The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Niinaya Majchavet, 2022-02-22 22:58:27

อาจารย์ตัวอย่าง-อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล

หนังสือ E-Book

P a g e | 183

ขั้นท่ี 2 ข้ันเรียนรู้ดว้ ยตนเองของนักเรียน (25 นาที)

ภาพท่ี 7 ข้ันท่ี 2 นักเรียนเรยี รู้ดว้ ยตนเอง ทง้ั รายกลมุ่ และรายบุคคล

นักเรยี นแต่ละกลุ่มแก้ไขปัญหาดว้ ยตนเอง นักเรียนเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติตามสถานการณ์ปัญหาในรูปคำส่ังท่ี
ได้ปรึกษากับสมาชิกกลุ่มตนเองเพื่อหาวิธีการ รวมทั้งความรู้ที่จะสามารถไปใช้ในการแก้ปัญหาแต่ละหัวข้อได้
นักเรียนใช้อุปกรณ์ที่ครูแจกในการหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ในขั้นนี้นักเรียนจะมีอิสระในการคิดและลง
มือจัดกระทำกับสื่อและอุปกรณ์ต่างๆที่ครจู ัดมาให้ตามจินตนาการและการวางแผนการใช้อุปกรณ์เพ่ือสร้างแนวคิด
ของตนเองได้เต็มที่ โดยไม่มคี รูเข้ามาควบคมุ หรอื ชีน้ ำการคดิ ของเขา

ขนั้ ท่ี 3 นำเสนอและอภิปรายทง้ั ชัน้ เรยี น (15 นาท)ี

ภาพที่ 8 ขน้ั ท่ี 3 การอภิปรายแนวคดิ ท่ีเกดิ ขึน้ รว่ มกันทัง้ ชั้นเรยี น

P a g e | 184

ครูใหน้ ักเรยี นนำใบกิจกรรมไปติดบนกระดาน แล้วพิจารณาแนวคดิ ท่นี ักเรยี นใชแ้ ก้สถานการณ์ปัญหาและ
ใหน้ ักเรยี นออกมานำเสนอในส่ิงทน่ี ักเรียนคิดและทำในในกจิ กรรม ระหวา่ งท่ีนกั เรยี นนำเสนอครูแสดงแนวคิดของ
นักเรยี นบนกระดานครกู ระตุ้นนักเรียนด้วยคำถาม โดยครใู หน้ กั เรยี นสั'เกตและรว่ มกนั พจิ ารณาวธิ ีการและแนวคิด
ของเพื่อนกลุ่มอื่นๆแล้วเปรียบเทียบกับแนวคิดของตนเอง ว่ามีจุดใดเหมือนหรือแตกต่าง และวิธีการที่แต่ละกลุ่ม
คดิ นน้ั เปน็ อยา่ งไร

ข้ันท่ี 4 สรุปโดยการเชื่อมโยงแนวคิดของนักเรียน (10 นาที)

ภาพท่ี 9 ขั้นที่ 4 การสรปุ โดยเชอื่ มโยง
แนวคิดทางคณติ ศาสตร์ของนักเรียน

ครูสรปุ ความคิดของของนกั เรียนในประเด็นต่อไปนี้
ความหมายของการหาร วิธีทนี่ ักเรียนใช้ทง้ั หมด วธิ ที ง้ั หมดทน่ี ักเรียนใช้ วธิ ใี ดบา้ งทีน่ กั เรียนคดิ วา่
ง่ายและสะดวกที่สุด กฎการหาร (กฎของตัวหารและคำตอบ) กฎของตัวหารและคำตอบ : ถ้าตัวหารเพิ่มขึ้น
คำตอบจะลดลง ถา้ ตัวหารเพมิ่ ขึน้ 2 เท่า คำตอบก็จะลดลง 2 เทา่ เชน่ กนั
โดยครผู สู้ อนสงั เกตการณ์การทำกจิ กรรมของนักเรยี น แนวคิด ลำดับขัน้ ตอนการทำงานของ
นักเรียนเพื่อนำแนวคิดของนักเรียนมาอภิปรายให้นักเรียนทั้งชั้นได้เรียนรู้ร่วมกัน พร้อมประเมินแนวคิดของ
นักเรยี นไปในตัวด้วย

หลังจากที่ครูดำเนินการสอนครบทั้ง 4 ขั้นตอน ตามวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ได้มีการสะท้อนผลการ
จัดการเรียนรู้ตามแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครูด้วยการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) โดยมีผู้สังเกตการสอน
ครูผู้สอน ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกันสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้เพือ่ หาขอ้ สรุป และผลลัพธ์ท่ี
ไดจ้ ากการสอน เพื่อนำมาปรับปรุงการสอนในครั้งต่อไป

P a g e | 185

ภาพที่ 10 การสะท้อนผลการจัดการ
เรยี นรูร้ ว่ มกนั ในทีมการศึกษาชน้ั เรยี น
ของโรงเรยี นบา้ นคอลอตนั หยง

ท่ีกล่าวมานค้ี ือตัวอยา่ งการทำงานของโรงเรียนทใ่ี ช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรยี นและวิธกี ารแบบเปดิ กรณี
โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษาทีม่ หาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ไดด้ ูแล นเี่ ปน็ เพยี งสว่ นหน่งึ ของการทำงานใน
พนื้ ท่ีจังหวดั ปตั ตานี อนั เปน็ ที่ตง้ั ของ ม.อ. วิทยาเขตแรกของสงขลานครินทร์ ซ่ึงเปน็ สถาบันการศกึ ษาในทอ้ งถ่ินที่
ผปู้ ฏิบตั งิ านพึงสรา้ งประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ให้ไวแ้ กห่ น่วยงาน ทั้งนท้ี ่านทส่ี นใจ สามารถเขา้ ชมวีดทิ ัศน์การพัฒนา
โรงเรียนบา้ นคอลอตนั หยงได้ทล่ี ิงคด์ า้ นล่างน้ี
https://sites.google.com/view/lessonstudy-openapproach-pnpsu/
และนี้คือภาพเกียรติบัตรที่โรงเรียนได้รับหลังจากที่ดำเนินงานมา 2-3 ปี จากเดิมที่ผลการสอบของนักเรียนอยู่รั้ง
ท้ายเสมอๆ แต่เมื่อทางโรงเรียนใช้นวัตกรรมนี้จึงบังเกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นในเกียรติบัตร ที่ส่งผลให้
นักเรียนแสดงผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ และเกิดความภาคภูมิใจแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ได้ดำเนินการพัฒนา
โรงเรยี นด้วยนวัตกรรมการศกึ ษาชัน้ เรยี นและวิธกี ารแบบเปดิ มาอยา่ งตอ่ เนื่อง

ภาพท่ี 11 เกยี รติบัตรแสดงค่าเฉลี่ย O-NET ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ปีการศึกษา 2562 สูงเป็นลำดบั ที่ 2 ของ
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1

P a g e | 186

สรุปความหมายของวิธีการแบบเปิด (Open Approach) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) ใน
บทความนี้หมายถึง กระบวนการในการร่วมกันพัฒนาชั้นเรียนคณิตศาสตร์ด้วยกลุ่มครูและผู้บริหารที่มีความ
ต้องการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Together) เพื่อพัฒนาคุณภาพการคิดของนักเรียนให้เกิดทักษะการคิดขั้นสูง
และมุ่งสร้างวฒั นธรรมในการทำงานของครูไปสู่ความเปน็ ครูมืออาชพี (Professional Teacher)

*******************************************

P a g e | 187

อ้างองิ

ชิน ฮิโตะทสมึ ะทสึ และคณะ (2553). เรยี นคณติ ศาสตร์กบั เพื่อนๆ คณิตศาสตร์สำหรับระดบั ชั้น
ประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษาปีที่ 1 [Study with Your Friend: MATHEMATICS for Elementary
School, 1st grade ] (ไมตรี อินทรป์ ระสิทธ์ิ และอรรค อินทร์ประสทิ ธิ์, แปล). ศนู ยว์ จิ ัยคณิตศาสตร
ศกึ ษา. (ตน้ ฉบับ พมิ พป์ ี ค.ศ. 2005).

ชิน ฮิโตะทสมึ ะทสึ และคณะ (2553). เรียนคณิตศาสตร์กบั เพื่อนๆ คณติ ศาสตรส์ ำหรับระดับชั้น
ประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษาปีที่ 4 [Study with Your Friend: MATHEMATICS for Elementary
School, 4th grade ] (ไมตรี อนิ ทร์ประสิทธ์ิ และอรรค อินทร์ประสิทธ์ิ, แปล). ศนู ยว์ จิ ยั คณิตศาสตร
ศึกษา. (ตน้ ฉบบั พมิ พป์ ี ค.ศ. 2005).

ไมตรี อนิ ทร์ประสิทธิแ์ ละคณะ. (2546). การปฏิรูปกระบวนการเรยี นรวู้ ิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรยี นโดยเนน้
กระบวนการทางคณิตศาสตร์. ขอนแกน่ : ขอนแก่นการพิมพ์

ไมตรี อนิ ทร์ประสิทธิ์. (2557). กระบวนการแกป้ ญั หาในคณติ ศาสตร์ระดับโรงเรียน. ขอนแก่น. ศนู ยว์ จิ ยั
คณติ ศาสตรศกึ ษา.

รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกุล (2559). การพฒั นาครูเป็นครูนกั วิจัย ในบรบิ ทการศึกษาช้ันเรียนและวิธกี ารแบบเปดิ .
วทิ ยานิพนธ์ปริญญาศกึ ษาศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Becker, J. & Shimada, S. (1997). The Open-ended approach: A new proposal for teaching
mathematics. Reston, VA: NCTM.

Fernandez, C., Cannon, J. & Choksi, S. (2003). A U.S.-Japan lesson study collaboration reveals
critical lenses for examining practice. Teaching and Learning Education, 19(2). 171-185.

Inprasitha. M. (1997). Problem Solving: A basis to reform mathematics instruction. Journal of
The National Research Council of Thailand, 29(2), 221-259.

Inprasitha. M. (2004). Movement of lesson study in Thailand. Proceedings of 10th
International Congress on Mathematical Education. pp.53-60. Copenhagen:
Denmark.

Inprasitha. M. (2011). One Feature of Adaptive Lesson Study in Thailand: Designing a Learning
Unit. Journal of Science and Mathematics Education in Southeast Asia, 34(1), 47-66.

Nohda, N. (1984). The Heart of the “Open-Approach” in mathematics teaching. In
T.Kawaguchi (Ed.) Proceedings of the ICMI-JSME Regional Conference on
mathematics Education, JSME Tokyo.

Nohda, N. (1998). Teaching and Learning by “Open-Approach Method” in Mathematics classroom
Activities. Proceedings of the 30th Japan Society for Mathematical Education
Conference. Osaka University of Education.
*****************************************************************

P a g e | 188

ข 2. ข้อมูลสนับสนนุ

ข้อมูลผลงานวจิ ัยในรอบ 5 ปี ผลงานทางวชิ าการ และการพฒั นาสอ่ื การสอน

- ยุวติ า นิสนั คณิตา นจิ จรลั กลุ รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกุล อลสิ รา ชมชื่น อับดุลรอพา สาแล อัจฉรา สัปปพันธ์
และอาหวัง ลา่ นุ้ย. (2562). ผลการใชเ้ กมในการพฒั นาความสามารถในการคูณจำนวนสองหลกั กับจานวนสองหลกั
ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 โครงการประชมุ วชิ าการระดับชาตศิ กึ ษาศาสตรว์ จิ ยั ครัง้ ท6่ี “Innovative
Research and Education beyond the Future ระหว่างวันท่ี 18-19 กรกฏาคม 2562 โรงแรมหรรษาเจบี
หาดใหญ่ จงั หวัดสงขลา หน้า 747-756

- มฮั ยุดดนี สาเมา๊ ะ คณติ า นจิ จรลั กลุ รัชดา เชาวน์เสฎฐกลุ อบั ดุลรอพา สาแล อัจฉรา สปั ปพันธ์ อาหวงั
ล่านุ้ย. (2562). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอาหรบั ด้วยการสอนแบบบทบาทสมมุติของนักเรยี นมัธยมศึกษาช้ัน
ปที ่ี 4 โครงการประชมุ วชิ าการระดับชาติศึกษาศาสตร์วจิ ัย คร้ังท6่ี “Innovative Research and Education
beyond the Future” ระหวา่ งวนั ที่ 18-19 กรกฏาคม 2562 โรงแรมหรรษาเจบี หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หน้า
817-827

- พาดีละ๊ ห์ สามะ คณิตา นจิ จรลั กลุ รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกุล อัจฉรา สัปปพนั ธ์ อับดลุ รอพา สาแล และ อา
หวงั ลา่ นยุ้ . (2562). ผลการสอนแบบรว่ มมือโดยใช้สื่อการสอนแบบสามมิตเิ พ่ือพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ า
ภาษาอาหรับของนักเรียนชนั้ อสิ ลามศึกษาตอนกลาง ปีที่1. โครงการประชุมวชิ าการระดับชาติศกึ ษาศาสตร์วิจยั
คร้ังที่ 6 “Innovative Research and Education beyond the Future” ระหว่างวนั ที่ 18-19 กรกฏาคม
2562 โรมแรมหรรษา เจบี หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หนา้ 1036-1046

- ยุทธกร สืบจักษะและรัชดา เชาวน์เสฏฐก.ุ (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นและความ
พึงพอใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องระบบสมการเชงิ เส้น ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรยี นกำแพง
วทิ ยา โดยใชก้ ารจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) การประชุมวิชาการดา้ นคณติ ศาสตรศกึ ษา
ครัง้ ที่ 6 โดยสมาคมคณิตศาสตรศึกษา “คณิตศาสตร์ระดบั โรงเรยี นแนวใหมใ่ น Digital Era” วนั ที่ 15-17
กุมภาพันธ์ 2563 ณ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี หนา้ 49
- ชนกพร บุญผลกึ และรัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ . (2563). ผลการจัดการเรยี นรู้รปู แบบ SSCS ท่ีมีต่อ
ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องโจทย์ปญั หาทศนยิ มและเศษส่วน ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร.์ โครงการประชมุ วชิ าการระดับชาติศึกษาศาสตรว์ จิ ัย คร้ังท่ี 6
“Moving Towards Innovative, Transformative, and Equitable Education” ระหวา่ งวันที่ 2-3 กรกฎาคม
2563 ณ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี หน้า 326-336.

