The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jitsuparobkob21, 2021-05-22 07:38:10

การภาษีอากร CH1

บทที่ 2 PIT 1 - (7 -218)

บทท่ี 2 ภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา

5 การคานวณภาษเี งินไดบ้ คุ คลธรรมดา

แหลง่ เงนิ ไดน้ อกประเทศ อย่ใู นประเทศไทยครบ 180 วัน แหล่งเงินไดใ้ นประเทศ

นาเงินไดน้ ้นั เชา้ มาในประเทศไทย เงินได้รวมตาม ม. 39
ทาในปีภาษเี ดยี วกัน หัก เงินได้ที่ไมเ่ สยี ภาษี ม.42

(+) ภาษที ี่ตอ้ งชาระ = ภาษที ี่คานวณได้ – ภาษีหกั ณ.ทจ่ี า่ ย = อตั ราก้าวหนา้ X เงนิ ไดส้ ุทธิ = เงินได้พึงประเมิน ม.40

(-) ขอคืนภาษี หัก ภาษคี ร่ึงปี ภงด. 94 หัก ยกเว้น ม.42 กท. 126

หัก ภาษีที่ชาระลว่ งหน้า ภงด. 93 หัก ค่าใช้จ่าย (เลอื กหัก)

หัก เครดติ ภาษี หัก คา่ ลดหยอ่ น

หัก เงินบรจิ าค 2 เท่า

หัก เงินบริจาค 1 เท่า

5.1 การคานวณภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา ตาม ม. 48
การคานวณภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดากรณีมีเงินได้ ม. 40(1) ถงึ (8) และ ม. 40 (2) ถงึ (8) ซง่ึ

ต้องคานวณภาษีปลี ะ 2 ครัง้ ๆ ละ 2 วธิ ี และ 3 ข้นั ตอน ดงั นี้

ขน้ั ตอน 1 คานวณตามมาตรา 48(1) วิธีที่ 1 โดยนาเงินได้พงึ ประเมนิ ท่ีไดร้ ับในปภี าษีนั้น
หกั ค่าใช้จ่ายและหักคา่ ลดหย่อน คงเหลือเทา่ ใดเปน็ เงินไดส้ ุทธทิ จ่ี ะต้องนาไปคานวณภาษีตามที่กาหนด

ขน้ั ตอน 2 คานวณตามมาตรา 48(2) วธิ ีที่ 2 สาหรบั ผมู้ เี งนิ ได้พึงประเมนิ ตามมาตรา 40(2)
– 40(8) ในปีภาษี ต้ังแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ให้เสยี ภาษไี ม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของยอดเงินไดพ้ งึ
ประเมิน

ขน้ั ตอน 3 เปรียบเทียบภาษีทค่ี านวณได้ ตามขอ้ ที่ 1) และ 2) ภาษีทต่ี ้องชาระคือ จานวน
ที่สงู กว่า แลว้ นาไปหกั กับภาษที ่ีผู้มเี งินได้จ่ายสรรพากรไปแล้วในระหว่างปภี าษี (เครดิตภาษี)

2 - 147

บทท่ี 2 ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา

(1) คานวณภาษเี งนิ ไดค้ ร่ึงปี ตาม ม.40(5)-(8)

การคานวณภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา มี 2 วิธี และ 3 ขนั้ ตอน ดังต่อไปน้ี

ขนั้ ตอนท่ี 1 คานวณวิธีที่ 1 XXX
เงนิ ได้พึงประเมนิ ม. 40(5)ก คา่ เช่า โรงเรอื น
หัก ค่าใช้จา่ ย 30% เปรยี บเทียบกบั XXX XXX
XXX
ค่าใชจ้ ่ายตามความจาเป็นและสมควร
ยอดใดมากกว่า นายอดน้นั เปน็ ค่าใช้จ่าย XXX XXX
เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ม. 40(5)ก ยานพาหนะ XXX
หัก ค่าใช้จ่าย 30% เปรียบเทยี บกับ
คา่ ใช้จ่ายตามความจาเป็นและสมควร XXX XXX
ยอดใดมากกวา่ นายอดนนั้ เปน็ ค่าใชจ้ า่ ย XXX
เงินได้พึงประเมิน ม. 40(5)ก ค่าเช่า ท่ดี นิ ทีใ่ ช้
XXX XXX
ในการเกษตรกรรม XXX
หัก ค่าใช้จ่าย 20% เปรยี บเทียบกับ
XXX XXX
คา่ ใชจ้ ่ายตามความจาเป็นและสมควร XXX
ยอดใดมากกว่า นายอดนน้ั เปน็ คา่ ใช้จา่ ย XXX XXX
เงนิ ได้พงึ ประเมิน ม. 40(5)ก ค่าเช่า ทีด่ นิ ที่ไมใ่ ช้ XXX
XXX XXX XXX (5)
ในการเกษตรกรรม
หกั คา่ ใชจ้ ่าย 15% เปรียบเทยี บกับ

ค่าใช้จา่ ยตามความจาเป็นและสมควร
ยอดใดมากกวา่ นายอดนั้น เป็นคา่ ใชจ้ า่ ย
เงินได้พึงประเมิน ม. 40(5)ก ค่าเช่าอนื่ ๆ
หกั ค่าใช้จ่าย 10% เปรยี บเทียบกับ
คา่ ใช้จ่ายตามความจาเปน็ และสมควร
ยอดใดมากกวา่ นายอดนัน้ เป็นคา่ ใช้จา่ ย
เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ม. 40(5)ข ผดิ สัญญาเชา่ ซ้ือ
หัก ค่าใช้จา่ ย 20%
เงินได้พงึ ประเมนิ ม. 40(5)ข ผดิ สัญญาซอื้ -ขาย

ผ่อนชาระ
หัก คา่ ใชจ้ ่าย 20%

2 - 148

เงนิ ได้พึงประเมนิ ม. 40(6) ประกอบโรคศิลปะ บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา
หกั คา่ ใช้จา่ ย 60% เปรยี บเทียบกบั XXX

คา่ ใช้จ่ายตามความจาเปน็ และสมควร XXX XXX (6)
ยอดใดมากกว่า นายอดนัน้ เปน็ คา่ ใชจ้ ่าย XXX
ถ้าเปน็ เงนิ ได้พึงประเมิน ม. 40(6) อาชีพอสิ ระอ่นื ๆ
หกั ค่าใช้จา่ ย 30% เปรยี บเทียบกับ XXX XXX (6)
คา่ ใชจ้ ่ายตามความจาเปน็ และสมควร
ยอดใดมากกว่า นายอดนั้น เป็นคา่ ใช้จ่าย

เงินได้พงึ ประเมนิ ม. 40(7) รับเหมาก่อสร้าง XXX
หัก ค่าใชจ้ ่าย 60% เปรียบเทยี บกับ XXX XXX (7)

ค่าใชจ้ า่ ยตามความจาเป็นและสมควร
ยอดใดมากกวา่ นายอดนน้ั เปน็ ค่าใชจ้ า่ ย

เงินได้พึงประเมนิ ม. 40(8) (นอกจาก ม. 40(1) ถงึ (7)) XXX

หัก ค่าใชจ้ า่ ย 60% เปรียบเทียบกับคา่ ใช้จ่ายตามความจาเป็นและสมควร

ยอดใดมากกว่า นายอดนั้น เป็นคา่ ใชจ้ ่าย XXX XXX (8)
(9) รวม (1) ถึง (8)
เงนิ ไดห้ ลังหกั ค่าใช้จา่ ย XXX (10)
(11) = (9) – (10)
หัก คา่ ลดหยอ่ น (ม. 47) ยกเว้นเงนิ บรจิ าค XXX (12)
(13) = (11) – (12)
เงินได้คงเหลอื XXX (14)
(15) = (13) – (14)
หกั เงนิ บรจิ าค (ม. 47(7)) (สองเทา่ ) ไมเ่ กิน 10% ของ (11) XXX

เงินไดค้ งเหลอื XXX

หกั เงนิ บรจิ าค (ม. 47(7)) (เท่าเดยี ว) ไมเ่ กนิ 10% ของ (13) XXX

เงนิ ไดส้ ทุ ธิ XXX

นาเงินได้สทุ ธิ (7) ไปคานวณภาษตี ามอัตรากา้ วหนา้ (มาตรา 76 ตรี)

0 – 150,000 ยกเว้น ยกเวน้ ยกเว้น

150,001– 300,000 150,000 5% 7,500

300,001- 500,000 200,000 10% 20,000

500,001- 750,000 250,000 15% 37,500

750,001-1,000,000 250,000 20% 50,000

1,000,001- 2,000,000 1,000,000 25% 250,000

2,000,001 – 5,000,000 3,000,000 30% 900,000

5,000,001 ขนึ้ ไป - 35% -

2 - 149

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา

จะได้ภาษีทต่ี อ้ งชาระ ตามวธิ ีที่ 1 XXX (16)

ตาราง 2-4 อตั ราภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้าในแต่ละขั้นของเงินได้สุทธิ

ชว่ งของเงนิ ได้สุทธิ จานวนเงนิ ไดส้ ทุ ธิ อตั ราภาษี ภาษี (บาท) ภาษีสะสม (บาท)

