The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือสรุปเนื้อหาสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จัดทำโดย นิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2654

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by NAT WAT, 2022-03-13 05:44:14

หนังสือสรุปหัวใจสังคมศึกษา พ.ศ.2564

หนังสือสรุปเนื้อหาสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จัดทำโดย นิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2654

Keywords: สังคมศึกษา,การศึกษา,หนังสือสรุป

• จุลศักราช (จ.ศ.) (เทียบกับ พ.ศ. +1181)

ตั้งโดยพระเจา้ สรู ยวกิ รม แหง่ อาณาจกั รศรเี กษตร

ใช้ในสมยั อยธุ ยาตอนปลายถึงรัชกาลท่ี 5 เพื่อการคำนวณทางโหราศาสตร์

ใชบ้ อกเวลาในจารกึ ตำนาน พระราชพงศาวดาร จดหมายเหตุตา่ ง ๆ จนถึงสมัยรชั กาลที่ 5 จึงเลิกใช้

***ตวั อย่างวิธเี ขยี น “จุลศกั ราช 1383 ปฉี ลู ตรีศก” ปีจุลศกั ราชทีล่ งท้ายเลข

1 เรยี ก เอกศก 2 เรยี ก โทศก 3 เรยี ก ตรีศก
4 เรยี ก จตั วาศก 5 เรยี ก เบญจศก 6 เรยี ก ฉศก
7 เรียก สปั ตศก 8 เรียก อัฐศก 9 เรยี ก นพศก
0 เรียก สมั ฤทธศิ ก

• คริสต์ศักราช (ค.ศ.) (เทียบกับ พ.ศ. +543) เป็นการนับศักราชแบบชาติตะวันตกที่นิยมนับถือคริสต์

ศาสนาโดยเริ่มนับจากปีท่ีพระเยซูคริสต์ประสูติ เป็น ค.ศ. 1 เป็นศักราชสากลที่ใช้กันทั่วโลก และ

ถือระยะเวลาก่อน ค.ศ. ลงไป เรียกว่าสมัยกอ่ นคริสตกาล ***ก่อนคริสตกาลใช้อกั ษรย่อว่า BC ส่วนปี

ค.ศ. ใช้อกั ษรย่อวา่ AD แตใ่ นปจั จบุ นั นิยมใช้ “BCE” และ “CE” แทน

BC ยอ่ มาจาก Before Christ แปลวา่ ก่อนมพี ระเยซคู รสิ ต์

AD ยอ่ มาจาก Anno Domini ภาษาละติน แปลวา่ ในปขี องพระผู้เป็นเจ้า

BCE ยอ่ มาจาก Before the Common Era / CE ยอ่ มาจาก Common Era

• ฮจิ เราะห์ศกั ราช (ฮ.ศ.) (เทียบกับ พ.ศ. +1122) ฮจิ เราะห์ แปลวา่ การอพยพ เป็นศักราชทน่ี ยิ มใช้ใน

ประเทศแถบตะวันออกกลางที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยนับตั้งแต่ที่นบีมูฮัมหมัดอพยพจากเมือง

เมกกะไปเมืองเมดินา เป็นปี ฮ.ศ. 1 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 1165 โดยกาหลิบ โอมาน เป็นผู้ก่อตั้งศักราช ใช้

กำหนดวันเหตุการณ์ในประเทศมุสลิม ***ปฏิทินฮิจเราะห์เป็นระบบจันทรคติ 1 ปีมี 354-355 วัน

น้อยกว่าปีในระบบศักราชอื่น ๆ อยู่ 11-12 วัน จึงมีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกัน โดยทุก ๆ 32 ปีครึ่ง

ของ ฮ.ศ. จะเพม่ิ ข้ึนเปน็ 1 ปี เมื่อเทียบกับ พ.ศ.

ตารางการเทียบศักราช

ก่อน ร.ศ. ร.ศ. 1 (+2324)
จ.ศ. 1 (+1181)
ก่อน จ.ศ.

ก่อน ม.ศ. ม.ศ. 1 (+621)

ก่อน ค.ศ. ค.ศ. 1 (+543)

กอ่ น พ.ศ.

พ.ศ. 1 พ.ศ. 544 พ.ศ. 622 พ.ศ. 1182 พ.ศ. 2325

ข้อใดไม่ถกู ตอ้ ง เฉลย ข้อ 3
เฉลย ้ขอ 2
1. พ.ศ. – การปรินพิ พานของพระพทุ ธเจา้
2. ค.ศ. – การตรงึ ไมก้ างเขนของพระเยซู
3. ฮ.ศ. – การอพยพของนบีและสาวก
4. ร.ศ. – การสถาปนากรงุ รัตนโกสนิ ทร์

ขอ้ ใดตรงกบั “เอกศก”

1. ปีทสี่ ถาปนากรุงรตั นโกสินทร์
2. ปีทกี่ รุงศรีอยุธยาเสยี กรงุ คร้งั ที่ 2
3. ปีทสี่ ยามเปลย่ี นชือ่ ประเทศมาเปน็ ประเทศไทย
4. ปีทเ่ี ปลี่ยนแปลงการปกครองจาก
สมบูรณาญาสทิ ธริ าชยเ์ ปน็ ประชาธิปไตย
5. ปีทพ่ี ระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั
เสด็จประพาสยโุ รปครัง้ ที่ 1

สมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ (Prehistory)

แบ่งตาม แบง่ ตามพัฒนาการของเทคโนโลยเี ครอื่ งมอื เคร่ืองใช้
พฒั นาการ

ทางสังคม

- เร่ร่อนอยู่ตามถ้ำและเพิงผา เกบ็ ของป่าและลา่ สัตวเ์ ป็นอาหาร

- ร้จู กั ใชไ้ ฟ ใช้เครอ่ื งมอื หินกะเทาะและเคร่ืองปน้ั ดินเผาอย่างหยาบ

ยุคสังคมล่า ยุคหนิ เกา่ - เริม่ มีการฝังศพ
สตั ว์และหา (500,000 - - ภาพวาดตามผนังถำ้ (ศลิ ปะแบบเมกกาเลเนียน) เช่น ถ้ำเขาอลั ตามิรา
10,000 ปี สเปน ภาพระบายสี (รปู ววั ไบซนั และรูปกวางเรนเดยี ร์) ที่ผนงั ถำ้ โครมันยอง
ของป่า มาแล้ว) ฝรัง่ เศส เป็นตน้
- ยโุ รปพบมนษุ ยไ์ ฮดรา มนษุ ยอ์ มิรา

- เอเชยี พบมนุษยช์ วา มนษุ ยป์ ักก่งิ

- แอฟริกาพบมนุษย์โฮโมอิเรกตสุ มนุษยก์ ินคน

ยุคหิน ยุคหิน - คล้ายยคุ หินเก่า เครือ่ งมอื หินมีความประณตี มากข้ึน
(500,000 - กลาง - รจู้ กั การเลี้ยงสัตวแ์ ละการเพาะปลกู มีเคร่ืองจกั สาน
4,000 ปี (10,000 - - ยังคงเร่รอ่ น มักตงั้ ถิ่นฐานอย่ตู ามแหลง่ น้ำ
มาแลว้ ) 6,000 ปี - เวียดนามพบวัฒนธรรมฮวั บเิ นียน
มาแลว้ )

- ต้งั ถิน่ ฐานเปน็ หลกั แหล่งอย่รู ิมน้ำ อยรู่ วมกนั เป็นหม่บู า้ น

- สงั คมเกษตรกรรม เพาะปลกู เล้ยี งสตั ว์ เกิดการแลกเปลย่ี นค้าขาย

ยุคหมู่บา้ น ยุคหนิ ใหม่ - รจู้ กั ทอผา้ ทำเครื่องป้นั ดนิ เผา
สังคม (6,000 - - เครื่องหินพัฒนาขึ้น ใชห้ ินขัด
4,000 ปี - เร่ิมมกี ารทำสงคราม
เกษตรกรรม มาแลว้ ) - จีนมวี ฒั นธรรมหยางเชา ลมุ่ แม่น้ำฮวงโห และวฒั นธรรมหลงชาน ลมุ่ แม่น้ำ
แยงซเี กียง

- สโตนทเ์ ฮนจ์ (Stonehenge) ประเทศองั กฤษ

- ไทย บ้านเชยี ง จ.อดุ รธานี บา้ นโนนนกทา จ.ขอนแก่น

ยุคสำริด - สำริด เกดิ จาก ทองแดง + ดบี กุ ใชท้ ำเคร่ืองประดบั และเครอื่ งใช้

(40,000 - เชน่ ขวาน หอก ภาชนะ กำไล ตุ้มหู ลูกปดั เปน็ ต้น

ยคุ โลหะ 2,500 ปี - ชุมชนเรม่ิ ขยายใหญ่ข้นึ

ยุคสังคม (4,000 ปี มาแลว้ ) - อารยธรรมดองซอน เวียดนาม พบกลองมโหระทึก

เมอื ง ถงึ 1,500 ปี ยคุ เหล็ก - ใชเ้ หล็กในการทำเคร่อื งมอื เคร่ืองใชแ้ ละอาวธุ ล่าสัตว์
มาแล้ว) (2,500 - - เกิดอาณาจกั ร ทำสงครามแย่งชงิ ดนิ แดน แบ่งพรรคพวก
1,500 ปี - รวมกลุ่มกันจนเกดิ อารยธรรม
มาแล้ว)

ยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตร์ ยุคสมยั ประวตั ิศาสตร์
(History)
ยคุ สมัยก่อนประวัตศิ าสตร์
(Prehistory)

พัฒนาการของเทคโนโลยี พัฒนาการทางสังคม
เครอ่ื งมือเครือ่ งใช้
ยุคสงั คมล่าสตั วแ์ ละหาของปา่
ยคุ หินเกา่ ยคุ หิน ยคุ หินใหม่ ยคุ หมูบ่ ้านสงั คมเกษตรกรรม
ยุคหินกลาง
ยุคสงั คมเมือง

เร่ร่อนอยตู่ ามถำ้ และเพิงผา ยุคโลหะ
ใชห้ นิ และเครอ่ื งปั้นดินเผา
ยคุ สำรดิ ยุคเหล็ก
อยา่ งหยาบ ล่าสตั ว์
หาของปา่ เปน็ อาหาร ต้ังหลกั แหล่งเป็นหมบู่ ้าน
เพาะปลกู เลยี้ งสตั ว์

ทอผา้ ทำเคร่ืองปัน้ ดนิ เผา
มลี วดลายสวยงาม

รวมกันเปน็ ชมุ ชนหรอื เมอื ง
จัดการปกครองแบง่ งานกันทำ

แลกเปลีย่ นส่ิงของ

ยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์

ยุคสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ ยคุ สมยั ประวตั ิศาสตร์
(Prehistory) (History)

ประวัติศาสตรส์ ากล ประวัติศาสตรไ์ ทย ประวตั ศิ าสตรภ์ มู ภิ าค/รฐั อ่ืน
(การแบ่งยุคสมัยแตกตา่ งกันออกไป)
สมัยโบราณ
สมยั กลาง สมยั ก่อนสโุ ขทัย ……………………..
สมยั ใหม่ สมัยสโุ ขทัย .
สมัยปจั จบุ นั สมยั อยธุ ยา
สมัยธนบุรี ……………………..
สมัยรตั นโกสินทร์ .

……………………..
.

……………………..
.

ชาวสุเมเรยี นประดิษฐอ์ กั ษรคนู ฟิ อรม์ คือ จุดเรม่ิ ตน้ ของประวตั ศิ าสตร์
“History Begins at Sumer”

ชาวสเุ มเรียน โรมันตะวันออกลม่ สลาย สงครามโลก
ประดิษฐ์อกั ษรคนู ฟิ อร์ม ค.ศ. 1453 คร้ังท่ี 2 ส้ินสุด

“โยฮันเนส กูเตนเบริ ์ก” ค.ศ. 1945
ประดษิ ฐ์แทน่ พมิ พ์
ทศวรรษที่ 1440

“โคลมั บสั ” คน้ พบอเมรกิ า
ค.ศ. 1492

ยคุ โบราณ ยุคกลาง ยุคสมัยใหม่ ยคุ ร่วมสมยั

โรมันตะวนั ตกลม่ สลาย เกดิ สงครามเย็น 1945-1991
โดยอานารยชนเยอรมนั ค.ศ. 476 - สงครามเวียดนาม
- สงครามเกาหลี

- การแข่งขนั เทคโนโลยอี วกาศ
- ยุคโลกาภิวัตน์
- กล่มุ ก่อการร้าย
- สงครามเศรษฐกจิ
...จนถงึ ปจั จบุ นั

ปลายยุคกลาง ตน้ ยคุ ใหม่
ยคุ ฟืน้ ฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) กรีก-โรมัน

อารยธรรมตะวนั ตก

• อารยธรรมเมโสโปเตเมยี

แหลง่ อารยธรรมแรกของโลก เม่ือประมาณ 3,500 ปีกอ่ น ค.ศ. กำเนดิ บริเวณทรี่ าบล่มุ แม่น้ำไทกริส-
ยูเฟรติส เนื่องจากเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางทะเลทราย ปัจจุบันคือประเทศอิรัก บริเวณที่ราบลุ่ม
แมน่ ำ้ ทั้งสองสายมาบรรจบกนั และไหลลงสู่ทะเลอา่ วเปอร์เซีย เรยี กวา่ บาบโิ ลเนยี
มนุษย์ในอารยธรรมนี้ มองโลกในแง่ร้าย เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิต ทำให้มนุษย์
เกรงกลัวเทพเจ้า จึงสร้างเทวสถานให้ใหญ่โตน่าเกรงขาม เพื่อแสดงถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของเทพเจ้า

• สุเมเรียน
- ชนเผา่ แรกทป่ี กครองแบบนครรัฐ - ประดษิ ฐ์อักษรคูนฟิ อร์มหรอื อักษรลิ่ม เขียนลงแผน่ ดินเหนียว
- เกรงกลัวเทพเจา้ จงึ สร้างวิหารซิกกแู รต เพือ่ บชู าเทพเจ้า
- มหากาพยก์ ลิ กาเมซ กลา่ วถงึ กษตั ริย์กลิ กาเมซ และเหตกุ ารณ์นำ้ ท่วมโลก
- ความร้ทู างด้านคณติ ศาสตร์ บวก ลบ คูณ เศษส่วน มาตราช่ัง ตวง วัด
- เลขฐาน 60 (แบง่ เวลา-มมุ องศา/1 ชั่วโมงมี 60 นาท/ี วงกลมมี 360 องศา)
- ปฏิทนิ ระบบจนั ทรคติ 1 ปมี ี 354 วนั 12 เดือน แบง่ วนั ออกเป็น 24 ชว่ั โมง
- ริเริม่ ทำระบบชลประทาน เช่น อา่ งเก็บน้ำ เขอ่ื นกนั้ น้ำ ประตรู ะบายน้ำ
- คิดคน้ ล้อตดิ เพลาเกวยี นและรถศึ - ทำคนั ไถเทยี มววั คู่

• อัคคาเดียน
เป็นชนเผ่าเซเมติกเร่ร่อน กษตั รยิ ์ซาร์กอน โค่นล้มอำนาจสเุ มเรยี น สถาปนาจักรวรรดิขึ้นมาเป็นครั้งแรก

วหิ ารซิกกูแรต

•อมอไรต์ หรือ บาบิโลน
- เปน็ ชนเผ่าเซเมตกิ อพยพมาจากทะเลทรายอาราเบยี น เข้า
ยึดครองอคั คาเดียน
- ขยายอาณาจักรไปกวา้ งขวางและตัง้ อาณาจักรบาบโิ ลเนีย
- กษตั ริยท์ ่สี ำคัญ คอื พระเจ้าฮัมบรู าบี มีการตรา “ประมวล
กฎหมายพระเจ้าฮัมบูราบี” เป็นกฎหมายลายลักษณ์
อักษรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นประมวลกฎหมายอาญา
ใช้หลัก “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” มีบทลงโทษรุนแรง
แต่ถือหลักการว่า “เป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับ
การพสิ ูจนว์ ่าผิด”

• ฮติ ไทต์
- เป็นเผ่าอนิ โดยูโรเปยี น เข้าปลน้ กรุงบาบิโลน
- มีความสามารถในการรบสูง ใช้ม้าและอาวุธเก่ง
- ชนเผ่าแรกที่รจู้ กั การใช้เหลก็ ทำอาวธุ และใชร้ ถเทยี มมา้ ทำศกึ
- กษตั ริย์ฮตั ตูซลิ ิที่ 3 แห่งฮิตไทต์ และฟาโรหร์ ามเสสที่ 2 แห่ง
- อียปิ ตท์ ำสงครามคาเดช นำไปสู่ สนธิสญั ญาสงบศกึ ฉบับแรกของโลก

