The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการประเมินตนเอง
(Self - Assessment Report : SAR)
ประจำปีการศึกษา 2568
โรงเรียน พีระยา นาวิน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รหัสโรงเรียน 1110100504
31/2 หมู่ที่ - ถนน พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 029-407-0009 โทรสาร 02-940-7010
สังกัด
สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พีระยา นาวิน, 2026-05-27 04:51:13

รายงานผลการประเมินตนเอง (Self - Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2568

รายงานผลการประเมินตนเอง
(Self - Assessment Report : SAR)
ประจำปีการศึกษา 2568
โรงเรียน พีระยา นาวิน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รหัสโรงเรียน 1110100504
31/2 หมู่ที่ - ถนน พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 029-407-0009 โทรสาร 02-940-7010
สังกัด
สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการ

20


21


22


23กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๘หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ มาตรา ก กา ...รู้ว่าไม่มีตัวสะกด เวาลา ๑ คาบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ มารู้จักกับมาตรา ก กา วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ครูผู้สอน นายณดณ ไหลหาโคตร โรงเรียนพีระยา นาวินมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็ นสมบัติของชาติตัวชี้วัดมฐ. ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดค าและบอกความหมายของค าจุดประสงค์การเรียนร้สู่ตัวชี้วัดู๑. อธิบายวิธีจ าแนกค าในมาตรา ก กา (K) ๒. จัดหมวดหมู่ค าในมาตรา ก กา ตามหัวข้อที่ก าหนด (P)๓. เขียนเรื่องตามจินตนาการโดยใช้ค าในมาตรา ก กา (P)๔. เห็นความส าคัญของค าในมาตรา ก กา (A)สาระส าคัญค าในมาตรา ก กา น ามาใช้แต่งเรื่องได้อย่างสนุกสนาน ครั้งที่ 2วันที่ 4 มิถุนายน 2568


24สาระการเรียนรู้๑. ความรู้ การใช้ค าในมาตรา ก กา แต่งเรื่อง๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด การจ าแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้ การแก้ปัญหา การสังเคราะห์๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมันในการท างาน รักความเป็ นไทย ่ความเข้าใจที่คงทน (Enduring Understanding)นักเรียนสามารถสรุปได้ว่า ค าในมาตรา ก กา สามารถน ามาใช้ในการแต่งเรื่องได้อย่างสนุกสนาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความร้)ูเรื่องที่แต่งโดยใช้ค าในมาตรา ก กาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ขั้นน า๑.ให้นักเรียนทุกคนอ่านค าประพันธ์(อ่านในใจ)ที่ครูเขียนในกระดาษแผ่นใหญ่ หรือเขียนบนกระดาน ดังนี้แม่ไก่ แม่ไก่อยู่ในตะกร้า ไข่ไข่มาสี่ห้าใบอีแม่กาก็มาไล่ อีแม่ไก่ไล่ตีกา หมาใหญ่ก็ไล่เห่า หมูในเล้าแลดูหมา ปูแสมแลปูนา กะปูม้าปูทะเล เต่านาแลเต่าด า อยู่ในน ้ากะจระเข้ปลาทูอยู่ทะเล ปลาขี้เหร่ไม่สู้ดี (จากประถม ก กา ฉบับหอสมุดแห่งชาติ)


