กถา] 397 อนเดัยวี แลวตรวจดวูา “สมณะโลนคงกลายเป นเถาถ านไปแล วเพราะเปลวอ คคั ”ี แตกย็งเหันพระทศพลม็พระวรกายี ถกแสงพระรูศมัมากมายแลีนท วมไป มพระพีกตรั ผดผุอง มพระฉวี วรรณสดใสร ี งโรจน ุอย ูจงคึดวิา “สมณะทานน ี้ คงจะทนไฟได เอาเถดิ เราจกรักรานสมณะผุนู ี้ดวยกระแสน้ำแลวฆาเสยี” จงปล ึอยกระแสน้ำให ไหลหลากไปอยางรนแรงและลุกลึ ้ำ พงตรงไปย ุงวัมานิ แตนนั้ น้ำแมเพยงหยาดเดียวกี ไม็ สามารถเป ยกขนจวรของพระผีมูพระภาคี หรอื เพยงพระโลมาท ีสรี่ระของพระผีมูพระภาคพระองคีนนั้ ซงประท ึ่บนั งในว ั่มานนินั้ อนเตัม็ ไปดวยกระแสน้ำทหลากมาอยี่างรนแรงุ ตอจากนนั้ ทาวสทุสสนเทวราชรัวูา “ดวย กระแสน้ำอนเชัยวกรากนี่ ี้ สมณะหายใจไมออกจะตองตายอยางแนนอน ” จงเสกมนตึ พนอดนั้ำแลว ตรวจดกูเห็นพระผ็มูพระภาคประท ีบนังั่ อนบรัษิทของตนแวดลัอมแลว รงเรุองดื วยแสงแลบแปลบปลาบ ดวยเปลวแห งพระรศมัอีนมัสีตีางๆ ดงดวงรัชนักรี ในสารทฤด ูสาดแสงลอดกลบเมฆสีเขียวครามฉะนีนั้ ไมสามารถทนความลบหล ตนได ู จงคึดวิา “เราตองฆาสมณะองคนนเสั้ยี” แลวจงบึนดาลหั าฝนศาสตราว ธทุงั้๙ ชนดิ ใหตกลงด วยความโกรธ ลำดบนันั้ ดวยอานภาพของพระผุมูพระภาคพระองคีนนั้ อาวธุ ทกอยุางก กลายเป ็ นพวงดอกไม อนมักลีนหอมิ่ นานาชนดิ มความงดงามนีาทอดทศนาั ยงนิ่กั รวงหลนลงแทบบาทมลของพระทศพลู ตอจากนนั้ ทาวสทุสสนเทวราชเหันความอ็ศจรรยันนั้ กย็งเกิ่ดความโกรธข ินึ้ เปนทวคีณู แลวเอามอทืงั้๒ จบพระบาทของพระผัมูพระภาคี หมายจะฉดครุาออกไป จากภพของตน แลวยกขว างไป จนเลยมหาสมทรไปถุงจึกรวาฬบรรพตั แลวตรวจดวูา “สมณะตายแลว หรอวืายงมัชีวีตอยิ ” ูกได็เหนพระผ็มูพระภาคยี งคงประท ับนังอยั่เหนูอื อาสนะนนนั้นแหละั่ จงไดึคดวิา “โอ! สมณะองคนชี้างมอานีภาพมากุ เราไมสามารถ จะฉดครุาสมณะน ใหี้ ออกไปจากท นี่ไดี้ หากวาใครร เรูองเราื่ เรากจ็กถังความอึ ปยศ ั ไมนอย เราจะตองปล อยสมณะองคน นไปเส ั้ยี ตราบเทาท ใครๆ ี่ ยงไมัเหนสมณะท็านน ”ี้ ลำดบนันั้ พระทศพลทรงทราบความประพฤตทางจิตของทิาวสทุสสเทวราชนั ี้ จงทรงอธึ ษฐานโดยประการท ิพวกเทวดาและมนี่ษยุทกคนมองเหุนท็าวเธออย ูในวนนันั้ ๑๕. ปยทสสัพีทธวุงสวัณณนาั
398 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ นนเองั่ พระราชาทงั้๑๐๑ พระองคทวชมพั่ทวูปี กพาก็ นมาประช ัมเพุอถวายเครื่องื่ สงเวยแดัทาวสทุสสนเทวราชนันั้ พระราชาแหงมนษยุทงหลายเหลั้านนั้ ทรงเหนท็าว สทุสสนเทวราชั ประทบนังจั่บพระบาทของพระพัทธเจุา จงมึจีตเลิ อมใสในพระผ ื่มูี พระภาควา “พระเทวราชของพวกเราบำเรอพระบาทของพระผมูพระภาคพระนามวีา ปยทสสั ีผทรงเป ูนพระจอมมนุ ี โอ ! ธรรมดาพระพทธเจุาท งหลายทรงเป ั้นผอูศจรรยั จรงๆิ โอ ! ธรรมดาพระพทธเจุาทงหลายั้ ทรงเปนบคคลผุวูเศษจริงๆิ ” แลวจงพากึนั นอบนอมนมสการพระผัมูพระภาคี ยนประคองอ ืญชลั ไวีเหนอเศืยรเกลีาจนหมดทกคนุ ในสนนับาตนินั้ พระผมูพระภาคพระนามวี าปยทสสั ี ทรงทำทาวสทุสสนเทวราชนันั้ ใหเป นประม ขุ แลวทรงแแสดงธรรมโปรด ครงนั้นั้ เทวดาและมนษยุ๙๐,๐๐๐ โกฏิ บรรลอรหุตตผลั นนเป ั้นการบรรลธรรมครุงทั้ ี่๒ ในกาลทศี่ตรัของพระพูทธเจุา ในกมุนครซุงมึ่ขนาดี๙ โยชนชอพระโสณเถระ ื่ ผเหมูอนกืบพระเทวทัตั ปรกษากึ บพระมหาปท ัมราชกุมารุ ใหปลงพระชนม ของพระชนก ของพระราชกมารนุนั้ แมพยายามดวยวธิตีางๆ เพอให ื่ปลงพระชนม ของพระป ยทสสั ี พทธเจุา กไม็ สามารถปลงพระชนม ได ทานจงเรึยกควาญชี างประจำต วพญาโทณม ัขุ กญชร ุ ประเลาประโลม แลวกลาววา “เมอใดพระสมณป ื่ยทสสัผีนูเขี้ามาบ ณฑบาตใน ิ เมองนื ี้เมอนื่นั้ ทานจงปล อยพญาโทณม ขกุ ญชรให ุฆาพระสมณป ยทสสัเสียี” ครงนั้นั้ นายควาญชางคนน นเป ั้นราชวลลภั ไมพจารณาถิ งประโยชน ึและม ใชิ ประโยชน รแตูวา “สมณะองคนจะพี้ งทำเราให ึหลดพุนจากตำแหน งหนาทการงานี่ ” จงรึ บคำว ัา “สาธ” ุวนรังขุนึ้กกำหนดเวลาท ็พระทศพลเสดี่จเข็ าไปในเม องื ไดเข าไปหา พญาโทณมขกุ ญชร ุ ซงมึ่หนีาผากเหมอนหมือขาว เหนอตระพองทืเกี่ดดิแลีว มลำงวง ี ยาวเหมอนคืนธนั ูมใบห ีอูอนกวางแผ นใหญ นยนัตาเหลองดืงสันี้ำผงึ้ ทนี่งตรงคอั่ งดงามด ีตะโพกหนาทบกลมกลึงึ ระหวางเขาเกบของล็ บไว ั งางอนงามดงงอนไถ ั ขนหาง สวย โคนหางอวบใหญ นาเกรงขามสมบรณูครบดวยคชลกษณัท กประการุ สกายี เหมือนสีเมฆเทาครึ้ม เวลาเยื้องกาย สงางามดั่งราชสีห เคลื่อนที่ไปเหมือนกลุม กอนเมฆม กำล ีงกายเทัาก บกำล ังของชัางสาร๗ เชอกื ทกำล ี่งตกมันั ตวมัพีษสงรอบดิาน
กถา] 399 เหมอนพญามืจจัราชุตวมัรีางกายเมามนยังขิ่นึ้ โดยการบำรงดุวยกอนขาวคล กกำยานุ หยอดยาตา รมควนั ตลอดจนการไลทาเป นตน ซงเปึ่นวธิพีเศษิ แลวส งไปเพ อปลง ื่ พระชนม พระมนุผีประเสร ู ฐิ ผปูองกนคนทั เปี่นศตรักูนได ั เหมอนเทพคชสารเอราวืณั ปองกนชัางขาศกฉะนึนั้ ลำดบนันั้ พญาโทณกมขกุ ญชรน ุนเป ั้นชางพลาย ตวดัรุาย พอถกปลูอยออกไปเท านนั้ กเท็ ยวไล ี่เขนฆา ชาง กระบอื ตลอดจนมนษยุ ชายหญงิ มเนีอตื้วพรัอมท งงาและงวงเปรอะไปด ั้วยเลอดของผืทูถี่กฆูา มแววตาขีนขวางุ ดวย ขายแหงความตาย ตรงเขาหัก ทำลายเกวียน บานประตู ประตูของเรือนยอด ตลอดจนเสาระเนยดเป ีนตน มฝีงกาู สนุขั ตลอดจนนกแรงต ดตามไป ิ ฉกอวียวะของั กระบอื คน มา ตลอดจนซากชางพลายเป นตน กลนกืนเหมิอนยืกษักนคนิ เหน็ พระทศพลผอูนหมับรูวารแวดลิอม กำลงเสดัจมาแต็ ไกล จงออกวึงดิ่วยกำล งั มความเรีว็ เหมอนพญาครืฑถลารุอนในนภากาศ มงตรงเขุาหา พระผมูพระภาคดีวยความรวดเรว็ ลำดบนันั้ พวกประชาชนชาวเมองื มใจเต ี มเป ็ ยมไปด วยความเรารอน เพราะภยั กหลบเข็ ากำบ งตนั ตามซากกองกำแพงแหงปราสาท เหนพญาโทณม ็ขกุ ญชร ุ โลดแลน พงเขุาหาพระตถาคต ตางกส็งเสยงรีองดงกระหัมึ่ สวนอบาสกบางกลุมุ รบเขีาหาม พระทศพลดวยวิธีตางๆ ลำดับนั้น พระพุทธนาคะพระองคนั้น ทรงชำเลืองมอง พญาโทณกญชร ุ ตวกำล ั งโจนทะยานเข ัามา ทรงมพระฤทียสงบเยัอกเยืนด็วยกรณาุ แลวทรงแผ เมตตาไปย งพญากัญชรต ุวนันั้ ตอจากนนั้ พญากญชรเช ุอกนืนั้ ปกตเปิน สตวัมสีนดานประจำใจอ ัอนลงดวยพระเมตตาททรงแผี่ออกไป สำนกรึถูงความผึดอินั เปนโทษของตน ไมสามารถเพอจะยื่นเบืองพระพื้กตรัของพระผมูพระภาคี เพราะความ ละอาย จงหมอบซบศึรษะลงแทบเบีองพระยื้คลบาทของพระผุมูพระภาคี ดงจะแทรกั่ ตวลงในพ ั นปฐพ ื้ ี พญาโทณมขกุ ญชรคร ุนหมอบซบศั้รษะลงอยีางนนแลั้ว สรระรีางกาย ทมี่สีเทาดีงกลั มเมฆฝน ุ พลนเจั ดจำร ิสเหมัอนกลื มเมฆฝนส ุเขียวครามี เขาไปใกล ยอด สวรรณบรรพตทุฉาบดี่วยแสงสดทุาย ในเวลาสนธยาฉะนนั้ ลำดบนันั้ พวกชนชาวเมองื เหนพญาคชสารหมอบราบซบเศ็ยรเกลีาลงแทบ เบองพระยื้คลบาทของพระจอมมุนุ ีจงมึ ใจเป ียมลนด วยป ตโสมน ิสอยัางยงิ่ ไดพากนั ๑๕. ปยทสสัพีทธวุงสวัณณนาั
400 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ สงเส ยงโห ีรอง ใหสาธการกุนอยัางกระหมึ่ เหมอนเสืยงบีนลัอสื หะของไกรสรราชส ีหีฉะนนั้ บชาพระพูทธเจุาโดยประการต างๆดวยดอกไม ของหอม และพวงมาลยั ตลอดจน จรณหอมของแกุนจนทนัแดงและเคร องประด ื่บเป ันตน ตางโบกแผ นผ าไปมาอย โดยรอบ ู แมเทพเภรกีบ็นลัอสนื นในนภากาศ ั่ ลำดบนันั้ พระผมูพระภาคทรงแลดี พญาโทณม ูขุ กญชร ุ ซงหมอบซบเศึ่ยรเกลีาอยแทบเบูองพระยื้คลบาทุ ดงยอดสังขรทิเอี่บอาบดิวย กาฬธาร ทรงลบกระพองของพญาก ู ญชรด ุวยฝ าพระหตถั อนประด ับดัวยมงคลลายลกษณั คอื ขอชาง ธง สงขั และจกรั แลวทรงพร่ำสอนพญาชางนนั้ ดวยพระธรรมเทศนา อนเกัอกื้ลแกู ความประพฤต ทางจิตของพญาชิางเชอกนืนวั้า “พญากญชร ุ เธอจงฟงคำของเราท พรี่ ่ำสอน และจงเสพคำทพรี่ ่ำสอนของเรานนั้ อนประกอบด ัวย ประโยชนเกอกื้ลู จงกำจดความยันดิ ในการฆ ีาความมจีติ ประทษรุายของเธอเสยี จงเปนคชสารทนี่ารกั ผสงบเสงูยมี่ พญากญชร ุ ผใดเบ ูยดเบียนสีตวัมชีวีตดิวย โลภะและโทสะ หรอดื วยโมหะ ผนูนชั้อวื่าผฆูาสตวั มชีวีตยิอมเสวยทกขุอนรัายกาจ ในนรกตลอดกาลนาน พญากญชร ุ เธอจงอยาสร างบาปกรรม เหนปานน ็นั้ ดวยความประมาท หรอแมืดวยความเมา อกเพราะผี ทำส ูตวัมชีวีตให ิตกล วงไป ยอมประสพ ทกขุแสนสาหสั ในอเวจนรกี ผเบูยดเบียนีครนเสวยทั้กขุอนเผัดร็ อนในนรก แลวถาวากลบมาสั โลกมน ูษยุกเป็นผมูอายีสุนเหลั้อเกืนิ มรีปรูางวกลวิการิซงเปึ่นสวนเหลอของทืกขุอกี พญากญชร ุเปนคชสารผ เบาป ู ญญา เธอรวูาชวีตเปินทรี่กยังของเธอิ่ฉนใด ั
กถา] 401 ในมหาชน ชวีตแมิของผอูนื่กเป็นทรี่กฉันนันั้ แลวพงงดเวึ นจากปาณาต บาตอยิางเดดขาด็ ถาเธอรจูกโทษท ั ไมี่เวนการเบยดเบียนี และคณทุเวี่นขาดจากปาณาต บาตแลิว จงเวนขาดปาณาต บาตเสิยแลี วปรารถนาส ขุ ในสวรรคในสมปรายภพ ั ผเวูนขาดจากปาณาต บาติ ฝกตนดแลีว ยอมเป นทรี่กทั ชอบใจในโลกน ี่ี้เบองหนื้าแตกาย แตกตายไป พระพทธเจุาทงหลายยั้อมกลาววา เขากย็บยังอยั้ ในสวรรค ู ใครๆ ในโลก ยอมไม ปรารถนาให ทกขุมาถงึ ผเกูดมาแลิวทกๆุคน ยอมแสวงหาความสขกุนทังนั้นั้ พญากญชรต ุวประเสร ัฐิเพราะฉะนนั้เธอจงละการ เบยดเบียนีจงเจรญแติเมตตาและกรณาุ ในเวลาอนเหมาะสมเถัดิ” ลำดบนันั้ พญากญชรคชสาร ุ อนพระทศพลทรงพรั่ำสอนอยางน ี้กสำน ็กผึดิ ไดเปนเหมอนศืษยิทถี่กแนะนำมาเปูนอยางด ีถงพรึอมดวยวนิยและมารยาทั ลำดบนันั้ พระผมูพระภาคพระนามวี าปยทสสัพระองคีนนั้ ทรงฝกพญาโทณม ขกุ ญชร ุ เหมอนพระื ศาสดาของเราทงหลายทรงฝ ั้กพญาธนบาลกญชรฉะน ุนแลั้ว จงทรงแสดงธรรมโปรด ึ ในสมาคมแหงมหาชนนนั้ ในครงนั้นั้ การบรรลธรรมไดุมแกีสตวั ประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ นเปี้นการบรรลธรรมครุงทั้ ี่๓ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวา สชาตะุ ไดมพระสยีมภัพระนามวูา ปยทสสั ีทรงเปนผ นำส ูตวโลก ั หาผกระทบกระทูงไมั่ได ไมมผีเสมอเหมูอนืมพระยศยี งใหญ ิ่ ๑๕. ปยทสสัพีทธวุงสวัณณนาั
