แผนการจดั การเรียนรู้
วิชา เคมี 4 รหสั วิชา ว30224
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10 กรด เบส
นางสาวอมรรตั น์ เวชเตง
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ
กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี นกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษาสรุ าษฎรธ์ านี ชมุ พร
.
บันทกึ ข้อความ
ส่วนราชการ โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
ท่ี ……………………………………………….. วันท่ี 8 เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
เรือ่ ง ขออนญุ าตใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
เรยี น ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลยั สุราษฎร์ธานี
ข้าพเจ้านางสาวอมรรัตน์ เวชเตง ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำ
แผนการจัดการเรียนรู้ ในรายวิชา เคมี 4 รหัสวิชา ว30224 เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ของ
นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ดังรายละเอียดจาก
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่แี นบมาพรอ้ มบนั ทกึ ข้อความฉบบั น้ี
จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบและขออนุญาตใช้แผนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ในภาคเรียนที่ 2
ปกี ารศกึ ษา 2564
ลงช่ือ
(นางสาวอมรรตั น์ เวชเตง)
ครู คศ.2
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผ้อู ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ
(นางกัญจนช์ ญาณัท วงศ์จริ ะศักด์ิ)
รองผ้อู ำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ
ผลการพิจารณาอนมุ ัติ
อนุมัตใิ ห้ใช้แผนการจดั การเรียนรู้
ไม่อนมุ ตั ิ
เพราะ.....................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื
(นางพรทพิ ย์ นกุ ลู กจิ )
ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สรุ าษฎร์ธานี
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 10 เรอ่ื ง กรด-เบส หน้า 1 จำนวน 2 ชว่ั โมง
จำนวน 1 ชว่ั โมง
การจดั หน่วยการเรยี นรู้ จำนวน 4 ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ จำนวน 2 ชว่ั โมง
ระดบั ช้ัน มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 จำนวน 4 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 10 เรือ่ ง กรด-เบส
ชื่อรายวชิ า เพ่ิมเตมิ รหัสวิชา ว30224 เวลาเรยี น 30 ชวั่ โมง จำนวน 2 ชั่วโมง
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 10 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางสาวอมรรัตน์ เวชเตง จำนวน 3 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ จำนวน 2 ชว่ั โมง
แผนท่ี 1 เรอ่ื ง ทฤษฎกี รด-เบส
แผนท่ี 2 เรอ่ื ง คกู่ รด-เบส
แผนที่ 3 เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ
แผนท่ี 4 เรอ่ื ง สมบตั ิกรด-เบสของเกลอื
แผนท่ี 5 เร่อื ง pH ของสารละลายกรดและเบส
แผนที่ 6 เร่ือง ปฏกิ ริ ยิ าเคมรี ะหวา่ งกรดและเบส
แผนที่ 7 เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส
แผนท่ี 8 เรื่อง สารละลายบฟั เฟอร์
แผนที่ 9 เร่ือง การประยุกต์ใช้ความรู้เกีย่ วกับกรด-เบส
ลงชื่อ..........................................
นางสาวอมรรตั น์ เวชเตง
ครผู ู้สอนกล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 เรื่อง กรด-เบส หนา้ 2
หนว่ ยการเรยี นรู้
รายวิชา เคมี 4 รหสั วิชา ว30224 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 กรด-เบส เวลา 30 ชวั่ โมง
ผสู้ อน นางสาวอมรรัตน์ เวชเตง โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
แนวคิดสำคัญ
สารในชีวิตประจำวันหลายชนิดมีสมบัติเป็นกรดหรือเบส การระบุว่าสารใดเป็นกรดหรือเบส
สามารถพิจารณาโดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด-ลาวรี หรือลิวอิส และการพิจารณา
คกู่ รด-เบสใชท้ ฤษฎกี รด-เบสของเบรนิ สเตด–ลาวรี
กรดแก่หรือเบสแก่เมื่อละลายน้ำถือว่าแตกตัวได้สมบูรณ์ ส่วนกรดอ่อนหรือเบสอ่อนแตกตัวได้
บางส่วน ความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของกรดหรือเบสพิจารณาจากค่าคงที่การแตกตัว
หรือร้อยละการแตกตัว นอกจากนี้เกลือบางชนิดสามารถแตกตัวในน้ำและเกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสได้
ทำให้ได้สารละลายที่มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส ความเป็นกรด-เบสของสารละลายพิจารณาจาก
ความเขม้ ข้นของไฮโดรเนยี มไอออน ซงึ่ ใชใ้ นการคำนวณ pH ของสารละลาย
ปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารละลายกรดและเบสที่พอดีกัน เรียกว่า ปฏิกิริยาสะเทิน ซึ่งให้ผลิตภัณฑ์
เปน็ เกลอื ทอี่ าจมีสมบัตเิ ป็นกรด กลาง หรือเบส ทัง้ นข้ี ึ้นอย่กู ับชนดิ ของกรดและเบสที่ทำาปฏิกิริยากัน
จุดที่สารทำปฏิกิริยาพอดีกัน เรียกว่าจุดสมมูล สำหรับปฏิกิริยาระหว่างกรดและเบสอาจสังเกต
จุดสมมูลได้จากการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมระหว่างการไทเทรตที่เรียกว่า จุดยุติ ซึ่ง
ใกล้เคียงกับจุดสมมูล ข้อมูลจากการไทเทรตสามารถนำมาใช้คำนวณความเข้มข้นหรือปริมาณของสาร
ทีเ่ ก่ยี วข้องในปฏิกริ ยิ าได้
สารละลายบัฟเฟอร์มีสมบัติในการควบคุม pH ของสารละลายไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากนัก
เมื่อมีการเติมกรด เบส หรือน้ำลงไปเล็กน้อย ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบสสามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือ
แก้ปญั หาในชวี ิตประจำวันได้
ผลการเรียนรู้
สาระเคมี
2. เขา้ ใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสัมพนั ธใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี อัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
สมดลุ ในปฏกิ ิริยาเคมี สมบัตแิ ละปฏิกริ ยิ าของกรด-เบส ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซแ์ ละเซลลเ์ คมีไฟฟา้ รวมทั้งการนำ
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. ระบแุ ละอธบิ ายวา่ สารเปน็ กรดหรอื เบส โดยใชท้ ฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 เรอ่ื ง กรด-เบส หน้า 3
เบรินสเตด–ลาวรี และลวิ อสิ
2. ระบคุ กู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรินสเตด-ลาวรี
3. คำนวณ และเปรยี บเทียบความสามารถในการแตกตวั หรือความแรงของกรดและเบส
4. คำนวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียม ไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรด
และเบส
5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกริ ิยาสะเทิน และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลงั การสะเทนิ
6. เขียนปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ สิ ของเกลอื และระบคุ วามเปน็ กรด-เบสของสารละลายเกลอื
7. ทดลอง และอธบิ ายหลักการการไทเทรต และเลอื กใชอ้ ินดิเคเตอร์ทเ่ี หมาะสมสำหรับการไทเทรต
กรด-เบส
8. คำนวณปริมาณสารหรอื ความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
9. อธิบายสมบัตอิ งค์ประกอบและประโยชน์ของสารละลายบฟั เฟอร์
10. สบื ค้นขอ้ มูล และนำเสนอตัวอย่างการใชป้ ระโยชน์ และการแกป้ ญั หาโดยใชค้ วามรเู้ กย่ี วกับ
กรด–เบส
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ระบุและอธิบายว่าสารเปน็ กรดหรอื เบส โดยใชท้ ฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนยี ส
เบรนิ สเตด–ลาวรี และลวิ อสิ
2) ระบุคู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรนิ สเตด-ลาวรี
3) บอกความหมายและระบุว่าสารเปน็ กรดแก่ เบสแก่ กรดออ่ น และเบสออ่ น
4) คำนวณร้อยละการแตกตัว และคา่ คงทกี่ ารแตกตวั ของกรดและเบส
5) เปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส
6) คำนวณความเขม้ ข้นของไฮโดรเนยี มไอออน หรอื ไฮดรอกไซด์ไอออนของสาระลายกรดและเบส
7) คำนวณคา่ pH ของสาระลายกรดและเบส
8) บอกความเปน็ กรด-เบสของสาระลายจากชว่ ง pH ของอนิ ดเิ คเตอร์
9) เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกริ ยิ าสะเทิน
10) ระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทนิ
11) อธิบายการเกดิ ปฏกิ ิริยาไฮโดรลซิ ิสของเกลือและเขยี นสมการเคมีแสดงปฏกิ ิริยาไฮโดรไลซสิ ของ
เกลือ
12) ระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ
13) อธิบายหลกั การการไทเทรต
14) เลือกใช้อนิ ดิเคเตอรท์ ีเ่ หมาะสมสำหรบั การไทเทรตกรด-เบส
15) คำนวณปรมิ าณสารหรอื ความเข้มขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
16) อธบิ ายสมบัตอิ งค์ประกอบและประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์
17) สืบคน้ ข้อมูล และนำเสนอตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์ และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกย่ี วกบั
กรด–เบส
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 10 เรอื่ ง กรด-เบส หน้า 4
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
1) ระบแุ ละอธบิ ายวา่ สารเป็นกรดหรือเบส โดยใช้ทฤษฎกี รด–เบสของอาร์เรเนยี ส
เบรนิ สเตด–ลาวรี และลิวอสิ
