The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanyalak.mee, 2022-09-13 03:29:25

แผนการจัดการเรียนรู้วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

174

3. นำโอห์มมิเตอร์ไปวัดขาขดลวดรีเลย์ทั้ง 2 ขา วัด 2 ครั้ง โดยสลับขั้วสายวัด อ่านค่าความ
ต้านทานที่วัดได้ทั้ง 2 ครั้ง บันทึกค่าลงในตารางที่ 11.1 แถวขาที่วัด 2 – 5 และ 5 – 2 การวัดแสดง
ดังรูปท่ี 11.2

2 3 NO 2 3 NO
1 1

5 4 NC 5 4 NC

(ก) การวดั ครัง้ ที่ 1 (ข) การวัดครง้ั ท่ี 2

รูปท่ี 11.2 การวัดขารเี ลยด์ ว้ ยโอห์มมเิ ตอร์

ตารางท่ี 11.1 การวดั ความต้านทานขารีเลย์

ขาทว่ี ดั ผลการวัด คา่ ความต้านทาน

2–5 ขนึ้ ไม่ขน้ึ ()
5 – 2 (สลบั สายวดั )

1–3
1–4
3–4

4. ย้ายโอหม์ มิเตอร์มาวดั ขา 1 – 3, 1 – 4 และ 3 – 4 ตามลำดบั (โดยไม่ต้องคำนงึ ถึงข้ัวโอห์ม
มิเตอร์) อ่านค่าความต้านทานที่วัดได้แต่ละครั้ง บันทึกค่าลงในตารางที่ 11.1 แถวขาที่วัด 1 – 3, 1 – 4
และ 3 – 4 ตามลำดบั

5. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 11.3 โดยยังไมจ่ ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงปรับคา่ ได้ เขา้ วงจร
6. ตั้งมัลติมิเตอร์ไปที่ย่านวัดโอห์ม x1 ปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ให้พร้อมใช้งาน นำไปวัดขารีเลย์
ขา 1 – 3 (NO) และ 1 – 4 (NC) ตามลำดับ บันทึกค่าความต้านทานที่ได้ไว้ในตารางที่ 11.2 แถวยังไม่
จา่ ยแรงดนั 12 VDC

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

175

2 3 NO
1

5 4 NC

รปู ท่ี 11.3 การทดสอบการทำงานของรีเลย์
ตารางท่ี 11.2 การวดั ทดสอบการทำงานขารีเลย์

สภาวะ ขาที่วัด ผลการวัด ค่าความตา้ นทาน

ยงั ไม่จา่ ยแรงดัน 1 – 3 (NO) ข้นึ ไมข่ ้ึน ()
12 VDC 1 – 4 (NC)
จ่ายแรงดัน 1 – 3 (NO)
12 VDC 1 – 4 (NC)

7. จ่ายแหลง่ จ่ายแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ ปรบั ไว้ท่ี 12 VDC เข้าขา 2, 5 รเี ลย์ ใช้โอห์มมิเตอร์วัด
ขารีเลย์ ขา 1 – 3 (NO) และ 1 – 4 (NC) อีกครั้งตามลำดับ บันทึกค่าความต้านทานที่ได้ไว้ในตารางท่ี
11.2 แถวจ่ายแรงดนั 12 VDC

สรปุ ผลการทดลอง

............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................................. ...................
............................................................................................................................. ......................................

คำถามและการวเิ คราะห์

1. จากตารางที่ 11.2 สภาวะการทำงานของรีเลย์ ในขณะไม่จ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรง และขณะจ่าย
แหลง่ จา่ ยแรงดนั ไฟตรง ขา NO และขา NC มีสภาวะการทำงานเป็นอย่างไร
............................................................................................................................. ......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................

ครธู ญั ลักษณ์ หมีโชติ

176

แบบฝึกหดั
บทท่ี 11 เรอื่ ง อปุ กรณเ์ ก่ยี วขอ้ งในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์
คำส่ัง จงอธิบายใหไ้ ด้ใจความสมบรู ณ์และแสดงวธิ ีทำให้สมบูรณถ์ กู ตอ้ ง

1. ไมโครโฟนคืออะไร ไมโครโฟนชนดิ ไดนามิก และชนดิ คอนเดนเซอร์แตกตา่ งกันอยา่ งไร
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................ ........................................................................
2. ลำโพงคืออะไร ถูกแบง่ การใชง้ านเป็นอย่างไร
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .....................................
3. แมกเนติกคอนแทกเตอร์คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
................................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .....................................................
4. ทรานซสิ เตอร์คืออะไร การควบคมุ การทำงานของทรานซิสเตอรท์ ำได้อย่างไร
............................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................. ......................................................................
5. เฟตคืออะไร เฟตท่ีผลิตมาใช้งานมีก่ชี นดิ อะไรบ้าง
............................................................................................................................... .....................................
............................................................................................................................. .......................................

ครธู ัญลักษณ์ หมีโชติ

177

เฉลยแบบฝึกหดั
บทท่ี 11 เรอื่ ง อปุ กรณเ์ กี่ยวขอ้ งในงานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์

1.ตอบ ไมโครโฟน (Microphone) เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่เปลี่ยนคลื่นเสียง (พลังงานเสียง) ที่ถูกกำเนิด
ขนึ้ จากแหล่งกำเนดิ เสยี งชนิดตา่ งๆ เชน่ เสียงสนทนา เสียงรอ้ ง และเสียงดนตรี เป็นตน้ ให้เปลย่ี นไปเป็น
เสียงในลักษณะคลื่นไฟฟ้า (พลังงานไฟฟ้า) ในรูปสัญญาณไฟสลับ นำไปใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อเิ ล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ เช่น บันทกึ เกบ็ ไว้ในแผ่นซีดี แผ่นดีวดี ี บันทึกลงในเครื่องบันทึกเสียง หรือส่งต่อไป
ขยายเสียงในเครื่องขยายเสียง เป็นต้น ไมโครโฟนที่มีคุณภาพดีจะต้องตอบสนองต่อสัญญาณเสียง
ครอบคลุมย่านความถี่เสียงในชว่ งความถี่ 20 เฮริ ตซ์ (Hertz ; Hz) ถงึ 20 กโิ ลเฮิรตซ์ (Kilohertz ; kHz)

ไมโครโฟนไดนามิก เป็นไมโครโฟนที่มีโครงสร้างภายในของส่วนให้กำเนิดสัญญาณ ไฟฟ้า
ออกมา ประกอบด้วยขดลวดเคลื่อนที่ในรูปทรงกระบอกวางไว้ล้อมรอบแท่งแม่เหล็ก มีแผ่นไดอะแฟรม
(Diaphragm) ยึดติดกับขดลวดเคล่ือนที่ วางอยู่ด้านหน้าไมโครโฟน เมื่อมีเสียงส่งมากระทบทำใหแ้ ผน่
ไดอะแฟรมสัน่ ขดลวดเคล่อื นท่ตี ดั ผา่ นสนามแม่เหล็ก เกดิ แรงเคล่ือนไฟฟา้ ชักนำในรูปสัญญาณเสียงเป็น
แรงดนั ไฟสลบั จา่ ยออกไปใชง้ าน ลกั ษณะไมโครโฟนชนดิ ไดนามิก แสดงดังรปู ท่ี 1 ก

ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ เป็นไมโครโฟนที่มีโครงสร้างภายในของส่วนให้กำเนิดสัญญาณ ไฟฟ้า
ออกมา ประกอบด้วยแผ่นโลหะบางสองแผ่นวางขนานใกล้กัน มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับตัวเก็บประจุ
วางอยู่ด้านหน้าไมโครโฟน แผ่นโลหะแผ่นหน้าทำหน้าที่เป็นแผ่นไดอะแฟรมด้วย คอยรับคลื่นเสียงมา
กระทบ แผน่ โลหะท้ังสองมีขั้วต่อออก ถกู ตอ่ รว่ มกบั แหลง่ จ่ายแรงดันไฟตรงต้งั แต่ 1.5 V – 48 V แล้วแต่
การออกแบบ มีตัวต้านทานที่ทำหน้าที่เป็นภาระวงจรรับแรงดันจา่ ยมาตกคร่อม เมื่อมีเสียงมากระทบทำ
ให้แผ่นไดอะแฟรมสั่น คอนเดนเซอร์เกิดการเปลี่ยนแปลงค่าการเก็บประจุ ทำให้เกิดกระแสไหล
เปลี่ยนแปลง เกิดแรงดันตกคร่อมตัวต้านทานจ่ายออกมาใช้งานเปลี่ยนแปลง ลักษณะไมโครโฟนชนิด
คอนเดนเซอร์ แสดงดงั รปู ที่ 1 ข

(ก) ไมโครโฟนไดนามิก (ข) ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์

รปู ท่ี 1 ชนิดของไมโครโฟน

ครธู ญั ลักษณ์ หมีโชติ

178

2.ตอบ ลำโพง (Loudspeaker) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปสัญญาณ ไฟฟ้า
ให้กลับมาเป็นสัญญาณเสยี งในรูปการสั่นสะเทือน โดยการสัน่ ของกรวย (Cone) ลำโพงไปทำให้อากาศ
บริเวณโดยรอบกรวยลำโพงเกิดการสั่นเป็นคลื่นเสียงออกมา การสั่นสะเทือนของกรวยลำโพงทำให้เกิด
คลื่นเสียงที่มาจากอากาศสั่นสะเทือนมีความถี่แตกต่างกัน ตามความเร็วของกรวยสั่นสะเทือน กรวย
ลำโพงสั่นเร็วได้คลื่นเสียงความถี่สูงออกมา กรวยลำโพงสั่นช้าได้คลื่นเสียงความถี่ต่ำออกมา ลำโพงที่ถูก
สรา้ งมาใช้งานมีรปู ร่างลักษณะแตกตา่ งกันไป ลกั ษณะลำโพงแบบตา่ งๆ และสญั ลักษณ์ แสดงดงั รูปที่ 2

(ก) รูปรา่ ง (ข) สัญลักษณ์

รูปที่ 2 ลำโพงแบบตา่ งๆ และสัญลกั ษณ์

ความถี่เสียงทห่ี ูมนุษย์ได้ยนิ มยี ่านความถท่ี ่ีกว้างตั้งแต่ 20 Hz – 20 kHz คือมีย่านความถี่ตั้งแต่ความถีต่ ่ำไป

ถึงความถี่สูง ทำให้ลำโพงท่ผี ลติ ขน้ึ มาใช้งานไม่สามารถตอบสนองต่อความถี่เสียงได้ครอบคลมุ ท้ังหมด

จงึ จำเปน็ ตอ้ งผลติ ลำโพงข้ึนมาใหต้ อบสนองต่อความถี่เสียงเป็นช่วงความถ่ี ให้เหมาะสมกับการ

ตอบสนองตอ่ ความถเ่ี สยี งของลำโพงแต่ละชนิด แบ่งความถ่ีออกได้เป็น 3 ช่วงความถี่ โดยแบง่ ลำโพง

ออกเป็น 3 ชนิด คือ ชนิดความถี่ตำ่ เรียกว่าลำโพงเสยี งทุ้ม หรือ วเู ฟอร์ (Woofer) ชนดิ ความถก่ี ลางเรยี กวา่

ลำโพงเสยี งกลาง หรือมดิ เรนจ์ (Midrange) และชนดิ ความถสี่ ูงเรียกวา่ ลำโพงเสยี งแหลม หรอื ทวีเตอร์

(Tweeter) ลำโพงแตล่ ะชนิดมลี ักษณะ รูปรา่ ง โครงสร้าง และให้กำเนดิ สัญญาณเสียงออกมาแตกตา่ งกัน

ไป

3. ตอบ แมกเนติกคอนแทกเตอร์ (Magnetic Contactor) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทสวิตช์ควบคุมการ
ทำงานด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเช่นเดียวกับรีเลย์ แต่สามารถนำไปใช้งานได้กับกำลังไฟฟ้าสูงๆ จึงนิยม
เรียกว่า รีเลย์กำลัง (Power Relay) เป็นอุปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้งานด้านการควบคุมกำลังไฟฟ้าในงาน
อุตสาหกรรม การควบคุมให้แมกเนติกคอนแทกเตอร์ทำงานหรือหยุดทำงาน โดยใช้สนามแม่เหล็กท่ี
เกิดขน้ึ ภายในตวั ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ควบคมุ ใหห้ น้าสมั ผสั ของสวิตชแ์ มกเนติกคอนแทกเตอร์ตัด
ต่อวงจร ด้วยการใช้แรงดันและกระแสค่าต่ำจ่ายไปให้แมกเนติกคอนแทกเตอร์ ส่งอำนาจแม่เหล็กไป
ควบคุมให้หน้าสัมผัสทำงาน นำไปควบคุมแรงดันและกระแสค่าสูง จ่ายมาจากแหล่งจ่ายแรงดันส่งไปให้
ภาระท่ีใชก้ ำลงั ไฟฟา้ สูงคา่ ตา่ งๆ รูปร่างและสญั ลักษณแ์ มกเนติกคอนแทกเตอร์ แสดงดังรูปท่ี 3

ครธู ัญลกั ษณ์ หมีโชติ

179

NC 1 2
NO 3 4
NC 5 6
NO 7 8

A1 A2

(ก) รูปรา่ ง (ข) สัญลักษณ์

รปู ท่ี 3 รปู ร่างและสัญลกั ษณ์แมกเนติกคอนแทกเตอร์
จากรูปที่ 3 แสดงรูปร่างและสัญลักษณ์แมกเนติกคอนแทกเตอร์ รูปที่ 3 ก เป็นรูปร่างของแมกเนติกคอน
แทกเตอร์ โครงสร้างภายในแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน ได้แก่
สว่ นขดลวดให้กำเนิดสนามแม่เหล็กออกมาเมื่อมีแรงดันป้อนให้ขดลวด อกี ส่วนได้แก่ส่วนหน้าสัมผัส แบ่ง
การใช้งานออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดหน้าสัมผัสหลัก (Main Contact) เป็นหน้าสัมผัสที่ทนกระแสได้สูง ใช้ต่อ
ในวงจรที่ต้องการกำลังไฟฟ้าสูงๆ ในการใช้งาน และชุดหน้าสัมผัสช่วย (Auxiliary Contact) เป็น
หน้าสัมผัสที่ทนกระแสได้ต่ำ นำไปใช้งานได้เฉพาะในวงจรควบคุมการทำงานที่ต้องการกำลังไฟฟ้าต่ำ
ส่วนรูปที่ 3 ข เป็นสญั ลักษณ์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ชุด A1, A2 เปน็ ชดุ ขดลวดสนามแมเ่ หล็ก ชุด
1, 2 และ 5, 6 เป็นหน้าสัมผัสแบบปกติปิด (NC) และชุด 3, 4 และ 7, 8 เป็นหน้าสัมผัสแบบปกติเปิด
(NO)

การทำงานของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ขณะที่ยังไม่มีแรงดันป้อนให้ขดลวด ยังไม่เกิด
สนามแม่เหล็ก ไม่มีการทำงานของกลไกใดๆ ภายในตัวแมกเนติกคอนแทกเตอร์ เมื่อป้อนแรงดันให้
ขดลวด ทำให้ขดลวดเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นในแกนเหล็ก เกิดอำนาจแม่เหล็กไปดึงดูดให้ชุดหน้าสัมผัส
เคลื่อนที่เข้ามาชิดกับแกนเหล็กของขดลวด ทำให้ชุดหน้าสัมผัสทั้งหมดเปลี่ยนแปลงสภาวะการทำงาน
หน้าสัมผัสแบบปกติเปิด (NO) เกิดการต่อวงจร และหน้าสัมผัสแบบปกติปิด (NC) เกิดการเปิดวงจร
กรณีที่ขดลวดหมดอำนาจแม่เหล็ก สปริงจะบังคับให้ชุดหน้าสัมผัสกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คือ หน้าสัมผัส
แบบปกติเปิด (NO) เปิดวงจร และหนา้ สมั ผัสแบบปกตปิ ดิ (NC) ตอ่ วงจร

4.ตอบ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำชนิดหนึ่ง ที่ถูกนำไปใช้งานอย่างแพรหลาย
ผลิตจากการนำสารกึ่งตัวนำชนิด P และชนิด N ต่อชนกัน 3 ตอน แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ ชนิด PNP ใช้
สารก่งึ ตวั นำชนิด P จำนวน 2 ตอน ใชส้ ารกึ่งตวั นำชนิด N จำนวน 1 ตอน และชนดิ NPN ใชส้ ารกึ่งตัวนำ
ชนิด N จำนวน 2 ตอน ใช้สารกึง่ ตวั นำชนิด P จำนวน 1 ตอน มีสารก่ึงตวั นำตอนกลางแคบทสี่ ุด มีขาต่อ
ออกมาใช้งาน 3 ขา ไดแ้ ก่ ขาเบส (Base ; B) ขาคอลเลกเตอร์ (Collector ; C) และขาอมิ ิตเตอร์ (Emitter ;
E) ทรานซิสเตอร์ที่ผลิตขึ้นมาใช้งานมีมากมายหลายชนิด หลายขนาด และหลายเบอร์ ทั้งชนิดทน
กำลังไฟฟ้าต่ำ และชนิดทนกำลังไฟฟ้าสูง มีลักษณะและรูปร่างแตกต่างกันไป โครงสร้างสัญลักษณ์และ
รูปร่างของทรานซสิ เตอรแ์ สดงดังรูปท่ี 4

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

180

C C

P B
BN E

P
E

ชนิด PNP ชนดิ PNP

C C

N B
BP E

N

E

ชนดิ NPN ชนดิ NPN

(ก) โครงสร้าง (ข) สญั ลกั ษณ์ (ค) รปู ร่าง

รูปท่ี 4 โครงสรา้ งสัญลกั ษณ์และรูปร่างทรานซสิ เตอร์
ทรานซิสเตอร์ทำงานได้ ต้องจ่ายแรงดันไบแอสให้ตัวทรานซิสเตอร์ถูกต้องตาม ที่แต่ละขาของ
ทรานซิสเตอร์ต้องการ วิธีการจ่ายแรงดันไบแอสที่ถูกต้องให้ทรานซิสเตอร์ มีวิธีเดียวดังนี้ จ่ายแรงดัน
ไบแอสตรงให้ขาอิมิตเตอร์ (E) และขาเบส (B) โดยขาเบสต้องได้รับแรงดันไบแอสตรงเทียบกับขา
อิมิตเตอร์เสมอ ส่วนขาคอลเลกเตอร์ (C) ต้องจ่ายแรงดนั ไบแอสกลับ การจ่ายแรงดนั ไบแอสดังทีก่ ล่าว
มาถือว่าถูกต้อง การจ่ายแรงดันไบแอสให้ตัวทรานซิสเตอร์ผิดไปจากนี้ ทรานซิสเตอร์จะไม่สามารถ
ทำงานได้ การจา่ ยแรงดนั ไบแอสถูกต้องให้ทรานซิสเตอร์แบบเบื้องต้น แสดงดงั รูปท่ี 5

C - C
-
P N -
P -
- B N B N
P - E

E

(ก) ทรานซสิ เตอรช์ นิด PNP (ข) ทรานซสิ เตอร์ชนิด NPN

รูปท่ี 5 การจ่ายไบแอสถกู ต้องใหท้ รานซสิ เตอร์แบบเบ้ืองตน้

ครธู ญั ลักษณ์ หมีโชติ

181
รูปที่ 5 แสดงการจ่ายไบแอสถูกต้องให้ทรานซิสเตอร์แบบเบื้องต้น ของทรานซิสเตอร์ทั้งชนิด PNP
และ NPN การทำงานของตัวทรานซิสเตอร์อธิบายได้ดังนี้ ถ้าจ่ายแรงดันไบแอสให้เฉพาะขาคอลเลก
เตอร์ (C) และขาอิมิตเตอร์ (E) โดยขาเบส (B) ไม่มีแรงดันไบแอสจ่ายให้ ทรานซิสเตอร์ไม่ทำงาน ไม่มี
กระแสไหลในตัวทรานซิสเตอร์ เมอ่ื จ่ายแรงดันไบแอสให้ขาเบส (B) เปน็ ไบแอสตรง แรงดันไบแอสตรงท่ีขา
เบส (B) ทำให้รอยต่อเบส (B) และอิมิตเตอร์ (E) มีค่าความต้านทานต่ำ ยอมให้กระแสไหลผ่านไปขาคอ
ลเลกเตอร์ (C) ทรานซิสเตอร์ทำงานนำกระแส
5.ตอบ เฟต (FET) เรียกได้อีกชื่อว่าทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้า (Field Effect Transistor ; FET) เป็น
อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำชนิด 3 ขาเช่นเดียวกับทรานซิสเตอร์ แต่เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำชนิดขั้วเดียว
(Unipolar) มีโครงสร้างและหลักการทำงานแตกต่างไปจากทรานซิสเตอร์ธรรมดา เพราะทรานซิสเตอร์
ธรรมดาการทำงานต้องอาศัยกระแสช่วยควบคุมการทำงาน ส่วนเฟตการทำงานต้องอาศัยแรงดันช่วย
ควบคมุ การทำงาน

เฟตสร้างมาใช้งานแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เฟตประเภทรอยต่อ (Junction FET) หรือ
เจเฟต (JFET) และเฟตประเภทสารกึ่งตัวนำออกไซด์โลหะ (Metal Oxide Semiconductor FET) หรือมอส
เฟต (MOSFET) เฟตมี 3 ขา คือ ขาเดรน (Drain ; D) ขาซอส (Source ; S) และขาเกต (Gate ; G) ขา
เดรน (D) และขาซอส (S) เป็นขาทำงาน ส่วนขาเกต (G) เป็นขาควบคุมการทำงาน เฟตแต่ละชนิดมี
โครงสร้างและหลกั การควบคุมให้เฟตทำงานแตกต่างกัน รปู รา่ งเฟต แบบตา่ งๆ แสดงดงั รปู ที่ 6

รูปท่ี 6 เฟตแบบตา่ งๆ
1. เจเฟต (JFET) โครงสรา้ งประกอบด้วยสารกึ่งตัวนำตอนใหญ่ 1 ตอน ต่อขาออกมาใช้งาน 2 ขา
คือขาเดรน (D) และขาซอส (S) และประกอบด้วยสารกึ่งตัวนำตอนเล็ก 2 ตอน ต่อขาออกมาใช้งาน 1
ขา คือขาเกต (G) แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิด N แชนแนล และชนิด P แชนแนล โครงสร้างและ
สญั ลักษณเ์ จเฟต แสดงดังรูปท่ี 7

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

182

DD
DD

G P NP G G N PN G

SS
SS

โครงสรา้ ง สญั ลักษณ์ โครงสรา้ ง สัญลักษณ์

(ก) ชนดิ N แชนแนล (ข) ชนดิ P แชนแนล

รปู ท่ี 7 โครงสร้างและสัญลักษณ์ JFET

2. มอสเฟต (MOSFET) โครงสร้างมีความแตกตา่ งไปจาก JFET ในส่วนทีส่ ร้างเป็นขาเกต โดยส่วน
นี้ถูกแยกออกเป็นอิสระ มีฉนวนซิลิคอนไดออกไซด์ (Silicon Dioxide ; SiO2) คั่นกลาง ส่วนที่เป็นเดรน
และซอส สร้างขึ้นบนฐานรองสารกึ่งตัวนำ (Substrate) ที่ใช้สารกึ่งตัวนำชนิดตรงข้ามกับส่วนเดรน และ
ซอส มอสเฟตแบง่ ออกได้เปน็ 2 แบบ คือ แบบดพี ลีชันมอสเฟต (Depletion MOSFET) หรอื D – MOSFET
และเอ็นฮานซเ์ มนตม์ อสเฟต (Enhancement MOSFET) หรือ E – MOSFET และแบ่งย่อยออกได้ 2 ชนิด
คือ ชนิด N แชนแนล และชนิด P แชนแนล โครงสร้างและสัญลักษณ์มอสเฟตแต่ละแบบ แสดงดังรูปท่ี
8 และรูปท่ี 9

SGD G D SGD G D
SiO2 S SiO2 S

N ----- N P +++++ P
P N
Sub Sub

โครงสร้าง สัญลักษณ์ โครงสรา้ ง สญั ลักษณ์

(ก) ชนดิ N แชนแนล (ข) ชนดิ P แชนแนล

รปู ที่ 8 โครงสร้างและสัญลักษณ์ D – MOSFET

ครธู ัญลักษณ์ หมีโชติ

183

SGD G D SGD G D
SiO2 S SiO2 S

NN PP
P N
Sub Sub

โครงสร้าง สัญลักษณ์ โครงสร้าง สญั ลักษณ์

(ก) ชนิด N แชนแนล (ข) ชนดิ P แชนแนล

รปู ที่ 9 โครงสร้างและสญั ลกั ษณ์ E – MOSFET

ครธู ัญลักษณ์ หมโี ชติ

184

แบบทดสอบก่อนเรยี น/หลังเรยี น
บทท่ี 11 เร่ือง อุปกรณ์เก่ยี วข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์

คำชแ้ี จง 1. จงทำเคร่ืองหมายกากบาท () ทับข้อที่ถูกทีส่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี วลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที

1. คณุ สมบตั ขิ องตัวเหน่ียวนำขอ้ ใดกลา่ วไวถ้ ูกต้อง
ก. มีการยบุ ตวั พองตัวของสนามแม่เหล็กตามจังหวะการจ่ายแรงดนั ไฟสลับ
ข. เกดิ แรงเคลือ่ นไฟฟา้ เหนยี่ วนำขึน้ มาเมื่อมีสนามแม่เหล็กตัดผา่ น
ค. เกดิ สนามแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ข้ึนมาเมอ่ื จ่ายแรงดนั ให้
ง. ถกู ทุกข้อ

2. สนามแมเ่ หล็กท่เี กิดขึ้นในขดลวดมีความสมั พนั ธ์กนั อยา่ งไร
ก. แกนเลก็ เกิดสนามแม่เหล็กมาก แกนใหญ่เกิดสนามแม่เหลก็ น้อย
ข. พันรอบนอ้ ยเกดิ สนามแม่เหล็กมาก พันรอบมากเกิดสนามแม่เหล็กนอ้ ย
ค. กระแสไหลนอ้ ยสนามแมเ่ หลก็ เกดิ น้อย กระแสไหลมากสนามแม่เหล็กเกดิ มาก
ง. แกนอากาศเกิดความเขม้ สนามแมเ่ หล็กมาก แกนเฟอร์โรแมกเนติกเกิดความเข้มสนาม แม่เหลก็ น้อย

3. ตัวเหนี่ยวนำชนิดใดมีคณุ สมบัติใหค้ า่ ความเหนยี่ วนำนอ้ ยท่สี ุด

ก. แกนอากาศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหลก็ อัด ง. แกนเหลก็ แผน่ บาง

4. สัญลักษณ์ตามรปู แทนตัวเหนี่ยวนำชนิดใด

ก. แกนเหล็กแผ่นบาง ข. แกนเฟอรไ์ รต์

ค. แกนอากาศ ง. ถูกทุกข้อ

5. ตัวเหน่ียวนำชนดิ ใดไมน่ ิยมใชง้ านท่ีความถ่สี ูง

ก. แกนอากาศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหล็กอัด ง. แกนเหลก็ แผน่ บาง

6. ตามรูปเปน็ ตวั เหนี่ยวนำชนดิ ใด

ก. แกนปรบั เปลย่ี นค่าได้ ข. แกนผงเหล็กอัด
ค. แกนทอรอยด์ ง. แกนอากาศ

7. หม้อแปลงชนิดใดท่ีมขี ดลวดเพยี งชดุ เดียว แต่แยกจดุ ใช้งานออกเอาต์พตุ หลายตำแหน่ง

ก. ชนดิ กำลงั ข. ชนิดออโต

ค. ชนิดทอรอยด์ ง. ชนดิ ลดแรงดัน

ครธู ัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

185

8. 450V สญั ลกั ษณต์ ามรปู เป็นหม้อแปลงชนดิ ใด
220V 250V ก. ชนิดออโต
0V ข. ชนิดทอรอยด์
0V 250V ค. ชนิดเพม่ิ แรงดัน
450V ง. ชนดิ เพมิ่ – ลดแรงดนั

9. วารแิ อกคือหม้อแปลงชนดิ ใด

ก. ชนิดออโต ข. ชนดิ ทอรอยด์

ค. ชนดิ เพิม่ แรงดนั ง. ชนดิ ปรับเปลยี่ นแรงดันได้

10. คา่ ความเหนย่ี วนำข้อใดมีคา่ มากที่สุด ข. 0.0068 H
ง. 0.033 H
ก. 62,000 H
ค. 52.4 mH

ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ

186

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรียน
บทท่ี 11 เร่อื ง อปุ กรณ์เกยี่ วข้องในงานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์

1. ข 2. ก 3. ง 4. ค 5. ง
6. ค 7. ก 8. ข 9. ค 10. ง

ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

187

แผนผังความคิดบทท่ี 12
วงจรอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้
โดยบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

พอประมาณ

3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ

งานและใช้คมุ้ คา่ ประหยัดและคำนึงถึง

ความปลอดภยั ภมู ิคมุ้ กนั

มเี หตุผล 4. เหน็ ความสำคัญในการทำงานรว่ มกับผู้อื่น

2. วิเคราะห์ และแก้ปญั หา

ต่าง ๆ เกย่ี วกบั การบดั กรี

การทำวงจรพมิ พแ์ ละการ

ประกอบวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์

เบ้อื งตน้ บทที่ 12 คุณธรรม

5. ทำงานด้วยความสามัคคมี ี

น้ำใจ มวี นิ ยั มคี วามรบั ผดิ ชอบ

และดว้ ยความซื่อสัตย์

1. ความรู้/ทกั ษะ 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน

มคี วามประณตี รอบคอบ

- ความรู้เก่ยี วกับวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น วงจรตวั ต้านทาน วงจรตวั ปลอดภัย

เก็บประจุ วงจรตวั เหน่ียวนำ แผน่ วงจรพมิ พแ์ ละลายวงจรพมิ พ์ ตะกว่ั

บดั กรี หวั แร้ง การเตรยี มหวั แรง้ แช่ให้พรอ้ มใชง้ านแลtการบัดกรี

อุปกรณบ์ นแผนวงจรพิมพ์

- มีทกั ษะในการเขียนลายวงจรพมิ พ์บนแผน่ วงจรพมิ พ์ได้

สงั คม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม สง่ิ แวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

188

แผนการจัดการเรียนรู้
ชื่อวชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บือ้ งตน้ รหัสวชิ า 20100 – 1005
บทท่ี 12 เร่อื ง วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้อื งต้น
สอนคร้ังที่ 15 -17 ชั่วโมงท่ี 57- 68 เวลา 12 ช่วั โมง

สาระสำคัญ

วงจรตัวต้านทาน เปน็ วงจรตอ่ ตัวต้านทานร่วมกัน จัดในรปู วงจรได้ 3 แบบคือ วงจรอนกุ รม
เป็นวงจรต่อตัวต้านทานเรียงลำดับกนั ยิ่งต่อเพมิ่ ขึ้นความต้านทานยง่ิ เพ่ิมข้นึ วงจรขนานเปน็ วงจรต่อตัว
ตา้ นทานคร่อมขนานกนั ทุกตัวทจี่ ดุ รวมกนั 2 จดุ ความต้านทานผลรวมของวงจรน้อยกว่าค่าความ
ตา้ นทานตวั ทน่ี ้อยที่สุดในวงจร วงจรผสมเป็นการต่อตวั ตา้ นทานร่วมกันระหว่างการต่อแบบอนุกรมและ
การต่อแบบขนาน

วงจรตัวเก็บประจุ เปน็ วงจรตอ่ ตวั เกบ็ ประจรุ ว่ มกัน จดั ในรปู วงจรได้ 3 แบบ เชน่ เดยี วกบั ตวั
ตา้ นทาน คือวงจรอนกุ รมเป็นวงจรต่อตวั เกบ็ ประจุเรยี งลำดับกนั ไป มีผลใหค้ ่าความจุรวมในวงจรลดลง
เหลือน้อยกว่าค่าความจตุ ัวที่นอ้ ยท่สี ดุ ในวงจร วงจรขนานเปน็ วงจรตอ่ ตวั เกบ็ ประจคุ รอ่ มขนานกนั ทุกตัว
ทีจ่ ุดรวมกนั 2 จุด ค่าความจรุ วมในวงจรเพม่ิ ขนึ้ ตามค่าการตอ่ ตวั เกบ็ ประจุเพิ่ม วงจรผสมเปน็ การต่อตัว
เกบ็ ประจุรว่ มกนั ระหว่างการต่อแบบอนกุ รมและการตอ่ แบบขนาน

วงจรตัวเหนี่ยวนำ เป็นวงจรต่อตัวเหนี่ยวนำร่วมกัน จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบ เช่นเดียวกับตัว
ต้านทาน และมีคุณสมบัติของวงจรเหมือนกัน เพยี งแตห่ น่วยใช้งานแตกต่างกัน

วงจรพิมพ์ เป็นแผ่นพลาสติกที่ผิวหนึ่งถูกเคลือบด้วยแผ่นทองแดงบาง นำมาใช้ทำลายวงจร
พมิ พ์ เพ่ือตอ่ อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสเ์ ข้าด้วยกัน ลายวงจรพมิ พ์มสี ว่ นสำคญั ต่อการใช้งานดังน้ันการเขียน
และการออกแบบต้องถกู ต้องเหมาะสม เพอ่ื ใหเ้ กิดประสทิ ธภิ าพในการใชง้ าน

ตะกั่วบัดกรี เป็นวัสดุใช้ทำหน้าที่เชื่อมประสานรอยต่อของสายไฟ หรือขาอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์เขา้ ดว้ ยกัน สว่ นประกอบของตะกวั่ บดั กรปี ระกอบดว้ ยดบี ุก และตะก่ัวในอตั ราสว่ น60/40
ตอนกลางของเส้นลวดตะกว่ั บดั กรมี ีน้ำยาประสานบรรจุอยู่

หัวแร้งที่ใช้งานทางดา้ นไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ ป็นหวั แรง้ ไฟฟ้า ทำหน้าทใี่ ห้ความรอ้ นเพื่อใช้
หลอมละลายตะกวั่ บดั กรี ช่วยในการบดั กรชี ้ินงานอิเล็กทรอนิกสต์ า่ งๆ

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงคท์ ั่วไป

เพ่ือให้มีความรเู้ กย่ี วกับวงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ วงจรตวั ตา้ นทาน วงจรตวั เก็บประจุ
วงจรตวั เหนี่ยวนำ แผน่ วงจรพมิ พแ์ ละลายวงจรพิมพ์ ตะก่ัวบัดกรี หัวแร้ง การเตรยี มหวั แร้งแชใ่ หพ้ ร้อม
ใชง้ านแลtการบดั กรีอปุ กรณ์บนแผนวงจรพมิ พ์ มที กั ษะในการเขยี นลายวงจรพิมพบ์ นแผ่นวงจรพิมพ์ได้
มีเจตคติทีด่ ีต่อการเตรยี มความพรอ้ มดา้ นการเตรยี ม วัสดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบตั งิ านอย่างถูกต้อง
สำเร็จภายในเวลาทีก่ ำหนด มีเหตุและผลตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม

1. อธิบายวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ได้ถูกต้อง
2.วเิ คราะห์การเขียนวงจรตวั ตา้ นทานได้ถกู ต้อง

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

189

3.วเิ คราะหก์ ารเขยี นวงจรตัวเก็บประจุได้ถูกต้อง
4. วเิ คราะหก์ ารเขยี นวงจรตวั เหนีย่ วนำได้ถกู ต้อง
5. ยกตวั อยา่ งการเขยี นแผน่ วงจรพมิ พ์และลายวงจรพิมพ์ได้ถูกต้อง
6. บอกคุณสมบตั ิของตะกั่วบดั กรีได้ถูกต้อง
7. บอกหนา้ ที่การทำงานของหัวแร้ง ไดถ้ ูกตอ้ ง
8. อธิบายการเตรยี มหวั แร้งแช่ใหพ้ รอ้ มใช้งานได้ถูกตอ้ ง
9. อธิบายการบดั กรีอปุ กรณ์บนแผนวงจรพิมพ์ ไดถ้ ูกต้อง
10. เขยี นลายวงจรพมิ พ์บนแผ่นวงจรพิมพ์ได้ถูกต้อง
11..เตรียมความพร้อมด้าน วัสดุ อปุ กรณ์สอดคล้องกับงานได้อย่างถูกตอ้ ง
12..ปฏบิ ัตงิ านไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง และสำเร็จภายใน เวลาท่กี ำหนดอยา่ งมีเหตุและผลตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สมรรถนะรายหน่วย

1.เขยี นลายวงจรพมิ พบ์ นแผน่ วงจรพมิ พ์
2.ประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น

หัวข้อการเรยี นรู้

1. อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร
2. แผน่ วงจรพิมพ์และการสร้างแบบลายวงจร
3. การสรา้ งลายวงจรพิมพแ์ บบง่าย
4. หวั แรง้ บัดกรี
5. ตะกั่วบดั กรี
6. เคร่อื งดดู ตะกั่วบัดกรี
7. เทคนคิ การบัดกรีอปุ กรณ์
8. วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น
9. ใบงานท่ี 12.1 เร่อื ง การบดั กรี
10.ใบงานท่ี 12.2 เรอ่ื ง การสรา้ งวงจรพมิ พ์อยา่ งง่าย
11.ใบงานท่ี 12.3 เรอ่ื ง การประกอบวงจรหรีแ่ สงสวา่ งหลอดไฟ

12.กิจกรรมการเรยี นรู้ (สัปดาหท์ ่ี 15-17)

กิจกรรมครู กจิ กรรมนักเรยี น

ขนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น ขน้ั สนใจปัญหา

1. ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ หน่วยการ 1. นกั เรียนจดบนั ทึกจุดประสงค์การ

เรยี น เรียนรู้

2. ครูแจง้ ให้นักเรยี นเขา้ ใจปรชั ญาเศรษฐกิจ 2. ทำความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพยี ง 3ห่วง คือ หลกั ความพอประมาณ พอเพียง3 หว่ ง คือ หลักความ

หลักความมเี หตุผล หลกั ภมู คิ ุ้มกัน 2 พอประมาณ หลกั ความมเี หตุผล

เงือ่ นไข คือ เง่อื นไขความรู้ เงื่อนไข หลักภมู คิ ุม้ กัน 2 เงือ่ นไข คือ

คุณธรรม เช่อื มโยงสู่ 4 มิติคอื มิตสิ ังคม มติ ิ เงอ่ื นไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

เช่อื มโยงสู่ 4 มติ ิคือ มิตสิ ังคม มติ ิ

ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ

190

เศรษฐกจิ มติ วิ ฒั นธรรม มิตสิ ิ่งแวดล้อม เศรษฐกจิ มติ วิ ฒั นธรรม มิติ

เพราะเหตุใดต้องศึกษา ส่งิ แวดลอ้ มและวตั ถปุ ระสงค์การ

เรยี นรหู้ น่วยการเรียนและหวั ขอ้ การ

เรียนรู้

ข้นั สอนทฤษฎี ขน้ั ศึกษาขอ้ มูล

2. ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 2. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน

3. ครูบรรยายเนือ้ หาประกอบแผน่ ใส/ power 3. นักเรียนฟงั ครูบรรยายและจดบันทกึ

point พอประมาณ เลือกใช้วสั ดุ-อปุ กรณ์ 4. นักเรยี นศึกษาหนว่ ยการเรียนที่ไดร้ ับ

สอดคลอ้ งกับงานและใชค้ ุ้มค่า ประหยัดและ มอบหมาย

คำนงึ ถงึ ความปลอดภัย 5. นกั เรียนตอบคำถาม

4. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาเน้ือหาการเรียนรใู้ นหนงั สอื

เรียน

5. ซกั ถามนักเรียนเกี่ยวกบั เน้ือหาทเี่ รยี น

ขน้ั สอนปฏบิ ตั ิ ขั้นศกึ ษาขอ้ มลู

6. ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 6. นกั เรียนศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ

7. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ จัดเตรยี มเครอื่ งมือและ หน่วยการเรยี นรู้

อุปกรณ์ตามใบงานการทดลอง มีเหตุผล 7. นักเรียนจัดเตรียมเคร่ืองมือและอปุ กรณ์

วเิ คราะห์ และแก้ปัญหาตา่ ง ๆ เก่ียวกบั การต่อ ภูมิคุ้มกนั

วงจรและใช้งานเคร่ืองมือวัด เหน็ ความสำคัญในการทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืน

8. ครสู ังเกตการปฏบิ ตั ิงานและคอยใหค้ ำแนะนำ

อยา่ งใกล้ชิด

ขน้ั สรปุ ขน้ั พยายามและขน้ั สำเร็จผล

9. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปผลการเรยี นรู้ 8. นกั เรยี นช่วยกนั สรุปเน้อื หาทีเ่ รียนและจด

10. ครใู หน้ กั เรยี นปฏิบตั ิตามใบงานการทดลอง บนั ทกึ

ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ 9. นกั เรยี นปฏิบัติตามใบงานการทดลอง

11. ครคู อยสงั เกตลำดับขนั้ ตอนการทำงานและให้ ประจำหนว่ ยการเรียนรู้ เมื่อพบปัญหาให้

คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏิบตั ไิ ม่ถูกต้อง สอบถามครูผู้สอน คุณธรรม

12. ครูให้นกั เรยี นทีป่ ฏิบัตงิ านเสร็จแลว้ สง่ ตรวจที่ ทำงานด้วยความสามัคคีมนี ำ้ ใจ มีวนิ ยั มี

โตะ๊ ตรวจงานเพ่ือขอคำแนะนำและและประเมนิ ผล ความรับผิดชอบและดว้ ยความซ่ือสัตย์

13. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน 10. นกั เรียนสง่ ผลการปฏิบตั งิ านให้ครูตรวจ

14. ครแู จ้งนโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง 11.นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

ศกึ ษา ซ่ึงเปน็ กิจกรรมที่มุ่งสง่ เสริมพฒั นาผู้เรียนใหม้ ี 12. นกั เรยี นช่วยกนั สรุปเนื้อหาและจดบันทึก

คณุ ลกั ษณะที่ดีงาม 3 ด้าน คือ 1. ด้าน ประกอบดว้ ยสาระเกยี่ วกับเร่ืองท่ีเรียน

ประชาธิปไตย (Democracy) 2. ด้านคณุ ธรรม 13. นกั เรียนจดบนั ทึกนโยบายสถานศกึ ษา

จรยิ ธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) 3. ด้าน 3 D พร้อมกบั อภปิ รายแนวทางนำไปปฏิบตั ิ

