The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Niinaya Majchavet, 2022-02-22 22:58:27

อาจารย์ตัวอย่าง-อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล

หนังสือ E-Book

P a g e | 133

ตวั อยา่ งเอกสารประกอบกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพื่อการจดั การเรยี นรู้ 262-203

2. ครูควรให้นักเรียนพัฒนาทกั ษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์อย่างต่อเน่ือง
3. ครูควรวิเคราะห์และวางแผนว่าสถานการณ์ปัญหาหรือกิจกรรมนัน้ ในแตล่ ะขั้นตอนจะให้นักเรียนใช้
ความรอู้ ะไร ใชอ้ ย่างไร และพัฒนาทกั ษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ใดบ้าง

การดำเนินกิจกรรมการเรยี นการสอน
1. ครูควรใช้กิจกรรมการเรยี นแบบรว่ มมือ หรอื การทำงานร่วมกันเปน็ กลมุ่
2. ครคู วรเปดิ โอกาสให้นกั เรียนมีสว่ นร่วมในการแกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์
3. ครคู วรเปิดโอกาสให้นกั เรยี นไดค้ ดิ อธบิ ายในส่ิงทต่ี นคดิ และนำเสนออยา่ งอิสระ
4. ครูควรยอมรบั ความคดิ เห็นของนกั เรียนไมว่ ่าจะถูกหรือผดิ
5. สนบั สนนุ ใหน้ ักเรยี นเร่ิมต้นคิดหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน
6. สนับสนนุ ให้นกั เรียนคดิ และลงมือปฏิบตั ิแก้ปญั หาตามข้ันตอนและกระบวนการแก้ปญั หา
7. สนับสนนุ ใหน้ ักเรียนใชย้ ุทธวธิ แี ก้ปญั หามากกว่าหนึ่งยทุ ธวิธี
8. ครคู วรสนบั สนนุ ให้นักเรียนสำรวจ สบื สวน สรา้ งข้อความคาดการณ์ อธิบายและตัดสินข้อสรุป
กรณ๊ท่วั ไปของตนเอง
9. สนบั สนนุ ใหน้ ักเรยี นใชช้ ่องทางการสื่อสารได้มากกวา่ หนงึ่ ช่องทาง ในการนำเสนอยุทธวิธีและ
กระบวนการแกป้ ญั หา
10. สนบั สนุนใหน้ ักเรยี นลงมอปฏบิ ัติแกป้ ัญหาทง้ั ในคณิตศาสตรแ์ ละบรบิ ทอืน่
11. สนบั สนนุ ให้นกั เรยี นสรา้ งปัญหาทางคณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ
12. สนบั สนนุ ให้นักเรียนรับรู้กระบวนการคิดของตนเอง
13. ครูควรเปดิ อภิปรายร่วมกันเกีย่ วกบั ยทุ ธวธิ ใี นการแกป้ ญั หา

การประเมนิ ผล
เพื่อให้การประเมินมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ครูจะต้อง
บรู ณาการการประเมินผลความรู้ความเขา้ ใจในเน้ือหาคณิตศาสตร์และการประเมนิ ทักษะ/กระบวนการทาง
คณติ ศาสตรเ์ ข้าดว้ ยกัน โดยยดึ หลกั การดังนี้
1. การประเมนิ ต้องมีวตั ถุประสงค์ของการประเมินผลทช่ี ดั เจน

1.1 ประเมินเพ่ือวนิ จิ ฉยั จดุ เดน่ จดุ ดอ้ ยของนักเรยี น
1.2 ประเมนิ เพื่อพัฒนาและปรบั ปรงุ การเรยี นการสอน
1.3 ประเมินเพ่ือตดั สนิ หรือสรุปผลการเรยี นการสอน
1.4 ประเมินเพอื่ จัดประเภท
1.5 ประเมินเพอื่ พยากรณ์
2. การประเมินผลต้องทำอย่างต่อเนื่องและควบคู่ไปกับการเรียนการสอน มีการประเมินก่อนเรียน
ระหวา่ งเรียน และหลังเรยี น
3. ต้องเลือกใช้เครื่องมือและวิธีการวัดที่หลากหลาย เพื่อนำไปสู่ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับนักเรียน
รอบด้าน
4. ต้องมีข้อสอบที่มีลักษณะคำถามแบบเจาะลึกแนวคิด ยุทธวิธีและกระบวนการแก้ปัญหาของ
นักเรยี น
5. ต้องใช้การสังเกตและการใช้คำถามควบคูไ่ ปกับกระบวนการเรยี นการสอน

P a g e | 134

ตวั อยา่ งเอกสารประกอบกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพื่อการจัดการเรียนรู้ 262-203

6. ตอ้ งส่งเสริมใหน้ ักเรยี นเขียนอนุทินเพื่อสะทอ้ นกระบวนการคดิ ของตนเอง
7. ตอ้ งมเี กณฑก์ ารใหค้ ะแนนทเ่ี ปน็ ระบบและชดั เจน

ตัวย่างโจทยเ์ พื่อการเรยี นรกู้ ระบวนการทางคณิตศาสตร์(เพ่ิมเติม)
จงแสดงยทุ ธวธิ แี ละวิธีการในการหาคำตอบ ในโจทยป์ ัญหาต่อไปน้ี

1. จงหาผลบวกของจำนวนเต็มบวกตั้งแต่ 1 ถึง 100

2. ในร้านขายของชำแห่งหนง่ึ มขี นมราคาแตกต่างกนั อยู่ 3 ชนิด ชนิดทห่ี น่งึ ราคาชนิ้ ละ 2 บาท

ชนิดทส่ี องและสามราคาช้นิ ละ 5 บาทและ 10 บาทตามลำดับ วันหนงึ่ มีแมแ่ ละลูก ชายคู่
หน่ึงเขา้ มาซ้ือของในร้านแหง่ น้ี ลกู ชายเหน็ ขนมและอยากได้ จงึ ร้องขอให้แมซ่ ้อื ให้ แม่อนุญาต
และบอกใหล้ กู ชายเลือกหยิบขนมเองตามใจชอบมา 3 ช้ิน อยากทราบว่าแม่ จะตอ้ งจา่ ยเงิน
เป็นคา่ ขนมให้ลกู ชายเปน็ จำนวนเงนิ เท่าไรบ้าง

3. แพะตัวหนึ่ง เจ้าของใชเ้ ชอื กผูกติดไว้ทีโ่ คนเสาของโรงนาซง่ึ มหี ญ้าอ่อนเขียวขจีอยูร่ อบๆ โรงนา

ถ้าเชือกท่ีผกู แพะนัน้ มคี วามยาว 15 เมตร บริเวณพ้นื โรงนามลี ักษณะเป็นรปู สี่เหล่ยี มผนื ผ้า
ขนาดกว้าง 6 เมตร และยาว 9 เมตร อยากทราบวา่ บรเิ วณน้นั แพะสามารถ กนิ หญ้าได้
มากทีส่ ดุ นั้นมีพน้ื ทเี่ ป็นเท่าไร

4. ครอบครัวมีสุขและครอบครัวสุขล้นเป็นเพอ่ื นบ้านกนั สนามหญา้ หน้าบา้ นของแต่ละ

ครอบครัวมีลักษณะเป็นรูปสเ่ี หลี่ยมมมุ ฉากที่มีความยาวโดยรอบ 24 เมตรเทา่ กนั ถ้าพื้นท่ี
ของสนามหญ้า ของทง้ั สองครอบครวั ตา่ งกันอยู่ 8 ตารางเมตร ความกวา้ งและความยาว
ของสนามหญ้าท้งั สองครอบครัวรวมกนั เป็นเท่าไร

5. สมพงษ์ซอ้ื ขนมปังสองชนดิ เพ่ือมาขายในงานโรงเรียน เขาตั้งราคาขายขนมปงั ชนดิ แรกใน ราคาชนิ้ ละ

10 บาท และชนิดทสี่ องในราคาชนิ้ ละ 15 บาทถ้าเขาขายขนมปังชนิดแรกไป จำนวนหนงึ่
ขายชนิดท่สี องไปอีกเปน็ จำนวนครง่ึ หนึ่งของจำนวนขนมปังชนิดแรก และได้ เงนิ รวม 875 บาท
จงหาว่าเขาขายขนมปงั แตล่ ะชนดิ ไปอย่างละกี่ช้ิน (กรณนี ี้นักเรยี นไม่มี ความรู้
พน้ื ฐานเร่ืองสมการเพยี งพอ)

-----------------------------------------

P a g e | 135

พนั ธกจิ การบริการวชิ าการเพื่อสังคม ของ ดร.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ทา่ นอาจารย์ไมตรี อินทรป์ ระสิทธ์ิ และน้องๆเครือข่ายจากมหาวทิ ยาลัยต่างๆ อบรม
Lesson Study และ Open Approach ตุลาคม 2559 จ.ปัตตานี

งาน WALS (World of Lesson Study) ปี 2015 ณ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น

รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ (โบวส์ แี ดง)
ครูผ้เู ป็นแรงบนั ดาลใจ ในการใชน้ วตั กรรม
การศกึ ษาช้นั เรยี นและวธิ ีการแบบเปดิ (การ
ประชุมวิชาการคณติ ศาสตรศกึ ษาครั้งที่ 6
ณ ม.อ.ปัตตานี 15-17 ก.พ. 63)

P a g e | 136

กจิ กรรมการบรกิ ารวิชาการ
1. การอบรมให้ความรกู้ ารใชน้ วัตกรรมการศึกษาช้นั เรยี น (Lesson Study) และวธิ กี ารแบบเปดิ (Open
Approach) และสงั เกตชน้ั เรยี น แก่โรงเรียนบ้านปาลอบาต๊ะ จงั หวดั นราธิวาส วันท่ี 15 - 16 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2563

P a g e | 137

2. การอบรมทบทวนการใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open
Approach) ให้แก่โรงเรยี นบ้านบาละ จังหวดั ยะลา
วนั ท่ี 5 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2563

P a g e | 138

3. การให้ความรกู้ ารเขียนแผนบูรณาการให้แก่โรงเรียนบ้านคอลอตนั หยง จังหวดั ปตั ตานี ณ หอ้ ง 10305
คณะศึกษาศาสตร์ เมือ่ วนั ที่ 20 มิถนุ ายน 2563

P a g e | 139

4. การนิเทศชั้นเรียนที่สอนโดยใช้การศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open
Approach) แก่โรงเรียนบา้ นกะรุบี โรงเรียนบา้ นโตะบาลา โรงเรยี นบ้านตือเบาะ จังหวดั ปตั ตานี
โรงเรยี นบา้ นกะรบุ ี วันท่ี 22 ธันวาคม พ.ศ.2563

P a g e | 140

สงั เกตชน้ั เรียนและสะทอ้ นผล โรงเรียนบ้านกะรบุ ี วันท่ี 13 สงิ หาคม พ.ศ.2563

P a g e | 141

5. การนิเทศชั้นเรียนและอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ตามแนวทางวิธีสอนแบบ
เปดิ ให้แก่โรงเรียนอบิ นูอฟั ฟานบูรณวิทย์ จงั หวดั ปัตตานี
วนั ที่ 28 ตลุ าคม พ.ศ.2563

P a g e | 142

วนั ที่ 28 ตลุ าคม 2563 นำนักศกึ ษาชน้ั ปที ี่ 1 สงั เกตการทำงานจริงในโรงเรียน

P a g e | 143

P a g e | 144

วนั ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2563 ให้ความร้เู น้ือหาในหนังสอื เรียนญปี่ ุ่นแก้ครโู รงเรียนอบิ นอู ัฟฟานบรู ณวทิ ย์ ณ หอ้ ง
10305 คณะศึกษาศาสตร์

สังเกตชนั้ เรยี น โรงเรยี นอบิ นูอัฟฟานบรู ณ
วิทย์ วนั ท่ี 29 มกราคม 2563

P a g e | 145

สงั เกตชัน้ เรยี น โรงเรยี นอบิ นูอฟั ฟานบูรณวทิ ย์ วนั ท่ี 29 มกราคม 2563

P a g e | 146

6. การนเิ ทศชัน้ เรยี นท่ีใช้นวตั กรรมการศึกษาชั้นเรยี น (Lesson Study) และวธิ ีการแบบเปิด (Open
Approach) ใหก้ บั โรงเรยี นต่างๆในภาคใต้ ทั้งรัฐและเอกชน
โรงเรยี นซอลีฮยี ะห์ วนั ท่ี 13 ธันวาคม 2563 (เอกชน) อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี

นเิ ทศชน้ั เรยี นโรงเรียนศรีทกั ษิณ ช้นั ป. 1 วนั ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 จ.นราธิวาส (เอกชน)

P a g e | 147

โรงเรยี นบา้ นคอลอตนั หยง วนั ท่ี 6 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2563 อ.หนองจิกจ.ปตั ตานี (โรงเรยี นขยายโอกาส)

P a g e | 148

7. การรว่ มพฒั นาการศึกษาของโรงเรยี นในสงั กัด องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดปัตตานี (อบจ.)

P a g e | 149

8. โครงการการอบรมเชิงปฏิบตั ิการการจัดทำแผนการจัดการเรียนการสอนด้วยนวตั กรรมการศึกษาช้นั
เรียน Lesson Study และวิธกี ารแบบเปิด Open Approach ใหก้ ับโรงเรียนในสังกัด องค์การบรหิ าร
สว่ นจังหวัดปัตตานี จำนวน 2 โรงเรยี น ทางออนไลน์ ผ่านระบบซูม ในวันที่ 10 เมษายน 2563

P a g e | 150

10. ร่วมการเปิดชั้นเรียน Lesson Study และวิธีการแบบเปิด Open Approach ของโรงเรียนในสังกัด
อบจ.ปตั ตานี โรงเรยี นบา้ นตะบงิ ตีงี อ.มายอ
วันที่ 26 ตลุ าคม พ.ศ.2563

P a g e | 151

สงั เกตช้นั เรยี น โรงเรยี นบา้ นตะบงิ ตีงี

P a g e | 152

11. รว่ มการเปดิ ช้นั เรียน Lesson Study และวธิ ีการแบบเปดิ Open Approach ของโรงเรียนในสังกดั
อบจ.ปัตตานี โรงเรยี นบา้ นเขาตมู
วนั ท่ี 21 ตุลาคม พ.ศ.2563

P a g e | 153

สงั เกตช้นั เรยี น โรงเรยี นบา้ นเขาตูม
วนั ที่ 3 มนี าคม พ.ศ.2563

โรงเรยี นบา้ นเขาตูม

P a g e | 154

12. นำนักศึกษาชัน้ ปที ี่ 1 สาขาวิชาศิลปศึกษา เขา้ ศึกษาเรียนรู้ความเปน็ ครู งานครแู ละวชิ าชีพครู
ในสถานท่จี ริง ณ โรงเรียนบ้านคอลอตนั หยง โรงเรียนที่จัดว่าเป็นต้นแบบในหลายๆด้านและเป็นโรงเรียน
ที่มีนวัตกรรมการสอนด้วยวิธกี ารแบบเปิด (open approach) โรงเรียนทม่ี ีระบบการพัฒนา

กระบวนการพฒั นาโรงเรียนทั้งระบบ (whole school approach) ด้วยนวตั กรรมการศึกษาชัน้ เรียน
(lesson study) วันที่ 9 ตลุ าคม พ.ศ.2563

P a g e | 155

P a g e | 156

13. รว่ มประชุมรบั ฟงั ผลการดำเนินงาน ภาพความสำเรจ็ ผลสะทอ้ นจากการวจิ ยั ติดตาม
ประเมินผล การ ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมลำ้ : กา้ วตอ่ ไปอยา่ งต่อเน่อื ง ของ กสศ. วันที่
26 – 27 กนั ยายน พ.ศ.2563

P a g e | 157

14. การเปิดชนั้ เรียนภายใต้การสนบั สนุนของ กสศ. โครงการพัฒนาครแู ละโรงเรียนอย่างต่อเนอื่ ง
ดำเนินงานโดยหน่วยพัฒนาของมหาวิทยาลยั ขอนแกน่ และสถาบนั วจิ ัยและพฒั นาวชิ าชีพครสู ำหรับ
อาเซียน
โรงเรยี นบ้านคอลอตันหยง วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2563

P a g e | 158

15. เข้ารว่ มการประชุมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศกึ ษา (กสศ.) เร่ือง ยกระดับคณุ ภาพ
โรงเรยี น ลดความเหลอื่ มลำ้ ” ของภาคใต้
วันที่ 17-18 ตลุ าคม พ.ศ.2563

P a g e | 159

16. นำนักศกึ ษาปี 1 กับการเข้าโรงเรียนคร้ังแรก สังเกตชัน้ เรยี นทโ่ี รงเรยี นอบิ นอู ัฟฟานบูรณวิทย์ จดั
Live Classroom ให้นกั ศกึ ษาสาขาวิชาคณติ ศาสตรไ์ ด้สังเกตรวมทง้ั สะทอ้ นผลการเรียนร้คู ร้งั แรก.
วันท่ี 6 ตุลาคม พ.ศ.2563

P a g e | 160

17. รว่ มกิจกรรมเปดิ ชั้นเรียนที่โรงเรยี นสงั กัด อบจ. ปตั ตานี โรงเรียนบ้านตะบงิ ตีงี อ.มายอ จ.ปตั ตานี ใน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 เรอื่ งพ้ืนทข่ี องรปู ส่ีเหลย่ี มด้านขนาน
วนั ท่ี 21 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2563

P a g e | 161

18. จัดการประชมุ วิชาการระดับชาติดา้ นคณิตศาสตรศึกษา ครั้งที่ 6 คณิตศาสตร์ระดับโรงเรียนแนวใหม่
ใน Digital Era New School Mathematics in Digital Era
วันท่ี 15 – 17 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2563