2) ระบคุ กู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบส ของเบรินสเตด-ลาวรี
3) บอกความหมายและระบวุ ่าสารเปน็ กรดแก่ เบสแก่ กรดอ่อน และเบสออ่ น
4) คำนวณร้อยละการแตกตวั และค่าคงที่การแตกตวั ของกรดและเบส
5) เปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส
6) คำนวณความเขม้ ข้นของไฮโดรเนยี มไอออน หรอื ไฮดรอกไซดไ์ อออนของสาระลายกรดและเบส
7) คำนวณค่า pH ของสาระลายกรดและเบส
8) บอกความเป็นกรด-เบสของสาระลายจากชว่ ง pH ของอินดิเคเตอร์
9) เขียนสมการเคมแี สดงปฏกิ ิริยาสะเทนิ
10) ระบุความเปน็ กรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทนิ
11) อธิบายการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ ิสของเกลือและเขียนสมการเคมีแสดงปฏิกริ ยิ าไฮโดรไลซสิ ของ
เกลอื
12) ระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลอื
13) อธิบายหลักการการไทเทรต
14) เลอื กใชอ้ นิ ดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสำหรบั การไทเทรตกรด-เบส
15) คำนวณปรมิ าณสารหรือความเขม้ ขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
16) อธบิ ายสมบัติองคป์ ระกอบและประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์
17) สบื ค้นขอ้ มลู และนำเสนอตัวอย่างการใชป้ ระโยชน์ และการแกป้ ญั หาโดยใชค้ วามรู้เกยี่ วกับ
กรด–เบส
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
1) ทักษะการปฏิบตั กิ ารทดลอง/กระบวนการกลมุ่ ในการไทเทรตกรด-เบส
2) พฤติกรรมการเรียนรูร้ ายบคุ คล 5. อยู่อย่างพอเพียง
6. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 7. รกั ความเปน็ ไทย
2. ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต 8. มจี ติ สาธารณะ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
เบญจวถิ ีกาญจนา
1. เทดิ ทนู สถาบนั
2. กตญั ญู
3. บุคลกิ ดี
4. มีวนิ ยั
5. ใหเ้ กียรติ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 10 เร่อื ง กรด-เบส หนา้ 5
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
จดุ เน้นสู่การพฒั นาผเู้ รียน
ความสามารถและทกั ษะที่จำเป็นในการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อ่านออก) R2– (W)Riting (เขียนได)้ R3 – (A)Rithmetics (คิด
เลขเปน็ )
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ
ทกั ษะในการแก้ปญั หา)
C2 - Creativity and Innovation (ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความรว่ มมือ การ
ทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศ
และรเู้ ท่าทันสือ่ )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่ือสาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้)
C8 – Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
L1 – Learning (ทักษะการเรียนร้)ู L2 – Leadership (ทกั ษะความเปน็ ผู้นำ)
ชิน้ งาน / ภาระงาน
1) แบบฝกึ หดั
2) บตั รคำถาม
3) บัตรกจิ กรรม
4) แบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 10 เรือ่ ง กรด-เบส หนา้ 6
การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
1) วธิ ีการ
1.1 การตรวจแบบฝกึ หัด
1.2 ตรวจบัตรคำถาม
1.3 ตรวจบัตรกจิ กรรม
1.4 ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น
2) เครื่องมือ
2.1 แบบบันทกึ ผลการทำแบบฝกึ หัด
2.2 บตั รคำถาม
2.3 บัตรกิจกรรม
2.4 แบบทดสอบหลังเรียน
3) เกณฑ์การประเมนิ
รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
1) วิธกี าร
1.1 สงั เกตทกั ษะการปฏิบัติการทดลอง/กระบวนการกลุ่ม
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรใู้ นชัน้ เรยี นรายบุคคล/การปฏบิ ตั งาน
2) เครอ่ื งมอื
2.1 แบบสังเกตทักษะการปฏบิ ัตกิ ารทดลอง/กระบวนการกลมุ่
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ในชน้ั เรียนรายบคุ คล/การฏบิ ตั ิงาน
3) เกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1) วธิ ีการ
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นและการทำงานกลมุ่
1.2 ประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
2) เครอื่ งมอื
2.1 แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
3) เกณฑก์ ารประเมนิ
พิจารณาจากคุณลักษณะในด้าน ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน
การทำงาน และมจี ิตสาธารณะ ได้คะแนนในระดบั 2 ขน้ึ ไป
ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1) วิธกี าร
1.1 สังเกตพฤติกรรมการเรยี น
1.2 ประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
2) เคร่อื งมอื
2.1 แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 10 เรือ่ ง กรด-เบส หน้า 7
3) เกณฑ์การประเมนิ พจิ ารณาจาก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ได้
คะแนนในระดับ 2 ข้นึ ไป
ด้านจุดเน้นสูก่ ารพัฒนาผเู้ รียน
1) วธิ กี าร
1.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียน
1.2 ประเมินความสามารถและทกั ษะท่จี ำเป็นในการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21
(3Rs x 8Cs x 2Ls)
2) เคร่อื งมอื
2.1 แบบประเมนิ ความสามารถและทกั ษะทจี่ ำเป็นในการเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21
3) เกณฑ์การประเมนิ พจิ ารณาจาก
R1– Reading (อ่านออก) R2– (W)Riting (เขยี นได้) R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน็ )
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะ
ในการแกป้ ัญหา)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การ
ทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศ
และรเู้ ท่าทันส่ือ)
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอื่ สาร)
C8 – Compassion (ความมเี มตตากรุณา วนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
L1 – Learning (ทักษะการเรยี นร)ู้
ไดค้ ะแนนในระดับ 2 ขนึ้ ไป
กิจกรรมการเรยี นรู้
1) สรา้ งความคิดรวบยอดเก่ยี วกับกรด-เบส
2) ฝึกทกั ษะการคำนวณและการเปล่ียนหนว่ ย
3) ทำความเขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งคกู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรินสเตด-ลาวรี
4) ทำความเข้าใจและระบุว่าสารเป็นกรดแก่ เบสแก่ กรดอ่อน และเบสออ่ น
5) ทำความเข้าใจปฏิกริ ยิ าสะเทินและปฏิกริ ิยาไฮโดรไลซิส
6) ทำความเข้าใจความสำคญั ของสารละลายบัฟเฟอร์
7) ฝึกทักษะการคำนวณรอ้ ยละการแตกตัว และคา่ คงที่การแตกตัวของกรดและเบส
8) ฝึกทักษะการคำนวณความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออน หรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสาระลาย
กรดและเบส
9) ฝกึ ทักษะการคำนวณคา่ pH ของสาระลายกรดและเบส
10) ฝึกทกั ษะการคำนวณปริมาณสารหรือความเข้มขน้ ของสารละลายกรดหรอื เบสจากการไทเทรต
11) ฝกึ ทกั ษะการไทเทรตและการเลือกใช้อินดเิ คเตอร์
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 10 เรือ่ ง กรด-เบส หน้า 8
12) นำความรูท้ ่ไี ด้ในกจิ กรรมการเรยี นรู้ไปใชจ้ ริงชีวติ ประจำวัน
13) ทดสอบดว้ ยแบบฝึกหดั และแบบทดสอบ
ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1. คลิปวดี ีโอ
2. หนงั สอื เรยี น เคมี เลม่ 4 ของ สสวท.
3. ส่ือ Power point โดย คุณครูอมรรัตน์ เวชเตง
แหลง่ เรยี นรู้
1. หอ้ งอินเตอรเ์ น็ต
2. หอ้ งปฏิบตั ิการเคมี
3. Google Classroom : ห้องเรียนเคมี ม.5
4. หอ้ งสมดุ โรงเรยี นกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง ทฤษฎีกรด-เบส หน้า 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1
รายวชิ า เคมี 4 รหัสวิชา ว30224 ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 10 กรด-เบส เวลา 30 ช่ัวโมง
เร่ือง ทฤษฎีกรด-เบส เวลา 2 ชั่วโมง
ผู้สอน นางสาวอมรรัตน์ เวชเตง โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สุราษฎรธ์ านี
แนวคิดสำคัญ
สารในชีวิตประจำวันหลายชนิดมีสมบัติเป็นกรดหรือเบส การระบุว่าสารใดเป็นกรดหรือเบส
สามารถพิจารณาโดยใช้ทฤษฎกี รด-เบสของอาร์เรเนียส เบรนิ สเตด-ลาวรี หรอื ลวิ อิส
ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี
2. เขา้ ใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสมั พันธ์ในปฏกิ ิรยิ าเคมี อัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
สมดลุ ในปฏิกริ ยิ าเคมี สมบัติและปฏกิ ริ ิยาของกรด-เบส ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซแ์ ละเซลลเ์ คมไี ฟฟ้า รวมท้ังการนำ
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. ระบุและอธบิ ายว่าสารเป็นกรดหรือเบส โดยใชท้ ฤษฎกี รด–เบสของอาร์เรเนยี ส เบรินสเตด–ลาวรี
และลวิ อสิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ระบแุ ละอธิบายว่าสารเปน็ กรดหรอื เบส โดยใชท้ ฤษฎีกรด–เบสของอารเ์ รเนยี ส
เบรนิ สเตด–ลาวรี และลวิ อิส
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้
1) ระบุและอธบิ ายว่าสารเป็นกรดหรอื เบส โดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนยี ส
เบรินสเตด–ลาวรี และลวิ อิส
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
1) ทกั ษะการปฏิบตั กิ ารทดลอง/ทกั ษะกระบวนการกลุม่
