The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20202-2104 การบรรจุภัณฑ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mukama_str101, 2022-11-24 01:20:25

20202-2104 การบรรจุภัณฑ์

20202-2104 การบรรจุภัณฑ์

132

ขั้นสอน
ความสาํ คญั ของกฎหมายทีเ่ ก่ียวกบั บรรจภุ ณั ฑน บั วันจะมมี ากยิ่งข้นึ เน่อื งจากความต่นื ตวั ของผบู ริโภคและการ
แขง ขนั ทางการคา ในตลาดการคาสากล ท่ีมีความรุนแรงมากข้ึน การแขงขัน ดังกลาวมีผลมาจากรัฐบาลเปดเขตการคา
เสรี (FTA) การพัฒนาทางดา นเทคโนโลยีการผลิต ในรูปแบบตาง ๆ และความเขม งวดดา นกฎระเบียบของตางประเทศ
ในเรอื่ งบรรจุภณั ฑ การกําจดั และลดของเสียจากการบรรจภุ ัณฑ กระตุนใหรฐั บาลตอ งออกกฎหมายควบคมุ

1. ครใู ชสือ่ PowerPoint ประกอบการบรรยายพระราชบัญญัติมาตราชัง่ ตวงวัด พ.ศ. 2542
1. พระราชบญั ญตั ิมาตราชั่งตวงวดั พ.ศ. 2542

ในการประกาศของกระทรวงพาณิชยเก่ยี วกับหลักเกณฑแ ละวิธีการแสดงปรมิ าณของสนิ คา หบี หอใหสอดคล
องกับมาตรฐานสากล อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แหงพระราชบัญญัติ มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 แกไ ข
เพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติมาตราช่ังตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557 ประกอบกับมาตรา 62 และมาตรา 63 วรรคสอง
แหง พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวง วัด พ.ศ. 2542 รัฐมนตรีวา การกระทรวงพาณิชยจ ึงออกประกาศไว โดยสรุปได
ดังตอไปน้ี

“ปริมาณสุทธิ” หมายความวา ปริมาณของสินคา ซึ่งไมรวมสิ่งท่ีใชบ รรจุหรือส่ิงหุม หอ หรือ สิ่งผูกมัด
“ปริมาณเนื้อ” หมายความวา ปริมาณของเน้ือสินคา ซึ่งไมรวมส่ิงที่ใชบ รรจุและ สวนประกอบท่ีเปนของเหลวไมไดใ ช
เพอ่ื การบริโภค

“หีบหอรวม” หมายความวา หีบหอทีบ่ รรจสุ ินคา หีบหอ ชนิดเดียวกันและมีปริมาณเทากัน ตั้งแต 2 หีบหอ ขึ้น
ไป

“อตั ราเผ่ือเหลอื เผอ่ื ขาด” หมายความวา คาความคลาดเคลื่อนของปรมิ าณสินคา ในหีบหอ ท่อี นุญาตใหไ ด

การแสดงปริมาณของสนิ คา ที่หบี หอ ผบู รรจตุ องดาํ เนนิ การตามหลกั เกณฑและวิธกี าร ดงั ตอไปน้ี
1. ใหแ สดงปริมาณสทุ ธขิ องสินคา เปน หนว ย ของน้ําหนกั หนวยของปรมิ าตร หนว ยของความจุ หรอื หนว ยของ
ความยาวในระบบเมตริก หรอื แสดง เปน จาํ นวนนับ
2. การแสดงปริมาณสุทธิของสินคา ใหมีขอความประกอบดวย “ปริมาณสุทธิ ตัวเลขแสดง ปริมาณของสินคา
หนวยทีใ่ ชแ สดงปรมิ าณของสินคา” โดย


133

2.1 คําวา “ปริมาณสุทธิ” อาจใชขอความอื่นที่มีความหมายเชน เดียวกันก็ไดโดยใชตัวอักษรไทย แต
หามใชอกั ษรยอ

2.2 ตัวเลขแสดงปริมาณของสินคา ใหใ ชต ัวเลขไทยหรือตัวเลขอารบิกก็ได และตอ งไม ชิดกับคําวา
ปริมาณสุทธิ

2.3 หนว ยที่ใชแสดงปริมาณของสินคา ใหเปน ไปตามที่ประกาศไวแ ละตอ งไมช ิดกับ ตัวเลขแสดง
ปรมิ าณของสนิ คา

ลักษณะของตัวอักษรและตัวเลข ที่ใชใ นการแสดงปริมาณของสินคาเปนหนว ยของนํ้าหนัก และหนวยของ
ปริมาตร แสดงตามตารางดังตอ ไปนี้

ปรมิ าณท่ีแสดง (กรมั หรือมลิ ลิลติ ร) ขนาดความสูงของตวั อักษรและตวั เลข ตอ งไมน อยกวา
(มิลลิเมตร)
ไมเ กิน 50 2
เกิน 50 แตไมเกิน 200
เกนิ 200 แตไ มเกนิ 1,000 3
4
เกนิ 1,000 ขึ้นไป
6

1. การแสดงปริมาณของสินคา เปน หนวยของความยาวและจํานวนนับ ใหมีขนาดความสูง ของตัวอักษรและ
ตวั เลขไมนอ ยกวา 2 มลิ ลิเมตร

2. การแสดงปริมาณของสินคาเปน จาํ นวนนับ หากบรรจุในหบี หอ ใสสามารถมองเห็นและ นับจาํ นวนสินคา ได
งา ยจะไมแ สดงปรมิ าณของสินคา ก็ได

2. ครใู ชสือ่ PowerPoint ประกอบการบรรยายหนว ยท่ีใชแสดงปริมาณของสนิ คา

1.1 หนวยที่ใชแสดงปรมิ าณของสนิ คา

1. การแสดงเปนหนว ยของน้ําหนัก หนวยของปรมิ าตร หนว ยของความจุ หรือ หนว ยของความยาวให
ใชเปน ตัวอกั ษรภาษาไทยหรือตวั อักษรภาษาอังกฤษ โดยเปน คาํ เตม็ หรืออกั ษรยอ กไ็ ดตามตารางดงั ตอ ไปนี้

หนว ยทใ่ี ชแ สดงปรมิ าณของสนิ คา


134

2. หนว ยทใ่ี ชแ สดงปรมิ าณของสนิ คา ที่เปนจํานวนนับ ใหใ ชค ําที่ระบจุ าํ นวนสนิ คา ใหชัดเจน เชน หนว ย
ชน้ิ หอ ใบ คู หรอื คาํ อื่นใดทีม่ ีความหมายเชนเดียวกัน เปน ตวั อักษรภาษาไทยหรอื ตัวอักษรภาษาอังกฤษกไ็ ด

3. หามใชค ําวา ประมาณ มาตรฐาน เมื่อบรรจุ หรือคําอ่ืนใดที่มีความหมาย เชน เดียวกันตอทา ยการ
แสดงปรมิ าณสทุ ธิของสินคาหบี หอ สนิ คาหบี หอ ท่ไี มต อ งแสดงปริมาณของสินคาหีบหอ มีดงั ตอไปน้ี

1. สนิ คา หีบหอ ท่มี ปี ริมาณสุทธินอยกวา 5 กรัม หรือ นอยกวา 5 มลิ ลลิ ติ ร
2. สนิ คา หีบหอทมี่ ปี รมิ าณสทุ ธมิ ากกวา 50 กิโลกรมั หรือ มากกวา 50 ลิตร
3. สินคา หบี หอท่ีมปี ริมาณสุทธมิ ากกวา 150 เมตร
4. สนิ คาหบี หอทีม่ ปี ริมาณสุทธมิ ากกวา 200 หนว ย

3. ครใู ชสอื่ PowerPoint ประกอบการบรรยายพระราชบัญญัตอิ าหาร พ.ศ. 2522 พรอม กฎกระทรวง และ

ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2562)

2. พระราชบญั ญตั อิ าหาร พ.ศ. 2522 พรอ ม กฎกระทรวง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.
2562)

“อาหาร” ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หมายถึง ของกิน หรือเคร่อื งคํ้าจุนชีวิต ไดแ ก วัตถดุ ิบทุก
ชนิดท่ีคนกิน ดื่ม อม หรือนําเขาสูร า งกายไมวา ดวยวิธีใดหรือรูปลักษณะใด แตทั้งนี้ไมรวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ตอจิต
และประสาท หรือยาเสพติดใหโ ทษ ตามกฎหมายวา ดวย การน้ันแลวแตก รณี อาหารยังหมายความรวมถึงวัตถุที่มุง ห
มายสาํ หรบั ใช หรือใชเปนสว นผสม ในการผลิตอาหาร วตั ถเุ จือปนอาหาร สี และเครอื่ งปรุงแตงกล่ินหรือรสดว ย

สาระสําคัญในพระราชบัญญัติฉบับน้ี สามารถแบงเปน 2 สวน คือ การข้ึนทะเบียนตํารับ อาหารและการข้ึน
ทะเบียนฉลากอาหาร

2.1 การขอขึน้ ทะเบยี นตาํ รับอาหาร
ตามพระราชบัญญัตอิ าหาร พ.ศ. 2522 กําหนดใหผ ูผลิตหรือผูน ําเขา ซึ่งอาหารควบคุมเฉพาะ ตองนําอาหาร
นนั้ มาขอขึ้นทะเบียนตํารบั อาหารกอ น เม่ือไดรับใบสําคัญการขึ้นทะเบียนแลว จงึ ผลิตหรือนําเขา เพื่อจําหนายได หาก
ฝา ฝนตอ งระวางโทษจําคุกไมเกนิ 2 ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ 20,000 บาท หรอื ท้ังจําทัง้ ปรับ
ประเภทอาหารทีต่ องขอขนึ้ ทะเบยี นตำรับอาหาร แบงออกเปน 3 กลุม ใหญ คอื
1. อาหารควบคุมเฉพาะ หมายความวา อาหารที่ รฐั มนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใหเ ปน อาหารท่ีอยู
ใน ความควบคุมเกี่ยวกับคุณภาพและมาตรฐาน ปจจุบันมี 39 ชนิด อาหารประเภทน้ีตอ งมีคุณภาพและมาตรฐาน
ตามที่กําหนด โรงงานผลติ และผนู ําเขาเพื่อจําหนายซึง่ อาหาร ตอ งขอ ใบอนุญาตผลิตอาหาร หรอื ใบอนุญาตนําหรือสั่ง
อาหารเขา มา ในราชอาณาจักร พรอ มทั้งขอขึ้นทะเบียนตํารับอาหารดว ย เม่ือ ไดรับอนุญาตจากสํานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยาแลว จึงจะผลิตและนําเขา เพ่ือจําหนา ยได สําหรับผูผลิตท่ีไมไ ดเ ปน โรงงาน ไมตอ งขอ
อนุญาตผลิตอาหารและขอขึ้นทะเบียนตํารับอาหารแตตอ งผลิตอาหารควบคุมเฉพาะน้ันใหม ีคุณภาพมาตรฐานตามที่
กําหนด และตองขออนญุ าต ใชฉลากอาหาร เม่ือไดร ับใบสาํ คัญการอนญุ าตใชฉลากอาหารแลว จึงจะผลิตเพ่ือจําหนา ย
ได


135

2. อาหารกําหนดคุณภาพหรอื มาตรฐาน อาหารประเภทนมี้ ีการกําหนดคุณภาพหรือ มาตรฐาน ดงั น้ันโรงงาน
ผผู ลิตและผนู าํ เขา จะตอ งขอใบอนญุ าตผลิตอาหาร หรือขอใบอนญุ าตนํา หรือสง่ั อาหารเขามาในราชอาณาจักรแลว แต
กรณี และขออนุญาตใชฉ ลากอาหาร แตไมตอ ง ขออนญุ าตข้ึนทะเบยี นตํารับอาหาร นอกจากนี้ตอ งผลิตอาหารดงั กลา ว
ใหม ีคุณภาพหรือมาตรฐาน ตามท่ปี ระกาศกระทรวงสาธารณสุขกาํ หนดวาดว ยเรือ่ งอาหารประเภทน้ัน ๆ สําหรับผูผ ลิต
ทไ่ี มไ ด เปนโรงงาน กต็ อ งผลิตอาหารใหมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ กาํ หนดเชน เดียว
กัน และตองขออนญุ าตใชฉ ลากอาหารดวย

อาหารกาํ หนดคุณภาพหรอื มาตรฐาน แบง ไดเ ปน 2 ประเภท คือ
2.1 อาหารกําหนดคณุ ภาพหรือมาตรฐานทตี่ องขออนุญาตใชฉลากอาหาร มีทงั้ หมด 5 ชนดิ ไดแ ก

• นา้ํ ทเี่ หลอื จากการผลติ โมโนโซเดยี มกลตู าเมต

• ช็อกโกแลต

• ไขเ ย่ยี วมา

• ผลิตภณั ฑป รงุ รสท่ไี ดจาก การยอ ยโปรตนี ของถ่วั เหลือง

• ขาวเสรมิ วิตามิน

3. อาหารท่ีรฐั มนตรปี ระกาศกําหนดใหเ ปนอาหารที่ตอ งมฉี ลาก สามารถแบงไดเ ปน 4 ประเภท คอื
3.1 อาหารที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดใหเ ปนอาหารที่ตองมีฉลาก ผูผ ลิตและผูน ําเขาจะตองย่ืนขอ

อนุญาตใชฉลากอาหาร ไดแก
• แปงขาวกลอง

• อาหารจากการดดั แปลงพนั ธกุ รรมหรือพนั ธุวศิ วกรรม

• ซอสในภาชนะบรรจุทปี่ ด สนิท

• ขนมปง

• อาหารทมี่ ีวตั ถุประสงคพิเศษ

- อาหารที่ใชสําหรับผูปว ยเฉพาะโรคหรอื ผูม ีสภาพผิดปกตทิ างรางกาย

- อาหารท่ีใชสําหรบั บุคคลผูม ีวัตถุประสงคในการบริโภคอาหารเปน พิเศษ เชน ผูสูงอายุ

สตรีมคี รรภ

• หมากฝร่งั และลกู อม

• วนุ สําเรจ็ รปู และขนมเยลลี

• อาหารฉายรังสี

• ผลิตภณั ฑจ ากเน้อื สตั ว

• วตั ถแุ ตงกล่นิ รส

• อาหารใหม

• อาหารพรอมปรุงและอาหารสําเร็จรูปท่ีพรอมบรโิ ภคทนั ที


136

3.2 อาหารท่ีตองมีฉลากแตไมตอ งยื่นขออนุญาตผูผลิตหรือนําเขาปฏิบัติไดเลย มี 3 ชนิด ไดแก ผลิต
ภัณฑจ ากเน้อื สตั ว ไดแก

• ลกู ชิ้น ไสก รอก แหนม หมูยอ กุนเชยี ง และ ผลิตภัณฑลักษณะทาํ นองเดียวกนั ท่บี รรจใุ น

ภาชนะพรอ มจาย

• อาหารสาํ เรจ็ รปู ทพี่ รอมบรโิ ภค

• อาหารพรอมปรงุ

3.3 อาหารนําหรือสั่งเขา มาในราชอาณาจักรที่จะตองแจงรายละเอียดของอาหาร (จดแจง ) ไดแก พืช
ผกั และผลไมท่ีอยใู นสภาพสด รวมท้งั แชเ ยน็ หรอื แชแข็ง

3.4 อาหารอ่ืนที่นําหรือส่ังเขา มาในราชอาณาจักรนอกเหนือจากขอ 3.1-3.3 จะตอ ง ย่ืนขออนุญาตใช
ฉลากอาหาร

