องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ ฉะนั้นแล้วจากการปฏิบัติงานที่ได้ด าเนินการมาโดยตลอด เห็นว่าก่อนที่พนักงานอัยการชั้นต้น จะยื่นฟ้ องจ าเลย หรือแม้กระทั่งจะส่งส านวนที่มีค าพิพากษาศาลชั้นต้นขึ้ นมายังอัยการศาลสูงควรด าเนินการตรวจสอบประวัติการกระท า ความผิดของจ าเลยให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อที่จะท าให้การพิจารณาคดีทั้งในชั้นก่อนยื่นฟ้ องหรืออุทธรณ์-ฎีกา เป็ นไปอย่างถูกต้องและไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด สามารถป้ องกันการเกิดข้อผิดพลาดในการท าคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56(1)-(3) - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูงของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 25 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : นายบุญยัง จุมพล ต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานคดีศาลสูง ภาค 6 ส านักงานคดีศาลสูงนครสวรรค์ นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 170/2566 /2563 ---------------------------- ข้อบกพร่องในกำรด ำเนินคดีของพนักงำนอัยกำร ข้อเท็จจริงได้ความว่า ส านวนคดี ส.1 เลขรับที่ 932/3564 ของส านักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ คดีอาญาหมายเลขค าที่ ย.793/2564 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ย.785/2564 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นางสาว ศ. จ าเลย ฐานความผิดมียาเสพติดให้โทษ ประเภท1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) ไว้ในครอบครองเพื่อจ าหน่ายและพยายามจ าหน่ายโดยไม่ได้รับ อนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีค าพิพากษาวันที่ 5 เมษายน 2564 เป็ นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย. 785/1564 โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ค าพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดและศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพ ติด ได้มีค าพิพากษามาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ว่าจ าเลยไม่มีความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 ปรากฏว่าพบข้อบกพร่องในคดีของพนักงานอัยการผู้ปฏิบัติงานประจ าศาลชั้นต้น กล่าวคือ ในการด าเนินคดี ที่พิจารณาสั่งส านวนและร่างค าฟ้ องบกพร่องและไม่ละเอียดรอบคอบ โดยปรากฏว่ามิได้มีค าขอให้ศาลลงโทษ จ าเลยในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 จนเป็ นเหตุให้ศาลอุทธรณ์แผนก คดียาเสพติดไม่สามารถลงโทษจ าเลยในฐานความผิดดังกล่าวได้ ท าให้จ าเลยได้รับโทษน้อยลงกว่าที่จ าเลย จะต้องได้รับตามกฎหมาย ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากความบกพร่องของพนักงานอัยการผู้ปฏิบัติงานประจ า ศาลชั้นต้น แต่ด้วยคดีนี้ มีการเสนอความเห็นและค าสั่งในช่วงก่อนการโยกย้าย อีกทั้งพนักงานอัยการประจ า ศาลชั้นต้นลงนามในค าฟ้ องคดีในวันครบฝากขังครั้งสุดท้าย จึงเห็นว่าคดีนี้ เหตุข้อบกพร่องเกิดขึ้ นในช่วงที่ ต้องจัดการคดีเป็ นจ านวนมากและเป็ นช่วงรอยต่อของการโยกย้าย ด้วยคดีนี้ มีการฟ้ องจ าเลยหลายข้อหา ซึ่งข้อหาความผิดดังกล่าวที่บกพร่องนี้ เป็ นข้อหาเล็กศาลอุทธรณ์ได้ลงโทษจ าเลยในข้อหาความผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษประเกท 1 (เมท-แอมเฟตามีน) เพื่อจ าหน่ายและพยายามจ าหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เพิ่มโทษจ าเลยตามขอแล้ว กรณีจึงเป็ นเพียงความบกพร่องเล็กน้อย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่คดีไม่มากนัก KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 20 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 อธิบดีอัยการ ส านักงานคดีศาลสูงภาค 1 จึงสั่งยุติเรื่อง แต่ให้ก าชับการปฏิบัติราชการแก่พนักงานอัยการ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดความระมัดระวังในการปฏิบัติราชการ ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูงของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 38 กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย การด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูงของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 37 และข้อ 38 - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 - ผู้จัดท า KCJ : นายจันทคราม เทียมทัน ต าแหน่ง อัยการศาลสูงจังหวัดสมุทรปราการ สังกัด ส านักงานคดีศาลสูงภาค 1 นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 171/2566 /2563 ---------------------------- ศำลยกฟ้ องเพรำะต ำรวจผู้จับกุมเบิกควำมต่อศำลว่ำไม่ได้จับกุมจ ำเลย ลำยมือชื่อในบันทึกกำรจับกุม ไม่ใช่ลำยมือของตนเอง ควรอุทธรณ์หรือไม่ อัยการจังหวัดได้จ่ายส านวนคดีให้พิจารณา ปรากฏว่าเป็ นส านวนคดีข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย เมื่อตรวจพิจารณาแล้วปรากฏว่าคดีนี้ มีประจักษ์พยาน สองปาก คือ เจ้าพนักงานต ารวจ ซึ่งเป็ นผู้ร่วมกันตรวจค้นตัวผู้ต้องหาแล้วพบยาบ้าจ านวน 3 เม็ด ในกระเป๋ า กางเกงที่ผู้ต้องหาสวมใส่และจับกุมผู้ต้องหา แจ้งข้อกล่าวหา และน าตัวผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า จ านวน 3 เม็ด ของกลางส่งพนักงานสอบสวน และมีรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางเป็ นพยานเอกสารยืนยันว่าของกลาง เป็ นเมทแอมเฟตามีน พนักงานอัยการจึงมีความเห็นควรสั่งฟ้ องผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหา และอัยการจังหวัด จึงได้สั่งฟ้ อง แล้วได้ยื่นฟ้ องผู้ต้องหาเป็ นจ าเลยต่อศาล จ าเลยให้การปฏิเสธ พนักงานอัยการโจทก์ได้ยื่นบัญชี ระบุพยานต่อศาล และหมายเรียกพยานบุคคล จ านวน 3 ปาก มาเบิกความต่อศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ คือ เจ้าพนักงานต ารวจผู้จับกุม จ าเลยทั้งสองปาก และพนักงานสอบสวน เมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ได้น าพยานผู้จับกุมปากแรกเข้าเบิกความ ซึ่งได้ความตามค าให้การ ในชั้นสอบสวนว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ได้ร่วมกับพวกคือ ผู้จับกุมออกตรวจพื้ นที่พบจ าเลยนี้ ยืนอยู่ข้างเสาไฟฟ้ า ท่าทางมีพิรุธ จึงขอท าการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จ านวน 3 เม็ด ที่กระเป๋ า กางเกงด้านขวาที่จ าเลยสวมใส่ สอบถามแล้วจ าเลยรับว่าเป็ นของตน จึงจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดยาบ้า เป็ นของกลาง น าส่งพนักงานสอบสวน ทนายจ าเลยถามค้านในท านองว่า เรื่องนี้ เป็ นการล่อซื้ อยาบ้า จากจ าเลย แต่จ าเลยไม่มียาบ้า เจ้าพนักงานต ารวจจึงยัดยาบ้าจ านวน 3 เม็ด ให้จ าเลย เมื่อสืบพยานปากแรกแล้วเสร็จ จึงน าพยานปากที่สองเข้าเบิกความ ปรากฏว่า พยานเบิกความว่า ไม่ได้ออกตรวจพื้ นที่กับพยานปากแรกตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ไม่ได้ร่วมตรวจค้นตัวจ าเลย ไม่ได้ร่วมจับกุมจ าเลยกับพยานปากแรก และไม่เคยไปให้การต่อพนักงานสอบสวนในเรื่อ งนี้ ไม่ได้ลง ลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม และไม่เคยลงลายมือชื่อในบันทึกปากค าของพยานในชั้น สอบสวน ตามที่พนักงานอัยการให้ดูพนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่าได้สอบปากค าพยานทั้งสองปากจริง ๆ พยานลงลายมือชื่อต่อหน้าตนจริง จ าเลยต่อสู้คดีว่าถูกเจ้าพนักงานต ารวจ ซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานต ารวจสองนายที่มาเบิกความต่อศาล ตรวจค้นตัวตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุจริง แต่ตนไม่มียาบ้า เจ้าพนักงานต ารวจผู้จับกุมจึงเอายาบ้า ใส่กระเป๋ ากางเกงให้ตน 3 เม็ด แล้วจับกุม น าส่งสถานีต ารวจ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 20 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้ อง จากการสอบถามพนักงานสอบสวนและต ารวจผู้จับกุมทั้งสองนายที่ส านักงานอัยการจังหวัดต่อหน้า อัยการจังหวัด พนักงานสอบสวนรับว่า ไม่ได้สอบพยานทั้งสองต่อหน้า เพียงแต่พิมพ์ค าให้การของพยาน ขึ้ นมาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามบันทึกการจับกุมผู้ต้องหา เมื่อจัดท าบันทึกค าให้การดังกล่าวเสร็จก็ติดต่อ ให้พยานทั้งสองปากมาลงลายมือชื่อ แต่พยานไม่มา ตนจึงลงลายมือชื่อพยานลงในช่องลายมือชื่อพยาน ทั้งสองคน เนื่องจากคดีจะครบฝากขังนัดสุดท้าย จากนั้น จึงได้ส่งส านวนให้พนักงานอัยการพิจารณา ส่วนต ารวจผู้จับกุมนายหนึ่งแจ้งว่า วันจับกุม จ าเลยไม่มียาบ้า แต่เป็ นผู้จ าหน่ายยาบ้า มีพฤติการณ์ ยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า จึงได้จับกุมและยัดยาบ้าให้ 3 เม็ด โดยจับกุมเพียงคนเดียว แต่ได้เขียนชื่อผู้ร่วมจับกุม หลายคน ส่วนอีกนายยืนยันว่าไม่ได้ไปร่วมจับกุมจ าเลยแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนี้ อัยการจังหวัดจึงแนะน าให้เสนอความเห็นควรไม่อุทธรณ์ต่ออัยการศาลสูง และอัยการจังหวัดได้มีหนังสือถึงผู้บังคับการต ารวจภูธรจังหวัด รายงานถึงการท างานของพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ต ารวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบและให้ด าเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จะได้ไม่ท าให้งานราชการ เสียหายแบบนี้ อีก และเมื่อด าเนินการแล้วเสร็จ ผลเป็ นประการใดให้รายงานให้อัยการจังหวัดทราบด้วย ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ หากเกิดกรณีที่พนักงานสอบสวนท าส านวนสอบสวนมีข้อบกพร่อง เช่น ไม่ได้สอบพยานบุคคลจริง แล้วลงลายมือชื่อพยานเอง จนท าให้ศาลยกฟ้ อง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ นอกจากพนักงานอัยการ เจ้าของส านวนจะไม่อุทธรณ์ เนื่องจากคดีไม่มีทางชนะแล้ว อัยการจังหวัดต้องท าหนังสือแจ้งผู้บังคับบัญชา ของพนักงานสอบสวนเพื่อให้ด าเนินการบางอย่างกับพนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานต ารวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ไม่กระท าการแบบนั้นอีก กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 - 202 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะ ผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : ร.ต.อ. ณรงค์ น้อยเลิศ ต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 172/2566 /2563 ---------------------------- กำรด ำเนินคดีขอเรียกค่ำเสียหำยไปพร้อมกับค ำฟ้ องในคดีอำญำกรณีมีกำรกระท ำควำมผิด ตำมตำมพระรำชบัญญัติป่ ำสงวนแห่งชำติ พ.ศ. 2507 และพระรำชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ ำ พ.