The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanyalak.mee, 2022-09-13 03:29:25

แผนการจัดการเรียนรู้วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

124

ผเู้ รยี นมวี ินัย ซื่อสัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏิบตั งิ านท่ไี ด้รบั มอบหมายโดยยดึ หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง

กิจกรรมเสนอแนะ/ งานทมี่ อบหมาย

ศกึ ษาคน้ ควา้ เพิม่ เติมเก่ียวกบั คุณสมบตั ิการตอ่ ตวั ตา้ นทานแบบต่างๆ

การวดั และประเมินผล

วิธีการวดั และประเมินผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น

เคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผล
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น

เกณฑ์การวัดผล และประเมินผล
- ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 80 ของแบบประเมนิ แต่ละประเภท

ดา้ นความรู้
- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซักถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หัด แบบทดสอบ

ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยดั และมคี วามอดทน
ด้านทกั ษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วธิ กี ารแกป้ ัญหาในกรณที ผี่ ้เู รียนไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามจุดประสงคท์ ีก่ ำหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ใหก้ บั ผูเ้ รยี นทีไ่ ม่ผ่านเกณฑ์ในแตล่ ะจดุ ประสงค์ โดยใช้วธิ ีการดังนี้
- แนะนำ/สอนเสริมในส่วนท่ียังไม่เข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พือ่ นท่ีผ่านเกณฑ์สอนเพ่ือน
- มอบหมายให้งานเพิม่ เติมนอกเวลา
2. ทดสอบเพ่ือประเมินผล

สอ่ื การเรียนการสอน

1. เอกสารประกอบการสอน วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 20100 - 1005
2. ส่อื Power Point บทท่ี 8 เรอื่ ง ตวั ต้านทาน
3. ชดุ ทดลองตวั ตา้ นทาน

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

ใบปฏบิ ตั งิ าน 125
8.1
การอ่านค่าความตา้ นทาน
และการวัดคา่ ความตา้ นทาน

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อ่านค่าความต้านทานและค่าผดิ พลาดของตวั ต้านทานชนดิ 4 แถบสไี ด้
2. อ่านค่าความตา้ นทานและค่าผดิ พลาดของตวั ตา้ นทานชนิด 5 แถบสีได้
3. ใช้มัลติมิเตอร์วดั ค่าความต้านทานของตวั ตา้ นทานได้
4. มมี นษุ ยสมั พันธท์ ีด่ ีกบั เพ่อื นรว่ มงาน

เครื่องมือและอุปกรณ์

1. ตัวตา้ นทานค่าความต้านทานตำ่ ไปหาสูงชนดิ 4 แถบสี 10 ตัว
2. ตวั ตา้ นทานค่าความต้านทานต่ำไปหาสงู ชนิด 5 แถบสี 10 ตวั
3. มัลตมิ ิเตอร์ชนิดเข็มช้ี 1 เคร่ือง

ลำดบั ขั้นการทดลอง

1. เขียนค่ารหัสสแี ละอ่านค่าความต้านทานของตัวต้านทานชนดิ 4 แถบสีที่เตรียมไวท้ ัง้ 10 ตัว
บันทกึ ค่าลงในตารางท่ี 8.1 ใหเ้ ป็นคา่ มาตรฐานสากล

2. ปรับย่านวัดของโอห์มมิเตอร์ให้เหมาะสมกับค่าความต้านทานตัวที่จะวัดค่า ปรับแต่งโอห์ม
มเิ ตอรใ์ ห้พรอ้ มใชง้ านในแต่ละคร้ังก่อนการวัดค่า

3. ทุกคร้ังที่เปลีย่ นยา่ นวัดโอห์มใหม่ จะต้องปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ให้พรอ้ มใช้งานใหม่กอ่ นการ
วดั คา่ เสมอ

4. วดั และอ่านค่าความต้านทานของตัวตา้ นทานทงั้ 10 ตัว บนั ทกึ คา่ ที่ตั้งยา่ นวดั โอห์ม และค่า
ความต้านทานท่ีอา่ นได้ลงในตารางท่ี 8.1

5. การตั้งย่านวัดโอห์มมิเตอร์ตั้งแต่ย่าน x1k ขึ้นไป ห้ามจับปลายเข็มวัดที่เป็นโลหะของโอห์ม
มิเตอรท์ ัง้ สองเส้นด้วยมือสองดา้ น เพราะจะทำใหค้ า่ ความตา้ นทานทว่ี ัดออกมาไดเ้ กดิ ความผดิ พลาด

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

126

ตารางท่ี 8.1 การอ่านคา่ ความต้านทานและการวดั ค่าความต้านทานชนิด 4 แถบสดี ว้ ยมัลติมิเตอร์

R รหสั สี ค่าความต้านทาน ยา่ นโอห์ม ตวั เลขอ่าน คา่ จริงอ่านได้
สี 2 สี 3 อา่ นไดจ้ ากรหสั สี มเิ ตอร์ ได้ จากมิเตอร์
ตัว สี 1 สี 4 ท่ีตงั้ วัด บนหนา้ ปัด
ที่

0 แดง ดำ นำ้ ตาล เงิน 200 10% 10 20 200

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

6. เปล่ียนตัวต้านทานเป็นชนิด 5 แถบสี

7. เขียนค่ารหัสสีและอ่านคา่ ความต้านทานของตัวตา้ นทานชนดิ 5 แถบสีที่เตรียมไว้ทั้ง 10 ตัว

บนั ทกึ ค่าลงในตารางท่ี 8.2

ตารางท่ี 8.2 การอ่านคา่ ความต้านทานและการวัดค่าความต้านทานชนิด 5 แถบสีด้วยมลั ติมเิ ตอร์

R รหสั สี ย่าน ตวั เลข
สี 2 สี 3 สี 4 ค่าความตา้ นทาน โอหม์ อ่านได้ คา่ จรงิ อ่านได้
ตวั สี 1 สี 5 อ่านได้จากรหัสสี มเิ ตอร์ บน จากมเิ ตอร์
ที่
ทตี่ ง้ั วัด หนา้ ปดั

0 ส้ม เหลือง เทา น้ำตาล แดง 3480 = 3.48k 1k 3.5 3.5k
2%

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ

127

8. ปรับย่านวัดของโอห์มมิเตอร์ให้เหมาะสมกับค่าความต้านทานตัวที่จะวัดค่า ปรับแต่งโอห์ม
มเิ ตอรใ์ ห้พร้อมใชง้ านในแต่ละครงั้ ก่อนการวัดคา่
9. วัดและอ่านค่าความต้านทานของตัวต้านทานทั้ง 10 ตัว บันทึกค่าที่ตั้งย่านวัดโอห์ม และค่าความ
ต้านทานทอี่ ่านได้ลงในตารางที่ 8.2

สรปุ ผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
คำถามและการวเิ คราะห์

1. ค่าที่อ่านได้จากรหัสสีและค่าที่วัดได้ด้วยโอห์มมิเตอร์มีค่าเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร
ทำไมถงึ เปน็ เช่นนั้น

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

128

แบบฝึกหดั

บทที่ 8 เรอ่ื ง ตวั ตา้ นทาน

คำส่งั จงอธบิ ายให้ไดใ้ จความสมบรู ณ์และแสดงวิธีทำให้สมบรู ณถ์ กู ต้อง

1. เทอร์มสิ เตอร์ และวาริสเตอรแ์ ตกต่างกันอย่างไร

............................................................................................................................. .......................................

............................................................................................ ........................................................................

2. ตวั ต้านทานชนิดฟลิ ์มโลหะ และตัวต้านทานชนิดฟลิ ์มคาร์บอน แตกต่างกันอย่างไร

............................................................................................................. .......................................................

............................................................................................................................. .......................................

3. จงอา่ นค่าความตา้ นทานของตวั ต้านทานที่บอกค่าไว้ดงั ตอ่ ไปนี้

ท่ี คา่ แสดง ค่าอ่านได้

1 2W 33KK

2 6M8J

3 270E 5WJ

4 131

5 2R94

6 7872

4. จงอา่ นคา่ ความตา้ นทานของตวั ตา้ นทานตามแถบสีดังต่อไปนี้

ที่ ส1ี ส2ี ส3ี ส4ี ส5ี ค่าอ่านได้

1 ทอ -


2 เงิน -

3 ทอ ทอ -
งง

4

5

6

5. จงหาคา่ ความตา้ นทานรวมของวงจรตามรปู

R1 = 10 
R2 = 30 
R3 = 20 

ครธู ัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

129

เฉลยแบบฝึกหัด
บทที่ 8 เร่ือง ตัวตา้ นทาน

1.ตอบ เทอร์มสิ เตอร์ เป็นตัวต้านทานทคี่ ่าความตา้ นทานภายในตัวเอง สามารถเปลย่ี นแปลงไดต้ ามคา่
อุณหภูมิที่ไดร้ ับ ค่าความต้านทานทีเ่ ปลย่ี นแปลงไปแตกต่างกนั ตามชนิดของวัสดุท่ีใช้ผลติ วัสดุทใี่ ชผ้ ลิตมี
ทั้งโลหะและสนมิ โลหะ รปู ร่างท่สี รา้ งมาใชง้ านมคี วามแตกตา่ งกันไปหลายแบบ ขึ้นอยกู่ ับความเหมาะสม
ในการใชง้ าน เทอร์มสิ เตอรแ์ บ่งได้ 2 ชนดิ คือ ชนิดสมั ประสทิ ธ์ิอุณหภมู เิ ปน็ บวก (Positive
Temperature Coefficients ; PTC) คา่ ความต้านทานเพมิ่ ขึน้ เมื่ออุณหภมู ิเพิ่มข้ึน วสั ดทุ ี่ใช้ผลิต เช่น
แบเรียม สตรอนเทียม และตะก่ัวไททาเนต เปน็ ต้น อีกชนิดคือ ชนิดสมั ประสิทธอ์ิ ุณหภูมิเป็นลบ (Negative
Temperature Coefficients ; NTC) คา่ ความต้านทานเพิ่มข้นึ เม่ืออุณหภมู ลิ ดลง วัสดทุ ่ใี ชผ้ ลิต เช่น
ทองแดง นิกเกลิ แมงกานีส เหล็ก และโคบอลต์ เป็นตน้ รูปรา่ งและสญั ลักษณข์ องเทอร์มิสเตอร์
แสดงดงั รูปท่ี 1

+to -to

(ก) รูปรา่ งชนดิ PTC (ข) รูปร่างชนดิ NTC PTC NTC
รูปที่ 1 เทอร์มสิ เตอร์ (ค) สญั ลักษณ์

วาริสเตอร์ หรือตัวต้านทานเปลย่ี นคา่ ตามแรงดัน (Voltage Dependent Resistor ; VDR) เป็นตวั ตา้ นทาน
ที่ค่าความต้านทานสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามค่าแรงดันที่ป้อนเข้ามา วาริสเตอร์มาจากคำเต็มว่าตัว
ต้านทานปรับเปลี่ยนค่า (Variable Resistor = Varistor) คุณสมบัติของวาริสเตอร์ทำงานตรงข้ามกับแรงดนั
ดังนี้ ความต้านทานของวาริสเตอร์จะลดลงเมื่อแรงดันเพิ่มขึ้น ในกรณีที่แรงดันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่า
ความต้านทานของวาริสเตอร์จะลดลงรวดเร็ว วาริสเตอร์เหมาะกับการใช้งานเป็นตัวป้องกันแรงดัน
กระโชก นิยมนำไปใช้งานเป็นอุปกรณป์ ้องกันฟ้าผ่า และชว่ ยคายประจุของไฟฟ้าสถิต เปน็ ต้น วัสดุท่ีนำมา
ใช้ผลิตวาริสเตอร์ มีทั้งชนิดสนิมโลหะ ถูกเรียกว่าวาริสเตอร์ชนิดสนิมโลหะ (Metal Oxide Varistor ;
MOV) วัสดุที่ใช้คือสนิมสังกะสี (Zinc Oxide ; ZnO) และวาริสเตอร์ชนิดสารกึ่งตัวนำ (Semi
conductor) วัสดุที่ใชค้ อื ซลิ คิ อนคารบ์ อน (Silicon Carbon ; SiC) รูปรา่ งและสญั ลกั ษณข์ องวาริสเตอร์
แสดงดงั รูปที่ 2

(ก) รูปร่างชนดิ ขา (ข) รปู รา่ งชนดิ แปะติด V
รูปท่ี 2 วาริสเตอร์
(ค) สญั ลกั ษณ์

ครธู ัญลกั ษณ์ หมีโชติ

130

2.ตอบ ตวั ตา้ นทานชนดิ ฟิลม์ โลหะ เป็นตวั ต้านทานประเภทโลหะชนิดหน่ึงท่ีปจั จุบันนยิ มผลิตข้ึนมาใช้
งาน เป็นตวั ตา้ นทานที่มขี นาดการทนกำลังไฟฟ้าต่ำ โครงสรา้ งของตวั ต้านทานชนิดน้ปี ระกอบด้วยแกน
เซรามิกทรงกระบอกขนาดต่างๆ ใช้โลหะจำพวกพวกนิกเกิล (Nickel) หรือโครเมียม (Chromium)
แผ่นบางๆ ในรปู ของฟลิ ์มโลหะเคลือบท่ผี วิ เซรามิก โดยทำการเคลอื บในสญุ ญากาศ และสง่ ไปผา่ นความ
ร้อนสูงทำให้เกิดการยึดเกาะแน่น นำไปตดั ใหเ้ ป็นเกลียวพนั รอบแกนแบบต่อเน่ืองจากปลายด้านหนึ่งไป
ยังปลายอีกด้านหนึ่ง และมีฝาครอบโลหะครอบฟิล์มโลหะที่ปลายทั้งสองด้านต่อออกมาเป็นขาตัว
ตา้ นทาน ลักษณะตวั ต้านทานชนิดฟิล์มโลหะ แสดงดังรูปที่ 3

รปู ท่ี 3 ตัวตา้ นทานชนิดฟิล์มโลหะ รปู ที่ 4 ตวั ตา้ นทานชนดิ ฟิลม์ คาร์บอน

ตัวต้านทานชนิดฟิล์มคาร์บอน เป็นตัวต้านทานชนดิ คาร์บอนแบบหนึ่งเป็นชนิดท่ีผลิตข้ึนมาใช้งานอย่าง
แพร่หลายในปัจจุบันมากกว่าชนิดคาร์บอนแบบเดิม การผลิตทำได้โดยนำผงคาร์บอนผสมกับกาวไป
เคลือบหุ้มแกนเซรามิกทรงกระบอกขนาดต่างๆ นำไปตัดให้เป็นเกลียวพันรอบแกนแบบต่อเนื่องจาก
ปลายด้านหนึ่งไปยังปลายอีกด้านหนึ่ง และมีฝาครอบโลหะครอบฟิล์มคาร์บอนที่ปลายทั้งสองด้านต่อ
ออกมาเป็นขาตัวต้านทาน เคลือบผิวนอกสุดด้วยฉนวนอีกชั้นหนึ่ง ลักษณะตัวต้านทานชนิดฟิล์ม
คาร์บอน แสดงดงั รปู ท่ี 4

