The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เกษราพร ว30222 หน่วยที่ 6 ปริมาณสัมพันธ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เกษราพร ว30222 หน่วยที่ 6 ปริมาณสัมพันธ์

เกษราพร ว30222 หน่วยที่ 6 ปริมาณสัมพันธ์

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

เคมี 2

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

นางสาวเกษราพร บรพิ ันธ์

ตำแหน่ง ครูผ้ชู ว่ ย

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลยั สรุ าษฎรธ์ านี
สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาสรุ าษฎรธ์ านี ชมุ พร

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 19

รายวิชา เคมี 2 รหัสวิชา ว30222 ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ปริมาณสมั พนั ธ์ เวลา 26 ช่ัวโมง

เรือ่ ง ปฏกิ ิรยิ าเคมีและสมการเคมี เวลา 2 ชวั่ โมง

ผสู้ อน นางสาวเกษราพร บริพนั ธ์ โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สรุ าษฎรธ์ านี

แนวคิดสำคัญ (สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด)
ปฏิกริ ิยาเคมเี ปน็ การเปลี่ยนแปลงท่ีมสี ารใหม่เกดิ ขน้ึ โดยชนิดและจำนวนอะตอมของธาตุไม่

เปลี่ยนแปลง ปฏิกิริยาเคมีเขียนแสดงได้ด้วยสมการเคมีซึ่งประกอบด้วยสูตรเคมีของสารตั้งต้นและ
ผลิตภัณฑ์โดยมีลูกศรแสดงทิศทางของการเกิดปฏิกิรยิ า และเลขสัมประสิทธิ์ที่ได้จากการดุลสมการ
เคมี ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ของปริมาณต่าง ๆ ของสารที่ทำปฏิกิริยาพอดีกันและผลิตภัณฑ์ท่ีเกิดข้ึน
และอาจมีสญั ลักษณแ์ สดงสถานะของสารหรือปจั จัยอ่นื ท่เี ก่ียวข้องในปฏิกิรยิ าเคมี

มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระเคมี 2. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตรา

การเกิด ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏกิ ิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิรยิ า รีดอกซ์และ
เซลล์เคมไี ฟฟ้า รวมทงั้ การนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้

8. แปลความหมายสญั ลกั ษณใ์ นสมการเคมี เขยี นและดลุ สมการเคมขี องปฏกิ ริ ิยาเคมีบางชนิด

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เขียนและดลุ สมการเคมีของปฏิกริ ยิ าเคมีบางชนดิ เม่ือทราบสารตง้ั ต้นและผลติ ภัณฑ์
2. แปลความหมายสญั ลกั ษณใ์ นสมการเคมี

สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. ปฏิกริ ยิ าเคมี
2. สมการเคมี
3. ปจั จยั ท่ีเกย่ี วข้องกับสมการเคมี

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. เขยี นสมการเคมขี องปฏิกริ ิยาเคมบี างชนิดเมือ่ ทราบสารตั้งตน้ และผลติ ภัณฑ์
2. แปลความหมายสญั ลกั ษณใ์ นสมการเคมี

ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)  5. อยู่อย่างพอเพียง
 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  6. มุ่งม่นั ในการทำงาน
 2. ซอ่ื สัตย์สุจรติ  7. รกั ความเป็นไทย
 3. มีวินยั  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝ่เรยี นรู้

เบญจวถิ ีกาญจนา
 1. เทดิ ทนู สถาบัน
 2. กตัญญู
 3. บุคลิกดี
 4. มีวนิ ยั
 5. ใหเ้ กียรติ

สมรรถนะทีส่ ำคัญของผเู้ รยี น
 1. ความสามารถในการสื่อสาร
 2. ความสามารถในการคิด
 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

จดุ เน้นสูก่ ารพฒั นาผู้เรยี น

ความสามารถและทักษะท่ีจำเป็นในการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ

เลขเป็น)

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ ง

กระบวนทัศน์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมอื การ
ทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่อื สาร

สารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี

สารสนเทศและการส่ือสาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
 L1 – Learning (ทักษะการเรยี นรู้)  L2 – Leadership (ทักษะความเป็นผูน้ ำ)

การวัดและประเมินผล

ดา้ นความรู้

ภาระงาน/ชน้ิ งาน วธิ กี ารวดั เคร่อื งมอื เกณฑท์ ่ีใช้

ตอบคำถามสะทอ้ น ตรวจคำตอบของคำถาม แบบประเมนิ การ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ความคดิ สะท้อนความคดิ ดังน้ี ตอบคำถามสะทอ้ น

1. ความถกู ตอ้ งครอบคลุมส่งิ ความคดิ

ทีไ่ ด้เรยี นรู้

2. ความสมเหตุสมผล

3. การตงั้ คำถามทอ่ี ยากรู้

แบบฝกึ หดั ตรวจความถูกต้องของ แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑค์ ะแนนไม่น้อย

เร่ืองปฏกิ ริ ิยาเคมี แบบฝึกหัด เรอ่ื งปฏิกิริยาเคมี กวา่ รอ้ ยละ 50

ด้านทักษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ช้ินงาน วธิ ีการวัด เครอื่ งมือ เกณฑท์ ่ใี ช้
แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑค์ ะแนนไมน่ ้อย
แบบฝึกหดั วดั ความถกู ตอ้ งของ เร่อื งปฏิกริ ิยาเคมี กว่ารอ้ ยละ 50

เรือ่ งปฏกิ ิรยิ าเคมี แบบฝกึ หัดเร่ืองปฏิกิริยาเคมี

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ภาระงาน/ วิธีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑท์ ีใ่ ช้
ชิ้นงาน
ระดบั 4 ดีเย่ียม 4คะแนน
- การทำ สังเกตการทำแบบฝกึ หดั รายบุคคล แบบสังเกต = ทำได้ทุกตวั ช้วี ัด
แบบฝึกหัด ตามตวั ชว้ี ัดตอ่ ไปนี้ พฤตกิ รรม ระดบั 3 ดี 3 คะแนน
รายบุคคล - ความซือ่ สัตย์ = ทำได้มาก
- พฤติกรรม - ความมวี ินยั ระดบั 2 พอใช้ 2 คะแนน
ระหวา่ งเรยี น - ความมเี หตุผล = ทำไดน้ อ้ ย
- การรว่ มแสดงความคิดเห็น ระดบั 1 ต้องปรบั ปรุง
- ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่ 1 คะแนน
- การทำงานรว่ มกับผอู้ น่ื ไดอ้ ย่าง = ทำไมไ่ ด้ถึงทำไดน้ ้อยมาก
สร้างสรรค์

กจิ กรรมการเรียนรู้
ใชก้ ระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสบื สอบ (Inquiry method)

ขั้นนำ
1. ครใู ห้นักนักเรยี นดรู ูปภาพพร้อมทง้ั ตอบคำถามวา่ รูปภาพต่อไปนี้คือรปู อะไร เกดิ ปฏกิ ิริยา

เคมีหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

1.1 รูปตะปูข้นึ สนิม เปน็ ปฏกิ ริ ิยาเคมี เพราะมีสารใหม่เกิดข้นึ

2.2 รปู นำ้ แขง็ ละลายเปน็ น้ำ ไมเ่ ป็นปฏิกริ ยิ าเคมี เพราะน้ำเปลีย่ นแปลงสถานะ
ไม่ไดม้ สี ารใหมเ่ กิดข้ึน

2.3 รูปสารละลายน้ำเชื่อม ไมเ่ ป็นปฏิกิรยิ าเคมี เพราะ การละลายไม่ทำใหเ้ กดิ สารใหม่

2.4 รูประเบิด เป็นปฏิกริ ิยาเคมี เพราะเกิดสารใหม่
2 ครใู ช้คำถามว่า ปฏิกิริยาเคมคี ืออะไร (กระบวนการทสี่ ารเคมเี กิดการเปลยี่ นแปลง แล้วทำ
ใหม้ สี ารใหม่เกดิ ข้ึน ซง่ึ สารใหมม่ ีสมบตั ิทางเคมีต่างไปจากเดมิ )