• คัสไซต์
- อพยพมาจากเทือกเขาซากรอส เชี่ยวชาญการรบบนหลังมา้ รถศกึ น้ำหนักเบา

• อสั ซเี รยี น
- เปน็ ชนเผา่ เซเมตกิ มาจากทะเลทรายอาหรบั
- ศูนย์กลางอยูท่ ่ีเมืองนเิ นเวห์
- กองทพั มีความเข้มแขง็ มาก มคี วามสามารถในการรบ
- ขยายอำนาจไปถึงฟนิ เิ ชียน ปาเลสไตน์ อียปิ ต์ และเปอรเ์ ซยี
- สถาปตั ยกรรมสำคญั คือ พระราชวงั ซาร์กอน
- การสลักภาพนนู ต่ำ
- กษตั รยิ อ์ งคส์ ดุ ทา้ ย คอื พระเจ้าอัสซบู านิปาล เป็นสมัยทเ่ี จรญิ สงู สุด
- มกี ารสร้างหอสมุดนเิ นเวห์ รวบรวมงานเขียนบนแผ่นดินเหนียว
ดว้ ยอักษรคนู ิฟอร์มกว่า 20,000 แผ่น

พระราชวังซารก์ อน (บน)
การสลักภาพนูนต่ำ (ล่าง)

•คาลเดียน หรือ บาบิโลเนียใหม่
- เปน็ ชนเผ่าเซเมติก เขา้ ยดึ เมืองนเิ นเวห์
- สถาปนากรงุ บาบิโลนข้ึนเปน็ เมอื งหลวงอกั ครั้งหนึง่ และจดั ตง้ั
เปน็ อาณาจกั รบาบิโลเนียใหมข่ ึ้น
- กษัตริย์ทส่ี ำคญั คือ พระเจ้าเนบคู ดั เนซซาร์ ทรงสรา้ ง
สวนลอยแห่งบาบโิ ลน
- เช่ยี วชาญทางด้านดาราศาสตร์ ทำแผนท่ีดวงดาว
- สามารถพยากรณ์การเกดิ สุรยิ ปุ ราคาและจนั ทรุปราคา
- แบง่ สปั ดาห์ออกเปน็ 7 วนั แบง่ วนั ออกเป็น 12 คาบ คาบละ 120 นาที
- เปน็ ชาตแิ รกทน่ี ำความรเู้ ร่ืองดาราศาสตร์มาทำนายโชคชะตาของมนษุ ย์

ล่มสลาย โดย เปอรเ์ ซีย
- อาณาจกั รบาบิโลเนียใหมถ่ กู กองทพั เปอรเ์ ซยี นำโดย
พระเจา้ ไซรสั มหาราช เข้ายึดครองและผนวกเข้าเป็น
สว่ นหนึ่งของจักรวรรดิเปอรเ์ ซีย
- วางรากฐานระบบจักรวรรดิ ตัง้ เมืองหลวงท่ี “เปอรเ์ ซโปลิส”
- สร้างถนนเชอื่ มหัวเมืองต่าง ๆ ชอ่ื ว่า “Royal Road”
เพื่อการเดนิ ทัพ การสอ่ื สาร การไปรษณีย
- ก่อตั้งศาสนาโซโรแอสเตอร์ ซึ่งมอี ทิ ธพิ ลตอ่ ศาสนายูดาหข์ องยวิ และศาสนาครสิ ต์
หลังสิ้นสุดยุครุ่งเรืองของเมโสโปเตเมียแล้ว ในดินแดนเดิมยังมีชนเผ่าต่าง ๆ บริเวณใกล้เคียงที่ครอบครอง
ดินแดนเมโสโปเตเมียและสรา้ งอารยธรรมต่าง ๆ ไดแ้ ก่

• ลเิ ดียน
- มอี าณาจักรอยทู่ างทิศตะวันตกของเอเชียไมเนอร์
เมืองหลวงชื่อ ซาร์ดสิ
- เป็นชาตแิ รกที่ผลิตเหรียญกษาปณ์ข้ึนใชเ้ ป็นสอ่ื กลางในการค้าขาย
- สมยั พระเจ้าครีซสั มีความม่งั คงั่ จากการค้าขายมาก

• ฟนิ เิ ชียน
- เชี่ยวชาญในการตอ่ เรือเดนิ ทะเลและการค้าขาย
- ทัว่ น่านน้ำเมดเิ ตอร์เรเนยี น มเี มืองทา่ สำคญั คือ ไทร์ ไซดอน และไบบลอส
- นำอักษรเฮียราติกและคูนิฟอร์ม ดัดแปลงเป็นอักษร “อัลฟาเบต”ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบของภาษา
กรกี และภาษาละติน

• ฮิบรู (ยวิ )
- เปน็ ชนเผา่ เซเมตกิ เร่รอน ถกู จบั เป็นทาสทอี่ ียปิ ต์
ตอ่ มา “โมเสส” ได้ทำการปลดปลอ่ ยชาวฮบิ รูจากการเป็นทาส
แลว้ อพยพไปตัง้ ถ่นิ ฐานที่ “ปาเลสไตน”์
- ปกครองดว้ ยบัญญัติ 10 ประการของโมเสส
- บนั ทกึ เร่อื งราวของชาวฮิบรหู รอื ชาวยวิ ใน “คัมภีรพ์ ันธสัญญาเก่า” หรอื คมั ภีรไ์ บเบิล เปน็ หลกั ฐานทาง
ประวัติศาสตร์ช้ินสำคญั ของโลก
- มรดกสำคญั ทชี่ าวฮบิ รูมอบไว้ให้ คือ ศาสนายดู าห์หรือศาสนายวิ เนน้ การบชู าพระเจ้าองคเ์ ดยี ว คือ
พระยะโฮวาห์ เป็นตน้ กำเนิดศาสนาสำคญั ของโลก คือ ศาสนาคริสตแ์ ละศาสนาอิสลาม

• อารยธรรมอยี ปิ ต์

ตัง้ อย่บู รเิ วณลุ่มแมน่ ำ้ ไนล์ แบ่งเป็น 2 บรเิ วณ คือ

• อียปิ ต์ตอนล่าง (Lower Egypt)
บรเิ วณท่รี าบปากแม่นำ้ ไนล์ (เดลตา) ไหลลงสทู่ ะเล
เมดิเตอรเ์ รเนยี น

• อยี ปิ ต์ตอนบน (Upper Egypt)
บริเวณทีน่ ้ำไนล์ไหลผ่านหบุ เขา เป็นท่รี าบแคบ ๆ
ขนานด้วยหนา้ ผาและทะเลทราย

เฮโรโดตสั นกั ประวัติศาสตรช์ าวกรกี โบราณไดก้ ล่าวถึงอียิปต์
ไวว้ า่ “อียิปตเ์ ปน็ ของขวัญจากลุม่ แมน่ ำ้ ไนล”์ (Egypt is
the gift of the Nile) เนือ่ งจากถา้ ไมม่ ีแม่นำ้ ไนล์ อยี ปิ ต์กจ็ ะ
กลายเป็นทะเลทรายไป แมน่ ำ้ ไนลจ์ งึ เปรยี บเสมอื นโอเอซิส
และปอ้ มปราการทางธรรมชาติ ชว่ ยให้ชาวอยี ปิ ต์สามารถ
สรา้ งสรรค์อารยธรรมสบื ตอ่ มาหลายพันปี
ชาวอียปิ ต์นับถอื เทพเจ้าหลายองค์ โดยมี “สุรยิ เทพ” หรอื
“เทพเจา้ รา (Ra)” เปน็ เทพเจา้ สงู สุด รวมถึงเทพเจา้ อืน่ ๆ
เช่น โอไซริส (Osiris) เทพแหง่ แม่น้ำไนล์ ไอซสิ (Isis) เทพีแหง่
พนื้ ดนิ และยก “ฟาโรห”์ องค์ประมขุ สูงสุดใหเ้ ป็นเทพเจ้า
พระองคห์ นง่ึ คำสัง่ ของพระองค์เปน็ คำประกาศติ และ
กฎหมาย ชาวอยี ิปตเ์ ชอื่ ว่าวญิ ญาณเป็นอมตะและเช่ือเรอื่ ง
การฟน้ื คนื ชพี ของคนตาย

ความเจรญิ รงุ่ เรืองของอารยธรรมอียิปต์ • พระราชอำนาจของฟาโรห์ในการปกครอง
อาณาจกั ร

• คตคิ วามเช่ือเกี่ยวกบั ชวี ติ ความตาย
• การบรหิ ารจัดการด้านวศิ วกรรมการก่อสรา้ ง
• คณิตศาสตร์ การคำนวณ ออกแบบก่อสรา้ ง
• พีระมิดของฟาโรหม์ ีขนาดใหญ่โตและถอื กนั

วา่ มคี วามสำคัญเทา่ กบั ศาสนสถาน

การสร้างพีระมิดนิยมสร้างกันมากในสมัยอาณาจักรเกา่ พีระมดิ ที่สำคญั คอื มหาพีระมดิ แห่งเมอื งกีซา นบั เปน็
1 ใน 8 ส่งิ มหศั จรรยข์ องโลก ส่งิ กอ่ สร้างขนาดใหญเ่ ชน่ นี้ สะท้อนให้เหน็ ถงึ ความเจริญรุง่ เรอื งทางดา้ นวทิ ยาการ
ของอยี ปิ ต์ การสร้างพีระมิดขนาดใหญแ่ ตล่ ะแห่งตอ้ งใช้แรงงาน คา่ ใช้จา่ ย และเวลาจำนวน
มาก เปน็ การบ่นั ทอนเศรษฐกิจและแรงงานของอยี ปิ ต์ ส่งผลใหส้ มยั อาณาจักรเก่าเสอื่ ม
ลงในท่ีสดุ

สฟงิ ซ์ คือ เทพฮาร์มาคิส (Harmakhis)
เปน็ เทพแหง่ รุ่งอรุณ มรี า่ งเป็นสิงโตและศีรษะเปน็ มนษุ ย์
มีหน้าที่ปกป้องพระศพและทรัพยส์ มบตั ิภายในพีระมิด

วิทยาการอารยธรรมอียิปต์

- มมั มี่ เก็บรกั ษาศพไมใ่ หเ้ น่าเปื่อย ตามความเช่ือเรอ่ื งการฟนื้ คืนชีพหลงั ความตาย
โดยนำศพมาทำความสะอาด ล้วงเอาอวัยวะภายในออก ยกเว้นหัวใจ แลว้ พันศพดว้ ยผา้ ขาว
บรรจลุ งในหีบศพพรอ้ มกับเครอื่ งรางของขลงั ต่าง ๆ รวมถึงหน้ากากจำลองใบหนา้ ผตู้ าย

- อักษรภาพเฮียโรกลิฟกิ ใช้บนั ทึกเรอื่ งราวทางศาสนา
และวิทยาการต่อมาพฒั นาเป็นอักษรตวั หวัด หรือ
อักษรเฮียราติก ทำกระดาษจากตน้ กกอยี ิปต์ (ตน้ ปาปิรัส)
เรยี กวา่ กระดาษปาปริ สั (paper มาจากคำวา่ papyrus)
ใชป้ ล้องหญ้ามาตดั เปน็ ปากกาจิม้ หมึกส่วนหมึกทำจากถา่ นป่นผสมยางไม้

- ศาสนาอยี ิปตโ์ บราณ เปน็ พหเุ ทวนิยม นับถอื เทพเจ้าหลายองค์
บชู าธรรมชาตแิ ละสัตว์ตา่ ง ๆ เช่น แมว สนุ ขั วัว เหยยี่ ว เปน็ ตน้

- คัมภีรม์ รณะ (Book of the Dead) กล่าวถึงเกยี่ วกบั โลกหลังความตาย
และการปฏิบตั ิตนเมื่อเข้าสู่ยมโลก

- ดาราศาสตร์ มนี าฬกิ าแดดบอกเวลา ทำแผนท่ดี วงดาว
คำนวณปฏทิ นิ สุริยคติ 1 ปี มี 12 เดอื น 365 วนั
แบง่ เปน็ 3 ฤดกู าล ตามการเอ่อล้นของแมน่ ำ้ ไนล์

- คณิตศาสตร์ การบวก ลบ หาร คำนวณพ้นื ทวี่ งกลม
สามเหลี่ยม ส่เี หลย่ี มเพื่อใช้คำนวณการสรา้ งพีระมดิ
วิหาร และเสาหินขนาดใหญ่

- การแพทย์ คดิ คน้ การปรุงยารักษาโรคต่าง ๆ และรวบรวมเปน็ บญั ชยี าขึ้นเปน็ เล่มแรก
- สถาปตั ยกรรม ส่วนใหญส่ รา้ งขนึ้ เพอื่

จุดประสงค์ทางศาสนาและการปกครอง
- ประติมากรรม รปู ปน้ั และภาพแกะสลัก ส่วนใหญป่ ระดับ

ในพีระมดิ และวิหาร แสดงเรอ่ื งราวเกย่ี วกบั วถิ ีชีวิต
ความเช่อื ทางศาสนา และเหตุการณ์สำคัญ
- จิตรกรรม สว่ นใหญเ่ ปน็ ภาพเขยี นสญั ลกั ษณ์เทพเจ้า ฟาโรห์ และวิถีชีวิต
- มรี ะบบชลประทาน ทำคลองสง่ น้ำจากแม่น้ำไนล์ไปยังพื้นทที่ ห่ี ่างไกล

จารึกโรเซตตา
พบในประเทศอียปิ ต์เมอื่ ค.ศ. 1799 ทำขึ้นเมื่อ 196 BC
เพื่อสรรเสริญพระเจา้ โตเลมที ี่ 5
เขยี นดว้ ยอกั ษร 3 ชนิด ช่วงบนเปน็ อกั ษรไฮโรกริฟิก
ชว่ งกลางเป็นอักษรเฮยี ราติก ช่วงลา่ งเปน็ อักษรกรีกโบราณ
โดย ชอง ฟรังซัว ชองโปลยิ อง (Jean-François Champollion)
นกั ปราชญช์ าวฝรงั่ เศส สามารถถอดความในจารึกโรเซตตาได้ ช่วยให้
โลกได้ทราบถึงประวตั ศิ าสตร์และเร่ืองราวเกีย่ วกบั อยี ปิ ตโ์ บราณเปน็ อัน
มาก

อารยธรรมกรีก

อารยธรรมกรกี ตัง้ อยบู่ ริเวณคาบสมุทรบอลข่าน ซึง่ ประกอบดว้ ยภูเขาเปน็ สว่ นมาก มพี ื้นทีร่ าบนอ้ ย มี
ชายฝัง่ ทะเล และหมูเ่ กาะจำนวนมาก การปกครองแบง่ เปน็ นครรฐั เลก็ ๆ มอี สิ ระตอ่ กนั ชาวกรีกอาศัยการ
เดินเรอื และการค้าขายเป็นหลกั อาณาเขตแบ่งออกเปน็ 3 สว่ น คือ

• ภาคเหนอื มาซโิ ดเนีย (Macedonia) เทสซาลี (Thessaly) อไิ พรสั (Epirus)
• ภาคกลาง นครทบี ส์ (Thebes) นครเดลฟี (Delphi) ช่องเขาเทอร์มอปิเล (Thermopylae) ยอดเขาพารแ์ นสซสั

(Parnassus) นครรฐั เอเธนส์ (Athens)

• บริเวณคาบสมุทรเพโลพอนนีซสั (Peloponnesus) ตอนใต้อ่าวคอรินท์ ทต่ี ง้ั ของนครรฐั สปาร์ตา (Spata)

ดินแดนส่วนใหญ่ของกรีกขาดความอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำ
ในกรีกเป็นแม่น้ำสายสั้น ๆ ในฤดูน้ำหลาก น้ำจะไหลเชี่ยวและพัด
พาเอาดินที่อุดมสมบูรณ์ไป พื้นที่ราบตามหุบเขาแม้มีความอุดม
สมบูรณ์ แต่เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก เพาะปลูกได้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อ
พลเมือง แต่ดินแดนส่วนใหญ่มีลักษณะยื่นไปในทะเล ชายฝั่งทะเล
สามารถใช้เป็นท่าจอดเรือได้ ชาวกรีกจึงหันมาทำการค้าขายทาง
ทะเลกับดินแดนอื่นและรับอารยธรรมอื่น ๆ ส่วนหมู่เกาะในทะเล
อีเจียนที่สำคัญ คือ เกาะครีต (Crete) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดอารย
ธรรมกรีก

