The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องที่ 1-182/2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kmcenter.ago1, 2023-06-26 04:15:56

KM 3P ม.ค.-มิ.ย.66

เรื่องที่ 1-182/2566

www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 25/2566 /2563 ---------------------------- กำรจัดกำรควำมรู้ด้ำนกำรด ำเนินคดี จากค าถาม เรื่อง การจัดการความรู้ด้านการด าเนินคดีในฐานะบุคลากรในส านักงานอัยการสูงสุดซึ่งมีหน้าที่ โดยตรงหรือหน้าที่โดยอ้อมเกี่ยวกับการว่าต่างแก้ต่างฟ้ องร้อง การด าเนินคดี ซึ่งต้องมีการจัดเรียงล าดับเอกสารการให้ หมายเลขเอกสารในส านวนคดีอาญา คดีแพ่ง คดีปกครอง และคดีปราบปรามการทุจริต รวมถึงการรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่ ประกอบการด าเนินคดี โดยจัดท าบัญชีรายละเอียดรวมไว้ด้วย นั้น เห็นว่าในการด าเนินคดีอาญา คดีแพ่ง เป็ นลักษณะกล่าวหา ผู้ใดกล่าวหา ผู้นั้นเป็ นผู้พิสูจน์ ภาระการพิสูจน์ ตามค าฟ้ อง ค าให้การ ตกกับ (โจทก์) ในส านวนคดีแพ่ง มีกรณีที่จ าเลยฟ้ องแย้ง ภาระการพิสูจน์ตกแก่จ าเลยในส่วนฟ้ องแย้ง แต่การด าเนินคดีปกครองและคดีปราบปรามการทุจริต (ซึ่งมีทั้งคดีที่คดีที่มีโทษทางอาญาและคดีทางแพ่งคือคดีร ่ารวย ผิดปกติ) เป็ นกระบวนการไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งตัวความและศาลร่วมกันแสวงหาข้อเท็จจริงซึ่งรวมทั้งการแสดงทาง เอกสาร พยานหลักฐานในการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงก่อนมีค าสั่งพิพากษาหรือค าสั่ง นั้น 1. ในส่วนของการด าเนินคดีอาญา ส่วนใหญ่การด าเนินคดีจะเป็ นการน าพยานบุคคลเข้าสืบพิสูจน์ความผิด หรือความบริสุทธ์ิของจ าเลยมากกว่าการน าพยานเอกสารเข้าสืบ เว้นแต่คดีอาญาเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร ใช้เอกสารปลอม หรือในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยค าพูด หนังสือ ภาพขีดเขียนหรือสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาท นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) วรรคสอง นั้นก าหนดให้โจทก์จะต้องบรรยายในค าฟ้ องไว้ โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้ อง ดังนั้นโจทก์จึงต้องแนบเอกสารดังกล่าวซึ่งเป็ นทั้งข้อเท็จจริงและเป็ นองค์ประกอบความผิด ที่ได้ฟ้ องไว้ท้ายค าฟ้ อง การจัดเรียงล าดับเอกสารและการให้แนบเอกสาร จึงมีความส าคัญและจ าเป็ นต่อการด าเนินคดี ทั้งยังเป็ นการสะดวกแก่การตรวจพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาของศาล ถึงแม้ว่าในระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย การด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2563 หมวด 3 การสืบพยานจะไม่ได้ก าหนดให้ท าแต่การจัดเรียงล าดับ เอกสาร การให้หมายเลขเอกสาร รวมทั้งการรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่ประกอบการด าเนินคดี โดยจัดท าบัญชีรายละเอียด รวมไว้ ซึ่งต้องมีการท าบัญชีพยานเสนอศาลอยู่แล้ว จึงเป็ นประโยชน์ต่อการด าเนินคดีทั้งในชั้นท าความเห็น ค าสั่งและ ชั้นพิจารณา (สืบพยาน) หรือชั้นอุทธรณ์ฎีกา (ชั้นศาลสูง) กล่าวคือท าให้การด าเนินคดีเห็นภาพชัดเจน ง่ายและสะดวกต่อ การพิจารณาส านวน (กรณีพนักงานอัยการท่านอื่นมารับโอนส านวนในภายหลังหรืออัยการศาลสูงสามารถตรวจส านวนได้ง่าย 2. ในส่วนของการด าเนินคดีแพ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ นการพิพาทกันในเรื่องของการผิดสัญญาเรียกค่าเสียหาย พยานหลักฐานที่คู่ความจะต้องน าสืบจะเป็ นพยานเอกสารมากกว่าพยานบุคคล อีกทั้ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 19 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ความแพ่ง มาตรา 84 ก าหนดให้คู่ความต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาล และมาตรา 90 ก าหนดให้คู่ความต้องยื่นเอกสารต่อ ศาลและส่งส าเนาเอกสารให้คู่ความฝ่ายอื่นเพื่อตรวจสอบก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ดังนั้น การจัดเรียงล าดับ เอกสาร การให้หมายเลขเอกสาร การรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่ประกอบการด าเนินคดี โดยจัดท าบัญชีรายละเอียดรวมไว้ (ซึ่งต้องระบุในบัญชีพยาน) จึงมีความจ าเป็ นเพราะท าให้เกิดความชัดเจน ง่ายและสะดวกต่อการพิจารณาส านวน ตลอดจน การอ้างส่งเอกสารในชั้นพิจารณา และหากมีการยื่นฟ้ องคดีต่อศาลแล้วและจ าเลยขาดนัดยื่นค าให้การ หากคดีดังกล่าวเป็ น คดีที่มีค าขอบังคับให้จ าเลยช าระหนี้ เป็ นเงินจ านวนแน่นอน โจทก์ก็มีแต่ขอให้ศาลพิจารณาให้ตนเป็ นฝ่ายชนะคดีโดยจ าเลย ขาดนัดได้ หากโจทก์ได้ยื่นเรียงล าดับเอกสาร ให้หมายเอกสารประกอบท้ายค าฟ้ องแล้ว ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 ,198 ทวิ รวมทั้งท าให้พนักงานอัยการท่านอื่นที่มารับส านวนในภายหลังมีความเข้าใจ และตรวจสอบส านวนและด าเนินการต่อได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น 3. ในส่วนของการด าเนินคดีปกครอง เป็ นคดีเกี่ยวกับค าสั่งทางปกครอง สัญญาทางปกครอง ซึ่งเป็ นคดีที่เกี่ยวข้อง กับพยานเอกสารว่าค าสั่งทางปกครองดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือสัญญาทางปกครองดังกล่าวฝ่ ายใดเป็ น ผู้ผิดสัญญาที่จะต้องรับผิด ซึ่งคู่ความจะต้องยื่นเอกสารต่อศาล การจัดเรียงล าดับเอกสาร การให้หมายเลขเอกสาร การรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่ประกอบการด าเนินคดี โดยจัดท าบัญชีรายละเอียดจึงมีความจ าเป็ น ทั้งยังท าให้คดีเกิดความ ชัดเจน ง่าย และสะดวกต่อการพิจารณาส านวน ตลอดจนการอ้างส่งเอกสารในชั้นพิจารณาคดี และหากศาลเห็นว่าเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่คู่ความยื่นมาชัดเจนเพียงพอแล้ว ศาลอาจไม่ไต่สวนพยานและมีค าพิพากษาหรือค าสั่งไปได้ ท าให้การ พิจารณาพิพากษาคดีมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 4. ในส่วนของการด าเนินคดีปราบปรามการทุจริต นั้น เป็ นส านวนการไต่สวนและผ่านคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้ มูลความผิดและส่งส านวนการไต่สวนให้พนักงานอัยการพิจารณา (ส านวน ป.ป.ท.) หรือส่งส านวน ให้อัยการสูงสุดด าเนินคดี (ส านวน ป.ป.ช.) ซึ่งส านวนที่ได้มาจะมีการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์และมีการจัดเรียงล าดับเอกสาร การให้หมายเลขเอกสาร การรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่ประกอบการด าเนินคดี โดยมีการจัดท าบัญชีรายละเอียด (สารบัญเอกสาร) รวมไว้ในส านวนการไต่สวนไว้แล้ว การพิจารณาส านวนเพื่อมีความเห็นหรือค าสั่งของพนักงานอัยการจึงท าได้ง่าย และการอ้างส่งเอกสารในชั้นพิจารณาคดีก็ท าได้ง่าย ดังนั้น การจัดเรียงล าดับเอกสาร การให้หมายเลขเอกสาร การรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่ประกอบการด าเนินคดี โดยจัดท าบัญชีรายละเอียดรวมไว้ (สารบัญเอกสาร) จึงมีความจ าเป็ นและส าคัญเป็ นอย่างยิ่ง เพราะท าให้ข้อเท็จจริงใน ส านวนมีความชัดเจน ง่ายและสะดวกต่อการพิจารณาส านวน ตลอดจนการอ้างส่งเอกสารในชั้นพิจารณาคดีและรวมทั้งกรณี ที่มีพนักงานอัยการมารับโอนส านวนต่อจากพนักงานอัยการเจ้าของส านวนคนเก่า และควรรวบรวมบรรจุเป็ นวิชาในการ ฝึกอบรมหลักสูตรอัยการผู้ช่วยเพราะจะท าให้พนักงานอัยการเข้าใจข้อเท็จจริง ล าดับขั้นตอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้ นและจะท าให้ เกิดความเข้าใจในการพิจารณาส านวน และมีความเห็นหรือค าสั่งและง่ายต่อการสืบพยานและน าเอกสารเสนอต่อศาลในชั้น พิจารณาคดี KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ลักษณะ 5 พยานหลักฐาน - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 5 พยานหลักฐาน - พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 - ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีแพ่งของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2560 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีของพนักงานอัยการในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2562 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายณัฐพงศ์ บุญทองคง ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชุมพร นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 26/2566 /2563 ---------------------------- กำรคุ้มครองสิทธิผู้เสียหำยในคดีอำญำของส ำนักงำนอัยกำรคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทำงกฎหมำยและกำรบังคับคดี กรณี กำรยื่นค ำร้องขอเป็ นโจทก์ร่วม กำรเรียกค่ำเสียหำย และกำรเรียกเงินคืนกรณีลกูหน้ีถกูเจำ้หน้ีนอกระบบทวงถำมหน้ีเกินกว่ำจำ นวนเงินที่ลกูหน้ีเป็นหน้ี ในลักษณะข่มขู่หรือใช้ควำมรุนแรง ผู้เสียหายได้กู้ยืมเงินนอกระบบจากจ าเลยไปเป็ นต้นเงินจ านวน 1 ล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ ยอัตราร้อยละ 2 ต่อวัน หรือร้อยละ 720 ต่อปี ระหว่างนั้นจ าเลยทวงถามหนี้ กับผู้เสียหาย ทั้งข่มขู่ และใช้โทรศัพท์ส่งข้อความมาข่มขู่ จนผู้เสียหาย กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ยินยอมหาเงินมาผ่อนช าระให้แก่จ าเลยไปทั้งสิ้ น 2,811,870 บาท ซึ่งผู้เสียหายเห็นว่าได้ช าระหนี้ ให้แก่จ าเลยไปมากกว่าต้นเงินที่กู้ยืมมาแล้ว แต่จ าเลยไม่ยินยอมยังทวงถามหนี้ อยู่ตลอด ผู้เสียหายจึงเข้ามาขอค าปรึกษากับส านักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ และส านักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จึงประสานให้ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความจนเจ้าพนักงานสามารถจับกุมจ าเลย และพนักงานอัยการได้ด าเนินคดีอาญากับจ าเลยในความผิด ต่อเสรีภาพ ความผิดตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ ความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ ยเกินอัตรา และ ความผิดตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ต่อมาผู้เสียหายยื่นค าร้องขอให้พนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ แต่งตั้ง ทนายความอาสาให้ความช่วยเหลืออรรถคดี พนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จึงแต่งตั้งทนายความอาสาในการยื่นค าร้อง ขอเป็ นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในความผิดต่อเสรีภาพและความผิดตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ การเรียก ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เนื่องจากการกระท าความผิดทางอาญา เป็ นเงินจ านวน 100,000 บาท และเรียกเงินคืนกรณีที่กรณีลูกหนี้ ถูกเจ้าหนี้ นอกระบบทวงถามหนี้ เกินกว่าจ านวนเงิน ที่ลูกหนี้ เป็ นหนี้ ในลักษณะข่มขู่หรือใช้ความรุนแรง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 เป็ นเงินจ านวน 1,757,460 บาท ชั้นพิจารณาคดีในส่วนคดีอาญาจ าเลยให้การรับสารภาพ ส่วนทางแพ่งให้การปฏิเสธ ชั้นพิจารณา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษจ าคุกจ าเลย โดยไม่รอการลงโทษ ส่วนทางแพ่งให้จ าเลยชดใช้ค่าเสียหาย จากการกระท าความผิดทางอาญา เป็ นเงินจ านวน 20,000 บาท และให้จ าเลยคืนเงินจ านวน 1,757,460 บาท แก่ผู้เสียหาย 1. ผู้เสียหายในความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และความผิดตามพระราชบัญญัติ การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11 ถือเป็ นผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) สามารถยื่นค าร้องขอเป็ นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการได้ 2. ดอกเบี้ ยที่เกินอัตราที่กฎหมายก าหนดถือเป็ นโมฆะทั้งหมด เท่ากับสัญญากู้ไม่ได้ก าหนดดอกเบี้ยไว้ จ าเลยจึงไม่ มีสิทธิได้รับดอกเบี้ ยและไม่อาจน าเงินที่ผู้เสียหายช าระไปแล้วมาหักกับดอกเบี้ ยได้ แต่ต้องน าไปหักกับต้นเงินเท่านั้น KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 19 มกรำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 3. การทวงถามหนี้ โดยข่มขู่หรือใช้ความรุนแรง เป็ นความผิดทางอาญา ดังนั้น เงินที่ผู้เสียหายช าระหนี้ เกินกว่าหนี้ จึงถือเป็ นความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระท าความผิดทางอาญา ผู้เสียหายจึงมีสิทธิ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากการกระท าความผิดของจ าเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 และถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้ช าระหนี้ โดยจงใจฝ่ าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย หรือเป็ นการกระท าอันใด ตามอ าเภอใจ เสมือนหนึ่งว่าเพื่อช าระหนี้ โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันตามกฎหมายที่ต้องช าระ ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์มาตรา 407 4. การที่ผู้เสียหายต้องเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เพราะถูกข่มขู่ และทวงถามหนี้ ค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง ถือเป็ นค่าเสียหายที่ผู้เสียหายจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากการกระท าความผิดของจ าเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 แนวทางการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกับลูกหนี้ นอกระบบในคดีนี้ เป็ นตัวอย่างการใช้กฎหมาย ทั้งทางอาญา ทางแพ่ง วิธีพิจารณาความแพ่ง และวิธีพิจารณาความอาญาได้อย่างครบถ้วน และสามารถเป็ นแนวปฏิบัติให้ ส านักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีใช้เป็ นแนวทางในการฝึกและอบรม การปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ นิติกร และทนายความอาสา ในการช่วยเหลือลูกหนี้ นอกระบบต่อไปได้ ข้อกฎหมำย - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (4), มาตรา 30 - ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 - พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3, มาตรา 11, มาตรา 41 - พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ. 2562 ข้อ 32, ข้อ 33 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 - ผู้จัดท า KCJ นายสมชาย จันทรประเทือง ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดเทิง นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 27/2566 /2563 ---------------------------- กำรดำ เนินคดีควำมผิดกรรมเดียวที่อำจถูกดำ เนินคดีหลำยคร้งั กรณีเป็ นคดีส ำนวน ส.2 ของพนักงำนสอบสวน สถำนีต ำรวจภูธรป่ ำโมก จังหวัดอ่ำงทอง ซึ่งผู้เสียหำย ได้แจ้งควำมร้องทุกข์ให้ด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำสองคน ในข้อหำ “ร่วมกันหมิ่นประมำทได้กระท ำโดยกำร โฆษณำด้วยภำพ หรือตัวอักษรที่ท ำให้ปรำกฏไม่ว่ำด้วยวิธีกำรใด ๆ หรือกำรกระจำยภำพหรือท ำกำรป่ ำว ประกำศด้วยวิธีอื่น” โดยผู้ต้องหำที่ 1 เป็ นผู้จัดรำยกำรวิเครำะห์ข่ำว ส่วนผู้ต้องหำที่ 2 เป็ นแขกรับเชิญใน รำยงำน ซึ่งได้มีกำรกล่ำวถึงผู้เสียหำยในท ำนองว่ำเป็ นคนเลวร้ำย ขี้ โกง โกงบ้ำน โกงเมือง โดยกำรกว้ำนซื้ อ สะสมที่ดินที่เป็ นป่ ำสงวน ซึ่งรำยกำรดังกล่ำวได้มีกำรแพร่กระจำยภำพและเสียงผ่ำนเครือข่ำยกระจำยเสียงสู่ สำธำรณชนในหลำยรูปแบบ ซึ่งพนักงำนอัยกำรเจ้ำของส ำนวนเดิมได้มีค ำสั่งสอบสวนเพิ่มเติม ตำมประเด็น ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 47 โดยผล กำรสอบสวนเพิ่มเติม ผู้เสียหำยให้กำรว่ำ นอกจำกได้ร้องทุกข์ที่สถำนีต ำรวจภูธรป่ ำโมก จังหวัดอ่ำงทอง แล้ว ยังได้ร้องทุกข์ที่สถำนีต ำรวจภูธรถลำง จังหวัดภูเก็ต และสถำนีต ำรวจนครบำลฉลองกรุง กรุงเทพมหำนคร อีกด้วย ซึ่งแต่ละท้องที่นั้นอยู่ในควำมรับผิดชอบต่ำงส ำนักงำนคดีหรือส ำนักงำนอัยกำรภำค จึงได้ส่งส ำนวน กำรสอบสวนคดีดังกล่ำวไปยังส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด ตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วย กำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 47(2) ส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด มีค ำสั่งว่ำเป็ นกรณีที่พนักงำนสอบสวน สถำนีต ำรวจภูธรถลำง และ สถำนีต ำรวจนครบำลฉลองกรุง ได้รวบรวมหลักฐำนที่เกี่ยวข้องส่งไปให้พนักงำนสอบสวนสถำนีต ำรวจป่ ำโมก ซึ่งเป็ นท้องที่ที่พบกำรกระท ำควำมผิดก่อนและเป็ นผู้รับผิดชอบในกำรสอบสวน ไม่ใช่กรณีที่พนักงำนสอบสวน สถำนีต ำรวจภูธรถลำง และสถำนีต ำรวจนครบำลฉลองกรุง ท ำกำรสอบสวนเสร็จแล้วส่งส ำนวนกำรสอบสวน ไปให้พนักงำนอัยกำร ที่ส ำนักงำนอัยกำรอื่น อันเป็ นหน้ำที่ของส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด ตรวจพิจำรณำท ำควำมเห็นเสนอรองอัยกำรสูงสุดฯ สั่งคดีเรื่องเพื่อควำมเป็ นเอกภำพ จึงส่งส ำนวนคืน ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดอ่ำงทอง เพื่อด ำเนินกำรตำมอ ำนำจหน้ำที่ต่อไป ควำมรู้ทีได้จำกคดีนี้ คือ กรณีตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำ ของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 47 นั้น มิใช่เพียงแค่ให้ได้ควำมว่ำ ผู้เสียหำยได้ร้องทุกข์ต่อพนักงำน สอบสวนท้องที่ใดบ้ำง ตำมที่ระเบียบฯ ได้เขียนไว้เท่ำนั้น