45
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชา ทร02002 เทคนคิ การแก้ปัญหา
สาระทกั ษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่ัวโมง)
ที่ หวั เร่ือง ตวั ชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
2. เทคนคิ 1. รู้เขา้ ใจสาเหตุ 1. ความหมายของปัญหา
การแก้ปัญหา 40
ของการเกิดปัญหา 2. สาเหตขุ องปัญหา
2. บอกหรืออธิบาย 3. ข้นั ตอนและวิธีการการแกป้ ัญหา
ข้นั ตอนการแกไ้ ข (1) ทศั นคติท่ีดีในการแกป้ ัญหา
ปัญหาได้ (2) การคน้ หาปัญหา
3. รู้จกั เลือกใช้ (3) การยอมรับปัญหา
เทคนิคในการแกไ้ ข (4) การกาหนดปัญหา
ปัญหา (5) การวางแผนการแกป้ ัญหา
4. ตระหนกั หรือ (6) การหาขอ้ มลู
เห็นความสาคญั (7) การวิเคราะหข์ อ้ มลู เพ่ือหา ตน้ ตอสาเหตุ
ของเทคนิคการ และกาหนดขอ้ สมมติฐาน
แกไ้ ขปัญหา (8) การแกป้ ัญหาอยา่ งระบบ
5. สามารถแกไ้ ข (9) การระดมสมองเพ่ือสร้างทางเลือก
ปัญหาจาก (10) การตดั สินใจ
กรณีศึกษาหรือ (11) การกลา้ ลงมือแกไ้ ขและการบริหารการ
ประเด็นปัญหา เปลี่ยนแปลง
ท่ีกาหนดได้ (12) ติดตามผล และปรับปรุงแกไ้ ข
(13) การป้องกนั ปัญหา
ฝึกทกั ษะการแกป้ ัญหา
4. การปฏิบตั ิการแกป้ ัญหาจากกรณีศึกษาหรือ
ประเด็นที่กาหนด
46
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ า ทร03032 คิดอย่างไรให้เป็ นสุข
สาระทักษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ชั่วโมง)
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
3. คิดอย่างไร 1. มีความรู้และ 1. ชีวิตเป็นสุข
ให้เป็ นสุข ความเขา้ ใจในวธิ ี 2. วธิ ีคิดใหช้ ีวติ เป็นสุข (คิดทางบวก/ไม่คดิ ยอ้ น 40
คิดใหช้ ีวิตเป็นสุข อดีต ฯลฯ)
2. สามารถจดั การ 3. การจดั การกบั ความเครียดและความขดั แยง้ ใน
กบั ความเครียดและ วิถีชีวติ
ความขดั แยง้ ในวถิ ี 4. การดาเนินชีวิตอยา่ งมีคุณคา่ และสงบสุข
ชีวิต 5. กิจกรรมฝึกสมาธิและปัญญา
3. มีความเขา้ ใจใน
วิธีการดาเนินชีวติ
อยา่ งมีคุณค่า และ
สงบสุข
4. สามารถปฏิบตั ิ
กิจกรรมฝึ กสมาธิ
และปัญญา
47
สาระความรู้พืน้ ฐาน
48
วชิ าภาษาไทย
49
สาระความรู้พื้นฐาน
เป็นสาระเก่ียวกบั ภาษาและการส่ือสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเก่ียวกบั ภาษาและการส่ือสาร
มาตรฐานท่ี 2.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเก่ียวกบั คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
วิชาภาษาไทย
เป้าหมายการเรียนรู้
1. เขา้ ใจความสาคญั และจุดมุ่งหมาย การฟัง การสังเกต การอ่าน พูด เขียน จบั ประเด็น และ
การถ่ายทอดประสบการณ์
2. ยอมรับและเห็นคุณคา่ การใชภ้ าษาไทยและวรรณคดี วรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
3. มีทกั ษะในการสื่อสาร ตามหลกั การใชภ้ าษาไทย ท่ีใชใ้ นชีวิตประจาวนั
50
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับและผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั
51
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั และผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเก่ียวกบั ภาษาและการสื่อสาร
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง
การฟัง การดู
1. เห็นความสาคญั ของการฟัง และดู 1. รู้และเขา้ ใจหลกั การ ความสาคญั และจุดมุ่งหมายของ
2. สามารถจบั ใจความ และสรุปความจากเร่ืองที่ฟัง การฟังและดู
และดู 2. จบั ใจความสาคญั และสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู
3. มีมารยาทในการฟัง และดู 3. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการฟังและดู
การพดู 1. เขา้ ใจความสาคญั และลกั ษณะการพูดท่ีดี
1. เห็นความสาคญั และลกั ษณะการพูดท่ีดี 2. พดู แสดงความรู้ ความคดิ ความรู้สึก ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. สามารถพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน 3. ปฏิบตั ิตนเป็ นผมู้ ีมารยาทในการพดู
โอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 1. เขา้ ใจความสาคญั หลกั การ และจุดม่งุ หมายของ
3. มีมารยาทในการพูด การอ่านท้งั อ่านออกเสียงและอ่านในใจ
การอ่าน
1. เห็นความสาคญั ของการอ่าน ท้งั การอา่ นออกเสียง 2. อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ บทสนทนา เรื่องส้ัน
บทร้อยกรอง และบทร้องเล่น บทกลอ่ มเด็ก
และอา่ นในใจ
2. สามารถอา่ นไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง และอ่านไดเ้ ร็ว เขา้ ใจ 3. อธิบายความหมายของคาและขอ้ ความท่ีอ่าน
4. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการอา่ นและมีนิสยั รัก
ความหมายของถอ้ ยคา ขอ้ ความ เน้ือเร่ืองที่อ่าน
3. มีมารยาทในการอา่ นและนิสยั รักการอา่ น การอ่าน
การเขียน 1. เขา้ ใจหลกั การเขยี น และเห็นความสาคญั ของการเขียน
