The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by p.gunniga123, 2022-10-28 00:56:37

วิทยาศาสตร์ ป.4

P5-sci-44-1

ชุดท่ี 19 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชุดท่ี 19) จาํ นวน 5 ขอ้

คําส่ัง : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ ง
1) วัตถุที่อยู่ในของเหลวท่ีมีความหนาแน่นมาก
จะมแี รงลอยตวั มาก
2) วัตถุท่ีมคี วามหนาแน่นมากกวา่ นาํ้ จะลอยนา้ํ
3) วัตถุท่ีมีมวลมากๆ สามารถลอยน้ําได้เมื่อลด
ปรมิ าตรใหน้ อ้ ยลง
4) วัตถุจมน้ํา เน่ืองจากน้ําหนักของวัตถุน้อยกว่า
แรงลอยตัว

2. สัตวใ์ นขอ้ ใดมีการปฏสิ นธภิ ายนอกทั้งหมด
1) กบ มา้ น้าํ
2) ฉลาม จ้ิงจก
3) มา้ นํา้ จระเข้
4) ปลาหมอ เต่า


3. ขอ้ ใดเรียงลาํ ดบั ทางเดนิ อาหารของคนถกู ตอ้ ง
1) ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะ-
อาหาร ลําไสเ้ ล็ก ลําไส้ใหญ่ ทวารหนัก
2) ปาก หลอดอาหาร คอหอย กระเพาะ-
อาหาร ลาํ ไส้เลก็ ลาํ ไส้ใหญ่ ทวารหนัก
3) ปาก คอหอย หลอดอาหาร ลําไส้เล็ก
กระเพาะอาหาร ลาํ ไส้ใหญ่ ทวารหนกั
4) ปาก คอหอย กระเพาะอาหาร หลอด-
อาหาร ลาํ ไส้เลก็ ลาํ ไสใ้ หญ่ ทวารหนัก

4. บรรยากาศในชั้นใดที่ประกอบด้วยแก๊สไฮโดรเจน
และฮีเลียม มีอากาศเบาบาง และมีอุณหภูมิ
สงู มาก
1) โทรโพสเฟยี ร์
2) ไอโอโนสเฟียร์
3) เอกโซสเฟยี ร์
4) เทอรโ์ มสเฟยี ร์


5. ลมในข้อใดเกิดในตอนกลางคืน พื้นนํ้ามีอุณหภูมิ
สูงกว่าผืนแผ่นดิน อากาศในบริเวณทะเลซึ่งมี
ความหนาแน่นน้อยกว่าจะลอยตัวขึ้น อากาศเย็น
ในบรเิ วณแผน่ ดินจะพดั ออกไปแทนที่
1) ลมบก
2) ลมทะเล
3) ลมมรสุม
4) ลมหบุ เขา


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชัน้ ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 19) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 1) วตั ถุทอี่ ยใู นของเหลวทม่ี ีความหนาแนน มาก จะมแี รงลอยตัวมาก
วตั ถทุ ่ีอยใู นของเหลวทมี่ คี วามหนาแนนมาก จะมแี รงลอยตัวมาก ซง่ึ น้าํ หนักของวตั ถุน้นั จะนอยกวา

แรงลอยตัว ดังนน้ั วัตถจุ ะไมจมน้ํา
2) วตั ถทุ ี่มีความหนาแนนมากกวา นํา้ จะจมนํา้
3) วตั ถทุ ่มี ีมวลมากๆ เมอ่ื เพิ่มปริมาตรใหมากข้ึน ทาํ ใหค วามหนาแนน นอ ยกวาน้ํา จงึ จะสามารถลอยน้าํ ได
4) วตั ถจุ มนํ้า เนอื่ งจากนํ้าหนักของวัตถมุ ากกวาแรงลอยตวั

2. เฉลย 1) กบ มาน้าํ
การปฏิสนธภิ ายนอก (External Fertilization) คือ การผสมระหวางตัวอสุจิกบั ไขท่ีอยูภายนอก

รา งกายของสตั วเ พศเมยี สตั วพวกน้ีเพศเมยี จะวางไขในนา้ํ เพศผูปลอ ยอสจุ ลิ งในนาํ้ ใหวายไปผสมกบั ไข เน่ืองจาก
ตัวอสุจจิ ะตอ งเปน ฝายเคลอื่ นท่ีไปหาไข สตั วท ม่ี ีการปฏิสนธแิ บบน้ี ไดแก ปลาตา งๆ มาน้ํา สัตวสะเทินนาํ้ สะเทินบก
และสัตวทว่ี างไขใ นนา้ํ ทกุ ชนิด

การปฏสิ นธิภายใน (Internal Fertilization) คือ การผสมระหวา งตวั อสุจกิ ับไขท ่อี ยภู ายในรางกาย
ของสัตวเพศเมยี จากนัน้ เพศเมยี จะอมุ ทอ งระยะเวลาหนง่ึ สัตวแตล ะชนดิ จะมีระยะเวลาในการอุม ทอ งแตกตา งกนั
สัตวใ หญมกั จะใชเวลามากกวา สตั วเ ล็ก จากนั้นกจ็ ะออกลูกในเวลาตอมา โดยสตั วบางชนิดออกลกู เปนตัว เชน คน
ชา ง มา วัว ควาย ปลาเขม็ ปลาหางนกยงู ฉลาม เปน ตน แตสัตวบางชนดิ ออกลูกเปนไขกอน โดยการวางไขบ นบก
เชน นก จง้ิ จก จระเข เตา เปนตน

3. เฉลย 1) ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาํ ไสเ ล็ก ลําไสใหญ ทวารหนกั
ทางเดนิ อาหารของคนทีอ่ าหารจะตอ งผานเขาไปเพอื่ ใหเ กดิ การยอ ยอาหาร การดดู ซมึ อาหาร และบางสวน

จะถูกกาํ จัดออกไป ประกอบดว ย ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาํ ไสเล็ก ลาํ ไสใ หญ ทวารหนัก
ตามลาํ ดบั

4. เฉลย 3) เอกโซสเฟยร
เอกโซสเฟยร (Exosphere) เร่ิมตงั้ แต 500 กิโลเมตร จากผิวโลกขึน้ ไป บรรยากาศชั้นนเ้ี จอื จางมาก

จนไมถือวา เปนสวนหนึ่งของบรรยากาศ องคประกอบสวนใหญเ ปน แกส ไฮโดรเจนและฮเี ลียม ไมม รี อยตอทช่ี ดั เจน
ระหวา งบรรยากาศชน้ั นี้กับอวกาศ มีอุณหภูมปิ ระมาณ 726 องศาเซลเซียส ถงึ แมอณุ หภูมจิ ะสงู แตเนือ่ งจากมี
อากาศเบาบางมากจงึ แทบไมมผี ลตอ ยานอวกาศ


5. เฉลย 1) ลมบก
ลมบก เกิดขน้ึ ในเวลากลางคนื เนื่องจากพน้ื ดนิ คายความรอ นไดเร็วกวาพื้นน้าํ ทาํ ใหอ ุณหภูมิของ

อากาศเหนอื พน้ื ดินตาํ่ กวา พน้ื นํ้า ความหนาแนนของอากาศและความกดอากาศจงึ สงู กวา อากาศเหนอื พื้นน้ํา ทาํ ให
กระแสอากาศในระดบั ลางเคลือ่ นจากพ้นื ดินออกสูท ะเลเกดิ เปนลมบก

2) ลมทะเล เกิดข้นึ ในเวลากลางวนั เนอื่ งจากพืน้ นา้ํ ดูดความรอ นไดชา กวา พนื้ ดนิ อุณหภมู ิของพืน้ น้ําจงึ
เพ่ิมข้นึ ชา กวา พนื้ ดนิ ดังน้ันอากาศเหนอื พ้ืนนํา้ จึงมอี ณุ หภูมติ าํ่ กวา อากาศเหนือพน้ื ดิน อากาศเหนือพื้นดนิ ซ่งึ
รอ นกวาจะขยายตัว ทําใหค วามหนาแนนลดลงจึงลอยตัวสูงขนึ้ เปนผลใหอากาศเหนือพืน้ นา้ํ ทะเลซึ่งมอี ณุ หภูมิ
ตํ่ากวา ความหนาแนน มากกวา และความกดอากาศสงู กวาไหลเขามาแทนที่ สง ผลใหกระแสอากาศไหลจากทะเล
เขาสูฝงในระดับลางเกดิ เปนลมทะเล

3) ลมมรสมุ เปน ลมทมี่ กี ารเปลี่ยนแปลงทิศทางของลมทพ่ี ัดจากฤดูหนง่ึ ไปยังอกี ฤดูหนง่ึ ในทศิ ทางตรงขา มกัน
และเกดิ ขนึ้ ในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉยี งใต และเอเชียใต

4) ลมหบุ เขา เปน ลมทพ่ี ัดในตอนกลางวนั และชว ยลดอุณหภมู ทิ ่รี อนอบอา ว จะเกดิ ความแตกตางของ
มวลอากาศ มปี รากฏระหวา งหบุ เขากบั ยอดเขาสูง กลา วคอื ในตอนกลางวนั ตามไหลเขาและยอดเขาสูง ซงึ่ มพี น้ื ผวิ
ท่ีมีพืชพรรณธรรมชาตปิ กคลุมอยนู อยมาก และมีโขดหินใหญนอ ยปรากฏกระจดั กระจายท่วั ไป สงผลใหการดูดซับ
ความรอนไดดีและรวดเรว็ กวาหุบเขา ซึง่ ทาํ ใหม วลอากาศเหนือพื้นผิวยอดเขาลอยตวั สูงขึ้นและมีมวลอากาศ
เยน็ กวา เบ้ืองลางเคลือ่ นทไ่ี ปแทนที่ ซงึ่ ทาํ ใหเกดิ ลมหบุ เขาขึ้น

————————————————————


ชุดที่ 18 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชนั้ ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 18) จาํ นวน 5 ขอ้

คาํ สงั่ : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. วตั ถุชนิดใดท่มี กี ารเคล่ือนทแี่ บบเดียวกับลูกธนทู ี่
ถกู ยิงออกไป
1) ลูกเทนนสิ
2) ลูกโปง่ สวรรค์
3) บ้งั ไฟ
4) ม้าหมนุ

2. การขยายพันธุ์ส่ิงมีชีวิตในข้อใดไม่อาศัยการ
ปฏิสนธิของเซลล์สบื พนั ธุ์
ก. การเพาะเลีย้ งเน้ือเย่อื พชื
ข. การโคลน
ค. การเพาะเมล็ด
ง. การตอนกิง่
1) ก. และ ข. 2) ก. และ ง.
3) ข. และ ค. 4) ก., ข. และ ง.


