บนั ทึกหลังการสอน 32
1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน
1.1 วัน เดอื น ป ................สอนคร้ังที่ ....../18.... สาขา/ชัน้ ป ......................จำนวนผเู รยี น............คน
มาเรียนปกต.ิ ..........คน ขาดเรียน............คน ลาปวย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน
1.2 หวั ขอ เรอ่ื ง/เนื้อหาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........
สอนครบตามหวั ขอ เรื่องในแผนฯ สอนไมค รบเนื่องจาก..........................................
1.3 กิจกรรม/วิธีการสอน
ครูแนะนำและบอกจุดประสงค ครูอธบิ าย/ถาม-ตอบ/สาธติ ทำแบบทดสอบกอ นเรียน
ทำแบบทดสอบหลังเรยี น ทำแบบฝก หัด/โจทยป ญ หา ทำใบกิจกรรม/ใบงาน
อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................
1.4 ส่อื การเรยี นรู/แหลง การเรยี นรู : ………………………………………………………………………….............
2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของครู/ปญหาทพี่ บ
2.1 การวดั ผลและประเมินผล/ผลการเรียนรขู องผูเรยี น : …………………………..…….………….......................
.........................................................................................................................................................................
2.2 สมรรถนะท่ผี เู รยี นไดรับ : ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2.3 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยม : ……………………………………..….…………...........................
……………..........................................................................................................................................................
2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................
……………..........................................................................................................................................................
2.5 ปญ หาท่ีนำไปสูการวจิ ัย : …………………………………………………..….…………………........................………
……………..........................................................................................................................................................
3. แนวทางการพฒั นาคุณภาพการสอน
3.1 ผลการใชและปรบั ปรุงแผนการสอนครง้ั น้ี : ………………………………………………...................................
……………..........................................................................................................................................................
3.2 แนวทางพัฒนาคุณภาพวิธสี อน/ส่อื /การวัดผล/เอกสารชวยสอน........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ..........................................ผสู อน
(นางสาวณฐั ธยาน พมิ พิรตั น)
วันที่..........เดอื น.....................พ.ศ..............
แผนการจดั การเรียนรูแ บบบูรณาการที่ 4 33
รหสั วชิ า 20202-2104 วิชา การบรรจภุ ณั ฑ หนวยที่ 2
ชอื่ หนวย วสั ดุบรรจุภณั ฑ
สอนครงั้ ท่ี 4
จำนวนช่วั โมง 3 ช.ม.
สาระสำคัญ
วัสดุบรรจุภัณฑแตละประเภทมีขอดีและขอเสียแตกตางกัน ซึ่งมีความสําคัญมากตอการทําหนาท่ี ของตัว
บรรจุภัณฑ ในการรกั ษาคณุ ภาพและรูปทรงของผลติ ภณั ฑ การวางแผนการขนสงผลติ ภณั ฑ การลดตน ทุนในการขนสง
และการเพ่ิมมูลคาผลิตภัณฑ เพราะฉะน้ันบรรจุภัณฑท่ีดีจะตองมีคุณสมบัติ ดังกลาวขางตน บางคร้ังตัวบรรจุภัณฑมี
คุณภาพดี แตผูผลิตสินคาบางรายไมมีความรูเร่ืองวัสดุบรรจุภัณฑ จึงเลือกบรรจุภัณฑไมเหมาะสมกับตัวผลิตภัณฑ
สง ผลตอตัวผลิตภัณฑในดานตาง ๆ เชน ทําใหตนทุน ในการขนสงสูงข้ึน ผลิตภัณฑสูญเสียคุณภาพ เพราะฉะนั้นวสั ดุ
บรรจุภณั ฑจ ึงมคี วามสาํ คัญตอผูผ ลิตสินคา ในทุกประเภท
สาระการเรียนรู
1. วสั ดบุ รรจภุ ณั ฑ
3. วสั ดบุ รรจุภณั ฑกระดาษ
4. วัสดุบรรจภุ ณั ฑพ ลาสตกิ
สมรรถนะประจำหนว ย
ความรูเกีย่ วกับวสั ดบุ รรจภุ ณั ฑและจําแนกชนดิ ของวสั ดบุ รรจุภณั ฑ
จุดประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายคุณสมบัตขิ องวัสดบุ รรจภุ ณั ฑแตล ะชนดิ ได
2. จาํ แนกชนิดของวสั ดุบรรจภุ ณั ฑไ ด
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั นำเขา สูบทเรียน
1. ครูผูสอนกลาวนำเขาสูบทเรียนเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ โดยกลาววาบรรจุภัณฑ คือสิ่งที่หอหุม หรือใชบรรจุ
ผลิตภัณฑ ท่ีมีบทบาทสำคญั ตอการทำธุรกจิ ทุกประเภท เพราะนอกจากใชเพื่อการขนสงจากแหลงผลิตหรือ
จำหนายไปยังผูบริโภค ชวยปองกันความเสียหายที่อาจเกิดข้ึนระหวางเคล่ือนยาย เชน กลองลูกฟูก
แผนกระดาษลูกฟูก หรอื บรรจุภณั พอาหารและเครอื่ งดืม่
2. ครูสนทนากบั ผเู รยี นเพ่อื นำเขา สบู ทเรียน
ขัน้ สอน
วัสดุบรรจุภณั ฑ
3. ครใู ชส ือ่ PowerPoint ประกอบการบรรยายเกย่ี วกบั วสั ดใุ นการผลติ บรรจภุ ณั ฑ
34
1. วสั ดุบรรจุภัณฑ
1.1 วัสดุในการผลติ บรรจภุ ัณฑ
ปจจัยที่สําคัญของการตัดสินใจเก่ียวกับการบรรจุภัณฑน้ันคือ การใชวัสดุในการออกแบบ บรรจุภัณฑ
วัสดุท่ีจะใชนั้นจะตองมีความสัมพันธกับตัวสินคาท่ีจะบรรจุเปนอยางมาก ทั้งนี้ก็เพราะ สินคาท่ีจะบรรจุน้ันมีหลาย
ประเภท หลายชนดิ หลายสถานะ เชน สินคาทอี่ ยูในรูปของแข็ง ของเหลว กาซ ผง เมด็ ฯลฯ การตัดสนิ ใจเลือกใชว ัสดุ
บรรจุภัณฑก ็ตองมีความเหมาะสม ท้ังในดานรูปทรง คุณสมบตั ิ สถานะของสินคา ที่จะบรรจุ จึงจะสามารถสรา งคุณคา
แกสนิ คา อันมผี ล ตอการกําหนดนโยบายและกลยุทธในดานการตลาด วสั ดมุ ี 5 ประเภท ไดแ ก
1) วสั ดบุ รรจภุ ัณฑก ระดาษ
2) วสั ดบุ รรจภุ ณั ฑพลาสติก
3) วสั ดบุ รรจภุ ณั ฑโ ลหะ
4) วสั ดบุ รรจุภณั ฑแกว
5) วัสดุบรรจภุ ณั ฑไ ม
4. ครใู ชส่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายวสั ดุบรรจภุ ณั ฑก ระดาษ
2. วสั ดุบรรจุภณั ฑกระดาษ
กระดาษเปน วสั ดทุ ี่นยิ มแพรห ลายมากทส่ี ดุ ในการนาํ มาทาํ เปน บรรจุภณั ฑ เพราะสามารถ ออกแบบเปนบรรจุ
ภณั ฑไดง าย ตนทุนตํา และหลากหลายกวา วัสดชุ นิดอื่น ๆ เพราะคณุ สมบตั ิ ทางกายภาพของกระดาษท่สี ามารถตัด ดัด
พับ งอ ไดงาย นํามากําหนดเปนรูปราง รูปทรง ตาง ๆ เชน เปนถุง เปนกลอง เปนซอง เปนกระปอง หรือเปนทรง
พีระมิด รูปทรงตาง ๆ ดังนั้น คุณสมบตั ิของกระดาษท่ีทาํ จากเยื่อไมธรรมดาจึงมกี ารพัฒนาปรับปรุงคุณภาพมากย่ิงข้ึน
โดย การติดหรือเคลือบเขากับวสั ดุประเภทอ่ืน ๆ เพอ่ื เพิม่ ประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลในการทาํ หนาท่ี บรรจุภัณฑท ีด่ ี
ขอดี 1. สามารถนาํ กลบั มาใชใ หมไ ด 3. พิมพตกแตง ลวดลายใหส วยงามไดง าย
2. น้ำหนกั เบา สะดวกในการพกพา 4. ประหยัดคา ใชจา ยในการขนสง
ขอเสีย
1. ไมทนตอน้ำและความชนื้ 3. ฉีกขาดงาย ไมท นทาน
2. ติดไฟงา ย 4. ถา อยูใ นที่ช้ืนเกดิ เชอ้ื ราไดงา ย
35
2.1 ประเภทของกระดาษ
การแบงประเภทกระดาษตามลกั ษณะการใชง านสามารถแบง ไดเปน 8 ประเภท ดังตอ ไปนี้
1. กระดาษคราฟต (Kraft Paper) หรือกระดาษเหนียว หมายถึง กระดาษท่ีผลิตจากเย่ือซัลเฟต
หรือเยื่อคราฟตลวน ๆ กระดาษคราฟต ท่ีใชงานท่ัวไปมีทั้งประเภทไมฟอกสี (กระดาษสีน้ำตาล) สําหรับ การใชงานที่
ตองการความแข็งแรงสูง และกระดาษคราฟตฟอกสี เพื่อความสวยงาม หรือเพ่ือผลิตเปนกระดาษสีสันตาง ๆ นิยมใช
กระดาษเหนยี วทาํ ถุงเพ่ือการขนสงและหอ ผลติ ภัณฑท่วั ไป
2. กระดาษแข็งแรงขณะเปยก (Wet Strength Paper) หมายถึง กระดาษเหนียวท่ีเติมเมลามีน
ฟอรมาลดีไฮด (Melamine Formaldehyde) หรือยูเรียฟอรมาลดีไฮด (Urea Formaldehyde) เพื่อเพิ่มความ
แข็งแรง ใหกระดาษแมข ณะเปย ก นิยมใชหอผลิตภัณฑที่มีความชื้นสูง และใช ทําถุงเพ่ือการบรรจภุ ณั ฑที่มโี อกาสเปย ก
น้ำสงู
3. กระดาษเหนียวชนิดยืด (Stretchable Paper) หมายถึง กระดาษเหนียวที่ปรับปรุงใหสามารถ
ยืดตวั ไดมากกวา ปกติ จงึ สามารถทนตอ แรงดึงไดสงู กวา กระดาษเหนยี วธรรมดา
4. กระดาษกันไขมัน (Greaseproof Paper) เปน กระดาษที่ผลิตจากเย่ือที่ผานการตีปนเปน
เวลานานจน เสนใยกระจายและบวมนํามากเปนพิเศษ ทําใหกระดาษมี ความหนาแนนสูงจึงปองกันการซึมผานของ
ไขมนั ไดดี นิยมใชหอ ผลิตภณั ฑอ าหารทมี่ ีไขมันสูงและชนิ้ สวนอะไหล ทม่ี นี ้ำมันเคลือบกนั สนมิ
5. กระดาษกลาสซีน (Glassine) ทําจากกระดาษ กันไขมันที่ผานการรีดเรียบรอยดวยลูกกล้ิง
ภายใตอุณหภูมิสูง ขณะกระดาษเปยกชื้น ทําใหความหนาแนนของกระดาษเพ่ิมขึ้น และยังมีการขัดผิวทําใหกระดาษ
กลาสซนี มเี นอ้ื แนนและผิวเรยี บ มันวาว นิยมใชห อ ผลติ ภณั ฑท ี่มไี ขมนั สูง
6. กระดาษทิชชู (Tissue Paper) หมายถึง กระดาษ ท่ีมีความนุมและบางเปนพิเศษ นําหนัก
มาตรฐานประมาณ 17-30 กรัมตอตารางเมตร นิยมใชหอผลิตภัณฑท่ีตองการปองกันรอยขูดขีดผิว หอของขวัญ หรือ
หอผลิตภณั ฑท ี่มี มลู คา สงู เปนการชวยเสรมิ ความสวยงามและความพิถีพถิ ัน เชน นาํ หอม นาิกา และเครอื่ งประดับ
7. กระดาษพารชเมนต (Parchment Paper) เปน กระดาษท่ีผานกระบวนการผลิตพิเศษโดยการ
จุมกระดาษ ในกรดซัลฟวริกเขมขนเปนเวลาส้ัน ๆ แลวนําไปลางและทําให เปนกลางกอนจะนําไปอบรีดใหแหง
กระดาษนมี้ ีคุณสมบัติ ปองกันการซมึ ผา นของไขมนั ไดเ ปน อยางดี นิยมใชบรรจุ ผลิตภัณฑอาหาร
8. กระดาษลูกฟกู มคี วามแขง็ แรงมากกวากระดาษท่วั ไป ใชสาํ หรบั บรรจผุ ลติ ภณั ฑท มี่ ี นํา หนักมาก
เชน กลองบรรจุสินคาขายสง ความแข็งแรงของกระดาษขึ้นอยูกับจํานวนชั้นของ ลอนลูกฟูกซึ่งมีตั้งแตกระดาษลูกฟูก
ช้นั เดียวจนถงึ กระดาษลูกฟูก 3 ช้นั
5. ครูใชสอื่ PowerPoint ประกอบการบรรยายวสั ดบุ รรจุภณั ฑพลาสตกิ
3. วัสดบุ รรจภุ ณั ฑพลาสตกิ
ปจจุบันความนิยมในการใชพลาสติกเปนวัสดุในการผลิตภาชนะบรรจุหรือหีบหอในรูปตาง ๆ ตลอดจน
สง่ิ ประดษิ ฐอ่ืน ๆ สําหรบั ใชเปน สวนประกอบในการบรรจุผลิตภัณฑเ พ่ิมข้นึ ตามลาํ ดับ การนํามาใชประโยชนม ีใหเหน็ ได
ในรูปแบบตาง ๆ เชน ถงุ ขวด กลอง ฯลฯ และลกั ษณะพิเศษ อืน่ ๆ อกี เปน จาํ นวนมาก ซงึ่ อาจจดั เปน ประเภทไดห ลาย
ประเภท
36
ขอ ดี
1. มีน้ำหนักเบา แข็งแรงกวา กระดาษ
2. ทนตอ สารเคมี
3. ปองกนั การซึมผา นของอากาศได
4. พลาสติกบางชนดิ เปน ฉนวนกันความรอนได
5. ยดื อายผุ ลติ ภณั ฑไ ดเ พราะตอตา นการทาํ ลายของเช้ือราและแบคทเี รีย
ขอ เสีย
1. ยากแกการทาํ ลายหรือยอยสลาย
2. ละลายเมื่อถกู ความรอน
3. กอใหเกิดปญหาสภาพแวดลอ มถกู ทําลาย
โดยปกติแลวไดมกี ารจัดแบง ประเภทของพลาสติก ออกเปน 2 ประเภทใหญ ๆ คอื
1) ประเภทพลาสติกแข็ง (Thermosetting) พวกน้ี สามารถใหความรอนแลวพิมพเปนผลิตภัณฑใน
รูปของหีบหอไดเพียงครั้งเดียว เม่ือแข็งตัวแลวอาจแตกได ไมสามารถทําใหหลอมตัวดวยความรอนหรือพิมพใหมได
เชน ภาชนะพลาสตกิ ของมาลาพลาส
