1
หลกั สูตรสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอท่ายาง
ตาม
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
พุทธศักราช 2551
ระดบั ประถมศึกษา
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวดั
เพชรบุรี
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
คานา
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มีสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 5 สาระ ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้
ความรู้พ้ืนฐาน การประกอบอาชีพ ทกั ษะการดาเนินชีวิต การพฒั นาสังคม และมีแนวทางในการจดั
การศึกษา เช่น การจัดการเรียนรู้ การจักกระบวนการการเรียนรู้ ส่ือการเรียนรู้ การเทียบโอน
การวดั ผลและประเมินผล เกณฑก์ ารจบหลกั สูตร เอกสารหลกั ฐานการศึกษา ในการจดั การศึกษาตาม
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 สถานศึกษาจะตอ้ งดาเนินการ
จดั ทาหลกั สูตรสถานศึกษา ให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการพฒั นาของจงั หวดั อาเภอ ชุมชน และผเู้ รียน
ซ่ึงสามารถออกแบบได้ตามสถานการณ์ และจดั กิจกรรมการเรี ยนรู้ให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ท่ี
กาหนดไว้
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอท่ายาง ไดด้ าเนินการจดั ทา
หลักสูตรสถานศึกษา โดยอาศัยแนวทางที่สานักงาน กศน.ได้ให้แนวทางในกาจัดทาหลักสูตร
สถานศึกษาไวจ้ นสาเร็จดว้ ยดี
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอท่ายาง หวงั เป็ นอย่างยิ่งว่า
หลักสูตรสถานศึกษาเล่มน้ี จะเป็ นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ครูผูส้ อน และผูเ้ กี่ยวข้องในการจัด
การเรียนการสอน แก่กลุ่มเป้าหมายนอกโรงเรียน หากมีขอ้ เสนอแนะประการใด ยนิ ดีรับไวเ้ พื่อปรับปรุง
แกไ้ ขใหส้ มบรู ณ์ยงิ่ ข้นึ
(นางละเอียด สะอาดเอี่ยม)
ผอ.กศน.อาเภอทา่ ยาง
เมษายน 2553
สารบญั หน้า
คานา 1
บริบทความตอ้ งการพฒั นาของจงั หวดั อาเภอ ชุมชน 2
4
ประวตั ิความเป็นมาของจงั หวดั เพชรบุรี 9
นโยบายพฒั นาของจงั หวดั เพชรบุรี 12
ขอ้ มูลพ้นื ฐานทว่ั ไปอาเภอทา่ ยาง 13
ขอ้ มูลสถานศึกษา กศน.อาเภอท่ายาง 14
การวเิ คราะห์ SWOT ของสถานศึกษา 14
เป้าหมายการจดั การศึกษานอกระบบข้นั พ้ืนฐาน กศน.อาเภอทา่ ยาง 14
ทิศทางการจดั การศึกษานอกระบบข้นั พ้ืนฐาน 14
ปรัชญา 15
วสิ ัยทศั น์ 15
พนั ธกิจ 15
โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ 15
หลกั การ 16
จุดหมายของหลกั สูตร 16
กลุ่มเป้าหมาย 16
สาระการเรียนรู้ 16
กิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพชีวิต 16
มาตรฐานการเรียนรู้ 17
เวลาเรียน 18
หน่วยกิต
โครงสร้าง
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สารบญั (ต่อ) หน้า
20
สาระทกั ษะการเรียนรู้ 21
เป้าหมายการเรียนรู้ 22
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั บงั คบั 25
คาอธิบายรายวิชาบงั คบั 28
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาบงั คบั 31
คาอธิบายรายวิชาเลือก 32
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาเลือก 36
37
สาระความรู้พ้ืนฐาน 37
วิชาภาษาไทย 38
เป้าหมายการเรียนรู้ 40
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั บงั คบั 43
คาอธิบายรายวิชาบงั คบั 47
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาบงั คบั 49
คาอธิบายรายวชิ าเลือก 50
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาเลือก 50
วิชาภาษาต่างประเทศ (วชิ าภาษาองั กฤษ) 51
เป้าหมายการเรียนรู้ 52
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั บงั คบั 54
คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 64
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาบงั คบั 66
คาอธิบายรายวิชาเลือก 68
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาเลือก 68
วิชาคณิตศาสตร์ 69
เป้าหมายการเรียนรู้ 70
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั บงั คบั 73
คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 77
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 79
คาอธิบายรายวิชาเลือก
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาเลือก
สารบัญ (ต่อ) หน้า
82
วิชาวทิ ยาศาสตร์ 82
เป้าหมายการเรียนรู้ 83
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั บงั คบั 84
คาอธิบายรายวิชาบงั คบั 86
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 95
คาอธิบายรายวชิ าเลือก 97
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าเลือก 98
99
สาระการประกอบอาชีพ 100
เป้าหมายการเรียนรู้ 102
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั บงั คบั 105
คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 108
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 110
คาอธิบายรายวิชาเลือก 122
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชาเลือก 123
124
สาระทกั ษะการดาเนินชีวิต 126
เป้าหมายการเรียนรู้ 135
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั บงั คบั 138
คาอธิบายรายวิชาบงั คบั 140
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 145
คาอธิบายรายวิชาเลือก 146
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าเลือก 147
149
สาระการพฒั นาสงั คม 151
เป้าหมายการเรียนรู้ 165
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั บงั คบั 167
คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
คาอธิบายรายวชิ าเลือก
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าเลือก
สารบัญ (ต่อ) หน้า
170
แผนการลงทะเบียนเรียน 172
วิธีการจดั การเรียนรู้ 173
การจดั กระบวนการเรียนรู้ 174
สื่อการเรียนรู้ 175
การเทียบโอน 175
การวดั ผลประเมินผลการเรียนรู้ 176
การจบหลกั สูตร 176
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 177
บรรณานุกรม 180
คณะผจู้ ดั ทา
1
บริบทความต้องการพฒั นาของจงั หวดั อาเภอ ชุมชน
ประวตั ิความเป็ นมาของจงั หวัดเพชรบุรี
เมืองเพชรบุรี เป็ นเมืองเก่าแก่โบราณ สมยั ทวารวดีและศรีวิชัยเคยมีกษตั ริยป์ กครอง บางสมยั
ก็ตกเป็ นเมืองข้ึนของอาณาจกั รที่เขม้ แข็งกว่า ช่ือเมือง “ เพชรบุรี ” ได้ปรากฏเป็ นลายลักษณ์อกั ษร
มานานแลว้ ต้งั แต่เม่ือ 700 ปี ก่อน ในศิลาจารึกสมยั สุโขทัย การมีชื่อเมืองที่ระบุอยู่ในศิลาจารึก เช่นน้ี
แสดงให้เห็นว่าเพชรบุรี น่าจะเป็ นบ้านเมืองมีคนอยู่อาศัยเป็ นชุมชนถาวรมาแต่ก่อนหน้าน้ันแล้ว
หลกั ฐานวตั ถุที่แสดงถึงความเป็นบา้ นเมืองเพชรบุรีที่ยนื ยนั ไดว้ า่ มีอายเุ ก่าแก่ยอ้ นหลงั ไปเป็นพนั ปี
ในสมยั กรุงศรีอยุธยาเป็ นราชธานี เพชรบุรีก็ยงั เป็ นหัวเมืองที่มีความสาคญั ต่ออยุธยาอย่างสูง
เพราะเป็น จุดยทุ ธศาสตร์สาคญั ของพระราชอาณาจกั ร โดยเหตุที่มีฐานะเป็นแหล่งสะสมเสบียง เน่ืองจาก
มีพ้ืนท่ีราบลุ่มกวา้ ง ขวางเหมาะแก่การ เพาะปลูก และทาไร่ไถนา และขณะเดียวกันก็เป็ นชัยภูมิ
อนั เหมาะสมที่สามารถใช้เป็ นที่ต้งั มน่ั บญั ชาการรบท้งั ทางบกและทางทะเล ดงั น้ัน ตลอดสมยั ที่อยุธยา
เป็ นราชธานี เพชรบุรี จึงกลายเป็ นเมืองหนา้ ด่านในการรบพุ่งกบั พม่า เพราะขา้ ศึกจะเขา้ ตีกรุงศรี อยธุ ยา
จะยกกนั มาทางช่องสิงขร จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ ชาวเพชรบุรีตอ้ งต่อสู้ป้องกนั อาณาจกั รหลายคร้ัง
