The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ (มจร) หน้า 346-641

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จักรวาลภายใน, 2023-12-26 05:06:12

ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ (มจร) หน้า 346-641

ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ (มจร) หน้า 346-641

กถา] 497 [๑๓] พระตถาคตไดเสดจออกจากกร็งกบุลพิสดั ุ ทนี่ารนรมยื่ ทรงเรมติ่งความเพั้ยรี บำเพญท็กรกุริยาิ ฯเปฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูในอนาคตกาล ี้ [๑๔] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุาแมพระองคนนแลั้ว กทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพัอื่ บำเพญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ [๑๕] เราเปนผสูงสูดแหุงนรชนเมอแสวงหาื่ พระสพพัญัตญาณ ุจงใหึทานสละราชสมบตัิ อนยั งใหญ ิ่  บวชในสำนกของพระชันเจิา” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวามพลนีกายและพาหะมิ ใชินอย (อนนตพลวาหโนฺ ) ความวา กำลงพลและพาหนะั มชีางม าเปนตน ของเรามมากี คอไม ืมทีสี่นสิ้ดุ คำวา (เขาไปเฝ า) พระสมมาสัมพัทธเจุา (สมพฺทุธทสฺสนฺ )ํคอืเพอเขื่าเฝาพระสมพัทธเจุา คำวาตามทตนปรารถนา ี่ (ยทจิฉกฺ ) ํความวา จนเพยงพอแกีความตองการ คอื ทรงเลยงดี้พระภูกษิสงฆุมพระพีทธเจุาเป นประธาน ดวยอาหาร๔ อยางจนทรงหามวา “พอแลวๆ ” ทรงเอาพระหตถั ปดบาตร คำวา พระศาสดาและสาวก (สตถฺสาวเกุ ) ความวา ไดถวายแดพระศาสดาและพระสาวกทงหลายั้ คำวาผสูงสูดแหุงนรชน (นรตุตเมฺ ) คอื แดพระผสูงสูดในนรชนุ คำวา สละ (โอหาย) ไดแก ละ คอเสืยสละี พระผมูพระภาคพระนามวี าโกณาคมนะพระองค นนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากร งโสภวดุี พระชนกเปนพราหมณชื่อวายัญญทัตตะ พระชนนีเปนพราหมณีนามวาอุตตรา คพระอูครสาวกนามวัาพระภ ยโยสเถระและพระอ ิตตรเถระุ พระพทธอุปุ ฏฐากนามวา พระโสตถชเถระิ คพระอูครสาวักานามวิา พระสมททาเถรุและพระอีตตราเถรุ ีตนไม  เปนท ี่ ตรสรัชูอวื่าตนมะเดอื่ พระสรระสีงู๓๐ ศอก พระชนมายุ๓๐,๐๐๐ ป  ภรรยาเปน ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๙-๑๕/๗๐๗-๗๐๙ ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั


498 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พราหมณชีอวื่ารจุคิตตาั พระโอรสชอวื่าสตถวาหะั ออกมหาภเนษกรมณิ ดวยยานคอชืาง เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๖] “กรงชุอวื่า โสภวดีกษตรัยิพระนามวา โสภะ ตระกลใหญ ูของพระสมมาสัมพัทธเจุากอย็ ในนครน ูนั้ [๑๗] ยญญทัตตพราหมณัน นเป ั้นพทธบุดาิพราหมณี ชอวื่าอตตราุเปนพระมารดาของพระศาสดาพระนามวา โกณาคมนะ [๑๘] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๓,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงัคอืดสุตปราสาท ิ สนดัสุตปราสาท ิและสนตั ฏฐปราสาท ุ [๑๙] มนางสนมกำน ีลั๑๖,๐๐๐ นาง ลวนประด  บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีารจุคิตตาั พระราชโอรสพระนามวา สตถวาหะั [๒๐] พระองคเปนผสูงสูดแหุงบรุษุทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงทรงราชยานพาหนะคึอชืางออกผนวชแลว ทรงบำเพญเพ็ยรี อย ู๖ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๒๑] พระมหาวระพระนามวีา โกณาคมนะ ทรงเปนผ นำส ูตวั โลก ผสูงสูดแหุงนรชนผอูนพรหมั ทลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัมฤคทายวี่นั [๒๒] พระภยโยสเถระและพระอ ิตตรเถระุเปนพระ อครสาวกั พระเถระนามวาโสตถ ชะิ เปนพระอ ปุ ฏฐาก ของพระพทธเจุาพระนามวา โกณาคมนะ ผมูพระยศี [๒๓] พระสมททาเถรุและพระอีตตราเถรุี เปนพระอครสาวักาิตนไม  เปนทตรี่สรัของู


กถา] 499 พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลก เรยกวีาตนมะเดอื่ [๒๔] อคคอุบาสกและโสมเทพอุบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากสวลาอีบาสุกาิ และสามาอบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๕] พระพทธเจุาพระองคนนั้ทรงมพระวรกายี สงู๓๐ ศอก ประดบดัวยพระรศมั เปล ี งปล งั่ ดงทองคำท ั ปากเบ ี่า [๒๖] ขณะนนั้พระพทธองคุมพระชนมายีุ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ปพระองคทรงดำรง  พระชนมายประมาณเทุานนั้ทรงชวยหมชนู ใหขามพ นได  เป นจำนวนมาก  [๒๗] พระองคพรอมทงสาวกั้ทรงยกธรรมเจดยี อนประด ับดัวยผาคอธรรมแลืว ทรงรอยพวงดอกไม คอธรรมเสรืจแล็ว เสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ [๒๘] สาวกของพระองคงดงามดวยฤทธอิ์นยั งใหญ ิ่ พระองคทรงประกาศศ ริธรรมิ ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาทปากเบ ี่า (อกุกามฺเขุ ) คอื เตาของชางทอง คำวา ดงทองคำ ั (ยถา กมพฺ ) ุคอื เหมอนแทืงทอง คำวา ประดบดัวยพระรศมั (ีเอวํ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๖-๒๘/๗๐๙-๗๑๑ ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั


500 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ รสํหีิมณฑฺโติ ) ความวา ประดบตกแตังดวยรศมัทีงหลายอยั้างน ี้คำวาทรงยก ธรรมเจดีย  (ธมฺมเจติยํสมุสฺเสตฺวา) คือ ประดิษฐานพระเจดีย อันสำเร็จดวย โพธปิกขยธรรมิ๓๗ ประการ คำวาอนประด ับดัวยผาคอธรรมื (ธมมทฺสุสวฺภิสูติ)ํ คอื ประดบดัวยธงธรรมคออรืยสิจั ๔ คำวาทรงรอยพวงดอกไม คอธรรมื (ธมมฺ - ปปุผคฺฬุํกตวาฺ ) คอื ทำใหพวงมาล ยดอกไม ั สำเร จด็วยธรรม อธบายวิา พระศาสดา พรอมดวยพระสงฆสาวก โปรดใหประดิษฐานพระธรรมเจดีย เพื่อมหาชนที่อยู ณ ลานพระเจดยี  สำหรบบำเพ ัญว็ ปิสสนา จะไดนมสการั แลวเสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ คำวางดงามดวยฤทธอิ์นยั งใหญ ิ่ (มหาวลาโส ิ ) คอื ผถูงความพึลาสแหิงฤทธ ิ์ อันยิ่งใหญ คำวา ของพระองค ( ตสสฺ ) คือ ของพระผูมีพระภาคพระองคนั้น คำวา สาวก (ชโน) คอื ชนคอพระสาวกื คำวาพระองคทรงประกาศศ  ริธรรมิ (สริ-ิ ธมมปฺปกาสโนฺ ) ความวา และพระผมูพระภาคี ผทรงประกาศโลก ูตตรธรรมพระองคุ นนทั้งปวงน ั้นกั้อ็นตรธานไปส ันิ้ พระโกณาคมนพทธเจุา ทรงมอาสวะสี นไปแล ิ้ว โดยสะดวก ผเปูนทมาแหี่งสตวัผ ปราศจากกาม ู ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ผเปูนทมาแหี่งวงศ  ของพระผบรูสิทธุิ์ประทบอยั ูณ ปาอนมันามี เปนสริิอนสงัดั ในคาถาทเหล่ี อในท ืที่กแหุง มเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวแล โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาทั ี่๒๕ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๒๕ จบ _____________


กถา] 501 ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระกิ สสปพ ัทธเจุา กภายหล็งั จากสมยของพระผัมูพระภาคพระนามวี าโกณาคมนะ  เมอศาสนาื่ ของพระองคอ นตรธานไปแล ัว อายุ๓๐,๐๐๐ ปของมนษยุกเส็ อมลงโดยลำด ื่บั จนถงึ มอายีุ๑๐ ป แลวเจรญขินอึ้กจนนี บไม ัถวน แลวกเส็อมลงอื่กโดยลำด ีบั จนเมอื่ มนษยุเกดมามิอายีุแค๒๐,๐๐๐ ปพระศาสดาพระนามวาก สสปะ ัผปกครองมน ูษยุ เปนจำนวนมาก กเสด็จอ็บุตัขินในโลก ึ้พระองคทรงบำเพ ญบารม็ทีงหลายั้แลวบงเกัดิ ในดสุตเทวโลก ิ จตุจากภพนินแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ในครรภ ิของพราหมณชีอธนวดื่ ีผมูี คณอุนไพบ ัลยู ผเปูนภรรยาของพราหมณชอพรหมทื่ตตะั ในกรงพาราณสุ ีครนถั้วน กำหนดทศมาส กประส ็ตูจากมาติคุพโภทร ั ณ ปาอสิปตนมฤคทายว ินั แตญาตทิงหลายั้ เฉลมนามของพระองคิ  โดยโคตรวา “กสสปก ัมารุ ” พระองคทรงครองฆราวาสวสิยั ตลอด ๒,๐๐๐ ป ทรงมปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. หงสวาปราสาท ๒ ั . ยสวาปราสาท ๓. สรินินทปราสาท ั ทรงมีหญิงจำนวน ๔๘,๐๐๐ นาง มีสุนันทาพราหมณีเปนประมุขคอยบำรุง บำเรอ พระมหาบรุษนุนเหั้นน็มิตทิงั้๔ แลว เมอบื่ตรชุอวื่าวชิตเสนะของสินุนทาพราหมณั ี เกดแลิวเกดความสิ งเวชสลดใจ ั ดำรวิา “เราจกออกมหาภัเนษกรมณิ ” ลำดบนันั้ ในลำดบั ตอจากขณะท ดำร ี่เทิานนั้ ปราสาทของพระมหาสตวักหม็นเหมุอนจืกรแหั งแป  นทำภาชนะ  ดนิ ลอยขนสึ้ทูองนภากาศ อนคนหลายรัอยแวดลอมแลวดงดวงรัชนั กรในฤด ีสารทู ที่ เปนกล มทำความงามอย ุางยงิ่ อนหมัดารกาแวดลูอมแลว ลอยไปประหนงวึ่าประด บทัอง นภากาศ ประหนงวึ่าประกาศบ ญญาน ุภาพุ เหมอนจะดื ดดวงตาดวงใจของมหาชนู ประดจุ วาทำยอดไม ทงหลายให ั้งดงามอยางยงิ่ เอาตนไม  เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนน โครธ ิ ไวตรงกลาง แลวลอยลงตงเหนั้อแผืนดนิ ครงนั้นั้ พระโพธสิตวัผยูงใหญ ิ่ทรงยนทืแผี่นดนิ ทรงถอเอาื ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั


502 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ผากาสายะ อนเป ั นธงไชยแห งพระอรหนตั ทเทวดานี่อมเขามาถวาย ทรงผนวชแลว นางบำเรอของพระองคกลงจากปราสาท ็ เดนทางออกไปคร ิงคาวึ่ตุ พรอมดวยบรวาริ จงพากึนนั งกระทำให ั่เปนดงคัายพกของกองทัพัจากนนั้ คนทตี่ดตามมาดิวยทงหมดกั้ออก็ บวชจนหมด เวนแต นางบำเรอ  ไดยนวิา พระมหาบรุษุ อนชนเหลัานนแวดลั้อมแลว ทรงบำเพญเพ็ยรี๗ วนั ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวยขาวมธ ปายาสุ ทสี่นุนทาพราหมณัถวายแลีว ทรงทำ ทวาวิหารสมาบิตัในป ิ าไมตะเคยนี ในเวลาเยน็ ทรงรบหญัาคา ๘ กำมอื อนคนเฝ ัา ไรขาวเหนยวชี อโสมะถวาย ื่ จงเขึ าไปย งตั นไม  เปนทตรี่สรั ูชอวื่าตนน โครธ ิ ทรง ลาดสนถัดหญัากวางยาว๑๕ ศอก ประทบนังบนสั่นถัดหญัานนั้ บรรลอภุสิมโพธ ัญาณิ ทรงเปลงพระอทานวุา อเนกชาตสิสารํ ํฯเปฯ ตณหานฺํขยมชฌคาฺ ทรงประทบยับยังั้ เสวยวมิตตุสิขอยุู๗ สปดาห ั ทรงพจารณาเหินอ็ ปนุสิยสมบัตัของภิกษิุ๑ โกฏ ิซงออกึ่ บวชพรอมกบพระองคั จงเสดึ จไปทางอากาศ ็ เแลวลงท ปี่าอสิปตนม ิคทายวินั ใกล กรงพาราณสุ ีอนภักษิเหลุานนแวดลั้อมแลว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ณ ปาอสิปตน ิ - มฤคทายวนนันั้ ครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๒๐,๐๐๐ โกฏิ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวา โกณาคมนะไดมพระสีมมาสัมพัทธเจุา พระนามวากสสปะ ั ตามพระโคตร ผสูงสูดแหุงเทวดาและมนษยุ ทรงเปนธรรมราชามพระรีศมั ี [๒] ทรพยัอ นเป ันมรดกของตระกลู ทสี่ตวั เปนอนมากบัชากูนั พระองคทรงละให ทานแกพวกยาจก ทำจตให ิเตม็ ทำลายกเลสดิงคอกั


กถา] 503 เหมอนโคอ ื สภะทำลายคอกุฉะนนแลั้ว ทรงบรรลสุมโพธ ัญาณอิ นประเสร ัฐิ [๓] เมอพระกื่สสปส ัมมาสัมพัทธเจุา ทรงเปนผ นำส ูตวั โลก  ประกาศพระธรรมจกรั เทวดาและมนษยุประมาณ ๒๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาทรงละ (สฉฑฺฑฺติ) ํ ไดแก ทรงละแลว ทงแลิ้ว คอเสืยสละแลีว คำวามรดกของตระกลู (กลมุลู)ํ ความวา เรอนแหืงตระกลู มกองี โภคะนบไม ัถวนมกองทรีพยัหลายพ นโกฏ ั ิมโภคะเหม ีอนภพของทืาวสหสสนัยนั ทสละี่ ไดแสนยากกสละได ็เหมอนอยืางหญา คำวาแกพวกยาจก (ยาจเก) คอื ใหแกยาจก ทงหลายั้คำวาคอก (อาฬก)ํคอื คอกโค อธบายวิา โคอสภะทำลายคอกเสุยแลีว ไปถงทึที่ปรารถนาได ี่ตามสบาย ฉนใด ั แมพระมหาบรุษุ ทำลายเครองผื่กคูอเรือนเสืยี แลว กทรงบรรล็อภุสิมโพธ ั ญาณได ิ ฉนนันั้ ตอมา เมอพระศาสดาเสดื่จจาร็ กไปในชนบทได ิ ๔ เดอนื การบรรลธรรมุ ครงทั้ี่๒ ไดมแกีสตวั ๑๐,๐๐๐ โกฏิในครงทั้พระองคี่  ทรงทำยมกปาฏหาริยิท โคนต ี่น ประด ู ใกลประต สูนทรนครุ ทรงแสดงธรรม การบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ ไดมแกีสตวั  ประมาณ ๕,๐๐๐ โกฏ ิตอมาอกี หลงจากทรงทำยมกปาฏ ัหาริยิแลว ประทบนั งในั่ เทวสภาชอสื่ธุมมาั มอยี ในภพดาวด ูงสึ ซงยากนึ่กทัขี่าศ กของเทวดาจะครอบงำได ึ  ทรงแสดงพระอภธรรมป ิฎก ๗ คมภัรี เพอทรงอนื่เคราะหุเทวดาท งหลายใน ั้ ๑๐,๐๐๐ โลกธาต ุมพระชนนีพระนามวีาธนวดของพระองคี เป นประม ขุ ทรงยงเทวดาั ๓,๐๐๐ โกฏใหิดมอมตธรรมื่ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๓/๗๑๑-๗๑๒ ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั


504 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๔] “ในคราวทพระพี่ทธเจุาเสดจจาร็ กไป ิ ในโลกตลอด ๔ เดอนื เทวดาและมนษยุประมาณ  ๑๐,๐๐๐ โกฏ ิไดบรรลธรรมครุงทั้ ี่๒ [๕] ในคราวเมอพระองคื่ทรงทำยมกปาฏ หาริยิ แสดงฤทธติ์างๆ ประกาศพระญาณธาตุเทวดา และมนษยุประมาณ ๕,๐๐๐ โกฏิไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ [๖] พระชนเจิาทรงแสดงธรรมทสี่ธรรมเทพนครุ ทรี่นรมยื่นนั้ ทรงทำใหเทวดาประมาณ ๓,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมุ [๗] ในคราวททรงแสดงธรรมแกี่ยกษันรเทพ อกครีงหนั้งึ่เทวดาเหลาน นได ั้บรรลธรรมุ คำนวณนบไม ั ได ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาตลอด ๔ เดอนื (จตมาสุ )ํ คอื ในเวลา ๔ เดอนื อกนียหนังึ่ พระบาลกีอย็างนนเหมั้อนกืนั คำวา เสดจจาร ็ กไป ิ (จรต)ิ คอื ไดเสดจ็ ไปแลว คำวา ทรงทำยมกปาฏหาริยิ (  ยมกํวกิพุพนฺํกตวาฺ ) คอื ทรงทำยมก ปาฏหาริยิ  คำวาพระญาณธาตุ(ญาณธาต)฿ คอื สภาพแหงพระสพพัญัตญาณ ุ อาจารยทงหลายกลั้าววา สพพญาณธาตฺ ฿ กม็อยีบูาง คำวา ประกาศ (ปกติตยฺ )ิ คอื ทรงประกาศแกมหาชน คำวา สธรรมเทพนครุ (สธมุมาฺ ) ความวา สภาชอวื่า สธรรมามุอยี ในภพดาวด ูงสึ พระองคทรงประท บนังั่ณ สภานนั้ คำวา ธรรม (ธมมฺ )ํ คอื พระอภธรรมิ ไดยนวิา ในกาลนนั้ มยีกษัชอวื่านรเทพ เปนนรเทพทมี่อานีภาพมากุ และเปน ยกษัผพูชิติ ซงมึ่ศีกดั ใหญิ์ และมฤทธีมากเหมิ์อนยืกษันรเทพทกลี่าวมาแล วในหนหล งั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๔-๗/๗๑๒