หำกแต่จะต้องเป็ นกรณีที่พนักงำนสอบสวนแต่ละ ท้องที่ที่ได้มีกำร้องทุกข์ ได้ท ำส ำนวนกำรสอบสวนเสร็จแล้วส่งส ำนวนกำรสอบสวนไปให้พนักงำนอัยกำร ในทอ้งที่น้นัๆ ดว้ย KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 20 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อเสนอแนะ เนื่องจำกตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำน อัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 47 เขียนไว้แค่เพียงว่ำ ให้มีค ำสั ่งสอบสวนเพิ่มเติมให้ได้ควำมว่ำ ผู้เสียหำยได้ร้อง ทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนท้องที่ใดบ้ำง หำกมีกำร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนหลำยท้องที่ ได้รีบส่ง ส ำนวนกำรสอบสวน โดยไม่ต้องมีควำมเห็นและค ำสั ่ง ซึ่งท ำให้ผู้ปฏิบัติหน้ำงำนเข้ำใจว่ำตำมที่ระเบียบฯ เขียนไว้นั้นหำกสอบสวนเพิ่มแล้ว ได้ควำมว่ำมีกำร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนหลำยท้องที่ แล้วก็ต้อง รีบส่งส ำนวนให้ส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด พิจำรณำโดยไม่ต้องได้ควำมว่ำพนักงำนสอบสวน ท้องที่ที่รับค ำร้องทุกข์ในภำยหลังนั้น ได้มีกำรท ำส ำนวนกำรสอบสวนแล้วหรือไม่ ซึ่งไม่ครอบคลุม ตำมที่ส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด มีค ำสั่งดังกล่ำว เพื่อให้ระเบียบฯ มีควำมชัดเจนครอบคลุมตำมค ำสั่ง ของส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด จึงเห็นควรได้มีกำรระบุข้อควำมเพิ่มเติมในระเบียบฯ ให้ชัดเจนขึ้ น ก็จะเป็ นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติหน้ำงำน และไม่ท ำให้กำรสั่งคดีล่ำช้ำออกไปโดยไม่มีควำมจ ำเป็ น อันมีผลกระทบต่อกำรอ ำนวยควำมยุติธรรม ดังนั้น ควำมรู้นี้ จึงเป็ นควำมรู้ที่ได้จำกกำรปฏิบัติงำน และไม่ใช่ควำมรู้ขั้นพื้ นฐำนที่พนักงำนอัยกำร ใคร ๆ ก็รู้ เห็นควรเผยแพร่ให้เป็ นแนวทำงในกำรปฏิบัติงำนของพนักงำนอัยกำรอื่นต่อไป ข้อกฎหมำย ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 47 กำรด ำเนินคดีควำมผิดกรรมเดียวที่อำจถูกด ำเนินคดีหลำยครั้ง เช่น กำรด ำเนินคดีในควำมผิดฐำนหมิ่น ประมำทด้วยกำรโฆษณำทำงหนังสือพิมพ์ที่ผู้เสียหำยอำจร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนได้หลำยท้องที่ ให้ ส ำนักงำนอัยกำรที่ได้รับส ำนวนกำรสอบสวนดังกล่ำว มีค ำสั ่งสอบเพิ่มเติมให้ได้ควำมว่ำ ผู้เสียหำยได้ร้องทุกข์ ต่อพนักงำนสอบสวนท้องที่ใดบ้ำงและถือปฏิบัติดังนี้ (1) หำกมีกำรร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนหลำยท้องที่แต่อยู่ในควำมรับผิดชอบของส ำนักงำนคดี หรือส ำนักงำนอัยกำรภำคเดียวกัน ให้รีบส่งส ำนวนกำรสอบสวน โดยไม่ต้องมีควำมเห็นและค ำสั่งไปยัง ส ำนักงำนคดีหรือส ำนักงำนอัยกำรภำคนั้น ๆ เป็ นผู้พิจำรณำสั่ง แล้วให้ส ำนักงำนคดีหรือส ำนักงำนอัยกำรภำค รำยงำนอัยกำรสูงสุดทรำบ เพื่อให้ส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด จัดเก็บเป็ นข้อมูลไว้ (2) หำกมีกำรร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนหลำยท้องที่ แต่อยู่ในควำมรับผิดชอบต่ำงส ำนักงำนคดี หรือส ำนักงำนอัยกำรภำค หรือกรณีมีกำรร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนหลำยท้องที่ แต่ไม่ได้ควำมว่ำผู้เสียหำย ร้องทุกข์ในท้องที่ใดบ้ำง ให้รีบส่งส ำนวนกำรสอบสวน ไปยังส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด โดยไม่ต้องมี ควำมเห็นและค ำสั่ง ให้ส ำนักงำนคดีกิจกำรอัยกำรสูงสุด มีหน้ำที่ตรวจพิจำรณำส ำนวนกำรสอบสวนคดีดังกล่ำว แล้วท ำควำมเห็นเสนอ รองอัยกำรสูงสุดที่ได้รับมอบอ ำนำจ และให้รองอัยกำรสูงสุดสั่งคดีทั้งเรื่อง รวมทั้งกำรสั่ง ให้ด ำเนินกำรเพื่อควำมเป็ นเอกภำพในกำรอ ำนวยควำมยุติธรรมด้วย KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 2. ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 19 กรณีควำมผิดหลำยท้องที่ พนักงำนสอบสวน ในท้องที่หนึ่งที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอ ำนำจสอบสวนได้ (ก) ถ้ำจับตัวผู้ต้องหำ ให้พนักงำนสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับได้อยู่ในเขตอ ำนำจ เป็ นพนักงำนสอบสวน ผู้รับผิดชอบในกำรสอบสวน (ข) ถ้ำจับตัวผู้ต้องหำยังไม่ได้ ให้พนักงำนสอบสวนซึ่งท้องที่ที่พบกำรกระท ำผิดก่อนอยู่ในเขตอ ำนำจเป็ น พนักงำนสอบสวนผู้รับผิดชอบในกำรสอบสวน ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยสุรพล ตวงหิรัญวิมล ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดอ่ำงทอง นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 28/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- อ ำนำจสอบสวนและพนักงำนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ความผิดต่อเนื่องและกระท าต่อเนื่องกันในหลายท้องที่ต่างๆเกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้ นไป และเป็ นความผิดหลายกรรม ที่ได้กระท าลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน โดยเกิดขึ้ นต่อเนื่องเกี่ยวพันกันทั้งในเขตอ านาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ที่เกี่ยวข้องจึงมีอ านาจในการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 วรรคหนึ่ง (3) (4) แต่อย่างไรก็ตามในส่วนอ านาจใน “การสรุปความเห็นและสั่งส านวนคดีซึ่งเป็ นของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ” นั้น ต้องเป็ นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 วรรคสอง (ก) (ข) ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนท้องที่ใดท้องที่หนึ่งซึ่งมีอ านาจเพียงการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 19 วรรคหนึ่ง (3)(4) เท่านั้น แต่ได้กระท าการสรุปส านวนและท าความเห็นสั่งคดีเสนอส านวนให้ พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาอันเป็ นการกระท าในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบนั้น เป็ นการกระท าที่ไม่ชอบด้วย กฎหมายและถือว่าไม่มีการสอบสวนในความผิดคดีนี้ มาก่อนโดยชอบ อันท าให้พนักงานอัยการไม่มีอ านาจฟ้ อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 และกรณีหากเกิดความไม่แน่ชัดว่า พนักงานสอบสวนท้องที่ใด ควรเป็ นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบผู้มีอ านาจ พนักงานอัยการควรส่งส านวนการสอบสวนคืนให้พนักงานสอบสวน เพื่อส่งเรื่องให้รองผู้บัญชาการต ารวจแห่งชาติหรือผู้บัญชาการต ารวจแห่งชาติชี้ ขาด ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 21 ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 มาตรา 21 และมาตรา 120 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายอภิรักษ์ ทิมวงศ์อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 20 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 29/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- กำรพัฒนำศักยภำพเจ้ำหน้ำที่ธุรกำร (เสมียนศำลอัยกำรฯ) เนื่องจากในสมัยที่ข้าพเจ้าด ารงต าแหน่งอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 14 (อก.ศาล มทบ.14) มีปริมาณคดี หนีราชการ (ผู้ต้องหาหลบหนี) ส่งมาจากเจ้าพนักงานผู้สอบสวนของกองทัพเรือเป็ นจ านวนมากเฉลี่ยเดือนละประมาณ 400 คดีท าให้เกิดปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจรับส านวน เนื่องจากมีอัยการทหารอยู่เพียง 2 ท่าน อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ นิติกรช่วยกลั่นกรองงาน และในบางครั้งอัยการทหารติดว่าความในศาลท าให้ไม่สามารถตรวจรับส านวนได้ เป็ นเหตุให้ เจ้าหน้าที่ที่มาส่งส านวนต้องเสียเวลารอเป็ นเวลานาน จึงมีการฝึกสอนเจ้าหน้าที่ธุรการ (เสมียนศาลอัยการฯ) ซึ่งเป็ น นายทหารชั้นประทวน และไม่จบกฎหมายให้มีความรู้ความสามารถในการตรวจรับส านวนคดีหนีราชการได้ นอกจากนี้ ในกรณีส านวนที่มีตัวผู้ต้องหามาส่งพร้อมส านวน เจ้าหน้าที่เสมียนสามารถด าเนินการพิมพ์ร่างฟ้อง ตรวจสอบวันหนีราชการได้ เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงานของอัยการทหารได้เป็ นอย่างมาก จากการด าเนินการดังกล่าวข้างต้น ท าให้สามารถอ านวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ที่มาส่งส านวนได้เป็ นอย่างมาก ใช้เวลาในการรออัยการทหาร/เจ้าหน้าที่ตรวจรับส านวนน้อยลงเป็ นอย่างมาก และสามารถด าเนินการยื่นฟ้ องคดีหนีราชการ ได้รวดเร็วขึ้น ในกรณีส านวนที่มีตัวผู้ต้องหามาส่งพร้อมส านวน เพราะเสมียนศาลอัยการฯ สามารถคิดค านวณวันหนีราชการ เพื่อประกอบค าฟ้ องได้ นอกจากนี้ อัยการทหารยังมีเวลาไปพิจารณาสั่งส านวนที่มีความละเอียดยุ่งยากมาก ๆ โดยไม่ต้อง มาห่วงพะวงกับคดีหนีราชการที่มีปริมาณมาก ส าหรับคดีหนีราชการ (ผู้ต้องหาหลบหนี) ก็สามารถท ารายงานการคดี เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งจ าหน่ายคดี (ผู้ต้องหาหลบหนี) ได้เป็ นจ านวนมาก เฉลี่ยเดือนละ 400 ส านวน ท าให้ลดจ านวนคดีค้าง พิจารณาในชั้นอัยการทหารได้พอสมควร ดังนี้ เห็นได้ว่าการพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่อย่างจ ากัดให้มีความรู้ความสามารถ เต็มศักยภาพนั้น ท าให้ยกระดับการท างานของเจ้าหน้าที่ธุรการให้มีคุณภาพสูงขึ้ น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการอ านวย ความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง ข้อกฎหมาย - ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยอัยการทหาร พ.ศ. 2499 (ขอท.99) ข้อ 5 - ระเบียบราชการอัยการทหาร พ.ศ. 2501 (รอท.01) ข้อ 3, 5, 7 - ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการค านวณวันหนีราชการของทหาร พ.ศ. 2497 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ พันเอก ขวัญชัย มโนรัตนา ต าแหน่ง อัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ สังกัด กรมพระธรรมนูญ นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 23 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 30/2566 /2563 ---------------------------- ปัญหำที่พบในทำงปฏิบัติของพนักงำนอัยกำรเกี่ยวกับกำรส่งพยำนเอกสำร และพยำนวัตถุในวันตรวจพยำนหลักฐำน ได้รับส ำนวนคดีอำญำมำด ำเนินกำรต่อ ซึ่งเป็ นส ำนวนที่อยู่ในระหว่ำงกำรสืบพยำน จำกกำรตรวจ ส ำนวนเพื่อเตรียมคดีก่อนสืบพยำน พบกำรด ำเนินคดีที่เห็นว่ำอำจเป็ นปัญหำสรุปประเด็นได้ดังต่อไปนี้ 1. ส ำนวนคดีนี้ มีค ำสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหำบำงข้อหำ ซึ่งจะต้องส่งส ำนวนกำรสอบสวนพร้อมค ำสั่งไป เสนอผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 145 ปรำกฏว่ำ มีกำรส่งต้นฉบับส ำนวนกำรสอบสวนพร้อมกับค ำสั่งไปเสนอผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติและท ำส ำเนำ ส ำนวนกำรสอบสวนโดยกำรถ่ำยเอกสำรเก็บไว้ที่ส ำนักงำนอัยกำร 2. ในวันตรวจพยำนหลักฐำน มีกำรส่งส ำเนำพยำนเอกสำร (เนื่องจำกต้นฉบับเอกสำรที่ส่งไปเสนอ ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติยังไม่ได้รับคืนมำ) และส่งแผ่นซีดีหรือดีวีดีซึ่งเป็ นไฟล์หรือคลิปที่มีกำรบันทึกภำพ และเสียงเป็ นพยำนวัตถุต่อศำลเพื่อให้คู่ควำมอีกฝ่ ำยหนึ่งตรวจสอบ ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ ควำมอำญำ มำตรำ 173/2 แต่ไม่พบส ำเนำสื่อบันทึกเสียงหรือวีดีทัศน์ที่อ้ำงส่งเป็ นพยำนวัตถุดังกล่ำว เก็บรวมไว้ในส ำนวน จึงได้ด ำเนินกำร ดังนี้ 1. กรณีพยำนเอกสำร เมื่อได้รับต้นฉบับส ำนวนกำรสอบสวนคืนมำจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ แล้ว ได้ยื่นค ำร้องขอส่งต้นฉบับพยำนเอกสำรที่จะอ้ำงและใช้สืบพยำนต่อศำล เพรำะเห็นว่ำคดีนี้ ต้นฉบับ เอกสำรยังมีอยู่ซึ่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 238 บัญญัติว่ำ “ต้นฉบับเอกสำรเท่ำนั้น ที่อ้ำงเป็ นพยำนได้ ถ้ำหำต้นฉบับไม่ได้ ส ำเนำที่รับรองว่ำถูกต้องหรือพยำนบุคคลที่รู้ข้อควำมก็อ้ำงเป็ น พยำนได้ถ้ำอ้ำงหนังสือรำชกำรเป็ นพยำน แม้ต้นฉบับยังมีอยู่จะส่งส ำเนำที่เจ้ำหน้ำที่รับรองว่ำถูกต้อง ก็ได้เว้นแต่ในหมำยเรียกจะบ่งไว้เป็ นอย่ำงอื่น” นอกจำกนี้ ยังเห็นว่ำกำรน ำสืบต้นฉบับพยำนเอกสำร ที่เป็ นภำพสีจะท ำให้พยำนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเอกสำรซึ่งจะต้องรับรองพยำนเอกสำรสำมำรถเห็น รำยละเอียดต่ำง ๆ ในภำพได้ชัดเจนกว่ำส ำเนำภำพถ่ำยซึ่งเป็ นสีด ำที่มองเห็นไม่ชัดเจน และได้ท ำส ำเนำ พยำนเอกสำรเก็บรวมไว้ในส ำนวนเพื่อใช้ในกำรสืบพยำนและใช้ประกอบในกำรด ำเนินคดีชั้นศำลสูง ของพนักงำนอัยกำร KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 23 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th 2. กรณีพยำนวัตถุ ได้ประสำนไปยังพนักงำนสอบสวนขอส ำเนำไฟล์หรือคลิปที่มีกำรบันทึกภำพ และเสียงเพื่อใช้ในกำรเตรียมสืบพยำนและได้ท ำส ำเนำสื่อบันทึกเสียงหรือวีดีทัศน์เก็บรวมไว้ในส ำนวน ข้อสรุปสำระส ำคัญ 1. กรณีที่จะต้องส่งส ำนวนกำรสอบสวนพร้อมค ำสั่งไปเสนอผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมประมวล กฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 145 และในขณะเดียวกันจ ำเป็ นจะต้องใช้เอกสำรในส ำนวนกำร สอบสวนเป็ นพยำนหลักฐำนในกำรด ำเนินคดีชั้นศำล ควรส่งส ำเนำส ำนวนกำรสอบสวนพร้อมกับต้นฉบับ ค ำสั่งของพนักงำนอัยกำรไปเสนอผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติและเก็บต้นฉบับส ำนวนกำรสอบสวนไว้ที่ ส ำนักงำนอัยกำรเพื่อใช้ในกำรด ำเนินคดีชั้นศำลต่อไป 2. ในวันตรวจพยำนหลักฐำน ควรส่งต้นฉบับพยำนเอกสำรหรือส ำเนำเอกสำรที่มีกำรลงลำยมือชื่อ รับรองว่ำถูกต้องต่อศำล และควรท ำส ำเนำพยำนเอกสำรและสื่อบันทึกเสียงหรือวีดีทัศน์ที่อ้ำงส่งเป็ นพยำน วัตถุเก็บรวมไว้ในส ำนวนเพื่อใช้ในกำรสืบพยำนหรือเป็นพยำนหลักฐำนในกำรปฏิบัติหน้ำที่ และใช้ประกอบ ในกำรด ำเนินคดีชั้นศำลสูงของพนักงำนอัยกำร ตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนิน คดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 100 และข้อ 103 ข้อเสนอแนะ กรณีที่จะมอบหมำยให้บุคคลอื่น เช่น อัยกำรผู้ช่วย ช่วยด ำเนินกำรเกี่ยวกับกำรจัดเตรียมหรือส่ง พยำนเอกสำรหรือพยำนวัตถุ พนักงำนอัยกำรเจ้ำของส ำนวนหรืออำจำรย์ที่ปรึกษำควรให้ค ำแนะน ำและ ตรวจสอบอีกครั้ง ข้อกฎหมำย - ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 145, มำตรำ 173/2, มำตรำ 238 - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 100, ข้อ 103 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 - ผู้จัดท ำ KCJ นำงสำวกำญจนำ ปัญจกิจไพบูลย์ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดนนทบุรี นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 31/2566 /2563 ---------------------------- กำรสั ่งคดีและกำรด ำเนินกำรกับส ำนวนคดีชันสูตรพลิกศพซึ่งมิใช่ส ำนวนคดี ในกรณีที่ควำมตำยมิได้เป็ นผลแห่งกำรกระท ำผิดอำญำ ด้วยก่อนที่ข้าพเจ้าจะต้องเข้ารับการอบรมอัยการจังหวัดรุ่นที่ 43 นี้ เพียงไม่กี่วัน ข้าพเจ้าซึ่งปฏิบัติ หน้าที่เป็ นผู้กลั่นกรองงาน ณ ส านักงานอัยการจังหวัดวิเชียรบุรี มีหน้าที่ต้องตรวจพิจารณามีความเห็น และค าสั่งส านวนชันสูตรพลิกศพในกรณีที่ความตายมิได้เป็ นผลแห่งการกระท าผิดอาญาตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคหนึ่ง ซึ่งเมื่อข้าพเจ้าได้ตรวจพิจารณาส านวนแล้วเห็นว่า ส านวนนี้ มีข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากส านวนประเภทเดียวกันกับที่ข้าพเจ้าเคยได้ตรวจพิจารณามาแล้ว หลายส านวนตลอดอายุราชการอัยการกว่า 18 ปี ที่ส านวนเหล่านั้นมักมีข้อเท็จจริงที่มีน ้าหนักให้ฟังได้แน่ชัด ว่าผู้ตายฆ่าตัวเองตายด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือเกิดอุบัติเหตุอันเป็ นเหตุให้ตนต้องถึงแก่ความตายโดยไม่มี ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นอันมีเหตุให้ต้องวินิจฉัยเป็ นอย่างอื่นว่าความตายเป็ นผลแห่งการกระท า ผิดอาญา ดังนั้น ในการมีความเห็นและค าสั่งทางคดีกับส านวนประเภทนี้ จึงมีแต่กรณีเสนอความเห็นว่า ส านวนชันสูตรพลิกศพนั้นเป็ นส านวนชันสูตรพลิกศพในกรณีที่ความตายมิได้เป็ นผลแห่งการกระท าผิดอาญา และเห็นควรเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 156 โดยไม่เคย เกิดข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานดังส านวนนี้ มาก่อน แต่ส าหรับส านวนที่ข้าพเจ้ามีหน้าที่ต้องพิจารณาตามที่ กล่าวข้างต้นนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าความตายของผู้ตาย เป็ นผลแห่งการกระท าผิดอาญาของบุคคลอื่น จึงเกิดเป็ นประเด็นปั ญหาว่า ข้าพเจ้าจะต้องมีความเห็นอย่างไร ในเมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาและระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 มิได้บัญญัติถึงเรื่องนี้ ไว้โดยตรง ว่า เมื่อได้รับส านวนชันสูตรพลิกศพที่พนักงานสอบสวนเสนอมาตาม วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคหนึ่งตอนท้ายนี้ แล้ว แต่พนักงานอัยการเห็นว่า ความตายเป็ นผล แห่งการกระท าอาญาแล้วพนักงานอัยการจะต้องปฏิบัติอย่างไร