3. ตอบ ค่าอ่านได้
ท่ี ค่าแสดง ทนกำลังไฟฟา้ ได้ 2 W ความต้านทาน 33 k คา่ ผิดพลาด  10%
1 2W 33KK ความตา้ นทาน 6.8 M ค่าผิดพลาด  5%
2 6M8J ความต้านทาน 270  ทนกำลังไฟฟา้ ได้ 5 W ค่าผดิ พลาด  5%
ความต้านทาน 13 x 10  = 130 
3 270E 5WJ ความตา้ นทาน 2.94 
ความต้านทาน 787 x 102  = 78,700  = 78.7 k
4 131

5 2R94

6 7872

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

131

4.ตอบ

ที่ ส1ี ส2ี ส3ี ส4ี ส5ี ค่าอ่านได้

1 ทอ - 10  10 = 100  ค่าผดิ พลาด  5%


2 เงิน - 27  1000 = 27,000  = 27 k คา่ ผิดพลาด  10%

3 ทอ ทอ - 56  0.1 = 5.6  คา่ ผดิ พลาด  5%
งง

4 365  1000 = 365,000  = 365 k คา่ ผิดพลาด 
2%

5 432  10 = 4,320  = 3.32 k คา่ ผดิ พลาด  1%

6 284  100 = 28,400  = 28.4 k ค่าผิดพลาด  0.5%

5.ตอบ วธิ ีทำ 1 1 1 1
RT R1 R2 R3
จากสตู ร = + +

แทนค่า 1 = 1 + 1 + 1
RT 10 30 20

1 = 6+2+3 = 11
60 60
RT 60
11
 RT = = 5.46  ตอบ

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

132

แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี น
บทที่ 8 เรื่อง ตวั ต้านทาน

คำชแ้ี จง 1. จงทำเคร่ืองหมายกากบาท () ทบั ข้อที่ถูกทีส่ ุดเพยี งข้อเดยี วลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที

1. วัสดุชนิดใดท่ีมคี ณุ สมบตั ิแสดงค่าความต้านทานออกมาได้มากท่ีสุด

ก. ซิลคิ อน ข. คารบ์ อน

ค. อะลมู ิเนยี ม ง. เจอร์เมเนียม

2. หน้าทขี่ องตวั ต้านทานในวงจรไฟฟา้ คืออะไร
ก. ทำใหเ้ กดิ กำลงั ไฟฟา้ ตามต้องการตกคร่อมภายในตวั
ข. กำหนดระดับแรงดันทต่ี ้องการป้อนไปให้วงจร
ค. จำกดั ค่าการไหลของกระแสในวงจร
ง. ถูกทุกข้อ

3. ตัวตา้ นทานชนดิ ใดท่ีสามารถผลิตให้มีขนาดใหญ่ ทนกำลังไฟฟ้าไดส้ งู เปน็ พันวัตต์

ก. ลวดพนั ข. คารบ์ อน

ค. ฟลิ ม์ โลหะ ง. ฟิลม์ สนมิ โลหะ

4. ตวั ตา้ นทานตามรปู เป็นชนิดใด

ก. ชนดิ พเิ ศษ ข. ชนดิ แบง่ คา่

ค. ชนิดปรับเปล่ยี นค่า ง. ชนดิ เปลี่ยนเลอื กค่า

5. V สัญลักษณต์ ามรูปเปน็ ตวั ต้านทานชนิดใด

ก. วารสิ เตอร์ ข. เทอรม์ ิสเตอร์

ค. ตัวตา้ นทานเปล่ียนคา่ ตามแสง ง. ตวั ตา้ นทานชนดิ ปรับเปลี่ยนคา่

6. อุปกรณ์ตามรปู คืออะไร

ก. วาริสเตอร์ ข. เทอร์มสิ เตอร์

ค. ตัวต้านทานแบบ SILง. ตวั ตา้ นทานเปลีย่ นค่าตามแสง

ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

133

7. 1M2 K 2W ตวั ตา้ นทานตามรูปอ่านค่าไดเ้ ท่าไร
ก. 2.2 k คา่ ผดิ พลาด  20%
ข. 12 k คา่ ผิดพลาด  20% ทนกำลังไฟฟ้าได้ 2 W
ค. 12 M คา่ ผิดพลาด  10% ทนกำลังไฟฟ้าได้ 2 W
ง. 1.2 M ค่าผดิ พลาด  10% ทนกำลังไฟฟา้ ได้ 2 W

683J

8. ตวั ตา้ นทานตามรูปอ่านค่าได้เทา่ ไร

ก. 683  ข. 68 k

ค. 68 k ค่าผิดพลาด  5% ง. 683  คา่ ผิดพลาด  5%

9. 205 ตัวต้านทานตามรปู อ่านคา่ ได้เทา่ ไร

ก. 20.5  ข. 205 

ค. 2 M ง. 20  คา่ ผดิ พลาด  5%

10. 31R2 ตวั ตา้ นทานตามรูปอา่ นค่าได้เทา่ ไร

ก. 31.2  ข. 312 

ค. 3.1 , 2W ง. 31 , 2W

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

134

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น/หลังเรยี น
บทที่ 8 เรือ่ ง ตัวตา้ นทาน

1. ข 2. ง 3. ก 4. ค 5. ก
6. ข 7. ง 8. ค 9. ค 10. ก

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

135

แผนผงั ความคิดบทท่ี 9
ตัวเก็บประจุ

โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

พอประมาณ ภูมิค้มุ กนั

3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เหน็ ความสำคัญในการทำงานร่วมกบั ผ้อู น่ื
งานและใชค้ ้มุ คา่ ประหยดั และคำนึงถึง
ความปลอดภัย

มีเหตผุ ล

2. วเิ คราะห์ และแก้ปัญหา
ต่าง ๆ เกยี่ วกับ การตอ่ วงจร
และใช้งานเคร่อื งมอื วัด

บทท่ี 9 คุณธรรม

1. ความรู้/ทกั ษะ 5. ทำงานด้วยความสามัคคีมี
น้ำใจ มีวินยั มีความรบั ผดิ ชอบ
- มคี วามรู้เกยี่ วกับโครงสรา้ งตวั เกบ็ ประจุ , ความจุของตัวเก็บประจุ , และดว้ ยความซื่อสตั ย์
ตวั เก็บประจแุ บบคงทไ่ี ด,้ ตัวเก็บประจแุ บบปรบั ค่าได้ 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
- มที กั ษะในการแปลงหนว่ ยคา่ ความจขุ องตัวเกบ็ ประจแุ ละสามารถอา่ น มีความประณตี รอบคอบ
ค่าความจแุ สดงเปน็ ตัวเลขตัวอักษร ปลอดภยั

สงั คม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม ส่ิงแวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครธู ญั ลักษณ์ หมโี ชติ

136

แผนการจัดการเรยี นรู้
ชอ่ื วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องตน้ รหสั วชิ า 20100 – 1005
บทท่ี 9 ตัวเก็บประจุ
สอนคร้ังท่ี 12 ชัว่ โมงที่ 45-48 เวลา 4 ช่วั โมง

สาระสำคญั

ประจุไฟฟ้าและศักย์ไฟฟ้า มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกัน ประจุไฟฟ้าคือขั้วของไฟฟ้ามี 2
ขั้ว คือขั้วบวกและขั้วลบ ส่วนศักย์ไฟฟ้าคือปริมาณไฟฟ้าที่แสดงออกมาขณะเกิดความไม่สมดุลของ
ประจไุ ฟฟา้ มี 2ค่า คือ ศักยบ์ วกและศกั ยล์ บ ประจไุ ฟฟา้ หรือศักย์ไฟฟ้า มขี ้ัวเหมอื นกันจะผลักกัน ประจุ
ไฟฟา้ หรือศักย์ไฟฟา้ มีข้ัวตา่ งกนั จะดดู กนั

ตัวเกบ็ ประจหุ รอื คาปาซิเตอร์ เปน็ อุปกรณท์ างไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ท่ีมีคุณสมบัติสามารถ
ประจุแรงดัน และคายประจุแรงดันได้ โครงสร้างของตัวเก็บประจุประกอบด้วยแผ่นโลหะบาง 2แผ่น
วางขนานชิดกัน มีฉนวนไฟฟ้าที่เรียกว่าไดอิเล็กตริกวางคั่นกลาง การประจุแรงดันทำได้โดยจ่าย
แหลง่ จ่ายแรงดนั ไฟตรงให้ตัวเกบ็ ประจุ ตัวเก็บประจุจะประจุแรงดนั ไว้ในตวั ได้

จุดประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ท่ัวไป

เพื่อให้มีความรู้เก่ียวกับโครงสร้างตัวเก็บประจุ , ความจขุ องตวั เก็บประจุ , ตัวเก็บประจแุ บบ
คงท่ีได้,ตวั เก็บประจุแบบปรับคา่ ได้มที ักษะในการแปลงหนว่ ยค่าความจุของตวั เก็บประจแุ ละสามารถอ่าน
คา่ ความจุแสดงเป็นตวั เลขตวั อกั ษร มเี จตคติที่ดีตอ่ การเตรียมความพร้อมด้านการเตรยี ม วสั ดุ อปุ กรณ์
และการปฏิบตั ิงานอย่างถกู ต้อง สำเรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด มเี หตแุ ละผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพียง

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

1. อธิบายโครงสร้างตวั เก็บประจุได้อยา่ งถูกต้อง
2. วเิ คราะห์ความจุของตัวเก็บประจไุ ด้อย่างถูกต้อง
3. จำแนกตวั เก็บประจุแบบค่าคงท่ีได้อย่างถูกตอ้ ง
4. บอกลักษณะตัวเกบ็ ประจุแบบปรับคา่ ได้อย่างถูกต้อง
5. แปลงหน่วยคา่ ความจุของตัวเก็บประจุได้อยา่ งถูกต้อง
6. อ่านคา่ ความจุแสดงเปน็ ตัวเลขตวั อักษรได้อย่างถูกตอ้ ง
7. เตรยี มความพรอ้ มดา้ น วัสดุ อุปกรณ์สอดคลอ้ งกบั งานได้อย่างถูกตอ้ ง
8.ปฏบิ ัติงานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง และสำเร็จภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมีเหตแุ ละผลตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

สมรรถนะรายหน่วย

1. แปลงหน่วยคา่ ความจขุ องตัวเก็บประจุ
2. อ่านค่าความจแุ สดงเปน็ ตัวเลขตวั อักษร

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

137

หวั ข้อการเรียนรู้

1. โครงสรา้ งตัวเก็บประจุ
2. คา่ ความจขุ องตัวเกบ็ ประจุ
3. ตัวเก็บประจุแบบคา่ คงท่ี
4. ตวั เก็บประจแุ บบเปล่ียนแปลงค่าได้
5. หนว่ ยความจุและคา่ ทนแรงดัน
6. การอา่ นคา่ ความจตุ ัวเกบ็ ประจุ
7. การต่อตัวเกบ็ ประจุ
8. ใบงานท่ี 9.1 เรื่อง การตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุ

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาหท์ ่ี 12)

กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น

ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น ขน้ั สนใจปญั หา

1. ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หน่วยการ 1. นกั เรียนจดบันทึกจุดประสงค์การ

เรียน เรียนรู้

2. ครูแจ้งใหน้ ักเรียนเข้าใจปรัชญาเศรษฐกจิ 2. ทำความเข้าใจปรชั ญาเศรษฐกิจ

พอเพยี ง 3หว่ ง คือ หลกั ความพอประมาณ พอเพียง3 หว่ ง คือ หลักความ

หลกั ความมีเหตุผล หลักภมู ิคุ้มกัน 2 พอประมาณ หลักความมีเหตุผล

เง่ือนไข คือ เงอ่ื นไขความรู้ เงื่อนไข หลักภูมคิ ้มุ กัน 2 เงอื่ นไข คือ

คุณธรรม เช่อื มโยงสู่ 4 มติ ิคือ มติ สิ งั คม มติ ิ เง่อื นไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

เศรษฐกจิ มิตวิ ัฒนธรรม มิติสิ่งแวดลอ้ ม เช่ือมโยงสู่ 4 มติ คิ ือ มติ สิ ังคม มติ ิ

เพราะเหตุใดต้องศึกษา เศรษฐกจิ มติ ิวัฒนธรรม มิติ

สง่ิ แวดล้อมและวตั ถปุ ระสงค์การ

เรียนรู้หน่วยการเรียนและหวั ขอ้ การ

เรยี นรู้

ข้ันสอนทฤษฎี ขัน้ ศกึ ษาข้อมลู

2. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 2. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

3. ครบู รรยายเนอื้ หาประกอบแผ่นใส/ power 3. นกั เรยี นฟังครูบรรยายและจดบันทกึ

point พอประมาณ เลอื กใช้วสั ดุ-อุปกรณ์ 4. นกั เรยี นศกึ ษาหน่วยการเรียนท่ไี ด้รับ

สอดคลอ้ งกับงานและใช้คุ้มค่า ประหยดั และ มอบหมาย

คำนงึ ถึงความปลอดภยั 5. นักเรยี นตอบคำถาม

4. ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาเน้ือหาการเรยี นรู้ในหนงั สือ

เรียน

5. ซักถามนักเรียนเกย่ี วกบั เนื้อหาท่ีเรียน

ข้นั สอนปฏบิ ัติ ขั้นศึกษาขอ้ มูล

6. ครูใหน้ ักเรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 6. นกั เรียนศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ

หนว่ ยการเรยี นรู้

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

138

7. ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุม่ จดั เตรยี มเครอ่ื งมือและ 7. นกั เรียนจดั เตรยี มเครื่องมือและอปุ กรณ์

อปุ กรณ์ตามใบงานการทดลอง ทดลอง มีเหตผุ ล ภูมิคมุ้ กัน

วิเคราะห์ และแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ เกยี่ วกับ การต่อ เหน็ ความสำคัญในการทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืน

วงจรและใช้งานเครื่องมือวดั

8. ครสู งั เกตการปฏบิ ตั งิ านและคอยให้คำแนะนำ

อยา่ งใกลช้ ดิ

ข้นั สรุป ขนั้ พยายามและข้นั สำเรจ็ ผล

9. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปผลการเรียนรู้ 8. นักเรียนชว่ ยกนั สรุปเน้ือหาทีเ่ รยี นและจด

