The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dear_nps, 2022-03-18 02:10:53

สัมมนาสัตวศาสตร์ 2-2564

สัมมนา 2-2564

Animal Science
RMUTI-Surin

ประจำภาคเรียนที่ 2/2564

ภเอากคสเราียรปนรที่ะก2/อ2บ5ก6า4รสัมมนา

สัมมนาสัตวศาสตร์ระดับปริญญาตรี

ผู้ประสานรายวิชา ผู้รวบรวม
ทิวากร อำพาพล สุวรรณา พยอมหอม

คำนำ

วิชาสัมมนา Animal Science Seminar เปนวิชาท่ีฝกใหนักศึกษาไดรจู ักคนควา และรวบรวมเอกสารทาง
วิชาการตาง ๆ ท่นี กั ศกึ ษามีความสนใจในเรื่องทไี่ ดคนควา และสามารถนาเอกสารท่ีรวบรวมมาเขยี นบทความทาง
วิชาการ สามารถใชศลิ ปะการพดู และการนาเสนอบทความตอท่ีประชุมไดอยางดี มีลาดบั ขน้ั ตอน พรอมทง้ั สามารถ
ใชโสตทศั นูปกรณตางง ๆ ในการนาเสนอบทความทางวิชาการได และเพอ่ื ใหนกั ศึกษาไดรูจกั การใชความคิด การ
โตแยงอยางมเี หตผุ ล การเสนอความคิดเห็นทางวิชาการไดอยางชดั เจน และมีอางองิ หลกั ฐานในการพดู ไดอยางถกู วิธี
รวมถึงการฝกความรับผิดชอบตองานท่ีไดรับมอบหมายอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่ งในการจัดทาหนังสือเลมนี้ มี
จดุ ประสงคเพือ่ รวบรวมบทความวชิ าการทางสัตวศาสตรของนกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี สาขาสัตวศาสตร เพ่ือเปน
ประโยชนตอการศกึ ษาคนควา หรือเปนตวั อยางตอนกั ศึกษาสัตวศาสตรทจ่ี ะเรียนวิชาสมั มนาในเทอมตอไป

วทิ ยาศาสตรบัณฑิต สาขาสตั วศาสตร
ผจู ดั ทาและเรยี บเรียง

สำรบัญ หนำ

ชื่อเรอื่ ง 1-16
17-25
1. การใชดกั แดไหมเปนแหลงโปรตีนในอาหารสตั วปก 26-33
2. การเพม่ิ ระดบั โปรตนี ท่ไี มยอยสะลายในกระเพราะหมักในโคนมโดยใชแทนนนิ 34-44
3. ประสทิ ธภิ าพการใชเปลือกมันลางตอการผลติ สตั วเคยี้ วเออ้ื ง
4. การใชแลคติกแอซดิ แบคทเี รียในสตั วเค้ยี วเอื้อง 45-52
5. คาสหสมั พนั ธระหวางน้าหนักตวั ตอการเจริญเติบโต คณุ ภาพซาก และการเจริญพนั ธุในแตระยะ
ของโคเน้อื 53-59
6. การตานยาปฏิชีวนะของเช้อื แบคทีเรียในกระบอื 60-68
7. ประสิทธิภาพการเสรมิ โปรไบโอติกตอสมถรรถภาพการผลติ ไกเนื้อ 69-77
8. การตานยาปฏชิ วี นะของเชือ้ แบคทีเรยี ในโค 78-90
9. ปจจยั เส่ยี งตอการเกิดโรคแทงตดิ ตอในแพะของประเทศไทย 91-103
10. ประสทิ ธภิ าพของกรดอะมโิ นตออตั ราการเจริญเตบิ โตและอตั ราการผลิตไขของสัตวปก 104-115
11. การใชสวนประกอบของมันสาปะหลงั ในอาหารตอสมรรถภาพการผลติ และคุณภาพซากสกุ ร 116-122
12. การใชโพรไบโอตกิ กลุมแลคโตบาซลิ ลัสในโค 123-133
13. อทิ ธผิ ลของระยะเวลาการเลีย้ งขนุ ตอการเจรญิ เตบิ โต คณุ ภาพซากและคณุ ภาพเนอื้ ของโคขนุ 134-149
14. การเสริมโปรไบโอตกิ ตอสมรรถนะการผลิตสกุ ร 150-157
15. การใชโพรไบโอตกิ กลุมแลคโตบาซิลลสั ในกระบือ 158-167
16. การใชจุลินทรยี ทผ่ี ลติ กรดแลคตกิ ตอคุณภาพพชื อาหารหยาบหมัก 168-177
17. ประสทิ ธิภาพของการใชกากมนั สาปะหลงั ในอาหารไก 178-186
18. ผลการใชเปลือกกลวยตอสมรรถภาพการผลติ ของโคเนอ้ื และโคนม 187-197
19. การเสรมิ โปรไบโอติกตอสณั ฐานวทิ ยาของลาไสของไก 198-205
20. การใชยาปฏิชวี นะในการเล้ยี งกระบือ
21. การเสริมลาตนสบั ปะรดตอกระบวนการหมกั ในกระเพาะรูเมนและอัตราการเจริญเติบโตของโค 206-218
นมเพศผู
22. การปรบั ปรุงสมรรถนะการผลติ สตั วปกโดยการเสริมโปรไบโอติกในอาหาร 219-232
23. ผลของการเสรมิ ไขมันจากพชื ตอการเจริญเตบิ โตของสัตวปก 233-246

1

กำรใชดักแดไหมเปนแหลงโปรตีนในอำหำรสตั วป์ ก
The use of silkworm pupae as a protein source in poultry feed

สวุ รรณำ พยอมหอม1*
Suwanna Payomhom1*

1สาขาสัตวสาศตร์ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์
*Corresponding Author E-mail Address: [email protected]

บทคดั ยอ

อาหารสัตวปกจดั เปนตนทุนการผลติ ทสี่ ูงทส่ี ุด และเปนปจจยั ทมี่ ผี ลกระทบโดยตรงตอการใหผลผลิตของสัตวปก
การผลิตอาหารสัตวปกนิยมใชปลาปนเปนแหลงโปรตนี รวมกบั กากถั่วเหลือง แตมรี าคาสงู ทาใหตนทนุ การผลิตสัตว
นั้นสูงตามไปดวย จึงไดมกี ารจดั หาวัตถดุ ิบที่มผี ลผลติ จานวนมาก หาไดงาย มีราคาถูก และมีคุณคาทางโภชนาการ
ใกลเคียงมาทดแทน นน้ั ก็คือดักแดไหม ดักแดไหมมีโปรตีน 50.30 % ใกลเคยี งกับปลาปน และกากถั่วเหลอื ง มี
กรดอะมิโนท่ีจาเปนตอสัตวปกคือ ไลซีน และเมทไธโอนีน ดักแดไหมจึงเปนวัตถุดิบชนดิ หน่ึงท่ีมีศกั ยภาพในการ
ทดแทนปลาปนหรอื กากถวั เหลอื ง มีวตั ถุประสงคเพื่อศกึ ษาการใชประโยชนไดของดกั แดไหมเปนแหลงอาหารเสริม
โปรตีนที่มผี ลตอผลผลิต คุณภาพไข และคุณภาพซากในสัตวปก การใชดักแดไหมในอาหารตั้งแตที่ระดับ 0- 8
เปอรเซ็นต ในอาหาร มผี ลทาใหน้าหนักสดุ ทาย ปรมิ าณอาหารท่ีกนิ อตั ราการเปลีย่ นอาหารเปนเนื้อ/ไข เปอรเซ็นต
ซาก มีความแตกตางกันกับกลุมควบคมุ เมื่อใชที่ระดับ 6 ทาใหเปอรเซ็นตไขตอวัน และน้าหนกั ไขสงู ที่สุด การใช
ดักแดไหมทดแทนการใชปลาปน และกากถัว่ เหลือง ในอาหารที่ระดบั 25 50 75 100 เปอรเซน็ ตในอาหาร สามารถ
ทดแทนกันไดโดยไมมีผลตอน้าหนกั สดุ ทาย ปริมาณอาหารท่ีกนิ อัตราการเปล่ียนอาหารเปนเนื้อ/ไข เปอรเซน็ ตไข
ตอวัน และคุณภาพซาก และตองมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใชพลังงานท่ีใชประโยชนได และคาโป รตีน ให
เหมาะสมกบั อายแุ ละสายพนั ธุของสัตวปก

คำสำคญั : ดกั แดไหม, ปลาปน, กากถั่วเหลอื ง, สัตวปก

2

บทนำ

สัตวปกที่เลีย้ งโดยทว่ั ไปมที ง้ั การเลี้ยงเพื่อตองการผลผลติ เนอื้ ไข และตองการลูกสตั วปก การทสี่ ัตวปกเหลานใ้ี ห
ผลผลติ ไดตามทผี่ ูเล้ียงตองการท้ังในดานปริมาณและคณุ ภาพ ผูเลย้ี งตองมีการจดั การการเลย้ี งสตั วปกเหลาน้ีอยาง
ถกู ตองและเหมาะสม ตง้ั แตการเลี้ยงดูในแตละระยะ การใหอาหารและน้า รวมท้ังการจดั การดานสุขภาพ อาหาร
สัตวปกจดั เปนตนทุนการผลิตท่สี งู ทส่ี ดุ ประมาณ 60-70 เปอรเซ็นต และจัดเปนปจจยั ทสี่ าคญั ท่มี ผี ลกระทบโดยตรง
ตอการใหผลผลิตของสตั วปก ดังนน้ั การจดั การดานอาหารและการใหอาหารสตั วปกจึงนับวามีความสาคัญมาก ซ่งึ ใน
การผลิตอาหารสตั วปกผูผลติ จะตองคานงึ ถงึ องคประกอบของอาหารสัตวปกทั้งในดานโภชนะและความตองการ
โภชนะของสตั วปก และวตั ถุดบิ ทน่ี ามาใชในการผลิตอาหารสัตวปก (สาวิตร,ี ม.ป.ป ) การผลติ อาหารสตั วปกนยิ มใช
ปลาปนเปนแหลงโปรตีนรวมกับกากถ่วั เหลอื ง ซงึ่ ปลาปนและกากถั่วเหลอื งมกี รดอะมโิ นอยูครบถวนและมีสัดสวนท่ี
สมดลุ แตมีราคาสูง ทาใหตนทนุ การผลติ สัตวนนั้ สงู ตามไปดวย จึงไดมีการจดั หาวสั ดใุ นทองถน่ิ ท่ีมผี ลผลิตจานวนมาก
หาไดงาย มรี าคาถกู และมีคณุ คาทางโภชนาการใกลเคียงมาทดแทนปลาปน เชน กากถ่วั เหลอื ง กากถว่ั ลิสง กากฝาย
กากนุน และดกั แดไหม เปนตน ดักแดไหมเปนผลพลอยไดจากการเล้ยี งไหม การสาวเสนไหม และการปนเสนไหม
ในอนาคตผลผลติ มแี นวโนมจะเพมิ่ มากข้ึนเนื่องมีจากการสงเสรมิ การเลย้ี งไหมของกรมสงเสรมิ การเกษตรในพ้ืนที่
ชนบทตาง ๆ (อรพินท, 2547)

ดักแดไหมจากการปนเสนไหม ไดถูกคดั ออกมาหลายเกรดซ่ึงสวนท่ียงั ดี ๆ อยูจะถกู สงขายเพ่ือนามาประกอบ
อาหารไวบรโิ ภค สวนดกั แดไหมคัดท้ิงเปนวตั ถดุ ิบทเี่ หลือทงิ้ จากอตุ สาหกรรมสาวไหมที่ไมสามารถนาไปใชประโยชน
ไดตอจะถกู กาจัดทิ้งในบริเวณใกลเคียงโดยไมมีการจัดการอยางถกู ตองและเปนส่ิงท่ียอยสลายไดอยากทาใหเกดิ
มลพิษตอส่ิงแวดลอมสงกลิ่นเหมน็ ในบริเวณใกลเคียง การกาจดั ดักแดไหมในปริมาณทมี่ ากทาใหเกดิ ปญหาทาง
สง่ิ แวดลอมท่รี ายแรงมาก อกี ท้งั ดกั แดไหมคัดท้งิ ยังสามารถใชเปนโปรตนี ที่แปลกใหมและใหพลงั งานสาหรับสัตวปก
ดักแดไหมเปนวัตถุดิบที่มีตนทุนต่าและอุดมไปดวยโปรตีนและไขมันเม่ือเทียบกับปลาปน Dutta et al (2012)
รายงานวาดักแดไหมไมมีสวนประกอบท่ีเปนพิษ โดยเฉพาะอยางย่ิงในสัตวปกเม่อื เล้ียงดวยอาหารท่ีใชดักแดไหมมี
ความคลายคลึงกับสัตวทเี่ ลยี้ งดวยแหลงโปรตนี ทว่ั ไป

ดักแดไหมจึงเปนวัตถุดิบชนิดหน่ึงท่ีมีศักยภาพในการทดแทนปลาปนหรือกากถัวเหลือง ดังน้ันสัมมนาน้ีมี
วัตถุประสงคเพ่ือศึกษาการใชประโยชนไดของดักแดไหมเปนแหลงอาหารเสริมโปรตีนทม่ี ีผลตอผลผลิต คุณภาพไข
และคุณภาพซากในสตั วปก

กระบวนกำรเล้ยี งหนอนไหม

หนอนไหมมีการเจริญเตบิ โตแบบสมบูรณ (Complete metamorphosis) มอี ายุประมาณ 42 – 55 วนั สามารถ
แยกได 4 ระยะ ดงั น้ี ระยะไขไหม (eggs) มี 2 ชนิด คือ ไขไหมทพ่ี ักตัว (hibernating eggs) และไขไหมทไี่ มพกั ตัว
(non – hibernating eggs) ไขไหมทพ่ี กั ตวั สามารถกระตุนใหฟกออกเปนตัวไดเชนเดียวกบั ไขไหมชนิดไมพักตัว โดย
การฟกเทยี มไขไหมสารละลายกรดเกลือ ไขไหมทีผ่ านการพักตวั แลวจะฟกออกเปนตวั ภายใน 11 -12 วัน สวนไข
ไหมชนิดไมพักตัวจะฟกออกภายใน 10 – 11 วัน ระยะหนอนไหม (larvae) ระยะน้ีมีอายุประมาณ 19 -25 วัน
หนอนไหมแรกเกิดมสี ดี ายาวประมาณ 3 มิลลเิ มตร หนักประมาณ 0.45 มิลลกิ รัม ในระหวางการเจรญิ เติบโต ปกติ
จะมีการลอกคราบ 4 ครง้ั หนอนไหมเต็มท่ีจะมีน้าหนักเปนประมาณ 10,000 เทาของน้าหนกั ไหมแรกเกิด เม่ื อ
หนอนไหมโตเต็มทพ่ี รอมจะทารังเรยี กวา ไหมสกุ ลาตวั ใส สายหัวไปมาเพ่อื พนเสนใยทารังในจอ ใชเวลา 2 – 3 วัน
ในการพนเสนใยและลอกคราบเปนดักแด ระยะดกั แด (pupae) ระยะน้ใี ชเวลาประมาณ 10 -13 วัน จะลอกคราบ

3

เปนตัวเต็มวยั (ผีเส้ือ) และระยะสดุ ทายระยะผีเสือ้ (moth) ปกติมีอายปุ ระมาณ 7 -10 วัน ตัวเต็มวยั จะผสมพันธ
วางไขสืบสายพนั ธุตอไป (กรมหมอนไหม,2561)

ตัวหนอนไหมเจรญิ เตบิ โตอยางรวดเร็ว ถาอากาศรอน (30 องศาเซลเซียส) กย็ ่งิ โตเร็ว ถาอากาศหนาวเย็นหรือ
รอนเกินไปจะโตชา และไมแขง็ แรง เมอื่ มีอายุ 3-4 วัน หนอนไหมจะหยุดกินอาหารอยเู ฉยๆ ประมาณ 1 วนั จึงลอก
คราบใหม ระยะนี้เรยี กวา "ไหมนอน" เมื่อลอกคราบหมดแลว ก็จะเริ่มกนิ อาหารตอไป ตัวและหัวใหญขึ้นระยะนี้
เรียกวา "ไหมตน่ื " โดยทว่ั ๆ ไป หนอนไหมจะนอน (ลอกคราบ) 4 ครัง้ ก็จะขน้ึ วยั 5 กนิ อาหารจจุ นอายุได 7-8 วัน ก็
จะเรม่ิ หยุดกนิ อาหาร ลาตัวมสี ขี าวหรอื เหลอื งใสหดสนั้ ลง ซึง่ เปนระยะท่ีหนอนเติบโตเตม็ ทแ่ี ลวเรียกวา "ไหมสุก"เร่มิ
พนใยออกมาจากปากเพ่ือทารงั ถาพบอาการเชนนคี้ วรเก็บไหมใสในจอ เพ่อื ใหไหมทารังตอไปหนอนไหมจะเสยี เวลา
ในการชักใยทารังอยู 2 วนั กจ็ ะเปล่ยี นรูปรางเปนดกั แด และเมื่ออยใู นรงั ไดครบ 10 วัน ก็จะเจาะรังออกมาเปนผเี สอ้ื
ไหมทจี่ ะใชทาพันธจุ ะตองคัดรังทด่ี ีสมบูรณขนาดใหญไวตางหาก ท่เี หลือกน็ าไปสาวหรอื ขายใหโรงงานสาวไหมตอไป
รงั ทผ่ี ีเส้อื ไหมเจาะออกแลวเสนใยจะขาดใชสาวเปนเสนไมไดผเี สอ้ื ไหมบนิ ไมไดเพราะปกเล็กไมสมกบั ลาตวั ที่ใหญจะ
ไมกินอาหารเลย ตัวผมู หี นาท่ผี สมพันธุ สวนตวั เมยี เม่ือไดผสมพนั ธแุ ลวกจ็ ะวางไขแลวก็ตายไป เมื่ออายไุ ดประมาณ
2-3 วัน (สานักงานเกษตรและสหกรณจังหวัดมกุ ดาหาร, 2562 )

คณุ คำทำงโภชนะของดักแดไหม

ดักแดไหมเปนส่งิ หน่ึงทีไ่ ดจากการปลกู หมอนเลย้ี งไหม นอกจากการนามาบริโภคโดยตรงแลว ยงั สามารถนาไป
เล้ียงปลาและสตั วอื่น ๆ ท้ังน้เี พราะดักแดไหมมีโปรตีนสงู มีวิตามินและเกลือแรหลายชนดิ ไขมันทสี่ กัดไดยังนาไป
ผสมเพื่อทาสบูและเทียนไขทีม่ ีคุณภาพสูง จากการศึกษาองคประกอบทางเคมีและกรดไขมันของดักแดไหมพันธุ
ตางประเทศลูกผสมพบวา ไหมพนั ธตุ างประเทศลกู ผสมแตละพนั ธุ มอี งคประกอบทางเคมีและกรดไขมันไมแตกตาง
กัน จะเห็นไดวาดกั แดไหมมีกรดไลโนเลอคิ และกรดไลโนเลนิค ซ่ึงกรดไขมนั ท้ัง 2 ชนิดน้ี เปนกรดไขมันจาเปนมี
ประโยชนตอรางกายคอื 1) ลดไขมนั ในเลอื ดทง้ั ไตรกรีเซอไรด และโคเลสเตอรอล 2) ควบคุมใหระดับความดนั โลหติ

อยูในเกณฑปกติ ลดการเกดิ โรคหวั ใจ 3) ลดการเกิดโรคมะเร็ง 4) ปองกนั การสญู เสียน้า ตานรอยยน และชะลอ
ความแกของผวิ หนัง นอกจากนน้ั ดักแดไหมยังมีฟอสโฟลปิ ด (phospholipid) ท่ีเปนโครงสรางของเย่อื เซลลทุกชนดิ

(เยอ่ื เซลลสมอง เซลลประสาท เซลลตับ) จากการวจิ ยั พบวาดกั แดมฟี อสโฟลิปด 26.40 % ทป่ี ระกอบดวยเลซิตนิ ซง่ึ
เปนประโยชนตอรางกายคือ 1) ควบคมุ ระดับคอเลสเตอรอล 2) ชวยในการเสรมิ สรางความจา 3) ปองกันการเกิดนวิ่

ในถงุ น้าดี (สานักงานเกษตรและสหกรณจังหวดั มกุ ดาหาร, 2562 ) เม่อื เปรียบเทยี บกับโปรตีนของปลาปน (ตารางท่ี
1) และโปรตนี ของกากถ่วั เหลือง (ตารางท่ี 2)
ตำรำงท่ี 1 องคประกอบทางเคมขี องปลาปนเปรียบเทียบกบั ดักแดไหม

วตั ถุดิบ โปรตนี ไขมัน เย่อื ใย เถา คารโบไฮเดรตที่ วัตถุแหง แคลเซียม ฟอสฟอรสั
หยาบ (%) (%) หยาบ (%) ละลายไดงาย (%) (%) (%)
(%)
(%)

ปลาปน 60.04 10.26 7.63 19.80 2.27 93.74 4.53 1.33
ดักแดไหม 50.30 16.43 10.90 12.03 10.34 94.90 2.77 1.05

ที่มำ: Ijaiya andEko (2009)

ตำรำงที่ 2 องคประกอบทางเคมขี องกากถว่ั เหลือง

วัตถดุ ิบ วัตถแุ หง โปรตีน ไขมนั เย่อื ใย เถา แคลเซียม ฟอสฟอรัส

(%) (%) (%) (%) (%) (%) (%)

กากถ่ัว 10 44 0.5 7.0 6.0 0.25 0.60
เหลอื ง

ท่มี ำ: นพิ นธ สุริยานติ ิกลุ (2543)

4

ตำรำงที่ 3 ขอมลู กรดอะมิโน (gN/100g) ของอาหารปลาทดลองและหนอนไหมหนอนไหม

วตั ถดุ บิ ไลซีน ฮสิ ติ อาจนิ นี กรดแอสปาร ทรโิ อนีน เซอรีน กรดก โพรลนี
ดีน ตกิ ลูตามคิ

ปลาปน 4.56 2.45 5.01 7.02 2.15 3.15 11.06 2.09
ดักแดไหม 5.02 3.00 4.50 9.31 2.81 4.65 13.90 2.35

ตำรำงท่ี 3 ตอ

วตั ถดุ บิ ไกลซนี อะลานนี ซิสตนี วาลีน เมทไธ ไอโซลิว ลิวซีน ไทโคซนี เฟนิลอะ
โอนนี ซนี ลานนี

