 3))

4. เฉลย 2) 0.4 วินาที

125 = 50
เวลา
เวลา =
50
125

ดังนน้ั เสยี งใชเวลาเดนิ ทาง 0.4 วนิ าที


5. เฉลย 4) การฉีดนํา้ เชอ้ื ควรฉีดในชว งทเ่ี พศเมยี แสดงอาการเปน สัด
ขนั้ ตอนการผสมเทียม มีข้ันตอนดังนี้ การรดี น้าํ เชื้อ โดยการใชเ ครือ่ งมือชวยกระตนุ ใหเพศผูห ลั่ง

น้าํ เช้อื ออกมา แลวรดี เกบ็ นา้ํ เชอ้ื เอาไว การตรวจคณุ ภาพนํา้ เชื้อ นา้ํ เชอื้ ท่รี ีดมาไดจ ะมีการตรวจดปู ริมาณของ
ตวั อสจุ ิและการเคลอ่ื นไหวของตวั อสุจิดว ยกลองจลุ ทรรศน เพื่อตรวจดวู า ตวั อสจุ ิมีความแข็งแรงและมปี ริมาณมากพอ
ทจ่ี ะนาํ ไปใชงานหรอื ไม การละลายนาํ้ เชื้อ โดยการนาํ นํ้ายาเลย้ี งเตมิ ลงไปในน้ําเชอื้ เพอ่ื หลอ เล้ยี งตัวอสจุ ิและ
ชวยเพ่ิมปรมิ าณนา้ํ เชื้อ เพ่ือใหส ามารถนาํ ไปแบง ฉีดใหก ับเพศเมียไดหลายๆ ตวั การเกบ็ รกั ษานํา้ เช้อื มี 2 แบบ
คือ นาํ้ เชอื้ สดเปนนํา้ เช้อื ทีล่ ะลายแลวนาํ ไปเกบ็ รักษาไวท อ่ี ุณหภูมิ 4-5 องศาเซลเซยี ส ซ่ึงจะเกบ็ ไดนานเปน เดอื น
แตถาเก็บไวท ีอ่ ณุ หภูมิ 15-20 องศาเซลเซยี ส จะเกบ็ ไดน านประมาณ 4 วนั และน้ําเชอ้ื แชแข็งเปนนํ้าเชอ้ื ท่ีนาํ มาทาํ
ใหเยน็ จดั จนแข็งตวั แลว จงึ นําไปเกบ็ รักษาไวใ นไนโตรเจนเหลวท่มี ีอุณหภูมปิ ระมาณ -196 องศาเซลเซยี ส ซึง่
สามารถเก็บไวไ ดนานเปน ป การฉีดน้ําเชอ้ื จะฉดี ใหแ มพ นั ธุในชว งระยะเวลาท่เี พศเมียกําลังแสดงอาการเปนสดั
ซง่ึ เปนชว งทีไ่ ขส ุก

————————————————————


ชุดท่ี 7 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชุดท่ี 7) จาํ นวน 5 ขอ้

คําสัง่ : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดไม่ถูกต้องเกย่ี วกับเทอร์มอมิเตอร์ท่ีใชป้ รอท
1) เปล่ียนสถานะเป็นไอยาก
2) ทึบแสงและสะท้อนแสงไดด้ ี
3) ขยายตัวทนั ทเี มือ่ อณุ หภมู เิ ปลยี่ นแปลง
4) ไม่เปน็ อันตรายต่อส่งิ มีชีวติ

2. ขอ้ ใดเปน็ การลดแรงเสยี ดทาน
1) การใช้ผ้าช่วยเปดิ ฝาน้ําอดั ลม
2) การสวมรองเท้าที่มีดอกยาง
3) การขัดพน้ื ผิวให้เรียบข้นึ
4) การใช้ตลับลกู ปนื เปน็ ส่วนประกอบในรถยนต์


3. กลุ่มดาวในขอ้ ใดเป็นกล่มุ ดาวที่ใช้ในการบอกทิศ
และหาตาํ แหนง่ ของดาวเคราะห์
1) กล่มุ ดาวคา้ งคาว
2) กลุม่ ดาวนายพราน
3) กลมุ่ ดาวจระเข้
4) กลมุ่ ดาวจักรราศี

4. อปุ กรณ์ใดเป็นการเพ่ิมแรงเสยี ดทาน
1) ยางรถยนต์
2) นํา้ มันหล่อลนื่
3) บุช
4) กระดานลืน่

5. พืชในข้อใดใช้ส่วนของรากในการสะสมอาหาร
ทง้ั หมด
1) มนั สําปะหลัง แครอท
2) มันฝรง่ั ขม้ิน
3) เผอื ก มันเทศ
4) หัวผกั กาด กระเทียม


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 7) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 4) ไมเปน อันตรายตอ ส่ิงมีชีวติ
ไอปรอทเปน พษิ ตอ รา งกายมาก ถาหายใจเขา ไปจะดูดซมึ เขา สูระบบไหลเวียนเลือดทันที กระจายไปยัง

สมองและสว นอ่ืนของรา งกายไดรวดเร็วมาก แตข บั ออกมาในรูปของเสียไดนอยมาก ปรอทจะจับยดึ กับเม็ดเลือดแดง
และกระจายไปทวั่ ทุกสว นของรางกาย และสามารถทาํ ลายเนอื้ เยื่อสมองสว นทคี่ วบคมุ การมองเห็นและความรูส กึ
นึกคิด

2. เฉลย 3) การขัดพ้ืนผิวใหเรียบขน้ึ
การขดั พืน้ ผิวใหเ รยี บข้นึ เปน การลดแรงเสียดทาน ทําใหการเคลื่อนท่มี คี วามสะดวกมากข้นึ ชวยลด

การใชแรง ลดการส้ินเปลอื งพลังงาน
1), 2) และ 4) เปน การเพมิ่ แรงเสียดทาน การเพิม่ แรงเสยี ดทานมีประโยชน เชน ปอ งกันการเกดิ อุบตั ิเหตุ

ทางรถยนต ปอ งกนั การหกลม จากรองเทา เปนตน

3. เฉลย 4) กลมุ ดาวจกั รราศี
กลมุ ดาวจักรราศเี ปนกลมุ ดาวท่ีใชใ นการบอกทศิ และหาตําแหนง ของดาวเคราะห เนอื่ งจากดาวเคราะห