2) ประเภทพลาสติกออน (Thermoplastic) พวกนี้สามารถใชความรอนทําใหหลอมตัว แลวพิมพ
ออกมาเปนผลิตภัณฑไดหลาย ๆ คร้ัง ตามตองการ เชน ภาชนะพลาสติกของทัพเพอรแวร ถุงพลาสติกใสใสขนม ขวด
นํา พลาสติก ฯลฯ
a. บรรจภุ ณั ฑพลาสตกิ ในชีวติ ประจําวนั
ชนดิ ของพลาสตกิ ท่มี ีบทบาทสาํ คญั และอยรู อบตวั เราทกุ วัน
1. Polyethylene Terephthalate (PET หรอื PETE)
PET (เพ็ต) หรอื พอลิเอทิลนี เทเรฟทาเลต (บางคร้งั อาจ เรยี กวา พอลิเอสเตอร) PET ไดร ับ
ความนิยมสูงและถูกนาํ มาใชเ ปน บรรจภุ ณั ฑต าง ๆ เชน ขวดนํามนั ขวดนาํ อัดลม ขวดนํามนั พืช ขวดเคร่อื งสาํ อาง
ปจ จบุ นั มีการผลติ แผน PET บาง และเรมิ่ นาํ มาฉดี ขน้ึ รปู เปน ช้นิ สวนตา ง ๆ PET รีไซเคลิ ไดงา ย และนาํ มาผลติ เปนเสน
ใยสําหรับพรมหรอื ผลติ ภณั ฑส ่งิ ทออืน่ ๆ
คณุ สมบตั ิ : ใส แขง็ แรง/เหนยี ว ปอ งกนั การซึมผานของกา ซดมี าก ทนตอไขมนั /นาํ มัน และ
ความรอน
ประโยชนการใชง าน : ขวดนำ้ อดั ลม ขวดนํายาบวนปาก และภาชนะบรรจอุ าหาร
ผลติ ภัณฑจ าก Recycled PET : ภาชนะบรรจุนาํ ยาลางจาน โตะ สาํ หรบั ปกนกิ รองเทาบูต
รวั้ บาน เฟอรนเิ จอรในสวน
37
2. High Density Polyethylene (HDPE)
HDPE หรือ พอลิเอทิลีน ชนดิ ความหนาแนนสูง มโี ครงสรางเปนเสนตรง HDPE มีลกั ษณะโปรง
แสงหรือขุน นํามา ใชเปนขวดนม นํา และนําผลไม โคพอลิเมอรของ HDPE ท่ีผสมสี มักจะนํามาผลิตเปนบรรจุภัณฑ
ของใชในหองนำ้
คณุ สมบัติ : แขง็ และเหนียว ราคาถูก ข้นึ รปู งาย ทนตอ สารเคมี กาซซมึ ผา นยาก
ประโยชนก ารใชง าน : ขวดนม ขวดนําผลไม ถุงใสอ าหาร และของเลน
ผลิตภัณฑจาก Recycled HDPE : ภาชนะใสอาหารสัตว มานั่ง กระเบื้องปูพ้ืน ขวดใสนํายา
ซักผา
3. Vinyl (Polyvinyl Choride or PVC)
Pvc (พีวีซ)ี หรอื พอลไิ วนิลคลอไรด มี 2 ประเภท คอื
1) พวี ซี ชี นิดแข็ง (Rigid PVC) (ซ่งึ คดิ เปน รอ ยละ 60 ของพวี ซี ที ีผ่ ลิตท้ังหมด) ใชม ากใน
อตุ สาหกรรมกอ สราง เชน ทอน้ำ ขอตอ และหนา ตา ง
2) พีวีซีชนิดออ น (Soft or Flexible PVC) ใชเปน ฉนวนหมุ สายไฟ เคเบิล ฟล ม
กระเบื้อง ปพู ้ืน หนังเทียม สารเคลือบ ตลอดจนอปุ กรณก ารแพทยต าง ๆ
คณุ สมบัติ : สมบัติเชิงกลมชี วงกวาง ทนตอ นํามนั และสารเคมี ใส และราคาถูก ประโยชนก ารใช
งาน : บรรจุอาหารชนดิ ใส วสั ดสุ ําหรับกอ สรา ง ผลติ ภณั ฑจาก Recycled Pvc : เฟอรนเิ จอร ฟลม ภาชนะบรรจุ
4. Low Density Polyethylene (LDPE)
LDPE หรือ พอลิเอทิลีน ชนิดความหนาแนนตํา นิยมใชในรูปฟลมพลาสติก เน่ืองจาก
คุณสมบัตทิ ่ีเหนียว ยดื หยนุ ใส มจี ุดหลอมเหลวตาํ นอกจากน้ียัง ใชเ ปนฉนวนหมุ สายไฟอีกดว ย
คณุ สมบัติ : ข้ึนรูปงาย ไมใหค วามช้นิ ผา น สมบตั เิ ชิงกล ปานกลาง ปด ผนกึ ดวยความรอ น และ
ราคาถูก
ประโยชนการใชง าน : ถงุ บรรจขุ นมปง อาหารแชเย็น และ ซองบะหมี่กงึ่ สําเรจ็ รูป
ผลิตภัณฑจาก Recycled LDPE : ฟลม ถงั ใสข ยะ เฟอรนเิ จอร
38
5. Polypropylene (PP)
PP (พพี ี) หรอื พอลิโพรพิลนี เปน พลาสตกิ ทมี่ ีความ หนาแนนนอ ยทสี่ ดุ ในพลาสติกสําหรับ
บรรจภุ ัณฑ PP ปด ผนึกดวย ความรอ นได และเปนวสั ดุทม่ี ปี ระโยชนใ นการใชงานมากมาย ตัง้ แต ฟล ม บรรจภุ ณั ฑชนดิ
แขง็ เสนใย ตลอดจนชน้ิ สว นรถยนตแ ละเครือ่ งใชไ ฟฟา
คุณสมบัติ : สมบัติเชิงกลดี แข็งและเหนียว ทนตอสารเคมี นํามันและความรอน ปองกัน
ความชนื้ ผาน ราคาถกู ขนึ้ รูปงาย
ประโยชนก ารใชง าน : ขวดใสเ คร่ืองปรุงอาหาร บรรจุภณั ฑของเนยแข็ง นมเปรีย้ ว และยา
ผลิตภัณฑจาก Recycled PP : ถุงพลาสติกรอน/เย็น ฟลมใสหอหุมอาหารกันอากาศเขา
กลอ งใสอ าหาร สัญญาณไฟ แปรงทําความสะอาด อุปกรณตัด ขดู นาํ แขง็ เฟอรนเิ จอร
6. Polystyrene (PS)
PS หรือ พอลสิ ไตรนี อาจอยูใ นรปู พลาสตกิ แขง็ หรือ โฟม สวนใหญจ ะใชป ระโยชนจ ากความใส
และความแขง็ PS มี จุดหลอมเหลวคอ นขางตํา และเปน พลาสติกทย่ี อมใหออกซเิ จน นาํ และไอระเหยผานไดงาย
คณุ สมบตั ิ : เปนฉนวน ข้นึ รปู งาย แข็ง ใส และราคาถกู
ประโยชนก ารใชงาน : กลองเทปคาสเซตตหรอื วิดโี อ แผนซีดี ถวยกาแฟ ชอ นสอ ม และมดี
ผลิตภัณฑจ าก Recycled Ps : กลอ งหรือถาดโฟม ถว ยไอศกรมี
ขั้นสรุปและการประยกุ ต
6. ครูสรุปบทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภิปรายซักถามขอ สงสัย
7. ผเู รยี นทำกจิ กรรมใบงาน และแบบประเมินผลการเรียนรู
สือ่ การเรยี นการสอน
1. หนงั สอื เรยี น รหสั 20202-2104 การบรรจุภณั ฑ ของสำนักพมิ พเ อมพันธ
2. สือ่ Power Point
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
39
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ รายชอ่ื
3. แผนจดั การเรียนรู
4. การตรวจประเมินผลงาน
การวัดและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ตรวจกิจกรรมสงเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝก ปฏิบตั ิ
4. ตรวจใบงาน
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินผลการเรียนรู และแบบฝกปฏบิ ตั ิ
3. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
เกณฑการประเมินผล
1. เกณฑผ านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ งไมม ชี องปรบั ปรงุ
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู เี กณฑผ า น และแบบฝก ปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%
40
ใบงานท่ี 2.1
จุดประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายคณุ สมบตั ขิ องวสั ดุบรรจภุ ัณฑแ ตล ะชนิดได
คําชี้แจง จงอธบิ ายคณุ สมบตั ิของวัสดบุ รรจภุ ณั ฑแ ตล ะชนิดมาพอเขา ใจ
41
ใบงานท่ี 2.2
จุดประสงคการเรียนรู
1. จาํ แนกชนดิ ของวัสดุบรรจภุ ัณฑไ ด
คําชแ้ี จง ผูเ รียนเลือกบรรจุภัณฑท ี่ตนเองสนใจมา 3 ตัวอยาง แลว จําแนกชนิดของวัสดุท่ีใชใ นการผลิต พรอมกับ
อธิบายขอ ดีและขอเสยี ของวัสดนุ ้ัน
1. ชนดิ ของวสั ดทุ ่ใี ชผ ลติ บรรจุภณั ฑ
............................................................................................................
............................................................................................................
ขอ ดีและขอเสยี
............................................................................................................
............................................................................................................
2. ชนดิ ของวสั ดทุ ใ่ี ชผลิตบรรจุภณั ฑ
............................................................................................................
............................................................................................................
ขอดแี ละขอเสีย
............................................................................................................
............................................................................................................
3. ชนิดของวสั ดุที่ใชผ ลิตบรรจุภณั ฑ
............................................................................................................
............................................................................................................
ขอ ดีและขอเสยี
............................................................................................................
............................................................................................................
บนั ทึกหลังการสอน 42
1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน
1.1 วัน เดอื น ป ................สอนคร้ังที่ ....../18.... สาขา/ชัน้ ป ......................จำนวนผเู รยี น............คน
มาเรียนปกต.ิ ..........คน ขาดเรียน............คน ลาปวย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน
1.2 หวั ขอ เรอ่ื ง/เนื้อหาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........
สอนครบตามหวั ขอ เรื่องในแผนฯ สอนไมค รบเนื่องจาก..........................................
1.3 กิจกรรม/วิธีการสอน
ครูแนะนำและบอกจุดประสงค ครูอธบิ าย/ถาม-ตอบ/สาธติ ทำแบบทดสอบกอ นเรียน
ทำแบบทดสอบหลังเรยี น ทำแบบฝก หัด/โจทยป ญ หา ทำใบกิจกรรม/ใบงาน
อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................
1.4 ส่อื การเรยี นรู/แหลง การเรยี นรู : ………………………………………………………………………….............
2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของครู/ปญหาทพี่ บ
2.1 การวดั ผลและประเมินผล/ผลการเรียนรขู องผูเรยี น : …………………………..…….………….......................
.........................................................................................................................................................................
2.2 สมรรถนะท่ผี เู รยี นไดรับ : ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2.3 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยม : ……………………………………..….…………...........................
……………..........................................................................................................................................................
2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................
……………..........................................................................................................................................................
2.5 ปญ หาท่ีนำไปสูการวจิ ัย : …………………………………………………..….…………………........................………
……………..........................................................................................................................................................
3. แนวทางการพฒั นาคุณภาพการสอน
3.1 ผลการใชและปรบั ปรุงแผนการสอนครง้ั น้ี : ………………………………………………...................................
……………..........................................................................................................................................................
3.2 แนวทางพัฒนาคุณภาพวิธสี อน/ส่อื /การวัดผล/เอกสารชวยสอน........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ..........................................ผสู อน
(นางสาวณฐั ธยาน พมิ พิรตั น)
วันที่..........เดอื น.....................พ.ศ..............
แผนการจดั การเรยี นรูแ บบบรู ณาการท่ี 5 43
รหัสวิชา 20202-2104 วชิ า การบรรจภุ ณั ฑ หนวยท่ี 2
ช่อื หนวย วัสดบุ รรจภุ ณั ฑ
สอนครงั้ ที่ 5
จำนวนชั่วโมง 3 ช.ม.