ผลงานวชิ าการประเภทอ่นื ๆ (ย้อนหลังภายใน 5 ป)ี ไดแ้ ก่ หนงั สอื
- เอกรนิ ทร์ สังข์ทอง, รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล, จริ วัฒน์ ตนั สกลุ และสพุ รรษา สุวรรณาชาตรี. การ
พฒั นากระบวนทัศน์ รูปแบบ และกลไกการพฒั นาครู ในลักษณะเครือขา่ ยเชงิ พน้ื ท่ี 5 พ้นื ที่ กรณศี ึกษาคณะ
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (2563). สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ.

P a g e | 189

- งานวิจัยท่ีกำลังดำเนินการ
- รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล, ธรี ะยุทธ รัชชะ, จิระวฒั น์ ตนั สกุล และ ณรงค์ศกั ด์ิ รอบคอบ. การพัฒนา
รูปแบบการยกระดับผลการจัดการเรยี นรใู้ นโรงเรียนขยายโอกาส: กรณีศกึ ษานวตั กรรมการศึกษาชั้นเรยี น (Les-
son Study) และวธิ ีการแบบเปดิ (Open Approach) งบประมาณจาก วช. ต่อเน่ืองปี 2562-2563

- รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ , วรลักษณ์ ชูกำเนิด, อลสิ รา ชมชน่ื . ชมุ ชนการเรยี นร้พู ัฒนาหลักสตู รฐาน
สมรรถนะคณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั ของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 กรณศี กึ ษาสถานศกึ ษานำร่องพน้ื ท่นี วตั กรรม
จังหวัดปตั ตานี (รบั ทุนคณะศึกษาศาสตร์ 2564-2565)

- อลิสรา ชมช่นื , รัชดา เชาวน์เสฏฐกลุ ,จารึก อรรถสงเคราะห์, นพรัฐ เสน่ห์. การพฒั นานวัตกรรม
การเรียนรขู้ องโรงเรียนพนื้ ทนี่ วตั กรรมในจังหวัดปตั ตานีเพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการศึกษาของนักเรยี นโดยใช้
ชุมชนการเรยี นรูท้ างวิชาชพี และชมุ ชนนักปฏบิ ตั ิ (Professional learning community : PLC) ภายใต้
โครงการวิจัย การพัฒนากลไกความร่วมมือในการขบั เคลื่อนพ้ืนท่นี วัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือยกระดบั คณุ ภาพ
การศึกษาด้วยนวัตกรรมการบรหิ ารและการจัดการเรียนรู้ของโรงเรยี นในจงั หวดั ปัตตานี (Pattani Sandbox) ตาม
โครงการริเรมิ่ สำคัญ (Flagship Project) ปีงบประมาณ 2564 ของ บพท.

ขอ้ มูลนวตั กรรมทางการสอนทส่ี ำคญั ซึ่งอย่ใู นขัน้ กำลังพฒั นา ไดแ้ ก่
แผนการจัดการเรียนรูด้ ้วยวิธีการแบบเปดิ ท่ีเนน้ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์
แผนหน้าเดยี ว และการวางแผนการใชก้ ระดานดำ ดงั ต่อไปนี้

P a g e | 190

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่เี นน้ กระบวนการคณิตศาสตร์

ครงั้ ท่ี 8/80 ของการสอน วนั ท่ี 21 เดอื น กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.2565

ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรยี นบา้ นยา่ นตาขาว

ชื่อผู้รว่ มสร้างแผน

1.นางสาวมทุ ิตา ปราบโรค นักศึกษาฝึกประสบการณ์สอนสาขาวิชาคณิตศาสตร์

2.ดร.รัชดา เชาวนเ์ สฎฐกลุ อาจารย์ประจำสาขาวิชาคณติ ศาสตร์

3.นางสาวกัตตกิ า ราชแสง นักศึกษาฝึกประสบการณ์สอนสาขาวิชาคณติ ศาสตร์

4.นางสาวจรยิ า ทักษิณาวาณิชย์ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์สอนสาขาวชิ าคณิตศาสตร์

5.นางสาวมีมี่ ลีลานนท์ นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์สอนสาขาวิชาคณิตศาสตร์

ชอ่ื ผบู้ นั ทกึ นางสาว..........................

ชอ่ื ผ้สู อน นางสาว.........................

หน่วยการเรียนรู้ เรอื่ ง วงกลมและทรงกลม จำนวน 8 คาบ

กจิ กรรมเร่ือง “เจ้าวงกลมมนั เป็นยังไงนะ” คาบที่ 1/8 จำนวน 1 คาบ ภาคเรยี นท่ี 1/2565

1.มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวัด
1.1 มาตรฐานการเรียนรู้

1.มาตรฐาน ค ๒.๑ อธบิ ายและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณติ สองมติ ิ และสามมิติ
2.มาตรฐาน ค ๖.๑ มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ล การส่อื สาร การสอ่ื ความหมายทาง
คณติ ศาสตร์ และการนำเสนอ การเชอ่ื มโยงความรตู้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่ือมโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตร์อ่นื
ๆ และมีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์
1.2 ตัวช้วี ดั
ค ๒.๑ ป.4/1 รู้ส่วนต่าง ๆ ของวงกลม

2.เปา้ หมายของบทเรยี นระดับหน่วยการเรยี นรูแ้ ละเป้าหมายของบทเรียนในแต่ละคาบในหน่วยการเรียนรู้
เป้าหมายของบทเรียนระดับหนว่ ยการเรียน

1.นักเรียนรจู้ กั รูปวงกลมและทรงกลม
2.รสู้ ว่ นประกอบของวงกลมและทรงกลม
3.รู้วิธีการสรา้ งรูปวงกลม และรู้จกั อุปกรณส์ ำหรบั การสร้างรูปวงกลม
4.สามารถสร้างรูปวงกลมได้ด้วยตัวเอง
5.สามารถนำรูปวงกลมไปเชอ่ื มโยงกบั ชวี ิตประจำวนั ได้

เป้าหมายของบทเรียนในแต่ละคาบในหน่วยการเรียนรนู้ ้ัน
1.สามารถรับรู้ความเปน็ วงกลม
- รบั รู้ได้ว่าความเท่าเทียมของระยะห่างจากเสากับตำแหนง่ การยนื คือ รศั มี

P a g e | 191

- รบั รู้ไดว้ า่ ตำแหนง่ การยนื คือ เส้นรอบวง
- รบั รู้ได้วา่ เสาหรือหลกั คือ จุดศูนย์กลาง
2.ร้สู ว่ นประกอบของวงกลม
3. ขั้นตอนการสรา้ งสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด
3.1 เนื้อหาสาระ(K) ทักษะกระบวนการ(P) และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ที่ต้องการจะเน้นในสถานการณ์
ปญั หาปลายเปิดของหน่วยการเรียนรู้นี้
3.1.1 เนือ้ หาสาระ (Knowledge)
รูปวงกลม ประกอบดว้ ย จดุ ศนู ย์กลาง รัศมี และเสน้ รอบรูปหรอื เส้นรอบวง
จดุ ศนู ย์กลาง คอื เปน็ จดุ ที่อยู่ตรงกลางของวงกลม และห่างจากเส้นรอบวงเท่ากนั ตลอด
รศั มี คอื ส่วนของเส้นตรงจากจดุ ศูนยก์ ลางไปยังเสน้ รอบวง ซ่ึงรัศมแี ตล่ ะเส้นมคี วามยาวเท่ากนั
เส้นรอบวง คอื ความยาวโดยรอบของวงกลม
3.1.2 ทกั ษะกระบวนการ (Process) ทางคณิตศาสตร์
1. การแกป้ ัญหา สามารถแก้ปัญหาในการเล่นเกม โดยทม่ี ีความคิดหาวธิ ีในการยังไงให้ทุกคนมโี อกาสใน
การโยนหว่ งเท่า ๆ กันทุกคน
2. การเช่อื มโยง สามารถนำความรูเ้ รอ่ื งวงกลมมาใช้ในการแกป้ ัญหาได้ และมองเหน็ ว่าการยนื เป็นวงกลม
มีความยุตธิ รรมในการโยนหว่ งมากท่ีสดุ
3. การให้เหตุผลในกระบวนการหรอื วิธีการแก้ปัญหาในการเล่นเกมได้ บอกไดว้ า่ ทำไมจงึ ยนื เป็นวงกลม
และไม่ยืนแบบอนื่
4. การนำเสนอ สามารถแสดงใหเ้ หน็ ถงึ วิธกี ารแก้ปัญหาท่เี ชื่อมโยงกับเร่ืองวงกลมได้ วาดรูปการยืนแบบ
ตา่ งๆได้
5. การสื่อสาร สามารถพดู ได้เพอ่ื สื่อความหมาย อธบิ ายวิธีการแก้ปัญหาในส่วนตา่ งๆได้ บอกได้วา่
ระยะหา่ งของจดุ กลางหรือเสาหลกั ตรงกลางกบั ปลายเท้าเพอ่ื นๆหมายถึงความยาวรศั มี เปน็ ตน้

3.1.3 คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (Attitude)
1. ร้จู กั การสังเกตสง่ิ ต่างๆ ท่ีอยรู่ อบตวั และสามารถนำมาประยุกต์ใชใ้ นการเรยี นได้
2. ยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน
3. มคี วามกล้าแสดงออก
4. มีความสามัคคแี ละร่วมมือกนั ทำงาน
5. มีระเบยี บวนิ ยั ในการอยู่ร่วมกัน และการเรยี นรู้

3.2 คำสำคญั

คำสำคัญ
จดุ ศูนย์กลาง คือ เสาหรือหลักทีน่ กั เรียนยืนล้อมรอบเพื่อโยนหว่ งใหล้ ง
เสน้ รอบวง คอื ตำแหน่งของนกั เรียนที่ยืนลอ้ มรอบเสา
รศั มี คอื ระยะหา่ งของเสากบั ตำแหนง่ การยนื ของนักเรียน

P a g e | 192

ธรรมชาติของความคดิ หรือกระบวนการคดิ ของนกั เรยี น
นกั เรยี นจะมีการยนื ตามตำแหนง่ ที่ตัวเองต้องการ เช่น นกั เรยี นบางคนยืนใกล้เสา และบางคนอาจยืนไกลเสา
สำหรับการยนื ของนักเรียนอาจไม่เป็นในแนวเดยี วกัน
3.3 คำส่ังท่ีชัดเจนและนกั เรียนเข้าใจไดง้ า่ ยๆท่ีสอดคลอ้ งกับสถานการณ์ปญั หา
คาบที่ 1/8
คำส่ัง จะยนื ยงั ไงให้ทุกคนมโี อกาสในการโยนห่วงเท่า ๆ กันทกุ คน

3.4 การสรา้ งหรือออกแบบส่ือใหส้ ัมพันธก์ บั คำส่ังในสถานการณ์ปญั หาปลายเปดิ
คาบที่ 1
ส่อื หลกั : อุปกรณ์ในการเลน่ เกม
ได้แก่ เสาหลัก หว่ ง คล้ายการยืนในภาพ

สื่อเสริม : เพลงตบมือให้ดัง อุปกรณ์ในการเลน่ เกม กระดาษสำหรับคำตอบของนกั เรยี น ใบงาน
3.5 การกำหนดเวลาที่ใช้ในแต่ละคำสัง่ และการกำหนดคาบพรอ้ มกับเปา้ หมายของบทเรียนของแตล่ ะคาบ
ลำดับขัน้ ของกจิ กรรมการเรียนการสอน
1.ข้นั นำเสนอปญั หา (10 นาที)

1.ครนู ำนักเรยี นเขา้ สู่กิจกรรมละลายพฤติกรรมโดยมีชื่อกจิ กรรมวา่ “ตบมอื ดว้ ยกัน” มีเนอ้ื รอ้ งดงั นี้ “ตบ
มือให้ดังอย่ามัวนั่งนิ่งเฉย ตบมือกันเถิดเอย อย่าเฉยน่ะพวกเรา ตบมือให้ดังจะเจ็บก็ชั่งประไร จะเจ็บก็ชั่งประไร
ตบมือกัน 2 คน ตบมือกัน 2 คน ตบมือให้ดังอย่ามัวนั่งนิ่งเฉย ตบมือกันเถิดเอย อย่าเฉยน่ะพวกเรา ตบมือให้ดงั
จะเจ็บก็ชั่งประไร จะเจ็บก็ชั่งประไร ตบมือกัน10 คน ตบมือกัน 10 คน ” ( การตบมือกัน 10 คนจะทำให้มี
ลกั ษณะเป็นวงกลม ซึง่ เป็นการนำเข้าสบู่ ทเรยี น )

