197
and cholesterol removal from media by Lactobacillus strains used as probiotics in
chickens. Journal of the Science of Food and Agriculture. 90(1): 65–69.
Sakamoto, K., H. Hirose, A. Onizuka, M. Hayashi, N. Futamura, Y. Kawamura and T. Ezaki. 2000.
Quantitative study of changes in intestinal morphology and mucus gel on total parenteral
nutrition in rats. J Surg Res. 94(2):99-106
Shokryazdan, P., M. F. Jahromi, J. B. Liang, K. Ramasamy, C. C. Sieo, and Y. W. Ho. 2017. Effects of
a Lactobacillus salivarius mixture on performance, intestinal health and serumlipids of
broiler chickens. PloS ONE 12(5): e0175959.
Song, J., K. Xiao, Y. Ke, L. Jiao, C. Hu, Q. Diao, B. Shi, and X. Zou. 2014. Effect of a probiotic mixture
on intestinal microflora, morphology, and barrier integrity of broilers subjected to heat
stress. Poultry Science. 93: 581–588.
Panda, A. K. , V. R. S. Rama, V. L. N. Raju Mantena, and A.S. Shrama. 2006. Dietary supplementation
of Lactobacillus sporogenes on performance and serum biochemical lipid profile of broiler
chickens. Poultry Science. 43: 235–240.
Vanbelle M., E. Teller and M. Focant, 1990. Probiotics in animal nutrition: a review. Arch. Animal
Nutrition, 40: 543–556.
198
กำรใชยำปฏชิ วี นะในกำรเลยี้ งกระบือ
The use of antibiotics in raising buffaloes
นำยณฐั พร จันทอง1*
Nattaporn Chanthong1*
1สำขำสัตวศำสตร์ คณะเกษตรศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยีรำชมงคลอีสำน วิทยำเขตสุรินทร์
*Corresponding Author E-mail Address: [email protected]
บทคดั ยอ
การเล้ียงกระบือของเกษตรกรทเ่ี พมิ่ มากข้ึนสงผลใหเกิดการดูแลที่ไมทว่ั ถงึ จงึ ทาใหเกิดปญหาสัตวปวย ซึ่งเปน
สาเหตุในการใชยาปฏิชีวนะเพื่อการรักษา ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เปนยาท่ีออกฤทธิ์ฆาเชื้อและยับย้ังการ
เจริญเติบโตแบคทีเรยี หรือเชื้อรา แตไมมีฤทธ์ติ อเชอ้ื ไวรัส ซึ่งพบวาการใชยาปฏชิ ีวนะในการเลี้ยงกระบือ กลุม
Penicillin และ Kanamycin ในกา รรักษาโ รค เตา นมอักเ สบ ให ประสิทธิภาพการรักษากระบือ สวน
Oxytetracycline หากใชในการรักษาโรคติดเช้ือ Anaplasmosis และโรคผิวหนังในกระบอื ทาใหกระบือเร่มิ หาย
เปนปกติหลังการใชยารักษา 5 วัน ท้ังน้ีการใชยาปฏิชีวนะในกระบือควรใชอยางสมเหตุสมผล เพื่อไมใหเกดิ การ
ตกคางในตวั สัตว ในผลิตภณั ฑจากกระบือ และสง่ิ แวดลอม
คำสำคัญ : ยาปฏชิ ีวนะ กระบือ
199
บทนำ
การเลีย้ งกระบอื มกี ารเลยี้ งมาตั้งแตสมยั อดตี โดยสวนใหญจะเลีย้ งกระบอื ไวเพื่อใชแรงงานในการทาการเกษตร
แตในภายหลงั มีการเลีย้ งกระบอื ลดนอยลง เนือ่ งจากมีเครอ่ื งทนุ แรงเขามาชวยในการทาเกษตร ซ่ึงทางกรมปศุสัตว
ไดจดั ใหมีการอบรมการเลี้ยงกระบือและประกวดกระบือ เพือ่ สงเสริมใหเกษตรกรกลบั มาเล้ียงกระบอื ซง่ึ ในปจจุบนั
พบวาเกษตรกรใหเล้ียงกระบือเพิ่มมากขึ้น จากขอมูลของกรมปศสุ ัตวรายงานวา สถติ จิ านวนกระบือในประเทศไทย
ป พ.ศ. 2563-2564 มจี านวนเพ่มิ มากข้ึนจาก 1,256,074 ตัว เปน 1,463,022 ตัว (กรมปศุสตั ว, 2564) ซึ่งเนอ่ื งจาก
ปริมาณของกระบอื ที่เกษตรกรเล้ียงในปจจุบัน มจี านวนเพ่มิ มากข้นึ ทาใหเกษตรกรผเู ลี้ยงดแู ลกระบือไมทวั่ ถึง ซึง่ เม่อื
เกิดอาการเจ็บปวยท่อี าจเกดิ จากโรคพยาธิเม็ดเลือด, โรคผิวหนังและโรคเตานมอกั เสบ ก็จะใชยาปฏิชีวนะในการ
รักษา ซ่ึงยาปฏิชีวนะนนั้ มีหลายชนดิ และกลุมของยาปฏิชีวนะทใ่ี ชในการเลี้ยงกระบือ กลุมที่ไดจากเช้ือราไดแก
penicillin กลมุ ของยาปฏิชีวนะท่ไี ดจากเชื้อแบคทเี รียไดแก Oxytetracycline และกลุมของยาปฏิชีวนะท่ีไดจาก
การสังเคราะหเปนสารเคมีชนิดแรกที่ใชในการรักษาไดแก Salfonamide ดังนั้นหากมีการศึกษาเร่ือง การใชยา
ปฏิชีวนะในกระบือ ประเภทของยาปฏิชีวนะ วัตถุประสงคการใชยาปฏชิ วี นะ ท่ีมาของยาปฏิชีวนะขนาดวธิ ีใช กจ็ ะ
เปนประโยชนแกเกษตรกรผเู ลย้ี งกระบอื ได
กำรใชยำปฏชิ วี นะในกำรเลี้ยงกระบือ
ยำปฏชิ ีวนะ (antibiotic)
ควำมหมำยของยำปฏิชวี นะ
ยาปฏิชวี นะเปนยาทีอ่ อกฤทธฆิ์ าเช้อื แบคทีเรียหรือเช้อื รา และออกฤทธิย์ บั ยั้งเช้ือแบคทีเรยี หรือทาใหแบคทีเรยี
เติบโตและเพมิ่ จานวนไดยากข้นึ ซง่ึ ไมมีฤทธ์ิตอเชือ้ ไวรัส โดยยาชนิดนจ้ี ะไปยับย้งั เช้ือแบคทีเรียดวยกลไกตาง ๆ
(Adam, 2019), (Anonymous. 2020a ) ยาปฏชิ วี นะ ซ่งึ มีความสัมพนั ธทางชวี วิทยา โดยทม่ี ีสง่ิ มีชีวติ หนง่ึ ฆา
สง่ิ มชี วี ติ อกี ชนิดหน่งึ เพอ่ื รับรองการมีอยูของสิง่ มีชวี ติ น้นั ๆ (Durand et al., 2019) ทั้งนย้ี าปฏิชวี นะก็ยังเปนสวน
หน่ึงของยาตานจุลชพี ทใ่ี ชรักษาโรคติดเชือ้ แบคทีเรยี ในมนษุ ยและสตั ว (Anonymous, 2020b)
แหลงทม่ี ำของยำปฏชิ วี นะ
พบวามแี หลงทีม่ าของยาปฏิชวี นะพบไดจากหลายแหลงในธรรมชาตแิ ละไดจากแบคทีเรีย เชอ้ื รา ไดจากการ
สังเคราะห ทง้ั นีย้ าปฏิชวี นะทใ่ี ชในการปศสุ ตั วสวนใหญจะไดจากแบคทีเรยี ดังนนั้ สามารถแบงยาปฏิชวี นะแบงได
ตามแหลงทม่ี าดงั นี้ (Anonymous, 2021)
ยำปฏชิ วี นะท่ไี ดจำกเชอื้ รำ
ไดแก เพนนิซลิ ลิน (Penicillin) เปนยาปฏชิ วี นะตัวแรกและยังคงใชกนั อยางแพรหลายถงึ มากท่สี ุดซึง่ ไดจากเช้ือ
ราเพนนิซิลเลยี ม (Penicillium) ในป ค.ศ.1928 นกั แบคทีเรยี วิทยาชาวสก็อต ไดสังเกตวากลมุ ของของแบคทีเรยี
Staphylococcus aureus ไมสามารถเจรญิ เตบิ โตในพ้นื ท่ี ท่ีถูกปนเปอนโดยบงั เอญิ โดยราสเี ขียว เพนนิซิลเลยี ม โน
ทาทมั (Penicillium notum) แยกไดจากเชอ้ื ราทีเ่ ตบิ โตในของเหลวและพบวา มันผลิตสารที่สามารถฆาเช้อื
แบคทเี รยี ทที ัว่ ไปทต่ี ดิ เช้อื ในมนษุ ยและในสตั ว ในทางปศสุ ัตวใชสารตัวน้ีในการรกั ษาโรคติดเช้ือแบคทีเรีย โรคติด
เช้ือทางเดินอาหารและลาไส (Anonymous, 2021c)
ยำปฏชิ วี นะทีไ่ ดจำกเชอ้ื แบคทเี รยี
ไดแก เตตราไซคลนี (Tetracyclines) เปนกลมุ ของสารปฏิชีวนะ ในวงกวาง ท่ีมโี ครงสรางพ้ืนฐานรวมกันและ
แยกไดโดยตรงจากสายพันธตุ าง ๆ ของแบคทีเรยี Streptomyces หรอื ผลิตจากสารกึ่งสังเคราะหทแี่ ยกได โดยเต
ตราไซคลีนทาหนาทข่ี ดั ขวางการทางานของแบคทีเรยี ในการผลติ โปรตีนทสี่ าคัญบางชนดิ ดังนน้ั ยาปฏชิ วี นะเตตราไซ
คลีน จงึ เปนตัวยับย้ังการเจรญิ เติบโตของแบคทเี รีย มากกวาการฆาเชอ้ื แบคทีเรียและมีการออกฤทธิเ์ ฉพาะกับ
จลุ ินทรยี ทีเ่ พม่ิ ขนึ้ เทานนั้ โดยเตตราไซคลีนในการผลติ ปศุสัตวใชเพอ่ื สงเสรมิ การเจริญเตบิ โตและรักษาโรคติดเชอ้ื
ตาง ๆ เชน โรคอหิวาตกโรค โรคแทงติดตอ โรคการติดเชอ้ื เรอ้ื รังในดวงตา (Anonymous, 2021e)
200
ยำปฏชิ วี นะท่ีไดจำกกำรสังเครำะห์
ไดแก ยาซัลฟา (sulfa drug) หรือทีเ่ รยี กวาซัลโฟนาไมด (Sulfonamide) ซ่งึ เปนกลมุ ของยาปฏิชีวนะทไี่ ดจาก
การสังเคราะห ที่มีโครงสรางโมเลกลุ ของซัลฟานลิ าไมด ซ่งึ ยาซลั ฟาเปนสารเคมีชนิดแรกทใ่ี ชอยางเปนระบบในการ
รกั ษาและปองกนั การตดิ เช้ือแบคทเี รียในมนษุ ย แตในปจจุบนั มีการใชงานลดลงเนอ่ื งจากยาปฏชิ วี นะในปจจุบนั มี
การใชทมี่ ีประสทิ ธภิ าพและปลอดภยั กวา และเน่อื งจากการดอ้ื ยาทเ่ี พมิ่ ขน้ึ ยาซัลโฟนาไมด ยงั คงใชอยแู ตสวนใหญ
ใชสาหรับรกั ษาการตดิ เชอ้ื ของแบคทีเรียในทางเดนิ ปสสาวะและปองกนั การตดิ เชอ้ื ของแบคทเี รยี และยังใชในการ
รกั ษาโรคมาลาเรยี ได (Anonymous, 2021f)
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรใชยำปฏิชีวนะ
กำรใชยำปฏิชวี นะเพอื่ สงเสรมิ กำรเจริญเตบิ โต
การใชยาปฏิชีวนะแบบไมใช การรกั ษาพบวาสารตกคางจากยาปฏิชีวนะ ทีไ่ มไดรับการสกัดน้ันสามารถ
เพ่มิ น้าหนักของสตั วไดจากการหมักของเสีย ดวยยาปฏชิ วี นะซึง่ เปนแหลงทางเลือกของอาหารเสริมวติ ามินบ1ี 2 โดย
สามารถใชเปนสารกระตุนการเจรญิ เติบโต ของยาปฏชิ วี นะในขนาดต่าและสามารถปองกนั โรคติดเชอ้ื แบคทีเรียได
(Kirchhelle, 2018) ยาปฏชิ ีวนะยงั ชวยเพิ่มอตั ราการเตบิ โต โดยการทาใหเย่อื เมือกในลาไสบางลงเพื่อผลติ สภาวะท่ี
เอือ้ อานวยตอจุลินทรยี ในลาไสท่เี ปนประโยชน โดยทาลายแบคทเี รยี ทีเ่ ปนอันตรายและยงั สนับสนนุ การเจรญิ เติบโต
ลดการสูญเสยี ของสารอาหารและลดสารพิษ (Bacanl, 2019) การใชยาปฏชิ วี นะมีการใชไดในหลายรปู แบบใชท้งั ใน
การผลิตอาหารสาหรบั สัตว และใชในการรักษาและปองกันโรคโดยยาปฏชิ ีวนะนนั้ เปนการใชเพ่อื เพ่ิมความสามารถ
ทางอาหาร และสงเสริมการเจริญเตบิ โตโดยการใชยาปฏิชีวนะ เพื่อกระตุนการเจริญเติบโตน้ันมคี วามเชอื่ มโยงกับ
ผลประโยชนทางเศรษฐกิจ เพ่ือเปนการจัดการกบั ความตองการอาหารท่ีเพ่มิ มากขึ้นการใชยาปฏิชีวนะในสัตวปศุ
สตั ว ท่ีนามาบริโภคนน้ั จึงมกี ารนายาปฏชิ ีวนะมาใชในการผลิตสัตวอยางแพรหลาย (Van et al., 2020)
กำรใชยำปฏชิ ีวนะเพือ่ กำรรกั ษำและควบคมุ โรค
การใชยาปฏิชวี นะยังคงใชเพอื่ วตั ถปุ ระสงคในการรักษาและปองกนั โรค โดยจะใชในปริมาณทีส่ ูงกวา การ
เจรญิ เตบิ โต และปจจบุ ันการใชยาปฏิชวี นะไดเพม่ิ มากข้ึนอยางรวดเร็วในประเทศท่ีกาลงั พัฒนา กอใหเกดิ ความเส่ียง
เก่ียวของกบั การใชยาปฏิชีวนะในการใชรกั ษาโรค ของสัตวและยังปองกันโรคแพรกระจายเชื้อโรคในสตั ว (Van et
al., 2020) การใชยาปฏิชีวนะใชเพ่ือรักษาและปองกนั โรคตาง ๆ ในสัตว เชน โรคเตานมอกั เสบ โรคขออักเสบ โรค
ระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดนิ อาหารและโรคติดเชือ้ แบคทเี รยี อืน่ ๆ (Bacanl, 2019)
201
กำรใชยำปฏิชีวนะในกระบือ
ตำรำงท่ี 1 กำรใชยำปฏชิ ีวนะในกระบอื
ชนิดยำ ชอื่ กำรคำ ยำปฏชิ ีวนะ ขนำดควำม ขอบงใชในกระบอื ขอระมัดระวงั ใน กำรศึกษำวิจัยกำรใช อำงอิง
ปฏิชีวนะ เขมขนของ กำรใช ยำปฏชิ วี นะชนดิ นี้ใน
Chirollo et al.
ยำ/ กระบอื (2017)
ปรมิ ำณ/ml
หลาย ®PENDISTREP -Procaine 120,000 ใชในการปศุสตั วเพอื่ เพ่มิ ในนา้ นมกระบอื มี การศึกษาวิธีการ
ชนิด LA Benzylpenicillin iu/ml ประสทิ ธภิ าพของการรกั ษา ระดบั คาตกคางของ วิเคราะหการตกคาง
-Benzathine 80,000 เพนนิซลิ ลนิ มีฤทธิต์ าน ยาปฏิชวี นะทม่ี าก ของยา penicillin G
Benzylpenicillin iu/ml แบคทเี รียแกรมบวกและ ทีส่ ดุ (Maximum และ Dihydro-
- 200 mg แกรมลบ Pseudomonas residue level; Streptomycin
Dihydrostreptomycin aeruginosa , Proteus spp., MRL) ในนา้ นมเพ่อื เปน
sulfate Klebsiella , Shigella และ ทร่ี ะดบั 4 µl/kg ตอ มาตราฐานในการ
®Shotapen -Benzathine 100,000 iu Enterobacter spp. ถอื วา 1ครั้งทร่ี ดี และตอง ปฏิบตั ิงาน
100,000 iu เปนตัวเลอื กแรกในการเลือกใช รีดอยางนอย 12 วัน
LA penicillin G 200 mg ยาปฏชิ วี นะในสตั วท่ใี หนา้ นมที่ หลังการรักษากอน
-Procaine penicillin G เปนโรคมดลูกอกั เสบและเตา สงน้านมขาย
- นมอักเสบ
Dihydrostreptomycin
sulfate
202
ตำรำงที่ 1 กำรใชยำปฏิชวี นะในกระบอื (ตอ)
ชนดิ ยำ ช่ือกำรคำ ยำปฏชิ วี นะ ขนำดควำม ขอบงใชใน ขอระมดั ระวังในกำรใช กำรศกึ ษำวิจยั กำรใชยำ อำงอิง
ปฏิชวี นะ เขมขนของ กระบอื ปฏชิ วี นะชนิดนใ้ี นกระบือ
ยำ/
ปริมำณ/ml
หลาย ®HYDROPEN 400 -Penicillin G 200,000 iu Kanamycin เปน ในนา้ นมกระบอื มรี ะดบั การศกึ ษาวิธกี ารวิเคราะห Chirollo et al.
ชนิด ®NOVAPENSTREP - 200 mg ยาปฏิชวี นะทอ่ี อก คาตกคางของยา การตกคางของยา (2018)
Dihydrostreptomycin ปฏิชวี นะทม่ี ากทส่ี ดุ penicillin G และ
ชนดิ เดยี ว ®KANAMYCIN sulfate 200,000 iu ฤทธใ์ิ นวงกวางใช (Maximum- residue Dihydrostreptomycin Acaroz et al. (2020)
®KANAMYCIN 250 เพ่ือรกั ษาโรคปอด level; MRL) ในนา้ นมเพ่ือเปน
-Penicllin G 0.25 g บวม โรคเตานม ทรี่ ะดบั 4 µl/kg ตอ 1 มาตราฐานในการ
(procaine 250 mg อักเสบและ คร้ังทีร่ ีดและตองรดี ปฏบิ ตั ิงาน
Dihydrostreptomycin ทองรวงในลกู อยางนอย 9 วนั หลงั
sulfate) กระบอื การรกั ษากอนสงน้านม การศึกษาวธิ กี ารวิเคราะห
-Kanamycin sulfate ขาย การตกคางของยา
Kanamycin ในนา้ นมเพื่อ
-Kanamycin mono ในนา้ นมกระบอื มรี ะดบั เปนมาตราฐานในการซือ้
sulfate คาตกคางของยา ขายนา้ นม
ปฏชิ วี นะที่มากที่สุด
equivalent to (Maximum residue-
Kanamycin level; MRL)
ท่ีระดบั 150 µl/kg ตอ
1คร้งั ที่รดี และตองรีด
อยางนอย 5 วันหลังการ
รักษากอนสงขาย
203
ตำรำงที่ 1 กำรใชยำปฏชิ วี นะในกระบอื (ตอ)
ชนดิ ยำ ชือ่ กำรคำ ยำปฏชิ วี นะ ขนำดควำม ขอบงใชในกระบอื ขอระมัดระวงั ในกำรใช กำรศกึ ษำวิจยั กำรใชยำปฏิชีวนะ อำงอิง
ปฏิชีวนะ เขมขนของ ชนิดน้ใี นกระบอื
Oxytetracycline เปนยา การใช Oxytetracycline Namratha
ยำ/ ปฏิชวี นะท่ีออกฤทธฆิ์ าเชอ้ื ควรระมดั ระวงั การตดิ เชอ้ื การศกึ ษาวิธีการรกั ษาโรคติดเชอ้ื and
ปริมำณ/ml ในวงกวาง แบคทเี รียแกรม ซ้าซอนจากเชอื้ โรคทไ่ี มไว Anaplasmosis ในกระบอื โดยการ
บวกและ แกรมลบ ตอยา เชน เช้ือรา ยสี ต และ ให Oxytetracycline 20 มก./กก. Ramesh
ชนิดเดยี ว ®Oxy-Mycin -Oxytetracycline 50 mg mycoplasma, แบคทเี รยี ทด่ี ือ้ ยา และยัง (นา้ หนักตวั สตั ว) วันละคร้งั นาน 5 (2020)
Olan base ricketsiae, chlamydiae เปนพิษตอไต กรณกี ารฉีด วนั หลังการรักษา 3 วันสัตวฟนตวั
และยังคลอบคลมุ ถึง โปร เขาเสนเลือดควรฉีดเขาเสน และกนิ อาหารเพ่มิ มากข้ึนหลังจาก Mani et al.
