The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jitsuparobkob21, 2021-05-22 07:38:10

การภาษีอากร CH1

บทที่ 2 PIT 1 - (7 -218)

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

ประกอบธุรกจิ เงนิ ทุน ธรุ กจิ หลักทรพั ย์ และธุรกจิ เครดิตฟองซเิ อร์ ซง่ึ ตรี าคาเปน็ เงนิ ได้เกินกวา่ เงนิ ทุน (ม.
40(4)ฉ ยกเว้นไมต่ ้องนำไปร่วมคำนวณ)

66. (B) เงินไดเ้ ทา่ ที่สมาชิกกองทนุ บาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการ (กบข.) จ่ายเป็นเงินสะสมเข้า
กองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ (กบข.) ตามกฎหมายวา่ ด้วยกองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ (กบข.)
เฉพาะสว่ นท่ไี มเ่ กนิ 500,000 บาท สาหรับปภี าษีนนั้ ท้งั น้ี สาหรบั เงินไดพ้ งึ ประเมินท่ีได้รบั ตง้ั แตว่ นั ที่ 1
มกราคม พ.ศ. 2551 เปน็ ต้นไป (สิทธไิ ด้รับยกเว้น สำมำรถนำไปหกั กบั เงนิ ได้พงึ ประเมนิ )

67. (A) เงนิ หรือผลประโยชน์ใด ๆ ทีไ่ ดร้ บั จากกองทุนบาเหนจ็ บานาญข้าราชการ (กบข.)
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยกองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการ (กบข.) ดงั ต่อไปนี้ (ม.40(1) รบั ยกเวน้ ไม่ต้องนำไป
ร่วมคำนวณ)

67.1 เงินหรือผลประโยชนใ์ ด ๆ ท่ีได้รับ เน่อื งจากสมาชิกกองทนุ บาเหน็จบานาญขา้ ราชการ
(กบข.) ออกจากราชการเพราะตาย เหตทุ ุพพลภาพ เหตุทดแทน หรือเหตุสูงอายุ (ม.40(1)
ยกเวน้ ไม่ตอ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

67.2 เงนิ หรือผลประโยชนใ์ ด ๆ ทม่ี สี ทิ ธไิ ด้รับจากกองทุนบาเหน็จบานาญขา้ ราชการ (กบข.)
เนอื่ งจากสมาชกิ กองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ (กบข.) ออกจากราชการในกรณีอื่นนอกจาก (ก) แต่
เมอ่ื ออกจากราชการแล้วได้คงเงนิ หรอื ผลประโยชน์นน้ั ไว้ท้ังจานวนในกองทนุ บาเหน็จบานาญขา้ ราชการ
(กบข.) และต่อมาไดร้ ับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากสมาชกิ ผู้นั้นตาย ทุพพลภาพ หรืออายุครบ 60 ปี
บริบรู ณ์ (ม.40(1) ยกเวน้ ไม่ตอ้ งนำไปร่วมคำนวณ)

ประกาศนใี้ ห้ใชบ้ งั คับสาหรับเงนิ ไดพ้ ึงประเมินท่ีไดร้ ับตง้ั แต่วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็น
ตน้ ไป ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวธิ กี ารที่อธิบดกี าหนด (ประกาศอธบิ ดีกรมสรรพากรเก่ยี วกับภาษเี งนิ ได้
(ฉบบั ที่ 189))

68. (A) เงนิ ได้ที่คณะกรรมการกองทุนลานกฬี าตา้ นยาเสพติด สานักนายกรฐั มนตรีไดร้ บั เพอื่
ประโยชนข์ องกองทนุ ลานกีฬาตา้ นยาเสพตดิ ดังกล่าว (ม.40(8) ยกเว้นไม่ต้องนำไปรว่ มคำนวณ)

69. (A) ดอกเบี้ยพนั ธบัตรออมสิน ร่นุ พนั ธบัตรเงนิ ฝากช่วยชาติ (ม.40(4)ก ยกเว้นไม่ตอ้ ง

นำไปร่วมคำนวณ)
70. (A) เงนิ ได้ทีเ่ ป็นเงนิ เดือนหรือค่าตอบแทนทเ่ี จ้าหนา้ ทขี่ องศนู ย์วิจัยวนเกษตรนานาชาติ

ซ่ึงเปน็ คนตา่ งด้าวและไมม่ ีถ่ินทอ่ี ยู่ในประเทศไทย ได้รับจากศูนยว์ ิจยั วนเกษตรนานาชาติ เนอื่ งจากการ

2 - 49

บทที่ 2 ภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดา

เข้ามาทางานในประเทศไทยภายใตข้ ้อตกลงระหวา่ งรัฐบาลไทยและศูนย์วิจยั วนเกษตรนานาชาติ (ม.40(1)
ยกเว้นไมต่ อ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

71. (A) รางวลั บตั รออมทรัพย์ของธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ม.40(8)
ยกเวน้ ไม่ต้องนำไปร่วมคำนวณ)

72. (A) เงนิ ได้จากการโอนกรรมสิทธหิ์ รอื สิทธิครอบครองในท่ดี ินโดยไม่มีค่าตอบแทนใหแ้ ก่
วัด วดั บาดหลวงโรมนั คาทอลคิ หรอื มัสยดิ ทจ่ี ัดตง้ั ขึ้นตามกฎหมายว่าดว้ ยการนน้ั ท้ังนเ้ี ฉพาะการโอน
ท่ดี ินส่วนท่ที าให้วัด วัดบาดหลวงโรมนั คาทอลคิ หรือมัสยดิ มีทด่ี นิ ไมเ่ กนิ 50 ไร่ (ม.40(8) ยกเวน้ ไมต่ อ้ ง
นำไปร่วมคำนวณ)

73. (A) ผลประโยชน์ทีไ่ ดจ้ ากการท่ีผู้ประกอบกจิ การซึง่ เป็นบริษทั มหาชน จากัด หรือบริษัท
จากดั ควบเขา้ กัน หรือโอนกิจการทง้ั หมดให้แกก่ นั ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไขที่อธิบดี
กรมสรรพากรประกาศกาหนด ซง่ึ ตรี าคาเป็นเงนิ ได้เกินกว่าเงนิ ทนุ (ม.40(4)ช ยกเวน้ ไมต่ ้องนำไปร่วม
คำนวณ)

74. (B) ค่าชดเชยทล่ี ูกจ้างไดร้ ับตามกฎหมายว่าดว้ ยการคมุ้ ครองแรงงานและค่าชดเชยท่ี
พนักงานไดร้ ับตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพนั ธ์ แตไ่ มร่ วมถึงค่าชดเชยทลี่ ูกจา้ งหรือ
พนักงานได้รับเพราะเหตุเกษียณอายหุ รือสิน้ สดุ สัญญาจ้าง ท้งั นี้ เฉพาะคา่ ชดเชยสว่ นท่ีไม่เกินคา่ จา้ ง
หรอื เงินเดือนค่าจ้างของการทางาน 300 วนั สดุ ท้าย แตไ่ ม่เกิน 300,000 บาท (ม.40(1) ยกเวน้ ไม่
ต้องนำไปร่วมคำนวณ) และ(สิทธิได้รบั ยกเวน้ สำมำรถนำไปหกั กับเงินไดพ้ ึงประเมิน)

เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน

= Bonus 120 วนั อายงุ าน 1 ปี เงินชดเชย ค่าบอกกล่าว
1 ปี  3 ปี 30 วัน 30 วัน
3 ปี  5 ปี 90 วนั 30 วัน
5 ปี  6 ปี 180 วนั 30 วนั
6 ปี  10 ปี 180 วัน 30 วนั
 240 วนั 30 วัน
10 ปี ขึ้นไป 300 วนั 30 วัน

5 ปขี น้ึ ไป

One Time เท่าท่ไี ด้รับจริง ไมเ่ กนิ 300,000 บาท
Payment ยกเว้นภาษี PIT

เวน้ แต่ กรณลี าออก หรือ เกษียณอายุ

2 - 50

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
2 - 51

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา
เงนิ ไดท้ ่นี ายจา้ งจ่ายใหค้ รั้งเดยี วเพราะเหตุออกจากงาน

เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ใช่ ได้รับยกเว้นจานวน
300,000 บาท
ท่มี ิใชก่ ารลาออกหรือเกษียณอายุ

ไมใ่ ช่ ใช่ ถอื เปน็ เงนิ ได้ตามมาตรา
40 (1) หรือ (2) ทว่ั ไป
อายุการทางาน
น้อยกว่า 5 ปีบรบิ รู ณ์ หกั ค่าใช้จา่ ยตามมาตรา 42 ทวิ

ไมใ่ ช่ - หกั คา่ ใช้จา่ ยได้ = 7,000 x ปที ่ีทางาน
- สว่ นทเ่ี หลอื หักได้อกี 5 %
นาไปคานวณภาษีเงนิ ได้
หัก ณ ที่จา่ ย ตาม มาตรา 48 (5)

เลอื กเสยี ภาษีเงนิ ได้ ใช่ นาไปกรอกใบแนบ
ตาม มาตรา 48 (5) ภ.ง.ด.90 หรือ 91

ไม่ใช่ หักค่าใช้จา่ ยตามมาตรา 42 ทวิ ซึ่งอาจทาให้
เสียภาษีสูงกวา่ การเลือกเสียภาษี
นาไปคานวณภาษีเงนิ ได้
ตาม มาตรา 48 (1)

75. (D) (กฎหมายใหม่) เงินได้เทา่ ท่ไี ด้จ่ายเป็นดอกเบ้ียเงินก้ยู ืม สาหรับการกยู้ ืมเงินเพือ่ ซื้อ
เช่าซอ้ื หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศยั โดยจานองอาคารท่ีซือ้ หรือสรา้ งเปน็ ประกันการกูย้ ืมน้ัน ตามจานวน ที่
จา่ ยจริง แตไ่ มเ่ กนิ 100,000 บาท ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีอธิบดีกาหนด ท้งั นีเ้ ฉพาะดอกเบี้ยเงินก้ยู มื
ท่ีได้จา่ ยต้งั แต่วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป (สิทธนิ ำไปหักเป็นค่ำลดหยอ่ ย)

2 - 52

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา

75.1 กองทนุ รวมอสังหาริมทรพั ยเ์ พื่อแกไ้ ขปญั หาในระบบสถาบันการเงนิ ทจี่ ัดตั้งข้ึนตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยหลกั ทรัพย์และตลาดหลกั ทรัพย์

75.2 กองทุนรวมเพ่ือแกไ้ ขปัญหาในระบบสถาบันการเงินทจี่ ดั ตั้งข้ึนตามกฎหมาย วา่ ด้วย
หลกั ทรพั ย์และตลาดหลกั ทรัพย์

75.3 นติ ิบุคคลเฉพาะกิจซง่ึ จัดตง้ั ขึ้นเพือ่ ดาเนินการแปลงสินทรัพยเ์ ปน็ หลกั ทรัพย์ ตาม
กฎหมายวา่ ด้วยนติ ิบุคคลเฉพาะกจิ เพ่ือแปลงสนิ ทรัพย์เป็นหลกั ทรพั ย์ ทั้งนี้ เฉพาะกรณที น่ี ิตบิ คุ คลเฉพาะ
กิจ ดังกล่าว เข้ารบั ช่วงสทิ ธเิ ปน็ เจ้าหน้ีเงนิ กู้แทนกองทุนรวมตาม (1) หรอื (2) ธนาคารหรอื สถาบนั การเงิน
อื่น บริษัทประกันชวี ติ สหกรณห์ รือนายจา้ ง

76. (D) (กฎหมายเก่า + กฎหมายใหม่) เงินได้เท่าท่ไี ด้จา่ ยเปน็ ดอกเบ้ียเงินกู้ยมื ให้แก่
ธนาคารหรอื สถาบนั การเงนิ อ่ืน บริษัทประกันชวี ิต สหกรณ์ หรอื นายจ้างสาหรับการกู้ยืมเงนิ เพ่ือซ้ือเชา่
ซ้ือ หรือสร้างอาคารท่อี ยู่อาศัยโดยจานองอาคาร ท่ซี ื้อหรือสร้างเปน็ ประกันการกยู้ ืมนั้น ซง่ึ รวมถึงอาคาร
พร้อมทดี่ นิ ด้วย เฉพาะสว่ นท่ีเกิน 10,000 บาท แต่ไมเ่ กิน 90,000 บาท และเฉพาะดอกเบ้ียเงินกยู้ มื ที่ได้
จา่ ยต้ังแตว่ ันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นตน้ ไป ทงั้ นี้ ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารทีอ่ ธิบดกี าหนด อาคาร
ตามวรรคหนง่ึ ให้หมายความรวมถงึ อาคารพร้อมทด่ี ินด้วย (สทิ ธินำไปหกั เป็นคำ่ ลดหย่อย)

77. (B) เงินไดเ้ ท่าท่ีผู้อานวยการ ผูบ้ รหิ าร ครู หรือบคุ ลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเอกชน
จ่ายเปน็ เงนิ สมทบเขา้ กองทนุ สงเคราะห์ ตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงเรยี นเอกชนเฉพาะสว่ นท่ีไมเ่ กนิ 500,000
บาท สาหรบั ปภี าษนี ัน้ ท้งั นี้ สาหรับเงินไดพ้ ึงประเมินที่ได้รับตัง้ แตว่ ันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป
(สิทธิไดร้ ับยกเว้น สำมำรถนำไปหักกบั เงนิ ได้พึงประเมิน)

78. (D) เงนิ ได้เท่าที่ได้จา่ ยเป็นค่าซ้อื หนว่ ยลงทุนในกองทุนรวมเพือ่ การเล้ียงชีพ (RMF) ตาม
กฎหมายว่าด้วยหลกั ทรัพย์และตลาดหลกั ทรัพย์ ใหย้ กเว้นเท่าที่ได้จ่ายเป็นคา่ ซ้ือหน่วยลงทุนในอตั ราไม่
เกนิ ร้อยละ 15 ของเงนิ ได้พงึ ประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท สาหรับปภี าษีนนั้ โดยผ้มู ีเงินได้ต้องถือ
หน่วยลงทุน ดังกล่าว มาแลว้ ไม่น้อยกวา่ 5 ปี นบั ต้ังแต่วนั ซื้อหน่วยลงทนุ ครง้ั แรก และไถถ่ อนหนว่ ยลงทนุ
นนั้ เมื่อผ้มู ีเงนิ ได้ มีอายุไมต่ ่ากวา่ 55 ปีบริบรู ณ์ ท้ังนี้ตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเง่ือนไข ทอี่ ธบิ ดีกาหนด
(สทิ ธินำไปหกั เป็นคำ่ ลดหย่อย)

ในกรณี ทีผ่ มู้ ีเงินไดจ้ ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสารองเล้ยี งชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทนุ
สารองเล้ียงชีพ หรือจ่ายเงนิ สะสมเขา้ กองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ (กบข.) ตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
กองทุนบาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการ (กบข.) หรอื กองทนุ สงเคราะห์ครเู อกชน (กสค.) ตามกฎหมายว่าด้วย
โรงเรียนเอกชนด้วย เงนิ ได้ทไ่ี ด้รับยกเวน้ ตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื รวมกบั เงินสะสมทจ่ี า่ ยเข้ากองทุนสารอง
เล้ยี งชพี หรือกองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ (กบข.) หรอื กองทนุ สงเคราะห์ ต้องไมเ่ กิน 500,000
บาท

ในกรณี ทผ่ี ู้มเี งินได้ถือหน่วยลงทนุ ไมค่ รบ 5 ปี นับตงั้ แต่ วันซือ้ หนว่ ยลงทนุ ครงั้ แรก หรือไถ่
ถอนหนว่ ยลงทนุ กอ่ นทผี่ มู้ เี งินได้มีอายุครบ 55 ปีบริบรู ณ์ ให้ผมู้ ีเงินได้นั้น หมดสิทธิไดร้ บั ยกเว้น ตามวรรค
หนง่ึ และตอ้ งเสียภาษีเงนิ ได้สาหรับเงนิ ไดท้ ี่ไดร้ บั ยกเว้นภาษีตามวรรคหน่ึงมาแลว้ ด้วย (ดปู ระกาศ อธิบดี
กรมสรรพากร เกีย่ วกับภาษีเงินได้ (ฉบับท่ี 171))

2 - 53

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

ในปภี าษี 2551 หากผู้มีเงนิ ได้ มีการซื้อหน่วยลงทุน ระหวา่ งวนั ท่ี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ถงึ
วนั ที่ 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2551 ใหเ้ งินได้ ตามวรรคหนึง่ เทา่ กบั สว่ นที่ไม่เกิน 700,000 บาท (ปัจจุบนั
ยกเลกิ แล้ว) แต่ไมเ่ กินร้อยละ 15 ของเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ และในกรณีท่ผี ้มู ีเงินไดด้ งั กลา่ วได้จ่ายเงินสะสม
ตามวรรคสองดว้ ย เมื่อรวมเงินไดก้ บั เงินสะสมแลว้ ต้องไม่เกิน 700,000 บาท ท้งั นี้ เงนิ ได้ที่ไดร้ บั ยกเว้น
ดงั กลา่ ว ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขที่อธิบดกี าหนด และใหน้ าความในวรรคสามมาใช้
บังคับด้วย (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เก่ียวกบั ภาษีเงินได้ (ฉบบั ที่ 173))

79. (A) เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ทผ่ี ถู้ อื หน่วยลงทุนในกองทนุ รวมเพื่อการเล้ยี งชีพ (RMF)
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยหลักทรัพย์และตลาดหลกั ทรัพย์ไดร้ ับจากกองทุนรวมดังกล่าว เพราะเหตุสูงอายุ
ทุพพลภาพ หรอื ตาย ทัง้ นี้ ตามหลกั เกณฑ์ เงื่อนไข และวธิ กี าร ท่อี ธิบดกี าหนด (ดูประกาศอธบิ ดี
กรมสรรพากร เก่ียวกบั ภาษเี งินได้ (ฉบบั ที่ 91)) (ม.40(1) ยกเว้นไม่ต้องนำไปรว่ มคำนวณ)

80. (A) เงนิ หรือผลประโยชนใ์ ด ๆ ที่ครใู หญ่ หรอื ครโู รงเรยี นเอกชน ไดร้ ับจากกองทนุ
สงเคราะหต์ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงเรยี นเอกชน เมื่อครูใหญ่ หรือครูโรงเรียนเอกชน ออกจากงาน เพราะ
เหตสุ ูงอายุ ทพุ พลภาพ หรือตาย ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ เงอ่ื นไข และวิธกี าร ที่อธบิ ดีกาหนด (ดูประกาศ
อธบิ ดกี รมสรรพากร เกีย่ วกบั ภาษีเงินได้ (ฉบับท่ี 99)) (ม.40(1) ยกเวน้ ไม่ตอ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

81. (A) เงินไดพ้ งึ ประเมิน ดงั ตอ่ ไปนี้
81.1 ยกเวน้ เงินปันผลที่ได้จากการถือหนุ้ ในบริษทั หรือห้างหนุ้ สว่ นนติ ิบุคคล ซึ่งจดั ตงั้ ข้นึ

โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือประกอบกิจการธรุ กิจเงนิ รว่ มลงทนุ และได้รบั ยกเว้นภาษเี งนิ ได้มาตรา 5 อฏั ฐารส
แหง่ พระราชกฤษฎกี าออกตามความในประมวลรษั ฎากร ว่าดว้ ยการยกเวน้ รษั ฎากร (ฉบับท่ี 10) พ.ศ.
2500 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรษั ฎากร ว่าดว้ ยการยกเวน้ รัษฎากร
(ฉบับที่ 396) พ.ศ. 2545 (ม.40(4)ข ยกเวน้ ไมต่ ้องนำไปรว่ มคำนวณ)

81.2. ยกเวน้ ผลประโยชน์ท่ีได้จากการโอนหุน้ ของบริษัทหรอื ห้างหุ้นส่วนนิตบิ คุ คลซงึ่ จัดตัง้
ขน้ึ โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพื่อประกอบกิจการธุรกิจเงินรว่ มลงทนุ และได้รับยกเว้นภาษีเงนิ ได้ตามมาตร 5
อัฏฐารส แห่งพระราชกฤษฎกี าออกตามความในประมวลรษั ฎากร ว่าดว้ ยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบบั ที่ 10)
พ.ศ. 2500 ซึง่ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชกฤษฎกี าออกตามความในประมวลรัษฎากร วา่ ด้วยการยกเวน้
รัษฎากร (ฉบบั ท่ี 396) พ.ศ. 2545 (ม.40(4)ช ยกเวน้ ไม่ตอ้ งนำไปร่วมคำนวณ)

82. (D) (กฎหมายใหม่) ยกเวน้ เงินไดเ้ ท่าท่ีได้จา่ ยเป็นดอกเบ้ยี เงนิ กู้ยืมให้แกก่ องทนุ บาเหนจ็
บานาญข้าราชการ (กบข.) ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ (กบข.) สาหรบั การ
ก้ยู ืมเงินเพ่ือซื้อ เช่าซ้ือ หรือสรา้ งอาคารท่ีอยู่อาศัย ตามจานวนท่ีจ่ายจริง แต่ไมเ่ กนิ 100,000 บาท และ
เฉพาะดอกเบีย้ เงนิ กยู้ มื ทจ่ี ่ายตงั้ แต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เปน็ ตน้ ไป ท้งั นี้ ตามหลักเกณฑ์และ
วิธกี ารทอ่ี ธบิ ดีกาหนด อาคารตามวรรคหนงึ่ ให้หมายความรวมถึง อาคารพรอ้ มท่ีดนิ ด้วย (สิทธนิ ำไปหกั
เปน็ ค่ำลดหย่อย)

83. (A) ยกเว้นดอกเบยี้ (ม.40(4)ก ยกเวน้ ไมต่ ้องนำไปรว่ มคำนวณ) และรางวัลสลากออม
ทรพั ย์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ม.40(8) ยกเว้นไมต่ ้องนำไปรว่ มคำนวณ)

2 - 54

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา

แต่ไมร่ วมถงึ ดอกเบ้ียซ่ึงผรู้ ับมใิ ชผ่ ูท้ รงคนแรก ทง้ั นี้ สาหรับสลากออกทรัพย์ที่ออกจาหน่าย
ต้ังแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2545 เปน็ ต้นไป

84. (D) (กฏหมายเกา่ + กฎหมายใหม่) ยกเวน้ เงินได้ เท่าทผ่ี มู้ เี งินได้จ่ายเป็นเบ้ียประกัน
ชีวติ ในปภี าษี สาหรับการประกนั ชีวิตของผู้มเี งนิ ได้ตามจานวนทีจ่ ่ายจรงิ เฉพาะส่วนท่ีเกิน 10,000 บาท
แต่ไมเ่ กนิ 90,000 บาท โดยกรมธรรม์ประกนั ชีวติ ต้องมีกาหนดเวลา ตั้งแต่ 10 ขน้ึ ไป และการประกนั
ชีวติ นัน้ ได้เอาประกนั ไวก้ บั ผู้รับประกนั ภยั ทปี่ ระกอบกจิ การประกนั ชวี ิตในราชอาณาจักร ท้ังนี้ สาหรับเบีย้
ประกันที่ไดจ้ า่ ย ต้ังแตว่ นั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เปน็ ตน้ ไป และใหเ้ ปน็ ไป ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการ ท่ี
อธบิ ดีกาหนด (ดูประกาศอธิบดกี รมสรรพากร เกี่ยวกบั ภาษีเงนิ ได้ (ฉบบั ที่ 172)) (สิทธนิ ำไปหักเปน็ ค่ำลด
หย่อย)

- เงนิ ได้เทา่ ทีผ่ ้มู ีเงินได้จา่ ยเป็นค่าเบ้ียประกันภัยใหแ้ ก่บริษัทประกนั ชีวิต หรือบริษัทประกนั
วนิ าศภยั ทป่ี ระกอบกจิ การในราชอาณาจกั ร ตามจานวนทจ่ี ่ายจรงิ แต่ไม่เกิน 15,000 บาท สาหรับการ
ประกันสุขภาพบดิ ามารดาของผมู้ ีเงนิ ได้ รวมท้ัง บิดามารดาของสามี หรือภริยาของผ้มู ีเงนิ ได้ ซ่ึงมรี ายได้
ไมเ่ พยี งพอแก่การยังชีพ (ไมเ่ กนิ 30,000 บาทตอ่ ปีภาษี) ท้ังน้ี ต้องเปน็ เบี้ยประกันภยั ที่ไดจ้ า่ ยในปี พ.ศ.
2549 เปน็ ตน้ ไป และใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวธิ กี าร ท่ีอธบิ ดีกาหนด (สทิ ธินำไปหักเป็นคำ่ ลด
หยอ่ ย)