4. ครูใชส ือ่ PowerPoint ประกอบการบรรยายการขอขึ้นทะเบียนฉลากอาหาร

2.2 การขอขึน้ ทะเบยี นฉลากอาหาร
อาหารควบคุมเฉพาะท่ีกําหนดคณุ ภาพและกําหนดใหมฉี ลาก ตองขึ้นทะเบียนอาหารและ ขออนุญาตใชฉ ลาก
เมอื่ ไดร บั อนญุ าตแลว จงึ ทําการผลติ อาหารที่ตอ งขออนญุ าตใชฉ ลากอาหาร มี 4 กลมุ คือ
1. อาหารควบคุมเฉพาะท่ผี ลิตจากสถานท่ีผลติ ทีไ่ มเ ขาขา ยเปนโรงงาน คือ มีเคร่ืองจกั ร ตงั้ แต 5 แรงมา หรือ
คนงาน 7 คนข้ึนไป ฉลากอาหารที่ใชข องกลุมน้ีจะเร่ิมตนดวย ตัวอักษร “ผ” โดยท่ี “นป” หมายถึง นํ้าปลา “ช”
หมายถึง นาํ้ สมสายชู ซึ่งเปนอาหารควบคุม เฉพาะใน 39 ประเภท ในกรณที ่ีผลติ จากผูผลิตในประเทศที่ไมเ ขาขายโรง
งานอุตสาหกรรม จะใชอ ักษรยอ “ฉผ” หมายถึง ฉลากผลิต ดังน้ัน บนทะเบียนฉลากอาหารจะกลายเปน “ฉผนป.”
และ “ฉผช.” ตามลําดบั สว นหมายเลขท่ีตามหลังมา คือ หมายเลขท่ีและปที่ไดร ับการข้ึนทะเบียน ฉลากอาหารน้นั ๆ
สวนอาหารท่ีนําเขาจะใชอักษร “ส” แทน “ผ” และ “ฉผ” ในป พ.ศ. 2536 กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตใหขึ้น
ทะเบยี นทสี่ ํานักงานสาธารณสขุ จังหวดั ของแตละท่ีได ดงั นนั้ จึงเกดิ อกั ษรตัวยอของจังหวัดนาํ หนา อักษรรหัส เชน การ
ขอขึน้ ทะเบียน ฉลากอาหารท่ีนครปฐม จะมตี วั อกั ษรยอ นฐ. ระบไุ วในเครือ่ งหมาย อย. ดวย
2. อาหารที่ถกู กาํ หนดคุณภาพหรอื มาตรฐาน
3. อาหารทถี่ กู นาํ เขาประเทศเพื่อจําหนา ย ซ่งึ ไมใชอ าหารควบคมุ เฉพาะ
4. อาหารอื่นท่ีมีการจําหนาย และรัฐมนตรีออกประกาศกําหนดใหเ ปนอาหารท่ีตองมีฉลาก คือ อาหาร
ประเภทท่ี 1 2 และบางสวนของประเภทท่ี 4 ตามท่ีประกาศกําหนดใหม ีฉลาก ท่ีไดร ับอนุญาตจากสํานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา ซง่ึ ตอ งมขี อมลู ดังตอไปนี้
รายละเอียดบนฉลากอาหาร

ตอ งแสดงขอความภาษาไทยใหอ ยูในสภาพเรยี บรอย อา นไดชดั เจน และสีตดั กบั พ้ืนฉลาก ดงั นี้
1. ช่ือเฉพาะของอาหาร ชื่อสามัญหรือชื่อท่ีใชเรียกอาหารตามปกติ กรณีใชชื่อทางการคา จะตองแจง
ประเภทหรอื ชนิดของอาหารกํากับช่อื อาหารดวย
2. ช่อื และทต่ี ัง้ ของผผู ลติ หรือผแู บงบรรจุ กรณเี ปนอาหารนาํ เขา ฯ ใหแจงประเทศผผู ลติ ดวย


137

3. เลขทะเบียนตาํ รับอาหารหรือเลขท่ีอนุญาตใหใ ชฉ ลากอาหาร (ถา มี) เพื่อแสดงให ผูบ ริโภคทราบวา
อาหารน้ีผา นการไดร ับอนุญาตจากผูอนุญาต เชน สํานักงานคณะกรรมการ อาหารและยา หรือจังหวัดท่ีผูผ ลิตตั้ง
ภมู ลิ าํ เนาอยู กรณที ่สี าํ นกั งานคณะกรรมการอาหาร และยามอบอํานาจให

4. ปรมิ าณสุทธเิ ปนระบบเมตริก ของแข็งแจงเปน น้ําหนักสทุ ธิ ของเหลวแจงเปนปรมิ าตร สุทธิ ลกั ษณะ
เปน ก่ึงแข็งกงึ่ เหลวแจงเปน นํา้ หนกั สทุ ธหิ รอื ปริมาตรสทุ ธกิ ไ็ ด กรณแี ยก เนือ้ กับนํา้ ได ตองแจง “น้าํ หนกั เนอ้ื ” ดวย

5. สว นประกอบสาํ คญั คิดเปน รอ ยละของน้ําหนกั กรณเี ปน เม็ดหรอื แคปซลู ใหแจงปรมิ าณ ตอหนว ย
6. วนั เดอื นป ที่ผลิตอาหาร หรอื วนั เดอื นป ท่หี มดอายขุ องอาหาร หรือควรบริโภคกอ น แลว แตป ระเภท
ของอาหาร ขอความนี้อาจแสดงไวดานหนา หรือดา นบน กรณีแจงไว ดานลางของภาชนะบรรจุ ใหแ จงไวส ว นหนา
ฉลากวา ดูวันเดือนปท ี่ผลติ หรือหมด อายุ หรือควรบรโิ ภคกอ นทใี่ ด
7. ถา มีการแตงสี ตอ งมีขอความวา “เจอื สีธรรมชาติ” หรือ “เจอื สสี ังเคราะห” แลวแต กรณี
8. ถามีการแตง กล่ินรส ตอ งมีขอ ความวา “แตง กลิ่นธรรมชาติ” “แตง กล่ินเลียนธรรมชาต”ิ “แตง กลิ่น
สังเคราะห” “แตง รสธรรมชาติ” หรือ “แตงรสเลียนธรรมชาติ” แลว แตกรณี
9. ถา มกี ารใชว ัตถุเจือปนอาหาร โดยเฉพาะวัตถกุ ันเสยี ตองมีขอความวา “ใชวตั ถกุ นั เสีย”
10. แจง วิธีปรงุ เพ่ือรบั ประทาน (ถา ม)ี
11. แจง คําแนะนําในการเก็บรักษา (ถา ม)ี
12. แจง คําเตอื น (ถามี)

ขอ ความท่ีตองแสดงในสว นหนาของฉลาก
• ชื่ออาหาร

• ปริมาณสุทธิ

• วันเดือนปท ่ผี ลิต หรอื เดือนปทผี่ ลติ วันเดอื นปทหี่ มดอายุหรอื ควรบรโิ ภคกอน

ฉลากอาหารที่มีขอความ รูป รูปภาพ รอยประดิษฐ เครื่องหมายหรือ เคร่ืองหมายการคา ไมว า
จะเปนภาษาใดท่ปี รากฏในฉลากตอ ง

• ไมเ ปนเท็จ หรอื หลอกลวงใหเกิดความหลงเชื่อโดยไมส มควร หรอื ไมท ําใหเขาใจผดิ ใน สาระสําคญั

• ไมแ สดงถึงชอื่ อาหาร สวนประกอบอาหาร อัตราสวนของอาหาร ปรมิ าณของอาหาร หรือ แสดงถึง

สรรพคุณของอาหารอนั เปนเท็จหรือเปนการหลอกลวงใหเ กิดความหลงเช่ือ นอกจาก จะไมทําใหผ ู

บริโภคเขา ใจผิดในสาระสําคัญดังท่ีกลา วขางตนแลว ฉลากอาหารตองไม ทําใหเกิดความเขาใจผิด

หรอื ขัดกับวฒั นธรรมอันดงี ามของไทยหรือสอ ไปทางทาํ ลาย คุณคาของภาษาไทยอีกดว ย


138

เลขทะเบียนตำรบั อาหาร
อาหารควบคุมเฉพาะท่ีผูผ ลิตเขา ขายเปนโรงงานทีไ่ ดร บั อนุญาตผลิตอาหาร หรือผนู ําเขา มาในประเทศ

ท่ไี ดร บั ใบอนุญาตนาํ หรือส่งั อาหารเขา มาในราชอาณาจกั ร จะตอ งไดรับอนุญาต ใหข ึ้นทะเบียนตํารับอาหาร และผผู ลิต
หรือผูน ําเขาตอ งแสดงเลขทะเบยี นตํารับอาหารน้ีไวบน ฉลากอาหารนน้ั ดังนี

1. รูปแบบของการแสดงเลขทะเบียนตาํ รบั อาหาร เชน
- สแี ละขนาดตัวอักษรตองเปน ไปตามแบบท่ีกําหนด

2. ในกรอบสเ่ี หล่ยี ม ตัวอกั ษรตัวแรกจะเปน “ผ” หรือ “ส”
- อกั ษร “ผ” หมายถึง ผลติ ภายในประเทศ
- อักษร “ส” หมายถึง นําสงั่ เขามาในราชอาณาจกั ร

3. อักษรตามตัว “ผ” หรือ “ส” จะมี 1-2 ตัว เปน อักษรยอ แสดงประเภทของอาหาร ควบคุมเฉพาะ
เชน
- “ผต” หมายถึง อาหารควบคุมเฉพาะประเภทชอ็ กโกแลต ซง่ึ ผลติ ในประเทศ
- “สท” หมายถงึ อาหารควบคมุ เฉพาะประเภทชา และนาํ เขา มาจากตา งประเทศ

4. ตัวเลขหลังตัวอักษร แสดงลําดับที่ไดรับเลขทะเบียนตํารับอาหารในปท ี่ระบุไว หลังเครื่องหมาย
…../….. เชน
- ผช. 8/2538 หมายถึง อาหารควบคุมเฉพาะประเภทน้ําสม สายชู ซึ่งผลิตในประเทศ ไดร ับเลข

ทะเบยี นตํารบั อาหาร ในป 2538 ลาํ ดบั ที่ 8

เลขทีอ่ นุญาตใหใชฉ ลากอาหาร
อาหารควบคมุ เฉพาะทีผ่ ูผลติ เขา ขายเปน โรงงานทไี่ ดร ับอนุญาตผลติ อาหาร หรอื ผูน ําเขา มาในประเทศ

ท่ีไดรับใบอนุญาตนาํ หรอื ส่ังอาหารเขามาในราชอาณาจักร จะตอ งไดร บั อนุญาต ใหขน้ึ ทะเบยี นตํารบั อาหาร และผผู ลิต
หรือผูน าํ เขา ตองแสดงเลขทะเบยี นตาํ รับอาหารนไ้ี วบน ฉลากอาหารน้ัน ดังนี้

อาหารท่ีตอ งยื่นขออนุญาตใหใชฉลาก เม่ือไดรับอนุญาตแลว ผูผลิตหรือผูนําเขาจะตองแสดง เลขที่
อนุญาตใหใ ชฉ ลากอาหารบนฉลาก ดังนี้

1. รูปแบบของการแสดงเลขทอี่ นญุ าตฉลากอาหาร

• เลขทอ่ี นุญาตฉลากอาหารตอ งอยใู นกรอบตดั กับสีพ้ืนของฉลาก

• ขนาดตวั อักษรจะตอ งมขี นาดท่เี หมาะสมกับพ้นื ท่ีของฉลาก แตต องไมเล็กกวา 2 มลิ ลิเมตร

2. การใชต ัวอักษรแสดงประเภทของอาหารและแหลง ผลติ เปนลักษณะเดยี วกบั การแสดงเลข ทะเบยี น
ตาํ รับอาหาร แตเ พ่มิ อักษร “ฉ” ไวข างหนา 1 ตัว เชน

• ฉผซ. 25/2539 หมายถึง อาหารประเภทซอส ผลิตในประเทศ ไดร ับอนุญาตฉลากอาหาร

ในป 2539 เปนลาํ ดบั ท่ี 25


139

ฉลากอาหารฮาลาล
“ฮาลาล” เปนคาํ ที่มาจากภาษาอารบิก หมายความวา การผลิต การใหบ ริการ หรือการ จาํ หนา ยใด ๆ

ที่ไมข ัดตอ บัญญัตขิ องศาสนา ดังน้ัน เราจึงอาจกลาวไดวา “อาหารสากล” คือ อาหารท่ีได ผา นกรรมวธิ ีในการทาํ ผสม
ปรุง ประกอบ หรือ แปรสภาพตามศาสนบัญญัตินั่นเอง เปน การรับประกันวา ชาวมุสลิมโดยทั่วไปสามารถบริโภค
อาหาร หรอื อุปโภคสินคา หรือบริการตา ง ๆ ไดโ ดยสนิทใจ เราจะสามารถสงั เกตผลติ ภัณฑว า เปน “ฮาลาล” หรอื ไมนั้น
ไดจ ากการประทบั ตรา “ฮาลาล” ที่ขา งบรรจภุ ณั ฑนน้ั เปน สําคัญ

“เคร่ืองหมายฮาลาล” คือ เครื่องหมายที่คณะกรรมการฝา ยกิจการฮาลาลของคณะกรรมการ กลาง
อิสลามแหงประเทศไทย หรือคณะกรรมการอิสลามประจาํ จงั หวดั ตาง ๆ อนญุ าตใหผ ูประกอบการ ทาํ การประทบั หรือ
แสดงลงบนสลาก หรือผลิตภัณฑ หรอื กิจการใด ๆ โดยใชส ัญลักษณที่เรียกวา “ฮาลาล” ซึ่งเขียนเปน ภาษาอาหรับวา

ภายในกรอบส่ีเหลี่ยมขนมเปย กปูน หลังกรอบ เปน ลายเสน แนวต้ัง ใตก รอบภายในเสนขนานมีคําวา “สนง.
คณะกรรมการกลางอิสลามแหง ประเทศไทย” โดยเครื่องหมายดังกลาวนี้ จะออกใหก ับผลิตภณั ฑอ าหารและเคร่อื งดื่ม
ผลติ ภัณฑ ฮาลาล และ/หรอื เนื้อสตั วฮ าลาลทน่ี าํ เขาจากตางประเทศ เปนตน

ผปู ระกอบการหรอื ผผู ลิตผลติ ภัณฑฮ าลาล มหี นาท่ดี ังตอ ไปน้ี
1. รักษาอุปกรณใ นการผลิตผลิตภัณฑฮ าลาลใหส ะอาดถูกตองตามศาสนบัญญัติ ตลอดจน ไมใ ชอ ุป
กรณด งั กลาวรวมกบั ของตอ งหา มตามศาสนบญั ญัติ
2. วัตถุดิบหลักในการผลิต ตลอดจนเคร่ืองปรุงอ่ืน ๆ ตองระบุแหลง ท่ีมาอันนาเช่ือถือไดวา “ฮาลาล”
โดยไมแ ปดเปอ นกบั ส่งิ ตองหา ม
3. วตั ถุดิบท่ไี ดจ ากเน้อื สัตวต า ง ๆ น้ัน ตอ งเปน สตั วทศ่ี าสนาอิสลามอนมุ ตั ิ และ/หรอื ไดเชือดตามศาสน
บญั ญตั ิ
4. เจา หนา ทท่ี ี่ควบคุมการผลิตหรือปรุงผลติ ภณั ฑน น้ั ๆ ตอ งเปน มสุ ลิม
5. ในระหวา งการขนยา ย ขนสง หรือจําหนายผลิตภัณฑฮาลาลนั้น ตอ งไมป ะปนผลิตภัณฑ ฮาลาลกับ
สง่ิ ตอ งหา มตามศาสนบัญญตั ิ
หนาท่ีของผูเ ชอื ดสัตวต ามศาสนบัญญัติ เพอ่ื ใหไดเนอ้ื สตั วทฮ่ี าลาล มีดังน้ี
1. ตองนับถอื ศาสนาอสิ ลาม
2. สัตวทจี่ ะเชอื ดนน้ั ตองเปน สัตวที่ รับประทานไดตามหลกั ศาสนาอิสลาม
3. ตอ งไมท ารุณสตั วก อนการเชอื ด ตลอดจนอปุ กรณทใ่ี ชใ นการเชอื ด ตอ งมีความคม
4. ตองไมป ะปนสัตวท ี่จะเชือดกบั สตั วตอ งหามในระหวางขนสง
5. ใหผูเ ชือดกลาวพระนามของพระผูเ ปนเจา ขณะเริ่มทําการเชือด โดยตอ งเชือดในคราว เดียวกันให
แลว เสรจ็ โดยไมทรมานสัตว
6. ตองเชือดใหห ลอดลม หลอดอาหาร และเสนเลือดขา งลําคอของสัตวท ่ีถูกเชือดขาด ออกจากกัน
อยางส้ินเชงิ โดยสัตวจ ะตอ งตายเพราะการเชอื ดเทา นั้น สัตวน ้ันตองตาย สนิทเองกอน จึงจะนําไปดําเนินการอยา งอื่น
ตอ ไป


140

สิ่งตองหามตามศาสนบญั ญัติ
(หามใชผ ลติ ผลิตภัณฑฮาลาลโดยเด็ดขาด) ไดแ ก
1. สัตวตอ งหาม ไดแ ก