ศ. 2562 กรณีมีการด าเนินคดีอาญากับผู้กระท าความผิดตามพระราชบัญญัติป่ าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งผู้กระท า ความผิดได้ก่อให้เกิดความสูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่ าสงวนแห่งชาติผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกท าลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น โดยเมื่อพนักงานอัยการ ได้ยื่นฟ้ องคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดดังกล่าว ก็ให้พนักงานอัยการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้ นไปพร้อมกับค าฟ้ องคดีอาญา ดังกล่าวในคราวเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติป่ าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 26/4, 26/5 และในกรณีมีการ ด าเนินคดีอาญากับผู้กระท าความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ า พ.ศ. 2562 ซึ่งผู้กระท าความผิดได้ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่ า ผู้นั้นต้องชดใช้ค่าเสียหายตาม มูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกท าลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น โดยเมื่อพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้ องคดีอาญาเกี่ยวกับ ความผิดดังกล่าว ก็ให้พนักงานอัยการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้ นไปพร้อมกับค าฟ้ องคดีอาญาดังกล่าวในคราวเดียวกันตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ า พ.ศ. 2562 มาตรา 87, 107 ซึ่งจากการปฏิบัติงานจะพบว่าในการเรียก ค่าเสียหายทั้งสองกรณีดังกล่าวไปพร้อมกับค าฟ้ องคดีอาญานั้น พนักงานอัยการมีการด าเนินคดีแตกต่างกันและพบปัญหาที่ เกิดขึ้นเป็ น 2 กรณีดังนี้ 1. การบรรยายฟ้ อง จะพบปัญหาว่ามีการบรรยายฟ้ องเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแตกต่างกันใน 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรกมีการบรรยายฟ้ องเกี่ยวกับรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้ นไว้อย่างชัดเจนในค าฟ้ องแล้วจึงมีการระบุเรียก ค่าเสียหายรวมทั้งหมดในค าขอท้ายฟ้ อง และลักษณะที่สองมีการบรรยายฟ้ องโดยไม่มีการแจกแจงหรือชี้ แจงรายละเอียดของ ความเสียหายที่เกิดขึ้ นไว้ในค าฟ้ องเลยแต่ไประบุเรียกค่าเสียหายทั้งหมดในค าขอท้ายฟ้ องในคราวเดียวท่านั้น ในลักษณะ เดียวกันกับการขอริบของกลาง บวกโทษ เพิ่มโทษ หรือนับโทษต่อ อันเป็ นการขอเช่นเดียวกับการด าเนินการคดีอาญาทั่วไป ซึ่งท าให้เกิดการสับสนว่าการบรรยายฟ้ องในคดีเช่นนี้ ควรจะบรรยายฟ้ องเช่นใดจึงจะเป็ นการถูกต้องที่สุด 2. การด าเนินคดีในชั้นพิจารณาของศาล จะพบปัญหา 2 กรณีคือ 2.1 ในกรณีที่มีการฟ้ องคดีแล้วจ าเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะมีค าพิพากษาลงโทษผู้กระท าความผิดและ ให้ผู้กระท าความผิดชดใช้ค่าเสียหายส่วนนี้ ตามที่โจทก์ขอในคราวเดียวกัน โดยที่โจทก์ไม่มีการสืบพยานเกี่ยวกับค่าเสียหาย ส่วนนี้ ซึ่งต่อมาเมื่อคดีขึ้ นสู่ศาลสูง ศาลสูงก็จะมีค าสั่งหรือค าพิพากษาให้ย้อนส านวนกลับมาให้ศาลชั้นต้นด าเนินคดีและ สืบพยานในส่วนของค่าเสียหายนี้ และพิพากษาในส่วนของค่าเสียหายใหม่อีกครั้งหนึ่ง ท าให้ต้องมีการด าเนินคดีซ ้าสองและ ก่อให้เกิดความล่าช้าในการด าเนินคดี KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 21 มิถุนำยน 2566
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 2.2 ในกรณีที่มีการสืบพยานเกี่ยวกับค่าเสียหายดังกล่าว ปรากฏว่าพนักงานอัยการมักจะให้ความส าคัญ ถึงการสืบพยานในส่วนการกระท าความผิดอาญา ส่วนการสืบพยานในส่วนของค่าเสียหายนี้ มักจะสืบไม่ละเอียดและใช้วิธีการ อ้างส่งหลักฐานการประเมินค่าเสียหายตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ าและพันธ์พืชซึ่งเป็ นผู้เสียหายค านวณมา ตามหลักเกณฑ์ในการค านวณมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ าและพันธุ์พืชเท่านั้น โดยไม่มีการสืบให้เห็นถึงรายละเอียดของความเสียหายที่เกิดขึ้ นให้ชัดเจน จึงเป็ นเหตุให้ศาลพิจารณาและพิพากษาว่าโจทก์ ไม่สามารถน าสืบให้เห็นได้ว่าความเสียหายที่แท้จริงเป็ นเช่นใด ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้ผู้กระท าความผิดช าระค่าเสียหายให้ ตามค าขอท้ายฟ้ องโจทก์ได้ และศาลก็จะก าหนดค่าเสียหายให้ผู้เสียหายตามที่เห็นสมควรเท่านั้น ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวข้างต้นเห็นว่า ในการเรียกค่าเสียหายไปพร้อมกับฟ้ องคดีอาญาดังกล่าวถือว่าเป็ นกรณีการฟ้ อง คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา การพิจารณาคดีในส่วนแพ่งจึงต้องเป็ นไปตามบทบัญญัติในกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 ตอนท้ายและค าพิพากษาในคดีส่วนแพ่งจะต้องกล่าวหรือ แสดงเหตุผลแห่งค าวินิจฉัยทั้งปวงกับต้องวินิจฉัยไปตามประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 (4) (5) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ดังนั้นจากปัญหาดังกล่าว เมื่อพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว มีความเห็นดังนี้ 1. การบรรยายฟ้ องเกี่ยวกับค่าเสียหายดังกล่าวที่มีการบรรยายข้อเท็จจริงถึงความเสียหายให้ปรากฏอย่างชัดแจ้ง โดยละเอียดไว้ในค าฟ้ องแล้วจึงค่อยระบุค าขอท้ายฟ้ องเรียกค่าเสียหายรวมทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งจึงน่าจะเป็ นแนวทาง ที่สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมากกว่า และยังเป็ นการป้ องกันไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งว่าหากไม่ได้ บรรยายฟ้ องไว้ให้ชัดเจนในค าฟ้ องอาจเป็ นค าฟ้ องที่เคลือบคลุมได้ 2. ในการด าเนินคดีชั้นพิจารณาของศาล เนื่องจากกรณีนี้ ถือเป็ นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลชั้นต้น จึงมีหน้าที่ต้องสอบค าให้การทั้งในส่วนคดีอาญาและคดีแพ่งให้ชัดเจนว่าจ าเลยให้การรับสารภาพในคดีอาญาและรับสารภาพ ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ าและพันธุ์พืช ผู้เสียหายได้รับความเสียหายตามฟ้ องอันเป็ นคดีส่วนแพ่งจริงหรือไม่ และ แม้จ าเลยจะให้การยอมรับว่าผู้เสียหายได้รับความเสียหายจริง แต่จ านวนค่าเสียหายจะเป็ นไปตามฟ้ องจริงหรือไม่ โจทก์ ยังคงมีหน้าที่ต้องน าสืบให้ศาลเห็นว่าความเสียหายที่แท้จริงเป็ นไปตามที่โจทก์ฟ้ องหรือไม่ โจทก์ยังคงมีหน้าที่ต้องน าสืบ ให้ศาลเห็นว่าความเสียหายที่แท้จริงเป็ นไปตามที่โจทก์ฟ้ องหรือไม่ หากสืบไม่ได้หรือไม่สืบเลย ศาลย่อมมีอ านาจที่จะก าหนด ค่าเสียหายให้ตามสมควรทั้งนี้ ตามนัยค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 2718/2488, 250/2489, 7252/2543, 188/2547 ดังนั้นในการด าเนินคดีในลักษณะนี้ เมื่อจ าเลยให้การรับสารภาพในส่วนคดีอาญาแล้ว พนักงานอัยการควรต้องให้ศาล สอบค าให้การของจ าเลยในส่วนแพ่งให้ชัดเจนและไม่ว่าจ าเลยจะให้การรับค่าเสียหายในส่วนแพ่งหรือไม่ก็ตาม พนักงานอัยการก็ควรน าพยานเข้าสืบถึงค่าเสียหายที่ฟ้ องให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ตามนัยค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2563, 2453/2563, 3452/2563 ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ 1. ในการบรรยายฟ้ องในคดีอาญาที่มีผู้กระท าความผิดตามพระราชบัญญัติป่ าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ า พ.ศ.2562 และมีการเรียกค่าเสียหายไปพร้อมกับค าฟ้ องคดีอาญาถือว่าเป็ นฟ้ อง คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา พนักงานอัยการควรจะต้องบรรยายฟ้ องระบุค่าเสียหายโดยให้มีรายละเอียดอย่างชัดเจนและ ครบถ้วนตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก าหนดไว้เพื่อมิให้เกิดข้อโต้แย้งว่าเป็ นฟ้ องเคลือบคลุมหรือไม่ และ เมื่อมีการสืบพยานเกี่ยวกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้ นทั้งหมดแล้ว จะได้ไม่มีข้อโต้แย้งว่าเป็ นการน าสืบค่าเสียหายนอกค าฟ้ อง หรือเกินกว่าค าขอในฟ้ องซึ่งอาจเป็ นเหตุให้ศาลไม่สามารถพิพากษาให้ผู้กระท าความผิดชดใช้ค่าเสียหายตามที่ฟ้ อง ได้อย่างครบถ้วน KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 2. ในการด าเนินคดีในชั้นศาลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวในข้อ 1 พนักงานอัยการควรจะต้องให้ศาลสอบถามค าให้การ ของผู้กระท าความผิดให้ชัดเจนทั้งในส่วนคดีอาญาและคดีแพ่งในส่วนของค่าเสียหายว่าจ าเลยให้การรับหรือปฏิเสธหรือไม่ ส่วนใด แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของค่าเสียหายในคดีแพ่ง แม้จ าเลยจะให้การรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้ นจริงตามค าฟ้ อง พนักงานอัยการก็ควรจะต้องมีการสืบพยานเกี่ยวกับค่าเสียหายดังกล่าวโดยละเอียดและให้ครบถ้วนตามค่าเสียหายที่ได้ฟ้ อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อป้ องกันมิให้เกิดกรณีที่คดีขึ้ นสู่ศาลสูงแล้ว ศาลสูงมีค าสั่งหรือค าพิพากษา ให้ย้อนส านวนกลับมาเพื่อด าเนินคดีในส่วนแพ่งใหม่และเพื่อป้ องกันมิให้เกิดกรณีที่ศาลพิจารณาว่าพนักงานอัยการ ไม่สามารถสืบพยานให้ศาลเห็นว่ามีความเสียหายเกิดขึ้ นจริงตามฟ้ อง แล้วพิพากษาก าหนดค่าเสียหายให้ต ่ากว่าที่ฟ้ อง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการได้ กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - พระราชบัญญัติป่ าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 26/4, 26/5 - พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ า พ.