- เงินไดเ้ ทา่ ทนี่ ายจา้ งจา่ ยเป็นคา่ เบี้ยประกันภัยใหแ้ ก่บรษิ ัทประกันชีวติ หรือบริษัทประกัน
วนิ าศภัย ที่ประกอบกจิ การในราชอาณาจกั ร สาหรับกรมธรรม์ประกนั ภยั กลุ่มท่ีมีกาหนดเวลาไม่เกิน 1 ปี
เฉพาะในสว่ นทค่ี ุ้มครองคา่ รักษาพยาบาลสาหรบั (สิทธนิ ำไปหกั เป็นคำ่ ลดหย่อย)

(ก) ลกู จ้าง สามี ภริยา บุพการี หรอื ผู้สบื สันดานซ่งึ อยู่ในความอุปการะเลีย้ งดูของ
ลกู จ้าง ทงั้ น้ี เฉพาะการรกั ษาพยาบาลในประเทศไทย

(ข) ลูกจา้ ง ในกรณีทจ่ี าเปน็ ตอ้ งได้รับการรักษาพยาบาลในตา่ งประเทศ ในขณะที่
ปฏบิ ัติการตามหนา้ ที่ในตา่ งประเทศเปน็ คร้งั คราว ทง้ั นี้ สาหรบั เงินไดท้ ี่ได้รับตง้ั แต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ.
2549 เป็นตน้ ไป

84.1 (D) เงนิ ไดเ้ ทา่ ท่ีได้จ่ายจริงเปน็ เบย้ี ประกนั ภยั สาหรับการประกันชีวติ แบบบานาญ ท่ี
ได้รับยกเว้นภาษี (สทิ ธนิ ำไปหกั เป็นค่ำลดหยอ่ ย)

หลกั เกณฑเ์ บ้ียประกันภัยสาหรับกรมธรรม์ประกนั ชีวติ แบบบานาญ
1) เป็นการจ่ายเบี้ยประกนั ภยั สาหรบั กรมธรรม์ประกันชวี ติ แบบบานาญท่ีมีกาหนดเวลา
ต้งั แต่ 10 ปีขึน้ ไป
2) เป็นการประกันชวี ติ ท่ีได้เอาประกนั ไวก้ ับผ้รู บั ประกนั ภัยทีป่ ระกอบกจิ การประกันชวี ติ ใน
ราชอาณาจกั ร
3) มีการกาหนดการจ่ายผลประโยชนเ์ งนิ บานาญเป็นรายงวดอยา่ งสม่าเสมอ ซ่งึ จานวน
ผลประโยชน์เงินบานาญดังกล่าวจะจ่ายเทา่ กันทกุ งวดหรอื จ่ายในสัดสว่ นทเ่ี พม่ิ ข้ึนตามระยะเวลาการเอา
ประกนั กไ็ ด้ โดยการจ่ายผลประโยชน์เงนิ บานาญจะจา่ ยตามการทรงชีพท่ีอาจมกี ารรบั รองจานวนงวดใน
การจา่ ยท่แี น่นอน

2 - 55

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา

4) มกี ารกาหนดชว่ งอายุของการจา่ ยผลประโยชน์เงินบานาญเมอ่ื ผ้มู ีเงนิ ได้ มีอายุตั้งแต่ 55
ปีขนึ้ ไป ถึงอายุ 85 ปี หรือกวา่ นัน้ และผูม้ ีเงนิ ได้ต้องจ่ายเบ้ียประกนั ภัยครบถว้ นแล้วก่อนได้รบั
ผลประโยชน์เงินบานาญ

การยกเวน้ เงนิ ไดท้ ่ีจ่ายไปเป็นเบ้ียประกนั ภยั สาหรับการประกันชวี ิตแบบบานาญ

1) (D) ให้ยกเวน้ เงินไดท้ ี่จา่ ยไปเปน็ เบย้ี ประกันภยั สาหรับการประกนั ชวี ติ แบบบานาญ หรือ
การประกนั ชวี ติ แบบบานาญ และแบบอนื่ แล้วแตก่ รณี ตามจานวนทจี่ ่ายจรงิ แตไ่ มเ่ กิน 90,000 บาท
และ

2) (D) ยกเว้นภาษเี งินไดส้ าหรบั เงนิ ไดเ้ ท่าทจ่ี ่ายเป็นเบีย้ ประกนั ภยั สาหรบั การประกนั ชีวิต
แบบบานาญของผ้มู ีเงนิ ไดเ้ พ่มิ ขึ้นอีกในอตั รารอ้ ยละ 15 ของเงนิ ได้พึงประเมนิ แต่ไมเ่ กนิ 200,000 บาท
และ

3) (D) กรณที ีผ่ มู้ ีเงินไดไ้ ด้จ่ายเป็นเงนิ สะสมเข้ากองทุนสารองเล้ียงชพี ตามกฎหมายวา่ ด้วย
กองทนุ สารองเลย้ี งชพี หรือจา่ ยเงนิ สะสมเข้ากองทุนบาเหนจ็ บานาญข้าราชการ (กบข.) ตามกฎหมาย
ว่าด้วยกองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการ (กบข.) หรอื จา่ ยเงินสะสมเข้ากองทนุ สงเคราะห์ตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยโรงเรียนเอกชน แล้วแตก่ รณี หรอื จ่ายเงินคา่ ซื้อหนว่ ยลงทุนในกองทุนรวมเพ่อื การเลย้ี งชีพ (RMF)
ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพยแ์ ละตลาดหลกั ทรัพย์ เมื่อรวมคานวณกับเงนิ ได้ท่ีไดร้ บั ยกเว้นตามขอ้ 2 แล้ว
ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ท้ังนี้ สาหรบั เบี้ยประกันท่จี ่าย ต้ังแตว่ ันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เปน็ ต้นไป และใหเ้ ปน็ ไป
ตามหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารที่อธิบดกี าหนด (ดูประกาศอธิบดกี รมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงนิ ได้ (ฉบับท่ี
194) )

85. (D) ค่าซอ้ื อาคาร อาคารพร้อมท่ดี ิน หรอื ห้องชดุ ในอาคารชดุ เพือ่ เปน็ ที่อยู่อาศยั
1) เงินได้ทจี่ ่ายเป็นคา่ ซือ้ อสังหารมิ ทรัพย์ต้องเปน็ จานวนทจ่ี า่ ยจริง แต่รวมกันทั้งหมดต้อง

ไม่เกิน 300,000 บาท โดยตอ้ งจา่ ยไปในระหว่างวนั ที่ 1 มกราคม 2552 ถงึ วนั ที่ 31 ธนั วาคม 2552
และต้องมกี ารจดทะเบยี นโอนกรรมสทิ ธใ์ิ นอสงั หาริมทรัพย์นน้ั ใหแ้ ล้วเสร็จภายในชว่ งเวลาดงั กล่าว (สทิ ธิ
นำไปหกั เป็นค่ำลดหย่อย)

2) ผมู้ เี งนิ ได้ต้องมชี ื่อเปน็ เจา้ ของกรรมสิทธิใ์ นอสงั หาริมทรัพยท์ ซี่ ้ือเปน็ เวลาติดต่อกนั ไม่น้อย
กวา่ 3 ปี นบั แตว่ นั ที่จดทะเบียนโอนกรรมสทิ ธใิ์ นอสังหารมิ ทรัพย์ และอสงั หาริมทรัพย์น้ันตอ้ งไม่เคยผ่าน
การจดทะเบยี นโอนกรรมสทิ ธ์ิกันมาก่อน ไมว่ ่าทัง้ หมด หรือบางสว่ น ทั้งนี้ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ
และเงื่อนไข ท่ีอธบิ ดีกาหนด (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เก่ียวกบั ภาษเี งนิ ได้ (ฉบับท่ี 178))

86. (A) เงินได้จากการขายข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าในตลาดสนิ คา้ เกษตรล่วงหนา้ แหง่ ประเทศ
ไทย เฉพาะกรณีทไี่ มม่ กี ารส่งมอบสินค้าเกษตร (ม.40(8) ยกเว้นไมต่ อ้ งนำไปร่วมคำนวณ)

87. (A) เงินบาเหนจ็ ดารงชีพท่ผี ู้ได้รับบานาญขอใชส้ ิทธิรบั บาเหนจ็ ดารงชพี ในระหวา่ งวันทย่ี ังมี
ชวี ิต ตามกฎหมายวา่ ด้วยบาเหน็จบานาญขา้ ราชการ และกฎหมายวา่ ดว้ ยกองทนุ บาเหน็จบานาญ

2 - 56

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

ขา้ ราชการ (กบข.) ทั้งนี้ ต้ังแต่วนั ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 (ม.40(1) ยกเว้นไมต่ ้องนำไปรว่ ม
คำนวณ)

88. (A) เงนิ หรอื ผลประโยชนใ์ ด ๆ ทไ่ี ด้รบั เน่ืองจากการขายหนว่ ยลงทุนคืน ให้แกก่ องทุนรวม
เพอ่ื การเล้ียงชีพ (RMF) ตามกฎหมายว่าด้วยหลกั ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีทผ่ี ู้มีเงนิ ได้ถือ
หน่วยลงทนุ ดงั กลา่ วมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 ปนี บั ต้งั แต่วันซื้อหนว่ ยลงทุนครงั้ แรก ทัง้ น้ี ตามหลกั เกณฑ์
วิธีการ และเง่ือนไขทอ่ี ธบิ ดีกาหนด (แก้ไขเพม่ิ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบบั ที่ 265 (พ.ศ. 2551) ใชบ้ งั คบั
สาหรับคา่ ซือ้ หนว่ ยลงทุนฯ ก่อนวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2551) (ม.40(8) ยกเว้นไม่ต้องนำไปร่วมคำนวณ)

89. (D) เงนิ ได้เท่าทจ่ี า่ ยเป็นค่าซ้ือหน่วยลงทนุ ในกองทนุ รวมหนุ้ ระยะยาว (LTF) ตาม
กฎหมายว่าด้วยหลกั ทรพั ย์และตลาดหลกั ทรัพย์ ในอัตราไม่เกนิ ร้อยละ 15 ของเงนิ ได้พึงประเมนิ เฉพาะ
สว่ นทไี่ มเ่ กนิ 500,000 บาท สาหรับปีภาษนี ั้น โดยเงนิ ไดด้ ังกล่าวตอ้ งเป็นเงนิ ได้ของผู้มีเงนิ ไดซ้ งึ่ เป็นบุคคล
ธรรมดา (ม.40(8) ยกเว้นไม่ต้องนำไปรว่ มคำนวณ)

แตไ่ ม่รวมถึง หา้ งหนุ้ ส่วนสามญั หรือคณะบุคคลทีม่ ิใชน่ ติ บิ คุ คล และกองมรดกทย่ี งั ไม่ไดแ้ บ่ง
และผมู้ ีเงินไดต้ ้องถือหน่วยลงทนุ ในกองทุนรวมห้นุ ระยะยาวไม่น้อยกว่า 7 ปปี ฏทิ ิน แตไ่ ม่รวมถึง กรณี
ทพุ พลภาพหรือตาย (ม.40(8) ยกเวน้ ไม่ต้องนำไปรว่ มคำนวณ) ทง้ั น้ี สาหรบั เงินไดพ้ ึงประเมินท่ีไดร้ ับ
ตง้ั แต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2562 การไดร้ บั ยกเว้นตามวรรคหนง่ึ ให้
เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไขที่อธิบดีกาหนด ในกรณีทผี่ ู้มเี งินได้ไม่ปฏิบัติตามหลกั เกณฑ์
วิธกี าร และเงอ่ื นไขท่กี าหนดในวรรคสอง ใหผ้ มู้ ีเงนิ ไดน้ ัน้ หมดสิทธไิ ด้รบั ยกเว้นภาษีตามวรรคหนึง่ และตอ้ ง
เสียภาษเี งนิ ได้ สาหรับเงินได้ท่ีไดร้ ับยกเวน้ ตามวรรคหน่งึ มาแล้วด้วย (แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับ
ท่ี 317 (พ.ศ. 2559) ใช้บังคบั สาหรับเงนิ ได้ที่ได้รับต้งั แตว่ นั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2559 เปน็ ตน้ ไป)

88. (A) เงินหรอื ผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไดร้ บั เน่ืองจากการขายหน่วยลงทุนคนื ใหแ้ ก่กองทุนรวม
หุ้นระยะยาว (LTF) ตามกฎหมายว่าด้วยหลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์ ทัง้ นี้ เฉพาะกรณีทเี่ งนิ หรือ
ผลประโยชน์ดงั กล่าวคานวณมาจากเงนิ ไดพ้ งึ ประเมินทไี่ ด้รบั ยกเว้นไมต่ ้องรวมคานวณเพ่ือเสียภาษเี งินได้
ตาม (ข้อ 87) และผมู้ ีเงนิ ได้ถือหนว่ ยลงทุนดังกลา่ วมาแล้ว ไม่นอ้ ยกว่า 7 ปีปฏทิ นิ (ม.40(8) ยกเวน้ ไม่
ตอ้ งนำไปรว่ มคำนวณ) แต่ไมร่ วมถงึ กรณีทุพพลภาพหรอื ตาย (ม.40(8) ยกเวน้ ไม่ต้องรอให้ถึง 7 ปี
ไมต่ อ้ งนำไปรว่ มคำนวณ) (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 317 (พ.ศ. 2559) ใชบ้ ังคับสาหรับเงนิ
ได้ที่ไดร้ ับตงั้ แตว่ ันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 เป็นตน้ ไป)

89. (F) เงนิ ไดพ้ งึ ประเมินหลังจากหักคา่ ใช้จ่ายและหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4)
(5) หรอื (6) แห่งประมวลรษั ฎากร เทา่ จานวนเงนิ ท่ไี ดบ้ ริจาคใหแ้ กก่ ารกฬี าแหง่ ประเทศไทย เพ่อื
สง่ เสริมการกีฬาคณะกรรมการกฬี าจังหวัดทีจ่ ดั ตง้ั ข้นึ ตามกฎหมายวา่ ด้วยการกีฬาแหง่ ประเทศไทย เพ่ือ
ส่งเสรมิ กีฬาในจงั หวัดกรมพลศกึ ษา เพ่อื การจัดการแข่งขันกฬี านักเรยี น หรือสมาคมกีฬาจงั หวัดหรือ
สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยท่ีจดั ต้งั ข้นึ โดยไดร้ ับอนุญาตจากการกฬี าแห่งประเทศไทย เพ่อื การกีฬา แต่
เมอื่ รวมกบั เงินบรจิ าคตามมาตรา 47 (7) แหง่ ประมวลรัษฎากรแล้ว ตอ้ งไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 10 ของเงินได้พงึ
ประเมนิ หลงั จากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนดงั กล่าว (แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 294 (พ.ศ.

2 - 57

บทที่ 2 ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา

2555) ใช้บงั คับตัง้ แต่วันท่ี 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป) (สทิ ธนิ ำไปหกั เป็นคำ่ ลดหยอ่ ยเงนิ
บรจิ ำค)

90. (A) ดอกเบ้ยี เงนิ ฝากธนาคารในราชอาณาจักรเฉพาะดอกเบี้ยเงนิ ฝากประจาทีม่ ีระยะเวลา
การฝาก ต้งั แต่ 1 ปีขนึ้ ไป แต่เม่ือรวมกบั ดอกเบี้ยเงินฝากประจาทกุ ประเภทรวมกนั แลว้ ตอ้ งมีจานวนทั้งส้นิ
ไม่เกิน 30,000 บาท ตลอดปีภาษนี น้ั และผู้มีเงนิ ได้ได้รบั ดอกเบีย้ เงินฝากดังกล่าวเมอ่ื มี อายุไม่ต่ากวา่ 55
ปบี รบิ รู ณ์ ทงั้ น้ี สาหรับเงินได้ท่ีได้รับตง้ั แตว่ นั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป โดยเป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไขท่ีอธบิ ดปี ระกาศกาหนด (แก้ไขเพม่ิ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 250 (พ.ศ.
2548) ใช้บงั คบั สาหรับเงินได้ปี 2548 เป็นต้นไป) (ม.40(4)ก ยกเว้นไมต่ ้องนำไปร่วมคำนวณ)

91. (F) เงนิ ได้พงึ ประเมนิ หลังจากหักค่าใชจ้ ่ายและคา่ ลดหย่อนตามมาตรา 47(1) (2) (3) (4) (5)
หรือ (6) แหง่ ประมวลรัษฎากร เทา่ จานวนทบี่ รจิ าคใหแ้ กส่ ว่ นราชการ เพือ่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
วาตภัย อคั คีภยั หรือภยั ธรรมชาตอิ ื่น แต่เมื่อรวมกับเงนิ บรจิ าคตามมาตรา 47(7) แห่งประมวลรัษฎากร
แลว้ ตอ้ งไมเ่ กนิ ร้อยละ 10 ของเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ หลงั จากหกั ค่าใชจ้ ่ายและหักค่าลดหย่อนดงั กล่าวนน้ั
ทัง้ นี้ สาหรบั เงนิ ได้พึงประเมนิ ประจาปี พ.ศ. 2547 ที่ตอ้ งยื่นรายการในปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป (แก้ไข
เพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 253 (พ.ศ. 2548) ใช้บงั คับสาหรบั เงินไดป้ ี 2547 เปน็ ต้นไป) (สทิ ธินำไป
หักเปน็ ค่ำลดหย่อยเงินบริจำค)

92. (A) เงินได้จากการโอนกรรมสทิ ธห์ิ รอื สิทธิครอบครองในอสงั หาริมทรัพย์ โดยไม่มี
ค่าตอบแทนใหแ้ กส่ ภากาชาดไทย (แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 256 (พ.ศ. 2548) ใชบ้ งั คบั ตง้ั แต่
วนั ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป)

93. (B) เงินได้ทผี่ ูม้ เี งนิ ไดซ้ ่ึงเปน็ ผู้อยู่ในประเทศไทยและมีอายุไม่ต่ากว่า 65 ปบี รบิ รู ณ์ในปีภาษี
ไดร้ บั เฉพาะส่วนท่ีไมเ่ กนิ 190,000 บาท ในปีภาษีนัน้ ท้งั น้ี สาหรบั เงนิ ไดท้ ่ีได้รับตั้งแตว่ ันท่ี 1 มกราคม
พ.ศ. 2548 เปน็ ต้นไป โดยเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขท่ีอธบิ ดีกรมสรรพากรประกาศกาหนด
(แก้ไขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 257 (พ.ศ. 2549) ใช้บังคบั สาหรบั เงินได้ปี 2548 เปน็ ต้นไป) (ได้รับ
ยกเว้น นำไปหกั กบั เงนิ ได้พงึ ประเมินก่อน)

94. (B) เงินที่มีลักษณะเดยี วกับบาเหน็จดารงชพี ตามกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญ
ข้าราชการและกฎหมายว่าด้วยกองทนุ บาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการ (กบข.) ซ่ึงพนักงานการทา่ เรือแห่ง
ประเทศไทย พนกั งานการรถไฟแห่งประเทศไทย และพนักงานธนาคารออมสนิ ไดร้ ับ โดยมอี ัตราและ
วธิ ีการคานวณเช่นเดยี วกับบาเหนจ็ ดารงชพี ตามกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการและกฎหมายว่า
ดว้ ยกองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการ (ไดร้ ับยกเวน้ นำไปหกั กบั เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ม.40(1) กอ่ น)

ท้ังน้ี ต้ังแต่วนั ท่ี 10 มีนาคม พ.ศ. 2547 เปน็ ตน้ ไป (แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 258
(พ.ศ. 2549) ใช้บังคบั ตั้งแต่วันท่ี 10 มนี าคม พ.ศ. 2547 เป็นตน้ ไป)

95. (A) เงนิ ได้ทีค่ ณะกรรมการโครงการทุนเลา่ เรยี นหลวงสาหรบั พระสงฆ์ไทยไดร้ ับเพื่อ
ประโยชนข์ องโครงการทนุ เลา่ เรียนหลวงสาหรบั พระสงฆ์ไทย ทัง้ นี้ ตัง้ แต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
เปน็ ตน้ ไป (แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 259 (พ.ศ. 2549) ใชบ้ งั คับตั้งแตว่ ันที่ 5 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.
2547 เปน็ ตน้ ไป) (ม.40(8) ยกเว้นไม่ต้องนำไปรว่ มคำนวณ)

2 - 58

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

96. (A) เงนิ ไดจ้ ากการขายสัญญาซอื้ ขายล่วงหนา้ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสญั ญาซอ้ื ขายลว่ งหน้า
ซึง่ กระทาในศนู ย์ซ้อื ขายสัญญาซอ้ื ขายล่วงหนา้ เฉพาะกรณีท่ีไม่มกี ารสง่ มอบสินคา้ ท้ังนี้ สาหรับเงนิ ได้พึง
ประเมินท่ีไดร้ บั ต้ังแต่วันท่ี 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 เปน็ ต้นไป (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบบั ที่
260 (พ.ศ. 2549) ใชบ้ ังคับสาหรับเงนิ ได้ที่ไดร้ ับตั้งแตว่ ันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 เปน็ ตน้ ไป) (ม.40(8)
ยกเวน้ ไมต่ ้องนำไปรว่ มคำนวณ)

97. (D) เงนิ ไดเ้ ท่าทีผ่ ู้มีเงนิ ได้จา่ ยเปน็ เบ้ยี ประกันภัยให้แก่บริษัทประกนั ชวี ิตหรือบรษิ ัทประกัน
วนิ าศภยั ทปี่ ระกอบกิจการในราชอาณาจักรตามจานวนท่ีจ่ายจรงิ แตไ่ มเ่ กนิ 15,000 บาท สาหรับการ
ประกนั สุขภาพบดิ ามารดาของผ้มู เี งนิ ได้ รวมท้ังบิดามารดาของสามหี รอื ภรยิ าของผูม้ เี งินได้ ซึ่งมีรายได้
ไม่เพยี งพอแก่การยงั ชีพ ทัง้ นี้ ตอ้ งเปน็ เบีย้ ประกันภัยที่ได้จ่ายในปี พ.ศ. 2549 เปน็ ต้นไป และให้เปน็ ไป
ตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการที่อธบิ ดกี าหนด (แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 263 (พ.ศ. 2549) ใช้
บงั คับสาหรบั เงนิ ได้ปี 2549 เปน็ ตน้ ไป)

98. (A) เงนิ ไดเ้ ทา่ ทีน่ ายจ้างจ่ายเป็นเบีย้ ประกนั ภยั ให้แก่บริษัทประกันชวี ติ หรือบรษิ ัทประกนั
วนิ าศภัยทีป่ ระกอบกจิ การในราชอาณาจักร สาหรับกรมธรรม์ประกนั ภัยกลุ่มทมี่ ีกาหนดเวลา ไมเ่ กิน 1 ปี
เฉพาะในสว่ นท่คี ุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสาหรับ (ม.40(1) ยกเวน้ ไมต่ อ้ งนำไปร่วมคำนวณ)

(ก) ลูกจา้ ง สามี ภรยิ า บพุ การีหรอื ผ้สู ืบสันดาน ซง่ึ อยูใ่ นความอปุ การะเลย้ี งดูของลกู จา้ ง
ทั้งนี้ เฉพาะการรักษาพยาบาลในประเทศไทย

(ข) ลูกจ้าง ในกรณีทีจ่ าเป็นต้องได้รบั การรักษาพยาบาลในต่างประเทศ ในขณะท่ี
ปฏบิ ตั กิ ารตามหน้าทใี่ นตา่ งประเทศเป็นคร้งั คราว ทงั้ นสี้ าหรับเงนิ ไดท้ ่ีไดร้ ับต้งั แต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ.
2549 เป็นต้นไป (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 263 (พ.ศ. 2549) ใช้บังคับสาหรบั เงินไดป้ ี 2549
เปน็ ต้นไป)

99. (B) เงนิ ได้ของวสิ าหกิจชมุ ชนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ เสริมวสิ าหกิจชมุ ชน เฉพาะท่ี
เป็นหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั หรือคณะบุคคลท่ีมใิ ช่นิติบคุ คล ซ่ึงมเี งนิ ไดไ้ ม่เกนิ 1,800,000 บาท สาหรับปภี าษี
น้ัน ทัง้ น้ี สาหรบั เงนิ ได้พงึ ประเมินท่ีได้รับต้งั แตว่ นั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ถงึ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.
2559 และให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือ่ นไขท่อี ธิบดีประกาศกาหนด (แก้ไขเพ่ิมเติมโดย
กฎกระทรวง ฉบับท่ี 303 (พ.ศ. 2551) ใชบ้ งั คบั สาหรบั เงนิ ไดท้ ่ีได้รบั ตั้งแตว่ นั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ถงึ
วนั ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559) (ไดร้ ับยกเว้น นำไปหกั กับเงนิ ได้พงึ ประเมินก่อน)