25ขั้นสอน๒. หลังจากที่นักเรียนอ่านในใจจบแล้ว อาสาสมัครนักเรียนออกมาอ่านน า ให้เพื่อนอ่านตามในขณะที่อ่านให้ฝึ กเคาะจังหวะไปด้วย ครูสนทนากับนักเรียนถึงเรื่องในบทประพันธ์ ดังนี้- บทประพันธ์เรื่องแม่ไก่ เป็ นมาตรา ก กา ทุกค าใช่หรือไม่-ถ้าไม่ใช่ค าไหนบ้างที่ไม่ใช่มาตรา ก กา-ค าใดบ้างที่เป็ นสระเสียงสั้น-ค าไหนบ้างที่เป็ นสระเสียงยาว- ในบทประพันธ์มีสัตว์อะไรบ้าง๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถสะกดค าและอ่านมาตรา ก กา ได้คล่องและแม่นย า ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่องมาตรา ก กา อีกครั้งหนึ่ง๔. ให้นักเรียนอ่านนิทาน ๒ เรื่อง และเขียนค าในมาตรา ก กา จากเรื่องที่อ่านจ านวนเรื่องละ ๖ ค า๑. นิทานเรื่อง ชาวนาไปจับปลา๒. นิทานเรื่อง แม่ค้าขายล าไยขั้นสรุป๕. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ว่าค าในมาตรา ก กา สามารถน ามาใช้ในการแต่งเรื่องได้อย่างสนุกสนาน๖. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้ค าถามท้าทาย ดังนี้๏ ค าในมาตรา ก กา น าไปใช้ท าอะไรได้บ้าง การจัดบรรยากาศเชิงบวกให้นักเรียนแสดงออกอย่างมันใจ ใช้ความสามารถเต็มตามศักยภาพ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ่ครูเสริมแรงบวกเกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข สนุกสนาน


26สื่อการเรียนรู้๑. แผนภูมิค าประพันธ์ เรื่อง แม่ไก่๒. ใบงานนิทาน ๒ เรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) ตรวจผลงานของนักเรียน๒. เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม๓. เกณฑ์การประเมิน การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่านผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน


27


28 ภาพประกอบ


29


30


31


32แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๕หน่วยการเรียนร้ที่ ๑ เรื่อง บู ุพบท...น าหน้าค าสื่อสัมพันธ์ เวลา ๕ ชั่วโมงแผนการจัดการเรียนร้ที่ ๑ู ความหมายของค าบุพบท เวลา ๑ ชั่วโมงผ้สอน ครู ูนิตยา เกตุแก้ว ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๘มาตรฐานการเรียนรู้มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษา การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็ นสมบัติของชาติตัวชี้วัดท ๔.๑ ป. ๕/๑ อ่านออกเสียงร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้องจุดประสงค์การเรียนร้สู่ตัวชี้วัดู ๑. อธิบายความหมายของค าบุพบท (K)๒. บอก และตอบค าถามเกี่ยวกับค าบุพบทในประโยคได้ (S)๓. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A)สาระส าคัญอธิบายความหมาย และบอกลักษณะของค าบุพบทครั้งที่ 3วันที่ 9 มิถุนายน 2568


33 สมรรถนะส าคัญของผ้เรียนู ๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ทักษะการอ่าน - ทักษะการเขียน - ทักษะการฟัง การดู และการพูด ๒. ความสามารถในการคิด -การสรุปความรู้๓. ความสามารถในการแก้ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ขั้นน า1. นักเรียน อ่านกลอน ราเชนทร์ แห่งราชัน และสังเกตค า 2. นักเรียนอ่านบทความ สังเกตค าในบทความ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าค าเหล่านี้เป็ นค าชนิดใด 3. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง ค าบุพบท เแล้วร่วมกันสนทนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน 4.ครู เขียนค า และยกตัวอย่างค าที่ เน้น ในบทความ พร้อมอธิบายลักษณะค า


