The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ (มจร) หน้า 346-641

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จักรวาลภายใน, 2023-12-26 05:06:12

ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ (มจร) หน้า 346-641

ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ (มจร) หน้า 346-641

กถา] 447 ทงกลางวั้นและกลางคันืจงเฉลึมพระนามวิา “วปิสส ” ีเพราะเหนได ็ดวยตาท เปี่ดแลว เกจอาจารยิกลาววา “หรอทรงมืพระนามวีาว ปิสส ีเพราะพงวึจิยคันหาแลว ยอม พบเหน็” พระองคทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู๘,๐๐๐ ป ทรงมปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. นนทปราสาท ๒ ั . สนุนทปราสาท ั ๓. สริมาปราสาท ิ ทรงมีนางสนมกำนัลประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ นาง มีพระนางสุทัสสนาเทวีเปน ประมขุ พระนางสทุสสนาั เรยกกีนวัา “พระนางสตนุเทวู ” ีกม็ ีครนกาลเวลาลั้ วงไป  ๘,๐๐๐ ป พระมหาบรุษนุนั้ เหนน็มิติ๔ ประการแลว เมอพระโอรสของพระนาง ื่ สตนุเทวู ีพระนามวาสมวฏฏขันธกัมารุ ทรงสมภพแลว จงเสดึจออกมหาภ็เนษกรมณิ  ดวยยานคอรถเทืยมมีา ทรงผนวชแลว บรุษุ๘๔๐,๐๐๐ คน ออกบวชตามเสดจ็ พระองค พระมหาบรุษนุนอั้นภักษิเหลุานนแวดลั้อมแลว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๘ เดอนื ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวยขาวมธ ปายาสุ ทธี่ดาของสิทุ สสนเศรษฐัถวายแลีว ทรงกระทำ ทวาวิหารสมาบิตัิณ สาลวนั ทประด ี่บดั วยดอกไม  เวลาเยน็ ทรงรบหญัาคา๘ กำมอื ที่คนเฝาไรขาวเหนียวชื่อสุชาตะถวาย ทรงเห็นตนไมเปนที่ตรัสรู ชื่อวาตนแคฝอย ทกำล ี่งออกดอกบานสะพรังั่ จงเสดึจเข็ าไปย  งโพธ ัพฤกษินนทางดั้านทศทิกษัณิ กว็นนันั้ ลำตนอนกลมของตั นแคฝอยน นั้ สงขูนไปประมาณ ึ้๕๐ ศอก มกีงิ่ ยนออกไปอ ื่กี๕๐ ศอก รวมเปนสงู๑๐๐ ศอก ในวนนันนั้นเองั่ ตนแคฝอยน นั้ ออกดอกดารดาษทวไปท ั่งตั้น เรมแติ่โคนต น ดอกทงหลายมั้กลีนหอมอยิ่างยงิ่ เหมอนื ผกไวูทชี่อ มใชิเฉพาะต นแคฝอยต นนเพี้ยงตีนเดยวเทีานนั้ ทออกดอกในเวลาน ี่นั้ ตน แคฝอยทงหมดใน ั้๑๐,๐๐๐ จกรวาลั กออกดอกด็วย มใชิต นแคฝอยเพ ยงตีนเดยวี เทานนั้ แมไมตน ไมกอ และไมกระถางทงหลายั้ ใน ๑๐,๐๐๐ จกรวาลั กออกดอกบาน็ แมมหาสมทรกุดารดาษไปด ็ วยปท มชาตุ ิบวสายั อบลุ และโกมทเบญจวรรณ ุ มนี้ำเยน็ อรอย ระหวาง๑๐,๐๐๐ จกรวาลทังหมดั้ กเกล็อนกลื่นไปด วยธงทวิ และมาลยดอกไม ั  พนแผื้นธรณลีวนประด บตกแตังด วยดอกไม อนมักลีนหอมนานาชนิ่ดิ และเกลอนกลื่น ไปดวยพวงมาลยั มดมื วไปด ัวยจรณแหุงธ ปู พระองคเสดจเข็ าไปย งตั นแคฝอยน นั้ ทรง ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั


448 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ลาดสนถัดหญัาคา กวางยาวประมาณ ๕๓ ศอก ทรงอธษฐานความเพิยรี อนประกอบ ั ดวยองค ๔ ประทบนังั่ ทำปฏญาณวิา “เรายงไมั เปนพระพทธเจุาเพ ยงใด ี กจะไม ็  ยอมลกจากทุนี่เพี้ยงนีนั้ ” ครนประท ั้บนังอย่ัางนแลี้ว ทรงกำจดกองทัพมารพรัอมทงั้ ตัวมาร ทรงกระทำมรรคญาณทั้ง ๔ โดยลำดับแหงมรรค ผลญาณ ๔ ในลำดับ ตอจากมรรค ปฏปทา ิ๔ จตโยนุปริจเฉทกญาณิ ปญจคต ปริจเฉทกญาณิ เวสารชชญาณั อสาธารณญาณ ๖ และพระพทธคุณทุงสั้ นไว ิ้ ในพระห ตถั ทรงมความดำร ี ิ บรบิรณู  ประทบนังเหนั่อโพธ ืบิลลังกันนเองั่ ทรงเปลงอทานอยุางนวี้า อเนกชาต-ิ สสารํ ํ ฯเปฯ ตณหานฺ ํขยมชฌคาฺ๑ และวา “ไฟทลี่กโพลงุถกชูางใช คอนเหลกต็ ี กค็อยๆมอดดบสนั ทลงไป ิ ใครๆ ไมรวูา ไฟนนั้ ไปอยทูไหน ี่ฉนใด ั พระอรหนตัทงหลายั้ผหลูดพุนโดยชอบ  ขามโอฆะเคร องผื่กพูนั ในกามไดหมดแลว บรรลถุงความสึขทุไมี่หว นไหว ั่ ยอมไม มคตี ิทจะบี่ญญัตัใหิรกูนได ั ฉนนันั้” ๒ ทรงยบยังเสวยวั้มิตตุสิขุ ตลอด ๗ สปดาห ั  ใกลโพธ พฤกษินนนั้นเองั่ ทรงรบั อาราธนาของทาวมหาพรหม ทรงตรวจดอูปนุสิยสมบัตัของพระขิณฑกัมารุ ผเปูน พระกนษฐภาดาิ ตางมารดาของพระองค และตสสกิมารุ บตรปุโรหุติ จงเสดึ จไป ็ ทางอากาศ ลงทเขมมี่คทายวินั ทรงใชพน กงานเฝ ัาอทยานุ ไปเรยกคนทีงั้๒ นนั้ มาแลว ทรงประกาศธรรมจกรั ทามกลางบรวารเหลิานนั้ ในครงนั้นั้ การบรรลธรรมุ ไดมแกีเทวดาท งหลายหาประมาณม ั้ ไดิ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา ๑ ขุ.ธ.(ไทย) ๒๕/๑๕๓/๗๙๒ ข.ุอ. ( ุไทย) ๒๕/๘๐/๓๔๓


กถา] 449 [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวา ปสสะุ ไดมพระสีมมาสัมพัทธเจุาพระนามวาวปิสส ี ตามพระโคตร ผสูงสูดแหุงเทวดาและมนษยุ ผมูพระจีกษัุเสดจอ็บุตัขินแลึ้ วในโลก  [๒] พระองคทรงทำลายกระเปาะฟองไข   คออวืชชาแลิวทรงบรรลสุมโพธ ัญาณอินอัดมุ เสดจไปย ็งกรังพุนธัมดุีเพอทรงประกาศพระธรรมจ ื่กรั [๓] พระองคทรงเป นผ นำู ทรงประกาศพระธรรมจกรั ใหราชบตรและบุตรปุโรหุตทิงั้ ๒ ไดบรรลธรรมุ การบรรลธรรมครุงทั้ ี่๑ บอกจำนวนไมได ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้คำวา ทรงทำลาย (ปทาเลตวาฺ ) คอื ทำลายแลวอธบายวิา ทำลายความมดคืออวืชชาิ พระบาลวีาวตเตตฺวาฺจกกมาราเมฺกม็ ีเนอความแหื้ง พระบาลนีนวั้า คำวาอาราเม คอืณ เขมมคทายวินั คำวา ใหราชบรุษและบุตรุ ปโรหุตทิงั้๒ ไดบรรลธรรมุ (อโภุโพเธส)ิ คอื ทรงยงกัมารทุงั้๒ คอื พระขณฑั กมารราชโอรสุผเปูนพระกนษฐภาดาติางมารดาของพระองค และตสสกิมารุบตรปุโรหุติ ใหตรสรั ูคำวา บอกจำนวนไมได (คณนาย น วตุตพฺโพฺ ) ความวา ไมม การกำหนด ี เทวดาและมนษยุทงหลายั้ ดวยอำนาจการบรรล ธรรมุ ในสมยตัอมา พระวปิสสพีทธเจุาทรงยงภักษิุ๘๔,๐๐๐ รปู ซงออกบวชตามึ่ พระขณฑราชกัมารุ ผเปูนพระโอรส  และตสสกิมารุ บตรปุโรหุติ ใหดมอมตธรรมื่ นเปี้นการบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๔] “ตอมาพระองคผมูพระยศนี บไม ั ได  ทรงประกาศอรยสิ จในเม ัองนืนั้ ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๓/๖๘๕


450 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ เทวดาและมนษยุประมาณ ๘๔,๐๐๐ ไดบรรลธรรมุครงทั้ี่๒” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา ในนครนนั้ (ตตถฺ ) คอื ณ เขมมคทายวินั ในคำวา มนุษย ประมาณ ๘๔,๐๐๐ คน ออกบวชตามพระสัมมาสัมพุทธเจา (จตุราสีติ- สหสสานฺิสมพฺทุธมนฺปพุพชฺ )ุํน ี้บรุษทุนี่บได ัมจำนวน ี๘๔,๐๐๐ เหลาน ี้คอพวกื บรุษทุรี่บใช ัพระว ปิสสกีมารนุนเองั่ บรุษเหลุาน นไปย ั้งทัอี่ปุ ฏฐาก พระวปิสสกีมารุ แตเชาตร ูไมเหนพระก็มารุ กกล็ บไปเพ ัอรื่บประทานอาหารเช ัา ครนรั้บประทาน ั อาหารเชาแลว จงถามกึนวัา “พระกมารอยุูณ ทไหน ี่ ” จากนนั้ ไดสดบขัาววา “เสดจ็ ไปยงพระราชอัทยานุ ” จงพากึ นออกไปด ัวยหวงวัา “จกได ัพบพระองค ณ ทพระราชี่ อทยานนุนั้ ” กลบได ัเหนสารถ็ของพระองคีกลบมาั สดบขัาววา “พระราชกมารทรงุ ผนวชแลว” กเปล ็องอาภรณื้ทงหมดั้ ในทๆี่ไดสดบขัาวนนเองั่ ใหนำผ ากาสายะมาจาก ตลาด ปลงผม และหนวด แลวพากนออกบวชั บรุษเหลุานนั้ ครนบวชแลั้ว กพาก็นั ไปแวดลอมพระมหาบรุษุ ลำดบตัอจากนนั้ พระวปิสส โพธ ีสิตวั ทรงดำร วิา “เราเมอจะบำเพ ื่ญความเพ็ยรี ยงคลักคลุอยี ูขอน ไมี้สมควร คนเหลาน ี้แตก อนเป นคฤหสถักพาก็นเทัยวแวดลี่อมเรา อยอยูางใด  บดนั ี้กย็งเทัยวแวดลี่อมอยอยูางนนั้ ประโยชนอะไรด วยคนเหลาน ” ี้ทรง เบอหนื่ายในการคล กคลุดีวยหมคณะู ทรงดำรอิกวีา “จะปลกตี วไปเส ั ยในว ีนนันี้นแหละั่ ” ทรงดำรวิา “วนนั ี้ยงไมั ใชเวลา ถาเราจ กจากไปในว ันนั ี้คนเหลานกี้จะพาก็นรัทูงหมดั้ พรงนุ ี้เราจงจึกหลั กไป ี ” ในวนนันนั้นเองั่ มนษยุชาวบ านในตำบลหน งึ่ เชนเดยวกีบั อรุเวลคามุ พากนทัลนูมนติพระมหาบรุษพรุอมทงบรั้ษิทเพัอฉื่นภัตตาหารั ในวนรังขุนึ้ ไดจดแจงขัาวมธ ปายาสอยุางเดยวี เพอบรรพชื่ติ๘๔,๐๐๐ รปู เหลานนั้ และพระมหา บรุษุ ในวนรังขุนเป ึ้นวนวั สาขป ิรณมุ ีพระวปิสสมหาบีรุษุ เสวยภตตาหารกับชนทับวชี่ ตามเหลานนั้ ในบานนนแลั้ว จงเสดึ จไปย ็งสถานทั ประท ี่บอยั ูณ ทนี่นั้ บรรพชติ ๑ ข.ุพทุธฺ . (ไทย) ๓๓/๔/๖๘๕


กถา] 451 เหลานนแสดงวั้ตรปฏ ับิตัแกิพระมหาบรุษนุนแลั้ว กพาก็ นไปย ังสถานทัอยี่กลางคูนและื ทพี่กกลางวันของตนๆั แมพระโพธ สิตวั กเสด็จเข็ าไปย งบรรณศาลาั ประทบนั งทรงดำร ั่วิา “นเปี้นเวลา เหมาะทจะออกไปได ี่ ” จงเสดึ จออกไป ็ ทรงปดประต บรรณศาลาู เสดจบ็ายพระพกตรั  ไปยงโพธ ัมิณฑสถานั ไดยนวิา บรรพชตเหลิานนั้ เวลาเยน็ กพาก็ นไปย ังทั ปรนน ี่บิตัิ พระโพธสิตวั นงแวดลั่อมบรรณศาลา กลาววา “บดนั ี้วกาลมิดคื่ำแลว พวกเรามา ตรวจดกูนเถัดิ” จงเปึ ดประต บรรณศาลาู ไมเห นพระโพธ ็สิตวั จงคึดกินวัา “พระมหา บรุษเสดุจไปท ็ ไหนหนอ ี่ ” ยงไมัพากนออกตัดตามิ คดแติวา “พระมหาบรุษคงจะเบุอื่ การอยเปูนหมคณะู ประสงคจะอยเพูยงลำพ ีงั เราจะไดพบพระองค ผทรงเป ูนพระ พทธเจุาแลวเทานนั้ ” จงพากึนแยกยัายจาร กไปท ิวชมพั่ทวูปี ลำดบนันั้ บรรพชติ เหลาน นฟั้งขาววา “ไดยนวิา พระวปิสสทรงบรรลี ความเปุนพระพทธเจุาแลว ทรงประกาศ พระธรรมจกรั ” จงมาประช ึมกุนทัเขมมี่คทายวินั ใกลกรงพุนธัมดุราชธานี ี โดยลำดบั จากนนั้ พระผมูพระภาคทรงแสดงธรรมโปรดบรรพช ีตเหลิานนั้ ครงนั้นั้ การบรรลุ ธรรมไดมแกีภกษิุ๘๔,๐๐๐ นเปี้นการบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ เพราะเหตนุนั้ พระผมูี พระภาคจงตรึสวัา [๕] “กลบุตรประมาณุ๘๔,๐๐๐ บวชตาม พระสมมาสัมพัทธเจุาพระองคผมูพระจีกษัุ ทรงแสดงธรรมแกเขาเหลานนผั้มาถูงอารามึ [๖] เมอพระสื่มมาสัมพัทธเจุาทรงประทาน  ธรรมทานตามอปนุสิยัจงประท ึบยันตรื สโดย ั อาการทงปวง ั้แมบรรพชตเหลิานนั้กได็บรรลธรรมุ อนประเสร ัฐิจงชึอวื่าได บรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๑ ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๕-๖/๖๘๕