10. ครใู ห้นักเรียนปฏิบัติตามใบงานการทดลอง บนั ทกึ

ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ 9. นักเรยี นปฏิบตั ติ ามใบงานการทดลอง

11. ครูคอยสังเกตลำดับขั้นตอนการทำงานและให้ ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ เม่ือพบปญั หาให้

คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏิบตั ิไม่ถูกต้อง สอบถามครูผสู้ อน คณุ ธรรม

12. ครูให้นักเรียนทีป่ ฏบิ ัตงิ านเสร็จแล้วสง่ ตรวจที่ ทำงานดว้ ยความสามัคคีมนี ำ้ ใจ มีวนิ ยั มี

โตะ๊ ตรวจงานเพ่ือขอคำแนะนำและและประเมินผล ความรบั ผดิ ชอบและดว้ ยความซือ่ สตั ย์

13. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน ตระหนักคุณภาพของงาน มคี วามประณตี

14. ครแู จ้งนโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง รอบคอบ ปลอดภัย

ศกึ ษา ซ่ึงเปน็ กจิ กรรมที่มงุ่ ส่งเสรมิ พัฒนาผู้เรยี นให้มี 10. นักเรยี นส่งผลการปฏบิ ตั งิ านใหค้ รูตรวจ

คณุ ลกั ษณะทีด่ ีงาม 3 ด้าน คือ 1. ด้าน 11.นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน

ประชาธิปไตย (Democracy) 2. ด้านคณุ ธรรม 12. นกั เรยี นช่วยกนั สรุปเนอื้ หาและจดบนั ทึก

จริยธรรม และความเป็นไทย (Decency) 3. ดา้ น ประกอบด้วยสาระเก่ยี วกบั เรื่องทีเ่ รยี น

ภูมคิ ุ้มกันจากยาเสพติด (Drug – Free) 13. นกั เรยี นจดบันทกึ นโยบายสถานศึกษา

15. ครอู ธิบายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 D พรอ้ มกบั อภปิ รายแนวทางนำไปปฏิบตั ิ

เพ่ือบูรณาการเข้ากับกิจกรรมการเรยี นการสอน ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันและในรายวชิ าทเ่ี รยี น

ประกอบดว้ ย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี 14. นกั เรยี นรบั ฟงั และจดบนั ทึกหลักปรชั ญา

เหตุผล 3. การมภี มู คิ ุ้มกันในตัวท่ีดี ของเศรษฐกจิ พอเพยี งโดยมีความรับผดิ ชอบ

16. ครูซกั ถามนกั เรียนวา่ มีข้อสงสยั อะไรอีกหรอื ไม่ และพยายามสืบคน้ ขอ้ มลู และปฏิบัตงิ านให้

17. ครูให้นกั เรียนทำความสะอาดหอ้ งเรียน สำเร็จอย่างมเี หตผุ ล มเี หตุผล เง่อื นไข คือ

เงือ่ นไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม

15. นกั เรยี นช่วยกันทำความสะอาดเครือ่ งมือ

อุปกรณ์ จดั ห้องเรยี นให้เรียบร้อย

ขั้นนำไปใช้ ขั้นนำไปใช้

18. ครูใหน้ ักเรยี นเขยี นรายงานสรุปผลการเรียนรู้ 4 16. นกั เรยี นทำแบบสรปุ ผลการเรยี นรู้ประจำ

มิตคิ อื มติ สิ งั คม มติ ิเศรษฐกิจ มิตวิ ัฒนธรรม มติ ิ หน่วยการเรยี น

สิ่งแวดล้อม

19. ครูบันทึกหลงั การสอน

การบรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

139

ผเู้ รียนมวี นิ ยั ซอ่ื สตั ย์ ประหยัด ใฝร่ ู้ และปฏบิ ตั ิงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง

กิจกรรมเสนอแนะ/ งานทม่ี อบหมาย

ศึกษาคน้ ควา้ เพิ่มเติมเก่ียวกบั คณุ สมบัติการตอ่ ตวั เกบ็ ประจุแบบต่างๆ

การวดั และประเมินผล

วิธีการวดั และประเมินผล
- สังเกตการทำงาน
- ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น

เคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผล
- แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน

เกณฑ์การวดั ผล และประเมนิ ผล
- ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ของแบบประเมนิ แตล่ ะประเภท

ด้านความรู้
- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ข้อซกั ถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หัด แบบทดสอบ

ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซ่ือสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยดั และมีความอดทน
ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วิธกี ารแกป้ ญั หาในกรณที ผี่ เู้ รยี นไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมินตามจุดประสงค์ทก่ี ำหนด
1. สอนซ่อมเสรมิ ใหก้ ับผ้เู รยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ์ในแตล่ ะจดุ ประสงค์ โดยใชว้ ธิ ีการดังน้ี
- แนะนำ/สอนเสรมิ ในส่วนทีย่ งั ไมเ่ ข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พอื่ นทผี่ า่ นเกณฑ์สอนเพื่อน
- มอบหมายให้งานเพม่ิ เติมนอกเวลา
2. ทดสอบเพอื่ ประเมนิ ผล

สอ่ื การเรยี นการสอน

1. เอกสารประกอบการสอน วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์ 20100 - 1005
2. สอื่ Power Point บทที่ 9 เรือ่ ง ตวั เกบ็ ประจุ
3. ชุดทดลองการตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุ

ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

ใบปฏบิ ตั ิงาน 140
9.1
การตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. ตง้ั ย่านวดั มัลติมิเตอร์ใช้วดั ตัวเก็บประจไุ ดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
2. แสดงการใช้โอห์มมเิ ตอร์วัดตัวเก็บประจุค่าตา่ งๆ ได้
3. มีระเบยี บวินยั ในการทำงาน
เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์

1. ตัวเกบ็ ประจุคา่ 0.068F, 0.1F, 0.47F, 0.68F, 1F, 4.7F, 10F, 22F,

47F, 100F, 470F, 1,000F และ 2,200F (หรือค่าใกล้เคยี ง) คา่ ละ 1 ตวั
2. มัลติมเิ ตอร์ชนดิ เข็มช้ี 1 เครอื่ ง
3. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชดุ

ลำดบั ข้นั การทดลอง

1. ตงั้ มลั ตมิ เิ ตอร์ไปท่ีย่านวดั โอห์ม 10k ปรับแต่งโอหม์ มเิ ตอรใ์ ห้พร้อมใช้งาน
2. นำโอห์มมิเตอร์ไปวัดตัวเกบ็ ประจุค่าความจุตำ่ ชนิดไม่แสดงขั้วบวก – ลบ วัด 2 ครง้ั โดยสลับ
ข้ัวสายวดั การวัดแสดงดงั รปู ท่ี 9.1

(ก) การวดั ครัง้ ที่ 1 (ข) การวัดครัง้ ท่ี 2

รปู ที่ 9.1 การวดั ตัวเก็บประจุไมแ่ สดงขว้ั บวก – ลบด้วยโอหม์ มิเตอร์

3. ขณะวัดตัวเก็บประจุห้ามจับปลายขั้ววัดของโอห์มมิเตอร์ 2 เส้นด้วยมือ 2 ข้าง เพราะจะทำ
ให้การวดั คา่ เกิดความผดิ พลาด

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

141

4. วัดตัวเก็บประจุทีละค่าตามลำดับ อ่านค่าความต้านทานขณะที่เข็มมิเตอร์กระดิกขึ้นสูงสุด

ตามค่าความจุที่กำหนดไว้ในตารางที่ 9.1 ทุกค่า บันทึกค่าท่ีอ่านได้ลงในช่องวัดครั้งที่ 1 เข็มมิเตอร์
สูงสุด และบนั ทกึ ผลเข็มมเิ ตอรบ์ า่ ยเบนขณะวดั (ไมข่ ึ้น, ข้นึ – ตก, ขึ้นคา้ ง) ด้วยการทำเครอ่ื งหมาย ✓

5. สลับขั้วสายวัดและวัดตัวเก็บประจุอีกครั้ง บันทึกค่าที่อ่านได้ลงในช่องวัดครั้งท่ี 2 เข็มมิเตอร์
สูงสุด และบนั ทกึ ผลเขม็ มิเตอรบ์ า่ ยเบนขณะวัด (ไม่ข้นึ , ข้นึ – ตก, ขึ้นค้าง) ด้วยการทำเคร่อื งหมาย ✓

ตารางท่ี 9.1 การวัดค่าความต้านทานและสภาพของตัวเก็บประจุ

ยา่ น ความจุ วดั คร้ังท่ี 1 ผลเข็มมเิ ตอรบ์ ่ายเบน วดั ครั้งที่ 2 ผลเข็มมิเตอร์บ่ายเบน
ตัง้ วัด ตัวเก็บประจุ เขม็ มเิ ตอร์ ไมข่ ึ้น ขึ้น-ตก ขน้ึ ค้าง
ไม่ขึน้ ขน้ึ -ตก ข้ึนค้าง เขม็ มเิ ตอร์
(F) สูงสดุ () สงู สุด ()

0.068

10k 0.1
0.47

0.68

1

1k 4.7
10

22

47

10 100
470

1 1,000
2,200

7.ปรับเปลี่ยนย่านวัดโอห์มมิเตอร์ไปที่ย่าน 1k, 10, 1 ตามลำดับ ตามค่าตัวเก็บประจุที่กำหนดให้

ในตารางที่ 9.1 พรอ้ มทั้งปรับแต่งโอห์มมเิ ตอร์ให้พร้อมใชง้ านทุกย่านวัด ก่อนวัดทดสอบ ทดลองซ้ำตาม

ขั้นตอนท่ี 2 – 5 อกี ครัง้

สรุปผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
คำถามและการวเิ คราะห์

1. สภาวะท่ีเขม็ มเิ ตอร์กระดิกบ่ายเบนขึ้นแลว้ ตก ขณะทำการวัดคา่ ตวั เกบ็ ประจุ ดว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์ เกิด
จากสาเหตใุ ด ทำไมถงึ เป็นเช่นนน้ั ..............................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ ........................................................................

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

142

แบบฝึกหดั

บทท่ี 9 เรื่อง ตัวเกบ็ ประจุ

คำสง่ั จงอธบิ ายให้ได้ใจความสมบรู ณ์และแสดงวิธีทำให้สมบูรณถ์ กู ตอ้ ง
1. บอกรายละเอียดของลักษณะและโครงสร้างของตวั เก็บประจุต่อไปน้ี
1.1 ชนดิ เซรามกิ 1.2 ชนดิ ไมก้า 1.3 ชนดิ ฟิลม์ พลาสติก

............................................................................................................................. .......................................

................................................................................................................................................................. ...

2. ตวั เก็บประจุชนดิ อเิ ลก็ โตรไลติกมีลักษณะ สว่ นประกอบ และโครงสรา้ งอย่างไร

....................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .......................................

3. ตวั เก็บประจุวารเิ อเบลิ และตัวเก็บประจุทริมเมอร์ เหมอื นกันหรอื แตกต่างกันอย่างไร

............................................................................................................................. .......................................

............................................................................................................................. .......................................
4. อ่านค่าความจุของตวั เก็บประจุท่บี อกไว้
4.1 แบบอา่ นค่าโดยตรง

ท่ี คา่ ทีแ่ สดง ค่าท่อี ่านได้

1 10K100

2 33MF25V

3 0.18J600V

4.2 แบบแสดงค่าเป็นรหสั ตัวเลขตัวอักษร

ที่ ค่าทแี่ สดง คา่ ที่อา่ นได้

1 273K 50

2 101 20%

3 394J 160V

5. จงหาค่าความจุรวมของวงจรตามรูป

C1 = 18 F C2 = 12 F C3 = 22 F

ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

143

เฉลยแบบฝกึ หดั
บทที่ 9 เรื่อง ตัวเกบ็ ประจุ

1.ตอบ 1.1 ชนิดเซรามิก
ตวั เกบ็ ประจชุ นิดเซรามิก เปน็ ตัวเก็บประจุท่ีใชฉ้ นวนคัน่ กลางแผ่นโลหะท้ังสองเป็นวัสดุ
ประเภทเซรามิก เซรามกิ ทำมาจากดนิ เหนียวผสมด้วยสารแบเรียมไททาเนต (Barium Titanate) มาจาก
การผสมกนั ของสารแบเรียมคารบ์ อเนต (Barium Carbonate) และไททาเนยี มไดออกไซด์ (Titanium
Dioxide) นำไปเผาทคี่ วามร้อนสูง ทำให้ได้เซรามกิ ทม่ี คี ่าคงตวั ความเป็นฉนวนสงู มากออกมา แผน่ โลหะ
ตวั นำจะใชเ้ งินเคลือบบนผวิ เซรามิก ทำใหต้ ัวเกบ็ ประจชุ นดิ น้มี คี า่ ความจุสูงข้ึนแต่มขี นาดเลก็ ลง
นอกจากนัน้ ยงั สามารถเพิ่มค่าความจไุ ด้ โดยใชแ้ ผ่นโลหะซ้อนกันหลายชน้ั มฉี นวนเซรามิกขวางซ้อน
หลายชั้น (Multilayer Ceramic) ตวั เกบ็ ประจชุ นดิ นมี้ คี ่าผิดพลาดตำ่ ประมาณ 1 % ผิวด้านนอกหมุ้
ด้วยพลาสติกหรือซลิ ิโคน นยิ มนำไปใช้งานในวงจรกำจดั สญั ญาณรบกวน และวงจรกรองสัญญาณ
ความถ่ีสูงลงกราวด์ ไมน่ ยิ มใช้ในวงจรทำงานกบั สัญญาณชนิดแอนะลอก (Analog Signal) เพราะจะทำ
ใหส้ ัญญาณเกิดความผดิ เพี้ยน ลักษณะตวั เก็บประจุชนิดเซรามิก แสดงดงั รปู ท่ี 1