P a g e | 162

กจิ กรรม ณ โรงเรียนบา้ นคอลอตนั หยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี วนั ศกุ ร์ท่ี 25 ธนั วาคม 2563
อาจารย์ ดร.รชั ดา เชาวนเ์ สฏฐกลุ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี ได้เขา้
ร่วมการประชมุ ผปู้ กครองนักเรียนช่วงชนั้ ที่ 1 และแนะนำการเขียนแผนบูรณาการสาระวิชาตา่ งๆในแตล่ ะชว่ ง
ชั้น อย่างใกลช้ ิดและเปน็ กนั เองกบั คุณครู กอ่ นทจ่ี ะมีการอบรมวิธีการสอนแบบเปิดใหก้ ับคณุ ครูทั้งโรงเรียนทุก
กล่มุ สาระต่อไป

การท่ีโรงเรยี นบา้ นคอลอตนั หยงได้ใชน้ วัตกรรมการศึกษาช้ันเรียนและวธิ ีการแบบเปดิ ให้กับบตุ ร
หลานของผู้ปกครองนน้ั ทำให้นกั เรยี นเรยี นอยา่ งสนุกสนานและมีความสุข อยากมาโรงเรียนทุกวนั โดยเฉพาะ
วันศุกร์ และวนั พธุ ซ่งึ มีกจิ กรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระวิชาตา่ งๆเขา้ ด้วยกัน ทำให้นกั เรยี นมีความสุขในการมา
เรยี นและได้ความรตู้ ามที่ตนสนใจตามความถนัด กล่าวคือ ในทกุ วันศกุ รเ์ ปน็ วันจัดกิจกรรม Friday Free Day
สำหรับนอ้ งอนุบาล วันพุธเปน็ กิจกรรม Fun Day Free Day สำหรับชว่ งชั้นท่ี 1 และ 2

ภาพบรรยากาศการประชุมผปู้ กครอง ชว่ งชนั้ ท่ี 1 โรงเรียนบา้ นคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.
ปตั ตานี

P a g e | 163

ภาพบรรยากาศกิจกรรม Friday Free Day (วนั ศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563) สำหรบั นักเรียนระดบั ปฐมวัย

ผลงานนักเรียนวันนี้ จากกิจกรรมเรอ่ื ง พระอาทติ ยย์ ้ิมแฉ่ง

P a g e | 164

บรรยากาศ
การแนะนำ
การเขยี นแผนบรู ณาการในแต่ละช่วงชนั้ ใหก้ ับหัวหนา้ และตัวแทนแตล่ ะชว่ งช้ัน
โดยการจัดทำเป็นแผนหนา้ เดียว คล้ายกบั แผนการจดั การเรยี นรู้ดว้ ยวิธกี ารแบบเปิดทใ่ี ช้อยปู่ กติ บรรยากาศ
เป็นไปอย่างเป็นกันเอง คุณครไู มเ่ ครยี ด และซักถามไดต้ ลอดเวลา โดยมผี ้อู ำนวยการคอยสงั เกตอยา่ งใกล้ชดิ

ในการน้ี โค้ชพดู คุยกบั คุณครูจนถงึ เวลาเลกิ เรยี น จงึ ไดเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมปลอ่ ยแถวนกั เรยี นกลบั บา้ นในตอนเย็น
พรอ้ มกบั คุณครูทโ่ี รงเรียน

P a g e | 165

ภาระงานบริการวชิ าการและการเขา้ ร่วมประชุมวิชาการ
อ.รัชดา เชาวน์เสฏฐกลุ และนักศกึ ษาสาขาวิชาคณิตศาสตร์จดั คา่ ย PSU Smart Kids คณิตแคมป์
ร่วมกับสำนักสง่ เสรมิ และบริการวิชาการ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ เม่ือวนั ท่ี 29 มีนาคม 2564 ท่ผี ่านมา

P a g e | 166

เปน็ วิทยากรใหค้ วามรู้การพัฒนา
หลักสตู รโรงเรยี นวรพฒั น์ วนั ที่
30 เมษายน 2564 ทางออนไลน์

เปน็ วทิ ยากรวพิ ากษง์ านวจิ ยั ในโครงการ
สรา้ งนักวจิ ัยใหม่ ในฐานะกรรมการ
ศูนยว์ จิ ัยพฒั นศึกษาศาสตร์ เม่อื วันที่ 2
เมษายน 2564

P a g e | 167

เป็นวิทยากรสะท้อนผลการจัดการเรยี นรู้
ใหก้ บั โรงเรยี นอิบนูอฟั ฟานบูรวทิ ย์ วนั ท่ี
23 มนี าคม 2564

ร่วมประชุมและเย่ียมเย่ียนโรง
เรยี นบา้ นเขาตมู ในฐานะ
กรรมการศึกษาขององค์การ
บริหารสว่ นจังหวดั ปตั ตานี
เมอ่ื วันที่ 23 มีนาคม 2564
ช่วงบา่ ย

P a g e | 168

เข้าร่วมการประชุมวิชาการดา้ นคณติ ศาสตรศึกษาครัง้ ท่ี 7 (TSMEd 7) วันที่ 26-27 มนี าคม 2564
ณ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่

P a g e | 169

ลงพ้ืนทโี่ รงเรียนบา้ นตะบิงตงี ี 25 กุมภาพันธ์ที่ 2564 ร่วมกับกรรมการการศึกษาขององค์การบรหิ าร
สว่ นจงั หวัดปัตตานี สำรวจ รบั ทราบข้อมูลของโรงเรียนในทุกมิติ เพอ่ื นำมาเป็นองค์ประกอบในการ
พฒั นาโรงเรียนตอ่ ไป โดยเฉพาะมิติการเรียนรขู้ องนกั เรยี น
ตะบิง=ตล่ิง ตีง=ี สงู หรอื ทีส่ ูง โรงเรียนบ้านตะบิงตงี =ี โรงเรียนบ้านตลง่ิ สงู

*********************************************

P a g e | 170

แบบฟอร์ม ข: ข้อมลู สนับสนุนการเสนอชอ่ื อาจารย์ตวั อย่างดา้ นการเรียน การสอน

ข .2. ข้อมลู การพัฒนาอาจารย์ และผลงานทางวิชาการ การพัฒนาสอ่ื การสอน

วธิ ีการและกระบวนจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมนิ ผล และการพัฒนาผเู้ รียน

ในเรื่องของการอุทิศตนและการเป็นผู้นำทางวิชาการนั้น ดิฉันเป็นเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสอน
ด้วยวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ในรายวิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นความรู้และ
ประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาจากกการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกสาขาคณิตศาสตรศึกษาท่ี คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีที่ปรึกษาคือ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ อดีตคณบดีคณะ
ศึกษาศาสตร์ ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดีฝ่ายจัดการศึกษาและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งท่านเป็น
ผูน้ ำความรู้น้เี ข้ามาปรับใช้ในประเทศไทย ดฉิ ันเป็นลูกศิษย์ จึงนำความรนู้ ี้มาปรบั ใช้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นวิธีการสอนคณิตศาสตร์รูปแบบใหม่ ใช้ความรู้และแนวทางการสอนจาก
หนังสือเรียนญี่ปุ่น ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 เป็นหลัก ตามรูป รวมทั้งการพัฒนาครูด้วยกระบวนการศึกษาช้ัน
เรียน (Lesson Study) ที่มีขั้นตอนกระบวนการให้ครูทำงานร่วมกัน ร่วมกันสร้างแผนการสอน ร่วมกันสังเกตช้ัน
เรียน รว่ มกนั สะท้อนผลการจัดการเรยี นการสอน และร่วมกันเฉลิมฉลองความสำเร็จท่ีทำมาด้วยกัน ตามบทความ
และภาพที่จะแสดงให้เห็นต่อไปนี้ รวมถึงการที่ดิฉันได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการด้านคณิตศาสตรศึกษา
คร้ังที่ 6 ทีจ่ ังหวัดปัตตานี เมือ่ วนั ท่ี 15-17 กุมภาพนั ธ์ 2563 ช่วงที่กำลังมีโควดิ ระบาดมาถึงภาคใต้ ก่อนที่จะมีการ
ประกาศปิดประเทศในสองสัปดาห์ต่อมา และการเป็นสมาชิกสมาคมคณิตศาสตรศึกษา เข้าร่วมเป็นทีมงานจัด
ประชุมวิชาการคณิตศาสตรศึกษา ทุกครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 8 ที่ผ่านมาที่จดั ที่จังหวัดลำปาง เรียกได้ว่าเป็น
หนึ่งในกลุ่มคนของประเทศที่สร้างความเคลื่อนไหวด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตรอ์ ย่างจริงจัง ร่วมกับสมาคม
คณิตศาสตรศึกษา สถาบันวิจัยและพัฒนาพัฒนาวิชาชีพครูแห่งอาเซียน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายอีกหลาย
หน่วยงาน ซึ่งมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานหลักคือสมาคมคณิตศาสตรศึกษา และศูนย์วิจัยคณิตศาสตรศึกษา
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่นนั่นเอง ดังรายงานและภาพประกอบคร่าวๆต่อไปนี้