2) พฤตกิ รรมการเรียนรู้รายบคุ คล
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส หน้า 2
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 5. อยู่อย่างพอเพียง
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
2. ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต 8. มจี ิตสาธารณะ
3. มีวินยั
4. ใฝ่เรียนรู้
เบญจวถิ กี าญจนา
1. เทิดทนู สถาบนั
2. กตญั ญู
3. บุคลกิ ดี
4. มวี นิ ัย
5. ใหเ้ กียรติ
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
จุดเนน้ สกู่ ารพฒั นาผเู้ รยี น
ความสามารถและทักษะที่จำเป็นในการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อ่ า น อ อ ก ) R2– (W)Riting (เขี ย น ไ ด้ ) R3 – (A)Rithmetics
(คิดเลขเปน็ )
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ
ทกั ษะในการแก้ปญั หา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน)์
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership ( ทั ก ษ ะ ด้ า น ค ว า ม ร่ ว ม มื อ
การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทั ก ษ ะ ด้ าน ก า ร ส่ื อ ส า ร
สารสนเทศและรู้เทา่ ทนั สอ่ื )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอ่ื สาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู)้
C8 – Compassion (ความมเี มตตากรุณา วนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง ทฤษฎีกรด-เบส หน้า 3
L1 – Learning (ทักษะการเรยี นร้)ู L2 – Leadership (ทักษะความเปน็ ผูน้ ำ)
การวดั และประเมินผล
ดา้ นความรู้
ภาระงาน/ วธิ กี ารวดั เครื่องมอื เกณฑ์ทีใ่ ช้
ช้นิ งาน
ตอบคำถาม ตรวจคำตอบของคำถามสะทอ้ น แบบประเมิน ระดบั 4 ดีเยี่ยม 4 คะแนน
สะทอ้ น ความคดิ ตามตัวชว้ี ัดตอ่ ไปนี้ การตอบคำถาม = ทำไดท้ กุ ตัวช้ีวดั
ความคดิ 1. ความถกู ตอ้ งครอบคลมุ สง่ิ ท่ไี ด้ สะทอ้ นความคดิ ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
เรียนรู้
2. ความสมเหตุสมผล = ทำไดม้ าก
3. การตั้งคำถามท่อี ยากรู้ ระดบั 2 พอใช้ 2 คะแนน
= ทำได้น้อย
บัตรคำถาม ตรวจบัตรคำถาม ตามตัวช้วี ัด ระดบั 1 ต้องปรับปรุง
แบบทดสอบ ตอ่ ไปน้ี 1 คะแนน
- ทฤษฎีกรด-เบส = ทำไม่ได้ถึงทำได้นอ้ ยมาก
ตรวจแบบทดสอบ บตั รคำถาม ผา่ นเกณฑ์คะแนน
เรอ่ื ง ทฤษฎีกรด-เบส
ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70
แบบทดสอบ ผา่ นเกณฑค์ ะแนน
ไม่น้อยกว่า รอ้ ยละ 70
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
ภาระงาน/ วิธีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์ที่ใช้
ชิ้นงาน
บตั รกจิ กรรม วัดขณะนักเรียนทำกจิ กรรมและ บัตรกจิ กรรม ผ่านเกณฑ์คะแนน
สารเป็นกรด นำเสนอและตรวจบตั รกิจกรรม ตาม ไมน่ อ้ ยกว่า รอ้ ยละ 70
หรือเบส ตวั ช้ีวัดตอ่ ไปน้ี - ทฤษฎีกรด-เบส
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ภาระงาน/ วธิ ีการวัด เครอื่ งมือ เกณฑ์ทใ่ี ช้
ชิ้นงาน
- การทำงาน สงั เกตการทำงานกลุม่ ตามตัวช้วี ัด แบบประเมิน ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
เป็นกล่มุ ต่อไปนี้ การทำงาน = ทำได้ทกุ ตัวชี้วดั
- พฤตกิ รรม - ความซ่อื สัตย์ - ความมีวนิ ยั กลุ่ม ระดบั 2 ปานกลาง 2 คะแนน
ระหวา่ งเรียน - ความประหยดั - ความมเี หตผุ ล = ทำได้เกนิ ครง่ึ
ระดับ 1 พอใช้ 1 คะแนน
- การร่วมแสดงความคดิ เห็น = ทำได้นอ้ ย
- ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อื่น
ระดับ 0 ปรบั ปรงุ 0 คะแนน
- การทำงานรว่ มกับผอู้ ่นื ได้อยา่ ง = ทำไมไ่ ด้ถึงทำได้นอ้ ยมาก
สรา้ งสรรค์
แผนการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส หนา้ 4
กิจกรรมการเรยี นรู้ / ภาระงาน
ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขัน้ ที่ 1 ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ให้นักเรียนดูคลิปวิดีโอ pH ระดบั ความเข้มขน้ ของกรด-เบส
1.2 ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างสารในชีวิตประจำาวันที่มีสมบัติเป็นกรด เช่น น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู
น้ำอัดลม จากนน้ั ร่วมกันสรุปเกย่ี วกบั สมบตั ิของกรดตามรายละเอียดในหนังสอื เรียน
1.3 ครูใหค้ วามรู้เกยี่ วกบั กรดทวภิ าคและกรดออกซีตามรายละเอยี ดในหนังสือเรียน
1.4 ครใู หน้ กั เรียนยกตัวอย่างสารในชวี ิตประจำวันท่ีมีสมบัตเิ ป็นเบส เชน่ แอมโมเนยี โซดาไฟ ปูนขาว
จากน้ันร่วมกันสรปุ เก่ียวกับสมบตั ิของเบสตามรายละเอยี ดในหนังสอื เรยี น
1.5 ครูใช้คำถามว่า นอกจากสมบัติข้างต้นแล้ว การระบุว่าสารเป็นกรดหรือเบสพิจารณาได้อย่างไร
เพื่อนำเข้าส่ทู ฤษฎีกรด-เบส
1.6 ครูให้นิยามของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสอาร์เรเนียส จากน้ันให้นักเรียนอธิบายว่า
เพราะเหตุใด HCl และ CH3COOH จึงเป็นกรด ส่วน NaOH และ Ca(OH)2 จึงเป็นเบส จากน้ันให้นักเรียน
ยกตวั อยา่ งสารท่ีเป็นกรดและเบสตามทฤษฎีน้ี
1.7 ครูให้ความรู้ว่า ไฮโดรเจนไอออน (H+) รวมตัวกับน้ำเกิดเป็นไฮโดรเนียมไอออน (H3O+) ดังน้ัน
ปฏิกิริยาเคมีในน้ำาจึงเขียน H+ และ H3O+ แทนกันได้ และให้ข้อสังเกตว่าในสมการเคมีที่มี H3O+ เป็น
ผลิตภัณฑ์ จะมี H2O เป็นสารตง้ั ต้นในปฏิกริ ยิ าด้วย
1.8 ครใู หน้ กั เรยี นตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ
แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง ทฤษฎกี รด-เบส หน้า 5
ขนั้ ที่ 2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูใหน้ ักเรียนทำบตั รคำถาม เรือ่ ง กรด-เบส
2.2 แบง่ นักเรียนเป็นกลมุ่ ละ 3-4 คน
2.3 นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกนั สบื ค้น
2.4 นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบคน้ แต่ละกล่มุ ได้ผลการสืบคน้ เหมือนกันหรอื ต่างกนั อย่างไร
เพราะเหตุใด
2.5 นักเรยี นท้งั หมดรว่ มกันอธิบายผลจากการสืบคน้ และลงขอ้ สรปุ
ข้ันที่ 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
3.1 ครูยกตัวอย่างปฏกิ ิริยาเคมรี ะหวา่ งแกส๊ HCl และ NH3 แล้วใหน้ กั เรียนระบุวา่ สารใดเป็นกรดหรือ
เบสตามทฤษฎีกรด-เบสอารเ์ รเนียส เพราะเหตใุ ด
3.2 นักเรียนควรได้คำตอบว่า ไม่สามารถระบไุ ด้เนื่องจากปฏกิ ิริยาน้ีไมไ่ ด้เกดิ ขึ้นในน้ำ และไมม่ ี H3O+
และ OH- เกิดขน้ึ เพ่ือนำเข้าสู่การอธิบายทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี
3.3 ครูให้นิยามของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี จากน้ันให้นักเรียนใช้ทฤษฎี
ดังกล่าวระบุว่าในปฏิกริ ยิ าเคมีระหวา่ งแกส๊ HCl และ NH3 สารใดเป็นกรด สารใดเป็นเบส ซึ่งควรไดค้ ำตอบว่า
แกส๊ HCl เปน็ กรดเพราะให้โปรตอน สว่ นแกส๊ NH3 เปน็ เบสเพราะรบั โปรตอน
3.4 ครูให้นักเรียนศึกษาปฏิกิริยาของแก๊ส HCl และแก๊ส NH3 กับน้ำ แล้วอภิปรายร่วมกันเพ่ือระบุ
สมบัติความเป็นกรด-เบสของสารทั้งสองชนดิ โดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี ซ่ึงควรได้ข้อสรุปว่า แก๊ส
HCl เป็นกรดเพราะให้โปรตอนแก่น้ำ ส่วนแก๊ส NH3 เป็นเบสเพราะรับโปรตอนจากน้ำ ซึ่งความเป็นกรด-เบส
ของสารทั้งสองน้สี อดคล้องกับทฤษฎกี รด-เบสอารเ์ รเนียส
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง ทฤษฎีกรด-เบส หน้า 6
3.5 ครูให้นิยามกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสลิวอิส จากนั้นอธิบายการถ่ายโอนคู่อิเล็กตรอนใน
ปฏิกิริยาระหว่างแอมโมเนีย (NH3) กับโบรอนไตรฟลูออไรด์ (BF3) ซ่ึงควรได้ขอ้ สรปุ วา่ NH3 เป็นเบส เพราะให้
คอู่ เิ ลก็ ตรอน และ BF3 เป็นกรดเพราะรบั คู่อเิ ล็กตรอน
3.6 ครูใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
3.7 นักเรียนทง้ั หมดร่วมกันอธิบายผลและลงข้อสรปุ
แผนการจดั การเรยี นรู้ เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส หนา้ 7
ขั้นที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นักเรียนสืบคน้ ข้อมูลเพมิ่ เตมิ ในเร่ืองเก่ียวกับทฤษฎีกรด-เบสในประเด็นต่อไปน้ี
- ทฤษฎกี รด–เบสของอารเ์ รเนียส
- ทฤษฎกี รด–เบสของเบรนิ สเตด–ลาวรี
- ทฤษฎกี รด–เบสของลวิ อสิ
4.2 นกั เรียนใช้ผลจากการสืบค้นข้อมูลเพ่ืออภปิ รายถึงสารเคมีในชีวติ ประจำวนั ว่าสารใดเป็นกรดหรือ
เบส โดยใชท้ ฤษฎกี รด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และลวิ อสิ
4.3 ครูแจกบัตรกิจกรรม เรอ่ื ง สารเปน็ กรดหรอื เบส
ข้ันท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ (Evaluation)
5.1 ประธานกลุ่มรวบรวมกระดาษคำตอบ แล้วนำไปแลกเปล่ียนกบั กลุม่ อ่ืนเพอื่ แลกเปล่ียนกันตรวจ
เปน็ วงเรยี งตามหมายเลขกลุ่ม ดงั น้ี
กลุม่ ท่ี 1 กลุ่มท่ี 2 กลมุ่ ที่ 3 กลุ่มท่ี 4
กลุม่ ที่ 8 กลุม่ ท่ี 7 กลุม่ ท่ี 6 กลุ่มที่ 5
5.2 สมาชิกทุกคนช่วยกันตรวจคำตอบของกลุ่มท่ีแลกเปลี่ยนกันตรวจและให้ประธานกลุ่มรวบรวม
สง่ ครู พร้อมกับเก็บเอกสาร ใหเ้ รยี บร้อย
5.3 นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง ทฤษฎกี รด-เบส เวลา 10 นาที
5.4 ตรวจคำตอบแบบทดสอบและสรปุ ผลคะแนนลงในกระดาษคำตอบเพอื่ ทราบผลการเรียน
สือ่ การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
สื่อการเรียนรู้
1. คลปิ วดี ีโอ
2. หนังสอื เรียน เคมี เล่ม 4 ของ สสวท.