ศ. 2562 มาตรา 87, 107 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหาร งานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : นายนพดล กิตติวชิระ ต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานคดีศาลสูงจังหวัดสงขลา นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 173/2566 /2563 ---------------------------- กำรจัดกำรคดีที่มีเอกสำรพยำนหลักฐำน ท้งัพยำนบุคคลพยำนเอกสำร และพยำนวตัถุจำ นวนมำก ตามที่ได้เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพิจารณาคดีต่าง ๆ ที่มีเอกสารจ านวนมาก ทั้งในชั้นพิจารณา สั่งส านวนคดี รวมถึงการสืบพยานในศาล ที่ได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการด าเนินการตามส านวนที่มีเอกสาร จ านวนมาก โดยใช้ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน โดยจัดท าเป็ นแผนภาพพาวเวอร์พอยต์ให้มีรายละเอียดอยู่ใน แผ่นเดียวกันทั้งหมด เพื่อสะดวกในการอ่านและเตรียมตัวสืบพยานในชั้นศาล ซึ่งการจัดท าแผนพาวเวอร์พอยต์ หรือแผนภาพดังกล่าวนั้น ต้องระบุรายละเอียดในคดีลงไปในแผนภาพในประเด็นส าคัญทั้งหมด ซึ่งประเด็น ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการสืบพยานสามารถแยกได้ ดังนี้ 1. แยกพยานบุคคลที่เป็ นประจักษ์พยานหรือพยานที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันออกมาให้เห็นชัดเจน ว่ามีจ านวนกี่ปากและมีประเด็นส าคัญตรงไหนสอดคล้องกับข้อหาที่ต้องใช้ในการสืบพยานประเด็นใด 2. แยกพยานเอกสารและพยานวัตถุออกจากเอกสารที่รวมกันอยู่ โดยพิจารณาว่าพยานเอกสารชุดใด เกี่ยวข้องกับพยานส าคัญปากใด รวมทั้งพยานวัตถุชนิดใดเกี่ยวข้องโดยตรงกับพยานปากใด เมื่อได้ รายละเอียดของเอกสารและพยานดังกล่าวแล้วให้จัดรวมเป็ นชุดเดียวกันเพื่อสะดวกในการใช้สืบพยาน 3. เมื่อรวมพยานบุคคลและพยานเอกสารซึ่งอยู่ในกรุ๊ปเดียวกันแล้ว ให้น ากรุ๊ปพยานบุคคลและ พยานเอกสารดังกล่าวไปเขียนลงแผ่นชาร์ทหรือพาวเวอร์พอยต์ให้เห็นชัดเจน 4. เมื่อแผ่นชาร์ทรวบรวมพยานบุคคลและพยานเอกสารในสาระส าคัญชัดเจนแล้ว ให้ระบุประเด็น ส าคัญแยกเป็ นหัวข้อให้ชัดเจนในแผ่นชาร์ทนั้น ว่าประเด็นใดต้องสืบพยานบ้างเพราะในการสืบพยานในชั้น ศาลอาจจะต้องใช้ระยะเวลานานหรือเปลี่ยนคนที่จะต้องใช้สืบพยาน กรณีจ าเป็ นเมื่อบุคคลที่ได้รับมอบหมาย ให้ต้องท าคดีนั้นแล้วสามารถอ่านเนื้ อหาในแผ่นชาร์ทดังกล่าว และปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเนื่อง ตรงตามประเด็นที่ก าหนดไว้ โดยไม่ต้องอ่านส านวนคดีทั้งหมดเพราะอาจจะไม่มีเวลาเพียงพอ 5. การท าแผ่นชาร์ทแสดงสาระส าคัญของคดีดังกล่าวนั้นยังสามารถน าไปใช้ในการท าค าแถลงปิ ดคดี โดยเขียนประเด็นแห่งคดีที่อยู่ในแผ่นชาร์ทนั้นลงในค าแถลงปิ ดคดีได้โดยรวดเร็วสอดคล้องกับการสืบพยาน ที่ด าเนินการตามแผนภาพชาร์ทนั้น KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 21 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ ฉะนั้นแล้วจากการปฏิบัติงานที่ได้ด าเนินการมาโดยตลอด เห็นว่าการท าคดีโดยจัดท าแผ่นชาร์ท ภาพแสดงเนื้ อหาในคดีทั้งหมดอยู่ในแผ่นชาร์ทภาพนั้น สามารถประหยัดเวลาในการจะท าคดีและ ท าให้ป้ องกันเกิดข้อผิดพลาดในการท าคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การจัดท าแผ่นชาร์ทดังกล่าวนั้น ท าให้สะดวกกับผู้รับโอนคดีต่อเนื่องจากพนักงานอัยการเจ้าของส านวนคดีเดิม ซึ่งมีการย้ายสับเปลี่ยน ต าแหน่งโดยตลอดสามารถด าเนินคดีได้อย่างต่อเนื่องต่อไปจากการปฏิบัติงาน กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 103 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหาร งานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : นายสุทธิสาร ภัทรรังษีต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 174/2566 /2563 ---------------------------- ขอ้ควรระวงัในกำรฟ้องผูค้้ำ ประกนักรณีผิดสญัญำทำงปกครอง ตามที่ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ซึ่งตามมาตรา 2 บัญญัติให้พระราชบัญญัตินี้ มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดเก้าสิบวันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 จึงเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 เป็ นต้นไป และตามมาตรา 18 บัญญัติว่า บทบัญญัติ ของพระราชบัญญัตินี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงสัญญาที่ได้ท าไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ เว้นแต่กรณี ที่พระราชบัญญัตินี้ บัญญัติไว้เป็ นอย่างอื่น แต่อย่างไรก็ดี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน บัญญัติว่า ในกรณีที่ลูกหนี้ ผิดนัดนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้ และ ผู้ค ้าประกัน ให้เป็ นไปตามมาตรา 686 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ซึ่งตามมาตรา 686 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อลูกหนี้ ผิดนัด ให้เจ้าหนี้ มีหนังสือบอกกล่าว ไปยังผู้ค ้าประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ ผิดนัด... เนื่องจากในคดีว่าต่าง กรณีผิดสัญญาทางปกครอง หน่วยงานของรัฐ (เจ้าหนี้) มักมีหนังสือบอก กล่าว ให้คู่สัญญา (ลูกหนี้) ช าระหนี้ และมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ค ้าประกันช าระหนี้ไปในคราวเดียวกัน ดังนั้น ในขณะที่หน่วยงานของรัฐบอกกล่าวให้ผู้ค ้าประกันช าระหนี้ ลูกหนี้ ยังมิได้ผิดนัดช าระหนี้ จึงไม่ถือว่า เป็ นหนังสือ บอกกล่าวผู้ค ้าประกันตามบทบัญญัติดังกล่าว หน่วยงานรัฐจึงยังไม่มีอ านาจฟ้ องผู้ค ้าประกัน จนกว่าจะได้ด าเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเป็ นเหตุให้ศาลยกฟ้ องได้ ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเสียหาย ให้พนักงานอัยการเจ้าของส านวนด าเนินการรวบรวม พยานหลักฐานเพิ่มเติมตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีปกครองของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2560 ข้อ 15 โดยแจ้งให้หน่วยงานรัฐมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค ้าประกันภายหลังจากที่ลูกหนี้ ผิดนัด ช าระหนี้ ตามมาตรา 680 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 686 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ก่อนด าเนินการยื่นฟ้ องคดี KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 22 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ อัยการเจ้าของส านวนต้องระมัดระวังและตรวจสอบหนังสือบอกกล่าวถึงผู้ค ้าประกันว่าเป็ นไปตาม กฎหมายหรือไม่ หากไม่เป็ นไปตามกฎหมาย ให้ด าเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามระเบียบ ส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีปกครองของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2560 ข้อ 15 และ ควรซักซ้อม ท าความเข้าใจกับนิติกรผู้ประสานคดีของตัวความให้ระมัดระวังในเรื่องการบอกกล่าวผู้ค ้าประกัน ให้เป็ นไปตามกฎหมายในคดีอื่นต่อไป เพื่อเป็ นการช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของรัฐ กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง มาตรา 3 มาตรา 9 (4) - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680, 686 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีปกครองของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2560 ข้อ 15 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 - ผู้จัดท า KCJ : นางฐิติมา บุนนาค ต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปกครอง 2 นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 175/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th ---------------------------- กำรบริหำรจัดกำรทำงคดี เนื่องจากอัยการทหารมีการปรับเปลี่ยนย้ายต าแหน่งตลอด บางคนก็มีการปรับย้ายจากอัยการทหารไปเป็ น นายทหารพระธรรมนูญ (นธน.) ท าให้ไม่เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ ขาดความช านาญเฉพาะทาง ในงาน ตามต าแหน่งหน้าที่ อีกทั้งมีการปรับย้ายเข้า-ย้ายออก ที่ไม่สมดุลกัน ท าให้บางครั้งมีอัตราย้ายมาทดแทนน้อยกว่าอัตรา ที่ย้ายออก จึงท าให้อัยการที่เหลืออยู่ มีส านวนในความรับผิดชอบมากกว่าที่เคยรับผิดชอบก่อนมีการปรับย้าย ท าให้ต้อง มีการจัดสรรส านวนในความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลในแต่ละแผนกให้เกิดความสมดุล โดยให้อัยการทุกท่านต้องศึกษา ส านวนทุกส านวนในแผนกของตนเพื่อให้สามารถท างานต่อ และทดแทนกันได้ในทุกส านวนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ แผนกตนเอง ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ จากการด าเนินการดังกล่าวข้างต้น ท าให้สามารถด าเนินกระบวนยุติธรรมให้แก่ส านวนคดีต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง อ านวยความยุติธรรมให้คู่ความได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ล่าช้า สามารถด าเนินการยื่นฟ้ องคดีและสืบพยานได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอัยการทุกท่านภายในแผนกสามารถพิจารณาท าความเห็นสั่งคดีเข้าว่าความในชั้นศาลทดแทนกันได้ โดยไม่ต้อง เสียเวลามาเริ่มต้นศึกษาข้อมูลในส านวนใหม่ทั้งหมด ท าให้สามารถด าเนินกระบวนพิจารณาได้รวดเร็วและต่อเนื่อง ท าให้คดีไม่ล่าช้า ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการอ านวยความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยอัยการทหาร พ.ศ. 2499 (ขอท.99) ข้อ 5 - ระเบียบราชการอัยการทหาร พ.ศ. 2501 (รอท.01) ข้อ 3 ข้อ 5 ข้อ 7 - ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการค านวณวันหนีราชการของทหาร พ.ศ. 2497 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะ ผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : พันเอก ขวัญชัย มโนรัตนา ต าแหน่ง อัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ สังกัด กระทรวงกลาโหม นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 22 มิถุนำยน 2566
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 176/2566 /2563 ---------------------------- กำรบรหิำรน้ำ มนัสำ รองของโรงไฟฟ้ำเอกชนขนำดใหญ่ 1. สัญญาซื้ อขายไฟฟ้ า มิได้เขียนก าหนดครอบคลุมการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน ท าให้ต้องมีข้อตกลงเพิ่มเติม (การบริหารสัญญา ที่มีความจ าเป็ นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง โดยการแก้ไขนั้นไม่ท าให้หน่วยงานของรัเเสียปรโโยนน ) 2. กฎกรโทรวง สถานที่เก็บรักษาน ้ามันเนื้ อเพลิง พ.