สาระสำคัญ
วัสดุบรรจุภัณฑแตละประเภทมีขอดีและขอเสียแตกตางกัน ซึ่งมีความสําคัญมากตอการทําหนาที่ ของตัว
บรรจภุ ณั ฑ ในการรกั ษาคุณภาพและรปู ทรงของผลิตภณั ฑ การวางแผนการขนสง ผลติ ภัณฑ การลดตนทนุ ในการขนสง
และการเพ่ิมมูลคาผลิตภัณฑ เพราะฉะน้ันบรรจุภัณฑที่ดีจะตองมีคุณสมบัติ ดังกลาวขางตน บางครั้งตัวบรรจุภัณฑมี
คุณภาพดี แตผูผลิตสินคาบางรายไมมีความรูเรื่องวัสดุบรรจุภัณฑ จึงเลือกบรรจุภัณฑไมเหมาะสมกับตัวผลิตภัณฑ
สงผลตอตัวผลิตภัณฑในดานตาง ๆ เชน ทําใหตนทุน ในการขนสงสูงขึ้น ผลิตภัณฑสูญเสียคุณภาพ เพราะฉะนั้นวสั ดุ
บรรจุภณั ฑจึงมีความสาํ คญั ตอ ผูผ ลิตสนิ คา ในทกุ ประเภท
สาระการเรยี นรู
1. วัสดุบรรจุภณั ฑโ ลหะ
2. วสั ดบุ รรจุภณั ฑแกว
3. วสั ดุบรรจุภณั ฑไม
สมรรถนะประจำหนวย
ความรูเกย่ี วกับวสั ดุบรรจภุ ณั ฑและจําแนกชนดิ ของวสั ดบุ รรจภุ ณั ฑ
จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายคุณสมบัตขิ องวัสดุบรรจุภณั ฑแตล ะชนดิ ได
2. จาํ แนกชนดิ ของวสั ดบุ รรจภุ ณั ฑไ ด
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขนั้ นำเขา สูบทเรยี น
1. ครูผูสอนกลาวทบทวนเน้ือหาเกาเก่ียวกับปจจัยที่สําคัญของการตัดสินใจเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑใน
หวั ขอทีผ่ า นมา เพื่อใหผ เู รียนเกดิ การเรยี นรทู ส่ี อดคลองกับเนือ้ หาใหม
2. ครูสนทนากบั ผเู รยี นเพ่อื นำเขาสบู ทเรยี น
ขนั้ สอน
วัสดบุ รรจุภณั ฑ
3. ครูใชส่อื PowerPoint ประกอบการบรรยายเกยี่ วกบั วัสดุบรรจภุ ณั ฑโลหะ
4. วสั ดบุ รรจภุ ณั ฑโ ลหะ
โลหะท่ีนยิ มทาํ ภาชนะบรรจภุ ัณฑคือ แผน เหล็กกลา โดยนาํ มาเคลือบผวิ ซ่ึงวสั ดุทเ่ี ปนโลหะท่ไี ดจากการผลิต
โดยสวนใหญมักจะไมม ีความสวยงามและไมท นตอสภาพดินฟา อากาศ ทําใหสึกกรอน เปนสนิมเร็ว ดังนั้น กอ นการใช
งานวัสดุประเภทโลหะ จึงมักเคลือบผิวโลหะ เพื่อใหโลหะท่ีนํามาบรรจุมีคุณสมบัติคงทนตอการเสียดสี การกัดกรอน
44
การทนความรอน ฯลฯ การเคลือบผิวแบง เปน การเคลือบผิวดว ยสารอนินทรีย และการเคลือบผิวดว ยสารอินทรยี แ ละ
ทาส
การเคลือบผวิ ดวยสารอนินทรียทําไดห ลายวิธี เชน การอาบโลหะ การเคลือบดว ยสารเคมี การรมดํา การชุบ
ดวยไฟฟา การเคลือบดวยออกไซด การเคลือบผิวดว ยสารอนินทรียที่นิยมกันมาก คือ การเคลือบผิวดวยสังกะสีและ
การเคลอื บผิวดวยดีบุก
การเคลือบผิวดว ยสารอินทรีย ไดแก การใชสีโดยมีสารประกอบ 3 ตัว ประกอบเขา ดว ยกัน คือ ตัวประสาน
ผงสี และสารทาํ ใหเจอื จาง
ขอดี
1. แขง็ แรงทนทาน
2. นาํ มาหลอมใชใ หมไดอกี
3. ปองกนั การซมึ ผา นของอากาศ แสง กล่นิ รสไดด ี
4. สามารถฆา เช้ือไดด วยความรอ น
ขอเสีย
1. มนี ้าํ หนกั มากกวา กระดาษและพลาสตกิ
2. ตน ทนุ สงู
3. บางชนดิ เกิดการกัดกรอนเปน สนมิ งาย
4. มีกระบวนการผลติ ท่ซี บั ซอน
5. มีจุดออนตรงรอยตอ หรือฝาปด
โลหะมีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน การเคลอื บผิวภายในจะชว ยลดการสึกกรอ น ซึ่งเกิดจากปฏิกิรยิ าระหวาง
โลหะกับผลิตภัณฑท ่ีบรรจุ ไมมีการซึมผา นของไอน้ําและกาซ แตมีจุดออ นอยูตามรอยตอหรือฝา อาจนําโลหะไปทํา
ภาชนะบรรจุตา ง ๆ ได ดงั น้ี
1. กระปอง หมายถงึ กระปอ งรปู ทรงตา ง ๆ เชน ทรงกระบอก รปู เหลย่ี ม รูปไข อาจจะทําจากโลหะตางชนิด
เชน แผน เหลก็ แผน เหล็กอาบดบี กุ อะลมู ิเนียม และอน่ื ๆ ใชบ รรจอุ าหาร ยา น้ํามนั หลอ ล่นื และเครอื่ งใชอ นื่ ๆ
2. ถงั มคี วามจุและมขี นาดใหญก วา กระปองมาก ใชบรรจุสารเคมี นํ้ามนั หลอ ลน่ื และอน่ื ๆ
3. Aerosols or Pressurized Containers ใชบ รรจผุ ลติ ภณั ฑท เี่ ปนของเหลวและมสี ารท่ใี ชขับ ซ่งึ เปนทง้ั
ของเหลวและกาซผสมกนั อยู ใชบ รรจยุ าฆาแมลง เคร่ืองสาํ อาง อาหารและยาบางชนิด
4. Collapsible Tubes บรรจสุ นิ คา ที่มลี ักษณะหนดื เชน เครอื่ งสาํ อาง ยา อาหาร และกาว
45
5. อะลมู เิ นยี มแผนเปลว ใชห อทําซอง หรอื ทาํ เปน รูปรา งตา ง ๆ เพอื่ บรรจุอาหาร ยา และอ่ืน ๆ
4. ครใู ชส่อื PowerPoint ประกอบการบรรยายวสั ดบุ รรจภุ ณั ฑแ กว
5. วสั ดบุ รรจุภัณฑแกว
แกว ผลิตขึ้นมาจากการหลอมเหลวรวมกันระหวางหินปูนโซดา ซิลิกา อะลูมิเนียม โพแทสเซียมและ
แมกนเี ซียมออกไซด นําไปข้นึ รปู ตามแบบออกมาเปนภาชนะบรรจุ เชน ขวด แกว นํา้ จาน ชาม
ขอดี
1. ทนความรอน
2. สวยงามเพราะสามารถทาํ สีตา ง ๆ ได
3. นาํ กลับมาใชไ ดอกี
4. ไมสรา งปญหาตอสง่ิ แวดลอ ม
ขอเสยี
1. มนี า้ํ หนกั มาก แตกหกั งา ย
2. ตนทนุ การผลติ สงู จึงมรี าคาแพง
3. ไมส ะดวกตอการพกพา
4. มขี อ จาํ กดั ในการออกแบบบรรจุภณั ฑ
5.1 ประเภทของแกว
ตามมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ ุตสาหกรรม วิธีทดสอบความทนทานทางเคมีของภาชนะแกว บรรจยุ า มอก.
501-2527 ไดแ บง ภาชนะแกว ออกเปน 4 ประเภท ดังน้ี
แกว ประเภทท่ี 1 หมายถึง แกวบอโรซลิ เิ กต (แกว ที่มีโบรอนไตรออกไซด ไมนอ ยกวา รอยละ 5
โดยน้ําหนัก) ซง่ึ เปน แกว ทม่ี ีความทนทานสงู โดยท่ัวไปใชทาํ ภาชนะบรรจุยาสาํ หรบั ฉดี
แกวประเภทท่ี 2 หมายถึง แกวโซดาไลม (แกวที่ทําจากไลม โซดา และทราย เปน สวนผสมหลัก)
ทผ่ี า นกรรมวธิ ีทางผิว โดยวิธอี ัลคาไลสอยา งเหมาะสม โดยทวั่ ไปใชทาํ ภาชนะบรรจุยาสาํ หรับฉีด ที่มีความเปนกรดหรือ
เปน กลาง แตอาจใชท าํ ภาชนะบรรจยุ าสาํ หรบั ฉีดทีม่ คี วามเปนดา งได ถา ผานการทดสอบแลววา มคี วามคงตวั เหมาะสม
แกวประเภทท่ี 3 หมายถึง แกว โซดาไลม ซงึ่ โดยทัว่ ไปไมใชทําภาชนะบรรจยุ าสําหรับฉีดยกเวนยา
ฉีดทีท่ ดสอบความคงตวั ไวแลว วา ไมมกี ารเปลี่ยนแปลงเม่ือบรรจุในภาชนะทที่ ําจากแกวประเภทนี้
แกวประเภทท่ี 4 หมายถึง แกวโซดาไลม ท่ีใชทําภาชนะบรรจุยาท่ีใชร ับประทาน หรือยาท่ีใช
ภายนอกเฉพาะท่ี แตไมใชท ําภาชนะบรรจุยาสาํ หรบั ฉดี
46
แกวท้ัง 4 ประเภทนี้ โดยเฉพาะอยา งย่ิงแกว ประเภทท่ี 3 ไดถ ูกนํามาใชเ ปนภาชนะบรรจุในอุตสาหกรรม
ประเภทตาง ๆ มากมาย เชน อุตสาหกรรมเบียร น้ําอัดลม สุรา ยา อาหาร เครื่องสําอางเคร่ืองด่ืมบํารุงกําลัง และ
เคร่ืองแกว (จาน ชาม แกวตาง ๆ) นอกจากน้ี เรายังแบงขวดแกวออกเปน ขวดปากกวางและขวดปากแคบ ซ่ึงใช
กระบวนการผลิตทีต่ างกนั คือ
1. กระบวนการผลิตเปาและเปา ใชผลิตขวดปากแคบ
2. กระบวนการผลิตอัดและเปา ใชผลิตขวดปากกวาง (ขนาดเสน ผา นศูนยก ลางของปากขวด ตั้งแต 48
มลิ ลิเมตรขึน้ ไป)
5. ครใู ชสือ่ PowerPoint ประกอบการบรรยายวสั ดบุ รรจุภณั ฑไ ม
6. วสั ดุบรรจภุ ัณฑไม
ประเภทของไม แบงออกเปน 3 ประเภท
1. ไมเน้ือออน เปนไมท ี่มีเนื้อคอ นขา งเหนียวสามารถตกแตงไดงา ย เนื้อไมจ ะมีสีจางซีด ใชทําพวก
เครื่องเรอื น กลอ งบรรจผุ ลิตภณั ฑง านในทร่ี ม หรืองานรบั น้ําหนกั ไมม าก เชน แบบหลอคอนกรีตไดแก ไมก า มปู ไมย าง
ไมส ักไมไผ และไมม ะมว งปา
2. ไมเนื้อแข็ง เปน ไมเน้ือแข็งปานกลาง สามารถตกแตงไดงาย มกั มีสีเขมมคี วามแขง็ แรงทนทานดี ใชใ น
งานโครงสรางท่ีรับน้ําหนักของอาคารบานเรือน ทําเครื่องเรือนประตู หนา ตา ง และใชท ําแบบหลอ ไดแก ไมเต็ง ไม
ตะเคียนไมแดง ไมตะแบก
3. ไมเ น้ือแกรง เปนไมท ่ีใหค วามแข็งแรงสูง เน้ือไมเปนมัน มีน้ําหนักมาก สีเขมแดงจัดจนถึงดํา ใชใ น
งานทําเครอื่ งเรือน เครื่องมอื ชางตาง ๆหรอื งานที่ตอ งรบั นํ้าหนัก ทนแดดทนฝน เชน เสาคานหมอนรางรถไฟ ไดแก ไม
ประดไู มช งิ ชัน ไมมะคา ไมม ะเกลือ
47
ตน ไมเ ปนวัสดุสําหรับการบรรจุภัณฑที่มีความแข็งแรงทนทานกวาวสั ดุอื่น แตม ปี ญหาดานการทําลายป
าและขอจํากดั ของผูน ําเขา สินคา เชน การหามใชไ มท ่ีเคลือบสารบางชนิดเพื่อรักษาเน้ือไม การเปดตรวจสอบของกรม
ศุลกากรที่ทําใหบ รรจุภัณฑเสียหาย ดังน้ันในการผลิตบรรจุภัณฑป ระเภทไม ตอ งคํานึงถึงความเหมาะสมของสินคา
วิธีการขนสง ระยะเวลาในการขนสง น้ําหนกั บรรทุก และประเภทของไมท่นี าํ มาผลติ เชน ไมท น่ี าํ มาผลิตเปน บรรจุภณั ฑ
มีทงั้ ไมเนื้อออ นไมเ นื้อแขง็ รวมถงึ เศษไมท เ่ี หลอื จากการผลิตเครอื่ งเรือนเครอ่ื งใชท คี่ วรนํามาใชประโยชนใ หคุมคา ยงิ่ ขึ้น
บรรจภุ ัณฑท ผ่ี ลิตจากไมมหี ลากหลายรปู แบบขนึ้ อยกู บั ลักษณะของสนิ คาและความตอ งการของผใู ช เชน กลอ งไม ลงั ไม
ถาดไม เขง ไมไ ผ ชะลอมไมไผ ฯลฯ
• ไมไผ
ไมไผจัดเปน ไมย ืนตนท่ีโตเร็ว แตกหนอแพรพ ันธุง าย ไมไผท ่ีนํามาทําบรรจุภัณฑ เชน ไผป า
ไผร วก ไผส ีสุกสามารถนํามาผลิตเปนบรรจุภัณฑใ นรูปแบบตา ง ๆ ตามความสามารถของคน
ในทองถิ่น เชน สานเขง ชะลอมประดิษฐเปนกลองหรือถาด ซึ่งสนองความตอ งการใหผ ู
บริโภคไดอ ยา งหลากหลาย
• ตนหวาย
ตนหวาย เปนพืชตระกูลปาลม พันธุไ ม เล้ือย ชอบพันเกาะตน ไมใ หญ มีความเหนียว แขง็ แรง
คงทน หวายเปน พชื ทีเ่ ตบิ โตคอนขา งไว สามารถเกบ็ เกี่ยวเพือ่ นาํ มาใชได โดยทไ่ี มต อ ง แปรรูป
มากนัก จึงไมก ระทบตอ สิ่งแวดลอ ม นับวาเปน พืชเศรษฐกจิ ท่ีสาํ คัญชนิดหน่ึงของ ประเทศใน
เขตรอ น โดยเฉพาะประเทศไทยนิยม ใชประโยชนหลายอยา ง เชน เฟอรนิเจอร วัสดุกอสราง
และเครือ่ งจกั สาน สามารถนาํ ผลติ ภัณฑจากหวายมาใชเปน บรรจภุ ณั ฑได อยางสวยงาม เชน
ตะกรา ถาด และกลอ ง
48
• ตนมะพราว
มะพราว เปนไมย ืนตน อยูในตระกูลปาลมที่มีในทองถ่ินหรือมีทั่วไปในทุกแหงของ ประเทศ
ไทย เปน พืชท่ีสามารถนํามาใชป ระโยชนไดท ุกสวน เชน น้ําและเนื้อมะพราวออนใช
รับประทาน เนอื้ ในผลแกน ําไปขดู และค้ันทาํ กะทิ ยอดมะพราวออ นนาํ มาประกอบอาหารคาว
ได กะลานําไปประดษิ ฐเปนสิ่งของตาง ๆ เชน กระบวย โคมไฟ ตนมะพราวนําไปประดิษฐเ ป
น เคร่ืองใชเ คร่ืองตกแตง บาน นักประดิษฐส ามารถนํามะพราวมาใชท ําเปน บรรจุภัณฑไ ด ดัง
ตวั อยา งตอ ไปนี้
1. ผลมะพราว นําไปใชท้ังผลหรือใชเ ฉพาะกะลามะพราว ถา นาํ มะพรา วไปใชท้ังผล จะได
บรรจุภัณฑท ี่มีรูปทรงเฉพาะตัว เม่ือผา ครึ่งผลจะมีชองวางซึ่งเดิมใชเ ปน สว นกักเก็บ นํ้า
มะพราว สามารถใชส วนน้ีเปน บรรจุภัณฑไ ด หรือถา เลือกใชเ ฉพาะสว นที่เรียกวา กะลา มะ
พราว ก็จะไดบรรจุภณั ฑท ่มี ีรปู ทรงคอนขางกลม มีลวดลายทผี่ วิ สวยงาม ผลมะพรา วสามารถ
นาํ มาใชเ ปน บรรจภุ ณั ฑอาหาร เทยี นไข และเครือ่ งหอมได
2. ลําตนมะพราว เมื่อมะพราว หมดอายุหรือถูกโคน ท้ิงแลว ลําตน มะพรา วยังนํามาใช