2.ต่อมาครูจะสร้างความสนใจให้กับนักเรียนโดยการเล่มเกมมีชื่อเกมว่า “โยนห่วงให้ลงเสา” ซึ่งแบ่ง
นักเรยี นออกเป็น 3 กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆ กัน แล้วให้ตวั แทนนกั เรยี นกลุ่มล่ะ 3 คน จำนวน 9 คนออกมาทำกิจกรรม
อธิบายกติกาของเกมเราจะยืนยังไงให้ทุกคนมีโอกาสในการโยนห่วงเท่า ๆ กันทุกคนเม่ือโยนพร้อมกัน โดยลำดับ
แรกครูก็จะมีรูปตัวอยา่ งแบบการยืนให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่างวา่ การยืนในลักษณะนี้จะมีความเท่าเทียมกันหรอื ไม่
โดยครูติดรูปเหล่านี้ในกระดาน ถ้าตัวอย่างของรูปแบบการยืนที่ครูให้ไม่มีความเท่าเทียมกัน ให้นักเรียนหาวิธีอ่ืน
พร้อมบนั ทึกลงในใบงาน (เกมเป็นประมาณน้ี)

P a g e | 193

2.ขัน้ การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองของนักเรียน (20 นาที)
คำส่ัง เราจะโยนหว่ งยังไงใหล้ งเสาโดยที่ทกุ คนต้องมีโอกาสในการโยนหว่ งเทา่ กนั ทกุ คน

P a g e | 194

ให้นกั เรยี นทุกคนชว่ ยกันคิดหาวธิ กี ารแกป้ ญั หา พร้อมกบั บันทึกวธิ กี ารของตัวเองลงไปใน ใบงานพร้อม
บอกเหตุผลท่ีเลือกวธิ ีน้ันๆ

ในขนั้ น้ีนกั เรยี นจะช่วยกันหาวิธีโยนห่วงให้ลงแกนกลางท่ีง่ายทสี่ ุดและเท่าเทียมกนั ทุกคน จากรปู แบบท่ีครู
แนะนำ แลว้ นำมาวาดรูปแบบการยนื ในในกิจกรรมของตนเอง โดยครูทำหนา้ ท่บี นั ทึกแนวคดิ ของนักเรียนวา่ เร่มิ ตน้
การคดิ อยา่ งไรและใชร้ ปู แบบไหนในการยืนบ้าง

P a g e | 195

3.ขน้ั นำเสนอแนวคดิ และอภิปราย (15 นาที)
1.ใหต้ ัวแทนนกั เรียนออกมานำเสนอแนวคิดของกลุ่มตวั เอง
2.พยายามให้นักเรียนได้พูดแสดงแนวคิดของกลุ่มตัวเองออกมา โดยอาจจะใช้วธิ กี ารถามแบบเปิด เพื่อให้นักเรยี น
ได้ตอบคำถามตามทีต่ นเองคิดได้ แสดงแนวคดิ หรอื วธิ คี ดิ ของกลมุ่ ตนเองออกมาให้ได้มากทสี่ ุด (ครูมีการจดแนวคิด
ของนักเรยี นร่วมดว้ ยตลอด)
4. ข้นั สรปุ โดยการเชอ่ื มโยงแนวคิดของนักเรียน (5 นาที)

ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปเกย่ี วกับการทำกจิ กรรม โดยที่ครูใหน้ ักเรียนระดมความคดิ ของกลุ่มของตัวเอง
โดยครูพูดว่าให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนคำสำคัญที่ได้จากการเล่มเกมในครั้งนี้ ซึ่งครูจะให้กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มแรก
ทม่ี าตดิ คำสำคญั ลงในกระดานก่อน แลว้ ให้นักเรยี นกลุม่ ถัดไปนำคำของกลุ่มตัวเองมาติด แล้วติดคำสำคัญนั้นให้อยู่
ในกลุ่มเดยี วกันกับกลุ่มแรก ทำแบบนี้ทั้ง 3 กลุ่มจนครบ คำสำคัญของนักเรียนอาจแบง่ ได้เป็นดังน้ี เช่น คำว่า เสา
หลัก จุด อยู่ในกลุ่มเดียวกัน คำว่า เส้น ระยะห่าง ความยาว อยู่ในกลุ่มเดียวกัน และคำว่า ยืนล้อม ยืนรอบเสา
และยนื เปน็ วงกลม อยู่ในกลุ่มเดยี วกัน

หลังจากที่นักเรียนติดคำสำคัญของนักเรียนลงในกระดานแล้ว ต่อมาครูนำคำสำคัญของนักเรียนที่ได้ไป
เชอ่ื มโยงกบั เน้อื หาดงั น้ี
1.คำว่า เสา หลักและจุด ของนักเรียนมีความหลากหลายครูขอให้คำว่า “จุดศูนย์กลาง”แทนคำว่า เสา หลักและ
จดุ เพ่ือให้นักเรียนทุกคนเรียกเหมือนกนั
2.คำว่า เส้น ระยะห่างและความยาว ของนักเรยี นมคี วามหลากหลายครขู อใหค้ ำวา่ “รัศมี”แทนคำวา่ เสา หลกั และ
จุด เพื่อให้นกั เรียนทุกคนเรียกเหมือนกัน
3.คำวา่ ยนื ลอ้ ม ยืนรอบเสาและยืนเป็นวงกลม ของนกั เรียนมีความหลากหลายครูขอให้คำว่า “เส้นรอบวง”แทน
คำวา่ ยนื ลอ้ ม ยืนรอบเสาและยนื เปน็ วงกลม เพ่อื ใหน้ ักเรียนทุกคนเรียกเหมอื นกนั

เมื่อครนู ำคำเหล่านีบ้ อกนกั เรยี นแลว้ ครจู ะพดู กับนักเรยี นว่า ทั้ง 3 อย่างนเ้ี ป็นสว่ นประกอบของรูปวงกลม
แล้วครูใหน้ ักเรียนพูดพร้อมกันว่า “ส่วนประกอบของรูปวงกลมจะประกอบดว้ ย จดุ ศนู ยก์ ลาง รัศมี และ เส้นรอบ
วง ”

3.6 การคาดคะเนแนวคดิ ของนกั เรยี นทจ่ี ะตอบสนองตอ่ คำส่งั แต่ละคำส่ัง
1.การยนื ของนกั เรยี นในการโยนห่วง นักเรยี นอาจมีลกั ษณะการยนื ทีห่ ลากหลาย เชน่ นกั เรยี นบางคนยนื ใกลเ้ สา
และบางคนอาจยนื ไกลเสา และลกั ษณะการยนื ของนักเรยี นอาจไมไ่ ปในทิศทางเดียวกนั
2.นักเรยี นมลี ักษณะการยืนที่อยู่ในรปู แบบเดียวกันและจะยืนในลกั ษณะทเ่ี ปน็ รูปวงกลม
3.นักเรยี นมกี ารคิดคำสำคญั ที่ได้จากการเลน่ เกมเพ่ือนำไปสู่เน้ือหาของบทเรียน ไดแ้ กค่ ำว่า เสา หลกั และจดุ , เสน้
ระยะห่างและความยาว และสดุ ทา้ ยยนื ล้อม ยืนรอบเสาและยืนเปน็ วงกลม

3.7 ความยงุ่ ยากของนักเรยี นทอี่ าจจะเกิดขึน้ ในขั้นตา่ งๆตามข้ันการสอน 4 ข้ัน
1.นักเรยี นไม่สามารถสรา้ งรูปแบบการยืนเองไดห้ ากไม่มีตัวอย่างใหด้ ู
2.นักเรียนมองไม่ออกวา่ เสาเรียกว่า จุดศนู ยก์ ลาง
3.นักเรยี นมองไม่ออกว่าระยะหา่ งจากเสากับตำแหนง่ การยืนของนักเรยี นเรยี กวา่ รัศมี

P a g e | 196

4.นกั เรียนมองไม่ออกวา่ ตำแหน่งการยืนของนักเรียนเรียกว่า เส้นรอบวง

4. การจดั ลำดับการนำเสนอแนวคิดของนักเรียนเพื่อให้เกดิ การเช่อื มโยงท้งั แนวคิดและความคิดรวบยอดทาง
คณิตศาสตร์และอนื่ ๆ ของบทเรยี นในแตล่ ะคาบ
1.ลักษณะการคิดในการหาคำตอบของนกั เรียนทำตามความคิดของตวั เองก่อน
2.นกั เรยี นจะมีการประชมุ และวางแผนกับเพื่อนภายในกลุ่มเพื่อแกป้ ัญหาในการยืนยังไงเพ่อื ใหท้ ุกคนมโี อกาสใน
การโยงห่วงลงเสาเทา่ กนั ทกุ คนเม่ือโยนพร้อมกนั
3.นกั เรยี นจะมีความคิดในการเชื่อมโยงการเลน่ กิจกรรมไปส่เู นื้อหาของบทเรียนโดยท่ีคำสำคัญของนักเรียนจะเป็น
ตัวนำไปสอู่ งคป์ ระกอบของรปู วงกลม ไดแ้ ก่
- คำว่า เสา หลักและจดุ เรยี กวา่ “จดุ ศูนย์กลาง”
- คำว่า เส้น ระยะห่างและความยาว เรียกวา่ “รัศมี”
- คำว่า ยนื ลอ้ ม ยนื รอบเสาและยืนเปน็ วงกลม เรียกว่า “เส้นรอบวง”
ซงึ่ ท้งั 3 คำนจ้ี ะเปน็ สว่ นประกอบของรปู วงกลม
5. ประเดน็ ท่จี ะใช้ในการรว่ มอภปิ รายในชัน้ เรยี นเพ่อื ใหน้ ักเรยี นบรรลุเปา้ หมายของบทเรียนในแต่ละคาบ
1.ลกั ษณการยนื ของทุกคนมีลักษณะเป็นวงกลม
2.เสาเปน็ จดุ ศนู ย์กลางหรือว่าจดุ ตรงกลางของรูปวงกลม
3.ระยะห่างจากเสากบั ตัวนักเรยี นเองเรียกว่ารศั มี
4.การทีน่ กั เรียนยืนกันเปน็ วงกลมตำแหน่งของนกั เรยี นจะเรยี กว่าเสน้ รอบวง

P a g e | 197

6.การวัดและการประเมินผล วธิ ีการประเมิน เคร่อื งมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การปะเมนิ
-ใบงาน
รายการประเมนิ /จดุ ประสงค์ - ประเมินจากการ -ทำใบกิจกรรมได้
ทำกจิ กรรม ครบถว้ น
ด้านความรู้(K) -การนำเสนอ - สามารถเล่าเรอื่ งได้
1.สามารถนำความรู้พนื้ ฐานของตัวเอง ผลงาน การตอบ ตามทีก่ ำหนด
ที่มมี าแก้ปัญหาได้ คำถาม
2.สามารถอธิบายเกี่ยวกับการ
แก้ปญั หาได้

ทกั ษะกระบวนการ(P) - การอภิปราย -ประเดน็ การ - อภิปรายสอดคล้อง
1.บอกที่มาและสาเหตขุ องการ แลกเปลี่ยนความ อภิปราย กับ เนอื้ หา 70%
แก้ปัญหาอย่างเหน็ ได้ชัด คดิ เหน็ ระหวา่ งการ - การตอบคำถาม
2.สามารถแสดงการแกป้ ัญหาอย่าง นำเสนอผลงาน ผ่านอยา่ งนอ้ ย 4
เห็นไดช้ ัด -แบบสงั เกต รายการ
3.การเช่อื มโยง สามารถเชื่อมโยงสงิ่ ที่ การสงั เกต ขณะ พฤติกรรม ราย
ได้ เรยี นรผู้ ่านมาแลว้ เพื่อนำมาใช้ แกป้ ัญหาด้วย เดย่ี ว และรายกลุม่
แก้ปญั หาได้ ตนเองในขณะ ตามรายการใน
4.การให้เหตผุ ลในกระบวนการหรือ ทำงานกลมุ่ จุดประสงค์
วิธีการ ที่ใช้ในการแก้ปัญหา
5. การนำเสนอ สามารถใชว้ ตั ถุแสดง
แทน ความคิดได้
6. การสอื่ สาร เช่น การพดู การใชต้ ัว
แสดง แทน การใช้กริ ยิ าทา่ ทางในการ
สื่อ

ดา้ นคุณลกั ะอนั พึงประสงค์
1. การสงั เกตสง่ิ ต่างๆ และมองเหน็
สง่ิ ๆ นั้นในมมุ มองท่ีแตกต่าง
2. ยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ื่น
3. มคี วามกล้าแสดงออก
4. มีความสามัคคแี ละร่วมมือกัน
ทำงาน
5. มีระเบียบวินัยในการอยรู่ ว่ มกนั
และการเรียนรู้

P a g e | 198

บนั ทึกหลังการสอน
ผลการสอน

1.การบรรลวุ ตั ถุประสงค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. แนวคดิ ของนักเรยี นท่ีเกิดข้ึนในชนั้ เรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข/ในคาบถดั ไป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ..............................................
(.............................................)
ผู้จัดทำแผนการจดั การเรยี นรู้
วนั ที่.....................................

ความคดิ เหน็
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..............................................
(.............................................)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
วันท่.ี ....................................

ความคดิ เหน็
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ..............................................
(.............................................)

รองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ/ผูอ้ ำนวยการ
วนั ท่ี.....................................