ปลาปน 4.03 2.69 1.09 3.02 2.20 3.01 6.90 2.89 3.45

ดกั แดไหม 4.10 4.46 1.56 3.68 3.02 3.32 7.25 3.41 4.11

ทีม่ ำ: Ijaiya andEko (2009)

ตำรำงท่ี 4 ขอมูลกรดอะมิโนของกากถั่วเหลอื ง

วัตถดุ ิบ ไกลซีน เมทไธ ซิ ทริ ฮสิ ติ วา ทรปิ ไอโซ ลวิ อา ไล เฟนิอะ
โอนนี สตนี โอนนี ดีน ลนี โตเฟน ลิว ซนี จนิ ีน ซีน ลานีน
ซีน

กากถ่ัว 2.40 0.65 0.67 1.70 1.10 2.40 0.70 2.50 3.40 3.40 2.90 2.20
เหลือง

ทมี่ ำ: นพิ นธ สุริยานิตกิ ุล (2543)

กำรใชประโยชน์ของดกั แดไหมในดำนปศุสตั ว์

ในปทผี่ านมามีการนาดกั แดไหมท่ีเปนผลพลอยไดจากการสาวไหมนามาใชในการปศุสัตวเพ่ือทดแทนแหลง
โปรตีนทีม่ ีราคาแพง อรพนิ ท และคณะ (2546) ไดใชดักแดไหมบานทดแทนปลาปนในอาหารปลาดุกลกู ผสม เพ่ือให
ทราบระดับการทดแทนทเี่ หมาะสม และมผี ลตอสมรรถภาพการเติบโต ตนทนุ การผลิต สุขภาพปลา คุณภาพซาก
และการยอมรับผลิตภัณฑ ซึ่งจะเปนแนวทางการนาวสั ดุทีเ่ หลือใชจากอุตสาหกรรมเกษตรมาใชใหเกิดมูลคา สวน
การนาดักแดไหมมาใชในอาหารเปนแหลงโปรตนี ทดแทนปลาปนและกากถั่วเหลืองในแมสุกรระยะอุมทอง ระยะ
เล้ียงลกู และลูกสกุ รหยานม (35-70 วนั ) พบวาเมอื่ ใชดักแดไหมปนในอาหารแมสุกรระยะอมุ ทองถงึ หยานมสงผลให
ประสทิ ธภิ าพการผลิตลดลง แตในสุกรรนุ (30 กก.) ถงึ ขุน (90 กก.) สามารถทดแทนโปรตนี จากปลาปนและกากถวั่
เหลืองไดเปนอยางดี โดยไมมีผลกระทบตอสมรรถภาพการผลติ ท้ังในดานการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช
อาหารและคุณภาพซาก (สมโภชน และคณะ 2536ก ; 2536ข ; 2541)

กำรใชดกั แดไหมเปนแหลงโปรตนี ในสัตวป์ ก

ผลของกำรใชดักแดไหมท่ีมีผลตอน้ำหนกั เร่ิมตน น้ำหนักสุดทำย ปริมำณอำหำรท่ีกิน และอัตรำกำรเปลี่ยน
อำหำรเปนเนือ้ /ไขของสตั วป์ ก

การศึกษาการใชประโยชนจากดักแดไหมพันธสุ าโรงในการเลี้ยงไกกระทงสายพันธุซพี ี 707 ใชในสตู รอาหาร 4
ระดับคอื 0 1 2 และ 3 เปอรเซน็ ต จากผลการทดลองพบวาไกกระทงสามารถใชประโยชนจากดกั แดไหมพันธุสาโรง
ไดดี เน่ืองจากกลุมทใี่ ชดกั แดไหม 1 2 และ 3 เปอรเซ็นต มีคาน้าหนักสุดทายไมแตกตางกัน (1713.56 - 1771.93
กรัม/ตัว) เม่ือใชดักแดไหม 3 เปอรเซ็นต พบวามีปริมาณอาหารท่กี ินและอตั ราการเปลี่ยนอาหารเปนเน้ือมคี ามาก

5

ทสี่ ดุ คอื 87.09 กรัม/วัน/ตัว และ 0.52 ระดบั ที่สูงขน้ึ ของดักแดไหมในสูตรอาหารมผี ลใหประสทิ ธิภาพการเปล่ียน
อาหารดกี วากลุมทไ่ี มใชดกั แดไหมในสูตรอาหาร เนื่องจากดกั แดไหมมสี ารที่ชวยในการเจรญิ เติบโต และมกี รดอะมิ
โนไลซีนและเมทไธโอนีนตอหนวยน้าหนักตัวมากกวาปลาปน ประกอบกับอาจจะเก่ียวของถึงระดับฮอรโมน
ecdysone และสวนประกอบของดักแดไหม โดยฮอรโมน ecdysone ในดกั แดไหมไปมีผลเก่ียวกบั การทางานของ
ecdysteroid ไกกระทงที่อายุมากข้ึนสามารถใชประโยชนจากดักแดไหมไดดีขึ้น (กานดา และ รุงทิพย , 2556)
นอกจากน้ียังมีการใชดกั แดไหมในอาหารไกไขสายพันธโุ ร๊ดไอสแลนดเรด ทรี่ ะดบั 0 6 8 เปอรเซ็นต พบวากลุมทใี่ ช
ดักแดไหมท่ีระดับ 6 เปอรเซ็นต มีน้าหนักสุดทายมากทส่ี ุดคือ1850 กรัม/ตัว กลุมควบคุมมีปริมาณอาหารที่กนิ
มากกวากลุมท่ีใชดักแดไหมคอื 78 กรัม/วัน/ตัว เน่ืองจากดักแดไหมมีเสนใยไคตินที่ระดบั สงู ข้ึน แตกลมุ ที่ใชดกั แด
ไหมท่ีระดับ 6 เปอรเซ็นต มีอัตราการเปลี่ยนอาหารเปนไขดีกวา รองลงมาคือกลุมท่ีใชดักแดไหมที่ระดับ 8
เปอรเซ็นต ปจจัยการเจรญิ เติบโตท่ไี มใสมารถระบุไดชวยใหไกสามารถเจรญิ เติบโตไดดี การใชดกั แดไหมทีร่ ะดับ
เพมิ่ ข้ึนทาใหเหน็ วาดกั แดไหมไมมีพษิ รายแรงตอไก (Khatun et.al. 2005)

ในขณะท่ีการใชดักแดไหมทดแทนการใชปลาปนในอาหารไกเน้ือทาการใชที่ 4 ระดับคือ ปลาปน:ดักแดไหม
6%+0% (สูตรควบคุม) 4%+2% 2%+4% 0%+6% พบวามีน้าหนักสุดทายเพิ่มขึน้ มากที่สุดเม่ือ คือ 1474.99
กรัม/ตวั ในขณะทก่ี ารใชปลาปน:ดกั แดไหมทรี่ ะดบั 6%+0% มีปริมาณอาหารทกี่ ินมากทสี่ ดุ คอื 65.88 กรมั /วนั /ตัว
กลมุ ที่ใชปลาปน:ดักแดไหมท่ีระดบั 0%+6% มีอัตราการเปล่ียนอาหารเปนเนอ้ื มีคาดีกวากลุมที่ใชดกั แดไหมคือ
2.25 การใชประโยชนจากดักแดไหมจะเพิ่มขึ้นเมื่อใชดักแดไหมท่ีระดับที่สูงบงบอกวาดักแดไหมมีกรดอะมิโนท่ี
จาเปนดีกวาตามลาดับ (Khatun et.al, 2003) ซึ่งอีกการทดลองไดทาการใชท่ี 5 ระดับคือ ปลาปน:ดักแดไหม
100:0 75:25 50:50 25:75 0:100 ผลการทดลองพบวาอาหารแตละสูตรไมมีความแตกตางกันระหวางกลมุ การใชมี
นา้ หนกั เร่ิมตน (59.00-59.40 กรมั /ตวั ) น้าหนกั สดุ ทายและอตั ราการเปลีย่ นอาหารเปนเน้ือดที ่ีสดุ 592.12 กรัม/ตวั
และ 1.72 เมื่อใชปลาปน:ดกั แดไหมท่รี ะดับ 50:50 และปรมิ าณอาหารทก่ี ินสูงสุดเม่อื ใชปลาปน:ดักแดไหมทรี่ ะดับ
25:75 เนือ่ งจากในไกเล็กไมสามารถใชเสนใยไคตินจากดักแดไหมไดมากเม่ือใชที่ระดับท่ีสงู ขนึ้ จึงทาใหมีน้าหนกั
สุดทายลดลง (Ijaiya and Eko , 2009) ซึ่งสอดคลองกับการศกึ ษาผลการของการใชหนอนไหมทดแทนการใชปลา
ปนในอาหารไกเนือ้ ท่มี ีผลตอสมรรถภาพการผลติ ลักษณะซากและพารามิเตอรทางโลหิตวิทยา ที่ 5 ระดับคือ ปลา
ปน:ดกั แดไหม 100:0 75:25 50:50 25:75 0:100 พบวาน้าหนกั เรม่ิ ตน น้าหนักสุดทาย และปรมิ าณอาหารทก่ี นิ ไมมี
ความแตกตางกันระหวางกลุมการใชแตมนี ้าหนกั เร่ิมตน (523.12 - 592.12 กรัม/ตัว) กลุมควบคุมมีนา้ หนักสดุ ทาย
สงู ท่ีคือ 1940.00 กรมั /ตัว เมื่อใชดกั แดไหมทร่ี ะดับสงู ขึ้นทาใหมีน้าหนกั สดุ ทายลดลงอาจเกดิ จากปริมาณไขมนั และ
เสนใยไคตนิ ของดักแดไหมท่เี พิม่ ข้ึน และเมอ่ื ใชดกั แดไหมทีร่ ะดับ 25:75 มีปริมาณอาหารทีก่ ินมากท่สี ดุ คอื 98.52
กรัม/วัน/ตัว และอัตราการเปล่ียนอาหารเปนเน้ือไมมีความแตกตางกันระหวางกลุมการใช(1.98-2.08) ความ
คลายคลึงกนั ของนา้ หนักที่เพ่ิมขึ้นบงบอกวาอาหารแตะละสูตรมีประสิทธภิ าพเทาเทยี มกันและการใชดกั แดไหม
ทดแทนแหลงโปรตีนในปลาปนในระดบั ท่ีเพิ่มขึ้นยงั ทาใหตนทุนการการผลิตวัตถุดิบอาหารลดลงอีกดวย (Ijaiya and
Eko , 2009) และนอกจากน้ียงั มีการทดลองใชดกั แดไหมที่ในไกไขสายพันธุโร๊ดไอสแลนดเรด อายุ 3 – 56 วัน โดย
ใช 5 ระดับเชนเดยี วกนั พบวาน้าหนกั เริม่ ตน นา้ หนกั สุดทาย และปริมาณอาหารท่ีกินไมมีความแตกตางกันระหวา
กลมุ การใชแตเม่อื ใชปลาปน:ดักแดไหมท่รี ะดบั 50:50 ทาใหนา้ หนักสดุ ทายของกลมุ ทดลองมคี ามากท่สี ุดคือ 1576.4
กรมั /ตัว และกลุมที่ใชปลาปน:ดกั แดไหมท่ีระดบั 100:0 มีปริมาณอาหารทก่ี นิ มคี ามากที่สดุ คือ 16.58 กรัม/วัน/ตัว
เน่ืองจากในไกเลก็ มกี ารยอยเย่ือใยไดท่ีตา่ เมอื่ ใชดกั แดไหมท่ีมเี สนใยไคตนิ เปนสวนประกอบในระดับทสี่ งู ข้ึนจงึ ทาให
มผี ลตอการกนิ ได (Dutta et al, 2011)

6

ในขณะเดียวกันการใชดกั แดไหมทดแทนการใชกากถ่วั เหลืองในอาหารไกเน้ือ ในอาหารไกเนือ้ สายพันธุ ross
308 ที่ 5 ระดับคือ กากถั่วเหลอื ง : ดักแดไหม 100:0 75:25 50:50 25:75 0:100 พบวากลุมทใ่ี ชกากถวั่ เหลือง :
ดกั แดไหม ทร่ี ะดบั 25:75 มนี ้าหนักสดุ ทายเพ่ิมขึ้นและปริมาณอาหารทก่ี นิ มากท่สี ดุ และอตั ราการเปลีย่ นอาหารเปน
เนอ้ื ดีกวา เนื่องมาจากดักแดไหมมีรสชาติทด่ี ีมีความนากิน อกี ท้ังดกั แดไหมมีปจจัยกระตุนการเจริญเติบโต เชน
กิจกรรมของ ecdysteroid (ฮอรโมนท่ีเกยี่ วของกบั การสงั เคราะหโปรตีนและการสรางเนื้อเย่ือ) นอกจากนี้ยังมกี าร
ใชดักแดไหมในไกไขสายพันธเุ ล็กฮอรน พบวาน้าหนักเริ่มตน (1,363 – 1,382 กรัม/ตัว) น้าหนักสุดทาย (1,413 –
1,472.5 กรัม/ตัว) ปรมิ าณอาหารท่ีกิน (125.12 - 133.51 กรัม/วนั /ตัว) และอัตราการเปลย่ี นอาหารเปนไข (2.15 -
2.2) ไมมคี วามแตกตางกันระหวางกลมุ การใช ซึ่งจากการทดลองสามารถใชดักแดไหมท่ีเปนแหลงโปรตีนทางเลอื ก
ทดแทนการใชกากถั่วเหลืองในอาหารไกไขไดอยางมปี ระสิทธภิ าพโดยไมมีผลเสยี ตอไกไขเพราะวาดกั แดไหมมี
กรดอะมิโนทีจ่ าเปนคือไลซนี และเมทไธโอนีนใกลเคียงกับกากถัว่ เหลอื ง (Ullah et.al, 2017ก ; 2017ข)

Sapcota et al. (2003) ไดรายงานวาการใชดกั แดไหมทร่ี ะดบั 0 50 100 เปอรเซ็นต พบวากลมุ การทดลองท่ีใช
ดักแดไหมท่ีระดับ 0 และ 100 เปอรเซ็นตมีน้าหนักสุดทายเพิ่มขึ้นมากท่ีสดุ ไมแตกตางกันคือ 1742.59 และ
1725.24 กรัม/ตัว ในขณะที่ปริมาณอาหารท่ีกินเมื่อใชดักแดไหมท้ัง 3 กลุมมีคาไมแตกตางกัน (83.17 - 91.02
กรมั /วนั /ตัว) และอัตราการเปลย่ี นอาหารเปนเนือ้ เม่อื ใชดักแดไหมทง้ั 3 กลุมมคี าไมแตกตางกันคอื 2.43 2.32 และ
2.37 ตามลาดบั เน่อื งงจากจากดักแดไหมมีกรดอะมิโนทจ่ี เปนตอไกเหมอื นกบั ปลาปนคือไลซีนและเมทไธโอนีน การ
ทีใ่ ชดักแดไหมทง้ั 3 กลุมบงบอกวาอาหารแตะละสูตรมปี ระสิทธภิ าพเทาเทยี มกัน นอกจากน้ยี งั มกี ารใชดกั แดไหมใน
นกกระทาท่ีระดับ 0 25 50 75 เปอรเซ็นต พบวาปริมานณอาหารท่กี ิน (15.31 - 16.60 กรัม/วัน/ตัว) ไมมีความ
แตกตางกนั แตอัตราการเปลยี่ นอาหารเปนไขท่ีมีคามากที่สดุ เมอ่ื ใชดักแดไหมทรี่ ะดับ 25 50 75 เปอรเซน็ ต (3.45 -
3.87) การกนิ ไดเกดิ จากปจจัยหลายประการ เชน อายุและขนาดของสัตว ความนากนิ และคณุ ภาพอาหาร แสดงให
เหน็ วาอาหารที่ใชดกั แดไหมท่ไี มสงผลตอ ความนากนิ ของอาหาร ดักแดไหมมีเนอ้ื สมั ผสั กลิ่น และคุณภาพเทียบเทา
ปลาปน (Rahmasari et.al, 2014) ดงั แสดงในตารางที่ 3

7

ตำรำงที่ 3 ผลของการใชดกั แดไหมทม่ี ผี ลตอน้าหนักเร่ิมตน นา้ หนกั สดุ ทาย ปรมิ าณอาหารท่กี ิน และอัตราการเปล่ยี นอาหารเปนเนอ้ื /ไขของสัตวปก

สายพนั ธุ ระดบั การใช นา้ หนักเริ่มตน นา้ หนักสดุ ทาย ปริมาณอาหารทก่ี นิ อตั ราการเปล่ยี น อางองิ

(เปอรเซ็นต) (กรัม/ตัว) (กรมั /ตัว) (กรัม/วนั /ตัว) อาหาร กานดา และ
กลมุ ควบคมุ - 1,567.63±54.39b 82.18c 0.34±0.03c รงุ ทพิ ย
(2556)
ซพี ี 707 1 - 1,713.56±58.17ab 86.26b 0.36±0.2c อางองิ
2 - 1,771.93±60.60a 86.46b 0.41±0.02b
Sapcota et al.
3 - 1,775.85±72.18a 87.09a 0.52±0.04a (2003)

สายพันธุ ระดบั การใช นา้ หนักเรม่ิ ตน นา้ หนกั สดุ ทาย ปริมาณอาหารท่กี ิน อัตราการเปลย่ี น Khatun et.al
(2003)
(เปอรเซน็ ต) (กรัม/ตวั ) (กรัม/ตัว) (กรัม/วัน/ตวั ) อาหารเปนเนือ้ /ไข
กลมุ ควบคมุ 49.11 1,742.59±18.12a 91.02 2.43 Ijaiya and Eko
(2009)
ไกเน้ือ 50 48.60 1,679.56±16.3b 83.17 2.32
49.23 1,725.24±16.35ab
100 87.03 2.37

ปลาปน : ดกั แดไหม %

6:0 49.72 1,274.24c 65.88a 2.25a

ไกเน้อื 4:2 49.17 1,425.00b 64.02b 1.95b

2:4 47.91 1,440.15ab 64.09b 1.93b

0:6 48.86 1,474.99a 61.56c 1.81c

ปลาปน : ดักแดไหม

100:0 59.30 581.84 30.83 1.64

ไกเนื้อ 75:25 59.00 573.37 30.33 1.64

50:50 59.30 592.12 30.47 1.60

25:75 59.40 550.79 31.66 1.70

0:100 59.00 523.12 29.51 1.72

8

ตำรำงที่ 3 ผลของการใชดกั แดไหมท่มี ผี ลตอน้าหนกั เร่ิมตน นา้ หนกั สดุ ทาย ปรมิ าณอาหารทก่ี ิน และอัตราการเปล่ยี นอาหารเปนเนอ้ื /ไขของสัตวปก (ตอ)

สายพนั ธุ ระดบั การใช นา้ หนักเร่ิมตน นา้ หนักสดุ ทาย ปริมาณอาหารท่กี ิน อตั ราการเปลี่ยน อางอิง

(เปอรเซน็ ต) (กรัม/ตัว) (กรมั /ตวั ) (กรัม/วนั /ตัว) อาหารเปนเนือ้ /ไข Ijaiya and Eko
(2009)
ไกเนอื้ ปลาปน : ดกั แดไหม
Ullah
100:0 581.84 1940.00 97.45 1.98 et.al (2017)

75:25 573.37 1935.00 97.93 1.99 Dutta et.al
(2011)
50:50 592.12 1887.50 98.27 1.99
Khatun et.al
25:75 550.79 1890.00 98.52 1.99 (2005)

0:100 523.12 1885.00 95.71 2.08

กากถวั่ เหลอื ง : ดกั แดไหม - 2,092.3ab 105.44b 2.12
100:0 2.16
ross 308 75:25 - 2,044.0bc 105.05b 2.18
50:50
- 2,026.0bc 105.35b

25:75 - 2,143.3a 108.87a 2.13

0:100 - 2,003.7c 105.59b 2.21

ปลาปน : ดักแดไหม

100:0 45.16 1,573.8 16.58 -

โรด๊ ไอสแลนดเรด 75:25 43.4 1,543.52 16.2 -
(อายุ 3 – 56 วัน) 50:50 48.02 1,576.4 16.3 -

25:75 45.4 1,532.22 16.07 -

โรด๊ ไอสแลนดเรด 0:100 47.6 1,462.02 15.58 -
กลมุ ควบคุม 1,406 1,650c 78a 20.89c
1,500 1,850a 68b 15.69a
6 1,450 1,750b 72b 18.94b
8

9

ตำรำงท่ี 3 ผลของการใชดกั แดไหมทม่ี ีผลตอน้าหนักเร่มิ ตน นา้ หนักสดุ ทาย ปรมิ าณอาหารที่กนิ และอตั ราการเปลีย่ นอาหารเปนเน้ือ/ไขของสัตวปก (ตอ)

สายพนั ธุ ระดบั การใช นา้ หนกั เริ่มตน นา้ หนักสดุ ทาย ปริมาณอาหารท่กี นิ อตั ราการเปล่ยี น อางองิ

(เปอรเซน็ ต) (กรัม/ตัว) (กรัม/ตวั ) (กรมั /วนั /ตัว) อาหารเปนเนอื้ /ไข Ullah
et.al (2017)
กากถั่วเหลอื ง : ดกั แดไหม
Rahmasari et.al
100:0 1,369 1464 129.64 2.15 (2014)

เล็กฮอรน 75:25 1,378 1472 133.51 2.17
50:50 1,382 1413 131.91 2.14

25:75 1,363 1415 132.24 2.2

0:100 1,364 1440 125.12 2.16

นกกระทา กลมุ ควบคมุ - - 15.31 4.84b
25 - - 16.60 3.45a
50 - - 16.41 3.87 a

75 - - 16.44 3.87 a

หมำยเหต:ุ a-c อกั ษรทแี่ สดงความแตกตางอยางมีนัยสาคญั ทางสถิติ (p<0.05)

10

ผลของกำรใชดกั แดไหมตำงระดบั ท่มี ผี ลตอคณุ ภำพไข
การใชดกั แดไหมในอาหารไกไขสายพนั ธโุ ร๊ดไอสแลนดเรด ท่รี ะดับ 0 6 8 เปอรเซ็นต พบวาไมมีความแตกตาง