®OXYCLINE -Oxytetracycline 215.65 mg โตซวั (อะมบี า) เลอื ด อยางชา ๆ ใชยาในการรกั ษาผานไป 12 วนั ( 2018)
20% LA dihydrate 200 mg กระบือไดดขี น้ึ เปนปกติ
-Oxytetracycline
®OXYLIM -Oxytetracycline 20 mg การศกึ ษาวิธกี ารรักษาโรคผิวหนงั
(HCl) and ในกระบอื โดยการใหยา
Lidocaine Oxytetracycline 10 มก./กก.
ฉีด (I/V) ใหนา้ เกลอื รวมกบั คลอเฟ
ชนิดเดยี ว ®OXYCLINE -Oxytetracycline 50 mg นิรามีน 0.2 มก./กก.ฉดี (I/M)
เปนเวลาประมาณ 5 วนั แลวตอ
ดวย Oxytetracycline L.A. 20
มก./กก.ฉดี (I/M) อกี สองสปั ดาห
หลงั การรักษา 9 วันสัตวมีอาการดี
ขึ้นเปนปกติในวนั ที่ 16
204
จากตารางที่ 1 การศึกษาวิจัยของ Chirollo et al. (2017) พบวาการใช penicillin ในการรักษาโรคเตานม
อักเสบในกระบือภายหลังการรกั ษามีการตกคางของยา penicillin เกินคาตกคางท่สี ูงสุด (Maximum residue
level; MRL) ท่รี ะดบั 4 ไมโครกรัมตอกิโลกรมั นา้ นมตอ 1 คร้งั การรดี ท้งั น้ีเพือ่ ใหการตกคางของ penicillin ไมเกิน
คาระดับการตกคางสูงสุด ( MRL) ควรงดสงน้านมขายอยางนอย 12 วัน ท้ังนี้ Chirollo et al. (2018) ได
ทาการศกึ ษาวจิ ัยการตกคางของ penicillin อยางตอเน่อื งพบวาควรงดสงนา้ นมขายอยางนอย 9 วัน ภายหลังการ
รกั ษาโรคเตานมอกั เสบดวยใชยา penicillin ท้ังนข้ี นาด penicillin ท่ีใชในกระบือมีขนาดตัง้ แต 100,000-200,000
ไมโครลติ ร และมี Dihydrostreptomycin sulfate 200 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร ผลติ ภณั ฑที่มจี าหนายในทองตลาด
เชน ®PENDISTREP LA, ®Shotapen LA, ®HYDROPEN 400 , ®NOVAPENSTREP ซึ่ งผลิตภัณฑเห ลานี้มี
คาแนะนาใหใชเพื่อการรักษาโรคท่ีมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ เชน Pseudomonas
aeruginosa , Proteus spp., Klebsiella , Shigella และ Enterobacter spp.
จากตารางท่ี 2 การศึกษาวจิ ัยของ Acaroz et al. (2020) พบวาการใช Kanamycin ในการรักษาโรคเตานม
อักเสบในกระบือภายหลังไดรับกการรกั ษามีการตกคางของยา Kanamycin เกินคาตกคางที่สูงสุด (Maximum
residue level; MRL) ที่ระดับ 150 ไมโครกรัมตอกิโลกรัมน้านมตอ 1 คร้ังการรีด ท้ังนี้เพื่อการตกคางของ
Kanamycin ไมเกินคา (MRL) ควรงดสงน้านมขายอยางนอย 5 วัน ภายหลังการรักษาโรคเตานมอักเสบดวยยา
Kanamycin ทงั้ นี้ขนาด Kanamycin ทใ่ี ชในกระบือมีขนาด 250 มลิ ลิกรมั ตอมลิ ลลิ ิตร ผลิตภัณฑทม่ี ีจาหนายตาม
ทองตลาด เชน ®KANAMYCIN, ®KANAMYCIN 250 ซ่ึงผลิตภณั ฑเหลาน้ีมีคาแนะนา ใหใชเพ่อื การรกั ษาโรคทีม่ ี
สาเหตุมาจากแบคทเี รียแกรมบวกและแกรมลบ ใชรักษาโรคติดเชือ้ ในระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดิน
หายใจ
จากตารางที่ 3 การศึกษาวิจยั ของ Namratha and Ramesh (2020) พบวาการใช Oxytetracycline ในการ
รักษาโรค Anaplasmosis ในกระบือดวยขนาดความเขมขนของยา Oxytetracycline 20 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม
นา้ หนกั ตวั สตั ว เปนระยะเวลา 5 วัน ทาใหประสทิ ธิภาพการรกั ษาทาใหกระบอื ฟนตวั เรว็ ขึน้ ทง้ั น้ีเมื่อไดเปรยี บเทียบ
ประสทิ ธภิ าพการรักษากบั การศกึ ษาวิจัยของ Mani et al. ( 2018) ซ่ึงใช Oxytetracycline ฉดี เขากระแสเลอื ด
หลอดเลอื ดดาในปริมาณ 10 มลิ ลกิ รมั ตอกิโลกรัมนา้ หนกั ตวั สตั ว รวมกับการใชคลอเฟนิรามนิ (Chlopheniramine)
เปนระยะเวลา 5 วนั ใหประสิทธภิ าพในการรักษาโรคผวิ หนังทดี่ ี ท้ังนี้ขนาด Oxytetracycline ท่ีใชในกระบอื มี
ขนาดตั้งแต 20-200 มิลลิกรัมตอมิลลิลิตร ผลิตภัณฑท่ีมีจาหนายในทองตลาด เชน ®Oxy-Mycin Olan,
®OXYCLINE 20% LA, ®OXYLIM, ®OXYCLINE ซ่ึงผลิตภัณฑเหลาน้ีมีคาแนะนา ใหใชเพ่ือการรักษาโรคที่มี
สาเหตุจากเช้อื แบคทีเรียแกรมบวกแกรมลบ เชน mycoplasma, rickettsiae, chlamydiae และโปรโตซัว
สรปุ
การใชยาปฏิชวี นะในกระบือมกี ารใช Penicilline, Kanamycine, Oxytetracline เปนยาทีส่ ามารถออกฤทธิ์
ฆาเชอื้ แบคทเี รียแกรมบวกและแกรมลบ ใชในการรักษาโรคเตานมอกั เสบ โรคพยาธิในเม็ดเลือดและโรคผิวหนัง
ภายหลงั การใชยาเหลาน้ีในการรกั ษาทาใหกระบืออาการดีข้ึนเปนปกติ
205
เอกสำรอำงองิ
กรมปศุสัตว. ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารกลุมสารสนเทศและขอมูลสถิติ 2564. ขอมูลจานวน
เกษตรกรผูเลีย้ งสตั วและปศสุ ัตวป 2564. แหลงท่มี า: https//opendet.nesdac.go.th สืบคนเมอ่ื วนั ท่ี 2
มีนาคม 2565
Adam Felman. 2 0 1 9 . What to know about atibiotics. https://www.medicalnewstoday.
com/articles/10278. JANUARY 18, 2019
Anonymous. 2020a. Be Antibiotics aware is a national effort to help fight antibiotic resistance
and improve antibiotic prescribing and use.https://www.cdc.gov/antibiotic-use
Anonymous. 2 0 2 0 b. ANTIBIOTIC VS ANTIMICROBIAL https://www.ultra-fresh.com/antibiotic-vs-
antimicrobial. JANUARY 23, 2020
Anonymous. 2021c. Britannica, The Editors of Encyclopaedia. "penicillin". Encyclopedia Britannica,
https://www.britannica.com/science/penicillin. 14 Dec. 2021.
Anonymous. 2021d. Britannica, The Editors of Encyclopaedia. "Tetracycline"EncyclopediaBritannica
https://www.britannica.com/science/tetracycline.
Anonymous. 2021e. Britannica, The Editors of Encyclopaedia. "penicillin". Encyclopedia Britannica,
https://www.britannica.com/science/penicillin. 14 Dec. 2021,Accessed 18 January 2022.
Anonymous. 2021f. Britannica, The Editors of Encyclopaedia. "sulfa drug". Encyclopedia Britannica,
https://www.britannica.com/science/sulfa-drug. 28 Jun. 2021,Accessed 18 January 2022.
Acaroz, U., Ince, S., Arslan-Acaroz, D., & Kucukkurt, I. 2020. Determination of Kanamycin Residue in
Anatolian Buffalo Milk by LC-MS / MS Anadolu Manda Sütlerinde Kanamisin Kalıntısının LC-
MS / MS İle Belirlenmesi. 26(1), 97–102. https://doi.org/10.9775/kvfd.2019.22401
Bacanl, M. 2019. Importance of antibiotic residues in animal food. 125 October 2018, 462–466.
https://doi.org/10.1016/j.fct.2019.01.033
Chirollo, C., Vassallo, A., Piaz, F. D., Lamagna, B., Tortora, G., Neglia, G., Tommasi, N. De, and
Severino, L. 2018. Investigation of the Persistence of Penicillin G and Dihydrostreptomycin
Residues in Milk of Lactating Bu ff aloes ( Bubalus bubalis ) Using Ultra-High-Performance
Liquid Chromatography and Tandem Mass Spectrometry. 4 – 9 . https://doi.org/1 0 . 1 0 21 /acs.jafc
.8b00229
Durand, G. A., Raoult, D., & Dubourg, G. 2019. International Journal of Antimicrobial Agents Antibiotic
discovery : history , methods and perspectives. 5 3 , 3 7 1 – 3 8 2 .
https://doi.org/10.1016/j.ijantimicag.2018.11.010
Kirchhelle, C. 2018. Pharming animals: a global history of antibiotics in food
production 1935–2017. Palgrave Communications, 4(1). https://doi.org/10.1057/s41599-
018-0152-2
Mani, S., Veterinary, T. N., Raj, P., Veterinary, T. N., Kumar, S., & Veterinary, T. N. 2 0 1 8 . 2 01 8
Dermatophylosis in a buffalo a case report. July.
Namratha, M. L., & Ramesh, K. 2020. Anaplasmosis in a buffalo : A case report. 8(2), 1368–1371.
Van, T. T. H., Yidana, Z., Smooker, P. M., & Coloe, P. J. 2 0 2 0 . Antibiotic use in food animals
worldwide, with a focus on Africa: Pluses and minuses. Journal of Global Antimicrobial
Resistance, 20, 170–177. https://doi.org/10.1016/j.jgar.2019.07.031
206
กำรเสรมิ ลำตนสบั ปะรดตอกระบวนกำรหมกั ในกระเพำะรเู มนและอตั รำกำร
เจรญิ เตบิ โตของโคนมเพศผู
Pineapple stem supplementation on rumen fermentation and growth
rate.of male dairy cows
สุธติ ำ ปยะไพร1*
Suthita Piyaprai1*
1สำขำสตั วศำสตร์ คณะเกษตรศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหำลัยเทคโนโลยรี ำชมงคลอีสำน วทิ ยำเขตสรุ ินทร์
*Corresponding Authol E-mail Address: [email protected]
บทคดั ยอ
อตุ สาหกรรมการผลิตโคเนอ้ื ในประเทศไทยยงั คงมีความตองการอยางตอเนื่อง ซึง่ ความตองการบริโภคเนือ้ โค
เพม่ิ ขน้ึ ไมเพียงพอตอผบู ริโภคและมีราคาคอนขางสงู จงึ มกี ารนาโคนมตวั ผูมาขุนอยางไรกต็ ามในการเลยี้ งโคมกั
ประสบกบั ปญหาดานตนทนุ ราคาอาหารสตั วโดยเฉพาะตนทุนการผลติ ที่สูงกวารายไดถึง 60-70 เปอรเซน็ ต ของ
คาใชจายทงั้ หมดซ่งึ วัตถดุ บิ ทางเลือกท่เี ปนกลมุ ผลพลอยไดทางการเกษตรโดยเฉพาะอยางย่งิ ลาตนสบั ปะรดนามาใช
ในอาหารสัตวโดยจากการรวบรวมขอมลู พบวาการใชตนสับปะรดรวมกับในระดบั อาหารขนที่ 4 5 6 และ 7 กิโลกรมั
ตอตวั ตอวันและใหลาตนสบั ปะรดเปนแหลงอาหารหยาบ พบวา คา pH ของการหมกั ในกระเพาะรูเมนลดลงตาม
ระดบั อาหารขนทีเ่ พม่ิ ขนึ้ ทาใหโคมีระดับแอมเนยี -ไนโตรเจนท่ีเพมิ่ ขึน้ แตสัดสวนของกรดไขมนั ระเหยไดกลับลดลง
ประสิทธภิ าพในการเจริญเตบิ โตทาใหนา้ หนักตวั ท่เี พ่ิมขนึ้ นอกจากน้ีการใชอาหาร TMR ทัง้ 3 สูตร ทาให (nTMR)
มีการกนิ ไดมากกวา(cTMR) และ (pTMR) ในสวนของตนทุนคาอาหารต่าลงและตนทนุ การผลติ ตอเน้อื 1 กิโลกรัม
พบวาการใชลาตนสบั ปะรดสงผลใหตนทนุ การผลติ มีคาต่าสดุ ดงั นน้ั การเลอื กใชลาตนสับปะรดเปนแหลงอาหาร
หยาบทดแทนในชวงขาดแคลนอาหารหยาบสามารถนามาใชเลีย้ งโคขนุ ไดและทาใหตนทนุ การผลิตต่าลงอีกดวย
คำสำคัญ: ลาตนสับปะรด ,การหมกั ในกระเพาะรูเมน , กรดไขมันระเหย , ประสทิ ธิภาพในการเจรญิ เติบโต
207
บทนำ
ปจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตโคเน้ือในประเทศไทยยังคงมีความตองการอยางตอเน่ืองการผลิตโคคาดวามี
ปริมาณอยูท่รี าว ๆ 1.41 ลานตัว หรือ 236.04 พันตัน เพ่ิมขึ้นจากป 2563 รอยละ 1.89 (สานักงานเศรษฐกิจ
การเกษตร, 2564) ซง่ึ ความตองการบรโิ ภคเน้อื โคเพิ่มขน้ึ ไมเพียงพอตอผบู ริโภคและมีราคาคอนขางสูงจงึ มกี ารนาโค
นมตัวผูมาขุนเพ่ือทดแทนและสามารถผลติ เน้ือใหกับผูบริโภคไดจึงทาใหเกษตรกรหันมาสนใจโคนมเพศผูมากขน้ึ
อยางไรก็ตามในการเลี้ยงโคมักประสบกับปญหาดานตนทนุ ราคาอาหารสัตวโดยเฉพาะตนทนุ การผลิตทส่ี ูงกวารายได
ถงึ 60-70 เปอรเซ็นต ของคาใชจายทัง้ หมด มกี ารนาวสั ดุผลพลอยไดทางการเกษตรมาใชแทน เชน มันสาปะหลัง
ขาวโพดเปนตน (จนิ ดาและอุเทน, 2534) นอกจากนยี้ ังมีวสั ดผุ ลพลอยไดทางการเกษตรที่สาคัญ คือผลพลอยไดจาก
การปลูกสับปะรดประเทศไทยมีผลผลิตสบั ปะรดเฉลี่ย 4.24 ตันตอไร ลาตนสับปะรดเปนสวนทต่ี ดั ทิง้ หลงั จากการ
เก็บผลสดแลวจึงเปนสวนทเี่ หลอื ทิง้ ทางการเกษตรและมีเกือบตลอดท้ังป (สรุ ิยะ, 2561) จากการวิเคราะหลาตน
สับปะรดมีโปรตีน 2.9 เปอรเซ็นต วัตถุแหง 48.9 เปอรเซ็นต ไขมัน 0.1 เปอรเซ็นต เถา 2.2 เปอรเซ็นต
คารโบไฮเดรตที่ละลายไดงาย 78.5 เปอรเซ็นต และ พวกผนังเซลลทัง้ หมด 31.9 เปอรเซน็ ต ซึง่ มโี ภชนะเพยี งพอตอ
การนามาเปนโภชนะดานพลังงาน (อาทิตยและศรเทพ, 2556) ลาตนสับปะรดสามารถนามาใชเปนแหลงอาหาร
หยาบในการเลี้ยงขนุ และมีราคาถกู ทดแทนการใชแปงจากมนั สาปะหลังหรอื ขาวโพดทาใหตนทนุ ลดลง สงผลใหกาไร
เพมิ่ ขน้ึ จากการรายงานการใชเศษเหลอื ของสบั ปะรดเปนอาหารหยาบของโคชวยใหโคสามารถยอยอาหารไดดีข้นึ มี
การเจริญเติบโตและมีแนวโนมใหผลตอบแทนสูง (พีระวัฒนและคณะ, 2554) ผลของการใชฟางขาวหมักยูเรีย
เปลอื กสบั ปะรดและหญาขนเปนอาหารหยาบเล้ยี งโคนมชวงการใหนมในฤดแู ลงพบวาสามารถลดตนทุนคาอาหาร
และไดผลกาไรจากการเล้ยี งเพ่มิ ข้ึน (วรี ะพล, 2538) การใชผลพลอยไดของสบั ปะรดมที ง้ั เชิงบวกและเชงิ ลบตอสตั ว
ซงึ่ จาเปนจะตองพจิ ารณาคุณคาทางโภชนะของการนามาใชเปนแหลงอาหารใหกบั สตั ว
ดงั นน้ั สัมมนาน้ี มวี ัตถปุ ระสงคเพอ่ื รวบรวมขอมลู การศกึ ษาการใชตนสบั ปะรดตอกระบวนการหมกั ในรูเมน
ประสิทธิภาพการเจรญิ เติบโตและตนทุนในการผลติ ของโคนมเพศผู
ลกั ษณะทัว่ ไปของสบั ปะรด
วีระพล และคณะ (2558) กลาววา สับปะรด (pineapple) มีช่ือทางวิทยาศาสตร Ananas comosus (L.)