3. ขอ้ ใดไม่ใช่การกําจดั ศัตรูพืชโดยวิธีชวี ภาพ
1) การใชไ้ ส้เดอื นฝอยมากาํ จดั ตวั อ่อนของแมลง
จาํ พวกหนอนกระทู้หอม
2) การใช้ต่อเบียน ซ่ึงต่อเบียนจะวางไข่บน
หนอนผีเส้ือ เมื่อตัวอ่อนฟักออกมาก็จะกิน
หนอนผเี สอื้ เปน็ อาหาร
3) การใช้สารสกัดจากเมล็ดและผลสะเดาเพื่อ
กําจัดเพล้ยี อ่อน
4) การใช้แบคทีเรียบางชนิดทําลายหนอนผีเส้ือ
กินใบสม้

4. ณ จุดหน่ึงใต้ท้องทะเลมีความลึก 4,380 เมตร
จะสามารถจับเวลาที่เสียงเดินทางจากเคร่ือง
โซนาร์สะท้อนกลับมาจากใต้ท้องทะเลได้กี่วินาที
ถ้าเสียงเดินทางผ่านนํ้าทะเลด้วยความเร็ว
1,460 เมตรต่อวนิ าที
1) 1 วนิ าที
2) 3 วนิ าที
3) 6 วินาที
4) 12 วินาที


5. แร่ทองคํามีปริมาตร 25 ลูกบาศก์เซนติเมตร
มวล 45 กรัม และแร่อะลูมิเนียมมีปริมาตร
เทา่ กนั แต่มมี วล 10 กรัม ความหนาแน่นของแร่
ทองคําและแร่อะลูมิเนียมเปน็ เท่าใด ตามลาํ ดับ
1) 0.5 g/cm3 และ 2.5 g/cm3
2) 1.8 g/cm3 และ 0.4 g/cm3
3) 20 g/cm3 และ 15 g/cm3
4) 70 g/cm3 และ 35 g/cm3


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดที่ 18) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 1) ลกู เทนนิส
ลกู เทนนสิ และลกู ธนทู ่ีถกู ยงิ ออกไปมีการเคลอื่ นท่ีวิถโี คง ลูกโปงสวรรคแ ละบง้ั ไฟมกี ารเคลอื่ นทีใ่ น

แนวตรง สวนมา หมนุ มกี ารเคลือ่ นทีเ่ ปน รปู วงกลม

2. เฉลย 4) ก., ข. และ ง.
การเพาะเลี้ยงเน้ือเย่อื พืช การโคลน และการตอนก่งิ เปน การขยายพนั ธุโ ดยไมอาศยั เพศ สว นการ

เพาะเมลด็ เปนการสบื พันธทุ ีเ่ กิดจากการผสมระหวางเซลลสบื พันธเุ พศผแู ละเซลลส บื พันธุเพศเมีย

3. เฉลย 3) การใชส ารสกดั จากเมล็ดและผลสะเดาเพือ่ กําจัดเพลยี้ ออ น
การกําจัดศตั รูพืชโดยวธิ ชี วี ภาพหรอื ชีววิธี เปนการใชส ิ่งมชี วี ติ มากําจดั ส่งิ มีชวี ิตท่เี ปนศัตรพู ืช โดย

สิ่งมีชวี ติ ทใี่ ชจะไมเ ปนพิษภยั ตอ มนุษยและสภาพแวดลอ ม เชน
1. การใชแ มลงทาํ ลายแมลงดวยกนั แมลงทีท่ ําลายแมลงศตั รพู ืชมี 2 ประเภท คอื
- แมลงห้ํา (Predator) เปน แมลงทกี่ นิ แมลงอื่นๆ เปน อาหารในลกั ษณะของการลาเหย่ือ แมลงหา้ํ

จะฆา เหย่ือโดยวิธจี ับกนิ หรอื ดูดน้ําเลยี้ งในตัวเหยอื่ จนเหยื่อแหงตาย เชน ดวงเตา ดูดนํา้ เลย้ี งในตวั ของเพลยี้ ออ น
- แมลงเบียน (Parasite) เปนแมลงทีอ่ าศยั เกาะกินอยภู ายนอกหรอื ภายในตวั แมลงท่ีเปนเหยอื่

ตลอดวงจรชีวิตหรืออยา งนอ ยก็ช่วั ระยะหน่งึ ของวงจรชีวิตของมนั จนทาํ ใหแมลงที่เปน เหย่อื ตายในที่สุด เชน
ตอ เบียนจะวางไขบนหนอนผีเสือ้ เมือ่ ตวั ออนฟก ออกมากจ็ ะกินหนอนผเี ส้ือเปนอาหาร

2. การใชแ บคทเี รีย เห็ด รา และไวรสั บางชนิดกาํ จัดแมลงศตั รูพืช เชน การใชแบคทีเรยี บางชนดิ
ทาํ ลายหนอนผีเสอื้ กนิ ใบสม ซงึ่ จะทาํ ใหข ากรรไกรของแมลงศตั รพู ชื เปนอมั พาตกนิ พืชไมไดแ ละตายในทสี่ ุด

3. การใชแมลงกาํ จัดวชั พืช เชน ใชหนอนจอกกาํ จัดจอก ใชหนอนผีเสื้อกลางคนื ทําลายหญา แหวหมู
เปน ตน

4. การใชสัตวก นิ สัตวศตั รพู ืชหรอื แมลงศัตรูพชื เชน ใชเปด กนิ หอยทาก ใชนกกนิ หนอน เปนตน
5. การใชฮอรโมนกาํ จดั แมลงศตั รพู ชื ฮอรโ มนของแมลงบางชนดิ ทําใหแมลงศัตรพู ชื ไมสามารถ
เจริญเตบิ โตจากตัวออนไปเปนตัวเตม็ วยั ได

4. เฉลย 3) 6 วนิ าที

ความลึกของพืน้ นา้ํ (S) = ความเร็วของเสยี งในนํา้ (v) × เวลาท่เี สยี งเดินทาง (t)
2

4,380 = 1,460 × t
2

t = 6 วนิ าที

5. เฉลย 2) 1.8 g/cm3 และ 0.4 g/cm3

ความหนาแนน ของแรท องคาํ = 45 = 1.8 g/cm3
25

ความหนาแนนของแรอะลมู เิ นยี ม = 10 = 0.4 g/cm3
25

————————————————————


ชดุ ที่ 17 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชนั้ ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 17) จาํ นวน 5 ขอ้

คําส่งั : เลือกคําตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การชว่ ยลดภาวะโลกรอ้ น
1) เปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล
เอทานอล ใหม้ ากข้นึ
2) ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก เพราะ
ถุงพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้เองตาม
ธรรมชาติ
3) ไม่นําอาหารร้อนเข้าตู้เย็น เป็นการประหยัด
พลังงานใหต้ เู้ ย็น
4) รับประทานเนื้อวัวให้มากข้ึน รับประทานผัก
ให้นอ้ ยลง เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ย


2. พิจารณาแผนภาพทกี่ าํ หนดให้ แล้วตอบคําถาม
แผนภาพการจําแนกประเภทของพชื

พชื มีทอ่ ลาํ เลียง

A สร้างเมล็ด

เมล็ดอยูใ่ นผล B

A และ B ไดแ้ ก่ พืชชนิดใด ตามลําดับ
1) ข้าหลวงหลงั ลาย ปรง
2) ตนี ต๊กุ แก ผกั แวน่
3) นอ้ ยหนา่ ขนุน
4) สนสามใบ มอส

3. ขอ้ ใดไม่ใชส่ มบัติของของแขง็
1) สามารถกดอดั ให้มีปริมาตรเลก็ ลงได้
2) มรี ูปรา่ งที่แน่นอน
3) อนุภาคอยู่ชดิ กัน เคล่อื นท่ีไมไ่ ด้
4) เปล่ยี นแปลงรปู รา่ งไดเ้ ม่ือรับความร้อน


4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความสาํ คญั ของบรรยากาศทหี่ อ่ ห้มุ โลก
1) ช่วยในการดูดกลืนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ไม่ใหอ้ อกไปนอกโลก
2) ช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้เหมาะกับการ
ดาํ รงชวี ิตของสิง่ มีชีวติ
3) ชว่ ยปอ้ งกนั ภยั อันตรายจากอกุ กาบาต
4) ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตไม่ให้ผ่านลง
มาถึงพืน้ โลกมากเกินไป

5. ข้อใดกลา่ วไมถ่ ูกต้องเกย่ี วกบั พายุไต้ฝ่นุ
1) พายุไต้ฝุ่นมีความเร็วของลมรอบศูนย์กลาง
เกนิ กว่า 118 กโิ ลเมตรต่อชวั่ โมง
2) พายุไต้ฝุ่นเกิดในทะเลจีนใต้
3) พายุไต้ฝุ่นมีความเร็วของลมรอบศูนย์กลาง
มากกว่าพายุทอรน์ าโดและพายไุ ซโคลน
4) พายุไต้ฝุ่นทําให้เกิดฝนตกหนัก ลมแรง มี
พายุฟา้ คะนอง คล่นื จัด และอทุ กภยั


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 17) จาํ นวน 5 ข้อ

1. เฉลย 4) รับประทานเนื้อววั ใหมากขนึ้ รับประทานผักใหนอ ยลง เพ่ือลดปรมิ าณการใชป ยุ
การชวยลดภาวะโลกรอนจะตองรับประทานเนอ้ื วัวใหนอ ยลงและรับประทานผักใหมากขึ้น เพราะฟารม

เลีย้ งวัวเปนแหลง ในการปลดปลอยแกสมีเทนสูบ รรยากาศ ซงึ่ เปน ตวั การใหเกดิ ภาวะโลกรอน

2. เฉลย 1) ขาหลวงหลงั ลาย ปรง
A คือ พืชมที อลําเลยี งท่สี รางสปอร
B คือ พชื มีทอ ลําเลียงทีม่ ีเมลด็ เปลอื ย (ออวลุ ไมมีรงั ไขห อ หมุ )
พชื ท่ีสรา งสปอร ไดแ ก ขา หลวงหลังลาย ตีนตกุ แก ผักแวน
พชื มที อลําเลียงท่มี เี มล็ดเปลือย ไดแก ปรง สนสามใบ
มอสไมไ ดจ ดั อยูในกลมุ พชื มีทอลําเลยี ง
สว นนอยหนา ขนนุ เปน พืชมที อ ลาํ เลยี งทม่ี ีเมล็ดอยใู นผล

3. เฉลย 1) สามารถกดอดั ใหม ปี ริมาตรเล็กลงได
ของแข็งมีรปู รา งคงท่ี ไมเ ปลี่ยนแปลง ยกเวน เม่อื มีการกระทาํ ตอ ส่ิงนน้ั เชน กระจก จะคงรูปรางเดิม

