หลักสูตรโรงเรยี นบ้านทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาอดุ รธานี เขต 2
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
คำนำ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ได้จัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ฉบับนี้ ซึ่งเป็นเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านท่ายม
พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อเป็นเป้าหมายในการ
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเป็นกรอบและทิศทางในการจัดการเรียนการสอน ให้
ตรงตามมาตรฐานตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรู้ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดย
พิจารณาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) หลักสูตร
สถานศกึ ษา โรงเรียนบ้านท่ายม พทุ ธศกั ราช 2565 ซ่งึ มีองคป์ ระกอบดังนี้
- วิสัยทศั น์ หลกั การ จุดหมาย
- สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
- คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
- สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
- คณุ ภาพผเู้ รยี น
- ตัวชว้ี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- รายวิชาท่เี ปิด
- คำอธบิ ายรายวชิ าและโครงสร้างรายวชิ าพ้ืนฐาน
- สื่อ/แหล่งเรยี นรู้
- การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
คณะผู้จัดทำขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาและจัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม ฉบบั น้ี จนสำเรจ็ ลลุ ่วงเป็นอย่างดี และหวงั เปน็ อยา่ งยิ่งว่าจะเกดิ ประโยชน์ต่อการจัดการ
เรยี นรู้ให้กับผ้เู รียนต่อไป
กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
คณะผจู้ ัดทำ
สารบญั
วิสัยทัศน์ 1
หลักการ 1
จดุ หมาย 2
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 3
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 4
ทำไมต่ ้องเรยี นสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 5
เรียนรอู้ ะไรในสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 5
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ 6
ทักษะและกระบวนการทางสังคมศึกษาฯ 7
คุณภาพผเู้ รียน 8
ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง 10
รายวิชาทเี่ ปดิ สอน 97
คำอธิบายรายวชิ าและโครงสร้างรายวิชาพน้ื ฐาน 99
สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้ 205
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 206
ภาคผนวก 222
ความสัมพนั ธ์ของการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน 223
อภิธานศัพท์ 224
คณะผู้จดั ทำ 243
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 |๑
วสิ ยั ทัศน์
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน มุ่งพัฒนาผเู้ รียนทุกคน ซงึ่ เปน็ กำลังสำคญั ของชาติ
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน มงุ่ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดังน้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและ
ลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจน
การเลือกใช้วิธกี ารสือ่ สาร ท่มี ปี ระสทิ ธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและสงั คม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพื่อนำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้ หรือสารสนเทศ
เพ่อื การตัดสนิ ใจเกีย่ วกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมีการตดั สนิ ใจทมี่ ีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบทเี่ กดิ ข้ึนตอ่ ตนเอง สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการ
สร้างเสริมความสมั พันธ์อันดีระหวา่ งบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัว
ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล
กระทบต่อตนเองและผู้อื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านตา่ ง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร
การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมคี ุณธรรม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน มุง่ พัฒนาผู้เรยี นให้มคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถ
อย่รู ว่ มกับผูอ้ นื่ ในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต
๓. มีวนิ ยั ๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยู่อยา่ งพอเพียง ๖. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย ๘. มจี ิตสาธารณะ
หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศักราช 2565 |๒
ทกั ษะและกระบวนการกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และ วฒั นธรรม
ทักษะและกระบวนการกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม เป็นความสามารถที่นำความรู้
ทักษะ เจตคติ และค่านิยมที่ได้รับมาแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดในชีวิตประจำวัน มีส่วนร่วมในสังคมที่กำลัง
เปล่ยี นแปลงในฐานะพลเมืองดี สามารถนำความรดู้ ้านจริยธรรม หรือ หลกั การทางศาสนา มาพฒั นาตนเองและ
สังคม ซงึ่ ทำให้สามารถดำรงชวี ติ ในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ ไดแ้ กค่ วามสามารถต่อไปน้ี
ทกั ษะความคิด
๑. การสรุป
๒. การแปลความ
๓. การวเิ คราะห์
๔. คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ
ทกั ษะการแก้ปญั หา
๑. การต้ังคาถาม / ตง้ั สมมตฐิ านอย่างมรี ะบบ
๒. การรวบรวมข้อมลู
๓. การวิเคราะหข์ อ้ มูล
๔. การทดสอบสมมติฐาน
๕. กระบวนการทางสงั คมศาสตร์
๖. กระบวนการสืบสวน
๗. การสรปุ เปน็ หลกั ฐาน
ทักษะการเรยี นรู้
๑. ทกั ษะในการแสวงหาความรู้ (อ่าน,ฟงั ,สังเกต)
๒. ความสามารถในการสือ่ สาร (พดู ,เขียน,การนาเสนอ)
๓. ความสามารถในการตีความ
๔. การสรา้ งแผนภมู ิ แผนท่ี ตารางเวลา และการจดบันทกึ
๕. การใช้เทคโนโลยีและสื่อเทคโนโลยี
ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๑. ความสามารถในการเป็นผู้นา / ผู้ตามในการทำงานกลุม่
๒. มสี ่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายการทำงานของกลุ่ม
๓. สรา้ งสรรคผ์ ลงาน
๔. ปฏิบตั หิ นา้ ท่ีตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย
๕. ลดขอ้ ขัดแย้งและแกป้ ญั หากล่มุ
วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์
๑. กำหนดประเด็นปัญหา
๒. วิเคราะห์ / ประเมินคา่ หลักฐาน
๓. รวบรวมข้อมลู หลกั ฐาน
๔. ตคี วามเพอื่ ตอบปญั หา
๕. สรุปและนำเสนอ
หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นบา้ นท่ายม พุทธศกั ราช 2565 |๓
ทำไมต้องเรียนสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และการอยู่ร่วมกันใน
สังคม การปรบั ตัวตามสภาพแวดลอ้ ม การจัดการทรพั ยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ ยังชว่ ยให้ผู้เรียนเข้าใจ
ถึงการพัฒนา เปล่ยี นแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตปุ ัจจยั ตา่ งๆ ทำให้เกดิ ความเข้าใจในตนเอง และผู้อ่ืน
มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต
เปน็ พลเมอื งดีของประเทศชาติ และสังคมโลก
เรยี นรอู้ ะไรในสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความเชื่อม
สัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อม
เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม โดยได้กำหนดสาระต่างๆ
ไว้ ดังน้ี
• ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคดิ พนื้ ฐานเกี่ยวกบั ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลกั ธรรมของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำหลักธรรมคำสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยู่
ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทำความดี มีค่านิยมที่ดีงาม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชน์ต่อ
สงั คมและส่วนรวม
• หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ิต ระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจบุ ันการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและความสำคัญ การเป็นพลเมอื งดี
ความแตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ปลูกฝังค่านิยมด้านประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ สทิ ธิ หนา้ ที่ เสรีภาพการดำเนินชีวิตอยา่ งสันตสิ ุขในสงั คมไทยและสังคมโลก
• เศรษฐศาสตร์ การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการ การบริหารจัดการ
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ การดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนำหลักเศรษฐกิจ
พอเพยี งไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
• ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของ
มนษุ ยชาติจากอดตี ถึงปัจจบุ ัน ความสมั พนั ธแ์ ละเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ผลกระทบทเ่ี กิดจากเหตุการณ์
สำคัญในอดีต บุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม
และภูมปิ ญั ญาไทย แหล่งอารยธรรมที่สำคัญของโลก
• ภมู ิศาสตร์ ลกั ษณะทางกายภาพของโลก การเปลยี่ นแปลงทางกายภาพ ปญั หาทางกายภาพ และ
ภัยพิบัติ ความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ การใช้ภูมิสารสนเทศ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพกับการสร้างสรรค์วิถีการดำเนินชีวิต กิจกรรมทาง
เศรษฐกิจและสังคม ความร่วมมือด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในประเทศและระหว่างประเทศ และการ
จดั การทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ื การพฒั นาที่ย่ังยืน
หลักสูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศักราช 2565 |๔
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี
ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่
รว่ มกันอยา่ งสันตสิ ขุ
มาตรฐาน ส ๑.๒ เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาทตี่ นนบั ถือ
สาระที่ ๒ หน้าท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชวี ิตในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏบิ ัตติ นตามหน้าทขี่ องการเปน็ พลเมืองดี มีค่านิยมทดี่ งี าม และ
ธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคม
โลกอยา่ งสันติสขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้
ซึง่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส.๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบริหารจดั การทรพั ยากรในการผลติ และการบริโภคการใช้
ทรพั ยากรทีม่ ีอยจู่ ำกัดได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มคา่ รวมท้งั เข้าใจ
หลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพือ่ การดำรงชวี ติ อยา่ งมดี ุลยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ
และความจำเป็นของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
สาระท่ี ๔ ประวัตศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณ์ต่างๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ
วิเคราะหผ์ ลกระทบทเี่ กดิ ขึ้น
มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก
ความภมู ิใจและธำรงความเปน็ ไทย
หลกั สูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 |๕
สาระท่ี ๕ ภูมศิ าสตร์ เข้าใจลักษณะทางกายภาพ ของโลก และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน ใช้
มาตรฐาน ส ๕.๑ แผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรปุ ขอ้ มูลตามกระบวนการ
ทางภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใชภ้ ูมสิ ารสนเทศอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา้ ใจปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ ับสภาพแวดล้อมทางกายภาพทกี่ ่อให้เกิดการ
สร้างสรรค์วถิ ีการดำเนนิ ชีวติ มจี ิตสำนกึ และมีส่วนรว่ มในการจดั การทรัพยากร
และสงิ่ แวดล้อมเพือ่ การพัฒนาทีย่ งั่ ยนื
คุณภาพผู้เรียน
จบชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓
• ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีทักษะกระบวนการ และมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาให้เป็นผู้มี
คุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ มีความเป็นพลเมืองดี มีความ
รับผิดชอบ การอยู่ร่วมกันและการทำงานกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมของห้องเรียน และได้ฝึกหัดในการ
ตดั สินใจ
• ได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนในลักษณะการบรู ณาการ ผู้เรยี น