กถา] 505 ยกษันรเทพน นแปลงต ั้วเหมั อนพระราชาในเม ืองหนืงึ่ ในชมพทวูปี ทงรั้ปรูางทรวดทรง สมเสุยงี ทวงท ีแลวฆาพระราชาตวจรังกินเสิยี แลวปฏ บิตัหนิาท เปี่นพระราชา พรอมทงั้ ในราชสำนกั โปรดการเสวยเนอไม ื้จำก  ดจำนวน ั ไดยนวิา ยกษันรเทพนนั้ เปนนกเลงั หญงดิวย แตคร งใด ั้ สตรเพศผีฉลาดเฉลูยวี รจูกเขาวัา “ผนูไมี้ ใชพระราชาของเรานนั่ เปนพระราชาอมนษยุ ” ครงนั้นั้ ยกษัน นทำเป ั้นละอาย แลวจบสตรัเหลีานนั้ กนจนหมดิ ออกเดนทางไปนครอ ินื่ ดวยประการด งนั ี้นรเทพยกษันนั้ ครนกั้นมนิษยุแลวกม็งหนุา ไปทางกรงสุนทระุ พวกมนษยุชาวเมองเหืนย็กษัตนนนั้ ถกมรณภูยคักคามแลุว เกดิ ความสะดงกลุวั พากนหนัออกจากเมีองของตนๆืหนซมซานไป ี ครงนั้นั้ พระกสสป ั - ทศพล ทรงเหนพวกมน็ษยุพากนหวาดกลัวแลัวเตลดหนิ ไปี จงประท ึบยั นประจ ืนหนัา กบนรเทพยักษัตนนนั้ นรเทพยกษันนั้ ครนเหั้นพระทศพล็ ผทรงเป ูนเทพยงกวิ่าเทพ มายนประจ ืนหนัากบตนั จงแผดเสึยงกี มปนาทอย ัางดดุนั แสดงกริยาเกริยวกราดี้ แตไม  สามารถทำใหพระผมูพระภาคเกีดอาการหวาดกลิ วได ั กยอมถ็งพระพึทธองคุเปนสรณะ ทพี่งึ่ แลวท ลถามปู ญหา เมอพระทศพลทรงวื่สิชนาป ัญหา ฝกอบรมเขา แลวทรง แสดงธรรม การบรรลธรรมไดุมแกีมนษยุและเทวดา ทมาชี่มนุมกุนเกันกวิาทจะนี่บั จำนวนได เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัาแกยกษันรเทพ  (นรเทวสสฺ ยกขสฺสฺ ) เปนตน บรรดาคำเหลานนั้ คำวา ในคราวททรงแสดงธรรมี่ (อปเร ธมมเทสเนฺ ) คอื ในการแสดงธรรม ครงอั้นอื่กี คำวาเทวดาเหลานนั้ (เอเตสาน) ํคอืเทพเหลานนั้ อกนียหนังึ่ พระบาลกีอย็างนนี้นแหละั่ ก็พระผูมีพระภาคพระนามวากัสสปะ พระองคนั้นทรงมีสาวกสันนิบาตเพียง ครงเดั้ยวเทีานนั้ บตรปุโรหุตในกร ิงพาราณสุ ีชอวื่าตสสะิ เหนล็กษณสมบัตั ิ ในพระ สรระของกี สสปโพธ ัสิตวั  ฟงบดาพิดู จงคึดวิา “ทานผนูจี้กออกมหาภัเนษกรมณิ  แลวตรสรั ู เปนพระพทธเจุา อยางไม ตองสงสยั เราจกออกบวชในสำน ักของพระองคั  แลวจกพันจากสงสารทักขุ ” จงจารึ กไปถ ิ งปึาหมพานติ อนเป ันทอยี่อาศูยของเหลัา พระมนุผีบรูสิทธุ ิ์แลวอธ ษฐานบวชเป ินดาบส เขามดาบสจำนวน ี๒๐,๐๐๐ เปนบรวาริ ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั


506 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ตอมาในภายหล งั เขาสดบขัาววา “พระกสสปก ัมารุ ออกมหาภเนษกรมณิ แลวบรรลุ อภิสัมโพธิญาณ” จึงพรอมดวยบริวารเขามาอุปสมบท ดวยเอหิภิกขุอุปสัมปทา ในสำนกของพระผัมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั แลวบรรลอรหุตตผลั พระผมูพระภาคี พระนามวาก สสปะ ั ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ ในวนมาฆป ัรณมุ ีในสมาคมนนั้ เพราะ เหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๘] “แมพระพทธเจุาผ เปูนเทพยงกวิ่าเทพพระองคนนั้ กได็ม การประช ีมแหุงพระขณาสพีผปราศจากมลท ูนิ มจีตสงบระงิบัผคงทูครี่งเดั้ยวี [๙] ครงนั้นั้ภกษิ ประมาณุ๒๐,๐๐๐ รปู ผลูวงภพผคงทูดี่วยหริและศิลี มาประชมกุนั” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาผลูวงภพ (อตกิกนฺตภวนฺตานฺ )ํ ความวา ผกูาวลวง ระดับ ปุถุชนและพระเสขบุคคลมีพระโสดาบันเปนตน คือเปนพระขีณาสพดวยกัน ทงหมดทั้กองคุ  คำวาผคงทูดี่วยหริและศิลี (หริสิเลนีตาทนิ)ํ คอื ผเหมูอนกืนั ดวยหริิ ในกาลนนั้ พระโพธสิตวั ของพวกเราเป นมาณพชอวื่าโชต  ปาละ ิ จบไตรเพท มชีอเสื่ยงี ระบอในการทำนายล ืกษณะแหังพนแผื้นดนและอากาศิ เปนสหายของฆฏการิ อบาสกุผเปูนชางหมอ โชตปาลมาณพน ินั้เขาเฝาพระศาสดาพรอมกบฆฏัการอิบาสกนุนั้ ฟงธรรมกถาของพระองคแลว จงออกบวชในสำน ึกของพระศาสดาพระองคันนั้ ปรารภ ความเพยรี ศกษาเลึาเรยนี ทรงจำพระไตรปฎกแลว ยงพระพั ทธศาสนาใหุรงเรุองื ดวยขอว ตรปฏ ับิตันิอยใหญ  พระศาสดาแมพระองคนนั้ กทรงพยากรณ็ พระโพธ สิตวันนั้ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๘-๙/๗๑๒


กถา] 507 [๑๐] “ครงนั้นั้เราเปนมาณพมชีอปรากฏว ื่า โชตปาละ ิ คงแกเรยนีทรงมนตรจบไตรเพท [๑๑] ถงความสำเร ึ จในค ็มภัรีทำนายล กษณะั และคมภัรีอติหาสะิ เปนผ ฉลาดในว ูชาดิพูนทื้ี่ และอากาศ เปนผ ใชูวชาิ ไมมทีกขุ [๑๒] ฆฏการอิบาสกุผเปูนอ ปุ ฏฐาก ของพระผมูพระภาคพระนามวีากสสปะ ั เปนผมูความเคารพยำเกรง ี เปนพระอนาคาม ี [๑๓] ฆฏการอิ บาสกไดุพาเราเข าเฝาพระชนเจิา พระนามวากสสปะ ั เราไดฟงธรรมของพระองคแลว จงบวชในสำน ึกของพระองคั  [๑๔] เราเปนผ ปรารภความเพ ูยรี ฉลาดในวตรนัอย วตรใหญ ั ไมเส อมในท ื่ไหนๆ ี่ปฏบิตัตามคำส ิงสอนั่ ของพระชนเจิาอยางสมบรณู [๑๕] เลาเรยนนวีงคสัตถัศาสนุ เทาทพระพี่ทธเจุาตรสแลัวทกอยุาง ชวยประกาศพระศาสนาของพระช นเจิา ใหงดงาม [๑๖] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ ทรงเหนความอ็ศจรรยัของเราแลว จงทรงพยากรณึเราวา ในภทรกั ปนั ี้ผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั


508 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๗] พระตถาคตไดเสดจออกจาก็ กรงกบุลพิสดั ุทนี่ารนรมยื่  ฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูในี้ อนาคตกาล [๓๐] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุาแมพระองคนนแลั้ว กทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญ็ บารมี๑๐ ประการใหยงขิ่นไป ึ้ [๓๑] เราระลกถึงพึทธพยากรณุอยางนแลี้ว งดเวนความประพฤต เสิยหายี ขาพเจ าทำกรรมท  ทำได ี่ยาก เพราะเหตแหุงพระโพธ ญาณเทิานนั้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา เปนผ ฉลาดในว ูชาดิพูนทื้และอากาศี่ (ภมนูตฺ - ลกิขกฺสโลุ ) ความวา เปนผูฉลาดในวิชาธรณีวิทยา วิชาดูลักษณะอากาศ วิชา ดาราศาสตร และวชาโหราศาสตร ิ  คำวาผเปูนอ ปุ ฏฐาก (อปฏุฐโก ) คอื ผอูปถุมภั  บำรุง คำวา มีความยำเกรง (สปฺปติสฺโส) คือ ผูมีความยำเกรง คำวา นพิพฺโตุ คอื ผทูทรงแนะนำแล ี่ว หรอปรากฏแล ืว คำวาอนาคาม (ีตตเยิผเล) เปนนมิตตสิตตมั ีความวา อนพระะองคั ทรงแนะนำแล ว เพราะเหตบรรลุอรุยผลทิ ี่๓ คำวาพา (อาทาย) คอื พาเราไปแลว คำวา ในวตรนัอยว ตรใหญ ั (วตตาวตฺเตสฺ )ุ คอื ในขอวตรนัอยและขอว ตรใหญ ั  คำวาฉลาด (โกวโทิ ) คอื ผฉลาดในการย ูงั ขอวตรเหลัาน นให ั้บรบิรณูดวยคำว าเรา...ไมเส อมในท ื่ ไหนๆ ี่ (น กวจฺิปรหายามิ )ิ พระผมูพระภาคทรงแสดงวีา “เราไมเสอมแมื่ในท  ไหนๆ ี่แมแต ในศ ลีหรอสมาธื ิสมาบตัิ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๐-๓๑/๗๑๒-๗๑๕


กถา] 509 เปนตน อยางไหนๆ  ขนชึ้อวื่าความเส อมของเราในค ื่ณทุงปวงไม ั้มเลยี ” พระบาลวีา น โกจิปรหายามิ ิกม็ ีความกอย็างนนเหมั้อนกืนั คำวาเทาท (ี่ยาวตา) นนั่ เปนบททแสดงถี่งขึนตอนั้ ความวา มประมาณ ี เพยงไร ี คำวาพระพทธเจุาตรสั (พทุธภณฺติ)ํคอืพระพทธวจนะุคำวา ใหงดงาม (โสภย)ึ ไดแก  ใหงามคอให ืแจมแจง คำวาความอศจรรยัของเรา  (มม อจฉรฺยิ)ํ ความวา พระผมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั ทรงเหนส็ มมาปฏ ับิตัของเราิ ไมท วไปั่ กบคนอันๆื่นาอศจรรยั ไมเคยม ี คำวาระลกถึงึ (สสรํติวาฺ ) คอื ทองเท ยวไปใน ี่ สงสารวัฏั คำวา ความประพฤตเสิยหายี (อนาจร)ํ คอื อนาจารทไมี่พ งกระทำ ึ อธบายวิา ไมควรกระทำ  ก็พระผูมีพระภาคพระนามวากัสสปะ พระองคนั้นทรงมีเมืองเกิดชื่อวากรุง พาราณส ีมพระชนกเป ีนพราหมณนามวาพรหมทตั ชนนเปีนพราหมณชีอวื่าธนวด ี คูพระอัครสาวกนามวาพระติสสเถระและพระภารทวาชเถระ พุทธอุปฏฐากนามวา พระสัพพมิตรเถระ คูพระอัครสาวิกานามวา พระอนุฬาเถรีและพระอุรุเวฬาเถรี ตนไม  เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนไทร  พระสรระสีงู๒๐ ศอก พระชนมายุ๒๐,๐๐๐ ป ภรรยา เปนพราหมณนามวีาสนุนทาั บตรนามวุาวชิตเสนกิมารุ ออกมหาภเนษกรมณิ ดวยยาน คอปราสาท ื เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๓๒] “กรงชุอวื่า พาราณสีกษตรัยิพระนามวากกิี ตระกลใหญ ูของพระสมมาสัมพัทธเจุากอย็ ในนครน ูนั้ [๓๓] พรหมทตตพราหมณัน  นเป ั้น พทธบุดาิพราหมณชีอวื่าธนวดี เปนมารดาของพระพทธเจุาพระนามวา กสสปะ ั ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั


510 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๓๔] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู ๒,๐๐๐ ปมปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอื หงสปราสาท ั ยสปราสาท และสริจินทปราสาท ั [๓๕] มนางสนมกำน ีลั๔๘,๐๐๐ นาง ลวนประด  บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีา สนุนทาั พระราชโอรสพระนามวาวชิตเสนะิ [๓๖] พระองคเปนผสูงสูดแหุงบรุษุ ทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงออกจากปราสาทไปผนวช ึ ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๗ วนั (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๓๗] พระมหาวระพระนามวีากสสปะ ั ทรงเปนผ นำส ูตวโลก ัผสูงสูดแหุงนรชน ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัมฤคทายวี่นั [๓๘] พระตสสเถระและพระภารทวาชเถระิ เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวาสพพมัตตะิ เปนพระอ ปุ ฏฐากของพระพทธเจุา พระนามวากสสปะ ัผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๓๙] พระอนฬาเถรุและพระอีรุเวลาเถรุีเปนพระ อครสาวักาิตนไม  เปนทตรี่สรัของพระู ผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนไทร 


กถา] 511 [๔๐] สมุงคลอับาสกและฆฏ ุการอิบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐาก วชิตเสนาอิบาสุกาและิ ภททาอับาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๔๑] พระพทธเจุาพระองคนนั้ทรงมี พระวรกายสงู๒๐ ศอก มพระรีศมั เปล ี งปล งั่ ดงสายฟ ั าในอากาศ ดจดวงจุนทรัทรงกลด [๔๒] พระองคผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ มพระชนมายี ประมาณุ๒๐,๐๐๐ ป พระองคทรงดำรงพระชนมาย  ประมาณเทุานนั้ ทรงชวยหม ชนให ูขามพ นได  เป นจำนวนมาก  [๔๓] ทรงสรางสระน้ำคอธรรมไว ื  ทรงประทานเครองลื่บไลูคอศืลี ทรงจดผัาค อธรรมไว ื เปนเครองนื่งหุม ทรงแจกพวงมาลยคัอธรรมื [๔๔] ทรงตงกระจกเงาั้ทไรี่มลทนคิ อธรรมไว ื  ใหมหาชนดวยทรงหวงวัา ชนบางพวกปรารถนา นพพานิจงเหนเคร็ องประด ื่บของเราั [๔๕] ทรงประทานเสอคื้อศืลีเกราะหนงั คอฌานืทรงจดหนังคั อธรรมไว ื คลมกายุ และเครองผื่กสอดูอยางดเลีศิ [๔๖] ทรงประทานโลคอสตื ปิฏฐาน๔ หอกคอญาณอืนคมกลัาดาบอยางดคีอธรรมื และศสตราวัธเครุองยื่ ่ำยศีตรัคูอศื ลไว ี ให  ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั


512 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๔๗] ประทานภษาคูอวืชชาิ๓ พวงมาลยสำหร ับสวมศัรษะคีอผลื๔ เครองอาภรณื่คออภืญญาิ๖ และดอกไมเคร องประด ื่บคัอพระธรรมื [๔๘] รมขาวคอพระสืทธรรมอั นเป ันเคร องป ื่องก นบาป ั ทรงเนรมตดอกไม ิคอความไม ืมเวรภี ยไว ั ใหเสรจแล็ว พระองคกเสด็จด็บขั นธปร ันิพพานิ [๔๙] แทจรงิพระสมมาสัมพัทธเจุา ทรงมคีณหาประมาณมุไดิ กระทบกระทงไดั่ยาก พระธรรมรตนะนัทรงตรี้ สไว ัดแลีวควรเรยกให ีมาดู [๕๐] พระสงฆรัตนะผั ปฏูบิตัดิแลีว ไมมผีอูนยื่งไปกว่ิาพระรตนะทังั้๓ นี้ ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวาดงสายฟ ัา (วชิชฺ ลฏุฐวี) คอืเหมอนสายฟ ืาแลบอย ู โดยเปนสายทบึ คำวาดจดวงจุนทรัทรงกลด  (จนโทวฺคหปรูโติ ) คอื เหมอนื ดวงจนทรัเพ ญขณะทรงกลดคำว ็า ทรงสรางสระน้ำคอธรรมื (ธมมตฬากฺํ มาปยติวาฺ ) คอืทรงสรางสระน้ำคอพระปร ืยิตัธรรมิ คำวา ทรงประทานเครองลื่ บไลูคอศืลี (สสีํ ทตวาฺวเลปน ิ )ํ คอื ประทานเครองลื่บไลู เพอประด ื่บสันตตัแหิงจติ กลาวค อปาร ืสิทธุิ ศลี๔ คำวาทรงจดผัาค อธรรมไว ื เปนเครองนื่งหุม (ธมมทฺสุสฺํนวาเสติวาฺ ) คอื นุงผาคูกลาวคือธรรม คือหิริและโอตตัปปะ คำวา ทรงแจกพวงมาลัยคือธรรม ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๓๒-๕๐/๗๑๕-๗๑๘


กถา] 513 (ธมมมาลฺํวภชิชฺยิ) ความวา จำแนก คอเป ืดพวงมาลยั ดอกไมคอโพธ ื ปิกขยธรรมิ ๓๗ ประการ คำวากระจกเงาทไรี่มลทนคิอธรรมื (ธมมวฺมลมาทาสิ )ํความวาวางกระจก กลาวค อโสดาป ืตตมรรคิอนไร ัมลทนคิอกระจกธรรมื ใกลรมสระธรรมสำหร ิบมหาชนั เพื่อกำหนดธรรม อันมีโทษ และไมมีโทษ อันเปนกุศลและอกุศล คำวา ใหมหาชน (มหาชเน) คอแกืมหาชน คำวาบางพวก (เกจ)ิคอื พวกใดพวกหนงึ่คำวา ปรารถนา นพพานิ (นพิพานฺํปตเถนฺตาฺ ) ความวา เทยวปรารถนาพระน ี่พพานิ อนกระทำความ ั ยอยยบแหังมลทนิ คออกืศลทุงหมดั้ อนไม ัตาย ปจจ ยปร ังแตุงไม ได  ไมมทีกขุ สงบ อยางยงิ่อนไม ัจตุเปินรสชนเหลานนจงดั้เครูองประด ื่บนั ี้มประการท ีกลี่าวแลวอนเราั แสดงแลวพระบาลวีานพิพานมภฺปติเถนฺตาฺปสสนฺตฺ ุมํอลงกรฺํกม็ีความกอย็างนนั้ เหมอนกืนั คำวาเครองประด ื่บั (อลงกรฺ )ํพระผมูพระภาคตรี สกระทำให ั เปนสระรสสะั คำวา ทรงประทานเสื้อคือศีล (สีลกฺจุกํทตฺวาน) คือ ทรงประทานเสื้อ อนสำเร ัจด็วยศลี๕ ศลี๑๐ และปารสิทธุศิลี๔ คำวาเกราะหนงคัอฌานื (ฌานกวจวมฺมิตํ) คือ ผูกเครื่องผูกคือเกาะ อันไดแกจตุกกฌานและปญจกฌาน คำวา จดหนังคัอธรรมคลืมกายุ (ธมมจมฺมฺํ ปารปุตวาฺ ) คอื หมหนงคัอธรรมื ทนี่บได ั  วาสตและสิ มปช ัญญะั คำวาเครองผื่กสอดอยูางดเลีศิ (ทตวาฺสนนาหมฺตุตมฺ ) ํความวา ประทานเครองผื่กสอดคูอวืริยะิ ทประกอบด ี่วยองค ๔ อนสังสูดุ คำวา ประทาน โลคือสติปฏฐาน ๔ (สติผลกํทตฺวาน) คือ ประทานเครื่องปองกันคือโลกลาวคือ สตปิฏฐาน๔ เพอปื่องก นโทษ ัอริและบาปมราคะเป ีนตน คำวา (ประทาน) หอก คอญาณอืนคมกลัา (ตขิณิ ํญาณกนุตมฺ )ํความวาหอกคอวื ปิสสนาญาณอนแหลมคมั คอหอกอยืางด ีกลาวคอวื ปิสสนาญาณ ทสามารถแทงตลอดได ี่ หรอความวืา ทรงตงั้ นกรบคั อพระโยคาวจร ื ทสามารถกำจ ี่ดกองกำล ังคัอกื เลสได ิ  คำวา ประทาน...ดาบ อยางดคีอธรรมื (ธมมขคฺควรฺํทตวาฺ ) ความวา ประทานพระขรรคอยางด ีคอื ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั


514 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ มรรคปญญา ที่มีคมอันลับดวยกลีบอุบลคือความเพียรแกพระโยคาวจรนั้น คำวา ศตราวัธเครุองยื่ ่ำยศีตรัคูอศืลี (สสสีสคํคมทฺทนฺ )ํ ความวา โลกตตรศุลอี นเป ันอรยะิ เพอยื่ ่ำยการคลีกคลุดีวยกเลสเพิอฆื่ากเลสิ คำวา ประทานภษาคูอวืชชาิ๓ (เตวชิชาฺภสนูํทตวานฺ ) ไดแก  ประทาน เครื่องประดับ ที่สำเร็จดวยวิชชาทั้ง ๓ คำวา พวงมาลัยสำหรับสวมศีรษะคือ ผล ๔ (อาเวฬํจตโรุผเล) คอื ทำผล ๔ ใหเปนพวงมาลยคลัองคอ คำวาเครองื่ อาภรณค  ออภืญญาิ๖ (ฉฬภิญาภรณฺ )ํคอื ประทานอภญญาิ๖ เพอเป ื่นอาภรณ  และเพอการประด ื่บั คำวา ดอกไมเคร องประด ื่บคัอธรรมื (ธมมปฺปุผปฺลนธนฺ )ํ ไดแก  ทำพวงมาลยดอกไม ักลาวค อโลก ืตตรธรรมุ๙ คำวารมขาวคอพระสืทธรรมอั นเป ัน เครองป ื่องก นบาป ั (สทธมฺมปณฺฑรจฺฉตฺตฺํทตวาฺปาปนวารณิ )ํ ไดแก  ประทาน เศวตฉตรั คอวืมิตตุอินบรัสิทธุ ิ์สนเชิ้งิ เปนเครองกื่นแดดั คออกืศลทุงปวง ั้ คำวา ทรงเนรมตดอกไม ิ คอความไม ืมเวรภียั (มาปยติวาภยฺํ ปปุผฺ )ํ ความวา ทรงทำ ดอกไมคออืฏฐังคักมรรคอิ นให ัถงเมึองื ทไมี่มภียั ไดยินวา พระผูมีพระภาคพระนามวากัสสปะ เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ เสตพยอัทยานุ ใกลกรงเสตุพยะั แควนกาส ี ไดยนวิา พระบรมสารรีกธาติของุ พระองค  ไมกระจดกระจายแพรั หลายไป  มนษยุทวชมพั่ทวูปประช ีมกุนั เมอใช ื่มโนศ ลาิ ออนแทนดนิ ใชน้ำมนแทนนั้ำ เพอกื่อภายนอก ดวยแผนอ ฐทองคำ ิ แตละแผนมคีา นบโกฏ ั ิทงวั้จิตรดิวยรตนะั เพอทำภายในให ื่เตมด็วยแผนอ ฐทองคำ ิ ซงแตึ่ละแผน มคีาคร งโกฏ ึ่ ิชวยกนกัอสรางพระสถ ปเจดูยีสงู ๑ โยชน แมพระผมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั เสรจก็จแลิว ทรงบำเพญประโยชน ็เกอกื้ลู แกสรรพสตวัอยางเดยวี ทรงทำความหรรษา


กถา] 515 แกส ตวโลก ั ประทบอยั เปูนประจำท มี่คทายวินั ณ กรงพาราณสุีราชธานแหีงแควนกาส ี ในคาถาทเหลี่อื ทกแหุงมเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวแล กสสปพ ัทธวงศุวรรณนา ในพทธวุงสอรรถกถาั อนมัชีอวื่ามธรุตถวัลาสินิจบลงแลีวเพยงเทีาน ี้ การพรรณนาพทธวงศุของพระพทธเจุา ๒๔ พระองค จบลงแลวโดยประการท  งปวง ั้ ดวยกถาเป นเครองพรรณนาเพื่ยงเทีาน ี้ ____________ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระโคดมพ ิทธเจุา ทเรนูทานกถาิ เพราะเหตทุถี่งการพรรณนาพึทธวงศุแหงพระพทธจุา ของเราทงหลายแลั้วฉะนนั้บดนั ี้ขาพเจาจะพรรณนา พทธวงศุแหงพระพทธจุาของเราทงหลายั้ ในทเรนูทานนินั้ พระโพธสิตวัของพวกเรา ทรงทำการบำเพญบารม็ (ีอธการิ ) ในสำนกของพระพัทธเจุา๒๔ พระองคมพระที ปีงกรพทธเจุาเปนตนมาถงึ๔ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ กปั แตกาลภายหลงจากพระผัมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั ไมมพระพีทธเจุา พระองคอน่ื เวนแตพระสมมาสัมพัทธเจุาพระองคน ี้เพราะฉะนนั้ พระโพธสิตวัผ ไดูรบั พุทธพยากรณ ในสำนักของพระพุทธเจา ๒๔ พระองค  มีพระทีปงกรพุทธเจา เปนตน เมอจะทรงบำเพ ื่ญพ็ทธการกธรรมมุทานบารมี เปีนตน อนพระองคัเองผยูงสโมธาน ั ธรรม ๘ ประการใหถงพรึอมเหลานวี้า ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


516 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ “อภนิหารยิ อมสำเร  จได ็ เพราะยงสโมธานธรรม ั ๘ ประการนใหี้ถงพรึอม คอื (๑) ความเปนมนษยุ ( ๒) ความ เปนบรุษเพศุ (๓) มอีปนุสิยสมบัตัทิจะบรรลี่มรรคผลไดุ (๔) ได พบพระพทธเจุาขณะยงทรงพระชมนัอย (ู๕) ออกบวชเปนดาบส หรอเป ืนภกษิอยุ (ู๖) ไดสมาบตัิ๘ และอภญญาิ๕ (๗) สามารถ สละชวีตของตนเพิอพระพื่ทธเจุาได  (๘) มความพอใจอ ีตสาหะุ ทจะบำเพ ี่ญพ็ ทธการกธรรมไดุ ” ๑ แลวทำอภ นิหารแทบเบิองพระยื้คลบาทของพระทุปีงกรพทธเจุา แลวทำอ ตสาหะุ วา “เราจะตองเล อกเฟ ืนพทธการกธรรมุอยางโน นอยางน ” ี้ ไดทรงเหนว็า “ครงนั้นั้ เราเมื่อเลือกเฟน ก็ไดเห็นทานบารมี เปนอันดับแรก” ตราบจนถึงอัตภาพเปน พระเวสสนดรั และเมอมาถื่งึ กมาประสบอาน ็สงสิแหงน ยตโพธ ิสิตวัทงหลายั้ ผทำู อภนิหารไว ิแลว ททรงสรรเสรี่ญไว ิวา “นยตโพธ ิสิตวั ผถูงพรึอมดวยองคคณครบถุวน อยางน ี้แมจะทองเทยวี่เกดิตลอดกาลยาวนาน นบเป ันร อยโกฏ กิปั นยตโพธ ิสิตวั จะไมเก ดในอเวจ ิมหานครี และในโลกนตมหานรกั ไมเก ดเป ินนชฌามติณหั กเปรต ิ ขปปุปาส  กเปรต ิและกาลกญจักาอสิรู แมจะเขาถงทึคตุิกจะไม ็เก ดเปินสตวัทมี่ี ขนาดเลกกว็านกกระจาบเมอตื่องเก ดในหม ิมนูษยุ กต็องไม เก ดเปินคนตาบอดแต กำเน ดิ ๑ ข.ุอ.ุอ. (ไทย) -/-/๑๖๑


กถา] 517 ไมเก ดเป ินคนหนวกแต กำเน ดิ ไมเก ดเป ิน คนใบไมเก ดเป ินสตร ีไมเก ดเป ินคนสองเพศ และไมเก ดเปินบณเฑาะกั  นยตโพธ ิสิตวั ไมเปนผนูบเนัองกื่บกลัมชนุ ดงกลัาวมา ไมทำอน นตรัยกรรมิมโคจรบร ีสิทธุิ์ หมดจดในทกภพทุกชาตุิ นยตโพธ ิสิตวั ไมเสพมจฉาทิฏฐิ ิมความเหีนว็า กรรมททำแล ี่วมผลีแมตองบงเกั ดในสวรรค ิ  กไม็เขาถงอสึญญัภพี นยตโพธ ิสิตวั ยอมไม มเหตีทุจะไปบ ี่งเกัดิ ในภมูแหิงพรหมชนสั้ทธาวาสุเปนผมูจีตนิ อมไปในเนกข มมะั ดำรงตนเปนสตบัรุษุไมเกยวเกาะยี่ดมึ นในภพ ั่ นอยภพใหญ  มนคงบำเพ ั่ญแต็ โลก ตถจรัยาทิงหลายั้ ยงบารมัธรรมี (พทธการกธรรมุ ) ทงปวงให ั้บรบิรณู ” ๑ เมอบรรลื่อานุสงสิมาอยางนแลี้ว ดำรงอยในอ ูตภาพเป ันพระเวสสนดรั ทำบญุ อยางย งใหญ ิ่ ททำให ี่มหาปฐพ  ไหวเป ีนตนอยางนวี้า “แผนดนนิ ี้หามเจตนาไม ี  ไมรบรัรูบทราบั ถงสึขและทุกขุพนปฐพ ื้แมีนนั้กย็งไหวสะเท ัอนื ถงึ๗ ครงั้เพราะกำลงแหังทานบารมแหีงเรา ” ๒ ในทสี่ดแหุงอายขุยั จตุจากภพทิ เปี่นพระเวสสนดรแลัว บงเกั ดในสวรรค ิชนดั้สุติ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั ๑ อภ.ิสง.ฺอ. (บาล) ี๑/๗๘๒ อภ.ิสง.ฺอ. (บาล) ี๑/๘๐


518 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ อวทิเรนูทานกถาิ เมอพระโพธ ื่สิตวัยงอยั ในด ูสุตเทวโลก ิธรรมกถาวาพทธโกลาหลกุเก็ดขินึ้แทจรงิ ในโลกน ี้มความโกลาหล ี ๓ อยางเกดขินึ้ คอื ๑. กปปโกลาหล ๒ ั . พทธโกลาหลุ ๓. จกรวัตตั โกลาหล ิ ในโกลาหลทั้ง ๓ อยางนั้น พวกโลกพยูหเทวดา ซึ่งเปนเทพชั้นกามาวจร ทราบวา “ลวงไปอ กี๑๐๐,๐๐๐ ป กปจักพั นาศไป ิ ” จงสยายผมึ รองไห  ฟ มฟายู เอามอเชืดน็ ้ำตา นงหุมผาแดงแลว ทรงเพศตางๆ แปลกๆ อยางยงิ่ เทยวสี่ญจรไป ั ในแดนมนษยุ ปาวประกาศอย างนวี้า “ทานผนูรทิกขุทงหลายๆั้ลวงไปอ กี๑๐๐,๐๐๐ ป จากวนนั ี้กปจักพันาศิ โลกนจี้กพันาศิ แมมหาสมทรกุจ็กเหัอดแหืง มหาปฐพผีนนื ี้ และสเนริจอมสุงขริ กจ็กมอดไหม ั มะลายไป  ความพนาศนิจี้กมั ี ไปจนถงพรหมโลก ึ ทานผนูรทิกขุ พวกทานจงเจรญเมตตาิ กรณาุ มทุตาิ อเบกขาุ จงบำรงเลุยงดี้มารดาู บดาิ จงเปนผ เคารพยำเกรงผ ู ใหญูในตระก ลู” นชี้อวื่ากปปโกลาหล ั พวกโลกปาลเทวดา ครนทราบวั้า “ลวงกาลจากวนนั ไปอ ี้กี๑,๐๐๐ ป พระ สัพพัญูพุทธเจาจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก” จึงออกเที่ยวไปปาวประกาศวา “ทานผู นรทิกขุ นบแตัวนนั ี้ลวงไปอ กี๑,๐๐๐ ป พระพทธเจุาจกเสดัจอ็บุตัขินในโลก ึ้ ” นชี้อวื่า พทธโกลาหลุ พวกเทวดาทราบวา “ลวงไปอ กี๑๐๐ ปจากวนนั ี้พระเจาจกรพรรดัจิกอับุตัขินึ้ ในโลก” จงเทึ ยวป ี่าวประกาศไปว า “ทานผนูรทิกขุ นบจากวันนั ี้ลวงไปอ กี๑๐๐ ป พระเจาจกรพรรดัจิกอับุตัขินในโลก ึ้ ” นชี้อวื่าจกกวัตตั โกลาหล ิ บรรดาโกลาหลทงั้๓ อยางนนั้เทวดาทวหมั่นจื่กรวาลั ฟงเสยงขีาวพ ทธโกลาหลุ จงรึ วมประช มพรุอมกนรัวูา “สตวัชอโน ื่นจกตรัสรั เปูนพระพทธเจุา” จงพรึอมกนเขั าไปหา  กลาวคำอ อนวอน แตเมออื่อนวอน กจะอ็อนวอน เมอบื่พนุมิตของสิตวัผนูนเกั้ดขินแลึ้ว


กถา] 519 แตในคร งนั้นั้ เทวดาเหลานนแมั้ทงหมดั้ ในแตละจกรวาลั กมาร็ วมประช มกุนใน ั จกรวาลเดัยวกีนั พรอมกบทัาวมหาราชทงั้๔ ทาวสกกะั ทาวสยามะุ ทาวสนดัสุติ ทาวสนุมมิตะิ ทาววสวตดั ีและทาวมหาพรหม พากนไปย ั งสำน ั กของพระโพธ ัสิตวั ผมูี นมิตแหิงการจตุ ปรากฏแล ิว ในภพดสุติ ชวยกนอัอนวอนวา “ขาแตทานผนูรทิกขุ บารมทีงั้๑๐ ทานก บำเพ ็ญบร็บิรณูแลว แตเม อบำเพ ื่ญ็ ทานม ใชิ บำเพ ญเม็ อปรารถนา ื่ สมบตัของทิาวสกกะั สมบตัของทิ าวมหาพรหมเป นตน แตท านบำเพ ญเม็ อปรารถนา ื่ พระสพพัญัตญาณ ุ เพอชื่วยโลก เพอความเป ื่นพระพทธเจุา ขาแตพระมหาวระี บดนั ี้ถงเวลาสมควรของพระองคึแลว ขอเชญพระองคิเสดจอ็บุตัในพระครรภ ิมารดา ตรสรัอมตบทูชวยสตวั โลกพร อมทงั้ เทวโลกใหขามพนสงสารวัฏเถัดิ” ๑ ลำดบนันั้ พระมหาสตวัอนทวยเทพทัลอูอนวอนอยางนนั้ มไดิ ประทานปฏ ญญาิ แกเทวดาทงหลายั้ แตทรงพจารณาิมหาวโลกนะ ิ๕ ประการ คอื ๑. พจารณากาลเวลา ๒ิ . พจารณาทวิ ปี ๓. พจารณาประเทศ ๔ ิ . พจารณาตระกิลู ๕. พจารณากำหนดอาย ิของพระชนนุี บรรดามหาวโลกนะ ิ๕ ประการนนั้พระมหาบรุษทรงพุจารณากาลเวลาเป ินอนดับั แรกวา “บดนั ี้เปนกาลอนสมควรหรัอยืงั” ในขอวาดวยกาลเวลานนั้ กาลทคนมี่อายีมากุ เกนกวิา๑๐๐,๐๐๐ ป  ไมใชกาลเวลาอนสมควรั เพราะเหตไรุ เพราะในกาลทมนี่ษยุ มอายีเกุนกวิา๑๐๐,๐๐๐ ป ชาต ิชรา มรณะ จกไม ั ปรากฏแก สตวัทงหลายั้ และ พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจาทั้งหลาย ไมมีที่จะพนจากไตรลักษณเลย เมื่อ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๖๗/๕๖๕ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


520 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระพทธเจุาตรสวัา “อนจิจฺํทกุขฺํอนตตาฺ ” สตวัทงหลายยั้ อมไม เก ดความสำค ิญั พระพทธดำรุสทั จะควรฟ ี่ง ทควรจะเชี่อวื่า “พระพทธเจุาทงหลายั้ กำลงตรัสเรัองื่ อะไรกนั” ตอจากนนั้ ธรรมาภสมิยคัอการบรรลืธรรมกุจะไม ็ม ีเมอการบรรลื่ธรรมไมุม ี คำสงสอนกั่ไม็ เปนเหต นำสุตวัออกจากทกขุ เพราะฉะนนั้ จงไมึ เปนกาลเวลาอนสมควรั แมกาลทมนี่ษยุมอายีตุ่ำกวา๑๐๐ ป กย็งนับวั าเปนกาลย งไมัสมควร เพราะเหตไรุ เพราะวากาลนนั้ สตวัทงหลายมั้กีเลสหนาแนิน และโอวาททจะประทานแก ี่สตวั ทมี่ี กเลสหนาแนิน จะไมดำรงอย  ในฐานะควรโอวาท ู จะขาดหายไปอยางรวดเรว็ เหมอนื รอยขีดในน้ำ เพราะฉะนั้น จึงไมใชกาลเวลาอันสมควร แตกาลที่มนุษย มีอายุ ต่ำกวา ๑๐๐,๐๐๐ ปลงมา สูงกวา ๑๐๐ ปขึ้นไป ชื่อวาเปนกาลเวลาอันสมควร กกาลเวลาน็นั้ เปนเวลาทมนี่ษยุมอายีุ๑๐๐ ป เพราะหตนุนั้ พระมหาสตวัจงทรงึ พจารณาเหินกาลเวลาว็า “เปนกาลทควรบี่งเกัดิ” ลำดบตัอจากนนั้ เมอจะทรางพื่จารณาถิงทวึ ปี กทรงพ็จารณาทวิ ปใหญ ีทงั้๔ พรอม ทงทวั้ปบร ีวาริ กทรงพ็จารณาเหิน็ทวปีวา “พระพทธเจุาทงหลายั้ ไมเก ดใน ิ ทวปทีงั้ ๓ แตเก ดในชมพ ิทวูปเท ีานนั้ ” ลำดบตัอจากนนั้ เมอทรงพื่จารณาตรวจสอบสถานทิวี่า “ธรรมดาชมพทวูปี เปนทวีปขนาดใหญ มีขนาดความกวางถึง ๑๐,๐๐๐ โยชน พระพุทธเจาทั้งหลาย ทรงอบุตัขินในท ึ้ ไหนก ี่นหนอั ” กทรงพ็จารณาเหิน็มชฌั มประเทศ ิ จงตกลงพระหทึยั วา “มกรีงกบุลพิสดัอยุ ูเราจงควรบึงเกั ดในเม ิองนืนั้ ” ลำดบตัอจากนนั้ เมอทรงพื่จารณาดิตระกูลู ทรงพจารณาเหิน็ตระกลูวา “ธรรมดา พระพทธเจุาทงหลายั้ ไมบงเกั ดในตระก ิลแพศยู หรอตระกืลศูทรู แตจะ บังเกิดในตระกูลกษัตริย หรือตระกูลพราหมณ ที่ชนชาวโลกสมมุตินับถือ บัดนี้ ตระกลกษูตรัยิ อนชนชาวโลกสมม ัตุนิบถัอื เราจกเกั ดในตระก ิลกษูตรัยินนั้ พระเจา สทโธทนะจุกเป ันพระชนกของเรา ” ลำดบตัอจากนนั้เมอพื่จารณาดิพระชนนูีกพ็จารณาเหิน็พระชนนวีา “ธรรมดา พทธมารดาุตองม ใชิ เปนสตร โลเล ีมใชิ เปนนกเลงสัราุแตเปนสตรที บำเพ ี่ญบารม็มาี