402 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๒] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผมูยศอีนนับมั ไดิ ทรงรงเรุองดืงดวงอาทัตยิ ทรงขจดความมัดทื งปวง ั้ แลวทรงประกาศพระธรรมจ กรั [๓] (สาวก) ของพระพทธเจุาผมูพระเดชไม ีม อะไร ี เปรยบปาน ีมการบรรลีธรรมุ๓ ครงั้เทวดาและ มนษยุจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ [๔] ทาวสทุสสนเทวราชั มากราบทลถูงมึจฉาทิฏฐิ ิ พระศาสดาเมอจะทรงบรรเทามื่จฉาทิฎฐิของทิาวเทวราชนนั้ จงทรงแสดงธรรมึ [๕] ครงนั้นั้ มหาชนไดมาประช มกุนมากมายั ประมาณไมได เทวดาและมนษยุจำนวน ๙๐,๐๐๐ โกฏ ิไดบรรลธรรมครุงทั้ ี่๒ [๖] ในกาลทพระพี่ทธเจุาผทรงเป ูนสารถ ฝีกนรชน ทรงฝกช างโทณม ขุเทวดาและมนษยุประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏ ิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๑ ในกรงสุมุงคละัมสหายสนีทิ๒ คน คอื (๑) ปาลตราชโอรส ิ (๒) สพพทัสสั ี กมารุผเปูนบ ตรของปุโรหุติทงั้๒ สหายนนั้เมอพระป ื่ยทสสัสีมมาสัมพัทธเจุาเสดจ็ จารกอยิ ูสดบขัาววา “พระผมูพระภาคเสดีจมาถ็งเมึองของตนื ” มบรี วารประมาณ ิ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิ ออกไปรบเสดัจ็ สดบฟังธรรมของพระองคแลว ไดถวายมหาทาน ตลอด ๗ วนั ในวนทั ี่๗ จบอนโมทนาภุตตทานั ของพระผมูพระภาคแลีว พรอมกบั บริวารประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ออกบวชบรรลุอรหัตตผลแลว พระผูมีพระภาค ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงทึ้ามกลางภกษิสาวกเหลุานนั้นเปี้นปฐมสาวกส นนับาติ ในสมยั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๕/๖๕๖
กถา] 403 ตอมา สตวั ประมาณ ๙๐ โกฏบรรลิอรหุตตผลั ในสมาคมของทาวสทุสสนเทวราชั พระศาสดาอนภักษิสาวกเหลุานนแวดลั้อมแลว ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ นเปี้นทตุยิ สาวกสนนับาติ ในสมยตัอมาอกี ในกาลททรงแนะนำพญาโทณม ี่ขกุ ญชร ุ สตวั ประมาณ ๘๐ โกฏ ิออกบวชบรรลอรหุตตผลแลัว พระผมูพระภาคทรงยกปาต ี โมกข ิขนแสดงึ้ ทามกลางภกษิสาวกเหลุานนั้ นเปี้นตตยสาวกสินนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคี จงตรึสวัา [๗] “แมพระป ยทสสัพีทธเจุาพระองคนนั้ กม็ การประช ีมสาวกุ ๓ ครงั้ พระสาวกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิมาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๑ [๘] พระมนุขีณาสพประมาณ ี ๙๐ โกฏิ มาประชมรุวมกนั ในการประชมครุงทั้ ี่๓ มพระมีนุขีณาสพประมาณ ี ๘๐ โกฏ”ิ ๑ ในกาลนั้น พระโพธิสัตวของพวกเรา เปนพราหมณมาณพนามวากัสสปะ เรยนจบไตรเพท ี อนมัอีติหาสศาสตริ เปนท ี่๕ สดบพระธรรมเทศนาของพระศาสดาั แลว ใหสรางสงฆารามั ทนี่ารนรมยื่อยางยงิ่ ดวยการบรจาคทริพยั ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ดำรงตนอยในไตรสรณคมน ูและศลี๕ ลำดบนัน้ั พระศาสดาทรงพยากรณพระโพธ สิตวั นนวั้า “นบจากกั ปนั ไปอ ี้กี๑,๘๐๐ กปั จกได ั เปนพระพทธเจุาในโลก พระนามวาโคดม ” เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๙] “สมยนันั้เราเปนมาณพมชีอวื่ากสสปะ ั เปนผคงแกูเรยนี ทรงจำมนตรจบไตรเพท [๑๐] เราไดฟงธรรมของพระองคแลว เกดความเลิ อมใส ื่ ไดบรจาคทริพยั ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิสรางสงฆารามั ๑๕. ปยทสสัพีทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๗-๘/๖๕๖
404 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๑] ครนถวายอารามแดั้พระองคแลว ราเรงิ ตนตื้ นใจได ัสมาทานสรณคมนและเบญจศ ลให ีมนคงั่ [๑๒] แมพระพทธเจุาพระองคน นประท ั้บนังั่ ทามกลางสงฆทรงพยากรณเราวา ใน ๑,๘๐๐ กปัมาณพนจี้กเป ันพระพทธเจุา พระตถาคตไดเสดจออกจาก็กรงกบุลพิสดั ุ ทนี่ารนรมยื่ [๑๓] พระตถาคตทรงเรมติ่งความเพั้ยรีฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูี้ในอนาคตกาล [๑๔] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุาแมพระองค นนแลั้วกทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรั เพอบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา สรณคมนและเบญจศ ลี (สรเณ ปจสฺเลีจ) ความวา สรณะ ๓ และศลี๕ คำวา๑,๘๐๐ กปั (อฏฐารเสกปปสเตฺ ) ความวา อกี๑,๘๐๐ กปลั วงไป นบแตัก ปนั ี้ กพระผ็มูพระภาคพระนามวี าปยทสสัพระองคีนนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากรงสุธุ ญญะั พระชนกพระนามวาพระเจาสุทัตตะ พระชนนีพระนามวาพระนางสุจันทาเทวี คูพระอัครสาวกนามวาพระปาลิตเถระและพระสัพพทัสสีเถระ พระพุทธอุปฏฐาก นามวาพระโสภ ตเถระิ คพระอูครสาวักานามวิาพระสชาดาเถรุีและพระธรรมทนนาเถริ ี ตนไม เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนกมุ พระสรระสีงู๘๐ ศอก พระชนมายุ๙๐,๐๐๐ ป พระอครั มเหสีพระนามวาพระนางวิมลาเทวี พระโอรสพระนามวาพระกัญจนเวฬกุมาร ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๙-๑๔/๖๕๗-๖๕๙
กถา] 405 เสดจออกมหาภ็เนษกรมณิ ดวยยานคอรถเทืยมมีา เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคี จงตรึสวัา [๑๕] “กรงชุอวื่า สธุ ญญะักษตรัยิพระนามวา สทุตตะั เปนพระชนก พระเทวพระนามวีา สจุนทาั เปนพระชนนของพระศาสดาพระนามวีา ปยทสสั ี [๑๖] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๙,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงัคอืสนุมมลปราสาท ิ วมลปราสาท ิและคริคิหาปราสาทู [๑๗] มนางสนมกำน ีลั๓๓,๐๐๐ นาง ลวนประด บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีาวมลาิ พระราชโอรสพระนามวากญจนเวฬะั [๑๘] พระองคผสูงสูดแหุงบรุษทรงเหุนน็มิติ๔ ประการ จงทรงราชพาหนะคึอรถออกผนวชแลืวทรง บำเพญเพ็ยรอยี ู๖ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๑๙] พระมหาวรมหามีนุพระนามวี าปยทสสั ี ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ทพระอี่ทยานอุสภวุนนัารนรมยื่ใจ [๒๐] พระปาลตเถระและพระสิพพทัสสัเถระี เปนพระอครสาวกพระเถระนามวัา โสภตะิ เปนพระอ ปุ ฏฐากของพระศาสดาพระนามวาปยทสสั ี [๒๑] พระสชาดาเถรุและพระธรรมทีนนาเถริ ีเปนพระ อครสาวักาิตนไม เปนทตรี่สรัของพระผูมูพระภาคี พระองคนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนกมุ ๑๕. ปยทสสัพีทธวุงสวัณณนาั
406 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๒๒] สนทกอับาสกและธรรมุกอิบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากวสาขาอิบาสุกาและิ ธรรมทนนาอิบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๓] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผมูพระยศี นบไม ัถวนทรงพระลกษณะอั นประเสร ัฐิ๓๒ ประการ มพระวรกายสีงู๘๐ ศอก ปรากฏดงตั นพญาไม สาละ [๒๔] รศมั ไฟีรศมัดวงจีนทรั รศมัดวงอาทีตยิ กไม็เหมอนกืบพระรัศมัพระพีทธเจุาพระองคนนั้ หาผเสมอมูไดิ ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๒๕] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผเปูนเทพยงกวิ่าเทพ มพระจีกษัุกดำรงพระชนมาย ็อยุในโลกประมาณ ู๙๐,๐๐๐ ป [๒๖] แมพระพทธเจุาผ ไมูม ใครเสมอเหม ีอนพระองคืนนั้ แมคพระอูครสาวกซั งไมึ่มผีเทูยบเคียงเหลีานนั้ ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัวสงขารทั งปวง ั้ เปนสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวาดงตั นพญาไม สาละ (สาลราชาว) ความวา ปรากฏ เหมอนพญาสาลพฤกษื ทมี่ลำต ีนกลมกลงึออกดอกบานสะพรงทั่วทั่งตั้นดนูารนรมยื่ อยางยงิ่คำวาแมคพระอูครสาวกเหลัานนั้ (ยคานุปิตาน) ิ ไดแก คมูคีพระอูครสาวกั เปนตน คาถาทเหลี่อทืกแหุงมเนีอความงื้ายแลวทงนั้นั้ ปยทสสัพีทธวุงสวัณณนาทั ี่๑๕ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๑๕ จบ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๕-๒๖/๖๕๙-๖๖๐
กถา] 407 ๑๖. อตถทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระอิตถทัสสัพีทธเจุา เมอพระป ื่ยทสสัสีมมาสัมพัทธเจุา เสดจด็บขั นธปร ันิพานแลิว เมอพระศาสนาื่ ของพระองคอ นตรธานไปแล ัว เมอมนื่ษยุทงหลายมั้อายีเสุอมลงแลื่ว เจรญขินและึ้ เสอมลงอื่กี ตามลำดบั จนมอายี ไดุ๑๐๐,๐๐๐ ป พระพทธเจุาพระนามวาอตถทัสสั ี กเสด็จอ็บุตัขินในโลก ึ้ พระองคได ทรงบำเพ ญบารม็แลีวบงเกั ดในด ิสุตเทวโลก ิ จตุจากิ ภพนนแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ในครรภ ิของพระนางสทุสสนาเทวั ีพระอครมเหสั ในราชสก ีลุ ของพระเจาสาคระ แหงกร งโสภณะุ อยในพระครรภ ูครบ๑๐ เดอนื จงประส ึตูจากิ มาตคุพโภทร ั ณ สจุนธนราชอิทยานุ พอเมอพระมหาบื่รุษประสุตูจากมาติคุพโภทร ั เจาของทรพยัทงหลายั้ กพาก็ นได ัขมทรุพยั ขนาดใหญ ทกลบฝ ี่งไว เป นเวลานานนำส บๆื ตระกลกูนมาั เพราะเหตนุนั้ ในวนเฉลัมพระนามของพระองคิ พระชนกชนนจีงเฉลึมิ พระนามวา “อตถทัสสั ” ีพระองคทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู๑๐,๐๐๐ ปทรงมปราสาท ี ๓ หลงั ซงอบอวลดึ่วยกลนหอมอยิ่างยงิ่ คอื ๑. อมรคริปราสาท ๒ ี . สรคุริปราสาท ี ๓. คริวาหนปราสาท ิ มพระสนมนารี ี๓๓,๐๐๐ นาง มพระนางวีสาขาเทวิ เปี นประม ขุ พระอัตถทัสสีทรงเห็นนิมิตทั้ง ๔ ประการ เมื่อพระราชโอรสพระนามวา เสลกมารุ ของพระนางวสาขาเทวิทรงสมภพแลีว จงเสดึจข็นมึ้าชอสื่ทุสสนะั เสดจ็ ออกมหาภเนษกรมณิ มนษยุประมาณ ๙ โกฏ ิออกบวชตามเสดจพระองค็ พระมหา บรุษอุนบรรพชัตเหลิานนแวดลั้อมแลว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๘ เดอนื ในวนวั สาขป ิรณมุี เสวยขาวมธ ปายาสุ ทมหาชนนำมาเป ี่นเครองสื่งเวยนางสัจุนธรานาคิ ีทมี่เรีอนรืาง ทกสุวนอนมหาชนเหันอย็ ูถวายพรอมทงถาดทองั้ ทรงยงสัวนแหงว นให ัผานไปด วย ทวาวิหารสมาบิตัิณ สวนตรณสาลวุนัอนประด ับดัวยต นไม รนหนุมนุบรัอยตน ในเวลา เยน็ ทรงรบหญัาคา๘ กำ ทพญามหารี่จุนาคราชิ ผชอบใจในธรรมน ูอมถวาย แลว ๑๖. อตถทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั
408 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ เสดจเข็ าไปย งโคนต ั นไม เปนทตรี่สรัชูอื่ตนจำปา ทรงลาดสนถัดหญัาคากวางยาวประมาณ ๕๓ ศอก ประทบนังขั่ดสมาธั ิทรงบรรลพระสุมมาสั มโพธ ัญาณิ ทรงเปลงพระอทานวุา อเนกชาตสิสารํ ํ ฯเปฯ ตณหานฺํขยมชฌคาฺทพระพี่ทธเจุาทกพระองคุ ประพฤต มาิ ทรงยบยังเสวยวั้มิตตุสิขุ ณ ทใกล ี่โพธ พฤกษิ ตลอด ๗ สปดาห ั ทรงรบอาราธนาั แสดงธรรมของทาวมหาพรหมทรงพจารณาเหินภ็กษิ ใหมุจำนวน ๙ โกฏ ิทออกบวชี่ พรอมกบพระองคั เปนผสามารถแทงตลอดอรูยธรรมได ิ เสดจไปทางอากาศลงท ็ อโนมราช ี่ อทยานใกลุกร งอโนมะุอนภักษิเหลุานนแวดลั้อมแล วทรงประกาศพระธรรมจ กรัณ ทนี่นั้ ในครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ตอมาอกี เมอพระผื่มูพระภาคผี ทรงเป ูนผ นำส ูตวโลกเสด ัจจาร็ กไปในเทวโลก ิ ทรงแสดงธรรมโปรด ณ ทนี่นั้การบรรลธรรมครุงท้ั ี่๒ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิกในคร ็งทั้พระผี่มูพระภาคพระนามวีาอตถทัสสั ีเสดจกล็บกรั งโสภณะุ เหมอนพระผืมูี พระภาคของพวกเรา เสดจกล็บกรังกบุลพิสดั ุแลวทรงแสดงธรรมโปรด ครงนั้นั้ การ บรรลธรรมครุงทั้ี่๓ ไดมแกีสตวั ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงึ ตรสวัา [๑] “ในมณฑกั ปนันแลั้ ไดมพระพีทธเจุา พระนามวาอตถทัสสั ีผมูยศยี งใหญ ิ่ทรงขจดั ความมดใหญ ื ออกไปแล วทรงบรรลสุมโพธ ัญาณิ อนสังสูดุ [๒] พระองคผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ทรงชวยชาวโลกในหม นจื่กรวาลั พรอมท งเทวดาให ั้อมหนำด ิ่วยอมตธรรม