เปนดาวบริวารของดวงอาทติ ย จึงมกี ารเปล่ียนแปลงตําแหนง ปรากฏใกลเ สน สุรยิ วถิ ี ดังนัน้ จึงเห็นดาวเคราะห
ปรากฏอยูใ นกลุม ดาวจักรราศี เชน ดาวพฤหสั บดีปรากฏอยใู นกลมุ ดาววัว เปน ตน

4. เฉลย 1) ยางรถยนต
การเพ่ิมแรงเสยี ดทานโดยเพม่ิ พ้ืนที่ผวิ สมั ผสั ออกแบบยางรถยนตใหมีหนา กวา งพอเหมาะจะทําให

เกาะถนนไดด ี ลดความลืน่ ของผิวสมั ผัส โดยทําใหบ รเิ วณผวิ สัมผัสมคี วามฝด ข้นึ เชน เพ่มิ ดอกยางของรถยนต
สว นนาํ้ มนั หลอ ล่ืน บชุ และกระดานลนื่ เปนอปุ กรณทล่ี ดแรงเสียดทาน

5. เฉลย 1) มนั สําปะหลัง แครอท
พืชทม่ี รี ากสะสมอาหาร ไดแก มันสาํ ปะหลัง แครอท มนั เทศ และหัวผักกาด
พืชท่ีมลี าํ ตน สะสมอาหาร ไดแก มันฝรงั่ ขมิ้น เผือก และกระเทียม

————————————————————


ชุดท่ี 6 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ช้นั ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 6) จํานวน 5 ข้อ

คาํ สัง่ : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
A : เมื่อเรานํามือท้ังสองข้างของเราไปอัง
บริเวณด้านหน้ากองไฟ ทําให้เรารู้สึก
อบอ่นุ ขึ้น
B : ท่ีจับภาชนะหงุ ต้มมักทําด้วยพลาสติก
C : บ้านทรงไทยมีใต้ถุนสูง ช่วยในการระบาย
ความรอ้ นออกจากตัวบ้าน

การนาํ การพา การแผ่
ความร้อน ความรอ้ น รงั สีความรอ้ น

1) A B C

2) B C A

3) A C B

4) B A C


2. ขอ้ ใดไม่เกีย่ วข้องกับความดนั อากาศ
1) หลอดหยดสาร
2) บอลลูน
3) บชุ
4) แป้นยางดดู ติดกระจก

3. สัตว์ทุกชนิดในข้อใดท่ีสามารถสืบพันธุ์ได้ท้ัง
แบบอาศัยเพศและไมอ่ าศัยเพศ
1) อะมบี า ดาวทะเล
2) ไฮดรา ตั๊กแตนกงิ่ ไม้
3) พารามเี ซียม พลานาเรยี
4) ยสี ต์ ปลาหางนกยงู

4. ส้มมีประจาํ เดอื นช่วงวนั ท่ี 16-19 ตุลาคม โดยมี
รอบประจําเดอื นโดยสม่ําเสมอทุกๆ 28 วัน
อยากทราบว่า การมีเพศสมั พนั ธ์ในชว่ งวนั ใดท่ี
ทําให้สม้ มีโอกาสต้ังครรภม์ ากท่สี ุด
1) 16-18 ตุลาคม
2) 28-30 ตุลาคม
3) 9-11 พฤศจกิ ายน
4) 12-14 พฤศจกิ ายน


5. ข้อใดกล่าวถึงดวงจนั ทรใ์ นวนั เพ็ญไมถ่ ูกต้อง
1) ดวงจันทร์ท่ีโคจรมาอยู่ด้านตรงข้ามกับ
ดวงอาทติ ย์
2) ดวงจันทรส์ วา่ งเตม็ ดวงเปน็ วันขนึ้ 15 คํ่า
3) ดวงจันทร์ท่ีโคจรมาอยู่ระหว่างโลกและ
ดวงอาทิตย์
4) ดวงจันทร์ในวันเพ็ญอาจทําให้เกิดจันทรุป-
ราคาได้


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 6) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 2) การนาํ ความรอน = B, การพาความรอน = C และการแผร งั สีความรอ น = A
การถายโอนพลังงานความรอ นมี 3 ทาง คอื การนาํ ความรอ น (Conduction) เปน การสงผานความ

รอ นจากโมเลกุลทเ่ี กดิ การส่ันตัวอยา งแรงไปยงั โมเลกลุ อน่ื โดยท่ีตัวโมเลกลุ น้ันๆ ยังอยูต าํ แหนง เดมิ ของมนั เชน
หมอ หุงตมที่ตอ งการใหความรอนสงผา นไปยังอาหารทปี่ รงุ ไดร วดเร็ว นิยมทําดวยสแตนเลสหรอื อะลูมิเนยี ม แต
ดามจับหรอื หูห้วิ นยิ มทําดวยพลาสตกิ เพราะเปนฉนวนความรอ น การพาความรอ น (Convection) วธิ ีการสง ผาน
ความรอ นวธิ นี ้ี โมเลกลุ จะพาความรอนติดตัว เคล่อื นที่จากท่ีหน่งึ ไปยังอกี ท่ีหนึ่งภายในของเหลวหรือแกส เชน
บานทรงไทยมใี ตถนุ สงู ชว ยในการระบายความรอ นออกจากตัวบาน การแผร ังสีความรอ น (Radiation) ความรอ น
จะมาในรปู ของคล่นื แมเ หล็กไฟฟา จะถกู ปลอ ยออกมาทกุ ทิศทกุ ทางโดยไมต องอาศัยตวั กลาง เชน เม่อื เรานํามอื
ท้ังสองขา งของเราไปองั บริเวณดานหนา กองไฟ มือของเราทั้งสองขา งจะดดู กลืนพลังงานรังสีและเปลย่ี นไปเปน
ความรอ น ทําใหเรารสู กึ อบอุน ขน้ึ

2. เฉลย 3) บุช
บชุ เกีย่ วของกับแรงเสียดทาน บุชเปนโลหะทรงกระบอกกลวง ผิวเรียบลื่น ชว ยลดแรงเสียดทานและ

การคลอนตวั ของแกนหมนุ มลี ักษณะเปน วงแหวนสวมกนั ระหวางแกนหมุนพัดลมกับตัวเคร่ืองยนต บชุ มักใชกบั
ยานพาหนะท่ตี องรบั น้าํ หนักมาก