Merr. จดั อยูในวงศ Bromeliaceae ซึ่งเปนพืชใบเลี้ยงเด่ียวจาพวกไมเน้ือออนท่มี อี ายหุ ลายป สับปะรดเปนไมผล
เศรษฐกิจท่ีมีความสาคัญชนิดหน่ึง จัดพืชในแถบรอนของทวีปอเมริกา พืชในวงศน้ีมีประมาณ 1,400 ชนิด มี
สับปะรดชนิดท่ีมคี ณุ คาในการใชเปนอาหารได สับปะรดบางชนิดปลกู เปนการคาเพื่อใชประโยชนจากเสนใยในใบ
และใชเปนไมประดบั ดอก ใบ ทส่ี วยงามแปลกตา สบั ปะรดสามารถจาแนกออกจากพืชสกุลอนื่ ได โดยดูจากลกั ษณะ
ของผลท่ีเปนผลรวมซ่ึงเกิดจากผลยอยหลายผลเจริญมาเชื่อมตอกันจนดูเปนผลเดียวกันสับปะรดไมลมลุก มอี ายุ
หลายป สงู ประมาณ 75 - 100 เซนตเิ มตร พันธทุ ่ปี ลูกในประเทศไทยไดแก พันธปุ ตตาเวยี พันธุนางแล พนั ธุสวี พนั ธุ
ภูเก็ต พันธุปตตานี พันธุอินทรชิตขาว-แดง พนั ธุตราดสีทอง พันธุลักกะตา และพันธุสิงคโปรปตตาเวีย แหลง
เพาะปลูกสับปะรดที่สาคัญไดแก ประจวบคีรีขันธ ระยอง ชลบุรี เพชรบุรี พิษณุโลก รวมถึงบางพื้นที่ในภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เชน หนองคาย ผลผลติ ออกมากชวงเดอื นมีนาคม-มิถนุ ายน และพฤศจกิ ายน-มกราคม พันธทุ ่ี
เกษตรกรนิยมปลูกมาก ไดแก ปตตาเวีย และตราดสีทอง ผลผลติ สับปะรดสดภายในประเทศรอยละ 70-80 จะสง
เขาโรงงานแปรรูป ทเ่ี หลือใชบรโิ ภคสดภายในประเทศรอยละ 20-30 (ราชันย, 2561)
208
กำรนำเศษเหลอื ของสับปะรดมำใชเปนอำหำรสัตว์
สับปะรดเปนพชื เศรษฐกิจทส่ี าคัญอยางหนงึ่ ของประเทศ โดยสบั ปะรดที่นิยมปลูกตองมคี ุณสมบัติเหมาะสม คือ
มสี ดั สวนของผลทใี่ ชประโยชนในเชงิ เศรษฐกจิ สงู และสงโรงงานเพอ่ื แปรรปู เปนผลติ ภัณฑตาง ๆ พบวา ผลสบั ปะรด
เม่ือเขาโรงงานจะทาการตดั สวนของหวั ทาย แกน และเปลอื กติดเน้อื ซึ่งคิดเปนเปอรเซ็นตตอสับปะรด (สมุ น,
2552) ไดดงั นี้
- เน้ือท่ีใชทาแวนลกู เตา และตีปน คิดเปน 22-30 เปอรเซ็นตของผลสับปะรด
- เปลอื กและตา คิดเปน 29-34 เปอรเซน็ ตของผลสบั ปะรด
- แกน คิดเปน 3.5-4.5 เปอรเซน็ ตของผลสบั ปะรด
- จกุ และกาน คดิ เปน 26-35 เปอรเซน็ ตของผลสบั ปะรด
- น้าหนักทีห่ ายไประหวางทา คดิ เปน 3-4.5 เปอรเซ็นตของผลสบั ปะรด
ภำพที่ 1 สวนประกอบที่สาคัญของสบั ปะรด
ทมี่ ำ : มสารกา (2561)
ลาตนสบั ปะรด คือสวนทไ่ี ดหลงั จากเก็บเกย่ี วผลสบั ปะรด สามารถนามาสกัดเอาสารตาง ๆ เชน เอนไชม
โบรมิเลน และวิตามนิ ชี โดยนาลาตนมาทาความสะอาด และบดละเอยี ดกอนเพ่อื เตรยี มเขาสูกระบวนการแปรรปู
(ภาพท่ี 2) ในกระบวนการสกัดเอนไซมโบรมิเลนจากลาตนสบั ปะรดจะทาใหไดผลพลอยไดที่สาคัญ คอื กากลาตน
สับปะรด (มวี ตั ถุแหงและคารโบไฮเดรตท่ลี ะลายงายสงู กวาเศษเหลอื ชนดิ อืน่ ) และแปงทีเ่ ปนผลพลอยไดจากการ
สกดั เอมไซมโบรมิเลน (มแี ปงเปนองคประกอบสงู มากกวา 90 เปอรเซ็นต) เปนแหลงของคารโบไฮเดรตท่ีมรี าคาถูก
จดั เปนแหลงท่ีมีพลงั งานสูง เหมาะสาหรับนามาเลย้ี งโคในระยะขุน
209
ภำพท่ี 2 ลาตนสบั ปะรด
ทีม่ ำ : สรุ ิยะ (2561)
1. องคป์ ระกอบทำงเคมีของสบั ปะรด
เศษเหลอื หรอื ผลพลอยไดจากโรงงานผลติ สบั ปะรดสวนใหญมวี ตั ถุแหงต่าและมีความชื้นสูงยกเวนในสวนของลา
ตนสับปะรด (ตารางท่ี 1) แสดงใหเห็นวาผลพลอยไดเหลานี้เหมาะท่ีจะนามาใชในรูปแบบสด หรือหมักเพื่อเกบ็ ไวใช
เปนอาหารในระยะยาวได เนื่องจากมีคารโบไฮเดรตที่ละลายไดสูง โดยการหมักรวมกับอาหารหยาบชนิดอ่ืนๆ หรือ
ผสมเศษเหลอื แตละชนิดในสดั สวนที่เหมาะสมเพ่อื ความชืน้ ใหพอเหมาะตอกระบวนการหมกั โดยระดับความชื้นของ
เศษเหผนั แปรตามกระบวนผลติ ในแตละโรงงาน
ตำรำงท่ี 1 องคประกอบทางเคมขี องเศษเหลือและผลพลอยไดจากการผลติ สบั ปะรด (% วัตถแุ หง)
สวนประกอบ องคป์ ระกอบทำงเคมี (%)
ของสับปะรด
แหลงท่ีมำ
DM CP EE Ash NFE NDF ADF
อาทติ ยและศรเทพ (2556) ลาตนสบั ปะรด 48.9 2.9 0.1 2.2 78.5 31.9 -
อนันท และคณะ (2557) เปลือกสบั ปะรด 10.02 6.37 1.13 6.62 65.28 70.14 25.67
ใบสับปะรด 94.97 7.10 1.58 8.60 61.21 50.21 29.98
จกุ สบั ปะรด 16.55 5.91 0.55 5.47 66.19 51.55 22.28
สุรยิ ะ (2561) กากลาตนสบั ปะรด 51.0 2.7 0.5 1.8 - 25.2 12.9
หมำยเหตุ: DM = วตั ถุแหง, CP = โปรตีน, EE = ไขมนั , NFE = คารโบไฮเดตรท่ีละลายไดงาย, NDF = พวกผนงั
เซลลทั้งหมด, ADF = สวนทเ่ี ปนลกิ นนิ และเซลลูโลส
210
แนวทำงกำรนำสับปะรดไปใชเปนแหลงในสัตวเ์ คี้ยวเออ้ื ง
(สรุ ยิ ะ, 2561) การนาผลพลอยไดจากการผลิตสับปะรดมาใชเปนอาหารโคเนอ้ื กากลาตนสบั ปะรดสามารถใชเปน
แหลงอาหารหยาบในการเลย้ี งขุน (ใหกินอยางเตม็ ที)่ รวมกับการใหอาหารขันทมี่ ีโปรตนี 14 % ปริมาณ 4 กก./วนั
การใชเปลือกสับปะรดผสมกับลาตนสับปะรดเปนแหลงอาหารหยาบในโคขุน โดยผสมกบั อาหารขนในรปู แบบอาหาร
ผสมครบ ในสัดสวน 20 : 8 ในรูปวัตถุแหง พบวาโคขนุ ที่ไดรับเปลือกสับปะรดผสมกับลาตนสับปะรตเป นแหลง
อาหารหยาบมตี นทนุ การขนุ โคต่าทสี่ ดุ (ตนทนุ คาอาหารตอการเพมิ่ น้าหนกั ตวั หน่งึ กิโลกรัม) และสงผลใหมีกาไรสุทธิ
สงู ที่สุด เมอื่ เปรยี บเทยี บกับใชหญาเนเปยรหรอื ตนขาวโพดหมกั เปนแหลงของอาหารหยาบ สามารถนามาใชทดแทน
การใชแปงจากมันสาะหลัง หรือจากเมล็ดขาวโพด ทาใหมีตนทุนการขุนโคต่าลง ปรัชญาและคณะ (2542) การ
ทดลองเล้ียงโคนมโดยใชหญาสดรวมกบั ตนและใบสบั ปะรด สัดสวน 50 : 50 โดยน้าหนกั สดเปนอาหารหยาบ
เปรียบเทียบกับการใชหญาสด โดยมีอาหารขนโปรตีน 16 % ใหกนิ ในอัตราน้านม 2 กก. ตออาหารขน 1 กก.
เหมือนกัน สามารถสรุปไดวา ใบสบั ปะรดหรือทงั้ ตนและใบสบั ปะรดสามารถใชเปนอาหารหยาบแทนหญาสดเล้ียงโค
นมไดโดยไมทาใหปรมิ าณนา้ นมและสวนประกอบทางเคมีของนา้ นมแตกตางกบั การใชหญาสดเปนอาหารหยาบ
2. ผลของกระบวนกำรหมักในกระเพรำะรูเมน
Pintadis et al. (2020) ศึกษาอาหารขนในระดับที่ตางกนั คอื 4, 5, 6 และ 7 กิโลกรมั ตอตวั ตอวันและให
ลาตนสบั ปะรดเปนแหลงอาหารหยาบ พบวา คา pH ของกระเพาะหมักลดลงตามระดับอาหารขนที่เพ่ิมขึ้น (6.54
6.46 6.12 6.00) คาแอมโมเนยี ไนโตรเจนและกรดไขมันระเหยงายไมแตกตาง Hattakum et al. (2019) ศึกษา
อาหารผสม TMR ประกอบดวยหญาหมักเนเปยร (nTMR) ขาวโพดหมกั (cTMR) สับปะรดหมัก (pTMR) พบวาคา
pH ในกระเพาะหมกั และเแอมโมเนยี -ไนโตรเจนในกระเพาะรูเมนพิ่มข้ึนแตในขณะเดยี วกันกรดไขมันท่ีระเหยงาย
ลดลง ในชนดิ สัตวโคนมเพศผสู ายพันธุ โฮลสไตนฟรีเชยี่ น วสิ ตู รและคณะ (ม.ป.ป) ศกึ ษาการเลี้ยงเปลือกสับปะรด
ดวยอาหารหยาบในอาหารผสมเสรจ็ ตอการเปล่ียนแปลงสภาวะในกระเพาะรูเมนโดยสัตวทดลองจะไดรับอาหาร
TMR1 (อาหารผสมเสร็จที่ไมมเี ปลือกสบั ปะรดหมกั ) TMR2 (อาหารหมกั ผสมเสรจ็ ท่ีมีเปลอื กสบั ปะรดเปนแหลงอา
หารหยาบ) TMR3 (อาหารผสมเสรจ็ ที่มีเปลือกสบั ปะรดหมักผสมกบั อาหารขน) จากการทดลองพบวา การใชอาการ
TMR2 มีคา ph ในกระเพาะหมักเพ่ิมขึ้นมากกวาการใหอาหาร TMR3 และ TMR1 อยางไรกต็ าม การใหอาหาร
TMR ท้งั 3 สูตรไมมีผลตอคาแอมโมเนีย-ไนโตรเจนในกระเพาะรูเมน ในชนดิ สัตวโคขุนพนั ธุกาแพงแสน Suksathit
et al. ( 2011) ศึกษากากสับปะรดเคลอื บเปนแหลงอาหารหยาบ 0 h post-feeding( 0 ชวั่ โมงหลังจากใหอาหาร)
2 h post-feeding ( 2 ช่ัวโมงหลังจากใหอาหาร) 4 h post-feeding ( 4 ช่ัวโมงจากการใหอาหาร) พบวาคา Ph ใน
กระเพาะหมักและคาแอมโมเนยี -ไนโตรเจนในกระเพาะรูเมนลดลง ในขณะเดียวกนั กรดไขมันทีร่ ะเหยงายมคี วาม
แตกตางกัน ในชนิดสตั วโคพนื้ เมือง (ดงั ตารางท่ี 2)
211
ตำรำงที่ 2 กระบวนการหมกั ในกระเพาะรเู มน
ท่มี ำ กลุมควบคุม คำ pH แอมโมเนยี -ไนโตรเจนใน C2 C3 C4 ชนิดสตั ว์
Pintadis et al. (2020) ในกระเพำะหมัก กระเพำะรเู มน 47.59 mM/dl
ระดบั อาหารขน 4 กก/วัน 12.47 39.53 mM/dl โคนมเพศผูสายพนั ธุ
Hattakum et al. ระดบั อาหารขน 5 กก/วัน 6.54a 13.97 41.27 mM/dl โฮลสไตนฟรีเชย่ี น
(2019) ระดบั อาหารขน 6 กก/วนั 6.46a 15.78 39.87 mM/dl โคนมเพศผูสายพนั ธุ
ระดบั อาหารขน 7 กก/วนั 6.12b 14.96 45.3 mM/dl โฮลสไตนฟรเี ชย่ี น
6.00a 3.8 38.1 mM/dl โคขนุ พันธกุ าแพงแสน
nTMR 4.4 42.0 mM/dl
cTMR 6.1 4.1 โคพน้ื เมอื ง
pTMR 6.6 -
6.1 9.52 -
8.01 -
วสิ ูตร และคณะ TMR1 6.75b 10.29 71.75 mol/100mol
7.23a 31.15 23.28mol/100mol
( ม.ป.ป ) TMR2 57.58 11.79mol/100mol
TMR3 6.95ab 17.33
0 h post-feeding 7.03b
6.69a
Suksathit et al. ( 2 h post-feeding
2011) 4 h post-feeding 6.93b
หมายเหตุ: a,b,c ในแถวเดยี วกนั มคี วามแตกตางกนั อยางมนี ยั สาคญั ทางสถติ ิ (P <0.05)
nTMR: หญาหมักเนเปยรเปนแหลงอาหารสัตวในอัตราสวนผสมทั้งหมด
cTMR: ขาวโพดหมักทงั้ เมลด็ เปนแหลงอาหารสตั วในอัตราสวนผสมทั้งหมด
pTMR: สบั ปะรดหมกั ผลพลอยไดเปนแหลงอาหารในปนสวนผสมทง้ั หมด
TMR1: อาหารผสมเสร็จทไ่ี มมเี ปลอื กสบั ปะรดหมัก
TMR2: อาหารหมกั ผสมเสรจ็ ทีม่ ีเปลอื กสบั ปะรดเปนแหลงอาหารหยาบ
TMR3:อาหารผสมเสรจ็ ที่มีเปลอื กสบั ปะรดหมักผสมกบั อาหารขน
C2 = acetic acid, C3 = propionic acid, C4 = butyric acid
212
3. ผลของอำหำรตอประสทิ ธิภำพกำรเจริญเตบิ โต
Pintadis et al. (2020) ศึกษาประสิทธิภาพการเจริญเติบโตในระดับอาหารขนท่ีให พบวาน้าหนักเริ่มตน
นา้ หนักตวั และสุดทายของทกุ กลุมไมแตกตางกนั ในชนดิ สตั วโคนมเพศผูสายพนั ธุโฮลสไตนฟรีเช่ียน Hattakum et
al. (2019) ศึกษาประสิทธิภาพการเจริญเติบโตในอาหาร TMR พบวา น้าหนักเร่ิมตนลดลง และน้าหนกั สดุ ทาย
เพม่ิ ข้ึน ในขณะเดียวกันปริมาณการกนิ ได (กก./วัน)พบวาการใหหญาหมักเนเปยร (nTMR) มีการกินไดมากกวา
ขาวโพดหมัก(cTMR) และสับปะรดหมัก (pTMR) อัตราการเจริญเติบโต (กก./วัน)เพิม่ ข้ึน และอัตราการเปลี่ยน
อาหารเปนน้าหนักตัว จากการศึกษาพบวาการใหหญาหมกั เนเปยร (nTMR) ทาใหน้าหนกั ตวั เพิ่มข้ึนสูงกวาการให
ขาวโพดหมัก (cTMR) และสับปะรดหมกั (pTMR) ในชนิดสตั วโคนมเพศผสู ายพันธุโฮลสไตนฟรีเชี่ยน Choi et al.
(2021) ศึกษาผลของระดับ PCB ตอสมรรถภาพการเจริญเติบโต ท่ีประกอบดวย CONT (กลุมควบคุม ) LPCB (ผล
พลอยไดกระปองสบั ปะรดต่า 1.5%DM) HPCB (ผลพลอยไดกระปองสับปะรดสูง3.0% DM) จากการศกึ ษาพบวา
นา้ หนกั เร่ิมตนและนา้ หนกั สดุ ทายลดลงในขณะเดยี วกนั อตั ราการเจริญเตบิ โตพบวา CONTและ LPCB มอี ตั ราการ
เจริญเติบโตเทากันและ HPCBรองลงมา ในชนิดสัตวโคเนื้อฮันวู สุมน โพธ์ิจันทร (2552) ศึกษาผลการใชเปลือก
สบั ปะรดแหงผสมในสูตรอาหารขนเลย้ี งโคนมลกู ผสมเพศผู 0 45 60 75 คอื เปอรเซ็นตเปลอื กสับปะรดแหงในอาหาร
ขน พบวาน้าหนกั เร่ิมตนลดลงแตนา้ หนักสดุ ทายเพ่ิมข้ึน ในขณะเดยี วกนั อัตราการเปลย่ี นอาหารเปนน้าหนักตัว
พบวา 0 เปอรเซ็นตเปลือกสบั ปะรดแหงในอาหารนอยทีส่ ดุ รองลงมาคือ 45 60 และมากที่สดุ คือ 75 เปอรเซน็ ต
เปลือกสับปะรดแหงในอาหาร 19.81 เปอรเซ็นต ในชนิดสตั วโคเนือ้ (ดังตารางท่ี 3 )
213
ตำรำงที่ 3 ประสิทธภิ าพการเจริญเตบิ โต
ทม่ี ำ กลมุ กำรใช นำ้ หนกั เริ่มตน นำ้ หนกั ปริมำณกำรกนิ ได อัตรำกำรเจรญิ เติบโต อัตรำกำรเปลีย่ น ชนิดสตั ว์
(กก.) สุดทำย (กก.) (กก./วนั ) (กก./วัน) อำหำรเปนน้ำหนกั ตัว โคนมเพศผูสายพนั ธุ
โฮลสไตนฟรีเช่ยี น
ระดับอาหารขน 4 กก/วนั 403.0 590.8
โคนมเพศผูสายพนั ธุ
Pintadis et al. ระดับอาหารขน 5 กก/วัน 403.5 604.3 - -- โฮลสไตนฟรีเชี่ยน
(2020) ระดับอาหารขน 6 กก/วัน 402.1 605.8
โคเนอ้ื ฮนั วู
ระดับอาหารขน 7 กก/วนั 408.0 573.3
โคเนอ้ื -โคนม
Hattakum et al. nTMR 459.0 629.3 11.0a 0.9 11.4a
(2019) cTMR 459.8 645.2 9.4b 9.1b
pTMR 435.3 634.8 7.4c 1.0 8.1b
Choi et al. 1.0
(2021) CONT 422.8 628.6 - 0.76a -
LPCB 416.7 626.8 - 0.77a -
HPCB 416.8 593.3 - 0.65b -
สุมน โพธิ์จนั ทร 0 189 264 - - 12.59ก
(2552) 45 156 231 - - 13.73ก
60 170 226 - - 16.07กข 19.81ขค
75 173 216 - -
หมำยเหต;ุ CONT, control LPCB, low pineapple cannery by-product (1.5% DM) HPCB, high pineapple cannery by-product(3.0% DM)
nTMR: หญาหมักเนเปยรเปนแหลงอาหารสัตวในอัตราสวนผสมทั้งหมด
cTMR: ขาวโพดหมกั ท้งั เมลด็ เปนแหลงอาหารสัตวในอตั ราสวนผสมท้งั หมด
pTMR: สับปะรดหมักผลพลอยไดเปนแหลงอาหารในปนสวนผสมท้ังหมด
(T1) เปลือกสบั ปะรด + ผลพลอยไดของมันสาปะหลงั (Control)
(T2) เปลอื กสับปะรด + ผลพลอยไดของมนั สาปะหลัง + ใบกระถินสด
(T3) เปลือกสับปะรด + ผลพลอยไดของมนั สาปะหลงั + ตนถ่วั ลิสงแหง
(T4) เปลอื กสบั ปะรด + ผลพลอยไดของมันสาปะหลัง + ใบจามจุรี
214
4 ผลของอำหำรตอตนทุนกำรผลติ
Sirawat et al. (2020) ศกึ ษาตนทุนคาอาหารตอการเลยี้ ง พบวากลมุ ท่ีใหอาหารขนระดับท่ี 4 กโิ ลกรัมตอวนั มี
ตนทุนคาอาหารต่าสุดอยูท่ี 61.05 บาท ระดบั อาหารขน 5, 6, และ 7 กโิ ลกรัมตอวัน ที่ตนทุนคาอาหารอยทู ่ี 64.68,
70.95, และ 72.27 บาทตอกโิ ลกรัมตามลาดบั ในชนิดสตั วโคนมเพศผูสายพนั ธุโฮลสไตนฟรีเชี่ยน Hattakum et al.
