The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการประเมินตนเอง
(Self - Assessment Report : SAR)
ประจำปีการศึกษา 2568
โรงเรียน พีระยา นาวิน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รหัสโรงเรียน 1110100504
31/2 หมู่ที่ - ถนน พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 029-407-0009 โทรสาร 02-940-7010
สังกัด
สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พีระยา นาวิน, 2026-05-27 04:51:13

รายงานผลการประเมินตนเอง (Self - Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2568

รายงานผลการประเมินตนเอง
(Self - Assessment Report : SAR)
ประจำปีการศึกษา 2568
โรงเรียน พีระยา นาวิน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รหัสโรงเรียน 1110100504
31/2 หมู่ที่ - ถนน พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 029-407-0009 โทรสาร 02-940-7010
สังกัด
สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการ

708. สื่อการเรียนรู้1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. แบบฝึ กหัดพัฒนาการคิดและเสริมสร้างสมรรถนะรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ Active Learning เน้นสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)4. แกนกระดาษช าระ 1 อัน5. เหรียญ 1 เหรียญ6. ไม้ปลายแหลม 1 แท่ง7. ไม้บรรทัด 1 อัน8. ใบงานที่ 6 เรื่อง การมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง (ตอนที่ 1)9. แหล่งเรียนรู้เว็บไซต์สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) https://www.iadth.com


71 ภาพประกอบ


72


73


74


75กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่4หน่วยการเรียนรู้ที่2 สัตว์และประเภทของสัตว์เรื่อง การจ าแนกสัตว์ เวลา 1 ชัวโมง่ผู้สอน สาวสาวศิริวรรณ แขยินดี วันที่ 17กรกฎาคม พ.ศ. 2568 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ตัวชี้วัดระหว่างทางว 1.3 ป.4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน ้าสะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน ้านม และยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่มตัวชี้วัดปลายทางว 1.3 ป.4/3 จ าแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ครั้งที่ 8วันที่ 17กรกฎาคม 2568


762. จุดประสงค์การเรียนรู้1. ระบุประเภทของสัตว์โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ได้ (K)2. ยกตัวอย่างชนิดของสัตว์ในแต่ละประเภทได้ (K)3. ปฏิบัติกิจกรรมการจัดจ าแนกสัตว์ อย่างรวมพลัง ด้วยความใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่น และมีจิตสาธารณะได้(P)4. เขียนแผนภาพความคิด ประเภทของสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้(P)5. เป็นผู้มีความใฝ่เรียนรู้ความใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่น และมีจิตสาธารณะ(A)3. สาระการเรียนรู้การจัดจ าแนกสัตว์โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้1. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่ไม่มีโครงกระดูกในตัว และไม่มีกระดูกสันหลัง2. สัตว์มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่มีโครงกระดูกในตัว และมีกระดูกสันหลัง4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน1. ความสามารถในการสื่อสาร- การอธิบาย การฟัง การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน2. ความสามารถในการคิด- การสังเกต การส ารวจ การคิดวิเคราะห์ การจัดจ าแนก การสร้างค าอธิบาย การสื่อความหมาย การจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ การท ากิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์3. ความสามารถในการแก้ปัญหา- การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต- การท ากิจกรรมกลุ่ม


775. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี- การน าเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์1. ใฝ่เรียนรู้2. มุ่งมั่นในการท างาน3. มีจจิตสาธารณะ6. ค าถามส าคัญ เราจะจัดจ าแนกสัตว์ในท้องถิ่นของเราได้อย่างไรบ้าง7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Stepsขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)1. นักเรียนร่วมกันสนทนา และยกตัวอย่างสัตว์ชนิดต่าง ๆ ในท้องถิ่น ผู้แทนนักเรียนบันทึกค าตอบ บนกระดานในแบบแผนภาพความคิด2. นักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับการจัดจ าแนกสัตว์ โดยร่วมกันตอบค าถามส าคัญ ดังนี้2.1 เราจะจัดจ าแนกสัตว์ในท้องถิ่นของเราได้อย่างไรบ้าง นักเรียนร่วมกันคาดคะเนค าตอบของค าถามข้างต้น3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท าและปฏิบัติกิจกรรมที่ 2.1 เรื่อง การจัดจ าแนกสัตว์ ในใบงานที่ 4 ตามขั้นตอน ดังนี้


783.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ .................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ ................ ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ .............. อื่น ๆ .................................3.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีการท ากิจกรรมที่ 2.1 เรื่อง การจัดจ าแนกสัตว์ ในใบงานที่ 45. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามก่อนท ากิจกรรม ดังนี้5.1 ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร(เราจะจัดจ าแนกสัตว์ในท้องถิ่นของเราได้อย่างไรบ้าง)5.2 กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์อะไร (เพื่อศึกษาและจ าแนกประเภทของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้)5.3 นักเรียนคิดว่าจะใช้เกณฑ์ใดในการจัดจ าแนกสัตว์และสามารถจัดจ าแนกสัตว์ได้กี่ประเภทอะไรบ้าง (ใช้เกณฑ์การมีกระดูกสันหลัง จ าแนกได้ 2 ประเภท คือ 1. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และ 2. สัตว์มีกระดูกสันหลัง)6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังลงมือท ากิจกรรมที่ 2.1 เรื่อง การจัดจ าแนกสัตว์ เพื่อบ่งชี้การจัดจ าแนกสัตว์ โดยใช้เกณฑ์การมีกระดูกสันหลัง และบันทึกผลการท ากิจกรรม ในใบงานที่ 4กิจกรรมกลุ่ม และการปฏิบัติกิจกรรม เป็นการสร้างเสริมสมรรถนะการรวมพลังท างานเป็นทีมและทักษะศตวรรษที่ 21 ด้านการร่วมมือท างานเป็นทีม การคิดแก้ปัญหา และรับผิดชอบต่อผลงานร่วมกันการคิดแก้ปัญหา และรับผิดชอบต่อผลงานร่วมกัน