ต่างจากในเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม ที่ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 39 ให้อ านาจพนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนท าการสอบสวนเพิ่มเติมส านวนชันสูตรพลิกศพได้ ข้าพเจ้า ได้น าประเด็นปัญหาข้อขัดข้องดังกล่าวไปสอบถามความเห็นจากอัยการรุ่นน้องในส านักงานและ ถามพี่ๆ เพื่อนๆ อัยการที่อยู่ต่างส านักงานกัน หลายๆ ท่านต่างมีความเห็นแตกต่างกันไปคนละทิศทาง เช่น เห็นว่า เป็ นกรณีที่ต้องเสนออธิบดีอัยการภาคเพื่อพิจารณามีค าสั่งแนะน าให้ด าเนิ นคดีกับ บุคคลภายนอก KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 24 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ส านวนตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 45 โดยให้เหตุผลประกอบว่าจะถูกหรือผิดอย่างไรเดี๋ยวอธิบดีก็สั่งเองและเราก็ปลอดภัยด้วย บางท่านให้ ความเห็นว่าต้องคืนส านวนไปยังพนักงานสอบสวนให้รวบรวมพยานหลักฐานท าการกล่าวหาด าเนินคดี กับบุคคลภายนอกนั้น บางท่านให้ความเห็นว่าเราไม่มีดุลพินิจให้ความเห็นเป็ นอย่างอื่นเมื่อพนักงาน สอบสวนส่งส านวนมาเป็ นประเภทนี้ เราก็แค่สรุปเรื่องและเสนอความเห็นส่งผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปได้เลย บางท่านก็ให้ความเห็นว่าถือว่าเป็ นกรณีที่ให้ใช้ดุลพินิจในทางใดก็ได้ตามที่เห็นสมควรเมื่อระเบียบไม่ได้ ก าหนดหลักเกณฑ์ไว้ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 12 ด้วยความเคารพความเห็นของทุกท่าน ซึ่งต่างก็มีข้อแนะน าที่ปรารถนาดีต่อข้าพเจ้า ที่น าเรื่องไปปรึกษาพร้อมทั้งได้ให้เหตุผลสนับสนุนที่น่ารับฟัง แต่ที่หลายๆ ท่านคิดเห็นและรู้สึกตรงกันคือ ไม่ได้มีความมั่นใจว่าความเห็นของตนเป็ นความเห็นที่ถูกต้อง ซึ่งจากความเห็นที่แตกต่างกันไปคนละทิศทาง ของเพื่อน ๆ อัยการดังกล่าวนั้น บ่งบอกให้เห็นว่า หากมีส านวนที่เป็ นกรณีดังกล่าวนี้ แล้วอัยการเราจะมีค าสั่ง หรือปฏิบัติต่อส านวนชันสูตรประเภทนี้ แตกต่างกัน ขาดความเป็ นเอกภาพ แม้ส านวนชันสูตรกรณี เช่นดังกล่าวนี้ จะไม่เกิดขึ้ นบ่อยนัก แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้ นได้ และหากเกิดขึ้ นแล้วเมื่อไม่มีหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติ ที่แน่ชัด ก็ต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้ นในการตัดสินใจจะมีความเห็นในทางหนึ่งทางใดบนพื้ นฐานของความมั่นใจ และอาจจะถูกโต้แย้งกลับมา เช่น จากพนักงานสอบสวนถึงการใช้อ านาจหน้าที่ของพนักงานอัยการที่ไม่มี กฎหมายหรือระเบียบรองรับที่ชัดเจน เป็ นต้น ข้าพเจ้าท าความเห็นในส านวนนี้ ว่า เมื่อส านวนชันสูตรพลิกศพนี้ มิใช่ส านวนชันสูตรพลิกศพในกรณี ที่ความตายมิได้เป็ นผลแห่งการกระท าผิดอาญาอันจะเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 จึงเห็นควรคืนส านวนไปยังพนักงานสอบสวนให้รวบรวมพยานหลักฐาน ท าการกล่าวหาด าเนินคดีกับบุคคลที่กระท าผิดอันเป็ นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายต่อไป และ เห็นว่า เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดข้องดังกล่าวตามข้อ 6 และให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติที่ถูกต้อง ไปในทิศทางเดียวกันอย่างมั่นใจและสามารถอ้างระเบียบปฏิบัติตอบค าถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ข้าพเจ้าจึงขอเสนอแนวทางตามล าดับขั้นว่า ในเบื้ องต้น ส านักงานอัยการสูงสุดอาจออกหนังสือเวียนเป็ นการก าหนด แนวทางการปฏิบัติ ของพนักงานอัยการไว้ว่า หากพิจารณาแล้วเห็นว่าส านวนที่พนักงานสอบสวนส่งมาตามความตอนท้าย ของมาตรา 150 วรรคหนึ่งแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น ไม่ใช่ส านวนชันสูตรพลิกศพ ในกรณีที่ความตายมิได้เป็ นผลแห่งการกระท าผิดอาญา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เป็ นส านวนชันสูตรพลิกศพ ที่ความตายเป็ นผลแห่งการกระท าผิดอาญาอันจะเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 แล้ว พนักงานอัยการจะต้องมีค าสั่งหรือด าเนินการกับส านวนต่อไป อย่างไร และเมื่อออกเป็ นหนังสือเวียนซึ่งส านักงานอัยการสูงสุดสามารถ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ด าเนินการได้รวดเร็วกว่าวิธีอื่นแล้ว เมื่อมีโอกาสที่จะแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย การด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการได้ก็ควรจะด าเนินการเพิ่มเติมเรื่องนี้ เข้าไปในระเบียบด้วย รวมทั้ง ถ้ามีโอกาสที่จะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ก็จะก่อให้เกิดความชัดเจน และลดข้อโต้แย้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงเป็ นการให้ประชาชนเข้าใจบทบาทอ านาจหน้าที่ของ พนักงานอัยการอันเป็ นหลักประกันและสร้างความมั่นใจในการท างานของพนักงานอัยการให้เกิด ประสิทธิภาพเป็ นไปในทิศทางเดียวกันได้ ข้อกฎหมาย 1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 156 2. ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 12, ข้อ 39 และ ข้อ 45 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายศุภกร ศุกร์สังวาล ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดวิเชียรบุรี นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 32/2566 /2563 ---------------------------- กำรพิจำรณำค ำร้องขอควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศในเรื่องทำงอำญำจำกต่ำงประเทศ ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทำงกำรรำชอำณำจักรไทยสำมำรถให้ควำมช่วยเหลือได้ อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางตามพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศ ในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 มีอ านาจหน้าที่ในการพิจารณาวินิจฉัยค าร้องขอความร่วมมือระหว่างประเทศ ในเรื่องทางอาญาของประเทศไทยซึ่งมีไปยังประเทศต่าง ๆ และค าร้องขอความร่วมมือระหว่างประเทศใน เรื่องทางอาญาจากประเทศอื่นมายังประเทศไทยว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะสามารถขอความช่วยเหลือหรือให้ ความช่วยเหลือจากประเทศอื่นได้ตามพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาหรือ ตามสนธิสัญญาความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีขึ้ นระหว่างกันหรือไม่ ในกรณีที่ประเทศอื่นร้องขอความร่วมมือฯ ให้ด าเนินการสอบปากค าพยานหรือจัดหาเอกสารสิ่งของ อันเป็ นพยานหลักฐานซึ่งเป็ นการด าเนินการนอกศาล ตามพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศ ในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 มาตรา 12(1) นั้น ในทางปฏิบัติ ณ ปั จจุบัน (7 พฤศจิกายน 2565) อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางได้ตีความในลักษณะจ ากัดว่าต้องเป็ นการด าเนิ นการ ขอให้สอบปากค าบุคคลในฐานะพยานเท่านั้น หากบุคคลดังกล่าวมีฐานะเป็ นผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย โดยในค าร้องขอความร่วมมือฯ จากต่างประเทศมีการส่งแบบฟอร์มการแจ้งสิทธิหรือแจ้งข้อกล่าวหา หรือ ส่งค าถามที่ต้องการให้ถามบุคคลดังกล่าวในท านองเดียวกับผู้ต้องหา กรณีนี้ ในทางปฏิบัติ อาจมีการพิจารณา ว่าค าร้องฯ ดังกล่าวไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถให้ความร่วมมือระหว่างประเทศได้ และปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือดังกล่าว เนื่องจากบุคคลดังกล่าวย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับการคุ้มครองในประเทศ ที่มีการสอบปากค าพยานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง แนวปฏิบัติได้มีการเปลี่ยนแปลงไป คือ ไม่ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ แต่เป็ นลักษณะการแจ้งข้อขัดข้องดังกล่าวและให้ทางการต่างประเทศมีหนังสือแจ้งความประสงค์ว่ายังประสงค์ ให้ทางการของประเทศไทยด าเนินการขอให้สอบปากค าบุคคลดังกล่าวในฐานะพยานหรือไม่ โดยให้ทางการ ต่างประเทศยืนยันความประสงค์และส่งแบบฟอร์มการแจ้งสิทธิในฐานะพยาน โดยตัดเรื่องการแจ้งสิทธิหรือ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 24 มกรำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อกล่าวหาออก รวมทั้งตัดค าถามที่ถามค าให้การในฐานะผู้ต้องหาออก จากนั้นหากพิจารณาแล้วว่าค าร้องฯ ดังกล่าวอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทางการราชอาณาจักรไทยสามารถให้ความช่วยเหลือได้ ก็จะด าเนินการส่งค าร้อง ดังกล่าวไปยังเจ้าหน้าที่ผู้มีอ านาจตามมาตรา 12 พระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทาง อาญา พ.ศ. 2535 เพื่อด าเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป การพิจารณาเกี่ยวกับการสอบปากค าบุคคลในฐานะพยานหรือผู้ต้องหาดังกล่าวมีความส าคัญ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับการคุ้มครองในประเทศที่มีการสอบปากค าพยาน ดังกล่าว หากมีการสอบปากค าพยาน โดยไม่ได้ค านึงในประเด็นดังกล่าว อาจท าให้ค าให้การของบุคคล ดังกล่าว ไม่สามารถใช้เป็ นพยานหลักฐานในศาลของประเทศผู้ร้องขอได้ ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 - พระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 - ระเบียบของผู้ประสานงานกลางว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือและการขอความช่วยเหลือ ตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2537 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางสาวปวีณา เอี่ยมศิริกุลมิตร ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานเลขาธิการส านักงานอัยการสูงสุด นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำยคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 33/2566 /2563 ---------------------------- กำรแจ้งสิทธิให้ผู้เสียหำยทรำบกรณีที่มีกำรขอให้จ ำเลยชดใช้ค่ำสินไหมทดแทน ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 44/1 ระหว่างปฏิบัติงานที่ส านักงานคดีศาลแขวงระยองได้เกิดปัญหาในการแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 44/1 ให้แก่ผู้เสียหายทราบ กรณีที่ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาที่พนักงานอัยการ เป็ นโจทก์ เพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียงหรือได้รับ ความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระท าความผิดของผู้ต้องหาที่จะถูกฟ้ องเป็ นจ าเลย โดยสภาพปัญหา ที่เห็นได้ชัด มาจากคดีลักทรัพย์ที่ผู้ต้องหากระท าความผิดหลายคดีและพนักงานสอบสวนด าเนินคดีแยกเป็ นรายส านวน ส่งมายังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้อง โดยบางส านวนที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธได้ยื่นฟ้ องเป็ นส านวนเต็มรูป แต่บางส านวน ที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ พนักงานอัยการคดีศาลแขวงระยองจึงต้องยื่นฟ้ องคดีด้วยวาจาที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ต่อศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ถูกจับ ซึ่งศาลได้มีค าพิพากษาในวันที่ยื่นฟ้ องเป็ นคดีฟ้ องด้วยวาจาดังกล่าว เป็ นเหตุให้มี ผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนที่ส านักงานคดีศาลแขวงระยองว่า ไม่ได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากจ าเลย แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เสียหายในคดีอื่น ๆ ที่จ าเลยเป็ นบุคคลคนเดียวกัน กลับได้รับการแจ้งสิทธิและได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลย เนื่องจากคดีอาญาที่ยื่นฟ้ องต่อศาลแขวงนั้น ในบางคดีเป็ นการฟ้ องด้วยวาจาภายใน 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่ผู้ต้องหา ถูกจับกุม จึงไม่อาจแจ้งสิทธิให้ผู้เสียหายทราบได้แม้จะมีหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 25 ลงวันที่ 21 มกราคม 2562 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติของพนักงานอัยการในการแจ้งสิทธิค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ให้ผู้เสียหายทราบ ซึ่งก าหนดให้พนักงานอัยการเจ้าของส านวน มีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลยโดยทันที ทั้งนี้ ตามหนังสือฉบับดังกล่าว ได้อ้างถึงหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0027(ปผ)/ว 54 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ซึ่งให้พนักงานอัยการ เจ้าของส านวนและผู้กลั่นกรองงานมีความเห็นใน อ.ก. 4 ว่าคดีนี้ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เห็นควรแจ้งให้ผู้เสียหายทราบ และตามหนังสือส านักงาน อัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 339 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 เรื่อง ก าหนดแนวทางปฏิบัติในการด าเนินการ เพื่อขอให้จ าเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ซึ่งก าหนดให้ พนักงานอัยการเจ้าของส านวนมีหนังสือตามแบบแจ้งสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ก าหนดแจ้งให้ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิ ที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจ าเลยโดยทันทีโดยในกรณีที่มีการสืบพยานให้แจ้งก่อนวันสืบพยานหรือใน กรณี ที่ไม่มีการสืบพยานให้แจ้งก่อนที่ศาลมีค าวินิจฉัยชี้ขาดคดีพร้อมสอบถามผู้เสียหายว่ามีความประสงค์จะยื่นค าร้องเรียก ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวหรือไม่และตามหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0008(กก2)/175 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจและถือปฏิบัติกรณีแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ซึ่งก าหนด ว่านอกจากความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็ค พ.ศ. 2534 และความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ไม่มีผู้ได้รับอันตรายอันเป็ นความผิด KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 25 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำยคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ตามประมวลกฎหมายอาญารวมอยู่ด้วยไม่ต้องแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 นอกจากคดีดังกล่าวแล้วให้แจ้งให้ผู้เสียหายทราบทุกเรื่อง จากสภาพความเป็ นจริงที่เกิดขึ้น สามารถแบ่งประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ได้ดังนี้ 1. ผู้เสียหายในคดีของศาลแขวงซึ่งพนักงานสอบสวนส่งส านวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหามายังพนักงานอัยการ ใกล้ครบสี่สิบแปดชั่วโมงตามกฎหมายและพนักงานอัยการจะต้องยื่นฟ้ องคดีด้วยวาจาที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพต่อศาลภายใน สี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ถูกจับ จึงมีปัญหาว่าไม่สามารถแจ้งให้ผู้เสียหายทราบได้ตามหนังสือเวียนของส านักงานอัยการสูงสุด ดังกล่าว ทั้งไม่มีเหตุที่จะไม่ฟ้ องผู้ต้องหาต่อศาล เพื่อรอแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ให้ผู้เสียหายทราบ เนื่องจากในคดีนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ซึ่งการยื่นฟ้ องผู้ต้องหาเป็ นจ าเลยต่อศาลในทันที ท าให้ผู้เสียหายไม่อาจทราบถึงสิทธิที่พนักงานอัยการจะแจ้งให้ผู้เสียหายทราบได้ตามหนังสือเวียนที่ได้กล่าวมาข้างต้น 2. กรณีที่ไม่มีการสืบพยานในคดีเนื่องจากกระบวนการพิจารณาของศาลในคดีอาญานั้น มีวันนัดพิจารณา หลากหลายวันแตกต่างกันไป เช่น วันยื่นค าฟ้ องที่ศาลจะต้องอ่านและอธิบายฟ้ องให้จ าเลยฟังพร้อมทั้งสอบถามจ าเลยเรื่อง ทนายความและสอบค าให้การว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ วันนัดไกล่เกลี่ย วันนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐาน วันตรวจ ความพร้อมพยาน วันนัดสืบพยาน ซึ่งจ าเลยมีสิทธิที่จะเปลี่ยนค าให้การปฏิเสธเป็ นให้การรับสารภาพเมื่อไรก็ได้ท าให้คดี ดังกล่าวไม่มีการสืบพยาน และเป็ นเหตุให้ผู้เสียหายอาจจะไม่ทันได้ยื่นค าร้องเรียกค่าเสียหายตามที่กฎหมายก าหนด 3. ในคดีอาญาที่มีผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน เพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิตร่างกาย จิตใจ หรือ ได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการ กระท า ความผิดของจ าเลย แต่ศาลได้มีค าพิพากษาคดีไปโดยผู้เสียหายไม่มีโอกาสเข้ามาเป็ นโจทก์ร่วมหรือยื่นค าร้องเรียก ค่าสินไหมทดแทน 4. ปัญหาการเข้าถึงสิทธิของผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ยังไม่มี การก าหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานใดที่จะมีหน้าที่เป็ นผู้แจ้งให้ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทน ดังกล่าว ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ 1. ปัญหาการแจ้งสิทธิของผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เมื่อยังไม่มี กฎหมายก าหนดให้เป็ นหน้าที่ของพนักงานอัยการโดยตรง แต่มีหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0027(ปผ)/ว 54 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 หนังสือส านักงานอัยการสูงสูด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 339 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0008(กก2)/175 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 ก าหนดแนวทางปฏิบัติไว้แต่ยังไม่ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้ น จึงควรมีการบูรณาการ แก้ไขปรับปรุง ให้มีเนื้ อหาที่สอดคล้องกับสภาวะปัญหาที่เกิดขึ้ นจริง และผู้ปฏิบัติงานสามารถน าไปใช้ได้อย่างแท้จริง ท าให้ผู้เสียหายได้รับโอกาสในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และไม่เกิด ปัญหาที่ผู้เสียหายร้องเรียนบุคลากรในส านักงานอัยการสูงสุดอย่างที่ผ่าน ๆ มา 2. ให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจรับส านวนหรือนิติกรที่ตรวจรับส านวนในคดีศาลแขวงโดยเฉพาะคดีฟ้ องด้วยวาจา แจ้งให้ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิของตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44 /1 โดยตรง โดยติดต่อผู้เสียหาย ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้เสียหายได้ให้ไว้กับพนักงานสอบสวนในส านวน หากไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ ผู้เสียหายในส านวนให้ประสานพนักงานสอนสวนขอทราบหมายเลขโทรศัพท์ผู้เสียหายและด าเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายทราบ โดยให้ท าบันทึกไว้ใน อ.