1. เห็นความสาคญั ของ การเขียนและประโยชนข์ อง
52
การคดั ลายมือ 2. รู้จกั อกั ษรไทย เขยี นสะกดคา และรู้ความหมายของคา
2. สามารถเขียนคา คาคลอ้ งจอง ประโยค และเขยี น คาคลอ้ งจอง และประโยค
บนั ทึกเร่ืองราว ส่ือสาร เหตกุ ารณ์ในชีวิตประจาวนั
ได้
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
3. มีมารยาทในการเขียนและนิสยั รักการเขยี น 3. เขียนส่ือสารในชีวิตประจาวนั จดบนั ทึก โดยใชค้ า
ถกู ตอ้ ง ชดั เจน
4. เขียนเรียงความ ยอ่ ความ จดหมาย ไดต้ ามรูปแบบ
5. เขยี นรายงาน การคน้ ควา้ สามารถอา้ งอิงแหลง่ ความรู้
6.กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ
7. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการเขยี นและมีการจด
บนั ทึกอยา่ งสม่าเสมอ
หลกั การใช้ภาษา
1. สามารถสะกดคา โดยนาเสียงและรูปอกั ษรไทย 1. อธิบายการใชเ้ สียง และรูปอกั ษรไทย อกั ษร 3 หมู่
ประสมเป็นคาอ่านและเขยี นไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การ และการผนั วรรณยกุ ตไ์ ด้
ใชภ้ าษา 2. อธิบายเก่ียวกบั คา การสะกดคา พยางค์ และประโยคได้
2. สามารถใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอนไดถ้ กู ตอ้ งและ ถกู ตอ้ ง
เหมาะสม 3. ใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอนและอกั ษรยอ่ ไดถ้ กู ตอ้ ง
3. เขา้ ใจลกั ษณะของคาไทย คาภาษาถิ่น และ คาภาษา 4. บอกประโยชนก์ ารใชพ้ จนานุกรม
ต่างประเทศท่ีใช้ ในภาษาไทย 5. บอกความหมายของสานวน คาพงั เพย สุภาษิต
คาราชาศพั ท์ คาสุภาพ และนาไปใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง
เหมาะสม
6. บอกลกั ษณะคาไทย คาภาษาถิ่น และคา
ภาษาต่างประเทศที่มี ใชใ้ นภาษาไทย
วรรณคดี วรรณกรรม
1. สามารถคน้ ควา้ เรื่องราว ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ของ 1. อธิบายถึงประโยชน์ และคณุ ค่าของนิทาน
53
นิทาน นิทานพ้ืนบา้ น วรรณกรรมและวรรณกรรม นิทานพ้นื บา้ น วรรณกรรมและวรรณกรรมใน
ทอ้ งถิ่น ทอ้ งถิ่น
คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
และ
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวชิ าบังคบั
ระดบั ประถมศึกษา
54
คาอธิบายรายวชิ าบังคับ
สาระความรู้พืน้ ฐาน
วชิ าภาษาไทย
มาตรฐานที่ รหัสรายวิชา ระดับประถมศึกษา หน่วยกติ
2.1 พท 11001 รายวิชา 3
ภาษาไทย 3
รวม
55
คาอธิบายรายวิชา พท11001 ภาษาไทย จานวน 3 หน่วยกติ
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเก่ียวกบั ภาษาและการสื่อสาร
การฟัง การดู
1. เห็นความสาคญั ของการฟัง และดู
2. สามารถจบั ใจความ และสรุปความจากเร่ืองที่ฟังและดู
3. มีมารยาทในการฟัง และดู
การพูด
1. เห็นความสาคญั และลกั ษณะการพูดที่ดี
2. สามารถพดู แสดงความรู้ ความคดิ ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. มีมารยาทใน การพูด
การอ่าน
1. เห็นความสาคญั ของการอ่าน ท้งั การอ่านออกเสียงและอา่ นในใจ
2. สามารถอ่านไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และอา่ นไดเ้ ร็ว เขา้ ใจความหมายของถอ้ ยคา ขอ้ ความ
เน้ือเรื่องที่อ่าน
3. มีมารยาทในการอ่านและนิสยั รักการอ่าน
การเขยี น
1. เห็นความสาคญั ของ การเขียนและประโยชนข์ องการคดั ลายมือ
2. สามารถเขยี นคา คาคลอ้ งจอง ประโยค และเขียนบนั ทึกเร่ืองราว สื่อสาร เหตุการณ์
ในชีวติ ประจาวนั ได้
3. มีมารยาทในการเขียนและนิสัยรักการเขียน
หลกั การใช้ภาษา
1. สามารถสะกดคา โดยนาเสียงและรูปอกั ษรไทยประสมเป็นคาอา่ นและเขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง
56
ตามหลกั การใชภ้ าษา
2. สามารถใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอนไดถ้ กู ตอ้ งและเหมาะสม
3. เขา้ ใจลกั ษณะของคาไทย คาภาษาถิ่น และ คาภาษา ตา่ งประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทย
วรรณคดี วรรณกรรม
1. สามารถคน้ ควา้ เรื่องราว ประโยชน์และคุณค่าของนิทาน นิทานพ้ืนบา้ น วรรณกรรมและ
วรรณกรรมทอ้ งถิ่น
ศึกษาและฝึ กทกั ษะเกยี่ วกบั เร่ืองดังต่อไปนี้
การฟัง การดู
หลกั การ ความสาคญั จุดม่งุ หมาย การสรุปความ และมารยาทของการฟังและดู
การพดู
ความสาคญั ลกั ษณะการพดู ที่ดี และมารยาทในการพดู
การอ่าน
หลกั การ ความสาคญั จุดมุ่งหมาย ของการอ่านออกเสียงและอ่านในใจ บทร้อยแกว้ บทร้อยกรอง
และมารยาทของการอา่ น
การเขยี น
หลกั การ ความสาคญั ของการเขียน การคดั ลายมือ การเขียนส่ือสารในชีวิตประจาวนั ดว้ ยวิธีการ
เขียนประเภทต่างๆ และการกรอกแบบรายการต่างๆ ตลอดจนมีมารยาทในการเขียน
หลกั การใช้ภาษา
การใชเ้ สียงและรูปอกั ษรไทย อกั ษร 3 หมู่ การผนั วรรณยกุ ต์ ความหมายของคา คาไทย คาภาษาถ่ิน
คาภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย การสะกดคา พยางค์และประโยค การใช้เครื่องหมาย วรรคตอน