797. หลังจากนักเรียนท ากิจกรรม และบันทึกผลการท ากิจกรรมแล้ว ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียนขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และอภิปรายเกี่ยวกับผลการท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังนี้8.1 สัตว์ชนิดใดบ้างที่ไม่มีกระดูกสันหลัง(กุ้ง ปลิง ไส้เดือนดิน หอยแครง ปะการัง ฟองน ้า ดาวทะเล)8.2 สัตว์ชนิดใดบ้างที่มีกระดูกสันหลัง(เป็ด ปลานิล แมว กบ เต่า)8.3 เมื่อใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ สามารถแบ่งสัตว์เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง(2 ประเภท คือ 1. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และ 2. สัตว์มีกระดูกสันหลัง)8.4 นักเรียนสามารถจัดจ าแนกสัตว์ตามประเภทสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังได้อย่างไร(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่1. ฟองน ้า ได้แก่ ฟองน ้า2. กะพรุน ปะการัง กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ได้แก่ ปะการัง3. หอยและหมึก ได้แก่ หอยแครง4. สัตว์ที่มีล าตัวเป็นปล้อง ไม่มีขา ได้แก่ ปลิง และไส้เดือนดิน5. สัตว์ที่มีล าตัวเป็นหนาม ได้แก่ ดาวทะเล6. สัตว์ที่มีล าตัวเป็นปล้องและมีขาเป็นข้อ ได้แก่ กุ้ง7. หนอนตัวแบนและหนอนตัวกลม)


808.5 นักเรียนสามารถจัดจ าแนกชนิดของสัตว์ตามประเภทสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังได้อย่างไร(สัตว์มีกระดูกสันหลัง แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่1. กลุ่มปลา ได้แก่ ปลานิล2. กลุ่มสัตว์สะเทินน ้าสะเทินบก ได้แก่ กบ3. กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ เต่า4. กลุ่มนก ได้แก่ เป็ด5. กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน ้านม ได้แก่ แมว)8.6 นักเรียนมีวิธีป้องกันการสูญเสียความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและการอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นได้อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ จัดที่อยู่หรือให้สัตว์อยู่ในที่ที่เหมาะสม)8.7 การที่นักเรียนร่วมกันรณรงค์ให้คนในท้องถิ่นช่วยกันป้องกันการสูญเสียความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและการอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น แสดงว่านักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อใด (มีจิตสาธารณะ)9. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรมโดยตอบค าถามส าคัญ ดังนี้9.1 เราจะจัดจ าแนกสัตว์ในท้องถิ่นของเราได้อย่างไรบ้าง (การจัดจ าแนกสัตว์ โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ แบ่งได้เป็น สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง)10. นักเรียนร่วมกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม โดยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลักษณะของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกับสัตว์มีกระดูกสันหลัง โดยเขียนในแบบแผนภาพเปรียบเทียบ


81(ตัวอย่างแผนภาพ)แผนภาพเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างลักษณะของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง กับสัตว์มีกระดูกสันหลัง11. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการจัดจ าแนกสัตว์ว่า การจัดจ าแนกสัตว์โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้1. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่ไม่มีโครงกระดูกในตัว และไม่มีกระดูกสันหลัง2. สัตว์มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่มีโครงกระดูกในตัว และมีกระดูกสันหลังขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge)12. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ส ารวจสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์มีกระดูกสันหลังในท้องถิ่น แล้วออกแบบและเขียนแผนภาพความคิด ประเภทของสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยใช้การมีกระดูกสันหลัง เป็นเกณฑ์ในกระดาษฟลิปชาร์ต จัดท าเป็นชิ้นงาน13. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การจัดจ าแนกสัตว์ สามารถใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ในการจัดจ าแนกได้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเต้นแอโรบิกสัตว์ที่ไม่มีโครงกระดูกในตัวและไม่มีกระดูกสันหลังไม่มีกระดูกสัน เล่นกีฬาฟุตบอลหลังมีกระดูกสันหลังสัตว์ที่มีโครงกระดูกในตัวและมีกระดูกสันหลังสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์


82ขั้นสื่อสารและน าเสนอ (Applying the Communication Skill)14. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอแผนภาพความคิด ประเภทของสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์พร้อมพูดประกอบการอธิบายหน้าชั้นเรียน เพื่อน ๆ ร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง15. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างานที่มีแบบแผนขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)16. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่น จัดแสดงที่ป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในโรงเรียน17. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมินขั้นตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันนี้มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้างมีความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องใด ให้ระบุ18. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้• สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร• นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด• เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด• นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด• นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไปได้อย่างไรจากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป8. สื่อการเรียนรู้1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 4