100. (B) เงนิ ไดท้ ี่มีลักษณะเดยี วกับบาเหนจ็ ดารงชีพตามกฎหมายวา่ ดว้ ยบาเหน็จบานาญ
ขา้ ราชการและกฎหมายวา่ ด้วยกองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ (กบข) ซ่งึ เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย
ได้รับ โดยมอี ตั ราและวธิ กี ารคานวณเช่นเดียวกับบาเหน็จดารงชีพตามกฎหมายว่าดว้ ยบาเหน็จบานาญ
ข้าราชการและกฎหมายว่าดว้ ยกองทุนบาเหน็จบานาญขา้ ราชการ (แก้ไขเพม่ิ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่
268 (พ.ศ. 2552) ใช้บงั คับต้งั แตว่ นั ที่ 26 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เปน็ ต้นไป)
(ม.40(1) ยกเว้นไมต่ ้องนำไปร่วมคำนวณ)

101. (A) เงนิ ได้จากการโอนกรรมสทิ ธ์ิหรอื สิทธิครอบครองในอสงั หาริมทรพั ยโ์ ดยไม่มี
ค่าตอบแทนให้แก่มูลนิธิสงเคราะห์เดก็ ของสภากาชาดไทย ท้ังนี้ สาหรบั เงินไดพ้ ึงประเมินทไ่ี ดร้ บั ตง้ั แต่

2 - 59

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา

วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เปน็ ตน้ ไป (แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 275 (พ.ศ. 2553) ใชบ้ งั คับ
สาหรับเงนิ ได้ปี 2553 เปน็ ต้นไป) (ม.40(8) ยกเว้นไมต่ ้องนำไปร่วมคำนวณ)

102. (B) เงินได้ทผ่ี มู้ ีเงินไดเ้ ป็นคนพกิ ารท่มี ีบตั รประจาตัวคนพกิ ารตามกฎหมายว่าดว้ ยการ
สง่ เสริมและพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการ ซึ่งเปน็ ผู้อยูใ่ นประเทศไทยและมอี ายุไมเ่ กิน 65 ปีบริบรู ณ์ในปี
ภาษีได้รบั เฉพาะ ส่วนท่ีไมเ่ กนิ 190,000 บาท สาหรบั ปีภาษนี ้ัน ทั้งนี้ สาหรบั เงินได้พึงประเมินที่ได้รับ
ต้งั แต่วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เปน็ ตน้ ไป และให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขที่อธิบดี
กาหนด (แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 281 (พ.ศ. 2554) ใชบ้ ังคบั สาหรบั เงนิ ได้ปี 2553 เป็นต้น
ไป) (ไดร้ ับยกเวน้ นำไปหักกบั เงินได้พงึ ประเมินก่อน)

103. (A) เงินไดต้ ามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ท่ีผปู้ ระสบ
อุทกภัย วาตภยั อัคคภี ยั หรอื ภัยธรรมชาติอน่ื ที่เกดิ ขึ้นต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เปน็ ตน้ ไป ซง่ึ ได้
ลงทะเบียนไว้กับศูนย์หรือหนว่ ยงานให้ความชว่ ยเหลือของทางราชการได้รับเฉพาะส่วนที่เท่ากับจานวน
ค่าความเสยี หายทเี่ กดิ ขนึ้ ทง้ั นี้ ตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไข ทอี่ ธิบดีประกาศกาหนด (แกไ้ ข
เพม่ิ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 282 (พ.ศ. 2554) ใชบ้ งั คับสาหรบั เงนิ ไดป้ ี 2554 เปน็ ต้นไป) (ยกเว้นไม่
ตอ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

104. (A) เงนิ ไดท้ ี่คานวณได้จากมลู ค่าทล่ี ูกจา้ งไดร้ ับจากการนาบุตรชอบด้วยกฎหมายของตน
แต่ไมร่ วมถงึ บุตรบญุ ธรรมไปอยใู่ นความดแู ลของสถานรบั เลย้ี งเด็กตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการคุ้มครองเด็ก ท่ี
นายจา้ งได้รับใบอนญุ าตใหจ้ ัดต้ังขึ้นเพอ่ื เปน็ สวสั ดกิ ารของลูกจา้ งสาหรับสถานประกอบการนัน้ ทัง้ นี้
สาหรบั เงินได้พึงประเมินที่ได้รบั ตงั้ แต่วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป (แก้ไขเพิ่มเติมโดย
กฎกระทรวง ฉบับท่ี 285 (พ.ศ. 2554) ใช้บงั คับสาหรบั เงินได้ปี 2554 เป็นตน้ ไป) (ม.40(1) ยกเว้นไม่
ตอ้ งนำไปร่วมคำนวณ)

105. (A) เงนิ ไดท้ ี่นกั แสดงสาธารณะที่เป็นนักแสดงภาพยนตรซ์ ึ่งมีภมู ลิ าเนาอยใู่ นตา่ งประเทศ
ได้รับอันเนื่องมาจากการแสดงภาพยนตร์ตา่ งประเทศซึง่ ดาเนินการสร้างโดยบริษทั หรือห้างหุ้นส่วนนิติ
บุคคลทต่ี ั้งขน้ึ ตามกฎหมายของตา่ งประเทศและไดร้ บั อนุญาตการสร้างตามกฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์และ
วดี ทิ ศั น์ ทั้งน้สี าหรบั เงนิ ได้พึงประเมินที่ไดร้ บั ต้ังแตว่ นั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2554 ถงึ วันท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ.
2558 (แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบบั ที่ 289 (พ.ศ. 2555) ใชบ้ ังคับสาหรับเงินได้ปี 2554 - 2558)
(ม.40(8) ยกเว้นไม่ต้องนำไปร่วมคำนวณ)

106. (A) เงนิ ไดจ้ ากการขายหลกั ทรพั ย์ท่จี ดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสมาชกิ
อาเซยี น ทมี่ ีการซ้ือขายผ่านระบบทต่ี ลาดหลักทรัพย์แหง่ ประเทศไทยจดั ให้มีข้ึนเพ่ือเช่ือมโยงการซอื้ ขายกับ
ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสมาชิกอาเซยี น (ยกเว้นไมต่ ้องนำไปร่วมคำนวณ) แตไ่ มร่ วมถึง เงนิ ไดจ้ าก
การขายหลักทรพั ย์ท่ีเปน็ ตวั๋ เงินคลงั พนั ธบตั ร ตวั๋ เงนิ หรือหุ้นกู้ (ตอ้ งเสียภำษ)ี

107. (A) เงนิ คา่ ตอบแทนพเิ ศษท่เี จ้าหนา้ ทีผ่ ูป้ ฏิบัติงานได้รบั ตามระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี
ว่าดว้ ยบาเหน็จความชอบสาหรบั เจ้าหนา้ ท่ีผปู้ ฏิบัตงิ านในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2550 ทัง้ น้ี
สาหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รบั ตัง้ แตว่ ันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป (แก้ไขเพิ่มเติมโดย

2 - 60

บทท่ี 2 ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา

กฎกระทรวง ฉบับที่ 295 (พ.ศ. 2555) ใชบ้ ังคบั สาหรบั เงินได้ปี 2555 เป็นตน้ ไป) (ม.40(1)(2) ยกเว้นไม่
ต้องนำไปรว่ มคำนวณ)

108. (A) เงนิ ได้ส่วนทเี่ ปน็ เงินค่าทดแทน เงนิ ค่าตอบแทน หรอื เงนิ อน่ื ที่มีลักษณะทานอง
เดียวกนั ท่ีได้รบั เนือ่ งจากความเสียหายหรอื เสื่อมประโยชน์ทเี่ กิดขน้ึ จากการใช้อานาจของรัฐตามท่ี
กฎหมายกาหนด ในการเข้าไปในอสงั หารมิ ทรัพย์ การเข้าใช้สอย หรอื เขา้ ครอบครองอสังหารมิ ทรพั ย์
หรือการใช้ประโยชนใ์ นทรพั ย์สิน ทัง้ น้ี สาหรับเงนิ ได้ท่ีไดร้ ับต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป
(แก้ไขเพ่มิ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 301 (พ.ศ. 2556) ใช้บังคับสาหรับเงนิ ไดป้ ี 2556 เป็นตน้ ไป)
(ม.40(8) ยกเว้นไมต่ ้องนำไปรว่ มคำนวณ)

109. (F) เงนิ ได้พึงประเมินหลังจากหกั ค่าใช้จา่ ยและหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4)
(5) หรอื (6) แห่งประมวลรษั ฎากร เท่าจานวนเงนิ ท่บี ริจาคใหแ้ ก่กรมศลิ ปากรเพื่อการบูรณะ
โบราณสถาน โบราณวัตถุและศิลปวัตถุตามกฎหมายว่าดว้ ยโบราณสถาน โบราณวตั ถุ ศิลปวัตถุ และ
พิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ แตเ่ มือ่ รวมกบั เงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แหง่ ประมวลรัษฎากร แลว้ ต้องไม่
เกนิ ร้อยละ 10 ของเงนิ ได้พึงประเมนิ หลังจากหักคา่ ใช้จา่ ยและหักลดหย่อนดงั กลา่ ว ทั้งน้ี สาหรบั เงินได้
พึงประเมินประจาปี พ.ศ. 2556 ที่ตอ้ งยืน่ รายการในปี พ.ศ. 2557 เป็นตน้ ไป (แก้ไขเพม่ิ เติมโดย
กฎกระทรวง ฉบับที่ 302 (พ.ศ. 2556) ใชบ้ ังคับสาหรับเงนิ ไดป้ ี 2556 เป็นต้นไป) (สิทธินำไปหักเป็นคำ่
ลดหย่อย)

110. (A) เงินไดท้ ่ีไดร้ ับจากส่วนแบ่งของกาไรจากห้างหุ้นส่วนสามญั หรือคณะบุคคลท่ีมิใช่นิติ
บคุ คลท่ีได้รับจาก

(ก) การให้เชา่ อสังหารมิ ทรัพย์ท่ีเป็นกรรมสทิ ธ์ิรวมอันได้มาโดยทางมรดก หรอื ไดร้ บั จากการ
ให้โดยเสนห่ า ซึ่งต้องเสยี ภาษีเงนิ ไดต้ ามสว่ น 2 หมวด 3 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร (ม.40(8)
ยกเว้นไมต่ อ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

(ข) ดอกเบ้ียเงินฝาก ตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรษั ฎากร และถูกหักภาษเี งินได้ ณ
ทจ่ี า่ ย ตามมาตรา 50(2) แหง่ ประมวลรัษฎากร ทงั้ นี้ เฉพาะกรณที ี่ผมู้ เี งินไดด้ ังกลา่ วไม่ขอรับเงนิ ภาษที ี่
ถกู หกั ไวน้ น้ั คนื หรือไมข่ อเครดติ เงนิ ภาษีที่ถกู หักไวน้ ้นั ไม่ว่าท้ังหมดหรือบางส่วน (แกไ้ ขเพิ่มเติมโดย
กฎกระทรวง ฉบับท่ี 309 (พ.ศ. 2558) ใชบ้ งั คบั สาหรับเงนิ ไดป้ ี 2558 เป็นตน้ ไป) (ม.40(4)ก ยกเว้นไม่
ตอ้ งนำไปร่วมคำนวณ)

111. (D) เงินไดเ้ ท่าทีส่ มาชิกกองทนุ การออมแห่งชาติ จ่ายเป็นเงินสะสมเขา้ กองทุนการออม
แหง่ ชาติตามกฎหมายวา่ ดว้ ยกองทนุ การออมแหง่ ชาติ ตามจานวนทีจ่ ่ายจริง แตไ่ มเ่ กิน 500,000 บาท
สาหรับปีภาษีนัน้ และให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงอ่ื นไขท่ีอธิบดปี ระกาศกาหนด (สิทธินำไปหกั
เปน็ ค่ำลดหย่อย)

เงนิ ได้ที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนงึ่ เมอื่ รวมกบั เงินได้ที่ไดร้ ับยกเวน้ ไมต่ ้องรวมคานวณเพ่ือเสยี
ภาษเี งนิ ได้ สาหรบั กรณีทีผ่ ูม้ ีเงนิ ได้จ่ายเป็นเงนิ สะสมเข้ากองทุนสารองเลีย้ งชีพตามกฎหมาย วา่ ดว้ ยกองทนุ
สารองเล้ียงชพี ตาม (56) หรือเงนิ สะสมเขา้ กองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการตามกฎหมาย วา่ ดว้ ย (B)
กองทนุ บำเหนจ็ บำนำญขำ้ รำชกำร ตาม (64) หรอื (B) เงนิ สะสมเข้ำกองทนุ สงเครำะห์ตามกฎหมาย วา่

2 - 61

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา

ด้วยโรงเรียนเอกชนตาม (75) แล้วแต่กรณี หรอื เงนิ คา่ ซื้อหน่วยลงทุนใน (B)+(C) กองทุนรวมเพื่อกำร
เลย้ี งชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยหลกั ทรพั ยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์ตาม (76) หรอื เบีย้ ประกนั ภัยสาหรับการ (C)
ประกนั ชีวติ แบบบำนำญ ตาม (82) แลว้ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ในปภี าษีเดียวกัน (แกไ้ ขเพิ่มเติม
โดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 314 (พ.ศ. 2559) ใช้บงั คบั สาหรับเงินได้ปี 2558 เปน็ ตน้ ไป) (สิทธินำไปหกั เป็น
คำ่ ลดหย่อย)

112. (A) เงินหรือผลประโยชนใ์ ด ๆ ทไ่ี ด้รับจากกองทนุ การออมแห่งชาติ ตามกฎหมายวา่ ด้วย
กองทุนการออมแห่งชาติ เน่ืองจากสมาชกิ กองทุนการออมแหง่ ชาติ ทพุ พลภาพ หรอื ส้นิ สมาชกิ ภาพ
เพราะอายุ ครบ 60 ปบี ริบรู ณ์ หรือถอื วา่ เป็นกรณที ี่สมาชกิ มี อายุครบ 60 ปบี รบิ รู ณ์ หรอื ตาย ท้งั น้ี ให้
เปน็ ไป ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขที่อธบิ ดปี ระกาศกาหนด (แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบับที่
314 (พ.ศ. 2559) ใช้บงั คบั สาหรับเงินได้ปี 2558 เป็นตน้ ไป) (สิทธินำไปหักเปน็ ค่ำลดหย่อย)

113. (A) เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ทไี่ ด้รบั เนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคนื ให้แกก่ องทนุ รวม
เพือ่ การเล้ยี งชีพตามกฎหมายว่าดว้ ยหลักทรพั ยแ์ ละตลาดหลกั ทรพั ย์ ตัง้ แต่วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559
เปน็ ต้นไป โดยหน่วยลงทนุ ดงั กล่าวตอ้ งเป็นหนว่ ยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือการเล้ยี งชีพที่ได้จากการโอน
หรอื เกี่ยวเนอื่ งจากการโอนมาจากกองทนุ สารองเลย้ี งชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสารองเลยี้ งชพี เฉพาะ
กรณีทผ่ี มู้ ีเงนิ ได้ขายหนว่ ยลงทนุ นน้ั เม่ือ มอี ายไุ ม่ต่ากวา่ 55 ปบี รบิ ูรณ์ และมีระยะเวลาการเป็น สมาชิก
กองทุนสารองเล้ยี งชีพกับระยะเวลาถอื หน่วยลงทนุ ในกองทุนรวมเพอ่ื การเลีย้ งชีพมาแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ 5 ปี
หรือทุพพลภาพหรอื ตาย ทั้งนืต้ ามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงือ่ นไขอธบิ ดปี ระกาศกาหนด (แก้ไขเพิ่มเติม
โดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 324 (พ.ศ. 2560) ใช้บังคับสาหรบั การขายหนว่ ยลงทนุ คนื ต้ังแต่วนั ท่ี 1 มกราคม
พ.ศ. 2559 เปน็ ต้นไป) (รับยกเว้นไมต่ ้องนำไปรว่ มคำนวณ)

114. (A) เงินไดท้ ่ีนกั กีฬาและผ้ฝู กึ สอนกีฬาไดร้ ับจากการใหโ้ ดยเสน่หาเนื่องในพธิ ี หรือตาม
โอกาสแห่งขนบธรรมเนยี มประเพณี เพื่อเปน็ รางวลั อันเน่ืองมาจากการเขา้ รว่ มการแข่งขันรายการมหกรรม
กฬี า และรายการแข่งขันกีฬาสมคั รเล่นระดับนานาชาติ เฉพาะส่วนท่ีเกนิ 10 ลา้ นบาท ท้ังนี้ ตาม
หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไขท่ีอธบิ ดีประกาศกาหนด (แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยกฎกระทรวง ฉบบั ที่ 325 (พ.ศ.
2560) ใชบ้ ังคบั สาหรับเงนิ ได้ที่ได้รบั ต้ังแตว่ นั ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เป็นตน้ ไป)
(ม.40(8) ยกเว้นไมต่ ้องนำไปร่วมคำนวณ)

115. (D) เงินไดเ้ ท่าทผี่ มู้ เี งินไดจ้ ่ายเป็นเงนิ ฝากไว้กับธนาคารทม่ี กี ฎหมายจดั ตง้ั ขึ้นโดยเฉพาะใน
ปภี าษีตามจานวนท่ีจา่ ยจรงิ แต่ไมเ่ กิน 100,000 บาท ซึ่งการฝากเงนิ น้นั มขี ้อตกลงวา่ ธนาคารผรู้ ับฝากเงนิ
จะจ่ายเงินและผลประโยชนต์ ามข้อตกลงโดยอาศยั ความทรงชพี หรอื มรณะของผูฝ้ ากเงิน และมีกาหนด
ระยะเวลาการฝากเงนิ ตั้งแต่ 10 ปีขนึ้ ปี ทง้ั น้ี เม่ือรวมกบั ค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (ง) แหง่ ประมวล
รัษฎากร หรอื เงนิ ได้ตาม (82) วรรคหนงึ่ แลว้ ต้องไมเ่ กนิ 100,000 บาท และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร
และเง่ือนไขทีอ่ ธบิ ดปี ระกาศกาหนด (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 326 (พ.ศ. 2560) ใช้บงั คับ
สาหรับเงนิ ได้ปี 2559 เป็นตน้ ไป) (สทิ ธินำไปหกั เปน็ ค่ำลดหยอ่ ย)

116. (A) เงนิ หรือผลประโยชน์ใด ๆ ทผี่ ้มู ีเงนิ ได้ได้รบั เน่ืองจาการฝากเงนิ กับธนาคารทมี่ ี
กฎหมายจดั ตัง้ ขึน้ โดยเฉพาะและไดร้ ับยกเว้นไม่ต้องรวมคานวณเพอื่ เสยี ภาษีเงินได้ตาม (115) (แก้ไข

2 - 62

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เพมิ่ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 326 (พ.ศ. 2560) ใช้บังคับสาหรบั เงินไดป้ ี 2559 เปน็ ตน้ ไป) (ม.40(8)
ยกเว้นไม่ต้องนำไปร่วมคำนวณ)

117. (E) เงินได้พึงประเมนิ หลงั จากหกั คา่ ใช้จา่ ยและหักคา่ ลดหยอ่ นตามมาตรา 47 (1) (2) (3)
(4) (5) หรอื (6) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจานวน 2 เทา่ ของรายจา่ ย แต่ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 10 ของเงินได้
ดงั กล่าว ดงั ต่อไปน้ี (สิทธินำไปหักเปน็ ค่ำลดหย่อยเงนิ บรจิ ำค)

117.1. (E) รายจ่ายที่จ่ายเป็นคา่ ใชจ้ า่ ยเพ่ือสนับสนุนการศึกษาตามโครงการทก่ี ระทรวง
ศกึ ษาเห็นชอบ (พระราชกฤษฎกี า (ฉบบั ท่ี 420) พ.ศ. 2547) (สิทธนิ ำไปหักเปน็ คำ่ ลดหย่อยเงินบริจำค)

117.2 (E) เงนิ บริจาคให้สถานศึกษาของรฐั โรงเรียนเอกชน (แต่ไม่รวมโรงเรียนนอก
ระบบ) หรอื สถาบนั อุดมศึกษาเอกชน สาหรับการกระทาตั้งแต่วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 ถึงวันท่ี 31
ธันวาคม พ.ศ. 2561 (พระราชกฤษฎีกา (ฉบับท่ี 558) พ.ศ. 2556 และพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 616)
พ.ศ. 2559 โดยตอ้ งนา (117.1) มานับรวมกันดว้ ย) (สทิ ธินำไปหกั เป็นคำ่ ลดหย่อยเงนิ บรจิ ำค)

117.3 (E) รายจา่ ยทีใ่ หส้ ถานศึกษาของทางราชการ สถานศกึ ษาขององคก์ ารของรฐั บาล
โรงเรยี นเอกชนทตี่ ้งั ขนึ้ ตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงเรยี นเอกชน สถาบันอุดมศึกษาท่ีต้ังข้ึนตามกฎหมาย
สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เพื่อใช้ในการจดั หาหนงั สือ หรือสือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เพื่อสง่ เสริมการอ่าน (พระ
ราชกฤษฎีกา (ฉบบั ที่ 515) พ.ศ. 2554) (สิทธนิ ำไปหกั เป็นคำ่ ลดหยอ่ ยเงนิ บรจิ ำค)

117.4. (E) รายจา่ ยบริจาคกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาที่
กระทรวงศึกษาธิการจดั ต้งั ข้นึ (พระราชกฤษฎีกา (ฉบับท่ี 520) พ.ศ. 2554) (สิทธนิ ำไปหักเป็นค่ำลดหยอ่ ย
เงินบรจิ ำค)

117.5 (E) รายจ่ายท่ใี ห้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น (อปท.) ในการจดั ต้ังศนู ยพ์ ฒั นาเดก็
เล็กหรือสนับสนุนการดาเนนิ งานของศนู ย์พฒั นาเดก็ เล็กในสังกดั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ (พระราช
กฤษฎีกา (ฉบับท่ี 526) พ.ศ. 2554) (สิทธินำไปหกั เปน็ คำ่ ลดหย่อยเงินบรจิ ำค)

117.6. (E) เงนิ ทีบ่ ริจาคให้แก่ โครงการฝึกอบรมอาชีพและการจดั กจิ กรรมท่ีเกีย่ วข้องกบั
การบาบดั แก้ไข ฟ้นื ฟูและสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของสถานพินจิ และคุ้มครองและเยาวชนหรือศูนยฝ์ ึก
และอบรมเด็กและเยาวชน ในกรมพินจิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม (พระราช
กฤษฎีกา (ฉบับท่ี 541) พ.ศ. 2555 โดยต้องนา (117.1) มานับรวมกนั ดว้ ย) (สิทธินำไปหกั เป็นคำ่ ลดหย่อย
เงนิ บรจิ ำค)

117.7. (E) เงินบริจาคใหแ้ ก่ การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกฬี าจังหวดั ฯ ท่ีจดั ตั้ง
ขนึ้ ตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาจังหวัด หรือสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่
จดั ตัง้ ขน้ึ โดยได้รับอนญุ าตจาการกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษาหรือกองทนุ พฒั นาการกีฬาแหง่ ชาติ
เพ่ือนาไปจัดหาอปุ กรณก์ ีฬา การฝกึ ซ้อมหรือการแข่งขัน การจัดสร้างและพัฒนาสนามกีฬาหรอื ศูนย์ฝึกกีฬา
ฯ การสง่ เสรมิ สนับสนนุ การจัดการแข่งขนั กีฬาหรือการพัฒนานักกีฬาและบุคลากรด้านกีฬา สาหรบั การ
กระทา ตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 (พระราชกฤษฎีกา (ฉบบั ที่ 559) พ.ศ.
2556 และ พระราชกฤษฎีกา (ฉบบั ท่ี 596) พ.ศ. 2559 โดยต้องนา (117.1) มานบั รวมกัน) (สิทธินำไปหัก
เปน็ คำ่ ลดหยอ่ ยเงนิ บรจิ ำค)