3. เฉลย 2) ไฮดรา ต๊กั แตนกิ่งไม
ไฮดราสามารถสืบพันธแุ บบอาศัยเพศและการแตกหนอ สวนต๊กั แตนก่งิ ไมส ามารถสืบพันธไุ ดโดยทไี่ ข

ไมต อ งไดร ับการปฏสิ นธิ (Parthenogenesis) แตถาสภาวะแวดลอ มไมเ หมาะสม ไขจ ะฟก ออกมาเปนเพศผูและ
เพศเมยี จากน้ันเพศผแู ละเพศเมยี กจ็ ะผสมพนั ธกุ นั ซึ่งไขท่เี กดิ จากการผสมพันธจุ ะมคี วามคงทนตอสภาวะ
แวดลอมท่ีขาดแคลนอาหาร ความแหง แลงและความหนาวเย็นของอากาศไดเ ปน อยางดี

4. เฉลย 2) 28-30 ตลุ าคม
ในชว งกึง่ กลางของรอบประจาํ เดอื น (เริม่ นบั ต้ังแตว นั แรกของการมีประจําเดือนไป 14 วัน) เปน ชวงท่มี ี

การตกไข ดงั น้นั การมีเพศสมั พันธใ นชวงวนั ที่ 28-30 ตลุ าคม ทาํ ใหส มมโี อกาสตัง้ ครรภมากที่สุด

5. เฉลย 3) ดวงจนั ทรท โี่ คจรมาอยูระหวางโลกและดวงอาทิตย
วันท่ีดวงจนั ทรมืดทัง้ ดวง เรียกวา วันแรม 15 คํ่า หรอื วนั จันทรด บั เปนวันทด่ี วงจันทรอยูร ะหวางโลก

กับดวงอาทิตย

————————————————————


ชดุ ท่ี 5 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ช้นั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 5) จาํ นวน 5 ขอ้

คําสัง่ : เลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ชาวประมงนําหลักการของเสียงในข้อใดมาใช้ใน
การจับปลา
1) ความถ่ขี องเสียง
2) ความดงั ของเสียง
3) เสยี งสะท้อน
4) การส่นั สะเทือนของเสียง

2.

กข




จากรูป ตาํ แหนง่ ใดที่เอ็มบรโิ อไปฝงั ตวั แล้วทาํ ให้
เกดิ การท้องนอกมดลกู
1) เฉพาะ ค 2) เฉพาะ ข
3) ก และ ข 4) ก, ข และ ง


3. เคร่อื งกลในข้อใดใชห้ ลกั การของสกรูทง้ั หมด
1) ตะปูควง คีมตดั โลหะ ขวาน
2) ก๊อกนํา้ สวา่ น แม่แรง
3) ที่เปดิ ขวด เคร่อื งตัดกระดาษ ชะแลง
4) ลกู บดิ ประตู พวงมาลัยรถยนต์ ลอ้ รถ

4. ลมชนิดใดทชี่ ่วยให้ชาวประมงเขา้ ฝ่งั หลงั จากการ
หาปลาได้สะดวกขนึ้
1) ลมทะเล 2) ลมบก
3) ลมมรสุม 4) ลมวา่ ว

5. เซลล์ในข้อใดไม่สามารถนํามาตรวจสอบ
ลายพิมพ์ดีเอ็นเอได้

1)

2)
3)

4)


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ช้ัน ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดที่ 5) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 3) เสยี งสะทอ น
เรอื ประมงขนาดใหญจ ะมีเครอ่ื งโซนารชวยในการหาตําแหนง ของฝงู ปลา โดยเคร่ืองโซนารจ ะสง

คล่ืนเสยี งความถสี่ ูงออกไปรอบตัว เมื่อคลืน่ เสยี งไปกระทบฝงู ปลาก็จะสะทอนกลบั มายังเคร่อื งรบั ทเ่ี รอื โดยปรากฏ
บนจอของเครอ่ื งรับ จากลักษณะภาพที่ปรากฏบนจอ เจาหนาท่ีจะสามารถบอกถึงตาํ แหนง และขนาดของฝงู ปลา

2. เฉลย 3) ก และ ข
การทองนอกมดลกู คอื การท่ีไขไ ดรบั การปฏิสนธแิ ลว ไปฝงตวั อยทู ี่บรเิ วณอืน่ ทีไ่ มใ ชมดลูก ไดแก

บรเิ วณชอ งทอ ง บรเิ วณรงั ไข บริเวณทอนําไข ซงึ่ เปนผลใหผทู ีต่ งั้ ครรภมอี าการปวดทองอยางรุนแรง การตั้งครรภ
นอกมดลกู ท่ีพบบอยท่ีสุด คอื การตัง้ ครรภทที่ อ นําไข สําหรับการต้งั ครรภที่รงั ไขหรอื ชอ งทองพบไดนอยมาก

3. เฉลย 2) กอกน้ํา สวา น แมแ รง
สกรู มีลกั ษณะเปน แทงทรงกระบอกตัน มีเกลียวรอบตัว รปู รางคลา ยบนั ไดเวียนรอบแกน ใชย ก

วัตถหุ นกั ข้ึนสทู สี่ งู เครอ่ื งกลทใี่ ชหลกั การของสกรู ไดแก แมแ รง สวา น ตะปูควง กอ กน้ํา
ลอและเพลา เปน เครือ่ งกลที่ชวยผอนแรงประกอบดว ยลอ และเพลาสวมติดอยดู วยกนั บนแกน

อนั เดยี วกัน มลี ักษณะคลา ยรอกขนาดใหญ ลอ จะเปนวงนอก เพลาอยูต รงกลาง เคร่อื งกลที่ใชห ลกั การของลอ
และเพลา ไดแก การทาํ ลอรถยนตแ ละลอ รถทกุ ประเภท ลกู บิดประตู พวงมาลยั รถยนต

คาน เปนเครือ่ งกลทเ่ี ปน ทอนไมห รือโลหะยาว คานจะหมนุ ไดรอบจดุ หมุน คานเปน เครอ่ื งกลท่ชี วย
ผอ นแรงหรือใหค วามสะดวกในการทํางานได เครอื่ งกลประเภทคาน ไดแก คีมตัดโลหะ ท่เี ปด ขวด เครอ่ื งตัด
กระดาษ ชะแลง