กถา] 409 [๓] สาวกของพระองคแมนนั้ผทรงเป ูนทพี่งึ่ ของโลกมการบรรลีธรรมุ๓ ครงั้ เทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ [๔] ในกาลทพระพี่ทธเจุาพระนามวา อตถทัสสั ีเสดจจาร็ กไปในเทวโลก ิ เทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ [๕] ตอมา ในกาลทพระพี่ทธเจุาทรงแสดงธรรม ในราชสำนกของพระชนกั เทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา ในมณฑกั ปนันแลั้ (ตตเถวฺ ) ความวา ในกปนันั้ นนเองั่ แตวา ในทนี่วรกี้ปอันพระผัมูพระภาคประสงค ีเอาวา “มณฑกั ปั” ขาพเเจา กลาวไว ในหนหล งั ในปทมุตตรพุทธวุงสวรรณานาวัา “ในกปใดม ัพระพีทธเจุาอบุตัขินึ้ ๓ พระองค กปนันชั้อวรกื่ปั” เพราะฉะนนั้ ในทนี่ ี้วรกปพระผ ัมูพระภาคจี งประสงค ึ เอาวา “มณฑกั ปั” คำวาทรงขจดั (นหนิตฺวานฺ ) คอื ขจดั แลว หรอวืา พระบาลี กอย็างนเหมี้อนกืนั คำวา สนโตฺ คอื มอยี ูคำวาดวยอมตธรรม (อมเตน) คอื ดวยการดื่มอมตธรรม คือการบรรลุมรรคผล คำวา ใหอิ่มหนำ (ตปฺปยิ) คือ ใหดมแลื่ว อธบายวิา ใหอ มหนำสำราญ ิ่ คำวาหมนจื่กรวาลั (ทสสหสสฺ )ี คอื ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๓-๕/๖๖๐-๖๖๑ ๑๖. อตถทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั
410 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ๑๐,๐๐๐ โลกธาต ุคำวาจารกไปในเทวโลก ิ (เทวจารกิ)ํ คอื จารกไปในเทวโลก ิ เพอแนะนำเทวดาท ื่งหลายั้ ไดยนวิา ในกรงสุจุนทกะั พระสนตราชโอรสและพระอ ั ปสุนตะผั เปูนบตรของุ ราชปโรหุติ ไมเห นสาระในไตรเภท ็ และลทธัสมิยอันทื่กอยุาง จงวางคนทึรอบรี่ ูและ แกลวกล าไว ๔ คน ทประต ี่ทูงั้๔ ของเมองื โดยสงวั่า “พวกทานเหน็ หรอได ืยนิ สมณะหรอพราหมณื ทเปี่นบณฑัตผิ ใดู พวกทานจงมาบอกถงบึณฑัตผินูนแกั้เรา ” อนงึ่ ในสมยนันั้ พระโลกนาถพระนามวาอตถทัสสั ีเสดจจาร็กมาถิงกรึงสุจุนทกะั ลำดบนันั้ พวกบรุษทุบี่คคลทุงั้๒ สงการไว ั่ กพาก็ นไปแจ ังการเสด จมาในท ็นี่นั้ ของ พระทศพลแกคนทงั้๒ นนั้ แตนนั้ พระสนตราชโอรสและอ ั ปสุนตะบั ตรของราชปุโรหุติ ฟงขาวการเสดจมาของพระตถาคต็ กม็จีตริาเรงิ มบรีวาริ๑,๐๐๐ คน ออกไปรบเสดัจ็ พระทศพล ผไมูมบีคคลผุเสมอเหมูอนื ถวายอภวาทแลิวทลนูมนติ ถวายมหาทานที่ ไมม ใครเท ียบี แดพระภกษิสงฆุมพระพีทธเจุาเป นประม ขตลอดุ๗ วนั ในวนทั ี่๗ ฟง ธรรมกถา พรอมกบชนชาวเมัองทืงสั้นิ้ ไดยนวิา ในวนนันั้ บรุษุ๙๘,๐๐๐ คน พากนั อปสมบทดุวยเอหภิกขิอุปสุมปทา ั แลวบรรลอรหุตตผลั พระผมูพระภาคทรงยกี ปาตโมกข ิขนแสดงทึ้ามกลางบรษิทนันั้ นนี้บเป ั นปฐมสาวกส นนับาติ กในกาลท ็พระผี่มูพระภาคี ทรงแสดงธรรมแกพระเสลเถระโอรสของพระองค ทรงยงบัรุษุ๘๘,๐๐๐ คน ใหเล อมใสแล ื่ว ใหอ ปสมบทดุวยเอหภิกขิอุปสุมปทา ั ให พวกเขาบรรลอรหุตตผลแลัว ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ นนี้บเป ันทตุยสาวกสินนับาติ ตอมาเมอทรงื่ แสดงธรรมแกเทวดาและมนษยุ ในวนมาฆป ัรณมุ ีในมหามงคลสมาคม ทรงยงสัตวั ประมาณ ๗๘,๐๐๐ ใหบรรลอรหุตตผลั ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ นนี้บเป ัน ตตยสาวกสินนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๖] “แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผแสวงหาคูณุ อนยั งใหญ ิ่ไดม การประช ีมแหุงพระขณาสพี ผปราศจากมลท ูนิมจีตสงบระงิบัผคงทูี่๓ ครงั้
กถา] 411 [๗] พระขณาสพประมาณ ี๙๘,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๑ พระขณาสพี ประมาณ ๘๘,๐๐๐ รปูมาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๒ [๘] พระขณาสพผีหลูดพุน เพราะไมถอมืนั่ ผปราศจากมลท ูนิผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ประมาณ ๗๘,๐๐๐ รปูมาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๓” ๑ ไดยนวิา ในครงนั้นั้ พระโพธสิตวัของพวกเราอนชาวโลกสมม ัตุวิาเปนพราหมณ มหาศาลชอวื่า สสุมะิ ในกรงจุมปกะ ั พระโพธสิตวันนสละสมบั้ตัทิกอยุางแกคนยากจน เขญใจ ็ มคนอนาถาี คนกำพรา และคนเดนทางไกลเป ินตน แลวเด นทางไปใกล ิ ปา หมพานติ ออกบวชเปนดาบสยงสมาบัตัและอภิญญาิ๕ ใหเกดแลิว เปนผมู ฤทธานีภาพุ มาก แสดงความไมม โทษ ี และความมโทษ ี แหงกศลธรรมและอกุศลธรรมทุงหลายั้ แกมหาชน รอคอยการอบุตัแหิงพระพทธเจุา ลำดบนันั้ ในสมยตัอมา เมอพระอื่ตถทัสสัพีทธเจุา ผทรงเป ูนผ นำส ูตวโลก ั ทรงอบุตัขินในโลกแล ึ้ว ทรงยงฝนค ั ออมตธรรมให ืตกลงทามกลางบรษิทั๘ ณ กรงุ สทุสสนมหานครั พระโพธสิตวั ฟงธรรมของพระองคแลว ไดไปส สวรรคู แลวนำเอา ดอกไมทพยิ มดอกมณฑารพี ดอกปทมุและดอกปารฉิตตกะเป ันตน มาจากเทวโลก เมื่อจะสำแดงอานุภาพของตน จึงปรากฏตน ยังฝนบุปผชาติใหตกลงในทิศทั้ง ๔ เหมอนมหาเมฆื ใหฝนตกในทว ปทีงั้๔ ฉะนนั้ แลวสรางสงทิ่สำเร ี่จด็ วยดอกไม มทีบี่ชาู เสาระเนยดี ขายทองคำอ นแลัวด วยดอกมณฑารพเป นตน เปนมณฑปดอกไม โดยรอบ บชาพระทศพลดูวยฉตรดอกมณฑารพั พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ทรงพยากรณ พระโพธสิตวันนวั้า “ในอนาคตกาล ดาบสตนน ี้จกเป ันพระพทธเจุาพระนามว าโคดม ” เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา ๑๖. อตถทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๖-๘/๖๖๑
412 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๙] “สมยนันั้เราเปนชฎลมิชีอวื่า สสุมะิ ตามโคตร มตบะแกีกล าประชาชนยกย องวา เปนผ ประเสร ู ฐิ ทสี่ดในแผุนดนิ [๑๐] เรานำดอกมณฑารพ ดอกปทมุและดอก ปารฉิตตกะอั นเป ันทพยิ มาจากเทวโลก มาบชาพระสูมพัทธเจุา [๑๑] แมพระมหามนุพีทธเจุาพระองคนนั้ พระนามวาอตถทัสสั ีกทรงพยากรณ็เราวา ใน ๑,๘๐๐ กปัชฎลนิจี้กเป ันพระพทธเจุา พระตถาคตไดเสดจออกจากกร็งกบุลพิสดัทุนี่ารนรมยื่ [๑๒] พระตถาคตทรงเรมติ่งความเพั้ยรี ฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูี้ในอนาคตกาล [๑๓] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วทงยั้นดิ ีทงตั้นตื้ นใจ ั ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวา เปนชฎ ลิ (ชฏโลิ ) ความวานกบวชชัอวื่าชฎลิเพราะ มีชฎามุนมวยผม คำวา ประชาชนยกยองว าประเสร ฐทิสี่ ดในแผุนดนิ (มหยาิ เสฏฐสมมโตฺ ) ความวา อนชาวโลกแม ัทงสั้นสมมิ้ตุ ิคอยกยืองอยางนวี้า “เปนผ ู ประเสรฐสิดุ สงสูดุ คอลื้ำเลศิ” กพระผ็มูพระภาคพระนามวีาอตถทัสสัพระองคีนนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากร งโสภณะุ พระชนกพระนามวาพระเจาสาคระ พระชนนพระนามวีาพระนางสทุสสนาเทวั ีคพระู ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๙-๑๓/๖๖๑-๖๖๓
กถา] 413 อครสาวกนามวัาพระสนตเถระและพระอั ปสุนตเถระั พระพทธอุปุ ฏฐากนามวาพระอภย เถระ คพระอูครสาวักานามวิาพระธมมาเถรัและพระสีธุมมาเถรั ีตนไม ทตรี่สรัชูอวื่า ตนจ มปา ัพระสรระสีงู๘๐ ศอก พระรศมัแหีงพระสรระแผี ไปโดยรอบประมาณ ๑ โยชน ทกเวลาุ พระชนมาย ุ๑๐๐,๐๐๐ ป พระอครมเหสัพระนามวีาพระนางวสาขาเทวิ ี พระโอรสพระนามวาเสลกมารุ เสดจออกมหาภ็เนษกรมณิ ดวยยานพาหนะคอพญามืา เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๔] “กรงชุอวื่า โสภณะ กษตรัยิพระนามวา สาคระ เปนพระชนกพระเทวพระนามวีา สทุสสนาั เปนพระชนน ีของพระพทธเจุาพระนามวา อตถทัสสั ีผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๑๕] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๑๐,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอือมรคปราสาท ิ สรคุปราสาท ิ และคริพาหนาปราสาท ิ [๑๖] มนางสนมกำน ีลั๓๓,๐๐๐ นาง ลวนประด บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีาวสาขาิ พระราชโอรสพระนามวา เสละ [๑๗] พระชนเจิาทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงทรงราชพาหนะคึอมืาออกผนวชแลว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๘ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๑๘] พระมหาวระพระนามวีาอตถทัสสั ี ผองอาจกวูานรชนมพระยศยี งใหญ ิ่ ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศ พระธรรมจกรทัพระอี่ทยานอโนมาุ ๑๖. อตถทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั
414 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๙] พระสนตเถระและพระอั ปสุนตเถระั เปนพระ อครสาวกัพระเถระนามวาอภยั เปนอ ปุ ฏฐากของ พระพทธเจุาพระนามวาอตถทัสสั ีผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๒๐] พระธรรมาเถรและพระสีธรรมาเถรุี เปนพระอครสาวักาิ ตนไม เปนทตรี่สรัของพระผูมูี พระภาคพระองคนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนจำปา [๒๑] นกลอุบาสกและนุสภอิบาสกุเปนอครอั ปุ ฏฐาก มกลาอิบาสุกาและสินุนทาอับาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๒] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผไมูม ใคร ี เสมอเหมอนืทรงมพระวรกายสีงู๘๐ ศอก ทรง สงางามดงตั นพญาไม สาละเหมอนดวงจืนทรัเตมดวง็ [๒๓] พระพทธเจุาพระองคนนั้มพระรีศมั ี หลายรอยโกฏ ตามปกต ิ ิแผไปตลอดโยชน หนงึ่ ทวั่๑๐ ทศิทงเบั้องบนและเบื้องลื้างตลอดเวลา [๒๔] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ ผองอาจกวูานรชนผสูงสูดแหุงสรรพสตวั ผมูพระจีกษัุกดำรงอย ็ ในโลกตลอด ู๑๐๐,๐๐๐ ป [๒๕] แมพระองคทรงแสดงพระรศมัทีไมี่มสีงอิ่นเทื่ยมทีนั ใหสว างไสวร งโรจน ุในโลกพร อมท งเทวโลกแล ั้ว กถ็งสภาวะไม ึเทยงี่ (เสดจด็บขั นธปร ันิพพานไป ิ ) ดงไฟส ันเชิ้อดื้ บไป ัฉะนนั้ ” ๑ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๔-๒๕/๖๖๓-๖๖๕