3. สื่อ Power point โดย คุณครอู มรรัตน์ เวชเตง
แหล่งเรียนรู้
1. หอ้ งอนิ เตอร์เนต็
2. ห้องปฏบิ ัตกิ ารเคมี
3. Google Classroom : ห้องเรยี นเคมี ม.5
4. หอ้ งสมุดโรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สุราษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง ทฤษฎีกรด-เบส หน้า 8
บัตรคำถาม เรอ่ื ง กรด-เบส
คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ (5 คะแนน)
1. สารที่เปน็ เบสตามทฤษฎีกรด – เบสอาร์เรเนยี สไดต้ ้องมีองค์ประกอบใด เพราะเหตใุ ด จงอธิบาย
พรอ้ มท้ังยกตวั อยา่ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ตามทฤษฎีกรด – เบสอารเ์ รเนยี ส การอธบิ ายวา่ สารใดเป็นกรด จะต้องมีไอออนชนิดใดเกิดขนึ้ เสมอ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. สารที่เปน็ เบสตามทฤษฎีกรด – เบสเบรนิ สเตด – ลาวรีตอ้ งมอี งคป์ ระกอบใด เพราะเหตุใด จงอธิบาย
พร้อมทง้ั ยกตัวอย่างประกอบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. เมอื่ แก๊สแอมโมเนยี ละลายน้ำ จะแตกตัวได้ดงั สมการ NH3 + H2O NH4+ + OH-
จงระบวุ า่ สารใดเปน็ กรดหรอื เบสตามทฤษฎกี รด – เบสของเบรนิ สเตด – ลาวรี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. สารใดท่จี ดั เป็นกรด กำหนดสารให้ดังนี้ H2S NaH NaOH Ca(OH)2 H3PO4 K2SO4
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง ทฤษฎกี รด-เบส หน้า 9
บัตรกจิ กรรม เรื่อง สารเปน็ กรดหรอื เบส
คำชแี้ จง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี (5 คะแนน)
1. อธบิ ายความแตกต่างระหว่างทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนยี ส กับ เบรนิ สเตด–ลาวรี กับ ลวิ อิส
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. สารต้ังต้นใดเปน็ กรดตามทฤษฎีกรด-เบสอารเ์ รเนยี ส
2.1 HF(aq) + H2O(l) ⇋ F-(aq) + H3O+(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2.2 HSO4-(aq) + H2O(l) ⇋ SO42-(aq) + H3O+(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. สารตั้งต้นใดเป็นเบสตามทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี
3.1 CN-(aq) + H2O(l) ⇋ HCN(aq) + OH-(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.2 H2S(aq) + H2O(l) ⇋ HS-(aq) + H3O+(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.3 CH3COO-(aq) + H2O(l) ⇋ CH3COOH(aq) + OH-(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.4 CH3NH2(aq) + H2O(l) ⇋ CH3NH3+(aq) + OH-(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. สารต้งั ต้นใดเปน็ กรดตามทฤษฎีกรด-เบสลิวอิส
4.1 Ag+(aq) + 2NH3(aq) → [H3N-Ag-NH3]+(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4.2 (CH3)2NH(aq) + AlCl3(aq) → (CH3)2NH-AlCl3(aq)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง ทฤษฎกี รด-เบส หนา้ 10
แบบทดสอบหลงั เรยี น เร่อื ง ทฤษฎกี รด-เบส
คำชแ้ี จง จงเลือกคำตอบท่ีถกู ตอ้ งท่สี ดุ เพยี งข้อเดียว แลว้ กาเครอ่ื งหมายกากบาท ()
ลงในกระดาษคำตอบ (จำนวน 10 ขอ้ คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
1. กำหนดนิยามของกรดและเบสดังนี้
ก. กรดคอื สารท่สี ามารถรับคู่อิเลก็ ตรอน
ข. เบสคือสารทร่ี ับโปรตอน
ค. เบสคือสารที่ละลายน้ำแล้วแตกตวั ใหไ้ ฮดรอกไซดไ์ อออน
ง. ปฏกิ ิรยิ ากรด – เบส จัดเปน็ ปฏิกริ ยิ าการถ่ายโอนโปรตอน
จ. กรดคือสารทีใ่ ห้โปรตอน
I. ข้อความใน ก เป็นไปตามทฤษฎีกรด – เบสลิวอิส
II. ขอ้ ความใน ข และ จ เป็นไปตามทฤษฎกี รด – เบสเบรนิ สเตด – ลาวรี
III. ข้อความใน ค เปน็ ไปตามทฤษฎีกรด – เบสอารเ์ รเนยี ส
IV. ขอ้ ความใน ง เป็นไปตามทฤษฎีกรด – เบสเบรินสเตด – ลาวรี
ขอ้ สรุปใดถูกตอ้ ง
1. I, II และ III 2. II และ IV
3. III เทา่ นั้น 4. I, II, III และ IV
2. คู่กรดตามทฤษฎีกรด – เบสเบรนิ สเตด – ลาวรีของ
I. NH3 II. CN- III. NH − IV. ClO −
2 3
เปน็ ไปตามข้อใด ตามลำดับ
1. NH + , HCN, NH3 และ HClO3 2. NH − , HCN, NH + และ H2ClO3
4 2 4
3. NH + , H2CN, NH3 และ HClO3 4. NH − , H2CN, NH3 และ H2ClO3
4 2
3. กำหนดโมเลกุลและไอออนต่อไปน้ี
I. PO 3−
4
II. HPO 2−
4
III. H2PO −
4
IV. H3PO4
โมเลกลุ หรอื ไอออนใดมีสมบัติเป็นได้ท้ังกรดและเบส (amphiprotic) ตามทฤษฎกี รด – เบส
เบรินสเตด – ลาวรี
1. I เท่าน้ัน 2. II และ III เทา่ นน้ั
3. I, II และ III 4. II, III และ IV
4. สารใดไม่ใชเ่ บสตามทฤษฎกี รด – เบสอารเ์ รเนียส (an Arrhenius base)
1. MgO และ NH3 2. NaOH และ LiOH
3. Ca(OH)2 และ KOH 4. Ba(OH)2 และ Ca(OH)2
แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง ทฤษฎีกรด-เบส หน้า 11
5. น้ำทำหนา้ ท่ีเป็นกรดตามทฤษฎีกรด – เบสเบรินสเตด – ลาวรี เมอื่ ทำปฏกิ ิรยิ ากบั ไอออนหรอื โมเลกลุ
ตอ่ ไปนไี้ ด้
I. CN-
II. NH3
III. HClO4
IV. CH3COO-
1. I และ IV เท่าน้นั 2. II และ III เทา่ นั้น
3. I, II และ IV 4. II, III และ IV
6. จากแผนภาพการเกิดปฏิกิรยิ าต่อไปนี้
ขอ้ ใดสรปุ ถูกตอ้ ง
ก. BF3 เปน็ กรดตามทฤษฎีกรด – เบสลิวอิส
ข. NH3 เป็นเบสตามทฤษฎกี รด – เบสลิวอสิ
ค. BF3 เป็นเบสตามทฤษฎีกรด – เบสลิวอิส
ง. NH3 เปน็ กรดตามทฤษฎกี รด – เบสลิวอสิ
1. ข้อ ก และ ข 2. ข้อ ก และ ง
3. ขอ้ ข และ ค 4. ขอ้ ข และ ง
7. โมเลกุลหรอื ไอออนใดทำหนา้ ที่เป็นเบสตามทฤษฎีกรด – เบสลวิ อสิ
1. SO3 2. CO2
3. Br- 4. BBr3
8. ความแรงกรด (acid strength) คือความสามารถในการให้โปรตอนในขอ้ ใดเปรยี บเทียบความแรง
กรดออกซีได้ถูกต้อง
1. H2CO3 > H2SO3 2. H3BO3 > HNO3
3. HNO3 > H2SO3 4. H2CO3 < H3BO3
9. ขอ้ ใดเรียงความแรงกรดของกรดธาตุคู่ (binary acids) ได้ถกู ตอ้ ง
1. CH4 < NH3 < H2O < H2S 2. H2S < PH3 < HCl < HBr
3. NH3 < H2O < H2S < HBr 4. NH3 < PH3 < HI < HCl
10. ข้อใดเรยี งความแรงของกรดออกซไี ดถ้ ูกตอ้ ง
1. HOCl < HOBr < HClO2 2. HOBr < HOCl < HClO2
3. HOCl < HClO2 < HOBr 4. HClO2 < HOCl < HOBr
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง คกู่ รด-เบส หน้า 1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2
รายวชิ า เคมี 4 รหสั วิชา ว30224 ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10 กรด-เบส เวลา 30 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง คกู่ รด-เบส เวลา 1 ชัว่ โมง
ผ้สู อน นางสาวอมรรัตน์ เวชเตง โรงเรยี นกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
แนวคดิ สำคญั
สารในชีวิตประจำวนั หลายชนิดมีสมบัตเิ ป็นกรดหรอื เบส การพจิ ารณาคู่กรด-เบสใช้ทฤษฎีกรด-เบส
ของเบรนิ สเตด–ลาวรี
ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี
2. เขา้ ใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธใ์ นปฏกิ ิรยิ าเคมี อัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
สมดุลในปฏกิ ริ ิยาเคมี สมบัติและปฏกิ ริ ิยาของกรด-เบส ปฏกิ ิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมไี ฟฟ้า รวมทั้งการนำ
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
2. ระบคุ ู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรนิ สเตด-ลาวรี
จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ระบคุ ู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรินสเตด-ลาวรี
สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้
1) ระบคุ กู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบส ของเบรนิ สเตด-ลาวรี
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
1) สังเกตทักษะการปฏบิ ัติการทดลอง/ทักษะกระบวนการกลุ่ม
2) พฤตกิ รรมการเรียนรรู้ ายบคุ คล
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง คกู่ รด-เบส หน้า 2
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 5. อยู่อย่างพอเพียง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
2. ซ่ือสัตย์สจุ ริต
7. รักความเป็นไทย
3. มวี นิ ัย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝ่เรียนรู้
เบญจวถิ กี าญจนา
1. เทดิ ทนู สถาบนั
2. กตัญญู
3. บคุ ลกิ ดี
4. มีวนิ ัย
5. ใหเ้ กยี รติ
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาผ้เู รยี น
ความสามารถและทักษะท่ีจำเป็นในการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อ่ า น อ อ ก ) R2– (W)Riting (เขี ย น ไ ด้ ) R3 – (A)Rithmetics
