www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 1/2566 /2563 ---------------------------- กำรท ำควำมเห็นและค ำสั ่ง อ.ก. 4 เกี่ยวกับกำรขออนุญำตฟ้ องคดีศำลแขวง ด้วยมีพนักงานอัยการเจ้าของส านวนมีความเห็นเกี่ยวกับการส่งส านวนคดีอาญาเพื่อไปขออนุญาตฟ้ องไม่ถูกต้อง ครบถ้วนตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 หลายประการดังนี้ 1.ท าความเห็นและค าสั่งฟ้ องผู้ต้องหาโดยระบุข้อหา ท าร้ายร่างกายผู้อื่นให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ แต่ร่างค าฟ้ องระบุข้อหา ท าร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนความเห็นขออนุญาตฟ้ อง ระบุข้อหาท าร้ายร่างกาย ซึ่งระบุชื่อข้อกล่าวหา ไม่เหมือนกัน 2. ความเห็นและค าสั่งฟ้ อง ระบุว่า สั่งฟ้ องนาย เอ ผู้ต้องหาที่ 1 และนาย บี ผู้ต้องหาที่ 2 แต่ข้อความที่เขียน ความเห็นขออนุญาตฟ้ อง ระบุเพียงค าว่า ผู้ต้องหา โดยไม่ใส่ชื่อเต็มของผู้ต้องหา ท าให้ไม่ทราบว่าต้องการขออนุญาตฟ้ อง ผู้ต้องหากี่คน และผู้ต้องหาชื่ออะไร 3. การขออนุญาตฟ้ องไม่เขียนให้ชัดเจนว่าขาดผัดฟ้ องเพราะอะไร เป็ นความบกพร่องผู้ใด หรือไม่ หากเป็ น ความบกพร่องของพนักงานสอบสวน ได้มีหนังสือว่ากล่าวตักเตือนพนักงานสอบสวนผู้นั้นแล้วหรือไม่ ซึ่งถือเป็ นส่วนหนึ่ง ที่ต้องท าให้ครบถ้วนก่อนจะส่งส านวนเพื่อไปขออนุญาตฟ้ อง การแก้ไขปั ญหาการขออนุญาตฟ้ องไม่ถูกต้องครบถ้วนดังกล่าว พนักงานอัยการควรระบุข้อกฎหมาย ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อบังคับของอัยการสูงสุด ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้ องและการขออนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอ านาจพิจารณาของศาลแขวง พ.ศ. 2559 และ ค าสั่งส านักงานอัยการสูงสุด เรื่อง การมอบหมายให้รองอัยการสูงสุด และอธิบดีอัยการภาคอนุญาตฟ้ อง ลงไปทั้งหมด เพื่อย ้าเตือนให้ พนักงานอัยการตรวจดูว่าส านวนขออนุญาตฟ้ องท าครบถ้วนแล้วหรือไม่ ดังนี้ 1. ตัวอย่างเช่น... คดีนี้ มีพยานหลักฐานเพียงพอฟ้ อง เห็นควรสั่งฟ้ อง นาย เอ ผู้ต้องหาที่ 1 และนาย บี ผู้ต้องหาที่ 2 ข้อหาร่วมกันท าร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4 เนื่องจากคดีนี้ พนักงานสอบสวนหลงลืมไม่ได้ยื่นค าร้องขอผัดฟ้ องนาย เอ ผู้ต้องหาที่1 และนาย บี ผู้ต้องหาที่ 2 และส่งส านวนคดีมายังพนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรีเมื่อพ้นระยะเวลาขอผัดฟ้ อง ท าให้คดีขาดผัดฟ้ อง ไม่สามารถ ฟ้ องได้ภายในก าหนดเวลา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7 ซึ่งได้มีหนังสือว่ากล่าวตักเตือนพนักงานสอบสวนแล้ว คดีต้องขออนุญาตฟ้ องตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 92 และข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้ อง และการขออนุญาตฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอ านาจพิจารณาของศาลแขวง พ.ศ. 2499 ข้อ 7 และค าสั่งส านักงานอัยการสูงสุด เรื่อง การมอบหมายให้รองอัยการสูงสุดและอธิบดีอัยการภาคอนุญาตฟ้ องที่ 1758/2565 เห็นควรส่งส านวนไปยัง อธิบดีอัยการภาค 2 เพื่อขออนุญาตฟ้ อง นาย เอ ผู้ต้องหาที่ 1 และ นาย บี ผู้ต้องหาที่ 2.ข้อหา ร่วมกันท าร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4 KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 3 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 2. ควรตรวจดูชื่อผู้ต้องหาและข้อหาโดยให้ระบุชื่อผู้ต้องหาที่มีค าสั่งฟ้ องและขออนุญาตฟ้ องทุกคนในความผิดฐานใด ให้ตรงกับความเห็นและค าสั่งในส านวนการสอบสวน และร่างค าฟ้ อง ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7, 9 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 92 - ข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้ องและการขออนุญาตฟ้ องคดีอาญาที่อยู่ในอ านาจพิจารณา ของศาลแขวง พ.ศ. 2559 ข้อ 7, 8, 9 - ค าสั่งส านักงานอัยการสูงสุด เรื่อง การมอบหมายให้รองอัยการสูงสุดและอธิบดีอัยการภาคอนุญาตฟ้ องฯ ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายวิรัตน์ วรรณวิสูตร ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 2/2566 /2563 ---------------------------- กำรส่งสำ นวนกำรสอบสวนคดีอำญำที่ไม่เสร็จส้ิน ซึ่งไม่สอดคลอ้งกบัระยะเวลำฝำกขงั ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ ปัจจุบันส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติแจ้งมำตรกำรกำรส่งส ำนวนกำรสอบสวนในคดีที่ผู้ต้องหำถูกควบคุม ตัวหรือฝำกขัง โดยให้พนักงำนสอบสวนส่งส ำนวนให้พนักงำนอัยกำรพิจำรณำก่อนผู้ต้องหำจะครบก ำหนด อ ำนำจควบคุมกำรฝำกขังครั้งสุดท้ำย 1 ครั้ง เว้นแต่กรณีมีเหตุจ ำเป็ น ซึ่งไม่ว่ำอย่ำงไร พนักงำนสอบสวน จะต้องท ำกำรสอบสวนให้เสร็จสิ้ นและเสนอส ำนวนกำรสอบสวนไปให้พนักงำนอัยกำรก่อนครบก ำหนดฝำกขัง 3 วัน รำยละเอียดปรำกฏตำมค ำสั่งกรมต ำรวจ ที่ 960/2537 เรื่อง มำตรกำรควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัด กำรสอบสวนคดีอำญำ, หนังสือส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติที่ ตช 001.26/3722 เรื่อง กำรประสำนงำนและ ส่งส ำนวนกำรสอบสวนให้พนักงำนอัยกำรพิจำรณำ เห็นว่ำทำงปฏิบัติแล้ว พนักงำนสอบสวนมักส่งส ำนวนให้กับพนักงำนอัยกำรพิจำรณำในระยะกระชั้นชิด ในคดีที่ผู้ต้องหำจะครบฝำกขังครั้งสุดท้ำยเพียง 1 – 2 วันท ำกำร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็ นคดีส ำคัญเป็ นคดี ที่ยำเสพติดมีจำ นวนยำปริมำณน้ ำหนักสำรบริสุทธ์ิจำ นวนมำก โดยพนักงำนสอบสวนมกัจะแจง้เหตุขดัขอ้ง ในกำรส่งส ำนวนล่ำช้ำกับพนักงำนอัยกำรว่ำ (1) ขำดหนังสืออนุมัติแจ้งข้อหำสมคบจำกเลขำธิกำร ปปส. ในควำมผิดฐำนสมคบตำมประมวลกฎหมำยยำเสพติด (2) ขำดประวัติอำชญำกรของผู้ต้องหำเนื่องจำก ยังไม่ได้รับผลจำกกองทะเบียนประวัติอำชญำกร ซึ่งถือว่ำส ำนวนกำรสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้ นตำมประมวล กฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ แต่หำกไม่มีกำรรับส ำนวนหรือปล่อยให้คดีขำดฝำกขังอำจเกิดควำมเสียหำย แก่ทำงรำชกำร เนื่องจำกผู้ต้องหำจะถูกปล่อยตัวและอำจหลบหนี ยำกแก่กำรที่จะติดตำมตัวมำด ำเนินคดีได้ ภำยในอำยุควำมตำมกฎหมำย โดยเฉพำะคดีที่ผู้ต้องหำเป็ นบุคคลต่ำงด้ำวที่กระท ำควำมผิดในคดีส ำคัญ ซึ่งมีอัตรำโทษสูง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ออกมำ รับรองเรื่องกำรควบคุมระยะเวลำ กำรส่งส ำนวนที่ไม่เสร็จสิ้ น คงมีเพียงค ำสั่งของกรมต ำรวจฯ และหนังสือเวียนภำยในของส ำนักงำนต ำรวจ แห่งชำติดังกล่ำวออกมำรองรับ ซึ่งไม่มีสภำพบังคับในทำงกฎหมำย คงมีเพียงมำตรกำรกำรลงโทษทำงวินัย เท่ำนั้น ซึ่งกำรพิจำรณำส ำนวนกำรสอบสวนที่ไม่เสร็จสิ้ น และระยะเวลำที่กระชั้นชิดท ำให้เกิดควำมเสียหำย และมำตรฐำนในกำรพิจำรณำสั่งคดีได้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 3 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 จำกปัญหำดังกล่ำวข้ำงต้น มีข้อเสนอแนะ ดังนี้ (1) เห็นควรให้ออกระเบียบ ข้อบังคับ ของส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ในเรื่องกำรรับส ำนวนที่มี ข้อบกพร่องดังกล่ำว หรือแก้ไขกฎหมำยเรื่องระยะเวลำในกำรส่งส ำนวนให้กับพนักงำนอัยกำรที่มีบทลงโทษ ในทำงอำญำ หรือท ำ MOU ข้อตกลง ระหว่ำงส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดและส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ เพื่อเป็ นหลักในกำรถือปฏิบัติอย่ำงชัดเจนและเคร่งครัด (2) กรณีปั ญหำกำรตรวจสอบประวัติอำชญำกร เป็ นเหตุขัดข้องหลักในกำรส่งส ำนวนล่ำช้ำ เนื่องจำกพนักงำนสอบสวนจะต้องรอผลกำรตรวจสอบประวัติอำชญำกรจำกกองทะเบียนประวัติอำชญำกร ซึ่งจะส่งทำงไปรษณีย์ มักใช้ระยะเวลำนำน ควรจะกระจำยศูนย์ตรวจสอบไปยังส่วนภูมิภำค หรือใน แต่ละจังหวัด หรือใช้ระบบออนไลน์ เพื่อควำมสะดวกและรวดเร็ว ข้อกฎหมำย หนังสือส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดที่ อส 0007(พห)/ว 324 ลงวันที่ 11 ธันวำคม 2555 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยเนตินันท์ ปล้องไหม ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดเชียงรำย นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 3/2566 /2563 ---------------------------- แนวทำงกำรติดตำมพยำนกรณีพยำนอยู่ต่ำงประเทศในคดีค้ำมนุษย์ สืบเนื่องจากรัฐบาลไทยให้ความส าคัญกับคดีการค้ามนุษย์อย่างมาก จังหวัดระนองเป็ นจังหวัดที่มี ที่ตั้งภูมิประเทศติดทะเลและมีการท าประมง ส่งผลให้ตั้งแต่ พ.ศ. 2557 เป็ นต้นมามีการด าเนินคดีค้ามนุษย์ ในการท าประมงในลักษณะการบังคับใช้แรงงานจ านวนมากหลายคดี รัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศ และ ส านักงานอัยการสูงสุดได้เฝ้ าระวังการด าเนินคดีทุกขั้นตอน มิให้เกิดความผิดพลาดในการด าเนินคดี ซึ่งมีกฎหมาย ระเบียบของหน่วยงานอื่นมาเกี่ยวข้อง ความรู้หน้างานฉบับนี้ จึงมุ่งเน้นไปที่การติดตามพยาน เพื่อน ามาเบิกความในกรณีที่พยานอยู่ในต่างประเทศ และจะมุ่งเน้นรายละเอียดไปที่การด าเนินคดีค้ามนุษย์ เป็ นหลัก กล่าวคือ คดีที่เข้ามาสู่ความรับผิดชอบของส านักงานอัยการจังหวัดระนอง เป็ นคดีที่มีผู้ต้องหาหลายคนในคดี เดียวกันถูกด าเนินคดีไม่พร้อมกัน ผู้ต้องหาที่ 1 เป็ นผู้ที่มีชื่อในทะเบียนเป็ นเจ้าของเรือ ถูกกล่าวอ้างว่าเป็ น เจ้าของกิจการประมง ผู้ต้องหาที่ 2 เป็ นไต้ก๋งเรือ เป็ นผู้ควบคุมเรือ ผู้ต้องหาที่ 3 เป็ นชาวกัมพูชา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็ นตัวการร่วมหลอกลวงลูกเรือชาวกัมพูชามาท างานและร่วมกันค้ามนุษย์ การด าเนินคดีครั้งแรกมีการจับกุมและด าเนินคดีกับผู้ต้องหาที่2เพียงคนเดียว จนศาลชั้นต้น พิพากษา และคดีอยู่ระหว่างชั้นอุทธรณ์หลังจากนั้นจึงมีการจับกุมผู้ต้องหาที่1 มาด าเนินคดี แต่พยาน ชาวกัมพูชาที่เป็ นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เมื่อเบิกความแล้วก็ต้องเดินทางกลับภูมิล าเนาของตนในการ ด าเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ 1 ที่ยื่นฟ้ องในภายหลังที่พยานผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เดินทางกลับภูมิล าเนาแล้ว พนักงานอัยการโจทก์แถลงขอสืบพยานบุคคลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในคดีของข้าพเจ้า จ านวน 4 ปาก และคดีของพนักงานอัยการอีกท่านหนึ่งจ านวน 11 ปาก (ซึ่งคดีมีลักษณะเดียวกันทุกประการ เพียงแต่ ผู้เสียหายเป็ นคนละคนและเกิดเหตุในเรือประมงคนละล า ผู้ควบคุมเรือคนละคน) ศาลได้ออกหมายเรียก พยานผู้เสียหายในคดีของข้าพเจ้า 4 ปาก และ อีกคดีหนึ่งจ านวน 11 ปาก ศาลจังหวัดระนองส่งหมายเรียก ทั้งสองคดีให้ส านักงานศาลยุติธรรมเป็ นผู้ด าเนิ นการในการส่งหมายระหว่างประเทศ ในฐานะ พนักงานอัยการผู้ด าเนินคดี เมื่อศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลแล้วข้าพเจ้าและพนักงานอัยการอีกคดีหนึ่ง ได้ติดตามผลการส่งหมายเรียกพยานกับส านักงานต่างประเทศ ส านักงานอัยการสูงสุด ได้รับค าตอบว่า ส านักงานต่างประเทศ (ในฐานะผู้ประสานงานกลางว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา) KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 4 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงการต่างประเทศแล้วแต่ยังไม่ได้รับแจ้งผลการส่งหมายจากกระทรวงการต่างประเทศ และปกติการส่งหมายเรียกพยานในประเทศกัมพูชามักจะส่งไม่ได้ ซึ่งพยานทั้งหมดในคดีนี้ ไม่ปรากฏ บ้านเลขที่ และไม่ทราบว่าจะได้รับค าตอบเมื่อใด ระหว่างนั้นปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้มีค าสั่งให้อัยการจังหวัดระนอง และ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 11 หน่วยงาน ในการด าเนินคดีทั้งสองคดีนี้ เข้าประชุมความคืบหน้าในการด าเนินคดี เพื่อประสานงานในการด าเนินคดี ในขณะนั้นยังไม่มีความคืบหน้าในการส่งหมายเรียกพยานและการติดตามพยานเนื่องจากพยานอยู่ต่างประเทศ พนักงานอัยการจังหวัดระนอง ได้รับค าแนะน าจากส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระนองว่า ส านักงานพัฒนาสังคมฯ ส านักงานต ารวจแห่งชาติได้ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั้งของไทยและกัมพูชาในการติดตามพยาน โดยจะน าพยานทั้ง 15 คน มาเบิกความที่ศาลจังหวัดสระแก้ว และการสืบพยานจะใช้วิธีการสืบพยานทางจอภาพระหว่างศาล จังหวัดระนองและศาลจังหวัดสระแก้ว แต่การน าพยานจ านวน 15 คนจากประเทศกัมพูชามาเบิกความต้องมี ค่าใช้จ่ายในการด าเนินการในเรื่องค่าพาหนะ ค่าอาหาร ค่าที่พัก เบี้ ยเลี้ ยง ในระหว่างด าเนินการ ซึ่งโดยหลัก พนักงานอัยการจะต้องเป็ นผู้ออกค่าใช้จ่าย แต่พนักงานอัยการได้รับค าแนะน าจากเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระนอง ให้ขอเบิกเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากกองทุนค้ามนุษย์ จึงได้จัดท าค าขอยื่นต่อ กองทุนค้ามนุษย์ส าหรับพยานจ านวน 15 คน เป็ นเงินประมาณ 2 แสนบาทเศษ (รายละเอียดปรากฎตาม เอกสารแนบหมายเลข 1) ซึ่งได้น าพยานเข้าเบิกความจนกระทั่งศาลมีค าพิพากษาแล้วทั้งสองคดี ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ 1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 55/1 เมื่อศาลออกหมายเรียกพยานแล้ว พนักงานอัยการมีหน้าที่ติดตามพยานมาศาลตามก าหนดนัด ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย การด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 110 พนักงานอัยการต้องตระหนักถึงความ รับผิดชอบในการติดตามพยานมาเบิกความต่อศาล และพึงใช้วิธีการใด ๆ ที่ถูกต้องชอบธรรมในอันที่จะ ติดตามพยานมาเบิกความให้พึงกระท า เช่น การติดตามผลการส่งหมายเรียกพยานอย่างจริงจัง การก าชับ พนักงานสอบสวนหรือผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนให้ติดตามหรือน าพยานมาศาล การติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ ายปกครองในท้องถิ่น การติดต่อกับบุคคลอื่นที่รู้ที่อยู่พยาน การติดต่อกับพยานโดยตรง ทางไปรษณีย์ หรือทางโทรศัพท์ เป็ นต้น ซึ่งเห็นได้ว่าพนักงานอัยการจะต้องติดตามพยานเพื่อมาเบิกความ อย่างเต็มความสามารถเท่าที่จะท าได้ 2) การสืบพยานระหว่างประเทศระหว่างศาลไทยและศาลกัมพูชามีความไม่สะดวกในทางปฏิบัติ จึงใช้วิธีสืบพยานผ่านจอภาพระหว่างศาลในประเทศไทยด้วยกัน โดยน าพยานที่อยู่ในต่างประเทศ มาเบิกความที่ประเทศไทย มีความสะดวกมากกว่า หากสืบพยานระหว่างศาลไทยกับศาลต่างประเทศ จะต้องท าสรุปข้อเท็จจริง ค าฟ้ อง บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และท าค าแปลทั้งหมด เป็ น ภาษาต่างประเทศของประเทศผู้รับค าขอซึ่งรับรองการแปลโดยถูกต้องตามระเบียบของผู้ประสานงานกลาง KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือและการขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2537 (ข้อสังเกต ตามบันทึกข้อความ ที่ อส 0006.3/353 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เรื่องหารือแนวทางปฏิบัติกรณีพยานอยู่ต่างประเทศ) (เอกสารแนบหมายเลข 2) 3) ช่องทางในการรับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการน าพยานมาเบิกความคือ เงินกองทุนค้ามนุษย์ พนักงานอัยการเจ้าของส านวนเป็ นผู้ท าค าขอยื่นต่อคณะกรรมการกองทุนค้ามนุษย์โดยระบุ รายละเอียด ข้อมูลโครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุน โดยจะต้องจัดท าข้อมูลโครงการให้มีรายละเอียดที่ชัดเจน พร้อมทั้งแนบ เอกสารตามที่ก าหนดไว้ในแบบฟอร์มให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณา โครงการ (Download ได้จาก https://fund.m-society.go.th/downloads/lists ) 4) ค่าตอบแทนพยานนอกจากตามระเบียบศาลยุติธรรมแล้วยังมีค่าตอบแทนพยานจากกองทุน ค้ามนุษย์อีกด้วย 5) การด าเนินคดีบกพร่องในสิ่งที่ท าได้แต่ไม่ได้ท า จะส่งผลกับผู้ด าเนินคดี ส านักงานอัยการสูงสุด และประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ 6) แนวทางการขอรับเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้นจะเป็ นแนวทาง และเป็ นประโยชน์กับพนักงาน อัยการท่านอื่นต่อไป ข้อกฎหมาย 1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 55/1, มาตรา 230/1 2) พระราชบัญญัติป้ องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พ.ศ. 2551 3) ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 103 และข้อ 110 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายรังสิ สิทธิสาร ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระนอง นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) เอกสารแนบหมายเลข 1 และ 2