34 ขั้นสอน 1. นักเรียน บทความ ค าบุพบท ในหนังสือเรียน หน้า ๖ 2. ครูและนักเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับความหมายของค าบุพบท 3. ครูยกตัวอย่างประโยคขึ้นกระดานหน้าชั้นเรียน ดังนี้ - เด็กนอนอยู่ (ใน ) เปล - ฉันรักแม่ (ของ) ฉันมาก -คุณลุงให้เงิน (แก่) ฉัน - บ้านของฉันอยู่ (ใกล้) ตลาดแล้วนักเรียนช่วยกันค้นหาค าในประโยค ที่เป็ นค าบุพบท นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความ ถูกต้องแล้วเขียนติดในบอร์ดค าบุพบท 4.นักเรียนพิจารณาค าที่วางใน บอร์ดค าบุพบท ทั้ง ๔ ประโยค แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น 5.นักเรียนท างานใน ใบงานค าบุพบท ครูตรวจสอบผลงานนักเรียน ขั้นสรุป1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป และเฉลยค าตอบในใบงานเรื่อง ค าบุพบท 2. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็ นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ㆍ ค าบุพบทเป็ นค าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างค าในประโยค โดยจะอยู่หน้าค านามหรือค าสรรพนามสื่อการเรียนรู้๑. กลอน “ ราเชนทร์ แห่ง ราชัน ” ๒. บอร์ดค าบุพบท๓. บัตรค า ประโยคชิ้นงานหรือภาระงาน ๑. ใบงานค าบุพบท


35การวัดและประเมินผลการเรียนรู้๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑.๑ สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๑.๒ ตรวจใบงาน๒. เครื่องมือ ใบงานค าบุพบท


36 ภาพประกอบ


37


38


39


40หน่วยการเรียนร้ที่ 2 การบวกจ านวนนับที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 ูแผนการจัดการเรียนร้ที่ 6ู เรื่อง การสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวนรายวิชา ค12101 กล่มสาระการเรียนรุ้ ูคณิตศาสตร์ครูผ้สอนู นางสาวอันธิกา ปัดดอกไม้ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 เวลาเรียน 1 ชัวโมง่ วันนจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 25681. มาตรฐานการเรียนร้และตัวชี้วัดูมาตรฐานการเรียนร้ ูมาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจ านวน ระบบจ านวน การด าเนินการของจ านวน ผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินการ สมบัติของการด าเนินการ และน าไปใช้ตัวชี้วัดระหว่างทางค 1.1 ป.2/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกตัวชี้วัดปลายทางค1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาค าตอบจากประโยคสัญลักษณ์ของจ านวนนับไม่เกิน 1,000 และ 02. จุดประสงค์การเรียนรู้1) นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับการสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวนได้(K)2) นักเรียนมีทักษะในการเขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวน และสามารถหาผลบวกได้ถูกต้องและแม่นย า (P) 3) นักเรียนมีความมุ่งมันในการท างาน ่(A)ครั้งที่ 4วันที่ 16 มิถุนายน 2568


413. สาระส าคัญการบวกจ านวนสองจ านวนใด ๆ สามารถสลับที่จ านวนทั้งสอง โดยที่ผลบวกยังคงเท่าเดิม4. สาระการเรียนรู้ การสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวน5. สมรรถนะส าคัญของผ้เรียนู 1) ความสามารถในการสื่อสาร2) ความสามารถในการคิด6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1) ใฝ่ เรียนรู้2) มุ่งมันในการท างาน่8. การจัดกิจกรรมการเรียนร้เชิงรู ุก (Active Learning)ขั้นน าเข้าส่บทเรียนู1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นให้นักเรียนทบทวน “คิดเลขเร็ว” ในเรื่องการบวกจ านวนนับที่มีผลบวกไม่เกิน 100 จากแถบโจทย์บนกระดานแล้วให้ช่วยกันหาผลบวก นักเรียนคนแรกที่ยกมือตอบได้รวดเร็วและตรวจสอบความถูกต้องในแต่ละข้อแล้ว จะได้รับ 5 PNตัวอย่างโจทย์ 1) 15 + 61 =  (76)2) 57 + 32 =  (89)3) 64 + 29 =  (93)ขั้นสอน2. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในเรื่องการสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวน ครูใช้ค าถามกระตุ้นความคิดดังนี้ นักเรียนบอกวิธีการแสดงการสลับที่ของการบวกได้อย่างไร