(คดิ เลขเปน็ )
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ
ทกั ษะในการแกป้ ัญหา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น)์
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership ( ทั ก ษ ะ ด้ า น ค ว า ม ร่ ว ม มื อ
การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทั ก ษ ะ ด้ าน ก า ร ส่ื อ ส า ร
สารสนเทศและรู้เทา่ ทันสอ่ื )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่ือสาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นร)ู้
C8 – Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินยั คณุ ธรรม จริยธรรม)
L1 – Learning (ทักษะการเรยี นร)ู้ L2 – Leadership (ทักษะความเป็นผนู้ ำ)
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง คกู่ รด-เบส หน้า 3
การวัดและประเมินผล
ดา้ นความรู้
ภาระงาน/ วิธีการวัด เครอื่ งมอื เกณฑ์ที่ใช้
ชิ้นงาน
ตอบคำถาม ตรวจคำตอบของคำถามสะทอ้ น แบบประเมนิ ระดับ 4 ดีเย่ียม 4 คะแนน
สะท้อน ความคิด ตามตัวชวี้ ัดต่อไปน้ี การตอบคำถาม = ทำไดท้ ุกตวั ช้ีวดั
ความคิด 1. ความถูกตอ้ งครอบคลุมสิ่งท่ีได้ สะท้อนความคิด ระดบั 3 ดี 3 คะแนน
เรียนรู้ = ทำได้มาก
บัตรคำถาม 2. ความสมเหตุสมผล บตั รคำถาม ระดับ 2 พอใช้ 2 คะแนน
แบบทดสอบ 3. การต้งั คำถามท่อี ยากรู้ แบบทดสอบ = ทำได้น้อย
ระดบั 1 ตอ้ งปรบั ปรงุ
ตรวจบตั รคำถาม ตามตัวชี้วัด 1 คะแนน
ตอ่ ไปนี้ = ทำไมไ่ ดถ้ งึ ทำได้นอ้ ยมาก
- คู่กรด-เบส ผา่ นเกณฑ์คะแนน
ตรวจแบบทดสอบ เรือ่ ง คู่กรด-เบส ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70
ผา่ นเกณฑ์คะแนน
ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 70
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
ภาระงาน/ วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์ที่ใช้
ช้นิ งาน
บตั รกิจกรรม วดั ขณะนกั เรยี นทำกจิ กรรมและ บัตรกจิ กรรม ผา่ นเกณฑ์คะแนน
สารเปน็ กรด นำเสนอและตรวจบตั รกจิ กรรม ตาม ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 70
หรอื เบส ตวั ชีว้ ัดตอ่ ไปนี้
- คู่กรด-เบส
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ภาระงาน/ วธิ กี ารวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์ท่ใี ช้
ชิ้นงาน
- การทำงาน สงั เกตการทำงานกล่มุ ตามตวั ช้ีวดั แบบประเมนิ ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
เป็นกลมุ่ ต่อไปนี้ การทำงาน = ทำได้ทุกตวั ช้ีวดั
- พฤติกรรม - ความซือ่ สตั ย์ - ความมีวนิ ยั กลุ่ม ระดบั 2 ปานกลาง 2 คะแนน
ระหวา่ งเรียน - ความประหยดั - ความมเี หตผุ ล = ทำได้เกนิ ครึ่ง
ระดบั 1 พอใช้ 1 คะแนน
- การร่วมแสดงความคดิ เห็น
= ทำไดน้ อ้ ย
- ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อนื่ ระดบั 0 ปรบั ปรุง 0 คะแนน
- การทำงานรว่ มกบั ผู้อืน่ ได้อยา่ ง = ทำไม่ได้ถงึ ทำได้น้อยมาก
สร้างสรรค์
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่อื ง คกู่ รด-เบส หนา้ 4
กิจกรรมการเรียนรู้ / ภาระงาน
ใชก้ ระบวนการจดั การเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ข้ันท่ี 1 ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ใหน้ กั เรียนดูคลิปวิดีโอ ปฏิกริ ิยาของกรดและเบสในน้ำ
1.2 ครูยกตัวอย่างปฏิกิริยาของกรดไฮโดรฟูลออริกในน้ำ แล้วให้นักเรียนระบุว่าสารต้ังต้นแต่ละชนิด
เป็นกรดหรือเบสตามทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี ซึ่งควรได้คำตอบว่า HF เป็นกรดและ H2O เป็นเบส
จากนนั้ ให้นักเรยี นพิจารณาปฏิกิริยายอ้ นกลบั และระบุความเป็นกรด-เบสของ H3O+ และ F- ซ่ึงควรไดค้ ำตอบ
ว่า H3O+ เป็นกรด และ F- เปน็ เบส
1.3 ครูให้ความรู้เก่ียวกับความหมายของคู่กรด-เบสโดยใช้ตัวอย่าง F- ซึ่งเป็นคู่เบสของกรด HF
จากน้ันใช้คำาถามว่า สารใดเป็นคู่กรดของ H2O ซ่ึงควรได้คำาตอบว่า H3O+
1.4 ครูยกตัวอย่างคกู่ รด-เบสของปฏกิ ิริยาอ่ืนตามรายละเอียดในหนังสอื เรียน
1.5 ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
แผนการจดั การเรียนรู้ เรอื่ ง คกู่ รด-เบส หน้า 5
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครใู หน้ กั เรียนทำบัตรคำถาม เร่ือง กรดหรือเบส
2.2 แบ่งนกั เรียนเป็นกลุม่ ละ 3-4 คน
2.3 นกั เรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกันสืบค้น
2.4 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลการสบื ค้น แต่ละกลุ่มไดผ้ ลการสืบค้นเหมอื นกันหรือต่างกนั อยา่ งไร
เพราะเหตุใด
2.5 นักเรยี นทั้งหมดรว่ มกันอธบิ ายผลจากการสืบคน้ และลงขอ้ สรุป
ขัน้ ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
3.1 ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการระบุคู่กรด-เบสของสารที่สามารถให้หรือรับโปรตอนได้มากกว่า
1 โปรตอนต่อ 1 โมเลกุล โดยใช้ตัวอย่างในหนังสือเรียน จากนั้นครูใช้คำถามว่า สารท่ีเป็นคู่กรด-เบสกันมี
โปรตอนต่างกันกี่โปรตอน แล้วให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายจากตัวอย่างปฏิกิริยาท่ีศึกษามา
ซงึ่ ควรได้ข้อสรปุ ว่า สารท่ีเป็นคู่กรด-เบสกนั มจี ำนวนโปรตอนตา่ งกัน 1 โปรตอน
3.2 ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
3.3 ครูอธิบายความหมายของสารแอมโฟเทอริกพร้อมยกตัวอย่างตามรายละเอียดในหนังสือเรียน
จากน้นั ใหน้ ักเรียนตอบคำาถามชวนคดิ
3.4 ครอู ธิบายการเขียนสมการเคมีแสดงการแตกตัวของสารแอมโฟเทอริกในน้ำ โดยใช้ปฏิกิริยาของ
HCO3- ในน้ำ ตามตัวอยา่ ง 1 ในหนังสอื เรียน
3.5 ครใู ห้นักเรยี นตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ
3.6 นักเรียนทง้ั หมดร่วมกนั อธบิ ายผลและลงขอ้ สรุป
แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง คกู่ รด-เบส หนา้ 6
ขั้นท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นกั เรียนสบื ค้นขอ้ มูลเพมิ่ เติมในเรอื่ งเก่ยี วกับทฤษฎกี รด-เบสในประเด็นต่อไปน้ี
- คู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี
4.2 นักเรียนใช้ผลจากการสืบค้นข้อมูลเพ่ืออภิปรายถึงสารเคมีในชีวิตประจำวันว่าสารใดเป็น
คู่กรด-เบสตามทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรี
4.3 ครูแจกบตั รกิจกรรม เรอื่ ง สารใดมีโปรตอนตา่ งกนั
ขั้นที่ 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
5.1 ประธานกลุ่มรวบรวมกระดาษคำตอบ แล้วนำไปแลกเปล่ียนกับกลุ่มอ่ืนเพ่ือแลกเปลี่ยนกันตรวจ
เปน็ วงเรียงตามหมายเลขกลุ่ม ดังน้ี
กลุ่มที่ 1 กลุม่ ที่ 2 กลมุ่ ท่ี 3 กลุ่มที่ 4
กลมุ่ ที่ 8 กลมุ่ ที่ 7 กลุม่ ท่ี 6 กลุ่มที่ 5
5.2 สมาชิกทุกคนช่วยกันตรวจคำตอบของกลุ่มที่แลกเปลี่ยนกันตรวจและให้ประธานกลุ่มรวบรวม
ส่งครู พร้อมกับเกบ็ เอกสาร ให้เรยี บร้อย
5.3 นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เร่ือง คกู่ รด-เบส เวลา 10 นาที
5.4 ตรวจคำตอบแบบทดสอบและสรปุ ผลคะแนนลงในกระดาษคำตอบเพ่ือทราบผลการเรียน
สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
สื่อการเรียนรู้
1. คลิปวดี ีโอ
2. หนังสอื เรยี น เคมี เลม่ 4 ของ สสวท.
3. สอื่ Power point โดย คุณครูอมรรัตน์ เวชเตง
แหลง่ เรียนรู้
1. ห้องอินเตอรเ์ นต็
2. ห้องปฏิบตั กิ ารเคมี
3. Google Classroom : ห้องเรยี นเคมี ม.5
4. ห้องสมดุ โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง คกู่ รด-เบส หนา้ 7
บตั รคำถาม เรื่อง กรดหรือเบส
คำช้แี จง จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี (5 คะแนน)
1. จงอธบิ ายวธิ กี ารระบคุ ูก่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรินสเตด-ลาวรี พร้อมท้งั ยกตัวอยา่ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จากปฏิกริ ยิ าต่อไปน้ี
H2PO3- + H2O H3O+ + HPO32-
HS- + H2O H3O+ + S2-
ไอออนใดเป็นคกู่ รด – เบสซง่ึ กันและกัน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. กำหนดสารให้ดังน้ี H3O+ H2O CO32- H2PO4- HCO3- S2- HSO4- NH3 NO3- HC2O4- HCOO-
จงจัดกล่มุ สารทมี่ สี มบัตคิ วามเป็นกรด – เบสตามทฤษฎีกรด – เบสของเบรนิ สเตด – ลาวรี ดงั นี้
2.1 สารที่มีสมบตั เิ ปน็ กรดเท่าน้ัน ................................................................................................
