ห น้ า | 42
และกิจกรรมช่วงหลังจะให้นักเรียนปฏิบัติซ่ึงจะมีครูเป็นผู้ให้แนวทางจากน้ันให้นักเรียนได้ฝึกตามกิจกรรมที่
กาหนด
จากประเภทของชดุ การสอนดงั กลา่ วพอสรปุ ไดว้ า่ ชุดการสอนมี 4 ประเภท คอื
1. ชุดการสอนประกอบคาบรรยาย ซ่งึ ถา่ ยทอดความรใู้ ห้ผู้เรยี น
2. ชุดการสอนแบบกลมุ่ กิจกรรม ทใี่ ห้ผู้เรยี นประกอบกิจกรรมร่วมกนั
3. ชุดการสอนรายบคุ คล ใหผ้ ู้เรียนศึกษาหาความร้ดู ้วยตนเอง
4. ชุดการสอนทางไกล ให้ผเู้ รียนเรียนดว้ ยตนเองโดยไม่ต้องเข้าหอ้ งเรยี น
อาจกล่าวได้ว่า ชุดการสอนแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะของการใช้งาน คือ ชุดการสอน
ประกอบคาบรรยาย ชดุ การสอนแบบกลุ่มกิจกรรม ชดุ การสอนรายบคุ คล และชุดการสอนทางไกล
2.3 องค์ประกอบของชุดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
ในการสร้างชุดการเรียนการสอนนั้น นอกจากต้องทาการศึกษาประเภทของชุดการเรียนการสอนแต่ละ
ประเภทแล้ว ผู้สร้างยังต้องศึกษาองค์ประกอบของชุดการเรียนการสอนนั้น เพื่อจะได้ นามากาหนด
องคป์ ระกอบของชุดการเรยี นการสอนทจ่ี ะสร้างขึ้นให้ได้ชุดการเรียนการสอนที่สมบรู ณ์ในการนาไปใช้เป็น ส่ือ
ในการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ ซ่ึงนักการศึกษาหลายท่านได้กล่าวถึงองค์ประกอบของชุด การ
เรยี นการสอน ดงั นี้
ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ (2550 : 122) ไดก้ ล่าวถงึ องค์ประกอบของชดุ การเรียนการสอนไว้ 4 ส่วนดังนี้
1. คู่มือสาหรับครผู ้ใู ช้ชุดการเรียนการสอนและผู้เรียนทีต่ ้องเรียนจากชดุ การเรยี นการสอน
2. คาส่ังหรอื การมอบหมาย เพอ่ื กาหนดแนวทางการเรยี นจากชุดการเรยี นการสอน
3. เน้ือหาสาระอยู่ในรูปของส่ือการสอนแบบประสม และกิจกรรมการเรียนการสอนแบบกลุ่มและ
รายบคุ คล ตามวัตถุประสงค์ท่ใี ชพ้ ฤตกิ รรม
4. การประเมินผลเป็นการประเมินผลของกระบวนการ ได้แก่ แบบฝึก รายงานการค้นคว้า และผลการ
เรยี นรู้ในรูปแบบทดสอบตา่ งๆ
วิชัย วงษ์ใหญ่ (2525 : 189) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของชุดกิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบด้วยส่ิง
สาคญั ดงั นี้
1. หวั เรอื่ ง เปน็ การแบง่ หนว่ ยออกเปน็ หน่วยย่อย เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนได้เรียนรลู้ กึ ซึ้งมากขนึ้
2. คูม่ ือการใชช้ ุดการเรยี นการสอน เปน็ สิ่งจาเป็นสาหรบั ผ้ใู ชช้ ดุ การเรียนการสอนก่อนที่จะใชช้ ุดการเรียน
การสอนตอ้ งศึกษาคู่มอื ให้เข้าใจเปน็ สง่ิ แรก คู่มือการใชช้ ุดการเรยี นการสอนประกอบด้วย สง่ิ ต่างๆ ดงั ต่อไปนี้
2.1 คานา
2.2 คาชแ้ี จงสาหรบั ใชช้ ุดการเรยี นการสอน เพื่อความสะดวกสาหรบั ผูเ้ รยี นจะนาไปใชป้ ฏิบตั ิกิจกรรม
ห น้ า | 43
2.3 บทบาทของนกั เรียน มขี อ้ เสนอแนะวา่ นกั เรียนตอ้ งมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรียนอยา่ งไร
2.4 การจดั ชัน้ เรียนสาหรับชุดการสอนแบบแบ่งกลุ่ม ต้องเขยี นผังประกอบดว้ ย
2.5 แผนการสอน ซง่ึ ประกอบดว้ ย
1) หัวเร่อื ง กาหนดเวลาเรียน
2) เนอ้ื หาสาระ เขียนส้นั ๆ กวา้ งๆ ถ้าตอ้ งการรายละเอียดควรใสไ่ ว้ในเอกสารประกอบการเรยี น
3) ความคิดรวบยอดหรอื หลักการเรียนรู้ที่มุง่ เน้นเนอื้ หาสาระของข้อ
4) จดุ ประสงค์การเรียน หมายถงึ จดุ ประสงคท์ วั่ ไปและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
5) สื่อการสอน
6) กจิ กรรมการเรียนการสอน
3. วัสดุประกอบการสอน ได้แก่ สิ่งของหรือข้อมูลต่างๆ ท่ีให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้ เช่น เอกสาร
บทคดั ย่อ ตารารูปภาพวสั ดุ เป็นตน้
4. บัตรงาน เปน็ ส่งิ สาคัญสาหรบั ชดุ การเรียนการสอนแบบกล่มุ ประกอบด้วยสว่ นสาคัญ 3 ส่วน
4.1 ชอื่ บตั ร ชือ่ กลุ่ม หัวเรือ่ ง
4.2 คาสงั่ ว่าจะใหผ้ ้เู รยี นปฏบิ ตั ิอย่างไร
4.3 กิจกรรม ผู้เรียนตอ้ งปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนการเรียนการสอน
5. กิจกรรสารวจ จาเป็นสาหรับชุดการสอนแบบกลุ่ม ซึ่งต้องเตรียมไว้สาหรับนักเรียนบางคนหรือ บาง
กลมุ่ ทที่ างานเสร็จก่อนเวลา
6. ขนาดรูปแบบของชุดการเรียนการสอน ชุดการเรียนการสอนท่ีดีไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือเล็ก จนเกินไป
เพอื่ ความสะดวกในการเกบ็ รักษาและความสวยงาม
วีระ ตันตระกูล (2533 : 17) ไดก้ ล่าวถึงส่วนประกอบของชดุ การเรยี นการสอน ดังน้ี
1. คมู่ อื ครู มรี ายละเอียดเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายเชงิ พฤติกรรม เนอ้ื หา ผลงานทีค่ าดหวังจากนักเรียน สื่อการ
สอน หนงั สอื ประกอบการค้นคว้าสาหรบั ครู แนวการประเมนิ ผล และขน้ั การดาเนินการสอน
2. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
3. บัตรต่างๆ ที่ใช้ในการประกอบกิจกรรม ได้แก่ บัตรคาสั่ง บัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรม บัตรคาถาม
และบตั รเฉลย
4. ส่ือการเรยี นการสอนท่ีเลือกไว้
ห น้ า | 44
2.3 ขั้นตอนการผลติ ชดุ การสอน
การผลติ ชดุ การสอนมีลาดบั ขน้ั ตอนทต่ี ้องดาเนนิ การ 10 ข้นั ตอน ดงั นี้
1. การกาหนดเน้ือหาท่ีจะจัดทาชุดการสอน โดยการศึกษาเน้ือหาสาระของวิชาอย่างละเอียดว่าจะ
มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้อะไรบ้างกับผู้เรียน แล้วนามาวิเคราะห์เนื้อหา แบ่งเน้ือหาออกเป็นหน่วยการสอน
ในแต่ละหน่วยจะต้องมีหน่วยหัวเรื่องย่อย ๆ เพ่ือให้ศึกษา เน้ือหาและจัดประสบการณ์ได้อย่างครอบคลุม
เนื้อหา ในการแบง่ เปน็ หนว่ ยย่อย ๆ นั้น ควรจัดเรยี งลาดบั ขั้นตอนของเน้อื หาจากงา่ ยไปหายาก
2. เมื่อศึกษาเน้ือหาและแบ่งหน่วยการเรียนได้แล้วให้พิจารณาอีกคร้ังว่าจะทาชุดการสอน โดยคานึงถึง
ขอ้ กาหนดว่า ผเู้ รียนคอื ใคร จะใหอ้ ะไรกบั ผ้เู รียน และควรจะทาได้คือยา่ งไร
3. กาหนดหน่วยการเรียนการสอน โดยการประมาณเนื้อหาวิชาท่ีจะให้ความรู้แก่นักเรียนตามชั่วโมง
เรยี นทก่ี าหนด โดยต้องคานงึ ว่าเป็นหน่วยท่ีนา่ สนกุ น่าเรยี นรหู้ าสื่อการสอนไดง้ ่าย
4. กาหนดความคิดรวบยอดและหลักการ จะต้องให้สอดคล้องกับหน่วยและหัวเรื่องโดยสรุป
แนวความคิด สาระและหลักการที่สาคัญไว้เพื่อเป็นแนวทางในการจัดเน้ือหาและกิจกรรม ให้เกิดความ
สอดคล้องกนั
5. จุดประสงค์การเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับความคิดรวบยอดและหลักการกาหนดจุดประสงค์เชิง
พฤติกรรมซึ่งผู้เรียนสามารถแสดงออกมาให้เห็นภายหลังท่ีเรียนจบเน้ือหาแต่ละเรื่องแล้ว ซึ่งผู้สอนสามารถวัด
ได้
6. การวิเคราะห์งาน นาจุดประสงค์การเรียนแต่ละข้อมาวิเคราะห์เพื่อหากิจกรรมการเรียนการสอนที่
สอดคล้องและเหมาะสม
7. การเรยี งลาดบั กิจกรรมการเรยี น เพือ่ ใหเ้ กดิ ความประสานกลมกลืนไมเ่ กิดความซ้าซ้อน ควรคานึงถึง
พฤติกรรมพน้ื ฐานของผเู้ รียน
8. เลือกและผลติ ส่อื การสอน วสั ดอุ ปุ กรณแ์ ละวิธีการท่ีครใู ช้ถือเป็นส่ือการสอนท้ังส้ินท่ีครจู ะต้องกระทา
เพ่ือเป็นแนวทางในการเรียนรู้ โดยการจัดทาข้ึน จัดหา เม่ือครูได้เตรียมส่ือการสอนแต่ละเรื่องแล้ว ก็จัดสื่อ
เหลา่ น้นั ไว้เป็นหมวดหมู่ก่อนนาไปทดลองใช้
9. การประเมินผล เป็นการตรวจสอบดูว่าหลังการเรียนการสอนได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตาม
จุดประสงค์การเรียนที่กาหนดไว้หรือไม่ จะวัดได้โดยวิธีใดก็ได้ แต่ต้องวัดพฤติกรรมที่คาดหวังเป็นสาคัญ
พยายามออกแบบการวดั ผลให้ผูเ้ รยี นวดั กนั เองและตรวจคาตอบได้เอง
10. การทดลองใช้ชุดการสอนเพ่อื หาประสิทธิภาพ เพอ่ื ปรบั ปรุงให้เหมาะสมควรนาไปทดลองใช้กับกลุ่ม
เล็ก ๆ ก่อน เพ่ือตรวจหาข้อบกพร่องและการแก้ไขปรับปรุงอย่างดีแล้ว จึงนาไปทดลองกับเด็กทั้งช้ันหรือกล่มุ
ใหญ่ โดยพิจารณาจากประเดน็ ต่อไปน้ี
ห น้ า | 45
10.1 ชดุ การสอนน้ี ต้องการความรู้เตมิ ของนักเรียนหรือไม่
10.2 การนาเข้าสู่บทเรยี นของชดุ การสอนนี้เหมาะสมหรือไม่
10.3 การประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน มีความสบั สนกับผเู้ รยี น
10.4 การสรปุ ผลการเรยี นการสอนเพ่ือเป็นแนวทางไปสู่ความคดิ รวบยอด หรอื หลักการสาคัญของ
การเรยี นรู้ในหนว่ ยน้ัน ๆ และต้องตรวจปรบั เพมิ่ เติมอย่างไร
10.5 การประเมินผลหลังเรียน เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลง นั้นให้มีความ
เช่ือมั่นได้มากน้อยแค่ไหนกับผู้เรียน (บุญเกื้อ ควรหาเวช, 2535, หน้า 72-75; วิชัย วงษ์ใหญ่, 2525, หน้า
134-138)
กล่าวโดยสรปุ ขัน้ ตอนการผลติ ชุดการสอน ท่ีตอ้ งดาเนนิ การมี 10 ขั้นตอน โดยเรมิ่ จากการกาหนด
เน้ือหา หน่วยการเรียนการสอนความคิดรวบยอดและหลักการ จุดประสงค์ การวิเคราะห์งาน การเรียงลาดับ
กิจกรรม การผลิตส่ือ การประเมินผล การทดลองการใช้ ชุดการสอนเพ่ือหาประสิทธิภาพ ซึ่งการผลิตชุดการ
สอนตามขน้ั ตอนดงั กลา่ วจะทาใหช้ ุดการสอนมปี ระสิทธภิ าพ
ศศศร เดชะกุล (2525 : 32) ได้กล่าวถึง ชุดการเรียนการสอนประกอบด้วยส่ือประสมในรูปของ
วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป โดยใช้วิธีการจัดระบบ เพ่ือให้ชุดการเรียนการสอนแต่ละชุด มี
ประสิทธิภาพและมีความสมบรู ณ์ในตัวเอง มอี งค์ประกอบดังน้ี
1. คู่มือ เป็นคู่มือและแผนการสอนสาหรับผู้สอนหรือผู้เรียนตามชนิดของชุดการเรียนการสอน
ภายในคู่มือจะชแ้ี จงถึงวิธีการใชช้ ุดชดุ การเรยี นการสอนเอาไวอ้ ยา่ งละเอียดทาเปน็ เล่มหรือแผน่ พับ
2. บัตรคาส่ังหรือคาแนะนา เป็นส่วนที่บอกให้ผู้เรียนดาเนินการเรียนหรือประกอบกิจกรรมแต่ละ
อย่างตามขั้นตอนที่กาหนดไว้บัตรจะมีอยู่ในชุดการเรียนการสอนแบบ กลุ่มและรายละเอียด
ซึ่งจะประกอบไปด้วย
2.1 คาอธิบายในเรื่องทจ่ี ะศกึ ษา
2.2 คาสั่งให้ผ้เู รียนดาเนนิ การ
2.3 การสรปุ บทเรียน
3. เนื้อหาสาระและส่ือ บรรจุไว้ในรูปของสื่อการสอนต่างๆ ประกอบด้วยบทเรียนโปรแกรม สไลด์
เทปบันทึกเสยี ง ตวั อยา่ งจรงิ รปู ภาพ เป็นตน้ ผู้เรยี นจะศึกษาจากสื่อการสอนตา่ งๆ ท่ีบรรจุ อยู่ในชุด การเรยี น
การสอนตามบตั รทกี่ าหนดให้
4. แบบประเมินผล ผู้เรียนจะทาการประเมนิ ผลท่ีอยูใ่ นชุดการเรียนการสอนอาจจะเปน็ แบบฝึกหัด
ให้ เตมิ คาในชอ่ งวา่ ง เลอื กคาตอบทีถ่ กู จบั คู่ ดูผลจากการทดลองหรอื ให้ทากิจกรรม เป็นตน้
ห น้ า | 46
ดงั นนั้ จงึ สรุปไดว้ า่ องคป์ ระกอบของชดุ กจิ กรรมการเรียนการสอน ประกอบด้วย ดงั น้ี
1) คู่มือการ ใช้ชุดการเรียนการสอนสาหรับครู ประกอบด้วย คาชี้แจง, แผนการจัดการเรียนรู้
จุดประสงค์และ สาระสาคัญ จะช้ีแจงถึงวิธีการใช้ชดุ ชุดการเรียนการสอนเอาไว้อย่างละเอียด สามารถทาเป็น
เลม่ หรือแผ่น พบั 2) บตั รงานหรอื คาสั่งหรือคาแนะนา เปน็ ส่วนที่บอกใหผ้ เู้ รียนดาเนนิ กิกรรมตามคาสัง่ ในบัตร
น้ัน 3) เนื้อหาสาระอยใู่ นรปู ของส่ือการสอน เป็นสิ่งของหรอื ขอ้ มลู ต่างๆ ท่ใี หน้ กั เรยี นค้นคว้าหาความรู้ เชน่ ใบ
ความรู้, ใบกิจกรรม,ตารา ตัวอย่างจริง และรูปภาพ เป็นต้น 4) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนพร้อม
เฉลย
2.5 ขั้นตอนการสร้างชดุ การเรียนการสอน
ในการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้น้ัน ผู้สร้างจะต้องรู้จักการสร้างชุดกิจกรรมก่อนว่า มีข้ันตอนการ
สรา้ งชุดการเรยี นการสอนอย่างไร ซึง่ นักการศึกษาหลายทา่ นได้กลา่ วถึงข้ันตอนการสร้างชุดการเรียนการ สอน
ดังน้ี
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2545 : 123) ได้กลา่ วถึงขั้นตอนการสรา้ งชดุ การเรียนการสอน ดงั นี้
1. หมวดหมู่ เนื้อหา และประสบการณ์ อาจกาหนดเป็นหมวดวิชาหรือบูรณาการเป็นแบบ
สหวทิ ยาการตามท่ีเหน็ เหมาะสม
2. กาหนดหน่วยการสอน แบ่งเน้ือหาออกเป็นหน่วยการสอน โดยประมาณเน้ือหาวิชาที่จะ
ถ่ายทอดความรู้แก่นกั เรียนได้ในหน่ึงสัปดาห์หรอื หนึง่ ครัง้
3. กาหนดหัวเรื่อง ผู้สอนต้องถามตัวเองในการสอนแต่ละหน่วยควรให้ประสบการณ์แก่
ผู้เรยี น อะไรบ้างแล้วกาหนดออกมาเป็น 4-5 หวั เร่อื ง
4. กาหนดมโนทัศน์และหลักการมโนทัศน์และหลักการท่ีกาหนดจะต้องสอดคล้องกับหน่วย
และ หัวเรื่อง โดยสรุปแนวคิด สาระและหลักเกณฑ์สาคัญไวเ้ พอ่ื เป็นแนวทางการจัดเนอื้ หามาสอนให้สอดคล้อง
5. กาหนดจุดประสงค์ให้สอดคล้องกับหัวเรื่อง เป็นจุดประสงค์ทั่วไปก่อนแล้วเปลี่ยนเป็น
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมทม่ี ีเง่อื นไขและเกณฑ์การเปล่ียนพฤติกรรม
6. กิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งเป็นแนวทางการ
เลือก และการผลิตส่ือการเรียนการสอน “กิจกรรมการเรียน” หมายถึง กิจกรรมทุกอย่างที่ผู้เรียนปฏิบัติ เช่น
การ อา่ น การทากิจกรรมตามใบงาน ตอบคาถาม เขยี นภาพ เลน่ เกม เป็นต้น
7. กาหนดแบบประเมินผล ต้องประเมินผลให้ตรงกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยใช้