ได้เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับปัจจุบันและอดีต มีความรู้พื้นฐานทางเศรษฐกิจได้ข้อคิดเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายของ
ครอบครัว เข้าใจถึงการเป็นผ้ผู ลิต ผบู้ ริโภค รู้จกั การออมข้ันตน้ และวิธีการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
• ได้รับการพัฒนาแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์ และภมู ิปญั ญา เพอื่ เปน็ พื้นฐานในการทำความเขา้ ใจในข้ันทีส่ ูงต่อไป
• มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่างที่อยู่รอบตัวและชุมชน และสามารถปรับตัวเท่า
ทันการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และมสี ว่ นรว่ มในการจัดการทรพั ยากรและสิง่ แวดลอ้ มใกลต้ ัว
จบช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
• ได้เรียนรู้เรื่องของจังหวัด ภาค และประทศของตนเอง ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพ
สังคม ประเพณี และวัฒนธรรม รวมทง้ั การเมอื งการปกครอง สภาพเศรษฐกิจโดยเนน้ ความเปน็ ประเทศไทย
• ได้รับการพัฒนาความรู้และความเข้าใจ ในเรื่องศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตนตามหลักคำ
สอนของศาสนาท่ีตนนบั ถือ รวมทงั้ มสี ว่ นรว่ มศาสนพธิ ี และพธิ ีกรรมทางศาสนามากยง่ิ ขนึ้
• ได้ศึกษาและปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีของท้องถิ่น จังหวัด
ภาค และประเทศ รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ของท้องถิ่นตนเอง
มากยง่ิ ขึ้น
• มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ภัยพิบัติ ลักษณะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมใน
จังหวัด ภาค และประเทศไทย สามารถเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพกับภัยพิบัติ
ต่างๆในประเทศไทย และหาแนวทางในการจดั การทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นบา้ นท่ายม พุทธศกั ราช 2565 |๖
จบช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๓
• ได้เรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบ
กับประเทศในภมู ิภาคต่างๆในโลก เพอื่ พัฒนาแนวคิด เร่ืองการอยูร่ ว่ มกนั อย่างสันติสขุ
• ได้เรียนรู้และพัฒนาให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนา
แนวคิด และขยายประสบการณ์ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก ได้แก่
เอเชีย โอเชียเนีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความ
เชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ด้วยวิธีการทาง
ประวัตศิ าสตร์ และสงั คมศาสตร์
• ได้รับการพัฒนาแนวคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์
ในการดำเนินชีวติ และวางแผนการดำเนินงานไดอ้ ย่างเหมาะสม
• มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ภัยพิบัติ ลักษณะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมใน
ภูมิภาคต่างๆของโลก ความร่วมมือด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมกับการ
รับมอื ภยั พิบตั ิ และการจัดการทรัพยากรและสิง่ แวดลอ้ มทย่ี ั่งยืน
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศกั ราช 2565 |๗
ตัวช้วี ดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง
สาระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา
ทตี่ นนบั ถือและศาสนาอนื่ มีศรทั ธาทถ่ี ูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบตั ิตามหลักธรรม
เพอ่ื อยู่รว่ มกนั อย่างสันติสุข
ชัน้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑. บอกพุทธประวัติ หรือประวัตขิ อง ➢ พุทธประวตั ิ
ศาสดาทตี่ นนบั ถือโดยสงั เขป ประสตู ิ
ตรัสรู้
ปรินพิ พาน
๒. ชืน่ ชมและบอกแบบอย่างการดำเนิน สามเณรบณั ฑติ
ชวี ิตและขอ้ คดิ จากประวัติสาวก ชาดก/ วณั ณปุ ถชาดก
เร่อื งเลา่ และศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ี สุวัณณสามชาดก
กำหนด
พระบาทสมเด็จ พระเจา้ อย่หู ัว
ภูมิพลอดุลยเดช
เจา้ พระยาสธุ รรมมนตรี (หนูพร้อม)
๓. บอกความหมาย ความสำคญั และ ➢ พระรัตนตรยั
เคารพพระรัตนตรัย ปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม ศรทั ธา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
โอวาท ๓ในพระพทุ ธศาสนา หรือ ➢ โอวาท ๓
หลักธรรมของศาสนาท่ีตนนบั ถือตามที่ ไมท่ ำช่วั
กำหนด o เบญจศีล
ทำความดี
° เบญจธรรม
° สังคหวัตถุ ๔
° กตญั ญูกตเวทีตอ่ พ่อแม่ และครอบครัว
° มงคล ๓๘
- ทำตัวดี
- วา่ ง่าย
- รบั ใช้พ่อแม่
ทำจิตให้บรสิ ุทธิ์ (บรหิ ารจติ และเจรญิ
ปัญญา)
➢ พทุ ธศาสนสภุ าษิต
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเปน็ ที่พงึ่ ของตน
มาตา มิตตฺ ํ สเก ฆเร มารดาเป็นมิตรในเรือนของ
ตน
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 |๘
ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
๔. เห็นคุณคา่ และสวดมนต์ แผเ่ มตตา ➢ ฝกึ สวดมนตแ์ ละแผ่เมตตา
มีสตทิ เ่ี ป็นพนื้ ฐานของสมาธิใน รู้ความหมายและประโยชนข์ องสติ
พระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจติ ตาม ฟังเพลงและรอ้ งเพลงอยา่ งมีสติ
แนวทางของศาสนาทต่ี นนับถือ
เล่นและทำงานอยา่ งมีสติ
ตามท่ีกำหนด
ฝกึ ให้มสี ตใิ นการฟัง การอ่าน การคิด การถาม
และการเขยี น
ป.๒ ๑. บอกความสำคัญของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเป็นเอกลักษณ์ของ ชาติไทย
หรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ
๒. สรปุ พทุ ธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงการ ➢ สรุปพทุ ธประวตั ิ
ออกผนวชหรอื ประวตั ิศาสดาที่ตนนบั ถือ ประสูติ
ตามที่กำหนด o เหตุการณห์ ลังประสตู ิ
o แรกนาขวญั
o การศกึ ษา
o การอภิเษกสมรส
o เทวทตู ๔
o การออกผนวช
๓. ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดำเนิน สามเณรราหุล
ชวี ติ และขอ้ คิดจากประวัตสิ าวก ชาดก/ วรณุ ชาดก
เรอื่ งเล่าและศาสนกิ ชนตัวอย่างตามที่ วานรนิ ทชาดก
กำหนด สมเด็จพระญาณสงั วร (ศขุ ไก่เถ่ือน)
สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จ
พระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)
๔. บอกความหมาย ความสำคญั และ ➢ พระรตั นตรัย
เคารพพระรตั นตรยั ปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม ศรทั ธา
โอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรอื
หลกั ธรรมของศาสนาทต่ี น ➢ โอวาท ๓
นบั ถือตามท่ีกำหนด ไมท่ ำชั่ว
°เบญจศีล
ทำความดี
° เบญจธรรม
° หิริ-โอตตปั ปะ
° สงั คหวตั ถุ ๔
° ฆราวาสธรรม ๔
° กตัญญูกตเวทตี อ่ ครู อาจารย์ และโรงเรียน
° มงคล ๓๘
- กตญั ญู
- สงเคราะหญ์ าติพ่นี ้อง
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 |๙
ชั้น ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ทำจติ ให้บริสทุ ธ์ิ (บริหารจิตและเจริญปัญญา)
➢ พทุ ธศาสนสภุ าษิต
นิมติ ตฺ ํ สาธรุ ูปานํ กตญฺญ กตเวทติ า ความ
กตญั ญ กตเวทีเป็นเครื่องหมาย ของคนดี
พรฺ หฺมาติ มาตาปติ โร มารดาบดิ าเป็นพรหม
ของบตุ ร
๕. ชื่นชมการทำความดขี องตนเอง บุคคล ◆ ตวั อย่างการกระทำความดีของตนเองและบุคคล
ในครอบครัวและในโรงเรียน ตามหลัก ในครอบครวั และในโรงเรยี น (ตามสาระในข้อ
ศาสนา ๔)
๖. เหน็ คุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา ◆ ฝึกสวดมนตไ์ หวพ้ ระและแผเ่ มตตา
มีสตทิ ่ีเป็นพน้ื ฐานของสมาธใิ นพระพทุ ธ- รู้ความหมายและประโยชนข์ องสติและสมาธิ
ศาสนา หรือการพฒั นาจติ ตามแนวทาง ฝกึ สมาธิเบ้อื งต้น
ของศาสนาท่ีตนนับถือ ตามท่ีกำหนด
ฝึกสติเบื้องต้นด้วยกจิ กรรมการเคลื่อนไหวอย่างมี
สติ
ฝกึ ให้มสี มาธใิ นการฟัง การอ่าน
การคดิ การถาม และการเขียน
๗. บอกชอ่ื ศาสนา ศาสดา และ ➢ ชอ่ื ศาสนา ศาสดา และคัมภรี ข์ องศาสนาต่าง ๆ
ความสำคัญของคมั ภีร์ของศาสนาที่ตนนบั ◆พระพทุ ธศาสนา
ถอื และศาสนาอ่นื ๆ
o ศาสดา : พระพุทธเจา้
o คมั ภรี ์ : พระไตรปฎิ ก
ศาสนาอิสลาม
o ศาสดา : มุฮัมมัด
o คมั ภรี ์ : อัลกุรอาน
ครสิ ตศ์ าสนา
o ศาสดา : พระเยซู
o คมั ภรี ์ : ไบเบิล
ศาสนาฮนิ ดู
o ศาสดา : ไม่มศี าสดา
o คัมภีร์ : พระเวท พราหมณะ อุปนิษัท
อารณั ยกะ
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๑๐
ช้นั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.๓ ๑. อธิบายความสำคัญของพระพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ของพระพทุ ธศาสนากับการดำเนนิ
หรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะที่เป็น ชวี ติ ประจำวนั เช่น
รากฐานสำคัญของวัฒนธรรมไทย การสวดมนต์ การทำบุญ ใส่บาตร การแสดง
ความเคารพ การใช้ภาษา
พระพุทธศาสนามีอิทธิพลตอ่ การสรา้ งสรรค์
ผลงานทางวัฒนธรรมไทยอันเกิดจากความ
ศรัทธา เช่น วัด ภาพวาด พระพุทธรูป
วรรณคดี สถาปัตยกรรมไทย
๒. สรุปพทุ ธประวัติต้งั แต่การบำเพ็ญเพยี ร สรปุ พทุ ธประวตั ิ (ทบทวน)
จนถงึ ปรนิ ิพพาน หรือประวัตขิ องศาสดาที่ การบำเพ็ญเพยี ร
ตนนับถือตามท่ีกำหนด ผจญมาร
ตรัสรู้
ปฐมเทศนา
ปรนิ พิ พาน
๓. ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดำเนิน สามเณรสงั กิจจะ
ชวี ติ และข้อคิดจากประวตั สิ าวก ชาดก/
เร่ืองเล่าและศาสนกิ ชนตัวอย่าง ตามท่ี อารามทสู กชาดก
กำหนด มหาวาณชิ ชาดก
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรฺ หมฺ รํสี)
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
๔. บอกความหมาย ความสำคัญของ ความสำคญั ของพระไตรปิฎก เช่น เป็นแหล่ง
พระไตรปิฎก หรอื คมั ภรี ์ของศาสนาทตี่ น อ้างอิง ของหลกั ธรรมคำสอน
นับถอื
๕. แสดงความเคารพพระรตั นตรยั และ ➢ พระรัตนตรัย
ปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท ๓ ใน ศรทั ธา
พระพทุ ธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนา ➢ โอวาท ๓
ทต่ี นนบั ถือตามทกี่ ำหนด ไม่ทำชัว่
° เบญจศีล
ทำความดี
°เบญจธรรม
°สติ-สมั ปชญั ญะ
°สังคหวตั ถุ ๔
หลกั สตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๑๑
ชั้น ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
°ฆราวาสธรรม ๔
° อตั ถะ ๓ (อัตตตั ถะ, ปรัตถะ, อุภยตั ถะ)
° กตัญญูกตเวทีตอ่ ชุมชน, สิง่ แวดลอ้ ม
°มงคล ๓๘
- ร้จู ักให้
- พูดไพเราะ
- อยใู่ นสิง่ แวดล้อมท่ีดี
ทำจิตให้บริสทุ ธิ์ (บริหารจิตและเจรญิ ปญั ญา)
➢ พุทธศาสนสภุ าษติ
ททมาโน ปโิ ย โหติ
ผูใ้ หย้ อ่ มเปน็ ท่รี ัก
๖. เหน็ คุณคา่ และสวดมนต์ แผ่เมตตา โมกโฺ ข กลฺยาณิยา สาธุ
มสี ตทิ ี่เปน็ พ้นื ฐานของสมาธิใน
พระพทุ ธศาสนา หรือการพฒั นาจิต เปล่งวาจาไพเราะใหส้ ำเรจ็ ประโยชน์
ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ
ตามที่กำหนด ◆ ฝกึ สวดมนต์ ไหว้พระ สรรเสรญิ คณุ พระ
รตั นตรัยและแผ่เมตตา
๗. บอกชอ่ื ความสำคัญและปฏบิ ตั ติ น
ได้อยา่ งเหมาะสมต่อศาสนวตั ถุ รคู้ วามหมายและประโยชนข์ องสติและสมาธิ
ศาสนสถาน และศาสนบคุ คลของศาสนา รปู้ ระโยชนข์ องการฝึกสติ
อื่นๆ ฝึกสมาธิเบอื้ งตน้ ดว้ ยการนับลมหายใจ
ฝึกการยืน การเดิน การนงั่ และ การนอน
อย่างมสี ติ
◆ ฝกึ ให้มสี มาธิในการฟัง การอา่ น การคดิ การ
ถาม และการเขยี น
◆ ช่ือและความสำคญั ของศาสนวตั ถุ
ศาสนสถานและ ศาสนบุคคล ในพระพุทธศาสนา
ศาสนาอสิ ลาม ครสิ ตศ์ าสนา ศาสนาฮนิ ดู
◆ การปฏบิ ตั ติ นทเี่ หมาะสมต่อศาสนวตั ถุ
ศาสนสถานและศาสนบุคคลในศาสนาอ่นื ๆ
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๑๒
ช้นั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๔ ๑. อธบิ ายความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา ในฐานะทีเ่ ปน็
หรือศาสนาท่ตี นนับถือ ในฐานะเป็นศนู ย์ เคร่ืองยดึ เหนี่ยวจิตใจ
รวมจติ ใจของศาสนิกชน เป็นศนู ย์รวมการทำความดี และพัฒนาจิตใจ
เชน่ ฝึกสมาธิ สวดมนต์
ศกึ ษาหลักธรรม
เป็นทปี่ ระกอบศาสนพธิ ี (การทอดกฐิน การ
ทอดผา้ ปา่ การเวยี นเทียน
การทำบญุ )
เปน็ แหลง่ ทำกิจกรรมทางสงั คม เช่น การจัด
ประเพณที ้องถิน่ การเผยแพร่ขอ้ มูลขา่ วสาร
ชมุ ชน และ
การส่งเสริมพฒั นาชุมชน
๒. สรปุ พุทธประวตั ติ ัง้ แต่บรรลธุ รรมจนถงึ สรุปพทุ ธประวตั ิ (ทบทวน)
ประกาศธรรม หรอื ประวัตศิ าสดาท่ตี นนับ ตรสั รู้
ถือตามทีก่ ำหนด ประกาศธรรม ไดแ้ ก่
๓. เหน็ คณุ ค่า และปฏิบตั ิตนตาม ° โปรดชฎิล
แบบอยา่ งการดำเนนิ ชวี ิตและข้อคิดจาก ° โปรดพระเจา้ พิมพิสาร
ประวตั สิ าวก ชาดก/เรอื่ งเล่าและ ° พระอคั รสาวก
ศาสนิกชนตัวอย่าง ตามทก่ี ำหนด ° แสดงโอวาทปาฏิโมกข์
พระอรุ ุเวลกสั สปะ
๔. แสดงความเคารพ พระรัตนตรัย กฏุ ทิ ูสกชาดก
มหาอกุ กุสชาดก
ปฏบิ ัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดุลยเดชวกิ รม พระ
บรมราชชนก
๓ ในพระพทุ ธศาสนา หรอื สมเด็จพระศรนี ครินทราบรมราชชนนี