พจนานุกรม และความหมายของสานวน คาพงั เพย สุภาษติ คาราชาศพั ท์ คาสุภาพ
วรรณคดี และวรรณกรรม
ประโยชนแ์ ละคุณคา่ ของนิทาน นิทานพ้ืนบา้ น และวรรณกรรมในทอ้ งถิ่น
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
57
จดั ประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจาวนั ให้ผเู้ รียนไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ โดยการปฏิบตั ิจริงเป็ น
รายบุคคลหรือใชก้ ระบวนการกลุ่มเก่ียวกบั ทกั ษะการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน และหลกั การใช้
ภาษา
การวดั และประเมินผล
การสังเกต การฝึกปฏิบตั ิ การทดสอบ (แบบทดสอบ) และการประเมินชิ้นงานในแต่ละกิจกรรม
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ า พท11001 ภาษาไทย จานวน 3 หน่วยกติ
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานท่ี 2.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเก่ียวกบั ภาษาและการสื่อสาร
ท่ี หวั เร่ือง ตัวชีว้ ดั เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
1. การฟัง การดู 1. รู้และเขา้ ใจหลกั การ 1. หลกั การความสาคญั และ
2
(10) ความสาคญั และจุดมงุ่ หมาย จุดมุ่งหมายของการฟัง และดู
3
ของการฟัง และดู
3
2. จบั ใจความสาคญั และสรุป 2. การจบั ใจความสาคญั จากการฟัง 2
2
ความจากเร่ืองที่ฟังและดู และดู
2
3. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทใน 3. การสรุปความจากการฟังและดู
5
การฟัง และดู 4. มารยาทในการฟัง และดู
2. การพูด 1. เขา้ ใจหลกั การความสาคญั 1. หลกั การความสาคญั และ
(10) และจุดมงุ่ หมายลกั ษณะการ จุดมุง่ หมายของการพูด
พูดท่ีดี
2. การเตรียมการและพูดแสดง 2. การเตรียมการพดู และลกั ษณะ
ความรู้ ความคิด ความรู้สึกได้ การพดู ท่ีดี
อยา่ งเหมาะสม
3. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทใน 3. การพูดในโอกาสต่าง ๆ
การพดู - การพูดอวยพร
58
ท่ี หวั เรื่อง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
- การพูดขอบคุณ
- การพูดแสดงความเสียใจ/ ดีใจ
- การพูดตอ้ นรับ 1
- การพูดรายงาน
4. มารยาทในการพูด
3. การอา่ น 1. เขา้ ใจความสาคญั หลกั การ 1. ความสาคญั หลกั การ และ 4
(40) และจุดมงุ่ หมายของการอา่ น จุดม่งุ หมายของการอ่านออก
ท้งั อ่านออกเสียงและอา่ นในใจ เสียงและ การอา่ นในใจ
2. อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ 2. การอ่านร้อยแกว้ 16
บทสนทนา เร่ืองส้นั 2.1 การอา่ นออกเสียง
บทร้อยกรอง และบทร้องเล่น 2.2 การอ่านขอ้ ความบทสนทนา
บทกลอ่ มเด็ก เรื่องส้ัน และบทกล่อมเดก็
3. อธิบายความหมายของคาและ 2.3 การอ่านจบั ใจความสาคญั
ขอ้ ความที่อ่าน 2.4 การอ่านเพ่ือแสดงความคดิ เห็น
4. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทใน และ สรุปความ
การอ่านและมีนิสยั รักการ 3. การอา่ นร้อยกรอง 12
อ่าน 3.1 การอ่านคาคลอ้ งจอง บทกลอ่ ม
เด็ก นิทาน เพลงพ้ืนบา้ น
3.2 การอ่านกลอนสุภาพ
4. การเลือกอ่านหนงั สือและ 4
ประโยชน์ของการอา่ น
5. การสร้างนิสยั รักการอ่าน และ 4
มารยาทในการอา่ นท่ีดี
4. การเขยี น 1. เขา้ ใจหลกั การเขียน และเห็น 1. หลกั การเขยี น ความสาคญั ของ 2
(20) ความสาคญั ของการเขียน การเขียน
2. รู้จกั อกั ษรไทย เขยี นสะกดคา 2. การเขยี นอกั ษรไทย (พยญั ชนะ 2
และรู้ความหมายของคา สระ วรรณยกุ ต์ ตวั เลขไทย)
59
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
คาคลอ้ งจอง และประโยค 3. การเขยี นสะกดคาและ 2
3. เขียนสื่อสารในชีวิตประจาวนั ความหมายของคา
จดบนั ทึก โดยใชค้ าถูกตอ้ ง 4. การเขียนส่ือสาร 4
ชดั เจน - การเขยี นประวตั ิตนเอง
4. เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ - การเขียนบนั ทึกประจาวนั
จดหมาย ไดต้ ามรูปแบบ - การเขียนเลา่ เรื่อง ข่าว เหตุการณ์
5. เขียนรายงานการคน้ ควา้ 5. การเขียนตามรูปแบบ 4
สามารถอา้ งอิงแหล่งความรู้ - การเขยี นเรียงความ
6.กรอกแบบรายการตา่ งๆ - การเขียนย่อความ
7. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทใน - การเขียนจดหมาย
การเขยี นและมีการจดบนั ทึก (การใชจ้ ดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์)
อยา่ งสม่าเสมอ 6. การเขยี นรายงานการคน้ ควา้ 2
และอา้ งอิงความรู้
7. การเขียนกรอกรายการ 2
(แบบฟอร์ม)
8. การปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาท 2
ในการเขียนและมีนิสยั รัก
การเขยี น
5. หลกั การใชภ้ าษา 1. อธิบายการใชเ้ สียง และ 1. เสียงและรูปอกั ษรไทย 1
(20) รูปอกั ษรไทย อกั ษร 3 หมู่ (พยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต)์
และการผนั วรรณยกุ ตไ์ ด้ 2. การผนั อกั ษร 3 หมู่ (ไตรยางศ)์ 3
2. อธิบายเก่ียวกบั คา การสะกดคา 3. พยางคแ์ ละคา 1