ภมู คิ ้มุ กันจากยาเสพติด (Drug – Free) ใชใ้ นชีวิตประจำวนั และในรายวชิ าท่ีเรยี น

ครธู ัญลักษณ์ หมีโชติ

191

15. ครูอธิบายหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 14. นกั เรยี นรบั ฟงั และจดบันทึกหลักปรชั ญา
เพอ่ื บูรณาการเขา้ กับกิจกรรมการเรียนการสอน ของเศรษฐกจิ พอเพยี งโดยมีความรบั ผิดชอบ
ประกอบด้วย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี และพยายามสบื ค้นข้อมูลและปฏบิ ตั งิ านให้
เหตผุ ล 3. การมีภมู ิคมุ้ กนั ในตัวท่ีดี สำเรจ็ อยา่ งมีเหตุผล มเี หตุผล เงื่อนไข คือ
16. ครซู กั ถามนกั เรยี นว่ามีขอ้ สงสัยอะไรอีกหรอื ไม่ เงือ่ นไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม
17. ครใู หน้ กั เรยี นทำความสะอาดห้องเรียน
15. นักเรียนช่วยกนั ทำความสะอาดเคร่ืองมอื
อุปกรณ์ จัดห้องเรยี นใหเ้ รียบรอ้ ย

ขนั้ นำไปใช้ ขั้นนำไปใช้

18. ครูใหน้ กั เรยี นเขียนรายงานสรุปผลการเรยี นรู้ 4 16. นักเรียนทำแบบสรุปผลการเรยี นรปู้ ระจำ

มติ ิคือ มิติสังคม มิตเิ ศรษฐกิจ มิติวฒั นธรรม มติ ิ หน่วยการเรียน

สิ่งแวดลอ้ ม

19. ครบู ันทกึ หลงั การสอน

การบรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้เรียนมีวนิ ยั ซอื่ สตั ย์ ประหยดั ใฝ่รู้ และปฏบิ ัตงิ านที่ไดร้ ับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง

กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานที่มอบหมาย

ศึกษาคน้ คว้าเพม่ิ เติมเกีย่ วกบั วธิ ที ำลายวงจรพิมพด์ ้วยวธิ ีต่างๆ

การวัดและประเมินผล

วธิ ีการวดั และประเมินผล

- สงั เกตการทำงาน

- ทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น

เคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผล

- แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน

เกณฑ์การวัดผล และประเมนิ ผล

- ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 80 ของแบบประเมินแตล่ ะประเภท

ดา้ นความรู้

- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ข้อซกั ถาม

- ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหดั แบบทดสอบ

ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม

- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยัดและมีความอดทน

ด้านทกั ษะกระบวนการ

- กระบวนการทำงาน

วธิ กี ารแกป้ ญั หาในกรณที ่ีผ้เู รยี นไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามจดุ ประสงคท์ ก่ี ำหนด

1. สอนซ่อมเสรมิ ให้กบั ผูเ้ รียนท่ีไมผ่ ่านเกณฑ์ในแตล่ ะจุดประสงค์ โดยใชว้ ิธกี ารดงั น้ี

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

192
- แนะนำ/สอนเสรมิ ในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ
- มอบหมายให้เพอ่ื นที่ผ่านเกณฑ์สอนเพ่ือน
- มอบหมายให้งานเพ่มิ เตมิ นอกเวลา
2. ทดสอบเพอ่ื ประเมินผล

ส่อื การเรียนการสอน

1. เอกสารประกอบการสอน วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ 20100 - 1005
2. ส่อื Power Point บทท่ี 12 เร่ือง วงจรอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น
3. ชดุ ทดลองเรอื่ งการทำงานของรีเลย์

ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

193

ใบปฏิบตั ิงาน การบัดกรี
12.1

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. ใช้คีมตัด คมี ปากยาว และมีดคัตเตอร์ ตดั และปลอกสายไฟได้
2. ใชห้ วั แร้งบดั กรีสายไฟได้
3. เกิดความตระหนกั ในการทำงาน

เคร่ืองมือและอุปกรณ์

1. มีดคัตเตอร์ 1 ด้าม
2. คมี ตัด, คีมปากยาว อย่างละ 1 ตัว
3. หวั แร้งบัดกรขี นาด 25 W
4. เครื่องดูดตะกั่วบัดกรี 1 ตัว
5. ตะก่ัวบัดกรยี าว 30 ซม. 1 ตวั
6. สายไฟแขง็ ขนาด 1 มม2. 1 เสน้
1 เมตร

ลำดับขั้นการทดลอง

1. ปลอกฉนวนออกจากสายไฟใหห้ มด
2. ใช้คีมปากยาวดัดลวดทองแดงให้เป็นอักษรภาษาอังกฤษแต่ละตัวเป็นชื่อตัวเองขนาดความสูง
1 น้วิ และต่อเข้าดว้ ยกนั โดยใช้การบดั กรี จนครบทุกตวั อักษร
3. ตัดลวดทองแดง 2 เสน้ เปน็ โครงยึดตวั อักษรใหย้ าวเท่าชื่อตวั เอง
4. จัดวางตัวอักษรบนโครงยึดเป็นชื่อตัวเอง จัดช่องไฟให้พอเหมาะ ลักษณะการจัดวางตาม
ตัวอยา่ งแสดงดงั รูปท่ี 12.1

รปู ท่ี 12.1 การบัดกรีตัวอักษรลวดทองแดง
5. บัดกรียดึ ช่ือตวั เองบนโครงยดึ ให้ครบทุกจดุ ให้ไดจ้ ุดบัดกรที ี่สมบูรณ์ สวยงาม มนั วาว
6. ตรวจสอบจดุ บดั กรีทกุ จุด จดุ ใดบกพรอ่ งแกไ้ ขใหม่ให้สมบรู ณ์ สวยงาม

ครธู ัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

194
สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................................. ...................
.............................................................................................................. .....................................................

คำถามและการวเิ คราะห์
1.ผลการบัดกรชี อ่ื เป็นอย่างไร ถา้ หากนำตะกว่ั บัดกรที ีใ่ ชแ้ ล้วนำมาบัดกรใี หม่จะเกดิ ผลเช่นไร
............................................................................................................................. .......................................
........................................................................................... ........................................................................

ครธู ญั ลักษณ์ หมีโชติ

195

ใบปฏบิ ัตงิ าน การสรา้ งลายวงจรพิมพแ์ บบง่าย
12.2

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. แสดงวธิ ีสรา้ งลายวงจรพิมพ์ตามลำดับขน้ั ตอนได้
2. ใชก้ รดกัดทองแดงกดั แผ่นวงจรพมิ พ์ท่สี ร้างได้
3. ใชส้ ว่านเจาะรูแผน่ วงจรพิมพต์ ามลายวงจรพมิ พไ์ ด้
4. เกดิ ความสามัคคีในการทำงานกลมุ่
เคร่ืองมือและอปุ กรณ์

1. แผ่นวงจรพมิ พ์ชนิดหนา้ เดียวขนาด 3.5 x 4.5 ซม. 1 แผ่น
2. ไยขดั สกอ๊ ตไบรตแ์ ละผงซกั ฟอก 1 ชุด
3. นำ้ ยางสนและพ่กู ัน 1 ชดุ
4. ปากกาเคมีกันนำ้ (ปากกาเขียนแผ่นใสกันน้ำ) 1 ดา้ ม
5. กรดกัดทองแดง (กรดกำมะถนั ) 1 ขวด
6. ภาชนะพลาสตกิ 1 ใบ
7. ดอกสวา่ นขนาดเล็กเจาะแผ่นวงจรพมิ พ์ 1 ดอก
8. เตารดี 1 ตวั

ลำดับขัน้ การทดลอง

1. เตรียมแผ่นวงจรพิมพ์ให้พร้อมใช้งาน ได้แก่ ตัดแผ่นวงจรพิมพ์ให้ได้ขนาดตามต้องการ คือ
ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. ลบคม ตกแต่งขอบให้เรียบร้อย ล้างทำความสะอาดด้านทองแดง โดยใช้ใยขัดส
ก๊อตไบรต์และผงซักฟอก ให้ส่วนที่เป็นคราบดำและไขมันออกให้หมด เช็ดและปล่อยให้แห้งสนิท ไม่
ควรสมั ผสั โดนผวิ ทองแดงอีก

2. นำลายวงจรพิมพ์ตามรูปที่ 12.2 (ข) ไปถ่ายเอกสารลงบนกระดาษ หรือใช้เครือ่ งพิมพ์เลเซอร์
พิมพ์ลายวงจรพิมพ์รูปที่ 12.2 (ข) ออกมา โดยใช้ลายวงจรพิมพ์ตามรูปที่ให้ไว้ไปใช้ถ่ายเอกสารได้ทันที
(กลับดา้ นลายวงจรพมิ พ์ใหเ้ รยี บรอ้ ยแล้ว)

A1 G 100kW
A2

200nF 10kW

220VAC 1A

ครธู ัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

196

(ก) ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอุปกรณ์ (ข) ลายวงจรพิมพ์ใชถ้ ่ายเอกสาร

รปู ที่ 12.2 ลายวงจรพิมพว์ งจรหรแ่ี สงสวา่ งหลอดไฟ

3. นำกระดาษถ่ายเอกสารด้านที่มลี ายวงจรพิมพ์ วางลงบนแผ่นทองแดงของแผน่ วงจร พิมพ์ท่ี
เตรียมไว้ จัดตำแหน่งให้ถูกต้องเหมาะสม ใช้เทปใสยึดขอบกระดาษให้แน่นบนแผ่นวงจร พิมพ์ไม่ให้
เคลื่อนที่ ใช้เตารีดปรับความร้อนสูงสุด รีดบนกระดาษลายวงจรให้ทั่วประมาณ 45 วินาที เพื่อให้ลายวงจร
พิมพ์ที่ถ่ายเอกสารไว้ ไปเกาะติดผิวทองแดงให้หมด ตรวจสอบการเกาะติดของลายวงจรอีกครั้ง ปล่อย
ทิ้งไว้ให้แผน่ วงจรพมิ พ์เย็นตวั ลง

4. นำแผ่นวงจรพิมพ์ไปแช่น้ำเปล่า ให้กระดาษอ่อนตัวลง ค่อยๆ ล้างถูเบาๆ ให้กระดาษหลุดออก
จนหมด เหลือเพียงลายวงจรพิมพ์เกาะติดบนแผน่ วงจรพมิ พ์เทา่ น้ัน นำแผน่ วงจรพิมพ์มาทำให้แห้ง

5. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของลายวงจรที่ได้ออกมา ส่วนใดบกพร่องลายวงจรขาดหายไป ให้ใช้
ปากกาเคมกี ันน้ำเขียนตกแต่งให้ลายวงจรพิมพ์สมบูรณ์ ครบทกุ จุด

6. นำแผน่ วงจรพิมพท์ ่ีตกแต่งเรียบร้อยไปแช่ลงในกรดกดั ทองแดง เขยา่ ถาดไปมาเบาๆ พร้อมทั้ง
ตรวจสอบส่วนของทองแดงท่ีไม่ต้องการหลดุ ออกหมดหรือยงั ทำเชน่ น้จี นทองแดงสว่ นท่ีไม่ต้องการหลุด
ออกหมด นำแผน่ วงจรพมิ พไ์ ปลา้ งกรดกดั ทองแดงออกใหห้ มด ดว้ ยน้ำและผงซักฟอก

7. ซับแผ่นวงจรพิมพ์ให้แห้ง นำไปล้างหมึกพิมพ์พลาสติกบนลายวงจรพิมพ์ออกให้หมด ด้วยทิน
เนอร์ ทำความสะอาดแผ่นวงจรพิมพ์อีกครง้ั ปลอ่ ยใหแ้ ห้งสนทิ

8. นำน้ำยางสนผสมทินเนอร์มาทาเคลือบบางๆ ทางด้านลายทองแดงทั้งหมด ปล่อยทิ้งให้แหง้
สนทิ ยางสนทเ่ี คลอื บอย่จู ะช่วยปอ้ งกันสนิมของลายทองแดง ช่วยทำความสะอาดในขณะบัดกรี และทำให้
การบดั กรีทำไดง้ ่ายขึน้

9. นำแผ่นวงจรพมิ พ์ไปเจาะรูตามจุดต่างๆ ให้ครบ จะไดล้ ายวงจรพิมพบ์ นแผน่ วงจรพิมพ์ พร้อม
นำไปประกอบอุปกรณต์ ามต้องการ
สรปุ ผลการทดลอง

............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................................. ...................
.............................................................................................................. .....................................................

คำถามและการวิเคราะห์

.เหตุใดการใช้เตารีดที่ร้อนจัดรีดรายวงจรพิมพ์ที่ถ่ายเอกสารไว้ รายวงจรพิมพ์จึงสามารถเกาะติดบนแผ่น
ทองแดงได้
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. .......................................

