กถา] 497 [๑๓] พระตถาคตไดเสดจออกจากกร็งกบุลพิสดั ุ ทนี่ารนรมยื่ ทรงเรมติ่งความเพั้ยรี บำเพญท็กรกุริยาิ ฯเปฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูในอนาคตกาล ี้ [๑๔] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุาแมพระองคนนแลั้ว กทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพัอื่ บำเพญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ [๑๕] เราเปนผสูงสูดแหุงนรชนเมอแสวงหาื่ พระสพพัญัตญาณ ุจงใหึทานสละราชสมบตัิ อนยั งใหญ ิ่ บวชในสำนกของพระชันเจิา” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวามพลนีกายและพาหะมิ ใชินอย (อนนตพลวาหโนฺ ) ความวา กำลงพลและพาหนะั มชีางม าเปนตน ของเรามมากี คอไม ืมทีสี่นสิ้ดุ คำวา (เขาไปเฝ า) พระสมมาสัมพัทธเจุา (สมพฺทุธทสฺสนฺ )ํคอืเพอเขื่าเฝาพระสมพัทธเจุา คำวาตามทตนปรารถนา ี่ (ยทจิฉกฺ ) ํความวา จนเพยงพอแกีความตองการ คอื ทรงเลยงดี้พระภูกษิสงฆุมพระพีทธเจุาเป นประธาน ดวยอาหาร๔ อยางจนทรงหามวา “พอแลวๆ ” ทรงเอาพระหตถั ปดบาตร คำวา พระศาสดาและสาวก (สตถฺสาวเกุ ) ความวา ไดถวายแดพระศาสดาและพระสาวกทงหลายั้ คำวาผสูงสูดแหุงนรชน (นรตุตเมฺ ) คอื แดพระผสูงสูดในนรชนุ คำวา สละ (โอหาย) ไดแก ละ คอเสืยสละี พระผมูพระภาคพระนามวี าโกณาคมนะพระองค นนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากร งโสภวดุี พระชนกเปนพราหมณชื่อวายัญญทัตตะ พระชนนีเปนพราหมณีนามวาอุตตรา คพระอูครสาวกนามวัาพระภ ยโยสเถระและพระอ ิตตรเถระุ พระพทธอุปุ ฏฐากนามวา พระโสตถชเถระิ คพระอูครสาวักานามวิา พระสมททาเถรุและพระอีตตราเถรุ ีตนไม เปนท ี่ ตรสรัชูอวื่าตนมะเดอื่ พระสรระสีงู๓๐ ศอก พระชนมายุ๓๐,๐๐๐ ป ภรรยาเปน ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๙-๑๕/๗๐๗-๗๐๙ ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั
498 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พราหมณชีอวื่ารจุคิตตาั พระโอรสชอวื่าสตถวาหะั ออกมหาภเนษกรมณิ ดวยยานคอชืาง เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๖] “กรงชุอวื่า โสภวดีกษตรัยิพระนามวา โสภะ ตระกลใหญ ูของพระสมมาสัมพัทธเจุากอย็ ในนครน ูนั้ [๑๗] ยญญทัตตพราหมณัน นเป ั้นพทธบุดาิพราหมณี ชอวื่าอตตราุเปนพระมารดาของพระศาสดาพระนามวา โกณาคมนะ [๑๘] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๓,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงัคอืดสุตปราสาท ิ สนดัสุตปราสาท ิและสนตั ฏฐปราสาท ุ [๑๙] มนางสนมกำน ีลั๑๖,๐๐๐ นาง ลวนประด บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีารจุคิตตาั พระราชโอรสพระนามวา สตถวาหะั [๒๐] พระองคเปนผสูงสูดแหุงบรุษุทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงทรงราชยานพาหนะคึอชืางออกผนวชแลว ทรงบำเพญเพ็ยรี อย ู๖ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๒๑] พระมหาวระพระนามวีา โกณาคมนะ ทรงเปนผ นำส ูตวั โลก ผสูงสูดแหุงนรชนผอูนพรหมั ทลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัมฤคทายวี่นั [๒๒] พระภยโยสเถระและพระอ ิตตรเถระุเปนพระ อครสาวกั พระเถระนามวาโสตถ ชะิ เปนพระอ ปุ ฏฐาก ของพระพทธเจุาพระนามวา โกณาคมนะ ผมูพระยศี [๒๓] พระสมททาเถรุและพระอีตตราเถรุี เปนพระอครสาวักาิตนไม เปนทตรี่สรัของู
กถา] 499 พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลก เรยกวีาตนมะเดอื่ [๒๔] อคคอุบาสกและโสมเทพอุบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากสวลาอีบาสุกาิ และสามาอบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๕] พระพทธเจุาพระองคนนั้ทรงมพระวรกายี สงู๓๐ ศอก ประดบดัวยพระรศมั เปล ี งปล งั่ ดงทองคำท ั ปากเบ ี่า [๒๖] ขณะนนั้พระพทธองคุมพระชนมายีุ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ปพระองคทรงดำรง พระชนมายประมาณเทุานนั้ทรงชวยหมชนู ใหขามพ นได เป นจำนวนมาก [๒๗] พระองคพรอมทงสาวกั้ทรงยกธรรมเจดยี อนประด ับดัวยผาคอธรรมแลืว ทรงรอยพวงดอกไม คอธรรมเสรืจแล็ว เสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ [๒๘] สาวกของพระองคงดงามดวยฤทธอิ์นยั งใหญ ิ่ พระองคทรงประกาศศ ริธรรมิ ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาทปากเบ ี่า (อกุกามฺเขุ ) คอื เตาของชางทอง คำวา ดงทองคำ ั (ยถา กมพฺ ) ุคอื เหมอนแทืงทอง คำวา ประดบดัวยพระรศมั (ีเอวํ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๖-๒๘/๗๐๙-๗๑๑ ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั
500 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ รสํหีิมณฑฺโติ ) ความวา ประดบตกแตังดวยรศมัทีงหลายอยั้างน ี้คำวาทรงยก ธรรมเจดีย (ธมฺมเจติยํสมุสฺเสตฺวา) คือ ประดิษฐานพระเจดีย อันสำเร็จดวย โพธปิกขยธรรมิ๓๗ ประการ คำวาอนประด ับดัวยผาคอธรรมื (ธมมทฺสุสวฺภิสูติ)ํ คอื ประดบดัวยธงธรรมคออรืยสิจั ๔ คำวาทรงรอยพวงดอกไม คอธรรมื (ธมมฺ - ปปุผคฺฬุํกตวาฺ ) คอื ทำใหพวงมาล ยดอกไม ั สำเร จด็วยธรรม อธบายวิา พระศาสดา พรอมดวยพระสงฆสาวก โปรดใหประดิษฐานพระธรรมเจดีย เพื่อมหาชนที่อยู ณ ลานพระเจดยี สำหรบบำเพ ัญว็ ปิสสนา จะไดนมสการั แลวเสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ คำวางดงามดวยฤทธอิ์นยั งใหญ ิ่ (มหาวลาโส ิ ) คอื ผถูงความพึลาสแหิงฤทธ ิ์ อันยิ่งใหญ คำวา ของพระองค ( ตสสฺ ) คือ ของพระผูมีพระภาคพระองคนั้น คำวา สาวก (ชโน) คอื ชนคอพระสาวกื คำวาพระองคทรงประกาศศ ริธรรมิ (สริ-ิ ธมมปฺปกาสโนฺ ) ความวา และพระผมูพระภาคี ผทรงประกาศโลก ูตตรธรรมพระองคุ นนทั้งปวงน ั้นกั้อ็นตรธานไปส ันิ้ พระโกณาคมนพทธเจุา ทรงมอาสวะสี นไปแล ิ้ว โดยสะดวก ผเปูนทมาแหี่งสตวัผ ปราศจากกาม ู ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ผเปูนทมาแหี่งวงศ ของพระผบรูสิทธุิ์ประทบอยั ูณ ปาอนมันามี เปนสริิอนสงัดั ในคาถาทเหล่ี อในท ืที่กแหุง มเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวแล โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาทั ี่๒๕ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๒๕ จบ _____________
กถา] 501 ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระกิ สสปพ ัทธเจุา กภายหล็งั จากสมยของพระผัมูพระภาคพระนามวี าโกณาคมนะ เมอศาสนาื่ ของพระองคอ นตรธานไปแล ัว อายุ๓๐,๐๐๐ ปของมนษยุกเส็ อมลงโดยลำด ื่บั จนถงึ มอายีุ๑๐ ป แลวเจรญขินอึ้กจนนี บไม ัถวน แลวกเส็อมลงอื่กโดยลำด ีบั จนเมอื่ มนษยุเกดมามิอายีุแค๒๐,๐๐๐ ปพระศาสดาพระนามวาก สสปะ ัผปกครองมน ูษยุ เปนจำนวนมาก กเสด็จอ็บุตัขินในโลก ึ้พระองคทรงบำเพ ญบารม็ทีงหลายั้แลวบงเกัดิ ในดสุตเทวโลก ิ จตุจากภพนินแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ในครรภ ิของพราหมณชีอธนวดื่ ีผมูี คณอุนไพบ ัลยู ผเปูนภรรยาของพราหมณชอพรหมทื่ตตะั ในกรงพาราณสุ ีครนถั้วน กำหนดทศมาส กประส ็ตูจากมาติคุพโภทร ั ณ ปาอสิปตนมฤคทายว ินั แตญาตทิงหลายั้ เฉลมนามของพระองคิ โดยโคตรวา “กสสปก ัมารุ ” พระองคทรงครองฆราวาสวสิยั ตลอด ๒,๐๐๐ ป ทรงมปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. หงสวาปราสาท ๒ ั . ยสวาปราสาท ๓. สรินินทปราสาท ั ทรงมีหญิงจำนวน ๔๘,๐๐๐ นาง มีสุนันทาพราหมณีเปนประมุขคอยบำรุง บำเรอ พระมหาบรุษนุนเหั้นน็มิตทิงั้๔ แลว เมอบื่ตรชุอวื่าวชิตเสนะของสินุนทาพราหมณั ี เกดแลิวเกดความสิ งเวชสลดใจ ั ดำรวิา “เราจกออกมหาภัเนษกรมณิ ” ลำดบนันั้ ในลำดบั ตอจากขณะท ดำร ี่เทิานนั้ ปราสาทของพระมหาสตวักหม็นเหมุอนจืกรแหั งแป นทำภาชนะ ดนิ ลอยขนสึ้ทูองนภากาศ อนคนหลายรัอยแวดลอมแลวดงดวงรัชนั กรในฤด ีสารทู ที่ เปนกล มทำความงามอย ุางยงิ่ อนหมัดารกาแวดลูอมแลว ลอยไปประหนงวึ่าประด บทัอง นภากาศ ประหนงวึ่าประกาศบ ญญาน ุภาพุ เหมอนจะดื ดดวงตาดวงใจของมหาชนู ประดจุ วาทำยอดไม ทงหลายให ั้งดงามอยางยงิ่ เอาตนไม เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนน โครธ ิ ไวตรงกลาง แลวลอยลงตงเหนั้อแผืนดนิ ครงนั้นั้ พระโพธสิตวัผยูงใหญ ิ่ทรงยนทืแผี่นดนิ ทรงถอเอาื ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั
502 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ผากาสายะ อนเป ั นธงไชยแห งพระอรหนตั ทเทวดานี่อมเขามาถวาย ทรงผนวชแลว นางบำเรอของพระองคกลงจากปราสาท ็ เดนทางออกไปคร ิงคาวึ่ตุ พรอมดวยบรวาริ จงพากึนนั งกระทำให ั่เปนดงคัายพกของกองทัพัจากนนั้ คนทตี่ดตามมาดิวยทงหมดกั้ออก็ บวชจนหมด เวนแต นางบำเรอ ไดยนวิา พระมหาบรุษุ อนชนเหลัานนแวดลั้อมแลว ทรงบำเพญเพ็ยรี๗ วนั ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวยขาวมธ ปายาสุ ทสี่นุนทาพราหมณัถวายแลีว ทรงทำ ทวาวิหารสมาบิตัในป ิ าไมตะเคยนี ในเวลาเยน็ ทรงรบหญัาคา ๘ กำมอื อนคนเฝ ัา ไรขาวเหนยวชี อโสมะถวาย ื่ จงเขึ าไปย งตั นไม เปนทตรี่สรั ูชอวื่าตนน โครธ ิ ทรง ลาดสนถัดหญัากวางยาว๑๕ ศอก ประทบนังบนสั่นถัดหญัานนั้ บรรลอภุสิมโพธ ัญาณิ ทรงเปลงพระอทานวุา อเนกชาตสิสารํ ํฯเปฯ ตณหานฺํขยมชฌคาฺ ทรงประทบยับยังั้ เสวยวมิตตุสิขอยุู๗ สปดาห ั ทรงพจารณาเหินอ็ ปนุสิยสมบัตัของภิกษิุ๑ โกฏ ิซงออกึ่ บวชพรอมกบพระองคั จงเสดึ จไปทางอากาศ ็ เแลวลงท ปี่าอสิปตนม ิคทายวินั ใกล กรงพาราณสุ ีอนภักษิเหลุานนแวดลั้อมแลว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ณ ปาอสิปตน ิ - มฤคทายวนนันั้ ครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๒๐,๐๐๐ โกฏิ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวา โกณาคมนะไดมพระสีมมาสัมพัทธเจุา พระนามวากสสปะ ั ตามพระโคตร ผสูงสูดแหุงเทวดาและมนษยุ ทรงเปนธรรมราชามพระรีศมั ี [๒] ทรพยัอ นเป ันมรดกของตระกลู ทสี่ตวั เปนอนมากบัชากูนั พระองคทรงละให ทานแกพวกยาจก ทำจตให ิเตม็ ทำลายกเลสดิงคอกั
กถา] 503 เหมอนโคอ ื สภะทำลายคอกุฉะนนแลั้ว ทรงบรรลสุมโพธ ัญาณอิ นประเสร ัฐิ [๓] เมอพระกื่สสปส ัมมาสัมพัทธเจุา ทรงเปนผ นำส ูตวั โลก ประกาศพระธรรมจกรั เทวดาและมนษยุประมาณ ๒๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาทรงละ (สฉฑฺฑฺติ) ํ ไดแก ทรงละแลว ทงแลิ้ว คอเสืยสละแลีว คำวามรดกของตระกลู (กลมุลู)ํ ความวา เรอนแหืงตระกลู มกองี โภคะนบไม ัถวนมกองทรีพยัหลายพ นโกฏ ั ิมโภคะเหม ีอนภพของทืาวสหสสนัยนั ทสละี่ ไดแสนยากกสละได ็เหมอนอยืางหญา คำวาแกพวกยาจก (ยาจเก) คอื ใหแกยาจก ทงหลายั้คำวาคอก (อาฬก)ํคอื คอกโค อธบายวิา โคอสภะทำลายคอกเสุยแลีว ไปถงทึที่ปรารถนาได ี่ตามสบาย ฉนใด ั แมพระมหาบรุษุ ทำลายเครองผื่กคูอเรือนเสืยี แลว กทรงบรรล็อภุสิมโพธ ั ญาณได ิ ฉนนันั้ ตอมา เมอพระศาสดาเสดื่จจาร็ กไปในชนบทได ิ ๔ เดอนื การบรรลธรรมุ ครงทั้ี่๒ ไดมแกีสตวั ๑๐,๐๐๐ โกฏิในครงทั้พระองคี่ ทรงทำยมกปาฏหาริยิท โคนต ี่น ประด ู ใกลประต สูนทรนครุ ทรงแสดงธรรม การบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๕,๐๐๐ โกฏ ิตอมาอกี หลงจากทรงทำยมกปาฏ ัหาริยิแลว ประทบนั งในั่ เทวสภาชอสื่ธุมมาั มอยี ในภพดาวด ูงสึ ซงยากนึ่กทัขี่าศ กของเทวดาจะครอบงำได ึ ทรงแสดงพระอภธรรมป ิฎก ๗ คมภัรี เพอทรงอนื่เคราะหุเทวดาท งหลายใน ั้ ๑๐,๐๐๐ โลกธาต ุมพระชนนีพระนามวีาธนวดของพระองคี เป นประม ขุ ทรงยงเทวดาั ๓,๐๐๐ โกฏใหิดมอมตธรรมื่ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๓/๗๑๑-๗๑๒ ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั
504 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๔] “ในคราวทพระพี่ทธเจุาเสดจจาร็ กไป ิ ในโลกตลอด ๔ เดอนื เทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐,๐๐๐ โกฏ ิไดบรรลธรรมครุงทั้ ี่๒ [๕] ในคราวเมอพระองคื่ทรงทำยมกปาฏ หาริยิ แสดงฤทธติ์างๆ ประกาศพระญาณธาตุเทวดา และมนษยุประมาณ ๕,๐๐๐ โกฏิไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ [๖] พระชนเจิาทรงแสดงธรรมทสี่ธรรมเทพนครุ ทรี่นรมยื่นนั้ ทรงทำใหเทวดาประมาณ ๓,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมุ [๗] ในคราวททรงแสดงธรรมแกี่ยกษันรเทพ อกครีงหนั้งึ่เทวดาเหลาน นได ั้บรรลธรรมุ คำนวณนบไม ั ได ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาตลอด ๔ เดอนื (จตมาสุ )ํ คอื ในเวลา ๔ เดอนื อกนียหนังึ่ พระบาลกีอย็างนนเหมั้อนกืนั คำวา เสดจจาร ็ กไป ิ (จรต)ิ คอื ไดเสดจ็ ไปแลว คำวา ทรงทำยมกปาฏหาริยิ ( ยมกํวกิพุพนฺํกตวาฺ ) คอื ทรงทำยมก ปาฏหาริยิ คำวาพระญาณธาตุ(ญาณธาต)฿ คอื สภาพแหงพระสพพัญัตญาณ ุ อาจารยทงหลายกลั้าววา สพพญาณธาตฺ ฿ กม็อยีบูาง คำวา ประกาศ (ปกติตยฺ )ิ คอื ทรงประกาศแกมหาชน คำวา สธรรมเทพนครุ (สธมุมาฺ ) ความวา สภาชอวื่า สธรรมามุอยี ในภพดาวด ูงสึ พระองคทรงประท บนังั่ณ สภานนั้ คำวา ธรรม (ธมมฺ )ํ คอื พระอภธรรมิ ไดยนวิา ในกาลนนั้ มยีกษัชอวื่านรเทพ เปนนรเทพทมี่อานีภาพมากุ และเปน ยกษัผพูชิติ ซงมึ่ศีกดั ใหญิ์ และมฤทธีมากเหมิ์อนยืกษันรเทพทกลี่าวมาแล วในหนหล งั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๔-๗/๗๑๒
กถา] 505 ยกษันรเทพน นแปลงต ั้วเหมั อนพระราชาในเม ืองหนืงึ่ ในชมพทวูปี ทงรั้ปรูางทรวดทรง สมเสุยงี ทวงท ีแลวฆาพระราชาตวจรังกินเสิยี แลวปฏ บิตัหนิาท เปี่นพระราชา พรอมทงั้ ในราชสำนกั โปรดการเสวยเนอไม ื้จำก ดจำนวน ั ไดยนวิา ยกษันรเทพนนั้ เปนนกเลงั หญงดิวย แตคร งใด ั้ สตรเพศผีฉลาดเฉลูยวี รจูกเขาวัา “ผนูไมี้ ใชพระราชาของเรานนั่ เปนพระราชาอมนษยุ ” ครงนั้นั้ ยกษัน นทำเป ั้นละอาย แลวจบสตรัเหลีานนั้ กนจนหมดิ ออกเดนทางไปนครอ ินื่ ดวยประการด งนั ี้นรเทพยกษันนั้ ครนกั้นมนิษยุแลวกม็งหนุา ไปทางกรงสุนทระุ พวกมนษยุชาวเมองเหืนย็กษัตนนนั้ ถกมรณภูยคักคามแลุว เกดิ ความสะดงกลุวั พากนหนัออกจากเมีองของตนๆืหนซมซานไป ี ครงนั้นั้ พระกสสป ั - ทศพล ทรงเหนพวกมน็ษยุพากนหวาดกลัวแลัวเตลดหนิ ไปี จงประท ึบยั นประจ ืนหนัา กบนรเทพยักษัตนนนั้ นรเทพยกษันนั้ ครนเหั้นพระทศพล็ ผทรงเป ูนเทพยงกวิ่าเทพ มายนประจ ืนหนัากบตนั จงแผดเสึยงกี มปนาทอย ัางดดุนั แสดงกริยาเกริยวกราดี้ แตไม สามารถทำใหพระผมูพระภาคเกีดอาการหวาดกลิ วได ั กยอมถ็งพระพึทธองคุเปนสรณะ ทพี่งึ่ แลวท ลถามปู ญหา เมอพระทศพลทรงวื่สิชนาป ัญหา ฝกอบรมเขา แลวทรง แสดงธรรม การบรรลธรรมไดุมแกีมนษยุและเทวดา ทมาชี่มนุมกุนเกันกวิาทจะนี่บั จำนวนได เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัาแกยกษันรเทพ (นรเทวสสฺ ยกขสฺสฺ ) เปนตน บรรดาคำเหลานนั้ คำวา ในคราวททรงแสดงธรรมี่ (อปเร ธมมเทสเนฺ ) คอื ในการแสดงธรรม ครงอั้นอื่กี คำวาเทวดาเหลานนั้ (เอเตสาน) ํคอืเทพเหลานนั้ อกนียหนังึ่ พระบาลกีอย็างนนี้นแหละั่ ก็พระผูมีพระภาคพระนามวากัสสปะ พระองคนั้นทรงมีสาวกสันนิบาตเพียง ครงเดั้ยวเทีานนั้ บตรปุโรหุตในกร ิงพาราณสุ ีชอวื่าตสสะิ เหนล็กษณสมบัตั ิ ในพระ สรระของกี สสปโพธ ัสิตวั ฟงบดาพิดู จงคึดวิา “ทานผนูจี้กออกมหาภัเนษกรมณิ แลวตรสรั ู เปนพระพทธเจุา อยางไม ตองสงสยั เราจกออกบวชในสำน ักของพระองคั แลวจกพันจากสงสารทักขุ ” จงจารึ กไปถ ิ งปึาหมพานติ อนเป ันทอยี่อาศูยของเหลัา พระมนุผีบรูสิทธุ ิ์แลวอธ ษฐานบวชเป ินดาบส เขามดาบสจำนวน ี๒๐,๐๐๐ เปนบรวาริ ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั
506 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ตอมาในภายหล งั เขาสดบขัาววา “พระกสสปก ัมารุ ออกมหาภเนษกรมณิ แลวบรรลุ อภิสัมโพธิญาณ” จึงพรอมดวยบริวารเขามาอุปสมบท ดวยเอหิภิกขุอุปสัมปทา ในสำนกของพระผัมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั แลวบรรลอรหุตตผลั พระผมูพระภาคี พระนามวาก สสปะ ั ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ ในวนมาฆป ัรณมุ ีในสมาคมนนั้ เพราะ เหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๘] “แมพระพทธเจุาผ เปูนเทพยงกวิ่าเทพพระองคนนั้ กได็ม การประช ีมแหุงพระขณาสพีผปราศจากมลท ูนิ มจีตสงบระงิบัผคงทูครี่งเดั้ยวี [๙] ครงนั้นั้ภกษิ ประมาณุ๒๐,๐๐๐ รปู ผลูวงภพผคงทูดี่วยหริและศิลี มาประชมกุนั” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาผลูวงภพ (อตกิกนฺตภวนฺตานฺ )ํ ความวา ผกูาวลวง ระดับ ปุถุชนและพระเสขบุคคลมีพระโสดาบันเปนตน คือเปนพระขีณาสพดวยกัน ทงหมดทั้กองคุ คำวาผคงทูดี่วยหริและศิลี (หริสิเลนีตาทนิ)ํ คอื ผเหมูอนกืนั ดวยหริิ ในกาลนนั้ พระโพธสิตวั ของพวกเราเป นมาณพชอวื่าโชต ปาละ ิ จบไตรเพท มชีอเสื่ยงี ระบอในการทำนายล ืกษณะแหังพนแผื้นดนและอากาศิ เปนสหายของฆฏการิ อบาสกุผเปูนชางหมอ โชตปาลมาณพน ินั้เขาเฝาพระศาสดาพรอมกบฆฏัการอิบาสกนุนั้ ฟงธรรมกถาของพระองคแลว จงออกบวชในสำน ึกของพระศาสดาพระองคันนั้ ปรารภ ความเพยรี ศกษาเลึาเรยนี ทรงจำพระไตรปฎกแลว ยงพระพั ทธศาสนาใหุรงเรุองื ดวยขอว ตรปฏ ับิตันิอยใหญ พระศาสดาแมพระองคนนั้ กทรงพยากรณ็ พระโพธ สิตวันนั้ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๘-๙/๗๑๒
กถา] 507 [๑๐] “ครงนั้นั้เราเปนมาณพมชีอปรากฏว ื่า โชตปาละ ิ คงแกเรยนีทรงมนตรจบไตรเพท [๑๑] ถงความสำเร ึ จในค ็มภัรีทำนายล กษณะั และคมภัรีอติหาสะิ เปนผ ฉลาดในว ูชาดิพูนทื้ี่ และอากาศ เปนผ ใชูวชาิ ไมมทีกขุ [๑๒] ฆฏการอิบาสกุผเปูนอ ปุ ฏฐาก ของพระผมูพระภาคพระนามวีากสสปะ ั เปนผมูความเคารพยำเกรง ี เปนพระอนาคาม ี [๑๓] ฆฏการอิ บาสกไดุพาเราเข าเฝาพระชนเจิา พระนามวากสสปะ ั เราไดฟงธรรมของพระองคแลว จงบวชในสำน ึกของพระองคั [๑๔] เราเปนผ ปรารภความเพ ูยรี ฉลาดในวตรนัอย วตรใหญ ั ไมเส อมในท ื่ไหนๆ ี่ปฏบิตัตามคำส ิงสอนั่ ของพระชนเจิาอยางสมบรณู [๑๕] เลาเรยนนวีงคสัตถัศาสนุ เทาทพระพี่ทธเจุาตรสแลัวทกอยุาง ชวยประกาศพระศาสนาของพระช นเจิา ใหงดงาม [๑๖] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ ทรงเหนความอ็ศจรรยัของเราแลว จงทรงพยากรณึเราวา ในภทรกั ปนั ี้ผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั
508 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๗] พระตถาคตไดเสดจออกจาก็ กรงกบุลพิสดั ุทนี่ารนรมยื่ ฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูในี้ อนาคตกาล [๓๐] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุาแมพระองคนนแลั้ว กทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญ็ บารมี๑๐ ประการใหยงขิ่นไป ึ้ [๓๑] เราระลกถึงพึทธพยากรณุอยางนแลี้ว งดเวนความประพฤต เสิยหายี ขาพเจ าทำกรรมท ทำได ี่ยาก เพราะเหตแหุงพระโพธ ญาณเทิานนั้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา เปนผ ฉลาดในว ูชาดิพูนทื้และอากาศี่ (ภมนูตฺ - ลกิขกฺสโลุ ) ความวา เปนผูฉลาดในวิชาธรณีวิทยา วิชาดูลักษณะอากาศ วิชา ดาราศาสตร และวชาโหราศาสตร ิ คำวาผเปูนอ ปุ ฏฐาก (อปฏุฐโก ) คอื ผอูปถุมภั บำรุง คำวา มีความยำเกรง (สปฺปติสฺโส) คือ ผูมีความยำเกรง คำวา นพิพฺโตุ คอื ผทูทรงแนะนำแล ี่ว หรอปรากฏแล ืว คำวาอนาคาม (ีตตเยิผเล) เปนนมิตตสิตตมั ีความวา อนพระะองคั ทรงแนะนำแล ว เพราะเหตบรรลุอรุยผลทิ ี่๓ คำวาพา (อาทาย) คอื พาเราไปแลว คำวา ในวตรนัอยว ตรใหญ ั (วตตาวตฺเตสฺ )ุ คอื ในขอวตรนัอยและขอว ตรใหญ ั คำวาฉลาด (โกวโทิ ) คอื ผฉลาดในการย ูงั ขอวตรเหลัาน นให ั้บรบิรณูดวยคำว าเรา...ไมเส อมในท ื่ ไหนๆ ี่ (น กวจฺิปรหายามิ )ิ พระผมูพระภาคทรงแสดงวีา “เราไมเสอมแมื่ในท ไหนๆ ี่แมแต ในศ ลีหรอสมาธื ิสมาบตัิ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๐-๓๑/๗๑๒-๗๑๕
กถา] 509 เปนตน อยางไหนๆ ขนชึ้อวื่าความเส อมของเราในค ื่ณทุงปวงไม ั้มเลยี ” พระบาลวีา น โกจิปรหายามิ ิกม็ ีความกอย็างนนเหมั้อนกืนั คำวาเทาท (ี่ยาวตา) นนั่ เปนบททแสดงถี่งขึนตอนั้ ความวา มประมาณ ี เพยงไร ี คำวาพระพทธเจุาตรสั (พทุธภณฺติ)ํคอืพระพทธวจนะุคำวา ใหงดงาม (โสภย)ึ ไดแก ใหงามคอให ืแจมแจง คำวาความอศจรรยัของเรา (มม อจฉรฺยิ)ํ ความวา พระผมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั ทรงเหนส็ มมาปฏ ับิตัของเราิ ไมท วไปั่ กบคนอันๆื่นาอศจรรยั ไมเคยม ี คำวาระลกถึงึ (สสรํติวาฺ ) คอื ทองเท ยวไปใน ี่ สงสารวัฏั คำวา ความประพฤตเสิยหายี (อนาจร)ํ คอื อนาจารทไมี่พ งกระทำ ึ อธบายวิา ไมควรกระทำ ก็พระผูมีพระภาคพระนามวากัสสปะ พระองคนั้นทรงมีเมืองเกิดชื่อวากรุง พาราณส ีมพระชนกเป ีนพราหมณนามวาพรหมทตั ชนนเปีนพราหมณชีอวื่าธนวด ี คูพระอัครสาวกนามวาพระติสสเถระและพระภารทวาชเถระ พุทธอุปฏฐากนามวา พระสัพพมิตรเถระ คูพระอัครสาวิกานามวา พระอนุฬาเถรีและพระอุรุเวฬาเถรี ตนไม เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนไทร พระสรระสีงู๒๐ ศอก พระชนมายุ๒๐,๐๐๐ ป ภรรยา เปนพราหมณนามวีาสนุนทาั บตรนามวุาวชิตเสนกิมารุ ออกมหาภเนษกรมณิ ดวยยาน คอปราสาท ื เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๓๒] “กรงชุอวื่า พาราณสีกษตรัยิพระนามวากกิี ตระกลใหญ ูของพระสมมาสัมพัทธเจุากอย็ ในนครน ูนั้ [๓๓] พรหมทตตพราหมณัน นเป ั้น พทธบุดาิพราหมณชีอวื่าธนวดี เปนมารดาของพระพทธเจุาพระนามวา กสสปะ ั ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั
510 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๓๔] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู ๒,๐๐๐ ปมปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอื หงสปราสาท ั ยสปราสาท และสริจินทปราสาท ั [๓๕] มนางสนมกำน ีลั๔๘,๐๐๐ นาง ลวนประด บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีา สนุนทาั พระราชโอรสพระนามวาวชิตเสนะิ [๓๖] พระองคเปนผสูงสูดแหุงบรุษุ ทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงออกจากปราสาทไปผนวช ึ ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๗ วนั (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๓๗] พระมหาวระพระนามวีากสสปะ ั ทรงเปนผ นำส ูตวโลก ัผสูงสูดแหุงนรชน ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัมฤคทายวี่นั [๓๘] พระตสสเถระและพระภารทวาชเถระิ เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวาสพพมัตตะิ เปนพระอ ปุ ฏฐากของพระพทธเจุา พระนามวากสสปะ ัผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๓๙] พระอนฬาเถรุและพระอีรุเวลาเถรุีเปนพระ อครสาวักาิตนไม เปนทตรี่สรัของพระู ผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนไทร
กถา] 511 [๔๐] สมุงคลอับาสกและฆฏ ุการอิบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐาก วชิตเสนาอิบาสุกาและิ ภททาอับาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๔๑] พระพทธเจุาพระองคนนั้ทรงมี พระวรกายสงู๒๐ ศอก มพระรีศมั เปล ี งปล งั่ ดงสายฟ ั าในอากาศ ดจดวงจุนทรัทรงกลด [๔๒] พระองคผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ มพระชนมายี ประมาณุ๒๐,๐๐๐ ป พระองคทรงดำรงพระชนมาย ประมาณเทุานนั้ ทรงชวยหม ชนให ูขามพ นได เป นจำนวนมาก [๔๓] ทรงสรางสระน้ำคอธรรมไว ื ทรงประทานเครองลื่บไลูคอศืลี ทรงจดผัาค อธรรมไว ื เปนเครองนื่งหุม ทรงแจกพวงมาลยคัอธรรมื [๔๔] ทรงตงกระจกเงาั้ทไรี่มลทนคิ อธรรมไว ื ใหมหาชนดวยทรงหวงวัา ชนบางพวกปรารถนา นพพานิจงเหนเคร็ องประด ื่บของเราั [๔๕] ทรงประทานเสอคื้อศืลีเกราะหนงั คอฌานืทรงจดหนังคั อธรรมไว ื คลมกายุ และเครองผื่กสอดูอยางดเลีศิ [๔๖] ทรงประทานโลคอสตื ปิฏฐาน๔ หอกคอญาณอืนคมกลัาดาบอยางดคีอธรรมื และศสตราวัธเครุองยื่ ่ำยศีตรัคูอศื ลไว ี ให ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั
512 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๔๗] ประทานภษาคูอวืชชาิ๓ พวงมาลยสำหร ับสวมศัรษะคีอผลื๔ เครองอาภรณื่คออภืญญาิ๖ และดอกไมเคร องประด ื่บคัอพระธรรมื [๔๘] รมขาวคอพระสืทธรรมอั นเป ันเคร องป ื่องก นบาป ั ทรงเนรมตดอกไม ิคอความไม ืมเวรภี ยไว ั ใหเสรจแล็ว พระองคกเสด็จด็บขั นธปร ันิพพานิ [๔๙] แทจรงิพระสมมาสัมพัทธเจุา ทรงมคีณหาประมาณมุไดิ กระทบกระทงไดั่ยาก พระธรรมรตนะนัทรงตรี้ สไว ัดแลีวควรเรยกให ีมาดู [๕๐] พระสงฆรัตนะผั ปฏูบิตัดิแลีว ไมมผีอูนยื่งไปกว่ิาพระรตนะทังั้๓ นี้ ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวาดงสายฟ ัา (วชิชฺ ลฏุฐวี) คอืเหมอนสายฟ ืาแลบอย ู โดยเปนสายทบึ คำวาดจดวงจุนทรัทรงกลด (จนโทวฺคหปรูโติ ) คอื เหมอนื ดวงจนทรัเพ ญขณะทรงกลดคำว ็า ทรงสรางสระน้ำคอธรรมื (ธมมตฬากฺํ มาปยติวาฺ ) คอืทรงสรางสระน้ำคอพระปร ืยิตัธรรมิ คำวา ทรงประทานเครองลื่ บไลูคอศืลี (สสีํ ทตวาฺวเลปน ิ )ํ คอื ประทานเครองลื่บไลู เพอประด ื่บสันตตัแหิงจติ กลาวค อปาร ืสิทธุิ ศลี๔ คำวาทรงจดผัาค อธรรมไว ื เปนเครองนื่งหุม (ธมมทฺสุสฺํนวาเสติวาฺ ) คอื นุงผาคูกลาวคือธรรม คือหิริและโอตตัปปะ คำวา ทรงแจกพวงมาลัยคือธรรม ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๓๒-๕๐/๗๑๕-๗๑๘
กถา] 513 (ธมมมาลฺํวภชิชฺยิ) ความวา จำแนก คอเป ืดพวงมาลยั ดอกไมคอโพธ ื ปิกขยธรรมิ ๓๗ ประการ คำวากระจกเงาทไรี่มลทนคิอธรรมื (ธมมวฺมลมาทาสิ )ํความวาวางกระจก กลาวค อโสดาป ืตตมรรคิอนไร ัมลทนคิอกระจกธรรมื ใกลรมสระธรรมสำหร ิบมหาชนั เพื่อกำหนดธรรม อันมีโทษ และไมมีโทษ อันเปนกุศลและอกุศล คำวา ใหมหาชน (มหาชเน) คอแกืมหาชน คำวาบางพวก (เกจ)ิคอื พวกใดพวกหนงึ่คำวา ปรารถนา นพพานิ (นพิพานฺํปตเถนฺตาฺ ) ความวา เทยวปรารถนาพระน ี่พพานิ อนกระทำความ ั ยอยยบแหังมลทนิ คออกืศลทุงหมดั้ อนไม ัตาย ปจจ ยปร ังแตุงไม ได ไมมทีกขุ สงบ อยางยงิ่อนไม ัจตุเปินรสชนเหลานนจงดั้เครูองประด ื่บนั ี้มประการท ีกลี่าวแลวอนเราั แสดงแลวพระบาลวีานพิพานมภฺปติเถนฺตาฺปสสนฺตฺ ุมํอลงกรฺํกม็ีความกอย็างนนั้ เหมอนกืนั คำวาเครองประด ื่บั (อลงกรฺ )ํพระผมูพระภาคตรี สกระทำให ั เปนสระรสสะั คำวา ทรงประทานเสื้อคือศีล (สีลกฺจุกํทตฺวาน) คือ ทรงประทานเสื้อ อนสำเร ัจด็วยศลี๕ ศลี๑๐ และปารสิทธุศิลี๔ คำวาเกราะหนงคัอฌานื (ฌานกวจวมฺมิตํ) คือ ผูกเครื่องผูกคือเกาะ อันไดแกจตุกกฌานและปญจกฌาน คำวา จดหนังคัอธรรมคลืมกายุ (ธมมจมฺมฺํ ปารปุตวาฺ ) คอื หมหนงคัอธรรมื ทนี่บได ั วาสตและสิ มปช ัญญะั คำวาเครองผื่กสอดอยูางดเลีศิ (ทตวาฺสนนาหมฺตุตมฺ ) ํความวา ประทานเครองผื่กสอดคูอวืริยะิ ทประกอบด ี่วยองค ๔ อนสังสูดุ คำวา ประทาน โลคือสติปฏฐาน ๔ (สติผลกํทตฺวาน) คือ ประทานเครื่องปองกันคือโลกลาวคือ สตปิฏฐาน๔ เพอปื่องก นโทษ ัอริและบาปมราคะเป ีนตน คำวา (ประทาน) หอก คอญาณอืนคมกลัา (ตขิณิ ํญาณกนุตมฺ )ํความวาหอกคอวื ปิสสนาญาณอนแหลมคมั คอหอกอยืางด ีกลาวคอวื ปิสสนาญาณ ทสามารถแทงตลอดได ี่ หรอความวืา ทรงตงั้ นกรบคั อพระโยคาวจร ื ทสามารถกำจ ี่ดกองกำล ังคัอกื เลสได ิ คำวา ประทาน...ดาบ อยางดคีอธรรมื (ธมมขคฺควรฺํทตวาฺ ) ความวา ประทานพระขรรคอยางด ีคอื ๒๖. กสสปพ ัทธวุงสวัณณนาั
514 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ มรรคปญญา ที่มีคมอันลับดวยกลีบอุบลคือความเพียรแกพระโยคาวจรนั้น คำวา ศตราวัธเครุองยื่ ่ำยศีตรัคูอศืลี (สสสีสคํคมทฺทนฺ )ํ ความวา โลกตตรศุลอี นเป ันอรยะิ เพอยื่ ่ำยการคลีกคลุดีวยกเลสเพิอฆื่ากเลสิ คำวา ประทานภษาคูอวืชชาิ๓ (เตวชิชาฺภสนูํทตวานฺ ) ไดแก ประทาน เครื่องประดับ ที่สำเร็จดวยวิชชาทั้ง ๓ คำวา พวงมาลัยสำหรับสวมศีรษะคือ ผล ๔ (อาเวฬํจตโรุผเล) คอื ทำผล ๔ ใหเปนพวงมาลยคลัองคอ คำวาเครองื่ อาภรณค ออภืญญาิ๖ (ฉฬภิญาภรณฺ )ํคอื ประทานอภญญาิ๖ เพอเป ื่นอาภรณ และเพอการประด ื่บั คำวา ดอกไมเคร องประด ื่บคัอธรรมื (ธมมปฺปุผปฺลนธนฺ )ํ ไดแก ทำพวงมาลยดอกไม ักลาวค อโลก ืตตรธรรมุ๙ คำวารมขาวคอพระสืทธรรมอั นเป ัน เครองป ื่องก นบาป ั (สทธมฺมปณฺฑรจฺฉตฺตฺํทตวาฺปาปนวารณิ )ํ ไดแก ประทาน เศวตฉตรั คอวืมิตตุอินบรัสิทธุ ิ์สนเชิ้งิ เปนเครองกื่นแดดั คออกืศลทุงปวง ั้ คำวา ทรงเนรมตดอกไม ิ คอความไม ืมเวรภียั (มาปยติวาภยฺํ ปปุผฺ )ํ ความวา ทรงทำ ดอกไมคออืฏฐังคักมรรคอิ นให ัถงเมึองื ทไมี่มภียั ไดยินวา พระผูมีพระภาคพระนามวากัสสปะ เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ เสตพยอัทยานุ ใกลกรงเสตุพยะั แควนกาส ี ไดยนวิา พระบรมสารรีกธาติของุ พระองค ไมกระจดกระจายแพรั หลายไป มนษยุทวชมพั่ทวูปประช ีมกุนั เมอใช ื่มโนศ ลาิ ออนแทนดนิ ใชน้ำมนแทนนั้ำ เพอกื่อภายนอก ดวยแผนอ ฐทองคำ ิ แตละแผนมคีา นบโกฏ ั ิทงวั้จิตรดิวยรตนะั เพอทำภายในให ื่เตมด็วยแผนอ ฐทองคำ ิ ซงแตึ่ละแผน มคีาคร งโกฏ ึ่ ิชวยกนกัอสรางพระสถ ปเจดูยีสงู ๑ โยชน แมพระผมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั เสรจก็จแลิว ทรงบำเพญประโยชน ็เกอกื้ลู แกสรรพสตวัอยางเดยวี ทรงทำความหรรษา
กถา] 515 แกส ตวโลก ั ประทบอยั เปูนประจำท มี่คทายวินั ณ กรงพาราณสุีราชธานแหีงแควนกาส ี ในคาถาทเหลี่อื ทกแหุงมเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวแล กสสปพ ัทธวงศุวรรณนา ในพทธวุงสอรรถกถาั อนมัชีอวื่ามธรุตถวัลาสินิจบลงแลีวเพยงเทีาน ี้ การพรรณนาพทธวงศุของพระพทธเจุา ๒๔ พระองค จบลงแลวโดยประการท งปวง ั้ ดวยกถาเป นเครองพรรณนาเพื่ยงเทีาน ี้ ____________ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระโคดมพ ิทธเจุา ทเรนูทานกถาิ เพราะเหตทุถี่งการพรรณนาพึทธวงศุแหงพระพทธจุา ของเราทงหลายแลั้วฉะนนั้บดนั ี้ขาพเจาจะพรรณนา พทธวงศุแหงพระพทธจุาของเราทงหลายั้ ในทเรนูทานนินั้ พระโพธสิตวัของพวกเรา ทรงทำการบำเพญบารม็ (ีอธการิ ) ในสำนกของพระพัทธเจุา๒๔ พระองคมพระที ปีงกรพทธเจุาเปนตนมาถงึ๔ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ กปั แตกาลภายหลงจากพระผัมูพระภาคพระนามวีาก สสปะ ั ไมมพระพีทธเจุา พระองคอน่ื เวนแตพระสมมาสัมพัทธเจุาพระองคน ี้เพราะฉะนนั้ พระโพธสิตวัผ ไดูรบั พุทธพยากรณ ในสำนักของพระพุทธเจา ๒๔ พระองค มีพระทีปงกรพุทธเจา เปนตน เมอจะทรงบำเพ ื่ญพ็ทธการกธรรมมุทานบารมี เปีนตน อนพระองคัเองผยูงสโมธาน ั ธรรม ๘ ประการใหถงพรึอมเหลานวี้า ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
516 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ “อภนิหารยิ อมสำเร จได ็ เพราะยงสโมธานธรรม ั ๘ ประการนใหี้ถงพรึอม คอื (๑) ความเปนมนษยุ ( ๒) ความ เปนบรุษเพศุ (๓) มอีปนุสิยสมบัตัทิจะบรรลี่มรรคผลไดุ (๔) ได พบพระพทธเจุาขณะยงทรงพระชมนัอย (ู๕) ออกบวชเปนดาบส หรอเป ืนภกษิอยุ (ู๖) ไดสมาบตัิ๘ และอภญญาิ๕ (๗) สามารถ สละชวีตของตนเพิอพระพื่ทธเจุาได (๘) มความพอใจอ ีตสาหะุ ทจะบำเพ ี่ญพ็ ทธการกธรรมไดุ ” ๑ แลวทำอภ นิหารแทบเบิองพระยื้คลบาทของพระทุปีงกรพทธเจุา แลวทำอ ตสาหะุ วา “เราจะตองเล อกเฟ ืนพทธการกธรรมุอยางโน นอยางน ” ี้ ไดทรงเหนว็า “ครงนั้นั้ เราเมื่อเลือกเฟน ก็ไดเห็นทานบารมี เปนอันดับแรก” ตราบจนถึงอัตภาพเปน พระเวสสนดรั และเมอมาถื่งึ กมาประสบอาน ็สงสิแหงน ยตโพธ ิสิตวัทงหลายั้ ผทำู อภนิหารไว ิแลว ททรงสรรเสรี่ญไว ิวา “นยตโพธ ิสิตวั ผถูงพรึอมดวยองคคณครบถุวน อยางน ี้แมจะทองเทยวี่เกดิตลอดกาลยาวนาน นบเป ันร อยโกฏ กิปั นยตโพธ ิสิตวั จะไมเก ดในอเวจ ิมหานครี และในโลกนตมหานรกั ไมเก ดเป ินนชฌามติณหั กเปรต ิ ขปปุปาส กเปรต ิและกาลกญจักาอสิรู แมจะเขาถงทึคตุิกจะไม ็เก ดเปินสตวัทมี่ี ขนาดเลกกว็านกกระจาบเมอตื่องเก ดในหม ิมนูษยุ กต็องไม เก ดเปินคนตาบอดแต กำเน ดิ ๑ ข.ุอ.ุอ. (ไทย) -/-/๑๖๑
กถา] 517 ไมเก ดเป ินคนหนวกแต กำเน ดิ ไมเก ดเป ิน คนใบไมเก ดเป ินสตร ีไมเก ดเป ินคนสองเพศ และไมเก ดเปินบณเฑาะกั นยตโพธ ิสิตวั ไมเปนผนูบเนัองกื่บกลัมชนุ ดงกลัาวมา ไมทำอน นตรัยกรรมิมโคจรบร ีสิทธุิ์ หมดจดในทกภพทุกชาตุิ นยตโพธ ิสิตวั ไมเสพมจฉาทิฏฐิ ิมความเหีนว็า กรรมททำแล ี่วมผลีแมตองบงเกั ดในสวรรค ิ กไม็เขาถงอสึญญัภพี นยตโพธ ิสิตวั ยอมไม มเหตีทุจะไปบ ี่งเกัดิ ในภมูแหิงพรหมชนสั้ทธาวาสุเปนผมูจีตนิ อมไปในเนกข มมะั ดำรงตนเปนสตบัรุษุไมเกยวเกาะยี่ดมึ นในภพ ั่ นอยภพใหญ มนคงบำเพ ั่ญแต็ โลก ตถจรัยาทิงหลายั้ ยงบารมัธรรมี (พทธการกธรรมุ ) ทงปวงให ั้บรบิรณู ” ๑ เมอบรรลื่อานุสงสิมาอยางนแลี้ว ดำรงอยในอ ูตภาพเป ันพระเวสสนดรั ทำบญุ อยางย งใหญ ิ่ ททำให ี่มหาปฐพ ไหวเป ีนตนอยางนวี้า “แผนดนนิ ี้หามเจตนาไม ี ไมรบรัรูบทราบั ถงสึขและทุกขุพนปฐพ ื้แมีนนั้กย็งไหวสะเท ัอนื ถงึ๗ ครงั้เพราะกำลงแหังทานบารมแหีงเรา ” ๒ ในทสี่ดแหุงอายขุยั จตุจากภพทิ เปี่นพระเวสสนดรแลัว บงเกั ดในสวรรค ิชนดั้สุติ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั ๑ อภ.ิสง.ฺอ. (บาล) ี๑/๗๘๒ อภ.ิสง.ฺอ. (บาล) ี๑/๘๐
518 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ อวทิเรนูทานกถาิ เมอพระโพธ ื่สิตวัยงอยั ในด ูสุตเทวโลก ิธรรมกถาวาพทธโกลาหลกุเก็ดขินึ้แทจรงิ ในโลกน ี้มความโกลาหล ี ๓ อยางเกดขินึ้ คอื ๑. กปปโกลาหล ๒ ั . พทธโกลาหลุ ๓. จกรวัตตั โกลาหล ิ ในโกลาหลทั้ง ๓ อยางนั้น พวกโลกพยูหเทวดา ซึ่งเปนเทพชั้นกามาวจร ทราบวา “ลวงไปอ กี๑๐๐,๐๐๐ ป กปจักพั นาศไป ิ ” จงสยายผมึ รองไห ฟ มฟายู เอามอเชืดน็ ้ำตา นงหุมผาแดงแลว ทรงเพศตางๆ แปลกๆ อยางยงิ่ เทยวสี่ญจรไป ั ในแดนมนษยุ ปาวประกาศอย างนวี้า “ทานผนูรทิกขุทงหลายๆั้ลวงไปอ กี๑๐๐,๐๐๐ ป จากวนนั ี้กปจักพันาศิ โลกนจี้กพันาศิ แมมหาสมทรกุจ็กเหัอดแหืง มหาปฐพผีนนื ี้ และสเนริจอมสุงขริ กจ็กมอดไหม ั มะลายไป ความพนาศนิจี้กมั ี ไปจนถงพรหมโลก ึ ทานผนูรทิกขุ พวกทานจงเจรญเมตตาิ กรณาุ มทุตาิ อเบกขาุ จงบำรงเลุยงดี้มารดาู บดาิ จงเปนผ เคารพยำเกรงผ ู ใหญูในตระก ลู” นชี้อวื่ากปปโกลาหล ั พวกโลกปาลเทวดา ครนทราบวั้า “ลวงกาลจากวนนั ไปอ ี้กี๑,๐๐๐ ป พระ สัพพัญูพุทธเจาจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก” จึงออกเที่ยวไปปาวประกาศวา “ทานผู นรทิกขุ นบแตัวนนั ี้ลวงไปอ กี๑,๐๐๐ ป พระพทธเจุาจกเสดัจอ็บุตัขินในโลก ึ้ ” นชี้อวื่า พทธโกลาหลุ พวกเทวดาทราบวา “ลวงไปอ กี๑๐๐ ปจากวนนั ี้พระเจาจกรพรรดัจิกอับุตัขินึ้ ในโลก” จงเทึ ยวป ี่าวประกาศไปว า “ทานผนูรทิกขุ นบจากวันนั ี้ลวงไปอ กี๑๐๐ ป พระเจาจกรพรรดัจิกอับุตัขินในโลก ึ้ ” นชี้อวื่าจกกวัตตั โกลาหล ิ บรรดาโกลาหลทงั้๓ อยางนนั้เทวดาทวหมั่นจื่กรวาลั ฟงเสยงขีาวพ ทธโกลาหลุ จงรึ วมประช มพรุอมกนรัวูา “สตวัชอโน ื่นจกตรัสรั เปูนพระพทธเจุา” จงพรึอมกนเขั าไปหา กลาวคำอ อนวอน แตเมออื่อนวอน กจะอ็อนวอน เมอบื่พนุมิตของสิตวัผนูนเกั้ดขินแลึ้ว