ภาพแรกของการทำงานดา้ นการพัฒนาชนั้ เรียนคณิตศาสตรด์ ว้ ยการศกึ ษาช้ันเรยี น (Lesson Study) และ
วิธีการแบบเปิด (Open Approach) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2558 เป็นการร่วมมือกับวิทยาเขตปัตตานีโดยท่านรอง

อธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี
(รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ)
และท่านที่ปรึกษารอง
อธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี
ในสมัยนั้น (ผศ.สมปอง ทอง
ผ่อง) และอดีตรองอธิการบดี
ฝ่ายแผนงาน (ผศ.ดร.นพพร เหรียญทอง) ได้มีความเห็นชอบที่จะให้ อาจารย์รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล ทดลองใช้
หนังสือเรียนญีป่ ุ่นกับโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 43 จังหวัดปัตตานี ในภาพคือการไปแนะนำการเริ่มตน้ ทำทาง

P a g e | 171
โรงเรียนทราบความประสงคท์ จี่ ะใช้วิธกี ารแบบเปิดในโรงเรยี น และภาพตอ่ มาคอื การท่ีทา่ น ศาสตรจารย์ ดร.กนก
วงษ์ตระหง่าน ผู้ซ่งึ รูจ้ ักกบั อาจารย์ไมตรี อินทร์ประสิทธ์ิ ไดม้ าประชุมรว่ มกับทีมโรงเรียนสาธิตอิสลามศึกษา ให้ใช้
วิธีการแบบเปดิ ในโรงเรยี นสาธติ อสิ ลามด้วย (ประชุมเม่อื วนั ที่ 10 ธันวาคม 2558)

ตอ่ ไปเป็นบทความที่กำลังดำเนนิ การจัดทำเปน็ Book chapter ของคณะศึกษาศาสตร์ ผา่ นการตรวจสอบตาม
ระบบของงานวิชาการเรียบร้อย อยใู่ นระหวา่ งการดำเนินการจัดพิมพเ์ ป็นหนังสอื ของทางคณะศึกษาศาสตร์ ซงึ่ มี
ลงิ คผ์ ลงานการพัฒนาโรงเรียนบา้ นคอลอตันหยง อ.หนองจิก ปตั ตานี ในนั้นด้วย

P a g e | 172

วธิ ีการแบบเปดิ และการศึกษาชนั้ เรยี นในบรบิ ท 3 จงั หวดั ชายแดนใต้

Open Approach and Lesson Study in 3 southern borders provinces

รชั ดา เชาวน์เสฏฐกลุ

คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ. ปัตตานี

บทคดั ย่อ

โครงสร้างของงานเขียนชิ้นนี้แบ่งเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกมุ่งเน้นนำเสนอความหมายของนวัตกรรม
วิธีการแบบเปิด (Open Approach) และการศกึ ษาช้นั เรยี น (Lesson Study) จากต้นกำเนิดของท้ังสองนวัตกรรม
ในประเทศไทยโดย รองศาสตราจารย์ ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและบริการวิชาการ
มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ผู้นำนวตั กรรมนีม้ าจากประเทศญี่ปุ่น และการให้ความหมายจากภาคปฏิบตั ิของผู้เขยี นทีม่ ี
ประสบการณ์การใช้นวัตกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มาตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 2 ของปีการศึกษา 2559
จวบจนปัจจบุ ัน รวมระยะเวลา 4 ปีแห่งความท้าทายการเป็นอาจารยม์ หาวิทยาลัยที่ปฏิบัติหน้าที่สอนและบริการ
วิชาการโดยใช้ความรูท้ ่ไี ด้รบั จากการศึกษาต่อในระดบั ปรญิ ญาเอกมาใช้พฒั นาท้องถ่นิ ทตี่ นทำงานอย่างตอ่ เนื่อง

ส่วนทส่ี องเป็นการฉายภาพความสำเร็จของการนำนวตั กรรมนี้ไปใช้พลกิ ฟน้ื โรงเรียนให้ก้าวหนา้ ไปจากเดิม
อย่างมาก นำเสนอตัวอย่างพร้อมภาพการปฏิบตั จิ รงิ ในโรงเรียนตวั อยา่ งในพื้นที่จงั หวดั ปัตตานี ให้รายละเอียดการ
ดำเนินการแต่ละขั้นของวิธีการสอนด้วยวิธีการแบบเปิด และการดำเนินการการศึกษาชั้นเรียน พร้อมยกตัวอย่าง
ผลทีเ่ กิดจากการปฏบิ ัติอย่างเปน็ รูปธรรม รวมถงึ การดำเนินงานรว่ มกันของทีมการศึกษาช้ันเรียน (Lesson Study
Team) ที่เข้มแข็งของทางโรงเรียน และได้แนบลิงค์วีดิทัศน์สำหรับผู้สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ
ดำเนินการด้านการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิดในจังหวัดปัตตานีที่ดำเนินการโดยคณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีผู้เขียนเป็นหัวหอกในการดำเนินการพัฒนา เพื่อยืนยันผลการดำเนินการตาม
หลักการของนวตั กรรมทส่ี ามารถเหน็ ได้อยา่ งชัดแจ้งและเรยี นรไู้ ด้ตลอดเวลา

P a g e | 173

วธิ กี ารแบบเปดิ และการศกึ ษาช้นั เรยี นในบริบท 3 จงั หวดั ชายแดนใต้

การเร่มิ ตน้ ของแนวทางการสอนทเี่ รยี กวา่ “วิธกี ารแบบเปิด” หรือ ภาษาอังกฤษใช้ว่า Open Approach
และ คำวา่ “การศึกษาชั้นเรยี น” ทใี่ ช้ตามคำวา่ Lesson Study ซ่งึ หากแปลตามคำภาษาอังกฤษแลว้ อาจไม่ตรง
ตามความหมาย แต่คำนี้มีท่ีมาและประวตั ิที่สอดคล้องกับการจดั การเรยี นการสอนในประเทศไทยเปน็ อย่างมาก
ผเู้ ขยี นเรียบเรียงความเป็นมาตามลำดับโดยย่อดังตอ่ ไปน้ี

การเริ่มต้นของวิธีการแบบเปิดมีจุดเริ่มต้นมาจากความพยายามของประเทศญี่ปุ่นที่จะสอนและประเมิน
การคิดทางคณติ ศาสตร์ (Mathematical thinking) ซงึ่ ปรากฏในหลักสตู รการเรียนการสอนของประเทศญี่ปุ่นในปี
1957 (Ueda, 2013 อา้ งถึงใน ไมตรี อนิ ประสทิ ธิ์, 2557) นัน่ คือคร้งั แรกของจุดกำเนดิ ของOpen Approach โดย
ประเทศญี่ปนุ่ ใช้ความพยายามอยู่มากกวา่ 10 ปี เพอ่ื คน้ หาวธิ ีการท่ีจะสอนการคิดทางคณิตศาสตร์ในช้ันเรียน จน
ในท่สี ุดทศวรรษที่ 1970 ประเทศญ่ปี ุ่นไดส้ ร้างการสอนการคิดทางคณิตศาสตรโ์ ดยใช้วิธีการท่ีเน้นให้นกั เรียนเผชิญ
กับปัญหาแบบปลายเปิดซึ่งวิธีการสอนดังกล่าวรู้จักกันในนามของวิธีการแบบปลายเปิด ( Open-ended
approach) (Shimada & Becker,1977)

โดยการเปดิ น้ันหมายถงึ ส่งิ สำคญั ในชัน้ เรียนดังต่อไปนี้ (Nohda, 1984)

1. การเปิดใจของนกั เรยี นเก่ียวกบั คณติ ศาสตร์ (Open Up the Hearts of Students toward
Mathematics)

กิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหมดทั้งมวลของผู้เรียนควรเป็นไปเพื่อให้ผู้เรียนมีเครื่องมือที่จะเปิดทางไปสู่การ
เรียนรู้ในอนาคตและสร้างความสามารถให้ผู้เรียนได้มีคุณสมบัติจำเป็นที่จะทำให้พวกเขาประสบผลสำเร็จ ซึ่งไม่
จำเป็นที่จะเป็นบรบิ ทวิชาคณิตศาสตรเ์ สมอไป ในขณะเดียวกันในส่วนบทบาทของโรงเรยี น ควรพิจารณาว่าจะทำ
อย่างไรเพื่อกระตุ้นให้นกั เรียนแตล่ ะคนค้นหาแนวทางการใช้ชีวิตสำหรับตนเองaทำอย่างไรที่จะสรา้ งความเชื่อมน่ั
ได้ว่ากิจกรรมทางการศึกษาทุกชนิดสามารถเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้และเปิดโอกาสให้
นกั เรยี นไดเ้ รียนร้ดู ว้ ยตนเองอย่างสงู สดุ เต็มตามศกั ยภาพ