1.1 สกุ ร สนุ ขั หมูปา ลงิ
1.2 สตั วก ินเนื้อเปน อาหารท่มี กี รงเล็บ เชน สงิ โต เสือ หมี และอื่น ๆ ท่คี ลา ยคลงึ กนั
1.3 สัตวม ีพษิ หรอื สัตวน าํ เชอื้ โรค เชน หนู ตะขาบ แมงปอ ง ฯลฯ
1.4 สตั วท ไี่ มอนุญาตใหฆา ตามศาสนบญั ญตั ิ เชน มด ผึ้ง นกหวั ขวาน
1.5 สัตวที่มลี กั ษณะนา รงั เกยี จ เชน เหบ็ เหา แมลงวัน หนอน ฯลฯ
1.6 สัตวที่มลี กั ษณะเชน เดียวกับลา
1.7 สตั วทีม่ พี ษิ และเปน อันตรายทกุ ชนิด
1.8 สตั วเพื่อการบรโิ ภคโดยทัว่ ไปที่ไมไ ดเชือดตามหลกั การของศาสนาอสิ ลาม
2. เลอื ดสัตวตา ง ๆ
3. อาหารที่มาจากพืชท่ีมีพิษและเปน อันตรายทุกชนิด 4. อาหารหรือเคร่ืองด่ืมที่มีแอลกอฮอล หรือมี
สวนประกอบท่เี ปนอันตรายและเปน พษิ
ขั้นสรปุ และการประยุกต
1. ครสู รุปบทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภปิ รายซักถามขอ สงสัย

2. ผูเรยี นทำกิจกรรมแบบฝก ทักษะ และแบบประเมนิ ผลการเรียนรู

สอ่ื การเรยี นการสอน

1. หนงั สอื เรียน รหสั 20202-2104 การบรรจภุ ัณฑ ของสำนักพมิ พเ อมพันธ
2. สอ่ื Power Point
3. กจิ กรรมการเรียนการสอน

หลักฐาน

1. บันทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายช่อื
3. แผนจัดการเรียนรู
4. การตรวจประเมินผลงาน


141

การวดั และการประเมินผล

วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ตรวจกิจกรรมสงเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝก ปฏิบตั ิ
4. ตรวจใบงาน

เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินผลการเรียนรู และแบบฝก ปฏบิ ัติ
3. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน

เกณฑก ารประเมินผล
1. เกณฑผ า นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ งไมม ีชอ งปรบั ปรุง
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู เี กณฑผ า น และแบบฝก ปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%


142

ใบงานท่ี 5.1

จุดประสงคก ารเรียนรู
1. อธิบายความสาํ คญั ของกฎหมายเกี่ยวกับการบรรจภุ ณั ฑไ ด

2. บอกกฎหมายท่ีเกีย่ วกับการบรรจุภณั ฑไ ด

คําชี้แจง จงอธิบายความสําคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑและจงบอกกฎหมาย ที่เกีย่ วกับการบรรจภุ ัณฑ
ในรูปของ Flow Chart


บนั ทึกหลังการสอน 143

1. ผลการจดั การเรียนรูตามแผนการสอน

1.1 วนั เดือน ป ................สอนครัง้ ท่ี ...1/18.... สาขา/ช้ันป ......................จำนวนผเู รยี น............คน

มาเรยี นปกติ...........คน ขาดเรียน............คน ลาปวย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน

1.2 หัวขอเรื่อง/เน้อื หาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........

 สอนครบตามหัวขอ เรือ่ งในแผนฯ  สอนไมค รบเน่ืองจาก..........................................

1.3 กจิ กรรม/วิธีการสอน

 ครูแนะนำและบอกจดุ ประสงค  ครูอธบิ าย/ถาม-ตอบ/สาธิต  ทำแบบทดสอบกอนเรียน

 ทำแบบทดสอบหลังเรียน  ทำแบบฝกหดั /โจทยป ญหา  ทำใบกจิ กรรม/ใบงาน

 อืน่ ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................

1.4 สื่อการเรยี นร/ู แหลงการเรียนรู : ………………………………………………………………………….............

2. ผลการเรียนรูข องผูเ รยี น/ผลการสอนของครู/ปญ หาท่พี บ

2.1 การวดั ผลและประเมินผล/ผลการเรียนรขู องผเู รยี น : …………………………..…….………….......................

.........................................................................................................................................................................

2.2 สมรรถนะทีผ่ เู รยี นไดรบั : ...................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

2.3 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยม : ……………………………………..….…………...........................

……………..........................................................................................................................................................

2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................

……………..........................................................................................................................................................

2.5 ปญหาที่นำไปสูการวิจัย : …………………………………………………..….………………….................................

……………..........................................................................................................................................................

3. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการสอน

3.1 ผลการใชและปรบั ปรุงแผนการสอนครง้ั นี้ : ………………………………………………..................................

……………..........................................................................................................................................................

3.2 แนวทางพฒั นาคุณภาพวิธสี อน/สอื่ /การวัดผล/เอกสารชว ยสอน........................................................

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..........................................ผสู อน
(นางสาวณัฐธยาน พิมพริ ัตน)

วันท.ี่ .........เดือน.....................พ.ศ..............


แผนการจัดการเรยี นรแู บบบรู ณาการท่ี 14 144

รหัสวิชา 20202-2104 วชิ า การบรรจุภณั ฑ หนวยท่ี 5
ชื่อหนวย กฎหมายทเี่ กย่ี วกับการบรรจุภณั ฑ
สอนครัง้ ท่ี 14
จำนวนชวั่ โมง 3 ช.ม.

สาระสำคัญ

ความเจริญกา วหนา ทางเทคโนโลยีของโลกยุคไอทีในปจจุบัน ทําใหเ กิดการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ และ
สังคมที่รวดเร็วเกินกวาพัฒนาการของมนุษยท ี่อยูใ นสังคม จึงทําใหเ กิดชอ งวา งทางสังคม และปญหาสังคมมากมาย
เม่ือเกิดปญหาทางสังคม ส่ิงท่ีจะเขามาควบคุมสังคมทําใหเกิดความสงบสุขนั่นก็คือ กฎหมาย หลายชุมชนในหลาย
จังหวัดมีการขยายตัว ปญหาที่เกิดพรอมการขยายตัวของชุมชนตา ง ๆ ก็คือ ปญ หาการจัดการขยะ และขยะที่เกิดขึ้น
โดยสวนใหญก ็เกิดจากบรรจุภัณฑ เพราะฉะน้ัน กฎหมายท่ีเกี่ยวกับ บรรจุภัณฑม ีอะไรบา ง มีสาระสําคัญอยา งไร เป
นส่งิ สําคัญทีค่ วรทราบสําหรบั ผทู ศี่ ึกษาวชิ าบรรจุภัณฑ

สาระการเรียนรู

1. พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผบู รโิ ภค พ.ศ. 2522 (ฉบบั ที่ 2 พ.ศ. 2541)
2. พระราชบัญญตั ิมาตรฐานอตุ สาหกรรม พ.ศ. 2511 (ฉบบั ท่ี 8 พ.ศ. 2562)

สมรรถนะประจำหนว ย

1. แสดงความรเู กีย่ วกับกฎหมายการบรรจุภณั ฑ

จุดประสงคก ารเรยี นรู

1. บอกกฎหมายที่เก่ยี วกบั การบรรจุภณั ฑไ ด

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ข้ันนำเขาสบู ทเรียน
1. ครใู ชเทคนคิ การสอนแบบซิปปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเดมิ จากสปั ดาหท่ผี า นมา
โดยดึงความรเู ดิมของผเู รียนในเรื่องท่ีจะเรียน เพ่ือชวยใหผเู รียนมีความพรอ มในการเชอ่ื มโยงความรูใหมก ับความรูเดิม
ของตน
2. ครูสนทนากบั ผูเรียนเพื่อนำเขาสูบ ทเรียน
ข้นั สอน
3. ครูใชสอ่ื PowerPoint ประกอบการบรรยายพระราชบัญญัติคมุ ครองผูบ รโิ ภค พ.ศ. 2522 (ฉบับท่ี 2 พ.ศ.
2541)
3. พระราชบญั ญัติคุม ครองผูบรโิ ภค พ.ศ. 2522 (ฉบบั ที่ 2 พ.ศ. 2541)
พระราชบัญญัติคุม ครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 ซ่ึงแกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูบรโิ ภค (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2541 ไดบญั ญตั ิสิทธิของผูบ รโิ ภคทจ่ี ะไดร ับความคมุ ครอง ตามกฎหมาย 5 ประการ ดังน้ี


145

1. สิทธิที่จะไดรับขา วสารรวมทั้งคําพรรณนาคุณภาพท่ีถูกตองและเพียงพอเกี่ยวกับ สนิ คาหรือบริการ ไดแ ก
สทิ ธิท่ีจะไดรับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตาม ความเปน จริงและปราศจากพิษภัยแกผูบ ริโภค รวมถึงสิทธทิ ่ีจะได
รับทราบขอมลู เก่ียวกบั สนิ คา หรือบรกิ ารอยางถกู ตองและเพียงพอท่จี ะไมห ลงผิดในการ ซื้อสินคาหรอื รบั บรกิ ารโดยไม
เปน ธรรม

2. สทิ ธิทจ่ี ะมอี สิ ระในการเลือกหาสินคา หรือบริการ ไดแ ก สิทธิที่จะไดร ับสินคาหรอื บริการโดยความสมัครใจ
ของผบู ริโภคและปราศจากการชักจูงใจอนั ไมเ ปน ธรรม

3. สิทธิที่จะไดรับความปลอดภัยจากการใชส ินคา หรือบริการ ไดแก สิทธิที่จะไดร ับ สินคา หรือบริการที่
ปลอดภัย มีสภาพและคณุ ภาพไดมาตรฐาน เหมาะสมแกก ารใช ไมกอ ใหเกดิ อนั ตรายตอ ชวี ิต รา งกาย หรอื ทรพั ยสิน ใน
กรณใี ชต ามคําแนะนาํ หรอื ระมดั ระวังตามสภาพของสนิ คา หรือบรกิ ารน้ันแลว

4. สิทธิที่จะไดรบั ความเปน ธรรมในการทําสัญญา ไดแ ก สิทธิท่ีจะไดร ับขอ สัญญาโดยไมถูกเอารัดเอาเปรียบ
จากผปู ระกอบธุรกจิ

5. สิทธิที่จะไดร ับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ไดแก สิทธิที่จะไดร ับ การคุม ครองและชดเชย
คา เสยี หาย เมอ่ื มีการละเมดิ สิทธิของผบู รโิ ภคตาม ขอ 1, 2, 3 และ 4 ดังกลา ว

4. ครูใชส ่อื PowerPoint ประกอบการบรรยายการคมุ ครองผบู ริโภคในดานฉลาก
3.1 การคมุ ครองผูบ รโิ ภคในดา นฉลาก

การระบุฉลากของสินคาท่ีควบคุมฉลากตองใชขอ ความท่ีตรงกับขอ เท็จจรงิ ของสินคาและ ไมก อ ใหเ กิด
ความเขาใจผิดในสาระสาํ คัญเก่ียวกบั แหลงกําเนดิ สภาพ และคณุ ภาพของสินคาดงั น้ี

1. ช่อื ประเภทหรือชนิดของสินคาท่ีแสดงใหเขา ใจไดว า สินคา นั้นคืออะไร กรณีที่เปนสนิ คา ท่ีสง่ั หรอื นํา
เขา มาในราชอาณาจกั รเพอ่ื ขาย ใหร ะบุชอ่ื ประเทศท่ีผลิตดวย

2. ชื่อหรอื เคร่ืองหมายการคา ทจี่ ดทะเบียนประเทศไทยของผูผ ลติ เพื่อขายในประเทศไทย
3. ช่ือหรอื เครื่องหมายการคาท่ีจดทะเบียนในประเทศไทยของผสู ่ังหรือนําเขามาใน ราชอาณาจกั รเพ่ือ
ขาย
4. สถานท่ีต้งั ของผผู ลิตเพื่อขาย หรือของผสู ง่ั หรอื ผูนาํ เขา มาในราชอาณาจกั รเพ่อื ขาย แลวแตกรณี
5. ตองแสดงปรมิ าณ หรอื ขนาด หรือปรมิ าตร หรือนาํ้ หนกั ของสินคาน้นั แลว แตก รณี
6. ตอ งแสดงวิธีใช เพ่อื ใหผบู ริโภคเขาใจวา สนิ คา นนั้ ใชเ พ่ือส่งิ ใด เชน ใชท ําความสะอาดพ้ืนไม หรือพ้ืน
กระเบอื้ ง ภาชนะเคลอื บใชต้ังบนเตาไฟ ใชเขา ไมโครเวฟ ใชเก็บอาหารในตูเ ย็น
7. ขอแนะนาํ ในการใชห รือหา มใชเ พื่อ ความถูกตอ งในการใชที่ใหประโยชนแกผบู รโิ ภค เชน หามใชข อง
มคี มกับการแซะนํ้าแขง็ ในตูเย็น
8. คาํ เตือน (ถา มี)
9. วันเดือนปท ่ีผลิต หรือวันเดือนปท ่ีหมดอายุการใช หรือวันเดือนปท่ีควรใชกอนวันเดือนป ท่ีระบุน้ัน
เพือ่ ใหเขาใจในประโยชนข องคุณภาพหรือคณุ สมบัตขิ องสินคาน้ัน (ถาม)ี
10. ราคา โดยระบุหนว ยเปน บาท และจะระบุเปนเงินสกุลอืน่ ดว ยก็ได
11. สินคาที่ควบคุมฉลากจากตางประเทศท่ีนําเขา มาขายในประเทศไทย ตอ งจัดทําฉลากเปน ขอความ
ภาษาไทยใหมีความหมายตรงกับขอ ความในภาษาตางประเทศ โดยระบุช่ือพรอมสถานท่ี ประกอบการของผูไ ดร ับ


146

ใบอนญุ าตใหน ําเขา สินคา นั้น และตองมีรายละเอยี ดเก่ียวกับสินคาตาม หลกั เกณฑและเงือ่ นไขทค่ี ณะกรรมการวาดวย
ฉลากกําหนด โดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

12. การจัดทําฉลาก ตองไมใ ชข อความ ดวงตรา หรือเครื่องหมาย หรอื สญั ลักษณท ่ีผูป ระกอบ ธรุ กจิ ไม
มีสทิ ธิใชมาระบทุ ฉี่ ลากของสินคา เนอ่ื งจากอาจทาํ ใหผูบ รโิ ภคเขาใจผิดเกีย่ วกับสนิ คา เชน

(1) ชอ่ื หรอื เครอ่ื งหมายการคาของผูอ่นื โดยทผ่ี ปู ระกอบธรุ กจิ ไมมีสทิ ธใิ ช
(2) เครือ่ งหมายมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมของตางประเทศที่ผปู ระกอบธุรกิจ ไมมีสิทธิใช
(3) ธงชาติ ดวงตรา เคร่ืองหมาย หรือสัญลักษณของตางประเทศ หรือองคก ารระหวา ง ประเทศ
หรอื เคร่ืองหมายอน่ื ใดทม่ี ลี กั ษณะคลา ยกับเครือ่ งหมายดังกลาว
(4) ขอความอ่นื ใดทอ่ี าจทาํ ใหผ ูบรโิ ภคเขาใจผิดในแหลง กาํ เนดิ หรือคณุ ภาพของ สนิ คา

5. ครูใชส่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายขอ แนะนําสําหรับผูบ ริโภคในการเลือกซื้อสินคาที่ควบคุม

ฉลาก

3.2 ขอแนะนาํ สําหรบั ผูบริโภคในการเลอื กซ้ือสนิ คา ทค่ี วบคมุ ฉลาก
การเลือกซ้ือสินคาของผูบริโภคสว นใหญมักเลือกซ้ือสินคา โดยพิจารณาจากย่ีหอ สีสัน รูปแบบที่

สวยงามแปลกตาของสินคา ภาชนะบรรจุ หรือหีบหอ ของสินคา เปนหลัก จึงทําใหผูบริโภค ตอ งซ้ือสินคา ที่อาจไมมี
คุณภาพ ไมไดมาตรฐาน และไมสามารถใชง านไดอ ยา งเต็มประสิทธิภาพ ของสินคา หรอื ไมต รงตามวตั ถุประสงคท่ีตอ ง
การใช ดงั น้นั การเลือกซื้อสินคา ใหไ ดส ินคา ตาม ทผ่ี บู ริโภคตอ งการ จงึ ควรพิจารณาจากหลกั เกณฑดังน้ี

1. ผูบ ริโภคควรตรวจสอบรายละเอียดฉลากของสินคา เชน สถานที่ประกอบการหรือ เครื่องหมาย
การคาของผูผ ลิต หรือผูส ่ัง หรือผูนําเขา มาในราชอาณาจักรเพื่อขายชนิด ของสินคา ราคา วันเดือนปที่ผลิตหรือ
หมดอายุ ปริมาณสุทธิ สว นประกอบของสินคา วิธีการใช วิธีการเก็บรักษา คําแนะนํา คําเตือน หรือขอ ควรระวัง
เก่ียวกับสนิ คา เพือ่ เปน ขอ มลู ในการ เปรียบเทยี บกอ นตัดสินใจเลอื กซอ้ื สินคาหนงึ่ สนิ คา ใด