แบบทดสอบอิงเกณฑ์ เพื่อให้ผู้สอนทราบค่าหลังจากผ่านกิจกรรมมาเรียบร้อยแล้วผู้เรียนได้เปล่ียน
พฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดประสงคท์ ี่ตงั้ ไวห้ รอื ไม่
ห น้ า | 47
8. เลือกและผลิตส่ือการเรียนการสอน วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการท่ีครูใช้ คือ เป็นสื่อการสอน
ท้ังส้ิน เม่ือผลิตสื่อการสอนของแต่ละหัวเรื่องแล้ว ก็จัดสื่อการสอนเหล่าน้ันไว้เป็น หมวดหมู่นาไปทดลอง
หาประสิทธภิ าพ เรียกวา่ “ชดุ การเรียนการสอน”
9. หาประสิทธิภาพชุดการเรียนการสอน เพื่อเป็นการประกันว่าชุดการเรียนการสอนที่สร้าง
ข้ึนมี ประสทิ ธภิ าพในการสอนผูส้ รา้ งต้องกาหนดเกณฑล์ ว่ งหน้า โดยคานึงหลกั ทว่ี ่าการเรยี นร้เู ป็นกระบวนการ
ชว่ ยเปลีย่ นแปลงพฤตกิ รรมของผเู้ รยี นให้บรรลผุ ล
10. การใช้ชุดการเรียนการสอนที่ได้ปรับปรุงแล้วและมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ท่ีต้ังไว้
สามารถ น้าไปสอนผู้เรียนได้ตามประเภทของชุดการเรียนการสอน และตามระดับการศึกษา โดยกาหนด
ขั้นตอนการ ใชข้ องผู้เรียน
10.1 ใหผ้ ้เู รยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพื่อพจิ ารณาพนื้ ความรเู้ ดิม
10.2 ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น
10.3 ขนั้ ประกอบกิจกรรมการเรียน
10.4 ข้ันสรุปบทเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดพฤติกรรมการเรียนรู้หลังเรียนท่ี
เปลีย่ นไป
ควงพร พทิ ักษ์วงศ์ (2525 : 185) ไดก้ ลา่ วถงึ ขนั้ ตอนการสร้างชดุ การเรยี นการสอน ดังน้ี
1. การกาหนดเนื้อหาท่ีจะจัดทาชุดการสอน โดยการศึกษาเน้ือหาสาระของวิชาอย่างละเอียดว่า
จะ มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้อะไรบ้างกับผู้เรียน แล้วนามาวิเคราะห์เนื้อหา แบ่งเนื้อหาออกเป็นหน่วยการสอน
ในแตล่ ะหน่วยจะตอ้ งมหี น่วยหวั เรอื่ งย่อยๆ เพื่อให้ศึกษาเนอื้ หาและจัดประสบการณ์ได้อย่างครอบคลุม เนื้อหา
ในการแบ่งเปน็ หน่วยยอ่ ยๆ น้ัน ควรจัดเรียงลาดับขั้นตอนของเนอ้ื หาจากง่ายไปหายาก
2. เม่ือศึกษาเน้ือหาและแบ่งเป็นหน่วยการเรียนได้แล้วให้พิจารณาอีกครั้งว่า จะทาชุดการเรียน
การ สอน โดยคานึงถงึ ขอ้ กาหนดวา่ ผเู้ รียนคือใคร จะใหอ้ ะไรกับผ้เู รยี น และควรทาได้ดีอย่างไร
3. กาหนดการหน่วยการเรียนการสอน โดยการประมาณเนื้อหาวิชาที่จะให้ความรู้แก่นักเรียน
ตาม ชั่วโมงท่ีกาหนด โดยต้องคานงึ ว่าเปน็ หน่วยทนี่ ่าสนกุ น่าสนใจ หาสอ่ื การสอนได้งา่ ย
4. กาหนดความคิดรวบยอดและหลักการ จะต้องสอดคล้องกับหน่วย และหัวเรื่อง โดยสรุป
แนวคดิ สาระ และหลักการทส่ี าคญั ไว้เพอ่ื เป็นแนวทางในการจัดเนือ้ หา และกิจกรรมใหส้ อดคลอ้ งกนั
5. จุดประสงค์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความคิดรวบยอดและหลักการกาหนดจุดประสงค์เชิง
พฤติกรรม ซงึ่ ผู้เรียนสามารถแสดงออกมาใหเ้ ห็นภายหลงั ท่ีเรยี นจบเน้อื หาแต่ละเร่ือง
6. การวิเคราะห์งาน นาจุดประสงค์การเรียนแต่ละข้อมาวิเคราะห์ เพื่อหากิจกรรมการเรียนการ
สอน ที่สอดคลอ้ งและเหมาะสม
ห น้ า | 48
7. การเรียงลาดับกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดความประสานกลมกลืน ไม่เกิด ความ
ซา้ ซอ้ น ควรคานึงถงึ พฤติกรรมพ้ืนฐานของผ้เู รียน
8. เลอื กและผลิตสือ่ การสอน วัสดอุ ุปกรณ์และวธิ กี ารท่ีครูใช้ถอื เปน็ สื่อการสอนทั้งสนิ้ ท่ีครูจะต้อง
กระทา เพ่ือเป็นแนวทางในการเรียนรู้ โดยการจัดทาข้ึน จัดหา เมื่อครูได้เตรียมสื่อการสอน แต่ละเร่ืองแล้ว ก็
จัดสอ่ื เหล่านั้นไว้เปน็ หมวดหมกู่ ่อนนาไปทดลองใช้
9. การประเมินผล เป็นการตรวจสอบดวู ่าหลังการสอนได้เปล่ยี นแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงค์
การเรียนที่กาหนดหรือไม่ จะวัดได้โดยวิธีการใดก็ได้
10. การทดลองใชช้ ดุ การเรยี นการสอน เพือ่ หาประสิทธภิ าพ เพื่อปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสม ควรนาไป
ทดลองใช้กับกลุ่มเล็กๆ ก่อน เพ่ือตรวจหาข้อบกพร่องและแก้ไขปรับปรุง อย่างดีแล้ว จึงนาให้ทดลองกับเด็ก
ท้ังชั้นหรอื กลมุ่ ใหญ่ โดยพจิ ารณาจากประเด็นตอ่ ไปนี้
10.1 ชุดการเรียนการสอนต้องการความรู้เดิมของนักเรียนหรอื ไม่
10.2 การนาเข้าสู่บทเรียนของชุดการเรยี นการสอนนีเ้ หมาะสมหรือไม่
10.3 การประกอบการกิจกรรมการเรียนการสอน มีความสับสนกับผู้เรียนและดาเนินการ
ตาม ขั้นตอนทก่ี าหนดหรือไม่
10.4 การสรุปผลการเรียนการสอน เพื่อเป็นแนวทางไปสู่ความคิดรวบยอดหรือหลักการ
สาคัญ ของการเรยี นรูใ้ นหนว่ ยนั้นๆ และต้องตรวจปรบั เพม่ิ เติมอยา่ งไร
วชิ ยั วงษใ์ หญ่ (2525 : 185) ได้กล่าวถงึ ขนั้ ตอนการสร้างชดุ การเรียนการสอน ดังน้ี
1. ศึกษาเนื้อหาสาระของวิชาที่จะนามาสู่การสร้างกิจกรรมน้ันอย่างละเอียด เมื่อทราบ
จุดมุ่งหมาย วิชาชีพที่จะนามาสร้างชุดการเรียนการสอน น้ัน เน้นหลักของการเรียนรู้อะไรบ้าง แล้วพิจารณา
แบ่งหน่วยการเรียนการสอน ซ่ึงควรลาดับข้ันตอนเนื้อหาสาระตามส่ิงที่จาเป็นต้องเรียนรู้ ก่อนหลังและตาม
ข้นั ตอน ของความรูแ้ ละลักษณะของวชิ านัน้ ๆ
2. เม่ือศึกษาเนื้อหาสาระและแบ่งหน่วยการเรียนการสอนได้แล้ว ให้พิจารณาว่าจะสร้างชุด
กิจกรรม แบบใด โดยคานงึ ถึงผ้เู รียน คอื ใครจะทากิจกรรมอย่างไร และจะทาไดด้ เี พยี งใด
3. กาหนดหน่วยการเรียนการสอน โดยประมาณเน้ือหาสาระให้เหมาะสมกับเวลาที่กาหนด 4.
กาหนดความคดิ รวบยอดให้สอดคลอ้ งกบั หนว่ ยและหัวเร่อื ง
5. กาหนดจุดประสงค์ของการเรียนเชิงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับความคิดรวบยอดและ
ครอบคลมุ เนือ้ หาสาระของการเรียนรู้
ห น้ า | 49
6. วิเคราะห์งาน โดยนาจุดประสงค์การเรียนแต่ละข้อมาวิเคราะห์งาน เพ่ือคิดกิจกรรมการเรียน
การ สอน แล้วจดั ลาดบั กจิ กรรมการเรยี นการสอนให้เหมาะสมถูกต้องสอดคล้อง กับจดุ ประสงค์ที่กาหนดไว้ใน
แตล่ ะข้อ
7. วางแผนกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่วิเคราะห์งานไวแ้ ล้ว
8. การผลิตสื่อการเรียนหรอื ระบุข้อเสนอแนวการจัดทาหรือจัดทาส่อื การเรียนอย่างละเอียด ส่ือ
การ เรียนควรจะพิจารณาสิ่งท่ีหาได้ง่าย ราคาถูก สะดวกต่อการใช้ แต่ใช้ได้ผล คือ ช่วยการเรียนการสอนได้
สมั ฤทธ์ิผลสงู ขนึ้
9. วางแผนการประเมนิ ผล ท้ังการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน ทดลองใช้ชดุ การสอนเพื่อหา
ประสิทธิผล การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมควรนาไปทดลองใช้กับกลุ่ม เล็กๆ
ดูก่อน เพ่ือตรวจสอบข้อบกพร่อง และแก้ไขปรับปรุง แล้วจึงไปทดลองใช้กลุ่มใหญ่ คือ เหมาะสม หรือไม่
เพียงใด
10. การทดลองใชช้ ุดกจิ กรรมเพือ่ ตรวจขอ้ บกพร่องนัน้ จะพิจารณาสง่ิ ตอ่ ไปนี้
10.1 ชดุ กจิ กรรมนน้ั ตอ้ งเป็นความรู้พ้ืนฐานของผเู้ รยี นหรือไม่
10.2 กิจกรรมการเรียนการสอนและสอื่ การเรยี นเหมาะสมหรือไม่
10.3 เนอ้ื หาสาระ ความคดิ รวบยอด และจดุ ประสงคส์ อดคลอ้ ง
10.4 การประเมนิ ผลก่อนและหลังเรยี นใหค้ วามเช่ือมัน่ มากน้อย
ดังน้ันจึงสรุปได้ว่า ข้ันตอนการสร้างชุดการเรียนการสอน ต้องมีขั้นตอนการสร้างชุดการเรียนการ
สอน 10 ขั้นตอน ไดแ้ ก่ 1) ศกึ ษาเน้อื หาสาระของวิชาทจี่ ะนามาสกู่ ารสร้างกิจกรรม 2) กาหนดหน่วยการ สอน
3) กาหนดหัวเรื่อง ผู้สอนต้องถามตัวเองในการสอนแต่ละหน่วย 4) กาหนดหลักการจะต้องสอดคล้อง กับ
หน่วยการเรียนและหัวเรื่อง 5 ) กาหนดจุดประสงค์ให้สอดคล้องกับหัวเรื่อง 6) การวิเคราะห์งาน นา
จุดประสงค์การเรียนแต่ละข้อมาวิเคราะห์ เพื่อหากิจกรรมการเรียนการสอน 7) เรียงลาดับกิจกรรมการเรียน
การสอน เพื่อให้เกิดความประสานกลมกลืน 8) เรียงลาดับกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดความ
ประสานกลมกลืนเลือกและผลิตสื่อการสอน 9) ประเมินผลเพื่อตรวจสอบดูว่าหลังการสอนได้เปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นท่ีกาหนดหรือไม่ 10) การทดลองใชช้ ุดการเรียนการสอน
2.6 ลักษณะของชดุ การเรียนการสอนทีด่ ี
ในการสร้างหรือออกแบบชุดการเรียนการสอนนั้น ผู้สร้างต้องศึกษาองค์ประกอบของชุดการเรียนการ
สอนและยังต้องคานึงถึงความเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีจะเกิดข้ึนกับผู้เรียน
แล้วผู้สร้างยังต้องรลู้ ักษณะของชุดการเรียนการสอนที่ดีน้ันเป็นอย่างไร ซ่ึงนักการศึกษาหลายทา่ นได้ กล่าวถึง
ลกั ษณะของชุดการเรียนการสอนทีด่ ี ดังนี้
ห น้ า | 50
ณฐั กมล วชั รวงษ์ทวี (2556 : 21) ไดก้ ล่าวถึงลกั ษณะของชดุ การเรียนการสอนท่ีดี มลี กั ษณะดังน้ีคอื
1. มีความสะดวกในการใชง้ าน
2. มีการตรวจสอบและพฒั นาแล้ว
3. มีครบตามจานวนผ้เู รยี น
4. เคยทดลองใชม้ าแล้วหลายคร้งั
ศศศร เดชะกลุ (2525 : 33) ไดก้ ลา่ วถงึ ลักษณะของชดุ การเรียนการสอนที่ดี มลี กั ษณะดังน้ี
1. มีจุดประสงค์ปลายทางท่ีชัดเจน ที่ระบุท้ังเนื้อหา ความรู้ และระดับทักษะการเรียนรู้ท่ีชัดเจนนั่น
คือ จะต้องมีจุดประสงค์ประจาชุดกิจกรรมท่ีระบุไว้ชัดเจนว่าเมื่อผ่านการเรียนรู้ จบชุดการเรียนการสอนนั้น
แลว้ นกั เรียนต้องทาอะไร
2. ระบุกลุ่มเปา้ หมายชัดเจนวา่ ชุดการเรยี นการสอนดังกลา่ ว สร้างข้ึนสาหรบั ใคร
3. มีองคป์ ระกอบของจุดประสงค์ท่ีเปน็ ระบบเปน็ เหตแุ ละผล เช่ือมโยงกันระหว่าง จดุ ประสงค์ประจา
หน่วยและจดุ ประสงคย์ อ่ ย
4. ต้องมีคาชี้แจง เนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลท่ีสอดคล้องกับ จุดประสงค์
แต่ละระดับ
สกุ ัญญา แพงโสม (2545 : 16) ได้กล่าวถึงลักษณะของชดุ การเรยี นการสอนทีด่ ี มลี ักษณะดงั น้ี
1. การเลือกสร้างชุดกิจกรรมการเรียนการสอนประเภทใดนั้น ควรเหมาะสมกับกลุ่มวิชาและสาระ
การเรียนรู้ เช่น เน้ือหาที่เป็นความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรเลือกชุดการเรียนการสอน
ประกอบการบรรยายหรือชุดการสอนสาหรบั ครเู พราะครจู ะต้องทาการสอนและดแู ลผูเ้ รยี นอย่างใกล้ชดิ
2. เป็นชุดการเรียนการสอนท่ีออกแบบสร้างข้ึนได้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะให้เกิด
ขึน้ กับผเู้ รียน และเหมาะสมกบั ประสบการณ์เดมิ ของผู้เรยี น
3. มีคาแนะนาและวธิ ีใช้โดยบอกอย่างละเอียดและเปน็ ลาดับข้ันตอนเพ่ือให้ผสู้ อนและผู้เรียนสามารถ
เตรยี มตวั กอ่ นการใช้ ขณะใช้ หลงั ใช้ ไดอ้ ย่างสะดวก
4. สื่อและกิจกรรม ควรเร้าความสนใจของผู้เรียนได้ดี มีความหลากหลายเหมาะสมกับลักษณะของ
ชุดการเรียนการสอนแต่ละประเภท เช่น ชุดการเรียนการสอนแบบกิจกรรมกลุ่ม ส่ือและกิจกรรมควร ทา
ร่วมกันเป็นกลมุ่
5. มีวสั ดุ อปุ กรณใ์ นการเรยี นการสอนทง้ั หมดที่กาหนดไวใ้ นบทเรยี นอยา่ งครบถว้ น
6. มีการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ท่จี ะบรรจุชดุ การเรยี นการสอนอยา่ งสวยงาม น่าใชค้ งทนแขง็ แรงตอ่ การ
จัดเก็บและนาไปใช้
7. ได้ทดสอบและปรับปรุงให้มีประสิทธภิ าพ และทันต่อเหตกุ ารณ์อยู่เสมอ
ห น้ า | 51
ดังน้ันจึงสรุปไดว้ ่า ลักษณะของชุดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดี ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1) เป็นชุด การ
เรียนสอนท่ีเหมาะสมตรงตามจุดประสงค์ท่ีตั้งไว้ เหมาะสมกับประสบการณ์เดิมองผเู้ รยี น 2) มี คาแนะนาและ
วิธีใช้โดยบอกอย่างละเอยี ดและเป็นลาดบั ขน้ั ตอน 3) ส่ือและกจิ กรรม ควรเรา้ ความสนใจของ ผู้เรยี นไดด้ ี 4) มี
ความคงทนต่อการใช้และสะดวกในการเก็บรักษา 5) มกี ารทดสอบและปรบั ปรงุ ให้มี ประสทิ ธภิ าพ ทนั ตอ่ สมัย
2.7 ประโยชนข์ องชดุ การเรยี นการสอน
ชดุ การเรียนการสอนมีคุณคา่ และประโยชนห์ ลายด้าน ไมว่ ่าจะเป็นดา้ นการจัดการเรียนรู้ ด้านผู้เรยี น ด้าน
ผสู้ อน ซึ่งนักการศึกษาหลายท่านได้กลา่ วถึงประโยชน์ของชุดการเรยี นการสอนไวม้ ากมาย ดงั นี้
ณฐั กมล วชั รวงษท์ วี (2556 : 29) ได้กล่าวถึง ประโยชน์ของชุดการเรยี นการสอน มดี งั น้ี
1. ชุดการสอนช่วยลดภาระของครูผู้สอน เม่ือชุดการสอนสาเร็จรูปแล้วครูผู้สอนจะดาเนินการสอน ตาม
คาแนะนาที่มีไว้ให้พร้อม ผู้สอนจึงไม่จาเป็นต้องเสียเวลาทาสื่อการสอนใหม่ ทาให้ครูมีประสบการณ์ เข้าขวาง
ซ่งึ มีผลตอ่ ประสทิ ธิภาพในการสอนของครู
2. ทาให้ผู้เรยี นไดร้ ับความรู้ในแนวเดียวกัน ครูผ้สู อนแตล่ ะคนย่อมมคี วามรู้ความสามารถในการ ถา่ ยทอด
ความรู้แตกต่างกันในเรื่องเดียวกัน เด็กอาจได้รับความรู้และรายละเอียดต่างๆ เป็นคนละแนวไม่ เท่ากัน ชุด
การสอนที่มุ่งหมายชัดเจนท่ีเป็นพฤติกรรมมีข้อแนะนากิจกรรมใช้ส่ือการสอนและข้อสอบ ประเมินผล
พฤติกรรมของผเู้ รียนไว้อย่างพรอ้ ม
3. ชดุ การสอนเพ่อื ให้เกิดประสิทธภิ าพในการสอนอยา่ งเชื่อถือได้ เพราะชดุ การสอนผลิตด้วยวธิ ีการ เขา้ สู่
ระบบ โดยผเู้ ชี่ยวชาญหลายด้าน นกั จติ วิทยา ครูผเู้ ชี่ยวชาญในการวดั ผล