ก. 13 ด้วย KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำยคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 3. ประสานงาน ท าความเข้าใจกับพนักงานสอบสวนให้ด าเนินการสอบสวนผู้เสียหายในประเด็นเกี่ยวกับค่าเสียหาย และให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่าผู้เสียหายมีสิทธิได้รับค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 44/1 4. ให้พนักงานสอบสวนแจ้งแก่ผู้เสียหายให้ทราบเบื้ องต้นว่า ในคดีที่ผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากการกระท า ความผิดตามกฎหมายของผู้ต้องหานั้น พนักงานสอบสวนจะส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมส านวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้ อง ต่อศาลภายในวันใด เพื่อหากผู้เสียหายต้องการเรียกค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ผู้เสียหายก็สามารถติดต่อกับพนักงานอัยการในวันที่พนักงานสอนสวนส่งตัวผู้ต้องหาต่อพนักงานอัยการ ได้ท าให้ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ได้ภายใน ก าหนดเวลาตามกฎหมาย 5. ในคดีอาญาที่มีผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน เพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือ ได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากการกระท า ความผิดของจ าเลย ให้พนักงานอัยการโจทก์บรรยายในค าฟ้ องให้ละเอียด รวมทั้งชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากในส านวนไม่ปรากฏข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายระหว่างผู้เสียหายกับผู้ต้องหา ซึ่งหากจะยื่นฟ้ องผู้ต้องหา ต่อศาล เห็นควรให้พนักงานอัยการบรรยายฟ้ องโดยมีข้อความว่า อนึ่ง ในคดีนี้ ผู้เสียหายจึงไม่ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย จากจ าเลย แนบไว้ในค าฟ้ องทุกเรื่องไป เพื่อศาลจะได้ใช้เป็ นดุลพินิจในการท าค าพิพากษา เพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจ ในการก าหนดโทษ หรือศาลอาจจะมีค าสั่งสืบเสาะเพื่อติดตามผู้เสียหายว่ายังประสงค์จะเรียกค่าเสียหายหรือได้รับการชดใช้ ค่าเสียหายจากจ าเลยหรือไม่ อย่างไร อันท าให้ผู้เสียหายได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 98 - หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0027(ปผ)/ว 54 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 - หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 25 ลงวันที่ 21 มกราคม 2562 - หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 339 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 - หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0008(กก2)/ว 175 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางสาวสุพรรณนา ลิ้ มถาวรวงศ์ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดระยอง นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 34/2566 /2563 ---------------------------- กำรร้องขอควำมธรรม เดิมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2547 เกี่ยวกับกำรร้องขอควำมธรรม ในข้อ 48 ได้ก ำหนดไว้ว่ำ คดีที่มีกำรร้องขอควำมเป็ นธรรม ในกรณีที่ จะมีค ำสั่ง ไม่ฟ้ องผู้ต้องหำทุกข้อหำหรือบำงข้อหำ ให้เสนอส ำนวนพร้อมควำมเห็นตำมล ำดับชั้นถึงอธิบดี เพื่อพิจำรณำสั่ง...ซึ่งเดิมก่อนที่จะได้มีกำรยกเลิกระเบียบนี้ กำรที่จะพิจำรณำเป็ นหนังสือร้องขอควำมเป็ น ธรรมหรือไม่ อธิบดีอัยกำรภำคแต่ละภำคก็มีควำมเห็นแตกต่ำงกัน อธิบดีอัยกำรบำงภำคพิจำรณำจำกเนื้ อหำ ในหนังสือร้องขอควำมเป็ นธรรม ว่ำเขำไม่ได้รับควำมเป็ นธรรมจำกพนักงำนสอบสวนหรือพนักงำนอัยกำร อย่ำงไร หำกไม่ปรำกฏว่ำเขำไม่ได้รับควำมเป็ นธรรมอย่ำงไร แม้จะเป็ นหนังสือระบุว่ำร้องขอควำมเป็ นธรรม ก็เห็นว่ำไม่เป็ นกำรร้องขอควำมเป็ นธรรม แต่อธิบดีอัยกำรบำงภำค พิจำรณำจำกในหนังสือหำกหนังสือ ระบุว่ำร้องขอควำมเป็ นธรรม ก็ถือว่ำเป็ นเรื่องกำรร้องขอควำมเป็ นธรรมโดยไม่ได้พิจำรณำในเนื้ อหำของ หนังสือร้องขอควำมเป็ นธรรม ซึ่งท ำให้เกิดควำมไม่ชัดเจนว่ำตกลงจะพิจำรณำอย่ำงไรว่ำเป็ นกำรร้องขอ ควำมเป็ นธรรมหรือไม่ อย่ำงไร เนื่องจำกระเบียบได้ก ำหนดไว้ไม่ชัดเจน แต่ต่อมำเมื่อมีกำรยกเลิกระเบียบฯ ดังกล่ำวและได้มีระเบียบใหม่คือระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของ พนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 65 ได้ก ำหนดหลักเกณฑ์ในกำรร้องขอควำมเป็ นธรรม โดยระเบียบฯ ข้อ65 ได้ก ำหนดว่ำ กำรสั่งคดีกรณีร้องขอควำมธรรม โดยได้วำงหลักเกณฑ์ว่ำกรณีที่ผู้เสียหำยหรือผู้ต้องหำ หรือบุคคลใดเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหำยหรือผู้ต้องหำใช้สิทธิตำมรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมำยอื่น หรือ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ยื่นหนังสือร้องขอควำมเป็ นธรรมต่อพนักงำนอัยกำรโดยกล่ำวอ้ำงว่ำ ผู้เสียหำยหรือ ผู้ต้องหำไม่ได้รับควำมเป็ นธรรมจำกพนักงำนสอบสวนหรือพนักงำนอัยกำร ให้พนักงำนอัยกำรพิจำรณำ รับค ำร้องขอควำมเป็ นธรรมดังกล่ำวไว้พิจำรณำ..ซึ่งเห็นว่ำปัจจุบันมีกำรก ำหนดหลักเกณฑ์ในกำรพิจำรณำว่ำ กรณีใดที่จะเป็ นกำรร้องขอควำมเป็ นธรรม จึงท ำให้ปัญหำในกำรตีควำมว่ำเป็ นหนังสือร้องขอควำมเป็ นธรรม หรือไม่หมดไป KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 25 มกรำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เห็นว่ำปัจจุบัน ตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ65 ได้ก ำหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจนว่ำกรณีที่เป็ นเรื่องกำรร้องขอควำมเป็ นธรรม จะต้องเป็ น กรณีที่ ผู้เสียหำยหรือผู้ต้องหำหรือบุคคลใดเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหำยหรือผู้ต้องหำ ใช้สิทธิตำมรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมำยอื่น หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ยื่นหนังสือร้องขอควำมเป็ นธรรมต่อพนักงำนอัยกำร โดยกล่ำวอ้ำงว่ำ ผู้เสียหำยหรือผู้ต้องหำไม่ได้รับควำมเป็ นธรรมจำกพนักงำนสอบสวนหรือพนักงำนอัยกำร ซึ่งหำกเป็ นกรณีดังกล่ำวก็ถือว่ำเป็ นกำรร้องขอควำมเป็ นธรรม โดยให้พนักงำนอัยกำรรับค ำร้องขอควำม เป็ นธรรมดังกล่ำวไว้พิจำรณำ แต่หำกไม่ใช่กรณีที่ ผู้เสียหำยหรือผู้ต้องหำไม่ได้รับควำมเป็ นธรรมจำก พนักงำนสอบสวนหรือพนักงำนอัยกำร ก็ไม่ถือว่ำเป็ นหนังสือร้องขอควำมเป็ นธรรม ข้อกฎหมำย - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 65 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยอนันต์ ทองแก้วเกิด ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดพัทลุง นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 35/2566 /2563 ---------------------------- กำรสั ่งคดีส ำนวน ส.2 ของพนักงำนอัยกำร ผู้กลั ่นกรองงำน ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 วรรคแรก ก าหนดให้อ านาจ อัยการชั้น 4 มีอ านาจสั่งคดีที่มีอัตราโทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินสิบปีและหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท แต่ต้องเสนอหัวหน้า พนักงานอัยการเพื่อทราบทันที วรรคสอง ก าหนดให้ผู้กลั่นกรองงาน สั่งคดีได้เช่นเดียวกับหัวหน้าพนักงานอัยการโดยให้น าความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม วรรคสี่ ก าหนดให้ส านวนดังนี้ หากมิใช่คดีที่เห็นควรมีค าสั่งไม่ริบของกลาง หรือคดีส าคัญให้ผู้กลั่นกรองงาน พิจารณาสั่งคดีไปได้โดยไม่ต้องเสนอความเห็นต่อหัวหน้าพนักงานอัยการ ได้แก่ (2) ส านวนที่ปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา (ส.2) (ก) คดีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้ อง พนักงานอัยการเจ้าของส านวน และผู้กลั่นกรองงาน เห็นควรสั่งฟ้ อง ในทางปฏิบัติ ส านวน ส.2 ทุกคดี ไม่ว่าจะมีอัตราโทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินสิบปี และหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือคดีที่มีอัตราโทษสูงกว่านั้น จนลงโทษประหารชีวิต หากพนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้ อง เจ้าของส านวนเห็นควรสั่งฟ้ อง และไม่ใช่สั่งไม่ริบของกลาง และไม่ใช่คดีส าคัญแล้วเมื่อผู้กลั่นกรองงาน เห็นควรสั่งฟ้ องแล้ว ผู้กลั่นกรองงานบางคน ก็จะแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด ให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้ องคดี โดยไม่ต้องเสนอความเห็นต่ออัยการจังหวัดผู้เป็ นหัวหน้า พนักงานอัยการ แต่ผู้กลั่นกรองงานบางคนเสนอส านวนให้อัยการจังหวัดพิจารณาสั่งคดีก่อน หากอัยการจังหวัดเห็นด้วย จึงแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็ นการปฏิบัติงานที่ต่างกัน เห็นว่า หากเป็ นกรณีที่คดีมีอัตราโทษอย่างสูงไม่เกินสิบปี แล้ว ผู้กลั่นกรองงาน ซึ่งเป็ นอัยการชั้น 4 มีอ านาจสั่งฟ้ องคดี หรือสั่งไม่ฟ้ องคดีได้ แต่ต้องเสนออัยการจังหวัดเพื่อทราบ แต่ถ้าโทษสูงกว่านั้นผู้กลั่นกรองงานสั่งคดีได้เพียงเห็นควรเสนออัยการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่ง หากอัยการจังหวัด เห็นควรสั่ง ฟ้ องจึงเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้จัดการให้ได้ตัวมาฟ้ องตามกฎหมายต่อไป แต่การที่ระเบียบข้อดังกล่าวให้คดีที่มีโทษ เกินสิบปี สั่งจบเพียงแค่ผู้กลั่นกรองงานโดยไม่เสนออัยการจังหวัด ท าให้อัยการจังหวัดไม่มีอ านาจใด ๆ ในการพิจารณาสั่งคดี การสั่งคดีไปตามข้อ 6 ดังกล่าว มีผลให้ เมื่อได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้ อง และรับส านวนเป็ นคดี ส.1 ผู้มีอ านาจสั่งคดี คืออัยการจังหวัด ซึ่งมีผลให้ 1. หากอัยการจังหวัดไม่เห็นด้วย และกลับค าสั่ง โดยเห็นควรสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหา ต้องเสนอส านวนตามล าดับชั้น ถึงอธิบดีอัยการเพื่อพิจารณาสั่ง ตามระเบียบฯ ข้อ 10 เพราะเป็ นการกลับความเห็นท าให้เกิดผลเสียหายต่อเจ้าของส านวน และผู้กลั่นกรองงานในภายหลัง 2. ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ต้องหาที่จะต้องถูกจับกุมและควบคุมตัว โดยไม่ถูกฟ้ องคดีในที่สุด KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 26 มกรำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อเสนอแนะ เห็นควรพิจารณาออกหนังสือเวียนเพื่อก าหนดอ านาจหน้าที่ในการสั่งคดีของพนักงานอัยการตามระเบียบฯ ข้อ 41 วรรคสี่ ให้ชัดเจน ว่าการสั่งคดีที่โทษจ าคุกเกินสิบปี เป็ นอ านาจของใคร เพื่อประโยชน์ของพนักงานอัยการและผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายต่อไป ข้อกฎหมาย - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายสุรศกัด์ิเพชรเครือ ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดยะลา นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 36/2566 /2563 ---------------------------- กำรสั ่งยุติกำรด ำเนินคดี การสั่งส านวนคดีอาญา ประเภท ส.1 หรือ ส.2 ที่อยู่ในอ านาจของข้าราชการอัยการชั้น 4 หากพบว่าสิทธิการน าคดีอาญามาฟ้ องระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 พนักงานอัยการเจ้าของส านวนต้องเสนอส านวนเพื่อยุติการด าเนินคดีให้หัวหน้าพนักงานอัยการ เป็ นผู้พิจารณาออกค าสั่ง แล้วเสนอส านวนให้ผู้บังคับบัญชาถัดขึ้ นไปหนึ่งชั้นทราบโดยเร็ว ตามระเบียบ ส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 (การออกค าสั่ง กรณีสิทธิฟ้ องคดีอาญาระงับ) ท าให้เมื่อมีเงื่อนไขระงับคดีดังกล่าว และอัยการจังหวัดมีค าสั่งยุติ การด าเนินคดีแล้ว ส านักงานอัยการในภูมิภาคต้องส่งส านวนคดีอาญาดังกล่าวไปที่ส านักงานอัยการภาค เพื่อให้รองอธิบดีอัยการภาคลงชื่อทราบ ท าให้เกิดขั้นตอนการท างาน และมีระยะเวลาด าเนินการอีกประมาณ 1 - 2 เดือน จึงจะสามารถแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีให้ให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งให้ผู้ต้องหาและ ผู้ร้องทุกข์ทราบตามระเบียบฯ ข้อ 48 วรรคเจ็ด ส่วนการสั่งส านวนคดีอาญาทั่วไปของข้าราชการอัยการ ชั้น 4 เป็ นไปตามระเบียบฯ ข้อ 41 (การด าเนินคดีอาญาของข้าราชการอัยการชั้น 1 ถึงชั้น 4) ข้าราชการอัยการชั้น 4 ผู้ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพนักงานอัยการ มีอ านาจสั่งคดีทุกฐานความผิด มีอัตราโทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินสิบปี และหรือมีโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท ให้สั่งคดีนั้นได้เช่นเดียวกับ หัวหน้าพนักงานอัยการ แต่ต้องเสนอหัวหน้าพนักงานอัยการเพื่อทราบทันที แต่อ านาจในการสั่งยุติ การด าเนินคดีไม่ว่าคดีดังกล่าวจะมีอัตราโทษเท่าใดก็ตาม ข้าราชการอัยการชั้น 4 กลับไม่มีอ านาจสั่งยุติการ ด าเนินคดีได้ ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ 1. เห็นควรให้ข้าราชการอัยการชั้น 4 มีอ านาจออกค าสั่งยุติการด าเนินคดี แล้วเสนอส านวนให้ ผู้บังคับบัญชาถัดขึ้ นไปหนึ่งชั้นทราบโดยเร็ว 2. ให้แก้ไขระเบียบส านักงานอัยการอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 วรรคห้าใหม่ โดยมีข้อความดังนี้ “การสั่งยุติการด าเนินคดีในวรรคสาม ให้ข้าราชการอัยการ ชั้น 4 อ านาจออกค าสั่งยุติการด าเนินคดี แล้วเสนอส านวนให้ผู้บังคับบัญชาถัดขึ้ นไปหนึ่งชั้นทราบโดยเร็ว” KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 26 มกรำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 41, 48 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายจรินทร์ รังแก้ว ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงนครสวรรค์ นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 37/2566 /2563 ---------------------------- กำรบรรยำยฟ้ องหรือมีค ำขอท้ำยฟ้ อง ในกรณีเกี่ยวกับพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ. 2522 มำตรำ 162 ระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่พนักงานอัยการผู้กลั่นกรองงานที่ส านักงานอัยการจังหวัดและส านักงาน อัยการคดีศาลแขวงเกิดปัญหาเกี่ยวกับการบรรยายฟ้ องตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 ซึ่งได้มีการบรรยายฟ้ องเกี่ยวกับมาตรา 162 ไม่เหมือนกันในแต่ละส านักงานที่เคยปฏิบัติงาน มาเกี่ยวกับกรณีขอให้ศาลพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ขับขี่ในกรณีตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 ซึ่งตามมาตรา 162 ดังกล่าวนั้น ในวรรคแรกได้บัญญัติว่าในคดีที่ผู้ขับขี่ต้อง ค าพิพากษาว่าได้กระท าความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายเกี่ยวกับรถนั้น ๆ นอกจากจะได้รับโทษ ส าหรับความผิดดังกล่าว ถ้าศาลเห็นว่าหากให้ผู้นั้นขับรถต่อไปอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ให้ศาลมีอ านาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นได้ วรรคสอง ได้บัญญัติว่า ในกรณีที่ศาลเห็นว่า พฤติกรรมของผู้กระท าความผิดตามวรรคหนึ่งยังอยู่ใน วิสัยที่จะแก้ไขฟื้ นฟูได้ ศาลอาจมีค าสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นและให้ผู้นั้นท างานบริการสังคมหรือ ท างานสาธารณประโยชน์ฯลฯ จากการที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้กลั่นกรองงานนั้น ปรากฏสภาพปั ญหาว่าการพิจารณาส านวนในคดี ที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่า กระท าความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ประกอบประมวล กฎหมายอาญา นั้น ปรากฏว่าการร่างฟ้ องของพนักงานอัยการบางท่านจะมิได้มีการขอให้ศาลใช้ดุลพินิจ ในการลงโทษ โดยมิได้มีการขอให้ศาลพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ของจ าเลย ในกรณีที่จ าเลยที่ถูกฟ้ องกระท า ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา กล่าวคือ มิได้มีอ้างพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 ในค าขอท้ายฟ้ องเพื่อให้ศาลสามารถใช้ ดุลพินิจในการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจ าเลย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ได้ แต่ในคดีข้อเท็จจริงเดียวกันพนักงานอัยการบางท่านก็ได้มีค าขอให้ศาลใช้ดุลพินิจในการลงโทษ โดยการขอให้ศาลพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ของจ าเลย โดยมิได้มีการระบุใน อ.