อารยธรรมกรกี แรกเร่มิ เมอื งคนอสซสั

1. อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization)
- เป็นอารยธรรมของชาวครีตัน บนเกาะครีต กษัตริย์ท่ี
มีอำนาจมากทส่ี ุด คือ กษัตริย์มนิ อส
- เมืองสำคัญ ได้แก่ คนอสซัส ไฟสทอส มาลิอา และคา
โทซาครอส
- ก่อสร้างพระราชวังใหญ่ พระราชวังสำคัญ คือ
พระราชวังคนอสซัส
- อารยธรรมไมนวนสิ้นสุดลง เมื่อพวกไมซีเนียน อพยพ
มาจากตอนใต้แมน่ ้ำดานูบ
เข้ารุกรานชาวครีตนั และยึดเกาะครตี

2. อารยธรรมไมซีนี (Mycenea Civilization)
- เป็นอารยธรรมของชาวไมซเี นยี น มศี ูนย์กลางอยู่ทีเ่ มืองไมซเี นบนคาบสมทุ รเพโลพอนนีซสั
- บรรพบรุ ุษชาวไมซเี นยี นคอื พวกเอเคยี น (เผ่าอนิ โด-ยโู รเปยี น) มคี วามสามารถในการรบและการคา้
- สามารถยึดและครอบครองเกาะครีตได้
- อารยธรรมสำคญั คอื อักษรไมซเี นยี น เป็นรากฐานของตัวอักษรกรีก สร้างถนน สะพาน ทำทอ่ ส่งน้ำแบบ
ทอ่ ประปา
- ความเชื่อทางด้านศาสนา นับถือเทพเจ้าหลายองค์ รวมทั้งเทพเจ้าซุส (Zeus) ซึ่งชาวกรีกสมัยต่อมานับ
ถือเทพเจ้าสูงสดุ
- อารยธรรมไมซีนสี ้นิ สดุ ลงเพราะถกู พวกดอเรยี นเข้ารุกราน

เมืองไมซนี ี

การปกครองของชาวกรกี คอื จดั ตั้งเปน็ นครรัฐ (City State) เปน็ อสิ ระตอ่ กนั
แต่ละนครรฐั มสี ภาพสงั คมและวฒั นธรรมเปน็ ของตนเอง

นครรฐั เอเธนส์ อะโครโพลิส นครรฐั เอเธนส์

ปกครองแบบประชาธปิ ไตยทางตรง

สังคมแบ่งออกเป็น 4 ชนชนั้ คือ พลเมอื ง ผู้หญิง
บคุ คลอิสระทเี่ ป็นชาวตา่ งด้าว และทาส

มี “สภาหา้ ร้อย” จากบุรษุ 500 คน (บรุ ุษ 50 คนจาก 10 เผา่ ) อายุ 30 ปี
ขน้ึ ไป เพ่อื รบั ใช้ประชาชนเปน็ เวลา 1 ปี ทำให้ประชาชนจำนวนมากมีสว่ น

ร่วมในการปกครอง

มีการชมุ นุมพลเมอื งทกุ คนเพื่อประชมุ ตัดสนิ ใจเก่ียวกบั กฎหมาย

มกี ารจำกดั อำนาจของเหลา่ ชนชัน้ สูง
ป้องกนั ไม่ให้ก่อรัฐประหารและจัดตงั้ ระบอบคณาธิปไตย

(การปกครองโดยคนกล่มุ นอ้ ย)

กษัตริย์ลโี อนดิ สั ที่ 1 (Leonidas I) แหง่ สปารต์ า นครรฐั สปาร์ตา

ปกครองแบบเผด็จการทหาร

สรา้ งระบอบทหารท่แี ข็งแกร่ง ทารกท่ีออ่ นแอจะถูกกำจดั
เด็กชายเขา้ โรงเรียนทหารตั้งแต่อายุ 7 ปี จนถงึ อายุ 20 ปี
จึงจะได้เป็นทหารเตม็ ตวั และรับใช้กองทพั จนถงึ อายุ 60 ปี

ใช้ระบอบทวิราช มีกษัตรยิ ส์ ององคพ์ รอ้ มกัน มีสภาทถ่ี ูกแตง่ ตัง้
โดยคนชัน้ สูงเพ่ือให้คำปรึกษาแก่กษตั รยิ ์

ถ้าหากกษตั รยิ ์ไร้ความสามารถจะถูกปลดโดย
ผู้บังคับบัญชารฐั ทง้ั 5 คน หรอื “เอเฟอร์”

ผ้หู ญงิ ในสปาร์ตามีอิสระมาก
เปน็ เจ้าของทรพั ย์สนิ แทนสามไี ด้

สงครามครั้งยงิ่ ใหญ่ในกรีก

▪ สงครามเปอรเ์ ซยี

สาเหตุ : ความขดั แย้งระหวา่ งเอเธนส์กับเปอรเ์ ซีย
เพราะเปอร์เซยี ขยายอำนาจเขา้ มาในเอเชียไมเนอร์

ผล : เอเธนสช์ นะเปอร์เซยี

!!! การว่งิ มาราธอน เกิดจากผสู้ ง่ ข่าวสารชาวกรกี
วงิ่ จากสนามรบท่ีทุ่งมาราธอนไปเอเธนส์
เพือ่ ประกาศวา่ เปอรเ์ ซียได้พ่ายแพ้แล้ว

▪ สงครามเพโลพอนเนเชยี น

สาเหตุ :เอเธนสร์ บกับสันนบิ าตเพโลพอนเนเชยี น
ซึ่งนำโดยสปาร์ตา เนือ่ งจากเอเธนส์ใชเ้ งินเพ่อื ผลประโยชนข์ องตนเอง ลดฐานะรฐั อนื่ ๆ ใหอ้ ยู่ในฐานะบริวาร
หากรัฐใดก่อกบฏ จะใชก้ ำลังปราบปราม และเผยแพรแ่ นวคดิ ประชาธปิ ไตยใหก้ ับรัฐอน่ื ๆ ทำใหส้ ปารต์ าซึ่ง
ปกครองแบบเผดจ็ การทหารไม่พอใจ กลัววา่ เอเธนสจ์ ะเปน็ ผู้นำกรกี ทัง้ หมด และด้วยสภาพสังคมของทง้ั 2 รฐั
แตกตา่ งกัน จึงทำให้เกิดสงครามข้ึน

ผล : เอเธนส์พา่ ยแพ้ สปาร์ตาเปน็ ผนู้ ำนครรัฐกรีกทง้ั ปวง แตค่ รองอำนาจได้ไม่นาน กเ็ กิดสงครามกบั
เปอร์เซยี และถูกเปอร์เซยี เขา้ ยึดครอง

วิทยาการอารยธรรมกรีก
- ระบอบประชาธิปไตย & ระบอบเผดจ็ การทหาร
- แนวคดิ ปรัชญาสำคญั ปรชั ญามนุษยนิยม ปจั เจกนิยม และธรรมชาติ
- สถาปัตยกรรม เช่น สนามกีฬา โรงละครกลางแจง้ และวิหารหินอ่อน โดยวิหารทกี่ รกี สร้างเพอ่ื บูชาเทพเจา้
นิยมสร้างบนภูเขาเลก็ ๆ ทีเ่ รยี กว่า “อะโครโพลสิ ” (Acropolis) วหิ ารท่สี ำคญั คอื วหิ ารพาร์เธนอน
(Parthenon) นครรัฐเอเธนส์ สร้างเพอ่ื บูชาเทพอี ธนี า เทพแี ห่งปญั ญาและความรอบรู้

ลักษณะเสากรกี มี 3 แบบ

แบบดอริก (Doric order) แบบไอออนิก (Ionic order) แบบคอรินเธยี น
เน้นความแข็งแรง เรียวยาวกวา่ แบบดอรกิ (Corinthian order)
เสาส่วนกลางใหญ่
และเรียวข้นึ เลก็ น้อย หัวเสาโคง้ ม้วนลงมาทั้งสองข้าง เนน้ ความหรูหรา
ทำให้เสาดูเพรียว ประดับยอดเสาด้วยลายใบไม้
หวั เสาเรียบและบานออก
ปรากฏในยุคเฮเลนิสตกิ

วิหารพารเ์ ธนอน (Parthenon)
สร้างถวายเทพอี ธนี า (เทพีแห่งเอเธนส์)

- ประติมากรรม สะทอ้ นให้เหน็ ลกั ษณะธรรมชาติ เทพเจา้ เหนอื มนุษย์
มีอารมณค์ วามรูส้ กึ ทา่ ทางการเคล่อื นไหวเสมือนจรงิ
เนน้ สรรี ะกลา้ มเนือ้ ผลงานสำคัญ ไดแ้ ก่ รปู ป้นั เทพีอธีนา (รปู ซา้ ย)
รูปป้ันเทพเจา้ ซุส (รูปขวา)

- จติ รกรรม บนภาชนะของใชต้ ่าง ๆ ที่ทำจากเครอื่ งปน้ั ดินเผา
เชน่ ไหเหล้า โถเหล้า แกว้ เหลา้

- นาฏกรรม ละครประเภทโศกนาฏกรรม (Tragedy) และสุขนาฏกรรม (Comedy) ใช้นักแสดงชายทั้งหมด
โดยทุกคนจะสวมหนา้ กาก มผี ู้พากย์และหมู่นักรอ้ ง เวทกี ารแสดงเป็นโรงละครกลางแจ้ง มอี ฒั จันทรล์ อ้ มรอบ

- วรรณกรรม
มหากาพย์อีเลียดและโอดิสซีย์ (Iliad and Odyssey) ของกวีโฮเมอร์ กล่าวถึงสงครามเมืองทรอย เพราะ
เจ้าชายปารีสไปขโมยภรรยาของกษัตริย์กรีก ชาวกรีกได้รวมกองทัพและแล่นเรือไปยังเมืองทรอย ล้อมเมืองไว้
โดยใชเ้ วลานานกว่า 9 ปใี นการตอ่ สู้ ส่วนโอดสิ ซยี ์คือการผจญภัยเดินทางกลับสู่กรีก

นอกจากนี้ ยังมีงานประพันธ์ที่เป็นจุดกำเนิดของวิชาปรัชญาและประวัติศาสตร์ เช่น อุตมรัฐ (The
Republic) ของเพลโต จริยศาสตร์ (Ethics) ของอริสโตเติล ประวัติศาสตร์ (History) ของเฮโรโดตัส
ประวัติศาสตร์สงครามเพโลพอนเนเชยี น (History of Peloponnesian War) ของทซู ิดิดีส

โฮเมอร์ เพลโต อริสโตเตลิ เฮโรโดตสั ทูซิดิ
ดสี

- อักษรกรกี โบราณ ชาวกรกี ได้ยืมตวั อกั ษรฟนิ เิ ชียน 22 ตวั อกั ษรมาใช้ และววิ ัฒนาการมาเปน็ อักษร 26 ตัวที่
ใช้ในภาษาอังกฤษในปัจจบุ นั

- กฬี าโอลิมปิก จดั ข้ึนทุก ๆ 4 ปี เพอื่ เฉลิมฉลองตอ่ เทพซสุ ทีเ่ มืองโอลิมเปีย
เร่มิ แรกมีการแขง่ ขัน 5 ประเภท คอื วงิ่ กระโดด มวยปลำ้ พุ่งแหลน
และขว้างจักร ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั 1 คนตอ้ งเลน่ กฬี าทัง้ 5 ประเภท
เรยี กว่า ปญั จกรีฑา โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลคือ
มงกฎุ ทท่ี ำดว้ ยกง่ิ มะกอก

- คณติ ศาสตร์และฟิสกิ ส์
- ปทิ าโกรัส ผูค้ ดิ ค้นทฤษฎีบทปที าโกรสั
- ยคู ลิด ผู้คิดเรขาคณติ แบบยคู ลดิ
- อาร์คมีดิส ผู้คิดระหัดวิดน้ำแบบเกลียวลกู รอกชุด ตั้งกฎของคานดีดคานงัด พบวิธีหาปริมาตรของ
วัตถโุ ดยการแทนท่นี ้ำ

ปทิ าโกรสั ยูคลิด อารค์ มดี ิส

- การแพทย์
- ฮปิ โปเครติส “บดิ าแห่งการแพทย”์ เชอ่ื ว่าโรคทกุ โรคเกิดจากธรรมชาติ
- เฮโรฟิลัส “บิดาแห่งกายวิภาคศาสตร์” คนแรกที่ตัดชิ้นส่วนของมนุษย์เพื่อศึกษาและพบว่าสมอง

เป็นศูนย์กลางของประสาท
- ภมู ิศาสตรแ์ ละดาราศาสตร์

- เอราทอสทนิ สี เป็นนักดาราศาสตร์และนักภูมศิ าสตร์ คำนวณเสน้ วันรอบโลกได้

ฮิปโปเครตสิ เฮโรฟลิ สั เอราทอสทินสี

- ประวตั ศิ าสตร์
เป็นชาติแรกในโลกตะวันตกที่ศึกษาประวัติศาสตร์แบบวิธีการทางประวัติศาสตร์ เฮโรโดตัส ได้ชื่อว่า

“บิดาประวตั ิศาสตร์ของโลกตะวนั ตก” เขียนหนังสอื ช่ือ “ประวตั ิศาสตร์” กลา่ วถงึ ขนบธรรมเนียมประเพณี
ตำนาน ประวตั ิศาสตรข์ องโลกสมยั โบราณ และความขัดแย้งระหวา่ งกรีกและเปอรเ์ ซีย

อารยธรรมโรมัน

อารยธรรมโรมันกำเนิดในคาบสมุทรอิตาลี ซึ่งอยู่บริเวณทางตอนเหนือของยุโรป มีลักษณะเป็นแหลม
ยื่นลงไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีเทือกเขาแอลป์ทางทิศเหนือและเทือกเขาแอเพนไนน์ซึ่งเป็นแกนกลางของ
คาบสมุทร มีที่ราบสำคัญ คือ ที่ราบชายฝั่งทะเลติร์เรเนียน ที่ราบลุ่มน้ำไทเบอร์ ที่ตั้งของกรุงโรมปัจจุบัน และ
ที่ราบลุ่มนำ้ โปทางตอนเหนอื

อารยธรรมกรีกดั้งเดิมมาจากพวกอิทรัสกัน
(Etruscan) ซึ่งได้รับอารยธรรมมาจากกรีก มีถิ่นเดิม
อยู่ในเอเชียไมเนอร์ เมื่ออพยพเข้ามาในแหลมอิตาลีก็
ได้นำเอาความเชื่อศาสนา ศิลปะการแกะสลัก การทำ
เครื่องปั้นดินเผา อักษรกรีก การหล่อทองแดงและ
บรอนซ์ การปกครองแบบนครรัฐ การวางผังเมือง การ
สร้างอาวุธ และอื่น ๆ เข้ามาเผยแพร่ในคาบสมุทร
อติ าลี

ระยะแรกปกครองแบบสาธารณรัฐ ต่อมา
ปกครองแบบจักรวรรดิ โดยออตตาเวียน (Octavian)
และเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจักรวรรดิโรมัน นามว่า
ออกัสตัส (Augustus) เป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของ
จักรวรรดิโรมัน ขยายอำนาจและอิทธิพลไปทั่วยุโรป มี
การสร้างถนนทั่วจักรวรรดิเพื่อลำเลียงสินค้าและทหาร จนได้ชื่อว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” สุดท้าย
จกั รวรรดโิ รมันตะวนั ตกลม่ สลาย ใน ค.ศ. 476 เพราะถูกพวกอนารยชนเผา่ เยอรมันเข้ารุกราน

วทิ ยาการอารยธรรมโรมนั

ชาวโรมันได้รับอทิ ธิพลจากอารยธรรมกรีก แม้ว่าชาวโรมันจะด้อยกว่าชาวกรีกในเชิงจินตนาการ แต่
ชาวโรมันก็มีอุปนิสัยเฉพาะตัวและความเฉลียวฉลาดในการดัดแปลงอารยธรรมกรีกให้สอดคล้องกับความ
ตอ้ งการของสงั คมโรมันและระบอบปกครองประเทศ ดังนน้ั อารยธรรมของโรมนั จะสะทอ้ นให้เหน็ บุคลกิ ภาพ
ของชาวโรมันวา่ เป็นนักปฏิบัติมากกวา่ ชาวกรีก

- การรวมอำนาจสถาปนาระบอบจักรวรรดิ
- ต้นแบบระบบการเกณฑ์ทหาร
- ตน้ แบบสภาขุนนางในแผน่ ดนิ ยุโรป แบง่ โครงสร้างทางสงั คม พวกพาทรเิ ซยี นเปน็ ชนช้ันสงู มอี ำนาจในการ
ปกครอง พวกเพลเบยี น เปน็ ราษฎรไมม่ ีสทิ ธใิ ด ๆ ทางการเมืองและสังคม
- สถาปัตยกรรม สรา้ งเพอื่ ประโยชนใ์ ช้สอยของสาธารณชน เนน้ ความใหญโ่ ต แขง็ แรง เชน่ สถานทอ่ี าบน้ำ
สาธารณะ ประตเู มอื ง ทอ่ ส่งน้ำ สะพานขนาดใหญ่ มเี ทคนิคการก่อสร้างประตโู ค้งและหลงั คาแบบโดม(Arch)

