The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เกษราพร ว30222 หน่วยที่ 6 ปริมาณสัมพันธ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เกษราพร ว30222 หน่วยที่ 6 ปริมาณสัมพันธ์

เกษราพร ว30222 หน่วยที่ 6 ปริมาณสัมพันธ์

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 28

รายวชิ า เคมี 2 รหัสวิชา ว30222 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 ปรมิ าณสัมพนั ธ์ เวลา 26 ช่วั โมง

เรอื่ ง สารกำหนดปริมาณ เวลา 2 ชั่วโมง

ผูส้ อน นางสาวเกษราพร บรพิ ันธ์ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี

แนวคดิ สำคญั (สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด)
ปฏิกริ ิยาเคมที ส่ี ารตัง้ ตน้ ทำปฏิกิรยิ าไมพ่ อดกี ัน สารต้งั ตน้ ทท่ี ำปฏกิ ิรยิ าหมดก่อนเรียกวา่

สารกำหนดปรมิ าณ (limiting reagent) ซ่งึ เป็นสารที่กำหนดปริมาณผลิตภัณฑ์ทเ่ี กิดข้ึน และปริมาณ
สารตงั้ ต้นอน่ื ทที่ ำปฏิกิรยิ าไปเมอื่ สิน้ สดุ ปฏกิ ริ ยิ า
มาตรฐานการเรยี นรู้

สาระเคมี 2. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตรา
การเกิด ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏกิ ิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยา รีดอกซ์และ
เซลลเ์ คมไี ฟฟา้ รวมทั้งการนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้
13. ระบสุ ารกำหนดปรมิ าณ และคำนวณปรมิ าณสารต่างๆในปฏิกิริยาเคมี

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบุสารกำหนดปริมาณ
2. คำนวณปรมิ าณสารต่างๆในปฏกิ ิริยาเคมี

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. สารกำหนดปรมิ าณ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ระบสุ ารกำหนดปริมาณ
2. คำนวณปริมาณสารต่างๆในปฏกิ ิริยาเคมี

ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)  5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
 2. ซื่อสัตย์สุจริต  7. รกั ความเป็นไทย
 3. มวี ินัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝ่เรยี นรู้

เบญจวถิ ีกาญจนา
 1. เทิดทนู สถาบัน
 2. กตัญญู
 3. บคุ ลิกดี
 4. มวี นิ ยั
 5. ให้เกยี รติ

สมรรถนะท่ีสำคัญของผู้เรียน
 1. ความสามารถในการส่อื สาร
 2. ความสามารถในการคิด
 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

จดุ เน้นสูก่ ารพฒั นาผู้เรยี น

ความสามารถและทักษะท่ีจำเป็นในการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ

เลขเป็น)

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ ง

กระบวนทัศน์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมอื การ
ทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่อื สาร

สารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี

สารสนเทศและการส่ือสาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
 L1 – Learning (ทักษะการเรยี นรู้)  L2 – Leadership (ทักษะความเป็นผูน้ ำ)

การวัดและประเมินผล

ดา้ นความรู้

ภาระงาน/ชนิ้ งาน วธิ กี ารวัด เครอื่ งมอื เกณฑ์ทีใ่ ช้

ตอบคำถามสะทอ้ น ตรวจคำตอบของคำถาม แบบประเมินการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ความคิด สะท้อนความคิด ดังนี้ ตอบคำถามสะท้อน

1. ความถูกตอ้ งครอบคลุมส่ิง ความคิด

ทไี่ ดเ้ รียนรู้

2. ความสมเหตสุ มผล

3. การตงั้ คำถามที่อยากรู้

แบบฝึกหดั เรอ่ื ง ตรวจความถกู ต้องของ แบบฝกึ หัด เรื่อง ผ่านเกณฑค์ ะแนนไม่น้อย
สารกำหนดปริมาณ กว่ารอ้ ยละ 50
สารกำหนดปริมาณ แบบฝกึ หดั เรื่อง สารกำหนด

ปริมาณ

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชิ้นงาน วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์ท่ใี ช้

แบบฝึกหดั เรือ่ ง วดั ความถูกต้องของ แบบฝึกหัด เรือ่ ง ผา่ นเกณฑ์คะแนนไมน่ อ้ ย

สารกำหนดปริมาณ แบบฝึกหดั เรอ่ื ง สารกำหนด สารกำหนดปริมาณ กว่าร้อยละ 50

ปรมิ าณ

ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ภาระงาน/ วธิ กี ารวัด เครื่องมือ เกณฑ์ท่ีใช้
ชน้ิ งาน
ระดบั 4 ดีเยี่ยม 4คะแนน
- การทำ สังเกตการทำแบบฝกึ หดั รายบุคคล แบบสังเกต = ทำได้ทกุ ตวั ชี้วัด
แบบฝึกหดั ตามตวั ชี้วดั ต่อไปน้ี พฤตกิ รรม ระดบั 3 ดี 3 คะแนน
รายบคุ คล - ความซ่อื สัตย์ = ทำได้มาก
- พฤติกรรม - ความมวี ินยั ระดับ 2 พอใช้ 2 คะแนน
ระหว่างเรยี น - ความมีเหตุผล = ทำไดน้ ้อย
- การร่วมแสดงความคิดเหน็ ระดบั 1 ตอ้ งปรับปรุง
- ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู ่นื 1 คะแนน
- การทำงานร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้อย่าง = ทำไมไ่ ด้ถงึ ทำได้น้อยมาก
สร้างสรรค์

กิจกรรมการเรียนรู้

ใช้กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้แู บบสืบสอบ (Inquiry method)

ข้นั นำ

1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง สารกำหนดปริมาณ โดยใช้คำถามว่า
นักเรียนทราบหรือไมว่ า่ ปฏิกริ ิยาเคมที ม่ี ปี ริมาณของสารต้ังตน้ บางชนิดมากกวา่ สดั ส่วนที่ทำปฏิกิริยา
พอดกี ันตามสมการเคมีจะเปน็ อยา่ งไร (จะมีสารบางชนดิ ทีท่ ำปฏกิ ิรยิ าหมดกอ่ นสารอื่น)

2. ครูกำหนดบทบาทสมมติ โดยยกตัวอย่างการทำแซนดว์ ิช โดยกำหนดให้การทำแซนด์วิช
1 ชิ้น ต้องใช้ขนมปัง 2 แผน่ ผักกาด 1 ชิ้น และแฮม 2 ช้ิน แตม่ วี ตั ถดุ ิบในการทำแซนด์วิชเปน็ ขนมปัง
19 แผ่น ผักกาด 10 ชิ้น และแฮม 20 ชิ้น จากนั้นให้นักเรียนลองทำแซนด์วิชจริง หรือลองวาดภาพ
แซนด์วชิ ทจี่ ะทำได้ และร่วมกันอภิปรายว่าวตั ถุดิบทีม่ ีสามารถทำแซนด์วิชไดก้ ี่ชนิ้ ครูใช้คำถามวา่ จาก
วัตถุดิบท่ีมีให้ นักเรยี นสามารถทำแซนด์วิชได้กีช่ ิ้น เพราะอะไร (ทำแซนด์วิชได้ 9 ชิ้น เนื่องจากขนม
ปงั หมดก่อน จงึ มีวตั ถดุ บิ ไม่เพยี งพอในการทำแซนด์วิชชิ้นตอ่ ไป)

3. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำแซนด์วิชว่า ถ้าเปรียบวัตถุดิบแต่ละชนิด (ขนมปัง
ผักกาด และแฮม) เป็นสารตั้งต้นในการเกิดปฏิกิรยาเคมี แล้วเข้ามาทำปฏิกิริยากัน จนได้ผลิตภัณฑ์
เป็นแซนด์วิชออกมา จำนวนแซนด์วิชที่ทำได้จะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่มีปริมาณน้อยที่สุด หากวัตถุดิบ
ชนิดใดหมดลงกอ่ น ก็จะสามารถทำแซนดว์ ชิ ได้พอดีกบั จำนวนของวัตถดุ ิบท่ีหมดลงกอ่ น เปรยี บได้กับ
สารเคมีบางชนดิ ทีท่ ำปฏิกิรยิ ากันไมพ่ อดี สารเคมใี ดหมดก่อน ปฏกิ ิรยิ ากจ็ ะส้ินสดุ ลง

ข้นั สอน
1. ครูอธิบายเกี่ยวกบั ปฏกิ ริ ยิ าเคมที ่มี ปี รมิ าณของสารตั้งต้นบางชนิดมากกว่าอตั ราส่วนท่ี

ทำปฏิกิริยาพอดีกันตามสมการเคมีและสารกำหนดปริมาณซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ทำปฏิกิริยาหมดก่อน
สารอ่ืน จงึ เปน็ สารทก่ี ำหนดปริมาณผลิตภัณฑท์ ่เี กดิ ขนึ้

2. ครูให้นักเรียนพิจารณารูปภาพ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีระหว่างแก๊สไฮโดรเจนและแก๊ส
ออกซิเจน ที่มีปริมาณแก๊สไฮโดรเจนมากกว่าอัตราส่วนที่ทำปฏิกิริยาพอดีกันตามสมการ แล้วให้
นักเรยี นตอบคำถามเพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ

2.1 สารตงั้ ต้นใดเป็นสารกำหนดปริมาณ (แกส๊ ออกซเิ จนเปน็ สารกำหนดปริมาณ)

2.2 เมอื่ ส้ินสุดปฏิกริ ยิ า มนี ำ้ เกิดขึ้นกโ่ี มเลกลุ (เมื่อปฏิกริ ิยาสน้ิ สดุ มนี ำ้ เกดิ ขน้ึ 4 โมเลกุล)

2.3 เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา มีสารตั้งต้นใดที่เหลืออยู่ และเหลืออยู่ปริมาณเท่าใด (เมื่อ

ปฏกิ ริ ยิ าสิ้นสุดมแี กส๊ ไฮโดรเจนเหลือ 2 โมเลกลุ )

2.4 ถ้าให้แก๊สไฮโดรเจน 6 โมล ทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน 2 โมล จะเกิดน้ำกี่กรัม

(72.08 กรัม)

3. ครูแสดงสมการเคมขี องปฏกิ ิริยาระหว่างแกส๊ ไฮโดรเจนและแก๊สออกซเิ จนได้น้ำ ดงั น้ี

2H2(g) + O2(g) → 2H2O(l)
จากน้นั ครอู ธิบายสรุปเกี่ยวกับปฏกิ ริ ิยาในรูปภาพตัวอย่างข้างต้น โดยเชื่อมโยงกบั สมการเคมีว่า จาก

สมการเคมี แกส๊ ไฮโดรเจน 2 โมลทำปฏิกริ ยิ าพอดกี ับแก๊สออกซิเจน 1 โมล เกิดเป็นน้ำ 2 โมล ดังน้ัน

ถ้ามีแก๊สไฮโดรเจน 6 โมล จะต้องใช้แก๊สออกซเิ จน 3 โมล แต่ถ้าในปฏิกิริยามีแก๊สออกซิเจนเพียง 2

โมล แกส๊ ออกซเิ จนจึงทำปฏกิ ริ ิยาหมดและเปน็ สารำหนดปรมิ าณ โดยใชแ้ ก๊สไฮโดรเจนไปเพยี ง 4 โมล

เทา่ นน้ั เมื่อสิน้ สุดปฏิกริ ยิ าจึงไดน้ ำ้ 4 โมลหรอื 72.08 กรมั และเหลอื แก๊สไฮโดรเจน 2 โมล

4. ครนู ำอภิปรายโดยต้งั คำถามว่า ในกรณที ป่ี ริมาณของสารตัง้ ต้นบางชนดิ มากกวา่ อัตราส่วน

ที่ทำปฏกิ ริ ิยาพอดีกนั ตามสมการเคมีจะคำนวณปริมาณผลิตภัณฑ์และสารตั้งตน้ ที่เหลือได้อยา่ งไร ซึ่ง

ควรสรุปได้ว่า ต้องหาสารกำหนดปริมาณก่อน โดยคำนวณว่าสารใดที่ทำปฏิกิริยาหมด แล้วใช้สาร

กำหนดปรมิ าณในการคำนวณปริมาณผลิตภัณฑ์และสารตง้ั ตน้ ท่เี หลอื

5. ครยู กตัวอย่างการคำนวณเรือ่ งสารกำหนดปรมิ าณประกอบการอธบิ าย

ตัวอย่างที่ 1 สังกะสแี ละกำมะถันนำมาทำปฏิกริ ิยากนั เกดิ ซงิ ค์ซลั ไฟด์ (ZnS) ซ่งึ เปน็ สารตัวหน่งึ ทใ่ี ช้

เป็นสารเรืองแสงที่เคลอื บผิวด้านในของหลอดภาพโทรทศั น์ ถ้าให้สังกะสี 29.25 กรัม ทำปฏิกริ ิยากับ

กำมะถนั 16.0 กรมั เมื่อปฏกิ ิรยิ าสน้ิ สุดลงอยา่ งสมบูรณ์ จะมสี ารใดเหลือและเหลือกีก่ รมั

(กำหนดมวลอะตอม Zn=65 S=32) (S , 1.6)

ตัวอยา่ งท่ี 2 ปฏิกริ ิยาระหว่างสาร A กับสาร B เปน็ ไปตามสมการ A + 2B → 3C + D เมอ่ื นำ

สาร A 5 กรัม มาทำปฏิกริ ิยากบั สาร B 10 กรมั จะเกดิ สาร C 18 กรัม ถา้ มวลโมเลกุลของสาร A

และ B เท่ากับ 25 และ 30 ตามลำดบั จงหามวลโมเลกุลของสาร C (30)

ตวั อยา่ งที่ 3 ปฏิกริ ิยา

MgO + 2HCl → MgCl2 + H2O
จากการทดลองตามสมการดงั กลา่ ว พบว่า MgO 1 mol/L 100 cm3 ทำปฏกิ ริ ยิ ากับ HCl

0.2 mol/L 40 cm3 จะได้ตะกอน MgCl2 เกิดขนึ้ ก่ีกรัม (Mg=24 Cl=35.5) (0.38)

ข้นั สรปุ
1. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เรือ่ งสารกำหนดปริมาณ
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยและอภปิ รายข้อสงสัยเกี่ยวกบั เรื่องสารกำหนดปริมาณ