0 – 150,000 ยกเวน้ ยกเวน้ ยกเวน้ ยกเว้น

150,001– 300,000 150,000 5% 7,500 7,500

300,001- 500,000 200,000 10% 20,000 27,500

500,001- 750,000 250,000 15% 37,500 65,000

750,001-1,000,000 250,000 20% 50,000 115,000

1,000,001- 2,000,000 1,000,000 25% 250,000 365,000

2,000,001 – 5,000,000 3,000,000 30% 900,000 1,265,000

5,000,001 ขน้ึ ไป - 35% - -

พระราชกฤษฎกี าออกตามความในประมวลรษั ฎากร ว่าด้วยการลดอตั รารัษฎากร (ฉบบั ท่ี 576)
พ.ศ.2557 ไดล้ งประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เมื่อวันท่ี 10 พฤศจิกายน 2557 แล้ว โดยพระราชกฤษฎีกา
ดงั กล่าว เป็นการขยายเวลาการใช้อัตราภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดาแบบ 7 ข้ัน ซ่ึงได้มผี ลใชบ้ งั คับมาแล้วต้งั แต่
ปภี าษี 2556-2557 ต่อไปอีก 1 ปภี าษี คอื ตัง้ แตว่ นั ท่ี 1 มกราคม 2558 ถึงวนั ท่ี 31 ธนั วาคม 2558
(พระราชกฤษฎีกา ฉบบั ที่ 576, 255) และวันท่ี 1 มกราคม 2559 ถงึ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2558 (พระ
ราชกฤษฎกี า ฉบับท่ี 600, 2559)

หมายเหตุ

(1) การยกเว้นภาษีเงนิ ได้ 0 ถงึ 150,000 บาท ได้รับยกเว้นตาม พรฎ. 470 จะยกเว้นให้สาหรบั

การคานวณภาษเี งินไดต้ ามมาตรา 48(1) เท่านน้ั เริม่ มผี ลสาหรบั เงนิ ได้ตั้งแต่ปี 2551 เป็น

ตน้ ไป

(2) การคานวณภาษีครึ่งปี สามารถใช้สิทธหิ กั รายการเหล่านกี้ ับเงนิ ได้พงึ ประเมินได้

- ยกเวน้ ผสู้ ูงวัย เท่ากับ 190,000 บาท

- ยกเว้นผ้พู ิการ เท่ากับ 190,000 บาท

- ยกเวน้ เงนิ ไดข้ องวสิ าหกจิ ชมุ ชน เท่ากับ 1,800,000 บาท

2 - 150

Mapping ของข้ันตอนก
2-

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ คุ คลธรรมดา

การคานวณภาษี (วธิ ีท่ี 1)

151

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา

ขนั้ ตอนที่ 2 คานวณวิธที ี่ 2 สาหรับเงินได้ที่เกดิ ในครง่ึ ปแี รก
สาหรบั ผูม้ ีเงินได้พงึ ประเมินตามมาตรา 40(5) ถึง (8) รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขน้ึ

ไป (มาตรา 48(2))

ภาษีที่ตอ้ งชาระตามข้นั ท่ี 2 = เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ตาม ม.40(5) ถึง (8) X 0.005
X 0.5%
X 5 สว่ น 1,000

กรณที ่ีคานวณไดไ้ มเ่ กิน 5,000 บาท ได้รับสทิ ธิในการยกเว้นภาษีดงั กลา่ ว โดยใหค้ งมีหนา้ ที่
ในการคานวณและเสยี ภาษีสาหรับเงนิ ได้พึงประเมินตามมาตรา 48 (1) (พระราชกฤษฎกี า ฉบับท่ี 480
พ.ศ. 2552)

ข้นั ท่ี 3 หกั ภาษีท่ชี าระสรรพากรไปก่อนลว่ งหนา้ ระหวา่ งปีภาษี

นาภาษีท่ีคานวณได้ตามวิธที ่ี 1 ขอ้ (16) เปรียบเทยี บกบั ภาษีทคี่ านวณไดต้ ามวิธีท่ี 2 ภาษี
ท่ตี อ้ งชาระคอื จานวนทส่ี ูงกว่านาจานวนน้นั ไปเสียภาษี

ภาษีท่ตี ้องชาระเพมิ่ เติมเม่อื ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 XX XXX
จานวนภาษีทตี่ อ้ งชาระ (จากขน้ั ที่ 3) XX
หกั ภาษีท่ถี ูกหัก ณ ทีจ่ ่าย XXX
XXX
ภาษเี งนิ ได้ท่ีชาระลว่ งหนา้
คงเหลือ ภาษที ่ตี ้องชาระเพิ่ม

2 - 152

บทที่ 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
(2) คานวณภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดาประจาปี ตาม ม. 48(1) วิธีท่ี 1

การคานวณภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา มี 2 วิธี และ 3 ขั้นตอน ดงั ต่อไปนี้
ข้ันตอนที่ 1 คานวณวิธที ่ี 1

เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ม. 40(1)-(8)

เงินได้พึงประเมิน ม. 40(1) XXX

หกั เงนิ ได้พึงประเมนิ ที่ไดร้ บั การยกเว้นภาษเี งนิ ได้ XXX

เงนิ ไดห้ ลังหักเงนิ ได้พงึ ประเมินที่ไดร้ ับการยกเว้นภาษี XXX

- ขายที่ดนิ ในเขตไมเ่ จรญิ เท่ากับ 200,000 บาท (เฉพาะขายอสงั หาฯ ม. 40(8))

- กองทุนสารองเลี้ยงชพี ไมเ่ กนิ 490,000 บาท (ม. 40(1))

- กองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการ (กบข.) ไม่เกนิ 15% สูงสดุ ไม่เกนิ 500,000 บาท (ม. 40(1))

- กองทุนสงเคราะหค์ รเู อกชน ไม่เกนิ 15% สงู สดุ ไม่เกนิ 500,000 บาท (ม. 40(1))

- เงนิ สะสมกองทุนการออมแห่งชาติ เฉพาะสว่ นทีไ่ มเ่ กิน 500,000 บาท

- เงนิ ชดเชยตามกฎหมาย ไม่เกนิ 300,000 บาท (ม. 40(1))

- ยกเว้นผู้สูงวัย เท่ากับ 190,000 บาท

- ยกเวน้ ผู้พิการ เท่ากบั 190,000 บาท

- ยกเวน้ เงินไดข้ องวิสาหกจิ ชมุ ชน เท่ากับ 1,800,000 บาท

เงนิ ไดห้ ลงั หักเงินได้ยกเวน้ XXX

บวก เงนิ ได้พึงประเมิน ม. 40(2) XXX

หกั ค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 XXX (1)+(2)

เงินได้พงึ ประเมนิ ม. 40(3) (เฉพาะกลุ่มคา่ สิทธ์ิ) XXX
หกั ค่าใชจ้ ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 XXX (3)

เงินได้พงึ ประเมนิ ม. 40(4)ก XXX
เงินได้พงึ ประเมิน ม. 40(4)ข XXX
บวก เครดิตภาษีเงนิ ปันผล XXX XXX
เงนิ ได้พงึ ประเมิน ม. 40(4)ค (โบนัสของผู้ถือหุ้น)
เงินได้พึงประเมนิ ม. 40(4)ง (เงนิ ลดทนุ ) XXX
เงินได้พึงประเมนิ ม. 40(4)จ (เงนิ เพิ่มทุน) XXX
เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ม. 40(4)ฉ XXX
เงนิ ได้พงึ ประเมิน ม. 40(4)ช XXX
XXX XXX (4)

2 - 153

เงนิ ได้พึงประเมิน ม. 40(5)ก ค่าเช่า โรงเรือน บทที่ 2 ภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดา
หกั ค่าใชจ้ ่าย 30% เปรยี บเทยี บกบั XXX

ค่าใช้จ่ายตามความจาเป็นและสมควร XXX XXX
ยอดใดมากกวา่ นายอดน้ัน เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ย XXX
เงินได้พงึ ประเมนิ ม. 40(5)ก ยานพาหนะ
หัก ค่าใชจ้ า่ ย 30% เปรียบเทียบกับ XXX XXX
ค่าใช้จ่ายตามความจาเปน็ และสมควร XXX
ยอดใดมากกว่า นายอดนน้ั เปน็ ค่าใชจ้ ่าย
เงนิ ได้พงึ ประเมิน ม. 40(5)ก ค่าเช่า ที่ดนิ ทใ่ี ช้ XXX XXX
XXX
ในการเกษตรกรรม
หกั คา่ ใช้จา่ ย 20% เปรียบเทยี บกบั XXX XXX
XXX
คา่ ใชจ้ ่ายตามความจาเปน็ และสมควร
ยอดใดมากกว่า นายอดนั้น เป็นคา่ ใช้จา่ ย XXX XXX
เงนิ ได้พึงประเมนิ ม. 40(5)ก คา่ เชา่ ทด่ี นิ ที่ไมใ่ ช้ XXX
XXX XXX
ในการเกษตรกรรม XXX
หกั ค่าใช้จ่าย 15% เปรยี บเทยี บกบั XXX XXX XXX (5)

ค่าใช้จ่ายตามความจาเปน็ และสมควร XXX
ยอดใดมากกวา่ นายอดนั้น เปน็ คา่ ใช้จา่ ย
เงินได้พงึ ประเมนิ ม. 40(5)ก ค่าเชา่ อน่ื ๆ XXX XXX (6)
หกั คา่ ใช้จ่าย 10% เปรยี บเทยี บกับ XXX
ค่าใช้จา่ ยตามความจาเปน็ และสมควร
ยอดใดมากกว่า นายอดนั้น เป็นคา่ ใช้จ่าย
เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ม. 40(5)ข ผิดสญั ญาเชา่ ซอ้ื
หัก ค่าใช้จา่ ย 20%
เงินได้พงึ ประเมิน ม. 40(5)ข ผิดสัญญาซื้อ-ขาย

