The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน

96

2.4 โอกำสทำงนวตั กรรม (Innovation Opportunity) บรรจภุ ัณฑส์ ำมำรถสรำ้ งนวตั กรรมใหม่ ๆ ใหก้ บั
ตลำดและสร้ำงกำไรให้กับกิจกำร

3. ฉลำก (Labeling) มีประโยชนต์ ่อผลติ ภณั ฑ์มำก เชน่ แสดงตรำผลิตภณั ฑ์ นอกจำกนยี้ งั เป็นแหลง่ ข้อมูล
ของตวั ผลติ ภณั ฑ์ท่ใี หก้ ับลูกค้ำ สินค้ำบำงชนิดกฎหมำยมีกำรกำหนดวำ่ ตอ้ งแสดงใหล้ ูกค้ำทรำบถงึ รำยละเอยี ดของตัว
สนิ คำ้ เพื่อประโยชนใ์ นกำรตัดสนิ ใจในกำรซื้อ

4. กำรประกัน (Warranties) กำรประกนั เปน็ กำรสะทอ้ นถึงควำมเป็นมำตรฐำนของผลิตภณั ฑ์ที่กิจกำร
จำหนำ่ ย ปจั จยั ทผี่ ูป้ ระกอบกำรจะต้องพิจำรณำกอ่ นทำกำรตัดสินใจกำหนดนโยบำยกำรประกนั คือ

- ตน้ ทนุ
- ควำมสำมำรถในกำรใหบ้ รกิ ำร
- คู่แข่งขัน
- กำรยอมรบั ของลูกคำ้
- ข้อกำหนดทำงกฎหมำย
ผลติ ภัณฑ์ใหม่ เป็นสง่ิ ท่ีองค์กรจำเป็นจะตอ้ งให้ควำมสำคญั เพรำะสินคำ้ ใหม่ 100 ชนดิ จะมที ี่อย่รู อดในชว่ ง
2-3 ปีแรกมปี ระมำณ 10% เท่ำนัน้ และยงั มสี ินค้ำดงั กล่ำวอำจจะประสบควำมล้มเหลวหลงั จำกนั้นอีก ประมำณ 3-
4% ดงั นนั้ จะเหน็ ได้วำ่ เมือ่ มีสินคำ้ ใหมแ่ ลว้ ผ้บู รหิ ำรถ้ำต้องกำรให้สินคำ้ ได้อยู่ในตลำดควรท่ีจะทรำบสำเหตุท่ที ำให้
ผลิตภณั ฑใ์ หม่ล้มเหลวเพ่ือใช้เป็นแนวทำงในกำรแก้ไข ดังต่อไปนี้
1. ควำมลม้ เหลวทำงกำรตลำด
1.1 กลุ่มลูกคำ้ เป้ำหมำยมีไม่มำก
1.2 กำรวำงตำแหนง่ สนิ คำ้ ไม่ดี
1.3 กำรสรำ้ งควำมแตกต่ำงสินคำ้ ไม่ชัดเจน
1.4 ไม่เข้ำใจควำมต้องกำรของลกู ค้ำ
1.5 มแี รงตอบโต้จำกคแู่ ข่งขันมำก
2. ควำมลม้ เหลวทำงกำรเงนิ
2.1 มผี ลตอบแทนในกำรลงทุนมีอัตรำตำ่
2.2 มีกำรวำงแผนทำงกำรเงนิ ผดิ พลำด
3. ควำมลม้ เหลวทำงเทคนิค
3.1 ออกแบบสินค้ำไมด่ ี
3.2 บรรจภุ ัณฑ์ไมด่ ึงดดู ใจ
3.3 สนิ คำ้ ไม่มีคุณภำพ
4. ควำมลม้ เหลวทำงเวลำ
4.1 เข้ำตลำดเรว็ เกินไป
4.2 เขำ้ ตลำดช้ำเกินไป

97

5. ควำมล้มเหลวภำยในองค์กร
5.1 ขำดกำรสนบั สนุนจำกคนในองค์กร
5.2 มวี ัฒนธรรมองคก์ รทีไ่ มเ่ หมำะส

6. ควำมล้มเหลวจำกส่งิ แวดล้อมภำยนอก
6.1 กฎเกณฑจ์ ำกภำครัฐ
6.2 เศรษฐกจิ ท่ีมคี วำมผนั ผวน

คลปิ วดี โี อ เรือ่ ง กำรพฒั นำผลิตภัณฑ์ใหม่
https://www.youtube.com/watch?v=_q_sfVlyg_U

ให้นักศึกษำดูคลปิ วดิ ิโอแลว้ สรุปมำพอเข้ำใจ(5-10บรรทดั )

98

แบบทดสอบหลังเรยี น
1. กำรผลติ ในควำมหมำยทำงเศรษฐศำสตรห์ มำยถึงข้อใด

ก. กำรสร้ำงรำยได้ให้ครอบครวั
ข. กำรผลติ สนิ ค้ำ
ค. กำรบรกิ ำร
ง. กำรแปรสภำพทรัพยำกรเพ่ือใหเ้ กดิ สนิ ค้ำและบรกิ ำร

2. ขอ้ ใดคือปจั จยั กำรผลิต
ก. ท่ดี นิ แรงงำน ทนุ ผู้ประกอบกำร
ข. ทด่ี ิน เงินทุน รำยได้ ผู้ประกอบกำร
ค. ทุน แรงงำน ผู้ชำนำญงำน เจ้ำของกิจกำร
ง. ทนุ ค่ำแรง นำยจำ้ ง ลูกจำ้ ง

3. เจำ้ ของโรงงำนเป็นปัจจยั กำรผลติ ข้อใด
ก. ทด่ี นิ
ข. แรงงำน
ค. คำ่ จ้ำง
ง. ผู้ประกอบกำร

4. เคร่ืองจักรและตัวอำคำรเป็นปัจจยั กำรผลติ ประเภทใด
ก. ทุน
ข. ผู้ประกอบกำร
ค. คำ่ แรง
ง. ที่ดนิ

5. ขอ้ ใดเปน็ กำรผลติ สินค้ำและบริกำรของภำคเหนอื ทัง้ หมด
ก. ขนมโรตีสำยไหม เคร่ืองถม ข้ำวหอมมะลิ ผำ้ บำตกิ
ข. กระเทียมโทนสด ปลำตะเพยี นสำน เสื่อกระจูด มีดอรัญญิก
ค. เม็ดมะมว่ งหิมพำนต์ ผ้ำไหมมัดหม่ี เคร่ืองป้ันดนิ เผำ หมอนขิด
ง. ลำใยอบแหง้ ผลติ ภัณฑ์กระดำษสำ แจกนั เซรำมิก หมอนใบชำ

เฉลย 1. ง 2. ก 3. ง 4.ก 5.ง

99

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ า พัฒนาอาชพี ให้มอี ย่มู กี นิ อช11003
จานวน 2 หนว่ ยกิต

ครัง้ ที่ 4 วันที่.........เดือน.............................พ.ศ.................
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้ แบบพบกลุม่ จำนวน 6 ชว่ั โมง
เรือ่ งท่ี 4 กำรพัฒนำธรุ กจิ เชิงรุก
ตัวช้ีวดั 1.อธบิ ำยควำมจำเป็น และคณุ ค่ำของธุรกิจเชิงรุก

2.อธบิ ำยกำรแทรกควำมนยิ มเขำ้ สคู่ วำมต้องกำรของผบู้ รโิ ภคได้อย่ำงแท้จริง
3.อธิบำยกำรสร้ำงรปู ลักษณ์ คุณภำพสินค้ำใหม่
4.อธบิ ำยกำรพฒั นำอำชีพให้มคี วำมมั่นคง
เนื้อหา 1.ควำมจำเปน็ และคุณคำ่ ของธรุ กิจเชงิ รกุ
2.กำรแทรกควำมนิยมเขำ้ ส่คู วำมตอ้ งกำรของผ้บู ริโภค
3.กำรสร้ำงรปู ลักษณค์ ุณภำพสนิ คำ้ ใหม่
4.กำรพฒั นำอำชีพให้มคี วำมมน่ั คง (พออยู่ พอกิน มรี ำยได้)
ขั้นตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้
ข้นั ที่ 1 กาหนดสภาพปัญหาการเรยี นรู้

1. ครูกล่ำวทักทำยผู้เรยี นแล้วเปิดคลปิ วีดีโอเร่ือง กำรพฒั นำอำชพี ใหผ้ ู้เรียนดู เพื่อใหผ้ เู้ รยี นได้
มองเหน็ ถึงแนวทำงกำรพฒั นำอำชพี แล้วร่วมกันวเิ ครำะห์ว่ำกำรพัฒนำอำชีพมีหลักกำรอะไรบำ้ ง

2. ครูตงั้ คำถำม ถำมผเู้ รียนวำ่ กำรพฒั นำอำชีพ มคี ุณคำ่ กับเรำมำกน้อยแค่ไหน เพรำะเหตุใด แลว้
ทำกำรสุ่มเรียกให้ผู้เรยี นทมี่ ีควำมคิดเห็นที่ตำ่ งกนั นำเสนอควำมคิดเหน็ ของตนเองพรอ้ มยกเหตุผลมำอธิบำยประกอบ

3. ครเู ปิดโอกำสใหผ้ ู้เรียนซักถำมข้อสงสยั ก่อนเข้ำส่บู ทเรยี นในขั้นตอ่ ไป

ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้
1.ครูแจกใบควำมรู้ เร่ือง กำรพัฒนำอำชีพ ให้นักศึกษำ
2.ครใู หผ้ ้เู รียนทำใบงำน เรื่อง กำรพัฒนำอำชพี แล้วส่งตวั แทนนำเสนอผลงำน

ข้นั ท่ี 3 การปฏิบัตแิ ละการนาไปใช้
1.ผูเ้ รยี นนำเสนอควำมรูท้ ่ีได้รับจำกใบควำมรู้ หนงั สือเรียน อินเตอรเ์ น็ต เรอ่ื ง กำรแทรกควำมนยิ ม

เข้ำสคู่ วำมต้องกำรของผ้บู รโิ ภค โดยผู้เรียนสง่ ตวั แทนนำเสนอหนำ้ ช้นั เรยี น
2.ครแู ละผ้เู รียนร่วมกนั สรุปว่ำควำมนยิ มควำมตอ้ งกำรของผู้บริโภคมีอะไรบ้ำง แลว้ ใหผ้ ้เู รียนบันทกึ

ลงในสมุดของตนเอง

100

ขน้ั ท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1.สงั เกตจำกกำรมสี ว่ นรว่ มของผู้เรยี น
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน
4.สมดุ ส่งงำน

ส่อื การเรียนรู้
1.ใบควำมรู้ เรอื่ ง กำรพฒั นำอำชีพ
2.หนังสอื เรียน
3.อินเตอรเ์ นต็
4.หอ้ งสมุดประชำชน

การวัดและประเมนิ ผล
1.กำรมสี ว่ นรว่ มในกำรทำกจิ กรรมกลุ่ม
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน/สมดุ สง่ งำน

101

แบบทดสอบกอ่ นเรียน
1. วัตถปุ ระสงคข์ องกำรพฒั นำอำชพี คอื ข้อใด?