- โคลอสเซยี ม (Colosseum) โรงมหรสพขนาดใหญ่ จุคนได้ 67,000 คน ใช้พกั ผ่อนหย่อนใจ
จดั แข่งกีฬาตอ่ สู้

- สนามแขง่ มา้ หรอื Circus Maximus
- วหิ ารแพนธอี อน (Pantheon) บูชาเทพเจ้า

วิหารแพนธอี อน โคลอสเซียม

- วรรณกรรม งานประพนั ธ์ของกรีกมสี ีสนั และจินตนาการทีก่ วา้ งไกล เชน่ เร่ืองเทพปกรณมั เปน็ ตน้

- มหากาพย์อนี ีอิด (Aeneid) ของเวอรจ์ ิล วา่ ด้วยความเป็นมาของกรุงโรม

- งานประพันธ์รอ้ ยแก้วของซเิ ซโร เกยี่ วกบั ศลี ธรรมจรรยาและอำนาจรฐั

- บนั ทึกสงครามกอล (Commentaries on the Gallic War) ของจเู ลยี ส ซีซาร์

- ประวัติศาสตร์กรงุ โรม (History of Rome) ของลีวี

- งานเขยี นชนเผ่าเยอรมนั (Germania) ของแทกซิตสั

- ปฏิทนิ จเู ลยี น ใช้ในสมัยจเู ลียส ซซี าร์ เปน็ ปฏทิ ินสุรยิ คติ 12 เดือน 365 วัน
เพ่ิมวนั ในเดอื นกุมภาพันธท์ กุ 4 ปี ใช้มานานถงึ 1,600 ปี จงึ ปรบั ปรุงเป็นปฏทิ นิ เกรกอเรยี น

- กฎหมายสิบสองโต๊ะ (Law of the Twelve Tables)
เกดิ จากการตอ่ สูร้ ะหว่างสองชนชัน้ ในโรมตอ่ มาไดพ้ ัฒนาเปน็ ประมวลกฎหมาย
จัสติเนยี น และเปน็ ตน้ แบบของประมวลกฎหมาย (Civil Law)

- การแพทย์ รเิ ริ่มการทำคลอดโดยการผา่ ตัดหน้าท้องของมารดา เรยี กวา่

การศัลยกรรมซซี าร์ (Cesarean Section) โดยจูเลยี ส ซีซาร์ คอื ทารกคนแรกของโลก

ท่เี กิดจากการผ่าตดั

- ภาษาละติน พัฒนามาจากภาษากรีก มพี ยญั ชนะ 23 ตวั ถกู นำมาเรียกใช้

ชอ่ื ทางวทิ ยาศาสตร์ทง้ั พชื และสัตว์ และใชป้ ระกอบพธิ กี รรมทางศาสนาของ

ชาวโรมันคาทอลกิ จูเลยี ส ซีซาร์
- ศาสนาครสิ ต์ โดยจักรพรรดคิ อนสแตนติน ประกาศ “พระราชกฤษฎีกาแหง่ มิลาน”

ให้เสรีภาพในการนบั ถอื ศาสนาครสิ ต์ และสง่ ผลใหก้ ลายเปน็ ศาสนาประจำจกั รวรรดิโรมันในท่ีสดุ

ยคุ กลาง

Start: อาณาจกั รโรมันตะวันตกลม่ สลายใน ค.ศ. 476 End: การล่มสลายของอาณาจกั รโรมนั ตะวันออก
ค.ศ. 1453

หรือ โคลัมบสั ค้นพบทวีปอเมรกิ า ค.ศ. 1492

ชอ่ื ของยุคนไี้ ดแ้ ก่ ยุคแห่งความศรทั ธา (The Age of Faith) ยคุ มืด (Dark Ages)

• ศาสนาจกั รมีอำนาจเหนอื อาณาจักร สนั ตะปาปาเป็นผูส้ ถาปนาจกั รพรรดโิ รมนั สมยั กลาง
• คริสตจ์ ักรเข้ามากำหนดชวี ิตคน หากทำผดิ อาจโดนทำบพั พาชนยี กรรม หรอื การตัดขาดจากศาสนาท้ัง

ชุมชน (Interdiction)
• คริสตจักรมกี ารเก็บภาษี Tithe จากประชาชนโดยตรง (รอ้ ยละ 10 จากรายได้ทง้ั หมด)
• มีการปกครองแบบฟิวดลั (Feudalism) ซึ่งคำว่า Feudalism มาจากคำวา่ Fiefs หมายถงึ ทด่ี ินทเ่ี ป็น

พันธสัญญาระหว่างเจ้าของที่ดินกับข้าผู้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน ระบบนี้เป็นการปกครองแบบกระจาย
อำนาจ โดยคนท่ีมีอำนาจมากทส่ี ุด คือ ขุนนาง
• เกิดระบบเศรษฐกิจแบบแมเนอร์ (Manor) เป็นเขตพื้นที่การปกครองของขุนนาง การแบ่งพื้นที่ใชเ้ ป็น
ส่วน ๆ มีการเพาะปลูกเพ่ือยังชีพยงั ไม่ค่อยคา้ ขาย ใช้การแลกเปล่ียนจากแบบ “Barter System”
• เกิดสงครามครูเสด (Crusade War) ค.ศ. 1096 – 1291 (คริสต์ VS อิสลามกลุ่ม Seljuk Turk)
เกดิ สงครามทงั้ หมด 9 คร้ัง มกี ารรบ และหยดุ พักเป็นระยะ ๆ สุดท้ายอสิ ลามเป็นฝ่ายชนะ
** Crusade มาจากภาษาละตนิ แปลวา่ ไม้กางเขน (cross)
ผลจากสงครามครูเสด ทำให้ระบบฟิวดัลเสื่อมลง การค้าขยายตัว เกิดสมาคมอาชีพ (Guild) มีการ
นำเอาอารยธรรมกรกี – โรมนั กลบั มาเผยแพร่ในยโุ รปอกี ครง้ั
• สงครามรอ้ ยปี (Hundred Years’ War) ค.ศ. 1337 – 1453 (องั กฤษ VS ฝร่งั เศส เรอ่ื งดินแดน)
เกิด วีรสตรีโจนออฟอาร์ค (Joan of Arc) นำไปสู่การก่อเกิดความเป็นชาตินิยมในหมู่ชาวฝรั่งเศส
อยา่ งรุนแรง

การฟ้ืนฟศู ลิ ปวิทยาการ (Renaissance)

Renaissance หมายถึง Rebirth: การเกิดใหม่ คือ การพื้นฟูศิลปวิทยาการของกรีกและโรมันบน
พื้นฐานแนวคิดแบบมนุษยนิยม (Humanism) เป็นจุดเชื่อมต่อ (Transitional Period) ของ
ประวตั ศิ าสตรส์ มัยกลางและสมัยใหม่ เกิดขน้ึ ท่ี อติ าลี (ดินแดนโรมันโบราณ)

▪ โยฮนั เนส กเู ทนิ แบรค์ ชาวเยอรมนั ประดิษฐ์แทน่ พมิ พไ์ ดส้ ำเรจ็
▪ ฟรันเซสโก เปทราก เปน็ บดิ าแหง่ มนุษยนยิ ม
▪ มหาวิทยาลัยโบโลญญา เปน็ มหาวิทยาลยั ทีเ่ ก่าแก่ที่สุดทีย่ งั เปดิ สอนของยโุ รป กอ่ ต้งั เมอื่ ค.ศ. 1158
▪ ช่วงปลายยคุ กลางเกดิ การแพรร่ ะบาดของกาฬโรค ทำให้คนยุโรปเสียชวี ิตลง 1 ใน 3 ของประการ

ทง้ั หมด

Timeline ยคุ กลาง

โรมันตะวันตกล่มสลาย สงครามครเู สด โรมนั ตะวนั ออกลม่ สลาย
ค.ศ. 800
ค.ศ. 1337 – 1453 ค.ศ. 1492

ค.ศ. 476 ค.ศ. 1096 – 1291 ค.ศ. 1453
โคลมั บัสคน้ พบ
จักรพรรดชิ าเลอมาญรับ สงครามรอ้ ยปี
การสวมมงกฎุ จากสนั ตะปาปา ทวีปอเมริกา ค.ศ. 1492

ยุคใหม่

Start: การลม่ สลายของอาณาจักรโรมัน ค.ศ. 1453 End: สน้ิ สดุ สงครามโลกคร้ังท่ี 2 ใน ค.ศ. 1945
หรอื โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมรกิ า ค.ศ. 1492

การสำรวจเส้นทางเดินเรือ (C15 – 18)

• สาเหตุ
1. ชาวยุโรปได้รับการเปิดโลกทัศน์ รับรู้ถึงโลกทางตะวันออกจากการเดินทางไปทำสงครามครูเสด
และการฟ้ืนฟูศลิ ปะวิทยาการ
2. ความต้องการสินค้าจากโลกตะวันออก (ผ้าไหม เครื่องเทศ) เนื่องจากชาวมุสลิมสามารถยึดครอง
กรุงคอนสแตนติโนเปิลและดินแดนจักรวรรดิไบแซนไทน์ได้ทั้งหมดใน ค.ศ. 1453 ทำให้เส้นทาง
การคา้ ทางบกหยุดชะงกั
3. ชาวยโุ รปเช่ือว่าซีกโลกใตม้ ีแรเ่ งนิ และทองคำอยู่มาก
4. ชาวยโุ รปตอ้ งการเผยแผค่ รสิ ตศ์ าสนา

• การออกสำรวจทางทะเล
1. บาร์โธโลมิว ไดแอส (Bartholomew Dias) สามารถเดินเรือเลียบชายฝั่งทวีปแอฟริกาจนอ้อม
แหลมกู๊ดโฮม (Cape of Good Hope) ไดส้ ำเรจ็ ใน ค.ศ. 1488
2. คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Chistopher Columbus) รับอาสาจากสเปนออกไปสำรวจเส้นทาง
เดินเรือ และได้ค้นทวีปอเมริกา ณ หมู่เกาะบาฮามาส เมื่อ ปี ค.ศ. 1492 แต่เขานั้นคิดว่าว่าที่น่ี
คือ อนิ เดยี
3. อเมริโก เวสปุชชี (Amerigo Vespucci) ออกเดินเรือไปสำรวจฝั่งของดินแดนที่โคลัมบัสเคยได้
สำรวจมาก่อนหน้าแล้ว และสำรวจเลยลงไปทางตอนใต้ โดยในปี ค.ศ. 1497 เขาสำรวจฝั่งของ
เวเนซูเอลาให้แก่สเปน และในปี ค.ศ. 1502 ได้สำรวจอ่าวรโิ อเดจาเนโรให้โปรตุเกส เขาเกิดความ
เช่อื แนว่ ่าดินแดนท่ีโคลมั บัสพบ มนั เหมาะท่ีจะเรยี กดนิ แดน ส่วนน้ีว่าโลกใหม่
4. วาสโก ดา กามา (Vasco da Gama) แลน่ เรือผา่ นแหลมกดู๊ โฮปไปขึ้นฝ่งั ที่เมืองกาลิกัต (Calicut)
ของอนิ เดยี ค.ศ. 1498

5. เฟอร์ดินานด์ แมกเจลแลน (Ferdinan Magellen) คุมเรือสเปน 5 ออกเดินทางค้นหาเส้นใหม่ ใน
ค.ศ. 1519 ไดค้ ้นพบแมกเจนแลน เรยี ก มหาสมุทรแปซิฟิก ว่า มาเร ปาซิฟิโก (Mare Pacifio) แปลวา่
ทะเลสงบ ได้ขึ้นฝั่งที่ฟิลิปปินส์ เขาถูกฆ่าตายโดยชนพื้นเมือง ลูกเรือที่เหลือขึ้นเรือวิคโตริโอ เดินทาง
กลับสเปนผ่านมหาสมุทรอินเดียได้สำเร็จ ใน ค.ศ. 1522 นับว่าเป็นเรือลำแรกที่แล่นรอบโลกและ

สามารถพิสูจน์ทฤษฎีโลกกลมได้สำเร็จสนธิสัญญาตอร์เดซียาส (Treaty of Tordesillas) กำหนด

เส้นมริเดียนที่ 51 ทางตะวันตก เป็นเส้นสมมติแบ่งสิทธิและอำนาจการยดึ ครองดินแดนระหว่างสเปน

และโปรตุเกส เรียกชื่อเส้นนี้ว่า “เส้นสันตะปาปา” หรือ “Pope Line” โดยทางตะวันตกของเส้น

ให้เสปน ทางตะวนั ออกของเส้น ให้โปรตเุ กส

แผนทก่ี ารกำหนด“เส้นสนั ตะปาปา”
ทมี่ า:
https://www.timewisetraveller.co.
uk/wpimages/wp90d5cc90_1a.png

• การปฏริ ปู ศาสนา
สาเหตุ
1. สันตะปาปาทรงใช้อำนาจมากเกินไป ครอบงำอาณาจกั ร เปน็ ผเู้ ดยี วทต่ี ีความคัมภรี ์ไบเบลิ ได้
2. สนั ตะปาปาและพระชั้นสูงบางสว่ นอยู่อยา่ งฟุ่มเฟือย เรยี กเกบ็ ภาษีสงู ขึ้น
3. ศาสนาจักรมงุ่ เนน้ เรอื่ งพธิ ีกรรมเกนิ ไป
4. สันตะปาปาจเู ลียสที่ 2 และสันตะปาปาลีโอท่ี 10 ตอ้ งการงบประมาณในการก่อสร้างมหาวิหาร
เซนต์ปเี ตอร์ท่กี รุงโรมจึงทรงให้มกี ารขายใบไถ่บาปในดินแดนเยอรมนี

นกิ ายลเู ธอรัน (Lutheran)
มาร์ติน ลูเธอร์ นักบวชชาวเยอรมันไม่พอใจที่มีการขายใบไถ่โทษ จึงปิดประกาศคำประท้วง

95 ข้อ หน้ามหาวิหารแห่งเมืองวิทเทนเบิร์ก (Wittenberg) แปลคัมภีร์ไบเบิลจากภาษาละตินมาเป็น
ภาษาเยอรมัน ต่อมาเข้าถูกขับจึงไปตั้งนิกายลูเธอรันเพื่อต้านนิกายโรมันคาทอลิก แพร่หลายใน
เยอรมันและประเทศกลุม่ สแกนดิเนเวีย

นกิ ายคาลวนิ (Calvinism)
จอห์น คาลวิน (John Calvin) ชาวฝรั่งเศสเห็นด้วยด้วยกับแนวคิดของมาร์ติน ลูเธอร์ ได้หนี

คาทอลิกฝรั่งเศสไปตั้งนิกายคาลวิน เป็นโปรเตสแตนต์นิกายที่ 2 ที่สวิตเซอร์แลนด์ ช่วยส่งเสริม
ลัทธิทุนนิยมและระบบประชาธิปไตยอย่างมาก นิกายนี้ชื่อต่างกันออกไปตามที่ต่างเช่น พิวริตัน
(องั กฤษ) เพรสไบทีเรียน (สกอตแลนด์) ฮูเกอโน (ฝรงั่ เศส)

นกิ ายแองกลิคนั (Anglican)
พระเจ้าเฮนที่ 8 (Henry VIIIX) มีพระราชประสงค์ที่จะหย่าขาดจากพระนางแคทเธอรีน

แห่งอะรากอน แต่สันตะปาปาไม่ทรงอนุญาต จึงทรงออกกฎหมายตั้งพระองค์เป็นประมุขทางศาสนา
ในองั กฤษไมข่ นึ้ ต่อครสิ ตจกั รทก่ี รงุ โรม

• การปฏริ ปู ซ้อน (The Counter Reformation) หรือการปฏริ ูปศาสนาของคริสตจกั ร
นำโดย คณะเยซูอิต (Jesuit) ศาสนจักรได้จัดประชุมสังคายนาที่เมืองเทรนต์ (The

Council of Trent) ตั้งแต่ปี 1545 – 1563 มีการกำหนดให้คัมภีร์ไบเบิลต้องเป็นภาษาละติน
ยกเลิกการขายใบไถ่บาป และตั้งศาลลงโทษพวกนอกศาสนา ผลทำให้สามารถป้องกันคนไปนับถือ
นิกายโปรเตสแตนต์ แตไ่ ม่สามารดึงคนกลบั มานบั ถือคาทอลกิ ได้