กถา] 521 ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กปั มศีลี๕ มไดิขาดมาแตเกดิ กพระเทว็พระนามวีาพระนางสริิ มหามายาพระองคน ี้มคีณเปุนเชนน ี้พระนางจกเป ันพระชนนของเราี พระชนมายุ ของพระนางเหลออืกเที าไรก นหนอั ทราบวาอกี ๑๐ เดอนกืบั ๗ วนั” พระมหาบรุษครุนพั้จารณามหาวิ โลกนะ ิ๕ ประการดวยประการอย างนแลี้ว จงึ ทรงรบปฏ ัญญาของเทวดาทิงหลายวั้า “ทานผนูรทิกขุ  เปนกาลสมควรเป นพระพทธเจุา สำหรบเราแลัวละ ” จงสึงเทวดาเหลาน นไปด ั้วยคำว า “พวกทานจงกล บไปเถ ัดิ” อนเทวดาั ชนดั้สุตแวดลิอมแลว เสดจเข็ าไปย งสวนนันทวันั ในเทวโลกชนดั้สุตดิวยวา ในเทวโลก ทกชุนั้ ลวนมอีทยานนุนทวันดัวยกนทังนั้นั้ ณ อทยานนุนทวั นในด ัสุตเทวโลกน ินั้ เทวดา ทงหลายั้ เมอยื่งพระมหาสัตวั ใหระลกถึงกึศลกรรมุ ททำไว ี่ในปางก อนวา “ทานจตุิ จากภพนแลี้ว จะไปสสูคตุ ” ิแลวจงทึองเท ยวไป ี่ พระมหาสตวันนอั้นเทวดาเหลัานนั้ ใหระลกถึงกึศลกรรมทุเคยสี่งสมมาแลั่ว แวดลอมแลว กเท็ ยวไปในอ ี่ทยานนุนทวันนันั้ แลวจตุไปถ ิ อปฏ ืสนธิ ในพระครรภ ิของพระนางมหามายาเทว ีโดยดาวนกษัตรอัตตราสาฬหะุ ในขณะทพระมหาบี่รุษทรงถุ อปฏ ืสนธิ ในมาต ิคุพโภทร ั ทวทั่งั้๑๐,๐๐๐ จกรวาลกั ็ หวนไหว ั่ สนสะเทั่อนพรือมกนั ปรากฏบพนุมิตทิงั้ ๓๒ ประการ เทวบตรุ ๔ องค ถอพระขรรคื  ทำหนาทอารี่กขาเพั อปื่องกนอั ปุทวเหตแกุ พระโพธสิตวั ผถูอปฏ ืสนธิ ิและพระชนนของพระโพธ ีสิตวั ดวยประการฉะน  ี้จตกำหน ิดั เพราะราคะในบรุษทุงหลายมั้ ไดิมแกีพระชนน ของพระโพธ ีสิตวั พระชนนนีนประสพลาภ ั้ อยางประเสร ฐิ ยศอยางเลศิ มสีขุ พระวรกายมไดิ ลำบาก  พระชนนแลเหี นพระโพธ ็สิตวั  ซงอยึ่ในพระครรภ ูของพระนางเอง เหมอนดืายสขาวรีอยแกวมณอีนใสฉะน ันั้ เพราะเหตุ ทพระครรภี่ท พระโพธ ี่สิตวัอย ูเปนเหมอนหืองพระเจดยี สตวัอ นไม ื่อาจอย ูหรอใช ืสอย ไดฉะนนั้ พระชนนของพระโพธ ีสิตวั เมอพระโพธ ื่สิตวั ประส ตูไดิ ๗ วนั จงทึวงคตแลิว บงเกั ดในด ิสุตเทวโลก ิกสตร็อีนๆื่ตงครรภั้ ๑๐ เดอนบืางเกนบิางขาดบางนงคลอดั่ บาง นอนคลอดบาง ฉนใด ั มารดาของพระโพธสิตวั หาเป นฉนนั นไม ั้ แตวา พระชนนี ของพระโพธสิตวั ทรงบรหารพระโพธ ิสิตวัดวยพระครรคตลอด๑๐ เดอนเตืม็ แลวทรง ประทบยั นประส ืตู ินเปี้ นธรรมดาของโพธ  สิตวั  ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


522 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ แมพระนางมหามายาเทว ีทรงบรหารพระโพธ ิสิตวัดวยพระครรภ ๑๐ เดอนแลืว ทรงมพระครรภีบรบิรณู มพระประสงค ีจะเสดจกล็ บไปย ังเรัอนญาตื ิจงกราบทึลแดู พระเจาส ทโธทนมหาราชวุา “ขาแตพระทลกระหมูอม หมอมฉนมั ความประสงค ีจะกลบั ไปยงกรังเทวทหะเพคะุ ” พระราชาทรงอนญาตแล ุว โปรดใหบรณะถนนู ตงแตั้กรงุ กบลพิสดัจนถุงกรึงเทวทหะจนราบเรุยบี ระหวางทางให  ประด บดัวยตนกลวย หมอน้ำ สำหรบดัมื่ หมาก ธงแผนผ าเปนตน ใหประท บนั งในส ั่วรรณสุวิกาใหม ิ ทรงสงไปด วย สริสงิางาม พรอมกบขัาราชบรพารกลิ มใหญ ุตามเสดจ็ ระหวางเมองทืงั้๒ มมงคลี สาลวนชัอวื่าลมพุนิ ีทควรใช ี่สอยของชาวเมองทืงั้๒ สมยนันั้ มงคลสาลวนนันออกั้ ดอกบานสะพรงทั่งหมดั้ ตงแตั้ โคนจนถ งยอดึ เพราะทรงเหนวนรามอ็นงดงามั เหมอนื อทยานนุนทวันั อนเป ันสถานบนั เทงแหิงเหลาเทพ อนหมัแมลงผูงจำนวนมาก ึ้ หลาก หลายพนธั กำล ุงเพลัดเพลิ นในรสหวาน ิททำความย ี่นดิอยีางยงิ่อนนัารนรมยื่ ยนดิ ีดวย ความเมา มรวงรีงอันสัองเสพแลว กระพอปืกบนฉวิดเฉวัยนี จนเกดเสิยงดีงกระหัมอยึ่ู ระหวางกงิ่ และระหวางดอกทงหลายั้ พระเทวจีงเกึ ดพระดำร ิจะพิกลงเลั นในสาลวโนทยาน  อทยานลุมพุนิวีนัอนธรรมชาตัตกแติงแลว เปนสถานท ทำคนเขลาให ี่หว นไหว ั่หมนูกรชนิ ผตกแตูงเรอนกายแลืวยอมเทยวซอกซอนชมเชยี่ มหมีแมลงผูงึ้ซงอึ่ปมาดุงดวงนั่ยนาของปวงชนท ังหลายั้ ทจดจี่องคอยมองดวยความชนชมื่จงงดงามรึงเรุองื ตลอดกาลทกเมุอื่ เหลาอำมาตย กราบทลพระราชาแลูว จงนำเสด ึจพระราชเทว็สีลูมพุนิสถานี พระนางเสดจย็ งโคนมงคลสาละ ั มพระประสงค ีจะจบกั งใดของมลคลสาละน ิ่นั้ ซงมึ่ี ลำตนตรงเรยบี และกลม ประดบดั วยดอกผลและใบอ อน กงมงคลสาละนิ่นั้ ไมมแรงตีาน รวนเรตามลมดงใจคน ั่ กน็อมลงมาเอง จนถงพระกรของพระเทวึ ี ลำดบนันั้ พระนาง กทรงจ็บกังสาละนิ่นั้ ดวยพระกรอ นนำความย ันดิอยีางยงิ่ ขางขวา ซงงดงามดึ่วย สวรรณวลุยกรใหม ั มพระองคีลุเกลียงเกลาดี้งกลั่บอีบลุ ซงรึ่งเรุองดืวยพระนขานนมูี


กถา] 523 สแดงี พระนางประทบยันื จบกังสาละนิ่นั้ ทรงเปนพระเทวผีเลอโฉม ู งดงาม เหมอนื จนทรเลขาอัอนๆทโคจร ี่ พนกลบเมฆสีเขียวครามี เหมอนแสงแหื งเปลวประท  ปี ซงึ่ ดำรงอยไมูนาน และเหมอนเทวื ีทถี่อกำเน ื ดในอ ิทยานนุนทวันั ในขณะนนนั้นเองั่ ลม กมมชวาตของพระนางกัหว็ นไหว ั่ ขณะนนั้ บรวารชนเป ินอนมากกัช็วยกนขันผึ้าม านทำเป น กำแพงแลวพากนหลั กไป ี พระนางเมอยื่งประท ับยันจืบกังสาละอยิ่นูนเองั่ พระโพธสิตวั  กพล็ นประส ัตูจากพระครรภิของพระนาง ในขณะนนนั้นเองั่ทาวมหาพรหมผมูจีตบริสิทธุจำนวน ิ์๔ ตน ถอขืายทองเขา มารองรบพระโพธ ัสิตวั แลววางไว เบองพระพื้กตรัของพระชนน ีแลวตรสวัา “พระเทวี ขอจงทรงดพระทียเถัดิ พระโอรสของพระองคทรงมศีกดามากั ประสตูแลิว” กส็ตวั  อนๆื่เมอออกจากครรภื่มารดา กเปรอะเป ็อนดวยของปฏ กิลอูนไม ั สะอาดออกไป  ฉนใด ั พระโพธสิตวั หาเป นฉนนั นไม ั้ แตพระโพธ สิตวัเหยยดพระหีตถัทงั้ ๒ พระบาททงั้๒ ยนไม ื เปรอะเป อนด วยของไม  สะอาดไรๆ  จากครรภมลทนของพระชนนิ ี หมดจดสดใส รงเรุองเหมือนมณืรีตนะั อนเขาวางไว ับนผาชาวกาส ีออกจากมาตคุพโภทร ั เมอเป ื่น เชนนนั้ เพอสื่กการะแกั พระโพธ สิตวั และพระชนนของพระโพธ ีสิตวั ทอธารน้ำ ๒ ทอ ก็รินหล่ังลงจากอากาศ โสรจสรงที่พระสรีระของพระโพธิสัตว และพระชนนีของ พระโพธสิตวั  ลำดบนันั้ ทาวมหาราชทงั้ ๔ เอาผาขนสตวัทมี่สีมผัสอันสบายั ซงสมมึ่ตุกินั วาเปนมงคล มารองรบพระมหาสัตวัจากหตถัของพระพรหม ซงยึ่นรื บพระโพธ ัสิตวั  ไวดวยข ายทองคำ  พวกมนษยุนำเอาเบาะผ าเนอดื้มารองรีบพระมหาสัตวั จากพระหตถั  ของทาวจต โลกบาลนุนั้ พระโพธสิตวัพนจากมอมนืษยุ กย็นทืแผี่นดนิ มองดทูศบิรพาู หลายพนจักรวาลมั ลานเป ีนอนเดัยวกีนั เทวดาและมนษยุในท นี่นๆั้ เมอบื่ชาดูวย ของหอมและดอกไม ตลอดจนมาลยดอกไม ั หอมเป นตน กพาก็นทัลวูา “ขาแตพระ มหาบรุษุ ผทูเสมอเหมี่อนกืบพระองคั ไมม ในท ีนี่ ี้ผทูจะยี่งกวิ่าพระองค จะมแตีท ไหน ี่ ” พระมหาบุรุษทรงเหลียวมองดูทิศทั้ง ๑๐ ไมเห็นบุคคลที่เสมอเหมือนกับพระองคจึง บายพระพกตรัมงสุทูศอิดรุ แลวทรงดำเน  นไป ิ๗ ยางกาว และเมอดำเน ื่นไป ิ กดำเน ็นิ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


524 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ไปบนแผนดนนินแหละั่ มใชิ ดำเน  นไปในอากาศ ิ ไมมผีาปกป  ดดำเน  นไป ิ มใชิมผีา ดำเนนไป ิ เปนทารกอ อนดำเน  นไป ิมใชิ เป นทารกใหญ อายุ๑๖ ปเด นไป ิแตปรากฏแก   มหาชน เหมอนดำเน ื นไปในอากาศ ิ เหมอนประด ืบตกแตังพระองค และเหมอนกืบมัอายีุ ๑๖ ปจากนนั้ยางกาวท ี่๗ กทรงหย็ดยุนืเมอทรงเปล ื่งอาสภวาจาวิาอคโคหมสฺมฺิ โลกสสฺ เปนตน แลวทรงเปล งสหนาที จรงอยิ ูพระโพธสิตวัพอออกจากครรภมารดาแลว เปลงวาจาได  ในอ ตภาพั ๓ อตภาพั คอื ๑. อตภาพทัเสวยพระชาตี่เปิ นมโหสธบ ณฑัติ ๒. อตภาพทัเสวยพระชาตี่เปินพระเวสสนดรั ๓. อตภาพนั ี้ ไดยนวิา ในอตภาพทัเสวยพระชาตี่เปิ นมโหสธบ ณฑัติ พอออกจากครรภมารดา เทานนั้ ทาวสกกเทวราชเสดัจมาวางแก็นจนทนั ไว ในม อแลืวเสด จไป ็ มโหสธนนเอาั้ แกนจนทนัน นไว ั้ ในกำม อื แลวคลอดออกมา ขณะนนั้ มารดาถามมโหสธนนวั้า “ลกเอูย เจาถ ออะไรมาด ืวย ” มโหสธตอบวา “โอสธ จะแม ” เพราะเหตนุนั้ มารดาบดาจิงึ ขนานนามวา “โอสธกมารุ ” เพราะเหตทุถี่อโอสธมาด ืวย สวนในอ ตภาพทัเสวยพระชาตี่เปินพระเวสสนดรั พอประสตูจากมาติคุพโภทร ั ออกมา กเหย็ยดพระหีตถัขวา แลวกลาววา “ขาแตมารดา ในเรอนมืทรีพยั ไรๆอยู หรอไม ื ลกจูกบรัจาคทานิ ” ลำดบนันั้ พระมารดาเอาหตถั พระโอรส  ไวท ฝี่าพระหตถัของ พระองค แลววางถงบรรจุทรุพยั จำนวน ๑,๐๐๐ ไวในพระห ตถั แลวตรสวัา “ลกรูกั เจานนนั้ะ เกดมาในตระก ิลคนมูทรีพยัเทยวนะี ” แตวา ในอตภาพนั ี้ทรงเปลงสหนาทอยีางนนั้ พระโพธสิตวัพอออกจากมาตุ คพโภทร ั กเปล ็ งวาจาใน ๓ อตภาพั ดวยประการฉะน  ี้แมในขณะประส ตู ิบพพนุมิติ ๓๒ ประการ กปรากฏแก ็พระองค แตวา ในสมยใด ั พระโพธสิตวั ทรงประส ตูิ ณ ลุมพินีวัน ในสมัยนั้นนั่นแหละ พระเทวีผูเปนมารดาพระราหุล พระอานนท นายฉนนะักาฬทายุอำมาตย ี  พญามากณฐกะัตนมหาโพธ พฤกษิ  และหมอขมทรุพยั 


กถา] 525 ทงั้๔ กเก็ดขินึ้บรรดาขมทรุพยัทงั้๔ นนั้ขมทรุพยัขมหนุงึ่ขนาดหนงคาวึ่ตุขมหนุงึ่ ขนาดครงโยชน ึ่ ขมหนุงขนาดสามคาวึ่ตุขมหนุงขนาดหนึ่งโยชน ึ่ เหลานชี้อวื่า สหชาต ทงั้๗๑ ประชาชนชาวเมองทืงั้ ๒ พาพระมหาบรุษกลุบไปย ังกรังกบุลพิสดั ุวนนันั้ นนแหละั่ หมเทพชูนดาวดั้งสึ พากนรัาเรงยินดิวีา “พระโอรสของพระเจาส ทโธทนุ มหาราช ในกรงกบุลพิสดั ุจกประท ับนังั่ ณ โคนโพธพฤกษิ แลวจกตรัสรั เปูน พระพทธเจุา” จงพากึนั ยกธงแผนผาข นโบกสะบ ึ้ดั แลวเลนกรฑาี ในสมยนันั้ กาลเทวลดาบสิ ผไดูสมาบตัิ๘ ผเปูนสมณกลุปกะของพระเจูาส ทโธทนะุ ฉนอาหารั แลว ขนไปเท ึ้ยวอยี่ทูดาวดี่งสพึภพเพิอตื่องการพกกลางวันั นงพั่กกลางวันอยั ในท ูนี่นั้ เหนเทวดาเหล็านนยั้นดิ ปรีดาี พากนระเรังเลิน จงถามวึา “เพราะเหตไรุ พวกทานจงึ ยนดิ ปรีดาี มจีตใจเบ ิกบานิ ระเรงเลิน โปรดบอกเหตนุนแกั้เราเถดิ” ลำดบนันั้ เทวดา เหลานนจั้งกลึาววา “ขาแตทานผนูรทิกขุ  โอรสของพระเจาส ทโธทนะเกุดแลิว พระโอรส พระองคนนั้ จกประท ับนังทั่ ี่โพธมิณฑสถานั แลวตรสรั เปูนพระพทธเจุา ประกาศ พระธรรมจกรั เพราะเหตนุนั้ พวกเราจงยึนดิตีอพระองควา ‘เราจะไดเหนพระพ็ทธลุลาี อนหาทัสี่ดมุไดิ ” ลำดบนัน้ั ดาบสสดบคำของเทวดาเหล ัานนแลั้ว จงลงจากเทวโลก ึ อนสวั างไสว  ดวยแสงแหงรตนะั อนนัาทศนาอยัางยงิ่ แลวเข าไปย งพระราชนัเวศนิของจอมนรนทริ  นงเหนั่อวรอาสนืทเขาจี่ดไว ั ทลถามพระราชาผู ทำปฏ ูสินถารวัา “ขอถวายพระพร ไดทราบวา พระโอรสของมหาบพตรประส ิตูแลิว อาตมภาพอยากเหนพระโอรสน ็นั้ ” พระราชาโปรดใหนำพระโอรสท  ประด ี่บตกแตังองคมาแลว ใหนำเข  าไปใกล ชดิ เพอให ื่ ไหวกาลเทวลดาบสิ พระบาทของพระมหาบรุษุ พลนไปประด ัษฐานอยิเหนู อชฎาของื ดาบส เหมอนสายฟ ื ากำล งแลบอยัเหนูอยอดเมฆสืเขียวครามี ความจรงิ บรุษอุนื่ ชอวื่า อนปัจฉมภวิ กโพธ ิสิตวั จะพงไหว ึ โดยอ ตภาพนั นไม ั้มเลยี ดงนันั้ ดาบสนนจั้งลึกจากุ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั ๑ ดเทูยบีข.ุเถร.อ. (ไทย) ๑/-/๓๐๑