ผอ่ นชาระ
หกั ค่าใชจ้ ่าย 20%

เงินได้พึงประเมิน ม. 40(6) ประกอบโรคศิลปะ
หกั คา่ ใชจ้ ่าย 60% เปรียบเทยี บกับ

คา่ ใช้จ่ายตามความจาเป็นและสมควร
ยอดใดมากกว่า นายอดนน้ั เปน็ ค่าใชจ้ ่าย
ถ้าเปน็ เงินไดพ้ งึ ประเมนิ ม. 40(6) อาชีพอิสระอน่ื ๆ
หกั คา่ ใชจ้ า่ ย 30% เปรยี บเทียบกับ

2 - 154

ค่าใช้จา่ ยตามความจาเป็นและสมควร บทท่ี 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
ยอดใดมากกวา่ นายอดน้ัน เปน็ ค่าใช้จา่ ย XXX XXX (6)

เงินได้พงึ ประเมนิ ม. 40(7) รับเหมาก่อสรา้ ง XXX
หัก ค่าใช้จ่าย 60% เปรียบเทยี บกับ XXX XXX (7)

คา่ ใช้จ่ายตามความจาเปน็ และสมควร
ยอดใดมากกว่า นายอดนน้ั เปน็ คา่ ใช้จ่าย

เงินได้พงึ ประเมิน ม. 40(8) (นอกจาก ม.40(1) ถึง (7)) XXX

หัก ค่าใชจ้ า่ ย 60% เปรียบเทียบกับ

ค่าใช้จ่ายตามความจาเปน็ และสมควร

ยอดใดมากกวา่ นายอดน้ัน เปน็ ค่าใชจ้ า่ ย XXX XXX (8)

เงนิ ไดห้ ลงั หักค่าใช้จา่ ย XXX (9) รวม (1) ถงึ (8)

หกั คา่ ลดหยอ่ น (ม. 47) ยกเว้นเงินบรจิ าค XXX (10)

- ผู้มีเงนิ ได้ (อยู่/ไม่อยูใ่ นไทยหักได้ 60,000)
- คสู่ มรส (ไม่มีเงนิ ได้/ ขอใช้สิทธิยื่นภาษีรว่ ม 60,000)
- บุตรแท้ เกิดก่อน 2560 ไม่ศกึ ษา (ได้ทกุ คน 30,000)

- บุตรใหม่ เกิดใน/หลงั 2561 (ได้ทุกคน30,000+30,000)
- บุตรศึกษาระดับอดุ มศึกษาขึ้นไปในไทย (ตามเง่ือนไข 30,000)
- ประกนั สุขภาพ ผมู้ เี งนิ ได้ ไม่เกนิ 25,000 บาท

- เบ้ยี ประกันชีวติ -ผู้มีเงินได้ (ตามท่ีจ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 100,000 บ)
(ประกนั สุขภาพ + ประกนั ชีวติ ) = 25,000 + 75,000

- เบ้ียประกันชวี ติ -คูส่ มรส (ไม่มเี งินได้ จริงไมเ่ กนิ 10,000 บาท)

- ดอกเบยี้ เงินกยู้ ืมเพอ่ื ท่ีอยู่อาศัย (จรงิ ไม่เกิน 100,000 บาท)
- เงนิ สมทบกองทุนประกันสังคม (ตามท่จี ่ายจรงิ )

- อุปการะเลยี้ งดูบิดา-มารดาแท้ (ไม่เกนิ 4 คน ๆ ละ 30,000 บ)

- เบีย้ ประกันสุขภาพบิดา-มารดาแท้ (4 คน จริงไม่เกิน 15,000 บ)

- เงนิ สะสมกองทนุ สารองเล้ยี งชีพ (จริงไม่เกิน 10,000 บ) ไม่เกิน 500,000
- กองทนุ สารองเล้ียงชีพ ส่วนทไ่ี มเ่ กนิ 10,000 บาท (ม. 40(1))
- ดอกเบยี้ เงนิ ก้ยู ืมเพือ่ ที่อยู่อาศัย (กู้กบั กองทนุ ฯ ไมเ่ กิน 100,000 บ
- ประกันชีวิตแบบบานาญ ไมเ่ กิน 15% ของเงนิ ไดร้ วม สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
- RMF ไมเ่ กิน 30% ของเงินไดห้ ลังหักเงนิ ได้ยกเวน้ สงู สุดไมเ่ กนิ 500,000 บาท
- SSF ไม่เกนิ 30% ของเงินไดห้ ลังหกั เงนิ ได้ยกเวน้ สงู สดุ ไมเ่ กนิ 200,000 บาท

2 - 155

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

- SSFX สูงสดุ ไม่เกนิ 200,000 บาท
- ดอกเบ้ียเงนิ กู้ยืม คานวณภาษีคร่งึ ปี (10,000 + 90,000 บ
- ประกันชวี ิตทวั่ ไป คานวณภาษคี ร่ึงปี (10,000 + 90,000 บาท)
- ค่าซ้ือและติดตัง้ กลอ้ งวงจรปดิ (สาหรบั ผมู้ ีเงินได้ ม. 40(5) (6) (7) และ (8) ในเขต

พัฒนาพเิ ศษเฉพาะกิจ) เทา่ ที่จ่ายจริง หรอื ร้อยละ 100
- ซ่อมบา้ น (อุทกภัยช่วงวันที่ 1 ม.ค.60 ถงึ 31 พ.ค.60 และ 5 ก.ค. 60 ถึง -31 ธ.ค.

60) ไม่เกิน 100,000 บ.
- ซ่อมรถ (อทุ กภัยช่วงวันท่ี 1 ม.ค.60 ถงึ 31 พ.ค.60 และ 5 ก.ค. 60 ถงึ -31 ธ.ค.

60) ไม่เกิน 30,000 บ.
- ท่องเทีย่ วในประเทศ ชว่ ง 1-31 ธ.ค. 59 ไม่เกนิ 15,000 บ
- ซ้ือสนิ ค้าและบริการ (14 – 31 ธ.ค. 59) ไม่เกิน 15,000 บาท
- ค่าธรรมเนยี มจากการรบั ชาระเงนิ ดว้ ยบตั รเดบิต เท่าทจ่ี ่ายจรงิ
- ค่าลงหุน้ /จดั ตง้ั /เพิม่ ทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 100,000 บ.
- ซอ่ มบา้ น (3 ม.ค. 2562 – 31 ม.ี ค. 2562) 100,000 บ.
- ซอ่ มรถ (3 ม.ค. 2562 – 31 มี.ค. 2562) 30,000 บ.
- คา่ ซื้อซ้ือสินคา้ และบริการ (ช่วง 11 พ.ย ถงึ 3 ธ.ค. 60)

1 ยางรถยนต์ ยางรถจักรยานยนต์ หรอื ยางรถจักรยาน 15,000 บ..
2 หนังสือ หนังสือท่ีอยูใ่ นรปู ของข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนิกสผ์ า่ นอนิ เทอรเ์ นต็ 15,000 บ.
3 สินค้า OTOP 15,000 บ.
- ทอ่ งเทีย่ วเมืองรอง 55 จังหวัด 15,000 บ. (ชว่ ง 30 เม.ย 62- 30 ม.ิ ย. 62)
- ทอ่ งเท่ียวเมืองหลัก 15,000 บ. (ชว่ ง 30 เม.ย 62- 30 ม.ิ ย. 62)
- ค่าซ้ือสนิ ค้าเพือ่ การศึกษาและอปุ กรณ์กีฬา 15,000 บ. (ชว่ ง 1 พ.ค 62- 30 มิ.ย. 62)
- คา่ ซื้อหนังสือ และ E-book 15,000 บ. (ช่วง 1 พ.ค 62- 30 ม.ิ ย. 62)
- ค่าซื้อสนิ คา้ OTOP 15,000 บ. (ชว่ ง 30 เม.ย 62- 30 ม.ิ ย. 62)
- ค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์(หลงั แรก 200,000 ) (ชว่ ง 30 เม.ย. 62 - 31 ธ.ค. 62)
- ซอ่ มบ้าน (3 ม.ค. 2562 – 31 ม.ี ค. 2562) 100,000 บ.
- ซอ่ มรถ (3 ม.ค. 2562 – 31 มี.ค. 2562) 30,000 บ.