832. แบบฝึกหัดพัฒนาการคิดและเสริมสร้างสมรรถนะ รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้Active Learning เน้นสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4. ภาพสัตว์ชนิดต่าง ๆ (ปะการัง กบ ฟองน ้า ปลิง เป็ด แมว ไส้เดือนดิน ปลานิล เต่า หอยแครง ดาวทะเล กุ้ง)ฟองน ้าปลิงเป็ด แมวปลานิลไส้เดือนดินปะการังกบ เต่ากุ้งหอยแครงดาวทะเล


845. ภาพสัตว์ 12 ภาพ (กุ้ง ปลิง เป็ด ฉลาม พยาธิเส้นด้าย หอยแครง ปะการัง จิงโจ้ กบ ฟองน ้า ดาวทะเล เต่า)6. กระดาษฟลิปชาร์ต7. ใบงานที่ 4 เรื่อง การจัดจ าแนกสัตว์8. ใบกิจกรรม เรื่อง การจัดจ าแนกสัตว์9. แหล่งการเรียนรู้1. เว็บไซต์ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) https://www.iadth.com2. แพลตฟอร์ม สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) https://www.iadclass.com3. บริเวณโรงเรียนกุ้ง ปลิง เป็ด ฉลามพยาธิเส้นด้าย หอยแครง ปะการัง จิงโจ้กบ ฟองน ้า ดาวทะเล เต่า


8510. กิจกรรมเสนอแนะนักเรียนลองท ากิจกรรมต่อไปนี้ใบกิจกรรมการจัดจ าแนกสัตว์วัสดุอุปกรณ์ภาพสัตว์ 12 ภาพได้__________คะแนนคะแนนเต็ม 10 คะแนนกุ้ง ปลิง เป็ด ฉลามพยาธิเส้นด้าย หอยแครง ปะการัง จิงโจ้กบ ฟองน ้า ดาวทะเล เต่า


86 ภาพประกอบ


87


88


89


90กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่6หน่วยการเรียนรู้ที่3ไฟฟ้า เรื่อง แรงดึงดูดและแรงผลักทางไฟฟ้า1 เวลา 2 ชัวโมง่ผู้สอน นายเจษฎา สุ่มมาตย์ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ตัวชี้วัดว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์1. อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถูได้ (K)2. ปฏิบัติกิจกรรม แรงดึงดูดและแรงผลักทางไฟฟ้า อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้ (P)3. บ่งชี้ตัวแปรต่าง ๆ ตั้งสมมุติฐาน และสรุปผลการทดลองได้ (P)4. มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A)ครั้งที่ 9วันที่ 23กรกฎาคม 2568จุดประสงค์การเรียนรู้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด


91วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถูแล้ว เมื่อนำเข้าใกล้กันอาจดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นแรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นแรงไม่สัมผัส เกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้ามี 2 ชนิด คือ ประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันผลักกัน ชนิดตรงข้ามกันดึงดูดกัน1. ความสามารถในการสื่อสาร- การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน2. ความสามารถในการคิด- การสังเกต การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การจำแนกประเภท การจัดจำแนก การจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์3. ความสามารถในการแก้ปัญหา- การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต- กระบวนการกลุ่ม5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี1. ใฝ่เรียนรู้2. มุ่งมั่นในการทำงานสาระการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์


92แรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมีลักษณะอย่างไร1. นักเรียนเข้าสู่บทเรียนเกี่ยวกับแรงไฟฟ้า โดยร่วมกันทำกิจกรรมกระตุ้นความสนใจ ดังนี้1.1 สาธิตการทดลองการเกิดไฟฟ้าสถิต ให้นักเรียนดู เพื่อดึงดูดความสนใจ โดยการใช้ท่อ PVC ดูดกระป๋องน้ำอัดลม1.2 ให้ตัวแทนนักเรียนหญิง ออกมา 2 คน เพื่อสาธิตการเกิดไฟฟ้าสถิต โดยการใช้ท่อพีวีซี ที่ขัดด้วยผ้า โดยถ้าให้นักเรียนคนหนึ่งผมแห้ง และนักเรียนอีกคนผมเปียก ลองทดสอบหวีผมของนักเรียนทั้ง 2 คน แล้วเพื่อนในชั้นเรียนร่วมกันสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งเสียงและเส้นผม2. นักเรียนร่วมกันตั้งประเด็นปัญหา เพื่อให้เกิดความสงสัยและต้องการหาคำตอบด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จากการนำเสนอของเพื่อนในกิจกรรมข้อ 1.1 และ 1.2 ว่าเกิดจากอะไร (นักเรียนอาจบอกว่ามีการเสียดสี การขัดถู) โดยนักเรียนร่วมกันสังเกตการขัดถูกันของวัตถุทำให้เกิดอะไรขึ้น และตอบคำถามสำคัญ ดังนี้2.1 เมื่อวัตถุ 2 ชนิดขัดถูกันจะเกิดอะไรขึ้น(ตัวอย่างคำตอบ เมื่อวัตถุ 2 ชนิดขัดถูกันจะเกิดประจุไฟฟ้าสะสมบนวัตถุ คือ แรงไฟฟ้าที่สามารถดึงดูดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เบา ๆ ที่อยู่ใกล้ได้)2.2 แรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมีลักษณะอย่างไร(ตัวอย่างคำตอบ แรงไฟฟ้าจะมีแรงดูดเกิดขึ้น ถ้าวัตถุมีประจุไฟฟ้าต่างกัน และจะมีแรงผลักเกิดขึ้น ถ้าวัตถุมีประจุไฟฟ้าเหมือนกัน) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คำถามสำคัญ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) • • • • • • • • • • • • • • •