452 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ บรรดาคำเหลานนั้ ในคำวากลบุตรประมาณุ๘๔๐๐๐ บวชตามพระสมมาั - สมพัทธเจุา (จตราสุตีสหสิสานฺิสมพฺทุธฺํอนปพุพชฺ )ุํน ี้บณฑัตพิงทราบวึา ทาน ทำเปนทุติยาวิภัติวา สมฺพุทฺธํ โดยการประกอบนิคคหิตไว ความวา ออกบวช ภายหลงพระสัมมาสัมพัทธจุา พงถึอเอาลืกษณะตามศัพทศาสตรั พระบาลวีาตตถฺ อารามปตตานฺํกม็ ีคำวาตรสั (ภาสโต) คอื ตรสอยั ูคำวา ทรงประทานธรรมทาน ตามอุปนิสัย (อุปนิสาทิโน) ความวา ผูเสด็จไปประทานธรรมทานตามอุปนิสัย คำวาแมบรรพชตเหลิานนั้ (เตป) ความวา บรรพชตนิ บได ั ๘๔,๐๐๐ เหลานนั้ เปนผอูปุ ฏฐากพระว ปิสสพีทธเจุา คำวาบรรล (ุคนตฺวาฺ ) คอื รธรรมของพระองคู การบรรลธรรมครุงทั้ ี่๓ ไดมแกีบรรพชตเหลิานนั้ ดวยประการอย างน ี้ พระผมูพระภาคพระนามวีาว ปิสส ี ประทบนังทั่ามกลางภกษิ ุ๖๘,๐๐๐ ซงึ่ ออกบวชตามเสดจ็พระวปิสสสีมพัทธเจุาและพระอครสาวกทังั้๒ ณ เขมมคทายวินั ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ ดงนัวี้า “ความอดทนคอความอดกลืนั้ เปนตบะ อยางยงิ่ พระพทธเจุาทงหลายตรั้สวัา นพพานิ เปนบรมธรรม ผทำร ูายผอูนื่ ไมชอวื่าเปนบรรรพชติ ผเบูยดเบียนผีอูนื่ ไมชอวื่าเปนสมณะ การไมทำบาปท  งปวง ั้ การทำกศลใหุถงพรึอม การทำจตของตนให ิผองแผว นคี่อคำสอนของพระพ ืทธเจุาทงหลายั้ การไมกลาวรายผอูนื่ การไมเบยดเบียนผีอูนื่ ความสำรวมในปาตโมกข ิ  ความเปนผรูจูกประมาณในอาหาร ั


กถา] 453 การอยในเสนาสนะท ูสงี่ดั การประกอบความเพยรในอธ ีจิติ นคี้อคำส ืงสอนของพระพั่ทธเจุาทงหลายั้ ” ๑ บณฑัตพิงทราบวึา “คาถาปาตโมกข ิทเทสนุ ี้เปนของพระพทธเจุาทกพระองคุ ” นนเป ั้นปฐมสาวกส นนับาติ ตอมาอกี ทตุยสาวกสินนั บาตได ิมแกีภกษิุ๑๐๐,๐๐๐ รปู ซงเหึ่นยมกปาฏ ็หาริยิแลวออกบวช ในกาลทพระกนี่ษฐภาดาทิงั้๓ พระองคตางมารดา ของพระวปิสสพีทธจุา ปราบปรามปจจ นตประเทศให ัสงบ แลวได รบพระราชทานพรั ดวยการทำนุบำรุงพระผูมีพระภาค นำเสด็จมาสูพระนครของพระองคแลวทรงบำรุง ทรงสดับธรรมเทศนาของพระพุทธองคแลวทรงผนวช พระผูมีพระภาคประทับนั่ง ทามกลางภกษิุ๘,๐๐๐,๐๐๐ รปเหลูานนั้ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ณ เขมมคทายวินั นนเป ั้นตตยสาวกสินนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๗] “พระสมมาสัมพัทธเจุาพระนามวาว ปิสส ี ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ ไดม การประช ีมพระขุณาสพผี ปราศจากมลท ูนิ มจีตสงบระงิบัคงที่๓ ครงั้ [๘] ภกษิ ประมาณุ๖,๘๐๐,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๑ ภกษิุ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รปูมาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๒ [๙] ภกษิ ประมาณุ ๘๐,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๓ พระผมูพระภาคี ๑ ที.ม. (ไทย) ๑๐/๙๐/๕๐-๕๑, ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๑๘๔-๑๘๕/๙๐-๙๑ ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั


454 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทรงรงเรุองยืงิ่ ในทามกลางหมภูกษิุ ในเขมมคทายวินนันั้ ” ๑ บรรดาคำเหลานั้น คำวา ภิกษุประมาณ ๖,๘๐๐,๐๐๐ รูป (อฏฐสฏฐสตสหสิสานฺ )ํ ความวา ภกษิ จำนวนุ๖๘๐,๐๐๐ รปู คำวานนั้ (ตตถฺ ) คอื ณ เขมมิคทายวันนั้น คำวา ในทามกลางหมูแหงภิกษุ (ภิกฺขุคณมชฺเฌ) คือ ทามกลางหมภูกษิ ุพระบาลวีา ตสสฺภกิขฺคณมชุเฌฺ กม็ ีความวา ทามกลางภกษิหมุนูนั้ ครงนั้นั้ พระโพธสิตวัของพวกเรา เปนพญานาคชออตื่ละุ มฤทธานีภาพมากุ มนาคหลายแสนโกฏ ี เปินบรวาริ สรางมณฑปอ  นสำเร ัจด็วยรตนะทังั้ ๗ เปนสวน อนมันคงั่ ผองแผว นาทศนาั เชนเดยวกีบดวงจันทรั เพอทำส ื่กการะแดัพระทศพล ผมูกำล ีงและศัลอีนหาผัเสมอมูไดิ มพระหทียเยัอกเยืนด็วยพระกรณาุ พรอมกบบรัวาริ ทลนูมนติ พระศาสดาให  ประท บนังทั่มณฑปน ี่นั้ ถวายมหาทาน อนเหมาะแกัทพยสมบิตัิ ตลอด ๗ วนั ไดถวายตงทองควรคั่ามาก อนขจัตดิวยรตนะั๗ ประการ อนรังเรุองดืวย ประกายโชตชิวงแหงแกวมณ ีและรตนชาตัติางๆ แดพระผมูพระภาคี ครงนั้นั้ ในเวลา จบอนโมทนาปุ ฐทาน พระวปิสสพีทธเจุาทรงพยากรณ พระโพธ สิตวันนวั้า “อกี๙๑ กปนับแตัน ไปี้ ทานผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา” เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๐] “สมยนันั้เราเปนพญานาคผมู ฤทธีมากิ์ มบีญุมความรีงเรุองืมนามวีาอตละุตามโคตร [๑๑] ครงนั้นั้เรามนาคหลายโกฏ ีแวดลิอม เขาเฝาพระพทธเจุาผเจรู ญทิสี่ดในโลกุ บรรเลงดนตรทีพยิถวาย [๑๒] เราครนเขั้าเฝาพระว ปิสสสีมมาสัมพัทธเจุา ทรงเปนผ นำส ูตวโลกแล ัว ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๗-๙/๖๘๕-๖๘๖


กถา] 455 ทลนูมนติพระองคแลว ไดถวายตงทองั่ อนประด ับดัวยแกวมณและแกีวมกดาุ ประดบดัวยอาภรณทกชนุดแกิพระองค  ผเปูนพระธรรมราชา [๑๓] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ ประทบนังทั่ามกลางสงฆแลว ทรงพยากรณเราวา ในกปทั ี่๙๑ นบจากกั ปนั ไปี้พญานาคนจี้กเป ันพระพทธเจุา [๑๔] พระตถาคตไดเสดจออกจากกร็งกบุลพิสดั ุ ทนี่ารนรมยื่ ทรงเรมติ่งความเพั้ยรบำเพ ีญ็ ทกรกุริยาิ [๑๕] พระตถาคตจกประท ับนังทั่โคนต ี่น อชปาลนโครธ ิทรงรบขั าวปายาสในท นี่นั้ แลวเสด จไปย ็งแมัน้ำเนรญชราั [๑๖] พระชนเจิาพระองคนนจั้กเสวยขั าวปายาส  ทรี่มฝิงแมน้ำเนรญชราัแลวเสด จไปท ็ โคนต ี่นโพธ  ิ ตามหนทางอนประเสร ัฐทิตกแตี่งไวแลว [๑๗] จากนนั้พระองคผมูพระยศยี งใหญ ิ่ จกทำประท ักษั ณโพธ ิมิณฑัอนยอดเยัยมแลี่ว ตรสรัสูมโพธ ัญาณทิ โคนต ี่นอสสัตถพฤกษั  [๑๘] มารดาผใหูกำเน ดพระชินเจิาพระองคน ี้ จกมัพระนามวีามายา พระบดาจิกมัพระนามวีา สทโธทนะุ พระชนเจิาพระองคนจี้กมัพระนามวีา โคดม ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั


456 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๙] พระโกลตเถระและพระอิ ปตุสสเถระิ ผไมูมอาสวะีสนราคะิ้มจีตสงบิ ตงมั้นดั่ีจกเปันพระอครสาวกั พระเถระนามวาอานนท  จกเปันพระอ ปุ ฏฐาก บำรงพระชุนเจิาพระองคน ี้ [๒๐] พระเขมาเถรและพระอีบลวรรณาเถรุี ผไมูมอาสวะีสนราคะิ้มจีตสงบระงิบั ตงมั้นดั่ีจกเปันพระอครสาวักาิ ตนไม  เปนทตรี่สรัของพระผูมูพระภาคนีนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนอสสัตถพฤกษั  [๒๑] จตตคหบดิอีบาสกและหุตถกคหบดัอีบาสกุ ชาวเมองอาฬวื ีจกเปันอครอั ปุ ฏฐาก นนทมาตาอับาสุกาและอิตตราอุบาสุกาิ จกเปันอครอั ปุ ฏฐายกาิ พระโคดมผมูยศพระองคีนนั้ จกมัพระชนมายี ประมาณุ๑๐๐ ป [๒๒] เทวดาและมนษยุไดฟ งพระดำร สนั ี้ ของพระพทธเจุาผไมูม ใครเสมอเหม ีอนื ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่แลว ตางกม็ความชีนชมกลื่าววา ทานผนูเปี้นหนอพทธางกุรู สตวัท งหลายในหม ั้นจื่กรวาลพรัอมทงั้ เทวดาตางก เปล ็งเส ยงโห ีร องปรบม อื ราเรงิ ประนมมอื นมสการวัา


กถา] 457 ถาเราทงหลายจั้กพลาดศาสนาของั พระโลกนาถพระองคน ี้เราทงหลายกั้จ็กั พรอมหนาหนอพทธางกุรนูในอนาคตกาล ี้ มนษยุทงหลายเมั้อจะขื่ามแมน้ำ พลาดทาเฉพาะหนาแลว กย็ดทึาถ ดไปจ ังขึามแมน้ำใหญไปฉนใด ั เราทงหมดกั้ฉ็นนันเหมั้อนกืนั ถาพลาดพระชนเจิาพระองคน ี้ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูในอนาคตกาล ี้ [๒๓] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วกทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวามบีญุ (ปุญวนฺโตฺ ) คอื ผมูบีญุ อธบายวิา ผมูี กองบญอุนสั งสมไว ั่แลว คำวามความรีงเรุองื (ชตุนิ ธโรฺ ) คอื ประกอบดวยพระรศมั ี คำวามนาคหลายโกฏ ี (ิเนกานํนาคโกฏนี)ํ คอื มนาคหลายโกฏ ี ิบณฑัตพิงเหึนว็า เปนฉฏฐัวีภิตั ิ ใชในความหมายแห งตตยาวิภิตั ิ คำวาแวดลอม (ปรวาเรติวาฺ ) คอื แวดลอมพระผมูพระภาคี พระศาสดาทรงแสดงพระองค ดวยคำว าเรา (อห) ํ คำวา บรรเลง (วชชนฺโตฺ ) ไดแก บรรเลง คอประโคม ื คำวา ประดบดัวยแกวมณและี แกวมกดาุ (มณมิตุตรตนขจฺติ)ํ คอื ขจตดิวยรตนะชาตัติางๆมแกีวมณและแกีวมกดาุ เปนตน คำวา ประดบดัวยอาภรณท  กชนุดิ (สพพาภรณวฺภิสูติ)ํ คอื ประดบดัวย อาภรณทกอยุาง อนสำเร ัจด็วยรตนะเชันร ปสูตวัรายเป นตน คำวาตงทองั่ (สวณุณปฺฐ)ํ คอื ตงอั่นสำเร ัจด็ วยทองคำ  คำวา เราไดถวาย (อทาสห) ํคอื เราไดนอมถวายแลว ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๐-๒๓/๖๘๖-๖๘๘ ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั


458 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ กพระผ็มูพระภาคพระนามวีาว ปิสสพระองคีนนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากรงพุนธัมดุี พระชนกพระนามวาพระเจาพนธัมาุ พระชนนพระนามวีาพระนางพนธัมดุเทวี ีคพระู อครสาวกนามวัาพระขณฑเถระและพระตัสสเถระิ พระพทธอุปุ ฏฐากนามว าอโสกเถระ  คพระอูครสาวักานามวิาพระจนทาเถรัและพระจีนทมัตตาเถริ ีตนไม  เปนทตรี่สรัชูอวื่า ตนแคฝอย พระสรระสีงู๘๐ ศอก พระรศมัแหีงพระสรระแผี ออกไป ๗ โยชนตลอดเวลา พระชนมายุ๘๐,๐๐๐ ปพระอครมเหสัของพระองคีพระนามวาพระนางสตนุเทวูีพระโอรส ของพระองคพระนามวาสมวฏฏขันธะั ทรงเสดจออกมหาภ็เนษกรมณิ ดวยยานคอรถื เทยมมีา เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๒๔] “กรงชุอวื่าพนธัมดุีกษตรัยิพระนามวา พนธัมะุเปนพระชนกพระเทวพระนามวีา พนธัมดุีเปนพระชนน ีของพระพทธเจุา พระนามวาวปิสส ีผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๒๕] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๘,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอืนนทปราสาท ั สนุนทปราสาท ั และสริมาปราสาท ิ [๒๖] มนางสนมกำน ีลั๔๓,๐๐๐ นาง ลวนประด  บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีา สทุสสนาั พระราชโอรสพระนามวา สมวฏฏขันธั  [๒๗] พระชนเจิาทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงทรงราชพาหนะคึอรถออกผนวชแลืว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๘ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ )


กถา] 459 [๒๘] พระมหาวระพระนามวีาวปิสส ี ทรงเปนผ นำส ูตวโลก ัสงสูดกวุานรชน ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัมฤคทายวี่นั [๒๙] พระขนธเถระและพระตัสสนามเถระิ เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวา อโสกะ เปนพระอ ปุ ฏฐากของพระวปิสสพีทธเจุา ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๓๐] พระจนทาเถรัและพระจีนทมัตตาเถริ ี เปนพระอครสาวักาิตนไม  เปนทตรี่สรัของู พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนแคฝอย  [๓๑] ปนุพพสัมุตตอิบาสกและนาคอุบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐาก สริมาิอบาสุกาและิ อตตราอุบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๓๒] พระสมมาสัมพัทธเจุาพระนามวาวปิสส ี ทรงเปนผ นำส ูตวโลก ั ทรงมพระวรกายี สงู ๘๐ ศอก พระองคทรงมพระรีศมั ี เปลงปล งั่ แผไป ๗ โยชนโดยรอบ  [๓๓] ขณะนนั้พระพทธเจุาทรงมพระชนมายีุ ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปพระองค ทรงดำรงพระชนมายประมาณเทุานนั้ ทรงชวยหม ชนใหูขามพ นได  เป นจำนวนมาก  ๒๑. วปิสสพีทธวุงสวัณณนาั