423. ครูน าเสนอและอธิบายในเรื่องการสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวน ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ หน้า 63 ผ่านโปรแกรม Power Point การสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวน ตัวตั้ง ตัวบวก ผลบวกตัวอย่างที่ 1 ดังนั้น 2 + 3 = 3 + 2 = 5ตัวอย่างที่ 2 ดังนั้น 11 + 22 = 22 + 11 = 33กับ เป็น11 + 22 = 33 กับ เป็นกับกับเป็นเป็น2 + 3 53 + 2 = 522 + 11 = 33


43 ตัวอย่าง ในหนังสือเรียนหน้า 64 ผ่านโปรแกรม Power Point4. นักเรียนพิจารณาโจทย์ในหนังสือเรียน หน้า 64 จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น และเขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการสลับที่ของการบวก พร้อมทั้งหาผลบวก ครูและนักเรียนตรวจสอบความถูกต้องในแต่ละข้อหาจ านวนแทน..........ที่ท าให้ผลบวกทั้งสองข้างเท่ากัน1) 14 + 5 = ……. + 142) 9 + 26 = 26 + ........3) 37 + ........ = 24 + 374) …….+ 56 = 56 + 41ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความร้ ู5. จากนั้นครูใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้• จากประโยคสัญลักษณ์ทั้ง 4 ข้อ นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง (ตัวตั้งและตัวบวกสลับที่กัน)• ผลบวกของประโยคสัญลักษณ์ทั้งสองข้างเท่ากันหรือไม่ (เท่ากัน) • การสลับที่ของการบวกมีข้อดีอย่างไร (ช่วยให้ง่ายในการค านวณมากขึ้น)ขั้นปฏิบัติและสรุปความร้หลังการปฏิบัติ ู6. นักเรียนฝึ กทักษะท าใบงานเรื่อง การสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวน โดยครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนเพื่อแลกเปลี่ยนการเขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการสลับที่ของการบวก และ หาผลบวกในใบงาน จ านวน 5 ข้อ (ก าหนดเวลาประมาณ 5 นาที) จากนั้นครูใช้ไม้สุ่มเลขที่ของนักเรียน เพื่อตอบค าถาม พร้อมช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในแต่ละข้อ7. นักเรียนร่วมกันสรุปจากการฝึ กปฏิบัติเป็ นความรู้ร่วมกัน ดังนี้• การบวกจ านวนสองจ านวนใด ๆ สามารถสลับที่จ านวนทั้งสองโดยที่ผลบวกยังคงเท่าเดิม8. ครูมอบหมายให้นักเรียนท าการบ้านในแบบฝึ กหัดคณิตศาสตร์ หน้า 24 จ านวน 15 ข้อ


44 9. สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 เล่ม 1 2) แบบฝึ กหัดคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 เล่ม 1 3) แถบโจทย์4) สื่อการสอน Power Point 5) ใบงาน 6) ไม้สุ่มเลขที่10. การวัดผลและประเมินผล 1) สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 2) ขณะท าใบงาน 3) ตรวจแบบฝึ กหัด ใบงาน เรื่อง การสลับที่ของการบวกจ านวนนับสองจ านวนค าชี้แจง: เติมตัวเลขแสดงจ านวนใน......เพื่อแสดงการสลับที่ของการบวกและหาผลบวก1) 14 + 65 = 65 + …..….2) 31 + …..…. = 22 + 313) 24 + ……… = 47 + 244) 36 + …..... . = 60 + …..….5) 25 + 71 = ……… + ……...1. ชื่อ..................................................... 2. ชื่อ......................................................