ลมิ่ เปนเครือ่ งกลทชี่ วยผอนแรงรปู รางคลา ยขวาน ใชสาํ หรบั ตอกลงในเนอ้ื วัตถุ เพ่ือใหเ น้ือวัตถุแยก
ออกจากกนั ชว ยอํานวยความสะดวกสบาย ถาลมิ่ มคี วามกวางมาก จะตองใชแ รงมากกวาล่มิ ท่มี คี วามกวางนอยกวา
เคร่อื งกลประเภทลม่ิ ไดแ ก ขวาน

4. เฉลย 1) ลมทะเล
ลมทะเล เกดิ ขึน้ ในเวลากลางวัน เนอื่ งจากพนื้ นา้ํ ดูดความรอนไดช า กวา พ้นื ดนิ อณุ หภมู ขิ องพ้ืนนํ้าจึงเพิ่มขนึ้

ชา กวา พ้นื ดนิ ดังน้นั อากาศเหนอื พืน้ นํา้ จึงมอี ุณหภมู ิต่าํ กวาอากาศเหนือพื้นดนิ อากาศเหนือพื้นดนิ ซงึ่ รอ นกวา
จะขยายตัว ทําใหความหนาแนน ลดลงจึงลอยตัวสงู ขึน้ เปนผลใหอ ากาศเหนอื พน้ื นาํ้ ทะเลซ่ึงมีอุณหภมู ติ าํ่ กวา
ความหนาแนนมากกวา และความกดอากาศสูงกวาไหลเขา มาแทนที่ สง ผลใหก ระแสอากาศไหลจากทะเลเขาสูฝ งใน
ระดบั ลางเกิดเปนลมทะเล สวนลมบก เกิดขนึ้ ในเวลากลางคนื เนือ่ งจากพื้นดินคายความรอ นไดเ ร็วกวา พนื้ นํา้
ทําใหอณุ หภมู ิของอากาศเหนอื พ้ืนดนิ ตา่ํ กวา พ้นื นาํ้ ความหนาแนนของอากาศและความกดอากาศจึงสูงกวา อากาศ
เหนอื พน้ื นํา้ ทําใหก ระแสอากาศในระดับลา งเคล่อื นจากพืน้ ดนิ ออกสทู ะเลเกิดเปน ลมบก


5. เฉลย 2)

จากรูป คอื เซลลเ มด็ เลือดแดง

1) คอื เซลลเ มด็ เลือดขาว

3) คือ เซลลอสุจิ

4) คอื เซลลก ลามเน้อื

ส่ิงมีชีวิตมดี เี อ็นเอ ซง่ึ เปนสารพันธกุ รรมและสามารถถา ยทอดขอมลู พันธกุ รรมน้ีไปสูร นุ ลกู หลาน ดเี อ็นเอ
มีอยใู นนิวเคลียสของเซลล เชน เซลลเ มด็ เลอื ดขาว เซลลอสุจิ เซลลกลา มเนอ้ื เซลลผ ิวหนงั เยือ่ บกุ ระพุงแกมหรอื
ปลายรากเสนผม ฯลฯ

เซลลเม็ดเลอื ดแดงเมือ่ โตเตม็ ที่จะไมมีนิวเคลยี ส จงึ ไมสามารถนาํ มาตรวจสอบลายพมิ พด เี อ็นเอได
รหัสของดีเอ็นเอทําใหสง่ิ มชี ีวิตแตล ะชนดิ มคี วามแตกตา งจากสิ่งมชี วี ิตชนดิ อน่ื เปนเอกลกั ษณเ ฉพาะที่
ไมเหมือนกนั ดเี อ็นเอหรือสารพันธกุ รรมของส่ิงมีชีวิตแตล ะตวั กม็ คี วามแตกตา งกัน เม่อื นํามาพิจารณาจะพบวา
เปน ลายพิมพเ หมือนบารโ คดทใี่ ชจ าํ แนกความแตกตางเฉพาะตัว เรียกวา ลายพมิ พด ีเอ็นเอ ลายพมิ พด เี อ็นเอ
ถกู นาํ มาใชใ นการตรวจสอบความแตกตา งระหวางบุคคล ใชพ ิสูจนค วามสมั พนั ธทางสายเลือด ใชในการพิสูจน
หลกั ฐานทางนติ เิ วชศาสตร

————————————————————


ชดุ ท่ี 4 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ชั้น ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 4) จาํ นวน 5 ขอ้

คาํ ส่ัง : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดไม่ใช่การนําความรู้เรื่องการขยายตัวของ
วัสดุเม่อื ไดร้ บั ความร้อนไปใชป้ ระโยชน์
1) การสร้างทางรถไฟที่มีการเว้นช่องว่างระหว่าง
รอยต่อแตล่ ะช่วงไว้
2) ขวดท่ีใช้บรรจุของเหลวจะไม่บรรจุของเหลว
จนเต็มขวด
3) ตัวถังบรรจุน้ํามันของรถบรรทุกน้ํามันเคลือบ
ผวิ หน้าด้วยสขี าว
4) สายไฟฟ้าแรงสูงต้องวางสายใหห้ ย่อน


2. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเก่ียวกบั แผนทด่ี าว
1) การอ่านแผนท่ีดาวต้องหันศีรษะไปทาง
ทศิ เหนือ
2) การอ่านแผนที่ดาวต้องนอนหงายหรือเงย
หนา้ อา่ น โดยยกแผนท่ีดาวขนึ้ เหนือศรี ษะ
3) แผนท่ีดาวจะบอกตําแหน่งของดาวเคราะห์
และดาวฤกษ์
4) แผนที่ดาวประกอบด้วยแผ่นแผนท่ี (แผ่น
ลา่ ง) และแผน่ ขอบฟา้ (แผ่นบน) ซ้อนกนั อยู่

3. ข้อใดมีการเปล่ียนรูปพลังงานเคมีเป็นพลังงาน
ความรอ้ น
1) การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื
2) ฟืนทเี่ กิดการเผาไหม้
3) ก้อนหนิ บนภูเขาทตี่ กสพู่ ้ืนดิน
4) การเปดิ หลอดไฟ


ํจานวนเ ่ทาของ ้ํนาหนักแรกเกิด4.