460 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๓๔] ทรงเปลองเทวดาและมนื้ษยุเป นจำนวนมาก  ใหพนจากเครองพื่นธนาการั ตรสบอกทางและมั ใชิทางแก ปถุชนทุเหลี่อื [๓๕] พระองคพรอมทงสาวกั้ทรงแสดงแสงสวาง แสดงอมตบท ทรงรงเรุองดืงกองเพลังิ เสดจด็บขั นธปร ันิพพานแลิว [๓๖] พระฤทธและบิ์ญอุนประเสร ัฐิ พระลกษณะมัลายจีกรทัสวยงามี่ ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาเครองพื่นธนาการั (พนธนาฺ ) ความวา ปลดเปลองื้ คือทรงปลดเปลื้องเทวดาและมนุษยจากเครื่องผูกมีกามราคสังโยชนเปนตน คำวา ตรสบอกทางและมั ใชิทาง (มคคามคฺคฺจฺอาจกิขฺ )ิความวา ทรงบอกปถุชนทุเหลี่อื วา “ทางนคี้อมืชฌั มาปฏ ิ ปทา ิ อนเวันจากอจเฉททุ ฏฐิและสิสสตทัฏฐิ ิ เปนทางเพอื่ บรรลุอมตธรรม การทำตนใหลำบากเปลาเปนตนนี้มิใชทาง” คำวา ทรงแสดง แสงสวาง (อาโลกํทสสยฺติวานฺ ) ไดแก ทรงแสดงแสงสวางคอมรรคญาณื และ แสงสวางคือวิปสสนาญาณ คำวา พระลกษณะมัลายจีกรทัสวยงามี่ (ลกขณฺจฺ กสุมุติ)ํ ความวา พระสรระของพระผีมูพระภาคี เบกบานแลิว ประดบแลัว ดวยพระ ลกษณะอันวัจิตรเป ินตน คำทเหลี่อในคาถาท ืงหลายทั้กแหุง มเนี อความปรากฏช ื้ดั แลวแล วปิสสพีทธวุงสวัณณนาทั ี่๒๑ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๒๑ จบ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๒๔-๓๖/๖๘๘-๖๙๐


กถา] 461 ๒๒. สขิพีทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระสิขิพีทธเจุา ตอมา ภายหลงจากสมัยของพระวั ปิสสพีทธเจุา เมอกื่ปนันอั้ นตรธานไปแล ัว ตอจากนนั้ พระพทธเจุาท งหลายไม ั้เสดจอ็บุตัขินในโลกอ ึ้กเลยี ตลอดเวลาถงึ๕๙ กปั มแตีแสงสวางท ปราศจากพระพ ี่ทธเจุา เอกราชของกเลสมารและเทวป ิตตมารุ กปราศจาก ็ เสยนหนามี้ ใน ๓๑ กปนับแตัก ปนั ี้พระพทธเจุาเสดจอ็บุตัขินแลึ้ วในโลก  ๒ พระองค คอื ๑. พระสขีีผจูดไฟอุนสัมดุวยไม แกนทแหี่งสนทิแลวราดด วยเนยใสมากๆ  ไมมควีนั ๒. พระเวสสภูบรรดาพระพทธเจุาทงสองพระองคั้นนั้ พระผมูพระภาคพระนามวีาสขิ ีทรงบำเพญบารม็ทีงหลายแลั้วบงเกั ดในสวรรค ิชนั้ ดสุติจตุจากภพนินแลั้ว ทรงถอปฏ ืสนธิ ิในครรภของพระนางปภาวด เทวี ีผมูพระรีศมั ี งดงามดั่งรูปทองคำอันสุกปลั่ง ผูเปนพระอัครมเหสีของพระเจาอรุณราชา ผูทรง พระคณอยุางยงิ่ ณ กรงอรุณวดุีซงมึ่แตี ทำก ศลุครนครบกำหนด ั้๑๐ เดอนืกประส ็ตูิ จากมาตคุพโภทร ั ณ นสภราชอิทยานุ ฝายโหรผ  ทำนายน ูมิติ เมอจะเฉลื่มพระนามิ ของพระองค กได็เฉลมพระนามวิาสขิ ีเพราะพระยอดกรอบพระพกตรัพงสุงขูนึ้ เหมอนื ยอดพระอณหุสิ พระองคทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู๗,๐๐๐ ป พระองคทรงม ปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. สจุนทกสัริปราสาท ๒ ิ . คริยสปราสารท ิ ๓. นารวสภปราสาท ิ ทรงมพระสนมกำน ีลั๒๔,๐๐๐ นาง มพระนางสีพพกามาเทวั เปี นประม ขคอยุ บำรงบำเรอุ พระมหาบรุษนุนั้ ทรงเหนน็มิติ ๔ ประการเมอพระโอรสพระนามว ื่าอตละุ ผมูคีณอุนชั งไมั่ได ผทรงเทูยบได ีดวยหมแหูงคณของพระนางสุพพกามาเทวั ีทรงสมภพ ๒๒. สขิพีทธวุงสวัณณนาั


462 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ แลว ทรงขนชึ้างตนเสดจออกมหาภ็เนษกรมณิ ดวยยานคอคชาธารื ทรงผนวชแลว บรุษุ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ไดพากนออกบวชตามเสดัจพระองค็ พระมหาบรุษพระองคุนนั้ อันบรรพชิตเหลานั้นแวดลอมแลว ทรงบำเพ็ญเพียรอยู๘ เดือน ในวันวิสาขปุรณมี ทรงละทงการคลิ้กคลุกีบหมัคณะู เสวยขาวมธ ปายาสุ ทธี่ดาของป ิยทสสัเศรษฐี ี ใน สทุสสนนัคมนิอมถวายแลว ทรงยงสัวนแหงวนั ใหผานไปด วยทวาวิหารสมาบิตัิ ในปาไมตะเคยนหนีมุ ทรงรบหญัาคา๘ กำมอื ทดาบสชี่อวื่าอโนมท สสัถวายี แลว เสดจเข็ าไปย งตั นไม  เปนทตรี่สรั ูชอวื่าตนมะม วงป า ไดยนวิา แมตนมะม วงป  าโพธ  ิ พฤกษนนั้ กม็ขนาดเทีากบตั นแคฝอย  วนนันนั้นเองั่ มะมวงป าตนนนมั้ลำต ีนสงขูนไป ึ้ ในอากาศ ๕๐ ศอก แมกงกิ่ม็ขนาดี๕๐ ศอก เหมอนกืนัดารดาษดวยดอกไม มกลีนหอมิ่ อนเป ันทพยิ มใชิจะดารดาษดวยดอกเพยงอยีางเดยวเทีานนั้ ยงดารดาษแมัดวยผล ทงหลายั้ มะมวงป าตนนนั้ แถบหนงมึ่ผลอีอน แถบหนงมึ่ผลปานกลาง ี แถบหนงมึ่ี ผลหาม แถบหนงเปึ่นผลไม มรสดีเลีศิ พรงพรั่อมดวยส ีกลนิ่ และรส เหมอนกืบั ทพยโอชาท ิ เทวดาใส ี่ไว หอยยอยแคแถบนนๆั้ตนไม ดอกก ประด ็บดัวยดอก ตนไม ผล กประด ็บดัวยผลั ใน ๑๐,๐๐๐ จกรวาลั เหมอนอยืางมะมวงตนนนั้ พระมหาบรุษพระองคุนนทรงลาดสั้นถัดหญัา กวางและยาว๒๔ ศอก ทโคน ี่ ตนโพธ พฤกษินนั้ แลวประท บนังขั่ดสมาธั ิทรงอธษฐานความเพิยรอีนมัองคี ๘ ครนั้ ประทบอยัางนนแลั้ว ทรงกำจดเสนามารพรัอมกบตัวพญามารั ซงชึ่มนุมรวมพลกวุาง ถงึ๓๖ โยชน ทรงบรรลพระสุพพัญัตญาณ ุ แลวทรงเปล งพระอทานวุา อเนกชาต-ิ สสารํ ํฯเปฯ ตณหานฺํขยมชฌคาฺ แลวทรงประท บยับยังเสวยวั้มิตตุสิขุ ใกลโพธ  ิ พฤกษนนนั้นแหละตลอดั่ ๗ สปดาห ั ทรงรบอาราธนาให ัทรงแสดงธรรมของทาว มหาพรหม ทรงพจารณาเหินอ็ ปนุสิยสมบัตัของภิกษิ ุ๗,๐๐๐,๐๐๐ รปู ทบวชกี่บั พระองค จงเสดึ จไปทางอากาศ ็ ลงทมี่คจิรราชอิทยานุ ใกลกรงอรุณวดุราชธานี ีซงมึ่ี รวกั้นชนั้ดติางๆอนหมัมูนุเหลีานนแวดลั้อมแลว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ทามกลาง หมมูนุเหลีานนั้ครงนั้นั้การบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ ไดมแกีเทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา


กถา] 463 [๑] “สมยตัอจากพระว ปิสสสีมมาสัมพัทธเจุา ไดมพระชีนสิมมาสัมพัทธเจุาพระนามวา สขิี ผสูงสูดแหุงเทวดาและมนษยุ ผไมูมบีคคลเสมอุไมมบีคคลเปรุยบเทียบี [๒] ทรงย่ำยมารและเสนามารแลีว ทรงบรรลสุมโพธ ัญาณอินสังสูดุ ทรงประกาศพระธรรมจกรั เพออนื่เคราะหุสตวัทงหลายั้ [๓] เมอพระชื่นเจิาผ ประเสร ู ฐพระนามวิา สขิี ทรงประกาศพระธรรมจกรั เทวดาและมนษยุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑” ๑ ในสมยตัอมาอกีพระสขิพีทธเจุาทรงแสดงธรรมโปรด  พระราชโอรส ๒ พระองค คอืพระอภภิราชโอรสูและ พระสมภวราชโอรส ัพรอมกบบรัวาริ ใกลกรงอรุณวดุี ราชธานีทรงยงสัตวั ประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิใหดมอมตธรรมื่นนเป ั้นการบรรลธรรมุ ครงทั้ี่๒ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๔] “เมอพระองคื่ผ ประเสร ู ฐทิสี่ดในหมุคณะู เปนผสูงสูดแหุงนระทรงแสดงธรรมแมอนอื่กี เทวดาและมนษยุประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒” ๒ สวนในคร งทั้พระผี่มูพระภาคี ทรงทำยมกปาฏหาริยิเพอทำลายความม ื่วเมาและั มานะของเหลาเดยรถียี และเพอเปล ื่องเครื้องผื่กของชนทูงปวง ั้ ใกลประต กรูงสุรุยวดิ ี ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๓/๖๙๐๒ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๔/๖๙๐ ๒๒. สขิพีทธวุงสวัณณนาั


464 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ทรงแสดงธรรมโปรด การบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ เพราะเหตนุนั้พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๕] “เมอพระองคื่ทรงแสดงยมกปาฏ หาริยิ ในมนษยุโลกพร  อมเทวโลก  เทวดาและมนษยุประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๑ พระผมูพระภาคทรงประท ีบนังทั่ามกลางพระอรหนตั ๑๐๐,๐๐๐ รปู ทออกบวชี่ พรอมก บพระราชโอรส ั คอื พระอภภิเถระและพระสูมภวเถระั ทรงยกปาตโมกข ิขนึ้ แสดงนนเป ั้นปฐมสาวกส นนับาติ พระองคประท บนังทั่ามกลางพระภกษิุ๘๐,๐๐๐ รปู ทออกบวชในสมาคมพระญาต ี่ ิกรงอรุณวดุ ี ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ นเปี้นทตุยิ สาวกสันนิบาต พระผูมีพระภาคทรงยกปาติโมกขขึ้นแสดง ทามกลางพระภิกษุ ๗๐,๐๐๐ รูป ที่ออกบวชในสมัยที่พระพุทธองคทรงฝกพญาคชสารชื่อวาธนปาลกะ ในกรงธนุ ญชัยั นเปี้นตตยสาวกสินนับาติเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๖] “พระสมมาสัมพัทธเจุาพระนามวา สขิี ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ กได็ม การประช ีมุ แหงพระขณาสพี ผปราศจากมลท ูนิ มจีตสงบระงิบั ผคงทูี่๓ ครงั้ [๗] พระขณาสพจำนวน ี๑๐๐,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๑ พระขณาสพี จำนวน ๘๐,๐๐๐ รปูมาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๒ [๘] มพระขี ณาสพจำนวน ี๗๐,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๓ ภกษิทุมาประช ี่มกุนั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๕/๖๙๑


กถา] 465 แมนนั้ ไมแปดเป อนด วยโลกธรรม  เหมอนื ดอกบวทัเจรี่ญในน ิ้ำ กไม็ แปดเป อนดวยน้ำ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาเหมอนดอกบืวั (ทเจรี่ ญในน ิ้ำ) กไม็ แปดเป อน ดวยน้ำ (อนปลุติโตฺปทมุวํ ) ความวา ภิกษุสันนิบาตแมนั้น แมเกิดแลวในโลก โลกธรรมกซ็มกำซาบไม ึ ได เหมอนดอกปท ืมเกุดในน ิ้ำ เตบโตในน ิ้ำนนแลั่ น้ำกซ็มกำซาบ ึ ไมได ฉะนนั้ ไดยนวิา ในกาลนนั้ พระโพธสิตวัของเราทงหลายั้ เปนพระราชาพระนามวา อรนทมะิ ในกรงปรุภิตตะุ ไมทรงตดขิ ดในท ั ไหนๆ ี่ เมอพระสื่ขิศาสดาเสดีจถ็งกรึงุ ปรภิตตะุ พระราชาพรอมทงขั้าราชบรพาริ ออกไปรบเสดัจ็ ทรงมพระหฤทียั พระเนตร และพระโสต อนความเลั อมใสให ื่เจรญแลิว พรอมกบขัาราชบรพาริ ถวายอภวาทิ ดวยพระเศยรี ทพระยี่คลบาทอุนไม ัมมลทีนของพระทศพลิ นมนติพระทศพล ถวาย มหาทาน อนเหมาะสมแกัพระอสริยยศิ สกลุ สมบตั ิและศรทธาั ตลอด ๗ วนั โปรด ใหเป ดประต คลูงผัา ถวายผาอนมัคีามากแดพระภกษิสงฆุ มพระพีทธเจุาเป นประธาน  ถวายชางตนทมี่ไวี สำหร  บปัองกนขัาศ กได ึ เหมอนชืางเอราวณั ซงพรึ่งพรั่อมด วยกำล งั รปลูกษณั  และฝเทา ซงประด ึ่บดัวยขายทองและมาลยั งามระยบั ดวยพดจามรคั ูงา สวมปลอกทองใหมงาม มใบห ี ใหญูและออน หนางามระยบดัวยรอยศศธริ และถวาย กัปปยภัณฑมีขนาดเทาชางนั้นนั่นแหละ พระศาสดาแมพระองคนั้นทรงพยากรณ พระโพธสิตวันนวั้า “อกี๓๑ กปั จากกปนั ไปี้ พระราชานจี้กเป ันพระพทธเจุา” เพราะ เหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๙] “สมยนันั้เราเปนกษตรัยิมนามวีาอรนทมะิ ไดองคาสพระสงฆัมพระสีมมาสัมพัทธเจุา เปนประธาน  ใหอมหนำด ิ่วยขาวและน้ำ ๒๒. สขิพีทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๖-๘/๖๙๑