P a g e | 199

ข้อมูลการพัฒนาตนเอง
ดฉิ นั เปน็ สมาชิกสมาคมคณติ ศาสตรศึกษา เขา้ รว่ มจัดการประชมุ วิชาการคณิตศาสตรศึกษาทุกครั้ง ปีนี้

เข้าร่วมทม่ี หาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงราย เมอ่ื วันท่ี 29-30 มกราคม 2565 เปน็ TSMEd 8 ในรปู แบบออนไซต์ และ
ผู้เขา้ รว่ มนัน้ เข้ารว่ มทางออนไลน์ ดงั ภาพ
เขา้ ร่วมสงั เกตและสะทอ้ นผลชัน้ เรียน รวมทัง้ เป็นผอู้ ่านพิจารณาบทความวจิ ัย

P a g e | 200

P a g e | 201

โดยในการนก้ี ็ไมล่ มื ท่ีจะให้นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวชิ าคณิตศาสตร์ได้มีสว่ นรว่ มในการนำเสนอแนวคิด
ของตนเองในหัวข้อ ความคดิ เห็นเก่ยี วกบั คณิตศาสตร์ โดยให้นำเสนอออนไลน์ เพ่อื ฝกึ ให้นักศกึ ษาได้แสดงความ
คดิ เห็นและเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ

2.2 ข้อมูลความร่วมมอื ในการชว่ ยงานภาควิชา คณะ และมหาวทิ ยาลัยในการ
พัฒนาหลักสตู รการเรยี นการสอนและงานอ่ืน ๆการใชก้ ระดานดำ
ดฉิ ันเข้ารว่ มกิจกรรมต่างๆของทางคณะสม่ำเสมอ และรว่ มเปน็ กรรมการในโครงการต่างๆมากมายอาทิ

1. การสมั มนานักศึกษาปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา ชนั้ ปีที่ 5ทุกคร้งั มไิ ด้ขาด รวมปกี ารศึกษาละ 5 คร้งั

โดยประมาณ ล่าสุดวนั ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ดังภาพ

P a g e | 202

2. การสมั ภาษณน์ ักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 เข้าศึกษาต่อในคณะศกึ ษาศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ รอบ
ที่ ½ รอบ portfolio โครงการรบั ผมู้ ีผลการเรียนดี และโครงการผู้มีคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 8 คน แต่
ผลการสมัครพบว่ามผี ู้ใหค้ วามสนใจสมัครสาขาคณติ ศาสตร์ เป็นจำนวนมากถึง 377 คน
ดังภาพ

โดยทกุ ทา่ นสามารถติดตามข่าวสารของสาขาวชิ าคณิตศาสตร ได้ที่ FB เพจ สาขาวชิ าคณิตศาสตร์ คณะ
ศกึ ษาศาสตร์ ม.อ. ปตั ตานี ตามลิงคน์ ี้ https://www.facebook.com/MATH.EDU.PSU.PN
ดฉิ นั ได้รับความไวว้ างใจจากคณะศึกษาศาสตรใ์ ห้รับรางวัลอาจารยต์ วั อย่างระดบั อุดมศกึ ษา เน่ืองในงานวันครูของ
คณะศึกษาศาสตรซ์ ่ึงจัดเป็นประจำทกุ ปีในวนั ครู 16 มกราคม 2565 ซ่งึ ปนี จี้ ัดในรปู แบบออนไลน์

P a g e | 203

และได้รับรางวัลบุคลากรสายวชิ าการดีเด่น ดา้ นดแู ลนกั ศึกษา เมื่อวนั ที่ 24 ธันวาคม 2565
ดงั ภาพ

ลูกศิษยป์ ี 1 มาร่วมแสดงความยนิ ดกี ับอาจารย์ที่ปรึกษา

P a g e | 204

การมคี ุณธรรมจริยธรรม ในการดำเนนิ ชีวิตสว่ นตัว
ดิฉนั ยึดหลักพรหมวิหาร 4 เป็นแนวทางในการดำรงชีวติ ใชท้ งั้ การทำงานส่วนตัวและงานส่วนรวม ดำเนิน

ชีวิตตามทางสายกลางให้มากที่สุด หลักธรรมที่ใช้มากที่สุดคือคือความเมตตา โดยเฉพาะเมตตาต่อลูกศิษย์ทุกคน
ที่มาเรียนกับดิฉัน ทุกคนมีความเท่าเทียม ให้ความรักความเมตตาเสมอหน้ากัน ทั้งในส่วนของลูกศิษย์ และเพื่อน
ร่วมงาน ให้อภัยกับผู้อื่นให้เร็ว และโกรธให้ช้า และถือว่าไม่มีใครอยากทำผิด ไม่มีใครต้องการเป็นคนไม่ดี ไม่ถือ
โทษโกรธนานเพราะไฟโกรธนั้นจะกลับมาเผาใจเราเอง จำทำให้เราให้อภัยคนอื่นได้ง่าย แต่ที่ยากที่สุดคือการให้
อภัยตนเอง ดิฉันเข้าวัดปฏิบัติธรรม บริจาคเงินเป็นทานมัย และปฏิบัติตนเป็นพุทธมามกะ พยายามถือศีลปฏิบัติ
ธรรมทุกครั้งที่มีโอกาส รวมถึงการให้โอกาสนักศึกษาแก้ตัวอยู่เสมอ เพราะถือว่าทุกคนพัฒนาได้หากเขาต้องการ
พัฒนาตนเองเราต้องให้โอกาสนั้นแก่เขาทันที และนี่คือหลักการหนึ่งในการพัฒนานักศึกษาในสาขาวิชา
คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ เพราะครทู ีด่ ตี อ้ งปฏบิ ัติใหด้ ู แต่ครูท่ีสดุ ยอดต้องสร้างแรงบันดาลใจ

ตักบาตรเน่ืองในวนั ขน้ึ ปใี หม่ 2565

กราบหลวงตามา้ ทว่ี ดั ถำ้ เมอื งนะ จ.เชียงใหม่
ปฏิบัติธรรมประจำปีท่อี โรคยาศาลาธรรมสถาน จ.ชัยภมู ิ

P a g e | 205

ร่วมกวนอาซรู อ กับนักศกึ ษา

ดแู ลนกั ศึกษาด้วยความยตุ ธิ รรมและหลายรปู แบบ

การลาป่วยในยคุ โควดิ

P a g e | 206

ความหลากหลายของโปรแกรมทใี่ ชส้ อน

LMS 2 รายวชิ า 262-101 และ 262-309

โปรแกรมซูม กับการสอน 262-101
คาบสดุ ทา้ ย ของเทอม 1/2564
นกั ศึกษามีเซอร์ไพร์ส

P a g e | 207

สไลดแ์ รกกอ่ นสอน ใหน้ กั ศึกษาขอเพลงได้ 3 เพลง
โปสเตอรโ์ ครงการนำเสนอสอ่ื การสอนออนไลน์
ของนกั ศกึ ษาปี 2 วิชา 262-201

Mentimeter สอบถามเรือ่ งงานวิจัย

แผนการจัดการเรียนร(ู้ ฉบับย่อ) วนั ที่ 21 กมุ ภาพันธ์ 2565
วิชาคณิตศาสตร์ ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
จำนวนนักเรยี นทงั้ หมด 30
โรงเรียนบา้ นย่านตาขาว คน

ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ : วงกลมและทรงกลม แผนท่ี 1 ช่ือแผน : เจา้ วงกลมมนั เปน็ ยงั ไงน่ะ

จดุ ประสงค์การเรียนรขู้ องหน่วยการเรียนรู้ ลำดับกิจกรรมการสอน(Flow of Lesso
1.นักเรยี นรู้จักรูปวงกลมและทรงกลม 1. การแสดงแทนโลกจริงของนกั เรยี น :
2.รสู้ ว่ นประกอบของวงกลมและทรงกลม ลกั ษณะการยนื ท่ีเป็นวงกลมในการเล่นเก
3.รู้วธิ กี ารสร้างรปู วงกลมและรจู้ กั อปุ กรณส์ ำหรบั การสรา้ ง 2. การแสดงแทนดว้ ยสอื่ กึง่ รปู ธรรม :
รปู วงกลม ภาพตัวอยา่ งรูปแบบการยืน
4.สามารถสรา้ งรูปวงกลมไดด้ ว้ ยตวั เอง 3. การแสดงแทนโลกคณติ ศาสตร์ :
5.สามารถนำรูปวงกลมไปเชือ่ มโยงกบั ชวี ิตประจำวนั ได้ การเขียนคำสำคญั นำไปสู่เน้อื หา

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรขู้ องแผน สือ่ หลัก(ส่ือสำหรับสถานการณ์)
1.รบั รูค้ วามเปน็ วงกลม 2.รู้จักส่วนประกอบของวงกลม อุปกรณใ์ นการเล่นเกม ได้แก่ เสาหลัก หว่
ส่ือเสริม(ส่อื สำหรบั ชว่ ยในการนำเสนอ
สาระสำคัญของแผน(Concept/Main Ideas) แนวคดิ ของนกั เรียน)
รปู วงกลม ประกอบด้วย จุดศนู ยก์ ลาง รัศมี และเส้น เพลงตบมือให้ดัง อปุ กรณ์ในการเลน่ เกม
รอบวง กระดาษสำหรบั คำตอบของนักเรยี น ใบงา
จดุ ศูนย์กลาง คอื เปน็ จดุ ทอ่ี ยตู่ รงกลางของวงกลม และ
ห่างจากเส้นรอบวงเทา่ กันตลอด ความยุ่งยากของนักเรียน
รศั มี คือ ส่วนของเสน้ ตรงจากจดุ ศูนย์กลางไปยังเส้นรอบวง 1.นกั เรียนไมส่ ามารถสรา้ งรูปแบบการยืน
ซงึ่ รศั มแี ตล่ ะเส้นมีความยาวเท่ากนั ไดห้ ากไมม่ ตี วั อย่างให้ดู
เสน้ รอบวง คือ ความยาวโดยรอบของวงกลม 2.นักเรียนมองไมอ่ อกว่าเสาเรียกวา่ จดุ
ศนู ย์กลาง มองไมอ่ อกว่าระยะหา่ งจากเสา
โจทย์/สถาณการณ์ปญั หา (Task /Problem situation) เท่ากนั กับตำแหน่งการยืนของนักเรยี นเรยี
บริบท ครใู ห้นกั เรยี นเลน่ เกมแลว้ ลองจำลองการยนื ตามภาพ รัศมีและมองไมอ่ อกวา่ ตำแหนง่ การยนื ขอ
หากไม่เกดิ ความเท่าเทียมนกั เรียนจะมวี ธิ ีการยืนอยา่ งไร นักเรยี นเองเรียกว่า เสน้ รอบวง
เพราะเหตุใด
สถานการณ์ปญั หา ครมู เี กมให้นกั เรยี นเลน่ “โยนห่วงให้ลง ชือ่ ผู้สอน : นางสาวมุทิตา ปราบโรค
ช่อง”นกั เรยี นทุกคนจะยนื ยังไงใหม้ โี อกาสโยนหว่ งลงช่อง
เทา่ กนั ทุกคน
คำสัง่ จะยืนยังไงให้ทุกคนมีโอกาสในการโยนหว่ งเทา่ ๆ กนั
ทกุ คน

หนงั สอื เรยี นญ่ปี ่นุ : ระดบั ชั้นป.4 หน้า 17 คณะศกึ ษาศาสตร์ สาขาวชิ าคณติ ศาสตร์

คน การคาดคะเนแนวคิดของนักเรยี น
1.การยืนของนักเรยี นในการโยนหว่ ง นกั เรยี นอาจมลี กั ษณะการยืนทีห่ ลากหลาย และลกั ษณะการ
ยืนของนักเรียนอาจไมไ่ ปในทิศทางเดียวกนั
2.นักเรยี นมลี ักษณะการยนื ท่ีอยูใ่ นรูปแบบเดยี วกันและจะยืนในลกั ษณะทเ่ี ป็นรูปวงกลม
3.นักเรยี นมกี ารคดิ คำสำคญั ที่ไดจ้ ากการเลน่ เกมเพือ่ นำไปสเู่ น้อื หาของบทเรยี น ได้แกค่ ำว่า เสา

on): หลกั และจุด , เสน้ ระยะหา่ งและความยาว และสดุ ท้ายยนื ลอ้ ม ยืนรอบเสาและยนื เปน็ วงกลม

กม
ลำดับการสอน 4 ขัน้ ตอนตามวิธกี ารสอนแบบเปดิ (Open Approach)
ขน้ั ที่ 1 ข้นั นำเสนอปัญหา (5 นาที)
1.ครนู ำนักเรยี นเขา้ สกู่ จิ กรรมละลายพฤติกรรมโดยมีชื่อกิจกรรมว่า “ตบมอื ด้วยกัน
2.ต่อมาครูจะสร้างความสนใจให้กับนักเรียนโดยการเล่มเกมมีชื่อเกมว่า “โยนห่วงให้ลงช่อง” ซ่ึง
แบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แล้วให้ตัวแทนนักเรียนกลุ่มล่ะ 3 คน จำนวน 9
คนออกมาทำกิจกรรม อธิบายกติกาของเกมเราจะยืนยังไงให้ทุกคนมีโอกาสในการโยนห่วงเท่า ๆ
กันทกุ คนเมอื่ โยนพรอ้ มกันซงึ่ ครมู ตี วั อยา่ งตำแหนง่ การยนื ให้นกั เรยี นดู (เกมเปน็ ประมาณน)ี้

วง ขน้ั ที่ 2 ข้ันการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเองของนักเรียน (5 นาที)
คำสัง่ เราจะโยนห่วงยังไงใหล้ งเสาโดยท่ีทุกคนต้องมโี อกาสในการโยนห่วงเทา่ กนั ทุกคนให้นักเรียน
ทุกคนช่วยกันคิดหาวิธีการแก้ปัญหา พร้อมกับบันทึกวิธีการของตัวเองลงไปใน ใบงานพร้อมบอก
เหตุผลท่เี ลือกวิธีนน้ั ๆ

าน ข้ันที่ 3 ขั้นนำเสนอแนวคิดและอภปิ ราย (5 นาท)ี
1.ใหต้ วั แทนนักเรยี นออกมานำเสนอแนวคดิ ของกลุม่ ตวั เอง
2.พยายามให้นักเรยี นไดพ้ ูดแสดงแนวคิดของกลุม่ ตัวเองออกมา โดยอาจจะใช้วิธีการถามแบบเปิด