กถา] 519 แตในคร งนั้นั้ เทวดาเหลานนแมั้ทงหมดั้ ในแตละจกรวาลั กมาร็ วมประช มกุนใน ั จกรวาลเดัยวกีนั พรอมกบทัาวมหาราชทงั้๔ ทาวสกกะั ทาวสยามะุ ทาวสนดัสุติ ทาวสนุมมิตะิ ทาววสวตดั ีและทาวมหาพรหม พากนไปย ั งสำน ั กของพระโพธ ัสิตวั ผมูี นมิตแหิงการจตุ ปรากฏแล ิว ในภพดสุติ ชวยกนอัอนวอนวา “ขาแตทานผนูรทิกขุ บารมทีงั้๑๐ ทานก บำเพ ็ญบร็บิรณูแลว แตเม อบำเพ ื่ญ็ ทานม ใชิ บำเพ ญเม็ อปรารถนา ื่ สมบตัของทิาวสกกะั สมบตัของทิ าวมหาพรหมเป นตน แตท านบำเพ ญเม็ อปรารถนา ื่ พระสพพัญัตญาณ ุ เพอชื่วยโลก เพอความเป ื่นพระพทธเจุา ขาแตพระมหาวระี บดนั ี้ถงเวลาสมควรของพระองคึแลว ขอเชญพระองคิเสดจอ็บุตัในพระครรภ ิมารดา ตรสรัอมตบทูชวยสตวั โลกพร อมทงั้ เทวโลกใหขามพนสงสารวัฏเถัดิ” ๑ ลำดบนันั้ พระมหาสตวัอนทวยเทพทัลอูอนวอนอยางนนั้ มไดิ ประทานปฏ ญญาิ แกเทวดาทงหลายั้ แตทรงพจารณาิมหาวโลกนะ ิ๕ ประการ คอื ๑. พจารณากาลเวลา ๒ิ . พจารณาทวิ ปี ๓. พจารณาประเทศ ๔ ิ . พจารณาตระกิลู ๕. พจารณากำหนดอาย ิของพระชนนุี บรรดามหาวโลกนะ ิ๕ ประการนนั้พระมหาบรุษทรงพุจารณากาลเวลาเป ินอนดับั แรกวา “บดนั ี้เปนกาลอนสมควรหรัอยืงั” ในขอวาดวยกาลเวลานนั้ กาลทคนมี่อายีมากุ เกนกวิา๑๐๐,๐๐๐ ป ไมใชกาลเวลาอนสมควรั เพราะเหตไรุ เพราะในกาลทมนี่ษยุ มอายีเกุนกวิา๑๐๐,๐๐๐ ป ชาต ิชรา มรณะ จกไม ั ปรากฏแก สตวัทงหลายั้ และ พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจาทั้งหลาย ไมมีที่จะพนจากไตรลักษณเลย เมื่อ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๖๗/๕๖๕ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
520 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระพทธเจุาตรสวัา “อนจิจฺํทกุขฺํอนตตาฺ ” สตวัทงหลายยั้ อมไม เก ดความสำค ิญั พระพทธดำรุสทั จะควรฟ ี่ง ทควรจะเชี่อวื่า “พระพทธเจุาทงหลายั้ กำลงตรัสเรัองื่ อะไรกนั” ตอจากนนั้ ธรรมาภสมิยคัอการบรรลืธรรมกุจะไม ็ม ีเมอการบรรลื่ธรรมไมุม ี คำสงสอนกั่ไม็ เปนเหต นำสุตวัออกจากทกขุ เพราะฉะนนั้ จงไมึ เปนกาลเวลาอนสมควรั แมกาลทมนี่ษยุมอายีตุ่ำกวา๑๐๐ ป กย็งนับวั าเปนกาลย งไมัสมควร เพราะเหตไรุ เพราะวากาลนนั้ สตวัทงหลายมั้กีเลสหนาแนิน และโอวาททจะประทานแก ี่สตวั ทมี่ี กเลสหนาแนิน จะไมดำรงอย ในฐานะควรโอวาท ู จะขาดหายไปอยางรวดเรว็ เหมอนื รอยขีดในน้ำ เพราะฉะนั้น จึงไมใชกาลเวลาอันสมควร แตกาลที่มนุษย มีอายุ ต่ำกวา ๑๐๐,๐๐๐ ปลงมา สูงกวา ๑๐๐ ปขึ้นไป ชื่อวาเปนกาลเวลาอันสมควร กกาลเวลาน็นั้ เปนเวลาทมนี่ษยุมอายีุ๑๐๐ ป เพราะหตนุนั้ พระมหาสตวัจงทรงึ พจารณาเหินกาลเวลาว็า “เปนกาลทควรบี่งเกัดิ” ลำดบตัอจากนนั้ เมอจะทรางพื่จารณาถิงทวึ ปี กทรงพ็จารณาทวิ ปใหญ ีทงั้๔ พรอม ทงทวั้ปบร ีวาริ กทรงพ็จารณาเหิน็ทวปีวา “พระพทธเจุาทงหลายั้ ไมเก ดใน ิ ทวปทีงั้ ๓ แตเก ดในชมพ ิทวูปเท ีานนั้ ” ลำดบตัอจากนนั้ เมอทรงพื่จารณาตรวจสอบสถานทิวี่า “ธรรมดาชมพทวูปี เปนทวีปขนาดใหญ มีขนาดความกวางถึง ๑๐,๐๐๐ โยชน พระพุทธเจาทั้งหลาย ทรงอบุตัขินในท ึ้ ไหนก ี่นหนอั ” กทรงพ็จารณาเหิน็มชฌั มประเทศ ิ จงตกลงพระหทึยั วา “มกรีงกบุลพิสดัอยุ ูเราจงควรบึงเกั ดในเม ิองนืนั้ ” ลำดบตัอจากนนั้ เมอทรงพื่จารณาดิตระกูลู ทรงพจารณาเหิน็ตระกลูวา “ธรรมดา พระพทธเจุาทงหลายั้ ไมบงเกั ดในตระก ิลแพศยู หรอตระกืลศูทรู แตจะ บังเกิดในตระกูลกษัตริย หรือตระกูลพราหมณ ที่ชนชาวโลกสมมุตินับถือ บัดนี้ ตระกลกษูตรัยิ อนชนชาวโลกสมม ัตุนิบถัอื เราจกเกั ดในตระก ิลกษูตรัยินนั้ พระเจา สทโธทนะจุกเป ันพระชนกของเรา ” ลำดบตัอจากนนั้เมอพื่จารณาดิพระชนนูีกพ็จารณาเหิน็พระชนนวีา “ธรรมดา พทธมารดาุตองม ใชิ เปนสตร โลเล ีมใชิ เปนนกเลงสัราุแตเปนสตรที บำเพ ี่ญบารม็มาี
กถา] 521 ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กปั มศีลี๕ มไดิขาดมาแตเกดิ กพระเทว็พระนามวีาพระนางสริิ มหามายาพระองคน ี้มคีณเปุนเชนน ี้พระนางจกเป ันพระชนนของเราี พระชนมายุ ของพระนางเหลออืกเที าไรก นหนอั ทราบวาอกี ๑๐ เดอนกืบั ๗ วนั” พระมหาบรุษครุนพั้จารณามหาวิ โลกนะ ิ๕ ประการดวยประการอย างนแลี้ว จงึ ทรงรบปฏ ัญญาของเทวดาทิงหลายวั้า “ทานผนูรทิกขุ เปนกาลสมควรเป นพระพทธเจุา สำหรบเราแลัวละ ” จงสึงเทวดาเหลาน นไปด ั้วยคำว า “พวกทานจงกล บไปเถ ัดิ” อนเทวดาั ชนดั้สุตแวดลิอมแลว เสดจเข็ าไปย งสวนนันทวันั ในเทวโลกชนดั้สุตดิวยวา ในเทวโลก ทกชุนั้ ลวนมอีทยานนุนทวันดัวยกนทังนั้นั้ ณ อทยานนุนทวั นในด ัสุตเทวโลกน ินั้ เทวดา ทงหลายั้ เมอยื่งพระมหาสัตวั ใหระลกถึงกึศลกรรมุ ททำไว ี่ในปางก อนวา “ทานจตุิ จากภพนแลี้ว จะไปสสูคตุ ” ิแลวจงทึองเท ยวไป ี่ พระมหาสตวันนอั้นเทวดาเหลัานนั้ ใหระลกถึงกึศลกรรมทุเคยสี่งสมมาแลั่ว แวดลอมแลว กเท็ ยวไปในอ ี่ทยานนุนทวันนันั้ แลวจตุไปถ ิ อปฏ ืสนธิ ในพระครรภ ิของพระนางมหามายาเทว ีโดยดาวนกษัตรอัตตราสาฬหะุ ในขณะทพระมหาบี่รุษทรงถุ อปฏ ืสนธิ ในมาต ิคุพโภทร ั ทวทั่งั้๑๐,๐๐๐ จกรวาลกั ็ หวนไหว ั่ สนสะเทั่อนพรือมกนั ปรากฏบพนุมิตทิงั้ ๓๒ ประการ เทวบตรุ ๔ องค ถอพระขรรคื ทำหนาทอารี่กขาเพั อปื่องกนอั ปุทวเหตแกุ พระโพธสิตวั ผถูอปฏ ืสนธิ ิและพระชนนของพระโพธ ีสิตวั ดวยประการฉะน ี้จตกำหน ิดั เพราะราคะในบรุษทุงหลายมั้ ไดิมแกีพระชนน ของพระโพธ ีสิตวั พระชนนนีนประสพลาภ ั้ อยางประเสร ฐิ ยศอยางเลศิ มสีขุ พระวรกายมไดิ ลำบาก พระชนนแลเหี นพระโพธ ็สิตวั ซงอยึ่ในพระครรภ ูของพระนางเอง เหมอนดืายสขาวรีอยแกวมณอีนใสฉะน ันั้ เพราะเหตุ ทพระครรภี่ท พระโพธ ี่สิตวัอย ูเปนเหมอนหืองพระเจดยี สตวัอ นไม ื่อาจอย ูหรอใช ืสอย ไดฉะนนั้ พระชนนของพระโพธ ีสิตวั เมอพระโพธ ื่สิตวั ประส ตูไดิ ๗ วนั จงทึวงคตแลิว บงเกั ดในด ิสุตเทวโลก ิกสตร็อีนๆื่ตงครรภั้ ๑๐ เดอนบืางเกนบิางขาดบางนงคลอดั่ บาง นอนคลอดบาง ฉนใด ั มารดาของพระโพธสิตวั หาเป นฉนนั นไม ั้ แตวา พระชนนี ของพระโพธสิตวั ทรงบรหารพระโพธ ิสิตวัดวยพระครรคตลอด๑๐ เดอนเตืม็ แลวทรง ประทบยั นประส ืตู ินเปี้ นธรรมดาของโพธ สิตวั ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
522 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ แมพระนางมหามายาเทว ีทรงบรหารพระโพธ ิสิตวัดวยพระครรภ ๑๐ เดอนแลืว ทรงมพระครรภีบรบิรณู มพระประสงค ีจะเสดจกล็ บไปย ังเรัอนญาตื ิจงกราบทึลแดู พระเจาส ทโธทนมหาราชวุา “ขาแตพระทลกระหมูอม หมอมฉนมั ความประสงค ีจะกลบั ไปยงกรังเทวทหะเพคะุ ” พระราชาทรงอนญาตแล ุว โปรดใหบรณะถนนู ตงแตั้กรงุ กบลพิสดัจนถุงกรึงเทวทหะจนราบเรุยบี ระหวางทางให ประด บดัวยตนกลวย หมอน้ำ สำหรบดัมื่ หมาก ธงแผนผ าเปนตน ใหประท บนั งในส ั่วรรณสุวิกาใหม ิ ทรงสงไปด วย สริสงิางาม พรอมกบขัาราชบรพารกลิ มใหญ ุตามเสดจ็ ระหวางเมองทืงั้๒ มมงคลี สาลวนชัอวื่าลมพุนิ ีทควรใช ี่สอยของชาวเมองทืงั้๒ สมยนันั้ มงคลสาลวนนันออกั้ ดอกบานสะพรงทั่งหมดั้ ตงแตั้ โคนจนถ งยอดึ เพราะทรงเหนวนรามอ็นงดงามั เหมอนื อทยานนุนทวันั อนเป ันสถานบนั เทงแหิงเหลาเทพ อนหมัแมลงผูงจำนวนมาก ึ้ หลาก หลายพนธั กำล ุงเพลัดเพลิ นในรสหวาน ิททำความย ี่นดิอยีางยงิ่อนนัารนรมยื่ ยนดิ ีดวย ความเมา มรวงรีงอันสัองเสพแลว กระพอปืกบนฉวิดเฉวัยนี จนเกดเสิยงดีงกระหัมอยึู่ ระหวางกงิ่ และระหวางดอกทงหลายั้ พระเทวจีงเกึ ดพระดำร ิจะพิกลงเลั นในสาลวโนทยาน อทยานลุมพุนิวีนัอนธรรมชาตัตกแติงแลว เปนสถานท ทำคนเขลาให ี่หว นไหว ั่หมนูกรชนิ ผตกแตูงเรอนกายแลืวยอมเทยวซอกซอนชมเชยี่ มหมีแมลงผูงึ้ซงอึ่ปมาดุงดวงนั่ยนาของปวงชนท ังหลายั้ ทจดจี่องคอยมองดวยความชนชมื่จงงดงามรึงเรุองื ตลอดกาลทกเมุอื่ เหลาอำมาตย กราบทลพระราชาแลูว จงนำเสด ึจพระราชเทว็สีลูมพุนิสถานี พระนางเสดจย็ งโคนมงคลสาละ ั มพระประสงค ีจะจบกั งใดของมลคลสาละน ิ่นั้ ซงมึ่ี ลำตนตรงเรยบี และกลม ประดบดั วยดอกผลและใบอ อน กงมงคลสาละนิ่นั้ ไมมแรงตีาน รวนเรตามลมดงใจคน ั่ กน็อมลงมาเอง จนถงพระกรของพระเทวึ ี ลำดบนันั้ พระนาง กทรงจ็บกังสาละนิ่นั้ ดวยพระกรอ นนำความย ันดิอยีางยงิ่ ขางขวา ซงงดงามดึ่วย สวรรณวลุยกรใหม ั มพระองคีลุเกลียงเกลาดี้งกลั่บอีบลุ ซงรึ่งเรุองดืวยพระนขานนมูี
กถา] 523 สแดงี พระนางประทบยันื จบกังสาละนิ่นั้ ทรงเปนพระเทวผีเลอโฉม ู งดงาม เหมอนื จนทรเลขาอัอนๆทโคจร ี่ พนกลบเมฆสีเขียวครามี เหมอนแสงแหื งเปลวประท ปี ซงึ่ ดำรงอยไมูนาน และเหมอนเทวื ีทถี่อกำเน ื ดในอ ิทยานนุนทวันั ในขณะนนนั้นเองั่ ลม กมมชวาตของพระนางกัหว็ นไหว ั่ ขณะนนั้ บรวารชนเป ินอนมากกัช็วยกนขันผึ้าม านทำเป น กำแพงแลวพากนหลั กไป ี พระนางเมอยื่งประท ับยันจืบกังสาละอยิ่นูนเองั่ พระโพธสิตวั กพล็ นประส ัตูจากพระครรภิของพระนาง ในขณะนนนั้นเองั่ทาวมหาพรหมผมูจีตบริสิทธุจำนวน ิ์๔ ตน ถอขืายทองเขา มารองรบพระโพธ ัสิตวั แลววางไว เบองพระพื้กตรัของพระชนน ีแลวตรสวัา “พระเทวี ขอจงทรงดพระทียเถัดิ พระโอรสของพระองคทรงมศีกดามากั ประสตูแลิว” กส็ตวั อนๆื่เมอออกจากครรภื่มารดา กเปรอะเป ็อนดวยของปฏ กิลอูนไม ั สะอาดออกไป ฉนใด ั พระโพธสิตวั หาเป นฉนนั นไม ั้ แตพระโพธ สิตวัเหยยดพระหีตถัทงั้ ๒ พระบาททงั้๒ ยนไม ื เปรอะเป อนด วยของไม สะอาดไรๆ จากครรภมลทนของพระชนนิ ี หมดจดสดใส รงเรุองเหมือนมณืรีตนะั อนเขาวางไว ับนผาชาวกาส ีออกจากมาตคุพโภทร ั เมอเป ื่น เชนนนั้ เพอสื่กการะแกั พระโพธ สิตวั และพระชนนของพระโพธ ีสิตวั ทอธารน้ำ ๒ ทอ ก็รินหล่ังลงจากอากาศ โสรจสรงที่พระสรีระของพระโพธิสัตว และพระชนนีของ พระโพธสิตวั ลำดบนันั้ ทาวมหาราชทงั้ ๔ เอาผาขนสตวัทมี่สีมผัสอันสบายั ซงสมมึ่ตุกินั วาเปนมงคล มารองรบพระมหาสัตวัจากหตถัของพระพรหม ซงยึ่นรื บพระโพธ ัสิตวั ไวดวยข ายทองคำ พวกมนษยุนำเอาเบาะผ าเนอดื้มารองรีบพระมหาสัตวั จากพระหตถั ของทาวจต โลกบาลนุนั้ พระโพธสิตวัพนจากมอมนืษยุ กย็นทืแผี่นดนิ มองดทูศบิรพาู หลายพนจักรวาลมั ลานเป ีนอนเดัยวกีนั เทวดาและมนษยุในท นี่นๆั้ เมอบื่ชาดูวย ของหอมและดอกไม ตลอดจนมาลยดอกไม ั หอมเป นตน กพาก็นทัลวูา “ขาแตพระ มหาบรุษุ ผทูเสมอเหมี่อนกืบพระองคั ไมม ในท ีนี่ ี้ผทูจะยี่งกวิ่าพระองค จะมแตีท ไหน ี่ ” พระมหาบุรุษทรงเหลียวมองดูทิศทั้ง ๑๐ ไมเห็นบุคคลที่เสมอเหมือนกับพระองคจึง บายพระพกตรัมงสุทูศอิดรุ แลวทรงดำเน นไป ิ๗ ยางกาว และเมอดำเน ื่นไป ิ กดำเน ็นิ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