45 ภาพประกอบ


46


47


48


49แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องการบวกและการลบ เวลา 20 คาบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 การบวก ลบระคน เวลา 50 นาทีผู้สอน ครูปณิตา จิตต์เจริญ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568 มาตรฐานการเรียนร้และตัวชี้วัดูมาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจ านวน ระบบจ านวน การด าเนินการของจ านวน ผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินการ สมบัติของการด าเนินการ และน าไปใช้ตัวชี้วัดระหว่างทาง ค 1.1 ป.4/10 หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจ านวนนับ และ 0ตัวชี้วัดปลายทาง ค 1.1 ป.4/11 แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขั้นตอนของจ านวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายวิธีการบวก ลบระคนได้ ด้านทักษะ (P) นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหาสามารถวิเคราะห์ วางแผนและแสดงวิธีการค านวณหาค าตอบของการบวก ลบระคนได้ ด้านเจตคติ (A) นักเรียนท าการค านวณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องแม่นย า และประเมินความสมเหตุสมผลของผลลัพธ์ที่ได้ระหว่างการแก้ปัญหา สาระส าคัญเมื่อมีจ านวนสามจ านวนบวก ลบกัน ให้เรียงล าดับขั้นการหาค าตอบ โดยหาค าตอบในวงเล็บก่อน แล้วจึงไปบวก ลบกับจ านวนที่เหลือสาระการเรียนรู้การบวก ลบระคนครั้งที่ 5วันที่ 24 มิถุนายน 2568


50สมรรถนะส าคัญของผ้เรียนู1. ความสามารถในการสื่อสาร2. ความสามารถในการคิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. ใฝ่ เรียนรู้2. มุ่งมันในการท างาน่กิจกรรมการเรียนรู้ขั้นน า 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับเรื่อง การบวกและการลบจ านวนหลายหลัก โดยพิจารณาแถบโจทย์บนกระดาน ให้ผู้แทนนักเรียนออกมาหาค าตอบบนกระดานข้อละ 1 คนตัวอย่างแถบโจทย์ 54,394 + 5,118 = (59,512) 19,603 – 3,500 = (16,103) 2. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องขั้นสอน1.นักเรียนพิจารณาแถบโจทย์บนกระดาน ดังนี้ 187 – 65 + 70 = จากนั้นใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้• มีจ านวนทั้งหมดกี่จ านวน (3 จ านวน)• มีเครื่องหมายใดบ้าง (ลบ บวก)• ได้ค าตอบเท่ากับเท่าใด (ผู้แทนนักเรียน 1 คน ออกมาหาค าตอบบนกระดาน)• เรียกโจทย์ปัญหานี้ว่าอะไร (โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน)


51นักเรียนพิจารณาแถบโจทย์บนกระดานข้อ 1) (187 – 65) + 70 = (192)ข้อ 2) 187 – (65 + 70) = (52) จากนั้นใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้• นักเรียนมีวิธีหาค าตอบโดยวิธีใด (หาค าตอบในวงเล็บก่อน แล้วจึงบวก ลบกับจ านวนที่เหลือ)• ข้อ 1) ได้ค าตอบเท่ากับเท่าไร ผู้แทนนักเรียนออกมาหาค าตอบ (192)• ข้อ 2) ได้ค าตอบเท่ากับเท่าไร ผู้แทนนักเรียนออกมาหาค าตอบ (52)• ค าตอบที่ได้เท่ากันหรือไม่ (ไม่เท่ากัน)2. นักเรียนเลือกตัวแทนจ านวน 4 คน ผู้ชาย 2 คน ผู้หญิงสองคน เลือกแถบโจทย์คนละ 1 ใบ นักเรียนทั้ง 4 คนแข่งขันกันหาค าตอบแล้วเขียนลงบนกระดาน คนใดตอบได้รวดเร็วและถูกต้องเป็ นกลุ่มชนะตัวอย่างบัตรโจทย์1. 100 – (50 + 29) = (21)2. (50 – 37) + 45 = (58)3. 120 + (80 – 26) = (66)4. (150 + 49 ) – 65 = (134) ขั้นสรุป1. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็ นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ เมื่อมีจ านวนสามจ านวนบวก ลบกัน ให้เรียงล าดับขั้นการหาค าตอบ โดยหาค าตอบในวงเล็บก่อน แล้วจึงไปบวก ลบกับจ านวนที่เหลือ2. นักเรียนท าใบงานทบทวนความรู้เรื่องการบวก ลบระคน