(2019) ศึกษาตนทนุ คาอาหารตอการเลยี้ ง พบวา กลมุ ท่ใี หอาหารดวย pTMR มีตนทนุ ต่าที่สุดอยทู ี่ 85.5 บาทตอ
กิโลกรมั cTMR มตี นทุนอยูท่ี 115.5 บาทตอกโิ ลกรัม ในขณะทตี่ นทุนของ nTMR มีตนทนุ สูงสดุ อยทู ี่ 128.7 บาท
ตอกโิ ลกรัม ในชนิดสตั วโคนมเพศผูสายพนั ธโุ ฮลสไตนฟรเี ช่ียน วีระพล และคณะ (2558) ศึกษาศึกษาตนทนุ ผล
กาไร-ขาดทนุ และผลตอบแทนทางดานเศรษฐกิจ ในการใชเปลอื กสบั ปะรดเปนอาหารหยาบผลพลอยไดของมนั
สาปะหลงั จากการผลิตเอทานอลเปนอาหารพลังงานและพืชตระกูลถ่ัวทองถ่นิ เปนอาหารเสริมโปรตีน จากผล
การศึกษาพบวา คาใชจายท้ังหมดคือกลมุ การทดลองท่ี 2ท่ีใชคาใชจายมากสดุ 6,048.00 บาทรองลงมาคอื กลมุ การ
ทดลองที่ 3 5,985.00 บาท กลุมการทดลองท่ี 4 5,922.00 บาท กลุมท่ีคาใชจายนอยท่สี ุดคอื อกลมุ การทดลองที่ 1
5,827.50 บาท ในขณะเดยี วกันตนทนุ คาอาหารตอการผลิตเนอ้ื พบวากลมุ การทดลองทใ่ี ชคาอาหารมากทส่ี ดุ คอื
กลมุ การทดองที่ 4 93.97 บาท รองลงมาคือกลมุ การทดลองที่ 2 93.94 บาท กลุมการทดลองที่ 3 92.49 บาท และ
กลมุ การทดลองทีใ่ ชนอยท่สี ุดคอื กลุมการทดลองที่ 1 74.24 บาท ในชนดิ สตั วโคเนอื้ วิสตู ร และคณะ ( ม.ป.ป )
ศกึ ษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการเลี้ยงโคขุนดวยอาหารทดลองผสมเสร็จตางชนดิ กนั พบวาโคท่ไี ดรบั อาหาร
TMR2 คือ 19,979 บาทมคี าใชจายนอยทส่ี ดุ รองลงมา TMR3 คอื 25,411 บาท และอาหาร TMR1 ใชคาใชจาย
มากทสี่ ดุ ที่ 25,338 บาท ในชนดิ สตั วโคขนุ พนั ธกุ าแพงแสน ( ดังตารางท่ี 4 )
215
ตำรำงท่ี 4 ตนทนุ การผลิต
ที่มำ กลมุ กำรใช คำใชจำย ตนทนุ คำอำหำรตอกำร ชนดิ สัตว์
ท้ังหมด (บำท) ผลติ เนื้อ 1 กก. (บำท)
Pintadis ระดบั อาหารขน 4 กก/วนั โคนมเพศผูสาย
et al. ระดบั อาหารขน 5 กก/วัน 49,565.67 61.05 พันธโุ ฮลสไตนฟรี
(2020) 51,140.1 64.68
ระดบั อาหารขน 6 กก/วนั 52,507.62 70.95 เชยี่ น
ระดบั อาหารขน 7 กก/วนั 52,890.75 72.27
โคนมเพศผูสาย
Hattakum nTMR 74,698.8 128.7 พนั ธโุ ฮลสไตนฟรี
et al. cTMR 74,236.8 115.5
(2019) pTMR 66,996.6 85.5 เชีย่ น
วีระพล กลุมการทดลองท่ี 1 (T1) 5,827.50 74.24ก โคเนอื้
และคณะ กลุมการทดลองท่ี 2 (T2) 6,048.00 93.94ข
(2558) กลุมการทดลองท่ี 3 (T3) 5,985.00 92.49ข โคขุนพนั ธุ
กลุมการทดลองที่ 4 (T4) 5,922.00 93.97ข กาแพงแสน
วสิ ตู รและ TMR1 25,338a
คณะ TMR2 19,979b
(ม.ป.ป) TMR3 25,411a
หมายเหตุ
(T1) เปลอื กสับปะรด + ผลพลอยไดของมนั สาปะหลงั (Control)
(T2) เปลือกสบั ปะรด + ผลพลอยไดของมนั สาปะหลัง + ใบกระถนิ สด
(T3) เปลือกสับปะรด + ผลพลอยไดของมันสาปะหลัง + ตนถ่วั ลสิ งแหง
(T4) เปลอื กสับปะรด + ผลพลอยไดของมนั สาปะหลัง + ใบจามจรุ ี
216
สรุป
จากการศกึ ษาพบวา การใชตนสบั ปะรดรในะดบั อาหารขนที่ 4 5 6 และ 7 กิโลกรัมตอตวั ตอวนั และใหลาตน
สบั ปะรดเปนแหลงอาหารหยาบ พบวา คา pH ของกระเพาะหมกั ลดลงตามระดับอาหารขนทีเ่ พ่มิ ขน้ึ ระดบั แอม
เนีย-ไนโตรเจนทเี่ พม่ิ ขึ้นแตสดั สวนของกรดไขมันระเหยไดกลับลดลง ประสิทธิภาพในการเจรญิ เติบโตทาใหนา้ หนัก
ตวั ทเ่ี พ่ิมขึ้น
217
เอกสำรอำงอิง
จินดา สนิทวงศ และอเุ ทน รุงเรือง. 2534. การใชตนและเปลอื กขาวโพดฝกออนเปนอาหารหลกั ในโคกาลังรี ดนม.
รายงานผลงานวจิ ัยประจาป 2534 กองอาหารสัตว กรมปศสุ ัตว กระทรวงเกษตรและ สหกรณ หนา
76 –88 สบื คนเม่ือวันท่ี 19 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2565
ปรัชญา ปรัชญาลกั ษณ มนตรี เชาวลิต ประเสริฐ กาลวบิ ลู ย. 2542. การใชตนและใบสับปะรดเสรมิ หญสดในอาหาร
โครีดนม. รายงานผลงานวจิ ัยประจาป 2542. กองอาหารสตั ว กรมปศสุ ตั ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ
รหสั 014-06-42 หนา 143-152 สบื คนเมอ่ื วนั ท่ี 19 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2565
พีระวฒั น ณ มณี, เสาวนิต คปู ระเสริฐ และ วนั วศิ าข งามผองใส. 2554. การใชเศษเหลือของสับปะรดเปนอาหาร
หยาบของแพะ. แกนเกษตร 39 : 399-412 สบื คนเมอื่ วันท่ี 19 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2565
มสารการุงกระจาง. 2561. ภาพลายเสนสับปะรด. [ออนไลน] เขาถึงไดจาก:https://www.dnp.go.th/botany
สืบคนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ พ.ศ. 2565
ราชันย ภูมา. 2561. สับปะรด. [ออนไลน] เขาถึงไดจาก: https://www.dnp.go.th/botany. สืบคนเมอื่ วันที่ 19
กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2565
วสิ ตู ร ไมตรจี ิตต เลอชาติ บญุ เอก สุกัญญา จัตตุพรพงษและสมติ ยิม้ มงคล (ม.ป.ป) การใชเปลือกสบั ปะรดหมักเป
นแหลงอาหารหยาบในอาหารผสมเสร็จสาหรบโคขนุ สบื คนเมอื่ วนั ท่ี 19 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2565
วรี ะพล แจมสวัสดิ์. (2538) ผลของการใชฟางขาวหมกั ยูเรียเปลือกสับปะรดและหญาขนเปนอาหารหยาบเลยี้ งโค
กาลังใหนมในคณะเกษตรศาสตรบางพระ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล:ชลบุรี https://doi.nrct.go.th.
สบื คนเมื่อวันท่ี 19 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2565
วีระพล แจมสวสั ดิ์ สุรศักดิ์ สาลีพัชราภรณ และจารุวัฒน ชนิ สุวรรณ. 2558. การวิจัยประสิทธิภาพการใชเปลือก
สบั ปะรดเปนอาหารหยาบ ผลพลอยไดของมันสาปะหลงั จากการผลติ เอทานอลเปนแหลงพลงั งาน และพชื
ตระกูลถั่วทองถ่ินเปนแหลงอาหารเสริมโปรตีนในการเล้ียงเนื้อ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ตะวันออก. 8:91-99. สบื คนเมอื่ วันที่ 19 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2565
ส านักงา นเศรษฐกิจ การเ กษตร 2564 สถ า นก ารณก ารผลิ ตโค เน้ื อ. [อ อนไล น] เขา ถึงได จา ก:
https://www.oae.go.th. สืบคนเมือ่ วันที่ 19 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2565
สุมน โพธ์ิจันทร. 2552. การใชผลพลอยไดจากสับปะรดเปนอาหารโคเนื้อโคนม. [ออนไลน] เขาถึงไดจาก:
http://km.dld.go.th/th/index.php/th. สืบคนเมื่อวนั ท่ี 19 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2565
สุริยะ สะวานนท. 2561. การนาผลพลอยไดจากการปลกู สบั ปะรดมาใชเปนอาหารโคเนื้อ. เกษตรอภริ มย, 4(24),
27-30.
อนันท เชาวเครือ ญาณิกา ไหละครบุรี โชติรส คุณมี ชวัณรสั สันทอง และสภุ าวดี ฉิมทอง. 2557. การประเมิน
คุณคาทางโภชนะและคารโบไฮเดรตในนาตาลท่ีละลายไดของเศษเหลือจากสับปะรด. แกนเกษตร ; 42
ฉบบั พเิ ศษ 1, น. 301 306. สืบคนเม่อื วนั ที่ 19 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2565
อาทิตย ปญญาศักด์ิ และ ศรเทพ ธัมวาสร. 2556. อทิ ธพิ ลของระยะเวลาการหมกั และระยะเวลาการเกบ็ รักษาตอ
คณุ ภาพ พีเอ็ม อาร. วทิ ยาศาสตรเกษตร, 44(1): 55-58. สบื คนเมอ่ื วนั ท่ี 19 กุมภาพันธ พ.ศ. 2565
C. Hattakum, J. Kanjanapruthipong, S. Nakthong, J. Wongchawalit, P. Piamya &S. Sawanon. ( 2019)
Pineapple stem by-product as a feed source for growth performance, ruminal
218
fermentation, carcass and meat quality of Holstein steers. South African Journal of Animal
Science 2019, 49 Journal homepage: http://www.sasas.co.za/journals
Sirawat Pintadis & Phoompong Boonsaen & Chonnapat Hattakum & Nitipong Homwong & Suriya
Sawanon.( 2019) Effects of concentrate levels and pineapple stem on growth performance,
carcass and meat quality of dairy steers. Tropical Animal Health and Production
Suchart Suksathit , Chalong Wachirapakorn, and Yanin Opatpatanakit ( 2011) Effects of levels of
ensiled pineapple waste and pangola hay fed as roughagesources on feed intake, nutrient
digestibility and ruminal fermentation ofSouthern Thai native cattle. Songklanakarin J. Sci.
Technol.33 (3), 281-289, May - Jun. 2011
Yongjun Choi, Geetae Park, Hyokon Kang, Jiyeon Ahn, Eunchae Lee, Youngjun Na, Sangrak Lee Anim
Biosci. (2022) Effects of feeding starch sugar by-products on in situ rumen disappearance
rate, growth performance, and carcass characteristics of late finishing Hanwoo steers. Anim
Biosci 2021; 34(2): 233-242.Published online: July 2, 2020 https://doi.org/10.5713/ajas.20.0234
219
กำรปรบั ปรงุ สมรรถนะกำรผลิตสตั วป์ กโดยกำรเสรมิ โปรไบโอตกิ ในอำหำร
Improving of poultry production efficiency log using probiotic
supplementation in the diet
อษุ ำ สงั กรณี1
Ousa sanggaranee1
1สาขาสัตวสาสตร์ คณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์
*Corresponding Author E-mail Address: [email protected]
บทคดั ยอ
โปรไบโอตกิ (Probiotic) เปนจุลินทรียเชนแบคทีเรียและเช้ือรา ที่สัตวกินโดยตรงและมีประโยชนตอรางกายใน
ดานการ ปองกนั และรกั ษาโรค โปรไบโอตกิ ทใ่ี ชกันมากทสี่ ดุ ประกอบดวยแบคทเี รยี ที่ผลิตกรดแลคตกิ สายพันธเุ ชน
L. acidophilus, L. casci, L. helveticus, L. Lactis, L. salivarius และ L. plantarum มีประสิทธิภาพ ตอสง่ิ มีชวี ิต
ในแงของความสามารถ ในการยบั ยัง้ เช้อื โรค เพ่ิมภูมิคุมกัน เพมิ่ ความสามารถ ในการยอยและดดู ซมึ สารอาหาร
สงผลตออัตราการเตบิ โต อตั ราการ แปลงอาหารเปนน้าหนกั ตวั และกระบวนการปรับสมดุลจลุ ินทรยี ในลาไส การใช
โปรไบโอตกิ ในอาหารเสรมิ ไกในอาหารหรอื นา้ ในระดบั ตางๆ สงผลใหปริมาณอาหารท่ีรับประทานตางกนั สงผลตอ
อัตราการเตบิ โตและอตั ราการแลกเปลี่ยนเนอื้ สัตว แตกตางจากกลมุ ควบคุมและกลุมอาหารเสริมโปรไบโอติก แต
คณุ ภาพไข และคณุ ภาพเน้ือ และสีของเนื้อไกกไ็ มตางกนั ผลลพั ธขน้ึ อยกู บั องคประกอบของสายพนั ธสุ ตั ว อายขุ อง
สตั ว วิธกี ารเลย้ี ง สภาพแวดลอมท่ีหลากหลายและจลุ ินทรยี ทม่ี ชี วี ติ ของโปรไบโอตกิ
คำสำคญั : ไก, โปรไบโอติก
220
บทนำ
สัตวปกเปนสัตวเศรษฐกจิ ของประเทศท่ีสรางรายไดใหกับเกษตรกรที่เลีย้ งเปนอยางมากและประชากรบางกลมุ
นิยมบริโภค ไกเปนแหลงสาคญั ของธาตุอาหารตาง ๆ สวนตาง ๆ ของไกสามารถนามาแปรรปู ผลติ ภณั ฑไดหลายชนิด
สงผลใหเกษตรกรหันมาเลี้ยงไกมากขึ้น ผลผลติ จากไกไดออกสตู ลาดเปนปริมาณมากและอยางตอเนอ่ื ง และโรคใน
ไกเปนปญหาที่พบอยางมากในปจจุบันของผูท่ีเปนเกษตรกรเล้ียงไก ผลกระทบหลายดานน้ีสงผลใหไกเกิด
ความเครียด เนื่องจากมีการเปลี่ยนอาหาร การเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอม จึงเสี่ยงตอการติดเชื้องาย อกี ท้ัง
พฒั นาการของระบบยอยอาหารยังไมสมบูรณซง่ึ สาเหตุท่ีกลาวมาขางตนจะสงผลกระทบตอปรมิ าณจุลินทรียและ
ความสมดุลของจลุ นิ ทรยี ทีม่ ปี ระโยชนลดลง ไกอาจจะมสี ุขภาพออนแอจากปญหาดงั กลาวทาใหมีการนายาปฏิชวี นะ
มาใชเพื่อปองกนั โรคตาง ๆ (ศกึ ฤทธ์ิ ศลิ าลาย, 2561) การใชสารปฏชิ ีวนะเปนเวลานานๆจะทาใหเชอ้ื จุลินทรียกอ
โรคเกิดการดื้อยา จึงกอใหเกิดปญหาทางสุขภาพในดานตางๆโดยเฉพาะโรคท่ีเกิดจากเช้ือ Salmonella sp.
