1
แผนการจัดการเรยี นรู้
รายวิชา พฒั นาอาชพี ใหม้ อี ยมู่ กี นิ รหสั วิชา อช11003
ระดบั ประถมศึกษา
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอกันทรลกั ษ์
สานกั งานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจงั หวดั ศรสี ะเกษ
2
คำแนะนำกำรใช้ชดุ วชิ ำกำรพัฒนำอำชพี ให้มอี ยู่มีกนิ อช11003
เพอ่ื ให้กำรศึกษชดุ วชิ ำกำรพัฒนำอำชพี ให้มอี ยู่มีกิน เลม่ นี้ บรรลตุ ำมมำตรฐำนและผลกำรเรียนรูท้ คี่ ำดหวงั
ผู้เรียนควรปฏิบตั ิดังนี้
1. อำ่ นคำแนะนำกำรใช้ชดุ วิชำนี้โดยละเอยี ด
2. ศกึ ษำโครงสรำ้ งชุดวิช สำระสำคัญ ผลกำรเรยี นรูท้ ่ีคำดหวงั ขอบขำ่ ยเนื้อหำในแต่ละตอน
จำกสอ่ื ชุดวิชำเลม่ นีใ้ ห้เขำ้ ใจก่อนเริ่มกำรเรยี นรตู้ อ่ ไป
3. ศึกษำรำยละเอียดของเนอ้ื หำสำระแลว้ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมในแตล่ ะตอนให้ครบทุกกิจกรรม
4. ทำแบบฝึกหัดและตรวจคำตอบจำกแนวเฉลยในสว่ นท้ำยของแต่ละตอน
5. วำงแผนกำรเรยี นรวมกับครูผสู้ อนจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนกำรออกแบบกิจกรรมเพือ่ นำไปสู่กำรวัดผลประเมนิ ผล
6. ผู้เรียนควรศึกษำเพ่ิมเติมจำกแหล่งกำรเรยี นรู้อื่น ๆ หรือปรึกษำผูร้ ู้ เพ่ือให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ
เนื้อหำสำระมำกข้ึน
3
คาอธิบายรายวิชา อช11003พฒั นาอาชพี ให้มีอยูม่ กี นิ
สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา
จานวน 2 หน่วยกิต (80 ชว่ั โมง)
มาตรฐานที่ 3.4 มีความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาอาชพี ให้มีความม่ันคง
ศกึ ษา และฝึกทกั ษะเกีย่ วกบั การพฒั นาอาชพี เพือ่ ให้มีความมน่ั คง ดงั นี้ คอื
ความหมาย ควำมสำคัญ ควำมจำเป็นในกำรพฒั นำอำชีพ
ศั ก ย ภ า พ ธุ รกิ จ ขอ ง ต น เ อ ง ชุ ม ช น คว ำมจำเป็นและคุณค่ำของกำรวิเครำะห์ศักยภ ำพธุรกิจ
กำรวิเครำะห์ตำแหน่งธุรกิจ (ระยะเร่ิมต้น ระยะสร้ำงตัว ระยะทรงตัว ระยะตกต่ำหรือสูงข้ึน) กำรวิเครำะห์ศักยภำพธุรกิจ
บนเส้นทำงของเวลำ
การจัดทาแผนพัฒนาการตลาด กำรกำหนดทิศทำงกำรตลำด กำรกำหนดเป้ำหมำยกำรตลำด
กำรกำหนดกลยุทธ์สู่เป้ำหมำยบนพ้ืนฐำนศักยภำพธุรกิจที่เป็นอยู่ กำรวิเครำะห์กลยุทธ์กำหนดกิจกรรม
แผนกำรพฒั นำกำรตลำด
การจัดทาแผนพฒั นาการผลติ /บริการ กำรกำหนดคุณภำพผลผลิต/บริกำร กำรวิเครำะหท์ ุนปจั จัยกำรผลิต/บริกำร
กำรกำหนดเป้ำหมำยกำรผลติ /บริกำร กำรกำหนดแผนกจิ กรรม พัฒนำระบบกำรผลติ /บรกิ ำร
ก า ร พั ฒ น า ธุ ร กิ จ เ ชิ ง รุ ก ค ว ำ ม จ ำ เ ป็ น แ ล ะ คุ ณ ค่ ำ ข อ ง ธุ ร กิ จเ ชิง รุ ก ก ำ ร แ ท ร ก ค ว ำ ม นิ ย ม เ ข้ ำสู่
ควำมตอ้ งกำรแทจ้ ริงของผูบ้ รโิ ภค รปู ลกั ษณ์คณุ ภำพใหม่ เพิ่มชอ่ งทำงเขำ้ ถึงลูกค้ำ
ปฏบิ ัตกิ าร จัดทำแผน และโครงกำรพัฒนำอำชพี ให้มีอยมู่ ีกนิ
การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
ควรเป็นกำรศึกษำปฏิบัติจริงด้วยกำรวิเครำะห์ศักยภำพธุรกิจ กำรจัดทำแผนพัฒนำกำรตลำด กำรจัดทำ
แผนพัฒนำกำรผลิต กำรพัฒนำธุรกิจเชิงรุก กำรพัฒนำองค์กรให้มีประสิทธภิ ำพ อำจสร้ำงสถำนกำรณ์จำลองข้ึนมำเพ่ือฝกึ
ปฏิบัติและนำแผนปฏิบัติกำรต่ำง ๆ เข้ำสู่วิถีชีวิต หรือดำเนินกำรจริงตำมวิถีชีวิต เพ่ือผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้สำมำรถพัฒนำ
อำชพี ใหม้ อี ยูม่ ีกิน
การวัดและประเมนิ ผล
ประเมินจำกสภำพจริงจำกผลงำนกำรเรียนรู้ และผลกำรเรียนรู้ กำรจัดทำแผน และโครงกำรพัฒนำอำชีพให้มอี ยู่
มกี นิ
4
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชา อช1103 พัฒนาอาชพี ให้มีอย่มู ีกนิ
สาระการประกอบอาชีพ ระดบั ประถมศกึ ษา
จานวน 2 หนว่ ยกิต (80 ช่วั โมง)
มาตรฐานที่ 3.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการพัฒนาอาชีพใหม้ ีอยู่มกี นิ
ท่ี หวั เร่อื ง ตวั ชีว้ ัด เนอ้ื หา จานวน
(ช่วั โมง)
1 ศักยภำพธุรกิจ 1.อธิบำยควำมหมำย ควำมสำคัญ 1.ควำมหมำย ควำมสำคญั
20
ควำมจำเป็นของกำรพฒั นำอำชีพ ควำมจำเป็นของกำรพัฒนำ
15
เพอื่ กำรมีอย่มู ีกนิ อำชพี
2.อธบิ ำยควำมจำเป็น และคุณคำ่ 2.ควำมจำเปน็ และคุณคำ่ ของ
ของกำรวเิ ครำะห์ศกั ยภำพของ กำรวเิ ครำะห์ศกั ยภำพธุรกิจ
ธุรกจิ
3.วิเครำะหต์ ำแหน่งธุรกิจในระยะ 3.กำรวิเครำะหต์ ำแหน่งธุรกจิ
ตำ่ งๆ ได้ - ระยะเร่มิ ต้น
- ระยะสร้ำงตวั
- ระยะทรงตัว
- ระยะตกตำ่ หรือสูงข้นึ
4.วเิ ครำะห์ศกั ยภำพธุรกิจบน 4.กำรวเิ ครำะห์ศักยภำพธรุ กจิ
เสน้ ทำงของเวลำได้ บนเส้นทำงของเวลำ
2 กำรจัดทำแผนพัฒนำ 1.กำหนดทิศทำงกำรตลำดได้ 1.กำรกำหนดทิศทำง
กำรตลำด กำรตลำด
2.กำหนดเป้ำหมำยกำรตลำดได้ 2.กำรกำหนดเปำ้ หมำย
3.กำหนดกลยทุ ธส์ เู่ ป้ำหมำยได้ กำรตลำด
4.วิเครำะห์กลยุทธ์ 3.กำรกำหนดกลยทุ ธส์ ู่
5.กำหนดกิจกรรมและแผนกำร เป้ำหมำย
พัฒนำกำรตลำด 4.กำรวิเครำะห์กลยทุ ธ์
5.กิจกรรมและแผนกำร
พัฒนำกำรตลำด
5
ท่ี หวั เร่อื ง ตวั ช้ีวดั เนอ้ื หา จานวน
(ชว่ั โมง)
3 กำรจดั ทำแผนพฒั นำ 1.อธิบำยกำรกำหนดคณุ ภำพ 1.กำรกำหนดทนุ กำรผลิตหรอื 15
กำรผลิตหรอื กำร ผลผลติ หรอื กำรบรกิ ำร กำรบริกำร
บรกิ ำร 2.วเิ ครำะห์ทนุ ปจั จัยกำรผลิตหรอื 2.กำรวเิ ครำะหท์ ุนปจั จยั กำร
กำรบรกิ ำร ผลิตหรอื กำรบริกำร
3.กำหนดเป้ำหมำยกำรผลิตหรือ 3.กำรกำหนดเปำ้ หมำยกำร
กำรบรกิ ำร ผลิตหรือกำรบริกำร
4.กำหนดแผนกิจกรรมกำรผลิต 4.กำรกำหนดแผนกิจกรรม
5.พฒั นำระบบกำรผลติ หรือกำร กำรผลติ
บริกำร 5.กำรพัฒนำระบบกำรผลติ
หรือกำรบรกิ ำร
4 กำรพฒั นำธุรกิจเชงิ 1.อธิบำยควำมจำเป็น และคุณค่ำ 1.ควำมจำเปน็ และคณุ ค่ำของ 15
รกุ ของธรุ กิจเชิงรุก ธุรกจิ เชิงรกุ
2.อธิบำยกำรแทรกควำมนยิ มเข้ำ 2.กำรแทรกควำมนิยมเข้ำสู่
สู่ควำมตอ้ งกำรของผบู้ ริโภคได้ ควำมตอ้ งกำรของผู้บรโิ ภค
อยำ่ งแทจ้ รงิ
3.อธิบำยกำรสรำ้ งรูปลกั ษณ์ 3.กำรสรำ้ งรูปลักษณค์ ณุ ภำพ
คณุ ภำพสินค้ำใหม่ได้ สนิ ค้ำใหม่
4.อธิบำยกำรพัฒนำอำชีพให้มี 4.กำรพฒั นำอำชีพให้มีควำม
ควำมมน่ั คง มั่นคง (พออยู่ พอกิน มี
รำยได)้
5 โครงกำรพัฒนำอำชพี 1.วเิ ครำะห์ควำมเป็นไปไดข้ อง 1.กำรวิเครำะห์ควำมเป็นไปได้ 15
ให้มีอยูม่ ีกนิ แผนตำ่ งๆได้ ของแผนต่ำงๆ
2.เขยี นโครงกำรกำรพฒั นำอำชพี 2.กำรเขียนโครงกำรกำร
ได้ พฒั นำอำชีพ
3.ตรวจสอบควำมเปน็ ไปได้ของ 3.กำรตรวจสอบควำมเปน็ ไป
โครงกำรพัฒนำอำชพี ได้ ได้ของโครงกำร
4.ปรบั ปรุงโครงกำรพัฒนำอำชพี 4.กำรปรับปรุงแก้ไขโครงกำร
ได้ พฒั นำอำชีพ
6
สาระการประกอบอาชีพ
วิชา อช 11003 พัฒนาอาชพี ให้มีอยู่มีกิน จานวน 2 หนว่ ยกิต
หัวเร่อื งที่ 1. ศักยภาพธุรกิจ
1.อธิบำยควำมหมำย ควำมสำคัญ ควำมจำเป็นของกำรพัฒนำอำชีพเพอ่ื กำรมีอยู่มีกิน