2.2 สารทม่ี ีสมบตั ิเปน็ เบสเท่าน้ัน ................................................................................................
2.3 สารที่มีสมบตั เิ ปน็ ได้ทัง้ กรดและเบส ................................................................................................
4. สมการที่กำหนดให้อธิบายสมบตั ิความเปน็ กรด – เบสของสารดว้ ยทฤษฎีใด พรอ้ มท้ังระบุสาร
ทีก่ ำหนดใหว้ า่ เป็นกรดหรอื เบส
3.1 BF3 + F- BF4- ................................................................................................
3.2 HF + H2O H3O+ + F- ................................................................................................
3.3 H3O+ + CN- HCN + H2O ................................................................................................
3.4 H2SO4 H+ + HSO4- ................................................................................................
5. คกู่ รดหรอื คเู่ บสของไอออนหรอื สารตอ่ ไปนี้
4.1 HCO − ................................................................................................
3
4.2 H3PO 4 ................................................................................................
................................................................................................
4.3 NH − ................................................................................................
2
4.4 H2S
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง คกู่ รด-เบส หน้า 8
บัตรกิจกรรม เร่ือง สารใดมีโปรตอนตา่ งกนั
คำชี้แจง ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี (5 คะแนน)
1. เขียนสมการเคมีและแผนภาพแสดงคกู่ รด-เบสของสารตอ่ ไปนี้ในน้ำ
1.1 แอมโมเนยี (NH3)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.2 กรดแอซตี ิก (CH3COOH)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. เขียนคู่เบสของสารตอ่ ไปนี้
2.1 H2SO3 ………………………………………………………………..
2.2 HC2O4-
………………………………………………………………..
2.3 NH4+ ………………………………………………………………..
2.4 H2O ………………………………………………………………..
3. จงเขียนค่กู รดของสารตอ่ ไปน้ี
3.1 SO32-
………………………………………………………………..
3.2 NH3 ………………………………………………………………..
3.3 H2O ………………………………………………………………..
3.4 CN-
………………………………………………………………..
4. เขยี นสมการเคมีแสดงการแตกตัวของนำ้ เพอ่ื แสดงวา่ นำ้ เปน็ สารแอมโฟเทอรกิ พรอ้ มทง้ั ระบคุ ูก่ รดและค่เู บส
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่อื ง คกู่ รด-เบส หนา้ 9
แบบทดสอบหลงั เรยี น เร่ือง คกู่ รด-เบส
คำช้ีแจง จงเลือกคำตอบท่ีถกู ต้องทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว แลว้ กาเครื่องหมายกากบาท ()
ลงในกระดาษคำตอบ (จำนวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน)
1. ก. คู่เบสของ H2O คือ OH- ข. คู่กรดของ NH3 คือ NH +
4
ค. คู่เบสของ HCO − คือ H2CO3 ง. คู่กรดของ H2O คอื H3O+
3
จ. คู่เบสของ HCN คอื CN-
ข้อใดสรุปไม่ถกู ต้อง
1. เฉพาะขอ้ ค 2. ข้อ ก และ ข
3. ขอ้ ค และ ง 4. เฉพาะข้อ จ
2. กำหนดปฏกิ ริ ิยาต่อไปนี้ HPO42- +NH4+ ⇋ H2PO4- + NH3 ข้อใดถูกต้องตามทฤษฎกี รด-เบส
ของเบรนิ สเตด-ลาวรี
1. HPO42- เปน็ กรด สว่ นNH4+ เปน็ เบส
2. HPO42- เป็นกรด ส่วนNH3 เป็นเบส
3. NH4+ และ NH3 เป็นกรดท้ังคู่
4. HPO42- เปน็ เบส ส่วน H2PO4- เปน็ กรด
3. กรดซัลฟวิ รกิ ทำปฏกิ ิรยิ ากบั กรดไพโรซัลฟิวริก ดังสมการ
H2SO4 + H2S2O7 ⇋ H3SO4+ + HS2O7-
โมเลกุลและไอออนคู่ใดในปฏิกริ ยิ าทำหน้าที่เปน็ กรด
1. H2SO4 และ H3SO4+
3. H2S2O7 และ HS2O7- 2. H2SO4 และ H2S2O7
4. H2S2O7 และ H3SO4+
4. โมเลกุลหรือไอออนใดท่ีไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกรดได้ คือ
1. HSO4-
2. H2O
3. CH4 4. NH4+
5. สารต่อไปนี้ ข้อใดทำหน้าท่ีได้ท้งั กรดและเบส 2. CO32-
1. HC2O42-
3. CN- 4. H2SO4
6. จากสารตอ่ ไปน้ี คใู่ ดเปน็ คกู่ รด-คู่เบสกัน
1. H2S และ HS- 2. H2O และ OH-
3. NH3 และNH4+ 4. ท้ัง ก , ข และ ค
7. กรดซัลฟิวริกทำปฏิกริ ิยากบั กรดไพโรซัลฟิวรกิ ดังสมการ
H2SO4 (aq) + H2S2O7 (aq) ⇋ H3SO4+ (aq)+ HS2O7- (aq)
โมเลกลุ และไอออนคู่ใดในปฏกิ ิรยิ าท่ีทำหนา้ ทีเ่ ป็นเบส
1. H2SO4และ H3SO4+ 2. H2SO4และ H2S2O7
3. H3SO4+และ HS2O7- 4. H2S2O7 และ HS2O7-
แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง คกู่ รด-เบส หน้า 10
8. จากปฏกิ ริ ยิ าต่อไปน้ี
H2PO3- (aq) + H2O (l) ⇋ H3O+ (aq) + HPO32- (aq)
HS- (aq) + H2O (l) ⇋ H3O+ (aq) + HS- (aq)
ไอออนในข้อใดเป็นคกู่ รด-เบส ซ่ึงกันและกนั
1. H2PO3- และ HPO32- 2. H2PO3- และ H3O+
3. H3O+ และ S2- 4. H3O+ และ HS-
9. จงบอกสารท่เี ป็นคเู่ บสของกรดตอ่ ไปน้ี HCO3- , HPO42- , HS-
1. H2CO3 , PO43- , H2S 2. CO32-, H2PO4- , S2-
3. H2CO3 , H2PO4- , H2S 4. CO32- , PO43- , S2-
10. ข้อใดเป็นคู่กรดของเบสตอ่ ไปนี้ตามลำดบั HSO4- , NH3 , HS-
1. H2SO4 , NH2- , H2S 2. SO42-, NH4+ , S2-
3. H2SO4 , NH4+ , H2S 4. SO42- , NH2- , S2-
แผนการจัดการเรยี นรู้ เรอ่ื ง การแตกตวั ของกรด เบส และนำ้ หนา้ 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3
รายวิชา เคมี 4 รหสั วิชา ว30224 ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 10 กรด-เบส เวลา 30 ชว่ั โมง
เรือ่ ง การแตกตวั ของกรด เบส และนำ้ เวลา 4 ชัว่ โมง
ผ้สู อน นางสาวอมรรัตน์ เวชเตง โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลัย สรุ าษฎร์ธานี
แนวคิดสำคัญ
กรดแก่หรือเบสแก่เม่ือละลายน้ำถือว่าแตกตัวได้สมบูรณ์ ส่วนกรดอ่อนหรือเบสอ่อนแตกตัวได้
บางส่วน ความสามารถในการแตกตวั หรือความแรงของกรดหรอื เบสพิจารณาจากคา่ คงท่ีการแตกตัว หรอื รอ้ ย
ละการแตกตวั
ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี
2. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏกิ ิรยิ าเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดลุ ในปฏิกริ ิยาเคมี สมบตั แิ ละปฏกิ ริ ยิ าของกรด-เบส ปฏกิ ิริยารดี อกซแ์ ละเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำ
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
3. คำนวณ และเปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตวั หรือความแรงของกรดและเบส
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) บอกความหมายและระบุวา่ สารเป็นกรดแก่ เบสแก่ กรดออ่ น และเบสออ่ น
2) คำนวณรอ้ ยละการแตกตัว และคา่ คงที่การแตกตัวของกรดและเบส
3) เปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้
1) บอกความหมายและระบวุ ่าสารเปน็ กรดแก่ เบสแก่ กรดอ่อน และเบสอ่อน
2) คำนวณรอ้ ยละการแตกตัว และค่าคงท่ีการแตกตวั ของกรดและเบส
3) เปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตวั หรอื ความแรงของกรดและเบส
แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่อื ง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หน้า 2
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
1) สงั เกตทกั ษะการปฏบิ ตั กิ ารทดลอง/ทกั ษะกระบวนการกลมุ่
2) พฤติกรรมการเรยี นรู้รายบคุ คล 5. อยู่อย่างพอเพียง
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซอ่ื สัตยส์ ุจริต 6. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
3. มวี นิ ยั 7. รกั ความเปน็ ไทย
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 8. มจี ติ สาธารณะ
เบญจวิถกี าญจนา
1. เทดิ ทูนสถาบัน
2. กตญั ญู
3. บคุ ลกิ ดี
4. มีวนิ ัย
5. ใหเ้ กียรติ
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
จดุ เนน้ สกู่ ารพฒั นาผูเ้ รียน