เมื่อใชดักแด แตทาใหการใชดักแดไหมที่ระดับ 6 เปอรเซ็นต มีคาเปอรเซ็นตการไขตอวันมากที่สุดคือ 81.50
เปอรเซ็นต และนา้ หนักไขไมมีความแตกตางกนั แตเมือ่ ใชดักแดไหมท่รี ะดับ 6 และ 8 พบวามนี า้ หนกั ไขมากข้นึ คอื
60.01 และ 60.01 กรมั เนื่องจากเปนการใชดักแดไหมท่มี โี ปรตนี เขมขนทาใหกลมุ ทไ่ี ดรบั การใชมีคณุ ภาพไขทด่ี ีกวา
(Khatun et.al, 2005) ในขณะเดียวกนั Sapcota et.al. (2011) ไดรายงานวาการใชดักแดไหมท่ีระดบั 0 50 100
เปอรเซ็นต ในไกไขสายพันธุบาคอก-300 พบวาเปอรเซ็นตการไขตอวนั ไมมีความแตกตางกันระหวางกลมุ การใชคือ
82.45 80.255 และ 79.52 เปอรเซ็นต และฮักยูนิตไมมคี วามแตกตางกันระหวางกลุมการใชคอื 102.25 101.77
และ 101.55 ตามลาดบั แตทาใหน้าหนักไขและความหนาของเปลือกไขของกลุมควบคุมมีคามากที่สุดคือ 55.29
และ 0.422 มิลลเิ มตร และเม่ือใชดกั แดไหมที่ระดับ 50 100 เปอรเซ็นต ทาใหน้าหนักไขและความหนาของเปลอื ก
ไขมีคาลดลงอาจเนื่องมากจากระดับโปรตีนและแรธาตุมผี ลตอผลผลติ ไข

อยางไรกต็ าม การใชกากถัว่ เหลอื ง:ดกั แดไหมในไกไขสายพันธุเล็กฮอรน ท่ีระดับ 100:0 75:25 50:50 25:75
0:100 พบวาเปอรเซ็นตการไขตอวนั น้าหนกั ไข นา้ หนักเปลอื กไข นา้ หนักไขแดง ความหนาเปลือกไข และฮักยนู ิ
ไมมีความแตกตางกันระหวางกลมุ การใช แตเมอื่ ใชดกั แดไหมทร่ี ะดับ 50 และ 75 เปอรเซน็ ต ทาใหมเี ปอรเซ็นตการ
ไขตอวัน และน้าหนักไขอยูในเกณฑทดี่ ีกวา ซ่ึงจากการทดลองสามารถใชดักแดไหมที่เปนแหลงโปรตนี ทางเลอื ก
ทดแทนการใชกากถ่วั เหลืองในอาหารไกไขไดอยางมีประสทิ ธิภาพโดยไมมผี ลเสียตอไกไข (Ullah et.al, 2017)
นอกจากน้ียังมีการใชดกั แดไหมในนกกระทาท่รี ะดับ 0 25 50 75 เปอรเซ็นต พบวากลุมที่ใชดกั แดไหมที่ระดบั 25
เปอรเซ็นต มีคาเปอรเซ็นตการไขตอวันเพ่ิมข้ึนมากที่สุดคอื 58.44 เปอรเซ็นต อีกทั้งเม่ือใชดกั แดไหมทร่ี ะดับ 50
เปอรเซ็นต ยังทาใหนา้ หนกั ไขและน้าหนกั ไขขาวเพมิ่ ขึ้นมากท่ีสุดคอื 8.92 กรมั และ 4.98 น้าหนกั เปลือกไข นา้ หนัก
ไขแดง ความหนาเปลอื กไข และฮกั ยูนิต ไมมีความแตกตางกันระหวางกลุมการใชตามลาดับ สาเหตุที่นา้ หนักและ
ความหนาเปลอื กไขเกิดจากปรมิ าณแคลเซียมในอาหารจะใกลเคียงกนั คาฮกั ยนู ิตไมมคี วามแตกตางกันเนอ่ื งจากไข
แตละฟองถูกเกบ็ ไวในทแ่ี ละเวลาเดยี วกนั (Rahmasari et.al, 2014) ดงั แสดงในตารางที่ 4

11

ตำรำงท่ี 4 ผลของการใชดักแดไหมตางระดับท่มี ีผลตอคณุ ภาพไข

สายพนั ธุ ระดบั การใช เปอรเซน็ ตไขตอวนั น้าหนักไข นา้ หนักเปลอื กไข นา้ หนักไขแดง นา้ หนักไขขาว ความหนาของ ฮกั ยูนติ อางองิ
(กรมั ) (กรมั ) (กรมั ) เปลือก (มม.)
(เปอรเซน็ ต) (%) (กรัม) - --
- -- -
โรด๊ ไอส กลมุ ควบคมุ 79.25b 59.40 - -- - - Khatun et.al
แลนดเรด 6 81.50a - -- - - (2005)
8 79.33b 60.01 - -- 0.422 a -
บาคอก-300 - -- 0.3367b Sapcota
กลมุ ควบคุม 82.45 60.01 0.330 c 102.25 et.al (2011)
50 80.255 55.29a 8.54 16.06 - 101.77
100 79.52 53.63b 6.98 15.42 - 0.35 101.55
53.09b 8.15 15.47 - 0.32
7.49 16.36 - 0.34
กากถั่วเหลือง:ดักแดไหม 7.46 15.94 - 0.31
1.07 2.76 4.61 ab 0.32
100:0 65.82 61.44 1.12 2.71 4.54 a 0.15 86.22
1.12 2.85 4.89 b 0.15 86.09 Ullah
เล็กฮอรน 75:25 63.8 60.06 1.07 2.64 4.37 a 0.15 86.97 et.al (2017)
50:50 66.98 60.07 0.15 84.17
86.98
25:75 66.45 62.02
92.72
นกกระทา 0:100 63.55 61.04 92.04 Rahmasari
43.74 a 8.40 a 92.23 et.al (2014)
กลมุ ควบคมุ 58.44 c 8.48 a 92.01
25 49.59 ab 8.92 b
50 53.21 bc 8.44 a
75

หมำยเหต:ุ a-c อักษรท่แี สดงความแตกตางอยางมีนยั สาคัญทางสถิติ (p<0.05)

12

ผลของกำรใชดกั แดไหมตำงระดบั ที่มีผลตอคณุ ภำพซำก
การศึกษาผลการของการใชหนอนไหมทดแทนการใชปลาปนในอาหารไกเนอ้ื ที่ 4 ระดับคือ ปลาปน: ดกั แดไหม

6%+0% (สูตรควบคมุ ) 4%+2% 2%+4% และ 0%+6% พบวาเม่ือใชปลาปน: ดักแดไหม 0%+6% มีเปอรเซ็นต
ซากมากท่สี ุด คอื 73.05 ในขณะท่ีเปอรเซ็นตขน เปอรเซน็ ตอวัยวะ เปอรเซน็ ตหัว เปอรเซ็นตหัวใจ เปอรเซ็นตตับมี
และเปอรเซ็นตกึ๋น ไมมีความแตกตางกันระหวางกลุมการใช แตเพศของสัตวมีผลตอลักษณะผลผลิตเน้ือสัตว
(Khatun et.al, 2003) ซึ่งสอดคลองกับ Ijaiya and Eko (2009) ไดทาการศึกษาผลการของการใชหนอนไหม
ทดแทนการใชปลาปนในอาหารไกเนอ้ื ทีม่ ผี ลตอสมรรถภาพการผลติ ลักษณะซากและพารามเิ ตอรทางโลหติ วิทยา ท่ี
5 ระดับคือ ปลาปน: ดักแดไหม 100:0 75:25 50:50 25:75 0:100 พบวาเปอรเซ็นตซาก เปอรเซ็นตปก อวัยวะ
เปอรเซ็นตหัว เปอรเซ็นตหัวใจ เปอรเซ็นตตับ เปอรเซ็นตก๋ึน เปอรเซน็ ตปอด และเปอรเซน็ ตอก ไมมีความแตกตาง
กันระหวางกลุมการใช ความคลายคลึงกนั ของน้าหนกั ท่ีเพ่ิมข้ึนบงบอกวาดักแดไหมและปลาปนแตะละสูตรมี
ประสทิ ธภิ าพเทาเทียมกัน

การใชประโยชนจากดกั แดไหมพนั ธสุ าโรงในการเลย้ี งไกกระทงสายพันธซุ พี ี 707 ใชในสูตรอาหาร 4 ระดบั คอื
กลมุ ควบคุม กลมุ ควบคุม+ดกั แดไหม 1 % กลุมควบคุม+ดกั แดไหม 2 % กลุมควบคมุ +ดกั แดไหม 3 % จากผลการ
ทดลองพบวา พบวาเปอรเซน็ ตซาก เปอรเซ็นตปก และเปอรเซน็ ตอวัยวะ ไมมคี วามแตกตางกนั ระหวางกลมุ การใช
อยางไรก็ตาม การใชดักแดไหมทดแทนการใชกากถ่ัวเหลืองในอาหารไกเนอ้ื สายพนั ธุ ross 308 ท่ี 5 ระดบั คอื กาก
ถั่วเหลือง: ดักแดไหม 100:0 75:25 50:50 25:75 0:100 พบวาพบวาเปอรเซน็ ตซากมี เปอรเซ็นตปกมีคา อวัยวะมี
คา เปอรเซ็นตหัว เปอรเซ็นตหัวใจ เปอรเซ็นตตับ เปอรเซ็นตกนึ๋ เปอรเซ็นตปอด และเปอรเซ็นตอก ไมมีความ
แตกตางกันระหวางกลุมการใช แตเม่ือใชกากถว่ั เหลอื ง: ดักแดไหม ทีร่ ะดับ 25:75 พบวาคาคุณภาพซากมีคามาก
ทีส่ ดุ เน่ืองมาจากมีการปรับปรุงประสทิ ธิภาพการใชประโยชนไดของโภชนะในอาหารใหมีความสัมพันธกับปรมิ าณ
กรดอะมิโนท่ีจาเปน แรธาตุ และพลังงานท่ีดี และเขากับกลมุ ทดลอง (กานดา และ รุงทิพย 2556; Ullah et.al,
2017) ดงั แสดงในตารางที่ 5

13

ตำรำงท่ี 5 ผลของการใชดกั แดไหมตางระดับท่มี ีผลตอคณุ ภาพซาก

สายพนั ธุ ระดบั การใช ซาก (%) ขน (%) ปก (%) อวยั วะ (%) หัว (%) หวั ใจ ตบั (%) กึ๋น (%) ปอด อก อางอิง
(เปอรเซ็นต) (%) (%) (%)

ปลาปน : ดกั แดไหม 58.75c 4.35

6:0 68.15b 4.95 - 12.43 3.08 0.39 3.30 2.05 - - Khatun

ไกเน้อื 4:2 69.37b 5.34 - 12.94 3.15 0.52 3.11 2.25 - - et.al

2:4 73.05a 5.64 - 11.30 3.27 0.41 3.28 2.25 - - (2003)

0:6 - 11.02 3.33 0.41 3.22 2.54 - -

ปลาปน : ดกั แดไหม

100:0 79.79 - 10.54 29.16 1.93 0.57 1.75 2.32 0.70 11.19 Ijaiya

ไกเนอ้ื 75:25 76.86 - 9.97 21.27 1.74 0.44 1.55 1.94 0.60 11.37 and
50:50 78.09 - 11.31 21.92 2.12 0.45 1.75 2.39 0.74 12.66 Eko

25:75 79.55 - 10.99 20.67 1.71 0.51 1.62 2.01 0.69 11.51 (2009)

0:100 74.08 - 9.76 21.07 1.89 0.54 1.70 2.05 0.68 12.06

กลมุ ควบคมุ 85.30 - 10.10 5.80 - - - - - - กานดา

ซีพี 707 1 85.0 - 9.40 5.70 - - - - - - และ
2 85.20 - 9.10 5.70 - - - - - - รงุ ทพิ ย

3 85.10 - 9.70 5.70 - - - - - - (2556)

กากถ่ัวเหลอื ง : ดักแดไหม

Ross308 100:0 68.43 - 12.28 25.27 2.34 0.60 2.68 2.54 0.75 13.31 Ullah
75:25 67.01 - 12.49 23.17 2.32 0.57 2.76 2.31 0.74 12.95 et.al
(2017)
50:50 68.80 - 12.45 25.42 2.35 0.67 2.72 2.68 0.76 13.71

25:75 69.51 - 12.44 26.21 2.36 0.66 3.49 2.51 0.77 13.39

0:100 68.72 - 12.47 24.81 2.33 0.59 3.36 2.57 0.73 12.30

หมำยเหต:ุ a-c อกั ษรทีแ่ สดงความแตกตางอยางมีนยั สาคญั ทางสถติ ิ (p<0.05)

14

สรุปผล

ดักแดไหมเปนทางเลอื กเพื่อทดแทนแหลงโปรตนี จากสัตว สามารถใชไดจนถึงทร่ี ะดบั 8 เปอรเซ็นต ในอาหาร มี
ผลทาใหนา้ หนกั สดุ ทาย ปรมิ าณอาหารทีก่ ิน อัตราการเปลี่ยนอาหารเปนเนอ้ื /ไข เปอรเซน็ ตซาก มคี วามแตกตางกนั
กับกลมุ ควบคมุ เมือ่ ใชทรี่ ะดับ 6 ทาใหเปอรเซ็นตไขตอวัน และนา้ หนักไขสูงทส่ี ุด การใชดักแดไหมทดแทนการใช
ปลาปน และกากถัว่ เหลอื ง ในอาหารทรี่ ะดับ 100 เปอรเซน็ ตในอาหาร สามารถทดแทนกนั ไดโดยไมมีผลตอน้าหนัก
สุดทาย ปรมิ าณอาหารทกี่ นิ อัตราการเปลย่ี นอาหารเปนเนื้อ/ไข เปอรเซ็นตไขตอวัน และคณุ ภาพซาก และตองมี
การปรบั ปรุงประสิทธภิ าพการใชพลงั งานที่ใชประโยชนได และคาโปรตีน ใหเหมาะสมกบั อายแุ ละสายพนั ธขุ องสัตว
ปก

15

เอกสำรอำงองิ

กานดา ลอแกวมณี และรุงทิพย มาศเมธาทิตย. (2556). การใชประโยชนจากดักแดไหมพนั ธสุ าโรงในการเลย้ี งไก
กระทง. วารสารวชิ าการขาวสารการเกษตร ปที่ 58(2) : 56-64.

กรมหมอนไหม. (2561). การเล้ียงไหม. กรมหมอนไหม. คนเม่ือ 17 เดือน กุมพาพัน ธ พ.ศ 2565.
https://qsds.go.th/newqsissout.

นิพนธ สรุ ยิ านติ กิ ุล. 2543. อาหารและการใหอาหาร.ภาควชิ าสตั วศาสตร คณะเกษตรศาสตรบางพระ(สรุ นิ ทร).
สาวติ รี วงศต้งั ถิน่ ฐาน. (ม.ป.ป). เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง อาหารและการใหอาหารสัตวปก. คนเม่ือ 17 เดอื น

กุมพาพนั ธ พ.ศ 2565. https://e-learning.kku.ac.th.
สานกั งานเกษตรและสหกรณจงั หวัดมุกดาหาร. (2562). ขอมูลรายสินคา ป 2562 การเลี้ยงไหมขายรงั สด. คนเม่ือ

17 เดือน กมุ พาพันธ พ.ศ 2565. https://www.opsmoac.go.th.
สมโภชน ทับเจรญิ นาม ศิริเสถยี ร สุภารตั น ทบั เจริญ และณัฏยาพร สุมน. (2536ก). การใชดักแดไหมปนทดแทน

โปรตีนของปลาปนและกากถ่ัวเหลอื งในสูตรอาหารลุกสุกรหยานม( 35-70 วนั ). ใน การประชุมทาง
วิชาการของมหาลยั เกษตรศาสตร ครงั้ ที่ 31 สาขาสัตว ประมง สตั วแพทยศาสตร 3-6 กุมภาพันธ 2536.
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร กรุงเทพมหานคร. 72-80.
สมโภชน ทบั เจรญิ นาม ศิริเสถยี ร ศรสี วุ รรณ ชมชยั สาเรจ็ ไพบูลยและณฎั ยาพร สุมน . (2536ข). การใชดกั แดไหม
ปนทดแทนโปรตีนในปลาปนและกากถั่วเหลืองในอาหารสกุ รรุน (30กก.) ถึงสุกรขุน (90กก. ). ใน การ
ประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรครั้งท่ี 31 สาขาสตั ว ประมงสัตวแพทยศาสตร 3-6
กมุ ภาพนั ธ 2536. มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร กรงุ เทพมหานคร. 81-92.
สมโภชน ทับเจริญ ณฏัยาพร สุมน และเสนหทองเอีย.(2541) .การใชดักแดไหมปนในอาหารแมสุกรระยะอุมทอง
และเล้ียงลูก. ใน การประชุมทางวิชาการของมหาลัยเกษตรศาสตรคร้ังที่ 36 3-5 กุมภาพันธ 2541.
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรงุ เทพมหานคร. 72-80.
อรพนิ ท จินตสถาพร ทัศนยี คชสีห และประทกั ษ ตาบทพิ ยวรรณ. 2546. การใชดกั แดไหมบานทดแทนปลาปนใน
อาหารปลาดุกลูกผสม. ใน การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ครั้งที่ 41.
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร กรงุ เทพมหานคร. 94-102 (447 หนา).
Dutta A., Dutta S., and Kumari S., (2012). Growth of poultry chicks fed on formulated feed containing
silk worm pupae meal as protein supplement and commercial diet. Online Journal of
Animal and Feed Research. 2 (3): 303-307.
Ijaiya A.T and Eko E.O., (2009). Effect of replacing dietary fish meal with silkworm (Anaphae infracta)
caterpillar meal on growth, digestibility and economics of production of starter broiler
chickens. Pakistan Journal of Nutrition. 8(6): 845-849.
Ijaiya AT and Eko EO., (2009). Effect of Replacing Dietary Fish Meal with Silkworm (Anaphe infracta)
Caterpillar Meal on Performance Carcass Characteristics and Haematological Parameters of
Finishing Broiler Chicken. Pakistan Journal of Nutrition, 8(6) :850-855.
Khatun R, Howlider M.A.R, Rahman MM and Hasanuzzaman M. (2003). Replacement of fish meal
bysilkworm pupaein broiler diets. Pakistan Journal of Biological Sciences. 6(11): 955-958.

16

Khatun R, Azmal S.A, Sarker M.S.K, Rashid M.A, Hussain M.A, Miah MY. (2005). Effect of silkworm
pupae on the growth and egg production performance of Rhode Island Red (RIR)
pure line. International Journal of Poultry Science. 4(9): 718-720.

Rahmasari R., Sumiati and Astuti, D.A.. (2014). The effect of silkworm pupae (Bombyx mori) mealto
subtitute fish meal on production and physical quality of quail eggs (Coturnix coturnix
japonica). Journal of the Indonesian Tropical Animal Agriculture. 39(3): 180- 187.

Sapcota D., Sheikh I.U., Dutta K.K., and Sarma S., and Goswami R.. (2003). Effect of dietary Muga
silkworm supplementation on the performance of broilers. Indian Veterinary Journal. 80:
19-22.

Sapcota D., Upadhyaya T.N. and Goswami R.. (2011). Replacement of dietary fishmeal by muga silk
worm pupae meal in layers. Indian Veterinary Journal. 88(3): 67-68.

Ullah R, Khan S, Khan N.A, Mobashar M, and Lohakare J. (2017). Replacement of soybean meal with
silkworm meal in the diets of white leghorn layers and effects on performance, apparent
total tract digestibility, blood profile and egg quality. International Journal of Veterinary
and Health Science Research. 5(7): 200-207.

Ullah R, Khan S, Hafeez A, Sultan A, Khan NA, Chand N et al. (2017). Silkworm (Bombyx mori) Meal
as Alternate Protein Ingredient in Broiler Finisher Ration. Pakistan Journal of Zoology. 49(4):
1463-1470.

17

กำรเพิ่มระดับโปรตนี ท่ีไมยอยสะลำยในกระเพรำะหมกั ในโคนมโดยใชแทนนนิ
Increasing rumen undegradable protein in dairy cows by using tannins.