2.อธิบำยควำมจำเปน็ และคุณค่ำของกำรวิเครำะหศ์ กั ยภำพของธุรกจิ
3.วิเครำะหต์ ำแหนง่ ธุรกจิ ในระยะตำ่ งๆ ได้
4.วิเครำะห์ศักยภำพธุรกิจบนเสน้ ทำงของเวลำได้
ระดบั ความยาก/งา่ ย
รายละเอยี ดสาระการเรยี นรู้ จานวนชว่ั โมง งา่ ย ปานกลาง/ ยากมาก วธิ กี ารเรยี นรู้
ยาก
1.ควำมหมำย ควำมสำคญั ควำม 5 -แบบเรียนร้ดู ว้ ยตนเองโดย
จำเปน็ ในกำรพัฒนำอำชีพ กำหนดหวั ขอ้ ให้นักศึกษำ
ค้นคว้ำหำควำมหมำย
ควำมสำคัญควำมจำเป็นของ
กำรพฒั นำอำชีพ
-แบบพบกลมุ่ โดยครใู ห้
2.ควำมจำเป็นของกำรวิเครำะห์ 5 คำแนะนำในหัวข้อกำร
ศักยภำพธรุ กิจ วิเครำะห์ศักยภำพธรุ กจิ
กำรตลำด
-แบบพบกลุม่ ครูให้นักศกึ ษำ
3.กำรวเิ ครำะห์ตำแหนง่ ธรุ กจิ 5 รว่ มกันอธบิ ำยวิธกี ำร
- ระยะเรม่ิ ต้น 5 ตรวจสอบกำรพัฒนำอำชีพ
- ระยะสรำ้ งตัว
- ระยะทรงตัว ใหเ้ ข้ำสู่ควำมมั่นคงร่วม
- ระยะตกต่ำหรือสงู ข้ึน อภิปรำยกล่มุ
4.กำรวิเครำะห์ศกั ยภำพธุรกิจบน -แบบพบกลุม่ ครแู นะนำให้
เสน้ ทำงของเวลำ นกั ศึกษำปฏิบัติกำรจดั ทำ
แผนและโครงกำรในกำร
พัฒนำอำชีพให้มีควำมม่นั คง
7
สาระการประกอบอาชีพ
วิชา อช 11003 พัฒนาอาชพี ใหม้ ีอยู่มีกิน จานวน 2 หน่วยกติ
หัวเร่อื งที่ 2 การจัดทาแผนพฒั นาการตลาด
1.กำหนดทิศทำงกำรตลำดได้
2.กำหนดเปำ้ หมำยกำรตลำดได้
3.กำหนดกลยุทธส์ เู่ ปำ้ หมำยได้
4.วเิ ครำะหก์ ลยุทธ์ได้
5.กำหนดกิจกรรมและแผนกำรพัฒนำกำรตลำดได้
รายละเอยี ดสาระการเรยี นรู้ จานวนชัว่ โมง ระดับความยาก/ง่าย วิธีการเรยี น
แบบวิธีกำรพบกลุ่ม
1.กำรกำหนดทิศทำงกำรตลำด 3 ง่าย ปาน ยากมาก
2.กำรกำหนดเปำ้ หมำยกำรตลำด 3
3.กำรกำหนดกลยุทธส์ ู่เปำ้ หมำย 3 กลาง/
4.กำรวิเครำะห์กลยุทธ์ 3
5.กจิ กรรมและแผนกำรพฒั นำกำร 3 ยาก
ตลำด
8
สาระการประกอบอาชีพ
วิชา อช 11003 พัฒนาอาชีพใหม้ ีอยู่มกี นิ จานวน 2 หนว่ ยกติ
ตวั ช้ีวดั ท่ี 3 การจดั ทาแผนพฒั นาการผลิต/บรกิ าร
1.อธบิ ำยกำรกำหนดคณุ ภำพผลผลิต/บรกิ ำรได้
2.สำมำรถวิเครำะห์ทุนปัจจัยกำรผลติ /บรกิ ำรได้
3.กำหนดเปำ้ หมำยกำรผลิต/บรกิ ำรได้
4.กำหนดแผนกจิ กรรมกำรผลิตได้
5.พัฒนำระบบกำรผลิต/บรกิ ำรได้
รายละเอียดสาระการเรียนรู้ จานวนช่วั โมง ระดบั ความยาก/ง่าย วธิ ีการเรยี น
ง่าย ปาน ยากมาก
1.กำรกำหนดทุนกำรผลติ หรอื กำร 2 แบบวธิ กี ำรพบกลุ่ม
บรกิ ำร 2 กลาง/ โดยใหน้ กั ศกึ ษำหำข้อมูล
2.กำรวเิ ครำะหท์ ุนปจั จยั กำรผลติ 2 ยาก โดยครกู ำหนดหัวข้อให้
หรือกำรบรกิ ำร 2 นกั ศึกษำร่วมวเิ ครำะห์
3.กำรกำหนดเปำ้ หมำยกำรผลติ 2
หรอื กำรบริกำร กระบวนกำรเรียนรู้
4.กำรกำหนดแผนกิจกรรม
กำรผลติ
5.กำรพัฒนำระบบกำรผลิตหรอื
กำรบริกำร
9
สาระการประกอบอาชีพ
วชิ า อช 11003 พัฒนาอาชีพใหม้ ีอยู่มีกิน จานวน 2 หนว่ ยกิต
ตัวช้ีวดั ท่ี 4 การพัฒนาธรุ กจิ เชิงรกุ
1.อธบิ ำยควำมจำเป็น และคุณคำ่ ของธรุ กิจเชงิ รุกได้
2.อธิบำยกำรแทรกควำมนิยมเข้ำสู่ควำมต้องกำรของผู้บริโภคได้อย่ำงแทจ้ รงิ
3.อธบิ ำยกำรสร้ำงรูปลกั ษณ์ คณุ ภำพสนิ ค้ำใหม่ได้
4.อธิบำยกำรพัฒนำอำชีพให้มีควำมมนั่ คงได้
รายละเอยี ดสาระการเรียนรู้ จานวนช่วั โมง ระดบั ความยาก/ง่าย วิธีการเรยี น
ง่าย ปาน ยากมาก
1.ควำมจำเป็น และคณุ ค่ำของ 5 แบบวธิ กี ำรพบกลุ่ม
ธุรกิจเชงิ รกุ 3 กลาง/ โดยใหน้ กั ศึกษำหำข้อมูล
2.กำรแทรกควำมนยิ มเข้ำสู่ควำม ยาก โดยครกู ำหนดหัวขอ้ ให้
ต้องกำรของผู้บรโิ ภค 4 นกั ศึกษำรว่ มวิเครำะห์
3
3.กำรสร้ำงรูปลกั ษณค์ ณุ ภำพ กระบวนกำรเรยี นรู้
สินค้ำใหม่
4.กำรพัฒนำอำชีพให้มีควำมมนั่ คง
(พออยู่ พอกนิ มรี ำยได้)
10
สาระการประกอบอาชีพ
วิชา อช 11003 พัฒนาอาชพี ให้มีอยู่มกี ิน จานวน 2 หน่วยกติ
ตัวชีว้ ดั ที่ 5 โครงการพัฒนาอาชพี ให้มีอยู่มีกิน
1.วเิ ครำะหค์ วำมเปน็ ไปได้ของแผนตำ่ งๆได้
2.เขียนโครงกำรกำรพัฒนำอำชีพได้
3.ตรวจสอบควำมเป็นไปได้ของโครงกำรพัฒนำอำชพี ได้
4.ปรบั ปรงุ โครงกำรพัฒนำอำชพี ได้
ระดับความยาก/งา่ ย
รายละเอยี ดสาระการเรียนรู้ จานวนชัว่ โมง งา่ ย ปาน ยากมาก วิธีการเรียน
กลาง/
แบบวิธกี ำรพบกลุ่ม
ยาก โดยให้นักศกึ ษำหำข้อมลู
โดยครูกำหนดหัวขอ้ ให้
1.กำรวเิ ครำะห์ควำมเปน็ ไปไดข้ อง 3 นักศกึ ษำร่วมวเิ ครำะห์
แผนต่ำงๆ กระบวนกำรเรยี นรู้
2.กำรเขียนโครงกำรกำรพัฒนำ 5
อำชพี 4
3.กำรตรวจสอบควำมเป็นไปได้
ของโครงกำร
4.กำรปรบั ปรุงแก้ไขโครงกำร 3
พัฒนำอำชีพ
แผนการจดั การเรียนรู้ หลักสตู รรายวชิ า พัฒ
สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษ
ท่ี หัวเรอ่ื ง ตวั ชีว้ ดั เนอ้ื หา
1. ศกั ยภำพธรุ กจิ 1.อธิบำยควำมหมำย 1.ควำมหมำย ควำมสำคัญ -ศึก
ควำมสำคญั ควำมจำเปน็ ควำมจำเปน็ ของกำร ประ
ของกำรพฒั นำอำชีพเพ่ือ พฒั นำอำชีพ จำเ
กำรมอี ยู่มีกนิ กำร
2.อธิบำยควำมจำเป็น 2.ควำมจำเป็นและคุณค่ำ - ให
และคณุ คำ่ ของกำร ของกำรวเิ ครำะห์ศกั ยภำพ จำเ
วิเครำะหศ์ ักยภำพของ ธรุ กจิ ศกั ย
ธรุ กิจ กระ
3.วเิ ครำะห์ตำแหน่งธรุ กจิ 3.กำรวิเครำะหต์ ำแหน่ง - ให
ในระยะต่ำงๆ ธุรกจิ ของ
- ระยะเริม่ ต้น ยกต
4.วิเครำะห์ศกั ยภำพธุรกจิ - ระยะสรำ้ งตัว ผลส
บนเส้นทำงของเวลำ - ระยะทรงตัว - ให
- ระยะตกตำ่ หรือสงู ข้ึน ธรุ ก
4.กำรวิเครำะห์ศกั ยภำพ เสน้
ธุรกิจบนเสน้ ทำงของเวลำ
11
ฒนาอาชพี ให้มีอยู่มีกิน รหสั อช 11003
ษา จานวน 2 หน่วยกติ ( 80 ช่ัวโมง )
กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื วัสดุ / อปุ กรณ์ จานวน การวัดและ
ช่ัวโมง ประเมนิ ผล
กษำควำมหมำย ควำมสำคัญ - ใบงำน 20 - ใบงำน
ะโยชน์ของควำมสำคญั ควำม - ขอ้ มลู กำรพฒั นำ - ผลงำนทไ่ี ด้รับ
เปน็ ของกำรพฒั นำอำชีพเพอื่ อำชพี ของผู้ประสบ มอบหมำย
รมีอยู่มีกนิ ผลสำเร็จในชุมชน - กำรว่ ม
ห้นกั ศกึ ษำศึกษำข้อมลู ควำม กิจกรรมกลุม่
เปน็ และคุณค่ำของกำรวเิ ครำะห์
ยภำพของธรุ กจิ โดย
ะบวนกำรกลมุ่
หน้ ักศกึ ษำฝึกวิเครำะห์ศักยภำพ
งธรุ กิจของตนเองหรือ
ตัวอยำ่ งอำชพี ท่ปี ระสบ
สำเร็จในชมุ ชน
หน้ กั ศกึ ษำฝึกวิเครำะห์ตำแหนง่
กิจและศักยภำพธุรกจิ บน
นทำงของเวลำ
แผนการจดั การเรยี นรู้ หลกั สูตรรายวชิ า พ
สาระการประกอบอาชพี ระดับประถมศกึ ษ
ที่ หัวเรือ่ ง ตวั ชว้ี ดั เนอื้ หา
2. กำรจัดทำแผนพัฒนำ 1.กำหนดทิศทำงกำร 1.กำรกำหนดทิศทำง -ให
กำรตลำด ตลำด กำรตลำด จดั ท
2.กำหนดเป้ำหมำย 2.กำรกำหนดเปำ้ หมำย ก
กำรตลำด กำรตลำด ก
3.กำหนดกลยทุ ธ์สู่ 3.กำรกำหนดกลยทุ ธ์สู่ -โด
เปำ้ หมำย เปำ้ หมำย ทด
4.วเิ ครำะห์กลยุทธ์ 4.กำรวเิ ครำะห์กลยุทธ์ กลุ่ม
5.กำหนดกจิ กรรมและ 5.กิจกรรมและ กจิ ก
แผนกำรพัฒนำกำร แผนกำรพัฒนำกำร -
ตลำด ตลำด วิเค
ยกต
กำห
นักศ
นำเ
12
พัฒนาอาชพี ให้มีอยู่มกี นิ รหัส อช 11003
ษา จานวน 2 หน่วยกติ ( 80 ช่ัวโมง )
กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อวสั ดุ / จานวน การวัดและ
อุปกรณ์ ชวั่ โมง ประเมินผล
ห้นกั ศกึ ษำศึกษำทำควำมเข้ำใจกำร - ใบงำน 15 - ใบงำน
- ผลงำนทไี่ ด้รับ
ทำแผนพฒั นำกำรตลำด - รูปภำพ มอบหมำย
- กำรรว่ ม
กำรกำหนดเปำ้ หมำยกำรตลำด กจิ กรรมและ กิจกรรมกลุ่ม
กำรกำหนดกลยทุ ธ์สู่เป้ำหมำย กลยุทธ์ทำง
ดยกำหนดหวั ข้อใหน้ ักศกึ ษำลอง กำรตลำด
ดลองปฏิบตั ิโดยแบง่ กระบวนกำร
ม
กรรมที่ 2
ให้นักศึกษำศึกษำแบ่งกลมุ่ แลว้ ฝกึ
ครำะหก์ ลยุทธท์ ำงกำรตลำดโดย
ตัวอย่ำงอำชพี แตล่ ะกลุ่ม แล้ว
หนดกจิ กรรมตัวอย่ำงโดยให้
ศกึ ษำแบง่ กลุ่มและทำกจิ กรรมเพอ่ื
เสนอในกำรพบกลุม่ ครงั้ ต่อไป
แผนการจัดการเรยี นรู้ หลักสตู รรายวิชา พัฒ
สาระการประกอบอาชีพ ระดบั ประถมศกึ ษ
ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา
3. กำรจดั ทำแผนพัฒนำ 1.อธบิ ำยกำรกำหนด 1.กำรกำหนดทนุ กำร ครอู
กำรผลิตหรือกำร คณุ ภำพผลผลิตหรอื กำร ผลิตหรอื กำรบรกิ ำร บรกิ
บริกำร บรกิ ำร เน้อื
2.สำมำรถวเิ ครำะห์ทุน 2.กำรวเิ ครำะห์ทุน - ให
ปจั จัยกำรผลติ หรอื กำร ปจั จยั กำรผลติ หรอื กำร กำร
บริกำร บริกำร ประ
-แ
3.กำหนดเปำ้ หมำยกำร 3.กำรกำหนดเป้ำหมำย เป้ำ
ผลิตหรือกำรบรกิ ำร กำรผลิตหรอื กำรบริกำร ธรุ ก
4.กำหนดแผนกิจกรรม 4.กำรกำหนดแผน - ให
กำรผลติ กจิ กรรมกำรผลิต โดย
5.กำรพัฒนำระบบกำร แต
5.พัฒนำระบบกำรผลติ ผลิตหรอื กำรบรกิ ำร แสด
-ศึก
บรกิ
หรือกำรบรกิ ำร ให้แ
เดีย
-ค
13
ฒนาอาชพี ให้มีอยู่มกี นิ รหสั อช 11003
ษา จานวน 2 หนว่ ยกิต ( 80 ชวั่ โมง )
กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่อื วสั ดุ / จานวน การวัดและ
อปุ กรณ์ ชัว่ โมง ประเมินผล
- ใบงำน
อธบิ ำยกำรกำหนดทุนกำรผลติ หรือกำร - ใบงำน 15 - ผลงำนที่
กำรเบ้อื งตน้ และใหน้ กั ศกึ ษำทำควำมเขำ้ ใจ - ข้อมูลตวั อยำ่ ง ไดร้ ับ
มอบหมำย
อหำ
หน้ ักศกึ ษำศกึ ษำกำรวเิ ครำะหท์ นุ ปจั จยั
รผลติ หรอื กำรบริกำรจำกเน้อื หำส่อื หนงั สอื
ะกอบ
แบ่งกลมุ่ นกั ศึกษำให้ศกึ ษำกำรกำหนด
ำหมำยกำรผลติ หรือกำรบรกิ ำรเกย่ี วกับ
กิจ
ห้นักศึกษำกำหนดแผนกจิ กรรมกำรผลติ
ยแตล่ ะกลมุ่ อำจกำหนดกิจกรรมกำรผลติ
ต่ละธรุ กจิ ท่ีมีควำมแตกต่ำงกนั โดยรว่ มกนั
ดงควำมคดิ เหน็ และรว่ มสรปุ เนอื้ หำ
กษำกำรพัฒนำระบบกำรผลิตหรอื กำร
กำรของธุรกิจภำยในชุมชนท่เี หน็ ไดช้ ดั โดย
แตล่ ะกลมุ่ ยกตวั อย่ำงไมซ่ ำ้ ประเภทธรุ กจิ
ยวกนั แลว้ สง่ ตวั แทนออกมำนำเสนอ
ครูรว่ มสรปุ เนื้อหำท้ำยชั่วโมงเรยี น
แผนการจดั การเรยี นรู้ หลักสตู รรายวชิ า พัฒ
สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศึกษ
ท่ี หวั เรอ่ื ง ตัวชีว้ ัด เนอื้ หา
4. กำรพฒั นำธุรกจิ เชงิ 1.อธบิ ำยควำมจำเป็น 1.ควำมจำเป็น และ ครอู
รกุ
และคุณค่ำของธุรกจิ เชิง คุณคำ่ ของธุรกิจเชงิ รุก เชงิ ร
รุก ยกต
- ให
2.อธบิ ำยกำรแทรกควำม 2.กำรแทรกควำมนยิ ม ควำ
นิยมเขำ้ ส่คู วำมต้องกำร เขำ้ สู่ควำมต้องกำรของ เกี่ย
ของผบู้ รโิ ภคได้อย่ำง ผบู้ รโิ ภค ของ
แทจ้ ริง - อธ
3.อธบิ ำยกำรสรำ้ ง 3.กำรสรำ้ งรปู ลักษณ์ กำร
รปู ลกั ษณ์ คุณภำพสนิ คำ้ คุณภำพสนิ ค้ำใหม่ สนิ ค
ใหม่ สนิ ค
ท่เี ห
4.อธบิ ำยกำรพฒั นำ 4.กำรพัฒนำอำชพี ให้มี - แบ
อำชีพให้มีควำมม่ันคง ควำมมั่นคง (พออยู่ ค้นค
พอกนิ มีรำยได)้ พฒั
ออก
ตวั อ
- คร
14
ฒนาอาชีพให้มีอยู่มกี นิ รหสั อช 11003
ษา จานวน 2 หน่วยกติ ( 80 ช่ัวโมง )
กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่ือวสั ดุ / จานวน การวัดและ
อุปกรณ์ ชว่ั โมง ประเมนิ ผล
- ใบงำน
อธิบำยเรอ่ื งควำมจำเป็นและคณุ ค่ำของธุรกิจ - ใบงำน 15 - ผลงำนที่
รกุ ให้นกั ศกึ ษำทำควำมเข้ำใจเนือ้ หำและ - ขอ้ มลู ธรุ กจิ ที่ ได้รับ
ตัวอยำ่ งประกอบ มคี วำมมั่นคงใน มอบหมำยให้
หน้ ักศึกษำศกึ ษำทำควำมเข้ำใจกำรแทรกแซง ชุมชนของ ไปศึกษำ
ำมนิยมเขำ้ สคู่ วำมต้องกำรของผู้บรโิ ภค นกั ศกึ ษำ คน้ ควำ้
ยวกบั ธุรกจิ ทีย่ กตัวอยำ่ งท่ีเห็นไดช้ ดั ในชมุ ชน -หัวข้อให้ เพ่มิ เติม
งนักศกึ ษำ นกั ศกึ ษำไป - กำรรว่ ม
ธิบำยเน้ือหำและให้นกั ศึกษำทำควำมเขำ้ ใจ กิจกรรมกลมุ่
รสรำ้ งรูปลักษณ์คณุ ภำพสนิ ค้ำใหม่กำรทำให้ ศกึ ษำค้นคว้ำ
ค้ำมคี ณุ ภำพ กำรนำเสนอและประชำสมั พนั ธ์ เรือ่ งธรุ กิจทมี่ ี
คำ้ โดยให้นักศกึ ษำยกตัวอยำ่ งสนิ คำ้ ในชมุ ชน ควำมม่ันคงใน
หน็ ไดช้ ดั มำกลมุ่ ละ 1 อย่ำง
บง่ กลมุ่ นกั ศกึ ษำแลว้ มอบหัวขอ้ ใหน้ ักศึกษำ ชุมชน
ควำ้ โดยแต่ละกลุม่ ศึกษำกำรเนอื้ หำกำร
ฒนำอำชีพให้มคี วำมม่นั คงและสง่ ตัวแทน
กมำนำเสนอโดยอำจยกธรุ กิจในชุมชนและ
อย่ำงธรุ กิจที่ควรมกี ำรพัฒนำให้มีควำมมนั่ คง
รรู ว่ มสรปุ เน้ือหำท้ำยชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ หลักสูตรรายวชิ า พัฒ
สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศึกษ
ท่ี หัวเร่อื ง ตัวช้วี ัด เน้ือหา
5. โครงกำรพฒั นำอำชพี 1.วิเครำะห์ควำมเปน็ ไป 1.กำรวิเครำะห์ควำม - ค
ให้มีอยมู่ ีกิน ได้ของแผนตำ่ งๆ เป็นไปได้ของแผน วเิ ค
ต่ำงๆ และ
2.เขยี นโครงกำรกำร 2.กำรเขยี นโครงกำร ๆ โ
พัฒนำอำชีพ กำรพัฒนำอำชีพ - ให
3.ตรวจสอบควำมเป็นไป 3.กำรตรวจสอบควำม พัฒ
ไดข้ องโครงกำรพฒั นำ เปน็ ไปได้ของโครงกำร ชดั แ
อำชีพ 4.กำรปรบั ปรุงแก้ไข - ศ
4.ปรับปรงุ โครงกำร โครงกำรพฒั นำอำชีพ เป็น
พัฒนำอำชีพ -ศ
อำช
-คร
เรอื่
ข้อม
ชวั่ โ
-ค
15
ฒนาอาชีพใหม้ ีอยู่มีกิน รหสั อช 11003
ษา จานวน 2 หน่วยกิต ( 80 ช่วั โมง )
กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อวสั ดุ / จานวน การวดั และ
อปุ กรณ์ ชว่ั โมง ประเมินผล
- ใบงำน
ครูมอบหมำยหวั ข้อใหน้ ักศึกษำไป - ใบงำน 15 - ผลงำนท่ี
ไดร้ บั
ครำะห์ควำมเปน็ ไปไดข้ องธุรกจิ ตัวอยำ่ ง - โครงกำร มอบหมำย
ให้ไปศึกษำ
ะยกตัวอย่ำงกำรพัฒนำอำชพี ธุรกิจนนั้ พฒั นำอำชีพที่ คน้ ควำ้
เพ่มิ เติม
โดยแบง่ กลุ่มนักศกึ ษำคน้ คว้ำ เห็นได้ชัดใน
ห้นักศกึ ษำศึกษำกำรเขยี นโครงกำร ชุมชน, ธรุ กิจ
ฒนำอำชีพโดยใช้ตวั อย่ำงธุรกิจทีเ่ หน็ ได้ อำชพี ท่ีนำ่ สนใจ
และสำมำรถยกตัวอยำ่ งได้
ศึกษำกระบวนกำรตรวจสอบควำม
นไปได้ของโครงกำร
ศึกษำกำรปรับปรุงแกไ้ ขโครงกำรพัฒนำ
ชีพร่วมกนั ของชมุ ชน
รใู ห้นกั ศึกษำไปศึกษำค้นควำ้ เพม่ิ เตมิ
องโครงกำรพฒั นำอำชพี ในชุมชนแล้วนำ
มูลธรุ กิจท่ีไดม้ ำนำเสนอพร้อมสรปุ ใน
โมงต่อไป
ครรู ว่ มสรุปเน้ือหำทำ้ ยชวั่ โมงเรียน
16
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า พัฒนาอาชพี ให้มอี ยมู่ ีกิน อช11003
จานวน 2 หน่วยกติ
คร้ังที่ 1 วันท่.ี ........เดอื น.............................พ.ศ.................