หลายหน นอกจากน้ัน เพชรบุรียงั เป็ นเมืองท่ีเรือจะตอ้ งจอดแวะเพ่ือข้ึนล่อง หรือเพื่อเดินทางต่อไปยงั
มะริด เมาะลาเลิง และไปกรุงศรีอยธุ ยา
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เพชรบุรีคงเป็ นเมืองหน้าด่านสาคัญตลอดมา ในสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเมืองเพชรบุรีมากได้โปรดให้สร้าง
“ พระนครคีรี ” ข้ึนเพื่อประทบั และรับแขกเมือง ในสมยั พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรง
โปรดเสวยน้าจากแม่น้าเพชรบุรี นอกจากน้ันทรงโปรดให้สร้าง “ พระรามราชนิเวศน์ ” ข้ึนแต่สร้างไม่
แลว้ เสร็จก็สวรรคตเสียก่อน ต่อมาในสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว ไดโ้ ปรดให้สร้างต่อ
จนเสร็จ และยงั ไดโ้ ปรดใหส้ ร้าง “ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ” ข้ึนอีกดว้ ย
เนื่องจากจงั หวดั เพชรบุรี มีประวตั ิความเป็ นมายาวนาน จึงมีโบราณสถานโบราณวตั ถุ และ
ศิลปกรรมต่าง ๆ ไดแ้ ก่ ภาพเขียนตามฝาผนังอุโบสถ หรือลวดลายปูนป้ันต่าง ๆ หน้าบนั หน้าจวั่ ของ
โบสถ์ วิหารในวดั ต่าง ๆ วดั วาอารามท่ีมีอยู่ทุกวันน้ีจะมี พระพุทธรูป หรือซากสถูปเจดีย์ เป็ นหลกั ฐาน
ประกอบกบั ลกั ษณะของเมืองเพชรบุรีมีท้งั ภูเขา ป่ าไม้ ถ้า ลาธาร น้าตก แก่งหิน และหาดทรายชายทะเล
ท่ีมีธรรมชาติสวยงาม จัดเป็ นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยวจังหวัดหน่ึงของประเทศ สมคาขวัญที่ว่า
“ เขาวังคู่บ้าน ขนมหวาน เมืองพระ เลศิ ลา้ ศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม ”
2
นโยบายพฒั นาของจังหวัดเพชรบุรี
วิสัยทัศน์
“ เพชรบรุ ีเป็นเมืองประวตั ิศาสตร์ท่ีมีชีวิต น่าเท่ียว น่าอยู่ เป็นแหลง่ ผลิตอาหารปลอดภยั สู่สากล ”
พนั ธกจิ
1. เพ่มิ ประสิทธิภาพการบริหารจดั การของจงั หวดั โดยระดมพลงั การมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการ
ของทุกภาคส่วน เพื่อพฒั นาจงั หวดั ใหเ้ ป็นเมืองน่าอยู่ น่าเท่ียว และประชาชนอยดู่ ีมีสุข
2. เสริมสร้างสมรรถนะและความเขม็ แข็งของหมู่บา้ น / ชุมชนเพ่ือให้ใชแ้ ผนชุมชนที่มีคุณภาพ
เป็นยทุ ธศาสตร์ในการขบั เคล่ือนการพฒั นา และการกาหนดตาแหน่งตามศกั ยภาพภูมิสังคม และทุน
ทางสังคม โดยใหห้ มู่บา้ น / ชุมชน เป็นศนู ยก์ ลางการพฒั นาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง
ประเด็นยุทธศาสตร์
1. เป็นแหลง่ ผลิตสินคา้ เกษตร อาหารปลอดภยั
2. เป็นเมืองประวตั ิศาสตร์วฒั นธรรมท่ีมีชีวิต น่าเทียว
3. เป็นเมืองน่าอยู่ ที่มีความมงั่ คงปลอดภยั
4. เป็นสงั คมเขม้ แขง็ บนฐานความรู้ค่คู ณุ ธรรม
เป้าประสงค์
1. เพม่ิ รายไดใ้ หก้ บั จงั หวดั
2. ลดปัญหาทางดา้ นสังคมและสิ่งแวดลอ้ ม
3. ยกระดบั คุณภาพชีวติ ของประชาชน
กลยุทธ์
1. ส่งเสริมการผลิต ควบคมุ คุณภาพสินคา้ เกษตรเป้าหมาย และอาหารปลอดภยั
2. สนับสนุนการเพิ่มปริมาณและมูลค่าสินค้าเกษตร อาหารและอุตสาหกรรมแปรรูปท่ี
ปลอดภยั และไดม้ าตรฐานตามความตอ้ งการของตลาด
3. จดั หาและพฒั นาแหล่งน้าเพอ่ื การเกษตร ใหค้ รอบคลุมพ้นื ท่ีเกษตร
4. ส่งเสริมและขยายผลการดาเนินงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ครอบคลุมพ้ืนที่ทุก
อาเภอ
5. พฒั นาและส่งเสริมศกั ยภาพของเกษตรกร ผปู้ ระกอบการและผใู้ ชแ้ รงงาน
6. ส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูป ท้ังในและ
ต่างประเทศ
7. พฒั นาและสร้างความร่วมมือระหวา่ งเครือข่ายผผู้ ลิตดา้ นเกษตร และอตุ สาหกรรมแปรรูป
3
8. พัฒนาแหล่งท่องเท่ียว ภูมิทัศน์และกิจกรรม โดยอาศัยทุนทางวฒั นธรรม ธรรมชาติ
ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น และโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ
9. ส่งเสริมการตลาด และการประชาสมั พนั ธ์การท่องเที่ยวเชิงรุก
10. พฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานระบบความปลอดภยั และสิ่งอานวยความสะดวกดา้ นการท่องเท่ียว
11. พฒั นาบคุ ลากรและผปู้ ระกอบการท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การท่องเท่ียวอยา่ งต่อเน่ือง
12. บูรณาการความร่วมมือด้านการท่องเท่ียวของทุกภาคส่วน และเช่ือมโยงการท่องเที่ยว
ระหวา่ งจงั หวดั /กลมุ่ จงั หวดั
13. ควบคุม ป้องกันและแก้ไขปัญหาจากมลพิษ ภัยธรรมชาติ สาธารณภัย และส่งเสริม
อตุ สาหกรรมท่ีไดร้ ับมาตรฐาน
14. อนุรักษ์ ฟ้ื นฟู พฒั นาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม และป้องกนั การกดั เซาะชายฝั่ง
ทะเลและแม่น้า
15. เสริมสร้างความมนั่ คง ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพยส์ ินของ
ประชาชน
16. ปรับปรุงและพฒั นาโครงสร้างพ้นื ฐาน เพือ่ ยกระดบั คุณภาพชีวิตของประชาชน
17. เสริมสร้างคุณภาพชีวติ ของประชาชน
18. ส่งเสริมการบริหารจดั การที่ดีของภาครัฐ
19. สร้างเสริมความเขม้ แขง็ ของครอบครัวและชุมชน และพฒั นาเครือข่ายชุมชน
20. สร้างจิตสานึกและคา่ นิยมที่ถูกตอ้ งแก่กล่มุ เยาวชน
21. สร้างจิตสานึกและค่านิยมท่ีถกู ตอ้ งแก่กลมุ่ เยาวชน
22. ส่งเสริมการพฒั นาอาชีพ ผลิตภณั ฑช์ ุมชน OTOP และSMEs
23. สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพการศึกษา ท้งั ในและนอกระบบ รวมท้ัง
การศึกษาตามอธั ยาศยั
24. พฒั นาสงั คมบนพ้นื ฐานความรู้คคู่ ุณธรรม เพอ่ื การเรียนรู้ตลอดชีวิต
4
ข้อมูลพืน้ ฐานท่วั ไปอาเภอท่ายาง
ทตี่ ้งั
อาเภอท่ายางต้งั อยู่ทางทิศใตข้ องจงั หวดั เพชรบุรี ระยะทางจากจงั หวดั ประมาณ 18 กิโลเมตร
อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 134 กิโลเมตร มีทางหลวงผ่านเขตอาเภอท่ายาง มีสถานีรถไฟ
ต้งั อยทู่ ่ีตาบลหนองจอก มีแม่น้าเพชรบรุ ีไหลผา่ น
อาณาเขตตดิ ต่อ
ทิศเหนือ ติดต่อกบั อาเภอบา้ นลาด อาเภอเมืองเพชรบรุ ี
ทิศใต้ ติดต่อกบั อาเภอชะอา จงั หวดั เพชรบุรี
ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั ฝ่ังทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั อาเภอแก่งกระจาน จงั หวดั เพชรบรุ ี
ลกั ษณะภูมิประเทศ
- เขตภูเขาและท่ีสูง อยู่ในเขตพ้ืนที่ตาบลกลดั หลวง และตาบลเขากระปุก เป็ นบริเวณที่มี
ความแหง้ แลง้ มากกวา่ พ้ืนที่บริเวณอื่นของอาเภอ
- เขตที่ราบลมุ่ อยใู่ นเขตพ้ืนที่ตาบลทา่ ยาง ตาบลทา่ คอย ตาบลวงั ไคร้ ตาบลทา่ ไมร้ วก ตาบล
ยางหยอ่ ง และตาบลท่าแลง เป็นพ้นื ท่ีราบลุม่ มีแม่น้าเพชรบรุ ี และแมน่ ้าแม่ประจนั ตไ์ หล
ผา่ น และเป็นพ้ืนที่เกษตรกรรมที่สาคญั ของอาเภอ
- เขตที่ราบชายทะเลอยู่ในเขตพ้ืนท่ีตาบลปึ กเตียนมีระยะทางติดชายทะเลประมาณ 5
กิโลเมตร
- เป็นแหลง่ ท่องเที่ยวท่ีสาคญั ของอาเภอ
การปกครอง
เขตการปกครอง มีท้งั หมด 12 ตาบล 119 หมู่บา้ น เป็นเทศบาล 4 แห่ง, อบต. 9 แห่ง)
1. ตาบลทา่ ยาง 10 หมบู่ า้ น (เทศบาล)
2. ตาบลท่าคอย 11 หมบู่ า้ น (เทศบาล 7 หมู,่ อบต. 4 หมู่ )
3. ตาบลท่าแลง 10 หมบู่ า้ น (เทศบาล)
4. ตาบลหนองจอก 14 หมู่บา้ น (เทศบาล 4 หมู่ , อบต. 10 หมู่ )
5. ตาบลกลดั หลวง 11 หมู่บา้ น
6. ตาบลยางหยอ่ ง 5 หมบู่ า้ น
7. ตาบลมาบปลาเคา้ 11 หมู่บา้ น
5
8. ตาบลวงั ไคร้ 10 หมู่บา้ น
9. ตาบลทา่ ไมร้ วก 13 หมู่บา้ น (เทศบาล)
10. ตาบลเขากระปกุ 14 หมบู่ า้ น
11. ตาบลปึ กเตียน 4 หม่บู า้ น
12. ตาบลบา้ นในดง 6 หม่บู า้ น
ประชากร
ประชากรท้งั หมด 82,541 คน ชาย 39,863 คน หญิง 42,678 คน ดงั น้ี
ความหนาแน่ของประชากรเฉล่ียต่อพ้นื ท่ี 104 คน / ตร.กม.
ในเขตเทศบาลเท่ากบั 378 คน / ตร.กม.
นอกเขตเทศบาลเทา่ กบั 65 คน / ตร.กม.