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้
ส่ือการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ (เคมี) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เล่ม 2
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
2. ส่ือ PowerPoint เรือ่ ง สารกำหนดปริมาณ
3. เอกสารแบบฝึกหดั เรอ่ื ง สารกำหนดปรมิ าณ
แหลง่ เรยี นรู้
1. เวบ็ ไซต์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m4-chem-book2/
2. เวบ็ ไซต์ https://www.scimath.org/ebook-chemistry

4 สารกำหนดปริมาณ

สารกำหนดปรมิ าณ (limiting reagent) คือ สารตั้งต้นที่ทำปฏกิ ริ ิยาหมดกอ่ นสารอ่ืน จะ
เป็นสารท่ีกำหนดปรมิ าณผลติ ภัณฑท์ ่ีเกดิ ขึน้ ส่วนสารตง้ั ตน้ ทม่ี ปี รมิ าณมากเกินพอจะทำปฏิกริ ิยาไม่
หมดและเหลอื อยใู่ นปฏกิ ิรยิ า

1. สังกะสีและกำมะถันนำมาทำปฏิกิริยากันเกิดซิงค์ซัลไฟด์ (ZnS) ซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งที่ใช้เป็นสาร
เรืองแสงทเ่ี คลือบผิวดา้ นในของหลอดภาพโทรทัศน์ ถา้ ใหส้ ังกะสี 29.25 กรัม ทำปฏิกริ ยิ ากับกำมะถัน
16.0 กรมั เม่ือปฏกิ ริ ิยาสนิ้ สุดลงอยา่ งสมบรู ณ์ จะมีสารใดเหลอื และเหลือกกี่ รัม (Zn=65 S=32)

(S , 1.6)

2. ปฏิกริ ิยาระหวา่ งสาร A กบั สาร B เปน็ ไปตามสมการ A + 2B → 3C + D เมอ่ื นำสาร A 5 กรมั

มาทำปฏิกิริยากับสาร B 10 กรัม จะเกิดสาร C 18 กรมั ถา้ มวลโมเลกุลของสาร A และ B เทา่ กับ 25

และ 30 ตามลำดับ จงหามวลโมเลกุลของสาร C (30)

3. ปฏกิ ิรยิ า MgO + 2HCl → MgCl2 + H2O
จากการทดลองตามสมการดังกลา่ ว พบว่า MgO 1 mol/L 100 cm3 ทำปฏิกริ ิยากับ HCl
0.2 mol/L 40 cm3 จะได้ตะกอน MgCl2 เกิดข้นึ ก่ีกรมั (กำหนดมวลอะตอม Mg=24 Cl=35.5) (0.38)

4. จงหาจำนวนโมลของ O2 ที่ใช้ในการเผาไหมฟ้ อสฟอรสั แลว้ ทำให้เกิด P4O6 จำนวน 11.0 กรัม

(กำหนดมวลอะตอม P=31 O=16) (0.15)

5. สาร XCl2 หนกั 0.237 กรมั ละลายนำ้ 15.0 cm3 เตมิ สารละลาย AgNO3 เข้มข้น 1.0 mol/dm3
ปริมาตร 10.0 cm3 เกดิ ตะกอน AgCl หนกั 0.717 กรมั จงหามวลอะตอมของ X

(กำหนดมวลอะตอม Ag=108.2 Cl=35.5) (24)

XCl2(aq) + 2AgNO3(aq) → 2AgCl(s) + X(NO3)2 (aq)

6. ถา้ นำเบนซีน (C6H6) จำนวน 15.6 กรมั ทำปฏิกิรยิ ากับกรดไนทรกิ (HNO3) จำนวนมากเกินพอ
จะเกิดไนโตรเบนซีน (C6H5NO2) ก่กี รัม (กำหนดมวลอะตอม H=1 C=12 N=14 O=16) (24.6 กรมั )

7. ปฏกิ ริ ิยาเคมตี อ่ ไปน้ี
2 Mg(s) + O2(g) → 2MgO(s)

ถา้ โลหะแมกนีเซยี ม (Mg) จำนวน 6 โมล ทำปฏิกิริยากบั แกส๊ ออกซิเจน (O2) จำนวน 2.5 โมล
จงคำนวณ

1.1 สารกำหนดปริมาณ และจำนวนโมลของสารทเี่ หลือ

1.2 มวลของแมกนเี ซียมออกไซด์ (MgO) ที่เกิดขึน้ (Mg=14 O=16)

8. ถา้ ใหแ้ ก๊สมีเทน (CH4) ปริมาณ 8 กรัม เกิดปฏกิ ริ ิยาการเผาไหมก้ บั แก๊สออกซิเจน (O2) ปริมาณ 48 กรัม
ดังสมการเคมี (กำหนดมวลอะตอม H=1 C=12 N=14 O=16)

CH4(g) + 2O2(g) → CO2(g) + 2H2O(g)

จงคำนวณ

2.1 สารกำหนดปรมิ าณ และมวลของสารที่เหลอื

2.2 ปริมาตรของแกส๊ CO2 ท่ีเกิดขึน้ ที่ STP

สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

ด้านความรู้ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
กลมุ่ ผู้เรยี น
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรุง

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งคะแนน
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ดา้ นคุณลกั ษะอันพงึ ประสงค์

กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ

ดี 3

ปานกลาง 2

ปรบั ปรงุ 0-1

บนั ทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ปัญหาทพี่ บระหวา่ งหรอื หลังจัดกิจกรรม

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ..........................................................ผู้สอน
(นางสาวเกษราพร บรพิ นั ธ์)
............/........................../.............

การตรวจสอบและความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 สอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวช้ีวดั ของหลกั สูตรฯ
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
 มีการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง มคี วามหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรยี น
 ใช้สื่อหรือแหลง่ เรยี นร้ทู ีท่ ันสมัยและส่งเสรมิ การเรียนร้ไู ดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
 สอดคล้องตามจดุ เน้นของกระทรวงศกึ ษาธิการ สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
 ส่งเสรมิ ทกั ษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls  สง่ เสริมเบญจวถิ ีกาญจนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สวุ รรณ)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การตรวจสอบและความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ

 ถูกตอ้ งตามรูปแบบของโรงเรยี น

 ผ่านการนิเทศตรวจสอบจากหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้/กรรมการนเิ ทศ

 ก่อนใช้สอน  หลงั ใช้สอน

 มบี นั ทกึ หลังจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………........

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพง็ สวสั ด์ิ)
หวั หนา้ กล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ลงชอื่ ....................................................................
(นางสาวชณดิ าภา เวชกลุ )

รองผ้อู ำนวยการโรงเรียน กลมุ่ บริหารงานวิชาการ

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
รายวิชา เคมี2 รหัสวิชา ว30222 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่ือง

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมคอ่ นขา้ งบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง

่ืซอสัตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขที่ ผลการประเมนิ

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16

่ืซอสัตย์ สุจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขท่ี ผลการประเมิน

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ ่าน
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

ลงชอ่ื ......................................... ผู้ประเมนิ
(..............................................)