เงินได้คงเหลอื XXX (11) = (9) – (10)
หกั เงนิ บริจาค (ม. 47(7)) (สองเท่า) ไมเ่ กนิ 10% ของ (11) XXX (12)
เงินไดค้ งเหลือ XXX (13) = (11) – (12)
หกั เงนิ บริจาค (ม. 47(7)) (เท่าเดยี ว) ไมเ่ กนิ 10% ของ (13) XXX (14)
เงินได้สทุ ธิ XXX (15) = (13) – (14)

2 - 156

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

นาเงินไดส้ ทุ ธิ (7) ไปคานวณภาษตี ามอัตราก้าวหน้า (มาตรา 76 ตร)ี

0 – 150,000 ยกเวน้ ยกเว้น ยกเว้น
150,001– 300,000 150,000 5% 7,500
300,001- 500,000 200,000 10% 20,000
500,001- 750,000 250,000 15% 37,500
750,001-1,000,000 250,000 20% 50,000
1,000,001- 2,000,000 1,000,000 25% 250,000
2,000,001 – 5,000,000 3,000,000 30% 900,000
5,000,001 ขน้ึ ไป 35%
- -

จะไดภ้ าษีที่ต้องชาระ ตามวธิ ีที่ 1 XXX (16)

2 - 157

บทที่ 2 ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา

ขั้นตอนที่ 2 คานวณวิธีที่ 2 วิธีรายรับกอ่ นหักรายจา่ ย

สาหรบั ผมู้ ีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) ถงึ (8) รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทข้นึ
ไป (มาตรา 48(2))

ภาษีทตี่ อ้ งชาระตามขน้ั ท่ี 2 = เงินได้พงึ ประเมินตาม ม.40(2) ถึง (8) X 0.005

กรณีท่ีคานวณไดไ้ มเ่ กนิ 5,000 บาท ไดร้ ับสิทธใิ นการยกเวน้ ภาษีดังกล่าว โดยให้คงมีหน้าท่ี
ในการคานวณและเสียภาษีสาหรับเงินไดพ้ ึงประเมนิ ตามมาตรา 48 (1) (พระราชกฤษฎีกา ฉบบั ท่ี 480
พ.ศ. 2552)

ขน้ั ตอนที่ 3 หักภาษีท่ีชาระสรรพากรไปกอ่ นลว่ งหน้าระหว่างปภี าษี

นาภาษที ค่ี านวณได้ตามวธิ ที ี่ 1 ขอ้ (16) เปรียบเทยี บกบั ภาษีทคี่ านวณไดต้ ามวธิ ที ่ี 2 ภาษี
ทต่ี ้องชาระคือ จานวนทีส่ ูงกวา่ นาจานวนนั้นไปเสียภาษี

ภาษีทีต่ ้องชาระเพิ่มเติมเมือ่ ยน่ื แบบ ภ.ง.ด. 90 XX XXX
จานวนภาษที ตี่ ้องชาระ (จากขั้นท่ี 3) XX
หัก ภาษที ี่ถูกหกั ณ ท่จี ่าย XX XXX
XX XXX
ภาษที ีช่ าระครึง่ ปี (ภ.ง.ด. 94)
ภาษเี งนิ ไดท้ ่ีชาระล่วงหน้า
เครดิตภาษเี งนิ ปนั ผล
คงเหลอื ภาษที ี่ต้องชาระเพิ่ม

5.2 การคานวณภาษเี งินไดบ้ คุ คลธรรมดากรณีมีเงินได้ ม. 40(1) ประเภทเดยี ว

การคานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีมเี งนิ ได้ ม. 40(1) ซง่ึ ต้องคานวณภาษี 2
ข้ันตอน ดังน้ี

ขั้นตอนท่ี 1 คานวณตามมาตรา 48(1) โดยนาเงนิ ได้พึงประเมินท่ีได้รบั ในปีภาษนี ้นั
หักค่าใช้จ่ายและหักคา่ ลดหย่อน คงเหลือเทา่ ใดเปน็ เงนิ ไดส้ ุทธิท่จี ะต้องนาไปคานวณภาษีตามทีก่ าหนด

ข้นั ตอนที่ 2 ยกเวน้ ไม่ต้องคานวณ
ข้นั ตอนที่ 3 นาภาษที ่ีคานวณได้ตามขัน้ ตอนท่ี 1 มาหกั กับภาษที ี่ชาระสรรพากรไปแลว้
ลว่ งหน้าในช่วงปีภาษี

2 - 158

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

ขั้นตอนท่ี 1 คานวณภาษเี งินได้ตามวิธีที่ 1

คานวณตามมาตรา 48(1) โดยนาเงินได้พงึ ประเมินท่ีไดร้ ับในปีภาษีน้ัน หักค่าใชจ้ า่ ย

และหักค่าลดหยอ่ น คงเหลือเทา่ ใด เป็นเงนิ ไดส้ ทุ ธิท่ีจะต้องนาไปคานวณภาษี ซึ่งสรุปได้ ดงั น้ี

เงินได้พึงประเมนิ XXX

หกั เงนิ ไดย้ กเว้น

- ขายทดี่ ินในเขตไมเ่ จรญิ เท่ากบั 200,000 บาท (ม. 40(8))

- กองทนุ สารองเลี้ยงชพี สว่ นท่ีเกิน 10,000 บ. แต่ไมเ่ กนิ 490,000 บาท (ม. 40(1))

- กองทนุ บาเหน็จบานาญขา้ ราชการ (กบข.) ไม่เกิน 15% สงู สุดไมเ่ กนิ 500,000 บาท (ม. 40(1))

- กองทุนสงเคราะหค์ รเู อกชน ไมเ่ กนิ 15% สงู สุดไมเ่ กนิ 500,000 บาท (ม. 40(1))

- เงนิ สะสมกองทนุ การออมแหง่ ชาติ เฉพาะส่วนทไ่ี ม่เกนิ 500,000 บาท

- เงินชดเชยตามกฎหมาย ไมเ่ กนิ 300,000 บาท (ม. 40(1))

- ยกเวน้ ผูส้ งู วยั เท่ากับ 190,000 บาท

- ยกเวน้ ผู้พกิ าร เทา่ กับ 190,000 บาท

- ยกเวน้ เงนิ ได้ของวสิ าหกจิ ชุมชน เทา่ กับ 1,800,000 บาท

เงินไดพ้ งึ ประเมินหลังหักเงินไดย้ กเว้น XXX (1)

หกั คา่ ใชจ้ า่ ย 40% ไม่เกิน 60,000 XXX (2)

เงินได้หลงั หักค่าใชจ้ ่าย XXX (3) = (1) – (2)
(4)
หกั คา่ ลดหย่อน (ม.47) ยกเวน้ เงินบริจาค XXX

- ผูม้ เี งินได้ (อยู่/ไม่อยู่ในไทยหักได้ 60,000)

- คสู่ มรส (ไม่มเี งนิ ได/้ ขอใช้สทิ ธิยื่นภาษีร่วม 60,000)

- บุตรแท้ เกดิ กอ่ น 2560 ไมศ่ กึ ษา (ได้ทกุ คน 30,000)

- บตุ รใหม่ เกิดใน/หลงั 2561 (ได้ทุกคน30,000+30,000)

- บุตรศกึ ษาระดบั อดุ มศึกษาข้นึ ไปในไทย (ตามเงอ่ื นไข 30,000)

- ประกันสุขภาพ ผมู้ เี งินได้ ไมเ่ กนิ 25,000 บาท

- เบี้ยประกันชวี ติ -ผ้มู ีเงินได้ (ตามทีจ่ า่ ยจรงิ ไม่เกิน 100,000 บ)

(ประกนั สขุ ภาพ + ประกนั ชวี ติ ) = 25,000 + 75,000

- เบี้ยประกันชีวิต-คู่สมรส (ไม่มเี งนิ ได้ จรงิ ไมเ่ กิน 10,000 บาท)

- ดอกเบี้ยเงินกู้ยมื เพอื่ ท่อี ยูอ่ าศัย (จรงิ ไม่เกนิ 100,000 บาท)

- เงนิ สมทบกองทนุ ประกนั สงั คม (ตามที่จา่ ยจริง)

- อุปการะเลี้ยงดบู ดิ า-มารดาแท้ (ไมเ่ กิน 4 คน ๆ ละ 30,000 บ)

- เบ้ียประกันสุขภาพบิดา-มารดาแท้ (4 คน จริงไมเ่ กิน 15,000 บ)

- เงินสะสมกองทนุ สารองเล้ยี งชพี (จรงิ ไม่เกิน 10,000 บ) ไม่เกิน 500,000
- กองทุนสารองเลย้ี งชพี สว่ นทไ่ี ม่เกิน 10,000 บาท (ม. 40(1))

- ดอกเบย้ี เงินกูย้ มื เพือ่ ทีอ่ ยอู่ าศัย (ก้กู บั กองทนุ ฯ ไมเ่ กิน 100,000 บ

- ประกันชวี ิตแบบบานาญ ไมเ่ กนิ 15% ของเงนิ ได้รวม สงู สดุ ไมเ่ กนิ 200,000 บาท

- RMF ไม่เกิน 30% ของเงนิ ไดห้ ลังหักเงินไดย้ กเว้น สูงสดุ ไมเ่ กิน 500,000 บาท

- SSF ไม่เกิน 30% ของเงินได้หลงั หักเงนิ ไดย้ กเวน้ สงู สดุ ไมเ่ กิน 200,000 บาท

2 - 159

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา

- SSFX สงู สุดไม่เกนิ 200,000 บาท
- ดอกเบีย้ เงนิ ก้ยู ืม คานวณภาษีคร่งึ ปี (10,000 + 90,000 บ
- ประกนั ชวี ิตท่ัวไป คานวณภาษคี ร่งึ ปี (10,000 + 90,000 บาท)
- คา่ ธรรมเนยี มจากการรบั ชาระเงนิ ดว้ ยบตั รเดบติ เทา่ ท่ีจา่ ยจรงิ
- คา่ ลงหุ้น/จัดตัง้ /เพม่ิ ทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 100,000 บ.
- ค่าซือ้ อสงั หาริมทรัพย์(หลงั แรก 200,000 ) (ช่วง 30 เม.ย. 62 - 31 ธ.ค. 62)

เงนิ ได้พงึ ประเมนิ หลังหักค่าใช้จ่ายและคา่ ลดหย่อน XXX (5) = (3) – (4)

หัก เงินบรจิ าค (ม.47(7)) ไม่เกนิ 10% ของ (5) (6)
(7) = (5) – (6)
2 เทา่ XXX (8)

1 เทา่ XXX XXX

เงนิ ไดส้ ุทธิ XXX

นาเงินไดส้ ทุ ธิ (7) ไปคานวณภาษตี ามอตั ราก้าวหนา้ (มาตรา 76 ตร)ี

จะไดภ้ าษีท่ตี ้องชาระ XXX

ขั้นตอนท่ี 2 คานวณวธิ ีที่ 2 วิธรี ายรบั ก่อนหักรายจ่าย
ไมต่ ้องคานวณ เพราะ วธิ ีท่ี 2 จะคานวณเงินได้พึงประเมิน ม. 40(2)-(8)