• การปฏวิ ัติวทิ ยาศาสตร์

เรมิ่ ใน C.16 โดยสาขา ดาราศาสตร์

นกั วิทยาศาสตร์คนสำคัญ

นกั วทิ ยาศาสตร์ ประเดน็ สำคญั

นิโคลัส คอปเปอรน์ คิ สั ค้นพบระบบสุริยะจักรวาล

(Nicolaus Copernicus) ลบล้างความเชือ่ โลกเป็นศนู ย์กลางจักรวาล

โยอันเนส เคปเลอร์ ค้นพบเส้นทางโคจรของดาวเคราะหเ์ ปน็ รูปวงรี
(Johannes Kepler)

กาลเิ ลโอ กาลเิ ลอี ประดิษฐก์ ลอ้ งโทรทรรศน์, เรมิ่ ทดลองเรอ่ื งแรงดงึ ดูดของโลก

(Galileo Galile) พบวงแหวนดาวเสาร์, พบบรวิ ารของดาวพฤหัสบดี

ฟรานซสิ เบคอน วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์โดยเน้นการทดลอง

(Francis Bacon) ต้ังสถาบันวทิ ยาศาสตร์แหง่ ชาติ

ชาลส์ ดารว์ นิ เสนอทฤษฎวี ิวัฒนาการว่าดว้ ยการเลอื กสรรของธรรมชาติ
(Charles Darwin)

• การปฏิวตั ิอุตสาหกรรม
เริม่ ในประเทศองั กฤษในอุตสาหกรรมทอผ้า เป็นสมยั แหง่ พลังงานไอน้ำ เครื่องจกั รสร้างด้วย

เหล็ก ในระยะนี้ คาร์ล มาร์กซ์ ชาวเยอรมัน ให้กำเนิดแนวคิด “คอมมิวนิสต์” เนื่องจากการกดข่ี
ระหว่างชนชั้นนายทุนกับชนชั้นแรงงานที่อยู่ในระบบอุตสาหกรรม ซึ่งผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ทำใหเ้ กดิ ระบบตลาดโลกและชนชัน้ ใหม่ 2 ชนช้นั (นายทุน-กรรมกร)

• พฒั นาการประชาธิปไตย

ประชาธปิ ไตยแห่งแรก คือ นครรฐั เอเธนส์ ของกรกี โบราณ (ประชาธิปไตยทางตรง)

นักปรัชญาการเมอื งแนวประชาธปิ ไตย

นักปรชั ญา แนวคดิ

โทมสั ฮอปส์ การปกครองที่กษตั รยิ ไ์ ดร้ บั อำนาจจากประชาชน

จอหน์ ล็อก 1. ประชาชนมีสทิ ธธิ รรมชาติ (ชีวติ เสรีภาพ และทรพั ย์สิน)

2. ประชาชนให้อำนาจรฐั บาล รฐั บาลมีอำนาจจำกัด

3. ถา้ ปกครองไมด่ ี ประชาชนมสี ิทธ์ิลม้ ลา้ งได้

มองเตสกิเออร์ ทฤษฎกี ารแบ่งแยกอำนาจทางการเมืองเปน็ 3 ส่วนนิติบัญญัติ บริหาร ตลุ าการ

วอลแตร์ 1. การวจิ ารณก์ ารเมอื ง

2. เสรภี าพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและการนบั ถือศาสนา

รุสโซ 1. อำนาจอธปิ ไตยเป็นของประชาชน

2. สญั ญาประชาคม

3. ประชาชนมีสิทธิล์ ้มลา้ งและจดั ตง้ั รฐั บาลชดุ ใหม่ข้ึนปกครอง

การปฏิวัตอิ ันร่งุ โรจน์ (The Glorious Revolution)
- ขุนนางเรยี กรอ้ งใหพ้ ระเจ้าจอห์นลงนามในกฎบตั รแมคนาคาร์ตา ใน ค.ศ. 1215
- เกิดสงครามกลางเมือง ค.ศ. 1642 – 1649 ผลทำให้มีการปกครองแบบเผด็จการ โดย โอลิเวอร์
ครอมเวลล์ และตอ่ มาก็ได้มีการฟ้ืนฟรู ะบบสมบรู ณาญาสิทธิราชยข์ น้ึ อกี คร้ัง
- พระเจ้าเจมส์ที่ 2 เป็นคาทอลิกทรงขัดแย้งกับรัฐสภาอย่างมากจนต้องสละราชสมบัติ รัฐสภาตั้ง
กษัตริย์พระองค์ คือ พระเจ้าวิลเลียมที่ 3 มีการออก พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมือง
(Bill of Rights) กษัตริย์อยู่ใต้กฎหมาย สิ้นสุดระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของอังกฤษ
เป็นการปฏิวัติที่ ไม่เสียเลือดเนื้อ เรียกว่า การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ (The Glorious Revolution,
Bloodless Revolution)

การปฏิวตั อิ เมรกิ า
สหรัฐอเมริกาเคยอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษต่ออังกฤษมีการขูดรีดภาษีชาวอาณานิคม

อย่างหนักและเอาเปรียบทางการค้า ชาวอาณานิคมรวมตัวกันต่อต้านเรียกร้องให้มีผู้แทน การเก็บ
ภาษีทุกครั้งต้องมีการยินยอมจากชาวอาณานิคม ผลทำให้อังกฤษยอมทุกข้อเรียกร้องยกเว้นการเก็บ
ภาษใี บชา

ชาวอาณานิคมปลอมตัวเป็นชาวอินเดียนแดงลักลอบขนใบชาบนเรือองั กฤษทิ้งลงทะเล เรียก
เหตุการณ์นี้ว่า งานเลี้ยงน้ำชาที่บอสตัน (The Boston Tea Party) ชาวอาณานิคมของตนโดยมี
จอร์จ วอชิงตัน เป็นผู้นำ และโทมัส เจฟเฟอร์สัน ร่างคำประกาศอิสรภาพและมีการคำประกาศใน
วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776

ชาวอเมรกิ ัน ต้องการอสิ รภาพในการปกครองตวั เองและความเสมอภาค
ทกุ คนมสี ิทธิในชีวติ เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข

รัฐบาลมาจากประชาชน ปกครองคามเจตนารมณ์ของประชาชน

ค.ศ. 1783 กองทัพอาณานิคมโดยความช่วยเหลือของฝรั่งเศสได้รับชัยชนะ ตั้งประเทศใหม่
คอื สหรัฐอเมริกา ประกาศใช้รฐั ธรรมนญู ลายลกั ษณ์อกั ษร (เกา่ แกท่ ส่ี ดุ ในโลก)

การปฏวิ ตั ฝิ รัง่ เศส
พลเมอื งมี 3 ฐานันดร ฝร่ังเศสนำเงนิ ไปทำสงคราม ราชสำนกั ใช้จ่ายฟมุ่ เฟือย ในสมัยของพระเจา้
หลยุ ส์ท่ี 16 เรยี กเก็บภาษีเพิ่ม
- 17 มิถุนายน ค.ศ. 1789 ฐานันดรที่ 3 รวมตัวกนั
กนั จดั ต้ังสมชั ชาแหง่ ชาติ (National Assembly)
- 20 มิถุนายน ค.ศ. 1789 สมัชชาแห่งชาติจัด
ประชุมบริเวณสนามเทนนิสของพระราชวังแวร์
ซายส์
- 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 ชาวปารีสยกขบวนไป
เดินไปทลายคุกบาสตีย์ (Bastille) เหตุการณ์นี้ถือ วันเริ่มต้นการปฏิวัติของฝรั่งเศสหรือวันชาติ
ฝร่งั เศส
- คำขวญั ของการปฏวิ ัตคิ อื เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ
- 20 กันยายน ค.ศ. 1792 สภาวองซิยง (Convention) เปิดประชุมครั้งแรก วันรุ่งขึ้นประกาศล้มเลิก
ระบบกษัตริย์ฝรั่งเศส นำสูก่ ารเป็นสมยั สาธารณรัฐฝรง่ั เศสที่ 1 มผี นู้ ำคอื โรแบส ปแิ ยร์

• สงครามโลกครั้งท่ี 1 (World War I 1917 – 1918)

ประเดน็ เนื้อหา

- ลัทธิชาตินยิ ม (เยอรมนี VS ฝรงั่ เศส)

ที่มา สาเหตุ - การแสวงหาอาณานิคม

- การแบ่งฝักแบ่งฝา่ ยแข็งขนั เพอ่ื เสรมิ สรา้ งอำนาจ

อารช์ ดยคุ ฟรนั ซ์ แฟรด์ นี นั ท์ มกฎุ ราชกมุ ารแห่งออสเตรีย-ฮงั การีและพระชายา

ชนวน โซฟี ดัชเชสแห่งโฮเอินแบร์ค ถูกลอบปลงพระชนม์ขณะเสด็จประพาสเมือง

ซาราเยโว โดยกฟั ริโล ปรนิ ซิป ชาวบอสเนียเช้อื สายเซิรบ์

- ฝ่ายพันธมิตรไตรภาคี (Triple Allied) ผู้นำคือ เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี

คูข่ ัดแย้ง (ฝา่ ยมหาอำนาจกลางในสงคราม)
- ฝ่ายข้อตกลงไตรภาคี (Triple Entente) ผู้นำคือ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส

(ฝา่ ยสัมพนั ธมิตรในสงคราม)

- เยอรมนรี บกบั ฝรัง่ เศส เยอรมนีช่วยออสเตรยี รัสเซียชว่ ยเซอร์เบีย

- อังกฤษรบกบั เยอรมนตี ามสัญญาพิทักษ์เบลเยย่ี ม

สถานการณ์ - ตรกุ ีเข้าร่วมสงครามกบั เยอรมนี
- แต่ละชาตติ ่างนำพันธมติ รเขา้ สงคราม

- ค.ศ. 1915 เรือดำน้ำเยอรมนีจมเรือกลไฟฝรั่งเศสชื่อ Sussex ทำให้ชาว

อเมริกนั เสยี ชวี ิต สหรัฐอเมรกิ า

- การรบทางบกในสนามเพลาะ

ยุทธวิธี - ระเบิด แกส๊ พษิ ชีวภาพ

- เกิดสงครามทางอากาศขึน้ เป็นคร้งั แรก

- ฝา่ ยสมั พันธมติ รชนะ

- ยุโรปอ่อนแอ จักรวรรดิใหญ่อย่างตุรกี ออสเตรีย-ฮงั การี และเยอมนตี ้องลม่

สลาย เสียอาณานิคม เสียดนิ แดน

ผลของสงคราม - สหรฐั อเมรกิ า และ ญปี่ นุ่ ขนึ้ มาเป็นมหาอำนาจใหม่
- เศรษฐกิจตกตำ่ ทว่ั โลก

- ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา วูลโร วิลสัน ประกาศ “คำแถลง 14

ประการเพ่ือสันตภิ าพ”

- มกี ารจดั ต้งั “องคก์ ารสนั นิบาตชาติ” ตามสนธสิ ัญญาแวร์ซายส์

• สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II 1939 – 1945)

ประเดน็ เน้ือหา

- ลัทธิจักรวรรดินิยม (1931 ญี่ปุ่นยึดแมนจูเรีย, 1935 อิตาลียึด อะบิสซิเนีย,

1938 เยอรมนีผนวกออสเตรียและซูเดเตน, 1939 เยอรมนีผนวกเชโก

สโลวะเกีย)

ทมี่ า สาเหตุ - ลัทธิชาตินิยม (อดอล์ฟ อิตเลอร์ - นาซี, เบนิโต มุสโสลินี – ฟาสซิสต์, ญี่ปุ่น –

วงศ์ไพบูลยแ์ ห่งมหาเอเชยี บรู พา)

- การแบง่ ฝักแบง่ ฝ่ายของมหาอำนาจ

- ความออ่ นแอขององคส์ นั ตบิ าตรชาติ (ขาดทหาร, USA ไม่เข้าร่วม)

ชนวน - 1 กันยายน ค.ศ. 1939 เยอรมนบี ุกโจมตีโปแลนด์
- 7 ธนั วาคม ค.ศ. 1941 ญีป่ นุ่ โจมตีอา่ วเพิรล์ ในหมูเ่ กาะฮาวาย USA

คู่ขัดแย้ง - ฝา่ ยอกั ษะ (Axis) ผู้นำคือ เยอรมนี อิตาลี และญปี่ นุ่
- ฝ่ายพนั ธมิตร (Allies) ผู้นำคอื องั กฤษ ฝรงั่ เศส และสหรฐั อเมรกิ า

สงครามในทวปี ยโุ รป

- เยอรมันบกุ โปแลนด์ถงึ วอรซ์ อ สหภาพโวเวยี ตบกุ ยึดโปแลนดต์ ะวนั ออก

- เยอรมันยึดเดนมารก์ นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยยี ม และฝรงั่ เศส

- เยอรมนีส่งกองทัพอากาศโจมตอี งั กฤษ ชว่ ง ส.ค. 1940 - พ.ค. 1941

- เกดิ สงครามในคาบสมทุ รบอลขา่ น ทวปี แอฟริกา

- 6 มิถุนายน ค.ศ. 1944 ซึ่งเป็นวันดี – เดย์ กองทัพพันธมิตรยกพลขึ้นที่หาด

สถานการณ์ นอรม์ งั ดี
- เยอรมนยี อมแพอ้ ย่างไม่มเี ง่อื นไข ใน 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 V.E. DAY

สงครามเอเชีย - แปซฟิ ิก

- ญีป่ นุ่ เข้ายดึ อนิ โดจนี ของฝร่งั เศส

- 7 ธนั วาคม ค.ศ. 1941 ญีป่ ุ่นโจมตีอ่าวเพิรล์ ในหม่เู กาะฮาวาย USA

- ญ่ีปุน่ ส่งกองทพั ขนึ้ ฝง่ั ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

- 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 USA ทงิ้ ระเบิดปรมาณูลูกแรกท่ฮี ิโรชิมา

- 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 USA ทิ้งระเบิดลูกท่ี 2 ทีน่ างาซากิ

ยทุ ธวิธี - ระเบดิ ปรมาณู
- จรวดแบบวี (V-2) เครอื่ งบนิ เคร่ืองยนตเ์ จต็

ผลของ - ฝ่ายอกั ษะแพ้ (กวาดลา้ งนาซี พจิ ารณาคดีนเู รมเบอรก์
สงคราม - ประเทศอาณานิคมไดร้ ับเอกราช
- ดุลอำนาจโลกเปลย่ี นมาเป็นสหรัฐอเมรกิ าและสหภาพโซเวียต

ยคุ ปัจจบุ นั

Start: สน้ิ สดุ สงครามโลกครงั้ ที่ 2 ใน ค.ศ. 1945

• สงครามเย็น
คำว่า สงครามเย็น (Cold War) ได้นำมาใช้ครั้งแรกในสุนพจน์ของ เบอร์นาร์ด บารุก (Bernard Baruch)
ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาประธานาธบิ ดแี ฟรงกลนิ ดี. รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) แห่งสหรฐั อเมรกิ า

ที่มาของสงครามเยน็ : ความขัดแย้งในอุดมการณ์ทางการเมืองของมหาอำนาจ 2 ฝ่าย คอื
ฝ่ายโลกทนุ นยิ มเสรี นำโดยสหรัฐอเมรกิ า และฝา่ ยโลกสงั คมนิยมคอมมวิ นสิ ต์ นำโดยสหภาพโซเวียต

เหตุการณ์
- วาทะทรูแมน, แผนการมารแ์ ชล - นโยบาย Comintern
- วกิ ฤตการณ์ปิดลอ้ มเบอร์ลนิ ค.ศ. 1948
- USA สรา้ งแนวปดิ ลอ้ มคอมมวิ นสิ ต์ด้วยองค์การทางทหาร NATO SEATO CENTO ANZUS
- สงครามตวั แทน เชน่ สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม เป็นต้น
- การสร้างกำแพงเบอร์ลนิ ค.ศ. 1961
- วกิ ฤตการณ์ควิ บา ค.ศ. 1962
- ประกาศหลักการนิกสนั (Nixon Doctrine)
- ประธานาธบิ ดีมิคาอลิ กอร์บาชอฟ สหภาพโซเวยี ตประกาศนโยบายกลานอสต์และเปเรสทรอยกา
- เหตุการณท์ ำลายกำแพงเบอร์ลิน เป็นสญั ลกั ษณ์ของสภาวะสงครามเย็นท่ีใกล้จะจบลง
- สหภาพโซเวยี ตล่มสลายลงเม่อื 25 ธันวาคม ค.ศ. 1991 ถือเปน็ การสนิ้ สดุ ของสงครามเย็น