466 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๐] ไดถวายผาอยางด มากมายหลายโกฏ ีผินได ืถวาย พาหนะคอชืางซ งประด ึ่บแลัวอยางดแดีพระสมมาสัมพัทธเจุา [๑๑] เราไดทำราชพาหนะค อชื างให  เปนของสมควร แกสมณะแล วนำไปถวาย  ทำจตของเราให ิตงมั้นเป ั่นนตยิ  [๑๒] พระพทธเจุาพระนามวา สขิพระองคีนนั้ ทรงเปนผ นำช ูนเลั้ ศของโลก ิ กทรงพยากรณ็เราวา ในกปทั ี่๓๑ นบจากกั ปนั ไปี้ผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา [๑๓] พระตถาคตไดเสดจออกจาก็ กรงกบุลพิสดัท ุนี่ารนรมยื่แลว ฯลฯ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูในี้ อนาคตกาล [๑๔] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วก ทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา ไดทำ (นมิมฺนิติวาฺ ) คอื ชงนั่ ้ำหนกเทัาขนาดชาง เชอกนืนั้ คำวา ใหสมควร (กปปฺย)ํ คอื ใหเปนก ปปัยภณฑั อธบายวิา สงทิ่ภี่กษิุ ทงหลายควรรั้บัชอวื่าก ปปัยภณฑั คำวา ทำจตของเราิ (ปรยูึมานสํมยหฺ )ํความวา ยังจิตของเราใหเต็มดวยปติในทาน คือทำใหสามารถเกิดความราเริงแกเรา คำวา ใหตงมั้นเป ั่นนตยิ  (นจิจฺํทฬหมฺ ปฏุฐติ)ํ ความวา จตทิตี่งมั้นั่ คอมื นคงโดยทาน ั่ เจตนาวา จะใหทานเป นนตยิ  ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๙-๑๔/๖๙๑-๖๙๓


กถา] 467 พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากรงอรุณวดุ ีพระชนกพระนามวา พระเจาอรณุ พระชนนพระนามวี าพระนางปภาวด เทวี ีคพระอูครสาวกนามวัาพระ อภภิเถระและพระสูมภวเถระั พระพทธอุปุ ฏฐากนามวาพระเขมงกรเถระั คพระู อครสาวักานามวิาพระสขลาเถริ และพระปท ีมาเถรุ ีตนไม  เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนกมบกุ พระสรระสีงู๗๐ ศอก พระรศมัแหีงพระสรระแผี ไป๓ โยชนเปนนตยิ พระชนมายุ๗๐,๐๐๐ ปพระอครมเหสัพระนามวีาพระนางสพพกามาเทวั ี พระโอรสพระนามวาอตลราชกุมารุ เสดจออกมหาภ็เนษกรมณิ ดวยยานคอคชาธารื เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๕] “กรงชุอวื่าอรณวดุีกษตรัยิพระนามวาอรณุ เปนพระชนกพระเทวพระนามวีา ประภาวดี เปนพระชนน ีของพระพทธเจุาพระนามวาสขิี ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๑๖] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๗,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอืสวุฑฒกปราสาท ั คริปราสาท ิ และวาหนปราสาท [๑๗] มนางสนมกำน ีลั๒๔,๐๐๐ นาง ลวนประด  บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีา สพพกามาั พระราชโอรสพระนามวาอตละุ [๑๘] พระองคเปนผสูงสูดแหุงบรุษุทรงเหน็ นมิติ๔ ประการ จงทรงราชพาหนะคึอื ชางออกผนวชแลว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู ๘ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรล พระโพธุ ญาณิ ) [๑๙] พระมหาวระทรงเป ีนผ นำช ูนเลั้ ศของโลก ิ ผสูงสูดแหุงนรชนพระนามวา สขิี ๒๒. สขิพีทธวุงสวัณณนาั


468 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัมฤคทายวี่นั [๒๐] พระอภภิเถระและพระสูมภวเถระั เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวาเขมงกรั เปนพระอ ปุ ฏฐากของพระสขิสีมมาสัมพัทธเจุา ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๒๑] พระสขลาเถริ และพระปท ีมาเถรุี เปนพระอครสาวักาิตนไม  เปนทตรี่สรัของู พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลก เรยกวีาตนกมบกุ [๒๒] สริวิฑฒอับาสกและนุนทอับาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากจตตาอิบาสุกาและิ สจุตตาอิบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๓] พระพทธเจุาพระองคนนั้ทรงมพระวรกายี สงู๗๐ ศอก ทรงงดงามดงทองคำท ัลี่ ้ำคา มพระลีกษณะอั นประเสร ัฐิ๓๒ ประการ [๒๔] แมพระองคกม็พระรีศมั ประมาณวาหน ีงึ่ ซานออกไปจากพระวรกายต อเนองกื่นไป ั พระรศมันีนแผั้ ไปย งทัศนิอยท ศใหญ ิถงึ๓ โยชน [๒๕] พระองคผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่นนั้ มพระชนมายี ประมาณุ๗๐,๐๐๐ ป พระองคทรงดำรงพระชนมาย  ประมาณเทุานนั้ ทรงชวยหม ชนให ูขามพ นได  เป นจำนวนมาก 


กถา] 469 [๒๖] พระองคพรอมทงสาวกั้ ทรงบนดาลฝนค ั อธรรมให ืตกลง ชวยเทวดาและมนษยุใหแชมชนื่ ใหบรรลถุงความเกษมแลึว เสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ [๒๗] พระลกษณะอั นประเสร ัฐิ๓๒ ประการ ซงสมบึ่รณูดวยอนพยุ ญชนะั ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาตนกมบกุ (ปณุฑรฺโกี ) คอื ตนมะมวงเผอกื คำวา พระรศมั (ีแผไปย งทัศนิอยท ศใหญ ิ ) ๓ โยชน (  ตณี ิโยชนโส ปภา) ความวา พระรศมัทีงหลายแผั้ ออกไป ๓ โยชน  คำวา ฝนคอธรรมื (ธมมเมฆฺ )ํ คอื ฝนคอื ธรรม อธบายวิา เมฆคอพระพืทธเจุาผยูงฝนค ั อธรรมให ืตก คำวา ใหแชมชนื่ (เตมยติวาฺ ) คอื ใหชมแลุว อธบายวิา รดแลวดวยน้ำคอธรรมกถาื คำวาเทวดาและ มนษยุ ( สเทวเก) คอืยงสั ตวโลกพร ัอมท งเทวโลก ั้คำวาความเกษม (เขมนตฺ )ํ ไดแก  แดนอันเกษมคือพระนิพพาน คำวา สมบูรณ  ดวยอนุพยัญชนะ (อนุพยฺชนสมปนฺนฺ )ํ ความวา พระสรระของพระผีมูพระภาคี ประดบดั วยมหาป รุสลิกษณะั ๓๒ ประการ พรงพรั่อมดวยอนพยุ ญชนะั๘๐ ประการ มพระนขาแดงี พระนาสกโด ิง และพระองคลุกลมเป ีนตน ไดยนวิา พระสขิสีมมาสัมพัทธเจุา เสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ ณ พระวหารอิสสารามั ใกลกรงสุลวตี ี พระสชิพีทธเจุาทรงรงเรุองในโลก ืเหมอนดวงไฟ ื ทรงบรรลอในนภากาศเหม ือนนกยืงู ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๕-๒๗/๖๙๓-๖๙๕ ๒๒. สขิพีทธวุงสวัณณนาั


470 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระสขิพีทธเจุาทรงละพระมเหสและทรีพยัสมบตัิ พระองคเขาถงความสงบเสดึ จไปด ็แลีวเหม อนไฟ ื ไดยนวิา พระผมูพระภาคพระนามวีาสขิ ีทรงมพระบรมสารีรีกธาติ เปุนแทงเดยวี จงไมึกระจ ดกระจายไป ั แตมนษยุชาวชมพทวูปี ชวยกนสรัางพระสถ ปอูนสำเร ัจด็วย รตนะั๗ งามเหมอนภืเขาหูมะสิ งประมาณู๓ โยชนคำทเหลี่อในคาถาท ืงหลายั้ทกแหุง มเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวแล สขิพีทธวุงสวัณณนาทั ี่๒๒ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๒๒ จบ ____________ ๒๓. เวสสภพูทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระเวสสภิพูทธเจุา ตอจากสมยของพระสัขิสีมมาสัมพัทธเจุา เมอศาสนาของพระสื่ขิพีทธเจุาอนตรธานั ไปแลว มนษยุทมี่อายีุ๗๐,๐๐๐ป กม็อายี ลดลงโดยลำดุบั จนมอายีุ๑๐ ป แลวกลบั เพมขิ่นอึ้กจนประมาณม ี ไดิ แลวลดลงโดยลำด บั จนมอายี ุ๖๐,๐๐๐ ป ครงนั้นั้ พระศาสดาพระนามวา เวสสภู ทรงเปนเทพเจาผพูชิติ ผครอบงำโลกท ูงปวงผ ั้เกูดเองิ เสดจอ็บุตัขินในโลก ึ้ พระองคทรงบำเพ ญบารม็ทีงหลายั้ แลวบงเกั ดในสวรรค ิชนดั้สุติ จตุจากภพนินแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ในครรภ ิของพระนางยสวด ีผทรงศูลี ผเปูนพระอครั มเหสของพระเจีาส ปปตุตะี ผทรงเป ูนท เคารพยำเกรงในกร ี่งอโนมาุ ครนถั้วนกำหนด  ทศมาส พระองคก ประส ็ตูจากมาติคุพโภทร ั ณ อโนมราชอทยานุ เมอประส ื่ตูกิย็งชนั ใหยนดิ ีทรงบนลัอพระสืรเสุยงอีนดังกักกึอง ดงเสั ยงโคอ ีสภราชุ เพราะเหตนุนั้ ในวนั เฉลมพระนามิ พระประยรญาต ูจิงเฉลึมพระนามพระองคิวา “เวสสภ” ูเพราะเหตทุทรงี่ บนลัอเสืยงดีงั ดงเสั่ยงโคอ ีสภราชุ พระองคทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู๖,๐๐๐ ป ทรงมี ปราสาท ๓ หลงั คอื


กถา] 471 ๑. รจุปราสาท ๒ ิ . สรุจุรติ ปราสาท ิ ๓. วฑฒนปราสาท ั ทรงมนางสนมกำน ีลั๓๐,๐๐๐ นาง มพระนางสีจุตตาเทวิ เปี นประม ขุคอยบำรงุ บำเรอ พระมหาบรุษนุนทรงเหั้นน็มิตทิงั้ ๔ ประการ เมอพระสื่ปปพุทธกุมารของุ พระนางสจุตตาเทวิ ีสมภพแลว เสดจประพาสพระราชอ ็ทยานดุวยสวรรณสุวิกาิ ทรง รบผัากาสายะทเทวดาถวายี่ ทรงผนวชแลว บรุษประมาณุ ๓๗,๐๐๐ คน ออกบวช ตามเสดจพระองค็  ลำดบนันั้ พระมหาบรุษอุนบรรพชัตเหลิานนแวดลั้อมแลว ทรง บำเพญเพ็ยรอยี ู๖ เดอนื ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวยขาวมธ ปายาสุ ทพระพี่เลี่ยงชี้อื่ สริวิฑฒนาั ผปรากฏต ูวั ณ สจุตตนิคมถวายแลิว ทรงยงสัวนแหงวนั ใหผานพ นไป  ดวยทวาวิหารสมาบิตั ิณ สาลวนั เวลาเยน็ ทรงรบหญัาคา ๘ กำมอื ทพญานาคี่ ชอวื่านรนทะนิอมถวาย เสดจเข็ าไปย งตั นไม  เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนสาละ ทางดานทศทิกษัณิ ตนสาละนนมั้ขนาดเทีาต นแคฝอย  ดอกผล สริ ิและสมบตั ิพงทราบอยึางนนเหมั้อนกืนั พระองคเสดจเข็ าไปย  งโคนต ันสาละ ทรงลาดสนถัดหญัา กวาง ยาว ประมาณ ๔๐ ศอก ประทบนังขั่ดสมาธั ิ ทรงไดอนาวรณญาณ อนปราศจากน ัวรณิ แตหามความมวเมาั ในกามทกอยุาง ทรงเปลงพระอทานวุา อเนกชาตสิสารํ ํ ฯเปฯ ตณหานฺ ํขยมชฌคาฺ แลวทรงยบยังเสวยวั้มิตตุสิขุ ณ บรเวณโพธ ิพฤกษินนแลตลอดั่ ๗ สปดาห ั ทรง พจารณาเหินอ็ ปนุสิยสมบัตัของพระโสณก ิมารและพระอุตตรกุมารุ ผเปูนพระกนษฐภาดาิ ของพระองค จงเสดึ จไปทางนภากาศ ็ ลงทอรี่ณราชอุทยานุ ใกลกร งอโนมะุ ทรงให พนกงานเฝ ัาพระราชอ ทยานไปอุ ญเชัญพระกิมารมาแลุว ทรงประกาศพระธรรมจกรั ทามกลางพระกมารทุงั้ ๒ พระองคนนั้ พรอมทงบรั้วาริ ครงนั้นั้ การบรรลธรรมุ ครงทั้ ี่๑ ไดมแกีสตวั ๘๐,๐๐๐ โกฏิ สมยตัอมาอกี พระผมูพระภาคี เมอเสดื่จจาร็ กไปในชนบท ิ ทรงแสดงธรรมโปรด ชนในถนนิ่นๆั้ การบรรลธรรมไดุมแกีสตวั ๗๐,๐๐๐ โกฏ ินเปี้นการบรรลธรรมุ ครงทั้ี่๒ พระผมูพระภาคี เมอทรงทำลายข ื่ายคอทืฏฐิ ิลมธงคอมานะของเดืยรถียี ๒๓. เวสสภพูทธวุงสวัณณนาั


472 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ กำจดความเมาดัวยมานะ ทรงยกธงคอธรรมขืนึ้ ทรงทำยมกปาฏหาริยิ ในมนษยุบรษิทั กวางประมาณ ๙๐ โยชน  ในเทวบรษิ ทหาประมาณม ั ไดิ ณ กรงอโนมะนุนเองั่ ยงเทวดาั และมนษยุใหเล อมใสแล ื่วทรงยงสัตวั ประมาณ ๖๐ โกฏิใหอมดิ่วยอมตธรรมนเปี้นการ บรรลธรรมครุงทั้ ี่๓ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “ในมณฑกั ปนันแลั้ ไดมพระชีนเจิา พระนามวา เวสสภูตามพระโคตร พระองค ผไมูมบีคคลเสมอุไมมบีคคลเปรุยบี เสดจอ็บุตัขินแลึ้ วในโลก  [๒] พระชนเจิาพระองคนนทรงทราบวั้า ไฟคอราคะนื เปี้นของรอน เปนแวนแควน ของตณหาัทรงตดกัเลสเคริองผื่กดูจชุางตดเครัองื่ พนธนาการแลัวทรงบรรลสุมโพธ ัญาณอินสังสูดุ [๓] พระเวสสภพูทธเจุาทรงเป นผ นำส ูตวโลก ั ทรงประกาศพระธรรมจกรแลัว เทวดาและมนษยุประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ [๔] เมอพระนราสภะผื่เจรู ญทิสี่ดในโลกุ เสดจจาร็ กไปในแว ินแควน เทวดาและมนษยุประมาณ ๗๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ [๕] เมอพระองคื่ทรงกระทำยมกปาฏ หาริยิ บรรเทาทฏฐิอินสำค ัญเทวดาและมนัษยุในโลก  พรอมเทวโลกในหม นจื่กรวาลมาประช ัมกุนั