ข้นั ตอนที่ 3 หกั ภาษีทช่ี าระสรรพากรไปกอ่ นลว่ งหน้าระหวา่ งปีภาษี
นาภาษีท่ีคานวณได้ตามวธิ ที ่ี 1 ข้อ (8) เปรยี บเทยี บกับภาษที คี่ านวณไดต้ ามวิธที ี่ 2 ภาษีท่ี
ต้องชาระคือ จานวนท่ีสงู กว่านาจานวนนนั้ ไปเสยี ภาษี

ภาษที ตี่ อ้ งชาระเพ่ิมเติมเมื่อย่นื แบบ ภ.ง.ด. 90 XX XXX
จานวนภาษีท่ตี ้องชาระ (จากข้นั ที่ 1) XX
หกั ภาษที ีถ่ ูกหกั ณ ทีจ่ ่าย XX XXX
XX XXX
ภาษีที่ชาระคร่ึงปี (ภ.ง.ด. 94)
ภาษเี งนิ ได้ทช่ี าระลว่ งหนา้
เครดิตภาษเี งนิ ปนั ผล
คงเหลอื ภาษีทต่ี ้องชาระเพิ่ม

2 - 160

บทที่ 2 ภาษเี งินไดบ้ คุ คลธรรมดา

ตาราง 2-5 สรุปวธิ กี ารวางแผนการคานวณภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดา

ประเภทเงินไดพ้ งึ คานวณภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา คานวณภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดาประจาปี
(ม.ค. – ธ.ค.)
ประเมิน ครึ่งปี (ม.ค. – ม.ิ ย.)
ม. 48(1) (วธิ ีท่ี 1) ม. 48(2) (วิธที ่ี 2)
ม. 48(1) (วธิ ที ่ี 1) ม. 48(2) (วธิ ที ่ี 2) o

ม. 40(1) o o 

ม. 40(2) o o 

ม. 40(3) o o 

ม. 40(4) o o

ม. 40(5)  

ม. 40(6)  

ม. 40(7)  

ม. 40(8)  

เครือ่ งหมาย: o หมายถึง ไมต่ อ้ งคานวณภาษี

 หมายถึง คานวณภาษี

คานวณภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา คานวณภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
คร่ึงปี ภงด. 94 ประจาปี ภงด. 90

ม.48(1) (วิธีที่ 1) ม.48(2) (วิธที ี่ 2) ม.48(1) (วธิ ที ่ี 1) ม.48(2) (วธิ ที ่ี 2)
ม. 40(5) ม. 40(5)
ม. 40(6) ม. 40(6) ม. 40(1)
ม. 40(7) ม. 40(7) ม. 40(2) ม. 40(2)
ม. 40(8) ม. 40(8) ม. 40(3) ม. 40(3)
ม. 40(4) ม. 40(4)
ภาษีตามวธิ ีท่ี 1 ภาษีตามวิธที ่ี 2 ม. 40(5) ม. 40(5)

สว่ นที่ 3 หักภา๊ ษที ี่ชาระสรรพากรไปแล้ว ม. 40(6) ม. 40(6)
เลอื กภาษจี ากวิธที ไ่ี ดภ้ าษีสงู กว่า ม. 40(7) ม. 40(7)
ม. 40(8) ม. 40(8)
ภาษคี รึง่ ปี

หัก

- ภาษหี กั ณ ทจี่ า่ ย xx

- ภาษคี รึ่งปี xx

- ภาษีชาระลว่ งหน้า xx

- เครดติ ภาษี xx

Final Tax (ถ้าเป็นบวก ใหช้ าระเพิ่ม

ถา้ เป็นลบขอคนื ภาษี)

2 - 161

บทท่ี 2 ภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา

5.3 สรปุ วิธคี านวณภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
ตวั อย่างท่ี 29

นายหนง่ึ และนางสอง เป็นสามภี ริยากนั โดยชอบด้วยกฎหมายตลอดปีภาษี ทง้ั คู่ มีบตุ รดว้ ยกนั
2 คน บุตรทัง้ สองกาลงั ศึกษาอยใู่ นประเทศไทย บตุ รคนแรกอายุ 19 ปี ศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนง่ึ
บตุ รคนที่ 2 อายุ 9 ปี ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษา และนางสองไม่มเี งินไดใ้ นปีภาษีน้ี นายหนงึ่ มีเงินได้
ดังตอ่ ไปนี้

1. เงินได้พึงประเมินจาก ค่าจ้างสอนจากการสอนภาษาองั กฤษ ให้โรงเรยี นเอกชนแห่งหน่งึ
ทั้งปี 400,000 บาท เป็นเงินได้ตาม ม. 40(1)

2. ได้รบั เงนิ ปันผล เป็นจานวนเงิน 80,000 บาท ซง่ึ เปน็ จานวนเงนิ กอ่ นหักภาษีหัก ณ ทจี่ า่ ย
โดยบรษิ ัทเสยี ภาษี 20%

3. เงินไดค้ า่ เช่าบา้ นรับจากผู้เชา่ เดอื นละ 10,000 บาท รวมท้งั ปเี ปน็ เงิน 120,000 บาท
และมรี ายจา่ ยท่บี นั ทึกไวใ้ นบัญชีรายได้-รายจา่ ย เปน็ จานวนเงนิ 50,000 บาทต่อปี

4. เงินไดจ้ ากการทาน้าแขง็ ท้ังปีเปน็ เงินจานวน 1,200,000 บาท และมีรายจา่ ยที่บันทึกไว้
ในบัญชีรายได้-รายจ่าย เปน็ จานวนเงนิ 960,000 บาทต่อปี

5. 1 ตลุ าคม บริจาคเงนิ สดสนบั สนนุ การศึกษาให้โรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการเหน็ ชอบ
50,000 บาท

5.3.1 ข้นั ตอนการคานวณ

1. เงนิ ได้พงึ ประเมินจาก เงินเดือนจากการสอนภาษาอังกฤษ ทง้ั ปี 400,000 บาท เปน็ เงิน
ได้ตาม ม. 40(1)

2. เงนิ ไดพ้ งึ ประเมินจาก เงินปนั ผล เปน็ จานวนเงนิ 80,000 บาท ซง่ึ เปน็ จานวนเงินก่อน
หกั ภาษหี กั ณ ทจ่ี ่าย โดยบรษิ ัทเสียภาษี 20% เป็นเงนิ ได้ตาม ม. 40(4)ข.

3. เงนิ ได้พงึ ประเมินจาก คา่ เช่าบ้านรบั จากผเู้ ชา่ เดือนละ 10,000 บาท รวมท้งั ปีเปน็ เงิน
120,000 บาท และมีรายจา่ ยทบี่ ันทกึ ไว้ในบญั ชีรายได้-รายจา่ ย เป็นจานวนเงิน 50,000 บาทต่อปี
เป็นเงินไดต้ าม ม. 40(5)

4. เงินได้พึงประเมินจาก การผลติ นา้ แข็ง ท้ังปเี ป็นจานวน 1,200,000 บาท และมรี ายจ่าย
ท่บี ันทึกไวใ้ นบัญชรี ายได้ - รายจ่าย เปน็ จานวนเงนิ 960,000 บาทตอ่ ปี เปน็ เงนิ ได้ตาม ม. 40(8)

ในข้อนีเ้ นื่องจากมีเงินได้พงึ ประเมนิ ที่อยใู่ นช่วงของ ม.40(5) – (8) คือ รายได้จากคา่ เชา่ และ
จากการผลิตนา้ แขง็ ดงั นั้น จึงตอ้ งคานวณหาภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดาคร่ึงปกี ่อนเปน็ อนั ดบั แรก และ
จึงจะคานวณภาษปี ระจาปีในขนั้ ตอนต่อไปน้ี

2 - 162

คานวณภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
ครงึ่ ปี ภงด. 94
คานวณภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา
ม.48(1) (วิธีท่ี 1) ม.48(2) (วธิ ที ่ี 2) ประจาปี ภงด. 90
ม. 40(5) ม. 40(5)
ม. 40(8) ม. 40(8) ม.48(1) (วธิ ที ่ี 1) ม.48(2) (วธิ ีท่ี 2)
ม. 40(1)

ม. 40(4)ข. ม. 40(4)ข.
ม. 40(5) ม. 40(5)
ม. 40(8) ม. 40(8)

เป็นภาษีครง่ึ ปี หัก
- ภาษหี ัก ณ ท่จี า่ ย
- ภาษีครงึ่ ปี xx
- ภาษีชาระลว่ งหนา้ xx
- เครดิตภาษี xx
xx

Final Tax (ถา้ เป็น บวก ให้ชาระภาษเี พิ่ม)
(ถา้ เป็นลบ ขอคืนภาษี)

2 - 163

บทท่ี 2 ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา

5.3.2 ขั้นตอนการคานวณภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดาครึ่งปี

ขนั้ ตอน 1 วางขน้ั ตอนการคานวณภาษเี งินได้บุคคลธรรมดาครง่ึ ปี

คานวณภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดา คานวณภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา
ครึ่งปี ภงด. 94 ประจาปี ภงด. 90

ม.48(1) (วิธีที่ 1) ม.48(2) (วธิ ีท่ี 2) ม.48(1) (วธิ ที ่ี 1) ม.48(2) (วิธีที่ 2)
ม. 40(5) ม. 40(5) ม. 40(1)
ม. 40(8) ม. 40(8)
ม. 40(4)ข. ม. 40(4)ข.
ม. 40(5) ม. 40(5)