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2550 : 120) ได้กลา่ วถงึ ประโยชนข์ องชุดการเรียนการสอน มีดงั นี้
1. ช่วยให้ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ท่ีสลับซับซ้อนมีลักษณะเป็นนามธรรมสูง เช่น การ ทางาน
ของเครอ่ื งจักรกล อวัยวะภายในรา่ งกายของสตั ว์ ผสู้ อนไม่สามารถถา่ ยทอดด้วยการบรรยายได้
2. ช่วยเร้าความสนใจของนักเรียนต่อสิ่งที่กาลังศึกษา เพราะชุดการเรียนการสอนเปิดโอกาสให้ ผู้เรียนมี
สว่ นร่วมในการเรยี นของตนเองและสังคม
3. เปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ ฝึกการตัดสนิ ใจ แสวงหาความรดู้ ้วยตนเองและสงั คม
4. ช่วยสร้างความพร้อมความมั่นใจแก่ตนเอง เพราะชุดการสอนที่ผลิตไวเ้ ป็นหมวดหมู่สามารถหยิบใชไ้ ด้
ทนั ที โดยเฉพาะผ้ทู ่มี ีเวลาในการเตรียมตัวลว่ งหนา้
5. ทาใหก้ ารเรยี นการสอนเป็นอิสระจากครผู ู้สอน ผูเ้ รยี นสามารถเรยี นได้ตลอดเวลาและสามารถ เรียนได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพจากชดุ การเรียนการสอนที่ผา่ นการตรวจสอบประสทิ ธิภาพมาแล้ว
สุกัญญา แพงโสม (2545 : 16 - 18) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของชุดการเรียนการสอนไว้หลายด้านไม่ว่าจะ
เปน็ ดา้ นการจดั การเรียนการสอน ดา้ นผ้สู อน และด้านผเู้ รยี น ออกเป็นดา้ นต่างๆ ดงั นี้
ห น้ า | 52
1. ดา้ นการจัดการเรยี นการสอน
1.1 ช่วยขจัดปัญหาการขาดแคลนครู ชุดการเรียนการสอนทาให้ผู้เรียนเรียนได้โดยอาศัยความ
ช่วยเหลือจากครูเพียงเล็กน้อย ท้ังสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง ครูคนหนึ่งจึงสามารถสอนนักเรียนได้จานวน
มากขน้ึ
1.2 ทาให้การเรียนการสอนของผู้เรียนเป็นอิสระจากอารมณ์ บุคลิกภาพของครูฝึกสอน ซ่ึง บางคร้ัง
ผู้สอนอาจเกิดภาวะพร่องทางอารมณ์ ชุดการเรียนการสอนจะช่วยลดภาวะนี้ทาให้ผู้เรียนเรียนได้ อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
2. ด้านผู้สอน
2.1 ชว่ ยให้ผ้สู อนวัดผลการเรยี นรู้ได้ตรงจุดประสงค์
2.2 ผู้สอนสามารถลดเวลาการสอนการบรรยายในห้องเรียน ทาให้ผู้สอนมีเวลาเอาใจใส่นักเรียน แต่
ละคนไดม้ ากขึ้น และมีเวลาในการปรบั ปรงุ การเรยี นการสอนใหม้ ีประสทิ ธิภาพ
3. ดา้ นผูเ้ รียน
3.1 ผู้เรียนสามารถศึกษาด้วยตนเองเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้ และนาไปเรียนท่ีไหนก็ได้ ทา ให้มี
ความสะดวก
3.2 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือกระทากิจกรรมด้วยตนเองเป็นข้ันตอน และจะได้รับรู้ ประสบการณ์
แห่งความสาเร็จ เปน็ การเสริมแรงที่ทาให้อยากเรยี นตอ่
3.3 ช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการเรียนของผู้เรียน เพราะส่ือประสมที่ได้จัดไว้ในระบบเป็นการ
แปรเปลีย่ นกิจกรรม และช่วยรกั ษาระดบั ความสนใจของผเู้ รยี นอยู่ตลอดเวลา
ดังน้ันจึงสรุปได้วา่ ประโยชน์ของชดุ การเรียนการสอน ได้ดังน้ี 1) ด้านการจัดการเรยี นการสอน ช่วยขจัด
ปัญหาการขาดแคลนครู และครสู ามารถสอนแทนกันได้ โดยมจี ดุ ประสงค์การเรยี นรู้ไปในทาง เดียวกนั 2) ดา้ น
ผู้สอน ชุดการสอนช่วยลดภาระของครูผูส้ อน ผสู้ อนถ่ายทอดเน้ือหาและประสบการณท์ ี่ สลับซับซอ้ น ซึ่งผู้สอน
ไม่สามารถถ่ายทอดด้วยการบรรยายได้ดี และสามารถวัดผลการเรียนรู้ได้ตรงจุดประสงค์ และ 3) ด้านผู้เรียน
เป็นเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือกระทากิจกรรมด้วยตนเองเป็นข้ันตอน ให้ ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น
ฝึกการตดั สนิ ใจ แสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเอง เพิ่มประสทิ ธิภาพในการเรยี นของ
ห น้ า | 53
บทท่ี 3
วธิ ีดำเนินกำรศกึ ษำค้นคว้ำ
การวิจัยในคร้ังน้ีเป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1.) พัฒนาชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ทัศนศิลป์ เร่ือง การพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยใช้
ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด 2.) เพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน
โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง การพัฒนาชุดการเรียนการสอนก่อนเรียนและหลังเรียนเพื่อพัฒนาทักษะ
ทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด 3.) ความพึง
พอใจการใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิล
ฟอรด์ เปน็ ฐานความคิด
ในการวจิ ยั คร้ังน้ผี ู้วจิ ัยได้ดาเนนิ การตามลาดับขนั้ ตอนดงั น้ี
1. กาหนดประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
2. การสรา้ งเครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการวจิ ยั
3. ขนั้ ตอนการดาเนนิ การวิจยั
4. นวัตกรรม/เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในการพัฒนาการเรยี นรู้ของผเู้ รียน
5. เครอ่ื งมือทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู
1. กำรกำหนดประชำกรและเลือกกลุ่มตัวอยำ่ ง
ประชำกร
ประชากรท่ใี ช้ในการศึกษาวิจยั เป็นนักเรียนชว่ งชนั้ ที่ 1 ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1 – 3 โรงเรียนบ้านหนองพลับ
(อินทจิตบารงุ ) สังกดั สานักงานพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาเพชรบรุ เี ขต 1
กลุม่ ตวั อย่ำงในกำรวิจัย
กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษาวิจัยเป็น กาลังศึกษาอยู่ในช่วงช้ันที่ 1 ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 – 3
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562
ห น้ า | 54
ตัวแปรที่ใช้ในกำรวิจัย
ตวั แปรตน้ คอื ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้เรอื่ ง การพฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์
ตวั แปรตำม คือ ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์
2. เครอ่ื งมือท่ใี ช้พฒั นำผู้เรยี น
1. ลักษณะของเครื่องมือท่ีใช้ในการพัฒนาผู้เรียนคือ ชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิด
สรา้ งสรรค์ โดยใชท้ ฤษฎีของกลิ ฟอร์ดเปน็ ฐานความคิด โดยประกอบด้วย 4 ดา้ น ไดแ้ ก่
ด้านท่ี 1 ความคิดริเร่ิม (Originality) หมายถึง ลักษณะความคิดแปลกใหม่ แตกต่างจากความคดิ
ธรรมดา หรือความคดิ งา่ ยๆ ความคดิ รเิ ร่มิ หรือทีเ่ รยี กวา่ Wild Idea เปน็ ความคดิ ท่เี ปน็ ประโยชนท์ ้ังตอ่ ตนเอง
และสังคม ความคิดริเร่ิมอาจเกดิ จากการเอาความรู้เดิมมาคิดดดั แปลงและประยุกต์ให้เกิดเปน็ สิง่ ใหม่ขึ้น ขั้นท่ี
2 A ขั้นการเรียนรู้โดยตรง (Active Learning) เป็นข้ันที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาค้นคว้าตามประเด็นความรู้ หรือ
หัวข้อที่ตกลงกัน ครูผู้สอนจะกระตุ้นให้ผู้เรียน ดาเนินกิจกรรมเพื่อสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ โดยใช้
วิธกี าร ค้นคว้าจากแหล่งเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
ดา้ นที่ 2 ความคดิ คลอ่ งตัว (Fluency) หมายถงึ ปริมาณความคดิ ท่ีไม่ซา้ กนั ในเรื่องเดียวกัน โดย
แบ่งออกเปน็
1.1 ความคิดคล่องแคล่วทางด้านถ้อยคา (Word Fluency) เป็นความสามารถในการ ใช้ถ้อยคา
อยา่ งคล่องแคล่วนัน่ เอง
1.2 ความคิดคลอ่ งแคลว่ ทางด้านการโยงสัมพนั ธ์ (Associational Fluency) เป็นความสามารถที่
จะคิดหาถอ้ ยคาท่ีเหมอื นกันหรือคล้ายคลึงกนั ไดม้ ากทสี่ ดุ เท่าท่ีจะมากไดใ้ นเวลาที่กาหนด
1.3 ความคลอ่ งแคล่วทางด้านการแสดงออก (Expressional Fluency) เป็นความสามารถในการ
ใช้วลีหรือประโยคท่ีต้องการ จากการวิจัยพบว่าบุคคลที่มีความ คล่องแคล่วทางด้านการแสดงออกสูงจะมี
ความคิดสรา้ งสรรค์
1.4 ความคล่องแคล่วในการคิด (Ideational Fluency) เป็นความสามารถท่ีจะคิดสิ่งท่ีต้องการ
ภายในเวลาที่กาหนด เช่น ให้คิดหาประโยชน์ของไม้ไผ่มาให้ได้มากท่ีสุด ภายในเวลาท่ีกาหนดให้ ซึ่งอาจเป็น
5 นาที หรอื 10 นาที
ดา้ นท่ี 3 ความคิดยดื หย่นุ (Flexibility) หมายถงึ ประเภทหรอื แบบของความคดิ แบง่ ออกเป็น
1. ความคิดยืดหยุ่นท่ีเกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility) เป็นความ สามารถท่ีจะพยายาม
คดิ ให้หลายประเภทอยา่ ง
2. ความคิดยดื หยนุ่ ทางด้านการดดั แปลง (Adaptive Flexibility) ซ่งึ มี ประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา
คนทม่ี คี วามคิดยดื หย่นุ จะคิดได้ไมซ่ ้ากนั
ห น้ า | 55
ดา้ นที่ 4 ความคิดละเอียดลออ (Elaboration)
แม้ว่าลักษณะของความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วยความคิดหลายลักษณะ เช่น ความคิด ริเร่ิม
ความคิดยืดหยุ่น ความคิดคล่องตัวก็ตาม แต่ลักษณะความคิดละเอียดลออก็จะขาดเสียมิได้ หากปราศจาก
ความคิดละเอยี ดลออแล้วกไ็ มอ่ าจทาให้เกิดผลงานหรือผลผลิตสรา้ งสรรค์ขึ้นมาได้
สาหรับนักเรียนช่วงชั้นท่ี 1 เพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ วิชาศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ศิลปะ จานวน 4 ชุดกิจกรรม รายละเอียดของชดุ การเรียนการสอนดังโครงสร้างรายวิชาหรอื กาหนดการสอน
ในตารางท่ี 3.1
ตำรำงท่ี 3.1 โครงสร้างชดุ การเรียนการสอน ชนั้ ประถมศกึ ษาช่วงชนั้ ที่ 1 หรือกาหนดการสอน
สำระกำรเรียนรู้ เวลำเรียน (ช่ัวโมง)
My Hero (ความรเิ รมิ่ ) 2
My Animal(ความคิดคลอ่ งแคลว่ ) 2
My box (ความคิดยดื หยนุ่ ) 2
My Room (ความคดิ ละเอียดลออ) 2
รวม 8
ลักษณะของเคร่ืองมือที่ใช้ในการพัฒนาผู้เรียนคือ ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิด
สร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฏีของกลิ ฟอร์ดเปน็ ฐานความคิด สาหรบั นักเรยี นชั้นประถมศึกษาช่วงช้ันที่ 1 เพอ่ื พัฒนา
ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์ ในหน่วยการเรียนรู้ วชิ า ศลิ ปะ
2. ข้ันตอน/กระบวนกำรจัดกำรเรยี นรู้
ผู้วิจัยนาแนวคิดด้วยชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฏีของกิล
ฟอร์ดเป็นฐานความคิด มาใช้ในกระบวนการพัฒนาผู้เรียนโดยได้แบ่งขั้นตอนการจัดชุดการเรียนการสอนไว้
ทัง้ หมด 4 ด้าน สรุปดังน้ี
1. ความคิดริเริ่ม (Originality) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้แปลก ใหม่แตกต่าง
ไปจากคนอื่นและมีคณุ คา่
2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ จานวนมาก
ท่ีสดุ ในเวลาท่ีกาหนดให้ หรือเปน็ ความสามารถในการคดิ ในเชิงปริมาณ
ห น้ า | 56
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อส่ิงเร้าได้หลาย กลุ่มหรือ
หลายประเภทในลกั ษณะหลายแง่มุมแตกต่างกนั
4. ความคิดละเอียดลออ (Elaboration) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อสิ่งเร้า ในการคิด
ตกแตง่ ให้รายละเอียดเพ่ือใหเ้ กดิ เปน็ ภาพทีช่ ดั เจนสมบรู ณ์
3. กระบวนกำรพฒั นำเครื่องมือทใ่ี ชใ้ นกำรพัฒนำนักเรียน
กระบวนการพัฒนาเครื่องมือท่ีใช้ในการพัฒนาผู้เรียน คือ ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะ
ความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฏีของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด ประกอบด้วย (1) ชุดการเรียนการสอน
(2) การตรวจสอบคุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้น (3) ผล
การตรวจสอบคณุ ภาพของชดุ การเรยี นการสอนเพื่อพัฒนาทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์ดังนี้
3.1 กำรพฒั นำชุดกำรเรยี นกำรสอนเพ่ือพฒั นำทกั ษะควำมคิดสรำ้ งสรรค์
การวิจัยคร้ังน้ีใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ คือ ชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิด
สรา้ งสรรค์ ซง่ึ มีขน้ั ตอนการพัฒนาดังนี้
1) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
วชิ าศลิ ปะ(ทัศนศิลป์)
2) ศกึ ษาและวเิ คราะหเ์ น้ือหาหลักสตู รกลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
3) ศึกษาพฤติกรรมความคิดสร้างสรรค์ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 จากหนังสือ
เอกสาร และหลกั การสรา้ งชดุ การเรยี นการสอน เพื่อเป็นแนวทางในการสรา้ งต่อไป
4) กาหนดกรอบเนื้อหา กิจกรรม จุดประสงค์การเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมความคิดสร้างสรรค์ทาง
ศลิ ปะ โดยจัดทาแผนการจดั การเรยี นรสู้ าหรบั นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาชว่ งช้ันท่ี 1
5) สรา้ งชุดการเรยี นการสอนเพ่ือพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สาหรับนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาช่วงชั้นท่ี
1 ตามกรอบเน้อื หา กิจกรรม วตั ถุประสงค์การเรยี นรทู้ ี่กาหนดไว้