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

197

ใบปฏบิ ตั งิ าน การประกอบวงจร
12.3 หรี่แสงสวา่ งหลอดไฟ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1 แผน่
1 ตวั
1. ตอ่ วงจรหรีแ่ สงสวา่ งหลอดไฟลงแผ่นวงจรพิมพ์ได้ 1 ตวั
2. บดั กรอี ุปกรณล์ งบนแผ่นวงจรพิมพ์ตามลายวงจรพิมพ์ได้ 1 ตวั
3. เกดิ ความขยันขนั แข็งในการปฏิบตั ิงาน
1 ตัว
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ คา่ ละ 1 ตัว

1. แผน่ วงจรพิมพ์ท่ีทำเสรจ็ แล้วในใบปฏิบตั งิ านที่ 12.2 1 ชุด
2. ไตรแอก 4 A, 600 V (เบอร์ Q6004L3) หรอื เบอร์แทน 1 ชดุ
3. ไดแอกเบอร์ HT – 32 หรอื เบอร์แทน อยา่ งละ 1 ตวั
4. ตัวตา้ นทาน 10 kΩ ; 0.5 W 1 ตัว
5. ตัวต้านทานปรับเปลยี่ นค่าได้ 100 kΩ ; 0.5 W
6. ตัวเก็บประจุ 220 nF, 820 nF ; 250 V 1 ตวั
7. ฟวิ ส์พรอ้ มฐานรองฟิวสข์ นาดเล็ก 1A
8. หลอดไฟไส้พร้อมฐานรอง 60 W 1 เสน้
9. คีมตดั , คมี ปากยาว
10. หวั แรง้ บัดกรีขนาด 25W 1 เครอื่ ง
11. เครือ่ งดูดตะกั่วบดั กรี 1 ชดุ
12. ตะกว่ั บัดกรียาว 50 ซม.
13. มัลติมิเตอร์ชนิดเข็มชี้
14. สายไฟพร้อมปล๊กั

ลำดบั ขน้ั การทดลอง

1. ประกอบวงจรหรี่แสงสว่างหลอดไฟตามรูปที่ 12.3 (ก) ลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ที่ได้ทำไว้แล้ว ประกอบ
อุปกรณ์ตามรปู ที่ 12.3 (ข) พรอ้ มบดั กรอี ปุ กรณ์ลงบนแผน่ วงจรพิมพ์ให้เรยี บร้อย

ครธู ัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

198

220VAC 1A100VkRW1 G A2 60W
HT32 A1 4A 600V
R1
10kW
22C0n1 F
250V

(ก) วงจร

A1 G 100kW
A2

220nF 10kW

220VAC 1A

(ข) ลายวงจรพิมพ์ดา้ นวางอุปกรณ์ (ค) ลายวงจรพิมพ์ด้านลายทองแดง

รูปท่ี 12.3 วงจรหรี่แสงสว่างหลอดไฟ

2. ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ย ถูกต้อง ของอปุ กรณ์ ขาต่อ และจดุ บัดกรี

3. ต่อชดุ หลอดไฟและชดุ สายไฟพรอ้ มปล๊กั ลงท่จี ุดต่อบนแผน่ วงจรพมิ พ์

4. ปรับหมุนตัวต้านทาน VR1 ให้ขากลางขึ้นไปชิดด้านบน (ด้านหลอดไฟ) ยึดแผ่นวงจร พิมพ์ชุด
หรี่แสงสว่างเขา้ กบั ฐานรองใหแ้ น่นหนาแข็งแรง

5. นำปลั๊กไฟชดุ หรี่แสงสว่างไปเสยี บเข้าแหล่งจ่ายไฟ 220 VAC ห้ามจับต้องแผ่นวงจร พิมพ์ชุด
หรแ่ี สงสวา่ ง เพราะจะเกดิ อนั ตรายจากไฟ 220 VAC

6. ผลทีเ่ กิดกบั หลอดไฟเปน็ เชน่ ไร (หลอดไฟสวา่ งมาก น้อย หรือมดื )

ขณะปรับ VR1 มีความตา้ นทานมากทส่ี ดุ หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรับ VR1 มีความต้านทานปานกลาง หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรบั VR1 มีความตา้ นทานนอ้ ยทีส่ ุด หลอดไฟ ………………………..
7. เปลี่ยนตัวเก็บประจุ C1 เป็น 820 nF ทดลองการทำงานของวงจรอีกครั้ง ผลที่เกิดกับ
หลอดไฟเปน็ เชน่ ไร (หลอดไฟสวา่ งมาก นอ้ ย หรอื มืด)
ขณะปรบั VR1 มคี วามต้านทานมากทส่ี ดุ หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรบั VR1 มคี วามตา้ นทานปานกลาง หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรับ VR1 มีความตา้ นทานน้อยทีส่ ุด หลอดไฟ ………………………..

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

199
สรปุ ผลการทดลอง
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. ......................................
คำถามและการวิเคราะห์
1. การปรบั เปลย่ี นค่า VR1 มากหรอื น้อย มีผลตอ่ ความสวา่ งของหลอดไฟอย่างไร
................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. .......................................

ครธู ัญลักษณ์ หมโี ชติ

200

แบบฝึกหัด
บทท่ี 12 เรอื่ ง วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น

คำสั่ง จงอธิบายให้ไดใ้ จความสมบรู ณ์และแสดงวิธที ำให้สมบูรณถ์ ูกตอ้ ง

1. บอกลำดบั การสร้างแบบลายวงจรพิมพ์ลงบนแผ่นวงจรพมิ พม์ าเปน็ ขอ้ ๆ ตามลำดบั

............................................................................................................................. .......................................

............................................................................................ ........................................................................

2. บอกลำดบั การสรา้ งลายวงจรพิมพ์แบบงา่ ย โดยใช้วิธกี ารถ่ายเอกสารลอกลาย มาเปน็ ลำดับ

....................................................................................................... .............................................................

............................................................................................................................. .....................................

3. บอกคุณสมบัติและการใชง้ านของหัวแร้งบัดกรี ตะกั่วบัดกรี และเคร่ืองดูดตะกัว่ บัดกรีมาให้เข้าใจ

............................................................................................................................... .....................................

.............................................................................................. ......................................................................
4. อธิบายเทคนคิ การบัดกรีมาตามลำดับขน้ั ตอนโดยละเอียด
............................................................................................................................... .....................................
............................................................................................................................. .......................................

5. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร 1A100VkRW1 A2 100W
ทำงานได้อย่างไร อธบิ าย A1 2A 400V
R1
220VAC 10kW G
22C0n1 F HT32
250V

ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

201

เฉลยแบบฝกึ หัด
บทท่ี 12 เรอ่ื ง วงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น

1.ตอบ การสร้างแบบลายวงจรพิมพล์ งบนแผน่ วงจรพมิ พ์ ควรปฏบิ ัติดงั นี้
1. กำหนดวงจรที่ต้องการสร้างแบบลายวงจรพิมพ์ พร้อมทั้งเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ แต่ละตัวท่ี

ตอ้ งการใช้งานในวงจรมาใหพ้ รอ้ ม
2. วดั ขนาดของอปุ กรณท์ ต่ี ้องการใช้งานจริงทุกตัว ทั้งด้านกว้าง ด้านยาว ขนาดความโตของขา

อุปกรณ์ ระยะหา่ งของขา และขนาดพ้ืนที่ของอปุ กรณท์ ่ีต้องใช้
3. กำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ทุกตัวทีใ่ ช้งานลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ ในตำแหน่งที่เหมาะสม ถูกต้อง

และสะดวกต่อการเช่อื มตอ่ ลายวงจรเขา้ ด้วยกนั
4. กำหนดขนาดความกว้าง ความยาวของแผ่นวงจรพิมพ์ที่ใช้ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะนำ

แผน่ วงจรพิมพไ์ ปติดตั้งใช้งาน
5. สร้างลายวงจรพิมพ์คร่าวๆ เพื่อเชื่อมต่อขาของอุปกรณ์ทั้งหมดให้ถูกต้อง ครบถ้วน และ

ปรบั แตง่ ให้เหมาะสมอกี คร้ัง ลายวงจรพิมพท์ ีเ่ ชื่อมต่อขาอปุ กรณต์ ้องสน้ั ไม่สบั สน
6. กำหนดขนาดรูลายวงจรพมิ พ์ที่ใช้วางอปุ กรณ์ใหเ้ หมาะสมกบั ขาอปุ กรณแ์ ต่ละตัว
7. ตรวจสอบตกแตง่ จุดต่อลายวงจรพมิ พ์แตล่ ะเส้น ให้มรี ะยะหา่ งจากเสน้ ลายวงจรพิมพ์ข้างเคียง

ท่ีเหมาะสม สวยงาม และไม่เกดิ การแตะสมั ผสั กนั ของลายวงจรพิมพ์แตล่ ะเสน้
8. บอกรายละเอียดที่สำคัญไว้ เช่น ชนิดของอุปกรณ์พร้อมค่าหรือหมายเลขที่ใช้ในวงจร

ตำแหน่งขาอุปกรณ์ และขั้วบวกลบ เป็นต้น บอกไว้ทางด้านวางอุปกรณ์แผ่นวงจรพิมพ์ เพื่อให้ง่ายใน
การประกอบวงจร ชุดอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละลายวงจรพมิ พท์ ่ีสร้างไว้ แสดงดงั รปู ท่ี 1

C5 C3 +VS
220mF 100nF D1
C1 = 1mF
IN 1 TDA 5 1N44001
R3 2
22 kW 2030A
3 D2=1N4001

R2 R1 = 13 kW R4 RL
680CW2 1W
22mF C6 C4 C7
220mF 100nF 220nF

-VS

(ก) วงจรสัญลักษณ์ (ข) ชุดวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์

(ค) แผ่นวงจรพิมพด์ ้านวางอุปกรณ์ (ง) แผ่นวงจรพิมพด์ ้านลายวงจรพิมพ์

รปู ที่ 1 ชดุ อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์และลายวงจรพมิ พ์ที่สร้างไวเ้ รียบรอ้ ย

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

202

2.ตอบ การสร้างแบบลายวงจรพิมพ์ลงบนแผ่นวงจรพิมพ์แบบง่ายด้วยตัวเอง ทำได้ตามลำดับขั้นดังน้ี
และแสดงรปู ลำดบั ขน้ั ตอนดงั รูปที่ 2

1. เตรียมอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานให้พร้อม ประกอบด้วย แผ่นวงจรพิมพ์ กระดาษชนิดถ่าย
เอกสารได้ ปากกาเคมีกันน้ำ (ปากกาเขียนแผ่นใสกันน้ำ) เตารีด แผ่นใยขัดสังเคราะห์ (แผ่น สก็อตไบรต์)
ผงซักฟอก กรดกัดทองแดง หรือกรดเฟอริก คลอไรด์ (Ferric Chloride Acid) นำ้ มันทนิ เนอร์ และภาชนะ
พลาสติก เปน็ ต้น

2. เตรียมแผ่นวงจรพิมพ์ให้พร้อมใช้งาน โดยตัดแผ่นวงจรพิมพ์ให้ได้ขนาดตามต้องการ ลบคม
ตกแต่งขอบให้เรียบร้อย ล้างทำความสะอาดด้านทองแดง โดยใช้ใยขัดสังเคราะห์และผงซักฟอก ล้างส่ิง
สกปรกและคราบสนมิ ให้หมด เช็ดและปลอ่ ยไว้จนแห้งสนิท หลงั จากน้ไี ม่ควรสัมผัสโดนผวิ ทองแดงนั้นอกี

3. นำลายวงจรพมิ พท์ ี่ต้องการใช้ ไปถ่ายเอกสารลงบนกระดาษ หรอื แผน่ ใสชนดิ ถา่ ยเอกสารได้ และหรือ
ใช้พิมพ์ลายวงจรพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็ได้ โดยใช้ลายวงจรพิมพ์ด้านใช้จริงมากลับด้าน (เหมือน
ลายวงจรพมิ พด์ า้ นวางอปุ กรณ)์

4. นำกระดาษถ่ายเอกสารด้านลายวงจรพิมพ์ วางลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ด้านทองแดง ใช้เทปใสยึด
ขอบกระดาษให้แน่นไม่ให้เคลื่อนที่ ใช้เตารีดปรับความร้อนสูงสุด รีดบนกระดาษให้ทั่วประมาณ 45
วินาที เพื่อให้ลายวงจรพิมพ์ที่ถ่ายเอกสารไว้ทั้งหมด มาเกาะติดที่ผิวทองแดง ปล่อยทิ้งไว้ให้
แผ่นวงจรพิมพเ์ ยน็ ตวั ลง

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

203
5. นำแผ่นวงจรพมิ พ์ที่รีดด้วยเตารดี เรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งกระดาษทีต่ ิดอยูไ่ ปแช่น้ำเปล่า ให้กระดาษ
อ่อนตัวลง ค่อยๆ ล้างถูเบาๆ ให้กระดาษหลุดออกจนหมด เหลือเพียงลายวงจรพิมพ์เกาะติดบน
แผน่ วงจรพมิ พ์ นำแผน่ วงจร พมิ พม์ าทำใหแ้ หง้

6. ตรวจสอบความสมบรู ณ์ของลายวงจรพิมพท์ ่ีได้ออกมา มีส่วนใดของลายวงจรพิมพ์เกิดความบกพร่อง
ขาดหลุดหายไปหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้ปากกาเคมีกันน้ำเขียนตกแต่งให้ลายวงจรพมิ พ์สมบูรณ์ท้ังหมด

7. นำแผ่นวงจรพิมพ์ที่ตกแต่งเรียบร้อยไปแช่ลงในกรดกัดทองแดง เขย่าถาดเบาๆ พร้อมทั้งสังเกต
ทองแดงส่วนที่ไม่ต้องการหลุดออกหมดหรือยัง ทำเช่นนี้จนทองแดงส่วนที่ไม่ต้องการหลุดออกหมด นำ
แผ่นวงจรพิมพ์ไปล้างกรดกดั ทองแดงออกใหห้ มด ดว้ ยน้ำและผงซกั ฟอก

8. ล้างหมึกพิมพ์พลาสติกสีดำเป็นลายวงจรพิมพ์ที่เกาะติดบนแผ่นวงจรพิมพ์ออกให้หมดด้วยทินเนอร์
หรือน้ำยาล้างยาทาเล็บ (Acetone) ทำความสะอาดแผ่นวงจร พิมพ์อีกครั้ง ปล่อยให้แห้ง และทา
เคลือบด้วยน้ำยางสนบางๆ ปล่อยทิ้งให้แห้งสนิท ยางสนช่วยป้องกันการเกิดสนิมของลายทองแดงบน
แผน่ วงจรพมิ พ์

ครธู ัญลักษณ์ หมีโชติ

204

9. นำแผ่นวงจรพิมพ์ที่ผ่านขั้นตอนต่างๆ มา และเคลือบด้วยน้ำยางสนเรียบร้อยไปเจาะรูตามจุดต่างๆ
ให้ครบทกุ จดุ ก็จะได้ลายวงจรพมิ พบ์ นแผ่นวงจรพิมพ์ พร้อมท่ีจะนำไปประกอบอุปกรณต์ ามต้องการ