รายไดป้ ระชากรเฉล่ีย 29,768 บาท
ศาสนา
นบั ถือศาสนาพทุ ธ คิดเป็นร้อยละ 99
นบั ถือศาสนาอื่น ๆ คดิ เป็นร้อยละ 1
มหี น่วยงานสังกดั ส่วนภูมิภาค จานวน 7 แห่ง ประกอบดว้ ย
1. ที่ทาการปกครองอาเภอทา่ ยาง
2. สานกั งานพฒั นาชุมชนอาเภอทา่ ยาง
3. สานกั งานเกษตรอาเภอทา่ ยาง
4. สานกั งานสาธารณสุขอาเภอท่ายาง
5. สานกั งานประมงอาเภอท่ายาง
6. สานกั งานปศุสตั วอ์ าเภอทา่ ยาง
7. สานกั งานสัสดีอาเภอท่ายาง
หน่วยงานสังกดั ส่วนกลางท่ีต้ังอยู่ในเขตอาเภอท่ายาง มี 10 แห่ง ประกอบดว้ ย
1. โรงพยาบาลทา่ ยาง
2. สถานีตารวจภูธรท่ายาง
3. สถานีตารวจภูธรทา่ ไมร้ วก
4. สถานีตารวจภูธรหนองจอก
5. สานกั งานพ้ืนที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 2
6. ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอทา่ ยาง
6
7. โครงการส่งและบารุงรักษาน้าเพชรบุรี
8. สถานีประมงน้าจืดเพชรบุรี
9. สานกั งานท่ีดินจงั หวดั เพชรบรุ ี สาขาท่ายาง
10. สานกั งานสรรพากรพ้ืนท่ีสาขาท่ายาง
หน่วยงานรัฐวสิ าหกจิ จานวน 3 แห่ง ประกอบดว้ ย
1. การไฟฟ้าส่วนภมู ิภาคอาเภอทา่ ยาง
2. ท่ีทาการไปรษณียโ์ ทรเลขทา่ ยาง
3. สานกั งานบริการโทรศพั ทท์ ่ายาง
ธนาคาร จานวน 7 แห่ง ประกอบดว้ ย
1. ธนาคารกรุงไทย
2. ธนาคารกรุงเทพ
3. ธนาคารกสิกรไทย
4. ธนาคารกรุงศรีอยธุ ยา
5. ธนาคารไทยพาณิชย์
6. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
7. ธนาคารออมสิน
สหกรณ์เครดติ ยูเนยี่ น มีจานวน 10 แห่ง ไดแ้ ก่
1. สหกรณ์เครดิตยเู นี่ยนรวมน้าใจท่ายาง
2. สหกรณ์เครดิตยเู น่ียนทา่ กระทุ่ม
3. สหกรณ์เครดิตยเู น่ียนหนองขานาง
4. สหกรณ์เครดิตยเู น่ียนหนองจอก
5. สหกรณ์เครดิตยูเน่ียนเขื่อนเพชร
6. สหกรณ์เครดิตยเู น่ียนทา่ ขามสามคั คี
7. สหกรณ์เครดิตยูเน่ียนหว้ ยเสือสามคั คี
8. สหกรณ์เครดิตยเู น่ียนหนองบว้ ย
9. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหนองเกต
10. สหกรณ์เครดิตยเู นี่ยนท่าโล้
เศรษฐกจิ
1. พ้ืนท่ีท้งั หมด 460,417 ไร่ ทาการเกษตร 213,391 ไร่
7
1.1 ทานา 66,632 ไร่
1.2 ทาไร่ 68,526 ไร่
1.3 ไมผ้ ล 70,335 ไร่
1.4 พืชผกั 7,656 ไร่
1.5 ไมด้ อก 242 ไร่
2. ครัวเรือนเกษตรกร 22,123 ครัวเรือน
3. พชื เศรษฐกิจ
3.1 ขา้ ว พ้ืนที่ปลูก 66,632 ไร่
21,839 ไร่
3.2 มะนาว พ้ืนท่ีปลกู 1,032 ไร่
1,909 ไร่
3.3 ชมพ่เู พชร พ้ืนท่ีปลกู 12,538 ไร่
7,899 ไร่
3.4 กลว้ ยหอมทอง พ้นื ท่ีปลกู 17,900 ไร่
13,382 ไร่
3.5 กลว้ ยน้าวา้ พ้นื ท่ีปลูก 8,090 ไร่
3.6 กลว้ ยไข่ พ้ืนที่ปลกู
3.7 สับปะรด พ้ืนที่ปลูก
3.8 ออ้ ยโรงงาน พ้ืนท่ีปลูก
3.9 มะมว่ ง พ้ืนท่ีปลูก
ปัญหาอุปสรรค
- พ้ืนท่ีเพาะปลูกส่วนใหญ่ ไดร้ ับน้าชลประทานเพยี งพอ แต่บางส่วนเป็นท่ีราบสูงตอ้ งอาศยั
ธรรมชาติ จึงเกิดภาวะแลง้ และไม่มีน้าหรือแหลง่ กกั เก็บน้าเพอื่ การเกษตร
- พืชบางชนิด บางฤดู ผลผลิตมากทาใหล้ น้ ตลาด ราคาถูก เช่น มะนาว
- ตน้ ทนุ การผลิตพชื บางชนิดสูง เช่น ขา้ ว เน่ืองจากปัจจยั การผลิตมีราคาแพง เช่น ป๋ ยุ เคมี ยาเคมี
ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน มีจานวน 14 ชนิด ประกอบดว้ ย
1. ตาบลเขากระปุก - แหลง่ ท่องเที่ยวผาน้าหยด
2. ตาบลกลดั หลวง - เทียนหอม / มะนาวผง
3. ตาบลทา่ ไมร้ วก - ไวน์ผลไม้/ชมพเู่ พชร/ ศูนยอ์ นุบาลสัตวป์ ่ าวดั พระพทุ ธบาทเขาลูกชา้ ง
4. ตาบลวงั ไคร้ - ผา้ ทอมือ
5. ตาบลท่าแลง - เคร่ืองเบญจรงค์
6. ตาบลยางหยอ่ ง - ขา้ วหลาม / ผา้ ทอมือ
7. ตาบลมาบปลาเคา้ - ขา้ วซอ้ มมือ
8. ตาบลหนองจอก - จกั สานตน้ ธูปฤาษี
9. ตาบลปึ กเตียน - แหลง่ ท่องเที่ยวปึ กเตียน
8
10. ตาบลบา้ นในดง - ขนมหวานพ้ืนเมือง
11. ตาบลท่ายาง - กลว้ ยหอมทอง
12. ตาบลทา่ คอย - มะนาวแปรรูป
การท่องเที่ยว สถานท่ีท่องเที่ยว ประกอบดว้ ย
1. หาดปึ กเตียน
2. หาดเพชรรีสอร์ท
3. เพชรริมธรารีสอร์ท
4. สวนเพชรรีสอร์ท
5. เพชรวารินทร์รีสอร์ท
6. ถ้าเขาตอหมอ้
7. ถ้าผาน้าหยด
8. น้าตกผาน้าหยด
การศึกษา
อาเภอทา่ ยางเป็นที่ต้งั เขตพ้ืนที่การศึกษาเขตท่ี 2 ของจงั หวดั เพชรบุรี มีจานวนสถานศึกษาดงั น้ี
ระดบั จานวนโรงเรียน จานวนห้องเรียน ครู นกั เรียน
(แห่ง) (แห่ง) (คน) (คน)
ประถมศึกษา 48 408 548 9,235
มธั ยมศึกษา 3 54 128 1,388
กศน. 1 10 10 2,143
เอกชน - - - -
รวม 52 472 686 12,863
ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ จานวน 14 แห่ง
หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทา่ ยาง จานวน 1 แห่ง
สาธารณสุข จานวน 1 แห่ง
สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ จานวน 20 แห่ง
จานวน 118 แห่ง
- โรงพยาบาล ขนาด 60 เตียง จานวน 24 แห่ง
- สถานีอนามยั จานวน 10 แห่ง
- ศนู ยส์ าธารณสุขมูลฐาน
- สถานพยาบาลเอกชน
- ร้านขายยาแผนปัจจุบนั
- บคุ ลากรทางการแพทยป์ ระกอบดว้ ย แพทย์ 4 คน ทนั ตแพทย์ 3 คน 9
- เภสชั กร 5 คน พยาบาล 61 คน เจา้ พนกั งานสาธารณสุขชุมชน 84 คน ป่ า
ตาแหน่งอื่น ๆ 55 คน
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
• แหล่งน้าธรรมชาติ ไดแ้ ก่ แม่น้าเพชรบุรี แมน่ ้าแม่ประจนั ต์ ลาหว้ ยผาก
• อทุ ยานแห่งชาติ / วนอุทยาน / ป่ า ไดแ้ ก่ อทุ ยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ชะอา – บา้ นโรง ป่ ายางน้ากลดั ใต้ ป่ าเขากระปุก - เขาตอหมอ้
10
ข้อมูลสถานศึกษา กศน.อาเภอท่ายาง
ศูนย์การศึกษ าน อกระบบและการศึกษ าตามอัธยาศัยอาเภอท่ ายาง ต้ังอยู่ห มู่ที่ 1
ถนนราษฎรบารุง ตาบลท่ายาง อาเภอท่ายาง จังหวดั เพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 โทรศัพท์ /
โทรสาร 0 - 3246 - 1021
เป็ นสถานศึกษาที่สังกัดสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ในบริเวณมีอาคารสานักงาน 1 หลงั อาคารห้องสมุดประชาชน
อาเภอ 1 หลงั อาคารหอ้ งประชุม 1 หลงั
ประวัติความเป็ นมาของสถานศึกษา
ศู น ย์ก ารศึ ก ษ าน อ ก ระ บ บ แ ล ะ ก ารศึ ก ษ าต าม อัธ ย าศัยอ าเภ อ ท่ ายาง จัด ต้ังโด ย
กระทรวงศึกษาธิการ ตามประกาศกระทรวงเร่ือง การจดั ต้งั ศูนยบ์ ริการการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอ/
กิ่งอาเภอ เมื่อวนั ท่ี 27 สิงหาคม 2536 โดยใชช้ ่ือว่า ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอท่ายาง
ต่อมาไดม้ ีพระราชบญั ญตั ิส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั พ.ศ. 2551 ประกาศใน
ราชกิจจา - นุเบกษา เม่ือวนั ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2551 และมีผลบังคบั ใช้เมื่อวนั ที่ 4 มีนาคม 2551 ได้
เปล่ียนช่ือจากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอท่ายาง เป็ น ศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอท่ายาง มีผบู้ ริหารจานวน 2 คน คือ
1. นายชาญ กองจนั ทร์ดี พ.ศ. 2537 - 2548
2. นางละเอียด สะอาดเอ่ียม พ.ศ. 2548 - ปัจจุบนั
ข้อมูลบคุ ลากร กศน.อาเภอท่ายาง
สถานศึกษา มีบคุ ลากรท้งั สิ้น จานวน 19 คน จาแนกเป็น
❖ ขา้ ราชการครู จานวน 2 อตั รา
❖ ขา้ ราชการพลเรือน จานวน 1 อตั รา
❖ ลูกจา้ งประจา จานวน 2 อตั รา
❖ พนกั งานราชการ จานวน 4 อตั รา
11
❖ ครูศนู ยก์ ารเรียนชุมชน จานวน 10 อตั รา
บุคลากรศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอท่ายาง
ท่ี ชื่อ – สกุล ตาแหน่ง วฒุ ิ สาขาวชิ า หมายเหตุ
1. นางละเอียด สะอาดเอี่ยม การศึกษา ขา้ ราชการครู
2. นางสาวสุรีย์ อว่ มจนั ทร์ ผอู้ านวยการ กศ.ม. ธุรกิจศึกษา ขา้ ราชการครู
ครูชานาญการ ศษ.ม. การบริหาร
3. นางกอบกาญจน์ เกษโร การศึกษา บุคลากรทางการ
พเิ ศษ คบ. บรรณารักษศาสตร์ ศกึ ษา
4. นายอนุชิต อนิวตั บรรณารักษ์
คบ. พลศึกษา ลกู จา้ งประจา
5 นายธนพล ตุม้ ศรี พนกั งานพมิ พด์ ีด
6 นางสาวเกษร กสินนั ทสกลุ ช้นั 2 ศศ.บ. นิเทศศาสตร์ ลูกจา้ งประจา
7 นายเถลิงเกียรติ จิตตม์ น่ั คง ศศ.บ.