เกณฑ์การประเมนิ ( ชว่ งคะแนน 16 – 20 )
ระดบั คณุ ภาพ 4 = ดีมาก ( ช่วงคะแนน 11 – 15 )
ระดับคณุ ภาพ 3 = ดี ( ช่วงคะแนน 6 – 10 )
ระดับคณุ ภาพ 2 = ปานกลาง ( ช่วงคะแนน 1 – 5 )
ระดับคุณภาพ 1 = ปรับปรุง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 29

รายวชิ า เคมี 2 รหัสวิชา ว30222 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 ปรมิ าณสัมพนั ธ์ เวลา 26 ช่วั โมง

เรอื่ ง สารกำหนดปริมาณ เวลา 2 ชั่วโมง

ผูส้ อน นางสาวเกษราพร บรพิ ันธ์ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี

แนวคดิ สำคญั (สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด)
ปฏิกริ ิยาเคมที ส่ี ารตัง้ ตน้ ทำปฏิกิรยิ าไมพ่ อดกี ัน สารต้งั ตน้ ทท่ี ำปฏกิ ิรยิ าหมดก่อนเรียกวา่

สารกำหนดปรมิ าณ (limiting reagent) ซ่งึ เป็นสารที่กำหนดปริมาณผลิตภัณฑ์ทเ่ี กิดข้ึน และปริมาณ
สารตงั้ ต้นอน่ื ทที่ ำปฏิกิรยิ าไปเมอื่ สิน้ สดุ ปฏกิ ริ ยิ า
มาตรฐานการเรยี นรู้

สาระเคมี 2. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตรา
การเกิด ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏกิ ิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยา รีดอกซ์และ
เซลลเ์ คมไี ฟฟา้ รวมทั้งการนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้
13. ระบสุ ารกำหนดปรมิ าณ และคำนวณปรมิ าณสารต่างๆในปฏิกิริยาเคมี

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบุสารกำหนดปริมาณ
2. คำนวณปรมิ าณสารต่างๆในปฏกิ ิริยาเคมี

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. สารกำหนดปรมิ าณ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ระบสุ ารกำหนดปริมาณ
2. คำนวณปริมาณสารต่างๆในปฏกิ ิริยาเคมี

ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)  5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
 2. ซ่ือสัตย์สุจริต  7. รักความเป็นไทย
 3. มวี นิ ัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝ่เรยี นรู้

เบญจวถิ ีกาญจนา
 1. เทิดทนู สถาบนั
 2. กตัญญู
 3. บุคลกิ ดี
 4. มวี ินยั
 5. ให้เกยี รติ

สมรรถนะท่ีสำคัญของผูเ้ รียน
 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
 2. ความสามารถในการคิด
 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

จุดเน้นสู่การพฒั นาผ้เู รียน

ความสามารถและทกั ษะท่ีจำเป็นในการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ

เลขเปน็ )

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
และทกั ษะในการแก้ปญั หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่าง

กระบวนทศั น์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การ
ทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสือ่ สาร

สารสนเทศและร้เู ท่าทันสอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี

สารสนเทศและการสือ่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นร)ู้
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
 L1 – Learning (ทกั ษะการเรยี นรู)้  L2 – Leadership (ทกั ษะความเปน็ ผ้นู ำ)

การวัดและประเมินผล

ดา้ นความรู้

ภาระงาน/ชนิ้ งาน วธิ กี ารวัด เครอื่ งมอื เกณฑ์ทีใ่ ช้

ตอบคำถามสะทอ้ น ตรวจคำตอบของคำถาม แบบประเมินการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ความคิด สะท้อนความคิด ดังนี้ ตอบคำถามสะท้อน

1. ความถูกตอ้ งครอบคลุมส่ิง ความคิด

ทไี่ ดเ้ รียนรู้

2. ความสมเหตสุ มผล

3. การตงั้ คำถามที่อยากรู้

แบบฝึกหดั เรอ่ื ง ตรวจความถกู ต้องของ แบบฝกึ หัด เรื่อง ผ่านเกณฑค์ ะแนนไม่น้อย
สารกำหนดปริมาณ กว่ารอ้ ยละ 50
สารกำหนดปริมาณ แบบฝกึ หดั เรื่อง สารกำหนด

ปริมาณ

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชิ้นงาน วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์ท่ใี ช้

แบบฝึกหดั เรือ่ ง วดั ความถูกต้องของ แบบฝึกหัด เรือ่ ง ผา่ นเกณฑ์คะแนนไมน่ อ้ ย

สารกำหนดปริมาณ แบบฝึกหดั เรอ่ื ง สารกำหนด สารกำหนดปริมาณ กว่าร้อยละ 50

ปรมิ าณ

ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ภาระงาน/ วธิ กี ารวัด เครื่องมือ เกณฑ์ท่ีใช้
ชน้ิ งาน
ระดบั 4 ดีเยี่ยม 4คะแนน
- การทำ สังเกตการทำแบบฝกึ หดั รายบุคคล แบบสังเกต = ทำได้ทกุ ตวั ชี้วัด
แบบฝึกหดั ตามตวั ชี้วดั ต่อไปน้ี พฤตกิ รรม ระดบั 3 ดี 3 คะแนน
รายบคุ คล - ความซ่อื สัตย์ = ทำได้มาก
- พฤติกรรม - ความมวี ินยั ระดับ 2 พอใช้ 2 คะแนน
ระหว่างเรยี น - ความมีเหตุผล = ทำไดน้ ้อย
- การร่วมแสดงความคิดเหน็ ระดบั 1 ตอ้ งปรับปรุง
- ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู ่นื 1 คะแนน
- การทำงานร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้อย่าง = ทำไมไ่ ด้ถงึ ทำได้น้อยมาก
สร้างสรรค์

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ใช้กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบสอบ (Inquiry method)

ข้ันนำ

1. ครูตง้ั คำถามใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเรอ่ื ง สารกำหนดปรมิ าณ ดังนี้
1.1 สารกำหนดปริมาณคืออะไร (การทดลองในห้องปฏิบัติการเคมี ปฏิกิริยาเคมีใน

ชวี ติ ประจำวนั หรือในอุตสาหกรรม การผลติ สารเคมีชนิดต่าง ๆ โดยท่วั ไปจะมปี ริมาณของสารตั้งต้น
บางชนิดมากกว่าสดั ส่วนทีท่ ำปฏกิ ิริยาพอดีกันตามสมการเคมี สารตั้งต้นท่ีทำปฏิกิริยาหมดก่อนสาร
อื่นจะเป็นสารท่ีกำหนดปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึน้ )

1.2 ถ้าปริมาณของสารตั้งต้นบางชนิดมากกว่าสัดส่วนที่ทำปฏิกิริยาพอดีกันตาม

สมการเคมี จะหาสารกำหนดปริมาณได้อย่างไร และจะคำนวณปริมาณสารตั้งต้นที่เหลือและ
ผลติ ภณั ฑ์ได้อย่างไร (ตอ้ งหาสารกำหนดปรมิ าณก่อน โดยคำนวณวา่ สารใดทท่ี ำปฏิกิริยาหมด แล้วใช้
สารกำหนดปริมาณในการคำนวณปริมาณสารตงั้ ต้นที่เหลอื และผลิตภัณฑ์)

ข้นั สอน

1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของสารใน

ปฏกิ ริ ยิ าเคมี เชน่

ตัวอย่างที่ 1 นำแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) 16 กรัม และแก๊สไฮโดรเจนซลั ไฟด์ (H2S) 17 กรัม
มาทำปฏกิ ิรยิ ากนั เมื่อเกิดปฏกิ ริ ิยาอย่างสมบรู ณ์ จะเหลอื สารใด และเหลืออยกู่ ก่ี รมั