ศ. 2551 หมวด 1 บททั่วไป ข้อ 4 ภานนโบรรจุน ้ามัน เนื้ อเพลิงให้บรรจุน ้ามันเนื้ อเพลิงได้ไม่เกินร้อยลโเก้าสิบของปริมาตรภานนโบรรจุน ้ามันเนื้ อเพลิง (Change in law แก้ไข ตามที่ก าหนดในกฎกรโทรวง) 3. พรโรานบัญญัติปรโกอบกิจการพลังงาน ปี 2550 (อาศัยอ านาจ เพื่อสามารถด าเนินการ ในกรณีการขาดแคลน ไฟฟ้ า/การขาดแคลนก๊าซธรรมนาติ) 4. ข้อตกลงเพิ่มเติมสัญญาจัดหาน ้ามัน ในสัญญาซื้ อขายไฟฟ้ า ก าหนดให้คู่สัญญา (โรงไฟฟ้ า) มีสัญญาจัดหาน ้ามัน โดยปกติจโเป็ นการแข่งขันราคาแลโพิจารณาคัดเลือกผู้ค้าน ้ามันเพียงรายเดียว แต่เมื่อมีการน ้ามันปริมาณมาก แลโ ต่อเนื่องจึงจ าเป็ นต้องจัดหาน ้ามันเพิ่มเติมหากคู่สัญญาเดิมมิสามารถเพิ่มเติมเพียงพอส าหรับใน้งาน (การบริหารสัญญา ที่มีความจ าเป็ นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง โดยการแก้ไขนั้นไม่ท าให้หน่วยงานของรัเเสียปรโโยนน ) 5 จากปรโกาศกรมสรรพสามิต หลักเกณฑ วิธีการ แลโเงื่อนไขการเสียภาษีในอัตราศูนย ส าหรับน ้ามันดีเซลแลโ น ้ามันเตาส าหรับผลิตไฟฟ้ า ท าให้ต้องมีการปรับโครงสร้างราคาน ้ามันเนื้ อเพลิงตามสัญญาซื้ อขายไฟฟ้ าให้สอดคล้อง (การบริหารสัญญา ที่มีความจ าเป็ นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง โดยการแก้ไขนั้นเพื่อปรโโยนน สาธารณโ) 6. เนื่องจากผู้ผลิตน ้ามันในปรโเทศไม่สามารถผลิตน ้ามัน ให้เพียงพอต่อการใน้งานในปรโเทศแลโกรโทบต่อการ ผลิตไฟฟ้ า จึงจ าเป็ นต้องน ้าเนื้ อเพลิงส าเร็จรูปเข้าปรโเทศตาม ปรโกาศกรมการค้าต่างปรโเทศ เรื่อง หลักเกณฑ แลโเงื่อนไข ในการพิจารณาเห็นนอบให้น าน ้ามันเนื้ อเพลิง เข้ามาในรานอาณาจักร พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2552 โดยอธิบดี กรมการค้าต่างปรโเทศ กรโทรวงพาณินย เห็นนอบให้น าเข้าโดยค าแนโน าของกรมธุรกิจพลังงาน กรโทรวงพลังงาน เมื่อได้มีการน าเข้าน ้ามันส าเร็จรูป จึงจ าเป็ นต้องท าสัญญาเพิ่มเติม กรณีรับน ้ามันส าเร็จรูปน าเข้าเพื่อการผลิตไฟฟ้ า (การบริหารสัญญา ที่มีความจ าเป็ นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง โดยการแก้ไขนั้นเพื่อปรโโยนน สาธารณโ) ข้อสรุปสารโส าคัญ/แก่นความรู้ - จากสัญญาซื้ อขายไฟฟ้ า ก าหนดให้โรงไฟฟ้ าจโใน้ก๊าซธรรมนาติเป็ นเนื้ อเพลิงหลัก แลโมีน ้ามันดีเซลเป็ นเนื้ อเพลิง ส ารอง โดยก าหนดว่าต้องมีปริมาณเพียงพอส าหรับการเดินต่อเนื่อง 3 วัน โดยมิได้รโบุปริมาณที่นัดเจน จึงท าให้ต้องมี ข้อตกลงเพิ่มเดิมรโหว่างคู่สัญญาในการก าหนดปริมาณน ้ามัน - กฎกรโทรวง ได้ก าหนดให้การกักเก็บน ้ามัน ในภานนโบรรจุน ้ามันเนื้ อเพลิงไม่เกิน 90% ของปริมาตรถังกักเก็บ จึงกรโทบต่อปริมาณน ้ามันส ารองตามสัญญา จึงท าให้ต้องมีข้อตกลงเพิ่มเดิมรโหว่างคู่สัญญาในการก าหนดปริมาณ น ้ามันส ารอง ให้สอดคล้องกับกฎกรโทรวงฯ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 23 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 - เมื่อเกิดสถานการณ ด้านพลังงานของปรโเทศเนื่องจากราคาก๊าซธรรมนาติในตลาดโลกมีราคาสูงขึ้ นท าให้ส่งผล โดยตรงต่อค่าไฟฟ้ า แลโได้พิจารณาแล้วการเดินด้วยน ้ามันดีเซลทดแทนจโมีราคาค่าไฟฟ้ าต่อหน่วยถูกกว่า แต่มิใน่อ านาจ ตามสัญญา จึงต้องปรโสานขอมติ กกพ. อาศัยอ านาจตามพรโรานบัญญัติปรโกอบกิจการพลังงาน ปี 2550 มาตรา 57 ในกรณีที่อาจเกิดการขาดแคลนไฟฟ้ าเป็นครั้งคราว หรือกรณีจ าเป็ นที่ต้องส ารองเนื้ อเพลิงในการผลิต ไฟฟ้ าเพื่อความมั่นคงหรือปรโโยนนในทางเศรษเกิจของปรโเทศคณโกรรมการโดยความเห็นนอบของรัเมนตรีมีอ านาจออก ค าสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตเพิ่มหรือลดการผลิตหรือการจ าหน่ายไฟฟ้าได ในกรณีเกิดการขาดแคลนก๊าซธรรมนาติเป็นครั้งคราว แลโเพื่อปรโโยนนแห่งความมั่นคงของปรโเทศ ให้คณโกรรมการมีอ านาจออกค าสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นผู้จัดหาแลโค่าส่งก๊าซธรรมนาติด าเนินการเจรจากับผู้ขาย ก๊าซธรรมนาติ เพื่อหาแนวทางเพิ่มปริมาณการผลิตแลโจัดหาก๊าซธรรมนาติแลโให้รายงานผลการด าเนินการต่อ คณโกรรมการ จึงท าให้ต้องอาศัยอ านาจ ตามพรโรานบัญญัติปรโกอบกิจการพลังงาน ปี 2550 เห็นนอบให้น าน ้ามันดีเซล ที่เป็ นน ้ามันส ารอง มาผลิตไฟฟ้ าเป็ นเนื้อเพลิงหลักได้ - เมื่อราคาเนื้ อเพลิงยังคงสูงต่อเนื่องภาครัเมีมติให้ลดภาษีสรรพสามิตน ้ามันดีเซลส าหรับผลิตไฟฟ้ าเป็ นศูนย แต่มิได้ก าหนดวิธีการปฏิบัติจึงได้สร้างปัญหาใหม่ในการด าเนินการ จึงต้องมีการท าข้อตกลงด้านปฏิบัติการร่วมกันเพิ่มเติม จึงท าให้ต้องแก้ไขสัญญาให้รองรับ ราคาเนื้ อเพลิงอัตราภาษีศูนย โดยความเห็นนอบจาก กกพ. - ต่อมาเมื่อโรงกลั่นน ้ามันในปรโเทศมีการหยุดบ ารุงรักษา ท าให้ปริมาณไม่เพียงพอต่อการใน้งานจ าเป็ นต้อง น าเข้าน ้ามันส าเร็จรูปจากต่างปรโเทศ แต่โครงสร้างสัญญาเดิมมิได้รองรับ จึงต้องมีการแก้ไขสัญญาให้รองรับราคาน ้ามัน น าเข้าเพื่อผลิตไฟฟ้ าใหม่ โดยความเห็นนอบจาก กกพ. กฎหมายหรือรโเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ 1. สัญญาซื้ อขายไฟฟ้ า 2. กฎกรโทรวง สถานที่เก็บรักษาน ้ามันเนื้ อเพลิง พ.ศ. 2551 3. พรโรานบัญญัติปรโกอบกิจการพลังงาน ปี 2550 4. ข้อตกลงเพิ่มเติมสัญญาจัดหาน ้ามัน 5. ปรโกาศกรมสรรพสามิต หลักเกณฑ วิธีการ แลโเงื่อนไขการเสียภาษีในอัตราศูนย ส าหรับน ้ามันดีเซลแลโ น ้ามันเตา ที่โรงไฟฟ้ าใน้ในการผลิตกรโแสไฟฟ้ าแลโขายกรโแสไฟฟ้ าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้ าฝ่ายผลิตแห่งปรโเทศไทย 6. ปรโกาศกรมการค้าต่างปรโเทศ เรื่อง หลักเกณฑ แลโเงื่อนไขในการพิจารณาเห็นนอบให้น าน ้ามันเนื้ อเพลิง เข้ามาในรานอาณาจักร พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมรโดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวินา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนโผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : นายณัเวุฒิ ผลปรโเสริเ ต าแหน่ง ผู้น่วยผู้ว่าการปฏิบัติการควบคุมรโบบ สังกัด การไฟฟ้ าฝ่ายผลิตแห่งปรโเทศไทย นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 177/2566 /2563 ---------------------------- กำรบรรยำยฟ้ องเกี่ยวกับประวัติกำรกระท ำควำมผิดและกำรต้องโทษจ ำคุกของจ ำเลยในคดีอำญำ ในการปฏิบัติงานอัยการศาลสูงเกี่ยวกับการพิจารณาออกค าสั่งคดีในชั้นอุทธรณ์-ฎีกานั้น ปรากฏว่า มีส านวนคดีบางส านวนที่อัยการชั้นต้นส่งมาแล้วตรวจพบว่าจ าเลยมีประวัติการกระท าความผิด (ตามประวัติ อาชญากรในส านวนการสอบสวน)หลายคดี มีทั้งคดีที่ศาลรอการลงโทษและไม่รอการลงโทษ แต่เกิดขึ้ นมา เกิน 5 ปี แล้ว และไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะขอให้ศาลเพิ่มโทษ บวกโทษ หรือนับโทษต่อได้ แต่อัยการชั้นต้นไม่ได้ บรรยายให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ในค าฟ้ อง ซึ่งส านวนคดีที่อัยการชั้นต้นส่งมาดังกล่าว ศาลรอการ ลงโทษให้แก่จ าเลย และเมื่ออัยการศาลสูงตรวจพิจารณาส านวนคดีดังกล่าวแล้ว เห็นว่า พฤติการณ์ในการ กระท าความผิดของจ าเลยมีความร้ายแรง รวมทั้งจ าเลยมีประวัติการกระท าความผิดและเคยถูกศาลพิพากษา ลงโทษจ าคุกมาแล้ว และจะออกค าสั่งให้อุทธรณ์และอุทธรณ์ขอให้ศาลไม่รอการลงโทษให้แก่จ าเลยนั้น กรณีจึงมีปัญหาว่า ถ้าอัยการศาลสูงจะอุทธรณ์โดยยกเหตุผลและประเด็นเกี่ยวกับจ าเลยเคยมีประวัติในการ กระท าความผิด และเคยต้องโทษจ าคุกมาก่อน การกระท าความผิดซ ้าซาก ไม่เข็ดหลาบ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ ใช้ประกอบดุลพินิจในการพิพากษาลงโทษจ าคุกจ าเลยโดยไม่รอการลงโทษให้แก่จ าเลยนั้น อัยการศาลสูงก็จะ ไม่สามารถที่จะอุทธรณ์ในประเด็นนี้ ได้ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวในค าฟ้ องและที่ว่ากันมาแล้ว ในศาลชั้นต้น เนื่องจากอัยการชั้นต้นไม่ได้ระบุหรือบรรยายไว้ในค าฟ้ องมาตั้งแต่ต้น ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ ดังนั้น เมื่ออัยการชั้นต้นได้รับส านวนคดีใดแล้วและจะยื่นฟ้ องผู้ต้องหาเป็ นจ าเลยต่อศาลใด ก็ให้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของจ าเลยเสมอๆว่าจ าเลยมีประวัติอาชญากรรมหรือไม่ หากมีก็ให้บรรยาย ให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ในค าฟ้ อง เพื่อให้ศาลใช้ประกอบดุลพินิจในการพิจารณาพิพากษาลงโทษ จ าเลยให้เหมาะสม ไม่ว่าประวัติการกระท าความผิดของจ าเลยดังกล่าวจะอยู่ในเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ที่จะ ขอให้เพิ่มโทษ บวกโทษหรือนับโทษจ าคุกจ าเลยต่อจากคดีอื่นหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็ นไปตามกฎหมาย หนังสือเวียน และระเบียบดังกล่าวข้างต้น และถ้าศาลชั้นต้นพิพากษารอการลงโทษให้แก่จ าเลย หากอัยการ ศาลสูงพิจารณาแล้วเห็นสมควรที่จะอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจ าเลยโดยไม่รอการลงโทษ อัยการศาลสูงจะได้ใช้เป็ นเหตุผลในการอุทธรณ์ต่อไป KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 23 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 2.ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 94 3. หนังสือส านักงานอัยการสูงสุดที่ อส 0007(สอ)/ว282 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2559 เรื่อง การบรรยาย ฟ้ องเกี่ยวกับการต้องโทษจ าคุกของจ าเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 4. ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูงของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 25 5. และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 - ผู้จัดท า KCJ : นายประสิทธ์ิแรงสู้ต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลสูง 5 (มีนบุรี) นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 178/2566 /2563 ---------------------------- บทบำทหน้ำที่ต่อกำรท ำคดีแรงงำนของพนักงำนอัยกำร ด้วยข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ผู้ประนีประนอม ในศาลแรงงานภาค 7 ท าหน้าที่ไกล่เกลี่ยคดีแรงงาน จึงมองเห็นภาพบทบาทหน้าที่ของพนักงานอัยการในคดีแรงงาน ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ คดีแรงงานเป็ นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่ร่วมงานกันมา เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้ น วิธีการที่ดีที่สุดที่จะท าให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ชื่อว่าเป็ นฝ่ายแพ้หรือชนะคดี คือ การไกล่เกลี่ย หากไกล่เกลี่ยส าเร็จจะได้ท างานร่วมกันต่อไป ลูกจ้างไม่ต้องตกงาน นายจ้างได้แรงงาน ท าให้ธุรกิจด าเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก ไม่เกิดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า การพิจารณาคดีแรงงานมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ อาทิเช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. 2543 พระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ในการปฏิบัติงานการด าเนินคดีแรงงาน พนักงานอัยการคดีแรงงานรับแก้ต่างให้พนักงาน ตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในกรณีถูกนายจ้างฟ้ องให้เพิกถอนค าสั่ง พนักงานตรวจแรงงานเท่ากับพนักงานอัยการคดีแรงงานเข้าไปคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงิน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยบทบัญญัติของมาตรา 123 ซึ่งเป็ นบทบัญญัติ หลักส าคัญที่จะให้ลูกจ้างผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้ยื่นค าร้อง ต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างท างานอยู่หรือนายจ้างมีภูมิล าเนาอยู่ เมื่อลูกจ้างผู้มีสิทธิได้รับ เงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้ยื่นค าร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่า นายจ้าง เลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระท าความผิด ลูกจ้างประสงค์ที่จะได้รับเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย หรือ เงินค่าจ้างค้างจ่าย พนักงานตรวจแรงงานจึงมีสิทธิสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งรวบรวมพยานหลักฐานฝ่ายลูกจ้าง ผู้ร้องและฝ่ายนายจ้าง ตามมาตรา 124 วรรคแรกได้ ฉะนั้น พนักงานตรวจแรงงานผู้รับค าร้องจะต้องเป็ น พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างท างานหรือนายจ้างมีภูมิล าเนาอยู่ จึงจะเกิดอ านาจการสอบสวน และการท าค าสั่งการสอบสวนของพนักงานตรวจแรงงานต้องเป็ นประเด็นข้อเรียกร้องของลูกจ้างผู้ร้อง ที่จะให้นายจ้างจ่ายเงินให้ นายจ้างจะให้การโต้แย้งข้อเรียกร้องของลูกจ้างว่าอย่างไร เมื่อรวบรวมข้อเท็จจริง รวมทั้งพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว มาตรา 124 วรรคสาม ให้พนักงานตรวจแรงงานวินิจฉัยและมีค าสั่งให้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 26 มิถุนำยน 2566