กถา] 415 คำวาเหมอนดวงจืนทรัเต มดวง ็ (อฬุราชาวุปรูโติ ) ความวา เหมอนื ดวงจนทรั ผเปูนราชาแหงหมดวงดาวูบรบิรณู ไรมลทนิทวมณฑลในฤด ั่สารทูคำวา ตามปกต (ิ ปากตกาิ ) ความวา เกดขินอยึ้ตามปกต ู ิ ไมใชตามอธษฐานิ เมอใด ื่ พระผมูพระภาคทรงประสงค ี เมอนื่นั้ กทรงแผ็พระรศมั ไปในจ ีกรวาลั แมมจำนวน ี หลายแสนโกฏ ิ คำวาพระรศมั (ีรสํ )ิ คอื พระรศมัทีงหลายั้ คำวา (ดงไฟ ั ) สนเชิ้อื้ ดบไป ั (อปาทานสงุขฺยาฺ ) คอื เพราะสนอิ้ปาทานุ อธบายวิา พระผมูพระภาคี พระองคนนั้ เสดจด็บขั นธปร ันิพพานดิวยอน ปาทุเสสนิพพานธาติ ุเพราะสนอิ้ปาทานุ๔ เหมอนไฟด ืบเพราะสันเชิ้อื้ พระธาตทุงหลายของพระองคั้เร ยรายไปด ี่วยกำล งอธัษฐานิ คำทเหลี่อในคาถาท ืงหลายทั้กแหุงมเนีอความงื้ายแลวทงนั้นั้ อตถทัสสัพีทธวุงสัวณณนาทั ี่๑๖ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๑๖ จบ ___________ ๑๗. ธมมทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระธิมมทัสสัพีทธเจุา เมอพระอื่ตถทัสสัสีมมาสัมพัทธเจุาปร นิพานแลิว คออืนตรกั ปหน ังลึ่วงไปแล ว เมอสื่ตวัทงหลายมั้อายีนุบไม ั ได แลวเส อมลงโดยลำด ื่บั จนมอายีเพุยงี๑๐๐,๐๐๐ ป พระศาสดาพระนามวาธมมทัสสั ีผทำแสงสว ูางแกส ตวโลก ั ทำการกำจดมลทันมิ โลภะ ี เปนตน ทรงเปนผ นำส ูตวั โลก เสดจอ็บุตัขินในโลก ึ้ พระผมูพระภาคพระองคีนนทรงั้ บำเพญบารม็ทีงหลายแลั้ว บงเกั ดในด ิสุตเทวโลก ิ จตุจากภพนินแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ิ ในครรภของพระนางสุนันทาเทวี ผูเปนพระอัครมเหสีของพระเจาสรณะ ผูเปน ทพี่งของสึ่ตวโลกท ั งปวง ั้ ในกรงสรณะุ ครนถั้วนกำหนดทศมาส พระองคก ทรงประส ็ตูิ จากมาตคุพโภทร ั ณ สรณราชอทยานุ เหมอนดวงจืนทรัเพ ญโคจรลอดช ็องมหาเมฆา ในฤดฝนู เมอพระมหาบื่รุษพอประสุตูจากมาติคุพโภทรเท ัานนั้ โวหารการกลาวท ไมี่ ๑๗. ธมมทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั
416 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ชอบธรรมในศาสตรและในค มภัรีอนวัาดวยเรองอธื่กรณิ กเส็ อมหายไปเองท ื่เดียวี ดำรงอยู แตวาการกลาวทชอบธรรมเที่านนั้ เพราะเหตนุนั้ ในวนเฉลัมพระนามของพระองคิ พระชนกพระชนนจีงเฉลึมพระนามวิา “ธมมทัสสั ” ีพระองคทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู ๘,๐๐๐ ป ไดยนวิา ทรงมปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. อรชปราสาท ๒. วรชปราสาท ิ ๓. สทุสสนปราสาท ั มพระสนมนารี ี๑๒๐,๐๐๐ นาง มพระนางวีจิโกฬิเทวิ เปี นประม ขุ พระมหาบรุษทรงเหุนน็มิติ ๔ ประการแลว เมอพระราชโอรสพระนามว ื่า ปญญว ุฑฒนะั ของพระนางวจิโกฬ ิเทวิ ีสมภพแลว ทรงเปนสขุมมาลชาตุอยิางยงิ่ เหมอนเทวกืมารุ เสวยสมบตัเหมิอนเทพสมบืตั ิทรงลกขุนในม ึ้ชฌัมยามิ ประทบนังั่ บนพระทสี่ริไสยาสน ิ ทรงเหนอาการอ็นวัการของเหลิาสนมทหลี่บไหล ั ทรงเกดธรรมิ สังเวช บังเกิดความคิดออกมหาภิเนษกรมณ ในลำดับที่พระหฤทัยเกิดขึ้นนั่นแล สทุสสนปราสาทของพระองค ั ไดลอยขนสึ้นภากาศู อนจาตัรงคเสนาแวดลุอมแลว ลอยไปเหมอนดวงอาทืตยิดวงท ี่๒ และเหมอนเทพวืมานิ แลวลงประด ษฐานอยิ ใกล ู ตนไม เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนมะกล่ำทอง ไดยนวิา พระมหาบรุษทรงรุบผัากาสายะทที่าว มหาพรหมนอมถวาย ทรงผนวชแลว เสดจลงจากปราสาท ็ ประทบยันอยื ไมูไกล ปราสาทกลอยกล็ บไปทางอากาศอ ักี แลวกระทำโพธิพฤกษไวในภายใน แลวกลับ ประดษฐานลงทิแผี่นดนิ แมนางสนมนารพรีอมทงบรั้วาริ กลงจากปราสาท ็ เดนไป ิ ชวครั่งคาวึ่ตุ แลวหยดุณ ทนี่นั้ เวนนางสนมนาร ี ปรจาริกาิ และหญงริ บใช ั ของ นางสนมเหลานนั้ มนษยุทกคนกุออกบวชตามเสด็จ็ พระองคมภีกษิ ุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ลำดบนันั้พระธมมทัสสั โพธ ีสิตวั ทรงบำเพ ญเพ็ยรอยี ู๗ วนั เสวยขาวมธ ปายาสุ ทพระนางวี่จิโกฬิเทวินีอมนำมาถวาย แลวทรงกระทำท วาวิหารสมาบิตัในสวนพ ิทราุ ในเวลาเยน็ ทรงรบหญัา๘ กำ ทคนเฝ ี่าไร ขาวเหนยวชีอสื่ริวิฑฒะนัอมถวาย แลว เสดจเข็ าไปย งตั นไม เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนมะกล่ำหลวง ทรงลาดสนถัดหญัากวาง๕๓ ศอก
กถา] 417 ทรงแทงตลอดพระสพพัญัตญาณ ุณ ตนไม นนั้แลวทรงเปล งพระอทานวุา อเนกชาติ สสารํ ํ ฯเปฯ ตณหานฺ ํขยมชฌคาฺ แลวทรงยบยังเสวยวั้มิตตุสิขุ ณ บรเวณใกล ิ โพธพฤกษิ ตลอด ๗ สปดาห ั ทรงรบอาราธนาของทัาวมหาพรหม แลวทรงทราบวา ภกษิุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏทิออกบวชตามเสดี่จพระองค็ เปนผสามารถแทงตลอดพระสูทธรรมั ได จงเสดึจเด็นทางิ๑๘ โยชน ในวนเดัยวเทีานนั้ กมาถ็ งปึาอสิปตนะอ ินภักษิเหลุานนั้ แวดลอมแลว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ณ ปาอสิปตนะน ินั้ ครงนั้นั้ การบรรลธรรมุ ครงทั้ ี่๑ ไดมแกีภกษิ ุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “ในมณฑกั ปนันแลั้ ไดมพระพีทธเจุา พระนามวาธมมทัสสั ีผมูพระยศยี งใหญ ิ่ ทรงขจดความมัดแลืวทรงรงเรุองอยืางยงิ่ ในโลกพรอมท งเทวโลก ั้ [๒] แมในการท พระองคี่ผมูพระเดชไม ีม อะไร ี เปรยบเทียบี ทรงประกาศพระธรรมจกรั เทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาความมดื (ตมนธการฺ )ํ ความวา อนธการคั อโมหะท ื ี่ ชอวื่าความมดื กในกาลท ็พระราชาพระนามวี่าสญชัยั ในกรงตคระุ ทรงเหนโทษในกามท ็งหลายั้ และอานสงสิ ในเนกข มมะโดยเป ันสภาวธรรมอนเกษมั จงทรงผนวชเป ึนฤๅษ ีชาวเมองื ประมาณ ๙๐ โกฏออกบวชิ ตามเสดจพระองค็ ชนเหลาน นได ั้อภญญาิ ๕ และ สมาบตัิ๘ ทวทั่กตุวคนั ครงนั้นั้ พระธมมทัสสัศาสดาี ทรงเหนอ็ ปนุสิยสมบัตัของชนิ เหลานนั้ จงเสดึ จไปทางอากาศ ็ ถงอาศรมบทของสึญชัยดาบสแลัว ทรงยนอยื ในอากาศ ู ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๒/๖๖๕ ๑๗. ธมมทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั
418 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทรงแสดงธรรมอนเหมาะแกัอธยาศัยของดาบสเหลัานนั้ ทรงยงธรรมจักษั ใหุเกดขินึ้ นเปี้น การบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๓] “ในกาลทพระพี่ทธเจุาพระนามวาธมมทัสสั ี ทรงแนะนำสญชัยฤๅษั ีเทวดาและมนษยุ ประมาณ ๙๐ โกฏ ิไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒” ๑ กในกาลท ็ที่าวสกกะจอมเทพั ประสงคจะสดบธรรมเทศนาของพระทศพลัจงเสดึจ็ เขาไปเฝ าพระองค การบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๘๐ โกฏิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๔] “ในกาลทที่าวสกกะพรัอมทงบรั้ษิทั เสดจเข็ าเฝาพระพทธเจุาทรงเป นผ นำว ูเศษิ เทวดาและมนษยุประมาณ ๘๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๒ กในกาลท ็พระธี่มมทัสสัพีทธเจุา ทรงใหพระปท มกุมารและพระปุสสเทวกุมารุ พระกนษฐภาดาติางพระมารดา พรอมทงบรั้วารอิ ปสมบทุ ในกรงสรณะุ ทรงทำสทธุ -ิ ปวารณา ทามกลางภกษิุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิซงอึ่ปสมบทภายในพรรษานุนั้ นเปี้นปฐม สาวกสนนับาติ ในกาลตอมา ในสมยทัพระผี่มูพระภาคี เสดจลงจากเทวโลก ็ ภกษิุ ประมาณ ๑๐๐ โกฏิประชมกุนั นเปี้นทตุยสาวกสินนับาติ ในสมยทัพระผี่มูพระภาคี ทรงประกาศ คณานุสงสิของธดงคุ๑๓ ประการ ณ พระสทุสสนารามั ทรงแตงตงพระั้ มหาสาวกชอวื่าหาร ตะไว ิ ในตำแหน งเอตทคคะั ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ ทามกลาง ภกษิ ประมาณุ๘๐ โกฏ ินเปี้นตตยสาวกสินนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคี จงตรึสวัา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๓/๖๖๕๒ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๔/๖๖๖
กถา] 419 [๕] “แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผเปูนเทพ ยงกวิ่าเทพกม็การประช ีมแหุงพระขณาสพี ผปราศจากมลท ูนิมจีตสงบระงิบัผคงทูี่๓ ครงั้ [๖] ในกาลทพระธี่มมทัสสัพีทธเจุา ทรงเสดจจำพรรษาท ็สรณนครี่ พระขณาสพประมาณ ี๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ มาประชมกุนั เปนครงทั้ ี่๑ [๗] ตอมา ในกาลทพระพี่ทธเจุา เสดจลงจากเทวโลกมาย ็ งโลกมน ัษยุ พระขณาสพประมาณ ี๑๐๐ โกฏิ มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๒ [๘] ตอมา ในกาลทพระพี่ทธเจุาทรงประกาศ ธดงคุคณุพระขณาสพจำนวน ี๘๐ โกฏิ มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๓” ๑ ครงนั้นั้ พระโพธสิตวัของเราทงหลายั้ เปนทาวสกกเทวราชั อนทวยเทพใน ั เทวโลกทงั้๒ แวดลอมแลวเสดจมาบ็ชาพระตถาคตูดวยของทพยิมของหอมและดอกไม ี เปนตน และดวยทพยดนตริ ีแมพระศาสดาพระองคนนั้ ทรงพยากรณพระโพธ สิตวันนวั้า “ในอนาคตจักเปนพระพุทธเจาพระนามวาโคดม” เพราะเหตุนั้น พระผูมีพระภาค จงตรึสวัา [๙] “สมยนันั้เราเปนทาวส กกป ัรุนททะิ ๒ ไดบชาดูวยของหอมมาลาและดนตรทีพยิ ๑๗. ธมมทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๕-๘/๖๖๖๒ ปรุนททะิหมายถึงผูใหทานในชาติกอน เปนชื่อของทาวสักกะ, ขุ.วิ.อ. (ไทย) ๙๗๘/๓๑๗-๓๑๙
420 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๐] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ประทบนังั่ ทามกลางเทวดากทรงพยากรณ็เราวา ใน ๑,๘๐๐ กปัทาวส กกป ัรุนททะนิ ี้ จกเปันพระพทธเจุา พระตถาคตไดเสดจ็ ออกจากกรงกบุลพิสดัทุนี่ารนรมยื่ [๑๑] พระตถาคตทรงเรมติ่งความเพั้ยรีฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูี้ในอนาคตกาล [๑๒] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วกทำจ ็ ตให ิเล อมใส ื่ อยางยงิ่ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี ๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ ก็พระธัมมทัสสีพุทธเจาพระองคนั้น ทรงมีเมืองชื่อวากรุงสรณะ พระชนก พระนามวาพระเจาสรณะ พระชนนพระนามวีาพระนางสนุนทาเทวั ีคพระอูครสาวกั นามวาพระปท มเถระและพระปุสสเทวเถระุ พระพทธอุปุ ฏฐากนามวาพระสเนตตเถระุ คพระอูครสาวักานามวิาพระเขมาเถรและพระสีจจนามาเถรั ีตนไม เปนทตรี่สรัชูอต่ืน มะกล่ำหลวง พระสรระสีงู ๘๐ ศอก พระชนมาย ุ๑๐๐,๐๐๐ ป พระอครมเหสั ี พระนามวาพระนางวจิโกฬ ิเทวิ ีพระโอรสพระนามวาพระป ญญว ุฑฒนกัมารุเสดจออก็ มหาภเนษกรมณิ ดวยยานค อปราสาท ื เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๓] “กรงชุอวื่า สรณะ กษตรัยิพระนามวา สรณะ เปนพระชนกพระเทวพระนามวีา สนุนทาั เปนพระชนน ีของพระศาสดาพระนามวาธมมทัสสั ี ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๙-๑๒/๖๖๖-๖๖๘
กถา] 421 [๑๔] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๘,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอื อรชปราสาท วรชปราสาท ิ และสทุศนปราสาท ั [๑๕] มนางสนมกำน ีลั๔๐,๐๐๐ นาง ลวนประด บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีาวจิโกส ิ ี พระราชโอรสพระนามวา ปญญว ุฑฒนะั [๑๖] พระองคผสูงสูดแหุงบรุษทรงเหุน็ นมิติ๔ ประการ จงเสดึ จออกจากปราสาท ็ ไปผนวชทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๗ วนั (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๑๗] พระมหาวระพระนามวีาธมมทัสสั ีผองอาจู กวานรชน เปนผสูงสูดแหุงนรชนผอูนพรหมั ทลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ทมฤคทายวี่นั [๑๘] พระปทมเถระและพระปุสสเทวเถระุ เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวาสเนตรุ เปนอ ปุ ฏฐากของพระศาสดานามวาธมมทัสสั ี [๑๙] พระเขมาเถรและพระสีจจนามาเถรั ี เปนพระอครสาวักาิตนไม เปนทตรี่สรัของู พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลก เรยกวีาตนมะกล่ำหลวง [๒๐] สภุททอับาสกและกฏ ุสสหอิบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากสาฬสาอิบาสุกาและกฬิสสาิ อบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ ๑๗. ธมมทัสสัพีทธวุงสวัณณนาั