3. ตอบ หัวแร้งบดั กรี (Soldering Iron) เป็นเครือ่ งมือใช้ทำหน้าท่เี ชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมถึงสายไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ถือเปน็ อปุ กรณ์ทส่ี ำคญั ต่อการใช้งานสำหรับช่างไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกส์ หัวแร้งที่นิยมใช้งานเป็นหัวแร้งที่ทำงานด้วยไฟฟ้า โดยเมื่อจ่ายไฟให้หัวแร้งจะเกิด
ความร้อนขึ้นในขดลวดความร้อน ส่งผ่านความร้อนไปยังปลายหัวแร้ง ท่ีส่วนหัวบัดกรีเป็นตัวรับความ
ร้อนส่งผา่ นความร้อนไปยังจุดบัดกรี หลักการบัดกรีจะต้องทำใหจ้ ุดบัดกรเี กิดความร้อนเพียงพอ ใช้หลอม
ละลายตะก่วั บดั กรีเช่ือมต่ออุปกรณ์ใหป้ ระสานกันแน่น ไม่หลุดออกจากกันได้โดยง่าย ขนาดกำลังไฟฟ้า
ของหัวแร้งบัดกรีต้องใช้ให้สัมพันธ์กับขนาดของจุดบัดกรี เพื่อทำให้การบัดกรีถูกต้องสมบูรณ์ หัวแร้ง
บัดกรีที่ผลิตออกมาใช้งานด้านงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะการทำงาน 2 แบบ คือ หัวแร้งแช่
และหัวแร้งปนื แสดงดงั รูปท่ี 3

(ก) หวั แรง้ แช่ (ข) หัวแรง้ ปืน

รูปที่ 3 ชนดิ หวั แร้งบัดกรี
อเิ ลก็ ทรอนิกสใ์ นการต่อวงจร หรือเช่ือมตอ่ ขาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากบั ลายวงจรพิมพ์ ส่วนประกอบ

ของตะกั่วบัดกรี ประกอบด้วยดีบุก (Tin) และตะกั่ว (Lead) โดยส่วนผสมของวัสดุทั้งสองถูกกำหนดไว้

เป็นค่าเปอร์เซน็ ต์ มสี ดั สว่ นของการใช้วัสดุท้ังสองแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น
60/40 หมายถึง เป็นตะกั่วบัดกรีที่มีส่วนผสมของดีบุก 60% และตะกั่ว 40% เป็นต้น ส่วนผสมของ

ตะกว่ั บัดกรีท่ผี ลติ มาใชง้ านมีความแตกต่างกนั จะมีผลต่อจดุ หลอมละลายของตะกวั่ บัดกรแี ตกต่างกันไป

ดงั น้ี
➢ ส่วนผสมท่ี 63/37 มจี ุดหลอมละลายโดยประมาณ 183o C ถือเปน็ ส่วนผสมที่ดีที่สดุ

ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ

205

➢ ส่วนผสมที่ 60/40 มจี ุดหลอมละลายโดยประมาณ 190o C เป็นสว่ นผสมที่ดี
➢ ส่วนผสมท่ี 50/50 มีจดุ หลอมละลายโดยประมาณ 214o C
การเลือกใช้ตะกั่วบัดกรีที่ดี ควรเป็นชนิดที่มีจุดหลอมละลายต่ำสุด เพราะจะช่วยให้การบัดกรี
ทำได้รวดเร็ว และความร้อนไม่ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชำรุดเสียหาย ส่วนผสมของตะกั่วบัดกรีที่
นิยมใช้สำหรับการบัดกรีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควรใช้ค่าที่ 63/37 หรือค่าที่ 60/40 ถือเป็นตะกั่วบัดกรี
ชนดิ คุณภาพดี ลกั ษณะตะกวั่ บัดกรีที่นิยมใช้ในการบัดกรีอุปกรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ แสดงดังรูปท่ี
4

(ก) ตะกว่ั บดั กรี (ข) โครงสร้างภายในตะก่วั บัดกรี

รปู ท่ี 4 ตะกว่ั บดั กรีและโครงสร้างภายใน

เคร่ืองดูดตะกั่วบัดกรี (Solder Sucker) เป็นอุปกรณ์ทผ่ี ลิตข้ึนมาชว่ ยอำนวยความสะดวก ในการ

ดดู ตะกัว่ ที่บัดกรขี าอปุ กรณ์ไว้ออกจากรอยบัดกรี เพื่อการแก้ไขเปลย่ี นแปลงอปุ กรณ์ในวงจรไฟฟ้าและ

อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เช่น เปล่ยี นแปลงอปุ กรณต์ ัวใหม่ หรอื ปรบั ปรุงแกไ้ ขอุปกรณเ์ ดิมใหเ้ ป็นอุปกรณ์ใหม่ เป็น

ต้น เคร่ืองดูดตะกว่ั บัดกรีมีหลายรูปแบบ หลายลักษณะ ทง้ั รูปรา่ ง ขนาด และโครงสรา้ ง หลักการทำงาน

ของเครื่องดดู ตะกั่วบดั กรี อาศัยแรงดดู อากาศของกระบอกลูกสบู ในเครอื่ งดูดตะกั่ว วิธีดูดตะกั่วบัดกรี

ออก โดยทำให้ตะกัว่ บัดกรที ี่ต้องการดูดออกหลอมละลายก่อน แล้วจึงนำเคร่ืองดดู ตะกั่วบดั กรเี ขา้ ไปดูดโดย

รวดเรว็ เครื่องดดู ตะกว่ั บัดกรี และการดูดตะกั่วบัดกรี แสดงดงั รูปท่ี 5

(ก) เคร่ืองดดู ตะกวั่ บัดกรี (ข) การดดู ตะก่วั บัดกรี

รูปท่ี 5 เครื่องดดู ตะก่ัวบัดกรี และการดูดตะกัว่ บัดกรี

ครธู ัญลกั ษณ์ หมีโชติ

206

นอกจากเครื่องดูดตะกั่วบัดกรีแล้วยังได้ผลิตตัวซับตะกั่วบัดกรี (Solder Wick) ทำหน้าท่ีดูดซับ
ตะกั่วบัดกรีออกจากจุดบัดกรี ตัวซับตะกั่วบัดกรีทำมาจากลวดทองแดงขนาดเล็กถักไปมาคล้ายสายชิลด์
วิธีดูดตะกั่วบัดกรีออก โดยนำตัวซับตะกั่วบัดกรีมาวางในตำแหน่งที่ต้องการ นำหัวแร้งบัดกรีที่ร้อนมา
สัมผสั เพือ่ ซับตะก่ัวให้ไปตดิ ที่ตัวซับตะกวั่ แทน ตัวซับตะกวั่ บัดกรี และการซับตะกั่วบัดกรี แสดงดังรูป
ท่ี 6

(ก) ตวั ซับตะก่ัวบัดกรี (ข) การซับตะก่วั บดั กรี

รูปที่ 6 ตวั ซบั ตะก่วั บดั กรี และการซับตะก่วั บัดกรี

4.ตอบ การบัดกรีเป็นสิ่งสำคัญของการปฏิบัติงานทางด้านช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่าง ท่ี
เกย่ี วข้องกับการเช่ือมต่อวงจรทางไฟฟ้าเข้าดว้ ยกัน การตอ่ อุปกรณ์เข้าวงจรจะส่งผลต่อการทำงานของ
วงจรเหล่านั้นว่าดีหรือไม่ ส่วนประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งคือเทคนิคการบัดกรี ถ้าการบัดกรีไม่ถูกต้อง
รอยบัดกรีไม่สมบูรณ์ ส่งผลเสียต่อการทำงานของวงจร จนถึงวงจรไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นขั้นตอน
การบัดกรีเป็นสิ่งจำเป็น และต้องฝึกปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ เทคนิคการบัดกรีทำได้ดังนี้ พร้อมทั้ง
แสดงรปู ลำดับขน้ั ตอนตามรูปที่ 7
1. เตรียมอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานให้พร้อม เช่น คีมจับ คีมตัด หัวแร้งบัดกรีพร้อมที่รองหัวแร้งและ
ฟองน้ำทำความสะอาดหัวแร้งบัดกรี ตะกั่วบัดกรี เครื่องดูดตะกั่วบัดกรี แผ่น วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์
อเิ ล็กทรอนิกส์ (หรอื ชิ้นงานทีต่ ้องการบัดกรี) เป็นต้น

ครธู ัญลกั ษณ์ หมีโชติ

207
2. นำแผ่นวงจรพิมพ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นงานที่ต้องการบัดกรี ประกอบเข้าด้วยกัน
ตามลำดับความ สำคัญก่อนหลัง กรณีเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเสียบลงในรูแผ่นวงจรพิมพ์ ให้งอขา
ออกเลก็ นอ้ ย เพ่อื ป้องกนั การหลดุ ออกจากรูของตวั อปุ กรณ์

3. จ่ายไฟฟ้าให้หัวแร้งบัดกรี ทิ้งไว้จนร้อนจัด นำปลายหัวแร้งบัดกรีไปทำความสะอาด โดยนำไปเช็ดกับ
ฟองน้ำที่เปียกน้ำพอหมาดๆ จากนั้นนำตะกั่วบัดกรีไปสัมผัสปลายหัวแร้งบัดกรีให้ทั่ว ก่อนบัดกรีสังเกตขา
อุปกรณ์ตวั ใดสกปรกควรทำความสะอาดเสยี ก่อน

4. นำหัวแร้งบัดกรีที่พร้อมใช้งานไปสัมผัสที่จุดบัดกรี เช่น ที่ขาอุปกรณ์และลายวงจรพิมพ์ ทิ้ง
ระยะเวลาประมาณ 2 – 3 วินาที จึงนำตะกั่วบัดกรีไปสัมผัสที่จุดบัดกรี ตรงปลายหัวแร้งบัดกรี ให้มี
ตะกั่วบดั กรหี ลอมละลายลอ้ มรอบจุดบดั กรใี นขนาดท่ีพอเหมาะ

5. เมื่อตะกั่วบัดกรีหลอมละลายมีขนาดพอเหมาะ นำตะกั่วบัดกรีออกจากจุดบัดกรี รอจนตะกั่วบัดกรี
หลอมละลายทั้งหมด จึงดึงหัวแร้งบัดกรีออกจากจุดบัดกรีโดยรวดเร็ว ปล่อยให้ตะกั่วบัดกรีเย็นตัวลง
สังเกตความสมบรู ณข์ องจดุ บดั กรี ทำเชน่ นี้จนครบทกุ จดุ

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

208

6. ใช้คีมตัด ตัดขาอุปกรณ์ส่วนเกินที่เหลือออกให้หมด โดยตัดให้ชิดตะกั่วบัดกรี ไม่ควรให้เหลือยาวมาก
เกินไป เพราะขาส่วนที่เหลือมีโอกาสล้มไปสัมผัสกับจุดต่ออื่นๆ อาจทำให้เกิดการลัดวงจร ส่งผลต่อการ
ชำรดุ เสียหายของอปุ กรณแ์ ละวงจรไดเ้ ม่อื นำช้นิ งานไปใช้งาน

7. ตรวจสอบจุดบัดกรีทุกจุด จุดบัดกรีที่ดีตะกั่วบัดกรีจะต้องเป็นปุ่มกลมนูนสวยงาม ผิวเรียบมันวาว
ตะก่ัวบัดกรเี กาะตดิ ลายวงจรและขาอุปกรณโ์ ดยรอบ ตะกัว่ บดั กรีมีขนาดพอเหมาะไม่นอ้ ยหรอื มากเกินไป
จุดบัดกรีที่ไม่ดีมีหลายลักษณะ เช่น มีตะกั่วบัดกรีมากเกินไป บัดกรีไม่เกาะติดขาอุปกรณ์หรือลายวงจร
พมิ พ์ เป็นตะปมุ่ ตะป่ำ และผวิ ดา้ นไมม่ นั วาว เปน็ ตน้

8. พบจุดบัดกรีทบี่ กพร่องไมส่ มบรู ณ์ ใหใ้ ชเ้ ครอ่ื งดูดตะก่ัวบัดกรี หรอื ตวั ซับตะกั่วบัดกรี ดูดจุดบัดกรีท่ี
ไม่สมบูรณอ์ อกให้หมด และทำการบัดกรีใหม่อีกครง้ั ใหไ้ ด้จุดบัดกรที ี่ดี

✓ 

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

209
5.ตอบ วงจรตาม คือวงจรหรี่แสงสว่างหลอดไฟ (Light Dimmer) เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควบคุม
การจ่ายกำลังไฟฟ้าไปให้ภาระในปริมาณมากหรือน้อย สามารถปรับหรี่แสงสว่างหลอดไฟให้สว่างมาก
ข้ึน หรือสวา่ งน้อยลงได้

จากรูปวงจรเครื่องหรี่แสงสว่างหลอดไฟประกอบด้วย ตัวไตรแอกทำหน้าที่เป็นสวิตช์ชนิดควบคุม
ได้ที่ขาเกต (G) ควบคมุ ให้หลอดไฟติดสว่าง การทำงานของวงจรอธิบายได้ดังน้ี เมื่อจ่ายแรงดันไฟสลับ 220
V เข้าวงจร ในครงั้ แรกไตรแอกยังไม่ทำงาน ตวั เกบ็ ประจุ C1 จะประจแุ รงดันไว้จนถงึ ค่าแรงดันเบรกโอเวอร์
(Breakover Voltage) ของตัวไดแอก ไดแอกยอมให้แรงดันจาก C1 จ่ายไปกระตุ้นขา G ของไตรแอก ตัว
ไตรแอกเปน็ สวิตชต์ อ่ วงจร มแี รงดันไฟสลับ 220 V จา่ ยไปใหห้ ลอดไฟ หลอดไฟติดสว่างตลอดเวลา

การปรับความสวา่ งของหลอดไฟ ข้ึนอยู่กบั การปรับเปลี่ยนค่าความต้านทาน VR1 ถา้ ปรบั ค่าความ
ตา้ นทาน VR1 มีค่ามาก ทำให้ C1 ประจแุ รงดันชา้ ถึงคา่ แรงดนั เบรกโอเวอร์ของตวั ไดแอกช้า ชว่ งเวลาใน
การทำงานของไตรแอกต่อแรงดนั ไฟสลับน้อย หลอดไฟสว่างน้อย ถ้าปรบั ค่าความต้านทาน VR1 มีคา่ น้อย
ทำให้ C1 ประจุแรงดนั ไดเ้ ร็วข้ึนถงึ คา่ แรงดันเบรกโอเวอร์ของตวั ไดแอกเรว็ ช่วงเวลาในการทำงานของ
ไตรแอกต่อแรงดันไฟสลบั มากข้นึ หลอดไฟสวา่ งมากข้นึ

ครธู ัญลกั ษณ์ หมีโชติ

210

แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรียน
บทที่ 12 เรื่อง วงจรอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอื้ งต้น