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 นายจ้างจ่ายเงินตามสิทธิที่ลูกจ้างมีอยู่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น สิทธิที่จะได้รับ ค่าชดเชยเมื่อนายจ้างเลิกจ้าง เจ้าพนักงานมีค าสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชย ตามมาตรา 118 ก าหนดไว้ เท่านั้นจะสั่งให้จ่ายค่าชดเชยตามที่ลูกจ้างกับนายจ้างท าสัญญากันไว้ไม่ได้ และเมื่อพนักงานตรวจแรงงาน ได้วินิ จฉัยและท าค าสั่งส่งให้กับฝ่ ายนายจ้าง ลูกจ้างไปแล้ว จะเปลี่ยนแปลงแก้ค าสั่งนั้ นไม่ได้ เพราะในบทบัญญัติมาตรา 125 ได้ให้สิทธิของนายจ้างลูกจ้าง หรือทายาทซึ่งไม่พอใจค าวินิจฉัยของ พนักงานตรวจแรงงานก็ให้น าคดีขึ้ นสู่ศาล เพื่อขอให้ศาลมีค าสั่งเพิกถอนค าสั่งนั้นเสียภายในก าหนด 30 วัน นับแต่วันที่รับทราบค าสั่งและค าสั่งถึงที่สุด เมื่อไม่น าคดีขึ้ นสู่ศาล เพื่อขอให้ศาลมีค าสั่งเพิกถอนค าสั่งนั้นเสีย ภายในก าหนด 30 วัน นับแต่วันที่รับทราบค าสั่ง และค าสั่งถึงที่สุดเมื่อไม่น าคดีขึ้ นสู่ศาลภายในก าหนด ฉะนั้น การสั่งไม่รับแก้ต่างให้พนักงานตรวจแรงงาน เพราะว่าค าสั่งนั้นไม่ถูกต้องก็ไม่น่าจะได้ เพราะเป็ น อ านาจของศาลที่จะสั่งเพิกถอนค าสั่งพนักงานตรวจแรงงาน และศาลจะเพิกถอนค าสั่งของพนักงาน ตรวจแรงงานหรือไม่ ผลที่ได้จะเกิดกับลูกจ้าง หรือหากศาลเพิกถอนค าสั่ง ลูกจ้างก็จะไม่ได้รับเงิน ตามค าสั่ง พนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งหากศาลยกฟ้ องโจทก์ ลูกจ้างก็จะได้รับเงินจากนายจ้าง และนอกจากนั้นยังมีวิธีการ อื่นที่นายจ้างกับลูกจ้างจะตกลงให้ข้อพิพาทระหว่างนายจ้าง ลูกจ้างระงับลงได้อีก ซึ่งท าให้ค าสั่งของพนักงาน ตรวจแรงงานนั้นสิ้ นผลลง ดังที่กล่าวมาข้างต้นเห็นได้ว่า คดีแรงงานเป็ นคดีที่มีลักษณะพิเศษ เพราะเป็ นข้อขัดแย้งระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งข้อขัดแย้งดังกล่าวควรได้รับการไกล่เกลี่ยยอมความในชั้นพนักงานอัยการ เพราะเป็ น ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือเกี่ยวกับสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็ นการด าเนินการเป็ นไปโดยความสะดวก ประหยัด รวดเร็ว เสมอภาคเป็ นธรรม ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ พนักงานอัยการควรจะมีการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมยอมความในชั้นอัยการ เมื่อตกลงกันได้แล้ว ท าสัญญายอมความ ส่งให้ผู้พิพากษาตามสัญญายอมความหรือยอมความแล้วไม่ติดใจ ถอนฟ้ องคดีในที่สุด พนักงานอัยการควรจะชี้ น าเสนอในการไกล่เกลี่ยในทุกชั้น เพื่อให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ าย มองเห็น ภาพผลลัพธ์ที่จะออกมาของค าพิพากษา เพราะเท่าที่ท าการไกล่เกลี่ย พนักงานอัยการมีบทบาทค่อยข้างน้อย ในการเสนอความคิดเห็น KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 การประสานงานของพนักงานอัยการกับพนักงานตรวจแรงงาน ไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าที่ควร ฉะนั้น ควรจะมีการจัดการสัมมนาในหน่วยงานทั้ง 2 ฝ่ าย เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ภาพรวมในคดีมีประสิทธิภาพ มากขึ้ น กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - กฎหมายแรงงานทุกฉบับ ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะ ผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : นายเสฏฐนันท์ อังกูรภาสวิชญ์ต าแหน่ง กรรมการผู้จัดการ สังกัด บริษัท เอส.พี.ที. อินดัสตรี้ จ ากัด นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 179/2566 /2563 ---------------------------- กำรรบัซ้ือไฟฟ้ำโครงกำรผลิตไฟฟ้ำจำกขยะชุมชน 1) มติ กพช. ครั้งที่ 3/2564 (ครั้งที่ 155) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 และครั้งที่ 3/2565 (ครั้งที่ 158) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 เห็นชอบข้อเสนอหลักการในการรับซื้ อไฟฟ้ าและอัตรารับซื้ อไฟฟ้ าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ส าหรับปี 2565 ส าหรับผู้ผลิตไฟฟ้ าขนาดเล็กมากและผู้ผลิตไฟฟ้ ารายเล็ก โดยเป็ นโครงการก าจัดขยะ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมอบให้เอกชนด าเนินการหรือด าเนินการร่วมตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอ าดและ ความเป็ นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็ น ระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 โดยเอกชนจะได้ค่าก าจัดขยะจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และรายได้จากการจ าหน่ายไฟฟ้ า 2) ระเบียบคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการรับซื้ อไฟฟ้ าโครงการผลิตไฟฟ้ าจากขยะชุมชน พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2565 ก าหนดหลักเกณฑ์การรับซื้ อไฟฟ้ าและคุณสมบัติของผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้ า พร้อมทั้ง ให้การไฟฟ้ ารับและพิจารณาค าเสนอขอขายไฟฟ้ าตามระเบียบและประกาศรับซื้ อไฟฟ้ า จากผู้ผลิตไฟฟ้ า โดยค านึงถึงศักยภาพของระบบไฟฟ้ าที่จะรับได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้ า และจัดท าต้นแบบสัญญา ซื้ อขายไฟฟ้ า 3) ประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน เรื่อง ประกาศรับซื้ อไฟฟ้ าโครงการผลิตไฟฟ้ าจากขยะชุมชน พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ก าหนดให้การไฟฟ้ ารับซื้ อไฟฟ้ าจากผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้ าโครงการผลิตไฟฟ้ าจากขยะ ชุมชนประเภทสัญญาแบบไม่บังคับปริมาณซื้ อขายไฟฟ้ า (Non-Firm) ในรูปแบบ FiT ตามรายชื่อโครงการที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอก าหนดและ กพช. เห็นชอบ โดยมีก าหนดวันจ่ายไฟฟ้ าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ที่ระบุในสัญญาซื้ อขาย ไฟฟ้ า (Scheduled Commercial Operation Date : SCOD) ภายในปี 2568 – 2569 และให้การไฟฟ้ าเปิ ดรับยื่นค าเสนอขอ ขายไฟฟ้ า นับตั้งแต่วันที่การไฟฟ้ ามีประกาศเปิ ดรับยื่นค าเสนอขอขายไฟฟ้ า ถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2566 และประกาศ รายชื่อผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้ าที่มีคุณสมบัติและความพร้อมในการลงนามสัญญาซื้ อขายไฟฟ้ า ภายใน 60 วัน นับจากวันที่เอกสาร ครบถ้วน 4) กฟผ. ออกประกาศหลักเกณฑ์การขอตรวจสอบจุดเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้ าและหลักเกณฑ์การยื่นขอผลิต ไฟฟ้ าส าหรับผู้ผลิตไฟฟ้ ารายเล็ก โครงการผลิตไฟฟ้ าจากขยะชุมชน ตามเงื่อนไขในระเบียบและประกาศของ กกพ. ข้างต้น เพื่อด าเนินการเปิดรับยื่นค าขอตรวจสอบจุดเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้ าและรับยื่นค าเสนอขอขายไฟฟ้ า KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 27 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ โครงการก าจัดขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ า มีลักษณะไม่เหมือนกับโรงไฟฟ้ าที่ใช้เชื้ อเพลิงขยะเนื่องจากต้องมีการ จัดการคัดแยกขยะก่อนน ามาใช้เป็ นเชื้ อเพลิงเน้นไปที่การผลิตไฟฟ้ าเพียงอย่างเดียว ส าหรับโครงการก าจัดขยะเพื่อผลิต กระแสไฟฟ้ า ต้องก าหนดวัตถุประสงค์ในการด าเนินการให้ชัดเจน คือ มีเป้ าหมายหลักในการก าจัดขยะจากชุมชนเป็ นหลัก และสามารถผลิตไฟฟ้ าส่งเข้าระบบของการไฟฟ้ าเป็ นผลพลอยได้ เป็ นการลดปัญหาการจัดการขยะที่มีจ านวนเพิ่มขึ้ น อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในสังคมเมือง โดยก าหนดคุณสมบัติที่พึงประสงค์ เช่นต้องก าจัดขยะเขิงปริมาณได้มากกว่า 90% ของน ้าหนักขยะก่อนก าจัดและควรก าหนดมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ มิใช่ก าหนดโดยองค์กรส่วนท้องถิ่น กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็ นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 6 - มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 3/2564 (ครั้งที่ 155) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 และครั้งที่ 3/2565 (ครั้งที่ 158) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 - ระเบียบคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน ว่าด้วยว่าด้วยการรับซื้ อไฟฟ้ าโครงการผลิตไฟฟ้ าจากขยะชุมชน พ.ศ. 2565 - ประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน เรื่อง ประกาศรับซื้ อไฟฟ้ าโครงการผลิตไฟฟ้ าจากขยะชุมชน พ.ศ. 2565 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : นายณัฐวุฒิ ผลประเสริฐ ต าแหน่ง ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการควบคุมระบบ สังกัด การไฟฟ้ าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 180/2566 /2563 ---------------------------- กำรพิจำรณำกำรรำยงำนส ำนวนกำรไต่สวนคดีอำญำ ของคณะกรรมกำรป้ องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติ (คณะกรรมกำร ป.ป.ช.) กรณีผู้ถูกกล่ำวหำพ้นจำกกำรเป็ นเจ้ำหน้ำที่ของรัฐไม่เกิน 2 ปี ข้อเท็จจริง ผู้ถูกกล่าวหาเป็ นนายกเทศมนตรีได้กระท าความผิดในขณะเป็ นเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมาย ในระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 ขณะที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ยังใช้บังคับอยู่ ผู้ถูกกล่าวหาเข้ารับต าแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลต าบลแห่งหนึ่ง สมัยที่ 1 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2548 และพ้นจากต าแหน่งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2551 และเข้ารับต าแหน่งนายกเทศมนตรี เทศบาลต าบล สมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 และพ้นจากต าแหน่ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2555 ผู้ถูกกล่าวหา จึงเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4 คดีจึงอยู่อ านาจไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใต้บังคับ บทบัญญัติ มาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะด าเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีมีผู้กล่าวหาเรื่องที่ถูกกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในขณะที่ผู้ถูก กล่าวหาเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพ้นจากการเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกิน 2 ปี ตามมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว คดีได้ความว่า ส านักตรวจสอบพิเศษภาค 4 ส านักงานตรวจเงินแผ่นดิน กองบังคับการป้ องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้ส่งเรื่องนี้ ไปยังส านักงาน ป .