ประโยชนไดอีก เชน ทําเฟอรนิเจอร โตะ เกา อ้ี เครื่องใช ของ ตกแตง บา น ทําฝาผนังอาคาร
บานเรือน ทําร้ัว กระถางตนไม และจัดตกแตง สวน ตนมะพราวสามารถนํามาประดิษฐเ ปน
บรรจุภัณฑรูปแบบตา ง ๆ เชน กลอ ง ถาด และแจกัน
3. ทางมะพราว คือ สวนท่ีเปนเสนกลางใบ มีความเหนียว พอสมควร สามารถนํามาใช
เปนไมกลัดเพื่อยึดใบไมใ หติดกัน เชน การกลัดหอ ขนม การเย็บกระทง ไมกวาด ใชผลิตเปน
บรรจภุ ณั ฑ เชน สานเปน ชะลอม ตะกรา หรอื กระจาด
4. ใบมะพรา ว นํามาสานเปน ภาชนะ โดยใชภ ูมิปญ ญา ทอ งถิ่นที่สอนถายทอดสืบตอ กัน
มา การเลือกใบมะพรา ว สําหรบั นาํ มาสาน ควรเลือกใบที่สวย แข็งแรง ไมมีรอยกัดแทะ ของ
แมลง ไมข าด ใบมะพรา วสามารถนํามาสานเปนบรรจุภัณฑ รูปแบบตา ง ๆ เชน กระจาด
ตะกรา และชะลอม
ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต
6. ครูสรปุ บทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภปิ รายซกั ถามขอสงสัย
7. ผูเรยี นทำกจิ กรรมใบงาน และแบบประเมินผลการเรยี นรู
49
สอ่ื การเรียนการสอน
1. หนงั สือเรยี น รหสั 20202-2104 การบรรจภุ ณั ฑ ของสำนกั พมิ พเ อมพันธ
2. ส่ือ Power Point
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
หลกั ฐาน
1. บันทึกการสอน
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนจดั การเรยี นรู
4. การตรวจประเมินผลงาน
การวัดและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ตรวจกจิ กรรมสง เสรมิ คุณธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝกปฏบิ ตั ิ
4. ตรวจใบงาน
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู และแบบฝก ปฏบิ ัติ
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
เกณฑก ารประเมินผล
1. เกณฑผ า นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ งไมม ีชองปรับปรุง
2. แบบประเมินผลการเรยี นรมู เี กณฑผา น และแบบฝกปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%
50
ใบงานที่ 2.3
จุดประสงคการเรียนรู
3. ผลิตวสั ดุบรรจภุ ณั ฑอยางงา ยได
คําชีแ้ จง ใหผ ูเรยี นวเิ คราะหข าวหรอื บทความเรอื่ ง บรรจุภัณฑแอก็ ทีฟ (Active Packaging) แลว สรปุ ความรู
บรรจภุ ณั ฑแ อ็กทฟี (Active Packaging)
“บรรจุภัณฑแอ็กทีฟ” (Active Packaging) บรรจภุ ณั ฑท ี่เนนหนาทใ่ี นการปกปอ ง และยืดอายุ การเกบ็ รักษา
ผลิตภัณฑ ทําใหผลิตภัณฑปลอดภยั ตอการบริโภค และชวยคงคุณภาพทั้งทางดาน เคมี กายภาพ และประสาทสัมผัส
ของผลิตภัณฑ โดยการควบคุมองคประกอบของบรรยากาศภายใน บรรจุภัณฑ ดวยการใชสารประกอบทางเคมีท่ีมี
คุณสมบัติพิเศษในการดูดหรือคายกาซ ไดแก วัตถุดูดออกซิเจน วัตถุดูดหรือปลอยคารบอนไดออกไซด วัตถุดูดหรือ
ปลอยกล่ิน วัตถุดูดหรือ ควบคุมความชื้น และวัตถุดูดเอทิลิน (เปนฮอรโมนที่มีผลตออายุการเก็บของพืช) รวมท้ัง
สารเคมี หรือสารสกัดจากธรรมชาติทย่ี ับยง้ั เชือ้ จุลินทรยี ซึง่ สารเหลา น้อี าจจะบรรจใุ นซองเล็ก (Sachet) หรอื ใสใ นฟลม
ทท่ี าํ บรรจุภณั ฑโ ดยตรง
ประเภทของบรรจภุ ณั ฑแ อ็กทฟี ท่ีนิยมใชก ับผลติ ภัณฑอ าหาร
1. บรรจภุ ณั ฑแ อก็ ทฟี สาํ หรับการลดปรมิ าณออกซิเจน
ออกซิเจนที่มีอยูในบรรจุภัณฑของผลิตภัณฑเนื้อสัตวกอใหเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของ ไขมัน และ
สามารถเพิ่มการเจริญเติบโตของจลุ ินทรีย ซึ่งทําใหผลิตภัณฑเสอ่ื มคุณภาพ เกิดสี และ กล่ินรสที่ไมเปนท่ีตองการของ
ผบู รโิ ภค การใชสารดดู ซับออกซิเจน (Oxygen Absorber) ในทาง การคา เรียกวา ผง Iron Oxide ซ่ึงเปน สารประกอบ
ธาตุเหล็ก บรรจุในซองเล็ก (Sachet) แลวใสไว ภายในบรรจภุ ัณฑชั้นใน เชน หมึกแหง ปลาแหง และปลาแหงปรุงรส
หรือการเติมในพอลิเมอร ที่ใชผลิตบรรจุภัณฑ เชน ขวดพลาสติก ถุงเพาช (Pouch) เพื่อชวยในการดูดซับออกซิเจน
ภายใน บรรจุภณั ฑแ ละปองกันไมใหอ อกซิเจนจากภายนอกสมั ผัสกับอาหารได
2. บรรจภุ ณั ฑแ อก็ ทีฟ สําหรบั การดดู หรอื ปลอ ยคารบอนไดออกไซด
กาซคารบอนไดออกไซดท่ีมีอยูภายในบรรจุภัณฑจะเกิดจากการหมักของยีสตหรือจุลินทรีย บางชนิด
ปลอยออกมาระหวางการเจริญเติบโต จากการหายใจของพืช เชน ผัก และผลไมส ด หรอื เกิดปฏิกิรยิ าเคมีในอาหาร จึง
จําเปนตองมีการดูดกาซคารบอนไดออกไซดออกจากผลิตภัณฑ เพ่ือปองกันการพองหรือการแตกของบรรจุภัณฑ แต
การบรรจุแบบดัดแปลงบรรยากาศซ่ึงตองการ กาซคารบอนไดออกไซดความเขมขนสูง เชน เนื้อสัตว เนยแข็ง อาหาร
พรอ มบริโภคแชเ ย็น อยางไรก็ตาม อาหารประเภทน้ีมีปริมาณนําสูง ทําใหกา ซคารบอนไดออกไซดล ะลายในนําท่อี ยูใน
อาหาร ทําใหในบรรจุภัณฑมีความเขมขนของกาซคารบอนไดออกไซดตํากวาท่ีตองการ จึงตอง ใชวัตถุปลอยกาซ
คารบอนไดออกไซด สําหรบั ชวยรกั ษาความเขมขนของกาซไวเ พ่ือไมใ ห บรรจภุ ณั ฑเกิดการยบุ ตวั
51
3. บรรจภุ ัณฑแ อก็ ทฟี สําหรบั ยบั ย้ังจุลินทรีย
เปนรปู แบบทนี่ ยิ มสําหรบั ใชในการบรรจเุ น้ือสัตว เน่อื งจากชว ยลดการเจรญิ ของจลุ ินทรีย และยืดอายุการ
เกบ็ รักษา ซ่ึงมีหลายรปู แบบ เชน บรรจุภัณฑท ผี่ ลติ จากแผน ฟล มทม่ี ีการเติม สารยบั ยั้งจลุ ินทรยี โดยสารตานจุลนิ ทรีย
ท่ีอยูในแผนฟลมจะคอย ๆ ปลดปลอยออกจากแผนฟลม เขาไปยังภายในบรรจุภัณฑเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของ
เช้ือจุลินทรีย หรือการเคลือบสารตาน จุลินทรียลงบนผิวของผลิตภัณฑ เชน การใชแว็กซเคลือบอาหาร ซึ่งสารตาน
จุลินทรียจะปลดปลอย ออกมาสัมผัสกับผลิตภัณฑไดโดยตรง โดยสารเคลือบท่ีนิยมใชจะเปนสารประเภทไขมันจาก
ธรรมชาติ นยิ มนาํ มาเคลอื บผลไม เพ่ือคงความสดเนอื่ งจากสารเคลอื บผวิ ชวยลดอตั ราการคายนํา ออกจากผวิ ของผลไม
และเพ่ิมความมนั เงาใหกับผิวผลไม ปจจุบันมกี ารเตมิ สารกรดอินทรยี หรือ โพแทสเซยี มซอรเบตในสารละลายแปง อัล
จีแนต หรือคาราจีแนน เพือ่ เคลอื บเน้อื สัตวส ําหรบั ใชในการยับยงั้ แบคทเี รีย
สรปุ ความรู
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
52
ตอนที่ 1 จงตอบคาํ ถามตอ ไปนี้
1. จงบอกประเภทของกระดาษทีน่ ิยมใชผลิตบรรจุภณั ฑมา 5 ประเภท
1. …………………………………………………….…… 2. ……………………………………………………………
3. …………………………………………………….…… 4. ……………………………………………………………
5. …………………………………………………….……
2. จงยกตวั อยางลกั ษณะของบรรจภุ ัณฑที่ทําจากกระดาษมา 5 ตัวอยา ง
1. …………………………………………………….…… 2. ……………………………………………………………
3. …………………………………………………….…… 4. ……………………………………………………………
5. …………………………………………………….……
3. จงบอกคณุ สมบตั ิของพลาสติกเพื่อพจิ ารณาในการเลือกบรรจภุ ณั ฑม า 5 ขอ
1. …………………………………………………….…… 2. ……………………………………………………………
3. …………………………………………………….…… 4. ……………………………………………………………
5. …………………………………………………….……
4. บรรจภุ ณั ฑพลาสติกที่ใชใ นชวี ิตประจาํ วันมกี ช่ี นิด อะไรบา ง
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
5. จงยกตัวอยางลกั ษณะของบรรจุภณั ฑท ่ีทําจากโลหะมา 5 ตวั อยา ง
1. …………………………………………………….…… 2. ……………………………………………………………
3. …………………………………………………….…… 4. ……………………………………………………………
5. …………………………………………………….……
6. จงบอกคณุ สมบตั ิของแกว เพอื่ ใชใ นการบรรจุภณั ฑมา 5 ขอ
1. …………………………………………………….…… 2. ……………………………………………………………
3. …………………………………………………….…… 4. ……………………………………………………………
5. …………………………………………………….……
7. ตามมาตรฐาน มอก. 501-2527 ไดแบง ภาชนะแกวเปนก่ีประเภท อะไรบาง
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
53
8. ปากขวดแกว ท่ีนยิ มใชในการบรรจุภณั ฑมีก่ชี นดิ อะไรบาง
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
9. ไมไ ผเ ปน ไมท ี่เหมาะแกการผลติ บรรจภุ ณั ฑ เพราะเหตุใด
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
10. จงบอกชนิดของหวายที่นาํ ไปผลติ บรรจภุ ณั ฑม าจํานวน 5 ชนดิ และยกตัวอยางบรรจภุ ัณฑ ที่ผลติ จากหวายแตล ะ
ชนิดมา 1 ตัวอยา ง
1. ……………………………………………………….……… เชน ………………………………..………………………………………
2. ……………………………………………………….……… เชน ………………………………..………………………………………
3. ……………………………………………………….……… เชน ………………………………..………………………………………
4. ……………………………………………………….……… เชน ………………………………..………………………………………
5. ……………………………………………………….……… เชน ………………………………..………………………………………
ตอนที่ 2 จงเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทีส่ ดุ เพียงขอ เดียว
1. ขอใดไมใชคณุ สมบตั ิทางกายภาพของกระดาษ
ก. ตดั ได
ข. พับได
ค. ทนไฟได
ง. งอได
2. กระดาษซลั ไฟตสว นใหญใชหอสินคาประเภทใด
ก. น้าํ ผลไม
ข. อาหารและสิง่ ของ
ค. ของขวญั
ง. สบู
3. ขอใดเปนคุณสมบตั ขิ องแผน กระดาษลูกฟกู สองชัน้
ก. ใชใ นการขนสง
ข. เหมาะกับการทาํ กลอ ง
ค. พบั มว นงอไดงา ย
ง. เหมาะกับสินคา ขนาดใหญ
54
4. ขอ ใดเปนคณุ สมบตั ิของพลาสตกิ
ก. เปน ฉนวนไฟฟา
ข. กันนา้ํ ได
ค. ทนกรด ดา ง สารเคมีบางประเภทได
ง. ถกู ทุกขอ
5. พลาสตกิ ชนิดใดสามารถนาํ มา Recycled แลวผลติ เปนเสนใยสาํ หรบั พรมหรอื ผลิตภณั ฑ ส่งิ ทอได
ก. PVC
ข. PETE
ค. HDPE
ง. LDPE
6. ผลิตภณั ฑใดทไี่ ดจากการ Recycled พลาสติก Polystyrene
ก. สัญญาณไฟ
ข. ฟล ม
ค. เทอรโ มมเิ ตอร
ง. มา นง่ั
7. อะลมู เิ นยี มแผน เปลว ใชในการผลติ บรรจุภณั ฑช นิดใด
ก. บรรจุอาหาร
ข. บรรจคุ รมี
ค. บรรจุยาเมด็
ง. ถกู ทุกขอ
8. ความรอนทใ่ี ชในการหลอมเปนแกว มอี ณุ หภมู ิเทา ใด
ก. 1,000–1,300
ข. 1,200–1,500
ค. 1,400–1,800
ง. 1,600–1,900
9. ขอ ใดเปน ประโยชนทางเคมขี องไมไ ผ
ก. เน้ือไผใ ชบ ดเปน เยือ่ กระดาษได
ข. มีความสวยงามตามรูปทรง
ค. มีความเหนยี ว
ง. ถกู ทกุ ขอ
10. “เขง ” ผลิตจากหวายชนดิ ใด
ก. หวายแดง ข. หวายข้ไี ก
ค. หวายไร ง. หวายข้ขี าว
บนั ทึกหลังการสอน 55
1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน
1.1 วัน เดอื น ป ................สอนคร้ังที่ ....../18.... สาขา/ชัน้ ป ......................จำนวนผเู รยี น............คน
มาเรียนปกต.ิ ..........คน ขาดเรียน............คน ลาปวย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน
1.2 หวั ขอ เรอ่ื ง/เนื้อหาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........