โดยเริม่ คานวณหาภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา ครึง่ ปี (ม.ค. – ม.ิ ย.) ม.48(1) (วธิ ที ี่ 1) ใน ม.
40(5) ถงึ ม. 40(8) ดังต่อไปนี้

คานวณภาษเี งนิ ไดพ้ ึ่งประเมิน ตาม (วธิ ที ่ี 1) ม.48(1)

ม. 40(5) เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ จากคา่ เช่าบ้าน = 60,000 (หนว่ ย: บาท)

หัก คา่ ใชจ้ ่าย (30% x 18,000) เปรียบเทยี บกับ 25,000 35,000
600,000
คา่ ใช้จา่ ยตามความจาเปน็ และสมควร (25,000) = 120,000
480,000 155,000
ม. 40(8) 21 เงนิ ได้พงึ ประเมินจากการผลติ นา้ แขง็ =
30.000 90,000
หกั คา่ ใชจ้ า่ ย (60% x 600,000 = 360,000) เปรียบเทียบกับ 30,000 65,000
30,000 65,000
คา่ ใชจ้ ่ายตามความจาเป็นและสมควร (480,000) =

เงนิ ไดห้ ลังหักค่าใช้จ่าย =

หกั ค่าลดหยอ่ น (ม.47) ยกเวน้ เงนิ บรจิ าค

- ผูม้ ีเงินได้ =

- คสู่ มรส =

- บุตรกาลงั ศกึ ษา 2 คน =

เงนิ ได้คงเหลอื =

เงินได้สทุ ธิ =

นาเงินได้สทุ ธิ ไปคานวณภาษีตามอตั ราก้าวหนา้ (มาตรา 76 ตร)ี

65,000

0 – 150,000 ยกเวน้ ภาษี

ดงั นน้ั ภาษีท่คี านวณได้ ตามวธิ ีที่ 1 ตามขนั้ ตอนที่ 1 -0-

2 - 164

บทท่ี 2 ภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดา
ข้นั ตอนที่ 2 คานวณภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดาครง่ึ ปี วธิ ที ่ี 2 วิธีรายรับก่อนหกั รายจ่าย ม.48(2)

คานวณภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา คานวณภาษเี งินไดบ้ คุ คลธรรมดา
คร่งึ ปี ภงด. 94 ประจาปี ภงด. 90

ม.48(1) (วธิ ีที่ 1) ม.48(2) (วิธีท่ี 2) ม.48(1) (วธิ ที ่ี 1) ม.48(2) (วิธที ่ี 2)
ม. 40(5) ม. 40(5) ม. 40(1)
ม. 40(8) ม. 40(8)
ม. 40(4)ข. ม. 40(4)ข.
ม. 40(5) ม. 40(5)

คานวณหาภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา คร่ึงปี (ม.ค. – ม.ิ ย.) ม.48(2) (วิธีที่ 2) สาหรับเงินได้พึง
ประเมินตาม ม. 40(5) ถึง ม. 40(8) ดังต่อไปนี้

เงนิ ได้พึงประเมนิ ตาม ม.40(5) ค่าเช่าบ้าน = 60,000

เงนิ ได้พึงประเมินตาม ม.40(8) การผลติ นา้ แขง็ = 600,000

660,000 X 0.005

ภาษที ค่ี านวณได้ = 3,300

กรณนี ้ี ภาษที ค่ี านวณได้ตามวิธที ่ี 2 มียอดไม่เกนิ 5,000 บาท จงึ ไดร้ ับการยกเว้นตาม พรฎ 480

ดงั น้ัน ภาษที ีต่ อ้ งชาระตามวิธีที่ 2 ตามขัน้ ตอนที่ 2 = -0-

กรมสรรพากร ไดใ้ ห้สทิ ธใิ นการยกเว้นภาษเี งนิ ได้ตามเงื่อนไข ตาม ม. 48(2) ดังทก่ี ล่าวมาแล้ว
พบว่า เมื่อนาภาษีทคี่ านวณไดต้ ามวธิ ที ี่ 1 จานวน 0 บาท มาเปรียบเทยี บกบั ภาษีทีค่ านวณไดต้ ามวิธี
ท่ี 2 จานวน 0 บาท เชน่ เดยี วกัน ดงั นนั้ จึงไม่มภี าษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดาคร่งึ ปีท่ีต้องชาระ

ขั้นตอนท่ี 3 หกั ภาษที ่ชี าระสรรพากรไปก่อนลว่ งหนา้ ระหวา่ งปีภาษี
จากกรณีศกึ ษาของน้ี ไม่มหี กั ภาษีท่ชี าระสรรพากรในระหวา่ งปีภาษไี ปก่อนแลว้ ดงั นั้น ผูม้ ี
เงนิ ไดต้ อ้ งยนื แบบแสดงรายการเพ่อื เสยี ภาษีแบบไม่มีภาษีที่ตอ้ งชาระ

2 - 165

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 166

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 167

บทท่ี 2 ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา
5.3.3 ข้นั ตอนการคานวณภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดาประจาปี

1. เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ จาก เงินเดือนจากการสอนภาษาอังกฤษ ทง้ั ปี 400,000 บาท เป็นเงินได้
ตาม ม. 40(1) ถกู หัก ณ ท่ีจ่ายไว้ตลอดทั้งปี 4,000 บาท

2. เงินไดพ้ งึ ประเมนิ จากเงินปันผล เปน็ จานวนเงิน 80,000 บาท ซึง่ เปน็ จานวนเงินก่อนหกั
ภาษหี ัก ณ ท่ีจ่าย โดยบริษทั เสยี ภาษี 20% เปน็ เงินได้ตาม ม. 40(4)ข. โดยผู้มีเงนิ ไดต้ ดั สนิ ใจเลอื กที่
จะนาเงินปนั ผลมาร่วมเสยี ภาษปี ระจาปีแทนที่จะนาไปเสยี ภาษีเงนิ ได้หัก ณ ทีจ่ ่ายตา่ งหาก

3. เงนิ ได้พงึ ประเมินจาก ค่าเช่าบา้ นรับ จากผูเ้ ชา่ เดอื นละ 10,000 บาท รวมทง้ั ปีเปน็ เงนิ
120,000 บาท และมีรายจา่ ยทบี่ ันทึกไวใ้ นบัญชรี ายได้-รายจ่าย เปน็ จานวนเงิน 50,000 บาทต่อปี เปน็
เงนิ ได้ตาม ม. 40(5)

4. เงินได้พงึ ประเมินจาก การผลิตน้าแข็ง ทั้งปีเป็นจานวน 1,200,000 บาท และมีรายจ่ายท่ี
บันทกึ ไว้ในบัญชรี ายได้-รายจ่าย เป็นจานวนเงนิ 960,000 บาทต่อปี เป็นเงนิ ไดต้ าม ม. 40(8)

คานวณภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา คานวณภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา
ครึ่งปี ภงด. 94 ประจาปี ภงด. 90

ม.48(1) (วิธที ่ี 1) ม.48(2) (วธิ ที ่ี 2) ม.48(1) (วธิ ที ่ี 1) ม.48(2) (วธิ ที ่ี 2)
ม. 40(5) ม. 40(5) ม. 40(1)
ม. 40(8) ม. 40(8)
ม. 40(4)ข. ม. 40(4)ข.
ม. 40(5) ม. 40(5)
ม. 40(8) ม. 40(8)

โดยเรมิ่ คานวณหาภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดาประจาปี (ม.ค. – ธ.ค.) ม.48(1) หรือ(วธิ ที ี่ 1) ตาม
ม. 40(1) ถงึ ม. 40(8) ดงั ต่อไปนี้

2 - 168

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

ขั้นตอนที่ 1 คานวณภาษีเงินไดพ้ ่งึ ประเมนิ ประจาปี ตาม (วิธีท่ี 1) ม.48(1)

ม. 40(1) เงนิ ได้พึงประเมนิ จาก เงนิ เดือนสอนภาษาองั กฤษ 400,000 (หน่วย: บาท)
100,000 300,000 (1)
หัก ค่าใชจ้ า่ ย (50% ไมเ่ กนิ 100,000) = 80,000 100,000 (4)ข.
20,000
ม. 40(4)ข เงินปันผล =

บวก เครดิตภาษีเงินปนั ผล =

เครดิตภาษเี งนิ ปนั ผล = อัตราภาษเี งนิ ไดน้ ติ ิบคุ คล X เงินปนั ผลทไี่ ด้รับ
(100 - อัตราภาษเี งนิ ได้นติ ิบคุ คล
เครดติ ภาษเี งนิ ปนั ผล
เครดิตภาษเี งินปนั ผล = 20 X 80,000
เครดิตภาษเี งนิ ปนั ผล (100 - 20)
2
= 8 X 80,000

= 20,000

ม. 40(5) เงินได้พึงประเมนิ จาก ค่าเชา่ บา้ น = 120,000

หัก ค่าใชจ้ า่ ย (30% x 36,000) เปรียบเทียบกับ 50,000
1,200,000
ค่าใช้จ่ายตามความจาเป็นและสมควร (50,000) = 70,000 (5)
960,000
ม. 40(8) 21 เงินได้พงึ ประเมินจาก การผลติ น้าแข็ง = 240,000 (8)
60.000 710,000
หกั คา่ ใช้จา่ ย (60% x 720,000) เปรียบเทียบกบั 60,000
60,000 180,000
ค่าใช้จา่ ยตามความจาเป็นและสมควร (960,000) = 530,000
53,000
เงินได้หลงั หกั ค่าใชจ้ า่ ย =
477,000
หกั คา่ ลดหยอ่ น (ม.47) ยกเวน้ เงินบริจาค 23,500
453,500
- ผู้มีเงินได้ =