ป.ช. ตาม มาตรา 89 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ .ศ. 2542 ตามหนังสือกองบังคับการป้ องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ฉบับลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 โดยส านักงาน ป.ป.ช. ส านักบริหารงานกลาง ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 กรณีจึงรับฟังได้ว่า เรื่องนี้ มีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ถูกกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของผู้ถูกกล่าวหา พบว่าผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากต าแหน่งนายกเทศมนตรี เทศบาลต าบลฯ สมัยที่ 1 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2551 ดังนั้น การร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ถูกกล่าวหา ต่อส านักงาน ป.ป.ช. ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 จึงเป็ นกรณีที่มีการการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ถูกกล่าวหา เมื่อพ้นก าหนดระยะเวลากว่า 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐพ้นจากต าแหน่งใน สมัยที่ 1 แล้ว KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 28 มิถุนำยน 2566
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 คดีมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่า ผู้ถูกกล่าวหาด ารงต าแหน่งนายกเทศมนตรีฯ สมัยที่ 1 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2548 และพ้นจากต าแหน่ง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552 และส านักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติในการประชุม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อด าเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยคดีนี้ เหตุเกิด ระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 ขณะที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ยังมีผลบังคับใช้ ผู้ถูกกล่าวหาเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้างต้น ซึ่งการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 4 ว่ากระท าผิดฐาน ทุจริตต่อหน้าที่ ผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการหรือผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ต้องด าเนินการตาม มาตรา 84 (เดิม) โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องด าเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็ น เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพ้นจากการเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกิน 2 ปี คดีนี้ จึงเป็ นกรณีมีข้อพิจารณาว่า การกล่าวหาการกระท าความผิดซึ่งเกิดขึ้ นในวาระแรกในการด ารงต าแหน่งนายกเทศมนตรี จะต้องกล่าวหา ภายใน 2 ปี นับแต่พ้นวาระการด ารงต าแหน่งวาระแรกหรือไม่ การกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาครั้งนี้ เป็ นการ กล่าวหาหลังจากที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากต าแหน่งในวาระครั้งที่ 2 ต่อส านักงาน ป.ป.ช. เป็ นการกล่าวหาขณะที่ ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากการเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐในต าแหน่งดังกล่าวเกิน 2 ปี หรือไม่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอ านาจไต่สวนข้อเท็จจริงในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 หรือไม่ ซึ่งมีผลเกี่ยวกับอ านาจฟ้ องคดีของอัยการสูงสุด จากข้อเท็จจริงข้างต้น เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ด ารงต าแหน่งนายกเทศมนตรีฯ ต่อเนื่องกัน จ านวน 2 วาระ คือ วาระที่ 1 วันที่ 10 ตุลาคม 2547 ถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2551 วาระที่ 2 วันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 เห็นว่า คดีนี้ ส านักตรวจสอบพิเศษภาค 4 ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีหนังสือส่งเรื่อง กล่าวหาให้ส านักงาน ป.ป.ช. รับไว้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะพ้นจากต าแหน่ง ในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552 แต่ผู้ถูกกล่าวหา ได้รับเลือกตั้งให้ด ารงต าแหน่งนายกเทศมนตรี แห่งเดิม อีก 1 สมัยต่อเนื่องกัน ก่อนจะพ้นวาระไปในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 (ครบวาระ 4 ปี นับแต่ วันได้รับเลือกตั้ง) เมื่อส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยส านักตรวจสอบพิเศษภาค 4 ได้มีหนังสือ แจ้งพฤติการณ์คดีนี้ ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ดังนั้น จึงเป็ นการกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากต าแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกิน 2 ปี คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีอ านาจไต่สวน และอัยการสูงสุดมีอ านาจสั่งรับด าเนินคดีอาญาฟ้ องผู้ถูกกล่าวหา ต่อศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ ในเขตอ านาจได้ตามกฎหมาย ตามนัยค าพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2154/2564 KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระท าความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐนั้นมีการด ารงต าแหน่งเป็ นคราว ๆ ต่อเนื่องกัน การกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐกระท าความผิดเมื่อพ้นจากการเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกิน 2 ปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554) มาตรา 84 ต้องนับจากการพ้นจากการด ารงต าแหน่งคราวหลัง คดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีอ านาจไต่สวนคดีนี้ ส านวนการไต่สวนจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - ประมวลกฎหมายอาญา - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 84 - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 93 วรรคสอง 77 วรรคสอง - พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 15 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีของพนักงานอัยการในคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบ พ.ศ. 2562 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 - ผู้จัดท า KCJ : นายส าเร็จ หงษ์พันธ์ ต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 3 นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 181/2566 /2563 ---------------------------- ข้นัตอนกำรขออนุมตัิจดัหำ LNG สัญญำระยะยำว 1. มติ กพช. ครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 เห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดหา LNG ที่ให้ ปตท. ด าเนินการเพื่อจัดหา LNG ด้วยสัญญาระยะยาว และให้น าสัญญาซื้ อขาย LNG ระยะยาวเสนอต่อ กพช. และ ครม. เพื่อให้ความเห็นภายหลังจากที่การเจรจาสัญญามีข้อยุติ 2. มติ กพช. ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการแข่งขัน ในกิจการก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2 ดังนี้ 2.1 ยกเลิกมติ กพช. ตามข้อ 1 2.2 ในส่วนของการจัดหา LNG ส าหรับ Regulated Market นั้น ส าหรับสัญญาระยะยาวมอบหมาย ให้ สนพ. ร่วมกับ สกพ. พิจารณาก าหนดหลักเกณฑ์ราคาน าเข้า LNG (LNG Benchmark) และน าเสนอ ขอความเห็นชอบจาก กบง. และ กพช. ก่อนที่จะประกาศเป็ นหลักเกณฑ์ให้ Shipper น าไปใช้ในการจัดหา ต่อไปภายหลังจากที่การเจรจาสัญญามีข้อยุติ ให้น าสัญญาซื้ อขาย LNG เสนอต่อ กบง. พิจารณาให้ ความเห็นชอบก่อนการด าเนินการ 3. ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ได้มีการประชุม กพช. ครั้งที่ 1/2566 โดยในระเบียบวาระ ได้มีการน าเสนอให้ กพช. ทบทวนแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2 ดังนี้ 3.1 ในส่วนของประมาณการน าเข้า LNGมอบหมายให้ กกพ. สนพ. ชธ.ร่วมกันพิจารณา Demand และ Supply ก๊าซธรรมชาติของประเทศ และน าเสนอต่อ กบง. เพื่อพิจารณาปริมาณการน าเข้า LNG ของ ประเทศ รวมถึงปริมาณการน าเข้า LNG ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อภาระ Take or Pay และมอบหมายให้ กกพ. เป็ นผู้ก ากับดูแล 3.2 ยกเลิกมติ กพช. ตามข้อ 1 3.3 ในส่วนของการจัดหา LNG ส าหรับ Regulated Market นั้น ส าหรับสัญญาระยะยาวมอบหมาย ให้กกพ. ก ากับดูแลและพิจารณารายละเอียดของหลักเกณฑ์ LNG Benchmark ตามมติ กพช. วันที่ 6 มกราคม 2565 ให้มีความสอดคล้องกับสภาวะตลาดทุกเดือน และภายหลังจากที่การเจรจาราคา และเงื่อนไข หลักได้ข้อยุติ ให้น าเสนอต่อ กกพ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนด าเนินการลงนามสัญญา ซื้ อขาย LNG KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 29 มิถุนำยน 2566