รูปแบบการจดั การเรียนรู้ แบบพบกลมุ่ จำนวน 6 ชั่วโมง
เร่ือง ศกั ยภำพธุรกิจ
ตวั ชวี้ ดั 1.อธิบำยควำมหมำย ควำมสำคัญ ควำมจำเป็นของกำรพัฒนำอำชีพเพ่ือกำรมีอยมู่ ีกนิ
2.อธบิ ำยควำมจำเป็น และคุณค่ำของกำรวเิ ครำะห์ศกั ยภำพของธุรกิจ
3.วเิ ครำะห์ตำแหนง่ ธรุ กิจในระยะตำ่ งๆ ได้
4.วิเครำะหศ์ กั ยภำพธรุ กิจบนเส้นทำงของเวลำได้
เนอื้ หา 1.ควำมหมำย ควำมสำคญั ควำมจำเป็นของกำรพฒั นำอำชพี
2.ควำมจำเป็นและคณุ คำ่ ของกำรวเิ ครำะห์ศักยภำพธุรกจิ
3.กำรวเิ ครำะหต์ ำแหน่งธรุ กจิ
- ระยะเร่มิ ตน้
- ระยะสร้ำงตวั
- ระยะทรงตวั
- ระยะตกตำ่ หรือสูงขึน้
4.กำรวเิ ครำะห์ศกั ยภำพธรุ กจิ บนเส้นทำงของเวลำ
ข้ันตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 1 กาหนดสภาพปญั หาการเรยี นรู้
1. ครูกล่ำวทักทำยผู้เรยี นพรอ้ มท้งั นำภำพธรุ กจิ ทีบ่ ุคคลทีม่ ีควำมสำมำรถพัฒนำสนิ คำ้ นนั้ ให้สำมำรถ
อยู่ได้ในตลำด กำรเปลย่ี นแปลงอยำ่ งมีกระบวนกำรโดยมีจุดมงุ่ หมำย ทีมกี ำรพัฒนำสินค้ำหรือ
ผลิตภณั ฑ์ให้ตรงกับควำมต้องกำรของลูกค้ำอย่ตู ลอดเวลำ โดยมีส่วนครองตลำดได้ตำมควำม
ต้องกำรของผูผ้ ลติ แสดงถงึ ควำมมั่นคงในอำชีพ ซ่ึงตอ้ งขึ้นอยกู่ บั ศกั ยภำพของผูผ้ ลติ
2. ครูตงั้ คำถำม ให้ ผ้เู รียนวเิ ครำะหศ์ ักยภำพทำงธุรกจิ ของ นำงสำวอรทัย ดีเลิศ อำชีพค้ำขำยและ
รบั จ้ำง จดั ดอกไมส้ ด และพบั เหรีญโปรยทำน โดยเปดิ แผงรำ้ นคำ้ บรเิ วณมุมตลำดสดประจำ
อำเภอ
3. ครูเปิดโอกำสให้ผู้เรียนซักถำมข้อสงสัยก่อนเข้ำส่บู ทเรยี นในข้ันตอ่ ไป
ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการเรียนรู้
1. ครแู จกใบควำมรู้ เรอ่ื ง กำรพัฒนำอำชีพ กำรประกอบอำชพี ทม่ี ีกำรพัฒนำสนิ ค้ำให้ตรงกับ
ควำมตอ้ งกำรของลูกค้ำ
2. ครใู หผ้ ู้เรียนทำใบงำน เร่ือง กำรวเิ ครำะหศ์ ักยภำพธรุ กจิ คำ้ ขำยและรับจำ้ ง
17
ขนั้ ที่ 3 การปฏบิ ัติและการนาไปใช้
1. ผู้เรียนนำเสนอควำมรู้ท่ีได้รับจำกใบหนังสือเรยี น อินเตอรเ์ นต็ เรอ่ื ง ควำมจำเปน็ และคุณคำ่
ของธุรกจิ เชงิ รุก โดยผเู้ รยี นสง่ ตัวแทนนำเสนอหนำ้ ชั้นเรยี น
โดยผเู้ รยี นสง่ ตวั แทนนำเสนอ
2. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรปุ วำ่ ลักษณะงำนอำชพี ในกำรผลติ มีท้ังภำคเกษตรและภำคอุตสำหกรรม
ควำมแตกตำ่ งของแต่ละอำชพี แลว้ ใหผ้ ูเ้ รียนบันทกึ ลงในสมุดของตนเอง
ขนั้ ท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. สงั เกตจำกกำรมสี ว่ นรว่ มของผู้เรียน
2. ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3. ใบงำน
4. สมุดบันทกึ
สอื่ การเรียนรู้
1. ใบควำมรู้
2. หนงั สือเรียน
3. อินเตอร์เน็ต
4. คลปิ วดิ ิโอปลกู ง่ำยขำยดีมผี ลผลติ ทง้ั ป!ี !3ไร่ขำยได้5แสน..ทำเกษตรแบบน้ีไม่มีวนั จน
การวดั และประเมนิ ผล
1. กำรมีส่วนรว่ มในกำรทำกจิ กรรมกลุม่
2. ผลงำน / กำรนำเสนอ
3. ใบงำน
4. สมุดบนั ทึก
18
แบบทดสอบก่อนเรยี น
1. กำรพัฒนำอำชีพหมำยถงึ ข้อใดมำกทส่ี ุด
ก. กำรก้ำวทันกระแสโลกในกำรทำให้สินคำ้ มมี ลู คำ่ เพ่ิมสูงขน้ึ
ข. กำรมีควำมรเู้ กยี่ วกับกำรประกอบอำชีพรวมถงึ ทักษะประสบกำรณ์ทเ่ี ป็นประโยชนใ์ นอำชพี
ค. กำรพฒั นำฝมี อื ตนเองใหม้ คี วำมสำมำรถในกำรประกอบอำชีพแข่งกับคคู่ ำ้ รำยอื่น
ง. กำรประกอบอำชีพที่มกี ำรพัฒนำสินค้ำหรอื ผลติ ภัณฑใ์ ห้ตรงกับควำมต้องกำรของลูกค้ำอยู่ตลอดเวลำ
2. ผู้ทสี่ ำเร็จในกำรประกอบอำชพี ควรยึดสงิ่ ใดเปน็ สำคัญ
ก. ขยันอดทน
ข. ตง้ั ใจทำงำน
ค. หนักเบำเอำสู้
ง. ถกู ทุกขอ้
3. ขอ้ ใดเปน็ ผลดีในกำรประกอบอำชีพ
ก. มีผ้คู นนบั ถอื
ข. มชี อ่ื เสยี งโด่งดัง
ค. มรี ำยได้เลยี้ งตนเองครอบครัว
ง. มสี ่ิงค้ำออกส่ทู ้องตลำด
4.กำรพัฒนำอำชพี ให้มคี วำมมั่นคงควรทำอย่ำงไร
ก. ใช้วัตถุดิบทไ่ี ม่ได้มำตรฐำนในกำรผลิต
ข. ผลติ สินคำ้ ออกมำเหมอื นเดมิ ไม่มีกำรเปล่ยี นแปลง
ค. พัฒนำสนิ ค้ำให้ตรงกบั ควำมต้องกำรของลูกค้ำอย่ตู ลอดเวลำ
ง. ลดต้นทนุ ในกำรผลิตสินคำ้ เพื่อใหไ้ ด้กำไรเยอะ
5.กำรประกอบอำชพี ใดเป็นกำรปฏิบัตติ ำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพยี งทเ่ี หมำะสมท่ีสุด
ก. คนขับรถเมล์ ข. ธุรกิจสว่ นตัว
ค. นวดแผนโบรำณ ง. ลกู จำ้ งในบรษิ ทั เอกชน
6. อำชีพ หมำยถงึ ขอ้ ใด
ก. กำรทำงำน ข. ควำมสำมำรถ
ค.ระยะวำงแผน ง. ถูกทุขอ้
7. ควำมสำคญั ของกำรพัฒนำอำชีพมดี ้ำนใดบ้ำง
ก. ด้ำนเศรษฐกจิ ข. ดำ้ นสังคม
ค. ดำ้ นวฒั นธรรม ง. ก และ ข ถูก
8. ควำมหมำยกำรวิเครำะห์ศักยภำพธรุ ะกจิ มีกี่ขอ้
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4
19
9. กำรวิเครำะหศ์ ักยภำพในกำรประอำชีพให้ประสบควำมสำเรจ็ ตอ้ งวเิ ครำะหศ์ ักยภำพของธุรกจิ ส่วนใด
ก. กำรวิเครำะหเ์ จ้ำของธุรกจิ หรือผปู้ ระกอบกำร ข. กำรวิเครำะห์ ผู้ผลติ สนิ คำ้ ผบู้ ริโภค
ค. กำรวิเครำะห์ สินค้ำ ผจู้ ำหนำ่ ย ผรู้ บั บรกิ ำร ง. กำรวเิ ครำะห์ ตลำด สนิ ค้ำ ผ้บู ริโภค
10. ธรุ กิจอุตสำหกรรมเป็นกำรผลิตสินค้ำเพือ่ ขำย เป็นกำรประกอบธุรกจิ ทม่ี ุ่งอะไร
ก.แปรรปู และหลอ่ หลอมวัตถุดบิ ให้เป็นสนิ คำ้ ข. ผู้บรโิ ภค
ค. ผจู้ ำหน่ำย ง. เป้ำหมำยกำรตลำด
20
เฉลย
1.ง
2.ง
3.ค
4.ค
5.ข
6.ง
7.ง
8.ค
9.ก
10.ก
21
ใบความรู้ที่ 1
เร่ืองที่ ความหมาย ความสาคัญ ความจาเปน็ ในการพัฒนาอาชีพให้มีอยู่มกี นิ
กำรประกอบอำชีพเป็นทม่ี ำของรำยได้ เพ่ือนำไปใชจ้ ่ำยในกำรดำรงชีวิต ซง่ึ จำเป็นต้องอำศยั ปจั จยั สี่
ได้แก่ อำหำร ที่อยู่อำศัย เครือ่ งนงุ่ ห่ม และยำรกั ษำโรค ในอดีตส่ิงของต่ำง ๆ เหลำ่ น้ีเปน็ หน้ำทข่ี องพ่อแมเ่ ป็นผู้
จดั หำให้แก่สมำชิก ดว้ ยกำรผลติ ขนึ้ ใช้เองในครอบครัว โดยไมจ่ ำเปน็ ต้องใชเ้ งินซื้อหำ ปจั จุบนั กำรดำรงชีวิตในสังคม
ได้เปล่ยี นแปลงไป ประชำชนมกี ำรศึกษำมกข้นึ ควำมรู้ที่ได้รับจะเปน็ พน้ื ฐำนในกำรประกอบอำชพี เพ่ือให้มีรำยได้
มำซอ้ื ปัจจยั ส่แี ละสงิ่ ของอนื่ ๆ ในกำรดำรงชวี ติ และสรำ้ งมำตรฐำนที่ดีให้แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คม อำชพี มีอยู่
มำกมำย ควรพิจำรณำเลือกประกอบอำชีพทมี่ ีควำมถนัดและควำมสนใจ สุจริต มีควำมมั่นคงในชวี ติ และมีรำยได้
เพยี งพอควำมจำเปน็ ของกำรประกอบอำชีพมีดงั นี้
1. เพอื่ ตนเอง
เป็นกำรประกอบอำชีพเพื่อใหไ้ ด้เงินหรือรำยไดม้ ำจับจำ่ ยใชส้ อยสำหรบั กำรดำเนินชวี ิต และตอบสนอง
ควำมตอ้ งกำรของตนเอง เชน่ ซ้อื เครื่องซกั ผำ้ เคร่ืองตดั หญ้ำ เตำไมโครเวฟ รถยนต์ ฯลฯ ซ้อื สิ่งสรำ้ งควำม
บันเทิงและกำรพักผอ่ น เช่น วทิ ยุ โทรทศั น์ วดี ีทศั น์ ตลอดจนซื้อสินคำ้ ฟุ่มเฟือยเชน่ เครอื่ งประดบั รำคำ
แพง น้ำหอม เครื่องสำอำง เป็นต้น
2. เพอี่ ครอบครัว
ครอบครวั เปน็ หน่วยสงั คมทเ่ี ลก็ ที่สุด สมำชกิ ของครอบครวั ประกอบดว้ ย พ่อ แม่ ลกู ซง่ึ มภี ำระหนำ้ ที่ที่
จะตอ้ งปฏบิ ตั ิต่อกนั เชน่ พ่อแม่มีหนำ้ ทเี่ ล้ยี งดูลูกและให้กำรศกึ ษำ เพ่ือประกอบอำชีพในอนำคต ลกู มหี น้ำทีศ่ ึกษำ
เลำ่ เรียนจนสำเร็จกำรศกึ ษำ แลว้ แสวงหำอำชพี เพื่อหำรำยไดม้ ำเลย้ี งดูตนเอง พอ่ แม่ และทุกคนในครอบครัว ให้
มมี ำตรฐำนควำมเป็นอย่ทู ่ีดขี ้ึน
3. เพอื่ ชุมชน
ครอบครัวเป็นส่วนหน่ึงของชมุ ชนหรือสงั คม หำกสมำชกิ แตล่ ะครอบครวั ประกอบอำชพี ทส่ี ดุ จรติ ถูกต้อง
ตำมกฎหมำย และมอี ำชีพท่ีม่ันคง รำยได้ดี และมโี อกำสกำ้ วหนำ้ ภำยในชมุ ชน ทำให้ชมุ ชนเข้มแขง็ เศรษฐกิจของ
ชมุ ชนเจรญิ รุ่งเรอื งสำมำรถพึง่ พำตนเองได้
4. เพ่ือประเทศชาติ
เมอ่ื ประชำชนในชำติมีกำรประกอบอำชพี มีรำยได้มำเลยี้ งตนเองและครอบครัว ทำให้อัตรำกำรว่ำงงำนลด
นอ้ ยลง ย่อมเปน็ กำรแก้ไขปัญหำสังคมให้กับรัฐบำล สภำพสังคมมคี วำมเป็นอย่ทู ด่ี ี มกี ำรใช้ทรพั ยำกรภำยใน
ชมุ ชน รำยไดเ้ กดิ กำรหมนุ เวียน ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศกำ้ วหน้ำ ผลจำกกำรท่ปี ระชำชนประกอบ
อำชีพ มีงำนทำ มรี ำยได้ ชุมชนมคี วำมเข้ำแขง็ และชำระภำษใี ห้แก่รัฐ เพ่ือรฐั จะได้นำไปพฒั นำประเทศในด้ำนต่ำง
ๆ เชน่ กำรสรำ้ งถนน สะพำน เขื่อน โรงไฟฟ้ำ เปน็ ต้น กำรประกอบอำชพี ของประชำชน ในชุมชนและใน
ประเทศ จงึ เป็นกำรชว่ ยพฒั นำประเทศชำติได้อกี ทำงหนง่ึ
จำกควำมจำเป็นดงั กล่ำว ทำใหท้ ุกคนในชำตติ อ้ งประกอบอำชีพ เพ่ือให้มรี ำยไดเ้ ลี้ยงตนเองและครอบครัว ซง่ึ
จะนำพำควำมสุขมำสูช่ ุมชนหรอื สงั คมโดยรวม และกอ่ ให้เกิดผลดีตอ่ ประเทศชำตใิ นดำ้ นกำรสรำ้ งควำมเจรญิ และ
ควำมมั่นคงทำงเศรษฐกิจ กำรแก้ไขปัญหำทำงสังคมและกำรพัฒนำประเทศให้ก้ำวไกล สำมำรถแข่งขันในระดบั
มำตรฐำนสำกลได้
22
ใบงานที่ 1
ความหมาย ความสาคัญ ความจาเป็นในการพฒั นาอาชีพ
คาสงั่ ใหผ้ ู้เรยี นเขียนบรรยำยข้อมูลเกยี่ วกบั ควำมหมำยควำมสำคัญควำมจำเปน็ ในกำรพัฒนำอำชีพให้มอี ยูมี
กินเปน็ อย่ำงไร
1. ศักยภำพของธรุ กิจ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
2. กำรพฒั นำ
...................................................................................................... ...................................................................................