933. นักเรียนร่วมกันคาดคะเนคำตอบของคำถามข้างต้น4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 7 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังศึกษาวิธีทำและปฏิบัติกิจกรรมที่ 3.2 เรื่อง แรงดึงดูดและแรงผลักทางไฟฟ้า ในใบงานที่ 11 ตามขั้นตอน ดังนี้4.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้างในการดำเนินการด้วยกระบวนการทำงานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่.................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่....................... ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่..................... อื่น ๆ………………..4.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วน เหมาะสมที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังศึกษาวิธีการทำกิจกรรมที่ 3.2 เรื่อง แรงดึงดูดและแรงผลักทางไฟฟ้า ในใบงานที่ 11 (หนังสือแบบฝึกหัด หน้า 55-57 )6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถามก่อนทำกิจกรรม ดังนี้6.1 คำถามสำคัญในการทดลองคืออะไร(แรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมีลักษณะอย่างไร)6.2 การทดลองนี้จัดอะไรให้เหมือนกัน(ผ้าแห้งหรือผ้าสักหลาด)6.3 การทดลองนี้จัดอะไรให้แตกต่างกัน(ชนิดของวัตถุ ได้แก่ หลอดพลาสติก ลูกโป่ง แก้วพลาสติก หรือกระป๋องอลูมิเนียม)6.4 การทดลองนี้ต้องติดตามดูอะไร(ลักษณะของแรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้น)กิจกรรมกลุ่ม และการปฏิบัติกิจกรรม เป็นการสร้างเสริมทักษะศตวรรษที่ 21ด้านการร่วมมือทำงานเป็นทีม การคิดแก้ปัญหา และรับผิดชอบต่อผลงานร่วมกัน


947. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังลงมือทำกิจกรรมตามขั้นตอนที่กำหนดในใบงานที่ 11 เรื่อง แรงดึงดูดและแรงผลักทางไฟฟ้า และบันทึกผลการทำกิจกรรมในใบงานที่ 118. หลังจากนักเรียนทำกิจกรรมและบันทึกผลการทำกิจกรรมในใบงานที่ 11 แล้ว ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถามหลังทำกิจกรรม ดังนี้9.1 แรงไฟฟ้ามีลักษณะอย่างไร(แรงผลักและแรงดึงดูด เป็นแรงไม่สัมผัสกันก็ได้)9.2 วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน แรงไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร(แรงผลักกัน)9.3 วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าต่างชนิดกัน แรงไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร(แรงดึงดูดกัน)9.4 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร(วัตถุเมื่อนำไปขัดถูด้วยผ้าแห้งจะทำให้เกิดประจุไฟฟ้าและวัตถุชนิดเดียวกันจะมีประจุไฟฟ้าเหมือนกันเมื่อนำมาใกล้กันจะเกิดแรงผลักกัน ส่วนวัตถุต่างชนิดกันจะมีประจุไฟฟ้าต่างกัน เมื่อนำมาใกล้กันจะเกิดแรงดึงดูดกัน)10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายเกี่ยวกับประจุไฟฟ้า และการเกิดอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าของอะตอม โดยตอบคำถาม ดังนี้10.1 ไฟฟ้าสถิตและไฟฟ้ากระแสแตกต่างกันอย่างไร(ไฟฟ้าสถิต เป็นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุสองชนิดขัดถูกัน ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะสะสมอยู่บนวัตถุ ส่วนไฟฟ้ากระแส เป็นไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ผ่านเส้นลวดตัวนำ)10.2 เมื่อขัดถูลูกโป่งด้วยผ้าขนสัตว์ อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่จากผ้าขนสัตว์ไปยังลูกโป่ง ทำให้ผ้าขนสัตว์มีประจุบวก และลูกโป่งมีประจุลบ เขียนภาพแสดงประจุไฟฟ้าของผ้าขนสัตว์และลูกโป่งขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)(Gathering) • • • • • • • • • • • • • • • • • • • •


95(ตัวอย่างคำตอบ) ลูกโป่ง ผ้าขนสัตว์11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับแรงดึงดูดและแรงผลักทางไฟฟ้าว่า วัตถุเมื่อนำไปขัดถูด้วยผ้าแห้งจะทำให้เกิดประจุไฟฟ้า และวัตถุชนิดเดียวกัน จะมีประจุไฟฟ้าเหมือนกันเมื่อนำมาใกล้กันจะเกิดแรงผลักกัน ส่วนวัตถุต่างชนิดกันจะมีประจุไฟฟ้าต่างกัน เมื่อนำมาใกล้กันจะเกิดแรงดึงดูดกัน1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)2. แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)4. หลอดพลาสติก 4 หลอด5. ลูกโป่งที่เป่าลม 4 ลูก สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้


966. ผ้าแห้งหรือผ้าสักหลาด 1 ผืน7. กระป๋องพลาสติก 1 กระป๋อง8. ผ้าสักหลาดแห้ง 1 ผืน9. ไม้บรรทัดพลาสติก 1 อัน10. ช้อนโลหะ 1 คัน11. ดินสอไม้ 1 แท่ง12. ท่อพีวีซี 1 อัน13. เศษกระดาษชิ้นเล็ก 15 ชิ้น14. ใบงานที่ 11 เรื่อง แรงดึงดูดและแรงผลักทางไฟฟ้า15. ใบกิจกรรม เรื่อง การเกิดแรงไฟฟ้า 16. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนนักเรียนลองทำกิจกรรมต่อไปนี้วัสดุอุปกรณ์1. ผ้าสักหลาดแห้ง 1 ผืน2. ไม้บรรทัดพลาสติก 1 อัน3. ช้อนโลหะ 1 คัน4. หลอดพลาสติก 2 หลอดกิจกรรมเสนอแนะกิจกรรม การเกิดแรงไฟฟ้า