ก. สนับสนุนบุคลำกรทม่ี ีควำมสำมำรถศักยภำพและควำมตั้งใจ
ข. พฒั นำทรัพยำกรมนุษยจ์ ำกประสบกำรณ์
ค. ถกู 1กบั 2ถูก
ง. ข้อ 1 ถูกเพียงข้อเดยี ว

2. ขนั้ ตอนในกำรพฒั นำอำชีพมีกี่ขน้ั ตอน ?
ก. 6 ขนั้ ตอน
ข. 5 ขนั้ ตอน
ค. 4 ขั้นตอน
ง. 3 ขั้นตอน

3. ผู้ที่มสี ว่ นเกย่ี วข้องกบั กำรพฒั นำอำชีพมีอะไรบ้ำง?
ก. บุคลำกร,ผ้บู งั คับบญั ชำ,องค์กำร,หนว่ ยทรัพยำกรมนุษย์
ข. บุคลำกร,ผู้บรหิ ำร,องค์กำร,พนักงำน
ค. ผบู้ รหิ ำร,องค์กร,พนกั งำน
ง. หน่วยทรพั ยำกรมนุษย์,พนักงำน,ผ้บู ริหำร,ผ้บู งั คับบัญชำ

4. ขอ้ ใคคือวตั ถุประสงคข์ องกำรพฒั นำอำชีพ
ก. องค์กรมคี วำมก้ำวหน้ำอย่ำงล่ำช้ำ
ข. พัฒนำองคก์ รให้มีควำมกำ้ วหน้ำดว้ ยซึ่งมำจำกพน้ื ฐำนพนักงำนทเ่ี กดิ กำรพัฒนำอยู่ตลอดเวลำ
ค. พนักงำนมคี วำมสำมำรถเพ่ิมข้ึนเงินเดอื นเท่ำเดิม
ง. ถูกทุกข้อ

5. องคป์ ระกอบของกำรพฒั นำอำชีพสู่ควำมมน่ั คงไดแ้ กด่ ำ้ นใดบำ้ ง
ก. ดำ้ นตนเอง ด้ำนสังคม ด้ำนวิชำกำร
ข. ดำ้ นสนิ คำ้ ดำ้ นผซู้ ้ือ ดำ้ นผู้ขำย
ค. ด้ำนธรุ กจิ ดำ้ นกำรประกอบอำชพี
ง. ด้ำนจิตใจ ด้ำนรำ่ งกำย ด้ำนสตปิ ญั ญำ

เฉลย
1. ค 2. ข 3. ก 4.ข 5.ก

102

ใบความรู้
เร่ือง การพฒั นาอาชีพให้ม่นั คง
กำรพัฒนำอำชีพเข ำสู ควำมม่ันคงของผู ประสบควำมสำเร็จมีมำกมำย จะมีลักษณะกำรกระทำที่
สอดคลองกันเปนสวนใหญวำ ควำมมนั่ คงของอำชีพขึ้นอยูกบั องคประกอบอยำงนอย 3 ประกำร คือ (1) กำรลดควำม
เส่ียงในผลผลิต (2) ควำมมุ งมั่นพัฒนำอำชีพ และ (3) กำรยึดหลักคุณธรรม จำกแผนภูมิ จะพบว ำ
องคประกอบรวมทง้ั 3 องคประกอบเปนตวั สงผลตอควำมมน่ั คงยั่งยนื ใน อำชีพที่เรำจะตองนำมำบรู ณำกำรให้เป็นองค
รวมเดยี วกนั กำรลดควำมเส่ยี ง กำรประกอบอำชีพมักจะประสบกับควำมเสี่ยง เชน - เส่ียงตอกำรขำดทุน ตองจัดกำร
โดยกำรหำตลำดไวลวงหนำ เชน มกี ำรประกนั รำคำผลผลิต - เสีย่ งตอกำรไมมีเงินทุนในกำรดำเนนิ กำร แกปญหำควำม
เส่ียงดวยกำรจัดหำแหลงเงินทุน หรือ พยำยำมท่ีจะลดตนทุนกำรผลิต กำรพัฒนำอำชีพ เปนกระบวนกำรท่ีเนนควำม
สำคัญกำรพัฒนำระบบกำรจัดกำรท้ังกำรผลิตและกำรตลำดใหตรง กับควำมตองกำรของลูกคำ ดังนี้ ลดควำมเส่ียง
ผลผลิต ยดึ หลักคณุ ธรรม มงุ มั่นพัฒนำอำชพี สูควำมมน่ั คงยง่ั ยืน

จำกแผนภูมิ จะพบวำ องคประกอบรวมทั้ง 3 องคประกอบเปนตัวสงผลตอควำมม่ันคงย่ังยืนใน อำชีพ
ที่เรำจะต องนำมำบูรณำกำรให เป นองค รวมเดียวกัน กำรลดควำมเสี่ยง กำรประกอบอำชีพมักจะประสบ
กับควำมเส่ียง เชน - เสี่ยงตอกำรขำดทุน ตองจัดกำรโดยกำรหำตลำดไวลวงหนำ เชน มีกำรประกันรำคำผลผลิต -
เสี่ยงตอกำรไมมีเงนิ ทนุ ในกำรดำเนินกำร แกปญหำควำมเสี่ยงดวยกำรจัดหำแหลงเงินทุน หรือ พยำยำมที่จะลดตนทุน
กำรผลิต กำรพฒั นำอำชีพ เปนกระบวนกำรท่ีเนนควำมสำคัญกำรพัฒนำระบบกำรจัดกำรทั้งกำรผลติ และกำรตลำดให
ตรง กับควำมตองกำรของลกู คำ ดังนี้

103

ปจจัยรวมทั้ง 4 ดำน เปนปจจัยท่ีสงผลตอกำรพัฒนำอำชีพ โดยมลี กั ษณะควำมสำคญั ดงั น้ี
1. คุณภำพผลผลติ เปนเรอื่ งท่ีเรำจะตองจัดกำรใหคุณภำพตรงตำมควำมตองกำรของลูกคำให มำกทส่ี ุด เพ่ือ

ใหลกู คำมั่นใจไดวำจะไดรับสินคำ/บริกำรที่ดีเปนไปตำมควำมคำดหวัง
2. ลดตนทุนกำรผลติ เก่ียวของกบั กำรกำหนดรำคำผลผลติ ทีจ่ ะตองเปนรำคำทล่ี ูกคำสำมำรถ ซื้อผลผลิตของ

เรำได แตไมใชกำหนดรำคำต่ำจนกระท่ังรำยไดไมพอเพยี ง ดงั นัน้ กำรลดตนทนุ จึงเปน เรอ่ื งสำคญั ท่เี รำจะตองศกึ ษำ
เรียนรูหำวธิ ีลดตนทนุ ทท่ี ำใหมีรำยไดเพยี งพอ ไมใชปลดตนทนุ กบั คำแรงงำน แตเปนกำรบริหำรจัดกำรใหลดควำม
เสียหำยในปจจัยกำรผลิต และกำรจัดกำรใหไดผลผลติ สงู

3. กำรสงมอบผลติ ผล ใหลกู คำตองเปนไปตำมขอตกลงทั้งเวลำนัดหมำยและจำนวนผลผลิต ตัวอยำงเชน อำชี
พรำนตดั เยบ็ เส้ือผำชำย สวนใหญมกั จะผิดนัดทำใหเสยี หำยกับลูกคำท่ีมกี ำหนดกำรจะ ใชเสอ้ื ผำ จึงหันไปใชบริกำร
เส้อื ผำสำเร็จรูปท่ีมีควำมสะดวกมองเห็นสนิ คำ และตัดสนิ ใจเลือกซื้อได ทันที ทำใหปจจุบันรำนเยบ็ เสือ้ ผำชำยเกือบ
หำยไปจำกสงั คมไทย

4. ควำมปลอดภัย ท้งั ผูผลติ และผูบรโิ ภคผลผลิต เชน อำชพี เกษตรอนิ ทรีย คนงำนไมมโี อกำส สัมผสั กบั
สำรพษิ ทำใหกำรทำงำนปลอดภัย ขณะเดียวกนั ผลผลติ จำกเกำตรอนิ ทรียเปนอำหำรท่ี ปลอดภยั

กำรยึดหลักคุณธรรม
กำรยึดหลักคุณธรรม เปนพฤตกิ รรมภำยในของผูประกอบอำชีพ ที่สำคัญสงผลตอกำรควำม มน่ั คงของอำชพี
ดงั นี้

104

คุณธรรมท้งั 4 ประกำรดังกลำว หลำยคนบอกวำ เปนเรือ่ งท่ตี องปลูกฝงมำแตเยำววยั จึงจะ เกิดขึ้นได ควำมเชอื่ นี้เป
นจรงิ แตมนุษยเรำสำมำรถเรียนรู สรำงควำมเขำใจ มองเห็นคุณคำ ปรับเปลี่ยน และตกแตงพฤตกิ รรมเพ่ือใชเป
นเครือ่ งมือสรำงควำมสำเรจ็ ใหกบั ตนเองได กำรขยนั ควำมซื่อสัตย ควำมประหยัด คุณธรรมประกอบอำชพี ควำม
อดทน

1. กำรขยัน มีลักษณะพฤติกรรมของกำรทำอะไรอยำงเอำจริงเอำจัง แข็งขันไมเกียจครำน ถำผู ประกอบ
อำชีพเปนอยำงนี้ เขำจะมองเห็นงำนอยำงทะลุไปขำงหนำ มุงม่ันเอำจริงเอำจังยกระดับ ควำมสำเร็จไปอยำงตอเนื่อง
ควำมม่ันคงกจ็ ะเกิดขนึ้

2. ควำมประหยัด เปนพฤติกรรมของกำรยับยั้ง ระมัดระวังกำรใชจำยใหพอ สรำงควำมคุมคำ ใหมีควำม
เสียหำยนอยทีส่ ดุ พฤตกิ รรมเชนน้เี ปนเรื่องของควำมรอบคอบในกำรทำงำน

3. ควำมซอื่ สตั ย เปนลกั ษณะกำรประพฤติตรงและจริงใจตอลกู คำ ทมี งำนไมคดิ ทรยศ คดโกง หลอกลวง คูคำ
ผูรวมทุนเปนพฤติกรรมที่สรำงควำมภักดี ควำมไววำงใจตอลกู คำ ทีมงำนและหุนสวน

4. ควำมอดทน มีลกั ษณะพฤติกรรมทสี่ ำมำรถอดกล้นั งดเวน ทนอยูไดกับควำมยำกลำบำก ไม ท้ิงงำน ไมยก
เลกิ ขอตกลงงำย ๆ

คลปิ วีดโี อเรอ่ื ง กำรพัฒนำอำชพี

https://www.youtube.com/watch?v=KOVchVcLkQA

ใหน้ กั ศึกษำดูคลปิ วิดโิ อแล้วสรปุ มำพอเข้ำใจ(5-10บรรทัด)

105

ใบงำนที่ 3
กำรพัฒนำอำชพี ใหมคี วำมม่นั คง คำสงั่ ใหผูเรยี นแบงกลุม ๆ ละ 5 คน อภิปรำยวำกำรพัฒนำอำชพี ใหมคี วำมม่ันคง ต
องอำศยั ปจจยั ใดบำง อยำงไร
...................................................................................................... ........................................................ ...........................
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................. ........................................................................

106

แบบทดสอบหลังเรยี น
1. วัตถุประสงคข์ องกำรพฒั นำอำชีพคือขอ้ ใด?

ก. สนับสนุนบคุ ลำกรทมี่ ีควำมสำมำรถศักยภำพและควำมตั้งใจ
ข. พฒั นำทรัพยำกรมนุษย์จำกประสบกำรณ์
ค. ถกู 1กบั 2ถูก
ง. ขอ้ 1 ถูกเพียงข้อเดยี ว

2. ข้นั ตอนในกำรพฒั นำอำชีพมกี ข่ี น้ั ตอน ?
ก. 6 ขั้นตอน
ข. 5 ขน้ั ตอน
ค. 4 ขน้ั ตอน
ง. 3 ข้นั ตอน

3. ผ้ทู ่ีมสี ว่ นเกย่ี วข้องกับกำรพฒั นำอำชีพมีอะไรบำ้ ง?
ก. บุคลำกร,ผบู้ งั คบั บัญชำ,องคก์ ำร,หน่วยทรพั ยำกรมนุษย์
ข. บคุ ลำกร,ผบู้ รหิ ำร,องค์กำร,พนกั งำน
ค. ผูบ้ ริหำร,องค์กร,พนกั งำน
ง. หนว่ ยทรพั ยำกรมนุษย์,พนักงำน,ผู้บรหิ ำร,ผู้บังคับบัญชำ

4. ข้อใคคอื วัตถุประสงคข์ องกำรพฒั นำอำชีพ
ก. องค์กรมีควำมกำ้ วหนำ้ อย่ำงล่ำชำ้
ข. พฒั นำองคก์ รให้มคี วำมก้ำวหน้ำดว้ ยซึ่งมำจำกพนื้ ฐำนพนักงำนที่เกดิ กำรพฒั นำอย่ตู ลอดเวลำ
ค. พนักงำนมคี วำมสำมำรถเพมิ่ ขึ้นเงนิ เดือนเท่ำเดิม
ง. ถูกทุกข้อ

5. องค์ประกอบของกำรพัฒนำอำชีพส่คู วำมมัน่ คงไดแ้ กด่ ้ำนใดบำ้ ง
ก. ดำ้ นตนเอง ด้ำนสังคม ดำ้ นวิชำกำร
ข. ดำ้ นสินค้ำ ดำ้ นผซู้ อื้ ด้ำนผู้ขำย
ค. ด้ำนธรุ กจิ ด้ำนกำรประกอบอำชีพ
ง. ดำ้ นจติ ใจ ด้ำนรำ่ งกำย ด้ำนสติปญั ญำ

เฉลย1. ค 2. ข 3. ก 4.ข 5.ก

107

บันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คร้ังที่ 4 วนั ท…ี่ …. เดอื น ……………. พ.ศ…………..
กิจกรรมกำรเรียนรู้
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
......................................................... ............................................................................................................................. ...
สภำพปญั หำท่ีพบ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

วธิ ีกำรแก้ปญั หำ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................... ...................................................................................................