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 4/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- กำรนับโทษจ ำเลยต่อในคดีอื่นกรณีจ ำเลยกระท ำผิดระหว่ำงที่ได้รับกำรพักโทษจำกเรือนจ ำ และกำรขอเพิ่มโทษ ปั จจุบันมีนักโทษจ ำนวนมำกได้รับกำรพักโทษให้ปล่อยตัวจำกกรมรำชทัณฑ์ ท ำให้ไม่ต้องรับโทษจ ำคุก จนครบก ำหนด แต่ปรำกฏว่ำระหว่ำงที่ออกมำจำกนอกเรือนจ ำ ได้ไปกระท ำควำมผิดอำญำอีก จึงถูกจับกุมตัวและน ำตัว ส่งเรือนจ ำให้ต้องรับโทษจ ำคุกในส่วนที่เหลือ(ในคดีเก่ำ) และจะต้องถูกฟ้ องเป็ นคดีใหม่อีก ในค ำขอท้ำยฟ้ องคดีอำญำ ในคดีใหม่จึงต้องมีกำรขอศำลให้นับโทษจ ำเลยในคดีนี้(คดีใหม่)ต่อจำกโทษของจ ำเลยในคดีเดิม(คดีเก่ำ) และต้องขอศำล เพิ่มโทษจ ำเลยอีกหนึ่งในสำมตำมที่ได้มำกระท ำควำมผิดอีกในระหว่ำงที่ยังต้องรับโทษอยู่ตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 92 ในส ำนวนกำรสอบสวนบำงครั้งพนักงำนสอบสวนตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหำมำให้พนักงำนอัยกำรไม่ครบถ้วน และนิติกรของส ำนักงำนผู้รับส ำนวนอำจตรวจสอบไม่ถี่ถ้วน เวลำสั่งส ำนวนคดีเพื่อดูประวัติกำรกระท ำผิดของผู้ต้องหำ จึงอำจจะไม่ถูกต้อง (ท ำให้ลืมในกำรขอศำลให้นับโทษต่อในคดีเก่ำ) เพรำะเห็นว่ำผู้ต้องหำอยู่นอกเรือนจ ำแล้วน่ำจะไม่มีโทษ จ ำคุกในคดีเก่ำอีก ท ำให้ในค ำฟ้ องไม่มีค ำขอนับโทษต่อซึ่งจะผิดระเบียบตำมข้อ 97 ดังนั้นเวลำตรวจส ำนวนในส่วนของ ประวัติกำรกระท ำผิดจึงต้องให้พนักงำนสอบสวนเขียนวันพิพำกษำ ระยะเวลำจ ำคุก วันที่พ้นโทษหรือวันที่ได้รับกำรพักโทษ และวันพ้นโทษจริงคือวันที่เท่ำใด มำให้ชัดเจน เพื่อจะได้ยื่นฟ้ องได้ถูกต้อง หำกอ่ำนแล้วไม่เข้ำใจต้องท ำกำรตรวจสอบ หรือสั่งสอบสวนเพิ่มเติมมำให้ถูกต้องต่อไป และในกำรตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหำจะต้องมีลำยมือชื่อของ พนักงำนสอบสวนลงไว้เพื่อยืนยันว่ำได้ตรวจสอบประวัติโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว อนึ่งกำรตรวจสอบประวัติและเขียนไปในค ำฟ้ องด้วยนั้นช่วยให้ศำลเห็นพฤติกรรมของจ ำเลยว่ำเป็ นเช่นไร เพรำะหำกไม่มีประวัติแล้วบำงครั้งที่ยื่นฟ้ องไปศำลได้มีค ำพิพำกษำโดยทันทีท ำให้ไม่มีกำรตรวจสอบประวัติจ ำเลยอีก จึงอำจ เป็ นผลเสียต่อเจ้ำของส ำนวนได้ ข้อกฎหมำย - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ97 - ประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 92 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยพรศกัด์ิศรีไพศำลนนท์อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดเพชรบูรณ์ นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 4 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 5/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- กำรบังคับใช้กฎหมำยกรณีกฎหมำยไม่สอดคล้องกับจำรีตประเพณีแห่งท้องถิ่น เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 เรื่องมรดก มาตรา 1599 และมาตรา 1600 นั้น ทรัพย์สิน อันจะเป็ นมรดกของผู้ตายนั้น ต้องเป็ นทรัพย์สินที่เจ้ามรดกมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย หากทรัพย์สินใดที่เจ้ามรดกจ าหน่ายจ่าย โอนไปแล้วในขณะยังมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจ าหน่ายจ่ายโอนไปในรูปแบบใด สิ่งนั้นย่อมไม่ใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตายอันจะตกทอด แก่ทายาท ในบทบัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องนี้ นั้นไม่ได้เป็ นรูปรอยเดียวกันกับวัฒนธรรมท้องถิ่นบางประการ ในเรื่องนี้ คือ ในชนบทนั้นบุตรผู้ที่มักจะเป็ นผู้ดูแลบิดามารดาในวัยชรานั้น มักจะถูกคาดหวังว่าเป็ นบุตรคนสุดท้อง เพราะบุตรคนโตหรือ คนกลางมักจะออกไปมีครอบครัวและมีภาระที่ต้องดูแลครอบครัวของตน แต่กับบุตรคนสุดท้องนั้นมักจะอยู่กับบิดามารดา (เพราะเติบโตและรับผิดชอบในวันที่บิดามารดาชราภาพ) ซึ่งเมื่อมีหน้าที่พิเศษบุตรคนสุดท้องก็มักจะได้รับมรดกชิ้ นพิเศษจาก บิดามารดา ซึ่งมักจะมากกว่าพี่ ๆ เมื่อบิดามารดาต้องการจัดการทรัพย์สินให้ลูก ๆ ก่อนตาย ก็มักจะโอนให้พี่ ๆ ก่อน ส่วนน้องคน สุดท้องจะยังไม่โอนให้แต่เจตนาจะให้เป็ นมรดกตกแก่บุตรคนสุดท้องนี้ (อาจจะด้วยไม่อยากให้บุตรมองตนไร้ค่า) ต่อมาเมื่อเจ้า มรดกตาย มักจะมีปัญหาการแย่งและการแบ่งมรดกระหว่างบุตรคนสุดท้องกับพี่ ๆ ซึ่งหากว่ากันตามกฎหมายว่าด้วยมรดก มรดกย่อมได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดที่เจ้ามรดกมีอยู่ขณะตาย และทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกย่อมได้แก่บุตรทุกคน ดังนั้น ทั้งบุตรคน สุดท้องและคนอื่น ๆ ก็ต่างมีสิทธิในการรับมรดกของผู้ตาย หากปรับข้อเท็จจริงนี้ ใช้ตามกฎหมายแล้ว ก็จะเห็นถึงความไม่เป็ น ธรรมกับบุตรคนสุดท้องที่ดูแลเจ้ามรดกมาด้วยความคาดหวังในทรัพย์มรดกตามเจตนารมณ์ของผู้ตายเจ้ามรดก ดังนั้น จึงเห็น ควรเสนอแนะแก้ไขข้อปัญหาดังกล่าวนี้ ใน 2 มิติ มิติแรกคือ การเผยแพร่ทางกฎหมายให้เห็นถึงความส าคัญของการท าพินัยกรรม และมิติที่สองคือ การให้ความส าคัญกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในเรื่องนี้ (โดยเฉพาะรายที่มีลักษณะข้อเท็จจริงในลักษณะนี้) อาจมีกรณีอื่น ๆ อีกเช่นการแต่งงานระหว่างชนชาติพันธ์ที่มีประเพณีพาหนีก่อนแต่ง หรือการแต่งงานขณะอายุยังน้อย ซึ่งอาจเป็ นการพรากผู้เยาว์ตามกฎหมายอาญา, การปรับใช้กฎหมายว่าด้วยความรุนแรงในครอบครัวกรณีบางชาติพันธ์ ที่ประเพณีของตนอนุญาตให้มีภรรยาหลายคนได้ เป็ นต้น การปรับใช้กฎหมายควรค านึงถึงมิติทางสังคมประเพณีแห่งท้องถิ่นด้วย ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 850, 851, 852, 1599, 1600, 1629, 1673 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายดิเรก จันทร์ธิมา ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงราย นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 5 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 6/2566 /2563 ---------------------------- กำรสั ่งคดีมำตรกำรพิเศษแทนกำรด ำเนินคดีอำญำ (ช้นัก่อนฟ้อง) มาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญาชั้นก่อนฟ้ อง เป็ นหลักการและวิธีการส าคัญประการหนึ่ง ในการคุ้มครองเด็ก ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 86 โดยการหันเหคดีที่เด็กหรือเยาวชนต้องหาว่ากระท าความผิดออกจากกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีหลักเกณฑ์คือ 1. ต้องเป็ นคดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้จ าคุกไม่เกินห้าปี ไม่ว่าจะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม 2. เด็กหรือเยาวชนต้องไม่เคยได้รับโทษจ าคุกโดยค าพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่โทษส าหรับความผิด ที่ได้กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 3. การจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟื้ นฟูดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมจากเด็กหรือเยาวชนและผู้เสียหายด้วย (หากคดีนั้นเป็ นคดีที่มีผู้เสียหาย) 4. ระยะเวลาในการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบ าบัดฟื้ นฟูต้องไม่เกินหนึ่งปี 5. ในระหว่างการจัดท าและปฏิบัติตามแผน พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องงดการสอบปากค า หรือด าเนินการใดๆเฉพาะกับเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระท าความผิดไว้ก่อน และมิให้นับระยะเวลาในการจัดท า และการปฏิบัติตามแผนเข้ากับระยะเวลาตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนฯ เพื่อให้การสั่งคดีของพนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงขอรวบรวมสรุปแนวทางในการมีความเห็นและค าสั่งของพนักงานอัยการในส านวนมาตรการพิเศษแทนการ ด าเนินคดีอาญาและส านวนการสอบสวนคดีที่มีการใช้มาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญา ดังนี้ กำรสั ่งส ำนวนมำตรกำรพิเศษแทนกำรด ำเนินคดีอำญำ (ระเบียบฯข้อ 194) เมื่อได้รับแผนแก้ไขบ าบัดฟื้ นฟูและความเห็นจากผู้อ านวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแล้วให้ พนักงานอัยการรับไว้เป็ นส านวนมาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญา และให้พิจารณาสั่งโดยเร็ว ดังนี้ 1. เห็นชอบ 2. ไม่เห็นชอบ ซึ่งรวมถึงกรณีได้ความว่าเด็กหรือเยาวชนไม่ได้กระท าความผิด หรือการกระท าของเด็กหรือ เยาวชนไม่เป็ นความผิด หรือมีเหตุอื่นที่ควรสั่งไม่ฟ้ องตามกฎหมาย ให้มีค าสั่งไม่เห็นชอบด้วยกับแผน 3. สั่งให้แก้ไขแผนแก้ไขบ าบัดฟื้ นฟู 4. สั่งด าเนินคดีต่อไป KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 5 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 การออกค าสั่งดังกล่าวให้พนักงานอัยการพิจารณาท าความเห็นเสนอหัวหน้าพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป เมื่อได้รับรายงานจากผู้อ านวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแล้ว 1. กรณีเด็กหรือเยาวชนนั้นฝ่ าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแผน ให้หัวหน้าพนักงานอัยการสั่งให้เก็บส านวน มาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญารอไว้รวมสั่งในส านวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน 2. กรณีเด็กหรือเยาวชนได้ปฏิบัติตามแผนครบถ้วนแล้ว หากพนักงานอัยการเห็นชอบ ให้พนักงานอัยการ มีค าสั่งไม่ฟ้ องโดยไม่ต้องรอส านวนการสอบสวน กรณีสั่งไม่ฟ้ องให้เสนอส านวนมาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญาพร้อมความเห็นตามล าดับชั้น ถึงหัวหน้าพนักงานอัยการเป็ นผู้พิจารณาสั่ง และให้เสนอรองอธิบดีอัยการหรือรองอธิบดีอัยการภาคเพื่อทราบ ค าสั่งไม่ฟ้ องของพนักงานอัยการเป็ นที่สุด โดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 145 และมาตรา 145/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือกฎหมายเกี่ยวกับวิธีพิจารณาความอื่น การสั่งส านวนการสอบสวนคดีที่มีการใช้มาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญา (ระเบียบฯข้อ 195) 1. กรณีพนักงานอัยการไม่เห็นชอบด้วยกับแผนและสั่งด าเนินคดีต่อไป หรือกรณีที่ผู้อ านวยการสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาชนแจ้งให้พนักงานสอบสวนด าเนินคดีต่อไป ให้พนักงานอัยการพิจารณาส านวน การสอบสวนนั้นตามรูปคดี 2. กรณีพนักงานอัยการมีค าสั่งไม่ฟ้ อง เพราะเห็นชอบว่ามีการปฏิบัติตามแผนครบถ้วนแล้ว ให้หัวหน้า พนักงานอัยการสั่งยุติการด าเนินคดี โดยไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคห้าของข้อ 48 ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 86, มาตรา 87 - ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดท าแผน แก้ไขและบ าบัดฟื้ นฟู พ.ศ. 2554 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 193, ข้อ 194, ข้อ 195, ข้อ 196 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางสุภาพร เขียวต่าย ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 7/2566 /2563 ---------------------------- กำรดำ เนินคดีกบัผูค้้ำ ประกนัตำมกฎหมำยว่ำดว้ยค้ำ ประกนัที่แกไ้ขใหม่ ในการด าเนินคดีแพ่ง กรณีหน่วยงานของรัฐแจ้งความประสงค์ขอให้ด าเนินการว่าต่างคดีโดยขอให้ ฟ้ องผู้ค ้าประกันกรณีผิดสัญญาค ้าประกัน ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า หน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงาน ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังผู้ค ้าประกันเพื่อให้ช าระหนี้ ก่อนที่ลูกหนี้ ชั้นต้นผิดนัด โดยการส่งหนังสือ บอกกล่าวไปยังลูกหนี้ ชั้นต้นไปพร้อมกันกับการส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค ้าประกันโดยไม่รอเวลา ให้พ้นก าหนดวันครบก าหนดช าระหนี้ ของลูกหนี้ ชั้นต้นตามหนังสือบอกกล่าวเสียก่อน (กรณีผิดนัดเมื่อทวงถาม) กรณีจึงมีปัญหาว่าการบอกกล่าวทวงถามดังกล่าวจะมีผลกระทบถึงอ านาจฟ้ องผู้ค ้าประกันตามสัญญาหรือไม่ เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 วรรคแรกบัญญัติว่า “เมื่อลูกหนี้ ผิดนัด ให้เจ้าหนี้ มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค ้าประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ ผิดนัดและไม่ว่ากรณี จะเป็ นประการใดเจ้าหนี้ จะเรียกให้ผู้ค ้าประกันช าระหนี้ ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค ้าประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค ้าประกันที่จะช าระหนี้ เมื่อหนี้ ถึงก าหนดช าระ” ซึ่งในประเด็นนี้ ศาลฎีกาได้มีค าวินิจฉัย ที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติตามมาตรา 686 ที่แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวไว้เป็ นบรรทัดฐานหลายคดีแล้วว่า เมื่อลูกหนี้ ผิดนัด เจ้าหนี้ จะต้องมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังผู้ค ้าประกันเสียก่อน มิฉะนั้นเจ้าหนี้ ไม่มี อ านาจฟ้ องผู้ค ้าประกัน ทั้งนี้ ตามนัยค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2562 และ 3784/2562 นอกจากนี้ ศาลฎีกายังเคยวินิจฉัยว่าการที่เจ้าหนี้ มีหนังสือบอกกล่าวผู้ค ้าประกันก่อนวันที่ลูกหนี้ ผิดนัดไม่ถือเป็ นหนังสือ บอกกล่าวตามมาตรา 686 วรรคแรก ซึ่งท าให้เจ้าหนี้ ไม่มีอ านาจฟ้ องผู้ค ้าประกันเช่นกัน ตามนัยค าพิพากษา ศาลฎีกาที่ 4603/2562 และ 5873/2562 และตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มาตรา 19 บัญญัติว่า “ในกรณีที่ลูกหนี้ ผิดนัดนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้ และผู้ค ้าประกัน ให้เป็ นไปตามมาตรา 686 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้” ซึ่งพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 (ตามมาตรา 2) ดังนั้น กรณีที่ลูกหนี้ ชั้นต้นผิดนัดตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 เป็ นต้นไป หน่วยงาน ตัวความจะมีอ านาจฟ้ องผู้ค ้าประกันได้จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงครบถ้วนว่า ลูกหนี้ ผิดนัดแล้วและหน่วยงาน ตัวความนั้น ๆ ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังผู้ค ้าประกันภายหลังลูกหนี้ ผิดนัดด้วยแล้ว KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 6 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 หากหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็ นตัวความได้ส่งเรื่องให้ว่าต่างด าเนินคดีกับผู้ค ้าประกันโดยมีการส่งหนังสือ การบอกกล่าวให้ผู้ค ้าประกันช าระหนี้ ก่อนที่ลูกหนี้ ชั้นต้นจะผิดนัด ซึ่งไม่ถือเป็ นหนังสือบอกกล่าว ตามมาตรา 686 วรรคแรกแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขใหม่ และท าให้ตัวความ ซึ่งเป็ นเจ้าหนี้ ไม่มีอ านาจฟ้ องผู้ค ้าประกันตามนัยค าพิพากษาศาลฎีกาที่กล่าวข้างต้น ดังนั้น เพื่อมิให้เป็ น ผลเสียหายแก่คดีในการฟ้ องผู้ค ้าประกัน จึงต้องแจ้งให้ตัวความมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค ้าประกันเสียใหม่ ซึ่งหากมีการด าเนินการดังกล่าวครบถ้วนแล้วและผู้ค ้าประกันไม่ช าระหนี้ ตามหนังสือบอกกล่าว ย่อมใช้การ บอกกล่าวนั้นเป็ นมูลฐานในการฟ้ องคดีผู้ค ้าประกันตามบทบัญญัติของมาตรา 686 ที่แก้ไขเพิ่มเติมและ ตามนัยค าพิพากษาศาลฎีกาที่กล่าวข้างต้นต่อไปได้ ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 แก้ไขเพิ่มเติม โดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 - พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มาตรา 2 มาตรา 6 และมาตรา 19 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางสาวรัชนีกร โชคสวสัด์ิ ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่ง 1 ส านักงานคดีแพ่ง นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 8/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- กำรแนะน ำให้ด ำเนินคดีกรณีพนักงำนอัยกำรคดีเยำวชนและครอบครัวฯ มีควำมเห็นควรแนะน ำให้ด ำเนินคดีกับบุคลภำยนอกซึ่งอยู่ในอ ำนำจส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดฯ การแนะน าให้ด าเนินคดีกรณีพนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวฯ มีความเห็นควรแนะน าให้ ด าเนินคดีกับกับบุคลภายนอกซึ่งอยู่ในอ านาจส านักงานอัยการจังหวัดถือเป็ นคดีเอกภาพ อัยการจังหวัด คดีเยาวชนและครอบครัว ฯ ต้องเสนอส านวนให้อัยการจังหวัดพิจารณาสั่งต่อไป ตามระเบียบส านักงาน อัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 45 ประกอบ ข้อ46 (3) ข้อกฎหมาย - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 45 ประกอบ ข้อ 46 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายช านาญ ตัณฑวชิระพันธ์อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 6 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 9/2566 /2563 ---------------------------- กำรด ำเนินคดีแพ่งในศำลยุติธรรมกรณีติดตำมเอำเงินค่ำเช่ำที่รับไปโดยไม่มีสิทธิคืน ซึ่งได้รับโอนคดีมำจำกศำลปกครอง ในการด าเนินคดีปกครองเนื่องจากเป็ นระบบไต่สวนหน่วยงานของรัฐจึงสามารถเป็ นผู้ฟ้ องคดียื่นฟ้ องคดีต่อ ศาลปกครองได้เอง โดยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงและสิทธิเรียกร้องรวมทั้งค าขอบังคับผู้ถูกฟ้ องคดี ซึ่งในคดีที่หน่วยงานของรัฐ มีข้อโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับการอนุมัติเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านไม่ถูกต้องตามระเบียบหรือกฎหมายได้ใช้สิทธิเรียกร้องโดยยื่นฟ้ องคดีเอง ต่อมาศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดเห็นว่ากรณีที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือเรียกให้ผู้ถูกฟ้ องคดีคืนเงินค่าเช่าบ้าน ที่อนุมัติเบิกจ่ายไม่ชอบดังกล่าวเป็ นการใช้สิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้ ตามปกติทั่วไปเงินที่ผู้ถูกฟ้ องคดีได้รับไปมีลักษณะ เป็ นเพียงลาภมิควรได้ จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระท าละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจาก การใช้อ านาจตามกฎหมาย หรือค าสั่งทางปกครอง และศาลปกครองกลางมีค าสั่งไม่รับฟ้ องเฉพาะส่วนที่ฟ้ องผู้ถูกฟ้ องคดี เพื่อเรียกคืนเงินค่าเช่าบ้านที่ผู้ฟ้ องคดีจ่ายให้ผู้ถูกฟ้องคดีเมื่อพ้นสิบปี นับแต่มีเหตุแห่งการฟ้ องคดี ศาลปกครองกลางและ ศาลแพ่งเห็นพ้องกันว่าคดีนี้ อยู่ในอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงโอนคดีมายังศาลแพ่งเพื่อพิจารณาพิพากษา ต่อไป ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ ขาดอ านาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (2) และ วรรคสาม พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบส านวนคดีที่ได้รับโอนคดีมาจากศาลปกครองต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า หน่วยงานของรัฐมีวัตถุประสงค์จะใช้สิทธิเรียกร้องฐานใดในการเรียกร้องเงินค่าเช่าบ้านคืน ซึ่งคดีนี้ หน่วยงานของรัฐประสงค์ จะเรียกร้องเงินค่าเช่าบ้านคืนกรณีติดตามเอาทรัพย์คืน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ซึ่งไม่มี อายุความ แต่ศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดกลับมีความเห็นในชั้นพิจารณาวินิจฉัยชี้ ขาดอ านาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าการเรียกเงินค่าเช่าบ้านคืนคดีนี้ เป็ นเรื่องลาภมิควรได้ ซึ่งมีประเด็นเรื่องอายุความ โดยห้ามมิให้ฟ้ องคดีเมื่อพ้นก าหนดปี หนึ่งนับแต่เวลาที่ฝ่ายผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน หรือเมื่อพ้นสิบปี นับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้ น ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 จึงเป็ นกรณีที่ศาลปกครองมีความเห็นขัดแย้งกับความประสงค์ของหน่วยงานของรัฐตัวความ ที่พนักงานอัยการรับว่าต่างคดีให้ จึงมีปัญหาว่าพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบส านวนคดีนี้ ควรพิจารณาและด าเนินการอย่างไร เมื่อคดีนี้ ได้โอนคดีมายังศาลแพ่งซึ่งเป็ นศาลยุติธรรม พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีจ าต้องพิจารณาความครบถ้วน สมบูรณ์ของค าฟ้ องว่า เป็ นค าฟ้ องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และค าขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็ นหลัก แห่งข้อหาเช่นว่านั้นหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง หากไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ พนักงานอัยการต้องยื่นค าร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมค าฟ้ อง โดยค าร้องที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมค าฟ้ องต้องไม่เป็ นการขัดแย้งกับค าฟ้ อง เดิม ซึ่งในคดีนี้ มีปัญหาว่าการเรียกเงินค่าเช่าบ้านคืนเป็ นเรื่องติดตามเอาทรัพย์คืนจากผู้ไม่มีสิทธิหรือเป็ นเรื่องลาภมิควรได้ เมื่อหน่วยงานตัวความมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิเรียกร้องในฐานติดตามเอาทรัพย์คืน แต่ปรากฏว่าในค าฟ้ องเป็ นเพียง การกล่าวอ้างข้อเท็จจริงในการเรียกเงินค่าเช่าบ้านคืนเท่านั้น โดยไม่ได้กล่าวอ้างให้แจ้งชัดถึงสภาพแห่งข้อหาเรื่องติดตาม KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 9 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เอาทรัพย์คืนแต่อย่างใด พนักงานอัยการจึงต้องยื่นค าร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมค าฟ้ องโดยบรรยายค าฟ้ องให้เห็นสภาพแห่งข้อหา ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อท้ายจากข้อเท็จจริงเดิมที่หน่วยงานตัวความได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุแห่งการเรียกเงินค่าเช่าบ้าน ที่รับไปโดยไม่มีสิทธิว่า “ด้วยเหตุนี้ เงินค่าเช่าบ้านซึ่งเป็ นเงินงบประมาณแผ่นดินที่จ าเลยเบิกจากทางราชการและ ได้รับไปโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย โจทก์ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายในการติดตามเอาเงินค่าเช่าบ้านคืนจากจ าเลยต่อไป ตามมาตรา 1336 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์” นอกจากนี้ ต้องพิจารณาค าขอท้ายค าฟ้ องด้วยว่าหน่วยงาน ตัวความได้มีค าขอบังคับโดยแจ้งชัดหรือไม่ และถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้ พบว่าหน่วยงานตัวความได้มีค าขอบังคับ ให้จ าเลยคืนเงินค่าเช่าบ้านและให้ศาลคืนเงินค่าธรรมเนียมศาลให้แก่ผู้ฟ้ องคดีเท่านั้น ซึ่งการด าเนินคดีในศาลยุติธรรม โจทก์ต้องมีค าขอบังคับให้จ าเลยเป็ นฝ่ ายชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ มิใช่ขอให้ศาลคืนเงิน ค่าธรรมเนียมศาลให้แก่โจทก์ พนักงานอัยการจึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนค าขอท้ายฟ้ องในกรณีนี้ ด้วย เมื่อศาลแพ่งอนุญาต ให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมค าฟ้ องตามค าร้องแล้วถือได้ว่าศาลแพ่งมีค าสั่งเป็ นอย่างอื่นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเกี่ยวกับ ประเด็นเรื่องสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในการติดตามเอาเงินค่าเช่าบ้านคืนจากจ าเลยเต็มจ านวนตามค าฟ้ อง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ ขาดอ านาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 13 ไม่ใช่เพียงบางส่วนตามที่ ศาลปกครองไม่รับฟ้ องในชั้นพิจารณารับฟ้ องของศาลปกครอง ทั้งนี้ คดีนี้ ศาลฎีกาได้มีค าพิพากษาโดยวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้ อง คดีนี้ เป็ นกรณีใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์ของตนคืนจากจ าเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ซึ่งไม่มี ก าหนดอายุความฟ้ องร้องคดี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ โดยพิจารณาจากสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็ นหลัก แห่งข้อหาตามค าฟ้ องและค าร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้ องของโจทก์ประกอบด้วย (ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1302/2563) เมื่อพนักงานอัยการได้รับส านวนคดีที่โอนมาจากศาลปกครองเพื่อมาด าเนินคดียังศาลยุติธรรมต่อไป จ าเป็ นต้อง พิจารณาสิทธิเรียกร้องที่ตัวความประสงค์จะเรียกร้องกับค าฟ้ องและค าขอท้ายค าฟ้ องที่ได้ยื่นไว้แล้วต่อศาลปกครองว่าแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และค าขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็ นหลักแห่งข้อหาเพียงใด หากไม่ชัดแจ้งต้องยื่นค าร้องขอ แก้ไขเพิ่มเติมค าฟ้ อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพแห่งข้อหาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิเรียกร้องระหว่างการติดตามเอาคืนทรัพย์ จากผู้ไม่สิทธิ หรือสิทธิลาภมิควรได้ เพราะประเด็นที่พิพาทกันในคดีแตกต่างกัน หากสภาพแห่งข้อหาไม่ชัดเจนอาจส่งผล กระทบต่อการสืบพยานและการต่อสู้คดีต่อไปได้ ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 และมาตรา 419 - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง - พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ ขาดอ านาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และ มาตรา 13 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายวันชนะ ปฐมศิริต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานคดีแพ่ง นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 10/2566 /2563 ---------------------------- กำรเพิ่มโทษตำม มำตรำ 160 ทวิ/1 แห่งพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ. 2522 กรณีขับรถโดยประมำทเป็ นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรำยสำหัส ตำม มำตรำ 300 แห่งประมวลกฎหมำยอำญำ อยู่ในอ ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลแขวง หรือไม่ สืบเนื่องจากได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยได้บัญญัติเพิ่มความ มาตรา 160 ทวิ/1 โดยได้บัญญัติไว้มีสาระส าคัญว่า “มาตรา 160 ทวิ/1 ในกรณีที่ศาลจะมีค าพิพากษาลงโทษผู้ขับขี่ในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็ นเหตุให้ บุคคลอื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส ตามมาตรา 291 หรือมาตรา 300 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และผู้ขับ ขี่ได้ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับขี่ หรือขับรถในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ หรือถูกยึด ใบอนุญาตขับขี่ ให้ศาลพิพากษาเพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นอีกกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลก าหนดส าหรับความผิดนั้น” เมื่อบทบัญญัติมาตรา 160 ทวิ/1 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ดังกล่าวได้มีผลใช้บังคับแล้ว พนักงานสอบสวนได้ส่งส านวนพร้อมตัวผู้ต้องหามายังส านักงานอัยการคดีศาลแขวงสงขลา โดยกล่าวหาว่า ผู้ต้องหากระท า ความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็ นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส และขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับขี่ เพื่อให้พนักงาน อัยการ ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงสงขลาด าเนินคดีกับผู้ต้องหาในความผิดดังกล่าวต่อศาลแขวงสงขลา เมื่อพนักงานอัยการ พิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระท าของผู้ต้องหาดังกล่าว เข้าองค์ประกอบและเงื่อนไข ตามบทบัญญัติในมาตรา 160 ทวิ/1 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วย โดยตามบทบัญญัติ ดังกล่าวได้ก าหนดให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้ต้องหาอีกกึ่งหนึ่งของโทษตามมาตรา 300 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งจะมีผลท าให้โทษที่จะลงแก่ผู้ต้องหาดังกล่าวมีโทษจ าคุกเกินกว่า 3 ปี ซึ่งจะเกินอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงสงขลา จึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า การเพิ่มโทษตามมาตรา 160 ทวิ/1 ซึ่งเมื่อเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งแล้ว จะมีโทษจ าคุกเกินกว่า 3 ปี เป็ นความผิดที่อยู่ในอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงสงขลา หรือไม่ พนักงานอัยการ ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงสงขลา ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่า เมื่อพิจารณาบทบัญญัติใน มาตรา 160 ทวิ/1 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 เปรียบเทียบกับบทบัญญัติในมาตรา 92 และ มาตรา 336 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้ว ปรากฏว่า มาตรา 336 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ได้บัญญัติที่เกี่ยวกับ การก าหนดโทษไว้ว่า “...ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง” ซึ่งการบัญญัติในลักษณะดังกล่าว เป็ นการเพิ่มอัตราโทษ หรือเพิ่มระวางโทษขึ้ นใหม่ ซึ่งจะต้องน าอัตราโทษหรือระวางโทษที่เพิ่มขึ้ นนั้น ไปรวมกับอัตราโทษ ตามความผิดเดิม ว่าเกินอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงหรือไม่ เมื่อรวมอัตราโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ แล้ว หากอัตราโทษจ าคุกดังกล่าวมีอัตราโทษเกินกว่า 3 ปี แล้ว ก็จะถือว่าเกินอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง ส่วนบทบัญญัติในมาตรา 92 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ได้บัญญัติที่เกี่ยวกับการก าหนดโทษไว้ว่า “...