ก. 4 ถึงการไม่บังคับใช้ มาตรา 162 ในคดีให้ชัดเจน ซึ่งการมีความเห็นและค าสั่งดังกล่าว เป็ นการท าให้การบังคับใช้กฎหมายตาม มาตรา 162 ไม่ครบตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 27 มกรำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ควรมีการแก้ไขโดยก าหนดแนวทางให้พนักงานอัยการในทุกส านักงาน มีการบรรยายฟ้ องหรือ มีค าขอท้ายฟ้ องขอให้ศาลลงโทษจ าเลย โดยมีการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตในความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 ดังกล่าว โดยให้พนักงานอัยการน าพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 มาบังคับใช้กับคดีตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ประกอบประมวลกฎหมายอาญาในทุกคดี หากไม่ขอให้พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าว ก็ให้ระบุในความเห็น อ.ก. 4 ให้ชัดเจน เพื่อจะสามารถบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 ให้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของการบังคับใช้กฎหมายได้ดียิ่งขึ้ น ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 162 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 98 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายธารา เตชะสหะพัฒนา ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 38/2566 /2563 ---------------------------- กำรยนื่คำ รอ้งขอใหศ้ำลต้งัผูแ้ทนชวั่ครำวของนิตบิุคคล ด้วยส ำนักงำนสรรพำกรพื้ นที่ประจวบคีรีขันธ์ ได้ตรวจพบว่ำบริษัท ธ. จ ำกัด มีผู้ถือหุ้น 3 คน คือนำย ธ. นำง ช. และนำย ท. ซึ่งมีส ำนักงำนแห่งใหญ่ ตั้งอยู่ที่ต ำบลหัวหิน อ ำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจกำรรับเหมำก่อสร้ำงและจดทะเบียนภำษีมูลค่ำเพิ่ม เมื่อวันที่ 19 กันยำยน 2556 ได้มีกำรยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ส ำหรับรอบระยะเวลำบัญชีปี ภำษี 2560 – ปี ภำษี 2563 ไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องรับผิดช ำระภำษีมูลค่ำเพิ่มที่ต้องช ำระพร้อมเบี้ ยปรับและเงินเพิ่ม ตำมประมวลรัษฎำกร ค ำนวณถึงวันที่15 กุมภำพันธ์2565 รวมเป็ นเงินทั้งสิ้ น จ ำนวน 69,000,000 บำท และพบว่ำนำย ธ. กรรมกำรผู้มีอ ำนำจลงลำยมือชื่อและประทับตรำส ำคัญของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว ถึงแก่ควำมตำยเมื่อวันที่ 29 กันยำยน 2562 ท ำให้บริษัทดังกล่ำวไม่มีกรรมกำรที่มีอ ำนำจจัดกำรแทนบริษัท และยังไม่ได้ด ำเนินกำรแต่งตั้งกรรมกำรผู้มีอ ำนำจกระท ำกำรแทนบริษัทขึ้ นใหม่แทนต ำแหน่งกรรมกำร ที่ว่ำงลงแต่อย่ำงใด ซึ่งหำกปล่อยต ำแหน่งว่ำงไว้จะเกิดควำมเสียหำยท ำให้กรมสรรพำกรไม่สำมำรถ ด ำเนินกำรตำมขั้นตอนต่อไป ซึ่งอำจไม่สำมำรถท ำกำรประเมินเพื่อเรียกเก็บภำษีอำกรได้ กรมสรรพำกร จึงเป็ นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอต่อศำลให้แต่งตั้งผู้แทนชั่วครำวได้ ตำมมำตรำ 73 แห่งประมวลกฎหมำย แพ่งและพำณิชย์ จึงขอให้พนักงำนอัยกำรจังหวัดหัวหิน ยื่นค ำร้องต่อศำลเพื่อขอให้ศำลมีค ำสั่งแต่งตั้งผู้แทน ชั่วครำวของบริษัท ธ. จ ำกัด ให้กรมสรรพำกร พิจำรณำแล้วเห็นว่ำกรมสรรพำกรเป็ นกรมในรัฐบำล มีฐำนะเป็ นนิติบุคคลและเป็ นหน่วยงำนของรัฐ มีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรจัดเก็บภำษีอำกรตำมประมวลรัษฎำกรและกฎหมำยอื่น กำรที่กรมสรรพำกรตรวจ พบว่ำบริษัทดังกล่ำวมีหน้ำที่ต้องรับผิดช ำระภำษีมูลค่ำเพิ่มพร้อมเบี้ ยปรับและเงินเพิ่มตำมประมวลรัษฎำกร ส ำหรับรอบระยะเวลำบัญชีปี ภำษี2560 - ปี ภำษี2563 ให้แก่รัฐ รวมเป็ นเงินจ ำนวน 69,000,000 บำท และพบว่ำกรรมกำรผู้มีอ ำนำจกระท ำกำรแทนบริษัทและประทับตรำส ำคัญของบริษัทแต่ผู้เดียวถึงแก่ควำมตำย และยังไม่มีกำรตั้งกรรมกำรผู้มีอ ำนำจคนใหม่กระท ำกำรแทนบริษัท จึงท ำให้กรมสรรพำกรไม่สำมำรถ ด ำเนินกำรตำมขั้นตอนกำรเรียกเก็บภำษีอำกรค้ำงได้และกรมสรรพำกรได้มีหนังสือแจ้งกำรประเมิน ภำษีมูลค่ำเพิ่มให้บริษัทน ำเงินภำษีพร้อมทั้งเบี้ ยปรับและเงินเพิ่มไปให้กรมสรรพำกรตำมกฎหมำยแล้ว และ คดีมีมูลเหตุอันควรเชื่อว่ำกำรปล่อยต ำแหน่งผู้แทนของนิติบุคคลว่ำงไว้น่ำจะเกิดควำมเสียหำยแก่กรรม สรรพำกรและแก่รัฐได้ ย่อมถือว่ำกรมสรรพำกรอยู่ในฐำนะเจ้ำหนี้ ในค่ำภำษีอำกรค้ำงของบริษัท ธ . และ เป็ นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอต่อศำลให้แต่งตั้งผู้แทนชั่วครำวของบริษัทดังกล่ำวได้ โดยขอให้ศำลแต่งตั้ง KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 27 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ผู้ถือหุ้นของบริษัทคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน เป็ นกรรมกำรผู้มีอ ำนำจกระท ำกำรแทนและประทับตรำ ของบริษัทแทนได้ ตำมมำตรำ 73 แห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ และกำรขอให้ศำล มีค ำสั่งดังกล่ำว เป็ นคดีแพ่งที่พนักงำนอัยกำรมีอ ำนำจและหน้ำที่ด ำเนินคดีแทนหน่วยงำนของรัฐได้ และเป็ นคดีไม่มีทุนทรัพย์ อีกทั้งสิทธิเรียกร้องของรัฐที่จะเรียกเอำค่ำภำษีอำกร มีก ำหนดอำยุควำม 10 ปี ตำมมำตรำ 193/31 แห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ คดียังไม่ขำดอำยุควำม จึงรับว่ำต่ำงคดีให้กรมสรรพำกร โดยยื่น ค ำร้องขอให้ศำลจังหวัดหัวหิน ซึ่งเป็ นศำลที่มีเขตอ ำนำจขอให้มีค ำสั่ง แต่งตั้ง นำง ช. และหรือ นำย ท. ผู้ถือหุ้นของบริษัท เป็ นผู้แทนชั่วครำวของบริษัท ธ. จ ำกัด ตำมมำตรำ 73 แห่งประมวลกฎหมำยแพ่ง และพำณิชย์ต่อไป ตำมนัยค ำพิพำกษำศำลฎีกำที่ 4178/2532 ข้อสรุปสำระส ำคัญ 1. กรมสรรพำกร เป็นกรมในรัฐบำล สังกัดกระทรวงกำรคลังและเป็ นหน่วยงำนของรัฐ มีอ ำนำจและ หน้ำที่ในกำรจัดเก็บภำษีอำกรตำมประมวลรัษฎำกรและกฎหมำยอื่น และกำรยื่นค ำร้องขอให้ศำลตั้งผู้แทน ชั่วครำวของนิติบุคคล ตำมมำตรำ 73 แห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ เป็ นคดีแพ่ง ซึ่งพนักงำนอัยกำร มีอ ำนำจหน้ำที่ด ำเนินคดีแทนได้ ตำมมำตรำ 14 (3) แห่งพระรำชบัญญัติองค์กรอัยกำรและพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2553 2. กำรที่บริษัท ธ. จ ำกัด ค้ำงช ำระค่ำภำษีมูลค่ำเพิ่ม เบี้ ยปรับและเงินเพิ่มตำมประมวลรัษฎำกร กรมสรรพำกร มีอ ำนำจหน้ำที่ตำมกฎหมำยในกำรเรียกเก็บค่ำภำษีอำกรค้ำง กรมสรรพำกรจึงมีฐำนะเป็ น เจ้ำหนี้ในค่ำภำษีอำกรค้ำงของบริษัท ธ. จ ำกัด และเป็ นผู้มีส่วนได้เสียในกำรยื่นค ำร้องขอให้ศำลแต่งตั้งผู้แทน ชั่วครำวของบริษัทดังกล่ำวได้ ตำมมำตรำ 73 แห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ 3. กำรที่กรรมกำรผู้จัดกำรผู้มีอ ำนำจลงลำยมือชื่อและประทับตรำของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว ถึงแก่ควำมตำย และผู้ถือหุ้นของบริษัทไม่ด ำเนินกำรแต่งตั้งกรรมกำรผู้มีอ ำนำจกระท ำกำรแทนบริษัท ถือว่ำเป็ นกรณีต ำแหน่งว่ำงลงในจ ำนวนผู้แทนของนิติบุคคล ซึ่งนิติบุคคลต้องมีผู้แทนหนึ่งคนหรือหลำยคน ทั้งนี้ ตำมที่กฎหมำยก ำหนดไว้หำกบริษัท ธ. จ ำกัด ไม่มีกำรแต่งตั้งกรรมกำรผู้มีอ ำนำจกระท ำกำรแทนคน ใหม่แทนกรรมกำรที่ว่ำงลงย่อมเป็ นเหตุให้กรมสรรพำกรไม่สำมำรถด ำเนินกำรประเมินภำษีอำกร(ภำษีมูลค่ำเพิ่ม) ของบริษัทและเร่งรัดภำษีอำกรค้ำงได้ตำมประมวลรัษฎำกร และเป็ นเหตุอันควรเชื่อว่ำกำรปล่อยต ำแหน่งว่ำง ไว้น่ำจะก่อให้เกิดควำมเสียหำยแก่รัฐและกรมสรรพำกร กรมสรรพำกรในฐำนะเจ้ำหนี้และผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงำนอัยกำร มีอ ำนำจร้องขอให้ศำลแต่งตั้งผู้แทนชั่วครำวของบริษัท ธ. จ ำกัด ได้ ตำม มำตรำ 73 แห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ 4. กำรประเมินภำษีอำกรค้ำง ถือว่ำเป็ นกำรกระท ำอื่นใดอันมีผลเป็ นอย่ำงเดียวกันกับกำรฟ้ องคดี เพื่อตั้งต้นสิทธิเรียกร้องของรัฐที่จะเรียกค่ำภำษีอำกร มีก ำหนดอำยุควำม 10 ปีนับแต่ขณะที่อำจบังคับสิทธิ เรียกร้องได้เป็ นต้นไป ตำมมำตรำ 193/12 , มำตรำ 193/31 แห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ และ ในกำรยื่นค ำร้องดังกล่ำว พนักงำนอัยกำรผู้ร้องจะต้องน ำส่งหมำยเรียกและส ำเนำค ำร้องให้แก่บุคคลที่จะ ขอให้ศำลแต่งตั้งเป็ นผู้แทนชั่วครำวของนิติบุคคลนั้นทุกคนให้ทรำบ เพื่อให้มีโอกำสท ำค ำคัดค้ำนเข้ำมำในคดีได้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th 5. กำรร้องขอให้ศำลแต่งตั้งผู้แทนชั่วครำวของนิติบุคคล เป็ นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ซึ่งพนักงำนอัยกำร ตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้ นไปมีอ ำนำจพิจำรณำสั่งรับว่ำต่ำงหรือแก้ต่ำงได้ แล้วเสนอผู้บังคับบัญชำเพื่อทรำบ ตำมระเบียบ ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีแพ่งของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2560 ข้อ 25 ข้อกฎหมำย - ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 73, มำตรำ 167, มำตรำ 193/31 - ประมวลรัษฎำกร มำตรำ 82, มำตรำ 83, มำตรำ 88 - พระรำชบัญญัติองค์กรอัยกำรและพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2553 มำตรำ 4, มำตรำ 14 - ค ำพิพำกษำศำลฎีกำที่ 4178/2532 - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีแพ่งของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2560 ข้อ 7, ข้อ 25 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกำยน 2565 - ผู้จัดท ำ KCJ ว่ำที่ร้อยตรี วรำ จตุวัลย์ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรจังหวัดหัวหิน นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 39/2566 /2563 ---------------------------- กำรสั ่งคดีในควำมผิดฐำนลักทรัพย์หรือรับของโจร กรณีที่พนักงานสอบสวนส่งส านวนที่เห็นควรสั่งฟ้ องผู้ต้องหาในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร มายังพนักงานอัยการ ส านักงานอัยการจังหวัด เมื่อพนักงานอัยการ ส านักงานอัยการจังหวัด พิจารณาแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในส านวนปรากฏชัดแล้วว่า การกระท าของผู้ต้องหาเป็ นความผิดฐาน ลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดยไม่เป็ นความผิดฐานรับของโจร ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 357 มีปัญหาในทางปฏิบัติว่าควรพิจารณาสั่งคดีอย่างไร ซึ่งตามระเบียบส านักงาน อัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 86 ในกรณีการกระท าความผิด อันเป็ นกรรมเดียวกัน แต่พนักงานสอบสวนได้ท าการสอบสวนหรือแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหามาหลายฐาน ความผิดเพื่อให้พนักงานอัยการเลือกปรับบทระหว่างการกระท าความผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และท าให้เสียทรัพย์ เมื่อพนักงานอัยการมีค าสั่งฟ้ องผู้ต้องหา ในความผิดฐานใด ฐานหนึ่งหรือหลายฐานแล้ว ไม่ต้องมีค าสั่งไม่ฟ้ องในความผิดฐานอื่นอีก กรณีนี้ หากปรับ บทสั่งฟ้ องผู้ต้องหาในความผิดฐานลักทรัพย์ ตามระเบียบฯ ข้อ 86 ดังกล่าวแล้ว จะท าให้ความผิดฐาน ลักทรัพย์ที่มีค าสั่งฟ้ องอยู่ในอ านาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง ซึ่งอยู่ในอ านาจด าเนินคดีของ พนักงานอัยการคดีศาลแขวง (เฉพาะในจังหวัดที่มีส านักงานอัยการคดีศาลแขวงแยกต่างหากจาก ส านักงานอัยการจังหวัด) อย่างไรก็ตาม ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของ พนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 66 การสั่งคดีความผิดหลายฐานซึ่งเกี่ยวพันกัน หากพนักงานอัยการประจ า ส านักงานอัยการที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการด าเนินคดีในฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่า จะมีค าสั่งไม่ฟ้ อง เฉพาะฐานความผิดที่มีอัตราโทษสูงกว่า ท าให้คดีความผิดฐานอื่น ซึ่งเกี่ยวพันกันต้องไปด าเนินคดี ที่ส านักงานอัยการอื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบ กรณีเช่นนี้ เมื่อมีค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องในฐานความผิดซึ่งมี อัตราโทษสูงแล้ว ให้ส่งส านวนคดีส าหรับฐานความผิดดังกล่าวไปให้พนักงานสอบสวน น าส่งพนักงานอัยการ ประจ าส านักงานอัยการอื่นดังกล่าวนั้นเป็ นผู้ด าเนินคดี ตามนัยมาตรา 22 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ด้วยเหตุดังกล่าว จึงท าให้เกิดข้อถกเถียงกันว่า พนักงานอัยการ ส านักงานอัยการจังหวัด จะมีอ านาจปรับบทสั่งฟ้ องผู้ต้องหาในความผิดฐานลักทรัพย์ ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย การด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 86 แล้วส่งส านวนคืนพนักงานสอบสวน เพื่อน าส่ง พนักงานอัยการ ส านักงานอัยการคดีศาลแขวง เป็ นผู้ด าเนินคดีต่อไปได้หรือไม่ หรือต้องสั่งไม่ฟ้ องในความผิด KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 30 มกรำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 เมื่อมีค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องแล้ว จึงส่งส านวนคืนพนักงานสอบสวน เพื่อน าส่งพนักงานอัยการ ส านักงานอัยการคดีศาลแขวง เป็ นผู้ด าเนินคดี ต่อไป ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 66 อันท าให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติของพนักงานอัยการ ส านักงานอัยการจังหวัด ข้อสรุปสาระส าคัญ/แก่นความรู้ 1. เห็นว่าพนักงานอัยการ ส านักงานอัยการจังหวัด สามารถปรับบทสั่งฟ้ องผู้ต้องหาในความผิด ฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ได้ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย การด าเนิ นคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 86 โดยไม่ต้องพิจารณาว่าจังหวัดนั้น มีส านักงานอัยการคดีศาลแขวงแยกต่างหากจากส านักงานอัยการจังหวัดด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อเป็ นแนวทาง เดียวกันทั่วประเทศ 2. เห็นควรให้ส านักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือเวียนแจ้งแนวทางในการสั่งคดีให้พนักงานอัยการ ทั่วประเทศปฏิบัติเป็ นแนวเดียวกัน ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 66 และข้อ 86 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ ว่าที่ ร.