2 - 63

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

118. (F) เงินไดพ้ งึ ประเมนิ หลังจากหักค่าใชจ้ า่ ยและหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4)
(5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เท่าจานวนเงนิ ทบ่ี ริจาคให้แก่กองทุนสวสั ดิการจดั ต้ังขน้ึ ตามระเบียบ
สานกั นายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยการจดั สวสั ดิการภายในส่วนราชการ แต่เม่อื รวมกบั เงินบรจิ าคตามมาตรา 47
(7) แหง่ ประมวลรัษฎากรแลว้ ต้อง ไมเ่ กินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จา่ ยและหัก
ลดหยอ่ น ดังกลา่ วนั้น ทง้ั น้ี สาหรับเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ทเี่ กิดขึ้นต้ังแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้น (พระราช
กฤษฎีกา (ฉบบั ที่ 424) พ.ศ. 2547 และประกาศอธบิ ดีฯ (ฉบบั ท่ี 134) พ.ศ. 2547 โดยต้องนา (117.1) มา
นับรวมกันด้วย) (สิทธินำไปหกั เปน็ ค่ำลดหยอ่ ยเงนิ บรจิ ำค)

119. (F) เงินไดพ้ งึ ประเมนิ หลังจากหกั ค่าใช้จ่ายและหักลดหยอ่ นตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4)
(5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เทา่ จานวนเงนิ ท่บี รจิ าคใหแ้ กก่ องทุนฟน้ื ฟูสมรรถภาพคนพิการตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยการฟน้ื ฟสู มรรถภาพคนพกิ าร กองทนุ สง่ เสริมการจัดสวสั ดิการสังคมตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
การส่งเสรมิ การจัดสวสั ดิการสังคม กองทนุ คุ้มครองเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเดก็ หรือกองทนุ
พัฒนากีฬาแหง่ ชาติท่ีจดั ตั้งข้ึนตามมตคิ ณะรฐั มนตรี เมือ่ วันที่ 16 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2542 แตเ่ มอ่ื รวมกับเงิน
บรจิ าคตามมาตรา 47(7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้วต้องไมเ่ กินรอ้ ยละ 10 ของเงินได้พงึ ประเมินหลงั จาก
หกั คา่ ใช้จ่ายและหักลดหย่อนน้นั (พระราชกฤษฎีกา (ฉบับท่ี 428) พ.ศ. 2548) (สทิ ธินำไปหกั เป็นคำ่ ลด
หย่อยเงนิ บรจิ ำค)

120. (G) ยกเวน้ ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดาสาหรับเงินไดส้ ุทธจิ ากการคานวณภาษเี งินได้ตาม
มาตรา 48 (1) เฉพาะส่วนท่ีไมเ่ กิน 150,000 บาทแรก สาหรบั ปีภาษนี ั้น (พระราชกฤษฎกี า (ฉบบั ที่
470) พ.ศ. 2551) (ได้รบั สทิ ธิยกเวน้ เงินได้สุทธิ 150,000 บำทแรก ในกำรคำนวณอัตรำภำษี
กำ้ วหน้ำ)

121. (D) เงินได้เท่าทีได้จา่ ยเป็นคา่ ซ้อื อสงั หาริมทรัพย์ทเี่ ปน็ อาคาร อาคารพร้อมทด่ี ิน หรอื
ห้องชดุ ในอาคารชดุ เพ่ือเป็นท่อี ยู่อาศยั ตามหลักเกณฑด์ งั ตอ่ ไปน้ี

121.1 เงนิ ไดท้ จ่ี ่ายเป็นคา่ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ต้องเปน็ จานวนที่จา่ ยจริง แต่รวมกันทั้ง
หมดแลว้ ไมเ่ กนิ 3,000,000 บาท หกั เป็นคา่ ลดหย่อนได้ 20% ตดิ ตอ่ กัน 5ปี โดยต้องจ่ายไปในระหว่าง
วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ถึงวนั ท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552 และต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ใน
อสงั หารมิ ทรัพยน์ ั้น ให้แลว้ เสรจ็ ภายในช่วงเวลาดังกลา่ ว (สิทธินำไปหกั เปน็ ค่ำลดหยอ่ ย)

121.2 ผูม้ เี งินไดต้ ้องมีชื่อเป็นเจา้ ของกรรมสทิ ธใ์ิ นอสงั หารมิ ทรพั ย์ท่ีซ้ือเป็นเวลาติดตอ่ กันไม่
นอ้ ยกว่า 3 ปี นบั แตว่ นั ท่จี ดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหารมิ ทรพั ย์ และอสงั หาริมทรัพยน์ ั้นต้องไม่เคย
ผา่ นการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิมาก่อน ไมว่ า่ ท้ังหมดหรอื บางสว่ น ท้ังน้ี ใหเ้ ป็นไปตามเกณฑ์ วธิ กี าร
และเง่ือนไขที่อธบิ ดีประกาศกาหนด โดยอนุมัตริ ฐั มนตรี (สิทธินำไปหกั เป็นคำ่ ลดหย่อย)

121.3 เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสงั หาริมทรัพย์ตอ้ งเปน็ จานวนทจ่ี า่ ยจริง แตร่ วมกนั ทั้ง
หมดแล้ว ไม่เกนิ 3,000,000 บาท หักเป็นคา่ ลดหย่อนได้ 20% ติดต่อกัน 5ปี โดยตอ้ งจา่ ยไปใน
ระหว่างวันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2554 ถึงวนั ท่ี 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2554 และต้องมีการจดทะเบยี นโอน
กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์น้นั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในชว่ งเวลาดงั กลา่ ว (สทิ ธนิ ำไปหกั เป็นค่ำลดหยอ่ ย)

2 - 64

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา

121.4 เงนิ ได้ที่จ่ายเป็นคา่ ซื้ออสงั หาริมทรพั ย์ต้องเปน็ จานวนทจ่ี า่ ยจรงิ แต่รวมกันทั้ง
หมดแลว้ ไม่เกิน 3,000,000 บาท หักเปน็ คา่ ลดหยอ่ นได้ 20% ติดต่อกนั 5ปี โดยต้องจ่ายไปในระหวา่ ง
วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ถึงวันท่ี 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2558 และต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธใ์ิ น
อสงั หารมิ ทรัพย์นนั้ ใหแ้ ลว้ เสร็จภายในช่วงเวลาดงั กลา่ ว (สิทธนิ ำไปหักเปน็ คำ่ ลดหยอ่ ย)

121.5 เงินได้ท่ีจา่ ยเปน็ ค่าซ้ืออสังหาริมทรพั ย์ตอ้ งเปน็ จานวนทจ่ี ่ายจรงิ แต่รวมกนั ท้ัง
หมดแล้ว ไมเ่ กนิ 5,000,000 บาท หักเป็นคา่ ลดหยอ่ นได้ 20% ติดตอ่ กนั 5ปี โดยตอ้ งจ่ายไปในระหว่าง
วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ถึงวันที่ 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2552 และต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสทิ ธ์ใิ น
อสงั หาริมทรัพยน์ ัน้ ให้แล้วเสร็จภายในช่วงเวลาดังกลา่ ว (สิทธินำไปหกั เป็นคำ่ ลดหยอ่ ย)

122. (D) เงนิ ได้เทา่ ที่ได้จา่ ยเปน็ ค่าบริการใหแ้ กผ่ ูป้ ระกอบธรุ กจิ นาเท่ยี วตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
ธรุ กจิ นาเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ไดจ้ ่ายเปน็ ค่าพักในโรงแรมให้แก่ผปู้ ระกอบธุรกจิ โรงแรมตามกฎหมายวา่
ด้วยโรงแรมสาหรับการเดนิ ทางทอ่ งเทีย่ วภายในประเทศ ตามจานวนท่ีจ่ายจริง แต่รวมกนั ท้ังหมดแลว้
ไม่เกนิ 15,000 บาท ทง้ั นเ้ี ฉพาะคา่ บรกิ ารหรือคา่ ท่ีพักที่ไดจ้ ่ายไปต้งั แตว่ นั ท่ี 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ถงึ
วนั ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 และให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไขที่อธบิ ดีประกาศกาหนด
(สทิ ธินำไปหกั เป็นค่ำลดหย่อย)

123. (A) ยกเว้นภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดา ดงั นี้
123.1 เปน็ ผปู้ ระสบ อุทกภัย วาตภัย อัคคภี ยั หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดข้ึนในประเทศ

ไทย ตั้งแต่วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป
(1) สาหรับเงนิ ไดเ้ ทา่ จานวนเงนิ ชดเชยทไ่ี ด้รบั จากรัฐบาล
(2) สาหรบั เงินได้เท่าจานวนเงินหรือราคาทรพั ย์สินท่ไี ด้รับบริจาค หรอื ช่วยเหลอื เพือ่

ชดเชยความเสยี หายท่ีได้รับนอกเหนือจากกรณตี าม (1) ทั้งน้ี ต้องไมเ่ กินกว่ามลู ค่าความเสยี หายทไ่ี ดร้ บั
ทงั้ นีส้ าหรับปภี าษที ี่ไดม้ ีการรับเงนิ หรอื ทรัพย์สนิ ตาม (1) หรอื (2) และใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ
และเงื่อนไขทีอ่ ธิบดีประกาศกาหนด (ม.40(8) ยกเวน้ ไมต่ ้องนำไปร่วมคำนวณ)

123.2 (F) เงนิ ได้พงึ ประเมนิ หลังจากหกั ค่าใชจ้ ่ายและหักลดหยอ่ นตามมาตรา 47 (1) (2)
(3) (4) (5) หรอื (6) แห่งประมวลรัษฎากรเท่าจานวนเงนิ ทบ่ี ริจาค เพือ่ ชว่ ยเหลือผปู้ ระสบอุทกภยั วาตภยั
อคั คภี ยั หรอื ภัยธรรมชาติอื่นทีเ่ กิดขนึ้ ในประเทศไทย ตั้งแต่วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เปน็ ตน้ ไป โดยมี
บริษัทหรือหา้ งหนุ้ ส่วนนิตบิ ุคคลหรือนิตบิ คุ คลอ่ืน เป็นตวั แทนรับเงินหรอื ทรัพย์สนิ ท่ีบรจิ าคเพ่ือนาไป
ช่วยเหลือผู้ประสบอทุ กภัย วาตภยั อคั คภี ยั หรอื ภยั ธรรมชาติอ่ืนนนั้ แตเ่ มื่อรวมกับเงนิ บรจิ าคตามมาตรา
47 (7) แห่งประมวลรษั ฎากรแลว้ ตอ้ งไม่เกินร้อยละสิบของเงนิ ได้พึงประเมนิ หลังจากหักคา่ ใช้จา่ ยและหกั
ลดหยอ่ นนน้ั (สิทธินำไปหักเปน็ คำ่ ลดหยอ่ ยเงินบริจำค)

อนึ่ง มาตรการ ยกเว้นเงนิ ได้เพ่มิ อีกร้อยละ 50 กรณบี รจิ าคเพื่อช่วยเหลอื ผูป้ ระสบอุทกภยั
ระหวา่ งวนั ท่ี 1 กันยายน พ.ศ. 2554 ถงึ วนั ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 (พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 529)
พ.ศ. 2554) (ม.40(8) ยกเว้นไม่ต้องนำไปร่วมคำนวณ)

2 - 65

บทท่ี 2 ภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดา

124. (A) ใหย้ กเวน้ ภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดาใหแ้ กผ่ มู้ เี งินได้ แต่ไม่รวมถงึ ห้างห้นุ ส่วนสามัญ
หรือคณะบุคคลซึ่งมิใช่นิติบคุ คล สาหรบั เงินปันผลที่ไดจ้ ากกองทนุ รวมโครงสร้างพน้ื ฐานที่จดั ตงั้ ข้ึนตาม
กฎหมายว่าดว้ ยหลักทรพั ย์และตลาดหลักทรัพย์ เปน็ เวลา 10 ปี ต่อเนอื่ งกนั นบั แต่ปีภาษที ีม่ ีการจด
ทะเบียนจัดตั้งกองทุนรวม

ท้ังน้ี ตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขทอี่ ธิบดปี ระกาศกาหนด (พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่
544) พ.ศ. 2555) (ม.40(8) ยกเวน้ ไม่ตอ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

125. (A) ให้ยกเว้นภาษีเงนิ ไดใ้ ห้แก่บุคคลธรรมดาและบริษทั หรอื หา้ งห้นุ สว่ นนิตบิ ุคคล
125.1 ซง่ึ ได้รบั ผลกระทบหรือความเสยี หายอนั เนื่องมาจากการชมุ นุมทางการเมืองสาหรบั

เงินไดเ้ ท่าจานวนเงนิ เยยี วยาตามมติคณะรฐั มนตรี เม่ือวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555 และวนั ที่ 11
ธันวาคม พ.ศ. 2555 ที่ไดร้ บั จากรัฐ ตั้งแต่ปีภาษี 2555 เป็นต้นไป หรอื สาหรบั รอบระยะเวลาบัญชที ่เี รม่ิ ใน
หรือหลงั วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 (ม.40(8) ยกเวน้ ไม่ต้องนำไปรว่ มคำนวณ)

125.2 ซึง่ ได้รบั ผลกระทบหรือความเสียหายอนั เน่อื งมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน
จังหวดั ชายแดนภาคใต้ สาหรบั เงินไดเ้ ทา่ จานวนเงนิ ชว่ ยเหลือเยียวยาตามกฎหมายวา่ ด้วยการบรหิ าร
ราชการจงั หวัดชายแดนภาคใต้ทไ่ี ด้รับจากรัฐ ตั้งแต่ปีภาษี 2555 เปน็ ต้นไป หรอื สาหรบั รอบระยะเวลา
บัญชีทเ่ี ริ่มในหรือหลงั วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 (พระราชกฤษฎกี า (ฉบับที่ 567) พ.ศ. 2556) (ม.40(8)
ยกเวน้ ไมต่ อ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

126. (A) ให้ยกเวน้ ภาษีเงนิ ได้ สาหรับเงนิ ได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (2) (7) และ (8) ที่
ไดร้ ับจากหน่วยงานของรฐั สาหรับการจดั ทาอาหารเพ่ือนาไปชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบอุทกภัยในปี 2554 ท้งั นี้
เฉพาะเงนิ ได้ทีไ่ ดร้ บั ต้ังแตว่ ันที่ 8 ตลุ าคม พ.ศ. 2554 เปน็ ต้นไป (พระราชกฤษฎกี า (ฉบับที่ 568) พ.ศ.
2554) (ม.40(8) ยกเวน้ ไม่ตอ้ งนำไปรว่ มคำนวณ)

127. (A) ใหย้ กเว้นภาษเี งนิ ไดใ้ ห้แก่บุคคลธรรมดาและบริษทั หรอื ห้างหุ้นสว่ นนิตบิ ุคคลสาหรับ
เงนิ ไดเ้ ท่าจานวนเงนิ ทไ่ี ด้รับจากรฐั บาล เพื่อนาไปใช้ในการปอ้ งกนั อุทกภัย วาตภยั อัคคภี ัย หรอื ภัย
ธรรมชาตอิ ่ืนทอ่ี าจเกิดขนึ้ ในประทศไทยอนั มลี กั ษณะถาวร (ม.40(8) ยกเว้นไมต่ ้องนำไปรว่ มคำนวณ)

ทง้ั น้ี สาหรบั เงินได้ท่ไี ด้รับต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป และใหเ้ ปน็ ไปตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขทีอ่ ธิบดีประกาศ กาหนดโดยอนุมตั ิรัฐมนตรี ผมู้ เี งินไดต้ ้องไม่นามูลคา่
ตน้ ทนุ ของทรัพย์สนิ ทไ่ี ด้ทาขึ้นเพ่อื ป้องกนั อุทกภัย วาตภัย อัคคีภยั หรอื ภัยธรรมชาติอื่นทเี่ กิดข้นึ ในประเทศ
ไทยอนั มลี กั ษณะถาวร ในสว่ นท่ีเท่ากับเงินได้ทไ่ี ด้รับยกเว้นตามวรรคขา้ งตน้ ไป รวมเป็นมลู ค่าต้นทนุ ของ
ทรพั ย์สนิ เพือ่ หักคา่ สึกหรอและคา่ เสือ่ มราคาของทรัพย์สิน ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรษั ฎากร
(พระราชกฤษฎีกา (ฉบบั ที่ 570) พ.ศ. 2556)

ท่ีมา: กรมสรรพากร, 25631

1 กรมสรรพากร, 2563. เงินได้พึงประเมินอะไรบา้ นงท่ไี ดร้ ับยกเวน้ ภาษ.ี เข้าถึงเม่อื 9 ก.ค. 2563
http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/borkor/taxreturn010760.pdf

2 - 66

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
สรปุ หลักการของการหกั เงินไดท้ ีไ่ ด้รบั ยกเว้น

ใชไ้ ดเ้ ฉพาะ ม. 48(1) วิธีท่ี 1 เทา่ นัน้

เงินได้พ่งึ ประเมนิ รวม xx
xx
หัก เงนิ ได้ทไี่ ม่ต้องนามาเสยี ภาษี (A) xx
xx
เงนิ ไดพ้ ง่ึ ประเมิน (ทต่ี ้องเสยี ภาษ)ี

หกั เงินไดท้ ่ีไดร้ ับยกเว้น (B) มี 12 อย่าง

……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..

เงินได้พึงประเมนิ หลังหักเงนิ ได้ที่ยกเว้น xx

หกั คา่ ใชจ้ ่าย (เลือกค่าใช้จ่ายที่หกั ได้มากกว่า) xx
xx
- เหมา xx

- จริง 2 เท่า (C) xx

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………..

1. เทา่ xx xx

เงินได้พงึ ประเมนิ หลงั หกั คา่ ใช้จ่าย

2 - 67

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา

หกั คา่ ลดหย่อน (D) xx

…………………………………………………………………………………….. xx
…………………………………………………………………………………….. xx
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
เงินได้พงึ ประเมิน หลัง หักค่าใช้จา่ ย และคา่ ลดหย่อน

หัก ค่าลดหย่อนเงนิ บรจิ าค 2 เท่า (E)

……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..

2 - 68

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ คุ คลธรรมดา

…………………………………………………………………………………….. xx
…………………………………………………………………………………….. xx
……………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………….. xx
…………………………………………………………………………………….. xx
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
เงนิ ได้พึงประเมนิ หลังจากหัก บรจิ าค 2 เท่า

หัก ค่าลดหย่อนเงนิ บรจิ าค 1 เท่า (F)

……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………..
เงินไดส้ ุทธิ
คณู อัตราภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา แบบกา้ วหนา้

0 – 150,000 x ยกเวน้ (G)

……………………………………………………………………………………..
150,001 - 300,000 x 5%
300,001 - 500,000 x 10%
500,001 - 750,000 x 15%
750,001 - 1,000,000 x 20%
1,000,001 - 2,000,000 x 25%
2,000,001 - 5,000,000 x 30%
5,000,000 ขึ้นไป x 35%

2 - 69

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา

3 การหักคา่ ใชจ้ ่าย

3.1 การหักคา่ ใช้จ่าย

การหักค่าใช้จา่ ยได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กบั ประเภทของเงินไดท้ ี่เราได้รับ ซึง่ สามารถสรุปได้ ดงั น้ี

ม.40(1) ได้จากนายจา้ งหลกั และ ม.40(2) ไดจ้ ากนายจ้างอื่น (แรงอยา่ งเดียว)

การหกั ค่าใช้จา่ ย
เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ตามมาตรา 40 (1) (2) หกั คา่ ใชจ้ า่ ยได้ร้อยละ 50 ของเงินได้ แต่รวมกัน

ต้องไม่เกิน 100,000 บาท กรณผี มู้ ีเงินได้และค่สู มรสตา่ งฝา่ ยต่างมีเงินไดแ้ ละความเป็นสามภี รยิ าไดม้ ีอยู่
ตลอดปีภาษใี หต้ ่างฝ่ายตา่ งหักค่าใชจ้ า่ ยได้ตามเกณฑ์ที่กลา่ วข้างตน้

กรณี คู่สมรสมีเงินได้ทง้ั ตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้เฉล่ียค่าใชจ้ า่ ยส่วนที่เป็นของเงินได้
ตามมาตรา 40 (2) แลว้ นาไปรวมกบั คา่ ใช้จ่ายของผูม้ เี งินได้

ม.40(3) สร้างทรพั ย์สนิ ไม่มีรูปร่างไปหารายได้ และผลของกฎหมาย

ได้แก่ ค่าแหง่ กู๊ดวลิ ล์ ค่าแหง่ ลิขสทิ ธ์ิ หรอื สทิ ธิอยา่ งอน่ื หรือเงนิ ได้ มลี ักษณะเป็นเงินรายปี
อนั ได้มาจากพินยั กรรม นติ กิ รรมอย่างอนื่ หรอื คาพิพากษาของศาล

การหกั คา่ ใชจ้ ่าย
เงนิ ได้อนื่ ตามมาตรา 40 (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลขิ สทิ ธิ์ หรือสทิ ธอิ ย่างอื่น สามารถ

เลือกหกั คา่ ใชจ้ า่ ยเปน็ การเหมาได้ร้อยละ 50 ของเงนิ ได้ดังกล่าว แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรอื หกั
คา่ ใช้จา่ ยตามความจาเป็นและสมควรได้

แต่ เงินรายปีอนั ได้มาจากพินยั กรรม นติ กิ รรมอยา่ งอื่น หรือคาพพิ ากษาของศาล กฎหมาย
ไมย่ อมให้หกั ค่าใชจ้ า่ ย

กรณี ผ้มู ีเงินไดแ้ ละคสู่ มรสตา่ งฝา่ ยต่างมเี งนิ ได้และความเป็นสามภี ริยาได้มีอยตู่ ลอดปีภาษีให้
ตา่ งฝ่ายต่างหักค่าใชจ้ า่ ยได้ตามเกณฑท์ ี่กลา่ วข้างต้น

2 - 70

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

ม.40(4) เงินไดจ้ ากการเอาเงนิ ไปลงทนุ ตลาดเงนิ และตลาดทุน

ม. 40(4) (ก) ดอกเบยี้ พันธบตั ร ดอกเบย้ี เงนิ ฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตัว๋ เงิน หรอื เงนิ
กู้ยมื ดอกเบยี้ เงนิ กู้ยมื ท่ีอยู่ในบังคับตอ้ งถูกหกั ภาษีไว้ ณ ที่จา่ ยตามกฎหมาย ว่าดว้ ยภาษีเงินได้ปโิ ตรเลยี ม
เฉพาะสว่ นท่ีเหลอื จากถกู หักภาษี ณ ทจี่ ่าย ตามกฎหมายดังกลา่ ว รวมท้งั เงนิ ได้ที่มลี ักษณะทานอง
เดยี วกนั กบั ดอกเบ้ยี ผลประโยชน์หรอื คา่ ตอบแทนอนื่ ๆ ท่ีได้จากการให้กูย้ ืม หรือจากสทิ ธิเรยี กร้องในหน้ี
ทุกชนิด ผลต่างระหวา่ งราคาไถ่ถอนกบั ราคาจาหนา่ ยตวั๋ เงิน หรือตราสารแสดงสทิ ธิในหนใี้ ด ๆ ทน่ี ติ ิบคุ คล
เปน็ ผู้ออก และจาหน่ายคร้ังแรกในราคาต่ากวา่ ราคาไถ่ถอน และผูม้ ีเงินได้เป็นผทู้ รงคนแรก (เฉพาะท่ไี ม่
เลือกเสียภาษีในอตั ราร้อยละ 15)

ม. 40(4) (ข) เงนิ ปันผล (ใหม่) (พระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี
52) พ.ศ. 2562 มาตรา 8 ใหย้ กเลกิ ความในวรรคสองของ (3) ของมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร) ให้ใช้
ความต่อไปนแ้ี ทน

1) ผู้มเี งินไดซ้ ึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย จะเลอื กเสียภาษใี นอตั รา รอ้ ยละ 10.0
ของเงินได้ โดยไม่ต้องนาไปรวมคานวณภาษตี าม (1) และ (2) ก็ได้ สาหรับเงนิ ได้ตามมาตรา 40 (4)(ข)
ทไี่ ด้รบั จากบรษิ ทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนติ บิ ุคคลท่ีต้ังขึน้ ตามกฎหมายไทย หรือสถาบนั การเงินท่มี ีกฎหมาย
โดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้น สาหรบั ให้กู้ยืมเงิน เพ่ือส่งเสริมเกษตรกรรม พาณชิ ยกรรม หรืออต
สาหกรรม ใหใ้ ช้บังคบั ตัง๋ แต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เปน็ ตน้ ไป

2) เงนิ ปนั ผล เงนิ ส่วนแบง่ ของกาไร หรือประโยชน์อ่ืนใดทไ่ี ดจ้ าก บรษิ ทั หรือหา้ ง
หุ้นสว่ นนติ ิบุคคลที่ตั้งขนึ้ ตามกฎหมายตา่ งประเทศ