นำยไตรภพ ฝำงชยั ภูม1ิ *
Taiphop fangchaiyaphum1*

1สาขาสตั วสาสตร์ คณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์
*Corresponding Author E-mail Address: [email protected]

บทคัดยอ

การเล้ียงโคนมเปนอกี อาชพี หน่ึงท่ไี ดรบั ความสนใจจากเกษตรกร ปจจุบันมกี ารเลย้ี งโคนมอยางแพรหลาย ทงั้ ใน
ระบบฟารมท่ไี ดรบั มาตรฐาน และระบบฟารมชาวบาน เน่อื งจากโคนมมกี ารผลิตน้านมทกุ วนั จึงทาใหมีความตองการ
โปรตีนจากอาหารคอนขางมาก วัตถุดิบอาหารจึงตองมคี ุณภาพสูง โดยสอดคลองกับวธิ ีการทา bypass protein
เพื่อใหประสิทธิภาพของการใชวัตถุดบิ อาหารเกดิ ประโยชนสูงสุด โดยการเลือกเสริมแทนนินในอาหารโคนม มี
วัตถุประสงค เพ่ือศึกษาผลของแทนนินที่มีตอโคนม และศึกษาการยอยในกระเพาะรูเมนเมือ่ เสริมแทนนิน จาก
การศึกษาพบวาการเสรมิ แทนนินในโคนมน้ันสามารถทาใหกรดไขมนั ระเหยได (Total VFA) มีระดับลดลง มีการใช
ประโยชนจากไนโตรเจนทส่ี งู ขน้ึ มีปริมาณโปรตีนในนา้ นมสูงขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถลดระดบั ของก๊าชมเี ทนทขี่ ับ
ออกมาได อยางไรก็ตามสารแทนนินก็มขี ดี จากดั ในการใชหากใชในปรมิ าณท่ีสงู จะใหการยอยไดลดลง เพราะแทนนนิ
ไปขดั ขวางการยอยอาหารจลุ นิ ทรยี ในกระเพาะรูเมน ทาใหมอี ัตราการยอยไดนอยลง

คำสำคัญ : แทนนิน โคนม

18

บทนำ

การเลี้ยงโคนมในประเทศไทยเปนการสรางรายไดท่ีดีของเกษตรกร ทั้งที่มีอาชพี เลีย้ งโคนมโดยตรง และทีเ่ ปน
อาชีพเสรมิ นบั วามีสวนชวยในการ สรางงานในชนบทของชาติ และชวยลดการสูญเสียเงนิ ตราใหแกตางประเทศ
จากการนาเขาผลิตภัณฑนมชนดิ ตางๆ ประกอบกบั ประเทศไทย ก็มีภูมิประเทศท่ีเหมาะสมกับการเลี้ยงปศุสัตว
เน่อื งจาก อดุ มสมบรู ณดวยอาหารสัตว เชน ทุงหญาเลี้ยง สัตว ผลติ ผลพืชไร (ขาวโพด มันสาปะหลงั ฯลฯ) วัสดุ
เหลอื ใชจากโรงงานอุตสาหกรรมทางการเกษตร (เปลือกขาว ราขาว เปลอื กสับปะรด ยอดออย กากน้าตาล ฯลฯ) ซงึ่
มรี าคาถูก และสามารถ เลือกใชทดแทนกันไดหากสง่ิ หน่งึ สิ่งใดมรี าคาเพม่ิ ข้นึ (ทมิ , 2531) แตวตั ถดุ บิ แหลงโปรตนี ใน
ประเทศไทยมีเปอรเซน็ ตโปรตีนท่ีต่ากวาวัตถุดิบจากตางประเทศเน่ืองจากประเทศไทยเปนเมืองรอน จงึ มกี ารหา
แหลงโปรตีนเสริม ไมวาจะเปนการเติมยูเรียในอาหารโคนม หรือเพิ่มโปรตีนโดยวิธีการ (bypass protein) วิธีนี้
จาเปนมากสาหรับโคนมทใ่ี หผลผลิตสูง เชนการใชถ่ัวทีผ่ านสารฟอรมาลดไี ฮด (Formaldehyde) เพิ่มโปรตนี ใน
อาหารโคนม แตการใชสารฟอรมาลดีไฮด (Formaldehyde) ถงึ จะใหเปอรเซ็นตโปรตนี ทีส่ งู แตกม็ ขี อเสีย หากใชไป
ในระยะยาวอาจสงผลกอใหเกิดมะเร็งในคนได จึงไดหาวิธีใหมเพ่ือทดแทนการใชสารฟอรมาลดีไฮด
(Formaldehyde) โดยใชสารแทนนินที่สามารถหาไดจากธรรมชาติซ่ึงมีความปลอดภยั กวา และหาพบไดตามพืช
ตางๆเชน สะเดา ขาวฟาง ใบฝร่ัง ฯลฯ อีกท้ังสารแทนนนิ ยงั ชวยยบั ย้งั การเจริญของจุลนิ ทรีย หากใชพืชโปรตนี ท่มี ี
สารแทนนนิ อยยู ังสามารถลดการเกิดถาวะทองอืดในโคได นอกจากน้ีแทนนินสามารถยบั ยงั้ การยอยสลายโปรตีนใน
กระเพาะหมกั โดยจลุ ินทรยี ได เน่ืองจากมคี ุณสมบตั ิสามารถตกตะกอนกับโปรตนี ได ทาใหจุลินทรยี เขาไปยอยสลาย
โปรตนี ได นอยลง ดงั น้นั โปรตนี ในอาหารก็สามารถผานไปสกู ระเพาะจริงและลาไสเลก็ สตั วสามารถยอย และดดู ซึม
ไปใชประโยชนได (Reed, 1995)

กำรใชประโยชน์ของไนโตรเจนในสัตว์เค้ียวเอ้ือง

การยอยสลายโปรตีนในกระเพาะหมัก เม่ืออาหารโปรตีนเขาสูรูเมนจะถกู ยอยโดย extracellular protease
ของจุลนิ ทรยี ซ่ึงจะเปนพวก endopeptidase แบคทเี รยี และโปรโตซวั จะทาหนาท่ีเขายอยสลายโปรตีน กิจกรรม
ของจุลินทรียน้ัน แตกตางกนั ไป ท้ังน้ขี น้ึ อยกู ับอาหาร แตอยางไรกต็ าม pH ในรูเมนก็มีอทิ ธิพลมากกวา ซ่ึง pH ที่
เหมาะสม ตอการทางานของจลุ ินทรียในการยอยสลายโปรตีน คือ 6-7 และผลของการยอยจะได short-chain
peptide ซึงจะถูกดูดซึมเขาสูเซลลของจุลินทรีย ภายในเซลลพบวาเปปไตทจะถูก utilize ตอเปนกรดอะมิโน
จากนนั้ จะผลิตแอมโมเนียและกรดอินทรียตางๆ โดยขบวนการ deamination แลวถูกนาไปใชตอไป เชนถูกนาไป
สรางเปน microbial protein นาไปสรางเปนแอมโมเนีย แลวไปสรางเปน VFA นาสรางเปน แอมโมเนีย แลวนา
แอมโมเนียมาเปน substrate ในการสราง กรดอะมิโนและ microbial protein ตอไป ท้ังน้ีพบวา 80% ของ
ไนโตรเจนของจลุ ินทรียถูกสงั เคราะหโดยการใชแอมโมเนยี สวน 20% ใชกรดอะมิโน โดยตรง และประมาณ 59%
ของไนโตรเจนในอาหารจะถูกยอยในรูเมน อยางไรกต็ ามปรมิ าณของ ไนโตรเจนท่ถี ูกยอย 29% จะถกู ใชประโยชนใน
รูปของกรดอะมิโน และ อีก 71% จะถูกเปล่ียนใหเปน แอมโมเนีย ทั้งนข้ี ้ึนอยูกับลักษณะตามธรรมชาติของชนิด
อาหารโปรตนี แตละชนดิ

หากระดบั แอมโมเนียในเลือดสงู เกิน 10 มก./ลิตร สตั วจะแสดงอาการเปนพิษเนือ่ งจากยเู รยี คือ มี นา้ ลายไหล
ซัก (tetany) กลามเนอื้ ไมสัมพนั ธกัน (ataxia) ทองอดื (bloat) การหายใจผดิ ปกติและถา ระดับแอมโมเนียในเลอื ด
สูง 30 มก./ลิตร สตั วจะตาย ถาสตั วมีอาการใหรีบแกไขโดยใชน้าสมสายชู หรอื กรดอะซิตกิ ผสมน้าเย็น กรอกปาก
กรดจะชวยลดความเปนดางในกระเพาะรูเมนและกระแสเลอื ด อีกทั้ง น้าเย็นยงั ชวยลดอุณหภูมขิ องกระเพาะรูเมน
ทาใหแอมโมเนยี ถูกดูดซึมชาลง ลดอันตรายลงได (ภัทรภร, 2556)

19

โปรตีนไหลผำน (Bypass protein)

อาหารโปรตีนท่สี ัตวเคีย้ วเอ้อื งกนิ ลงสูกระเพาะรเู มนจะถูกแบงออกเปน 2 สวน คอื โปรตีนถูกยอยสลายไดในรู
เมน (Rumen degradable protein, RDP) และโปรตีนที่ไมยอยสลายในกระเพาะรูเมน (Rumen undegradable
protein, RUP)โปรตีนทีย่ อยสลายไดในรูเมน หมายถึงโปรตีนในอาหารโคเมื่อผานเขาสูกระเพาะรเู มนจะถกู ยอย
สลายโดยจุลนิ ทรยี ไดเปนเปปไตท แอมโมเนีย และกรดอะมิโน เปอรเซ็นตของการยอยสลายของโปรตนี ในวัตถดุ ิบ
แตละชนดิ จะแตกตางกัน มีตัง้ แต 20% พบในโปรตีนจากสัตว เชน ปลาปน เลือด ไปจนถึง 80% ซ่ึงพบในโปรตนี
จากพืช เชน ถั่วเหลือง ผลิตผลท่ีเกิดขน้ึ เชน แอมโมเนยี จะถูกจลุ นิ ทรียจบั เอาไปใชสรางตวั มันเองขึ้นมาซ่ึงโคจะ
สามารถนาจลุ นิ ทรยี โปรตนี นีไ้ ปใชประโยชนไดสงู ถึง 60-65% ของความตองการโปรตนี ของโค ในโคนมท่ใี หผล
ผลติ ไมสูงมากนักโปรตนี จากจุลนิ ทรียจะเพยี งพอสาหรับการสรางน้านม แตในกรณีโคใหนมสูงจะตองมีการเสริม
โปรตนี ไหลผาน (bypass protein) หรอื RUP ใหเพียงพอตอการสรางน้านม

โปรตีนทไ่ี มยอยสลายในกระเพาะรูเมน หมายถงึ โปรตีนท่สี ามารถคงตัวอยูไดในกระเพาะรูเมนโดยไมถกู ยอย
สลายโดยจุลนิ ทรยี ซง่ึ สวนท่ไี มถูกยอยสลายจะผานออกไปยงั ทางเดนิ อาหารสวนหลงั และถูกยอยสลาย โดยเอนไซม
ตางๆ จากตัวสตั ว และรางกายสัตวนาไปใชประโยชนได โปรตีนชนดิ นี้จะพบอยทู ้ังในโปรตีนจากพืชและสัตว ห รือ
อาจเปนโปรตนี ทผ่ี านกระบวนการที่ทาใหคุณสมบตั ิทางกายภาพหรอื เคมีเปล่ยี นไป เชน ถั่วเหลอื งทผ่ี านกระบวนการ
เอ็กซทรูด (Extruded- soyabean) กากถ่ัวเหลืองที่ผานความรอนสูงถึง 140 อาศาเซลเซียส ถ่ัวที่ผานสาร
ฟอรมาลดีไฮด (Formaldehyde) โปรตีนที่ผานกระบวนการเหลานี้ เรียกวาโปรตีนหอหุม (Protected protein)
โปรตีนหลบเล่ียง (escrapes protein) หรอื โปรตนี ไหลผาน (Bypass protein) โปรตนี ชนิดนีม้ ีความจาเปนสาหรบั
โคนมมาก โดยเฉพาะโคนมทใ่ี หผลผลิตสงู เชน ใหนมมากกวา 20 กก. เพราะโปรตนี จากจลุ ินทรียเพยี งอยางเดยี ว
จะไมเพียงพอสาหรบั การสรางน้านม (ภัทรภร, 2556)

ภำพท่ี 1 Bypass protein in dairy cow
ท่มี ำ : Boonlom (2013)

สำรแทนนนิ (Tannin)

สารแทนนนิ (Tannin) เปนสารประกอบโพลีฟนอลิค (Polyphenolic compounds) ซึ่งพบในสวนตางๆของพืช
แทนนิน สามารถละลายน้าได มีสถานะเปนกรดออน รสฝาด สารแทนนนิ จดั เปนสารยบั ยง้ั การใชประโยชนไดของ
โปรตีน มีผลตอการลดการยอยของโปรตีน ในกระเพาะรูเมนแทนนินก็จะไมถูกยอยในสภาพความเปนกรด-ดาง
เชนเดียวกัน แตถึงกระน้นั การใชแทนนนิ ในระดับต่าสามารถชวยลดการเกิดอาการทองอดื เพิ่มการไหลผานของ
ไนโตรเจนท่ีไมใชแอมโมเนยี ได เนือ่ งจากแทนนนิ มีฤทธ์ิฝาดสมาน และสามารถยบั ย้ังการเจริญของแบคทีเรียบาง
ชนิด ดังนนั้ สดั สวนท่เี หมาะสมในการใชแทนนนิ ในอาหารสตั วจงึ มีการศึกษากันอยางกวางขวาง สวนมากสารแทน
นนิ ทใ่ี ชในอาหารสตั วนี้จะเปนสารสกัดจากเปลือกและลาตนของสวที เชสนทั (Sweet chestnut) ซง่ึ สารสกดั ท่ีไดน้ัน

20

จะอยูในรูปไฮโรไลซแทนนิน (Hydrolysable tannin) ซึ่งจะชวยเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต และ
ประสิทธภิ าพในการใชอาหารของสัตว นอกจากน้ีสารแทนนินสามารถใชรวมกับพรีไบโอติก หรือโพรไบโอตกิ ได
เชนกนั สารแทนนินนน้ั มปี ระโยชนหากใชในปริมาณท่ีเหมาะสม แตหากใชในปริมาณมากกจ็ ะเกดิ ผลเสยี ตอตัวสตั ว
ได (กลุ ภทั ร และ คณะ, 2552)

อำงอิง ชนิดพืช ปรมิ ำณแทนนนิ (DM)

วภิ า และชดิ ชม (2537) กลวยหอมทอง 5.80 เปอรเซ็นต
5.90 เปอรเซ็นต
กลวยนา้ หวา 3.56 เปอรเซน็ ต
10-15 เปอรเซน็ ต
กลวยไข 7.90 เปอรเซน็ ต
2.03 เปอรเซ็นต
สานกั งานคณะกรรมการสาธารณสุขมลู ฐาน (2540) ใบฝรั่ง 1.94 เปอรเซ็นต
1.18 เปอรเซ็นต
สุปรณี า (2552) ใบและกานสะเดา

เดชภาฑร และคณะ (2550) กระถิน

นารรี ัตน และคณะ (2021) ถั่วดาวอินคา

ไชยรตั น (2555) ใบมนั สาปะหลงั

ตำรำงที่ 1 ปริมาณสารแทนนินในพชื ชนิดตางๆ

ผลกำรใชแทนนนิ ในสตั วเ์ ค้ียวเอ้ือง

จันทิรา และคณะ (2562) กลาววา การเสริมเปลอื กมังคดุ และกลวยนา้ วาดิบ ในอาหารแพะมีศักยภาพในการ
ควบคุมพยาธใิ น แพะได โดยแพะกลมุ ท่ไี ดรบั การเสรมิ แหลงแทนนนิ มีประสทิ ธภิ าพการลดไขพยาธิดกี วากลมุ ควบคุม
แตอยางไรกต็ าม การเสรมิ วตั ถุดบิ แหลงแทนนนิ เพ่อื ควบคุมจานวนพยาธใิ นระบบทางเดนิ อาหาร แพะจาเปนตอง
เสรมิ ในระยะยาวจงึ จะเห็นผลดาน สุขภาพและประสิทธภิ าพการผลิต

ปราโมทย และคณะ (2550) กลาววา สารประกอบคอนเดนซแทนนินทม่ี ีอยูในแทนนินมีบทบาทและศักยภาพใน
การเกดิ สารประกอบ tannin protein complexes สามารถ bypass protein ในรูเมนและลดจานวนของไขพยาธิ
ในระบบทางเดินอาหารชวยรกั ษาสุขภาพของสตั วและลดการใชยาถายพยาธิ

ปราโมทย (2545) กลาววา สารประกอบคอนเดนซแทนนิน พบไดทัว่ ไปในพชื โปรตนี อาหารสตั ว โดยเฉพาะอยาง
ยงิ่ ในพืชเขตรอน หากใชในระดับสูงเกิน 5 เปอรเซ็นต ของอาหารวัตถแุ หง พบวาการยอยไดในกระเพาะรูเมนและ
ระดับไนโตรเจนที่กกั เก็บในรางกายลดลง หากมีในอาหารถึง 9 เปอรเซ็นต สามารถทาใหสัตวตายได ระดับที่
เหมาะสมท่ใี หผลดีคือ 2 ถึง 4 เปอรเซ็นต โดยสาทารถปองกันการยอยไดในกระเพาะรูเมน และสารมารถเพิ่ม
จลุ นิ ทรียโปรตนี ที่ผานไปยังลาไสเล็ก และเพิ่มการดูดซมึ การใชประโยชนของกรดอะมโิ นทีจ่ าเปน การที่คอนเดนซ
แทนนินท่ีโปรตนี พืชอาหารสัตว สามารถทดแทนโปรตนี ทไ่ี มถกู ยอยในกระเพาะรเู มนจากแหลงอื่นซ่ึงมีราคาแพงกวา
ทาใหสามารถลดตนทนุ คาอาหารสัตวไดมาก

ผลกำรใชแทนนินในรปู แบบตำงๆตอกระบวนกำรหมกั ยอย
การเสริมแทนนนิ ในอาหารทาใหปริมาณกรดไขมนั ระเหยได (Total VFA) มรี ะดบั ทล่ี ดลง (Menci et al., 2021;

Williams et al., 2020) แต Herremans et al. (2020) กลบั พบวาการเสรมิ แทนนินในอาหารไมทาใหระดับของ
ปรมิ าณกรดไขมันระเหยไดลดลง ในสวนสัดสวนของกรดไขมันระเหยไดพบวา การเสริมแทนนนิ ทาใหสัดสวนของ
Acetic acid เพ่มิ ข้นึ เมื่อเปรยี บเทียบกบั กลมุ ควบคุม ดังรายงานของ Menci et al. (2021) และ Herremans et
al. (2020) โดยไมสงผลตอ Propionic acid แต Herremans et al. (2020) ไดรายงานวาสัดสวนของ Butyric
acid มีสดั สวนทล่ี ดลง อยางไรกต็ าม Williams et al. (2020) การเสริมแทนนินในอาหารไมพบความแตกตางของ
สัดสวนกรดไขมันระเหยไดเมอ่ื เปรียบเทยี บกบั กลมุ ควบคมุ นอกเหนอื จากนน้ั Herremans et al. (2020) สามารถ

21

เพิ่มระดับ A:P ratio สูงขึ้นดวย อยางไรก็ตามการใชแทนนินเสริมในอาหารโคนมนั้นทาใหปริมาณแอมโมเนีย
ไนโตรเจนลดลงได ลดลง (Menci et al., 2021; Williams et al., 2020)

ตำรำงท่ี 2 ผลการใชแทนนินในรปู แบบตางๆ ตอกระบวนการหมักยอย

Total Acetate Propionate Butyrate A:P NH3-N
(mg
อำงองิ กลุม VFA (%) (%) (%) (%) N/dl)
( mg/ml
174a
) 161b

Menci et กลมุ ควบคมุ 6.59a 65.0b 18.7 10.4 3.49 149c
135.0
al. (2021) เสรมิ แทนนนิ 1.5 6.44b 65.3b 18.8 10.4 3.50 135.1
เปอรเซ็นต 309b
309b
เสรมิ แทนนิน3.0 6.28c 65.9a 18.8 10.2 3.52
เปอรเซน็ ต 257a

Herremans กลมุ ควบคุม 5.59 56.89b 20.48 17.20a 2.86b 267ab

et al. สารสกดั แทน 5.41 58.16a 20.04 16.33b 2.98a
(2020) นินจากโอค๊

Williams กลมุ ควบคมุ 121b 65.4b 18.9a 11.3 3.48b

et al. อาหารเสรมิ ไขมัน 107a 65.0ab 19.0a 11.7 3.48b
(2020) 800 ml.

อาหารสรมิ แทน 110a 65.0ab 19.2ab 11.4 3.41b
นิน 400 g.

อาหารท่ีมีไขมัน 118ab 64.4a 20.0b 11.5 3.23a
และแทนนนิ

หมำยเหต:ุ a b และ c ทกี่ ากับอยใู นแตละคอลมั นแสดงความแตกตางอยางมนี ัยสาคัญทางสถติ

ผลกำรใชแทนนนิ ตอกำรไดรบั และกำรขับออกของไนโตรเจน
การเสรมิ แทนนินในอาหารทาใหปริมาณการใชประโยชนจากไนโตรเจนท่ีกนิ เขาไป (N Intake) มีระดับทล่ี ดลง

Gerlach et al., (2018) แตของ Aguerre et al. (2020) กลับพบวาการเสรมิ แทนนินในอาหารไมทาใหระดับของ
ปรมิ าณของไนโตรเจนลดลง ในสดั สวนของการใชประโยชนจากไนโตรเจนพบวา การเสรมิ แทนนินทาใหสดั สวนของ
Fecal N ลดลงเม่อื เปรยี บเทียบกับกลุมควบคุม ดังรายงานของ (Focant et al., 2019) แต (Gerlach et al., 2018
; Aguerre et al., 2020) ไดรายงานวาสัดของ Urinary ไดลดลงจากกลมุ ควบคมุ อยางไรกต็ ามการเสรมิ แทนนินใน
อาหารโคนมยงั สามารถลดระดบั ของ Milk N ไดอีกดวย(Gerlach et al., 2018 ; Aguerre et al,. 2020)

22

ตำรำงท่ี 3 ผลการใชแทนนินในรปู แบบตางๆ ตอการไดรบั และการขับออกของไนโตรเจน

อำงอิง กลุม N Fecal N Urinary Milk N
Intake (g/d) (g/d) (g/d)
(g/d) 196
179
Gerlach et al. กลมุ ควบคุม 651 203 252
145a
(2018) 3% สารสกดั แทนนินคว 629 226 223 139b
147a
บแนนในอัตราสวนแหง
231
Focant et al. กลมุ ควบคมุ 419 177a 77c 240
415 158b 102a
(2019) น้ามนั ลินสีดอัดรดี 225
อาหารเสรมิ แทนนนิ 169g 419 162b 95b

และเมด็ ฮ็อพ 56g

Aguerre et al. กลมุ ควบคมุ 782c - 250a

(2020) เสรมิ แทนนนิ 0.45 795b - 244b

เปอรเซ็นต

เสรมิ แทนนนิ 1.80 820a - 222c

เปอรเซน็ ต

หมำยเหต:ุ a b และ c ที่กากบั อยใู นแตละคอลมั นแสดงความแตกตางอยางมีนยั สาคญั ทางสถิติ

ผลของแทนนินทมี่ ผี ลตอกำรผลิตก๊ำซมีเทน
การเสริมแทนนนิ ในอาหารโคนมทาใหปรมิ าณการผลิตก๊าซมเี ทน (CH4) มรี ะดบั ที่ลดลง (Focant et al., 2019 ;

Williams et al., 2020) แตในสวนของ CH4 DMI การเสริมแทนนินในอาหารไมพบความแตกตางของสัดสวน
อาหารเสรมิ แทนนิน เมื่อนามาเปรียบเทยี บกบั กลมุ ควบคมุ ดังรายงานของ (Williams et al., 2020) อยางไรก็ตาม
การเสริมแทนนนิ ในอาหารโคนมทาให CH4 ECM มีระดับทลี่ ดลง (Focant et al., 2019)
ตำรำงที่ 4 ผลการใชแทนนินในรปู แบบตางๆ ตอการผลติ ก๊าซมีเทน