พยางค์ และประโยคไดถ้ กู ตอ้ ง 4. คาในมาตราตวั สะกด 9 มาตรา 2
3. ใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอนและ 5. ชนิดและหนา้ ที่ของคา 7 ชนิด 3
อกั ษรยอ่ ไดถ้ กู ตอ้ ง 6. โครงสร้างและชนิดของ 2
4. บอกประโยชน์การใช้ ประโยค
พจนานุกรม 7. เคร่ืองหมายวรรคตอน 1
60
ท่ี หัวเรื่อง ตวั ชี้วัด เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
5. บอกความหมายของสานวน 8. การใชพ้ จนานุกรม 1
คาพงั เพย สุภาษิต คาราชา 9. ความหมายและการใชส้ านวน 3
ศพั ท์ คาสุภาพ และนาไปใช้ คาพงั เพย สุภาษิต คาราชาศพั ท์
ไดถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสม และคาสุภาพ
6. บอกลกั ษณะคาไทยคาภาษา 10. การใชภ้ าษาที่เหมาะสม กบั 1
ถ่ิน และคาภาษาต่างประเทศ บคุ คล สถานการณ์ วฒั นธรรม
ท่ีมีใชใ้ นภาษาไทย ประเพณี
11. ลกั ษณะของคาไทย คาภาษา 2
ถิ่น คาภาษา ตา่ งประเทศท่ีมีใช้
ในภาษาไทย
6. วรรณคดี วรรณกรรม 1. อธิบายถึงประโยชน์ 1. เรื่องราว นิทาน นิทานพ้ืนบา้ น 5
(20) และคุณค่าของนิทาน และวรรณกรรมทอ้ งถิ่น
นิทานพ้นื บา้ น วรรณกรรม 2. เรื่องราววรรณคดีท่ีมี ความ 15
และวรรณกรรมในทอ้ งถ่ิน หลากหลาย
กลอนบทละคร (สงั ขท์ อง)
กลอนนิทาน (พระอภยั มณี)
- กลอนเสภา (ขุนชา้ ง ขนุ แผน)
61
คาอธิบายรายวชิ าเลือก
และ
รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าเลือก
ระดบั ประถมศึกษา
62
คาอธบิ ายรายวิชาเลือก
สาระความรู้พืน้ ฐาน (ภาษาไทย)
มาตรฐานที่ รหัสรายวิชา ระดับประถมศึกษา หน่วยกติ
พท12002 1
1 พท12003 รายวิชา 1
2 ฟัง ดู อยา่ งมีประสิทธิภาพ 2
การอ่านเพือ่ การเรียนรู้ตลอดชีวติ
รวม
63
คาอธิบายรายวิชา พท12003 การอ่านเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวติ
สาระความรู้พืน้ ฐาน (ภาษาไทย) ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่ัวโมง)
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเกี่ยวกบั ภาษาและการสื่อสาร
ศึกษาและฝึ กทกั ษะเกยี่ วกบั เรื่องต่อไปนี้
หลกั การอ่าน ความสาคญั การอ่าน ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ การอ่านเพ่ือความรู้ ความจา
ความเขา้ ใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสรุปเรื่องและประเมินค่า ตลอดจนการอ่านแผนท่ี แผนผงั และ
ป้ายบอกทาง การเลือกหนงั สืออ่านเพือ่ ความบนั เทิง
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
อธิบายหลกั การอ่าน ความสาคญั การอ่าน ประโยชน์ของการอ่าน คน้ ควา้ รวบรวมหนังสืออ่านที่
สนใจ วิธีการอ่านเพื่อความรู้ ความจา ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสรุปเรื่ องและ
การประเมินผล พร้อมยกตวั อยา่ ง แลว้ ใหผ้ เู้ รียนฝึกอ่านและปฏิบตั ิ
อธิบายวธิ ีการอ่านแผนที่ แผนผงั และป้ายบอกทาง ใชแ้ ผนท่ี แผนผงั ประกอบ แลว้ ใหผ้ เู้ รียนปฏิบตั ิ
ผเู้ รียนระดมสมอง บอกหนงั สือท่ีควรอ่าน มีคณุ ค่าอยา่ งไร บอกหนงั สือที่ไม่ควรอา่ น ส่งผลร้ายอย่างไร
การวัดและประเมินผล 64
ทดสอบความรู้ :
หลกั การ ความสาคญั ของการอา่ น ประโยชน์ของการอา่ น การอา่ นเพอื่
ตรวจ : ความรู้
สงั เกต : ความจา ความเขา้ ใจ นาไปใช้ เพ่อื วเิ คราะห์ สรุปเรื่อง ประเมินคา่ การอ่าน
แผนท่ี แผนผงั ป้ายบอกทาง
ผลงานการปฏิบตั ิ
การอา่ น การระดมสมอง
คาอธบิ ายรายวิชา พท12002 ฟัง ดู อย่างมีประสิทธิภาพ
สาระความรู้พื้นฐาน (ภาษาไทย) ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ชั่วโมง)
มาตรฐานท่ี 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเกี่ยวกบั ภาษาและการส่ือสาร
ศึกษาและฝึ กทกั ษะเกยี่ วกบั เร่ืองต่อไปนี้
ความสาคัญของการฟังและการดู ความหมายของการฟังและการดู กระบวนการฟังและดู
องค์ประกอบ ของการฟังและดูอย่างมีประสิทธิภาพ การฟัง ดู และวิเคราะห์สาร สานวนภาษา/บทกลอน
เกี่ยวกบั การฟังและดู มารยาทในการฟังและดู
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
ศึกษาความสาคญั ของการฟังและการดู ความหมายของการฟังและการดู กระบวนการฟังและดู
อธิบาย อภิปรายองคป์ ระกอบของการฟังและดูอยา่ งมีประสิทธิภาพ แลว้ สรุปเป็นขอ้ ปฏิบตั ิ
ศึกษาการฟัง ดู และวิเคราะห์สาร ประเภทให้ความรู้ สอนใจ มีคติ โนม้ นา้ วใจและบนั เทิง โดย
หาขอ้ ความ บทความที่สอดคลอ้ งกบั แต่ละประเภท มาอ่านให้เพ่ือนฟัง หรือเป็ นซีดี วีซีดี มาเปิ ดให้ดู แลว้
ฝึกวิเคราะห์แยกประเภทสารท่ีฟังและดู สรุปความ พร้อมกบั เนน้ มารยาทในการฟัง และดูไปพร้อมกนั
65
รวบรวมสานวนภาษาหรือบทกลอนที่เกี่ยวกับการฟังและดู นามาวิเคราะห์ และสรุปบทเรียน
ที่ผา่ นมา
การวัดและประเมินผล ความสาคญั ของการฟังและการดู ความหมาย กระบวนการฟัง
ทดสอบความรู้ : องคป์ ระกอบของการฟัง ดู และวิเคราะหส์ าร สานวน/บทกลอนเกี่ยวกบั
การฟัง