รปู กำแพงเบอร์ลนิ บริเวณประตบู นั เดนิ บวร์ก

เรื่องนา่ สนใจที่ควรศึกษาเพม่ิ เติม

- เหตกุ ารณ์ 11 กันยายน 2001
- ความยัดแย้งในตะวันออกกลาง (สงครามอาหรับ -

อสิ ราเอล, สงครามอริ กั – อิหรา่ น, สงครามอ่าว
เปอรเ์ ซีย, ปัญหาศาสนาในเลบานอน)
- ปัญหากอ่ การรา้ ยและสงครามกลางเมืองศรีลังกา
- องคก์ ารสหประชาชาติ, องคก์ ารสนั นบิ าตชาติ และ
องค์ความร่วมมือระหวา่ งประเทศต่าง ๆ
- พัฒนาการดา้ นศลิ ปกรรมวัฒนธรรมของตะวนั ตก

อารยธรรมตะวันออก

อารยธรรมจนี

ที่มา : https://www.climatestotravel.com/images/maps/China.jpg
จุดกำเนิดของอารยธรรมจนี

• อารยธรรมจนี ถือกำเนดิ ข้ึนในบรเิ วณลมุ่ แมน่ ้ำหวงเหอ หรือ แม่น้ำฮวงโห (แม่น้ำเหลือง)

• ลุ่มแม่น้ำหวงเหอ ปกคลุมด้วยดินสีเหลืองหรอื ดินเลิสส์ (Loess) ซึ่งเป็นตะกอนดินทรายพัดพามาจาก

ทิศตะวนั ตก ทำให้เกิดความอุดมสมบรู ณเ์ หมาะต่อการทำการเกษตร
• “แม่น้ำวิปโยค” เป็นอีกหนึ่งชื่อของแม่น้ำหวงเหอ มาจากเมื่อเกิดน้ำท่วมแม่น้ำหวงเหอจะท่วมหนัก

กอ่ ใหค้ วามเสียหายแกท่ รัพย์และชวี ติ เป็นอย่างมาก
• เน่อื งจากอยใู่ นเขตอบอ่นุ หน้าแล้งน้ำมนี อ้ ย จงึ เกดิ ระบบชลประทาน
• แม่น้ำแยงซเี กียง เปน็ อีกหนงึ่ แม่นำ้ สำคัญ เป็นแหล่งอารยธรรมที่สมบรู ณ์ เปน็ ที่ต้ังเมืองหลวงในอดตี

(Ninjing) มีประชากรอาศัยอย่หู นาแน่น
ที่ตั้งทางภูมศิ าสตร์

• มลี ักษณะโดดเด่ียว เป็นดินแดนอนั กวา้ งใหญ่ เน่ืองจาก
• ทางเหนือและตะวันตกเปน็ ทะเลทราย ท่งุ หญา้ และเทือกเขา
• ทางตะวนั ออกเปน็ มหาสมทุ รแปซฟิ กิ อันกวา้ งใหญ่
• ทางใตเ้ ป็นเขตภูเขา ป่าดิบแลง้ และป่าฝนเขตร้อน
• จึงทำให้อารยธรรมจีนไดร้ บั อิทธิพลจากดนิ แดนอน่ื ๆ น้อยมาก

อารยธรรมจีนสมัยก่อนประวัตศิ าสตร์
• พบซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์หยวนโหมว : Yuan Mou (ประมาณ 1.7 ล้านปี) และมนุษย์ปักกิ่ง :
Peking Man ( ราว 5แสนปี)
ยคุ หินใหม่

วฒั นธรรมหยางเชา (Yangshao Culture) วฒั นธรรมหลงชาน (Longshan Culture)

- อยู่ทางตอนเหนือของจีน เชน่ เมืองซีอาน - อยู่บรเิ วณทรี่ าบล่มุ แม่นำ้ ทางภาค

- บรเิ วณทีร่ าบลมุ่ แม่นำ้ หวงเหอ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ - แม่น้ำแยงซเี กียง

- พบเคร่อื งปน้ั ดนิ เผาลายเขียนสี ลายเรขาคณิต - พบเครอ่ื งปั้นดนิ เผาแบบรมสีดำ

- ผู้หญิงเปน็ ใหญ่ - เครื่องปนั้ ดินเผาเนอ้ื ละเอียด ภาชนะแบบ 3 ขา

- เวลาเดียวกนั นอกเขตวัฒนธรรม ชาวเหอมู่ตู้ - ผชู้ ายเปน็ ใหญ่

ใกลม้ ณฑลเจอ้ เจียง เพาะปลกู ข้าวข้นึ ครัง้ แรก - พบกระดกู ทำนาย

- เปน็ ตน้ กำเนิดร่วมของภาษาตระกูลจีน-ทิเบต

นครรฐั จกั รวรรดิ สาธารณรฐั คอมมิวนสิ ต์
อารยธรรรมจนี สมัยประวัตศิ าสตร์ (สาธารณรฐั ประชาชน)

ประชา

ยคุ สมยั ชว่ งเวลา ประเดน็ สำคญั สา
• เป็นราชวงศ์แรกของจีน (ตามในบันทึก
ราชวงศ์ชาง
(ราว 1600-1046 ปี ประวัติศาสตร์ สือจี้ เซี่ยเปิ่นจี้ โดย ซือหม่า
กอ่ นครสิ ตศ์ ักราช) เซียน ราชวงศ์แรก คือ ราชวงศ์เซยี่ แตส่ ำหรับ
นักประวัติศาสตร์ตะวันตกนั้นถือว่าข้อมูล
ยคุ โบราณ/นครรฐั เกี่ยวกับราชวงศ์นี้มีน้อยมาก และสรุป
(สมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์) ไม่ได้แน่นอนว่ามีราชวงศ์นี้จริงหรือไม่
จึงนับราชวงศ์ซาง เป็นราชวงศ์แรกใน
ประวตั ิศาสตร์ของจนี )
• ปกครองแบบนครรัฐ โดยมีกษัตรยิ ์
• พบอักษรบน กระดูกเสี่ยงทาย
ถือว่าเรม่ิ เขา้ ยุคประวตั ศิ าสตร์
• เริ่มทำปฏิทิน/เริ่มการบูชาบรรพบุรุษและ
เทพเจา้

ยคุ สมัย ช่วงเวลา ประเดน็ สำคญั
• เป็นราชวงศท์ ี่ปกครองจีนนานท่ีสุด
ยคุ โบราณ/นครรัฐ ราชวงศ์โจว • ปกครองแบบศกั ดนิ า ออ๋ งปกครองแต่ละแควน้
(สมบรู ณาญาสทิ ธิราชย)์ (ราว 1046-256 ปี • ใช้หลัก “เทียนมิ่ง” หรือ “อาณัติสวรรค์”
กอ่ นคริสตศ์ ักราช)
กษัตริย์ คือ โอรสสวรรค์ ถ้าปกครองอย่าง
ไรค้ ุณธรรม อาณตั ิสวรรคจ์ ะถกู เพกิ ถอน
• ยุคเมธีร้อยสำนัก/ยุคทองทางภูมิปัญญา
มีลัทธิเกิดขึ้น เช่น ขงจื๊อ เล่าจื๊อ ม่อจื๊อ ฟาเฉีย
เปน็ ต้น
• ยุคหลังโจวไร้อำนาจอ๋องแยกตัว สู้รบกัน
กลายเปน็ ยุคชุนชิวและยคุ จ้นั กว๋อ

ราชวงศฉ์ ิน • ปราบปรามแคว้นต่าง ๆ รวบรวมจีนให้เป็น
(ราว 221-206 ปี ปึกแผ่น อ๋องแห่งแคว้นฉิน สถาปนาตัวเองเป็น
กอ่ นครสิ ต์ศกั ราช) จักรพรรดิ (ฮ่องเต้/หวงตี้) จีนพระองค์แรก
พระนามวา่ จิน๋ ซฮี ่องเต/้ ฉนิ สอื หวงต้ี

• สมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์ ยกเลกิ ระบบศักดินา

• ใช้แนวคดิ ฟาเฉียในการปกครอง

• แบ่งปกครองเป็นมณฑล

• มีการระบบเงินตรา ภาษาเขียน มาตราชั่ง ตวง

ยุคจักรวรรดิ วัด เหมือนกันทัง้ หมด

• สร้างกำแพงเมืองจนี

• มีการเผาตำราขงจ๊อื และฆา่ นักปราชญ์ขงจ๊อื

• สมัยนี้มีความเจริญรุ่งเรื่อง ชาวจีนจึงเรียก

ราชวงศฮ์ นั่ ตัวเองวา่ ชาวฮนั่ สืบตอ่ มา

(ราว 202 ก่อน • ฟื้นฟูลัทธิขงจื๊อ ใช้เป็นหลักในการสอบเข้ารับ

คริสต์ศกั ราช - ค.ศ. 220) ราชการ (จอหงวน)

• เส้นทางสายแพรไหม (Silk Road)

• พระพุทธศาสนาจากอินเดยี เรม่ิ เข้ามาในจนี

• ประดิษฐ์กระดาษ เขม็ ทศิ

ยคุ สมัย ช่วงเวลา ประเดน็ สำคญั
ยคุ จักรวรรดิ • ตง้ั โดยสุยเหวนิ ต้ี
ราชวงศ์สยุ • บูรณะกำแพงเมืองจนี
(ราว ค.ศ. 581 - ค.ศ. • ขุดคลองตา้ ยุ่นเหอ เชื่อมต่อดินแดนภาคเหนอื

618) และใต้เขา้ ด้วยกนั
• เป็นยคุ ทองของวรรณกรรมจนี
ราชวงศถ์ งั • เมอื งหลวงอย่ทู ี่ “ฉางอาน”
(ราว ค.ศ. 618 - ค.ศ. • พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรอื ง
• พระเสวียนจาง หรือ พระถังซัมจั๋ง เดินทางไป
907)
อัญเชิญพระไตรปิฎกยังอินเดียมาแปลเป็น
ภาษาจนี
• กอ่ ตัง้ ราชบัณฑิตยสถานช่ือ ฮนั หลิน หยวน
• มีจกั รพรรดนิ อี งค์แรกและองค์เดยี ว คือ
จกั รพรรดนิ ีบูเชค็ เทยี น
• เกิดเส้นทางค้าเครื่องเทศ (Spice Route)
หรอื เสน้ ทางแพรไหมทางทะเล

ราชวงศซ์ ่ง • วทิ ยาการการพมิ พ์
(ราว ค.ศ. 960-ค.ศ. • คดิ คน้ ธนบตั รเปน็ อารยธรรมแรก
• สนิ คา้ สำคัญ คอื ถ้วยชามกระเบือ้ งเคลอื บ
1279) • เกิดประเพณีการรัดเทา้ ของสตรี

ราชวงศห์ ยวน • เปน็ ชนเผา่ มองโกล
(ราว ค.ศ. 1271-ค.ศ. • ย้ายเมอื งหลวงมาอยทู่ ่ปี ักก่ิง
• มารโ์ ค โปโล มาถึงจนี สมัยนี้
1368) • มองโกลเป็นพลเมืองช้ันหนง่ึ ชาวฮน่ั เปน็

ราชวงศ์หมงิ พลเมอื งชนั้ ตำ่
(ราว ค.ศ. 1368-ค.ศ.
• ชาวฮั่นกลับปกครองจนี อีกคร้ัง
1644) • สนิ ค้าขึ้นชื่อ คือ เคร่ืองเคลอื บลายคราม
• วรรณกรรมจนี รงุ่ เรอื งมาก (ไซอ๋วิ ซอ้ งกงั๋ )
• มหาขนั ทเี จิง้ เหอเดินเรอื ถงึ โซมาเลยี ในแอฟรกิ า
• สร้างพระราชวงั กกู้ ง (พระราชวงั ต้องห้าม)

ยคุ สมยั ช่วงเวลา ประเดน็ สำคัญ
ยุคจกั รวรรดิ
ราชวงศช์ ิง • เป็นราชวงศส์ ุดทา้ ยของจีน ปกครองโดย
ชาวแมนจู
(ราว ค.ศ. 1644-ค.ศ. 1911)
• จีนเผชิญภยั คกุ คามจากลัทธจิ ักรวรรดินิยมของ
ตะวนั ตก

• จีนแพส้ งครามฝน่ิ ต้องยอมทำสญั ญานานกงิ
และยกเกาะฮ่องกงให้องั กฤษเช่า

• ปลายราชวงศ์ พระนางซูสีไทเฮา (ฉือสไี่ ท่โฮว่ )
กุมอำนาจไว้

• จักรพรรดอิ งค์สดุ ทา้ ยคอื ผู่อี๋ (Puyi)

วฏั จกั รราชวงศ์ของจนี

บ้านเมืองสงบสุข เจรญิ รงุ่ เรอื ง

เรมิ่ ต้นราชวงศด์ ว้ ย กษตั ริยอ์ งค์สุดทา้ ย
กษตั รยิ ค์ นแรกท่ีมี มกั จะออ่ นแอหรอื
ความสามารถและ ไมส่ นใจทุกขส์ ขุ

คณุ ธรรม ของราษฎร

บ้านเมอื งแตกแยก เกิดจลาจล

เกดิ ผู้ปกครองคนใหม่ ตั้งราชวงศ์ใหม่

ปลายราชวงศช์ งิ เกดิ วิกฤตการณ์หลายครงั้ เช่น กบฏนกั มวย สงครามฝน่ิ เศรษฐกิจตกตำ่ ขา้ ราชการ
ฉอ้ ราษฎรบ์ ังหลวง แพส้ งครามจนี -ญปี่ นุ่ ทำให้บา้ นเมืองสบั สนวานวาย

จนเกดิ ปฏิวตั ซิ ินไฮ่ เปน็ การปฏวิ ตั โิ คน่ ล้มราชวงศช์ ิง ในปี ค.ศ. 1911 นำโดย ดร.ซนุ ยัตเซน

จีนสมยั สาธารณรัฐ

ดร.ซนุ ยตั เซน ตั้งพรรค “กก๊ มนิ ตัง๋ ” (จีนคณะชาต)ิ ประกาศลัทธไิ ตรราษฎร์ โค่นล้มราชวงศช์ งิ ได้สำเรจ็
และมอบให้ หยวน ซ่อื ไข่ เปน็ ประธานาธบิ ดีคนแรก แต่ต่อมาสถาปนาตวั เองเปน็ จกั รพรรดิ

เม่ือ หยวน ซื่อ ไข่ เสียชวี ติ จนี เขา้ สยู่ คุ ขนุ ศกึ ดร.ซนุ ยตั เซน ขนึ้ มาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดแี ตไ่ ด้ไม่นาน

นายพลเจียง ไค เช็ค เขา้ มาปราบกก๊ ตา่ ง ๆ และข้ึนเปน็ ประธานาธิบดี จนี ต้องพบปัญหาต่าง ๆ ทสี่ ำคญั เชน่
ปญั หาภัยคุกคามจากญี่ป่นุ และอิทธพิ ลอำนาจของพรรคคอมมิวนสิ ต์ เปน็ ตน้
เมอ่ื นายพลเจยี ง ไค เช็ค พา่ ยแพใ้ หแ้ กพ่ รรคคอมมวิ นสิ ตท์ ีน่ ำโดย เหมา เจ๋อ ตงุ จงึ อพยพไปตงั้ มั่นท่ี
เกาะฟอรโ์ มซา (เกาะไตห้ วัน)

ลทั ธไิ ตรราษฎร์ (ซานหมนิ จ้อู ี้) ประกอบดว้ ย
1. โค่นราชวงศช์ งิ (ลม้ แมนจ,ู ชาตนิ ิยมจีนฮนั่ )
2. จัดตัง้ สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตย)
3. ให้ราษฎรมสี ทิ ธคิ รองที่ดิน (ช่วยเหลอื คนจน)

ซนุ ยัตเซน หยวน ซอื่ ไข่ เจยี ง ไคเช็ก เหมา เจอ๋ ตุง

จีนสมยั สาธารณรัฐประชาชนจนี

ปี ค.ศ. 1949 เหมา เจ๋อ ตุง ปฏวิ ตั ิจนี เปล่ยี นเป็น คอมมวิ นสิ ต์ ก่อต้งั สาธารณรัฐประชาชนจนี
เกดิ ปฏิวตั วิ ัฒนธรรม กำจัด 4 เก่า ได้แก่ ประเพณเี กา่ วฒั นธรรมเก่า ความคิดเก่า นสิ ยั เก่า
โดยการสร้างกล่มุ เยาวชน เรดการ์ด
เมื่อเตง้ิ เสย่ี ว ผงิ ขน้ึ มามีอำนาจได้เปิดประเทศ โดยใช้นโยบาย 4 ทนั สมยั พฒั นาเกษตร วิทยาศาสตร์
อุตสาหกรรม และทหาร ปรบั เศรษฐกิจเปน็ ทุนนิยมแต่ยงั ปกครองในลักษณะเผดจ็ การอำนาจนิยม
เร่ิมนโยบาย 1 ประเทศ 2 ระบบ
เกิดเหตกุ ารณก์ ารประทว้ งทจี่ ตั ุรสั เทยี นอนั เหมนิ ใน พ.ศ.2532 นำไปสกู่ ารสังหารหมทู่ จี่ ัตุรสั เทียนอนั เหมนิ
ผนู้ ำร่นุ ต่อมา คือ เจียง เจอ๋ หมนิ (รนุ่ ที่ 3) หู จน่ิ เทา (รุน่ ท่ี 4) และคนปัจจบุ นั สี จิน้ ผงิ (รนุ่ ที่ 5)

เติ้ง เสย่ี วผงิ เจยี ง เจอ๋ หมนิ หู จน่ิ เทา สี จ้นิ ผงิ
เจยี ง เจ๋อหมนิ

“จุดกำเนิดของอารยธรรมอินเดีย”

ท่มี าของชื่อ “อนิ เดยี ”

ชาวอารยัน (มาจากเอเชียกลาง) เข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนนี้ เรียกแม่น้ำสายใหญ่ที่อยู่ทางตะวันตก
เฉียงเหนือว่า “สินธุ” เป็นภาษาสันสกฤต ต่อมาชาวเปอร์เซียมายึดแถวนี้ได้ ออกเสียงตัว S ไม่ได้
เลยกลายเป็น “ฮนิ ดู” ตอ่ มาชาวกรกี กม็ าเรียกเพีย้ นออกไปเป็น “อนิ ดอส” “อินดีส” เลย กลายเปน็ อินเดยี

สนิ ธุ ฮนิ ดู อินดอส อินเดยี

แลว้ “ดนิ แดนภารตะ” ละ่ ?