20
รา่ งกาย

15
หัวใจ

10

5 สมอง
1 0 5 10 15 20 อายุ (ปี)

จากกราฟแสดงการเจริญเติบโตของร่างกาย
หัวใจ และสมองในช่วงอายุต่างๆ ของมนุษย์
ขอ้ ใดสรปุ ไมถ่ กู ตอ้ ง
1) จาํ นวนเซลล์สมองจะไม่เพิม่ ข้นึ อกี หลังอายุ 5 ปี
2) ร่างกายจะมีการเจริญเติบโตเต็มท่ีเมื่ออายุ

ประมาณ 20 ปี
3) กราฟแสดงการเจริญเติบโตจะแตกต่างกันใน

ผู้ชายและผู้หญิง
4) อวยั วะตา่ งๆ ภายในรา่ งกายจะมีชว่ งเวลาใน

การเจริญเติบโตทีร่ ะดบั อายุต่างกนั


5. ข้อใดไม่ถกู ต้องเกย่ี วกับชัน้ บรรยากาศทีห่ อ่ ห้มุ โลก
1) ช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลตไม่ให้ผ่านลง
มาถึงพ้ืนโลกมาก
2) ช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะกับ
การดาํ รงชวี ติ ของสง่ิ มชี วี ติ
3) ช่วยปอ้ งกันวัตถจุ ากภายนอกโลก
4) ประกอบดว้ ยแก๊สโอโซนเปน็ สว่ นใหญ่


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 4) จํานวน 5 ข้อ

1. เฉลย 3) ตวั ถงั บรรจุน้ํามันของรถบรรทุกนาํ้ มนั เคลือบผิวหนา ดว ยสขี าว
ตวั ถงั บรรจนุ า้ํ มันของรถบรรทุกนา้ํ มนั นยิ มเคลือบผิวหนา ดวยสีขาว เพอ่ื ชว ยใหสะทอนรังสีทม่ี าจาก

ดวงอาทติ ย ทาํ ใหน ํ้ามันที่บรรจุอยูในถงั เย็นตัวหรืออุณหภมู ติ ํ่า ปอ งกนั การระเหยของนา้ํ มนั ที่เกบ็ รกั ษาไว เปน การ
ใชประโยชนจ ากการดดู กลืนและการแผร งั สคี วามรอ น

1) รางรถไฟ มีการเวนรอยตอไวเ ผอื่ ใหเหลก็ ขยายตัวในตอนกลางวัน
2) เวนทบี่ รรจุของเหลวไวไ มเ ตม็ ขวด เพอื่ การขยายตัวเมื่ออุณหภูมลิ ดลง เชน นํ้าจะขยายตัวมากสดุ ที่ 4°C
4) วางสายไฟแรงสงู ใหห ยอ นเผอื่ การหดตวั ในอากาศเยน็

2. เฉลย 3) แผนทด่ี าวจะบอกตําแหนง ของดาวเคราะหแ ละดาวฤกษ
ในแผนที่ดาวจะบอกตาํ แหนงเฉพาะดาวฤกษเ ทานนั้

3. เฉลย 2) ฟน ที่เกิดการเผาไหม
ฟนที่เกิดการเผาไหมเ ปน การเปลีย่ นรปู พลงั งานเคมีที่สะสมอยใู นฟนเปน พลงั งานความรอ น

1) การสงั เคราะหด ว ยแสงของพชื เปน การเปล่ียนพลังงานแสงเปนพลงั งานเคมี
3) กอ นหินบนภเู ขาทตี่ กสูพ ืน้ ดินเปน การเปล่ยี นพลังงานศกั ยเ ปน พลงั งานจลน
4) การเปด หลอดไฟเปน การเปลีย่ นพลงั งานไฟฟาเปนพลงั งานแสง

4. เฉลย 3) กราฟแสดงการเจริญเตบิ โตจะแตกตา งกนั ในผชู ายและผหู ญงิ
จากกราฟสรปุ ไดว า
1. สมองมีการเจรญิ เติบโตเตม็ ทเ่ี ม่ืออายุ 5 ป นนั่ คือ จาํ นวนเซลลสมองจะไมเพ่มิ ข้ึนอกี หลงั อายุ 5 ป

แตยังมกี ารขยายขนาดของเซลลตอ ไปอกี
2. รา งกายจะมีการเจรญิ เตบิ โตเต็มที่เมอื่ อายปุ ระมาณ 20 ป
3. อวยั วะตางๆ ภายในรา งกายจะมชี วงเวลาในการเจรญิ เตบิ โตทีร่ ะดับอายตุ างกัน
กราฟดงั กลา วแสดงการเจริญเติบโตของรา งกาย หวั ใจ และสมองในชว งอายตุ างๆ ของมนุษย โดยใน

เพศชายและเพศหญงิ มกี ารเจรญิ เตบิ โตดังกราฟท่กี าํ หนดให

5. เฉลย 4) ประกอบดวยแกส โอโซนเปนสวนใหญ
ชัน้ บรรยากาศประกอบไปดวยไอนํา้ ความรอน อากาศ ซ่งึ สวนใหญเ ปน แกส ไนโตรเจน

————————————————————


ชุดที่ 3 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชัน้ ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 3) จํานวน 5 ขอ้

คาํ สัง่ : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ผหู้ ญงิ ทต่ี อ้ งการทาํ หมัน แพทยจ์ ะตดั และผูก
บริเวณหมายเลขใด








1) ก 2) ข
3) ค 4) ง
2. ขอ้ ใดเปน็ ดาวเคราะหช์ น้ั นอกทงั้ หมด
1) ดาวศกุ ร์ โลก
2) ดาวองั คาร ดาวพฤหสั บดี
3) ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์
4) โลก ดาวองั คาร


3. คุณสมบัติใดของถุงพลาสติกที่ทําให้ในปัจจุบัน
นยิ มใช้ถงุ พลาสตกิ มากกว่าถงุ กระดาษ
1) ความแข็ง
2) ความเหนยี ว
3) ความยืดหยุ่น
4) การนาํ ความรอ้ น

4. แรงท่ีเกิดจากการนําแรงที่มีทิศทางตรงกันข้าม
มาหักลา้ งกันคอื แรงในขอ้ ใด
1) แรงลัพธ์
2) แรงเสียดทาน
3) แรงรวม
4) แรงผลกั

5. ข้อใดเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากโครโมโซม
X หายไป 1 โครโมโซม
1) กลุ่มอาการดาวน์
2) กลมุ่ อาการเทอรเ์ นอร์
3) กลุม่ อาการคริดชู าต์
4) กลุม่ อาการไคลน์เฟลเตอร์