ขัน้ สอน
1. ครอู ธบิ ายความหมายของปฏิกิรยิ าเคมี การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพและการ

เปล่ียนแปลงทางเคมี
2. นักเรยี นสงั เกตรูปภาพแลว้ ตอบคำถามต่อไปนี้

2.1 การเกดิ สนิมเหลก็ เป็นปฏิกริ ยิ าเคมหี รอื ไม่ สังเกตได้จากสง่ิ ใด
(เป็นปฏิกริ ยิ าเคมี สงั เกตได้จากสีที่เปลยี่ นแปลงไป)

2.2 การจดุ ดอกไม้ไฟเปน็ ปฏกิ ิริยาเคมหี รอื ไม่ สงั เกตได้จากสง่ิ ใด
(เปน็ ปฏกิ ริ ิยาเคมี สงั เกตได้จากสีและประกายไฟท่ีเกดิ ขึน้ )

3. ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมวา่ การเกิดปฏิกิริยาเคมีอาจะสังเกตได้จากการเกิดฟองแกส๊ การเกิด
ตะกอน การเกดิ กลิ่น การเปลี่ยนสี การเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมิ

4. ครูตั้งคำถามว่าการต้มน้ำจนเดือดกลายเป็นไอเป็นปฏิกิริยาเคมีหรือไม่ เพราะเหตุใด
(ไม่เป็นปฏิกิริยาเคมี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เนื่องจากน้ำและไอน้ำเป็นสารเคมีชนิด
เดยี วกนั แตส่ ถานะต่างกัน)

5. นักเรียนยกตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวัน (การเผาไม้เชื้อเพลิง
การสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช คำตอบตามความคดิ ของนักเรียน)

6. ครยู กตัวอย่างปฏกิ ิริยาเคมีทีพ่ บในชีวิตประจำวันเชน่ ปฏกิ ริ ยิ าของกรดซทิ ริกและโซเดียม
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตในยาลดกรดเมื่อละลายน้ำ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของแก๊สโพรเพนในแก๊สหุงตม้
และแสดงสมการเคมีของปฏิกริ ิยาดังกล่าวเพ่ือช้ีให้เหน็ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของสูตรเคมีของสารตั้ง
ตน้ ไปเปน็ สูตรเคมีของผลติ ภณั ฑ์ โดยอะตอมของธาตุทุกชนดิ มจี ำนวนเท่าเดิม แต่มีการจดั เรียงตวั ใหม่

7. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดตรวจสอบความเข้าใจ ดังนี้

การทดลองที่ สรปุ
1 มปี ฏิกริ ยิ าเคมีเกดิ ขน้ึ เพราะการผกุ ร่อนของโลหะเป็นการเปล่ยี นโลหะไปเป็น
ไอออนของโลหะ และมีฟองแกส๊ แสดงวา่ มีสารชนดิ ใหมเ่ กิดข้ึน
2 ไมส่ ามารถสรปุ ได้วา่ มปี ฏิกิริยาเคมีเกดิ ข้นึ หรือไม่ เพราะขอ้ มูลการเปลยี่ นแปลง
อุณหภมู ขิ องสารผสม ไมอ่ าจสรุปไดว้ ่ามสี ารใหม่เกิดขนึ้ หรอื ไม่
3 มปี ฏิกริ ยิ าเคมเี กิดขนึ้ เพราะสารต้ังตน้ มสี มบัติเป็นกรดและเบส ซง่ึ เมือ่ ผสมกนั
ได้สารทมี่ สี มบัติเปน็ กลาง แสดงว่ามีสารใหม่เกดิ ขึ้น
4 ไม่สามารถสรปุ ไดว้ ่ามีปฏิกิรยิ าเคมเี กิดขึน้ หรือไม่ เพราะสังเกตไม่เห็นการ
เปลยี่ นแปลง จึงไม่อาจสรุปได้วา่ มสี ารใหมเ่ กดิ ข้ึนหรอื ไม่
5 มปี ฏิกิรยิ าเคมีเกิดขึ้น เพราะเกดิ ตะกอนสขี าวซ่งึ เปน็ สารใหม่

8. ครูแสดงสมการข้อความและสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมีบางชนิด เช่น ปฏิกิริยาเคมี
ระหว่างผงฟกู ับสารละลายกรดแอซีติก

สมการขอ้ ความ

โซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนต + กรดแอซีตกิ → โซเดียมแอซีเตต + คาร์บอนไดออกไซด์ + นำ้

สมการเคมี

NaHCO3(s) + CH3COOH(aq) → CH3COONa(aq) + CO2(g) + H2O(l)

จากนน้ั ตัง้ คำถามว่า สมการเคมีให้ข้อมูลทเ่ี ปน็ ประโยชนม์ ากกว่าสมการข้อความอยา่ งไร ซ่ึงควรตอบ
ไดว้ า่ สมการเคมีมีข้อมลู ของสูตรเคมขี องสารตั้งต้นและผลิตภณั ฑแ์ ละมีการระบสุ ถานะของสารโดยใช้
สัญลักษณ์ในวงเล็บหลังสูตรเคมีซึ่งใช้พื้นที่ในการเขียนน้อยกว่า และเป็นการเขียนที่เป็นสากล
สามารถเข้าใจไดต้ รงกนั

9. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมเก่ยี วกบั การแสดงสถานะของสารในสมการเคมี ดงั นี้

สญั ลักษณ์ ย่อมาจาก ความหมาย

(s) solid สถานะของแข็ง

(l) liquid สถานะของเหลว

(g) gas สถานะแกส๊

(aq) aqueous สารละลายท่มี ีนำ้ เป็นตัวทำละลาย

ตารางแสดงสัญลกั ษณ์ท่ีแสดงสถานะของสารในสมการเคมี

10. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ปฏิกิริยาเคมีหลายชนิดไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ แต่ต้องมีปัจจัยท่ี
เหมาะสม เชน่ มกี ารใหค้ วามรอ้ นหรือแสง มกี ารควบคุมอณุ หภมู หิ รือความดัน มกี ารใชต้ วั เรง่ ปฏิกิรยิ า
ปัจจัยเหลา่ น้ีอาจระบไุ ว้ในสมการเคมี โดยส่วนใหญเ่ ขียนแสดงไว้ทล่ี ูกศร ดงั รายละเอียด

สัญลักษณ์ ความหมาย
มีการใหค้ วามร้อนแกส่ ารตง้ั ตน้ โดยไมต่ อ้ งระบอุ ุณหภูมิ

มกี ารกำหนดอุณหภูมิ ในทีน่ ้ีแสดงวา่ ทำปฏิกริ ยิ าทอ่ี ณุ หภูมิ 80 องศาเซลเซียส


หรือ ℎ



80 ℃



10 มีการกำหนดความดัน ในที่นี้แสดงวา่ ทำปฏกิ ริ ยิ าทีค่ วามดนั 10 บรรยากาศ (atm)



สญั ลกั ษณ์ ความหมาย
มีการใช้ตัวเรง่ ปฏกิ ริ ยิ า ซึ่งถา้ เป็นการระบุช่ือสาร แสดงว่าใช้สารนั้นเป็นตวั เรง่
ปฏกิ ริ ยิ า ดงั น้ัน ในทน่ี ีใ้ ชโ้ ลหะแพลทินัมเป็นตัวเร่งปฏิกิรยิ า

→ มกี ารให้แสงแกส่ ารตั้งตน้

หรอื







11. ครใู หน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดเร่ืองปฏกิ ริ ิยาเคมี

ขน้ั สรปุ
1. ครแู ละนักเรียนเฉลยแบบฝึกหัดเร่ืองปฏิกริ ยิ าเคมรี ่วมกัน
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายเก่ียวกับปฏกิ ิรยิ าเคมแี ละสมการเคมี