3) เงนิ ปันผล เงนิ ส่วนแบ่งของกาไร หรือประโยชนอ์ น่ื ใดทีไ่ ด้จากบริษัทหรือห้าง
หนุ้ ส่วนนติ ิบุคคลทตี่ ้ังขน้ึ ตามกฎหมายไทย (เฉพำะทไ่ี ม่ เลือกเสยี ภำษใี นอตั รำร้อยละ 10)

กรณี เลือกนาเงนิ ไดต้ าม 1. หรือ 2. หรือ 4. มารวมคานวณภาษีกบั เงนิ ได้อืน่ หาก
ไดร้ บั เงินได้แตล่ ะประเภทหลายรายการผู้มเี งินได้ จะต้องนาเงินได้ที่ได้รับทุกรายการในแต่ละประเภทมา
รวมคานวณ ภาษจี ะเลอื กเฉพาะบางรายการไมไ่ ด้

4) เครดติ ภาษีเงนิ ปันผล
ให้ถอื ว่าเครดิตภาษีเงินปนั ผลตาม 4. เปน็ เงินได้พึงประเมินเพอ่ื เสยี ภาษดี ว้ ย
เฉพาะผู้มเี งินได้ทมี่ ภี มู ิลาเนาอยู่ในประเทศไทย หรือเป็นผู้อยูใ่ นประเทศไทย (อยชู่ ัว่ ระยะเวลำหน่งึ หรือ
หลำยระยะเวลำ รวมกัน ถงึ 180 วันในปภี ำษี) โดยให้เครดติ ภาษีเทา่ กับอัตราภาษีเงินได้ ทบี่ รษิ ัทหรือ
หา้ งห้นุ ส่วนนิติบุคคลผจู้ า่ ยเงินปันผลนัน้ ตอ้ งเสียหารดว้ ยผลต่างของ 100 ลบ ดว้ ยอตั ราภาษเี งนิ ได้
ดังกล่าวนัน้ เชน่ จ่ายจากกาไรที่เสยี ภาษเี งินไดใ้ นอัตรารอ้ ยละ 15
ม. 40(4)(ค) เงนิ โบนสั ทจ่ี า่ ยแกผ่ ้ถู ือหุน้ หรอื ผ้เู ป็นหนุ้ สว่ นในบริษทั หรือห้างห้นุ สว่ นนิติ
บุคคล
ม. 40(4)(ง) เงนิ ลดทนุ ของบริษทั หรอื หา้ งหุน้ สว่ นนติ บิ คุ คล เฉพาะส่วนทจี่ ่ายไมเ่ กนิ
กว่ากาไรและเงนิ ที่กนั ไวร้ วมกัน

2 - 71

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา

ม. 40(4)(จ) เงนิ เพิม่ ทนุ ของบรษิ ัท หรอื หา้ งหุ้นส่วนนิติบุคคลซง่ึ ตั้งจากกาไรท่ีไดม้ า
หรือเงินที่กนั ไว้รวมกัน

ม. 40(4)(ฉ) ผลประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการทีบ่ ริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบคุ คล ควบเขา้ กนั
หรอื รบั ช่วงกนั หรอื เลิกกัน ซึ่งตีราคาเปน็ เงนิ ได้เกนิ กวา่ เงินทุน

ม. 40(4)(ช) ผลประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการโอนการเป็นหุ้นส่วน หรือโอนหุ้น หุน้ กู้ พนั ธบัตร
หรอื ต๋วั เงนิ หรือตราสารแสดงสิทธใิ นหนีท้ ่ีบรษิ ัท หรือหา้ งหุ้นสว่ นนติ ิบุคคล หรือนติ ิบคุ คลอ่ืนเป็นผูอ้ อก
ทง้ั นี้ เฉพาะซึง่ ตรี าคาเป็นเงนิ ได้เกินกว่าทลี่ งทนุ

ม. 40(4)(ซ) เงินส่วนแบ่งของกาไร หรือผลประโยชนอ์ ่นื ใดในลักษณะเดียวกนั ท่ไี ดจ้ าก
การถือหรอื ครอบครองโทเคนดจิ ทิ ลั

ม. 40(4)(ฌ) Capital gains จากการโอนครปิ โทเคอร์เรนซหี รือโทเคนดจิ ทิ ลั

ม.40(5) เอาสังหาฯ อสังหาฯ ไปหาเงนิ ได้ เปน็ คา่ เชา่ / ผิดสญั ญา เชา่ ซ้ือ ทรัพยส์ นิ

ไดแ้ ก่ เงนิ หรอื ประโยชนอ์ ย่างอ่ืนท่ีได้เนื่องจาก
ม.40(5) (ก) การให้เชา่ ทรัพยส์ นิ
ม.40(5) (ข) การผดิ สญั ญาเช่าซื้อทรัพยส์ ิน
ม.40(5) (ค) การผิดสัญญาซือ้ ขาย เงินผ่อน ซ่ึงผ้ขู ายได้รับคืนทรัพยส์ นิ ที่ซือ้ ขายนน้ั โดยไม่
ต้องคนื เงิน หรือประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับไวแ้ ลว้
กรณตี าม 2. และ 3 ให้ถือเอาเงนิ หรอื ประโยชนท์ ่ีได้รับไว้แล้วต้งั แตว่ ันทาสญั ญาจนถึงวนั ผดิ
สัญญาทง้ั ส้นิ เป็นเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ของปีทีม่ ีการผดิ สญั ญานั้น

การหักค่าใช้จ่าย
(1) การใหเ้ ชา่ ทรพั ย์สนิ ผู้มเี งนิ ไดเ้ ลอื กหักตามวิธใี ดวิธหี นึ่งดังนี้
วิธที ่ี 1 หกั ค่าใช้จ่ายจรงิ ตามความจาเปน็ และสมควร
วธิ ที ่ี 2 หักคา่ ใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตรา ดังน้ี
(ก) บา้ น โรงเรอื น สิ่งปลูกสร้างอยา่ งอ่นื หรือแพ รอ้ ยละ 30
(ข) ที่ดนิ ท่ใี ช้ในการเกษตรกรรม รอ้ ยละ 20
(ค) ท่ดี ินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรม ร้อยละ 15
(ง) ยานพาหนะ รอ้ ยละ 30
(จ) ทรัพยส์ นิ อย่างอ่ืน ร้อยละ 10

2 - 72

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

กรณีให้เชา่ ช่วง ใหห้ กั ค่าใช้จา่ ยจากค่าเช่าทีเ่ สยี ให้แก่ ผู้ให้เช่าเดมิ หรอื ผใู้ ห้เชา่ ช่วง
แล้วแต่กรณี

ประเภทเงนิ ไดต้ ามมาตรา 40(5) (ก) การหกั คา่ ใชจ้ ่าย
(เลือกหกั คา่ ใชจ้ ่ายได)้
(ก) การใหเ้ ช่าทรัพยส์ นิ
(1) บ้าน โรงเรอื น สิ่งปลกู สรา้ งอยา่ งอืน่ หรือแพ เหมารอ้ ยละ 30 หรอื ตามความจาเป็นและ
(2) ท่ีดินทใี่ ชใ้ นการเกษตร เหมารอ้ ยละ 20 สมควร
(3) ทด่ี ินที่มิไดใ้ ชใ้ นการเกษตร เหมาร้อยละ 15
(4) ยานพาหนะ เหมาร้อยละ 30 แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะสงู กวา่
(5) ทรัพยส์ ินอยา่ งอ่นื เหมารอ้ ยละ 10

(2) การผดิ สญั ญาเช่าซื้อทรัพย์สนิ หรอื การผิดสัญญาซื้อ ขายเงนิ ผ่อนฯ ผู้มีเงนิ ได้หกั
คา่ ใช้จ่ายเป็นการเหมา ในอัตรารอ้ ยละ 20 ได้วิธีเดยี ว (ไม่อนุญาตให้หักคา่ ใชจ้ า่ ยตามความจาเปน็ และ
สมควร)

รายได้ ค่าใช้จา่ ยที่หักได้เพืยงอยา่ งเดียว
ม.40(5) (ข) รายได้จากการที่มคี นผดิ สญั ญาเชา่ ซ้ือ หกั แบบเหมา 20% ไดว้ ิธเี ดียวเท่านั้น
ม.40(5) (ค) รายได้จากการทม่ี ีคนผดิ สญั ญาซ้ือขายเงินผ่อน หกั แบบเหมา 20% ไดว้ ิธเี ดยี วเทา่ น้นั

ม.40(6) เงนิ ไดจ้ ากอาชพี อิสระ ไมม่ นี ายจา้ ง ทาได้จนแกต่ าย

ได้แก่ เงินไดจ้ ากวิชาชีพอิสระ มี 6 ประเภท ได้แก่ วิชากฎหมาย การประกอบ โรคศลิ ปะ
วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณตี ศิลปกรรม

การหกั คา่ ใช้จา่ ย ผ้มู ีเงินไดเ้ ลอื กหกั ตามวธิ ใี ดวิธีหนง่ึ ดังน้ี
วธิ ที ่ี 1 หักคา่ ใช้จา่ ยจริงตามความจาเปน็ และสมควร
วิธที ี่ 2 หักค่าใช้จา่ ยเปน็ การเหมาในอัตรา ดงั นี้
(1) การประกอบโรคศลิ ปะ รอ้ ยละ 60
(2) วิชาชีพอสิ ระอน่ื นอกจากการประกอบโรคศลิ ปะ รอ้ ยละ 30

(พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11 มาตรา 6)

2 - 73

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา

ประเภทเงินไดต้ ามมาตรา 40(6) การหกั ค่าใช้จ่าย
(เลอื กหักค่าใชจ้ า่ ยได้)
(1) การประกอบโรคศลิ ปะ
- แพทย์แผนปัจจบุ นั เหมารอ้ ยละ 60
- พยาบาล
- ผดุงครรถ์ หรอื ตามความจาเป็นและ
- เทคนิคการแพทย์ สมควร
- ทนั ตแพทย์
- กายภาพบาบดั แลว้ แต่อย่างใดจะสงู กวา่
- เภสัชกร
เหมารอ้ ยละ 30
(2) วิชาชีพอสิ ระอืน่
- ทนายความ
- สถาปตั ยกรรม
- วศิ วกรรม
- การบญั ชี
- ศลิ ปะ
- นาฎศิลป์
- ดรุ ยิ างคศิลป์
- คตี ศิลป์

ม.40(7) เงินได้จากการรับเหมา (แรง + ของ)

ได้แก่ เงนิ ได้จากการรับเหมาทผี่ รู้ ับเหมาต้องลงทุนดว้ ยการ จดั หาสมั ภาระในส่วนสาคัญ
นอกจากเครื่องมือ

การหกั ค่าใช้จ่าย ผู้มีเงนิ ไดเ้ ลือกหกั ตามวิธใี ดวธิ หี นง่ึ ดังน้ี (ตามที่กาหนดโดยพระราช
กฤษฎีกา ฉบบั ท่ี 11 มาตรา 7)

วิธีท่ี 1 หกั คา่ ใชจ้ า่ ยจรงิ ตามความจาเป็นและสมควร
วธิ ีที่ 2 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 60

ม.40(8) เงินได้อ่นื ๆ (แรง + ของ + ลูกน้อง / + สานกั งาน)

1. เงินไดจ้ ากการธุรกิจ การพาณชิ ย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนสง่ หรอื การ
อื่น ๆ นอกจากทร่ี ะบุไวใ้ นมาตรา 40 (1) ถึง (7) แลว้ รวมทั้ง การขายอสังหาริมทรัพย์ท่ีไดม้ าโดยมงุ่
ในทางการคา้ หรอื หากาไร

2. เงินส่วนแบ่งของกาไร/เงนิ ปนั ผลทีไ่ ดร้ ับจากกองทนุ รวมท่ี จัดตง้ั ข้ึน ตามพระราชบัญญัติ
หลกั ทรพั ยแ์ ละตลาดหลกั ทรัพย์ พ.ศ. 2535 ของผมู้ เี งนิ ไดซ้ ึ่งอย่ใู นประเทศไทย ท้งั น้ี เฉพาะกรณีผู้มเี งนิ

2 - 74

บทที่ 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ได้ ดังกลา่ วไม่ยอม ใหผ้ ู้จ่ายเงินได้หกั ภาษี ณ ท่ีจา่ ย ในอตั ราร้อยละ 10 หรือยอมใหห้ ัก แตข่ อรบั เงนิ ภาษี
ท่ีถกู หักไวน้ ั้นคนื หรอื ขอเครดิตภาษี ท่ีถกู หักไว้นน้ั ไม่ว่าทัง้ หมดหรอื บางสว่ น

3. เงนิ ไดจ้ ากการขายอสงั หารมิ ทรัพย์อนั เป็นมรดก หรือท่ีไดร้ ับจากการใหโ้ ดยเสน่หา หรือ
ทีไ่ ด้มาโดยมไิ ด้มุ่งในทางการคา้ หรอื หากาไร (เฉพำะทีเ่ ลือกนำมำรวมคำนวณภำษีกับเงนิ ได้อืน่ ๆ )

การหกั ค่าใช้จ่าย (พระราชกฤษฎกี า ฉบับที่ 11 มาตรา 8)

(1) การขายอสังหาริมทรัพย์อันเปน็ มรดก หรอื ท่ไี ด้รับจากการให้โดยเสนห่ า ให้หกั
ค่าใช้จ่ายเปน็ การเหมาใน อัตราร้อยละ 50 ไดว้ ธิ เี ดยี ว (มาตรา 48(4) (ก))

(2) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไดม้ าโดยมิได้มุ่งในทางการคา้ หรือหากาไร ให้เลอื กหัก
คา่ ใชจ้ ่ายตามวธิ ใี ดวิธหี นึ่ง ดังนี้

วิธีที่ 1 หักค่าใชจ้ า่ ยจรงิ ตามความจาเป็นและสมควร
วิธที ี่ 2 หักคา่ ใชจ้ า่ ยเปน็ การเหมาในอัตรา ตามท่ีกาหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา (ฉบบั ท่ี
165 มาตรา 4) ดังนี้ (มาตรา 48(4) (ข))

จานวนปีท่ถี อื ครอง 1 2 3 4 5 6 7 8 ปขี นึ้ ไป (แตไ่ ม่

เกิน 10 ปี

หกั ค่าใช้จ่ายไดร้ อ้ ยละ 92 84 77 71 65 60 55 50

* จานวนปีทีถ่ ือครอง หมายถงึ จานวนปีนับตั้งแตป่ ที ่ไี ด้กรรมสิทธ์ิ หรือสทิ ธคิ รอบครองในอสงั หาริมทรัพย์ถึง
ปที ่โี อนกรรมสิทธ์ิ หรอื สทิ ธคิ รอบครองในอสังหารมิ ทรพั ย์นัน้ ถา้ เกนิ 10 ปี ให้นับเพียง 10 ปี เศษของปใี ห้นับเป็น 1 ปี
การนับจานวนปีทถี่ ือครองใหถ้ ือตามปีปฏิทิน

หมายเหตุ
การขายอสังหาริมทรัพย์อนั เป็นมรดก หรือท่ีได้มาโดยมไิ ด้มุ่งในทางการคา้ หรือหากาไร หากผมู้ ี

เงนิ ไดไ้ ด้ถกู หักภาษี ณ ทีจ่ ่ายไวแ้ ล้ว (หกั ค่าใช้จา่ ยเป็นการเหมา) และประสงค์จะเลือกเสียภาษีโดยไม่นาไป
รวมคานวณภาษีกบั เงินได้อื่น ๆ ไมต่ ้องแสดงรายการใน แบบ ภ.ง.ด. 90
หมายเหตุ

เวน้ แต่ ผมู้ เี งินไดจ้ ะแสดงหลักฐานตอ่ เจ้าพนกั งานประเมนิ และพิสจู น์ได้ว่า มีค่าใชจ้ ่ายมากกวา่
นนั้ ก็ยอมให้หักค่าใช้จา่ ยได้ตามความจาเป็นและสมควร ทั้งนี้ ใหน้ ามาตรา ๖๕ ทวิ แห่งประมวลรษั ฎากร
และมาตรา ๖๕ ตรี แห่งประมวลรัษฎากร มาใช้บังคบั โดยอนุโลม แต่ถา้ ตามหลักฐานที่นามาพสิ จู นน์ ั้น
ปรากฏว่ามีรายจา่ ยท่ีหักได้ตามกฎหมายน้อยกวา่ อตั ราคา่ ใช้จ่ายที่กาหนดไว้ข้างต้น กใ็ ห้ถอื ว่ามีคา่ ใชจ้ า่ ย
เพยี งเท่าหลักฐานทีน่ ามาพิสูจน์” (.ชุมพร เสนไสย)

2 - 75

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

สรปุ การหกั คา่ ใชจ้ า่ ย ตามประเภทของเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ม.40(1) – (8)

ประเภทของเงนิ ได้ ค่าใชจ้ ่ายทหี่ กั ได้

ม. 40(1) เงินเดือน แบบเหมา ตามจริง

ม. 40(2) ค่าจ้างทว่ั ไป - 50% ของเงินได้แต่ไมเ่ กิน 

ม. 40(3) ค่าลขิ สทิ ธ์ิ คา่ แห่งกู๊ดวลิ ล์ คา่ แหง่ 100,000 บาทตอ่ ปี 
ลิขสทิ ธิ์ หรอื สิทธอิ ยา่ งอน่ื
- แตเ่ มื่อรวมเงินท้งั ม. 40(1),(2)
- เงินค่ารายปี พินัยกรรม คาส่งั ศาล
ม. 40(4) ดอกเบยี้ เงนิ ปนั ผล อ่ืนๆ รวมกนั แลว้ หัก 50% ของเงนิ ได้
ม. 40(5)ก. - ค่าเชา่ โรงเรอื น (เพอื่ อย/ู่ อาศัย)
ต้องไมเ่ กิน 100,000 บาทต่อปี
- ทด่ี ินทใี่ ช้ในการเกษตร
- ท่ดี นิ ทไี่ มไ่ ด้ใชใ้ นการเกษตร - 50% ของเงนิ ไดแ้ ต่ไมเ่ กิน 100,000 หักไดต้ อ้ งมหี ลกั ฐาน สามารถ
- ยานพาหนะ เลอื กหักได้
- ทรพั ยส์ นิ อ่นื ๆ บาทตอ่ ปี
ม. 40(5)ข. รายไดจ้ ากการผดิ สัญญาเช่าซอ้ื
ม. 40(5)ค. รายไดจ้ ากการผดิ ซื้อขายเงินผอ่ น 

ม. 40(6) ค่าวชิ าชีพอสิ ระ 
- แพทย์แผนปัจจบุ ัน
- พยาบาล - หัก 30% ของเงินได้ หักได้ต้องมหี ลักฐาน หรือ
- ผดงุ ครรถ์ หกั ตามเหมา
- เทคนิคการแพทย์ - หกั 20% ของเงินได้
- ทนั ตแพทย์ - หัก 15% ของเงนิ ได้ แลว้ แต่อยา่ งใดจะสูงกวา่
- กายภาพบาบดั - หัก 30% ของเงนิ ได้
- เภสัชกร
- หกั 10% ของเงนิ ได้
ม. 40(6) อน่ื ๆ
- ทนายความ - หกั 20% ไดว้ ธิ ีเดียวเท่าน้นั 
- สถาปตั ยกรรม
- วศิ วกรรม - หัก 20% ได้วิธเี ดียวเทา่ นัน้ 
- การบญั ชี
- ศิลปะไทยเท่านน้ั - 60% ของเงินได้ หกั ได้ตอ้ งมหี ลักฐาน หรือ
(นาฎศลิ ป์, ดรุ ิยางคศลิ ป์, คตี ศลิ ป)์ หกั ตามเหมา

ม. 40(7) ค่ารับเหมาท้ังค่าแรงและค่าของ แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะสูงกว่า

ม. 40(8) เงนิ ได้อ่ืน ๆ ทไ่ี ม่อยูใ่ นหลกั เกณฑ์ ของ - 30% ของเงนิ ได้ - หักไดต้ อ้ งมีหลกั ฐาน
ม. 40(1) ถงึ (7) หรอื หักตามเหมา
60%
ม. 40(8) ขอ้ ที่ 44 แลว้ แตอ่ ย่างใดจะสูงกว่า
- แก้ไขเพิ่มเตมิ โดย พรฎ. แก้ไข
- หักไดต้ ้องมีหลักฐาน
เพิ่มเตมิ ประมวลรัษฎากร (ฉบบั ที่ หรอื หกั ตามเหมาแล้วแต่
692) พ.ศ. 2560 60%
อยา่ งใดจะสูงกวา่
หกั ตามจรงิ ไดว้ ธิ ีเดยี วเท่านั้น - หักไดต้ ้องมหี ลกั ฐาน

หรอื หักตามเหมา
(ตามตาราง 3-1)
แลว้ แต่อย่างใดจะสูงกว่า

2 - 76

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
หมายเหตุ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดย พรฎ. แกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลรัษฎากร (ฉบบั ที่ 692) พ.ศ. 2560

2 - 77

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

3.2 เงินไดท้ ี่ไม่ยอมใหห้ ักค่าใชจ้ ่ายแตอ่ ยา่ งใด

1) เงินไดพ้ งึ ประเมินตามมาตรา 40(4) ไม่ยอมให้หักคา่ ใช้จา่ ยใด ๆ เลย
เงินได้พงึ ประเมนิ ประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา 40 กฎหมายกาหนดให้หักค่าใช้จา่ ยไว้

แตกต่างกนั บางประเภทกาหนดให้หักคา่ ใชจ้ า่ ยเป็นการเหมาเพียงอยา่ งเดียว บางประเภทกาหนดใหห้ กั
ค่าใชจ้ ่ายตามที่จ่ายจรงิ หรอื ตามความจาเป็นและสมควรไดอ้ ย่างเดียว บางประเภทกาหนดใหห้ ักคา่ ใชจ้ ่าย
ไดท้ ัง้ ทเี่ ป็นการเหมา หรือหักไดต้ ามทจี่ า่ ยจริงตามความจาเปน็ และสมควร แล้วแตผ่ ้มู ีเงินไดจ้ ะเลือก และ
มีเงินได้หลายประเภทซงึ่ กฎหมายไมย่ อมให้หักคา่ ใชจ้ ่ายใด ๆ การหกั ค่าใช้จ่ายจากเงนิ ได้พึงประเมิน
ประเภทต่าง ๆ สรปุ ไดด้ ังนี้

2) เงินได้พึงประเมนิ ท่ีหกั คา่ ใชจ้ ่ายเป็นการเหมาไดอ้ ยา่ งเดยี ว ได้แก่ เงินไดต้ ามมาตรา
40(1)(2) (5)(ข)(ค) และเงินไดต้ ามมาตรา 40(8) สาหรับการขายอสงั หาริมทรัพย์ทไ่ี ด้มาโดยทางมรดก หรือ
ที่ได้รับจากการให้โดยเสนห่ า

3) เงินได้พงึ ประเมินที่หักค่าใช้จา่ ยตามทีจ่ า่ ยจรงิ ตามความจาเป็นและสมควรไดอ้ ย่าง
เดียว ไดแ้ ก่ เงนิ ไดต้ ามมาตรา 40(8) สาหรบั กิจการท่ีมิได้ระบใุ ห้หกั ค่าใชจ้ า่ ยเป็นการเหมาไวใ้ นพระราช
กฤษฎีกา (ฉบับที่ 11) และเงินไดจ้ ากการขายอสงั หารมิ ทรัพย์ทไี่ ดม้ าโดยมุ่งในทางการค้าหรอื หากาไร

4) เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ท่ีหกั คา่ ใชจ้ า่ ยไมไ่ ด้ ไดแ้ ก่ เงินได้ตามมาตรา 40(4)
5) เงินไดพ้ งึ ประเมินท่เี ลือกหกั ค่าใชจ้ ่ายได้ทงั้ เป็นการเหมา หรอื หักตามทจี่ า่ ยจรงิ ตาม
ความจาเปน็ และสมควร ได้แก่ เงนิ ได้ตามมาตรา 40(3), (5)(ก), (6), (7) และเงินได้ตามมาตรา 40(8)
เฉพาะกิจการท่ีกาหนดให้หกั คา่ ใชจ้ ่ายเป็นการเหมาได้ตามพระราชกฤษฎกี า (ฉบบั ที่ 11) รวมท้ังเงนิ ได้จาก
การขายอสังหารมิ ทรัพย์ที่ไดม้ าโดยมิได้มุ่งในทางการคา้ หรือหากาไร

3.3 (C) เงินไดท้ ่ียอมให้ หักค่าใช้จ่ายได้มากกวา่ 1 เทา่

1) (C) รายจา่ ยในการฝึกเตรยี มพนักงานเข้าทางานสาหรบั กจิ การผู้ดาเนนิ การฝึก หัก 2