ความสามารถและทักษะท่ีจำเป็นในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อ่ า น อ อ ก ) R2– (W)Riting (เขี ย น ไ ด้ ) R3 – (A)Rithmetics
(คิดเลขเปน็ )
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ
ทกั ษะในการแก้ปัญหา)
C2 - Creativity and Innovation (ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน)์
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership ( ทั ก ษ ะ ด้ า น ค ว า ม ร่ ว ม มื อ
การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทั ก ษ ะ ด้ าน ก า ร ส่ื อ ส า ร
สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันสอื่ )
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตัวของกรด เบส และนำ้ หน้า 3
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอ่ื สาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นร)ู้
C8 – Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วินัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
L1 – Learning (ทกั ษะการเรยี นรู้) L2 – Leadership (ทกั ษะความเป็นผู้นำ)
การวดั และประเมินผล
ด้านความรู้
ภาระงาน/ วิธีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑ์ท่ีใช้
ชิน้ งาน
ตอบคำถาม ตรวจคำตอบของคำถามสะท้อน แบบประเมิน ระดับ 4 ดีเย่ียม 4 คะแนน
สะทอ้ น ความคิด ตามตัวช้วี ัดต่อไปนี้ การตอบคำถาม = ทำได้ทุกตวั ช้ีวัด
ความคดิ 1. ความถกู ต้องครอบคลมุ ส่งิ ทีไ่ ด้ สะทอ้ นความคดิ ระดบั 3 ดี 3 คะแนน
เรียนรู้ = ทำได้มาก
บตั รคำถาม 2. ความสมเหตุสมผล บตั รคำถาม ระดบั 2 พอใช้ 2 คะแนน
แบบทดสอบ 3. การตัง้ คำถามท่ีอยากรู้ แบบทดสอบ = ทำไดน้ ้อย
ระดับ 1 ตอ้ งปรบั ปรุง
ตรวจบัตรคำถาม ตามตัวช้ีวดั 1 คะแนน
ต่อไปน้ี = ทำไม่ไดถ้ ึงทำได้นอ้ ยมาก
- การแตกตัวของกรด เบส และน้ำ ผา่ นเกณฑค์ ะแนน
ตรวจแบบทดสอบ ไม่นอ้ ยกว่า รอ้ ยละ 70
เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และ
น้ำ ผ่านเกณฑค์ ะแนน
ไมน่ ้อยกว่า รอ้ ยละ 70
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
ภาระงาน/ วธิ กี ารวดั เครื่องมอื เกณฑท์ ี่ใช้
ชนิ้ งาน
บัตรกจิ กรรม วัดขณะนกั เรยี นทำกจิ กรรมและ บัตรกิจกรรม ผ่านเกณฑค์ ะแนน
สารเปน็ กรด นำเสนอและตรวจบตั รกจิ กรรม ตาม ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 70
หรือเบส ตวั ช้วี ดั ต่อไปนี้
- การแตกตัวของกรด เบส และนำ้
แผนการจัดการเรียนรู้ เรอื่ ง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หน้า 4
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ภาระงาน/ วิธกี ารวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์ท่ใี ช้
ชิ้นงาน
- การทำงาน สงั เกตการทำงานกลุ่มตามตัวช้วี ดั แบบประเมนิ ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
เปน็ กลมุ่ ต่อไปน้ี การทำงาน = ทำได้ทกุ ตัวช้ีวัด
- พฤตกิ รรม - ความซ่อื สัตย์ กลมุ่ ระดับ 2 ปานกลาง 2 คะแนน
ระหวา่ งเรยี น - ความมีวนิ ัย = ทำได้เกินคร่ึง
ระดบั 1 พอใช้ 1 คะแนน
- ความประหยัด = ทำได้น้อย
- ความมีเหตผุ ล ระดับ 0 ปรับปรุง 0 คะแนน
- การรว่ มแสดงความคดิ เหน็ = ทำไม่ได้ถึงทำได้น้อยมาก
- ยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผู้อน่ื
- การทำงานรว่ มกับผ้อู ่ืนไดอ้ ย่าง
สร้างสรรค์
กิจกรรมการเรยี นรู้ / ภาระงาน
ใช้กระบวนการจัดการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ชวั่ โมงที่ 1
ข้ันท่ี 1 ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ใหน้ กั เรยี นดูคลปิ วิดีโอการนำไฟฟ้าของสารละลายอิเล็กโทรไลต์
1.2 ครูทบทวนความรู้เดิมว่า กรดและเบสส่วนใหญ่แตกตัวได้ในน้ำ โดยแสดงสมการเคมีแสดง
การแตกตัวของ HCl CH3COOH NH3 และ NaOH แล้วช้ีให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ท่ีได้จากการแตกตัวเป็นไอออน
ทำาใหส้ ารละลายนำไฟฟา้ ได้
1.3 ครูให้นักเรียนพิจารณารูป 10.1 ซ่ึงแสดงความสว่างของหลอดไฟที่ต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า
และสารละลายที่มีความเข้มข้นเทา่ กัน จากนั้นครใู ช้คำถามนำอภิปรายว่า กรดและเบสแต่ละชนิดแตกตัวเป็น
ไอออนแตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อย่างไร เพ่ือให้ได้ขอ้ สรุปว่า กรดและเบสแต่ละชนิดแตกตัวเป็นไอออนได้ไม่เท่ากัน
โดย HCl แตกตัวไดด้ กี วา่ CH3COOH และ NaOH แตกตัวไดด้ กี วา่ NH3
1.4 ครูทบทวนว่ากรดมี pH น้อยกวา่ 7 ส่วนเบสมี pH มากกวา่ 7 จากนัน้ ใหค้ วามร้วู ่า ความสามารถ
ในการแตกตัวของกรดและเบสสัมพันธ์กับค่า pH โดยสารละลายท่ีมคี วามเข้มขน้ เทา่ กัน กรดท่ีแตกตวั ไดด้ ีกว่า
มี pH ตำ่ ากว่า และเบสทแ่ี ตกตวั ไดด้ กี ว่ามี pH สูงกว่า
1.5 ครใู ห้นกั เรียนตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
แผนการจัดการเรียนรู้ เรือ่ ง การแตกตัวของกรด เบส และน้ำ หนา้ 5
ขน้ั ที่ 2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครใู หน้ ักเรียนทำบัตรคำถามที่ 1 เร่ือง การแตกตวั ของกรดแก่และเบสแก่
2.2 แบ่งนกั เรียนเปน็ กลุ่มละ 3-4 คน
2.3 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั สบื คน้
2.4 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการสืบคน้ แต่ละกลุ่มไดผ้ ลการสืบค้นเหมือนกนั หรือต่างกันอย่างไร
เพราะเหตุใด
2.5 นกั เรียนทง้ั หมดร่วมกนั อธบิ ายผลจากการสบื คน้ และลงข้อสรุป
ขัน้ ท่ี 3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
3.1 ครูให้ความรู้เก่ียวกับการแตกตัวของกรดแก่ โดยเขียนสมการเคมีแสดงการแตกตัวของกรด HX
ในนำ้ พรอ้ มใช้รปู 10.2 ประกอบการอธบิ ายตามรายละเอยี ดในหนังสอื เรยี น
3.2 ครูอธิบายว่า เบสแก่แตกตัวเป็นไอออนในน้ำได้สมบูรณ์เช่นเดียวกับกรดแก่ จากนั้นยกตัวอย่าง
การแตกตวั ของเบสแก่ NaOH ตามรายละเอียดในหนังสือเรยี น
3.3 ครูให้นักเรียนเขียนสมการการแตกตัวของ Ba(OH)2 ซ่ึงเป็นเบสแก่ จากน้ันกำหนดความเข้มข้น
ของ Ba(OH)2 แล้วให้นักเรียนระบุความเข้มข้นของ Ba2+ และ OH- ซึ่งควรได้คำตอบว่า Ba2+ มีความเข้มข้น
เทา่ กับ Ba(OH)2 ส่วน OH- มีความเขม้ ขน้ เปน็ 2 เท่าของ Ba(OH)2
3.4 ครูใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ
3.3 ครใู ห้นกั เรียนพิจารณาตัวอยา่ งกรดแก่และเบสแก่ตามตาราง 10.1 ว่าสูตรเคมมี ีความเชอ่ื มโยงกัน
อย่างไร ซ่ึงควรได้ข้อสรุปว่าในตาราง 10.1 กรดแก่ ได้แก่ กรดทวิภาคของธาตุแฮโลเจน ยกเว้น HF และกรด
ออกซี ไดแ้ ก่ HClO4 HNO3 สว่ นเบสแก่ส่วนใหญ่เป็นไฮดรอกไซดข์ องโลหะหมู่ IA และ IIA ยกเว้น Mg(OH)2
3.4 ครูอธบิ ายวธิ ีการคำนวณความเข้มขน้ ของไอออนในสารละลายกรดแก่และเบสแก่ โดยใช้ตัวอย่าง
2 และ 3 ในหนังสอื เรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ เรือ่ ง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 6
3.5 ครูใหน้ กั เรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ
3.6 นกั เรียนทง้ั หมดร่วมกันอธิบายผลและลงขอ้ สรปุ
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นักเรยี นสบื คน้ ข้อมูลเพม่ิ เติมในเร่ืองเกีย่ วกับการแตกตัวของกรดและเบสในประเดน็ ต่อไปน้ี
- การเขียนสมการเคมีแสดงการแตกตวั เปน็ ไอออนของสารละลายกรดและเบส
4.2 นักเรียนใช้ผลจากการสืบค้นข้อมูลเพื่ออภิปรายถึงประโยชน์ของการแตกตัวของกรดและเบสใน
ชวี ติ ประจำวนั
4.3 ครูแจกบตั รกิจกรรมที่ 1 เรอ่ื ง ความเขม้ ข้นของไอออนในสารละลายกรดและเบส
แผนการจัดการเรียนรู้ เรอื่ ง การแตกตัวของกรด เบส และนำ้ หนา้ 7
ขั้นท่ี 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
5.1 ประธานกลุ่มรวบรวมกระดาษคำตอบ แล้วนำไปแลกเปล่ียนกับกลุ่มอื่นเพอื่ แลกเปลี่ยนกันตรวจ
เป็นวงเรยี งตามหมายเลขกลุ่ม ดังน้ี
กลุม่ ท่ี 1 กลุ่มท่ี 2 กลมุ่ ท่ี 3 กลมุ่ ท่ี 4
กลุ่มที่ 8 กล่มุ ท่ี 7 กลมุ่ ที่ 6 กล่มุ ที่ 5
5.2 สมาชิกทุกคนช่วยกันตรวจคำตอบของกลุ่มท่ีแลกเปลี่ยนกันตรวจและให้ประธานกลุ่มรวบรวม