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวิชาเพ่มิ เติมวทิ ยาศาสตร์ (เคมี) ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 เล่ม 2
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
2. ส่ือ PowerPoint เรอ่ื ง ปฏิกริ ยิ าเคมี
3. เอกสารแบบฝึกหดั เรอ่ื ง ปฏกิ ริ ิยาเคมี

แหล่งเรยี นรู้
1. เว็บไซต์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m4-chem-book2/
2. เวบ็ ไซต์ https://www.scimath.org/ebook-chemistry

ชอื่ ช้นั เลขท่ี

1. จงเติมข้อมลู ลงในตารางตอ่ ไปน้ใี หส้ มบรู ณ์

สมการเคมี สารต้งั ตน้ / ผลิตภณั ฑ/์ ขอ้ มลู อน่ื ที่เกี่ยวขอ้ งกับ
สถานะ สถานะ ปฏิกริ ยิ าเคมี

CH4(g) + 2O2(g) → CO2(g) + 2H2O(g)
+ 890 kJ/mol

2Na(s) + 2H2O(l) → 2NaOH(aq) + H2(g)
+ พลงั งาน

Fe2O3(s) + 3CO(g) → 2Fe(s) + 3CO2(g)

2H2O(l) → 2H2(g) + O2(g)

CH4(g) + 2H2O(g) + 165 kJ/mol →
4H2O(g) + CO2(g)

2. พิจารณาสมการเคมีและตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
(1) CO2(g) + Ca(OH)2(aq) → CaCO3(s) + H2O(l)
(2) 2NO2(g) + 114.2 kJ/mol → 2NO(g) + O2(g)
(3) 4C2H4(g) → C8H16(l)
(4) 2H2(g) + O2(g) → 2H2O(g) + 483.6 kJ/mol

2.1 ปฏกิ ิรยิ าเคมใี ดท่ีสารตง้ั ตน้ และผลิตภณั ฑท์ กุ ชนดิ อยใู่ นสถานะแกส๊
2.2 ปฏกิ ริ ิยาเคมีใดท่ีมกี ารใชต้ ัวเร่งปฏิกิริยา
2.3 ปฏกิ ริ ยิ าเคมีใดมีการคายพลงั งาน
2.4 ปฏกิ ริ ิยาเคมีใดทใี่ ห้ผลติ ภณั ฑ์เปน็ ของแข็ง

สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

ด้านความรู้ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
กลมุ่ ผู้เรยี น
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรุง

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งคะแนน
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ดา้ นคุณลกั ษะอันพงึ ประสงค์

กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ

ดี 3

ปานกลาง 2

ปรบั ปรงุ 0-1

บนั ทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ปัญหาทพี่ บระหวา่ งหรอื หลังจัดกิจกรรม

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ..........................................................ผู้สอน
(นางสาวเกษราพร บรพิ นั ธ์)
............/........................../.............

การตรวจสอบและความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 สอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวช้ีวดั ของหลกั สูตรฯ
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
 มีการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง มคี วามหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรยี น
 ใช้สื่อหรือแหลง่ เรยี นร้ทู ีท่ ันสมัยและส่งเสรมิ การเรียนร้ไู ดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
 สอดคล้องตามจดุ เน้นของกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
 ส่งเสรมิ ทกั ษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls  สง่ เสริมเบญจวถิ ีกาญจนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สวุ รรณ)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การตรวจสอบและความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ

 ถูกตอ้ งตามรูปแบบของโรงเรยี น

 ผ่านการนิเทศตรวจสอบจากหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้/กรรมการนเิ ทศ

 ก่อนใช้สอน  หลงั ใช้สอน

 มบี นั ทกึ หลังจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………........

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพง็ สวสั ด์ิ)
หวั หนา้ กล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ลงชอื่ ....................................................................
(นางสาวชณดิ าภา เวชกลุ )

รองผ้อู ำนวยการโรงเรียน กลมุ่ บริหารงานวิชาการ

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
รายวิชา เคมี2 รหัสวิชา ว30222 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่ือง

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมคอ่ นขา้ งบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง

่ืซอสัตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขที่ ผลการประเมนิ

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16

่ืซอสัตย์ สุจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขท่ี ผลการประเมิน

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ ่าน
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

ลงชอ่ื ......................................... ผู้ประเมนิ
(..............................................)

เกณฑ์การประเมนิ ( ชว่ งคะแนน 16 – 20 )
ระดบั คณุ ภาพ 4 = ดีมาก ( ช่วงคะแนน 11 – 15 )
ระดับคณุ ภาพ 3 = ดี ( ช่วงคะแนน 6 – 10 )
ระดับคณุ ภาพ 2 = ปานกลาง ( ช่วงคะแนน 1 – 5 )
ระดับคุณภาพ 1 = ปรับปรุง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20

รายวิชา เคมี 2 รหสั วชิ า ว30222 ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4

กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 ปรมิ าณสัมพนั ธ์ เวลา 26 ชวั่ โมง

เรื่อง สมการเคมี เวลา 2 ชั่วโมง

ผสู้ อน นางสาวเกษราพร บริพันธ์ โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สรุ าษฎร์ธานี

แนวคดิ สำคัญ (สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด)
การดุลสมการเคมี คือ การนำเลขสัมประสิทธิ์มาเติมหน้าสูตรของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์

เพอื่ ทำให้จำนวนอะตอมของแต่ละธาตใุ นสารตง้ั ต้นและผลิตภัณฑ์เทา่ กัน

มาตรฐานการเรียนรู้
สาระเคมี 2. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตรา

การเกิด ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏกิ ิริยาเคมี สมบัติและปฏิกริ ิยาของกรด-เบส ปฏิกิรยิ า รีดอกซ์และ
เซลล์เคมีไฟฟา้ รวมทง้ั การนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้

8. แปลความหมายสัญลกั ษณ์ในสมการเคมี เขียนและดลุ สมการเคมขี องปฏิกริ ยิ าเคมีบางชนดิ

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เขยี นและดลุ สมการเคมีของปฏิกริ ิยาเคมบี างชนิดเม่อื ทราบสารตั้งตน้ และผลิตภัณฑ์
2. แปลความหมายสญั ลักษณ์ในสมการเคมี

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. สมการเคมี
2. การดุลสมการเคมี
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. เขียนสมการเคมี
2. ดุลสมการเคมี
3. แปลความหมายสญั ลักษณ์ในสมการเคมี

ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)  5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
 2. ซื่อสัตย์สุจริต  7. รกั ความเป็นไทย
 3. มวี ินัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝ่เรยี นรู้

เบญจวถิ ีกาญจนา
 1. เทิดทนู สถาบัน
 2. กตัญญู
 3. บคุ ลิกดี
 4. มวี นิ ยั
 5. ให้เกยี รติ

สมรรถนะท่ีสำคัญของผู้เรียน
 1. ความสามารถในการส่อื สาร
 2. ความสามารถในการคิด
 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

จดุ เน้นสูก่ ารพฒั นาผู้เรยี น

ความสามารถและทักษะท่ีจำเป็นในการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ

เลขเป็น)

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ ง

กระบวนทัศน์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมอื การ
ทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่อื สาร

สารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี

สารสนเทศและการส่ือสาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
 L1 – Learning (ทักษะการเรยี นรู้)  L2 – Leadership (ทักษะความเป็นผูน้ ำ)

การวัดและประเมนิ ผล

ดา้ นความรู้

ภาระงาน/ช้ินงาน วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑท์ ่ีใช้

ตอบคำถามสะทอ้ น ตรวจคำตอบของคำถาม แบบประเมนิ การ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ความคดิ สะทอ้ นความคิด ดังนี้ ตอบคำถามสะท้อน