นเอง เพอื่ ให้นักเรียนไดต้ อบคำถามตามทตี่ นเองคิดได้
ขัน้ ท่ี 4 ขัน้ สรปุ โดยการเช่ือมโยงแนวคดิ ของนกั เรยี น (5 นาท)ี
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ เกยี่ วกบั การทำกิจกรรม ให้นกั เรยี นระดมความคิดของกลมุ่ ของตวั เอง

าที่ แล้วให้นกั เรนี นทกุ กลมุ่ ออกมาตดิ คำลงบนกระดาษและติดใหอ้ ยู่ในหมวดเดียวกัน
ยกวา่ 1.คำว่า เสา หลักและจุด ใช้คำวา่ “จุดศูนย์กลาง” เพอื่ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนเรียกเหมือนกัน
อง 2.คำว่า เสน้ ระยะห่างและความยาว คำวา่ “รศั มี” เพ่อื ใหน้ ักเรยี นทุกคนเรียกเหมือนกัน

3.คำวา่ ยืนลอ้ ม ยนื รอบเสาและยนื เปน็ วงกลม ใหค้ ำวา่ “เส้นรอบวง” เพือ่ ให้นกั เรยี นทุกคน
เรียกเหมอื นกนั

แผนการใช้กระดานดำ (Bansho)
สถานการณ์ : มาเล่นโยนหว่ งกันเถอะ
คำสัง่ : เราจะโยนหว่ งยังไงให้ลงเสาโดยท่ีทุกคนต้องมีโอกาสในการโยนหว่ งเทา่ กนั ทุกคน

เขียนความคิดของนักเรียน

ทมี ครู

1. ครูผสู้ อน : นางสาวมทุ ิตา ปราบโรค คณะศกึ ษาศาสตร์ สาขาวชิ าคณิตศาสตร์

2. ผู้ร่วมสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้

• ดร.รัชดา เชาวนเ์ สฎฐกลุ อาจารยป์ ระจำสาขาวิชาคณติ ศาสตร์

• นางสาวกตั ติกา ราชแสง นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณส์ อนสาขาวชิ าค

• นางสาวจริยา ทกั ษิณาวาณชิ ย์ นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณส์ อนสาขาวิชาค

• นางสาวมมี ่ี ลลี านนท์ นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณส์ อนสาขาวชิ าค

นางสาวมุทิตา ปราบโรค คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวชิ าคณิตศาสตร์

คำสำคญั

เสา เส้น ยนื ล้อม
หลกั จดุ ระยะหา่ ง ความยาว
ยืนรอบ ยืนเป็นวงกลม
เสา

จดุ ศนู ย์กลาง รศั มี เสน้ รอบวง

คณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์

P a g e | 210

แบบสรุปผลการประเมนิ การสอนของ อาจารย์ ดร.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ ปกี ารศกึ ษา 2560-2564 (1/2564)

แบบสรปุ ผลการประเมินการสอนของอาจารย์
ภาควิชาการศกึ ษา

ประจำภาคการศกึ ษาที่ 1 ปีการศึกษาท่ี 2560

รหัสวชิ า ชื่อวิชา กลมุ่ อาจารยผ์ สู้ อน Avg SD

รอบการประเมินคร้ังที่ 1 4.13 0.89
4.34 0.72
261-101 Foundation of Education 01 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล 4.26 0.78

02 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกลุ 4.61 0.63

07 อ.รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกุล

รอบการประเมนิ ครง้ั ที่ 1

07 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกลุ

แบบสรุปผลการประเมินการสอนของอาจารย์
ภาควชิ าการศึกษา

ประจำภาคการศกึ ษาท่ี 2 ปีการศกึ ษาที่ 2560

รหสั ชื่อวิชา กลมุ่ อาจารย์ผสู้ อน Avg SD
วชิ า
4.06 0.78
รอบการประเมนิ ครงั้ ท่ี 1 4.20 0.62
0.00 0.00
262- Learning and Instruction Management 04 อ.รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ
401

10 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล

รอบการประเมินครง้ั ท่ี 1

262- Professional Internship II อ.รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ
512

P a g e | 211

แบบสรปุ ผลการประเมินการสอนของอาจารย์
ภาควิชาการศกึ ษา

ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษาที่ 2561

รหัสวิชา ชื่อวิชา กลมุ่ อาจารยผ์ ู้สอน Avg SD

รอบการประเมนิ ครงั้ ที่ 1 4.67 0.57
4.52 0.55
261-101 Foundation of Education 01 อ.ณัฐวิทย์ พจนตันติ 4.42 0.63

09 อ.รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกุล 4.25 0.81
4.44 0.71
12 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกุล 4.46 0.76

รอบการประเมนิ ครัง้ ท่ี 1

261-403 Teachership 01 อ.มะลิ ศรีชู

07 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล

รวมทั้งภาควชิ า

แบบสรุปผลการประเมินการสอนของอาจารย์
ภาควิชาการศกึ ษา

ประจำภาคการศกึ ษาท่ี 2 ปีการศกึ ษาท่ี 2561

รหสั วชิ า ชื่อวิชา กลมุ่ อาจารย์ผสู้ อน Avg SD

รอบการประเมนิ คร้งั ที่ 1

262-401 Learning and Instruction Management 02 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล 3.77 1.14

262-402 Learning and Instruction Management in Specific 06 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกลุ 4.56 0.67
Area

P a g e | 212

แบบสรุปผลการประเมินการสอนของอาจารย์
ภาควชิ าการศึกษา

ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษาท่ี 2562

รหสั วิชา ชื่อวิชา กลมุ่ อาจารย์ผู้สอน Avg SD

รอบการประเมนิ ครั้งท่ี 1

261-101 Teaching Profession and Teachership 04 อ.รชั ดา เชาวน์ 4.75 0.49
เสฏฐกลุ

05 อ.รชั ดา เชาวน์ 4.73 0.51
เสฏฐกลุ

06 อ.รัชดา เชาวน์ 4.45 0.66
เสฏฐกลุ

07 อ.รชั ดา เชาวน์ 4.57 0.62
เสฏฐกุล

บการประเมนิ คร้งั ที่ 1

261-403 Teachership 03 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล 4.31 0.72

07 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ 4.45 0.70

รอบการประเมินครัง้ ท่ี 1

262-535 Extracurricular Activities in 01 อ.รัชดา เชาวน์ 4.84 0.37
Mathematics เสฏฐกลุ

P a g e | 213

แบบสรุปผลการประเมินการสอนของอาจารย์
ภาควชิ าการศึกษา

ประจำภาคการศกึ ษาที่ 2 ปีการศกึ ษาที่ 2562

รหสั ช่ือวิชา กลมุ่ อาจารย์ผูส้ อน Avg SD
วิชา

รอบการประเมนิ ครั้งที่ 1

262- Mathematical processes for Learning Management 01 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกลุ 4.61 0.49
305

รอบการประเมินคร้ังที่ 2

262- Mathematical processes for Learning Management 01 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล 4.92 0.26
305

รอบการประเมินครงั้ ที่ 2

262- Learning and Instruction Management in Specific Area 06 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกลุ 4.87 0.33
402

P a g e | 214

แบบสรปุ ผลการประเมนิ การสอนของอาจารย์
ภาควชิ าการศกึ ษา

ประจำภาคการศกึ ษาท่ี 1 ปีการศกึ ษาที่ 2563

รหัสวชิ า ช่อื วิชา กลมุ่ อาจารยผ์ ู้สอน Avg SD

รอบการประเมินครั้งที่ 1

261-101 Teaching Profession and Teachership 01 อ.จารกึ อรรถสงเคราะห์ 4.56 0.65

03 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล 4.71 0.47

04 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกุล 4.79 0.41

07 อ.รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกุล 4.66 0.57

08 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล 4.82 0.41

รอบการประเมนิ ครั้งท่ี 2

261-101 Teaching Profession and Teachership 01 อ.จารึก อรรถสงเคราะห์ 0.00 0.00

03 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ 4.68 0.47

04 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล 0.00 0.00

07 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกลุ 0.00 0.00

08 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ 0.00 0.00

รอบการประเมินครงั้ ที่ 1

262-201 Mathematics learning design 01 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ 4.73 0.48

รอบการประเมนิ ครง้ั ที่ 2

262-201 Mathematics learning design 01 อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกลุ 0.00 0.00

รอบการประเมนิ ครัง้ ที่ 1

262-512 Professional Internship II 01 อ.รชั ดา เชาวน์เสฏฐกลุ 0.00 0.00

คณาจารย์ 0.00 0.00

รอบการประเมนิ ครง้ั ที่ 2

262-512 Professional Internship II 01 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ 0.00 0.00

คณาจารย์ 0.00 0.00

P a g e | 215

แบบสรปุ ผลการประเมนิ การสอนของอาจารย์

ภาควิชาการศกึ ษา

ประจำภาคการศึกษาท่ี 2 ปีการศึกษาท่ี 2563

รหัสวิชา ชือ่ วิชา กลมุ่ อาจารย์ผู้สอน Avg SD
0.00 0.00
รอบการประเมินครัง้ ท่ี 1
0.00 0.00
262-512 PROFESSIONAL INTERNSHIP II 01 อ.รัชดา เชาวนเ์ สฏฐ 4.59 0.49
กลุ 4.55 0.71
4.63 0.64
รอบการประเมินครั้งท่ี 1

262-402 TEACHING AND LEARNING* MANAGEMENT IN 02 อ.รชั ดา เชาวน์
SPECIFIC AREA* เสฏฐกลุ

อบการประเมินคร้ังที่ 1

270-502 SEMINAR IN CURRICULUM AND INSTRUCTION 01 อ.รชั ดา เชาวน์
DEVELOPMENT I* เสฏฐกลุ

รอบการประเมนิ ครง้ั ที่ 1

262-305 MATHEMATICAL PROCESSES FOR LEARNING 01 อ.รัชดา เชาวน์
MANAGEMENT* เสฏฐกุล

รอบการประเมนิ ครงั้ ที่ 1

262-203 MATHEMATICAL PROCESSES FOR LEARNING 01 อ.รชั ดา เชาวน์
MANAGEMENT เสฏฐกลุ

P a g e | 216

ผลการประเมนิ การสอนโดยนักศกึ ษา ของการจดั การเรยี นการสอนใน เทอม 1/2564

แบบประเมนิ รายวิชา กล่มุ ท่ี
รายวิชา 261-101 TEACHING PROFESSION AND * TEACHERSHIP* ปี การศึกษา 2564
ภาคการศึกษาท่ี 1

จานวนผ้ปู ระเมนิ 12/ 23 คดึ เป็ น 52.17%

ข้อ รายการประเมนิ
1 ขอ้ เสนอแนะอนื่ เพิม่ เติม

• เป็นรายวชิ าท่ีสอนไดด้ ีมาก ไดป้ ฏิบตั ิให้เขา้ ใจเพ่มิ ข้ึนในหลกั ทฤษฎีตา่ งๆไดด้ ีมากๆคะ่

แบบประเมนิ รายวชิ า กล่มุ ท่ี
รายวชิ า 262-201 MATHEMATICS LEARNING DESIGN ปี การศึกษา 2564
ภาคการศึกษาที่ 1

จานวนผ้ปู ระเมนิ 26/ 37 คึดเป็ น 70.27%
ข้อ รายการประเมิน
1 ขอ้ เสนอแนะอนื่ เพ่มิ เติม
• เป็นรายวชิ าท่ีดีสามารถนาไปตอ่ ยอดในชีวติ ประจาวนั และวชิ าชีพได้
• เป็นวิชาที่อาจารยส์ ่งเสริมการเรียนรู้โดยให้นกั ศึกษาไดค้ ดิ ขอบคณุ มากครับ

P a g e | 217

รายวชิ า 262-201 การออกแบบการจัดการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์
ตอน 01 สอนโดย อาจารยร์ ชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล
จำนวนนกั ศึกษาทง้ั หมด 35 คน
จำนวนนกั ศกึ ษาทปี่ ระเมนิ แลว้ 35 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ 100.00
คา่ เฉลย่ี ทีไ่ ด้ = 4.85 (เตม็ 5)

รายละเอยี ดผลการประเมนิ ของนกั ศึกษา

เฉล่ยี

รายการ 4 3 2 1 (เตม็ 5)

1. การส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ทด่ี ี มีปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง มีปฏิสมั พนั ธ์ระหว่าง ไม่มปี ฏิสัมพนั ธ์
อาจารยแ์ ละผเู้ รียนเชิง อาจารยแ์ ละผเู้ รียน เชิง ระหว่างอาจารยแ์ ละ
1.1 ปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอาจารยแ์ ละผเู้ รียน ปฏิสัมพนั ธร์ ะหว่าง บวกตลอดการสอน บวกบา้ ง ไม่มี ผเู้ รียนหรือมี
ใหเ้ กียรติผเู้ รียนอยา่ ง ปฏิสัมพนั ธ์เชิงลบ ให้ ปฏิสัมพนั ธเ์ ชิงลบมี
อาจารยแ์ ละผเู้ รียน ทวั่ ถึง มีความยตุ ธิ รรม เกียรติผเู้ รียนส่วนใหญ่ พฤตกิ รรมท่ีแสดงถึง
มีความยตุ ิธรรม การไมใ่ หเ้ กียรตผิ เู้ รียน
อบอนุ่ อยา่ งสม่าเสมอ ลาเอียง ไมย่ ตุ ธิ รรม