Campylobacter sp. และ E. coli หากไมมีการหยุดใชยากอนสงไกจาหนายจะทาใหสารปฏชิ วี นะเกิดการ ตกคาง
ในเนอื้ กอใหเกิดอันตรายตอผบู ริโภคไดจงึ จาเปนตองหาวิธที ี่หลกี เลี่ยงการใชยาปฏิชีวนะเพอ่ื ให การเล้ยี งไกไดผลดี
เชนเดยี วกนั (Fuller, 1989) ทาใหมกี ารคดิ คนหาสารที่ ชวยเรงการเจรญิ เติบโตและเพม่ิ ผลผลิตในไก ซึ่งโปรไบโอติก
เปนอีกหนงึ่ ทางเลือก จากการศึกษาทา ใหทราบวาโปรไบโอติกจะชวยกระตุนการเจรญิ เตบิ โตของจุลนิ ทรียและสราง
สมดุลของกลมุ จลุ นิ ทรีย ดวยกนั ในลาไส และสงเสรมิ สขุ ภาพของสตั วในแงการสรางความแข็งแรงใหกับเซลลดูดซมึ
ในลาไสสงผลใหตัวสตั วมกี ารเจรญิ เตบิ โตและปริมาณการกนิ ไดเพ่ิมมากข้นึ (มนสั นนั ท และคณะ, 2557)
โปรไบโอตกิ
โปรไบโอตกิ มาจากภาษากรีก มคี วามหมายวา “เพื่อชีวติ (for life)” ถกู นา มาใชครั้งแรกในป 1965 โดย Lilly
และ Stillwell โปรไบโอตกิ เปนจลุ นิ ทรยี ท่ีมีชีวิตในรูปของอาหารหรอื อาหารเสริม หากมี ในปรมิ าณทเ่ี พียงพอจะมี
ประโยชนตอสขุ ภาพของมนุษยและสตั วโดยชวยใหจลุ นิ ทรียในลาไสเกิดความ สมดุลและกอใหเกิดประโยชนตางๆ
อีกมากมายการประยกุ ตใชโปรไบโอติกเร่ิมมบี ทบาทในการผลิตสัตว หรือการปองกันและรักษาโรคมนุษยมากข้นึ
เรือ่ ยๆ ท้งั ยังสามารถท่ีจะนามาใชทดแทนยาปฏิชีวนะไดโดย ปกติแลวพวกเรารับประทานโปรไบโอติกอยูเสมอซ่ึง
โปรไบโอตกิ เหลาน้อี าจจะอยูในรูปของหลายๆ ผลติ ภณั ฑเชน นมเปรี้ยว โยเกริ ต เปนตน (จารญู และคณะ, 2553)
กลไกกำรทำงำนของโปรไบโอติก
1. ลดการเกาะของจลุ นิ ทรียกอโรคในทางเดินอาหารของสตั ว
การยดึ เกาะจุลินทรียโปรไบโอติกในลาไสสัตว มผี ลใหจลุ นิ ทรยี กอโรคไมสามารถเกาะติดกบั ผิวลาไสได ซ่งึ
การยึดครองพน้ื ท่ีทางเดนิ อาหารของจลุ ินทรยี ทด่ี สี งผลใหจลุ ินทรยี กอโรคไมสามารถเพ่ิมจานวนภายในลาไสสัตวได
2. การสรางทมี่ ผี ลตอจลุ ินทรียกอโรคจุลนิ ทรียโปรไบโอติกสามารถสรางสารหรือเมตาบอไลทท่มี ีผลยงั ยงั้ การ
เจริญของจุลนิ ทรียกอโรคได เชน สารจาพวกกรดอินทรียซึ่งทาใหสภาวะของทางเดินอาหารไมเหมาะกับการ
เจริญเตบิ โตของเชอื้ กอโรค สารจาพวก bacteriocin ทม่ี ผี ลตอการเจริญเตบิ โตของจลุ นิ ทรยี อื่น (กานตชนา พูนสขุ ,
2559)
221
ประโยชน์ของโปรไบโอติกในกำรเพ่มิ ประสิทธิภำพกำรผลติ
การเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการผลติ ของปศสุ ัตวโดยการเสรมิ โปรไบโอตกิ ในอาหารและนา้ เปนการคาดหวงั ผลทางออม
ของการเสรมิ จลุ นิ ทรียเพ่อื ใหระบบทางเดนิ อาหารเกิดสภาวะสมดุล โดยเม่อื ประชากรจลุ นิ ทรยี ในทางเดินอาหารเกดิ
ความสมดุลจะสงผลใหสุขภาพสตั วดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลติ เพม่ิ ขึน้
1. เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการยอยอาหาร
จุลินทรียโปรไบโอติกมีคณุ สมบตั ิในการสรางเอนไซมหลายชนิด ซ่ึงเปนเอนไซนบางชนิดรางกายของสัตวไม
สามารถสรางได ดงั นั้นการเสรมิ จลุ นิ ทรียโปรไบโอตกิ ในทางเดินอาหารจึงมผี ลเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการใชอาหารของ
สัตว ตัวอยางเอมไซนทพี่ บการสรางจากโปรไบโอติก ไดแก amylase protease lipase cellulose (กานตชนา พูน
สุข, 2559)
2. สรางและชวยในการดดู ซมึ สารอาหาร
1) สรางวติ ามิน
จลุ นิ ทรยี ทส่ี รางกรดแลคตคิ (Lactic Acid Bacteria/ LAB) ในทางเดินอาหารเปนแหลงในการสรางวติ ามนิ
ท่ีจาเปนหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินในกลุมวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจานวนมากพบวาจุลินทรียเหลาน้ีมี
ความสามารถในการสรางวติ ามินทม่ี โี มเลกุลซบั ซอน (เชน วติ ามิน B12) ได นอกจากน้ียงั มรี ายงานวาจลุ นิ ทรยี กลมุ
Bifidobacterium สามารถสรางวิตามินหรือสวนประกอบของวิตามินหลายชนิด ไดแก วติ ามิน K, วิตามิน B12,
biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine
2) ชวยในการดดู ซึมสารอาหาร
จลุ นิ ทรยี ในทางเดนิ อาหารมีสวนชวยในการดูดซมึ สารอาหารจาเปนหลายชนดิ เชนชวยในการดดู ซมึ ไขมัน
และวิตามินท่ีละลายในไขมัน ชวยในการดูดซึมกลูโคสและค วบคุมการทางานของสมดุลกลูโคสในรางกายผาน
Intestine-brain-liver neural axis
3) ลดจานวนจุลนิ ทรยี กอโรคในระบบทางเดนิ อาหารของสัตว
การลดลงของจานวนจุลนิ ทรียกอโรคในระบบทางเดินอาหารมผี ลใหประสทิ ธิภาพการใชอาหารในสตั วดขี น้ึ
เนื่องจากสภาวะท่สี มดุลของจลุ นิ ทรยี ในลาไส เอื้อใหสัตวสามารถใชอาหารไดเกดิ ประสิทธิภาพเพ่ิมข้นึ และเออ้ื ใหมี
การดูดซึมสารอาหารไดดขี ึน้
4) เสรมิ สรางระบบภมู คิ มุ กัน
การใชโปรไบโอตกิ มผี ลใหระบบภูมคิ ุมกนั ของสตั วอยใู นสภาวะสมดลุ โดยพบวาจุลนิ ทรียในโปรไบโอติกมี
การสรางสารทม่ี ีผลตอระบบภูมคิ ุมกันของสตั ว เชน พบวา Bifidobacterium สรางสารที่ชวยใหการทางานของ
ระบบภูมิคุมกนั ดีขนึ้ น ซึง่ จากผลการศึกษาโปรไบโอติกท้งั ในสัตวและในมนษุ ย พบวา การใชโปรไบโอติกมผี ลตอภูมิคุ
มกนั ทีผ่ ิวเยื่อเมอื ก secretory IgA การหล่ัง ของ cytokine หลายชนิด และ การทางานของเซลลในระบบภมู ิคุมกัน
(กานตชนา พูนสขุ , 2559)
เกณฑ์ในกำรคดั เลอื กโปรไบโอตกิ
โดยท่วั ไปการคัดเลอื กจุลินทรียโปรไบโอติกท่ีจะนา มาใชกบั คนและสตั วนน้ัน มแี นวทางหลัก ๆ คือ
1. สามารถอาศัยอยใู นนระบบทางเดินอาหารของมนษุ ยหรอื สัตวชนดิ นนั้ ๆ ได
2. ไมเปนสายพนั ธทุ ก่ี อใหเกดิ โรค
3. สามารถเจริญเพ่มิ จานวนในทางเดนิ อาหารได
222
4. มปี รมิ าณสงู เพียงพอทจ่ี ะกอใหเกิดผลดตี อสุขภาพประมาณ 107-109 cfu/ml ของผลติ ภณั ฑ (ไชยวัฒน ไชย
สตุ , 2556)
ตำรำงชนิดของจุลนิ ทรีย์ที่มคี ณุ สมบัตเิ ปนโปรไบโอติก
Genus Species
Lactobacillus L. plantarum, L. casei, L. fermentum, L. brevis, L. bulgaricus, L. acidophilus,
L. cellobiosus, L. curvatus, L. delbruekii, L. lactis, L. reuterii, L. helveticus,
L. mesenteroides
Streptococcus S. faecium cernelle 68, S. thermophiles, S. faecium, S. cremoris, S.
diacetylactis, S. lactis, S. intermedius
Bacillus B. subtilis strain BN, B. coagulan, B. lentus, B. lichenifermis, B. pumilus, B.
subtilis, B. toyoi
Bacteroides B. amylophilus, B. capillosus, B. ruminocola, B. suis
Bifidobacterium B. adolescentis, B. animalis, B. bifidum, B. infantis B. longum, B.
Pediococcus thermophilum
P. acidilacticii, P. cerevisiae, P. pentosaceus
Propionibacterium P. freudenreichii, P. shermanii
ทม่ี ำ : ดัดแปลงมาจาก พระราชบัญญัติควบคมุ คณุ ภาพอาหารสัตว (2558)
กำรเสรมิ โปรไบโอตกิ ตอกำรยอยไดในไก
เพ่มิ ศักด์ิ และคณะ (2551) ศกึ ษาผลการใชโปรไบโอติกในไกพบวาการยอยของวตั ถุแหงโปรตีนใหญและไขมัน
กลุม Lactobacillus reuterii 0.10% ที่มีการยอยวัตถุแหงสูงที่สุดแตไมมีผลกระทบกับกลุมควบคุ ม กลุม
Lactobacillus reuterii 0.05% และกลุม Lactobacillus reuterii 0.15% มนสั นนั ท และคณะ (2557) ศึกษาผล
การใชโปรไบโอติกในไกพบวาการยอยของวตั ถุแหงโปรตีนเยื่อใยและไขมนั ทใี่ ชในไกเพศผู นา้ +Bactosac® 0.5 มล.
มกี ารยอยวัตถุแหงใหญและไขมันสงู ที่สดุ แตไมมีผลกระทบกับกลุมไกเพศผู สะอาด (ควบคมุ ) กลมุ เพศเมยี -น้าสะอาด
(ควบคุม) และกลมุ เพศมียน้า+Bactosac® 1.0 มล. วรางคณา และคณะ (2561) ศกึ ษาผลการใชโปรไบโอตกิ ในไก
พบวาการยอยของวตั ถุแหงกลุม bacillus spp 2 มีการยอยวัตถุแหงสูงที่สุดแตไมมีผลกระทบกับกลุม bacillus
spp1 แตจะมีผลกระทบกับกลุมควบคุมสวนการยอยโปรตีนกลุมควบคุมมีการยอยโปรตีนไดสูงที่สุดแตไมมี
ผลกระทบตอกลุม bacillus spp1 และ bacillus spp2 สวนการยอยยอยใหญและไขมันกลมุ bacillus spp1 มี
การยอยไดสูงท่สี ุดแตไมมีผลกระทบตอกลุม bacillus spp2 และจะมีผลกระทบตอกลุมควบคุม Kotoch et. al.
(2017) ศึกษาผลการใชโปรไบโอติกในไกพบวาการยอยของวัตถุแหงกลุม ควบคุม มีการยอยไดสูงท่ีสุดแตไมมี
ผลกระทบตอกลมุ Lactobacillus 1 และกลมุ Lactobacillus 2 (ดงั ตารางท่ี 1)
223
ตำรำงที่ 1 กำรเสริมโปรไบโอติกตอกำรยอยไดในไก
ที่มำ กลุม วตั ถแุ หง เย่อื ใย ไขมนั
เพม่ิ ศกั ดิ์ และคณะ ควบคุม 62.25 61.58 35.68
64.04 35.01
(2551) Lactobacillus reuterii 62.50 67.21 35.92
63.71 33.45
0.05% 64.70
Lactobacillus reuterii 62.70
0.10%
Lactobacillus reuterii
0.15%
มนสั นนั ท และ เพศผู-นา้ สะอาด (ควบคุม) 80.760 46.540 74.420
คณะ (2557) นา้ +Bactosac® 0.5 มล. 58.080 81.266
84.030 46.526 75.196
57.700 79.260
เมยี -น้าสะอาด (ควบคุม) 80.160 31.78b±3.46 97.05b±0.07
นา้ +Bactosac® 1.0 มล. 65.63a±6.57 98.02a±0.08
83.580 60.28a±3.04 98.40a±0.36
80.32b±0.64
มนัสนนั ท และ ควบคมุ 84.75a±0.97 - -
- -
คณะ bacillus spp 1 g/l 84.81a±1.64 - -
(2561) bacillus spp 2 g/l
Katoch et. al. ควบคมุ 63.66±1.58
(2017) LactobacillusT1 59.43±1.04
LactobacillusT2 61.98±0.50
หมำยเหต:ุ a-c อกั ษรทีแ่ สดงความแตกตางอยางมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิ (P<0.05)
กำรเสริมโปรไบโอติกตออตั รำกำรเจริญเตบิ โต
มนสั นันท และคณะ (2560) ศกึ ษาผลการใชโปรไบโอติกในไกพบวาการเสรมิ โปรไบโอติกตออัตราการเจรญิ เตบิ โต
ของไกเนื้อพบวากลุมควบคุมมีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยตอวันสูงที่สุดแตไมมีผลกระทบตอกลุม Lactobacillus
sp.1และกลุม Lactobacillus sp.2 สวนอตั ราการเปลีย่ นอาหารเปนน้าหนักตัวพบวากลมุ Lactobacillus sp.2 ตา่
ทส่ี ุดแตไมมีผลกระทบตัวกลุมควบคมุ และกลุม Lactobacillus sp.1 Lihuan et al. (2021) ศกึ ษาผลการใชโปร
ไบโอติกในไก พบวากลุมท่ีใชอาหารพื้นฐาน+1% Bifidobacterium มอี ตั ราการเจริญเติบโตเฉลีย่ ตอวนั สงู ท่สี ดุ และ
ไมมผี ลกระทบตอกลมุ อาหารพื้นฐาน+1% L.acidophilus และอาหารพืน้ ฐาน+1% Lactobacillus casei แตจะมี
ผลกระทบตอกลมุ เพศผูควบคุม เพศผู อาหารพ้ืนฐาน+1% Lactobacillus casei กลุมเพศผอู าหารพื้นฐาน+1%
L.acidophilus และกลุม เพศผูอาหารพ้ืนฐาน+1% Bifidobacterium และเพศเมียควบคุมสวนอัตราการเปลี่ยน
อาหารเปนน้าหนกั ตัวพบวากลุมเพศเมยี อาหารพน้ื ฐาน+1% Bifidobacterium ต่าท่สี ุดและไมมผี ลกระทบตอกลมุ
อื่นๆ ศรสี ดุ า และคณะ (2558) พบวากลมุ ทใี่ ช Bactosac-P 2 มอี ัตราการเปล่ียนอาหารเปนนา้ หนกั ตวั สูงท่ีสุดแตไม
มผี ลกระทบตอกลมุ ควบคุม และ Bactosac-P 1 ศศพิ ันธ และคณะ (2564) บวากลุมท่ีเสริมโปรไบโอตกิ มนี า้ หนัก
ตลอดการทดลองและอัตราการเจริญเตบิ โตเฉลยี่ ตอวันสูงทสี่ ุดแตไมมผี ลกระทบตอกลมุ ควบคมุ สวนกลุมทีเ่ สริมโปร
ไบโอตกิ พบวามอี ตั ราการเปล่ยี นอาหารเปนนา้ หนักตวั ต่าทส่ี ุดและมีผลกระทบตอกลุมควบคุม (ดงั ตารางที่ 2)
224
ตำรำงท่ี 2 กำรเสรมิ โปรไบโฮตกิ ตออัตรำกำรเจรญิ เติบโตในไก
ทม่ี ำ กลุม นำ้ หนกั อตั รำกำร อัตรำกำร ชนดิ
ตลอดกำร เจรญิ เตบิ โต เปลี่ยนอำหำร สัตว์
มนสั นันท และ ควบคุม ทดลอง เฉลยี่ ตอวนั เปนนำ้ หนกั ตวั ไกเนื้อ
คณะ (2561) Lactobacillus sp. 1g/l
Lactobacillus sp. 2g/l - 46.87±1.50 1.50±0.02 ไกเนอ้ื
- 45.97±1.28 1.45±0.02
- 45.86±0.92 1.40±0.06
Lihuan et al. (เพศผู) ควบคมุ - 32.4 2.59
(2021) 1% Lactobacillus casei, - 34.9 2.12
1% L.acidophilus - 33.2 2.34
1% Bifidobacterium -
35.4 2.13
(เพศเมยี ) ควบคุม - 35.5b 2.19
41.4a 2.04
1% Lactobacillus casei, - 40.9a 2.08
1% L.acidophilus - 42.3a 2.01
1% Bifidobacterium -
ศรสี ดุ า และ ควบคมุ - - 2.143 ไกไข
คณะ (2558) Bactosac-P 0.5 kg/ton - - 2.124
Bactosac-P 1.0 kg/ton - - 2.101
ศศพิ ันธ และ
คณะ (2564) ควบคุม 1320.00 32.86 1.96a ไกเนื้อ
โปรไบโอติก 1400.60 35.16 1.75b
หมำยเหต:ุ a-c อกั ษรที่แสดงความแตกตางอยางมีนัยสาคัญทางสถติ ิ (P<0.05)
กำรเสรมิ โปรไบติกตอจลุ นิ ทรยี ใ์ นลำไสและมูลในไก
ยวุ เรศ และพเิ ชษฐ (2562) ศกึ ษาผลการใชโปรไบโอติกในไกพบวาการเสรมิ โปรไบโอติกตอจลุ นิ ทรียในลาไสและ
มลู พบวากลมุ GUT PRO 1.0 kg/ton พบจลุ ินทรีย bacillus sp. ในลาไสสวนกลางมากท่ีสดุ และไมมีผลกระทบตอ
กลมุ ควบคมุ กลุม GUT PRO 0.5 kg/ton และกลุม GUT PRO 1.0 นอกจากนี้ Elham et al. (2021) พบวากลุม
ควบคมุ พบจุลินทรีย E. coli ในลาไสสูงท่ีสุดแตไมมีผลกระทบตอกลมุ ของโปรไบโอตกิ 0.02 % พบวา Lihuan et
al. (2021) กลมุ เพศผู ควบคมุ พบจุลินทรีย E. coli ในลาไสสงู ทส่ี ดุ แตไมมผี ลกระทบกบั กลมุ เพศผูอาหารพ้ืนฐาน+
1% Bifidobacterium แตจะมผี ลกระทบกบั กลมุ เพศเมีย ควบคมุ กลมุ เพศเมีย อาหารพ้ืนฐาน+1% L.acidophilus
และกลุม เพศเมีย อาหารพื้นฐาน+1% Bifidobacteriumแตจะมีผลกระทบกับกลุมเพศผูอาหารพื้นฐาน+1%
L.acidophilus กลุมเพศผู อา หารพ้ืนฐ าน +1% L.acidophilus แ ละกลุมเพศเมียอา หารพื้นฐาน+1%
L.acidophilus (ดงั ตารางท่ี 3)
225
ตำรำงท่ี 3 กำรเสรมิ โปรไบตกิ ตอจลุ นิ ทรยี ใ์ นลำไสและมลู ในไก จำนวน แหลงทีพ่ บ ชนดิ
ที่มำ กลมุ ชวี จุลินทรยี ์ สตั ว์
417.22
ยุวเรศ และพเิ ชษฐ ควบคุม bacillus sp. 409.38 ลาไสสวนกลาง ไกเนื้อ
(2562) GUT PRO 0.5 มล. bacillus sp. 546.82
GUT PRO 1.0 มล. bacillus sp. 536.36
GUT PRO 1.0 มล. bacillus sp.
Elham et al. ควบคุม E. coli 5.04 ลาไส ไกเนอ้ื
(2021) โปรไบโอติก0.02 % E. coli 4.74
Lihuan et al. (เพศผู) ควบคมุ E. coli 5.72a ลาไส ไกเน้ือ
(2021) 1% Lactobacillus casei, E. coli 5.04b
E. coli 4.91b
1% L.acidophilus E. coli 5.58a
1% Bifidobacterium E. coli 5.36a
(เพศเมยี ) ควบคุม
1% Lactobacillus casei, E. coli 4.72b
E. coli 5.10ab
1% L.acidophilus E. coli 5.09ab
1% Bifidobacterium
หมำยเหต:ุ a-c อกั ษรที่แสดงความแตกตางอยางมนี ัยสาคัญทางสถติ ิ (P<0.05)
กำรเสรมิ โปรไบโอตกิ ตอคุณภำพไข
ศรสี ดุ า และคณะ (2558) ศกึ ษาผลการใชโปรไบโอติกในไกตอคุณภาพไขพบวากลมุ ทใ่ี ช Bactosac-P 1.0มีฮักยู
นิต สีไขแดง, นา้ หนักไขแดง, น้าหนกั เปลอื กไข และความหนาเปลอื กไขสงู ทีส่ ุดแตไมมผี ลกระทบตอกลมุ ควบคมุ และ
กลมุ Bactosac-P 0.5 พบวา ณธมล และคณะ (2560) กลุม Bacillus subtilis (7.2× 108 cfu/g) มีฮักยนู ิตสูงท่ี
สุดแตไมมีผลกระทบตอกลมุ Bacillus subtilis (0.8 × 108 cfu/g) และจะมีผลกระทบตอกลุมควบคุม สวนกลุม
ควบคมุ และกลมุ Bacillus subtilis (0.8 × 108 cfu/g) ไมมีผลกระทบตอกันสวนสีของไขแดงพบวากลุม Bacillus
subtilis (0.8 × 108 cfu/g) มสี ไี ขแดงมากทสี่ ดุ แตไมมีผลกระทบ สวนความหนาของเปลอื กไขมคี วามหนาเทากันทง้ั
สามกลมุ จงึ ไมมีผลกระทบตอกนั Quanhang et al. (2019) พบวากลุมควบคมุ มี ฮกั ยนู ติ และสีไขแดงสงู ที่สุดและ
ไมมผี ลกระทบตอกลุมอาหารมาตรฐาน+C.butyricum (0.5 g/kg) และกลุมอาหารมาตรฐาน+S. boulardii (0.05
g/kg) และ P. acidilactici (0.1 g/kg) สวนความหนาแนนของเปลอื กไขพบวากลุมอาหารมาตรฐาน+C.butyricum
(0.5 g/kg) มีความหนาของเปลือกไขสูงที่สุดแตไมมีผลกระทบตอกลุมควบคุมและกลุมอาหารมาตรฐาน+ S.