.......................................................................................................................................................................... ...............
3. กำรพฒั นำอำชพี
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
4. กำรวเิ ครำะห์
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
23
ใบความรู้ท่ี 2
เร่ืองที่ ความจาเปน็ และคณุ คา่ ของคา่ ของการวิเคราะหศ์ ักยภาพธุรกิจ
ความจาเปน็ ของการวเิ คราะหศ์ กั ยภาพธุรกจิ มดี ังน้ี
ศักยภาพ คือ ควำมสำมำรถภำยในรำ่ งกำยทซ่ี อ่ นเร้น และยังไม่ถูกนำมำใชใ้ นกำรพัฒนำธุรกจิ หรอื ดำเนนิ กำรในสิง่
ตำ่ งๆ
การพัฒนา คือ กำรเปลี่ยนแปลงอยำ่ งมีกระบวนกำรโดยมีจดุ มุง่ หมำยกำหนดไว้
การพฒั นาศักยภาพ คือ กำรนำเอำควำมสำมำรถท่ีซอ่ นเร้นภำยในมำใชป้ ระโยชน์อย่ำงมีกระบวนกำร เพ่ือให้ได้
ผลงำนเกิดประสทิ ธภิ ำพทีด่ ที ่ีสดุ
การวิเคราะห์ คือ กำรแยกแยะสิ่งท่จี ะพิจำรณำออกเป็นส่วนย่อย ท่ีมคี วำมสมั พันธก์ ัน รวมถงึ สบื ค้นควำมสัมพันธ์
สว่ นย่อยเหล่ำนัน้
การวิเคราะหศ์ ักยภาพธุรกิจ คอื กำรแยกแยะส่วนยอ่ ยของควำมสำมำรถทซี่ ่อนเรน้ ใยตัวตนนำมำใช้ประโยชนอ์ ย่ำงมี
กระบวนกำร เพือ่ ผลงำนท่ีดที ่ีสุด
คณุ คา่ และความจาเป็นของการวเิ คราะหศ์ กั ยภาพธรุ กจิ
1. ผปู้ ระกอบกำรรู้จกั ตวั เอง, คแู่ ข่งขนั
2. ผูป้ ระกอบกำรสำมำรถวำงกลยทุ ธท์ ำงธุรกจิ ได้หลำยระดบั และแบง่ แยกหน้ำทีไ่ ด้ชดั เจน เหมำะสมกบั ควำม
ถนัด
3. ผ้ปู ระกอบกำรสำมำรถมองหำลูท่ ำงกำรลงทนุ ได้ดขี ึ้น
เร่อื งท่ี 1 ความจาเป็นของการวิเคราะห์ศักยภาพธรุ กิจ
ศักยภำพของธรุ กจิ หมำยถึง ธุรกิจทีท่ กุ บุคคลท่ีมคี วำมสำมำรถพัฒนำสินคำ้ นน้ั ๆ ให้อยูใ่ น ตลำดไดอ้ ย่ำง
มน่ั คงควำมจำเป็นทีจ่ ะตอ้ งวิเครำะหศ์ ักยภำพของธรุ กิจ
1. ทำใหส้ ำมำรถขยำยตลำดได้กว้ำงขวำงกวำ่ เดิม
2. ทำใหล้ ดควำมเสี่ยงในกำรดำเนินธุรกจิ
3. มีแนวทำงในกำรดำเนินงำนอย่ำงรอบคอบ ปลอดภัยจำกกำรขำดทุน
4.เป็นกำรส่ือสำรเก่ยี วกับทศิ ทำงของธรุ กจิ ให้แก่ผูเ้ ก่ยี วข้องหรือองคก์ รท่ีสนบั สนนุ เงินใหท้ รำบเพ่ือใหเ้ กดิ ควำม
ม่นั ใจ
5. ในกำรขยำยธรุ กจิ มีควำมเป็นไปได้
24
ใบงานท่ี 2
ความจาเป็นและคณุ ค่าของคา่ ของการวิเคราะหศ์ กั ยภาพธรุ กิจความจาเปน็ ของการวิเคราะห์ศกั ยภาพธรุ กจิ
คำสงั่ ใหผ้ ูเ้ รียนพฒั นำอำชีพของตนเองหรืออำชีพทมี่ คี วำมสนใจดำ้ นต่ำงๆดงั นี้
1. ทำเลท่ตี ้งั .....................................................................................................................................................................
2. ควำมตรงตอเวลำในกำรบริกำร
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
3. ควำมซอ่ื สัตยตอลกู คำ กำรเลอื กใชวัสดุทีเ่ หมำะสมกบั รำคำ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
4. กำรพฒั นำรปู แบบสินคำ
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
5. กำรใชเงินทนุ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
6. กำรพฒั นำกำรตลำด
...................................................................................................... ...................................................................................
................................................................................................................................................................... ......................
7. กำรพฒั นำกระบวนกำรผลิต/หรือกำรบริกำร
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
25
ใบความรทู้ ี่ 3
เรอ่ื งท่ี การวเิ คราะหต์ าแหน่งทางธรุ กจิ
1 ระยะเริ่มต้น เปน็ ระยะแรกของกำรก่อร่ำงสรำ้ งธุรกิจ ระยะน้ีจะเป็นระยะของกำรทดลอง รเิ รมิ่ ทำเพื่อดู
ผลตอบรับของตลำด จะต้องเรม่ิ ค้นหำข้อมลู ต่ำงๆในระยะนีจ้ ะเป็นข้อมูลดำ้ นกำรผลติ กำรตลำด และกำรเงนิ
2 ระยะสร้างตัว ผู้ประกอบอำชีพเร่ิมจบั ทิศทำงกำรตลำดได้แลว้ ยอดขำยจะเร่ิมสูงขึน้ จะมีรำยได้สงู กวำ่
ค่ำใช้จ่ำย สินค้ำตลำดหรอื ลูกค้ำมีควำมนิยมมำกข้นึ เชน่ กำรสรำ้ งช่ือและตรำย่หี ้อกำรโฆษณำและส่งเสริมกำรขำยใน
รูปแบบตำ่ งๆ
3.ระยะทรงตัว ในระยะนย้ี อดขำยมกั จะทรงตวั คือ ไม่เพิ่มขน้ึ เพรำะไม่มลี ูกค้ำใหมเ่ ขำ้ มำ ผปู้ ระกอบอำชพี
ต้องพยำยำมรักษำควำมพึงพอใจของลูกคำ้ และรักษำลูกค้ำให้อยกู่ ับเรำใหย้ ำวนำนทส่ี ดุ
ธรุ กจิ อยใู่ นชว่ งพัฒนำขยำยตัว หรือยังทรงตัวอยู่จะมคี นจบั ตำและพรอ้ มทำตำม (เริ่มมคี ู่แข่งขนั ทำงกำรคำ้ )
4 ระยะตกตา่ หรอื ระยะพลิกฟ้นื ในระยะนย้ี อดขำยจะตำ่ ลง เนื่องจำกหลำยสำเหตเุ ชน่ มีสิ้นคำ้ ทดแทนที
ดีกว่ำเขำ้ มำนำเสนอ แต่อำจจะพลิกฟนื้ ได้ถำ้ สำมำรถพัฒนำหรอื ขยำยต่อยอดสนิ ค้ำให้มีรูปแบบสรำ้ งสรรคแ์ ละ
แตกต่ำงไปจำกเดิมได้
4.1 เมือ่ ธุรกจิ กำ้ วหน้ำจะมีผู้คนเขำ้ มำเรยี นรู้ ทำตำม ทำใหเ้ กดิ วกิ ฤตสิ ว่ นแบ่งทำงกำรตลำด
4.2 ถ้ำไม่มีกำรพัฒนำธรุ กิจจะเปน็ ขำลง จำเป็นตอ้ งขยำยขอบข่ำยจงึ มคี วำมตอ้ งกำรใชน้ วตั กรรม
เทคโนโลยีเข้ำใชง้ ำน ผู้ประกอบกำรต้องมีกำรวิเครำะหต์ ำแหน่งธรุ กจิ ในอำชีพหรอื กจิ กำรของตนให้ไดว้ ำ่ อยู่ในชว่ ง
ระยะใด กำลังขยำยตัว ทรงตัว หรอื เปน็ ขำขนึ้ และหรือขำลง ซ่ึงในใบควำมรู้ต่อไปจะเป็นกำรวเิ ครำะห์มุมมองกิจกำร
ผลประกอบกำรกำไร – ขำดทุนแตล่ ะระยะเวลำในกำรดำเนินธุรกจิ ทต่ี ่อเน่ืองกัน ทำใหเ้ รำไดท้ รำบวำ่ ขณะน้ีเรำจดั อยู่
ในชว่ งไหนในกำรวเิ ครำะห์จัดตำแหน่งธุรกิจ ระยะทรงตวั ขำขนึ้ หรอื ขำลง
26
ใบงานท่ี 3
การวเิ คาระห์ตาแหน่งธุรกจิ
คาส่ัง เม่ือผูเ้ รยี นผำ่ นกำรเรียนเกย่ี วกบั การวิเคาระหต์ าแหน่งธรุ กจิ ใหว้ ิเครำะหร์ ะยะแรกของกำรก่อสรำ้ ง
ธรุ กิจระยะนีจ้ ะเป็นกำรทดลองรเิ ริ่มทำเพอ่ื ดผู ลตอบรับของตลำด ระยะสร้ำงตัว ระยะทรงตัว ระยะตกต่ำ
ระยะเร่มิ ต้น
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ระยะสรำ้ งตัว
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
ระยะทรงตวั
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ระยะตกตำ่
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
27
ใบความร้ทู ี่ 4
การวเิ คราะห์ศกั ยภาพธรุ กิจบนเสน้ ทางของเวลา
เสนทางเวลา หมำยถึง วฏั จักรของกำรประกอบอำชพี ธุรกิจสินคำหรอื บริกำรในชวงระยะเวลำ หน่งึ ของดำเนนิ
กจิ กำร
การวเิ คราะหศักยภาพธุรกิจบนเสนทางของเวลา คอื กำรแยกแยะกระบวนกำรทำงธรุ กจิ ตำม เสนทำงของ
เวลำ เพือ่ วเิ ครำะหหำศักยภำพธุรกิจของตนเองในแตละชวงของกำรผลิตสนิ คำใหมองเห็น ควำมกำวหนำ ควำมสำเรจ็
ในแตละภำรกจิ ดวยกำรกำหนดกจิ กรรมพรอมกำกบั เวลำทตี่ องใชจริง เขยี น เนนถงึ กำรไหลของงำน ไวเฝำระวงั กำร
ดำเนนิ งำน กำรจดั ทำผังกำรไหลของงำนในแตละภำรกิจ โดย กำหนดกจิ กรรมออกมำจัดลำดับข้ันตอนกอนหลัง
คลปิ วิดโิ อปลกู งำ่ ยขำยดมี ีผลผลติ ทัง้ ป!ี !3ไร่ขำยได้5แสน..ทำเกษตรแบบน้ีไม่มวี ันจน
https://www.youtube.com/watch?v=FZZeMCqjYVI
เม่อื นักศกึ ษำชมคลปิ วดิ โิ อแล้วใหส้ รุปมำพอเข้ำใจ 5-10 บรรทดั
28
แบบทดสอบหลังเรยี น
1. กำรพฒั นำอำชีพหมำยถึงข้อใดมำกที่สดุ
ก. กำรก้ำวทนั กระแสโลกในกำรทำให้สนิ คำ้ มมี ลู ค่ำเพิ่มสูงขน้ึ
ข. กำรมีควำมรู้เกี่ยวกับกำรประกอบอำชีพรวมถงึ ทักษะประสบกำรณ์ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ในอำชีพ
ค. กำรพฒั นำฝมี อื ตนเองใหม้ คี วำมสำมำรถในกำรประกอบอำชีพแข่งกับคู่ค้ำรำยอื่น
ง. กำรประกอบอำชีพที่มกี ำรพัฒนำสนิ คำ้ หรือผลติ ภัณฑ์ให้ตรงกบั ควำมต้องกำรของลกู ค้ำอยตู่ ลอดเวลำ
2. ผทู้ ่สี ำเรจ็ ในกำรประกอบอำชีพควรยึดสิง่ ใดเปน็ สำคัญ
ก. ขยันอดทน
ข. ตั้งใจทำงำน
ค. หนักเบำเอำสู้
ง. ถกู ทุกข้อ
3. ขอ้ ใดเปน็ ผลดีในกำรประกอบอำชีพ
ก. มีผคู้ นนับถอื
ข. มชี ื่อเสยี งโดง่ ดัง
ค. มีรำยไดเ้ ลยี้ งตนเองครอบครัว
ง. มสี ง่ิ ค้ำออกส่ทู ้องตลำด
4.กำรพฒั นำอำชีพให้มคี วำมม่ันคงควรทำอยำ่ งไร
ก. ใชว้ ตั ถุดบิ ทไ่ี ม่ได้มำตรฐำนในกำรผลิต
ข. ผลติ สินคำ้ ออกมำเหมอื นเดิมไม่มกี ำรเปลี่ยนแปลง
ค. พฒั นำสนิ คำ้ ให้ตรงกบั ควำมต้องกำรของลกู ค้ำอยู่ตลอดเวลำ ง. ลดต้นทุนในกำรผลิตสนิ ค้ำเพ่ือให้ได้
กำไรเยอะ
5.กำรประกอบอำชีพใดเปน็ กำรปฏิบตั ติ ำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพยี งท่เี หมำะสมทส่ี ุด
ก. คนขบั รถเมล์ ข. ธุรกจิ ส่วนตัว
ค. นวดแผนโบรำณ ง. ลกู จ้ำงในบรษิ ัทเอกชน
6. อำชีพ หมำยถึงขอ้ ใด
ก. กำรทำงำน ข. ควำมสำมำรถ
ค.ระยะวำงแผน ง. ถูกทขุ ้อ
7. ควำมสำคญั ของกำรพฒั นำอำชพี มีด้ำนใดบำ้ ง
ก. ด้ำนเศรษฐกจิ ข. ด้ำนสังคม
ค. ด้ำนวฒั นธรรม ง. ก และ ข ถกู
29
8. ควำมหมำยกำรวิเครำะห์ศักยภำพธรุ ะกิจมกี ่ีข้อ
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4
9. กำรวเิ ครำะหศ์ ักยภำพในกำรประอำชีพใหป้ ระสบควำมสำเรจ็ ตอ้ งวิเครำะหศ์ กั ยภำพของธรุ กจิ ส่วนใด
ก. กำรวเิ ครำะหเ์ จ้ำของธุรกิจ หรือผูป้ ระกอบกำร ข. กำรวิเครำะห์ ผู้ผลติ สนิ คำ้ ผบู้ ริโภค
ค. กำรวเิ ครำะห์ สนิ ค้ำ ผู้จำหน่ำย ผู้รบั บริกำร ง. กำรวเิ ครำะห์ ตลำด สินค้ำ ผูบ้ ริโภค
10. ธรุ กจิ อุตสำหกรรมเป็นกำรผลิตสนิ ค้ำเพื่อขำย เปน็ กำรประกอบธุรกจิ ที่มุ่งอะไร
ก.แปรรปู และหล่อหลอมวัตถดุ บิ ใหเ้ ป็นสินคำ้ ข. ผบู้ ริโภค
ค. ผ้จู ำหน่ำย ง. เป้ำหมำยกำรตลำด
30
เฉลย
1.ง
2.ง
3.ค
4.ค
5.ข
6.ง
7.ง
8.ค
9.ก
10.ก
31
บันทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
คร้ังที่ 1 วนั ที่……. เดือน ……………. พ.ศ…………..