แบบขา แบบแปะติด SMD

(ก) ชนดิ ช้นั เดียว (ข) ชนิดหลายชน้ั

1.2 ชนดิ ไมกา้ รปู ท่ี 1 ตวั เกบ็ ประจุชนดิ เซรามิก

ตัวเก็บประจุชนิดไมก้า เป็นตัวเก็บประจุที่ใช้แผ่นโลหะบางหลายๆ แผ่นวางซ้อนกัน แต่ละแผ่น
โลหะบางถูกคั่นด้วยฉนวนไมก้า ต่อเชื่อมแผ่นโลหะออกเป็น 2 ชุด พร้อมต่อขาด้วยลวดตัวนำออกมาใช้
งาน แผน่ โลหะทใี่ ช้ผลิตตวั เกบ็ ประจุชนิดไมก้าแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 แบบ คอื แผ่นโลหะบางแบบอะลูมิเนียม
(Aluminum Foil) และแผ่นโลหะบางแบบฟิล์มเงิน (Silver Films Foil) ไมก้าจัดเป็นฉนวนมีคุณภาพดี
ทำให้ตัวเก็บประจชุ นิดนี้สามารถสร้างให้ทนแรงดนั ได้สูง ขึ้น มีความคงท่ีต่ออุณหภูมิดี นิยมนำไปใช้งาน
ในวงจรเกี่ยวข้องกับแรงดันไฟสูง ใช้ในวงจรกรองความถสี่ ูง และในวงจรตอบสนองความถ่ี ลกั ษณะตัวเก็บ
ประจุชนดิ ไมกา้ แสดงดงั รปู ที่ 2

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

144

รปู ที่ 2 ตัวเก็บประจุชนดิ ไมก้า
1.3 ชนดิ ฟิลม์ พลาสติก

ตวั เกบ็ ประจุชนดิ ฟิล์มพลาสติก เปน็ ตวั เก็บประจุท่ีใช้ฉนวนค่ันกลางแผ่นโลหะทั้งสอง

เป็นวัสดุประเภทพลาสติกแผ่นบาง ซึ่งมีหลายชนิดแตกต่างกัน มีโครงสร้างคล้ายกับตัวเก็บประจุชนดิ
กระดาษ เพียงแต่เปลี่ยนฉนวนเป็นฟิล์มพลาสติกชนิดต่างๆ ฟิล์มพลาสติกที่นำมา ใช้ทำฉนวน ทำมาจาก

วัสดุหลายประเภท เช่น โพลีเอสเตอร์ (Polyester) เรียกได้อีกชื่อว่าไมล่าร์ (Mylar) โพลีโพรพิลีน
(Polypropylene) โพลีสไตรีน (Polystyrene) โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) และเมตัลไลซ์พลาสติก

(Metalized Plastic) เป็นต้น การเรียกชื่อตัวเก็บประจุชนิดฟิล์มพลาสติก มักเรียกชื่อตามชนิดฉนวน

พลาสติกที่ใช้ผลิตตัวเก็บประจุ ถูกผลิตขึ้นมาใช้งานมากมายหลายชนิด หลายรูปแบบ เพราะด้วย
คุณสมบัติของฉนวนที่ดีกว่ากระดาษมาก ทำให้สามารถผลิตตัวเก็บประจุให้มีค่าความจุสูงขึ้นได้ มีอายุ

การใช้งานยาวนานขึ้น ค่าอุณหภูมิมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่าความจุน้อยลง การนำไปใช้งาน นิยม
นำไปใชใ้ นวงจรทีต่ อ้ งการความเทยี่ งตรงสูง มีความแน่นอนสงู ใชง้ านได้ดใี นยา่ นความถ่ีสูง ตวั อย่างตวั เก็บ

ประจุชนดิ ฟิล์มพลาสติก แสดงดงั รปู ท่ี 3

(ก) ชนิดฟลิ ม์ โพลีเอสเตอร์ (ข) ชนดิ ฟิลม์ โพลีโพรพิลีน

(ค) ชนดิ ฟิล์มโพลสี ไตรนี (ง) ชนดิ ฟิล์มโพลีคาร์บอเนต

รูปที่ 3 ตวั เก็บประจชุ นดิ ฟลิ ์มพลาสตกิ

ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

145

2.ตอบ ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโตรไลตกิ เป็นตัวเก็บประจุมีโครงสรา้ งประกอบด้วยแผ่นอะลูมิเนยี มบางทำ
เป็นแผ่นโลหะเก็บประจุไฟฟ้า มีขั้วไฟฟ้าบวก (+) ลบ (–) กำกับไว้ที่ตัวเก็บประจุคงที่ตายตัว ใช้
แผ่นกระดาษจุ่มอยู่ในสารอิเล็กโตรไลต์ (Electrolyte) ให้เปียกชุ่ม ทำเป็นฉนวนคั่นกลาง นำทั้งหมดม้วน
เข้าด้วยกันให้เป็นทรงกระบอก และบรรจุลงในกระป๋องอะลูมเิ นยี ม หรือกระป๋องโลหะ ที่มีสารละลายอิ
เล็กโตรไลต์บรรจุอยู่ด้วย สารละลายอิเล็กโตรไลต์ที่นิยมใช้บรรจุ เช่น โซเดียม บอเรต (Sodium
Borate) อีไทลีน กลีโคล (Ethylene glycol) หรือกรดบอริก (Boric Acid) เปน็ ตน้ ตวั เกบ็ ประจุชนิดอิ
เลก็ โตรไลตกิ แสดงดงั รูปที่ 4

(ก) แบบขา (ข) แบบแปะตดิ SMD
รูปท่ี 4 ตัวเก็บประจุชนดิ อิเล็กโตรไลตกิ

ขั้วของตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโตรไลติก ตอนกลางตัวเก็บประจุเป็นขั้วบวก (+) ตอนนอกติด
กระป๋องเป็นขั้วลบ (–) การผลิตจะต้องทำการปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันสารละลาย อิเล็กโตรไลต์รั่วไหล
ออกมา ระหวา่ งการผลิตต้องป้อนแรงดันไฟตรงให้ขัว้ ท้ังสองของตวั เก็บประจุ เพื่อให้เกิด ปฏิกิริยาอิเล็ก
โตรไลซิส เกิดการแยกตัวทางไฟฟ้าขึ้นมา ด้านขั้วบวกของตัวเก็บประจุเกิดฟิล์มอะลูมิเนียมออกไซด์
(Aluminum Oxide) ขึ้นรอบแผ่นอะลูมิเนียมแผ่นบวก เป็นฉนวนบางคั่นระหว่างแผ่นอะลูมิเนียม
ขั้วบวก ให้แยกออกจากขั้วลบของตัวเก็บประจุ เนื่องจากฟิล์มของแผ่นอะลูมเิ นียมมีขนาดบางมาก ทำ
ให้สามารถสร้างตัวเก็บประจุชนิดนี้ให้มีค่าความจุสูงขึ้นได้ จึงสามารถผลิตค่าความจุมาใช้งานได้โดย มี
ขนาดตัวเก็บประจุที่เล็กลง ตัวเก็บประจุชนิดนี้สามารถสร้างให้มีค่าความจุได้หลากหลายค่า ตั้งแต่ค่า
ความจุต่ำไปถึงคา่ ความจสุ ูงๆ

เนือ่ งจากตัวเก็บประจุชนิดน้ีมขี ว้ั กำกับไว้ตายตัว การนำไปใชง้ านกับแรงดันไฟตรงจำเปน็ ต้องต่อใช้
งานกับแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงให้ถูกต้องตามขั้วตัวเก็บประจุ หากต่อผิดขั้วตัวเก็บประจุชนิดนี้จะหมดค่า
ความจุทันที ยังทำให้เกิดความร้อนสูงภายในตัวเก็บประจุ ส่งผลให้เกิดก๊าซจำนวนมากดันออกมา
ภายนอก ตัวเก็บประจุเกิดการระเบิด นอกจากนั้นตัวเก็บประจุชนิดนี้ยังมีค่ากระแสรั่วไหล (Leakage
Current) สูง การใช้งานจะตอ้ งใชด้ ว้ ยความระมัดระวัง
3. ตอบ ตัวเก็บประจุวาริเอเบิล (Variable Capacitor) เป็นตัวเก็บประจุที่ค่าความจุสามารถปรับ
เปลี่ยนแปลงค่าใหเ้ พ่ิมขนึ้ หรือลดลงได้ โครงสรา้ งตัวเกบ็ ประจุชนิดนี้ประกอบดว้ ยแผ่นโลหะวางซ้อนกัน
แบ่งออก เป็น 2 ชดุ ชดุ แผน่ โลหะคงท่ี (Stator Plate) แผน่ โลหะถูกยดึ ตดิ คงที่ตายตวั และชุดแผ่นโลหะ
เคลื่อนที่ (Rotor Plate) แผ่นโลหะชุดนี้ถูกยึดบนแกนที่สามารถปรับหมุนเคลื่อนที่ได้ โดยใช้ฉนวนคั่นกลาง
แผ่นโลหะทัง้ 2 ชดุ ไว้ ฉนวนทใี่ ช้แตกต่างกันหลายชนิด เชน่ อากาศ แผ่นไมกา้ หรอื แผ่นพลาสติก เป็น
ต้น ตวั เก็บประจวุ าริเอเบลิ แสดงดงั รปู ท่ี 5

ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ

146

แบบแกนอากาศ แบบแกนพลาสติก

(ก) โครงสรา้ ง (ข) สัญลกั ษณ์

รูปท่ี 5 ตวั เก็บประจแุ บบเปลี่ยนแปลงคา่ ได้

ตัวเก็บประจุ ทริมเมอร์ (Trimmer Capacitor) เป็นตัวเก็บประจุแบบปรับเปลี่ยนแปลงค่าได้

อีกแบบหน่งึ คลา้ ยกบั แบบตัวเกบ็ ประจวุ ารเิ อเบิล แตม่ ขี นาดเลก็ ลง มีค่าความจุตำ่ ๆ มแี ผน่ โลหะคงท่ีและ

แผน่ โลหะเคลื่อนที่ประกอบร่วมกันอย่างน้อยอย่างละ 1 แผ่น หรอื มากกวา่ ฉนวนที่ใช้ค่ันกลางแผ่นโลหะ

ใช้แผน่ ไมกา้ หรอื แผ่นพลาสติก ตัวเกบ็ ประจุทรมิ เมอร์ แสดงดงั รปู ที่ 6

(ก) โครงสร้าง (ข) สญั ลักษณ์
รปู ท่ี 6 ตัวเก็บประจทุ ริมเมอร์

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

147

4.ตอบ 4.1 แบบอ่านคา่ โดยตรง

ท่ี คา่ ที่แสดง ค่าทอี่ ่านได้

1 10K100 ความจุ 10 pF คา่ ผิดพลาด K =  10% ทนแรงดนั ได้ 100 V

2 33MF25V ความจุ 33 F ทนแรงดนั ได้ 25 V

3 0.18J600V ความจุ 0.18 F ค่าผิดพลาด J =  5% ทนแรงดนั ได้ 600 V

4.2 แบบแสดงคา่ เปน็ รหสั ตวั เลขตัวอกั ษร

ที่ ค่าท่แี สดง คา่ ทีอ่ ่านได้

1 273K 50 ความจุ 27 x 1,000 pF = 27,000 pF = 27 nF ทนแรงดันได้ 50 V

2 101 20% ความจุ 10 x 10 pF = 100 pF ค่าผดิ พลาด  20%

3 394J 160V ความจุ 39 x 10,000 pF = 390,000 pF = 390 nF ค่าผิดพลาด J =
 5% ทนแรงดนั ได้ 160 V

5.ตอบ จากสตู ร 1 = 1 + 1 + 1
CT C1 C2 C3
1 1 1 1
แทนค่า CT = 18F + 12F + 22F

1 = 22 + 33 + 18 = 73
CT 396F 396F
396F
 CT = 73 = 5.43 F ตอบ

ครธู ญั ลักษณ์ หมโี ชติ

148

แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรยี น
บทที่ 9 เร่อื ง ตวั เกบ็ ประจุ

คำช้แี จง 1. จงทำเครื่องหมายกากบาท () ทับข้อท่ีถกู ท่สี ุดเพยี งขอ้ เดียวลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที

1. ตวั เก็บประจุมคี ุณสมบตั ใิ นการทำงานอย่างไร

ก. ให้กำเนดิ ประจุไฟฟา้ ออกมา ข. ทำหนา้ ทผี่ ลิตประจุไฟฟา้ ข้ึนมา
ค. ทำหน้าทีเ่ กบ็ ประจไุ ฟฟ้าไว้ภายในตัว ง. ทำหนา้ ท่รี ักษาระดบั ประจุไฟฟา้ ใหค้ งท่ี

2. คา่ ความจุของตัวเกบ็ ประจจุ ะเพิ่มขึ้นตามคณุ สมบัติในข้อใด

ก. เพ่ิมพ้ืนท่ีแผ่นโลหะทั้งสองให้มากขึ้น
ข. วางแนวแผน่ โลหะท้ังสองให้ขนานกนั

ค. เพิ่มระยะหา่ งระหว่างแผ่นโลหะทงั้ สองให้มากขึ้น
ง. ใชฉ้ นวนคนั่ กลางแผน่ โลหะทง้ั สองมคี า่ คงตัวความเปน็ ฉนวนตำ่

3. ฉนวนชนิดใดมีค่าคงตัวความเปน็ ฉนวนดที สี่ ดุ

ก. ยาง ข. เซรามกิ

ค. กระดาษ ง. สญุ ญากาศ

4. ตวั เก็บประจุแบบคา่ คงที่ชนดิ ใดที่ผลติ มาใชง้ านใหค้ ่าความจไุ ด้สูงท่สี ดุ

ก. เซรามกิ ข. แทนทาลมั

ค. ฟิล์มพลาสติก ง. อเิ ลก็ โตรไลตกิ

5. ตวั เก็บประจุชนิดใดท่ีมีโครงสรา้ งและคุณสมบัตเิ ช่นเดียวกบั ตัวเก็บประจุชนดิ อเิ ลก็ โตรไลติก

ก. ไมกา้ ข. เซรามิก

ค. แทนทาลมั ง. ฟลิ ม์ พลาสติก

6. ตัวเกบ็ ประจแุ บบปรบั เปล่ียนคา่ ได้ การปรบั ค่าลักษณะใดให้คา่ ความจุน้อยท่ีสุด
ก. แผน่ โลหะ 2 ชุดวางชดิ ปรบั แยกกนั หมด

ข. แผน่ โลหะ 2 ชดุ วางห่างปรบั แยกกันหมด
ค. แผน่ โลหะ 2 ชดุ วางชดิ ปรบั ซอ้ นทับกนั หมด

ง. แผ่นโลหะ 2 ชุดวางห่างปรบั ซ้อนทับกนั หมด

7. ตัวเกบ็ ประจุแบบไมล่าร์คือตวั เก็บประจุชนิดใด

ก. โพลสี ไตรีน ข. โพลีโพรพลิ ีน

ค. โพลีเอสเตอร์ ง. โพลีคารบ์ อเนต

ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

149

8. ตวั เก็บประจุตามรูปข้อใดบอกไวถ้ ูกต้อง
ก. ชนดิ เซรามิก ความจุ 25 F ข. ชนดิ เซรามิก ความจุ 2.2 F
ค. ชนดิ แทนทาลัม ความจุ 25 F ง. ชนดิ แทนทาลัม ความจุ 2.2 F