52สื่อการเรียนรู้1. แถบโจทย์การบวก ลบ2. แถบโจทย์การบวก ลบระคน3. ใบงานการบวก ลบระคนชิ้นงานหรือภาระงาน1. ใบงานการบวก ลบระคนการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ 1. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. ตรวจใบงาน


53


54 ภาพประกอบ


55


56


57


58กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องเศษส่วน การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน จ านวน 1 คาบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 การเรียงล าดับเศษส่วนและจ านวนคละ เวลา 50 นาทีผู้สอน นายอาทิตย์ ชัยรบ วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 มาตรฐานการเรียนร้และตัวชี้วัดูมาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจ านวน ระบบจ านวน การด าเนินการของจ านวน ผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินการ สมบัติของการด าเนินการ และน าไปใช้ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/1 เปรียบเทียบ เรียงล าดับเศษส่วนและจ านวนคละ จากสถานการณ์ต่างๆจุดประสงค์การเรียนรู้ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายวิธีการเรียงล าดับเศษส่วนและจ านวนคละได้ด้านทักษะ (P) นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหาสามารถวิเคราะห์ วางแผน และแสดงวิธีการเรียงล าดับเศษส่วนและจ านวนคละได้ด้านเจตคติ (A) นักเรียนมีความมุ่งมันและกระตือรืนในการเรียงล าดับเศษส่วน จากกิจกรรมการเรียนรู้ ่สาระส าคัญเมื่อมีเศษส่วนตั้งแต่ 2 จ านวนขึ้นไป1. ท าตัวส่วนให้เท่ากัน2. หา ค.ร.น. ตัวส่วนทุกจ านวน ท าตัวส่วนให้เท่ากันโดยหาตัวคูณที่ท าให้ตัวส่วนมีค่าเท่ากับ ค.ร.น.3. น าตัวคูณ คูณทั้งตัวเศษและตัวส่วน แล้วพิจารณาการเรียงล าดับเศษส่วนจากตัวเศษครั้งที่ 6วันที่ 4กรกฎาคม 2568


59สาระการเรียนรู้การเรียงล าดับเศษส่วนและจ านวนคละ สมรรถนะส าคัญของผ้เรียนู1. ความสามารถในการสื่อสาร2. ความสามารถในการคิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์1. ใฝ่ เรียนรู้2. มุ่งมันในการท างาน่กิจกรรมการเรียนรู้ขั้นน า 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง การเปรียบเทียบเศษส่วนและจ านวนคละ 2 จ านวนตัวอย่างแถบโจทย์ 58 712 (ตอบ มากกว่า) 2615 2920 (ตอบ น้อยกว่า)2. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องขั้นสอน1.นักเรียนพิจารณาแถบโจทย์บนกระดาน ดังนี้56 34 78 จากนั้นใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้• จ านวนทั้งสาม เป็ นเศษส่วนแท้หรือไม่ (เป็ นเศษส่วนแท้)• จ านวนทั้งสาม มีตัวส่วนไม่เท่ากันหรือไม่ (ไม่เท่ากัน)