ดินแดนภารตะ ก็คือ อินเดีย นั่นเอง เพราะชาวอินเดียเรียกดินแดนของตัวเองว่า “ภารตวรรษ” ซ่ึง
หมายความว่า ดนิ แดนพระภรต นอกจากน้กี ็ยังเรยี กวา่ “ชมพทู วปี ” ด้วยนะ

▪ ท้าวภรต ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของชาวอินเดีย เกิดจากท้าว
ทุษยันต์กับนางศกุนตลา เป็นต้นวงศ์ของพวกเการพกับพวก
ปาณฑพในเรื่องมหาภารตะนั่นเอง ชาวอินเดียเรียกบอกว่า
ตวั เองเป็นลูกของท้าวภรต

▪ ชมพูทวีป หมายถึง ดินแดนแห่งต้นหว้า ตามวรรณคดีทาง
ศาสนาพทุ ธ

▪ เอเชียใต้ คํานี้เป็นศัพท์ใหม่ เริ่มใช้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
บางทีจะเรียกว่า อนุทวีป เพราะมีขนาดกว้างใหญ่พอ ๆ กับ
ทวีปยุโรป (รวมประเทศเนปาล ปากีสถาน บังกลาเทศ
ภฏู าน และศรลี ังกา)

ทีม่ า : http://www.trueplookpanya.com/data/product/uploads/other4/sm2u8N112.png

ภมู ศิ าสตรข์ องท่ีแหง่ นีส้ ำคญั ไฉน

▪ ทางเหนอื มเี ทอื กเขาสูงชนั (เทือกเขาหิมาลยั ) วางตัวยาวเปน็ พรมแดนทางเหนอื
▪ ตะวันตกเฉียงเหนอื มีที่ราบลมุ่ แม่น้ำสนิ ธุและทะเลทรายธารท์ ีแ่ หง้ แล้ง
▪ ตะวันออกเฉยี งเหนือมที ่ีราบลมุ่ แม่นำ้ คงคาและแม่นำ้ สาขา
▪ เขตท่รี าบสงู ตอนกลางมเี ทือกเขาวนิ ธัย ท่ีราบสูงเดคขา่ นทขี่ นาบดว้ ยเทือกเขาฆาต

ตะวนั ออกและเทือกเขาฆาตตะวนั ตก ขนานไปกบั ชายฝง่ั ทะเล
▪ มีทะเลล้อมรอบ ทางตะวันตก คอื ทะเลอาหรบั ทางตะวันตกมหาสมุทรอนิ เดีย
▪ อินเดียถกู แบ่งเปน็ ส่วน ๆ การตดิ ตอ่ เป็นไปด้วยความลำบาก
▪ อินเดียมกั ถกู รกุ รานจากชนชาตอิ น่ื ผา่ นทางชอ่ งเขาไคเบอร์และชอ่ งเขาโบลนั

ตง้ั แตส่ มยั โบราณ
***ทำใหอ้ นิ เดียมีลกั ษณะโดดเด่ียวคลา้ ยกบั จนี ***

อารยธรรมอนิ เดียสมัยกอ่ นประวัติศาสตร์

อารธรรมสนิ ธุ (เกา่ แก่ที่สดุ )

• พบทเี่ มอื งฮารปั ปา และโมเฮนจา เดโร ปัจจุบันส่วนใหญอ่ ยปู่ ระเทศปากีสถาน
• สร้างโดยพวกดราวเิ ดียน/ฑราวกิ /มิลกั ขะ (ผิวดำ ตวั เตี้ย หวั หยิก)
• ลักษณะเมือง มกี ารก่อสรา้ งและวางผงั เมอื ง เปน็ ระเบยี บ แบ่งเมอื งเป็นตารางแยกพื้นทใี่ ชส้ อย

มกี ารสร้างกำแพงและปอ้ มปราการ มีสขุ าภิบาล เช่น หอ้ งน้ำ ท่อระบายน้ำ สถานท่อี าบน้ำสาธารณะ
• เส่อื มลงเนอื่ งจากภยั ธรรมชาติ คอื นำ้ ท่วม และพายทุ ราย ประกอบกบั เผา่ อารยนั เขา้ มารกุ ราน

อารธรรมอารยนั
• ชาวอารยันเปน็ พวกอนิ โด – ยโู รเปยี น มีถน่ิ ฐานเดมิ แถบทะเลสาบแคสเปยี น
• อพยพเข้ามาทางช่องเขาไคเบอร์ มคี วามสามารถทางการรบ มอี าชพี สำคัญ คือ การเล้ยี งปศสุ ตั ว์
ต่อมาเรม่ิ ทำการคา้
• เกดิ คมั ภรี พ์ ระเวท (เปน็ หลกั ฐานสำคัญของสมัยน)ี้ จึงเรียกสมยั นว้ี ่า “สมัยพระเวท”
• เริ่มมกี ารแบง่ ชนชัน้ วรรณะ

เมืองฮารัปปา และโมเฮนจา เดโร

อารยธรรมอนิ เดยี สมยั ประวตั ศิ าสตร์

ยคุ มหากาพย์

• มีการบันทึกมหากาพย์ชื่อดัง 2 เรื่อง ได้แก่ รามายณะ และ มหาภารตะ โดยใช้ อักษรบรามิลิปิ
(Brahmilipi)

• รามายณะเป็นเรื่องการต่อสู้ของความดีความชั่ว (ธรรมะกับอธรรม) ส่งผลต่อวัฒนธรรมในแถบ
เอเชียอาคเนย์เป็นอย่างมาก

• มหาภารตะเป็นเรื่องการรวมวิทยาการแขนงต่าง ๆ ของอินเดียไว้ มีบท ภควัทคีตา เป็นบทสนทนาท่ี
ไพเราะ เป็นบทสนทนาระหว่างพระกฤษณะและอรชุน ที่เกี่ยวกับหน้าที่ของกษัตริย์และการดำเนิน
ชวี ิตที่เป็นอาตมนั

• พระอนิ ทร์ เป็นเทพเจา้ สูงสดุ ของยคุ
• เกิด พิธีอัศวเมธ เป็นพิธีเปรียบเสมือนการขยายอำนาจ โดยมีการปล่อยม้าที่ผ่านพิธีศักดิ์สิทธิ์ให้

เดินทางไปตามแว่นแคว้นต่าง ๆ เป็นเวลา 1 ปี โดยมีนักรบติดตามไปด้วยทุกแห่งที่มาผ่านไป
ประมุขหรือกษัตริย์ของที่แห่งนั้นจะต้องแสดงการคารวะหรือไม่ก็ต่อสู้ เมื่อมาวิ่งครบ 1 ปีจะถูกนำ
กลบั มายังทเี่ ดิมแลว้ จะถกู บูชายญั

อนิ เดียสมยั จกั รวรรดิ

สมยั ประเดน็ สำคญั
- อยูบ่ รเิ วณตะวนั ออกแมน่ ำ้ คงคา

มคธ - มีกษัตรยิ ์ท่มี ชี อื่ เสยี ง 2 พระองค์ คอื พระเจา้ พมิ พสิ ารและพระเจา้ อชาตศตั รู
- พุทธศาสนาได้รบั การอุปถัมภเ์ ปน็ อยา่ งมาก

ราชวงศน์ ันทะแห่งจกั รววรดิมคธเสอ่ื มลงเพราะถกู อเลก็ ซานเดอร์มหาราชแหง่ มาซโิ ดเนียรกุ ราน
อารยธรรมกรีกเรมิ่ เข้าสอู่ ินเดยี และตอ่ มาพระเจา้ จนั ทรคุปต์สามารถรวบรวมอนิ เดียได้
- พระจนั ทรคุปตร์ วบรวมอินเดยี ตง้ั ราชวงศ์โมรยิ ะ โดยมีเมืองหลวงต้งั อยู่ทเ่ี มอื งปาฏ
ลีบุตร

โมริยะ - ครอบคลุมพน้ื ท่ที ่เี ป็นภาคเหนอื ของอนิ เดียปัจจบุ ัน
- กษตั ริยอ์ งคส์ ำคัญ คือ พระเจ้าอโศกมหาราช อปุ ถัมภ์ทำนุบำรงุ และเผยแผศ่ าสนา
อยา่ งจริงจงั

โมริยะเสื่อมอำนาจทำใหอ้ าณาจกั รตา่ ง ๆ แยกออกเปน็ อิสระ ชนชาติตา่ ง ๆ เขา้ มารุกราน เชน่
ชาวกรีก (พระเจา้ มานันเดอร์ที่ 1 หรือ พระยามิลนิ ทร)์ เปอร์เซยี ศกะ และกุษาณะ
ตอนเหนือ มีแควน้ คนั ธาระของราชวงศก์ ษุ าณะ กษัตริยอ์ งค์สำคญั คอื พระเจ้ากนษิ กะ
นับถอื พุทธมหายาน เกดิ พระพทุ ธรูปศิลปะกรีก
ตอนกลาง ราชวงศ์มธรุ าเข้าปกครอง
ตอนใต้ ราชวงศ์อนั ธาระเข้าปกครองเมืองสำคัญ คือ อมราวดี
- เป็นยคุ ทองของอนิ เดยี
- วทิ ยาการสำคญั ได้แก่ ภาพถำ้ อชนั ตา มหาวิทยาลัยนาลันทา เกิดระบบเลขอารบิก

คุปตะ การทำเหรยี ญตรา
- เกิดวรรณกรรมเรอื่ ง ศกุนตลา โดย กาลทิ าส
- พระเสวยี นจาง หรือ พระถงั ซมั จั๋ง เดนิ ทางมาอนิ เดียสมัยน้ี
หลงั ราชวงศค์ ุปตะเส่อื มลงทางตอนเหนือพวกมสุ ลมิ เร่มิ เขา้ ยดึ ครอง

ทางใต้ปรากฏอาณาจกั รสำคญั ได้แก่ อาณาจกั รปลั ลวะและอาณาจกั รโจฬะ ซึง่ นบั ถอื พราหมณ์-ฮนิ ดู
- มุสลิมเชอ้ื สายเตริ ์กเข้ามารุกราน ตง้ั ราชวงศป์ กครองทางเหนอื
- เมอื งหลวง คือ เมอื งเดลี
- มีการบีบบังคับให้คนนับถือศาสนาอิสลาม ทำลายวัดในพุทธศาสนาและ

สุลตา่ นแห่งเดลี เทวสถานของพราหมณ์-ฮนิ ดู มหาวิทยาลยั นาลนั ทาถกู ทำลายอย่างราบคาบ
- มีการเก็บ ภาษจี ิซยา (Jizya) กับคนทไี่ ม่นับถอื อสิ ลาม
- เกิดศาสนาสขิ (ศาสนาประยกุ ตพ์ ราหมณ์ + อิสลาม)

สมยั ประเดน็ สำคัญ

- พระเจ้าบาร์บูร์ กอ่ ตง้ั ราชวงศโ์ มกลุ (เช้อื สายมองโกลนบั ถือมุสลมิ )

- พระเจ้าอักบาร์มหาราช (Akbar the great) ทรงนับถือมุสลิม ให้เสรีภาพ

โมกลุ การนบั ถอื ศาสนา รบั ชาวฮินดเู ข้ารบั ราชการ ยกเลกิ ภาษจี ิซยา
- พระเจา้ ชาห์ เยฮนั (Shah Jahan) สร้างทชั มาฮาล

- พระเจ้าออรงั เซบกลับมาใชน้ โยบาบกดข่ศี าสนาอ่นื ๆ เกบ็ ภาษีจิซยาใหม่

- โมกุลเส่อื มลง อินเดยี ตกเปน็ อาณานคิ มองั กฤษ ใน ค.ศ. 1858

***แมช้ าวมสุ ลมิ จะนำศาสนาอสิ ลามเข้ามาเผยแผ่ ศาสนาพราหมณ-์ ฮนิ ดูยังคงฝงั รากลึกในสงั คมอินเดีย***

อนิ เดยี สมยั ตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ (ค.ศ. 1858 – 1947)

• เริ่มจากอังกฤษเข้ามาตั้ง บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ที่ 3 เมืองท่าหลัก (บอมเบย์, มัทราส,
กลั กัตตา)

• ปี ค.ศ. 1857 เกิดกบฏซีปอย รัฐบาลอังกฤษจึงล้มราชวงศ์โมกุล เข้าควบคุมอินเดีย สถาปนาสมเด็จ
พระราชนิ นี าถวิกตอเรีย เปน็ พระจกั รพรรดินีแหง่ อนิ เดีย (Empress of India) มอี ุปราชอังกฤษประจำ
อนิ เดีย เป็นผู้ปกครอง

• บางแควน้ ปกครองโดยองั กฤษโดยตรง เรียกวา่ อินเดียขององั กฤษ (British India)
• บางแควน้ ปกครองโดยเจา้ นายชาวอินเดยี เรียกวา่ อินเดียของชาวอินเดีย (Indian India)
• เกิดกระแสชาตนิ ิยมเพ่ือเรยี กร้องเอกราช ภายใต้การนำของมหาตมะคานธี และชวาหะร์ลาล เนหร์ ู
• วธิ ีของมหาตมะ คานธี คอื สัตยาเคราะห์ โดยยดึ ถือ อหิงสา

อนิ เดียสมัยเอกราชจนถึงปจั จบุ นั

• อนิ เดยี ไดร้ บั เอกราชจากองั กฤษใน ปี ค.ศ. 1947
• ปากีสถานแยกออกจากอินเดียใน ค.ศ. 1947 ด้วยเหตุทางศาสนา เป็นปากีสถานตะวันออกและ

ปากีสถานตะวนั ตก
• พร้อมกับยอมรับเอกราชของเนปาลและภูฏาน
• ต่อมา ค.ศ. 1971 ปากสี ถานตะวันออก แยกออกมาตัง้ เป็น ประเทศบังกลาเทศ
• เนหร์ ู เปน็ นายกรฐั มนตรคี นแรก
• นายกรัฐมนตรคี นสำคญั นางอนิ ทิรา คานธี และนายนเรนทระ โมที (นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบนั 2021)
• อินเดียเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประชาธิปไตยมีเสถียรภาพมากทั้งนี้เพราะ

ไมเ่ คยมีการรฐั ประหารหรือมกี ารปกครองแบบเผด็จการโดยทหาร

“If I die today, every drop of my blood will invigorate the nation."