อยตู ลอดเวลา ถาตอ งการใหเปลยี่ นไปตอ งทาํ ใหก ระจกนนั้ แตก หรือใหค วามรอ นสงู มากจนหลอมเหลว เชน
แทงเหลก็ สามารถเปลีย่ นแปลงรปู รา งและสถานะไดถ า ไดรับพลังงานความรอน แตย งั มปี รมิ าตรคงที่ ของแข็ง
ไมส ามารถถกู บบี อัดใหมปี รมิ าตรลดลงได

4. เฉลย 1) ชวยในการดูดกลนื แกส คารบ อนไดออกไซดไมใหอ อกไปนอกโลก
บรรยากาศมคี วามสําคัญตอ ส่งิ มีชีวิตชวยปรบั อุณหภมู บิ นพน้ื โลกไมใหสูงหรอื ตํ่าเกินไป เพ่อื ใหส งิ่ มชี วี ติ

สามารถดาํ รงชวี ิตอยูได ชวยปอ งกนั อันตรายจากรงั สีและอนุภาคตางๆ ที่มาจากภายนอกโลก เชน ชว ยดูดกลนื
รงั สอี ลั ตราไวโอเลตไมใหสอ งผา นมายังพ้นื ผิวโลกมากเกนิ ไป ชวยทาํ ใหว ตั ถุจากภายนอกโลกทีถ่ กู แรงดงึ ดูดของโลก
ดึงเขา มาเกดิ การเสยี ดสีกับอากาศและลกุ ไหมจ นหมดไปหรอื มีขนาดเล็กลงกอนถงึ พ้นื โลก

5. เฉลย 3) พายุไตฝนุ มีความเร็วของลมรอบศูนยกลางมากกวาพายทุ อรนาโดและพายไุ ซโคลน
พายรุ ุนแรง มคี วามเร็วของลมรอบศนู ยกลางเกินกวา 118 กโิ ลเมตรตอ ชัว่ โมง มีช่ือเรียกแตกตา งกนั

ตามบรเิ วณทเี่ กดิ เชน พายไุ ตฝ นุ เกดิ ในทะเลจนี ใต ถา พัดขนึ้ ฝงในทวปี อเมริกา เรียกวา พายุทอรนาโด พายุไซโคลน
เกดิ ขึน้ ในอา วเบงกอลและมหาสมุทรอินเดีย เปนตน

————————————————————


ชดุ ที่ 16 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 16) จํานวน 5 ข้อ

คาํ ส่ัง : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. เครื่องมือท่ีประกอบด้วยเทอร์มอมิเตอร์ 2 อัน
อันหน่ึงวัดอุณหภูมิธรรมดา อีกอันหนึ่งกระเปาะ
ของเทอร์มอมิเตอร์จะหุ้มด้วยผ้าและปลายของ
ผ้าจุ่มอยู่ในถ้วยนํ้า เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้สําหรับวัด
สง่ิ ใด
1) อณุ หภมู ขิ องอากาศ
2) ความดนั อากาศ
3) ความชน้ื สัมพัทธ์
4) ความหนาแน่นของอากาศ


2. จากชนิดของสตั ว์ตอ่ ไปน้ี มีสัตว์มีกระดกู สันหลงั
ท้งั หมดกี่ชนิด
ฟองน้ํา ดาวทะเล จระเข้ ตะพาบนาํ้ คางคก
แมงกะพรุน ปลาหางนกยงู ปะการัง แมงมุม
คา้ งคาว
1) 4 ชนิด 2) 5 ชนิด
3) 6 ชนดิ 4) 7 ชนดิ

3. ขอ้ ใดมีความสัมพันธ์กันทางหน้าท่มี ากทสี่ ุด
1) เซลล์คมุ กับการสร้างอาหาร
2) ปากใบกบั การลาํ เลยี งน้ํา
3) ขนรากกบั กระบวนการออสโมซิส
4) ทอ่ ลําเลยี งน้าํ กบั การคายนา้ํ

4. เม่ือใช้บารอมิเตอร์หาความดันอากาศบนภูเขา
ลูกหน่ึง พบว่า มีค่าเท่ากับ 635 มิลลิเมตรของ-
ปรอท อยากทราบว่า ภูเขาลูกนี้อยู่สูงจาก
ระดับนํา้ ทะเลเทา่ ใด
1) 125 เมตร
2) 365 เมตร
3) 1,375 เมตร
4) 1,635 เมตร


5. เรือดําน้ําใช้เครื่องโซนาร์หาความลึกของใต้ท้อง
มหาสมุทรแปซฟิ ิก ไดป้ ล่อยคลน่ื เสียงออกไปเม่ือ
เวลา 12.15 น. และเสียงสะท้อนกลับมาเวลา
12.16 น. อยากทราบว่าความลึกของมหาสมุทร
แปซฟิ กิ ณ ตําแหนง่ นม้ี คี า่ ก่ีฟตุ
(กาํ หนดใหค้ ล่นื เสียงเดนิ ทางในนา้ํ ทะเลได้ 360
ฟุตตอ่ วนิ าที)
1) 180 ฟุต
2) 360 ฟตุ
3) 720 ฟตุ
4) 10,800 ฟตุ


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชั้น ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 16) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 3) ความช้นื สัมพัทธ
การวดั ความชน้ื ในอากาศนยิ มวัดเปนความชื้นสัมพทั ธโดยใชเ ครอื่ งมือท่ีเรียกวา ไฮโกรมิเตอร ซึ่งมีอยู

หลายชนิดดวยกัน โดยทั่วไปจะใชไฮโกรมิเตอรชนิดกระเปาะเปยกและกระเปาะแหง ซึ่งเปนเคร่ืองมือที่ประกอบดวย
เทอรม อมิเตอร 2 อัน อันหนึ่งวดั อณุ หภมู ธิ รรมดา อีกอันหนึ่งกระเปาะของเทอรมอมิเตอรจะหุมดวยผาและปลาย
ของผาจมุ อยูในถว ยนาํ้ ซ่ึงเทอรม อมเิ ตอรอ ันทีม่ ผี า เปย กนํา้ หุมกระเปาะไวน้ีจะมีอุณหภูมิตํ่ากวาอันแรก เม่ือตองการ
ทราบความชืน้ สมั พทั ธใหน ําผลตา งของอุณหภูมิจากเทอรมอมิเตอรท้ังสองมาหาคาความชื้นสัมพัทธจากตารางแสดง
คาความชืน้ สัมพทั ธซึง่ แสดงไวเปน เปอรเซน็ ต

2. เฉลย 2) 5 ชนิด
สตั วมกี ระดูกสันหลังมี 5 ชนิด ไดแก จระเข ตะพาบนํา้ คางคก ปลาหางนกยงู คางคาว
สตั วไ มมีกระดกู สนั หลงั มี 5 ชนดิ ไดแ ก ฟองนํ้า ดาวทะเล แมงกะพรนุ ปะการงั แมงมุม

3. เฉลย 3) ขนรากกับกระบวนการออสโมซสิ
ขนราก (Root Hair) เปน โครงสรา งท่เี ปลย่ี นแปลงมาจากเซลลผ ิวนอกสดุ ของราก โดยผนงั เซลลข อง

แตล ะเซลลจะยืดยาวออกไป เพื่อเพม่ิ พืน้ ทีผ่ ิวในการดดู ซมึ นาํ้ และเกลือแร พืชจะดูดนํ้าและเกลือแรเขา สูรางกาย
ทางขนราก โดยกระบวนการออสโมซิส

4. เฉลย 3) 1,375 เมตร

เมือ่ ความสงู เพิม่ ข้ึน ความดนั อากาศจะลดลง ความดันอากาศลดลง 1 มลิ ลเิ มตรของปรอท บริเวณจะ

สงู กวาระดบั นา้ํ ทะเล 11 เมตร (ที่ระดับนาํ้ ทะเล วดั ความกดอากาศได 760 มลิ ลเิ มตรของปรอท)

จากสูตร ∆H = 11∆P

∆H = 11(760 - 635)

= 1,375 เมตร

5. เฉลย 4) 10,800 ฟตุ

ความลกึ ของพนื้ นาํ้ = ความเรว็ ของเสยี งในน้ํา × เวลาท่เี สยี งเดินทาง
2

= 360 × 60
2

= 10,800 ฟุต

————————————————————


ชดุ ท่ี 15 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ช้นั ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 15) จํานวน 5 ขอ้

คําสัง่ : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ในการเขน็ ของหนกั ๆ ข้ึนสู่รถบรรทกุ และชว่ ยใน
การผอ่ นแรง ควรเลอื กใช้เครื่องกลชนดิ ใดจงึ จะ
เหมาะสม
1) พน้ื เอียง
2) รอก
3) คาน
4) ลอ้ และเพลา

2. หน่วยของแรงตามระบบเอสไอคอื ข้อใด
1) เซนตเิ มตร
2) กิโลเมตร
3) นิวตัน
4) จลู


3. ข้อใดคือความหมายของปรากฏการณ์โลกร้อน
หรอื ภาวะโลกร้อน
1) ปรากฏการณ์ที่เกิดจากดวงอาทิตย์ส่ง
พลังงานมายงั โลกเพ่มิ มากข้ึน
2) ปรากฏการณ์ท่ีช้ันโอโซนถูกทําลายเนื่องจาก
สารซีเอฟซี
3) ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการแผ่รังสีจากนอก
โลก ทาํ ให้พืน้ ผิวโลกรอ้ นขน้ึ
4) ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกและ
ผนื มหาสมุทรสูงขนึ้

4. วสั ดใุ นขอ้ ใดสามารถกลับคนื ส่สู ภาพเดิมได้ หลงั
หยดุ ออกแรงกระทาํ
1) ฟองน้ํา กระดาษ
2) หนังสต๊กิ ถงุ พลาสติก
3) ยางยดื ลกู โปง่
4) ยางรถยนต์ ดินเหนยี ว


5. ท่ีบริเวณเนินเขาอ่านบารอมิเตอร์ได้ 775 mmHg
อยากทราบว่าบริเวณดังกล่าวสูงจากระดับ
นํ้าทะเลกี่เมตร
1) 7.75
2) 75
3) 165
4) 775


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดที่ 15) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 1) พื้นเอยี ง
พืน้ เอยี ง เปน เครอื่ งกลทใ่ี ชผ อ นแรง อาจเปนไมก ระดานยาวเรยี บ ใชพ าดบนทส่ี งู หรอื พน้ื ผิวระหวาง

พ้ืนตางระดับ เคลอื่ นท่วี ตั ถดุ ว ยการลากหรอื ผลกั ชวยอาํ นวยความสะดวกสบายและชว ยผอนแรงในการยาย
สิ่งของขึ้นหรือลงจากยานพาหนะ ย่ิงพ้ืนเอยี งมีความลาดมาก ยิง่ ผอนแรงไดมาก