CH4 CH4 CH4

อำงอิง กลุม (g/d) (g/kg) (g/kg)ECM
DMI

Focant et al. (2019) กลุมควบคุม 365a 18.7 14.0a
311b 17.3 12.0b
นา้ มนั ลนิ สดี อัดรดี 11.4b
อาหารเสริมแทนนิน 169 g. และเม็ดฮ็อพ 315b 17.3
16.4
56 g. 532b 22.5b 15.7
17.2
Williams et al. กลุมควบคมุ 18.1
(2020) อาหารเสริมไขมนั 800 ml. 493ab 19.3a
500ab 20.1ab
อาหารสริมแทนนนิ 400 g. 478a 18.1a

อาหารทม่ี ีไขมนั และแทนนิน

หมำยเหต:ุ a b และ c ทกี่ ากับอยูในแตละคอลมั นแสดงความแตกตางอยางมีนยั สาคัญทางสถติ ิ

23

ผลของแทนนินที่มผี ลตอนำ้ นม
การเสริมสารแทนนินในอาหารโคนมทาใหปรมิ าณของ DMI มรี ะดับทีเ่ พ่ิมข้ึน (Aguerre et al., 2020 ; Gerlach

et al., 2018 ; Herremans et al., 2020) แต Focant et al. (2019) กลับพบวาการเสรมิ แทนนินไมสามารถทา
ใหปริมาณการกินได เพ่มิ ข้ึนได ในสดั สวนของปรมิ าณนา้ นมพบวาการเสรมิ แทนนนิ ทาใหสดั สวนของปริมาณนานม
ลดลง ดงั รายงานของ (Gerlach et al., 2018 ; Herremans et al., 2020) อยางไรกต็ าม Focant et al. (2019)
กลับพบวาสัดสวนของ น้านมมีระดับเพิ่มข้ึน เชนเดียวกับ (Aguerre et al., 2020 ; Gerlach et al., 2018 ;
Herremans et al., 2020) พบวาการเสริมแทนนนิ ในอาหารโคนมทาใหปริมาณของไขมันในน้านม เพิ่มขึ้นเมื่อ
เปรียบเทียบกบั กลุมควบคมุ แต Focant et al. (2019) ไดรายงานวาปริมาณของ Protein ในนา้ นมมคี วามแตกตาง
กันเม่อื เปรยี บเทยี บกบั กลมุ ควบคุม นอกเหนอื จากนั้น Gerlach et al. (2018) ยงั พบวาการเสริมแทนนนิ ยงั สามารถ
ลดระดับของยเู รียในนา้ นมไดอกี ดวย และ Aguerre et al. (2020) ยงั พบอีกวาการเสริมแทนนนิ ในอาหารโคนมนนั้
สามารถเพ่มิ ระดับของ Lactose ไดอกี ดวย
ตำรำงที่ 5 ผลของการเสรมิ แทนนินชนดิ ตางๆ ตอผลผลติ นา้ นม องคประกอบนา้ นม และการกินได

อำงองิ กลมุ DMI Milk Fat Protein MUN Lactose
(kg/d) (kg/d) (%) (%) (ing/dL) (%)

กลมุ ควบคมุ 29.2c 48.8 3.75 2.96b 12.2a 4.78
30.1b 49.0 3.97 3.13a 12.1a 4.81
Aguerre et เสรมิ แทนนิน 0.45 30.9a 48.3 3.92 2.99b 10.8b 4.81
al. (2020) เปอรเซน็ ต
เสรมิ แทนนิน 1.80

เปอรเซน็ ต

กลมุ ควบคมุ 20a 29.2b 4.09a 3.28a 3.13a -

Focant et น้ามนั ลนิ สดี อัดรดี 18.4b 29.7b 3.87b 3.10b 2.14b -

al. (2019) อาหารเสริมแทนนนิ 169 g. 18.5b 31.5a 3.79b 3.10b 1.71b -

และเมด็ ฮ็อพ 56 g.

Gerlach et กลมุ ควบคมุ 22.4 36.8 3.75 3.28 23.2 -
al. (2018) 3% สารสกัดแทนนนิ ควบ 22.5 35.1 3.80 3.22 16.4 -
แนนในอัตราสวนแหง

Herremans กลมุ ควบคุม 18.1 23.5 4.53 2.87 10.44 4.91
et al. สารสกดั แทนนินจากโอ๊ค 18.6 23.0 4.54 2.86 9.39 4.89
(2020)

หมำยเหตุ: a b และ c ท่กี ากบั อยูในแตละคอลัมนแสดงความแตกตางอยางมีนยั สาคัญทางสถิติ

สรุป

ผลของการเสรมิ แทนนนิ ในอาหารโคนมพบวา มปี ระสิทธภิ าพของการใชประโยชนจากไนโตรเจนดีข้ึนเน่อื งจากมี
การขบั ไนโตรเจนออกออจจากรางในระดบั ท่ีต่าและออกทางนา้ นมสูงทาใหไนโตรเจนถกู ใชประโยชนในรางกาย
ไดมากและนา้ นมมโี ปรตนี ท่สี ูงขึน้ นอกจากน้สี ารแทนนนิ ยังชวยลดปรมิ าณของก๊าซมีเทนที่สัตวขบั ออกมาอกี ดวย
แตการใชแทนนนิ ก็มีขอจากัดเหมือนกันหากใชในปรมิ าณทสี่ งู เกินไปยงั เปนผลเสยี ตอตวั สัตว ทาใหแทนนนิ ไป
ขัดขวางการยอยอาหารจลุ นิ ทรียในกระเพาะ รเู มน ทาใหประสทิ ธิภาพการยอยอาหารลดลง

24

ขอเสนอแนะ

การใชแทนนนิ ในอาหารโคนมนั้น ไมควรเสรมิ สารแทนนนิ ในปริมาณสูงเพราะจะทาใหการยอยไดลดลง ควรใช
แทนนินในรูปแบบสารสกัด เนื่องจากจะสามารถควบคมุ ปรมิ าณของแทนนนิ ไดเพราะวาสารแทนนินในพชื ที่อายุ
แตกตางกัน จะมปี รมิ าณของแทนนนิ ไมเทากัน นอกจากนนิ สารแทนนนิ ยงั สามารใชรวมกับโพรไบโอติกไดดวย

25

เอกสำรอำงองิ

กุลภัทรโพธิ์ กนษิ ฐ, วันดี ทาตระกูลม, โอภาส พิมพาม, ทนิ กร ทาตระกลู และกุลยาภสั ร วฒุ ิจารี. 2552. การศกึ ษา
ปริมาณ และการใชประโยชนของสารแทนนินในใบกระถินเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพโปรตีนไหลผาน ใน
กระบอื .การสัมมนาวชิ าการเกษตร ประจาป 2552 คณะเกษตรศาสตรมหาวทิ ยาลัยขอนแกน : 122

จนั ทิรา วงศเณร, กฤติกา กาบพลอย , พิจกั ษณ สัมพันธ , วษิ ณุ เพชรสุวรรณ และจุฬาวรรณ จิตตภกั ดี. 2562. ผล
ของการเสริมวัตถดุ บิ แหลงแทนนนิ ตอการติดเชอ้ื พยาธิตวั กลมในแพะ. แกนเกษตร 47 (2) : 893-898

ไชยรัตน สมฉุน.2555.สารแทนนินสกดั จากใบมันสาปะหลัง.แหลงสืบคนขอมูล https://www.thairath.co.th
/content/265512 : 25 กมุ พาพนั ธ 2565

เดชภาฑร วงศเดชขจร, อาคม สังขวรานนท, ลกั ษณ เพียซาย และสมเกยี รติ ประสานพานชิ . 2550. ผลของสารแทน
นนิ จากกระถนิ สดตอการลดจานวนไขพยาธกิ ลุมสตรองไจลิดในอุจจาระและอัตราการเจริญเติบโตของ
แพะ. เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ครงั้ ที่ 45: สาขาสัตวและสตั ว
แพทยศาสตร: 24 กุมพาพันธ 2565

นารรี ัตน สงิ หโต , อนุรักษ เขยี วขจรเขต, ภทั รภร ทัศพงษ และ วรรณพร คลงั เพชร. กากถ่ัวดาวอินคาเพอ่ื เปนแหลง
โปรตนี จากพชื ชนดิ ใหมในอาหารปลาไน. KHON KAEN AGRICULTURE JOURNAL. 49 (2): 442-451

ทมิ พรรณศิริ. 2531. การพัฒนาการเกษตรในชนบท. สารานกุ รมไทยสาหรบั เยาวชนฯ เลมท่ี 12 : 23 กุมพาพันธ
2565

ปราโมทย แพงคา. 2545. ความคมุ คาสาหรบั สารและกอบคอนเดนซแทนนินในพืชโปรตีนอาหารสตั วสาหรับสัตว
เคีย้ วเอ้ือง. วารสารวิทยาศาสตรเทคโนโลย(ี ภาษาไทย)ปท่ี 10 (1): 25 กมุ พาพนั ธ 2565

ปราโมทย แพงคา, สุปรีณา ศรีใสคา, ศริ ินทรทพิ ย ไตรยขนั ธ และวันวสิ า หาระโคตร. 2550. ความสาคัญของ
สารประกอบแทนนินในพืชโปรตีนอาหารสัตวในการเลี้ยงแพะ. สานักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยสี รุ นาร:ี 25 กมุ พาพนั ธ 2565

ภัทรภร ทศั พงษ. 2556. โภชนะสัตวเค้ียวเออื้ ง. การผลิตสตั วเค้ียวเออ้ื ง :58-64
วิภา สุโรจนะเมธากุล และชิดชม ฮิรางะ. การสกัดแทนนินจากเปลือกกลวย. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร :

25 กุมพาพนั ธ 2565
สานกั งานคณะกรรมการสาธารณสขุ มลู ฐาน. 2540. ยาสมนุ ไพร.องคการสงเคราะหทหารผานศกึ . กรุงเทพมหานคร.

133
สุปรีณา ศรีใสคา. 2552. ผลของการใชใบและกานสะเดาในอาหารแพะเนอ้ื ตอกระบวนการหมัก ในกระเพาะหมกั

และสมรรถนะการผลิต. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี : 25 กมุ พาพันธ 2565
สุปรณี า ศรีใสคา และสมคดิ ใจตรง. 2562. ผลของคอนเดนซแทนนินในใบรวมกานกลวยเทพรสตอการขบั ไขพยาธิ

ตวั กลมในมลู แพะเน้อื ลกู ผสม. แกนเกษตร 47 (2) : 283-288
Aguerre M. J., Duval B., Powell J. M., Vadas P. A., & Wattiaux M. A. (2020). Effects of feeding a

quebracho–chestnut tannin extract on lactating cow performance and nitrogen
utilization efficiency. Journal of Dairy Science. 103(3), 2264-2271.
Boonlom Cheva-Isarakul. 2 5 5 6 . Bypass protein in Dairy cows. แหล ง ที่ ม า https://slideplayer.in.th
/slide/2278445/ : 25 กมุ พาพนั ธ 2565.
Focant M., Froidmont E., Archambeau Q., Van Q. D., & Larondelle. Y. (2019). The effect of oak tannin
(Quercus robur) and hops (Humulus lupulus) on dietary nitrogen efficiency, methane
emission, and milk fatty acid composition of dairy cows fed a low-protein diet including
linseed. Journal of dairy science. 102(2), 1144-1159.

26

Gerlach K., Pries M., Tholen E., Schmithausen A. J., Büscher W., & Südekum K. H. (2018). Effect of
condensed tannins in rations of lactating dairy cows on production variables and nitrogen
use efficiency. Animal. 12(9), 1847-1855.

Herremans S., Decruyenaere V., Cantalapiedra-Hijar G., Beckers Y., & Froidmont E. (2020). Effects of
hydrolysable tannin-treated grass silage on milk yield and composition, nitrogen
partitioning and nitrogen isotopic discrimination in lactating dairy cows. Animal. 14(4), 771-
779.

Menci R., Coppa M., Torrent A., Natalello A., Valenti B., Luciano, G., & Niderkorn V. (2021). Effects of
two tannin extracts at different doses in interaction with a green or dry forage substrate
on in vitro rumen fermentation and biohydrogenation. Animal Feed Science and
Technology. 278, 114977

Reed J. D. (1995). Nutritional toxicology of tannins and related polyphenols in forage legumes.
Journal of Animal Science. 73 . 1516-1528.

Williams S. R. O., Hannah M. C., Eckard R. J., Wales W. J., & Moate P. J. (2020). Supplementing the
diet of dairy cows with fat or tannin reduces methane yield, and additively when fed in
combination. Animal. 14(S3), s464-s472.

27

ประสทิ ธิภำพกำรใชเปลอื กมนั ลำงตอกำรผลิตสัตวเ์ คย้ี วเอือ้ ง
Efficiency of using cassava peel on ruminants production

คมสัน เทยี นทอง1*
Komsan Thainthong1*

1สำขำสตั วศำสตร์ คณะเกษตรศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยีรำชมงคลอีสำน วทิ ยำเขตสรุ นิ ทร์
*Corresponding Author E-mail Address : [email protected]

บทคดั ยอ

ปจจุบนั เกษตรกรหันมาเลี้ยงสตั วเคี้ยวเอื้องมากขนึ้ อยางตอเน่ือง และยังประสบปญหาดานอาหารหลายอยาง
เชน คุณภาพของอาหารขนและอาหารหยาบ รวมทงั้ ตนทุนอาหารทีเ่ พ่มิ ข้นึ อีกดวย ปจจัยเบือ้ งตนจึงทาใหมกี ารใช
ผลพลอยไดอตุ สาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะอยางย่งิ เปลือกมันลางที่ไดจากโรงงานผลิตแปงมนั และมีปรมิ าณมาก
การศึกษาในครง้ั น้มี ีวตั ถุประสงคเพ่ือรวบรวมผลของการใชระดับเปลือกมนั สาปะหลงั ลางในระดับตางๆตอปรมิ าณ
การกินไดและการยอยได กระบวนการหมกั การหมักของกระเพาะรูเมน และผลผลิตของสัตวเคยี้ วเอ้อื ง โดยขอมูล
พบวำการใชเปลือกมันลางในอาหาร FTMR ทีร่ ะดับ 0% 15% 30% และ 45% มีปริมาณการกินไดนอยลง การ
เสริมเปลือกมันสาปะหลังรวมกับใบมนั สาปะหลังและถ่ัวพุม ไมสงผลตอความเปน กรด-ดาง แตจะมีผลตอความ
เขมขนของแอมโมเนยี และไนโตรเจน การเสริมเปลอื กมันสาปะหลงั ในอาหารโคนมที่ระดับ 5% และ 0% สงผลตอ
องคประกอบนา้ นม ไดแกโปรตนี แลคโตส และของแข็ง แตไมสงผลตอไขมนั นม

คำสำคัญ : เปลือกมนั ลาง,เปลอื กมันสาปะหลงั หมกั ,สัตวเคีย้ วเอ้อื ง

28

บทนำ

ในปจจุบนั เกษตรกรในประเทศหันมาเล้ยี งสตั วเศรษฐกจิ กนั มากข้ึน แตอยางไรก็ตามยงั ประสบปญหาหลายอยาง
เชน คุณภาพของอาหารขนและอาหารหยาบ รวมทง้ั ตนทนุ อาหารทีเ่ พิ่มข้นึ อยางตอเนื่องอีกดวย ปจจบุ นั ไดมคี วาม
นยิ มที่จะนาเอาผลพลอยไดอุตสาหกรรมการเกษตร (Agro industrial by-products) เขามาใชเปนแหลงวตั ถดุ ิบ
อาหารสัตว เชน กากมันสาปะหลัง เปลอื กมันสาปะหลงั กากปาลม กากเมล็ดทานตะวัน เปนตน การใชเปลอื กมนั
สาปะหลังทเี่ ปนเศษเหลือใชจากโรงงานแปงมันสาปะหลงั มจี านวนมากจึงนาเศษเหลือมาทาใหเกดิ ประโยชนและลด
ตนทุนการผลิต เปลือกมันลางสามารถนามาทาผลิตภัณฑอาหารผสมสาเร็จรูปแบบหมักได เพราะยังมีโภชนะ
เหลืออยูโดยเฉพาะแปงซึ่งใหพลงั งานท่ีใชประโยชนไดสูงถึง 2044.8 kcal/kg และโปรตนี 3.26 เปอรเซ็นตการให
อาหารผสมสาเร็จรูปแบบหมักยังสามารถชวยเพิ่มปรมิ าณการกินไดและความสามารถในการยอยไดของโ ภชนะ
เปลือกมันสาปะหลังพบวาเปนวัตถุดิบท่ีมีศกั ยภาพเพียงพอทจี่ ะนามาเปนแหลงพลังงานในอาหารโค เน่ืองจาก
กระบวนการผลิตแปงมนั สาปะหลงั จะมีเปลอื กมันสาปะหลัง 3% ของมันสาปะหลังทง้ั หมดทเ่ี ขาโรงงาน ซึง่ สามารถ
คดิ เปนปรมิ าณตอปได 552,000 ตัน สานกั งานแหงชาตกรมประชาสัมพันธ (2552)

ดงั นัน้ การรวบรวมงานวจิ ัยในคร้งั นี้มวี ตั ถปุ ระสงคเพ่อื รวบรวมขอมลู การทดลองการนาเปลอื กมันสาปะหลงั ลาง
มาใชในการผสมรวมกับอาหาร เพอ่ื ชวยเพม่ิ พลงั งาน และลดตนทนุ ในการผลติ อาหารสตั ว

เปลือกมันสำปะหลงั ( Cassava peel )

เปลือกมันสาปะหลัง (Cassava peel) เปนผลพลอยไดจากอุตสาหกรรมการเกษตร (Agro industrial by –
products) ท่ไี ดจากโรงงานผลิตแปงมันสาปะหลัง ซึ่งมีกระบวนการผลิตเริ่ม ต้ังแตการนาหวั มันสดเขาเครื่องช่ัง
นา้ หนักวัดเปอรเซ็นตของแปงทมี่ ีในหวั มนั การทาความสะอาด และจดั เตรียมหัวมนั นาหวั มันสดเขาสูเครอื่ งรอน
เพือ่ แยกเอาดินออก จากนั้นลาเลียงเขาสเู ครื่องลาง เพ่อื ทาความสะอาดหวั มนั อีกคร้ังแลวจึงนาเขาสูเคร่ืองสับและ
ขูดเปลือก เพ่ือใหหัวมันขนาดเล็กลงและแยกเอาเปลอื กออกแลวเขาสเู คร่ืองบด สวนท่ีขูดเปลือกออกคอื สวนท่ี
หอหุมหัวมนั สาปะหลงั มีสนี า้ ตาลมีความหนาประมาณ 1-2 มิลลเิ มตร เปนผลพลอยไดจากโรงงานอตุ สาหกรรม เมฆ
ขวัญแกว (2009) มีขน้ั ตอน ดังน้ี

Clean water Fresh cassava 29
Peeling and washing
Cassava peel
Lime solution (5%) Soaking (30 minutes)
Flour processing
Clean water Washing Cassava flour

Grating by using a grater

Wet grated cassava

Sun-drying

Dried grated cassava

Storage

ภาพท่ี 1 : แสดงข้ันตอนการคดั แยกกากมันสาปะหลงั
ทีม่ า : ดัดแปลงจาก เมฆ ขวัญแกว (2009)

30

เปลอื กมันสาปะหลังเม่ือผานกระบวนการผลติ แปงมนั จากโรงงานยังคงมี NFE อยปู ระมาณ 62.5 - 71.0% ของ
น้าหนักแหงพลังงานรวม (GE) 1.65 – 2.96 MJ/kg พลังงานยอยได (DE) 1.03 MJ/kg (Adegbola, 1980;
Devendra, 1977) ซ่ึงถือวามีปรมิ าณมากพอทจี่ ะนามาใช เปนวัตถุดิบอาหารสัตวไดโดยทีเ่ ปลือกมันสาปะหลังมี
คุณคาทางโภชนะ ดังแสดงในตารางที่ 1
ตำรำงท่ี 1 ตารางองคประกอบทางเคมขี องเปลอื กมันสาปะหลงั (% of dry matter )

Item Kaeokliang Nwokoro and Adegbola (1980)
(2018)
Dry Matter, DM Ekhosuehi (2005)
18.4
Crude Protein, CP - 13.5
Crude Fiber, CF 2.17
Ether Extract, EE - 4.3 6.5
Nitrogen Free Extract, NFE 0.43 12.0 10.0
Ash - 0.2 1.0
Gross Energy ( MJ/kg ) 2.30 71.0 62.5
- 1.01 6.5
- 1.65

กำรใชเปลือกมนั ลำงตอกำรกนิ ได และกำรยอยได

ปริมาณการกนิ ไดเปนปจจัยหนึ่งทอ่ี าจสงผลตอการเจรญิ เติบโตของสัตว ซึ่งจะเก่ยี วของกับการไดรับโภชนะใน
อาหาร จากการทดลองของ ศภุ ลกั ษณ และคณะ ( 2019 ) ทีใ่ ชโคเนอ้ื ลกู ผสมบราหมันพนื้ เมืองเพศผู โดยโคไดรบั
อาหารผสมสาเรจ็ รปู แบบหมักท่ีมเี ปลอื กลางมันสาปะหลังในระดับ 0 % 15 % 30 % และ 45 % พบวามีปริมาณ
การกินไดของวัตถุแหง เปนไปในทางเดยี วกบั เมฆ ขวญั แกว (2009) ทีท่ าการทดลองโดยเลย้ี งโคนมในระยะตนของ
การใหนม โดยแบงเปน 3 กลุมการทดลองคือกลุมควบคุม (ขาวโพดหมัก) และกลุมที่ไดรับอาหารหยาบหมักทมี่ ี
เปลือกมนั สาปะหลงั 0% และ 30% ตามลาดบั โดยพบวาระดบั เปลอื กมันสาปะหลงั ทเ่ี พ่ิมสูงขึ้นสงผลใหปริมาณการ
กินไดลดลง ซ่ึงอาจเนอ่ื งมาจากในเปลือกลางมันสาปะหลังมีเปอรเซน็ ตความช้ืนสูง ความนากินของอาหารลดลง โดย
ขดั แยงกบั วชั รวทิ ย และ ภานวุ ฒั น (2010) ท่ีทดลองโดยการใชแกะลกู ผสม โดยใหแกะกนิ อาหารแบบแยก (อาหาร
ขน : อาหารหยาบ) โดยใหกนิ อาหารขน ประมาณ 3% น้าหนกั ตวั และใหกนิ อาหารหยาบอยางเตม็ ที่ พบวาแกะมี
ปรมิ าณการกินไดของวัตถุแหงของอาหารทง้ั หมด ทั้งน้ีอาจเนอื่ งจากการใหแกะกินอาหารขนปรมิ าณสงู และใหกนิ
อาหารหยาบอยางเต็มทีจ่ ึงทาใหแกะกนิ อาหารรวมท้ังหมดของวัตถุแหงไมแตกตางกนั โดยพบวาการยอยไดของวัตถุ
แหง, อินทรียวตั ถ,ุ โปรตีน และผนงั เซลล ในท้งั 3 การทดลองไมมคี วามแตกตางกนั สอดคลองกบั รายงานของ Milis
and Liamadis (2007) ท่ี รายงานวา วัตถุดบิ เย่ือใยสงู ไมมผี ลตอการยอยไดของวัตถแุ หง อนิ ทรียวัตถุและผนงั เซลล