boulardii (0.05 g/kg) และ P. acidilactici (0.1 g/kg) นอกจากนี้ Mahdavi et al. (2005) พบวากลมุ โปรไบโอติก
เชิงพานิชย 3.2 ×106 มีฮักยูนิตสูงที่สุดแตไมมีผลกระทบตอกลุมควบคุมกลุมและกลุมโปรไบโอติกเชิงพานิชย
1.28×106 โปรไบโอติกเชงิ พานิชย 4.6× 106 สวนความหนาของเปลอื กไขพบวากลมุ 1.28×106 มีความหนาแนนของ
เปลือกไขมากทส่ี ดุ แตไมมีผลกระทบตอกลุมควบคุม กลมุ 3.2 ×106 และกลมุ 4.6× 106 (ดังตารางที่ 4)
226
ตำรำงที่ 4 กำรเสรมิ โปรไบโอตกิ ตอคณุ ภำพไข สีไขแดง นำ้ หนัก นำ้ หนัก ควำมหนำ
ท่ีมำ กลมุ ฮักยนู ติ ไขแดง เปลือก เปลือกไข
ศรสี ดุ า และ ควบคุม 92.77 12.48 14.05 ไข 0.370
6.95 0.368
คณะ Bactosac-P 0.5 92.99 12.48 14.24 6.98 0.369
7.02
(2558) kg/ton 93.57 12.49 14.29 0.35±0.05
- 0.35±0.05
Bactosac-P 1.0 -
0.35±0.05
kg/ton 81.15±2.71b 8.83±0.15 - -
346.42±8.16
ณธมล และ ควบคุม - 347.57±11.66
คณะ Bacillus subtilis 83.51±1.78ab 8.91±0.47 - -
344.68±8.28
(2560) 0.8 × 108 cfu/g -
Bacillus subtilis 84.87±1.31a 8.85±0.07 - 34.75
- 34.75
7.2× 108 cfu/g) 83.20 ± 5.94 7.33 ± 0.26a - -
34.58
Quanhang ควบคุม -
et al. C.butyricum (0.5 82.65 ± 5.82 7.07 ± 0.27b - 33.83
-
(2019) g/kg)
S. boulardii (0.05 82.98 ± 4.09 7.11±0.29ab -
g/kg) และ P.
acidilactici (0.1
g/kg
Mahdavi ควบคมุ 82.33 - -
et al. โปรไบโอตกิ เชิง 81.77 - -
(2005) พานิชย 1.28×106
โปรไบโอตกิ เชิง 85.17 - -
พานิชย 3.2 ×106
โปรไบโอติกเชิง 84.93 - -
พานิชย 4.6× 106
หมำยเหต:ุ a-c อกั ษรทแี่ สดงความแตกตางอยางมีนัยสาคญั ทางสถิติ (P<0.05)
กำรเสริมโปรไบโอตกิ ตอคุณภำพเน้ือไก
ศศพิ ันธ และคณะ (2564) ศึกษาการใชโปรไบโอตกิ ในไกพบวาการเสริมโปรไบโอตกิ ตอคุณภาพของเนื้อไกของ
กลุมเสรมิ โปรไบโอติกมี Color ของเนอ้ื สงู ทีส่ ุดและยงั มีผลกระทบตอกลมุ ควบคมุ และภายในกลมุ ควบคุมและกลมุ
เสรมิ โปรไบโอติกยังมผี ลกระทบตอกันภายในกลมุ ดวยสวนเปอรเซ็นตของDrip loss ของกลุมควบคุมมเี ปอรเซ็นต
ของ Drip loss มากกวากลุมเสริมโปรไบโอตกิ สวนของ Cooking Loss และ Shear force ไมมีผลกระทบตอกัน
ระหวางกลมุ ควบคมุ และกลุมเสรมิ โปรไบโอตกิ พบวา มนัสนันท และคณะ (2560) กลุมควบคมุ มี Color ของเน้อื สงู
ที่สดุ แตไมมผี ลกระทบตอกลมุ Lactobacillus sp.1 และ Lactobacillus sp. 2 และภายในกลมุ มีผลกระทบตอกัน
สวนเปอรเซ็นตของ Drip loss และ Cooking Loss นั้นกลมุ ควบคุมมเี ปอรเซ็นตทสี่ งู กวากลมุ ทเ่ี สริม Lactobacillus
sp.1 และกลุม Lactobacillus sp. 2 แตไมมีผลกระทบตอกัน Mohammed et al. (2017) พบวากลุมควบคุมมี
227
Color ของเน้ือสูงท่ีสุดแตไมมีผลกระทบตอกลุม Bacillus subtilis 1 และกลุม Bacillus subtilis 2 แตจะมี
ผลกระทบภายในกลุมควบคุม สวนกลุมท่ีเสริม Bacillus subtilis จะมีผลกระทบกันเองภายในกลุม Bacillus
subtilis 1 และกลุม Bacillus subtilis 2 นอกจากน้ี Xiaopeng et al. (2021) พบวากลุม Bacillus subtilis มี
Color ของเน้ือสูงที่สุดและยังมผี ลกระทบตอกลุมควบคุมแตจะมีผลกระทบภายในกลุมสวนเปอรเซน็ ตของDrip
loss, Cooking Loss และ Shear force กลมุ ควบคุมมเี ปอรเซ็นตทสี่ งู กวากลมุ Bacillus subtilis แตไมมผี ลกระทบ
ตอกัน (ดงั ตารางที่ 5)
228
ตำรำงที่ 5 กำรเสริมโปรไบโอติกตอคุณภำพเน้ือไก PH Color Drip loss (%) Cooking Loss Shear force
ท่ีมำ กลมุ 14.89a (%) (kg/F)
ศศพิ นั ธ และคณะ (2564) ควบคมุ 0 hr. 6.34 L* 25.71b 16.09 1.18
โปรไบโอติก 24 hr. 96'S a* 0.38
48 hr. 5.95 7 b* 0.34
มนสั นนั ท และคณะ(2561) ควบคุม
Lactobacillus sp.1 g/l 2 hr. 5.84 L* 26.51a 7.90b 19.32 1.10
Lactobacillus sp. 2 g/l 0 hr. 6.37 a* 0.38
24 hr. 5.75b b* 0.34 5.52±0.90 22.85±0.73 -
48 hr. 6.00 4.44±0.98 19.93±1.36 -
72 hr. 5.81 L*54.83±1.55 4.57±4.50 21.46±0.56 -
45 min. 5.53±0.10 a*0.67±0.23
24 h 5.47±0.21 b*13.34±0.75
L*53.90±1.59
45 min. 5.85±0.04 a*0.47±0.13
24 h 5.52±0.10 b*13.35±1.87
L*54.41±1.89
45 min. 5.71±0.18 a*0.47±0.26
24 h 5.49±0.16 b*13.28+1.06
229
ตำรำงที่ 5 กำรเสริมโปรไบโอตกิ ตอคุณภำพเนอื้ ไก
ท่มี ำ กลุม PH Color Drip loss (%) Cooking Loss (%) Shear force (kg/F)
ควบคุม 30 min6.53a±0.044 L*49.66b ± 1.22 -- -
Mohammed et al. 25 h 6.14a±0.09 a*17.46b ± 0.48
(2017) Bacillus subtilis b* 7.58b ± 0.16 -- -
0.25 g/kg 30 min 6.31b±0.04 L*54.36a ± 1.22
25 h 5.66b±0.09 a*19.33a± 0.48 -- -
Bacillus subtilis 0.5 b*8.46a ± 0.16
g/kg 30 min 6.20b±0.04 L*56.54a ± 1.22 24.67 ± 6.61
25 h 5.62b±0.09 a*20.72a ± 0.48
b*8.98a ± 0.16 19.81 ± 2.49
Xiaopeng et al. ควบคุม 24h 5.71 ± 0.26 L* 46.19 ± 4.48 4.08 ± 0.74 18.27 ± 0.73
(2021) a* 5.22 ± 1.46
b* 7.61 ± 0.86
Bacillus subtilis 500 24h 5.87 ± 0.22 L* 48.10 ± 3.94 3.24 ± 0.68 16.66 ± 1.35
mg/kg a* 6.20 ± 1.69
b* 7.89 ± 1.31
หมำยเหตุ : L* (lightness) ความสวาง , a* (redness) สแี ดง , b* (yellowness) สเี หลอื ง a* =Red(+)/Green(-) , b* = yellow(+)/blue(-)
230
สรุปผล
การเสรมิ ในระดับที่แตกตางกนั การใชโปรไบโอติกในอาหารเสรมิ ไกในอาหารหรอื นา้ ในระดบั ตางๆ มีผลทาให
ปรมิ าณอาหารทีก่ ิน สงผลตออตั ราการเตบิ โตและอตั ราการเปลย่ี นอาหารเปนนา้ หนกั ตัว แตกตางจากกลุมควบคุม
และกลุมอาหารเสริมโปรไบโอตกิ แตคุณภาพไข และคุณภาพเน้อื และสขี องเนอ้ื ไกก็ไมตางกัน ผลลัพธขน้ึ อยูกับ
องคประกอบของสายพันธสุ ัตว อายุของสตั ว วิธกี ารเล้ียง สภาพแวดลอมที่หลากหลายและจลุ ินทรียทีม่ ีชวี ติ ของโปร
ไบโอติก โดยแนะนาใหใชโปรไบโอตกิ ในอาหารไกทีร่ ะดบั 0.05-0.1 เปอรเซ็นต
231
เอกสำรอำงองิ
กานตชนา พูนสุข. 2559. การใชโปรไบโอติคและประโยชนของการใชโปรไบโอติกในปศุสัตว. แหลงท่ีมา
:https://www. swinethailand.com สบื คนเมอ่ื 1 กมุ ภาพันธ 2565
จารูญ มณีวรรณ มงคล ถริ บุญยานนท และกิตตพิ งษ ทพิ ยะ. 2553. การใชโปรไบโอติกเพือ่ เพม่ิ ศักยภาพ การผลิต
และทดแทนการใชยาปฏิชีวนะในแมสุกรอุมทองและแมสุกรเล้ียงลูก. [ออนไลน]. แหลงท่ีมา
http://librae.mju.ac.th/government วันท่สี ืบคน 1 กมุ ภาพันธ 2565
ณธมล มากชมุ พล ชัยภูมิ บัญชาศกั ดิ์ ธรี วทิ ย เปยคาภา และเชาววิทย ระฆังทอง. 2560. ผลของการเสรมิ สารเสริม
ชวี นะ (Bacillus subtilis) ในอาหารไกไขตอสมรรถภาพการผลติ คณุ ภาพไข และไขมันในเลือด. ภาควิชา
สัตวศาสตร คณะเกษตร มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร
ภคมน จติ ประเสริฐ นันทพร พึ่งสงั วร อาภา สุเวชวฒั นกุล อารีวลั ย วนาอุปถัมภกุล ณัชชา วรรณพฤกษ และสุนยี
นิธิสินประเสริฐ. 2551. โปรไบโอตกิ “Lactobacillus” ทนความรอนสารเสริมชวี ภาพสาหรบั อาหารสตั ว
อัดเม็ด. มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร
มนัสนันท นพรัตนไมตรีวรางคณา กิจพิพิธ จิรฎั ฐวัฒน ศรีออนเลิศ ศักดา ประจักษบุญเจษฎา ชวลิต ผึง้ ปฐมภรณ
ศราวธุ มวงเผือก เอกกมล กมลลาภวรกลุ เสาวภา เขยี นงาม. 2561. การเสริม Bacillus sp. ผสมหลาย
ชนิดในน้าดื่มของไกเนือ้ ตอสมรรถนะการผลิตลกั ษณะซาก คุณภาพ เนื้อ คอเลสเตอรอลและกรดไขมันใน
เน้ือเพชรบุรี คณะสัตวศาสตรและเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศ
เพชรบรุ ี.
มนัสนนั ท นพรัตนไมตรี วรางคณา กจิ พิพิธ จริ ัฎฐวฒั น ศรีออนเลศิ ศกั ดา ประจักษบุญเจษฎา ชวลิต ผึ้งปฐมภรณ
ศราวธุ มองเผือก เอกกมล กมลลาภวรกุล และเสาวภา เขียนงาม 2561. ผลของการเสริมผลติ ภัณฑหัว
เชื้อบาซลิ ลสั ผสมหลากสายพนั ธุในน้าดืม่ ตอจุลินทรียในไสตันการยอยไดแบบปรากฏของโภชนะและ
สัณฐานวทิ ยา ของลาไสเลก็ ของไกเนือ้ . แกนเกษตร 46 (1) : 137-146
มนัสนันท นพรตั นไมตรี กฤติยา เลิศชุณหะเกียรติ จริ ฎั ฐวัฒน ศรอี อนเลิศ และวรางคณา กิจพพิ ิธ. 2557. ผลของ
การเสรมิ โปรไบโอติก (แบคโตแซค®) ในน้าด่ืมตอการยอยได ของโภชนะ สณั ฐานวทิ ยาของลาไสเล็ก
เปอรเซ็นตซาก และคณุ ภาพเน้อื ของไกเนื้อ. แกนเกษตร 42 (2) : 221-230
ยุวเรศ เรืองพานิช และพิเชษฐ ศรีบุญยงค. 2562. ผลของการใชโปรไบโอติก (GUT PRO) ตอสมรรถภาพการ
เจรญิ เติบโตและสัณฐานวิทยาของลาไสของไกเนื้อ. สตั วแพทยมหานครสาร.14(1): 23-32
เพิ่มศกั ดิ์ ศิรวิ รรณ บัวเรียม มณวี รรณ และเพ็ญแข วนั ไชยธนวงศ. 2551. ผลของการเสรมิ Lactobacillus reuterii
ใน อาหารตอสมรรถภาพการผลิตและการยอยไดของโภชนะในไกเน้ือ. การประชุมทางวชิ าการของ
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร 29 มกราคม -1 กมุ ภาพนั ธ หนา 7-13
วัชระ ศิริตันต์ิ พัสวี ภัคพงศ จุฑารตั น เลาสุทธิพงษ ดลฤทัย สาลอี อน. 2560. รวมกฎหมาย ประกาศ ระเบียบและ
ขอบังคบั ตางๆ ทเ่ี ก่ียวของตามพระราชบญั ญัติควบคมุ คุณภาพอาหารสตั วพ.ศ. ๒๕๕๘. ชุมนุมสหกรณ
การเกษตรแหงประเทศไทย จากัด สาขา 4
ศกึ ฤทธ์ิ ศลิ าลาย. 2561. โปรไบโอติกท่ีใชประโยชนในปศสุ ตั ว. วารสารเกษตรพระจอมเกลา. 36:152-160
ศรสี ุดา ศิริเหลาไพศาล พงศธร กนุ ัน เกศรา อาพาภรณ และนาฎยา แบงลาภ. 2558. ผลของการเสริมโปรไบโอติ
กรวม (Bactosac-P) ตอประสิทธิภาพ การผลิต คุณภาพไข และคอเลสเตอรอลในเลือดในไกไข. แกน
เกษตร 43 (2) : 229-238
232
ศศิพันธ วงศสุทธาวาส วรรณรีย วงศ ไตรรัตนไกรสิทธิ วสุเพญ็ เฉลิมพล เยื้องกลาง และเบญญา แสนมหายักษ.
2564. การเสรมิ โปรไบโอติกในอาหารไกเนอื้ ตอสมรรถนะการเจริญเตบิ โตและคณุ ภาพเน้อื . นครราชสมี า:
สาขาเทคโนโลยีการเกษตรและ ส่ิงแวดลอม คณะวิทยาศาสตรและศลิ ปะศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคล อีสาน
Fuller R. 1989. Probiotic in man and animal. J. Appl. Bacteriol. 66 : p. 365-378.
Elham A. Soumeh ORCID,Astrid Del Rocio Coba Cedeno Shahram Niknafs ORCID,Jacoba Bromfield
and Louwrens C. Hoffman. 2021. The Efficiency of Probiotics Administrated via Different
Routes and Doses in Enhancing Production Performance, Meat Quality, Gut Morphology,
and Microbial Profile of Broiler Chickens. Academic Editor: Velmurugu Ravindran 11(12),
3607
Mahdavi A.H. Rahmani H.R. and Pourreza J. 2005. Effect of Probiotic Supplements on Egg Quality
and Laying Hen's Performance. International Journal of Poultry Science 4 (7): 488-492
Quanhang Xiang Chao Wang Hong Zhang Wen Lai Hongkui Wei and Jian Peng. 2019. Effects of
Different Probiotics on Laying Performance, Egg Quality, Oxidative Status, and Gut Health
in Laying Hens. Animals 9(12), 1110
Lihuan Zhang Ruonan Zhang Hao Jia Zhiwei Zhu Huifeng Li and Yueyue Ma. upplementation of
probiotics in water beneficial growth performance, carcass traits, immune function, and
antioxidant capacity in broiler chickens. Published Online: 2021-04-03
Xiaopeng Tang Xuguang Liu and Hu Liu. 2021. Effects of Dietary Probiotic (Bacillus subtilis)
Supplementation on Carcass Traits, Meat Quality, Amino Acid, and Fatty Acid Profile of
Broiler Chickens. Front. Vet. Sci. 8:767802
Mohammed A.A. Zaki R.S. Negm E.A. Mahmoud M.A. Cheng H.W. 2021. Effects of dietary
supplementation of a probiotic (Bacillus subtilis) on bone mass and meat quality of broiler
chickens. Published by Elsevier Inc. on behalf of Poultry Science Association Inc.