8 นางน้าออ้ ย ออ่ นสอาด พนกั งานพิมพด์ ีด คบ. การจดั การทว่ั ไป พนกั งานราชการ
9 นางศุภมาศ แมน้ เมฆ ช้นั 1 คบ. คอมพิวเตอร์ศึกษา พนกั งานราชการ
10 นางธิดารัตน์ เนตินิยม คบ. พนกั งานราชการ
ครูอาสาสมคั รฯ ศษ.บ. ประถมศึกษา พนกั งานราชการ
11 นางสาวอรรถยา หลาบตุ ร ” ภาษาองั กฤษ
12 นางสมทรัพย์ บุญเป่ี ยม ” คบ. สงั คมศึกษา ลกู จา้ งชว่ั คราว
” จิตวิทยาและการ
13 นายสุกิจ ทวกี าญจน์ ศศ.บ. แนะแนว ลูกจา้ งชวั่ คราว
ครู ศรช.ท่ายาง รัฐศาสตร์
คบ. ลูกจา้ งชว่ั คราว
ครู ศรช.ยางหยอ่ ง พลศึกษา ลูกจา้ งชวั่ คราว
ครู ศรช.ท่าแลง
ครู ศรช.เขา
กระปกุ
12
14 นางสาวนุชรีย์ ใหญท่ ว้ ม ครู ศรช.กลดั คบ. สงั คมศึกษา
หลวง ลกู จา้ งชว่ั คราว
15 นางสาวปวริศา สุขสวสั ด์ิ ครู ศรช.หนอง คบ. ภาษาไทย ลูกจา้ งชว่ั คราว
จอก
16 นายพล ศาลาแกว้ ครู ศรช.มาบปลาเคา้ คบ. จิตวทิ ยาและการ ลูกจา้ งชว่ั คราว
แนะแนว
17 นางสาวพรรณปพร ผลเตม็ ครู ศรช.วงั ไคร้ คบ. ประถมศึกษา ลกู จา้ งชว่ั คราว
18 นางสาวขวญั ตา วดั สวา่ ง ครู ศรช.ท่าคอย วท.บ. เคมี ลกู จา้ งชวั่ คราว
19 นางสาวชนุตาพร โชคชยั ครู ศรช.ทา่ ไมร้ วก คบ. สังคมศึกษาศาสตร์ ลูกจา้ งชว่ั คราว
แสนสุข
กศน.ตาบลในสังกดั กศน.อาเภอท่ายาง มี 10 ตาบล (ท้งั อาเภอมี 12 ตาบล)
ที่ กศน.ตาบล หัวหน้า กศน.ตาบล ที่ต้งั ผู้ตรวจ
1 ท่ายาง นางธิดารัตน์ เนตินิยม วดั ทา่ คอย ม.3 ต.ทา่ คอย
2 กลดั หลวง นางสาวนุชรีย์ ใหญ่ทว้ ม อบต.กลดั หลวง ม.3 นางน้าออ้ ย
ต.กลดั หลวง อ่อนสอาด
3 ยางหยอ่ ง นางสาวอรรถยา หลาบุตร วดั ทา่ โล้ ม.5 ต.ยางหย่อง
4 วงั ไคร้ นางสาวพรรณปพร ผลเตม็ อบต.วงั ไคร้ ม.4 ต.วงั ไคร้
5 ท่าแลง นางสมทรัพย์ บุญเปี่ ยม อบต.ทา่ แลง ม.3 ต.ท่าแลง นายเถลิงเกียรต์ิ
6 ทา่ คอย นางสาวขวญั ตา วดั สวา่ ง ศาลากลางบา้ นทา่ คอย ม.5 จิตตม์ นั่ คง
ต.ท่าคอย
7 เขากระปุก นายสุกิจ ทวีกาญจน์ อบต.เขากระปุก ม.3
ต.เขากระปุก นางสาวเกษร
8 มาบปลาเคา้ นายพล ศาลาแกว้ อบต.มาบปลาเคา้ ม.7 กสินนั ทสกุล
ต.มาบปลาเคา้
9 หนองจอก นางปวริศา สุขสวสั ด์ิ สานกั งานสภาตาบลหนองจอก
(เก่า) ม.12 ต.หนองจอก นางศุภมาศ
10 ท่าไมร้ วก นางสาวชนุตาพร โชคชยั อบต.ทา่ ไมร้ วก ม.5 แมน้ เมฆ
แสนสุข ต.ท่าไมร้ วก
13
การวเิ คราะห์ ข้อมูลของสถานศึกษา
จากการวิเคราะห์ขอ้ มลู พ้ืนฐานสภาพแวดลอ้ ม และศกั ยภาพดา้ นต่าง ๆ ของศูนยก์ ารศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอท่ายาง เพื่อวิเคราะหจ์ ุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ดว้ ย
หลกั การ SWOT Analysis พบวา่ ดงั น้ี
ปัจจยั ภายใน ปัจจยั ภายนอก
จุดแขง็ (Strengths) จุดอ่อน(weaknesses) โอกาส(Opportunities) อุปสรรค(Threats)
1. มีการมอบหมายการ 1. บคุ ลากรขาดความ 1. เครือข่ายใหก้ าร 1. ความลา่ ชา้ ของระบบ
ปฏิบตั ิงานชดั เจน เป็นนกั วิชาการ สนบั สนุนการจดั ราชการ
2. มีการกาหนดการกระจาย 2. บคุ ลากรบางส่วนขาด กิจกรรม กศน. เป็น 2. ความไม่ชดั เจนของ
กิจกรรมสู่พ้ืนท่ีอยา่ ง ความกระตือรือร้นใน อยา่ งดี นโยบาย สานกั งาน
ชดั เจน การพฒั นาตนเอง 2. องคก์ รส่วนทอ้ งถิ่นมี กศน.
3. มีศูนยก์ ารเรียนชุมชน 3. นโยบายในการจดั ความเขา้ ใจ ดา้ นการ 3. ประชาชนที่มีอาชีพ
คลอบคลมุ พ้ืนที่ทาให้ กิจกรรมเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการศึกษา หลกั ทาใหไ้ มส่ นใจ
สะดวกส่งผลต่อการ เร็วทาใหบ้ ุคลากรขาด ตามรัฐธรรมนูญ ในการเรียนรู้เพม่ิ เติม
ใหบ้ ริการอยา่ งทวั่ ถึง ความชานาญ ส่งผลต่อการจดั 4. วกิ ฤตทางเศรษฐกิจทา
4. มีความสามารถในการ 4. นกั ศึกษาสายสามญั การศึกษาในพ้ืนที่ ใหป้ ระชาชนใหค้ วาม
ใหบ้ ริการเขา้ ถึงทุก ส่วนใหญ่ไมไ่ ด้ 3. นโยบายกระจาย สนใจในการเรียนรู้
กลมุ่ เป้าหมาย มงุ่ หวงั ในวชิ าความรู้ อานาจทาให้ นอ้ ย
5. มีการจดั กิจกรรมท่ี จึงทาใหไ้ มม่ ีคณุ ภาพ สถานศึกษามีความ 5. การจดั สรร
หลากหลายยดื หยนุ่ เทา่ ท่ีควร คลอ่ งตวั ในการทางาน งบประมาณล่าชา้ จึง
14
ตรงตามความตอ้ งการ 5. คา่ วสั ดุ ในการจดั มากข้นึ ทาใหก้ ารจดั กิจกรรม
ของผรู้ ับบริการ กิจกรรมการศึกษา 4. มีทรัพยากรธรรมชาติ ไมท่ นั ต่อเหตกุ ารณ์
6. มีความคลอ่ งตวั ใน วชิ าชีพไมเ่ พียงพอ ท่ีเป็นแหล่งทอ่ งเท่ียว 6. แนวทางการปฏิบตั ิ
การบริหารงาน 6. บุคลากรรู้สึกไม่มน่ั คง และเป็นเอกลกั ษณ์ งานท่ีสงั่ มาเป็นระยะ ๆ
7. มีการวางแผนการ ในอาชีพเพราะเป็น ดา้ นประวตั ิศาสตร์ ทาใหก้ ารปฏิบตั ิงาน
ปฏิบตั ิงาน ตาแหน่งลูกจา้ ง ศิลปวฒั นธรรม ไม่เป็ นไปตามแนว
8. มีการบริหารงานอยา่ ง ชว่ั คราวและมีฐานะ ประเพณี ทางการ
เป็ นระบบ ทางเศรษฐกิจไม่ดี 5. รัฐบาลมีนโยบายใน
9. มีการทางานเป็นทีม การส่งเสริมการนา
10. ผบู้ ริหารมีภาวะผนู้ า ปรชั ญาของเศรษฐกิจ
11. บคุ ลากรส่วนใหญม่ ี พอเพียงมาใชใ้ นการ
ความต้งั ใจในการ จดั กระบวนการเรียนรู้
ปฏิบตั ิงาน
เป้าหมายการจัดการศึกษานอกระบบข้ันพืน้ ฐาน กศน. อาเภอท่ายาง
1. ให้ผูเ้ รียนมีศกั ยภาพ ดา้ นการคิด วิเคราะห์ และบูรณาการให้สอดคลอ้ งกบั ชีวิต
ชุมชน และสังคมได้
2. ใหผ้ เู้ รียนมีศกั ยภาพเพยี งพอตอ่ การศึกษาตอ่
3. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการผลิตด้านการเกษตร ให้มี
ความปลอดภยั ต่อผบู้ ริโภค และอนุรักษท์ รัพยากรส่ิงแวดลอ้ ม
4. พฒั นาให้ผูเ้ รียนมีทกั ษะการดาเนินชีวิตที่ดี และสามารถจดั การกับชีวิต ชุมชน
สังคมได้อย่างมีความสุข ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยอนุรักษ์และสืบสานความเป็ นไทยของ
ทอ้ งถ่ินใหค้ งไว้
15
ทิศทางการจัดการศึกษานอกระบบข้นั พืน้ ฐาน
จากการท่ีศึกษาหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
เอกสารประกอบหลกั สูตร และขอ้ มูลความตอ้ งการพฒั นาของจงั หวดั อาเภอ ชุมชน จึงนาสิ่งท่ีไดศ้ ึกษา
เหล่าน้ี มาพิจารณากาหนดทิศทางการจดั การศึกษานอกระบบของสถานศึกษาโดยกาหนดโครงสร้างทิศ
ทางการจดั ศึกษา ไวด้ งั น้ี
ปรัชญา “คิดเป็ น”
ปรัชญา “คดิ เป็น” มีแนวคิดภายใตค้ วามเชื่อที่วา่ “คนเราสามารถพฒั นาการคดิ การตดั สินใจ ให้
มีประสิทธิภาพสูงข้ึนได้ ดว้ ยการฝึ กทกั ษะการใช้ขอ้ มูลที่หลากหลายท้งั ดา้ นตนเอง สังคม สิ่งแวดลอ้ ม
และวชิ าการมาวเิ คราะห์ เช่ือมโยง สัมพนั ธ์ สร้างสรรค์ เป็นแนวทาง วธิ ีการ สาหรับตนเอง แลว้ ประเมิน
ตีคา่ ตดั สินใจเพ่ือตนเอง และชุมชน สังคม ซ่ึงเป็นลกั ษณะของคน “คิดเป็น”
วิสัยทัศน์
พ.ศ. 2555 ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอท่ายาง จดั การศึกษาพฒั นา
ทกั ษะการคิดใหผ้ เู้ รียนสามารถช้ีนาตนเองในการเรียนรู้เขา้ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงได้
พนั ธกจิ
16
เพื่อใหก้ ารดาเนินงานจดั การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เป็ นไปตามวิสัยทศั น์
และสอดคลอ้ งกบั ปรัชญา “คดิ เป็น” มีพนั ธกิจ ดงั น้ี
1. จดั การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานให้กบั ผเู้ รียนสามารถช้ีนาตนเอง
ในการเรียนรู้เขา้ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงได้ ดว้ ยการพฒั นาประสิทธิภาพการคดิ ตดั สินใจ
2. จดั การเรียนรู้พฒั นาประสิทธิภาพการคิด ตดั สินใจของผเู้ รียนดว้ ยการพฒั นาทกั ษะ
การแสวงหาความรู้ และการเรียนรู้ร่วมกนั ของคนในชุมชน
3. สนบั สนุน ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายร่วมมือจดั การศึกษานอกระบบ เพ่ือตอบสนอง
ความตอ้ งการพฒั นาการเรียนรู้ของภาคีเครือข่าย ดว้ ยการใชอ้ งคค์ วามรู้และปัจจยั ดาเนินการของตนเอง
ใหส้ อดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้
4. พฒั นาประสิทธิภาพของสถานศึกษาให้สามารถจดั การศึกษาได้ตามปรัชญาและ
วิสยั ทศั นข์ องสถานศึกษาดว้ ยการประกนั คณุ ภาพการศึกษา
โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา
หลกั การ
1. เป็ นหลกั สูตรที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาเรียน และ การจดั การ
เรียนรู้โดยเนน้ การบูรณาการเน้ือหาให้สอดคลอ้ งกบั วิถีชีวิต ความแตกต่างระหว่างบุคคล และชุมชน
สงั คม
2.ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอธั ยาศยั
3.ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นาและเรียนรู้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิต โดยตระหนกั วา่ ผเู้ รียนมี
ความสาคญั สามารถพฒั นาตนเองไดต้ ามธรรมชาติและเตม็ ศกั ยภาพ
4.ส่งเสริมใหภ้ าคเี ครือข่ายมีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา
จดุ หมาย
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มุ่งพฒั นา
ให้ผูเ้ รียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศกั ยภาพในการประกอบอาชีพและ
การเรียนรู้อยา่ งตอ่ เนื่อง ซ่ึงเป็นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ี่ตอ้ งการ จึงกาหนดจุดหมายดงั ตอ่ ไปน้ี
17
1. มีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และสามารถอยรู่ ่วมกนั ในสังคมอย่างสนั ติสุข