ตรวจ : การเลือกซีดี วซี ีดี หรือบทอ่านเพื่อนามาวเิ คราะหแ์ ยกประเภทสาร
การสรุป ขอ้ ปฏิบตั ิ การสรุปความจากการฟังและดูผลงาน การรวบรวม
สังเกต : สานวนภาษา/บทความ
การอธิบาย อภิปราย การเสนอขอ้ โตแ้ ยง้ การฟัง การดู มารยาทใน
การฟังและดู
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชา พท12003 การอ่านเพ่ือการเรียนรู้ตลอดชีวติ
สาระความรู้พื้นฐาน (ภาษาไทย) ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่ัวโมง)
มาตรฐานท่ี 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเก่ียวกบั ภาษาและการส่ือสาร
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
1. หลกั การ ความสาคญั อธิบายหลกั การอ่าน หลกั การอา่ นและความสาคญั ของ
และประโยชน์ของการ เห็นความสาคญั และ การอา่ น ประโยชนข์ องการอ่าน 4
อา่ น ประโยชนข์ องการอ่าน
2. การตอบคาถามและ ตอบคาถามและเลา่ เรื่อง คน้ ควา้ รวบรวมชื่อหนงั สือที่สนใจ 2
เลา่ เรื่อง ท่ีอ่านได้
3. การขอ้ ปฏิบตั ิในการ เขา้ ใจการอา่ นและปฏิบตั ิตาม การอา่ นเพื่อความรู้ ความจา 6
อา่ น ไดถ้ กู ตอ้ ง ความเขา้ ใจเรื่องที่อา่ นนิทาน
66
ตานาน
4. สรุปความเรื่องที่อา่ น วเิ คราะห์เรื่องท่ีอ่าน เพื่อสรุป การอา่ นเพอื่ นาไปใช้ เช่นฉลากยา 8
ความน่าเชื่อถือ ส่ิงของ เคร่ืองใช้ และขอ้ ปฏิบตั ิ
คาแนะนา
5. การสรุปเร่ืองที่อ่าน สรุปเรื่องท่ีอ่านและคาดเดาเร่ือง 1. การอา่ นเพือ่ วิเคราะห์ความ 6
6
เหตกุ ารณ์ น่าเชื่อถือ
- คาโฆษณา
- ข่าว เหตกุ ารณ์
2. การอ่านเพอ่ื สรุปเร่ืองและ
ประเมินค่า
- บทร้อยกรอง
ท่ี หัวเรื่อง ตวั ชีว้ ดั เนื้อหา จานวน
6. การใชแ้ ผนที่ แผนผงั (ชั่วโมง)
บอกและใชแ้ ผนที่ แผนผงั ได้ - สารคดี
ถกู ตอ้ ง - บทความ 4
การอา่ นแผนที่ แผนผงั แลว้ ป้าย
บอกทาง
7. การเลือกหนงั สืออา่ น เลือกหนงั สืออ่านเพ่ือความ การเลือกและอ่านหนงั สือเพอื่ 4
บนั เทิงได้ ความบนั เทิง
67
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชา พท12002 ฟัง ดู อย่างมีประสิทธภิ าพ
สาระความรู้พืน้ ฐาน (ภาษาไทย) ระดับประถมศึกษา
จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่ัวโมง)
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเก่ียวกบั ภาษาและการส่ือสาร
ที่ หวั เรื่อง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
1. ความสาคญั และ อธิบายความสาคญั และ 1. ความสาคญั ของการฟัง
ความหมายของ ความหมายของการฟัง และดู และการดู 1
การฟัง และดู
บอกกระบวนการฟังและดูได้ 2. ความหมายของการฟัง 1
2. กระบวนการฟังและดู และการดู
4
กระบวนการฟังและดูมี 2 ทาง
ผสู้ ่ง ผสู้ ่ง
การฟัง/ดู การฟัง/ดู
ผรู้ ับฟัง ผา่ น
ผดู้ ู ส่ือกลาง
ผรู้ ับฟัง
ผดู้ ู
68
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
3. องคป์ ระกอบของการ บอกองคป์ ระกอบของการฟัง องคป์ ระกอบของการฟังและดู 8
ฟังและดู และดูอยา่ งมีประสิทธิภาพ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
- ต้งั จุดหมาย
- เลือกฟัง/ดู
- ไม่มีอคติ ส่ือมีประสิทธิภาพ
- มีสมาธิในการฟัง/ดู
- วิเคราะห์ ใคร่ครวญสาร
- พจิ ารณาหาขอ้ โตแ้ ยง้
- เลือกความน่าเช่ือถือ
4. ประเภทของสาร วเิ คราะหป์ ระเภทของสารที่ฟัง การฟัง ดู และวเิ คราะห์สาร 12
และดู ประเภท
- ใหค้ วามรู้
- สอนใจมีคติ
- โนม้ นา้ วใจ
- บนั เทิง
5. การสรุปความจากการ สามารถสรุปความจากการฟัง รวบรวมสานวนภาษา/บทกลอน 12
ฟังและดู และดู เกี่ยวกบั การฟังและดูแลว้
สรุปความ
6. มารยาทในการฟัง ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทใน มีมารยาทในการฟังและดู 2
และดู การฟังและดู
69
ที่ หัวเร่ือง ตวั ชีว้ ดั เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
70
ภาษาต่างประเทศ
ภาษาต่างประเทศ
เป้าหมายการเรียนรู้
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 กาหนดมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามสาระความรู้พ้ืนฐาน วิชาภาษาต่างประเทศ ที่เป็ นข้อกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ โดยมี
รายละเอียดเป้าหมายการเรียนรู้วชิ าภาษาตา่ งประเทศในแต่ละระดบั การศึกษา ดงั น้ี
ระดบั ประถมศึกษา
1. เขา้ ใจ เก่ียวกบั การฟัง พูด อา่ น เขียน เพ่ือการส่ือสารในชีวิตประจาวนั
2. ยอมรับ และเห็นคณุ คา่ ภาษาต่างประเทศเพือ่ การส่ือสารในชีวติ ประจาวนั
3. มีทกั ษะที่ถกู ตอ้ งในการส่ือสารตามหลกั ภาษา และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
71
72
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั และผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
มาตรฐานท่ี 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเก่ียวกบั ภาษาและการสื่อสาร
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง
73
มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะและเจตคติ เก่ียวกบั การ 1. เขา้ ใจเกี่ยวกบั การฟัง พดู อา่ น เขยี น เพ่ือการ
ฟัง พดู อา่ น เขียน ภาษาตา่ งประเทศ เพ่ือการส่ือสาร สื่อสารในชีวิตประจาวนั
ในชีวติ ประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ภาษาและ 2. ยอมรับ และเห็นคณุ คา่ ภาษาต่างประเทศ เพื่อ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา การสื่อสารในชีวิตประจาวนั
3. มีทกั ษะท่ีถกู ตอ้ งในการส่ือสารตามหลกั ภาษา
และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
มาตรฐาน คาอธิบายรายวชิ าบงั คับ
สาระความรู้พื้นฐาน (ภาษาต่างประเทศ)
ระดับประถมศึกษา
74
ท่ี รหัสรายวชิ า รายวชิ า หน่วยกติ
3
2.1 พต 11001 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 3
รวม
75
คาอธิบายรายวชิ าบังคบั
และ
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
ระดับประถมศึกษา
คาอธิบายรายวิชา พต 11001 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน จานวน 3 หน่วยกติ
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ
76
มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะและเจตคติเกี่ยวกบั การฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ เพ่ือ
การส่ือสารในชีวติ ประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
ศึกษาและฝึ กทกั ษะเกย่ี วกบั เรื่องดงั ต่อไปนี้
1. วธิ ีการทกั ทาย (Greeting) การแนะนา (Introduction) ตวั เองและผอู้ ื่น และการกลา่ วลา
(Leave Taking) รวมท้ังการตอบรับท้งั อย่างเป็ นทางการและไม่เป็ นทางการที่ถูกตอ้ งตามหลักภาษาและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
2. การอ่าน เขียน และออกเสียงพยญั ชนะ สระ และการประสมคาภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง การใช้
จานวนนบั ลาดบั ที่ และการใชค้ าศพั ท์ รวมท้งั สัญลกั ษณ์ตา่ ง ๆ ที่พบในชีวติ ประจาวนั โดยทวั่ ไป
3. การใชป้ ระโยคขอร้อง คาส่ัง และขอโทษท่ีถูกตอ้ งตามกาลเทศะ โครงสร้างของประโยคความ
เดียว (Simple Sentence) ใน Present Simple Tense, Present Continuous Tense และ Future Simple Tense
การใชป้ ระโยคคาถามและคาตอบงา่ ย ๆ รวมท้งั การใชค้ าสรรพนาม คาบุพบท และคาคณุ ศพั ทพ์ ้นื ฐาน
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
1. ฝึกฟัง พดู อา่ น เขียนในการทกั ทาย แนะนา และ กล่าวลา ท่ีสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้
2. ฝึกฟัง พูด อา่ น เขียน ใหถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสมกบั สถานการณ์
3. ฝึกการใชป้ ระโยคต่าง ๆ คาสรรพนาม คาบุพบท และคาคณุ ศพั ทไ์ ดส้ อดคลอ้ งกบั ชีวิตประจาวนั
และการประกอบอาชีพ
การวดั และประเมินผล
1. ตรวจสอบดว้ ยวิธีการที่เหมาะสมและแสดงใหเ้ ห็นวา่ สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริงได้
2. ตรวจสอบการอ่านคาศพั ท์ จานวนนบั ลาดบั ที่ และสัญลกั ษณ์ไดถ้ ูกตอ้ ง และอธิบายความหมาย
ของคาศพั ท์ จานวนนบั ลาดบั ท่ี และสญั ลกั ษณ์ต่าง ๆ
3. ตรวจสอบการใชป้ ระโยค คาสรรพนาม คาบพุ บท และคาคุณศพั ทใ์ หถ้ ูกตอ้ งตามสถานการณ์
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวชิ า
พต 11001 วชิ าภาษาองั กฤษพื้นฐาน จานวน 3 หน่วยกติ
ระดบั ประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ
77
มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกี่ยวกับ การฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ เพื่อ
การสื่อสารในชีวิตประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
ที่ หัวเร่ือง ตวั ชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
1. การทกั ทาย และ ทกั ทายและตอบรับ การทกั ทายและตอบรับการทกั ทายเพ่อื สร้าง
การตอบรับ การทกั ทายเพอื่ สร้าง
การทกั ทาย ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คล
(Greeting) บคุ คล
3. การทกั ทายช่วงเวลาต่าง ๆ 2
Good morning.
Good afternoon.
Good evening.
4. การทกั ทายบคุ คลเม่ือพบคร้ัง 3
แรก
A : How do you do?
B : How do you do?
A : Nice to meet you.
B : Nice to meet you, too.
5. การทกั ทายบคุ คลท่ีรู้จกั มาก่อน 4
A : How are you?
B : Fine, thanks.
And you?
A : I’m fine.
Thank you.
ท่ี หวั เร่ือง ตวั ชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
2. การแนะนา แนะนาตนเองและแนะนา การแนะนาตนเองและการแนะนาผอู้ ่ืนตาม 78
4
ตนเองและการ ผอู้ ื่นตามมารยาทที่ดีทาง มารยาทท่ีดีทางสังคม 6
แนะนาผอู้ ่ืน สงั คม - การแนะนาตนเองกบั ผอู้ ื่น 3
3
(Introducing) Rose : Hello, I am Rose.
Cherry : Hello, I am Cherry.
- การแนะนาผอู้ ่ืนใหร้ ู้จกั กนั
John : Hi Judy.