524 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ไปบนแผนดนนินแหละั่ มใชิ ดำเน นไปในอากาศ ิ ไมมผีาปกป ดดำเน นไป ิ มใชิมผีา ดำเนนไป ิ เปนทารกอ อนดำเน นไป ิมใชิ เป นทารกใหญ อายุ๑๖ ปเด นไป ิแตปรากฏแก มหาชน เหมอนดำเน ื นไปในอากาศ ิ เหมอนประด ืบตกแตังพระองค และเหมอนกืบมัอายีุ ๑๖ ปจากนนั้ยางกาวท ี่๗ กทรงหย็ดยุนืเมอทรงเปล ื่งอาสภวาจาวิาอคโคหมสฺมฺิ โลกสสฺ เปนตน แลวทรงเปล งสหนาที จรงอยิ ูพระโพธสิตวัพอออกจากครรภมารดาแลว เปลงวาจาได ในอ ตภาพั ๓ อตภาพั คอื ๑. อตภาพทัเสวยพระชาตี่เปิ นมโหสธบ ณฑัติ ๒. อตภาพทัเสวยพระชาตี่เปินพระเวสสนดรั ๓. อตภาพนั ี้ ไดยนวิา ในอตภาพทัเสวยพระชาตี่เปิ นมโหสธบ ณฑัติ พอออกจากครรภมารดา เทานนั้ ทาวสกกเทวราชเสดัจมาวางแก็นจนทนั ไว ในม อแลืวเสด จไป ็ มโหสธนนเอาั้ แกนจนทนัน นไว ั้ ในกำม อื แลวคลอดออกมา ขณะนนั้ มารดาถามมโหสธนนวั้า “ลกเอูย เจาถ ออะไรมาด ืวย ” มโหสธตอบวา “โอสธ จะแม ” เพราะเหตนุนั้ มารดาบดาจิงึ ขนานนามวา “โอสธกมารุ ” เพราะเหตทุถี่อโอสธมาด ืวย สวนในอ ตภาพทัเสวยพระชาตี่เปินพระเวสสนดรั พอประสตูจากมาติคุพโภทร ั ออกมา กเหย็ยดพระหีตถัขวา แลวกลาววา “ขาแตมารดา ในเรอนมืทรีพยั ไรๆอยู หรอไม ื ลกจูกบรัจาคทานิ ” ลำดบนันั้ พระมารดาเอาหตถั พระโอรส ไวท ฝี่าพระหตถัของ พระองค แลววางถงบรรจุทรุพยั จำนวน ๑,๐๐๐ ไวในพระห ตถั แลวตรสวัา “ลกรูกั เจานนนั้ะ เกดมาในตระก ิลคนมูทรีพยัเทยวนะี ” แตวา ในอตภาพนั ี้ทรงเปลงสหนาทอยีางนนั้ พระโพธสิตวัพอออกจากมาตุ คพโภทร ั กเปล ็ งวาจาใน ๓ อตภาพั ดวยประการฉะน ี้แมในขณะประส ตู ิบพพนุมิติ ๓๒ ประการ กปรากฏแก ็พระองค แตวา ในสมยใด ั พระโพธสิตวั ทรงประส ตูิ ณ ลุมพินีวัน ในสมัยนั้นนั่นแหละ พระเทวีผูเปนมารดาพระราหุล พระอานนท นายฉนนะักาฬทายุอำมาตย ี พญามากณฐกะัตนมหาโพธ พฤกษิ และหมอขมทรุพยั
กถา] 525 ทงั้๔ กเก็ดขินึ้บรรดาขมทรุพยัทงั้๔ นนั้ขมทรุพยัขมหนุงึ่ขนาดหนงคาวึ่ตุขมหนุงึ่ ขนาดครงโยชน ึ่ ขมหนุงขนาดสามคาวึ่ตุขมหนุงขนาดหนึ่งโยชน ึ่ เหลานชี้อวื่า สหชาต ทงั้๗๑ ประชาชนชาวเมองทืงั้ ๒ พาพระมหาบรุษกลุบไปย ังกรังกบุลพิสดั ุวนนันั้ นนแหละั่ หมเทพชูนดาวดั้งสึ พากนรัาเรงยินดิวีา “พระโอรสของพระเจาส ทโธทนุ มหาราช ในกรงกบุลพิสดั ุจกประท ับนังั่ ณ โคนโพธพฤกษิ แลวจกตรัสรั เปูน พระพทธเจุา” จงพากึนั ยกธงแผนผาข นโบกสะบ ึ้ดั แลวเลนกรฑาี ในสมยนันั้ กาลเทวลดาบสิ ผไดูสมาบตัิ๘ ผเปูนสมณกลุปกะของพระเจูาส ทโธทนะุ ฉนอาหารั แลว ขนไปเท ึ้ยวอยี่ทูดาวดี่งสพึภพเพิอตื่องการพกกลางวันั นงพั่กกลางวันอยั ในท ูนี่นั้ เหนเทวดาเหล็านนยั้นดิ ปรีดาี พากนระเรังเลิน จงถามวึา “เพราะเหตไรุ พวกทานจงึ ยนดิ ปรีดาี มจีตใจเบ ิกบานิ ระเรงเลิน โปรดบอกเหตนุนแกั้เราเถดิ” ลำดบนันั้ เทวดา เหลานนจั้งกลึาววา “ขาแตทานผนูรทิกขุ โอรสของพระเจาส ทโธทนะเกุดแลิว พระโอรส พระองคนนั้ จกประท ับนังทั่ ี่โพธมิณฑสถานั แลวตรสรั เปูนพระพทธเจุา ประกาศ พระธรรมจกรั เพราะเหตนุนั้ พวกเราจงยึนดิตีอพระองควา ‘เราจะไดเหนพระพ็ทธลุลาี อนหาทัสี่ดมุไดิ ” ลำดบนัน้ั ดาบสสดบคำของเทวดาเหล ัานนแลั้ว จงลงจากเทวโลก ึ อนสวั างไสว ดวยแสงแหงรตนะั อนนัาทศนาอยัางยงิ่ แลวเข าไปย งพระราชนัเวศนิของจอมนรนทริ นงเหนั่อวรอาสนืทเขาจี่ดไว ั ทลถามพระราชาผู ทำปฏ ูสินถารวัา “ขอถวายพระพร ไดทราบวา พระโอรสของมหาบพตรประส ิตูแลิว อาตมภาพอยากเหนพระโอรสน ็นั้ ” พระราชาโปรดใหนำพระโอรสท ประด ี่บตกแตังองคมาแลว ใหนำเข าไปใกล ชดิ เพอให ื่ ไหวกาลเทวลดาบสิ พระบาทของพระมหาบรุษุ พลนไปประด ัษฐานอยิเหนู อชฎาของื ดาบส เหมอนสายฟ ื ากำล งแลบอยัเหนูอยอดเมฆสืเขียวครามี ความจรงิ บรุษอุนื่ ชอวื่า อนปัจฉมภวิ กโพธ ิสิตวั จะพงไหว ึ โดยอ ตภาพนั นไม ั้มเลยี ดงนันั้ ดาบสนนจั้งลึกจากุ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั ๑ ดเทูยบีข.ุเถร.อ. (ไทย) ๑/-/๓๐๑
526 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ อาสนะแลวประคองอ ญชลัตีอพระโพธ สิตวั พระราชาทรงเหนความอ็ศจรรยันนั้ จงทรงึ ประนมมอนมื สการพระโอรสของพระองค ั ดาบสเหนล็กษณสมบัตัของพระโพธ ิสิตวัแลว ระลกวึา “ผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา หรอไม ื เปนพระพทธเจุากนหนอั ” พจารณาใคร ิครวญดู กร็ไดูดวยอนาคตงสญาณวัา “จกเป ันพระพทธเจุาอย างไม ตองสงสยั” จงทำอาการ ึ แยมยมวิ้า “ผนูเปี้นอจฉรัยบิรุษุ ” ตอจากนั้น กาลเทวิลดาบสจึงพิจารณาทบทวนวา “เราจักไดเห็นบุรุษผูนี้ เปนพระพทธเจุา หรอไม ื ไดเหนหนอ็ ” เหนว็า “เราจกไม ั ไดเหน็ เราจกทำกาละเส ัยี ในระหวางนนี้แลี่ แลวไป บงเกั ดในอร ิ ปภพู ทพระพี่ทธเจุา๑๐๐ พระองค๑,๐๐๐ พระองค กไม็สามารถทจะเสดี่จไปโปรดให ็ตรสรั ไดู ” แลวร องไห วา “เราจกไม ั ไดเหน็ อจฉรัยบิรุษเชุนน ี้เปนพระพทธเจุา เราจกเสั อมจากประโยชน ื่อนยั งใหญ ิ่ ” คนทงหลายั้ เหนอาการของดาบส็ จงถามวึา “พระผเปูนเจาของพวกเรา เมอสื่กครัยูงยัมแยิ้ม หวเราะอยัเลยู แลวกลบรั องไห อกี อนตรายอะไรๆ ั จกมัแกีพระลกเจูาของเราหรอื” ดาบสตอบวา “อนตรายไม ัมแกีพระลกเจูาดอก พระลกเจูาจ กเป ันพระพทธเจุา อยาง ไมตองสงสยั” คนทงหลายจั้งถามอึกวีา “เมอเป ื่นอยางน ี้เหตไรทุานจงตึองร องไห เลา ” ดาบสตอบวา “เราเศราใจถ งตึวเองวัา จกไม ั ไดเหนอ็จฉรัยบิรุษเชุนน เปี้นพระพทธเจุา เราจกเสั อมจากประโยชน ื่อ นใหญ ั จงรึ องไห ” ลำดบตัอจากนนั้ พระประยรญาต ูใหิสรงสนานพระเศ ยรพระโพธ ีสิตวั ในวนั ที่๕ ปรึกษากันวา “จักเฉลิมพระนาม” จึงฉาบทาพระราชนิเวศนดวยของหอม ๔ ชนดิ โปรยดอกไมมขีาวตอกเป นท ี่๕ ใหหงขุาวมธ ปายาสไมุผสม เชญพราหมณิ จำนวน ๑๐๘ ทานผ จบไตรเพทให ูนงในราชน ั่เวศนิ ใหบร โภคข ิาวมธ ปายาสุ กระทำ สกการะแลัว ใหตรวจพระลกษณะแลั วทำนายว า “จกเป ันอย างไร ” บรรดาพราหมณ ทงั้๑๐๘ ทานนนั้ พราหมณบณฑัติ๘ ทาน มรามพราหมณี เปนตน เปนผตรวจู ทำนายพระลักษณะ บรรดาพราหมณบัณฑิตทั้ง ๘ ทานนั้น ๗ ทานยก ๒ นิ้ว พยากรณเปนสองสวนวา “บรุษผุประกอบด ูวยลกษณะเหลัาน ี้เมออยื่ครองฆราวาสวูสิยั จกเป ันพระเจาจกรพรรดั ิเมอออกผนวชจื่กเป ันพระพทธเจุา” บรรดาพราหมณบณฑัติ
กถา] 527 ทงั้๘ ทานนนั้ พราหมณโดยโคตร ชอวื่าโกณฑ ญญะั หนมกวุาเขาทงหมดั้ เหนพระ็ วรลกษณสมบัตัของพระโพธ ิสิตวั จงยกเพึยงนีวเดิ้ยวเทีานนั้ พยากรณเปนสวนเดยววีา “ทานผนูตี้องไม อยครองฆราวาสวูสิยั จกเป ันพระพทธเจุา ผมูหลีงคาคัอกืเลสอิ นเป ัดแลว โดยสวนเดยวี ” ครงนั้นั้ พระประยรญาต ู ิเมอจะถื่อเอาพระนามของพระโพธ ืสิตวันนั้ จงเฉลึมพระนามวิา “สทธิตถะั ” เพราะทรงทำความสำเรจประโยชน ็แกส ตวโลกท ั งปวง ั้ ครงนั้นั้ พราหมณเหลานนกลั้บถังเรึอนของตนแลืว เรยกลีกๆูมาพดจาสูงไวั่ อยางนวี้า “บดามารดาติางกแก็เฒาแลว จะอยชมโอรสของพระเจ ูาส ทโธทนะุ บรรลุ พระสพพัญัตญาณ ุ หรอไม ื ไดชมก ได็ แตเม อพระโอรสพระองค ื่นนออกผนวชั้ บรรลุ พระสพพัญัตญาณแล ุว พวกเจาจงออกบวชในศาสนาของพระองค เถดนะิ ” ตอจากนนั้ พราหมณบณฑัตทิงั้๗ ทาน อยจนตลอดชูวีตแลิวก ไปตามยถากรรม ็ โกณฑญญมาณพั ไมม โรคี แตในคร งนั้นั้ พระราชาทรงสดบคำของพราหมณ ับณฑัตเหลิานนแลั้ว ตรสั ถามวา “ลกของเราเหูนน็มิ ตอะไรจ ิงจึกออกบวชั ” พราหมณเหลานนทั้ลวูา “เหน็ บรพนุมิติ๔ อยาง พระเจาขา” ตรสถามวัา “คออะไรก ืนเลัา ” ทลตอบวูา “คนแก คนเจบ็ คนตาย และนกบวชพระเจัาขา” พระราชาตรสสังวั่า “นบตังแตั้น ี้พวกเจา อยาให คนแก คนเจบ็ และนกบวชั เขามาใกล ลกของเราู ” แลวตงกองรั้กษาการั ทกๆุระยะหนงคาวึ่ตุ ทงั้๔ ทศิ เพอปื่องกนั คนแกเปนตน มาปรากฏในคลอง จกขัทวารของพระกุมารุวนนันั้พระประยรญาต ูิ๘๐,๐๐๐ ตระกลูประชมกุนั ในมงคล สถาน พระญาตแติละพระองค ทลปฏ ู ญญาิ ถวายโอรสแตละองควา “พระกมารนุจะี้ เปนพระพทธเจุา หรอจะเป ืนพระเจาจกรพรรดักิตาม็ พวกเราจกถวายโอรสแต ัละองค ถาพระก มารเปุนพระพทธเจุา จกมัขีตตัยสมณะิ คอยแวดลอมจาร กไป ิ ถาจ กเป ัน พระเจาจกรพรรดั ิจกมัขีตตัยกิมารุ คอยแวดลอม ตามเสดจไป ็ ” ครงนั้นั้ พระราชา พระราชทานพระพเลี่ยงนางนมี้๖๔ นาง ผปราศจากโทษท ูกอยุาง ถงพรึอมดวย รปสมบูตัอยิางยงิ่ แดพระมหาบรุษุ พระโพธสิตวั ทรงเจรญวิยดัวยบรวาริ ไมมทีสี่นสิ้ดุ ดวยบอเกดแหิงสริอินยั งใหญ ิ่ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
528 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ตอมาวนหนังึ่ เปนวนัพระราชพธิวีปปมงคล ั วนนันั้ พระราชาเสดจออกจาก็ พระนคร โดยสริอินสงัางาม พรอมดวยราชบรพารกลิ มใหญ ุ ทรงพาพระโอรสเสดจ็ ไปดวยณ ทกสี่กรรมิ มตีนหว าขนาดใหญ ตนหนงึ่ มเงาหนาทีบรึมรนื่ นารนรมยื่ยงนิ่กั ทรงปทูบรรทมสำหร ี่บพระกัมารุ ภายใตตนหวานนั้ ผกเพดานผูาแดง ประดบดัวย ดาวทองทรงใหลอมกำแพงม าน ตงกองรั้กษาการณั พระราชาประดบเครัองอลื่งการั ทกอยุาง อนหมั อำมาตย ูแวดลอมแลว เสดจไปเพ ็อจรดพระนื่งคัลั ในทกสี่กรรมนินั้ พระราชาทรงถอพระสืวรรณนุงคัลั อนเป ันมงคลอยางยงิ่ พวกอำมาตยเปนตน ถอื รชตนงคั ลเป ันตน ในวนนันั้ ประกอบพระราชพธิจรดพระนีงคั ลจำนวน ั๑,๐๐๐ คน พระพเลี่ยงนางนมนี้งลั่อมพระโพธ สิตวั คดวิา “จกชมัสมบตัของพระราชาิ ” แลวพากนั ออกไปนอกมาน ลำดบนันั้ พระโพธสิตวัทรงแลดขูางโน นขางน ี้ไมเห นใครๆ ็ จงลึกขุนนึ้งขั่ดสมาธั ิ กำหนดลมหายใจเขาออกเป นอารมณ ยงปฐมฌานให ัเกดิ พวกพเลี่ยงนางนมเตรี้ ไปใน ระหวางอาหารวาง ประพฤตชิกชัาอยเลูกน็อย เงาตนไม ตนอนๆื่คลอยไปตามแสงตะว นั แตเงาของตนหวาตนนนั้ ยงคงเป ั นปร มณฑลิ ตงอยั้ ในท ูนี่นนั้นเองั่ ฝายพระพเลี่ยงี้ นางนมของพระโพธสิตวันนั้ คดวิา “พระลกเจูาอยแตูลำพ งั” จงรึบยกมีานขนแลึ้วมองหา เหนพระโพธ ็สิตวั ประท บนังขั่ดสมาธัอยิบนทูบรรทมี่ และเหนปาฏ ็หาริยินนั้ จงไปกราบท ึลู เรองนื่นแดั้พระราชาพระราชารบเสดีจมา็ทรงเหนปาฏ ็หาริยินนั้ ทรงไหวพระโอรสแล ว ตรสวัา “ลกเอูย นพี่อไหว ลกเปูนครงทั้ ี่๒ แลวนะ ” ครงนั้นั้ พระมหาบรุษทรงมุพระชีนษาั๑๖ ตามลำดบั พระราชาโปรดใหสราง ปราสาท ๓ หลงั คอื ๑. รมมปราสาท ๒ ั . สรุมมปราสาทะ ั ๓. สภปราสาทุ สงู๙ ชนหลั้งหนังึ่๗ ชนหลั้งหนังึ่๕ ชนอั้กหลีงหนังึ่ อนเหมาะแกัฤดทูงั้ ๓ ฤด ูแดพระโพธ สิตวั ปราสาทแมทงั้ ๓ หลงั มสีวนสงเทูากนั แตชนตั้างกนั
กถา] 529 ลำดบนันั้ พระราชาทรงดำรวิา “บตรของเราเจรุ ญวิยแลัว จำเราจะใหยกฉตรั แกลกู จกเหันส็ริราชสมบิตั” ิทาวเธอจงสึงสาส นไปย งเจัาศากยะทงหลายวั้า “บตรของเราุ เจรญวิยแลัว เราจกสถาปนาล ั กเราไวูในส ริราชสมบิตั ิเจาศากยะทกพระองคุจะสง ทารกาทิเจรี่ญวิยั แลวในเร อนของตนื มาสเรูอนของเรานื ” ี้เจาศากยะเหลานนั้ สดบั สาสนของพระราชา กพาก็นกลัาววา “พระกมารงามแตุร ปอยูางเดยวี ไมรศูลปะ ิ อะไรๆ เลย จกไม ัสามารถ ทำการเลยงภรรยาได ี้ พวกเราไมใหธดาของเราิ ” พระราชา ทรงสดบเรัองนื่นแลั้วจงเสดึ จไปหาพระโอรส ็ทรงบอกเรองนื่นั้ พระโพธสิตวัทลถามวูา “ขาพระองคควรแสดงศ ลปะอะไร ิ ” พระราชาตรสวัา “ลกเอูย ควรแสดงศลปะยกธน ิู ทตี่องใช กำล งบัรุษุ๑,๐๐๐ คน” พระโพธสิตวักราบทลวูา “ถาอยางนนั้ โปรดใหไปนำ ธนมาเถูดิ” พระราชาโปรดใหนำธน มาพระราชทานู บรุษจำนวนุ๑,๐๐๐ คนจงจะึ ยกธนนูนขั้นึ้ บรุษจำนวนุ๑,๐๐๐ ยกลง พระมหาบรุษใหุนำธน นูนมาแลั้ว ประทบั นงขั่ดสมาธั ิทรงคลองหวงธนทูหี่วแมัเทา โนมขนธนึ้ดูวยนวพระบาทนิ้นแลั่ ทรงถอื คันธนูดวยพระหัตถขางซาย แลวขึ้นสายดวยพระหัตถขางขวา ทั่วทั้งเมืองก็เกิด เสยงดีงกักกึองขนึ้ และเมอถื่กถามวูา “นนเสั่ยงอะไร ี ” กตอบก็นวัา “เมฆฝนคำราม” คนอนๆื่จงบอกวึา “พวกทานไม ร ูนนไม ั่ใช เมฆฝนคำราม เมอพระกื่มารผุอูงคัรสี ทรงยกธนทูตี่องใช กำล งบัรุษุ ๑,๐๐๐ คนยกขนึ้ ทรงดดสายธนี ูนนเป ั่นเสยงดีดสายธนีู ดอกนะ” เจาศากยะท งหลายฟ ั้งเสยงนีนแลั้ว จงพากึนมัจีตคิกคึกยันดิ ี ลำดบนันั้ พระมหาบรุษจุงกราบทึลวูา “ควรทำอะไรตอไป ” พระราชาตรสวัา “ควรเอาลกธนูยูงแผินเหล กหนาประมาณ ็๘ นวิ้” ทรงยงทะลิแผุนเหลกแล็ว ตรสั ถามวา “ควรทำอะไร อยางอนื่ ” พระราชาตรสวัา “ควรยงทะลิ กระดานไมุประด หนาู ขนาด ๔ นวิ้” ทรงยงทะลิ ไมุกระดานไม ประด นูนแลั้ว จงตรึสถามวัา “ควรทำอะไร ตอไปอ กี” พระราชาตรสวัา “ควรยงทะลิ ุแผนกระดานไม มะเดอหนาคื่บหนืงึ่ ” ทรงยงิ ทะลแผุนกระดานไม มะเดอแลื่ว ตรสถามวัา “ควรทำอยางไรอ กี” เจาศากยะทงหลายั้ ตรสวัา “ยงเกวิยนบรรทีกทรายุ ” พระมหาสตวั ทรงยงทะลิเกวุยนบรรทีกทรายบุาง เกวยนบรรที กฟางบุาง เกวยนบรรที กไมุเลยบบีาง ทรงยงธนิ ไปในนู้ำไดไกลประมาณ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