9. คา่ ความจุ 56  10-8 F ตรงกับข้อใด ข. 560 nF
ก. 56,000 pF ง. 560 F
ค. 5,600 nF

10. ตัวเก็บประจุบอกค่าไว้ดังนี้ 470 F, 500 VDC เมื่อนำไปใช้กับแรงดันไฟสลับ จะใช้แรงดัน ไฟสลับได้สูงสุด
เทา่ ไร
ก. 250 VAC ข. 500 VAC
ค. 750 VAC ง. 1,000 VAC

ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

150

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรยี น
บทท่ี 9 เรื่อง ตัวเก็บประจุ

1. ค 2. ก 3. ข 4. ง 5. ค
6. ข 7. ค 8. ง 9. ข 10. ก

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

151

แผนผังความคิดบทท่ี 10
ตวั เหน่ยี วนำและหมอ้ แปลง
โดยบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

พอประมาณ ภูมิคุ้มกัน

3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เหน็ ความสำคัญในการทำงานร่วมกบั ผอู้ ่นื
งานและใชค้ ุม้ ค่า ประหยัดและคำนึงถึง
ความปลอดภยั

มเี หตุผล

2. วเิ คราะห์ และแก้ปัญหา
ตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั การตอ่ วงจร
และใชง้ านเครอ่ื งมือวดั

บทที่ 10 คณุ ธรรม

1. ความร้/ู ทกั ษะ 5. ทำงานด้วยความสามคั คมี ี
นำ้ ใจ มวี นิ ยั มคี วามรบั ผิดชอบ
- มคี วามรเู้ กยี่ วกับตวั เหน่ยี วนำและสนามแมเ่ หล็ก, ตัวเหนย่ี วนำชนิดขด และด้วยความซอ่ื สัตย์
เดียว,ตวั เหน่ยี วนำชนิดหลายขดและชนิดของหมอ้ แปลงไฟฟ้าแกนเหลก็ 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
- มีทกั ษะในการแปลงหนว่ ยคา่ ความเหน่ียวนำของตัวเหนยี่ วนำ มีความประณตี รอบคอบ
ปลอดภยั

สงั คม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ส่งิ แวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

152

แผนการจัดการเรียนรู้
ชื่อวชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอื้ งต้น รหัสวิชา 20100 – 1005
บทท่ี 10 เรือ่ ง ตัวเหนย่ี วนำและหมอ้ แปลง
สอนครั้งท่ี 13 ชั่วโมงที่ 49-52 เวลา 4 ชัว่ โมง

สาระสำคญั

ตัวเหนี่ยวนำเปน็ เสน้ ลวดตวั นำจำพวกทองแดงขดเป็นวงเรียงกนั หลายๆรอบ ลักษณะการพัน
เส้นลวดตัวนำแตกตา่ งกนั จึงถกู เรียกชื่อแตกตา่ งกนั แต่คณุ สมบตั ิของตวั เหน่ียวนำมีความเหมือนกันคือ
เมื่อมีกระแสไฟฟา้ ไหลผ่านเส้นลวดตัวนำ จะเกิดเส้นแรงแมเ่ หลก็ ขนึ้ รอบเสน้ ลวด

หม้อแปลงไฟฟ้าแกนเหล็ก ฐานรองขดลวดทำด้วยแผ่นเหล็กบางเคลือบฉนวนวางซ้อนกัน
ช่วยเพม่ิ คา่ ความเหนี่ยวนำให้มากขน้ึ ลดการสูญเสยี เนอ่ื งจากกระแสไหลวน การเรียกช่อื หม้อแปลงแกน
เหลก็ เรียกตามลักษณะการพนั ขดลวด และตามลักษณะโครงสร้างของหมอ้ แปลง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ท่วั ไป

เพ่ือให้มีความรู้เก่ยี วกับตัวเหนี่ยวนำและสนามแมเ่ หล็ก, ตวั เหนีย่ วนำชนดิ ขดเดยี ว,ตัว
เหนี่ยวนำชนดิ หลายขดและชนิดของหมอ้ แปลงไฟฟา้ แกนเหลก็ มที กั ษะในการแปลงหนว่ ยคา่ ความ
เหนย่ี วนำของตวั เหนี่ยวนำ มีเจตคติท่ดี ตี ่อการเตรียมความพรอ้ มด้านการเตรยี ม วสั ดุ อปุ กรณ์ และ
การปฏิบตั ิงานอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

1. บอกลักษณะตัวเหนย่ี วนำและการเกิดสนามแมเ่ หล็กได้อยา่ งถกู ต้อง
2. เปรยี บเทียบลักษณะตวั เหน่ียวนำชนิดขดเดียวแตล่ ะชนิดได้อยา่ งถกู ต้อง
3. วิเคราะห์ตวั เหนีย่ วนำชนิดหลายขดได้อยา่ งถูกตอ้ ง
4. จำแนกชนิดของหม้อแปลงไฟฟา้ แกนเหลก็ ได้อย่างถกู ต้อง
5. แปลงหน่วยค่าความเหน่ยี วนำของตัวเหนี่ยวนำได้อยา่ งถูกตอ้ ง
6.เตรยี มความพร้อมดา้ น วสั ดุ อปุ กรณ์สอดคล้องกับงานได้อย่างถูกต้อง
7.ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และสำเรจ็ ภายใน เวลาทก่ี ำหนดอยา่ งมีเหตแุ ละผลตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

สมรรถนะรายหน่วย

1.แปลงหนว่ ยคา่ ค่าความเหนย่ี วนำของตวั เหน่ียวนำ
2.อา่ นคา่ ความเหนย่ี วนำของตัวเหนยี่ วนำแสดงเปน็ ตัวเลขตวั อักษร

หวั ขอ้ การเรยี นรู้

1. คุณสมบตั ขิ องตัวเหนย่ี วนำ
2. ตัวเหนี่ยวนำแบบขดเดยี ว
3.ตวั เหน่ียวนำแบบหลายขด
4.หมอ้ แปลงกำลงั
5.หน่วยความเหน่ยี วนำ
6.ใบงานท่ี 10.1 เรื่อง ตวั เหน่ยี วนำและหมอ้ แปลง

ครธู ญั ลักษณ์ หมโี ชติ

153

กิจกรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาห์ท่ี 13)

กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักเรยี น

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน ข้ันสนใจปัญหา

1. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ หน่วยการ 1. นกั เรียนจดบันทึกจุดประสงค์การ

เรียน เรียนรู้

2. ครแู จ้งให้นักเรยี นเขา้ ใจปรัชญาเศรษฐกจิ 2. ทำความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียง 3ห่วง คือ หลกั ความพอประมาณ พอเพียง3 ห่วง คือ หลักความ

หลักความมีเหตุผล หลกั ภมู ิคุ้มกนั 2 พอประมาณ หลักความมีเหตุผล

เง่อื นไข คือ เงอื่ นไขความรู้ เงื่อนไข หลกั ภมู ิคุม้ กนั 2 เง่ือนไข คือ

คุณธรรม เชื่อมโยงสู่ 4 มิติคือ มิติสงั คม มิติ เง่ือนไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

เศรษฐกิจมิตวิ ัฒนธรรม มิติสง่ิ แวดล้อม เชือ่ มโยงสู่ 4 มติ คิ ือ มิติสังคม มิติ

เพราะเหตุใดต้องศึกษา เศรษฐกจิ มติ ิวฒั นธรรม มติ ิ

สง่ิ แวดลอ้ มและวตั ถปุ ระสงค์การ

เรียนรู้หน่วยการเรยี นและหัวขอ้ การ

เรยี นรู้

ขน้ั สอนทฤษฎี ขั้นศึกษาข้อมูล

2. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน 2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

3. ครบู รรยายเนอ้ื หาประกอบแผน่ ใส/ power 3. นกั เรียนฟังครูบรรยายและจดบันทึก

point พอประมาณ เลือกใช้วัสดุ-อปุ กรณ์ 4. นักเรยี นศึกษาหน่วยการเรียนที่ไดร้ ับ

สอดคล้องกับงานและใชค้ ุ้มค่า ประหยดั และ มอบหมาย

คำนึงถึงความปลอดภยั 5. นักเรียนตอบคำถาม

4. ครใู ห้นักเรียนศึกษาเน้ือหาการเรียนรู้ในหนังสอื

เรยี น

5. ซกั ถามนักเรยี นเกย่ี วกบั เน้ือหาทเี่ รยี น

ขน้ั สอนปฏบิ ัติ ขั้นศกึ ษาขอ้ มลู

6. ครูให้นกั เรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 6. นกั เรยี นศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ

7. ครูใหน้ ักเรียนแบง่ กลมุ่ จดั เตรียมเคร่ืองมือและ หนว่ ยการเรียนรู้

อุปกรณ์ตามใบงานการทดลอง มีเหตผุ ล 7. นักเรยี นจัดเตรยี มเคร่ืองมือและอปุ กรณ์

วิเคราะห์ และแก้ปัญหาตา่ ง ๆ เกีย่ วกบั การต่อ ภูมิคมุ้ กนั

วงจรและใชง้ านเคร่ืองมือวัด เหน็ ความสำคัญในการทำงานร่วมกบั ผอู้ นื่

8. ครูสงั เกตการปฏิบัตงิ านและคอยใหค้ ำแนะนำ

อย่างใกล้ชิด

ขน้ั สรุป ขนั้ พยายามและขัน้ สำเรจ็ ผล

9. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปผลการเรยี นรู้ 8. นักเรียนช่วยกันสรปุ เน้อื หาท่ีเรยี นและจด

10. ครูให้นักเรียนปฏิบัตติ ามใบงานการทดลอง บนั ทกึ

ประจำหนว่ ยการเรียนรู้

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

154

11. ครูคอยสังเกตลำดับขัน้ ตอนการทำงานและให้ 9. นกั เรียนปฏบิ ัติตามใบงานการทดลอง

คำแนะนำเม่ือพบนักเรียนปฏิบตั ไิ มถ่ ูกต้อง ประจำหน่วยการเรียนรู้ เมื่อพบปัญหาให้

12. ครูใหน้ ักเรยี นที่ปฏบิ ตั งิ านเสรจ็ แลว้ ส่งตรวจที่ สอบถามครูผ้สู อน คุณธรรม

โต๊ะตรวจงานเพื่อขอคำแนะนำและและประเมินผล ทำงานดว้ ยความสามัคคีมนี ้ำใจ มวี ินยั มี

13. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน ความรบั ผิดชอบและดว้ ยความซือ่ สัตย์

14. ครแู จง้ นโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง 10. นกั เรยี นส่งผลการปฏบิ ัตงิ านใหค้ รูตรวจ

ศกึ ษา ซ่ึงเปน็ กิจกรรมท่ีมงุ่ ส่งเสรมิ พฒั นาผู้เรียนใหม้ ี 11.นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน

คณุ ลักษณะที่ดีงาม 3 ดา้ น คือ 1. ดา้ น 12. นักเรยี นช่วยกนั สรปุ เนอ้ื หาและจดบนั ทึก

ประชาธปิ ไตย (Democracy) 2. ด้านคณุ ธรรม ประกอบด้วยสาระเกยี่ วกับเร่ืองที่เรียน

จริยธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) 3. ด้าน 13. นักเรียนจดบันทกึ นโยบายสถานศกึ ษา

ภูมิคุ้มกันจากยาเสพตดิ (Drug – Free) 3 D พรอ้ มกบั อภิปรายแนวทางนำไปปฏบิ ัติ

15. ครูอธิบายหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ใช้ในชวี ติ ประจำวันและในรายวชิ าท่ีเรยี น

เพื่อบรู ณาการเขา้ กับกจิ กรรมการเรยี นการสอน 14. นกั เรยี นรบั ฟงั และจดบันทึกหลักปรัชญา

ประกอบด้วย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี ของเศรษฐกิจพอเพยี งโดยมีความรบั ผิดชอบ

เหตุผล 3. การมภี มู ิคุม้ กันในตัวทด่ี ี และพยายามสืบค้นข้อมูลและปฏบิ ตั ิงานให้

16. ครูซกั ถามนกั เรยี นว่ามีข้อสงสัยอะไรอีกหรอื ไม่ สำเร็จอย่างมีเหตผุ ลมเี หตุผล เง่ือนไข คือ

17. ครใู หน้ ักเรยี นทำความสะอาดห้องเรียน เงอ่ื นไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

15. นกั เรียนชว่ ยกันทำความสะอาดเครือ่ งมือ

อปุ กรณ์ จัดห้องเรียนใหเ้ รียบรอ้ ย

ขนั้ นำไปใช้ ขั้นนำไปใช้

18. ครูให้นักเรียนเขยี นรายงานสรุปผลการเรยี นรู้ 4 16. นักเรียนทำแบบสรปุ ผลการเรยี นรู้ประจำ

มิติคือ มิตสิ ังคม มติ เิ ศรษฐกิจ มติ ิวัฒนธรรม มติ ิ หน่วยการเรยี น

ส่ิงแวดล้อม

19. ครูบนั ทึกหลังการสอน

การบรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผเู้ รียนมวี ินยั ซ่ือสัตย์ ประหยดั ใฝ่รู้ และปฏิบัตงิ านที่ได้รบั มอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง

กิจกรรมเสนอแนะ/ งานท่มี อบหมาย

ศึกษาค้นคว้าเพมิ่ เตมิ เกี่ยวกบั คุณสมบัติการตอ่ ตวั เหน่ียวนำแบบตา่ งๆ

การวดั และประเมินผล

วิธีการวัดและประเมนิ ผล

- สังเกตการทำงาน

- ทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน

เคร่ืองมือวัดและประเมนิ ผล

- แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน

เกณฑก์ ารวัดผล และประเมนิ ผล

ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

155
- ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน รอ้ ยละ 80 ของแบบประเมนิ แตล่ ะประเภท
ดา้ นความรู้
- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซักถาม
- ประเมินจากการทำแบบฝึกหดั แบบทดสอบ
ด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยดั และมีความอดทน
ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วธิ กี ารแกป้ ญั หาในกรณีท่ีผู้เรยี นไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมินตามจดุ ประสงคท์ ีก่ ำหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ให้กับผเู้ รยี นท่ีไม่ผา่ นเกณฑใ์ นแต่ละจุดประสงค์ โดยใช้วิธกี ารดงั น้ี

- แนะนำ/สอนเสริมในสว่ นทีย่ ังไมเ่ ข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พอื่ นท่ผี า่ นเกณฑ์สอนเพ่ือน
- มอบหมายใหง้ านเพิ่มเติมนอกเวลา
2. ทดสอบเพือ่ ประเมนิ ผล