ใส่ใจผเู้ รียนอยา่ งทว่ั ถึง

บรรยากาศไม่เครียด

ใหเ้ กียรติผเู้ รียน มี

ความยตุ ิธรรม

ร้อยละจานวนนกั ศกึ ษา 88.57 11.43 0 0 4.86
ประเมินเฉพาะดา้ น
2. การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอนโดยเนน้ กิจกรรม สอนโดยเนน้ กิจกรรม สอนโดยใชว้ ธิ ีบรรยาย สอนโดยใชว้ ธิ ีบรรยาย
2.1 การจดั กระบวนการเรียนรู้ที่เนน้ การมี เชิงรุก (Active เชิงรุก (Active และมกี ิจกรรมอ่นื ๆ เป็นหลกั โดยผเู้ รียน
ส่วนร่วมของผเู้ รียน Learning) ผเู้ รียน Learning) ผเู้ รียน ประกอบทผ่ี เู้ รียนมี เป็นเพียงผรู้ ับฟังแต่
ไดฝ้ ึกกระบวนการคดิ ไดฝ้ ึกกระบวนการคดิ ส่วนร่วมบา้ ง เพียงอยา่ งเดียว
วิเคราะห์ แกป้ ัญหาใน วเิ คราะห์
สถานการณจ์ ริงหรือ
กรณีศึกษา หรือปฏิบตั ิ
จริง โดยกิจกรรม
ดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั
ศกั ยภาพของผเู้ รียน

P a g e | 218

2.2 การใชส้ ่ือและทรพั ยากรการเรียนรู้ ใชส้ ่ือและทรพั ยากร ใชส้ ่ือและทรพั ยากร ใชส้ ่ือและทรพั ยากร ไมใ่ ชส้ ่ือและ
การเรียนรู้ทที่ นั สมยั การเรียนรู้ท่ที นั สมยั การเรียนรู้ท่สี ่งเสริม ทรัพยากรการเรียนรู้
หลากหลาย เพอื่ หลากหลาย เพ่อื หรือกระตนุ้ การเรียนรู้ หรือใชไ้ มเ่ หมาะสม
ส่งเสริมหรือกระตนุ้ ส่งเสริมหรือกระตนุ้ บา้ ง ต่อกระบวนการเรียนรู้
การเรียนรู้ สอดคลอ้ ง การเรียนรู้สอดคลอ้ ง
กบั กิจกรรมจดั การ กบั กิจกรรมจดั การ
เรียนรู้ ยืดหยุ่นให้ เรียนรู้
ผเู้ รียนสามารถเลือกใช้
ไดต้ ามความเหมาะสม
เป็นตวั อยา่ งทดี่ ีในการ
อา้ งองิ ทรพั ยากรการ
เรียนรู้

2.3 การจดั กระบวนการเรียนรู้ใหส้ ามารถ อาจารยแ์ จง้ เป้าหมาย อาจารยแ์ จง้ เป้าหมาย อาจารยแ์ จง้ เป้าหมาย อาจารยไ์ มไ่ ดแ้ จง้
นาไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้ และวตั ถุประสงคข์ อง และวตั ถปุ ระสงคข์ อง และวตั ถปุ ระสงคข์ อง เป้าหมายและ
หัวขอ้ ที่สอน กิจกรรม หวั ขอ้ ทีส่ อน กิจกรรม หวั ขอ้ ทีส่ อน แต่ วตั ถปุ ระสงคข์ อง
ร้อยละจานวนนกั ศกึ ษา การเรียนรู้สามารถทา การเรียนรู้สามารถทา กิจกรรมการเรียนรู้ยงั หวั ขอ้ ท่ีสอน
ประเมนิ เฉพาะดา้ น ใหบ้ รรลุเป้าหมายได้ ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายได้ ไม่สามารถทาให้บรรลุ
3. การประเมินผล นาไปใชไ้ ดจ้ ริง เป้าหมายได้
3.1 การประเมนิ ผลระหวา่ งการสอน
88.57 10.48 0.95 0 4.85
ร้อยละจานวนนกั ศกึ ษา 4.86
ประเมนิ เฉพาะดา้ น มกี ารประเมินผล มีการประเมนิ ผล มกี ารประเมินผล ไมม่ กี ารประเมนิ ผล
4. ความเป็นครู ระหว่างการสอนใน ระหวา่ งการสอนใน ระหวา่ งการสอนใน ระหวา่ งการสอนใน
ช้นั เรียน สอดคลอ้ งกบั ช้นั เรียน สอดคลอ้ งกบั ช้นั เรียน แต่ไม่ ช้นั เรียน
วตั ถปุ ระสงคข์ อง วตั ถปุ ระสงคข์ อง สอดคลอ้ งกบั
หัวขอ้ ท่ีสอน ใหข้ อ้ มลู หวั ขอ้ ท่ีสอนให้ขอ้ มูล วตั ถุประสงคข์ อง
ป้อนกลบั แกผ่ เู้ รียน ป้อนกลบั แกผ่ ูเ้ รียน หวั ขอ้ ทีส่ อน
ส่งเสริมให้ผเู้ รียนมี
การประเมินตนเอง
หรือสะทอ้ นสิ่งทไ่ี ด้
เรียนรู้

88.57 11.43 0 0

P a g e | 219

4.1 การนาเสนอและบคุ ลิกภาพ มคี วามมนั่ ใจมาก การ มีความมนั่ ใจ การ มคี วามมน่ั ใจพอควร ไม่มน่ั ใจ ทาใหเ้ กิด
4.2 ความตรงต่อเวลา นาเสนอและคาอธิบาย นาเสนอชดั เจนเป็น การนาเสนอชดั เจน แต่ ความสบั สน การใช้
ชดั เจน มีการ ส่วนใหญ่ คาอธิบาย อาจส้ันหรือยาวเกินไป ภาษาไม่เหมาะสม การ
ยกตวั อยา่ งประกอบ เขา้ ใจงา่ ย มีการ ใชเ้ วลาไม่เหมาะสม นาเสนอขาดประเด็นท่ี
การใชภ้ าษาถูกตอ้ ง ยกตวั อยา่ งประกอบ ใชภ้ าษาเหมาะสมเป็น สาคญั การพดู และ
และเหมาะสม มีการใช้ การใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง ส่วนใหญ่ คาอธิบายมี สาเนียงไม่ชดั เจน การ
ภาษากายท่เี หมาะสม การพูดและสาเนียง ความสับสนบา้ ง มกี าร แต่งกายและทา่ ทางไม่
การพดู และน้าเสียง ชดั เจน มีการ ตรวจสอบความเขา้ ใจ เหมาะสม
ชดั เจน กระชบั ใช้ ตรวจสอบความเขา้ ใจ ของผูเ้ รียนเป็นบางคร้ัง
เวลาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ของผเู้ รียนเป็นระยะๆ การแต่งกายและ
มีการย้าบางประเด็น การแตง่ กายและ ท่าทางเหมาะสม ถูก
เมื่อจาเป็น การแตง่ ท่าทางเหมาะสม ถกู กาลเทศะ
กายและทา่ ทาง กาละเทศะ
เหมาะสม ถูกกาลเทศะ

เขา้ สอนและเลิกสอน เขา้ สอนและ/หรือเลกิ เขา้ สอนและ/หรือเลกิ เขา้ สอนและ/หรือเลกิ
ตรงตามเวลาที่กาหนด สอนไม่เป็ นไปตาม สอนไม่เป็ นไปตาม สอนไมเ่ ป็นไปตาม
ใชเ้ วลาไดอ้ ยา่ ง เวลาทีก่ าหนดไมเ่ กิน เวลาทก่ี าหนดมากกว่า เวลาที่กาหนดเกินกว่า
เหมาะสม 5 นาที 5 นาที แตไ่ มเ่ กิน 10 10 นาที
นาที

4.3 การส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีพฤติกรรมที่ ส่งเสริม ช้ีแนะ แนะนา ส่งเสริม แนะนา ส่งเสริม ให้ ไมไ่ ดแ้ นะนาหรือ
เหมาะสมรวมถงึ การให้เกียรติผเู้ รียน ตกั เตือนให้ผเู้ รียนมี ตกั เตือน อยา่ ง ผเู้ รียนมีพฤตกิ รรมที่ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมี
พฤตกิ รรมท่เี หมาะสม สม่าเสมอ เพื่อให้ เหมาะสมเป็ นบาง พฤติกรรมท่ีเหมาะสม
อยา่ งสร้างสรรคแ์ ละ ผเู้ รียนมพี ฤติกรรมท่ี โอกาสและยกตวั อยา่ ง ตาหนิผเู้ รียนอนั ทาให้
เป็นมิตร เช่ือมโยง เหมาะสม พฤตกิ รรมท่ีไม่ เกิดความอบั อายในช้นั
หรือสอดคลอ้ งกบั เหมาะสมประกอบ เรียนตอ่ หนา้ สาธารณะ
เน้ือหาทสี่ อนแสดง
พฤติกรรมทเี่ หมาะสม
และเป็นแบบอยา่ งแก่
ผเู้ รียน

ร้อยละจานวนนกั ศึกษา 88.57 10.48 0.95 0 4.85
ประเมนิ เฉพาะดา้ น 88.57 10.71 0.71 0 4.85
ร้อยละจานวนนกั ศึกษา
ประเมินรวมทุกดา้ น

ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะ

- อาจารยน์ ่ารกั มากๆค่ะ
- เปน็ วิชาทส่ี อนให้รจู้ กั การจัดการเรียนรู้ไดด้ ีมากๆ ไม่วา่ จะเปน็ การเขยี นแผน การออกแบบส่ือการสอน
อาจารย์สอนแบบเปดิ มากๆ สามารถตอบได้ทกุ อยา่ ง คำตอบของทกุ คนไม่มีผดิ อาจารย์คอยสอดแทรก ให้
คำแนะนำทุกเรื่อง เปน็ อาจารยท์ ี่น่ารักทีส่ ดุ และอยากขอบคณุ อาจารย์จากใจจริงค่ะ ท่จี ัดกจิ กรรมให้พวกหนูได้
นำเสนอสอ่ื การสอน เปน็ กจิ กรรมท่ีดแี ละฝึกความกล้าแสดงออกได้มากๆเลยค่ะ ขอบคุณอาจารยม์ ากๆค่ะ

P a g e | 220

- อยากให้มกี ารเรยี นในห้องเพราะวชิ านค้ี ่อนขา้ งตอ้ งเหน็ ภาพจริงๆมากกว่าภาพในจอ

- อาจารยเ์ ข้าใจบรบิ ทของนักศกึ ษา ยอมรบั ทกุ ความคิดเห็น ใหค้ วามสำคญั กบั ความคิดเห็นของนักศึกษา
รายวชิ านสี้ ามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ไดจ้ ริงในอนาคตของการเปน็ ครู อาจารย์นา่ รักมากๆค่ะ การเรยี นรู้สกึ น่า
ตดิ ตามและมกี จิ กรรมที่ทำให้นักศึกไดม้ โี อกาสแสดงความสามารถในหลายๆด้าน ทักษะกระบวนการทำงาน
ความสามคั คี และการจัดการอยา่ งเปน็ ระบบค่ะ ในส่วนข้อเสนอเเนะเล็กนอ้ ย คืออยากใหอ้ าจารยม์ กี ิจกรรม
ใหญๆ่ ไว้ตน้ หรือ ทา้ ย ภาคเรยี นค่ะ เพ่ือกระตนุ้ นักศึกษาและทำให้การเรยี นน่าสนใจย่ิงขึน้

แสดงผล ณ วนั ที่ 13/2/2565 เวลา : 17:35:29

รายวชิ า 261-101 วิชาชีพและความเปน็ ครู
ตอน 07 สอนโดย อาจารย์รชั ดา เชาวน์เสฏฐกลุ
จำนวนนักศึกษาทัง้ หมด 23 คน
จำนวนนกั ศกึ ษาทีป่ ระเมินแลว้ 22 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 95.65
ค่าเฉลย่ี ทไี่ ด้ = 4.88 (เต็ม 5)

รายละเอียดผลการประเมนิ ของนกั ศึกษา

รายการ 4 3 2 1 เฉล่ีย
1. การส่งเสริมใหเ้ กิดสภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ทีด่ ี (เตม็
มีปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ ง มปี ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ ง ไมม่ ีปฏิสมั พนั ธ์ 5)
1.1 ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่างอาจารยแ์ ละ ปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างอาจารยแ์ ละ อาจารยแ์ ละผเู้ รียนเชิง อาจารยแ์ ละผเู้ รียน เชิง ระหว่างอาจารยแ์ ละ
ผเู้ รียน ผเู้ รียน อบอุ่นอยา่ งสม่าเสมอ ใส่ บวกตลอดการสอน บวกบา้ ง ไมม่ ปี ฏสิ มั พนั ธ์ ผเู้ รียนหรือมี 5
ใหเ้ กียรติผเู้ รียนอยา่ ง เชิงลบ ใหเ้ กียรติผเู้ รียน ปฏิสัมพนั ธ์เชิงลบมี
ใจผูเ้ รียนอยา่ งทวั่ ถึง บรรยากาศ ทว่ั ถึง มีความยตุ ิธรรม ส่วนใหญ่ มีความยตุ ธิ รรม พฤตกิ รรมที่แสดงถงึ
การไม่ใหเ้ กียรติผเู้ รียน
ไมเ่ ครียด ให้เกียรติผเู้ รียน มี 0 ลาเอยี ง ไมย่ ตุ ธิ รรม