หลักธรรมของศาสนาทีต่ นนบั ถือตามที่ ➢ พระรตั นตรยั
กำหนด o ศรัทธา ๔
พระพทุ ธ
° พทุ ธคุณ ๓
พระธรรม
° หลกั กรรม
พระสงฆ์
➢ ไตรสิกขา
ศลี สมาธิ ปญั ญา
หลักสูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๑๓
ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
➢ โอวาท ๓
ไม่ทำชัว่
o เบญจศีล
o ทจุ ริต ๓
ทำความดี
o เบญจธรรม
o สุจรติ ๓
o พรหมวหิ าร ๔
o กตญั ญูกตเวทตี อ่ ประเทศชาติ
o มงคล ๓๘
- เคารพ
- ถอ่ มคน
- ทำความดีให้พร้อมไวก้ ่อน
ทำจิตให้บริสทุ ธิ์ (บริหารจติ และเจริญปญั ญา)
➢ พทุ ธศาสนสภุ าษติ
สขุ า สงฆฺ สฺส สามคคฺ ี
ความพรอ้ มเพรยี งของหมู่ให้เกดิ สุข
โลโกปตถฺ มฺภกิ า เมตฺตา
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
๕. ชื่นชมการทำความดขี องตนเอง บคุ คล ◆ตวั อยา่ งการกระทำความดีของตนเองและบคุ คลใน
ในครอบครวั โรงเรียนและชมุ ชนตามหลกั ครอบครัว ในโรงเรยี น และในชุมชน
ศาสนา พร้อมทง้ั บอกแนวปฏิบตั ิในการ
ดำเนินชีวิต
๖. เหน็ คณุ ค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา ◆ สวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริญ คณุ
มสี ติท่ีเป็นพน้ื ฐานของสมาธใิ น พระรตั นตรยั และแผ่เมตตา
พระพุทธศาสนา หรือการพฒั นาจิต รู้ความหมายของสติสัมปชญั ญะ สมาธแิ ละปญั ญา
รูว้ ิธีปฏิบตั ขิ องการบริหารจิตและเจริญปัญญา
ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ
ตามทกี่ ำหนด ฝึกการยนื การเดิน การน่ัง และการนอน อย่างมี
สติ
ฝกึ การกำหนดรู้ความรู้สกึ เมื่อตาเหน็ รปู หฟู ัง
เสียง จมกู ดมกลิ่น ลนิ้ ลิม้ รส กายสมั ผสั สิ่งท่มี า
หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๑๔
ชน้ั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
กระทบ ใจรบั รู้ธรรมารมณ์
ฝกึ ให้มสี มาธใิ นการฟงั การอ่าน การคดิ การถาม
และการเขยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมของศาสนาที่ ◆ หลักธรรมเพ่ือการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์
ตนนบั ถือ เพอ่ื การอย่รู ว่ มกนั เปน็ ชาตไิ ด้ o เบญจศลี – เบญจธรรม
อย่างสมานฉันท์ o ทุจรติ ๓ – สจุ ริต ๓
o พรหมวหิ าร ๔
o มงคล ๓๘
- เคารพ
- ถ่อมตน
- ทำความดีให้พรอ้ มไว้ก่อน
o พทุ ธศาสนสภุ าษติ : ความพร้อมเพรยี งของหมู่
ให้เกิดสุข เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
กตัญญกู ตเวทีต่อประเทศชาติ
๘. อธบิ ายประวตั ิศาสดาของศาสนาอ่ืนๆ ประวตั ศิ าสดา
โดยสงั เขป o พระพุทธเจ้า
o มฮุ ัมมดั
o พระเยซู
ป.๕ ๑. วิเคราะห์ความสำคญั ของ ➢ มรดกทางวัฒนธรรมทไ่ี ดร้ ับจากพระพุทธศาสนา
พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบั ถอื ใน o มรดกทางด้านรูปธรรม เชน่ ศาสนสถาน
ฐานะทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรมและหลัก โบราณวตั ถุ สถาปัตยกรรม
ในการพฒั นาชาติไทย o มรดกทางด้านจติ ใจ เช่น หลกั ธรรมคำสั่งสอน
ความเช่อื และคณุ ธรรมต่าง ๆ
การนำพระพทุ ธศาสนาไปใช้เป็นแนวทางในการ
พฒั นาชาตไิ ทย
o พฒั นาด้านกายภาพ และสง่ิ แวดลอ้ ม เช่น
ภาวนา ๔ (กาย ศลี จิต ปัญญา) ไตรสิกขา
(ศลี สมาธิ ปัญญา) และอรยิ สัจส่ี
หลกั สูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๑๕
ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
o พฒั นาจิตใจ เชน่ หลักโอวาท ๓
(ละความชวั่ ทำดี ทำจิตใจให้บรสิ ุทธิ)์ และ
การบริหารจติ และเจริญปัญญา
๒. สรุปพุทธประวัตติ ัง้ แต่เสด็จ สรุปพุทธประวตั ิ (ทบทวน)
กรุงกบลิ พัสด์ุจนถงึ พทุ ธกจิ สำคัญ โปรดพระพุทธบดิ า (เสด็จกรงุ กบลิ พัสด์ุ)
หรือประวัติศาสดาทต่ี นนับถือตามที่ พุทธกจิ สำคญั ไดแ้ ก่ โลกัตถจรยิ า ญาตัตถจรยิ า
กำหนด และพุทธตั ถจรยิ า
๓. เหน็ คณุ ค่า และประพฤติตนตาม พระโสณโกฬวิ ิสะ
แบบอย่างการดำเนนิ ชวี ติ และข้อคิดจาก จฬู เสฏฐิชาดก
ประวตั ิสาวก ชาดก/เรื่องเลา่ และ วณั ณาโรหชาดก
ศาสนิกชนตัวอยา่ ง ตามทกี่ ำหนด สมเดจ็ พระสงั ฆราช (สา)
อาจารย์เสถยี ร โพธินันทะ
๔. อธิบายองคป์ ระกอบ และความสำคญั ➢ องคป์ ระกอบของพระไตรปฎิ ก
ของพระไตรปิฎก หรือคมั ภีร์ของศาสนาท่ี พระสุตตนั ตปฎิ ก
ตนนับถอื พระวนิ ัยปฎิ ก
พระอภิธรรมปิฎก
➢ ความสำคญั ของพระไตรปฎิ ก
๕. แสดงความเคารพพระรตั นตรัย ➢ พระรตั นตรัย
และปฏบิ ัติตามไตรสิกขาและหลกั ธรรม o ศรัทธา ๔
โอวาท ๓ ในพระพทุ ธศาสนาหรือ พระพุทธ
หลกั ธรรมของศาสนาทต่ี นนับถอื o พุทธจริยา ๓
ตามที่กำหนด พระธรรม
o อรยิ สจั ๔
o หลักกรรม
พระสงฆ์
➢ ไตรสิกขา
ศีล สมาธิ ปญั ญา
➢ โอวาท ๓
ไม่ทำช่ัว
o เบญจศลี
o อบายมุข ๔
ทำความดี
o เบญจธรรม
o บญุ กิรยิ าวตั ถุ ๓
o อคติ ๔
o อิทธิบาท ๔
o กตัญญูกตเวทตี อ่ พระพุทธศาสนา
หลกั สูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๑๖
ชั้น ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
o มงคล ๓๘
- ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รียน
- การงานไม่อากลู
- อดทน
ทำจิตใหบ้ รสิ ุทธิ์ (บรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญา)
➢ พุทธศาสนสุภาษติ
วริ เิ ยน ทกุ ฺขมจฺเจติ คนจะลว่ งทกุ ข์ไดเ้ พราะ
ความเพียร
ปญฺญา โลกสฺมิ ปชโฺ ชโต
ปญั ญา คือ แสงสว่างในโลก
๖. เหน็ คณุ ค่าและสวดมนต์แผเ่ มตตา ➢ สวดมนต์ไหวพ้ ระ สรรเสริญ คณุ พระรตั นตรยั
มีสตทิ ีเ่ ปน็ พ้นื ฐานของสมาธใิ น และแผ่เมตตา
พระพทุ ธศาสนา หรือการพัฒนาจติ ตาม
แนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ี รคู้ วามหมายของสติสัมปชัญญะ สมาธแิ ละ
กำหนด ปญั ญา
รูว้ ิธปี ฏิบตั ิและประโยชน์ของ การบริหารจิตและ
เจริญปัญญา
ฝกึ การยืน การเดิน การน่ัง และ การนอน
อย่างมีสติ
ฝกึ การกำหนดรคู้ วามรูส้ ึก เมอื่ ตา
เห็นรูป หฟู งั เสียง จมูกดมกลนิ่ ลนิ้ ลมิ้ รส
กายสัมผัสส่งิ ท่มี ากระทบใจรับรูธ้ รรมารมณ์
ฝกึ ใหม้ ีสมาธใิ นการฟัง การอ่าน การคดิ การ
๗. ปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรมของศาสนาท่ี ถามและการเขียน
◆ โอวาท ๓ (ตามสาระการเรียนรู้ขอ้ ๕)
ตนนบั ถือ เพอ่ื การพฒั นาตนเองและ
สง่ิ แวดลอ้ ม
ป.๖ ๑. วิเคราะหค์ วามสำคัญของพระพุทธ- ◆ พระพทุ ธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจำชาติ
ศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจำชาติ เชน่ เปน็ เอกลักษณ์ของชาตไิ ทย เปน็ รากฐาน
หรอื ความสำคัญของศาสนาที่ตนนบั ถือ ทางวัฒนธรรมไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็น
มรดกทางวัฒนธรรมไทย และเปน็ หลัก
ในการพฒั นาชาติไทย
๒. สรปุ พุทธประวตั ิต้งั แต่ปลงอายสุ ังขาร สรุปพทุ ธประวัติ (ทบทวน)
จนถงึ สงั เวชนยี สถาน หรือประวัติศาสดาท่ี ปลงอายสุ ังขาร
ปจั ฉิมสาวก
ตนนับถอื ตามท่ีกำหนด ปรนิ พิ พาน
การถวายพระเพลิง
หลกั สตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๑๗
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
แจกพระบรมสารีรกิ ธาตุ
สังเวชนียสถาน ๔
๓. เหน็ คุณค่าและประพฤตติ นตาม พระราธะ
แบบอย่างการดำเนินชีวติ และข้อคิดจาก ทีฆตี ิโกสลชาดก
ประวตั ิสาวก ชาดก/เรือ่ งเล่า และ สพั พทาฐิชาดก
ศาสนิกชนตวั อยา่ งตามที่กำหนด พอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช
สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรม-พระปรมานชุ ิต
ชิโนรส
➢ พระรัตนตรยั
๔. วิเคราะห์ความสำคญั และเคารพ o ศรทั ธา ๔
พระรัตนตรัย ปฏบิ ตั ิตามไตรสกิ ขาและ
หลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา พระพุทธ
หรอื หลกั ธรรมของศาสนาทตี่ น o พุทธกิจ ๕
นบั ถือตามท่ีกำหนด
พระธรรม
o อรยิ สัจ ๔
o หลักกรรม
พระสงฆ์
➢ ไตรสกิ ขา
ศีล สมาธิ ปัญญา
➢ โอวาท ๓
ไม่ทำชว่ั
o เบญจศลี
o อบายมุข ๖
o อกศุ ลมูล ๓
ทำความดี
o เบญจธรรม
o กศุ ลมลู ๓
o พละ ๔
o คารวะ ๖
o กตญั ญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์
o มงคล ๓๘
- มวี ินยั
- การงานไม่มีโทษ
- ไม่ประมาทในธรรม
ทำจิตใหบ้ รสิ ุทธ์ิ (บรหิ ารจิตและเจริญปญั ญา)
➢ พทุ ธศาสนสภุ าษิต
สจเฺ จน กติ ตฺ ึ ปปโฺ ปติ
คนจะไดเ้ กียรติดว้ ยสจั จะ
ยถาวาที ตถาการี
พูดเชน่ ไร ทำเชน่ น้นั
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๑๘
ชัน้ ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๕. ช่ืนชมการทำความดีของบุคคลใน ตัวอยา่ งการกระทำความดขี องบุคคลในประเทศ
ประเทศตามหลกั ศาสนา พร้อมทงั้ บอก
แนวปฏิบัติในการดำเนนิ ชวี ิต
๖. เห็นคณุ คา่ และสวดมนต์แผ่เมตตา และ สวดมนต์ไหวพ้ ระ สรรเสรญิ คุณพระรัตนตรยั
บริหารจติ เจรญิ ปญั ญา มสี ติที่เปน็ พนื้ ฐาน และแผ่เมตตา
ของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรอื การ รคู้ วามหมายของสติสัมปชญั ญะ สมาธิและ
พัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนา ปญั ญา
ที่ตนนบั ถือ ตามท่ีกำหนด รวู้ ิธปี ฏบิ ัตแิ ละประโยชน์ของ การบรหิ ารจิต
และเจรญิ ปญั ญา
ฝึกการยนื การเดิน การนั่ง และ
การนอนอยา่ งมีสติ
ฝึกการกำหนดรู้ความรสู้ ึกเม่อื ตาเหน็ รปู หูฟัง
เสียง จมกู ดมกลิน่ ล้นิ ล้ิมรส กายสมั ผสั สิ่ง
ทมี่ ากระทบ ใจรบั รู้ธรรมารมณ์
◆ ฝึกให้มสี มาธิในการฟงั การอา่ น การคดิ การ
ถาม และการเขียน
๗. ปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมของศาสนา ◆ หลักธรรม : อรยิ สัจ ๔ หลักกรรม
ทตี่ นนับถือ เพื่อแกป้ ัญหาอบายมุขและ สง่ิ ◆ โอวาท ๓ : เบญจศลี – เบญจธรรม อบายมุข
เสพติด ๖ อกศุ ลมูล ๓ กุศลมลู ๓
๘. อธบิ ายหลักธรรมสำคัญของศาสนาอน่ื ๆ ➢ หลักธรรมสำคญั ของศาสนาตา่ ง ๆ
โดยสงั เขป ◆ พระพุทธศาสนา : อริยสัจ ๔ โอวาท ๓ ฯลฯ
◆ ศาสนาอสิ ลาม : หลกั ศรัทธา หลักปฏบิ ตั ิ
หลักจริยธรรม
◆ คริสตศ์ าสนา : บญั ญัติ ๑๐ ประการ
๙. อธิบายลกั ษณะสำคญั ของศาสนพธิ ี ➢ ศาสนพธิ ีของศาสนาต่าง ๆ
พิธกี รรมของศาสนาอนื่ ๆ และปฏบิ ัติตนได้ ◆ พระพุทธศาสนา
อยา่ งเหมาะสมเม่อื ต้องเขา้ ร่วมพธิ ี o ศาสนพิธีทเี่ ป็นพทุ ธบญั ญตั ิ เช่น บรรพชา
อุปสมบท
o ศาสนพธิ ที ี่เก่ยี วเนื่องกับพระพุทธศาสนา เชน่
ทำบญุ พธิ เี น่ืองในวันสำคญั ทางศาสนา
o ศาสนาอิสลาม เช่น การละหมาด
การถือศีลอด การบำเพญ็ ฮจั ญ์ ฯลฯ
o ครสิ ตศ์ าสนา เช่น ศีลลา้ งบาป ศลี อภัยบาป
ศีลกำลัง ศลี มหาสนิท ฯลฯ
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบ้านท่ายม พุทธศกั ราช 2565 | ๑๙
ชน้ั ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
o ศาสนาฮินดู เชน่ พธิ ีศราทธ์ พธิ บี ูชาเทวดา
ม.๑ ๑. อธบิ ายการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา หรอื การสังคายนา
ศาสนาทตี่ นนบั ถือส่ปู ระเทศไทย การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาเขา้ สู่ประเทศไทย
๒. วิเคราะหค์ วามสำคญั ของ ➢ ความสำคัญของพระพุทธศาสนาตอ่ สงั คมไทยใน
พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ที่ ฐานะเปน็
มตี อ่ สภาพแวดลอ้ มในสังคมไทย รวมทั้ง ศาสนาประจำชาติ
การพฒั นาตนและครอบครัว สถาบนั หลักของสงั คมไทย
สภาพแวดลอ้ มทกี่ ว้างขวาง และครอบคลมุ
สงั คมไทย
การพฒั นาตนและครอบครวั
สรุปและวิเคราะห์ พุทธประวัติ
๓. วเิ คราะห์พุทธประวตั ติ ง้ั แตป่ ระสตู ิ ประสตู ิ
จนถึงบำเพ็ญทุกรกริ ิยา หรอื ประวัติ เทวทตู ๔
ศาสดาทต่ี นนบั ถอื ตามท่ีกำหนด การแสวงหาความรู้
การบำเพ็ญทุกรกริ ิยา
๔. วิเคราะหแ์ ละประพฤติตนตาม ➢ พทุ ธสาวก พุทธสาวกิ า
แบบอย่างการดำเนนิ ชีวิตและขอ้ คิดจาก พระมหากัสสปะ
ประวัตสิ าวก ชาดก/เรื่องเล่า และศาสนิก พระอุบาลี
ชนตัวอยา่ งตามท่ีกำหนด
อนาถบิณฑิกะ
นางวิสาขา
➢ ชาดก
อมั พชาดก
ตติ ตริ ชาดก
➢ พระรัตนตรัย
๕. อธบิ ายพุทธคณุ และข้อธรรมสำคญั ใน พทุ ธคณุ ๙
กรอบอรยิ สจั ๔ หรือหลักธรรมของ
ศาสนาท่ีตนนบั ถือ ตามทก่ี ำหนด เห็น ➢ อริยสัจ ๔
คณุ คา่ และนำไปพัฒนาแกป้ ญั หาของ ทุกข์ (ธรรมที่ควรร)ู้
ตนเองและครอบครวั o ขนั ธ์ ๕
- ธาตุ ๔
สมุทัย (ธรรมทคี่ วรละ)
o หลักกรรม
- ความหมายและคุณค่า
o อบายมุข ๖
นโิ รธ (ธรรมท่คี วรบรรลุ)
o สขุ ๒ (กายิก, เจตสกิ )
o คหิ สิ ุข
มรรค (ธรรมทค่ี วรเจริญ)
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบา้ นทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๒๐
ชัน้ ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
o ไตรสิกขา
o กรรมฐาน ๒
o ปธาน ๔
o โกศล ๓
o มงคล ๓๘
-ไม่คบคนพาล
- คบบณั ฑิต
- บูชาผคู้ วรบชู า
➢ พทุ ธศาสนสุภาษติ
ยํ เว เสวติ ตาทโิ ส
คบคนเชน่ ใดเปน็ คนเชน่ นัน้
อตฺตนา โจทยตฺตานํ
จงเตอื นตน ด้วยตน
นิสมฺม กรณํ เสยฺโย
ใคร่ครวญก่อนทำจึงดี
ทุราวาสา ฆรา ทกุ ขฺ า
เรือนที่ครองไม่ดนี ำทุกข์มาให้
๖. เหน็ คณุ ค่าของการพฒั นาจิต เพอ่ื การ ➢ โยนิโสมนสิการ
เรยี นรู้และการดำเนินชวี ติ ดว้ ยวิธคี ดิ แบบ วิธีคดิ แบบคุณคา่ แท้ – คุณคา่ เทยี ม
โยนโิ สมนสิการคอื วิธคี ดิ แบบคุณคา่ แท้ – วิธีคดิ แบบคณุ - โทษและทางออก