สอื่ การเรียนการสอน

1. เอกสารประกอบการสอน วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 20100 - 1005
2. สอ่ื Power Point บทที่ 10 เรื่อง ตัวเหนย่ี วนำและหม้อแปลง
3. ชดุ ทดลองเร่ืองตวั เหน่ียวนำและหม้อแปลง

ครธู ัญลักษณ์ หมโี ชติ

ใบปฏบิ ตั งิ าน 156
9.1
การตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. ตง้ั ย่านวดั มัลติมิเตอร์ใชว้ ดั ตัวเก็บประจไุ ดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
2. แสดงการใช้โอห์มมเิ ตอร์วัดตัวเก็บประจุค่าตา่ งๆ ได้
3. มีระเบยี บวินยั ในการทำงาน
เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์

1. ตัวเกบ็ ประจุคา่ 0.068F, 0.1F, 0.47F, 0.68F, 1F, 4.7F, 10F, 22F,

47F, 100F, 470F, 1,000F และ 2,200F (หรือค่าใกล้เคยี ง) คา่ ละ 1 ตวั
2. มัลติมเิ ตอร์ชนิดเข็มช้ี 1 เครอื่ ง
3. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชดุ

ลำดบั ข้นั การทดลอง

1. ตงั้ มลั ตมิ เิ ตอร์ไปทยี่ ่านวดั โอห์ม 10k ปรับแต่งโอหม์ มิเตอรใ์ ห้พร้อมใช้งาน
2. นำโอห์มมเิ ตอร์ไปวัดตัวเกบ็ ประจุค่าความจุตำ่ ชนิดไมแ่ สดงขั้วบวก – ลบ วัด 2 ครง้ั โดยสลับ
ข้ัวสายวดั การวัดแสดงดงั รูปท่ี 9.1

(ก) การวดั ครัง้ ที่ 1 (ข) การวัดครัง้ ท่ี 2

รปู ที่ 9.1 การวดั ตัวเก็บประจุไมแ่ สดงขว้ั บวก – ลบด้วยโอหม์ มิเตอร์

3. ขณะวัดตัวเก็บประจุห้ามจับปลายขั้ววัดของโอห์มมิเตอร์ 2 เส้นด้วยมือ 2 ข้าง เพราะจะทำ
ให้การวดั คา่ เกิดความผิดพลาด

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

157

4. วัดตัวเก็บประจุทีละค่าตามลำดับ อ่านค่าความต้านทานขณะที่เข็มมิเตอร์กระดิกขึ้นสูงสุด

ตามค่าความจุที่กำหนดไว้ในตารางที่ 9.1 ทุกค่า บันทึกค่าที่อ่านได้ลงในช่องวัดครั้งที่ 1 เข็มมิเตอร์
สูงสุด และบนั ทกึ ผลเข็มมเิ ตอรบ์ า่ ยเบนขณะวดั (ไมข่ ึน้ , ข้นึ – ตก, ขนึ้ คา้ ง) ด้วยการทำเครอื่ งหมาย ✓

5. สลับขั้วสายวัดและวัดตัวเก็บประจุอีกครั้ง บันทึกค่าที่อ่านได้ลงในช่องวดั ครั้งท่ี 2 เข็มมิเตอร์
สูงสุด และบนั ทกึ ผลเขม็ มิเตอรบ์ า่ ยเบนขณะวัด (ไม่ขน้ึ , ขึน้ – ตก, ข้นึ คา้ ง) ด้วยการทำเคร่อื งหมาย ✓

ตารางท่ี 9.1 การวัดค่าความต้านทานและสภาพของตัวเก็บประจุ

ยา่ น ความจุ วดั คร้ังท่ี 1 ผลเข็มมเิ ตอรบ์ ่ายเบน วดั คร้ังที่ 2 ผลเข็มมเิ ตอร์บ่ายเบน
ตัง้ วัด ตัวเก็บประจุ เขม็ มเิ ตอร์ ไมข่ ึ้น ขึน้ -ตก ขึ้นค้าง
ไม่ขน้ึ ขน้ึ -ตก ข้ึนค้าง เขม็ มิเตอร์
(F) สูงสดุ () สงู สุด ()

0.068

10k 0.1
0.47

0.68

1

1k 4.7
10

22

47

10 100
470

1 1,000
2,200

7.ปรับเปลี่ยนย่านวัดโอห์มมิเตอร์ไปที่ย่าน 1k, 10, 1 ตามลำดับ ตามค่าตัวเก็บประจุที่กำหนดให้

ในตารางที่ 9.1 พรอ้ มทั้งปรับแต่งโอห์มมเิ ตอร์ให้พร้อมใชง้ านทุกย่านวัด ก่อนวัดทดสอบ ทดลองซ้ำตาม

ขั้นตอนท่ี 2 – 5 อกี ครัง้

สรุปผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
คำถามและการวเิ คราะห์

1. สภาวะท่ีเขม็ มเิ ตอร์กระดิกบ่ายเบนขึ้นแลว้ ตก ขณะทำการวัดคา่ ตัวเกบ็ ประจุ ดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ เกดิ
จากสาเหตใุ ด ทำไมถงึ เป็นเช่นนน้ั ..............................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ ........................................................................

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

158

แบบฝึกหัด
บทท่ี 10 เรื่อง ตวั เหนย่ี วนำและหม้อแปลง
คำสั่ง จงอธิบายใหไ้ ดใ้ จความสมบรู ณแ์ ละแสดงวธิ ีทำให้สมบรู ณ์ถกู ตอ้ ง

1. ตวั เหนย่ี วนำคืออะไร ความเข้มของสนามแมเ่ หล็กไฟฟา้ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เปล่ยี นแปลงไป ข้นึ อยกู่ ับ
สว่ นประกอบอะไรบ้าง
............................................................................................................................. .......................................
...................................................................................................................................... ..............................
2. ตัวเหน่ยี วนำชนดิ แกนเฟอรไ์ รต์ และแกนผงเหลก็ อัดเหมือนกันหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
................................................................................................................................................... .................
.................................................................................................................. ................................................
3. หมอ้ แปลงคืออะไรมีหลักการทำงานอย่างงไร
............................................................................................................................... .....................................
................................................................................................................................. ...................................
4. หม้อแปลงชนิดแกนเฟอร์ไรต์ และแหม้อแปลงชนิดแกนเหล็กแผ่นบางเหมือนกันหรือแตกต่างกัน
อยา่ งไร
............................................................................................................................... .....................................
......................................................................................................................................................... ...........
5. หมอ้ แปลงกำลังคืออะไรมีลักษณะการพนั ขดลวดเปน็ อยา่ งไร
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................

ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

159

เฉลยแบบฝึกหดั
บทท่ี 10 เรอื่ ง ตวั เหนย่ี วนำและหมอ้ แปลง

1.ตอบ ตัวเหน่ยี วนำ (Inductor) เป็นอุปกรณท์ ี่ถูกนำไปใชง้ านทางดา้ นไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสอ์ ย่าง
แพร่หลายในหลายงานและหลายหนา้ ที่ คุณสมบตั ิของตวั เหนย่ี วนำมี 2 สภาวะ คือ จะให้กำเนดิ
สนามแมเ่ หล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Field) ข้นึ มา เมื่อมีกระแสไหลผ่านในตวั เหน่ียวนำ และจะให้
กำเนดิ แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนีย่ วนำ (Induce Electro Motive Force ; EMF) ขึ้นมา เม่ือมีสนามแม่เหล็ก
เคลื่อนท่ตี ัดผา่ นตัวเหน่ียวนำ ตัวเหน่ยี วนำที่ถูกผลิตขน้ึ มาใช้งานมหี ลายขนาดและหลายรูปแบบแตกต่าง
กนั ตวั เหนย่ี วนำแบบต่างๆ แสดงดังรปู ที่ 1

รปู ท่ี 1 ตวั เหน่ียวนำแบบต่างๆ

ตวั เหนย่ี วนำสามารถเรียกไดห้ ลายชอื่ เช่น ขดลวด (Coil) หรอื โช้ก (Choke) เป็นตน้ สรา้ งขึ้น
จากการนำเส้นลวดทองแดงอาบน้ำยาฉนวน พันเป็นขดวงกลมหลายๆ วงเรียงซ้อนกัน จำนวนรอบของ
การพันขดลวดตัวเหน่ยี วนำมผี ลทำให้ค่าความเหน่ียวนำ (Inductance) ทเ่ี กิดข้นึ ในตวั เหนี่ยวนำแตกต่าง
กันไปมีค่าดังนี้ พันขดลวดจำนวนรอบน้อยเกิดความเหนี่ยวนำค่าน้อย พันขดลวดจำนวนรอบมากเกิด
ความเหนี่ยวนำค่ามาก จำนวนรอบที่พันยังมีผลต่อปริมาณสนาม แม่เหล็กที่เกิดขึ้นด้วย พันขดลวด
จำนวนรอบน้อยสนามแม่เหล็กเกิดข้ึนนอ้ ย พันขดลวดจำนวนรอบมากสนามแม่เหล็กเกิดขึน้ มาก ค่าทั้ง
สองมีความสมั พนั ธ์ซ่งึ กนั และกัน

ความเขม้ ของสนามแม่เหลก็ ไฟฟ้าทีเ่ กดิ ข้นึ ในขดลวดขน้ึ อยู่กับส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้
1. จำนวนรอบของการพันเส้นลวดตัวนำ พันรอบนอ้ ยเกดิ สนามแมเ่ หล็กน้อย พนั รอบมากเกิด
สนามแม่เหลก็ มาก
2. ปรมิ าณการไหลของกระแสผา่ นเสน้ ลวดตวั นำ กระแสไหลนอ้ ยสนามแม่เหล็กเกิดน้อย กระแส
ไหลมากสนามแมเ่ หลก็ เกิดมาก
3. ชนิดของวัสดุที่ใช้ทำแกนแม่เหล็กไฟฟ้า แกนอากาศให้ความเข้มสนามแม่เหล็กน้อย แกนที่
ทำมาจากโลหะให้ความเข้มของสนามแม่เหล็กมาก

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

160

4. ขนาดของแกนทีน่ ำมาใช้งาน แกนขนาดเล็กเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นน้อย แกนขนาดใหญ่เกิด
สนามแม่เหล็กข้ึนมาก

2.ตอบ ตัวเหนี่ยวนำแกนเฟอร์ไรต์ (Ferrite Core Inductor) เป็นตัวเหนี่ยวนำที่ใช้แกนรองขดลวดทำมา
จากวัสดุประเภทเฟอร์ไรต์อัดขึ้นรูปในลักษณะต่างๆ ซึ่งสารเฟอร์ไรต์มีส่วนผสมที่แตกต่างกันไป โดยมี
ส่วนผสมหลักเป็นสนิมเหล็ก และผสมรว่ มกับสารอื่นๆ อกี หลายชนิด เชน่ อะลูมเิ นียม แมกนีเซียม นิกเกิล
โคบอลต์ และสงั กะสี เป็นต้น การใช้ส่วนผสมแตกต่างกันมีผลต่อค่าความเหน่ียวนำท่ีได้ออกมามีค่ามาก
น้อยแตกตา่ งกัน

ข้อดีของตัวเหนี่ยวนำแกนเฟอร์ไรต์ คือสามารถสร้างให้แกนมีรูปร่างหลากหลายลกั ษณะแตกต่าง
กันไปตามความต้องการ นำไปใช้งานได้ดีทั้งย่านความถี่ต่ำและย่านความถี่สูง ถูกผลิตขึ้นมาใช้งาน
มากมายหลากหลายรูปแบบ และถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ลักษณะตัวเหนี่ยวนำแกนเฟอร์ไรต์ แสดง
ดงั รปู ท่ี 2

(ก) รูปร่าง (ข) สัญลกั ษณ์

รูปที่ 2 ตวั เหนย่ี วนำแกนเฟอร์ไรต์

ตัวเหนี่ยวนำแกนผงเหล็กอัด (Iron Powder Core Inductor) เป็นตัวเหนี่ยวนำที่ใช้แกนรอง
ขดลวดทำมาจากวัสดุประเภทผงเหล็กชนิดอัดแน่น โดยนำผงเหล็กผสมกับกาวอัดแน่นเป็นรูปร่างต่างๆ
ตามตอ้ งการ สามารถกำหนดรูปแบบได้อย่างหลากหลาย

ข้อดีของตัวเหนี่ยวนำแกนผงเหล็กอัด คือสามารถช่วยลดการสูญเสียการไหลของกระแส
สญั ญาณภายในขดลวดจากกระแสไหลวน (Eddy Current) ลงได้ ทำให้กระแสสญั ญาณส่งผา่ นตัวเหนี่ยวนำ
แกนผงเหล็กอัดได้สูงขึ้น เกิดการสูญเสียสัญญาณภายในตัวเหนี่ยวนำลดลง ใช้งานได้ดีในย่านความถี่สูง
สามารถสร้างให้มีค่าความเหนี่ยวนำสูงขึ้นได้ แต่มีขนาดตัวเหนี่ยวนำเล็กลง ลักษณะตัวเหนี่ยวนำแกนผง
เหล็กอดั แสดงดงั รปู ที่ 3

ครธู ญั ลักษณ์ หมีโชติ

161

(ก) รปู ร่าง (ข) สัญลกั ษณ์

รปู ที่ 3 ตัวเหนยี่ วนำแกนผงเหลก็ อดั

3. ตอบ หม้อแปลง หรือทรานสฟอร์เมอร์ (Transformer) เป็นตัวเหนี่ยวนำแบบหลายขด เป็นตัว
เหนี่ยวนำที่มีขดลวดพันไว้ใช้งานรวม กันมากกว่าหนึง่ ขดขึ้นไป การเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นเป็นการเหนี่ยวนำ
แบบข้ามขด มขี ้ัวตอ่ ขดลวดออกมาใช้งานหลายขว้ั เช่น 4 ขว้ั 6 ขวั้ และ 8 ขว้ั เป็นต้น ขดลวดท้ังหมดท่ี
ต่อออกมาใช้งานถูกแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านทางเข้าหรืออินพุต (Input) ใช้สำหรับป้อนแรงดันเข้า
หรอื สญั ญาณไฟฟ้าเข้าขดลวด ถูกเรยี กวา่ ขดปฐมภูมิ (Primary) และด้านทางออกหรือเอาตพ์ ุต (Output)
ใช้สำหรับป้อนแรงดันออก หรือสัญญาณไฟฟ้าออกจากขดลวด ถูกเรียกว่า ขดทุติยภูมิ (Secondary) ตัว
เหนี่ยวนำแบบหลายขดน้ีมชี ่ือเรียกว่า การทำงานเบื้องตน้ ของหม้อแปลง แสดงดังรูปที่ 4