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ จากข้อมูลและข้อเท็จจริงข้างต้น ปัจจุบัน กพช. ได้มอบหมายให้ กกพ. เป็ นผู้ก ากับดูแลปริมาณ (ตามที่ กบง. เห็นชอบ) และราคาในการน าเข้า LNG (ตามมติ กพช.) รวมไปถึงก าหนดให้น าเสนอ กกพ. ให้ความเห็นชอบก่อนด าเนินการลงนามในสัญญาซื้ อขาย LNG ระยะยาวด้วย ดังนั้น การขออนุมัติลงนาม ในสัญญาซื้ อขาย LNG ระยะยาวในปัจจุบัน อยู่ในอ านาจและหน้าที่ของ กกพ. ตามมติ กพช. ครั้งที่ 1/2566 กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวกับความรู้นี้ - พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 6 - มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติครั้งที่ 1/2566 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2566) ในหัวข้อวิชา การบริหารจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะ ผู้บริหาร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ : นายสนัทดัเข็มประสิทธ์ิต าแหน่ง ผู้จัดการ สังกัด บริษัท ปตท. จ ากัด (มหาชน) นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 182/2566 /2563 ---------------------------- เรื่อง กำรยนื่คำ เสนอขอ้พิพำท เพื่อใชส้ิทธิ์เรียกรอ้ง ให้หุ้นส่วนผู้จัดกำรรับผิดร่วมกับห้ำงหุ้นส่วนจ ำกัด ในคดีอนุญำโตตุลำกำร โดยปกติ การท าสัญญาจ้าง หรือสัญญาว่าจ้าง ให้ด าเนินการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ นสัญญาประเภทใดก็ตาม บุคคล ที่เป็ นคู่สัญญา จะมีทั้งบุคคลธรรมดา กับบุคคลธรรมดา หรือบุคคลธรรมดา กับนิติบุคคล หรือระหว่างนิติบุคคล กับ นิติบุคคล แต่นิติบุคคล นั้นมีหลายประเภท อาทิเช่น บริษัทจ ากัด บริษัทมหาชนจ ากัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจ ากัด และนิติบุคคลอื่น ๆ ซึ่งโดยปกติ ผู้มีอ านาจกระท าการแทน นิติบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้น จะมีความรับผิด ในทางแพ่ง แยกต่างหาก จากความรับผิดของนิติบุคคลนั้น ๆ ยกเว้นในบางกรณีเช่น เรื่องของห้างหุ้นส่วนจ ากัด ซึ่งผู้มีอ านาจ กระท าการแทนห้างหุ้นส่วนจ ากัดนั้น คือหุ้นส่วนผู้จัดการ โดยหุ้นส่วนผู้จัดการนั้น หากห้างหุ้นส่วนจ ากัด มีความรับผิด ต่อบุคคลอื่นในบรรดาหนี้ สินที่เกิดขึ้ นจากการด าเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนจ ากัดนั้น นอกจากห้างหุ้นส่วนจ ากัด จะต้อง รับผิดในบรรดาหนี้ สินที่เกิดขึ้ นต่อบุคคลภายนอกแล้ว หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอ านาจกระท าการแทน ก็จะมีความรับผิด ต่อบรรดาหนี้ สินของห้างหุ้นส่วนจ ากัดที่เกิดขึ้ นโดยไม่จ ากัดจ านวนต่อบรรดาเจ้าหนี้ ซึ่งเป็ นบุคคลภายนอก ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077(2) และมาตรา 1087 ซึ่งกรณีดังกล่าว หากเป็ นการด าเนินการใช้สิทธิ เรียกร้องของบรรดาเจา้หน้ีที่มีมูลหน้ีอันตอ้งเรียกรอ้งเอากับหา้งหุน้ส่วนจา กัดดว้ยวิธีการใชส้ิทธ์ิทางศาล ไม่ว่าจะเป็น ศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง บรรดาเจ้าหนี้ เหล่านั้น สามารถใช้สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ ที่ตนเป็ นเจ้าหนี้ ได้ทั้งกับ ห้างหุ้นส่วนจ ากัด และตัวหุ้นส่วนผู้จัดการ แต่หากสัญญาเหล่านั้น มีข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ในมาตรา 11 แล้ว การใช้สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ ในมูลหนี้ ต่อห้างหุ้นส่วนจ ากัดนั้น บรรดาเจ้าหนี้ เหล่านั้น ไม่อาจจะใช้สิทธิเรียกร้องของตนต่อศาลได้ทันที หากมีการยื่นใช้สิทธิต่อศาล ไม่ว่าจะเป็ น ศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง ศาลสามารถใช้ดุลพินิจไม่รับฟ้ องนั้น เพื่อให้มีการไปด าเนินการตามข้อสัญญา อนุญาโตตุลาการก่อน โดยเฉพาะศาลปกครอง แต่เดิมอาจจะมีการรอให้ฝ่ ายผู้ถูกฟ้ องคดียื่นค าให้การเข้ามาในคดี ถ้าค าให้การดังกล่าว มีการตั้งประเด็นเกี่ยวกับข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ ศาลปกครองก็จะมีค าสั่งจ าหน่ายคดีให้มา ด าเนินการตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ แต่หากในค าให้การ ไม่มีการยกข้อต่อสู้ในเรื่องของข้อตกลงตามสัญญา อนุญาโตตุลาการ ในการระงับข้อพิพาทดังกล่าว ศาลปกครองอาจถือว่าคู่พิพาททั้งสองฝ่าย หรือคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายสมัครใจ ยินยอมที่จะระงับหรือยกเลิก ซึ่งข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการที่มีการตกลงกันไว้แต่แนวบรรทัดฐานของศาลปกครอง ในภายหลังหากศาลเห็นข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ ศาลปกครองสามารถมีค าสั่งจ าหน่ายคดีให้ไปด าเนินการตามข้อสัญญา อนุญาโตตุลาการได้ โดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายผู้ถูกฟ้ องคดียื่นค าให้การเพื่อตั้งประเด็นดังกล่าวมาในคดีแต่อย่างใด KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 30 มิถุนำยน 2566
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 สภาพปั ญหาที่เกิดขึ้ นในคดีอนุญาโตตุลาการ คือ สัญญาอนุญาโตตุลาการที่เกิดขึ้ น ไม่ว่าจะท าเป็ นสัญญา แยกต่างหาก หรือก าหนดรวมไว้ในสัญญาหลักหรือสัญญาว่าจ้างหรือสัญญาต่าง ๆ ก็ดี หากพิจารณาแต่เฉพาะทางด้านของ การแสดงเจตนา เพื่อท านิติกรรมสัญญาดังกล่าว โดยเฉพาะนิติกรรมสัญญาหรือข้อสัญญาที่เป็ นข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ .ศ. 2545 มาตรา 11 นั้น ผู้แสดงเจตนาที่แท้จริงย่อมเป็ นตัวนิติบุคคล โดยผู้มีอ านาจ กระท าการแทนหรือกล่าวคือเป็ นการแสดงเจตนาของห้างหุ้นส่วนจ ากัด โดยหุ้นส่วนผู้จัดการ เหล่านั้น ถือว่า ด าเนินการ ตกลงท าข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ ในนามของนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจ ากัด ดังนั้น เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาเกิดขึ้น และจ าต้องใช้วิธีระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการทางอนุญาโตตุลาการ ตามที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้ หากเจ้าหนี้ หรือในคดี อนุญาโตตุลาการจะเรียกว่าผเู้รียกรอ้ง ไดย้นื่คา เสนอขอ้พิพาท เพื่อใชส้ิทธ์ิเรียกรอ้งเอากบัหา้งหุน้ส่วนจา กดัผูเ้รียกรอ้งก็จะ มีการยื่นค าเสนอขอ้พิพาท เพื่อใชส้ิทธ์ิเรียกรอ้งเอากับหุน้ส่วนผูจ้ัดการ โดยหา้งหุน้ส่วนจ ากัด มีฐานะเป็ นผู้คัดค้านที่ 1 ส่วนหุ้นส่วนผู้จัดการ มีฐานะเป็ นผู้คัดค้านที่ 2 ด้วยการพิจารณาเฉพาะในส่วนแรกนี้ดังนั้นเมื่อคณะอนุญาโตตุลาการบางคณะ มีการวินิจฉัยชี้ ขาดคดีในกรณีดังกล่าว อาจมีค าวินิจฉัยว่าหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้คัดค้านที่ 2 นั้น มิได้ผูกพันกับข้อสัญญา อนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11 อันท าให้หุ้นส่วนผู้จัดการนั้นไม่อยู่ภายใต้ กระบวนการอนุญาโตตุลาการ และคณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอ านาจวินิจฉัยชี้ ขาดไปถึงตัวหุ้นส่วนผู้จัดการได้ แต่หาก มีการพิจารณาในส่วนอื่นด้วยซึ่ง ในกรณีนี้ ยังมีกฎหมายหรือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077(2) และ 1087 ก าหนดให้หุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องรับผิดร่วมกับห้างหุ้นส่วนจ ากัดที่ตนเป็ นหุ้นส่วนผู้จัดการอยู่ โดยไม่จ ากัดจ านวนแล้ว ย่อมสามารถพิจารณาฟังได้ว่าตัวหุ้นส่วนผู้จัดการนั้น แม้เป็ นผู้แสดงเจตนาแทนนิติบุคคล แต่ก็จะต้องร่วมรับผิดกับนิติบุคคล นั้นด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวต่อมาได้เกิดเป็ นคดีขึ้ นในชั้นอนุญาโตตุลาการ และคณะอนุญาโตตุลาการตั้งแต่เดิมมา ก็จะมีค าวินิจฉัย ให้หุ้นส่วนผู้จัดการนี้ร่วมรับผิดกับห้างหุ้นส่วนจ ากัดด้วย แต่ปรากฏว่าต่อมากลับมีคณะอนุญาโตตุลาการ ได้มีค าวินิจฉัย ชี้ ขาดว่าหุ้นส่วนผู้จัดการไม่ผูกพันตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ และก็มีคณะอนุญาโตตุลาการอีกคดีหนึ่งวินิจฉัยชี้ ขาดว่า หุ้นส่วนผู้จัดการ ผูกพันตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ และต้องร่วมรับผิดกับห้างหุ้นส่วนจ ากัดในคดีอนุญาโตตุลาการด้วย จึงเป็ นกรณีข้อพิพาทไปถึงศาลปกครองสูงสุด สืบเนื่องจากมีการเพิกถอนค าชี้ ขาด ของคณะอนุญาโตตุลาการทั้งสองประการ ทั้งสองคดีดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติอนุ ญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40 ด้วยเหตุที่ว่าในคดีแรก ที่คณะอนุญาโตตุลาการ วินัยวินิจฉัยชี้ ขาดว่า หุ้นส่วนผู้จัดการไม่ผูกพันตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ โดยตั้งประเด็น เพิกถอนว่าหากหุ้นส่วนผู้จัดการไม่ผูกพันตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการและไม่ต้องรับผิดในคดีอนุญาโตตุลาการ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาและสภาพบังคับ ในการบังคับคดีของเจ้าหนี้ เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์มาตรา 1077(2) และ 1087 ได้ อันอาจเป็ นเรื่องที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่ปรากฏว่า ศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.317/2560 นั้น กลับมิได้มีค าสั่งไม่เพิกถอนค าวินิจฉัยชี้ ขาด ของคณะอนุญาโตตุลาการในคดีดังกล่าว ที่มีค าชี้ ขาดให้ยกค าเสนอข้อพิพาท และค าขอท้ายค าเสนอข้อพิพาทในส่วนของ หุ้นส่วนผู้จัดการ แต่กรณีดังกล่าว จะเห็นได้ว่า แม้หุ้นส่วนผู้จัดการจะด าเนินการลงนาม หรือแสดงเจตนาผูกพันในข้อสัญญา อนุญาโตตุลาการ ในฐานะผู้มีอ านาจกระท าการแทน ห้างหุ้นส่วนจ ากัดก็ตามแต่การแสดงเจตนาดังกล่าว เป็ นการด าเนินการ ในฐานะผู้ใช้อ านาจกระท าการแทน ซึ่งการรับรู้หรือรับทราบ การแสดงเจตนาต่าง ๆ และผลที่เกิดขึ้ นจากการผูกนิติสัมพันธ์นั้น การจะรับรู้หรือรับทราบย่อมต้องเป็ นตัวหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งเป็ นบุคคลธรรมดาอันมีความรู้สึกนึกคิด และรู้ถึงผลของ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 การแสดงเจตนาออกไป ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับที่กฎหมายก าหนดให้หุ้นส่วนผู้จัดการนี้ ต้องมีความรับผิดในบรรดา หนี้ สินต่าง ๆ ของห้างหุ้นส่วนจ ากัดโดยไม่จ ากัดจ านวนร่วมกับห้างหุ้นส่วนจ ากัด ย่อมสามารถพิจารณาได้ว่าการแสดงเจตนา ของหุ้นส่วนผู้จัดการดังกล่าว แม้เป็ นการแสดงเจตนาแทนหุ้นส่วนจ ากัดซึ่งเป็ นนิติบุคคล อันเป็ นบุคคลที่กฎหมายสมมติขึ้ น ไม่สามารถรับรู้รับทราบถึงข้อผูกพันต่าง ๆ ได้โดยตนเอง ฉะนั้นผู้ที่รับรู้หรือรับทราบ ข้อผูกพันดังกล่าวนี้ ย่อมเกิดขึ้ น แก่หุ้นส่วนผู้จัดการด้วย และเมื่อพิจารณาประกอบกับกฎหมายที่ก าหนดให้หุ้นส่วนผู้จัดการ ต้องรับผิดร่วมกับห้างหุ้นส่วน จ ากัดโดยไม่จ ากัดจ านวน กรณีดังกล่าวย่อมถือโดยปริยายได้ว่าหุ้นส่วนผู้จัดการนั้น ย่อมต้องผูกพันในข้อสัญญา อนุญาโตตุลาการตามห้างหุ่นส่วนจ ากัดด้วย มิเช่นนั้น ย่อมอาจท าให้สภาพบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077(2) และ 1087 สิ้ นผลไป โดยข้อตกลงหรือนิติกรรมสัญญาตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือเป็ นเรื่องที่นิติ กรรม สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขนิติเหตุใด ทั้งที่นิติเหตุหรือกฎหมายดังกล่าวนั้น การที่ให้หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดร่วมกับ ห้างหุ้นส่วนจ ากัดนั้น ย่อมถือเป็ นเรื่องที่กฎหมายต้องการรักษาความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน เนื่องจากห้างส่วนจ ากัด จะมีผู้เข้าร่วมหุ้นหรือร่วมทุนเป็ นจ านวนน้อย อาจจะมีทุนจดทะเบียนน้อยกว่านิติบุคคลอื่น ๆ ดังนั้น เพื่อมิให้มีการเชิดเอานิติบุคคลทีมีการจัดตั้งขึ้ นไปหาประโยชน์โดยไม่ชอบกฎหมาย จึงก าหนดให้บุคคลที่ยอมผูกพัน ตนเป็ นหุ้นส่วน ผู้จัดการนั้นต้องรับผิดโดยไม่จ ากัดจ านวนร่วมกับห้างหุ้นส่วนจ ากัด เพื่อไม่สามารถน านิติบุคคลนั้นไปหา ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายได้ ดังนั้นในคดีหลังคณะอนุญาโตตุลาการ หรือคณะอนุญาโตตุลาการเป็ นส่วนมาก จึงมีค าวินิจฉัยชี้ ขาดให้หุ้นส่วนผู้จัดการนั้น ต้องรับผิดชดใช้หนี้ ให้กับเจ้าหนี้ ร่วมกับห้างหุ้นส่วนจ ากัดไปในคดี อนุญาโตตุลาการได้หรือหุ้นส่วนผู้จัดการนั้นมีความผูกพันตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการด้วย และค าชี้ ขาด ของ คณะอนุญาโตตุลาการในคดีหลังนี้ ก็มีการยื่นค าร้องขอเพิกถอนค าชี้ ขาดดังกล่าวต่อศาลปกครองจนคดีถึงศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลปกครองสูงสุดก็ไม่ได้เพิกถอนค าชี้ ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่มีค าชี้ ขาดให้หุ้นส่วนผู้จัดการ มีความผูกพัน ตามสัญญาอนุญาโตตุลาการและต้องร่วมรับผิดกับห้างหุ้นส่วนจ ากัด เพื่อใช้หนี้ ให้กับเจ้าหนี้ ในคดีอนุญาโตตุลาการ แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.581/2563 ซึ่งสาระส าคัญของค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ทั้งสองคดีนี้ หากมีการตรวจพบ แต่เพียงข้อวินิจฉัย ตามค าพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีแรก อาจสามารถเข้าใจได้ว่า ต่อไปเจ้าหนี้ที่จะใช้สิทธิเรียกร้อง ลูกหนี้ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ หากลูกหนี้ เป็ นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจ ากัด กรณีย่อมไม่สามารถใช้สิทธิเรียกร้อง ให้หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดร่วมกับห้างหุ้นจ ากัด ในคดีอนุญาโตตุลาการได้แต่หากตรวจพบเจอค าวินิจฉัยตามค าพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดในคดีที่สอง อาจเข้าใจได้ว่าในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เจ้าหนี้ สามารถใช้สิทธิเรียกร้องเอากับ หุ้นส่วนผู้จัดการให้รับผิดร่วมกับห้างหุ้นส่วนจ ากัดได้ และเป็ นการกลับค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีแรก สาระส าคัญ จริงอยู่ที่ค าวินิจฉัยของค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดทั้งสองคดี กล่าวคือ ค าวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดทั้งสองคดีนี้ มิได้ขัดแย้งกันหรือค าพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีหลังนี้ กลับค าพิพากษาหรือค าวินิจฉัยของค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีแรกแต่อย่างใด เพียงแต่การวินิจฉัยค าร้องขอเพิกถอนค าชี้ ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการนั้น ศาลปกครองเอง มีอ านาจที่จะวินิจฉัยให้เพิกถอนค าชี้ ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ภายในกรอบที่ก าหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ในมาตรา 40 อาทิเช่น การยอมรับหรือบังคับตามค าชี้ ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการนั้น จะเป็ นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือคณะอนุญาโตตุลาการ ชี้ ขาดนอกจากที่ปรากฏ ในค าขอและอื่น ๆ เท่านั้น แต่ในกรณีค าวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการที่วินิจฉัยถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อันเกี่ยวกับ ความรับผิดชอบของหุ้นส่วนผู้จัดการไม่ว่าจะตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11 หรือตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077(2) และ 1087 นั้น ถือ เป็ นดุลพินิจ ของคณะอนุญาโตตุลาการในการพิจารณา KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ตัดสินคดี ซึ่งศาลปกครองไม่มีอ านาจตามที่ก าหนดไว้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ในมาตรา 40 ที่จะเพิกถอนค าชี้ ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการทั้งสองคดีได้ ดังนั้นไม่ว่าคณะอนุญาโตตุลาการ จะวินิจฉัยชี้ ขาดประเด็น ดังกล่าวนี้ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่อยู่ในอ านาจของศาลปกครองที่จะมีค าสั่งเพิกถอน ค าวินิจฉัยชี้ ขาดดังกล่าวของคณะ อนุญาโตตุลาการได้ ในทั้งสองคดีข้างต้น - กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติว่าควรจะยื่นค าเสนอข้อพิพาท และค าขอท้ายค าเสนอข้อพิพาท เพื่อใช้สิทธ์ิเรียกร้องเอากับหุน้ส่วนผู้จัดการในคดีอนุญาโตตุลาการไปเลยหรือไม่อย่างไร เพราะเหตุว่าหากมีการยื่น ข้อเรียกร้องไปในคดีอนุญาโตตุลาการ แล้วเมื่อคณะอนุญาโตตุลาการ มีค าชี้ ขาดให้ยกค าเสนอข้อพิพาท และค าขอท้ายเสนอ ข้อพิพาทในส่วนของหุ้นส่วนผู้จัดการ แล้วคดีขาดอายุความแล้วเจ้าหนี้ สามารถหยิบยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสองมาใช้ได้หรือไม่ หรือหากใช้สิทธ์ิฟ้องหุ้นส่วนผู้จัดการต่อศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง แยกออกไป แล้วกระบวนการทั้งสองต่างไม่รอการพิจารณาวินิจฉัยคดีของฝ่ ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วมีค าชี้ ขาดที่แตกต่างกัน ย่อมก่อให้เกิดปัญหากันในกระบวนการยุติธรรมอย่างแน่แท้ ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ หากจะต้องมีการใช้สิทธิในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ อันเกี่ยวกับหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งเป็ นผู้มีอ านาจกระท าการ แทนห้างหุ้นส่วนจ ากัด สมควรที่จะมีการด าเนินการกับหุ้นส่วนผู้จัดการในคดีชั้นอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ในเมื่อปัจจุบัน ยังไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ดังนั้นหากพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในมาตรา 193/14(4) ซึ่งก าหนดว่า การใช้สิทธ์ิเสนอคดีหรือมอบคดีใหค้ณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาน้ัน ท าให้อายุความสะดุดหยุดลง หากคณะอนุญาโตตุลาการ ยกค าเสนอข้อพิพาทหรือค าขอท้ายค าเสนอข้อพิพาท ในส่วนของหุ้นส่วนผู้จัดการว่าไม่อยู่ ในอ านาจของคณะอนุญาโตตุลาการที่จะวินิจฉัยชี้ ขาดได้ เมื่อมีมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการ แล้วท าให้อายุความสะดุด หยุดลง และคณะอนุญาโตตุลาการสามารถพิจารณาและท าค าวินิจฉัยชี้ ขาดคดีได้ ยอมถือว่าค าวินิจฉัยชี้ ขาดของคณะ อนุญาโตตุลาการนั้นเป็ นอ านาจกึ่งตุลาการ การยกค าเสนอข้อพิพาทดังกล่าว จึงสามารถเทียบเคียง น ามาตรา 193/17 วรรคสอง มาเทียบเคียงได้กรณีดังกล่าว จึงปรากฏสาระส าคญัหรือแก่นความรูท้ ี่ว่า กรณีของการใชส้ิทธ์ิในกระบวนการ อนุญาโตตุลาการ เพื่อเรียกร้องให้ลูกหนี้ ซึ่งเป็ นห้างหุ้นส่วนจ ากัดนั้น ยังไม่มีข้อยุติว่าจะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องหุ้นส่วน ผู้จัดการให้รับผิดชอบร่วมกับห้างหุ้นส่วนจ ากัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077(2) และ 1087 ได้หรือไม่ และยังไม่มีค าพิพากษา ไดท้ ี่จา กดัสิทธิของเจา้หน้ีที่จะใชส้ิทธ์ิเรียกรอ้งเอากับหุ้นส่วนผู้จัดการให้รับผิดร่วมกับ ห้างหุ้นส่วนจ ากัดในกระบวนการอนุญาโตตุลาการได้แต่อย่างใด ดังนั้น การที่มีค าพิพากษาของศาลสูงสุดขัดและแย้งกันนั้น จึงต้องท าการพิจารณาเนื้ อหาให้ดีว่าค าพิพากษาดังกล่าวนั้นขัดและแย้งกัน หรือเป็ นการกลับค าวินิจฉัยเดิมหรือไม่อย่างไร และสรุปได้ว่าในกรณีดังกล่าวยังไม่มีข้อยุติในกรณีนี้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ที่มำ : - พระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า” สัญญาอนุญาโตตุลาการ หมายถึง สัญญาที่คู่สัญญา ตกลงให้ระงับข้อพิพาททั้งหมดหรือบางส่วนที่เกิดขึ้ นในอนาคตไม่ว่าจะเกิดจากนิติสัมพันธ์ทางสัญญาหรือไม่โดยวิธีอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ สัญญาอนุญาโตตุลาการอาจเป็ นข้อสัญญาหนึ่งในสัญญาหลัก หรือเป็ นสัญญาอนุญาโตตุลาการแยกต่างหากก็ได้ สัญญาอนุญาโตตุลาการต้องมีหลักฐานเป็ นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญา เว้นแต่ถ้าปรากฏข้อสัญญาในเอกสารที่คู่สัญญาโต้ตอบทาง จดหมาย โทรสาร โทรเลข โทรพิมพ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือทางอื่น ซึ่งมีการบันทึกข้อสัญญา นั้นไว้ หรือมีการกล่าวอ้างข้อสัญญาในข้อเรียกร้องหรือข้อคัดค้านและคู่สัญญาฝ่ ายที่มิได้กล่าวอ้างไม่ปฏิเสธให้ถือว่ามีสัญญา อนุญาโตตุลาการแล้ว สัญญาที่มีหลักฐานเป็ นหนังสืออันได้กล่าวถึงเอกสารใดที่มีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้อตกลงนั้นเป็ นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก ให้ถือว่ามีสัญญาอนุญาโตตุลาการแล้ว -พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 27 บัญญัติไว้ว่า ในการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ ให้ถือว่ามีการ มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาตามมาตรา 193/14(4) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ -ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/14 บัญญัติไว้ว่า อายุความย่อมสะดุดหยุดลงในกรณีดังต่อไปนี้ (4) เจ้าหนี้ ได้มอบ ข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา -ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/17 วรรคสองบัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่คดีนั้นศาลไม่รับหรือคืนหรือให้ยกค าฟ้ ง เพราะเหตุคดีไม่อยู่ในอ านาจศาล หรือศาลให้ยกค าฟ้ องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้ องใหม่และปรากฏว่าอายุความครบก าหนดไปแล้ว ในระหว่างการพิจารณา หรือจะครบก าหนดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ค าพิพากษาหรือค าสั่งนั้นถึงที่สุด ให้เจ้าหนี้ มีสิทธิฟ้ องคดี เพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ช าระหนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ค าพิพากษาหรือค าสั่งนั้นถึงที่สุด -ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077 บัญญัติว่า อันห้างหุ้นส่วนจ ากัดนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทหนึ่ง ซึ่งมีผู้เป็ นหุ้นส่วน สองจ าพวก ดังจะกล่าวต่อไปนี้ (1)... (2) ผู้เป็ นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ ของห้างหุ้นส่วน ไม่มี จ ากัดจ านวนอีกจ าพวกหนึ่ง -ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1087 บัญญัติว่า ปั้นห้างหุ้นส่วนจ ากัดนั้น ท่านว่าต้องให้แต่เฉพาะ ผู้เป็ นหุ้นส่วนจ าพวก ไม่จ ากัดความรับผิดเท่านั้นเป็ นผู้จัดการ - ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.317/3560 ระหว่างกรมพัฒนาที่ดิน ผู้อง กับ ห้างหุ้นส่วนจ ากัดอ่างทอง เอส.เอ็น คอนสตรัคชั่น ที่ 1 และนางสาวสมคิด ค าช านาญ ที่ 2 ผู้คัดค้าน - ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 581/2563 ระหว่าง กรมทรัพยากรน ้า ที่ 1 จังหวัดพัทลุง ที่ 2 ผู้ร้องกับห้างหุ้นส่วนจ ากัด สุชินกิจ ที่ 1 นายสุชิน จักรเพชร ที่ 2. ผู้คัดค้าน - การจัดเก็บองค์ความรู้หน้างาน (Knowledge from Field Building: KFB) ประเภท การจัดเก็บความรู้หน้างาน : Knowledge Capturing on Job (KCJ) ผู้บันทึก นายปวโรจน์ พานิชปฐม ต าแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สังกัด ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายการอนุญาโตตุลาการ 1 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)