530 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ๑ อสภะุบนบกไดประมาณ ๘ อสภะุครงนั้นั้เจาศากยะทงหลายตรั้สกั บพระโพธ ัสิตวั วา “ควรยงขนทรายิซงหมายไว ึ่ทผลมะอี่กึ” พระโพธสิตวัตรสวัา “ถาอยางนนั้พวกทาน จงผกผลมะอูกึ ในทไกลประมาณ ี่๑ โยชน” แลวให ผกขนทรายู ทหมายไว ี่ทผลมะอี่กึ ไกลประมาณ ๑ โยชน ทรงยงลิกธนูไปในทูศทิถี่กปกปูด ดวยเมฆหมอก ในความมดมืดิ แหงราตร ีลกธนูนูนไปผ ั้าขนทราย ไกลประมาณ ๑ โยชน แลวเข าไปส แผูนดนิ มใชิ จะแสดงเฉพาะศลปะการใช ิธนเพูยงอยีางเดยวี วนนันั้ พระมหาบรุษทรงแสดงศุลปะ ิ ทใชี่กนอยั ในโลกท ูกอยุาง ครั้งนั้น เจาศากยะทั้งหลายประดับธิดาของตนแลวสงไป สตรีประมาณ ๔๐,๐๐๐ นาง ไดเปนนางสนมนาฏะ สวนพระราหลมารดาเทวุ ี ไดเปนพระอครมเหสั ี พระมหาบุรุษอันสตรีรุนจำเริญแหงมนุษยแวดลอม เหมือนเทวกุมาร อันสตรีรุน จำเรญแหิงเทวดาแวดลอมแลว ฉะนนั้ อนดนตรัทีไรี่บรุษบรรเลงุ บำเรออย ูเสวย มหาสมบตั ิ ประทบอยั ในปราสาท ู ทงั้ ๓ หลงนั นไปตามฤด ั้กาลู ตอมาวนหนังึ่ พระโพธสิตวัม พระประสงค ีจะเสด จไปย ็งภาคพันทื้พระอี่ทยานุ ทรงเรยกสารถีมาแลีว ตรสสังวั่า “เจาจงเทยมรถมี าไว เราจะออกไปชมสวน” นายสารถรีบพระดำร ัสแลัว ประดบรถเทัยมมีา อนเป ันราชพาหนะอนสมควรอยัางย งใหญ ิ่ มทีบและสายรูดอันั มนคงั่ มกงและดีมมุนคงั่ มงอนและหนี าประด บั ดวยทองและเงนิ ตลอดจนแกวมณ ี ขางกงประด บดัวยสวรรณตารกาและรชตตารกาุ มสีริสงิางาม ดวยพวงดอกไม มี กลนหอมชนิ่ดติางๆทมี่ดเป ั นกำรวมก นไว ั เปนทนี่าด ูเสมอนกื บเป ันรถของพระอาทตยิ เทยมมงคลสีนธพิ ๔ ตวั ทเปี่นม าอาชาไนย ฝเทารวดเรวด็งพญาครั ฑในอากาศุ มสีเหมีอนดวงจืนทรั และดอกโกมทุ แลวท ลใหูพระโพธ สิตวัทรงทราบ พระโพธสิตวั เสดจข็นทรงรถพระทึ้นี่งคั่นนันั้ ซงเหมึ่อนเทพวืมานิ เสดจบ็ายพระพกตรั ไปส อูทยานุ ลำดบนันั้ เทวดาทงหลายดำร ั้กินวัา “ใกลเวลาตรสรัของพระสูทธิตถกัมารแลุว เราจกแสดงบัพนุมิตแดิพระองค ” จงแสดงเทพบึตรองคุหน งใหึ่มสรีระครี่ำคราเพราะ ชรา ฟนหกั ผมหงอก ตวคัอมลง ถอไม ืเทาสนเทาั่ พระโพธสิตวัและสารถตีางกเห็น็ คนแกนนั้ แตนนั้ พระโพธสิตวัจงตรึ สถามโดยน ัยทั มาใน ี่มหาปทานสตรูวา “สหาย
กถา] 531 สารถี ชายคนนี้ชื่อวาเปนอะไร เสนผมของเขาจึงไมเหมือนของคนอื่นๆ” ๑ เปนตน ครนสดั้บคำตอบของสารถ ันีนแลั้วกทรงส็งเวชั พระหฤทยวัา “ทานเอย นาตำหน ชาติ ิ จรงหนอิ ทคนเกี่ดมาแลิว ตองปรากฏชรา ” จงเสดึจกล็บจากทันี่นั้ แลวกเสด็จข็นึ้ ปราสาท พระราชาตรสถามวัา “เพราะเหตไรุ ลกเราจูงรึบกลีบั” สารถทีลวูา “เพราะทรง เหนคนแก็ พระเจาขา” แตนนั้ พระราชาทรงหวนพระหฤทั่ยั ทรงวางกองรกษาการั ไวในท กี่งโยชน ึ่ วนรังขุนึ้ พระโพธสิตวัเสด จไปพระราชอ ็ทยานุ ทรงเหนคนเจ็บ็ ซงึ่ เทวดาเหลานนนั้นแหละเนรมั่ติ ทรงถามเหมอนนืยกัอน สงเวชพระหฤทัยั เสดจกล็บั ขนปราสาท ึ้ พระราชาตรสถามแลัว ทรงจดนั กฟัอนทงหลายั้ ทรงพระดำรวิา “เราจกั ทำใจลกของเราใหูแยกออกไปจากการบวช ” จงทรงเพึมอาริ่กขาั ทรงตงกองรั้กษาการณั ในทประมาณ ี่ ๓ คาวตโดยรอบุ แมรงขุนอึ้กวีนหนังึ่ พระโพธสิตวักเสด็ จไปพระอ ็ทยานุ ทรงเหนคนตายท็เทวดาี่ เนรมติ อยางนนเหมั้อนกืนั ทรงถามเหมอนนืยกัอน สงเวชพระหฤทัยั แลวเสดจกล็บั ขนปราสาท ึ้ พระราชาตรสถามถังเหตึทุเสดี่จกล็บั จงทรงเพึมอาริ่กขาอักี จงทรงตึงั้ กองรกษาการณั ไว ในท โยชน ี่หนงึ่ แมวนรังขุนอึ้กวีนหนังึ่ พระโพธสิตวัเสด จประพาสอ ็ทยานุ ทรงเหนบรรพช็ติ นงหุมเรยบรีอยด ีทเทวดาเนรมี่ติ อยางนนเหมั้อนกืนั จงตรึสถามสารถัวีา “สหาย สารถ ีทานผนูนชั้ ออะไร ื่ ” สารถไมีรจูกนักบวชหรัอคืณของนุกบวชั เพราะพระพทธเจุา ยงไมัเสดจอ็บุตักิจร็งิ ถงอยึางนนเขากั้ ตอบโดยอาน ็ภาพของเทวดาวุา “ผนูชี้อวื่าบรรพชติ พระเจาขา” แลวพรรณนาคณของการออกบวชแกุพระโพธ สิตวั ตงแตั้นนั้ พระโพธสิตวัเก ดความชอบใจในการบวช ิ วนนันั้ จงเสดึ จไปพระอ ็ทยานุ พระโพธสิตวัทงหลายมั้อายียุนื เมอลื่วงไปท กุ๑๐๐ ป จงจะเหึนบ็พนุมิตแติละอยาง ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั ๑ ที.ม. (ไทย) ๑๐/๔๔/๒๒
532 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ บรรดาบพนุมิติ๔ อยาง มคนแกี เปนตน สวนพระโพธ สิตวัของพวกเรา เพราะอบุตัิ ขนในย ึ้คทุมนี่ษยุมอายีนุอย ลวงไปท กุ๔ เดอนื จงเสดึ จไปพระอ ็ทยานุ ทรงเหน็ บพนุมิตแติละอย างโดยลำด บั แตพระอาจารยผแตูงคมภัรีทฆนีกายกลิาววา “ไดเสดจ็ ไปเหนน็มิติ ๔ อยางในว นเดัยวเทีานนั้ ” พระโพธสิตวัทรงเลน ณ พระอทยานนุนั้ ตลอดทั้งวัน ทรงชื่นชมความงามพระอุทยาน แลวทรงสรงสนาน ณ สระมงคล โบกขรณ ีเมอดวงอาทื่ตยิอศดงคตลงั ประทบนังั่ เหนอพืนพระแทื้นมงคลศลาิ มี พระประสงคจะทรงแตงพระองค ลำดบนันั้ วสิกรรมเทพบุตรุ อนทัาวสกกะจอมเทพั ทรงทราบพระหฤทยของพระโพธ ัสิตวั ทรงใช แลว กมาเป ็นเสมอนชืางกลบกั สำหรบั พระโพธสิตวันนกั้ประด ็บดัวยเครองอลื่งการทั เปี่นทพยิ เมอนื่กดนตรัสีพพตาลทังหลายั้ แสดงปฏภาณของตนๆิแกพระโพธ สิตวันนั้ ซงประด ึ่บดัวยอลงการทักอยุางแลว และ เมอพราหมณื่ทงหลายสรรเสรั้ญดิวยถ อยคำเป นตนวา “ชย นรนิทฺ ” และเมอผื่ถูอมงคลื มสีตมุงคลั กะเป ินตน สรรเสรญดิ วยคำมงคลและเส ยงสดีดุ ีมประการต ีางๆ พระโพธสิตวั กเสด็จข็นรถทึ้ประด ี่บดัวยเครองอลื่งการทักอยุาง ในสมยนันั้ พระเจาส ทโธทนมหาราชุ ทรงสดบขัาววา “ราหลมารดาประสุตูพระโอรส ิ ” กทรงส็งข าวไปว า “พวกเจาจงไป แจงความยินดีแกลูกของเรา” พระโพธิสัตวสดับขาวนั้นแลวตรัสวา “หวงเกิดแลว เครองผื่กเกูดแลิว” พระราชาตรสถามวัา “ลกของเราพูดวูาอะไร ” ทรงสดบคำน ันั้ แลวตรสวัา “ตงแตั้บดนั เปี้นต นไป หลานของเราจงมึชีอวื่าราหลกุมารุ ” แมพระโพธ สิตวักข็นรถทรงนึ้นั้ เสดจกล็บเขัาพระนครพรอมกบราชบรัพาริ หมใหญู ดวยสริโสภาคย ิอนนัารนรมยื่อยางยงิ่ ในสมยนันั้ พระนางกสาโคตม ี ีเพราะ ไมทรามดวยพระร ปสูริ ิและพระคณสมบุตั ิเสดจไปตามพ ็ นปราสาทช ื้นบนั้ ทรงเหน็ พระรปสูริของพระโพธ ิสิตวั ผกำล ูงเสดัจเข็าสเมูองื ทรงเกดปิตโสมน ิสขันเองึ้ จงเปล ึงอทานุ วา “บรุษเชุนน ี้เปนบ ตรของมารดาใดุ มารดานนั้ กเย็ นใจแน ็ เปนบตรของบุดาใด ิ บดานินเยั้ นใจแน ็ เปนสามของนารี ใดี นารนีนกั้เย็ นใจแน ็ ”
กถา] 533 พระโพธสิตวัทรงสดบอัทานนุนแลั้ว ดำรวิา “สตรผีนูใหี้ เราได สดบถั อยคำท นี่าฟง อยางด ีดวยว าเรากำล งเทัยวแสวงหาพระนี่พพานิ วนนันี้แหละี่ ควรทเราจะละที่งิ้ ฆราวาสวสิยั แลวออกบวชแสวงหาพระนพพานิ ทรงเปลองแกื้วมกดาออกจากพระศอุ แลวสงแกวมุกดา อันทำความยินดีอยางยิ่งมีคานับแสน สงไปถวายแดพระนาง กสาโคตม ี ีดวยหมายในพระหฤท ยวัา “แกวมกดาหารนุ ี้จะเปนเครองสื่กการะบัชาู อาจารย สำหรบพระนางกั สาโคตม ีนีี้” พระนางกสาโคตม ีนีนั้ เกดความโสมน ิสวัา “เจาชายสทธิตถกัมารุ เปนผมูหทียผักพูนเฉพาะเราั จงสึงเคร องบรรณาการมาประทาน ื่ ” แมพระโพธ สิตวัเสดจข็นสึ้ปราสาทอ ูนนัารนรมยื่อยางยงิ่ ดวยเหต ใหุเกดสิริอินั ยงใหญ ิ่ บรรทมเหนอทืบรรทมี่ ในทนใดน ันนั้นเองั่ เหลาสตรวียกำด ัดทังหลายั้ ผมูี ดวงหนางดงาม เหมอนดวงจืนทรัเตมดวง็ มรีมฝิ ปากแดงเหม อนผลตำล ืงสึกุ มฟีน ขาวสะอาดเรยบี มระเบียบี ไมมรีอง มดวงตาดำขล ีบั มมวยผมอีนงดงามั มคีวหนาโก ิ้ง มสีดีงดอกอัญชันั มถีนอวบอัมเติ่มเสมอเป ็นระเบยบี มตะโพกผ ีงผายทึ่งดั้านหนาและ ดานหลงั งดงามดงมณัเมขลาี ประดบดัวยทองและเงนิ ทำความรนรมยื่ มลำขาท ีงคัู้ เฉกเชนงวงกญชร ุ ฉลาดในการฟอนรำข บรัอง และบรรเลง มรีปโฉมไฉไลดูงเทพธัดาิ ถอเครืองดนตรื่อีนั มเสี ยงไพเราะ ี พากนมาหัอมลอมพระมหาบรุษนุนั้ ใหทรงรนเรื่งิ ประกอบการฟอน การขบรัอง และการบรรเลง แตพระโพธ สิตวั ไมทรงยนดิอยีางยงิ่ ในการฟอนและการขบรั องเป นตน เพราะทรงมพระทียเบัอหนื่ายในก เลสทิงหลายั้ จงึ บรรทมหลบไปคร ัหนูงึ่ สตรเหลีานนั้ เหนอาการของพระโพธ ็สิตวันนั้ คดวิา “เราจะประกอบการฟอน เปนตน ตอไปเพ อประโยชน ื่แกผ ใดู ผนูนบรรทมหลั้ บไปแล ัว บดนั ี้พวกเราจะลำบาก เพออะไรเล ื่า ” แลวกเอนนอนท็บเครัองดนตรื่ ีทตี่างกย็งถัอกืนอยั ูหลบไป ั ประทปนี้ำมนั หอมยงลั กโพลงอยุ ูพระโพธสิตวัทรงตนบรรทมื่ ประทบนังขั่ดสมาธัอยิ ูเหนอบืลลังกัท ี่ บรรทม ทรงเหนสตร็เหลีานนั้ นอนหลบทับเครัองดนตรื่ ีบางกม็นี้ำลายไหล มแกีม และเนอตื้วเปรอะเป ัอน บางพวกนอนกดฟัน บางพวกนอนกรน บางพวกนอนละเมอ บางพวกนอนอาปาก บางพวกนอนผาผอนหลดลุยุ ปรากฏเปนทนี่ากลวั ทคี่บแคบั ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
534 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ บางพวกมผมยีงเหยุงินอนเกะกะ เหมอนป ืาชาผดีบิพระมหาสตวัทรงเห นอาการแปลกๆ ็ ของสตรเหลีานนั้ กย็งทรงมิ่พระหฤทียเหนัอยหนื่าย ในกามทงหลายอยั้างเหล อประมาณ ื พนปราสาทท ื้ประด ี่บตกแตังแมงดงาม เหมอนภพของทืาวสหสนัยนั ปรากฏแกพระ มหาสตวันนั้ เปนสภาพปฏ กิลอยูางยงิ่ เหมอนป ืาชาผดีบิ ทเตี่มไปด ็วยซากศพของคน ตาย ทเขาทอดที่งไวิ้ แมภพทงั้๓ กปรากฏเหม ็อนภพทืถี่กไฟไหมู ทรงพร่ำบนวา “วนวายจรุงหนอิ ขดขัองจรงหนอิ ” พระหฤทยทรงนั อมไปในการบรรพชาอย างยงิ่ พระโพธสิตวัน นทรงดำร ั้วิา “วนนันี้แหละี่ เราควรออกมหาภเนษกรมณิ ” ทรง ลกจากทุบรรทมี่ เสดจไปใกล ็ ประต ูตรสถามวัา “ใครอยทูตรงนี่นั้ ” นายฉนนะนอนั หนศั รษะใกล ีธรณ ประต ี ูทลวูา “ขาพระบาทคอฉืนนะพระเจัาขา” ลำดบนันั้ พระมหา บรุษตรุสวัา “วนนั ี้เราประสงคจะออกมหาภเนษกรมณิ เจาอย าบอกใคร จงไปจดเตรัยมี มาส นธพฝ ิเทาเร วไว ็ตวหนังึ่ ” นายฉนนะทัลรูบพระดำร ัสวัา “ดละีพระเจาขา” ถอเครืองื่ ประดบมัา เดนไปย ิ งโรงม ัา พบมาฝเทาเรวช็อกื่ณฐกะั ตวยั่ำยขีาศ กได ึ ยนืณ ภมูภาคิ อนนัารนรมยื่อยางยงิ่ ภายใตเพดานดอกมะล ิเมอประท ื่ปนี้ำมนหอมั ยงลั กโพลงอยุู จงคึดวิา “วนนั ี้เราควรจะจดเตรัยมมีามงคลตวนั ี้เพอพระลื่กเจูาออกมหาภเนษกรมณิ ” แลวกเตร็ยมมีาก ณฐกะไว ั มากณฐกะเมัอถื่กจูดเตรั ยมไว ี กทราบว็า “การจดเตรัยมนี ี้ หนกนักั ไมเหมอนการจืดั เตรยมไว ี ในเวลาเสด จไปเท ็ยวสวนี่ ในวนอันๆื่พระลกเจูา จกออกมหาภัเนษกรมณิ ในว นนั ี้ไมตองสงสยเลยั ” แตนนั้ มากณฐกะกัม็ใจยีนดิ ีสงเสยงี รองกกกึอง เสยงรีองนนดั้งกังวาลั ไปทวกรั่งกบุลพิสดั ุแตเทวดาป ดก นไว ั้ไมให ใครได ยนิ พระโพธสิตวั ทรงดำร วิา “เราจกดัลูกเสูยกีอน ” จงลึกจากทุประท ี่บยันอยื ูเสดจ็ ไปยงทั ประท ี่บอยัของราหูลมารดาุทรงเปดประต หูองขณะนนั้ประทปนี้ำมนหอมในห ัอง ยงตั ดไฟ ิ ลกโพลงอยุ ูมารดาพระราหลบรรทมวางพระหุตถั ไวเหนอกระหมื อมพระโอรส บนทบรรทมี่ อนเกลัอนกลื่นดวยดอกมะล เปินตน ทเพี่ยงโปรยปรายไว ี พระโพธสิตวั วางพระบาททธรณี่ประต ี ูประทบยันมองดื ูดำรวิา “ถาเราจกยกพระหัตถัของพระเทว ี ออกไป แลวอมลุกของเราู พระเทวกีจ็กตันื่ เมอเป ื่นอยางนนั้ อภเนษกรมณิของเรา กจ็กเป ันอนตรายั เราจกเป ันพระพทธเจุาแลวคอยกลบมาดัแลลูกู ” เสดจลงจากปราสาท ็