ลงชอ่ื …………………………………….ผบู้ ันทกึ หลังกำรสอน
(………………..………………)

ตำแหนง่ ………………………………………
ลงชือ่ ….................................................ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ

108

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชา พัฒนาอาชพี ให้มอี ย่มู กี นิ อช11003
จานวน 2 หนว่ ยกิต

ครงั้ ท่ี 5 วันท.่ี ........เดือน.............................พ.ศ.................

รูปแบบการจัดการเรยี นรู้ แบบพบกลุม่ จำนวน 6 ชั่วโมง
เร่ือง โครงกำรพฒั นำอำชีพให้มีอยู่มีกิน
ตวั ช้วี ัด 1.วิเครำะหค์ วำมเปน็ ไปไดข้ องแผนอำชีพต่ำงๆได้

2.เขียนโครงกำรกำรพฒั นำอำชีพได้
3.ตรวจสอบควำมเปน็ ไปไดข้ องโครงกำรพัฒนำอำชีพได้
4.ปรบั ปรุงโครงกำรพัฒนำอำชพี ได้
เนื้อหา 1.กำรวเิ ครำะห์ควำมเปน็ ไปได้ของแผนตำ่ งๆ
2.กำรเขียนโครงกำรกำรพัฒนำอำชีพ
3.กำรตรวจสอบควำมเป็นไปไดข้ องโครงกำร
4.กำรปรับปรุงแก้ไขโครงกำรพัฒนำอำชีพ
ขน้ั ตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้
ขั้นท่ี 1 กาหนดสภาพปัญหาการเรียนรู้

1. ครกู ล่ำวทกั ทำยผเู้ รียนพร้อมอธบิ ำยกำรเขยี นโครงกำรเบื้องต้นและยกตัวอย่ำงกำรพฒั นำอำชพี
ธุรกิจในท้องถน่ิ

2. ครูมอบหมำยหัวข้อใหน้ ักศึกษำไปวิเครำะห์ควำมเปน็ ไปได้ของธรุ กิจตัวอย่ำงและยกตวั อยำ่ งกำร
พฒั นำอำชีพธรุ กิจนนั้ ๆ โดยแบง่ กลุ่มนักศกึ ษำคน้ คว้ำ

3. ใหน้ ักศกึ ษำศึกษำกำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชีพโดยใช้ตัวอย่ำงธรุ กจิ ที่เห็นไดช้ ดั และสำมำรถ
ยกตวั อยำ่ งได้

4. ครเู ปิดโอกำสใหผ้ ูเ้ รียนซักถำมข้อสงสัยก่อนเขำ้ สบู่ ทเรียนในข้ันตอ่ ไป

ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้
1.ครูแบ่งกลุ่มผเู้ รียน และให้ผู้เรยี นยกตัวอยำ่ งอำชีพที่มีอยใู่ นปัจจุบันให้มำกที่สุด พรอ้ มนำเสนอ

โครงกำรพัฒนำอำชพี เบื้องตน้ เพอื่ ให้นกั ศึกษำรู้ถึงควำมหลำกหลำยในอำชีพ
2.ครแู จกใบควำมรู้ เร่ือง วิเครำะห์ควำมเปน็ ไปได้ของแผนอำชีพต่ำงๆ,เขยี นโครงกำรกำรพฒั นำ

อำชีพ
3.ครูใหผ้ ู้เรียนทำใบงำน เร่ือง วเิ ครำะห์ควำมเป็นไปไดข้ องแผนอำชีพตำ่ งๆแลว้ ส่งตวั แทนนำเสนอ

ผลงำน

109

ขน้ั ท่ี 3 การปฏบิ ตั ิและการนาไปใช้
1.ผ้เู รยี นนำเสนอควำมร้ทู ่ีได้รับจำกใบควำมรู้ หนังสือเรียน อนิ เตอรเ์ น็ต เรอ่ื ง วเิ ครำะห์ควำม

เป็นไปได้ของแผนอำชีพต่ำงๆ,เขียนโครงกำรกำรพฒั นำอำชีพ,โดยผเู้ รยี นสง่ ตวั แทนนำเสนอหน้ำชนั้ เรยี น
2.ครแู ละผูเ้ รยี นรว่ มกนั สรปุ เน้ือหำกำรเขียนโครงกำรพฒั นำอำชีพและกำรพัฒนำอำชพี ในทอ้ งถนิ่

ข้ันท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1.สงั เกตจำกกำรมสี ว่ นร่วมของผ้เู รยี น
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน
4.สมุดส่งงำน

สื่อการเรียนรู้
1.ใบควำมรู้ เรือ่ ง วิเครำะหค์ วำมเปน็ ไปได้ของแผนอำชีพตำ่ งๆ,เขียนโครงกำรกำรพฒั นำอำชพี
2.หนังสอื เรียน
3.อนิ เตอร์เน็ต
4.หอ้ งสมดุ ประชำชน

การวัดและประเมินผล
1.กำรมสี ่วนรว่ มในกำรทำกิจกรรมกล่มุ
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน

110

แบบทดสอบก่อนเรยี น

1. กำรพฒั นำอำชีพหมำยถงึ ข้อใดมำกที่สดุ

ก. กำรก้ำวทนั กระแสโลกในกำรทำใหส้ นิ คำ้ มีมูลคำ่ เพิ่มสูงขึ้น

ข. กำรมีควำมรู้เก่ียวกับกำรประกอบอำชีพรวมถึงทักษะประสบกำรณ์ทเี่ ป็นประโยชนใ์ นอำชพี

ค. กำรพัฒนำฝีมือตนเองให้มคี วำมสำมำรถในกำรประกอบอำชีพแข่งกับคู่ค้ำรำยอ่ืน

ง. กำรประกอบอำชีพที่มีกำรพฒั นำสินค้ำหรือผลติ ภัณฑ์ให้ตรงกับควำมตอ้ งกำรของลกู ค้ำอยูต่ ลอดเวลำ

2. ผทู้ ่ีสำเรจ็ ในกำรประกอบอำชีพควรยึดสง่ิ ใดเป็นสำคัญ

ก. ขยันอดทน ข. ตงั้ ใจทำงำน ค. หนักเบำเอำสู้ ง. ถกู ทกุ ขอ้

3. ขอ้ ใดเปน็ ผลดีในกำรประกอบอำชีพ

ก. มผี ูค้ นนบั ถือ ข. มีชอ่ื เสยี งโดง่ ดัง ค. มรี ำยไดเ้ ลี้ยงตนเองครอบครวั ง. มีสง่ิ ค้ำออกสูท่ ้องตลำด

4. กำรพฒั นำอำชพี ให้มีควำมม่นั คงควรทำอยำ่ งไร

ก. ใชว้ ัตถุดบิ ท่ีไมไ่ ด้มำตรฐำนในกำรผลติ ข. ผลิตสินคำ้ ออกมำเหมอื นเดิมไม่มกี ำรเปลีย่ นแปลง

ค. พัฒนำสนิ คำ้ ใหต้ รงกับควำมต้องกำรของลูกค้ำอยู่ตลอดเวลำ ง. ลดต้นทนุ ในกำรผลติ สินค้ำเพ่ือใหไ้ ด้กำไรเยอะ

5. ข้อใดคอื ควำมต้องกำรของผูบ้ ริโภคทำงด้ำนอำรมณห์ รือด้ำนจิตวทิ ยำ

ก. ควำมหวิ ข. กระหำย ค. กำรนอน ง. ควำมปลอดภยั

6. ก่อนเริ่มดำเนินธรุ กจิ ควรทำอะไรเป็นลำดบั แรก

ก. วำงแผน ข. หำลกู ค้ำ ค. ทำบัญชี ง. สรุปค่ำใชจ้ ่ำย

7. แผนะระยะยำวมีกำรดำเนนิ กำรกีป่ ี

ก.1 ปี ข.1-2 ปี ค.4-6 ปี ง.10-20 ปี

8.ขอ้ ใดกล่ำวถงึ ประโยชน์ของกำรวำงแผนทไี่ มถ่ ูกต้อง

ก.ชว่ ยใหม้ ีกำรตัดสนิ ใจอย่ำงมหี ลักเกณฑ์

ข.ทำใหท้ กุ สว่ นงำนมคี วำมสอดคล้องกนั

ค.กำรวำงแผนทำให้งบประมำณบำนปลำย

ง.ทำใหก้ ำรปฏิบตั งิ ำนมีประสิทธภิ ำพ

9.ขอ้ ใดคือกำรวิเครำหค์ วำมพรอ้ มของตนเอง

ก.มีงบประมำณเท่ำไร ข.วัตถุดิบในชมุ ชน

ค.แรงงำนในชุมชน ง.เคร่ืองมืออุปกรณ์

10 ข้อใดคือกำรวิเครำะหค์ วำมพรอ้ มของปัจจยั ท่ีมคี วำมสัมพันธก์ บั อำชพี

ก.มคี วำมร้อู ะไร

ข.มีงบประมำณเทำ่ ไร

ค.จัดกำรเวลำได้ขนำดใหน

ง.มีวตั ถดุ บิ ในชมุ ชนหรอื ไม่

111

ใบความรู้

เรือ่ งท่ี 1 การวิเคราะหความเปนไปไดของแผน
กำรปฏบิ ตั ิงำนขององคกรกอนทีจ่ ะทำงำนในเรือ่ งใด ไมวำจะเปนชวงเวลำทสี่ น้ั หรือยำวตอง กำหนดลวงหนำว
ำอนำคตทง้ั ใกลและไกล ตำมสภำพควำมจำเปนตำงๆเรำจะทำอะไรบำง มี ประสทิ ธิภำพและประสิทธผิ ล เพ่ือใหงำนที่
ทำบรรลุวัตถุประสงคเกิดประโยชนสูงสดุ ตอองคกรและ ประชำชนทุกดำนขององคกรจึงถกู กำหนด และออกแบบไวล
วงหนำโดย “แผน”ขององคกร แผนจึงตอง ผำนกำรวิเครำะห กำรประเมินอนำคต และกำหนดวัตถุประสงคที่พึง
ปรำรถนำ เพอื่ เตรียมรบั สถำนกำรณ ทีไ่ มแนนอน และเพ่อื ใหบคุ คลใชเปนแนวทำงในกำรปฏิบตั ิงำนวำจะทำอะไร เพอ่ื
ใคร เพรำะเหตใุ ดจงึ ตองทำและจะทำเมอ่ื ใด
ความรู้ท่วั ไปเก่ียวกบั การวางแผน กำรวำงแผนเป็นขัน้ ตอนสำคญั ทต่ี ้องกระทำก่อนกำรลงมือดำเนินงำนต่ำง
ๆ ท้ังในส่วนของชีวิต ส่วนตัวและในส่วนของกำรปฏบิ ัติงำน ทำให้กำรวำงแผนเป็นสิ่งท่ีคุ้นเคยและเคยปฏบิ ัติแม้วำ่ จะ
คุ้นเคย และเคยปฏิบัติมำก่อนในส่วนของชีวติ สว่ นตัว แต่เมื่อต้องดำเนินกำรวำงแผนในส่วนของกำรปฏิบัติงำนที่ เป็น
ทำงกำร ผู้วำงแผนหรือผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องกับกำรวำงแผน ควรศึกษำควำมรู้ท่ัวไปเก่ียวกับกำรวำงแผน ประกอบด้วย
ควำมหมำยของกำรวำงแผน ปรชั ญำของกำรวำงแผน วัตถปุ ระสงค์และควำมสำคญั ของกำร วำงแผน กำรวำงแผนและ
แผนที่ดีประโยชน์ของกำรวำงแผนและแผน และควำมผิดพลำดในกำรวำงแผน เพื่อเป็นพ้ืนฐำนให้เกิดควำมรู้ควำม
เข้ำใจกำรวำงแผน อันจะนำไปสู่กำรได้มำซ่ึงแผนงำนท่ีเหมำะสมบรรลุ ตำมเป้ำหมำยท่ีได้กำหนดไว้ ควำมหมำยของ
กำรวำงแผน คำว่ำ “กำรวำงแผน” (Planning) ไดม้ นี กั วชิ ำกำรหลำย ๆ ท่ำนไดใ้ หค้ วำมหมำยของกำรวำงแผน ไวด้ ังนี้
รตั นำ สำยคณิต (2552: หน้ำ 101) ไดใ้ หค้ วำมหมำยของกำรวำงแผนไว้วำ่ กำรวำงแผน เป็น กระบวนกำรเก่ียวกบั กำร
ระบุวัตถุประสงค์ท่ีต้องกำร กำรกำหนดกลยุทธ์ต่ำง ๆ ท่ีจะทำให้สำมำรถบรรลุ วัตถุประสงค์เหล่ำน้ันได้ และพัฒนำ
แผนงำนตำ่ ง ๆ ข้ึนมำชุดหนงึ่ เพื่อรวบรวมและประสำนงำนต่ำง ๆ ขององค์กำรเข้ำด้วยกัน สุภำพร พศิ ำลบุตร (2553:
หน้ำ 2) ได้ให้ควำมหมำยของกำรวำงแผนไว้ว่ำ กำรวำงแผน หมำยถึง วิธีกำรตัดสินใจล่วงหน้ำ เพื่ออนำคตของ
องค์กำร ซ่ึงเป็นหน้ำท่ีของกำรจัดกำรในทำงเลือกว่ำ จะให้ใครทำ อะไร ท่ีไหน อย่ำงไร มีขั้นตอนดำเนินงำน กำรใช้
ทรัพยำกร กำรบริหำร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และ เป้ำหมำยที่ต้องกำร สิน พันธ์ุพินิจ (2555: หน้ำ 12) ได้ให้
ควำมหมำยของกำรวำงแผนไว้วำ่ กำรวำงแผน หมำยถงึ กระบวนกำรตดั สินใจเลือกวธิ ีกำรดำเนนิ งำนทด่ี ีท่สี ุดล่วงหน้ำ
ด้วยควำมมีเหตุผลในกำรกำหนด วัตถุประสงค์ กำรใช้ปัจจัย และกำรปฏิบัติงำนอย่ำงเป็นระบบว่ำ จะทำอะไร ท่ีไหน
เม่อื ใด และใครเป็น ผกู้ ระทำ เพอื่ ใหบ้ รรลุผลตำมวัตถปุ ระสงค์ เพ็ญศรี ปักกะสีนัง (2556: หน้ำ 160) ได้ให้ควำมหมำย
ของกำรวำงแผนไว้ว่ำ กำรวำงแผน คอื กระบวนกำรดำเนนิ งำนทอ่ี งคก์ รหรอื หนว่ ยงำนกำหนดขน้ึ เพ่อื ปฏบิ ตั ภิ ำรกิจใด
ๆ ที่กำหนดไว้ให้บรรลุผล ในอนำคตอย่ำงมีประสิทธิภำพหรือเกิดประโยชน์สูงสุด ปรีชำ หงส์ไกรเลิศ (2557: หน้ำ 7-
18) ได้ให้ควำมหมำยของกำรวำงแผนไว้วำ่ กำรวำงแผน หมำยถึง กำรจัดทำเอกสำรท่ีระบุไว้อย่ำงชัดเจนวำ่ จะให้ใคร
ทำอะไร ท่ีไหน อย่ำงไร เมื่อใด มีข้ันตอนของ 2 กำรดำเนินงำนอย่ำงไร มีกำรประสำนงำนกันอย่ำงไร และมีกำรใช้
ทรพั ยำกร กำรบริหำร อันไดแ้ ก่ คน เงนิ และวสั ดุอปุ กรณ์อย่ำงไร เพ่ือทจ่ี ะทำให้บรรลุตำมวตั ถุประสงค์และเป้ำหมำย
ที่ต้ังไว้ Robbins, DeCenzo and Coulter (2011: p.34) ได้ให้ควำมหมำยของกำรวำงแผนไว้ว่ำ กำร วำงแผน คือ
กำรกำหนดเป้ำหมำย กำรกำหนดกลยุทธ์และกำรพัฒนำแผนย่อย เพ่ือประสำนงำนกิจกรรม Ghillyer (2012: p.50)