526 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ อาสนะแลวประคองอ ญชลัตีอพระโพธ สิตวั พระราชาทรงเหนความอ็ศจรรยันนั้ จงทรงึ ประนมมอนมื สการพระโอรสของพระองค ั ดาบสเหนล็กษณสมบัตัของพระโพธ ิสิตวัแลว ระลกวึา “ผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา หรอไม ื เปนพระพทธเจุากนหนอั ” พจารณาใคร ิครวญดู กร็ไดูดวยอนาคตงสญาณวัา “จกเป ันพระพทธเจุาอย างไม ตองสงสยั” จงทำอาการ ึ แยมยมวิ้า “ผนูเปี้นอจฉรัยบิรุษุ ” ตอจากนั้น กาลเทวิลดาบสจึงพิจารณาทบทวนวา “เราจักไดเห็นบุรุษผูนี้ เปนพระพทธเจุา หรอไม ื ไดเหนหนอ็ ” เหนว็า “เราจกไม ั ไดเหน็ เราจกทำกาละเส ัยี ในระหวางนนี้แลี่ แลวไป บงเกั ดในอร ิ ปภพู ทพระพี่ทธเจุา๑๐๐ พระองค๑,๐๐๐ พระองค กไม็สามารถทจะเสดี่จไปโปรดให ็ตรสรั ไดู ” แลวร องไห วา “เราจกไม ั ไดเหน็ อจฉรัยบิรุษเชุนน ี้เปนพระพทธเจุา เราจกเสั อมจากประโยชน ื่อนยั งใหญ ิ่ ” คนทงหลายั้ เหนอาการของดาบส็ จงถามวึา “พระผเปูนเจาของพวกเรา เมอสื่กครัยูงยัมแยิ้ม หวเราะอยัเลยู แลวกลบรั องไห อกี อนตรายอะไรๆ ั จกมัแกีพระลกเจูาของเราหรอื” ดาบสตอบวา “อนตรายไม ัมแกีพระลกเจูาดอก พระลกเจูาจ กเป ันพระพทธเจุา อยาง ไมตองสงสยั” คนทงหลายจั้งถามอึกวีา “เมอเป ื่นอยางน ี้เหตไรทุานจงตึองร องไห เลา ” ดาบสตอบวา “เราเศราใจถ งตึวเองวัา จกไม ั ไดเหนอ็จฉรัยบิรุษเชุนน เปี้นพระพทธเจุา เราจกเสั อมจากประโยชน ื่อ นใหญ ั จงรึ องไห  ” ลำดบตัอจากนนั้ พระประยรญาต ูใหิสรงสนานพระเศ ยรพระโพธ ีสิตวั  ในวนั ที่๕ ปรึกษากันวา “จักเฉลิมพระนาม” จึงฉาบทาพระราชนิเวศนดวยของหอม ๔ ชนดิ โปรยดอกไมมขีาวตอกเป นท ี่๕ ใหหงขุาวมธ ปายาสไมุผสม เชญพราหมณิ  จำนวน ๑๐๘ ทานผ จบไตรเพทให ูนงในราชน ั่เวศนิ  ใหบร โภคข ิาวมธ ปายาสุ กระทำ สกการะแลัว ใหตรวจพระลกษณะแลั วทำนายว า “จกเป ันอย างไร  ” บรรดาพราหมณ ทงั้๑๐๘ ทานนนั้ พราหมณบณฑัติ๘ ทาน มรามพราหมณี เปนตน เปนผตรวจู ทำนายพระลักษณะ บรรดาพราหมณบัณฑิตทั้ง ๘ ทานนั้น ๗ ทานยก ๒ นิ้ว พยากรณเปนสองสวนวา “บรุษผุประกอบด ูวยลกษณะเหลัาน ี้เมออยื่ครองฆราวาสวูสิยั จกเป ันพระเจาจกรพรรดั ิเมอออกผนวชจื่กเป ันพระพทธเจุา” บรรดาพราหมณบณฑัติ


กถา] 527 ทงั้๘ ทานนนั้ พราหมณโดยโคตร  ชอวื่าโกณฑ ญญะั หนมกวุาเขาทงหมดั้ เหนพระ็ วรลกษณสมบัตัของพระโพธ ิสิตวั จงยกเพึยงนีวเดิ้ยวเทีานนั้ พยากรณเปนสวนเดยววีา “ทานผนูตี้องไม อยครองฆราวาสวูสิยั จกเป ันพระพทธเจุา ผมูหลีงคาคัอกืเลสอิ นเป ัดแลว โดยสวนเดยวี ” ครงนั้นั้ พระประยรญาต ู ิเมอจะถื่อเอาพระนามของพระโพธ ืสิตวันนั้ จงเฉลึมพระนามวิา “สทธิตถะั ” เพราะทรงทำความสำเรจประโยชน ็แกส ตวโลกท ั งปวง ั้ ครงนั้นั้ พราหมณเหลานนกลั้บถังเรึอนของตนแลืว เรยกลีกๆูมาพดจาสูงไวั่ อยางนวี้า “บดามารดาติางกแก็เฒาแลว จะอยชมโอรสของพระเจ ูาส ทโธทนะุ บรรลุ พระสพพัญัตญาณ ุ หรอไม ื ไดชมก ได็ แตเม อพระโอรสพระองค ื่นนออกผนวชั้ บรรลุ พระสพพัญัตญาณแล ุว พวกเจาจงออกบวชในศาสนาของพระองค เถดนะิ ” ตอจากนนั้ พราหมณบณฑัตทิงั้๗ ทาน อยจนตลอดชูวีตแลิวก ไปตามยถากรรม ็ โกณฑญญมาณพั ไมม โรคี แตในคร งนั้นั้ พระราชาทรงสดบคำของพราหมณ ับณฑัตเหลิานนแลั้ว ตรสั ถามวา “ลกของเราเหูนน็มิ ตอะไรจ ิงจึกออกบวชั ” พราหมณเหลานนทั้ลวูา “เหน็ บรพนุมิติ๔ อยาง พระเจาขา” ตรสถามวัา “คออะไรก ืนเลัา ” ทลตอบวูา “คนแก คนเจบ็ คนตาย และนกบวชพระเจัาขา” พระราชาตรสสังวั่า “นบตังแตั้น ี้พวกเจา อยาให คนแก คนเจบ็ และนกบวชั เขามาใกล ลกของเราู ” แลวตงกองรั้กษาการั ทกๆุระยะหนงคาวึ่ตุ ทงั้๔ ทศิ เพอปื่องกนั คนแกเปนตน มาปรากฏในคลอง จกขัทวารของพระกุมารุวนนันั้พระประยรญาต ูิ๘๐,๐๐๐ ตระกลูประชมกุนั ในมงคล สถาน พระญาตแติละพระองค ทลปฏ ู ญญาิ ถวายโอรสแตละองควา “พระกมารนุจะี้ เปนพระพทธเจุา หรอจะเป ืนพระเจาจกรพรรดักิตาม็ พวกเราจกถวายโอรสแต ัละองค  ถาพระก มารเปุนพระพทธเจุา จกมัขีตตัยสมณะิ คอยแวดลอมจาร กไป ิ ถาจ กเป ัน พระเจาจกรพรรดั ิจกมัขีตตัยกิมารุ คอยแวดลอม ตามเสดจไป ็ ” ครงนั้นั้ พระราชา พระราชทานพระพเลี่ยงนางนมี้๖๔ นาง ผปราศจากโทษท ูกอยุาง ถงพรึอมดวย รปสมบูตัอยิางยงิ่ แดพระมหาบรุษุ พระโพธสิตวั ทรงเจรญวิยดัวยบรวาริ ไมมทีสี่นสิ้ดุ ดวยบอเกดแหิงสริอินยั งใหญ ิ่ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


528 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ตอมาวนหนังึ่ เปนวนัพระราชพธิวีปปมงคล ั วนนันั้ พระราชาเสดจออกจาก็ พระนคร โดยสริอินสงัางาม พรอมดวยราชบรพารกลิ มใหญ ุ  ทรงพาพระโอรสเสดจ็ ไปดวยณ ทกสี่กรรมิ มตีนหว าขนาดใหญ ตนหนงึ่ มเงาหนาทีบรึมรนื่ นารนรมยื่ยงนิ่กั ทรงปทูบรรทมสำหร ี่บพระกัมารุ ภายใตตนหวานนั้ ผกเพดานผูาแดง ประดบดัวย ดาวทองทรงใหลอมกำแพงม าน ตงกองรั้กษาการณั  พระราชาประดบเครัองอลื่งการั ทกอยุาง อนหมั อำมาตย ูแวดลอมแลว เสดจไปเพ ็อจรดพระนื่งคัลั ในทกสี่กรรมนินั้ พระราชาทรงถอพระสืวรรณนุงคัลั อนเป ันมงคลอยางยงิ่ พวกอำมาตยเปนตน ถอื รชตนงคั ลเป ันตน ในวนนันั้ ประกอบพระราชพธิจรดพระนีงคั ลจำนวน ั๑,๐๐๐ คน พระพเลี่ยงนางนมนี้งลั่อมพระโพธ สิตวั คดวิา “จกชมัสมบตัของพระราชาิ ” แลวพากนั ออกไปนอกมาน ลำดบนันั้ พระโพธสิตวัทรงแลดขูางโน นขางน ี้ไมเห นใครๆ ็ จงลึกขุนนึ้งขั่ดสมาธั ิ กำหนดลมหายใจเขาออกเป นอารมณ ยงปฐมฌานให ัเกดิ พวกพเลี่ยงนางนมเตรี้ ไปใน  ระหวางอาหารวาง ประพฤตชิกชัาอยเลูกน็อย เงาตนไม ตนอนๆื่คลอยไปตามแสงตะว นั แตเงาของตนหวาตนนนั้ ยงคงเป ั นปร มณฑลิ ตงอยั้ ในท ูนี่นนั้นเองั่ ฝายพระพเลี่ยงี้ นางนมของพระโพธสิตวันนั้ คดวิา “พระลกเจูาอยแตูลำพ งั” จงรึบยกมีานขนแลึ้วมองหา เหนพระโพธ ็สิตวั ประท บนังขั่ดสมาธัอยิบนทูบรรทมี่ และเหนปาฏ ็หาริยินนั้ จงไปกราบท ึลู เรองนื่นแดั้พระราชาพระราชารบเสดีจมา็ทรงเหนปาฏ ็หาริยินนั้ ทรงไหวพระโอรสแล ว ตรสวัา “ลกเอูย นพี่อไหว ลกเปูนครงทั้ ี่๒ แลวนะ ” ครงนั้นั้ พระมหาบรุษทรงมุพระชีนษาั๑๖ ตามลำดบั พระราชาโปรดใหสราง ปราสาท ๓ หลงั คอื ๑. รมมปราสาท ๒ ั . สรุมมปราสาทะ ั ๓. สภปราสาทุ สงู๙ ชนหลั้งหนังึ่๗ ชนหลั้งหนังึ่๕ ชนอั้กหลีงหนังึ่ อนเหมาะแกัฤดทูงั้ ๓ ฤด ูแดพระโพธ สิตวั  ปราสาทแมทงั้ ๓ หลงั มสีวนสงเทูากนั แตชนตั้างกนั


กถา] 529 ลำดบนันั้ พระราชาทรงดำรวิา “บตรของเราเจรุ ญวิยแลัว จำเราจะใหยกฉตรั แกลกู จกเหันส็ริราชสมบิตั” ิทาวเธอจงสึงสาส นไปย งเจัาศากยะทงหลายวั้า “บตรของเราุ เจรญวิยแลัว เราจกสถาปนาล ั กเราไวูในส ริราชสมบิตั ิเจาศากยะทกพระองคุจะสง ทารกาทิเจรี่ญวิยั แลวในเร อนของตนื มาสเรูอนของเรานื ” ี้เจาศากยะเหลานนั้ สดบั สาสนของพระราชา กพาก็นกลัาววา “พระกมารงามแตุร ปอยูางเดยวี ไมรศูลปะ ิ อะไรๆ เลย จกไม ัสามารถ ทำการเลยงภรรยาได ี้ พวกเราไมใหธดาของเราิ ” พระราชา ทรงสดบเรัองนื่นแลั้วจงเสดึ จไปหาพระโอรส ็ทรงบอกเรองนื่นั้ พระโพธสิตวัทลถามวูา “ขาพระองคควรแสดงศ ลปะอะไร ิ ” พระราชาตรสวัา “ลกเอูย ควรแสดงศลปะยกธน ิู ทตี่องใช  กำล งบัรุษุ๑,๐๐๐ คน” พระโพธสิตวักราบทลวูา “ถาอยางนนั้ โปรดใหไปนำ  ธนมาเถูดิ” พระราชาโปรดใหนำธน มาพระราชทานู บรุษจำนวนุ๑,๐๐๐ คนจงจะึ ยกธนนูนขั้นึ้ บรุษจำนวนุ๑,๐๐๐ ยกลง พระมหาบรุษใหุนำธน นูนมาแลั้ว ประทบั นงขั่ดสมาธั ิทรงคลองหวงธนทูหี่วแมัเทา โนมขนธนึ้ดูวยนวพระบาทนิ้นแลั่ ทรงถอื คันธนูดวยพระหัตถขางซาย แลวขึ้นสายดวยพระหัตถขางขวา ทั่วทั้งเมืองก็เกิด เสยงดีงกักกึองขนึ้ และเมอถื่กถามวูา “นนเสั่ยงอะไร ี ” กตอบก็นวัา “เมฆฝนคำราม” คนอนๆื่จงบอกวึา “พวกทานไม ร ูนนไม ั่ใช เมฆฝนคำราม  เมอพระกื่มารผุอูงคัรสี ทรงยกธนทูตี่องใช  กำล งบัรุษุ ๑,๐๐๐ คนยกขนึ้ ทรงดดสายธนี ูนนเป ั่นเสยงดีดสายธนีู ดอกนะ” เจาศากยะท งหลายฟ ั้งเสยงนีนแลั้ว จงพากึนมัจีตคิกคึกยันดิ ี ลำดบนันั้ พระมหาบรุษจุงกราบทึลวูา “ควรทำอะไรตอไป  ” พระราชาตรสวัา “ควรเอาลกธนูยูงแผินเหล กหนาประมาณ ็๘ นวิ้” ทรงยงทะลิแผุนเหลกแล็ว ตรสั ถามวา “ควรทำอะไร อยางอนื่ ” พระราชาตรสวัา “ควรยงทะลิ กระดานไมุประด หนาู ขนาด ๔ นวิ้” ทรงยงทะลิ ไมุกระดานไม  ประด นูนแลั้ว จงตรึสถามวัา “ควรทำอะไร ตอไปอ กี” พระราชาตรสวัา “ควรยงทะลิ ุแผนกระดานไม มะเดอหนาคื่บหนืงึ่ ” ทรงยงิ ทะลแผุนกระดานไม มะเดอแลื่ว ตรสถามวัา “ควรทำอยางไรอ กี” เจาศากยะทงหลายั้ ตรสวัา “ยงเกวิยนบรรทีกทรายุ ” พระมหาสตวั ทรงยงทะลิเกวุยนบรรทีกทรายบุาง เกวยนบรรที กฟางบุาง เกวยนบรรที กไมุเลยบบีาง ทรงยงธนิ ไปในนู้ำไดไกลประมาณ  ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


530 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ๑ อสภะุบนบกไดประมาณ ๘ อสภะุครงนั้นั้เจาศากยะทงหลายตรั้สกั บพระโพธ ัสิตวั  วา “ควรยงขนทรายิซงหมายไว ึ่ทผลมะอี่กึ” พระโพธสิตวัตรสวัา “ถาอยางนนั้พวกทาน จงผกผลมะอูกึ ในทไกลประมาณ ี่๑ โยชน” แลวให ผกขนทรายู ทหมายไว ี่ทผลมะอี่กึ ไกลประมาณ ๑ โยชน ทรงยงลิกธนูไปในทูศทิถี่กปกปูด ดวยเมฆหมอก ในความมดมืดิ แหงราตร ีลกธนูนูนไปผ ั้าขนทราย ไกลประมาณ ๑ โยชน แลวเข าไปส แผูนดนิ มใชิ  จะแสดงเฉพาะศลปะการใช ิธนเพูยงอยีางเดยวี วนนันั้ พระมหาบรุษทรงแสดงศุลปะ ิ ทใชี่กนอยั ในโลกท ูกอยุาง ครั้งนั้น เจาศากยะทั้งหลายประดับธิดาของตนแลวสงไป สตรีประมาณ ๔๐,๐๐๐ นาง ไดเปนนางสนมนาฏะ สวนพระราหลมารดาเทวุ ี ไดเปนพระอครมเหสั ี พระมหาบุรุษอันสตรีรุนจำเริญแหงมนุษยแวดลอม เหมือนเทวกุมาร อันสตรีรุน จำเรญแหิงเทวดาแวดลอมแลว ฉะนนั้ อนดนตรัทีไรี่บรุษบรรเลงุ บำเรออย ูเสวย มหาสมบตั ิ ประทบอยั ในปราสาท ู ทงั้ ๓ หลงนั นไปตามฤด ั้กาลู ตอมาวนหนังึ่ พระโพธสิตวัม พระประสงค ีจะเสด จไปย ็งภาคพันทื้พระอี่ทยานุ ทรงเรยกสารถีมาแลีว ตรสสังวั่า “เจาจงเทยมรถมี าไว   เราจะออกไปชมสวน” นายสารถรีบพระดำร ัสแลัว ประดบรถเทัยมมีา อนเป ันราชพาหนะอนสมควรอยัางย งใหญ ิ่ มทีบและสายรูดอันั มนคงั่ มกงและดีมมุนคงั่ มงอนและหนี าประด บั ดวยทองและเงนิ ตลอดจนแกวมณ ี ขางกงประด บดัวยสวรรณตารกาและรชตตารกาุ มสีริสงิางาม ดวยพวงดอกไม  มี กลนหอมชนิ่ดติางๆทมี่ดเป ั นกำรวมก  นไว ั เปนทนี่าด ูเสมอนกื บเป ันรถของพระอาทตยิ  เทยมมงคลสีนธพิ ๔ ตวั ทเปี่นม าอาชาไนย  ฝเทารวดเรวด็งพญาครั ฑในอากาศุ มสีเหมีอนดวงจืนทรั  และดอกโกมทุ แลวท ลใหูพระโพธ สิตวัทรงทราบ พระโพธสิตวั  เสดจข็นทรงรถพระทึ้นี่งคั่นนันั้ ซงเหมึ่อนเทพวืมานิ เสดจบ็ายพระพกตรั ไปส อูทยานุ ลำดบนันั้ เทวดาทงหลายดำร ั้กินวัา “ใกลเวลาตรสรัของพระสูทธิตถกัมารแลุว เราจกแสดงบัพนุมิตแดิพระองค ” จงแสดงเทพบึตรองคุหน งใหึ่มสรีระครี่ำคราเพราะ ชรา ฟนหกั ผมหงอก ตวคัอมลง ถอไม ืเทาสนเทาั่ พระโพธสิตวัและสารถตีางกเห็น็ คนแกนนั้ แตนนั้ พระโพธสิตวัจงตรึ สถามโดยน ัยทั มาใน ี่มหาปทานสตรูวา “สหาย