อนิ ทิรา คานธี (Indira Gandhi)

มหาตมะคานธี ชวาหะรล์ าล เนหร์ ู อนิ ทิรา คานธี นเรนทระ โมที

แนวคิดเกี่ยวกบั ถนิ่ กำเนิดของชนชาติไทย ภาคกลางของจีน 2

เทือกเขาอัลไต หรือแถบเอเชียกลางในประเทศมองโกเลยี - ศาสตราจารย์แตเรยี ง เดอ ลาคเู ปอรี ผ้เู สนอแนวคิด

- ดร. วเิ ลยี ม คลฟิ ตัน ดอดด์ ผเู้ สนอแนวคิด - กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ
- ขนุ วจิ ิตรมาตรา (สง่า กาญจนพันธ)์ุ : หลักไทย
!!! ไม่เปน็ ทีย่ อมรับของนักวชิ าการในปัจจบุ ัน เพราะสภาพภูมิประเทศ - หลวงวจิ ิตรวาทการ : งานคน้ ควา้ เรื่องชนชาติไทย
และภมู ิอากาศไมเ่ ออ้ื อำนวยการอพยพต้องผา่ นทะเลทรายกวา้ งใหญ่
- พระบรหิ ารเทพธานี : พงศาวดารของชาติไทย
1และทรุ กันดารมาก
- พระยาอนุมานราชธน : เรือ่ งของชาติไทย

!!! สว่ นใหญ่ไม่ยอมรบั เพราะหลักฐานไมเ่ พียงพอ

ประเทศไทยปจั จุบัน 4 3ตอนใตข้ องจนี

- ดร. ควอรชิ เวลส์ ผเู้ สนอแนวคิด - อาร์ชบิ อลด์ รอสส์ คอลลูน ผเู้ สนอแนวคิด
- ศาสตราจารย์ นายแพทย์สดุ แสงวิเชียร - ศาสตราจารย์วิลเลียม เจ เกดนยี ์
- ศาสตราจารย์ชิน อยดู่ ี - ศาสตราจารย์ขจร สขุ พานิช
- ศรศี กั ร วัลลโิ ภดม และ สจุ ิตต์ วงษ์เทศ - ศาสตราจารยเ์ จยี งองิ้ เหลยี ง : ประวัติชนเชอ้ื ชาติไทย
- เฉนิ หลวี่ฟาน : วิจัยปัญหาแหล่งกำเนิดของชาตไิ ทย
!!! ยังไมเ่ ป็นข้อยุติ เพราะหลกั ฐานท่พี บระบุไม่ได้ - ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร
ว่าเปน็ ชนชาตไิ ทย
!!! ส่วนใหญย่ อมรบั เพราะมีหลักฐานทางด้าน
มานษุ ยวทิ ยาและภาษาศาสตร์สนับสนุน

คาบสมทุ รมลายูและหมเู่ กาะตา่ ง ๆ 5

- รูธ เบเนดกิ ต์ ผ้เู สนอแนวคิด

- นายแพทยส์ มศักดิ์ พันธ์ุสมบุญ : งานวจิ ัยเก่ียวกับหมู่เลอื ดและลกั ษณะของยีน

!!! ไม่เป็นทย่ี อมรบั เพราะไมม่ หี ลกั ฐานสนับสนุนเพยี งพอ

รฐั โบราณในในดินแดนสวุ รรณภูมิ

ฟนู นั - รวมตวั กันเปน็ รฐั แรกของเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
- เมืองหลวงชอ่ื วยาธปรุ ะ (อยู่ในประเทศกัมพชู า) เมอื งท่าสำคญั คือ เมอื งออกแกว้ (อยู่ใน
(กัมพูชา+ลุ่มแม่นำ้ เจ้าพระยา ประเทศเวียดนาม)
+เวียดนามตอนใต)้ - รบั อิทธพิ ลแนวคิดพราหมณ์-ฮนิ ดู จากอินเดยี เริ่มตน้ แนวคิดเทวราชา
- เกดิ การแตกแยกภายใน อาณาจกั รเจนละเขา้ มาแทนที่
เจนละ - พระเจ้าภววรมันท่ี 1 และพระเจา้ จติ รเสน พระอนุชา เปน็ ผนู้ ำเข้าโจมตแี ละยดึ ครอง
อาณาจกั รฟูนัน
(กัมพชู า+ลุม่ แม่นำ้ โขง) - พระเจ้าภววรมันที่ 1 ทรงสร้างเมืองหลวงที่ปราสาทภู (จงั หวดั สตรงึ เตรง กมั พูชาในปจั จุบนั )
- พระเจา้ อิศานวรมนั ท่ี 1 ทรงย้ายเมืองหลวงใหม่ลงมาทล่ี ่มุ น้ำสตึงเสน ชอื่ ว่า อศิ านปรุ ะ
เขมรโบราณ - รบั อิทธพิ ลทางศาสนาต่อจากฟูนนั
- ภายหลงั เกดิ ความแตกแยก ถูกแบ่งออกเปน็ เจนละบก ศนู ย์กลางอยู่ท่ีเมืองปากเซและ
(กัมพชู า) จำปาศกั ดิ์ในลาวปัจจบุ ัน และเจนละนำ้ ศูนยก์ ลางอยบู่ ริเวณประเทศกมั พูชาในปจั จบุ นั
- พระเจา้ ชัยวรมันที่ 2 ได้รวบรวมเจนละบกและเจนละน้ำ สถาปนาอาณาจักรเขมรโบราณ
จามปา - พระเจ้าสุริยวรมันท่ี 2 สร้างนครวัด (พราหมณ์-ฮินดู นกิ ายไวษณพ)
- พระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 7 สร้างนครธม (พุทธมหายาน)
(เวยี ดนามตอนกลาง) - อยู่ริมฝั่งทะเลจีนใต้ ระหวา่ งลมุ่ แมน่ ้ำแดงทางตอนเหนือและอาณาจักรฟนู ันทางตะวนั ตก
เฉียงใต้ ศูนยก์ ลางคอื เมืองเว้
ญวน - รับอิทธิพลมาจากอนิ เดีย
- เปน็ ชาวทะเลมีความสามารถการเดินเรือ
(เวียดนาม) - หมดอำนาจลงเพราะถูกพวกญวนตีแตก
- เคยเป็นรฐั หนง่ึ ของจนี ในปลายราชวงศฮ์ ่ัน เวยี ดนามได้แยกดินแดนออกมาเปน็ อาณาจกั ร
พุกาม ไดเวียด โดยมีราชวงศ์ปกครองสบื ตอ่ กันมา
- ทำสงครามขยายอาณาเขตกบั อาณาจักรจามปา และรวมจามปาเขา้ กับอาณาจักรไดเวยี ด
(พมา่ ) - รับอทิ ธพิ ลจากวัฒนธรรมจีนมาก
- อาณาจักรและราชวงศ์แรกในประวัตศิ าสตรพ์ ม่า ต้ังอยู่บริเวณลุม่ แมน่ ้ำอริ วดี
ศรีวิชัย สิงหัสสาหรี - นับถือพระพทุ ธศาสนา นกิ ายเถรวาท และนัต (ผีบา้ นผเี มอื งของพมา่ )
มัชปาหิต - พระเจ้าอโนรธา สร้างเจดียช์ เวซิโกน เปน็ ตน้ แบบเจดียข์ องพม่า
- พกุ ามไดช้ ื่อว่า “เมอื งแห่งทะเลยเ์ จดีย”์ มมี ากถึง 4,000 แหง่
(หมู่เกาะสุมาตรา) - ลม่ สลายเนื่องจากกองทพั มองโกล (ราชวงศห์ ยวน) ยกทัพเข้ามาบุก
- อาณาจักรศรีวชิ ัยรุ่งเรืองขน้ึ มาแทนท่ฟี ูนนั
- ตอ่ มาอาณาจักรสิงหัสสาหรี บนเกาะชวาเข้ามามีอำนาจแทนท่ี
- อาณาจกั รมชั ปาหติ เข้ามามอี ำนาจแทนที่และเปน็ อาณาจักรสุดท้ายในหมู่เกาะมลายู
ภายหลงั เสอ่ื มอำนาจลงเนือ่ งจากการขยายตวั ของเครือรัฐอิสลาม
- เป็นศนู ยก์ ลางการเผยแผ่ศาสนาอสิ ลาม
- เป็นศนู ย์การค้าทางทะเล ควบคมุ เส้นทางเดินเรือ

❖ รัฐโบราณในภาคเหนือ
โยนกเชยี งแสน ประมาณพุทธศตวรรษท่ี 12-19

ศูนย์กลางอยู่ท่เี มอื งเชยี งแสน (อ.เชียงแสน จ.เชียงราย) ตำนานสงิ หนวตั ิ กล่าววา่ พระเจา้ สงิ หนวตั ิสร้างเมอื ง
“นาคพนั ธุสิงหนวัตินคร” ภายหลงั เปล่ียนชื่อเปน็ “โยนกนครราชธานศี รีชา้ งแส่น” และตอ่ มาเรียกว่า “เชยี งแสน”
ในสมยั พระเจ้าพงั คราช ถูกพวกขอมยึดเมือง พระเจา้ พรหมราช พระราชโอรสสามารถกอบกบู้ ้านเมอื งไดแ้ ละสร้าง
เมืองใหม่ท่ีเวียงชยั ปราการ จนถึงสมัยพระเจ้ามหาชยั ชนะเกิดแผน่ ดนิ ไหวทำใหเ้ มืองลม่ จมลงกลายเปน็ หนองนำ้ ใหญ่
ชาวบา้ นทร่ี อดตายได้สร้างเมอื งใหม่ ช่ือว่า “เวียงปรกึ ษา” โดยมีขุนลังเป็นเจ้าเมือง

วดั ป่าสัก เชยี งราย

หริภุญชยั ประมาณ พ.ศ. 1204-1835

ศูนยก์ ลางอยู่ทเี่ มืองลำพูนพระนางจามเทวเี ปน็ ปฐมกษตั รยิ ์ จีนเรียกแควน้ นี้ว่า “หนีห่ วัง่ กก๊ ” (แควน้ ผหู้ ญิงทเี่ ปน็
ใหญ)่ ตำนานจามเทววี งศ์ กลา่ ววา่ พระฤาษีวาสุเทพสร้างเมืองหรภิ ญุ ชัยและขอให้กษตั รยิ ์ละโว้สง่ เชอ้ื สาย
มาปกครอง กษัตริยล์ ะโวจ้ งึ ส่งพระราชธดิ า คือ พระนางจามเทวีมาปกครอง นับถอื พระพุทธศาสนานกิ ายเถรวาท
เจดีย์กู่กุด วดั จามเทวพี ระธาตุหริภุญชยั ลำพนู ภายหลังถกู รวมเป็นสว่ นหน่ึงของลา้ นนาใน พ.ศ. 1835

พระธาตุหริภุญชยั ลำพูน

ลา้ นนา พ.ศ. 1839-2442

ศนู ยก์ ลางอยู่ที่เมอื งเชียงใหม่พระยามงั ราย กอ่ ตงั้ เมือลา้ นนาย้ายราชธานจี ากแควน้ หริ ญั นครเงินยางไปยงั
เชียงราย > เวยี งฝาง > เวียงกุมกาม > เชียงใหม่ ตามลำดบั ทรงสรา้ งเมืองเชยี งใหม่ “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม”่
สรา้ งอักษรธรรมลา้ นนา ตรากฎหมายมงั รายศาสตรน์ บั ถอื ศาสนาพทุ ธเถรวาทลังกาวงศ์จากสุโขทยั และพม่า
สงั คายนาพระไตรปิฎก พ.ศ. 2020 คร้งั ที่ 8พระธาตดุ อยสเุ ทพ วดั เจดียห์ ลวง วัดเจด็ ยอด เชยี งใหม่ ถกู ผนวกเป็น
ส่วนหนงึ่ ของสยาม สมยั รชั กาลท่ี 5

พระธาตดุ อยสเุ ทพ เชียงใหม่

❖ รัฐโบราณในภาคอสี าน
โคตรบรู ณ์ ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี 11-15

ศูนย์กลางอยทู่ ี่เมืองนครพนมอาณาเขตครอบคลุมสองฝั่งแม่น้ำโขงเหนืออบุ ลราชธานีขึ้นไปเมอื งหลวง คอื
มรุกขนคร พระยาศรีโคตรบองเป็นผู้ครองเมอื งคนแรก นับถอื พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท นับถอื พญานาค
ตำนานอุรังคธาตุ กลา่ วถงึ ตำนานการสร้างพระธาตุพนมท่ปี ระดษิ ฐานพระอรุ ังคธาตุ (กระดกู หน้าอก)
ของพระพุทธเจา้ เคยเปน็ ดินแดนของอาณาจกั รฟูนันและเจนละมากอ่ นเมอื่ ขอมเสื่อมอำนาจลง อาณาจักรโคตร
บูรณ์จึงถกู รวมเป็นส่วนหนึ่งของลา้ นชา้ งสมัยพระเจ้าฟา้ งมุ้

พระธาตพุ นม นครพนม

ลา้ นช้าง พ.ศ. 1896-2250

ศนู ย์กลางอยทู่ ่ีเมืองหลวงพระบาง-เวียงจนั ทน์ประเทศลาวพระเจา้ ฟา้ ง้มุ กษัตรยิ พ์ ระองคแ์ รก ยุคทองของลา้ นช้าง
คือ สมยั สมเดจ็ พระไชยเชษฐาธริ าชและสมัยพระเจ้าสรุ ยิ วงศาธรรมกิ ราชเปลย่ี นจากนบั ถอื ผีมานับถือศาสนาพุทธพระ
ธาตหุ ลวง เวียงจันทนก์ ลางพุทธศตวรรษที่ 23 เกดิ การแบง่ แยกเป็น 3 อาณาจกั ร คือ เวียงจนั ทน์ หลวงพระบาง
จำปาศักด์ิ ถูกรวมเป็นส่วนหนึง่ ของสยามในสมัยพระเจา้ กรุงธนบรุ ี

พระธาตหุ ลวง เวียงจนั ทน์ พระเจา้ ฟา้ ง้มุ เวียงจันทน์

❖ รฐั โบราณในภาคกลาง

ทวารวดี ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี 12-16

ศนู ย์กลางอยู่ที่เมอื งนครปฐมโบราณ (นครชยั ศรี)ปรากฏในบันทึกของหลวงจีนอ้จี ิง เรียกวา่ “โถโลโปตี้”นับถอื
พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทพบเหรียญจารึกภาษาสนั สกฤตว่า “ศรที วารวตีศวรปุณย”พบหลกั ฐานจำนวนมาก
เชน่ พระธรรมจักรศิลา ใบเสมา กวางหมอบ พระพมิ พ์ พระพุทธรูปศิลา โบราณสถานขนาดใหญ่สถาปตั ยกรรม
คอื พระปฐมเจดยี ์ (องคเ์ ก่า) นครปฐมศิลปะ วฒั นธรรม การปกครอง รบั มาจากอนิ เดีย เสือ่ มโทรมลงเพราะการ
แผ่ขยายอำนาจของอาณาจกั รเขมรราวพทุ ธศตวรรษท่ี 14-16

ธรรมจักรและกลางหมอบ ศิลปะทวารวดี

ละโว้ ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี 12-19

ศูนย์กลางอยู่ทเี่ มอื งลพบรุ ีจดหมายเหตขุ องจนี เรยี กว่า “หลอห”ู เดิมนบั ถือพระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาท
ภายหลังขอมเขา้ มามอี ำนาจจึงได้รบั อทิ ธิพลศาสนาพราหมณ-์ ฮนิ ดู และพทุ ธมหายานสถาปตั ยกรรม
คือ พระปรางค์สามยอด ลพบรุ ี ประตมิ ากรรม สรา้ งด้วยศิลาหรอื สำริด เทวรปู ในศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู พระ
โพธสิ ัตว์ (พทุ ธมหายาน) พระพุทธรปู ปางนาคปรก (พุทธเถรวาท)สรา้ งผงั เมืองสเี่ หลีย่ ม สรา้ งบาราย (สระนำ้ )
โคปุระ (ซ้มุ ประตู)อโรคยาศาล (โรงพยาบาล) ธรรมศาลา (ศาลารมิ ทาง)บรรณาลยั (หอ้ งเกบ็ สมุดเอกสาร)

พระปรางค์สามยอด ลพบุรี

❖ รฐั โบราณในภาคใต้
ตามพรลิงค์ ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ 7-19

ศูนยก์ ลางอยู่ท่ีเมอื งนครศรีธรรมราช (ลิกอร)์ จีน เรยี กว่า “ตันมาลิง”ในพทุ ธศตวรรษท่ี 18 ตามพรลงิ ค์เปลยี่ นชอื่
เปน็ “นครศรีธรรมราช”เดิมนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดูตอ่ มานบั ถือพระพทุ ธศาสนานกิ ายเถรวาทลังกาวงศแ์ ละ
เผยแพร่ไปยังสุโขทยั และรัฐอน่ื ๆ ในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตพ้ ระบรมธาตุเจดีย์ วดั พระมหาธาตุ นครศรธี รรมราช
ตอ่ มาตกอยูภ่ ายใตอ้ ำนาจของสุโขทยั และอยุธยา

พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรธี รรมราช


Click to View FlipBook Version