2. มีความรู้พ้ืนฐานสาหรับการดารงชีวิต และการเรียนรู้ต่อเนื่อง
3. มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชีพ ให้สอดคล้องกับความสนใจ
ความถนดั และตามทนั ความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
4. มีทกั ษะการดาเนินชีวิตที่ดี และสามารถจดั การกบั ชีวิต ชุมชน สังคม ไดอ้ ย่างมี
ความสุข ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
5. มีความเขา้ ใจประวตั ิศาสตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเป็ นไทย โดยเฉพาะภาษา
ศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปัญญาไทย ความเป็ นพลเมืองดี ปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมของ
ศาสนา ยดึ มนั่ ในวิถีชีวติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
6. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ และพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
7. เป็ นบุคคลแห่ งการเรี ยนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ สามารถเข้าถึง
แหล่งเรียนรู้และบรู ณาการความรู้มาใชใ้ นการพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
กลุ่มเป้าหมาย
ประชาชนทวั่ ไปที่ไม่ไดอ้ ยใู่ นระบบโรงเรียน เช่น กลุ่มผใู้ ชแ้ รงงาน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผนู้ า
ทอ้ งถิ่น กลุ่มคนพิการ
ระดบั การศึกษา
ระดบั ประถมศึกษา
สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ประกอบดว้ ย 5 สาระ ดงั น้ี
1. สาระทกั ษะการเรียนรู้ เป็นสาระเกี่ยวกบั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การใชแ้ หล่งเรียนรู้
การจดั การความรู้ การคิดเป็น และการวิจยั อยา่ งงา่ ย
2. สาระความรู้พื้นฐาน เป็ นสาระเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร คณิ ตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. สาระการประกอบอาชีพ เป็ นสาระเกี่ยวกบั การมองเห็นช่องทาง และการตดั สินใจ
ประกอบอาชีพ ทกั ษะในอาชีพ การจดั การอาชีพอยา่ งมีคุณธรรม และการพฒั นาอาชีพใหม้ นั่ คง
18
4. สาระทักษะการดาเนินชีวิต เป็ นสาระเก่ียวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สุขภาพ
อนามยั และความปลอดภยั ในการดาเนินชีวติ ศิลปะและสุนทรียภาพ
5. สาระการพฒั นาสังคม เป็นสาระท่ีเกี่ยวกบั ภูมิศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
การเมือง การปกครอง ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี หนา้ ท่ีพลเมือง และการพฒั นาตนเอง ครอบครัว
ชุมชน สังคม
กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ
กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวิตเป็นกิจกรรมท่ีจดั ข้ึนเพ่ือให้ผเู้ รียนพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน
สงั คม
มาตรฐานการเรียนรู้
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กาหนดมาตรฐาน
การเรียนรู้ ตามสาระการเรียนรู้ท้งั 5 สาระ ท่ีเป็นขอ้ กาหนดคุณภาพของผเู้ รียน ดงั น้ี
1. มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน เป็นมาตรฐาน
การเรียนรู้ในแต่ละสาระการเรียนรู้ เมื่อผูเ้ รียนเรียนจบหลกั สูตร การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
2. มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ เป็ นมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละสาระการเรียนรู้ เม่ือ
ผู้เรี ยนเรียนจบในแต่ละระดับ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551
เวลาเรียน
ในแต่ละระดบั ใชเ้ วลาเรียน 4 ภาคเรียน ยกเวน้ กรณีท่ีมีการเทียบโอนผลการเรียน ผเู้ รียนตอ้ ง
ลงทะเบียนเรียนในสถานศึกษาอยา่ งนอ้ ย 1 ภาคเรียน
หน่วยกติ
ใชเ้ วลาเรียน 40 ชวั่ โมง มีค่าเทา่ กบั 1 หน่วยกิต
โครงสร้างหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ระดับประถมศึกษา
19
จานวนหน่วยกติ
ที่ สาระการเรียนรู้ ประถมศึกษา
1 ทกั ษะการเรียนรู้ วชิ าบังคับ วิชาเลือก
2 ความรู้พืน้ ฐาน
3 การประกอบอาชีพ 53
4 ทกั ษะการดาเนนิ ชีวิต
5 การพฒั นาสังคม 12 2
รวม 83
กจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพชีวิต 52
62
36 12
48 หน่วยกติ
100 ช่ัวโมง
หมายเหตุ วิชาเลือกในแต่ละระดับ สถานศึกษาตอ้ งจดั ให้ผูเ้ รียน เรียนรู้จากการทาโครงงาน
จานวนอยา่ งนอ้ ย 3 หน่วยกิต
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 ประกอบดว้ ยสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ดงั น้ี
1. สาระทักษะการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ดังนี้
มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
มาตรฐานท่ี 1.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีต่อการใชแ้ หลง่ เรียนรู้
มาตรฐานที่ 1.3 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการจดั การความรู้
มาตรฐานที่ 1.4 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีตอ่ การคิดเป็น
มาตรฐานที่ 1.5 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการวจิ ยั อยา่ งง่าย
2.สาระความรู้พื้นฐาน ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดงั นี้
มาตรฐานท่ี 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเก่ียวกบั ภาษาและการสื่อสาร
มาตรฐานท่ี 2.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเกี่ยวกบั คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
20
3. สาระการประกอบอาชีพ ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้
มาตรฐานที่ 3.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และเจตคติที่ดีในงานอาชีพ มองเห็นช่องทางและตดั สินใจ
ประกอบอาชีพไดต้ ามความตอ้ งการ และศกั ยภาพของตนเอง
มาตรฐานท่ี 3.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะในอาชีพที่ตดั สินใจเลือก
มาตรฐานที่ 3.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการจดั การอาชีพอยา่ งมีคณุ ธรรม
มาตรฐานท่ี 3.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการพฒั นาอาชีพใหม้ ีความมนั่ คง
4. สาระทกั ษะการดาเนินชีวิต ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน ดงั นี้
มาตรฐานที่ 4.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เจตคติท่ีดีเกี่ยวกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนินชีวติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะและเจตคติท่ีดีเก่ียวกับการดูแล ส่งเสริมสุขภาพ
อนามยั และความปลอดภยั ในการดาเนินชีวติ
มาตรฐานที่ 4.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และเจตคติที่ดีเกี่ยวกบั ศิลปะและสุนทรียภาพ
5. สาระการพฒั นาสังคม ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดงั นี้
มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสาคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนามาปรับใชใ้ นการดารงชีวิต
มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณค่า และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรมประเพณี เพื่อ
การอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข
มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบตั ิตนเป็ นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย มีจิตสาธารณะเพ่ือความสงบสุข
ของสังคม
มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นความสาคญั ของหลกั การพฒั นา และสามารถพฒั นา
ตนเอง ครอบครัว ชุมชน/สงั คม
หมายเหตุ สาระการเรียนรู้ความรู้พ้ืนฐาน มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจทกั ษะพ้ืนฐาน
เกี่ยวกบั ภาษาและการส่ือสาร ซ่ึงภาษาในมาตรฐานน้ีหมายถึง ภาษาไทย และภาษาตา่ งประเทศ
21
สาระทกั ษะการเรียนรู้
22
1.สาระทักษะการเรียนรู้
เป้าหมายการเรียนรู้
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดผล
การเรียนรู้ท่ีคาดหวงั ท่ีเป็นขอ้ กาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ โดยมีรายละเอียดเป้าหมายการเรียนรู้ในแต่ละ
ระดบั การศึกษา ดงั น้ี
ระดับประถมศึกษา
การเรียนรู้ด้วยตนเอง
1. บอกความหมาย วธิ ีการ และกาหนดวธิ ีการแสวงหาความรู้
2. ยอมรับ ต้งั ใจร่วมกิจกรรมอยา่ งเห็นคุณค่า
3. ทาตาม ปฏิบตั ิการแสวงหาความรู้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
การใช้แหล่งเรียนรู้
1. บอกประเภท คุณลกั ษณะของแหล่งเรียนรู้ และเลือกใชแ้ หลง่ เรียนรู้ไดต้ ามความเหมาะสม
2. ใชแ้ หล่งเรียนรู้อยา่ งเห็นคณุ ค่า
3. สังเกต ทาตามกฎ กติกา และข้นั ตอนการใชแ้ หลง่ เรียนรู้
23
การจดั การความรู้
1. อธิบายความหมาย กระบวนการชุมชนปฏิบตั ิการ กาหนดขอบข่ายความรู้จากความสามารถ
หลกั ของชุมชน และวิธีการยกระดบั ขอบขา่ ยความรู้ใหส้ ูงข้ึน
2. ร่วมกันแลกเปล่ียนเรียนรู้ และสรุปผลการเรียนรู้ที่บ่งช้ีถึงคุณค่าของกระบวนการจดั การ
ความรู้
3. สามารถสังเกต และทาตามกระบวนการจดั การความรู้ชุมชน
การคิดเป็ น