2. ตรวจสอบขอเท็จจริงเก่ียวกับแหลงกําเนิด สภาพ และคุณภาพของสินคา จาก ผูขาย ผูผลิต ผูส ่ัง
หรอื ผูน ําเขาท่ีจาํ หนา ยสินคานั้น หรอื กับผทู ีเ่ คยใชส นิ คา นน้ั แลว กอ นพจิ ารณาตดั สนิ ใจเลอื กซอื้ สินคา ย่ีหอ ใดย่ีหอ หนงึ่

3. ศึกษาเกี่ยวกับเง่ือนไขหรือขอจาํ กดั ของสินคา เชน วนั เดือนปทีผ่ ลิต หรอื หมดอายุ วิธีการใช การเก็บ
รักษา คําเตือน หรือขอ ควรระวังของสินคาใหเ ขา ใจอยา งถอ งแท เพื่อ ใหผูบ ริโภคสามารถใชสินคาไดอยา งเต็ม
ประสิทธิภาพและประหยดั

4. ตรวจดูสภาพ คุณภาพ และปริมาณของสินคา วา เปนจริงตรงตามท่ีระบุไวท ่ีฉลากของ สินคา ใหม
หรือไม เพื่อใหไดส นิ คา ท่ีมีคณุ ภาพและเปนธรรมแกผ บู รโิ ภค


147

6. ครใู ชส่อื PowerPoint ประกอบการบรรยายพระราชบัญญัติมาตรฐานอตุ สาหกรรม พ.ศ. 2511 (ฉบบั ท่ี 8
พ.ศ. 2562)
4. พระราชบญั ญัติมาตรฐานอตุ สาหกรรม พ.ศ. 2511 (ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2562)
สมอ. แกไข พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เนนปรบั ปรุงกฎหมาย ใหท ันสมัย สอดคล
องกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ ลดข้ันตอนเพ่ืออํานวยความสะดวกใหผ ูป ระกอบการ เพิ่มโทษข้ึนเพ่ือคุม ครองผู
บรโิ ภคใหไ ดใชสนิ คา ที่มคี ณุ ภาพและปลอดภัย พอสรุป ไดด ังน้ี

1. มีการแกไขเพิ่มเติมใหผ ูท ําผลิตภัณฑ อุตสาหกรรมท่ีตองเปนไปตามมาตรฐาน (มาตรฐาน บังคับ) ตอง
แสดงหลักฐานใหพ นักงานเจา หนาที่ ตรวจสอบและไดร ับใบอนุญาตจากเลขาธิการ สมอ. กอน ทําผลิตภัณฑ
อุตสาหกรรมน้ัน เวนแตเปน การทําเพ่ือ การวิจัยและพัฒนา การทําเพ่ือทดลองกระบวนการผลิต หรือการทําเปน ตัว
อยา งเพอื่ ขอรบั ใบอนุญาต ใหแจง ตอ สมอ. กอ นเร่ิมทาํ ผลติ ภัณฑอ ุตสาหกรรมน้นั และ ตอ งปฏิบตั ิตามหลักเกณฑแ ละ
เงื่อนไขทค่ี ณะกรรมการกําหนด

2. ในกรณีที่ผูน ําเขา ตองการนาํ เขา ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมที่ตองเปนไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) เขา
มาในราชอาณาจักรเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดําเนินการดว ย วิธีอื่นใดกับผลิตภัณฑอ ุตสาหกรรมน้ันเพื่อ
สงออกไปนอกราชอาณาจักรทั้งหมด ผูนาํ เขาจะตอ ง แจง ตอ สมอ. กอนเร่ิมการนําเขา ผลติ ภัณฑอ ุตสาหกรรมนั้น และ
ตองปฏิบัติตามหลักเกณฑแ ละ เงื่อนไขที่คณะกรรมการกาํ หนด และใหผแู จงเริ่มนําเขา ผลิตภัณฑอ ุตสาหกรรมไดต ้งั แต
วันท่ี ไดรบั ใบรับแจง

3. ในกรณีท่ีผูนําเขา ตอ งการนําเขา ผลิตภัณฑอตุ สาหกรรมท่ีตองเปน ไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) เขา
มาเพื่อจําหนา ยในราชอาณาจักร ตอ งแสดงหลักฐานใหพ นักงานเจาหนา ที่ ตรวจสอบ และไดร ับใบอนุญาตจาก
เลขาธกิ าร สมอ. กอนรับมอบไปจากเจา พนกั งานศุลกากร

ประโยชนข องพระราชบัญญตั ิมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ ุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 มีดงั นี้
ประโยชนต อผผู ลติ

1. ชว ยเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพในการผลิต
2. ลดรายจา ย ลดเครือ่ งจักร ลดขนั้ ตอนการทาํ งานซํา้ ซอ น
3. ชว ยใหไ ดสินคา ท่มี ีคุณภาพ สมาํ่ เสมอ
4. ทาํ ใหส นิ คามคี ณุ ภาพดขี ้นึ และมีราคาถูกลง
5. เพิ่มโอกาสทางการคา ในการจัดซื้อจัดจา งของหนวยงานราชการท่ีมกี ารกําหนดใหสินคา นั้น ๆ ตอ ง

ไดร บั มอก.


148

ประโยชนต อ ผูผลิต
1. ชวยในการตัดสินใจเลือกซ้อื สนิ คา
2. สรางความปลอดภัยในการนาํ ไปใช
3. ในกรณีทช่ี ํารุดกส็ ามารถหาอะไหลไดง าย เพราะสนิ คา มีมาตรฐานเดยี วกนั ใชท ดแทนกนั ได
4. วิธีการบาํ รุงรกั ษาใกลเคยี งกนั ไมต องหดั ใชสนิ คา ใหมทุกครง้ั ทีซ่ อื้
5. ไดส ินคาคุณภาพดขี ึน้ ในราคาท่ีเปนธรรม คมุ คากับการใชงาน

ประโยชนตอเศรษฐกจิ สว นรวมหรอื ประโยชนรว มกนั
1. ชว ยเปน สอื่ กลางเปน บรรทดั ฐานทางการคา ทําใหผ ูผลิตและผบู รโิ ภคมคี วามเขาใจที่ตรงกัน
2. กอ ใหเ กิดความยตุ ธิ รรมในการซอ้ื ขาย
3. ประหยดั การใชทรพั ยากรของชาติ ทาํ ใหม กี ารใชท รัพยากรอยา งเกดิ ประโยชนส ูงสดุ
4. สรางโอกาสทางการแขง ขันใหกับผูประกอบการไทย
5. ปองกนั สนิ คา คุณภาพตํา่ เขา มาจาํ หนายในประเทศ
6. สรางความเขมแขง็ ใหกบั อุตสาหกรรมและเศรษฐกจิ ของประเทศ

สาํ หรับบทลงโทษ ไดม ีการแกไ ขเพิ่มเติมเพ่ือใหสอดคลอ งกับสภาพเศรษฐกจิ ในปจจบุ ัน โดยปรับปรงุ ใหสอด
คลองกันทั้งฉบบั รวมถงึ การเปรียบเทียบคดี ใหเ กิดความชัดเจนและมีประสทิ ธภิ าพ มากข้ึน เชน การเพ่ิมโทษปรบั ของ
ผทู าํ และนาํ เขาผลิตภัณฑที่ตองเปน ไปตามมาตรฐาน (มาตรฐาน บังคับ) โดยไมไดร ับอนุญาตจาก สมอ. จากเดิม จําคุก
ไมเกนิ 2 ป ปรบั ไมเ กิน 1 ลา นบาท หรอื ทง้ั จาํ ทั้งปรับ เปน จาํ คุกไมเ กิน 2 ป ปรับไมเกนิ 2 ลานบาท หรือทัง้ จําทง้ั ปรับ
และโทษสาํ หรบั ผจู ําหนา ยทจ่ี าํ หนา ยผลิตภณั ฑท ตี่ องเปน ไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคบั ) โดยไมแสดง เคร่อื งหมาย
มาตรฐาน จากเดิมจําคุกไมเ กิน 1 เดือน ปรับตัง้ แต 5 พัน – 5 หม่ืนบาท หรือ ท้ังจําทั้งปรับ เปน จําคุกไมเ กิน 6 เดือน
ปรบั ไมเ กนิ 5 แสนบาท หรอื ท้ังจาํ ทง้ั ปรบั

สํานักงานมาตรฐานผลติ ภณั ฑอตุ สาหกรรม หรอื รูจกั กันในนามของ “สมอ.” เปน หนว ยงานระดับกรม สังกัด
กระทรวงอตุ สาหกรรม โดยไดร ับการจัดต้งั ข้ึนตามพระราช บญั ญัตมิ าตรฐานผลติ ภัณฑอตุ สาหกรรม พ.ศ. 2511 จงึ นับ
ไดวา สมอ. เปน สถาบนั มาตรฐานแหง ชาติ โดยมี หนาท่หี ลัก คือ การกําหนดมาตรฐานอตุ สาหกรรม (มอก.) การรับรอง
ระบบคุณภาพ รับรองความสามารถของ หอ งปฏิบัติการทดสอบและสอบเทยี บ นอกจากนี้ยังมี หนา ทเี่ ปน ส่อื กลางกับ
องคกรท่ีเก่ียวของทั้งโลก เชน องคก ารคา ระหวา งประเทศวา ดว ยมาตรฐาน (International Organization for
Standardization) หรือที่รูจักกันแพรหลายวา ISO องคการการคา โลก (World Trade Organization หรือ WTO)
และ องคกรอื่น ๆ


149

การจัดหมวดหมูผลิตภัณฑอุตสาหกรรมที่มีอยูอยา งมากมายนั้น ทาง สมอ. มีระบบการจัด หมวดหมูเปน ไป
ตามท่ี ISO ไดพัฒนาข้ึน มีช่ือวา International Classification for Standards หรือเรียกยอ วา ICS และประกาศใช
เปน คร้งั แรกในป พ.ศ. 2535

ความหมายของมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐานอุตสาหกรรม คือ ขอ กําหนดทางวิชาการ ท่ีสํานักงาน
มาตรฐานผลิตภัณฑอ ุตสาหกรรมไดจ ัดทําข้ึนเพ่ือเปน แนวทางแกผูประกอบธุรกิจ ในการผลิตสินคา ใหม ีคุณภาพใน
ระดบั ท่เี หมาะสมกับการใชง านมากท่ีสุด เครอื่ งหมายมาตรฐาน เหลา นจี้ ะเปน หลักฐานของทางราชการ และเปนเครือ่ ง
พสิ จู นบ ง ช้ีวา สนิ คาหรือผลิตภัณฑท าํ ขึ้นได ตามมาตรฐาน เครื่องหมายมาตรฐานจะชว ยเพมิ่ ความเชื่อถือในสนิ คาและ
ธุรกิจ ขอ สําคัญท่ีสุดก็คือ คุณภาพของผลิตภัณฑท ่ีกําหนดในมาตรฐานผลิตภัณฑอ ุตสาหกรรมนั้น จะอยูในระดับที่
เหมาะสม เปน ที่ยอมรับ ผูประกอบธุรกิจสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑใหส ม่ําเสมอไดต ลอด สํานักงาน
มาตรฐานผลิตภัณฑอ ตุ สาหกรรมดาํ เนินการกําหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมขึน้ เพ่ือเปน แนวทางแกผูป ระกอบธุรกิจ ให
ผลิตสินคาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน อันเปน การเพ่ิมความเช่ือถือในคุณภาพของสินคา ไทย ท้ังตลาด ภายในและตา ง
ประเทศ และเพือ่ ประหยัดทรัพยากร พรอมทั้ง ลดตน ทุนการผลติ

เม่ือผูป ระกอบธุรกิจรายใดที่ตอ งการแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน หรือเคร่ืองหมายรับรองคุณภาพของผลิต
ภัณฑ จะตองยืน่ คําขอรับ ใบอนญุ าต เม่ือสํานักงานมาตรฐานผลิตภณั ฑอ ุตสาหกรรมตรวจสอบ โรงงานและผลติ ภณั ฑ
แลว วา สามารถทําไดต ามมาตรฐานอยา ง สมํ่าเสมอ จะอนุญาตใหแสดงเครื่องหมายมาตรฐานได

1. เครอื่ งหมายมาตรฐาน เปนเครอื่ งหมายรับรองคณุ ภาพ ผลิตภัณฑทั่วไป เชน เคร่อื งอุปโภคบรโิ ภค
2. เครื่องหมายมาตรฐานบังคับ ผลิตภัณฑใ ดที่กําหนดไว วาเปนมาตรฐานบังคับ ผูผลิต ผูนําเขา และผู
จาํ หนาย จะตอ งผลติ นําเขา และจําหนา ยผลิตภัณฑที่เปนไปตามมาตรฐานเทาน้ัน โดยมีเครื่องหมายมาตรฐานบังคับ
แสดง เชน ผงซกั ฟอก ถังกา ซ ปโ ตรเลียม บลั ลาสตส ําหรับหลอดฟลอู อเรสเซนต เหล็กเสน เสริมคอนกรีต ฯลฯ
ขน้ั สรปุ และการประยุกต
1. ครสู รุปบทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภปิ รายซักถามขอสงสยั
2. ผูเ รยี นทำกจิ กรรมแบบฝกทกั ษะ และแบบประเมินผลการเรยี นรู


150

ส่อื การเรยี นการสอน

1. หนังสือเรยี น รหสั 20202-2104 การบรรจภุ ัณฑ ของสำนักพมิ พเอมพันธ
2. สื่อ Power Point
3. กิจกรรมการเรียนการสอน

หลักฐาน

1. บันทึกการสอน
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนจดั การเรียนรู
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวัดและการประเมินผล

วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ตรวจกิจกรรมสง เสรมิ คุณธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝก ปฏิบตั ิ
4. ตรวจใบงาน

เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินผลการเรียนรู และแบบฝกปฏบิ ัติ
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน

เกณฑการประเมนิ ผล
1. เกณฑผา นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตองไมมีชองปรับปรุง
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรูม เี กณฑผ า น และแบบฝกปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%


151

ใบงานท่ี 5.2

จุดประสงคการเรียนรู
3. บอกองคกรทร่ี บั ผดิ ชอบพระราชบัญญัติท่เี ก่ยี วกับการบรรจุภณั ฑ และหนวยงาน สง เสรมิ การบรรจภุ ณั ฑไ ด

คาํ ชแี้ จง จงบอกองคกรท่ีรับผิดชอบพระราชบัญญัติท่ีเกี่ยวกบั การบรรจุภณั ฑแ ละหนว ยงาน สง เสรมิ การบรรจุภัณฑ
ท้ังภาครัฐและเอกชน ในรูปของ Flow Chart


บันทึกหลังการสอน 152

1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน

1.1 วัน เดอื น ป ................สอนครง้ั ที่ ...1/18.... สาขา/ชน้ั ป ......................จำนวนผูเ รยี น............คน

มาเรยี นปกต.ิ ..........คน ขาดเรยี น............คน ลาปว ย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน

1.2 หวั ขอเรื่อง/เนือ้ หาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........

 สอนครบตามหวั ขอเรื่องในแผนฯ  สอนไมค รบเน่อื งจาก..........................................

1.3 กจิ กรรม/วธิ ีการสอน

 ครแู นะนำและบอกจดุ ประสงค  ครอู ธิบาย/ถาม-ตอบ/สาธิต  ทำแบบทดสอบกอนเรยี น

 ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น  ทำแบบฝกหัด/โจทยป ญหา  ทำใบกิจกรรม/ใบงาน

 อ่นื ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................

1.4 สอ่ื การเรียนร/ู แหลง การเรียนรู : ………………………………………………………………………….............

2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญหาท่พี บ

2.1 การวดั ผลและประเมนิ ผล/ผลการเรยี นรูของผูเรยี น : …………………………..…….…………......................

........................................................................................................................................................................

2.2 สมรรถนะท่ีผเู รียนไดรบั : ..................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

2.3 สอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยม : ……………………………………..….…………...........................

……………..........................................................................................................................................................

2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................

……………..........................................................................................................................................................

2.5 ปญหาทนี่ ำไปสกู ารวิจัย : …………………………………………………..….………………….................................

……………..........................................................................................................................................................

3. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการสอน

3.1 ผลการใชและปรับปรงุ แผนการสอนคร้ังน้ี : ………………………………………………..................................

……………..........................................................................................................................................................

3.2 แนวทางพัฒนาคณุ ภาพวิธีสอน/สอื่ /การวดั ผล/เอกสารชว ยสอน........................................................

..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..........................................ผสู อน
(นางสาวณัฐธยาน พิมพิรตั น)

วนั ท.ี่ .........เดือน.....................พ.ศ..............


แผนการจัดการเรียนรแู บบบูรณาการท่ี 15 153

รหสั วิชา 20202-2104 วชิ า การบรรจุภณั ฑ หนวยที่ 5
ช่อื หนว ย กฎหมายที่เกย่ี วกบั การบรรจภุ ณั ฑ
สอนคร้งั ที่ 15
จำนวนชัว่ โมง 3 ช.ม.