6) นาชุดการเรยี นการสอนเพื่อพฒั นาความคิดสร้างสรรค์ สาหรับนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาชว่ งช้ันท่ี 1
ท่ีสร้างขึ้นใหผ้ ทู้ รงคณุ วุฒิตรวจสอบความครอบคลมุ ในเน้อื หา และสอดคลอ้ งในประเด็นตา่ งๆ
7) ทาการปรับปรงุ ชุดการเรยี นการสอนตามขอ้ นะนาของผู้ทรงคุณวฒุ ิ
ห น้ า | 57
8 ) นาชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ให้ผู้เช่ียวชาญทางจานวน 3 ท่าน
ตรวจการประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ในประเด็นเก่ียวกับคา
ชี้แจง จุดมุ่งหมาย สาระสาคัญ เวลา อุปกรณ์ วิธีการดาเนินกิจกรรม การประเมินผล และการบันทึกหลังสอน
โดยกาหนดคะแนนการประเมนิ คณุ ภาพของชุดการเรยี นการสอนน้ี
4.50 – 5.00 หมายถึง มีผลประเมินคณุ ภาพในเร่ืองนั้นระดบั ดีมาก
3.50 – 4.49 หมายถึง มีผลประเมินคณุ ภาพในเร่ืองนน้ั ระดบั ดี
2.50 – 3.49 หมายถึง มีผลประเมินคุณภาพในเรื่องนน้ั ระดับปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถึง มผี ลประเมินคุณภาพในเรื่องนน้ั ระดบั น้อย
1.00 – 1.49 หมายถงึ มผี ลประเมนิ คณุ ภาพในเรื่องนน้ั ระดับน้อยท่ีสดุ
ผลการประเมินคุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพื่อพฒั นาทักษะความคดิ สร้างสรรค์สาหรบั นักเรียน
ช้ันประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวม และแต่ละรายการมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก
โดยมีค่าเฉลี่ยต้ังแต่ 4.80 – 5.00 และผลการประเมินคุณภาพของวิธีดาเนินกิจกรรมของชุดการเรยี นการสอน
เพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 พบว่าผลการประเมินวิธี
ดาเนนิ กิจกรรมของแตล่ ะชดุ ฝกึ โดยภาพรวม มีคุณภาพอยใู่ นระดับดีมาก โดยมคี า่ เฉล่ยี ต้ังแต่ 4.50 – 5.00
3.2 กำรตรวจสอบคุณภำพของเครอื่ งมือท่ใี ชพ้ ัฒนำผเู้ รียน
สาหรับการตรวจสอบคุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ท่ี
พัฒนาขึน้ ดาเนนิ การดงั นี้
1) นาชุดการเรียนการสอนฉบับร่าง ไปให้ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้
โดยใช้แบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนที่มีลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (รายละเอียด
แบบประเมนิ ดงั ภาคผนวก)
ผ้เู ช่ยี วชาญที่ตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 3 ท่าน แตล่ ะทา่ นมีคุณสมบัติและ
ความเชี่ยวชาญ คือ (1) ผู้เช่ียวชาญด้านเน้ือหา (content) 1 คน (2) ผู้เช่ียวชาญดา้ นหลักสูตรและการจดั การ
เรียนการสอน 1 คน และ (3) ผู้เช่ียวชาญด้านการปฏิบัติการจัดการเรียนรู้ โดยเป็นอาจารย์ผู้สอนในวิชาที่
ดาเนนิ การพัฒนาผเู้ รยี น 1 คน
2) ปรับปรงุ คุณภาพของแผนการจัดการเรยี นรู้ตามคาแนะนาของผู้เช่ยี วชาญ
3) จัดทาชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ท่ีใช้พัฒนาผู้เรียนในเร่ืองทักษะ
ความคิดสร้างสรรค์ ในหน่วยการเรียนรู้วิชาศิลปะ จานวน 4 ชุดกิจกรรม คือ My Hero พัฒนาด้านความคิด
ห น้ า | 58
ริเริ่ม 1 ชุดกิจกรรม My Animal พัฒนาด้านความคิดคล่องแคล่ว 1 ชุดกิจกรรม My Box พัฒนาด้าน
ความคิดยืดหยุ่น 1 ชุดกิจกรรม My Room พัฒนาด้านความคิดละเอียดลออ 1 ชุดกิจกรรม เพ่ือนาไปใช้
พฒั นาผู้เรียนจานวน 8 สัปดาห์
4. ผลกำรตรวจสอบคุณภำพของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้
การตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ใช้เกณฑ์ประเมินจากค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของ
ผู้เช่ียวชาญ จานวน 3 ทา่ นโดยใช้เกณฑด์ ังนี้
สอดคล้อง ที่ชอง +1
ไมแ่ น่ใจ ทชี่ อ่ ง 0
ไมส่ อดคลอ้ ง ทช่ี อ่ ง -1
ผลการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์
จานวน 4 ชุด โดยการตรวจสอบของผ้เู ชี่ยวชาญจานวน 3 ท่าน มดี ังน้ี
ตำรำงที่ 3.2 ผลการประเมินคุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ท่ี
ผู้วิจยั พัฒนาข้ึน โดยการตรวจสอบคุณภาพจากผ้เู ช่ียวชาญจานวน 3 คน
รำยกำรประเมนิ ควำมเหน็ ผเู้ ชีย่ วชำญ Mean SD ผลกำร
คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 3 0 ประเมนิ
1. ชดุ การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทกั ษะ 3 0 1.00
ทางดา้ นความคดิ สร้างสรรค์มีความสอดคล้องกบั 1 11
ทฤษฏีความคิดสรา้ งสรรค์ของ Guildford 1.00
2. องคป์ ระกอบของชุดการเรียนการสอนมี 1 11
ความครอบคลุมวัตถปุ ระสงค์ เนอ้ื หาสาระ และ 1.00
ส่อื การเรียนการสอน กจิ กรรม แบบฝกึ ปฏิบัติ 0.67
การประเมนิ 1.00
3. คาชแี้ จงของชดุ การเรียนการสอน (ชดุ ที่ 1 ความคิดรเิ ริม่ )
3.1 วัตถุประสงค์และเน้ือหา 1 1 1 30
0 1 1 2 0.47
3.2 การใชท้ ฤษฎคี วามคดิ รเิ ร่ิม 1 1 1 30
3.3 กิจกรรมสอดคล้อง
ห น้ า | 59
รำยกำรประเมนิ ควำมเหน็ ผู้เช่ยี วชำญ Mean SD ผลกำร
คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนที่ 3 ประเมนิ
1.00
3.4 สื่อการเรียนการสอนชดุ กจิ กรรม 1 1 1 30 0.67
3.5 การประเมิน 0 1 1 2 0.47 1.00
1.00
4. คาชแ้ี จงของชุดการเรียนการสอน (ชุดที่ 2 ความคิดคล่องแคล่ว) 1.00
1.00
4.1 วัตถปุ ระสงคแ์ ละเนื้อหา 1 1 1 30 0.67
4.2 การใชท้ ฤษฎคี วามคดิ คลอ่ งแคลว่ 1 1 1 30 1.00
4.3 กิจกรรมสอดคล้อง 1 1 1 30 1.00
4.4 สอ่ื การเรียนการสอนชดุ กิจกรรม 1 1 1 30 1.00
4.5 การประเมิน 0 1 1 2 0.47 0.67
1.00
5. คาชี้แจงของชุดการเรียนการสอน (ชุดที่ 3 ความคดิ ยดื หยุ่น)
5.1 วตั ถปุ ระสงคแ์ ละเน้ือหา 1 1 1 30
5.2 การใชท้ ฤษฎคี วามคิดยืดหยุ่น 1 1 1 30
5.3 กจิ กรรมสอดคลอ้ ง 1 1 1 30
5.4 สอ่ื การเรียนการสอนชุดกิจกรรม 0 1 1 2 0.47
5.5 การประเมิน 1 1 1 30
6. คาชี้แจงของชดุ การเรียนการสอน (ชดุ ท่ี 4 ความคิดละเอยี ดลออ)
6.1 วัตถุประสงค์และเนื้อหา 1 1 1 3 0 1.00
6.2 การใช้ทฤษฎคี วามคิดละเอียดลออ 1 1 1 3 0 1.00
6.3 กจิ กรรมสอดคล้อง 0 1 1 2 0.47 0.67
6.4 สอื่ การเรยี นการสอนชดุ กิจกรรม 1 1 1 3 0 1.00
6.5 การประเมนิ 1 1 1 3 0 1.00
หมายเหตุเกณฑ์ตัดสินผลประเมินคุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิด
สรา้ งสรรคท์ ่ีพัฒนาข้ึน ตรวจสอบจากค่า (IOC) ทม่ี คี า่ ไมต่ ่ากวา่ 0.50 ถึง 1.00
จากตารางท่ี 3.2 แสดงว่า ผลการประเมินชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์
โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ภาพรวมของชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์มีความ
ห น้ า | 60
สอดคล้องกับจุดประสงค์ท่ีตั้งข้ึน และเมื่อพิจารณาในข้อย่อย พบว่าข้อรายการท่ีมีผลประเมินที่มีความ
สอดคล้องคือเรื่อง ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์มีความสอดคล้องกับ
ทฤษฏีความคิดสร้างสรรค์ของ Guildford เรื่อง องค์ประกอบของชุดการเรียนการสอนมีความครอบคลุม
วัตถุประสงค์ เนอ้ื หาสาระ และสือ่ การเรียนการสอน กิจกรรม แบบฝึกปฏบิ ัติ การประเมนิ ตามลาดบั โดยสรปุ
ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาข้ึน มีคุณภาพท่ีสามารถนาไปใช้พัฒนา
ผเู้ รียนได้
เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู
เครือ่ งมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู คือ (1) แบบทดสอบผลการเรียนรู้วิชาศิลปะ (2) แบบประเมิน
คณุ ภาพชดุ การเรยี นการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ (3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน
ต่อการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ซึ่งมีรายละเอียด
ดังน้ี
1.แบบทดสอบชดุ กำรเรยี นกำรสอนเพื่อพัฒนำทกั ษะควำมคดิ สร้ำงสรรค์
1.1 ลักษณะของแบบทดสอบเป็นแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนวิชาศิลปะ โดยใช้
วิธีการ จัดการเรียนรู้แบบ ชุดการเรียนการส อนเพ่ือพัฒนาทักษะคว ามคิดสร้างส รรค์ สาหรับนักเรียน ชั้น
ประถมศึกษาช่วงชนั้ ที่ 1 ทม่ี ลี กั ษณะเปน็ แบบปรนัยแบบเลอื กตอบ 3 ตัวเลือก ก,ข,ค จาวน 20 ขอ้ อัตนยั ถาม
ตอบ 2 ขอ้ และอัตนัยวาดภาพ 1 ขอ้ รวมท้งั หมด จานวน 23 ข้อ
1.2 กระบวนการสร้างแบบทดสอบ
(1) ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และคู่มือครูการจัดการ
เรียนร้กู ลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ
(2) ศึกษาและวิเคราะห์เน้ือหา และมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โดยวิธีการ
จัดการเรียนรู้แบบชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษา
ชว่ งชั้นที่ 1
(3) สร้างแบบทดสอบวัดทักษะความคิดสร้างสรรค์(ฉบับร่าง) โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ
สาหรับนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาชว่ งชัน้ ที่ 1
(4) ปรบั ปรงุ คุณภาพของแบบทดสอบตามข้อเสนอแนะของผูเ้ ชยี่ วชาญและตามผลการตรวจสอบ
คุณภาพของแบบทดสอบ
ห น้ า | 61
1.3 การตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบ
(1) นาแบบทดสอบผลการเรียนรู้ไปให้ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบคุณภาพของข้อสอบด้านความตรง
เชิงเนื้อหา (content validity) โดยพิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับจดุ ประสงค์การ
เรียนรู้ (IOC)
(2) นาผลการทดสอบเบื้องต้นก่อนพัฒนามาวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบด้านความเท่ียง
(reliability) ของข้อสอบ
1.4 ผลการตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบ
ผลการตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบมีรายละเอียดดังภาคผนวก ท้ังน้ีอาจสรุปได้ดังนี้
1.4.1 ผลจากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญได้ค่า IOC ของแบบทดสอบวัดทักษะความคิด
สร้างสรรค(์ กอ่ นการปรบั ปรุง)
โดยสรุปผู้เชีย่ วชาญเสนอแนะใหป้ รบั ปรุงดังน้ี
ตำรำงมรำ 3.3 ผลจากการตรวจสอบของผู้เชยี่ วชาญได้ค่า IOC ของแบบทดสอบวัดทักษะความคิดสรา้ งสรรค์
(กอ่ นการปรับปรุง)
ขอ้ ควำมเห็นผู้เชีย่ วชำญ Mean SD ผลกำรประเมิน
คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนที่ 3
11 1 1 30 1.00
21 1 1 30 1.00
31 0 0 1 0.47 0.67
41 1
51 0 1 3 0.00 1.00
60 1
71 1 1 2 0.47 1.00
1 2 0.47 0.67
1 3 0.00 1.00
81 1 1 3 0.00 1.00
91 0
10 -1 0 0 1 0.47 1.00
1 0 0.82 1.00
ห น้ า | 62
ข้อ ควำมเห็นผู้เชยี่ วชำญ Mean SD ผลกำรประเมิน
คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3
11 1 1 1 3 0.00 0.67
12 1 0
1 2 0.47 1.00
13 1 0 1 2 0.47 1.00
14 1 0 1 2 0.47 1.00
15 0 0
16 0 0 1 1 0.47 0.67
1 1 0.47 1.00
17 1 1 1 3 0.00 1.00
18 1 0 1 2 0.47 1.00
19 1 1 1 3 0.00 0.67
20 -1 1 0 0 0.82 1.00
21 0 1 1 2 0.47 1.00
22 0 1 1 2 0.47 1.00
23 0 1 1 2 0.47 1.00
1.4.2 ในภาพรวมผู้เช่ียวชาญเสนอแนะให้ปรับปรุงคุณภาพของแบบทดสอบ โดยสรุปพบว่า ข้อสอบ
แบบปรนัยแบบเลือกตอบ 3 ตัวเลือก ก,ข,ค จาวน 20 ข้อ อัตนัยถามตอบ 2 ข้อ และอัตนัยวาดภาพ 1 ข้อ
รวมท้งั หมด จานวน 23 ข้อ
ผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวดั ทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พฒั นาข้นึ มีดงั นี้
ตำรำง 3.3 สรุปผลการตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์พฒั นาขน้ึ
1.4 ผลกำรตรวจสอบคณุ ภำพของแบบทดสอบ
ผลจากการตรวจสอบของผู้เช่ยี วชาญ ได้คา่ IOC ของแบบทดสอบก่อนเรียน และ หลังเรยี นมี
ค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 ซึ่งแสดงว่ามคี ่าความเที่ยงตรงอยู่ในระดับที่สามารถนาไปปรบั ปรุงแก้ไขและ
สามารถนาไปใชไ้ ด้จริง ใช้ในการทดสอบกอ่ น และหลงั เรียนได้ เมอื่ แยกพจิ ารณารายข้อ
โดยสรปุ ผเู้ ชย่ี วชาญเสนอแนะใหป้ รบั ปรงุ ดงั น้ี
ห น้ า | 63
ตารางท่ี 3.4 ผลการตรวจสอบคณุ ภาพแบบทดสอบของผ้เู ชย่ี วชาญ
คณุ ภำพแบบทดสอบ ผลกำรตรวจสอบคุณภำพ
ก่อนกำรปรบั ปรุง หลังกำรปรับปรงุ
ความตรงเชิงเน้ือหา(วัดจากค่า IOC=0.00-0.33 จ า น ว น 5 ข้ อ IOC=0.00-0.33 จานวน 0 ขอ้
ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อ (ขอ้ 3 , 10 , 15 , 16 , 20) IOC=0.67 จานวน 0 ข้อ
คาถามกับจุดประสงค์การเรียนรู้ IOC=0.67 จ า น ว น 7 ข้ อ IOC=1.00 จ า น ว น 23 ข้ อ
(IOC)) (ข้อ 5 ,6 ,12 ,10, 13 ,14 , 18 ) (ขอ้ 1 ,2, 3 , 4 , 5 ,6 7, 8, 9 ,10
IOC=1.00 จ า น ว น 10 ข้ อ ,11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18,
(ข้อ 1, 2 , 4 , 8 , 11 , 12 , 17 , 19, 20, 21, 22, 23 )
19 , 21 , 22 , 23 )
2. แบบประเมนิ คุณภำพชดุ กำรเรยี นกำรสอนเพอ่ื พฒั นำทักษะควำมคิดสร้ำงสรรค์
2.1 ลักษณะของแบบประเมินคุณภำพชุดกำรเรียนกำรสอนเพ่ือพัฒนำทักษะควำมคิดสร้ำงสรรค์