หากศาลจะพิพากษา ลงโทษครั้งหลังถึงจ าคุกก็ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นหนึ่งในสามของโทษที่ศาลก าหนดส าหรับความผิดครั้งหลัง” ซึ่งการบัญญัติในลักษณะนี้ เป็ นบทเพิ่มโทษ มิใช่บทเพิ่มอัตราโทษ หรือระวางโทษขึ้นใหม่ บทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็ นเพียง KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 9 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เงื่อนไขในการเพิ่มโทษเท่านั้น มิใช่องค์ประกอบของความผิดดังเช่นบทบัญญัติในมาตรา 336 ทวิ ดังกล่าวข้างต้น ในการพิจารณาเขตอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาล จึงมิน าโทษที่เพิ่มขึ้นหนึ่งในสามของโทษที่ศาลก าหนดตามมาตรา 92 ไปรวมเข้ากับอัตราโทษตามความผิดเดิม ว่าเกินอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงหรือไม่ เมื่อพิจารณาบทบัญญัติมาตรา 160 ทวิ/1 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งได้บัญญัติที่เกี่ยวกับ การก าหนดโทษไว้ว่า “...ให้ศาลพิพากษาเพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นอีกกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลก าหนดส าหรับความผิดนั้น” แล้ว จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติไว้ในลักษณะเดียวกันกับบทบัญญัติในมาตรา 92 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าว เป็ นบทเพิ่มโทษ มิใช่บทเพิ่มอัตราโทษ หรือระวางโทษขึ้ นใหม่ บทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็ นเพียงเงื่อนไข ในการเพิ่มโทษเท่านั้น ดังนั้น บทบัญญัติมาตรา 160 ทวิ/1 จึงเป็ นเพียงเงื่อนไขในการเพิ่มโทษผู้กระท าความผิดเท่านั้น มิใช่การเพิ่มอัตราโทษ หรือเพิ่มระวางโทษมาตรา 300 แต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ต้องหาได้กระท าความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทเป็ นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามมาตรา 300 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และผู้ต้องหา ได้ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับขี่ จึงเข้าเงื่อนไขในการเพิ่มโทษตามมาตรา 160 ทวิ/1 เท่านั้น มิใช่เป็ นการเพิ่มอัตราโทษ ใหม่ตามมาตรา 300 เมื่ออัตราโทษ หรือระวางโทษ ตามมาตรา 300 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มีอัตราโทษจ าคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ คดีจึงยังอยู่ในอ านาจการพิจารณาพิพากษาของ ศาลแขวงสงขลา พนักงานอัยการ ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงสงขลา จึงได้พิจารณาด าเนินคดีกับผู้ต้องหาดังกล่าว ในความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทเป็ นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส และขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับขี่ และขอเพิ่มโทษผู้ต้องหา อีกกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 160 ทวิ/1 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยได้น าตัวผู้ต้องหายื่นฟ้ องในความผิด ดังกล่าวต่อศาลแขวงสงขลา และศาลแขวงสงขลาได้รับฟ้ องผู้ต้องหาในความผิดดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาตามอ านาจของ ศาลแขวงสงขลาตามกฎหมายไว้ด้วยแล้ว โดยมิได้มีการโต้แย้งเรื่องอ านาจการพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงแต่อย่างใด บทบัญญัติมาตรา 160 ทวิ/1 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เป็ นบทเพิ่มโทษหรือบทบัญญัติก าหนด เงื่อนไขในการเพิ่มโทษผู้กระท าความผิด มิใช่บทบัญญัติในการเพิ่มอัตราโทษ หรือเพิ่มระวางโทษ ดังนั้น คดีที่กล่าวหา ว่าผู้ต้องหากระท าความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็ นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามมาตรา 300 แห่งประมวล กฎหมายอาญา และผู้ต้องหาได้ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับขี่ จึงเป็ นคดีที่อยู่ในอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ทวิ/1 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 มาตรา 31 - ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92, มาตรา 300, มาตรา 336 ทวิ ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายรัตนชัย อนุตรพงษ์สกุล ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการศาลแขวงสงขลา นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 11/2566 /2563 ---------------------------- ควำมรับผิดอย่ำงอื่นของหน่วยงำนทำงปกครองอันเกิดจำกกำรใช้อ ำนำจตำมกฎหมำย ข้อเท็จจริงได้ความว่า นาง ส. เป็ นเกษตรกรมีอาชีพท านา ขณะเกิดเหตุ นาง ส. ท านาปรังอยู่ที่ ต าบลหนองแค อ าเภอราษีไสล จังหวัดศรีสะเกษ เนื้ อที่ 2 ไร่ อยู่ท้ายเขื่อนราษีไสล นาง ส. ได้ครอบครอง ที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่มีเอกสารสิทธิ และได้ครอบครองต่อเนื่องเรื่อยมา ต่อมาวันที่ 30 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานได้รับค าสั่งให้ท าการระบายน ้าออกจากเขื่อนราษีไสล โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ท าให้นาข้าวของ นาง ส. ที่ก าลังออกรวงข้าวพร้อมจะเก็บเกี่ยวผลผลิตรวมทั้ง เกษตรกรผู้ท านาปรังที่ท านาอยู่ท้ายเขื่อนราษีไสลรายอื่น ๆ ได้รับความเสียหายจากการกระท าของเจ้าหน้าที่ ของกรมชลประทาน จึงได้ร้องขอความเป็ นธรรม หลังจากนั้นส านักงานเกษตรอ าเภอราศีไสลได้ส ารวจ ความเสียหายและประเมินความเสียหายให้กับ นาง ส.และเกษตรกรรายอื่น ๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ของกรม ชลประทานได้รับเอกสารการประเมินดังกล่าวจึงได้ส ารวจความเสียหายในพื้ นที่นาท านาของ นาง ส. แล้ว เห็นว่านาข้าวของ นาง ส.เสียหายทั้งแปลงจริง แต่โครงการส่งน ้าและบ ารุงรักษามูลล่างไม่มีเงินจ่าย ค่าเสียหายให้แก่ราษฎรตามที่ร้องขอ นาง ส.เห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานระบายน ้าออกจาก เขื่อนราษีไสลโดยไม่มีการแจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้ท านาปรังทราบล่วงหน้า ท าให้ นาง ส.ได้รับความเสียหาย จึงน าคดีมาฟ้ องศาลปกครองชั้นต้น กรมชลประทานให้การปฏิเสธ ว่าการกระท าของเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานไม่เป็ นการละเมิดต่อ นาง ส. และพื้ นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิจึงไม่สามารถช่วยเหลือเบื้ องต้นได้เพราะขัดต่อระเบียบราชการ ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้กรมชลประทานชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ นาง ส. พร้อมดอกเบี้ ย กรมชลประทานอุทธรณ์ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าในกรณีหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระท าการ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้ น หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องรับผิดในความเสียหาย ที่เกิดขึ้ นสองประเภทได้แก่ ประเภทที่หนึ่ง ความรับผิดทางละเมิด ประเภทที่สอง ความรับผิดอย่างอื่น เหตุที่น ้าท่วมที่นาของ นาง ส. ในช่วงระหว่างวันที่ 30 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 เกิดจากการบริหาร จัดการน ้าของกรมชลประทาน อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานเป็ นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 7 KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 10 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 บัญญัติว่าในกรณีฉุกเฉินเพื่อป้ องกันอันตรายอันอาจ เกิดแก่การชลประทาน นายช่างชลประทานมีอ านาจที่จะใช้ที่ดินหรือสิ่งของของบุคคลใด ๆ ในที่ใกล้เคียงหรือ ในบริเวณที่อาจเกิดอันตรายได้เท่าที่จ าเป็ น แต่ถ้ามีการเสียหายเกิดขึ้ นต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ประกอบกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557 ข้อ 2 ก าหนดว่าให้กรมชลประทานมีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน ้าตามศักยภาพของลุ่มน ้าให้เพียงพอและ จัดสรรน ้าให้กับผู้ใช้น ้าทุกประเภท เพื่อให้ผู้ใช้น ้าอย่างทั่วถึงและเป็ นธรรม ตลอดจนป้ องกันความเสียหายอัน เกิดจากการใช้น ้า การที่เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานบริหารจัดการน ้าโดยปรับบานระบายน ้าของเขื่อน ราษีไสลในช่วงวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 เป็ นระยะ 0.10 เมตร และในวันที่ 31พฤษภาคม 2560 เป็ น ระยะ 0.20 เมตร เพื่อช่วยเหลืออุทกภัยด้านเหนือเขื่อนราศีไสลและจังหวัดใกล้เคียงที่ติดกับแม่น ้ามูลและ ล าน ้าสาขา โดยเฉพาะอุทกภัยที่เกิดจากพายุไซโคลนโมราในเขตจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็ นพื้ นที่แนวเขตติดกัน กับเขื่อนราษีไสล จึงเป็ นการกระท าตามอ านาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ การชลประทานหลวง พ.ศ. 2485ประกอบกับข้อ 2 (1) และ (2) ของกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรม ชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557 มิใช่เป็ นการกระท าโดยผิดกฎหมาย ดังนั้น การกระท า ของเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานจึงไม่เป็ นการกระท าละเมิดต่อ นาง ส. ตามมาตรา 420 แห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การกระท าของเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานเป็ นกรณีความรับผิดอย่างอื่นหรือไม่ เห็นว่า แม้การบริหารจัดการน ้าในเขื่อนราษีไสลของกรมชลประทาน จะเป็ นการกระท าเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยอันจะเกิดแก่ประชาชนจ านวนมากบริเวณเหนือเขื่อนราษีไสลและ จังหวัดใกล้เคียงที่ติดกับแม่น ้ามูลและล าน ้าสาขา มิใช่การกระท าโดยผิดกฎหมายและไม่เป็ นการกระท า ละเมิดต่อนาง ส. แต่ถ้าหากการกระท าดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ นาง ส.ย่อมถือว่า นาง ส. ต้องรับภาระต่อส่วนรวมมากกว่าคนอื่น จึงเป็ นการละเมิดหลักความเสมอภาคของบุคคลในภาระหน้าที่ ที่มีต่อส่วนรวม กรมชลประทานย่อมมีความรับผิดที่จะต้องเยียวยาความเสียหายให้แก่ นาง ส. อันเป็ นความ รับผิดอย่างอื่นของกรมชลประทานที่ศาลอาจก าหนดบังคับให้กรมชลประทานใช้เงินเพื่อเยียวยาความเสียหาย ให้แก่ นาง ส. ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบกับมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 การที่กรมชลประทานระบายน ้าจากเขื่อนราศีไสลท่วมที่นาของราษฎรจะเป็ นการกระท าตามอ านาจ หน้าที่ตามกฎหมาย ไม่เป็ นการกระท าละเมิดก็ตาม แต่การที่ราษฎรคนใดที่ต้องรับภาระต่อส่วนรวมมากกว่า คนอื่น จึงเป็ นการละเมิดหลักความเสมอภาคของบุคคลในภาระหน้าที่ที่มีต่อส่วนรวมกรมชลประทานย่อมมี ความรับผิดที่จะต้องเยียวยาความเสียหายให้แก่ราษฎรคนที่รับภาระมากกว่าคนอื่น อันเป็ นความรับผิด อย่างอื่น ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 73 วรรคหนึ่ง (3) - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 - พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 7 - กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557 ข้อ 2 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายอวยพร สุวรรณสุนทร ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายสารสนเทศ ส านักงานวิชาการ นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 12/2566 /2563 ---------------------------- กำรสั ่งของกลำงและกำรแจ้งให้พนักงำนสอบสวนด ำเนินคดี ข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนได้ความว่า ผู้ต้องหาถูกเจ้าพนักงานต ารวจจับกุมตัวได้ขณะขับขี่รถยนต์ ตู้อยู่บนถนนสายหนองจิก-ปัตตานี จากการตรวจค้นภายในรถยนต์ตู้พบสินค้าประเภทน ้ามันพืช แป้ งสาลี คอนแฟล็ก หลายรายการ ตรวจสอบไม่พบว่าเป็ นสินค้าที่ได้น าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเสียภาษีอากร โดยถูกต้อง ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างขนส่งสินค้าดังกล่าว โดยมีผู้น ารถยนต์ตู้ภายใน มีสินค้าประเภทดังกล่าวมาส่งให้บริเวณ ปั้ม ปตท. ในพื้ นที่อ าเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา แล้วให้ผู้ต้องขนย้าย ล าเลียงไปส่งให้กับลูกค้าในพื้ นที่อ าเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา โดยได้รับค่าตอบแทนต่อเที่ยวเป็ นเงิน 700 บาท ต่อมาได้มีบุคคลภายนอกเข้าแสดงตนต่อพนักงานสอบสวนขอคืนรถยนต์ตู้คันของกลาง พร้อมทั้งได้น า หลักฐานการจดทะเบียนรถยนต์ตู้คันดังกล่าวมอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็ นหลักฐานทางคดี พนักงานสอบสวน ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางทั้งหมดไปยัง ด่านศุลกากรปัตตานี เพื่อระงับคดี ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 256 โดยผู้ต้องหายินยอมให้เจ้าพนักงานท าการ เปรียบเทียบและให้ของกลางตกเป็ นของแผ่นดิน ด่านศุลกากรปั ตตานี มีหนังสือถึง ผู้ก ากับการสถานี ต ารวจภูธรเมืองปัตตานี แจ้งผลการระงับคดี โดยให้งดการฟ้ องร้อง และได้ความจากการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมว่า สินค้าประเภทน ้ามันพืช แป้ งสาลี คอนแฟล็ก ผู้ต้องหายอมยกให้ตกเป็ นของแผ่นดิน ส่วนรถยนต์ตู้ (ที่ผู้ต้องหาได้ใช้เป็ นยานพาหนะในการกระท าความผิด) ซึ่งตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 167 วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า “สิ่งที่ยึดไว้นั้น ถ้าเป็ นยานพาหนะที่ใช้ในการกระท าความผิดและ เจ้าของหรือผู้มีสิทธิไม่มายื่นค าร้องขอคืนภายในก าหนด 60 วัน นับแต่วันยึด ให้ถือว่าเป็ นสิ่งไม่มีเจ้าของและ ให้ตกเป็ นของแผ่นดิน” ดังนั้นจึงต้องสั่งยุติการด าเนินคดีกับผู้ต้องหาในฐานความผิด ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจ าหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้ อ รับจ าน า หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็ นของที่น าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยง อากร ข้อห้ามหรือข้อจ ากัดหรือน าเข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง เพราะมีเหตุ สิทธิในการด าเนินคดีอาญามาฟ้ องระงับตามกฎหมายอื่น ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย การด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 (12) KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 10 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 รถยนต์ตู้ของกลางให้พนักงานสอบสวนจัดการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 55 ข้อสังเกต ในส่วนของบุคคลภายนอกที่ได้แสดงตนเป็ นเจ้าของรถยนต์ตู้ ซึ่งน่าเชื่อว่ามีส่วนร่วมในการกระท า ความผิดกับผู้ต้องหา ไม่อาจมีค าสั่งให้พนักงานสอบสวนท าการสอบสวนเพิ่มเติม หรือ แจ้งให้พนักงาน สอบสวนด าเนินคดีตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 45 ได้เนื่องจากการสั่งยุติคดีมีผลท าให้คดีเสร็จไปทั้งคดี จึงไม่อาจแนะน าให้พนักงาน สอบสวนด าเนินคดีกับบุคคลภายนอกได้อีก แม้ทางคดีจะสามารถท าการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปถึง ตัวนายจ้างหรือเจ้าของที่แท้จริงได้ก็ตาม ส่วนรถยนต์ตู้แม้จะเป็ นทรัพย์ที่ผู้ต้องหาได้ใช้ในการกระท าความผิดโดยตรง โดยการใช้เป็ น ยาน พาหนะขับขี่ ขนย้ายสินค้าที่มิได้เสียภาษีโดยถูกต้อง และเจ้าของที่แท้จริงจะรู้เห็นเป็ นใจด้วยกับ การกระท าความผิดของผู้ต้องหาก็ตาม แต่ก็ไม่อาจขอริบได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ เนื่องจากได้บัญญัติไว้ เป็ นพิเศษแล้วตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 167 วรรคสาม จึงต้องมีค าสั่งให้ พนักงานสอบสวนจัดการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242, 246, 256 