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ช้ัน ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 3) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 2) ข
ก คอื รงั ไข ทําหนา ท่ีผลติ เซลลไ ขแ ละสรา งฮอรโ มนเพศหญิง
ข คือ ทอนําไข ทําหนาทเ่ี ปนทางผา นของไขท อี่ อกจากรังไขเ ขา สมู ดลูก โดยมีปลายขางหนงึ่ เปด อยูใกล

กบั รงั ไข เรียกวา ปากแตร บดุ วยเซลลทม่ี ขี นสั้นๆ ทําหนา ทีพ่ ดั โบกไขทต่ี กมาจากรงั ไขใหเขา ไปในทอ นาํ ไข ทอ นาํ ไข
เปนบริเวณทอี่ สจุ ิจะเขาปฏสิ นธิกบั ไข ผหู ญงิ ทีต่ องการทาํ หมนั แพทยจ ะทําการตัดและผกู ทอนาํ ไขท้ังสองขาง

ค คอื มดลกู ทาํ หนา ทเ่ี ปน ที่ฝง ตวั ของไขท ไี่ ดร ับการผสมแลว และเปนทเ่ี จริญเตบิ โตของทารกในครรภ
ง คือ ชอ งคลอด ทําหนาทเี่ ปนทางผา นของตัวอสุจเิ ขา สูมดลูก เปนทางออกของทารกเม่อื ครบกําหนด
คลอด และยังเปน ชองใหประจาํ เดือนออกมา

2. เฉลย 3) ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร
ดาวเคราะหชั้นในเปน กลุมดาวเคราะหท อี่ ยูใกลด วงอาทติ ย เปน ดาวเคราะหท เ่ี ยน็ ตัวแลวมากกวา ทําใหมี

ผิวนอกเปนของแข็ง ไดแก ดาวพธุ ดาวศกุ ร โลก และดาวอังคาร
ดาวเคราะหช ้ันนอกเปนดาวเคราะหท ่ีมขี นาดใหญ มอี งคประกอบหลักเปนไฮโดรเจนและฮีเลยี มทั้งดวง

ไดแ ก ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร ดาวยูเรนสั และดาวเนปจูน

3. เฉลย 2) ความเหนียว
ถงุ พลาสติกมคี ณุ สมบัติดานความเหนียว ความเหนียวเปน คาของแรงทีท่ ําใหวัสดขุ าด วัสดุใดท่มี คี วาม

เหนียวมากจะตองใชแรงดงึ มากจึงจะขาด วสั ดุใดทม่ี ีความเหนยี วนอยใชแรงดึงไมมากก็ขาด ตัวอยา งเชน พลาสติกมี
ความเหนยี วมากกวา กระดาษ เราจงึ ตอ งออกแรงเม่ือฉีกถุงพลาสตกิ ใหขาดมากกวาแรงทใ่ี ชฉกี ถุงกระดาษใหขาด

4. เฉลย 1) แรงลัพธ
ถาแรงมที ิศไปในทางเดียวกนั จะเสริมกัน และถา แรงมีทศิ ตรงกนั ขา มจะหักลา งกนั แรงที่เกดิ จากการ

รวมหรือหักลา งกนั นีเ้ รยี กวา แรงลพั ธ

5. เฉลย 2) กลุมอาการเทอรเนอร
กลุมอาการเทอรเนอร (Turner’s Syndrome) พบในเพศหญงิ ทีม่ ีโครโมโซมเพศเพียง X แทงเดียว

(โครโมโซมขาดหายไป)
1) กลมุ อาการดาวน (Down’s Syndrome, Mongolism, Mongoloid Idiot) เกิดจากการท่ีโครโมโซม

คูที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม
3) กลุมอาการคริดชู าต (Cri-Du-Chat Syndrome) เกดิ จากแขนของโครโมโซมขา งหนง่ึ ส้ันกวาปกติ
4) กลุมอาการไคลนเ ฟลเตอร (Klinefelter’s Syndrome) บคุ คลเหลา นจ้ี ะเปนเพศชายท่มี โี ครโมโซม X

เพมิ่ 1 แทง หรอื มากกวา

————————————————————


ชุดที่ 2 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 2) จํานวน 5 ขอ้

คาํ ส่งั : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ผลท่ีเกิดจากอากาศมคี วามชื้นมาก
1) ทอ้ งฟา้ มเี มฆมาก
2) เหงื่อระเหยไดช้ ้า
3) ผา้ ท่ตี ากไวแ้ ห้งชา้
4) ความรอ้ นภายในร่างกายลดลง

2. วตั ถใุ นข้อใดทีส่ ามารถดดู กลืนความรอ้ นได้ดที ส่ี ดุ
1) วตั ถุผิวขรขุ ระ สีดํา
2) วตั ถุผวิ เรียบ สีขาว
3) วตั ถผุ วิ ขรขุ ระ สขี าว
4) วตั ถุผวิ เรียบ สดี าํ


3. ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในข้อใดที่เกิดจากการทํางาน
ของส่งิ มีชีวิตพวกจุลชวี นั
1) ขา้ วหมาก น้ําตาลทราย
2) เต้าเจย้ี ว ขนมปงั
3) ผักกาดดอง หมยู อ
4) นมเปรี้ยว นํ้าเต้าหู้

4. ขอ้ ใดเปน็ หนา้ ทีข่ องเยอื่ แกว้ หู
1) รับการสัน่ สะเทือนของคลน่ื เสยี ง
2) ขยายสัญญาณเสียง
3) ส่งสัญญาณเสียงไปยังสมอง
4) ปรับความดันอากาศภายในหู

5. โรคใดเปน็ โรคทางพนั ธกุ รรมทง้ั หมด
1) โรคตาบอดสี โรคเบาหวาน
2) โรคหดั เยอรมนั โรคปญั ญาอ่อน
3) โรคฮโี มฟีเลยี โรคดซี า่ น
4) โรคผิวเผอื ก โรคปากเท้าเปื่อย


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชุดที่ 2) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 4) ความรอนภายในรา งกายลดลง
ถาความช้นื ในอากาศมีมาก เรยี กวา อากาศชื้น ทําใหเหง่ือในตัวเราระเหยไดนอ ย จงึ รสู ึกเหนยี วตวั