สาระสำคญั

ความเจริญกา วหนา ทางเทคโนโลยีของโลกยุคไอทีในปจ จุบัน ทําใหเ กิดการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ และ
สังคมท่ีรวดเร็วเกินกวาพัฒนาการของมนุษยท่ีอยูใ นสังคม จึงทําใหเ กิดชองวา งทางสังคม และปญ หาสังคมมากมาย
เม่ือเกิดปญ หาทางสังคม สิ่งที่จะเขามาควบคุมสังคมทําใหเกิดความสงบสุขนั่นก็คือ กฎหมาย หลายชุมชนในหลาย
จังหวัดมีการขยายตัว ปญหาท่ีเกิดพรอ มการขยายตัวของชุมชนตา ง ๆ ก็คือ ปญ หาการจัดการขยะ และขยะท่ีเกิดขึ้น
โดยสวนใหญก ็เกิดจากบรรจุภัณฑ เพราะฉะน้ัน กฎหมายท่ีเกี่ยวกับ บรรจุภัณฑมีอะไรบา ง มีสาระสําคัญอยา งไร
เปนสิง่ สําคัญทคี่ วรทราบสาํ หรับผทู ี่ศึกษาวิชาบรรจุภัณฑ

สาระการเรียนรู

1. องคกรท่ีรบั ผิดชอบพระราชบญั ญัตเิ ก่ยี วกบั บรรจภุ ณั ฑ
2. องคกรเอกชนที่ใหการสง เสรมิ การบรรจภุ ณั ฑ

สมรรถนะประจำหนว ย

แสดงความรเู กย่ี วกบั กฎหมายการบรรจภุ ณั ฑ

จดุ ประสงคการเรยี นรู

บอกองคกรทีร่ บั ผิดชอบพระราชบัญญตั ทิ ่ี เก่ียวกับการบรรจุภัณฑและหนวยงานสงเสริมการบรรจภุ ณั ฑไ ด

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ข้ันนำเขาสบู ทเรยี น
1. ครใู ชเทคนิคการสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเดมิ จากสปั ดาหทีผ่ านมา
โดยดึงความรเู ดมิ ของผเู รียนในเรื่องท่ีจะเรียน เพื่อชว ยใหผเู รียนมีความพรอ มในการเช่ือมโยงความรใู หมกับความรเู ดิม
ของตน
2. ครสู นทนากบั ผเู รยี นเพอ่ื นำเขา สูบทเรียน
ขั้นสอน
1. ครูใชส่อื PowerPoint ประกอบการบรรยายองคกรท่รี ับผิดชอบพระราชบัญญัติเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ
5. องคกรท่ีรบั ผิดชอบพระราชบญั ญัติเก่ียวกบั บรรจุภัณฑ
พระราชบัญญัติทเี่ กีย่ วของกบั บรรจุภัณฑ รับผิดชอบโดยองคกรตอไปน้ี
1. สํานักงานกลาง ช่งั ตวง วัด กรมทะเบยี นการคา กระทรวงพาณชิ ย
2. คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ
3. คณะกรรมการคมุ ครองผบู รโิ ภค สาํ นักนายกรัฐมนตรี
4. สาํ นกั งานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอตุ สาหกรรม


154

หนว ยงานของทางราชการ รัฐวสิ าหกิจ และเอกชน ที่ชว ยเหลือสงเสริมเกยี่ วกบั การบรรจภุ ัณฑ
นอกเหนอื จากองคกรที่รับผิดชอบตอ พระราชบญั ญัติทง้ั 4 ดงั ท่ีกลาวมาแลวนัน้ ยังมีองคกร ทง้ั สว นของ

ราชการ รัฐวิสาหกจิ และเอกชน ทีม่ กี ิจกรรมในการชวยเหลือและสง เสริมใหแ กองคกร ตา ง ๆ และประชาชน เกี่ยวขอ ง
กับการบรรจุภณั ฑ สรปุ ไดด งั นี้

1. สว นอุตสาหกรรมการเกษตร สํานักงานพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา กรมสง เสริม อุตสาหกรรม มี
หนาท่ีรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห และวิจัยขอมูลทางเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร อุตสาหกรรมการเกษตร
เนนการแปรรูปผลิตภัณฑจ ากพืช เพ่ือกําหนดและพัฒนา ความกา วหนาทางเทคโนโลยี ตามภาวะการตลาด
ประสานงานจัดหาผูชํานาญการเฉพาะดา นเพื่อฝกอบรม สัมมนา และใหค ําปรึกษาแนะนําเพ่ือการแกไ ขปญหาและ
ปรับปรุงเทคนิคการผลิต ตลอดจนการใหบริการขอมูลขาวสารอุตสาหกรรม และขอมูลท่ีเก่ียวของแกสถาน
ประกอบการ ผลติ บุคลากรในระดับตา ง ๆ ในสถานประกอบการ

2. สว นบรรจุภัณฑ สํานักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมสงเสริมอุตสาหกรรม มีหนา ที่ใหบริการ
แนะนํา สง เสริม และพัฒนาบรรจุภัณฑแกผ ูประกอบการ กลุม บุคคล และบุคคลท่ัวไปท่ีใหความสนใจในอุตสาหกรรม
บรรจุภัณฑ ทัง้ ทางดานวชิ าการ ดา นเทคโนโลยี การออกแบบ และอ่นื ๆ ท่ีเกี่ยวขอ ง โดยวธิ กี ารตา ง ๆ ท้ังการฝก อบรม
สัมมนา นิทรรศการ และ การจัดประกวด

• ท่ีทาํ การสว นบรรจภุ ณั ฑ อาคารสาํ นกั พฒั นาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมสงเสรมิ อตุ สาหกรรม
กระทรวง อุตสาหกรรม อาคารสํานักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 4 ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 กลวยนํ้าไท
แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร. 0-2392-2512, 0-2390-2248, 0-2381-0025-32 ตอ
52, 55, 56 โทรสาร 0-2392-9585

3. สํานักพัฒนาผลิตภัณฑแ ละการออกแบบเพื่อการสงออก กรมสงเสริมการสงออก (ศูนยบ ริการการ
ออกแบบ) ในสภาพเศรษฐกิจปจจุบันทีม่ ีการแขง ขันกันทางดา นการคาขายอยา งตอ เน่ือง ทุกประเทศ จาํ เปนตอ งปรับ
กลยุทธทางดา นการคา ใหท นั ตอ เหตุการณและสภาพการแขงขนั ประเทศไทยได เลง็ เห็นความสําคญั ของการพัฒนาตัว
สินคา เน่ืองจากคุณภาพและคา แรงต่ํา ไมใชส่ิงจูงใจและ ขอ ไดเปรียบอีกตอ ไปในกระแสโลกาภิวัตน ดังนั้น จึงควรนํา
การออกแบบมาเปน เครื่องมือ ชวยเพ่ิมมูลคาสินคา สําหรับการสง ออก รัฐบาลไทยไดเ ห็นความสําคัญขอ นี้ จึงไดจ ัดตั้ง
ศูนยก ลาง บริการการออกแบบ เม่ือวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 เพ่ือมุงพัฒนาการออกแบบสินคา สงออก ท่ีสําคัญ
4 ชนิด คอื เครื่องหนงั อัญมณี ผลิตภณั ฑพ ลาสตกิ และของเดก็ เลน

• ทที่ าํ การสํานักพัฒนาผลิตภัณฑแ ละการออกแบบเพอื่ การสง ออก สาํ นกั พัฒนาผลติ ภัณฑและ
การออกแบบเพ่ือการสง ออก กรมสง เสริมการสง ออก กระทรวง พาณิชย 22/77 ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-2511-5066- 77 ตอ 451 โทรสาร 0-2512-2236

4. ศูนยก ารบรรจุหีบหอ ไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย นโยบายหลัก
ของศนู ยการบรรจหุ บี หอ ไทย มดี งั นี้

สนับสนุนนโยบายการบรรจุภณั ฑข องประเทศ
เสรมิ สรางขีดความสามารถขององคก ร เพอื่ สนองความตอ งการของผปู ระกอบการ
รวบรวม แลกเปลี่ยน และบรกิ ารขอ มลู ดานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีการบรรจุภณั ฑ
ประสานงานระหวา งผผู ลติ และผใู ช ทง้ั ในและตางประเทศ


155

• ท่ีทําการศูนยการบรรจุหีบหอ ไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหง ประเทศไทย
196 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-2579-5515, 0-2579-0160, 0-2579-7573 ตอ
3202 โทรสาร 0-2561-4771

5. สถาบันคนควา และพัฒนาผลิตภัณฑอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร สถาบันคน ควา และพัฒนา
ผลิตภัณฑอาหาร (Institute of Food Research and Product Development หรือ IFRPD) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30
กันยายน พ.ศ. 2511 โดยแบง การบริหารงาน เปน 7 ฝาย และ 1 ศนู ย ไดแ ก ฝา ยบริหารและธุรการท่วั ไป ฝายคนควา
และวิจัย ฝา ยควบคุม คุณภาพ ฝา ยผลิตทดลอง ฝายผลิตภัณฑอ าหาร ฝายศึกษาสาธิต ฝายวิศวกรรม ศูนยบริการ
ประกนั คณุ ภาพทางดา นอาหาร โดยมขี อบเขตการทํางาน ดังนี้

• วิจัยและพัฒนาวิชาการดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีทางอาหาร เพ่ือปรับปรุงเศรษฐกิจ
ของโรงงานอาหารและการเกษตรในประเทศไทย

• บรกิ ารวิชาการเก่ยี วกับคุณภาพวัตถุดบิ เทคโนโลยีการผลิต และระบบการควบคมุ คุณภาพ
ของผลติ ภณั ฑอาหาร เพ่ือการบรโิ ภคทัง้ ในประเทศและการสงออก

• ใหค วามชวยเหลือทางดา นเทคโนโลยีทางอาหารและบริการความรทู างดา นน้แี กผสู นใจ

• ใหค วามรวมมือกับหนวยงานของภาครัฐ เอกชน ในการวิจัย การศึกษา คน ควา และ
ฝกอบรมเกยี่ วกับวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยที างอาหาร

• เปนแหลงขอมลู ทางดา นวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยที างอาหาร
นอกจากองคก รของรัฐท้ัง 5 แหงแลว ตามมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีการเปด สอนวิชาดาน บรรจุภัณฑ
และเทคโนโลยีทางการอาหาร มีอาจารยผูเ ช่ียวชาญและผูท รงคุณวุฒิที่สามารถให คําปรึกษา ทดสอบ พรอมทั้งใหค ํา
แนะนําตา ง ๆ ที่เก่ยี วขอ งกบั บรรจภุ ณั ฑอ าหารได

2. ครูใชสอ่ื PowerPoint ประกอบการบรรยายองคก รเอกชนท่ีใหก ารสงเสรมิ การบรรจภุ ณั ฑ
6. องคก รเอกชนทีใ่ หก ารสงเสรมิ การบรรจุภณั ฑ

1. สมาคมการบรรจภุ ัณฑไทย วตั ถปุ ระสงคของสมาคม มีดังนี้
1. สงเสริมและสนับสนนุ การประกอบการเกย่ี วกับบรรจุภัณฑ
2. สงเสริมและเผยแพรวชิ าการทีเ่ กย่ี วของกับบรรจุภัณฑท ุกประเภท
3. เปนศูนยกลางการแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ ทางวชิ าการ
4. ติดตอ ประสานงานกับสมาชกิ เพอ่ื พัฒนาอตุ สาหกรรมการบรรจุภัณฑใ หก า วหนา

• ทท่ี ําการสมาคมการบรรจุภัณฑไ ทย อาคารสํานักพฒั นาอุตสาหกรรมรายสาขา ชัน้ 4 ซอยตรีมิตร ถนน
พระราม 4 กลว ยนํ้าไท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร. 0-2712-1995 โทรสาร 02-392-
9584

2. สถาบันอาหาร ไดจ ัดต้ังข้ึนเม่ือป พ.ศ. 2539 ในรูปแบบองคกรอิสระ ภายใต การกํากับดูแลของ
กระทรวงอุตสาหกรรม แตก ารบริหารงานไมผูกพนั กับกฎระเบยี บ การปฏบิ ัติของทางราชการหรอื รัฐวสิ าหกิจ โดยมหี น
าทส่ี นับสนุนและใหค วามชวยเหลือ ผปู ระกอบการอุตสาหกรรมอาหารใน 3 ดา น คือ


156

1. การบริการวชิ าการ
2. การเผยแพร บริการขอมลู ขาวสาร
3. การบริการทดสอบ วิเคราะหผ ลติ ภัณฑอ าหาร
3. สถาบันสัญลักษณร หัสแทง ไทย สภาอุตสาหกรรมแหง ประเทศไทย สถาบันสัญลักษณร หัสแทง ไทย
(EAN THAILAND) กอต้ังเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ พ.ศ. 2536 โดยสภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย เน่ืองจาก
ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง ของระบบธุรกิจแบบโลกาภิวัตนท่ีเกิดขึ้น จึงไดพยายามนําระบบการจัดเก็บขอมูลท่ี
ทนั สมัย เรียกวา ระบบสญั ลกั ษณรหัสแทง (Bar Code) มาชวยสง เสริมและพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ใหความสะดวกใน
การใชงานทร่ี วดเร็ว ถูกตอ ง และสอดคลอ งกับระบบธุรกจิ ในตางประเทศ เพ่ือเปน ไปตามนโยบายการพฒั นาเศรษฐกิจ
ของประเทศ
ขณะนี้ประเทศไทยมีรหัสประจําตัวหมายเลข 885 ชว ยสรางภาพลักษณท ่ีดีใหก ับสินคา ไทยในตลาดตาง
ประเทศ โดยผูซ้ือ ผูขาย หรือนกั ธุรกิจ จะสามารถตรวจสอบไดวา 885 เปน สนิ คาของประเทศไทย หรือถา สินคา ตวั นี้
ไดร ับความนิยม กจ็ ะรูวา สินคาน้ีมาจากประเทศไทย (Made in Thailand) และคนหาบริษัทผผู ลิตหรือบริษัทผแู ทนจํา
หนา ยได จึงทาํ ใหสะดวก ในการขยายชองทางการตลาดไดโ ดยงาย
ขนั้ สรุปและการประยกุ ต
1. ครูสรปุ บทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภปิ รายซักถามขอ สงสัย

2. ผูเรียนทำกิจกรรมแบบฝกทกั ษะ และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู

ส่อื การเรียนการสอน

1. หนงั สอื เรยี น รหสั 20202-2104 การบรรจภุ ัณฑ ของสำนกั พมิ พเ อมพันธ
2. ส่อื Power Point
3. กิจกรรมการเรียนการสอน

หลกั ฐาน

1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ รายชอ่ื
3. แผนจัดการเรยี นรู
4. การตรวจประเมินผลงาน


157

การวดั และการประเมินผล

วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ตรวจกิจกรรมสงเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝก ปฏิบตั ิ
4. ตรวจใบงาน

เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินผลการเรียนรู และแบบฝก ปฏบิ ัติ
3. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน

เกณฑก ารประเมินผล
1. เกณฑผ า นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ งไมม ีชอ งปรบั ปรุง
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู เี กณฑผ า น และแบบฝก ปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%


158

ใบงานท่ี 5.3

จุดประสงคการเรียนรู
1. อธิบายความสาํ คญั ของกฎหมายเก่ียวกับการบรรจภุ ณั ฑได
2. บอกกฎหมายท่ีเกยี่ วกับการบรรจภุ ณั ฑได

คาํ ช้ีแจง จงนําฉลากสนิ คา ท่ีตดิ บนบรรจภุ ณั ฑม าตดิ ลงบนชอ งวา งและวิเคราะหต ามหวั ขอ ทก่ี ําหนดให

1. ฉลากสนิ คามรี ายละเอยี ดอะไรบาง
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
2. ฉลากสนิ คา เก่ียวขอ งกับกฎหมายใด
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
3. ฉลากสนิ คา มีความสําคญั ตอ บรรจภุ ณั ฑอ ยางไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................


159

ตอนที่ 2 จงตอบคาํ ถามตอ ไปนี้
1. พระราชบญั ญัติมาตราชัง่ ตวงวัด พ.ศ. 2542 มสี าระสําคญั อยา งไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

2. พระราชบญั ญตั อิ าหาร พ.ศ. 2522 มีสาระสําคญั อยา งไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

3. พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผูบรโิ ภค พ.ศ. 2522 มีสาระสาํ คัญอยา งไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

4. พระราชบญั ญัตมิ าตรฐานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 มีสาระสําคญั อยางไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

5. สวนอุตสาหกรรมการเกษตร สํานกั งานพัฒนาอตุ สาหกรรมรายสาขา มภี ารกิจอะไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
6. สวนบรรจภุ ณั ฑ สาํ นักพฒั นาอุตสาหกรรมสนบั สนนุ มภี ารกิจอะไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................