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 45, 48 (12), 58 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายสุรพงษ์ อินทสระ อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดปัตตานี นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 13/2566 /2563 ---------------------------- กำรคืนส ำนวนกำรสอบสวน กรณีพนักงำนสอบสวนปฏิบัติไม่ถูกต้องตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 140, 142 เดิมคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งส านวนมายังส านักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโดยมีความเห็นควรสั่งฟ้ องผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง น าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต่อมาได้มีค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องผู้ต้องหาใน ความผิดฐาน ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และอธิบดีอัยการภาค 1 ได้มีค าสั่งให้คืนส านวนให้ พนักงานสอบสวนน าส่งส านักงานอัยการศาลแขวงนนทบุรีเนื่องจากความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง น าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จ ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ผู้อื่นอยู่ในอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนนทบุรี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ส่งส านวนการสอบสวนดังกล่าวมายังพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีอีกครั้ง โดยพนักงานสอบสวนได้ท าการสอบสวนปากค าผู้เสียหายเพิ่มเติมเองว่ากระท าของผู้ต้องหาเป็ นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ประชาชนและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง น าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสรุปความเห็นควรสั่งฟ้ องผู้ต้องหาใหม่ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันฉ้อโกง ประชาชน และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง น าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็ นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้ท าการสอบสวนเสร็จสิ้ นแล้วและได้มี ความเห็นควรสั่งฟ้ องผู้ต้องหาพร้อมทั้งส่งส านวนมายังพนักงานอัยการแล้วในส านวนเดิมพนักงานสอบสวนจึงไม่มีอ านาจ สอบสวนเพิ่มเติมได้อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140, 142 เว้นแต่พนักงานอัยการจะมีค าสั่ง ให้สอบสวนเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 การที่พนักงานสอบสวนท าการสอบสวน เพิ่มเติมและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาเองโดยพนักงานอัยการมิได้มีค าสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมหรือแจ้งข้อหาเพิ่มเติม รวมทั้งสรุปส านวนความเห็นสั่งฟ้ องผู้ต้องหามาเป็ นคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีไม่มีอ านาจที่ จะรับส านวนการสอบสวนดังกล่าวไว้เพื่อพิจารณาได้ จึงให้คืนส านวนการสอบสวนแก่พนักงานสอบสวนเพื่อให้ด าเนินการให้ ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 29 KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 11 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ในการพิจารณาส านวนการสอบสวน พนักงานอัยการจะต้องพิจารณาว่าพนักงานสอบสวนได้ท าการสอบสวน โดยชอบด้วยกฎหมายและปฏิบัติให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 140, 142 แล้วหรือไม่ อย่างไร หากพนักงานสอบสวนมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายดังกล่าวพนักงานอัยการย่อมไม่มีอ านาจรับส านวน คดีดังกล่าวไว้พิจารณาได้ เช่นในกรณีนี้ เดิมพนักงานสอบสวนได้ท าการสอบสวนเสร็จสิ้ นแล้วโดยมีความเห็นควรสั่งฟ้ อง ผู้ต้องหาพร้อมส่งส านวนมายังพนักงานอัยการแล้ว พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอ านาจสอบสวนเพิ่มเติมได้อีก เว้นแต่ พนักงานอัยการจะมีค าสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเป็ นคนละกรณีกับกรณีสิทธิน าคดีอาญามาฟ้ องระงับตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา เช่น ผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย หรือผู้เสียหายถอนค าร้องทุกข์ ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถ ส่งเอกสารดังกล่าวมายังพนักงานอัยการได้ เมื่อคดีนี้ ได้มีค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องผู้ต้องหาแล้ว การที่พนักงานสอบสวนพิจารณา ท าการสอบสวนเพิ่มเติมและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาเอง รวมทั้งสรุปส านวนความเห็นสั่งฟ้ องผู้ต้องหามาใหม่อีกครั้ง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการจึงไม่มีอ านาจที่จะรับส านวนการสอบสวนดังกล่าวไว้เพื่อพิจารณาได้ ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140, 142 และ 143 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 29 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางสาวอรุณพัฒน์ ภักดีวงศ์ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 14/2566 /2563 ---------------------------- กำรขออนุญำตฟ้ องและกำรอนุญำตฟ้ องคดีอำญำที่อยู่ในอ ำนำจพิพำกษำของศำลแขวง ที่ใชว้ิธีพิจำรณำควำมอำญำตำมบทบญัญตัแิห่งกฎหมำยว่ำดว้ยกำรจดัต้งัศำลแขวง และวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวงบังคับ ให้เป็ นไปตำมข้อบังคับของอัยกำรสูงสุด ว่ำด้วยกำรขออนุญำตฟ้ องและกำรอนุญำตฟ้ อง กรณีส ำนวนที่พนักงำนสอบสวนได้ยื่นค ำร้องขอผัดฟ้ อง และมีกำรแจ้งข้อกล่ำวหำแก่ผู้ต้องหำแล้ว ในคดีอำญำที่ฐำนควำมผิดอยู่ในอ ำนำจพิพำกษำของศำลแขวงที่ใช้วิธีพิจำรณำควำมอำญำตำมบทบัญญัติแห่ง กฎหมำยว่ำด้วยกำรจัดตั้งศำลแขวงและวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวงบังคับ แต่เมื่อถึงก ำหนดนัด ผู้ต้องหำไม่ได้มำพบพนักงำนอัยกำรตำมก ำหนดและพ้นระยะเวลำผัดฟ้ อง หำกต่อมำพนักงำนสอบสวนได้ตัว ผู้ต้องหำนี้ มำส่งพนักงำนอัยกำรแล้ว พนักงำนอัยกำรยังไม่อำจยื่นฟ้ องผู้ต้องหำต่อศำลได้เว้นแต่จะได้รับ อนุญำตให้ฟ้ องผู้ต้องหำจำกอัยกำรสูงสุด หรือพนักงำนอัยกำรผู้มีต ำแหน่งไม่ต ่ำกว่ำอธิบดีอัยกำรหรืออธิบดี อัยกำรภำคซึ่งอัยกำรสูงสุดมอบหมำย ทั้งนี้ พนักงำนอัยกำรเจ้ำของส ำนวนจะต้องท ำควำมเห็นและค ำสั่ง (อก.4) เสนอควำมเห็น โดยเห็นควรสั่งฟ้ องและขออนุญำตฟ้ องผู้ต้องหำ ในฐำนควำมผิดคดีอำญำที่อยู่ใน อ ำนำจพิพำกษำของศำลแขวง ตำมล ำดับชั้น พร้อมร่ำงค ำฟ้ องต่ออัยกำรจังหวัด เพื่อเสนอต่ออธิบดีอัยกำร ภำคเพื่อพิจำรณำอนุญำตฟ้ องต่อไป ก่อนที่จะน ำตัวผู้ต้องหำไปฟ้ องต่อศำล ทั้งนี้ ตำมระเบียบส ำนักงำน อัยกำรสูงสุด ว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 92 และพระรำชบัญญัติจัดตั้ง ศำลแขวงและวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวง พ.ศ. 2499 มำตรำ 7 มำตรำ 9 พระรำชบัญญัติจัดตั้งศำล แขวงและวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2556 มำตรำ 3 พระรำชบัญญัติจัดตั้งศำล แขวงและวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวง (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2558 มำตรำ 3 ข้อกฎหมำย - พระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลแขวงและวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวงพ.ศ.2549มำตรำ7มำตรำ9 -พระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลแขวงและวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวง(ฉบับที่ 6)พ.ศ.2556มำตรำ3 -พระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลแขวงและวิธีพิจำรณำควำมอำญำในศำลแขวง(ฉบับที่ 7)พ.ศ.2558มำตรำ3 - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 92 KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 11 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th - ค ำสั่งส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดที่ 1758/2565 เรื่อง กำรมอบหมำยให้รองอัยกำรสูงสุดและอธิบดี อัยกำรภำค อนุญำตฟ้ อง ข้อ 2 (ก) ลงวันที่ 3 ตุลำคม 2565 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 - ผู้จัดท ำ KCJ พันต ำรวจตรีหญิงอรชุน กนกทิพย์พรชัย ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดฉะเชิงเทรำ นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 15/2566 /2563 ---------------------------- กำรฟ้ องผู้ต้องหำที่ตัวไม่ได้ถูกคุมขังอยู่ในอ ำนำจศำลที่พนักงำนอัยกำรผู้รับส ำนวนจะยื่นฟ้ อง (ตัวถูกคุมขังอยู่ในคดีอื่นที่เรือนจ ำซึ่งอยู่ในเขตอ ำนำจศำลอื่น) ด้วยส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ได้รับส ำนวนฟื้ นฟูสมรรถภำพผู้ติดยำเสพติดจำก พนักงำนสอบสวนสถำนีต ำรวจภูธรบ้ำนเหลื่อม โดยรับเป็ นส ำนวนฟื้ นฟูเลขรับที่ 369/2561 หลังจำกได้ ตรวจส ำนวนแล้ว พนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ได้มีค ำสั่งชะลอฟ้ องผู้ต้องหำไว้ก่อน ต่อมำเมื่อวันที่ 11 พฤษภำคม 2565 คณะอนุกรรมกำรฟื้ นฟูสมรรถภำพผู้ติดยำเสพติดจังหวัดนครรำชสีมำ สำขำบัวใหญ่ ได้มีค ำสั่งที่ 681/2565 ว่ำผู้ต้องหำซึ่งเป็ นผู้เข้ำรับกำรฟื้ นฟูสมรรถภำพผู้ติดยำเสพติด ระหว่ำงเข้ำรับ กำรฟื้ นฟูสมรรถภำพผู้ติดยำเสพติด ได้ถูกเจ้ำพนักงำนต ำรวจจับกุมคดีอีกในควำมผิดฐำนพระรำชบัญญัติ ยำเสพติดให้โทษ ศำลจังหวัดขอนแก่น พิพำกษำ จ ำคุก 3 ปี ปรับ 250,000 บำท ตำมคดีอำญำหมำยเลข แดงที่ ย 2065/2564 ลงวันที่ 15 ตุลำคม 2564 จึงเป็นผู้ไม่มีสิทธ์ิที่จะเขำ้รับกำรฟ้ืนฟูสมรรถภำพ ผู้ติดยำเสพติด เนื่องจำกได้กระท ำควำมผิดฐำนอื่นจนต้องค ำพิพำกษำให้จ ำคุก ตำมมำตรำ 24 แห่งพระรำชบัญญัติฟื้ นฟูสมรรถภำพผู้ติดยำเสพติด พ.ศ. 2545 ให้ส่งคืนพนักงำนสอบสวนและ พนักงำนอัยกำรเพื่อด ำเนินคดีต่อไป และได้แจ้งค ำสั่งดังกล่ำวมำยังพนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ โดยในขณะที่แจ้งค ำสั่งผู้ต้องหำถูก จ ำคุกในคดีอื่นอยู่ที่ทัณฑสถำนบ ำบัดพิเศษขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ตำมหมำยจ ำคุกและกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดของศำลจังหวัดขอนแก่น ในคดีอำญำหมำยเลขแดงที่ ย 2065/2564 ไม่ได้ถูกคุมขังอยู่ในอ ำนำจศำลจังหวัดบัวใหญ่ที่พนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ซึ่งเป็ นผู้รับ ส ำนวนจะยื่นฟ้ อง คดีจึงมีประเด็นให้วินิจฉัยว่ำพนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ซึ่งเป็ นผู้รับส ำนวนสำมำรถยื่นฟ้ อง ผู้ต้องหำที่ศำลจังหวัดบัวใหญ่ได้หรือไม่ พิจำรณำแล้วเห็นว่ำตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 22 วรรคหนึ่ง ก ำหนดให้ยื่นฟ้ องผู้ต้องหำต่อศำลที่มูลคดีเกิดขึ้ นเป็ นหลัก แต่ตำมมำตรำ 22 (1) สำมำรถยื่นฟ้ องผู้ต้องหำต่อศำลที่ผู้ต้องหำมีที่อยู่ หรือถูกจับในท้องที่หนึ่งหรือเมื่อเจ้ำพนักงำนท ำกำร สอบสวนในท้องที่หนึ่งนอกเขตของศำลที่มูลคดีเกิดขึ้ น ซึ่งกำรยื่นฟ้ องต่อศำลที่ผู้ต้องหำมีที่อยู่ หรือ ถูกจับในท้องที่หนึ่งหรือเมื่อเจ้ำพนักงำนท ำกำรสอบสวนในท้องที่หนึ่งนอกเขตของศำลที่มูลคดีเกิดขึ้ น ได้มีค ำพิพำกษำศำลฎีกำเป็ นบรรทัดฐำนว่ำเป็ นดุลพินิจของศำลไม่ใช่บทบังคับ ศำลจะรับฟ้ องหรือไม่รับฟ้ อง ก็ได้ โดยปัจจุบันส่วนใหญ่ที่พนักงำนอัยกำรยื่นฟ้ องไปศำลจะไม่รับฟ้ อง โดยให้พนักงำนอัยกำรไปฟ้ องที่ศำล ที่มูลคดีเกิดขึ้ น ซึ่งตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 12 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 พ.ศ. 2563 ข้อ 212 (1) ก ำหนดให้กำรด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำที่ถูกควบคุมหรือขังอยู่ในคดีอื่นที่เรือนจ ำ ซึ่งอยู่ในเขตอ ำนำจศำลอื่น หำกคดีอื่นศำลได้มีค ำพิพำกษำถึงที่สุดให้จ ำคุก ให้พนักงำนอัยกำรส ำนักงำน อัยกำรประจ ำศำลที่มีเขตอ ำนำจเหนือเรือนจ ำที่ผู้ต้องหำต้องโทษจ ำคุกอยู่นั้นเป็ นผู้รับส ำนวนกำรสอบสวน จำกพนักงำนสอบสวนเพื่อด ำเนินคดีต่อไป ซึ่งคดีนี้ พนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ก็ต้องส่งส ำนวนคืน พนักงำนสอบสวนเพื่อน ำไปส่งส ำนักงำนอัยกำรคดีศำลแขวงขอนแก่นหรือโอนส ำนวนคดีนี้ ไปยังส ำนักงำน อัยกำรคดีศำลแขวงขอนแก่นเอง แต่เนื่องจำกตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 22 วรรคหนึ่ง ก ำหนดให้ยื่นฟ้ องผู้ต้องหำต่อศำลที่มูลคดีเกิดขึ้ นเป็ นหลัก พนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ จึงต้องฟ้ องผู้ต้องหำต่อศำลจังหวัดบัวใหญ่ และเมื่อวันที่ 28 ตุลำคม 2565 พนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ ก็ได้ยื่นฟ้ องผู้ต้องหำต่อศำลจังหวัดบัวใหญ่และได้ขอให้ศำลมีหนังสือแจ้งขอให้ศำลจังหวัดขอนแก่น ส่งตัวจ ำเลยมำพิจำรณำพิพำกษำที่ศำลจังหวัดบัวใหญ่ ซึ่งศำลจังหวัดบัวใหญ่ได้ประทับรับฟ้ องและปัจจุบัน ได้มีค ำพิพำกษำลงโทษจ ำเลยแล้ว กำรยื่นฟ้ องผู้ต้องหำให้ยื่นฟ้ องต่อศำลที่มูลคดีเกิดขึ้ นเป็ นหลัก แม้ตัวผู้ต้องหำจะถูกคุมขังอยู่ในคดีอื่น ที่เรือนจ ำซึ่งอยู่ในเขตอ ำนำจศำลอื่นที่พนักงำนอัยกำรผู้รับส ำนวนจะยื่นฟ้ อง ก็สำมำรถยื่นฟ้ องผู้ต้องหำ ต่อศำลที่มูลคดีเกิดขึ้ นได้ แม้ขณะยื่นฟ้ องจะไม่มีตัวถูกคุมขังอยู่ในอ ำนำจศำล ศำลที่มูลคดีเกิดจะรับฟ้ องไว้ ก่อนและจะมีหนังสือเบิกตัวจ ำเลยมำพิจำรณำพิพำกษำต่อไป (แม้ผู้ต้องหำจะถูกคุมขังอยู่ในคดีอื่นที่เรือนจ ำ ซึ่งอยู่ในเขตอ ำนำจศำลอื่น พนักงำนอัยกำรส ำนักงำนที่มูลคดีเกิดขึ้ นสำมำรถรับส ำนวนจำกพนักงำน สอบสวนเพื่อด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำได้ แม้ไม่มีตัวผู้ต้องหำถูกคุมขังอยู่ในอ ำนำจศำลที่จะยื่นฟ้ อง) ข้อกฎหมำย - ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 22 - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 28 ข้อ 212 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยนิรุตต์ เจริญผล ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดบัวใหญ่ นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 16/2566 /2563 ---------------------------- กำรจัดเรียงล ำดับเอกสำร หมำยเลขเอกสำร และจัดท ำบัญชีเอกสำรในส ำนวนคดีอำญำ ในคดีที่มีเอกสารจ านวนมากควรจัดท าบัญชีเอกสาร (เอกสารหมาย จ.) ที่ได้อ้างส่งต่อศาลในวันตรวจ พยานหลักฐานแนบไว้ท้ายส านวน โดยในการจัดเรียงเอกสาร ได้จัดเรียงตามล าดับเหตุการณ์ของคดี เช่น ในคดีฆ่าผู้อื่น เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุว่ามีการฆ่ากันตาย พนักงานสอบสวนก็จะไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ จัดท าบันทึกการตรวจ สถานที่เกิดเหตุ ท าแผนที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ตรวจเก็บวัตถุพยานของกลางในที่เกิดเหตุ และร่วมกับแพทย์ท าการ ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย และก็จะมีการสอบปากค าผู้กล่าวหาและพยาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา เมื่อจับผู้ต้องหา ได้ก็จะมีการท าบันทึกการจับกุม สอบปากค าผู้ต้องหา และตรวจประวัติของผู้ต้องหา และสรุปส านวนส่งพนักงานอัยการ การจัดเรียงล าดับเอกสารในคดีนี้ ก็จะเป็ นไปตามตารางที่ปรากฏดังนี้ เอกสำรที่โจทก์อ้ำงส่งต่อศำล (เอกสำรหมำย จ.) ล าดับที่ ชื่อเอกสาร หมายเหตุ 1 บันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ 2 แผนที่เกิดเหตุ 3 ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ 4 บัญชีของกลาง 5 รายงานการตรวจพิสูจน์ของกลาง 6 