และอึดอัด ผาทซ่ี กั ตากไวจะแหงชา ทอ งฟา มีเมฆมาก แตถ า วันใดความช้นื ในอากาศมีนอ ย เรียกวา อากาศแหง
เหง่ือในตวั เราจะระเหยไดม าก ทําใหค วามรอ นภายในรา งกายลดลง เราจึงรสู ึกเยน็ สบาย ผาที่ซักตากไวก จ็ ะแหง เรว็

2. เฉลย 1) วตั ถผุ วิ ขรขุ ระ สีดํา
วตั ถุแตละชนิดสามารถดูดกลนื ความรอนจากการแผรงั สีไดไมเ ทากนั ทั้งนข้ี ้ึนอยกู ับสีของวตั ถุ วัตถุ

สดี ําหรอื สเี ขม ดดู กลืนความรอ นไดดีกวาวัตถสุ ขี าวหรือสอี อน ผวิ วัตถุ วตั ถผุ วิ ขรขุ ระดดู กลนื ความรอนไดด กี วา
วัตถุผวิ เรียบและขดั มนั

3. เฉลย 2) เตาเจย้ี ว ขนมปง
ผลิตภัณฑทไ่ี ดเ กิดจากการหมักอาหารกบั จุลชวี ันหรือจลุ นิ ทรยี  ไดแก เตา เจยี้ ว ขนมปง ขา วหมาก

ผักกาดดอง และนมเปรี้ยว

4. เฉลย 1) รับการส่ันสะเทือนของคล่ืนเสียง
เยอื่ แกวหเู ปน เยอ่ื บางๆ อยูลกึ เขา ไปในสวนของรูหู ก้นั อยูระหวา งหูชั้นนอกและหูชั้นกลาง ทาํ หนาที่

รบั แรงส่ันสะเทอื นของคลืน่ เสียงท่ีเดนิ ทางเขา มาทางรูหู

5. เฉลย 1) โรคตาบอดสี โรคเบาหวาน
โรคตาบอดสี โรคเบาหวาน โรคปญ ญาออน โรคฮีโมฟเ ลยี และโรคผิวเผอื กเปนโรคทางพนั ธกุ รรม

โรคหดั เยอรมันและโรคปากเทา เปอ ยเกดิ จากเชื้อไวรัส สว นโรคดซี านสาเหตุอาจเกิดจากความผดิ ปกตขิ องตบั
ระบบนํ้าดี หรือความผิดปกติของเมด็ เลอื ดแดง

————————————————————


ชุดที่ 1 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ช้นั ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 1) จํานวน 5 ข้อ

คาํ สง่ั : เลือกคาํ ตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ถ้าต้องการทดลองเป่าลมหายใจออกผ่านหลอด
กาแฟ เพื่อตรวจสอบว่าในลมหายใจออกมีแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์หรือไม่ ควรใช้สารใดในการ
ทดสอบ
1) สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์
2) สารละลายคอปเปอร์ซัลเฟต
3) สารละลายโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต
4) สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด์

2. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเก่ียวกับความดันอากาศ
1) ในแต่ละชว่ งของวนั ความดันอากาศจะเท่ากัน
2) ย่ิงสงู จากพนื้ โลก ความดนั อากาศจะสงู ขน้ึ ตาม
3) การเปล่ียนแปลงความดันอากาศสามารถ
นาํ ไปทาํ นายการเปลยี่ นแปลงสภาพอากาศได้
4) บริเวณใดท่ีมีความดันอากาศต่ํา จะมีเมฆ
นอ้ ยและมสี ภาพอากาศดี


3. ขอ้ ใดเปน็ ลกั ษณะของผลเดีย่ ว
1) ผลท่ีเกิดจากกลุ่มของรังไข่ซ่ึงอยู่ภายในดอก
ดอกเดยี ว
2) ผลที่เกิดจากรังไข่อันเดียวที่อยู่ภายในดอก
ดอกเดียวกัน
3) ผลท่ีเกิดจากรังไข่ของดอกช่อ แต่ละดอกมี
หนึ่งรงั ไข่ เจริญรวมกนั เป็นผลเดยี ว
4) ผลท่ีเจริญมาจากฐานรองดอกที่ขยายใหญ่ไป
หมุ้ เมล็ดไว้

4. ขอ้ ใดกล่าวถงึ สมบตั ิของความกดอากาศได้ถูกต้อง
1) อากาศแหง้ มีความกดอากาศเทา่ กบั อากาศชืน้
2) ความกดอากาศจะเพิ่มขึ้นตามระดับความสูง
ที่เพิ่มขน้ึ
3) ท่ีระดับความสูงเดียวกัน ความกดอากาศจะ
เทา่ กัน
4) ความกดอากาศบนพื้นโลกแต่ละพื้นที่จะไม่
แตกต่างกัน


5. การปลูกพืชแบบใดเป็นการปลูกพืชในลักษณะ
ขวางความลาดเอียงของพ้ืนที่ เพื่อช่วยป้องกัน
การพงั ทลายของดิน
1) การปลูกพืชตามแนวระดับ
2) การปลกู พชื หมนุ เวยี น
3) การปลกู พชื คลมุ ดนิ
4) การปลกู พืชแซม


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชัน้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 1) จาํ นวน 5 ข้อ

1. เฉลย 1) สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด
เมอ่ื ลมหายใจออก ซ่งึ ประกอบดวยแกสคารบ อนไดออกไซดผานลงไปในสารละลายแคลเซยี มไฮดรอกไซด

จะทําใหสารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซดขนุ

2. เฉลย 3) การเปลี่ยนแปลงความดนั อากาศสามารถนําไปทํานายการเปลย่ี นแปลงสภาพอากาศได
อากาศที่ปกคลุมโลกเราเปนช้นั ๆ เรียกวา ช้ันบรรยากาศ บรรยากาศแตละช้นั มสี ว นประกอบและ

ปรมิ าณของแกสแตกตา งกัน เนอื่ งจากอากาศเปนสารซึง่ มมี วล จงึ ถูกแรงโนม ถวงของโลกดึงดูดเชน เดยี วกับที่
กระทาํ ตอ วตั ถุอ่นื ๆ น้ําหนกั ของอากาศทีก่ ดลงบนพน้ื โลกเน่อื งจากแรงดงึ ดดู ของโลกในแนวตงั้ ฉากตอหน่งึ หนวย
พื้นที่ เรียกวา ความดนั อากาศหรอื ความดันบรรยากาศ