เป็นแบบมาตรสว่ นประมาณค่า (Rating scale) จานวน 5 ระดบั รวม 22 ข้อ
2.2 กระบวนกำรสร้ำงแบบประเมินคุณภำพชุดกำรเรียนกำรสอนเพื่อพัฒนำทักษะควำมคิด
สร้ำงสรรค์
(1) ศึกษาวิธีการสร้างเคร่ืองมือวัดแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ
ความคิดสรา้ งสรรค์จากเอกสารการวดั และประเมินผลทางการศึกษา
(2) วิเคราะห์จุดมุ่งหมายในการสร้างแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะ
ความคดิ สร้างสรรค์และวเิ คราะหเ์ นอื้ หาท่สี ามารถนาไปใช้ในการกาหนดสถานการณใ์ นการสรา้ งแบบประเมิน
(3) กาหนดจานวนสถานการณ์ท่ีใช้ในการสร้างแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา
ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
(4) สร้างแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ต่อการ
จัดการเรียนรู้แบบชดุ การเรียนการสอนเพอ่ื พัฒนาทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์(ฉบบั ร่าง) รวม 22 ขอ้
(5) ปรับปรุงคุณภาพของแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิด
สร้างสรรคต์ ามผลการตรวจสอบคุณภาพ
ห น้ า | 64
2.3 กำรตรวจสอบคุณภำพของแบบประเมินคุณภำพชุดกำรเรียนกำรสอนเพ่ือพัฒนำทักษะ
ควำมคิดสรำ้ งสรรค์
(1) นาแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาข้ึนไป
ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของเนื้อหา และ
ลักษณะการใชค้ าถาม
(2) ตรวจสอบความเช่ือม่ันของแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิด
สรา้ งสรรคห์ าความสอดคลอ้ งโดยใชค้ า่ เฉลย่ี (Mean) และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน(SD)
(3) ในภาพรวมมกี ารปรบั ปรุงคุณภาพของแบบประเมินคุณภาพชดุ การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะ
ความคิดสร้างสรรค์ พบว่าแบบประเมินคุณภาพชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ท่ี
นามาใชใ้ นการสร้างนวัตกรรมมคี ุณภาพเพยี งพอในการนาไปใช้
2.4 ผลกำรตรวจสอบคุณภำพของแบบประเมินคุณภำพชุดกำรเรียนกำรสอนเพ่ือพัฒนำทักษะ
ควำมคดิ สรำ้ งสรรค์
การตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ใช้เกณฑ์ประเมินจากค่าเฉล่ียความคิดเห็นของ
ผ้เู ชยี่ วชาญ จานวน 3 ท่านโดยใชเ้ กณฑ์ดังนี้
สอดคล้อง ไม่แน่ใจ ไมส่ อดคล้อง
+1 0 -1
ผลการประเมนิ คุณภาพชุดการเรียนการสอนเพ่ือพฒั นาทักษะความคดิ สร้างสรรค์ต่อการจัดการเรียนรู้
แบบชดุ การเรียนการสอนเพ่อื พัฒนาทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์ที่พัฒนาข้ึนพบว่า ภาพรวมของแผนชุดการเรียน
การสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ มคี วามสอดคล้องกบั จุดประสงค์ท่ีต้ังขนึ้ และเม่ือพิจารณาในข้อ
ย่อย พบว่าข้อรายการท่ีมีผลประเมินท่ีมีความสอดคล้องคือเร่ือง ชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ
ทางดา้ นความคิดสรา้ งสรรค์มคี วามสอดคล้องกับทฤษฏคี วามคิดสร้างสรรค์ของ Guildford เรอื่ ง องคป์ ระกอบ
ของชดุ การเรยี นการสอนมคี วามครอบคลมุ วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระ และสอ่ื การเรียนการสอน กจิ กรรม แบบ
ฝึกปฏิบัติ การประเมิน เรื่อง ช้ีแจงของชุดการเรียนการสอน (ชุดที่1 ความคิดริเริ่ม) วัตถุประสงค์และเนื้อหา
เร่ือง กิจกรรมในแผนการจัดการเรียนรู้เพียงพอที่จะส่งผลให้บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ ตามลาดับ โดยสรุป
ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาข้ึน มีคุณภาพท่ีสามารถนาไปใช้พัฒนา
ผเู้ รยี นได้
ห น้ า | 65
3. แบบประเมินควำมพึงพอใจของนักเรียน ต่อกำรชุดกำรเรียนกำรสอนเพ่ือพัฒนำทักษะควำมคิด
สรำ้ งสรรค์
3.1 ลักษณะของแบบประเมินความพึงพอใจ เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating scale) จานวน
5 ระดบั รวม 25 ขอ้
3.2 กระบวนการสร้างแบบประเมินความความพึงพอใจ
(1) ศึกษาวิธีการสร้างเครื่องมือวัดแบบประเมินความพึงพอใจ จากเอกสารการวัดและประเมินผล
ทางการศกึ ษา
(2) วิเคราะห์จุดมุ่งหมายในการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจและวิเคราะห์เน้ือหาท่ีสามารถ
นาไปใช้ในการกาหนดสถานการณ์ในการสรา้ งแบบประเมิน
(3) สร้างแบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะ
ความคดิ สรา้ งสรรค์เรียนรู้ รวมจานวน 25 ขอ้
(4) ปรับปรุงคณุ ภาพของแบบประเมินความพงึ พอใจตามผลการตรวจสอบคณุ ภาพ
3.3 การตรวจสอบคณุ ภาพของแบบประเมินความพึงพอใจ
(1) นาแบบประเมินความพึงพอใจท่ีพัฒนาขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงของ
แบบสอบถาม ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของเนอื้ หา และลักษณะการใช้คาถาม
(2) ตรวจสอบความเชอื่ มัน่ ของแบบประเมินความพึงพอใจ หาความสอดคล้องโดยใช้ค่าเฉล่ยี (Mean)
และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน(SD)
(3) ในภาพรวมมีการปรับปรุงคุณภาพของแบบประเมินความพึงพอใจ พบว่า การพัฒนาแผนการ
จัดการเรียนรู้แบบชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้นักเรียนที่ได้รับการ
จัดการเรียนรู้แบบ ชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ได้มีความคิดริเริ่ม ความคิดล่อง
แคล่ว ความคิดยดื หย่นุ และความคิดแบบละเอียดลออ
3.4 ผลกำรตรวจสอบคุณภำพของแบบประเมนิ ควำมพงึ พอใจ
การตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรยี นรู้แบบชดุ การเรียนการสอน
เพื่อพฒั นาทักษะความคิดสร้างสรรค์ใชเ้ กณฑ์ประเมินจากคา่ เฉลี่ยความคดิ เห็นของผู้เช่ยี วชาญ จานวน 3 ทา่ น
โดยใช้เกณฑด์ งั น้ี
ห น้ า | 66
4.50 – 5.00 หมายถงึ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจมผี ลประเมินคุณภาพในเรอื่ งนนั้ ระดบั ดีมาก
3.50 – 4.49 หมายถงึ แบบประเมินความพึงพอใจมผี ลประเมนิ คณุ ภาพในเรือ่ งนน้ั ระดบั ดี
2.50 – 3.49 หมายถงึ แบบประเมินความพงึ พอใจมีผลประเมนิ คุณภาพในเรื่องน้ันระดบั ปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถงึ แบบประเมินความพึงพอใจมผี ลประเมินคณุ ภาพในเรอื่ งน้ันระดบั น้อย
1.00 – 1.49 หมายถึงแบบประเมินความพงึ พอใจมผี ลประเมนิ คณุ ภาพในเรื่องนัน้ ระดบั น้อยท่ีสดุ
ผลตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบชุดการเรียนการสอน
เพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดเรียนรู้แบบชุดการ
เรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ มากที่สุดในเรื่อง ความเหมาะสมของเนื้อหา
(m=4.92,SD=0.29) รองลงมาคือ เรื่อง ความเหมาะสมกับความสนใจของผู้เรียน (m=4.75,SD=0.45)
ตามลาดับ ส่วนเร่ืองที่นักเรียนมีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือเร่ืองจุดประสงค์การเรียนรู้ถูกต้อง สอดคล้องกับ
กจิ กรรมการเรียนร(ู้ m=4.17,SD=0.39)
ข้ันตอนกำรดำเนนิ กำรวิจยั
การดาเนนิ การวิจัยแบง่ เป็น 2 ระยะ ระยะแรกเปน็ การพฒั นาชดุ การเรียนการสอน ระยะท่ี 2 เป็นการ
นาชดุ การเรียนการสอนไปใช้ รายละเอียดดังน้ี
ระยะที่ 1 กำรพัฒนำชุดกำรเรยี นกำรสอน มดี ังน้ี
1. ร่างแผนการจัดการเรียนรู้แบบชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ระดับ
หนว่ ยการเรียนรู้ จานวน 4 ชดุ
2. นาชุดการเรียนการสอนไปให้ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบ
ประเมินคณุ ภาพแผนการจัดการเรียนรู้ทมี่ ลี ักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั จานวน 3 ท่าน แลว้ นาผล
ที่ไดจ้ ากการตรวจสอบมาปรับปรุงแก้ไข
ระยะท่ี 2 กำรนำแผนหรือนวตั กรรมกำรจัดกำรเรียนรไู้ ปใชม้ ดี งั นี้
1. ดาเนนิ การวัดผลการเรยี นรู้กอ่ นการพฒั นาหรือจัดกจิ กรรมชุดการเรยี นการสอน โดยรวบรวมข้อมูล
เก่ยี วกบั ข้อมูลเก่ียวกับทักษะความคิดสร้างสรรค์ ดว้ ยแบบทดสอบวัดผลการทักษะความคิดสร้างสรรค์
2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบนาชุดการเรียนการสอนไปใช้ ที่วางไว้ใน
กาหนดการจดั การเรยี นรู้ ดังตารางท่ี 3.1
ห น้ า | 67
ทั้งนี้มีการดาเนินการพัฒนาผู้เรียนเกี่ยวกับทักษะความคิดสร้างสรรค์ โดยบูรณาการลงไปในชุดการ
เรียนการสอน ดว้ ยวธิ ีการจดั การเรยี นรู้แบบชุดการเรียนการสอน โดยมีชุดการเรยี นการสอน จานวน 4 ชุด คือ
My Hero พัฒนาด้านความคิดริเริ่ม 1 ชุดกิจกรรม , My Animal พัฒนาด้านความคิดคล่องแคล่ว 1 ชุด ,
กจิ กรรม My Box , พัฒนาด้านความคิดยดื หย่นุ 1 ชดุ กจิ กรรม , My Room พฒั นาดา้ นความคิดละเอียดลออ
1 ชดุ กจิ กรรม เพอื่ นาไปใชพ้ ัฒนาผ้เู รยี นจานวน 8 สปั ดาห์
3. วัดผลระหว่างการจัดกระบวนการเรียนรู้ ด้วยข้อมูลท้ังเชิงปริมาณและคุณภาพ สาหรับข้อมูลเชิง
ปริมาณ ด้วยการเก็บคะแนน แผนระหว่างเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด และจุดประสงค์การเรียนรู้
รายหน่วยต่าง ๆ และข้อมูลเชิงคุณภาพ รวบรวมด้วยการสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน ความรู้สึก ความคิดเห็น
พรอ้ มทั้งผลการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
4. วัดผลการเรียนรู้ช่วงหลังการพัฒนาหรือหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดกระบวนการพัฒนา ด้วย
เครอื่ งมอื ท่ีเก็บรวบรวมก่อนเรยี น แตส่ าหรับการวดั ผลการเรยี นรูท้ ่เี ป็นแบบทดสอบ ใชแ้ บบทดสอบคูข่ นาน
5. วิเคราะห์และ สรุปผลการจัดการเรยี นรู้ของนักเรียนตามจดุ มงุ่ หมายการวิจยั
กำรเก็บรวบรวมข้อมูล
1. รวบรวมข้อมูลระหว่างการจัดการเรียนรู้กับประชากรวิจัย เก่ียวกับพฤติกรรมของผู้เรียน ตาม
จุดประสงค์การเรียนรูท้ ุกชุดการเรียนการสอนด้วยเครื่องมือรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ดังท้ายชุดการเรยี นการสอน
แต่ละชุด รวมทัง้ รวบรวมข้อมลู เชิงคณุ ภาพเกย่ี วกบั พฤตกิ รรมผเู้ รียนทเ่ี กี่ยวกับทักษะความคิดสรา้ งสรรค์
2. ดาเนนิ การวัดผลหลังการพฒั นาเก่ยี วกับทักษะความคดิ สร้างสรรค์ด้วยเคร่ืองมือวดั และประเมินผล
4. ประเมินการจัดการเรยี นร้เู พ่อื ตรวจสอบประสทิ ธภิ าพ และปรบั ปรุงตามคาแนะนาของผูเ้ ชียวชาญ
5. นาแผนชุดการเรียนการสอนทปี่ รบั ปรุงแล้ว ไปทดลองใช้ ในการจัดการเรียนรู้วชิ าศิลปะ จานวน 4
ชดุ รวม 8 ช่ัวโมง
6. เก็บรวบรวมข้อมลู ผลการพัฒนาผ้เู รยี นระหวา่ งการจดั การเรียนรู้ตลอดกระบวนการ
7. ประเมินการจัดการเรียนรู้เพ่ือตรวจสอบประสิทธิภาพ หรือความสาเร็จของการการจัดการเรียนรู้
แบบชดุ การเรยี นการสอน ด้วยการรวบรวมข้อมูลทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
8. สรปุ ผลการทดลองใช้ชดุ การเรียนการสอน รายงานผลการวิจัย
ห น้ า | 68
กำรวิเครำะหข์ อ้ มลู
1. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้แบบชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ
ความคดิ สรา้ งสรรค์ จากการประเมินโดยผเู้ ช่ียวชาญ โดยใชค้ ่าเฉลยี่
2. วเิ คราะหข์ อ้ มูลเบือ้ งต้นเกย่ี วกับประชากรวจิ ัย โดยใชค้ วามถ่ี และรอ้ ยละ
3. วิเคราะห์ทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน โดยใช้ค่าเฉล่ีย (Mean) และส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน(SD)
4. วิเคราะห์ผลการเรยี นรูจ้ ากการเก็บข้อมูลเชงิ คุณภาพผ่านกระบวนการแสดงความคิดเห็น และการ
สะท้อนการเรยี นรู้ ดว้ ยการวิเคราะหเ์ ชิงเนอื้ หา (content analysis)
ห น้ า | 69
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพ่ือ 1.) พัฒนาชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ทัศนศิลป์ เร่ือง การพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยใช้
ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด 2.) เพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน
โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง การพัฒนาชุดการเรียนการสอนก่อนเรียนและหลังเรียนเพ่ือพัฒนาทักษะ
ทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด ให้มีมากข้ึนตาม
เกณฑป์ ระสิทธิภาพ 50/70 3.) ความพึงพอใจการใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพฒั นาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์
โดยใชท้ ฤษฎีความคดิ สรา้ งสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ตอนท่ี 1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายการวิจัย
ตอนที่ 2 ผลการตรวจสอบคณุ ภาพของชดุ การเรยี นการสอนเพื่อพัฒนาทกั ษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ตอน
ท่ี 3 ผลการเปรียบเทียบทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนช่วงช้ันท่ี 1 ก่อนใช้ชุดการเรียนการสอนและ
หลังใช้ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ และตอนท่ี 4 ผลความพึงพอใจของนักเรียน