กำหนดปฏกิ ริ ิยาท่เี กดิ ขน้ึ ให้ ดงั น้ี

SO2 (g) + 2H2S (g) 3S (s) + 2H2O (l)

(แนวตอบ : SO2 16 g = 16 =0.25 mol
64
1
H2S 17 g = 34 =0.5 mol

สมการ SO2 (g) + 2H2S (g) 3S (s) + 2H2O (l)
--
เริม่ ต้น 0.25 0.5 mol

เปล่ียนแปลง -0.25 -0.5 +0.75 +0.5 mol

คงเหลอื - - +0.75 +0.5 mol

ดังน้ัน แกส๊ SO2 และแกส๊ H2S ทำปฏิกิรยิ ากันพอดี และไม่มีสารใดเหลอื )

ตัวอย่างท่ี 2 กรดไฮโดรคลอริก (HCl) ทำปฏิกิริยากับแคลเซยี มคาร์บอเนต (CaCO3) ดงั สมการ

HCl (aq) + CaCO3 (s) CaCl2 (aq) + CO2 (g) + H2O (l) (สมการยังไมด่ ุล)

จะเกิดแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) กีก่ รัม เม่ือใช้กรดไฮโดรคลอรกิ 0.5 โมล ทำปฏิกิริยากับแคลเซียม

คารบ์ อเนต 75 กรัม

(แนวตอบ : สมการที่ดุลแล้วเปน็ ดังน้ี

2HCl (aq) + CaCO3 (s) CaCl2 (aq) + CO2 (g) + H2O (l)

CaCO3 75 g = 75 = 0.75 mol
100
สมการ 2HCl (aq) + CaCO3 (s) CaCl2 (aq) + CO2 (g) + H2O (l)

เริ่มตน้ 0.5 0.75 - - - mol

เปล่ยี นแปลง -0.5 -0.25 +0.25 +0.25 +0.25 mol

คงเหลือ - +0.5 +0.25 +0.25 +0.25 mol

ดังน้นั เกดิ CaCl2 = 0.25 × 110 = 27.75 กรมั )

2. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดเรือ่ งสารกำหนดปริมาณ (ตอ่ )

ขัน้ สรุป
1. ครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยและอภิปรายข้อสงสัยเกย่ี วกบั เร่ืองสารกำหนดปริมาณ
2. ครูให้นักเรียนคน้ คว้าบทความหรือคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกีย่ วกับสารกำหนดปริมาณแลว้

สรปุ เปน็ ใบความรู้ จากนั้นเลอื กตัวแทนออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรียน และอภิปรายรว่ มกัน

สือ่ /แหลง่ เรียนรู้
ส่อื การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวชิ าเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ (เคมี) ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
2. สือ่ PowerPoint เร่ือง สารกำหนดปรมิ าณ
3. เอกสารแบบฝึกหัด เรือ่ ง สารกำหนดปริมาณ
แหล่งเรียนรู้
1. เว็บไซต์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m4-chem-book2/
2. เวบ็ ไซต์ https://www.scimath.org/ebook-chemistry

4 สารกำหนดปริมาณ

สารกำหนดปรมิ าณ (limiting reagent) คือ สารตั้งต้นที่ทำปฏิกริ ยิ าหมดกอ่ นสารอน่ื จะ
เป็นสารท่ีกำหนดปรมิ าณผลติ ภัณฑท์ ่ีเกดิ ขึน้ ส่วนสารตง้ั ตน้ ท่มี ปี รมิ าณมากเกินพอจะทำปฏิกิรยิ าไม่
หมดและเหลอื อยใู่ นปฏกิ ิรยิ า

1. สังกะสีและกำมะถันนำมาทำปฏิกิริยากันเกิดซิงค์ซัลไฟด์ (ZnS) ซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งที่ใช้เป็นสาร
เรืองแสงทเ่ี คลือบผิวดา้ นในของหลอดภาพโทรทัศน์ ถา้ ใหส้ ังกะสี 29.25 กรัม ทำปฏกิ ริ ิยากบั กำมะถัน
16.0 กรมั เม่ือปฏกิ ริ ิยาสนิ้ สุดลงอยา่ งสมบรู ณ์ จะมีสารใดเหลอื และเหลือกกี่ รัม (Zn=65 S=32)

(S , 1.6)

2. ปฏิกริ ิยาระหวา่ งสาร A กบั สาร B เปน็ ไปตามสมการ A + 2B → 3C + D เม่ือนำสาร A 5 กรมั

มาทำปฏิกิริยากับสาร B 10 กรัม จะเกิดสาร C 18 กรมั ถา้ มวลโมเลกุลของสาร A และ B เทา่ กับ 25

และ 30 ตามลำดับ จงหามวลโมเลกุลของสาร C (30)

3. ปฏกิ ิรยิ า MgO + 2HCl → MgCl2 + H2O
จากการทดลองตามสมการดังกลา่ ว พบว่า MgO 1 mol/L 100 cm3 ทำปฏิกริ ิยากับ HCl
0.2 mol/L 40 cm3 จะได้ตะกอน MgCl2 เกิดข้นึ ก่ีกรมั (กำหนดมวลอะตอม Mg=24 Cl=35.5) (0.38)

4. จงหาจำนวนโมลของ O2 ที่ใช้ในการเผาไหมฟ้ อสฟอรสั แลว้ ทำให้เกิด P4O6 จำนวน 11.0 กรัม

(กำหนดมวลอะตอม P=31 O=16) (0.15)

5. สาร XCl2 หนกั 0.237 กรมั ละลายนำ้ 15.0 cm3 เตมิ สารละลาย AgNO3 เข้มข้น 1.0 mol/dm3
ปริมาตร 10.0 cm3 เกดิ ตะกอน AgCl หนกั 0.717 กรมั จงหามวลอะตอมของ X

(กำหนดมวลอะตอม Ag=108.2 Cl=35.5) (24)

XCl2(aq) + 2AgNO3(aq) → 2AgCl(s) + X(NO3)2 (aq)

6. ถา้ นำเบนซีน (C6H6) จำนวน 15.6 กรมั ทำปฏิกิรยิ ากับกรดไนทรกิ (HNO3) จำนวนมากเกินพอ
จะเกิดไนโตรเบนซีน (C6H5NO2) ก่กี รัม (กำหนดมวลอะตอม H=1 C=12 N=14 O=16) (24.6 กรมั )

7. ปฏกิ ริ ิยาเคมตี อ่ ไปน้ี
2 Mg(s) + O2(g) → 2MgO(s)

ถา้ โลหะแมกนีเซยี ม (Mg) จำนวน 6 โมล ทำปฏิกิริยากบั แกส๊ ออกซิเจน (O2) จำนวน 2.5 โมล
จงคำนวณ

1.1 สารกำหนดปริมาณ และจำนวนโมลของสารทเี่ หลือ

1.2 มวลของแมกนเี ซียมออกไซด์ (MgO) ที่เกิดขึน้ (Mg=14 O=16)

8. ถา้ ใหแ้ ก๊สมีเทน (CH4) ปริมาณ 8 กรัม เกิดปฏกิ ริ ิยาการเผาไหมก้ บั แก๊สออกซิเจน (O2) ปริมาณ 48 กรัม
ดังสมการเคมี (กำหนดมวลอะตอม H=1 C=12 N=14 O=16)

CH4(g) + 2O2(g) → CO2(g) + 2H2O(g)

จงคำนวณ

2.1 สารกำหนดปรมิ าณ และมวลของสารที่เหลอื

2.2 ปริมาตรของแกส๊ CO2 ท่ีเกิดขึน้ ที่ STP

สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

ด้านความรู้ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
กลมุ่ ผู้เรยี น
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรุง

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งคะแนน
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ดา้ นคุณลกั ษะอันพงึ ประสงค์

กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ

ดี 3

ปานกลาง 2

ปรบั ปรงุ 0-1

บนั ทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ปัญหาทพี่ บระหวา่ งหรอื หลังจัดกิจกรรม

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ..........................................................ผู้สอน
(นางสาวเกษราพร บรพิ นั ธ์)
............/........................../.............

การตรวจสอบและความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 สอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวช้ีวดั ของหลกั สูตรฯ
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
 มีการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง มคี วามหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรยี น
 ใช้สื่อหรือแหลง่ เรยี นร้ทู ีท่ ันสมัยและส่งเสรมิ การเรียนร้ไู ดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
 สอดคล้องตามจดุ เน้นของกระทรวงศกึ ษาธิการ สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
 ส่งเสรมิ ทกั ษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls  สง่ เสริมเบญจวิถีกาญจนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สวุ รรณ)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การตรวจสอบและความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ

 ถูกตอ้ งตามรูปแบบของโรงเรยี น

 ผ่านการนิเทศตรวจสอบจากหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้/กรรมการนเิ ทศ

 ก่อนใช้สอน  หลงั ใช้สอน

 มบี นั ทกึ หลังจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………........

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพง็ สวสั ด์ิ)
หวั หนา้ กล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ลงชอื่ ....................................................................
(นางสาวชณดิ าภา เวชกลุ )

รองผ้อู ำนวยการโรงเรียน กลมุ่ บริหารงานวิชาการ

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
รายวิชา เคมี2 รหัสวิชา ว30222 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่ือง

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมคอ่ นขา้ งบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง

่ืซอสัตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขที่ ผลการประเมนิ

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16

่ืซอสัตย์ สุจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขท่ี ผลการประเมิน

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ ่าน
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

ลงชอ่ื ......................................... ผู้ประเมนิ
(..............................................)

เกณฑ์การประเมนิ ( ชว่ งคะแนน 16 – 20 )
ระดบั คณุ ภาพ 4 = ดีมาก ( ช่วงคะแนน 11 – 15 )
ระดับคณุ ภาพ 3 = ดี ( ช่วงคะแนน 6 – 10 )
ระดับคณุ ภาพ 2 = ปานกลาง ( ช่วงคะแนน 1 – 5 )
ระดับคุณภาพ 1 = ปรับปรุง

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 30

รายวชิ า เคมี 2 รหัสวชิ า ว30222 ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 ปรมิ าณสมั พนั ธ์ เวลา 26 ชั่วโมง

เรือ่ ง ผลได้รอ้ ยละ เวลา 2 ช่ัวโมง

ผู้สอน นางสาวเกษราพร บริพันธ์ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สรุ าษฎร์ธานี

แนวคดิ สำคัญ (สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด)
ในปฏิกิรยิ าเคมสี ว่ นใหญ่มีผลิตภณั ฑ์ทเี่ กิดขึ้นจริงนอ้ ยกวา่ ผลไดต้ ามทฤษฎีทคี่ ำนวณไดจ้ าก

สารกำหนดปริมาณตามสมการเคมีผลไดร้ ้อยละคือการเปรียบเทียบผลได้จริงกบั ผลไดต้ ามทฤษฎเี ป็น
ร้อยละ ซ่ึงสามารถบอกถงึ ประสิทธิภาพของการทำปฏิกริ ิยา

มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระเคมี 2. เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตรา

การเกิด ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏกิ ิริยาเคมี สมบัติและปฏิกริ ิยาของกรด-เบส ปฏิกิริยา รีดอกซ์และ
เซลลเ์ คมไี ฟฟ้า รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรียนรู้
14. คำนวณผลไดร้ อ้ ยละของผลติ ภัณฑใ์ นปฏกิ ิริยาเคมี

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายวิธกี ารหาผลไดร้ อ้ ยละได้
2. คำนวณหาผลได้ร้อยละจากการทดลองได้

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. ผลได้รอ้ ยละ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1. อธิบายวธิ กี ารหาผลไดร้ ้อยละได้
2. คำนวณหาผลไดร้ อ้ ยละจากการทดลองได้

ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)  5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
 2. ซ่ือสัตย์สุจริต  7. รักความเป็นไทย
 3. มวี นิ ัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝ่เรยี นรู้

เบญจวถิ ีกาญจนา
 1. เทิดทนู สถาบนั
 2. กตัญญู
 3. บุคลกิ ดี
 4. มวี ินยั
 5. ให้เกยี รติ

สมรรถนะท่ีสำคัญของผูเ้ รียน
 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
 2. ความสามารถในการคิด
 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

จุดเน้นสู่การพฒั นาผ้เู รียน

ความสามารถและทกั ษะท่ีจำเป็นในการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics (คดิ

เลขเปน็ )

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
และทกั ษะในการแก้ปญั หา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่าง

กระบวนทศั น์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การ
ทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสือ่ สาร

สารสนเทศและร้เู ท่าทันสอ่ื )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี

สารสนเทศและการสือ่ สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้)
 C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
 L1 – Learning (ทกั ษะการเรยี นรู)้  L2 – Leadership (ทกั ษะความเปน็ ผ้นู ำ)

การวดั และประเมินผล

ดา้ นความรู้

ภาระงาน/ชน้ิ งาน วธิ กี ารวัด เคร่อื งมอื เกณฑท์ ่ใี ช้

ตอบคำถามสะทอ้ น ตรวจคำตอบของคำถาม แบบประเมินการ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ความคดิ สะท้อนความคดิ ดงั น้ี ตอบคำถามสะทอ้ น

1. ความถกู ต้องครอบคลุมสิ่ง ความคดิ

ทไ่ี ดเ้ รียนรู้

2. ความสมเหตุสมผล

3. การต้ังคำถามท่อี ยากรู้

แบบฝึกหัด เร่อื ง ตรวจความถูกตอ้ งของ แบบฝกึ หัด เร่ือง ผา่ นเกณฑค์ ะแนนไมน่ อ้ ย

ผลได้รอ้ ยละ แบบฝึกหัด เร่อื ง ผลได้รอ้ ยละ ผลไดร้ ้อยละ กว่าร้อยละ 50

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชน้ิ งาน วิธกี ารวัด เครื่องมือ เกณฑ์ที่ใช้
ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่นอ้ ย
แบบฝึกหัด เร่อื ง วดั ความถกู ต้องของ แบบฝกึ หดั เร่อื ง กวา่ รอ้ ยละ 50