กถา] 473 [๖] เทวดาและมนษยุประมาณ ๖๐ โกฏิ ไดเหนความมห็ศจรรยัท ไมี่เคยม ี เปนเหต ใหุขนพองสยองเกลาแลวบรรลธรรมุ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา เปนของรอน (อาทติตฺ ) ํความวา สนทิ้ งสามโลกน ั้ี้ ถกไฟไหมูแลว คำวา ไฟคอราคะื (ราคคคฺ ) ิคอื อนราคะั คำวา เปนแวนแควน ของตณหาั (ตณหานฺํวชิติํ) ความวา ทรงทราบอยางนวี้า “โลกทงั้๓ เปนถนิ่ แควน สถานทตกอยี่ในอำนาจของต ูณหาทังหลายั้ ” คำวาทรงตดกัเลสเคริองผื่กู ดจชุาง (นาโคว พนธนฺํเฉตวาฺ ) ความวา ทรงตัดเครื่องพันธนาการดังเถาวัลย ทเนี่าเปอย ดงหนังชึ่างสารแลว ทรงบรรล ุคอประสพพระส ื มโพธ ัญาณิ คำวาหมนื่ จกรวาลั (ทสสหสสฺ )ีคอื ใน ๑๐,๐๐๐ โลกธาตุคำวา พรอมท งเทวโลก ั้ (สเทวเก) คอื ในโลกพรอมก บเทวโลก ั คำวาบรรล (ุพชุฌเรฺ ) คอื ตรสรัแลูว อนงึ่ พระผมูพระภาคพระนามวีาเวสสภ ูทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ ณ วนั มาฆปรณมุ ีทามกลางพระอรหนตั ๘๐,๐๐๐ รปู ทอี่ปสมบทในสมาคมของพระโสณุ เถระและพระอตตรเถระุ คพระอูครสาวกั นเปี้นปฐมสาวกส นนับาติ ในกาลทพระภี่กษิุ มจำนวน ี๗๐,๐๐๐ รปู ซงอึ่ปสมบทกุบพระเวสสภั ูผครอบงำโลกท ูงปวงพาก ั้นหลั กไป ี ในสมยทัพระเวสสภี่พูทธเจุา จะเสดจหล็ กออกจากคณะไป ี ภกษิเหลุานนสดั้บขัาวการ ประกาศพระธรรมจกรของพระเวสสภัสูมมาสัมพัทธเจุา จงพากึนมายังกรั งโสเรยยะุ กได็  เขาเฝาพระผมูพระภาคี พระผมูพระภาคทรงแสดงธรรมโปรดภ ีกษิเหลุานนั้ ทรงใหภกษิุ เหลานนอั้ปสมบทดุวยเอหภิกขิอุปสุมปทาท ังหมดั้ แลวทรงยกปาต  โมกข ิขนแสดง้ึ ใน บรษิทอั นประกอบด ัวยองค ๔ นนเป ั่นทตุยสาวกสินนับาติ อนึ่ง ในกาลที่พระราชบุตรพระนามวาอุปสันตะ ทรงขึ้นครองราชยในกรุง นาริวาหนะ พระผูมีพระภาคเสด็จถึงเมืองนั้น เพื่อทรงอนุเคราะหพระราชบุตรนั้น แมพระราชบตรนุนั้ ทราบขาวการเสดจมาถ็งของพระผึมูพระภาคี พรอมกบบรัวารจิงึ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๖/๖๙๕-๖๙๖ ๒๓. เวสสภพูทธวุงสวัณณนาั


474 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ออกไปรบเสดัจท็ลอาราธนามาถวายมหาทานู ทรงสดบธรรมเทศนาของพระผัมูพระภาคี แลวทรงมพระหฤทียเลั อมใส ื่ แลวออกบวช มนษยุ๖๐,๐๐๐ โกฏ ิกออกบวชตามเสด็จ็ พระองค ภกษิเหลุานนบรรลั้อรหุตตผลั พรอมกบพระราชบัตรนุนั้ พระผมูพระภาคี พระนามวาเวสสภนูนั้อนภักษิเหลุานนแวดลั้อมแลว ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้นเปี้น ตตยสาวกสินนับาติ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๗] “พระชนเจิาผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ พระนามวา เวสสภูไดม การประช ีมแหุง พระขณาสพีผปราศจากมลท ูนิมจีตสงบิ ระงบัผคงทูี่๓ ครงั้ [๘] ภกษิ ประมาณุ๘๐,๐๐๐ รปูไดมาประช มกุนั เปนครงทั้ี่๑ ภกษิ ประมาณุ๗๐,๐๐๐ รปู ไดมาประช มกุนั เปนครงทั้ี่๒ [๙] ภกษิ ประมาณุ๖๐,๐๐๐ รปู มาประชมกุนั เปนครงทั้ี่๓ ลวนกลวภัยมัชราี เปนตน เปนโอรสของพระมเหส เจีา ๑ ในครงนั้นั้ พระโพธสิตวัของพวกเรา เปนพระราชาพระนามวาพระจาสทุสสนะั ผนูาทอดท สสนาเป ันทรี่กอยัางยงิ่ ณ กรงสรภวดุ ีเมอพระเวสสภื่พูทธเจุาผ ทรงเป ูน พระโลกนายกะ เสดจถ็งกรึงสรภะุ ทรงสดบพระธรรมเทศนาของพระพัทธองคุ มพระี หฤทยเลั อมใสแล ื่ว ทรงยกอญชลัอีนรังเรุองดื วยทศนขสโมธาน  เหมอนดอกบืวตัมเกูดิ ในน้ำ ไมมมลทีนิ ไมวกลบกพริอง ไวเหนอเศืยรี ถวายมหาทานพรอมทงจั้วรแดี  พระภกษิสงฆุ มพระพีทธเจุาเป นประธาน  ทรงสรางพระคนธกัฎุ ีเพอเป ื่นท ประท ี่บอยั ู ของพระผมูพระภาคีณ เมองนืนั้ ทรงสรางวหารอิกี๑,๐๐๐ หลงลัอมพระคนธกัฎุนีนั้ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๗-๙/๖๙๖


กถา] 475 ทรงบรจาคสมบิตัทิกสุงทิ่กอยุาง ไวในพระศาสนาของพระผ มูพระภาคี ทรงผนวชใน สำนกของพระผัมูพระภาคแลีว ทรงถงพรึอมดวยอาจารคณุ ทรงยนดิ ในธ ีดงคุคณุ๑๓ ทรงยินดีในการแสวงหาโพธิสมภาร ทรงยินดีในพระพุทธศาสนาอยูแลว พระผูมี พระภาคพระองคนนั้ กทรงพยากรณ็ พระโพธ สิตวันนวั้า “ในอนาคตกาลอกี๓๑ กปั แตก ปนั ไปี้ทานผนูจี้กเป ันพระพทธเจุาพระนามว าโคดม  ” เพราะเหตนุนั้พระผมูพระภาคี จงตรึสวัา [๑๐] “สมยนันั้เราเปนกษตรัยิมนามวีา สทุสสนะั ทลอาราธนาพระมหาวูรเจีาแลวถวายทานอนมัคีามาก ไดบชาพระชูนเจิาพรอมทงภั้กษิสงฆุดวยขาวน้ำและผา [๑๑] เราฟงพระธรรมจกรอั นประณ ัตี อนประเสร ัฐทิพระพี่ทธเจุาพระองคนนั้ ผไมูมบีคคลเสมอุทรงประกาศแลว จงชอบใจการบรรพชา ึ [๑๒] เราบำเพญมหาทานให ็ เป นไป  ไมเกยจครีานทงกลางวั้นและกลางคันื ทราบวาการบวชถงพรึอมดวยคณุ จงบวชในสำน ึกของพระชันเจิา [๑๓] เราเปนผสมบูรณูดวยอาจารคณุ ตงมั้นอยั่ในว ูตรและศัลีแสวงหาสพพัญัตญาณ ุ ยนดิ ในศาสนาของพระช ีนเจิา [๑๔] เราทำศรทธาและป ัตใหิเกดขินึ้ ไหวพระพทธเจุาผพระศาสดาู ปตเกิดขินแกึ้เราเพราะเหตแหุง พระโพธญาณนินเองั่ ๒๓. เวสสภพูทธวุงสวัณณนาั


476 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๑๕] พระสมมาสัมพัทธเจุาทรงทราบวา เรามจีตไม ิหวนกลบัจงไดึตรสดังนัวี้า ในกปทั ี่๓๑ นบจากกั ปนั ไปี้ ผนูจี้กเปันพระพทธเจุา [๑๖] พระตถาคตไดเสดจออกจาก็ กรงกบุลพิสดัทุ นี่ารนรมยื่ ทรงเรมติ่งั้ ความเพยรบำเพ ีญท็กรกุริยาิ พระตถาคตจกประท ับนังทั่โคนต ี่น อชปาลนโครธ ิทรงรบขั าวปายาสในท นี่นั้ แลวเสด จไปย ็งแมัน้ำเนรญชราั พระชนเจิาพระองคนนจั้กเสวยั ขาวปายาส ทรี่มฝิงแมน้ำเนรญชราั แลวเสด จไปท ็ โคนต ี่นโพธ  ิตามหนทาง อนประเสร ัฐทิตกแตี่งไวแลว จากนนั้พระองคผมูพระยศยี งใหญ ิ่ จกทำประท ักษั ณโพธ ิมิณฑัอนยอดเยัยมแลี่ว ตรสรัทูโคน ี่ตนอสสัตถพฤกษั  พระมารดาผใหูกำเน ดพระชินเจิา พระองคน ี้จกมัพระนามวีามายา พระบดาจิกมัพระนามวีา สทโธทนะุ พระชนเจิาพระองคนจี้กมัพระนามวีา โคดม พระโกลตเถระและพระอิ ปตุสสเถระิ ผไมูมอาสวะีสนราคะิ้มจีตสงบิ ตงมั้นดั่ีจกเปันพระอครสาวกั


กถา] 477 พระเถระนามวาอานนท  จกเปันพระอ ปุ ฏฐาก บำรงพระชุนเจิาพระองคน ี้ พระเขมาเถรและพระอีบลวรรณาเถรุี ผไมูมอาสวะีสนราคะิ้มจีตสงบิ ตงมั้นดั่ีจกเปันพระอครสาวักาิ ตนไม  เปนทตรี่สรัของพระผูมูพระภาคนีนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนอสสัตถพฤกษั  จตตคหบดิอีบาสกและหุตถกคหบดัอีบาสกุ ชาวเมองอาฬวื ีจกเปันอครอั ปุ ฏฐาก นนทมาตาอับาสุกาและอิตตราอุบาสุกาิ จกเปันอครอั ปุ ฏฐายกาิ พระโคดมผมูยศี พระองคนนั้จกมัพระชนมายี ประมาณุ๑๐๐ ป เทวดาและมนษยุไดฟ งพระดำร สนั ี้ ของพระพทธเจุาผไมูม ใครเสมอเหม ีอนื ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่แลว ตางกม็ความชีนชมกลื่าววา ทานผนูเปี้นหนอพทธางกุรู สตวัท งหลายในหม ั้นจื่กรวาลพรัอมทงเทวดาั้ ตางก เปล็งเส ยงโห ีร องปรบม อืราเรงิ ประนมมอืนมสการวัา ถาเราทงหลายจั้กพลาดศาสนาของั พระโลกนาถพระองคน ี้เราทงหลายกั้จ็กพรัอมหนา หนอพทธางกุรนูในอนาคตกาล ี้ ๒๓. เวสสภพูทธวุงสวัณณนาั


478 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ มนษยุทงหลายเมั้อจะขื่ามแมน้ำ พลาดทาเฉพาะหนาแลวกย็ดเอาทึาถ ดไป ั จงขึามแมน้ำใหญไปฉนใด ั เราทงหมดกั้ฉ็นนันเหมั้อนกืนั ถาพลาดพระชนเจิาพระองคน ี้ กจ็กพรัอมหนาหนอพทธางกุรนูในอนาคตกาล ี้ [๑๗] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วก ทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาพระธรรมจกรั ...ทรงประกาศแลว (จกกฺํวตตฺติ)ํ คอื พระธรรมจกรทั ทรงประกาศแล ี่ว คำวาธรรมอนประณ ัตี (ปณติํธมมฺ )ํ คอื ธรรมอนยังของมนิ่ษยุ  คำวา การบวชถงพรึอมดวยคณุ (ปพพชฺชฺํคณสมุปนฺนฺํ) ความวา เรารวูา การบวชพรงพรั่อมดวยคณแลุวจงบวชึ คำวาตงมั้นอยั่ ในว ูตรั และศลี (วตตสฺลสมาหี โติ ) คอื ดำรงมนในว ั่ตรและศัลี อธบายวิา มนคงในการ ั่ บำเพญว็ตรและศัลนีนๆั้ คำวายนดิ (ีรมาม)ิ คอื ยนดิยีงแลิ่ว คำวา ศรทธาั และปต (ิสทธาปฺต)ึ คอื เขาถงศรึ ทธาและป ัต ิ คำวา ไหว (วนทามฺ )ิ คอื ถวาย อภวาทแลิว พงเหึ นคำท ็ เปี่นปจจบุนกาลั ใชในอรรถอด ตกาลี คำวาผพระศาสดาู (สตถรฺ )ํ คอื ซงพระศาสดาึ่ คำวามจีตไม ิหวนกลบั (อนวติตมานสฺ )ํ คอื มใจี ไมทอถอย กพระผ็มูพระภาคพระองคีนนั้ ทรงมเมีองชือวื่ากร งอโนมะุ พระชนกมพระนามี วาพระเจาส ปปตุตะี พระชนนพระนามวีาพระนางยสวดเทวี ีคพระอูครสาวกนามวัา ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๐-๑๗/๖๙๖-๖๙๙


กถา] 479 พระโสณเถระและพระอตตรเถระุ พระพทธอุปุ ฏฐากนามวาพระอ ปสุนตเถระั คพระู อครสาวักานามวิาพระรามาเถรและพระสมาลาเถรี ีตนไม  เปนทตรี่สรัชูอวื่าตนออยช างใหญ   พระสรระสีงู๖๐ ศอก พระชนมายุ๖๐,๐๐๐ ปพระอครมเหสัพระนามวีาพระนาง สจุตตาเทวิ ี พระโอรสพระนามวาพระส ปปพุทธราชกุมารุ เสดจออกมหาภ็เนษกรมณิ  ดวยสวรรณสุวิกาิ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๘] “กรงชุอวื่า อโนมะ กษตรัยิพระนามวา สปปตุตะี เปนพระชนกพระเทวพระนามวีา ยสวดี เปนพระมารดาของพระพทธเจุาพระนามวา เวสสภู ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๑๙] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๖,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงัคอืรจุปราสาท ิ สรตุปราสาท ิและวฑฒกปราสาท ั [๒๐] มนางสนมกำน ีลั๓๐,๐๐๐ นาง ลวนประด  บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีา สจุตตาิ พระราชโอรสพระนามวา สปปพุทธะุ [๒๑] พระองคผสูงสูดแหุงบรุษุทรงเหนน็มิติ ๔ ประการจงทรงวอทองออกผนวชแลึว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๘ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรลสุมโพธ ัญาณิ ) [๒๒] พระมหาวระทรงเป ีนผ นำส ูตวั โลก  ผสูงสูดแหุงนระพระนามวา เวสสภู ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรทัอรี่ณารามุ ๒๓. เวสสภพูทธวุงสวัณณนาั