ชว่ งชนั้ ท่ี 1 ท่ีมีต่อการจดั การเรยี นรู้ด้วยชดุ กิจกรรมเพ่ือพฒั นาทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
ตอนที่ 1 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู พ้ืนฐานของกลมุ่ เป้าหมายการวิจัย
การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการวิจัย จะนาเสนอ
เก่ียวกับ (1) ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะเบ้ืองตน้ ของกลมุ่ เป้าหมายการวจิ ัย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลรายละเอียด
ดังตาราง 4.1
ตารางที่ 4.1 ความถี่และร้อยละของข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะเบ้ืองต้นของนักเรียนที่เป็น
กลุ่มเป้าหมายการวจิ ยั จาแนกเพศ
ขอ้ มูลเบ้ืองตน้ เกีย่ วกับกลุ่มตวั อยา่ งการวิจยั กลุ่มทดลอง1
ชาย จานวน (คน) รอ้ ยละ
เพศ หญิง
6 50.0%
รวม
6 50.0%
12 100.0%
ห น้ า | 70
จากตารางที่ 4.1 แสดงวา่ นกั เรียนเปน็ หญงิ และชาย (รอ้ ยละ 50)
ตารางท่ี 2 ผลการตรวจสอบคุณภาพของชุดการเรยี นการสอนเพื่อพัฒนาทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์
การนาเสนอผลการตรวจสอบคุณภาพของชดุ การเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสรา้ งสรรค์
ซง่ึ เป็นชดุ กิจกรรมจานวน 4 ชดุ โดยการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญจานวน 3 ท่านดงั นี้
ตารางที่ 4.2 ผลการประเมินคุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์
โดยผเู้ ช่ียวชาญท้งั หมด 3 คน
รายการประเมนิ ความเหน็ ผู้เช่ียวชาญ SD ผลการ
คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนที่ 3 x̅ ประเมนิ
1. ชุดการเรยี นการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ
ทางดา้ นความคดิ สรา้ งสรรค์มีความสอดคล้องกับ 1 1 1 3 0 ใชไ้ ด้
ทฤษฏีความคดิ สรา้ งสรรค์ของ Guildford
2. องคป์ ระกอบของชุดการเรียนการสอนมี
ความครอบคลมุ วัตถุประสงค์ เนอ้ื หาสาระ และ 1 1 1 30 ใชไ้ ด้
สื่อการเรียนการสอน กจิ กรรม แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ
การประเมิน
3. คาชแี้ จงของชุดการเรียนการสอน (ชุดที่ 1 ความคิดริเร่ิม)
3.1 วตั ถุประสงค์และเน้ือหา 1 1 1 3 0 ใชไ้ ด้
3.2 การใชท้ ฤษฎคี วามคิดริเร่ิม 0 1 1 2 0.47 ใช้ได้
3.3 กจิ กรรมสอดคลอ้ ง 1 1 1 3 0 ใชไ้ ด้
3.4 สือ่ การเรยี นการสอนชุดกิจกรรม 1 1 1 3 0 ใช้ได้
3.5 การประเมิน 0 1 1 2 0.47 ใช้ได้
4. คาช้แี จงของชุดการเรียนการสอน (ชุดท่ี 2 ความคิดคล่องแคลว่ )
4.1 วตั ถปุ ระสงค์และเน้ือหา 1 1 1 3 0 ใช้ได้
4.2 การใชท้ ฤษฎีความคดิ คลอ่ งแคลว่ 1 1 1 3 0 ใชไ้ ด้
4.3 กิจกรรมสอดคล้อง 1 1 1 3 0 ใชไ้ ด้
4.4 สอื่ การเรยี นการสอนชุดกจิ กรรม 1 1 1 3 0 ใช้ได้
4.5 การประเมิน 0 1 1 2 0.47 ใชไ้ ด้
5. คาชีแ้ จงของชุดการเรยี นการสอน (ชุดที่ 3 ความคิดยดื หยุ่น)
ห น้ า | 71
รายการประเมิน ความเห็นผูเ้ ชีย่ วชาญ SD ผลการ
คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 x̅ ประเมิน
5.1 วตั ถุประสงคแ์ ละเน้ือหา 11 1 30 ใชไ้ ด้
1 30 ใช้ได้
5.2 การใช้ทฤษฎีความคดิ ยืดหยุ่น 11 ใช้ได้
1 30 ใช้ได้
5.3 กจิ กรรมสอดคลอ้ ง 11 1 2 0.47 ใช้ได้
5.4 ส่ือการเรียนการสอนชดุ กิจกรรม 01
1 30
5.5 การประเมนิ 11
6. คาช้แี จงของชุดการเรียนการสอน (ชดุ ท่ี 4 ความคดิ ละเอยี ดลออ)
6.1 วัตถปุ ระสงคแ์ ละเนื้อหา 1 1 1 3 0 ใชไ้ ด้
6.2 การใช้ทฤษฎีความคดิ ละเอยี ดลออ
6.3 กิจกรรมสอดคลอ้ ง 1 1 1 3 0 ใช้ได้
6.4 สือ่ การเรยี นการสอนชดุ กจิ กรรม 0 1 1 2 0.47 ใช้ได้
6.5 การประเมิน 1 1 1 3 0 ใชไ้ ด้
1 1 1 3 0 ใช้ได้
ตารางท่ี 4.2 แสดงวา่ ผลการประเมินคุณภาพของชุดกจิ กรรมเพ่ือพัฒนาความคิดสรา้ งสรรค์ โดย
ผู้เชย่ี วชาญ 3 ท่าน พบวา่ เรอ่ื ง ชดุ การเรียนการสอนเพอ่ื พัฒนาทกั ษะทางด้านความคิดสรา้ งสรรค์มีความ
สอดคลอ้ งกบั ทฤษฏีความคดิ สร้างสรรคข์ อง Guildford เรอื่ ง องค์ประกอบของชดุ การเรียนการสอนมีความ
ครอบคลุมวัตถุประสงค์ เนอ้ื หาสาระ และสอ่ื การเรียนการสอน กจิ กรรม แบบฝกึ ปฏิบตั ิ การประเมิน คาช้ีแจง
ของชุดการเรยี นการสอน (ชุดท1่ี ความคิดรเิ รม่ิ ) คาช้แี จงของชดุ การเรียนการสอน (ชดุ ที่ 2 ความคดิ
คล่องแคลว่ ) คาชีแ้ จงของชดุ การเรียนการสอน (ชดุ ท่ี 3 ความคิดยืดหยุ่น) คาช้ีแจงของชดุ การเรยี นการสอน
(ชดุ ท่ี 4 ความคิดละเอยี ดลออ) มคี วามสอดคล้องกบั ทฤษฎี วัตถปุ ระสงคแ์ ละเนื้อหา มกี จิ กรรมทส่ี อดคลอ้ ง
และมีคุณภาพทสี่ ามารถนาไปใช้ได้จริง
ห น้ า | 72
ตอนท่ี 3 การวิเคราะห์ข้อมูลเพอื่ ตอบวัตถุประสงคข์ องการวจิ ยั
3.1 ผลประสทิ ธิภาพชดุ การเรยี นการสอนเพ่ือพัฒนาทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์
ตารางที่ 4.3 ผลเปรียบเทียบคะแนนชุดการเรยี นการสอนเพ่ือพฒั นาทักษะความคิดสร้างสรรค์
ระหว่างก่อนและหลงั เรียนโดยใช้ทฤษฏีของกลิ ฟอร์ดเปน็ ฐานความคดิ
ค่าเฉล่ีย (mean)
ลักษณะการเรยี น ชดุ การเรยี นการสอนเพื่อพัฒนา SD t df Sig
ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
กอ่ น 15.42 2.93
รวม เรยี น 22.75 -8.95 11 .000
หลงั เรยี น 3.71
จากตารางที่ 4.3 แสดงว่า ผลเปรียบเทียบคะแนนชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิด
สร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฏีของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิดก่อนเรียน มีค่าเฉล่ียร้อยละ15.42 มีค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (SD) 2.93 และหลังเรียนมีค่าเฉลย่ี ร้อยละ 22.75 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) 3.71 โดยสรุปหลัง
การจดั ชดุ กิจกรรมเพ่อื พฒั นาทักษะความคิดสรา้ งสรรคโ์ ดยใช้ทฤษฏขี องกิลฟอรด์ เปน็ ฐานความคิดต่ากวา่ อย่าง
มีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ 0.05
ตารางที่ 4.4 ค่าร้อยละของความก้าวหน้าของทักษะความคิดสร้างสรรค์การพัฒนาผู้เรียนด้วยชุด
กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะความคดิ สรา้ งสรรค์
คะแนนเฉล่ีย
ตวั แปรที่พัฒนา ก่อนใช้ชุดการเรียนการ หลังใช้ชุดการเรียนการ รอ้ ยละความก้าวหน้า
24.43
ทกั ษะความคิด สอนท่ีพัฒนาข้นึ สอนทีพ่ ัฒนาข้นึ
สรา้ งสรรค์
15.42 22.75
จากตารางที่ 4.4 แสดงว่า ความก้าวหน้าของทักษะความคิดสร้างสรรค์ของการพัฒนาผู้เรียนด้วยชุด
กิจกรรมพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นว่าหลังการใช้ชุดการเรียนการสอนสูงกว่าก่อนการใช้
ชุดการเรียนการสอน รอ้ ยละความก้าวหนา้ 24.43
ห น้ า | 73
ตารางที่ 4.5 ค่าคะแนนเฉล่ียของชดุ การเรยี นการสอนเพื่อทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์
ตวั แปรที่พัฒนา My Hero คะแนนเฉล่ีย My Room
66 My Animal My Box 65.42
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรเู้ รื่อง การ
พฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ 71.33 71.42
จากตารางท่ี 4.5 แสดงว่า คะแนนเฉลย่ี ของชุดกจิ กรรมการเรียนร้เู ร่ือง การพัฒนาความคิดสรา้ งสรรค์
สะท้อนให้เห็นว่าใช้ชุดการเรียนการสอนท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ เรื่อง My Box เนื่องจากผู้เรียนมีมีความคิด
ยืดหยุ่นในการทางานรวมถึงมที ักษะในการแก้ปัญหา รองลงมาคือเรื่อง My Animal เพราะผู้เรียนมีความคดิ ท่ี
รวดเร็วฉับพลับ และทันเวลาที่กาหนดให้ รองลงมาคือเร่ือง My Hero ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มี
ความคดิ ทีแ่ ปลกใหม่ แตม่ ผี ู้เรยี นบางคนยงั ไม่มคี วามคดิ รเิ ร่มิ เท่าทค่ี วร ส่วนเร่อื งทีม่ ีคา่ เฉลย่ี น้อยทีส่ ดุ คือ เรอื่ ง
My Room เนื่องจากผู้เรียนขาดความคิดในรายละเอียดเป็นขั้นตอน ไม่สามารถอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน
ความคิดละเอียดลออจัดเป็นรายละเอียดที่นามาตกแต่ง แต่ผู้เรียนยังทาได้ไม่ดีเท่าท่ีควร มีเพียงส่วนน้อย
เทา่ นั้นท่ที าไดด้ ี
ตอนท่ี 4 ผลความพึงพอใจของนักเรียนช่วงชั้นท่ี 1 ท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนา
ทักษะความคดิ สร้างสรรค์
4.1 การประเมนิ ความพึงพอใจของชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะทางด้านความคดิ
สร้างสรรค์
ตารางที่ 4.6 ผลการประเมินความพึงพอใจขอชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะทางด้านความคิด
สรา้ งสรรค์
ผลประเมินความพึงพอใจต่อชดุ การเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทกั ษะ ผลประเมนิ
ความคิดสรา้ งสรรค์ x̅ SD แปลผล
ชุดกจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.92 0.29 มากที่สุด
1. ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทกั ษะทางด้านความคดิ สร้างสรรค์มี
ความสอดคล้องกบั ทฤษฏคี วามคดิ สรา้ งสรรคข์ อง Guildford
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ถูกตอ้ ง สอดคลอ้ งกับกจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.17 0.39 มาก
3. องคป์ ระกอบของชดุ การเรียนการสอนมีความครอบคลุมวตั ถปุ ระสงค์
เนือ้ หาสาระ และสอ่ื การเรยี นการสอน กิจกรรม แบบฝกึ ปฏบิ ัติ การประเมิน 4.50 0.52 มากท่สี ดุ
ห น้ า | 74
ผลประเมินความพึงพอใจต่อชุดการเรียนการสอนเพอ่ื พัฒนาทกั ษะ ผลประเมิน
ความคิดสร้างสรรค์ x̅ SD แปลผล
4. กิจกรรมช่วยให้นกั เรียนเขา้ ใจเกี่ยวกับทักษะความคิดสร้างสรรค์ทาง 4.67 0.49 มากที่สุด
ศิลปะทด่ี ีขน้ึ
5. กิจกรรมสง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนเรยี นรู้ด้วยตนเอง และไดล้ งมือปฏบิ ตั ิจริง 4.67 0.49 มากทีส่ ุด
6. หน่วยการเรียนร้มู คี วามสมบูรณ์ เหมาะสมและมีรายละเอยี ดที่สอดคล้อง 4.33 0.65 มาก
สมั พันธ์กนั
7. ความเหมาะสมของเนื้อหา 4.92 0.29 มากทส่ี ุด
8. ความเหมาะสมกับความสนใจของผ้เู รียน 4.75 0.45 มากทส่ี ดุ
9. ชุดกิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะกบั เวลาเรียน 4.67 0.49 มากท่สี ดุ
ดาเนินกจิ กรรม 4.42 0.67 มาก
10.ชดุ กจิ กรรมการเรียนการสอนตามลาดับข้ันตอนเหมาะสมกับผูเ้ รยี น 4.67 0.49 มากที่สดุ
4.50 0.52 มากที่สุด
11.เนน้ ให้ผเู้ รียนใชค้ วามคดิ สร้างสรรค์ 4.50 0.52 มากทสี่ ุด
12.กจิ กรรมเหมาะสมกบั ชว่ งวยั ของผเู้ รยี น 4.50 0.52 มากทส่ี ุด
4.67 0.49 มากทส่ี ดุ
13.เน้นใหผ้ ู้เรียนลงมอื ปฏิบตั ิ 4.25 0.62 มาก
4.67 0.49 มาก
ความรู้
14.ความสัมพนั ธ์กับเนื้อหา 4.42 0.51 มาก
4.33 0.65 มาก
15.กิจกรรมเหมาะสมกับความรู้ 4.42 0.51 มาก
16.ผเู้ รียนสามารถสรุปองคค์ วามรู้
17.นาไปใชไ้ ด้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ทฤษฎี
18.เนน้ ให้ผู้เรียนใชค้ วามคดิ ริเริ่ม
19.เนน้ ให้ผเู้ รียนใช้คล่องแคลว่
20.เน้นใหผ้ เู้ รยี นใชค้ วามยดื หยุ่น
ผลประเมนิ ความพึงพอใจต่อชดุ การเรยี นการสอนเพื่อพัฒนาทักษะ ห น้ า | 75
ความคิดสรา้ งสรรค์
ผลประเมนิ
21.เนน้ ให้ผเู้ รยี นใช้ความคดิ ละเอียดลออ x̅ SD แปลผล
4.67 0.49 มากทีส่ ดุ
สอ่ื
22.สื่อการสอนมคี วามรูเ้ หมาะสมกบั กิจกรรม 4.67 0.49 มากท่สี ุด
4.58 0.51 มากท่สี ดุ
23.สือ่ การสอนเข้าใจง่าย ไมซ่ บั ซ้อน 4.67 0.49 มากท่ีสุด
4.58 051 มากท่ีสดุ
24.สอื่ การเรยี นรูเ้ ป็นไปตามลาดับการใชก้ จิ กรรมการเรยี นรู้
25.สือ่ มคี วามน่าสนใจ
จากตารางที่ 4.6 แสดงวา่ นักเรยี นมคี วามพึงพอใจต่อชุดกจิ กรรมการเรียนการสอนเพือ่ พัฒนาทักษะ
ความคิดสรา้ งสรรค์โดยใชท้ ฤษฎคี วามความคิดสร้างสรรคข์ องกลิ ฟอรด์ เปน็ ฐานความคดิ มากทีส่ ุดในเร่อื ง
ความเหมาะสมของเน้ือหา ( x̅ = 4.92 , SD = 0.29) รองลงมาคอื เร่ือง ความเหมาะสมกับความสนใจของ
ผู้เรยี น (x̅ = 4.75,SD = 0.45) ตามลาดับ ส่วนเร่ืองท่นี ักเรียนมคี วามพึงพอใจน้อยทสี่ ดุ คือเรอื่ งจดุ ประสงค์
การเรียนรถู้ กู ต้อง สอดคล้องกับกจิ กรรมการเรยี นรู้(x̅ = 4.17 , SD = 0.39)
ห น้ า | 76
บทท่ี 5
สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ
การวจิ ัยในคร้งั นเี้ ป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมวี ตั ถุประสงค์การวิจัยเพ่ือ 1.) พัฒนาชุดกจิ กรรมการ
เรียนรู้ทัศนศิลป์ เรื่อง การพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยใช้
ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด 2.) เพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของ
ผู้เรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง การพัฒนาชุดการเรียนการสอนก่อนเรียนและหลังเรียนเพ่ือ
พัฒนาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด
ให้มีมากขึ้นตามเกณฑป์ ระสิทธภิ าพ 50/70 3.) ความพึงพอใจการใช้ชดุ กจิ กรรมเพื่อพัฒนาทักษะทางด้าน
ความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด กลุ่มตัวอย่างงานวิจัย
คือ นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองพลับ(อินทจิตบารุง) ช่วงชั้นที่ 1 ท่ีกาลังศึกษาในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา
2562 ดาเนินการวิจัยในช่วง 7 มกราคม- 25 กุมภาพันธ์ 2563 จานวน 8 สัปดาห์ ดังน้ีการนาเสนอ
สาระสาคัญในบทนี้ ประกอบด้วยผลสรปุ การวจิ ัย การอภปิ รายผลการวิจัย และข้อเสนอแนะการวิจัย ดงั นี้
สรปุ ผลการวิจัย
1. ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ท่ี
พัฒนาขึ้น พบวา่ มคี ุณภาพที่สามารถนาไปใช้จดั การเรยี นรู้ได้อย่างมคี ุณภาพ รายละเอยี ดมดี งั นี้
1.1 หลังใช้ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาชุดความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนมีความก้าวหน้าของ
ทักษะความคดิ สร้างสรรค์ของการพฒั นาผูเ้ รียนดว้ ยชดุ กิจกรรมพัฒนาทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนให้
เห็นวา่ หลังการใชช้ ดุ การเรยี นการสอนสูงกว่ากอ่ นการใชช้ ดุ การเรยี นการสอน ร้อยละความกา้ วหนา้ 24.43
1.2 ความคิดเห็นหรอื ความพึงพอใจต่อชุดการเรยี นการสอนเพ่ือพฒั นาชุดความคดิ สร้างสรรค์
พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจตอ่ ชดุ กิจกรรมการเรยี นการสอนเพื่อพัฒนาทกั ษะความคิดสรา้ งสรรคโ์ ดยใช้
ทฤษฎีความความคิดสร้างสรรคข์ องกิลฟอรด์ เปน็ ฐานความคดิ มากที่สุดในเรือ่ ง ความเหมาะสมของเนื้อหา
(m=4.92,SD=0.29) รองลงมาคอื เรื่อง ความเหมาะสมกับความสนใจของผู้เรยี น (m=4.75,SD=0.45)
ตามลาดับ ส่วนเรือ่ งทนี่ ักเรียนมคี วามพึงพอใจน้อยที่สุด คือเรอื่ งจดุ ประสงค์การเรยี นรถู้ ูกตอ้ ง สอดคล้อง
กับกจิ กรรมการเรียนรู(้ m=4.17,SD=0.39)
2. ผลประสทิ ธภิ าพชุดการเรยี นการสอนเพือ่ พฒั นาทักษะความคิดสรา้ งสรรค์
ผลเปรียบเทยี บคะแนนชุดการเรยี นการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสรา้ งสรรค์โดยใช้ทฤษฏีของ
กิลฟอร์ดเป็นฐานความคิดก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยร้อยละ15.42 มีค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (SD) 2.93 และหลัง
เรียนมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 22.75 มีค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (SD) 3.71 โดยสรุปหลังการจัดชุดกิจกรรมเพื่อ
ห น้ า | 77
พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ทฤษฏีของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิดต่ากว่าอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถติ ทิ ี่ระดับ 0.05
3. ผลการทดสอบสมมุติฐานการวิจัย พบว่า เป็นไปตามสมมุติฐานการวิจัย จานวน 4 ข้อ คือ
(1) คุณภาพของชุดการเรียนการสอนเพื่อทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้น มีร้อยละความก้าวหน้า
เพ่ิมขึ้น (2)ทักษะความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนมีมีคะแนนสูกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ
.05 (3) ผู้เรียนหลังทาชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์มีความพึงพอใจกับชุดการ
เรยี นการสอน
4. ผลการใช้ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ พบว่า คะแนนเฉลี่ยของชุด
กจิ กรรมการเรียนการสอนเร่ือง การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนใหเ้ ห็นว่าใช้ชุดการเรียนการสอนที่มี
ค่าเฉล่ยี สูงสดุ คอื เรือ่ ง My Box รองลงมาคือเร่อื ง My Hero และเรื่อง My Animal ตามลาดับ ส่วนเร่อื งที่
มีค่าเฉลยี่ นอ้ ยทส่ี ดุ คือ เรื่อง My Room
อภิปรายผลการวิจยั
ผลการวิจัยพบว่า ชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์โดยมีทฤษฎีความคิด
สร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด ที่พัฒนาข้ึนมีประสิทธิภาพ คือ นักเรียนหลังได้รับการจัดการ
เรียนรู้ด้วยชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ มีร้อยละความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น ซ่ึง
สอดคล้องกับสมมุตฐิ านข้อท่ี 1 คุณภาพของชดุ การเรียนการสอนเพ่ือทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาข้ึน
มรี ้อยละความก้าวหน้าเพิ่มขึน้ สามารถนาไปพัฒนาผเู้ รียนให้ก้าวหนา้ เพ่ิมข้ึนได้ เนอ่ื งมาจาก การพัฒนาชุด
การเรียนการสอนใช้ทฤษฏีความคิดสร้างสรรค์ที่เน้นผู้เรียนด้า นทักษะความคิดสร้างสรรค์
ตามแนวทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ดเป็นฐานความคิด คะแนนเฉลี่ยของชุดกิจกรรมการเรียนรู้
เรือ่ ง การพฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ใชช้ ดุ การเรยี นการสอนท่ีมคี ่าเฉล่ยี สูงสุดคือ เรือ่ ง My
Box รองลงมาคือเรื่อง My Hero และเรื่อง My Animal ตามลาดับ ส่วนเรื่องที่มีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ
เรือ่ ง My Room
ขอ้ เสนอแนะในการนําผลการศกึ ษาค้นควา้ ไปใช้
1 ในการจัดทาชุดกิจกรรมเพ่อื พฒั นาทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์ ควรศึกษาวิจยั ทีเ่ ก่ยี วข้องในเชิง
ลึกมากยิง่ ขึ้น
1 ควรติดตามทักษะความก้าวหน้าของผู้เรียน หลังจบการพัฒนาชุดกิจกรรมพัฒนาทักษะ
ความคดิ สรา้ งสรรค์
1 ควรขยายพนื้ ที่การแสดงศักยภาพของผูเ้ รียนให้กว้างมากยง่ิ ข้ึน
ห น้ า | 78
1 ควรมีการพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่สามรถในการเรียนรู้
อ่นื ๆ และระดับชนั้ ต่างๆ เพ่อื ให้มีการพัฒนาอยา่ งต่อเน่อื ง
1 ควรมกี ารพัฒนาวธิ ีการอ่นื ๆทส่ี ามารถเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์
ห น้ า | 79
บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2551. หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ : โรง
พิมพช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
เกรยี งศักดิเ์ จริญวงศ์ศกั ด์.ิ 2545. การคดิ เชิงสรา้ งสรรค์. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั ซัคเซสมเี ดีย.
______. 2547. การคิดเชงิ สร้างสรรค์. พมิ พ์ครั้งท่ี 6. กรุงเทพฯ : บริษทั ซัคเซสมีเดยี .
______. 2553. การคิดเชิงวิเคราะห์. พมิ พค์ ร้งั ที่ 6. กรงุ เทพฯ : บริษทั ซัคเซส มเี ดยี .
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. 2537. การทดสอบประสิทธภิ าพชดุ การสอน. กรุงเทพฯ :
มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช.
ชาญณรงค์ พรรงุ่ โรจน์. 2546. ความคิดสรา้ งสรรค์. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดิลก ดิลกานนท์. 2534. "การฝกึ ทกั ษะการคดิ เพือ่ ส่งเสริมความคดิ สร้างสรรค.์ " การศึกษามหาบณั ฑิต.
บัณฑิตวทิ ยาลัย, มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒประสานมติ ร.
ทวเี ดช จิว๋ บาง. 2549. ความคิดสร้างสรรคศ์ ิลปะ. กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร.์
นภนาฏ รัชดานุรักษ.์ 2555. จติ แหง่ การสร้างสรรค.์ นนทบุรี : สานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน
นเรศร์ มหาคุณ. 2551. Creative สร้างสรรค์สร้างได.้ กรุงเทพฯ : เอด็ ดเู คช่นั ไมน์ด ไลน์ มัลติมเี ดยี .
สมนึก ภัททยิ ธนี. 2546. การวัดผลการศกึ ษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กาฬสินธ์ุ : ประสานการพิมพ์
สมศกั ดิ์ ภ่วู ภิ าดาวรรธน์. 2535. เทคนคิ การส่งเสรมิ ความคดิ สร้างสรรค.์ กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.
______. 2537. เทคนิคการส่งเสริมความคดิ สร้างสรรค์. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานชิ .
______. 2541. เทคนคิ การส่งเสรมิ ความคิดสร้างสรรค.์ พมิ พค์ รง้ั ที่ 4. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นาพานชิ .
อารี พันธ์มณ.ี 2540. ความคิดสรา้ งสรรค์กับการเรยี นรู้. กรงุ เทพฯ : ต้นอ้อแกรมม่ี.
______. 2543. การพฒั นาความคิดสรา้ งสรรคส์ ู่ความเปน็ เลศิ . อบุ ลราชธานี : ภาควชิ าการแนะแนวและ
จิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒประสานมติ ร.
______. 2545. ความคดิ สร้างสรรคก์ ับการเรยี นร.ู้ พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : ตน้ อ้อแกรมมี่.
อารี รังสนิ ันท.์ 2527. ความคดิ สรา้ งสรรค.์ กรุงเทพฯ : ธนะการพมิ พ.์
______. 2532. ความคิดสร้างสรรค์. พิมพ์ครงั้ ท่ี 3. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพ์ขา้ วฟ่าง.
ห น้ า | 80
ภาคผนวก
ห น้ า | 81
ภาคผนวก ก
นวตั กรรมการจัดการเรยี นรู้
(ชดุ การเรียนการสอนเพื่อพฒั นาทักษะความคดิ สร้างสรรค์)
ห น้ า | 82
คูม่ อื การใชช้ ดุ การเรียนการสอนเพอื่ พัฒนาความคดิ สร้างสรรค์
หลักการและเหตผุ ล
ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เป็นความคิดรูปแบบหน่ึงทางความสามารถทาง สติปัญญา
ของมนษุ ย์ ซ่งึ เปน็ คณุ ลักษณะท่มี ีอยู่ในตวั ทุกคน มีความสาคัญและมสี ว่ นในการส่งเสรมิ ให้ สามารถสร้างสรรค์
ผลงานช้ินใหม่ เป็นลักษณะความคิดอเนกนัย (Divergent Thinking) คือความคิด หลายทิศทาง หลายแง่
หลายมุม คิดให้กว้างไกล ลักษณะการคิดเช่นนี้นาไปสู่การคิดประดิษฐ์สิ่งแปลก ใหม่ ความคิดอเนกนัย
ประกอบดว้ ย 4 ลักษณะ คอื
1. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ จานวนมาก
ท่สี ดุ ในเวลาท่กี าหนดให้ หรอื เป็นความสามารถในการคดิ ในเชงิ ปรมิ าณ
2. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อส่ิงเร้าได้หลาย กลุ่มหรือ
หลายประเภทในลกั ษณะหลายแงม่ มุ แตกต่างกัน
3. ความคิดริเร่ิม (Originality) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้แปลก ใหม่แตกต่าง
ไปจากคนอืน่ และมคี ณุ ค่า
4. ความคิดละเอียดลออ (Elaboration) คือ ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อส่ิงเร้า ในการคิด
ตกแตง่ ใหร้ ายละเอยี ดเพือ่ ใหเ้ กดิ เป็นภาพที่ชัดเจนสมบูรณ์
ความคิดในลักษณะดังกล่าว เป็นส่ิงที่มีอยู่ในคนทุกคน แต่อาจแตกต่างกันไปในระดับของ ความมาก
น้อย การฝกึ ฝนและการฝกึ ปฏิบตั ทิ ถี่ ูกวธิ กี จ็ ะสามารถพฒั นาใหม้ ีศักยภาพด้านความคดิ สรา้ งสรรค์สูงข้นึ ได้
เน้ือหา
ความคิดสร้างสรรค์เป็นความคิดอเนกนัย (Divergent Thinking) ประกอบด้วยคุณลักษณะที่ สาคัญ
4 ประการ
1. ความคิดคลอ่ งแคลว่ (Fluency)
2. ความคิดยึดหยุน่ (Flexibility)
3. ความคิดริเรม่ิ (Originality)
4. ความคิดละเอยี ดลออ (Elaboration)
เพอื่ ทดลองฝึกลกั ษณะการคิดอเนกนยั 4 ดา้ น คือ ความคดิ คล่องแคลว่ ความยดื หยุ่น นักเรยี นให้สูงขนึ้ ได้
ห น้ า | 83
โครงสร้างของชุดการเรยี นการสอนเพ่อื พัฒนาความคดิ สร้างสรรค์
ชุดการเรยี นการสอนท่ีสร้างข้นึ มี 4 ชุด ประกอบด้วยแบบฝกึ กิจกรรม มีสว่ นประกอบดังน้ี
1. My Hero พฒั นาด้านความคิดริเรมิ่
2. My Animal พัฒนาดา้ นความคิดคลอ่ งแคลว่
3. My Box พัฒนาดา้ นความคิดยดื หยุ่น
4. My Room พัฒนาด้านความคิดละเอยี ดลออ
คาแนะนาท่วั ไปในการใช้ชุดการเรียนการสอนความคดิ สร้างสรรค์
1. ใหน้ กั เรียนทกุ คนมโี อกาสไดแ้ สดงความคดิ ของตนเองอยา่ งอสิ ระโดยครไู ม่จากัดความคดิ ของนักเรยี น
2. ครูควรสร้างบรรยากาศท่ีอบอุ่นเป็นกันเอง ให้อิสระแก่นักเรียนอย่างเต็มท่ี กระตุ้นให้นักเรียนแสดง
ความคิดและสนบั สนุนความคดิ แปลก ๆ ใหม่ ๆ โดยการฟังอย่างต้ังใจ กระตือรอื รน้ ตอ่ ความคิดนน้ั
3. ครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระและแสดงความคิดของตนให้ คนอ่ืนได้ทราบ
และรับฟังความคดิ เห็นของผอู้ ่ืนดว้ ย
4. ครูไม่ควรเขม้ งวดกบั คาตอบทีถ่ กู ตอ้ งของนักเรยี นแตเ่ พยี งอยา่ งเดียว
5. ครูควรชี้แจง แนะนาให้นักเรียนใช้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่ นักเรียนจะเกิดความภูมิใจ
เพราะในแต่ละชุดการเรียนการสอน ครูจะดูผลงานหรือคาตอบที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มีคุณค่าและไม่มี
คาตอบท่แี น่นอนตอ้ งดจู ากเหตหุ ลายประการ
แนวทางปฏิบตั ิในการใชช้ ดุ การเรยี นการสอน
ในการใช้ชุดการเรียนการสอนความคิดสร้างสรรค์นี้ผู้ใช้ควรศึกษาจุดมุ่งหมาย สาระสาคัญและแนวทางใน
การดาเนินกิจกรรมการฝึกในแต่ละชุดให้เข้าใจเป็นอย่างดีเพ่ือให้เกิดการปฏิบัติท่ีถูกต้องบรรลุ จุดมุ่งหมายซึ่ง
แนวทางท่ัวไปควรปฏิบัติดงั นี้
1. ครูชี้แจงจุดมงุ่ หมายในการฝกึ แตล่ ะชดุ แกน่ ักเรยี น
2. ครแู จกใบงานใหน้ กั เรียนทุกคน
3. ครูให้นักเรียนแต่ละคนใช้ความคิดของตนเองอย่างเต็มท่ีในการคิดหาคาตอบลงในบัตร กิจกรรม ภายใน
เวลาที่กาหนดซึง่ จะใชเ้ วลาประมาณ 1 ซม.