Katoch Shivani Dev Si dharath and Rajput Rajesh. 2017. Effect of Probiotic Supplementation in
Broiler Birds Offered Feed Formulated with Lower Protein Densities. International Journal
of Livestock Research EISSN: 2277-1964
233
ผลของกำรเสริมไขมนั จำกพืชตอสมรรถนะกำรผลิตสตั วป์ ก
Effect of vegetable fat supplementation poltry production efficiency
ปนัดดำ เชือ้ เหิม1*
Panadda Chueahoem1*
1สาขาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์
*Corresponding Authol E-mail Address: [email protected]
บทคดั ยอ
การเลีย้ งสตั วโดยใชแหลงไขมันในอาหารเพมิ่ มากขน้ึ โดยเฉพาะอยางยง่ิ การใชไขมนั จากพชื ทดแทนไขมันสตั ว ซึ่ง
ปกติวตั ถดุ ิบอาหารสัตวที่เปนแหลงของไขมันไดจากพืชและสตั ว โดยแตละแหลงจะมีขอดีขอเสียแตกตางกันไป
กลาวคือไขมนั ที่ไดจากสัตวจะไมเหมน็ หืนงาย มปี ริมาณกรดไขมนั ท่จี าเปนนอยหรือไมมีในขณะที่แหลงไขมันท่ไี ดจาก
พืชจะมีปริมาณกรดไขมันทจ่ี าเปนในปริมาณที่มากกวา โดยกรดไขมันท่ีจาเปนชวยใหไกเจริญเติบโตไดดีปรมิ าณการ
กินไดเพมิ่ ขึ้นหากขาดกรดไขมันที่จาเปนหรอื ไดรับไมเพียงพอจะสงผลตอการเจริญเติบโตของไกไมดี เบื่ออาหาร
นา้ หนักตวั ลดลง มีไขมนั ในซาก และวตั ถุดบิ อาหารสัตวทีเ่ ปนแหลงของไขมันไดจากพชื สามานามาเสริมลงในอาหาร
ไกเนอื้ และไกไขได พบวาการเสริมไขมันจากพืชในอาหารสัตวปกไมมผี ลตอการกนิ ไดแตทาใหน้าหนกั ตลอดการ
ทดลองเพ่มิ สงู ขนึ้ ในขณะเดียวกนั ปริมาณ FCR ลดลงและสงผลตอไขมันหนาอกของไกเน้ือท่ีลดลงเม่ือเทียบกับการ
เสรมิ ไขมันจากสตั วและทาใหไขแดงเพิ่มสูงข้นึ ในไกไขโดยมีระดบั ทแ่ี นะนาในการเสรมิ ไขมนั จากพชื เสริมท่ีระดับ 2-3
เปอรเซ็นต
คำสำคัญ: แหลงไขมันพืช ปริมาณอาหารท่กี ิน อตั ราการเจรญิ เตมิ โต ไกเนื้อ ไกไข
234
บทนำ
ปจจบุ นั การเลย้ี งสตั วใหความสนใจเกย่ี วกบั แหลงไขมันในอาหารเพิ่มมากข้นึ โดยเฉพาะอยางยิง่ การใชไขมันจาก
พชื ทดแทนไขมนั สัตว ซ่ึงปกติวตั ถุดิบอาหารสตั วทีเ่ ปนแหลงของไขมันไดจากพชื และสตั วโดยแตละแหลงจะมีขอดี
ขอเสียแตกตางกนั ไป กลาวคือไขมันทีไ่ ดจากสตั วจะไมเหมน็ หืนงายแตจะมีปริมาณกรดไขมันท่ีจาเปนนอยหรือไมมี
ในขณะท่แี หลงไขมนั ทไ่ี ดจากพชื จะมปี รมิ าณกรดไขมนั ทีจ่ าเปนในปริมาณทม่ี ากกวา โดยกรดไขมนั ทีจ่ าเปนชวยใหไก
เจริญเติบโตไดดีปริมาณการกินไดเพิ่มขึ้นหากขาดกรดไขมันที่จาเปนหรือ ไดรับไมเพียงพอจะสงผลต อการ
เจริญเติบโตของไกไมดี เบื่ออาหารน้าหนักตัวลดลง มีไขมันในซากสูง ผิวหนังอักเสบ และความสามารถในการ
ตานทานการติดเช้ือในระบบทางเดินอาหารลดลงดวยได(ศศิพันธ และคณะ,2547) และไขมนั fat oil ใชผสมใน
อาหารสตั วเพ่อื ยกระดับพลังงาน มีพลังงานสูงกวาแปง 2.5 เทา ชวยลดการเปนฝนุ ในอาหาร ทาใหอาหาร
อัดเม็ดงาย เพิ่มความนากิน เพิ่มปริมาณกรดไขมนั ท่ีจาเปน แตมีปญหาคือทาใหอาหารหนื งาย เชน เกิดไขมนั มี
ลักษณะแข็ง ถาอาหารมไี ขมันววั นา้ มันหมู น้ามันมะพราว น้ามันปาลม มาก ไขมันมลี ักษณะเหลว ถามีน้ามนั
ราขาว น้ามันขาวโพด น้ามนั ถ่ัวชนดิ ตาง ๆ มาก (วีรัช วงสวาห , 2561) และความตองการของผบู รโิ ภคเนอ้ื ไก
สูงข้ึนสงผลใหการผลติ ไกเล้ยี งไกมากขน้ึ อยางตอเนอื่ งผผู ลติ จึงมีการพฒั นาดานตางๆเพ่ือใหไกมีการเจริญเติบโตที่ดี
และใชเวลาการเล้ียงท่ีสน่ั เพื่อใหทนั ตอความตองการของผูบรโิ ภคจึงมีการพฒั นาดานตางๆ จัดการดานสายพนั ธุไก
จัดการสขุ าภิบาลและการจัดการดานอาหาร โดยการจัดการดานอาหารถือเปนสวนสาคัญตอการเจริญเติบ โตและ
ตนทุนการผลิตจงึ มีการจดั การทีเ่ หมาะสมและถูกตองโดยเฉพาะวัตถดุ ิบอาหารสตั วท่เี ปนแหลงโภชนะตางๆไมวาจะ
เปน แหลงของโปรตนี คารโบไฮเดรต ไขมนั เกลือแร และวติ ามนิ ซ่ึงในสัตวปกแหลงของไขมนั ทด่ี ีถือวามีความสาคัญ
มากเพราะไขมนั จะชวยใหสัตวปกเจริญเติบโตไดดีขน้ึ เพิ่มประสทิ ธิภาพการใชประโยชนของรมโภชนะโดนเฉพาะ
วติ ามินท่ีละลายในไขมันนอกจากนีไ้ ขมันยังชวยลดความเปนฝุนในอาหารทาใหอาหารมีความนากนิ ใหพลงั งานมาก
ข้นึ ซง่ึ ไขมันจะทาใหพลังงานสงู กวาโปรตีนและคารโบไฮเดรต (NRC, 1994) ดังน้ันสัมมนานีจ้ ึงมวี ัตถปุ ระสงคเพ่ือ
รวบรวมขอมลู การกนิ การใชไขมันพชื เสรมิ ในสัตวปกตอสมรรถนะการเจรญิ เติบคณุ ภาพเนื้อและคณุ ภาพไขไก
ไขมัน
น้ามันพืช หรือ ไขมันพชื เปนไขมันที่สกดั จากเมล็ดหรอื จากสวนอนื่ ๆ ของพชื เหมือนกบั ไขมนั สตั ว ไขมันพืชเปน
ไตรกลีเซอไรดแบบตาง ๆ ที่ผสมกนั (Thomas, 2002) น้ามันถวั่ เหลอื ง นา้ มันผักกาดกานขาว และน้ามันโกโกเปน
ตัวอยางไขมนั จากเมล็ด น้ามันมะกอก น้ามนั ปาลม และน้ามนั ราขาวเปนตัวอยางไขมันจากสวนอื่น ๆ ของผลไม ใน
คาพูดท่ัวไป คาวา น้ามันพืช อาจหมายถึงน้ามนั ท่ีอยใู นสถานะของเหลวที่อุณหภมู หิ องเทานัน้ แตก็นยิ ามกวาง ๆ
ดวยวา เปนไขมนั พชื ทั้งหมดโดยไมคานงึ ถึงสถานะ (Saroj, n.d) Dand. (1999 )ดวยเหตุนี้ นา้ มนั พชื ทีเ่ ปนของแขง็ ที่
อุณหภูมหิ อง บางคร้ังจงึ เรียกวา "ไขมันพชื " น้ามันพชื ประกอบดวยไตรกลีเซอไรด ตรงขามกบั ไขมันทโี่ ครงสรางไมมี
กลเี ซอรอล คาวา "นา้ มนั พืช" มักใชในรายการสวนประกอบของอาหารแทนการระบุชนิดของพชื ท่ีใชทา ในสวนของ
อาหารสัตวใชเปนสารเติมแตง นา้ มันพืชใชผลิตอาหารสตั วเล้ียงบางอยาง สมาคมเจาหนาท่ีควบคุมอาหารสัตว
อเมรกิ นั (AAFCO) นิยามนา้ มันพชื ในบรบิ ทนว้ี า เปนผลติ ภณั ฑพืชทไ่ี ดจากการสกดั ไขมนั จากเมล็ดหรอื ผลแลวแปลง
เพือ่ ใหกนิ ไดและไขมันในอาหารคือการทส่ี ารอาหารชนิดน้ีเปนแหลงของกรดไขมันจาเปนเชนกรดไลโนเลอิกและ
กรดไลโนเลนิก ซงึ่ จาเปนตอการเจริญเติบโต การรักษาสมดุลของผิวหนงั ควบคุมการเผาผลาญคอเลสเทอรอล และ
ยังเปนสารตง้ั ตนในการผลิต postagladin ท่จี าเปนสาหรบั การทางานของรางกาย ไขมนั ยังมีหนาท่ใี นการลาเลียง
และการดูดซึมของวติ ามนิ ชนิดที่ละลายในไขมันไดแก วิตามนิ เอ, วติ ามินอี และวิตามินเค รวมทั้งแคโรทีนอยดดวย
ในบางกรณไี ขมันจากอาหารยงั เปนวิตามินอี เชน นา้ มันถ่วั เหลืองเปนแหลงสาคญั ของวติ ามินอี
235
โครงสรำงทำงเคมขี องไขมนั
ไขมันประกอบไปดวยธาตุหลัก 3 ชนิด ไดแก คารบอน ไฮโดรเจน และ ออกซิเจน เชนเดียวกบั โปรตีนและ
คารโบไฮเดรต อยางไรก็ตามไขมนั มอี งคประกอบเปนคารบอนและไฮโดรเจนแตมีออกซเิ จนนอย ดังนน้ั ไขมันจงึ ให
พลงั งานมากถงึ 9 แคลอรีตอ 1 กรัม ในทางเทคนคิ นนั้ ควรจะกลาวถึงไขมันในลกั ษณะที่เปนพหพู จนเน่อื งจากไขมัน
มหี ลายชนิด โดยไขมนั จะประกอบขึ้นดวยกรดไขมัน (Fatty acids) ชนิดตางๆทม่ี ลี ักษณะทางกายภาพและมีผลตอ
รางกายแตกตางกันไป ไขมนั ยงั สามารถแบงตามการมพี นั ธะคูของคารบอนอะตอมภายในกรดไขมันไดแก
1. กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated fatty acids) ซึ่งไมมีพนั ธะคูระหวางอะตอมของคารบอน ปกติพบไดในไขมัน
จากสมองสัตวหรือเครื่องในสัตว สตู รโครงสรางจะมพี ันธะ (bond) ทเ่ี ปนพันธะเด่ียวยดึ ตอระหวาง C เขาดวยกนั
และแตละ C จะมี H 2 อะตอม มาเกาะอยตู ลอดเวลา (-CH 2 – CH 2 -) จะเปลย่ี นแปลงยาก ไดแก Butyric
acid , Acetic acid , Palmitic acid , Stearic acid , Arachidonic acid
2.กรดไขมันไมอิ่มตัว (Unsaturated fatty acids) ซึ่งมีพันธะคู พบไดในไขมนั พืช สูตรโครงสรางจะมีพันธะ
(bond) ทเี่ ปนพันธะคู ยดึ ตอระหวาง C เขาดวยกนั อยางนอย 1 พนั ธะ (- CH 2 -CH=CH- CH 2 - )ทง้ั นี้
เพราะ H ถูกขจัดออกจากโมเลกลุ ทาใหกรดไขมันอยูในสภาพ free radical ตรงตาแหนงของพันธะคู ซึ่ง
ปฏิกริ ิยานจ้ี ะถกู กระตนุ หรือเรงโดยพวกแรธาตุในบรรยากาศทมี่ ีออกซิเจนอยูดวย ถาอาหารนัน้ ไมไดเตมิ สารปองกนั
การหืน ทาใหกรดไขมนั เปล่ียนแปลงได ไดแก Oleic acid , Linolenic acid
3. การยอยสลายของกลุมไขมนั
โดยไขมนั พืชและไขมนั จากสตั วที่ใชในการเสรมิ ในอาหารสัตวจะมีดวยกันsหลากหลายชนิดดงั นี้
น้ามนั มะกอก เปนน้ามนั ท่ีมีกรดไขมันไมอ่ิมตวั มากท่สี ุด ซึ่งจะชวยลดคอเลสเตอรอลชนิดไมดใี นรางกาย อกี ท้ัง
ยังมีสารตานอนมุ ลู อิสระ มีวติ ามินเอ เบตาแคโรทนี ท่ีจะชวยใหผวิ หนงั มคี วามยดื หยนุ ลดรอยเหย่ี วยนได น้ามัน
มะกอกมจี ดุ เกดิ ควันตา่ (หมายถงึ เกิดควนั ไดงาย) จงึ ไมเหมาะกบั การปรุงอาหารทีต่ องใชความรอน นยิ มนามาทา
เปนน้าสลดั หรอื เปนสวนประกอบของน้าสลัด ขอเสยี เพียงอยางเดยี วคือมีราคาแพงและมกี ลิ่นคอนขางฉุน
น้ามันถว่ั เหลือง,นา้ มันเมล็ดทานตะวัน,น้ามันขาวโพด มีกรดไขมันไมอิ่มตัวในระดับปานกลาง ไมเปนไขท่ี
อุณหภูมติ ่า แตถาผานความรอนอุณหภมู ิสงู มากจะเกดิ อนุมูลอสิ ระไดงาย จึงเหมาะกับการปรุงอาหารท่ีใชความรอน
ปานกลาง เชน การผดั หรืออาจนามาทานา้ สลัด และมาการีน
น้ามันปาลม เปนน้ามันพชื อีกชนิดหน่ึงท่มี บี ทบาทใน วงการอาหารบานเรามากขึน้ จดุ ขายท่ีใชในการโฆษณาคือ
ไมมีกลน่ิ หนื และทอดไดกรอบ เนื่องจากมกี รดไขมันท่มี ีความอ่ิมตวั มากกวานา้ มันพืชชนิดอื่นทกี่ ลาวมา แลวทาให
นา้ มนั ปาลมมีกล่ินหนื ยากกวา และยังไมเกดิ ควันเมอ่ื ผัด หรอื ทอดอาหารท่อี ณุ หภมู สิ ูง มีราคาถูกจงึ เปนทน่ี ิยมใชใน
ธรุ กจิ อาหาร แตดวยความท่มี กี รดไขมนั อ่มิ ตวั สงู และมีกรดไลโนอกี ต่ากวาน้ามนั พชื ชนดิ อืน่ ๆจงึ ทาใหคอเลสเตอรอล
สูงได
น้ามันกระบกหรอื ไขกระบก เปนพืชทองถ่ิน สามารถพบไดในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตรวมทงั้ ประเทศไทย
กระบกเปนไมเนือ้ เมลด็ กระบกจะมเี ปลอื กแขง็ หุมภายในเน้อื ในเมลด็ สามารถนามาบริโภคได มีการนาเมล็ดกระบก
มาสกดั น้า มันเพ่ือนาไปใชทดแทนน้ามัน นา้ มันกระบกประกอบดวยกรดไขมันสายยาวปานกลาง (medium-chain
fatty acids, MCFAs)ไดแก กรดไขมนั ลอรกิ และไมรสี ตกิ มีปรมิ าณ 420 กรมั ตอกโิ ลกรัม และ 464 กรมั ตอกิโลกรมั
ตามลาดับ
น้ามนั สัตว เชน น้ามันหมูจะมีองคประกอบสวนใหญเปนกรดไขมนั อม่ิ ตัวซึง่ มคี ุณสมบัตเิ ปนไขไดงายเม่อื อากาศ
เย็น ไขมันสัตวมีกลิ่นเหม็นหืนไดงายเมอ่ื ท้ิงไวที่อุณหภมู ิธรรมดา ไขมันจากสตั วนอกจากมีไขมันอ่ิมตัวแลวยังมี
236
โคเลสเตอรอลอกี ดวย การกนิ ไขมันสตั วมากอาจจะทาใหระดับโคเลสเตอรอลในเลอื ดสูงข้นึ ซ่งึ เปนปจจัยเสี่ยงสาคัญ
ตอการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ผทู ่มี ไี ขมนั ในเลือดสูงควรหลกี เล่ยี งการใชนา้ มันมะพราว เน่ืองจากมีไขมนั อ่ิมตวั ใน
ปริมาณมากเชนกั
กำรเสริมไขมันจำกพืชตอสมรรถนะกำรผลติ สัตวป์ ก
1. ผลกำรเสริมไขมนั จำกพชื ตอกำรกินไดและอัตรำกำรเจริญเติมโต
จากตารางท่ี 1 การศึกษาของ ศศิพนั ธ และคณะ. (2552) ไดศึกษาผลการเสรมิ ไขมันจากพืชตอการกนิ ไดและ
อัตราการเจริญเติมโตของไกเน้ืออารเบอร เอเคอรส พบวาในกลุมที่เสริมไขววั น้ามันถ่ัวเหลอื ง และไขกระบก
ปรมิ าณการกนิ อาหารตอวนั ไกที่ไดรบั นา้ มนั ถั่วเหลืองมีคาต่าที่สดุ สวนไขกระบกมคี าสูงทีส่ ุด การทก่ี ลุมที่เสริมนา้ มัน
ถั่วเหลืองมีการกินอาหารนอยอาจเปนไปไดวา ในน้ามันถั่วเหลืองมีปริมาณกรดไขมันไมอ่ิมตัวสูง อัตราการ
เจริญเติบโตตอวันของไกเน้ือไมมีความแตกตางกัน ประสทิ ธิภาพการใหอาหารของไกเน้ือทไี่ ดรับไขวัว นา้ มันถั่ว
เหลือง และไขกระบก กลุมไกเนือ้ ที่รับน้ามันถว่ั เหลอื งมปี ระสทิ ธิภาพการใชอาหารระหวางไขวันและไขกระบกไม
แตกตางกัน
และการศกึ ษาของ ศรสี ดุ า และคณะ. (2560) ไดศกึ ษาผลการเสริมไขมันจากพชื ในอาหารไกเน้ือสายพันธุคอปป
500 พบวาในกลุมท่ีเสริมน้ามันปาลม น้ามันถว่ั เหลือง และน้ามันกระบก ปรมิ าณอาหารท่กี นิ น้าหนักตวั และน้าหนกั
ตัวท่ีเพ่ิมข้ึนของกลุมทดลองมีความแตกตางกันจะเห็นไดวาในไกเน้ือกลุมท่ีเสริมน้ามันกระบกจะมีคาสูงท่ีสุด
รองลงมาจะเปนนา้ มนั ถ่วั เหลืองและนา้ มันปาลม และจะเหน็ ไดวาคา อตั ราการเปลยี่ นอาหาร ของกลุมทเ่ี สรมิ น้ามัน
กระบกจะมคี าท่ีสูงรองลงมาคือกลมุ ทีเ่ สริมนา้ มันถ่ัวเหลืองและนา้ มันปาลม Islam et al. (2017) รายงานวา การ
เสรมิ นา้ มันถ่วั เหลอื งและน้ามันปาลมในไกเนื้อทรี่ ะดับ 2% ทาใหปรมิ าณการกนิ ไดลดลง แตทาใหนา้ หนักตวั ตลอก
การทดลองเพ่ิมขึ้นในขณะเดยี วกนั ปรมิ าณ อัตราการเปลย่ี นอาหาร ลดลงเมื่อเสริมน้ามันปาลมทรี่ ะดบั 2% และ
Khatun et al. (2018) ไดศึกษาการเสรมิ แหลงน้ามนั ตางๆในอาหาร ตอประสทิ ธภิ าพของลูกไกเนือ้ ไกตวั ผูอายุ 144
วนั สายพันธุ Cobb-500 ในอายุ 1–21 วนั และอายุ 22–42 วัน จะเห็นไดวาการเพ่มิ ของน้าหนกั ตัวของไกเนื้อ
เพิม่ ขน้ึ และ อัตราการเปลย่ี นอาหารจะลดลงที่ 1–21 วันโดยการเสริมนา้ มนั ดอกทานตะวันเพม่ิ ขึน้ เม่อื เทียบกับกลุม
ท่เี สรมิ น้ามนั ปาลม พบนา้ หนกั ตัวทเี่ พิม่ ขนึ้ สูงขึ้น และประสทิ ธิภาพการกินอาหารท่เี หนอื กวา (1.51) ในไกเน้ือท่เี ลย้ี ง
ดวยอาหารทเ่ี สริม (ปาลม2%กบั น้ามันดอกทานตะวัน4% ) ท่ี 1–21 วนั อยางไรกต็ าม ไมพบความแตกตางระหวาง
การกลมุ ทีเ่ สริม ปาลม 4%+น้ามนั ดอกทานตะวัน 2%กบั น้ามนั ดอกทานตะวัน6% การเสรมิ แหลงน้ามันในอาหารไม
มีผลตอปรมิ าณอาหารของไก และพบ นา้ หนกั ตวั ท่เี พิม่ ข้ึนในไกท่ีเล้ยี งดวย น้ามันปาลม และ นา้ มันดอกทานตะวนั
ที่แตกตางกัน และน้ามันปาลมกบั น้ามนั ดอกทานตะวัน เพยี งอยางเดียว
237
ตำรำงที่ 1 การเสริมไขมนั จากพชื ตอการกนิ ไดและอตั ราการเจรญิ เติมโต
แหลงไขมนั (%) ปริมาณอาหารที่ นา้ หนกั ตวั BWG ADG FCR ชนิด อางองิ
กิน ตลอดการ (kg/kg) ไก
(g/bird) ทดลอง
ไขววั 0.13 45.43 654.67 - 22.42 2.08 ไก ศศิพนั ธ
นา้ มนั ถว่ั เหลอื ง 41.75 647.00 - 22.96 1.97 เน้อื และ
2.72 46.62 659.60 - 22.96 2.07 คณะ.
ไขกระบก 3.00 (2552)
นา้ มันปาลม 5467 3040b 2994b - 1.825a ไก ศรสี ดุ า
1-14วนั 3.50 เนื้อ และ
15-35วัน4.60 คณะ
36-42วนั 5.00 3087b 3041b - 1.834a (2560)
นา้ มนั ถว่ั เหลือง 5577
1-14วนั 3.60
15-35วัน 4.60
36-42วนั 5.00
นา้ มนั กระบก 5667 3293a 3248a - 1.744 ไกเน้ือ ศรสี ุดา
1-14 วนั 3.90 และคณะ
15-35 วัน 5.00 b (2560)
36-42 วนั 5.0
กลมุ ควบคมุ 1042.19c 1647.067a - - 1.67b ไกเนอ้ื Islam
นา้ มันถ่วั เหลอื ง 2% 1010.43b 1703.53b - - 1.67b et al.