480 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ [๒๓] พระโสณเถระและพระอตตรเถระุ เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวาอ ปสุนตะั เปนพระอ ปุ ฏฐากของพระชนเจิาพระนามวา เวสสภูผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๒๔] พระรามาเถรและพระสมาลาเถรี ี เปนพระอครสาวักาิตนไม  เปนทตรี่สรั ู ของพระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนออยช างใหญ   [๒๕] โสตถกอิบาสกและรุมมอับาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐาก โคตมอีบาสุกาและิ สริมาอิบาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๖] พระองคทรงมพระวรกายสีงู๖๐ ศอก เปรยบเสมอดี วยเสาทองคำ พระรศมั เปลีงออก จากพระวรกาย ดงไฟบนภ ั เขาในเวลากลางคูนื [๒๗] พระชนเจิาผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่พระองคนนั้ มพระชนมายี ประมาณุ๖๐,๐๐๐ ป พระองคทรงดำรงพระชนมาย  ประมาณเทุานนั้ ทรงชวยหม ชนให ูขามพ นได  เป นจำนวนมาก  [๒๘] พระองคพรอมทงสาวกั้ทรงจำแนกธรรม ไวอยางพสดาริ ประดษฐานมหาชนไว ิ ใน ธรรมนาวาแลวกเสด็จด็บขั นธปร ันิพพานิ


กถา] 481 [๒๙] ชนทกหมุเหลูาพระวหารและอิริยาบถิ ทนี่าทศนาัทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา เปรยบเสมอดี วยเสาทองคำ  (เหมยปสมูปโมู ) ความวา เหมอนเสาทองื คำวา เปลงออก (นจิฉรตฺ )ิ คอื แลนไปทางโน นและทางน ี้ คำวาพระรศมั (ีรสมฺ )ิ คอื แสงแหงรศมั ี คำวา ดงไฟบนภ ั เขาในเวลากลางคูนื (รตตฺวึ ปพพเตฺสขิ) ีความวา รศมัสีองสว างในพระวรกายของพระองค  เหมอนดวงไฟ ื บนยอดเขา ในเวลากลางคนื คำวา ทรงจำแนก (ภชติวาฺ ) ความวา ทรงทำการ จำแนก โดยเปนอคฆฏ ุติญั เปูนตน และโดยเปนพระโสดาบ  นเป ันตน คำวาธรรม นาวา (ธมมนาวฺ ) ํความวา ทรงตงธรรมนาวาั้ คอมรรคื อนมัองคี ๘ เพอชื่วย ใหขามโอฆะ ๔ คำวาทนี่าทศนาั (ทสสเนยฺยฺ )ํ คอื อนนัาทอดทศนาั คำวา ชนทุกหมูเหลา (สพฺพชนํ) คือ ชนทั้งปวง อธิบายวา พระสัมมาสัมพุทธเจา พรอมทงพระสาวกั้ คำวาวหาริ (ํพระวหาริ ) บณฑัตพิงเหึนว็า เปนทตุยาวิภิตัใชิ ใน ความหมายแหงปฐมาว ภิตัทิกแหุง ไดยนวิา พระผมูพระภาคพระนามวีาเวสสภ ูเสดจด็บขั นธปร ันิพานิ ณ เขมมคทายวินั กรงอุสภวดุ ีพระบรมสารรีกธาติของพระองคุ กระจดกระจายไป ั ไดยนวิาพระผมูพระภาคพระนามวีาเวสสภู พระชนะผิ ประเสร ู ฐิเสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ ดวยอน ปาทุเสสนิพพานิณ พระวหาริ ใกลปาทนี่ารนรมยื่ กรงอุสภวดุีราชธานี คำทเหลี่อในคาถาท ืกแหุง มเนี อความปรากฏช ื้ดแลัวแล เวสสภพูทธวุงสวัณณนาทั ี่๒๓ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๒๓ จบ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๘-๒๙/๖๙๙-๗๐๐ ๒๓. เวสสภพูทธวุงสวัณณนาั


482 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ๒๔. กกสุนธพัทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระกกิสุนธพัทธเจุา เมอพระสยื่มภัพูทธเจุา พระนามวาเวสสภ ปรูนิพพานแลิว เมอกื่ปนันลั้ วงไป  ดวงพระทนกรคิอพระชืนพิทธเจุา กไม็อบุตัขินเลยตลอดระยะเวลาถึ้งึ๒๙ กปั สวนใน  ภทรกั ปนั ี้มพระพีทธเจุาเสดจอ็บุตัขินึ้ ๔ พระองค คอื ๑. พระกกสุนธพัทธเจุา ๒ . พระโกนาคมนพทธเจุา ๓. พระกสสปพ ัทธเจุา ๔ . พระโคตมพทธเจุาของพวกเรา สวนพระผูมีพระภาคพระนามวาเมตไตรย จักเสด็จอุบัติขึ้นในอนาคตกาล ดวยประการด งกลัาวมาฉะน ี้กปนั ี้พระผมูพระภาคทรงสรรเสรีญวิ าเปนภทรกั ปั เพราะ ประดบดัวยการอบุตัขินของพระผึ้มูพระภาคจำนวน ี๕ พระองคในบรรดา ๕ พระองค นนั้ พระผมูพระภาคพระนามวีากกสุนธะั ทรงบำเพญบารม็ทีงหลายั้ แลวบงเกั ดใน ิ ดสุตเทวโลก ิ จตุจากภพนินแลั้ว ถอปฏ ืสนธิ ในพระครรภ ิของพราหมณนามวีาวสาขาิ เอกภรรยาของปโรหุตนามวิาอคคัทิตตะั ผอนูศาสนุอรรถธรรมถวายพระเจาเขมงกรั ในกรงเขมวดุ ีกเม็ อใด ื่ กษตรัยิทงหลายสั้กการะเคารพนับถัอบืชาพราหมณูทงหลายั้ เมอนื่นั้ พระโพธสิตวัทงหลายยั้อมบงเกั ดในตระก ิลพราหมณู กในกาลใด ็ พราหมณทงหลายั้ สกการะเคารพนับถัอบืชากษูตรัยิทงหลายั้ ในกาลนนั้ พระโพธสิตวัทงหลายอั้บุตัในตระก ิลกษูตรัยิ  ไดยนวิา ในครงนั้นั้ พราหมณ ทงหลายั้อนกษัตรัยิทงหลายสั้กการะเคารพัเพราะฉะนนั้ พระโพธสิตวันามวากกสุนธะั ผดำรงม ูนอยั่ในส ูจจะั เมอจะยื่งั๑๐,๐๐๐ โลกธาตใหุบนลัอลืนหวั่นไหว ั่ จงทรงอึบุตัในิ ตระกลพราหมณู อนไม ัอากลู แตอากลดูวยเหตเกุดสิริสมบิตั ิจงเกึ ดปาฏ ิหาริยิดงกลัาว มาในหนหลงั จากนนั้ ครนถั้วนกำหนดทศมาส  จงประส ึตูจากมาติคุพโภทร ั ณ เขมวดี อทยานุ เหมอนเปลวไฟแลบออกจากเถาว ืลยัทอง พระโพธสิตวันนครองฆราวาสวั้สิยอยั ู ๔,๐๐๐ ป มปราสาท ี ๓ หลงั คอื


กถา] 483 ๑. กามปราสาท ๒. กามวณณปราสาท ั ๓. กามสทธุปราสาท ิ ปรากฏมสตรี เปี นปร จาริ กาประมาณ ิ ๓๐,๐๐๐ นาง มโรจีนิพราหมณี เปีน ประธาน พระมหาบรุษพระองคุนนั้ เหนน็มิตทิงั้๔ ประการ เมออื่ตตรกุมารุ ผยอดเยูยมี่ ซึ่งเปนบุตรของโรจินีพราหมณีเกิดแลว จึงเสด็จออกมหาภิเนษกรมณดวยรถมาที่ ตระเตรยมไว ี บวชแลว บรุษประมาณุ๔๐,๐๐๐ คน ออกบวชตามพระมหาบรุษนุนั้ พระมหาบรุษนุนั้ อนบรรพชัตเหลิานนแวดลั้อมแลว บำเพญเพ็ยรอยี ู๘ เดอนื ในวนั วสาขป ิรณมุ ีบรโภคข ิาวมธ ปายาสุ ทธี่ดาวชิรินธพราหมณิ  ในสจุรินธนิคมถวายแลิว ยงสัวนแหงวนั ใหลวงไปด วยทวาวิหารสมาบิตั ิ ในปาไมตะเคยนี ในเวลาเยน็ รบั หญาคา๘ กำ ทคนเฝ ี่าไร ขาวเหนยวนามวีาสภุททะั นอมเข าไปถวาย  แลวเข าไป ยงตั นไม  เปนทตรี่สรั ูชอวื่าตนซกึ ซงมึ่ขนาดเทีากบตั นแคฝอย  เมอลมโชย ื่ มกลีนหอมิ่ ลาดสนถัดหญัากวางยาว ประมาณ ๓๔ ศอก นงขั่ดสมาธั ิบรรลพระสุมโพธ ัญาณิ แลวเปล งอทานวุา อเนกชาตสิสารํ ํฯลฯ ตณหานฺํขยมชฌคาฺทรงยบยังเสวยวั้มิตตุสิขุ ตลอด ๗ สปดาห ั ทรงพจารณาเหินภ็กษิุ๔๐,๐๐๐ รปู ทออกบวชพรี่อมกบพระองคั  เปนผสามารถแทงตลอดสูจจะั เพยงวีนเดัยวเทีานนั้ กเสด็จเข็ าไปย  งปัาอสิปตนม ิคทายวินั ซงมึ่อยี ใกล ูกบกรังมกุละิ พระผมู พระภาคประท ีบอยัทูามกลางบรรพชตเหลิานนั้ ทรง ประกาศพระธรรมจักร ในครั้งนั้น การบรรลุธรรมครั้งแรก ไดมีแกสัตวจำนวน ๔๐,๐๐๐ โกฏิ ในกาลตอมา พระศาสดาทรงทำยมกปาฏหาริยิ ณ โคนตนออยช างใหญ   ใกล ประตกรูงกุณณกัชชะุ ทรงยงธรรมจักษั ใหุเกดแกิสตวั ประมาณ ๓๐,๐๐๐ โกฏ ินเปี้นการ บรรลธรรมครุงทั้ี่๒ ในครงทั้ยี่กษัชอนรเทพื่ ทเขาสมมี่ตุริกูนวัา เปนเทพแหงนรชน ในเทวาลยแหังหนงึ่ ไมไกลจากกร งเขมวดุ ี ปรากฏตวเปันมนษยุ ยนอยื ใกล ูกบสระั แหงหนงึ่ ซงมึ่นี้ำเยน็ ประดบดัวยบวสายและดอกบัวเขัยวี น้ำเยนและม็รสอีนอรัอย อยางยงิ่ มกลีนหอมริ่นรมยื่  สำหรบปวงชน ั ทามกลางทางกนดารั ลอลวงสตวัทงหลายั้ ๒๔. กกสุนธพัทธวุงสวัณณนาั


484 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ โดยเปนคนเกบบ็วสายและบั วขาวเป ันตน แลวจบมนัษยุกนเสิยี เมอทางนื่นตั้ดขาดั ไมม ี คนรอนแรมไปถงอึกี ยกษันรเทพ จงดึนดั้นเข าดงใหญ  กนสิตวัทชี่มนุมกุนในท ันี่นๆั้ เสยี เสนทางนนั้ ชาวโลกรจูกกันวัา เปนหนทางมหากนดารั ไดยนวิา หมมหาชนู ยนชืมนุมกุนอยั ใกล ูประต ทูงั้ ๒ ขางทาง เพอคอยชื่วยคนให ขามพนทางกนดารั ครงนั้นั้ พระกกสุนธะจอมศาสดาั ผปราศจากก ูเลสเคริองผื่กในภพู วนหนังึ่ ในเวลาใกลรงุ ทรงออกจากมหากรณาสมาบุตั ิแลวตรวจดสูตวั โลก  ทรงเหนนรเทพย็กษั ผมูศีกดาใหญ ั  และกลมชนนุนั้ เขาไปในข ายคอพระญาณื ครนทรงทราบแลั้ว พระผมูพระภาคจีงึ เสดจไปทางอากาศ ็ เมอชนกลื่มนุนั้ มองเหนอย็นูนเองั่ ทรงแสดงยมกปาฏหาริยิหลาย อยาง แลวเสด็จลงที่ภพของยักษนรเทพ ประทับนั่งเหนือบัลลังกอันเปนมงคลของ ยกษันนั้ ครงนั้นแลั้ ยกษัผมูมนีษยุเปนภกษาหารตนนันั้ เหนพระท็นกรจอมมินุ ีผทรงู เปลงพระฉพพรรณรังสั ีดงดวงทันกรอิ นสายฟ ัาหอมลอม กำลงเสดัจมาทางอากาศ็ จงมึจีตเลิ อมใสว ื่า “พระทศพลเสดจมาถ็งทึนี่ ี้เพอทรงอนื่เคราะหุเรา ” จงเขึ าไปย  งปัา หมพานติ มหมี มฤคจำนวนมาก ู พรอมดวยยกษัผ เปูนบรวาริ รวบรวมบปผชาตุทิงทั้ี่ เกดในน ิ้ำและเกดบนบกิ อนมัสีและกลีนติ่างๆกนั เลอกเอาเฉพาะดอกทืมี่กลีนหอมิ่ จรงใจอยุางยงิ่ มาบชาพระกกูสุนธพัทธเจุา ผทรงเป ูนพระโลกนายกะ  ทรงเปนผ ู ปราศจากมลทนโทษ ิ ซงประท ึ่บนังเหนั่อบืลลังกัของตน ดวยดอกไม ของหอมและ เครองลื่บไลูเปนอาท ิแลวเปล งเส ยงประสานข ีบเพลงสดัดุพีทธคุณุ ทำอญชลั ไวีเหนอื เศยรียนนมืสการันบแตันนั้มนษยุทงหลายผั้เหู นปาฏ ็หาริยินนั้เกดจิตเลิ อมใสศร ื่ทธาั เขามาประช มกุนัพากนยันนอบนือมหอมลอมพระบรมศาสดาครงนั้นั้พระผมูพระภาคี พระนามวากกสุนธะั ผไมูม ปฏีสนธิอิกี ทรงยงยักษันรเทพผอูนมนัษยุทงหลายบั้ชาู อยางยงิ่ ใหอาจหาญ ดวยทรงแสดงความเกยวขี่องของกรรมและผลของกรรม ใหเกดิ ความหวาดสะดงดุวยนรยกถาิ แลวจงตรึสจตัรารุยสิจจกถาั ครงนั้นั้ การบรรลธรรมไดุมี แกสตวั ประมาณม  ไดิ นเปี้นการบรรลธรรมครุงทั้ ี่๓ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคี จงตรึสวัา