เมอ่ื กลา่ วถึงการสอนคณิตศาสตรโ์ ดยทั่วไปครูมักได้รับการคาดหวังวา่ จะต้องมหี น้าที่ช่วยเหลือให้นักเรียน
เข้าใจ มีหน้าทีข่ ยายความเพิ่มเติมรายละเอียดเกีย่ วกับแนวคิดทางคณติ ศาสตร์ของนักเรียนใหไ้ ด้มากท่ีสุดเทา่ ท่จี ะ
ทำได้ เพื่อหวงั ให้นักเรยี นมผี ลสัมฤทธแ์ิ ละเจตคติที่ดตี อ่ คณิตศาสตร์รวมทงั้ เร่ืองอนื่ ๆ ดว้ ย แต่การสอนคณิตศาสตร์
ดังกล่าวเป็นการสอนในแนวทางรูปแบบเดิมที่ครูไม่สามารถเปิดใจนักเรียนให้ชอบคณิตศาสตร์ได้ ถึงแม้ว่า
กระบวนการและผลลัพธท์ างคณติ ศาสตร์จะนา่ สนใจอย่างย่งิ สำหรบั ครู

การสอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนคณิตศาสตร์ในแนวทางที่
ตอบสนองความสามารถของพวกเขาควบคู่ไปกับระดับของการตัดสินใจด้วยตนเองในการที่จะเรียนรู้ของพวกเขา
และสามารถขยายหรือเพ่ิมเติมคุณภาพของกระบวนการและผลลพั ธ์ท่ีเกดิ ข้ึนกบั คณิตศาสตร์ได้หรือกลา่ วได้ว่าครูท่ี

P a g e | 174

ใชว้ ิธกี ารแบบเปิดในการสอนจำเปน็ อย่างยิ่งท่ีจะต้องพยายาม ทำความเขา้ ใจแนวคิดของนักเรียนให้มากท่ีสุดเท่าที่
จะทำได้ ทำให้แนวคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนในกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ขึ้นไปอยู่ในระดับสูงขึ้นโดยเปิด
โอกาสให้นักเรียนใช้การเจรจาต่อรองเกี่ยวกับแนวคิดทางคณิตศาสตร์กับนักเรียนคนอื่นหรือโดยอาศัยการชี้แนะ
ของครูนอกจากนี้ครูที่ใช้วิธีการแบบเปิดต้องสนับสนุนให้นักเรียนมีการบริหารจัดการตนเองเพื่อขยายต่อกิจกรรม
ในเชิงคณิตศาสตร์ ดังนั้นการสอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดจึงมุ่งเน้นที่จะเปิดใจของนักเรียนต่อคณิตศาสตร์มากกว่า
เน้นการสอนเน้อื หาให้ครบ

2. การเปิดและชนิดของปัญหา (Openness and Types of problems)
วธิ ีการแบบปลายเปดิ (Open-ended approach) ทน่ี ำเสนอโดยชมิ ะดะตอนน้นั จะเน้นวา่ ปญั หา
ไม่ได้สน้ิ สดุ ท่ีคำตอบๆเดียว ชิมะดะและเพื่อนร่วมงานของเขา (อ้างถึงใน ไมตรี อินทรป์ ระสทิ ธิ์, 2557) มุ่งเน้นการ
จัดชั้นเรียนที่อาศัยประโยชน์จากการมีคำตอบถูกต้องหลายคำตอบแต่ในวิธีการแบบเปิด (Open-approach
Method) ความหมายของการเปิดได้รับการพิจารณาในมุมมองที่กว้างกว่าวิธีการแบบปลายเปิดกล่าวคือวิธีการ
แบบเปิดยอมรับท้ังกรณีทป่ี ัญหาเปน็ แบบปลายเปดิ คือมีคำตอบไดห้ ลากหลายแล้วยังยอมรบั เรื่องการท่ีปัญหาหน่ึง
มีปัญหาอีกหลายปญั หารวมอยูใ่ นปัญหาน้ันด้วย จากการขยายแง่มุมเหลา่ น้ีทำให้แก้ปญั หาเรื่องความยากของการ
สร้างปัญหาแบบปลายเปิดได้ ยิ่งไปกว่านั้นการเปิดตามแบบของวิธีการแบบเปิดนั้นยังทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะ
สร้างโอกาสสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถแตกต่างกันและมีความต้องการแตกต่างกันในการเข้าร่วมชั้นเรียน
การได้มาซึ่งแนวทางคำตอบด้วยตัวเองอย่างหลากหลายทำให้นกั เรียนต้องสรุปคำตอบต่าง ๆ จากมุมมองเกี่ยวกับ
แนวคดิ ทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ของตนเองด้วยตนเอง (Nohda, 1984 อา้ งถึงใน ไมตรี อนิ ทร์ประสทิ ธิ์, 2557)

ปัญหาที่ใช้ในวิธีการแบบเปิดมักเป็นปัญหาที่นักเรียนไม่เคยประสบมาก่อน (non-routine problems)
ดังนั้นโดยอาศัยความหมายของการเปิดดังที่อธิบายไว้ข้างต้นทำให้สามารถจำแนกลักษณะของปัญหาปลายเปิด
ออกได้เป็นสามชนิดคือ 1. กระบวนการ(Process is open) 2. เปิดผลลัพธ์เปิด (end products are open) 3.
แนวทางการพฒั นาปญั หาเปิด(ways to develop I am open)

3. การประเมินแนวทางคำตอบของนกั เรียน (Evaluation of Students’ Responses)
เปา้ หมายของวธิ กี ารแบบเปิด ไมใ่ ช่เพอื่ ให้ไดค้ ำตอบทถ่ี ูกต้องแตเ่ พียงอย่างเดยี วแต่เพ่อื การสง่ เสริม
แนวทางการคดิ ทางคณิตศาสตร์และความคิดสร้างสรรคข์ องนักเรียน ซงึ่ ในความเปน็ จริงมใิ ช่เรอ่ื งง่ายนักสำหรับครู
ที่จะประเมินความหลากหลายของแนวทางคำตอบของนักเรียน การประเมินแนวทางคำตอบของนักเรียนสามารถ
พิจารณาไดจ้ ากเกณฑ์ดงั ต่อไปน้ี
- จำนวนของคำตอบหรือแนวทางในการแก้ปัญหาของนักเรียนแต่ละคนสร้างขึ้นมามีมากน้อยเพียงใด

(fluency)
- ความแตกต่างของแนวคดิ ทางคณิตศาสตร์ทน่ี กั เรยี นแต่ละคนค้นพบมมี ากน้อยเพียงใด (flexibility)
- ความเปน็ ต้นแบบหรอื แนวคดิ ริเริม่ ของนักเรยี นอยู่ระดับใด (originality)
- การนำเสนอแนวคิดของนกั เรยี นมีความชดั เจนและง่ายเพยี งใด (Elegance)

P a g e | 175

ซ่งึ เกณฑ์เหลา่ นีค้ วรไดร้ บั การพจิ ารณาทกุ ครั้งทม่ี กี ารจดั การเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ และควรไดร้ ับ
การประเมินท้ังในเชงิ ปริมาณและเชงิ คณุ ภาพ

สำหรับประเทศไทยวิธีการแบบเปิดถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกโดย ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ (254 6) และถูก
นำเข้ามาภายใต้ชื่อ “วิธีการแบบเปิด” (Open Approach) โดยตัดคำว่า ”-ended” ออก เพื่อความสะดวกใน
การเรียกชื่อ ปีพุทธศักราช 2545 ถึง 2548 เป็นช่วงแรกของการนำความหมายของวธิ กี ารแบบเปิดไปใช้เน่ืองจาก
ยังเป็นแนวคิดที่ใหม่มากจึงใช้ในฐานะที่เป็นนวัตกรรมที่ใช้ปัญหาปลายเปิดมาเป็นหลักสำหรับสร้างกิจกรรมการ
เรียนรู้ หรือกล่าวได้ว่าเป็นการใช้ปัญหาปลายเปิด (Open ended problems) ในฐานะเป็นสถานการณ์ปัญหา
(problem situation) เพื่อเป็นกลไกขับเคล่ือนการบูรณาการองค์ประกอบสาระการเรยี นรู้ที่คาดหวงั ไวใ้ นหลักสูตร

ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ (2557) มองว่ากิจกรรมการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ปัญหาปลายเปิด สามารถ
เป็นตัวกลางเชื่อมโยงคุณลักษณะที่สำคัญของหลักสูตรสามประการได้กล่าวคือปัญหาปลายเปิดที่เป็นสถานการณ์
ปัญหาในชีวิตจริงของนักเรียนสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาสาระ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของการจดั การเรียนรู้ได้ดงั ภาพประกอบด้านลา่ ง