112

ได้ให้ควำมหมำยของกำรวำงแผนไว้ว่ำ กำรวำงแผน คือ กระบวนกำรใน กำรตัดสินใจเลือกวัตถุประสงค์ท่ีจะต้อง
ติดตำมในชว่ งเวลำในอนำคต และเพอื่ ใหบ้ รรลุวตั ถปุ ระสงค์ ดงั กล่ำว

จำกควำมหมำยดังกลำ่ วขำ้ งต้นสรปุ ได้ว่ำ กำรวำงแผน หมำยถึง กระบวนกำรซ่งึ บุคคลหรือ องค์กำรทำกำร
ตัดสนิ ใจไว้ลว่ งหนำ้ เกยี่ วกับส่ิงทจ่ี ะกระทำในอนำคต โดยอำศัยประสบกำรณแ์ ละข้อมูลใน อดตี มำประกอบกำร
ตัดสนิ ใจ เพอ่ื ให้ส่งิ นั้นบรรลุตำมวตั ถุประสงคท์ ่ีต้งั ไว้

ควำมหมำยของกำรวเิ ครำะหแผน แผน หมำยถงึ งำนทุกดำนขององคกรท่ีถกู กำหนดขนึ้ อยำงมีเหตุผล
เปนระเบยี บวิธี หรือ ข้นั ตอนทเี่ ปนระบบที่บุคลำกรใชเปนคมู ือหรือแนวทำงกำรดำเนินงำนขององคกร กำรวเิ ครำะห
หมำยถึง กำรแยกแยะรำยละเอียด ควำมเปนไปไดแลวสังเครำะห์ใหเห็น ควำมสมั พนั ธและเกิดกจิ กรรมท่มี เี ปำหมำย
ทิศทำงไปสูควำมสำเรจ็
วตั ถุประสงค์และควำมสำคัญของกำรวำงแผน
1. วตั ถุประสงคข์ องกำรวำงแผน ก่อนกำรวำงแผน ผ้วู ำงแผนจะเป็นผ้กู ำหนดวตั ถุประสงคข์ องกำรวำงแผน ซึ่ง
วัตถปุ ระสงค์ของ กำรวำงแผนในแตล่ ะครั้ง แต่ละเร่ือง หรือแตล่ ะคน อำจมวี ตั ถุประสงค์ของกำรวำงแผนท่ีเหมือนกัน
หรอื แตกตำ่ งกัน โดยทั่ว ๆ ไปวตั ถุประสงค์ของกำรวำงแผนมดี งั น้ี

1.1 เพือ่ อธบิ ำยวัตถุประสงค์และเปำ้ หมำยขององคก์ ำรให้ชัดเจน กำรที่ผ้วู ำงแผนทำกำร วำงแผน โดยมี
จุดมงุ่ หมำยเพ่ืออธิบำยวตั ถุประสงคแ์ ละเป้ำหมำยขององค์กำรใหช้ ดั เจนนัน้ ผู้วำงแผน จำเปน็ ตอ้ งมีควำมรคู้ วำมเข้ำใจ
ในองค์กำรวำ่ องค์กำรต้องกำรอะไร มีกำรกำหนดวตั ถุประสงคแ์ ละ เป้ำหมำยขององค์กำรไวอ้ ยำ่ งไร มีขอบเขตกำร
ดำเนินงำนไวม้ ำกน้อยแค่ไหน ครอบคลุมเร่ืองอะไรบ้ำง เพ่ือท่ีจะไดท้ ำกำรวำงแผน แล้วเขียนออกมำเปน็ แผนงำนที่
สำมำรถอธิบำยวตั ถุประสงค์และเป้ำหมำยได้ อยำ่ งชดั เจน มคี วำมสอดคลอ้ งและเหมำะสมกบั ส่ิงท่ีองค์กำรต้องกำร

1.2 เพือ่ กำหนดหนำ้ ที่ควำมรับผดิ ชอบของสมำชิกในองค์กำร กำรวำงแผนทีผ่ ู้วำงแผนมี จุดมุ่งหมำย เพ่ือ
กำหนดหน้ำที่ควำมรับผดิ ชอบของสมำชิกในองค์กำร ผู้วำงแผนจำเปน็ ต้องทรำบเกีย่ วกับ ตำแหนง่ งำนตำ่ ง ๆ ใน
องค์กำร รวมถึงคำบรรยำยลกั ษณะงำนในแต่ละตำแหน่งงำนนัน้ ๆ เป็นอยำ่ งดี จงึ จะสำมำรถใช้กำรวำงแผน มำเปน็
ตวั กำหนดหนำ้ ทคี่ วำมรบั ผิดชอบของสมำชิกในองค์กำรให้เกดิ ควำม เหมำะสม เนื่องจำกกำรวำงแผนจะบอกใหท้ รำบ
ว่ำในองค์กำรมีกจิ กรรมอะไรบ้ำง ในแตล่ ะตำแหน่งงำน มีหนำ้ ท่แี ละควำมรบั ผิดชอบอะไร และใครเปน็ ผ้รู บั ผิดชอบ
งำนในตำแหน่งต่ำง ๆ

1.3 เพือ่ ป้องกนั ปัญหำท่ีอำจจะเกิดขนึ้ ในอนำคต ปัญหำที่อำจจะเกดิ ข้นึ ในอนำคตเปน็ ปัญหำทย่ี งั ไมไ่ ด้
เกดิ ข้นึ ดังนั้น กำรวำงแผนที่ผ้วู ำงแผนท่ีมจี ุดมงุ่ หมำยเพ่ือปอ้ งกนั ปัญหำที่อำจจะเกดิ ข้ึนใน อนำคต ผ้วู ำงแผน
จำเปน็ ตอ้ งมวี สิ ัยทัศนท์ ี่ดี สำมำรถคำดกำรณถ์ ึงปัญหำท่ีอำจจะเกดิ ขึน้ ในอนำคตได้ อยำ่ งแม่นย ำ จึงจะสำมำรถนำกำร
วำงแผนไปใชใ้ นกำรปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ กดิ ปญั หำน้นั ๆ หรือกำหนดวธิ กี ำร แก้ไขไว้ลว่ งหนำ้ หำกไมส่ ำมำรถหลกี เลี่ยงปัญหำ
น้นั ๆ ไดใ้ นอนำคต

1.4 เพือ่ วำงกรอบและแนวทำงในกำรปฏบิ ัติงำนอย่ำงมีขั้นตอนทช่ี ดั เจน ผวู้ ำงแผนท่มี ี จุดมุ่งหมำยเพื่อวำง
กรอบและแนวทำงในกำรปฏิบัตงิ ำนอย่ำงมีขัน้ ตอนทช่ี ัดเจน จำเป็นตอ้ งมีควำมร้คู วำม เขำ้ ใจในขั้นตอนกระบวนกำร
ดำเนนิ งำนขององค์กำรเปน็ อย่ำงดี ซ่งึ กำรวำงแผนจะระบุทิศทำงและ ขอบเขตกำรทำงำนไว้อย่ำงชัดเจนและเปน็
ลำดับขน้ั ตอน ก่อทำให้เกิดควำมสะดวกต่อกำรปฏบิ ตั ิงำนใน องค์กำร

113

1.5 เพอื่ กำรควบคุมกำรดำเนินงำนใหเ้ กิดประสทิ ธภิ ำพ กำรวำงแผนทม่ี ีจดุ มุง่ หมำยเพ่ือ กำรควบคมุ กำร
ดำเนินงำนใหเ้ กิดประสิทธภิ ำพ ผู้วำงแผนจำเป็นต้องทรำบเกยี่ วกบั ขน้ั ตอนกำรดำเนนิ งำน และงำนกิจกรรมต่ำง ๆ ท่ี
องค์กำรตอ้ งดำเนินงำนเป็นอย่ำงดี ซง่ึ กำรวำงแผนจะมีข้ันตอนของกำร ตรวจสอบขั้นตอนกำรดำเนนิ งำนทเ่ี หมำะสม
และสอดคล้องกับกำรปฏบิ ตั ิงำน อนั ก่อให้เกิดกำรควบคมุ กำรดำเนินงำนท่มี ปี ระสทิ ธิภำพ 9
2. ควำมสำคัญของกำรวำงแผน กำรวำงแผนมคี วำมสำคญั ต่อองค์กำรและเป็นหนำ้ ท่ีท่ีสำคัญทผี่ ูบ้ รหิ ำร ผ้ทู ่เี กี่ยวข้อง
และ ผู้วำงแผนต้องดำเนินกำรกอ่ นที่จะลงมือปฏบิ ัตงิ ำน ดังนั้น กำรวำงแผนจึงมีควำมสำคัญในประเด็นตำ่ ง ๆ (ปรบั
จำก ปรชี ำ หงส์ไกรเลศิ , 2557: หน้ำ 7-8,7-9) ดังนี้

2.1 กำรวำงแผนเปน็ กำรป้องกนั ส่ิงทค่ี ำดว่ำจะเกิดในอนำคต เนื่องจำกกำรวำงแผนเปน็ กำรคำดกำรณ์ว่ำใน
อนำคตจะเกดิ อะไร แลว้ ควรทำอยำ่ งไรเม่ือเกิดเหตกุ ำรณต์ ำมท่คี ำด ตวั อยำ่ งเช่น บรษิ ทั แห่งหนง่ึ คำดกำรณ์วำ่ ในปีพ.ศ.
2561 ลกู ค้ำจะมคี วำมต้องกำรซ้อื สนิ ค้ำของบริษทั เพิ่มมำกข้นึ 20% จำกยอดขำยในปีพ.ศ.2560 บรษิ ัทจงึ ได้ทำกำร
วำงแผนเพอื่ จัดเตรียมสินคำ้ ให้มีปริมำณท่ีเพยี งพอและ สอดคล้องกับควำมต้องกำรซ้ือสนิ คำ้ ของลูกค้ำในอนำคต หำก
บรษิ ัทไม่มีกำรวำงแผนดงั กลำ่ ว ในปีพ.ศ. 2561บรษิ ทั จะมีสินค้ำไม่เพียงพอจำหน่ำยตำมควำมตอ้ งกำรของลกู ค้ำ ทำ
ให้บริษัทสญู เสียโอกำสทำง กำรตลำดและสูญเสยี ลกู ค้ำ