160

7. สํานกั พฒั นาผลิตภณั ฑแ ละการออกแบบเพ่ือการสงออก มภี ารกิจอะไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

8. ศนู ยบ รรจหุ ีบหอ ไทย มภี ารกจิ อะไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

9. สถาบนั คน ควาและพัฒนาผลิตภณั ฑอ าหาร มภี ารกิจอะไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

10. สมาคมการบรรจุภณั ฑไทย มภี ารกิจอะไร
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................


161

ตอนท่ี 2 จงเลอื กคาํ ตอบทถ่ี ูกทส่ี ดุ เพียงขอเดียว
1. คําวา “FTA” มคี วามหมายตรงกับขอ ใด

ก. เขตการคา เสรี
ข. ตลาดการคาโลก
ค. องคการการคาสากล
ง. ไมมีขอใดถกู
2. ขอใดไมใ ชขนาดบรรจมุ าตรฐานของนาํ้ ปลา
ก. 200 มลิ ลิลติ ร
ข. 300 มิลลลิ ิตร
ค. 500 มิลลลิ ิตร
ง. 700 มิลลิลติ ร
3. ขอใดเปนประเภทอาหารทไ่ี มตอ งขอข้นึ ทะเบยี นตาํ รบั อาหาร
ก. อาหารควบคมุ เฉพาะ
ข. อาหารท่ี อย. กําหนด
ค. อาหารกาํ หนดคณุ ภาพ
ง. อาหารทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศกําหนด
4. อาหารชนิดใดไมจาํ เปนตองมีฉลากอาหาร
ก. ขา วกลอง
ข. ขนมปง
ค. นาํ้ เกลือปรงุ รส
ง. เกลอื แร
5. อาหารควบคุมเฉพาะท่ีกําหนดคุณภาพและที่กําหนดใหมีฉลาก จะตองดําเนินการอยา งไรกอน จึงสามารถผลิต
อาหารได
ก. ขออนญุ าตใชฉลาก
ข. ข้ึนทะเบยี นอาหาร
ค. ขน้ึ ทะเบยี นฉลาก
ง. ผลติ อาหารกอ นขอฉลาก
6. ขอใดเปนรายละเอยี ดทไ่ี มจ าํ เปน บนปายฉลากอาหาร
ก. ช่ือและท่ตี งั้ ของผูผ ลิต
ข. บอกชนดิ สที ีป่ รุงแตง อาหาร
ค. วิธีปรุงเพอ่ื รบั ประทาน
ง. สวนประกอบสาํ คัญ


162

7. การแสดงเลขที่อนญุ าตฉลากอาหาร ควรมขี นาดเทา ใดจงึ จะถกู ตองที่สุด
ก. ขนาดไมเล็กกวา 2 มิลลิเมตร
ข. ขนาด 2-3 มลิ ลิเมตร
ค. ขนาดไมเ ล็กกวามาตรฐานกาํ หนด
ง. ขนาดเลก็ กวา 3 มลิ ลิเมตร

8. สตั วชนิดใดไมเ ปน สตั วตอ งหา มในการผลติ ผลติ ภณั ฑอ าหารฮาลาล
ก. สุกร
ข. หมปู า
ค. หนู
ง. นก

9. หนวยงานใดทีเ่ ปน หนว ยงานท่ีจดั ต้งั ข้นึ เพ่อื คมุ ครองสทิ ธขิ องผบู ริโภค
ก. สคบ.
ข. อย.
ค. สมอ.
ง. ISO

10. หนวยงานใดไมเ กยี่ วของกับการบรรจุภณั ฑ
ก. สคบ.
ข. อย.
ค. สมอ.
ง. ISO


บันทึกหลังการสอน 163

1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน

1.1 วัน เดอื น ป ................สอนครง้ั ที่ ...1/18.... สาขา/ชน้ั ป ......................จำนวนผูเ รยี น............คน

มาเรยี นปกต.ิ ..........คน ขาดเรยี น............คน ลาปว ย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน

1.2 หวั ขอเรื่อง/เนือ้ หาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........

 สอนครบตามหวั ขอเรื่องในแผนฯ  สอนไมค รบเน่อื งจาก..........................................

1.3 กจิ กรรม/วธิ ีการสอน

 ครแู นะนำและบอกจดุ ประสงค  ครอู ธิบาย/ถาม-ตอบ/สาธิต  ทำแบบทดสอบกอนเรยี น

 ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น  ทำแบบฝกหัด/โจทยป ญหา  ทำใบกิจกรรม/ใบงาน

 อ่นื ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................

1.4 สอ่ื การเรียนร/ู แหลง การเรียนรู : ………………………………………………………………………….............

2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญหาท่พี บ

2.1 การวดั ผลและประเมนิ ผล/ผลการเรยี นรูของผูเรยี น : …………………………..…….…………......................

........................................................................................................................................................................

2.2 สมรรถนะท่ีผเู รียนไดรบั : ..................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

2.3 สอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยม : ……………………………………..….…………...........................

……………..........................................................................................................................................................

2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................

……………..........................................................................................................................................................

2.5 ปญหาทนี่ ำไปสกู ารวิจัย : …………………………………………………..….………………….................................

……………..........................................................................................................................................................

3. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการสอน

3.1 ผลการใชและปรับปรงุ แผนการสอนคร้ังน้ี : ………………………………………………..................................

……………..........................................................................................................................................................

3.2 แนวทางพัฒนาคณุ ภาพวิธีสอน/สอื่ /การวดั ผล/เอกสารชว ยสอน........................................................

..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..........................................ผสู อน
(นางสาวณัฐธยาน พิมพิรตั น)

วนั ท.ี่ .........เดือน.....................พ.ศ..............


แผนการจดั การเรียนรแู บบบูรณาการที่ 16 164

รหสั วิชา 20202-2104 วิชา การบรรจภุ ณั ฑ หนวยท่ี 6
ชอ่ื หนวย เทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การบรรจุภณั ฑ
สอนครงั้ ที่ 16
จำนวนช่ัวโมง 3 ช.ม.

สาระสำคัญ

การเปล่ียนแปลงในโลกแหง ยุคไอทีในปจจบุ ัน มีบทบาทอยา งมากในการชวยพัฒนาระบบ การบรหิ ารจัดการ
ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการบริหารจัดการขอมูลท่ีสะดวกและรวดเรว็ ในการจัดเก็บ ประมวลผล และนําขอ มลู มาใชใ น
การจดั การ ภาคธุรกิจที่ใหค วามสําคญั ตอ การควบคุมและจัดเก็บขอมูล คอื ธรุ กจิ หางสรรพสินคา ซ่ึงมีการควบคุมและ
จัดเก็บขอมูลสินคาจํานวนมาก การควบคุม ขอ มูลสินคา จํานวนมาก การปอ นขอ มูลโดยการพิมพข อ มูลเขา เครื่อง
คอมพวิ เตอร ทําใหเ สียเวลา โดยเปลา ประโยชน เพราะฉะน้นั สิง่ ที่จะเขา มาชว ยในการแกไขปญหาดังกลา วคือ การใช
รหัสแทงติดท่ตี ัวบรรจุภัณฑ เพ่ืออํานวยความสะดวกแกลูกคาในการบรหิ ารจัดการสินคาไดงา ย รวดเร็ว และลดขอ ผิด
พลาดในการบริหารจดั การ

สาระการเรียนรู

1. เทคโนโลยสี ารสนเทศกับงานธรุ กจิ อิเลก็ ทรอนกิ ส
2. รหัสแทง

สมรรถนะประจำหนวย

1. ประยกุ ตใชเทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การบรรจุภณั ฑ

จุดประสงคก ารเรียนรู

1. อธิบายความหมายและประโยชนข องรหัสแทงได
2. เขียนผงั การตัดสนิ ใจในการเลอื กใชร ะบบเลขหมายรหสั แทง ได

กิจกรรมการเรียนการสอน

ขนั้ นำเขาสูบ ทเรยี น
1. ครกู ลาวถึงเทคโนโลยดี านตา ง ๆ ท่ีถกู นำมาประยุกตใหสามารถทำงานรวมกันได เพ่ือนำไปใชประมวลผล
ขอมลู ในงานดานตาง ๆ เพื่อตอ งการใหก ารทำงานมีความสะดวกและรวดเรว็ มากขึ้น อกี ทง้ั สารสนเทศหรือผลลพั ธทไ่ี ด
น้นั ยังมีความถกู ตอ ง นาเชื่อถอื สามารถแลกเปลย่ี นหรือคนหาไดร วดเร็วมากยงิ่ ขึ้นดวย
2. ครสู นทนากับผเู รียนเพ่อื นำเขาสูบทเรยี น
ข้นั สอน
1. ครูใชส อ่ื PowerPoint ประกอบการบรรยายเทคโนโลยีสารสนเทศกับงานธุรกิจอเิ ลก็ ทรอนิกส
1. เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานธุรกิจอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
การขบั เคลือ่ นและการเคลื่อนไหวของการประกอบธุรกรรมทางธรุ กิจไดเปลี่ยนแปลงอยาง รวดเร็วในไมกปี่ ท ี่
ผานมา เมื่อเทียบกับระยะยคุ หลงั สงครามโลกท่ีผา นมา วิวัฒนาการท่ีรวดเร็วของบทบาทใน Value Chain ชองทางจัด


165

จาํ หนา ยใหม รูปแบบการเปล่ียนแปลงอุปสงคแ ละความคาดหวั ของบรกิ ารท่ีเพิ่มข้ึน สง่ิ เหลา นีไ้ ดเ พ่ิมความสําคัญอยา ง
ย่งิ ยวดตอเทคโนโลยขี อ มลู ในการดําเนินธุรกจิ

มาตรฐาน EAN UCC ไดเ อื้อประโยชนแกคูคา ท้ังหมดท้ังภายในและระหวา งประเทศ ใหส ื่อสารกันตลอดทุก
ขั้นตอนของโซอุปทาน (Supply Chain) คูค า เหลานี้รวมถึงผูจ ําหนา ยวัตถุดิบ ผูผลิต ผูคาสง ผูจัดจําหนา ย ผูคา ปลีก
โรงพยาบาล และลูกคา ปลายทาง หรือผูบริโภค ธุรกิจหลายประเภทกําลงั ขยายชองทางจัดจําหนา ยไปตามตลาดตาง ๆ
และถึงลูกคา ท้ังหลาย ซ่ึงอาจจะไมเ ปนไปตามแบบฉบับเดิมในภาคอื่น ๆ ของอุตสาหกรรม หนวยงานที่เลือกดําเนิน
ธรุ กิจ อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีมาตรฐานเฉพาะตัวจะเผชิญกับตน ทนุ ที่มีแนวโนม สูงใน การรักษาระบบถึง
สองระบบ หากตองการขายสนิ คา และบริการของตน หรอื เพยี งแคก ารใชส่ือสาร จากโลกภายในของตนเองสภู ายนอก

ระบบ EAN UCC เปน เคร่ืองมือตัวหนึ่งของ มาตรฐานตา ง ๆ ที่สง เสริมในโลกของการบริหารอยา งมี
ประสิทธภิ าพของโซอุปทาน ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย โดยการบงชี้ตัวสินคาไดอ ยางเฉพาะเจาะจง หนว ยขนสง สิน
คา ตําแหนง ที่ต้ังของสินทรัพย และบริการตา ง ๆ ระบบยังเก้ือหนุนการดําเนินการ งานธุรกิจอิเล็กทรอนิกส รวมท้ัง
ข้นั ตอนที่เต็มรูปแบบ และสามารถสบื คน ยอนกลบั ได

2. ครใู ชสื่อ PowerPoint ประกอบการบรรยายรหสั แทง
2. รหัสแทง

การบง ช้ีเลขหมาย สามารถแทนไดดว ยสัญลักษณบารโคด เพ่ือใหการอา นสัญลักษณทางอิเลก็ ทรอนิกสทําได
ณ จดุ ขาย ณ จุดรบั สินคา ในคลงั สินคา หรือ ณ จดุ ใดก็ตามท่ีตอ งการ ในข้ันตอนการดาํ เนินธรุ กิจ ระบบถูกออกแบบมา
แกข อจํากัด ท้ังหลาย ในการใชร ะบบรหัสเฉพาะของบริษัท องคก ร หรือ หนว ยงาน และทําใหก ารคา ดําเนินไปอยางมี
ประสิทธิภาพมากข้ึน เพือ่ ตอบสนองผบู รโิ ภคไดด ีกวา


166

การบง ช้ีเลขหมายเหลา นี้ ยังนําไปใชในการแลกเปลยี่ นขอ มูลทางอิเล็กทรอนิกส (EDI) ขอความ EDI เพื่อเรง
ความเร็วและความถูกตอ งแมน ยําของการสื่อสาร หนว ยการเรียนรูนี้เพียงแต เตรียมขอ มูลเก่ียวกับระบบเลขหมาย
บารโคด และการอา นสัญลักษณจากเคร่ืองสแกนเนอร สําหรับขาวสารเก่ียวกับ EDI ใหดูเอกสารอางอิงจากคูม ือ
EANCOM เชนเดียวกับการใชเลขหมายบงชี้ที่ เปน เอกลักษณแลว ระบบยังใหข า วสารขอ มูลเพิ่มเติม เชน วันท่ีควร
บรโิ ภคกอน หมายเลขเรียง ลาํ ดับ และหมายเลขกองสนิ คา ใหแสดงในรูปแบบบารโ คด

การปฏิบัติตามกฎ และการออกแบบของระบบ EAN UCC มีความหมายท่ีผูใชสามารถ ออกแบบการใชงาน
ใหข อมูล EAN UCC ทาํ งานไดอ ยางอัตโนมตั ิตามหลักการของระบบ รบั รอง ไดว า ขอมูลทไี่ ดจากบารโคดจะใหข อความ
อิเล็กทรอนิกสท่ถี กู ตอ ง ไมสับสน และการดําเนินงาน จะสามารถเตรยี มโปรแกรมไวลว งหนา ได

ระบบถูกออกแบบมาใหใ ชไดใ นทุก ๆ อุตสาหกรรมทางการคาหรือสาธารณะ และการแกไ ข เปล่ียนแปลงใด
ของระบบทจ่ี ะนําเสนอมาใชใ นภายหลังจะไมก ระทบผูใชระบบในปจ จบุ นั

การนํามาตรฐาน EAN UCC ท่ีหลากหลายเหลานี้มาใช สามารถ แสดงผลอยา งมากมายในการปฏิบัติงาน
ทางโลจิสติกส ตนทุนงาน ดานเอกสาร ลดเวลาทํางานของการสั่งซ้ือและการขนสง เพ่ิมความถูกตอ งแมนยํา และ
บริหารโซอปุ ทาน (Supply Chain) ตลอดทั้งการ ลดตนทนุ อืน่ ๆ หลายบริษัทจึงไดป รบั ระบบมาใช EAN UCC เพราะ
เปน วิธีการตามมาตรฐานเดียวกันท่ีใชสําหรับการส่ือสารกับคูค า ท้ังหมด ขณะเดียวกัน ก็สามารถดําเนินงานภายใต
ดุลพินิจและความ เหมาะสมไดอยา งอิสระ

3. ครูใชส ่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายรหสั แทง คืออะไร
2.1 รหัสแทงคืออะไร

รหัสแทง (Bar Code) ประกอบดว ยเสน ทึบ (สีดํา) และเสน สวาง (สีขาว) วางเรียงกันเปน แนวดิ่ง เปน
รหัสแทนตัวเลขและตวั อกั ษร ใชเ พอื่ อํานวยความสะดวกใหเคร่ืองคอมพิวเตอรส ามารถ อานรหัสขอ มลู ไดงา ยขึ้น โดย
ใชเ ครื่องอา นรหัสแทง (Barcode Scanner) ซึ่งจะทํางานไดร วดเรว็ และ ชว ยลดความผิดพลาดในการคยี ข อ มูลไดมาก
รหัส แทง (Bar Code) เริ่มกําเนิดขึ้นเม่ือ ค.ศ. 1950 โดยประเทศสหรัฐอเมริกาไดจ ัดตั้งคณะกรรมการ เฉพาะกิจ
ทางดา นพาณิชยข ึ้นสาํ หรับคนควา

รหัสมาตรฐานและสัญลักษณท ี่สามารถชว ยกิจการดา นอุตสาหกรรมและสามารถจัดพิมพระบบ
บารโ คด ระบบ UPC-Uniform ข้นึ ไดใ นป 1973 ตอ มาในป 1975 กลมุ ประเทศยุโรปจดั ตง้ั คณะกรรมการดานวิชาการ
เพ่ือสรางระบบบารโคด เรียกวา EAN-European Article Numbering สมาคม EAN เติบโตครอบคลุมยุโรปและ
ประเทศอนื่ ๆ (ยกเวน อเมริกาเหนือ) และระบบบารโ คด EAN เร่มิ เขา มาในประเทศไทยเมือ่ ป 1987