รปู ที่ 4 การทำงานเบื้องต้นของหมอ้ แปลง
การทำงานของหมอ้ แปลง เมอื่ มีแรงดันไฟสลับป้อนเข้าท่ีขดปฐมภูมิ ทำใหเ้ กดิ การยบุ ตัวและพอง
ตัวของสนามแม่เหล็กทางขดปฐมภูมิ เกิดฟลักซ์แม่เหล็กวิ่งเคลื่อนที่รอบแกนรองขดลวด เหนี่ยวนำ
สนามแม่เหล็กไปให้ขดทตุ ิยภูมิ สนามแมเ่ หล็กตัดผ่านขดทุติยภมู ิส่งผลให้เกดิ แรงเคลื่อน ไฟฟา้ ชกั นำ (EMF)
ข้นึ มา คา่ ทีเ่ กิดข้ึนนี้คือแรงดันไฟสลบั ทจ่ี ่ายออกมาทางขดทุติยภมู ิ จา่ ยเป็นแรงดนั ออกไปใชง้ าน

ครธู ัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

162
4.ตอบ หมอ้ แปลงชนิดแกนเฟอร์ไรต์ เปน็ หม้อแปลงท่ีใช้แกนรองขดลวดทำมาจากวัสดุประเภทเฟอร์ไรต์
อัดข้ึนรูปลักษณะต่างๆ ที่มีส่วนผสมของเฟอร์ไรต์แตกต่างกันไป แต่มีส่วนผสมหลักเป็นสนิมเหล็ก
และผสมร่วมกบั สารอน่ื ๆ เชน่ อะลมู เิ นียม โคบอลต์ แมกนเี ซยี ม นิกเกิล และสังกะสี เปน็ ตน้ ส่วนผสม
ที่ใช้แตกต่างกันมีผลทำให้ค่าความเหนี่ยวนำที่ได้แตกต่างกัน นิยมนำ ไปใช้งานในย่านความถี่สูง เช่น
ภาครบั ความถว่ี ิทยุ (Tuner) ภาคกำเนดิ ความถี่ (Oscillator ; Osc.) และภาคกำหนดความถี่ปานกลาง
(Intermediate Frequency ; IF) เป็นตน้ โดยทำงานรว่ มกบั อุปกรณ์อื่นๆ ลกั ษณะหมอ้ แปลงแกนเฟอร์
ไรต์ แสดงดงั รูปท่ี 5

หม้อแปลงชนิดแกนเฟอร์ไรต์ เป็นหม้อแปลงที่ใช้แกนรองขดลวดทำมาจากวัสดุประเภทเฟอร์ไรต์อัดขึ้น
รปู ลักษณะต่างๆ ทีม่ ีสว่ นผสมของเฟอร์ไรตแ์ ตกต่างกนั ไป แต่มีส่วนผสมหลักเปน็ สนิมเหล็ก และผสม
ร่วมกับสารอื่นๆ เช่น อะลูมิเนียม โคบอลต์ แมกนีเซียม นิกเกิล และสังกะสี เป็นต้น ส่วนผสมที่ใช้
แตกต่างกันมีผลทำให้ค่าความเหนี่ยวนำที่ได้แตกต่างกัน นิยมนำ ไปใช้งานในย่านความถี่สูง เช่น
ภาครบั ความถี่วิทยุ (Tuner) ภาคกำเนดิ ความถ่ี (Oscillator ; Osc.) และภาคกำหนดความถี่ปานกลาง
(Intermediate Frequency ; IF) เป็นตน้ โดยทำงานรว่ มกับอปุ กรณ์อื่นๆ ลักษณะหมอ้ แปลงแกนเฟอร์
ไรต์ แสดงดงั รูปท่ี 5

(ก) รูปร่าง (ข) สัญลกั ษณ์
รูปที่ 5 หม้อแปลงแกนเฟอรไ์ รต์

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

163
หม้อแปลงชนิดแกนเหล็กแผ่นบาง เป็นหม้อแปลงที่ใช้แกนรองขดลวดทำมาจากวัสดุประเภท
เหล็กรีดให้เป็นแผ่นบาง ตัดขึ้นรูปเหล็กแต่ละแผ่นเป็นรูปตัว E และตัว I นำมาวางซ้อนกันเป็นแกนรอง
ขดลวด โดยที่เหล็กแผ่นบางแต่ละแผ่นถูกเคลือบฉนวนไว้ ทำให้เหล็กแต่ละแผ่นถูกแยกตัวออกจากกัน
เพื่อช่วยลดการสูญเสียเนื่องจากกระแสไหลวน ช่วยลดความร้อนจากการเหนี่ยวนำ และช่วยทำให้ค่า
ความเหนี่ยวนำเพิม่ มากขึน้ การใช้งานนยิ มนำไปใช้งานในยา่ นความถ่ีตำ่ และย่านความถี่เสยี ง (AF) ใช้
งานไดท้ ้ังแรงดันไฟตรงและแรงดนั ไฟสลบั ลักษณะหมอ้ แปลงแกนเหล็กแผน่ แสดงดงั รูปที่ 6

(ก) รปู รา่ ง (ข) สญั ลักษณ์

รูปท่ี 6 หม้อแปลงแกนเหล็กแผ่นบาง

5.ตอบ หมอ้ แปลงกำลงั (Power Transformer) เปน็ หมอ้ แปลงชนิดทีส่ ามารถจา่ ยแรงดัน จ่ายกระแส
หรอื จ่ายทั้งแรงดันและกระแสออกมาใช้งานได้มากข้ึน ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ในหลายหนา้ ท่แี ละ
หลายลักษณะการทำงาน ท้งั งานในดา้ นอิเล็กทรอนกิ ส์ ดา้ นไฟฟ้ากำลงั และด้านอุตสาหกรรม หมอ้
แปลงกำลังทผ่ี ลติ มาใชง้ าน มีตั้งแตท่ นกระแสไดต้ ำ่ ไปจนถึงทนกระแสไดส้ ูงๆ และจ่ายแรงดนั ออกมาได้
หลายค่าจากต่ำไปถงึ ค่าสูง หม้อแปลงกำลังมหี ลายลักษณะ หลายคุณสมบัติ และหลายหน้าท่กี ารทำงาน
แตส่ ิง่ ท่เี หมือนกันของหม้อแปลงกำลงั คือจะตอ้ งสามารถจ่ายกำลงั ไฟฟา้ ออกมาในรปู แรงดนั และกระแส
มคี ่ามากหรือน้อยได้ตามความตอ้ งการของภาระทตี่ ้องการใชง้ าน ลักษณะหม้อแปลงกำลังชนดิ ตา่ งๆ
แสดงดังรปู ที่ 7

(ก) ใช้งานระบบจ่ายกำลงั ไฟฟ้า (ข) ใชง้ านไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ทั่วไป

รูปท่ี 7 หม้อแปลงกำลังชนิดต่างๆ

ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ

164
แกนรองขดลวดหม้อแปลงกำลังนิยมใช้ชนิดเหล็กแผ่นบางเคลือบฉนวนซ้อนทับกัน ด้วยเหตุท่ี
หม้อแปลงกำลังขณะทำงานใช้กำลังไฟฟ้าสูง ทำให้เกิดความร้อนสูงมาก จำเป็นต้องมีการระบายความ
ร้อนที่ดี ซึ่งแผ่นเหล็กบางสามารถระบายความร้อนได้ดี และด้วยขนาดที่ใหญ่ของหม้อแปลงกำลัง
รวมทั้งรูปร่างของหม้อแปลงกำลงั ทีม่ ีความแตกตา่ งกัน การใช้เหล็กแผ่นบางเคลือบฉนวนขึ้นรปู แกนรอง
ขดลวดทำได้ง่าย รวมถึงสามารถสร้างให้มีระบบการระบายความร้อนที่แตกต่างกันได้ ช่วยให้เกิดการ
สูญเสยี กำลงั ไฟฟ้าขณะทำงานต่ำ เกิดประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากข้นึ หมอ้ แปลงกำลังท่ีผลิตมาใช้
งานมีด้วยกันหลายรูปแบบ หลายลักษณะ และหลายชนิด แบ่งออกตามคุณลักษณะของการพันขดลวด
ได้ดังนี้ ชนิดลดแรงดัน (Step Down Voltage) ชนิดเพิ่มแรงดัน (Step Up Voltage) ชนิดเพิ่ม – ลด
แรงดัน (Step Up – Step Down Voltage) ชนิดออโต (Auto) และชนิดปรับเปลี่ยนแรงดันได้
(Variable Voltage)

ครธู ัญลักษณ์ หมโี ชติ

165

แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรยี น
บทที่ 10 เรื่อง ตวั เหน่ียวนำและหม้อแปลง

คำชี้แจง 1. จงทำเคร่ืองหมายกากบาท () ทับข้อท่ีถูกทส่ี ุดเพยี งข้อเดียวลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที

1. คณุ สมบัติของตัวเหนี่ยวนำข้อใดกล่าวไว้ถกู ต้อง
ก. มีการยบุ ตวั พองตัวของสนามแม่เหล็กตามจงั หวะการจา่ ยแรงดันไฟสลบั
ข. เกดิ แรงเคลอื่ นไฟฟ้าเหน่ียวนำขึน้ มาเมื่อมสี นามแมเ่ หล็กตัดผา่ น
ค. เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนึ้ มาเมือ่ จา่ ยแรงดนั ให้
ง. ถูกทุกขอ้

2. สนามแม่เหลก็ ที่เกดิ ขนึ้ ในขดลวดมคี วามสมั พนั ธก์ นั อย่างไร
ก. แกนเล็กเกดิ สนามแมเ่ หลก็ มาก แกนใหญเ่ กดิ สนามแม่เหลก็ น้อย
ข. พันรอบน้อยเกิดสนามแมเ่ หลก็ มาก พนั รอบมากเกิดสนามแมเ่ หล็กนอ้ ย
ค. กระแสไหลน้อยสนามแม่เหล็กเกดิ นอ้ ย กระแสไหลมากสนามแมเ่ หลก็ เกดิ มาก
ง. แกนอากาศเกดิ ความเขม้ สนามแม่เหล็กมาก แกนเฟอร์โรแมกเนติกเกิดความเข้มสนาม แม่เหลก็ น้อย

3. ตวั เหนีย่ วนำชนดิ ใดมคี ณุ สมบตั ใิ ห้ค่าความเหนี่ยวนำน้อยทีส่ ดุ

ก. แกนอากาศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหล็กอัด ง. แกนเหล็กแผน่ บาง

4. สญั ลักษณต์ ามรูปแทนตัวเหน่ียวนำชนดิ ใด

ก. แกนเหล็กแผ่นบาง ข. แกนเฟอรไ์ รต์

ค. แกนอากาศ ง. ถกู ทกุ ข้อ

5. ตวั เหนีย่ วนำชนิดใดไม่นิยมใชง้ านทคี่ วามถ่สี ูง

ก. แกนอากาศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหล็กอัด ง. แกนเหลก็ แผ่นบาง

6. ตามรูปเปน็ ตัวเหน่ียวนำชนดิ ใด

ก. แกนปรบั เปล่ยี นคา่ ได้ ข. แกนผงเหล็กอัด
ค. แกนทอรอยด์ ง. แกนอากาศ

7. หมอ้ แปลงชนิดใดท่ีมขี ดลวดเพียงชุดเดยี ว แตแ่ ยกจุดใชง้ านออกเอาต์พตุ หลายตำแหน่ง

ก. ชนดิ กำลงั ข. ชนิดออโต

ค. ชนดิ ทอรอยด์ ง. ชนิดลดแรงดัน

ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ

166

8. 450V สญั ลกั ษณต์ ามรปู เป็นหม้อแปลงชนดิ ใด
250V ก. ชนิดออโต
220V 0V ข. ชนิดทอรอยด์
250V ค. ชนิดเพม่ิ แรงดัน
0V 450V ง. ชนดิ เพมิ่ – ลดแรงดนั

9. วารแิ อกคือหม้อแปลงชนดิ ใด ข. ชนดิ ทอรอยด์
ก. ชนิดออโต ง. ชนดิ ปรับเปลยี่ นแรงดันได้
ค. ชนดิ เพิม่ แรงดนั

10. คา่ ความเหนย่ี วนำข้อใดมีคา่ มากที่สุด ข. 0.0068 H
ง. 0.033 H
ก. 62,000 H
ค. 52.4 mH

ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ

167

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรียน
บทที่ 10 เร่ือง ตวั เหน่ียวนำและหมอ้ แปลง

1. ง 2. ค 3. ก 4. ข 5. ง
6. ก 7. ข 8. ค 9. ง 10. ก

ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ

168

แผนผังความคิดบทที่ 11
อุปกรณเ์ กีย่ วขอ้ งในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์
โดยบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

พอประมาณ ภูมิคมุ้ กัน

3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เห็นความสำคญั ในการทำงานร่วมกบั ผู้อื่น
งานและใชค้ มุ้ คา่ ประหยัดและคำนึงถึง
ความปลอดภยั

มเี หตผุ ล

2. วเิ คราะห์ และแก้ปญั หา
ตา่ ง ๆ เกย่ี วกับ การต่อวงจร
และใช้งานเครื่องมือวดั

บทท่ี 11 คุณธรรม

1. ความร้/ู ทกั ษะ 5. ทำงานดว้ ยความสามคั คีมี
นำ้ ใจ มีวินยั มีความรบั ผิดชอบ
- มีความรเู้ กยี่ วกับตวั เหนย่ี วนำและสนามแมเ่ หล็ก, ตัวเหนยี่ วนำชนิดขด และด้วยความซ่ือสัตย์
เดียว,ตวั เหนย่ี วนำชนิดหลายขดและชนดิ ของหมอ้ แปลงไฟฟา้ แกนเหล็ก 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
- มที กั ษะในการแปลงหน่วยคา่ ความเหนี่ยวนำของตัวเหนยี่ วนำ มคี วามประณตี รอบคอบ
ปลอดภัย

สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม สง่ิ แวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ

169

แผนการจัดการเรียนรู้
ชอื่ วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้อื งตน้ รหัสวิชา 20100 – 1005
บทที่ 11 เรือ่ ง อุปกรณเ์ กย่ี วข้องในงานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์
สอนคร้ังท่ี 14 ชั่วโมงที่ 53-56 เวลา 4 ช่วั โมง

สาระสำคัญ

หน้าที่ของสวิตช์คือตัดไฟฟ้าไม่ให้ผ่าน หรือต่อไฟฟ้าให้ผ่าน เพื่อจ่ายแรงดันไปให้วงจร
ลักษณะสวิตช์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใชง้ านมีด้วยกันหลายแบบ เช่นแบบก้านยาว แบบก้านโค้ง แบบกด แบบ
เลื่อน แบบหมุน และแบบไมโครโฟนสวติ ช์ เปน็ ตน้