กจิ กรรมกำรเรียนรู้
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
สภำพปัญหำท่ีพบ
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
วธิ ีกำรแกป้ ญั หำ
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... .............................................. .....................................
............................................................................................................................. ............................................................
ขอ้ เสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................ .............................................................................................
...................................................................................................... ........................................................... ........................
............................................................................................................................. ............................................................
ลงช่ือ…………………………………….ผบู้ นั ทกึ หลังกำรสอน
(………………..……..………………)
ตำแหนง่ ………………………………………
ลงชอ่ื ….................................................ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ
32
แผนจัดการเรยี นรูร้ ายวชิ า พัฒนาอาชพี ให้มอี ยู่มีกิน อช11003
จานวน 2 หน่วยกติ
คร้งั ท่ี 2 วนั ท่ี ………………….เดอื น…………………. พ.ศ. 2563
รูปแบบการจดั การเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม จานวน 6 ชั่วโมง
เรอื ง การจดั ทาแผนพฒั นาการตลาดเพอื่ พัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน
ตวั ชี้วดั ที่
1. อธิบำยกำรกำหนดทศิ ทำงกำรตลำด
2. อธิบำยกำหนดเปำหมำย กำรตลำด
3. กำหนดกลยทุ ธสูเปำหมำย
4. วเิ ครำะหกลยทุ ธ
5.อธบิ ำยกำหนดกจิ กรรมและแผนกำรพฒั นำกำรตลำด
เนอื้ หา
1.กำรกำหนดทิศทำงกำรตลำด
2.กำรกำหนดเปำหมำยกำรตลำด
3.กำรกำหนดกลยุทธสเู่ ปำหมำย
4.กำรวเิ ครำะหกลยุทธ
5.กิจกรรมและแผนกำรพฒั นำกำรตลำด
ขัน้ ตอนการจดั กระบวนการเรยี นรู้
ขั้นท่ี 1 การกาหนดสภาพปัญหาการเรยี นรู้
1. ครูกลำ่ วทกั ทำยผู้เรยี นสอบถำมผูเ้ รยี นวำ่ ถำ้ ต้องกำรลงทนุ ทำธรุ กิจสว่ นตวั ผเู้ รียนจะตอ้ งคำนึงถึง
อะไรบำ้ งในกำรดำเนนิ ธุรกิจให้ประสบผลสำเรจ็ เพื่อให้ผูเ้ รียนเกดิ กำรคิดวเิ ครำะห์ พร้อมตัง้ คำถำมเพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมี
ควำมเข้ำใจมำกยิ่งขน้ึ
2. ครผู ู้สอนเปดิ โอกำสใหผ้ ู้เรียนสอบถำมและแสดงควำมคิดเห็น
3. ครผู ู้สอนและผูเ้ รยี นรว่ มกันสรปุ เน้อื หำร่วมกนั เพ่อื ให้ผู้เรียนมีควำมเขำ้ ใจมำกย่ิงข้ึน
ข้ันท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้
1. ครผู ูส้ อนให้ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพอ่ื วัดควำมรู้ควำมสำมำรถก่อนเรียน
2. ครผู สู้ อนบรรยำยใหค้ วำมรู้ ในเรื่อง กำรกำหนดทิศทำงกำรตลำด กำรกำหนดเปำหมำยกำรตลำด
กำรกำหนดกลยทุ ธสเู่ ปำหมำย กำรวิเครำะหกลยุทธ กิจกรรมและแผนกำรพัฒนำกำรตลำด พร้อมแจก
เอกสำรใบควำมรูเ้ พอื่ ให้ผู้เรียนเข้ำใจมำกยงิ่ ขึน้
4. ครูผู้สอนและผู้เรียนรว่ มกันสรุปเน้อื หำร่วมกนั พรอ้ มเปิดโอกำสใหผ้ ู้เรียนสอบถำม
33
ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ัติและนาไปประยุกต์ใช้
1. ผ้เู รยี นมีควำมรคู้ วำมเข้ำใจในเน้อื หำวชิ ำสำมำรถไปประยกุ ต์ใช้ในกำรดำเนินชีวติ ประจำวันได้
2. ครใู หผ้ เู้ รยี นศึกษำเรียนรจู้ ำกใบงำน และทำใบงำน เพอ่ื ให้ผ้เู รียนเข้ำใจมำกข้นึ
ขั้นที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. สังเกตจำกำรมีสว่ นรว่ มของผเู้ รียน
2. ผลงำน/กำรนำเสนอ
3. ใบงำน
4. สมดุ บนั ทึก
ส่อื การเรยี นรู้
1. ใบควำมรู้
2. หนงั สือเรยี น
3. อินเตอร์เน็ต
4. ห้องสมุดประชำชน
การวัดผลประเมนิ ผล
1. กำรมสี ว่ นรว่ มในกำรทำกิจกรรมกลุม่
2. ผลงำน/กำรนำเสนอ
3. ใบงำน /กำรสง่ สมุด
34
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
คาชีแ้ จง ใหเ้ ลอื กคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพยี งคำตอบเดยี ว
1. ข้อใดไม่ได้อยู่ในหนำ้ ทีก่ ำรพฒั นำผลติ ภัณฑ์
ก. ดำวำงแผนกลยุทธ์ของผลติ ภณั ฑ์
ข. แดงรวบรวมขอ้ มูลสำหรับปรับปรุง
ค. ฟ้ำกำหนดแผนกำรดำเนนิ กำรผลติ ภณั ฑ์
ง. เขียวสรำ้ งงำนท่ีมีคุณค่ำและตอบสนองควำมต้องกำร
2. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชน์กำรวำงแผนกลยทุ ธ์
ก. กำรขยำยปริมำณลูกคำ้ อย่ำงชดั เจน
ข. บรรลผุ ลกำรขำยตำมเปำ้ หมำย
ค. มีควำมเป็นไปได้ในกำรผลติ
ง. จัดทำแผนให้เหมำะสมกับเวลำ
3. กำรวิเครำะห์แบบ SWOT คือข้อใด
ก. สวย, เลิศ, เชดิ และหยง่ิ
ข. ควำมรู้, เอำใจใส่, ไมท่ ้อ และขยนั
ค. จดุ ออ่ น, จดุ แข็ง, โอกำส และอุปสรรค
ง. จดุ ดี, จดุ เดน่ , จดุ ด้อย และขวำกหนำม
4. กำรบรหิ ำรเชงิ กลยทุ ธค์ อื ข้อใด
ก. กำหนดทศิ ทำงเปำ้ หมำยมีแบบแผน
ข. มนี โยบำยและเจตนำรมณ์ที่ดี
ค. พัฒนำรปู ลกั ษณ์เต็มประสทิ ธิภำพ
ง. วำงแผนตดิ ตำมควบคุมอย่ำงมีประสิทธิภำพ
5. กำรออกแบบผลติ ภณั ฑใ์ นขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ของกำร
ออกแบบ
ก. เกิดกำรแข่งขนั ทำงธรุ กิจ
ข. สรำ้ งมูลค่ำเพ่ิมให้แกผ่ ลิตภัณฑ์
ค. เกดิ ควำมสะดวกในกำรใช้ผลิตภณั ฑ์
ง. เกิดกำรประหยดั วตั ถดุ บิ และพลงั งำน
35
6. สว่ นประกอบทำงกำรตลำดคือข้อใด
ก. สนิ ค้ำ และบริกำร
ข. สนิ ค้ำ และโฆษณำ
ค. สินค้ำ และเงินทุน
ง. สนิ ค้ำ และผู้บริโภค
7. ผลิตภณั ฑ์คือข้อใด
ก. สนิ คำ้ และบริกำร
ข. ประโยชน์ท่ีลกู คำ้ จะได้รบั
ค. ผลประโยชน์ที่ติดมำกบั สินค้ำ
ง. สง่ิ ตอบสนองควำมต้องกำรของลูกค้ำ
8. ขอ้ ใดเปน็ กำรพฒั นำผลิตภัณฑ์
ก. น้ำเกบ็ ผกั ใสถ่ งุ ขำย
ข. หมำยเก็บนำ้ ตำลใส่ไหรอขำย
ค. ยำยกำกระถนิ ขำยในหม่บู ้ำน
ง. ทรำยนำผักจำกถุงมำบรรจกุ ล่องขำย
9. กำรแยกแยะรำยละเอียด ควำมเป็นไปได้ แลว้
สังเครำะห์ใหเ้ หน็ ควำมสัมพนั ธ์และเกดิ กิจกรรมที่มี
เปำ้ หมำยทิศทำงไปสคู่ วำมสำเร็จ หมำยถงึ ข้อใด
ก. กำรวิเครำะห์แผนต่ำงๆ
ข. กำรพัฒนำผลิตภณั ฑ์
ค. กำรกำหนดกลยุทธ์
ง. กำรวำงแผน
10. ส่ิงทสี่ ำคัญทสี่ ุดของกำรพัฒนำแผนคือขอ้ ใด
ก. ควำมรว่ มมือและควำมเสียสละ
ข. ควำมศรทั ธำและควำมเข้ำใจในปัญหำ
ค. ควำมมนี ำ้ ใจ สละเวลำ และลงมอื ทำ
ง. ควำมรว่ มแรงร่วมใจปรบั ปรุงแกไ้ ขใหเ้ กิดสงิ่ ใหม่
36
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ง
2. ค
3. ค
4. ง
5. ก
6. ก
7. ง
8. ง
9. ก
10 ง
37
ใบความรเู้ นือ้ หา บทท่ี 2 เร่ืองการจัดทาแผนการตลาด
การตลาด หมำยถงึ กิจกรรมทำงธรุ กิจทง้ั หมด ท่ีส่งผลกระทบระหวำ่ งกันไดก้ ำรกระทำกิจกรรมตำ่ ง
ๆ ในทำงธรุ กิจซ้งึ ทำใหส้ ินค้ำ และบรกิ ำรเคลอ่ื นย้ำยจำกผู้ผลติ ไปยัง ผู้บริโภคหรือผู้ใช้แลว้ ได้ร้บควำมพึง
พอใจกระบวนกำรทำงสังคมและกำรจัดกำรที่ทำใหบ้ คุ คลหรือกลุ่มบุคคลไดร้ ้บสิง่ ที่ตอบสนองควำมจำเปน็
และ ควำมต้องกำรโดยอำศยั กำรสรำ้ งผลิตภณั ฑ์ท่ีมีคุณค่ำและนำไปแลกเปลีย่ นกับบคุ คลอ่ืน
1.วิวัฒนาการทางตลาด
หำกกลำ่ วถงึ กำรววิ ัฒนำกำรของกำรตลำดแลว้ มีข้อมลู จำกหลำยๆแหง่ ได้อธิบำยถงึ ลักษณะและช่วงเวลำของ
กำรพัฒนำกำรของกำรตลำดจำกอดตี จนถึงปจั จบุ นั ซง่ึ สำมำรถแบง่ ออกเปน็ ช่วงเวลำ หรอื ท่ีนยิ มเรียกกันโดยทั่วไปว่ำ