1. อธิบาย ปรัชญาคิดเป็น และยกตวั อยา่ งกระบวนการคิดเป็น รวมท้งั ใชก้ ระบวนการคิดเป็นใน
การแกป้ ัญหา
2. ยอมรับและเห็นความสาคญั ของกระบวนการคิดเป็น
3. ใชข้ อ้ มูลดา้ นตนเอง ดา้ นสังคม ส่ิงแวดลอ้ ม และดา้ นวชิ าการ วเิ คราะหต์ ดั สินใจแกป้ ัญหา
การวิจยั อย่างง่าย
1. อธิบายความหมาย ความสาคญั และข้นั ตอนในการทาวิจยั คน้ หาความรู้ความจริง และใช้
กระบวนการวิจยั ในการแกป้ ัญหา หรือสิ่งที่ตอ้ งการรู้
2. ยอมรับและเห็นความสาคญั ของกระบวนการวิจยั
3. ปฏิบตั ิการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะห์ขอ้ มลู และสรุปผลการหาความรู้ความจริง
24
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั
มาตรฐานสาระการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวงั
มาตรฐานที่ ทร 1.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั
ความสามารถในการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง 1. อธิบายคาจากดั ความของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
และเขา้ ใจวิธีการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง
2. เห็นคณุ ค่าของกิจกรรมการแสวงหาความรู้
3.มีทกั ษะใน การแสวงหาความรู้
มาตรฐานที่ ทร 1.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการใชแ้ หลง่ เรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
25
รู้จกั เห็นคุณค่า และใชแ้ หล่งเรียนรู้ถูกตอ้ ง 1. บอกประเภท คุณลกั ษณะของแหลง่ เรียนรู้ใน
ชุมชน และเลือกใชแ้ หล่งเรียนรู้ไดต้ ามความ
เหมาะสม
2. ใชแ้ หลง่ เรียนรู้อยา่ งเห็นคุณค่า
3. ทาตามกฎ กติกา และข้นั ตอนการใชแ้ หล่งเรียนรู้
มาตรฐานที่ ทร 1.3 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการจดั การความรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง
เขา้ ใจความหมายกระบวนการชุมชน ปฏิบตั ิการ 1. อธิบายความหมาย กระบวนการชุมชนปฏิบตั ิการ
และทาตามกระบวนการจดั การความรู้ชุมชน กาหนดขอบเขตความรู้จากความสามารถหลกั ของ
ชุมชน และวิธีการยกระดบั ขอบเขตความรู้ใหส้ ูงข้นึ
2. ร่วมกนั แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปผลการเรียนรู้
ที่บ่งช้ีถึงคณุ คา่ ของกระบวนการจดั การความรู้
3. สามารถสงั เกต และทาตามกระบวนการ
การจดั การความรู้ชุมชน
มาตรฐานท่ี ทร 1.4 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการคิดเป็น
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง
สามารถอธิบายปรัชญาคดิ เป็น และกระบวนการ 1. อธิบาย และเช่ือมโยงความเชื่อพ้นื ฐานทาง
คดิ เป็นในการแกป้ ัญหา การศึกษาผใู้ หญ/่ การศึกษานอกระบบ สู่ปรัชญา
คดิ เป็น
2. เขา้ ใจความหมายและความสาคญั ของปรัชญา
คดิ เป็น สามารถอธิบายถึงข้นั ตอนและ
กระบวนการแกป้ ัญหาของคนคดิ เป็น
3. เขา้ ใจลกั ษณะของขอ้ มลู ดา้ นวชิ าการ ตนเอง
และสังคม ส่ิงแวดลอ้ ม และสามารถเปรียบเทียบ
26
ความแตกต่างของขอ้ มลู ท้งั สามประการ
มาตรฐานท่ี ทร 1.5 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการวิจยั อยา่ งง่าย
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
เขา้ ใจความหมายเห็นความสาคญั และปฏิบตั ิการ 1. อธิบายความหมาย ความสาคญั และข้นั ตอนใน
รวบรวมขอ้ มลู วิเคราะห์ขอ้ มูลและสรุปผลการหา การทาวจิ ยั อยา่ งงา่ ย คน้ หาความรู้ความจริง
ความรู้ ความจริง 2. เห็นความสาคญั ของการคน้ หาความรู้ ความจริง
3. ปฏิบตั ิการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะหข์ อ้ มลู
และสรุปผลการหาความรู้ความจริง
27
คาอธิบายรายวชิ าบังคบั
และ
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
ระดับประถมศึกษา
สาระทกั ษะการเรียนรู้ (รายวิชาบังคับ)
มาตรฐานที่ รหัสรายวชิ า ระดับประถมศึกษา หน่วยกติ
ชื่อวชิ า
ทร 1.1 ทร 11001 ทกั ษะการเรียนรู้ 28
ทร 1.2 รวม 5
ทร 1.3
ทร 1.4 5
ทร 1.5
29
คาอธิบายรายวชิ า ทร 11001 ทักษะการเรียนรู้ จานวน 5 หน่วยกติ
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ
1. ความสามารถในการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง
2. รู้จกั เห็นคณุ คา่ และใชแ้ หล่งเรียนรู้ถกู ตอ้ ง
3. เขา้ ใจความหมาย กระบวนการชุมชนปฏิบตั ิการและทาตามกระบวนการจดั การความรู้ชุมชน
4. ความสามารถในการอธิบายปรัชญาคิดเป็ น และทักษะในการใช้กระบวนการคิดเป็ นใน
การแกป้ ัญหา
5. เขา้ ใจความหมาย เห็นความสาคญั และปฏิบตั ิการรวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ขอ้ มูล และสรุปผล
การหาความรู้ ความจริง
ศึกษาและฝึ กทักษะเกย่ี วกบั เรื่องดงั ต่อไปนี้
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ความหมาย ความสาคญั ของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การกาหนดเป้าหมาย และวางแผนการเรียนรู้ดว้ ย
ตนเอง โดยคดิ ริเร่ิมการเรียนดว้ ยตนเอง วิเคราะห์ กาหนดเป้าหมาย หาแหล่งความรู้ กาหนด เลือกใชว้ ิธีการ
เรียนรู้ การเสริมแผนการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนของตนเอง
ฝึกทกั ษะพ้นื ฐานทางการศึกษาหาความรู้ ทกั ษะการแกป้ ัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ดา้ นการอา่ น การฟัง การสงั เกต การจา และการจดบนั ทึก
เจตคติ/ปัจจยั ท่ีทาใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ยตนเองประสบความสาเร็จ การเปิ ดรับโอกาสการเรียนรู้ การคิด
ริเร่ิมและเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การสร้างแรงจูงใจ การสร้างวินยั ในตนเอง การคิดเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์
ความรักในการเรียน การใฝ่รู้ใฝ่เรียน และความรับผิดชอบ
2. การใช้แหล่งเรียนรู้
ศึกษาความหมาย ความสาคญั ของแหล่งเรียนรู้ โดยทว่ั ไป เช่น กลมุ่ บริการขอ้ มูล
กล่มุ ศิลปวฒั นธรรม ประวตั ิศาสตร์ กลุ่มขอ้ มลู ทอ้ งถ่ิน กลุ่มสื่อ กลมุ่ สันทนาการศึกษา สารวจ แหล่งเรียนรู้
ภายในชุมชน จดั กลุ่ม ประเภท และความสาคญั ศึกษาเรียนรู้กบั ภมู ิปัญญา ปราชญ์ ผรู้ ู้ในทอ้ งถ่ิน
การเขา้ ถึงและเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน สถานศึกษา และ ศูนยก์ ารเรียนชุ มชน
(ศรช.) ศึกษาบทบาทหน้าท่ีและการบริการของแหล่งเรียนรู้ด้านต่าง ๆ กฎ กติกา เง่ือนไขต่าง ๆ ในการไป
30
ขอใช้บริการ ฝึ กทกั ษะการใช้ขอ้ มูลสารสนเทศจากห้องสมุดประชาชนให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการ
ความจาเป็นเพือ่ นาไปใชใ้ นการเรียนรู้ของตนเอง
3. การจัดการความรู้
ศึกษาความหมาย ความสาคญั หลกั การของการจดั การความรู้ กระบวนการจดั การความรู้
การรวมกลมุ่ เพ่ือต่อยอดความรู้ การพฒั นาขอบขา่ ยความรู้ของกล่มุ การจดั ทาสารสนเทศเผยแพร่ความรู้
ฝึกทกั ษะกระบวนการจดั การความรู้ดว้ ยตนเองและดว้ ยการรวมกล่มุ ปฏิบตั ิการ โดยการกาหนด
เป้าหมายการเรียนรู้ ระบุความรู้ที่ตอ้ งใช้ การแสวงหาความรู้ สรุปองคค์ วามรู้ ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ แลกเปลี่ยน
ความรู้ การรวมกลุ่มปฏิบตั ิการเพอื่ ตอ่ ยอดความรู้ การพฒั นาขอบขา่ ยความรู้ของกล่มุ สรุปองคค์ วามรู้ของ
กลมุ่ จดั ทาสารสนเทศองคค์ วามรู้ในการพฒั นาตนเอง ครอบครัว
4. การคิดเป็ น
ศึกษาความหมาย ความสาคญั ของการคดิ เป็น การรวบรวมสภาพปัญหา ของตนเอง ครอบครัว
ชุมชน และคิดวเิ คราะห์ โดยใชข้ อ้ มูลดา้ นตนเอง ดา้ นวิชาการ และดา้ นสงั คมส่ิงแวดลอ้ ม มากาหนด
แนวทางทางเลือกที่หลากหลายในการแกป้ ัญหาอยา่ งมีเหตผุ ล มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความสุข
ดา้ นตนเอง เป็นการพจิ ารณาขอ้ มูลของตนเองเกี่ยวกบั จุดออ่ น จุดแขง็ ลกั ษณะนิสัย ค่านิยม
ความตอ้ งการ ความรู้พ้นื ฐาน ทรัพยากร ส่ิงแวดลอ้ ม วฒั นธรรม ประเพณี และจารีตประเพณีของตนเอง
ก่อนตดั สินใจทาสิ่งใด
ดา้ นวชิ าการ เป็นความรู้หลกั วชิ าการท่ีมีคนคิดสะสมไวแ้ ลว้ และมีความเกี่ยวขอ้ งกบั การแกป้ ัญหา
สามารถนามาพิจารณาประกอบในการแกป้ ัญหาได้
ดา้ นสงั คม สิ่งแวดลอ้ ม เป็นการพจิ ารณาการกระทาใด ๆ ของตนเองที่จะมีผลกระทบตอ่ คนอ่ืน
และสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งไรบา้ ง
5. การวิจยั อย่างง่าย
ศึกษา / ฝึกทกั ษะ ความหมาย ความสาคญั ของ การวิจยั อยา่ งง่าย กระบวนการและข้นั ตอนของ
การดาเนินงาน ไดแ้ ก่ การระบุ / กาหนดปัญหา ท่ีตอ้ งการหาความรู้ ความจริง หรือสิ่งตอ้ งการพฒั นา
การแสวงหาความรู้จากการศึกษาเอกสาร ผทู้ รงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน แหล่งความรู้ ต่าง ๆ เพ่ือกาหนด
แนวคาตอบเบ้ืองตน้ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล โดยการ สอบถาม สารวจ / สมั ภาษณ์ / ทดลอง การนาขอ้ มลู ที่
ไดม้ าวิเคราะห์หาคาตอบที่ตอ้ งการ การเขยี นรายงานสรุปผล และการนาความรู้ไปปฏิบตั ิจริง
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
31
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ควรจดั ในลกั ษณะของการบูรณาการทกั ษะตา่ ง ๆ ไปพร้อมกบั การสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้