1. ความถูกตอ้ งครอบคลุมส่งิ ความคดิ

ทไ่ี ดเ้ รียนรู้

2. ความสมเหตสุ มผล

3. การต้ังคำถามท่ีอยากรู้

แบบฝึกหัด ตรวจความถูกต้องของ แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์คะแนนไม่น้อย

เร่ือง สมการเคมี แบบฝกึ หัด เรื่องสมการเคมี กวา่ ร้อยละ 50

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชนิ้ งาน วิธกี ารวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์ทใ่ี ช้
แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑค์ ะแนนไมน่ อ้ ย
แบบฝกึ หดั วดั ความถกู ตอ้ งของ เรอ่ื ง สมการเคมี กว่ารอ้ ยละ 50

เรื่อง สมการเคมี แบบฝึกหัดเรอื่ ง สมการเคมี

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

ภาระงาน/ วิธีการวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์ท่ีใช้
ชิน้ งาน
ระดบั 4 ดเี ยี่ยม 4คะแนน
- การทำ สังเกตการทำแบบฝึกหัดรายบุคคล แบบสงั เกต = ทำไดท้ ุกตัวชีว้ ดั
แบบฝกึ หดั ตามตวั ชวี้ ดั ตอ่ ไปนี้ พฤติกรรม ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
รายบคุ คล - ความซอื่ สัตย์ = ทำไดม้ าก
- พฤตกิ รรม - ความมวี นิ ัย ระดบั 2 พอใช้ 2 คะแนน
ระหวา่ งเรียน - ความมีเหตผุ ล = ทำไดน้ อ้ ย
- การร่วมแสดงความคิดเห็น ระดับ 1 ตอ้ งปรบั ปรุง
- ยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผ้อู น่ื 1 คะแนน
- การทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ ง = ทำไมไ่ ด้ถงึ ทำได้นอ้ ยมาก
สรา้ งสรรค์

กิจกรรมการเรียนรู้
ใช้กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนร้แู บบสบื สอบ (Inquiry method)

ข้ันนำ

1. ครูแสดงสมการเคมี พรอ้ มทัง้ ใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
Na3PO4(aq) + BaCl2(aq) → Ba3(PO4)2 (s) + NaCl (aq)

1.1 จากสมการเคมีข้างต้น สารใดคือสารตงั้ ต้นและอยู่ในสถานะใดบ้าง
(สารตง้ั ต้นคอื Na3PO4 เป็นสารละลาย และ BaCl2 เปน็ สารละลาย)

1.2 จากสมการเคมีขา้ งตน้ สารใดคอื ผลิตภณั ฑ์และอยู่ในสถานะใดบา้ ง
(ผลติ ภัณฑ์คือ Ba3(PO4)2 เปน็ ของแขง็ และ NaCl เป็นสารละลาย)

1.3 จากสมการข้างตน้ จำนวนอะตอมของแต่ละธาตใุ นสารต้ังต้นและผลิตภัณฑเ์ ทา่ กนั
หรือไม่ (ไม่เทา่ กนั )

2. ครูเกรน่ิ นำเข้าสู่บทเรียนวา่ การเขยี นสมการเคมที ่ีสมบรู ณ์ อะตอมของแตล่ ะธาตุในสารตง้ั
ตน้ และผลติ ภัณฑ์ตอ้ งมีจำนวนเทา่ กัน ซึ่งทำไดโ้ ดยการดลุ สมการเคมี

ขั้นสอน

1. ครูยกตัวอย่างสมการเคมีในการอธิบายเกี่ยวกับการดุลสมการเคมีโดยการน ำเลข

สัมประสิทธิม์ าเตมิ หนา้ สตู รเคมีของสารตัง้ ต้นและผลิตภณั ฑ์เพอื่ ทำใหจ้ ำนวนอะตอมของแต่ละธาตุใน

สารตง้ั ต้นและผลติ ภณั ฑเ์ ท่ากนั ดังนี้

สมการท่ยี ังไมด่ ุล Na3PO4(aq) + BaCl2(aq) → Ba3(PO4)2 (s) + NaCl (aq)

สมการทด่ี ุลแล้ว 2Na3PO4(aq) + 3BaCl2(aq) → Ba3(PO4)2 (s) + 6NaCl (aq)

2. ครูชี้ให้เห็นความแตกต่างระหวา่ งตัวเลขท่อี ยู่ในสตู รเคมกี ับเลขสมั ประสิทธิ์ว่า ตัวเลขทอี่ ยู่
ในสตู รเคมีบอกจำนวนอะตอมหรอื ไอออนในสูตรเคมนี น้ั ๆ สว่ นเลขสมั ประสิทธบิ์ อกจำนวนโมล
หรอื จำนวนอนภุ าคของสารน้นั ๆ ในสมการเคมี

3. ครอู ธิบายสรุปว่า เลขสัมประสทิ ธิ์ในสมการเคมีทีด่ ุลแล้ว แสดงจำนวนโมลของสารใน
สมการเคมี โดยยกตวั อย่างสมการเคมี

2Na3PO4(aq) + 3BaCl2(aq) → Ba3(PO4)2 (s) + 6NaCl (aq)
โซเดียมฟอสเฟต 2 โมล ทำปฏิกิริยาพอดกี ับแบเรียมคลอไรด์ 3 โมล ได้แบเรียมฟอสเฟต 1 โมล และ
โซเดียมคลอไรด์ 6 โมล จากน้นั ครูอธบิ ายเก่ียวกับอัตราสว่ นโดยโมลของสารซึง่ เปน็ อัตราส่วนจำนวน
โมลของสารในสมการเคมีทีด่ ุลแล้ว จะได้ว่าอัตราส่วนโดยโมลของโซเดยี มฟอสเฟตที่ทำปฏิกิริยากับ
แบเรียมคลอไรด์ได้ แบเรยี มฟอสเฟตและโซเดยี มคลอไรดเ์ ทา่ กับ 2 : 3 : 1 : 6

4. ครูอธิบายการดุลสมการเคมีว่าไม่มีลำดับขั้นตอนและวิธีที่เป็นกฎเกณฑ์แน่นอน แต่มี

ขอ้ แนะนำบางประการตามรายละเอยี ดในหนงั สือเรียน พร้อมยกตัวอยา่ งประกอบการอธิบาย รวมท้ัง

อธิบายเพิ่มเตมิ เก่ียวกบั การดลุ สมการเคมขี องปฏิกิริยาท่ีมีไอออนซ่ึงต้องคำนึงถงึ การดุลประจุไฟฟา้ ดว้ ย

5. ครูใช้คำถามนำว่า ในสมการเคมีที่ดุลแล้ว อะตอมของแต่ละธาตุในสารตั้งต้นและ

ผลิตภัณฑ์ มีจำนวนเท่ากัน นักเรียนคิดว่ามวลของสารตัง้ ต้นและผลิตภัณฑ์มีความสมั พนั ธ์กันหรอื ไม่

อย่างไร เพื่อนำเข้าสู่การคำนวณมวลรวมของสารก่อนทำปฏิกิริยาเคมีและมวลรวมของสารหลัง

เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี

6. ครูยกตัวอย่างสมการเคมีของปฏิกิริยาระหว่างโลหะโซเดียมกับแก๊สคลอรีน เกิดเป็น

โซเดียมคลอไรด์ แล้วให้นักเรียนคำนวณมวลรวมของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์จากเลขสัมประสิทธ์ิ

เพอ่ื ใหไ้ ด้ขอ้ สรุปว่า มวลรวมของสารตงั้ ตน้ และผลิตภณั ฑม์ คี ่าเท่ากัน ซึง่ สอดคลอ้ งกบั กฎทรงมวล

7. ครูยกตัวอย่างเพ่ือแสดงการคำนวณเก่ียวกับการใช้กฎทรงมวลหามวลของสารที่เก่ียวข้อง

ในปฏกิ ริ ิยาเคมี

ตวั อย่าง เมื่อละลายโพแทสเซยี มไอโอไดด์ (KI) 1.66 กรัม ในน้ำ แลว้ เตมิ เลด (II) ไนเทรต (Pb(NO3)2)