กถา] 485 [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวา เวสสภู ไดมพระสีมมาสัมพัทธเจุาพระนามวากกสุนธะั ตามพระโคตร ผสูงสูดแหุงเทวดาและมนษยุ มพระคี ณหาประมาณมุไดิ  หาผกระทบกระทูงไดั่ยาก [๒] ทรงเพกถอนภพทิ งปวง ั้ถงทึสี่ดแหุงจรยาิ ทรงทำลายกเลสิดงราชสัหีทำลายกรงแล ว ทรงบรรลสุมโพธ ัญาณอิ นประเสร ัฐิ [๓] เมอพระกกื่สุนธพัทธเจุา ทรงเปนผ นำส ูตวโลก ั ทรงประกาศพระธรรมจกรั เทวดาและมนษยุประมาณ ๔๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ [๔] พระองคแสดงฤทธ กระทำยมกปาฏ ิ์หาริยิ ในอากาศกลางหาว ทรงทำเทวดาและมนษยุ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ โกฏ ิใหบรรลธรรมุ [๕] ในคราวประกาศอรยสิจั๔ แกยกษันรเทพ การบรรลธรรมของยุกษันนั้ ไมได คำนวณน บั” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาทรงเพกถอนิ (อคุ ฆาเฏต ฺวาฺ ) คอื ถอนขนแลึ้ว คำวาภพทงปวง ั้ (สพพภวฺ )ํ คอื ซงภพทึ่งั้๙ อธบายวิา กรรมอนเป ันเหตแหุง อปุตตภพิ คำวาถงทึสี่ดแหุงจรยาิ (จรยายิ ปารมึคโต) ความวา ทรงถงฝึง โดยการบำเพญบารม็ทีกอยุาง คำวาดงราชสัหีทำลายกรง  (สโหว ี ปชรฺํเภตวาฺ ) ความวา พระมนุกีญชร ุ ทรงทำลายบญชรคัอภพื เหมอนดืงราชสัหี ทำลายกรงฉะน นั้ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๕/๗๐๑ ๒๔. กกสุนธพัทธวุงสวัณณนาั


486 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระกกสุนธพัทธเจุา ผรูอเครื้องผื่กภพเสูยแลีว ทรงมสาวกสีนนับาตคริงเดั้ยวี เทานนั้ พระผมูพระภาคอีนพระอรหันตั ๔๐,๐๐๐ รปู ซงออกบวชพรึ่อมกบพระองคั  แวดลอมแลว ณ อสิปตนม ิคทายวินั กรงกุณณกัชชะุ ทรงยกปาตโมกข ิขนแสดงึ้ ในวนมาฆป ัรณมุ ีเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๖] “พระผมูพระภาคพระนามวีากกสุนธะั ไดม การประช ีมแหุงพระขณาสพีผปราศจากมลท ูนิ มจีตสงบระงิบัผคงทูครี่งเดั้ยวี [๗] ครงนั้น้ัพระขณาสพผีบรรลูถุงภึมูทิ ฝี่กแลว เพราะความสนไปแห ิ้งหมขูาศกคึออาสวะื ประมาณ ๔๐,๐๐๐ รปูมาประชมกุนั” ๑ ในครงนั้นั้ พระโพธสิตวัของพวกเรา เปนพระราชาพระนามวาเขมะ ทรงถวาย บาตรและจีวรเปนมหาทาน และถวายเภสัชทุกอยางมียาหยอดตาเปนตน แดพระ ภกษิสงฆุ มพระพีทธเจุาเป นประธาน  และถวายสมณบรขารอยิางอนื่ สดบพระธรรมั เทศนาของพระองคแลว มพระหฤทียเลั อมใส ื่ ทรงผนวชในสำนกของพระผัมูพระภาคี พระศาสดาพระองคนนทรงพยากรณั้ พระโพธ สิตวันนวั้า “ในอนาคตกาล ในกปนั ี้ นนแหละั่ ทานผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา” เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๘] “สมยนันั้เราเปนกษตรัยิมนามวีาเขมะ ไดถวายทานม ใชินอย ในพระตถาคตและในสาวกผชูนบิตรุ [๙] ถวายบาตรจวรียาหยอดตาชะเอมเครอื ถวายสงนิ่นั้สงนิ่ี้ทประเสร ี่ฐยอดเยิยมี่ ทกอยุางตามทภี่กษิสงฆุปรารถนา  ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๖-๗/๗๐๒


กถา] 487 [๑๐] แมพระพทธเจุาพระนามวากกสุนธะั พระองคนนั้ผทรงเป ูนผ นำว ูเศษกิทรงพยากรณ็  เราวา ในภทรกั ปนั ี้ผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา [๑๑] พระตถาคตไดเสดจออกจากกร็งกบุลพิสดั ุ ทนี่ารนรมยื่ ฯเปฯ กจ็กพรัอมหนาหนอ พทธางกุรนูในอนาคตกาล ี้ [๑๒] เราไดฟ งพระดำร สของพระพัทธเจุา แมพระองคนนแลั้วกทำจ ็ ตให ิเล อมใสอย ื่างยงิ่ ไดอธษฐานวิตรเพั อบำเพ ื่ญบารม็ ี๑๐ ประการ ใหยงขิ่นไป ึ้ [๑๓] กรงชุอวื่าเขมวดีครงนั้นั้เรามชีอวื่า เขมะเมอแสวงหาพระสื่พพัญัตญาณ ุ จงออกบวชในสำน ึกของพระองคั ” ๑ บรรดาคำเหลานั้น คำวา ยาหยอดตา (อชนฺํ) มีเนื้อความปรากฏชัดแลว นนเทั่ยวี คำวา ชะเอมเครอื (มธลฏุฐกิ)ํคอืเภสชทั ทำจากไม ี่มะซาง คำวาอเมติ ํ ตดบทเป ันอมิํเอตํ คำวาทพระสงฆี่ปรารถนา  (ปตถฺติํ) คอืทพระสงฆี่ปรารถนา  แลว คำวาถวาย (ปฏยาเทมิ )ิคอืพงถวายึอธบายวิา ไดถวายแลว คำวา ประเสรฐิ ยอดเยยมี่ (วรํวร)ํความวา ประเสรฐทิสี่ดๆุพระบาลวีายเทตํปตถฺติํกม็ีพระบาลี นนมั้เนีอความวื้า เราไดถวายสงทิ่ภี่กษิสงฆุตองการทกอยุาง ขอความหลงั นดี้กวีา กพระผ็มูพระภาคพระนามวีากกสุนธะั ผไมูชกชัาพระองคนนั้ มเมีองชือวื่ากรงุ เขมะ พระชนกเปนพราหมณชอวื่าอคคัทิตตะั พระชนนเปีนพราหมณนามวีาวสาขาิ คูพระอัครสาวกนามวาพระวิธุรเถระและพระสัญชีวเถระ พระพุทธอุปฏฐากนามวา ๒๔. กกสุนธพัทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๘-๑๓/๗๐๒-๗๐๔


488 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ พระพทธุชเถระิ คพระอูครสาวักานามวิาพระสามาเถรและพระจี มปาเถร ั ีตนไม  เปนท ี่ ตรสรัชูอวื่าตนซกึพระสรระสีงู๔๐ ศอก พระรศมัแหีงพระสรระแลี นออกไปรอบๆ ๑๐ โยชนพระชนมายุ๔๐,๐๐๐ ป มเอกภรี ยาเป ินพราหมณชีอวื่าโรจ นิ ีพระโอรสชอวื่าอตตระุ ออกมหาภเนษกรมณิ ดวยรถเทยมมีา เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑๔] “อคคัทิตตพราหมณัน นเป ั้นพทธบุดาิ พราหมณชีอวื่าวสาขาิ เปนมารดาของพระพทธเจุา พระนามวากกสุนธะัผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๑๕] ตระกลใหญ ูของพระสมมาสัมพัทธเจุา เปนตระกลทูประเสร ี่ฐทิสี่ดของคนทุงหลายั้ มชาตีสิงูมยศมากีอยในูเขมนครนนั้ [๑๖] พระองคทรงครองฆราวาสอย ู๔,๐๐๐ ป มปราสาทท ีอี่ดมอยุู๓ หลงั คอืกามวฑฒปราสาท ักามสทธุปราสาท ิ และรตวิฑฒปราสาท ั [๑๗] มนางสนมกำน ีลั๓๐,๐๐๐ นาง ลวนประด  บประดาสวยงาม ั พระมเหสพระนามวีา โรจนิี พระราชโอรสพระนามวาอตตระุ [๑๘] พระชนเจิาทรงเหนน็มิติ๔ ประการ จงทรงราชพาหนะคึอรถออกผนวชแลืว ทรงบำเพญเพ็ยรอยี ู๘ เดอนเตืม็ (จงไดึบรรลสุมโพธ ัญาณิ ) [๑๙] พระมหาวระพระนามวีากกสุนธะั ทรงเปนผ นำส ูตวโลก ั เปนผสูงสูดแหุงนรชน


กถา] 489 ผอูนพรหมทัลอาราธนาแลูว ทรงประกาศพระธรรมจกรัณ มฤคทายวนั [๒๐] พระวธิรเถระและพระสุ ญชัวนามเถระี เปนพระอครสาวกัพระเถระนามวาพทธุชะิ เปนพระอ ปุ ฏฐากของพระพทธเจุาพระนามวา กกสุนธะั ผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่ [๒๑] พระสามาเถรและพระจี มปาเถร ั ี เปนพระอครสาวักาิตนไม  เปนทตรี่สรัของู พระผมูพระภาคพระองคีนนั้ ชาวโลกเรยกวีาตนซกึ [๒๒] อจจัคคตอุบาสกและสุมนอุบาสกุ เปนอครอั ปุ ฏฐากนนทาอับาสุกาและิ สนุนทาอับาสุกาิ เปนอครอั ปุ ฏฐายกาิ [๒๓] พระมหามนุทรงมีพระวรกายสีงู๔๐ ศอก พระรศมั เปล ี งปล งดั่งทองคำ ัแผออกไป ๑๐ โยชนโดยรอบ  [๒๔] พระชนเจิาผแสวงหาคูณอุนยั งใหญ ิ่พระองคนนั้ มพระชนมายี ประมาณุ๔๐,๐๐๐ ปพระองค ทรงดำรงพระชนมายประมาณเทุานนั้ทรงชวย หมชนให ูขามพ นได  เป นจำนวนมาก  [๒๕] พระองคพรอมทงสาวกั้ทรงแผขยาย ตลาดธรรม๑ ใหแกบรุษและสตรุีในโลกพรอมทงั้ ๑ ทรงแผขยายตลอดธรรมหมายถงึบอกกลาวสอนพระพทธพจนุท ประกอบด ี่วยองค ๙ โดยอรรถ พยญชนะั นยัเหตุอทาหรณุ (มลินิทฺ . ๓๕๒) ๒๔. กกสุนธพัทธวุงสวัณณนาั


490 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ เทวโลก ทรงบนลัอสืหนาทีแลว เสดจด็บขั นธปร ันิพพานิ [๒๖] พระองคทรงถงพรึอมด วยพระดำร สอันั มองคี ๘ มศีลไม ีดางพรอยตลอดกาล ทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว สงขารทั งปวงเป ั้นสภาพว างเปล าหนอ ” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวาอยในเขมนครน ูนั้ (อสเต ตตถฺเขเม ปเรุ ) นี้ บณฑัตพิงทราบวึา พระผมูพระภาคตรีสแลัว เพอแสดงถื่งเมึองทืพระกกี่สุนธพัทธเจุา ทรงประสตู ิ คำวาตระกลใหญ ู (มหากลุ )ํ คอื ตระกลของฝูายพระชนกของพระผมูี พระภาค เปนตระกลอูนรังเรุองื คำวา เปนตระกลทูประเสร ี่ฐทิสี่ดของคนทุงหลายั้ (นรานํ ปวรํเสฏฐ )ํ ความวา ประเสรฐลิ้ำเลศกวิามนษยุท งหมดโดยพระชาต ั้ ิ คำวา มชาตีสิงู (ชาตมนิตฺ )ํ คอื มชาตียิงใหญ ิ่ มตระกีลสูงู คำวามยศมากี (มหายส)ํ ไดแก มบรีวารมากิ ตระกลใหญ ูนนของพระพั้ทธเจุาเปนอย างไร  ในคำนนั้ บณฑัติ พงเหึนการเช็อมความกื่บคำว ัาตระกลใหญ ูในเขมนคร  (มหากลุํเขเม ปเรุวสเต) คำวา๑๐ โยชนโดยรอบ  (สมนตาฺทสโยชน)ํความวาพระรศมัสีทองแผีซาน ออกจาก พระสรระเป ีนนตยิ แลวแลนแผ ออกไปตลอดพ นทื้ี่๑๐ โยชนโดยรอบ  คำวา ตลาดธรรม (ธมมาปณฺ )ํ คอื ตลาดกลาวคอธรรมื คำวาแผขยาย (ปสาเรตวาฺ ) ความวา ขยายตลาดธรรม เหมอนตลาดทืคี่บคังดั่วยสนคิานานาชนดเพิอขายสื่นคิา คำวาแกบรุษและสตรุ (ีนรนารนีํ) ความวา เพอการได ื่เฉพาะซงรึ่ตนะอันวัเศษิ คอฌานสมาบืตั ิและมรรคผล สำหรบบัรุษสตรุทีงหลายั้ ผเปูนเวไนยชน  คำวาบนลัอื สหนาที (สหนาทีวํ ) ไดแก บนลัอเพืยงดีงสัหนาทีคอการบืนลัออื นไม ันาสะพรงกลึวั คำวาถงพรึอมด วยพระดำร สอันมัองคี  ๘ (อฏฐงควจนสมฺปนฺโนฺ ) คอื พระศาสดา ทรงมพระสีรเสุยงี อนประกอบด ัวยองค ๘ คำวามศีลไม ีดางพรอย (อจฉฺทิทานฺ )ิ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑๔-๒๖/๗๐๔-๗๐๖


กถา] 491 คอื ศลทีเวี่นจากภาวะขาดเป นตน อนไม ัขาด ไมดางพรอย อกนียหนังึ่ ศลที ไมี่ทะลุ ไมมชีองเชนคพระอูครสาวกั คำวาตลอดกาล (นรนิตรฺ ) ํคอืเนองๆืคอตลอดกาลื เปนนตยิ  คำวาทกอยุางลวนอ นตรธานไปหมดแล ัว (สพพฺํตมนตรหฺติํ) ความวา พระศาสดาและคพระอูครสาวกเป ันตนนนทั้งหมดั้ เขาถ งความเป ึนพระมนุแลีว (ปรนิพพานิ แลว) กเข็าถ งภาวะไม ึ ปรากฏอ กี ไดยนวิาพระกกสุนธพัทธเจุา ทรงปราศจาก พนธะัมพระป ีญญาอ นไม ัชกชัา ไปจากโทษทงปวง ั้ ทรงตงมั้ นในไตรโลกา ั่ทรงมนคงในส ั่จจะั ประทบอยั ู ณ เขมวนมหาวัหาริ ในคาถาทเหลี่อื ทกแหุง คำทงปวงม ั้เนี อปรากฏช ื้ดแลัวแล กกสุนธพัทธวุงสวัณณนาทั ี่๒๔ จบ พทธวงศุเรองทื่ ี่๒๔ จบ __________ ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั พรรณนาวาด วยพระประว ตัของพระพิทธเจุาพระนามว าโกณาคมนะ  ภายหลงั ตอจากสมยของพระผัมูพระภาคพระนามวีากกสุนธะั เมอศาสนาของื่ พระองคอ นตรธานไปแล ัว เมอสื่ตวัทงหลายเกั้ดมาิ มอายีุ๓๐,๐๐๐ ป พระศาสดา พระนามวา โกณาคมนะ ผมูไมีดดพีณิ มาเปนประโยชน เกอกื้ลแกูผอูนื่ ทรงอบุตัขินึ้ ในโลก อกนียหนังึ่ พระศาสดาพระนามวาโกณาคมนะ  เพราะเปนทมาแหี่งอาภรณ  ทองคำเปนตน เสดจอ็บุตัขินในโลก ึ้ เครองประด ื่บมั ทองเป ีนตน มาตกลงในเวลาที่ พระผมูพระภาคี พระองคใดเสด จอ็บุตัขินึ้ พระผมูพระภาคพระองคีนนทรงพระนามวั้า โกณาคมนะ โดยนัยแหงนิรุตติศาสตร เพราะอาเทศ ก เปน โก อาเทศ น ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั


492 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ เปนณ แลวลบอกษรเสัยตีวหนังึ่ ในคำวา โกณาคมนะ นนั้ กในข ็อน ี้อายทุานทำ  ใหเส อมลงโดยลำด ื่บั แตม ใชิเสอมดื่วยอาการอยางน ี้บณฑัตพิงทราบวึา เจรญขินึ้ แลวเสอมลงอื่กี อยางไรก นั ในกปนัเที้านนั้ พระผมูพระภาคพระนามวีากกสุนธะั ทรงบงเกั ดในเวลาท ิมนี่ษยุมอายีุ๔๐,๐๐๐ ปแตอายนุนกำล ั้งลดลงัจนถงมึอายีุ๑๐ป แลวกลบเจรัญขินึ้จนมอายีนุบไม ัถวนจากนนกั้ลดลง็จนถงมนึษยุมอายีุ๓๐,๐๐๐ ป ครงนั้นั้ บณฑัตพิงทราบวึา “พระผมูพระภาคี พระนามวาโกณานคมะ  เสดจอ็บุตัขินึ้ ในโลก” แมพระองคก ทรงบำเพ ็ญบารม็ทีงหลายั้ แลวบงเกั ดในด ิสุตเทวโลก ิ จตุจากภพิ นั้นแลว ถือปฏิสนธิในครรภของพราหมณีชื่อวาอุตตรา ผูยอดเยี่ยมดวยคุณมีรูป เปนตน ผเปูนภรรยาของยญญทัตตพราหมณั  ในกรงโสภวดุ ีครนถั้วนกำหนดทศมาส  กประส ็ตูจากมาติคุพโภทร ั ณ สภวดุอีทยานุ เมอพระองคื่ทรงประส ตู ิ ฝนตกลงมา เปนทองไปท วชมพั่ทวูปี ดวยเหตนุนั้ พระประยรญาต ูจิงขนานนามวึา โกณาคมนะ เพราะเหตุที่ทรงเปนที่มาของทองคำ ก็พระนามนั้นของพระองคแปรเปลี่ยนมาโดย ลำดบั จนเปนโกณาคมนะ  พระองคทรงครองฆราวาสวสิยอยั ู๓,๐๐๐ ป มปราสาท ี ๓ หลงั คอื ๑. ตสุตปราสาท ๒ ิ . สนตัสุตปราสาท ิ ๓. สนตั ฏฐปราสาท ุ มหญี งบำเรอ ิ ๑๖,๐๐๐ นาง มรีจุคิตตาพราหมณั เปี นประธาน  พระมหาบรุษนุนเหั้นน็มิติ ๔ ประการแลว เมอบื่ตรชุอวื่าสตถวาหะั ของ นางรจุคิตตาพราหมณั ีเกดแลิว จงขึนคอชึ้างสำค ญเชัอกหนืงึ่ ออกมหาภเนษกรมณิ  ดวยยานคอชืาง ทรงผนวชแลว บรุษอุกี๓๐,๐๐๐ คนกออกบวชตาม็ พระมหาบรุษุ อนบรรพชัตเหลิานนแวดลั้อมแลว บำเพญเพ็ยรอยี ู๖ เดอนื ในวนวั สาขป ิรณมุ ีเสวย ขาวมธ ปายาสุ ทอี่คคั โสณพราหมณ ิกีมารุ ีผเปูนธดาของอิคคั โสณพราหมณ ิ นอมเขามา ถวายแลว ทำทวาวิหารสมาบิตัอยิ ในป ูาไมตะเคยนี ในเวลาเยน็ รบหญัาคา๘ กำมอื จากคนเฝาไร ขาวเหนยวชีอวื่าชฏาตนทิกะนุอมเขามาถวาย จงเขึ าไปย งตั นไม  เปนท ี่


กถา] 493 ตรสรั ูชอวื่าตนมะเดอื่ ซงมึ่ขนาดเทีากบทักลี่าวไว แล วในต  นปณฑรุกะี อนพรังพรั่อม ดวยความเจรญแหิงผล ทางดานทศทิกษิณิ ลาดสนถัดหญัากวาง๒๐ ศอก นงขั่ดสมาธั ิ กำจดกองกำล ังแหังมารและตวพญามารั ไดทศพลญาณ ทรงเปลงอทานวุา อเนกชาต-ิ สสารํ ํฯเปฯ ตณหานฺํขยมชฌคาฺแลวทรงยบยังเสวยวั้มิตตุสิขุ ตลอด ๗ สปดาห ั  ทรงเหนอ็ ปนุสิยสมบัตัของภิกษิุ๓๐,๐๐๐ รปู ทออกบวชพรี่อมกบพระองคั เสดจไป ็ ทางอากาศ ลงทปี่าอสิปตนม ิคทายวินั ใกลกบกรังสุทุสสนะั ประทบนังอยั่ทูามกลาง ภกษิเหลุานนั้ ทรงประกาศพระธรรมจกรั ในครงนั้นั้ การบรรลธรรมครุงทั้ ี่๑ ไดมแกี  สตวั ๓๐,๐๐๐ โกฏิ ในกาลตอมา พระศาสดาทรงทำยมกปาฏหาริยิณ โคนตนออยช างใหญ   ใกล ประตกรูงสุนทระุ ทรงยงสัตวั ๒๐,๐๐๐ โกฏ ิ ใหดมอมตธรรมื่ นเปี้นการบรรลธรรมุ ครงทั้ี่๒ เมอพระผื่มูพระภาคทรงแสดงพระอภี ธรรมป ิฎก โปรดเทวดาทงหลายั้ ทมาี่ จาก ๑๐,๐๐๐ จกรวาลแลั วประช มกุนั มพระนางอีตตราผุเปูนพระชนน ีของพระองคเปน ประธาน การบรรลธรรมครุงทั้ี่๓ ไดมแกีสตวั ประมาณ ๑๐,๐๐๐ โกฏ ิเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๑] “สมยตัอจากพระพทธเจุาพระนามวากกสุนธะั ไดมพระชีนสิมมาสัมพัทธเจุาพระนามวา โกณาคมนะ ผสูงสูดแหุงเทวดาและมนษยุทรงองอาจกวานรชน เปนผเจรู ญทิสี่ดในโลกุ [๒] ทรงบำเพญบารม็ธรรมี๑๐ ประการ ใหบรบิรณูขามทางก นดารได ัแลวลอยมลทนิ ทงปวงแล ั้วทรงบรรลสุมโพธ ัญาณอิ นประเสร ัฐิ [๓] เมอพระพื่ทธเจุาพระนามวา โกณาคมนะ ผทรงเป ูนผ นำว ูเศษิ ทรงประกาศพระธรรมจกรั ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั


494 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ เทวดาและมนษยุประมาณ ๓๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๑ [๔] เมอพระองคื่ทรงทำปาฏ หาริยิย ่ำยวาทะี ของผอูนเทวดาและมนื่ษยุประมาณ ๒๐,๐๐๐ โกฏิ ไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๒ [๕] จากนนั้พระชนสิมมาสัมพัทธเจุา ทรงแสดงฤทธติ์างๆแลวเสด จไปย ็ งเทวโลก ั ประทบทับี่ณฑักุมพลศัลาอาสนิ ในเทวโลกนนั้ [๖] พระมนุนีนทรงจำพรรษา ั้ทรงแสดง พระอภธรรมิ๗ ปกรณทวยเทพประมาณ ๑๐,๐๐๐ โกฏิไดบรรลธรรมครุงทั้ี่๓” ๑ บรรดาคำเหลานั้น คำวา บำเพญบารม ็ ธรรมี ๑๐ ประการใหบรบิรณู (ทส ธมเมฺปรยูติวานฺ ) คอื บำเพญบารม็ธรรมี ๑๐ ประการ คำวาขามทาง กนดารได ัแลว (กนตารฺํสมตกิกมฺิ) คือ กาวลวงชาติกันดารแลว คำวา ลอย (ปวาหิย) คือ ลอยแลว คำวา มลทินทั้งปวง (มลํสพฺพํ) คือ มลทิน ๓ มีราคะ เปนตน คำวาเมอพระองคื่ทรงทำปาฏ  หาริยิในการย  ่ำยวาทะของผีอูนื่ (ปาฏหิรีํ กโรนฺเต จ ปรปวาทปฺปมทฺทเน) ความวา เมื่อพระผูมีพระภาคทรงทำยมก ปาฏหาริยิ  ในการย่ำยวาทะของฝ ี ายปฏ  ปิกษ  คำวา ทรงแสดงฤทธ (ิ์วกิพุพนฺ )ํ คอื ทรงแสดงฤทธติ์างๆ อธบายวิา พระผมู พระภาคทรงทำยมกปาฏ ีหาริยิ ทใกล ี่ประต ู กรุงสุนทระ แลวเสด็จไปเทวโลก จำพรรษาเหนือพระแทนบัณฑุกัมพลศิลาอาสน ในดาวดงสเทวโลกน ึนั้ ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๑-๖/๗๐๗-๗๐๗


กถา] 495 ถามวา ทรงจำพรรษาอยางไร  ตอบวา ทรงแสดงพระอภธรรมทิงั้ ๗ คมภัรี อธบายวิา ทรงอยจำพรรษา ู แสดงพระอภธรรมป ิฎกทงั้๗ คมภัรี แกเทวดา ทงหลายในเทวโลกน ั้นั้ เมอพระผื่มูพระภาคทรงแสดงพระอภีธรรมิ ณ ทนี่นอยั้างน ี้ การบรรลธรรมไดุมแกีเทวดา ๑๐,๐๐๐ โกฏิ แมพระโกณาคมนพ ทธเจุา ผมาบำเพ ู ญบารม็อีนบรัสิทธุ ิ์ทรงมสาวกสีนนับาติ เพยงครีงเดั้ยวี พระผมูพระภาคเมี อประท ื่บอยั ูณ สรุนทวดิอีทยานุ กรงสุรุนทวดิ ี ทรงแสดงธรรมโปรดพระราชโอรส ๒ พระองค คอื ภยโยสราชโอรส ิ และอตตรราชโอรสุ พรอมทงบรั้วารจำนวน ิ ๓๐,๐๐๐ คน ทรงยงชนเหลัานนทั้ งหมดให ั้ออกบวชดวย เอหิภิกขุอุปสัมปทา ประทับนั่งทามกลางภิกษุเหลานั้น ทรงยกปาติโมกขขึ้นแสดง ณ วนมาฆป ัรณมุ ีเพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคจีงตรึสวัา [๗] แมพระพทธเจุา ผเปูนเทพยงกวิ่าเทพพระองคนนั้ กได็ม การประช ีมแหุงพระขณาสพี ผปราศจากมลท ูนิ มจีตสงบระงิบั ผคงทูครี่งเดั้ยวี [๘] ครงนั้นั้ภกษิุ๓๐,๐๐๐ รปูผขูามโอฆะ  จะถกมูจจั ราชทำลายุมาประชมกุนั” ๑ บรรดาคำเหลานนั้ คำวา โอฆะ (โอฆาน)ํ คอื โอฆะมกาโมฆะเป ีนตน คำนี้ เปนช อของโอฆะ ื่๔ ประการ โอฆะเหลานนของบั้ คคลใดมุอยี ูยอมคราผนูนให ั้จมลง ในวฏฏะั เพราะเหตนุนั้ จงชึอวื่าโอฆะ  แหงโอฆะเหล านนั้ บณฑัตพิงเหึนฉ็ฏฐัวีภิตัิ ใชในความหมายแห งทตุยาวิภิตั ิความวา ผกูาวล วงโอฆะ  ๔ ประการ แมในคำว า ทำลาย (ภชิชฺตานิ )ํน ี้กม็นียอยัางนเหมี้อนกืนั คำวามจจฺยาุ เทากบัมจจฺโนุ คอื ถกมูจจัราชุ ๒๕. โกณาคมนพทธวุงสวัณณนาั ๑ ขุ.พุทฺธ. (ไทย) ๓๓/๗-๘/๗๐๗


496 อรรถกถาขททกนุกายิ มธรุตถวัลาสินิี [นทานิ ในกาลนั้น พระโพธิสัตวของพวกเรา เปนพระราชาพระนามวาพระเจา บรรพต ครองกรุงมิถิลา ครั้งนั้น พระราชาและขาราชบริพาร ทรงสดับขาววา “พระโกณาคมนพุทธเจาผูทรงเปนหนทางที่มาของสรรพสัตว ผูถึงสรณะ เสด็จถึง กรุงมิถิลาแลว” จึงออกไปรับเสด็จ ถวายอภิวาทแลว ทูลอัญเชิญพระทศพล ถวายมหาทาน ทลวูงวอนพระผิมูพระภาคให ีอย ประท ูบจำพรรษา ั ณ กรงมุถิลานินั้ ทรงบำรงพระศาสดาพรุอมดวยภกษิสงฆุสาวกตลอดไตรมาส  ถวายของมคีามากมาย เชน ผาไหมท  ทำในเม ี่องป ืตตณณะุ ผาท ทำในเม ี่องจืนี ผากำพล  ผาแพร ผาเปล  อกไม ื  และผาฝายเปนตน ผาเนื้อละเอียด ฉลองพระบาททอง และสมณบริขารอื่นๆ เปนอันมาก พระผูมีพระภาคแมพระองคนั้น ก็ทรงพยากรณพระโพธิสัตวนั้นวา “ในภทรกั ปนัแลี้ ทานผนูจี้กเป ันพระพทธเจุา” ลำดบนันั้ พระมหาบรุษนุนสดั้บคำ ั พยากรณของพระผูมีพระภาคพระองคนั้นแลว ทรงบริจาคราชสมบัติอันยิ่งใหญ ทรงผนวชในสำนกของพระผัมูพระภาคพระองคีนนั้ เพราะเหตนุนั้ พระผมูพระภาคี จงตรึสวัา [๙] “สมยนันั้เราเปนกษตรัยิมนามวีา ปพพตะพรงพรั่อมดวยม ตรและอำมาตย ิ  มพลนีกายและพาหนะมิ ใชินอย [๑๐] ไปเฝาพระสมมาสัมพัทธเจุา ไดฟงธรรม อนยอดเยัยมแลี่วนมนติพระสงฆพรอมทงั้ พระชนเจิา ไดถวายทานตามท ตนปรารถนา ี่ [๑๑] ไดถวายผ าปตตณณะุผาเมองจืนีผาไหม ผากำพล  และฉลองพระบาททองคำแดพระศาสดาและสาวก [๑๒] แมพระพทธเจุาพระองคนนั้ประทบนังั่ ทามกลางสงฆแลวทรงพยากรณเราวา ในภทรกั ปนั ี้ ผนูจี้กเปันพระพทธเจุา


Click to View FlipBook Version