คุณคา่ เทยี ม และวธิ ีคดิ แบบคุณ – โทษ
และทางออก หรือการพัฒนาจิตตาม
แนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถือ
๗. สวดมนต์ แผ่เมตตา บรหิ ารจิตและ สวดมนต์แปล และแผเ่ มตตา
เจรญิ ปญั ญาด้วยอานาปานสติ หรือตาม วธิ ปี ฏบิ ตั ิและประโยชนข์ องการบรหิ ารจิตและ
เจรญิ ปัญญา การฝกึ บรหิ ารจิตและเจริญปัญญา
แนวทางของศาสนาที่ตนบั ถือตามท่ี
ตามหลกั สติปัฎฐานเน้น อานาปานสติ
กำหนด
นำวิธีการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปัญญาไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวนั
๘. วเิ คราะหแ์ ละปฏิบัติตนตามหลักธรรม หลกั ธรรม (ตามสาระการเรยี นรขู้ ้อ ๕)
ทางศาสนาที่ตนนับถือ ในการดำรงชวี ิต
แบบพอเพียง และดูแลรักษาส่งิ แวดลอ้ ม
เพ่ือการอยรู่ ว่ มกนั ไดอ้ ย่างสนั ตสิ ขุ
๙. วเิ คราะหเ์ หตผุ ลความจำเปน็ ทท่ี ุกคน ◆ ศาสนกิ ชนของศาสนาต่าง ๆ มีการประพฤติ
ตอ้ งศึกษาเรยี นรู้ศาสนาอนื่ ๆ ปฏบิ ัติตนและวถิ ีการดำเนินชีวติ
แตกตา่ งกันตามหลักความเช่ือและคำสอน ของ
ศาสนาที่ตนนับถือ
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๒๑
ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
◆ การปฏบิ ตั อิ ย่างเหมาะสมตอ่ ศาสนิกชนอื่นใน
๑๐. ปฏิบตั ิตนต่อศาสนิกชนอ่ืนใน
สถานการณต์ ่างๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม สถานการณต์ ่างๆ
๑๑. วเิ คราะห์การกระทำของบคุ คลที่เปน็ ◆ ตวั อยา่ งบคุ คลในท้องถ่ินหรือประเทศท่ปี ฏิบตั ิตน
แบบอย่างด้านศาสนสมั พันธ์ และนำเสนอ เปน็ แบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์หรือมผี ลงาน
ดา้ นศาสนสมั พันธ์
แนวทางการปฏิบัติของตนเอง
ม.๒ ๑. อธิบายการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา หรือ การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาเข้าส่ปู ระเทศเพื่อนบ้าน
ศาสนาทตี่ นนบั ถือส่ปู ระเทศ และการนับถอื พระพทุ ธ -ศาสนาของประเทศเพื่อน
เพือ่ นบ้าน บ้านในปัจจบุ ัน
๒. วิเคราะห์ความสำคัญของพระพทุ ธ- ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาท่ีชว่ ยเสรมิ สร้าง
ศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนบั ถือทช่ี ว่ ย ความเขา้ ใจอันดีกับประเทศเพ่อื นบ้าน
เสริมสรา้ งความเข้าใจอันดีกับประเทศ
เพือ่ นบา้ น
๓. วเิ คราะหค์ วามสำคัญของ ➢ ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาต่อสงั คมไทยใน
พระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถือใน ฐานะเป็น
ฐานะท่ีเป็นรากฐานของวัฒนธรรม รากฐานของวฒั นธรรม
เอกลกั ษณ์ของชาติและมรดกของชาติ เอกลักษณแ์ ละ มรดกของชาติ
๔. อภิปรายความสำคญั ของพระพทุ ธ - ความสำคัญของพระพุทธศาสนากบั การพัฒนา
ศาสนา หรือศาสนาที่ตนนบั ถือกบั ชมุ ชนและการจัดระเบียบสงั คม
การพัฒนาชุมชนและการจดั ระเบียบสงั คม
๕. วิเคราะหพ์ ุทธประวตั หิ รือประวัติ สรปุ และวิเคราะห์ พทุ ธประวตั ิ
ศาสดาของศาสนาทีต่ นนับถือตามท่ี การผจญมาร
กำหนด การตรสั รู้
๖. วิเคราะหแ์ ละประพฤติตนตาม การส่งั สอน
พระสารีบุตร
แบบอย่างการดำเนินชวี ติ และข้อคิดจาก พระโมคคลั ลานะ
ประวตั ิสาวก ชาดก/เรอื่ งเล่าและ นางขชุ ชตุ ตรา
ศาสนกิ ชนตวั อย่างตามที่กำหนด พระเจ้าพิมพิสาร
มิตตวินทุกชาดก
ราโชวาทชาดก
๗. อธิบายโครงสร้าง และสาระสังเขปของ โครงสรา้ ง และสาระสงั เขปของพระวนิ ัยปฎิ ก
พระไตรปฎิ ก หรือคัมภรี ์ของศาสนาท่ีตน พระสุตตันตปิฎก และพระอภธิ รรมปฎิ ก
นับถอื
๘. อธบิ ายธรรมคุณ และข้อธรรมสำคัญใน ➢ พระรัตนตรยั
กรอบอรยิ สจั ๔ หรอื หลักธรรมของศาสนา ธรรมคณุ ๖
ทต่ี นนับถือ ตามที่กำหนด เห็นคุณค่า ➢ อริยสัจ ๔
หลกั สูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบา้ นท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๒๒
ชัน้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ทกุ ข์ (ธรรมที่ควรรู้)
และนำไปพฒั นา แกป้ ัญหาของชมุ ชนและ o ขันธ์ ๕
สังคม - อายตนะ
สมทุ ัย (ธรรมที่ควรละ)
o หลักกรรม
- สมบตั ิ ๔
- วบิ ตั ิ ๔
o อกศุ ลกรรมบถ ๑๐
o อบายมุข ๖
นิโรธ (ธรรมท่คี วรบรรล)ุ
o สุข ๒ (สามสิ , นิรามสิ )
มรรค (ธรรมทค่ี วรเจริญ)
o บุพพนิมิตของมชั ฌิมาปฏปิ ทา
o ดรุณธรรม ๖
o กุลจริ ฏั ฐติ ิธรรม ๔
o กศุ ลกรรมบถ ๑๐
o สตปิ ัฏฐาน ๔
o มงคล ๓๘
- ประพฤติธรรม
- เวน้ จากความช่ัว
- เว้นจากการด่ืมนำ้ เมา
➢ พุทธศาสนสุภาษติ
กมฺมนุ า วตตฺ ตี โลโก สตั วโ์ ลกย่อมเป็นไป
ตามกรรม
กลยฺ าณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ ทำดไี ด้
ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว
สโุ ข ปญุ ฺญสสฺ อุจฺจโย การสั่งสมบญุ นำสขุ
มาให้
ปูชโก ลภเต ปูชํ วนฺทโก ปฏวิ นฺทนํ
ผบู้ ูชาเขา ย่อมไดร้ บั การบูชาตอบ
ผ้ไู หว้เขายอ่ มไดร้ ับการไหวต้ อบ
๙. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพอ่ื การ ➢ พัฒนาการเรยี นรู้ด้วยวิธีคิดแบบโยนโิ ส-มนสิการ ๒
เรียนรแู้ ละดำเนินชีวติ ด้วยวธิ คี ิดแบบ วิธี คอื วิธคี ิดแบบอบุ ายปลกุ เรา้ คณุ ธรรม และวธิ ี
โยนโิ สมนสกิ ารคอื วธิ คี ิดแบบอุบายปลกุ คิดแบบอรรถธรรมสัมพนั ธ์
เร้าคณุ ธรรม และวิธีคิดแบบอรรถธรรม
สัมพนั ธ์ หรือการพฒั นาจติ ตามแนวทาง
ของศาสนาท่ีตนนบั ถอื
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๒๓
ชน้ั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑๐. สวดมนต์ แผ่เมตตา บรหิ ารจิตและ สวดมนต์แปล และแผเ่ มตตา
เจรญิ ปัญญาด้วยอานาปานสติ หรือตาม รแู้ ละเขา้ ใจวิธีปฏบิ ตั ิและประโยชน์ของการบริหาร
แนวทางของศาสนาท่ตี นนับถือ
จติ และเจริญปัญญา
ฝกึ การบรหิ ารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปฎั
ฐาน เน้นอานาปานสติ
นำวิธกี ารบรหิ ารจิตและเจรญิ ปัญญา ไปใชใ้ น
ชีวิตประจำวนั
๑๑.วเิ คราะห์การปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรม ➢ การปฏิบัติตนตามหลักธรรม (ตามสาระ
ทางศาสนาท่ีตนนับถือ เพ่ือการดำรงตน การเรียนรู้ ข้อ ๘.)
อย่างเหมาะสมในกระแสความเปลีย่ นแปลง
ของโลก และการอย่รู ่วมกันอยา่ งสันตสิ ขุ
ม. ๓ ๑. อธบิ ายการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา หรือ การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาเขา้ สู่ประเทศต่าง ๆ ทว่ั
ศาสนาทต่ี นนับถือสูป่ ระเทศต่างๆ ท่ัวโลก โลก และการนับถือพระพุทธศาสนาของประเทศ
เหลา่ นั้นในปัจจบุ นั
๒. วิเคราะห์ความสำคญั ของ ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะทชี่ ว่ ย
พระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถือใน สรา้ งสรรคอ์ ารยธรรมและความสงบสุขให้แก่โลก
ฐานะทช่ี ่วยสรา้ งสรรค์อารยธรรม และ
ความสงบสขุ แก่โลก
๓. อภิปรายความสำคญั ของ สมั มนาพระพุทธศาสนากบั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ พอเพียงและการพัฒนาอย่างย่ังยืน (ท่ีสอดคลอ้ งกบั
กับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ หลักธรรมในสาระการเรียนรู้ ข้อ ๖ )
การพฒั นาอยา่ งย่งั ยนื ศึกษาพุทธประวตั จิ ากพระพุทธรปู ปาง ตา่ ง ๆ เช่น
o ปางมารวิชยั
๔. วเิ คราะหพ์ ทุ ธประวัติจากพระพุทธรูป o ปางปฐมเทศนา
ปางตา่ งๆ หรอื ประวัตศิ าสดาท่ีตนนับถือ o ปางลีลา
ตามท่ีกำหนด o ปางประจำวนั เกิด
สรปุ และวเิ คราะห์พุทธประวัติ
ปฐมเทศนา
โอวาทปาฏโิ มกข์
๕. วเิ คราะห์และประพฤติตนตาม พระอัญญาโกณฑัญญะ
แบบอยา่ งการดำเนนิ ชวี ติ และขอ้ คิดจาก พระมหาปชาบดเี ถรี
ประวตั สิ าวก ชาดก/เรื่องเลา่ และ
พระเขมาเถรี
ศาสนิกชนตัวอยา่ ง ตามทีก่ ำหนด
พระเจ้าปเสนทิโกศล
นันทวิ ิสาลชาดก
สุวัณณหงั สชาดก
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบา้ นท่ายม พุทธศกั ราช 2565 | ๒๔
ชั้น ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
➢ พระรตั นตรัย
๖. อธิบายสงั ฆคุณ และขอ้ ธรรมสำคญั ใน สังฆคุณ ๙
กรอบอรยิ สัจ ๔ หรือหลกั ธรรมของ
ศาสนาทีต่ นนับถือตามทกี่ ำหนด ➢ อรยิ สัจ ๔
ทุกข์ (ธรรมท่ีควรรู)้
o ขันธ์ ๕
-ไตรลักษณ์
สมุทัย (ธรรมทคี่ วรละ)
o หลกั กรรม
-วฏั ฏะ ๓
-ปปญั จธรรม ๓ (ตณั หา มานะ ทิฎฐิ)
นิโรธ (ธรรมทคี่ วรบรรล)ุ
o อตั ถะ ๓
มรรค (ธรรมท่ีควรเจริญ)
o มรรคมีองค์ ๘
o ปัญญา ๓
o สัปปุรสิ ธรรม ๗
o บุญกิริยาวตั ถุ ๑๐
o อบุ าสกธรรม ๗
o มงคล ๓๘
- มีศลิ ปวทิ ยา
- พบสมณะ
- ฟังธรรมตามกาล
- สนทนาธรรมตามกาล
➢ พทุ ธศาสนสภุ าษติ
อตตฺ า หเว ชิตํ เสยฺโย
ชนะตนนัน่ แลดีกว่า
ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ผ้ปู ระพฤตธิ รรมย่อมอยเู่ ปน็ สุข
ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
ความประมาทเปน็ ทางแห่งความตาย
สสุ ฺสสู ํ ลภเต ปญฺญํ
ผู้ฟงั ดว้ ยดีย่อมได้ปัญญา
เรื่องน่าร้จู ากพระไตรปฎิ ก : พทุ ธปณิธาน ๔ ใน
มหาปรนิ พิ พานสตู ร
๗. เห็นคุณค่า และวเิ คราะหก์ ารปฏบิ ัตติ น การปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรม (ตามสาระ
ตามหลกั ธรรมในการพฒั นาตน การเรยี นรู้ ขอ้ ๖.)
เพ่อื เตรียมพร้อมสำหรบั การทำงาน
และการมคี รอบครวั
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๒๕
ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๘. เหน็ คุณคา่ ของการพฒั นาจติ เพ่อื การ พฒั นาการเรยี นรู้ดว้ ยวธิ คี ิดแบบโยนิโสมนสกิ าร ๒
วธิ ี คือ วิธคี ดิ แบบอริยสัจ และวธิ ีคิดแบบสืบสาวเหตุ
เรียนรแู้ ละดำเนนิ ชีวิต ดว้ ยวธิ คี ดิ แบบ
โยนโิ สมนสิการคือ วธิ คี ิดแบบอริยสจั และ ปจั จัย
วธิ ีคดิ แบบสืบสาวเหตปุ ัจจยั หรอื
การพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนาทต่ี น
นับถอื
๙. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจติ และ สวดมนตแ์ ปล และแผเ่ มตตา
เจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ หรือตาม รู้และเขา้ ใจวธิ ปี ฏิบัติและประโยชน์ของการบริหาร
แนวทางของศาสนาทต่ี นนับถือ
จิตและเจริญปัญญา
ฝกึ การบริหารจติ และเจริญปัญญาตามหลักสติปฎั
ฐานเนน้ อานาปานสติ
นำวธิ กี ารบรหิ ารจิตและเจริญปญั ญาไปใชใ้ น
ชีวิตประจำวัน
๑๐. วิเคราะหค์ วามแตกต่างและยอมรบั วถิ กี ารดำเนินชวี ิตของศาสนิกชนศาสนาอ่นื ๆ
วถิ กี ารดำเนนิ ชวี ิตของศาสนิกชนในศาสนา
อื่นๆ
สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏบิ ตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนท่ดี ี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาที่ตนนับถือ
ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑. บำเพญ็ ประโยชน์ตอ่ วัด หรอื ศาสน ➢ การบำเพ็ญประโยชนต์ ่อวดั หรอื ศาสนสถาน
สถานของศาสนาที่ตนนบั ถือ การพฒั นาทำความสะอาด
การบริจาค
การร่วมกิจกรรมทางศาสนา
๒. แสดงตนเปน็ พุทธมามกะ หรือแสดงตน ➢ การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
เป็นศาสนกิ ชนของศาสนาทต่ี นนบั ถือ ข้ันเตรยี มการ
ข้นั พธิ กี าร
๓. ปฏิบัตติ นในศาสนพิธี พธิ ีกรรม และวัน ➢ ประวตั ิโดยสงั เขปของวนั สำคัญทาง
สำคัญทางศาสนา ตามที่กำหนดได้ถูกต้อง พระพทุ ธศาสนา
วนั มาฆบูชา
วันวิสาขบูชา
วนั อาสาฬหบชู า
วันอฏั ฐมีบูชา
➢ การบชู าพระรตั นตรัย
หลักสูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๒๖
ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.๒ ๑. ปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อสาวกของ ➢ การฝกึ ปฏบิ ัตมิ รรยาทชาวพุทธ
ศาสนาทีต่ นนบั ถือ ตามทก่ี ำหนดไดถ้ ูกตอ้ ง การพนมมอื
การไหว้
การกราบ
การน่งั
การยืน การเดนิ
๒. ปฏบิ ตั ติ นในศาสนพิธี พธิ กี รรม และ การเข้ารว่ มกจิ กรรมและพิธกี รรม ทเ่ี กย่ี วเนือ่ งกบั
วันสำคญั ทางศาสนา ตามที่กำหนดได้ วันสำคัญทางพุทธศาสนา
ถกู ต้อง ระเบยี บพธิ กี ารบูชาพระรัตนตรัย
การทำบุญตักบาตร
ป.๓ ๑. ปฏบิ ัตติ นอยา่ งเหมาะสมต่อสาวก ➢ ฝกึ ปฏิบตั มิ รรยาทชาวพุทธ
ศาสนสถาน ศาสนวตั ถขุ องศาสนาท่ีตนนับ การลุกขึน้ ยืนรับ
ถือ ตามทกี่ ำหนดได้ถูกต้อง การต้อนรบั
การรบั – ส่งสิ่งของแก่พระภกิ ษุ
มรรยาทในการสนทนา
การสำรวมกริ ิยามารยาท การแตง่
กายท่เี หมาะสมเมื่อ
อยู่ในวดั และพุทธสถาน
การดูแลรกั ษาศาสนวตั ถุและ ศาสนสถาน
๒. เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ัติตนในศาสนพธิ ี การอาราธนาศลี
พิธกี รรม และวันสำคัญทางศาสนา ตามท่ี การสมาทานศีล
กำหนดได้ถกู ต้อง
เคร่ืองประกอบโตะ๊ หมู่บูชา การจัดโต๊ะหมบู่ ูชา
๓. แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ หรือแสดงตน ➢ ความเปน็ มาของการแสดงตนเป็น พุทธมามกะ
เป็นศาสนิกชนของศาสนาท่ตี นนบั ถอื ➢ การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
ขั้นเตรยี มการ
ขัน้ พิธีการ
ป.๔ ๑. อภิปรายความสำคัญ และมสี ว่ นร่วมใน ความร้เู บอ้ื งตน้ และความสำคัญของ ศาสนสถาน
การบำรงุ รกั ษาศาสนสถานของศาสนาที่ การแสดงความเคารพตอ่ ศาสนสถาน