422 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๒๑] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผไมูม ใคร ี เสมอเหมอนืทรงมพระวรกายสีงู๘๐ ศอก ทรงรงเรุองยืงดิ่วยพระเดช ในโลกธาตมุหมีนจื่กรวาลั [๒๒] พระองคทรงงามสงาดงตั นพญาไม สาละ ทมี่ดอกบานสะพรีงั่เหมอนสายฟ ื าในท องฟ า และเหมอนดวงอาทืตยิ ในยามเท ยงวี่นั [๒๓] แมพระพทธเจุาผมูพระจีกษัุ มพระเดชไม ีม อะไรเปร ียบเทียบี ทรงดำรงชวีตอยิ ในโลก ู๑๐๐,๐๐๐ ปถวน [๒๕] พระองคพรอมทงสาวกั้ทรงแสดง พระรศมัอีนสวั างไสว ทำศาสนาใหปราศจาก มลทนิเสดจด็บขั นธปร ันิพพานิดงดวงจันทรั บนทองฟ าเคลอนลื่บไป ั ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวาตนมะกล่ำหลวง (พมิพฺชาโล ิ ) คอืตนมะกล่ำทอง คำวา ในโลกธาตมุหมีนจื่กรวาลั (ทสสหสสมฺหฺิธาตยาุ ) คอื ใน ๑๐,๐๐๐ โลกธาตุ คำวาเหมอนสายฟ ืา (วชิชฺวู) คอื ประดจสายฟุา คำวา ทรงงามสงา (อปโสภถุ ) ความวา พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ งดงามเหมอนสายฟ ื าในท องฟ า และเหมอนื ดวงอาทตยิ งดงามในเวลาเทยงวี่นั ฉะนนั้ คำวาถวน (สมก)ํ ความวา พระชน มายของพระองคุกเท็าๆ กบนรชนทั งปวง ั้ คำวาเคลอนลื่ บไป ั (จว)ิ คอื เคลอนื่ ไปแลว คำวาดงดวงจันทรั ( จนโทวฺ ) ความวาเหมอนดวงจืนทรั เคลอนจากทื่องฟ า ไดยนวิาพระผมูพระภาคพระนามวีาธมมทัสสั ีดบขั นธปร ันิพพานิณ พระวหารเกสารามิ ในกรงสาลวดุ ีคำทเหลี่อในคาถาท ื งปวง ั้ มเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวนนแลั่ ธมมทัสสัพีทธวุงสวัณณนาทั ี่๑๗ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๑๗ จบ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๓-๒๕/๖๖๘-๖๗๐
กถา] 423 ๑๘. สทธิตถพัทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระสิทธิตถพัทธเจุา เมอพระผื่มูพระภาคพระนามวีาธมมทัสสั ปรีนิพานแลิวเมอศาสนาของพระองคื่ กอ็นตรธานไปแล ัว เมอกื่ปนันลั้ วงไป และลวงไปอ กี๑,๗๐๖ กปั ในกปหน ังึ่ อนเป ัน กปสัดทุายท ี่๙๔ กปั นบจากภัทรกั ปนั ไปี้ ปรากฏมพระศาสดาพระองคีหนงึ่ พระนาม วา สทธิตถะั ผทรงบรรลูประโยชนุอยางยงิ่ ผบำเพ ู ญประโยชน ็แก โลก เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวาธมมทัสสั ี ไดมพระพีทธเจุาพระนามวา สทธิตถะั ทรงเปนผ นำส ูตวโลก ั ทรงกำจดความมัดทื งปวง ั้ (ปรากฏ) เหมอนดวงอาทืตยิอทุยั” ๑ แมพระสทธิ ตถโพธ ัสิตวั บำเพญบารม็แลีวบงเกั ดในภพด ิสุติ จตุจากภพนินแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ในพระครรภ ิของพระนางสผุสสาเทวั ีผเปูนอครมเหสัของพระเจีาอเทนุ ในกรงุ เวภาระ ครนถั้วนกำหนดทศมาส กประส ็ตูจากมาติคุพโภทรท ัวี่ริยราชอิทยานุ เมอื่ พระมหาบรุษประสุตูแลิว การงานทคนที่งปวงทำค ั้ างไว และประโยชน ท ปรารถนาก ี่พล็นั สำเรจ็ เพราะฉะนนั้ พระประยรญาต ูทิงหลายของพระองคั้จงเฉลึมพระนามวิา “สทธิตถะั ” พระองคทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู๑๐,๐๐๐ ป ทรงมปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. โกกาสปราสาท ๒. อปปลปราสาทุ ๓. ปทมปราสาทุ ทรงมสนมนารี ประมาณ ี๔๘,๐๐๐ นาง มพระนางโสมน ีสสาเทวั เปี นประม ขุ คอยบำรงบำเรอุ ๑๘. สทธิตถพัทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑/๖๗๐
424 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระมหาบรุษนุนทรงเหั้นน็มิตทิงหลายั้๔ แลว เมอพระอนื่ปมกูมารุ โอรส ของพระนางโสมนสสาเทวั ีทรงสมภพแลว ในวนอาสาฬหป ัรณมุ ีกทรงออกมหา็ ภเนษกรมณิ ดวยยานคอวอทองื เสดจไปย ็งวัริยราชอิทยานุ ทรงผนวชแลวมนษยุ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิออกบวชตามเสดจพระองค็ ไดยนวิา พระมหาบรุษทรงุ บำเพญเพ็ยรี๑๐ เดอนื กบบรรพชัตเหลิานนั้ ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวยขาวมธ ปายาสุ ทธี่ดาพราหมณิชอวื่าสเนตตาุ ในตำบลบานอสทสพราหมณิ ถวายแลว ทรงใหสวนแหง วนผั านไปด วยทวาวิหารสมาบิตัิณ ปาพทราุ ในเวลาเยน็ ทรงรบหญัาคา๘ กำ ทคนี่ เฝาไร ขาวเหนยวชีอวรื่ณถวายุ เขาไปย งตั นไม เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนกรรณการิ ทรงลาด สนถัดหญัากวาง๔๐ ศอก ประทบนังขั่ดสมาธั ิบรรลพระสุพพัญัตญาณแล ุว ทรงเปลง พระอทานวุา อเนกชาตสิสารํ ํฯเปฯ ตณหานฺํขยมชฌคาฺแลวทรงยบยังั้เสวยวมิตตุสิขุ ตลอด ๗ สปดาห ั ทรงเหนภ็กษิุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิทออกบวชพรี่อมกบพระองคั เปนผ ู สามารถแทงตลอดสจจะั๔ จงเสดึจทางอากาศ็แลวลงทคยามี่คทายวินั ทรงประกาศ พระธรรมจกรแกัภกษิเหลุานนั้ครงนั้นั้การบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ ไดมแกีภกษิุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๒] “แมพระองคทรงบรรลสุมโพธ ัญาณแลิว ทรงชวยหมมนูษยุพรอมท งเทวดาให ั้ขามพน ทรงบนดาลฝนค ั อธรรมให ืตก ชวยชาวโลกพร อมท งเทวโลกให ั้เยน็ [๓] สาวกแมของพระองคผมูพระเดชไม ีม อะไร ี เปรยบเที ยบได ีมการบรรลีธรรมุ๓ ครงั้ เทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑” ๑ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๒-๓/๖๗๐
กถา] 425 บรรดาคำเหลานนั้คำวาพรอมท งเทวโลก ั้ (สเทวก)ํคอื โลกพรอมก บเทวโลก ั คำวา ฝนคอธรรมื (ธมมเมเฆนฺ ) คอื ฝนคอธรรมกถาื ตอมาพระองคอนพระเจัา ภมรถทีลนูมนติ จงประท ึบนั งในหอประช ั่มทุสรี่างไว ทามกลางเมองื ทรงทำทศทิงสั้บิ ใหกกกึองดวยพระสรเสุยงี เพยงดีงเสัยงแหีงพรหม เสนาะดงเสัยงนกการเวกรีอง สบาย โสต ไพเราะอยางยงิ่ จบใจ ั บณฑัตชนเฉกเชินอภเษกดิวยน้ำอมฤต ทรงลนอมตธรรมั่ เภร ีครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๙๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๔] “ตอมา ในกาลทพระพี่ทธเจุาพระองคนนั้ ทรงลนอมตเภรั่ทีภี่มรีฏฐนครั เทวดาและมนษยุประมาณ ๙๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒” ๑ กในกาลท ็พระสี่ทธิตถพัทธเจุา ทรงแสดงพทธวงศุ ในสมาคมพระญาต ิ ในกรงุ เวภาระ ทรงยงธรรมจักษั ใหุเกดแกิสตวั ๙๐ โกฏ ินเปี้นการบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ เพราะ เหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๕] “ในกาลทพระพี่ทธเจุาพระองคน นทรงเป ั้น นระผสูงสูดุทรงแสดงธรรมทเวภารบรรพตี่ เทวดาและมนษยุประมาณ ๙๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๒ พระราชา ๒ พระองค คอื (๑) พระราชาพระนามวาสมพละั (๒) พระราชา พระนามวาสมุตตะิทรงครองราชยณ กรงอมรุซงงดงามนึ่าทอดทศนาัดงเทพนครั ลำดบนันั้พระศาสดาพระนามวาสทธิตถะัทรงเหนอ็ ปนุสิยสมบัตัของพระราชาิ๒ พนี่อง นนั้ จงเสดึ จไปทางอากาศ ็ ลงทามกลางกรงอมรุ ทรงแสดงเจดยีคอรอยพระบาทื ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๔/๖๗๐๒ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๕/๖๗๐ ๑๘. สทธิตถพัทธวุงสวัณณนาั
426 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ เหมอนเหยืยบพีนแผื้นดนิ ดวยพระยคลบาทุ ซงมึ่ฝีาพระบาทประด บดัวยจกรั แลว เสดจต็ อไปย งอมรราชอัทยานุ ประทบนังเหนั่อพืนแผื้นดนศิลาดาดิ ซงเยึ่นด็วยพระ มหากรณาของพระองคุ อนนัารนรมยื่อยางยงิ่ จากนนไม ั้นาน พระราชา ๒ พนี่อง ทอดพระเนตรพระเจดยี คอรอยพระบาทื จงเสดึ จไปตามรอยพระบาท ็ เขาเฝาพระ สทธิตถศาสดาัผบรรลูประโยชนุอยางยงิ่ทรงเปนผ นำส ูตวั โลก พรอมกบภักษิทุแวดลี่อม ถวายอภวาทแลิ วประท บนังแวดลั่อมพระผมูพระภาคี พระผมูพระภาคทรงแสดงธรรมี อนเหมาะแกัพระอธยาศัยั โปรดพระราชาทงั้๒ พนี่องนนั้ ทงั้๒ พระองคทรงสดบั ธรรมกถาของพระศาสดาพระองคนนแลั้ว เกดพระราชศริ ทธาปสาทะ ั ทรงผนวชแลว บรรลุเปนพระอรหันตทั้งหมด พระผูมีพระภาคทรงยกปาติโมกขขึ้นแสดงทามกลาง พระขณาสพประมาณ ี๑๐๐ โกฏนินั้ นจี้ดเป ั นปฐมสาวกส นนับาติ ตอมาทรงยกปาต โมกข ิ ขนแสดงทึ้ามกลางบรรพชติ๙๐ โกฏ ิ ในสมาคมพระประยรญาต ู ิ ใกลกรงเวภาระุ นั่นจัดเปนทุติยสาวกสันนิบาต ในกาลตอมา ทรงยกปาติโมกขขึ้นแสดงทามกลาง บรรพชตประมาณ ิ๘๐ โกฏ ิทประช ี่มกุนัณ สทุสสนมหาวัหาริ นจี้ดเป ันตตยสาวกิ สนนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๖] “พระพทธเจุาพระนามวา สทธิตถะั ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ไดม การประช ีมแหุง พระขณาสพผี ปราศจากมลท ูนิมจีตสงบิ ระงบัผคงทูี่๓ ครงั้ [๗] ไดม การประช ีมแหุงพระขณาสพผี ปราศจาก ู มลทนิ๓ ครงเหลั้าน ี้คอพระขื ณาสพประมาณ ี ๑๐๐ โกฏิ๑ ครงั้ พระขณาสพประมาณ ี๙๐ โกฏิ ๑ ครงั้ พระขณาสพประมาณ ี๘๐ โกฏิ๑ ครงั้” ๑ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๖-๗/๖๗๑
กถา] 427 บรรดาคำเหลานนั้คำวาพระขณาสพประมาณ ี๙๐ โกฏิ๑ ครงั้พระขณาสพี ประมาณ ๘๐ โกฏิ๑ ครงั้ (นวตุนีํอสตียาป ิ จ โกฏนี)ํความวา ไดมสาวกสีนนับาติ แหงพระข ณาสพประมาณ ี๙๐ โกฏ ิและ ๘๐ โกฏ ิ คำวา ไดม การประช ีมแหุงพระ ขณาสพี๓ ครงั้ (เอเต อาส฿ตโย ฐานา) ความวา ไดมสาวกสีนนับาติ๓ ครงั้ เหลาน ี้พระบาลวีาฐานาเนตานิตณี ิอเหส ฿ กม็ี ในสมยนันั้ พระโพธสิตวัของเราทงหลายั้ เปนพราหมณชอวื่ามงคละั ในกรงุ สรเสนุ จบไตรเพทและเวทางคศาสตร บรจาคกองทริพยัน บได ั หลายโกฏ แกิคนอนาถา เปนตน เปนผมูความยีนดิ ในว ีเวกิ ออกบวชเปนดาบสยงฌานและอภั ญญาให ิเกดแลิว ทราบขาววา “พระพทธเจุาพระนามวาสทธิตถะั เสดจอ็บุตัขินแลึ้ วในโลก ” จงเขึ าไปเฝ า ถวายอภวาทแลิวสดบธรรมกถาของพระองคั แลวเข าไปท ตี่นหวา อนเป ันต นไม ท เปี่น สญญลักษณัของชมพทวูปนีดี้วยฤทธ ิ์ นำผลหวามาแลว อาราธนาพระสทธิตถศาสดาั ผมูภีกษิ ประมาณุ๙๐ โกฏ ิเปนบร วารให ิ ประท บนังั่ ในสรเสนวุหาริ เลยงดี้ดูวยผลหวา ใหทรงอ มหนำสำราญ ิ่ ลำดบนันั้ พระศาสดาเสวยผลหวานนแลั้ว ทรงพยากรณวา “ในทสี่ดุ๙๔ กปแต ัก ปนั ี้ดาบสนจี้กเป ันพระพทธเจุาพระนามว าโคดม ” เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๘] “สมยนันั้เราเปนดาบสมชีอวื่ามงคลมเดชรีงเรุองื ขมได ยากทงประกอบด ั้วยอภญญาพละิ [๙] เราไดนำผลหว ามาถวายพระสมมาสัมพัทธเจุา พระนามวาสทธิตถะั พระองคทรงรบแลัว ไดตรสั พระดำรสนัวี้า [๑๐] จงดชฎูลดาบสผิมูตบะแกีกลาน ี้ในกปทั ี่๙๔ นบจากกั ปนั ไปี้ชฎลดาบสนิจี้กเปันพระพทธเจุา พระตถาคตไดเสดจออกจากกร็งกบุลพิสดัทุนี่ารนรมยื่ [๑๑] พระตถาคตทรงเรมติ่งความเพั้ยรี ฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูี้ในอนาคตกาล ๑๘. สทธิตถพัทธวุงสวัณณนาั