สอนครบตามหวั ขอ เรื่องในแผนฯ สอนไมค รบเนื่องจาก..........................................
1.3 กิจกรรม/วิธีการสอน
ครูแนะนำและบอกจุดประสงค ครูอธบิ าย/ถาม-ตอบ/สาธติ ทำแบบทดสอบกอ นเรียน
ทำแบบทดสอบหลังเรยี น ทำแบบฝก หัด/โจทยป ญ หา ทำใบกิจกรรม/ใบงาน
อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................
1.4 ส่อื การเรยี นรู/แหลง การเรยี นรู : ………………………………………………………………………….............
2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของครู/ปญหาทพี่ บ
2.1 การวดั ผลและประเมินผล/ผลการเรียนรขู องผูเรยี น : …………………………..…….………….......................
.........................................................................................................................................................................
2.2 สมรรถนะท่ผี เู รยี นไดรับ : ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2.3 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยม : ……………………………………..….…………...........................
……………..........................................................................................................................................................
2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................
……………..........................................................................................................................................................
2.5 ปญ หาท่ีนำไปสูการวจิ ัย : …………………………………………………..….…………………........................………
……………..........................................................................................................................................................
3. แนวทางการพฒั นาคุณภาพการสอน
3.1 ผลการใชและปรบั ปรุงแผนการสอนครง้ั น้ี : ………………………………………………...................................
……………..........................................................................................................................................................
3.2 แนวทางพัฒนาคุณภาพวิธสี อน/ส่อื /การวัดผล/เอกสารชวยสอน........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ..........................................ผสู อน
(นางสาวณฐั ธยาน พมิ พิรตั น)
วันที่..........เดอื น.....................พ.ศ..............
แผนการจัดการเรียนรแู บบบูรณาการที่ 6 56
รหัสวชิ า 20202-2104 วชิ า การบรรจุภณั ฑ หนว ยที่ 3
ช่ือหนว ย การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ
สอนครงั้ ท่ี 6
จำนวนชั่วโมง 3 ช.ม.
สาระสำคัญ
การออกแบบบรรจุภัณฑท ี่ดี นอกจากมีบทบาทสําคัญตอ การกระตุน การตัดสินใจในการซื้อสินคาแลว
ยังชว ยสงเสริมการขายและเพ่มิ มูลคา ของสนิ คา อกี ดวย การออกแบบบรรจภุ ณั ฑจ ะตอ งสอื่ ความหมาย ของสนิ คา ตามท่ี
ผูผลิตตอ งการใหผ ูบ ริโภครับรู เปรียบเสมือนการแตงตัวใหสินคา เมื่อวางจําหนายในตลาด แลวทําใหผูพบเห็นและผู
บรโิ ภคมีความรูส ึกตอบสนอง นิยม และตัดสินใจเลอื กสินคา นน้ั ในทส่ี ุด ซึ่ง ถือเปน หัวใจของการออกแบบบรรจภุ ัณฑ
สาระการเรียนรู
1. การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ
2. ขอ พจิ ารณาในการออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ
สมรรถนะประจำหนวย
ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศออกแบบและพฒั นาบรรจุภณั ฑตามหลักการ
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
ระบุขอพิจารณาในการออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑไ ด
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนำเขา สบู ทเรยี น
1. ครูผูสอนกลาววาการออกแบบบรรจุภัณฑท ่ีดี นอกจากมีบทบาทสําคัญตอการกระตุนการตัดสินใจใน
การซือ้ สนิ คา แลว ยงั ชว ยสง เสริมการขายและเพ่มิ มูลคา ของสินคาใหมีราคามลู คา เพมิ่ ขนึ้
2. ครูสนทนากับผูเรียนและยกตัวอยางผลิตภัณฑที่ที่มีกระกระตุนการตัดสินใจของผูซื้อเพื่อนำเขาสู
บทเรยี น
ข้ันสอน
การออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑ
3. ครูใชส ่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายเกย่ี วกบั การออกแบบและพฒั นาบรรจุภณั ฑ
1. การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ
การออกแบบบรรจุภัณฑน้ัน จะตอ งใหภ าพที่ ส่ือความหมายตามที่ตองการใหผ ูบ ริโภครับรู เสมือนกับ การ
แตงตวั ใหส ินคา แตตองแตง ตัวอยางมหี ลกั การ เก่ยี วของกบั คณุ สมบัตขิ องผลิตภัณฑ กลมุ เปา หมายท่ี จะบริโภค ซง่ึ เม่ือ
สินคา วางจําหนา ยในตลาดแลว ทําให ผูบริโภคมีความรูส ึกตอบสนอง นิยม และตัดสินใจเลือก สินคานั้นในที่สุด ส่ิง
สำคัญอกี ประการหนึ่ง คือ ภาพเหลาน้ันจะตองไมส ่ือความหมายในแงข อง การหลอกลวง หรือกอใหเ กิดความเขา ใจผิด
แกผ บู รโิ ภค
57
1.1 องคประกอบในการออกแบบ
1) การออกแบบบรรจุภณั ฑควรเนนการสรางภาพพจน (Image) ท่ีทันสมยั นา สนใจ รูปทรงทน่ี ยิ ม
ใชเปน รปู ทรงเรขาคณติ ไดแ ก สามเหลยี่ ม หา เหล่ียม หกเหล่ียม แปดเหลยี่ ม ทรงกลม และทรงกระบอก องคประกอบ
สําคญั ของ การออกแบบบรรจุภณั ฑแ บง เปน 2 สว น ดังนี
1.1 การออกแบบโครงสราง (Structure Design) หมายถึง รปู ทรง สดั สว น ปรมิ าตรขนาด
ของวสั ดุท่ีจะนํามาทําบรรจุภณั ฑ ซึ่งตองเลอื กประเภท วัสดุโครงสรา งใหเ หมาะสมกับหนา ทขี่ องบรรจภุ ัณฑ ทต่ี อ งการ
ใช ไดแ ก พลาสตกิ กระดาษ ผา โลหะ รวมทั้งกรรมวิธีผลิตบรรจุภัณฑ การบรรจุ การเก็บ รกั ษา
1.2 การออกแบบกราฟก (Graphic Design) หมายถึง การออกแบบรายละเอียดการ
ตกแตง บรรจุภัณฑเ ก่ยี วกับลวดลาย สีสัน ตัวอักษร บนบรรจุภัณฑ เพ่ือใหส วยงามหรือส่ือความหมายถึง ตัวผลิตภัณฑ
ท่ีอยูภายใน ชวยทําใหผ ูบ ริโภคเกิด ความรูสึกพึงพอใจและตัดสินใจซื้อสินคา นอกเหนือ จากเหตุผล ประโยชน และ
ความตอ งการใชสินคา นัน้ ในปจจุบันกระแสการอนรุ ักษพ ลังงานและส่ิงแวดลอ ม ยังสง เสริมใหมกี ารนําบรรจุภัณฑที่ใช
แลวนำกลับมาใช ประโยชนดา นอ่ืนอกี เชน การนาํ ถงุ ผามาใชซ้ําหรือ นาํ มาประดิษฐเปน ช้นิ งานใหม
58
การออกแบบบรรจุภัณฑท ด่ี ี ควรคาํ นึงถึงสง่ิ ตอไปน้ี
• ความแข็งแรง ทนทาน เคลอื่ นยายสะดวก
• ขนาด นํ้าหนกั รูปรางของบรรจุภัณฑเหมาะสมกบั ขนาด น้าํ หนักของผลติ ภณั ฑ
• สวยงาม กระตุน และดึงดูดความสนใจแกผ ูพ บเหน็ จนทําใหเกิดความตอ งการทดลองใช
ผลติ ภณั ฑนั้น
• ขนาดตวั อกั ษรอานงา ย ชดั เจน บอกรายละเอยี ดเก่ียวกบั ผลิตภัณฑภ ายในได
วัตถุประสงค
1. เพอื่ สรา งบรรจภุ ณั ฑทส่ี ามารถตอบสนองความตอ งการในดานประโยชนใชส อย การ
ขนสง การคมุ ครองสนิ คา การเกบ็ รกั ษา และการจัดจาํ หนา ย
2. เพอ่ื สรา งบรรจุภณั ฑใ หส ามารถส่ือสาร สรา งแรงจูงใจในการ เลอื กซ้ือ สรางการจดจาํ
และภาพลักษณท ดี่ ี
1.2 หนา ที่ของบรรจภุ ัณฑ (Roles of Packaging)
5 C’s
• Contain and Protect : บรรจแุ ละคมุ ครอง
• Communicate and Promote : สอ่ื สารขอมลู ผลติ ภณั ฑ
• Convenience : เสริมสรา งความสะดวกสบาย
• Consumer Appeal : สรา งแรงจงู ใจในการซ้อื
• Conservation : ประหยดั และคํานึงถึงส่ิงแวดลอม
4. ครใู ชส่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายขอพิจารณาในการออกแบบและพฒั นาบรรจุภณั ฑ
2. ขอ พิจารณาในการออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ
ตลาดเปน กุญแจสาํ คัญ การบรรจุหีบหอ จะเปนกลวธิ หี นึ่งท่ีทาํ ใหส ามารถขายผลิตภัณฑไ ดดขี ้ึน กอนจะ
ตัดสินใจผลติ ภาชนะบรรจวุ าจะออกแบบอยางไร จะใชวัสดอุ ะไร ผลติ อยางไร ฯลฯ ควรตั้งคาํ ถามดังน้ี
1. ผูซ ื้อเปน ใคร วยั เพศ ฐานะ ทางเศรษฐกจิ และรสนยิ ม เปนอยา งไร
2. สถานการณตลาด เปรยี บเทียบ กบั คแู ขง ขนั ออกแบบใหดงึ ดูด ความสนใจมากข้นึ กวา คแู ขง
59
3. ภาชนะบรรจุทีใ่ ชอยเู ปนสาเหตหุ นึ่งทีท่ าํ ใหส นิ คา เสยี หรือไม และปริมาณการสญู เสีย มากนอ ย
เพยี งไร
4. มีทางปรบั ปรุงใหดีข้นึ หรือไม อยางไร
5. ตน ทุนของภาชนะบรรจคุ ดิ เปน มลู คา กี่เปอรเซ็นตข องตน ทนุ ท้ังหมด
ตัวอยา งการวเิ คราะหเพื่อการประดษิ ฐบรรจภุ ณั ฑ
1. หอ ขนมรว มสมยั ดวยใบตอง
แนวคดิ ในการออกแบบ
1) อนรุ กั ษร ปู แบบบรรจภุ ัณฑใ หคงสภาพเดมิ มากทส่ี ดุ
2) ดงึ ดดู ความสนใจของผบู รโิ ภค
3) ใชวสั ดสุ ําหรบั ผลติ บรรจภุ ณั ฑน อยทส่ี ุด
ประโยชนใ ชส อย