นา้ มนั ปาลม 2% 990.59a 1703.53c - - 1.59a (2017)
1-21วนั 672.02b 633.96b - ไกเนอ้ื Khatu
710.52ab 670.91a - n
ปาลม 6% 1069.73 1.68a
1.59b et al
ปาลม 4%+นา้ มัน 1065.19 b (2018)
1.51b
ดอกทานตะวัน 2% 736.82a -
ปาลม 2%+นา้ มัน 1049.92
697.12a
ดอกทานตะวัน 4% 728.11a - 1.54b
นา้ มันดอก 1058.53 690.03a
ทานตะวนั 6%
22-42วัน 2126.83b 1454.82 -
ปาลม 6% 2530.71 2218.13ab 1507.61 - 1.74
1.70
ปาลม 4%+น้ามนั ดอก 2560.51
1.65
ทานตะวนั 2% 2281.65a 1544.84 -
1.64
ปาลม 2%+น้ามนั ดอก 2551.21
ทานตะวนั 4% 2277.65a 1549.34 -
น้ามนั ดอกทานตะวนั 6% 2541.47
หมำยเหต:ุ a-c อักษรท่แี สดงความแตกตางอยางมีนัยสาคญั ทางสถิติ (P<0.05)
238
2. กำรเสริมไขมนั จำกพชื ตอคณุ ภำพซำก
ผลการศึกษาของแหลงไขมนั ไขววั น้ามันถั่วเหลืองและไขกระบกท่เี สริมในอาหารไกเนือ้ อารเบอร เอเคอรส
พบวานา้ หนกั เน้ืออก เน้ือตนขา หัวใจ มาม และกนึ๋ ไมพบความแตกตาง แตจะมกี ารสะสมไขมันชองทองในกลมุ ที่
เสรมิ น้ามนั ถ่วั เหลอื งท่ีต่ากวากลมุ ทีเ่ สริมไขวัวและไขกระบก การยอยไดของไขมนั ในกลุมไขวัวมคี าต่ากวากลมุ นา้ มัน
ถั่วเหลอื งและไขกระบก แตนา้ หนกั ตับและลาไสเล็กและลาไสใหญในกลุมนา้ มนั ถั่วมีความแตกตางกันกับกลมุ ทีเ่ สริม
ไขวัวและไขกระบก ตามท่ีแสองใน ตารางที่ 2 (ศศิพันธ และคณะ, 2552) สอดคลองการศึกษาของ ศรีสุดา และ
คณะ(2560) พบวาผลของการเสรมิ แหลงไขมันขงิ กลุมที่เสริมน้ามนั ปาลม น้ามันถั่วเหลืองและนา้ มันกระบก ใน
อาหารไกเน้ือสายพันธุคอปป 500 ตอคุณภาพซาก พบวาไกเนื้อกลุมท่เี สริมน้ามันกระบกมีเปอรเซ็นตซากที่ดี
รองลงมาไดแกกลมุ เสรมิ น้ามันถั่วเหลอื งและกลุมท่ีเสริมนา้ มนั ปาลม และกลุมท่ีเสริมน้ามันกระบกมเี ปอรเซ็นตเนอื้
อก เน้ือตนขามากที่สุดแตไมแตกตางกนั ระหวางกลมุ ท่ีเสริมน้ามันถัว่ เหลืองและกลมุ ท่ีเสริมน้ามันปาลม และกลมุ ท่ี
เสรมิ นา้ มันกระบก และการศกึ ษาของ MM Islamet al. (2017) พบวาผลการศกึ ษาของแหลงไขมันตอลักษณะซาก
ท่ีเสริมแหลงไขมันที่แตกตางกนั ของการใหอาหารไกเนือ้ กลุมควบคุม กลมุ นา้ มันถั่วเหลืองและกลมุ นา้ มันปาลม
เปอรเซน็ ตซาก เปอรเซน็ ตเนื้อตนขา เปอรเซน็ ตเนอ้ื นอง เปอรเซน็ ตเทา เปอรเซ็นตคอ น้าหนักเนื้อปก เปอรเซ็น
หนกั เน้ือนองมีความแตกตางกนั ในกลมุ ควบคมุ จะเห็นวากลุมท่ีเสริมแหลงไขมันจากพืชจะมีเปอรเซ็นตซากที่ดีกวา
กลุมทไี่ มเสริมแหลงไขมันจากพชื หรือเสริมแหลงไขมนั จากสัตว และจะพบวาเปอรเซ็นตเน้ือหนาอก เปอรเซน็ ตกึ๋น
เปอรเซน็ ตนา้ หนักผิวหนัง และเปอรเซ็นตไขมนั หนาทองในกลมุ ทเี่ สริมแหลงไขมนั จากพืชไมพบความแตกตางกับ
กลุมควบคุมอาจเปนเพราะวาไขมนั สตั วประกอบดวยกรดไขมนั อ่ิมตวั และไขมันจากพืชมกี รดไขมันไมอ่มิ ตวั จึงไมพบ
ความแตกตางของกลุมท่ีเสริมแหลงไขมันจากพืช
239
ตำรำงที่ 2 การเสรมิ ไขมันจากพืชตอคณุ ภาพซาก
แหลงไขมัน เปอร หนาอก ตนขา เนื้อนอง ไขมนั ตับ ลาไสเลก็ สาไสใหญ ชนดิ ไก อางอิง
(cm) (cm) ไกเนอื้
เซ็นตซาก(%) หนาทอง ไกเนอ้ื ศศิพนั ธ และ
16.59 2.54 ไกเนอื้ คณะ. (2552)
ไขววั - 10.17 5.79 - 1.19ab 0.75 20.38 3.43
น้ามนั ถว่ั เหลอื ง - 8.75 5.29 - 0.94b 0.75 18.97 2.75 ศรีสดุ า และ
1.38a 0.69 คณะ. (2560)
ไขกระบก - 10.19 6.03 - - -
- - Islam et al.
น้ามนั 84.84b 24.29 10.08 12.37 1.74 1.86 - - (2017)
84.93b
ปาลม น้ามนั ถั่วเหลือง 23.38 10.09 12.28 1.69 1.94 - -
85.74a 24.33 9.90 12.04 1.70 1.75 - -
น้ามันกระบก - -
กลมุ 60.28a 15.08 8.28 5.87a 2.83 2.57
63.74c 14.84 8.550 6.40a 2.56 2.42
ควบคุมน้ามนั ถ่ัวเหลือง 62.16b 14.60 8.71 7.24b 2.28 2.68
น้ามันปาลม
(ตอ)
แหลงไขมัน หวั ใจ มาม กน๋ึ ปก เทา Edible คอ ผวิ หนัง ลาไส(cm) ชนิดไก อางอิง
meat
ไขวัว 2.84ab 0.13 3.01 - - - - - - ไกเน้ือ ศศพิ นั ธ และ
น้ามนั ถ่วั เหลอื ง 3.22a 0.12 3.06 - - - -
2.38b 0.12 2.54 - - -- คณะ. (2552)
ไขกระบก -- --
น้ามันปาลม 0.53 0.18 1.43 7.27 3.28 54.00 - - 142.17 ไกเนื้อ ศรสี ดุ า และ
น้ามันถว่ั เหลือง 0.51 0.14 1.35 7.25 3.26 53.01 - - 143.50 คณะ. (2560)
น้ามนั กระบก 0.50 0.09 1.41 7.22 3.26 53.48 - - 148.67
กลมุ ควบคมุ - - 3.38 3.30a - - 2.64 7.78 - ไกเน้อื Islam et al.
น้ามนั ถว่ั เหลอื ง - - 2.85 3.44a - - 2.88
4.12b - 7.52 - (2017)
น้ามันปาลม - - 3.11 - 2.84 7.11 -
หมำยเหต:ุ a-c อกั ษรทแี่ สดงความแตกตางอยางมีนยั สาคญั ทางสถติ ิ (P<0.05)
240
3. กำรเสริมไขมนั จำกพืชตอคณุ ภำพไข
Zhang et al. (2014) ศึกษาผลของการใชแหลงไขมนั พบวาไขกระดูก 5 เปอรเซน็ ต ไขกระดูก 3 เปอรเซน็ ต +
นา้ มันมะกอก 2 เปอรเซ็นตและนา้ มันมะกอก 5 เปอรเซ็นต ไมสงผลตอผลผลิตไขในสัปดาหที่ 0 แตในสัปดาหที่ 4
ผลผลติ ไขเพ่ิมขน้ึ และไมพบความแตกตางและในกลุมเสริม ไขกระดกู 3 เปอรเซ็นต + น้ามนั มะกอก 2 เปอรเซ็นต
แตจะมีผลผลิตไขท่ดี ีกวา ไขกระดูก 5 เปอรเซน็ ต และน้ามันมะกอก 5 เปอรเซ็นต นา้ หนกั ไขในการกลุมไขกระดกู 5
เปอรเซ็นต จะดีกวาน้าหนักไขในกลุมท่ีเสริมไขกระดูก 3 เปอรเซ็นต + น้ามันมะกอก 2 เปอรเซ็นตและ นา้ มัน
มะกอก 5 เปอรเซ็นต เมือ่ เปรยี บเทยี บกลุมท่เี สริม ไขกระดกู 3 เปอรเซ็นต นอกจากน้ีการเสริมนา้ มนั มะกอก 5% ยงั
เพ่มิ หนอยสี่ไขแดงเมอ่ื เทียบกับกลุมกลุมทเ่ี สริมไขกระดูก 3 เปอรเซ็นต ในที่สัปดาห 4 และดชั นไี ขแดงไมไดรับ
ผลกระทบจากการเสรมิ แหลงไขมันจากพชื Ceylan et al. (2011) ศกึ ษาผลของการใชไขมนั พชื ตอน้าหนักไขพบวา
กลุมที่เสริม น้ามันดอกทานตะวัน น้ามนั ปลานา้ มนั ลนิ สีดและน้ามันเรพซดี ในปรมิ าณทเ่ี สริมระดบั 1.5 เปอรเซน็ ต
และระดบั 3.0 เปอรเซ็นต พบวากลุมทเ่ี สริมกลุมท่เี สรมิ น้ามนั ดอกทานตะวัน น้ามนั ปลานา้ มันลินสีดและน้ามันเร
พซดี ในปริมาณ 3.0 เปอรเซ็นต มีนา้ หนกั ไข ไขแดง และHough units ไมแตกตางกันกบั กลมุ ท่กี ลุมท่ีเสรมิ น้ามัน
ดอกทานตะวนั นา้ มนั ปลาน้ามนั ลนิ สีดและนา้ มันเรพซดี ในปรมิ าณทีเ่ สริมระดับ 1.5เปอรเซน็ ต และพบวาผลผลิตไข
Spots yolk or albumenและเปลือกไข มีความแตกตางกัน จะเห็นไดวากลุมท่ีเสริมไขมันพืชที่ระดับ 3.0
เปอรเซ็นต จะดีกวากลมุ ทเ่ี สรมิ ท่ีระดบั 1.5 เปอรเซน็ ต และไขแดงเพ่ิมสงู ขน้ึ ในไกไขโดยมรี ะดบั ที่เสรมิ ไขมนั จากพืช
เสรมิ ทร่ี ะดบั 3 เปอรเซน็ ตแตไมมีความแตกตางกนั ของกลมุ ที่เสริม นา้ มันดอกทานตะวนั น้ามนั ปลาน้ามันลินสดี และ
นา้ มนั เรพซดี
241
ตำรำงที่ 3 การเสรมิ ไขมนั จากพชื ตอคณุ ภาพไข
Tratments% Laying rates % Egg weight Yolk Shell Egg yolk Yolk Yolk Hough ชนดิ ไก อางองิ
(g) (%) (%) index Diameter(cm) height(cm) units
Control ไกไข Zhang
0 week
4 week 82.15 52.95 9.51 0.33 0.47 3.76 1.76 105.67 et al.
OLO2 82.18 56.94 9.60b 0.31b 0.44 3.96 1.75 112.31
0 week (2014)
4 week
OLO5 82.34 52.29 9.49 0.32 0.46 3.80 1.73 104.52
0 week 9.76ab 0.35a 0.45
4 week 86.91 57.52 3.98 1.77 112.79
SO, 1.5
83.27 53.20 9.68 0.31 0.47 3.75 1.74 101.91
SO, 3.0 86.84 57.46 9.80a 0.36a 0.45 3.91 1.75 112.95
FO, 1.5 88.58 60.40 16.67 24.90 - - - 81.98 ไกไข Ceylan
FO, 3.0 86.51 60.32 34.72 25.33 - - - 80.13 et al
(2011)
86.12 60.09 22.22 24.62 - - - 80.05
86.91 60.07 30.56 24.82 - - - 80.27
หมำยเหตุ a-c อกั ษรทแี่ สดงความแตกตางอยางมนี ยั สาคญั ทางสถติ ิ (P<0.05) Control (อาหารควบคุม, 5% ไขกระดกู ), OLO2 (ไข 3% + น้ามนั มะกอก 2%) และ OLO5 (นา้ มนั
มะกอก5%)SO-น้ามนั ดอกทานตะวนั , FO-น้ามันปลา, LO-น้ามันลนิ สดี , RO-น้ามันเรพซี
242
ตำรำงที่ 3 การเสรมิ ไขมนั จากพืชตอคณุ ภาพไข (ตอ)
Tratments% Laying rates % Egg weight (g) Yolk% Shell (%) Hough ชนดิ ไก อางองิ
units
LO, 1.5 89.19 60.55 27.78 24.88 79.56 ไกไข Ceylan
LO, 3.0 86.12 61.55 23.61 24.48 79.33 et al
RO, 1.5 89.59 60.21 29.17 25.25 79.00 (2011)
RO, 3.0 83.79 61.00 38.89 24.81 81.09
แหลงไชมัน
SO 87.55 60.36 25.69 25.12 81.05
FO 86.52 60.08 26.39 24.72 80.16
FLO 87.65 60.83 25.69 24.68 79.44
RO 86.69 60.61 34.03 25.03 80.04
Inclusion level%
1.5 88.37 60.21 24.91 80.14
3.0 85.84 60.72 23.96b 24.86 80.20
31.94a
Fat sources
Inclusion level 0.32 0.29 0.27 0.59 0.34
หมำยเหตุ : a-c อักษรท่แี สดงความแตกตางอยางมีนัยสาคญั ทางสถติ ิ (P<0.05)Control (อาหารควบคุม, 5% ไขกระดูก), OLO2 (ไข 3% + น้ามนั มะกอก 2%) และ OLO5 (น้ามัน
มะกอก5%)SO-น้ามันดอกทานตะวนั , FO-น้ามนั ปลา, LO-น้ามันลนิ สีด, RO-น้ามันเรพซี
243
สรุปผล
การเสริมไขมันจากพืชในอาหารสัตวปกไมมีผลตอการกินไดแตทาใหน้าหนักตลอดการทดลองเพิ่มสูงข้ึนใน
ขณะเดียวกันปริมาณ อัตราการเปล่ยี นอาหารลดลงและสงผลตอไขมนั หนาอกของไกเนอ้ื ท่ลี ดลงเม่ือเทยี บกบั การ
เสรมิ ไขมนั จากสตั วและทาใหไขแดงเพม่ิ สูงข้นึ ในไกไขโดยมรี ะดับท่ีแนะนาในการเสรมิ ไขมนั จากพืชเสริมที่ระดบั 2-
3 เปอรเซน็ ต
244
เอกสำรอำงองิ
ประภาพร พ่งึ พระ. 2520. การสกัดและวเิ คราะหไขมันหรือน้ามนั จากเมล็ดกระบก.วทิ ยานิพนธวิทยาศาสตร.
มหาบัณฑิต.มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม. เชียงใหม. 48. หนา แหลงท่ีมา : http://cmuir.cmu.ac.th/ สืบคน
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพนั ธพ.ศ. 2565
วีรัช วงสวาห. 2561. อาหารสัตว. โรงเรียนพุธไธสง. แหลงที่มา : https://sites.google.com/ สืบคนเมื่อวนั ท่ี 10
กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2565
ศรีสุดา ศิริเหลาไพศาล พงศธร กุนัน ไพวลั ย ปญญาแกวและธัชเวชช กิมประสิทธ์.ิ 2560. ผลของแหลงไขมัน ตอ
สมรรถภาพการเจริญเติ บโต คอเ ลสเตอรอลในเลือด และคาโลหิตวิทย าในไกเน้ือ . คณะ
ทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อ.พงั โคน จ.สกลนคร
47160. แหลงทีม่ า: https://shorturl.asia/uALpD สบื คนเม่ือวันท่ี 10 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2565
ศศิพันธ วงศสุทธาวาส เฉลิมพล เยอ้ื งกลาง พเิ ชษฐ เทบารุง ไกรสทิ ธิ วสุเพญ็ ชเวง สารคลอง ไพวลั ย ศรีนานวล
และ แอนตอน ซี เบเนน. 2552. ผลของแหลงไขมันตอสมรรถภาพการเจริญเตบิ โต การยอยไดของโภชนะ
และสวนประกอบ ของซากไกเน้ือ. แกนเกษตร 37 : 37-42. แหลงท่ีมา: https://li01-ohno.tci-
thaijo.org สืบคนเมอื่ วันท่ี 10 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2565
Ayed H.B. H. Attia and M. Ennouri. 2015. Effect of oil supplemented diet on growth performance
and meat quality of broiler chickens. Advanced Techniques in Biology & Medicine 4(1):
1-5. https://doi:10.4172/2379-1764.1000156
Islam M.M. and M. C. Sumy. 2017. Effects of vegetable oil supplementation on growth performance
and carcass characteristics in broilers. Bangladesh Journal of Veterinary and Animal
Sciences, 5 (2): 11-16 https://doi:10.13140/RG.2.2.18127.94888
Mohammadreza Poorghasemi Alireza Seidavi Ali Ahmad Alaw Qotbi Vito Laudadio and Vincenzo
Tufarelli1. Influence of Dietary Fat Source on Growth Performance Responses and Carcass
Traits of Broiler Chicks. Asian-Australas J Anim Sci. 2013 May; 26(5): 705–710. doi:
10.5713/ajas.2012.12633
J. Khatun T. C. Loh H. Akit H. L. Foo and R. Mohamad. 2018. Influence of different sources of oil
on performance, meat quality, gut morphology, ileal digestibility and serum lipid
profile in broilers. Journal of Applied Animal Research, 46:1, 479-485,
DOI:.1080/09712119.2017.1337580
N. Ceylan I. Ciftçi C. Mızrak Z. Kahraman and H. Efil. Influence of different dietary oil sources on
performance and fatty acid profile of egg yolk in laying hens. Journal of Animal and Feed
Sciences, 20, 2011, 71–83 . https://doi.org/10.22358/jafs/66159/2011
Z.F. Zhang and I.H. Kim. 2014. Effects of dietary olive oil on egg quality, serum cholesterol
characteristics, and yolk fatty acid concentrations in laying hens. Journal of Applied Animal
Research, 42:2, 233-237, https://doi:10.1080/09712119.2013.842480
Thomas, Alfred (2002). "Fats and Fatty Oils". Ullmann's Encyclopedia of Industrial Chemistry.
Weinheim: Wiley-VCH. https://doi:10.1002/14356007.a10_173
Dand, Robin (1999). The International Cocoa Trade. Woodhead Publishing. p. 169.
ISBN 1-85573-434-6.
Saroj, Parwez. The Pearson Guide to the B.Sc. (Nursing) Entrance Examination. Pearson Education
India.p. 109. ISBN 81-317-1338-5
245
The Association of American Feed -Control Officials (AAFCO). Available from :
https://www.aafco.org/ (15, Feruary 2022).
National Research Council. 1994. Nutrient Requirements of Poultry.9thED. National Academy
Press, Washington,D.C.
Wongsuthavas, S., C. Yuangklang, S. Wittayakun, K. Vasupen, J. Mitchaothai, P. Srenanul and A.C.
Beynen. 2007. Dietary soybean oil, but not krabok oil, diminishes abdominal fat
deposition in broiler chickens. International Journal of Poultry Science6(11)792-795.
https://doi:10.3923/ijps.2007.792.795\
Keren-Zvi, S., 1. Nir, Z. Nitsan, and Cahaner, A. 1990. Effect of dietary concentration of fat and
energy on fat deposition in broilers divergently selected for high or low abdominal
adipose tissue. Br. Poult. Sci. 31: 507-516 https://doi:10.1080/00071669008417282
Mossab, A., J.M. Hallouis, and Lessire, M. 2000. Utilization of soybean oil and tallow in young turkeys
compared with young chickens. Poult. Sci. 79:1326-1331. https://doi:10.1093/ps/79.9.1326