ลงไป 1.65 กรัม ปรากฏว่าสารทั้งสองชนิดทปฏิกิริยาพอดีกันได้เลด(II) ไอโอไดด์ (PbI2) และ

โพแทสเซยี มไนเทรต (KNO3) ถ้ามี PbI2 เกิดข้ึน 2.30 กรมั จะมี KNO3 เกิดข้นึ กี่กรัม

วธิ ที ำ

จากกฎทรงมวล มวลรวมของสารก่อนเกิดปฏิกิริยาเคมีเท่ากับมวลรวมของสารหลัง

เกดิ ปฏิกิริยาเคมี ดังน้ี

มวลของสารกอ่ นทำปฏกิ ริ ยิ าเคมี = มวลของสารหลังทำปฏกิ ริ ิยาเคมี

มวลของ KI + มวลของ Pb(NO3)2 = มวลของ PbI2 + มวลของ KNO3

1.66 g + 1.65 g = 2.30 g + มวลของ KNO3

มวลของ KNO3 = 1.66 g + 1.65 g – 2.30 g

= 1.01 g

ดังน้นั มี KNO3 เกดิ ขึ้น 1.01 กรมั

ข้ันสรปุ
1. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดเรอื่ งสมการเคมี
2. ครแู ละนักเรยี นเฉลยแบบฝึกหัดเรอ่ื งสมการเคมรี ่วมกัน
3. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายข้อสงสัยเก่ยี วกบั การดุลสมการเคมี

ส่อื /แหล่งเรียนรู้
สอื่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพิม่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ (เคมี) ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 เลม่ 2
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
2. ส่ือ PowerPoint เรื่อง สมการเคมี
3. เอกสารแบบฝกึ หัด เรือ่ ง สมการเคมี

แหลง่ เรียนรู้
1. เวบ็ ไซต์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m4-chem-book2/
2. เว็บไซต์ https://www.scimath.org/ebook-chemistry

ปริมาณสัมพนั ธ์

1. ปฏิกริ ยิ าเคมี
2. สมการเคมี
3. การคำนวณปรมิ าณสารในปฏิกริ ยิ าเคมี

3.1 การคำนวณปริมาณสารทเี่ กี่ยวข้องกับมวล
3.2 การคำนวณปริมาณสารทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับความเขม้ ข้น
3.3 การคำนวณปริมาณสารที่เกย่ี วขอ้ งกับปรมิ าตรของแกส๊
3.4 การคำนวณปริมาณสารในปฏกิ ิรยิ าเคมหี ลายขนั้ ตอน
4. สารกำหนดปรมิ าณ
5. ผลได้ร้อยละ

1 ปฏิกิรยิ าเคมี

ปฏกิ ริ ยิ าเคมี คอื การเปลยี่ นแปลงทีม่ สี ารใหมเ่ กดิ ขนึ้ จากการจัดเรียงตวั ใหม่ของอะตอมธาตุ
โดยชนดิ และจำนวนอะตอมของธาตุไม่เปลย่ี นแปลง ปฏกิ ริ ิยาเคมเี ขยี นแสดงได้ด้วยสมการเคมี

2 สมการเคมี

แบบฝกึ หดั เรอ่ื ง การดุลสมการเคมี

จงดุลสมการตอ่ ไปนี้
1. B2O3(s) + H2O(l) → H3BO3(aq)
2. HNO3(aq) → NO2(aq) + H2O(l) + O2(g)
3. Cu(s) + AgNO3(aq) → Ag(s) + Cu(NO3)2(aq)
4. NH3(g) + O2(g) → NO(g) + H2O(l)
5. C3H6O(l) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l)
6. CO2(g) + H2O(l) → C6H12O6(aq) + O2(g)
7. S(s) + H2SO4(aq) → SO2(g) + H2O(l)
8. Ag(s) + H2S(g) + O2(g) → Ag2S(s) + H2O(g)
9. Na3PO4(aq) + CaCl2(aq) → Ca3(PO4)2(s) + NaCl(aq)
10. NH3(g) + NO(g) → N2(g) + H2O(g)

11. Na2O2(s) + H2O(l) → NaOH(aq) + H2O2(aq)

12. Cu(NO3)2(aq) + NH3(g) + H2O(l) → Cu(OH)2(s) + NH4NO3(aq)

13. SO2(g) + H2S(g) → S8(g) + H2O(g)

14. NaCl(s) + SO2(g) + H2O(g) + O2(g) → Na2SO4(s) + HCl(g)

15. (NH4)2Cr2O7(s) → N2(g) + Cr2O3(s) + H2O(g)

16. P4O10(s) + H2O(l) → H3PO4(aq)

17. สมการเคมตี ่อไปน้ี เม่อื ดุลเสรจ็ แล้วสัมประสิทธ์ิหนา้ สารแตล่ ะตวั จะมีค่าเท่าใดตามลำดับ

Fe2O3 + H2 → Fe + H2O

1. 5 , 3 , 1 , 3 2. 1 , 3 , 2 , 3 3. 2 , 3 , 1 , 2 4. 2 , 3 , 4 , 3

18. สมการเคมีตอ่ ไปน้ี เมอ่ื ดุลเสร็จแลว้ สมั ประสิทธหิ์ น้าสารแต่ละตัวจะมคี า่ เท่าใดตามลำดบั

PCl5(l) + H2O(l) → H3PO4(aq) + HCl(aq)

1. 2 , 3 , 1 , 3 2. 1 , 3 , 2 , 3 3. 1 , 4 , 1 , 5 4. 1 , 3 , 4 , 3

19. สมการเคมตี อ่ ไปน้ี เมอ่ื ดุลเสร็จแล้วสัมประสทิ ธิห์ น้าสารแตล่ ะตัวจะมคี ่าเทา่ ใดตามลำดับ

P4O10 + H2O → H3PO4

1. 2 , 3 , 1 2. 1 , 6 , 4 3. 4 , 1 , 5 4. 3 , 4 , 3

20. สมการเคมีต่อไปนี้ เมื่อดุลเสรจ็ แล้วสัมประสทิ ธิห์ น้าสารแต่ละตัวจะมีคา่ เท่าใดตามลำดบั

Fe2O3 + C → Fe + CO2

1. 5 , 3 , 1 , 3 2. 1 , 3 , 2 , 3 3. 2 , 3 , 1 , 2 4. 2 , 3 , 4 , 3

สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

ด้านความรู้ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
กลมุ่ ผู้เรยี น
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรุง

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งคะแนน
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ดา้ นคุณลกั ษะอันพงึ ประสงค์

กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ

ดี 3

ปานกลาง 2

ปรบั ปรงุ 0-1

บนั ทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ปัญหาทพี่ บระหวา่ งหรอื หลังจัดกิจกรรม

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ..........................................................ผู้สอน
(นางสาวเกษราพร บรพิ นั ธ์)
............/........................../.............

การตรวจสอบและความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 สอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวช้ีวดั ของหลกั สูตรฯ
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
 มีการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง มคี วามหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรยี น
 ใช้สื่อหรือแหลง่ เรยี นร้ทู ีท่ ันสมัยและส่งเสรมิ การเรียนร้ไู ดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
 สอดคล้องตามจดุ เน้นของกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
 ส่งเสรมิ ทกั ษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls  สง่ เสริมเบญจวถิ ีกาญจนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สวุ รรณ)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การตรวจสอบและความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ

 ถูกตอ้ งตามรูปแบบของโรงเรยี น

 ผ่านการนิเทศตรวจสอบจากหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้/กรรมการนเิ ทศ

 ก่อนใช้สอน  หลงั ใช้สอน

 มบี นั ทกึ หลังจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………........