รายงานการชันสูตรพลิกศพ 7 รายงานการตรวจศพ(ถ้าหากมี) 8 หมายจับ 9 บันทึกการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมหมายจับ 10 ประวัติผู้ต้องหา KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 12 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 การจัดเรียงล าดับเอกสารตามล าดับเหตุการณ์และการจัดท าบัญชีเอกสารหมาย จ. ดังกล่าวข้างต้น จะสะดวก ต่อการตรวจพยานหลักฐานและการสืบพยาน เพราะหากจ าเลยให้การรับสารภาพ พนักงานอัยการสามารถน าพยานบุคคล เข้าสืบประกอบและอ้างส่งพยานเอกสารตามเหตุการณ์จริงและตามล าดับเอกสารที่ได้จัดท าไว้ตามบัญชีเอกสารดังกล่าว ข้างต้น และหากพนักงานคนก่อนได้โยกย้ายไปรับราชราชการที่อื่น พนักงานอัยการคนหลังผู้รับผิดชอบส านวนต่อสามารถ พิจารณาด าเนินคดีต่อไปได้โดยง่ายและสะดวก ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173/2 มาตรา 174 และมาตรา 176 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 103 และ ข้อ 117 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายพรเทพ สมวงค์อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 17/2566 /2563 ---------------------------- บุคคลผู้ถูกกล่ำวหำคดีอำญำ กำรคืนส ำนวนกำรสอบสวน ส ำนวนกำรสอบสวน พนักงำนสอบสวนมีควำมเห็นควรสั่งไม่ฟ้ องคดีหนึ่ง ข้อเท็จจริงได้ควำมว่ำก่อน จับกุมคดีนี้ เจ้ำพนักงำนต ำรวจผู้กล่ำวหำได้รับค ำสั่งจำกผู้บังคับบัญชำสืบหำผู้กระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำร สั่งซื้ อสินค้ำที่ไม่ได้คุณภำพ หรือ ของที่มีกำรหลบเลี่ยงกำรเสียภำษีน ำเข้ำมำในรำชอำณำจักรไทย จนกระทั่ง ทรำบว่ำ จะมีกำรลักลอบน ำเข้ำสินค้ำเข้ำมำทำงจังหวัดนครพนม ท ำกำรขนส่งสินค้ำ โดยใช้รถยนต์บรรทุก ท ำกำรส่งสินค้ำเข้ำมำในเขตกรุงเทพมหำนคร ผู้กล่ำวหำกับพวกจึงเฝ้ ำติดตำม จนกระทั่งตำมวันเวลำเกิดเหตุ รถยนต์บรรทุกดังกล่ำววิ่งมำตำมถนนมิตรภำพขำเข้ำกรุงเทพ ถึงท้องที่ที่เกิดเหตุ ผู้กล่ำวหำกับพวกจึงแสดง ตัว และเรียกให้รถยนต์บรรทุกคันดังกล่ำวหยุด และขอท ำกำรตรวจค้น ผลกำรตรวจค้นพบสินค้ำจ ำนวน หลำยรำยกำร สงสัยว่ำเป็ นสินค้ำดังกล่ำวเลียนแบบเครื่องหมำยกำรค้ำ, เป็ นสินค้ำที่มีเครื่องหมำยปลอม, สินค้ำยังไม่ผ่ำนพิธีศุลกำกรและสินค้ำใดที่ส ำแดงเท็จ จึงยึดไว้ตรวจสอบและกล่ำวโทษให้ด ำเนินคดี กับกรรมกำรผู้จัดกำรบริษัท ก. ที่เป็ นผู้ว่ำจ้ำงให้ขนส่งสินค้ำดังกล่ำวเข้ำมำในรำชอำณำจักร ฐำนร่วมกันมีไว้ เพื่อขำยซึ่งสินค้ำที่เครื่องหมำยกำรค้ำปลอมของบุคคลอื่นซึ่งได้จดทะเบียนไว้ในรำชอำณำจักร, ร่วมกันน ำเข้ำ สินค้ำที่ยังไม่ได้ผ่ำนพิธีศุลกำกร และร่วมกันส ำแดงเท็จ พนักงำนสอบสวนท ำกำรสอบสวนรวบรวม พยำนหลักฐำน โดยมิได้สอบสวนให้ได้ควำมขณะเกิดเหตุกรรมกำรบริษัท ก. คือผู้ใด หำกแต่แนบเอกสำร หนังสือรับรองกำรจดทะเบียนบริษัทมำในส ำนวนกำรสอบสวน มิได้แจ้งข้อกล่ำวหำแก่ผู้หนึ่งผู้ใดและ มีควำมเห็นควรสั่งไม่ฟ้ องกรรมกำรผู้จัดกำรบริษัท ก. ในฐำนควำมผิดที่กล่ำวหำ ส่งส ำนวนให้พนักงำนอัยกำร คดีนี้ ผู้กล่ำวหำให้กำรว่ำประสงค์ให้ด ำเนินคดีกับกรรมกำรผู้จัดกำรบริษัท ก. แม้พนักงำนสอบสวน เห็นว่ำพยำนหลักฐำนไม่พอฟ้ อง ไม่เพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่ำวหำแก่ผู้หนึ่งผู้ใด แต่พนักงำนสอบสวนต้อง สอบสวนให้ได้ควำมว่ำกรรมกำรผู้จัดกำรบริษัท ก. ตำมที่ผู้กล่ำวหำประสงค์ด ำเนินคดี ผู้ถูกกล่ำวหำคือ ผู้ใด และมีควำมเห็นในทำงคดีควรสั่งไม่ฟ้ อง หรือควรสั่งฟ้ อง กับผู้หนึ่งผู้ใดหรือ นำย ก ในฐำนะส่วนตัวหรือ ในฐำนะผู้แทนนิติบุคคล (ซึ่งเป็ นกรรมกำรผู้ถูกกล่ำวหำ) เป็ นผู้ต้องหำโดยมิจ ำต้องแจ้งข้อกล่ำวหำ แก่ผู้ต้องหำก็ได้กำรที่พนักงำนสอบสวนมีควำมเห็นควรสั่งไม่ฟ้ องกรรมกำรผู้จัดกำรบริษัท ก. นั้น KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 13 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 กรรมกำรผู้จัดกำรบริษัทเป็ นเพียงต ำแหน่ง ไม่มีสภำพบุคคล บุคคลธรรมดำ หรือนิติบุคคลที่จะถูกด ำเนินคดี ได้ถือว่ำกำรสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้ นในประเด็นเกี่ยวกับตัวบุคคลผู้ถูกด ำเนินคดีอันถือว่ำเป็ นสำระส ำคัญของ กำรสอบสวน พนักงำนอัยกำรจึงไม่อำจรับส ำนวนกำรสอบสวนไว้พิจำรณำมีควำมเห็นสั่งฟ้ องหรือสั่งไม่ฟ้ อง คดีดังกล่ำวนี้ ได้จึงคืนส ำนวนกำรสอบสวนให้พนักงำนสอบสวน ท ำกำรสอบสวนเกี่ยวกับตัวบุคคล ผู้ถูกกล่ำวหำด ำเนินคดีหรือผู้ต้องหำให้ได้ควำมชัดว่ำคือผู้ใดและมีควำมเห็นในทำงคดีควรสั่งฟ้ องหรือ สั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหำ ส่งให้พนักงำนอัยกำรพิจำณำต่อไป ข้อกฎหมำย - ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 140 - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 29 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยวรวุฒิ วุฒิภิรมย์ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดสีคิ้ ว นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 18/2566 /2563 ---------------------------- ข้อพึงระมัดระวังในกำรรับส ำนวนและด ำเนินคดีในควำมผิดร้ำยแรง เกี่ยวกับยำเสพติดตำมประมวลกฎหมำยยำเสพติด คดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดนับว่าได้เป็ นคดีที่เกิดขึ้ นบ่อยและมีจ านวนมาก ทุกส านักงานคดี ต้องรับส านวนคดีประเภทนี้ จากพนักงานสอบสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ในประเภท 1 ซึ่งบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายยาเสพติดว่า มาตรา 90 ห้ามผู้ใด ผลิต น าเข้า ส่งออก จ าหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 1 มาตรา 145 ผู้ใดผลิต น าเข้า ส่งออก จ าหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษอันเป็ น การฝ่ าฝื นมาตรา 90 ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินสิบห้าปี และ ปรับไม่เกินหนึ่งล้านห้าแสนบาท ถ้าการกระท าความผิดตามวรรคหนึ่งเป็ นการกระท าดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่สองปี ถึงยี่สิบปี และ ปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสองล้านบาท (1) การกระท าเพื่อการค้า (2) การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน (3) การจ าหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี (4) การจ าหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็ นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใดหรือ สถานที่ราชการ (5) การกระท าโดยใช้ก าลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้ก าลังประทุษร้าย (6) การกระท าโดยมีอาวุธหรือการใช้อาวุธ ถ้าการกระท าความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเป็ นการกระท าดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจ าคุก ตั้งแต่ห้าปี ถึงจ าคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต จากการปฏิบัติงานในส านักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดินปัญหาที่พบบ่อยในการตรวจรับส านวน คดียาเสพติด โดยเฉพาะคดีร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ที่แพร่ระบาดทั่วประเทศและ เป็ นคดีส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้ นและมีอยู่ทั้งในส านักงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ ยาบ้าหรือยาไอซ์ ซึ่งปรากฏตามรายงานการตรวจพิสูจน์เป็ นเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็ นเกลือของเมทแอมเฟตามีน และอนุพันธ์แอมเฟตามีน กล่าวคือ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 13 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 กรณีที่ข้อหาที่แจ้งแก่ผู้ต้องหาที่ปรากฏในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาไม่ตรงกับข้อหา ที่ปรากฏในบันทึกการจับกุมและค าร้องฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 เนื่องจากมีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อหาที่มี เหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ นในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาในภายหลัง โดยพนักงาน สอบสวนได้ใช้ปากกาเขียนตกเติมข้อหาเดิมที่เคยแจ้งไว้ในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาและ เอกสารอื่นๆในส านวนการสอบสวนและลงลายชื่อก ากับเพียงฝ่ ายเดียว โดยผู้ต้องหาไม่ทราบหรือไม่รับรู้ หรือไม่ได้ยินยอมด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อหาที่มีเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ น ตัวอย่างเช่น (ก) เจ้าพนักงานฝ่ ายปกครองหรือต ารวจจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมยาบ้าจ านวน 200 เม็ด เป็ นของกลาง ชั้นจับกุม ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” น าส่งพนักงานสอบสวนชั้นสอบสวน ส่วนใหญ่ พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาเช่นเดียวกันกับในชั้นจับกุมและรีบน าตัวผู้ต้องหาไปยื่นค าร้องฝากขังครั้งที่ 1 ต่อศาลในทันทีที่รับมอบตัวผู้ต้องหาไว้ในความควบคุมพร้อมแนบส าเนาบันทึกการจับกุมและบันทึกค าให้การ ชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาท้ายค าร้องฝากขังครั้งที่ 1 ด้วย ต่อมาระหว่างท าการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหา มีพฤติการณ์ลักลอบจ าหน่ายยาเสพติดในพื้ นที่อย่างต่อเนื่อง และ/หรือ เคยถูกขึ้ นบัญชีเป็ นผู้ค้ายาเสพติด ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และ/หรือ มีประวัติกระท าความผิดฐานเกี่ยวยาเสพติดมาก่อนและ ต้องค าพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจ าคุกในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์) ไว้ในครอบครองเพื่อจ าหน่ายโดยผิดกฎหมาย และ/หรือ จ าหน่ายยาเสพติดให้โทษใน ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งพ้นโทษมาแล้ว แต่ได้กลับมากระท าผิดซ ้า ภายในเวลาห้าปี นับแต่วันพ้นโทษอยู่ในเกณฑ์เพิ่มโทษตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนท าการสอบสวนและ รวบรวมพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าผู้ต้องหามียาเสพติดของกลางไว้ในครอบครองอันเป็ นการกระท า เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็ นเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ น ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (1),(2) พนักงานสอบสวนจึงได้แก้ไขเพิ่มเติมข้อหา ในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องหลายแห่งในส านวนการสอบสวน โดยใช้ปากกาเขียนตกเติมข้อความว่า“อันเป็ นการกระท าเพื่อการค้าและการก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน”ในส่วนข้อหาเดิมที่เคยแจ้งไว้ครั้งแรกและลงลายมือชื่อก ากับเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่แจ้ง ข้อเท็จจริงและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ในส านวนพร้อมสอบค าให้การของผู้ต้องหาว่าจะให้การอย่างไร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134,134/1,134/3,134/4,135 ขณะถูกคุมขังตามหมายขังของศาลอยู่ในเรือนจ าอ าเภอสว่าง แดนดินเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง จึงเป็ นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 (ข) เจ้าพนักงานฝ่ ายปกครองหรือต ารวจจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมยาบ้าจ านวน 1,200 เม็ด เป็ นของกลาง ชั้นจับกุม ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาว่า“มียาเสพติดให้โทษในประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์)ไว้ในครอบครองอันเป็ นการกระท าเพื่อการค้าและการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต” หรือ “ จ าหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจ าหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์)อันเป็ นการกระท าเพื่อการค้าและการก่อให้ เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต” น าส่งพนักงานสอบสวน ชั้นสอบสวน ส่วนใหญ่พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหา เช่นเดียวกันกับในชั้นจับกุมและรีบน าตัวผู้ต้องหาไปยื่นค าร้องฝากขังครั้งที่ 1 ต่อศาลในทันทีที่รับมอบตัว ผู้ต้องหาไว้ในความควบคุมพร้อมแนบส าเนาบันทึกการจับกุมและบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหา ท้ายค าร้องฝากขังครั้งที่ 1 ด้วย ต่อมาผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของกลางพบว่ามีปริมาณค านวณเป็ น น้ าหนักสารบริสุทธ์ิไดเ้กิน 20 กรัมขึ้ นไปซึ่งถือว่าปริมาณยาเสพติดจ านวนมาก รัฐมีนโยบายและมาตรการ ในการป้ องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียน สถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน หากยาเสพติดดังกล่าวมีการจ าหน่ายหรือแพร่กระจายออกไปสู่ประชาชนย่อมท าให้เกิดผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป เป็ นเหตุฉกรรจ์พิเศษให้ต้องรับโทษหนักขึ้ นตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) คือ ต้องระวางโทษอย่างสูงถึงประหารชีวิต พนักงาน สอบสวนจึงได้แก้ไขเพิ่มเติมข้อหาในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หลายแห่งในส านวนการสอบสวน โดยใช้ปากกาเขียนตกเติมข้อความว่า“เป็ นการท าให้เกิดผลกระทบต่อ ความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ในส่วนข้อหาเดิมที่เคยแจ้งไว้ครั้งแรกและลง ลายมือชื่อก ากับเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่แจ้งข้อเท็จจริงและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในส านวนพร้อมสอบค าให้การของผู้ต้องหาว่าจะให้การอย่างไร และ ไม่ได้จัดให้มีทนายความเข้าร่วมฟั งการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134,134/1,134/3,134/4,135 ขณะถูกคุมขังตามหมายขังของศาลอยู่ในเรือนจ าอ าเภอสว่าง แดนดินเนื่องจากคดีมียาเสพติดจ านวนมากและอัตราโทษสูง จึงเป็ นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีปั ญหาดังกล่าวได้มีการปรึกษาหารือกับอัยการจังหวัดเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการ ตรวจรับส านวนในลักษณะนี้ หากตรวจพบก็จะไม่รับส านวนไว้พิจารณาจนกว่าพนักงานสอบสวน จะด าเนินการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายเพราะการที่พนักงานสอบสวนด าเนินการเพียงฝ่ ายเดียว โดยท าการแก้ไขเพิ่มเติมข้อหาที่เหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับมีโทษหนักขึ้ นด้วยการใช้ปากกาเขียนตกเติมในส่วน ข้อหาเดิมที่เคยแจ้งไว้ในครั้งแรกในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาในภายหลัง โดยผู้ต้องหาไม่ทราบ หรือไม่รับรู้หรือไม่ได้ยินยอมด้วย ถือเป็ นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็ นสาระส าคัญที่ต้อง ด าเนินการให้ถูกต้องก่อนพิจารณาท าความเห็นและค าสั่งฟ้ องผู้ต้องหาและยื่นฟ้ องคดีต่อศาลอันเป็ น การอ านวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิแก่ผู้ต้องหาตามกฎหมาย KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ในการด าเนินคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามประมวลกฎหมายาเสพติดนั้น ให้พนักงานอัยการ พึงตระหนักอยู่เสมอว่ายาเสพติดให้โทษเป็ นภัยร้ายแรงต่อประเทศชาติและรัฐบาลมีนโยบายที่จะป้ องกันและ ปราบปรามให้ได้ผลโดยเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ กรณีที่พบเห็นปัญหาในลักษณะดังกล่าว พนักงานอัยการ ควรปฏิบัติดังนี้ (1) ก่อนที่จะรับส านวนไว้พิจารณา