ผลได้ร้อยละ แบบฝกึ หดั เรือ่ ง ผลได้รอ้ ยละ ผลไดร้ อ้ ยละ

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ภาระงาน/ วิธกี ารวดั เคร่ืองมือ เกณฑท์ ีใ่ ช้
ชิน้ งาน
ระดบั 4 ดเี ยีย่ ม 4คะแนน
- การทำ สงั เกตการทำแบบฝึกหัดรายบุคคล แบบสังเกต = ทำได้ทกุ ตวั ชีว้ ดั
แบบฝกึ หดั ตามตัวชีว้ ัดตอ่ ไปน้ี พฤตกิ รรม ระดบั 3 ดี 3 คะแนน
รายบุคคล - ความซื่อสัตย์ = ทำไดม้ าก
- พฤติกรรม - ความมีวนิ ยั ระดับ 2 พอใช้ 2 คะแนน
ระหว่างเรียน - ความมีเหตผุ ล = ทำได้นอ้ ย
- การรว่ มแสดงความคิดเห็น ระดบั 1 ตอ้ งปรับปรงุ
- ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู ่นื 1 คะแนน
- การทำงานร่วมกับผอู้ ื่นได้อยา่ ง = ทำไมไ่ ดถ้ ึงทำไดน้ อ้ ยมาก
สรา้ งสรรค์

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบสบื สอบ (Inquiry method)

ขน้ั นำ

1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง ผลได้ร้อยละ โดยใช้คำถามว่า นักเรียน
ทราบหรือไม่ว่า ในทางปฏิบัติปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจริงมีค่าเท่ากับผลที่คำนวณไดต้ ามทฤษฎี
หรือไม่ (ไมเ่ ทา่ กัน)

2. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมเกีย่ วกับการวดั ประสทิ ธิภาพของปฏิกริ ิยา ซ่ึงแสดงดว้ ยผลไดร้ อ้ ยละ
ซึ่งเปน็ การเปรยี บเทียบผลได้จรงิ กบั ผลไดต้ ามทฤษฎีเป็นร้อยละ

ขั้นสอน

1. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับผลได้ตามทฤษฎีว่าเป็นปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่คำนวณได้จากสาร

กำหนดปรมิ าณตามสมการเคมี ส่วนผลไดจ้ รงิ เป็นปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจรงิ รวมท้ังสาเหตุท่ีทำ

ให้ผลได้จริงมีค่านอ้ ยกว่าผลได้ตามทฤษฎี จากนั้นอธิบายเก่ียวกับการวัดประสิทธิภาพของปฏิกิรยิ า

โดยการแสดงด้วยผลไดร้ ้อยละ ซง่ึ เปน็ การเปรยี บเทยี บผลได้จริงกับผลไดต้ ามทฤษฎเี ปน็ ร้อยละ

2. ครูใช้คำถามว่า นักเรียนทราบหรือไมว่ ่า ผลได้จริงสว่ นใหญ่มีค่านอ้ ยกว่าผลได้ตามทฤษฎี

ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งมาจากสาเหตุใดบ้าง (ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์หรือมี

ปฏิกริ ิยาข้างเคยี งทไี่ ม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ หรอื เกดิ การสูญหายของผลิตภัณฑร์ ะหวา่ งกระบวนการ

เก็บหรือแยกผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ความผิดพลาดในการวดั ปริมาณผลิตภัณฑ์ระหวา่ งการทดลองยัง

อาจทำให้ผลได้จรงิ มคี ่านอ้ ยหรอื มากกวา่ ผลได้ตามทฤษฎี)

3. ครอู ธิบายเพมิ่ เติมเกีย่ วกบั ประสทิ ธภิ าพของการทำปฏกิ ิริยาอาจวัดได้จากการเปรยี บเทียบ

ผลได้จริงกับผลได้ตามทฤษฎีเป็นร้อยละ ซึ่งเรียกว่า ผลได้ร้อยละ (percent yield, % yield) ซึ่งมี

ความสัมพันธ์ ดังนี้

ผลไดร้ อ้ ยละ = ผลไดจ้ รงิ (กรมั หรอื โมล) × 100
ผลไดต้ ามทฤษฎี (กรมั หรอื โมล)

4. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารคำนวณผลไดร้ ้อยละ โดยยกตวั อย่างประกอบ เพ่ือใหน้ ักเรยี นมีความเข้าใจ

เกย่ี วกบั ผลไดร้ อ้ ยละ ดังนี้

ตัวอย่าง ถ้านำเบนซีน (C6H6) จำนวน 15.6 กรัม มาทำปฏิกิรยิ ากับกรดไนตรกิ (HNO3) จำนวนมาก
เกินพอ พบว่าเกิดไนโตรเบนซีน (C6H5NO2) 18.0 กรัม จงหาผลได้ร้อยละของปฏกิ ิริยาที่เกดิ ขึ้นเปน็
ดงั น้ี

C6H6 (l) + HNO3 (aq) → C6H5NO2 (l) + H2O (l)
วิธที ำ

ขัน้ ที่ 1 หามวลของไนโตรเบนซีนตามทฤษฎี

คำนวณมวลของ C6H5NO2 จาก C6H6 15.6 g โดยใชว้ ิธเี ทียบหนว่ ยได้ ดังน้ี

มวลของ C6H5NO2 = 15.6 g C6H6 × 1 mol C6H6 × 1 mol C6H5NO2 × 123.12 g C6H5NO2
78.12 g C6H6 1 mol C6H6 1 mol C6H5NO2

= 24.6 g C6H5NO2

นั่นคอื มวลของไนโตรเบนซีนตามทฤษฎีเท่ากบั 24.6 กรมั

ข้นั ที่ 2 หาผลไดร้ อ้ ยละ

ผลไดร้ ้อยละ = ผลได้จรงิ × 100
ผลได้ตามทฤษฎี
18.0 g
= 24.6 g × 100

= 73.2

ดังนั้น ปฏิกริ ยิ านีม้ ีผลได้ร้อยละเท่ากบั 73.2

5. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรอ่ื งผลไดร้ ้อยละ เพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจ

ขน้ั สรุป
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยและอภปิ รายขอ้ สงสยั เก่ียวกบั เรื่องผลไดร้ อ้ ยละ
2. ครูตั้งคำถามใหน้ ักเรยี นร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกบั ผลได้รอ้ ยละ ดงั นี้
2.1 ผลไดต้ ามทฤษฎีและผลไดจ้ ริงคอื อะไร (ปรมิ าณของผลิตภณั ฑ์ทค่ี ำนวณได้จาก

สารกำหนดปรมิ าณตามสมการเคมี เรียกว่า ผลได้ตามทฤษฎี แตใ่ นทางปฏิบัตปิ ริมาณของผลิตภัณฑ์ที่
เกดิ จรงิ เรยี กวา่ ผลได้จรงิ สว่ นใหญม่ ีค่านอ้ ยกว่าผลไดต้ ามทฤษฎี)

2.2 ผลได้ร้อยละคืออะไร (ประสิทธิภาพของการทำปฏิกิริยา อาจวัดได้จากการ
เปรยี บเทยี บผลได้จรงิ กับผลไดต้ ามทฤษฎีเปน็ รอ้ ยละ ซงึ่ เรยี กว่า ผลได้ร้อยละ)

ส่อื /แหล่งเรียนรู้
สอื่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวชิ าเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ (เคมี) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เลม่ 2
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
2. ส่ือ PowerPoint เร่ือง ผลไดร้ ้อยละ
3. เอกสารแบบฝึกหดั เรอื่ ง ผลไดร้ ้อยละ
แหลง่ เรียนรู้
1. เว็บไซต์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m4-chem-book2/
2. เวบ็ ไซต์ https://www.scimath.org/ebook-chemistry