31

ตำรำงที่ 2 กำรใชเปลือกมนั ลำงตอกำรกนิ ได และกำรยอยได

ทมี่ า ระดับการใช การกินได ( การยอยได ชนิดสัตว
%) (%) โคเนอ้ื
ศุภลกั ษณ และคณะ เปลือกมนั ลางทีร่ ะดบั 0 % 5.03a 71.78 โคนม
( 2019 ) เปลอื กมันลางท่ีระดับ 15 % 4.11ab 71.36 แกะ
เปลอื กมนั ลางที่ระดับ 30 % 3.98ab 65.49
เมฆ ขวญั แกว (2009) เปลอื กมนั ลางที่ระดบั 45 % 3.49b 64.32

ขาวโพดหมกั (ควบคมุ ) 6.04b 67.90
ผสมเปลอื กมันสาปะหลงั 0% 6.94a 58.00
ผสมเปลือกมันสาปะหลัง 30% 5.54b 55.20

วชั รวิทย และ ภานวุ ัฒน อาหารขน + 30% เปลือกมันหมกั + ฟาง 0.96 50.87
(2010) อาหารขน + 30% เปลอื กมนั หมัก + ฟาง 0.90 51.31
หมักยูเรีย 5 %

กำรใชเปลือกมนั ลำงตอกระบวนกำรหมกั ในกระเพำะรเู มน

จากการทดลองของ Abatan et al. ( 2017 ) ไดศึกษาการเสริมเปลือกมันสาปะหลงั รวมกับใบมันสาปะหลังและ
ถว่ั พมุ ในอาหารแพะ พบวาไมสงผลกระทบตอความเปนกรด-ดาง แตจะเหน็ ไดวามผี ลกระทบตอความเขมขนของ
แอมโมเนีย-ไนโตรเจน และกรดไขมนั ระเหย โดยจะสงู ขน้ึ ตามระดบั ของเปลอื กมันสาปะหลงั ท่เี พม่ิ ขึ้นในกลมุ การ
ทดลอง สอดคลองกบั Ajagbe et al. ( 2020 ) ไดศกึ ษาผลการเสรมิ ไนโตรเจนรวมกบั เปลือกมนั สาปะหลังในอาหาร
แพะ โดยมีแหลงไนโตรเจนจากยูเรียและมูลไก พบวาสงผลกระทบตอความเปนกรด-ดาง (pH) ความเขมขนของ
แอมโมเนีย-ไนโตรเจน และกรดไขมันระเหยไดทั้งหมด โดยจะเห็นวา คา pH ของของเหลวในกระเพาะหมัก
เปลี่ยนแปลงจาก 6.65 ถึง 7.07 คา CPF และ CPM สูงกวา ซ่ึงอาจเกิดจากระดับการหมักของอาหารสัตวท่ปี อน
ใหกับสัตว์ และคาความเขมขนของแอมโมเนียไนโตรเจนในกระเพาะรูเมน (NH3-N) สูง บงชถ้ี งึ ความสามารถในการ
ยอยสลายโปรตนี อยางหยาบๆ เชน เดียวกบั การดูดซมึ โปรตีนซบั สเตรต (ไนโตรเจน) โดยจุลนิ ทรียในกระเพาะ รเู มน
มากกวากรดอะมิโนในสตั ว ขัดแยงกบั การทดลองของ ศภุ ลักษณ และคณะ ( 2019 ) ไดศึกษาการของระดบั เปลอื ก
ลางมันสาปะหลงั ในสูตรอาหารผสมสาเรจ็ รูปแบบหมกั ท่ีมีหญาเนเปยรปากชอง พบวาทรี่ ะดับ 0 15 30 และ 45 %
ไมสงผลตอความเปนกรด-ดาง (pH) ความเขมขนของแอมโมเนยี -ไนโตรเจน และกรดไขมันระเหยไดท้ังหมด อยางไร
ก็ตาม กรดไขมันระเหยงายทั้งหมดจะเพม่ิ ขนึ้ เม่ือไดรับเปลือกลางมันสาประหลังท่ีระดับที่สูงข้ึน แสดงใหเห็นวา
เปลอื กลางมนั สาปะหลงั มีผลตอกระบวนการหมกั คอื ชวยใหกระบวนการหมกั ดขี ึน้ ซึง่ การผลิตกรดไขมนั ที่ระเหยงาย
กข็ ้นึ อยูกบั ความสามารถในการหมักของสัตวแตละตัว ชนิดของสตั ว และความแตกตางของอาหาร

32

ตำรำงที่ 3 การใชเปลือกมันลางตอกระบวนการหมกั ในกระเพาะรูเมน

REFERENCES ระดบั pH TVFA C2 (%) C3 (%) C4 (%) C2:C3 NH3 ชนิด
การใช (%) (%) (mg/dl) สตั ว

Abatan et al. T11 6.03 - 63.70a 19.37a 10.33a 3.28ab 10.6e
5.09 - 63.01a 17.29b 9.67b 3.64a 11.8d
( 2017 ) T2
T3 6.00 - 62.49ab 16.91c 9.06bc 3.69a 12.3c
T4 6.00 - 61.48b 16.40c 9.05bc 3.77aa 17.4a แพะ
T5 5.90 - 62.23ab 16.90d 8.45c 3.68a 14.4b

Ajagbe et al. CPU2 6.99b 119.44e 32.20d 20.15d 28.69c - 5.93b
CPF 7.07a 123.85d 33.47c 20.16d 30.08b - 5.52c
( 2020 ) CPM 7.07a 127.76c 34.08b 21.33c 31.21a - 6.67a

CPFU 6.65ab 140.64a 34.17b 30.17a 30.17b - 4.63d แพะ
CPFM 6.57ab 138.45b 36.13a 28.82b 28.82c - 6.29ab

ศุภลกั ษณ และ เปลือก

คณะ มนั ลางที่

( 2019 ) ระดบั 0

%

เปลือก

มนั ลางท่ี

ระดบั 6.72 68.59 - - - - 10.71

15 % 6.85 73.66 - - - - 13.69

เปลือก 6.77 70.45 - - - - 14.57 โค

มันลางท่ี 6.80 78.00 - - - - 12.84 เนือ้

ระดบั

30 %

เปลอื ก

มันลางท่ี

ระดบั

45 %

หมำยเหตุ : 1Treatments consisted of milled cassava peels, cassava leaves and cowpea haulms in

different proportions of 700:100:175 (T1); 500:200:275 (T2); 300:300:375 (T3); and 100:400:475

(T4) g/kg DM respectivel
2CPU=100% treated Cassava peal meal,CPF=60% untreated Cassava Peel meal + 40% cassava

foliage,CPM=60% untreated cassava pee meal + 40% poultry manure, CPFU=60% untreated

cassava peal meal + 20% urea treated cassava peel meal + 20% cassava foliage, CPFM=60%

untreated cassava peel meal + 20% cassava foliage + 20% poultry manure.

TVFA=ระดับข องกรด ไขมั นระเ ห ยงาย ,C2=Acetic Acid,C3=Propionic,C4=Butyric,C2:C3=Acitic acid :

Propionic

33

กำรใชเปลือกมันลำงตอกำรผลติ สตั วเ์ คีย้ วเอ้อื ง
จากการทดลองของ Pertiwi et al. ( 2019 ) ทาการเสรมิ เปลือกมนั สาปะหลงั ในอาหารโคนมทีร่ ะดับ 5% และ

0% ตามลาดับ ผลพบวาสงผลตอปริมาณองคประกอบน้านม ไดแก โปรตีน แลคโตส และของแขง็ ทัง้ หมด แตไม
สงผลตอไขมันนม อยางไรกต็ ามการเสริมเปลือกมันสาปะหลังทร่ี ะดบั 5% พบวามีคาไขมันนมลดลงเมื่อเทยี บกบั
กลมุ ควบคุม อาจเน่อื งมาจากปรมิ าณเยอ่ื ใยในอาหารท่ีโคไดรับมนี อยเกนิ ไป ทาใหการผลติ กรดอะเซตกิ ท่เี ปนสารต้ัง
ตนในการผลิตไขมนั นอยลง นามาซึง่ ระดบั ไขมันนมที่ตา่ ลง ขณะท่ี Supreena et al. ( 2016 ) ไดศึกษาผลการเสรมิ
เปลือกมันสาปะหลังในอาหารโค โดยใหโคกินในระดับที่ 500 และ 1,000 กรัมตอตวั ตอวนั พบวาไมสงผลตอ ไขมัน
โปรตีน แลคโตส และของแขง็ ท้งั หมด สอดคลองกบั Santos et al. ( 2015 ) ทศ่ี ึกษาการเสรมิ เปลือกมันสาปะหลงั
ในอาหารโค พบวาท่ีระดบั 0 33 66 และ 100 % ไมสงผลกระทบกับองคประกอบนา้ นม ท้ังนอ้ี าจ เนื่องมาจาก
อาหารทุกสูตรในแตละกลุมการทดลองมีการปรับสมดุลของโภชนะใหครบถวนเทากันหรอื ใกลเคียงกันและเพียงพอ
กบั ความตองการของโคจงึ สงผลใหองคประกอบนา้ นม ดังกลาวไวขางตนไมมคี วามแตกตางกัน

ตำรำงที่ 4 การใชเปลือกมันลางตอการผลิตสตั วเคี้ยวเออ้ื ง

REFERENCES ระดับการใช ผลผลิต ไขมนั โปรตนี Laetose Total ชนิด
(%) (%) (%) Solid (%) สตั ว

Cassava 2.87a 4.43a 12.0a
2.86b 4.48b 12.24b
Pertiwi et al. peel 5% นา้ นม 3.51 โคนม
3.78
( 2019 ) Cassava

peel 0%

Supreena et Control 4.11 2.81 4.41 12.32
al. ( 2016 ) FCPe1 นา้ นม 4.28 2.87 4.45 12.55 โคนม
FCPe2 2.71 4.33 12.46
4.15

Cassava

peel 0 %

Cassava 33 32 46 121

Santos et al. peel 33 % นา้ นม 34 32 46 122 โคนม
33 31 46 119
( 2015 ) Cassava

peel 66 % 33 32 46 120

Cassava

peel 100 %

หม า ยเห ตุ : 1 The control concentrate supplemented 500 g/h/d fresh cassava peel together with

adlibitum corn silage with approximately 70 ppm HCN (DM basis) by calculation
2 The control concentrate supplemented 1000 g/h/d fresh cassava peel together with

adlibitum corn silage with approximately 140 ppm HCN (DM basis) by calculation

สรปุ

การใชเปลือกมันสาปะหลังลางในอาหารรูปแบบ FMTR พบวาระดับเปลอื กมนั สาปะหลังที่เพ่ิมสูงข้ึนสงผลให
ปรมิ าณการกนิ ไดลดลง ไมสงผลกระทบตอการยอยได การผลติ กรดไขมันท่รี ะเหยงายพบวา การเสริมระดบั เปลอื ก
มันลางที่ 0-45% ไมสงผลตอความเปนกรด-ดาง แสดงใหเห็นเปลือกมันลางมผี ลตอกระบวนการหมักคือชวยให
กระบวนการหมกั ดีข้นึ

34

เอกสำรอำงอิง

ศภุ ลกั ษณ เขน็ สี ทรงศักดิ์ จาปาวะดี ขนษิ ฐา เรอื งวิทยานุสรณ. ผลของระดบั เปลือกลางมนั สาปะหลังในสตู รอาหาร
ผสมสาเร็จรปู แบบหมกั ทม่ี ีหญาเนเปยรปากชองเปนแหลงอาหารหยาบตอปริมาณการกนิ ไดกระบวนการ
หมกั ในกระเพาะหมัก และการยอยไดของโภชนะ ในโคเน้อื . Journal of Science & Technology MSU,
2019, 38.4.

เมฆ ขวญั แกว. การศึกษาการใชเปลอื กมนั สาปะหลงั เปนแหลงพลงั งานในการผลิตอาหารหยาบหมักสาหรบั โคนม.
PhD Thesis. สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว.

เมฆ ขวัญแกว พิพัฒน เหลืองลาวัณย วศิ ิษฐิพร สุขสมบัติ. การใชเปลือกมันสาปะลังและกากมันสาปะหลัง เปน
สวนผสมในการผลิตอาหารหยาบหมกั .วารสารวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี ปที่
12 ฉบบั ที่ 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2553.

วชั รวิทย มีหนองใหญ ภานวุ ฒั น คัมภรี าวัฒน. อทิ ธิพลของผลพลอยไดจากโรงงานแปงมันในสูตรอาหารตอสมรรถนะ
การใหผลผลิตของแกะขนุ . แกนเกษตร. ปท่ี 38 ฉบับท่ี 4 (ต.ค.-ธ.ค. 2553) หนา 385-394.

Pertiwi, H., Yulanda Maharsedyo, N., Amaro, L., & Bhawono Dadi, T. (2019). Nutritional evaluation of
cassava (Manihot esculenta) peels as a dietary supplement in tropical Friesian holstein
cross breed dairy cattle. Veterinary medicine international, 2019.

Viviany Lúcia Fernandes dos Santos Marcelo de Andrade Ferreira Geraldo Tadeu dos Santos Julio
Cesar Damasceno Kelly de Oliveira Bruna Calvo Agostino Paula Martins Olivo Luciana
Felizardo Pereira Soares Janaina de Lima Silva. Cassava peel as a replacement for corn in
the diet of lactating cows. Tropical Animal Health and Production volume 47, pages779–
781 (2015).

Supreena Srisaikham Wisitiporn Suksombat Pipat Lounglawan. Fresh cassava peel in dairy cattle
diet: Effects on milk production, hygienic quality of raw milk and somatic cell counts.
Songklanakarin Journal of Science and Technology SJST-2016-0384.R2 Srisaikham.

Oni, A.O. Oluwayemisi, A. Adebayo, K. Sowande, O.S.Iposu, S. Onwuka, C.F.I. Effects of
supplementing cassava peels with cassava leaves and cowpea haulms on the rumen
environment and blood profile parameters of West African dwarf goats. Archivos de
zootecnia, ISSN 0004-0592, Vol. 66, Nº 255, 2017, pags. 395-402.

Ajagbe A.D Oyewole B.O Olorunyomi F.A Abdulmumini A.A Noah V. Rumen characteristics and
thermo-physiological response of west African dwarf goat fed nitrogen supplemented
cassava peel meals. International Journal of Animal and Veterinary Advances 8(3):14-20.

35

กำรใชแลคตกิ แอซิดแบคทเี รียในสตั วเ์ คี้ยวเอ้ือง
The use of lactic acid bacteria in ruminants

นำยบัณฑิตย์ แกวมงคล1*
Bandit kaewmongkhol1*

1สาขาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์
*Corresponding Author E-mail Address: [email protected]

บทคัดยอ

การเล้ยี งสัตวเค้ียวเอ้อื งในปจจบุ นั มจี านวนเพ่ิมมากขึน้ เพ่ือใหมีความเพียงพอตอความตองการของผูบริโภค ใน
การจัดการเลยี้ งดมู กี ารใชยาปฏชิ ีวนะหรอื สารตาง ๆ อาจทาใหเกิดการตกคางภายในตัวสัตวอาจสงผลกระทบถึง
ผูบรโิ ภคได จึงมีการนาแลคตกิ แอซิดแบคทเี รยี มาใชในการดานการผลติ สัตว แลคติกแอซดิ แบคทีเรียเปนจลุ นิ ทรียท่ี
มีชวี ิต เม่ือสตั วไดรับในปรมิ าณที่เพียงพอจะเปนประโยชนตอสุขภาพ การเสริมแลคติกแอซดิ แบคทีเรยี ในสัตวเคี้ยว
เ อื้ อ ง ไ ด แ ก Lactobacillus, Pedioccocus, Propionibacterium, Enterococcus, Leuconostoc แ ล ะ
Weissella ซ่ึงพบวาการใช Lactobacillus ในโคนมสามารถชวยเพิ่มการผลติ นา้ นม สารอิมมโู นโกลบูลิน G (IgG)
ในนา้ นม และองคประกอบของกรดไขมันในนา้ นมทเ่ี ปนประโยชน หรือใชรวมกับ Propionibacterium สามารถลด
การปลอย CH4 ได นอกจากน้ีการใชแลคติกแอซดิ แบคทเี รียเสรมิ ในการเลย้ี งสตั วเค้ียวเออื้ งยังสงผลอีกหลายประการ
เชน สามารถลดจานวนจลุ ินทรียทก่ี อโรคได สรางระบบภูมิคุมกัน เพ่ิมประสิทธิภาพการเจริญเติบโต ชวยเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพในการยอยสารอาหาร ทง้ั นีพ้ บวาแลคตกิ แอซดิ แบคทเี รียทั้ง 6 สายพันธุ สามารถใชเปนโปรไบโอตกิ
สาหรบั สัตวได

คำสำคญั : แลคติกแอซดิ แบคทเี รีย สัตวเคยี้ วเอือ้ ง

36

บทนำ

ปจจุบนั การเล้ียงสัตวโดยเฉพาะอยางยงิ่ สัตวเคย้ี วเอ้อื งท่ีพบมกี ารเลย้ี งในภมู ภิ าคตาง ๆ ของประเทศ เชน โคเนือ้
โคนม แพะ แกะ และ กระบือ เปนตน ซ่งึ จากสถติ จิ ำนวนสัตวป์ ระจำป 2563 มจี านวนสัตวเค้ียวเอือ้ ง 9,236,556
ตัว และในป พ.ศ. 2564 มีจานวนสตั วเค้ียวเอ้ือง 11,295,076 ตัว (กรมปศุสัตว, 2564) จานวนสัตวเคี้ยวเออื้ งมี
แนวโนมเพ่ิมขน้ึ มีการขยายตวั เพม่ิ สูงขน้ึ อยางรวดเรว็ เพื่อใหเพยี งพอตอความตองการของผบู ริโภคท่ีเพ่ิมสงู ขนึ้ การ
เล้ยี งสัตวในประเทศไทยมีการพฒั นาไปในทิศทางที่ดีขนึ้ มีการใหความรูทางดานพันธุสัตว อาหาร และการจัดการ
ปจจัยที่สาคัญในการเลย้ี งสัตวคือตนทุนการผลิตอาหารสัตวยังเปนตนทุนหลักถึง 60-70% ของตนทุนการผลิต
ทั้งหมด เกษตรกรสวนใหญจงึ หนั มาใชแหลงวัตถุดบิ ทห่ี าไดงายในทองถน่ิ และเศษวสั ดุเหลือใชทางการเกษตรเพื่อใช
เปนแหลงอาหารสตั ว (รัศมี และ สนิ นี าฏ, 2564) การเพิ่มขน้ึ ของจานวนปศสุ ตั วมผี ลกระทบตอส่งิ แวดลอมอยางมาก
และยงั เปนประเดน็ ที่สาคญั คอื การเปนแหลงกาเนดิ ก๊าซเรอื นกระจก (Greenhouse Gases) นาไปสกู ารเกิดสภาวะ
โลกรอน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยเฉพาะอยางยง่ิ การผลิตปศสุ ตั วเชงิ การคาเปนแหลงเกิดก๊าซเรือน
กระจกท่สี าคัญ ไดแก กา๊ ซมเี ทน (CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด (N2O) และคารบอนไดออกไซด (CO2) (Garcia et al.,
2020) แมวาจะมีการผลิตที่เพิ่มมากขน้ึ แตก็ยงั มีปญหาในดานสุขภาพสตั ว และมกี ารใชยาปฏิชีวนะอยางแพรหลาย
ทาใหเกดิ ปญหาเช้ือดอ้ื ยา และอาจมีสารตกคางภายในตวั สัตวซงึ่ อาจสงผลกระทบตอผบู ริโภค การใชแลคตกิ แอซิด
แบคทเี รียในดานการผลติ สัตวเปนทน่ี ิยมและเปนประโยชนอยางมากท้งั ยงั เปนทางเลือกทดแทนการใชยาปฏิชีวนะ
แลคตกิ แอซิดแบคทเี รยี สามารถใชเพอื่ ปรับจลุ ินทรียในกระเพาะรเู มนและมีประสิทธภิ าพในการลดการปลอย CH4
ถือวาเปนแนวทางในการนามาใชเพื่อปรบั ปรงุ คณุ ภาพอาหารสตั ว เพื่อเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการใหผลผลิตและสราง
ระบบภมู ิคมุ กนั ในตวั สัตวเพิ่มข้นึ ดงั นัน้ ในการทาสัมมนาคร้ังนี้ จงึ ไดทาการทบทวนเอกสารในสวนที่เก่ยี วของการใช
แลคตกิ แอซิดแบคทเี รยี ในสตั วเค้ยี วเออ้ื ง เพื่อจะหาแนวทางในการนามาใชประโยชนในการผลิตสัตวในอนาคต

แลคตกิ แอซดิ แบคทีเรยี (Lactic Acid Bacteria; LAB)