60• นักเรียนใช้วิธีการใดในการท าตัวส่วนให้เท่ากัน (ท าตัวส่วนทั้ง 3 ให้เท่ากับ ค.ร.น.)• เปรียบเทียบและเรียงล าดับอย่างไร (น าตัวคูณ คูณทั้งตัวเศษและตัวส่วนแล้วพิจารณาเปรียบเทียบจากค่าของตัวเศษ)นักเรียนพิจารณาแถบโจทย์บนกระดาน อีกครั้ง5310 299 378 จากนั้นใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้• จ านวนทั้งสาม เป็ นเศษส่วนแท้หรือไม่ (เป็ นเศษเกิน)• จะเปรียบเทียบอย่างไร (เปลี่ยนเศษเกินให้เป็ นจ านวนคละ)• แล้วพิจารณาอย่างไรอย่างไร (ให้พิจารณาเรียงล าดับตามจ านวนนับ)2. นักเรียนพิจารณาแถบโจทย์บนกระดาน อีก 2 – 3 ข้อ เพื่อให้เกิดความช านาญ3. สุ่มนักเรียน รอบละ 4 คน แบ่งตามสีบัตร รับบัตรเศษส่วนหรือจ านวนคละ ให้นักเรียนแต่ละรอบติดบัตรบนกระดานโดยเรียงล าดับจากน้อยไปมากให้ถูกต้อง4. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมแสดงวิธีท าบนกระดาน นักเรียนที่เรียงล าดับเศษส่วนได้ถูกต้อง ได้คะแนนคนละ 2 PN ต่อรอบ5. นักเรียนท าแบบทดสอบความรู้ ผ่าน Application Plickers จ านวน 5 ข้อ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องขั้นสรุป1. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็ นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ เมื่อมีเศษส่วนตั้งแต่ 2 จ านวนขึ้นไป• ท าตัวส่วนให้เท่ากัน• หา ค.ร.น. ตัวส่วนทุกจ านวน ท าตัวส่วนให้เท่ากันโดยหาตัวคูณที่ท าให้ตัวส่วนมีค่าเท่ากับ ค.ร.น.• น าตัวคูณ คูณทั้งตัวเศษและตัวส่วน แล้วพิจารณาการเรียงล าดับเศษส่วนจากตัวเศษ2. นักเรียนท างานในสมุด จากหนังสือเรียนหน้า 61 ข้อที่ 2 จ านวน 8 ข้อ ให้เรียงล าดับจากมากไปน้อย เพื่อทบทวนความรู้เรื่องการเรียงล าดับเศษส่วนและจ านวนคละ


61สื่อการเรียนรู้4. บัตรเศษส่วนและจ านวนคละ5. แบบทดสอบผ่าน Application Plickers6. หนังสือเรียน งานในสมุด จากหนังสือเรียนหน้า 61 ข้อที่ 2 จ านวน 8 ข้อชิ้นงานหรือภาระงาน2. ท างานในสมุด จากหนังสือเรียนหน้า 61 ข้อที่ 2 จ านวน 8 ข้อการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้1. ประเมินจาการท ากิจกรรมติดบัตรเรียงล าดับเศษส่วนและจ านวนคละ2. ประเมินจากการท าแบบทดสอบผ่าน Application Plickers3. ตรวจสอบงานในสมุด จากหนังสือเรียนหน้า 61 ข้อที่ 2 จ านวน 8 ข้อ4. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมงานในสมุด จากหนังสือเรียนหน้า 61 ข้อที่ 2 จ านวน 8 ข้อ


62 ภาพประกอบ


63


64


65


66กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่2หน่วยการเรียนรู้ที่2 แสงและการมองเห็น (มองวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง1) 7 เวลา 1 ชัวโมง่ผู้สอน นางสาวธิดา ภู่ธนพันธ์ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 1. มาตรฐานการเรียนร้และตัวชี้วัดูมาตรฐานการเรียนร้ ูมาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ าวัน ธรรมชาติของคลื่นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดระหว่างทางว 2.3 ป.2/1 บรรยายแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งก าเนิดแสง และอธิบายการมองเห็นวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ตัวชี้วัดปลายทาง (-)2. จุดประสงค์การเรียนรู้1. อธิบายการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสงได้ถูกต้อง (K)2. ปฏิบัติกิจกรรม การมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง ตอนที่ 1 อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมัน ่และตั้งใจได้ถูกต้อง (P)3. มีความมุ่งมันและตั่ ้งใจ (A)ครั้งที่ 7วันที่ 9กรกฎาคม 2568