2) รอก เปน เครือ่ งกลทใ่ี ชส ําหรับยกของขนึ้ ทส่ี ูงหรอื หยอนลงตํา่ มีลักษณะเปนลอหมนุ คลองรอบตัว และ
มีเชือกพาดลอสําหรบั ยกวัตถุและดึงวัตถุ

3) คาน เปนเครือ่ งกลที่เปน ทอนไมหรอื โลหะยาว คานจะหมุนไดร อบจุดหมนุ คานเปนเครื่องกลทช่ี ว ย
ผอ นแรงหรอื ใหความสะดวกในการทํางานได

4) ลอ และเพลา เปนเคร่ืองกลท่ชี ว ยผอนแรงประกอบดว ยลอ และเพลาสวมติดอยูด ว ยกนั บนแกนอัน
เดยี วกนั มีลักษณะคลายรอกขนาดใหญ ลอ จะเปนวงนอก เพลาอยตู รงกลาง

2. เฉลย 3) นวิ ตัน
ระบบหนวยระหวา งประเทศ หรือระบบเอสไอ (SI) คือ ระบบหนว ยมาตรฐานทอี่ งคการระหวา งประเทศ

วาดวยการมาตรฐาน (ISO หรอื International Organization for Standardization) กาํ หนดขนึ้ ใหท ุกประเทศ
ใชเปน มาตรฐาน เพ่ือใหก ารใชห นวยเปน มาตรฐานเดยี วกันท่ัวโลก โดยเฉพาะในวงการวิทยาศาสตร หนวยของแรง
เปน นวิ ตัน

3. เฉลย 4) ปรากฏการณที่อณุ หภูมเิ ฉลีย่ ของผวิ โลกและผืนมหาสมุทรสูงข้ึน
ปรากฏการณโลกรอนหรอื ภาวะโลกรอน (Global Warming) คอื ปรากฏการณที่อณุ หภูมเิ ฉลยี่ ของ

ผิวโลกและผืนมหาสมุทรสงู ข้นึ โดยมีแกสคารบ อนไดออกไซดแ ละแกสเรอื นกระจกอืน่ ๆ เปน ตัวการกักเกบ็ ความ
รอนจากแสงอาทิตยไวไมใ หค ายออกไปสูบ รรยากาศ

4. เฉลย 3) ยางยืด ลูกโปง
ความยดื หยุนเปนสมบัตขิ องวสั ดทุ ีส่ ามารถกลบั คืนสภาพเดิมไดห ลังจากหยุดแรงกระทําท่ีทําใหเปลี่ยน

รปู รา งไป วสั ดุที่ไมมีสภาพยืดหยุน เมอื่ ถกู แรงกระทาํ แลว เปลย่ี นรปู ราง เมอ่ื หยุดออกแรงกระทํา วัสดุไมคืนสภาพเดิม
ไดแก กระดาษ ถุงพลาสติก ดินเหนียว วัสดุท่ีมีสภาพยืดหยุน เปนวัสดุท่ีถูกแรงกระทําแลวเปล่ียนรูปราง และ
เม่อื หยดุ ออกแรงกระทาํ ก็สามารถคนื สภาพเดิมได ไดแก ฟองนํา้ หนังสติก๊ ยางยดื ลกู โปง ยางรถยนต

5. เฉลย 3) 165
ความกดอากาศสามารถวัดจากสว นสูงของปรอทได ความกดอากาศทดี่ นั ปรอทในหลอดแกวไดสงู 760

มิลลิเมตรที่ระดับน้ําทะเล เรยี กวา ความดัน 1 บรรยากาศ หนวยของความกดอากาศมหี ลายหนว ย แตท ีน่ ิยมใช
กันโดยทัว่ ไป คอื มิลลิเมตรของปรอท (mmHg) จากหลักการดังกลา ว นักวิทยาศาสตรไดนาํ มาสรา งเครอ่ื งมือวัด
ความกดอากาศท่เี รยี กวา “บารอมเิ ตอร” ท่ีระดับความสูงเดยี วกันความกดอากาศจะเทา กัน และเม่อื ระดบั ความสงู
เพ่ิมข้นึ ความกดอากาศจะลดลง เพราะความหนาแนนของอากาศลดลง โดยเฉล่ยี แลว ความกดอากาศจะลดลง
1 mmHg เมอ่ื ความสูงเพม่ิ ขึน้ ประมาณ 11 เมตร ดังนน้ั ทบ่ี ริเวณเนนิ เขาอา นบารอมิเตอรได 775 mmHg
การคาํ นวณ 775 - 760 = 15 mmHg นํา 15 × 11 = 165 เมตร

————————————————————


ชดุ ที่ 14 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ช้นั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 14) จํานวน 5 ข้อ

คาํ สัง่ : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดไมใ่ ช่ขนั้ ตอนของการผสมเทียมในสัตว์
1) การตรวจดูปริมาณของตัวอสุจิและการ
เคลื่อนไหวของตวั อสจุ ิด้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์
2) การฉดี ฮอร์โมนกระตุ้นใหแ้ มพ่ นั ธุส์ ร้างไข่และ
ตกไข่ครง้ั ละหลายๆ ฟอง
3) การฉีดน้ําเชื้อให้แม่พันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือก
ในระยะเปน็ สัด
4) การใช้เครื่องมือช่วยกระตุ้นให้เพศผู้ท่ีเป็น
พอ่ พันธ์หุ ลง่ั นา้ํ เชอื้ ออกมาแล้วเกบ็ เอาไว้

2. ขอ้ ใดไม่ใชก่ ระบวนการเจริญเตบิ โต
1) การเปลยี่ นแปลงรูปรา่ งของเซลล์
2) การขยายขนาดของเซลล์
3) การแบ่งตวั เป็นสองส่วน
4) การเกิดรูปร่างของสง่ิ มชี วี ิต


3. ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยชนข์ องสนามแม่เหลก็ โลก
1) ช่วยป้องกนั รังสบี างชนิดในอวกาศให้เข้าสู่โลก
ในปริมาณที่พอเหมาะ และไม่ทําให้เกิด
อันตรายต่อสิง่ มีชีวิตบนโลก
2) ช่วยในการหาทิศทางโดยอาศัยเข็มทิศ
สาํ หรบั นักเดินเรอื หรอื นักเดนิ ป่า
3) ช่วยในการสํารวจแหล่งแร่ โดยพิจารณาจาก
สนามแมเ่ หล็กโลก
4) ช่วยทําให้จรวดสามารถต้านทานแรงโน้มถ่วง
ของโลก เคล่อื นทส่ี อู่ วกาศได้

4. เสยี งในข้อใดไมเ่ ปน็ อันตรายตอ่ หู
1) เสียงรถบีบแตร
2) เสยี งฟา้ รอ้ ง
3) เสียงเคร่ืองดดู ฝุ่น
4) เสยี งเครอื่ งเจาะถนนแบบใช้ลม


5. การวัดค่าความเป็นกรด-เบสของดินโดยใช้
กระดาษยูนิเวอร์แซลอินดิเคเตอร์ที่ค่า pH = 12
สีของกระดาษยูนิเวอร์แซลอินดิเคเตอร์ควรเป็น
สใี ด
1) สีส้ม
2) สีเหลอื ง
3) สเี ขยี ว
4) สนี ้ําเงนิ


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ช้ัน ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ที่ 14) จาํ นวน 5 ข้อ

1. เฉลย 2) การฉีดฮอรโมนกระตุนใหแมพ นั ธสุ รางไขและตกไขคร้งั ละหลายๆ ฟอง
การฉีดฮอรโ มนกระตนุ ใหแมพันธุส รางไขแ ละตกไขค ร้ังละหลายๆ ฟอง เปน ข้ันตอนในการถายฝาก

ตัวออน จากนั้น ฉดี นาํ้ เชอื้ ของเพศผูท ี่เปนพอ พันธเุ ขาไปในมดลกู ของแมพ นั ธุในชว งไขต ก หรอื ปลอ ยใหเพศผหู รือ
พอ พนั ธผุ สมพันธุเ องตามธรรมชาติ เมื่อไขหลายฟองไดรบั การปฏสิ นธิแลวเจรญิ กลายเปน ตัวออนอยใู นมดลกู
หลายตวั พรอมกนั นาํ ตัวออนทีผ่ า นการตรวจสอบและคัดเลอื ก แลวนาํ ไปใสฝากในมดลูกของเพศเมียทเ่ี ปน ตวั รบั
ฝากตวั ออนที่ไดเ ตรยี มไว โดยตองใชเพศเมียเทา กับจาํ นวนของตวั ออนที่จะถา ยฝาก ทําใหไ ดลกู จากพอ พันธุและ
แมพ ันธคุ เู ดยี วจํานวนมากในการผสมพันธกุ นั เพียงครั้งเดียว

2. เฉลย 3) การแบง ตัวเปนสองสวน
กระบวนการเจรญิ เตบิ โตของคนเปน ผลทเี่ กิดจากกระบวนการตา งๆ ที่สําคญั 3 กระบวนการ ไดแ ก

การเตบิ โตเปนกระบวนการท่ีมีการเปล่ยี นแปลง โดยมีการเพิ่มจํานวนเซลลม ากขึน้ และการขยายขนาดของเซลลใ ห
ใหญข นึ้ การเปลีย่ นแปลงสภาพของเซลลเ ปนการเปลี่ยนแปลงจากเซลลเดิมไปทําหนา ที่เฉพาะอยาง และการเกิด
รปู รา งท่แี นนอนเปนการพัฒนารูปรา งใหเ ปนมนุษย สว นการแบง ตวั เปน สองสว นเปนกระบวนการสืบพันธุในสิ่งมีชีวิต
เซลลเดยี ว

3. เฉลย 4) ชว ยทําใหจรวดสามารถตา นทานแรงโนม ถวงของโลก เคลอ่ื นทส่ี อู วกาศได
สนามแมเ หลก็ โลกท่หี อ หมุ โลกไวเ น่อื งจากข้ัวแมเ หล็กโลกทัง้ สอง ใหประโยชนต อมนษุ ยแ ละสง่ิ มชี วี ิต

บนโลกหลายประการ ไดแก
1. ชวยในการหาทิศทางโดยอาศยั เข็มทิศ สาํ หรบั นกั เดินเรือหรอื นักเดินปา
2. ชวยเหน่ียวนาํ ทาํ ใหแ รธ าตุบางชนิด เชน แรแ มกนีไทต มีสมบตั ิเปนแมเหล็กทางธรรมชาติ รวมทั้ง