โดยหลักการแลวรหัสแทง (Bar Code) จะถูกอานดว ยเครื่องสแกนเนอร บันทึกขอมูลเขา ไป เก็บใน
คอมพิวเตอรโ ดยตรงไมตองกดปุมท่ีแทนพิมพ ทําใหม ีความสะดวก รวดเร็วในการทํางาน รวมถึงอานขอมูลไดถูกตอง
แมนยํา เช่ือถือได และจะเห็นไดช ัดเจนวา ปจ จุบันรหัสแทง (Bar Code) เขา ไปมีบทบาทในทุกสวนของอุตสาหกรรม
การคาขาย และการบริการ ทต่ี องใชก ารบริหารจดั การ ขอมลู จากฐานขอมลู ในคอมพวิ เตอร และปจ จุบันมกี ารประยุกต
การใชงานรหัสแทง (Bar Code) เขา กับโทรศัพทส มารต โฟน ซึ่งสามารถพกพาไดสะดวก เพื่อทําการจัดเก็บ แสดงผล
ตรวจสอบ และประมวลในดา นอืน่ ๆ ไดดว ย


167

4. ครูใชส ่อื PowerPoint ประกอบการบรรยายประเภทของรหัสแทง
2.2 ประเภทของรหัสแทง

รหัสแทง (Bar Code) แบง ออกเปน 2 ประเภท ดังนี้
1. โคดภายใน (Internal Code) เปนรหสั แทง (Bar Code) ท่ที ําข้นึ ใชเองในองคกรตาง ๆ ไมสามารถ
นําออกไปใชภายนอกได
2. โคด มาตรฐานสากล (Standard Code) เปน รหัสแทง (Bar Code) ที่เปน ที่รูจ ักและนิยมใชก ัน
อยางแพรหลายท่วั โลกมีประมาณ 11 ระบบ ไดแก

1) ระบบ EAN v (European Article Numbering) เร่ิมใชเมื่อป พ.ศ. 2519 มีประเทศ ตา ง ๆ ใช
มากกวา 90 ประเทศทั่วโลกในภาคพื้นยุโรป เอเชียและแปซิฟก ออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา รวมท้ังประเทศไทย ท้ังนี้
EAN มีสํานักงานใหญอยทู ก่ี รงุ บรสั เซลส ประเทศเบลเยียม

2) ระบบ UPC (Universal Product Code) เริ่มใชเม่ือป พ.ศ. 2515 ซ่ึงกําหนด มาตรฐานโดย
Uniform Code Council.Inc ใชแ พรหลายในประเทศสหรฐั อเมริกาและแคนาดา

3) CODE 39 เร่ิมใชใ นป พ.ศ. 2517 ในธุรกจิ อุตสาหกรรม เปน รหัสแทง (Bar Code) ระบบแรกที่
ใชร วมกบั ตวั อักษรได เกบ็ ขอมูลไดม าก

4) INTERLEAVE 1 of 5 หรอื เรยี กวา ITF เปนรหัสแทง (Bar Code) ตวั ใหญใชกับ หีบบรรจุสินคา
หรือเรยี ก Cass Code 5) CODABAR ถูกพฒั นาขึ้นมาใชกับธรุ กจิ เวชภัณฑในป พ.ศ. 2515

6) CODE 128 ไดถูกพัฒนาขึ้นและยอมรับวาไดใ ชเ ปน ทางการในสหรัฐอเมริกา เมื่อป 2524 นิยม
ใชใ นวงการดไี ซเนอรแ ละแฟช่นั ปจจบุ นั กําลังเร่ิมนยิ มใชใ นสหรัฐอเมริกา

7) CODE 93 เร่มิ พฒั นาขึน้ ในป พ.ศ. 2525 ปจ จบุ นั เริ่มนยิ มใชใ นวงการอตุ สาหกรรม
8) CODE 49 เร่ิมพัฒนาขึ้นในป พ.ศ. 2530 โดยพัฒนาจาก CODE 39 ใหบ รรจุขอ มูล ไดม ากข้ึน
ในพื้นทีเ่ ทาเดมิ
9) CODE 16k เหมาะสาํ หรับใชกับอุตสาหกรรมผลิตสินคา ท่ีเล็กมากมพี ื้นท่ีในการใส บารโคดนอย
เชน อุปกรณอ ะไหล เครอ่ื งไฟฟา
10) ISSN/ ISBN (International Standard Book Number) ใชกับหนังสือ และนติ ยสาร
11) EAN/ UCC 128 หรือ Shipping Container Code เปนระบบใหม โดยการรวมมือ ระหวา ง
EAN ของยุโรป และ UCC ของสหรัฐอเมริกา โดยเอาระบบ EAN มาใชร วมกับ CODE 128 เพื่อ บอกรายละเอียดของ
สนิ คา มากขึน้ เชน วันเดอื นป ทผี่ ลติ คร้งั ทีผ่ ลติ วันทส่ี ่ังซื้อ มีกสี่ ี กีข่ นาด เปนตน


168

5. ครูใชส่ือ PowerPoint ประกอบการบรรยายการใชร หสั แทงในประเทศไทย
2.3 การใชร หัสแทง ในประเทศไทย

ประเทศไทยเร่มิ ใชรหสั แทง (Bar Code) อยางจรงิ จังในป พ.ศ. 2536 โดยมสี ถาบันสญั ลกั ษณ รหสั แทง
ไทย “Thai Article Numbering Council” หรือ “TANC” เปนองคก รตัวแทนของ “EAN” ภายใตการดูแลของสภา
อุตสาหกรรมแหง ประเทศไทย ทัง้ นี้ ระบบ EAN ท่ีประเทศไทยใชน้นั จะมี ลกั ษณะเปนเลขชดุ 13 หลัก ซ่งึ มคี วามหมาย
ดังนี้

หมายเลข 1 สญั ลกั ษณแ ทงสเี ขม สลบั สีออนสาํ หรบั อา นดวยเคร่อื งสแกนเนอร
หมายเลข 2 885 : ตัวเลข 3 หลักแรก คอื รหัสของประเทศไทย
หมายเลข 3 0000 : ตัวเลข 4 ตวั ถัดมา เปนรหัสโรงงานทผ่ี ลิต หรอื รหสั สมาชกิ
หมายเลข 4 00000 : 5 ตัวถัดมาเปน รหัสสินคา
หมายเลข 5 1 : ตัวเลขหลักสุดทา ยเปนตัวเลขตรวจสอบเลข 12 ตัว ขางหนา วากําหนด ถกู ตองหรอื ไม

ถาตวั สุดทา ยผดิ รหสั แทง (Bar Code) ตวั น้นั จะอาน ไมอ อก สอ่ื ความหมายไมได
รหสั แทง (Bar Code) มสี วนประกอบทงั้ หมด 3 สว น คือ

1. สวนทีเ่ ปนแทงหรือลายเสน สว นใหญจะเปนสีดํากบั สีขาว ซงึ่ สว นท่ีเปนแทง สขี าว มักจะโปรงแสง
2. สว นท่ีสองเปน ขอมูลตัวอักษร ซึ่งจะเปนสวนทแี่ สดงความหมายของขอ มูลของ ลายเสน ท่ีอยูข า งบน
เพื่อใหอา นเขาใจไดงา ย ๆ ซ่ึงมักจะเปน ตัวเลข 13 หลัก เชน ถาตัวเลข สามตัวแรกเปน 885 หมายความวา ผลิตใน
ประเทศไทย
3. แถบวา ง จัดเปนสว นหนง่ึ ของรหสั แทง (Bar Code) ทเี่ คร่ืองอา นบารโคด ใชกําหนด ขอบเขตของบาร
โคด กําหนดคาใหเ ปนสขี าว ซง่ึ แตละเสนจะมคี วามยาวเทา ๆ กนั เพือ่ ให เคร่ืองอานสามารถอานขอมูลท่ถี กู บันทึกไว


169

ประโยชนการใชร หัสแทง (Bar Code)
1. ผูผลติ (กําหนดเลขหมายรหัสแทง ใหส ินคา )
• สามารถใชเลขหมายประจําตัวสินคาในการคา ขายทว่ั โลก

• ทราบถงึ แหลง ทีม่ าของสนิ คา

• ไดขอ มูลยอดขาย เพอื่ สงเสรมิ การขายไดร วดเรว็

• ควบคมุ การผลิตไดดี ปอ งกนั สินคาขาด

• สามารถใชค อมพิวเตอรท ง้ั ระบบในการตดิ ตอคาขายกับผูอน่ื
2. ผคู าสง (จดั จาํ หนา ยสนิ คา )

• กระตุนท้ังระบบใหรวดเร็ว ไมว าจะเปน
- การสงั่ ซ้ือสนิ คา - การรบั ของ - การสง ของ

• ควบคุมสนิ คาคงคลงั ไดท นั ทว งท
3. ผคู าปลีก

• ปอ งกนั การติดราคาสินคา ผดิ

• เก็บเงิน ณ จุดชาํ ระเงินไดถูกตอ ง รวดเรว็

• ใชป ระโยชนก ับเน้อื ท่วี างสนิ คาไดสงู สดุ

• ทาํ ใหก ารทาํ งานงายและรวดเร็ว เชน การปรบั เปล่ียนสนิ คา

• ประหยดั แรงงานในการใหพนักงานเปลี่ยนปายราคาและตดิ ราคาสนิ คาในชว งโปรโมชนั

• ใหขอ มูลกับฝายบริหารไดทันที บริการลกู คา ไดร วดเรว็ ขึ้น
4. ผูบ ริโภค

• ปอ งกันการผดิ พลาดเวลาชําระเงนิ

• ไดร บั บรกิ ารอยา งรวดเร็ว
• มรี ายละเอียดและราคาสนิ คา ที่ซือ้
5. ผสู งออก

• เปด ตลาดการคาใหก วา งขนึ้ เพิ่มศักยภาพในการแขงขัน

• ยกระดบั มาตรฐานสนิ คา
ข้นั สรุปและการประยุกต
11. ครูสรุปบทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภิปรายซกั ถามขอสงสยั

12. ผูเรยี นทำกจิ กรรมแบบฝก ทกั ษะ และแบบประเมนิ ผลการเรียนรู


170

ส่อื การเรยี นการสอน

1. หนังสือเรยี น รหสั 20202-2104 การบรรจภุ ัณฑ ของสำนักพมิ พเอมพันธ
2. สื่อ Power Point
3. กิจกรรมการเรียนการสอน

หลักฐาน

1. บันทึกการสอน
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนจดั การเรียนรู
4. การตรวจประเมินผลงาน

การวัดและการประเมินผล

วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ตรวจกิจกรรมสง เสรมิ คุณธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝก ปฏิบตั ิ
4. ตรวจใบงาน

เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินผลการเรียนรู และแบบฝกปฏบิ ัติ
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน

เกณฑการประเมนิ ผล
1. เกณฑผา นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตองไมมีชองปรับปรุง
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรูม เี กณฑผ า น และแบบฝกปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%


171

ใบงานท่ี 6.1

จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. อธิบายความหมายและประโยชนข องรหัสแทง ได

คําชีแ้ จง จงบอกประโยชนของรหัสแทงในรูปของแผนทคี่ วามคดิ


172

ใบงานท่ี 6.2

จุดประสงคการเรียนรู
2. เขียนผงั การตดั สนิ ใจในการเลือกใชระบบเลขหมายรหัสแทงได

คาํ ชีแ้ จง 1. แบง ผูเ รยี นออกเปน กลมุ กลุมละ 4–5 คน
2. แตละกลมุ เขียนแผนผังการตัดสินใจในการเลือกใชระบบเลขหมายรหัสแทง
3. แตล ะกลมุ สง ตัวแทนนาํ เสนอผลงานหนา ชนั้ เรียน


บันทึกหลังการสอน 173

1. ผลการจดั การเรยี นรูตามแผนการสอน

1.1 วัน เดอื น ป ................สอนครง้ั ที่ ...1/18.... สาขา/ชน้ั ป ......................จำนวนผูเ รยี น............คน

มาเรยี นปกต.ิ ..........คน ขาดเรยี น............คน ลาปว ย............คน ลากจิ ...........คน มาสาย...........คน

1.2 หวั ขอเรื่อง/เนือ้ หาสาระ :….……………………………………………………………………..…………...........

 สอนครบตามหวั ขอเรื่องในแผนฯ  สอนไมค รบเน่อื งจาก..........................................

1.3 กจิ กรรม/วธิ ีการสอน

 ครแู นะนำและบอกจดุ ประสงค  ครอู ธิบาย/ถาม-ตอบ/สาธิต  ทำแบบทดสอบกอนเรยี น

 ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น  ทำแบบฝกหัด/โจทยป ญหา  ทำใบกิจกรรม/ใบงาน

 อ่นื ๆ (ระบ)ุ ...................................................................................

1.4 สอ่ื การเรียนร/ู แหลง การเรียนรู : ………………………………………………………………………….............

2. ผลการเรียนรขู องผูเรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญหาท่พี บ

2.1 การวดั ผลและประเมนิ ผล/ผลการเรยี นรูของผูเรยี น : …………………………..…….…………......................

........................................................................................................................................................................

2.2 สมรรถนะท่ีผเู รียนไดรบั : ..................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

2.3 สอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยม : ……………………………………..….…………...........................

……………..........................................................................................................................................................

2.4 ผลการสอนของครู : …………………………………………………………………..…….……………….......................

……………..........................................................................................................................................................

2.5 ปญหาทนี่ ำไปสกู ารวิจัย : …………………………………………………..….………………….................................

……………..........................................................................................................................................................

3. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการสอน

3.1 ผลการใชและปรับปรงุ แผนการสอนคร้ังน้ี : ………………………………………………..................................

……………..........................................................................................................................................................

3.2 แนวทางพัฒนาคณุ ภาพวิธีสอน/สอื่ /การวดั ผล/เอกสารชว ยสอน........................................................

..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..........................................ผสู อน
(นางสาวณัฐธยาน พิมพิรตั น)

วนั ท.ี่ .........เดือน.....................พ.ศ..............


แผนการจดั การเรยี นรแู บบบรู ณาการที่ 17 174

รหัสวิชา 20202-2104 วชิ า การบรรจภุ ณั ฑ หนว ยที่ 6
ช่ือหนว ย เทคโนโลยสี ารสนเทศกับการบรรจภุ ณั ฑ
สอนคร้งั ท่ี 17
จำนวนช่ัวโมง 3 ช.ม.