2.2 กำรวำงแผนเปน็ กำรลดปัญหำควำมยุ่งยำกและควำมไม่แน่นอนในอนำคต องค์กำร จำเป็นตอ้ งมีกำร
เตรยี มตวั ใหส้ ำมำรถปรับตวั เผชญิ กบั ควำมเปลยี่ นแปลงในอนำคต ซงึ่ เกิดจำกกำร เปลย่ี นแปลงของสภำพแวดลอ้ มตำ่ ง
ๆ ถ้ำองคก์ ำรไม่มีกำรวำงแผน อำจทำให้องค์กำรนัน้ ไม่สำมำรถ ปรับตัวได้และประสบกับปัญหำควำมยงุ่ ยำกต่ำง ๆ
ตำมมำในอนำคต ตัวอยำ่ งเช่น บรษิ ทั ได้มกี ำรวำงแผน ยกสินคำ้ ข้นึ ท่สี งู ในช่วงฤดฝู นเพ่ือปอ้ งกนั ปัญหำควำมเสียหำย
ของสินค้ำที่อำจจะเกิดจำกน้ำท่วมเมือ่ มีฝน ตกหนกั หำกบรษิ ทั ไม่มีกำรวำงแผนดังกลำ่ วเมื่อเกิดเหตุนำ้ ท่วม สินค้ำของ
บรษิ ทั จะเสยี หำยสรำ้ งควำม สูญเสยี ให้กบั บรษิ ัท

2.3 กำรวำงแผนเปน็ กำรดำเนินกำรใหบ้ รรลุตำมเป้ำหมำยและวตั ถปุ ระสงค์ขององค์กำร อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ
กำรวำงแผนช่วยให้องค์กำรสำมำรถดำเนนิ งำนเป็นไปตำมเปำ้ หมำยและวัตถปุ ระสงค์ ที่กำหนดไว้อย่ำงมีขนั้ ตอนที่
ชดั เจนและเหมำะสมตำมสภำวกำรณ์นนั้ ตวั อยำ่ งเช่น บริษัทมีเป้ำหมำยใน กำรพัฒนำศักยภำพของพนกั งำนด้ำนกำร
ให้บรกิ ำรลกู ค้ำ จงึ ได้ทำกำรวำงแผนจดั ฝึกอบรมด้ำนกำร ใหบ้ รกิ ำรลกู คำ้ แก่พนักงำนของบริษทั เพอื่ ให้พนักงำนมี
ควำมรคู้ วำมเข้ำใจในด้ำนกำรใหบ้ รกิ ำรลกู ค้ำเพิ่ม มำกขนึ้

2.4 กำรวำงแผนเป็นกำรลดกำรทำงำนที่ซ้ำซ้อนและสบั สน กำรวำงแผนชว่ ยใหอ้ งค์กำร ทรำบว่ำตอ้ งทำอะไร
เมือ่ ไร อยำ่ งไร ใครเป็นผรู้ ับผิดชอบในส่วนใดงำนใด ดังน้ันองค์กำรท่ีมีกำรวำงแผน จะสำมำรถมองเห็นภำพรวมในกำร
ทำงำนทชี่ ัดเจน ทำให้เกิดควำมชัดเจนในกำรดำเนินงำน ตัวอย่ำงเชน่ บริษัทแหง่ หนึ่งมีกำรวำงแผนพำพนักงำนไป
ทศั นศึกษำนอกสถำนที่ จึงได้กำหนดหนำ้ ท่คี วำมรบั ผิดชอบใน แต่ละสว่ นให้แก่พนักงำนแต่ละคน เพอื่ ให้พนักงำนแต่
ละคนทรำบถึงบทบำท หนำ้ ที่และควำมรับผดิ ชอบ ในกำรไปทศั นศึกษำครัง้ น้ี จงึ ไดว้ ำงแผนมอบหมำยให้พนักงำนคน
ที่ 1 รบั ผิดชอบดแู ลเรื่องพำหนะเดินทำง พนกั งำนคนท่ี 2 รับผิดชอบดูแลเรอื่ งทพ่ี ักและอำหำร พนักงำนคนที่ 3
รบั ผดิ ชอบประสำนสถำนที่ศกึ ษำ ดูงำน พนักงำนคนที่ 4 รับผดิ ชอบดูแลเรอื่ งงบประมำณ กำรมอบหมำยงำนดังกลำ่ ว
ทำใหผ้ ู้บรหิ ำร และ 10 พนกั งำนคนอ่ืน ๆ ทรำบล่วงหนำ้ ว่ำใครเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบในสว่ นใดงำนใด เมื่อตอ้ งกำรติดต่อ
หรือตดิ ตำมก็ สำมำรถดำเนนิ กำรได้อยำ่ งมีประสิทธภิ ำพ

114

2.5 กำรวำงแผนเป็นกำรใช้ทรัพยำกรในองค์กำรอย่ำงมีประสิทธิภำพ กำรวำงแผนทำให้ องค์กำรทรำบ
ควำมสำคัญก่อนหลังของกำรใช้ทรัพยำกรท่ีมีอยู่ในองค์กำรว่ำ ควรให้ควำมสำคัญกับงำนใด ก่อนงำนใดหลัง
ตัวอย่ำงเช่น บริษัทมีรถยนต์ 1 คัน แต่มีพนักงำนขำย 2 คน พนักงำนขำยทั้งสองคนเวลำ ออกไปพบลูกค้ำต้องใช้
รถยนต์ บริษัทจึงให้พนักงำนขำยท้ังสองคนไปร่วมกันกำรวำงแผนกำรใช้รถยนต์ใน ออกไปพบลูกค้ำซึ่งได้แผนกำรใช้
รถยนต์ดังนี้ พนักงำนคนท่ี 1 จะใช้รถยนต์ออกไปพบลูกค้ำในวันจันทร์ วันพุธ และศุกร์พนักงำนคนที่ 2 จะใช้รถยนต์
ออกไปพบลกู คำ้ ในวนั อังคำร วันพฤหสั บดี และวันเสำร์ส่วน ในวนั ท่พี นักงำนขำยไมไ่ ด้ออกไปพบลูกคำ้ ใหพ้ นักงำนขำย
เตรียมเอกสำรหรือทำรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำน ซึ่งจำกกำรวำงแผนข้ำงต้นส่งผลใหบ้ ริษัทมีกำรใช้ทรัพยำกร(รถยนต์)
อย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ

2.6 กำรวำงแผนก่อให้เกดิ กำรประหยดั เนือ่ งจำกกำรวำงแผนชว่ ยลดกำรซำ้ ซ้อนของ งำนทำใหอ้ งคก์ ำรมีกำร
ใช้ทรัพยำกรอย่ำงมีประสิทธิภำพ ตัวอย่ำงเช่น บริษัทมีกำรวำงแผนแบ่งพื้นที่กำร สำรวจตลำดเพ่ือไปพบปะลูกค้ำ
ออกเปน็ 3 โซนได้แก่ โซน A โซน B และโซน C และแบ่งพนักงำนที่ต้องลง ไปสำรวจตลำดออกเป็น 3 กลุม่ คอื กลุ่มสี
แดง กลุ่มสีเขียว และกลุ่มสีเหลือง โดยกำหนดให้พนักงำนแต่ละ กลุ่มรับผิดชอบสำรวจตลำดในพื้นท่ีแต่ละโซนตำมท่ี
ได้รับมอบหมำยดังนี้ กลุ่มสีแดง ได้รับมอบหมำยให้สำรวจตลำดโซน A กลุ่มสีเขียว ได้รับมอบหมำยให้สำรวจตลำด
โซน B กลุ่มสีเหลือง ได้รับมอบหมำยให้สำรวจตลำดโซน C จำกกำรวำงแผนดังกล่ำว ทำให้พนักงำนในแต่ละกลุ่ม
ทรำบถงึ พน้ื ทก่ี ำรสำรวจตลำดทีไ่ ด้ รับผิดชอบไมไ่ ปลงพืน้ ที่ทับซ้อนกบั กล่มุ อื่น ๆ และยงั ชว่ ยใหผ้ ู้บริหำรสำมำรถกำกับ
ดูแล รวมถึงกำรติดตำม กำรปฏบิ ัติงำนได้อย่ำงมีประสิทธภิ ำพเพรำะทรำบวำ่ กลุ่มไหนดูแลพ้ืนท่ีไหน กำรวำงแผนและ
แผนที่ดี กำรจะได้มำซ่ึงกำรวำงแผนและแผนที่ดี ผู้บริหำร ผู้วำงแผน และผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องควรทรำบ เกี่ยวกับ
องค์ประกอบของกำรวำงแผน ลักษณะสำคัญของกำรวำงแผนและแผน ลักษณะของกำรวำงแผน และแผนท่ีดี รวมถึง
ข้อดีและข้อจำกัดของกำรวำงแผนและแผน ดังน้ี 1. องค์ประกอบของกำรวำงแผน กำรวำงแผนที่ดีนั้น จะต้อง
ประกอบดว้ ยองค์ประกอบทช่ี ัดเจนและมีควำมต่อเนื่องกันเป็นลำดับ ทงั้ นเ้ี พอื่ ให้ผู้ใชแ้ ผนมีควำมเข้ำใจและปฏิบัติตำม
แผนได้โดยงำ่ ย ตำมแนวคดิ ของ Ackoff ไดจ้ ำแนก องคป์ ระกอบของกำรวำงแผนไวด้ ังนี้ 11 1.1 จุดหมำย (Ends) เป็น
องค์ประกอบท่ีแสดงถึงวัตถปุ ระสงคค์ วำมมุ่งหวงั หรือ จดุ มุ่งหมำยของแผนทไ่ี ด้กำหนดข้นึ โดยอำจชสี้ ภำพปัญหำหรือ
ควำมเป็นมำหรือภูมิหลังที่ต้องทำให้มีกำร วำงแผนและรวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจำกกำรวำงแผนนั้น 1.2 วิธีกำร
(Means) เปน็ องคป์ ระกอบท่ีแสดงถึงกำรนำข้อมลู มำวิเครำะห์แล้วกำหนดเป็น ทำงเลือกไวห้ ลำยทำงเลือกเพ่ือนำไปสู่
กำรปฏิบัตใิ ห้บรรลถุ ึงจุดหมำยท่ไี ดก้ ำหนดไว้แล้วเป็นองค์ประกอบแรก 1.3 ทรพั ยำกร (Resources) เป็นองคป์ ระกอบ
ทแ่ี สดงถึงประเภทปริมำณและคุณภำพของ ทรพั ยำกรเชน่ คน เงนิ วัสดอุ ุปกรณ์และวิธีกำรที่จะต้องจดั สรรให้กับวิธีกร
หรือทำงเลือกที่ได้กำหนดไว้ 1.4 กำรนำแผนไปใช้ (Implementation) เป็นองค์ประกอบที่ระบุถึงวิธีกำรหรือกำร
ตัดสินใจเพ่ือเลือกทำงเลือกหรือแนวทำงที่ดีที่สุดในกำรปฏิบัติให้เป็นไปตำมแผนและวัตถุประสงค์ของแผน ซึ่งได้
กำหนดไว้ทำงเลือกในกำรดำเนินงำนจะต้องมีลักษณะที่ประหยัดและให้ผลประโยชน์ท่ีเหมำะสม จึง จะถือว่ำเป็น
ทำงเลือกและกำรดำเนินงำนที่ดี 1.5 กำรควบคุม (Control) เป็นองค์ประกอบที่แสดงถึงกำรตรวจสอบและกำร
ประเมินผลกำรดำเนนิ งำนของแผนว่ำเปน็ ไปดว้ ยดีมีประสิทธิภำพมำกน้อยเพียงใด มีปญั หำอปุ สรรค อย่ำงไรบ้ำง และ
มีกำรปรับปรุงหรือหำทำงปรับปรุงแก้ไขอย่ำงไร กำรควบคุมจะต้องเป็นไปทุกขั้นตอนทุก ระยะกำรดำเนินงำนและ
เปน็ ไปอยำ่ งตอ่ เน่ือง 2. ลักษณะสำคญั ของกำรวำงแผนและแผน กำรวำงแผนและแผน มีลกั ษณะสำคญั หลำยประกำร
(ปรับจำก สุภำพร พิศำลบุตร, 2553 : หน้ำ 15-17 และสิน พันธุ์พินิจ, 2555 : หน้ำ 66-67 ) ดังน้ี 2.1 กำรวำงแผน