หากตรวจพบปัญหาดังกล่าว พนักงานอัยการต้องแนะน าให้ พนักงานสอบสวนไปด าเนินการสอบสวนเพิ่มเติม โดยให้แจ้งสิทธิตามกฎหมาย, แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การกระท าทั้งหลายที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระท าผิด และแจ้งข้อหาที่มีเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ น แก่ผู้ต้องหาใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในส านวน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เสียก่อนพร้อมสรุปความเห็นทางคดีแล้วจึงส่งส านวนการสอบสวนมายังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณา เพื่อจะไม่ต้องเสียเวลาในการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม (2) หลังจากที่รับส านวนไว้พิจารณา หากตรวจพบปั ญหาดังกล่าว พนักงานอัยการต้องสั่งให้ พนักงานสอบสวนท าการสอบสวนเพิ่มเติม โดยให้แจ้งสิทธิตามกฎหมาย,แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระท า ทั้งหลายที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระท าผิด แล้วจึงแจ้งข้อหาที่มีเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ นแก่ผู้ต้องหา ใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในส านวน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพราะหากไม่ด าเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและยื่นฟ้ องผู้ต้องหาต่อศาล ในชั้นพิจารณา ผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธและมีการน าสืบต่อสู้คดี และ/หรือ ถามค้านพนักงานสอบสวนในประเด็นเกี่ยวกับข้อหาที่มีเหตุฉกรรจ์ ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ นที่มีการแก้ไขตกเติมเพิ่มจากข้อหาเดิมที่เคยแจ้งไว้ในครั้งแรก ในบันทึกค าให้การ ชั้นสอบสวนของผู้ต้องหา ซึ่งแตกต่างจากส าเนาบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาที่เคยยื่นประกอบ ค าร้องฝากขังครั้งที่ 1 ที่ปรากฏในส านวนคดีของศาล โดยผู้ต้องหาไม่ทราบหรือไม่รับรู้หรือไม่ได้ยินยอมด้วย อีกทั้งไม่ได้ลงชื่อก ากับทุกต าแหน่งที่มีการแก้ไขตกเติมข้อหาที่มีเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ นดังกล่าว ในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหา จึงเป็ นข้อพิรุธ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าพนักงานสอบสวนได้มี ด าเนินการสอบสวนเพิ่มเติมผู้ต้องหาเกี่ยวกับการแจ้งข้อหาที่มีเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ นโดยชอบด้วย กฎหมายหรือไม่ และหากศาลพิเคราะห์ทางน าสืบแล้วเห็นว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ด าเนินการให้ถูกต้อง ตามกฎหมายก่อน และพยานหลักฐานมีน ้าหนักให้รับฟังได้เพียงว่าพนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อหาเดิม ก่อนที่มีการแก้ไขตกเติมข้อหาหรือฐานความผิดที่มีเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ น และลงโทษผู้ต้องหา ตามข้อหาเดิมที่เคยแจ้งไว้ในครั้งแรกในบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหา ส่วนข้อหาอื่นให้ยกคือ ข้อหา ซึ่งมีเหตุฉกรรจ์ให้ต้องรับโทษหนักขึ้ นที่มีการเขียนแก้ไขตกเติมในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็ นการพิจารณา ของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา ก็จะท าให้เกิดความเสียหายแก่คดี และอาจถือเป็ นข้อบกพร่อง ในปฏิบัติงานของพนักงานอัยการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับส านวนคดีดังกล่าว KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134, มาตรา 134/1, มาตรา134/3, มาตรา 134/4, มาตรา 135, มาตรา 140 และมาตรา 141 - พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 7 และมาตรา 8 - ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1, มาตรา 29, มาตรา 90, มาตรา 145 และมาตรา 152 - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 พ.ศ.2561 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 บัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าว ล าดับที่ 8 แอมเฟตามีน ล าดับที่ 38 เมทแอมเฟตามีน ซึ่งยังมีผลใช้บังคับอยู่ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 8 - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 พ.ศ.2565 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2565 และบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าว ล าดับที่ 10 แอมเฟตามีน ล าดับที่ 53 เมทแอมเฟตามีน ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็ นต้นไป (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 เป็ นต้นไป - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 16, ข้อ 28, ข้อ 31, ข้อ 32, ข้อ 33, ข้อ 37, ข้อ 41, ข้อ 103, ข้อ 104, ข้อ 158 และข้อ 211 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายธนันชัย สุรพัฒน์ ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 19/2566 /2563 ---------------------------- พยำนหลักฐำนส ำคัญในกำรพิสูจน์ควำมเสียหำย คดีลักลอบท ำเหมืองแร่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมำย ในคดีที่จ ำเลยลักลอบท ำเหมืองแร่ ซึ่งเป็ นทรัพยำกรธรรมชำติอันเป็ นสำธำรณสมบัติของแผ่นดิน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมำย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2542 ต่อเนื่องเรื่อยมำ จำกพื้ นที่พิพำทซึ่งเป็ นภูเขำสูงแปรสภำพ เป็ นพื้ นที่รำบ โดยรัฐพบกำรกระท ำควำมผิดดังกล่ำวในปี พ.ศ. 2558 จึงส่งเรื่องให้ส ำนักงำนคดีแพ่ง ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ด ำเนินคดีเพื่อเรียกร้องให้จ ำเลยชดใช้ค่ำเสียหำยจำกมูลค่ำแร่ที่จ ำเลยลักลอบไป โดยผิดกฎหมำย เป็ นเงินหลำยพันล้ำนบำท โจทก์มีภำระกำรพิสูจน์กำรกระท ำควำมผิดของจ ำเลย และพิสูจน์ควำมเสียหำยที่โจทก์ได้รับ หำกพิสูจน์กำรกระท ำควำมผิดไม่ได้ตำมค ำฟ้ อง ศำลย่อมพิพำกษำยกฟ้ อง หรือหำกพิสูจน์ควำมเสียหำยไม่ได้ ตำมฟ้ อง ศำลย่อมพิพำกษำให้รัฐได้รับกำรชดใช้ค่ำเสียหำยน้อยกว่ำควำมเป็ นจริง ด้วยเหตุนี้ พนักงำนอัยกำร จึงมีภำระหน้ำที่ในกำรจัดเตรียมพยำนหลักฐำนทั้งมวล ทั้งพยำนบุคคล พยำนเอกสำร และพยำนวัตถุเป็ น ล ำดับ เพื่อพิสูจน์กำรกระท ำควำมผิดและควำมเสียหำยดังกล่ำว ในกำรพิสูจน์ควำมเสียหำยคดีนี้ ได้มีกำรจัดเตรียมพยำนหลักฐำนที่ส ำคัญ ดังนี้ 1) แผนที่ภูมิประเทศที่มีรำยละเอียดเส้นชั้นควำมสูง (Contour) ของพื้ นที่พิพำทก่อนและหลังกำร ลักลอบท ำเหมืองแร่ เพื่อใช้ในกำรค ำนวณปริมำตรแร่ที่หำยไปในพื้ นที่พิพำท 2) แผนที่ภำพถ่ำยดำวเทียมพื้ นที่พิพำทแต่ละช่วงปี ของส ำนักงำนพัฒนำเทคโนโลยีอวกำศและ ภูมิสำรสนทศ (Gisda) เพื่อให้เห็นสภำพกำรเปลี่ยนแปลงของพื้ นที่พิพำท 3) แผนที่ภำพถ่ำยระวำงทำงอำกำศพื้ นที่พิพำทแต่ละช่วงปี ของกรมแผนที่ทหำร เพื่อให้เห็นสภำพ กำรเปลี่ยนแปลงของพื้ นที่พิพำท 4) ให้ผู้เชี่ยวชำญน ำแผนที่ตำมข้อ 2) และ 3) จัดท ำเป็ นวีดีทัศน์ภำพถ่ำยสำมมิติ พร้อมบรรยำย รำยละเอียดพื้ นที่พิพำท 5) แผนที่กำรรังวัดพื้ นที่พิพำท เพื่อให้ทรำบบริเวณและจ ำนวนเนื้ อที่ที่ดินที่มีกำรลักลอบท ำเหมืองแร่ 6) กำรค ำนวณปริมำตรแร่ (โปรแกรม GEOCOM) โดยใช้ข้อมูลจำกข้อ 1) ถึง 5) 7) กำรเก็บตัวอย่ำงแร่ในพื้ นที่พิพำทตำมหลักวิชำกำร เพื่อส่งให้กรมทรัพยำกรธรณีตรวจหำค่ำ ควำมถ่วงจ ำเพำะของแร่ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 16 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 8) รำยงำนธรณีวิทยำที่ก ำหนดค่ำควำมถ่วงจ ำเพำะของแร่ในพื้ นที่พิพำท 9) หลักกำรค ำนวณปริมำณแร่ ใช้วิธีกำรค ำนวณโดยน ำปริมำตรแร่ (ลูกบำศก์เมตร) คูณด้วย ค่ำควำมถ่วงจ ำเพำะของแร่ จะได้เป็ นปริมำณแร่ (เมตริกตัน) 10) หลักกำรค ำนวณค่ำเสียหำย ใช้วิธีกำรค ำนวณโดยน ำปริมำณแร่ในข้อ 9) คูณด้วยรำคำแร่ ตำมประกำศรำคำแร่ของทำงรำชกำร จำกกำรรวบรวมพยำนหลักฐำนดังกล่ำวข้ำงต้น เพื่อใช้ในกำรสืบพยำน เป็ นผลให้ศำลพิจำรณำ พิพำกษำให้โจทก์ชนะคดีเต็มตำมค ำฟ้ อง ข้อกฎหมำย - พระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 (ปัจจุบัน พระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560) - พระรำชบัญญัติส่งเสริมและรักษำคุณภำพสิ่งแวดล้อมแห่งชำติ พ.ศ. 2535 - ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่ง ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยณัชธพงศ์ โสภณธนำรักษ์ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดปทุมธำนี นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 20/2566 /2563 ---------------------------- หนำ้ที่ของพนกังำนอยักำรในกำรชนัสูตรพลิกศพในกรณีควำมตำยที่เกิดข้ึน โดยกำรกระท ำของเจ้ำพนักงำนซึ่งอ้ำงว่ำปฏิบัติรำชกำรตำมหน้ำที่หรือตำยอยู่ในระหว่ำง ในควำมควบคุมของเจ้ำพนักงำนซึ่งอ้ำงว่ำปฏิบัติรำชกำรตำมหน้ำที่ หลายครั้งพบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการร่วมกันกับฝ่ายต่าง ๆ ในกรณีความตายเกิดขึ้ น ในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงานโดยกล่าวอ้างความตายเกิดขึ้ นจากอาการเจ็บป่ วยของผู้ต้องหาหรือ ผู้ต้องขังเอง การชันสูตรพลิกศพของพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวน จึงไม่ได้ตรวจสภาพภายนอกของ สภาพศพโดยละเอียด ท าให้ไม่เห็น ร่องรอย บาดแผล หรือความผิดปกติตามร่างกายของศพโดยเฉพาะส่วน ที่อยู่ใต้ร่มผ้าหรือที่อยู่บริเวณแผ่นหลัง รวมทั้งไม่ได้สอบถามหรือสอบปากค าบุคคลแวดล้อมไว้ท าให้บางคดี ก่อให้เกิดปัญหาและข้อสงสัยเมื่อมีการไต่สวนการตายเกิดขึ้ น เช่นคดีตัวอย่างพนักงานอัยการที่ยื่นค าร้องขอ ไต่สวนการตายของผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมอยู่ในสถานีต ารวจคดียาเสพติด รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่า ผู้ต้องหาเสียชีวิตเนื่องจากป่ วยด้วยโรคหัวใจเพราะมีหลักฐานผู้ต้องหารับประทานยารักษาโรคหัวใจอยู่ เมื่อพนักงานอัยการน าพยานเข้าสืบนั้น ได้ก่อให้เกิดความสงสัยหลายประการจนกระทั่งศาลได้ซักถามพยาน ที่เป็ นพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง เนื่องจากปรากฏตามรายงานการตรวจศพของแพทย์ว่ามีร่องรอยฟกช ้า ขนาดใหญ่ที่ปรากฏบริเวณใต้ร่มผ้าของศพ รวมทั้งรอยฟกช ้าที่บริเวณศีรษะ พนักงานสอบสวนไม่สามารถ อธิบายได้ว่าร่องรอยแผลบางจุดเกิดจากอะไร เกิดเมื่อใด หรือร่องรอยดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการถูกควบคุม ผู้ต้องขัง/ผู้ต้องหาด้วยกันเอง หรือถูกเจ้าพนักงานท าร้าย รวมทั้งคดีนั้นไม่มีการสอบสวนพยานที่เป็ นผู้ต้องขัง ด้วยกันรวมทั้งญาติไว้โดยอ้างว่าติดต่อไม่ได้ทั้งนี้ ในการชันสูตรพลิกศพเกิดจากความเชื่อในเบื้ องต้นว่า ผู้ต้องหาเสียชีวิตลงเนื่องจากอาการป่ วยด้วยโรคหัวใจจึงไม่ต้องท าโดยละเอียด ประกอบกับพนักงานอัยการ ที่ร่วมชันสูตรพลิกศพก็ไม่ได้แนะน า สั่งการ อะไรที่เป็ นประโยชน์ในการค้นหาความจริง ซึ่งคดีดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดความสงสัยในระหว่างไต่สวนว่าผู้ตายได้เสียชีวิตจากสาเหตุใด ท าให้ศาลต้องเลื่อนคดีการไต่สวน ไปหลายครั้งเพื่อค้นหาความจริงโดยให้น าแพทย์กับญาติผู้ตายมาสืบพยานเพิ่มเติม อันแสดงให้เห็น ถึงการรวบรวมพยานหลักฐานและการชันสูตรพลิกศพในคดีนี้ ที่ไม่ได้กระท าโดยละเอียดรอบครอบ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 16 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ดังนั้น ในการเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพกับเจ้าพนักงานฝ่ ายต่าง ๆ ของพนักงานอัยการนั้น พนักงานอัยการต้องให้ความส าคัญในการตรวจดูสภาพศพโดยละเอียดในทุกเหตุแห่งการตาย ก าชับ พนักงานสอบสวนให้มีการติดต่อญาติผู้ตาย การสอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้ต้องขังที่ใกล้ชิดกับผู้ตาย เป็ นต้น เพื่อจะเป็ นประโยชน์ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงส าหรับบางคดีที่อาจจะมีปัญหา เพราะตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้บัญญัติถึงอ านาจหน้าที่ของพนักงานอัยการในการชันสูตรพลิกศพ ที่ตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงานไว้หลายประการ โดยให้พนักงานอัยการให้ค าแนะน า ตรวจสอบ พยานหลักฐาน ถามปากค า หรือสั่งให้ถามปากค าบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ตั้งแต่เริ่มท าส านวนการสอบสวน นับแต่โอกาสแรกที่พึงจะกระท าได้ซึ่งพนักงานอัยการที่เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพก็ควรจะมีบทบาทหน้าที่ ปฏิบัติการให้ละเอียดครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ดังกล่าว ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมวด 2 การชันสูตรพลิกศพ ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงคราม นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 21/2566 /2563 ---------------------------- คดีที่อยู่ในอ ำนำจศำลแขวงและกำรฟ้ องคดีด้วยวำจำ ศาลแขวงมีอ านาจพิจารณาพิพากษาคดีดังนี้ 1. คดีอาญา เป็ นคดีที่มีโทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ไม่เกินก าหนดดังกล่าว 2. คดีแพ่ง เป็ นคดีที่มีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสามแสนบาท กรณีคดีฟ้ องขับไล่เพราะผิดสัญญาเช่า หรือ เข้าไปอยู่ในที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยละเมิด เป็ นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จึงไม่อยู่ในอ านาจศาลแขวง เนื่องจากคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็ นคดีที่อยู่ในอ านาจศาลแพ่งและศาลจังหวัด การฟ้ องคดีด้วยวาจา การฟ้ องคดีอาญาทั่วไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ก าหนดให้โจทก์ไม่ว่า โดยพนักงานอัยการ หรือราษฎรผู้เป็ นโจทก์ฟ้ องคดีเอง ท าค าฟ้ องเป็ นหนังสือยื่นต่อศาล แต่ส าหรับคดีอาญาที่อยู่ใน อ านาจศาลแขวง มาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 ก าหนดให้โจทก์ฟ้ องคดีด้วยวาจาต่อศาลแขวงได้ ในกรณีที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนน าตัว ผู้ต้องหามายังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้ องต่อศาลด้วยวาจา โดยไม่ท าการสอบสวน และเมื่อมีการยื่นฟ้ องด้วยวาจา ต่อศาลแล้ว ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 21 ก าหนดให้ศาลจะต้องด าเนินการพิจารณาพิพากษาโดยเร็ว ดังนั้น เมื่อมีการฟ้ องคดีด้วยวาจาในวันเดียวกันนั้น ศาลจะสอบถามผู้ต้องหาว่าจะให้การประการใด หากผู้ต้องหายังยืนยันให้การรับสารภาพ ศาลจะบันทึกค าฟ้ อง ค ารับสารภาพไว้ และพิพากษาคดีด้วยวาจาเสร็จสิ้ นไปในเดียวกันนั้นเลย และในข้อความตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 กฎหมายดังกล่าวใช้ถ้อยค าว่า “ถ้าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนน าตัวผู้ต้องหามายัง พนักงานอัยการเพื่อฟ้ องศาลโดยมิต้องท าการสอบสวนและให้ฟ้ องด้วยวาจา” จึงเป็ นบทบังคับให้พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการหยุดการสอบสวน และต้องฟ้องคดีด้วยวาจาเท่านั้น พนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ ไม่มีสิทธิใช้ดุลยพินิจให้ท าการสอบสวนเพื่อมีความเห็นสั่งฟ้ อง หรือสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหาต่อไปได้เช่นคดีธรรมดาทั่วไปได้ ในทางปฏิบัติการฟ้ องคดีด้วยวาจา พนักงานอัยการจะพิมพ์ค าฟ้ องไปยื่นต่อศาลพร้องส่งตัวผู้ต้องหาไปฟ้ องยังศาล เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เนื่องจากมีคดีที่ฟ้ องเป็ นจ านวนมาก ไม่ได้ฟ้ องด้วยวาจา ตามบทบัญญัติดังกล่าว KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 17 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 กรณีผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก่อนฟ้ องพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการไม่ต้องท าการตรวจ ประวัติอาชญากร หรือประวัติการกระท าผิดอาญาของผู้ต้องหาให้เสร็จสิ้ นก่อนยื่นฟ้ องคดีเช่นคดีอาญาทั่วไป เพราะการตรวจประวัติการกระท าผิดของผู้ต้องหาไม่สามารถกระท าได้ทันเพราะโดยสภาพของกฎหมายบังคับให้ พนักงานสอบสวนน าตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้ องคดีด้วยวาจาในทันทีที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ในทางปฏิบัติจะเช็คประวัติจากฐานข้อมูลของส านักงานอัยการ จากคดีเก่าที่เคยฟ้ องเท่าที่จะท าได้ เพื่อประกอบ ดุลยพินิจในการก าหนดโทษของผู้พิพากษาให้เป็ นไปตามกฎหมายให้ได้มากที่สุด และกรณีที่ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพ และพนักงานสอบสวนน าตัวผู้ต้องหามาให้พนักงานอัยการยื่นฟ้ องคดีด้วยวาจา พนักงานอัยการ ไม่มีอ านาจสั่งสอบสวนเพิ่มเติม สั่งไม่ฟ้ อง หรือมีค าสั่งเป็ นอย่างอื่น เช่นยุติการด าเนินคดี เพราะกฎหมายก าหนด บังคับไว้ว่าให้พนักงานสอบสวนน าตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการเพื่อฟ้ องคดีด้วยวาจาต่อศาล โดยมิต้อง ท าการสอบสวนโดยทันที แต่อย่างไรก็ดี แม้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน ถ้าพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระท าของผู้ต้องหาไม่เป็ นความผิด คดีขาดอายุความ หรือค าให้การ ดังกล่าวมีข้อความว่าให้การรับสารภาพ แต่เมื่อดูในรายละเอียดเนื้ อหาแล้วมิใช่ค าให้การรับสารภาพหรือผู้ต้องหา ขอเปลี่ยนค าให้การเป็ นปฏิเสธ ดังนี้ พนักงานอัยการจะคืนส านวนการสอบสวนที่ยังไม่แล้วเสร็จดังกล่าวให้ พนักงานสอบสวนไปท าการสอบสวนต่อเต็มรูปแบบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 เช่นคดีอาญาทั่วไป เพื่อพนักงานสอบสวนท าความเห็นควรสั่งฟ้ องหรือไม่ฟ้ องส่งมายังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณา ต่อไปได้ เพราะเป็ นกรณีไม่เข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 ข้อกฎหมาย - พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15, 17, 24, 25 - ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 - พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20, 21 - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายโกศล สุริยะวิภาดา ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงดาว นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 22/2566 /2563 ---------------------------- กำรท ำควำมเห็นและค ำสั ่งเกี่ยวกับกำรแจ้งสิทธิเรียกร้องค่ำสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหำย ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 วรรคแรก บัญญัติว่า “ในคดีที่ พนักงานอัยการเป็ นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความเสียหายในทาง ทรัพย์สินอัน เนื่องมาจากการกระท าความผิดของจ าเลย ผู้เสียหายจะยื่นค าร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา ขอให้บังคับจ าเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้” แต่บทบัญญัติดังกล่าวมิได้ก าหนดอ านาจหน้าที่ของ พนักงานอัยการในเรื่องดังกล่าวไว้ต่อมา ส านักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 54 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ก าหนดแนวทางปฏิบัติในการด าเนินการเพื่อขอให้ จ าเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 โดยในข้อ 1. ก าหนดว่าในคดีที่ผู้เสียหายมี สิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลย เมื่อพนักงานอัยการมีค าสั่งฟ้ อง และยื่นฟ้ องผู้ต้องหาต่อศาลไม่ว่าจะมีการสืบพยานหรือไม่ก็ตาม ให้พนักงานอัยการเจ้าของส านวน มีหนังสือแจ้งผู้เสียหายให้ทราบถึงสิทธิจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลยในทันที ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความ เป็ นเอกภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ แต่จากการตรวจส านวนที่อยู่ในความรับผิดชอบ พบว่า การพิจารณาและท าความเห็นเกี่ยวกับการแจ้งสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายในแต่ละคดี ไม่เป็ นไปในแนวทางเดียวกัน เช่น คดีลักทรัพย์ที่ผู้เสียหายได้รับทรัพย์คืนไปในสภาพไม่สมบูรณ์ พนักงาน อัยการมีความเห็นว่า ผู้เสียหายได้รับทรัพย์คืนแล้ว จึงไม่แจ้งสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนให้แก่ ผู้เสียหายทราบ หรือบางคดีพนักงานอัยการวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมีส่วนประมาท จึงไม่แจ้งสิทธิเรียกร้องเอา ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายทราบ ท าให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาในการท า ความเห็นทางคดีของพนักงานอัยการ หากพนักงานอัยการชั้น 2 หรือชั้น 3 ซึ่งเป็ นเจ้าของส านวนมีความเห็น ควรสั่งฟ้ อง ก็จะมีความเห็นควรแจ้งสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ให้ผู้เสียหายทราบเสนอผู้กลั่นกรองงาน เพื่อพิจารณา เมื่อผู้กลั่นกรองงานซึ่งมีอ านาจสั่งคดีมีความเห็นสั่งฟ้ อง ก็จะมีความเห็นให้แจ้งสิทธิเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายทราบ และเสนอส านวนไปยังหัวหน้าพนักงานอัยการเพื่อทราบ เป็ นการท า ความเห็นทางคดีที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ ในประเด็นนี้มีหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 25 ลงวันที่ 21 มกราคม 2562 ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติของพนักงานอัยการในการแจ้งสิทธิ เรียกค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ให้ผู้เสียหายทราบ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 17 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 โดยหนังสือดังกล่าวก าหนดให้พนักงานอัยการพิจารณาให้ได้ความแต่เพียงว่าคดีนั้นผู้เสียหายได้รับอันตราย แก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพ เป็ นเหตุให้ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอา ค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลยหรือไม่เท่านั้น โดยไม่ต้องพิจารณาว่าการยื่น ค าร้องของผู้เสียหายจะชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่และยังได้ก าหนดอ านาจในการท าค าสั่งในกรณีดังกล่าวว่า ให้ พนักงานอัยการเจ้าของส านวนและผู้กลั่นกรองงานมีความเห็นใน อก.4 ว่า “คดีนี้ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้อง เอาค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เห็นควรแจ้ง ผู้เสียหายทราบ” และให้หัวหน้าพนักงานอัยการมีค าสั่งใน อก.4 ว่า “คดีนี้ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้อง เอาค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ให้แจ้ง ผู้เสียหายทราบ” จึงน ามาเป็ นหลักในการพิจารณาสั่งคดีเกี่ยวกับการแจ้งสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้เสียหาย เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็ นไปอย่างถูกต้องและเป็ นเอกภาพต่อไป ข้อสรุปสำระส ำคัญ/แก่นควำมรู้ ในคดีที่ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากการกระท าความผิดของจ าเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 นั้น ในการสั่งคดีให้พนักงานอัยการปฏิบัติตามหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 54 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์2554 และหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 25 ลงวันที่ 21 มกราคม 2562 กล่าวคือ เมื่อพิจารณาได้ความว่าผู้เสียหายได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการกระท าผิด ของจ าเลย ให้เป็ นหน้าที่ของพนักงานอัยการที่จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิเรียกร้องค่าสินไหม ทดแทนดังกล่าวโดยไม่ ต้องพิจารณาว่าการยื่นค าร้องของผู้เสียหายจะชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งหรือไม่ การท าความเห็นและค าสั่งในคดีที่ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับ อันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความ เสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระท าความผิดของจ าเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 44/1 นั้น ให้พนักงานอัยการปฏิบัติตามหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 25 ลงวันที่ 21 มกราคม 2562 กล่าวคือ พนักงานอัยการเจ้าของส านวนและผู้กลั่นกรองงานต้องมีความเห็น ใน อก.4 ว่า “คดีนี้ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลย ตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เห็นควรแจ้งผู้เสียหายทราบ” และให้อัยการจังหวัดมีค าสั่งใน อก.4 ว่า “คดีนี้ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 44/1 ให้แจ้งผู้เสียหายทราบ” KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ข้อกฎหมำย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 - หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 54 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 - หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 25 ลงวันที่ 21 มกราคม 2562 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 - ผู้จัดท า KCJ นางภัชลี พิมพัฒน์ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานคดีศาลแขวงลพบุรี นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 23/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- กำรบังคับใช้วิธีกำรเพื่อควำมปลอดภัยประเภทกักกัน การด าเนินคดีอาญาตรวจส านวนพบประวัติการกระท าผิดของผู้ต้องหาว่ากระท าความผิดฐาน ลักทรัพย์มาหลายครั้ง ถ้าผู้ต้องหามีประวัติเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจ าคุกไม่ต ่ากว่าหกเดือนมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดฐาน ลักทรัพย์ และภายในเวลาสิบปี นับแต่วันพ้นการกักกันหรือพ้นโทษ ผู้ต้องหานั้นได้กลับมากระท าผิดฐาน ลักทรัพย์อีก นอกจากมีความเห็นและค าสั่งฟ้ องในความผิด ฐานลักทรัพย์ ยังต้องมีความเห็นและค าสั่งเกี่ยวกับบังคับใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยประเภท กักกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 40,41 ด้วย ตามนัยระเบียบอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญา ข้อ 67, 68, 69 กรณีจะฟ้ องขอใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยประเภทกักกัน ต้องจักการให้มีการแจ้งผู้ต้องหาทราบว่า จะถูกฟ้ องขอให้กักกัน ซึ่งตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 69 ไม่ได้ก าหนดรายละเอียดการปฏิบัติไว้จึงใช้หลักเดียวกับการแจ้งข้อหากับผู้ต้องหา ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 โดยให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระท า อันเป็นความผิดที่เป็ นเหตุให้ผู้ต้องหาต้องถูกฟ้ อง ขอให้กักกัน ข้อกฎหมาย - ระเบียบอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2563 ข้อ 67, 68, 69, 73 - ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 40, 41 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายอาณัติ ศรีสุดดีต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 18 มกรำคม 2566
www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 24/2566 /2563 ---------------------------- แนวทำงกรณี ผู้ต้องหำเป็ นผู้ได้รับเอกสิทธิและควำมคุ้มกันทำงกำรทูต ความผิดฐานขับรถประมาทเป็ นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่ผู้ต้องหาเป็ นรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ประจ าสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจ าประเทศไทย ซึ่งการเป็ นตัวแทนทางการทูตย่อมได้อุปโภค ความคุ้มกันจากอ านาจศาลทางอาญาของไทยและความคุ้มกันจากอ านาจศาลแพ่งและทางปกครองของไทย เว้นแต่สถานเอกอัครราชทูตนั้นประสงค์สละความคุ้มกันดังกล่าว ซึ่งการสละต้องเป็ นที่ชัดแจ้งเสมอ และ ตัวบุคคลของตัวแทนทางทูตจะถูกละเมิดมิได้ ตัวแทนทางทูตจะไม่ถูกจับกุมหรือกักขังในรูปใด รัฐผู้รับ จะปฏิบัติต่อตัวแทนทางทูตด้วยความเคารพตามสมควร และจะด าเนินการที่เหมาะสมทั้งมวลที่จะป้ องกัน การประทุษร้ายใดใดต่อตัวบุคคลเสรีภาพหรือเกียรติของตัวแทนทางทูตเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งนี้ ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันทางการทูต พ.ศ. 2527 และตามอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วย ความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ. 1961 ข้อ 29, 31 และ 32 เอกสิทธิและความคุ้มกันทางการทูตดังกล่าว คือ การที่จะต้องปฏิบัติต่อตัวแทนทางการทูตด้วยความเคารพ และจะไม่ถูกจับกุม กักขัง หรือกระท าการ ไม่เหมาะสม หรือประทุษร้ายใดๆ ต่อตัวบุคคล เสรีภาพ หรือเกียรติของตัวแทนทางการทูตดังกล่าว แต่เอกสิทธิและความคุ้มกันดังกล่าวหาท าให้ตัวแทนทางการทูตไม่ต้องรับผิดในการกระท าผิดทางอาญาที่ได้ กระท าแต่อย่างใดไม่ เพียงท าให้การปฏิบัติต่อบุคคลในคณะผู้แทนทางทูต จะกระท าการละเมิดใด ๆ ดังกล่าวมิได้ แต่กระบวนการยุติธรรมยังสามารถด าเนินการได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ สอดคล้องกับหนังสือ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ กต 0404/1910 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 และบันทึกข้อความ ส านักงานวิชาการ ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายประเมินผล ที่ อส 0007(ปผ)/544 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2565 เรื่อง หารือแนวทางปฏิบัติกรณีผู้ต้องหาเป็ นผู้ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันทางการทูต ดังนั้นเมื่อพิจารณา การกระท าของผู้ต้องหา เป็ นความผิดแล้วพนักงานอัยการย่อมสามารถด าเนินการฟ้ องร้องตามกฎหมายได้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 18 มกรำคม 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157 - ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 - พระราชบัญญัติว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันทางการทูต พ.ศ. 2527 - อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ.1961 ข้อ 29, 31, 32, - บันทึกข้อความส านักงานวิชาการ ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายประเมินผล ที่ อส0007(ปผ)/544 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2565 เรื่อง หารือแนวทางปฏิบัติกรณีผู้ต้องหาเป็ นผู้ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกัน ทางการทูต, - หนังสือกระทรวงการต่างประเทศ ที่ กต 0404/1910 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เรื่อง บุคคลในคณะผู้แทนทางการทูตประสบอุบัติเหตุจราจรทางบก ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางสาวปาริชาติ วิเชียรบุตร อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดตะกั่วป่ า นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)