1. ใชบรรจขุ นมไทย ไดแก ขนมตาล ขา วเหนยี วมนู หนาตาง ๆ ใหค งสภาพดีจนถึงมอื ผู
บริโภค
2. ปอ งกนั ลมเพื่อใหขนมแขง็ ตวั ชา ลง
3. สะดวกในการขนสง
4. รบั ประทานไดสะดวก โดยตดิ อุปกรณส ําหรับรบั ประทานไวทบี่ รรจภุ ณั ฑ
วัสดุที่ใช
1. ใบตองตานีที่สดใหม
2. อุปกรณสําหรับรบั ประทานอาหาร ไดแ ก ชอ นไม ทางมะพรา วหรอื ไมไผเ กลาแตง เปน ไมจ ้มิ
2. อาหารในใบไผ
แนวคดิ ในการออกแบบ
1. บงบอกความเปน อาหารของประเทศญีป่ นุ
2. สอ่ื ถงึ ความเปนธรรมชาติ
3. ใชวสั ดบุ รรจภุ ณั ฑจ ากธรรมชาติเทา นั้น และใชวัสดุนอ ยท่ีสดุ
4. อาหารมกี ลิ่นหอมออ น ๆ ของใบไผ
60
ประโยชนใ ชส อย
1. ใชบรรจุขา วหอ สาหรา ยใหค งสภาพดีจนถงึ มอื ผบู รโิ ภค
2. ปอ งกนั ลมและความชื้นไดพ อสมควร
3. สะดวกในการขนสงและรบั ประทาน
วัสดทุ ใ่ี ช
1. ใบไผ กระบอกไมไ ผ
2. กระดาษสาสําหรับระบุตราสญั ลักษณและขอมลู ผลิตภณั ฑ
3. ไมวางไวน
แนวคิดในการออกแบบ
1. เปน บรรจภุ ัณฑอ เนกประสงคใชง านได หลายอยาง ไดแก การจดั แสดงเพื่อจาํ หนาย ไม
ตอ งใชบรรจุภณั ฑอ ื่นเพมิ่ เตมิ และเปน ท่ี สําหรบั เก็บรกั ษาไวน
2. ใชเ ทคนคิ การผลติ โดยการถวงดุลนาํ้ หนกั
3. ใชวสั ดุบรรจภุ ณั ฑจ ากธรรมชาติเทาน้ันและใชวัสดุนอ ยที่สดุ
4. ดึงดูดความสนใจของผบู รโิ ภค
5. ดูแลรักษางาย
6. ทนทาน รบั นา้ํ หนักไดดี
ประโยชนใชสอย
1. เปนทส่ี ําหรบั เกบ็ รักษาไวน
2. ใชเปน เครอ่ื งตกแตง บาน
3. สะดวกในการขนสงและใชง าน
วสั ดุท่ีใช
เศษไมทเ่ี หลอื จากการผลิตเครอ่ื งเรือน เครอ่ื งใชตา ง ๆ
2.1 หนวยงานของรฐั และเอกชนท่ีดูแลและใหความรูเ กยี่ วกบั บรรจุภณั ฑ
ผูท่ตี อ งการพัฒนางานดานบรรจุภณั ฑส ามารถขอคําปรกึ ษาไดจ ากหนว ยงานตาง ๆ เชน
1. ศูนยก ารบรรจุหีบหอไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
www.tistr.or.th
61
2. สวนบรรจุภัณฑแ ละการพิมพ สํานักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมสง เสริม อุตสาหกรรม
กระทรวงอตุ สาหกรรม www.dcr.dip.go.th/th
3. สาํ นักพฒั นาผลิตภณั ฑแ ละเพ่มิ มูลคาสินคา กระทรวงพาณิชย
2.2 ข้ันตอนการออกแบบกราฟก บนบรรจภุ ณั ฑ
ขั้นตอนการออกแบกราฟกบนบรรจุภัณฑ โดยการกําหนดวัตถุประสงคข องการออกแบบ ศึกษา
ลักษณะกราฟกบรรจุภัณฑจากสินคาประเภทเดียวกันท่มี ีจําหนา ยในตลาด โดยนําบรรจุภัณฑ เหลา นั้นมาวางเรยี งกัน
แลว พิจารณาเปรยี บเทียบและออกแบบกราฟก เพ่อื แขงขนั กบั บรรจุภณั ฑเ ดมิ ใหแ ตกตา งและทาํ ใหผ ูบรโิ ภคจําสินคาได
จากลักษณะกราฟกสวยงามนา สนใจ ตามขั้นตอนการออกแบบกราฟกบนบรรจุภัณฑ ดงั ตอ ไปน้ี
ขน้ั ตอนการออกแบบกราฟกบนบรรจภุ ัณฑ
1. จุดมงุ หมาย : การรวบรวมขอ มูล
ขัน้ ตอนการออกแบบกราฟก บนบรรจุภณั ฑ
1.1 ตัง้ วัตถุประสงคแ ละเปาหมายของการผลติ
1.2 ศกึ ษากลุม เปาหมาย เชน อายุ อาชีพ เพศ
1.3 ศึกษาขอมูลเบ้ืองตน ของสินคา และความตอ งการของผบู รโิ ภค
1.4 ศกึ ษากระแสของโลก ความนยิ ม และรสนยิ มของผบู ริโภค
1.5 ศกึ ษารูปแบบบรรจภุ ัณฑท่ีมใี นทอ งตลาด เชน สินคา คแู ขง
2. จดุ มงุ หมาย : การออกแบบรา ง (Sketch)
ขั้นตอนการออกแบบกราฟกบนบรรจุภณั ฑ
2.1 รา งตน แบบ
2.2 วเิ คราะหปรับตน แบบ เชน ภาพประกอบ สี ตวั อกั ษร และการจดั วาง
2.3 ศกึ ษาเทคนิคการผลิต
2.4 การพฒั นาตน แบบจรงิ
3. จดุ มงุ หมาย : การทําแบบกราฟก บนบรรจุภัณฑจรงิ
ข้ันตอนการออกแบบกราฟกบนบรรจุภณั ฑ
3.1 การสรางความแตกตา ง
3.2 ผูบ รโิ ภคจดจาํ สนิ คา ได
3.3 สรางจดุ ขายสนิ คา
3..4 การสอ่ื สารทข่ี ยายผลลัพธไ ดชดั เจนตรงกับความตองการของผบู รโิ ภค
3.5 คณุ สมบตั ขิ องวสั ดใุ ชท าํ บรรจภุ ณั ฑ
3.6 การพัฒนาใหด ึงดดู กลมุ ลูกคาเพ่ิมขนึ้
3.7 ศกึ ษาตน ทุนการผลติ สินคา
3.8 ขอกาํ หนดดานกฎหมาย
62
4. จดุ มงุ หมาย : การผลติ จริง
ขน้ั ตอนการออกแบบกราฟกบนบรรจุภณั ฑ
4.1 สถานท่ีจาํ หนา ยสนิ คา
4.2 การวางสนิ คา จําหนา ย
ขั้นสรุปและการประยุกต
5. ครูสรุปบทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภปิ รายซกั ถามขอ สงสยั
6. ผเู รยี นทำกจิ กรรมใบงาน และแบบประเมินผลการเรยี นรู
สือ่ การเรียนการสอน
1. หนงั สอื เรยี น รหัส 20202-2104 การบรรจภุ ณั ฑ ของสำนกั พมิ พเ อมพนั ธ
2. สอ่ื Power Point
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
หลกั ฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเชค็ รายช่ือ
3. แผนจัดการเรียนรู
4. การตรวจประเมินผลงาน
การวัดและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ตรวจกจิ กรรมสงเสรมิ คุณธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝก ปฏบิ ตั ิ
4. ตรวจใบงาน
เครอื่ งมือวัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู และแบบฝก ปฏบิ ัติ
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
เกณฑการประเมนิ ผล
1. เกณฑผ า นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตองไมมีชองปรับปรงุ
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู เี กณฑผา น และแบบฝก ปฏบิ ตั ิ 50%
3. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%
63
ใบงานท่ี 3.1
จุดประสงคก ารเรียนรู
1. ระบขุ อ พิจารณาในการออกแบบและพฒั นาบรรจุภณั ฑไ ด
คาํ ช้ีแจง จงระบุขอ พิจารณาในการออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ
บนั ทึกหลังการสอน 64
1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน
1.1 วัน เดอื น ป ................สอนคร้ังที่ ....../18.... สาขา/ชัน้ ป ......................จำนวนผเู รยี น............คน
มาเรียนปกต.ิ ..........คน ขาดเรียน............คน ลาปวย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน
1.2 หวั ขอ เรอ่ื ง/เนื้อหาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........
สอนครบตามหวั ขอ เรื่องในแผนฯ สอนไมค รบเนื่องจาก..........................................
1.3 กิจกรรม/วิธีการสอน
ครูแนะนำและบอกจุดประสงค ครูอธบิ าย/ถาม-ตอบ/สาธติ ทำแบบทดสอบกอ นเรียน
ทำแบบทดสอบหลังเรยี น ทำแบบฝก หัด/โจทยป ญ หา ทำใบกิจกรรม/ใบงาน
อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................
1.4 ส่อื การเรยี นรู/แหลง การเรยี นรู : ………………………………………………………………………….............
2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของครู/ปญหาทพี่ บ
2.1 การวดั ผลและประเมินผล/ผลการเรียนรขู องผูเรยี น : …………………………..…….………….......................
.........................................................................................................................................................................
2.2 สมรรถนะท่ผี เู รยี นไดรับ : ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2.3 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยม : ……………………………………..….…………...........................
……………..........................................................................................................................................................
2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................
……………..........................................................................................................................................................
2.5 ปญ หาท่ีนำไปสูการวจิ ัย : …………………………………………………..….…………………........................………
……………..........................................................................................................................................................
3. แนวทางการพฒั นาคุณภาพการสอน
3.1 ผลการใชและปรบั ปรุงแผนการสอนครง้ั น้ี : ………………………………………………...................................
……………..........................................................................................................................................................
3.2 แนวทางพัฒนาคุณภาพวิธสี อน/ส่อื /การวัดผล/เอกสารชวยสอน........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ..........................................ผสู อน
(นางสาวณฐั ธยาน พมิ พิรตั น)
วันที่..........เดอื น.....................พ.ศ..............
65
แผนการจัดการเรียนรูแ บบบรู ณาการท่ี 7 หนว ยท่ี 3
รหสั วิชา 20202-2104 วิชา การบรรจภุ ณั ฑ สอนครัง้ ที่ 7
ช่อื หนวย การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ จำนวนชั่วโมง 3 ช.ม.