สง่ ครู พร้อมกับเกบ็ เอกสาร ให้เรียบร้อย
5.3 นกั เรียนทำแบบฝึกหัดในหนงั สือเรยี น
5.4 ตรวจคำตอบแบบฝึกหดั และแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 2
ข้นั ที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ใหน้ ักเรียนดคู ลปิ วิดโี อ การแตกตัวของกรดออ่ นและเบสอ่อน
1.2 ครใู ห้ความรู้เกีย่ วกบั การแตกตัวของกรดอ่อน โดยเขียนสมการเคมแี สดงการแตกตัวของกรดอ่อน
HA ในน้ำ พร้อมใชร้ ปู 10.3 ประกอบการอธบิ ายตามรายละเอียดในหนังสอื เรียน
1.3 ครูให้นกั เรยี นศึกษาการคำนวณร้อยละการแตกตัวของกรดอ่อน จากตวั อยา่ ง 4 ในหนงั สือเรียน
1.4 ครูเขียนสมการเคมีแสดงการแตกตัวของกรดอ่อน HA ในน้ำ แล้วตรวจสอบความรู้เดิมเรื่อง
ค่าคงท่ีสมดุล โดยให้นักเรยี นเขยี นสมการแสดงค่าคงท่สี มดุลของปฏิกิรยิ า ซึ่งควรได้คำาตอบวา่
จากน้ันครูให้ความรู้ว่าค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาน้ี เรียกว่า ค่าคงท่ีการแตกตัวของกรดและมี
สัญลกั ษณ์เป็น K
15. ครูให้นักเรียนพิจารณาค่า Ka ในตาราง 10.2 จากน้ันให้ความรู้ว่า กรดแต่ละชนิดมีค่า Ka
ไม่เท่ากนั จงึ แตกตัวได้ไม่เท่ากนั หรืออาจกล่าวได้วา่ กรดมีความแรงไม่เท่ากัน โดยกรดท่ีมีค่า Ka มากกว่า จะ
แตกตัวไดม้ ากกวา่ และเปน็ กรดท่ีแรงกวา่
1.6 ครใู หน้ กั เรยี นตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หน้า 8
ขนั้ ที่ 2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครูใหน้ กั เรียนทำบัตรคำถามท่ี 2 เร่ือง Ka กับการแตกตัวและความเป็นกรด
2.2 แบ่งนักเรยี นเป็นกลุม่ ละ 3-4 คน
2.3 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันสบื คน้
2.4 นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ นำเสนอผลการสบื คน้ แต่ละกลุ่มไดผ้ ลการสืบค้นเหมอื นกนั หรือต่างกันอย่างไร
เพราะเหตุใด
2.5 นกั เรยี นทง้ั หมดรว่ มกนั อธบิ ายผลจากการสืบคน้ และลงขอ้ สรุป
ขั้นที่ 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 ครูอธิบายการคำนวณความเข้มขน้ ของไอออนแต่ละชนิดในสารละลายกรดออ่ น โดยใช้ตวั อยา่ ง 5
ในหนงั สอื เรียน จากน้ันใหน้ ักเรยี นคำนวณค่าของตัวอยา่ ง 5 ซึ่งควรได้คำาตอบว่าค่า C/K เปน็ 2.8 × 104 แล้ว
ใหค้ วามร้เู ก่ียวกับวิธีการประมาณที่สามารถใช้ในการคำนวณตามรายละเอียดในหนังสอื เรยี น
3.2 ครูใหน้ กั เรียนตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
แผนการจัดการเรียนรู้ เรือ่ ง การแตกตวั ของกรด เบส และนำ้ หนา้ 9
3.3 ครูให้ความรู้เก่ียวกับการแตกตัวของเบสอ่อน ตามรายละเอียดในหนงั สือเรียน จากน้ันครูอธบิ าย
ความสมั พนั ธ์ระหว่างค่าคงที่การแตกตวั ของเบส (Kb) ของ NH3 กบั ความเข้มข้นของสารในสารละลาย
3.4 ครูให้นักเรียนพิจารณาค่า Kb ในตาราง 10.3 แล้วเรียงลำาดับความแรงของเบส ซ่ึงควรได้ข้อ
สรปุ ว่า เบสทแี่ รงกว่าจะมคี ่า Kb มากกวา่
3.5 ครูให้ความรู้ว่า ค่า Kb หรือร้อยละการแตกตัวสามารถใช้คำนวณความเข้มข้นของ OH- ใน
สารละลายเบสอ่อนได้ จากน้ันอธิบายการคำนวณความเข้มข้นของไอออนแต่ละชนิดในสารละลายเบสอ่อน
โดยใชต้ วั อย่าง 6 ในหนังสอื เรยี น
3.6 ครูให้ความรู้ว่าค่าคงท่ีการแตกตัวของกรดและเบสเป็นค่าเฉพาะไม่ข้ึนกับความเข้มข้นซึ่งใช้ใน
การเปรียบเทียบความแรงของกรดและเบสได้ ในขณะที่ร้อยละการแตกตัวของกรดและเบสเปลี่ยนแปลงตาม
ความเข้มข้น
3.7 นกั เรียนทงั้ หมดร่วมกนั อธิบายผลและลงข้อสรุป
ข้นั ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นกั เรียนสืบค้นขอ้ มูลเพิ่มเติมในเรอื่ งเกย่ี วกับการแตกตัวของกรดและเบสประเดน็ ตอ่ ไปนี้
- ค่าคงท่กี ารแตกตวั ของกรดและเบส
4.2 นกั เรยี นใชผ้ ลจากการสืบค้นข้อมลู เพอื่ อภิปรายถงึ การแตกตัวของกรดและเบสในชีวิตประจำวัน
4.3 ครูแจกบตั รกิจกรรมท่ี 2 เรื่อง ร้อยละการแตกตวั และความเขม้ ข้น
ขัน้ ที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
5.1 ประธานกลุ่มรวบรวมกระดาษคำตอบ แล้วนำไปแลกเปลี่ยนกบั กลุ่มอ่ืนเพ่อื แลกเปล่ียนกันตรวจ
เปน็ วงเรยี งตามหมายเลขกลุ่ม ดงั นี้
กลุม่ ที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลมุ่ ที่ 3 กลุ่มที่ 4
กล่มุ ที่ 8 กลุ่มที่ 7 กลุ่มที่ 6 กลุ่มท่ี 5
5.2 สมาชิกทุกคนช่วยกันตรวจคำตอบของกลุ่มท่ีแลกเปล่ียนกันตรวจและให้ประธานกลุ่มรวบรวม
สง่ ครู พร้อมกับเกบ็ เอกสาร ใหเ้ รยี บร้อย
5.3 นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดในหนังสอื เรยี น
5.4 ตรวจคำตอบแบบฝึกหดั และแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง การแตกตวั ของกรด เบส และนำ้ หนา้ 10
ชว่ั โมงท่ี 3-4
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูตง้ั คำถาม
- คา่ คงทก่ี ารแตกตวั ของกรดและเบสขนึ้ กับความเขม้ ขน้ ของสารละลายหรอื ไม่
- ร้อยละการแตกตวั ของกรดและเบสเปลย่ี นแปลงตามความเขม้ ข้นของสารละลายหรอื ไม่
1.2 ครูให้นักเรยี นศึกษาการคำนวณรอ้ ยละการแตกตัวของกรดและเบส
ขนั้ ท่ี 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูให้นักเรียนทำบัตรคำถามที่ 3 เรอ่ื ง ร้อยละการแตกตัวกับความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
2.2 แบง่ นักเรียนเป็นกลมุ่ ละ 3-4 คน
2.3 นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบคน้
2.4 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบค้น แต่ละกลุ่มไดผ้ ลการสบื ค้นเหมอื นกันหรอื ตา่ งกนั อย่างไร
เพราะเหตุใด
2.5 นกั เรียนท้งั หมดรว่ มกนั อธบิ ายผลจากการสบื คน้ และลงขอ้ สรุป
ขั้นท่ี 3 ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
3.1 ครูแจกบัตรกิจกรรมที่ 3 เร่ือง ร้อยละการแตกตัวของกรดและเบส แล้วให้นักเรียนทำกิจกรรม
และอภปิ รายผลการทำกจิ กรรมโดยใชค้ ำถามท้ายกจิ กรรม
กจิ กรรม 10.1 ร้อยละการแตกตัวของกรดและเบส
จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม
1. คำนวณและเปรียบเทียบรอ้ ยละการแตกตัวของกรดอ่อนหรือเบสอ่อนในสารละลายที่มี
ความเขม้ ขน้ เทา่ กัน
2. คำนวณและเปรียบเทียบร้อยละการแตกตัวของกรดอ่อนหรือเบสอ่อนในสารละลายที่มี
ความเขม้ ข้นแตกตา่ งกัน
เวลาทใ่ี ช้ 5 นาที
20 นาที
อภิปรายก่อนทำกิจกรรม 5 นาที
ทำกจิ กรรม
อภิปรายหลังทำกิจกรรม 30 นาที
รวม
ข้อเสนอแนะสำหรบั ครู
ครูอาจทบทวนวิธกี ารหารอ้ ยละการแตกตัวจากคา่ คงท่ีการแตกตัวของกรดหรือเบส
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่อื ง การแตกตัวของกรด เบส และนำ้ หน้า 11
วธิ ที ำกจิ กรรม
ตอนท่ี 1
คำนวณและเปรียบเทียบร้อยละการแตกตัวของเอทิลเอมีน (C2H5NH2) แอมโมเนีย
(NH3) และฟนี ลิ เอมีน (C6H5NH2) ในสารละลายทม่ี คี วามเข้มขน้ ชนิดละ 0.50 mol/L
ตอนท่ี 2
1. คำนวณร้อยละการแตกตัวของกรดแอซีติก (CH3COOH) ในสารละลายท่ีมีความเข้มข้น
0.050 0.10 0.50 และ 1.0 mol/L
2. เขียนกราฟแสดงรอ้ ยละการแตกตัวกบั ความเข้มข้นของ CH3COOH ทมี่ คี วามเข้มขน้
0.050 0.10 0.50 และ 1.0 mol/L
คำถามท้ายกิจกรรม
1. รอ้ ยละการแตกตัวของเบสในสารละลายมแี นวโน้มเดียวกับคา่ Kb หรือไม่ อยา่ งไร
2. ร้อยละการแตกตวั ของกรดในสารละลายข้นึ กับความเข้มขน้ ของกรดหรือไม่ อยา่ งไร
ตรวจสอบความเขา้ ใจ
สารละลายกรด HA 0.20 mol/L แตกตัวได้ร้อยละ 10 สารละลายกรด HB 0.020 mol/L
แตกตวั ได้ร้อยละ 20 ถามวา่ HB เปน็ กรดที่แรงกว่าHA ใชห่ รือไม่ เพราะเหตใุ ด
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 12
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 13
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 14
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 15
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 16
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 17
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 18
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแตกตวั ของกรด เบส และน้ำ หนา้ 19