กถา] 531 สารถี ชายคนนี้ชื่อวาเปนอะไร เสนผมของเขาจึงไมเหมือนของคนอื่นๆ” ๑ เปนตน ครนสดั้บคำตอบของสารถ ันีนแลั้วกทรงส็งเวชั พระหฤทยวัา “ทานเอย นาตำหน ชาติ ิ จรงหนอิ ทคนเกี่ดมาแลิว ตองปรากฏชรา  ” จงเสดึจกล็บจากทันี่นั้ แลวกเสด็จข็นึ้ ปราสาท พระราชาตรสถามวัา “เพราะเหตไรุ ลกเราจูงรึบกลีบั” สารถทีลวูา “เพราะทรง เหนคนแก็ พระเจาขา” แตนนั้ พระราชาทรงหวนพระหฤทั่ยั ทรงวางกองรกษาการั ไวในท กี่งโยชน ึ่ วนรังขุนึ้ พระโพธสิตวัเสด จไปพระราชอ ็ทยานุ ทรงเหนคนเจ็บ็ ซงึ่ เทวดาเหลานนนั้นแหละเนรมั่ติ ทรงถามเหมอนนืยกัอน สงเวชพระหฤทัยั เสดจกล็บั ขนปราสาท ึ้ พระราชาตรสถามแลัว ทรงจดนั กฟัอนทงหลายั้ ทรงพระดำรวิา “เราจกั ทำใจลกของเราใหูแยกออกไปจากการบวช  ” จงทรงเพึมอาริ่กขาั ทรงตงกองรั้กษาการณั  ในทประมาณ ี่ ๓ คาวตโดยรอบุ แมรงขุนอึ้กวีนหนังึ่ พระโพธสิตวักเสด็ จไปพระอ ็ทยานุ ทรงเหนคนตายท็เทวดาี่ เนรมติ อยางนนเหมั้อนกืนั ทรงถามเหมอนนืยกัอน สงเวชพระหฤทัยั แลวเสดจกล็บั ขนปราสาท ึ้ พระราชาตรสถามถังเหตึทุเสดี่จกล็บั จงทรงเพึมอาริ่กขาอักี จงทรงตึงั้ กองรกษาการณั ไว ในท  โยชน ี่หนงึ่ แมวนรังขุนอึ้กวีนหนังึ่ พระโพธสิตวัเสด จประพาสอ ็ทยานุ ทรงเหนบรรพช็ติ นงหุมเรยบรีอยด ีทเทวดาเนรมี่ติ อยางนนเหมั้อนกืนั จงตรึสถามสารถัวีา “สหาย สารถ ีทานผนูนชั้ ออะไร ื่ ” สารถไมีรจูกนักบวชหรัอคืณของนุกบวชั เพราะพระพทธเจุา ยงไมัเสดจอ็บุตักิจร็งิ ถงอยึางนนเขากั้ ตอบโดยอาน ็ภาพของเทวดาวุา “ผนูชี้อวื่าบรรพชติ พระเจาขา” แลวพรรณนาคณของการออกบวชแกุพระโพธ สิตวั  ตงแตั้นนั้ พระโพธสิตวัเก ดความชอบใจในการบวช ิ วนนันั้ จงเสดึ จไปพระอ ็ทยานุ พระโพธสิตวัทงหลายมั้อายียุนื เมอลื่วงไปท กุ๑๐๐ ป จงจะเหึนบ็พนุมิตแติละอยาง ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั ๑ ที.ม. (ไทย) ๑๐/๔๔/๒๒


532 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ บรรดาบพนุมิติ๔ อยาง มคนแกี เปนตน สวนพระโพธ สิตวัของพวกเรา เพราะอบุตัิ ขนในย ึ้คทุมนี่ษยุมอายีนุอย ลวงไปท กุ๔ เดอนื จงเสดึ จไปพระอ ็ทยานุ ทรงเหน็ บพนุมิตแติละอย างโดยลำด บั แตพระอาจารยผแตูงคมภัรีทฆนีกายกลิาววา “ไดเสดจ็ ไปเหนน็มิติ ๔ อยางในว นเดัยวเทีานนั้ ” พระโพธสิตวัทรงเลน ณ พระอทยานนุนั้ ตลอดทั้งวัน ทรงชื่นชมความงามพระอุทยาน แลวทรงสรงสนาน ณ สระมงคล โบกขรณ ีเมอดวงอาทื่ตยิอศดงคตลงั ประทบนังั่ เหนอพืนพระแทื้นมงคลศลาิ มี พระประสงคจะทรงแตงพระองค  ลำดบนันั้ วสิกรรมเทพบุตรุ อนทัาวสกกะจอมเทพั ทรงทราบพระหฤทยของพระโพธ ัสิตวั ทรงใช แลว กมาเป ็นเสมอนชืางกลบกั สำหรบั พระโพธสิตวันนกั้ประด ็บดัวยเครองอลื่งการทั เปี่นทพยิ เมอนื่กดนตรัสีพพตาลทังหลายั้ แสดงปฏภาณของตนๆิแกพระโพธ สิตวันนั้ ซงประด ึ่บดัวยอลงการทักอยุางแลว และ เมอพราหมณื่ทงหลายสรรเสรั้ญดิวยถ อยคำเป นตนวา “ชย นรนิทฺ ” และเมอผื่ถูอมงคลื มสีตมุงคลั กะเป ินตน สรรเสรญดิ วยคำมงคลและเส ยงสดีดุ ีมประการต ีางๆ พระโพธสิตวั  กเสด็จข็นรถทึ้ประด ี่บดัวยเครองอลื่งการทักอยุาง ในสมยนันั้ พระเจาส ทโธทนมหาราชุ ทรงสดบขัาววา “ราหลมารดาประสุตูพระโอรส ิ ” กทรงส็งข าวไปว า “พวกเจาจงไป  แจงความยินดีแกลูกของเรา” พระโพธิสัตวสดับขาวนั้นแลวตรัสวา “หวงเกิดแลว เครองผื่กเกูดแลิว” พระราชาตรสถามวัา “ลกของเราพูดวูาอะไร  ” ทรงสดบคำน ันั้ แลวตรสวัา “ตงแตั้บดนั เปี้นต นไป  หลานของเราจงมึชีอวื่าราหลกุมารุ ” แมพระโพธ สิตวักข็นรถทรงนึ้นั้ เสดจกล็บเขัาพระนครพรอมกบราชบรัพาริ หมใหญู ดวยสริโสภาคย ิอนนัารนรมยื่อยางยงิ่ ในสมยนันั้ พระนางกสาโคตม ี ีเพราะ ไมทรามดวยพระร ปสูริ ิและพระคณสมบุตั ิเสดจไปตามพ ็ นปราสาทช ื้นบนั้ ทรงเหน็ พระรปสูริของพระโพธ ิสิตวั ผกำล ูงเสดัจเข็าสเมูองื ทรงเกดปิตโสมน ิสขันเองึ้ จงเปล ึงอทานุ วา “บรุษเชุนน ี้เปนบ ตรของมารดาใดุ มารดานนั้ กเย็ นใจแน ็  เปนบตรของบุดาใด ิ บดานินเยั้ นใจแน ็  เปนสามของนารี ใดี นารนีนกั้เย็ นใจแน ็ ”


กถา] 533 พระโพธสิตวัทรงสดบอัทานนุนแลั้ว ดำรวิา “สตรผีนูใหี้ เราได สดบถั อยคำท นี่าฟง อยางด ีดวยว าเรากำล งเทัยวแสวงหาพระนี่พพานิ วนนันี้แหละี่ ควรทเราจะละที่งิ้ ฆราวาสวสิยั แลวออกบวชแสวงหาพระนพพานิ ทรงเปลองแกื้วมกดาออกจากพระศอุ แลวสงแกวมุกดา อันทำความยินดีอยางยิ่งมีคานับแสน สงไปถวายแดพระนาง กสาโคตม ี ีดวยหมายในพระหฤท ยวัา “แกวมกดาหารนุ ี้จะเปนเครองสื่กการะบัชาู อาจารย  สำหรบพระนางกั สาโคตม ีนีี้” พระนางกสาโคตม ีนีนั้ เกดความโสมน ิสวัา “เจาชายสทธิตถกัมารุ เปนผมูหทียผักพูนเฉพาะเราั จงสึงเคร องบรรณาการมาประทาน ื่ ” แมพระโพธ สิตวัเสดจข็นสึ้ปราสาทอ ูนนัารนรมยื่อยางยงิ่ ดวยเหต ใหุเกดสิริอินั ยงใหญ ิ่ บรรทมเหนอทืบรรทมี่ ในทนใดน ันนั้นเองั่ เหลาสตรวียกำด ัดทังหลายั้ ผมูี ดวงหนางดงาม เหมอนดวงจืนทรัเตมดวง็ มรีมฝิ ปากแดงเหม  อนผลตำล ืงสึกุ มฟีน ขาวสะอาดเรยบี มระเบียบี ไมมรีอง มดวงตาดำขล ีบั มมวยผมอีนงดงามั มคีวหนาโก ิ้ง มสีดีงดอกอัญชันั มถีนอวบอัมเติ่มเสมอเป ็นระเบยบี มตะโพกผ ีงผายทึ่งดั้านหนาและ ดานหลงั งดงามดงมณัเมขลาี ประดบดัวยทองและเงนิ ทำความรนรมยื่ มลำขาท ีงคั้ู เฉกเชนงวงกญชร ุ ฉลาดในการฟอนรำข บรัอง และบรรเลง มรีปโฉมไฉไลดูงเทพธัดาิ ถอเครืองดนตรื่อีนั มเสี ยงไพเราะ ี พากนมาหัอมลอมพระมหาบรุษนุนั้ ใหทรงรนเรื่งิ ประกอบการฟอน การขบรัอง และการบรรเลง แตพระโพธ สิตวั ไมทรงยนดิอยีางยงิ่ ในการฟอนและการขบรั องเป นตน เพราะทรงมพระทียเบัอหนื่ายในก เลสทิงหลายั้ จงึ บรรทมหลบไปคร ัหนูงึ่ สตรเหลีานนั้ เหนอาการของพระโพธ ็สิตวันนั้ คดวิา “เราจะประกอบการฟอน เปนตน ตอไปเพ  อประโยชน ื่แกผ ใดู ผนูนบรรทมหลั้ บไปแล ัว บดนั ี้พวกเราจะลำบาก เพออะไรเล ื่า ” แลวกเอนนอนท็บเครัองดนตรื่ ีทตี่างกย็งถัอกืนอยั ูหลบไป ั ประทปนี้ำมนั หอมยงลั กโพลงอยุ ูพระโพธสิตวัทรงตนบรรทมื่ ประทบนังขั่ดสมาธัอยิ ูเหนอบืลลังกัท ี่ บรรทม ทรงเหนสตร็เหลีานนั้ นอนหลบทับเครัองดนตรื่ ีบางกม็นี้ำลายไหล มแกีม และเนอตื้วเปรอะเป ัอน บางพวกนอนกดฟัน บางพวกนอนกรน บางพวกนอนละเมอ บางพวกนอนอาปาก  บางพวกนอนผาผอนหลดลุยุ ปรากฏเปนทนี่ากลวั ทคี่บแคบั ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


534 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ บางพวกมผมยีงเหยุงินอนเกะกะ เหมอนป ืาชาผดีบิพระมหาสตวัทรงเห นอาการแปลกๆ ็ ของสตรเหลีานนั้ กย็งทรงมิ่พระหฤทียเหนัอยหนื่าย ในกามทงหลายอยั้างเหล อประมาณ ื พนปราสาทท ื้ประด ี่บตกแตังแมงดงาม เหมอนภพของทืาวสหสนัยนั  ปรากฏแกพระ มหาสตวันนั้ เปนสภาพปฏ กิลอยูางยงิ่ เหมอนป ืาชาผดีบิ ทเตี่มไปด ็วยซากศพของคน ตาย ทเขาทอดที่งไวิ้ แมภพทงั้๓ กปรากฏเหม ็อนภพทืถี่กไฟไหมู ทรงพร่ำบนวา “วนวายจรุงหนอิ ขดขัองจรงหนอิ ” พระหฤทยทรงนั อมไปในการบรรพชาอย างยงิ่ พระโพธสิตวัน นทรงดำร ั้วิา “วนนันี้แหละี่ เราควรออกมหาภเนษกรมณิ ” ทรง ลกจากทุบรรทมี่ เสดจไปใกล ็ ประต  ูตรสถามวัา “ใครอยทูตรงนี่นั้ ” นายฉนนะนอนั หนศั รษะใกล ีธรณ ประต ี ูทลวูา “ขาพระบาทคอฉืนนะพระเจัาขา” ลำดบนันั้ พระมหา บรุษตรุสวัา “วนนั ี้เราประสงคจะออกมหาภเนษกรมณิ เจาอย าบอกใคร  จงไปจดเตรัยมี มาส นธพฝ ิเทาเร วไว ็ตวหนังึ่ ” นายฉนนะทัลรูบพระดำร ัสวัา “ดละีพระเจาขา” ถอเครืองื่ ประดบมัา เดนไปย ิ งโรงม ัา พบมาฝเทาเรวช็อกื่ณฐกะั ตวยั่ำยขีาศ กได ึ ยนืณ ภมูภาคิ อนนัารนรมยื่อยางยงิ่ ภายใตเพดานดอกมะล ิเมอประท ื่ปนี้ำมนหอมั ยงลั กโพลงอยุู จงคึดวิา “วนนั ี้เราควรจะจดเตรัยมมีามงคลตวนั ี้เพอพระลื่กเจูาออกมหาภเนษกรมณิ ” แลวกเตร็ยมมีาก ณฐกะไว ั มากณฐกะเมัอถื่กจูดเตรั ยมไว ี กทราบว็า “การจดเตรัยมนี ี้ หนกนักั ไมเหมอนการจืดั เตรยมไว ี ในเวลาเสด  จไปเท ็ยวสวนี่ ในวนอันๆื่พระลกเจูา จกออกมหาภัเนษกรมณิ ในว นนั ี้ไมตองสงสยเลยั ” แตนนั้ มากณฐกะกัม็ใจยีนดิ ีสงเสยงี รองกกกึอง เสยงรีองนนดั้งกังวาลั ไปทวกรั่งกบุลพิสดั ุแตเทวดาป ดก นไว ั้ไมให ใครได ยนิ พระโพธสิตวั ทรงดำร วิา “เราจกดัลูกเสูยกีอน ” จงลึกจากทุประท ี่บยันอยื ูเสดจ็ ไปยงทั ประท ี่บอยัของราหูลมารดาุทรงเปดประต หูองขณะนนั้ประทปนี้ำมนหอมในห ัอง ยงตั ดไฟ ิ ลกโพลงอยุ ูมารดาพระราหลบรรทมวางพระหุตถั ไวเหนอกระหมื อมพระโอรส  บนทบรรทมี่ อนเกลัอนกลื่นดวยดอกมะล เปินตน ทเพี่ยงโปรยปรายไว ี  พระโพธสิตวั  วางพระบาททธรณี่ประต ี ูประทบยันมองดื ูดำรวิา “ถาเราจกยกพระหัตถัของพระเทว ี ออกไป แลวอมลุกของเราู พระเทวกีจ็กตันื่ เมอเป ื่นอยางนนั้ อภเนษกรมณิของเรา กจ็กเป ันอนตรายั เราจกเป ันพระพทธเจุาแลวคอยกลบมาดัแลลูกู ” เสดจลงจากปราสาท ็


กถา] 535 แลวเสดจเข็ าไปใกล มา ตรสอยัางนวี้า “พอกณฐกะั วนนั ี้เจาจกตั องให เราขขี่ามไป  หนงราตรึ่ ีเราอาศยเจั าเปนพาหนะ แลวจ กเป ันพระพทธเจุา ยงโลกพร ัอมท งเทวโลก ั้ ใหขามโอฆะ  ” แตนนั้ กทรงโดดข ็นหลึ้งมัากณฐกะั มากณฐกะั โดยสวนยาว นบตังแตั้คอ ยาว ๑๘ ศอก ประกอบดวยสวนสงพอเหมาะกูบสัวนยาวนนั้ ถงพรึอมดวยร ปู ฝเทา และกำลังอันเลิศ ขาวปลอด สีสรรนาดูเหมือนสังขที่ขัดดีแลว แตนั้น พระโพธิสัตว ประทับอยูบนหลังมาทรง โปรดใหนายฉันนะจับหาง ถึงประตูใหญแหงเมืองตอน กลางคนื กในกาลน ็นั้ ในกาลกอนนนเทั่ยวี พระราชาโปรดใหจดบัรุษไวุเป ดประต ู ๑,๐๐๐ คน บรรดาบานประตู๒ ประต ูเพอหื่ามพระโพธ สิตวัเสด จออกไป ็ ทรงจดวางั บรษไวุเปนอนมากั ไวเปนกองรกษาการณั ณ ประตนูนั้ ไดยนวิา พระโพธสิตวั ทรงกำล งั เทากบบัรุษจำนวนุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเทากบชั างจำนวน ๑,๐๐๐ โกฏเชิอกื เพราะฉะนนั้ พระโพธสิตวัจงทรงดำร ึวิา “ผวิา ประตเมูองไม ืม ใครเป ีด วนนั ี้เราพงนึงหลั่งมัา กณฐกะั ใหนายฉนนะจับหางมัา เอาสองขาบบมีากณฐกะั โดดขามกำแพงส งู๑๘ ศอก ไปพรอมกบนายฉันนะเลยั ” นายฉนนะกัค็ดวิา “ถาประต  ไมูม ใครเป ีดเรากเอาพระล็กเจูาขนึ้ ขคอี่ แลวใช มอขวาจืบมัากณฐกะั โยนขามกำแพงแล  วโดดข  นกำแพงไปได ึ้ ” แมมา กณฐกะกัค็ดวิา “เมอประต ื่ไมูเปด เรากจ็กประด ัษฐานพระลิกเจูา ตามทประท ี่บนังอยั่ู โดดขนไปพร ึ้อมกบนายฉันนะทัจี่บหางไว ั แลวโดดข ามหน ากำแพงไป  ” ทงั้๓ คดตรงกินั อยางน ี้เทวดาทสี่งสถิตอยิทูซี่มประต ุ ูกช็วยก นเป ั ดประต  ใหญู ในขณะนนั้ มารผมูบาปค ีดวิา “จกให ัพระมหาสตวักล บไป ั ” จงมายึนอยืกลางู อากาศ แลวกลาววา “มหาวระีทานอยาออกอภเนษกรมณิเลย นบจากวันนั ไปอ ี้กี๗ วนัจกรรัตนะอั นเป ันทพยิ  จกปรากฏแก ัทานอยางแนนอน ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