- คู่สมรส =

- บตุ รกาลงั ศกึ ษา 2 คน =

เงินได้คงเหลอื =

หกั เงนิ บริจาค (ม.47(7)) (สองเทา่ ) ไม่เกิน 10% (53,000)

เงนิ ได้คงเหลอื 50,000+50,000 = 100,000 เกนิ 10% =

(จาก 100,000 – 53,000 = 47,000

เหลอื 47,000 /2 = 23,500 + 25,200 )

คงเหลอื เปน็ เท่าเดยี ว เทา่ กับ 23,500

เงนิ ได้คงเหลอื หลงั เงินบรจิ าค สองเท่า =

หกั เงนิ บริจาค (ม.47(7)) (เท่าเดยี ว) ไม่เกนิ 10% (47,700) =

เงนิ ได้สุทธิ =

2 - 169

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
นาเงินไดส้ ทุ ธิ (7) ไปคานวณภาษีตามอัตรากา้ วหนา้ (มาตรา 76 ตรี)

เงนิ ไดส้ ทุ ธิ 453,500 คานวณภาษตี ามอัตรากา้ วหนา้ = ยกเว้นภาษี
0 – 150,000 150,000 x 5% = 7,500 บาท
= 23,025 บาท
150,001 – 300,000 150,000 x 10% = 30,525 บาท
300,001 – 500,000 153,500 x 15% = 30,525 บาท

ดังนั้น ภาษที ค่ี านวณได้ ตามวิธที ่ี 1 ตามขน้ั ตอนท่ี 1

2 - 170

บทท่ี 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
ขั้นตอนที่ 2 คานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจาปี (วธิ ีท่ี 2) รายรบั กอ่ นหักรายจา่ ย ม.48(2)

คานวณภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา คานวณภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา
ครงึ่ ปี ภงด. 94 ประจาปี ภงด. 90

ม.48(1) (วธิ ที ่ี 1) ม.48(2) (วธิ ที ่ี 2) ม.48(1) (วิธีที่ 1) ม.48(2) (วิธที ี่ 2)
ม. 40(5) ม. 40(5) ม. 40(1)
ม. 40(8) ม. 40(8)
ม. 40(4)ข. ม. 40(4)ข.
ม. 40(5) ม. 40(5)
ม. 40(8) ม. 40(8)

คานวณหาภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา ประจาปี (ม.ค. – ธ.ค.) ม. 48(2) (วิธที ี่ 2) สาหรับเงนิ ได้
พงึ ประเมินตาม ม. 40(2) ถึง ม. 40(8) เม่ือรวมกนั เกนิ 120,000 บาทขึ้นไป ดงั ตอ่ ไปน้ี

ม. 40(4)ข เงนิ ปันผล = 80,000
20,000 100,000 (4)ข.
บวก เครดติ ภาษีเงินปันผล =
120,000 (5)
เงินได้พงึ ประเมนิ ตาม ม.40(5) = 1,200,000 (8)
1,420,000
เงินได้พึงประเมนิ ตาม ม.40(8) การผลติ นา้ แขง็ = 1,420,000 X 0.005

= 7,100

= 7,100

ภาษีทค่ี านวณได้ =

กรณีน้ี ภาษีท่คี านวณได้ตามวิธีที่ 2 มียอดเกิน 5,000 บาท

ดงั นั้น ภาษที ่ีต้องชาระตามวิธีท่ี 2 ตามขน้ั ตอนท่ี 2 =

กรมสรรพากร ได้ใหส้ ทิ ธิในการยกเวน้ ภาษีเงินได้ สาหรับผูม้ เี งนิ ได้พงึ ประเมินตามเงอ่ื นไข

ของม. 48(2) ดังกลา่ วมาแลว้ พบวา่ เมือ่ นาภาษีทค่ี านวณไดต้ ามวิธีที่ 1 จานวน 30,525 บาท มา

เปรียบเทียบกับภาษีทค่ี านวณไดต้ ามวิธีที่ 2 จานวน 7,100 บาท

พบว่า ภาษที ีต่ ้องชาระตามวิธที ่ี 1 สงู เกนิ กว่าวธิ ีท่ี 2

ดงั นนั้ ภาษีประจาปที ตี่ ้องชาระจงึ เท่ากับ = 30,525 บาท

นามาคานวณในขั้นตอนที่ 3

2 - 171

บทท่ี 2 ภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดา
ข้ันตอนที่ 3 หักภาษีท่ชี าระสรรพากรไปกอ่ นลว่ งหน้าระหว่างปภี าษี

ภาษีตามวิธีท่ี 1 ตามขน้ั ตอนที่ 1 = 30,525 บาท
หกั ภาษหี กั ณ ท่ีจา่ ย
(4,000) (32,000) บาท
- ม. 40(1) เงนิ เดอื น (8,000) = (12,000) 1,475 บาท
- ม. 40(4)ข เงนิ ปันผล
เครดติ ภาษี = (20,000)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี =0
ขอคืนภาษี (Final Tax) =

ข้อสงั เกต นบั ตัง้ แต่ ปี 2552 เปน็ ต้นมานัน้ กรมสรรพากรไดใ้ ห้สิทธใิ นการยกเวน้ ภาษเี งินได้ตาม
เงอื่ นไข ตาม ม. 48 (2) ดังกล่าวมาแล้ว พบวา่ เมอ่ื นาภาษที ี่คานวณไดต้ ามวิธีท่ี 1 ขอ้ (16)
เปรยี บเทยี บกบั ภาษีทค่ี านวณได้ตามวธิ ีที่ 2 ภาษีที่ต้องชาระตามวธิ ีท่ี 2 น้ี ถึงแมจ้ ะมยี อดเงินภาษเี กิน
5,000 บาท กต็ าม แตก่ ็มี Case นอ้ ยมากทจี่ ะมยี อดภาษีสูงเกินกวา่ วธิ ที ่ี 1

แตก่ ็จะพบภาษีตามวธิ ที ี่ 2 มากกว่าภาษีตามวธิ ที ี่ 1 ใน Case ที่เงินไดพ้ ง่ึ ประเมนิ ม.
40(7)(8) มีจานวนมากๆ

2 - 172

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 173

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 174

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 175

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 176

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 177

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
ตวั อยา่ ง หาเงินไดท้ ี่ไมต่ อ้ งเสียภาษี

อาจารย์สมศรี เป็นคนโสด อายุ 34 ปี ทางานเป็นอาจารยป์ ระจาสาขาการบัญชี ตาแหน่ง
พนกั งานวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา (ไม่ใชข้าราชการ) ในมหาวิทยาลยั ของรัฐฯ แหง่ หนึง่ ไดร้ ับ
เงนิ เดอื นๆ ละ 60,000 บาท ปีนก้ี าลงั ตัดสินใจวา่ จะหารายไดเ้ พิ่มเติม โคยทางเลอื กท่ี 1 คดิ จะสอน
พเิ ศษทบ่ี ้านพกั ในชว่ งเย็น โดยนาบ้านมาทาเปน็ ห้องเรียน มีนสิ ิตสนใจเรียนจานวนมาก คาดวา่ จะได้
เงินทงั้ ปี 200,000 บาท ในขณะเดยี วกัน ทางมหาวทิ ยาลยั ทาบทามใหไ้ ปสอนพิเศษในช่วงเย็น ถ้ารับ
สอนจะได้สอนมีค่าสอนพิเศษ ท้ังสิ้น 200,000 บ. ดังนัน้ ถา้ อาจารย์สมศรีวางแผนภาษี อาจารย์
สมศรจี ะเลอื กทางเลอื กใด ท่ีสามารถประหยัดภาษไี ด้ ?

ทางเลอื กท่ี 1 สอนพิเศษทบี่ ้าน อาจารย์สมศรจี ะตอ้ งเสยี ภาษี ปลี ะเท่าไร
ทางเลอื กที่ 2 อาจารย์สมศรีรับสอนพเิ ศษของมหาวทิ ยาลยั จะเสียภาษเี ทา่ ไร

2 - 178

บทท่ี 2 ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
ทางเลอื กท่ี 1 สอนพิเศษทบ่ี ้าน อาจารยส์ มศรจี ะต้องเสียภาษี ปีละเทา่ ไร

2 - 179

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 180

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 181

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 182

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 183

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา
ทางเลอื กท่ี 2 อาจารยส์ มศรีรบั สอนพเิ ศษของมหาวิทยาลยั จะเสียภาษีเท่าไร

2 - 184

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 185

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 186

บทที่ 2 ภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา
สรปุ

ทางเลือกท่ี 1 นางสมศรีต้องเสียภาษี 48,500 บาท ทางเลอื กท่ี 2 เสียภาษี 36,000 บาท
ดงั นนั้ อาจารย์สมศรีควรเลอื กทางเลือกที่ 2 เพราะทาให้ประหยัดภาษีได้ 12,000 บาท
ตวั อย่าง หาเงินได้ที่ได้รับยกเว้น

อาจารยส์ มศรี เปน็ คนโสด อายุ 34 ปี ทางานเปน็ อาจารย์ประจาสาขาการบัญชี ใน
มหาวทิ ยาลัยแห่งหนง่ึ ได้รบั เงินเดอื นๆ ละ 60,000 บาท ปีนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดตงั้ กองทุนสารอง
เลย้ี งชีพ เพ่ืออาจารย์ พนักงาน และลูกจา้ งประจา ใหเ้ ข้าสกู่ องทนุ ฯ โดยไมไ่ ด้บงั คับ ถา้ ใครประสงค์
จะเข้าสู่กองทุน มหาวิทยาลัยฯ จะหกั เงนิ สมทบ เดอื นละ 5% ดงั นน้ั อาจารย์สมศรีวางแผนภาษี
อากร จะเลือกทางเลอื กใด ทที่ าให้ประหยดั ภาษีได้มากกวา่ ?