ตนนับถือ การบำรุงรักษาศาสนสถาน
๒. มีมรรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนทีด่ ี การปฏบิ ัตติ นทเี่ หมาะสมตอ่ พระภกิ ษุ
ตามทก่ี ำหนด การยืน การเดิน และการนง่ั ทเ่ี หมาะสมในโอกาส
ต่าง ๆ
หลกั สตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบา้ นท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๒๗
ชน้ั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๓. ปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวัน การอาราธนาศีล
สำคญั ทางศาสนา ตามท่ีกำหนดไดถ้ ูกตอ้ ง การอาราธนาธรรม
การอาราธนาพระปริตร
ระเบยี บพธิ แี ละการปฏิบัตติ นในวนั ธรรมสวนะ
ป.๕ ๑. จดั พิธกี รรมตามศาสนาทีต่ นนับถือ การจดั พิธีกรรมทเี่ รยี บงา่ ย ประหยดั มี
อยา่ งเรียบงา่ ย มีประโยชน์ และปฏบิ ตั ติ น ประโยชน์ และถกู ต้องตามหลักทางศาสนาที่ตนนบั
ถกู ต้อง ถอื
๒. ปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี พธิ กี รรม และวนั การมสี ่วนร่วมในการจัดเตรียมสถานทปี่ ระกอบศา
สำคญั ทางศาสนา ตามที่กำหนด และ สนพธิ ี พธิ ีกรรมทางศาสนา
อภิปรายประโยชน์ทไ่ี ด้รบั จากการเขา้ ร่วม พธิ ีถวายสังฆทาน เคร่ืองสงั ฆทาน
กิจกรรม
ระเบยี บพธิ ใี นการทำบญุ งานมงคล
ประโยชนข์ อง การเขา้ ร่วมศาสนพิธี พิธกี รรมทาง
ศาสนา หรือกจิ กรรม ในวันสำคญั ทางศาสนา
๓. มมี รรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนทดี่ ี การกราบพระรัตนตรัย
ตามทก่ี ำหนด การไหวบ้ ิดา มารดา ครู/อาจารย์ ผู้ท่เี คารพนับถือ
การกราบศพ
ป.๖ ๑. อธิบายความรเู้ กย่ี วกบั สถานท่ีตา่ งๆ ความรูเ้ บอ้ื งต้นเก่ียวกบั สถานท่ตี ่าง ๆภายในวัด
ในศาสนสถาน และปฏิบัติตนไดอ้ ยา่ ง เช่น เขตพทุ ธาวาส สงั ฆาวาส
เหมาะสม การปฏบิ ตั ิตนทเ่ี หมาะสมภายในวดั
๒. มมี รรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ดี ี การถวายของแก่พระภิกษุ
ตามทก่ี ำหนด การปฏิบตั ติ นในขณะฟงั ธรรม
การปฏิบตั ติ นตามแนวทางของพุทธศาสนิกชน
เพือ่ ประโยชน์ต่อศาสนา
๓. อธบิ ายประโยชนข์ องการเข้ารว่ มใน ทบทวนการอาราธนาศีล อาราธนาธรรม และ
ศาสนพธิ ี พิธีกรรม และกิจกรรมใน อาราธนาพระปริตร
วนั สำคญั ทางศาสนา ตามที่กำหนด และ พธิ ที อดผา้ ป่า
ปฏบิ ตั ติ นได้ถูกตอ้ ง พธิ ที อดกฐิน
ระเบียบพิธใี นการทำบุญงานอวมงคล
การปฏบิ ตั ติ นทถี่ ูกต้องในศาสนพิธพี ธิ ีกรรม และ
วันสำคญั ทางศาสนา เชน่ วนั มาฆบูชา วนั วสิ าขบู
ชา วนั อัฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา วนั ธรรมสวนะ
หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๒๘
ชน้ั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ประโยชนข์ องการเขา้ รว่ มในศาสนพธิ /ี พธิ ีกรรม
และวันสำคัญทางศาสนา
๔. แสดงตนเปน็ พุทธมามกะ หรอื แสดงตน ➢ การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ
เป็นศาสนกิ ชนของศาสนาทตี่ นนบั ถือ ° ข้ันเตรียมการ
° ขั้นพิธกี าร
ม.๑ ๑. บำเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถานของ การบำเพ็ญประโยชน์ และ การ
ศาสนาทต่ี นนบั ถือ บำรงุ รักษาวดั
๒. อธิบายจรยิ วตั รของสาวกเพ่อื เปน็ วถิ ีชวี ิตของพระภิกษุ
แบบอย่างในการประพฤตปิ ฏิบัติ และ บทบาทของพระภิกษใุ นการเผยแผ่
ปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมต่อสาวกของ พระพุทธศาสนา เช่น การแสดงธรรม ปาฐกถา
ศาสนาท่ีตนนับถือ ธรรม การประพฤตติ นให้เป็นแบบอยา่ ง
การเขา้ พบพระภกิ ษุ
การแสดงความเคารพ การประนมมือ การไหว้
การกราบ การเคารพ พระรัตนตรัย การฟงั
เจรญิ
พระพทุ ธมนต์ การฟังสวด พระอภธิ รรม การ
ฟงั พระธรรมเทศนา
๓. ปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสมต่อบคุ คลต่างๆ ปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสมต่อเพอ่ื นตามหลัก
ตามหลกั ศาสนาท่ีตนนบั ถือ ตามที่ พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนับถือ
กำหนด
๔. จดั พิธกี รรม และปฏิบัตติ นใน การจัดโต๊ะหมูบ่ ูชา แบบ หม่๔ู หมู่ ๕ หมู่ ๗ หมู๙่
ศาสนพธิ ี พธิ กี รรมไดถ้ ูกต้อง การจุดธปู เทยี น การจัดเคร่อื งประกอบโตะ๊ หม่บู ูชา
คำอาราธนาต่างๆ
๕. อธบิ ายประวัติ ความสำคัญ และ ประวตั แิ ละความสำคัญของวันธรรมสวนะ วัน
ปฏิบตั ิตนในวนั สำคญั ทางศาสนา เขา้ พรรษา วันออกพรรษา วนั เทโวโรหณะ
ทต่ี นนับถือ ตามท่ีกำหนด ได้ถกู ต้อง ระเบยี บพิธี พธิ ีเวยี นเทยี น การปฏิบตั ิตนในวนั
มาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฏฐมีบชู า วัน
ม.๒ ๑. ปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคล อาสาฬหบชู า วันธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ
การเปน็ ลกู ท่ีดี ตามหลักทิศเบ้ืองหนา้ ในทศิ ๖
ต่าง ๆ ตามหลักศาสนาทต่ี นนับถอื ตามท่ี
กำหนด
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศกั ราช 2565 | ๒๙
ชน้ั ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
๒. มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนทีด่ ี การต้อนรบั (ปฏิสนั ถาร)
ตามที่กำหนด มรรยาทของผ้เู ป็นแขก
ฝึกปฏบิ ตั ิระเบียบพิธี ปฏิบัติต่อพระภิกษุ การยนื
การให้ทีน่ ั่ง การเดนิ สวน การสนทนา การรบั
ส่ิงของ
การแต่งกายไปวัด การแต่งกายไปงานมงคล งาน
อวมงคล
๓. วิเคราะหค์ ุณคา่ ของศาสนพธิ ี และ การทำบุญตักบาตร
ปฏบิ ตั ิตนได้ถูกต้อง การถวายภตั ตาหารส่ิงของที่ควรถวายและส่งิ ของ
ตอ้ งหา้ มสำหรับพระภิกษุ
การถวายสังฆทาน เครอื่ งสงั ฆทาน
การถวายผา้ อาบน้ำฝน
การจดั เครื่องไทยธรรม เครอื่ งไทยทาน
การกรวดน้ำ
การทอดกฐิน การทอดผ้าป่า
๔. อธบิ ายคำสอนทเี่ ก่ียวเนอ่ื งกบั หลกั ธรรมเบ้อื งต้นที่เก่ยี วเนือ่ งในวันมาฆบชู า
วนั สำคัญทางศาสนา และปฏิบัติตน วนั วิสาขบชู า วนั อัฏฐมีบชู า วันอาสาฬหบูชา
ไดถ้ ูกตอ้ ง
วันธรรมสวนะและเทศกาลสำคญั
ระเบียบพิธแี ละการปฏิบัติตน ในวนั ธรรมสวนะ
วันเข้าพรรษา วนั ออกพรรษา วันเทโวโรหณะ
๕. อธบิ ายความแตกต่างของศาสนพธิ ี ศาสนพิธ/ี พธิ ีกรรม แนวปฏบิ ัติของศาสนาอ่นื ๆ
พิธีกรรม ตาม แนวปฏิบัติของศาสนาอื่น
ๆ เพื่อนำไปสู่การยอมรบั และความเขา้ ใจ
ซงึ่ กนั และกัน
ม.๓ ๑. วเิ คราะห์หน้าที่และบทบาทของสาวก หน้าท่ีของพระภกิ ษุในการปฏิบัตติ ามหลักพระ
และปฏบิ ัตติ นต่อสาวก ตามท่ีกำหนดได้ ธรรมวนิ ัย และจริยวัตรอย่างเหมาะสม
ถูกต้อง การปฏิบตั ติ นต่อพระภิกษใุ นงานศาสนพธิ ีที่บา้ น
การสนทนา การแต่งกาย มรรยาทการพูดกับ
พระภกิ ษตุ ามฐานะ
๒. ปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมต่อบคุ คล การเปน็ ศิษย์ทีด่ ี ตามหลักทิศเบื้องขวา ในทิศ ๖
ตา่ ง ๆ ตามหลกั ศาสนา ตามทีก่ ำหนด ของพระพทุ ธศาสนา
๓. ปฏิบตั หิ นา้ ท่ีของศาสนิกชนทีด่ ี การปฏบิ ัตหิ นา้ ทีช่ าวพุทธตามพุทธปณิธาน ๔ ใน
มหาปรนิ พิ พานสูตร
๔. ปฏบิ ตั ติ นในศาสนพิธพี ิธีกรรมไดถ้ ูกตอ้ ง พธิ ที ำบุญ งานมงคล งานอวมงคล
หลกั สตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๓๐
ช้นั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การนมิ นต์พระภิกษุ การเตรยี มที่ตั้งพระพทุ ธรปู
และเครื่องบชู า การวงด้ายสายสิญจน์ การปลู าด
อาสนะ การเตรียมเครอื่ งรับรอง การจุดธปู เทียน
ขอ้ ปฏิบตั ใิ นวันเลยี้ งพระ การถวายข้าวพระพุทธ
การถวายไทยธรรม การกรวดน้ำ
๕. อธิบายประวัตวิ นั สำคญั ทางศาสนา ➢ ประวตั ิวันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนาในประเทศ
ตามท่กี ำหนดและปฏิบตั ติ นได้ถูกต้อง ไทย
วันวสิ าขบชู า (วนั สำคัญสากล)
วนั ธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ
➢ หลักปฏิบตั ติ น : การฟงั พระธรรมเทศนา การ
แตง่ กายในการประกอบ ศาสนพิธีท่วี ัด การงด
เว้นอบายมขุ
➢ การประพฤติปฏิบัติในวันธรรมสวนะและเทศกาล
สำคัญ
๖. แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ หรือ ➢ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
แสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนา ข้ันเตรยี มการ
ทีต่ นนับถือ ขนั้ พิธีการ
๗. นำเสนอแนวทางในการธำรงรกั ษา การศกึ ษาเรยี นรู้เรื่ององคป์ ระกอบของ
ศาสนาทตี่ นนบั ถือ พระพุทธศาสนา นำไปปฏบิ ัติและเผยแผ่ตาม
โอกาส
การศกึ ษาการรวมตวั ขององค์กรชาวพุทธ
การปลกู จิตสำนึกในด้านการบำรงุ รกั ษาวดั และ
พุทธสถานให้เกิดประโยชน์
หลกั สูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๓๑
สาระท่ี ๒ หนา้ ที่พลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ในสังคม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏบิ ตั ติ นตามหน้าทขี่ องการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ีดีงามและธำรงรักษา
ประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยู่รว่ มกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลกอย่างสันตสิ ุข
ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑. บอกประโยชน์และปฏบิ ตั ิตนเป็น การเปน็ สมาชกิ ทีด่ ีของครอบครวั และโรงเรียน เช่น
สมาชิกทีด่ ีของครอบครวั และโรงเรียน − กตัญญูกตเวทีและเคารพรับฟังคำแนะนำของ
พ่อแม่ ญาติผ้ใู หญ่ และครู
− รจู้ ักกลา่ วคำขอบคุณ ขอโทษ การไหว้ผใู้ หญ่
− ปฏิบัตติ าม ขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบยี บ
ของครอบครัวและโรงเรยี น
− มีสว่ นร่วมในกิจกรรมของครอบครวั และ
โรงเรยี น
− มีเหตผุ ลและยอมรับฟังความคิดเห็นของผูอ้ ่ืน
− มีระเบียบ วินยั มีนำ้ ใจ
ประโยชนข์ องการปฏบิ ัติตนเปน็ สมาชิก ทีด่ ขี อง
ครอบครวั และโรงเรยี น
๒. ยกตวั อยา่ งความสามารถและความดี ลักษณะความสามารถและลกั ษณะ ความดีของตนเอง
ของตนเอง ผู้อน่ื และบอกผลจากการ และผู้อ่ืน เช่น
กระทำนนั้ - ความกตญั ญูกตเวที
- ความมีระเบยี บวนิ ยั
- ความรบั ผดิ ชอบ
- ความขยัน
- การเอ้อื เฟื้อเผื่อแผแ่ ละชว่ ยเหลอื ผู้อื่น
- ความซอ่ื สัตย์สจุ ริต
- ความเมตตากรุณา
ผลของการกระทำความดี เช่น
- ภาคภูมิใจ
- มคี วามสุข
- ไดร้ ับการชนื่ ชม ยกย่อง
ป.๒ ๑. ปฏบิ ตั ิตนตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบยี บ หนา้ ทีท่ ีต่ ้องปฏบิ ัติ
ระเบียบและหน้าท่ีที่ต้องปฏบิ ัติใน ในครอบครวั โรงเรยี น สถานที่สาธารณะ เช่น โรง
ชวี ิตประจำวัน ภาพยนต์ โบราณสถาน ฯลฯ
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๓๒
ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
๒. ปฏิบตั ิตนตนตามมารยาทไทย มารยาทไทย เช่น การแสดงความเคารพ การยนื
การเดนิ การนงั่ การนอน การทักทาย การ
รบั ประทาน
๓. แสดงพฤตกิ รรมในการยอมรับความคิด การยอมรับความแตกต่างของคนในสังคม ในเรื่อง
ความเชื่อและการปฏบิ ัตขิ องบุคคลอนื่ ท่ี ความคิด ความเช่ือ ความสามารถและการปฏิบตั ิ
แตกต่างกันโดยปราศจากอคติ ตนของบุคคลอนื่ ที่ แตกต่างกัน เชน่
- บคุ คลย่อมมีความคดิ ท่ีมีเหตผุ ล
- การปฏิบตั ติ นตามพธิ กี รรมตามความ เช่ือของ
บุคคล
- บุคคลย่อมมีความสามารถแตกตา่ งกัน
- ไมพ่ ดู หรือแสดงอาการดูถูกรงั เกียจผอู้ น่ื ในเรื่อง
ของรูปรา่ งหน้าตา สผี ม สผี วิ ทแี่ ตกต่างกัน
๔. เคารพในสทิ ธิ เสรีภาพของผู้อน่ื สทิ ธิส่วนบคุ คล เช่น
- สทิ ธแิ สดงความคิดเหน็
- สิทธิเสรภี าพในรา่ งกาย
- สทิ ธิในทรพั ยส์ ิน
ป.๓ ๑. สรปุ ประโยชนแ์ ละปฏบิ ตั ิตนตาม ประเพณีและวัฒนธรรมในครอบครัว เช่น การ
ประเพณีและวัฒนธรรมในครอบครวั และ แสดงความเคารพและการเชื่อฟังผใู้ หญ่ การกระทำ
ทอ้ งถนิ่ กจิ กรรมร่วมกัน ในครอบครัว
ประเพณีและวัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ เชน่ การเขา้ ร่วม
ประเพณที างศาสนา ประเพณีเกยี่ วกบั การดำเนนิ
ชวี ติ ประโยชน์ของการปฏิบตั ิตนตามประเพณี
และวฒั นธรรมในครอบครัวและท้องถนิ่
๒. บอกพฤติกรรมการดำเนนิ ชีวติ ของ พฤตกิ รรมของตนเองและเพ่ือน ๆในชีวติ ประจำวัน
ตนเอง และผู้อน่ื ท่ีอย่ใู นกระแสวฒั นธรรม เช่น การทกั ทาย การทำความเคารพ การปฏบิ ัติ
ที่หลากหลาย ตาม ศาสนพธิ ี การรบั ประทานอาหาร การ
ใชภ้ าษา (ภาษาถ่ินกบั ภาษาราชการ และภาษาอ่ืนๆ
ฯลฯ )
สาเหตทุ ท่ี ำให้พฤติกรรมการดำเนนิ ชีวิตในปัจจบุ ัน
ของนักเรยี น และผู้อื่นแตกตา่ งกนั
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นบ้านทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๓๓
ชัน้ ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๓. อธิบายความสำคญั ขอวนั หยุดราชการ วนั หยดุ ราชการทีส่ ำคญั เช่น
ทีส่ ำคัญ - วนั หยุดเกย่ี วกบั ชาตแิ ละพระมหากษัตริย์ เช่น
วันจักรี วันรฐั ธรรมนญู วันฉตั รมงคล
วันเฉลิมพระชนมพรรษา
- วนั หยดุ ราชการเกีย่ วกบั ศาสนา เช่น
วนั มาฆบชู า วันวสิ าขบูชา วัน
อาสาฬหบูชา วนั เข้าพรรษา
- วนั หยดุ ราชการเกย่ี วกับประเพณีและวัฒนธรรม
เช่น วันสงกรานต์ วนั พชื มงคล