เทา่ ของรายจ่ายทใี่ ชใ้ นการฝึกเตรียมเขา้ ทางานเพ่ือประโยชน์ของกจิ การผูด้ าเนินการฝกึ (พระราชกฎีกา
ฉบับท่ี 437)

2) (C) รายจ่ายสาหรบั อปุ กรณ์ ส่ิงอานวยความสะดวก หรอื บริการสาหรับคนพิการตาม

กฎหมายว่าดว้ ยการสง่ เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการ หกั 2 เท่าของรายจ่ายสาหรับอุปกรณส์ งิ่
อานวยความสะดวกหรอื บริการเพื่อคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ ยานพาหนะ บรกิ ารขนส่ง หรอื
บริการสาธารณะอน่ื ๆ (พระราชกฎกี า ฉบับที่ 499)

3) (C) คา่ จา้ งคนพกิ ารเข้าทางานในสถานประกอบการ หกั 2 เทา่ ของรายจา่ ย ในการ

จ้างคนพิการที่มีบตั รประจาตัวคนพกิ ารตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพิการ
เขา้ ทางานเข้าทางานในสถานประกอบการ (พระราชกฎีกา ฉบับท่ี 499)

2 - 78

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

4) (C) ค่าจ้างคนพกิ ารเขา้ ทางานเกนิ กว่า ร้อยละ 60 ของลกู จ้างในสถานประกอบการ

และมีการจ้างงาน เกนิ กวา่ 180 วันในปภี าษี หัก 3 เท่าของรายจา่ ยคา่ จ้างคนพกิ ารท่ีมีบัตรประจาตวั คน
พิการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพกิ ารเขา้ ทางานในสถานประกอบการเกิน
กวา่ ร้อยละ 60 ของลูกจ้างในสถานประกอบการ และมีการจ้างงานเกนิ กวา่ 180 วันในปีภาษที ่ีมเี งนิ ได้
(พระราชกฎีกา ฉบับท่ี 519)

5) (C) รายจ่ายในการจัดให้คนพกิ ารไดร้ บั สิทธิในการเข้าถงึ และใชป้ ระโยชนจ์ ากสิ่งอานวย

ความสะดวกทเี่ ป็นของสาธารณะ รวมทง้ั สวัสดิการและความช่วยเหลืออ่นื จากรฐั หกั 2 เทา่ ของรายจ่าย
หลงั จากได้หักคา่ ใชจ้ ่ายและค่าลดหย่อน แตเ่ มื่อรวมกบั รายจ่ายเพอื่ สนับสนุนการศกึ ษาต้องไม่เกนิ ร้อยละ
10 ของเงินได้พงึ ประเมนิ หลังหักค่าใชจ้ า่ ยและค่าลดหย่อน (พระราชกฎีกา ฉบบั ท่ี 519)

6) (C) ทรพั ยส์ นิ ประเภทวสั ดุ อปุ กรณ์ หรือเครื่องจกั ร ที่มผี ลตอ่ การประหยัดพลงั งาน

(รวมค่าตดิ ตัง้ ) ไม่รวมถึงยานพาหนะ และวัสดุอปุ กรณ์ หรือเคร่ืองจักรที่ใช้กับยานพาหนะ หัก 1.25 เทา่
ของรายจ่ายสาหรับวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรทม่ี ีสภาพพร้อมใช้งาน และไมเ่ คยผา่ นการใช้งานมา ซ่ึงต้อง
ได้มาและใช้งานภายในวนั ท่ี 31 ธ.ค. 2555 สาหรับบุคคลธรรมดาทมี่ เี งนิ ได้พึงประเมนิ ตามมาตรา 40(5) -
(8) แหง่ ประมวลรัษฎากร (พระราชกฎีกา ฉบบั ท่ี 526)

7) (C) ยอดรวมส่วนตา่ งคา่ จา้ งแรงงาน เฉพาะค่าจา้ งที่ไมเ่ กิน 300 บาทตอ่ วนั กบั อตั รา

ค่าจา้ งข้นั ตา่ หรืออัตราค่าจ้างเดิม หกั รายจ่ายได้ 1.5 เทา่ ของยอดรวมส่วนต่างค่าจา้ งแรงงาน เฉพาะสว่ นที่
ไมเ่ กิน 300 บาทตอ่ วัน กบั อัตราคา่ จา้ งข้ันตา่ ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เร่ืองอตั ราค่าจ้างขนั้ ต่า
(ฉบับที่ 6) ลงวนั ท่ี 2 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2554 หรืออัตราค่าจ้างเดมิ แล้วแต่จานวนใดจะสูงกว่า สาหรบั
บคุ คลธรรมดาที่มเี งนิ ได้พงึ ประเมนิ ตามมาตรา 40(5) - (8) และเสียภาษเี งินได้ตามมาตรา 48 (1) แหง่
ประมวลรษั ฎากร รวมกันไมเ่ กนิ 30 ลา้ นบาทตอ่ ปีก่อนหักคา่ ใชจ้ า่ ยและค่าลดหยอ่ น และตอ้ งเปน็ ส่วนต่าง
ค่าจ้างแรงงานที่เพมิ่ ขน้ึ จากเดิมเป็น 300 บาทตอ่ วนั ท่ีได้รับตง้ั แตว่ ันท่ี 1 ม.ค. 2556 ถงึ วนั ท่ี 31 ธ.ค.
2556 (พระราชกฎกี า ฉบบั ที่ 562)

2 - 79

บทที่ 2 ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา

4. การหักลดหย่อน

เพอ่ื เป็นการบรรเทาภาระภาษี ผมู้ เี งนิ ได้พงึ ประเมนิ ตามมาตรา 40 เมือ่ หักคา่ ใชจ้ ่าย ตามมาตรา
42 ทวิ ถึง มาตรา 46 แล้ว ใหห้ ักลดหยอ่ นได้อีก (มาตรา 47) ซง่ึ จดั แบ่งได้เป็น 4 กรณี ดังน้ี

4.1 การหกั ลดหย่อน สาหรับการคานวณภาษี

(1) ผ้มู เี งินได้ และคู่สมรส
(1.1) คา่ ลดหยอ่ นสาหรับผมู้ ีเงินได้ 60,000 บาท
(1.2) ค่าลดหยอ่ นสาหรับคู่สมรสของผูม้ ีเงินได้ 60,000 บาท
- คู่สมรสของคุณไม่มรี ายได้เลย / ขอใชส้ ทิ ธิยนื ภาษีรว่ มกัน
- อย่างน้อยต้องมีค่สู มรส หรอื ตัวคุณเองคนใดคนหนึ่งทอ่ี ยู่ในประเทศไทยครบ 180

วันในปภี าษีน้ัน
(1.3) ในกรณีทค่ี ่สู มรสต่างฝ่ายต่างมเี งินได้ ให้หักลดหย่อนรวมกนั ได้ ไมเ่ กนิ 120,000

บาท

2 - 80

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
2 - 81

บทท่ี 2 ภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา

(2) การหกั ลดหย่อนบุตร
บตุ รชอบด้วยกฎหมายของผูม้ ีเงนิ ได้ หรอื บตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของสามหี รอื ภริยาของผู้มี

เงนิ ได้ คนละ 30,000 บาท (หักได้ทุกคน) (30,000 + 30,000) และสาหรับบุตรชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่
คนที่ 2 เป็นตันไป ท่ีเกดิ ในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 ใหห้ ักลดหยอ่ นได้เพิม่ อกี คนละ 30,000 บาท โดยในการ
นบั ลาดบั บุตรให้นับลาดบั ของบุตรทกุ คนไมว่ า่ จะมชี ีวติ อยู่หรอื ไมก่ ต็ าม (มาตรา 47 (1)(ค) . ไห้ใชบ้ งั คับ
สาหรับเงินไดพ้ ่ึงประเมนิ ประจาปภี าษี พ.ศ. 2561 ทจี่ ะต้องย่ืนรายการในปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

2 - 82

บทที่ 2 ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา

บตุ รเกา่ แท้ คนที่มลี ูกอย่ใู นความดแู ล สามารถนาลูกไปใช้เปน็ คา่ ลดหย่อนไดแ้ บบเหมา
คนละ 30,000 บาท ตอ่ ปี ไม่วา่ จะยังอย่ใู นวยั เรียนหรือไม่ โดยในการนบั ลาดับบุตรให้นับลาดบั ของบตุ ร
เฉพาะทมี่ ีชวี ติ อยู่เท่าน้ัน

บตุ รใหม่แท้ บุตรชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแตค่ นท่ี 2 เป็นตน้ ไป1 และที่เกิดในหรือหลังปี
พ.ศ. 25612 (คุณสมบัติตอ้ งครับ 2 อยา่ งนี)้ ให้หักลดหยอ่ นได้เพิ่มอีก คนละ 30,000 บาท ( เดิม
30,000 + เพิ่มอีก 30,000 = 60,000 บ.) โดยในการนับลาดับบุตรให้นับลาดบั ของบุตรทกุ คน ไม่ว่าจะ
มีชีวิตอย่หู รอื ไมก่ ็ตาม

เง่อื นไขหลกั

1) กรณีมเี ฉพาะบุตรชอบด้วยกฎหมาย
กรณีเป็นลูกทถี่ ูกต้องตามกฎหมายจะใช้สทิ ธิลดหยอ่ นบตุ รกคี่ นกไ็ ด้เท่าจานวนบุตรจริง

2) กรณมี ีเฉพาะบตุ รบุญธรรม
ในกรณที ี่คณุ มีแต่บุตรบุญธรรมเพยี งอย่างเดียว จะใช้สทิ ธลิ ดหย่อนบุตรได้สูงสุด 3 คน

3) กรณีมีท้งั บุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบญุ ธรรม
แต่ถา้ เปน็ กรณีท่ีมที ง้ั ลูกท่ถี ูกต้องตามกฎหมายและบุตรบุญธรรมด้วย การใชส้ ิทธิหกั

ลดหยอ่ นจะดูจากลกู ท่ีถกู ตอ้ งตามกฎหมายท่ียังมีชวี ิตอยู่ก่อนเปน็ หลกั โดยการนบั จานวนบุตรใหน้ ับ
เฉพาะบุตรท่มี ีชวี ติ อย่ตู ามลาดบั อายุสงู สุดของบุตร โดยนับรวมทัง้ บุตรท่ีไม่อยใู่ นเกณฑ์ไดร้ บั การหัก
ลดหยอ่ นด้วย หากครบ 3 คนไปแล้วจะใชส้ ทิ ธลิ ดหยอ่ นบุตรบุญธรรมไม่ได้ แต่ถา้ ยังไมค่ รบ 3 คน กจ็ ะ
สามารถใชส้ ทิ ธลิ ดหย่อนบุตรบุญธรรมได้อีกจนคณุ ได้ใชส้ ทิ ธลิ ดหย่อนบุตรครบ 3 คน

การหกั ลดหยอ่ นบุตรเปน็ กรณีเดยี วที่กฎหมายอนุญาตให้ท้ังคุณและคสู่ มรสสามารถ
ใชล้ ูกคนเดียวกนั หกั ลดหย่อนบตุ รซา้ กันไดค้ นละ 30,000 บาท

4) เง่อื นไขการรับสทิ ธิ
การรบั สิทธหิ กั ลดหยอ่ นบตุ ร อย่างน้อยต้องมีเรา หรอื ลูกเรา คนใดคนหน่งึ ที่อยู่ใน

ประเทศไทยครบ 180 วันในปภี าษีนัน้ และผา่ นเกณฑต์ ่อไปนี้ท้ังหมดด้วย

5) เกณฑร์ ายได้
ลูกท่ีใช้สทิ ธิหักลดหย่อนไดจ้ ะตอ้ งไม่มีรายได้ หรอื มีรายได้ตลอดทั้งปีได้ไมถ่ ึง

30,000 บาทด้วย (ถ้า 30,000 บาท พอดีถอื วา่ ผิดเงือ่ นไข)
6) เกณฑค์ วามสัมพันธ์
ลกู ทีเ่ ราจะใชส้ ิทธิหกั ลดหยอ่ นได้จะต้องเปน็ ลูกแท้ๆ ที่ถูกตอ้ งตามกฎหมายของเรา

หรือคสู่ มรส หรอื ลกู บุญธรรมที่เราจดทะเบียนรบั เปน็ บตุ รบญุ ธรรมแล้ว

2 - 83

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
เงื่อนไขเพิ่มเตมิ

1) เกณฑอ์ ายุ
ลูกทเ่ี ราจะใชส้ ิทธหิ กั ลดหยอ่ นไดย้ งั ต้องผา่ นเกณฑ์อายขุ ้อใดขอ้ หน่งึ ดังนี้
- อายุไม่ถึง 20 ปี หรอื ยังไม่บรรลนุ ิตภิ าวะ
- อายุ 20-25 ปี หรือบรรลนุ ิตภิ าวะแลว้ แตต่ อ้ งเรียนอย่รู ะดับอนุปริญญา (ปวส.)

หรือปรญิ ญาตรีขน้ึ ไป
- อายเุ ท่าไหรก่ ไ็ ด้ แตต่ ้องถูกศาลสัง่ ให้เปน็ คนไร้ความสามารถ หรอื เสมอื นไร้

ความสามารถ

2 - 84

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา

(3) การหักคา่ ลดหย่อนสาหรบั บคุ คลธรรมดาประเภทอื่น ๆ

(3.1) ผ้ถู ึงแกค่ วามตามในระหวา่ งปีภาษี ใหใ้ ช้เกณฑเ์ ดยี วกันเหมือนกับหลกั เกณฑใ์ นขณะท่ี
ผูม้ เี งนิ ไดย้ ังมีชีวิตอยู่

(3.2) กองมรดกทย่ี งั มิไดแ้ บ่ง มีใหห้ กั ลดหย่อนได้ 60,000 บาท ในปีภาษี
(3.3) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นติ ิบุคคล มเี งนิ ได้พึงประเมินไม่เกิน 60,000 บาท ในปภี าษี
แตร่ วมกันต้องไมเ่ กนิ 120,000 บาท ในปีภาษี
(3.4) คณะบคุ คลที่มใิ ชน่ ติ บิ ุคคล ให้หักลดหยอ่ นได้ 60,000 บาท ในปภี าษี แต่รวมกัน
ตอ้ งไมเ่ กิน 120,000 บาท ในปีภาษี
(3.5) วิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ เสริมวิสาหกิจชมุ ชน พ.ศ. 2548 ให้หัก
ลดหย่อนได้ 1,800,000 บาท ในปภี าษี

(4) อุปการะเลยี้ งดูบิดามารดา

ค่าลดหยอ่ นบิดามารดา ใช้เป็นค่าลดหย่อนแบบเหมาต่อพ่อหรือแมห่ น่ึงคนได้ คนละ
30,000 บาทต่อปี สาหรบั คนทเ่ี ลี้ยงดพู ่อแม่เองและแม้พ่อแมจ่ ะเสยี ชีวิตระหวา่ งปีก็ยังสามารถใช้
ลดหย่อนภาษสี าหรับปภี าษที เ่ี สียชวี ติ ได้อยู่ (เหมือนมชี ีวติ อย่ตู ลอดปี)

บตุ ร (ผู้มเี งินได้) ที่ดูแลพ่อแม่เอง สามารถนาพ่อแม่ไปใชเ้ ป็นค่าลดหยอ่ นได้แบบเหมาคนละ
30,000 บาท ต่อปี สามารถหักลดหย่อนพอ่ แมไ่ ด้สูงสดุ 4 คน (สามภี รรยายน่ื รวม) ทัง้ นี้ การใชส้ ทิ ธิ์
ลดหย่อนพ่อแม่จะดูเป็นรายปีภาษีไป เชน่ หากปที แี่ ลว้ น้องของคุณเปน็ ผใู้ ช้สิทธ์ลิ ดหยอ่ นคุณพ่อ ปีถัดไปก็
สามารถเปลี่ยนมาเป็นตวั คณุ เองขอเป็นผู้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนคุณพ่อแทนก็สามารถทาไดเ้ พราะเป็นคนละปีภาษี
กนั

เงอ่ื นไขหลกั
เราจะสามารถนาพ่อแมเ่ รามาหกั ลดหย่อนได้ ถ้าเข้าครบเง่ือนไขทกุ ข้อ ต่อไปนี้
1) ไม่เรา ก็พ่อ แม่ ต้องอยู่ในประเทศไทย
2) การอยู่ตามข้อ 1 อยา่ งน้อยต้องมเี ราหรือพ่อแมเ่ ราคนใดคนหน่ึงท่ีอยู่ในประเทศไทย

ครบ 180 วันในปภี าษนี ัน้
3) พ่อแม่มีรายไดท้ ั้งปภี าษีไม่เกนิ 30,000 บาท ( 30,000 บาทพอดียังไม่ผิดเงื่อนไข)
หมายเหตุ เนื่องจากกฎหมายมิไดก้ าหนดวา่ เงินได้พงึ ประเมนิ ของบิดามารดาจะต้องมิใช่

เงนิ ไดท้ ่ีได้รบั ยกเวน้ ตามประกาศอธบิ ดฯี ภาษเี งินได้ (ฉบบั ท่ี 136)

2 - 85

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา

เงื่อนไขเพิม่ เตมิ

1) เราเปน็ ลกู แทๆ้ ท่ีถูกต้องตามกฎหมายของพ่อแม่ (ลูกบุญธรรมไมม่ สี ิทธิหกั ลดหย่อน)
พอ่ แมต่ ้องอายุอยา่ งน้อยครบ 60 ปีแล้ว ในปีภาษนี ้ัน (พ่อ แมบ่ ุญธรรมก็หกั ไมได้)

2) พ่อแม่อยู่ในความดแู ลของเราเอง
3) การใช้สิทธหิ กั ลดหยอ่ นพ่อแมจ่ ะตอ้ งตกลงกันระหว่างพีน่ อ้ งใหด้ ี เพราะพ่อหรอื แม่ 1
คนเท่ากบั 1 สทิ ธ์ิเทา่ น้นั และแบ่งไม่ได้
4) ถา้ มีการใช้สิทธ์ิซ้าซอ้ นกัน จะไม่มใี ครได้สทิ ธิ์หักลดหย่อนเลย เช่น ถา้ เรามพี ี่น้อง
และมีพอ่ เพยี งคนเดียวที่ใชห้ ักลดหย่อนได้ กต็ ้องตกลงกันใหด้ ีว่าปนี จี้ ะให้ใครใชส้ ิทธหิ์ กั ลดหย่อนพ่อกันแน่
5) บตุ รหลายคนรบั อุปการะเล้ยี งดบู ดิ ามารดา ให้บตุ รคนใดคนหนึง่ ท่ีมหี นงั สือรบั รองการ
อุปการะเลย้ี งดจู ากบิดามารดาเป็นผู้มสี ทิ ธหิ ักลดหยอ่ นด้วย แบบ ล.ย. 03
6) ผ้มู ีเงินได้มิไดเ้ ป็นผูอ้ ยใู่ นประเทศไทย ใหห้ ักลดหย่อนได้เฉพาะบดิ ามารดาท่ีอยูใ่ น
ประเทศไทยเทา่ น้ัน
7) พ่อ แม่ต้องมเี ลขประจาตวั ประชาชนตามกฎหมายว่าดว้ ยการทะเบยี นราษฎรของ
บดิ ามารดาใน แบบ ภ.ง.ด. 90 (พ่อ แม่ ต่างด้าวหักไมไ่ ด้)
8) พ่อแม่ของคสู่ มรส เราจะสามารถนาพอ่ แม่ของคู่สมรสมาหกั ลดหย่อนได้ ถา้ เขา้
ครบเง่อื นไขทกุ ข้อ (เกณฑก์ ารหกั เหมือนพอ่ แม่ของผู้มีเงินได้) ต่อไปน้ี

- คูส่ มรสไม่มีรายได้เลยตลอดปีภาษนี ้นั หรือขอใชส้ ทิ ธิย่ืนภาษีรว่ มกนั
- ค่สู มรสเป็นลูกแท้ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อแม่ (ลูกบุญธรรมไม่มสี ิทธิหัก
ลดหย่อน)
- พ่อแมต่ ้องอายุอยา่ งน้อยครบ 60 ปแี ลว้ ในปภี าษนี ้นั
- พ่อแม่อยูใ่ นความดูแลของเราเอง
- พ่อแม่มรี ายได้ท้งั ปีภาษีไมเ่ กิน 30,000 บาท (30,000 พอดยี ังไมผ่ ดิ เง่ือนไข)
- อย่างน้อยต้องมเี ราหรือพ่อแมเ่ ราคนใดคนหน่งึ ทอ่ี ยูใ่ นประเทศไทยครบ 180 วนั
ในปภี าษนี ้นั
- การใชส้ ิทธหิ กั ลดหย่อนพ่อแมข่ องคู่สมรสจะตอ้ งตกลงกันระหว่างพน่ี ้องค่สู มรสให้ดี
เพราะพ่อหรือแม่ 1 คนเทา่ กับ 1 สิทธเ์ิ ทา่ น้ัน และแบง่ ไม่ได้
- ถ้ามีการใช้สิทธิ์ซา้ ซ้อนกันจะไมม่ ใี ครไดส้ ิทธิ์หกั ลดหย่อนเลย เช่น ถ้าคู่สมรสเรามี
พนี่ ้อง และมีพ่อเพียงคนเดยี วที่สามารถใชห้ กั ลดหย่อนได้ ก็ตอ้ งตกลงกันให้ดวี า่ ปนี ี้จะให้ใครใช้สทิ ธห์ิ ัก
ลดหย่อนพ่อกันแน่

ตัวอยา่ ง สามีมเี งนิ ได้แตภ่ รยิ าไม่มีเงนิ ได้ สามอี ุปการะเลย้ี งดบู ิดามารดาของตน สามหี ักลดหยอ่ นบดิ าของ
ตน 30,000 บาท และมารดาของตน 30,000 บาท (รวม 60,000 บาท) และถา้ สามี ได้อุปการะ

2 - 86

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา

เล้ยี งดบู ิดามารดาของภริยา สามมี สี ทิ ธหิ ักลดหย่อนบิดา ของภริยา 30,000 บาท และมารดาของ
ภรยิ า 30,000 บาท (รวม 120,000 บาท)

9) กรณีสามีภริยามเี งินไดท้ ัง้ 2 ฝา่ ย ใหต้ า่ งฝา่ ยตา่ งหกั ลดหย่อนค่าอปุ การะเลย้ี งดบู ดิ า
มารดาของตนได้คนละ 30,000 บาท

ตวั อยา่ ง สามี ภรยิ า มีเงินไดท้ ง้ั 2 ฝา่ ย สามีภริยาตา่ งฝา่ ยต่างอปุ การะเลยี้ งดูบดิ ามารดาของตน สามีหัก
ลดหยอ่ นบิดาของตน 30,000 บาท และมารดาของตน 30,000 บาท (รวม 60,000 บาท) ส่วน
ภรยิ าหักลดหยอ่ นบดิ าของตน 30,000 บาท และมารดาของตน 30,000 บาท (รวม 60,000
บาท)

ข้อสังเกต
(1) คณุ สมบตั ขิ องบิดา มารดา ทจี่ ะใหบ้ ุตรนามาหกั ลดหย่อน
(ก) มีอายุ 60 ปีบริบรู ณ์ และมเี งินได้ไม่เกนิ 30,000 บาท ( 30,000 บาทพอดียังไม่ผิด

เงอ่ื นไข) ในปีท่ีบตุ รนามาหักลดหยอ่ น
(ข) อยู่ในความอปุ การะเลี้ยงดูของผู้มีเงนิ ได้

(2) บตุ รที่จะมสี ทิ ธินา บิดา มารดา มาหักลดหย่อนต้องเป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย
(3) หักลดหย่อนไดต้ ลอดปภี าษี ไม่ว่าสทิ ธิหกั ลดหย่อนจะมีอยตู่ ลอดปีภาษหี รือไม่
(4) กรณมี ีบตุ รหลายคนเลย้ี งดู ให้บิดา มารดา เป็นผูช้ ว้ี ่าจะใหบ้ ุตรคนใดหกั โดยมีหลักฐาน
รบั รองการอปุ การะฯ จากบดิ ามารดา
(5) กรณีสามีหรอื ภริยาเปน็ ผู้มเี งินไดฝ้ ่ายเดยี ว ผมู้ เี งนิ ได้หักบดิ ามารดาของค่สู มรสได้ (ถ้ามี
หลกั ฐานรับรองการอุปการะฯ)
(6) กรณีผูม้ เี งนิ ได้มสี ทิ ธิหักอยแู่ ลว้ ตอ่ มาไดส้ มรสกัน