อยา่ งสร้างสรรค์ เพอ่ื 1) ฝึกใหผ้ เู้ รียนไดก้ าหนดเป้าหมาย และวางแผนการเรียนรู้ 2) เพ่ิมพูนใหม้ ีทกั ษะ
พ้นื ฐานในการอ่าน ฟัง สงั เกต จา จดบนั ทึก 3) มีเจตคติที่ดีตอ่ การเรียนรู้ดว้ ยตนเองท่ีทาใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ย
ตนเองประสบผลสาเร็จ และนาความรู้ไปใชใ้ นวิถีชีวิตใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง และชุมชน/สังคม
2. การใช้แหล่งเรียนรู้
ตอ้ งใหผ้ เู้ รียนทกุ คนไปศึกษาหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอ ทาความเขา้ ใจบทบาท หนา้ ที่ กฎ กติกา
เง่ือนไข การใหบ้ ริการ เพื่อใชห้ อ้ งสมุดประชาชนใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ ความจาเป็นในการ
นาไปใชใ้ นการเรียนรู้ของตนเอง รวมท้งั มอบหมายใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาจากแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ เช่นภมู ิปัญญา
ทอ้ งถ่ิน แหล่งเรียนรู้ชุมชน
3. การจัดการความรู้
ศึกษาคน้ ควา้ หลกั การ และกระบวนการของการจดั การความรู้ การฝึกปฏิบตั ิจริงโดยการรวมกลมุ่
ปฏิบตั ิการ/ชุมชนปฏิบตั ิการ (Community of practice = Cops) สรุปองคค์ วามรู้ของกลมุ่ และจดั ทา
สารสนเทศเผยแพร่ความรู้
4. การคดิ เป็ น
ควรจดั ใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ ึกการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเก็บรวบรวมขอ้ มลู ในการแกป้ ัญหาอยา่ งมี
เหตผุ ล และหลกั การที่ซบั ซอ้ นจากสภาพจริง หรือเรื่องเกี่ยวกบั ชีวติ จริงของตนเอง หรือ สถานการณ์จริง
หรือ กรณีศึกษา ท่ีใชแ้ กป้ ัญหาและตดั สินใจ อยา่ งมีเหตุผล มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีความสุข
5. การวจิ ัยอย่างง่าย
จดั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ เอกสารที่เก่ียวขอ้ ง ฝึกทกั ษะการสงั เกตและคน้ หาปัญหาท่ีพบใน
ชีวติ ประจาวนั / ในสาระท่ีเรียน การต้งั คาถาม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั เพือ่ น / ผรู้ ู้ การคาดเดาคาตอบอยา่ งมี
เหตผุ ล การฝึกปฏิบตั ิการเขยี นโครงการวิจยั ง่าย ๆ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การสรุปขอ้ มูลและเขยี นรายงานผล
อยา่ งง่าย ๆ
การวดั และประเมินผล
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ใชก้ ารประเมินจากสภาพจริงของผเู้ รียนท่ีแสดงออกเกี่ยวกบั การกาหนดเป้าหมาย และวางแผน
การเรียนรู้ รวมทกั ษะพ้นื ฐานและเทคนิคในการเรียนรู้ตา่ ง ๆ ตลอดจนปัจจยั ที่ทาใหก้ ารเรียนรู้ประสบ
ความสาเร็จ
2. การใช้แหล่งเรียนรู้
32
ขอ้ มูลจากการนาเสนอ ซ่ึงเป็นผลจากการศึกษาจากแหลง่ เรียนรู้ในรูปแบบตา่ งๆ เช่น การเขยี น
รายงาน การร่วมกนั อภิปราย การนาในการพบกล่มุ เป็นตน้
3. การจัดการความรู้
จากการสังเกต ความสนใจ การแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วม การให้ความร่วมมือในกลุ่ม
ปฏิบตั ิการ ผลงาน/ชิ้นงานจากการรวมกลุ่มปฏิบตั ิการ ใชว้ ิธีการประเมินแบบมีส่วนร่วมระหว่างครู ผเู้ รียน
และผูเ้ กี่ยวขอ้ งร่วมกนั ประเมินตีค่าความสามารถ ความสาเร็จกบั เป้าหมายที่วางไว้ และระบุขอ้ บกพร่องท่ี
ตอ้ งแกไ้ ข ส่วนท่ีทาไดด้ ีแลว้ กพ็ ฒั นาใหด้ ียงิ่ ข้นึ ตอ่ ไป
4. การคดิ เป็ น
วดั จากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล การคิดวิเคราะห์ การตดั สินใจแกป้ ัญหาจากขอ้ มูลตามขอ้ เทจ็ จริง
5. การวิจยั อย่างง่าย
จากการสังเกต ความสนใจ การมีส่วนร่วม ความร่วมมือ จากผลงาน / ชิ้นงานท่ีมอบหมายให้ฝึ ก
ปฏิบตั ิ ในระหวา่ งเรียนและการสอบปลายภาคเรียน
33
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวชิ า
ทร 11001 วิชาทักษะการเรียนรู้ สาระทักษะการเรียนรู้ จานวน 5 หน่วยกติ
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ
1. ความสามารถในการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง
2. รู้จกั เห็นคณุ คา่ และใชแ้ หลง่ เรียนรู้ถกู ตอ้ ง
3. เขา้ ใจความหมาย กระบวนการชุมชนปฏิบตั ิการและทาตามกระบวนการจดั การความรู้ชุมชน
4. ความสามารถในการอธิบายปรัชญาคิดเป็ น และทกั ษะในการใช้กระบวนการคิดเป็ นในการ
แกป้ ัญหา
5. เขา้ ใจความหมาย เห็นความสาคญั และปฏิบตั ิการรวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์ขอ้ มูล และสรุปผล
การหาความรู้ ความจริง
หัวเรื่อง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
34
1. การเรียนรู้ 1.1 รู้ เขา้ ใจความหมาย 1. ความหมาย ความสาคญั ของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง 3
ด้วยตนเอง 6
ตระหนกั และเห็นความสาคญั 2. การกาหนดเป้าหมายและวางแผนการเรียนรู้ดว้ ย 25
ของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ตนเอง 6
1.2 สามารถกาหนดเป้าหมาย 3. ทกั ษะพ้นื ฐานทางการศึกษาหาความรู้ ทกั ษะการ
และวางแผนการเรียนรู้ แกป้ ัญหา และเทคนิคในการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ดว้ ยตนเอง (การอา่ น การฟัง การสังเกต การจา และการจดบนั ทึก)
1.3 มีทกั ษะพ้ืนฐานทาง 4. เจตคติ/ปัจจยั ท่ีทาใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ยตนเองประสบ
การศึกษาหาความรู้ ทกั ษะการ ความสาเร็จ (การเปิ ดรับโอกาสการเรียนรู้ การคิดริเริ่ม
แกป้ ัญหา และเทคนิคในการ และเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การสร้างแรงจูงใจ การสร้างวินยั
เรียนรู้ดว้ ยตนเอง ในตนเอง การคิดเชิงบวก ความคดิ สร้างสรรค์ ความรัก
1.4 สามารถอธิบายปัจจยั ท่ีทา ใน การเรียน การใฝ่ รู้ใฝ่เรียน และความรับผดิ ชอบ)
ใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ประสบความสาเร็จ
หวั เร่ือง ตัวชีว้ ดั เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
2. การใช้
แหล่งเรียนรู้ 2.1 รู้ เขา้ ใจความหมาย 1. ความหมาย ความสาคญั ของแหล่งเรียนรู้ 3
ตระหนกั และเห็นความสาคญั โดยทว่ั ไป (กลมุ่ บริการขอ้ มูล กลมุ่ ศิลปวฒั นธรรม 12
6
ของแหลง่ เรียนรู้โดยทว่ั ไป ประวตั ิศาสตร์ กลมุ่ ขอ้ มลู ทอ้ งถ่ิน กลุ่มส่ือ 3
16
2.2. อธิบายถึงความสาคญั ของ กลุ่มสนั ทนาการ)
การใชแ้ หลง่ เรียนรู้ 2. การเขา้ ถึงและเลือกใชแ้ หลง่ เรียนรู้ (หอ้ งสมุด
2.3 สามารถบอกและ ประชาชนอาเภอของสถานศึกษา และ ศรช.)
ยกตวั อยา่ งประเภทของแหล่ง 3. บทบาทหนา้ ที่และการบริการของแหล่งเรียนรู้ดา้ น
เรียนรู้ ต่าง ๆ
2.4 สามารถเลือกและบอก 4. กฎ กติกา เง่ือนไขตา่ ง ๆ ในการไปขอใชบ้ ริการ
วธิ ีการเขา้ ถึงแหลง่ เรียนรู้ แหลง่ เรียนรู้
2.5. ยกตวั อยา่ งการใชแ้ หล่ง 5. ทกั ษะการใชข้ อ้ มูลสารสนเทศจากหอ้ งสมดุ
เรียนรู้ของตนเอง ประชาชนท่ีสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ ความจาเป็น
35
2.6 สามารถอธิบายหรือ เพ่อื นาไปใชใ้ นการเรียนรู้ของตนเอง
ยกตวั อยา่ งการใชข้ อ้ มลู
สารสนเทศจากหอ้ งสมุด
ประชาชนที่สอดคลอ้ งกบั
ความตอ้ งการ ความจาเป็นเพ่ือ
นาไปใชใ้ นการเรียนรู้ของ
ตนเอง
3. การจดั การ 3.1 รู้ เขา้ ใจ ความหมาย 1. ความหมาย ความสาคญั หลกั การของการจดั การ 5
ความรู้ 5
ความสาคญั ประโยชน์ ความรู้
หลกั การของการจดั การความรู้ 2. กระบวนการจดั การความรู้ (กาหนดเป้าหมายการ
3.2 รู้ เขา้ ใจกระบวนการ เรียนรู้/ระบคุ วามรู้/กาหนดความรู้ท่ีตอ้ งการใช/้ การ
จดั การความรู้ แสวงหาความรู้/ สรุปองคค์ วามรู้ ปรับปรุง ดดั แปลง
3.3 สามารถใชก้ ารจดั การ ใหเ้ หมาะสมต่อการใชง้ าน/ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ใน
ความรู้เป็นเคร่ืองมือในการ กิจการงานของตน/แลกเปลี่ยนความรู้/ รวมกล่มุ
เรียนรู้ดว้ ยตนเอง ปฏิบตั ิการต่อยอดความรู้ พฒั นาขอบข่ายความรู้ของ
หัวเร่ือง ตวั ชีว้ ดั เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
3.4 สามารถจดั การความรู้ กลมุ่ / สรุปองคค์ วามรู้ของกลุ่ม/จดั ทาสารสนเทศ
โดยกระบวนการกลุ่ม เผยแพร่ความรู้) 10
3.5 สามารถสร้าง พฒั นา 3. กระบวนการจดั การความรู้ดว้ ยตนเอง (ระดบั ปัจเจก)
10
ความรู้ (นวตั กรรม) 3.1 กาหนดความรู้หลกั ที่จาเป็นหรือสาคญั ต่องาน
3.6 สามารถใชส้ ารสนเทศ หรือกิจกรรม
เป็นเครื่องมือในการ 3.2 เสาะแสวงหาความรู้
เผยแพร่องคค์ วามรู้ 3.3 ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
3.4 แลกเปล่ียนความรู้
3.5 พฒั นาความรู้/ยกระดบั ความรู้/ตอ่ ยอดความรู้
3.6 สรุปองคค์ วามรู้
3.7 จดั ทาสารสนเทศองคค์ วามรู้ในการพฒั นาตนเอง
กระบวนการจดั การความรู้ด้วยการปฏิบัติการกล่มุ
36
(ชุมชนนักปฏิบัตหิ รือชุมชนแห่งการเรียนรู้ :COPS) 5
1. รูปแบบของ COPS ท่ีใชใ้ นการจดั การความรู้
2. การทา COPS เพอื่ จดั การความรู้ 5
จานวน
2.1 บนั ทึกการเลา่ เร่ือง (ชั่วโมง)
2.2 บนั ทึกขมุ ความรู้
2.3 บนั ทึกแก่นความรู้ 5
3. บนั ทึก จดั เก็บ เป็นองคค์ วามรู้ของกลุ่ม เพื่อใช้ 5
ประโยชนใ์ หผ้ อู้ ่ืนไดเ้ รียนรู้ต่อไป