๔. ยกตวั อยา่ งบุคคลซ่ึงมีผลงานท่ีเป็น บุคคลทีม่ ีผลงานเป็นประโยชน์แกช่ มุ ชนและทอ้ งถน่ิ
ประโยชน์แกช่ ุมชนและท้องถ่ินของตน ของตน
ลักษณะผลงานที่เป็นประโยชนแ์ ก่ชุมชนและท้องถน่ิ
ป.๔ ๑. ปฏบิ ัติตนเปน็ พลเมอื งดตี ามวถิ ี การเข้ารว่ มกจิ กรรมประชาธปิ ไตยของชุมชน เชน่
ประชาธปิ ไตยในฐานะสมาชิกทด่ี ขี อง การรณรงค์การเลอื กต้งั
ชมุ ชน แนวทางการปฏิบตั ติ นเป็นสมาชิกทด่ี ีของชมุ ชน
เช่น อนรุ กั ษ์สิง่ แวดลอ้ ม สาธารณสมบตั ิ
โบราณวัตถแุ ละโบราณสถาน การพฒั นาชุมชน
๒. ปฏิบตั ิตนในการเป็นผูน้ ำและผ้ตู าม ที่ การเป็นผูน้ ำและผู้ตามท่ีดี
ดี - บทบาทและความรับผดิ ชอบของผนู้ ำ
- บทบาทและความรับผดิ ชอบของผูต้ ามหรือสมาชิก
- การทำงานกลุ่มให้มีประสิทธิผลและประสทิ ธิภาพ
และประโยชน์ของการทำงานเปน็ กลุ่ม
๓. วเิ คราะหส์ ทิ ธิพื้นฐานท่เี ด็กทุกคน สิทธพิ น้ื ฐานของเด็ก เชน่ สทิ ธทิ จี่ ะมีชวี ติ สทิ ธิทจ่ี ะ
พึงได้รบั ตามกฎหมาย ไดร้ ับการปกปอ้ ง สิทธิ ที่จะได้รบั การพฒั นา สทิ ธทิ ่ี
จะมีสว่ นร่วม
๔. อธบิ ายความแตกต่างทางวัฒนธรรม วฒั นธรรมในภาคตา่ งๆ ของไทยที่แตกต่างกัน เช่น
ของกลุม่ คนในท้องถนิ่ การแตง่ กาย ภาษา อาหาร
๕. เสนอวธิ ีการทีจ่ ะอยรู่ ว่ มกันอย่าง ปัญหาและสาเหตขุ องการเกดิ ความขดั แย้งใน
สันตสิ ขุ ในชวี ิตประจำวัน ชวี ติ ประจำวนั
แนวทางการแกป้ ญั หาความขัดแยง้ ด้วยสันตวิ ธิ ี
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศกั ราช 2565 | ๓๔
ชัน้ ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.๕ ๑. ยกตัวอยา่ งและปฏบิ ัติตนตาม สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ
สถานภาพ บทบาท สทิ ธิเสรีภาพ และ หนา้ ทข่ี องพลเมอื งดี เชน่ เคารพ เทดิ ทนู สถาบัน
หนา้ ทีใ่ นฐานะพลเมืองดี
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อนรุ กั ษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ อนรุ ักษ์ศิลปวัฒนธรรม ปฏบิ ตั ิ
ตามกฎหมาย
คุณลกั ษณะของพลเมอื งดี เชน่ เห็นแก่ประโยชน์
ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีความ
รบั ผิดชอบ เสยี สละ
๒. เสนอวิธีการปกป้องคุ้มครองตนเอง เหตกุ ารณ์ทลี่ ะเมดิ สทิ ธเิ ด็กในสงั คมไทย
หรือผ้อู ืน่ จากการละเมิดสทิ ธเิ ด็ก แนวทางการปกป้องคุ้มครองตนเองหรอื ผู้อืน่ จาก
การละเมิดสิทธเิ ดก็
การปกป้องคมุ้ ครองสทิ ธิเด็กในสงั คมไทย
๓. เห็นคณุ ค่าวฒั นธรรมไทยท่ีมีผลตอ่ การ วฒั นธรรมไทย ท่ีมผี ลต่อการดำเนนิ ชีวติ ของคนใน
ดำเนินชีวติ ในสังคมไทย สงั คมไทย
คุณค่าของวฒั นธรรมกับการดำเนินชวี ติ
๔. มสี ่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่ ความสำคญั ของภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่
ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ ของชมุ ชน ตวั อยา่ งภูมิปัญญาท้องถ่ินในชุมชน ของตน
การอนุรกั ษ์และเผยแพร่ภูมปิ ัญญาท้องถิ่นของ
ชมุ ชน
ป.๖ ๑. ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั กฎหมายทเ่ี ก่ยี วข้องกบั ชีวิตประจำวนั เช่น
ชวี ติ ประจำวนั ของครอบครวั และชุมชน - กฎหมายจราจร
- กฎหมายทะเบยี นราษฎร
- กฎหมายยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ
- เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติ อบต. อบจ.
ประโยชนข์ องการปฏบิ ัติตนตามกฎหมายดังกลา่ ว
๒. วเิ คราะหก์ ารเปล่ียนแปลงวัฒนธรรม ความหมายและประเภทของวัฒนธรรม
ตามกาลเวลาและธำรงรักษาวัฒนธรรม อัน การเปลยี่ นแปลงวัฒนธรรมตามกาลเวลาที่มีผลต่อ
ดีงาม ตนเองและสังคมไทย
แนวทางการธำรงรักษาวัฒนธรรมไทย
๓. แสดงออกถงึ มารยาทไทยไดเ้ หมาะสม ความหมายและสำคัญของมารยาทไทย
ถูกกาลเทศะ มารยาทไทยและมารยาทสังคม เชน่ การแสดง
ความเคารพ การยนื การเดิน การนัง่ การนอน การ
รบั ของส่งของ การรับประทานอาหาร การแสดง
กริ ยิ าอาการ การทักทาย การสนทนา การใช้
คำพูด
หลกั สตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๓๕
ช้นั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๔. อธิบายคุณค่าทางวฒั นธรรมทีแ่ ตกตา่ ง ประโยชนแ์ ละคุณค่าทางวัฒนธรรม
กนั ระหวา่ งกลุ่มคนในสงั คมไทย ความแตกต่างทางวฒั นธรรมระหวา่ งกลมุ่ คนภาค
ต่างๆ ในสงั คมไทย
แนวทางการรกั ษาวฒั นธรรม
๕. ตดิ ตามข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณต์ ่าง ๆ ขอ้ มูล ขา่ วสาร เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ เชน่ วิทยโุ ทรทัศน์
ในชวี ิตประจำวัน เลอื กรับและใชข้ ้อมูล หนังสอื พิมพ์ แหลง่ ขา่ วต่าง ๆ สถานการณจ์ ริง
ข่าวสารในการเรยี นรู้ได้เหมาะสม ประโยชนจ์ ากการติดตามขอ้ มูล ข่าวสาร
เหตุการณ์ตา่ งๆ
หลกั การเลอื กรบั และใช้ขอ้ มูล ขา่ วสารจากสือ่
ต่างๆ รวมทัง้ สอ่ื ท่ีไร้พรมแดน
ม.๑ ๑. ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายในการคุ้มครอง กฎหมายในการคุม้ ครองสทิ ธขิ องบุคคล
สทิ ธิของบคุ คล - กฎหมายการคุ้มครองเด็ก
- กฎหมายการศึกษา
- กฎหมายการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
- กฎหมายลขิ สิทธ์ิ
ประโยชน์ของการปฏบิ ัติตนตามกฎหมายการ
ค้มุ ครองสิทธิของบุคคล
๒. ระบคุ วามสามารถของตนเอง บทบาทและหน้าที่ของเยาวชนทม่ี ตี อ่ สงั คมและ
ในการทำประโยชน์ตอ่ สงั คมและ ประเทศชาติ โดยเนน้ จติ สาธารณะ เช่น เคารพ
ประเทศชาติ กติกาสงั คม
ปฏบิ ัตติ นตามกฎหมาย มสี ว่ นร่วมและรับผิดชอบ
ในกิจกรรมทางสงั คม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
รักษาสาธารณประโยชน์
๓. อภิปรายเกี่ยวกับคณุ ค่าทางวฒั นธรรม ความคลา้ ยคลงึ และความแตกตา่ งระหวา่ งวฒั นธรรม
ที่เป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พันธ์ท่ดี ี ไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี
หรอื อาจนำไปสูค่ วามเข้าใจผิดตอ่ กนั ตะวนั ออก เฉียงใต้
วัฒนธรรมท่เี ป็นปจั จัยในการสร้างความสัมพนั ธ์ท่ดี ี
๔. แสดงออกถงึ การเคารพในสทิ ธขิ อง หรืออาจนำไปสู่ความเขา้ ใจผิดตอ่ กัน
ตนเองและผู้อนื่ วธิ ีปฏบิ ัติตนในการเคารพในสิทธขิ องตนเองและ
ผู้อื่น
ผลที่ไดจ้ ากการเคารพในสิทธิของตนเองและผอู้ ่ืน
หลกั สูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นบ้านทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๓๖
ช้ัน ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ม.๒ ๑. อธิบายและปฏิบตั ติ นตามกฎหมายที่ กฎหมายทีเ่ ก่ียวข้องกับตนเอง ครอบครวั เชน่
เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและ - กฎหมายเกยี่ วกบั ความสามารถของผู้เยาว์
- กฎหมายบัตรประจำตวั ประชาชน
ประเทศ
- กฎหมายเพ่งเก่ยี วกับครอบครัวและมรดก เช่น
การหม้ัน การสมรส การรับรองบตุ ร การรับบตุ ร
บญุ ธรรม และมรดก
กฎหมายท่ีเกย่ี วกบั ชมุ ชนและประเทศ
- กฎหมายเกี่ยวกบั การอนรุ ักษ์ธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม
- กฎหมายเก่ียวกบั ภาษีอากร และกรอกแบบแสดง
รายการ ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
- กฎหมายแรงงาน
๒. เหน็ คณุ คา่ ในการปฏบิ ตั ติ นตาม สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะ
สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรภี าพ หน้าที่ พลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
ในฐานะพลเมอื งดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย แนวทางส่งเสริมใหป้ ฏิบัติตนเป็นพลเมืองดตี ามวิถี
ประชาธปิ ไตย
๓. วิเคราะห์บทบาท ความสำคัญ และ บทบาท ความสำคญั และความสมั พันธ์ของสถาบัน
ความสมั พนั ธ์ของสถาบันทางสังคม ทางสงั คม เชน่ สถาบนั ครอบครวั สถาบันการศึกษา
สถาบันศาสนา สถาบันเศรษฐกจิ สถาบันทาง
การเมืองการปกครอง
๔.อธบิ ายความคลา้ ยคลงึ และความ ความคล้ายคลงึ และความแตกต่างของวฒั นธรรม
แตกต่างของวฒั นธรรมไทย และ ไทย และวัฒนธรรมของประเทศในภมู ิภาคเอเชีย
วฒั นธรรมของประเทศในภมู ิภาคเอเชยี วัฒนธรรม เปน็ ปัจจัยสำคญั ในการสรา้ งความ
เพอ่ื นำไปสู่ความเขา้ ใจอนั ดรี ะหวา่ งกัน เขา้ ใจอันดรี ะหวา่ งกัน
ม.๓ ๑. อธบิ ายความแตกต่างของการกระทำ ลักษณะการกระทำความผดิ ทางอาญา และโทษ
ความผดิ ระหว่างคดอี าญาและคดแี พง่ ลกั ษณะการกระทำความผิดทางแพ่ง และโทษ
ตัวอย่างการกระทำความผิดทางอาญา เช่น
ความผดิ เกย่ี วกบั ทรพั ย์
ตวั อยา่ งการทำความผิดทางแพ่ง เชน่ การทำผิด
สญั ญา การทำละเมิด
๒. มีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองผู้อ่นื ความหมาย และความสำคญั ของสิทธิมนุษยชน
ตามหลกั สทิ ธิมนุษยชน การมสี ่วนร่วมคุ้มครองสิทธมิ นุษยชนตาม
รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจกั รไทยตามวาระและ
โอกาสทเ่ี หมาะสม
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๓๗
ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
๓. อนุรักษ์วฒั นธรรมไทยและเลือกรบั ความสำคัญของวัฒนธรรมไทย ภูมปิ ัญญาไทยและ
วัฒนธรรมสากลท่เี หมาะสม วัฒนธรรมสากล
การอนุรักษ์วฒั นธรรมไทยและภมู ิปัญญาไทยท่ี
เหมาะสม
การเลอื กรับวัฒนธรรมสากลทเี่ หมาะสม
๔. วิเคราะหป์ ัจจัยท่กี ่อให้เกิดปัญหาความ ปัจจัยที่กอ่ ใหเ้ กดิ ความขัดแย้ง เช่น การเมือง การ
ขัดแย้งในประเทศ และเสนอแนวคดิ ใน ปกครอง เศรษฐกิจ
การลดความขัดแยง้ สังคม ความเช่ือ
สาเหตุปญั หาทางสงั คม เชน่ ปัญหาสิง่ แวดลอ้ ม
ปัญหายาเสพติด ปญั หา
การทุจริต ปัญหาอาชญากรรม ฯลฯ
แนวทางความรว่ มมอื ในการลดความขัดแยง้ และ
การสรา้ งความสมานฉันท์
๕. เสนอแนวคดิ ในการดำรงชีวติ อยา่ งมี ปัจจยั ท่ีสง่ เสรมิ การดำรงชวี ิตใหม้ ีความสขุ เชน่ การ
ความสขุ ในประเทศและสงั คมโลก อยูร่ ่วมกนั อย่างมี
ขนั ตธิ รรม หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เห็น
คุณคา่ ในตนเอง รจุ้ ักมองโลกในแงด่ ี สรา้ งทกั ษะ
ทางอารมณ์ รูจ้ ักบรโิ ภคด้วยปญั ญา เลือกรับ-
ปฏเิ สธข่าวและวัตถตุ า่ งๆ ปรบั ปรงุ ตนเองและสิง่
ตา่ งๆใหด้ ีขึ้นอย่เู สมอ
สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชวี ิตในสังคม
มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จุบนั ยดึ ม่นั ศรัทธาและธำรงรกั ษา ไว้ซ่ึง
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
ช้นั ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. บอกโครงสร้าง บทบาทและหนา้ ที่ของ โครงสร้างของครอบครวั และความสัมพนั ธข์ อง
สมาชกิ ในครอบครัวและโรงเรียน บทบาท หนา้ ท่ีของสมาชกิ ในครอบครัว
โครงสรา้ งของโรงเรยี น ความสมั พันธ์ของบทบาท
หนา้ ที่ของสมาชกิ ในโรงเรียน
๒. ระบุบทบาท สิทธิ หน้าทข่ี องตนเองใน ความหมายและความแตกตา่ งของอำนาจตาม
ครอบครัวและโรงเรียน บทบาท สิทธิ หน้าทใ่ี นครอบครัวและโรงเรียน
การใชอ้ ำนาจในครอบครัวตามบทบาท สิทธหิ นา้ ท่ี
หลกั สตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศกั ราช 2565 | ๓๘
ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
๓. มสี ว่ นร่วมในการตัดสนิ ใจและทำ กจิ กรรมตามกระบวนการประชาธิปไตยใน
กจิ กรรมในครอบครวั และโรงเรยี นตาม ครอบครัว เชน่ การแบง่ หน้าที่ความรบั ผิดชอบใน
กระบวนการประชาธิปไตย ครอบครัว การรบั ฟงั และแสดงความคิดเห็น
กิจกรรมตามกระบวนการประชาธปิ ไตยในโรงเรียน
เชน่ เลอื กหัวหนา้ หอ้ ง ประธานชมุ นุม ประธาน
นักเรียน
ป.๒ ๑. อธบิ ายความสัมพันธข์ องตนเอง และ ความสัมพนั ธ์ของตนเอง และสมาชิกในครอบครัว
สมาชิกในครอบครวั ในฐานะเป็นสว่ นหน่ึง กับชุมชน เช่น การช่วยเหลือกจิ กรรมของชมุ ชน
ของชมุ ชน
๒. ระบผุ มู้ บี ทบาท อำนาจในการตัดสนิ ใจ ผู้มบี ทบาท อำนาจในการตัดสินใจ
ในโรงเรยี น และชุมชน ในโรงเรียน และชุมชน เช่น ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
ผู้นำทอ้ งถ่ิน กำนนั ผใู้ หญ่บ้าน
ป.๓ ๑. ระบบุ ทบาทหนา้ ท่ีของสมาชิกของ บทบาทหน้าที่ของสมาชกิ ในชุมชน
ชุมชนในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง การมีสว่ นร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ตามกระบวนการ
ๆ ตามกระบวนการประชาธปิ ไตย
ประชาธิปไตย
๒. วเิ คราะห์ความแตกตา่ งของ การออกเสยี งโดยตรงและการเลือกตัวแทนออกเสียง
กระบวนการการตัดสินใจในช้ันเรยี น/
โรงเรยี นและชมุ ชนโดยวิธีการออกเสยี ง
โดยตรงและการเลือกตวั แทนออกเสยี ง
๓. ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงในชั้น การตดั สินใจของบุคคลและกลมุ่ ที่มีผลต่อการ
เรียน/โรงเรยี นและชมุ ชนทเ่ี ป็นผลจากการ เปล่ียนแปลงในชั้นเรียน โรงเรยี น และชมุ ชน
ตัดสินใจของบคุ คลและกล่มุ - การเปลยี่ นแปลงในชนั้ เรยี น เชน่
การเลือกหวั หน้าห้อง การเลือก
คณะกรรมการห้องเรียน
- การเปลย่ี นแปลงในโรงเรียน เชน่ เลอื ก
ประธานนกั เรยี น เลือกคณะกรรมการนักเรยี น
การเปลีย่ นแปลงในชมุ ชน เช่น การเลือกผใู้ หญ่บ้าน
กำนนั สมาชิก อบต. อบจ.