536 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทานจกครอบครองจักรพรรดัราชแหิงทว ปทีงั้ ๔ มทวี ปนีอย ๒,๐๐๐ เปน บรวาริ จงกลบไปเส ัยเถีดิ ทานผนูรทิกขุ ” พระมหาบรุษตรุสถามวัา “ทานเป  นใคร  ” มารตอบวา “เราเปนเทพชอวสว่ืตตั ” ีพระมหาบรุษตรุสวัา “มหาราชเรารวูาจกรรั ตนะจะปรากฏ ั แกเราแต เราไม ตองการจกรพรรดัราชิ จงไปเสยเถีดิมารอยามาในท นี่เลยี้ สวนเราจ กเป ันพระพทธเจุา ผเปูน โลกวนายกะบินลัอลื นไปท ั่วั่๑๐,๐๐๐ โลกธาต”ุ มารนนั้ กอ็นตรธานไป ั ในทนี่นนั้นเองั่ ในเวลาทพระชนมายีุ่๒๙ พรรษา พระมหาสตวัทรงทงจิ้กรพรรดัราชิ ทตกี่ อยในพระห ูตถั  ไมทรงเย อใยเหม ื่อนกือนเขฬะ เสดจออกจากพระราชน็เวศนิ อนเป ัน สรินิวาสนิแหงพระเจาจกรพรรดั ิเมอดาวนื่กษัตรอัตตราสาฬหะุ เพญเด็อนอาสาฬหะื ดำเนนไป ิ เสดจออกจากเม็องื ไดม พระประสงค ีจะแลดเมูองื ในลำดบแหั งความปร วิตกิ นั่นเอง ภูมิประเทศนั้นก็แปรเปลี่ยนไป เหมือนจักรหมุนแปนทำภาชนะดินเผาแก พระองค พระมหาสตวัทรงยนอยือยูางเดมิ ทอดพระเนตรกรงกบุลพิสดั ุทรงกระตนมุา กัณฐกะใหบายหนาไปตามทางที่ควรไป แสดงเจติยสถานชื่อกัณฐกนิวัตตนะ ที่มา กณฐกะหันหนัากลบั ณ ภมูประเทศน ินั้ เสดจไปด ็วยสกการะอันยั งใหญ ิ่ ดวยเหตุ อนให ัเกดสิริอินโอฬาร ั ครงนั้นั้ เมอพระมหาสื่ตวั กำล งเสดั จไป ็ เทวดาทงหลายชัู้ คบเพลงิ ประมาณ ๖ ลานดวง นำหนาพระมหาสตวันนั้ขางหลงตามมาอักี๖ ลานดวง ทางดานขวาก ็๖ ลานดวงทางดานซายก ็๖ ลานดวงเทวดาพวกอนๆื่อกีกส็กการะั ดวยพวงมาล ยดอกไม ัหอมจรณจุนทนั พดจามรัและธงแผนผาหอมล อมไป สงคัตทีพยิ  และดนตรเปีนอนมากั กบรรเลงได ็เอง พระโพธสิตวัเสด จไปด ็วยเหตอุนให ัเกดสิริอยิางน ี้เสดจส็นหนทางิ้๓๐ โยชน ผาน ๓ ราชอาณาจกรั โดยราตรเดียวเทีานนั้ กถ็งรึ มฝิงแมน้ำอโนมา ลำดบนันั้


กถา] 537 พระโพธสิตวัทรงยนอยืรูมฝิงแมน้ำ ตรสถามนายฉันนะวัา “แมน้ำสายนชี้ออะไร ื่ ” ทลตอบวูา “ชอแมื่น้ำอโนมา พระเจาขา” กตร็สวัา “แมการบรรพชาของเราก ไม็ต่ำตอย ” แลวทรงใช สนพระบาทกระต นให ุสญญาณแกัมา มาก โดดข ็ ามไปย นอยื ฝูงทโนี่นแหงแมน้ำ ซงมึ่ความกวี างประมาณ ๘ อสภะุ พระโพธสิตวัเสดจลงจากหล็งมัา ประทบยันอยืบนู หาดทราย อนเหมัอนกืบกองแกัวมกดาุ เรยกนายฉีนนะมาัตรสสังวั่า “ฉนนะผั เปูน สหาย เจาจงนำอาภรณ ของเรา พรอมกบมัากณฐกะกลั บไป ั เราจกบวชั ” นายฉนนะั ทลวูา “แมขาพระบาทกจ็กออกบวชั พระลกเจูา” พระโพธสิตวัตรสวัา “เจายงบวชั ไมได เจาตองกล บไป ั ” ทรงหามถงึ๓ ครงั้ แลวทรงมอบอาภรณและมากณฐกะั แลว ทรงดำรวิา “เสนผมของเราอยางน ้ี ไมเหมาะแกสมณะ เราจกตัดเสันผมเหลานนดั้วย พระแสงขรรค” ทรงจบพระแสงขรรคัอนคมกรับิ ดวยพระหตถัขวา รวบพระจฬาพรุอม ดวยพระเมาล ีดวยพระหตถัซายแลวตดั เหลอพระเกศาเพืยงี๒ องคลุ ีเวยนขวาี ตดพระเศิยรี พระเกศาเหลานนั้ กม็ ประมาณเท ีานนั้ จนตลอดพระชนมชพี สวนพระ มสสั ุกพอเหมาะแก็ ประมาณพระเกศาน นั้ แตพระองค ไมมกีจทิจะตี่องปลง  พระเกศา และพระมสสัอุกเลยี พระโพธสิตวัทรงรวบรวมพระจฬาพรุอมกบพระเมาลั ีอธษฐานวิา “ถาเราจ กเป ันพระพทธเจุา เสนเกศาเหลาน จงดำรงอย ี้ ในอากาศ ู ถาไม เปน กจงหล็นลง เหนอพืนดื้นิ” แลวเหว ยงไปในอากาศ ี่ พระจฬาและพระเมาลุนีนั้ ลอยขนไปจนระด ึ้บั ความสงประมาณู๑ โยชน แลวสถตอยิ ในอากาศ ู ลำดบนันั้ ทาวสกกเทวราชทรงตรวจดัดูวยทพยจิกษั ุทรงเอาผอบรตนะขนาดั ๑ โยชน รบพระจัฬาและพระเมาลุนีนั้ แลวทรงนำไปบรรจ  ไวุในจฬามณุเจดียี อนสำเร ัจ็ ดวยรตนะั๗ ประการ ขนาด ๓ โยชน  ไวในภพดาวด งสึ เหมอนกืบทัพระอรรถี่ กถาจารยกล าวไว วา “พระมหาบรุษุผทรงเป ูนบคคลผุเลูศิ ทรงตดพระเมาลั ีทอบดี่วยของหอมอยางด ี ทรงเหวยงขี่นสึ้อากาศูทาววาสวสหสสนัยนั  ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


538 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทรงเอาผอบทองคำอนประเสร ัฐริ บไว ั แลวทลขูนึ้ เหนอเศืยรเกลีา” พระโพธสิตวั ทรงดำร อิกวีา “ผากาสเหลีานมี้คีามาก ไมเหมาะแกสมณภาวะ ของเรา” ลำดบนันั้ ฆฏการมหาพรหมิ ผเปูนสหายเก าในสม ยพระกั สสปพ ัทธเจุา ของพระโพธสิตวันนั้ ดำรโดยม ิตรภาพิ ทไมี่ถงความพึนาศิ ตลอด ๑ พทธุนดรวัา “วนนั ี้สหายของเรา ออกอภเนษกรมณิ เราจกถัอสมณบรื ขารไปเพ ิอสหายนื่นั้ ” จงนำ ึ บรขาริ ๘ เหลาน ี้ ไปถวายคอื บรขาริ๘ เหลาน ี้คอื ไตรจวรี บาตร มดีเขม็ ประคตเอวและผากรองน้ำ เปนของภกษิผุประกอบด ูวยความเพยรี ๑ พระมหาบรุษทรงครองผุา อนเป ันธงชยแหังพระอรหนตั ถอเพศบรรพชาื อนสังสูดุ ทรงเหวยงคี่ผูาข นไปในอากาศ ึ้ ทาวมหาพรหมรบผัาคนูนแลั้ว สรางเจดยี อนสำเร ัจด็วยรตนะขนาดั๑๒ โยชน  ในพรหมโลก บรรจคุผูาน นไว ั้ขางใน  ลำดบนันั้ พระมหาสตวัตรสกับนายฉันนะวัา “ฉนนะั เจาจงบอกแกพระชนก ชนน ี ตามคำ ของเราวา ‘เราสขสบายดุ ” ีแลวส งไป จากนนั้ นายฉนนะถวายบังคมพระมหาบัรุษุ ทำประทกษัณแลิวหล กไป ี สวนมากณฐกะนันั้ ยนฟื งคำของพระโพธ สิตวั ผปรูกษาึ กบนายฉันนะั รวูา “บดนั ี้เราจกไม ั ได พบเหนนายของเราอ็กี” พอละคลองจกษัุ ของพระมหาบรุษนุนั้ ไมสามารถทานว ปโยคท ิกขุได จงมึหทียแตกั ตายไปบงเกั ดเป ิน เทพบตรุ นามวากณฐกะั ในภพดาวดงสึ ซงเปึ่นภพ ทขี่าศกของเทวดายึ ดครองได ึยาก การอบุตัของกิณฐกเทพบัตรนุนั้ บณฑัตพิงถึอเอาตามื อรรถกถาวมานวิตถั ุชอวื่มลิตถั วลาสินิ (ี ปรมตถทั ปนี ) ีความเศราโศกได มแกีนายฉ นนะเป ันครงทั้ี่๑ เพราะความตาย ของมากณฐกะั นายฉนนะถั กความโศกครูงทั้ี่๒ เบยดเบียนี จงรึ องไห คร่ำครวญ เดนิ ทางกลบไปด ัวยความทกขุระทม ๑ ท.ีส.ีอ. (ไทย) -/๒๑๕/๒๗๖, ม.ม. ( ูไทย) ๒/๒๙๔/๑๖๑


กถา] 539 แมพระโพธ สิตวัทรงผนวชแลว ในประเทศนนนั้นแหละั่ มสวนมะมีวงชอวื่า อนปุยะอย ูจงทรงยึบยังอยั้ูณ อนปุยอมพวันนันั้๗ วนั ดวยความส ขในบรรพชาุ ภายหลงจากนันั้ กทรงสำรวมด ็วยผากาสวะอนดั ีเหมอนดวงรืชนักรเตีมดวง็ ในสารท สมยั สำรวมอยในหม ูเมฆู ทอาบดี่วยแสงสนธยา แมลำพ งพระองคักทรงร็งเรุองื เหมอนื ชนเปนอนมากแวดลัอมแลว ทรงทำบรรพชานนให ั้เปนเหมอนนื้ำอมฤต ตองตาตร งใจึ ของเหลามฤคและป กษทีอยี่ปูา ทรงจารกไปพระองค ิเดยวี เหมอนราชสืหี  ทรงเปน นรชนผประเสร ู ฐิ เหมอนควาญชืางรทูนลัลาของชีางตกมนั ยงแผันด นให ิเบาด วยฝ าเทา เสดจเด็นทางิ๓๐ โยชน  โดยวนเดัยวเทีานนั้ ทรงขามแมน้ำคงคา ซงคลึ่มคลุงดั่วย กระแสน้ำ และเกลยวคลีนื่ แตไมขดขัอง เสดจเข็าสกรู งราชคฤห ุ เรอนหลวงอืนั แพรวพราวดวยประกายแสงแห งรตนะั ครนเสดั้จเข็ าไปแล ว กเท็ยวแสวงหาภี่กษาิ ตามลำดับตรอก ทั่วทั้งเมืองนั้นก็สั่นสะเทือน เพราะการเห็นพระรูปของพระ โพธสิตวั เหมอนเมืองนื นโกลาหลเม ั้อชื่างธนบาลเข าไป เหมอนเทพนครสะเทือนื เมอื่ จอมอสูรเขาไป เมื่อพระมหาบุรุษเที่ยวโคจรแสวงหาภิกษา พวกมนุษยชาวเมือง เกดความอิศจรรยั เกดปิตโสมน ิสั เพราะเหนพระร็ ปของพระมหาสูตวั กได็ม ใจน ีกถึงึ การเหนร็ ปพระโพธูสิตวั  บรรดามนษยุเหลานนั้ มนษยุคนหนงกลึ่าวกบมนัษยุอกคนหนีงอยึ่างนวี้า “ทาน ผเจรู ญิ เหตอะไรหนอุ จนทรัเพญท็มี่ชีอรศมั ีทถี่กภูยคัอราหื กำบูงแลัว ยงมาสั ู มนษยโลกไดุ ” มนษยุผอูนนอกจากนื่นั้ กย็มแลิ้วพดอยูางนวี้า “พดอะไรกูนนัะสหาย ทานเคยเหนจ็นทรัเพญมาส็มนูษยโลกเมุอไรก ื่นั นนกามเทพมั่ดอกไม ี เปนธงม ใชิหรอื ทานถอเพศอืนื่ เหนความเจร็ญของลิลาอยีางยงของมหาราชาของเราิ่ และชาวเมองื จงเสดึจมาเล็นดวย ” คนอนนอกจากนื่นั้ กย็มแลิ้วพดอยูางนวี้า “ทานเอย ทานเป นบา กนแลัวหรอื นนพระอั่นทริ ผมูสรีระเรีองรองดื วยการโหมของเพล งยิญอันรัอนแรง ผเปูนทาวสหสนัยนั  เปนเจาแหงเทวดา มาในทนี่ดี้วยความสำค ญวัา อมรประุ ” คนอนื่ นอกจากนนหั้วรัอ นดหนิอย แลวกลาววา “ทานเอย พดอะไรกูนั ทานพดผูดทิ งคำต ั้น และคำหลงั ทานผนูนมั้ี๑,๐๐๐ ตาทไหน ี่ มวชีราวิธทุไหน ี่ มชีางเอราวณทั ไหน ี่ ทแที่ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


540 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทานผนูนเป ั้นพรหม ทานรวูา ‘คนทเปี่นพราหมณ ประมาทกนั จงมาเพึ อประกอบไว ื่ใน พระเวทและเวทางคเปนตนตางหากเลา ” คนอนทื่เปี่นบณฑัติ กปรามคนเหล ็านนทั้งหมดั้ แลวพดอยูางนวี้า “ทานผนูมี้ ใชิจนทรัเพญ็ มใชิกามเทพ มใชิทาวสหสนัยนั มใชิพรหม ทงนั้นั้ แตทานผนูเปี้นอจฉรัยมนิษยุ  จะเปนศาสดาผ นำโลกท ูงปวง ั้ ” เมอชาวเมื่องพากืนเจรจาอยัอยูางน ี้พวกราชบรุษกุไปกราบท ็ลเรูองนื่นแดั้พระเจา พมพิสารวิา “ขาแตสมมตุเทพิ เทพ คนธรรพ หรอนาคราชื ยกษั หรอใครหนอ ื เที่ยวแสวงหาภิกษาในเมืองของชาวเราพระเจาขา” พระราชาทรงสดับเรื่องนั้นแลว ทรงประทบยันื ณ ปราสาทชนบนั้ ทรงเหนพระมหาบ็รุษุ เกดจิตอิศจรรยั ไมเคยม ี จงตรึสสังพวกราชบั่รุษวุา “พนาย พวกเจาจงไปทดสอบท านผนูนั้ ถาเปนอมนษยุ จกออกจากเมัองแลืว อนตรธานไป ั ถาเปนเทวดา กจ็กไปทางอากาศ ั ถาเปนนาคราช กจ็กมัดดุนไป ิ ถาเปนมนษยุ กจ็กบรั โภคภ ิกษาตามทิ ไดี่มา ” ฝายพระมหาบรุษุ มอีนทริยีสงบ มพระมนีสสงบั เปนประหน งดึ่งดึดสายตาู ของมหาชน เพราะความงามแหงพระร ปกายู ทรงแลดชูวแอกั่ รวบรวมอาหารระคนกนั พอยงอั ตภาพให ั เป นไปได  เสดจออกจากเม็องื ทางประตทูเสดี่จเข็ามา บายพระพกตรั  ไปทางตะวนออกแหังรมเงาภ เขาปูณฑวะ ประทบนังพั่จารณาอาหาริ ไมมอาการผี ดปกต ิ ิ เสวย ลำดบนันั้ พวกราชบรุษกุกล็ บไปกราบท ัลรายงานเรูองนื่นแดั้พระราชา ลำดบนันั้ เพราะทรงสดบถั อยคำของท ตู พระเจาแผนดนแควินมคธ พระนามวาพมพิสาริ ผอูนเหลัาพาลชนระลกถึ งไดึยาก ผมูเขาพระสีเมรุและเขามุนทาระเป ันสาระ ผทรงู เปนแกนสารแหงสตวั ทรงมความตีนเตื่น เพราะการเหน็ ทเกี่ดเพราะได ิสดบคัณของุ พระโพธสิตวัเหลานนั้ ทรงรบเสดีจออกจากเม็องื บายพระพกตรัสภูเขามูณฑวะเสดัจ็ ไปแลว ลงจากพระราชยานเสดจไปย ็ งสำน ั กของพระโพธ ัสิตวั อนพระโพธ ัสิตวัทรง อนญาตแล ุว ประทบนังเหนั่อพืนศื้ลาิ อนเยันด็วยความรกของชนผั เปูนพวกพอง ทรง เลอมใสในพระอ ื่ริยาบถของพระโพธ ิสิตวั  ทรงไดรบปฏ ัสินถารแลัว ทรงถามถงนามและึ โคตร ทรงมอบความเปนใหญ ทกอยุางแด พระโพธ สิตวั  พระโพธสิตวัตรสวัา “ขาแต  มหาราช หมอมฉ นไม ั ประสงค วตถักามุ หรอกืเลสกามิ หมอมฉนั ปรารถนาแตพระ