428 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๒] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วกทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวาขมได ยาก (ทปุปสโหฺ ) คอือนใครๆ ัเขาหาได ยาก อกอยีางหนงึ่ พระบาลกีอย็างนนเหมั้อนกืนั พระผมูพระภาคพระนามวีาสทธิตถะพระองคันนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากรงเวภาระุ พระชนกพระนามวาพระเจาอเทนบุาง พระนามวาพระเจาชยเสนบัาง พระชนนพระนามี วาสผุสสาเทวั ีคพระอูครสาวกนามวัาพระสมพลเถระและพระสัมุตตเถระิ พระพทธอุปุ ฏฐาก นามวาพระเรวตเถระ คพระอูครสาวักานามวิาพระสวลาเถรีและพระสีมาราเถรุ ีตนไม เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนกรรณการิ พระสรระสีงู๖๐ ศอก พระชนมายุ๑๐๐,๐๐๐ ปพระอครั มเหสพระนามวี าพระนางโสมน สสาเทวั ี พระโอรสพระนามวาอน ปมกูมารุ เสดจออก็ มหาภเนษกรมณิดวยสวรรณสุวิกาิ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๓] “กรงชุอวื่าเวภาระ กษตรัยิพระนามวาอเทนุ เปนพระชนกพระเทวพระนามวีา สผุสสาั เปนพระชนนของพระศาสดาพระนามวีา สทธิตถะั ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๑๔] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๑๐,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงัคอื โกกาสปราสาท อปลปราสาทุและโกกนทปราสาทุ [๑๕] มนางสนมกำน ีลั๔๘,๐๐๐ นาง ลวนประด บประดาสวยงาม ั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๘-๑๒/๖๗๑-๖๗๓
กถา] 429 พระมเหสพระนามวีา สมนาุ พระราชโอรสพระนามวาอนปมะู [๑๖] พระชนเจิาทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงทรงวอทองออกผนวชแลึว ทรงบำเพญเพ็ยรี อยู๑๐ เดอนื (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๑๗] พระมหาวระพระนามวีา สทธิตถะั ทรงเปน ผนำโลกทรงเป ูนผสูงสูดแหุงนระผอูนพรหมทัลู อาราธนาแลว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัมฤคทายวี่นั [๑๘] พระสมพลเถระและพระสัมุตตเถระิ เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวาเรวตะ เปนอ ปุ ฏฐากของพระพทธเจุาพระนามวา สทธิตถะัผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๑๙] พระสวลาเถรีและพระสีรามาเถรุี เปนพระอครสาวักาิตนไม เปนทตรี่สรัของู พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนกรรณการิ [๒๐] สปปุยอบาสกและสมุททอุบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากรมมาอับาสุกาและิ สรุมมาอับาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๑] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ทรงมี พระวรกายสงู๘๐ ศอก ทรงงดงามดงทองคำ ั ทลี่ ้ำคา รงเรุองไปท ืวหมั่นจื่กรวาลั [๒๒] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ผไมูม ใคร ี เสมอเหมอนมืพระคีณนุบไม ั ได ไมมบีคคลุ ๑๘. สทธิตถพัทธวุงสวัณณนาั
430 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ เปรยบีผมูพระจีกษัุกดำรงพระชนมาย ็ุ อยในโลกประมาณ ู๑๐๐,๐๐๐ ป [๒๓] พระองคทรงแสดงพระรศมัอยีางกวางขวาง ทรงทำสาวกทงหลายให ั้เบกบานิ ทรงเยองกรายงดงามดื้วยสมาบตัิ พรอมทงสาวกั้เสดจด็บขั นธปร ันิพพานแลิว” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวาทรงมพระวรกายสีงู๖๐ ศอก (สฏฐรตนิ )ํความวา สูงขึ้นไปในนภากาศประมาณ ๖๐ ศอก คำวา ทรงงดงามดังทองคำที่ล้ำคา (กจนยคฺฆฺยสงิ กาโสฺ ) ความวา นาทศนาั อนเสมอดัวยร ปสู วรรณปฏ ุมาิ วจิตริ ดวยรตนะตัางๆ คำวา รงเรุองไปท ืวหมั่นจื่กรวาลั (ทสสหสสฺีวโรจต ิ )ิ คอื รงเรุองื ใน ๑๐,๐๐๐ โลกธาต ุคำวากวางขวาง (วปิลุ )ํ คอื มรีศมัอีนโอฬาร ั คำวา ทำ (สาวกทงหลายั้ ) ใหเบกบานิ (ปปุผาเปตฺวานฺ ) ความวา ทำใหบานแลวด วยดอกไม คอฌานือภญญาิมรรค ผล และสมาบตัิถงความงดงามอยึางยงิ่คำวาทรงเยองกรายื้ (วลาเสติวาฺ ) คอืการเยองกรายแลื้ นไป คำวาดวยสมาบตั (ิ สมาปตยาฺ ) คอืดวย สมาบตัและอภิญญาอิ นเป ั นโลก ยะและโลก ิตตระุ คำวา เสดจด ็ บขั นธปร ันิพพานแลิว (นพิพฺโตุ ) คอื ปรนิพพานแลิวดวยอน ปาทาปรุนิพพานิ ไดยนวิา พระสทธิตถศาสดาเสดัจด็บขั นธปร ันิพพานิ ณ อโนมราชอทยานุ กรงุ กาญจนเวฬ ุณ พระราชอทยานนุนนั้นองั่ เขาชวยกนสรัางพระเจดยีอ นสำเร ัจด็วยรตนะั สงู๔ โยชน สำหรบพระองคัแล ในคาถาทงหลายทั้เหลี่อื มเนี อปรากฏช ื้ดแลัวทงนั้นแลั้ สทธิตถพัทธวุงสวัณณนาทั ี่๑๘ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๑๘ จบ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๓-๒๓/๖๗๓-๖๗๔
กถา] 431 ๑๙. ตสสพิทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระติสสพิทธเจุา กต็อมาภายหลงจากสมัยของพระผัมูพระภาคพระนามวีาสทธิตถะพระองคันนั้กม็ี กปทัวี่างจากพระพทธเจุาไปหน งกึ่ปั ในทสี่ดุ๙๒ กปแต ัภทรกั ปนั ี้มพระพีทธเจุาเสดจ็ อบุตัขินึ้๒ พระองคในก ปหน ังึ่ คอื (๑) พระพทธเจุาพระนามวาตสสะิ (๒) พระพทธเจุา พระนามวาผสสะุบรรดาพระพทธเจุาทงั้๒ พระองคนนั้ พระมหาบรุษพระนามวุา ตสสะิ ทรงบำเพญบารม็ทีงหลายั้ บงเกั ดในด ิสุตเทวโลก ิ จตุจากภพนินแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ิ ในพระครรภของพระนางปท มาเทวุ ีผมูพระเนตรงามดีงกลั บปท ีมุ เปนอครมเหสัของี พระเจาชนสันธะ ในกรุงเขมกะ ถวนกำหนดทศมาส ก็ประสูติจากมาตุคัพโภทร ณ อโนมราชอทยานุ ทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู๗,๐๐๐ ป พระองคทรงม ปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. คหาเสลปราสาท ๒ุ . นารสยปราสาท ี ๓. นสภปราสาท ิ ทรงมนางสนมนารี ประมาณ ี ๓๓,๐๐๐ นาง มพระนางสีภุททาเทวั เปี นประม ขุ พระมหาบรุษนุนทอดพระเนตรเหั้นน็มิติ๔ ประการ เมอพระโอรสพระนามว ื่า อานนทกัมารุ ผเปูนโอรสของพระนางส ภุททาเทวั ีสมภพแลว เสดจข็นทรงมึ้าตน ตวประเสร ัฐทิสี่ดชุอวื่าโสณ ตตระุ ออกมหาภเนษกรมณิทรงผนวชแลว บรุษประมาณุ ๑ โกฏ ิออกบวชตามเสดจ็ พระองคอนภักษิเหลุานนแวดลั้อมแลว ทรงบำเพญเพ็ยรี อยู๘ เดอนื ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวยขาวมธ ปายาสุ อนธัดาของวิรเศรษฐีแหีงวรนีคมิ ถวายแลว ทรงยงสัวนแหงว นให ัผานไปด วยทวาวิหารสมาบิตัิณ ปาตนชางนาว ในเวลา เยน็ ทรงรบหญัาคา๘ กำ ซงคนเฝ ึ่าไร ขาวเหนยวชีอวื่ชิตสิงคามกะถวายแลัว เสดจ็ เขาไปย งตั นไม เปนทตรี่สรั ูชอวื่าตนประด ( ูอสนะ) ทรงลาดสนถัดหญัา กวางยาว ประมาณ ๔๐ ศอก ประทบนังขั่ดสมาธัเหนิอบืลลังกันนั้ ทรงกำจดมารและเสนามารั ไดแลว บรรลพระสุพพัญัตญาณ ุ ทรงเปลงพระอทานวุา อเนกชาตสิสารํ ํ ฯเปฯ ๑๙. ตสสพิทธวุงสวัณณนาั
432 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ตณหานฺํขยมชฌคาฺ ทรงยบยังอยัู้๗ สปดาห ัท โพธ ี่พฤกษินนเองั่ แลวทรงพจารณาิ เห็นพระราชโอรสในกรุงยสวดี ทั้ง ๒ พระองค พระนามวาพรหมเทพและอุทัย พรอมกบบรัวาริ ถงพรึอมดวยอ ปนุสิยสมบัตั ิจงเสดึ จไปทางอากาศ ็ เสดจลงท็ยสวดี่ี มคทายวินั โปรดใหพน กงานเฝ ัาอ ทยานไปเชุ ญพระราชโอรสมาแล ิว ทรงยงั๑๐,๐๐๐ โลกธาตใหุทราบอยดูวยพระสรเสุยงดีงเสัยงพรหมี ไมพรา ไพเราะ ซาบซงึ้ ประกาศ พระธรรมจกรแกั พระราชโอรส ทงั้๒ พระองคนนกั้บทังบรั้วาริ ครงนั้นั้ การบรรลธรรมุ ครงทั้ี่๑ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๑๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวา สทธิตถะั ไดมพระพีทธเจุาพระนามวาตสสะิ ไมมผีเสมอูไมมบีคคลเปรุยบี มศีลหาทีสี่ดมุไดิ มพระยศนี บไม ั ได ทรงเปนผ นำช ูนเลั้ ศของโลก ิ [๒] พระมหาวระผีมูพระจีกษัุผทรงอนูเคราะหุ เสดจอ็บุตัขินในโลก ึ้ทรงขจดความมั ดได ืแลว ฉายพระรศมั ใหีมน ษยโลกพรุอมท งเทวโลก ั้ สวางไสว [๓] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ทรงมพระฤทธี ิ์ ศลและสมาธีอินหาสังทิ่ดเทัยมมี ไดิ ทรงถงความสำเร ึ จในธรรมท ็ งปวงแล ั้ว ทรงประกาศพระธรรมจกรั [๔] พระพทธเจุาพระองคนนทรงแสดงธรรมั้ ประกาศความบรสิทธุไปในหม ิ์นจื่กรวาลั
กถา] 433 ในพระธรรมเทศนาครงทั้ี่๑ เทวดาและมนษยุ๑๐๐ โกฏิไดบรรลธรรมุ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา ในธรรมทงปวง ั้ (สพพตฺถฺ ) ความวา ถงฝึ งในธรรม ทงปวง ั้ คำวา ในหมนจื่กรวาลั (ทสสหสสฺมิหฺ )ิ คอื ใน ๑๐,๐๐๐ โลกธาตุ ภายหลงตัอมา ในสมยทัพระมหาบี่รุษทรงละการอยุคลูกคลุดีวยหมคณะู แลว เสดจไปย ็ งโคนโพธ ัพฤกษิ ภกษิทุบวชพรี่อมกบพระตั สสศาสดาประมาณ ิ๑ โกฏ ิกแยก็ ไปอยูณ ทอี่นแลื่ว ครนภั้กษิเหลุานนทราบขั้าววา “พระตสสสิมมาสัมพัทธเจุา ทรง ประกาศพระธรรมจกรั ” กพาก็นมาทัยสวดี่มีคทายวินั ถวายอภวาทพระทศพลแลิว นงแวดลั่อม พระองคอย ูพระผมูพระภาคทรงแสดงธรรมโปรดภ ีกษิเหลุานนั้ ครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๙๐ โกฏ ิตอมาอกี ในมหามงคลสมาคม ในเมอจบมงคลื่ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๖๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๕] “เทวดาและมนษยุประมาณ ๙๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ ในการแสดงธรรมครงทั้ี่๓ เทวดาและมนษยุประมาณ ๖๐ โกฏิไดบรรลธรรมุ ครงนั้นั้พระองคทรงเปล องเทวดาและมนื้ษยุทมาี่ ประชมกุนให ัหลดพุนจากเครองผื่กพูนั”๒ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาเทวดาและมนษยุประมาณ ๙๐ โกฏ ิ ไดบรรลุ ธรรมครงทั้ี่๒ (ทตุโยินวตุ โกฏ ินิ)ํ ความวา การบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ ไดมแกีสตวั ๙๐ โกฏ ิ คำวาจากเครองผื่กพูนั (พนธนาโตฺ ) ไดแก จากเครองผื่กู อธบายวิา ทรงเปลื้องออกจากสังโยชน๑๐ บัดนี้เมื่อจะทรงแสดงถึงสัตวที่ทรงเปลื้องโดยสรุป จงตรึสวัานรมร ูคำวาเทวดาและมนษยุ ( นรมร)ู คอื มนษยุและเทวดา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๔/๖๗๕๒ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๕/๖๗๕ ๑๙. ตสสพิทธวุงสวัณณนาั