สาระสำคญั
การออกแบบบรรจุภัณฑที่ดี นอกจากมีบทบาทสําคัญตอการกระตุนการตัดสินใจในการซื้อสินคา แลว
ยงั ชวยสง เสรมิ การขายและเพ่ิมมูลคาของสนิ คา อีกดว ย การออกแบบบรรจุภณั ฑจะตองสอื่ ความหมาย ของสนิ คาตามท่ี
ผูผลิตตองการใหผูบ ริโภครับรู เปรียบเสมือนการแตงตัวใหส ินคา เม่ือวางจําหนา ยในตลาด แลว ทําใหผ ูพ บเห็นและผู
บรโิ ภคมคี วามรสู ึกตอบสนอง นิยม และตัดสินใจเลือกสินคา น้ันในท่สี ดุ ซ่งึ ถือเปน หัวใจของการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ
สาระการเรยี นรู
1. องคประกอบของการออกแบบกราฟก บรรจภุ ณั ฑ
2. การวางแผนการออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ
3. การใชสกี ับการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ
สมรรถนะประจำหนว ย
ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑตามหลกั การ
จุดประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายองคประกอบของการออกแบบ กราฟกบรรจภุ ัณฑได
2. วางแผนออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑได
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั นำเขาสูบ ทเรียน
1. ครูผูสอนกลาวนำเขาสูบทเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานความรูเก่ียวกับการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑโดย
กลา ววา ในการออกแบบบรรจภุ ัณฑ นกั ออกแบบตอ งคำนึงถึงศาสตรแ ละศิลปสำหรบั ใชแกป ญ หาการออกแบบบรรจุ
ภณั ฑแ ตละดานใหเ กิดผลลัพธการออกแบบบรรจุภัณฑที่มีประสทิ ธภิ าพ ในการบรรลุวัตถุประสงคหลักของบรรจุภัณฑ
สองขอคือ การออกแบบโครงสรางบรรจุภัณฑ และการออกแบบกราฟกบรรจุภัณฑ ท่ีลวนมีรายละเอียดที่ตองคำนึง
ทฤษฎแี ละหลักการทเี่ กี่ยวของ
2. ครสู นทนากับผเู รยี นเพ่ือนำเขา สูบ ทเรยี น
ขั้นสอน
1. ครใู ชส ่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายองคป ระกอบของการออกแบบกราฟก บรรจุภณั ฑ
3. องคป ระกอบของการออกแบบกราฟกบรรจุภณั ฑ
การออกแบบกราฟก บรรจุภัณฑ คือ การควบคุมองคประกอบทางการ ออกแบบ 4 ประการ ใหเกิดความ
สัมพนั ธก ันอยางลงตวั เพ่อื สรา งรูปแบบที่มี ความแตกตางและมเี อกลักษณของบรรจภุ ัณฑน ัน้ ๆ องคป ระกอบท้ัง 4 คอื
66
1. ตัวอักษร (Typography) เปน องคป ระกอบ พ้ืนฐานในการออกแบบ ซึ่งนอกจากจะใชส ่ือความแลว ยังใช
สือ่ ถงึ ลักษณะของบรรจุภณั ฑท่แี ตกตา งกัน ตาม Concept ที่กําหนดขึ้น เชน Modern, Classic, Dynamic, Fashion
ฯลฯ
สงิ่ ที่ควรระวงั ในการออกแบบดวยตวั อักษร คอื
• ระวงั อยาใหมขี อ มลู มากเกนิ กวา ท่ีจะ อานได จากการมองแบบผา น ๆ (Glance)
• หลีกเลย่ี งการใชต ัวอักษรท่มี ีความหนา หรือขนาดเทา กนั
• หลีกเล่ียงการใสข อ มูลมากเกินไปบน ดานหนา ของบรรจุภัณฑ
2. สี (Color) เปนองคประกอบหลักของการออกแบบในการเสริมสรางความโดดเดน และ เพ่ิม
ความนา สนใจใหแ กบรรจุภณั ฑ นอกจากนัน้ สบี นบรรจุภณั ฑยงั สามารถ
• ใชสอ่ื ถงึ ผลติ ภัณฑท ี่บรรจุอยูภายใน เชน สีเขียว แสดงถงึ ผลิตภณั ฑจ ากธรรมชาติ สฟี าแสดงถงึ ผลติ
ภัณฑจากนม
• ใชสื่อถงึ ความแตกตางของสายผลติ ภณั ฑ เชน สีนา้ํ ตาลแทนรสชอ็ กโกแลต
3. ภาพประกอบ (Key Visual) เปนองคป ระกอบเสริม (Option) สําหรับการออกแบบ โดยมักใชเพ่ือดึงดูด
ความสนใจ และกระตนุ ใหเ กิดพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือแบบไมไดย ้ังคิด (Impulse Purchase) เชน ภาพอาคาร หรือ
ผัก ผลไมสดนา รับประทาน แบงออกเปน 2 ประเภท คือ
• ภาพประกอบทเี่ ปนภาพเหมอื นจรงิ
• ภาพประกอบที่เปน ภาพวาด (Illustration) โดยภาพเหมือนจริงมักจะใหอารมณแ ละความรูส ึก
มากกวา
4. ขอ มูลผลิตภัณฑ (Total Pack Data) เปน องคประกอบท่ีจําเปนบนบรรจุภัณ ฑ (Functional
Elements) ซึ่งใชใ นการนําเสนอขอ มูลของผลิตภัณฑ เชน สว นประกอบ ตา ง ๆ รายละเอียดของผูผ ลิต ฯลฯ ขอมูล
เหลา นมี้ ักจะนําเสนอ ในสว นทเ่ี ปน ดา นขางหรอื ดานหลัง (Secondary Panel) ของ บรรจภุ ัณฑ
67
รายละเอียดทจี่ ำเปน บนบรรจุภณั ฑ (Important Information on Packing)
• ชอื่ และตราสนิ คา (Brand) ท้งั Corporate, Sub Brand
• รายละเอยี ดของสินคา (Product Description) เชน นํา้ นมถัว่ เหลอื ง, กาแฟสําเร็จรูป สายผลติ ภณั ฑ
(Product Variants) เชน นํ้านมถว่ั เหลอื งสตู รไรนา้ํ ตาล
• ปรมิ าณหรือปริมาตร (Net Content)
• สว นประกอบ (Ingredients) เรียงลาํ ดับจากมากไปนอ ย
• คณุ คา ทางโภชนาการ (Nutrition Fact) ถา มี
• ช่ือผูผลติ , นาํ เขา , จัดจําหนาย (Manufacturer / Importer / Distributor)
• วันทผ่ี ลิต, วนั หมดอายุ (Manufacture Date / Expiry Date)
• วิธีใช (Instruction) ถามี
• คาํ เตือน (Warning) ถา มี
• เลขทะเบยี น อย., ฮาลาล (FDA. No., Halal No.) ถามี โดยอยบู นพื้นขาว ขนาดตัวอกั ษร ไมต ํ่ากวา 2
มลิ ลเิ มตร
• สัญลักษณรหสั แทง (Bar Code) ถามี
• สัญลกั ษณอนรุ กั ษส่ิงแวดลอม (Environmental Caring Symbol) เชน ทิ้งขยะใหถ ูกท,่ี Recycle
• ขอมลู ผบู รโิ ภค (Consumer Panel) เชน รายละเอยี ดตดิ ตอเก่ยี วกับขอ มูลสินคา
7. ครูใชส ่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายเร่ืองการวางแผนการออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑ
4. การวางแผนการออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑ
การศึกษาและวเิ คราะหปจจัยสําคญั กอ นเริ่มตน การออกแบบตาม “หลัก 5W-2H”
WHY : ทําไมจึงตองออกแบบบรรจุภัณฑใ หม
WHO : เพอ่ื ใคร WHERE : จัดจาํ หนายท่ไี หน
WHAT : สินคาคอื อะไร จุดเดน มหี รอื ไม
WHEN : เม่ือไร กาํ หนดการเปนอยา งไร
HOW : ดาํ เนนิ การอยา งไร
HOW MUCH : คาใชจ า ยเทา ไร
68
การออกแบบกราฟก ท่ีผูอ อกแบบตองคิด แลวพฒั นาใหดีขน้ึ ตลอดเวลา มดี งั นี้
• ออกแบบรปู ทรงใหมีความสะดวกในการใชส อย มคี วามแปลกใหมและโดดเดน
• การจัดวางรูปภาพตา ง ๆ ใหเหมาะสมกลมกลนื
• การจัดวางตวั หนงั สอื การออกแบบตัวหนงั สอื ใหสวย โดดเดน อานงาย
• ฉลากทีต่ ดิ บรรจภุ ัณฑ ตอ งเหน็ ชดั ตําแหนงใน การจัดวางเหมาะสม
• การออกแบบตราสนิ คา ที่ทนั สมยั แปลกใหม โดดเดน กวา สนิ คา คแู ขง
• เทคโนโลยีการพิมพ ท่ีจะใชในการพมิ พบรรจภุ ัณฑ
• การใชสที เ่ี หมาะสม มีความโดดเดน คงทน และดึงดดู ความสนใจ
• การใชเ ทคโนโลยีในการออกแบบ เชน โปรแกรมคอมพิวเตอรต าง ๆ ท่ีชว ยในการออกแบบ การ
ออกแบบกราฟก มีความสําคัญตอ บรรจุภัณฑเปน อยา งมาก และทําใหบรรจุภัณฑนั้นสามารถ แสดงบทบาทหนา ท่ี
เพิ่มเติมไดอ ีก เชน
ก. การสรางทัศนคตทิ ่ีดตี อการผลิตและผผู ลติ
ข. การแสดงสรรพคุณและวธิ ีใชข องผลติ ภณั ฑ
ค. การแสดงเอกลักษณเฉพาะสาํ หรับผลติ ภัณฑและผูประกอบการ ลกั ษณะรูปทรง และ โครงสราง
ของบรรจุภัณฑ
8. ครใู ชส ่อื PowerPoint ประกอบการบรรยายเรอ่ื งการใชส ีกับการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ
5. การใชส ีกบั การออกแบบบรรจภุ ัณฑ
5.1 ความรูเ รือ่ งสี
สี คอื ความเขม ของแสงทปี่ รากฏตอ สายตาในการมองวสั ดุสิ่งของตา ง ๆ สแี ตล ะสีจะให ความรูสึกในการมอง
ทแ่ี ตกตางกันออกไป ความเขมของสีทแ่ี ตกตา งกันมอี ิทธพิ ลตอความรูสกึ ของ มนษุ ย เชน
สีแดง ใหความรสู กึ รอ นแรง อันตราย
สีเหลือง ใหความรสู กึ ราเริงสดใส มคี วามหวงั
สีนํ้าเงนิ ใหค วามรสู กึ สงบ มรี ะเบยี บ สงางาม
สีเขยี ว ใหความรสู ึก เย็น สบายตา สดช่นื
สีขาว ใหความรสู ึก สะอาด บรสิ ุทธิ์
สชี มพู ใหความรสู ึก ออนหวาน ออนโยน
สมี ว ง ใหค วามรสู กึ สงบน่งิ ความผิดหวงั
สดี ํา ใหความรสู กึ ลกึ ลับ เศรา
สใี นทางศิลปะแบงออกเปน 2 ประเภท คือ
1. สีธรรมชาติ เปนสที ่มี ีอยใู นธรรมชาติท่ีเรามองเหน็ อยทู ่วั ไป เชน สขี องทอ งฟา ภเู ขา ตนไม แมนาํ้
ดวงอาทติ ย ฯลฯ
2. สีท่มี นุษยส รางขน้ึ เปน สีวิทยาศาสตรท ่มี นุษยจดั ทําข้นึ เชน สีของแสงไฟฟา ตาง ๆ
ชนิดของสี มี 2 ชนดิ คอื
1. แมสแี สง ประกอบดว ย สแี ดง เขียว และนํา้ เงนิ
2. แมส วี ตั ถุ ประกอบดวย สแี ดง เหลือง และน้ําเงนิ
69
สใี นวงจรสี ไดแก
สขี นั้ ท่ี 1 ไดแก แมส ี คอื สแี ดง สีเหลือง และสีน้าํ เงนิ
สีขน้ั ท่ี 2 เกิดจากการผสมกนั ของสีขน้ั ท่ี 1 มี 3 สี ไดแ ก
สีแดง + สเี หลือง จะได สสี ม
สีเหลอื ง + สนี ้ําเงิน จะได สเี ขยี ว
สนี ํ้าเงิน + สแี ดง จะได สีมว ง
สขี นั้ ท่ี 3 เกิดจากการผสมกนั ของสขี นั้ ท่ี 1 กับสีขั้นที่ 2 มี 6 สี ไดแก
สีแดง + สีสม จะได สสี มแดง
สีเหลือง + สสี ม จะได สเี หลืองสม
สีเหลอื ง + สเี ขียว จะได สเี ขียวเหลอื ง
สีนํา้ เงนิ + สเี ขียว จะได สีเขยี วนํา้ เงนิ
สีมวง + สีน้ําเงิน จะได สมี วงนํ้าเงิน
สแี ดง + สีมว ง สีมวงแดง
ข้ันสรปุ และการประยุกต
9. ครูสรปุ บทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภิปรายซกั ถามขอสงสยั
10. ผเู รยี นทำกจิ กรรมใบงาน และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู
ส่ือการเรยี นการสอน
1. หนังสอื เรยี น รหสั 20202-2104 การบรรจภุ ณั ฑ ของสำนกั พมิ พเอมพันธ
2. สอ่ื Power Point
3. กจิ กรรมการเรียนการสอน
หลักฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็ครายชอ่ื
3. แผนจัดการเรยี นรู
4. การตรวจประเมินผลงาน
70
การวดั และการประเมนิ ผล
วิธีวัดผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ตรวจกจิ กรรมสงเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝกปฏบิ ตั ิ
4. ตรวจใบงาน
เครือ่ งมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู และแบบฝกปฏบิ ตั ิ
3. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
เกณฑการประเมินผล
1. เกณฑผ านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ งไมม ชี องปรบั ปรงุ
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู เี กณฑผา น และแบบฝก ปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%
71
ใบงานที่ 3.2
จุดประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายองคประกอบของการออกแบบกราฟกบรรจภุ ณั ฑไ ด
คำช้แี จง จงอธิบายองคประกอบของการออกแบบกราฟก บรรจภุ ัณฑ
72
ใบงานท่ี 3.3
จุดประสงคก ารเรยี นรู
3. วางแผนออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑได
คําชี้แจง
1. ผูเ รยี นแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน
2. แตละกลุม ระดมสมองเพื่อวางแผนออกแบบและพฒั นาผลติ ภณั ฑ
3. แตละกลมุ นําเสนอแผนงานหนา ชั้นเรยี น
แผนการออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
บนั ทึกหลังการสอน 73
1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน
1.1 วัน เดอื น ป ................สอนคร้ังที่ ....../18.... สาขา/ชัน้ ป ......................จำนวนผเู รยี น............คน
มาเรียนปกต.ิ ..........คน ขาดเรียน............คน ลาปวย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน
1.2 หวั ขอ เรอ่ื ง/เนื้อหาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........
สอนครบตามหวั ขอ เรื่องในแผนฯ สอนไมค รบเนื่องจาก..........................................
1.3 กิจกรรม/วิธีการสอน
ครูแนะนำและบอกจุดประสงค ครูอธบิ าย/ถาม-ตอบ/สาธติ ทำแบบทดสอบกอ นเรียน
ทำแบบทดสอบหลังเรยี น ทำแบบฝก หัด/โจทยป ญ หา ทำใบกิจกรรม/ใบงาน
อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................
1.4 ส่อื การเรยี นรู/แหลง การเรยี นรู : ………………………………………………………………………….............
2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของครู/ปญหาทพี่ บ
2.1 การวดั ผลและประเมินผล/ผลการเรียนรขู องผูเรยี น : …………………………..…….………….......................
.........................................................................................................................................................................
2.2 สมรรถนะท่ผี เู รยี นไดรับ : ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2.3 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยม : ……………………………………..….…………...........................
……………..........................................................................................................................................................
2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................
……………..........................................................................................................................................................
2.5 ปญ หาท่ีนำไปสูการวจิ ัย : …………………………………………………..….…………………........................………
……………..........................................................................................................................................................
3. แนวทางการพฒั นาคุณภาพการสอน
3.1 ผลการใชและปรบั ปรุงแผนการสอนครง้ั น้ี : ………………………………………………...................................
……………..........................................................................................................................................................