(ก) ปที แี่ ต่ง หยา่ ตายจากกัน ให้ต่างฝ่ายต่างหกั
(ข) ปที ค่ี วามเป็นสามีภรยิ ามีอยตู่ ลอดปี และฝ่ายภริยาไม่แยกยนื่ รายการและเสยี ภาษี ใหห้ ัก
บดิ ามารดาของผ้มู เี งนิ ได้ บิดา มารดา ของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท
(ค) ปที ค่ี วามเป็นสามีภรยิ ามีอยตู่ ลอดปภี าษแี ละฝา่ ยภรยิ าแยกยืน่ รายการ ให้ตา่ งฝ่ายต่างหัก
(7) ใหห้ ักลดหยอ่ นไดเ้ ฉพาะบดิ ามารดาที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น

(5) อปุ การะเลย้ี งดคู นพิการหรอื คนทุพพลภาพ

(5.1) การหักลดหย่อนค่าอุปการะเล้ยี งดูบิดามารดาสามี หรอื ภริยา บตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย
หรอื บตุ รบุญธรรมของผมู้ ีเงินได้บิดามารดา หรอื บตุ รชอบด้วยกฎหมายของสามี หรือภรยิ าของผมู้ ีเงินได้
หรือบุคคลอน่ื ทผ่ี มู้ ีเงินไดเ้ ปน็ ผ้ดู ูแลตามกฎหมายวา่ ด้วยการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการคนละ

2 - 87

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

60,000 บาท โดยบคุ คลดงั กล่าว ตอ้ งเป็นคนพิการ ซง่ึ มบี ัตรประจาตวั คนพกิ ารตามกฎหมายว่าดว้ ยการ
ส่งเสริมและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการหรือเปน็ คนทุพพลภาพ ตามมาตรา 47(1)(ฎ) แหง่ ประมวล
รษั ฎากร ให้หักลดหย่อนไดต้ ามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไข รวมท้ังจานวนคนพิการและคนทุพพลภาพ
ในความอปุ การะเลี้ยงดขู องผู้มเี งินได้ ดังตอ่ ไปนี้

(5.2) ใหผ้ ู้มีเงินได้หกั ลดหย่อน สาหรบั บุคคลซึ่งเปน็ คนพิการ ซง่ึ มีบตั รประจาตัวคนพิการ
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ าร หรือบคุ คลซ่ึงเป็นคนทุพพลภาพ และอยู่
ในความอปุ การะเลี้ยงดูของผู้มเี งินได้ ดงั ต่อไปน้ี

(ก) บิดา-มารดาของผู้มีเงนิ ได้
(ข) บิดา-มารดาของสามีหรือภรยิ าของผมู้ ีเงนิ ได้
(ค) สามหี รอื ภรยิ าของผู้มีเงนิ ได้
(ง) บตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย หรอื บตุ รบญุ ธรรมของ ผมู้ เี งนิ ได้
(จ) บตุ รชอบด้วยกฎหมายของสามี หรอื ภรยิ าของ ผูม้ ีเงินได้
(ฉ) บคุ คลอืน่ ๆ นอกจาก (ก) (ข) (ค) (ง) และ (จ) ซงึ่ เป็นคนพกิ ารทผ่ี ู้มีเงินได้เป็นผ้ดู ูแล
ตามกฎหมายวา่ ด้วยการสง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพิการ หรือซึ่งเปน็ คนทุพพลภาพและอย่ใู นความ
อปุ การะเล้ียงดูของผูม้ ีเงินได้ จานวน 1 คน
(5.3) กรณีทุพพลภาพ ตอ้ งเป็นกรณที ี่แพทย์ซ่ึงไดข้ ึ้นทะเบียน รับใบอนญุ าตประกอบ
วิชาชีพเวชกรรมไดต้ รวจและแสดงความเหน็ ว่าบุคคลตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) และ (ฉ) มภี าวะจากดั หรือ
ขาดความสามารถในการประกอบกจิ วัตรหลกั อันเป็นปกตเิ ย่ียงบุคคลท่ัวไป อนั เน่อื งมาจากสาเหตทุ าง
ปัญหาสขุ ภาพ หรือความเจบ็ ป่วยทเ่ี ป็นต่อเน่ืองมา หรอื ทุพพลภาพมาแล้วไม่นอ้ ยกว่า 180 วัน

(5.4) บุคคลตาม (5.1) ทผี่ ูม้ ีเงินได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนตอ้ งมีเงินได้พงึ ประเมนิ ไม่เกิน 30,000
บาท ( 30,000 บาทพอดียงั ไม่ผดิ เงื่อนไข) ในปีภาษีท่ผี ู้มเี งนิ ได้ใชส้ ิทธิหักลดหย่อน โดยไม่รวมถึงเงินได้พงึ
ประเมนิ ท่ีไดร้ บั ยกเว้นไมต่ ้องรวม คานวณเพื่อเสยี ภาษเี งินไดต้ ามมาตรา 42 แหง่ ประมวลรัษฎากร

กรณี บุคคลตาม (5.1) เป็นทั้งคนพิการซงึ่ มบี ัตรประจาตัวคนพิการตามกฎหมายวา่
ดว้ ยการสง่ เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชีวิตคนพิการและเป็นคนทพุ พลภาพ ใหผ้ ้มู เี งนิ ได้หักลดหยอ่ นไดใ้ น
ฐานะ คนพิการเพียงฐานะเดยี ว

(5.5) ผมู้ ีเงินได้ทจ่ี ะใช้สทิ ธิหักลดหย่อนคนพกิ ารซ่งึ เปน็ บุคคลตาม (1) ผู้มเี งนิ ไดน้ ้นั ตอ้ งเป็น
ผู้ดูแลตามกฎหมายวา่ ด้วยการสง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพกิ าร โดยมชี อื่ เป็นผดู้ ูแลคนพิการใน
บัตรประจาตัวคนพกิ ารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคณุ ภาพชีวิตคนพกิ าร กรณี มีการ
เปล่ยี นแปลงผู้ดแู ลคนพิการในระหวา่ งปภี าษี ให้ผ้มู เี งินได้ซ่งึ เปน็ ผมู้ ีชือ่ เปน็ ผู้ดแู ลคนพิการในบัตรประจาตัว
คนพกิ ารตามกฎหมายวา่ ด้วยการสง่ เสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการคนสุดท้ายในปีภาษีนน้ั เปน็ ผมู้ ี
สิทธิหกั ลดหย่อน

2 - 88

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

(5.6) ผู้มีเงนิ ได้หลายคนมีชื่อเป็นผ้ดู แู ลคนพิการในบตั รประจาตวั คนพิการตามกฎหมายว่า
ด้วยการสง่ เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพิการตามมาตรา 47 (1) (ฎ) แหง่ ประมวลรัษฎากร ให้ผมู้ เี งนิ ได้
ทุกคนที่มีชอ่ื เปน็ ผู้ดูแลคนพิการในบตั รประจาตวั คนพกิ ารตกลงกันเพ่ือยินยอมให้ผูม้ เี งินได้คนหนึง่ คนใด
เป็นผู้ใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะ เล้ยี งดคู นพิการหรอื คนทพุ พลภาพ และทาวามตกลงเปน็ หนงั สือ
โดยผมู้ เี งนิ ได้ทุกคนที่มชี ่ือเป็นผดู้ แู ลคนพกิ ารในบัตรประจาตวั คนพกิ ารดงั กลา่ วเป็นผู้ลงนามในหนงั สือตก
ลงยินยอมเพอ่ื ใหผ้ ู้มีเงนิ ได้ ซง่ึ เปน็ ผ้ใู ช้สทิ ธิหักลดหย่อนคนพกิ ารใช้เป็นหลกั ฐานในการหักลดหยอ่ นค่า
อุปการะเล้ียงดูฯ

(5.7) ผู้มีเงนิ ได้มีสามีหรือภรยิ าซึง่ มีบตุ รชอบด้วยกฎหมายท่ีเป็นคนพกิ าร โดยผมู้ ีเงินได้มี
เงินได้ฝ่ายเดียว แตส่ ามีหรือภรยิ าของผมู้ ีเงินไดเ้ ปน็ ผูด้ ูแลบุตรซึง่ เป็นคนพกิ าร และมชี ือ่ เป็นผดู้ แู ลในบตั ร
ประจาตวั คนพิการตามกฎหมายว่าดว้ ยการสง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชีวิตคนพกิ าร โดยไมม่ ผี ูม้ ีเงินได้อน่ื มี
ชอ่ื เป็นผดู้ ูแลในบัตรประจาตวั คนพิการของบตุ รที่ชอบดว้ ยกฎหมาย ผู้มเี งินได้ดงั กลา่ วจงึ มสี ทิ ธิหกั
ลดหยอ่ นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายซ่ึงเป็นคนพกิ ารนั้น

ตัวอยา่ ง สามมี ีเงนิ ได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีอปุ การะ เลี้ยงดคู นพิการหรอื คนทุพพลภาพ 1 คน และภรยิ า
อปุ การะเลยี้ งดูบตุ ร ชอบด้วยกฎหมายทเ่ี ป็นคนพิการหรอื ทุพพลภาพ 1 คน สามหี กั ลดหย่อน คน
พิการหรือคนทุพพลภาพทต่ี นเป็นผดู้ แู ลได้ 60,000 บาท และมสี ทิ ธิ หกั ลดหยอ่ นบตุ รที่ภริยาเปน็
ผดู้ แู ลได้ 60,000 บาท (รวม 120,000 บาท)

(5.8) ผู้มีเงนิ ได้ท่จี ะใช้สทิ ธิหกั ลดหยอ่ นคนทพุ พลภาพซ่ึงเปน็ บุคคลดังกล่าว ผ้มู ีเงนิ ได้น้ัน
จะต้องมเี อกสารดงั ต่อไปน้ี มาแสดงเพื่อขอใช้สิทธหิ กั ลดหย่อน

(ก) ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ซง่ึ ได้ขึ้นทะเบยี นรบั ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ที่ไดต้ รวจและแสดงความเห็นว่า บุคคลตาม (1) มีภาวะจากัดหรือขาดความสามารถในการประกอบ กิจวตั ร
หลักอนั เปน็ ปกติเยี่ยงบุคคลท่ัวไปอนั เน่ืองมาจากสาเหตทุ างปญั หาสขุ ภาพหรอื ความเจบ็ ป่วยทีเ่ ป็นต่อเน่ือง
มาไมน่ อ้ ยกวา่ 180 วนั หรือทุพพลภาพมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกว่า 180 วนั และใบรบั รองแพทย์ดังกลา่ วตอ้ งเป็น
ใบรับรองแพทย์ทอ่ี อกในปภี าษที ่ขี อใชส้ ิทธิหักลดหยอ่ น

กรณี ผูม้ เี งินได้หลายคนมใี บรับรองแพทย์จากแพทยซ์ ง่ึ ได้ข้ึนทะเบยี นรับใบอนญุ าต
ประกอบวชิ าชพี เวชกรรมตามวรรคหน่ึง ให้ผู้มีเงนิ ไดท้ ุกคนที่มใี บรบั รองแพทย์ดงั กลา่ วตกลงกันเพ่ือ
ยินยอมให้ผมู้ เี งินได้คนหนึง่ คนใดเป็นผูใ้ ช้สิทธิหกั ลดหย่อนค่าอุปการะเล้ยี งดู และทาความตกลงเปน็
หนงั สือโดยผู้มีเงนิ ได้ทุกคนที่มีใบรบั รองแพทยด์ ังกล่าว เปน็ ผ้ลู งนามในหนงั สอื ตกลงยนิ ยอมนน้ั เพื่อให้ผู้
มเี งนิ ไดซ้ ่ึงเป็นผใู้ ชส้ ทิ ธิหัก ลดหย่อนคนทุพพลภาพ ใชเ้ ปน็ หลกั ฐานในการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลย้ี งดู
ตามประกาศอธบิ ดกี รมสรรพากรเกยี่ วกับภาษีเงินได้ (ฉบับท่ี 182)

2 - 89

บทที่ 2 ภาษเี งินไดบ้ คุ คลธรรมดา

(ข) หนังสอื รับรองการเป็นผอู้ ุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพทรี่ ับรองว่าผู้มีเงินไดเ้ ปน็ ผู้
อุปการะเลี้ยงดบู ุคคลตาม (1) ซงึ่ เปน็ คนทุพพลภาพ โดยผรู้ ับรองต้องเป็นสามภี รยิ าหรอื บุตรชอบด้วย
กฎหมายหรอื บตุ รบญุ ธรรมหรือหลาน หรือบดิ ามารดา หรอื พนี่ ้องร่วม บดิ ามารดาเดียวกนั หรือพี่น้องรว่ ม
บดิ าหรอื ร่วมมารดาเดียวกันหรือ ปยู่ า่ ตายาย หรอื ลุงปา้ นา้ อา ของบุคคลตาม (1) ซ่ึงเปน็ คนทพุ พลภาพ
หรอื กานนั ผูใ้ หญ่บ้าน หรอื บคุ คลท่ีเปน็ สมาชิกขององคก์ รปกครองสว่ น ท้องถิน่ ในท้องท่ีท่ีบุคคลตาม (1) ซง่ึ
เปน็ คนทุพพลภาพอยู่อาศยั โดยหนงั สอื รบั รองดงั กลา่ ว ผูร้ บั รองต้องรบั รองของแตล่ ะปภี าษที ผ่ี ูม้ เี งนิ ได้ ได้
ใชส้ ทิ ธหิ กั ลดหยอ่ น ผูร้ ับรองตามวรรคหนงึ่ ต้องเป็นบคุ คลซึ่งบรรลุ นติ ภิ าวะ และรับรองผู้มเี งนิ ได้ ไดไ้ ม่
เกิน 1 คน สาหรบั การเป็นผ้อู ุปการะ เลยี้ งดคู นทุพพลภาพคนหน่ึงคนใด

(5.9) การหักลดหย่อนคา่ อปุ การะเลยี้ งดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพตามประกาศอธบิ ดี
กรมสรรพากรฯ (ฉบบั ท่ี 182) ใหห้ กั ได้ตลอดปภี าษี ไมว่ ่ากรณที จ่ี ะหักไดน้ ั้นจะมอี ยู่ตลอดปภี าษหี รือไม่
ท้ังนี้ การหักลดหย่อนค่าอุปการะเล้ียงดคู นทุพพลภาพต้องเปน็ ไปตาม หลักเกณฑ์ของวรรคสองของ (1)
ด้วย

(5.10) กรณผี มู้ เี งนิ ได้มไิ ดเ้ ป็นผอู้ ยใู่ นประเทศไทยใหห้ ักลดหยอ่ นคา่ อปุ การะเลย้ี งดูคนพิการ
หรือคนทุพพลภาพได้เฉพาะคนพิการ หรอื คนทุพพลภาพท่ีเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

(5.11) บคุ คลตาม 8 (5.1) ท่ผี ูม้ ีเงินไดจ้ ะใชส้ ทิ ธหิ ักลดหย่อน ตามประกาศอธบิ ดี
กรมสรรพากรฯ (ฉบบั ท่ี 182) จะต้องเปน็ บุคคลท่ีมเี ลขประจาตัวประชาชนตามกฎหมายว่าดว้ ยทะเบียน
ราษฎร

(5.12) การหกั ลดหย่อนตามประกาศอธบิ ดีกรมสรรพากรฯ (ฉบับท่ี 182) ผ้มู ีเงนิ ไดต้ ้องแนบ
หนังสือรบั รองการหักลดหย่อนคา่ อปุ การะเลยี้ งดูคนพิการ หรอื คนทุพพลภาพ (แบบ ล.ย.04) และแนบ
หลักฐานดงั ต่อไปนี้ พร้อมกบั การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

(5.12.1) กรณหี กั ลดหย่อนค่าอุปการะเลย้ี งดูคนพิการใหแ้ นบภาพถ่ายบัตรประจาตัวคน
พกิ ารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการของบุคคลทีผ่ ู้มีเงินไดจ้ ะใชส้ ิทธหิ ัก
ลดหย่อน พร้อมทงั้ ภาพถ่ายบตั รประจาตวั คนพกิ ารในสว่ นทแี่ สดงวา่ ผู้มีเงนิ ไดเ้ ปน็ ผดู้ ูแลคนพิการตาม
กฎหมายว่าดว้ ยการสง่ เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพกิ ารด้วย

(5.12.2) กรณหี กั ลดหยอ่ นค่าอปุ การะเล้ยี งดูคนทุพพลภาพให้แนบหลกั ฐาน ดังต่อไปน้ี
(ก) ใบรับรองแพทย์
(ข) หนงั สือรับรองการเปน็ ผอู้ ุปการะเล้ียงดูคนทพุ พลภาพ (แบบ ล.ย.04-1) ตาม 8 (ข)

2 - 90

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา

ขอ้ สังเกต

กฎหมายท่ีเก่ียวข้อง
1. มาตรา 47(1)(ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร
2. ประกาศอธิบดีกรมสรรพกร เกี่ยวกบั ภาษีเงินได้ (ฉบบั ที่ 182)ฯ ลงวนั ที่ 22 ธนั วาคม พ.ศ.

2552
การนากฎหมายไปปรบั ใช้
1. ผมู้ ีเงนิ ไดห้ ักค่าลดหย่อนค่าอปุ การะเล้ียงดูคนพิการหรอื คนทพุ พลภาพได้ สาหรบั คน

พิการ หรือคนทุพพลภาพได้คนละ 60,000 บาท โดยคนพิการหรอื คนทุพพลภาพต้องมีความสนั พนั ธ์กบั ผู้
มเี งนิ ได้ ดังนี้

(1) เป็นบิดามารดาของผมู้ ีเงินได้
(2) เป็นบิดามารดาของสามีหรอื ภริยาของผู้มเี งินได้
(3) เป็นสามหี รอื ภรยิ าของผู้มเี งนิ ได้
(4) เปน็ บุตรชอบดว้ ยกฎหมายหรอื บุตรบุญธรรมของผมู้ เี งินได้
(5) เปน็ บตุ รชอบด้วยกฎหมายของสามหี รือภรยิ าของผ้มู เี งินได้
(6) เปน็ บุคคลอนื่ ที่ไม่ได้มีความสมั พนั ธ์กับผู้มีเงนิ ได้ตาม (1)-(5) แตผ่ มู้ ีเงนิ ได้เป็นผู้
อุปการะเลีย้ งดู ผมู้ ีเงินได้นามาลดหย่อนได้ 1 คน
ผู้รับรองอาจเป็นบุคคลอื่นกไ็ ดซ้ ึง่ ไดแ้ ก่
(1) กานนั ผใู้ หญบ่ ้าน ในท้องที่ท่บี ุคคลทพุ พลภาพอยอู่ าศยั
(2) บุคคลทีเ่ ป็นสมาชกิ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในท้องทีท่ ่ีบคุ คลทพุ พลภาพอย่อู าศัย
2. หลักเกณฑ์การเป็นคนพกิ ารหรอื คนทุพพลภาพที่ผมู้ ีเงินไดจ้ ะหักลดหย่อนค่าอุปการะ
เล้ยี งดคู นพิการ หรอื คนทุพพลภาพได้
(1) กรณคี นพิการต้องมีองค์ประกอบ ดงั นี้

- คนพกิ ารต้องมีบัตรประจาตัวคนพกิ ารตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ และพฒั นา
คุณภาพชวี ติ คนพิการ

- เป็นบุคคลที่มคี วามสัมพนั ธ์กับผมู้ ีเงนิ ได้ตาม 1
- ผู้มเี งนิ ได้เปน็ ผ้อู ปุ การะเลย้ี งดู และมีชื่อเป็นผ้ดู ูแลคนพิการในบตั รประจาตวั คน
พกิ าร
- คนพกิ ารมีเงนิ ได้พงึ ประเมินไม่เกนิ 30,000 บาท ( 30,000 บาทพอดยี ังไม่ผิด
เง่อื นไข) ในปีภาษีทีผ่ ้มู ีเงินได้ใช้สทิ ธหิ ักลดหยอ่ น (ไมร่ วมเงนิ ได้ท่ีไดร้ ับยกเวน้ ตามมาตรา 42)
- คนพิการต้องมเี ลขประจาตวั ประชาชน 13 หลกั
(2) กรณีคนทุพพลภาพท่ผี มู้ เี งินได้ซงึ่ อุปการะเลย้ี งดูคนทุพพลภาพจะนามาหกั ลดหย่อน
ภาษีไดต้ ้องมีองค์ประกอบ ดังนี้

2 - 91

บทท่ี 2 ภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดา

- ตอ้ งมใี บรบั รองแพทย์ที่ได้ตรวจและแสดงความเหน็ วา่ บุคคลนน้ั มีภาวะจากัด หรือ
ขาดความสามารถในการประกอบกิจวตั รหลักอันเปน็ ปกตเิ ยี่ยงบคุ คลท่ัวไป อันเน่อื งมาจากสาเหตุทาง
ปัญหาสขุ ภาพหรอื ความเจบ็ ป่วยท่ีเป็นต่อเนื่องมา มีระยะเวลาไม่นอ้ ยกว่า 180 วนั หรอื ทุพพลภาพ
มาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 180 วัน

3 กรณคี นพิการมผี ู้อุปการะเลีย้ งดหู ลายคน ใครเป็นผู้มสี ิทธหิ กั ลดหยอ่ นนัน้ ให้ดวู า่ ผมู้ ีเงนิ
ไดค้ นใดมีชื่อเปน็ ผ้ดู ูแลในบัตรประจาตัวคนพิการ ผมู้ เี งนิ ได้คนนน้ั เปน็ ผู้มสี ิทธหิ ักลดหย่อน ดังน้ันการหกั
ลดหยอ่ นคนพิการหลักฐานท่ีจะช้ีวา่ ใครเป็นผมู้ ีสิทธหิ กั ลดหย่อน จึงอยูใ่ นบัตรประจาตวั คนพิการ ได้แก่
ผู้ดแู ล

4 กรณคี นทุพพลภาพทผี่ มู้ เี งินไดอ้ ปุ การะเลี้ยงดจู ะนามาหักลดหยอ่ นได้ หลักฐานทแ่ี สดงว่า
เป็นคนทุพพลภาพคอื ใบรับรองแพทย์ (ทีผ่ ู้มีเงินได้ต้องมเี ป็นหลกั ฐาน)

5 กรณีหักลดหย่อนคนทุพพลภาพ นอกจากหลักฐานใบรับรองแพทยแ์ ลว้ ผ้มู ีเงินได้ต้องมี
หนังสือรบั รอง การเปน็ ผ้อู ุปการะเล้ียงดูคนพิการ (แบบ ล.ย 04) ท่รี บั รองว่าผูม้ เี งนิ ได้เป็นผอู้ ปุ การะเลีย้ ง
ดคู นทพุ พลภาพ (แบบ ล.ย.04-1)

(6) เบีย้ ประกนั สขุ ภาพ

6.1 เบี้ยประกนั สุขภาพของตัวเอง
ค่าลดหย่อนสาหรบั การคา่ ซ้ือเบ้ยี ประกันสุขภาพ ซึง่ ตามกฎหมายเดิม หกั ได้เท่าทจ่ี า่ ยจริง

แตไ่ ม่เกนิ 15,000 บาท ปัจจุบันสามารถหกั เปน็ ค่าลดหย่อนได้เพ่ิมขึน้ เทา่ ทจ่ี า่ ยจรงิ แต่ไม่เกิน 25,000
บาท (กฎกระทรวง ฉบับที่ 365 พ.ศ. 2563) แตเ่ ม่ือรว่ มกับ เบ้ยี ประกนั ชวี ิตท่ัวไป และ เงนิ ฝากแบบมี
ประกนั ชวี ิตแล้ว ต้องไมเ่ กนิ 100,000 บาท สาหรับเบย้ี ประกัน ทจี่ า่ ย ต้ังแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เง่ือนไข
ตามท่กี ฎหมายกาหนด

ตวั อย่าง นาย ก. ทาประกันสขุ ภาพ มกี ารจา่ ยเบ้ยี ประกันสขุ ภาพ 25,000 บาท ดังนั้น นาย ก. จะ
เหลอื สทิ ธิท์ จ่ี ะสามารถจา่ ยเบี้ยประกนั ชีวติ ได้อีกเพียงสูงสุด ไดไ้ ม่เกิน 75,000 บาท เป็นตน้

6.2 เบ้ยี ประกนั สุขภาพบดิ ามารดาของผู้มีเงินได้
(6.2.1) บิดา มารดา ต้องไม่มเี งนิ ได้พงึ ประเมินในปีภาษีที่ใชส้ ิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ เกิน

30,000 บาท ขึ้นไป ( 30,000 บาทพอดียังไม่ผดิ เงื่อนไข)
(6.2.2) ผมู้ ีเงินได้ หรือสามี หรอื ภรยิ าของผู้มเี งนิ ไดต้ อ้ งเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย (บุตร