ทักษะ/
กระบวนการ

เนื้อหา คุณลักษณะ
สาระ ท่พี ึง

ประสงค์

ภาพที่ 1 แสดงการบรู ณาการองคป์ ระกอบสาระการเรียนรโู้ ดยใชส้ ถานการณป์ ัญหา

การสอนปกติในโรงเรียนแบบเดิมยังเป็นการสอนให้บรรลุองค์ประกอบของสาระการเรียนรู้ทั้งสามอย่าง
แยกจากกัน บางแห่งสอนโดยเน้นการครบเนื้อหาเป็นหลัก แต่การสอนที่ใช้กิจกรรมทางคณิตศาสตร์ที่สร้าง
สถานการณ์ปัญหาให้เป็นปัญหาปลายเปิดเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทั้งสามองค์ประกอบเกิดขึ้นได้จริง ในขณะที่
นักเรียนเข้ามาเผชิญสถานการณ์ปัญหาและแก้ปัญหาที่ตัวเองค้นพบหรือสร้างขึ้นด้วยตัวเอง และสถานการณ์
ปญั หาเองก็สามารถเปน็ หน่วยบรู ณาการองค์ประกอบของสาระการเรยี นรู้อนื่ ๆ ได้อกี ดว้ ย

P a g e | 176

ต่อมาราวปี 2553 ไมตรี อินประสิทธิ์ (2557) ได้แนะนำการใช้วิธีการแบบเปิดในฐานะที่เป็นแนวทางการ
สอน (teaching approach) โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติการสอนในชั้นเรียนอยู่สี่ขั้นตอนได้แก่ 1) การนำเสนอโจทย์
ปัญหาปลายเปิดให้กับนักเรียน 2) นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ โดยครูเปลี่ยนบทบาทไปเป็นผู้
สังเกต รวบรวมแนวคิดของนักเรียน 3) การอภิปรายทั้งชั้นเรียน (Whole class discussion) โดยครูทำหน้าที่
สนับสนุนการอภิปรายและเปรียบเทียบแนวคิดต่าง ๆ ของนักเรียนที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน และ 4) การสรุปเพ่ือ
เชอื่ มโยงแนวคดิ ของนักเรียนทีเ่ กดิ ขนึ้ ในชน้ั เรยี น สง่ิ ท่สี ำคัญอย่างยิง่ ในข้ันนีค้ อื ครูไม่ได้มีหน้าท่สี รุปหรือนำความคิด
ของตัวเองเข้าไปสรุปแต่เป็นการสรุปในลกั ษณะของการร่วมกันทั้งชั้นเรียนในการตีความขยายความหรอื เชือ่ มโยง
แนวคดิ ตา่ ง ๆ ของนักเรียนที่เกิดขน้ึ ในคาบน้ีและคาบก่อนหน้า

นำเสนอสถานการณ์ปญั หา เพอ่ื ให้กลายเป็น นกั เรียนเรยี นรู้ด้วยตนเองผ่านการแกป้ ัญหา
ปัญหาของนกั เรียน (student’s ครูสังเกต/บนั ทึกการแก้ปญั หาของนักเรียน
problematics)

สรปุ วธิ ีการเรียน (how to) จากแนวคดิ ของ อภปิ รายและเปรยี บเทียบแนวคดิ ของนักเรยี น
นักเรียน (สรุปโดยเชือ่ มโยงแนวคิดของนักเรียน ท่ี ท่เี กดิ ข้ึนเพ่ือให้เป็นแนวคิดของชั้นเรียน
เกิดขน้ึ ในชน้ั เรยี น)

ภาพท่ี 2 แสดง 4 ข้นั ของวิธีการแบบเปิด (Becker and Shimada, 1997 อ้างถึงใน ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์, (2557))

การใช้วิธีการแบบเปิดดังที่ได้กล่าวมาส่งผลกระทบอย่างมากต่อองค์ประกอบหลายอย่างในการทำงาน
ภาคปฏิบัติของครูได้แก่การพยายามสร้างสถานการณ์ปัญหาโดยใช้ปัญหาปลายเปิดในรูปกิจกรรมทำให้ครูพัฒนา
กระบวนการสร้างปัญหาที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียนในชั้นเรียนที่ตนเองสอนตั วกิจกรรมที่พัฒนา
ต่อมาจากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวทำให้กิจกรรมทางคณิตศาสตร์ดังกล่าวมีความหมายต่อนักเรียนและทำให้
นักเรียนจำนวนมากค่อยค่อยเข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ได้มากขึ้นซึ่งทำให้กิจกรรมดังกล่าว
ส่งเสรมิ กระบวนการเรยี นรขู้ องผู้เรยี นในการใชว้ ธิ ีการแบบเปิด

ในฐานะที่เป็นแนวทางการสอนทำให้ครูต้องเปลี่ยนบทบาทของตนเองอย่างมากโดยในขั้นที่สองของการ
สอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ที่เคยบรรยายหรือให้ความรู้ผู้เรียนมาเป็นผู้ที่คอยสังเกต
บนั ทึกแนวคดิ ของนกั เรยี นในขณะที่นักเรียนแก้ปัญหาดว้ ยตัวเอง ซึง่ การจะทำอย่างน้ีได้ในข้ันตอนการวางแผนการ
สอนครูต้องมาร่วมกับทีมทำงาน (ทีมการศึกษาชั้นเรียน) คาดคะเนหรือคาดการณ์แนวคิดของนักเรียนที่จะมีต่อ
สถานการณ์ปัญหาที่เตรียมมา ทำให้ในช่วงการสังเกตการแก้ปัญหาของนักเรียนครูทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ประเมิน
แนวคิดของนกั เรียนเพือ่ ใช้ประกอบการสอนตลอดเวลาและทักษะใหม่เหล่านีม้ ีส่วนสง่ เสริมกระบวนการทำวิจัยใน
ชั้นเรยี นอยา่ งมาก

P a g e | 177

ประวตั ิเก่ยี วกับการศกึ ษาช้นั เรียน (Lesson Study) ในประเทศไทย โดยย่อ

ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ (2557) กล่าวว่า การศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) เริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่นราว
ปลายศตวรรษที่ 19 ในช่วงรอยต่อระหว่างยุค เอโดะ (Edo period) และต้นรัชสมัยเมจิ ราวปี ค.ศ. 1868 ซึ่งเป็น
ยคุ ทีป่ ระเทศญ่ีปุ่นมกี ารปฏริ ปู ประเทศมากมายหลายด้านรวมถึงด้านการจัดการเรียนการสอนทีต่ ้องการสร้างกำลัง
พลให้เป็นช่างฝีมือระดับสูงจนในปี 1872 รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการถือวา่ หนังสือการสอนแบบเปสตาลอซซี่
(Pestalozzi) เป็นต้นแบบหรือโมเดลการสอนของประเทศ ซึ่งภายในเล่มประกอบด้วยการแนะนำการใช้สื่อ แนว
ทางการสังเกตชั้นเรียน และการวิเคราะห์บทเรียน รวมถึงการเปิดชั้นเรียน (Open Class) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ
การศกึ ษาช้นั เรียนกเ็ กิดในยุคสมยั เมจิน่ีเอง

การพัฒนาและเผยแพร่วิธีการสอนนี้ได้เรียนรู้จากการศึกษาชั้นเรียนของกลุ่มครูในทุกระดับ ตั้งแต่ใน
โรงเรียนเดียวกัน ระหว่างโรงเรียน และในระดับประเทศ และในช่วงปี 1920 เป็นต้นมาญี่ปุ่นได้นำปรัชญา
การศึกษาของ จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) มาปรับใช้ทำให้เกิดการสอนเรื่องใหม่ๆ สนับสนุนกลุ่มครูแบบเพื่อน
ช่วยเพือ่ นหรือกลุ่มครชู ่วยกนั ได้มากขึ้น ทำให้เกิดการอภิปรายในชั้นเรียน การสร้างคำถามด้วยตนเองของครู การ
คน้ หาวิธกี ารสรา้ งคำถามใหมๆ่ การตรวจสอบคำตอบ การคดั เลือกคำถามทเ่ี หมาะสมเพ่ือให้ได้คำตอบท่ชี ัดเจน จึง
เกิดเป็นเวทีสำหรับการสอนที่เน้นการแก้ปัญหา (Problem Solving) ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ในฐานะที่เป็น
ต้นแบบการสอนแบบคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist) ซ่ึงการศกึ ษาชน้ั เรยี นทำใหเ้ กิดการอภิปรายชั้นเรียนในทุก
แง่มุม และเป็นการสอนที่กลุ่มครูได้ตรวจสอบการสอนของตนเองอย่างละเอียด ชั้นเรียนแบบนี้จึงทำให้เกิดทั้ง
แนวคิดที่ก่อให้เกิดประโยชน์และไม่ก่อประโยชน์ จึงทำให้เกิดการตระหนักถึงสิ่งที่รู้แล้วและที่ยังไม่รู้ และได้
พยายามสร้างความรู้ใหม่จึงทำให้ชั้นเรียนแบบนี้ประสบผลสำเร็จ ทั้งๆที่มีอุปสรรคข้อขัดแย้งและความท้าทาย
ต่างๆก็ตาม เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เป็นเช่นนั้นคือกลุ่มครูได้เข้าไปสังเกตชั้นเรียนที่เน้นการแก้ปัญหาจะเกิดความ
ประทบั ใจทไี่ ดเ้ หน็ นกั เรียนเรยี นร้ดู ว้ ยตนเองผ่านการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งทคี่ รูญีป่ ุ่นต้องการ ใหน้ ักเรียนได้แก้ปัญหา
ตา่ งๆด้วยตัวเอง จนกลายเป็นวิธกี ารหลักในการสอนคณติ ศาสตร์ในประเทศญปี่ ุ่นจวบจนปัจจบุ ัน