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพง็ สวสั ด์ิ)
หวั หนา้ กล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ลงชอื่ ....................................................................
(นางสาวชณดิ าภา เวชกลุ )

รองผ้อู ำนวยการโรงเรียน กลมุ่ บริหารงานวิชาการ

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
รายวิชา เคมี2 รหัสวิชา ว30222 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่ือง

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมคอ่ นขา้ งบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง

่ืซอสัตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขที่ ผลการประเมนิ

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16

่ืซอสัตย์ สุจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขท่ี ผลการประเมิน

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ ่าน
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

ลงชอ่ื ......................................... ผู้ประเมนิ
(..............................................)

เกณฑ์การประเมนิ ( ชว่ งคะแนน 16 – 20 )
ระดบั คณุ ภาพ 4 = ดีมาก ( ช่วงคะแนน 11 – 15 )
ระดับคณุ ภาพ 3 = ดี ( ช่วงคะแนน 6 – 10 )
ระดับคณุ ภาพ 2 = ปานกลาง ( ช่วงคะแนน 1 – 5 )
ระดับคุณภาพ 1 = ปรับปรุง

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 21

รายวิชา เคมี 2 รหัสวิชา ว30222 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ปริมาณสัมพนั ธ์ เวลา 26 ช่ัวโมง

เร่ือง การคำนวณปรมิ าณสารท่ีเกีย่ วข้องกบั มวลสาร เวลา 2 ชัว่ โมง

ผูส้ อน นางสาวเกษราพร บรพิ ันธ์ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลัย สรุ าษฎร์ธานี

แนวคดิ สำคญั (สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด)
เลขสมั ประสิทธใ์ิ นสมการเคมีบอกถึงจำนวนโมลของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมแี ละสามารถนำมาใช้

ในการคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ของสาร เชน่ มวล ความเขม้ ข้นของสารละลาย ปริมาตรของแก๊ส และ
ใชใ้ นการคำนวณปรมิ าณสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมที ีม่ หี ลายข้นั ตอนได้

มาตรฐานการเรียนรู้
สาระเคมี 2. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตรา

การเกิด ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยา รีดอกซ์และ
เซลล์เคมไี ฟฟ้า รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรียนรู้
9. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีท่เี ก่ยี วข้องกบั มวลสาร

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ิยาเคมีท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั มวลสาร

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. ปรมิ าณสารทเ่ี ก่ียวข้องกบั มวลของสาร
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ระบอุ ัตราสว่ นโดยโมลจากสมการเคมี
2. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิรยิ าเคมีทเ่ี ก่ียวข้องกบั มวลสาร

ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)  5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
 2. ซื่อสัตย์สุจริต  7. รกั ความเป็นไทย
 3. มวี ินัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝ่เรยี นรู้

เบญจวถิ ีกาญจนา
 1. เทิดทนู สถาบัน
 2. กตัญญู
 3. บคุ ลิกดี
 4. มวี นิ ยั
 5. ให้เกยี รติ

สมรรถนะท่ีสำคัญของผู้เรียน
 1. ความสามารถในการส่อื สาร
 2. ความสามารถในการคิด
 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

จดุ เน้นสูก่ ารพฒั นาผู้เรยี น

ความสามารถและทักษะท่ีจำเป็นในการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ

เลขเป็น)

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ ง

กระบวนทัศน์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมอื การ
ทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่อื สาร

สารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี

สารสนเทศและการส่ือสาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
 L1 – Learning (ทักษะการเรยี นรู้)  L2 – Leadership (ทักษะความเป็นผูน้ ำ)

การวดั และประเมนิ ผล

ด้านความรู้

ภาระงาน/ชิน้ งาน วิธกี ารวดั เคร่อื งมือ เกณฑท์ ี่ใช้

ตอบคำถามสะทอ้ น ตรวจคำตอบของคำถาม แบบประเมินการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ความคิด สะทอ้ นความคิด ดังน้ี ตอบคำถามสะท้อน

1. ความถกู ตอ้ งครอบคลุมสิ่ง ความคิด

ทไี่ ดเ้ รยี นรู้

2. ความสมเหตุสมผล

3. การตัง้ คำถามทอ่ี ยากรู้

แบบฝกึ หดั ตรวจความถูกต้องของ แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑค์ ะแนนไม่น้อย
เร่ือง ปรมิ าณ กวา่ ร้อยละ 50
เรอื่ ง ปรมิ าณ แบบฝึกหัด เรือ่ ง ปรมิ าณ สมั พันธ์

สมั พันธ์ สัมพันธ์

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชิ้นงาน วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์ท่ใี ช้
แบบฝกึ หดั ผ่านเกณฑค์ ะแนนไมน่ อ้ ย
แบบฝึกหัด วดั ความถกู ต้องของ เร่อื ง ปริมาณ กว่ารอ้ ยละ 50
สัมพนั ธ์
เรื่อง ปรมิ าณ แบบฝกึ หัดเรอื่ ง ปรมิ าณ

สมั พนั ธ์ สัมพันธ์

ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ภาระงาน/ วธิ กี ารวัด เครือ่ งมือ เกณฑท์ ีใ่ ช้
ชิน้ งาน
ระดับ 4 ดีเยี่ยม 4คะแนน
- การทำ สงั เกตการทำแบบฝกึ หดั รายบุคคล แบบสงั เกต = ทำได้ทุกตัวช้วี ดั
แบบฝกึ หดั ตามตัวชวี้ ัดต่อไปนี้ พฤตกิ รรม ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
รายบคุ คล - ความซอื่ สัตย์ = ทำไดม้ าก
- พฤตกิ รรม - ความมวี นิ ยั ระดบั 2 พอใช้ 2 คะแนน
ระหวา่ งเรียน - ความมเี หตุผล = ทำไดน้ ้อย
- การร่วมแสดงความคิดเหน็ ระดับ 1 ต้องปรับปรุง
- ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อื่น 1 คะแนน
- การทำงานร่วมกบั ผูอ้ ่ืนไดอ้ ยา่ ง = ทำไมไ่ ดถ้ ึงทำได้น้อยมาก
สรา้ งสรรค์

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ใชก้ ระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบสบื สอบ (Inquiry method)

ขั้นนำ

1. นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1.1 ดลุ สมการเคมตี ่อไปนี้
S8 + O2 → SO3
(S8 + 12O2 → 8SO3)
1.2 อตั ราส่วนของกำมะถันท่ที ำปฏกิ ิรยิ ากบั แก๊สออกซิเจนเกดิ เป็นซัลเฟอร์ไตรออกไซด์

เปน็ เท่าไร (1:12:8)
1.3 จากอัตราส่วนโดยโมล 1:12:8 หมายความว่าอย่างไร

(กำมะถัน 1 โมลทำปฏิกิรยิ าพอดกี บั แก๊สออกซเิ จน 12 โมลเกิดเป็นซลั เฟอร์ไตรออกไซด์ 8 โมล)
2. ครูอธิบายต่อไปว่า เมื่อเราทราบจำนวนโมลของสารที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน ก็จะสามารถ

คำนวณปริมาณต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโมล เช่น มวล ความเข้มข้นของสารละลาย ปริมาตรของแก๊ส
และใช้ในการคำนวณปรมิ าณสารในปฏกิ ริ ิยาเคมีท่มี หี ลายขน้ั ตอนได้

ขน้ั สอน
1. ครอู ธิบายความหมายของปริมาณสมั พันธ์วา่ เปน็ การศกึ ษาความสัมพันธ์ระหวา่ งปรมิ าณ

สารตั้งตน้ ท่ใี ช้ไปและปรมิ าณผลติ ภณั ฑ์ทีเ่ กดิ ข้ึนในปฏกิ ิริยาเคมีซึ่งพจิ ารณาไดจ้ ากเลขสมั ประสทิ ธ์ใิ น
สมการเคมี