บุญธรรมไม่มีสทิ ธยิ กเว้นฯ) และใชส้ ทิ ธยิ กเวน้ ฯ ได้ตลอดปีภาษี
(6.2.3) ผู้มีเงนิ ได้จ่ายค่าเบี้ยประกันสขุ ภาพให้บิดามารดาของตน และบิดามารดาของคู่

สมรสทไี่ มม่ เี งนิ ได้ให้ยกเว้นภาษีเงินไดต้ ามจานวนที่จา่ ยจริง แต่ไมเ่ กิน 15,000 บาท

2 - 92

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา

(6.2.4) ผู้มเี งนิ ได้มไิ ดเ้ ป็นผอู้ ยู่ในประเทศไทย ให้ยกเวน้ ภาษเี งินได้ เฉพาะเบย้ี ประกัน
สุขภาพบิดามารดาที่อยใู่ นประเทศไทยเทา่ น้นั

(6.2.5) กรมธรรมห์ นึ่งกรมธรรมใ์ ดมกี ารจา่ ยชาระจากบุตร ผูม้ เี งินไดห้ ลายคนใหใ้ ชส้ ิทธิ
ยกเว้นฯ ได้ทุกคนโดยเฉลี่ยเบ้ียประกันตามส่วนจานวนบุตรผูม้ ีเงินไดร้ ่วมกนั จ่ายจริง แตไ่ ม่เกนิ 15,000
บาท

(6.2.6) ผมู้ เี งนิ ได้ต้องมใี บเสร็จรบั เงินหรอื หนังสอื รบั รองท่ีมีขอ้ ความอยา่ งน้อยตาม
ประกาศอธิบดีฯ กาหนดจากบรษิ ัทประกนั ชีวิต หรือบรษิ ัทประกนั วินาศภยั ท่ปี ระกอบกจิ การใน
ราชอาณาจักร

(6.2.7) ผมู้ เี งนิ ไดต้ ้องระบุเลขประจาตวั ประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบยี น
ราษฎรของบิดามารดาใน แบบ ภ.ง.ด.90

ขอ้ สงั เกต
1 กฎหมายที่เก่ียวข้อง
- กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 263 (แกไ้ ขฉบับท่ี 126)
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกบั ภาษีเงนิ ได้ ฉบบั ท่ี 162
2 การนากฎหมายไปปรับใช้
ยกเวน้ ภาษเี งินได้สาหรับเงินได้เทา่ ท่จี ่ายเปน็ เบ้ยี ประกันสุขภาพ เพอื่ เอาประกันสาหรับบิดา

มารดาของผู้มเี งนิ ได้ รวมทัง้ บิดามารดาของสามีภรยิ าของผมู้ เี งินไดต้ ามท่จี า่ ยจรงิ แต่ไม่เกนิ 15,000 บาท
ในปภี าษี

หลกั เกณฑ์ :
(1) บดิ ามารดาไม่จากดั อายุ แต่มเี งินไดไ้ ม่เกิน 30,000บาท ( 30,000 บาทพอดียังไม่ผิด

เงอื่ นไข)
(2) บตุ รท่ซี อื้ ประกันต้องเป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย (บตุ รบุญธรรมไมส่ ามารถลดหย่อนได)้
(3) ทาตอนไหนของปกี ็ยกเว้นตลอดปภี าษี
(4) กรณบี ตุ รหลายคนร่วมกันทาประกนั ใหเ้ ฉลยี่ แต่รวมกนั ไมเ่ กนิ 15,000บาท
(5) กรณีสามภี รยิ ามเี งนิ ไดฝ้ ่ายเดียวให้สามหี รือภริยาซ่ึงเป็นผู้มเี งินได้ ได้รับยกเว้นตามท่ี

จ่ายจรงิ แตไ่ มเ่ กนิ 15,000บาท
(6) กรณีสามีภรยิ าตา่ งฝ่ายต่างมีเงินได้
(ก) ถา้ อยู่กันไมเ่ ต็มปใี ห้ตา่ งฝา่ ยต่างหกั
(ข) ถ้าอยกู่ นั เต็มปี และภรยิ ามิไดแ้ ยกย่นื รายการใหต้ า่ งฝ่ายต่างหกั ตามสิทธิ (ส่วนของ

ภรยิ านาไปหกั กบั แบบที่ย่นื รวมกับสามี)
(ค) ถ้าอยกู่ นั เต็มปี และภรยิ าไดแ้ ยกยื่นรายการ ให้ต่างฝ่ายตา่ งหกั

2 - 93

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
5.3 การประกนั สขุ ภาพ หมายถึง

(1) การประกันภัยทใี่ ห้ความคุม้ ครองเกยี่ วกบั การรักษาพยาบาลอนั เกดิ จากการเจบ็ ปว่ ยและ
การบาดเจ็บ

(2) การประกนั ภยั อุบัติเหตุเฉพาะทีใ่ ห้ความคมุ้ ครองเก่ยี วกบั การรกั ษาพยาบาล การทุพพล
ภาพ การสญู เสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดกู

(3) การประกันภยั โรครา้ ยแรง
(4) การประกนั ภัยการดูแลระยะยาว
5.4 หลักฐานการใชส้ ิทธิยกเว้น (มีข้อกาหนดตามกฎหมาย) ให้ขอจากบรษิ ทั ผูร้ บั ประกนั
(7) เบ้ียประกนั ชีวิต

(7.1) เบีย้ ประกนั ชีวติ (มาตรา 47(1)(ง))
(7.1.1) การลดหย่อนและยกเวน้ ภาษีเงินได้สาหรับเงนิ ได้เทา่ ทีจ่ ่าย เป็นเบยี้ ประกนั ชีวติ

ของผู้มีเงินได้ เฉพาะกรณีทก่ี รมธรรมป์ ระกนั ชีวิต มกี าหนดเวลาตัง้ แต่ 10 ขนึ้ ไป และเป็นการประกันชวี ิต
ที่ไดเ้ อาประกนั ไว้กับผูร้ บั ประกันภยั ท่ีประกอบกจิ การประกันชวี ติ ในราชอาณาจักร สามารถนาเบี้ยประกนั
ไปหกั ลดหย่อนและยกเวน้ ภาษีเงินได้เทา่ ทจ่ี ่ายจรงิ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กรณที ี่มีเงินได้พงึ ประเมนิ ที่
ต้องเสยี ภาษีคร่งึ ปี ดอกเบยี้ เงินก้ยู ืมดังกล่าวสามารถหักลดหยอ่ นไดต้ ามจานวนท่ีได้จ่ายไปจรงิ ในปีภาษีน้ี
แต่ไมเ่ กนิ 10,000 บาท (ส่วนทเี่ กนิ 10,000 บาท ให้หักยกเวน้ เงนิ ไดไ้ ด้อีก แต่ไม่เกิน 90,000 บาท)
ตอ้ งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

2 - 94

บทที่ 2 ภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดา

(ก) กรมธรรมป์ ระกนั ชวี ิตทีม่ ีความคมุ้ ครองอน่ื เพม่ิ เติม ค่าเบ้ียประกนั ภยั ทจี่ า่ ย
สาหรบั ความคุม้ ครองอนื่ เพมิ่ เติมดงั กลา่ ว ไมส่ ามารถยกเว้นภาษีสาหรับเบีย้ ประกนั ภยั ดังกลา่ วได้

(ข) กรมธรรมป์ ระกันชวี ติ ทีม่ ีการรบั เงนิ หรอื ผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหวา่ งอายุ
กรมธรรมต์ อ้ งเป็นไปตามเง่ือนไข ดังนี้

- กรณีได้รบั เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคนื ทุกปี จะตอ้ งไมเ่ กินร้อยละ 20 ของ
เบยี้ ประกันชวี ิตรายปี หรือ

- กรณีไดร้ บั เงินหรือผลประโยชนต์ อบแทนคนื ตามช่วงระยะเวลาท่ผี ้รู ับประกนั ภยั
กาหนด นอกจาก (ก) เชน่ 2 ปี 3 ปี หรอื 5 ปี เปน็ ต้น จะตอ้ งไม่เกนิ รอ้ ยละ 20 ของ เบี้ยประกนั ชวี ติ
สะสมของแต่ละช่วงระยะเวลาทผี่ ู้รับประกันภัยกาหนดให้มีการจ่ายเงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนคืน หรือ

- กรณีได้รับเงนิ หรือผลประโยชนต์ อบแทนคืนทไ่ี มเ่ ปน็ ตาม (ก) หรือ (ข) ผลรวม
ของเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนสะสมตั้งแต่ปีแรกถงึ ปีท่ีมีการจ่ายเงนิ หรอื ผลประโยชนต์ อบแทนคนื ตอ้ ง
ไม่เกินร้อยละ 20 ของเบ้ยี ประกันชีวิตสะสมทัง้ หมดในช่วงระยะเวลาดังกลา่ ว

ท้งั น้ี เงนิ หรอื ผลประโยชนต์ อบแทนคนื ตาม (ก) และหรือ (ข) และหรือ (ค) ไม่รวม
เงนิ ปันผลตามกรมธรรมป์ ระกันชวี ติ ทไ่ี ด้รับตาม เง่อื นไขในกรมธรรมป์ ระกนั ชีวติ หรือเงินหรอื ผลประโยชน์
ตอบแทนที่ จ่ายเมอื่ สิ้นสุดการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแลว้ แต่ผ้เู อาประกนั ยงั คงไดร้ ับ ความคุ้มครองตาม
ระยะเวลาที่กาหนดในสญั ญาประกนั ชีวติ หรือเงนิ หรือ ผลประโยชน์ตอบแทนทจ่ี า่ ยเมื่อสน้ิ สุดอายุกรมธรรม์
ความใน (1) และ (2) ให้ใชบ้ ังคับสาหรับกรมธรรม์ประกนั ชีวติ ทไ่ี ด้เรม่ิ ทาต้งั แต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552
เป็นตน้ ไป

(7.1.2) การไดร้ บั ลดหย่อนและยกเว้นภาษีใหเ้ ป็นไปตาม หลักเกณฑ์ ดังต่อไปน้ี
1) ใหไ้ ด้รบั ลดหย่อนและยกเวน้ ภาษีตลอดปีภาษีไม่ว่ากรณีทจ่ี ะไดร้ ับยกเว้นน้ันจะมีอยู่

ตลอดปภี าษี หรอื ไม่
2) กรณสี ามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว ให้ได้รับลดหย่อนและยกเวน้ ภาษสี าหรบั ผ้มู ี

เงินไดเ้ ต็มจานวนตามท่จี ่ายจรงิ แต่ไม่เกนิ 100,000 บาท
ในกรณสี ามหี รือภรยิ าของผ้มู ีเงินได้ ไดม้ ีการประกันชีวิตและความเปน็ สามีภรยิ าไดม้ ีอยู่

ตลอดปีภาษี สามีหรือภรยิ าซึง่ เปน็ ฝ่ายผู้มเี งินได้ มสี ทิ ธหิ กั ลดหยอ่ นสาหรับเบยี้ ประกันชวี ติ ของสามีหรือ
ภริยาฝ่ายท่ีไม่มีเงินไดต้ ามจานวนทจี่ ่ายจริง แต่ไมเ่ กนิ 10,000 บาท

ตัวอย่าง สามมี ีเงินไดแ้ ต่ภรยิ าไมม่ ีเงินได้ สามีจ่ายเบีย้ ประกนั ชวี ติ 100,000 บาท ภริยาจา่ ยเบย้ี ประกนั
ชวี ิต 100,000 บาท ถา้ ความ เป็นสามภี รยิ าได้มีอยูต่ ลอดปีภาษี

ตอบ สามหี ักลดหย่อนและยกเวน้ ภาษสี าหรบั ผู้มีเงนิ ได้ 100,000 บาท และ สามหี ักลดหยอ่ นภริยา
10,000 บาท ถ้าความเปน็ สามีภรยิ ามไิ ด้มีอยตู่ ลอดปีภาษี สามหี ักลดหย่อน และยกเว้น ภาษี
สาหรบั ผมู้ ีเงนิ ได้ 100,000 บาท

2 - 95

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา

3) กรณสี ามภี รยิ าต่างฝา่ ยตา่ งมีเงินได้ ใหส้ ามแี ละภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนและ
ยกเว้นภาษีตามจานวนท่ีจา่ ยจรงิ แตไ่ ม่เกนิ 100,000 บาท ซง่ึ ไม่เกนิ เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ของแต่ละคนหลัง
หักค่าใชจ้ ่าย ตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรษั ฎากรแลว้

(7.1.3) การได้รับลดหยอ่ นและยกเว้นภาษีผ้มู ีเงนิ ได้ต้องมีหลักฐาน จากผู้รับประกนั ภัย
ท่พี สิ จู น์ไดว้ ่ามีการจ่ายเบีย้ ประกันชวี ิต

กรณี กรมธรรม์ประกันชีวติ ที่มคี วามคุ้มครองอ่นื เพ่มิ เติม หลักฐานตามวรรคหนงึ่ ต้อง
ระบุจานวนเบยี้ ประกนั ชวี ติ และเบยี้ ประกนั ภยั ทจ่ี ่าย สาหรบั ความค้มุ ครองอนื่ เพ่มิ เติมแยกออกจากกัน

กรณี กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มกี ารรับเงนิ หรือผลประโยชนต์ อบแทนคนื ในระหวา่ ง
อายกุ รมธรรม์ หลักฐานตามวรรคหนงึ่ ต้องระบุ เง่ือนไขตาม 7.1 (2) ด้วยความในวรรคสองและวรรคสาม
ให้ใช้บงั คับสาหรับกรมธรรม์ประกนั ชวี ติ ที่ได้เร่มิ ทา ต้ังแตว่ ันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

(7.1.4) กรณีผูม้ เี งนิ ได้ ไดใ้ ช้สทิ ธลิ ดหย่อนและยกเวน้ ภาษเี งินได้ ตาม 7.2 แล้วและต่อมา
ไดป้ ฏิบตั ิไม่เป็นไปตามหลกั เกณฑข์ อง 7.1 ผูม้ เี งนิ ได้หมดสิทธิได้รบั การลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงนิ ได้
ตาม 7.2 และ ตอ้ งเสยี ภาษเี งินได้สาหรับปีภาษที ่ีไดน้ าเงนิ ค่าเบย้ี ประกนั ชีวิตไปหกั ออก จากเงนิ ไดเ้ พ่ือ
ลดหย่อนและยกเว้นภาษเี งินได้มาแล้วนบั ต้งั แต่วนั ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงนิ ได้ของปีภาษนี นั้ ๆ
จนถงึ วันท่ไี ด้ย่ืนแบบแสดงรายการภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดาเพ่ิมเติม เพ่ือเสียภาษเี งินได้เพ่มิ เติม ของปภี าษี
ดงั กล่าวพร้อมเงินเพมิ่ ตามมาตรา 27 แห่ง ประมวลรัษฎากร การฝากเงินออมสนิ ประเภทสงเคราะห์ชีวติ
และครอบครวั กอ็ ยู่ในขา่ ยท่ีจะขอหักลดหยอ่ นตามเกณฑ์นไ้ี ด้ด้วย

(7.2) เบ้ียประกนั ชีวติ แบบบานาญ

(7.2.1) เงนิ ได้เท่าที่ไดจ้ า่ ยเป็นเบ้ยี ประกนั ภยั สาหรับการประกนั ชีวิตแบบบานาญ ต้ังแต่
วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2553 เปน็ ต้นไป ทไ่ี ดร้ ับยกเว้นไมต่ อ้ งรวมคานวณเพือ่ เสียภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา
ต้องเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปน้ี

(ก) เป็นการจ่ายเบยี้ ประกนั ภัยสาหรบั กรมธรรม์ประกันชีวติ แบบบานาญที่มี
กาหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปขี น้ึ ไป

(ข) เป็นการประกันชีวิตทไ่ี ด้เอาประกนั ไว้กับผู้รับประกนั ภยั ที่ประกอบกิจการประกนั
ชีวิตในราชอาณาจกั ร

(ค) มกี ารกาหนดการจา่ ยผลประโยชน์เงินบานาญเปน็ รายงวดอย่างสม่าเสมอ ซง่ึ
จานวนผลประโยชนเ์ งนิ บานาญดงั กลา่ วจะจ่ายเท่ากันทุกงวด หรอื จา่ ยในสดั ส่วนท่ีเพิ่มข้ึนตามระยะเวลา
การเอาประกนั ก็ได้ โดยการจ่ายผลประโยชนเ์ งินบานาญจะจ่ายตามการทรงชีพที่อาจมีการรับรองจานวน
งวดในการจา่ ยที่แนน่ อน

2 - 96

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา

(ง) มีการกาหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์เงิน บานาญเมือ่ ผู้มีเงินได้มี อายุ
ตัง้ แต่ 55 ปีข้นึ ไป ถงึ อายุ 85 ปี หรอื กวา่ น้นั และผูม้ เี งนิ ได้ตอ้ งจ่ายเบยี้ ประกันภัยครบถว้ นแล้วกอ่ น
ไดร้ บั ผลประโยชน์เงินบานาญ

(7.2.2) การยกเวน้ ภาษเี งินไดส้ าหรับเงนิ ได้ เท่าที่ได้จา่ ยเป็นเบ้ียประกันภัย สาหรับการ
ประกนั ชีวติ แบบบานาญของผมู้ ีเงนิ ได้ กรณี ผู้มเี งนิ ได้ได้จา่ ยเบยี้ ประกนั ภัย สาหรบั การประกนั ชีวติ แบบ
บานาญเพียงอย่างเดยี ว หรอื ไดจ้ า่ ยเบย้ี ประกันภัยสาหรับการประกันชีวิตแบบบานาญและแบบอ่ืนด้วย
แลว้ แต่กรณี ใหย้ กเว้นเงนิ ได้ทจ่ี า่ ยไปเป็นเบ้ียประกนั ภัยสาหรับการประกนั ชีวติ แบบบานาญ หรอื การ
ประกันชวี ติ แบบบานาญ และแบบอืน่ แล้วแตก่ รณี ตามจานวนทจ่ี ่ายจรงิ แต่ไมเ่ กนิ 90,000 บาท และให้
ยกเวน้ เงินได้เพ่ิมขนึ้ อีกตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการ ดงั ตอ่ ไปนี้

(ก) ให้ยกเวน้ ภาษเี งินได้สาหรับเงินได้เทา่ ที่จา่ ยเปน็ เบ้ยี ประกนั ภัย สาหรับการ
ประกันชวี ติ แบบบานาญของผ้มู ีเงนิ ได้เพม่ิ ข้นึ อีก ในอัตรารอ้ ยละ 15 ของเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ทไี่ ดร้ บั ซ่ึงตอ้ ง
เสียภาษเี งนิ ได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

กรณี ที่ผมู้ เี งนิ ได้ได้จ่ายเงินสะสมเข้ากองทนุ สารองเล้ยี งชพี ตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
กองทุนสารองเลย้ี งชีพ (กสช.) หรือจ่ายเงินสะสมเขา้ กองทนุ บาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการ (กบข.) ตาม
กฎหมายว่าด้วยกองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการ หรอื จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะหต์ ามกฎหมาย
ว่าดว้ ยโรงเรยี นเอกชน (กสค.) แลว้ แต่กรณี หรอื จา่ ยเงินค่าซือ้ หน่วยลงทุนในกองทนุ รวมเพื่อการเลีย้ ง
ชีพ (RMF) ตามกฎหมายวา่ ด้วยหลักทรพั ย์และตลาดหลกั ทรัพย์เงนิ ที่ไดจ้ ่ายดังกล่าว เม่ือรวมคานวณกบั
เงินได้ท่ีได้รบั ยกเว้นตามท่ีกล่าวมาแลว้ รวมกันท้งั สิน้ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ในปภี าษเี ดียวกนั

(ข) กรณสี ามหี รือภริยามเี งินไดฝ้ ่ายเดียว ได้จ่ายเบยี้ ประกันภยั ในปภี าษสี าหรับการ
ประกนั ชีวติ แบบบานาญ ให้ยกเว้นภาษีเงนิ ไดส้ าหรับเงินได้เท่าทจ่ี า่ ยเปน็ เบี้ยประกันภยั สาหรบั การ
ประกันชีวติ แบบบานาญของสามีหรอื ภริยา ซ่งึ เป็นฝา่ ยผมู้ ีเงินได้เพ่ิมข้ึนอีกในอตั รารอ้ ยละ 15 ของเงนิ ได้
พงึ ประเมนิ ที่ได้รบั ซึ่งต้องเสยี ภาษเี งนิ ไดใ้ นแตล่ ะปี แตไ่ มเ่ กนิ 200,000 บาท

กรณี สามหี รือภรยิ าซึ่งเป็นฝ่ายผมู้ เี งินได้ ได้จ่ายเงนิ สะสมเข้ากองทนุ สารองเลีย้ ง
ชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสารองเล้ยี งชพี หรือจ่ายเงินสะสมเข้ากองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการ

2 - 97

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา

(กบข.) ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยกองทุนบาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการ (กบข.) หรอื จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน
สงเคราะห์ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงเรยี นเอกชนแลว้ แต่กรณีหรือจ่ายเงินคา่ ซื้อหนว่ ยลงทุนในกองทนุ รวมเพ่ือ
การเล้ียงชีพ (RMF) ตามกฎหมายว่าดว้ ยหลกั ทรัพย์และตลาดหลกั ทรัพย์เงินท่ีไดจ้ า่ ยดังกล่าว เมอ่ื รวม
คานวณกับเงนิ ไดท้ ี่ไดร้ บั ยกเวน้ ตามวรรคหนึ่งต้องไมเ่ กนิ 500,000 บาท ในปภี าษีเดียวกนั

ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ดังกลา่ วจะต้องใชส้ ิทธใิ นการหักลดหย่อน และยกเว้นภาษีเงินไดส้ าหรบั
เบย้ี ประกนั ชีวติ แบบอน่ื เตม็ จานวนเงิน 100,000 บาทก่อน ไมว่ ่าจะมีการจ่ายเบี้ยประกันชวี ติ แบบอ่นื
หรือไม่กต็ ามแล้วนาจานวนเงินทเ่ี หลอื หลังหักเบี้ยประกนั ชีวติ แบบอนื่ กรอกในช่องเบย้ี ประกนั ชวี ิตแบบ
บานาญ

(7.2.3) การไดร้ บั ยกเว้นภาษี ผ้มู เี งนิ ไดต้ ้องมีหลักฐานจากผรู้ บั ประกนั ภยั ซง่ึ ได้รับรอง
วา่ เปน็ การจา่ ยเบ้ียประกนั ภยั สาหรบั การประกันชีวิตแบบบานาญ

(7.2.4) กรณีผู้มเี งนิ ได้ ไดใ้ ช้สทิ ธิยกเว้นภาษีเงินได้ตาม 7.6 แล้ว และตอ่ มาไดป้ ฏบิ ตั ิไม่
เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ของ 7.5 ผมู้ เี งนิ ได้หมดสิทธิ ไดร้ ับยกเว้นภาษีเงนิ ได้ตาม 7.6 และต้องเสยี ภาษเี งินได้
สาหรับปภี าษที ไี่ ดน้ าเงินคา่ เบี้ยประกนั ชีวติ ไปหักออกจากเงินไดเ้ พื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแลว้ นับตงั้ แต่วนั ที่
ได้ย่นื แบบแสดงรายการภาษเี งนิ ไดข้ องปภี าษนี ั้น ๆ จนถึงวนั ที่ไดย้ ่ืนแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บคุ คล
ธรรมดาเพ่มิ เติม เพ่ือเสยี ภาษีเงนิ ได้เพม่ิ เตมิ ของปภี าษีดังกล่าวพรอ้ มเงินเพ่ิมตาม มาตรา 27 แหง่ ประมวล
รัษฎากร

ขอ้ สังเกต
- อายกุ รมธรรม์ 10 ปี ขน้ึ ไป
- จ่ายผลประโยชน์เงินบานาญเป็นรายงวดอย่างสมา่ เสมอ หรือจา่ ยในสดั สว่ นทเี่ พม่ิ ข้นึ ตาม

ระยะเวลาทที่ าประกนั ก็ได้
- จา่ ยผลประโยชน์เม่ือผมู้ เี งินได้ อายุ 55 –85 ปี หรอื กว่านั้น โดยผู้มเี งนิ ไดต้ ้องจา่ ยเบ้ียประกัน

ครบถว้ นแลว้
(ประกาศอธบิ ดีกรมสรรพากรเก่ียวกบั ภาษีเงนิ ได้ ฉบับท่ี194)

2 - 98


Click to View FlipBook Version