แลคติกแอซิดแบคทเี รีย เปนกลุมแบคทีเรียท่ียอมติดสีแกรมบวก ไมสรางสปอร ไมสรางเอนไซมคะตาเลส
(Catalase) มที ง้ั ชนิดท่ีมีรูปทอนและรูปกลม โดยมคี วามทนทานตอกรดสงู LAB เปนหน่งึ ในจุลินทรียที่สาคญั ที่สดุ ที่
ใชในการหมักอาหาร เชนเดียวกับในการเพิม่ รสชาติและเน้อื สัมผัสในผลติ ภณั ฑอาหารหมัก มีลกั ษณะเฉพาะโดยการ
ผลิตกรดแลคติกเปนผลติ ภัณฑหลกั จากกลูโคสและสารยับยง้ั การเจริญเติบโตเชน แบคเทอริโอซิน ไฮโดรเจนเปอร
ออกไซด ไดอะซิล เปนตน ซ่ึงปองกันการแพรกระจายของแบคทีเรยี และเช้อื โรคที่เนาเสียในอาหาร (Mokoena,
2017) การหมกั ในลาไสเปนกระบวนการยอยอาหารโดยมจี ุลินทรยี ทีม่ อี ยูในกระเพาะสวนหนาของสัตวเค้ยี วเอ้ือง
(Reticulorumen) ยอยสลายวัสดุจากพืชใหเปนสารอาหารท่สี ัตวสามารถใชในการเจรญิ เติบโต (Doyle et al.,
2019) ฟางขาวเปนวัสดุเหลือใชทางการเกษตรจะถูกยอยสลายโดยใชจุลินทรีย ผานการยอยอาหารแบบไมใช
ออกซิเจน Anaerobic Digestion (AD) (Li et al., 2022) ในลาไสเปนที่อยอู าศัยของจุลินทรียจานวนมากท่ีสราง
กลมุ ทางนิเวศวิทยาท่ีมีความหลากหลายและสามารถเคล่อื นไหวเองได (Chen et al., 2020)

แลคตกิ แอซดิ แบคทีเรีย (LAB) เปนประโยชนตอสขุ ภาพสตั ว สามารถยบั ย้งั จลุ ินทรียทเ่ี ปนอันตรายภายในลาไส
ของสตั ว โปรไบโอติกเปนสวนสาคญั ของระบบภูมิคุมกนั และกาลงั ไดรบั การศกึ ษาอยางกวางขวางเพื่อสารวจการใช
และความปลอดภยั ในผลติ ภัณฑ (Islam et al., 2021) LAB ท่ีใชเปนโปรไบโอติกมกี ารกาหนดความปลอดภยั อยางถี่
ถวน และตองปฏบิ ัตติ ามแนวทางการคดั เลือกที่เขมงวด ดังนัน้ องคการอาหารและยาไดจัดต้งั หนวยงานควบคมุ ดแู ล
สาหรับการผลติ โปรไบโอตกิ ผผู ลิต การติดฉลาก และความปลอดภัยของผลติ ภัณฑ ถงึ อยางไรกต็ ามสถานะของ
จลุ ินทรียเหลาน้ี เปนทย่ี อมรับโดยท่ัวไปวาปลอดภัย ในองคการอาหารและยา Food and Drug Administration
(FDA) มกี ฎขอบังคับส่ีประเภท ซ่งึ แจงตามวตั ถุประสงคในการใชผลติ ภณั ฑ และแตละหมวดมีขอกาหนดที่แตกตาง
กนั หมวดหมูเหลานี้คือ ยาหรือผลิตภณั ฑชวี ภาพ ผลติ ภณั ฑเสรมิ อาหาร อาหารหรอื สวนประกอบอาหารและอาหาร
ทางการแพทย ในยโุ รป อาหารทใ่ี ชโปรไบโอติกเปนสอื่ กลางในการผลติ ไมไดควบคุม แตสารเตมิ แตงอาหารจลุ ินทรยี

37

ถูกควบคมุ โดยการประเมนิ ความปลอดภัยของสารเติมแตงเหลานี้ในสัตวและมนษุ ย ตามแนวคิด การรบั รองความ
ปลอดภัย Quality and Patient Safety Activities (QPS) ทเี่ ปดตวั โดยคณะกรรมการวิทยาศาสตรดานโภชนาการ
สัตวในยุโรป สายพันธุที่มีขอมูลดานความปลอดภัยท่ีเพียงพอจะไดรับอนุญาตใหทาการตลาดโดยไมตองมีการ
ทดสอบดานความปลอดภัยอยางครอบคลุม Food and Agriculture Organization of the United Nations
(FAO) และ World Health Organization (WHO) รวมมือกันกาหนดแนวทางสาหรับโปรไบโอติกในอาหาร
(Mokoena, 2017)

แหลงทพี่ บแลคตกิ แอซิดแบคทีเรีย

แบคทเี รียกรดแลคติกมีการแพรกระจายอยางกวางขวางในธรรมชาติ และสามารถแยกไดจากผลิตภัณฑอาหาร
หลายชนิดทม่ี าจากสตั วและพืช และจากทางเดินอาหารของมนุษยและสตั ว ซึ่งทาใหไดรับการยอมรับวาปลอดภัย
เพอ่ื ทีจ่ ะคดั เลือกแบคทเี รียทีเ่ ปนประโยชนซึ่งไมมีผลกระทบตอสขุ ภาพและผลผลิตของสัตว ขณะท่มี ีความสามารถ
ในการผลิตจุลนิ ทรยี และปรบั ใหเหมาะกบั ถ่นิ ทอี่ ยู (Maldonado et al., 2018) แลคติกแอซดิ แบคทีเรยี เนอ่ื งจากมี
ประโยชนตอสขุ ภาพ LAB บางชนิดจึงถูกใชเปนโปรไบโอติก โปรไบโอติกคือส่ิงมีชวี ิต เชน แบคทเี รยี หรอื ยีสตทชี่ วย
ปรบั ปรงุ สภาพรางกายของมนุษยหรือสัตว และมอี ยใู นอาหารเสริมอาหารหมักดอง เชน โยเกิรต หรอื อาหารเสริมที่มี
แบคทีเรยี ท่ีมีชีวติ เพื่อสรางจลุ ินทรียในลาไส สาหรับส่ิงมีชีวติ ท่ีจะเปนโปรไบโอติกน้นั โดยพื้นฐานแลวจะตองไม
กอใหเกิดโรค (Mokoena, 2017)

จำกมลู สตั ว์

LAB ที่คัดแยกไดจากมูลโค Cattle Feces (CF) และดนิ ในคอก Pens Soil (PS) สวนใหญถกู แยกออก โดยทว่ั ไป
เผยใหเหน็ ลักษณะผวิ นอกของ LAB สามารถละลายในนา้ ไดงาย Hydrophilic อยางไรก็ตาม สายพนั ธจุ าก CF และ
PS เผยใหเหน็ ลกั ษณะท่ไี มรวมตัวกับน้าและละลายในนา้ ไดยาก Hydrophobic และการรวมตวั กนั ท่ีมคี วามสมั พนั ธ
ในเชงิ บวกระหวางลกั ษณะของพื้นฐานทั้งสอง การยดึ เกาะกับพอลสิ ไตรนี แสดงรปู แบบการสรางไบโอฟลมที่แปรผัน
ไดสาหรับ Enterococcus และแลคโตบาซิลลสั ขนึ้ อยูกับสายพันธกุ ารใช Tween เปนสารลดแรงตึงผิว ในอาหาร
เพาะเชื้อ MRS เมื่อประเมนิ ฤทธทิ์ ีเ่ ปนตรงขามกันของ LAB ท่ีแยกไดตอเชื้อกอโรคทีเ่ ก่ยี วของกับโค การผลติ กรด
อินทรียและไฮโดรเจนเปอรออกไซดสวนใหญมีหนาทใี่ นการยับย้ัง นอกจากน้ี ความทนทานตอกรดและเกลือน้าดี
แสดงใหเห็นวาแลคโตบาซิลลัสสามารถทนตอสภาวะ Gastrointestinal Tract (GIT) ในขณะที่ Enterococci มี
ความไวตอสภาพแวดลอมทีเ่ ปนกรดตา่ บนพน้ื ฐานเหลานีอ้ าจมกี ารเลือกสายพนั ธแุ ลคโตบาซิลลสั หลายสายพันธเุ พือ่
สารวจศักยภาพการใชเปนแบคทเี รียทเี่ ล้ียงโดยตรงในโคอาหารสัตว (Maldonado et al., 2018)

จำกผลติ ภณั ฑ์นม

ในชวงสามทศวรรษท่ีผานมา มีจานวนผลติ ภัณฑนมเพ่ิมขึน้ สาหรับผบู รโิ ภคพรอมกบั การเติบโตอยางมนี ยั สาคัญ
ในผลิตภัณฑนมที่มจี ลุ นิ ทรียโปรไบโอติก ในปจจบุ ัน ผลิตภัณฑจากนม เชน โยเกริ ต นมเปร้ียว และชีส ยังคงเปน
ระบบนาสงโปรไบโอตกิ ทสี่ าคัญ การใชอาหารเพาะเช้ือคณุ ภาพ เชน MRS และนมพรองมนั เนยและเวย สาหรบั การ
เพาะเลี้ยงแบคทีเรียกรดแลคติก LAB มีขอจากดั เชน ความคุมคา ประสิทธิภาพ ความหนาแนนของเซลลต่า และ
ขอกาหนดในการควบคุมคุณภาพ ตัวอยางเชน MRS ถอื เปนอาหารราคาแพงเน่ืองจากเปนแหลงไนโตรเจน และไม
ชวยในการเติบโตของ LAB และการพัฒนาโปรไบโอติกทง้ั หมด กระบวนการควบคุมคุณภาพเหลานี้รวมถึงการ
ทดสอบจุลนิ ทรียตางๆ เชน การแยกความแตกตาง การระบุนบั แบบเลือก การแยก และการระบซุ ่ึงไมสามารถทาได
โดยใชสื่อมาตรฐาน ดวยเหตนุ ี้ มกี ารศกึ ษาจานวนมากทจ่ี ะปรับเปลี่ยนอาหารเพาะเชื้อเพ่ือพฒั นา LAB สาหรบั การ
ควบคมุ คุณภาพผลิตภณั ฑนม LAB เปนจุลินทรยี ทเี่ ริ่มใชกันอยางแพรหลายในอาหารหมักดอง โดยเฉพาะผลติ ภณั ฑ
นม LAB มีความสามารถในการปรับตัวใหเขากบั สภาพแวดลอมทแี่ ตกตางกนั ซ่งึ สามารถอธบิ ายการใชงานไดอยาง
กวางขวางในการหมกั ผลิตภณั ฑอาหารทห่ี ลากหลาย (Hayek et al., 2019)

38

จำกผลติ ภัณฑ์อำหำรหมกั ดอง

อาหารหมกั เปนผลิตภัณฑที่เกิดจากกระบวนการหมกั โดยจุลนิ ทรยี จาพวกยีสต รา และแบคทเี รีย ซ่ึงจลุ นิ ทรีย
เหลานีส้ ามารถเปลย่ี นแปลงองคประกอบของสารอนิ ทรียในอาหารใหเปนสารเมแทบอไลตตางๆ ท่ีทาใหอาหาร
สามารถเกบ็ รักษาไดนานมากขน้ึ กระบวนการหมักถือเปนวธิ ีการถนอมอาหารอกี ชนิดหนงึ่ ท่เี กาแกของโลกเพราะ
เปนภูมิปญญาที่สืบทอดกันมาแตโบราณ มีกรรมวธิ ีที่งาย ไมยุงยากซบั ซอน และใชตนทุนตา่ นอกจากกระบวนการ
หมกั จะชวยยดื อายุการเกบ็ รักษาของอาหารแลวยังชวยเพมิ่ คุณคาทางโภชนาการอาหารหมักจัดเปนผลิตภัณฑที่มี
ประโยชนตอสขุ ภาพ โดยมงี านวจิ ัยทางวิทยาศาสตรมากมายไดแสดงใหเห็นวา อาหารหมักหลายชนิดมีคุณคาทาง
โภชนาการและเปนประโยชนตอสุขภาพ เชน ชวยปองกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคลาไส
แปรปรวน อาการภมู ิแพ และโรคเบาหวาน เปนตน (สาวิตรี, ม.ป.ป.) ในบรรดาจลุ นิ ทรยี ทีใ่ ชเปนสารต้ังตนใชเปน
สวนเสริมในอาหารหมักดอง แบคทีเรียกรดแลคติก ท่ีมีบทบาทสาคัญในการหมักคารโบไฮเดรตใหเปนกรดใน
ผลติ ภณั ฑหมักจากสตั วและพืชหลากหลายชนดิ เชน โยเกิรต ชสี กะหลา่ ปลีดอง และกมิ จิ (Canon et al., 2020)

จำกน้ำเสยี

ประไทยไดรบั การยอมรบั วาเปนหนง่ึ ในผูผลติ ขาวรายใหญของโลก และประมาณ 55% ของผลผลิตขาวถูก
แจกจายเพื่อการบริโภคภายในประเทศ นอกจากการบรโิ ภคขาวเปนอาหารประจาวนั แลว ขาวดิบยงั ถกู ใชเปนสารต้ัง
ตนหลักในการผลติ เสนกวยเตี๋ยวในประเทศไทยอีกดวย ในโรงงานแปรรูปเสนกวยเตยี๋ ว ปริมานของเสยี /น้าเสียท่มี ี
คารโบไฮเดรตจานวนมากในแตละวนั เกดิ ข้ึนระหวางกระบวนการผลติ ซ่ึงรวมถงึ ของเสยี ทเ่ี ปนแปงดบิ ทแ่ี ขวนลอยอยู
ในน้าเสียท่ีเกิดจากข้ันตอนการลางขาว แช และสีขาว และของเสียที่เปนแปงเจลาติไนซ Gelatinized Starchy
Waste (GSW) ท่ีเกดิ ขึน้ ระหวางกระบวนการขน้ึ รูปเสนกวยเตย๋ี ว (Unban et al., 2020) ของเสยี จากอตุ สาหกรรม
เชน ของเสยี ท่ีเปนแปง ชวี มวลลกิ โนเซลลโู ลส และเศษอาหารไดรบั การตรวจสอบอยางกวางขวางในชวงไมกปี่ ที่ผาน
มา วาเปนวตั ถุดบิ ทางเลอื กและประหยดั เพอื่ ลดตนทุนการผลติ กรดแลคติก นอกจากนี้ การใชของเสยี ทางการเกษตร
เหลานยี้ ังเปนกลยุทธที่มีประสิทธภิ าพในการจัดการของเสียในส่งิ แวดลอมอีกดวย ของเสียที่เปนแปงเจลาติไนซ
GSW เปนขยะประเภทแปงท่ีปลอยออกมาทุกวันจากกระบวนการผลิตเสนกวยเตี๋ยวในปริมาณมาก ถูกใชเพ่ือ
ทดแทนแหลงคารบอนที่มีราคาสงู สาหรบั การหมกั กรดแลคตกิ การใชเศษอาหารสาหรับการผลิตกรดแลคตกิ นา้ กล่นั
ขาวโพดทาใหชุม Corn Steep Liquor ( CSL) เปนสวนประกอบทางเลอื กขนาดกลางสาหรับการหมักที่มตี นทุนต่า
เปนผลพลอยไดจากการสีขาวโพดเปยกที่มีรายงานวาเปนแหลงโปรตีนท่ีอุดมไปดวยวิตามิน แรธาตุ และ
คารโบไฮเดรตถูกนามาใช เปนทางเลอื กสาหรบั แหลงไนโตรเจนท่ีมีราคาแพงในกระบวนการหมักมากมาย (Unban
et al., 2019)

39

ตำรำงที่ 1 การใชแลคตกิ แอซิคแบคทีเรยี (Lactic Acid Bacteria; LAB) ในสัตวเคีย้ วเอื้อง

ชนิดของ LAB ขนำด/ปรมิ ำณที่ใชในกำร ผล/ประสิทธิภำพ

ชนิดสัตว์ (Lactic Acid ทดลอง อำงอิง

Bacteria)

โคนม Lactobacillus 1.3×109 cfu/g ผลของการเสรมิ โปร Xu et al.,

plantarum Lactobacillus casei ไบโอตกิ ชวยเพม่ิ การ (2017)

Lactobacillus casei Zhang Lactobacillus ผลติ นา้ นมและสาร

plantarum P-8 ของนา้ นม อมิ มโู น

โกลบูลิน G (IgG),

แลคโตเฟอรริน(LTF),

ไลโซไซม (LYS) และ

แลคโตเปอรออกซเิ ดส

(LP)

Lactobacillus Lactobacillus rhamnosus การประยกุ ตใช LAB Genís et

rhamnosus, CECT 278 ทางชองคลอดท่ี al., (2017)

Pedioccocus Pediococcus acidilactici สามารถปรบั

acidilactici, CECT 5915, and สภาพแวดลอมที่ทาให

Lactobacillus reuteri Lactobacillus reuteri เกดิ โรคในชองคลอด

DSM 20016 with a final ได
cell count of 4.5×1010

cfu/dose and a

relationship among the 3

probiotics of 12:12:1,

respectively.

Propionibacterium 1010 cfu/d มผี ลกระทบตอการ Philippeau

Lactobacillus Propionibacterium P63 ผลติ CH4 และ PH et al.,
1010 cfu/d of both
plantarum ของกระเพาะรูเมน (2017)

Lactobacillus Propionibacterium P63 องคประกอบของกรด

rhamnosus and Lactobacillus ไขมนั ในนม แต
plantarum 115 1010 cfu/d ผลลพั ธขน้ึ อยูกบั สาย

of both พันธขุ องจุลนิ ทรียที่

Propionibacterium P63 ปอนโดยตรงและ

and อาหาร

Lactobacillus rhamnosus

32

40

ตำรำงที่ 1 การใชแลคติกแอซิคแบคทเี รยี (Lactic Acid Bacteria; LAB) ในสัตวเคย้ี วเออ้ื ง (ตอ)

ชนิดสตั ว์ ชนิดของ LAB ขนำด/ปรมิ ำณที่ใชในกำร ผล/ อำงอิง
(Lactic Acid ทดลอง ประสทิ ธิภำพ Maldonado

Bacteria) et al.,
(2018)
โคเน้อื Enterococcus Lactobacillus (Lb) บนพ้นื ฐานเหลานี้
Lactobacillus mucosae (34%), อาจมีการเลอื กสาย Khan et
Leuconostoc Enterococcus (E) hirae พันธุ แลคโต al., (2020)
Pediococcus (26%), E. faecium-durans บาซิลลัส หลายสาย
Weissella (20%), E. faecium-durans พนั ธเุ พ่อื สารวจ Doyle et
(46%), Pediococcus ศักยภาพการใชเปน al., (2019)
(P). pentosaceous, แบคทเี รยี ทเ่ี ลยี้ ง
P. acidilactici (17%) and โดยตรงในอาหาร
Lb. acidophilus (11%) สัตว

กระบือ Enterococcus lactis, แยกแบคทีเรียกรด
Nilli Ravi Pediococcus แลคติก 6 สายพันธุ
pentosaceus, จากตวั อยางอจุ จาระ
Pediococcus - กระบอื ทุกสายพนั ธุ
acidilactici, มีศกั ยภาพในการ
Enterococcus เปนโปรไบโอตกิ ท่ีดี
faecalis, แตผลโดยรวมพบวา
Lactobacillus P. acidilactici
fermentum, สามารถใชเปน โปร
Enterococcus ratti, ไบโอตกิ สาหรบั สตั ว
ได
แพะ Lactobacillus 1012 cfu/d of L.
plantarum plantarum PCA 236 พบวาสายพันธุ
L. plantarum
PCA 236 ไดแสดง
ประสิทธิภาพของ
โปรไบโอตกิ ที่
นาสนใจ เกย่ี วกับ
การปรบั จุลนิ ทรียใน
อุจจาระของแพะ
และองคประกอบ
ของกรดไขมนั ใน
นา้ นมที่เปน
ประโยชน

41

ตำรำงท่ี 1 การใชแลคตกิ แอซคิ แบคทเี รีย (Lactic Acid Bacteria; LAB) ในสัตวเคยี้ วเออ้ื ง (ตอ)

ชนดิ สัตว์ ชนิดของ LAB ขนำด/ปริมำณที่ ผล/ประสทิ ธภิ ำพ อำงองิ

(Lactic Acid Bacteria) ใชในกำรทดลอง Saleem
แกะ PEDIOCOCCUS acidilactici 1.3×106 cfu/g - ลูกแกะท่ไี ดรบั โปรไบโอ et al.,
(2017)
Pediococcus pentosaceus ตกิ ในอาหารหลงั หยานม

แสดงใหเหน็ ประสิทธิภาพ

การผลติ ที่ดีกวาลูกแกะ

ในชวงกอนหยานม

- การเสริมโปรไบ โอตกิ ใน

อาหารหลังหยานมมี

แนวโนมทีจ่ ะปรบั ปรงุ การ

กนิ ไดของวตั ถุแหง
ประสทิ ธภิ าพการ

เจริญเติบโต อัตราการ

เปลี่ยนอาหาร และการยอย

ไดของสารอาหาร

จากตารางท่ี 1. การใชแบคทีเรยี แลคตกิ แอซิคในสตั วเคี้ยวเอือ้ ง โดยใชในโคนมชนดิ ของ Lactic Acid Bacteria
(LAB) ทใี่ ชคอื Lactobacillus casei Zhang และ Lactobacillus plantarum P-8 โดยใชในนระดบั ท่ีเทากันคือ
1.3×109 cfu/g การใช LAB เพ่อื ปรบั ปรงุ สุขภาพและประสิทธิภาพของสตั ว โดยผลของการเสรมิ โปรไบโอตกิ ชวย
เพม่ิ การผลิตน้านมและสารของน้านม อิมมโู นโกลบูลนิ G (IgG), แลคโตเฟอรริน (LTF), ไลโซไซม (LYS) และแลคโต
เปอรออกซิเดส (LP) (Xu et al., 2017) ซ่ึงตางจาก LAB ชนิด Lactobacillus rhamnosus, Pedioccocus
acidilactici และ Lactobacillus reuteri โดยการรักษาดวย LAB ประกอบดวยสวนผสมของ Lactobacillus
rhamnosus CECT 278, Pediococcus acidilactici CECT 5915 แล ะ Lactobacillus reuteri DSM 20016
ประกอบดวยจานวนเซลลสุดทายท่ี 4.5×1010 และมีความเกี่ยวของกันระหวางท้ัง 3 โปรไบโอติกที่ 12:12:1
ตามลาดับ โดยใชฉีดเขาไปทางชองคลอดใหกับโคนม การประยุกตใช LAB ทางชองคลอดที่สามารถปรับ
สภาพแวดลอมที่ทา ให เกิดโ รคในชองคลอดได (Genís et al., 2017) ซ่ึงแต กตาง จากกลุม LAB ชนิด
Propionibacterium, Lactobacillus plantarum และ Lactobacillus rhamnosus จากศึ กษาพบว าใช
Propionibacterium P63, รวมกับ Lactobacillus plantarum 115 (P63+Lp) หรือรวมกับ Lactobacillus
rhamnosus 32 (P63+Lr) เสริมใหท่ี 1010 cfu/d พบวามีผลกระทบตอการผลติ CH4 และ PH ของกระเพาะรูเมน
องคประกอบกรดไขมนั ในนม แตผลลัพธขึ้นอยูกับสายพนั ธขุ องจลุ นิ ทรยี ท่ีปอนโดยตรงและอาหาร (Philippeau et
al., 2017)