คลื่นลกู ตำ่ งๆ
คลน่ื ลูกที่ 1 กำรตลำดยุคเกษตรกรรม ปัจจยั แห่งยคุ คอื ท่ีดิน แหล่งนำ้ และแรงงำนภำค สังเกตได้จำกกำร
ทีค่ นสมัยก่อนท่ี มีทดี่ ินมำกสำมำรถใชใ้ นกำรทำเกษตรกรรมและนำเอำสินคำ้ เก่ยี วกบั สนิ ค้ำเกษตรกรรมมำค้ำขำยทำ
ใหร้ ำ่ รวย
คล่นื ลกู ที่ 2 ยคุ ของอุตสำหกรรม สิ่งทสี่ ำคัญมำกของยุคน้คี ือเร่ืองของเงินทุน เป็นยุคท่ใี ช้เครือ่ งจักร เครือ่ งกล
ต่ำงๆ เมอ่ื มีกำรสร้ำงเคร่อื งจักรใหม่ๆข้นึ มำ โลกเรำก็เขำ้ สู่สงั คมอุตสำหกรรม มีกำรสรำ้ งถนน และสำธำรณูปโภคต่ำงๆ
กำรเดนิ ทำงไปยังเมอื งต่ำงๆด้วยควำมรวดเร็วขึ้น เน่อื งจำกกำรคมนำคมสะดวก ชว่ งทป่ี ระเทศเกดิ กำรพัฒนำ เปลย่ี น
แรงคนแรงสตั วใ์ หเ้ ปน็ แรง เครอ่ื งจักร ในยุคนี้กลมุ่ คนทำงำนดำ้ นอุตสำหกรรมเจริญร่งุ เรือง ซึ่งคนกลุ่มนป้ี ัจจบุ ันกย็ ัง
ทำรำยได้ดีอยู่ แต่มปี ริมำณไม่มำกนัก และก็เป็นเร่ืองยำกสำหรับในยุคปัจจบุ ันท่ีจะเปน็ เจ้ำของโรงงำนแบบน้นั ไดอ้ ีก
เพรำะจำเปน็ ต้องมีเงนิ จำนวนมำกจงึ จะสำมำรถต้งั โรงงำนเพื่อผลติ สนิ ค้ำได้
คลื่นลูกที่ 3 กำรแข่งขนั ด้ำนข้อมลู เปน็ ยุคแห่งกำรสอื่ สำรข้อมลู โดยใชเ้ ครอื่ งมอื IT ต่ำงๆ ในยคุ นี้
เปลย่ี นแปลงอย่ำงรวดเรว็ ผทู้ ี่เข้ำถงึ ขอ้ มูลกอ่ นจะไดเ้ ปรยี บอยำ่ งมำกในกำรแข่งขัน ทำงด้ำนกำรตลำด เป็นยคุ แหง่ กำร
สอื่ สำรไรพ้ รหมแดน ยคุ ที่ทำให้มนุษยจ์ ำเปน็ จะตอ้ งมเี คร่ืองมือสื่อสำรไว้ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั มีกำรนำระบบ
คอมพิวเตอร์มำใชใ้ นกำรผลิต และกำรตดิ ต่อสื่อสำรมำกขึ้น ธุรกิจทเ่ี กดิ ขนึ้ ในยคุ น้ีได้แก่ รำ้ นขำยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
รำ้ นอนิ เตอร์เน็ตคำเฟ่ เปน็ ตน้
คลน่ื ลูกที่ 4 สงั คมแห่งเครือข่ำยกำรตลำดในยุคนีป้ ัจจยั สำคัญอยูท่ ี่กำรสรำ้ งควำมสมั พันธ์ หรอื สรำ้ งเครอื ข่ำย
น้ันเอง เป็นยุคของ Social network เรำจงึ เห็นกำรทำตลำดของผูป้ ระกอบกำรผ่ำนสอื่ ออนไลน์ หรือลกั ษณะกำรส่ง
ตอ่ E-mail กนั มำกข้นึ กำรทำตลำดเป็นแบบกำรบอกต่อจำกเพ่ือนสเู่ พื่อน จำกกล่มุ คนเลก็ ๆขยำยไปยงั ทั่วโลก
กำรตลำดจะเนน้ ดำ้ นกำรตอบแทนกับสงั คมมำกขน้ึ กำรแข่งขันเชิงธรุ กจิ จะรุนแรงจนแขง่ กัน ธุรกิจขนำดเลก็ ทม่ี ี
อำนำจต่อรองน้อย จำเป้นต้องสรำ้ งพันธมติ ร เพ่ือเพิม่ อำนำจกำรต่อรองให้กับกล่มุ ของตัวเอง ใครท่ีสำมำรถสรำ้ ง
เครือข่ำยได้มำกและแขง็ แกร่งจะเป็นผู้ทเ่ี หลอื อยูใ่ นยุคนี้
38
ววิ ัฒนาการการตลาดแบบไร้พรมแดน
กำรตลำดไรพ้ รมแดน (Global Marketing) คอื กำรทำตลำดให้เปน็ ทยี่ อมรบั ทว่ั โลก หรอื กำรทำประโยชน์ทำง
กำรคำ้ แบบไร้พรมแดน โดยมีกำรดำเนินงำนทแ่ี ตกตำ่ งกัน, คล้ำยคลงึ กัน และมีโอกำสท่ีจะทำคนท่วั โลกเขำ้ สัง่ ซื้อ
สนิ คำ้ ได้ตำมวตั ถุประสงค์ อย่ำงไรกต็ ำม วิวัฒนำกำรกำรตลำดแบบไร้พรมแดน เริ่มตัง้ แต่มกี ำรค้ำเกดิ ข้นึ ซ่ึงกำรตลำด
สมยั ก่อนทำกนั อยใู่ นพ้ืนทจ่ี ำกดั เช่น ตำมหมบู่ ้ำน อำเภอจังหวัด และมำส่รู ะดบั ทั่วประเทศ จนกระทง่ั กลำยมำสู่
กำรตลำดท่ัวโลกหรือไรพ้ รมแดน มำดูลำดบั ของวิวัฒนำกำรต่อไปน้ี
1. กำรตลำดภำยในประเทศ (Domestic Marketing) กำรทำตลำดลักษณะน้เี นน้ กำรทำตลำดเฉพำะ
ภำยในประเทศของตนเองเป็นหลกั ถงึ แม้ว่ำมบี ริษัทตำ่ งประเทศเขำ้ มำแขง่ ขันบ้ำง แต่ก็เน้นลกู ค้ำท่ีอยใู่ นประเทศ และ
ต่อมำบำงบรษิ ัทอำจมีกำรต้งั สำนักงำนใหญ่ขน้ึ อปุ สรรคและปัญหำทใี่ หญ่สุดของกำรตลำดภำยในประเทศเกดิ จำกกำร
โจมตีรอบทิศทำงท่ีไม่อำจมองเห็น ไม่เหมือนกบั กำรตลำดไร้พรมแดนทสี่ ำมำรถมองเห็นได้ และกำรทำตลำด
ภำยในประเทศไม่ไดม้ ีกำรเปล่ียนแปลงกำรดำเนนิ งำนแต่อย่ำงใด เพยี งแต่ระมดั ระวังจำกค่แู ขง่ ขันบ้ำงเท่ำน้นั ดบั ของ
ววิ ฒั นำกำรตอ่ ไปน้ี
2. กำรตลำดส่งสินคำ้ ออก (Export Marketing) กำรทำตลำดด้วยวธิ ีน้ี มีสิง่ พึงกระทำอยู่หลำยอย่ำงดว้ ยกนั เช่น
ต้องมีเอกสำรกำรส่ังซ้ือสนิ ค้ำ, กำรเสียคำ่ ระวำงในกำรส่งสินค้ำ คำ่ ขนส่ง ภำษี เป็นต้น และบำงบริษัทกวำ่ จะ
ดำเนนิ กำรไดต้ อ้ งผำ่ นอุปสรรคอีกหลำยอย่ำง เช่น กำรจำ้ งบรษิ ัทอ่ืนใหเ้ ข้ำมำบริหำรจดั กำร หรอื ประสำนงำนเรื่อง
เอกสำร ตลอดจนอุปสรรคในเรื่องของภำษำทใี่ ช้ในกำรติดต่อสื่อสำรดว้ ย ภำยหลงั ตอ่ มำ จึงมกี ำรจดั สร้ำงหน่วยงำน
รบั ผิดชอบด้ำนกำรสง่ สนิ ค้ำออกข้ึนภำยในสำนักงำนใหญน่ ั้น
3. กำรตลำดนำนำชำติ (International Marketing) กำรทำตลำดโดยกำรจัดตง้ั แผนกรบั ผดิ ชอบด้ำนกำรส่งออก
ประสบควำมสำเร็จแลว้ กำรทำธรุ กจิ ยงั คงต้องใชง้ บประมำณมำกอยูด่ ี เน่ืองจำกสำเหตุของระยะเวลำที่แตกต่ำงกัน
อุปสรรคเรอ่ื งภำษำ ควำมไม่รู้ในเร่ืองของวฒั นธรรมของแต่ละประเทศ ทำใหเ้ ปน็ อปุ สรรคขัดขวำงกำรทำตลำดใน
ตำ่ งประเทศ ต่อมำจงึ มีกำรสร้ำงสำนกั งำนขนึ้ ในต่ำงประเทศ บำงบริษัทใชว้ ธิ ซี ้อื สำนักงำนหรอื บรษิ ัท, สร้ำง
รำ้ น, สรำ้ งโรงงำน และสถำนที่สว่ นบุคคลในตำ่ งประเทศ เพอื่ ประโยชน์ในกำรสร้ำงควำมสมั พนั ธ์ในกำรติดต่อสอื่ สำร
และรำยงำนกำรดำเนินตำ่ ง ๆ ไปยังสำนกั งำนใหญ่ท่ีอยู่ในประเทศของตน ในลำดับต่อมำมกี ำรสรำ้ งศูนย์กลำงทำง
กำรตลำด
4. กำรตลำดหลำยประเทศ (Multinational Marketing) กำรตลำดแบบน้ีเป็นเปน็ กำรทำตลำดร่วมกนั กบั หลำย
ประเทศบริษัทจะทำกำรตลำดในเรอ่ื งเกีย่ วกับกำรผลติ สินค้ำและกำรบริกำรไปยงั หลำยๆ ประเทศทั่วโลก และต้องกำร
ผลประโยชนท์ ำงด้ำนเศรษฐกิจ จำกนน้ั กจ็ ะทำกำรรวมตัวกันเปน็ หน่งึ เดยี ว เพื่อทำกำรวจิ ัย พัฒนำ ผลติ สนิ คำ้ และทำ
กำรตลำดในระดบั ภูมิภำคต่อไป ตวั อย่ำงเช่น ภูมภิ ำคแถบยุโรปรว่ มมอื กับประเทศ สหรัฐอเมรกิ ำ เปน็ ลักษณะของ
หลำยประเทศรวมตวั กนั เป็นหน่ึง เพอื่ รว่ มกันวำงแผนเก่ยี วกำรผลิตภัณฑส์ ินค้ำ
39
5. กำรตลำดทว่ั โลกหรือไร้พรมแดน (Global Marketing) กำรตลำดลกั ษณะนถ้ี ือว่ำ ท่ัวโลกคอื ตลำดเดียว
ดังน้นั ต้องผลติ สนิ คำ้ ให้เพียงพอกบั ตลำดภมู ภิ ำคต่ำง ๆ ทั่วโลก กำรตัดสนิ ใจทำกำรตลำด ต้องมีที่ปรึกษำและนักกำร
ตลำดท่ีมปี ระจำอยูใ่ นประเทศเหล่ำนั้นทวั่ โลก เพ่อื ป้องกนั ผลกระทบตำ่ งๆ ที่อำจจะเกิดข้ึน ซึ่งเปำ้ หมำยคือ ตอ้ งกำร
ขำยสนิ ค้ำทเ่ี หมอื นกนั เปน็ ไปในทศิ ทำงแนวเดยี วทว่ั โลก หลำยบริษัทได้พฒั นำเว็บไซตพ์ ำณิชย์ อิเล็กทรอนกิ ส์ (e-
Commerce) ข้นึ มำ เพอ่ื ให้ขำยสินคำ้ ไดท้ ว่ั โลก ตลอด 24 ชวั่ โมง
ส่วนประสมการตลาด (Marketing Mix) คอื องค์ประกอบทส่ี ำคัญในกำรดำเนนิ งำนกำรตลำด เปน็
ปจั จัยที่กจิ กำรสำมำรถควบคุมได้ กจิ กำรธรุ กจิ จะต้องสร้ำงส่วนประสมกำรตลำดท่ีเหมำะสมในกำรวำงกลยุทธท์ ำง
กำรตลำด ( ศริ ิวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ, 2541: 35-36, 337 )
ส่วนประสมกำรตลำด ประกอบด้วย ผลติ ภัณฑ์ (Product) กำรจดั จำหนำ่ ย (Place) กำรกำหนดรำคำ
(Price) กำรส่งเสริมกำรตลำด (Promotion) เรำสำมำรถเรียกสว่ นประสมทำงกำรตลำดได้อีกอยำ่ งหนึ่งว่ำ
4’Ps ส่วนประกอบท้ัง 4 ตวั นี้ ทุกตัวมีควำมเก่ยี วพันกนั P แตล่ ะตวั มคี วำมสำคัญเทำ่ เทียมกนั แต่ขึ้นอยู่กับผู้บรหิ ำร
กำรตลำดแต่ละคนจะวำงกลยุทธ์ โดยเนน้ น้ำหนักที่ P ใดมำกกวำ่ กนั เพอ่ื ใหส้ ำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรของ
เป้ำหมำยทำงกำรตลำด คือ ตัวผ้บู ริโภค
1. ผลติ ภณั ฑ์ (Product) ปัจจยั แรกทีจ่ ะแสดงวำ่ กิจกำรพร้อมจะทำธรุ กิจได้ กจิ กำรน้นั จะต้องมสี ิ่ง