115

เป็นกระบวนกำร กำรวำงแผนเป็นกำรดำเนินงำนที่เป็นขั้นเป็นตอนท่ี ชัดเจนมีลำดับก่อนหลังและมีควำมต่อเนื่องกัน
ตัวอย่ำงเช่น กำรวำงแผนจัดอบรมคอมพิวเตอร์ให้กับ พนักงำนขององค์กำร ผู้วำงแผนต้องมีกำรกำหนดข้ันตอนกำร
ทำงำนก่อนว่ำ ควรทำอะไรก่อนทำอะไรหลัง เชน่ ควรกำหนดหัวข้อกำรอบรมก่อนท่ีจะเชิญวิทยำกร 2.2 กำรวำงแผน
เป็นกำรจัดเตรียม กำรวำงแผนต้องมีกำรเตรียม ส่ิงของต่ำง ๆ ที่จำเป็น ให้พร้อม ตัวอย่ำงเช่น กำรวำงแผนผลิตเก้ำอี้
ไม้ ผู้วำงแผนจำเป็นต้องมีกำรเตรียมทรัพยำกรในกำรผลิต เก้ำอี้ไม้ เช่น แรงงำน และไม้สำหรับทำเก้ำอ้ีเป็นต้น 2.3
กำรวำงแผนเป็นชุดหน่ึง กำรวำงแผนแต่ละครั้งแผนงำนที่ได้ไม่ว่ำจะนำแผนงำนนั้น ไปปฏิบัติหรือไม่ได้นำแผนนั้นไป
ปฏิบัติก็ตำม เมื่อเวลำผ่ำนไปไม่สำมำรถนำแผนงำนเดิมมำใช้ได้ ตัวอย่ำงเช่น ปีพ.ศ. 2557 บริษัท ก วำงแผนก่อสร้ำง
ตึก 10 ช้ันได้แผนงำนก่อสร้ำงตึก 10 ช้ัน แต่ปรำกฏ ว่ำปีพ.ศ. 2557 ไม่ได้ดำเนินกำรก่อสร้ำงตึกตำมแผนงำนท่ีได้
กำหนดไว้ต่อมำในปีพ.ศ. 2558 บริษัท ก ต้องกำรจะสร้ำงตึก 10 ช้ันอีก บริษัท ก ไม่สำมำรถนำแผนงำนก่อสร้ำงตึก
10 ช้ันเดิม (แผนงำนก่อสร้ำง ตึก 10 ช้ัน ในปีพ.ศ.2557) มำใช้ได้แม้ว่ำจะเป็นกำรสร้ำงตึก 10 ชั้นเหมือนกัน เพรำะ
เมื่อเวลำผ่ำนไปสภำวะ แวดล้อมต่ำง ๆ ก็อำจจะมีกำรเปลี่ยนแปลงไปจำกเดิม ดังน้ัน บริษัท ก จึงต้องดำเนินกำร
วำงแผนก่อสร้ำง 12 ตึก 10 ช้ันใหม่ โดยอำจจะใช้ข้อมูลจำกแผนงำนเดิมในปีพ.ศ. 2557 มำใช้เป็นข้อมูลประกอบใน
กำร วำงแผนคร้ังใหม่ 2.4 กำรวำงแผนเป็นกำรตัดสินใจเพื่อกำรกระทำ กำรวำงแผนเป็นเร่ืองของกำรตัดสินใจ ของ
ผ้บู รหิ ำร ดงั น้นั ผู้วำงแผนตอ้ งมีกำรตัดสินใจเลือกทำงเลือกใดทำงเลือกหน่ึงจำกทำงเลือกทง้ั หมด กำร วำงแผนจะมุ่งสู่
กำรกระทำเป็นหลัก ตัวอย่ำงเช่น บริษัทสยำม วำงแผนจะพำพนักงำนไปดูงำนนอกสถำนที่ บริษัทสยำมต้องตัดสินใจ
เลือกว่ำจะพำพนักงำนไปดูงำนท่ีภำคไหน จังหวัดไหน ท่ีไหน เมื่อไร เป็นต้น 2.5 กำรวำงแผนเป็นเร่ืองในอนำคต โดย
ใชข้ อ้ มูลจำกอดตี และปัจจุบัน กำรวำงแผนเปน็ กำรกำหนดว่ำควรทำอย่ำงไรในสิ่งที่คำดว่ำจะเกิดขึ้นในอนำคต โดยใช้
ข้อมูลจำกอดีตและปัจจุบัน ดังนั้น ในกำรวำงแผนจึงเป็นกำรวำงกำรกระทำในอนำคต ซ่ึงจะเป็นอนำคตอันใกล้หรือ
ไกลขึน้ กับเร่อื งที่วำงแผน วำ่ เป็นเร่อื งใด 2.6 กำรวำงแผนเป็นกำรมงุ่ สู่กำรทำใหบ้ รรลุผลตำมวัตถุประสงค์กำรวำงแผน
เป็นกำร กำหนดเป้ำหมำยและวิธีกำรไปสู่เป้ำหมำย กำรวำงแผนช่วยทำให้ผู้วำงแผนบรรลุตำมวัตถุประสงค์และ
เป้ำหมำยท่ีคำดหวัง ผู้วำงแผน โดยท่ัวไปจะวำงแผนให้สอดคล้องกับเป้ำหมำยและวัตถุประสงค์ท่ีต้องกำร
กระบวนกำรวำงแผนจะไม่สำมำรถดำเนินกำรได้ ถ้ำขำดเป้ำหมำยและวัตถุประสงค์ เป็นตัวกำหนดทิศทำง ในกำร
วำงแผน 2.7 กำรวำงแผนเป็นกำรใช้วิธีกำรท่ีให้ผลงำนสงู กำรวำงแผนจะมีทำงเลือกมำกกว่ำหน่ึง ทำงเลือก เพื่อให้ผู้
วำงแผนตดั สินใจเลือกทำงเลือกท่ีดีทส่ี ดุ เสมอ ดังน้นั กำรพจิ ำรณำตัดสินใจเลือก ทำงเลือกจำกหลำยทำงเลือก จะทำให้
ผู้เลอื กมโี อกำสเลอื กทำงเลือกท่ดี ที ี่สดุ ในทำงเลอื กท่มี ีทง้ั หมดใน ขณะนนั้

ประเภทของแผน 1. แผนระยะยำว เป นแผนที่มีขอบข ำยกว ำงมีควำมยืดหยุ นสูง มีระยะเวลำตั้ง
แต 10 - 20 ป 2. แผนระยะปำนกลำง เป นแผนท่ีมีควำมแน นอนและเฉพำะเจำะจงมำกกว ำแผนระยะยำว
มรี ะยะเวลำ 4 -6 ป 3. แผนระยะสั้น เปนแผนที่สำมำรถดำเนนิ กำรใหสำเร็จไดในเวลำอันสนั้ อยูที่องคกรกำหนด กำรวิ
เครำะหควำมเปนไปไดของแผนในเรื่องนี้ เปนกำรนำแผนตำง ๆ ท่ีไดจัดทำไวในบท กอนหนำนี้ ไดแก แผนกำร
พัฒนำกำรตลำด แผนพัฒนำกำรผลิตหรือกำรบริกำร กำรพัฒนำธุรกิจเชิงรุก นำมำวิเครำะห อีกคร้ังหนึ่ง เพ่ือ
ตรวจสอบควำมเปนไปไดกอนท่ีจะเขียนเปนโครงกำร เชน แผนพัฒนำ กำรผลิตในกำรปลูกผักเกษตรอินทรีย มี
ตรวจสอบควำมเปนไปไดจำกกำรทำปุยหมัก มำเปนกำรปลูกปุย พืชสดแลวไถกลบ เนอ่ื งจำกมคี วำมเปนไปไดมำกกวำ
เพรำะไมตองจัดหำวัสดทุ ำปุยหมักทไ่ี มมีใน ทองถนิ่ ทัง้ ยงั ตองเสียคำขนสงทำใหตนทนุ สูงขนึ้

116

เรอื่ งที่ 2 การเขียนโครงการพฒั นาอาชีพใหมอี ยมู ีกิน
1. หลักกำรเขยี นโครงกำรพฒั นำอำชพี กำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชีพ มีข้นั ตอนกำรดำเนินงำน 2 ขั้นตอน ดังน้ี
ข้ันตอนที่ 1. กอนเขียนโครงกำร กอนกำรเขยี นโครงกำรจะตองทำควำมเขำใจหำขอมูลและแผนตำง ๆ เพื่อนำมำใชใน
กำร จดั ทำรำยละเอียดของโครงกำรซ่ึงเปนขั้นตอนทสี่ มั พันธกนั มีลักษณะดงั น้ี

1. มีควำมทันสมยั สอดคลองกับควำมตองกำร
2. มีควำมถูกตอง
3. ขอมลู มีควำมเปนไปได
4. มีควำมกระชับ
5. มีควำมสมบรู ณในเนื้อหำ เชน
ข้ันตอนที่ 2 กำรเขียนโครงกำร องคประกอบของโครงกำรประกอบดวย 12 หวั ขอ ดังนี้
1. โครงกำรอะไร (ชอ่ื โครงกำร)
2. ทำไมตองทำโครงกำร ( หลักกำรและเหตผุ ล)
3. ทำเพอ่ื อะไร (วัตถุประสงค )
4. ทำเพอื่ ใคร,อะไร,ในปรมิ ำณเทำไร (เปำหมำย)
5. ทำอยำงไร (วธิ ีดำเนนิ งำน)
6. ใครทำ (ผูรับผิดชอบโครงกำร)
7. ใชงบประมำณเทำไร (งบประมำณ แหลงท่มี ำ)
8. ทำท่ไี หน (พนื้ ทด่ี ำเนินกำร)
9. ทำเมือ่ ไร นำนเทำใด ( ระยะเวลำดำเนินกำร)
10. เม่ือเสรจ็ สน้ิ โครงกำรแลวจะไดอะไร (ประโยชนทค่ี ำดวำจะไดรับ)
11. ชุมชนจะไดรับอะไร (ดัชนชี ี้วัดควำมสำเรจ็ ของโครงกำร)
12. ทำไดบรรลุวัตถุประสงคและเปำหมำยหรือไม (กำรประเมินโครงกำร)