Judy : Hi John.
John : Judy this is Sandra.
Judy : Hello Sandra, please to
meet you.
Sandra : Hello Judy, I’m please to
meet you, too.
3. การกล่าวลา กล่าวลาและตอบรับการ การกลา่ วลาและตอบรับการกลา่ วลาตาม
และ การตอบ กลา่ วลาตามความเหมาะสม ความเหมาะสมในโอกาสตา่ ง ๆ
รับ การกล่าวลา ในโอกาสตา่ ง ๆ 1. การกลา่ วลาในโอกาสต่าง ๆ ไดแ้ ก่
(Leave Taking) a. การกลา่ วลาหลงั พูดคุยกนั แลว้
A : Good-bye.
B : Good-bye.
See you later.
1.3 การกลา่ วลาทางโทรศพั ท์
A : I’ll have a meeting in
five minutes. Bye now.
B : O.K. Bye. I’ll call you later.
79
ท่ี หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
1. การกลา่ วลาก่อนเขา้ นอน 3
1.5.1 A : Good night. 3
B : Good night.
1.5.2 A : Sleep well. Good night. 3
B : Thank you. Good night.
2. การตอบรับการกล่าวลาในโอกาสต่าง ๆ 6
- Good-bye.
- Bye.
- See you.
- Good night.
- See you later.
- I’ll call you later.
80
4. การเขยี น การอา่ น เขยี น อ่านพยญั ชนะ สระ พยญั ชนะ สระ และการประสมคา
พยญั ชนะ สระ และ
การประสมคา และประสมคา 1. การเขียนพยญั ชนะ 2
ภาษาองั กฤษ การเขยี นพยญั ชนะตวั พิมพใ์ หญ่ และตวั พมิ พ์เลก็ 4
10
ตวั เขยี นใหญ่ และตวั เขยี นเลก็
2. การออกเสียงสระแทแ้ ละสระประสม
3. วธิ ีการประสมคา
3.1 คาประกอบดว้ ยพยญั ชนะและสระแท้
a, e, i, o, u เช่น
d + o = do
g + o = go
m + e = me
w + e = we
etc.
3.2 คาประกอบดว้ ยพยญั ชนะ สระแท้ และ
ตวั สะกด เช่น
b + a + t = bat
s + i + t = sit
s + u + n = sun
g + u + n = gun
etc.
3.3 คาประกอบดว้ ยอกั ษรนา 2 ตวั เช่น
gl + a + d = glad
pl + a + n = plan
sp + o + t = spot
pl + u +m = plum
etc.
81
ท่ี หวั เร่ือง ตัวชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
3.4 คาประกอบดว้ ยตวั สะกด 2 ตวั เช่น
l + a + s + t = last
l + a + m + p = lamp
f + i + s + h = fish
c + o + l + d = cold
etc.
3.5 คาประกอบดว้ ยสระประสม เช่น
m + e + e + t = meet
r + o + o +f = roof
m + o + o + n = moon
t + o + o +l = tool
t + e + a + m = team
p + a + i + n = pain
g +o + a+ t = goat
r +o + a +d = road
etc.
3.6 คาข้นึ ตน้ ดว้ ยสระ เช่น
o + r = or
a +m = am
i + t = it
u + s = us
etc.
82
ท่ี หัวเร่ือง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
3.7 คาท่ีข้นึ ตน้ ดว้ ย ch และ sh เช่น
ch + a + t = chat
ch + o +t = chop
sh + o + t = shot
sh + u + t = shut
etc.
5. จานวนนบั และ ใชจ้ านวนนบั และ จานวนนบั และลาดบั ที่ 2
ลาดบั ที่ ลาดบั ที่ไดถ้ กู ตอ้ ง 1. การอ่านและการเขยี นจานวนนบั เช่น
one –ten
eleven – twenty
twenty one – ninety nine
one hundred
one thousand
one million
etc.
2. การอ่านและการเขียนลาดบั ท่ี เช่น 2
first, second, third, fourth, fifth, sixth,
seventh, eighth, ninth, tenth
etc.
83
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
3. การเขยี นประโยคที่มีจานวนนบั หรือลาดบั ที่ 3
เช่น
- I have four pens.
- She buys two shirts.
- He is the third person.
- We are the first group.
etc.
4. การพูดประโยคท่ีมีจานวนนบั หรือลาดบั ท่ี 4
เช่น
- I am the first child.
- We live on the second floor.
- He eats two oranges.
- She washes four skirts
etc.
6. คานาม (Noun) และ รู้จกั คานามและวิธีการใช้ ลกั ษณะคานามและวิธีการใชค้ านามและ
คาศพั ทห์ มวดต่าง ๆ รวมท้งั ใชค้ าศพั ท์ คาศพั ทห์ มวดตา่ ง ๆ
เก่ียวกบั วนั เดือน ปี สี a. ลกั ษณะและวธิ ีการใชค้ านาม 2
เครือญาติ เคร่ืองใชใ้ น a. คานามมี 2 ลกั ษณะ คอื
ชีวิตประจาวนั และสภาพ คานามนบั ได้ (Countable
ดินฟ้าอากาศอยา่ งงา่ ย Noun) และคานามนบั ไมไ่ ด้
(Uncountable Noun)
b. คานามนบั ได้ เช่น a cat,
two sisters,
five stars, seven horses เป็นตน้
คานามนบั ไมไ่ ด้ เช่น milk, sugar, butter,
water เป็นตน้
84
ท่ี หัวเรื่อง ตัวชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
85
b. คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั วนั เดือน ปี 2
o คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั วนั เช่น
Sunday, Monday, 1
Tuesday, Wednesday, 2
Thursday, Friday, 2
Saturday 1
2.2 คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั เดือน เช่น January,
February, March, April, May, June,
July, August, September, October,
November, December
2.3 คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั ปี เช่น
2008 = two thousand and eight
1995 = nineteen, ninety five
last year, this year, next year
etc.
- คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั สี เช่น black, red,
purple, yellow, gray, green, light blue,
dark brown เป็นตน้
- คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั เครือญาติ เช่น father,
mother, sister, brother, aunt, uncle เป็น
ตน้
- คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั เครื่องใชใ้ น
ชีวติ ประจาวนั เช่นplate, fork and spoon,
glass, table, chair, bed,
bench, pan, lamp, bottle เป็นตน้
- คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั สภาพดินฟ้าอากาศ เช่น
cloudy , windy , rainy, sunny, cold, warm
เป็ นตน้
86
ที่ หวั เรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา จานวน
7. สัญลกั ษณ์ (ชั่วโมง)
8ใ การขอร้อง เขา้ ใจความหมายของ สญั ลกั ษณ์
การออกคาสัง่ และ
การขอโทษ สัญลกั ษณ์ที่ใชท้ ว่ั ไป 1. สญั ลกั ษณ์ตามทอ้ งถนน เช่น No Parking, 2
No Entry, Turn left, Turn Right, U-Turn
เป็นตน้ 2
2. สญั ลกั ษณ์ตามโรงพยาบาล เช่น Danger,
In /Out, Entrance, Exit , No Smoking,
No Mobile Phone เป็นตน้ 2
3.สัญลกั ษณ์บริเวณโรงเรียน เช่น Keep off
the grass, Toilet , Roundabout, One-way,
School Zone เป็นตน้ 2
4.สญั ลกั ษณ์ตามร้านอาหาร เช่น No Pets,
Telephone, Reserved เป็นตน้
ใชป้ ระโยคขอร้อง ประโยคขอร้อง ออกคาสง่ั และขอโทษ
ออกคาส่ังและขอโทษ 1 การพูด ขอร้องและการตอบรับ
1.1 ประโยคขอร้อง เช่น 6
- Please open the window.
- Please wash these dishes.
- Quiet please.
- Speak louder, please.
etc.
1.2 การตอบรับ เช่น
- Alright.
- No problem.
- O.K.
etc.
87
ที่ หัวเรื่อง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
2 การออกคาสัง่ และการตอบรับ
2.1 ประโยคคาสงั่ เช่น 6
- Come here.
- Stop.
- Sit down.
- Stand up.
etc.
2.2 การตอบรับ เช่น
- O.K.
- Alright
etc.
3 ประโยคขอโทษและการตอบรับ 6
3.1 ประโยคขอโทษ เช่น
- I’m sorry. I don’t know the answer.
- I’m sorry. I’m late.
- I’m sorry. I forget to do my
homework.
etc.
3.2 การตอบรับ เช่น
- That’s alright.
- That’s O.K.
- Don’t worry.
etc.
88
ท่ี หัวเรื่อง ตัวชี้วดั เนื้อหา จานวน
(ชั่วโมง)
9. ประโยคความ สร้างประโยคความเดียว
เดียว (Simple และ เลา่ เร่ืองเกี่ยวกบั การใช้ Tense อยา่ งง่ายสร้างประโยคความ
Sentence ) ตนเองโดยใช้ Present
Simple Tense, Present เดียวเพอื่ เลา่ เรื่องเก่ียวกบั ตนเอง
Continuous Tense และ
Future Simple Tense 1. ลกั ษณะของประโยคที่ใช้ Present Simple 6
Tense เลา่ เร่ืองเกี่ยวกบั ตนเอง เช่น
- My name is Sam.
- I am Sam.
- I am a worker.
- I live in Bangkok.
- I will move to my new office.
- I will work in a Japanese factory.
- I will stay near my office.
- I will walk to my office.
etc.
10. ประโยคคาถาม ใชป้ ระโยคคาถาม ประโยคคาถามและประโยคคาตอบ คาสรรพ
ประโยคคาตอบ ประโยคคาตอบ และใช้ นาม คาบุพบท และคาคณุ ศพั ท์
และคาสรรพนาม คาสรรพนาม 1 คาสรรพนาม เช่น I, you, he, she, it, we, 3
3
คาบุพบท คาบุพบทและคาคณุ ศพั ท์ they, me, her, him, them, our เป็นตน้ 2
และคาคุณศพั ท์ อยา่ งง่ายไดถ้ ูกตอ้ ง 2 คาบพุ บท เช่น in, at, on, under, of, by,
out เป็นตน้
3 คาคุณศพั ท์ เช่น green, yellow, warm,
cool, fat, small, tall, short, long, good
เป็ นตน้
89
ท่ี หัวเร่ือง ตวั ชี้วัด เนื้อหา จานวน
(ช่ัวโมง)
4.ประโยคคาถามและประโยคคาตอบ 3
เช่น
- What is your name?
- My name is Sally.
- Where is your home?
- My home is on New Road.
- When do you get up?
- I get up at six o’clock.
- What time do you go to bed?
- I go to bed at ten.
etc.
90
วชิ าคณติ ศาสตร์
91
สาระความรู้พื้นฐาน
เป็นสาระเก่ียวกบั ภาษาและการส่ือสาร คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเกี่ยวกบั ภาษาและการส่ือสาร
มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเก่ียวกบั คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
คณิตศาสตร์
เป้าหมายการเรียนรู้
1. อธิบายความคดิ กระบวนการ และเหตุผลคณิตศาสตร์ เพ่ือนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
2. เห็นคณุ ค่าของการคิดอยา่ งมีระบบ มีระเบียบและเป็นรากฐานของวทิ ยาการหลายๆสาขา
3. ฝึกทกั ษะการคดิ กระบวนการและเหตุผลตามแบบฝึกได้
92
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั และผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
93
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับและผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเก่ียวกบั คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดับประถมศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
คณิตศาสตร์
มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั จานวนและตวั เลข 1. ระบหุ รือยกตวั อยา่ งเกี่ยวกบั จานวนและ
เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละการวดั เรขาคณิต การดาเนินการ เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ
สถิติและความน่าจะเป็ นเบ้ืองตน้ การวดั เรขาคณิต สถิติ และความน่าจะเป็น
เบ้ืองตน้ ได้
2. สามารถคดิ คานวณและแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ียวกบั
จานวนนบั เศษส่วน ทศนิยม ร้อยละ การวดั
เรขาคณิตได้
94
คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
สาระความรู้พื้นฐาน
มาตรฐานที่ ระดบั ประถมศึกษา
2.2
รหัสวิชา รายวชิ า หน่วยกติ
3
พค 11001 คณิตศาสตร์ 3
รวม