ชวยในการประดษิ ฐแ มเ หลก็ เพอ่ื สามารถนําไปใชส รา งอุปกรณผลติ กระแสไฟฟา
3. ชว ยปอ งกนั และควบคมุ รังสบี างชนดิ ในอวกาศใหเ ขาสูโลกในปรมิ าณท่ีพอเหมาะ และไมท าํ ใหเกดิ

อนั ตรายตอ ส่ิงมีชีวิตบนโลก
4. ชวยในการสํารวจแหลงแร โดยพจิ ารณาจากสนามแมเ หลก็ โลก

4. เฉลย 3) เสียงเคร่อื งดูดฝุน
องคก ารอนามยั โลก กําหนดระดับเสียงเปน พิษหรือดังเกนิ ไปไวที่ 85 เดซิเบล เม่อื ไดย นิ วนั ละ 8

ช่ัวโมงติดตอ กนั เสียงเครือ่ งดูดฝุนมรี ะดับความเขมเสียง 75 เดซิเบล จงึ ไมเ ปน อนั ตรายตอหู
1) เสยี งรถบีบแตรมรี ะดบั ความเขม เสียง 120 เดซิเบล
2) เสียงฟารองมีระดบั ความเขมเสียง 110 เดซเิ บล
4) เสยี งเครือ่ งเจาะถนนแบบใชล มมีระดบั ความเขม เสียง 90 เดซเิ บล


5. เฉลย 4) สนี ํา้ เงนิ
ยูนิเวอรแซลอินดิเคเตอรเปนตลับ ภายในมีกระดาษยนู ิเวอรแ ซลอินดเิ คเตอร และบนตลับจะมแี ผน

เทียบสีคา pH ต้ังแต 1 ถึง 14 ดินเปน กรดจะเปลยี่ นสกี ระดาษยูนิเวอรแ ซลอนิ ดเิ คเตอรจากสนี า้ํ ตาลเปนสแี ดง
ดินเปนเบสจะเปล่ียนสกี ระดาษยูนเิ วอรแ ซลอินดเิ คเตอรจากสีน้ําตาลเปนสเี ขียวนํ้าเงิน ดินเปนกลางจะไมเปลย่ี นสี
กระดาษยนู เิ วอรแซลอนิ ดิเคเตอร

ความเปน กรด-เบส กรด กลาง เบส

คา pH 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14

สี แดงเขม แดง สม เหลือง เขยี ว นา้ํ เงนิ มวง มวงเขม

————————————————————


ชดุ ที่ 13 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ช้ัน ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 13) จาํ นวน 5 ข้อ

คาํ ส่งั : เลือกคําตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. พืชในข้อใดมีการงอกของเมล็ดโดยที่ใบเล้ียงอยู่
ใตด้ นิ
1) มะขาม ถ่ัวเขยี ว
2) มะพร้าว มะม่วง
3) ขา้ วโพด ขา้ ว
4) เผือก มันเทศ

2.

รูปที่ 1 รูปท่ี 2 รูปท่ี 3
จากรูป สสารอยู่ในสถานะใด ตามลาํ ดบั
1) ของแข็ง ของเหลว แกส๊
2) แก๊ส ของแขง็ ของเหลว
3) ของเหลว แก๊ส ของแข็ง
4) ของเหลว ของแข็ง แก๊ส


3. การเปลี่ยนสถานะของสารหมายเลขใด มีการ
สญู เสยี ความรอ้ นหรอื พลงั งาน

12
ของแขง็ ของเหลว แกส๊
43

1) หมายเลข 1 และ 2
2) หมายเลข 2 และ 4
3) หมายเลข 2 และ 3
4) หมายเลข 3 และ 4

4. การทําเกษตรกรรมและการเลี้ยงสัตว์เป็นสาเหตุ
ท่ีทําให้แก๊สใดเพิ่มสูงขึ้น ซ่ึงทําให้เกิดภาวะโลก-
รอ้ น
1) แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
2) แก๊สมเี ทน
3) แก๊สไนตรัสออกไซด์
4) แก๊สโอโซน


5. ก้องภพเดินทางไปท่องเท่ียวประเทศอังกฤษ พบว่า
อากาศมีอุณหภูมิ 68°F ในขณะที่ประเทศไทย
อากาศมีอุณหภูมิ 32°C อยากทราบว่า ประเทศ
อังกฤษและประเทศไทยมีอุณหภูมิต่างกัน
กอ่ี งศาเซลเซียส
1) 4
2) 12
3) 20
4) 34


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ช้ัน ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 13) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 3) ขา วโพด ขา ว
พชื ใบเลยี้ งเดย่ี วมีการงอกของเมล็ดโดยทใี่ บเลย้ี งอยใู ตด ิน ไดแ ก มะพราว ขาวโพด ขา ว สวนพืช

ใบเล้ียงคูมีการงอกของเมลด็ โดยทีใ่ บเลยี้ งอยูเ หนอื พนื้ ดิน ไดแก มะขาม ถ่ัวเขยี ว มะมว ง เผอื ก มนั เทศ

2. เฉลย 3) ของเหลว แกส ของแข็ง
รูปท่ี 1 เปนสสารอยูในสถานะของเหลว มลี ักษณะไหลได มีรูปรา งตามภาชนะทีบ่ รรจุ เนอ่ื งจากอนุภาค

ในของเหลวอยูหางกันมากกวาของแข็ง อนุภาคไมไดยึดติดกันจึงสามารถเคล่ือนท่ีไดในระยะใกลๆ และมีแรง
ดงึ ดดู ซึ่งกนั และกัน มีปรมิ าตรคงที่ และสามารถทะลุผา นได เชน น้าํ เอทานอล นาํ้ มันพืช เปน ตน

รูปท่ี 2 เปนสสารอยูในสถานะแกส มีลักษณะฟุงกระจายเต็มภาชนะที่บรรจุ เน่ืองจากอนุภาคในแกส
อยูหางกันมาก มีพลังงานสูงในการเคลื่อนที่อยางรวดเร็วไปในทุกทิศทางและตลอดเวลา จึงมีแรงดึงดูดระหวาง
อนุภาคนอ ยมาก สามารถทะลุผานไดง า ย และบบี อดั ใหเล็กลงไดงา ย เชน อากาศ แกส หงุ ตม เปน ตน

รูปท่ี 3 เปนสสารอยูในสถานะของแข็ง มีลักษณะรูปรางไมเปลี่ยนแปลง และมีรูปทรงเฉพาะตัว
เนื่องจากอนุภาคในของแข็งจัดเรียงตัวชิดติดกันและอัดแนนอยางเปนระเบียบ ไมมีการเคล่ือนท่ี แตมีการส่ันได
อยางเบาๆ หรือเคลื่อนไหวไดนอยมาก ไมสามารถทะลุผานไดและไมสามารถบีบอัดใหมีขนาดเล็กลงได เชน ไม
เหลก็ ทองคาํ กระดาษ พลาสติก เปน ตน

3. เฉลย 4) หมายเลข 3 และ 4
หมายเลข 1 การหลอมเหลวหรือการละลาย คือ กระบวนการการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารจาก

ของแข็งกลายเปนของเหลว โดยมักเกิดเมอื่ ของแข็งนนั้ ๆ ไดรับความรอ นหรอื พลงั งาน
หมายเลข 2 การระเหย คือ กระบวนการการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารจากของเหลวกลายเปน

แกส โดยมกั เกิดเมอ่ื ของเหลวนัน้ ๆ ไดรับความรอ นหรือพลงั งาน
หมายเลข 3 การควบแนน คือ กระบวนการการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารจากแกสกลายเปน

ของเหลว โดยมกั เกดิ เม่อื แกส นัน้ ๆ สญู เสยี ความรอ นหรอื พลังงาน
หมายเลข 4 การแข็งตัว คือ กระบวนการการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารจากของเหลวกลายเปน

ของแขง็ โดยมักเกดิ เม่ือของเหลวนนั้ ๆ สูญเสียความรอ นหรือพลังงาน

4. เฉลย 2) แกส มเี ทน
แกส มีเทนเกิดขึน้ จากการยอ ยสลายของซากส่งิ มชี ีวิต แกส มีเทนมีคุณสมบัติของแกสเรือนกระจกสูงกวา

แกสคารบอนไดออกไซด กลาวคือ ดวยปริมาตรท่ีเทากัน แกสมีเทนสามารถดูดกลืนรังสีอินฟราเรดไดดีกวา
แกส คารบอนไดออกไซด แกสมีเทนมีปริมาณเพิ่มขึ้นเน่ืองจากการทํานาขาว ปศุสัตว และการเผาไหมมวลชีวภาพ
การเผาไหมเ ช้อื เพลิงประเภทถา นหิน น้ํามนั และแกสธรรมชาติ การเพ่มิ ข้ึนของแกส มเี ทนสงผลกระทบโดยตรงตอ
ภาวะเรอื นกระจกมากเปนอันดบั 2 รองจากแกสคารบ อนไดออกไซด


5. เฉลย 2) 12

แปลงอณุ หภมู ิ 68°F ใหเ ปน เซลเซยี ส ดงั นี้

จากสูตร C = F - 32
5 9

C = 68 - 32
5 9

C = 36
5 9

C = 20

ดงั น้ัน ประเทศอังกฤษอากาศมอี ณุ หภูมิ 20°C ประเทศไทยอากาศมีอณุ หภูมิ 32°C ประเทศองั กฤษ

และประเทศไทยมีอณุ หภมู ติ างกนั 12°C

————————————————————


ชุดที่ 12 : วทิ ยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชนั้ ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 12) จาํ นวน 5 ขอ้

คาํ ส่งั : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ในระบบเอสไอ หน่วยในการวัดความยาวใช้
หน่วยใด
1) เซนติเมตร
2) เมตร
3) ไมโครเมตร
4) กิโลเมตร

2. ข้อใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ ง
1) การเคล่ือนที่ของวัตถุที่มีน้ําหนักมาก จะทํา
ใหเ้ กิดแรงเสียดทานมาก
2) แรงเสียดทานมีทิศทางตรงข้ามกับทิศทาง
การเคลอื่ นทีข่ องวัตถุ
3) การเคลื่อนที่ของวัตถุไปบนพ้ืนผิวที่ขรุขระ
จะทําใหเ้ กดิ แรงเสยี ดทานมาก
4) แรงเสียดทานทําให้วัตถุเปล่ียนสภาพจาก
หยุดนง่ิ ให้เคลอ่ื นที่