ความดันอากาศมกี ารเปลีย่ นแปลงอยตู ลอดเวลา และความดนั อากาศ ณ บรเิ วณตางๆ จะไมเ ทา กนั
ซงึ่ ขน้ึ อยูก ับอุณหภูมิ กลา วคือ บริเวณใดท่ีมีอุณหภมู ิสงู อากาศจะขยายตัวทําใหค วามหนาแนนตาํ่ กวา อากาศ
โดยรอบจึงลอยตวั สูงข้ึน ทาํ ใหค วามดันอากาศบริเวณนั้นตา่ํ กวา บริเวณใกลเ คียงเกดิ เปน บริเวณความกดอากาศตํา่
ซึ่งจะเปนบริเวณท่ีอากาศไมด ี มีเมฆและฝนมาก สวนบรเิ วณทม่ี ีอุณหภูมิต่ํา ความหนาแนน จะสงู กวา อากาศโดยรอบ
จงึ จมตวั ลง ทาํ ใหความดันบรเิ วณนั้นสงู กวา บริเวณใกลเ คียงเกิดเปน บรเิ วณความกดอากาศสงู ซึ่งจะมีเมฆนอย
และสภาพอากาศดี ยิง่ สงู ขึ้นไปอากาศยงิ่ เบาบางลง ความดันอากาศที่ระดบั สูงขึ้นไป เชน บนยอดเขาสูงๆ
มคี วามดนั อากาศนอ ยกวา ทีร่ ะดับนาํ้ ทะเล

นอกจากน้ี การเปล่ยี นแปลงความดันอากาศสามารถนําไปทาํ นายการเปลย่ี นแปลงสภาพอากาศได ใน
การพยากรณอากาศเรียกความดันอากาศหรอื ความดนั บรรยากาศวา ความกดอากาศ

3. เฉลย 2) ผลทเ่ี กิดจากรงั ไขอ ันเดยี วท่อี ยภู ายในดอกดอกเดียวกนั
ผล แบง ออกเปน 3 ประเภท คือ
1. ผลเดย่ี ว คือ ผลที่เกดิ จากรงั ไขอันเดยี วทอี่ ยูภายในดอกดอกเดยี วกนั อาจเปน ดอกเดี่ยวหรอื

ดอกชอ กไ็ ด ถา ในรงั ไขม ีออวุลอนั เดยี วก็จะเจริญเปนผลเด่ยี วที่มเี มลด็ เดยี ว แตถา ในรงั ไขห นึ่งมีหลายออวลุ ก็จะ
เจรญิ เปน ผลเด่ยี วที่มีหลายเมลด็

2. ผลกลมุ คือ ผลทีเ่ กดิ จากกลุม ของรงั ไขซ ่งึ อยภู ายในดอกดอกเดยี ว รังไขแ ตล ะอันมาจากเกสร
เพศเมียอันหนึ่ง และจะเจรญิ เปนผลในลกั ษณะเปน กลมุ หรอื กระจกุ แตม ีผลกลมุ บางชนิดรวมเปนผลผลเดียว

3. ผลรวม คอื ผลท่เี กิดจากรังไขข องดอกชอ โดยแตละดอกมีหนงึ่ รงั ไขซึง่ จะเจรญิ รวมกันเปน ผล
เพียงผลเดียว และจะมีบางสว นของดอกเจรญิ ไปเปนสวนของผลดว ย

4. เฉลย 3) ท่ีระดับความสงู เดยี วกัน ความกดอากาศจะเทา กัน
อากาศมแี รงดันทุกทิศทุกทาง และแรงดันของอากาศนจ้ี ะกระทําตอ มวลสารทุกอยางบนโลก แรงดนั

อากาศบนพื้นทข่ี นาดตางๆ กัน จะมคี าไมเทา กัน ถา พื้นท่ีมากแรงดันอากาศทกี่ ระทําตอ พืน้ ท่ีจะมมี าก ความกด
อากาศทีต่ ําแหนง ตา งๆ ณ ระดบั ความสูงเทากนั จะมคี าเทากันเสมอ อากาศทีม่ ีความชื้นมาก (ปรมิ าณไอนาํ้ ใน
อากาศมาก) ทาํ ใหม ีความกดอากาศสงู กวาอากาศแหง


5. เฉลย 1) การปลกู พชื ตามแนวระดับ
การปลกู พชื ตามแนวระดบั คือ การไถพรวนเพาะปลกู ตามแนวระดับเดยี วกนั เปนแถบๆ ขวางความชนั

เพื่อลดการกรอนดนิ ลดการพดั พาดิน ลดการพดั พาตน พชื ทาํ ใหผ ลผลติ เพม่ิ ขน้ึ
2) การปลกู พืชหมนุ เวียน เปน การปลกู พืชหลายๆ ชนิด หมุนเวยี นกนั ไป เพราะพชื แตล ะชนิดใชธาตุ

อาหารตา งกนั และไมเทา กนั ทาํ ใหรักษาระดบั ความอดุ มสมบูรณของดินไวไ ดนาน และยงั เปนการลดศตั รูพชื ไดอ ีก
ดว ย เพราะพืชแตล ะชนิดมศี ตั รูพชื แตกตางกันไป

3) การปลูกพชื คลมุ ดนิ พชื คลมุ ดนิ เปน พืชทีป่ ลกู เพื่อลดแรงปะทะของเมด็ ฝนตอ ดนิ และลดการชะลาง
ธาตอุ าหารออกไปจากดิน มรี ะบบรากทีแ่ นน พอท่จี ะยึดเหน่ียวดนิ ไวไ ด พชื เจรญิ เติบโตเร็ว เม่อื ไถกลบพชื คลุมดนิ
ก็จะเปนปุยและเพิม่ อินทรยี ว ัตถุใหแ กดิน ดังนั้นพชื คลุมดนิ ควรเปน พืชบํารงุ ดนิ ทเี่ ปนตระกลู ถั่ว เชน ถ่วั เขียว
ถัว่ ผี ถ่วั ลาย เพราะพืชตระกลู ถว่ั สามารถตรึงไนโตรเจนไดทําใหเพม่ิ ไนโตรเจนแกดิน

4) การปลูกพืชแซม เปน การปลูกพืชหลายๆ ชนิดในพน้ื ทีเ่ ดยี วกนั เพอ่ื ใหพชื เก้ือหนนุ ซง่ึ กนั และกนั
ปองกนั ศัตรพู ืชดว ยพชื

————————————————————


Click to View FlipBook Version