975. ดินสอไม้ 1 แท่ง6. ลูกโป่ง 2 ลูก7. ท่อพีวีซี 1 อัน8. เศษกระดาษชิ้นเล็ก 15 ชิ้น ตอนที่ 1วิธีทำ1. แบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับปลายไม้บรรทัดพลาสติก แล้วนำปลายไม้บรรทัดข้างที่ได้ขัดถูกับผ้าสักหลาดเข้าใกล้เศษกระดาษชิ้นเล็ก สังเกต แล้วบันทึกผล2. แต่ละกลุ่มทำซํ้าข้อ 1 แต่เปลี่ยนจากไม้บรรทัดพลาสติกเป็นช้อนโลหะ หลอดพลาสติก ดินสอไม้ และลูกโป่งแทน3. แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง การใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับปลายไม้บรรทัดคำถามสำคัญในการทดลองคืออะไรคำถามก่อนทำกิจกรรม


98ตาราง ผลที่เกิดขึ้นจากการใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับวัตถุแล้วนำไปเข้าใกล้เศษกระดาษวัตถุที่ขัดถูกับผ้าสักหลาดผลการทดลองดึงดูดเศษกระดาษ ไม่ดึงดูดเศษกระดาษ1. ไม้บรรทัดพลาสติก ✓2. ช้อนโลหะ ✓3. หลอดพลาสติก ✓ ✓4. ดินสอไม้ ✓5. ลูกโป่ง6. ท่อพีวีซี ตอนที่ 2วิธีทำ1. แบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูลูกโป่งขนาดเท่ากัน 2 ลูกที่แขวนไว้ หรือถือไว้แทนจากนั้นนำลูกโป่งทั้ง 2 ลูก วางใกล้กัน สังเกต และบันทึกผล2. แต่ละกลุ่มทำซ้ำข้อ 1 แต่เปลี่ยนจากใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับลูกโป่ง 2 ลูก เป็นใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูลูกโป่งกับหลอดพลาสติก ลูกโป่งกับท่อพีวีซี หลอดพลาสติกกับหลอดพลาสติก หลอดพลาสติกกับท่อพีวีซีแทน3. แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลองบันทึกผลการทำกิจกรรม


99 ลูกโป่ง 2 ลูกขัดถูด้วยผ้าสักหลาดตาราง ผลที่เกิดจากการใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับวัตถุ แล้วนำมาวางใกล้กันชนิดของวัตถุผลการทดลองดึงดูดกัน ผลักกัน1. ลูกโป่งกับลูกโป่ง2. ลูกโป่งกับหลอดพลาสติก3. ลูกโป่งกับท่อพีวีซี4. หลอดพลาสติกกับหลอดพลาสติก5. หลอดพลาสติกกับท่อพีวีซีบันทึกผลการทำกิจกรรม


100เขียนเครื่องหมาย ✓ ใน หน้าคำตอบที่ถูกต้อง1. วัตถุชนิดใดบ้างที่เมื่อขัดถูกับผ้าสักหลาดแล้ว สามารถดึงดูดเศษกระดาษได้ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)ไม้บรรทัด ช้อนโลหะ หลอดพลาสติกดินสอไม้ ลูกโป่ง2. เมื่อนำวัตถุบางชนิดที่แห้งมาขัดถูกันจะเกิดสิ่งใดขึ้นเกิดประจุไฟฟ้าขึ้น และเกิดแรงไฟฟ้าดึงดูดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เบา ๆ ที่อยู่ใกล้ได้เกิดประจุไฟฟ้าขึ้น และทำให้วัตถุที่ขัดถูกันกลายเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า3. วัตถุ 2 ชิ้น ที่ผ่านการขัดถูด้วยผ้าสักหลาดแห้ง เมื่อวางใกล้กันวัตถุใดเกิดแรงดึงดูดกันหรือผลักกัน3.1 ลูกโป่งกับลูกโป่ง แรงดึงดูด แรงผลัก3.2 ลูกโป่งกับหลอดพลาสติก แรงดึงดูด แรงผลัก3.3 ลูกโป่งกับท่อพีวีซี แรงดึงดูด แรงผลัก3.4 หลอดพลาสติกกับหลอดพลาสติก แรงดึงดูด แรงผลัก3.5 หลอดพลาสติกกับท่อพีวีซี แรงดึงดูด แรงผลักคำถามหลังทำกิจกรรม


1014. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร เลือกคำตอบเขียนในช่องว่างให้ถูกต้อง แรงดึงดูด แรงผลัก วัตถุมีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน วัตถุมีประจุไฟฟ้าชนิดตรงข้ามกันแผนภาพ แรงไฟฟ้าจงทำกิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและมีวินัยแรงไฟฟ้า


102นักเรียนลองทำกิจกรรมต่อไปนี้วัสดุอุปกรณ์1. ผ้าสักหลาดแห้ง 1 ผืน2. ไม้บรรทัดพลาสติก 1 อัน3. ช้อนโลหะ 1 คัน4. หลอดพลาสติก 2 หลอด5. ดินสอไม้ 1 แท่ง6. ลูกโป่ง 2 ลูก7. ท่อพีวีซี 1 อัน8. เศษกระดาษชิ้นเล็ก 15 ชิ้น ตอนที่ 1วิธีทำ1. แบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับปลายไม้บรรทัดพลาสติก แล้วนำปลายไม้บรรทัดข้างที่ได้ขัดถูกับผ้าสักหลาดเข้าใกล้เศษกระดาษชิ้นเล็ก สังเกต แล้วบันทึกผลกิจกรรมเสนอแนะกิจกรรม การเกิดแรงไฟฟ้า


1032. แต่ละกลุ่มทำซํ้าข้อ 1 แต่เปลี่ยนจากไม้บรรทัดพลาสติกเป็นช้อนโลหะ หลอดพลาสติก ดินสอไม้ และลูกโป่งแทน3. แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง การใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับปลายไม้บรรทัดคำถามสำคัญในการทดลองคืออะไร(เมื่อนำวัตถุ 2 ชนิดที่แห้งมาขัดถูกันจะเกิดแรงไฟฟ้าอย่างไร)ตาราง ผลที่เกิดขึ้นจากการใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับวัตถุแล้วนำไปเข้าใกล้เศษกระดาษบันทึกผลการทำกิจกรรมคำถามก่อนทำกิจกรรม


104วัตถุที่ขัดถูกับผ้าสักหลาดผลการทดลองดึงดูดเศษกระดาษ ไม่ดึงดูดเศษกระดาษ1. ไม้บรรทัดพลาสติก ✓ ✓2. ช้อนโลหะ ✓ ✓3. หลอดพลาสติก ✓ ✓ ✓4. ดินสอไม้ ✓ ✓5. ลูกโป่ง ✓6 ท่อพีวีซี ✓ ตอนที่ 2วิธีทำ1. แบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูลูกโป่งขนาดเท่ากัน 2 ลูกที่แขวนไว้ จากนั้นนำลูกโป่งทั้ง 2 ลูก วางใกล้กัน สังเกต และบันทึกผล2. แต่ละกลุ่มทำซ้ำข้อ 1 แต่เปลี่ยนจากใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับลูกโป่ง 2 ลูก เป็นใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับหลอดพลาสติก ลูกโป่งกับท่อพีวีซี หลอดพลาสติกกับหลอดพลาสติก หลอดพลาสติกกับท่อพีวีซีแทน3. แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง ลูกโป่ง 2 ลูกขัดถูด้วยผ้าสักหลาด


105ตาราง ผลที่เกิดจากการใช้ผ้าสักหลาดแห้งขัดถูกับวัตถุ แล้วนำมาวางใกล้กันชนิดของวัตถุผลการทดลองดึงดูดกัน ผลักกัน1. ลูกโป่งกับลูกโป่ง ✓2. ลูกโป่งกับหลอดพลาสติก ✓3. ลูกโป่งกับท่อพีวีซี ✓4. หลอดพลาสติกกับหลอดพลาสติก ✓5. หลอดพลาสติกกับท่อพีวีซี ✓เขียนเครื่องหมาย ✓ ใน หน้าคำตอบที่ถูกต้อง1. วัตถุชนิดใดบ้างที่เมื่อขัดถูกับผ้าสักหลาดแล้ว สามารถดึงดูดเศษกระดาษได้ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)ไม้บรรทัด ช้อนโลหะ หลอดพลาสติกดินสอไม้ ลูกโป่ง2. เมื่อนำวัตถุบางชนิดที่แห้งมาขัดถูกันจะเกิดสิ่งใดขึ้นเกิดประจุไฟฟ้าขึ้น และเกิดแรงไฟฟ้าดึงดูดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เบา ๆ ที่อยู่ใกล้ได้คำถามหลังทำกิจกรรมบันทึกผลการทำกิจกรรม✓ ✓✓✓


106เกิดประจุไฟฟ้าขึ้น และทำให้วัตถุที่ขัดถูกันกลายเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า3. วัตถุ 2 ชิ้น ที่ผ่านการขัดถูด้วยผ้าสักหลาดแห้ง เมื่อวางใกล้กันวัตถุใดเกิดแรงดึงดูดกันหรือผลักกัน3.1 ลูกโป่งกับลูกโป่ง แรงดึงดูด แรงผลัก3.2 ลูกโป่งกับหลอดพลาสติก แรงดึงดูด แรงผลัก3.3 ลูกโป่งกับท่อพีวีซี แรงดึงดูด แรงผลัก3.4 หลอดพลาสติกกับหลอดพลาสติก แรงดึงดูด แรงผลัก3.5 หลอดพลาสติกกับท่อพีวีซี แรงดึงดูด แรงผลัก4. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร เลือกคำตอบเขียนในช่องว่างให้ถูกต้อง แรงดึงดูด แรงผลัก วัตถุมีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน วัตถุมีประจุไฟฟ้าชนิดตรงข้ามกันแผนภาพ แรงไฟฟ้าแรงไฟฟ้า (แรงดึงดูด) (แรงผลัก)(วัตถุมีประจุไฟฟ้าชนิดตรงข้ามกัน)(วัตถุมีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน)✓✓✓✓✓