ต. ปิยศิษฎ์ เจ้ยแก้ว ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดตรัง นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 40/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- ยุติกำรด ำเนินคดี ข้อหำพำบุคคลอำยุกว่ำสิบห้ำปี แต่ยังไม่ เกินสิบแปดปี ไปเพื่อกำรอนำจำร ส ำนักงำนคดีเยำวชนและครอบครัว มักจะมีส ำนวนคดีส่งมำด ำเนินคดีข้อหำพรำกผู้เยำว์อำยุ กว่ำสิบห้ำปี แต่ยังไม่เกิน สิบแปดปี ไปเสียจำกบิดำมำรดำ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อกำรอนำจำร โดยผู้เยำว์นั้นเต็มใจไปด้วย พำบุคคลอำยุกว่ำสิบห้ำปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่อกำรอนำจำร โดยจะเป็ นเรื่องผู้ต้องหำซึ่งเป็ นผู้เยำว์และผู้เสียหำยซึ่งเป็ นผู้เยำว์ได้คบหำเป็ นแฟนกัน แล้วผู้ต้องหำได้พำผู้เสียหำยที่เป็ นเยำวชนไปมีควำมสัมพันธ์ทำงเพศ ต่อมำบิดำมำรดำของผู้เสียหำยที่เป็ นเยำวชนทรำบเรื่อง จึงได้พำกันมำแจ้งควำมร้องทุกข์ด ำเนินคดี ซึ่งควำมผิดฐำนพำบุคคลอำยุกว่ำสิบห้ำปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่อกำรอนำจำร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตำม อันเป็ นควำมผิดตำมประมวลกฎหมำยอำญำมำตรำ 283 ทวิ เป็ นควำมผิดอันยอมควำมได้ตำมประมวล กฎหมำยอำญำ มำตรำ 283 ทวิ วรรคท้ำย ซึ่งผู้เสียหำยต้องร้องทุกข์ภำยใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องกำรกระท ำควำมผิดและ รู้ตัวผู้กระท ำควำมผิด ดังนั้น หำกปรำกฏข้อเท็จจริงในส ำนวนว่ำผู้เสียหำยไม่ได้ร้องทุกข์ภำยในหรือเกินระยะเวลำสำมเดือนนับแต่วันที่ รู้เรื่องกำรกระท ำควำมผิดและรู้ตัวผู้กระท ำควำมผิด คดีจึงขำดอำยุควำมตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 96 จึงต้องสั่งยุติคดี แก่ผู้ต้องหำ ในควำมผิดฐำนพำบุคคลอำยุกว่ำสิบห้ำปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่อกำรอนำจำร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตำม เพรำะคดี ขำดอำยุควำม ตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 48 ดังนั้น ส ำนวนคดีเฉพำะข้อหำพำบุคคลอำยุกว่ำสิบห้ำปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อกำรอนำจำร ในกำร พิจำรณำสั่งคดี ให้ระมัดระวังพิจำรณำดูว่ำผู้เสียหำยได้ร้องทุกข์ขอให้ด ำเนินคดีภำยใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องกำรกระท ำควำมผิดและรู้ตัว ผู้กระท ำควำมผิดหรือไม่ เพรำะเป็ นข้อหำควำมผิดที่ยอมควำมได้ หำกปรำกฏว่ำผู้เสียหำยไม่ได้ร้องทุกข์ขอให้ด ำเนินคดีภำยใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องกำรกระท ำควำมผิดและรู้ตัวผู้กระท ำควำมผิด พนักงำนอัยกำรต้องสั่งยุติกำรด ำเนินคดีแก่ผู้ต้องหำเฉพำะ ในควำมผิดฐำนพำบุคคลอำยุกว่ำสิบห้ำปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่อกำรอนำจำร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตำม เพรำะคดีขำดอำยุ ควำม ตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 48 ส่วนในควำมผิด ฐำนอื่นยังต้องด ำเนินคดีต่อไป ข้อกฎหมำย - ประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 283 ทวิ, 319, 96 - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำกำรกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 48 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยสญัเพ็ชญ์โพธ์ิหลำ้ ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนอัยกำรคดีเยำวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสำคร นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 30 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 41/2566 /2563 ---------------------------- ข้อสังเกตกำรน ำข้อมูลสถิติในสำรบบคดีของส ำนักงำนอัยกำรที่ด ำเนินคดีในศำลเยำวชนและครอบครัว มำใช้วิเครำะห์ประกอบกำรบริหำรงำนบุคคลของส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด การบริหารงานบุคคลในแต่ละส านักงานให้มีความเหมาะสมกับปริมาณคดี ย่อมส่งผลให้ พนักงานอัยการสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็ นไปตามเป้ าหมาย แนวทาง และแผนการ ปฏิบัติราชการของส านักงานอัยการสูงสุด ซึ่งแต่เดิมส านวนรู้ตัวผู้กระท าความผิดที่พนักงานสอบสว น ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาไว้และปล่อยชั่วคราวไปแล้วผู้ต้องหาได้หลบหนีไปในระหว่างการสอบสวนนั้น พนักงานอัยการไม่อาจรับส านวนประเภทนี้ไว้ได้เพราะพนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมส านวน ในอดีตจึงไม่มีข้อมูลสถิติคดีประเภทส านวนรู้ตัวผู้กระท าความผิดซึ่งผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไป ในระหว่างการสอบสวนที่ต้องน ามาใช้ประกอบการพิจารณาบริหารงานบุคคล ภายหลังที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7 วรรคหกว่า “ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หากผู้ต้องหาซึ่งถูกแจ้ง ข้อหาได้หลบหนีไป ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบท าการสอบสวนต่อไปโดยเร็วและถ้าการสอบสวนได้ เสร็จสิ้ นลงแล้วให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบส่งส านวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณา สั่งต่อไป โดยให้น ามาตรา 141 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม...” และแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 142 วรรคสามว่า “ในกรณีที่เสนอ ความเห็นควรสั่งฟ้ อง ให้พนักงานสอบสวนส่งส านวนพร้อมกับผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ เว้นแต่ผู้ต้องหา นั้นถูกขังอยู่แล้ว หรือผู้ต้องหาซึ่งถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไป” จึงส่งผลให้พนักงานอัยการต้องรับส านวนรู้ตัว ผู้กระท าความผิดซึ่งผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไปในระหว่างการสอบสวน โดยส านักงานอัยการสูงสุด ได้วางแนวทางปฏิบัติให้รับส านวนดังกล่าวไว้ใน สารบบ ส. 1 (สารบบรับความอาญาปรากฏผู้ต้องหา ที่ส่งตัวมา) และให้เรียกว่า “ส านวนประเภท ส. 1 (รอส่งตัว)” ตามหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ด่วนที่สุด ที่ อส 0007(พก)/ว 267 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2557 เนื่องจากส านวนรู้ตัวผู้กระท าความผิดซึ่งผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไปในระหว่างการสอบสวน เป็ นส านวนที่พนักงานอัยการยังไม่มีการรับตัวผู้ต้องหา หรือผู้ต้องหามิได้ถูกขัง อยู่ในเขตอ านาจศาล ที่พนักงานอัยการจะฟ้ องคดีได้ ฉะนั้น แม้ว่าพนักงานอัยการผู้ออกค าสั่งจะได้มีค าสั่งฟ้ องและแจ้งจัดการให้ได้ ตัวผู้ต้องหา อันท าให้ส านวนเลขรับนั้นเป็ นส านวนที่สั่งคดีเสร็จไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อภายหลังได้ตัวผู้ต้องหามา ด าเนินคดีก็ต้องลงรับผู้ต้องหารายนี้ ไว้ในส านวนเลขรับใหม่ของสารบบ ส. 1 อีกครั้ง ส่งผลให้เกิดปัญหา การจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีที่มีความซ ้าซ้อน ดังนั้น เพื่อให้การส ารวจและจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีมีความถูกต้อง KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 31 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ไม่ซ ้าซ้อนและสอดคล้องกับที่กรมอัยการเคยวางแนวทางปฏิบัติในการรับส านวนระหว่างสารบบ ส . 1 ที่พนักงานสอบสวนต้องส่งตัวผู้ต้องหา หรือผู้ต้องหาถูกขังอยู่ในเขตอ านาจศาลที่พนักงานอัยการจะฟ้ องคดีได้ กับสารบบ ส. 2 ที่พนักงานอัยการยังไม่ได้รับตัวผู้ต้องหาตามหนังสือกรมอัยการ ด่วนมาก ที่ มท 1203/ว 94 ลงวันที่ 16 กันยายน 2528 ส านักงานอัยการสูงสุดจึงได้มีหนังสือ ที่ อส 0008(สท)/ว 167 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ให้ยกเลิกแนวทางการรับส านวนตามหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ด่วนที่สุด ที่ อส 0007 (พก)/ว 267 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2557 และก าหนดแนวทางปฏิบัติใหม่โดยให้รับส านวน ประเภทนี้ ไว้ใน สารบบ ส. 2 (สารบบรับความอาญาปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา) และหากภายหลังได้ ตัวผู้ต้องหามาด าเนินคดีก็ให้โอนไปลงรับเลขใหม่ใน สารบบ ส. 1 แล้วให้บันทึกไว้ด้วยว่าโอนมาจากสารบบ ส. 2 เดิมเลขรับที่เท่าใด ซึ่งการก าหนดแนวทางปฏิบัติใหม่นี้ ย่อมท าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถน าข้อมูลสถิติ ในแต่ละสารบบคดีมาใช้วิเคราะห์ประกอบการบริหารงานบุคคลได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้ น มีข้อสังเกตว่า ปั จจุบันส านักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือที่ อส 0007 (พก)/ว 235 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 วางแนวทางการด าเนินงานของส านักงานอัยการสูงสุดในการมีผลใช้บังคับของประมวล กฎหมายอาญาเกี่ยวกับเกณฑ์อายุขั้นต ่าของเด็กที่ไม่ต้องรับโทษทางอาญา โดยได้แบ่งแนวทางการด าเนินการ ตามลักษณะของส านวน ส. 1 ไว้สี่กรณี ประกอบด้วย 1. คดีอยู่ระหว่างผัดฟ้ อง 2. คดีขาดผัดฟ้ อง 3. ส านวนคดีรอส่งตัวผู้ต้องหา (หลบหนีไประหว่างสอบสวน) 4. คดีมาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญา การที่หนังสือเวียนดังกล่าวก าหนดให้ “ส านวนคดีรอส่งตัวผู้ต้องหา (หลบหนีไประหว่างสอบสวน)” เป็ นลักษณะหนึ่งของส านวน ส. 1 (สารบบ ส. 1) นั้น อาจท าให้ส านักงานอัยการที่ด าเนินคดีในศาลเยาวชน และครอบครัว มีการรับส านวนรู้ตัวผู้กระท าความผิดซึ่งผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไปในระหว่าง การสอบสวนที่แตกต่างไปจากส านักงานอื่น และไม่สอดคล้องกับหลักการและเหตุผลตามนัยหนังสือ ส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0008(สท)/ว 167 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่วางแนวทางปฏิบัติในการ รับส านวนประเภทนี้ ไว้โดยเฉพาะแล้ว และนั่นอาจส่งผลให้ข้อมูลสถิติคดีใน สารบบ ส. 1 และ สารบบ ส. 2 ของส านักงานอัยการที่ด าเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัว มีความคลาดเคลื่อนในการน ามาใช้วิเคราะห์ ประกอบการบริหารงานบุคคลของส านักงานอัยการสูงสุดได้ ข้อมูลสถิติในแต่ละสารบบคดี มีความส าคัญต่อการน ามาใช้วิเคราะห์ประกอบการบริหารงานบุคคล ของส านักงานอัยการสูงสุด ฉะนั้น การพิจารณาว่าส านวนประเภทใดควรลงรับไว้ในสารบบคดีใดนั้น จึงต้องค านึงให้สอดคล้องกับแนวคิดและหลักการที่กรมอัยการเคยวางแนวทางปฏิบัติไว้ในอดีต เช่น การลงรับส านวนระหว่าง สารบบ ส. 1 ที่พนักงานสอบสวนต้องส่งตัวผู้ต้องหา หรือผู้ต้องหาถูกขังอยู่ในเขต อ านาจศาลที่พนักงานอัยการจะฟ้ องคดีได้ กับสารบบ ส. 2 ที่พนักงานอัยการยังไม่ได้รับตัวผู้ต้องหา การที่ส านักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือที่ อส 0007 (พก)/ว 235 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ก าหนดให้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 “ส านวนคดีรอส่งตัวผู้ต้องหา (หลบหนีไประหว่างสอบสวน)” เป็ นลักษณะหนึ่งของส านวน ส. 1 (สารบบ ส. 1) ทั้งที่พนักงานอัยการยังไม่มีการรับตัวผู้ต้องหา หรือผู้ต้องหามิได้ถูกขังอยู่ในเขตอ านาจศาล ที่พนักงานอัยการจะฟ้ องคดีได้นั้น อาจท าให้ข้อมูลสถิติในสารบบคดีของส านักงานอัยการที่ด าเนินคดี ในศาลเยาวชนและครอบครัว มีความซ ้าซ้อนและคลาดเคลื่อนตามเหตุผลนัยหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0008(สท)/ว 167 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่วางแนวทางปฏิบัติให้รับส านวนประเภทนี้ ไว้ใน สารบบ ส. 2 ดังนั้น เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลสถิติคดีประเภทส านวนรู้ตัวผู้กระท าความผิดซึ่งผู้ต้องหาถูกแจ้ง ข้อหาได้หลบหนีไปในระหว่างการสอบสวนของส านักงานอัยการที่ด าเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัว เป็ นไปในแนวทางเดียวกับส านักงานอื่น และไม่เกิดความซ ้าซ้อน สามารถน ามาใช้วิเคราะห์ประกอบการ บริหารงานบุคคลได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จึงควรด าเนิ นการแก้ไขปรับปรุงหนังสือ ส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007 (พก)/ว 235 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 โดยก าหนดให้ส านวนรู้ตัว ผู้กระท าความผิด ซึ่งผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไปในระหว่างการสอบสวนเป็ นลักษณะหนึ่งของส านวน ส. 2 (สารบบ ส. 2) เช่นเดียวกับหนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0008(สท)/ว 167 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่ได้วางแนวทางปฏิบัติในการรับส านวนประเภทนี้ ไว้โดยเฉพาะแล้ว ข้อกฎหมาย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 142 วรรคสาม - พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7 วรรคหก - พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 26 และข้อ 27 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ ร้อยต ารวจเอก อาคม เจตะผลิน ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานคณะกรรมการอัยการ นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 42/2566 /2563 ---------------------------- แนวทำงปฏิบัติในกำรสั ่งคดีของพนักงำนอัยกำรในควำมผิดเกี่ยวกับยำเสพติด ตำมประกำศกระทรวงสำธำรณสุข เรื่อง ระบุชื่อยำเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ก าหนดประเภทของยาเสพติดให้โทษไว้ 5 ประเภท คือ (1) ประเภทที่ 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocaine) โคเดอีน (Codeine) หรือฝิ่นยา (Medicinal Opium) (3) ประเภท 3 ยาเสพติดให้โทษ ที่มีลักษณะเป็ นต ารับยา และมียาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ผสมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดประกาศก าหนด (4) ประเภท 4 สารเคมีที่ใช้ ในการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 หรือประเภท 2 เช่น อาเซติค แอนไฮไดรด์ (Acetic Anhydride) (5) ประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าอยู่ในประเภท 1 ถึงประเภท 4 เช่น พืชฝิ่น และวรรคสองก าหนดว่า การระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ ว่ายาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใดตามวรรคหนึ่ง (1) (2) (4) และ (5) และการเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงชื่อหรือ ประเภทยาเสพติดให้โทษดังกล่าว ให้เป็ นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด ประกาศก าหนด โดยประมวลกฎหมายยาเสพติดมิได้มีบทบัญญัติว่ากัญชาเป็ น ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ดังเช่นกฎหมายยาเสพติดเดิม แต่หลังจากประมวลกฎหมายยาเสพติดมีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 กัญชายังคงมีสถานะเป็ นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อยู่ ทั้งนี้ เป็ นไปตามที่ก าหนดในประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2565 ซึ่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกโดยอาศัยอ านาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 8 บัญญัติให้ประกาศดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีประกาศระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 29 วรรคสอง ออกใช้บังคับ ต่อมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 โดยตามประกาศ ข้อ 1 ระบุว่า ให้ยาเสพติดให้โทษที่ระบุชื่อดังต่อไปนี้ เป็ นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด (1) พืชฝิ่น พืชซึ่งมีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Papaver somniferum L. และ Papaver bracteatum Lindl. หรือที่มีชื่ออื่น ในสกุลเดียวกันที่ให้ฝิ่นหรือแอลคาลอยด์ของฝิ่น (2) เห็ดขี้ ควายหรือพืชเห็ดขี้ ควาย ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psilocybe cubensis (Earle) Singer หรือที่มีชื่ออื่น ในสกุลเดียวกันที่ให้สาร psilocybin หรือ psilocin KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 31 มกรำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 (3) สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง ซึ่งเป็ นพืชในสกุล Cannabis ยกเว้นสารสกัดดังต่อไปนี้ (ก) สารสกัดที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน ้าหนัก เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากพืชกัญซาหรือกัญชงที่ปลูกภายในประเทศ (ข) สารสกัดจากเมล็ดของพืชกัญชาหรือกัญชง ที่ได้จากการปลูกภายในประเทศ และข้อ 3 ก าหนดให้ประกาศ มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็ นต้นไป ประกาศระบุชื่อยาเสพติด ให้โทษในประเภท 5 ฉบับดังกล่าว จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ต่อมา ส านักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือที่ อส 0007(พก)/ว226 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2565 เรื่อง แนวทาง การด าเนินงานของส านักงานอัยการสูงสุดในการมีผลใช้บังคับของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติด ให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ซึ่งตามหนังสือดังกล่าว ส านักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงานและเป็ นไปในแนวทางเดียวกัน จึงสมควรก าหนดแนวทางการด าเนินงานของส านักงานอัยการสูงสุด ในการมีผลใช้บังคับของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ดังต่อไปนี้ 1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข...” 2. ผลของกฎหมายดังกล่าว หากเป็ นกรณีอยู่ระหว่างการพิจารณาสั่งคดี ให้พนักงานอัยการมีความเห็นและ ค าสั่งให้ยุติการด าเนินคดีกับผู้ต้องหา เพราะเป็ นกรณีมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระท าความผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (5) และระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนิน คดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 (6) ส่วนพืชกัญชาของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่ต้องริบ ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 32 และประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 134 ให้พนักงานอัยการมีค าสั่งไม่ริบ และแจ้งให้พนักงาน สอบสวนด าเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 1) พนักงานสอบสวนได้ส่งส านวนประเภท ส.3 (สารบบความอาญาไม่ปรากฏตัวผู้กระท าผิด) ให้พนักงาน อัยการพิจารณา ในข้อหาร่วมกับพวกที่หลบหนีกระท าความผิดในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจ าหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และพนักงานอัยการได้พิจารณาแล้ว จึงท าความเห็นให้ยุติการ ด าเนินคดีตามหนังสือเวียนที่ อส 0007(พก)/ว226 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2565 เรื่อง แนวทางการด าเนินงานของส านักงาน อัยการสูงสุดในการมีผลใช้บังคับของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ตามความในข้อ 2 ของหนังสือดังกล่าว เสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนและต่อมาอธิบดีอัยการภาค 4 ได้มีค าสั่งให้เพิกถอน ค าสั่งยุติการด าเนินคดีของอัยการจังหวัด แล้วให้คืนส านวนการสอบสวน ให้อัยการจังหวัดท าความเห็นและค าสั่งเสียใหม่ ให้ถูกต้องทั้งกรณีของกลางและเนื้ อหาแห่งคดี ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญา ของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 58 วรรคสอง และข้อ 78 2) พนักงานสอบสวนได้ส่งส านวนประเภท ส.3 (สารบบความอาญาไม่ปรากฏตัวผู้กระท าผิด) ให้พนักงาน อัยการพิจารณา ในข้อหาร่วมกันน ายาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจ าหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอัยการสูงสุด พิจารณาแล้วเห็นว่า ปัจจุบันประมวลกฎหมายยาเสพติดได้ยกเลิกพืชกัญชาไม่เป็ นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จึงฟังไม่ได้ว่ามีการกระท าส่วนหนึ่งส่วนใดเกิดนอกราชอาณาจักร ส่งส านวนคืนพนักงานสอบสวน KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ซึ่งทั้งสองคดีดังกล่าวจึงเป็ นการสั่งคดีโดยไม่ได้ปฏิบัติตามหนังสือเวียนที่ อส 0007(พก)/ว226 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2565 เรื่อง แนวทางการด าเนินงานของส านักงานอัยการสูงสุดในการมีผลใช้บังคับของประกาศกระทรวง สาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ตามความในข้อ 2 ของหนังสือดังกล่าว แต่กรณีแรก เป็ นการสั่งคดีโดยอาศัยระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 58 วรรคสอง และข้อ 78 พนักงานอัยการจังหวัดบึงกาฬจึงประสานงานไปยังส านักงานวิชาการหารือว่าหนังสือเวียนดังกล่าวใช้ในการสั่งคดี ประเภทใดบ้าง และได้รับค าตอบว่าใช้ในการสั่งคดีทุกประเภท จากข้อเท็จจริงและปัญหาในการปฏิบัติงานดังกล่าว หนังสือเวียน ที่ อส 0007(พก)/ว226 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2565 เรื่อง แนวทางการด าเนินงานของส านักงานอัยการสูงสุดในการมีผลใช้บังคับของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ตามความในข้อ 2 ของหนังสือดังกล่าวยังขาดความชัดเจน ในเรื่องว่าจะใช้สั่งคดีประเภทใดบ้าง ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวและตามกฎหมายบัญญัติการสั่งคดีเกี่ยวกับความผิดตาม ยาเสพติด (กัญชา) นั้น จะต้องสั่งตามหนังสือเวียนดังกล่าว แม้แต่แนวทางการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ของส านักงานต ารวจแห่งชาติยังก าหนดประเภทคดีที่ต้องมี ความเห็นและค าสั่งในแต่ละประเภทคดีอย่างไร ข้อกฎหมาย - พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 8 - ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 29 วรรคหนึ่ง - ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(5), มาตรา 140 - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48(6), ข้อ 58 วรรคสอง และข้อ 78 - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ข้อ 1(3) ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 - ผู้จัดท า KCJ นางอุมาพร วังค าแหง ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดบึงกาฬ นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 43/2566 /2563 ---------------------------- รัฐพึงจัดให้มีกำรรับฟังควำมคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง แม้ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดจะเป็ นหน่วยงำนที่บังคับใช้กฎหมำยโดยตรง ทั้งกฎหมำยทำงอำญำ และในทำงแพ่ง ซึ่งผลจำกกำรเป็ นผู้บังคับใช้กฎหมำยของส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ท ำให้ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด พบเห็นสภำพปัญหำในทำงปฏิบัติ ซึ่งกลำยเป็ นองค์ควำมรู้ที่ส ำคัญของพนักงำนอัยกำร จนเป็ นเหตุให้ ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดเป็ นหน่วยงำนหลักส ำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกำรยกร่ำงและปรับปรุงแก้ไขกฎหมำย ทั้งกฎหมำยที่ใช้บังคับกันอยู่ก่อน เช่น ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ และยังรวมถึงกฎหมำย ที่มีกำรยกร่ำงขึ้ นมำใหม่ เช่น ร่ำงพระรำชบัญญัติป้ องกันและปรำบปรำมกำรลักลอบขนผู้โยกย้ำยถิ่นฐำน พ.ศ. .... ซึ่งเป็ นภำรกิจของส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดที่ได้รับมอบหมำยจำกคณะรัฐมนตรี จำกกำรปฏิบัติงำนในส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยพัฒนำกฎหมำย ส ำนักงำนวิชำกำร และ ผู้ช่วยเลขำธิกำร ส ำนักงำนเลขำธิกำร ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ในภำรกิจงำนของส ำนักนิติกำรของข้ำพเจ้ำนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับกำรยกร่ำงและปรับปรุงแก้ไขกฎหมำย กฎ และระเบียบต่ำง ๆ ทั้งภำยใต้ภำรกิจ ที่เคยปฏิบัติหน้ำที่ในฐำนะฝ่ำยเลขำยกร่ำงกฎหมำยทั้งที่เป็ นกฎหมำยใหม่และกำรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำย และในฐำนะผู้แทนส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดในฐำนะผู้ให้ควำมเห็นทำงกฎหมำย ซึ่งรำยละเอียดและขั้นตอน ในกำรรับฟังควำมคิดเห็นตำมรัฐธรรมนูญ จะเห็นได้ว่ำ แม้กฎหมำยหลำย ๆ ฉบับ จะมีผลและสภำพบังคับ กับประชำชนทุกคน แต่กำรรับฟังควำมเห็นนั้นตำมรัฐธรรมนูญ มำตรำ 77 นั้น มุ่งหมำยให้จัดให้มีกำรรับฟัง ควำมเห็นจำกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่ำนั้น รัฐธรรมนูญ มำตรำ 77 วรรคสอง จึงไม่ได้ใช้ค ำว่ำให้รับฟัง ควำมคิดเห็นของประชำชน อันจะเห็นว่ำกฎหมำยมิได้มุ่งหมำยให้กฎหมำยทุกฉบับต้องรับฟังควำมเห็นจำก ประชำชนเป็ นกำรทั่วไป เพื่อให้ประชำชนได้มีส่วนร่วมในกำรเสนอร่ำงกฎหมำยทั้งที่เป็ นกฎหมำยที่ยกร่ำงขึ้ นใหม่และ กฎหมำยที่มีกำรปรับกรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญและกฎหมำยที่เกี่ยวข้องจึงได้ก ำหนดวิธีกำรขั้นตอนเพื่อให้ หน่วยงำนที่เสนอร่ำงกฎหมำย (รวมถึงส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด) จัดให้ประชำชนสำมำรถเข้ำถึงเนื้ อหำและ ทรำบถึงสำระส ำคัญของกฎหมำย ซึ่งเมื่อประชำชนเข้ำใจสำระของร่ำงกฎหมำยแล้ว หน่วยงำนของรัฐหรือ ผู้เสนอกฎหมำยต้องพิจำรณำถึงประเด็นส ำคัญว่ำร่ำงกฎหมำยดังกล่ำวนั้นส่งผลกระทบต่อ “ผู้ที่มีส่วนเกี่ยว ของโดยตรง” กลุ่มใดบ้ำง จัดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงดังกล่ำวนั้นมีส่วนร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็นต่อ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 1 กุมภำพันธ์ 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ร่ำงกฎหมำยดังกล่ำวได้ ซึ่งอำจท ำให้หน่วยงำนได้รับข้อเสนอหรือแนวทำงใหม่ที่คำดไม่ถึง ซึ่งเป็ นเสียง สะท้อนจำกผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อที่หน่วยงำนของรัฐที่เสนอร่ำงกฎหมำยจะได้น ำข้อมูลควำมคิดเห็น ดังกล่ำวไปวิเครำะห์ผลกระทบจำกร่ำงกฎหมำยในแง่มุมต่ำง ๆ ว่ำร่ำงกฎหมำยนั้นมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องและประชำชนอย่ำงแท้จริงหรือไม่ สร้ำงภำระให้แก่ประชำชนอย่ำงไรบ้ำง มีผลดีและผลเสียอย่ำงไร เพื่อน ำไปใช้พิจำรณำในกำรปรับปรุงร่ำงกฎหมำย เพื่อให้กฎหมำยที่ออกมำใช้บังคับ สำมำรถใช้บังคับได้ อย่ำงมีประสิทธิภำพ แต่อย่ำงไรก็ตำม ไม่มีกฎหมำยใดที่จะสำมำรถสร้ำงผลกระทบที่ดีให้กับผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องได้อย่ำงเดียว โดยไม่ส่งผลเสียผลกระทบต่อผู้มีผลกระทบด้ำนลบเลย จึงเป็ นประเด็นที่หน่วยงำนของ รัฐต้องพิจำรณำอย่ำงรอบคอบและรัดกุม เพื่อกำรบังคับใช้กฎหมำยที่มีประสิทธิภำพต่อไป ข้อกฎหมำย 1. รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พ.ศ. 2560 มำตรำ 77 และมำตรำ 258 ค. 2. พระรำชบัญญัติหลักเกณฑ์กำรจัดท ำร่ำงกฎหมำยและกำรประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมำย พ.ศ. 2562 มำตรำ 5 มำตรำ 9 มำตรำ 13 ถึงมำตรำ 16 ที่มำ : - กำรท ำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรท ำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรกำรอบรมอัยกำรจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชำ กำรจัดกำรควำมรู้เพื่อเสริมสร้ำงสมรรถนะผู้บริหำร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกำยน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท ำ KCJ นำยเชิดเกียรติ อินทเสม ต ำแหน่ง อัยกำรจังหวัดประจ ำส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด สังกัด ส ำนักงำนเลขำธิกำรส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 44/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- กำรร้องขอควำมเป็ นธรรม สืบเนื่องจาก ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญา พ.ศ. 2563 ข้อ 65 วรรคที่สอง ก าหนดว่า “การร้องขอความเป็ นธรรม หากเป็ นประเด็นที่ผู้ร้องเคยขอความเป็ นธรรมและ พนักงานอัยการได้เคยพิจารณาไว้แล้ว หรือมีลักษณะเป็ นการประวิงคดีให้ล่าช้า ให้ท าบันทึกข้อความเสนอ ความเห็นพร้อมเรื่องร้องขอความเป็ นธรรมและส าเนารายงานการสอบสวน เสนอตามล าดับชั้นถึงอธิบดีอัยการ พิจารณาสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็ นธรรมนั้น” โดยไม่มีการก าหนดหลักเกณฑ์การร้องขอความเป็ นธรรมไว้ เป็นรูปธรรมว่าผู้ร้องขอความเป็ นธรรมสามารถร้องขอความเป็นธรรมได้ภายในระยะเวลาเท่าใด จึงท าให้ผู้ต้องหา ใช้ช่องทางดังกล่าวในการประวิงคดีให้ล่าช้า กล่าวคือ เมื่อถึงก าหนดวันนัดฟ้องคดีผู้ต้องหาจะใช้ช่องทางร้องขอ ความเป็ นธรรมด าเนินการยื่นค าร้องขอความเป็ นธรรมต่ออัยการจังหวัด จึงท าให้อัยการจังหวัดต้องเลื่อน ฟ้องคดีไป เพราะต้องด าเนินการส่งหนังสือร้องขอความเป็ นธรรมพร้อมความเห็นของพนักงานอัยการไปยัง อธิบดีอัยการภาคเพื่อพิจารณาตามระเบียบฯ ดังนั้น จึงเห็นควรมีการก าหนดหลักเกณฑ์ร้องขอความเป็ นธรรม ให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาในการร้องขอความเป็ นธรรม เช่น กรณีที่อัยการสูงสุดมีค าชี้ ขาด ให้ฟ้องคดีแล้ว ถือว่าเสร็จเด็ดขาดแล้ว จึงไม่จ าเป็ นต้องส่งเรื่องร้องขอความเป็ นธรรมให้อธิบอัยการภาคหรือ อัยการสูงสุดพิจารณาซ ้าอีก แต่ผู้ต้องหาสามารถน าพยานหลักฐานไปต่อสู้ในชั้นพิจารณาคดีของศาลต่อไปได้ การก าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการร้องขอความเป็ นธรรมที่ชัดเจนและเป็ นรูปธรรม สามารถท าให้ การด าเนินคดีโดยเฉพาะการฟ้องไม่ล่าช้าและส านวนไม่ค้าง ข้อกฎหมาย - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นายธวัชชัย ว่องพรรณงาม ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 1 กุมภำพันธ์ 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 45/2566 /2563 ---------------------------- กำรแจ้งค ำสั ่งยุติกำรด ำเนินคดี ตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 48 กรณีคดีที่มีกำรกระท ำควำมผิดหลำยฐำน ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ .ศ. 2563 ข้อ 48 เรื่องการออกค าสั่งกรณีสิทธิฟ้ องคดีอาญาระงับ ในการพิจารณาส านวนการสอบสวน ให้พนักงานอัยการพิจารณาเรื่อง เงื่อนไขระงับคดีก่อน และพนักงานอัยการพึงระมัดระวังในเรื่องเงื่อนไขระงับคดี โดยมีเงื่อนไขระงับคดีตาม (1) - (12) และ ในวรรค 7 “เมื่อมีค าสั่งยุติการด าเนินคดีตามวรรคสามแล้ว ให้พนักงานอัยการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีแก่ พนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งให้ผู้ต้องหาและผู้ร้องทุกข์ทราบโดยเร็ว” นั้น กรณีมีประเด็นปั ญหาว่า การแจ้งค าสั่งยุติ การด าเนินคดีในส านวนคดีที่มีการกระท าความผิดหลายฐาน ซึ่งมีทั้งข้อหาที่มีค าสั่งฟ้ อง และมีข้อหาที่มีค าสั่งยุติการ ด าเนินคดี พนักงานอัยการต้องแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีแก่พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งให้ผู้ต้องหาและผู้ร้องทุกข์ทราบ โดยเร็ว ตามระเบียบฯ ข้อ 48 ดังกล่าวหรือไม่ ตัวอย่าง (1) คดีที่มีค าสั่งฟ้ องผู้ต้องหาข้อหาฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 288 และมีค าสั่งยุติการด าเนินคดีเนื่องจากคดีขาดอายุความในข้อหาพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 (2) คดีสั่งฟ้ องข้อหาขับรถประมาทเป็ นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และ มีค าสั่งยุติการด าเนินคดีเนื่องจากคดีขาดอายุความในข้อหาขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สิน ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4) จะเห็นได้ว่าจากตัวอย่าง ในคดีที่มีข้อหาที่เข้าเงื่อนไขระงับคดีและพนักงานอัยการมีค าสั่งยุติการด าเนินคดีนั้น ส่วนใหญ่จะเป็ นคดีข้อหาที่มีโทษเล็กน้อย อายุความสั้น ซึ่งถ้าส านวนคดีนั้น ๆ เป็ นคดีความผิดในข้อหาเดียว หรือ มีหลายข้อหาที่เข้าเงื่อนไขระงับคดีทุกข้อหาที่ได้มีค าสั่งยุติการด าเนินคดีทั้งคดี ก็จะมีการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีไป ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 ดังกล่าว แต่ในกรณีที่มีความผิดหลายฐาน ซึ่งมีทั้งข้อหาที่สั่งฟ้ อง และมีข้อหาที่เข้าเงื่อนไขระงับคดีดังตัวอย่างข้างต้น ซึ่งทางพนักงานอัยการจะต้องมีการฟ้ องผู้ต้องหาในข้อหาใหญ่อยู่แล้ว และในทางความเป็ นจริงหากมีการแจ้งค าสั่งยุติ การด าเนินคดีในข้อหาเล็กดังกล่าวไป อาจท าให้เกิดความสับสน ไม่เข้าใจแก่ประชาชน คู่กรณี ผู้ต้องหาหรือผู้ร้องทุกข์ได้ และจากการปฏิบัติงานก็เคยได้รับทราบจากท่านอัยการชั้นผู้ใหญ่ที่มีการตรวจงาน และจากการพูดคุยกับหัวหน้าธุรการ รุ่นเก่า ๆ ก็ได้เคยบอกกล่าวเป็ นความรู้ที่ทราบตามกันมาโดยอาศัยตามความเข้าใจว่าในกรณีที่มีการสั่งฟ้ องบางข้อหาและ มีการสั่งยุติการด าเนินคดีบางข้อหาดังกล่าวนี้ ไม่ต้องแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีโดยอาศัยเหตุเทียบกับการแจ้งค าสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้ องคดี ประกอบกับตามแบบฟอร์มเรื่องการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดี (แบบ อ.ก. 27/ก) มีลักษณะเหมือนเป็ นการแจ้ง ค าสั่งยุติการด าเนินคดีทั้งคดี ทั้งได้มีการระบุในตอนท้ายของแบบในการลงนามทราบค าสั่งยุติการด าเนินคดีของผู้ร้องทุกข์ ผู้ต้องหา ผู้แจ้งค าสั่ง ว่า “ข้าพเจ้าทราบค าสั่งยุติการด าเนินคดีนี้ แล้ว” และมีความใกล้เคียงกับแบบฟอร์มเรื่องการแจ้งค าสั่ง ไม่ฟ้ อง (แบบ อ.ก. 27) ซึ่งในการปฏิบัติงานในกรณีคดีที่มีความผิดหลายฐานซึ่งมีค าสั่งฟ้ องบางข้อหาและมีค าสั่งยุติ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 2 กุมภำพันธ์ 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 การด าเนินคดีบางข้อหาดังกล่าวนี้ จึงท าให้มีพนักงานอัยการบางท่านไม่ได้สั่งให้แจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดี และบางท่าน ก็สั่งให้แจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีตามระเบียบในคดีที่มีความผิดหลายฐานที่มีค าสั่งฟ้ องด้วยดังกล่าว ซึ่งท าให้เกิด ความสับสน และมีประเด็นสงสัยว่า ในกรณีนี้ มีความจ าเป็นต้องแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีหรือไม่ ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับ ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2563 ข้อ 84 ในเรื่องการแจ้งค าสั่ง เด็ดขาดไม่ฟ้ องคดี ได้ระบุชัดเจนว่าค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องคดีที่ต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาและผู้ร้องทุกข์ทราบตามมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมายถึง ค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องคดีทุกฐานความผิดส าหรับผู้ต้องหาแต่ละคน ให้พนักงานอัยการแจ้งค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องแก่พนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งให้ผู้ต้องหาและผู้ร้องทุกข์ทราบโดยเร็ว ดังนั้น เห็นว่าการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของ พนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 ในกรณีคดีที่มีฐานความผิดหลายฐานซึ่งมีค าสั่งฟ้ องบางข้อหาและมีค าสั่งยุติ การด าเนินคดีบางข้อหาดังกล่าว ควรจะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับการแจ้งค าสั่งไม่ฟ้ องคดี ซึ่งหมายถึงทุกฐานความผิด ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็ นเอกภาพในการท างานให้เป็ นไปในแนวทางเดียวกัน มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็ นจริง ไม่ท า ให้เกิดความสับสนหรือเกิดความไม่เข้าใจต่อประชาชน ผู้ต้องหาหรือผู้ร้องทุกข์ และไม่เป็ นภาระและไม่เกิดความสับสนในการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยควรมีการระบุให้ชัดเจนว่าการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีหมายถึงการยุติการด าเนินคดีทั้งคดี หรือหากในกรณีที่ได้มีการพิจารณาในหลายมุมมองแล้วพบว่าบางกรณีอาจมีความจ าเป็ นต้องมีการแจ้งค าสั่งยุติการ ด าเนินคดีในบางข้อหาในคดีดังกล่าว