ห น้ า | 84
4. ครูใหน้ กั เรยี นสง่ ตัวแทนห้องออกมารายงานให้เพ่ือน ๆ ฟังหน้าห้องเรียน
5. ครูกล่าวสรุปความคิดของการฝึกว่าคนทุกคนไม่จาเป็นต้องมีความคิดตรงกันหมด ผู้ที่มองปัญหาได้
ชัดเจนกว่ายอ่ มคิดไดด้ ีกวา่ และกว้างไกลกว่า เราจงึ ควรมองปัญหาต่าง ๆ ใหก้ วา้ งในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป
จนทาให้สามารถคิดได้ดขี ึน้
ชุดการเรยี นการสอนความคดิ สร้างสรรคท์ ัง้ 4 ชดุ ดงั กล่าวประกอบดว้ ยรายละเอยี ดของกจิ กรรมดงั นี้
กจิ กรรมการฝึกความคิดรเิ ริ่ม ความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยดื หยุ่น และความคิดละเอยี ดลออ
ความคิดริเรม่ิ
จดุ ม่งุ หมาย
เพ่ือให้นักเรียนมีความคิดแปลกใหม่แตกต่างจากความคิดธรรมดา หรือนาความรู้เดิมมาดัดแปลงและ
ประยกุ ตใ์ หเ้ กิดสิ่งใหม่
เนอื้ หา
ความคิดริเร่ิมเป็นความคิดท่ีเกิดขึ้นครั้งแรก เป็นความคิดท่ีแปลกใหม่ แตกต่างไปจากความคิดเดิม
และอาจจะไม่มีใครเคยนึกคิดมาก่อน ความคิดริเริ่มต้องอาศัยความกล้าคิดกล้า แสดงออก การจินตนาการ
สร้างสรรคใ์ ห้เกิดผลงานขึน้ และจะต้องมคี วามเพยี รพยายามสรา้ งผลงานให้เกิดข้ึน
ความคดิ คล่องแคลว่
จุดมุ่งหมาย
เพ่ือฝึกให้นักเรียนมีความคล่องในการคิดตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือปัญหาให้ได้มากท่ีสุดเท่าที่จะมากได้ใน
เวลาที่กาหนดให้
เน้ือหา
ความคิดคล่องแคล่วเป็นความสามารถในการคิดในเชิงปริมาณท่ีไม่ซ้าในเรื่องเดียวกันแบ่งได้เป็นความคิด
คล่องในด้านการคิดถ้อยคา การโยงสัมพันธ์ ด้านการแสดงออก ความคล่องในการคิดในสิ่งท่ีต้องการในเวลาท่ี
กาหนด ความคล่องในการคิดมีความสาคัญต่อการแก้ปัญหา เพราะในการแก้ปัญหาอาศัยการแสวงหาคาตอบ
หรือวิธีแก้ไขหลายวิธี และจะต้องนาวิธีการเหล่านั้นมาทดลองจนกว่าจะพบวิธีการท่ีถูกต้องตามต้องการ
หรือคิดออกมาให้ได้มากหลายอย่างและแตกต่างกันแล้วนาเอาความคิดที่ได้มาพิจารณาแต่ละอย่าง
เปรียบเทียบกันว่าความคิดใดเป็นความคิดที่ดีที่สุดและให้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุดโดยคานึงถึงเกณฑ์ในการ
พจิ ารณาซง่ึ เปน็ ความสามารถในข้ันตน้ เพ่อื นาไปสคู่ วามคิดท่มี ีความสรา้ งสรรค์
ห น้ า | 85
ความคิดยดื หย่นุ
จุดมงุ่ หมาย
เพ่อื ใหฝ้ ึกนกั เรยี นมีความยืดหย่นุ ในความคิดในสถานการณต์ ่าง ๆ ใหไ้ ดป้ รมิ าณมาก สามารถคดิ ดัดแปลงได้
กว้าง
เน้ือหา
ความคิดยืดหยุ่น เป็นความคิดให้ได้ปริมาณมาก คิดได้หลายกลุ่มประเภท มีประโยชน์ในการความคิด
ยืดหยุ่น เป็นความคิดให้ได้ปริมาณมาก คิดได้หลายกลุ่มประเภท มีประโยชน์ในการ แก้ไขปัญหา สามารถคิด
ตัดแปลงให้เกิดประโยชนอ์ ่นื ๆ ซ่งึ เป็นพืน้ ฐานสาคญั ประการหนึ่งในการ สง่ เสรมิ ใหเ้ กิดความคิดสร้างสรรค์
ความคิดละเอยี ดลออ
จดุ มุ่งหมาย
เพื่อฝึกให้นักเรียนมีความละเอียดลออในการสังเกตความสามารถในการคิดตกแต่งท่ีสังเกตได้จาก
รายละเอียดหรือขอ้ มูลปลกี ยอ่ ย
เนอื้ หา
ความคิดละเอียดลออเป็นความสามารถในการคิดที่สังเกตได้จากการให้รายละเอี ยดท่ีทาให้เกิดความคิด
ที่ชัดเจน สมบรู ณ์ รอบครอบ เนน้ ความสามารถทางสมองในการคดิ ท่ีมีความประณีต ลกั ษณะความคิดน้นี าไปสู่
การคดิ ประดษิ ฐ์สิง่ แปลกใหม่ รวมทงั้ การคดิ แกป้ ญั หาไดส้ าเรจ็ ด้วย
ห น้ า | 86
ส่วนประกอบของชดุ การเรยี นการสอน
1. เนื้อหา เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความคิดสรา้ งสรรค์ ที่มีลักษณะการคิดแบบอเนกนัย (Divergent Thinking)
หรอื การคดิ หลายทิศทาง หลายแงม่ ุมคิดไดก้ ว้างไกล ซง่ึ ประกอบดว้ ยคุณลกั ษณะทีส่ าคญั 4 ประการ
1.1 ความคิดริเริม่ (Originality)
1.2 ความคิดคล่องแคลว่ (Fluency)
1.3 ความคดิ ยดื หยนุ่ (Flexibility)
1.4 ความคิดละเอียดลออ (Elaboration)
จากเนอ้ื หาดงั กลา่ วประกอบดว้ ยกิจกรรมต่าง ๆ ท่ใี ชแ้ บบฝกึ เปน็ รายบุคคล ดังน้ี
1. My Hero (ความคิดริเรมิ่ )
2. My Animal (ความคดิ คลอ่ งแคล่ว)
3. My Box (ความคดิ ยดื หยนุ่ )
4. My Room (ความคิดละเอียดลออ)
2. แฟ้มชดุ การเรยี นการสอน
2.1 แบบวดั ความคิดสรา้ งสรรค์
2.2 คูม่ อื การตรวจคะแนนใช้กับแบบทดสอบ
2.3 คู่มือการตรวจชดุ การเรียนการสอนความคดิ สรา้ งสรรค์
คาชแี้ จงสาหรับครู
1. ครเู ตรียมอุปกรณท์ ีต่ อ้ งใช้ในการฝกึ ลว่ งหนา้ (ดูสิ่งที่ครูควรเตรยี ม)
2. ครศู ึกษาเนอื้ หาท่ีตอ้ งฝึกใหล้ ะเอียดชัดเจน
3. ก่อนดาเนนิ การฝกึ ครคู วรเตรียมชุดการเรยี นการสอนพรอ้ มอปุ กรณใ์ ห้เรยี บร้อย
4. ครูควรใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นการดาเนนิ การฝึก
ห น้ า | 87
5. การดาเนนิ การฝึก แบง่ ออกเป็น 3 ข้ัน คอื
5.1 ขน้ั นา
52 ข้นั ดาเนนิ กิจกรรม
5.3 ขน้ั สรุป
6. กิจกรรมตา่ ง ๆ ในชุดการเรยี นการสอนจะใชเ้ วลาชุดละ 2 ชวั่ โมง ลกั ษณะของชดุ การเรียนการสอนที่
สรา้ งข้ึนมที ง้ั ใชว้ ธิ ีเขียนตอบ สังเกตจินตนาการและการประดิษฐ์ โดยใชก้ บั นักเรยี นเปน็ รายบุคคล
7. ครูควรสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ให้อิสระแก่นักเรียนอย่างเต็มท่ีพร้อมทั้งยั่วยุ กระตุ้นให้
นักเรียนแสดงความคิดออกมา และสนับสนุนความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ โดยการฟังอย่างตั้งใจ กระตือรือร้นต่อ
ความคดิ น้นั ๆ
8. ครูควรเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งอิสระและแสดงความคิดของตนให้คนอน่ื ได้
9. ครไู ม่ควรเข้มงวดกบั ผลหรือคาตอบของนักเรยี นมากเกินไป
10. หลังการดาเนินการฝึกจนครบเรียบร้อยแล้วใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลงั การทดลอง ชุดเดียวกบั
แบบทดสอบก่อนการทดลอง
11. ครูควรช้ีแจงให้นักเรียนใช้ความสามารถของตนอย่างเต็มท่ีนักเรียนจะเกิดความภูมิใจ เพราะในแต่
ละชุดการเรียนการสอน ครูจะดูผลงานหรือคาตอบท่ีแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มีคุณค่าและไม่มีคาตอบท่ี
แน่นอน ตอ้ งดจู ากเหตหุ ลายประการ
บทบาทของนกั เรียน
ครูควรชีแ้ จงใหน้ ักเรียนทราบถึงบทบาทของนักเรียนดงั ต่อไปนี้
1. ตงั้ ใจฟังครอู ธิบายเน้อื หาและปฏบิ ตั ิกิจกรรมดว้ ยความต้งั ใจ
2. ในการตอบคาถาม อภิปราย แสดงความคิดเหน็ ให้นักเรียนแสดงอย่างอสิ ระเต็มความสามารถ
3. การตอบคาถามในแต่ละชุดการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้นักเรียนพัฒนาความคิดริเร่ิม
ความคิดคล่องแคล่ว ความยืดหยุ่น และความคิดละเอียดลออมีอิสระในการตอบหรือทาในส่ิงท่ีแปลกใหม่ไม่
เหมือนใคร ต้องการใหน้ ักเรยี นทาดว้ ยความพอใจ สนกุ สนาน
ห น้ า | 88
4. เม่ือนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมแต่ละชุดการเรียนการสอนเสร็จแล้วให้เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
โดยเฉพาะชุดการเรียนการสอนท่ีมีการประดิษฐ์ นกั เรียนต้องทาความสะอาด บรเิ วณที่นกั เรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
ให้เรยี บรอ้ ย
ห น้ า | 89
ชดุ การเรียนการสอนท่ี 1
เร่อื ง My Hero
คาช้ีแจง
ชดุ การเรยี นการสอนน้ีเป็นชุดการเรยี นการสอนความคดิ สร้างสรรค์ที่ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนมีความคิดริเร่ิม
ความคิดคลอ่ ง ความคิดยืดหยุน่ ความคดิ ละเอยี ดลออ
จดุ มุ่งหมาย
1. ส่งเสรมิ จินตนาการและความคดิ สร้างสรรค์ (ความคดิ รเิ ร่มิ )
2. ฝึกการใชค้ วามคดิ ทแ่ี ปลกใหม่
3. ส่งเสรมิ การคิด การวางแผน การตัดสินใจ และการแกป้ ัญหา
4. เกดิ ความสนุกสนานเพลิดเพลนิ
5. ทกั ษะการระบายสี
เทคนคิ : การวาด
สาระสาคญั
การออกแบบฮีโร่เพื่อจะปกป้องเมืองท่ีกาลังเผชิญปัญหาต่างๆ โดยออกแบบตัวฮีโร่ พลังการต่อสู้ เพ่ือ
ตอบโจทยก์ บั ปญั หาที่เกดิ ขึ้น
ความรู้
1. การวาดการ์ตนู
2. คาแรคเตอร์
3. จนิ ตนาการ
เวลา
2 ชั่วโมง
อุปกรณ์
1. กระดาษ 100 ปอนด์
2. สไี มห้ รอื สีโปสเตอร์
3. ปากกาตัดเส้น
ห น้ า | 90
วธิ ดี าเนินกิจกรรม
หนว่ ย กิจกรรมนกั เรยี น ผลงาน/ภาระงาน
การ กจิ กรรมครู
เรยี นรู้ ออกแบบฮีโรข่ อง
ตนเอง
- ขัน้ นาสู่บทเรียน - ขนั้ นาสู่บทเรียน
ครูตั้งเง่ือนไขและสถานการณ์ให้ผเู้ รยี นมีส่วน นกั เรียนฟงั ครูพูดชี้แจง
ร่วมโดยครกู าหนดสถานการณ์
เมอื งทมี่ ีปญั หาโดนปศี าจใจรา้ ยบกุ รกุ
ทาลายบ้านเมือง
เมืองท่ีมปี ศี าจไรจ้ ติ สานึกรักความ
สกปรกทีท่ าใหข้ ยะเตม็ เมอื ง
เมืองท่ีกาลังวิกฤตภาวะโลกร้อน
- ข้นั ดาเนนิ การสอน - ข้ันดาเนินการสอน
หนว่ ยที่ ๑. ครสู อนนักเรียนเกี่ยวกับการวาดภาพตัว ๑. นักเรียนฟงั ครเู กย่ี วกับการวาด
๑ ภาพตัวละคร คาแรคเตอร์ของฮโี ร่
ละคร คาแรคเตอร์ของฮโี ร่ โดยใช้
สปั ดาห์ท่ี PowerPoint
๑ ๒. ครใู หน้ ักเรียนออกแบบ “ถ้าหากฉนั เปน็ ๒. นักเรยี นออกแบบ “ถ้าหากฉัน
Hero จะเป็นฮีโรแ่ บบไหน มีพลังอะไรบ้าง มี เปน็ Hero จะเปน็ ฮโี รแ่ บบไหน มี
จดุ อ่อนอะไรบา้ ง”ใหส้ อดคล้องกับสถานการณ์ พลังอะไรบา้ ง มจี ดุ อ่อนอะไรบา้ ง”
ท่ีนักเรยี นได้ ให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ที่
นักเรียนได้
๓. ครตู รวจดูความเรยี บร้อยผลงานนักเรยี นแต่ ๓. นกั เรียนใหค้ รูตรวจดูความ
ล่ะคนและแนะนาเพ่ิมเติม เรียบรอ้ ยผลงาน และแก้ไขตามท่คี รู
แนะนา
๔. ครูให้นกั เรียนระบายสีและตกแตง่ ให้ ๓. นกั เรยี นระบายสีและตกแต่งให้
สวยงาม สวยงาม
- ข้ันสรปุ - ข้นั สรปุ
ครูสรปุ สอบถามนักเรยี นและสรุปกิจกรรม ครสู รปุ สอบถามนักเรียนและสรปุ
My Hero กจิ กรรม My Hero
ห น้ า | 91
หน่วย กจิ กรรมนกั เรยี น ผลงาน/ภาระงาน
การ กิจกรรมครู
เรยี นรู้ - นาเสนอ
ผลงานของ
- ขนั้ นาสู่บทเรยี น - ข้ันนาสบู่ ทเรียน ตนเอง
ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี นและพดู ถึงเร่ืองการ ฟงั ครูพดู และตอบคาถามการ
ออกแบบ My Hero ออกแบบ My Hero
หน่วยท่ี - ขั้นดาเนนิ การสอน - ข้นั ดาเนินการสอน
๑ ๑. ให้นกั เรยี นนาเสนอผลงาน My Hero ๑. นกั เรียนนาเสนอผลงาน My
Hero ของตนเอง
สัปดาหท์ ่ี ของตนเอง
๒ ๒. ครูจดบนั ทึกคาพูดและเร่ืองราวที่นกั เรียน ๒. นักเรียนเลา่ เรื่องราวเกย่ี วกบั ฮโี ร่
เล่าเกีย่ วกับผลงาน ของตนเอง
- ขัน้ สรุป - ขนั้ สรปุ
ครูพูดสรปุ กิจกรรมและครูนาผลงานนักเรียน นักเรียนฟงั ครูพดู สรุปกิจกรรม
มาจดั แสดงหนา้ ชั้นเรยี น
สอ่ื
1. PowerPoint
2. ใบความรู้
การประเมนิ ผล
1. สังเกตการณ์ทากิจกรรม
2. ประเมนิ ผลงานนักเรยี น