107 1. ประเมินความรู้ เรื่อง แรงไฟฟ้า (K) ด้วยแบบทดสอบ2. ประเมินการปฏิบัติการทำกิจกรรมการทดลอง (P) ด้วยแบบประเมิน3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมินแบบประเมินการปฏิบัติการทำกิจกรรมการทดลองรายการการประเมินระดับคุณภาพ4 3 2 11. การทำกิจกรรม การทดลอง ตามแผนที่กำหนดทำกิจกรรมการทดลองตามวิธีการและขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างถูกต้องด้วยตนเอง มีการปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะ ทำกิจกรรมการทดลองตามวิธีการและขั้นตอนที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง มีการปรับปรุงแก้ไขบ้างทำกิจกรรมการทดลองตามวิธีการและขั้นตอนที่กำหนดไว้ โดยมีครูหรือผู้อื่นเป็นผู้แนะนำทำกิจกรรมการทดลองไม่ถูกต้องตามวิธีการและขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข 2. การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือใช้อุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองได้อย่างถูกต้องใช้อุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองได้อย่างถูกต้องใช้อุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองได้อย่างถูกต้อง โดยมีครูใช้อุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองไม่ถูกต้องและไม่มีแบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)การประเมินการเรียนรู้จงทำกิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและมีวินัย


108ตามหลักการปฏิบัติและคล่องแคล่วตามหลักการปฏิบัติแต่ไม่คล่องแคล่วหรือผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ความคล่องแคล่วในการใช้3. การบันทึกผล การทำกิจกรรม การทดลองบันทึกผลเป็นระยะอย่างถูกต้อง มีระเบียบมีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นความเชื่อมโยงเป็นภาพรวม เป็นเหตุเป็นผล และเป็นไปตามการทำกิจกรรมการทดลองบันทึกผลเป็นระยะอย่างถูกต้อง มีระเบียบมีการระบุหน่วย มีการอธิบายข้อมูลให้เห็นถึงความสัมพันธ์เป็นไปตามการทำกิจกรรมการทดลองบันทึกผลเป็นระยะแต่ไม่เป็นระเบียบไม่มีการระบุหน่วยและไม่มีการอธิบายข้อมูลให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการทำกิจกรรมการทดลองบันทึกผลไม่ครบไม่มีการระบุหน่วยและไม่เป็นไปตามการทำกิจกรรมการทดลอง4. การจัดกระทำข้อมูล และการนำเสนอจัดกระทำข้อมูลอย่างเป็นระบบมีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็นภาพรวม และนำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ อย่างชัดเจนถูกต้องจัดกระทำข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูลให้เห็นความสัมพันธ์ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ ได้แต่ยังไม่ชัดเจนจัดกระทำข้อมูลอย่างเป็นระบบมีการยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้เข้าใจง่าย และนำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยังไม่ชัดเจนและไม่ถูกต้องจัดกระทำข้อมูลอย่างไม่เป็นระบบ และมีการนำเสนอไม่สื่อความหมายและไม่ชัดเจน


109รายการการประเมินระดับคุณภาพ4 3 2 15. การสรุปผล การทำกิจกรรม การทดลองสรุปผลการทำกิจกรรมการทดลองได้อย่างถูกต้อง กระชับชัดเจน และครอบคลุมข้อมูลจากการวิเคราะห์ทั้งหมดสรุปผลการทำกิจกรรมการทดลองได้ถูกต้อง แต่ยังไม่ครอบคลุมข้อมูลจากการวิเคราะห์ทั้งหมดสรุปผลการทำกิจกรรมการทดลองได้ โดยมีครูหรือผู้อื่นแนะนำบ้าง จึงสามารถสรุปได้ถูกต้องสรุปผลการทำกิจกรรมการทดลองตามความรู้ที่พอมีอยู่ โดยไม่ใช้ข้อมูลจากการทำกิจกรรมการทดลอง6. การดูแลและการเก็บ อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือดูแลอุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองและมีการทำความสะอาดและเก็บอย่างถูกต้องตามหลักการ และแนะนำให้ผู้อื่นดูแลและเก็บรักษาได้ถูกต้องดูแลอุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองและมีการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง แต่เก็บไม่ถูกต้องดูแลอุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองมีการทำความสะอาดแต่เก็บไม่ถูกต้องต้องให้ครูหรือผู้อื่นแนะนำไม่ดูแลอุปกรณ์และ/หรือเครื่องมือในการทำกิจกรรมการทดลองและไม่สนใจทำความสะอาด รวมทั้งเก็บไม่ถูกต้อง


110 ลงชื่อ( )ตำแหน่งผลการจัดการเรียนการสอนนักเรียนส่วนใหญ่สามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมได้อย่างกระตือรือร้นนักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับแรงไฟฟ้า แรงดึงดูด และแรงผลักได้ในระดับดีนักเรียนสามารถสรุปผลจากกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้ และกล้าแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียนข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษาบันทึกหลังการสอน


111บรรยากาศการเรียนรู้เป็นไปอย่างสนุกสนาน นักเรียนให้ความร่วมมือดีปัญหา/อุปสรรคนักเรียนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจเรื่องประจุไฟฟ้าในระดับลึก โดยเฉพาะเรื่องอิเล็กตรอนและการถ่ายโอนประจุไฟฟ้าบางช่วงเวลานักเรียนใช้เวลานานเกินไปในการเตรียมอุปกรณ์ ทำให้เวลาทดลองสั้นลงนักเรียนบางคนยังขาดทักษะในการอภิปรายและเชื่อมโยงผลการทดลองกับหลักวิทยาศาสตร์แนวทางแก้ไขเสริมด้วยภาพ/วิดีโออธิบายเพิ่มเติมเรื่องประจุไฟฟ้า และการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน เพื่อเสริมความเข้าใจแบ่งหน้าที่ในกลุ่มให้ชัดเจน เช่น ผู้เตรียมอุปกรณ์ ผู้จดบันทึก ผู้รายงานผล เพื่อให้ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพฝึกให้นักเรียนใช้ภาษาวิทยาศาสตร์มากขึ้นผ่านการตั้งคำถาม-คำตอบในกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนหน้าชั้นเรียนครูควรคอยกระตุ้นและซักถามเพิ่มเติมในระหว่างทำกิจกรรม เพื่อเชื่อมโยงผลการทดลองกับทฤษฎีครูผู้สอน ( นายเจษฎา สุ่มมาตย์ ) วันที่บันทึก 23 กรกฎาคม 2568


112 ภาพประกอบ


113


114


115


116กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปี ที่3หน่วยการเรียนรู้ประเพณีและวัฒนะธรรม เวลา 1 ชัวโมง่เรื่อง ความหมาย และความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรมไทย เวลา 50 นาทีผู้สอน นางสาวพรรณี ข้าวสามรวง วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็ นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธ ารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ด ารงชีวิตอยูร่ ่วมกนในสังคมไทยและสังคมโลกอย ั างสันติ ่สุขตัวชี้วัดส 2.1 ป.3/1 สรุปประโยชน์และปฏิบัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมในครอบครัวและท้องถิ่น ๑. อธิบายความหมายของประเพณีและวัฒนธรรมไทย (K)๒. วิเคราะห์ความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรมไทย (P)๓. เห็นความส าคัญของการศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย (A)ครั้งที่ 10วันที่ 4 สิงหาคม 2568จุดประสงค์การเรียนร้สู่ตัวชี้วัดู


117 ประเพณีและวัฒนธรรมไทย เป็ นสิ่งที่ดีงามและมีการประพฤติปฏิบัติสืบต่อกนมาเป็ น ัเวลานาน เป็ นการแสดงถึงความเจริญงอกงามของสังคมไทย ๑. ความหมายของประเพณีและวัฒนธรรม๒.ความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรมไทย ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒.ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๑. ใฝ่ เรียนรู้ ๒.รักความเป็ นไทยสาระส าคัญสาระการเรียนรู้สมรรถนะส าคัญของผ้เรียนูคุณลักษณะอันพึงประสงค์


118 ขั้นน า๑. ครูน ากิจกรรม “ทายภาพอะไรเอ่ย” มาให้นักเรียนช่วยกนวิเคราะห์และหาค าตอบว ั ารูปภาพที่ ่นักเรียนเห็นเกี่ยวข้องกบประเพณีและวัฒนธรรมไทยอะไรบ้าง ั จากนั้นร่วมกนแสดงความัคิดเห็นแล้วตอบค าถาม -นักเรียนร่วมกนแสดงความคิดเห็นโดยการตอบค าถามดังนี ั้(นักเรียนรู้จักประเพณีวัฒนธรรมอะไรอีกบ้าง)ขั้นสอน ๒. นักเรียนร่วมกนแสดงความคิดเห็นเก ั ี่ยวกบความหมายของประเพณีและวัฒนธรรม โดยตอบ ัค าถาม ดังนี้ - ประเพณีและวัฒนธรรมหมายความวาอย่ างไร ่ (ประเพณี หมายถึง สิ่งที่ดีงามที่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกนมาเป็ นเวลานานจนเป็ นที่ยอมรับและ ัเป็ นแบบแผนเดียวกน ั วัฒนธรรม หมายถึง สิ่งที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็ นระเบียบเรียบร้อย มีศีลธรรมอันดีที่ปฏิบัติสืบต่อกนมา มีการปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องเหมาะสมก ั บยุคสมัย) ั๓. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรมไทยจาก ัหนังสือและแหล่งการเรียนรู้จากสื่อ PowerPoint๔. นักเรียนร่วมกนแสดงความคิดเห็นเก ั ี่ยวกบความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรมไทย โดย ัการตอบค าถามดังนี้ - ประเพณีและวัฒนธรรมไทยมีความส าคัญอยางไรบ้าง ่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้


119๕. นักเรียนร่วมกนสรุปความรู้ ความเข้าใจ โดยการท าก ั ิจกรรม “ตอบค าถาม ข้อไหนกนแนั ่” ขั้นปฏิบัติ ครูอธิบายค าชี้แจงใบงาน เรื่อง ความหมายและความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรม (ดูแลการท ากิจกรรมของนักเรียน)ขั้นสรุป นักเรียนและครูร่วมกนสรุปความรู้ เรื่อง ั ความหมายและความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรม๑. หนังสือเรียนวิชาสังคม , สื่อ PowerPoint เรื่องความหมายและความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรม๒. กิจกรรมทายภาพอะไรเอ่ย และ กิจกรรมตอบค าถาม ข้อไหนกนแนั ่วิธีการวัดและประเมินผล ๑.๑ สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๑.๒ ตรวจใบงานเครื่องมือ ใบงาน เรื่อง ความหมายและความส าคัญของประเพณีและวัฒนธรรมสื่อการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version