3. ชายท้ังสองออกแรงเพื่อต้องการให้กล่อง
เคลื่อนท่ี โดยชายท่ีอยู่ด้านซ้ายมือออกแรง
20 นิวตัน และชายที่อยู่ด้านขวามือออกแรง
15 นิวตัน ดังรูป การออกแรงของชายทั้งสองคน
ทาํ ใหเ้ กิดผลอย่างไร
1) กลอ่ งไมเ่ คล่อื นที่
2) กลอ่ งเคลื่อนท่ีไปด้านขวามือ แรงลัพธ์เท่ากับ
35 นิวตัน
3) กล่องเคลื่อนท่ีไปด้านขวามือ แรงลัพธ์เท่ากับ
5 นวิ ตัน
4) กลอ่ งเคลื่อนทไ่ี ปดา้ นซา้ ยมือ แรงลัพธ์เท่ากับ
5 นวิ ตนั


4. ขอ้ ใดไม่ใชข่ ัน้ ตอนในการโคลนแกะดอลลี่
1) มกี ารยา้ ยนิวเคลยี สออกจากเซลล์ไข่
2) นําเอ็มบรโิ อไปฝงั ตวั ในมดลูกของแม่ตัวรับ
3) ฉีดฮอร์โมนกระตุ้นให้แม่ตัวรับผลิตไข่เป็น
จํานวนมาก
4) ใชเ้ ซลลเ์ ตา้ นมเปน็ เซลลต์ น้ แบบในการโคลน

5. พืชต่อไปน้ีสืบพันธุ์โดยการใช้ดอกทั้งหมด
ยกเวน้ ขอ้ ใด
1) ขา้ หลวงหลงั ลาย สนสองใบ แปะกว๊ ย
2) มะพรา้ ว ตะไคร้ ขา้ วโพด
3) ขา้ ว ไผ่ สาหรา่ ยหางกระรอก
4) ชบา มะเขือ ผักบุ้ง


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ชั้น ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชุดที่ 12) จํานวน 5 ข้อ

1. เฉลย 2) เมตร
ระบบหนวยระหวา งประเทศ (International System of Units) หรอื ระบบเอสไอ (SI) คือ ระบบ

หนวยมาตรฐานท่ีองคการระหวางประเทศวา ดวยการมาตรฐาน (ISO หรอื International Organization for
Standardization) กาํ หนดขน้ึ ใหท กุ ประเทศใชเปนมาตรฐาน เพื่อใหการใชหนวยเปนมาตรฐานเดยี วกันทว่ั โลก
โดยเฉพาะในวงการวทิ ยาศาสตร หนวยท่ีใชว ดั ความยาว คอื เมตร มสี ัญลกั ษณห รอื ตัวยอ คือ m

2. เฉลย 4) แรงเสยี ดทานทําใหวัตถุเปลยี่ นสภาพจากหยดุ นิ่งใหเคลื่อนที่
แรงเสียดทาน คอื แรงทตี่ อตา นการเคลอื่ นทข่ี องวัตถุ จะเกิดเมื่อเคล่อื นวัตถไุ ปบนพ้ืนผวิ ทีส่ มั ผัสกับ

วัตถุ และขณะทว่ี ัตถุเคล่อื นทจี่ ะเกิดแรงเสียดทาน แรงเสียดทานมีทศิ ตรงขา มกับทิศทเ่ี ราออกแรง แรงเสยี ดทาน
จะมีผลทําใหวตั ถทุ ีก่ ําลงั เคลื่อนท่ีเคลอื่ นท่ีชา ลงหรือหยดุ การเคลื่อนที่ แรงเสยี ดทานจะมากหรือนอยขน้ึ อยูกบั
นํ้าหนกั ของวัตถุทจี่ ะเคลอ่ื น วัตถทุ ่มี นี ํ้าหนกั มากจะมีแรงเสียดทานมาก และชนิดของผวิ ที่สมั ผัสกนั การลากหรือ
ดนั วตั ถไุ ปบนพนื้ ที่มผี ิวเรียบจะออกแรงนอ ยกวาบนพนื้ ท่ีมีผิวขรขุ ระ เนอื่ งจากมแี รงเสียดทานนอ ยกวา

3. เฉลย 2) กลอ งเคลือ่ นทไี่ ปดานขวามอื แรงลัพธเทากับ 35 นวิ ตัน
ชายทั้งสองคนออกแรงไปในทิศทางเดยี วกัน คือ ดา นขวามือ ทําใหก ลองเคลอื่ นท่ไี ปดานขวามอื

แรงลัพธไดจากการนาํ แรงท้ังสองแรงมารวมกัน เนื่องจากออกแรงในทศิ ทางเดยี วกัน แรงลัพธจะเทา กบั 35 นิวตัน

4. เฉลย 3) ฉดี ฮอรโมนกระตนุ ใหแมตัวรับผลิตไขเ ปน จํานวนมาก
การโคลนแกะดอลลี่ โดยการนําเซลลเ ตานม (ไมใชเ ซลลสบื พนั ธ)ุ และเซลลน ้นั มนี วิ เคลยี สจากแกะที่

ตอ งการโคลน ไปวางใกลกบั เซลลไขของแกะเพศเมยี ทีไ่ ดด ดู เอานวิ เคลียส (ที่มสี ารพันธกุ รรมออกทิง้ แลว ) เสร็จ
แลวจะเอาเซลลน น้ั ไปผา นกระบวนการเชือ่ มหรือหลอมสวนทง้ั สองเขา ดว ยกันโดยใชกระแสไฟฟา (Electric Pulse)
หลังจากนน้ั นาํ เซลลนนั้ ไปพกั ใหมกี ารแบง ตวั จนไดเ ซลลหลายเซลล ซง่ึ แตล ะเซลลตา งมสี ารพนั ธุกรรมเหมือนกนั
และมศี ักยภาพทีจ่ ะเจริญพัฒนาไปเปน ตัวออนในมดลกู ของแกะเพศเมียอกี ตัวหนึ่ง (แมตวั รับ) ไมม ีการฉดี ฮอรโ มน
กระตุนใหแ มต วั รบั ผลติ ไขเปน จํานวนมาก

5. เฉลย 1) ขาหลวงหลงั ลาย สนสองใบ แปะกวย
ขาหลวงหลังลาย สืบพนั ธโุ ดยการใชสปอร
สนสองใบ และแปะกวย สบื พันธุโดยการใชโ ครงสรา งสบื พนั ธทุ ่ีเรียกวา โคน
มะพราว ตะไคร ขาวโพด ขาว ไผ สาหรายหางกระรอก ชบา มะเขือ และผักบุง สืบพนั ธุโดยการใชด อก

————————————————————


ชดุ ท่ี 11 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ชนั้ ป.5
วิชาวิทยาศาสตร์ (ชุดที่ 11) จํานวน 5 ข้อ

คําสง่ั : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดเปน็ การเพมิ่ แรงเสียดทาน
1) การชโลมนาํ้ มันบนผวิ โลหะ
2) การทาํ ให้พืน้ ผิวห้องน้ําเรยี บ
3) การใช้ตลับลกู ปืนในพัดลม
4) การใช้ยางทําทจ่ี บั รถจกั รยาน

2. นางสาวจิตตรามีรอบประจําเดือน 26 วัน ใน
เดือนกรกฎาคมมีประจําเดือนวันท่ี 16-20
อยากทราบว่าจะมีการตกไขใ่ นคร้ังต่อไปวนั ใด
1) 21 กรกฎาคม
2) 28 กรกฎาคม
3) 11 สงิ หาคม
4) 16 สิงหาคม


3. ข้อใดไม่ใช่สารก่อการกลายพันธุท์ ่สี ามารถชักนาํ
ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงของยนี ได้
1) สารอะฟลาทอกซนิ
2) รังสีอัลตราไวโอเลต
3) ดนิ ประสวิ
4) ผงชูรส

4. สมเสร็จจัดอยใู่ นสัตวป์ ่าตามข้อใด
1) สตั วป์ ่าสงวน
2) สัตวป์ ่าคุม้ ครองประเภทท่ี 1
3) สตั ว์ป่าคุม้ ครองประเภทที่ 2
4) สัตวป์ ่าเพื่อการอนุรกั ษ์

5. ข้อใดเป็นขอ้ เสียของแรงเสยี ดทาน
1) วตั ถไุ มส่ ามารถเคลอ่ื นทีไ่ ดเ้ ลย
2) สิ้นเปลอื งพลงั งาน
3) ทาํ ใหเ้ กิดการลน่ื ไถลได้งา่ ย
4) เพิ่มอนั ตรายจากการหยุดรถ


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรยี มสอบ ชน้ั ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชุดท่ี 11) จํานวน 5 ขอ้

1. เฉลย 4) การใชยางทําท่จี บั รถจกั รยาน
การหยิบจบั สงิ่ ของตางๆ หากไมม ีแรงเสยี ดทานจะไมสามารถหยบิ จบั สิ่งของได และเพอ่ื ใหการหยิบจับ

ภาชนะหรือเครื่องมอื ตา งๆ กระชบั และไมล ่นื จึงมกั ใชย างเปนวัสดุทาํ ดา มจับของภาชนะหรือเครื่องมือตางๆ

2. เฉลย 2) 28 กรกฎาคม
การตกไข คือ การท่ไี ขส ุกและออกจากรังไขเ ขาสูท อ นาํ ไขท กุ รอบเดอื น ซงึ่ จะเกดิ ขึ้นในชวงกง่ึ กลางของ

รอบเดือน จากโจทยจ ะมกี ารตกไขใ นชวงวันท่ี 12-14 ของรอบประจําเดือน คือ วันท่ี 27-29 กรกฎาคม

3. เฉลย 4) ผงชูรส
มิวเทชัน (Mutation) คอื การเกิดลักษณะใหมในกลมุ ลกั ษณะปกติ ซงึ่ เปนผลมาจากการเปลีย่ นแปลง

ของหนวยท่ีควบคุมลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมหรือยีน การเกิดมิวเทชนั จะเรียกวา การกลายพันธุหรอื การผา เหลา
ส่ิงกอ กลายพันธุหรือมวิ ทาเจน (Mutagen) สามารถกระตุน หรือชักนาํ ใหเกดิ มวิ เทชันได เชน สาร

อะฟลาทอกซนิ จากเช้อื รา รงั สอี ัลตราไวโอเลตจากแสงแดด สารไนโตรซามนี จากดินประสวิ รังสีเอกซ สารโคลชซิ นิ
กญั ชา นิโคติน โคเคน ดีดที ี เปนตน

4. เฉลย 1) สัตวปาสงวน
สมเสร็จเปน สัตวปา ที่หายากตามบัญชีสตั วปา สงวน พระราชบญั ญัตสิ งวนและคมุ ครองสตั วปา พ.ศ. 2535

5. เฉลย 2) ส้นิ เปลอื งพลงั งาน
ถาลอรถยนตก บั พนื้ ถนนมแี รงเสยี ดทานมากรถยนตจะแลนชา ตองใชน ํ้ามนั เชอ้ื เพลิงมากขนึ้ เพือ่ ให