การนำระบบการพัฒนาวิชาชีพครูแบบที่เรียกว่าการศึกษาชั้นเรียนมาปรับใช้ในประเทศญี่ปุ่น มีความ
แตกต่างและหลากหลายขึ้นกับการนำไปใช้ของแต่ละโรงเรียน เช่นเดียวกันเมื่อ รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์
นำมาใช้ในประเทศไทยจึงมีการปรับให้เข้ากับบริบทประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาคร่าวๆ โดยเริ่มต้นจากท่ี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ ได้ไปศึกษาระดับปริญญาโท และเอกที่ประเทศญี่ปุ่น จึงได้นำ
หลักการแนวคิดวิธีการสอนตามแนวทางของญี่ปุ่นมาเผยแพร่ให้กับระบบการศึกษาในประเทศไทย เริ่มที่คณะ
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ปี พ.ศ. 2545 ได้เรม่ิ ที่นักศึกษากล่มุ ทสี่ นใจนำความรดู้ ้านการสอนด้วยวิธีการ
แบบเปดิ ในวิชาฝึกสอน จำนวน 15 คน ในโรงเรียนประถม จังหวดั ขอนแก่น จากน้ันไดข้ ยายแนวทางการสอนด้วย
วิธกี ารแบบเปดิ ไปยังศึกษานิเทศก์ กลุ่มครแู ละผู้บริหารต่าง ๆ พร้อมกับการจัดต้ังศูนยว์ ิจัยคณิตศาสตรศึกษา ในปี
พ.ศ. 2546 และมีการเปิดหลักสูตรปริญญาโทคณิตศาสตรศึกษา ที่เป็นการเริ่มต้นการจุดประกายการศึกษาช้ัน
เรียนและวธิ กี ารแบบเปิดอย่างทรงพลังไปทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในปี พ.ศ. 2549 ได้มีการเปิดหลักสูตร
ปริญญาเอกสาขาวชิ าคณิตศาสตรศึกษาขึน้ และผเู้ ขยี นไดเ้ ข้าศึกษาต่อในสาขานใี้ นปีการศึกษา 2553 นับเป็นรุ่นท่ี

P a g e | 178

5 ในระดับปรญิ ญาดุษฏีบัณฑติ ทำใหผ้ ู้เขยี นได้เรยี นรแู้ ละมีประสบการณใ์ นเรื่องการศกึ ษาช้นั เรียนและวิธีการแบบ
เปิดจากผู้ริเริม่ โดยตรง โดยที่ การศึกษาชั้นเรียนมีข้ันตอนที่นำมาปรับใช้ในประเทศไทยดังนี้คือ 1) การร่วมมือกัน
ออกแบบบทเรียนวิจัย (Plan) 2) การร่วมมือกันสังเกตบทเรียนวิจัย (Do) 3) การร่วมมือกันอภิปรายและสะท้อน
ผลบทเรยี น (See) ดงั ภาพท่ี 3

การรว่ มมือกัน
ออกแบบบทเรยี น

วจิ ัย (Plan)

การร่วมมือกัน การรว่ มมือกนั
อภิปรายและ สังเกตบทเรยี น
สะทอ้ นผลบทเรียน
วิจยั (See) วจิ ัย (Do)

ภาพที่ 3 แสดงขั้นตอนของการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) ที่นำมาปรับใช้ในประเทศไทย (ไมตรี อินทร์
ประสิทธ์,ิ 2557)

การดำเนินการตามวงจรการศึกษาชั้นเรียนจัดเป็นการพัฒนาวิชาชีพครูในระดับชั้นเรียน ด้วยกลุ่มครูท่ี
รวมตัวกันศึกษาชั้นเรียนของตนเอง สะท้อนผลการจัดการเรียนการสอนเพื่อปรับการเรียนการสอนของตนเองให้
ไปสู่ชนั้ เรียนปฏริ ปู ท่ีไม่ใช่การสอนแบบเดิมท่ีครูเตรียมการสอนคนเดียว เข้าชน้ั เรียนมาแล้วใหต้ ัวอยา่ ง ให้นักเรียน
คิดตามตัวอย่าง จากนั้นให้การบ้าน เริ่มชั้นเรียนด้วยการเฉลยการบ้าน เป็นต้น เปลี่ยนไปเป็นชั้นเรียนที่นักเรีย น
เป็นคนสร้างตัวอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งเกิดจากการใช้สถานการณ์ปัญหาปลายเปิดมาเป็นประเด็นเปิดเรื่องในช่วงต้น
ของคาบเรยี น โดยเปน็ สถานการณ์ปญั หาท่มี ีเนื้อเรื่องในบริบทชีวติ จริงของนักเรียน ไมตรี อินทรป์ ระสิทธ์ิ จึงได้นำ
วิธีการแบบเปิด (Open Approach) ซึ่งใช้ปัญหาปลายเปิดในกิจกรรมทางคณิตศาสตร์มาปรับใช้กับการศึกษาช้ัน
เรียน (Lesson Study) โดยใช้ในฐานะเป็นวิธีการสอน (teaching approach) ภายใต้กระบวนการศึกษาชั้นเรียน
ดงั ภาพที่ 4

P a g e | 179

นำเสนอปญั หา นกั เรียนเรยี นรู้
ปลายเปิด ด้วยตนเองผา่ น
การแกป้ ัญหา
สรปุ โดยเชือ่ มโยง
แนวคดิ ทางคณติ ศาสตร์ อภปิ รายและ
ทเ่ี กิดขน้ึ ของนักเรยี น เปรยี บเทียบ
รว่ มกนั ทัง้ ชน้ั เรยี น

Plan

See Do

ภาพที่ 4 ขั้นตอนของวิธีการแบบเปิด 4 ขัน้ ตอนท่ีผนวกเข้ากับการศึกษาชัน้ เรียนปรับจากแนวคดิ ของไมตรี อินทร์
ประสทิ ธ์ิ (Inprasitha, 2011)

การดำเนินการนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิดในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดย
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิดในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกิดขึ้นที่วิทยาเขต
ปัตตานีเป็นลำดับแรก โดยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559 มาจากการที่ ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงศ์ตระหง่าน
กรรมการสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในขณะน้ัน ได้เล็งเห็นประโยชนข์ องการปรับใช้นวัตกรรมการศกึ ษาชัน้
เรียนและวิธีการแบบเปิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทยจึงได้ปรึกษาหารือกับรอง
ศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินประสิทธิ์เพื่อจะให้ ดร.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำของคณะ
ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำ
นวัตกรรมนม้ี าใช้พัฒนาให้กบั โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษาในสามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ ศาสตราจารย์ ดร.

P a g e | 180

กนก วงศ์ตระหง่าน จึงได้ปรึกษาหารือกับรองศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงศ์สมบัติ ซึ่งเป็นรองอธิการบดีวิทยาเขต
ปตั ตานใี นการนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใชโ้ ดยการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และหนว่ ยงานทางการ
ศึกษาในพื้นที่ อาทิ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้า
(ปัจจุบันคือศูนย์ประสานการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ. จชต.)) จากจำนวนทั้งหมด 108 โรงเรียนใหม้ ี
การนำร่องใช้นวัตกรรมนี้จำนวน 9 โรงเรียนโดยคัดเลือกมาจังหวัดละสามโรงเรียน เขตพื้นที่ละ 1 โรงเรียน เพื่อ
เป็นการพัฒนานำร่องการใช้นวัตกรรมนี้ในสามจังหวัดภาคใต้ ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งโรงเรียน
ขยายโอกาสทางการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ดร.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุลเป็นผู้ดำเนินการร่วมกับภาคี
เครือข่ายภายในมหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์ และสำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาท้ัง 3 จังหวดั คือจงั หวีดปัตตานี
ยะลา และนราธิวาส ร่วมกับคณะครู ผู้บริหารจากทั้ง 9 โรงเรียน รวมถึงศึกษานิเทศก์ที่ดูแลโรงเรียนขยายโอกาส
ทางการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัด ตั้งแต่ปลายปี 2559 ถึงปี 2561 เป็นระยะเวลาเกือบ 3 ปี โดยได้รับงบประมาณ
สนับสนุนจากวิทยาเขตปัตตานี ศอ.บต. และศึกษาธิการส่วนหน้า และได้รับการสนับสนุนพื้นที่การทำงานของ
บุคลากรในโครงการที่คณะศึกษาศาสตร์ และเพื่อความต่อเนื่องของการพัฒนา ดร.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล จึงได้นำ
ทั้ง 9 โรงเรียนเข้าสู่โครงการวิจยั โดยงบประมาณของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในโครงการวิจัยการพัฒนา
รูปแบบการยกระดับผลการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขยายโอกาส: กรณีศึกษานวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและ
วธิ ีการแบบเปิด ในปีงบประมาณ 2561-2562 และขยายโครงการต่อเนื่องถึงปี 2564 (ขณะท่ีเขยี นบทความนี้ การ
ดำเนนิ งานวิจยั ยังไมส่ ิน้ สดุ )