2. ครูยกตัวอย่างสมการเคมีของปฏิกิริยาระหว่างโลหะโซเดียมกับแก๊สคลอรีน แล้วให้
นักเรียนหาอัตราส่วนโดยโมลของโลหะโซเดียมที่ทำปฏิกิริยากับแก๊สคลอรีนและโซเดียมคลอไรด์ท่ี
เกิดขน้ึ ซ่ึงควรตอบได้วา่ มคี ่าเท่ากับ 2 : 1 : 2 จากนั้นครูทบทวนเก่ยี วกับการเขียนแฟกเตอร์เปล่ียน
หนว่ ยและวิธกี ารเทียบหนว่ ย

3. ครูอธบิ ายการคำนวณจำนวนโมลของสารในสมการเคมี เม่อื กำหนดจำนวนโมลของสารใด
สารหนึ่งดว้ ยวิธีการเทียบหนว่ ยจากอตั ราส่วนโดยโมล โดยยกตวั อย่างประกอบการอธบิ าย
ตวั อย่าง จากปฏิกริ ิยาเคมีต่อไปน้ี

2Al(s) + 3Br2(l) → 2AlBr3(s)
ถา้ ตอ้ งการอะลมู เิ นียมโบรไมด์ (AlBr3) 0.6 โมล จะตอ้ งใชโ้ บรมีน (Br2) กโ่ี มล
วธิ ีทำ จากสมการเคมี Br2 3 โมล เกดิ ปฏกิ ิริยาเคมไี ด้ AlBr3 2 โมล แสดงว่าอัตราส่วนโดยโมลของ
Br2 : AlBr3 = 3:2 ซึ่งเขยี นแฟกเตอร์เปลี่ยนหน่วยทต่ี อ้ งการใชไ้ ดด้ งั นี้

3 mol Br2
2 mol AlBr3

คำนวณโมลของ Br2 ที่จะต้องใช้ เมือ่ ต้องการให้เกิดอะลูมิเนียมโบรไมด์ (AlBr3) 0.6 โมล ได้ดงั นี้
3 mol Br2
โมลของ Br2 = 0.6 mol AlBr3 × 2 mol AlBr3

= 0.9 mol Br2

ดงั นัน้ ถ้าตอ้ งการอะลมู ิเนียมโบรไมด์ (AlBr3) 0.6 โมล จะต้องใช้โบรมนี (Br2) 0.9 โมล

4. ครใู หน้ กั เรียนตอบคำถามเพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ ดงั น้ี

Al(s) + Br2(l) → AlBr3(s)
ถา้ ใช้อะลมู ิเนยี ม 3.0 โมล จะต้องใชโ้ บรมีนในการทำปฏกิ ริ ิยาก่โี มล

จากสมการเคมี 2Al(s) + 3Br2(l) → 2AlBr3(s)

อัตราส่วนโดยโมลของ Al : Br2 2 : 3

ดงั น้นั คำนวณจำนวนโมลของ Br2 ที่ใช้ในการทำปฏิกริ ยิ าเคมีกบั Al 3.0 mol ไดด้ ังน้ี
3 mol Br2
โมลของ Br2 = 3.0 mol Al × 2 mol Al

= 4.5 mol Br2

ดังน้นั ถา้ ใชอ้ ะลมู ิเนยี ม 3.0 โมล จะตอ้ งใช้โบรมีน 4.5 โมล

5. ครูตงั้ คำถามว่า จากอัตราสว่ นโดยโมล เม่ือทราบจำนวนโมลของสาร สามารถเปล่ียนเป็น
ปรมิ าณใดได้บ้าง ซง่ึ ควรตอบได้วา่ จากจำนวนโมลสามารถเปล่ียนเป็นปริมาณอื่น ๆ ได้ เช่น จำนวน
อนุภาค มวล ความเข้มข้นของสารละลาย ปริมาตรของแก๊สที่ STP เพื่อนำเข้าสู่การคำนวณจำนวน
โมลของสารในปฏกิ ิริยาเคมีกบั ปริมาณอื่น ๆ

6. ครูตั้งคำถามว่า ในทางปฏิบัตินิยมวัดปริมาณของสารด้วยวิธีการใด (วัดมวลของสารจาก
การนำสารไปชง่ั เนื่องจากสะดวกตอ่ การวดั )

7. ครทู บทวนความรู้เกยี่ วกับการเปลย่ี นหนว่ ยจากโมลไปเปน็ มวล โดยใช้มวลตอ่ โมล เพ่ือนำ
ไปใช้คำนวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมที ี่เกีย่ วข้องกับมวลสาร โดยใช้อัตราส่วนโดยโมลในการ
หาจำนวนโมลของสารทต่ี ้องการ และใชม้ วลต่อโมลในการเปลี่ยนจำนวนโมลให้เป็นมวลของสาร

8. ครอู ธบิ ายการคำนวณปรมิ าณสารท่เี ก่ียวข้องกับมวล โดยยกตวั อยา่ งประกอบการอธบิ าย
ตวั อย่างท่ี 1 จากปฏิกริ ิยาเคมีต่อไปนี้

Al(s) + Br2(l) → AlBr3(s) (144 กรมั )
ถา้ ตอ้ งการอะลมู ิเนียมโบรไมด์ (AlBr3) 0.6 โมล จะต้องใชโ้ บรมีน (Br2) กก่ี รัม
ตวั อยา่ งท่ี 2 จากปฏิกริ ยิ าเคมีต่อไปนี้

KI(aq) + Pb(NO3)2 → PbI2(s) + KNO3(aq)
จะมีเลด(II)ไอโอไดด์ (PbI2) เกดิ ขึ้นกี่กรัม ถ้าใชโ้ พแทสเซียมไอโอไดด์ (KI) 0.400 โมล (92.2 กรมั )

ตวั อย่างที่ 3 ปฏิกริ ิยาการเผาไหม้มเี ทน (CH4) เกิดข้ึนดงั น้ี (54 กรมั )

CH4(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g)
จงคำนวณมวลของไอน้ำ (H2O) จากปฏกิ ิริยาการเผาไหม้ของมีเทน 24.00 กรมั
ตวั อย่างที่ 4 จากปฏกิ ิรยิ าเคมีต่อไปน้ี

C2H6O(l) + Na(s) → C2H5Na(aq) + H2(g)

จงคำนวณหาปริมาตรของเอทานอล (C2H6O) ทีต่ ้องใชใ้ นปฏกิ ริ ิยาเคมี ถ้าตอ้ งการแกส๊ ไฮโดรเจน (H2)

0.200 โมล เมือ่ ความหนาแน่นของเอทานอลเท่ากับ 0.789 กรมั ต่อมลิ ลิตร (23.3 mL)

9. ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั เร่ืองการคำนวณปริมาณสารท่ีเก่ยี วข้องกบั มวล เพอ่ื ตรวจสอบ
ความเขา้ ใจ

ข้นั สรปุ
1. ครแู ละนักเรยี นเฉลยแบบฝึกหดั เรื่องการคำนวณปรมิ าณสารท่เี ก่ียวข้องกบั มวลรว่ มกัน
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายข้อสงสยั เก่ยี วกับการคำนวณปรมิ าณสารท่เี กยี่ วข้องกับมวล

สอ่ื /แหล่งเรียนรู้
สอื่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ (เคมี) ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 เลม่ 2
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
2. สือ่ PowerPoint เรอ่ื ง การคำนวณปรมิ าณสารท่ีเก่ียวข้องกบั มวล
3. เอกสารแบบฝึกหัด เรอ่ื ง การคำนวณปรมิ าณสารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั มวล
แหล่งเรียนรู้
1. เว็บไซต์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m4-chem-book2/
2. เว็บไซต์ https://www.scimath.org/ebook-chemistry

3 การคำนวณปริมาณสารในปฏกิ ิริยาเคมี

ตัวอย่าง จากปฏกิ ริ ิยาเคมีตอ่ ไปน้ี
Al(s) + Br2(l) → AlBr3(s)