รถยนตม พี ลงั งานมากพอท่จี ะเอาชนะแรงเสียดทาน

————————————————————


ชดุ ท่ี 10 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ช้ัน ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 10) จํานวน 5 ข้อ

คําส่ัง : เลือกคําตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการผสมเทยี มปลา
1) ช่วยในการรักษาพันธุกรรมของปลาท่ีใกล้
สูญพันธ์ุ
2) สามารถผสมพนั ธุ์ปลาต่างสายพันธ์ไุ ด้
3) ประหยัดพอ่ พันธ์แุ ละแมพ่ ันธุ์ปลา
4) สามารถขยายพันธ์ุปลานอกฤดูวางไข่

2. เมื่อนําถั่วลันเตาพ่อแม่ที่มีลักษณะต้นสูงผสมกับ
ลักษณะต้นเตี้ย ปรากฏว่าได้จํานวนต้นลูกท่ีมี
ลักษณะต้นสูงและลักษณะต้นเต้ียเท่าๆ กัน
ตน้ พอ่ แมม่ ยี นี เป็นแบบใด
กําหนด A แทนยีนสูง a แทนยีนเตยี้
1) aa และ aa
2) Aa และ Aa
3) Aa และ aa
4) AA และ aa


3. จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
รายงานวา่ มพี ายุลกู หน่ึงพัดเข้าสู่ทางภาคใต้ของ
ประเทศไทย ด้วยความเร็วลมรอบศูนย์กลาง
125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมาได้อ่อนกําลังลง
มีความเร็วลมรอบศูนย์กลาง 90 กิโลเมตรต่อ-
ชั่วโมง พายุลูกนี้เป็นพายุประเภทใดและเม่ือ
ออ่ นกําลงั ลง จัดเปน็ พายุประเภทใด ตามลําดบั
1) พายุไต้ฝุน่ - พายโุ ซนร้อน
2) พายโุ ซนร้อน - พายไุ ตฝ้ ุ่น
3) พายุโซนรอ้ น - พายดุ ีเปรสชนั
4) พายดุ เี ปรสชนั - พายไุ ต้ฝุ่น

4. ห้องเรียนหน่ึงมีปริมาตร 100 m3 วัดอุณหภูมิ
ของอากาศได้ 32°C มีไอน้ําอยู่ 1,250 g ถ้า
อากาศอ่ิมตัวด้วยไอนํ้า 160 g/m3 จะมีค่า
ความชน้ื สัมบูรณ์เทา่ ใด
1) 6.00
2) 7.81
3) 12.50
4) 16.00


5. ส่ิงมีชีวิตท่ีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม
ด้วยการตัดต่อยีนได้ส่ิงมีชีวิตใหม่ที่มีคุณสมบัติ
ตามต้องการ คือข้อใด
1) พนั ธุวศิ วกรรม
2) การโคลน
3) การกลายพันธ์ุ
4) จีเอม็ โอ


เฉลยแบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ช้นั ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชุดที่ 10) จาํ นวน 5 ขอ้

1. เฉลย 2) สามารถผสมพันธปุ ลาตา งสายพันธไุ ด
การผสมเทียมปลาเปนการนําไขจากปลาเพศเมียมาผสมกับนํ้าเช้ือของปลาเพศผูในภาชนะที่เตรียมไว

เมื่อไขไ ดรบั การปฏิสนธแิ ลว จึงนําไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุเพื่อเพ่ิมจํานวนปลา การผสมเทียมปลาดีกวาการใหปลา
ผสมพนั ธกุ ันเองตามธรรมชาติ เพราะไขทุกใบจะไดรับการปฏิสนธิ ไดลูกปลาเปนจํานวนมากกวาการใหผสมพันธุ
ตามธรรมชาติ ชวยในการรักษาพันธุกรรมของปลาท่ีใกลสูญพันธุ สามารถขยายพันธุปลานอกฤดูวางไข โดยฉีด
ฮอรโมนจากตอ มใตส มองของปลา กระตนุ ใหป ลาเพศเมยี มไี ขสกุ แตไมสามารถผสมพนั ธปุ ลาตางสายพนั ธไุ ด

2. เฉลย 3) Aa และ aa

หากนาํ ถว่ั ลนั เตาพอแมท่ีมลี กั ษณะตน สงู ซ่ึงมียีน Aa ผสมกับลกั ษณะตนเตย้ี ซ่งึ มียนี aa จะได

ตนลกู ทีม่ ีลกั ษณะตน สูงและลกั ษณะตน เตี้ยเทาๆ กนั จะมโี อกาสไดตนลูกทีม่ ลี กั ษณะตน สงู รอยละ 50 และ

ลักษณะตนเตย้ี รอยละ 50

Aa × aa

Aa Aa aa aa
ตน สูง ตนสูง ตน เตย้ี ตนเต้ยี

3. เฉลย 1) พายุไตฝนุ - พายุโซนรอน
การจําแนกพายุหมุนโดยใชความเรว็ ลมรอบศูนยก ลางเปน เกณฑจะแบงได 3 ชนดิ คอื
1. พายดุ ีเปรสชัน เปน พายุทม่ี ีความเรว็ ลมรอบศนู ยกลางเฉลี่ยไมเ กิน 63 กโิ ลเมตรตอชัว่ โมง ใน

บริเวณท่เี กิดพายหุ รือมีพายุชนิดนเี้ คล่อื นทผี่ าน ทองฟา จะมืดคร้มึ และปกคลุมดว ยเมฆหนาทึบ มีฝนตกปานกลาง
หรือตกหนักแผเ ปน บริเวณกวางและตกตดิ ตอกันเปน เวลานาน พายดุ ีเปรสชนั เปนพายทุ ่พี ดั มาถงึ ประเทศไทยมากที่สุด

2. พายโุ ซนรอ น เปนพายุท่ีเกิดขึ้นในเขตรอ น มีความเรว็ ลมรอบศูนยกลางระหวาง 63-118
กโิ ลเมตรตอชว่ั โมง

3. พายรุ ุนแรง มีความเร็วของลมรอบศนู ยกลางเกนิ กวา 118 กโิ ลเมตรตอชัว่ โมง มชี ื่อเรยี กแตกตางกนั
ตามบรเิ วณทเี่ กดิ ดังนี้

- พายไุ ตฝนุ เกดิ ในทะเลจนี ใต ถาพัดข้ึนฝงในทวปี อเมริกา เรียกวา พายุทอรนาโด
- พายุไซโคลน เกิดขึน้ ในอาวเบงกอลและมหาสมทุ รอนิ เดยี
- พายุเฮอริเคนหรือสลาตัน เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน อาวเมก็ ซโิ ก
และทะเลฝง ตะวนั ตกของอาวเม็กซิโก
- พายวุ ิลลี วิลลี เกดิ ในออสเตรเลยี


4. เฉลย 3) 12.50 ความช้นื สัมบรู ณ (g/m3) = มวลของไอนํา้ ในอากาศ (g/m3)
จะได ปรมิ าตรของอากาศ

= 1,250 (g/m3)
100

ความชื้นสัมบรู ณ = 12.50 กรมั ตอ ลูกบาศกเ มตร

5. เฉลย 4) จีเอม็ โอ
จีเอม็ โอ (GMOs) เปน ชื่อเรียกคํายอของ Genetically Modified Organisms หมายถงึ สิง่ มชี ีวติ ท่ีมี

การเปล่ยี นแปลงสารพันธุกรรม โดยอาศัยเทคนิคทางพันธุวศิ วกรรม (Genetic Engineering)
1) พันธุวิศวกรรม หมายถึง กระบวนการเปลย่ี นแปลงสารพนั ธกุ รรมดวยการตัดตอ ยีนหรอื เปลี่ยนแปลง

ยนี ในเซลล เพื่อใหไดส ง่ิ มีชวี ติ ใหมที่มสี มบัติตามทีต่ องการ
2) การโคลน หมายถึง การสรา งส่ิงมชี วี ิตข้ึนมาใหม โดยไมไ ดอ าศัยการปฏสิ นธขิ องเซลลสบื พันธุเพศผู

กบั เซลลสืบพันธเุ พศเมีย ใชเซลลรางกายแทนเซลลสบื พนั ธเุ พศผู
3) การกลายพันธุ หมายถงึ การเกดิ ลักษณะใหมใ นกลุม ลักษณะปกติ ซึ่งเปน ผลมาจากการเปล่ียนแปลง

ของหนว ยท่คี วบคมุ ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมหรือยีน

————————————————————


ชุดท่ี 9 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชดุ เตรียมสอบ ชน้ั ป.5
วิชาวทิ ยาศาสตร์ (ชุดที่ 9) จาํ นวน 5 ขอ้

คําสง่ั : เลือกคาํ ตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดไม่ใช่ความสําคัญของชั้นบรรยากาศท่ี
ห่อห้มุ โลก
1) ช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้เหมาะสําหรับ
การดาํ รงชวี ติ ของสง่ิ มีชีวติ
2) ช่วยป้องกันอนั ตรายจากรังสีต่างๆ ทม่ี าจาก
นอกโลก
3) ในบรรยากาศมีแก๊สท่จี าํ เป็นต่อการดาํ รงชวี ติ
ของสิ่งมชี วี ติ
4) ช่วยเกบ็ กักความรอ้ นไมใ่ หอ้ อกส่ชู ั้นบรรยากาศ


2. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ ูกต้อง
1) วัสดุที่มีความเหนียวจะสามารถตีแผ่เป็นแผ่น
บางๆ ได้
2) วัสดุชนิดเดียวกัน พบว่าวัสดุเส้นใหญ่จะมี
ความเหนยี วมากกว่าวสั ดเุ ส้นเลก็
3) วัสดุที่ทําจากพลาสติกจะมีความเหนียว
มากกว่าวสั ดทุ ่ที าํ จากกระดาษ
4) วัสดุท่ีมีความเหนียวจะทนทานต่อการ
สึกกรอ่ นหรอื แตกหกั

3. กานดามีพ่อที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่กานดา
ไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย กานดาแต่งงานกับธาดา
ท่ีคนในครอบครัวไม่มีประวัติการเป็นโรคน้ี
อยากทราบว่าลูกของท้ังสองคนมีโอกาสไม่เป็น
พาหะของโรคธาลสั ซเี มยี รอ้ ยละเทา่ ใด
1) 0
2) 25
3) 50
4) 100


4. ขอ้ ใดเปน็ เกณฑ์ทนี่ ักชีววทิ ยาใช้ในการจาํ แนกวา่
สิ่งทีพ่ บเหน็ เป็นส่งิ มีชีวิตหรอื ไม่
1) สามารถสรา้ งอาหารเองได้
2) พบนิวเคลียส ซึ่งทําหนา้ ท่ีเก็บสารพนั ธกุ รรม
3) สามารถสบื พนั ธเุ์ พอ่ื ดาํ รงไวซ้ ึ่งเผา่ พนั ธุไ์ ด้
4) ประกอบด้วยเซลล์จํานวนมาก ทําหน้าท่ี
ร่วมกนั