ซง่ึ มีการศึกษาในกลมุ โคเนื้อโดยใช LAB ชนดิ Enterococcus, Lactobacillus, Leuconostoc, Pediococcus
และ Weissella โดย LAB ทแ่ี ยกได Lactobacillus (Lb) mucosae (34%), Enterococcus (E) hirae (26%), E.
faecium-durans (20%), E. faecium-durans (46%), Pediococcus (P). pentosaceous, P. acidilactici
(17%) และ Lb. acidophilus (11%) บนพ้นื ฐานเหลาน้ี อาจมีการเลือกสายพันธุ แลคโตบาซลิ ลัส หลายสายพันธุ
เพือ่ สารวจศกั ยภาพการใชเปนแบคทเี รยี ทเ่ี ลี้ยงโดยตรงในอาหารสัตว (Maldonado et al., 2018)

โดยพบวาการศึกษาในกระบือ LAB ชนดิ Enterococcus lactis, Pediococcus pentosaceus ,Enterococcus
faecalis, Lactobacillus fermentum, Pediococcus acidilactici และ Enterococcus ratti ซ่ึง ในการศึกษาน้ี

42

แยกแบคทีเรียกรดแลคตกิ 6 สายพนั ธจุ ากตัวอยางอุจจาระกระบือ ทุกสายพันธมุ ศี กั ยภาพในการเปนโปรไบโอติกทด่ี ี
แตผลโดยรวมพบวา P. acidilacti สามารถใชเปนโปรไบโอตกิ สาหรบั สตั วได (Khan et al., 2020)

โดยพบวาในสัตวเค้ยี วเออ้ื งขนาดเล็กอยางแพะมีการใช LAB ชนดิ Lactobacillus plantarum พบวาสายพันธุ
L.plantarum PCA 236 ไดแสดงประสทิ ธิภาพของโปรไบโอติกทน่ี าสนใจ เกี่ยวกบั การปรบั จลุ นิ ทรยี ในอจุ จาระของ
แพะและองคประกอบของกรดไขมันในน้านมท่ีเปนประโยชน (Doyle et al., 2019) ซ่ึงตางจากแกะที่ใช LAB ชนิด
PEDIOCOCCUS acidilactici และ Pediococcus pentosaceus พบวาลกู แกะที่ไดรับโปรไบโอติก ในอาหารหลงั
หยานมแสดงใหเห็นประสทิ ธภิ าพที่ดีกวาลูกแกะในชวงกอนหยานม การเสริมโปรไบโอติก ในอาหารหลงั หยานมมี
แนวโนมท่ีจะปรบั ปรงุ การกินไดของวตั ถแุ หง ประสิทธภิ าพการเจรญิ เติบโต อตั ราการเปลี่ยนอาหาร และการยอยได
ของสารอาหาร (Saleem et al., 2017)

ขอเสนอแนะ

ในการเลย้ี งสตั วเคี้ยวเออ้ื งของเกษตรกร หรือผผู ลติ ปศุสัตวเชิงการคา การใชแลคตกิ แอซิดแบคทีเรยี แตละชนิดมี
บทบาทและความสามารถท่ีแตกตางกัน ซ่ึงมคี วามสาคัญในการสงเสรมิ การเจรญิ เตบิ โตของสัตว และประสทิ ธิภาพ
ของการผลติ สตั ว แลคติกแอซดิ แบคทเี รยี ท้ัง 6 สายพนั ธุ สามารถนาใชเปนโปรไบโอตกิ สาหรบั สัตวได

สรุป

แลคติกแอซิดแบคทเี รยี เปนทางเลอื กทด่ี ีสาหรับการใชในการปรบั ปรุงสขุ ภาพและประสทิ ธิภาพการผลติ ของสตั ว
เค้ียวเอื้อง ไดแก Lactobacillus, Pedioccocus, Propionibacterium, Enterococcus, Leuconostoc และ
Weissella โดยแลคตกิ แอซิดแบคทเี รียทงั้ 6 สายพนั ธุ มีศกั ยภาพในการเปนโปรไบโอตกิ สาหรบั สตั วได

43

เอกสำรอำงองิ

กรมปศุสัตว. ขอมูลเกษตรกรผูเล้ียงสัตวและปศุสัตว รายเดือน ป 2564 วันที่สืบคน 19 กุมภาพันธ 2565
แหลงทม่ี า:https://region6.dld.go.th/webnew/index.php/th/service-menu/stat-report

รศั มี นามภกั ดี และ สนิ นี าฏ พลโยราช. 2564. การใชจลุ นิ ทรยี เพื่อเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการใหผลผลิตในสตั วเคี้ยวเออ้ื ง.
วารสารแกนเกษตร. 49 (6): 1628-1643

สาวติ รี ดือราแม. ม.ป.ป. ผลติ อาหารหมกั : สมบัตเิ ชิงหนาทข่ี องจุลนิ ทรยี ตอนที่ 1. ฝายจุลชีววทิ ยาประยุกต สถาบนั
คนควาและพฒั นาผลติ ภณั ฑอาหาร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร.

Canon, F., Mariadassou, M., Maillard, M. B., Falentin, H., Parayre, S., Madec, M. N., Valence, F., Henry,
G., Laroute, V., Daveran-Mingot, M. L., Cocaign-Bousquet, M., Thierry, A., and Gagnaire, V.
2020. Function-Driven Design of Lactic Acid Bacteria Co-cultures to Produce New
Fermented Food Associating Milk and Lupin. Frontiers in Microbiology, 11(November).
https://doi.org/10.3389/fmicb.2020.584163

Chen, X., Zheng, R., Liu, R., & Li, L. 2020. Goat milk fermented by lactic acid bacteria modulates
small intestinal microbiota and immune responses. Journal of Functional Foods, 65.
https://doi.org/10.1016/j.jff.2019.103744

Doyle, N., Mbandlwa, P., Kelly, W. J., Attwood, G., Li, Y., Ross, R. P., Stanton, C., and Leahy, S. 2019.
Application of lactic acid bacteria for the biopreservation of meat products: A systematic
review. In Frontiers in Microbiology (Vol. 10). Frontiers Media S.A. https://doi.org/
10.3389/fmicb.2019.02207

Doyle, N., Mbandlwa, P., Kelly, W. J., Attwood, G., Li, Y., Ross, R. P., Stanton, C., and Leahy, S. 2019.
Use of Lactic Acid Bacteria to Reduce Methane Production in Ruminants, a Critical Review.
In Frontiers in Microbiology (Vol. 10). Frontiers Media S.A.
https://doi.org/10.3389/fmicb.2019.02207

Garcia, F., Colombatto, D., Alejandra Brunetti, M., José Martínez, M., Valeria Moreno, M., Carolina
Scorcione Turcato, M., Lucini, E., Frossasco, G., and Ferrer, J. M. 2020. The reduction of
methane production in the in vitro ruminal fermentation of different substrates is linked
with the chemical composition of the essential oil. Animals, 10(5).
https://doi.org/10.3390/ani10050786

Genís, S., Bach, À., and Arís, A. 2017. Effects of intravaginal lactic acid bacteria on bovine
endometrium: Implications in uterine health. Veterinary Microbiology, 204January, 174–
179. https://doi.org/10.1016/j.vetmic.2017.04.025

Hayek, S. A., Gyawali, R., Aljaloud, S. O., Krastanov, A., and Ibrahim, S. A. 2019. Cultivation media for
lactic acid bacteria used in dairy products. In Journal of Dairy Research (Vol. 86, Issue 4,
pp. 490–502). Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/S002202991900075X

Islam, M. Z., Uddin, M. E., Rahman, M. T., Islam, M. A., and Harun-ur-Rashid, M. 2021. Isolation and
characterization of dominant lactic acid bacteria from raw goat milk: Assessment of

44

probiotic potential and technological properties. Small Ruminant Research, 205.
https://doi.org/10.1016/j.smallrumres.2021.106532
Kridsada Unban and Ramita Khanongnuch and Apinun Kanpiengjai and Kalidas Shetty and Chartchai
Khanongnuch. 2020. Utilizing Gelatinized Starchy Waste from Rice Noodle Factory as
Substrate for L(+)-Lactic Acid Production by Amylolytic Lactic Acid Bacterium Enterococcus
faecium K-1. Applied Biochemistry and Biotechnology, 192(2), 353–366.
https://doi.org/10.1007/s12010-020-03314-w
Li, J., Wu, Y., Zhao, J., Wang, S., Dong, Z., and Shao, T. 2022. Bioaugmented degradation of rice straw
combining two novel microbial consortia and lactic acid bacteria for enhancing the
methane production. Bioresource Technology, 344. https://doi.org/10.1016/j.biortech.
2021.126148
Maldonado, N. C., Ficoseco, C. A., Mansilla, F. I., Melián, C., Hébert, E. M., Vignolo, G. M., and Nader-
Macías, M. E. F. 2018. Identification, characterization and selection of autochthonous lactic
acid bacteria as probiotic for feedlot cattle. Livestock Science, 212, 99–110.
https://doi.org/10.1016/j.livsci.2018.04.003
Mokoena, M. P. 2017. Lactic acid bacteria and their bacteriocins: Classification, biosynthesis and
applications against uropathogens: A mini-review. In Molecules (Vol. 22, Issue 8). MDPI AG.
https://doi.org/10.3390/molecules22081255
Philippeau, C., Lettat, A., Martin, C., Silberberg, M., Morgavi, D. P., Ferlay, A., Berger, C., and Nozière,
P. 2017. Effects of bacterial direct-fed microbials on ruminal characteristics, methane
emission, and milk fatty acid composition in cows fed high- or low-starch diets. Journal of
Dairy Science, 100(4), 2637–2650. https://doi.org/10.3168/jds.2016-11663
Khan, S., A-Ud-Din, G. M. Ali, S. I. Khan, I. Arif1, M. N. R. and S. G. 1Functional. 2020. Screening of
lactic acid bacteria for their use as buffalo. The Journal of Animal & Plant Sciences, 30(6),
1357-1365
Saleem, A. M., Zanouny, A. I., and Singer, A. M. 2017. Growth performance, nutrients digestibility,
and blood metabolites of lambs fed diets supplemented with probiotics during pre- and
post-weaning period. Asian-Australasian Journal of Animal Sciences, 30(4), 523–530.
https://doi.org/10.5713/ajas.16.0691
Unban, K., Kanpiengjai, A., Khatthongngam, N., Saenjum, C., and Khanongnuch, C. 2019.
Simultaneous bioconversion of gelatinized starchy waste from the rice noodle
manufacturing process to lactic acid and maltose-forming α-amylase by Lactobacillus
plantarum S21, using a low-cost medium. Fermentation, 5(2), 1–13.
https://doi.org/10.3390/fermentation5020032

45

Unban, K., Khanongnuch, R., Kanpiengjai, A., Shetty, K., and Khanongnuch, C., 2020 Utilizing
Gelatinized Starchy Waste from Rice Noodle Factory as Substrate for L(+)-Lactic Acid
Production by Amylolytic Lactic Acid Bacterium Enterococcus faecium K-1

Xu, H., Huang, W., Hou, Q., Kwok, L. yu, Sun, Z., Ma, H., Zhao, F., Lee, Y. K., and Zhang, H. 2017. The
effects of probiotics administration on the milk production, milk components and fecal
bacteria microbiota of dairy cows. Science Bulletin, 62(11), 767–774. https://doi.org/10.
1016/j.scib.2017.04.019

46

คำสหสัมพนั ธ์ระหวำงน้ำหนกั ตวั ตอกำรเจรญิ เตบิ โต คณุ ภำพซำก และกำรเจรญิ พนั ธ์ุ
ในแตระยะของโคเน้อื

Correlation between body weight,Growth, carcass quality, reproductive
in beef cattle

นำงสำวนภัสวรรณ หงิ ประโคน1*
Napatsawan Hingprakhon1*

1สาขาสัตวสาสตร์ คณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์
*Corresponding Author E-mail Address: [email protected]

บทคัดยอ

การเลย้ี งโคเนื้อเปนอกี อาชีพหนึ่งทไ่ี ดรับความสนใจจากเกษตรกร ปจจุบันรูปแบบการเลย้ี งโคเนอื้ เปล่ียนเปน
การเล้ียงโคเนอ้ื เพื่อจาหนาย เพราะความตองการของผูบริโภคเน้ือมีมากขึ้น จงึ มกี ารปรับปรุงพนั ธุพนั ธุโคเน้ือเพื่อ
ตองการศกึ ษาลักษณะของน้าหนกั โคในแตระยะ การเจริญเตบิ โต ความสมบรู ณพนั ธุ และคณุ ภาพซาก มคี วามสาคญั
ทางเศรษฐกิจ สงผลตอการพฒั นาสายพันธุของโคเน้ือ ดังน้ันวัตถปุ ระสงคของการศกึ ษาเพ่ือประเมินคาอัตราทาง
พันธกุ รรมคาสหสัมพันธทางลกั ษณะจึงมีการศึกษาความแปรปรวนของแตละลักษณะท่ไี ดมาจากพันธุกรรม หรือ
สง่ิ แวดลอมทีม่ าเก่ียวของ ในโคพนั ธุบราหมันน้าหนักเมื่อโคอายุ 210 วนั และ 365 วนั มกี ารแสดงออกมากท่สี ดุ และ
มีความสัมพันธกับขนาดเสนรอบอัณฑะมากท่ีสุด ในโคพันธุเนลลอรน้าหนักหยานมมีความสัมพันธกับการ
เจริญเติบโต การเจริญพันธุและคุณภาพซากมากกวาน้าหนักแรกเกิด และโคในพื้นทเ่ี คนยาน้าหนักหยานมมี
ความสัมพันธกับน้าหนักหนึ่งปแตการเจริญเติบโตหลังหยานมเปนลบ แตดานการเจริญพันธุนา้ หนักแรกเกิดมี
ความสัมพันธมากกวานา้ หนกั หยานม ดังนนั้ การศึกษาการประเมนิ คาอัตราทางพันธุกรรมระหวางนา้ หนักตวั แตละ
ระยะ นา้ หนกั หยานมมคี วามสัมพนั ธมากกวานา้ หนกั แรกเกดิ อัตราทางพันธุกรรมระหวางลกั ษณะการเติบโตการ
เพมิ่ ขน้ึ ของน้าหนักแรกเกิดถึงหยานมมคี วามสมั พันธกบั การเพ่มิ ข้นึ นา้ หนกั หยานมถึง 1 ป ตางจากน้าหนักหยานม
กับการเจริญเติบโตเฉลย่ี ตอวันหลังหยานมเปนลบ อัตราทางพันธุกรรมระหวางคณุ ภาพซาก พนื้ ท่หี นาตดั เนอื้ สันมี
ความสัมพันธมากกวาคะแนนกลามเน้ือ ไขมันสันหลังและไขมนั สะโพก อัตราทางพนั ธุกรรมระห วางการเจริญพันธุ
นา้ หนักแรกเกิดมคี วามสัมพนั ธกบั นา้ หนกั เมื่อคลอดลูกตวั แรก และนา้ หนักหยานมมคี วามสัมพนั ธกบั คะแนนเตานม

คำสำคญั : คาสหสมั พนั ธ, อัตราทางพนั ธกุ รรมของโคเนือ้ , พารามิเตอรทางพนั ธกุ รรม

47

บทนำ

ปจจุบันมีการเลี้ยงโคเน้ือเพิม่ ข้ึนและการผลติ เน้ือคุณภาพตามจานวนผบู รโิ ภคเนื้อโคท่เี พ่ิมข้ึน ทาใหเกดิ การ
พฒั นารูปแบบการเลย้ี งโคเน้ือดานพนั ธุกรรม ดานโครงสรางพ้ืนฐาน และลดตนทนุ และเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลิต
(กรมปศสุ ัตว, 2561) การปรบั ปรุงพนั ธุและการพฒั นาโคเนอื้ มคี วามสาคญั ตอเศรษฐกจิ โดยมงุ เนนการพฒั นาสาย
พันธุโคเน้ือใหมปี ระสิทธิภาพการผลิตใหดีย่ิงข้ึนและตามความตองการของผูเล้ียงมากข้ึน โดยประโยชนของการ
ปรับปรุงพันธุโคเนอ้ื เพ่ือที่จะใหไดสายพันธุท่ดี ีมีคุณภาพ ลักษณะแตละลักษณะที่ปรากฏตามที่ตองการ การเพ่ิม
ประสิทธภิ าพการผลิตโคเนือ้ ใหดีย่งิ ขึ้นมีปจจยั ท่ีเกยี่ วของหลายประการ เชน พนั ธุสตั ว การจดั การเล้ียงดู โรงเรือน
อาหาร และอกี หลายดาน แตปจจยั ทส่ี งผลและเหน็ ไดอยางชดั เจนมากทีส่ ดุ คอื พันธุกรรม (ทวีพร, 2556) การแกไข
ปญหาอยางย่ังยืนอีกดานหน่ึงคอื การปรับปรุงทางดานพันธุกรรม ในประเทศไทยพบวาการศึกษาความสัมพันธคา
ทางพันธุกรรมระหวางลักษณะความสมบูรณพันธุในแมโคยังมีนอย (วรางคณา และคณะ, 2561) คาอัตราทาง
พันธกุ รรมคาสหสัมพนั ธทางลกั ษณะ มุงเนนถึงลกั ษณะทปี่ รากฏทางพันธุกรรมหรือส่ิงแวดลอมอน่ื ทเ่ี ขามามปี จจัย
รวมดวย โดยลักษณะการแสดงออกตางๆ จะถูกควบคมุ โดยอัตราทางพันธุกรรมหรือยีนโดยมกี ารศึกษาอัตราทาง
พนั ธกุ รรมท่สี อดคลองกบั นา้ หนกั ตวั การเจรญิ เตบิ โต ความสมบูรณพนั ธ คุณภาพซาก จงึ จาเปนตองศึกษาขอมลู เพื่อ
นาไปใชประเมินพอและแมพนั ธุ โดยการใชพันธโุ คที่แตกตางตางกนั ลักษณะท่ีนามาใชในกระบวนกา รวเิ คราะห
ตางกัน มีการวเิ คราะหหลายลักษณะและวิธีการเลย้ี งดูในสภาพแวดลอมท่ีแตกตางกนั ทาใหผลการศึกษามีความ
แตกตางกัน โดยมีวัตถุประสงคเพือ่ ศึกษาการประมาณคาอัตราทางพนั ธุกรรม และคาสหสัมพันธของลักษณะที่
ปรากฏของลักษณะความสมบรู ณพันธุ คณุ ภาพซากในประชากรโคเนื้อ เพื่อทจี่ ะชวยเปนทางเลือกใหกบั เกษตรกรใน
การพัฒนาสายพันธุ

ควำมสำคญั ของกำรปรับปรุงพันธุโ์ คเนอื้

การปรับปรงุ พันธุโคเนอ้ื มคี วามสาคญั ทางเศรษฐกิจ การเลีย้ งโคเน้ือเปนการเพ่มิ ผลผลติ และเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพ
ในการเลีย้ ง โดยการเลี้ยงโคเนอ้ื ใหไดประสทิ ธภิ าพแมโคตองสามารถผลติ ลูกใหไดมากทีส่ ดุ เชน แมโคตองใหลูกไดป
ละตัวและมีน้าหนักหยานมท่ีสูงเพือ่ บอกถงึ การเจรญิ เติบโตท่ดี ี ถาแมโคไมไดผลผลติ ตามท่ตี องการจะสงผลกระทบ
ตอการใหลูกของแมโค และตนทุนการเลย้ี งอีกดวย ดังนน้ั จงึ มกี ารปรับปรุงพันธุดานนา้ หนัก การเจ รญิ เติบโต การ
เจริญพนั ธุ และคุณภาพซาก เพื่อใหไดผลผลิตในรนุ ตอไปตามที่ตองการ และยงั เปนทางเลือกใหกับเกษตรกรท่มี ี
ความสนใจในการปรับปรุงโคเนื้อ

กำรประเมนิ คำพำรำมิเตอร์ทำงพันธกุ รรมมคี วำมสำคญั ตอกำรคดั เลอื กสำยพันธุ์โคเนอื้ อยำงไร

การประมาณคาทางพันธุกรรมเปนลักษณะทมี่ ีความสาคญั ทางเศรษฐกิจและความสัมพันธทางพันธุกรรมมี
ความสัมพนั ธตอการปรับปรุงพันธุ การวางแผนการปรับปรุงพนั ธุ และคัดเลือกโดยการปรบั ปรุงพนั ธโุ คเนื้อและใช
การประมาณคาพารามิเตอรทางพันธุกรรมจากลักษณะของฟโนไทปที่ปรากฏ อยางไรก็ตามคาพารามิเตอร ทาง
พนั ธกุ รรมมีความเฉพาะเจาะจงสาหรับประชากรท่ีประเมินเนื่องจากปจจัยเหลาน้ีไดรับปจจัยอทิ ธิพลจากปจจัย
เฉพาะสาหรับประชากรนน้ั ๆ การประเมนิ คาพารามิเตอรนิยมใชลักษณะท่ีสาคัญทางเศรษฐกิจเพื่อบอกถึงการ
ถายทอดทางพนั ธุกรรมโดยตรงและการถายทอดทางพันธกุ รรมจากแม ความสัมพนั ธทางพนั ธุกรรมระหวางลักษณะ
และผลกระทบทางพันธกุ รรม (Gathura et al., 2020) การพัฒนาสายพนั ธโุ คเนื้อ จะดาเนนิ การเลอื กตามลกั ษณะ
ประสิทธิภาพของน้าหนักตวั เชน น้าหนักโตเต็มวัย เปนผลตอการคัดเลือกเปนไปในทางที่ดีมีความสัมพันธกบั
น้าหนักเม่ือสิ้นสุดการเล้ียง ลักษณะของน้าหนักหยานม และการสืบพันธุ โดยเฉพาะการเจริญพันธุ และการ
แสดงออกทางเพศ เสนรอบอัณฑะ คะแนนกลามเนื้อ (Silva et al., 2018) และโคน้นั มีอายุในการคลอดลกู ตัวแรก


Click to View FlipBook Version