ถ้าต้องการอะลมู เิ นยี มโบรไมด์ (AlBr3) 0.6 โมล จะต้องใช้โบรมนี (Br2) กี่โมล

Al(s) + Br2(l) → AlBr3(s)
ถา้ ใช้อะลมู ิเนียม 3.0 โมล จะตอ้ งใชโ้ บรมนี ในการทำปฏกิ ริ ยิ ากโี่ มล

3.1 การคำนวณปรมิ าณสารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับมวล
1. จากปฏิกริ ยิ าเคมตี อ่ ไปนี้

Al(s) + Br2(l) → AlBr3(s)
ถ้าตอ้ งการอะลมู เิ นยี มโบรไมด์ (AlBr3) 0.6 โมล จะต้องใช้โบรมีน (Br2) กี่กรมั

2. จากปฏกิ ิริยาเคมีต่อไปน้ี
KI(aq) + Pb(NO3)2 → PbI2(s) + KNO3(aq)

จะมีเลด(II)ไอโอไดด์ (PbI2) เกดิ ขนึ้ กี่กรมั ถา้ ใช้โพแทสเซียมไอโอไดด์ (KI) 0.400 โมล

3. ปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้มเี ทน (CH4) เกดิ ข้ึนดังน้ี
CH4(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g)

จงคำนวณมวลของไอนำ้ (H2O) จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ของมีเทน 24.00 กรัม

4. จากปฏกิ ิริยาเคมีตอ่ ไปนี้
C2H6O(l) + Na(s) → C2H5Na(aq) + H2(g)

จงคำนวณหาปริมาตรของเอทานอล (C2H6O) ท่ีต้องใชใ้ นปฏกิ ิรยิ าเคมี ถ้าตอ้ งการแกส๊ ไฮโดรเจน (H2)
0.200 โมล เมอื่ ความหนาแนน่ ของเอทานอลเทา่ กับ 0.789 กรัมต่อมลิ ลิตร

5. เมอื่ ผ่านแก๊สคลอรีนลงในสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซดท์ ่รี อ้ นเกิดปฏกิ ิริยาเคมีดงั สมการ
3Cl2(g) + 6KOH (aq) → 5KCl(aq) + KClO3(aq) +3H2O(l)

จงคำนวณ
6.1 จำนวนโมลของ KClO3 ท่เี กิดขน้ึ เม่อื ใช้แก๊สคลอรนี 1.86 โมล

6.2 มวลของ KOH เมอื่ ตอ้ งการ KCl 0.450 โมล

6. การผลิตกรดฟอสฟอริก (H3PO4) เพอ่ื การคา้ จะใช้ปฏิกิริยาเคมดี ังสมการ
Ca3(PO4)2(s) + 3H2SO4(aq) + 6H2O(l) → 3CaSO4∙2H2O (s)+ 2H3PO4(aq)

จงคำนวณมวลของกรดซลั ฟิวรกิ เข้มข้น ทตี่ อ้ งใช้ทำปฏิกริ ยิ าพอดกี ับแคลเซียมฟอสเฟต 100.00 กรมั

7. แอสไพริน (C9H8O4) สังเคราะห์ไดจ้ ากปฏกิ ิรยิ าเคมรี ะหว่างกรดซาลซิ ลิ ิก (C7H6O3)
และแอซีตกิ แอนไฮไดรด์ (C4H6O3) ดงั สมการ

C7H6O3(s) + C4H6O3(l) → C9H8O4(s) + C2H4O2(l)
ถ้าใชก้ รดซาลิซลิ ิก 500 กรัม จงคำนวณ
7.1 มวลของแอสไพรนิ ที่เกิดขน้ึ จากปฏกิ ิรยิ าเคมี

7.2 ปรมิ าตรของแอซตี ิกแอนไฮไดรดท์ ต่ี อ้ งใชใ้ นการทำปฏิกริ ยิ าเคมี เม่อื แอซีตกิ แอนไฮไดรดม์ คี วาม
หนาแนน่ 1.082 กรัมต่อมลิ ลลิ ติ ร

8. เมือ่ นำสารประกอบโบรไมดข์ องโลหะ A ท่ีมสี ูตร ABr4 3.06 กรมั ทำปฏิกริ ยิ าพอดกี บั สารละลาย
ซลิ เวอรไ์ นเตรตไดส้ ารประกอบซิลเวอรโ์ บรไมดซ์ ่ึงเปน็ ของแข็ง 5.0 กรัมและสารละลาย A(NO3)4 จง
คำนวณหามวลอะตอมของโลหะ A

9. สารประกอบคลอไรด์ของโลหะ M (MCln) ทำปฏิกริ ิยากับสารละลายกรดซลั ฟิวรกิ ดังสมการเคมี
2MCln(s) + nH2SO4(aq) → M2(SO4) (aq) + 2nHCl(aq)

ถ้าใช้สารประกอบคลอไรดข์ องโลหะ M มวล 3.48 กรัม ทำปฏกิ ริ ยิ ากบั สารละลายกรดซัลฟิวรกิ มาก
เกนิ พอ จะไดแ้ กส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์มวล 2.95 กรมั เมื่อกำหนดให้ M คือโลหะทม่ี มี วลอะตอมเทา่ กับ
30.4 กรัม จงคำนวณหาค่า n ในสมการเคมีของปฏกิ ริ ยิ าน้ี

10.ปฏิกริ ยิ าการผลิตเอทานอลจากกลโู คสเกิดขน้ึ ดังสมการ
C6H12O6 → CO2 + C2H5OH

ถ้าต้องการผลติ เอทานอลทีม่ คี วามหนาแนน่ 0.8 กรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ปริมาตร 3.45 ลูกบาศก์
เซนติเมตร ต้องใชก้ ลโู คสกี่กิโลกรัม (9 วิชาสามญั ม.ค. 56)

11. แก๊สอะเซทลี ีนซง่ึ ใชใ้ นการบม่ ผลไมใ้ หส้ ุกเตรยี มไดจ้ ากปฏกิ ิริยาระหว่างแคลเซยี มคาร์ไบด์ (CaC2)
กบั น้ำดงั สมการ

CaC2(s) + 2H2O (l) → C2H2(g) + Ca(OH)2 (aq)
ถ้านำถา่ นแกส๊ 5.00 กรัมซึง่ มี CaC2 รอ้ ยละ 80.0 โดยมวลมาทำปฏิกิรยิ ากับนำ้ มากเกนิ พอ
จะไดแ้ กส๊ อะเซทีลนี กก่ี รมั (9 วิชาสามัญ 61)

สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

ด้านความรู้ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
กลมุ่ ผู้เรยี น
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรุง

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งคะแนน
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ดา้ นคุณลกั ษะอันพงึ ประสงค์

กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ

ดี 3

ปานกลาง 2

ปรบั ปรงุ 0-1

บนั ทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ปัญหาทพี่ บระหวา่ งหรอื หลังจัดกิจกรรม

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ..........................................................ผู้สอน
(นางสาวเกษราพร บรพิ นั ธ์)
............/........................../.............

การตรวจสอบและความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 สอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวช้ีวดั ของหลกั สูตรฯ
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
 มีการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง มคี วามหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรยี น
 ใช้สื่อหรือแหลง่ เรยี นร้ทู ีท่ ันสมัยและส่งเสรมิ การเรียนร้ไู ดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
 สอดคล้องตามจดุ เน้นของกระทรวงศกึ ษาธิการ สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
 ส่งเสรมิ ทกั ษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls  สง่ เสริมเบญจวถิ ีกาญจนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สวุ รรณ)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การตรวจสอบและความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ

 ถูกตอ้ งตามรูปแบบของโรงเรยี น

 ผ่านการนิเทศตรวจสอบจากหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้/กรรมการนเิ ทศ

 ก่อนใช้สอน  หลงั ใช้สอน

 มบี นั ทกึ หลังจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………........

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพง็ สวสั ด์ิ)
หวั หนา้ กล่มุ บรหิ ารวชิ าการ


Click to View FlipBook Version