สาระสำคญั

การเปลย่ี นแปลงในโลกแหง ยุคไอทีในปจจบุ ัน มีบทบาทอยางมากในการชวยพัฒนาระบบ การบริหารจัดการ
ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการบริหารจัดการขอ มูลท่ีสะดวกและรวดเร็วในการจัดเก็บ ประมวลผล และนําขอ มลู มาใชใน
การจดั การ ภาคธุรกิจท่ีใหความสําคญั ตอ การควบคุมและจดั เก็บขอมูล คอื ธรุ กิจหา งสรรพสินคา ซึง่ มกี ารควบคุมและ
จัดเก็บขอ มูลสินคาจํานวนมาก การควบคุม ขอ มูลสินคาจํานวนมาก การปอ นขอมูลโดยการพิมพข อ มูลเขา เครื่อง
คอมพิวเตอร ทาํ ใหเสยี เวลา โดยเปลา ประโยชน เพราะฉะน้นั สิ่งท่ีจะเขา มาชว ยในการแกไขปญ หาดังกลาวคือ การใช
รหัสแทงติดท่ตี ัวบรรจุภัณฑ เพ่ืออํานวยความสะดวกแกล ูกคา ในการบริหารจัดการสินคา ไดงา ย รวดเร็ว และลดขอ ผิด
พลาดในการบรหิ ารจัดการ

สาระการเรียนรู

1. บรรจภุ ณั ฑอ ัจฉริยะ
2. QR Code

สมรรถนะประจำหนว ย

1. ประยกุ ตใชเทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การบรรจุภณั ฑ

จดุ ประสงคการเรยี นรู

1. เขียนผังการตัดสนิ ใจในการเลือกใชระบบเลขหมายรหัสแทงได

กิจกรรมการเรยี นการสอน

ขัน้ นำเขา สบู ทเรียน
1. ครใู ชเทคนคิ การสอนแบบซิปปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเดิมจากสปั ดาหท่ีผา นมา
โดยดึงความรูเดิมของผเู รียนในเร่ืองท่ีจะเรียน เพื่อชวยใหผูเ รียนมีความพรอ มในการเชอ่ื มโยงความรใู หมกับความรเู ดิม
ของตน
2. ครสู นทนากบั ผเู รยี นเพอื่ นำเขา สูบทเรยี น
ขั้นสอน
1. ครูใชส อ่ื PowerPoint ประกอบการบรรยายบรรจุภัณฑอ ัจฉรยิ ะ
3. บรรจุภัณฑอจั ฉริยะ
บรรจุภณั ฑอัจฉริยะ (Smart Packaging) คอื บรรจุภัณฑท ถี่ ูกนาํ ไปพัฒนาและตอ ยอด ทางดานเทคโนโลยี
ซ่ึงกําลังเปนที่เริ่มมีการใชงานในบางประเภทผลิตภัณฑ เชน อาหาร และยา มีคําเรียกแตกตางกันออกไป เชน
Intelligent Packaging, Interactive Packaging, Active Packaging เปนการนํามาผสมผสานกันเพ่ือประโยชนการ


175

ใชง านที่ครอบคลุม การพัฒนาบรรจุภัณฑอัจฉริยะ มีหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองดานความสะดวกสบายของผู
บรโิ ภค ดา นความปลอดภยั ดา นการตลาด และดานการบริหารจัดการของอุตสาหกรรมตอ เนื่อง สามารถแบง ประเภท
ของ บรรจภุ ัณฑอจั ฉริยะออกได 3 กลมุ หลัก ๆ ไดแ ก

1. บรรจุภัณฑแ อก็ ทฟี (Active Packaging)
เปนบรรจุภัณฑท่ีมีการใสวัสดุที่จะสามารถควบคุมการเจรญิ เติบโตของแบคทีเรีย หรือเชื้อรา ท่ีสง ผลให

ผลไมห รืออาหารเนาเสียไดเร็วขึ้น นอกจากน้ียังมีการพัฒนาใหค วบคุม การกัดกรอ น (Corrosion Control) และการ
กําจดั กาซ (Gas Scavenging) ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ใน ระหวางขนสง หรือระหวา งการจัดจําหนาย

ตวั อยาง : การคิดคนบรรจุภณั ฑอจั ฉริยะชว ยดูดกลิน่ ทุเรยี น
การพัฒนาบรรจุภัณฑในแบบ Active Packaging ที่นักออกแบบบรรจุภัณฑช าวไทย ไดค ิดคนขึ้น

ก็คือ การคิดคน บรรจุภัณฑอ ัจฉริยะชวยดูดกล่ินทุเรียน ที่สามารถยืดอายุทุเรียนได เปนเวลานาน และยังสามารถดูด
กล่ินไมใ หมกี ลิ่นออกมา ดว ยการใช ระบบแบบผสมผสาน น่นั คือการนําระบบบรรจุภัณฑแบบแอก็ ทฟี และระบบบรรจุ
ภัณฑม าประยุกตเ ขาดวยกัน เน่ืองจากระบบ บรรจุภัณฑแบบแอ็กทีฟมีความสามารถในดานการยับยั้งการเกิด
แบคทีเรีย (คือ ระบบบรรจุภัณฑแ อ็กทีฟทําหนา ที่ดูดซับเอทิลีน ( ) และคารบอนไดออกไซด ( ) ของกล่ิน
ทุเรียนท่ีไม พึงประสงคที่ประกอบดวยถานชีวภาพ (Biochar) และถานกัมมันต (Activated Carbon) โดยพัฒนาเปน
แผน ดูดซับที่สามารถยอยสลายได เพื่อปองกันการเกิดการหายใจระดับเซลล (Anaerobic Respiration) และ
ภาวการณยอ ยของจุลินทรียท ําใหทุเรียนคงความสดและความสุกรวมถึงยืดอายุการวางจําหนาย (Shelf-life)) สวน
ระบบอจั ฉริยะนั้นจะชว ยในดานการแสดงผลใหกับบรรจุภัณฑ มีฉลากบงช้ี อายุการเกบ็ รักษา (Freshness Indicator)
หรือ Shelf-life Indicator ท่ีสามารถตรวจสอบคุณภาพ และความสดของทุเรียนจากเมแทบอไลตข องผลิตภัณฑสดที่
บรรจุ ฉลากบงชีน้ ี้จะชว ยบอกกับ ผูบริโภควา ทุเรียนสดภายในภาชนะนัน้ ยังคงมีคณุ ภาพพรอมทีจ่ ะบริโภคและควรซื้อ
ไปหรือไม ซ่ึงบรรจุภัณฑชนิดนี้จะสามารถเก็บรักษาทุเรียนไดเ ปน เวลา 45 วัน ทําใหสามารถเก็บรักษา ทุเรียนใหมี
ความสดใหมเ ทียบเทา กับทุเรียนท่ีเพิ่งแกะออกจากเปลือก นอกจากน้ีบรรจุภัณฑย ัง ชว ยสรางตลาดใหมและชว ยเพิ่ม
รายไดอีกดวย

2. บรรจภุ ณั ฑฉลาด (Intelligent Packaging)
บรรจุภัณฑอัจฉริยะท่ีสามารถสื่อสารเก่ียวกับการเปล่ียนแปลงของผลิตภัณฑร วมถึงขอ มูล อื่น ๆ เชน

ความสด อุณหภูมิ สถานท่ีผลิต สวนผสม ฯลฯ กลุมตลาดบรรจุภัณฑอัจฉริยะท่ัวโลก ปรับเปลี่ยนดว ยเทคโนโลยี
อตุ สาหกรรม นอกจากน้ียังแบง หมวดหมูเหลา นี้ออกเปนสว นยอย เทคโนโลยีโดยบรรจภุ ัณฑท่ใี ชง าน ไดแก บรรจภุ ณั ฑ
อัจฉริยะ (IP) และบรรจุภัณฑบ รรยากาศดัดแปลง (MAP) จะพบ มากในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ยานยนต
การดูแลสุขภาพ การดูแลสวนบุคคลและอื่น ๆ โดย อเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย แปซิฟก และสว นอ่ืน ๆ ของโลก ตาม
รายงานระบุวายโุ รปเปนผนู ําตลาด เนอ่ื งจากมีกฎหมายสนบั สนนุ บรรจุภณั ฑอ ัจฉรยิ ะ

3. บรรจภุ ัณฑส มารต (Smart Packaging)
เปน บรรจุภัณฑท ี่ใชว ัสดุท่ีมีความสามารถในการควบคุมสมบัติของวัสดุน้ัน ๆ ไมใ ห เกิดการเปล่ียนแปลง

หรือเสื่อมสภาพไปเน่ืองจากไดร ับผลกระทบจากส่ิงแวดลอ ม หรือจาก การใชง าน เชน Self-healing Polymer
Materials เปนวสั ดทุ ี่สามารถกลับคืนสสู ภาพเดิม หลังจากที่ถูกทําใหเ สียรปู ไป โดยมีสารที่เปน ตวั ชว ยรกั ษา (Healing
Agent) ท่จี ะทําให วัสดสุ ามารถกลับคืนสูสภาพเดิมได ก็จะทําใหบรรจุภัณฑน ั้นสามารถทําหนาทใี่ นการปกปอง สินคา
ไมใหเ กิดความเสียหายหรือปนเปอนจากเช้ือโรคภายนอกได อกี ทั้งยังมี Self-cleaning Polymer Materials เปน วสั ดุ


176

ท่ีสามารถทําความสะอาดตัวเองได โดยการทําใหผ ิวหนา ของ วัสดุน้ันไมร ับน้ําหรือส่ิงปนเปอ นอื่น ๆ ไมใ หต ิดอยูที่
ผวิ หนาของวสั ดุนน้ั ๆ

2. ครใู ชสอื่ PowerPoint ประกอบการบรรยายQR Code
4.QR Code

QR Code (คิวอาร โคด) คือ สัญลักษณ ส่ีเหล่ียมที่เร่ิมเห็นแพรห ลายมากขึ้น ทั้งหนังสือพิมพ หรือนิตยสาร
QR Code ยอมาจาก Quick Response เปน บารโคด 2 มิติ ท่ีมีตน กําเนิดมาจากประเทศญ่ีปุน โดยบริษัท Denso-
Wave ตัง้ แตป  1994 คณุ สมบัติ ของ QR Code คือ เปนสัญลักษณแ ทนขอ มูลตาง ๆ ที่มีการตอบสนองท่ีรวดเร็ว ซึ่งส
วนใหญจะนํามาใช กับสินคา ส่ือโฆษณาตาง ๆ เพ่ือใหขอ มูลเพ่ิมเติม หรือจะเปน URL เว็บไซต เมื่อนํากลอ งของ
โทรศพั ท มอื ถือไปถา ย QR Code ก็จะเขาสูเวบ็ ไซตไดทันที โดยไมตองเสียเวลาพิมพ

4.1 ประเภทของ QR Code
QR Code แบงออกเปน 5 ประเภท ดังนี้
1. QR Code Model 1 เปน QR Code แบบด้ังเดิมที่มีขนาดใหญท่ีสุดในบรรดา QR Code ท้ังหมด

มีขนาด 73 x 73 โมดูล มีความสามารถบรรจุขอมูลไดถึง 1,167 ตัว และอีกแบบ คือ QR Code Model 2 เปนรุนลา
สุดท่ีพัฒนามาจาก QR Code Model 1 มีความสามารถบรรจุขอมูล ไดถึง 7,089 ตัวอักษร ในปจ จุบัน QR Code
Model 2 เปนทน่ี ยิ มใชก ันอยา งแพรหลายและสามารถ พบเห็นไดทว่ั ไป

2. Micro QR Code เปน QR Code ที่มีขนาดเล็กกวาแบบแรกมาก เพราะแสดงผลบางจุด ตรวจ
ตำแหนง (Position Detection Pattern) เพียงตําแหนง เดียว ขนาดใหญที่สุดของแบบที่สองนี้ คือ M4 (17 x 17
โมดูล) บรรจุขอมลู ได 35 ตัวเลข

3. IQR Code เปน QR Code ท่ีมีขนาดเล็กกวาแบบดั้งเดิมมากและพิมพออกมาเปน แนวนอน
(Rectangular Code) สามารถเก็บขอ มูลไดม ากกวาถึงรอ ยละ 80 ถา จัดเก็บขอ มูลใน ปริมาณท่ีเทากันจะประหยัด
พ้นื ทใ่ี นการแสดงผลไดถึงรอ ยละ 30 และเก็บขอมูลไดถงึ 40,000 ตวั อกั ษร

4. SQRC เปน QR Code ที่มีคุณลักษณะเหมือนกับ QR Code Model 1 และ Model 2 ทุก
ประการ แตส ามารถเกบ็ ขอมลู ทีเ่ ปน ความลับได

5. Frame QR เปน QR Code ที่สามารถนํารปู ภาพกราฟก มาติดบริเวณตรงกลางของ QR Code ได
สวนใหญใ ชใ นงานประชาสัมพันธ งานอีเวนต นิทรรศการ เพื่อใหส ะดุดตาผูเ ขา ชม ซึ่ง การนาํ ภาพมาติดจะไมสงผลกระ
ทบกบั การอา นขอ มูลบน QR Code


177

3. ครใู ชสือ่ PowerPoint ประกอบการบรรยายประโยชนของ QR Code
4.2 ประโยชนของ QR Code

เราสามารถนํา QR Code มาประยุกตใ ชไ ดห ลากหลายรูปแบบ เชน แสดงขอความ เบอร โทรศัพท
และขอ มูลที่เปนตัวอักษรได ปจจุบัน QR Code ถูกนําไปใชใ นหลาย ๆ ดาน เน่ืองจาก ความรวดเร็ว เชน การแสดง
URL ของเว็บไซต เพราะ URL โดยปกติแลวจะจดจาํ ยาก เพราะมี ความยาวและมีความซับซอนมาก วิธที ี่งายที่สดุ คือ
การนําโทรศัพทม อื ถือมาสแกน QR Code ท่ี พบเห็นตามผลติ ภณั ฑต าง ๆ นามบัตร หรือนิตยสาร จากน้ันโทรศพั ทมือ
ถอื จะเขา ไปสเู วบ็ เพจท่ี QR Code น้ัน ๆ บันทึกขอ มลู อยโู ดยอตั โนมัติ

ตัวอยาง : Smart NFC เทคโนโลยใี หมท ต่ี ิดเขา ไปกับบรรจภุ ณั ฑ
ตอไปคุณจะรูขอ มูลเกี่ยวกับอาหารที่คุณจะซ้ือไดด ียิ่งขึ้นดว ย Smart ท่ตี ิดไปกับบรรจุภัณฑ ของสินคา
เพยี งแคย กมือถือมาจอใกล ๆ ขอ มูลทั้งหมดก็จะโผลบ นหนา จอ ชวยใหต ัดสนิ ใจซื้อ ไดง า ยข้นึ NFC Forum หนว ยงาน
ที่รับผิดชอบดานการกําหนดมาตรฐานและโปรโมตเทคโนโลยี NFC สําหรับการสง สัญญาณไรส ายในระยะส้ัน ได
ประกาศจับมือกับ Active & Intelligent Packaging Industry Association (AIPIA) รวมมือกันพัฒนาอินเตอรแอ็ก
ทีฟแทก็ และฉลากอจั ฉริยะสําหรบั อาหารและสนิ คา อุปโภคบริโภคอน่ื ๆ เพือ่ ใหเ ราสามารถเขา ถึงขอมลู ของสนิ คา น้นั ๆ
ไดก อน ตดั สินใจซือ้ ดว ยการยกสมารต โฟนรุน ที่รองรบั ข้ึนมา แตะที่ฉลากหรอื แทก็ ปจจุบนั เทคโนโลยี NFC น้ัน ถูกนํา
มาใชห ลากหลายมากยิ่งขึ้น ไมว าจะใชเ ปนตั๋ว E-ticket สําหรับเขา งานตาง ๆ รวมถึงใชจายเงนิ ผา นมือถือดวย การนํา
ตัวเครื่องไปจอใกล ๆ กบั เคร่อื งอา นซ่งึ สมารตโฟน รนุ ใหม ๆ จะฝงชปิ น้ีมาใหในตัวเคร่อื งแลว เพ่ือใหใชงาน ไดทันทีตาง
จาก QR code ท่ีจะตอ งลงแอปพลเิ คชนั เพ่อื สแกนรหสั ถึงจะไดขอ มูลทตี่ อ งการ

ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต
1. ครูสรปุ บทเรยี น โดยใช PowerPoint และอภปิ รายซักถามขอ สงสยั
2. ผเู รียนทำกิจกรรมแบบฝกทักษะ และแบบประเมนิ ผลการเรียนรู


178

ส่อื การเรยี นการสอน

1. หนังสือเรยี น รหสั 20202-2104 การบรรจภุ ัณฑ ของสำนักพมิ พเอมพันธ
2. สื่อ Power Point
3. กิจกรรมการเรียนการสอน

หลักฐาน

1. บันทึกการสอน
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนจดั การเรียนรู
4. การตรวจประเมินผลงาน

การวัดและการประเมินผล

วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ตรวจกิจกรรมสงเสรมิ คุณธรรมนำความรู
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู แบบฝก ปฏิบตั ิ
4. ตรวจใบงาน

เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินผลการเรียนรู และแบบฝกปฏบิ ัติ
3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน

เกณฑการประเมนิ ผล
1. เกณฑผา นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตองไมมีชองปรับปรุง
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรูม เี กณฑผ า น และแบบฝกปฏิบตั ิ 50%
3. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงานมเี กณฑผ าน 50%


179

ใบงานที่ 6.3

จุดประสงคก ารเรยี นรู
3. อธบิ ายความสําคญั ของบรรจภุ ณั ฑอ จั ฉรยิ ะได

คาํ ช้ีแจง จงวเิ คราะหขาวหรอื บทความเก่ียวกบั บรรจภุ ณั ฑอัจฉรยิ ะ 1 หวั ขอ แลวสรปุ ผล

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………


180

ใบงานที่ 6.4

จดุ ประสงคการเรียนรู
4. อธบิ ายความสําคญั และประโยชนข อง QR Code ได

คําช้แี จง จงสงั เกตภาพท่กี าํ หนดให แลว สรปุ ประโยชนข อง QR Code

ประโยชนของ QR Code
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


181

ตอนที่ 1 จงตอบคําถามตอไปนี้
1. ลักษณะพ้นื ฐานของรายการสินคา เพือ่ การกาํ หนดเลขหมายสนิ คา มีลกั ษณะพนื้ ฐานอยา งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. เลขหมายประจําตําแหนงทีต่ ง้ั ระบบสากลหมายถึง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. “GLNs” ใหขอมลู อะไรแกผ ูซ้อื สนิ คา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. เลขหมายทต่ี ัง้ สากลจะถูกนํามาใชเม่ือใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ทําไมจงึ ตองใชเ ลขหมายทีต่ ง้ั สากล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. ใครบา งทต่ี องใชเ ลขหมายท่ตี ง้ั สากล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version