434 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ไดสดบมาวัา พระตสสพิทธเจุาอนพระอรหันตัหลายแสนร ปทูบวชภายในพรรษา ี่ ในกรงยสวดุ ีแวดลอมแลว ทรงปวารณาออกพรรษาแลว นเปี้นปฐมสาวกส นนับาติ เมอพระโลกนาถพระผ ื่มูพระภาคี เสดจถ็งนารึวาหนนคริ นารวาหนกิมารผุเปูนพระโอรส ของพระเจาสชาตะุ ผเกูดดิแลีวทงั้๒ ฝาย พรอมกบบรัวาริ ออกไปรบเสดัจ็ ทลนูมนติ พระทศพลพรอมกบภักษิสงฆุ ถวายอสทสทานิ ตลอด ๗ วนั ทรงมอบราชสมบตัของิ พระองคแก พระราชโอรส พรอมดวยบรวารออกผนวชดิวยเอหภิกขิอุปสุมปทา ั ในสำนกั ของพระตสสสิมมาสัมพัทธเจุา ผเปู นใหญ แห งโลกท งปวง ั้ ไดยนวิา การออกบรรพชาของ พระองค ปรากฏแผไปทั่วทุกทิศ เพราะฉะนั้น มหาชนจากที่นั้นๆ ไดออกบวช ตามเสดจพระนาร็วาหนราชกิมารุ ครงนั้นั้ พระตถาคตเสดจไปท ็ามกลางภกษิุ๙๐ โกฏิ ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้นนี้บเป ันทตุยสาวกสินนับาติ ในกาลตอมา มหาชนประมาณ ๘๐ โกฏฟิงธรรมกถาเรองพระพื่ทธวงศุ ในสมาคมพระญาตใกล ิกรงเขมวดุ ี ไดพากนั ออกบวชในสำนกของพระองคั บรรลอรหุตตผลั พระสคตอุนภักษิเหลุานนแวดลั้อม ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ นเปี้นตตยสาวกสินนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคี จงตรึสวัา [๖] “พระตสสพิทธเจุาผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ไดม การประช ีมแหุงพระขณาสพี ผปราศจากมลท ูนิมจีตสงบระงิบัผคงทูี่๓ ครงั้ [๗] พระขณาสพประมาณ ี๑๐๐ โกฏิ มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๑ พระขณาสพประมาณ ี๙๐ โกฏิ มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๒ [๘] พระขณาสพผี ปราศจากมลท ูนิ เบกบานแลิวดวยวมิตตุประมาณ ิ๘๐ โกฏิ มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๓” ๑ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๖-๘/๖๗๕-๖๗๖
กถา] 435 ในกาลนนั้ พระโพธสิตวัของเราทงหลายั้เปนพระราชาพระนามวา สชาตะุในกรงุ ยสวด ีทรงสละอาณาจกรทัที่งมั้นคงและรั่งเรุองื กองโภคสมบตัหลายโกฏ ิ ิและคน ใกลชดผิมูใจจงร ีกภักดั ีเหมอนตื นไผ ใบหญ า สงเวชใจในท ักขุมชาตีทิกขุเปนตน แลว ออกผนวชเปนดาบส มฤทธานีภาพมากุ สดบขัาววา “พระพทธเจุาเสดจอ็บุตัขินแลึ้ว ในโลก” มพระวรกายอี นปัตทิงั้๕ สมผัสแลัว มความนอบนี อมยำเกรง เขาไปเฝ า พระผมูพระภาคพระนามวีาตสสะิ ถวายอภวาทแลิ วดำร วิา “เราจกบัชาพระผูมูพระภาคี ดวยท พยป ิบผชาตุิมดอกมณฑารพี และดอกปารฉิตตกะเป ันตน” ครนดำร ั้อยิางนนแลั้ว จงไปส ึสวรรคูดวยกำล งแหังฤทธ ิ์เขาไปย งอัทยานจุตรลดาิ บรรจผอบทุสำเร ี่จด็วยรตนะั ขนาดคาวตหนุงใหึ่เตมด็วยท พยป ิ ปผชาตุ ิมดอกปท ีมทุพยิ ดอกปารฉิตตกะั และดอก มณฑารพเปนตน นำมาทางอากาศ บชาพระผูมูพระภาคดี วยดอกไม ทพยิ อนมักลีนิ่ หอม และกนฉั้ตรดอกปท ัมคุนหนังึ่ ซงมึ่ดีามเป นแกวมณ ีมเกสรเป ีนทอง มใบเป ีน แกวทบทัมิ เหมอนฉืตรทั สำเร ี่จด็วยเกสรหอม ไวเหนอพระเศืยรของพระผีมูพระภาคี ยนอยืทูามกลางบรษิทั๔ ครงนั้นั้ พระผมูพระภาคทรงพยากรณี พระโพธ สิตวันนวั้า “อกี๙๒ กปจากก ั ปนั ไปี้ ดาบสนจี้กเป ันพระพทธเจุาพระนามว าโคดม ” เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๙] “สมยนันั้เราเปนกษตรัยิมนามวีา สชาตะุ ละทงโภคสมบ ิ้ตัเปินอนมากแลัว บวชเปนฤๅษ ี [๑๐] เมอเราบวชแลื่วพระพทธเจุา ทรงเปนผ นำส ูตวั โลก เสดจอ็บุตัขินึ้ เพราะไดฟงเสยงวีาพทโธุปตจิงเกึดแกิเรา [๑๑] เราผกำจ ูดมานะแลัว ใชมอทืงั้๒ ประคองดอกมณฑารพ ดอกปทมุและดอก ปารฉิตตกะอั นเป ันทพยิเข าเฝา ๑๙. ตสสพิทธวุงสวัณณนาั
436 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๒] เราถอดอกไม ืนนั้กนเหนั้อพระเศืยรี พระชนเจิาพระนามวาตสสะิ ทรงเปนผ นำช ูนเลั้ ศของโลก ิ ผแวดลูอมดวยวรรณะทงั้๔ [๑๓] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ ประทบนังทั่ามกลางประช มชนุ ทรงพยากรณเราวา ในกปทั ี่๙๒ จากกปนั ไปี้ผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา พระตถาคตไดเสดจออกจาก็กรงกบุลพิสดั ุ ทนี่ารนรมยื่ [๑๔] พระตถาคตทรงเรมติ่งความเพั้ยรีฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูี้ในอนาคตกาล [๑๕] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วกทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ บรรดาคำเเหลานนั้ คำวาเมอเราบวชแลื่ว (มยิปพพชฺเติ ) คอื เมอเราื่ เขาถ งความเป ึน นกบวชั อาจารยทงหลายเขั้ ยนไว ี ในใบลานว ามม ปพพชฺติํสนตฺํ พระบาลนีนบั้ณฑัตพิงทราบวึา ทานเข ยนไว ี โดยความพล งเผลอั้ คำวา เสดจอ ็ บุตัขินึ้ (อปปชุชถฺ ) คอื อบุตัขินแลึ้ว คำวา ใชมอทืงั้๒ (อโภุหตเถหฺ )ิ คอื ดวยมอื ทงั้๒ ขาง คำวา ประคอง (ปคคยฺหฺ ) คอื ถอเอาแลืว คำวา กำจดมานะแลัว (สะบดผัาคากรอง ) (ธนมาโนุ ) คอื สะบดผั าเปล อกไม ื คำวาแวดลอมดวยวรรณะ ทงั้๔ (จาตวณุณปรฺวิตุ )ํ คอื อนบรัษิทั๔ แวดลอมแลว อธบายวิา อนบรัษิทคัอื ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๙-๑๕/๖๗๖-๖๗๘
กถา] 437 กษตรัยิ พราหมณ คหบด ีและสมณะแวดลอมแลว เกจอาจารยิกลาววา “จตวณุเณหฺิ ปรวิตุ ”ํ พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากรงเขมะุ พระชนกพระนามวา พระเจาชนสันธะ พระชนนีพระนามวาพระนางปทุมา คูพระอัครสาวกนามวา พระพรหมเทพเถระและพระอุทยเถระ พระพุทธอุปฏฐากนามวาพระสุมังคลเถระ คพระอูครสาวักานามวิาพระผสสาเถรุและพระสีทุตตาเถรั ีตนไม เปนทตรี่สรัชูอวื่า ตนประด ูพระสรระสีงู๖๐ ศอก พระชนมายุ๑๐๐,๐๐๐ ป พระอครมเหสัพระนามี วาพระนางสภุททาเทวั ีพระโอรสพระนามวาอานนทราชกัมารุ เสดจออกมหาภ็เนษกรมณิ ดวยยานคอมืา เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๖] “กรงชุอวื่าเขมกะ กษตรัยิพระนามวา ชนสนธะั เปนพระชนกพระเทวพระนามวีา ปทมาุเปนพระชนนของพระศาสดาพระนามวีา ตสสะิผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๑๗] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๗,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอืคณเสลาปราสาทุนาทยปราสาท ิ และนสภปราสาท ิ [๑๘] มนางสนมกำน ีลั๓๐,๐๐๐ นาง ลวนประด บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีาสภุททาั พระราชโอรสพระนามวาอานนทะั [๑๙] พระชนเจิาทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงทรงราชพาหนะคึอมืาออกผนวชแลว ทรงบำเพญเพ็ยรอยีครูงเดึ่อนเตืม็ (จงไดึบรรลุ พระโพธญาณิ ) ๑๙. ตสสพิทธวุงสวัณณนาั
438 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๒๐] พระมหาวระพระนามวีาตสสะิ ทรงเปนผ นำช ูนเลั้ ศของโลก ิ ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัยสวดี่ทายวีนั อนประเสร ัฐิ [๒๑] พระพรหมเทวเถระและพระอทยเถระุ เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวา สมุงคละั เปนอ ปุ ฏฐากของพระพทธเจุาพระนามวาตสสะิ ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๒๒] พระผสสาเถรุและพระสีทุตตาเถรั ี เปนพระอครสาวักาิตนไม เปนทตรี่สรัของู พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนประด ู [๒๓] สมพลอับาสกและสุริอิบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากกสาโคตม ีอีบาสุกาิ และอปเสนาอุบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๔] พระชนพิทธเจุาพระองคนนั้ ทรงมพระวรกายสีงู๖๐ ศอก ผไมูมบีคคลเปรุยบีผไมูมบีคคลเสมอเหมุอนื ทรงปรากฏดงภัเขาู [๒๕] แมพระองคผมูเดชไม ีม อะไรเปร ียบเทียบี ผมูพระจีกษัุดำรงพระชนมายอยุในโลก ู ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปไมย งไปกว ิ่านนั้
กถา] 439 [๒๖] พระองคพรอมทงสาวกั้เสวยยศยงใหญ ิ่ อดมุประเสรฐสิดทรงรุงเรุองดืงกองเพลังิ เสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ [๒๗] พระองคพรอมทงสาวกั้เสดจด็บขันธั ปรนิพพานิดงเมฆหายจางไปเพราะสายลม ั ดงนั้ำคางเหอดแหื งไปเพราะดวงอาท ตยิ และดงความมั ดหายไปเพราะดวงไฟ ืฉะนนั้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวา สงู (อจุจตฺตเนฺ ) คอื โดยสวนสงูคำวา ทรงปรากฏ ดงภัเขาู (หมวาิวยิทสิสตฺ )ิคอืยอมปรากฏเด นเหมอนภืเขาหูมพานติ อกอยีางหนงึ่ พระบาลกีอย็างนเหมี้อนกืนั ความวา หมวินตัเบญจบรรพตสงู๑๐๐ โยชน ปรากฏ เดนชดนัารนรมยื่อยางยงิ่ เพราะแมจะอย ในท ูอี่นแสนไกล ั กส็งและสงบู เรยบรีอย ฉนใด ั แมพระผมูพระภาคกี ปรากฏเด ็นชดั ฉนนันั้ คำวา ไมยงิ่ (อนตุตโรฺ ) คอื ไมยนยาวนืกั ไมสนนั้กั อธบายวิา พระชนมายุ๑๐๐,๐๐๐ ป คำวาอดมประเสรุ ฐิ สดุ (อตุตมฺํ ปวรํเสฏฐ )ํ เปนไวพจน ของกนและกันั คำวาน้ำคาง (อสุสโวฺ ) คอื เกลดห็มะิ อธบายวิา พระผมูพระภาคพรีอมทงพระสาวกั้ อนกระแสลมดวงอาทัตยิ และประทปคีออนืจจตาธรรมเบิยดเบียนแลีว ปรนิพพานไป ิ เหมอนวลาหกื น้ำคาง และความมดื อนลมั ดวงอาทตยิ และประทปเบ ียดเบียนแลีว ยอมเห อดหายไป ื ไดยินวา พระผูมีพระภาคพระนามวาติสสะ เสด็จดับขันธปรินิพพานแลว ณ พระวหารสินุนทารามั กรงสุนุนทวดั ี คำทเหลี่อในคาถาท ืงหลายั้ทกๆุแหง มี เนอความปรากฏช ื้ดแลัวทงนั้นแลั้ ตสสพิทธวุงสวัณณนาทั ี่๑๙ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๑๙ จบ ๑๙. ตสสพิทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๖-๒๗/๖๗๘-๖๘๐
440 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ๒๐. ปสสพุทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระป ิสสพุทธเจุา ภายหลงตัอมาจากสมยของพระผัมูพระภาคพระนามวีาตสสะพระองคินนั้ เมอื่ มนษยุทงหลายั้ มอายีเสุอมลงโดยลำด ื่บั แลวกลบเจรัญขินอึ้กี จนมอายีมากจนหาุ ประมาณมไดิ แลวกลบเสั อมลงโดยลำด ื่บั จนมอายี ไดุ๙๐,๐๐๐ ป ในกปนันนั้นเองั่ พระศาสดาพระนามวา ปสสะุเสดจอ็บุตัขินในโลก ึ้ พระผมูพระภาคแมีพระองคนนั้ ทรง บำเพญบารม็ทีงหลายั้ แลวบงเกั ดในด ิสุตเทวภิมู ิจตุจากภพนินแลั้ว ทรงถอปฏ ืสนธิ ิ ในพระครรภของพระนางสริมาเทวิ ีอครมเหสัของพระเจีาชยเสนั ในกรงกาสุ ีครนถั้วน กำหนดทศมาส กประส ็ตูจากมาติคุพโภทร ั ณ สริมาราชอิทยานุ พระองคทรงครอง ฆราวาสวสิยอยั ู๙,๐๐๐ ป พระองคทรงม ปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. ครฬปุกขปราสาท ๒ . หงสปราสาท ั ๓. สวรรณภารปราสาทุ ทรงมนางสนมกำน ี ลประมาณ ั๓๐,๐๐๐ นาง มพระนางกี สาโคตม ี เปี นประม ขุ คอยบำรงบำเรอุ พระมหาบรุษนุนั้ ทรงเหนน็มิติ๔ ประการ เมอพระโอรสพระนามว ื่าอนปมะู ของพระนางกสาโคตม ี ีทรงสมภพแลว กทรงข็นชึ้างพระทนี่งอั่นประด ับแลัว เสดจ็ ออกมหาภเนษกรมณิ ทรงผนวชแลว มหาชนประมาณ ๑ โกฏ ิออกบวชตามเสดจ็ พระองค พระมหาบรุษอุนภักษิเหลุานนแวดลั้อมแลว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๖ เดอนื จากนนั้ ทรงปลกพระองคีออกจากหมคณะู ทรงเพมพิ่นความประพฤต ู ิอยเพูยงลำพ ีงั พระองคเดยวตลอดี๗ วนั ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวยขาวมธ ปายาสุ ทนางสี่ริวิฑฒาั ธดาของเศรษฐิผีหนูงึ่ ในเมองแหืงหนงนึ่อมนำเข ามาถวาย ทรงยงสัวนแหงว นให ัผาน ไปดวยทวาวิหารสมาบิตั ิเวลาเยน็ ทรงรบหญัาคา๘ กำ ทอี่บาสกนามวุาสริวิฑฒะั ถวายแลว เสดจเข็ าไปย งโพธ ัพฤกษิ ชอวื่าต นมะขามป อม ทรงกำจดมารพรัอมทงเสนาั้ บรรลุพระสัพพัญุตญาณแลว ทรงเปลงพระอุทานวา อเนกชาติสํสารํ ฯเปฯ