คำชี้แจง 1. จงทำเครื่องหมายกากบาท () ทบั ข้อที่ถูกท่สี ดุ เพยี งข้อเดยี วลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที

1. ความหมายของวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ข้อใดถูกต้องทส่ี ุด
ก. การรวมอุปกรณต์ ่างๆ เข้าดว้ ยกัน
ข. การนำอปุ กรณ์แตล่ ะตัวมาประกอบรว่ มกัน
ค. วงจรรูปแบบใหม่ทเี่ กิดจากการคิดประดิษฐ์ข้นึ มา
ง. วงจรถูกนำไปใช้ประโยชนท์ างไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์

2. ประโยชน์ของแผ่นวงจรพิมพค์ ืออะไร ข. รองรับอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์
ก. เชื่อมต่ออปุ กรณ์ให้อยู่ในรูปวงจร ง. ถูกทุกขอ้
ค. สรา้ งลายวงจรพิมพ์

3. การสร้างลายวงจรพมิ พบ์ นแผ่นวงจรพิมพ์วธิ ใี ดทส่ี ะดวกเหมาะสมกับนกั ทดลองเบื้องต้น

ก. เขยี นลายด้วยปากกาเคมีกันน้ำ ข. กระดาษถา่ ยเอกสารลอกลาย

ค. ฟลิ ์มไวแสง ง. ซลิ คส์ กรีน

4. เมือ่ ต้องการบดั กรงี านบนแผน่ วงจรพมิ พ์ ควรใช้หวั แร้งบัดกรขี นาดเทา่ ไร

ก. 15 – 30 วัตต์ ข. 30 – 50 วัตต์

ค. 50 – 100 วตั ต์ ง. 100 – 150 วตั ต์

5. ตะกั่วบดั กรที ี่ดมี จี ุดหลอมละลายต่ำคือชนดิ ใด

ก. ตะก่ัว 37% ดบี ุก 63% ข. ตะกัว่ 40% ดีบกุ 60%

ค. ตะกว่ั 50% ดีบุก 50% ง. ตะก่ัว 63% ดีบุก 37%

6. ตะก่วั บดั กรีที่ใช้ในงานอเิ ล็กทรอนิกสม์ ีสว่ นท่แี ตกต่างจากตะกวั่ บดั กรีทัว่ ไปคือส่วนใด
ก. ใช้สว่ นผสมทมี่ ีตะกว่ั มากกว่าปกติ
ข. มีจดุ หลอมละลายสูงกว่าตะกั่วบัดกรีทวั่ ไป
ค. ตอนกลางเสน้ ตะก่ัวมีน้ำยาประสานบรรจอุ ยู่
ง. ตะก่วั ผลิตเป็นเส้นลวดขนาดเล็กมคี วามยาวมาก

7. น้ำยาประสานที่ใชใ้ นการบัดกรดี ้วยตะกั่วบัดกรีทำหนา้ ท่ีอะไร
ก. ชว่ ยเคลอื บผวิ ตะกัว่ บดั กรีและชิ้นงานไมใ่ หเ้ กิดสนิม
ข. ช่วยให้ตะกว่ั บัดกรเี กาะติดชนิ้ งานได้ดขี ้ึน

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

211

ค. ทำความสะอาดผิวหน้าของจดุ บัดกรี
ง. ถกู ทุกขอ้

8. ลักษณะใดเปน็ จุดบดั กรที ่ีดี

ก. ข.

ค. ง.

9. แหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงประกอบดว้ ยอุปกรณห์ ลกั ทีจ่ ำเป็นอะไรบ้าง
ก. หมอ้ แปลงกำลัง ไดโอด
ข. หม้อแปลงกำลงั ไดโอด ตัวเก็บประจุ
ค. หม้อแปลงกำลงั ไดโอด ตวั เกบ็ ประจุ ฟวิ ส์
ง. หม้อแปลงกำลัง ไดโอด ตวั เกบ็ ประจุ ฟิวส์ เตา้ เสยี บพร้อมสายไฟ

10. เครือ่ งหร่ีไฟฟ้าสามารถปรบั ปรงุ ไปใชเ้ ปน็ วงจรอะไรได้

ก. ควบคุมวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติ ข. กำเนดิ วงจรไฟกระพรบิ

ค. ปรบั ความเรว็ มอเตอร์ ง. ควบคมุ ระดบั ไฟตรง

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

212

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรียน
บทที่ 12 เรอ่ื ง วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบื้องตน้

1. ค 2. ง 3. ข 4. ก 5. ก
6. ค 7. ง 8. ข 9. ง 10. ค

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

213

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ างการเรียน

วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น รหสั วิชา 20100- 1005

คำชแ้ี จง 1. จงเลือกข้อที่ถูกต้องเพยี งขอ้ เดียว

2. ขอ้ สอบมีทง้ั หมด 80 ข้อ มเี วลาในการ 60 นาที

1. ขอ้ ควรคำนงึ เป็นอบั ดับแรกในการใช้ไฟฟ้าคืออะไร

ก. ความคมุ้ ค่า ข. ความประหยัด

ค. ความปลอดภยั ง. เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ

2. ไฟฟ้าดูดหมายถึงอะไร

ก. เกดิ กระแสไหลผ่านรา่ งกายคน

ข. มีกระแสไหลผา่ นในวงจรไฟฟา้ ตลอดเวลา

ค. สนามแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ สามารถดงึ ดูดโลหะจำพวกเหล็กได้

ง. เกิดสนามไฟฟา้ กระโดดขา้ มจากสายไฟเสน้ หนึ่งไปยงั อีกเส้นหน่งึ

3. วสั ดชุ นิดใดท่กี ระแสไหลผา่ นไดง้ า่ ย

ก. ไมแ้ หง้ ข. แกว้ นำ้ ค. พลาสตกิ ง. ยางเปียก

4. กระแสไหลผ่านร่างกายมนษุ ย์ลงส่พู น้ื ชนดิ ใดไดล้ ำบากทส่ี ุด

ก. พ้ืนไม้ ข. พ้ืนดนิ ค. พื้นปนู ง. พ้นื ทราย

5. การสมั ผสั ไฟฟา้ แบบใดเรียกวา่ การสัมผัสไฟฟา้ โดยตรง

ก. ใช้มือจบั สายไฟท่มี ฉี นวนห้มุ

ข. ใชต้ ะปูแหยเ่ ขา้ ไปในรูเต้ารบั ท่ีมไี ฟฟา้

ค. จับตวั ถังโลหะเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ที่มไี ฟฟ้ารว่ั อยู่

ง. ขณะนำเตา้ เสยี บเสียบเขา้ เต้ารับมีไฟฟา้ ร่ัวผ่านรา่ งกาย

6. การสมั ผสั ไฟฟ้าแบบใดเรียกวา่ การสัมผสั ไฟฟ้าโดยอ้อม

ก. ขณะอาบน้ำด้วยเคร่อื งทำนำ้ อนุ่ เกิดอาการชาตามร่างกาย

214

ข. ขณะล้างอ่างเล้ียงปลาเกดิ อาการชาเหมือนถูกไฟฟา้ ดดู

ค. ขณะเปิดตู้เย็นรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกาย

ง. ถกู ทุกข้อ

7. มลั ติมิเตอร์คือมิเตอร์อะไร

ก. มิเตอร์วัดแรงดัน กระแส และความตา้ นทานได้ในตัวเดยี ว

ข. มเิ ตอรท์ ่สี รา้ งขึ้นมาเพอ่ื อำนวยความสะดวกในการใช้งาน

ค. มิเตอร์วัดปริมาณไฟฟ้าได้หลายชนิด

ง. ถูกทกุ ขอ้

8. มลั ติมเิ ตอร์ท่สี รา้ งมาใชง้ าน ไม่สามารถวดั ปริมาณไฟฟ้าอะไรได้

ก. กระแส ข. แรงดัน

ค. กำลงั ไฟฟา้ ง. ความตา้ นทาน

9. นำมลั ติมิเตอรไ์ ปวัดค่าแรงดันของแบตเตอรี่รถยนต์ต้องตั้งมเิ ตอรย์ ่านใด

ก. DCmA ข. DCV

ค. ACV ง. 

10. การวัดปริมาณไฟฟ้าทีต่ อ้ งใชม้ เิ ตอร์ต่ออนุกรมกบั วงจรต้องตั้งมเิ ตอรย์ า่ นใด

ก. DCmA ข. DCV

ค. ACV ง. 

11. มัลตมิ ิเตอรช์ นดิ แอนะลอก ท่ีต้องปรบั แตง่ มเิ ตอรก์ ่อนการวัดคา่ เสมอ เพ่ือใชว้ ดั ปรมิ าณไฟฟ้าอะไร

ก. ความตา้ นทาน ข. กำลงั ไฟฟ้า

ค. แรงดัน ง. กระแส

12. ปมุ่ ปรบั 0 ADJ ของมัลติมเิ ตอร์ ใชง้ านรว่ มกบั มิเตอรช์ นดิ ใด

ก. โวลต์มิเตอร์ ข. โอหม์ มิเตอร์

ค. แอมมิเตอร์ ง. ถกู ทุกขอ้

215

13. ต้องการวดั ความต้านทานของอปุ กรณไ์ ฟฟ้า ควรใช้มเิ ตอร์ชนดิ ใดเหมาะสมที่สุด

ก. วตั ต์มเิ ตอร์ ข. แอมมเิ ตอร์

ค. โอห์มมิเตอร์ ง. โวลตม์ ิเตอร์

14. กระจกเงาทห่ี นา้ ปัดมัลติมิเตอรช์ นดิ แอนะลอกมีไวเ้ พื่ออะไร

ก. เพม่ิ ความสวยงามให้มัลติมิเตอร์

ข. ชว่ ยสะทอ้ นแสงส่องเข็มชี้ใหเ้ หน็ ชัดเจนข้นึ

ค. แยกสเกลแสดงคา่ ปริมาณไฟฟ้าออกจากกัน

ง. ช่วยให้การอา่ นปรมิ าณไฟฟ้ามีความถูกต้องที่สดุ

15. อุปกรณ์ขอ้ ใดทำงานโดยไม่อาศยั แหล่งพลังงานไฟฟ้า

ก. เคร่ืองปรบั อากาศ ข. พัดลม

ค. ตะเกียง ง. โทรทศั น์

16 ไฟฉายเป็นแหลง่ กำเนิดพลังงานชนดิ ใด

ก. แสงสว่าง ข. ความเรว็

ค. ความเรง่ ง. แม่เหล็กไฟฟ้า

17. ไฟฟา้ สถติ เกิดจากอะไร

ก. การกดอัด ข. การดึง

ค. การเสียดสี ง. ปฏกิ ริ ยิ าเคมี

18. ข้อใดคอื แหล่งพลังงานไฟฟา้ กระแสตรง

ก. เครือ่ งกำเนดิ ไฟฟา้ ในเข่ือนต่างๆ ข. ไฟหนา้ รถจักรยาน

ค. ไฟฟา้ สถติ ง. แบตเตอรี่

19. กฎของโอห์มกำหนดขึ้นมาจากความสมั พันธ์ ของคา่ ทางไฟฟา้ กี่ค่า อะไรบา้ ง ท่เี กิดข้ึนตามความเปน็ จรงิ ของ
การทำงานในวงจรไฟฟา้

ก. 1 ค่า คอื กระแสไฟฟา้

ข. 2 คา่ คอื กระแสไฟฟา้ แรงดันไฟฟ้า

216

ค. 3 คา่ คอื กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า ความตา้ นทานไฟฟา้

ง. 4 คา่ คือ กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟา้ ความตา้ นทานไฟฟ้า กำลงั ไฟฟา้

20. จากรูปต้องใชก้ ฎของโอห์มหาค่าอะไร

I=5A ก. กระแสไฟฟา้
R = ?  ข. ความต้านทานไฟฟา้
E
220 V ค. กำลงั ไฟฟ้า

ง. แรงดันไฟฟ้า

21.การทำงานของวงจรไฟฟ้าข้อใดถูกตอ้ ง

ก. I คงที่ R เพิ่ม E เพ่ิม

ข. E คงที่ R เพิ่ม I เพิ่ม

ค.R คงท่ี E เพ่ิม I ลด

ง. I เปล่ียนแปลงโดยตรงกับ R

22.สมการกฎของโอห์มขอ้ ใดถกู ต้อง

ก. R = E ข. I = E
I R

ค. E = IR ง. ถกู ทุกขอ้

23. สูตรคำนวณข้อใดถูกตอ้ ง

ก. R = PI2 ข. P = RE2

ค. I = P ง. E = I
R P

24. คำกลา่ วท่วี า่ อัตราของงานท่ีถูกกระทำในวงจรไฟฟ้าซ่งึ เกิดกระแสไหล 1 A เม่ือมีแรงดันจ่ายให้วงจร 1 V เป็น
คำกลา่ วของอะไร