117

ตวั อยำง
สกดั สำรธรรมชำติปองกันกำจัดศัตรพู ืชจำกสมุนไพร
1. ชอ่ื โครงกำร เรอ่ื ง กำรพฒั นำสำรธรรมชำติปองกันกำจัดศตั รูพชื จำกสมนุ ไพร
2. หลกั กำรและเหตผุ ล ในกำรทำกำรเกษตรของเกษตรกร สวนใหญจะมกี ำรใชสำรเคมีในกำรปองกนั กำจัดศตั รูพืชกัน
มำก ซึ่งสำรเคมเี หลำนกี้ อใหเกดิ มลภำวะเปนพิษ กระทบตอสภำพแวดลอมและชวี ติ ควำมเปนอยูของ เกษตรกร คือ
เสย่ี งตอกำรเปนมะเรง็ สูงมำกเกษตรกรเริ่มตระหนักถงึ ผลทเ่ี กดิ ขึน้ กับสมำชกิ ในครอบครวั ทีม่ ีสุขภำพเส่ือมโทรม รวม
ท้ังสงผลตอผลผลิตกำรเกษตรที่เปนสนิ คำสงออกไปตำงประเทศเน่ืองจำก สำรพิษตกคำงทม่ี เี กินกวำคำควำมปลอดภัย
นอกจำกน้แี ลว สำรเคมที ำงกำรเกษตรทีส่ ังเครำะหขนึ้ ยงั ทำ ใหศัตรูธรรมชำตลิ ดนอยลงและประสิทธภิ ำพในกำร
ทำลำยแมลงศัตรูพชื ก็ลดลง เน่อื งจำกเกิดกำร ตำนทำนของโรคและแมลงศตั รูพืช ดงั นั้น เพื่อเปนกำรแกปญหำที่
เกดิ ขึ้นจำกกำรใชสำรเคมที ำง กำรเกษตรชนดิ สังเครำะหจงึ ตองหำสง่ิ ทดแทน คือ สำรธรรมชำตจิ ำกพืชท่ีมศี ักยภำพใน
กำรปองกนั กำจัดศัตรูพืช ซ่ึงมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. เกษตรกรสำมำรถทำใชเองได 2. สำมำรถสลำยตวั ไดเร็วไมกอปญหำ
สำรพษิ ตกคำงในพชื และสิง่ แวดลอม 3.ไมเกิดปญหำส่ิงแวดลอมเปนพิษ 4. ไมทำใหโรคแมลงสรำงควำมตำนทำนได
เรว็ กวำสำรสังเครำะหจึงไดจัดใหมีกำรถำยทอด เทคโนโลยี เร่อื งกำรปลูกสมนุ ไพรปองกันกำจัดศตั รูพืช เพื่อนำสำร
ธรรมชำติจำกพืชสมนุ ไพรชนิดตำง ๆ มำ สกดั สำรออกฤทธ์ิที่สำมำรถใชปองกันกำจัดศัตรูพชื แทนกำรใชสำรเคมี
สงั เครำะห
3. วตั ถุประสงค
3.1 เพอ่ื พฒั นำพชื สมนุ ไพรสำหรับปองกันกำจดั ศัตรูพืช
3.2 สำมำรถสกัดสำรธรรมชำตจิ ำกพืชสมุนไพรได
3.3 เพื่อใหใชสำรสกัดสมนุ ไพรไดถกู ตอง
4. เปำหมำย หมบู ำนทำขำมพัฒนำสำรธรรมชำติ ในกำรปองกนั กำจัดศตั รูพืชจำกสมุนไพร จำนวน 26 ครอบครวั ให
แลวเสร็จภำยในเดือนกันยำยน 2554
5. วิธดี ำเนินงำน
5.1 ประชมุ ประสำนงำนทุกฝำยที่เกยี่ วของจดั ทำรำงโครงกำร
5.2 ศกึ ษำดูงำนผูท่ปี ระสบควำมสำเรจ็ หรือหนวยงำนตำง ๆ เกี่ยวกบั กำรสกัดสำรธรรมชำติ
5.3 เปดเวทีสัมมนำแลกเปลย่ี นเรียนรูซ่งึ กันและกนั
5.4 ดำเนินกำรโดยใหแตละคนไปปฏิบตั ิจรงิ ยงั แปลงของตนเอง
5.5 แตละคนนำผลกำรดำเนินงำนมำสมั มนำแลกเปลยี่ นเรียนรูซึง่ กันและกนั
5.6 แตละคนบนั ทกึ สรุปเปนควำมรูของตนเองหำรือพฒั นำตอไป
6. ผรู ับผิดชอบโครงกำร 1. นำยดี เดือด 2. นำยสม จริงๆ 3. นำยแกว ดวงใจ
7. งบประมำณ 5,000 บำท เปนคำใชจำยดังน้ี
1. กำรไปศึกษำดูงำน 4,000 บำท
2. คำวสั ดฝุ กในกำรสำธิต 1,000 บำท
8. พนื้ ท่ีดำเนินกำร หองประชมุ กศน.ตำบล............อำเภอ........จงั หวดั ...

118

9. ระยะเวลำดำเนนิ กำร วันท่ี 1 .เดอื นพฤษภำคม พ.ศ2554 ถงึ วนั ที่ 30 เดือนกนั ยำยน พ.ศ. 2554
10. ประโยชนทค่ี ำดวำจะไดรับ

10.1 มกี ำรพัฒนำพืชสมุนไพรสำหรับปองกนั กำจดั ศตั รูพืช
10.2 สำมำรถสกดั สำรธรรมชำติจำกพชื สมุนไพร
10.3 ใชสำรสกัดสมนุ ไพรไดถูกตอง
11. ดชั นีชี้วดั ควำมสำเร็จของโครงกำร สำมำรถสกดั สำรธรรมชำตจิ ำกพชื สมนุ ไพร และนำออกไปใชเพื่อปองกนั กำจดั
ศัตรูพืชไดอยำงนอย 1 ชนดิ
12. กำรประเมินโครงกำร - สมั ภำษณผูเกยี่ วของเพอื่ ตรวจสอบควำมเปนไปไดของโครงกำร

ใบงำนที่ 1 กำรเขยี นโครงกำรพฒั นำอำชีพใหมีอยูมีกิน
คำสง่ั ใหผูเรียนเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชีพใหมีอยูมีกนิ ของทำนหรืออำชีพท่สี นใจ จำนวน 1
โครงกำร ..................................................................................................................................................................... ....
.............................................................................................................................................................. ... .......................
.............................................................................................................................................. ..........................................
........................................................................................................................... . ............................................................
........................................................................................................ ................................................................................
..................................................................................... ...................................................................................................
.................................................................. ......................................................................................................................
............................................... .........................................................................................................................................
............................ .................................................................................................................. ..........................................
......... ..................................................................................................................................................................... .........
............................................................................................................................................................ ............................
......................................................................................................................................... ...............................................

119

แบบทดสอบหลังเรียน

1. กำรพฒั นำอำชีพหมำยถงึ ข้อใดมำกทสี่ ดุ

ก. กำรก้ำวทนั กระแสโลกในกำรทำใหส้ นิ ค้ำมมี ลู คำ่ เพ่ิมสูงข้ึน

ข. กำรมีควำมรูเ้ กยี่ วกับกำรประกอบอำชีพรวมถงึ ทักษะประสบกำรณ์ทเ่ี ป็นประโยชน์ในอำชีพ

ค. กำรพัฒนำฝมี ือตนเองให้มีควำมสำมำรถในกำรประกอบอำชีพแข่งกับคู่คำ้ รำยอ่ืน

ง. กำรประกอบอำชีพท่ีมกี ำรพฒั นำสนิ คำ้ หรือผลติ ภัณฑ์ใหต้ รงกบั ควำมตอ้ งกำรของลกู ค้ำอยู่ตลอดเวลำ

2. ผูท้ ส่ี ำเรจ็ ในกำรประกอบอำชพี ควรยึดสิ่งใดเป็นสำคัญ

ก. ขยันอดทน ข. ตั้งใจทำงำน ค. หนักเบำเอำสู้ ง. ถูกทกุ ขอ้

3. ข้อใดเป็นผลดใี นกำรประกอบอำชีพ

ก. มีผ้คู นนับถือ ข. มีชือ่ เสียงโด่งดัง ค. มีรำยไดเ้ ลย้ี งตนเองครอบครวั ง. มสี ่งิ คำ้ ออกสู่ท้องตลำด

4. กำรพัฒนำอำชพี ให้มีควำมมนั่ คงควรทำอยำ่ งไร

ก. ใชว้ ัตถุดิบทไี่ ม่ได้มำตรฐำนในกำรผลิต ข. ผลิตสินค้ำออกมำเหมอื นเดิมไมม่ กี ำรเปลย่ี นแปลง

ค. พฒั นำสินค้ำให้ตรงกับควำมต้องกำรของลกู ค้ำอยู่ตลอดเวลำ ง. ลดตน้ ทนุ ในกำรผลติ สนิ ค้ำเพ่อื ให้ไดก้ ำไรเยอะ

5. ข้อใดคอื ควำมต้องกำรของผู้บรโิ ภคทำงดำ้ นอำรมณ์หรือด้ำนจติ วทิ ยำ

ก. ควำมหิว ข. กระหำย ค. กำรนอน ง. ควำมปลอดภยั

6. กอ่ นเริ่มดำเนินธรุ กจิ ควรทำอะไรเปน็ ลำดับแรก

ก. วำงแผน ข. หำลกู ค้ำ ค. ทำบญั ชี ง. สรุปค่ำใชจ้ ่ำย

7. แผนะระยะยำวมีกำรดำเนนิ กำรก่ีปี

ก.1 ปี ข.1-2 ปี ค.4-6 ปี ง.10-20 ปี

8.ขอ้ ใดกลำ่ วถงึ ประโยชน์ของกำรวำงแผนท่ไี มถ่ ูกต้อง

ก.ชว่ ยใหม้ ีกำรตดั สินใจอย่ำงมีหลักเกณฑ์

ข.ทำให้ทกุ สว่ นงำนมีควำมสอดคลอ้ งกัน

ค.กำรวำงแผนทำให้งบประมำณบำนปลำย

ง.ทำใหก้ ำรปฏิบัตงิ ำนมปี ระสิทธิภำพ

9.ข้อใดคอื กำรวเิ ครำหค์ วำมพรอ้ มของตนเอง

ก.มงี บประมำณเท่ำไร ข.วัตถุดิบในชุมชน

ค.แรงงำนในชมุ ชน ง.เครอ่ื งมืออปุ กรณ์

10 ขอ้ ใดคือกำรวเิ ครำะหค์ วำมพร้อมของปจั จัยท่ีมีควำมสมั พันธก์ ับอำชพี

ก.มคี วำมรู้อะไร ข.มงี บประมำณเท่ำไร

ค.จัดกำรเวลำได้ขนำดใหน ง.มีวัตถดุ ิบในชมุ ชนหรือไม่

เฉลย ข้อ 1 ง. ข้อ 2 ง. ขอ้ 3 ค. ข้อ 4 ค. ข้อ 5 ง. ข้อ 6 ก ข้อ 7 ง. ขอ้ 8 ค. ขอ้ 9 ก. ข้อ 10 ง.

120

บนั ทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ครงั้ ท่ี 5 วันท่ี……. เดือน ……………. พ.ศ…………..
กิจกรรมกำรเรยี นรู้
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
สภำพปัญหำทพี่ บ
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
วธิ ีกำรแก้ปญั หำ
.........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ....................................................... ............................
............................................................................................................................. ............................................................
ข้อเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................
..................................................................................................... ....................................................................................
...................................................................................................... .................................................................... ...............
............................................................................................................................. ............................................................

ลงชอ่ื …………………………………….ผู้บันทึกหลังกำรสอน
(………………..………………)

ตำแหน่ง………………………………………
ลงช่อื ….................................................ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ

121

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง การตรวจสอบความเปน็ ไปได้ของโครงการ
รายวชิ าพฒั นาอาชีพให้มอี ยมู่ กี นิ รหสั วิชา อช11003 ระดับประถมศึกษา
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 สาระการเรียนรูก้ ารประกอบอาชีพ เวลา 3 ชัว่ โมง

เร่อื ง ตรวจสอบควำมเป็นไปได้ของโครงกำรพฒั นำอำชีพได้

ตวั ช้ีวัด 1.วิเครำะห์ควำมเปน็ ไปไดข้ องแผนอำชีพต่ำงๆได้
2.เขียนโครงกำรกำรพฒั นำอำชพี ได้
3.ตรวจสอบควำมเปน็ ไปไดข้ องโครงกำรพัฒนำอำชพี ได้
4.ปรบั ปรงุ โครงกำรพฒั นำอำชพี ได้

เนอ้ื หา 1.กำรวิเครำะห์ควำมเป็นไปได้ของแผนตำ่ งๆ
2.กำรเขยี นโครงกำรกำรพัฒนำอำชีพ
3.กำรตรวจสอบควำมเปน็ ไปได้ของโครงกำร
4.กำรปรบั ปรงุ แก้ไขโครงกำรพัฒนำอำชีพ

ขน้ั ตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 กาหนดสภาพปัญหาการเรยี นรู้
1. ครกู ลำ่ วทักทำยผู้เรียนพร้อมอธบิ ำยเพรำะเหตุใดจงึ ต้องมีกำรตรวจสอบควำมเปน็ ไปได้ของ

โครงกำร
2. ให้นกั ศกึ ษำศึกษำกำรเขยี นโครงกำรพฒั นำอำชพี โดยใช้ตัวอยำ่ งธรุ กจิ ทเี่ หน็ ได้ชดั และสำมำรถ

ยกตวั อย่ำงกำรตรวจสอบโครงกำรได้
3. ครเู ปิดโอกำสใหผ้ เู้ รยี นซักถำมข้อสงสัยก่อนเขำ้ สูบ่ ทเรยี นในขั้นตอ่ ไป

ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้
1.ครูแบ่งกลุ่มผู้เรยี น และใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รยี นรกู้ ำรตรวจสอบควำมเปน็ ไปไดข้ องโครงกำรพัฒนำอำชีพ

เบอื้ งต้นเพือ่ ให้นกั ศึกษำรู้ถึงควำมหลำกหลำยในอำชีพว่ำเพรำะเหตใุ ดจงึ ต้องมกี ำรตรวจสอบควำมเป็นไปไดข้ อง
โครงกำรแตล่ ะโครงกำร

2.ครแู จกใบควำมรู้ เรอ่ื ง กำรตรวจสอบควำมเปน็ ไปได้ของโครงกำรกำรพฒั นำอำชีพ
3.ครใู ห้ผ้เู รียนทำใบงำน เร่ือง กำรตรวจสอบควำมเป็นไปได้ของโครงกำรแลว้ สง่ ตัวแทนนำเสนองำน