กถา] 535 แลวเสดจเข็ าไปใกล มา ตรสอยัางนวี้า “พอกณฐกะั วนนั ี้เจาจกตั องให เราขขี่ามไป หนงราตรึ่ ีเราอาศยเจั าเปนพาหนะ แลวจ กเป ันพระพทธเจุา ยงโลกพร ัอมท งเทวโลก ั้ ใหขามโอฆะ ” แตนนั้ กทรงโดดข ็นหลึ้งมัากณฐกะั มากณฐกะั โดยสวนยาว นบตังแตั้คอ ยาว ๑๘ ศอก ประกอบดวยสวนสงพอเหมาะกูบสัวนยาวนนั้ ถงพรึอมดวยร ปู ฝเทา และกำลังอันเลิศ ขาวปลอด สีสรรนาดูเหมือนสังขที่ขัดดีแลว แตนั้น พระโพธิสัตว ประทับอยูบนหลังมาทรง โปรดใหนายฉันนะจับหาง ถึงประตูใหญแหงเมืองตอน กลางคนื กในกาลน ็นั้ ในกาลกอนนนเทั่ยวี พระราชาโปรดใหจดบัรุษไวุเป ดประต ู ๑,๐๐๐ คน บรรดาบานประตู๒ ประต ูเพอหื่ามพระโพธ สิตวัเสด จออกไป ็ ทรงจดวางั บรษไวุเปนอนมากั ไวเปนกองรกษาการณั ณ ประตนูนั้ ไดยนวิา พระโพธสิตวั ทรงกำล งั เทากบบัรุษจำนวนุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเทากบชั างจำนวน ๑,๐๐๐ โกฏเชิอกื เพราะฉะนนั้ พระโพธสิตวัจงทรงดำร ึวิา “ผวิา ประตเมูองไม ืม ใครเป ีด วนนั ี้เราพงนึงหลั่งมัา กณฐกะั ใหนายฉนนะจับหางมัา เอาสองขาบบมีากณฐกะั โดดขามกำแพงส งู๑๘ ศอก ไปพรอมกบนายฉันนะเลยั ” นายฉนนะกัค็ดวิา “ถาประต ไมูม ใครเป ีดเรากเอาพระล็กเจูาขนึ้ ขคอี่ แลวใช มอขวาจืบมัากณฐกะั โยนขามกำแพงแล วโดดข นกำแพงไปได ึ้ ” แมมา กณฐกะกัค็ดวิา “เมอประต ื่ไมูเปด เรากจ็กประด ัษฐานพระลิกเจูา ตามทประท ี่บนังอยัู่ โดดขนไปพร ึ้อมกบนายฉันนะทัจี่บหางไว ั แลวโดดข ามหน ากำแพงไป ” ทงั้๓ คดตรงกินั อยางน ี้เทวดาทสี่งสถิตอยิทูซี่มประต ุ ูกช็วยก นเป ั ดประต ใหญู ในขณะนนั้ มารผมูบาปค ีดวิา “จกให ัพระมหาสตวักล บไป ั ” จงมายึนอยืกลางู อากาศ แลวกลาววา “มหาวระีทานอยาออกอภเนษกรมณิเลย นบจากวันนั ไปอ ี้กี๗ วนัจกรรัตนะอั นเป ันทพยิ จกปรากฏแก ัทานอยางแนนอน ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
536 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทานจกครอบครองจักรพรรดัราชแหิงทว ปทีงั้ ๔ มทวี ปนีอย ๒,๐๐๐ เปน บรวาริ จงกลบไปเส ัยเถีดิ ทานผนูรทิกขุ ” พระมหาบรุษตรุสถามวัา “ทานเป นใคร ” มารตอบวา “เราเปนเทพชอวสว่ืตตั ” ีพระมหาบรุษตรุสวัา “มหาราชเรารวูาจกรรั ตนะจะปรากฏ ั แกเราแต เราไม ตองการจกรพรรดัราชิ จงไปเสยเถีดิมารอยามาในท นี่เลยี้ สวนเราจ กเป ันพระพทธเจุา ผเปูน โลกวนายกะบินลัอลื นไปท ั่วั่๑๐,๐๐๐ โลกธาต”ุ มารนนั้ กอ็นตรธานไป ั ในทนี่นนั้นเองั่ ในเวลาทพระชนมายีุ่๒๙ พรรษา พระมหาสตวัทรงทงจิ้กรพรรดัราชิ ทตกี่ อยในพระห ูตถั ไมทรงเย อใยเหม ื่อนกือนเขฬะ เสดจออกจากพระราชน็เวศนิ อนเป ัน สรินิวาสนิแหงพระเจาจกรพรรดั ิเมอดาวนื่กษัตรอัตตราสาฬหะุ เพญเด็อนอาสาฬหะื ดำเนนไป ิ เสดจออกจากเม็องื ไดม พระประสงค ีจะแลดเมูองื ในลำดบแหั งความปร วิตกิ นั่นเอง ภูมิประเทศนั้นก็แปรเปลี่ยนไป เหมือนจักรหมุนแปนทำภาชนะดินเผาแก พระองค พระมหาสตวัทรงยนอยือยูางเดมิ ทอดพระเนตรกรงกบุลพิสดั ุทรงกระตนมุา กัณฐกะใหบายหนาไปตามทางที่ควรไป แสดงเจติยสถานชื่อกัณฐกนิวัตตนะ ที่มา กณฐกะหันหนัากลบั ณ ภมูประเทศน ินั้ เสดจไปด ็วยสกการะอันยั งใหญ ิ่ ดวยเหตุ อนให ัเกดสิริอินโอฬาร ั ครงนั้นั้ เมอพระมหาสื่ตวั กำล งเสดั จไป ็ เทวดาทงหลายชัู้ คบเพลงิ ประมาณ ๖ ลานดวง นำหนาพระมหาสตวันนั้ขางหลงตามมาอักี๖ ลานดวง ทางดานขวาก ็๖ ลานดวงทางดานซายก ็๖ ลานดวงเทวดาพวกอนๆื่อกีกส็กการะั ดวยพวงมาล ยดอกไม ัหอมจรณจุนทนั พดจามรัและธงแผนผาหอมล อมไป สงคัตทีพยิ และดนตรเปีนอนมากั กบรรเลงได ็เอง พระโพธสิตวัเสด จไปด ็วยเหตอุนให ัเกดสิริอยิางน ี้เสดจส็นหนทางิ้๓๐ โยชน ผาน ๓ ราชอาณาจกรั โดยราตรเดียวเทีานนั้ กถ็งรึ มฝิงแมน้ำอโนมา ลำดบนันั้
กถา] 537 พระโพธสิตวัทรงยนอยืรูมฝิงแมน้ำ ตรสถามนายฉันนะวัา “แมน้ำสายนชี้ออะไร ื่ ” ทลตอบวูา “ชอแมื่น้ำอโนมา พระเจาขา” กตร็สวัา “แมการบรรพชาของเราก ไม็ต่ำตอย ” แลวทรงใช สนพระบาทกระต นให ุสญญาณแกัมา มาก โดดข ็ ามไปย นอยื ฝูงทโนี่นแหงแมน้ำ ซงมึ่ความกวี างประมาณ ๘ อสภะุ พระโพธสิตวัเสดจลงจากหล็งมัา ประทบยันอยืบนู หาดทราย อนเหมัอนกืบกองแกัวมกดาุ เรยกนายฉีนนะมาัตรสสังวั่า “ฉนนะผั เปูน สหาย เจาจงนำอาภรณ ของเรา พรอมกบมัากณฐกะกลั บไป ั เราจกบวชั ” นายฉนนะั ทลวูา “แมขาพระบาทกจ็กออกบวชั พระลกเจูา” พระโพธสิตวัตรสวัา “เจายงบวชั ไมได เจาตองกล บไป ั ” ทรงหามถงึ๓ ครงั้ แลวทรงมอบอาภรณและมากณฐกะั แลว ทรงดำรวิา “เสนผมของเราอยางน ้ี ไมเหมาะแกสมณะ เราจกตัดเสันผมเหลานนดั้วย พระแสงขรรค” ทรงจบพระแสงขรรคัอนคมกรับิ ดวยพระหตถัขวา รวบพระจฬาพรุอม ดวยพระเมาล ีดวยพระหตถัซายแลวตดั เหลอพระเกศาเพืยงี๒ องคลุ ีเวยนขวาี ตดพระเศิยรี พระเกศาเหลานนั้ กม็ ประมาณเท ีานนั้ จนตลอดพระชนมชพี สวนพระ มสสั ุกพอเหมาะแก็ ประมาณพระเกศาน นั้ แตพระองค ไมมกีจทิจะตี่องปลง พระเกศา และพระมสสัอุกเลยี พระโพธสิตวัทรงรวบรวมพระจฬาพรุอมกบพระเมาลั ีอธษฐานวิา “ถาเราจ กเป ันพระพทธเจุา เสนเกศาเหลาน จงดำรงอย ี้ ในอากาศ ู ถาไม เปน กจงหล็นลง เหนอพืนดื้นิ” แลวเหว ยงไปในอากาศ ี่ พระจฬาและพระเมาลุนีนั้ ลอยขนไปจนระด ึ้บั ความสงประมาณู๑ โยชน แลวสถตอยิ ในอากาศ ู ลำดบนันั้ ทาวสกกเทวราชทรงตรวจดัดูวยทพยจิกษั ุทรงเอาผอบรตนะขนาดั ๑ โยชน รบพระจัฬาและพระเมาลุนีนั้ แลวทรงนำไปบรรจ ไวุในจฬามณุเจดียี อนสำเร ัจ็ ดวยรตนะั๗ ประการ ขนาด ๓ โยชน ไวในภพดาวด งสึ เหมอนกืบทัพระอรรถี่ กถาจารยกล าวไว วา “พระมหาบรุษุผทรงเป ูนบคคลผุเลูศิ ทรงตดพระเมาลั ีทอบดี่วยของหอมอยางด ี ทรงเหวยงขี่นสึ้อากาศูทาววาสวสหสสนัยนั ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
538 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทรงเอาผอบทองคำอนประเสร ัฐริ บไว ั แลวทลขูนึ้ เหนอเศืยรเกลีา” พระโพธสิตวั ทรงดำร อิกวีา “ผากาสเหลีานมี้คีามาก ไมเหมาะแกสมณภาวะ ของเรา” ลำดบนันั้ ฆฏการมหาพรหมิ ผเปูนสหายเก าในสม ยพระกั สสปพ ัทธเจุา ของพระโพธสิตวันนั้ ดำรโดยม ิตรภาพิ ทไมี่ถงความพึนาศิ ตลอด ๑ พทธุนดรวัา “วนนั ี้สหายของเรา ออกอภเนษกรมณิ เราจกถัอสมณบรื ขารไปเพ ิอสหายนื่นั้ ” จงนำ ึ บรขาริ ๘ เหลาน ี้ ไปถวายคอื บรขาริ๘ เหลาน ี้คอื ไตรจวรี บาตร มดีเขม็ ประคตเอวและผากรองน้ำ เปนของภกษิผุประกอบด ูวยความเพยรี ๑ พระมหาบรุษทรงครองผุา อนเป ันธงชยแหังพระอรหนตั ถอเพศบรรพชาื อนสังสูดุ ทรงเหวยงคี่ผูาข นไปในอากาศ ึ้ ทาวมหาพรหมรบผัาคนูนแลั้ว สรางเจดยี อนสำเร ัจด็วยรตนะขนาดั๑๒ โยชน ในพรหมโลก บรรจคุผูาน นไว ั้ขางใน ลำดบนันั้ พระมหาสตวัตรสกับนายฉันนะวัา “ฉนนะั เจาจงบอกแกพระชนก ชนน ี ตามคำ ของเราวา ‘เราสขสบายดุ ” ีแลวส งไป จากนนั้ นายฉนนะถวายบังคมพระมหาบัรุษุ ทำประทกษัณแลิวหล กไป ี สวนมากณฐกะนันั้ ยนฟื งคำของพระโพธ สิตวั ผปรูกษาึ กบนายฉันนะั รวูา “บดนั ี้เราจกไม ั ได พบเหนนายของเราอ็กี” พอละคลองจกษัุ ของพระมหาบรุษนุนั้ ไมสามารถทานว ปโยคท ิกขุได จงมึหทียแตกั ตายไปบงเกั ดเป ิน เทพบตรุ นามวากณฐกะั ในภพดาวดงสึ ซงเปึ่นภพ ทขี่าศกของเทวดายึ ดครองได ึยาก การอบุตัของกิณฐกเทพบัตรนุนั้ บณฑัตพิงถึอเอาตามื อรรถกถาวมานวิตถั ุชอวื่มลิตถั วลาสินิ (ี ปรมตถทั ปนี ) ีความเศราโศกได มแกีนายฉ นนะเป ันครงทั้ี่๑ เพราะความตาย ของมากณฐกะั นายฉนนะถั กความโศกครูงทั้ี่๒ เบยดเบียนี จงรึ องไห คร่ำครวญ เดนิ ทางกลบไปด ัวยความทกขุระทม ๑ ท.ีส.ีอ. (ไทย) -/๒๑๕/๒๗๖, ม.ม. ( ูไทย) ๒/๒๙๔/๑๖๑
กถา] 539 แมพระโพธ สิตวัทรงผนวชแลว ในประเทศนนนั้นแหละั่ มสวนมะมีวงชอวื่า อนปุยะอย ูจงทรงยึบยังอยัู้ณ อนปุยอมพวันนันั้๗ วนั ดวยความส ขในบรรพชาุ ภายหลงจากนันั้ กทรงสำรวมด ็วยผากาสวะอนดั ีเหมอนดวงรืชนักรเตีมดวง็ ในสารท สมยั สำรวมอยในหม ูเมฆู ทอาบดี่วยแสงสนธยา แมลำพ งพระองคักทรงร็งเรุองื เหมอนื ชนเปนอนมากแวดลัอมแลว ทรงทำบรรพชานนให ั้เปนเหมอนนื้ำอมฤต ตองตาตร งใจึ ของเหลามฤคและป กษทีอยี่ปูา ทรงจารกไปพระองค ิเดยวี เหมอนราชสืหี ทรงเปน นรชนผประเสร ู ฐิ เหมอนควาญชืางรทูนลัลาของชีางตกมนั ยงแผันด นให ิเบาด วยฝ าเทา เสดจเด็นทางิ๓๐ โยชน โดยวนเดัยวเทีานนั้ ทรงขามแมน้ำคงคา ซงคลึ่มคลุงดั่วย กระแสน้ำ และเกลยวคลีนื่ แตไมขดขัอง เสดจเข็าสกรู งราชคฤห ุ เรอนหลวงอืนั แพรวพราวดวยประกายแสงแห งรตนะั ครนเสดั้จเข็ าไปแล ว กเท็ยวแสวงหาภี่กษาิ ตามลำดับตรอก ทั่วทั้งเมืองนั้นก็สั่นสะเทือน เพราะการเห็นพระรูปของพระ โพธสิตวั เหมอนเมืองนื นโกลาหลเม ั้อชื่างธนบาลเข าไป เหมอนเทพนครสะเทือนื เมอื่ จอมอสูรเขาไป เมื่อพระมหาบุรุษเที่ยวโคจรแสวงหาภิกษา พวกมนุษยชาวเมือง เกดความอิศจรรยั เกดปิตโสมน ิสั เพราะเหนพระร็ ปของพระมหาสูตวั กได็ม ใจน ีกถึงึ การเหนร็ ปพระโพธูสิตวั บรรดามนษยุเหลานนั้ มนษยุคนหนงกลึ่าวกบมนัษยุอกคนหนีงอยึ่างนวี้า “ทาน ผเจรู ญิ เหตอะไรหนอุ จนทรัเพญท็มี่ชีอรศมั ีทถี่กภูยคัอราหื กำบูงแลัว ยงมาสั ู มนษยโลกไดุ ” มนษยุผอูนนอกจากนื่นั้ กย็มแลิ้วพดอยูางนวี้า “พดอะไรกูนนัะสหาย ทานเคยเหนจ็นทรัเพญมาส็มนูษยโลกเมุอไรก ื่นั นนกามเทพมั่ดอกไม ี เปนธงม ใชิหรอื ทานถอเพศอืนื่ เหนความเจร็ญของลิลาอยีางยงของมหาราชาของเราิ่ และชาวเมองื จงเสดึจมาเล็นดวย ” คนอนนอกจากนื่นั้ กย็มแลิ้วพดอยูางนวี้า “ทานเอย ทานเป นบา กนแลัวหรอื นนพระอั่นทริ ผมูสรีระเรีองรองดื วยการโหมของเพล งยิญอันรัอนแรง ผเปูนทาวสหสนัยนั เปนเจาแหงเทวดา มาในทนี่ดี้วยความสำค ญวัา อมรประุ ” คนอนื่ นอกจากนนหั้วรัอ นดหนิอย แลวกลาววา “ทานเอย พดอะไรกูนั ทานพดผูดทิ งคำต ั้น และคำหลงั ทานผนูนมั้ี๑,๐๐๐ ตาทไหน ี่ มวชีราวิธทุไหน ี่ มชีางเอราวณทั ไหน ี่ ทแที่ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
540 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทานผนูนเป ั้นพรหม ทานรวูา ‘คนทเปี่นพราหมณ ประมาทกนั จงมาเพึ อประกอบไว ื่ใน พระเวทและเวทางคเปนตนตางหากเลา ” คนอนทื่เปี่นบณฑัติ กปรามคนเหล ็านนทั้งหมดั้ แลวพดอยูางนวี้า “ทานผนูมี้ ใชิจนทรัเพญ็ มใชิกามเทพ มใชิทาวสหสนัยนั มใชิพรหม ทงนั้นั้ แตทานผนูเปี้นอจฉรัยมนิษยุ จะเปนศาสดาผ นำโลกท ูงปวง ั้ ” เมอชาวเมื่องพากืนเจรจาอยัอยูางน ี้พวกราชบรุษกุไปกราบท ็ลเรูองนื่นแดั้พระเจา พมพิสารวิา “ขาแตสมมตุเทพิ เทพ คนธรรพ หรอนาคราชื ยกษั หรอใครหนอ ื เที่ยวแสวงหาภิกษาในเมืองของชาวเราพระเจาขา” พระราชาทรงสดับเรื่องนั้นแลว ทรงประทบยันื ณ ปราสาทชนบนั้ ทรงเหนพระมหาบ็รุษุ เกดจิตอิศจรรยั ไมเคยม ี จงตรึสสังพวกราชบั่รุษวุา “พนาย พวกเจาจงไปทดสอบท านผนูนั้ ถาเปนอมนษยุ จกออกจากเมัองแลืว อนตรธานไป ั ถาเปนเทวดา กจ็กไปทางอากาศ ั ถาเปนนาคราช กจ็กมัดดุนไป ิ ถาเปนมนษยุ กจ็กบรั โภคภ ิกษาตามทิ ไดี่มา ” ฝายพระมหาบรุษุ มอีนทริยีสงบ มพระมนีสสงบั เปนประหน งดึ่งดึดสายตาู ของมหาชน เพราะความงามแหงพระร ปกายู ทรงแลดชูวแอกั่ รวบรวมอาหารระคนกนั พอยงอั ตภาพให ั เป นไปได เสดจออกจากเม็องื ทางประตทูเสดี่จเข็ามา บายพระพกตรั ไปทางตะวนออกแหังรมเงาภ เขาปูณฑวะ ประทบนังพั่จารณาอาหาริ ไมมอาการผี ดปกต ิ ิ เสวย ลำดบนันั้ พวกราชบรุษกุกล็ บไปกราบท ัลรายงานเรูองนื่นแดั้พระราชา ลำดบนันั้ เพราะทรงสดบถั อยคำของท ตู พระเจาแผนดนแควินมคธ พระนามวาพมพิสาริ ผอูนเหลัาพาลชนระลกถึ งไดึยาก ผมูเขาพระสีเมรุและเขามุนทาระเป ันสาระ ผทรงู เปนแกนสารแหงสตวั ทรงมความตีนเตื่น เพราะการเหน็ ทเกี่ดเพราะได ิสดบคัณของุ พระโพธสิตวัเหลานนั้ ทรงรบเสดีจออกจากเม็องื บายพระพกตรัสภูเขามูณฑวะเสดัจ็ ไปแลว ลงจากพระราชยานเสดจไปย ็ งสำน ั กของพระโพธ ัสิตวั อนพระโพธ ัสิตวัทรง อนญาตแล ุว ประทบนังเหนั่อพืนศื้ลาิ อนเยันด็วยความรกของชนผั เปูนพวกพอง ทรง เลอมใสในพระอ ื่ริยาบถของพระโพธ ิสิตวั ทรงไดรบปฏ ัสินถารแลัว ทรงถามถงนามและึ โคตร ทรงมอบความเปนใหญ ทกอยุางแด พระโพธ สิตวั พระโพธสิตวัตรสวัา “ขาแต มหาราช หมอมฉ นไม ั ประสงค วตถักามุ หรอกืเลสกามิ หมอมฉนั ปรารถนาแตพระ