3.2 แนวทางพัฒนาคุณภาพวิธสี อน/ส่อื /การวัดผล/เอกสารชวยสอน........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ..........................................ผสู อน
(นางสาวณฐั ธยาน พมิ พิรตั น)
วันที่..........เดอื น.....................พ.ศ..............
แผนการจัดการเรยี นรูแบบบรู ณาการที่ 8 74
รหสั วิชา 20202-2104 วิชา การบรรจุภณั ฑ หนวยที่ 3
ชอื่ หนวย การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ
สอนครงั้ ท่ี 8
จำนวนชั่วโมง 3 ช.ม.
สาระสำคัญ
การออกแบบบรรจุภัณฑท่ีดี นอกจากมีบทบาทสําคัญตอการกระตุน การตัดสินใจในการซื้อสินคาแลว ยัง
ชวยสงเสริมการขายและเพ่ิมมลู คา ของสินคาอีกดว ย การออกแบบบรรจภุ ัณฑจะตองสอ่ื ความหมาย ของสนิ คาตามทผ่ี ู
ผลิตตองการใหผ ูบ ริโภครับรู เปรียบเสมือนการแตงตัวใหส ินคา เม่ือวางจําหนา ยในตลาด แลว ทําใหผูพ บเห็นและผู
บริโภคมีความรูส ึกตอบสนอง นิยม และตดั สนิ ใจเลอื กสินคาน้ันในทีส่ ุด ซึง่ ถอื เปน หวั ใจของการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ
สาระการเรียนรู
1. การเขยี นแบบบรรจุภณั ฑ โดยการเขียนแบบแผน คล่ี
2. การออกแบบบรรจภุ ณั ฑด ว ยโปรแกรม Photoshop เบอ้ื งตน
สมรรถนะประจำหนว ย
ใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑตามหลักการ
จุดประสงคการเรียนรู
1. เขียนแบบแผนคลเี่ พือ่ การบรรจุภัณฑไ ด
2. ออกแบบบรรจภุ ณั ฑด วยโปรแกรม Photoshop เบ้อื งตนได
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขั้นนำเขาสูบทเรยี น
1. ครใู ชเทคนิคการสอนแบบซิปปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเดิมจากสัปดาหท่ีผานมา
โดยดึงความรเู ดมิ ของผูเรียนในเรื่องที่จะเรยี น เพื่อชวยใหผเู รียนมีความพรอ มในการเช่ือมโยงความรใู หมกับความรูเดิม
ของตน
2. ครสู นทนากับผเู รยี นเพื่อนำเขาสบู ทเรียน
ขั้นสอน
1. ครูใชสื่อ PowerPoint ประกอบการบรรยายการเขียนแบบบรรจภุ ัณฑโดยการเขยี นแบบแผน คล่ี
6. การเขยี นแบบบรรจุภณั ฑโ ดยการเขยี นแบบแผนคลี่
การเขยี นแบบแผนคล่ี เพ่ือใชใ นการรา งแบบบรรจุภณั ฑ ใชวสั ดุประเภทโลหะแผนบาง ทีต่ อ งการพับข้ึนรูป
กระดาษหอของขวัญ และบรรจภุ ณั ฑอ ืน่ ๆ
75
รปู ทรงพื้นฐานการเขยี นแบบแผน คล่ี มี 4 แบบ คอื
1. ปรซิ มึ (Prism) 2. ทรงกระบอก (Cylinder)
3. พรี ะมิด (Pyramid) 4. ทรงกรวย (Cone)
2. ครใู ชส ่อื PowerPoint และสอื่ ของจรงิ ประกอบการบรรยายการเขียนแบบแผน คลป่ี รซิ มึ รปู สเี่ หลีย่ มผนื ผา
การเขยี นแบบแผน คล่ีปริซึมรูปสเ่ี หลี่ยมผืนผา (PATTERN DEVELOPMENT OF A RECTANGULAR PRISM)
การเขยี นแบบแผนคลีป่ รซิ มึ รูปสเ่ี หล่ียมผนื ผา มีขนั้ ตอนดังน้ี
1. เขียนภาพดา นหนา (Front View) และภาพดานบน (Top View) พรอ มเขียนเลขกาํ กบั ตามภาพ
2. วัดสว นสูงสุดของแบบแผน คล่ีเทา กับสวนสูงของภาพดา นหนา แลวลากเสน ถายจาก รูปดานบนลงมา
ดานลา งของรปู ดา นหนา
3. เวนชอ งวางระหวา งภาพดา นหนา กบั แบบแผน คลที่ ี่จะเขียนประมาณ 1 นวิ้ แลว ลากเสน แนวต้ังท่ีหมายเลข
1
4. กางวงเวียนวัดระยะจากหมายเลข 1 ถึง 2 บนภาพดานบน แลว นํามาถา ยระยะขีดบน แบบแผนคลี่ โดย
เรยี งลาํ ดบั จาก 1-2, 2-3, 3-4 และ 4-1 ตามลาํ ดบั
5. สรา งภาพดา นบนและลา งตามภาพ
76
6. เผอ่ื พื้นทีส่ าํ หรับทาํ ตะเข็บ เมอื่ เสรจ็ แลวตดั วสั ดุสว นทไี่ มตอ งการใชงานออก แลว นาํ ไป พับข้ึนรปู ใหไ ดรูปรา ง
ตามตอ งการ พรอ มท้งั ทากาวยึดช้นิ งานเขา ดวยกนั
3. ครูใชส ่ือ PowerPoint และสอ่ื ของจริงประกอบการบรรยายการเขยี นแบบแผน คลีป่ รึซมึ ภาพตดั
การเขยี นแบบแผนคลป่ี รึซึมภาพตัด (PATTERN DEVELOPMENT OF A TRUNCATED PRISM)
การเขียนแบบแผนคลี่ปริซึมภาพตัด มขี ั้นตอนดงั น้ี
1. เขยี นภาพดา นหนา (Front View) และภาพดานบน (Top View) พรอ มใสตวั เลขกํากับ ตามภาพ
2. ปฏบิ ัติเหมือนกบั ตัวอยางของการเขยี นแบบแผนคลีท่ ่ผี า นมา
3. ทําเครอื่ งหมายและใสหมายเลขทีจ่ ุดรอยพบั พล็อตจุด 1 บนภาพดา นหนา ลากเสน 1 ของรปู แบบแผนคลี่
และทาํ จุดซํ้าจุด 2, 3 และ 4 และลากเสน 2, 3 และ 4 ตามลาํ ดับ
4. ลากเสนเช่ือมจดุ 1-2, 2-3, 3-4 และ 4-1 ตามลําดับ
5. ลากเสนจากตาํ แหนงบนลงลา งดงั ภาพ
6. เขยี นเสน เผือ่ ทําตะเข็บและรอยพับ
77
4. ครใู ชสือ่ PowerPoint และส่ือของจริงประกอบการบรรยายการเขยี นแบบแผนคล่ีของทรงกระบอก
การเขียนแบบแผน คลข่ี องทรงกระบอก(PATTERN DEVELOPMENT OF A CYLINDER)
การเขยี นแบบแผน คลท่ี รงกระบอก มีขัน้ ตอนดังนี้
1. เขียนภาพดานหนา (Front View) และภาพดานบน (Top View) ของทรงกระบอก และแบง วงกลมของ
ภาพดานบนออกเปน 12 สว นเทา ๆ กนั พรอมใสเลขกํากบั
2. วัดสว นสงู สุดของแบบแผนคลใี่ หเทา กบั สว นสงู ของภาพดานหนา แลว ถายเสนจาก รูปดานบนลงดา นลา งของ
รูปดานหนา
3. เวน ชองวางระหวางภาพดา นหนา กับแบบแผนคล่ีท่ีจะเขียนประมาณ 1 น้ิว แลว เริ่มลาก เสน แนวตั้งตรงที่
หมายเลข 1 ของแบบแผน คลี่
4. กางวงเวยี นวัดระยะจากหมายเลข 1 ถงึ 2 จากภาพดา นบน (จุดที่ลากตัดซึง่ กันและกัน ของวงกลม แลว นํา
มาถายระยะขดี บนแบบแผนคล)่ี โดยเรยี งลาํ ดบั จากหมายเลข 1, 2, 3, 4-12, 1
5. ลากเสนจากภาพแผนคล่ีดา นบนทกี่ าํ กับหมายเลขเอาไว ลงมาสมั ผัสกบั เสน ขางลาง ของแผน คลี่
6. เผ่ือพื้นท่ีสาํ หรับทําตะเขบ็ ที่หนาเสนแผน คลหี่ มายเลข 1 พรอ มขดี ตดั เปนมุม 45 องศา
78
5. ครูใชส อื่ PowerPoint และสอื่ ของจริงประกอบการบรรยายการเขยี นแบบแผนคลี่ของภาพตดั
ทรงกระบอก
การเขยี นแบบแผนคลขี่ องภาพตดั ทรงกระบอก (PATTERN DEVELOPMENT OF A TRUNCATED CYLINDER)
การเขยี นแบบแผนคลข่ี องภาพตดั ทรงกระบอก มขี น้ั ตอนดังน้ี
1. เขียนภาพดานหนา (Front View) และภาพดา นบน (Top View) พรอมแบงพื้นท่ีวงกลม แลวใสหมายเลข
กํากบั
2. ลากเสน ขยายจากดา นบนลงดานลา งของภาพดา นหนา
3. เวนระยะหางระหวางภาพดานหนา กับแผน คลี่ท่ีจะเขียนประมาณ 1 นวิ้ แลว ลากเสน 1 บนแผน คล่ี
4. กางวงเวียนวัดระยะจากหมายเลข 1 ถึง 2 บนภาพดานบนตอ ไปจนถึงเลข 12 แลวแบง สว นเทา ๆ กัน บน
เสนขยายของภาพแผน คลี่ และเขยี นเลขกาํ กบั
5. ลากเสน แนวตัง้ ของแตละเสนทแ่ี บงเอาไว
6. ลากเสนโคง ของแผน คลี่ โดยถา ยจากจุดบนดานหนา เริ่มจากจุด 1 มาตัดกับจุด 1 บน แบบแผนคลี่ จุด 2-
12 ตัดเสน 2 และ 12 เมือ่ จุดทุกจุดตัดกนั ครบถว นกเ็ ชื่อมตอเสน โคง โดยใช French Curve
79
6. ครใู ชสือ่ PowerPoint และสอ่ื ของจรงิ ประกอบการบรรยายการเขียนแบบแผนคลพ่ี ีระมดิ
การเขียนแบบแผน คล่ีพรี ะมิด (PATTERN DEVELOPMENT OF A PYRAMID)
การเขยี นแบบแผนคล่พี ีระมิด มขี ัน้ ตอนดังนี้
1. เขียนภาพดานหนา (Front View) และภาพดานบน (Top View) พรอ มใสหมายเลข กํากับตามภาพ
2. กาํ หนดเสนกลางทจี่ ดุ X ทแ่ี บบแผนคลี่
3. กางวงเวยี นรัศมเี ทา กบั X-1 บนภาพดา นหนา แลวนาํ ไปลากเสนโคง
4. ลากเสน แนวต้งั จากศนู ยก ลาง X ตัดโคง A-B
5. กางวงเวียนวัดระยะ 1 ถึง 2 บนภาพดา นบน แลว นํามาเขียนตัดบนแบบแผนคล่ี ตัดกันท่ีเสน โคง เปน จุด
เริ่มตน และขัน้ ตอ ไปกท็ ําเชนเดียวกันตามภาพ 6. ลากเสน เชื่อมจุดและเผ่อื ขนาดสาํ หรับการเขาตะเข็บและการพับ
7. ครใู ชสื่อ PowerPoint และสอื่ ของจรงิ ประกอบการบรรยายการเขียนแบบแผนคล่ที รงกรวย
การเขียนแบบแผนคล่ีทรงกรวย (PATTERN DEVELOPMENT OF A CONE)
80
การเขยี นแบบแผน คลีท่ รงกรวย มขี ัน้ ตอนดงั นี้
การเขยี นแบบแผนคลท่ี รงกรวย มขี ัน้ ตอนดังน้ี
1. เขียนภาพดานหนา (Front View) และภาพดานบน (Top View) และแบง ภาพดานบน ออกเปน 12 สว น
เทา ๆ กัน พรอมเขียนตัวเลขกาํ กับ
2. ลากเสน ศูนยกลางของ X บนแบบแผนคลี่
3. กางวงเวียนกะระยะจาก X ถงึ 1 บนภาพดา นหนา และนําไปลากเสนโคง A-B บนแบบ แผนคลี่
4. ลากเสนแนวตง้ั จากจุด X มาตัดกบั สว นโคง A-B
5. กางวงเวียนกะระยะจาก 1 ถึง 2 บนภาพดานบน นํามาขีดกะระยะลงบนแบบแผนคลี่ ซึ่งเปนจุดเริ่มตาม
ภาพ และทาํ ตอไปจนครบเชน เดิม
6. เขยี นเสนเผอื่ สาํ หรบั การทาํ ตะเขบ็ และเขาขอบ จากนั้นก็นาํ ไปตดั และมว นขนึ้ รปู พรอม ทากาวยึดตดิ กัน
ตัวอยา งแบบแผน คล่ขี องกลองกระดาษแขง็ และกลองลกู ฟกู
81
ตวั อยางวิธีการพับกระดาษเพ่ือใชเปน บรรจุภณั ฑ
แบบท่ี 1
1. นาํ แบบไปขยายแลวตดั ตามเสน กรอบนอก โดยรอบ
2. นาํ ไปลอกแบบลงบนกระดาษทจ่ี ะใชป ระดษิ ฐ บรรจภุ ณั ฑ
3. ตัดกระดาษรูปสี่เหลีย่ มจตั รุ สั ขนาดเทา ฐานกลอง ปด ทับบริเวณฐานกลองเพื่อเสรมิ ความแขง็ แรง
4. พับกระดาษตามแนวกรอบของฐานกลอ ง
5. สอดปลายกระดาษใหซอ นเกยไปทางเดยี วกัน (ดงั ภาพ)