ทางเลือกที่ 1 ไมส่ นใจจะสมัครเชา้ สกู่ องทนุ สารองเลีย้ งชีพ
ทางเลอื กท่ี 2 สมคั รเขา้ สู่กองทุนสารองเลีย้ งชีพ

2 - 187

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา
ทางเลอื กท่ี 1 ไม่สนใจจะสมัครเชา้ ส่กู องทนุ สารองเลี้ยงชีพ

2 - 188

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 189

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 190

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
ทางเลอื กที่ 2 สมคั รเขา้ สกู่ องทนุ สารองเลี้ยงชพี

2 - 191

บทที่ 2 ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2 - 192

บทที่ 2 ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

สรปุ ทางเลือกท่ี 1 นางสมศรตี ้องเสยี ภาษี 36,500 บาท ทางเลอื กท่ี 2 เสยี ภาษี 31,100 บาท
ดังนั้น อาจารยส์ มศรีควรเลือกทางเลือกท่ี 2 เพราะทาให้ประหยัดภาษไี ด้ 5,400 บาท

2 - 193

บทท่ี 2 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา

ตัวอยา่ ง 30 คณุ กนกพรและคุณกานดาเขา้ หุ้นกันโดยนาเงินสดมาลงทนุ คนละ 100,000 บาท เพื่อ
เปิดกิจการโรงเรียนเอกชนและร้านอาหาร โดยนาหนังสือสัญญาการรว่ มเป็นห้างหนุ้ สว่ นสามญั
ท่มี ไิ ดจ้ ดทะเบยี นไปขอเลขประจาตัวผู้เสียภาษใี นนามห้างหุ้นสว่ นสามัญกนกพรกานดา และได้
ดาเนนิ การจนได้รับใบอนุญาตให้ดาเนินกจิ การโรงเรียนราษฎร์ จากสานักคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
ห้างห้นุ ส่วนฯ น้ไี ดเ้ รม่ิ เปิดกิจการโรงเรยี นเอกชนและร้านอาหารเมื่อเดือนมกราคม ปภี าษที ่ี

ผา่ นมา โดยเชา่ อาคารพาณชิ ย์ 2 ชนั้ เพอื่ ใชพ้ ้ืนท่ีชน้ั บทสาหรบั โรงเรียนเอกชน และชั้นล่างสาหรับ
ขายอาหาร มีการจดบันทึกรายการรบั - จา่ ยเงนิ ในสมดุ เงินสดและเงนิ ฝากธนาคาร โดยมีการเกบ็
เอกสารหลกั ฐานทางการเงินของกจิ การไว้ครบถ้วน

สรุปรายรับและรายจา่ ยทเี่ กดิ ขึ้นระหวา่ งปีภาษีที่ผา่ นมา จากสมดุ เงินสดและเงินฝากธนาคาร
ไดด้ ังนี้

รายรบั :

เงนิ ลงทุนคนละ 100,000 บาท รวม 200,000

เงนิ ยมื จากญาตแิ ละเพ่ือน 80,000

คา่ ธรรมเนียมโรงเรียนเอกชน: ม.ค. - มิ.ย. 800,000

ก.ค. - ธ.ค. 700,000 1,500,000

ขายอาหาร : ม.ค. - ม.ิ ย. 350,000

ก.ค. - ธ.ค. 400,000 750,000

ดอกเบีย้ เงนิ ฝากออมทรัพย์ : 27 มิ.ย. 5,000

27 ธ.ค. 5,700 10,700

เงินปันผลจากนติ ิบุคคลทีเ่ สียภาษีเงนิ ได้ 30% หลังหักภาษี ณ ท่จี า่ ย 6,300 17,000

รวมรายรบั (บาท) 2,547,000

รายจา่ ย :

คา่ เชา่ อาคาร (สญั ญาเช่า 2 ปี) 480,000

ค่าอปุ กรณส์ านกั งาน – กิจการโรงเรียนเอกชน 120,000

ค่าอุปกรณท์ าครวั และร้านอาหาร (ราคารวม VAT 200,000 บาท) จ่ายเงินสด 60% 120,000

ลงทุนกับห้างหุ้นส่วนมติ รสหาย จากดั 128,000

คา่ สอนทจี่ ่ายใหอ้ าจารย์ : ม.ค. - ม.ิ ย. 300,000

ก.ค. - ธ.ค . 400,000 700,000

เงนิ เดอื นเจ้าหนา้ ทีโ่ รงเรียนเอกชน : ม.ค. - มิ.ย. 60,000

ก.ค. - ธ.ค. 60,000 120,000

เงนิ เดือนและค่าจา้ งขายอาหาร : ม.ค. - มิ.ย. 130,000

ก.ค. - ธ.ค 120,000 250,000

2 - 194

บทท่ี 2 ภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดา

คา่ ใชจ้ า่ ยเบด็ เตลด็ ของ 2 กิจการทีไ่ ด้จ่ายอยา่ งสมา่ เสมอตลอดปี (บาท) 270,000
เงนิ บริจาคใหก้ ารกีฬาแหง่ ประเทศไทยเมื่อ ต.ค. 20,000
2,209,750
รวมรายจ่าย 337,250
รายรบั สงู กวา่ รายจา่ ย

จากข้อมลู ท่ใี ห้ไวใ้ นตวั อย่าง ห้างหนุ้ ส่วนฯ น้มี รี ายได้ท่เี ป็นเงินได้พึงประเมนิ เกนิ 30,000
บาท จึงมหี นา้ ทตี่ ้องยน่ื แสดงแบบรายการภาษีเงนิ ได้คร่ึงปี และภาษเี งินไดป้ ระจาปภี าษีท่ผี า่ นมาซึ่งมี
ขอ้ พิจารณาในการเลือกประเภทรายไดท้ เี่ ป็นเงินได้พึงประเมินและเลอื กวธิ กี ารหกั ค่าใชจ้ ่ายเพ่ือคานวณ
ภาษเี งนิ ได้เพือ่ ใหค้ ณะบุคคลนี้ได้รับประโยชน์ดา้ นภาษมี ากท่สี ดุ มดี งั นี้

1. เลอื กประเภทเงินได้ท่ีคณะบคุ คลไดร้ บั ในปภี าษีมาคานวณเงินได้สุทธิ

รายรบั ของกิจการมีท้งั รายรับทีเ่ ป็นเงนิ ได้พึงประเมิน และรายรบั ได้ท่ีไดร้ ับยกเว้นภาษีเงินได้

หรอื เป็นรายรบั ท่มี ีสิทธิเลือกท่จี ะนาหรือไมน่ ามารวมคานวณภาษี ใหพ้ จิ ารณารายรบั แต่ละรายการดังน้ี

1.1 เงินลงทุนและเงินยืมท่ีได้รับรวม 280,000 บาท มิใชเ่ งินไดพ้ ึงประเมิน ไมต่ ้องนามา

รวมเพ่ือคานวณภาษี

1.2 รายได้จากกจิ การโรงเรยี นเอกชนท่ีได้รบั ใบอนุญาตแลว้ ได้รบั ยกเว้นตามกฎกระทรวง

ฉบบั ที่ 126

1.3 รายไดจ้ ากการขายอาหาร เป็นเงนิ ได้พึงประเมินตาม ม.40 (8) ประกอบกิจการ

ภตั ตาคาร

1.4 ดอกเบี้ยเงนิ ฝากออมทรัพย์ทไ่ี ด้รบั ทงั้ ปี มจี านวน 10,700 บาท (ไม่ถึง 20,000 บาท)

ไดร้ บั ยกเว้นภาษีเงนิ ได้

1.5 เงินปันผล เป็นเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ตาม ม. 40(4) (ข) เงินปันผลท่ไี ดร้ บั สทุ ธหิ ลงั ถกู หัก

ภาษี 10% มีจานวน 6,300 บาท เงนิ ปนั ผลดังกลา่ วไดร้ ับจากบริษทั ทเี่ สยี ภาษี 30% ซ่ึงควรนามารวม

คานวณภาษี เพราะได้ประโยชนจ์ ากเครดิตภาษเี งินปนั ผล

เม่ือเลอื กทีจ่ ะนาเงินปันผลไปรวมคานวณภาษตี ้องทราบ (1) เงนิ ปนั ผลท่ีไดร้ ับจริงเต็มจานวน

(2) จานวนภาษที ถ่ี ูกหัก ณ ที่จา่ ย และ (3) เครดิตภาษเี งินปนั ผล ตาม ม. 47 ทวิ เพอ่ื นาไปคานวณเงิน

ได้สทุ ธติ ่อไป

90% ของเงนิ ปนั ผล (เงนิ ปันผล – ภาษหี กั ณ ทจ่ี า่ ย 10% = 6,600

100% ของเงินปนั ผล = 6,600 x 100/90

(1) เงนิ ปนั ผลที่ได้รบั จริงเต็มจานวน = 7,000 บาท

(2) ภาษีที่ถกู หัก ณ ทีจ่ ่าย (7,000 x 10%) = 700 บาท

(3) เครดิตภาษีเงินปันผล (7,000 x [30/(100 – 30)]) = 7,000 x 3/7

= 3,000 บาท

2 - 195


Click to View FlipBook Version