ก.พลงั งานไฟฟา้ ข. กำลังไฟฟา้

ค.ศักย์ไฟฟ้า ง. กฎของโอห์ม

217

25. จากรปู คา่ ผลลพั ธ์เท่ากับเท่าไหร่

I=5A ก.1,100 V. ข. 1,100 Ω
ง. 44 Ω
E R=?
220 V
ค. 44 A

26. จากรูปวงจร ค่า I ในวงจรมคี า่ เท่ากับเท่าไหร่

ก. 10 mA ข. 100 mA

ค. 10 mv ข. 100 A

27. วงจรอนกุ รม เรยี กอกี อย่างวา่ อะไร

ก. วงจรอนั ดับ ข. วงจรคร่อม

ค. วงจรขนาน ง. วงจรเรยี ง

28. ข้อใดหมายถึงวงจรอนุกรม

ก. parallel circuit

ข. series circuit

ค. combination circuit

ง. series connection

29. คณุ สมบัติที่สำคญั ของวงจรอนุกรม คืออะไร

ก. กำลงั ไฟฟา้ เทา่ กนั ข. กระแสเท่ากันท้งั วงจร

ค. แรงดนั เทา่ กัน ง. ความตา้ นทานเท่ากนั

30. แรงดนั ตกคร่อมความต้านทานแตล่ ะตวั ในวงจรอนกุ รมมีค่าเทา่ ใด

ก. เทา่ กนั ทุกตวั ข. สรปุ ไมไ่ ด้

ค. ตัวทีม่ คี ่ามาก แรงดันตกคร่อมจะน้อย ง. ตัวทม่ี ีค่ามาก แรงดันตกคร่อมจะมาก

218

31. ความต้านทานรวมของวงจรอนุกรมมีค่าเท่าใด

ก. หาค่าเฉลีย่ ข. เทา่ กบั ตัวทีม่ ากท่ีสดุ

ค. ทกุ ตวั รวมกัน ง. สรุปไมไ่ ด้

32. แรงดันในวงจรอนุกรม มีคา่ เทา่ ใด

ก. แรงดันที่ตกคร่อมความต้านทานแต่ละตัวรวมกนั จะเท่ากบั แหล่งจ่าย

ข. แรงดนั เท่ากนั ทุกตัวต้านทาน

ค. ตัวตา้ นทานทีม่ คี ่าตำ่ สุด จะมแี รงดนั ตกคร่อมสงู สดุ

ง. แรงดันท่ีตกคร่อมตัวแรกจะเทา่ กบั ท่ีตกคร่อมตัวสดุ ท้าย

33. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ งเกยี่ วกบั วงจรอนุกรม

ก. RT = R1 + R2 + R3 + … Rn ข. IT = I1 = I2 = I3 = … In

ค. ET = V1 = V2 = V3 = … Vn ง. IT = E / RT

34. คุณสมบตั ิของแมเ่ หลก็ ถาวรข้อใดกลา่ วไว้ถูกต้อง

ก. เส้นแรงแม่เหลก็ เคลือ่ นทีภ่ ายในแทง่ แมเ่ หลก็ จากขัว้ N ไปข้วั S

ข. ขวั้ N ของแท่งแม่เหลก็ ชไ้ี ปข้วั S ของสนามแมเ่ หลก็ โลก

ค. เกดิ จดุ สะเทินที่บรเิ วณปลายแทง่ แม่เหล็ก

ง. ถกู ทกุ ข้อ

35. เส้นแรงแม่เหล็กเกิดขึน้ บนเสน้ ลวดตวั นำในลักษณะใด

ก. เกดิ ในแนวต้ังฉากบรเิ วณหัวทา้ ยเสน้ ลวดตัวนำ

ข. เกิดในแนวขนานบรเิ วณหัวท้ายเส้นลวดตัวนำ

ค. เกิดในแนวต้ังฉากทุกจุดบนเสน้ ลวดตัวนำ

ง. เกดิ ในแนวขนานทุกจุดบนเสน้ ลวดตัวนำ

36. จะเกิดสนามแม่เหลก็ ไฟฟ้าขนึ้ ไดเ้ ม่อื ไร

ก. ทำใหเ้ กิดเสน้ แรงแมเ่ หล็กข้ึนรอบเส้นลวดตัวนำ

ข. จ่ายแรงดนั ตกคร่อมเสน้ ลวดตัวนำ

219

ค. จ่ายกระแสไหลผา่ นเสน้ ลวดตัวนำ

ง. ถูกทุกขอ้

37. กฎมอื ขวากล่าวไวด้ งั น้ี ใช้มอื ขวากำรอบเส้นลวดตวั นำ ให้นว้ิ หวั แมม่ ือชีข้ นานไปกบั เสน้ ลวด ตวั นำ น้วิ หัวแม่มือ
แสดงทศิ ทางการไหลของกระแสนิยม น้ิวทงั้ 4 ท่กี ำรอบเส้นลวดตวั นำแสดงการเกดิ ของอะไร

ก. เสน้ แรงแม่เหล็ก ข. การเหนย่ี วนำ

ค. สนามไฟฟ้า ง. ประจไุ ฟฟา้

38. ความเขม้ ของสนามแม่เหล็กไฟฟา้ ท่ีเกิดขนึ้ มาเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งไร

ก. กระแสไหลน้อยเกิดความเข้มต่ำ

ข. เส้นลวดพันรอบน้อยเกิดความเขม้ สูง

ค. แกนรองรบั ขนาดเล็กเกดิ ความเข้มสูง

ง. ใชแ้ กนสารเฟอร์โรแมกเนติกเกิดความเข้มต่ำ

39. ไฟไหมท้ ่เี กิดจากความร้อนของการใชไ้ ฟฟ้าเกดิ จากสาเหตใุ ดมากที่สดุ

ก. ไฟฟ้าดูด ข. ไฟฟา้ ลดั วงจร

ค. ใชไ้ ฟฟ้าเกนิ พกิ ดั ง. ใชไ้ ฟฟา้ ผิดประเภท

40. ฟวิ สใ์ ชใ้ นวงจรไฟฟ้าผลติ จากวสั ดุประเภทใด

ก. ดีบุก ข. ตะกว่ั

ค. บิสมทั ง. ถูกทุกข้อ

41. อปุ กรณต์ ามรปู คืออะไร

ก. ฟิวสค์ วามรอ้ น ข. ฟิวสห์ ลอด

ค. ฟิวส์ปลัก๊ ง. ฟิวส์เส้น

42. สวติ ช์ตัดวงจรอัตโนมตั ิ จะตดั วงจรโดยอตั โนมตั เิ มื่อไร

ก. มีกระแสไหลในวงจรเกนิ พิกัด

ข. มแี รงดันจ่ายในวงจรเกินพิกดั

220

ค. อปุ กรณไ์ ฟฟ้าเกิดความร้อนสงู เกินพิกัด

ง. อปุ กรณ์ไฟฟ้าเกิดการชำรุดเสยี หายขณะทำงาน

43. อปุ กรณ์ป้องกันไฟฟา้ ทสี่ ามารถป้องกนั อนั ตรายจากไฟฟา้ ดดู ไดค้ ืออะไร

ก. สวิตชน์ ริ ภยั ข. สวติ ชป์ ระธาน

ค. สวิตชต์ ัดวงจรอตั โนมัติ ง. สวติ ชต์ ัดไฟฟา้ ร่วั อตั โนมัติ

44. สวติ ช์ตดั กระแสเหลอื ในวงจรไฟฟา้ จะทำงานเม่ือใด

ก. กระแสเหลอื จากการใช้งาน

ข. กระแสไหลจากการลดั วงจรเกินพิกัด

ค. กระแสรว่ั ไหลในเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ เกนิ พิกดั

ง. กระแสไหลผ่านเครื่องใช้ไฟฟา้ จากการทำงานเกนิ พกิ ัด

45. วสั ดุชนดิ ใดทีม่ คี ณุ สมบัตแิ สดงค่าความตา้ นทานออกมาได้มากทีส่ ุด

ก. ซิลิคอน ข. คารบ์ อน

ค. อะลมู เิ นียม ง. เจอร์เมเนยี ม

46. หน้าท่ีของตวั ตา้ นทานในวงจรไฟฟ้าคืออะไร

ก. ทำให้เกดิ กำลงั ไฟฟ้าตามตอ้ งการตกคร่อมภายในตัว

ข. กำหนดระดบั แรงดนั ที่ตอ้ งการป้อนไปใหว้ งจร

ค. จำกดั คา่ การไหลของกระแสในวงจร

ง. ถกู ทุกขอ้

47. ตวั ต้านทานชนดิ ใดท่ีสามารถผลิตให้มีขนาดใหญ่ ทนกำลงั ไฟฟา้ ได้สงู เป็นพนั วตั ต์

ก. ลวดพนั ข. คาร์บอน

ค. ฟลิ ม์ โลหะ ง. ฟลิ ม์ สนมิ โลหะ

48. ตวั ตา้ นทานตามรูปเปน็ ชนิดใด

221

ก. ชนดิ พเิ ศษ ข. ชนดิ แบง่ ค่า
ค. ชนิดปรับเปลี่ยนคา่ ง. ชนดิ เปล่ยี นเลอื กคา่

49. V สัญลกั ษณต์ ามรปู เป็นตัวต้านทานชนดิ ใด

ก. วาริสเตอร์ ข. เทอรม์ ิสเตอร์

ค. ตัวต้านทานเปลี่ยนคา่ ตามแสง ง. ตวั ต้านทานชนิดปรบั เปลี่ยนคา่

50
อุปกรณ์ตามรปู คืออะไร

ก. วารสิ เตอร์ ข. เทอร์มิสเตอร์

ค. ตวั ตา้ นทานแบบ SILง. ตวั ตา้ นทานเปลีย่ นคา่ ตามแสง

51. 1M2 K 2W ตวั ต้านทานตามรปู อ่านค่าไดเ้ ทา่ ไร

ก. 2.2 k คา่ ผิดพลาด  20%

ข. 12 k คา่ ผิดพลาด  20% ทนกำลังไฟฟ้าได้ 2 W

ค. 12 M คา่ ผิดพลาด  10% ทนกำลงั ไฟฟา้ ได้ 2 W

ง. 1.2 M คา่ ผิดพลาด  10% ทนกำลงั ไฟฟ้าได้ 2 W
52. ตวั เก็บประจุมีคณุ สมบตั ิในการทำงานอย่างไร

ก. ใหก้ ำเนิดประจุไฟฟ้าออกมา ข. ทำหน้าท่ีผลติ ประจุไฟฟ้าข้ึนมา
ค. ทำหนา้ ทเ่ี กบ็ ประจุไฟฟ้าไว้ภายในตัว ง. ทำหนา้ ทร่ี ักษาระดบั ประจุไฟฟา้ ให้คงท่ี
53. ค่าความจุของตวั เกบ็ ประจจุ ะเพม่ิ ขึน้ ตามคุณสมบตั ใิ นข้อใด
ก. เพมิ่ พ้นื ทีแ่ ผน่ โลหะทงั้ สองใหม้ ากขึ้น
ข. วางแนวแผน่ โลหะท้งั สองให้ขนานกัน

222

ค. เพิ่มระยะหา่ งระหวา่ งแผน่ โลหะท้ังสองให้มากข้ึน

ง. ใชฉ้ นวนค่นั กลางแผ่นโลหะทงั้ สองมคี ่าคงตัวความเปน็ ฉนวนตำ่

54. ฉนวนชนิดใดมีค่าคงตัวความเป็นฉนวนดีท่สี ดุ

ก. ยาง ข. เซรามกิ

ค. กระดาษ ง. สญุ ญากาศ

55. ตวั เกบ็ ประจุแบบคา่ คงทช่ี นิดใดที่ผลิตมาใชง้ านใหค้ ่าความจุไดส้ งู ท่สี ุด

ก. เซรามกิ ข. แทนทาลมั

ค. ฟิล์มพลาสติก ง. อเิ ลก็ โตรไลตกิ

56. ตัวเกบ็ ประจุชนิดใดท่ีมีโครงสร้างและคณุ สมบตั ิเชน่ เดียวกบั ตวั เก็บประจชุ นดิ อเิ ล็กโตรไลตกิ

ก. ไมก้า ข. เซรามิก

ค. แทนทาลัม ง. ฟิลม์ พลาสตกิ

57. ตัวเกบ็ ประจแุ บบปรับเปล่ียนคา่ ได้ การปรบั ค่าลักษณะใดให้ค่าความจนุ ้อยที่สดุ

ก. แผ่นโลหะ 2 ชดุ วางชิดปรบั แยกกนั หมด

ข. แผน่ โลหะ 2 ชุดวางหา่ งปรบั แยกกนั หมด

ค. แผน่ โลหะ 2 ชดุ วางชดิ ปรบั ซ้อนทับกนั หมด

ง. แผน่ โลหะ 2 ชดุ วางห่างปรบั ซอ้ นทับกนั หมด

58. ตวั เกบ็ ประจุแบบไมลา่ ร์คือตัวเก็บประจุชนิดใด

ก. โพลีสไตรีน ข. โพลีโพรพลิ นี

ค. โพลีเอสเตอร์ ง. โพลคี ารบ์ อเนต

59. คุณสมบัตขิ องตัวเหน่ยี วนำขอ้ ใดกลา่ วไว้ถูกตอ้ ง

ก. มกี ารยุบตวั พองตัวของสนามแม่เหลก็ ตามจงั หวะการจ่ายแรงดันไฟสลบั

ข. เกิดแรงเคลอื่ นไฟฟ้าเหนย่ี วนำขนึ้ มาเมือ่ มสี นามแม่เหล็กตัดผ่าน

ค. เกิดสนามแมเ่ หล็กไฟฟ้าขน้ึ มาเมือ่ จา่ ยแรงดันให้

ง. ถกู ทกุ ข้อ

223

60. สนามแมเ่ หลก็ ที่เกดิ ข้ึนในขดลวดมคี วามสมั พนั ธก์ นั อย่างไร

ก. แกนเลก็ เกดิ สนามแมเ่ หล็กมาก แกนใหญ่เกดิ สนามแม่เหลก็ นอ้ ย

ข. พนั รอบนอ้ ยเกดิ สนามแมเ่ หล็กมาก พันรอบมากเกิดสนามแม่เหล็กน้อย

ค. กระแสไหลนอ้ ยสนามแมเ่ หล็กเกิดน้อย กระแสไหลมากสนามแม่เหล็กเกดิ มาก

ง. แกนอากาศเกดิ ความเขม้ สนามแม่เหล็กมาก แกนเฟอรโ์ รแมกเนติกเกิดความเข้มสนาม แมเ่ หลก็ น้อย

61. ตัวเหนย่ี วนำชนิดใดมีคุณสมบัติให้คา่ ความเหนี่ยวนำน้อยทส่ี ุด

ก. แกนอากาศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหล็กอัด ง. แกนเหล็กแผ่นบาง

62. สัญลักษณ์ตามรูปแทนตวั เหน่ียวนำชนิดใด

ก. แกนเหลก็ แผน่ บาง ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนอากาศ ง. ถูกทกุ ข้อ

63. ตวั เหนย่ี วนำชนดิ ใดไมน่ ยิ มใชง้ านที่ความถ่ีสงู

ก. แกนอากาศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหล็กอัด ง. แกนเหล็กแผน่ บาง

64. ตามรปู เปน็ ตัวเหน่ยี วนำชนดิ ใด

ก. แกนปรบั เปลยี่ นคา่ ได้ ข. แกนผงเหล็กอัด
ค. แกนทอรอยด์ ง. แกนอากาศ

65. หมอ้ แปลงชนดิ ใดทม่ี ีขดลวดเพียงชดุ เดียว แตแ่ ยกจุดใชง้ านออกเอาต์พุตหลายตำแหน่ง

ก. ชนดิ กำลัง ข. ชนดิ ออโต

ค. ชนดิ ทอรอยด์ ง. ชนิดลดแรงดนั


Click to View FlipBook Version