กถา] 541 ปรมาภสิมโพธ ัญาณิจงออกบวชึ ” พระราชาแมทรงอ อนวอนโดยประการท  งปวง ั้กไม็ ได  น้ำพระทยของพระโพธ ัสิตวั จงตรึสวัา “จกทรงเป ันพระพทธเจุาแนแท ” กพระองค็ เปน พระพทธเจุาแลว โปรดเสดจมาแคว็นของหมอมฉนกัอน ” แลวเสดจเข็าสเมูองื เมอพระนรราชผื่ประเสร ู ฐิเสดจส็กรู งราชคฤห ุ ซงมึ่เรีอนหลวงอื นประเสร ัฐิพระจอมครีผีประเสร ู ฐิ พระจอมมนุผีประเสร ู ฐิเสดจไปเป ็นเชนพญามคราชิ เสดจไปแล ็วชอวื่าเสด จไปด ็แลีว ครงนั้นั้ พระโพธสิตวัเสดจจาร็ กไปตามลำด ิบั เขาไปหาอาฬารดาบส  กาลามโคตร และอทกดาบสุรามบตรุยงสมาบัตัิ๘ ใหเกดแลิว ทรงดำรวิา “ทางนไมี้ ใชทางแหง พระโพธิญาณ” ไมทรงใสพระทัยนึกถึงสมาบัติภาวนานั้น มีพระประสงคจะทรงตั้ง ความเพยรใหญ ี จงเสดึ จไปย ็งอัรุเวลาุ ทรงดำรวิา “ภมูภาคนินี้ารนรมยื่เหลอเกืนิ” แลวทรงเขาอยูในตำบลนั้น ทรงตั้งความเพียรอันยิ่งใหญ คน ๕ คน เหลานี้คือ บตรุ๔ คน ของพราหมณผ ทำนายมหาป ูรุสลิกษณะั และโกณฑญญพราหมณั  ออกบวชคอยอยูกอน เที่ยวภิกษาจารไปในคามนิคมราชธานีทั้งหลาย มาประสบ พระโพธสิตวั ณ ทนี่นั้ ลำดบนันั้ เมอพากื่นบำร ั งพระโพธุสิตวัผตูงความเพั้ยรอีนยั งใหญ ิ่ ตลอด ๖ ป ดวยว ตรปฏ ับิตั ิมกวาดบรี เวณเป ินตน ดวยหวงอยัวูา “พระโพธสิตวั  จกทรงเป ันพระพทธเจุา ในบดนั ี้ พระโพธสิตวัจ กเป ันพระพทธเจุาในบ ดนั้” ีจงอยึ ู ประจำในสำนกของพระโพธ ัสิตวันนั้ แมพระโพธ สิตวักทรงย็บยังอยั้ ูดวยงาและขาวสาร เมลดเด็ ยวเป ีนตน ดวยทรงหมายพระทยวัาจ กบำเพ ัญท็กกรกุริยาให ิถงทึสี่ดุ ” ไดทรงตดั อาหารโดยประการทงปวง ั้ แมเทวดาทงหลายกั้นำท ็ พยโอชา ิ ใสลงตามขมขนทุงหลายั้ ครงนั้นั้ พระวรกายทมี่สีทองของพระองคี ผมูพระกายถีงความซึบผอมอยูางยงิ่ เพราะไมมอาหารนีนั้กกลายเป ็นส ดำคล ี้ำไป มหาปรุสลิกษณะั๓๒ ประการ กถ็กปกปูด ลำดบนันั้ พระโพธสิตวัทรงถงทึสี่ดแหุงทกกรกุริยาิ ทรงดำรวิา “นไมี้ ใชทางแห งพระโพธ  ิ ญาณ” เพอจะเสวยอาหารหยาบื่ จงเสดึจเข็ าไปบ ณฑบาติณ คามนคมทิงหลายั้ เสวย พระกระยาหาร ลำดบนันั้ มหาปรุสลิกษณะกักล็ บเป ั นปกต  ิพระวรกาย มสีเหมีอนื ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


542 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ สทองี ขณะนนั้ ภกษิ ปุ ญจวคคัยีเหนพระองค็ กค็ดวิา “ทานผนู ี้แมทำท กกรกุริยาิ มาถงึ๖ ป กไม็อาจแทงตลอดพระสพพัญั ตญาณได ุ มาบดนั ี้ยงเทัยวบ่ี ณฑบาตไป ิ ในคาม นคมิ ราชธานทีงหลายั้ บรโภคอาหารหยาบ ิ จกอาจได ัอย างไร  ทานผนูมี้กมากั คลายความเพยรี ประโยชนอะไรของเรา  ดวยทานผนู ” ี้แลวกละท็งพระมหาบิ้รุษุ พากนั ไปยงปัาอสิปตนะ ิ แขวงกรงพาราณสุี ลำดบนันั้ ในวนวั สาขป ิรณมุ ีพระมหาบรุษเสวยขุาวมธ ปายาสุ ซงเทวดาใส ึ่ ทพยโอชา ิ อนหญังสาวนามวิาสชาดาุ ผเกูดในครอบคร ิวของเสนานักีฏุมพ ีตำบลอรุเวลาุ เสนานคมิ ถวายแลว ทรงถอถาดทองไปลอยลงในแม ืน้ำเนรญชราั ปลกพญากาฬ ุ นาคราช ผหลูบไหลอย ั ใหูตนขี่นึ้ ครงนั้นั้ พระโพธสิตวั ทรงกระทำท วาวิหารสมาบิตัิ ณ สาลวนั ซงประด ึ่บดั วยดอกไม หอม อนมัแสงสีเขียวี นารนรมยื่ รมฝิงแมน้ำ เนรญชราในเวลาเย ัน็ เสดจม็ งตรงไปย ุงตั นโพธ พฤกษิ ตามทางทเทวดาที่งหลายประด ั้บั แลว เทวดา นาค ยกษั สทธาเป ินตน พากนบัชาดูวยดอกไม ของหอม เครองลื่บไลู ทพยิ  ในสมยนันั้ คนหาบหญาชอื่ โสตถยะิ ถอหญืาเดนสวนทางมาิ รอาการของู พระมหาบรุษุ จงถวายหญึา๘ กำ พระโพธสิตวัทรงรบหญัาแลว เสดจเข็ าไปย  งโคน ั ตนไม  เปนทตรี่สรั ูชอวี่าตนอสสัตถะั ซงเปึ่นวชิยพฤกษั อนรั งโรจน ุกวาต นไม ทงหลายั้ คลายอนชัญคัรี ีสเขียวครามี ประหนงชึ่วยบรรเทาแสงทนกริ มรีมเงาเยน็ เยนด็วย พระกรณาุ ดงพระหฤทัยของพระองคั เวนจากการชมนุมของวุหคทิกชนุดิ ประดบดัวย กงอิ่นหนาทับึตองลมออนๆ โชยมา ประหนงฟึ่อนรำ  และประดจยุนดิดีวยป ติทรงทำ ประทกษัณพญาอิสสัตถพฤกษั ๓ ครงั้ ประทบยันทางดืานทศอิสานี ทรงจบยอดหญัา เขยา ทนใดน ันนั้นเองั่ มบีลลังกั ๑๔ ศอก หญาเหลานนั้ กเป็นเหมอนจื ตกรวาดไว ิ  พระโพธสิตวั ประท บนังขั่ดสมาธัเหนิอสืนถัดหญัา๑๔ ศอก ทรงอธษฐานความเพิยรี อนประกอบด ัวยองค ๔ ทรงทำลำตนโพธ พฤกษิ ๕๐ ศอกไวเบองหลื้งั ดงลำต ันเงนิ ทเขาวางไว ี่เหนอตืงทองั่ กนดั้วยก งโพธ ิ่พฤกษิ เหมอนฉืตรมณั ไวีเบ องบนประท ื้บนังั่ กยอดอ็ อนโพธ พฤกษิรวงลงมาทจี่วรสีทองของพระองคี กร็งโรจน ุเหมอนแกื วประพาฬ  วางไวทแผี่นทอง


กถา] 543 กพระโพธ ็สิตวั เมอประท ื่บนังั่ ณ โพธบิลลังกันนั้ วสวตดัมารเทพบีตรคุดวิา “สทธิตถกัมารุ ประสงคจะลวงวสิยของเราั บดนั ี้เราจกไม ั ใหสทธิตถกัมารนุนลั้วงวสิยั” จงบอกความนึนแกั้กองกำล งมารั แลวพากองกำล  งมารออกไป ั ไดยนวิา กองทพมารนันั้ ขางหนาของพญามารมขนาดี๑๒ โยชน ขางขวาและขางซายกอย็างนนั้ แตขางหลงั ตงอยั้สูดจุกรวาลั เบองบนสื้งู๙ โยชน ซงไดึ่ยนเสิยงขี คำราม ู ดงเสัยงแผีนด นคำราม ิ ตงแตั้๙,๐๐๐ โยชน ในสมยนันั้ ทาวสกกเทวราชทรงยั นเป ืาสงขั ชอวื่ชยิตตระุ ไดยนวิา สงขันนั้ ยาวประมาณ ๒,๐๐๐ ศอก ปญจสขเทพคนธรรพี ถอพืณสิเหลีองื เหมอนื สผลมะตีมแกู  ยาวประมาณ ๓ คาวตุ บรรเลงอย ูและยนขืบเพลงอั นประด ับดัวย มงคลตางๆ ทาวสยามเทวราชุ ทรงยนถือทืพยจามริ อนมัสีริดิงดวงจันทรัเพ ญใน ็ ฤดสารทู มความยาวประมาณ ี๓ คาวตุ ยนถวายงานพืดั ดวยการโบกลมกระแส  ออนๆ สวนทานทาวสหมบดัพรหมยีนกืนเศวตฉั้ตรั ดงพระจันทรัดวงท ี่๒ กวาง ประมาณ ๓ โยชน  ไวเบองบนของพระผื้มูพระภาคี แมแตมหากาฬนาคราช อนมั ี นาคฟอนรำ  ๘๐,๐๐๐ แวดลอมแลว รายคาถาสดดุนีบรัอยคาถา ยนนมืสการั พระมหาสตวั  เทวดาใน ๑๐,๐๐๐ จกรวาลตัางบชาดูวยพวงดอกไม หอม จรณจุนทนั  และธปหอมเปูนตน พากนยันถวายสาธืการอยุู ลำดบนันั้ เทวปตตมารุ ขนชึ้างท ปี่องกนขัาศ กได ึ  เปนชางท ประด ี่บดัวยรตนะั ชอคื่ริเมขละิ สงางามนาทศนาอยัางยงิ่ เหมอนยอดหืมคิรี ีขนาด ๑๕๐ โยชน เนรมติ แขน ๑,๐๐๐ แขน ใหถืออาวุธตางๆ อันไมเหมือนกัน แมมารบริษัทแตละตน ลวน มกำล ีงัถอดาบืธนูศร หอก ยกธนูสาก ผาล เหลกแหลม็แหลน หลาว หนิคอน กำไลมอื ฉมวก กงจกรั เครองสวมคอื่ ของมคมี แตละตนมหนีาเหมอนกวางื ราชสหี แรด กวางมดู เสอื ลงิ ง ูแมว นกฮกู และบางตนมหนีาเหมอนกระบือื เนอฟาน ื้ มา และชางพลายเป นตน มลีกษณะรัางกายนาเกรงขามบาง นาประหลาด  นาเกลยดี บางมรีางกายคลายมนษยุบาง ยกษับาง ปศาจบาง ดงหนังจะทึ่วมทบั พระมหาโพธสิตวัผ ประท ูบนังั่ ณ โคนโพธพฤกษิ เดนวนเวิยนหีอมลอม บางยนจือง ถลงตามองึ แลวแสดงอาการของมาร ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


544 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ลำดบตัอจากนนั้ เมอกองกำล ื่งมารมังเขุาใกล  โพธ มิณฑสถานั บรรดาเทพ เหลาอนมื่ทีาวส กกะเป ันตน เทพแมองคหนงึ่ กไม็สามารถท จะดำรงอย ี่ไดู จงพากึนั หลบหนไปต ีอหนานนเองั่ ทาวส กกเทวราชทำว ัชยิตตรสุงขั ไวเบองหลื้งั หนไปประท ีบั ยนอยืทูขอบปากจ ี่กรวาลั ทาวมหาพรหมวางเศวตฉ ตรไว ัท ปลายจ ี่กรวาลั แลวหน ี กลบไปย ั งพรหมโลก ั กาฬนาคราชทงนาคนาฏกะไว ิ้ทงหมดั้ ดำดนหนิ ไปย ีงภพมัญเชรักะิ นาคพภพิ อนลักจากผึวดินถิงึ๕๐๐ โยชน นอนเอามอปืดหนา ไมมเทวดาแมีสกั พระองคเดยวทีจะสามารถอยี่ในท ูนี่นได ั้ สวนพระมหาบรุษประทุบนังอยั่ลำพ ูงพระองคั  เดยวี เหมอนมหาพรหมื อยองคูเด ยวในว ีมานอินวั างเปล า นมิตริายท ไมี่น าปรารถนา  เปนจำนวนมาก  ปรากฏกอนทเดียววีา “บดนั ี้มารจกมาั ” เมอเวลาการยื่ทธของพญามารและ ุ ของพระผทรงเป ูนเผาพนธัแหุงไตรโลก  กำลงั ดำเนนไปอย ิ ูอกาบาตอุนรัายกาจ ไดตกลงโดยรอบ  ทศทิงหลายั้ลวนมดครืมดื้วยหมอกควนั ธรณใหญี แมไมม ใจีกเป็นเหมอนมื ใจี ถงความพลึดพรากัเหมอนดรืณุสาวพลีดพรากั จากสามีแผนด นใหญ ิททรงสระตี่างๆพรอม ทงสาครั้กหว็ นไหว ั่เหมอนเถาวืลยัตองลม แรงพดั มหาสมทรมุกระแสนี้ำปนปวน แมน้ำ ทงหลายพลั้ นไหลทวนกล ับั ลำตนไม ตางๆ ลวนคดงอหงกจนติดพินภื้ผาทูงหลายั้ กระแสลมอนมั กำล ีงแรงัพดกระหนั่ำไปรอบๆ อยางหฤโหด มเสียงอีกทึกครึ กโครมอย ึตลอดความมูดื ทปราศจากดวงตะว ี่นัพลนแผั ปกคล มตุวกะพันธั  กออกท็องเทยวที่วไปกลางหาว ั่


กถา] 545 ไดยนวิาลางรายอนพัลิกดึงกลัาว ไมนาเจร ญใจ ิ ทงไมั้น าปรารถนา ทมี่อยีทูงในอากาศ ั้และทภาคพี่นื้ แผนดนิ เปนอนมากักพล็ นปรากฏม ัอยี โดยรอบ ู ในขณะทหมี่มารมาแลูว สวนวาหมเทพทูงหลายั้เหนมารประสงค ็  จะประหารพระมหาสตวั ผทรงเป ูนเทพอนเหลัาเทพ บชาแลูวนนั้พลนเกัดความหวาดเสิยวหทียัจงพรึอมกบั หมเทพเปล ูงเสยงวีาหา หา แมภายหลงัไดเหนมารน็นพรั้อมทงเสนาั้ เปนอนมากัทฝี่กฝนมาด แลีวพากนแตกหนั ี กระเจดกระเจิงิ ไปในทศนิอยท ศใหญ ิทงั้๑๐ ทศิ อาวธในมุอืพลนหลัดลุวงตกไป  พระมหาบรุษุผทรงมูพระยศอีนยั งใหญ ิ่ผองอาจู ปราศจากความกลวั ประทบนังอยั่ทูามกลางมาร และพลมารเหมอนพญาครืฑอยุทูามกลางฝ งวูหคิ เหมอนไกสรราชส ืหีผยูงยงิ่อยทูามกลางฝ งมฤค ูฉะนนั้ ลำดบนันั้ พญามารคดวิา “เราจกทำให ัพระสทธิ ตถะตกใจกล ัวแลัวรบหนี ไปี ” แตก ไม็ สามารถทำให  พระโพธ สิตวั ตกใจกล วแลัวหน ไปได ี ดวยอทธิฤทธิทิ์มารเนรมี่ติ ๙ ประการ คอืลม ฝน กอนหนิเครองประหาร ื่ถานเพลงิ เปลวไฟนรก ทราย โคลน ความมดมืดิ มใจข ี งโกรธ ้ึ จงประกาศบ ึงคับพลมารวัา “สทูงหลายั้ พวกเจาจะรงรอั้ อยใยู จงทำสทธิ ตถะให ั ไม เปนสทธิตถะั จงกรกูนเขั าไปจ บั จงฆา จงตดั จงมดั จงอยา ปลอย จงไลใหลกขุนหนึ้ ไปี ” สวนตนเองนงอยั่บนคอคชสารชูอคื่รีเมขลี  ใชกรขางหนงึ่ กวดแกวังศร ไสเขาไปหาพระโพธ สิตวั  พลางตระโกนกองวา “สทธิตถะั ทานจงลกขุนึ้ ออกไปจากบลลังกั ” ทงพลมารกั้เข็ ามาทำความบ บคีนรั้นแรงยุงแกิ่พระมหาสตวั ลำดบนันั้ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั


546 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระมหาบรุษตรุสคำเป ันตนวา “มารผมูบาป ี ทานบำเพ ญบารม็เพีอบื่ลลังกั นมาแลี้ว แตคร งใด ั้ ” แลวทรงนอมพระหตถัเบองขวาสื้พู นปฐพ ื้ ีขณะนนนั้นเองั่ ลมและน้ำที่ รองแผนดนิ ซงม่ึ ความหนาประมาณ ี๑,๐๑๔,๐๐๐ โยชน กเก็ดการหวิ นไหวก ั่อน ตอจากนนั้ มหาปฐพนีซี้งหนาถึ่งึ ๒๔๐,๐๐๐ โยชน กเก็ ดอาการไหวท ิงั้ ๖ ครงั้ สายฟาแลบแปลบปลาบ  และเกดอสนิบาตหลายพีนครังั้ เบองบนนภากาศแลื้วผาลงมา ลำดบนันั้ ชางนาฬาครีเมขลี กพล็นคักเขุา พญามารทนี่งอยั่บนคอชูาง จงพลึดตกลงั บนแผนดนิ แมพรรคพวกพลมาร ตางกแตกหน็กระจี ดกระจายไปในท ัศนิอยท ศใหญ ิ  เหมอนกำแกลบ ื ทปลี่วไปตามแรงลม ิ ฉะนนั้ ลำดบนันั้ แมพระมหาบรุษุ ทรงกำจดเสนามารและตั วมารได ัแลว ดวยอานภาพุ แหงบารมทีงหลายของพระองคั้ มขีนตั ิเมตตา วริยะิ และปญญาบารม เปีนตน ในปฐมยาม ทรงระลึกถึงปุพเพนิวาสญาณได ในมัชฌิมยาม ทรงชำระทิพยจักษุ ในเวลาใกลรงุ ทรงหยงญาณลงในป ั่จจยาการ ทพระพี่ทธเจุาทกพระองคุ ทรงปฏ บิตัมาิ ทรงยงจตัตถฌานอุนมั อานาปานะเป ีนอารมณ ใหเกดแลิว ทรงทำจตตถฌานนุนให ั้เปน บาทแลว ทรงเจรญวิ ปิสสนา ยงกัเลสทิ งปวงให ั้หมดส นไปด ิ้วยอรหตตมรรคั ซงทรงึ่ บรรลมาโดยลำดุบมรรคั ทรงแทงตลอดพระพทธคุณทุงปวง ั้ อนพระพัทธเจุาทกพระองคุ ทรงปฏบิตัมาิ ทรงเปลงพระพทธอุทานวุา “เราตามหาชางผสรูางเรอนืเมอไม ื่พบ จงทึองเท ยวไปในสงสาร ี่เปนอเนกชาต ิ เพราะการเกดบิอยๆ เปนทกขุ นายชางเอยเราพบทานแลวทานจะสรางเรอนื ไมไดอกี ซโครงท ี่กซุของที่าน เราหกแลัว ยอดเรอนื เรากร็อเแลื้ว จตของเราถิ งธรรมปราศจากเคร ึ องปร ื่งแตุงแลว เราไดบรรล ธรรมเปุนทสี่นติ้ณหาแลัว” ๑ ๑ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๑๕๓-๕๔/๗๙-๘๐


Click to View FlipBook Version