การดำเนนิ การการใชน้ วัตกรรมการศึกษาช้นั เรยี นและวธิ ีการแบบเปดิ ในโรงเรียนนำรอ่ ง

ในทนี่ ้จี ะขอยกตัวอยา่ งโรงเรียนนำร่องในจังหวัดปัตตานี ซ่งึ ผู้เขยี นมีโอกาสเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับครู และ
ผู้บริหาร และลงพื้นที่โรงเรียนบ่อยครั้ง ทำให้เห็นแง่มุมการดำเนินการต่าง ๆ ที่มีความชัดเจนมากโรงเรียนหน่ึง
รวมถึงผบู้ รหิ ารและครูมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโรงเรียนอย่างมากได้แก่ โรงเรียนบา้ นคอลอตนั หยง อำเภอหนอง
จิก ห่างออกไปจากตวั มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานปี ระมาณ 22 กิโลเมตร เดมิ เล่ากันว่าเป็นเขต
พื้นที่สีแดง แต่ในปัจจุบันเป็นพื้นที่สีเหลือง มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนนักเรียน
ประมาณ 330 คน

P a g e | 181

ทางโรงเรียน ได้ดำเนินการใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิด เริ่มต้นด้วยการอบรม
ความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในชั้นเรียน โดยเริ่มตั้งแต่การอบรมทำความเข้าใจหลักการทฤษฎีของ
lesson study และ open approach รวมถึงสื่อหลักท่ีใช้ในโครงการ ซึ่งได้แก่หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ญี่ปุ่น ที่มี

เน้ือหาคณิตศาสตร์และแนวทางการสอนท่ีส่งเสริม
วิธีการแบบเปิด และสนับสนุนให้ผู้เรียนคิด
แก้ปัญหา รวมถึงมีตัวอย่างสถานการณ์ปัญหา
ปลายเปิดที่สอดคล้องกับเนื้อหาในบทเรียน
คณิตศาสตร์และเขา้ ถงึ แนวคิดของนักเรยี นได้อย่าง
ดี มาเป็นตัวชูโรงหลักในการจัดการเรียนการสอน
ดว้ ยวิธีการแบบเปดิ ดงั ภาพท่ี 5

ภาพที่ 5 หนา้ ปกหนังสือเรยี นญ่ปี ุ่นแปลเปน็ ไทย ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1 และประถมศึกษาปที ี่ 4

โดยนำร่องใช้กบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 และประถมศึกษาปีที่ 4 (ทางขวาชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 เลม่ 1) ดำเนินการ
แปลโดยศูนย์วจิ ยั คณติ ศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เม่อื ครบภาคการศึกษาที่ 1 แลว้ จึงขยายไปยังช้ันอื่นๆ
ตอ่ ไป

วงจรการดำเนินการการศึกษาชั้นเรียนของโรงเรียนบ้านคอลอตันหยง เป็นไปตามขั้นตอนต่างๆของ
การศึกษาช้นั เรียน ดงั ต่อไปน้ี

1. ผู้อำนวยการโรงเรียนเชิญครูทุกคนในโรงเรียนประชุมร่วมกันเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการจัดการเรียการ
สอนแนวใหม่ในวิชาคณิตศาสตร์ ครูฝ่ายวิชาการดำเนินการจัดตารางสอนให้ครใู นกลุ่มสาระได้มีเวลาว่าง
ตรงกนั เพอื่ มาร่วมสงั เกตครูในกลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์ สัปดาห์ละอย่างนอ้ ย 2 วัน

2. จัดสรรเวลาในการประชุมโรงเรียนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยให้มีการรายงานการปฏิบัติงานการ
จัดการสอนดว้ ยวิธีการแบบเปดิ หรือสะท้อนผลชั้นเรียนชน้ั ใดชั้นหนง่ึ ท่ผี า่ นมา

3. จัดทีมการศึกษาชั้นเรียนเป็นช่วงชั้น ประถมศึกษาตอนต้นและประถมศึกษาตอนปลาย โดยมีครู
คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นหัวหน้าทีมในช่วงชั้นที่ 1 แล้วมีครูสาระอื่นมาช่วยจัดทำสื่อการ
เรียนรู้ และมีครูผู้สอนคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นหัวหน้าทีมการศึกษาชั้นเรียนของช่วงช้นั ท่ี
2 และครูผสู้ อนมัธยมศึกษาปที ่ี 1 เปน็ หลักในการดำเนนิ การของทีมการศึกษาชนั้ เรียนระดับมัธยม

P a g e | 182

4. ครูในกลุ่มสาระคณิตศาสตรน์ ัดวนั ประชุมร่วมกันเขียนแผนการจดั การเรียนรู้ และคาบท่ีจะสงั เกตการสอน
ของครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยเป็นวันพฤหัสบดีช่วงบ่าย 3 เป็นต้นไปเป็นช่วงของการพบกันเพ่ือ
ออกแบบแผนการจัดการเรยี นรรู้ ว่ มกนั

5. ลงมือปฏิบตั จิ ริง โดยในการรว่ มกนั ออกแบบแผนการจดั การเรยี นรู้และสะท้อนผลการจัดการเรยี นรู้ในราย
สปั ดาห์ มกั มผี อู้ ำนวยการโรงเรยี นมาร่วมรบั ฟงั ด้วยเสมอ

การดำเนนิ การตามข้ันตอนวิธีสอนด้วยวิธกี ารแบบเปดิ ในแตล่ ะขั้นมีรายละเอยี ดการดำเนินการดังนี้
เมือ่ ทมี การศึกษาชั้นเรยี นไดด้ ำเนินการวางแผนการสอนรว่ มกนั แลว้ จะมีครคู นหนึง่ ในทีม ปกติแลว้
คือครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1, 4 เป็นผู้สอน แล้วมีทีมครู (ทีมการศึกษาชั้นเรียน) 2-3 คนมาร่วมสังเกตการจัดการ
เรียนรู้ โดยในขน้ั การสอนตามวธิ ีการแบบเปิดนนั้ ครผู สู้ อนได้ดำเนินการดงั นี้
1. ขัน้ นำเสนอปญั หาปลายเปิด ในขน้ั นี้ ครูนำสถานการณท์ ี่ใกล้ตัวนักเรยี นมาเปน็ สถานการณ์เร่ิมต้น
ให้นักเรียนได้สังเกตจากภาพ หรือสื่อที่เป็นสื่อหลักของคุณครูในตอนเริ่มคาบประมาณ 10 นาที โดยให้นักเรียน
สังเกตสง่ิ ทค่ี รูนำมาประกอบการสอนเป็นส่ือจริงคือ ชอ็ คโกแลต รับประทานได้

ภาพที่ 6 แสดงขัน้ การนำเสนอสถานการณป์ ัญหาปลายเปิดเร่ืองกฎของการหารช้ัน ป. 4
จากภาพที่ 6 ครูสนทนาเกี่ยวกับขนมที่เด็กๆชอบรับประทานพร้อมทั้งนำช็อกโกแลตที่ครูเตรียมไว้มาวางบนโต๊ะ
ครูเล่าสถานการณ์ปัญหา “ครูมีช็อกโกแลต 24 ชิ้น แบ่งให้นักเรียน X คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคนจะได้รับ
ชอ็ กโกแลตคนละกช่ี นิ้ ”ครตู ิดคำสัง่ บนกระดานและใหน้ ักเรยี นอา่ นคำสัง่ พร้อมกัน
คำสัง่ : ใหน้ กั เรยี นแสดงวิธีการหาคำตอบวา่ “เด็กแต่ละคนจะไดร้ บั ชอ็ กโกแลตคนละเท่าไหร่” ให้ไดห้ ลากหลายวิธี
ที่สดุ จากนั้นครแู จกใบกจิ กรรมและใบงานพร้อมทั้งช็อกโกแลตที่ตอ้ งการใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั แบง่


Click to View FlipBook Version