ทจี่ ะเสนอขำย อำจเป็นสนิ ค้ำทีม่ ีตัวตน บริกำร ควำมคดิ (Idea) ทจ่ี ะตอบสนองควำมต้อง กำรได้ กำรศกึ ษำ
เกยี่ วกบั ผลิตภณั ฑ์น้ัน นักกำรตลำด มักจะศกึ ษำผลติ ภณั ฑ์ในรปู ของผลติ ภัณฑเ์ บ็ดเสรจ็ (Total Product) ซง่ึ
หมำยถงึ ตวั สินคำ้ บวกกับควำมพอใจและผลประโยชน์อนื่ ทผ่ี บู้ รโิ ภคได้รบั จำกกำรซือ้ สินค้ำนั้น
2. กำรจดั จำหน่ำย (Place or Distribution) ผลิตภัณฑ์ทผ่ี ผู้ ลติ ผลติ ขน้ึ มำไดน้ ั้น ถึงแม้วำ่ จะมี
คณุ ภำพดีเพยี งใดกต็ ำม ถำ้ ผู้บริโภคไมท่ รำบแหล่งซ้ือและไม่สำมำรถจะจัดหำมำไดเ้ มื่อเกิดควำมต้องกำร ผลิตภัณฑ์ท่ี
ผลติ ขน้ึ มำก็ไม่สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรผู้บริโภคได้ ดงั นนั้ นักกำรตลำดจงึ จำเปน็ ตอ้ งพจิ ำรณำว่ำที่ไหน เม่ือไร
แบะโดยใครทจี่ ะเสนอขำยสนิ ค้ำ กำรจดั จำหน่ำยเป็นเรื่องที่ซบั ซอ้ น แต่กเ็ ป็นสงิ่ จำเป็นที่ต้องศึกษำ
3.กำรกำหนดรำคำ (Price) เมอ่ื ธรุ กิจได้มีกำรพฒั นำผลิตภณั ฑ์ข้นึ มำ รวมทัง้ หำช่องทำงกำรจดั
จำหนำ่ ยและวธิ กี ำรแจกจ่ำยตัวสินค้ำไดแ้ ลว้ ส่งิ สำคัญท่ธี รุ กิจจะต้องดำเนินกำร
4. กำรส่งเสรมิ กำรตลำด (Promotion) เปน็ กำรศึกษำเกยี่ วกับกระบวนกำรติดต่อสื่อสำรไปยังตลำด
เปำ้ หมำย กำรส่งเสรมิ กำรตลำดเปน็ วิธีกำรทีจ่ ะบอกให้ลูกค้ำทรำบเก่ยี วกบั ผลติ ภณั ฑท์ ่ีเสนอขำย
40
ใบงาน
ช่ือ-สกลุ ...............................................รหัสนักศึกษำ ...........................................กศน.ตำบล……………………………….
คาชแี้ จง ใหน้ กั ศึกษำตอบคำถำมต่อไปนี้
1. กำรตลำด หมำยถงึ อะไร
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
2. ในกำรกำหนดทศิ ทำงและเปำ้ หมำยทำงกำรตลำด นักกำรตลำด จะต้องตงั้ คำถำมเพ่ือนำทำงไปสู่ควำมสำเร็จมี
อะไรบำ้ ง
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
3. กำรวำงแผนกำรตลำด หมำยถงึ
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
4. ถ้ำนกั ศึกษำอยำกทำธุรกิจอยำ่ งใดอยำ่ งหน่งึ เป็นของตนเองนักศกึ ษำจะต้องมีกำรวำงแผนอยำ่ งไรเพื่อใหธ้ ุรกิจ
ประสบควำมสำเร็จ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
41
เฉลย
1. การตลาด หมำยถึง กจิ กรรมทำงธรุ กจิ ทง้ั หมด ท่ีสง่ ผลกระทบระหว่ำงกนั ได้ กำรกระทำกิจกรรมต่ำง ๆ
ในทำงธรุ กจิ ซง่ึ ทำให้สนิ คำ้ และบริกำรเคลือ่ นยำ้ ยจำกผผู้ ลติ ไปยงั ผบู้ รโิ ภคหรือผใู้ ชแ้ ลว้ ได้รบั ควำมพงึ พอใจ
กระบวนกำรทำงสงั คมและกำรจัดกำรทที่ ำให้บคุ คล หรือกลุ่มบคุ คลได้รับสงิ่ ที่ตอบสนองควำมจำเปน็ และ
ควำมตอ้ งกำรโดยอำศัยกำรสรำ้ ง ผลิตภัณฑ์ทีม่ ีคุณค่ำและนำไปแลกเปล่ียนกบั บคุ คลอื่น
2. กำรกำหนดทิศทำงและเป้ำหมำยทำงกำรตลำด นักกำรตลำด จะตอ้ งตัง้ คำถำมเพ่ือนำทำงไปสู่ควำมสำเร็จ
คอื
1. ตลำดต้องกำรซื้ออะไร หมำยถงึ จดุ ประสงค์ในกำรซ้ือสินคำ้ เพื่ออะไร
2. ทำไมจึงซื้อ หมำยถึง จดุ ประสงค์ในกำรซ้ือสนิ คำ้ ไปทำไม
3. ใครคือผู้ซื้อ หมำยถึง กลมุ่ เป้ำหมำยที่จะซือ้ คอื กลมุ่ ใด
4. ซอื้ อยำ่ งไร หมำยถึง กระบวนกำรซื้ออยำ่ งไร เชน่ ซื้อแบบตั้งคณะกรรมกำรกำร ประมลู
5. ซ้ือเมอ่ื ไร หมำยถึง โอกำสทจี่ ะซ้ือสินคำ้ เม่ือไร เชน่ ทกุ วนั ทกุ เดอื น
6. ซอ้ื ท่ไี หน หมำยถึง สินคำ้ ท่จี ะซ้ือมีขำยรำ้ นค้ำประเภทใด เช่น รำ้ นขำยของ เบ็ดเตล็ด รำ้ นขำยท่ัวไป
3.การวางแผนการตลาด หมำยถึง กำรจดั ทำวัตถุประสงค เปำหมำยและกลยทุ ธ กำรตลำด รวมตลำดตลอดจนกำร
กำหนดวธิ ปี ฏบิ ตั ิ โดยแสวงหำ แนวคดิ ใหม ๆ ทำงกำรตลำด เพอื่ สนับสนุนใหแนวทำงกำรพัฒนำอำชีพใหบรรลเุ ปำ
หมำยในกำรสรำงยอดขำย
4. (ดุลพนิ ิจของครู)
42
แบบทดสอบหลงั เรยี น
คาชแี้ จง ให้เลอื กคำตอบที่ถูกตอ้ งทส่ี ุดเพยี งคำตอบเดยี ว
1. กำรแยกแยะรำยละเอยี ด ควำมเป็นไปได้ แล้ว
สังเครำะห์ใหเ้ ห็นควำมสัมพันธ์และเกิดกจิ กรรมท่ีมี
เป้ำหมำยทิศทำงไปสู่ควำมสำเร็จ หมำยถงึ ข้อใด
ก. กำรวิเครำะห์แผนต่ำงๆ
ข. กำรพัฒนำผลิตภัณฑ์
ค. กำรกำหนดกลยทุ ธ์
ง. กำรวำงแผน
2. ส่ิงทสี่ ำคญั ทสี่ ดุ ของกำรพัฒนำแผนคอื ข้อใด
ก. ควำมร่วมมือและควำมเสียสละ
ข. ควำมศรัทธำและควำมเข้ำใจในปญั หำ
ค. ควำมมีนำ้ ใจ สละเวลำ และลงมอื ทำ
ง. ควำมรว่ มแรงร่วมใจปรับปรุงแก้ไขใหเ้ กิดสง่ิ ใหม่
3. ชมุ ชนในข้อใดมีศกั ยภำพในกำรผลิตสินค้ำ
ก. มปี ระชำกรทมี่ ีฐำนะควำมเป็นอยูท่ ีดี
ข. มีกองทนุ ชุมชน, วัสด,ุ ผูร้ ู้ และแรงงำน
ค. มปี ระชำกรวัยแรงงำนและกองทุนหมู่บำ้ น
ง. ผนู้ ำท่เี ข้มแข็ง, ลกู บำ้ นมีทรพั ย์สินท่นี ำมำก
4. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์กำรวำงแผนกลยุทธ์
ก. กำรขยำยปรมิ ำณลกู ค้ำอย่ำงชดั เจน
ข. บรรลผุ ลกำรขำยตำมเป้ำหมำย
ค. มีควำมเปน็ ไปไดใ้ นกำรผลิต
ง. จัดทำแผนใหเ้ หมำะสมกับเวลำ
5. กำรวิเครำะห์แบบ SWOT คอื ข้อใด
ก. สวย, เลิศ, เชดิ และหย่ิง
ข. ควำมรู้, เอำใจใส่, ไม่ท้อ และขยัน
ค. จุดแข็ง, จุดออ่ น, โอกำส และอุปสรรค
ง. จุดดี, จุดเด่น, จดุ ดอ้ ย และขวำกหนำม
43
6. กำรบริหำรเชิงกลยุทธค์ ือข้อใด
ก. กำหนดทศิ ทำงเป้ำหมำยมีแบบแผน
ข. มนี โยบำยและเจตนำรมณ์ท่ีดี
ค. พฒั นำรูปลกั ษณ์เต็มประสิทธภิ ำพ
ง. วำงแผนติดตำมควบคมุ อย่ำงมีประสิทธิภำพ
7. กำรออกแบบผลติ ภณั ฑ์ในข้อใดไม่ใช่ประโยชนข์ องกำร
ออกแบบ
ก. เกดิ กำรแข่งขนั ทำงธรุ กจิ
ข. สรำ้ งมลู ค่ำเพม่ิ ให้แก่ผลิตภัณฑ์
ค. เกิดควำมสะดวกในกำรใช้ผลติ ภณั ฑ์
ง. เกดิ กำรประหยัดวัตถุดิบและพลังงำน
8. สว่ นประกอบทำงกำรตลำดคอื ข้อใด
ก. สินค้ำ และบรกิ ำร
ข. สนิ ค้ำ และโฆษณำ
ค. สินค้ำ และเงินทุน
ง. สินค้ำ และผูบ้ ริโภค
9. ผลิตภัณฑ์คอื ข้อใด
ก. สนิ ค้ำ และบริกำร
ข. ประโยชนท์ ลี่ กู ค้ำจะไดร้ บั
ค. ผลประโยชน์ท่ตี ิดมำกบั สินค้ำ
ง. สงิ่ ตอบสนองควำมต้องกำรของลูกค้ำ
10. ขอ้ ใดเป็นกำรพัฒนำผลติ ภัณฑ์
ก. นำ้ เก็บผักใสถ่ ุงขำย
ข. หมำยเกบ็ นำ้ ตำลใสไ่ หรอขำย
ค. ยำยกำกระถนิ ขำยในหมบู่ ้ำน
ง. ทรำยนำผกั จำกถงุ มำบรรจกุ ลอ่ งขำย
44
เฉลย
1. ก
2. ง
3. ข
4. ค
5. ค
6. ง
7. ก
8. ก
9. ง
10. ง
45
บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ครั้งท่ี 2 วันที่ ………………….เดือน…………………………….พ.ศ…………………………….
กิจกรรมการเรยี นรู้
...................................................................................................... ...................................................................................
.................................................................................................................................................................... .....................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
สภาพปัญหาท่ีพบ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
......................................................... ............................................................................................................................. ...
วธิ ีการแกป้ ญั หา
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
ลงชือ่ ……………….........................................................ผู้บันทึกหลงั กำรสอน
(………………….…………………………………………)
ตำแหน่ง…………………………………………………….
ลงชือ่ .....................................................................ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