ก็ควรมีการระบุให้ชัดเจนว่าในกรณีใดบ้างที่ต้องแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดี เนื่องจากระเบียบในการปฏิบัติงานไม่ควรต้องมีการตีความ หรือมีการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติทั้งนี้ เพื่อความชัดเจนในการ ปฏิบัติงานตามหน้าที่ เห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 หรือมีหนังสือเวียน ในเรื่องการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีโดยควรระบุให้ชัดเจนว่าการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดี หมายถึงการยุติการด าเนินคดีทั้งคดีโดยเทียบเคียงกับการแจ้งค าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้ องคดีตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2563 ข้อ 84 หรือหากได้มีการพิจารณาแล้วพบว่าในบางกรณีมีความ จ าเป็ นต้องมีการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดีในบางข้อหาดังกล่าว ก็ควรระบุให้ชัดเจนว่าให้มีการแจ้งค าสั่งยุติการด าเนินคดี ส าหรับกรณีใดบ้าง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานต่อไป ข้อกฎหมาย - ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 และข้อ 84 ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางชุติมา ค านวน ต าแหน่ง อัยการจังหวัดประจ าส านักงานอัยการสูงสุด สังกัด ส านักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 46/2566 /2563 ---------------------------- อัยกำรจังหวัดยุคใหม่ สนับสนุนส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดให้เป็ นองค์กรดิจิทัล (Digital Attorney General) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ ก าหนดให้ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการ โดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็ นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนา ประเทศมุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับ ภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้ นฐานของหลักธรรมาภิบาล เพื่อเอื้ ออ านวย ประโยชน์ต่อการด าเนินการของยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่น ๆ ให้สามารถขับเคลื่อน ไปได้ตามทิศทางและเป้ าหมายที่ก าหนด ประกอบกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (ปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570) สอดคล้องกับหมุดหมาย ที่ 13 ยกระดับภาครัฐให้มีสมรรถนะสูงและคล่องตัว สามารถก้าวสู่การเป็ นภาครัฐดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจน เพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ภาครัฐของไทยจะยกระดับสู่การเป็ นรัฐบาลดิจิทัลที่มีการบูรณา การระหว่างหน่วยงาน มีการท างานแบบอัจฉริยะ ให้บริการโดยมีประชาชนเป็ นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนให้เกิด การเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง ดังนี้ 1. การบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลและการด าเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน (Government Integration) 2. การน าเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลมาสนับสนุนการปฏิบัติงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสม (Smart Operations) ประหยัด และคุ้มค่า 3. การยกระดับงานบริการภาครัฐให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Citizencentric Services) 4. การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัลในทุกระดับของบุคลากรภาครัฐ ซึ่งรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลง องค์กรในขั้นตอนการท างาน เทคโนโลยี และกฎระเบียบ (Driven Transformation) ปัญหาของส านักงานอัยการสูงสุดในปัจจุบันคือ เป็ นช่วงที่มีการเตรียมความพร้อมที่จะก้าวสู่ความเป็ นองค์กรดิจิทัล แต่ยังขาดเครื่องมือที่คอยสนับสนุนและอ านวยความสะดวกในการท างานของบุคลากร อาทิ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโควิด บุคลากรต้องปรับตัว โดยใช้การประชุมแบบออนไลน์ ดังนั้น การที่จะพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปสู่ความส าเร็จ จาเป็ นที่ต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กระบวนการท างานในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็ นด้านโครงสร้าง บุคลากร ระบบงาน เทคโนโลยี รวมทั้ง การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์การระบาดของของโรคติดเชื้ อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ต้องปรับรูปแบบการท างานแนวผสมผสาน โดยให้มีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนมีบุคลากรมีจิตสานึกของการมีคุณธรรม จริยธรรม มีมาตรฐานการท างานที่โปร่งใส และตรวจสอบ ได้โดยให้ความส าคัญกับป้ องกันการทุจริต ดังนั้น ส านักงานอัยการสูงสุดจึงต้องท างานภายใต้ระบบข้อมูลดิจิทัลที่ทันสมัย รวดเร็ว ถูกต้อง และทันต่อเหตุการณ์เพื่อรองรับบริบทที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 2 กุมภำพันธ์ 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 การที่จะให้ส านักงานอัยการสูงสุดก้าวสู่การเป็ นองค์กรแบบดิจิทัล จะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้าง และจัดการ ทรัพยากรบุคคลให้มีความเหมาะสมกับต าแหน่งงาน การพัฒนากระบวนการท างานในเชิงรุกและสอดรับกับสภาวการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยคุ้มค่า สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) การเป็ นผู้นายุคใหม่ ที่จะพัฒนาบุคลากรของส านักงานอัยการสูงสุด ควรเป็ นนักฟังและผู้สนับสนุนที่ดี เปลี่ยนจากผู้บัญชาการมาเป็ น ผู้สนับสนุน โดยมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีความสนใจ ใฝ่รู้และพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญ ในระบบดิจิทัลเพื่อเป็ นต้นแบบที่จะน าองค์กรก้าวสู่ดิจิทัล โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านข้อมูลข่าวสารเป็ นเครื่องมือ มีกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความได้เปรียบขององค์กร 2) การพัฒนาบุคลากร เสริมสร้างความรักสามัคคี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการบูรณาการด้านการจัดท าและด้านวิชาการโดยเฉพาะด้านดิจิทัล สนับสนุนการศึกษาต่อ และการสร้างขวัญและก าลังใจ ในการท างาน จัดสวัสดิการต่าง ๆ รองรับการท างาน 3) การพัฒนางาน อัยการจังหวัดจะต้องเข้าใจบทบาทและอ านาจหน้าที่อย่างถ่องแท้ โดยศึกษาข้อกฎหมายและ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอผู้บริหารวิเคราะห์ทางเลือกและตัดสินใจได้ 4) การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จะต้องพัฒนางานโดยน าเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ ในการท างาน เพื่อยกระดับและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการท างานของบุคลากรสู่การเป็ น Smart Officer และตอบสนอง นโยบาย (e-Government) ด้วยการปฏิบัติราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และสร้างฐานข้อมูลที่พร้อมในการบูรณาการ ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการก าหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างระบบการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อกฎหมายหรือระเบียบ 1. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (ปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570) สอดคล้องกับหมุด หมายที่ 13 ยกระดับภาครัฐให้มีสมรรถนะสูงและคล่องตัว สามารถก้าวสู่การเป็ นภาครัฐดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ 3. แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ภาครัฐของไทยจะยกระดับสู่การเป็ นรัฐบาลดิจิทัลที่มีการบูรณาการ ระหว่างหน่วยงาน มีการท างานแบบอัจฉริยะ ให้บริการโดยมีประชาชนเป็ นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้อย่างแท้จริง ที่มำ : - การท า KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการท า Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ 43 ในหัวข้อวิชา การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหาร (Leadership Competency) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่มำ : - ผู้จัดท า KCJ นางอมรรัตน์ ฤทธิพลเดช ต าแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจสอบภายใน (ผู้อ านวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน) สังกัด ส านักงบประมาณ ส านักนายกรัฐมนตรี นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 47/2566 /2563 ---------------------------- เรื่อง ข้อพึงสังเกตในกำรออกกฎหมำยล ำดับรอง (1) ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมำยว่ำด้วยวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง กฎหมายระดับพระบัญญัติจ านวนมากมักจะมีบทบัญญัติ ให้สามารถออกกฎหมายล าดับรอง เพื่อประโยชน์ในการ ปฏิบัติตามพรราชบัญญัตินั้นให้สมบูรณ์ขึ้น โดยลักษณะการออกกฎหมายล าดับรองอาจประกอบด้วยกรณีต่าง ๆ ดังนี้ 1. กฎหมายล าดับรองที่หน่วยงานออกมาเพื่อให้ประชาชนต้องปฏิบัติตาม เช่น กฎกระทรวงก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตต่าง ๆ เป็ นต้น 2. กฎหมายล าดับรองที่ออกเพื่อก าหนดวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้นเอง เช่น ระเบียบของหน่วยงานของรัฐ ว่าด้วยการอนุมัติ อนุญาตต่าง เป็ นต้น 3. กฎหมายล าดับรองที่ออกเพื่อให้หน่วยงานของรัฐอื่นถือปฏิบัติเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ เป็ นไปในแนวทางเดียวกัน เช่น ระเบียบกระทรวงการคลังเรื่องต่างๆ ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีเรื่องต่าง ๆ หรือ กฎ ก.พ. เป็ นต้น การออกกฎหมายล าดับรองดังกล่าวถือเป็ นการพิจารณาทางปกครอง อันมีความหมายว่า เป็ นการเตรียมการและ การด าเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีค าสั่งทางปกครอง ถือเป็ นวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองที่ต้องอยู่าายใต้บังคับของ พระราชบัญญัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ต้องน าบทบัญญัติมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งบัญญัติว่า “ในการพิจารณาทางปกครองที่คู่กรณีต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ คู่กรณีมีสิทธิน าทนายความหรือที่ปรึกษาของตน เข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้ การใดที่ทนายความหรือที่ปรึกษาได้ท าลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ให้ถือว่าเป็ นการกระท า ของคู่กรณี เว้นแต่คู่กรณีจะได้คัดค้านเสียแต่ในขณะนั้น” มาใช้บังคับด้วย เช่น ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.7/2562 เป็ นกรณีเกี่ยวกับการออกระเบียบว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ ขาดในส่วนของการชี้แจงข้อกล่าวหาของผู้ถูก กล่าวหา โดยก าหนดห้ามมิให้ทนายความและหรือบุคคลที่ผู้ถูกกล่าวหาไว้วางใจ ซักถาม แนะน าผู้ถูกกล่าวหาหรือตอบ ค าถามแทนผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งศาลปกครองวินิจฉัยว่า ข้อก าหนดของระเบียบดังกล่าวเป็ นการแสวงหาหรือรวบรวมข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ว่ามีการกระท าอันเป็ นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแม่บท หรือไม่ อันมีผลบังคับเป็ นการทั่วไปโดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็ นการเฉพาะ จึงมีลักษณะเป็ น กฎตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เมื่อหน่วยงานของรัฐใช้อ านาจตามกฎหมายแม่บท ในการออกกฎดังกล่าวซึ่งเป็ นการใช้อ านาจทางปกครอง เพื่อที่จะก าหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองอันอาจมีผลเป็ น การพิจารณาทางปกครอง ดังนั้น เนื้ อหาของระเบียบดังกล่าวจึงต้องชอบด้วยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า ในการพิจารณาทางปกครองที่คู่กรณีต้องมาปรากฏตัวต่อ หน้าเจ้าหน้าที่ คู่กรณีมีสิทธิน าทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้ การใดที่ทนายความ หรือที่ปรึกษาได้ท าลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ให้ถือว่าเป็ นการกระท าของคู่กรณี เว้นแต่คู่กรณีจะได้คัดค้านเสียแต่ในขณะนั้น ดังนั้น เนื้ อหาของระเบียบฉบับพิพาทในส่วนที่ก าหนดว่า “ห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวซักถามแนะน าผู้ถูกกล่าวหาหรือ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 3 กุมภำพันธ์ 2566


อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ตอบค าถามแทนผู้ถูกกล่าวหา” จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการที่ให้ผู้ต้องหาต่อสู้คดีเองทั้ง ๆ ที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ย่อมท าให้ผู้ต้องหาไม่ได้รับความยุติธรรม ผู้ต้องหาจึงต้องมีสิทธิต่อสู้คดีได้อย่างเท่าเทียมกันกับฝ่ายผู้เสียหาย โดยหากฝ่าย ผู้เสียหายมีเจ้าพนักงานต ารวจหรือมีพนักงานอัยการคอยช่วยเหลือดูแล ผู้ต้องหาจึงต้องมีสิทธิจะมีทนายความคอยช่วยเหลือ ให้ค าปรึกษาตั้งแต่ในชั้นแรก และได้ยกตัวอย่างระเบียบของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวกับการสอบสวนวินัยที่ไม่ชอบตาม แนวทางและข้อเสนอแนะข้างต้น เช่น ระเบียบส านักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่าด้วยการด าเนินการทางวินัยและการสอบสวน พิจารณา พ.ศ. 2564 ระเบียบคณะกรรมการป้ องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561 เป็ นต้น ที่มำ : 1. หนังสือส านักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(พก)/ว.331 ลงวันที่ 13 กันยายน 2565 เรื่อง รายงานการวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้ องคดีของส านักงานศาลปกครอง 2. ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.7/2562 นำยเชิดศกัดิ์หิรญัสิรสิมบตัิ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 48/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th ---------------------------- กำรจัดเก็บควำมรู้คืออะไร ท ำไมเรำต้องท ำกำรจัดเก็บควำมรู้ (Knowledge Management : KM) ตอนที่ 5 กำรจัดกำรควำมรู้(Knowledge Management) คือการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในส่วนราชการซึ่งกระจัดกระจาย อยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็ นระบบเพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเองให้เป็ นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด ควำมรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็ นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์พรสวรรค์หรือสัญชาตญาณของ แต่ละบุคคลในการท าความเข้าใจในสิ่งต่างๆเป็ นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็ นค าพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้ โดยง่าย เช่นทักษะในการท างาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์บางครั้งจึงเรียกว่าเป็ นความรู้แบบนามธรรม ควำมรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็ นความรู้ที่สามารถถ่ายทอดได้โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็ น ลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ บางครั้งเรียกว่าเป็ นความรู้แบบรูปธรรม ระบบ (System) กลุ่มของส่วนประกอบต่างๆที่มีปฏิกิริยา ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และพึ่งพาระหว่างกันแล้วสร้าง รูปแบบรวมที่ซับซ้อน โดยระบบย่อยทั้งหมดสามารถระบุความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ด้วยวัตถุประสงค์ภายในระบบที่ใหญ่กว่า องค์กรแห่งกำรเรียนรู้ (Learning Organization) เป็ นกระบวนการบริหารจัดการ เพื่อขยายขีดความสามารถและ เพิ่มศักยภาพ ในการสร้างผลงานสร้างอนาคต ตลอดจนความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยผู้คนในองค์กรต่างก็ต้องเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง AAR = After Action Review การทบทวนหลังปฏิบัติ คือ ขั้นตอนหนึ่งในวงจรการท างานเป็ นการทบทวนวิธีการ ท างานทั้งด้านความส าเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้ น ไม่ใช่เพื่อการค้นหาคนที่ท าผิดพลาด ไม่ใช่การกล่าวโทษ เป็ นการทบทวน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท างาน เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้ นไม่ให้เกิดปัญหานี้ อีก ในขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งวิธีการ ที่ดีอยู่แล้ว การจัดการความรู้ด้วย AAR เป็ นการแบ่งปันความรู้ฝังลึกในคนไปสู่ความรู้ชัดแจ้ง ที่มำ : องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการความรู้ รวบรวมโดย ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายบริหารจัดการความรู้ ส านักงานวิชาการ นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 6 กุมภำพันธ์ 2566


Click to View FlipBook Version