การสร้างองค์ความรู้ พฒั นา ต่อยอด ยกระดบั ความรู้
1. การใชค้ วามรู้และประสบการณ์ในตวั บคุ คลใหเ้ กิด
ประโยชน์ต่อกลุ่ม/หน่วยงาน/ชุมชน
2. การทางานแบบต่อยอดความรู้
3. วิธีปฏิบตั ิที่เป็นเลิศ (Best Practice)
การจัดทาสารสนเทศเผยแพร่องค์ความรู้
1. การถา่ ยทอดความรู้ รูปแบบ วิธีการ
2. การประสานความรู้
หวั เร่ือง ตวั ชี้วัด เนื้อหา
4. การคิดเป็ น 4.1 เขา้ ใจความหมายและ 3. การถอดองคค์ วามรู้
ความสาคญั ของการ 4. การแลกเปล่ียนเรียนรู้
คดิ เป็น 5. การจดั เก็บความรู้ของกลุม่ /องคก์ ร การสร้างคลงั
4.2 สรุปสภาพปัญหาและ ความรู้ การประยกุ ตใ์ ช้ ICT
ขอ้ เทจ็ จริงท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั 1. ปรัชญาคิดเป็น
ตนเอง ครอบครัว ชุมชน
และประเทศชาติ 1.1 ความหมายของการคิดเป็น
1.2 ความสาคญั ของการคิดเป็น
1.3 หลกั การของการคิดเป็น
2. กระบวนการของการคดิ เป็น
2.1 ความหมาย
2.2 ข้นั ตอนกระบวนการคิดเป็น
4.3 เขียนนาเสนอ 2.3 การประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั 37
ผงั ความคิด 3. การจดั ทาและนาเสนอผงั ความคดิ 10
4.4 ฝึกคิด วเิ คราะห์ โดย 10
ใชข้ อ้ มูลดา้ นตนเองดา้ น 3.1 การเก็บรวบรวมสภาพปัญหา 10
วิชาการ และดา้ นสงั คม 3.2 การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบของแผนผงั การคิด
ส่ิงแวดลอ้ มมา 3.3 วธิ ีการนาเสนอแผนผงั ความคดิ
ประกอบการคิด 4. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
4.5 รู้และเขา้ ใจแนว 4.1 กลยทุ ธ์ในการคดิ (ทฤษฎีหมวก 6 ใบ)
ทางการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ ง 4.2 การคิดเชิงบวก
เป็นระบบ มีเหตุผล มี 4.3 การฝึกทกั ษะการคิดวิเคราะห์
คณุ ธรรม จริยธรรมและมี 5. การกาหนดแนวทางในการแกป้ ัญหา
ความสุข 5.1 การรวบรวมสภาพปัญหา
4.6 มีเจตคติที่ดีตอ่ 5.2 การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
ครอบครัวและบุคคลอ่ืน 5.3 การวเิ คราะหท์ างเลือกในการแกป้ ัญหา
ในชุมชน 5.4 ตดั สินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด
หัวเรื่อง ตัวชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
5. การวิจยั
อย่างง่าย 5.1 รู้เขา้ ใจความหมายและ 1. วจิ ยั คอื อะไร ทาไมตอ้ งรู้เรื่องการวจิ ยั 2
ตระหนกั ถึงความสาคญั ของ (ความหมายและความสาคญั ของการวิจยั )
การวิจยั 1.1 ความหมายของการวจิ ยั
5.2 วเิ คราะห์และกาหนดปัญหา 1.2 ความสาคญั และประโยชน์ของการวิจยั
หรือส่ิงท่ีอยากรู้/ตอ้ งการทราบ 2. ทาวจิ ยั อยา่ งไร 30
คาตอบ (กระบวนการและข้นั ตอนการวิจยั )
5.3 รู้เขา้ ใจกระบวนการและ 2.1 คาถามท่ีตอ้ งการคาตอบคืออะไร
ข้นั ตอนการวิจยั ปัญหาที่ตอ้ งการทราบจากการวจิ ยั คืออะไร
5.4 ฝึกปฏิบตั ิการสังเกตปัญหา (การระบุปัญหาการวิจยั )
การระบุปัญหา 2.2 คาดเดาคาตอบวา่ อยา่ งไร กาหนดแนวคาตอบ
การต้งั สมมติฐาน การเก็บ เบ้ืองตน้ (สมมติฐาน)
38
รวบรวมขอ้ มลู การสรุปขอ้ มูล 2.3 วิธีการหาคาตอบที่ตอ้ งการรู้/แหล่งคาตอบ/
และการเขยี นรายงานการวิจยั การรวบรวมคาตอบ
อยา่ งงา่ ย (การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู /เครื่องมือการวจิ ยั )
2.4 ตอบคาถามที่สงสัยวา่ อยา่ งไร (การวิเคราะห์ 8
ขอ้ มูล/สรุปผลการวิจยั )
3. เขียนอยา่ งไร ใหค้ นอา่ นเขา้ ใจ (การเขยี นรายงาน
การวิจยั อยา่ งงา่ ย)
3.1 ความเป็นมา/ความสาคญั ของเรื่องที่ทาวจิ ยั
3.2 วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั
3.3 ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการวจิ ยั
3.4 เอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง
3.5 วธิ ีดาเนินการวิจยั
3.6 การวิเคราะหข์ อ้ มลู
3.7 สรุปผลและขอ้ เสนอแนะ
3.8 เอกสารอา้ งอิง
คาอธบิ ายรายวชิ าเลือก
สาระทักษะการเรียนรู้
มาตรฐานที่ รหัสรายวิชา ระดบั ประถมศึกษา หน่วยกติ
ทร02001 1
1 ทร02002 รายวิชา 1
2 ทร03032 ขอ้ มูลน้นั สาคญั ไฉน 1
3 เทคนิคการแกป้ ัญหา 3
คดิ อยา่ งไรให้เป็นสุข
รวม
39
คาอธิบายรายวชิ าเลือก
40
และ
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าเลือก
ระดับประถมศึกษา
คาอธิบายรายวชิ า ทร02001 ข้อมูลน้ันสาคัญไฉน
สาระทกั ษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ชั่วโมง)
มาตรฐานท่ี 1.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ศึกษาและฝึ กทกั ษะเกย่ี วกบั เรื่องต่อไปนี้
ความสาคญั ของขอ้ มูล การสารวจขอ้ มูล การไดม้ าซ่ึงขอ้ มลู การแจกแจงขอ้ มูล การตรวจสอบ
ขอ้ มูล การนาขอ้ มูลมาใชใ้ นการวางแผนการทางานและการดาเนินชีวิต
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
41
ควรจดั ในลกั ษณะของการบูรณาการทกั ษะต่าง ๆ ไปพร้อมกบั การสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้
อย่างสร้างสรรค์ เพ่ือฝึ กให้ผูเ้ รียนได้สารวจข้อมูล ค้นควา้ ตรวจสอบข้อมูล และการนาข้อมูลมาใช้ใน
การ วางแผนการทางานและการดาเนินชีวิต และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเองที่ทาให้การเรียนรู้ดว้ ย
ตนเองประสบความสาเร็จ และนาความรู้ไปใชใ้ นวิถีชีวิตใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง และชุมชน สงั คม
การวดั และประเมินผล
ใชก้ ารประเมินจากสภาพจริงของผเู้ รียนที่แสดงออกเก่ียวกับข้นั ตอน วิธีการสารวจขอ้ มูล และ
ความสามารถในการนาขอ้ มูลไปใชป้ ระโยชน์
คาอธิบายรายวชิ า ทร02002 เทคนคิ การแก้ปัญหา
สาระทักษะการเรียนรู้ ระดบั ประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ชั่วโมง)
มาตรฐานท่ี 1.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีตอ่ การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ศึกษาและฝึ กทักษะเกย่ี วกบั เร่ืองต่อไปนี้
ความหมายของปัญหา สาเหตุของปัญหา ข้นั ตอนและวิธีการการแกป้ ัญหา ทศั นคติท่ีดีในการ
แกป้ ัญหา การคน้ หาปัญหา การยอมรับปัญหา การกาหนดปัญหา การวางแผนการแกป้ ัญหา การหาขอ้ มูล
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เพ่ือหาตน้ ตอสาเหตุและกาหนดขอ้ สมมติฐาน การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบ การระดม
42
สมองเพอ่ื สร้างทางเลือก การตดั สินใจ การกลา้ ลงมือแกไ้ ขและการบริหารการเปลี่ยนแปลง ติดตามผล
และปรับปรุงแกไ้ ข การป้องกนั ปัญหา
ฝึกทกั ษะการแกป้ ัญหา และการปฏิบตั ิการแกป้ ัญหาจากกรณีศึกษาหรือประเด็นที่กาหนด
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
ควรจดั ในลกั ษณะของการบูรณาการทกั ษะต่าง ๆ ไปพร้อมกบั การสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้
อยา่ งสร้างสรรค์ เพ่ือฝึ กให้ผเู้ รียนไดก้ าหนดปัญหา การวางแผนการแกป้ ัญหา และมีเจตคติที่ดีตอ่ การเรียนรู้
ดว้ ยตนเองท่ีทาให้การเรียนรู้ดว้ ยตนเองประสบความสาเร็จ และนาความรู้ไปใช้ในวิถีชีวิตใหเ้ หมาะสมกบั
ตนเอง และชุมชน สังคม
การวดั และประเมินผล
ใชก้ ารประเมินจากสภาพจริงของผเู้ รียนท่ีแสดงออกเก่ียวกบั การใชเ้ ทคนิคในการแกไ้ ขปัญหา และ
ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหาจากกรณีศึกษาหรือประเดน็ ปัญหาท่ีกาหนด
คาอธบิ ายรายวิชา ทร03032 คดิ อย่างไรให้เป็ นสุข
สาระทักษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่ัวโมง)
มาตรฐานท่ี 1.4 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีต่อการคิดเป็น
ศึกษาและฝึ กทกั ษะเกย่ี วกบั เร่ืองต่อไปนี้
ชีวติ เป็นสุข วิธีคิดใหช้ ีวิตเป็นสุข การจดั การกบั ความเครียดและความขดั แยง้ ในวถิ ีชีวิต การดาเนิน
ชีวติ อยา่ งมีคุณคา่ และสงบสุข กิจกรรมฝึกสมาธิและปัญญา
43
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ควรจดั ในลกั ษณะของการบูรณาการทกั ษะต่าง ๆ ไปพร้อมกบั การสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้
อย่างสร้างสรรค์ เพื่อฝึ กให้ผเู้ รียนไดฝ้ ึ กเรียนรู้เก่ียวกบั การคิด และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเองท่ีทา
ใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ยตนเองประสบความสาเร็จ และนาความรู้ไปใชใ้ นวถิ ีชีวติ ใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง และชุมชน
สงั คม
การวัดและประเมินผล
ใชก้ ารประเมินจากสภาพจริงของผเู้ รียนที่แสดงออกเก่ียวกบั การคดิ
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวชิ า ทร02001 ข้อมูลน้นั สาคัญไฉน
สาระทกั ษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ชั่วโมง)
ที่ หวั เรื่อง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
1. ข้อมูลน้ัน 1. รู้ เขา้ ใจ และ 1. ความสาคญั ของขอ้ มลู
สาคัญไฉน 40
ตระหนกั ถึงความสาคญั 2. การสารวจขอ้ มลู
ของขอ้ มลู 3. การไดม้ าซ่ึงขอ้ มูล
2. รู้ข้นั ตอน วธิ ีการ 4. การแจกแจงขอ้ มลู
44
สารวจขอ้ มูล 5. การตรวจสอบขอ้ มลู
3. สามารถนาขอ้ มูล 6. การนาขอ้ มลู มาใชใ้ นการวางแผนการทางาน
ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ และการดาเนินชีวิต