ความยตุ ิธรรม สอนโดยใชว้ ธิ ีบรรยาย 0
และมีกิจกรรมอืน่ ๆ
ร้อยละจานวนนกั ศึกษา 100 0 ประกอบท่ีผเู้ รียนมีส่วน สอนโดยใชว้ ธิ ี
ประเมนิ เฉพาะดา้ น ร่วมบา้ ง บรรยายเป็นหลกั โดย
2. การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอนโดยเนน้ กิจกรรมเชิงรุก สอนโดยเนน้ กิจกรรม ผเู้ รียนเป็นเพยี งผรู้ ับ
2.1 การจดั กระบวนการเรียนรู้ท่ีเนน้ การมี (Active Learning) เชิงรุก (Active ฟังแต่เพียงอยา่ งเดียว
ส่วนร่วมของผเู้ รียน ผเู้ รียนไดฝ้ ึกกระบวนการคิด Learning) ผเู้ รียน
วิเคราะห์ แกป้ ัญหาใน ไดฝ้ ึกกระบวนการคดิ
สถานการณจ์ ริงหรือกรณีศกึ ษา วเิ คราะห์
หรือปฏิบตั ิจริง โดยกิจกรรม
ดงั กล่าวสอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพ
ของผเู้ รียน

P a g e | 221

2.2 การใชส้ ื่อและทรพั ยากรการเรียนรู้ ใชส้ ่ือและทรัพยากรการเรียนรู้ที่ ใชส้ ่ือและทรัพยากร ใชส้ ่ือและทรพั ยากรการ ไมใ่ ชส้ ื่อและ
ทนั สมยั หลากหลาย เพ่อื การเรียนรู้ทท่ี นั สมยั เรียนรู้ท่ีส่งเสริมหรือ ทรพั ยากรการเรียนรู้
2.3 การจดั กระบวนการเรียนรู้ใหส้ ามารถ ส่งเสริมหรือกระตนุ้ การเรียนรู้ หลากหลาย เพอ่ื กระตนุ้ การเรียนรู้บา้ ง หรือใชไ้ ม่เหมาะสม
นาไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้ สอดคลอ้ งกบั กิจกรรมจดั การ ส่งเสริมหรือกระตนุ้ ตอ่ กระบวนการเรียนรู้
เรียนรู้ ยืดหยนุ่ ให้ผเู้ รียนสามารถ การเรียนรู้สอดคลอ้ ง
เลือกใชไ้ ดต้ ามความเหมาะสม กบั กิจกรรมจดั การ อาจารยไ์ ม่ไดแ้ จง้
เป็นตวั อยา่ งท่ดี ีในการอา้ งอิง เรียนรู้ เป้าหมายและ
ทรพั ยากรการเรียนรู้ วตั ถุประสงคข์ อง
อาจารยแ์ จง้ เป้าหมาย อาจารยแ์ จง้ เป้าหมายและ หัวขอ้ ท่สี อน
อาจารยแ์ จง้ เป้าหมายและ และวตั ถุประสงคข์ อง วตั ถปุ ระสงคข์ องหัวขอ้ ที่
วตั ถปุ ระสงคข์ องหัวขอ้ ทีส่ อน หวั ขอ้ ทส่ี อน กิจกรรม สอน แตก่ ิจกรรมการ
กิจกรรมการเรียนรู้สามารถทาให้ การเรียนรู้สามารถทา เรียนรู้ยงั ไมส่ ามารถทาให้
บรรลเุ ป้าหมายได้ นาไปใชไ้ ด้ ให้บรรลุเป้าหมายได้ บรรลเุ ป้าหมายได้
จริง

ร้อยละจานวนนกั ศึกษา 87.88 10.61 1.52 4.8
ประเมินเฉพาะดา้ น 03
3. การประเมินผล
3.1 การประเมินผลระหว่างการสอน มีการประเมินผลระหวา่ งการ มกี ารประเมนิ ผล มกี ารประเมนิ ผลระหว่าง ไมม่ ีการประเมนิ ผล
สอนในช้นั เรียน สอดคลอ้ งกบั ระหว่างการสอนใน การสอนในช้นั เรียน แต่ ระหวา่ งการสอนใน
ร้อยละจานวนนกั ศกึ ษา วตั ถุประสงคข์ องหัวขอ้ ทส่ี อน ช้นั เรียน สอดคลอ้ ง ไมส่ อดคลอ้ งกบั ช้นั เรียน
ประเมินเฉพาะดา้ น ให้ขอ้ มลู ป้อนกลบั แก่ผูเ้ รียน กบั วตั ถุประสงคข์ อง วตั ถุประสงคข์ องหวั ขอ้ ท่ี
4. ความเป็นครู ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีการประเมนิ หัวขอ้ ทีส่ อนใหข้ อ้ มลู สอน
4.1 การนาเสนอและบุคลิกภาพ ตนเองหรือสะทอ้ นส่ิงทไ่ี ด้ ป้อนกลบั แกผ่ เู้ รียน
เรียนรู้
4.2 ความตรงตอ่ เวลา
86.36 9.09 4.55 0 4.7
7

มีความมน่ั ใจมาก การนาเสนอ มีความมนั่ ใจ การ มคี วามมน่ั ใจพอควร การ ไมม่ นั่ ใจ ทาให้เกิด
และคาอธิบายชดั เจน มกี าร นาเสนอชดั เจนเป็น นาเสนอชดั เจน แตอ่ าจส้นั ความสับสน การใช้
ยกตวั อยา่ งประกอบ การใชภ้ าษา ส่วนใหญ่ คาอธิบาย หรือยาวเกินไป ใชเ้ วลาไม่ ภาษาไมเ่ หมาะสม
ถกู ตอ้ งและเหมาะสม มกี ารใช้ เขา้ ใจง่าย มีการ เหมาะสม ใชภ้ าษา การนาเสนอขาด
ภาษากายทีเ่ หมาะสม การพูดและ ยกตวั อยา่ งประกอบ เหมาะสมเป็ นส่วนใหญ่ ประเด็นทส่ี าคญั การ
น้าเสียงชดั เจน กระชบั ใชเ้ วลา การใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง คาอธิบายมคี วามสับสน พูดและสาเนียงไม่
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มกี ารย้าบาง การพูดและสาเนียง บา้ ง มีการตรวจสอบความ ชดั เจน การแตง่ กาย
ประเดน็ เมอื่ จาเป็น การแต่งกาย ชดั เจน มีการ เขา้ ใจของผเู้ รียนเป็น และท่าทางไม่
และท่าทางเหมาะสม ถูก ตรวจสอบความเขา้ ใจ บางคร้ัง การแตง่ กายและ เหมาะสม
กาลเทศะ ของผเู้ รียนเป็นระยะๆ ทา่ ทางเหมาะสม ถูก
การแต่งกายและ กาลเทศะ
ทา่ ทางเหมาะสม ถูก
กาละเทศะ

เขา้ สอนและเลิกสอนตรงตาม เขา้ สอนและ/หรือเลิก เขา้ สอนและ/หรือเลิกสอน เขา้ สอนและ/หรือเลกิ
เวลาทีก่ าหนด ใชเ้ วลาไดอ้ ยา่ ง สอนไม่เป็ นไปตาม ไม่เป็ นไปตามเวลาท่ี สอนไมเ่ ป็นไปตาม
เหมาะสม เวลาที่กาหนดไมเ่ กิน กาหนดมากกว่า 5 นาที เวลาทก่ี าหนดเกินกว่า
5 นาที แต่ไม่เกิน 10 นาที 10 นาที

P a g e | 222

4.3 การส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีพฤตกิ รรมท่ี ส่งเสริม ช้ีแนะ ตกั เตือนให้ แนะนา ส่งเสริม แนะนา ส่งเสริม ใหผ้ เู้ รียน ไมไ่ ดแ้ นะนาหรือ
เหมาะสมรวมถงึ การใหเ้ กียรติผเู้ รียน ผเู้ รียนมพี ฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสม ตกั เตือน อยา่ ง มีพฤติกรรมที่เหมาะสม ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมี
อยา่ งสร้างสรรคแ์ ละเป็นมิตร สม่าเสมอ เพือ่ ให้ เป็ นบางโอกาสและ พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสม
ร้อยละจานวนนกั ศึกษา เช่ือมโยงหรือสอดคลอ้ งกบั ผเู้ รียนมีพฤตกิ รรมท่ี ยกตวั อยา่ งพฤติกรรมที่ไม่ ตาหนิผเู้ รียนอนั ทาให้
ประเมนิ เฉพาะดา้ น เน้ือหาที่สอนแสดงพฤติกรรมที่ เหมาะสม เหมาะสมประกอบ เกิดความอบั อายใน
ร้อยละจานวนนกั ศึกษา เหมาะสมและเป็นแบบอยา่ งแก่ ช้นั เรียนต่อหนา้
ประเมินรวมทกุ ดา้ น ผเู้ รียน สาธารณะ

93.94 6.06 4.9
91.48 7.39 0 02

4.8
1.14 0 8

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
- อาจารยน์ ่ารกั มาก สอนดีดว้ ย ชนื่ ชมในการสอนค่ะ
- อาจารย์สอนได้อย่างมีคุณภาพ จัดการเรียนการสอนเป็นแบบ Active learning อยู่เสมอๆ เข้าใจนักศึกษา
เข้าถงึ ง่าย วางตัวเหมาะสม เนน้ ให้ผเู้ รยี นเปน็ ศูนยก์ ลางของความคิด กระต้นุ ผูเ้ รียนตลอดเวลา เปน็ วิชาท่ี
นักศกึ ษาทุกคนยินดีทีจ่ ะเปดิ กล้องใหโ้ ดยไมต่ ้องโดนบีบบังคับ อาจารย์เหมาะสมทเี่ ปน็ ครทู ่สี อนว่าที่ครูอยา่ งพวก
ผม ทกุ ๆอย่างของอาจารยจ์ ัดว่าดเี ยยี่ มทกุ ประการ
- สอนดี เปิดโอกาสให้เด็กในหลาย ๆเรอื่ ง สรปุ คอื ดีมาก ดที สี่ ุด
- อาจารย์ใจดี เขา้ ใจเด็กมาก ๆ ทำให้รสู้ ึกผ่อนคลาย
- อาจารย์น่ารักมากคะ่
- ดีเริศ ดีเย่ียม หาท่ตี ไิ ม่ได้ เรยี กไดว้ ่าครบเครือ่ ง
- เปน็ วิชาแรกท่ที ำให้นกั ศึกษาส่วนมากกลา้ ท่จี ะเปิดกลอ้ ง การสอนของอาจารย์สนกุ ทุกคาบ การเรยี นในวิชานี้
ทำให้เปน็ คนกล้าทจ่ี ะพูดมากขึ้น การสั่งงานกล่มุ มันกเ็ ป็นเรอื่ งทด่ี ี แต่ในการเรยี นออนไลน์การคยุ กนั คอ่ นข้าง
ยากมาก บางงานคุยกนั น้อยมาก แตโ่ ดยรวมคือยงั อยู่ในระดบั ที่โอเค

แสดงผล ณ วนั ที่ 13/2/2565 เวลา : 17:23:42

รายวชิ า 262-309 การแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ 1
ตอน 01 สอนโดย อาจารยร์ ชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกุล
จำนวนนกั ศกึ ษาทงั้ หมด 30 คน
จำนวนนักศกึ ษาทปี่ ระเมินแล้ว 25 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 83.33
ค่าเฉลี่ย ที่ได้ = 4.79 (เต็ม 5)

รายละเอียดผลการประเมินของนกั ศึกษา

รายการ 43 2 เฉลีย่
1 (เต็ม 5)

P a g e | 223

1. การส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ท่ดี ี มปี ฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งอาจารย์ มีปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่าง ไม่มปี ฏสิ ัมพนั ธ์
และผเู้ รียนเชิงบวกตลอดการ อาจารยแ์ ละผเู้ รียน เชิงบวก ระหวา่ งอาจารยแ์ ละ
1.1 ปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างอาจารยแ์ ละผเู้ รียน ปฏิสมั พนั ธ์ระหว่าง สอน ให้เกียรติผเู้ รียนอยา่ ง บา้ ง ไม่มปี ฏิสัมพนั ธเ์ ชิงลบ ผเู้ รียนหรือมี
อาจารยแ์ ละผเู้ รียน ทวั่ ถึง มีความยตุ ธิ รรม ใหเ้ กียรติผเู้ รียนส่วนใหญ่ มี ปฏิสมั พนั ธ์เชิงลบมี
อบอุ่นอยา่ งสม่าเสมอ ความยตุ ธิ รรม พฤตกิ รรมทแี่ สดง
ใส่ใจผูเ้ รียนอยา่ งทว่ั ถึง 0 ถงึ การไม่ใหเ้ กียรติ
บรรยากาศไม่เครียด ให้ สอนโดยเนน้ กิจกรรมเชิงรุก 0 ผเู้ รียน ลาเอยี ง ไม่
เกียรตผิ เู้ รียน มคี วาม (Active Learning) สอนโดยใชว้ ิธีบรรยายและ ยตุ ธิ รรม
ยตุ ธิ รรม ผเู้ รียนไดฝ้ ึกกระบวนการคิด มกี ิจกรรมอืน่ ๆ ประกอบท่ี
วเิ คราะห์ ผเู้ รียนมีส่วนร่วมบา้ ง 0
ร้อยละจานวนนกั ศึกษา 100 5
ประเมินเฉพาะดา้ น ใชส้ ่ือและทรัพยากรการเรียนรู้ ใชส้ ื่อและทรัพยากรการ สอนโดยใชว้ ิธี 4.82
2. การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอนโดยเนน้ กิจกรรม ท่ที นั สมยั หลากหลาย เพือ่ เรียนรู้ทส่ี ่งเสริมหรือกระตนุ้ บรรยายเป็ นหลกั
2.1 การจดั กระบวนการเรียนรู้ทเ่ี นน้ การมี เชิงรุก (Active ส่งเสริมหรือกระตนุ้ การเรียนรู้ การเรียนรู้บา้ ง โดยผเู้ รียนเป็นเพียง
ส่วนร่วมของผเู้ รียน Learning) ผเู้ รียน สอดคลอ้ งกบั กิจกรรมจดั การ ผรู้ ับฟังแต่เพียง
ไดฝ้ ึกกระบวนการคดิ เรียนรู้ อาจารยแ์ จง้ เป้าหมายและ อยา่ งเดียว
2.2 การใชส้ ื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหาใน วตั ถปุ ระสงคข์ องหวั ขอ้ ที่
สถานการณจ์ ริงหรือ อาจารยแ์ จง้ เป้าหมายและ สอน แตก่ ิจกรรมการเรียนรู้ ไมใ่ ชส้ ื่อและ
2.3 การจดั กระบวนการเรียนรู้ให้สามารถ กรณีศึกษา หรือปฏิบตั ิ วตั ถปุ ระสงคข์ องหวั ขอ้ ท่ีสอน ยงั ไมส่ ามารถทาให้บรรลุ ทรัพยากรการ
นาไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้ จริง โดยกิจกรรม กิจกรรมการเรียนรู้สามารถทา เป้าหมายได้ เรียนรู้หรือใชไ้ ม่
ดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั ให้บรรลุเป้าหมายได้ เหมาะสมตอ่
ร้อยละจานวนนกั ศึกษา ศกั ยภาพของผเู้ รียน 0 กระบวนการเรียนรู้
ประเมินเฉพาะดา้ น ใชส้ ่ือและทรัพยากรการ 14.67
3. การประเมินผล เรียนรู้ที่ทนั สมยั อาจารยไ์ มไ่ ดแ้ จง้
หลากหลาย เพื่อ เป้าหมายและ
ส่งเสริมหรือกระตนุ้ การ วตั ถปุ ระสงคข์ อง
เรียนรู้ สอดคลอ้ งกบั หวั ขอ้ ทส่ี อน
กิจกรรมจดั การเรียนรู้
ยดื หย่นุ ให้ผเู้ รียน 0
สามารถเลอื กใชไ้ ดต้ าม
ความเหมาะสม เป็น
ตวั อยา่ งทดี่ ีในการ
อา้ งองิ ทรัพยากรการ
เรียนรู้
อาจารยแ์ จง้ เป้าหมาย
และวตั ถปุ ระสงคข์ อง
หัวขอ้ ทสี่ อน กิจกรรม
การเรียนรู้สามารถทาให้
บรรลุเป้าหมายได้
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง

85.33

P a g e | 224

3.1 การประเมนิ ผลระหวา่ งการสอน มีการประเมินผล มีการประเมนิ ผลระหวา่ งการ มกี ารประเมนิ ผลระหวา่ ง ไมม่ กี ารประเมนิ ผล
ระหวา่ งการสอนในช้นั สอนในช้นั เรียน สอดคลอ้ งกบั การสอนในช้นั เรียน แต่ไม่ ระหว่างการสอนใน
ร้อยละจานวนนกั ศกึ ษา เรียน สอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคข์ องหัวขอ้ ที่สอน สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ ช้นั เรียน
ประเมินเฉพาะดา้ น วตั ถปุ ระสงคข์ องหัวขอ้ ให้ขอ้ มูลป้อนกลบั แกผ่ ูเ้ รียน ของหวั ขอ้ ทส่ี อน
4. ความเป็นครู ท่สี อน ใหข้ อ้ มูล
4.1 การนาเสนอและบุคลกิ ภาพ ป้อนกลบั แกผ่ เู้ รียน
ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีการ
4.2 ความตรงตอ่ เวลา ประเมินตนเองหรือ
สะทอ้ นสิ่งทไ่ี ดเ้ รียนรู้
4.3 การส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีพฤติกรรมที่
เหมาะสมรวมถึงการใหเ้ กียรติผเู้ รียน 72 28 00 4.65

ร้อยละจานวนนกั ศกึ ษา มีความมนั่ ใจมาก การ มีความมนั่ ใจ การนาเสนอ มีความมน่ั ใจพอควร การ ไม่มนั่ ใจ ทาใหเ้ กิด 4.75
ประเมนิ เฉพาะดา้ น นาเสนอและคาอธิบาย ชดั เจนเป็นส่วนใหญ่ คาอธิบาย นาเสนอชดั เจน แตอ่ าจส้ัน ความสับสน การใช้ 4.79
ร้อยละจานวนนกั ศึกษา ชดั เจน มีการยกตวั อยา่ ง เขา้ ใจง่าย มีการยกตวั อยา่ ง หรือยาวเกินไป ใชเ้ วลาไม่ ภาษาไมเ่ หมาะสม
ประเมนิ รวมทุกดา้ น ประกอบ การใชภ้ าษา ประกอบ การใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง เหมาะสม ใชภ้ าษาเหมาะสม การนาเสนอขาด
ถกู ตอ้ งและเหมาะสม มี การพดู และสาเนียงชดั เจน มี เป็นส่วนใหญ่ คาอธิบายมี ประเด็นท่ีสาคญั
การใชภ้ าษากายที่ การตรวจสอบความเขา้ ใจของ ความสบั สนบา้ ง มีการ การพูดและสาเนียง
เหมาะสม การพดู และ ผเู้ รียนเป็นระยะๆ การแต่งกาย ตรวจสอบความเขา้ ใจของ ไม่ชดั เจน การแต่ง
น้าเสียงชดั เจน กระชบั และทา่ ทางเหมาะสม ถูก ผเู้ รียนเป็นบางคร้ัง การแตง่ กายและท่าทางไม่
ใชเ้ วลาไดอ้ ยา่ ง กาละเทศะ กายและท่าทางเหมาะสม เหมาะสม
เหมาะสม มกี ารย้าบาง ถกู กาลเทศะ
ประเด็นเม่อื จาเป็น การ เขา้ สอนและ/หรือเลกิ สอนไม่
แต่งกายและทา่ ทาง เป็นไปตามเวลาท่กี าหนดไม่ เขา้ สอนและ/หรือเลกิ สอน เขา้ สอนและ/หรือ
เหมาะสม ถูกกาลเทศะ เกิน 5 นาที ไมเ่ ป็นไปตามเวลาท่กี าหนด เลกิ สอนไม่เป็นไป
มากกวา่ 5 นาที แตไ่ ม่เกิน ตามเวลาทก่ี าหนด
เขา้ สอนและเลกิ สอน 10 นาที เกินกว่า 10 นาที
ตรงตามเวลาที่กาหนด
ใชเ้ วลาไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม

ส่งเสริม ช้ีแนะ ตกั เตอื น แนะนา ส่งเสริม ตกั เตือน อยา่ ง แนะนา ส่งเสริม ใหผ้ เู้ รียนมี ไม่ไดแ้ นะนาหรือ
ให้ผเู้ รียนมพี ฤตกิ รรมท่ี สม่าเสมอ เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมี พฤติกรรมทเ่ี หมาะสมเป็น ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมี
เหมาะสมอยา่ ง พฤติกรรมทเี่ หมาะสม บางโอกาสและยกตวั อยา่ ง พฤติกรรมท่ี
สร้างสรรคแ์ ละเป็นมิตร พฤตกิ รรมที่ไมเ่ หมาะสม เหมาะสม ตาหนิ
เช่ือมโยงหรือสอดคลอ้ ง ประกอบ ผเู้ รียนอนั ทาให้เกิด
กบั เน้ือหาทส่ี อนแสดง ความอบั อายในช้นั
พฤติกรรมทีเ่ หมาะสม เรียนต่อหนา้
และเป็นแบบอยา่ งแก่ สาธารณะ
ผเู้ รียน

81.33 17.33 1.33 0

84 15.5 0.5 0

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

P a g e | 225

- อาจารย์มอบหมายงานที่นำไปใช้ได้จรงิ ในการฝึกปฏบิ ตั กิ ารสอน ซ่ึงเปน็ ประโยชนต์ อ่ นักศกึ ษาเป็นอย่างมาก และ
พยายามใหน้ ักศึกษาได้ความรเู้ พ่ิมเติมอยเู่ สมอ โดยการหากิจกรรมใหเ้ ขา้ ร่วมและหาความรู้ต่างๆให้เสมอ
- อาจารยน์ ่ารกั เปน็ วิชาท่ีน่าเรยี น อาจารย์สอนเข้าใจงา่ ย ใหน้ ศ.ไดล้ งมือทำจริง เรยี นแลว้ ได้ความรทู้ ส่ี ามารถนำไปต่อ
ยอดได้ และเขา้ ใจนกั ศกึ ษา
- อาจารย์มีความแมน่ ยำในเน้อื หาทสี่ อน และสามารถถา่ ยทอดใหน้ ักศึกษาเข้าใจได้เป็นอยา่ งดี สิ่งที่สอนสามารถ
นำไปใช้ไดจ้ รงิ และเป็นประโยชนแ์ ก่นักศึกษา อาจารยม์ ีการสอบถาม รับฟังความคิดเหน็ คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำ
แกไ้ ขแก่นักศึกษา การจดั การเรียนการสอนของอาจารยท์ ำให้นักศึกษาได้มสี ่วนร่วม และยังเปน็ การฝึกฝน เตรียมพร้อม
ในการเปน็ เป็นครูไดเ้ ปน็ อย่างดี
- อาจารยน์ ่ารกั กบั นักศกึ ษามาโดยตลอด ทำให้นักศึกษารู้สกึ อบอุ่น กลา้ ถามและกล้าท่ีจะคยุ กับอาจารย์
- ชอบการสอนของอาจารยม์ าก ๆ ค่ะ เปน็ กันเองกบั นกั ศึกษา หอ้ งเรียนเปดิ กวา้ งทางความคิด นักศึกษาเรียนเเลว้ มี
ความสุขค่ะ เเละไดร้ บั ข้อคิดกับความรู้มากมาย สามารถนำไปใช้ในชวี ิตจริงได้
- อาจารยใ์ หค้ ำแนะนำในเร่ืองแผนการสอนดีมากๆ ซึง่ เราสามารถนำคำแนะนำเหล่าน้ีไปใช้ในการเรยี นต่อไปได้อย่าง
ถูกต้อง
- อาจารย์เขา้ ใจนกั ศึกษามากๆ และ สามารถนำแบบอยา่ งทอี่ าจารยส์ อนนำไปใชไ้ ด้
- การกำหนดแนวทางการพัฒนานักศึกษาของอาจารยื ค่อนขา้ งชดั เจน และค่อยพัฒนาให้นักศึกษา โดยการเรียนรูจ้ าก
ความผดิ พลาด จากสิ่งทเี่ หมาะสม ซึง่ นับเปน็ สง่ิ ที่ดี เพราะนักศึกษากจ็ ะค่อยปรับปรงุ ตวั เองใหด้ ีขึ้นไปเร่ือยๆ ไมต่ อ้ งรีบ
เรยี นร็ู แตค่ ่อยๆเรียนรู้กันไป
- เข้าใจและรบั ฟังความคิดเหน็ ของนักศึกษา อาจารยส์ อนเน้อื ทีเ่ ราสามารถนำไปใชไ้ ด้จริงในอนาคต
- บรรยากาศการเรยี นการสอนเป็นไปอยา่ งสนุกสนาน อาจารย์มกี ารผ่อนคลาย โดยการเปดิ เพลงให้ฟงั พูดคุย ถาม
ขา่ วสารเกี่ยวกบั สถานการณ์ต่างๆ ท่ีเกดิ ขึ้น อาจารย์มักจะมีการอัพเดทข่าวสารหรือเร่อื งราวใหมๆ่ มาให้พวกเราเสมอ
สำหรับงานท่ีได้รบั มอบหมาย อาจารยม์ ักจะใหร้ ะยะเวลาในการทำงานท่ีเหมาะสม ไมร่ ีบจนเกินไป สามารถยืดหย่นุ ได้
อาจารย์เขา้ ใจนกั ศึกษาเป็นอย่างดแี ละรบั ฟงั ความคิดเหน็ และความรู้สึกทน่ี ักศึกษาอยากระบายดว้ ยเสมอ อาจารยม์ ักจะ
ฝึกใหพ้ วกเราได้คิด ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ไดค้ ิดในสง่ิ ทห่ี ลายๆคน อาจจะไม่เคยนำมาลองคดิ ซึ่งเปน็ การเรียนทสี่ นุกมากๆ
คะ่ แต่อยากใหอ้ าจารยน์ ำเนื้อหาในช่วงทา้ ยๆ มาสอนในช่วงกอ่ นหน้านี้ เพื่อท่ีพวกเราสามารถจะเขา้ ใจได้มากกว่าน้ีและ
สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีกว่าเดิมได้

แสดงผล ณ วันที่ 13/2/2565 เวลา : 17:08:31

*******************************************************************

P a g e | 226

รวมลิงคต์ า่ งๆทเ่ี กย่ี วข้องกับอาจารย์รชั ดา เชาวน์เสฏฐกุล
1. เฟซบคุ๊ อาจารย์รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล FB: Rachada Chaovasetthakul
2. เฟซบคุ๊ สาขาวชิ าคณิตศาสตร์ FB: สาขาวชิ าคณิตศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.ปตั ตานี
3. https://sites.google.com/view/lessonstudy-openapproach-pnpsu/
4. You tube: Lesson Study & Open Approach at Pattani
5. Youtube: นวัตกรรมนเิ ทศภายในของสถานศึกษา COLO MODEL รร บา้ นคอลอตันหยง สพป
ปน 1
6. QR Code รวี ิวการสอนของอาจารยร์ ัชดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ จัดทำโดย นายยทุ ธนา จันทรา
นกั ศึกษาสาขาวชิ าคณติ ศาสตร์ ช้นั ปีที่ 5

ขอขอบคุณคณะกรรมการทกุ ท่านที่ร่วมเรยี นรู้และทำความรจู้ ักดฉิ นั ค่ะ
ดร.รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกุล
0816783539


Click to View FlipBook Version