กถา] 541 ปรมาภสิมโพธ ัญาณิจงออกบวชึ ” พระราชาแมทรงอ อนวอนโดยประการท งปวง ั้กไม็ ได น้ำพระทยของพระโพธ ัสิตวั จงตรึสวัา “จกทรงเป ันพระพทธเจุาแนแท ” กพระองค็ เปน พระพทธเจุาแลว โปรดเสดจมาแคว็นของหมอมฉนกัอน ” แลวเสดจเข็าสเมูองื เมอพระนรราชผื่ประเสร ู ฐิเสดจส็กรู งราชคฤห ุ ซงมึ่เรีอนหลวงอื นประเสร ัฐิพระจอมครีผีประเสร ู ฐิ พระจอมมนุผีประเสร ู ฐิเสดจไปเป ็นเชนพญามคราชิ เสดจไปแล ็วชอวื่าเสด จไปด ็แลีว ครงนั้นั้ พระโพธสิตวัเสดจจาร็ กไปตามลำด ิบั เขาไปหาอาฬารดาบส กาลามโคตร และอทกดาบสุรามบตรุยงสมาบัตัิ๘ ใหเกดแลิว ทรงดำรวิา “ทางนไมี้ ใชทางแหง พระโพธิญาณ” ไมทรงใสพระทัยนึกถึงสมาบัติภาวนานั้น มีพระประสงคจะทรงตั้ง ความเพยรใหญ ี จงเสดึ จไปย ็งอัรุเวลาุ ทรงดำรวิา “ภมูภาคนินี้ารนรมยื่เหลอเกืนิ” แลวทรงเขาอยูในตำบลนั้น ทรงตั้งความเพียรอันยิ่งใหญ คน ๕ คน เหลานี้คือ บตรุ๔ คน ของพราหมณผ ทำนายมหาป ูรุสลิกษณะั และโกณฑญญพราหมณั ออกบวชคอยอยูกอน เที่ยวภิกษาจารไปในคามนิคมราชธานีทั้งหลาย มาประสบ พระโพธสิตวั ณ ทนี่นั้ ลำดบนันั้ เมอพากื่นบำร ั งพระโพธุสิตวัผตูงความเพั้ยรอีนยั งใหญ ิ่ ตลอด ๖ ป ดวยว ตรปฏ ับิตั ิมกวาดบรี เวณเป ินตน ดวยหวงอยัวูา “พระโพธสิตวั จกทรงเป ันพระพทธเจุา ในบดนั ี้ พระโพธสิตวัจ กเป ันพระพทธเจุาในบ ดนั้” ีจงอยึ ู ประจำในสำนกของพระโพธ ัสิตวันนั้ แมพระโพธ สิตวักทรงย็บยังอยั้ ูดวยงาและขาวสาร เมลดเด็ ยวเป ีนตน ดวยทรงหมายพระทยวัาจ กบำเพ ัญท็กกรกุริยาให ิถงทึสี่ดุ ” ไดทรงตดั อาหารโดยประการทงปวง ั้ แมเทวดาทงหลายกั้นำท ็ พยโอชา ิ ใสลงตามขมขนทุงหลายั้ ครงนั้นั้ พระวรกายทมี่สีทองของพระองคี ผมูพระกายถีงความซึบผอมอยูางยงิ่ เพราะไมมอาหารนีนั้กกลายเป ็นส ดำคล ี้ำไป มหาปรุสลิกษณะั๓๒ ประการ กถ็กปกปูด ลำดบนันั้ พระโพธสิตวัทรงถงทึสี่ดแหุงทกกรกุริยาิ ทรงดำรวิา “นไมี้ ใชทางแห งพระโพธ ิ ญาณ” เพอจะเสวยอาหารหยาบื่ จงเสดึจเข็ าไปบ ณฑบาติณ คามนคมทิงหลายั้ เสวย พระกระยาหาร ลำดบนันั้ มหาปรุสลิกษณะกักล็ บเป ั นปกต ิพระวรกาย มสีเหมีอนื ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
542 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ สทองี ขณะนนั้ ภกษิ ปุ ญจวคคัยีเหนพระองค็ กค็ดวิา “ทานผนู ี้แมทำท กกรกุริยาิ มาถงึ๖ ป กไม็อาจแทงตลอดพระสพพัญั ตญาณได ุ มาบดนั ี้ยงเทัยวบ่ี ณฑบาตไป ิ ในคาม นคมิ ราชธานทีงหลายั้ บรโภคอาหารหยาบ ิ จกอาจได ัอย างไร ทานผนูมี้กมากั คลายความเพยรี ประโยชนอะไรของเรา ดวยทานผนู ” ี้แลวกละท็งพระมหาบิ้รุษุ พากนั ไปยงปัาอสิปตนะ ิ แขวงกรงพาราณสุี ลำดบนันั้ ในวนวั สาขป ิรณมุ ีพระมหาบรุษเสวยขุาวมธ ปายาสุ ซงเทวดาใส ึ่ ทพยโอชา ิ อนหญังสาวนามวิาสชาดาุ ผเกูดในครอบคร ิวของเสนานักีฏุมพ ีตำบลอรุเวลาุ เสนานคมิ ถวายแลว ทรงถอถาดทองไปลอยลงในแม ืน้ำเนรญชราั ปลกพญากาฬ ุ นาคราช ผหลูบไหลอย ั ใหูตนขี่นึ้ ครงนั้นั้ พระโพธสิตวั ทรงกระทำท วาวิหารสมาบิตัิ ณ สาลวนั ซงประด ึ่บดั วยดอกไม หอม อนมัแสงสีเขียวี นารนรมยื่ รมฝิงแมน้ำ เนรญชราในเวลาเย ัน็ เสดจม็ งตรงไปย ุงตั นโพธ พฤกษิ ตามทางทเทวดาที่งหลายประด ั้บั แลว เทวดา นาค ยกษั สทธาเป ินตน พากนบัชาดูวยดอกไม ของหอม เครองลื่บไลู ทพยิ ในสมยนันั้ คนหาบหญาชอื่ โสตถยะิ ถอหญืาเดนสวนทางมาิ รอาการของู พระมหาบรุษุ จงถวายหญึา๘ กำ พระโพธสิตวัทรงรบหญัาแลว เสดจเข็ าไปย งโคน ั ตนไม เปนทตรี่สรั ูชอวี่าตนอสสัตถะั ซงเปึ่นวชิยพฤกษั อนรั งโรจน ุกวาต นไม ทงหลายั้ คลายอนชัญคัรี ีสเขียวครามี ประหนงชึ่วยบรรเทาแสงทนกริ มรีมเงาเยน็ เยนด็วย พระกรณาุ ดงพระหฤทัยของพระองคั เวนจากการชมนุมของวุหคทิกชนุดิ ประดบดัวย กงอิ่นหนาทับึตองลมออนๆ โชยมา ประหนงฟึ่อนรำ และประดจยุนดิดีวยป ติทรงทำ ประทกษัณพญาอิสสัตถพฤกษั ๓ ครงั้ ประทบยันทางดืานทศอิสานี ทรงจบยอดหญัา เขยา ทนใดน ันนั้นเองั่ มบีลลังกั ๑๔ ศอก หญาเหลานนั้ กเป็นเหมอนจื ตกรวาดไว ิ พระโพธสิตวั ประท บนังขั่ดสมาธัเหนิอสืนถัดหญัา๑๔ ศอก ทรงอธษฐานความเพิยรี อนประกอบด ัวยองค ๔ ทรงทำลำตนโพธ พฤกษิ ๕๐ ศอกไวเบองหลื้งั ดงลำต ันเงนิ ทเขาวางไว ี่เหนอตืงทองั่ กนดั้วยก งโพธ ิ่พฤกษิ เหมอนฉืตรมณั ไวีเบ องบนประท ื้บนังั่ กยอดอ็ อนโพธ พฤกษิรวงลงมาทจี่วรสีทองของพระองคี กร็งโรจน ุเหมอนแกื วประพาฬ วางไวทแผี่นทอง
กถา] 543 กพระโพธ ็สิตวั เมอประท ื่บนังั่ ณ โพธบิลลังกันนั้ วสวตดัมารเทพบีตรคุดวิา “สทธิตถกัมารุ ประสงคจะลวงวสิยของเราั บดนั ี้เราจกไม ั ใหสทธิตถกัมารนุนลั้วงวสิยั” จงบอกความนึนแกั้กองกำล งมารั แลวพากองกำล งมารออกไป ั ไดยนวิา กองทพมารนันั้ ขางหนาของพญามารมขนาดี๑๒ โยชน ขางขวาและขางซายกอย็างนนั้ แตขางหลงั ตงอยั้สูดจุกรวาลั เบองบนสื้งู๙ โยชน ซงไดึ่ยนเสิยงขี คำราม ู ดงเสัยงแผีนด นคำราม ิ ตงแตั้๙,๐๐๐ โยชน ในสมยนันั้ ทาวสกกเทวราชทรงยั นเป ืาสงขั ชอวื่ชยิตตระุ ไดยนวิา สงขันนั้ ยาวประมาณ ๒,๐๐๐ ศอก ปญจสขเทพคนธรรพี ถอพืณสิเหลีองื เหมอนื สผลมะตีมแกู ยาวประมาณ ๓ คาวตุ บรรเลงอย ูและยนขืบเพลงอั นประด ับดัวย มงคลตางๆ ทาวสยามเทวราชุ ทรงยนถือทืพยจามริ อนมัสีริดิงดวงจันทรัเพ ญใน ็ ฤดสารทู มความยาวประมาณ ี๓ คาวตุ ยนถวายงานพืดั ดวยการโบกลมกระแส ออนๆ สวนทานทาวสหมบดัพรหมยีนกืนเศวตฉั้ตรั ดงพระจันทรัดวงท ี่๒ กวาง ประมาณ ๓ โยชน ไวเบองบนของพระผื้มูพระภาคี แมแตมหากาฬนาคราช อนมั ี นาคฟอนรำ ๘๐,๐๐๐ แวดลอมแลว รายคาถาสดดุนีบรัอยคาถา ยนนมืสการั พระมหาสตวั เทวดาใน ๑๐,๐๐๐ จกรวาลตัางบชาดูวยพวงดอกไม หอม จรณจุนทนั และธปหอมเปูนตน พากนยันถวายสาธืการอยุู ลำดบนันั้ เทวปตตมารุ ขนชึ้างท ปี่องกนขัาศ กได ึ เปนชางท ประด ี่บดัวยรตนะั ชอคื่ริเมขละิ สงางามนาทศนาอยัางยงิ่ เหมอนยอดหืมคิรี ีขนาด ๑๕๐ โยชน เนรมติ แขน ๑,๐๐๐ แขน ใหถืออาวุธตางๆ อันไมเหมือนกัน แมมารบริษัทแตละตน ลวน มกำล ีงัถอดาบืธนูศร หอก ยกธนูสาก ผาล เหลกแหลม็แหลน หลาว หนิคอน กำไลมอื ฉมวก กงจกรั เครองสวมคอื่ ของมคมี แตละตนมหนีาเหมอนกวางื ราชสหี แรด กวางมดู เสอื ลงิ ง ูแมว นกฮกู และบางตนมหนีาเหมอนกระบือื เนอฟาน ื้ มา และชางพลายเป นตน มลีกษณะรัางกายนาเกรงขามบาง นาประหลาด นาเกลยดี บางมรีางกายคลายมนษยุบาง ยกษับาง ปศาจบาง ดงหนังจะทึ่วมทบั พระมหาโพธสิตวัผ ประท ูบนังั่ ณ โคนโพธพฤกษิ เดนวนเวิยนหีอมลอม บางยนจือง ถลงตามองึ แลวแสดงอาการของมาร ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
544 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ลำดบตัอจากนนั้ เมอกองกำล ื่งมารมังเขุาใกล โพธ มิณฑสถานั บรรดาเทพ เหลาอนมื่ทีาวส กกะเป ันตน เทพแมองคหนงึ่ กไม็สามารถท จะดำรงอย ี่ไดู จงพากึนั หลบหนไปต ีอหนานนเองั่ ทาวส กกเทวราชทำว ัชยิตตรสุงขั ไวเบองหลื้งั หนไปประท ีบั ยนอยืทูขอบปากจ ี่กรวาลั ทาวมหาพรหมวางเศวตฉ ตรไว ัท ปลายจ ี่กรวาลั แลวหน ี กลบไปย ั งพรหมโลก ั กาฬนาคราชทงนาคนาฏกะไว ิ้ทงหมดั้ ดำดนหนิ ไปย ีงภพมัญเชรักะิ นาคพภพิ อนลักจากผึวดินถิงึ๕๐๐ โยชน นอนเอามอปืดหนา ไมมเทวดาแมีสกั พระองคเดยวทีจะสามารถอยี่ในท ูนี่นได ั้ สวนพระมหาบรุษประทุบนังอยั่ลำพ ูงพระองคั เดยวี เหมอนมหาพรหมื อยองคูเด ยวในว ีมานอินวั างเปล า นมิตริายท ไมี่น าปรารถนา เปนจำนวนมาก ปรากฏกอนทเดียววีา “บดนั ี้มารจกมาั ” เมอเวลาการยื่ทธของพญามารและ ุ ของพระผทรงเป ูนเผาพนธัแหุงไตรโลก กำลงั ดำเนนไปอย ิ ูอกาบาตอุนรัายกาจ ไดตกลงโดยรอบ ทศทิงหลายั้ลวนมดครืมดื้วยหมอกควนั ธรณใหญี แมไมม ใจีกเป็นเหมอนมื ใจี ถงความพลึดพรากัเหมอนดรืณุสาวพลีดพรากั จากสามีแผนด นใหญ ิททรงสระตี่างๆพรอม ทงสาครั้กหว็ นไหว ั่เหมอนเถาวืลยัตองลม แรงพดั มหาสมทรมุกระแสนี้ำปนปวน แมน้ำ ทงหลายพลั้ นไหลทวนกล ับั ลำตนไม ตางๆ ลวนคดงอหงกจนติดพินภื้ผาทูงหลายั้ กระแสลมอนมั กำล ีงแรงัพดกระหนั่ำไปรอบๆ อยางหฤโหด มเสียงอีกทึกครึ กโครมอย ึตลอดความมูดื ทปราศจากดวงตะว ี่นัพลนแผั ปกคล มตุวกะพันธั กออกท็องเทยวที่วไปกลางหาว ั่
กถา] 545 ไดยนวิาลางรายอนพัลิกดึงกลัาว ไมนาเจร ญใจ ิ ทงไมั้น าปรารถนา ทมี่อยีทูงในอากาศ ั้และทภาคพี่นื้ แผนดนิ เปนอนมากักพล็ นปรากฏม ัอยี โดยรอบ ู ในขณะทหมี่มารมาแลูว สวนวาหมเทพทูงหลายั้เหนมารประสงค ็ จะประหารพระมหาสตวั ผทรงเป ูนเทพอนเหลัาเทพ บชาแลูวนนั้พลนเกัดความหวาดเสิยวหทียัจงพรึอมกบั หมเทพเปล ูงเสยงวีาหา หา แมภายหลงัไดเหนมารน็นพรั้อมทงเสนาั้ เปนอนมากัทฝี่กฝนมาด แลีวพากนแตกหนั ี กระเจดกระเจิงิ ไปในทศนิอยท ศใหญ ิทงั้๑๐ ทศิ อาวธในมุอืพลนหลัดลุวงตกไป พระมหาบรุษุผทรงมูพระยศอีนยั งใหญ ิ่ผองอาจู ปราศจากความกลวั ประทบนังอยั่ทูามกลางมาร และพลมารเหมอนพญาครืฑอยุทูามกลางฝ งวูหคิ เหมอนไกสรราชส ืหีผยูงยงิ่อยทูามกลางฝ งมฤค ูฉะนนั้ ลำดบนันั้ พญามารคดวิา “เราจกทำให ัพระสทธิ ตถะตกใจกล ัวแลัวรบหนี ไปี ” แตก ไม็ สามารถทำให พระโพธ สิตวั ตกใจกล วแลัวหน ไปได ี ดวยอทธิฤทธิทิ์มารเนรมี่ติ ๙ ประการ คอืลม ฝน กอนหนิเครองประหาร ื่ถานเพลงิ เปลวไฟนรก ทราย โคลน ความมดมืดิ มใจข ี งโกรธ ้ึ จงประกาศบ ึงคับพลมารวัา “สทูงหลายั้ พวกเจาจะรงรอั้ อยใยู จงทำสทธิ ตถะให ั ไม เปนสทธิตถะั จงกรกูนเขั าไปจ บั จงฆา จงตดั จงมดั จงอยา ปลอย จงไลใหลกขุนหนึ้ ไปี ” สวนตนเองนงอยั่บนคอคชสารชูอคื่รีเมขลี ใชกรขางหนงึ่ กวดแกวังศร ไสเขาไปหาพระโพธ สิตวั พลางตระโกนกองวา “สทธิตถะั ทานจงลกขุนึ้ ออกไปจากบลลังกั ” ทงพลมารกั้เข็ ามาทำความบ บคีนรั้นแรงยุงแกิ่พระมหาสตวั ลำดบนันั้ ๒๗. โคตมพทธวุงสวัณณนาั
546 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระมหาบรุษตรุสคำเป ันตนวา “มารผมูบาป ี ทานบำเพ ญบารม็เพีอบื่ลลังกั นมาแลี้ว แตคร งใด ั้ ” แลวทรงนอมพระหตถัเบองขวาสื้พู นปฐพ ื้ ีขณะนนนั้นเองั่ ลมและน้ำที่ รองแผนดนิ ซงม่ึ ความหนาประมาณ ี๑,๐๑๔,๐๐๐ โยชน กเก็ดการหวิ นไหวก ั่อน ตอจากนนั้ มหาปฐพนีซี้งหนาถึ่งึ ๒๔๐,๐๐๐ โยชน กเก็ ดอาการไหวท ิงั้ ๖ ครงั้ สายฟาแลบแปลบปลาบ และเกดอสนิบาตหลายพีนครังั้ เบองบนนภากาศแลื้วผาลงมา ลำดบนันั้ ชางนาฬาครีเมขลี กพล็นคักเขุา พญามารทนี่งอยั่บนคอชูาง จงพลึดตกลงั บนแผนดนิ แมพรรคพวกพลมาร ตางกแตกหน็กระจี ดกระจายไปในท ัศนิอยท ศใหญ ิ เหมอนกำแกลบ ื ทปลี่วไปตามแรงลม ิ ฉะนนั้ ลำดบนันั้ แมพระมหาบรุษุ ทรงกำจดเสนามารและตั วมารได ัแลว ดวยอานภาพุ แหงบารมทีงหลายของพระองคั้ มขีนตั ิเมตตา วริยะิ และปญญาบารม เปีนตน ในปฐมยาม ทรงระลึกถึงปุพเพนิวาสญาณได ในมัชฌิมยาม ทรงชำระทิพยจักษุ ในเวลาใกลรงุ ทรงหยงญาณลงในป ั่จจยาการ ทพระพี่ทธเจุาทกพระองคุ ทรงปฏ บิตัมาิ ทรงยงจตัตถฌานอุนมั อานาปานะเป ีนอารมณ ใหเกดแลิว ทรงทำจตตถฌานนุนให ั้เปน บาทแลว ทรงเจรญวิ ปิสสนา ยงกัเลสทิ งปวงให ั้หมดส นไปด ิ้วยอรหตตมรรคั ซงทรงึ่ บรรลมาโดยลำดุบมรรคั ทรงแทงตลอดพระพทธคุณทุงปวง ั้ อนพระพัทธเจุาทกพระองคุ ทรงปฏบิตัมาิ ทรงเปลงพระพทธอุทานวุา “เราตามหาชางผสรูางเรอนืเมอไม ื่พบ จงทึองเท ยวไปในสงสาร ี่เปนอเนกชาต ิ เพราะการเกดบิอยๆ เปนทกขุ นายชางเอยเราพบทานแลวทานจะสรางเรอนื ไมไดอกี ซโครงท ี่กซุของที่าน เราหกแลัว ยอดเรอนื เรากร็อเแลื้ว จตของเราถิ งธรรมปราศจากเคร ึ องปร ื่งแตุงแลว เราไดบรรล ธรรมเปุนทสี่นติ้ณหาแลัว” ๑ ๑ ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๑๕๓-๕๔/๗๙-๘๐