5 ผลไดร้ อ้ ยละ

ผลได้รอ้ ยละ (% yield) เปน็ การเปรยี บเทียบปริมาณของผลิตภัณฑ์ทไี่ ด้จากการปฏิบัติจรงิ
(ผลได้จรงิ ) เทียบกับปรมิ าณของผลิตภัณฑท์ ี่ไดจ้ ากการคำนวณตามสมการ (ผลไดต้ ามทฤษฎี)

ผลได้รอ้ ยละ = ผลได้จรงิ (กรัม/โมล) × 100
ผลได้ตามทฤษฎี (กรัม/โมล)

1. แอสไพรนิ (Acetylsalicylic acid) ซ่งึ ใช้เป็นยาแกป้ วด เตรียมได้จากปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งกรดซาลซิ ิ
ลิกกับแอนซีตกิ แอนไฮไดรด์ ดังสมการ

C7H6O3 + C4H6O3 → C9H8O4 + C2H4O2
กรดซาลซิ ลิ ิก แอซติ ิกแอนไฮไดรด์ แอสไพริน กรดแอซีตกิ

ถา้ ใช้กรดซาลิซลิ กิ 2.00 กรัม ทำปฏิกริ ิยากับแอซิติกแอนไฮไดรด์ 4.00 กรัม เกิดเป็นแอสไพรนิ

2.21 กรมั จงคำนวณหาผลได้ร้อยละของแอสไพรนิ (H=1 C=12 O=16) (85%)

2. น้ำมนั ระกำ (methyl salicylate) เตรยี มไดจ้ ากปฏกิ ิริยาต่อไปนี้

C7H6O3(s) + CH4O(l) → C8H8O3(l) + H2O(l)
กรดซาลซิ ลิ ิก เมทานอล น้ำมนั ระกำ

จากการทดลองพบวา่ เมือ่ ใชก้ รดซาลซิ ิลิก 15.0 กรมั ทำปฏิกิริยาเคมีกับเมทานอล 11.20 กรมั จะได้
น้ำมนั ระกำ 12.4 กรมั จงหาผลได้รอ้ ยละจากการทดลองนี้ (H=1 C=12 O=16) (75.15%)

3. ไนโตรเบนซนี (C6H5NO2) เป็นสารท่ีใชม้ ากในอุตสาหกรรมการทำสเี ตรยี มได้จากปฏกิ ิรยิ าเคมี
ระหวา่ งเบนซนี (C6H6) กับกรดไนทรกิ (HNO3) ดังสมการเคมีต่อไปน้ี (H=1 C=12 N=14 O=16)

C6H6(l) + HNO3(aq) → C6H5NO2(l) + H2O(l)
ถา้ ใช้เบนซนี 20.30 กรัม ทำปฏิกริ ิยากบั กรดไนทริกมากเกนิ พอ จะเกดิ ไนโตรเบนซนี ก่กี รมั และถ้าได้
ไนโตรเบนซีนเพียง 28.7 กรัม ผลผลิตทไี่ ด้คดิ เปน็ ร้อยละเทา่ ใด (32.01 กรมั , 89.7%)

4. แกส๊ แอมโมเนยี ทำปฏิกริ ิยาเคมีกบั แก๊สไฮโดรเจนคลอไรดไ์ ดแ้ อมโมเนียมคลอไรด์ ซ่งึ เป็นของแขง็ สี
ขาว ถ้าใชแ้ อมโมเนยี 0.200 กรมั จงคำนวณ (H=1 N=14 Cl=35.5)

4.1 มวลของแอมโมเนยี มคลอไรดท์ เี่ กดิ ขึน้ (0.629 กรัม)

4.2 ผลไดร้ ้อยละของปฏกิ ริ ยิ าเคมี ถ้ามแี อมโมเนียมคลอไรดเ์ กดิ ขึน้ 0.20 กรัม (32%)

5. พจิ ารณาปฏกิ ิรยิ าสมมตติ ่อไปน้ี

2A + 3B → C

จากการทดลองเริม่ ตน้ ดว้ ยสาร A และสาร B ปรมิ าณตา่ งๆ กนั พบวา่ ผลไดร้ ้อยละจะเท่ากับ 80

เสมอ ถ้าตอ้ งการผลติ สาร C 160 กรมั โดยเรม่ิ ต้นจากสาร B 500 กรัม จะต้องใช้สาร A อย่างน้อย

ทสี่ ุดเท่าใด เมอ่ื กำหนดใหม้ วลโมเลกลุ ของ A=200 B=500 C= 1000 (80 กรัม)

สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

ด้านความรู้ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
กลมุ่ ผู้เรยี น
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรุง

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งคะแนน
ดี
ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ดา้ นคุณลกั ษะอันพงึ ประสงค์

กลมุ่ ผเู้ รยี น ชว่ งระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ

ดี 3

ปานกลาง 2

ปรบั ปรงุ 0-1

บนั ทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ปัญหาทพี่ บระหวา่ งหรอื หลังจัดกิจกรรม

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ..........................................................ผู้สอน
(นางสาวเกษราพร บรพิ นั ธ์)
............/........................../.............

การตรวจสอบและความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 สอดคลอ้ งกับมาตรฐานและตัวช้ีวดั ของหลกั สูตรฯ
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
 มีการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง มคี วามหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรยี น
 ใช้สื่อหรือแหลง่ เรยี นร้ทู ีท่ ันสมัยและส่งเสรมิ การเรียนร้ไู ดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
 สอดคล้องตามจดุ เน้นของกระทรวงศกึ ษาธิการ สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
 ส่งเสรมิ ทกั ษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls  สง่ เสริมเบญจวถิ ีกาญจนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สวุ รรณ)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การตรวจสอบและความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ

 ถูกตอ้ งตามรูปแบบของโรงเรยี น

 ผ่านการนิเทศตรวจสอบจากหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้/กรรมการนเิ ทศ

 ก่อนใช้สอน  หลงั ใช้สอน

 มบี นั ทกึ หลังจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………........

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพง็ สวสั ด์ิ)
หวั หนา้ กล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ลงชอื่ ....................................................................
(นางสาวชณดิ าภา เวชกลุ )

รองผ้อู ำนวยการโรงเรียน กลมุ่ บริหารงานวิชาการ

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
รายวิชา เคมี2 รหัสวิชา ว30222 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่ือง

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมคอ่ นขา้ งบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง

่ืซอสัตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขที่ ผลการประเมนิ

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16

่ืซอสัตย์ สุจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ัมนในการงาน
ีม ิจตสาธารณะ

รวม
เลขท่ี ผลการประเมิน

4 4 4 4 4 20 ผ่าน ไมผ่ ่าน
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

ลงชอ่ื ......................................... ผู้ประเมนิ
(..............................................)

เกณฑ์การประเมนิ ( ชว่ งคะแนน 16 – 20 )
ระดบั คณุ ภาพ 4 = ดีมาก ( ช่วงคะแนน 11 – 15 )
ระดับคณุ ภาพ 3 = ดี ( ช่วงคะแนน 6 – 10 )
ระดับคณุ ภาพ 2 = ปานกลาง ( ช่วงคะแนน 1 – 5 )
ระดับคุณภาพ 1 = ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version