673. สาระการเรียนรู้การมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง ต้องอาศัยแสงจากแหล่งก าเนิดกระทบสิ่งนั้น แล้วสะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา ส่วนการมองเห็นวัตถุที่เป็ นแหล่งก าเนิดแสง แสงจากแหล่งก าเนิดนั้นต้องเคลื่อนที่มาถึงนัยน์ตา4. สมรรถนะส าคัญของผ้เรียนู1. ความสามารถในการสื่อสาร• การอธิบาย การฟัง การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน2. ความสามารถในการคิด• การสังเกต การคิดวิเคราะห์ การสร้างค าอธิบาย การสื่อความหมาย การท ากิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์3. ความสามารถในการแก้ปัญหา• การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต• การท ากิจกรรมกลุ่ม5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี(-)5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์• มุ่งมันในการท างาน่6. ค าถามส าคัญ เรามองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสงได้อย่างไร7. การจัดกิจกรรมการเรียนร้เชิงรู ุก (Active Learning)กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Stepsขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering)


681. นักเรียนทบทวนประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับแหล่งก าเนิดแสง แล้วร่วมกันตอบค าถามส าคัญกระตุ้นความคิด ดังนี้1.1 เรามองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสงได้อย่างไรนักเรียนร่วมกันคาดคะเนค าตอบ2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท าและปฏิบัติกิจกรรมที่ 2.2เรื่อง การมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง (ตอนที่ 1) ในใบงานที่ 6 ตามขั้นตอน ดังนี้2.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ .................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ .......................... ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ .............. อื่น ๆ .................................2.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด3. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านและฟังอธิบายขั้นตอนวิธีท ากิจกรรมที่ 2.2 เรื่อง การมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง (ตอนที่ 1) ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขียนขั้นตอนลงในกระดาษฟลิปชาร์ต และน าขึ้นหน้ากระดาน4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามก่อนท ากิจกรรม ดังนี้4.1 ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร(เรามองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสงได้อย่างไร)4.2 ถ้าไม่มีแสงสว่างส่องถึงเหรียญ นักเรียนจะสามารถมองเห็นเหรียญได้หรือไม่(ไม่ได้)


694.3 นักเรียนคิดว่าแสงมีผลต่อการมองเห็นเหรียญหรือไม่(มีผล เพราะต้องมีแสงมาตกกระทบเหรียญ จึงจะท าให้เรามองเห็นเหรียญ)5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังท ากิจกรรมที่ 2.2 เรื่อง การมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง (ตอนที่ 1) และบันทึกผลการท ากิจกรรมในใบงานที่ 66. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความร้ ู (Processing)7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายผลการท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามดังนี้7.1 วัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสงสามารถมองเห็นได้อย่างไร(วัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งก าเนิดแสงไปกระทบวัตถุ แล้วสะท้อนเข้าตาจึงท าให้เรามองเห็นวัตถุ)7.2 แสงมีผลต่อการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสงหรือไม่ อย่างไร(แสงมีผลต่อการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง โดยแสงจากแหล่งก าเนิดแสงจะตกกระทบวัตถุ แล้วสะท้อนเข้าตาเรา)7.3 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร(เมื่อใช้นิ้วมือจับและปิ ดรูด้านข้างของแกนกระดาษช าระ ก้มมองเหรียญผ่านช่องแกนกระดาษช าระจะมองไม่เห็นเหรียญ แต่ถ้าไม่ปิ ดรูด้านข้างของแกนกระดาษช าระ จะท าให้แสงกระทบกับเหรียญแล้วสะท้อนเข้าตา ท าให้มองเห็นเหรียญ)จากนั้นฝึ กนักเรียนถามค าถามที่สงสัยด้วยการถามเพื่อน โดยไม่จ าเป็ นต้องถามครูอย่างเดียว8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรม และสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็ นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง (ตอนที่ 1)


Click to View FlipBook Version