กถา] 441 ตณหานฺํขยมชฌคาฺ ทรงยบยังเสวยวั้มิตตุสิขอยุูณ บรเวณใกล ิ โพธ พฤกษิ ตลอด ๗ สปดาห ั ทรงพจารณาเหินภ็กษิุ๑ โกฏ ิทออกบวชพรี่อมกบพระองคั เปนผสามารถแทงู ตลอดธรรมได จงเสดึ จไปโดยทางอากาศ ็ ลงทปี่าอสิปตนม ิคทายวินั ใกลสงกัสสนครั ทรง ประกาศพระธรรมจกรั ทามกลางภกษิเหลุานนั้ ในครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ ไดมแกีสรรพสตวั ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] ในมณฑกั ปนันแลั้ ไดมพระศาสดาผียอดเยูยมี่ พระนามวา ปสสะุไมมบีคคลเปรุยบี ไมม ใครเสมอเหม ีอนื ทรงเปนผ นำช ูนเลั้ ศของโลก ิ [๒] แมพระองคก ทรงกำจ ็ดความมัดทื งปวง ั้ ทรงสางความรกชฏเป ันอนมากั แลวทรงยงนั้ำอมฤตใหตกชวยมนษยุ พรอมท งเทวดาได ั้ดมจนสำราญ ื่ [๓] เมอพระพื่ทธเจุาพระนามว าปสสะุ ทรงประกาศพระธรรมจกรในน ักขัตตมงคลั เทวดาและมนษยุ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมุครงทั้ี่๑” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวา ในมณฑกั ปนันแลั้ (ตตเถวฺมณฑกปฺปมฺหฺ )ิความวา ในกปใด ั มพระพีทธเจุาเสดจอ็บุตัขินึ้๒ พระองค กปนันเราเรั้ยกวีา มาแตหนหลงวัา “มณฑกั ปั” คำวา ทรงสาง (วชเฏติวาฺ ) คอื แกแลว คำวา รกชฏั (ชฏา) ในคำวา มหาชฏํน ี้เปนชอของตื่ณหาั ทานกลาววา จรงอยิ ูตณหานันั้ ชอวื่ารกชฏั เพราะ เปนเหมอนชืฏั กลาวคอขนมรืางแห ทรี่อยไว ดวยกลมดุาย เพราะเกดบิอยๆคอรือยรดั ไวทงเบั้องลื้างและเบองบนื้ ในอารมณทงหลายมั้รีปเปูนตน ซงรกชึ่ฏขนาดใหญ ันนั้ คำวา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๓/๖๘๐ ๒๐. ปสสพุทธวุงสวัณณนาั
442 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พรอมทงเทวดาั้ (สเทวก)ํ คอื โลกพรอมท งเทวโลก ั้ คำวา ใหตก (อภวสิสฺ ) ิคอื ใหตกลงแลว คำวาน้ำอมฤต (อมตมพฺนาุ ) ความวา เมอให ื่อมจิ่งหลึงนั่ ้ำคอธรรมกถาื กลาวค ออมตธรรมให ืตกลงมา ในกาลทพระเจี่าสริวิฑฒะั ในกรงพาราณสุ ีทรงละกองโภคสมบตัใหญิ แลวทรง ผนวชเปนดาบส ไดมดาบสทีบวชพรี่อมกบพระองคั ประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ โกฏิพระผมูี พระภาค ทรงแสดงธรรมโปรดดาบสเหลานนั้ ครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ ไดมแกี สตวั ประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ โกฏ ิสวนกาลทพระองคี่ทรงแสดงธรรมโปรดอน ปมกูมารุ ผเปูนพระโอรสของพระองค การบรรลธรรมครุงทั้ ี่๓ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๔] “เทวดาและมนษยุประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ เทวดาและมนษยุประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ โกฏ ิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๑ ตอจากนั้นมา พระสุรักขิตราชโอรส และพระธรรมเสนกุมารบุตรปุโรหิต ณ กณณกัชชนครุ เมอพระป ื่สสสุมมาสัมพัทธเจุา เสดจถ็งเมึองของตนื จงออกไป ึ รบเสดัจ็ พรอมกบบัรุษประมาณุ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ถวายอภวาทแลิว ทลนูมนติ ถวายมหาทานตลอด ๗ วนั สดบธรรมกถาของพระทศพลแลัว เกดความเลิ อมใส ื่ พรอมกบบรัวาริ พากนออกบวชั แลวบรรลอรหุตตผลั พระผมูพระภาคทรงยกี ปาตโมกข ิขนแสดงึ้ ทามกลางภกษิ ประมาณุ ๖,๐๐๐,๐๐๐ รปเหลูานนั้ นเปี้นปฐม สาวกสนนับาติ ในกาลตอมา พระผมูพระภาคทรงแสดงพีทธวงศุ ในสมาคมแหง พระประยรญาต ู ิ ประมาณ ๖๐ ของพระเจาชยเสนั แหงกรงกาสุ ี ชนประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ฟงพุทธวงศนั้น พากันออกบวชดวยเอหิภิกขุอุปสัมปทา แลว บรรลอรหุตตผลั พระผมูพระภาคประท ีบอยัทูามกลางภกษิเหลุานนั้ ทรงยกปาตโมกข ิ ขนแสดงึ้ นเปี้นทตุยสาวกสินนับาติ ในกาลตอมา บรุษประมาณุ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๔/๖๘๑
กถา] 443 ฟงมงคลกถา ในมหามงคลสมาคม แลวพากนออกบวชั บรรลอรหุตตผลั พระสคตุ ประทบอยัทูามกลางภกษิเหลุานนั้ ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ นเปี้นตตยสาวกสินนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๕] “พระพทธเจุาผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ พระนามวาปสสะุไดม การประช ีมแหุงพระขณาสพี ผปราศจากมลท ูนิมจีตสงบระงิบัผคงทูี่๓ ครงั้ [๖] พระขณาสพประมาณ ี๖,๐๐๐,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๑ พระขณาสพประมาณ ี๕,๐๐๐,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๒ [๗] พระขณาสพประมาณ ี๔,๐๐๐,๐๐๐ รปู ลวนแตหลดพุนแลว เพราะไมถอมืนั่ ตดทัตี่อคอกื เลสได ิแล วมาประช มกุนั เปนครงทั้ี่๓” ๑ ในกาลนนั้ พระโพธสิตวัของพวกเรา ทรงเปนกษตรัยิพระนามวาพระเจาวชิตาวิ ี ในอรนทมนคริ ทรงสดบธรรมของพระป ัสสพุทธเจุาพระองคนนั้ ทรงเลอมใสในพระผ ื่มูี พระภาค แลวถวายมหาทานแดพระองค ทรงสละราชสมบตัมหาศาลิ ทรงผนวชใน สำนกของพระผัมูพระภาคี ทรงเรยนพระไตรป ีฏก ทรงจำพระไตรปฎก ตรสธรรมกถาั แกมหาชน และทรงบำเพญศ็ลบารมี ี พระปสสพุทธเจุาแมพระองคนนั้ ทรงพยากรณ พระโพธสิตวันนวั้า “จกเป ันพระพทธเจุา” เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๘] “สมยนันั้เราเปนกษตรัยิมนามวีาวชิตะิ สละราชสมบตัเปินอนมากัแลวออกผนวช ในสำนกของพระองคั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๕-๗/๖๘๑ ๒๐. ปสสพุทธวุงสวัณณนาั
444 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๙] แมพระพทธเจุาพระนามว าปสสะุ พระองคนนั้ทรงเปนผ นำช ูนเลั้ ศของชาวโลก ิ ทรงพยากรณเราวา ในกปทั ี่๙๒ จากกปนั ไปี้ ผนูจี้กเปันพระพทธเจุา พระตถาคตไดเสดจออก็ จากกรงกบุลพิสดัท ุนี่ารนรมยื่ [๑๐] พระตถาคตทรงเรมติ่งความเพั้ยรีฯลฯ เราทงหลายกั้จ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูี้ ในอนาคตกาล [๑๑] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วกทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ [๑๒] เราไดเลาเรยนพระสีตรและพระวูนิยั อนเป ันนวงคสัตถัศาสนุท งปวงแล ั้ว ชวยประกาศศาสนาของพระช นเจิ าใหรงเเรุองื [๑๓] เราเปนผ ไมูประมาทอย ในคำส ูงสอนนั่นั้ เจรญพรหมวิหารภาวนาิ ถงความสำเร ึจ็ อภญญาแลิว ไดไปเก ดในพรหมโลก ิ ” ๑ ก็พระผูมีพระภาคพระองคนั้น ทรงมีเมืองชื่อวากาสี พระชนกพระนามวา พระเจาชัยเสน พระชนนีพระนามวาพระนางสิริมาเทวี คูพระอัครสาวกนามวา พระสุรักขิตสารเถระและพระธรรมเสนเถระ พระพุทธอุปฏฐากนามวาพระสภิยเถระ คพระอูครสาวักานามวิาพระจาลาเถรและพระอี ปจาลาเถรุ ีตนไม เปนทตรี่สรั ู ชอวื่า ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๘-๑๓/๖๘๑-๖๘๓
กถา] 445 ตนมะขามป อม (อามลกะ) พระสรระสีงู๕๘ ศอก พระชนมายุ๙๐,๐๐๐ ปพระอครั มเหสพระนามวีาพระนางก สาโคตม ี ี พระโอรสพระนามวาอน ปมราชกูมารุ เสดจออก็ มหาภเนษกรมณิ ดวยยานคอคชาธารื เพราะเหตนุนั้พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๔] “กรงชุอวื่า กาสกะีกษตรัยิพระนามวา ชยเสนั เปนพระชนกพระเทวพระนามวีา สริมาิ เปนพระชนนของพระพีทธเจุา พระนามวา ปสสะุผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ฯลฯ ตนไม เปนทตรี่สรัของพระผูมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนมะขามป อมฯลฯ [๒๒] พระมนุพระองคีนนั้ทรงมพระวรกายี สงู๕๘ ศอก ทรงงดงามดงดวงอาทัตยิ และเหมอนดวงจืนทรั ในว นเพัญ็ [๒๓] ขณะนนั้มนษยุทงหลายมั้อายี ประมาณุ ๙๐,๐๐๐ ปพระองคก ทรงดำรงพระชนมาย ็ุ ประมาณเทานนั้ทรงชวยหม ชนให ูขามพน ไดเป นจำนวนมาก [๒๔] แมพระศาสดาผมูพระยศอี นไม ัม ใครๆ ี เสมอเหมอนพระองคืนนั้ ตรสสอนเวไนยส ัตวั เป นจำนวนมาก ทรงชวยหม ชนให ูขามพ นได เป นจำนวนมาก พระองคผ เปูนไปก บสาวกัเสดจด็บขันธั ปรนิพพานแลิว” ๑ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๔-๒๔/๖๘๓-๖๘๔ ๒๐. ปสสพุทธวุงสวัณณนาั
446 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาอามณโฑฺ คอื ตนมะขามป อม คำวาตรสสอนั (โอวทติวาฺ ) คอื ใหโอวาท อธบายวิา พร่ำสอน คำวาแมพระศาสดาผมูพระยศี อนไม ัม ใครๆ ีเสมอเหมอนพระองคืน นั้ (โสปสตถาฺอตลยโสุ ) ความวา พระ ศาสดา ผทรงมูพระยศอีนชั งไมั่ได แมพระองคนนั้ พระบาลวีา โส ชหติวาฺอมตยโส ิ กม็ ีพระบาลนีนมั้เนีอความวื้า พระะองคตองละคณวุเศษดิงกลัาว แลวแมทกอยุาง ไดยนวิา พระปสสสุมมาสัมพัทธเจุา ดบขั นธปร ันิพพานแลิว ณ พระวหาริ เสนาราม กรงกุสุนาราิ ไดยนวิา พระบรมสารรีกธาติของพระองคุแผ กระจายไป ในคาถา ทเหลี่อทืกแหุงมเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวแล ปสสพุทธวุงสวัณณนาทั ี่๒๐ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๒๐ จบ _____________ ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระวิ ปิสสพีทธเจุา ในกาลภายหลงั ตอมาจากสม ยของพระป ัสสพุทธเจุา กปนันพรั้อมทงอั้นตรกั ปั ลวงไป ในกปทั ี่๙๑ นบจากภัทรกั ปนั ไปี้ พระศาสดาพระนามวาวปิสส ีผเหูนแจ็ง ในธรรมทงปวง ั้ ทรงทราบกปทั งปวง ั้ ทรงมความดำร ียินดิแตี ประโยชน ของสตวัอนื่ เสดจ็ อบุตัขินในโลก ึ้ พระองคทรงบำเพ ญบารม็ทีงหลายั้ บงเกั ดในภพด ิสุติ อนเป ันภพท ี่ รงโรจน ุ ดวยแสงซานแหงแกวมณ เปีนอนมากั จตุจากเทวพิภพนินแลั้ว ทรงถอปฏ ืสนธิ ิ ในพระครรภของพระนางพนธัมดุ ีผเปูนอครมเหสัของพระเจีาพนธัมะุ ผมู พระญาตี เปิน เอนก ในกรงพุนธัมดุ ีครนถั้วนกำหนดทศมาส พระองคจงประส ึตูจากมาติคุพโภทร ั ณ เขมมคทายวินั เหมอนดวงจืนทรัเพญ็ ทโคจรพ ี่นกลมเมฆสุเขียวครามี ในวนเฉลัมิ พระนามของพระองค โหราจารยผ ทำนายพระล ูกษณะั และพระประยรญาต ูทิงหลายั้ แลเหนพระองค็หมดจด เพราะเวนจากความมดทืเกี่ดจากการกระพริบตาิ ในระหวางๆ