รีเลย์ คือสวิตช์ที่มีหลักการทำงานแตกต่างไปจากสวิตช์ธรรมดา ตรงที่การควบคุมการ
ทำงานของรีเลย์ ต้องใช้สนามแม่เหล็กไปควบคุมการตัดต่อของหน้าสัมผัส ส่วนประกอบที่สำคัญของ
รีเลย์มี 2ส่วนคือ ส่วนขดลวด และส่วนหน้าสัมผัส หน้าสัมผัสรีเลย์มี 2 สภาวะ คือสภาวะปกติเปิด
(NO ) และสภาวะปกติปิด ( NC )

ขั้วต่อสายเป็นขั้วต่อสำหรับต่อปลายสายไฟเส้นเล็ก ในเมื่อต้องการนำสายไฟเส้นนั้นไปต่อ
กบั วงจรอืน่ หรอื ตอ่ เขา้ กบั ที่พักสาย ทำให้รอยตอ่ มคี วามมน่ั คงแข็งแรง

ไมโครโฟนเป็นอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้า ไมโครโฟนที่ดีต้องสามารถ
ตอบสนองความถี่ได้ดีตลอดย่านความถี่เสียง ไมโครโฟนที่นิยมใช้งานเป็นชนิดไดนามิก ไมโครโฟนใช้
ขดลวดและสนามแม่เหล็กทำให้เกิดสัญญาณเสียงในรูปสัญญาณไฟฟ้า ไมโครโฟน อีกชนิดหนึ่งคือ
คอนเดนเซอร์ไมโครโฟน ใชค้ ณุ สมบตั ิตัวเก็บประจุเปลย่ี นคา่ ความจุได้แรงดันไฟสลับเป็นสัญญาณ เสียง
ส่งออกมา

ลำโพงทำหน้าที่เปลี่ยนเสียงที่อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้า ให้เป็นเสียงอยู่ในรูปการสั่นสะเทือน
ลำโพงแยกชนิดออกได้ตามการตอบสนองความถี่ของตัวลำโพง เช่น ลำโพงเสียงทุ้ม ลำโพงเสียงกลาง
และลำโพงเสยี งแหลม

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป

เพื่อให้มีความรเู้ กยี่ วกับหน้าที่ของอุปกรณไ์ ฟฟ้า สวิตซ์ รเี ลย์ ขว้ั ต่อสายไฟ ไมโครโฟน ลำโพง
มีทักษะในการต่อวงจรรีเลยใ์ ชง้ านได้ มีเจตคตทิ ี่ดตี อ่ การเตรยี มความพร้อมด้านการเตรียม วสั ดุ
อุปกรณ์ และการปฏบิ ตั งิ านอย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด มเี หตุและผลตามหลกั ปรชั ญา
เศรษฐกิจพอเพียง

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

1. บอกหน้าท่ีของอุปกรณไ์ ฟฟ้าได้อย่างถกู ต้อง
2. แยกแยะการใช้งานสวิตซแ์ ตล่ ะชนดิ ได้อย่างถูกต้อง
3. อธิบายการทำงานของรเี ลยไ์ ด้อย่างถูกต้อง
4. วิเคราะหล์ กั ษณะของข้วั ต่อสายไฟได้อย่างถกู ต้อง)
5. อธิบายคุณสมบัติของไมโครโฟนได้อย่างถูกต้อง
6. จำแนกชนดิ ของลำโพงได้อย่างถูกต้อง
7. ตอ่ วงจรรีเลยใ์ ชง้ านได้อยา่ งถูกต้อง

ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

170

8..เตรยี มความพร้อมด้าน วสั ดุ อปุ กรณ์สอดคลอ้ งกับงานได้อยา่ งถูกตอ้ ง
9..ปฏิบัตงิ านได้อย่างถูกต้อง และสำเรจ็ ภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมีเหตแุ ละผลตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

สมรรถนะรายหนว่ ย

ต่อวงจรรีเลยใ์ ชง้ าน

หวั ข้อการเรยี นรู้

1. ไมโครโฟน
2. ลำโพง
3. รเี ลย์
4. แมกเนติกคอนแทกเตอร์
5. อปุ กรณส์ ารก่ึงตัวนำ
6.ใบงานท่ี 11.1 เร่อื ง การทำงานของรเี ลย์

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาหท์ ี่ 14)

กจิ กรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น

ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น ข้ันสนใจปญั หา

1. ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หน่วยการ 1. นกั เรยี นจดบนั ทกึ จุดประสงค์การ

เรียน เรียนรู้

2. ครแู จง้ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจปรชั ญาเศรษฐกจิ 2. ทำความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียง 3หว่ ง คือ หลักความพอประมาณ พอเพยี ง3 หว่ ง คือ หลักความ

หลักความมีเหตผุ ล หลักภูมิคุ้มกัน 2 พอประมาณ หลักความมีเหตุผล

เงอ่ื นไข คือ เงื่อนไขความรู้ เง่ือนไข หลกั ภูมิคุม้ กนั 2 เง่ือนไข คือ

คุณธรรม เชอ่ื มโยงสู่ 4 มติ ิคือ มิติสงั คม มติ ิ เง่ือนไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

เศรษฐกิจมติ ิวัฒนธรรม มติ ิสง่ิ แวดล้อม เชื่อมโยงสู่ 4 มติ ิคือ มติ ิสงั คม มิติ

เพราะเหตุใดต้องศึกษา เศรษฐกิจมิติวฒั นธรรม มิติ

สิ่งแวดล้อมและวัตถปุ ระสงค์การ

เรียนรหู้ นว่ ยการเรยี นและหวั ข้อการ

เรยี นรู้

ข้ันสอนทฤษฎี ขั้นศกึ ษาขอ้ มลู

2. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน 2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

3. ครูบรรยายเน้ือหาประกอบแผน่ ใส/ power 3. นักเรยี นฟังครูบรรยายและจดบนั ทึก

point พอประมาณ เลอื กใชว้ ัสดุ-อปุ กรณ์ 4. นักเรยี นศึกษาหน่วยการเรียนท่ีไดร้ ับ

สอดคล้องกบั งานและใช้คุ้มค่า ประหยดั และ มอบหมาย

คำนึงถงึ ความปลอดภัย 5. นกั เรยี นตอบคำถาม

4. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาเนื้อหาการเรียนร้ใู นหนงั สือ

เรยี น

ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ

171

5. ซกั ถามนักเรยี นเก่ียวกับเน้ือหาทเี่ รยี น

ขนั้ สอนปฏิบัติ ขั้นศึกษาข้อมูล

6. ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 6. นกั เรยี นศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ

7. ครใู หน้ ักเรียนแบง่ กลุม่ จดั เตรยี มเครื่องมือและ หน่วยการเรียนรู้

อปุ กรณ์ตามใบงานการทดลอง มเี หตผุ ล 7. นักเรียนจดั เตรียมเครื่องมือและอปุ กรณ์

วเิ คราะห์ และแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ เกีย่ วกับ การต่อ ภูมิคมุ้ กัน

วงจรและใช้งานเคร่ืองมือวัด เหน็ ความสำคญั ในการทำงานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื

8. ครูสงั เกตการปฏิบตั ิงานและคอยใหค้ ำแนะนำ

อย่างใกล้ชิด

ขน้ั สรุป ขน้ั พยายามและขั้นสำเรจ็ ผล

9. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ผลการเรียนรู้ 8. นักเรยี นชว่ ยกนั สรุปเนอ้ื หาทเี่ รียนและจด

10. ครูใหน้ กั เรียนปฏบิ ัติตามใบงานการทดลอง บันทึก

ประจำหน่วยการเรียนรู้ 9. นักเรียนปฏิบตั ิตามใบงานการทดลอง

11. ครูคอยสงั เกตลำดบั ขั้นตอนการทำงานและให้ ประจำหนว่ ยการเรียนรู้ เม่ือพบปญั หาให้

คำแนะนำเมื่อพบนักเรยี นปฏิบัติไมถ่ ูกต้อง สอบถามครผู สู้ อน คุณธรรม

12. ครใู ห้นกั เรียนที่ปฏบิ ตั ิงานเสรจ็ แล้วสง่ ตรวจที่ ทำงานดว้ ยความสามัคคีมนี ้ำใจ มีวนิ ยั มี

โตะ๊ ตรวจงานเพื่อขอคำแนะนำและและประเมินผล ความรับผดิ ชอบและดว้ ยความซื่อสัตย์

13. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน 10. นักเรียนส่งผลการปฏบิ ัตงิ านใหค้ รตู รวจ

14. ครูแจ้งนโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง 11.นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น

ศกึ ษา ซ่ึงเป็นกิจกรรมท่ีมุง่ ส่งเสริมพฒั นาผ้เู รยี นใหม้ ี 12. นักเรยี นช่วยกนั สรปุ เนื้อหาและจดบนั ทึก

คณุ ลักษณะทดี่ งี าม 3 ด้าน คือ 1. ดา้ น ประกอบด้วยสาระเกย่ี วกับเร่ืองท่ีเรยี น

ประชาธปิ ไตย (Democracy) 2. ด้านคุณธรรม 13. นกั เรยี นจดบนั ทกึ นโยบายสถานศึกษา

จริยธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) 3. ด้าน 3 D พรอ้ มกับอภปิ รายแนวทางนำไปปฏบิ ตั ิ

ภมู ิคมุ้ กนั จากยาเสพติด (Drug – Free) ใช้ในชีวิตประจำวนั และในรายวิชาทีเ่ รยี น

15. ครูอธิบายหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 14. นกั เรียนรบั ฟงั และจดบันทึกหลกั ปรชั ญา

เพือ่ บูรณาการเขา้ กับกิจกรรมการเรียนการสอน ของเศรษฐกจิ พอเพียงโดยมีความรบั ผดิ ชอบ

ประกอบดว้ ย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี และพยายามสืบค้นข้อมูลและปฏบิ ัติงานให้

เหตุผล 3. การมภี มู ิคมุ้ กนั ในตัวท่ดี ี สำเร็จอยา่ งมเี หตุผลมเี หตผุ ล เงอื่ นไข คือ

16. ครูซกั ถามนักเรียนวา่ มีข้อสงสัยอะไรอีกหรือไม่ เงือ่ นไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม

17. ครูใหน้ กั เรียนทำความสะอาดหอ้ งเรียน 15. นักเรยี นชว่ ยกนั ทำความสะอาดเครอื่ งมือ

อุปกรณ์ จัดห้องเรียนให้เรียบรอ้ ย

ขนั้ นำไปใช้ ขัน้ นำไปใช้

18. ครใู หน้ ักเรยี นเขยี นรายงานสรุปผลการเรียนรู้ 4 16. นักเรยี นทำแบบสรุปผลการเรยี นรปู้ ระจำ

มติ คิ อื มติ สิ งั คม มติ เิ ศรษฐกิจ มติ ิวฒั นธรรม มติ ิ หน่วยการเรียน

สง่ิ แวดลอ้ ม

ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ

172

19. ครูบนั ทกึ หลังการสอน

การบรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผู้เรยี นมวี ินัย ซือ่ สัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏบิ ัติงานท่ีได้รบั มอบหมายโดยยดึ หลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง

กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานท่ีมอบหมาย

ศึกษาคน้ คว้าเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกับการประยุกตใ์ ช้อปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนกิ ส์

การวัดและประเมนิ ผล

วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
- สังเกตการทำงาน
- ทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น

เครื่องมือวัดและประเมินผล
- แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน

เกณฑ์การวดั ผล และประเมนิ ผล
- ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 80 ของแบบประเมนิ แต่ละประเภท

ดา้ นความรู้
- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ข้อซักถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หดั แบบทดสอบ

ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยัดและมีความอดทน
ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วธิ กี ารแก้ปญั หาในกรณีท่ีผู้เรียนไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามจุดประสงคท์ ี่กำหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ใหก้ บั ผ้เู รยี นทีไ่ มผ่ า่ นเกณฑใ์ นแตล่ ะจดุ ประสงค์ โดยใช้วธิ ีการดงั น้ี
- แนะนำ/สอนเสริมในส่วนที่ยังไมเ่ ขา้ ใจ
- มอบหมายให้เพือ่ นทีผ่ า่ นเกณฑ์สอนเพ่ือน
- มอบหมายใหง้ านเพมิ่ เติมนอกเวลา
2. ทดสอบเพอ่ื ประเมนิ ผล

ส่อื การเรียนการสอน

1. เอกสารประกอบการสอน วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ 20100 - 1005
2. สอ่ื Power Point บทท่ี 11 เรอื่ ง อุปกรณเ์ กี่ยวขอ้ งในงานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์
3. ชดุ ทดลองเรอ่ื งการทำงานของรีเลย์

ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ

ใบปฏบิ ตั งิ าน 173
11.1
การทำงานของรเี ลย์

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. แสดงการใชโ้ อหม์ มเิ ตอรว์ ัดรเี ลยไ์ ด้
2. ทดสอบสภาวะการทำงานของรีเลย์ได้
3. มกี ิจนิสัยท่ีดใี นการทำงาน

เครอ่ื งมือและอุปกรณ์

1. รเี ลย์ 12 VDC ชนดิ หน้าสมั ผัส 1 ชุด แบบ 1 ข้วั 2 ทศิ ทาง (SPDT) 1 ตัว 1 เครอื่ ง
2. มัลติมเิ ตอรช์ นิดเข็มช้ี 1 เคร่อื ง
3. แหล่งจา่ ยแรงดันไฟตรงปรับคา่ ได้ 0 – 30 V 1 ชดุ
4. แผงประกอบวงจรและสายตอ่ วงจร

ลำดบั ขัน้ การทดลอง

1. รีเลย์ชนิดหน้าสัมผัส 1 ชุด แบบ 1 ขั้ว 2 ทิศทาง (Single Pole Double Throw ; SPDT) มี
โครงสร้างและขา แสดงดงั รูปท่ี 11.1

2 3 NO NC 4
1
1
5 4 NC NO 3 2
5

(ก) ด้านบน (ข) ด้านล่าง (ค) สัญลักษณ์

รูปท่ี 11.1 รเี ลยช์ นดิ หน้าสัมผสั 1 ชุด แบบ 1 ข้ัว 2 ทศิ ทาง (SPDT)

2. ต้งั มลั ติมเิ ตอร์ไปทยี่ า่ นวัดโอหม์ x10 ปรบั แต่งโอห์มมิเตอร์ให้พร้อมใชง้ าน

ครธู ญั ลกั ษณ์ หมีโชติ


Click to View FlipBook Version