ป.๔ ๑. อธิบายอำนาจอธิปไตยและความสำคัญ อำนาจอธปิ ไตย
ของระบอบประชาธิปไตย ความสำคญั ของการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตย
๒. อธบิ ายบทบาทหน้าที่ของพลเมืองใน บทบาทหนา้ ที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกต้ัง
กระบวนการเลือกต้ัง ท้ังก่อนการเลือกตง้ั ระหว่างการเลอื กตั้ง หลังการ
เลือกตัง้
หลกั สตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบา้ นทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๓๙
ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๓. อธิบายความสำคัญของสถาบัน สถาบนั พระมหากษัตริยใ์ นสงั คมไทย
พระมหากษัตรยิ ์ตามระบอบประชาธิปไตย ความสำคญั ของสถาบันพระมหากษตั รยิ ใ์ น
อนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สงั คมไทย
ป.๕ ๑. อธิบายโครงสรา้ ง อำนาจ หน้าท่แี ละ โครงสร้างการปกครองในท้องถิน่ เชน่ อบต. อบจ.
ความสำคญั ของการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น เทศบาล และการปกครองพเิ ศษ เชน่ พทั ยา กทม.
อำนาจหน้าทแี่ ละความสำคญั ของ การ
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
๒. ระบุบทบาทหนา้ ที่ และวธิ ีการเข้าดำรง บทบาทหน้าท่ี และวิธกี ารเข้าดำรงตำแหน่งของ
ตำแหน่งของผูบ้ ริหารท้องถนิ่ ผ้บู รหิ ารท้องถน่ิ เชน่ นายก อบต. นายกเทศมนตรี
นายก อบจ. ผ้วู า่ ราชการ กทม.
๓. วเิ คราะห์ประโยชนท์ ช่ี ุมชน จะไดร้ ับ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ กับบริการ
จากองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ สาธารณประโยชน์ในชมุ ชน
ป.๖ ๑. เปรียบเทยี บบทบาท หน้าท่ขี อง บทบาท หนา้ ที่ ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ และ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ และรัฐบาล รัฐบาล
๒. มีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมต่างๆ ทีส่ ง่ เสรมิ กจิ กรรมต่างๆ เพื่อสง่ เสรมิ ประชาธิปไตย ใน
ประชาธิปไตยในท้องถ่นิ และประเทศ ท้องถนิ่ และประเทศ
๓. อภปิ รายบทบาท ความสำคญั ในการใช้ การมสี ่วนในการออกกฎหมาย ระเบยี บ กติกา การ
สทิ ธิออกเสียงเลอื กตงั้ ตามระบอบ เลอื กต้ัง
ประชาธปิ ไตย สอดสอ่ งดูแลผ้มู พี ฤตกิ รรมการกระทำผดิ การ
เลอื กตง้ั และแจง้ ต่อเจ้าหน้าทผ่ี ้รู ับผิดชอบ
ตรวจสอบคุณสมบัติ
การใชส้ ิทธอิ อกเสียงเลือกตงั้ ตามระบอบ
ประชาธิปไตย
ม.๑ ๑. อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง หลกั การ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และสาระสำคัญ
และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแหง่ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ฉบับปัจจุบัน
ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปัจจบุ นั
โดยสงั เขป
๒. วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลของ การแบ่งอำนาจ และการถว่ งดลุ อำนาจอธิปไตยทง้ั
อำนาจอธปิ ไตยในรัฐธรรมนญู แห่ง ๓ ฝา่ ย คือนิตบิ ัญญัติ บรหิ าร ตลุ าการ ตามท่ีระบุ
ราชอาณาจกั รไทย ฉบบั ปัจจุบัน ในรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบับปัจจุบัน
๓. ปฏิบตั ติ นตามบทบัญญัติของ การปฏิบตั ิตนตามบทบญั ญตั ิของรฐั ธรรมนูญแห่ง
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ ราชอาณาจกั รไทยฉบับปจั จุบัน เก่ยี วกบั สทิ ธิ
ปัจจุบันทเ่ี กย่ี วข้องกบั ตนเอง เสรภี าพและหน้าที่
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๔๐
ช้นั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.๒ ๑. อธบิ ายกระบวนการในการตรา กระบวนการในการตรากฎหมาย
กฎหมาย - ผูม้ สี ทิ ธเิ สนอร่างกฎหมาย
- ขัน้ ตอนการตรากฎหมาย
- การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนใน
กระบวนการตรากฎหมาย
๒. วิเคราะห์ขอ้ มลู ข่าวสารทางการเมือง เหตุการณ์ และการเปลยี่ นแปลงสำคัญของระบอบ
การปกครองทมี่ ผี ลกระทบต่อสังคมไทย การปกครองของไทย
สมัยปัจจบุ ัน หลักการเลอื กข้อมูล ข่าวสาร
ม.๓ ๑. อธิบายระบอบการปกครองแบบต่างๆ ระบอบการปกครอง แบบต่างๆ ท่ใี ชใ้ นยุคปจั จุบัน
ทใี่ ช้ในยคุ ปจั จบุ นั เชน่ การปกครองแบบ
เผด็จการ การปกครองแบบประชาธิปไตย
เกณฑ์การตัดสินใจ
๒. วิเคราะห์ เปรียบเทยี บระบอบการ ความแตกตา่ ง ความคลา้ ยคลึงของการปกครองของ
ปกครองของไทยกับประเทศอื่นๆ ทมี่ ีการ
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตย ไทย กบั ประเทศอืน่ ๆ ท่มี ี
๓. วเิ คราะห์รัฐธรรมนญู ฉบับปัจจบุ นั ใน การปกครองระบอบประชาธิปไตย
มาตราต่างๆ ที่เก่ยี วข้องกับการเลือกตงั้
การมีสว่ นรว่ ม และการตรวจสอบการใช้ บทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนญู ในมาตราตา่ งๆ ที่
อำนาจรฐั
เกย่ี วข้องกบั การเลอื กตงั้ การมสี ว่ นรว่ ม และการ
ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
อำนาจหน้าท่ีของรัฐบาล
บทบาทสำคญั ของรัฐบาลในการบริหารราชการ
แผน่ ดิน
ความจำเปน็ ในการมีรัฐบาลตามระบอบ
ประชาธปิ ไตย
๔. วเิ คราะห์ประเดน็ ปญั หาท่ีเป็น ประเด็น ปัญหาและผลกระทบที่เปน็ อปุ สรรคต่อการ
อุปสรรคตอ่ การพฒั นาประชาธปิ ไตยของ พัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย
ประเทศไทยและเสนอแนวทางแกไ้ ข แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภค การใชท้ รพั ยากร ทมี่ ี
อยู่จำกัดได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและคมุ้ ค่า รวมทัง้ เข้าใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อการดำรงชีวิตอยา่ งมดี ุลยภาพ
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นบ้านทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๔๑
ชัน้ ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ป.๑ ๑. ระบุสนิ ค้าและบรกิ ารท่ใี ช้ประโยชนใ์ น สนิ ค้าและบรกิ ารที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวนั เชน่ ดินสอ
ชวี ิตประจำวนั กระดาษ ยาสีฟนั
สนิ คา้ และบริการที่ไดม้ าโดยไม่ใช้เงิน เช่น มีผใู้ ห้หรือ
การใช้ของแลกของ
สนิ ค้าและบริการที่ไดม้ าจากการใชเ้ งินซื้อ
ใชป้ ระโยชนจ์ ากสินคา้ และบริการให้คุ้มคา่
๒. ยกตวั อย่างการใช้จา่ ยเงินในชีวติ การใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวนั เพ่ือซ้อื สินค้าและ
ประจำวันทไ่ี ม่เกินตวั และเหน็ ประโยชน์ บริการ
ของการออม ประโยชน์ของการใชจ้ า่ ยเงินที่ไม่เกินตัว
ประโยชนข์ องการออม
โทษของการใช้จ่ายเงินเกินตัว
วางแผนการใชจ้ ่าย
๓. ยกตวั อยา่ งการใชท้ รัพยากรใน ทรัพยากรทีใ่ ชใ้ นชีวิตประจำวนั เชน่ ดินสอ กระดาษ
ชีวติ ประจำวนั อย่างประหยัด เส้ือผา้ อาหาร
ทรพั ยากรส่วนรวม เชน่ โตะ๊ เก้าอ้ี นักเรยี น
สาธารณปู โภคตา่ ง ๆ
วิธีการใช้ทรพั ยากรท้ังของส่วนตวั และ
สว่ นรวมอยา่ งถกู ต้อง และประหยัดและคมุ้ ค่า
ป.๒ ๑. ระบทุ รัพยากรท่ีนำมาผลติ สินค้าและ ทรัพยากรทน่ี ำมาใช้ในการผลิตสินค้าและบรกิ ารทใ่ี ช้
บรกิ ารทใี่ ช้ในชวี ติ ประจำวัน ในครอบครัวและโรงเรียน เช่น ดินสอและกระดาษท่ี
ผลติ จากไม้ รวมท้งั เคร่อื งจักรและแรงงานการผลิต
ผลของการใช้ทรัพยากรในการผลติ ท่ีหลากหลายที่มี
ต่อราคา คุณคา่ และประโยชน์ของสินค้าและบริการ
รวมท้ังสิง่ แวดลอ้ ม
๒. บอกทมี่ าของรายไดแ้ ละรายจ่ายของ การประกอบอาชีพของครอบครวั
ตนเองและครอบครวั การแสวงหารายไดท้ ่สี ุจริตและเหมาะสม
รายได้และรายจ่ายในภาพรวมของครอบครวั
รายไดแ้ ละรายจา่ ยของตนเอง
๓. บันทกึ รายรบั รายจา่ ยของตนเอง วธิ ีการทำบญั ชรี ายรบั รายจ่ายของตนเองอยา่ งง่าย ๆ
รายการของรายรับทเ่ี ป็นรายได้ท่ีเหมาะสม และไม่
เหมาะสม
รายการของรายจ่ายทเ่ี หมาะสมและ ไม่เหมาะสม
หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๔๒
ชัน้ ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๔. สรปุ ผลดขี องการใชจ้ ่ายทเ่ี หมาะสมกับ ทมี่ าของรายได้ทีส่ ุจริต
รายได้และการออม การใชจ้ า่ ยทเ่ี หมาะสม
ผลดขี องการใชจ้ า่ ยทเ่ี หมาะสมกับรายได้
การออมและผลดขี องการออม
การนำเงินทเ่ี หลือมาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ เช่น การ
ช่วยเหลือสาธารณกศุ ล
ป.๓ ๑. จำแนกความตอ้ งการและความจำเปน็ สนิ คา้ ท่จี ำเปน็ ในการดำรงชีวติ ที่ เรียกว่าปจั จัย ๔
ในการใช้สินคา้ และบรกิ ารในการดำรง สนิ ค้าท่เี ปน็ ความต้องการของมนุษย์อาจ เป็นสินค้าท่ี
ชวี ติ จำเปน็ หรอื ไม่จำเปน็ ต่อการดำรงชวี ติ
ประโยชน์และคุณคา่ ของสนิ คา้ และบรกิ าร ที่สนอง
ความตอ้ งการของมนุษย์
หลกั การเลือกสนิ คา้ ทจี่ ำเปน็
ความหมายของผูผ้ ลิตและผบู้ รโิ ภค
๒. วิเคราะห์การใชจ้ ่ายของตนเอง ใช้บัญชรี บั จา่ ยวิเคราะหก์ ารใช้จา่ ยทจ่ี ำเปน็ และ
เหมาะสม
วางแผนการใช้จ่ายเงนิ ของตนเอง
วางแผนการแสวงหารายไดท้ ่สี จุ รติ และเหมาะสม
วางแผนการนำเงินท่ีเหลือจ่ายมาใชอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓.อธบิ ายได้วา่ ทรัพยากรที่มอี ยจู่ ำกดั มผี ล ความหมายของผผู้ ลิตและผู้บริโภค
ตอ่ การผลติ และบริโภคสนิ ค้าและบรกิ าร ความหมายของสนิ ค้าและบรกิ าร
ปัญหาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจทเี่ กิดจากความ หา
ยากของทรพั ยากรกับความต้องการของมนษุ ย์ที่มีไม่
จำกดั
ป.๔ ๑. ระบุปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเลือกซ้ือสนิ ค้า สินคา้ และบรกิ ารที่มีอย่หู ลากหลายในตลาดท่มี ีความ
และบรกิ าร แตกต่างด้านราคาและคุณภาพ
ปัจจัยทมี่ ีผลต่อการเลือกซ้ือสินค้าและบริการที่มี
มากมาย ซ่ึงขนึ้ อยู่กับผูซ้ ้ือ ผูข้ าย และ ตวั สินค้า เชน่
ความพึงพอใจของผู้ซื้อ ราคาสินค้า การโฆษณา
คุณภาพของสินค้า
๒. บอกสิทธพิ ้ืนฐานและรักษา สทิ ธิพ้ืนฐานของผู้บริโภค
ผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผู้บริโภค สินคา้ และบรกิ ารที่มีเครื่องหมายรบั รองคุณภาพ
หลักการและวธิ กี ารเลือกบริโภค
๓. อธบิ ายหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง หลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ของตนเอง
หลกั สูตรสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นทา่ ยม พุทธศักราช 2565 | ๔๓
ช้นั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การประยกุ ต์ใชเ้ ศรษฐกิจพอเพยี งในการดำรงชวี ติ
เชน่ การแต่งกาย การกนิ อาหาร การใช้จ่าย
ป.๕ ๑. อธบิ ายปจั จัยการผลติ สนิ คา้ และบริการ ความหมายและประเภทของปัจจัยการผลิต
ประกอบด้วย ที่ดนิ แรงงาน ทนุ และผู้ประกอบการ
เทคโนโลยใี นการผลติ สนิ คา้ และบริการ
ปจั จัยอืน่ ๆ เช่น ราคาน้ำมนั วตั ถดุ ิบ
พฤตกิ รรมของผบู้ ริโภค
ตัวอยา่ งการผลิตสนิ คา้ และบริการที่มอี ยู่ในท้องถิน่
หรือแหล่งผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารในชุมชน
๒. ประยุกตใ์ ชแ้ นวคิดของปรัชญาของ หลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพยี งในการทำกิจกรรม การประยุกต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งใน
ต่าง ๆ ในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน กิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครวั โรงเรยี นและชมุ ชน เช่น
การประหยัดพลงั งานและคา่ ใช้จา่ ยในบ้าน โรงเรยี น
การวางแผนการผลิตสนิ คา้ และบริการเพือ่ ลดความ
สูญเสียทกุ ประเภท การใชภ้ ปิ ัญญาท้องถน่
ตวั อยา่ งการผลติ สนิ ค้าและบริการในชุมชน เชน่ หนงึ่
ตำบลหนงึ่ ผลติ ภณั ฑ์หรือโอทอ๊ ป
๓. อธิบายหลกั การสำคัญและประโยชน์ หลกั การและประโยชน์ของสหกรณ์
ของสหกรณ์ ประเภทของสหกรณโ์ ดยสงั เขป
สหกรณใ์ นโรงเรียน (เนน้ ฝกึ ปฏิบตั จิ รงิ )
การประยุกต์หลกั การของสหกรณม์ าใชใ้ น
ชีวิตประจำวนั
ป.๖ ๑. อธิบายบทบาทของผ้ผู ลติ ทมี่ คี วาม บทบาทของผผู้ ลิตท่มี ีคณุ ภาพ เช่น คำนงึ ถงึ
รับผิดชอบ ส่ิงแวดล้อม มจี รรยาบรรณ ความรับผิดชอบต่อ
สงั คม วางแผนกอ่ นเริ่มลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพ่ือ
ลดความผดิ พลาดและการสูญเสีย ฯลฯ
ทศั นคติในการใชท้ รัพยากรอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและ
ประสทิ ธิผล
ประโยชน์ของการผลติ สินคา้ ที่มีคุณภาพ
๒. อธบิ ายบทบาทของผ้บู รโิ ภค คุณสมบตั ิของผบู้ ริโภคที่ดี
ทรี่ ู้เทา่ ทัน พฤตกิ รรมของผู้บริโภคที่บกพร่อง
คุณคา่ และประโยชนข์ องผบู้ ริโภคทร่ี ู้เทา่ ทันที่มีต่อ
ตนเอง ครอบครวั และสงั คม
๓. บอกวิธีและประโยชน์ของการใช้ ความหมาย และความจำเปน็ ของทรพั ยากร
ทรัพยากรอยา่ งย่ังยืน
หลักสตู รสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๔๔
ชน้ั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
หลักการและวธิ ีใช้ทรัพยากรใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสดุ
(ลดการสญู เสยี ทุกประเภท)
วธิ กี ารสร้างจติ สำนกึ ให้คนในชาติรูค้ ุณค่าของ
ทรัพยากรทม่ี ีอยู่จำกดั
วางแผนการใช้ทรัพยากร โดยประยุกต์เทคนิคและ
วิธีการใหม่ ๆ ใหเ้ กิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ
และทนั กับสภาพทางเศรษฐกจิ และสังคม
ม.๑ ๑. อธิบายความหมายและความสำคัญ ความหมายและความสำคญั ของเศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองตน้
ของเศรษฐศาสตร์ ความหมายของคำว่าทรัพยากรมีจำกัดกับ ความ
ต้องการมีไม่จำกัด ความขาดแคลน การเลือกและคา่
เสียโอกาส
๒. วิเคราะหค์ ่านิยมและพฤติกรรมการ ความหมายและความสำคญั ของการบรโิ ภคอย่างมี
บรโิ ภคของคนในสังคมซึ่งสง่ ผลตอ่
เศรษฐกิจของชมุ ชนและประเทศ ประสิทธิภาพ
หลกั การในการบรโิ ภคท่ีดี
ปัจจยั ท่มี ีอิทธพิ ลต่อพฤติกรรมการบรโิ ภค
คา่ นิยมและพฤติกรรมของการบริโภคของคนในสังคม
ปัจจุบัน รวมท้งั ผลดีและผลเสียของพฤติกรรม
ดงั กล่าว
๓. อธิบายความเป็นมาหลกั การและ ความหมายและความเป็นมาของปรชั ญาของ
ความสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
พอเพยี งต่อสงั คมไทย
ความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรง
งานของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว
รวมทงั้ โครงการตามพระราชดำริ
หลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี ง
การประยุกต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ในการ
ดำรงชวี ิต
ความสำคญั คณุ ค่าและประโยชน์ของปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงต่อสังคมไทย
ม.๒ ๑. วิเคราะห์ปจั จยั ท่มี ีผลต่อการลงทุนและ ความหมายและความสำคญั ของการลงทุนและการ
การออม
ออมต่อระบบเศรษฐกจิ
การบรหิ ารจดั การเงินออมและการลงทุน ภาค
ครวั เรือน
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบา้ นท่ายม พุทธศกั ราช 2565 | ๔๕
ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ปจั จยั ของการลงทุนและการออมคือ อัตราดอกเบย้ี
รวมทัง้ ปัจจยั อ่นื ๆ เชน่ ค่าของเงิน เทคโนโลยี การ
คาดเดาเก่ียวกับอนาคต
ปัญหาของการลงทนุ และการออมในสงั คมไทย
๒. อธิบายปัจจัยการผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร ความหมาย ความสำคญั และหลกั การผลิตสนิ คา้ และ
และปัจจัยท่มี ีอทิ ธิพลตอ่ การผลิตสินค้า บรกิ ารอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
และบริการ สำรวจการผลิตสนิ ค้าในทอ้ งถ่ิน วา่ มีการผลิตอะไรบา้ ง
ใชว้ ธิ ีการผลิตอยา่ งไร มีปัญหาดา้ นใดบา้ ง
มีการนำเทคโนโลยอี ะไรมาใช้ทีม่ ีผลตอ่ การผลติ
สนิ คา้ และบรกิ าร
นำหลักการผลติ มาวเิ คราะห์การผลติ สินคา้
และบริการในทอ้ งถิน่ ทัง้ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และ
สิ่งแวดล้อม
๓. เสนอแนวทางการพฒั นาการผลิตใน หลกั การและเปา้ หมายปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ท้องถ่ินตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำรวจและวิเคราะหป์ ญั หาการผลติ สินคา้ และบริการ
ในทอ้ งถนิ่
ประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการผลติ
สนิ ค้าและบรกิ ารในท้องถน่ิ
๔. อภปิ รายแนวทางการคุ้มครองสิทธิของ การรกั ษาและคมุ้ ครองสิทธปิ ระโยชนข์ อง ผบู้ รโิ ภค
ตนเองในฐานะผบู้ ริโภค กฎหมายคมุ้ ครองสิทธิผบุ้ รโิ ภคและหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้อง
การดำเนนิ กจิ กรรมพิทักษ์สทิ ธิและผลประโยชน์ตาม
กฎหมายในฐานะผบู้ รโิ ภค
แนวทางการปกป้องสิทธิของผูบ้ รโิ ภค
ม.๓ ๑. อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกจิ ความหมายและประเภทของตลาด
ความหมายและตวั อย่างของอุปสงค์และอุปทาน
ความหมายและความสำคญั ของกลไกราคาและการ
กำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ
หลกั การปรบั และเปลย่ี นแปลงราคาสินคา้ และบรกิ าร
๒. มีสว่ นร่วมในการแก้ไขปญั หาและ สำรวจสภาพปจั จุบันปญั หาทอ้ งถิ่นท้ังทางดา้ นสังคม
พฒั นาท้องถนิ่ ตามปรชั ญาของเศรษฐกิจ เศรษฐกจิ และสงิ่ แวดลอ้ ม
พอเพยี ง วเิ คราะห์ปญั หาของท้องถิ่นโดยใชป้ รชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
แนวทางการแก้ไขและพัฒนาทอ้ งถน่ิ ตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
หลกั สูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศกั ราช 2565 | ๔๖
ชน้ั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๓. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคดิ แนวคิดของเศรษฐกจิ พอเพียงกับการพฒั นาในระดับต่าง ๆ
เศรษฐกิจพอเพยี งกับระบบสหกรณ์ หลักการสำคญั ของระบบสหกรณ์
ความสัมพนั ธ์ระหว่างแนวคดิ เศรษฐกิพอเพียงกบั
หลกั การและระบบของสหกรณเ์ พื่อประยุกตใ์ ชใ้ นการ
พฒั นาเศรษฐกิจชุมชน
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจและความจำเปน็
ของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
ชัน้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ป.๑ ๑. อธิบายเหตุผลความจำเปน็ ทค่ี นต้อง ความหมาย ประเภทและความสำคัญของการทำงาน
ทำงานอย่างสุจรติ เหตผุ ลของการทำงาน
ผลของการทำงานประเภทต่าง ๆ ท่มี ตี ่อครอบครัว
และสงั คม
การทำงานอย่างสจุ ริตทำให้สงั คมสงบสขุ
ป.๒ ๑. อธบิ ายการแลกเปล่ยี นสนิ ค้าและ ความหมายและความสำคัญของการแลกเปล่ยี น
บรกิ ารโดยวิธีต่าง ๆ สนิ คา้ และบรกิ าร
ลักษณะของการแลกเปลยี่ นสินคา้ และบริการโดยไม่
ใช้เงนิ รวมทัง้ การแบง่ ปัน การชว่ ยเหลือ
ลักษณะการแลกเปลย่ี นสินคา้ และบรกิ ารโดยการใช้
เงิน
๒. บอกความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งผ้ซู ื้อและ ความหมายและบทบาทของผูซ้ ้ือและผู้ขาย ผผู้ ลติ
ผูข้ าย และผ้บู รโิ ภคพอสังเขป
ความสมั พันธ์ระหว่างผ้ซู ้ือและผู้ขายในการกำหนด
ราคาสนิ คา้ และบริการ
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผซู้ ้ือและผู้ขาย ทำให้สงั คม
สงบสุข และประเทศมั่นคง
ป.๓ ๑. บอกสินค้าและบริการทรี่ ฐั จัดหาและ สินคา้ และบริการทภี่ าครัฐทุกระดบั จดั หาและ
ให้บรกิ ารแก่ประชาชน ใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชน เช่น ถนน โรงเรียน
สวนสาธารณะ การสาธารณสขุ การบรรเทาสาธารณภยั
๒. บอกความสำคัญของภาษีและบทบาท ความหมายและความสำคญั ของภาษที ่รี ัฐนำมาสร้าง
ของประชาชนในการเสยี ภาษี ความเจรญิ และใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชน
ตวั อย่างของภาษี เชน่ ภาษรี ายไดบ้ ุคคลธรรมดา
ภาษีมูลคา่ เพิม่ ฯลฯ
หลักสตู รสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านท่ายม พุทธศักราช 2565 | ๔๗
ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
บทบาทหน้าทข่ี องประชาชนในการเสยี ภาษี
๓. อธิบายเหตุผลการแขง่ ขนั ทางการคา้ ท่ี ความสำคัญและผลกระทบของการแข่งขนั ทางการค้าท่ี
มีผลทำใหร้ าคาสนิ ค้าลดลง มีผลทำใหร้ าคาสินค้าลดลง
ป.๔ ๑. อธิบายความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ ของ อาชพี สินคา้ และบริการตา่ ง ๆ ทผี่ ลิต ในชุมชน
คนในชมุ ชน การพ่ึงพาอาศัยกันภายในชุมชนทาง ด้านเศรษฐกจิ
เช่น ความสมั พนั ธร์ ะหว่างผซู้ ื้อ ผ้ขู าย การกูห้ นยี้ มื สิน
การสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหช้ มุ ชนดว้ ย การ
ใชส้ ิ่งของที่ผลติ ในชมุ ชน
๒. อธิบายหน้าท่ีเบอ้ื งต้นของเงนิ ความหมายและประเภทของเงิน
หนา้ ทีเ่ บ้อื งต้นของเงนิ ในระบบเศรษฐกจิ
สกลุ เงนิ สำคัญที่ใชใ้ นการซอื้ ขายแลกเปล่ยี นระหวา่ ง
ประเทศ
ป.๕ ๑. อธบิ ายบทบาทหน้าทีเ่ บื้องต้นของ บทบาทหน้าทข่ี องธนาคารโดยสงั เขป
ธนาคาร ดอกเบ้ยี เงินฝาก และดอกเบย้ี กู้ยมื
การฝากเงิน / การถอนเงิน
๒. จำแนกผลดแี ละผลเสยี ของการก้ยู ืม ผลดแี ละผลเสียของการกู้ยมื เงนิ ท้ังนอกระบบและใน
ระบบทมี่ ตี ่อระบบเศรษฐกิจ เช่น การเสียดอกเบีย้
การลงทนุ การซ้ือของอุปโภคเพม่ิ ข้ึน ที่นำไปสู่
ความฟุ้งเฟ้อ ฟุม่ เฟือย เป็นต้น
ป.๖ ๑. อธบิ ายความสมั พันธ์ระหว่างผผู้ ลติ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างผ้ผู ลติ ผ้บู รโิ ภค ธนาคาร และ
ผูบ้ ริโภค ธนาคาร และรัฐบาล รฐั บาล ทม่ี ีตอ่ ระบบเศรษฐกิจอยา่ งสงั เขป เชน่ การ
แลกเปลี่ยนสินคา้ และบริการ รายไดแ้ ละรายจ่าย
การออมกบั ธนาคาร การลงทุน
แผนผงั แสดงความสัมพนั ธข์ องหน่วยเศรษฐกจิ
ภาษีและหนว่ ยงานทีจ่ ัดเกบ็ ภาษี
สิทธขิ องผ้บู ริโภค และสิทธขิ องผ้ใู ชแ้ รงงานใน
ประเทศไทย
การหารายได้ รายจา่ ย การออม
การลงทุน ซ่งึ แสดง ความสมั พันธร์ ะหวา่ งผผู้ ลิต
ผบู้ ริโภค และรัฐบาล
๒. ยกตัวอยา่ งการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ การรวมกลุ่มเชงิ เศรษฐกิจเพือ่ ประสานประโยชนใ์ น
ภายในทอ้ งถิ่น ทอ้ งถิ่น เชน่ กลมุ่ ออมทรัพย์ กลมุ่ แม่บ้าน กองทุน
หมู่บา้ น