5. ปลามโี ครงสรา้ งใดท่ีใชใ้ นการขบั ถ่ายของเสยี
1) เนฟรเิ ดยี ม
2) ท่อมัลพเิ กียน
3) ไต
4) เฟลมเซลล์


เฉลยแบบทดสอบ ชดุ เตรยี มสอบ ช้ัน ป.5
วชิ าวิทยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 9) จํานวน 5 ข้อ

1. เฉลย 4) ชวยเกบ็ กักความรอ นไมใหอ อกสชู ้ันบรรยากาศ
บรรยากาศ คอื อากาศทหี่ อ หมุ โลกเราอยโู ดยรอบ โดยมขี อบเขตนบั จากระดบั น้าํ ทะเลขน้ึ ไปประมาณ

1,000 กิโลเมตร ท่ีบริเวณใกลพ้นื ดนิ อากาศจะมีความหนาแนนมากและความหนาแนน ของอากาศจะลดลงเมอ่ื อยู
สูงขนึ้ ไปจากระดบั พ้นื ดิน

บรรยากาศมีความสาํ คญั ตอสิง่ มชี ีวติ ดังน้ี
1. ชว ยปรับอุณหภูมบิ นพ้ืนโลกไมใ หส ูงหรอื ตํา่ เกนิ ไป เพอ่ื ใหส่ิงมชี วี ติ สามารถดาํ รงชวี ิตอยูได โดย
ปกตเิ วลากลางวันความรอนจากดวงอาทติ ยจ ะถูกอากาศท่หี อหมุ โลกดูดกลนื ไวบ างสวน ทาํ ใหโลกรอนขึน้ อยางชาๆ
สว นในเวลากลางคืนอากาศก็จะชว ยใหโ ลกเย็นตวั ลงอยา งชาๆ เชนกนั ถาไมม บี รรยากาศ ในเวลากลางวนั อณุ หภูมิ
บนพนื้ โลกจะสูงถงึ 110 องศาเซลเซยี ส และในเวลากลางคนื อุณหภมู ิบนพนื้ โลกจะลดตา่ํ ลงประมาณ -180 องศา-
เซลเซียส
2. ชว ยปองกนั อันตรายจากรังสแี ละอนุภาคตางๆ ท่มี าจากภายนอกโลก เชน ชวยดูดกลนื รังสี
อัลตราไวโอเลตไมใ หสอ งผานมายังพน้ื ผวิ โลกมากเกนิ ไป ชว ยทําใหวตั ถุจากภายนอกโลกท่ถี ูกแรงดงึ ดดู ของโลกดงึ
เขามาเกิดการเสียดสกี บั อากาศและลุกไหมจนหมดไปหรือมขี นาดเล็กลงกอนถึงพนื้ โลก
3. แกสออกซิเจนในบรรยากาศมีความจําเปน ตอส่ิงมีชวี ติ ทกุ ชนิด แกส คารบ อนไดออกไซดม คี วาม
จําเปนตอ พชื ไอนาํ้ ในบรรยากาศทําใหเกดิ ฝนซึ่งจําเปนตอการดํารงชวี ติ ของทั้งพชื และสัตว

2. เฉลย 4) วัสดุทม่ี คี วามเหนยี วจะทนทานตอการสึกกรอ นหรอื แตกหัก
ความเหนยี วเปนคา ของแรงที่ทําใหวัสดขุ าด วสั ดุใดทม่ี ีความเหนียวมาก จะตอ งใชแ รงดงึ มากจงึ จะขาด

วสั ดใุ ดทม่ี ีความเหนียวนอ ยใชแรงดงึ ไมม ากกข็ าด การตรวจสอบความเหนียวของวสั ดุ สามารถพิจารณาไดจ าก
ความสามารถในการตีแผเปน แผน บางๆ และความสามารถในการยืดเปนเสน

3. เฉลย 3) 50
ถาใหยีนไมเปน โรคธาลัสซเี มีย (ยนี เดน) เปน A สวนยีนโรคธาลัสซเี มีย (ยนี ดอย) เปน a
กานดา Aa × AA ธาดา

AA AA Aa Aa

Aa แสดงลักษณะไมเปนโรคธาลัสซเี มีย แตเปนพาหะของโรคเน่อื งจากมียนี ดอยแฝงอยู สว น AA
แสดงลกั ษณะไมเปนโรคธาลสั ซเี มียและพาหะของโรค ดงั นัน้ โอกาสท่ีลกู ไมเ ปน พาหะของโรคธาลสั ซเี มียรอยละ 50


4. เฉลย 3) สามารถสบื พนั ธเุ พอื่ ดํารงไวซึง่ เผา พนั ธุได
เกณฑท ี่นักชวี วทิ ยาใชในการจาํ แนกส่ิงที่พบเหน็ วาเปน สงิ่ มีชีวิต ไดแ ก
1. ส่ิงมชี วี ิตมีการสืบพนั ธุ การสืบพันธเุ ปนกระบวนการเพิ่มจาํ นวนของส่ิงมชี ีวิตชนดิ เดยี วกนั เพือ่

ดาํ รงรักษาเผาพนั ธไุ ว โดยการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากรุนหนงึ่ ไปสูอกี รุนหน่งึ
2. ส่ิงมีชวี ติ มีการปรบั ตวั และววิ ัฒนาการ ความสามารถในการปรบั ตัวของสิง่ มีชีวิตใหเ ขากับสิง่ แวดลอม

ไดด ีเปน ผลใหส ่ิงมชี วี ติ น้ันๆ มโี อกาสอยูรอดในสภาพธรรมชาตไิ ดมากข้นึ สวนสิ่งมีชวี ติ ทปี่ รบั ตัวไมไดก็จะสูญพนั ธุไป
3. สง่ิ มีชีวิตมีการเจรญิ เติบโต มีอายุขยั และขนาดจาํ กัด การเจรญิ เติบโตของส่งิ มชี วี ิต เซลลมีการเพิ่ม

จํานวนเซลล มกี ารเพมิ่ ขนาด มีการเปล่ยี นแปลงเพือ่ ทําหนา ที่เฉพาะอยางและมกี ารรวมกลุมของเซลลเ พ่อื พฒั นา
เปน เน้อื เย่อื และอวยั วะตางๆ เมอื่ ส่ิงมชี ีวิตเจรญิ เติบโตระยะหนึง่ กจ็ ะตายไป อายขุ องสิง่ มชี วี ิตตั้งแตเกดิ จนตาย
เรียกวา อายุขัย

4. สง่ิ มชี ีวติ มกี ารตอบสนองตอ ส่ิงเรา สิง่ มีชีวติ มีการตอบสนองตอ สิง่ แวดลอ มเพื่อหาอาหาร หลบหลกี
ภัยจากศัตรู และมีการปรบั ตัวใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอมเพือ่ ความอยูร อด สภาพการณของส่ิงแวดลอ มทที่ ําให
สิ่งมชี วี ติ แสดงพฤติกรรม เรยี กวา สิ่งเรา และปฏิกริ ิยาทตี่ อบสนองตอสง่ิ เรา เรียกวา การตอบสนอง

5. ส่ิงมชี วี ติ มีการเคล่ือนไหว การเคลอื่ นไหวของพวกพชื เห็นไดไมช ัดเจนนกั แตส าํ หรบั สตั วแลวมัก
เหน็ ไดชัดเจน เพราะสัตวมีอวัยวะในการเคลื่อนที่ พชื บางชนิดเห็นการเคลอื่ นไหวไดช ดั เจน เชน การหุบและกางใบ
ของไมยราบ เปน ตน

6. สง่ิ มีชวี ติ มกี ระบวนการทางเคมีทีเ่ กิดขนึ้ ภายในเซลลห รอื ภายในรางกายของสิง่ มชี ีวิต
7. ส่ิงมชี ีวิตมลี กั ษณะเฉพาะในการจัดระบบของรางกาย สง่ิ มชี ีวิตแตละตัวมหี นวยพ้ืนฐานท่มี ชี ีวติ คอื
เซลล สิง่ มชี ีวติ แมป ระกอบดวยเซลลเดยี วกม็ กี ารจัดระบบหนา ทใ่ี นการทาํ งานของโครงสรา งตา งๆ ภายในเซลล
ส่ิงมีชวี ิตท่ีมีหลายเซลลก็มกี ารจัดระบบภายในรางกาย มีการทํางานรวมกัน

5. เฉลย 3) ไต
โครงสรางทีใ่ ชใ นการขับถายของเสียในสตั ว มีดงั นี้ ไสเ ดอื นดนิ มอี วัยวะขบั ถาย เรียกวา เนฟรเิ ดียม

แมลง มีอวยั วะขับถาย เรยี กวา ทอมลั พิเกยี น ปลา มีอวัยวะขับถา ย เรียกวา ไต และพลานาเรยี มีอวัยวะขับถา ย
เรียกวา เฟลมเซลล

————————————————————


ชุดท่ี 8 : วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบทดสอบ ชุดเตรียมสอบ ชั้น ป.5
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ (ชดุ ท่ี 8) จาํ นวน 5 ข้อ

คําส่งั : เลือกคําตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว

1. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเก่ยี วกบั อัลตราซาวนด์
1) เสียงท่มี ีความถีต่ าํ่ กว่า 20 เฮิรตซ์
2) เสียงท่ีมีความถี่สูงกวา่ 20,000 เฮิรตซ์
3) เสียงทม่ี ีความถอ่ี ยู่ในชว่ ง 20-20,000 เฮริ ตซ์
4) เสยี งที่มคี วามถ่ใี นช่วงท่มี นษุ ย์สามารถได้ยนิ

2. เหตุใดต้องเวน้ ช่องวา่ งทางรถไฟ
1) ป้องกันการหดและยืดตัวของโลหะที่ทําทาง
รถไฟ
2) เพื่อให้โลหะของทางรถไฟมีความแข็งแกร่ง
ยงิ่ ขน้ึ
3) เพื่อให้โลหะของทางรถไฟมีเนื้อที่สําหรับการ
ขยายตัว
4) ป้องกันโลหะที่ทําทางรถไฟเกิดเสียง เม่ือ
รถไฟเคลอ่ื นที่ผา่ น


3. ขอ้ ใดเปน็ การถา่ ยโอนความรอ้ น โดยความรอ้ น
เคลื่อนทีผ่ า่ นตัวกลางที่อยูก่ ับที่
1)
2)

3)

4)


Click to View FlipBook Version