122

ขัน้ ที่ 3 การปฏิบัติและการนาไปใช้
1.ผเู้ รียนนำเสนอควำมรูท้ ี่ไดร้ ับจำกใบควำมรู้ หนังสือเรียน อนิ เตอร์เน็ต เรื่อง กำรตรวจสอบ
ควำมเป็นไปได้ของโครงกำรโดยผู้เรียนสง่ ตวั แทนนำเสนอหนำ้ ช้นั เรยี น
2.ครแู ละผู้เรียนร่วมกนั สรปุ เน้ือหำกำรเขยี นโครงกำรพฒั นำอำชีพและกำรตรวจสอบควำม
เปน็ ไปได้ของโครงกำรพัฒนำอำชีพในทอ้ งถิ่น

ข้นั ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1.สังเกตจำกกำรมีสว่ นรว่ มของผเู้ รยี น
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน
3.สมดุ สง่ งำน

สอื่ การเรียนรู้
1.ใบควำมรู้ เร่อื ง ตรวจสอบควำมเปน็ ไปไดข้ องโครงกำรพัฒนำอำชพี ได้ หนงั สือเรยี น
2.อินเตอรเ์ นต็
3.หอ้ งสมุดประชำชน

การวดั และประเมนิ ผล
1.กำรมีสว่ นรว่ มในกำรทำกจิ กรรมกลมุ่
3.ผลงำน/ กำรนำเสนอ/ใบงำน

123

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คาส่ัง จงเลอื กคาตอบท่ถี กู ต้องท่ีสดุ เพียงขอ้ เดียว

1.ในกำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชีพควรกลำ่ วถึงควำมสำคัญของโครงกำรหรือแนวคดิ สำคญั ทีต่ ้องกำรให้เกิดกำร

พัฒนำอำชีพไวใ้ นขัน้ ตอนใด

ก.ช่อื โครงกำร ข.วธิ ีดำเนนิ กำร

ค.วัตถุประสงค์ ง.หลักกำรและเหตุผล

2. กำรตรวจสอบ หมำยถงึ

ก. ข้อกำหนด ข. กระบวนกำรทำงน

ค.กำรวดั ผลจำกกระบวนกำรและสงิ่ ทีก่ ำหนด ง. กำรเปรยี บเทยี บ

3. ในกำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชพี แนวคดิ สำคญั ทต่ี ้องกำรให้เกิดกำรพฒั นำอำชีพควรอยู่ในหวั ข้อใด

ก ชือ่ โครงกำร ข. หลักกำรและเหตุผล

ค. วตั ถปุ ระสงค์ ง. ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั

4. ขอ้ ใดคือประโยชน์ของกำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชพี ให้มอี ยมู่ ีกิน

ก. เพื่อให้มเี งนิ ทุนหมนุ เวียนที่ดขี ึน้ หรือมีค่ำใช้จำ่ ยตำ่ งๆลดลงโดยไม่จำเปน็ ต้องทำบญั ชี

ข. เพื่อให้มีแผนกำรพฒั นำให้มีอยมู่ ีกินของตนอยำ่ งมีจุดมงุ่ หมำยปลำยทำงท่ชี ดั เจน

ค. เพ่ือใหส้ ำมำรถสร้ำงยอดขำยเพ่มิ ได้ และจะมีลูกคำ้ เพม่ิ ขนึ้ โดยไม่ต้องลงทุนเพิม่

ง. ทก่ี ลำ่ วมำไม่มีข้อใดถูก

5. สง่ิ ใดต่อไปน้ีเป็นตวั ชว่ ยในกำรกำหนดทศิ ทำงและวิธกี ำรของกำรดำเนินงำนโครงกำรใหเ้ ปน็ ไปตำมเป้ำที่กำหนด

ก. วตั ถปุ ระสงค์

ข. จดุ มุ่งหมำย

ค. หลกั กำร

ง. ผลที่คำดว่ำจะไดร้ บั

6. “เปน็ กำรเขียนรำยละเอยี ดข้นั ตอนของกำรทำงำน ตงั้ แต่เร่มิ ตน้ จนส้ินสดุ โครงกำร”ข้อควำมนต้ี รงกบั ส่วนประกอบ

ใดของโครงกำร

ก. เปำ้ หมำย ข. วัตถุประสงค์

ค. วิธดี ำเนนิ งำน ง. ผลทีค่ ำดว่ำจะไดร้ ับ

7. กำรระบุสิ่งทีต่ ้องกำรใหเ้ กิดขึน้ เม่ือดำเนนิ กำรตำมโครงกำร เป็นสว่ นไดของกำรเขียนโครงกำร

ก. เปำ้ หมำย

ข.วตั ถปุ ระสงค์

ค.วิธดี ำเนนิ กำร

ง. หลกั กำรและเหตผุ ล

124

8. ข้อใดบ่งบอกถึงควำมสำเร็จของโครงกำร
ก. กำรประเมินโครงกำร
ข.วตั ถุประสงค์โครงกำร
ค.ตวั ช้ีวดั ผลสำเรจ็ โครงกำร
ง. สรปุ ผลและรำยงำนโครงกำร

9. ข้อใดต่อไปน้ีมบี ทบำทสำคัญในกำรชว่ ยตดั สนิ คุณค่ำของกำรดำเนนิ โครงกำรให้บรรลผุ ลสำเร็จ
ก. กำรตรวจสอบโครงกำร
ข. กำรตดิ ตำมแก้ไข
ค. กำรกำหนดวิธกี ำร
ง. กำรกำหนดวัตถุประสงค์

10. กำรตรวจสอบโครงกำรเป็นกระบวนกำรท่ีทำกอ่ นหรือทำหลงั กำรดำเนินโครงกำร
ก. ทำก่อนกำรทำโครงกำร
ข. ทำภำยหลงั ทีโ่ ครงกำรดำเนนิ งำนเสร็จแล้ว
ค.ดำเนินกำรไปพร้อมๆกับกำรทำโครงกำร
ง. ไม่มีข้อใดกลำ่ วถูก

เฉลย ทดสอบก่อนเรยี น
1.ง 2. ค 3. ข 4. ข 5. ข 6. ค 7. ง 8. ค 9.ก 10.ข

125

ใบความรู้
เรอ่ื ง การตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ

การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ของโครงกำรหรือกำรวิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนต่ำงๆเพ่ือให้ม่ันใจได้ว่ำโครงกำรท่ี
เลือกมำน้ันมีควำมเป็นไปได้ในทำงปฏิบัติ มีผลตอบแทนหรือผลประโยชน์ที่คุ้มค่ำต่อกำรลงทุนและสำมำรถใช้
ทรัพยำกรได้อย่ำงมีประสิทธิภำพโดยจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสังคมตำมมำในภำยหลังและ
สำมำรถทำให้บรรลุได้ตำมวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ภำยใต้ข้อจำกัดทำงด้ำนงบประมำณและเวลำ ดังน้ันกำรศึกษำ
ควำมเป็นไปได้ของโครงกำรจึงจำเป็นต้องวิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนอุปสงค์หรือตลำด ทำงด้ำนเทคนิค ทำงด้ำน
กำรเงนิ และเศรษฐศำสตร์ ทำงดำ้ นกำรบรหิ ำรจัดกำร ทำงด้ำนสังคม และสิง่ แวดลอ้ ม ไมว่ ำ่ จะเป็นโครงกำรของภำครัฐ
หรอื ภำคเอกชน ทงั้ นข้ี ึ้นอยู่กบั ลักษณะของแตล่ ะโครงกำร

กรณีโครงกำรของภำคเอกชนที่เน้นกำไรสูงสุด ก็จะให้ควำมสำคัญกับกำรวิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนกำรเงิน
ทำงด้ำนกำรตลำด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในกำรตัดสินใจก่อนที่จะลงทุนในโครงกำรต่ำงๆ โดยท่ัวไปมักเร่ิมจำกกำร
วิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนอุปสงค์หรือตลำด เพื่อให้แน่ใจได้ว่ำสินค้ำหรือบริกำรท่ีโครงกำรจะผลิตขึ้นมำน้ันเป็นท่ี
ต้องกำรของตลำดมำกน้อยแค่ไหนเพื่อจะได้กำหนดขนำดกำรผลิตที่เหมำะสม และหำกเป็นโครงกำรใหม่ท่ียังไม่เคย
ผลิตมำก่อนก็จำเป็นต้องวิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนเทคนิค เพื่อเลือกหำรูปแบบเทคนิคกำรผลิตที่มีประสิทธิภำพใน
กำรผลิตตำมท่ีต้องกำรซ่ึงจะกำหนด เคร่ืองมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ วัสดุ และวัตถุดิบต่ำงๆที่จำเป็นต้องใช้ในกำรผลิต
โดยใช้ต้นทุนกำรผลิตท่ีต่ำ ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์ของโครงกำรและนำข้อมูลท่ีได้มำประมำณกำรต้นทุน ค่ำใช้จ่ำย
ต่ำงๆของโครงกำรและจำกนั้นก็จะนำมำวิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนกำรเงินและ เศรษฐศำสตร์เพื่อประมำณกำร
ผลตอบแทนทค่ี ำดว่ำจะได้รบั วำ่ คุ้มค่ำตอ่ กำรลงทนุ มำกนอ้ ยแค่ไหน

หำกเป็นโครงกำรที่ใหญ่มีแนวโน้มว่ำจะมีผลกระทบกับคนเป็นจำนวนมำกหรือชุมชน สังคม และส่ิงแวดล้อม
กจ็ ำเป็นตอ้ งวเิ ครำะห์โครงกำรทำงด้ำนสังคมและสง่ิ แวดล้อมเพื่อให้ม่ันใจได้ว่ำไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทำงลบกับชุมชน
วถิ กี ำรดำเนินชีวิต สงั คม และส่ิงแวดลอ้ มซ่งึ อำจจะมีผลทำให้โครงกำรไม่สำมำรถดำเนินไปได้ ดังน้นั ก่อนท่จี ะตัดสินใจ
ลงทุนโครงกำรใดโดยเฉพำะโครงกำรใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหำศำลจึงจำเป็นต้องศึกษำควำมเป็นไปได้ของโครงกำร
ทำงด้ำนต่ำงๆหลำยด้ำน แต่สำหรับโครงกำรเล็กๆอำจจะทำให้เสียค่ำใช้จ่ำยมำกเกินไปและเสียเวลำไม่คุ้มค่ำในกำร
ลงทุน ดังน้ันในแต่ละโครงกำรจะศึกษำควำมเป็นไปได้ของโครงกำรหรือวิเครำะห์โครงกำรเน้นทำงด้ำนไหนก็จะ
พจิ ำรณำตำมควำมเหมำะสมและตำมวัตถุประสงคข์ องแต่ละโครงกำร
1. การวิเคราะห์โครงการทางด้านอุปสงค์หรือการตลาด
•วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์โครงการทางด้านอปุ สงค์หรือการตลาด

• เพ่ือวเิ ครำะห์หำอปุ สงค์หรือควำมตอ้ งกำรสนิ คำ้ และบริกำรของตลำด
ทำให้สำมำรถกำหนดลักษณะ รปู แบบและคุณภำพของสนิ คำ้ ท่เี หมำะสมกบั อุปสงค์ของตลำดและประมำณ
กำรปริมำณกำรผลติ หรือกำหนดขนำดกำรผลติ ให้เหมำะสมเพื่อให้แนใ่ จได้ว่ำเมื่อโครงกำรลงทนุ ผลิตไปแล้วเป็นท่ี
ตอ้ งกำรของตลำด ซง่ึ จะมผี ลต่อควำมเป็นไปได้ของโครงกำร

126

• เพ่อื ประมำณกำรหรอื คำดคะเนอุปสงค์ของสินคำ้ และแนวโน้มในอนำคต
หำกกำรประมำณกำรทำงด้ำนอุปสงค์หรือกำรตลำดคลำดเคลอ่ื นกจ็ ะมผี ลทำให้กำรวเิ ครำะหโ์ ครงกำร
ทำงดำ้ นเทคนิคและกำรเงินคลำดเคลอื่ นไปด้วย
• เพอื่ คำดคะเนหรอื ประมำณกำรอปุ ทำนของสนิ คำ้
โดยจะพิจำรณำอุปทำนทั้งตลำดภำยในประเทศและต่ำงประเทศและประมำณกำรอุปทำนและแนวโน้มใน
อนำคต และเม่ือประมำณกำรอุปสงค์และอุปทำนของตลำดได้แล้วก็จะนำมำเปรยี บเทียบกนั และศึกษำควำมเป็นไปได้
ของโครงกำรโดยเปรียบเทียบอุปสงค์และอุปทำนของสินค้ำที่โครงกำรกำลังจะผลิต หำกประมำณกำรว่ำอุปสงค์ของ
สินค้ำและบริกำรหรือผลผลิตของโครงกำรมีมำกกว่ำอุปทำนที่มีอยู่ในตลำดมำก โครงกำรน้ันก็มีควำมเป็นไปได้ในกำร
ลงทนุ หรอื ม่นั ใจไดว้ ำ่ ผลิตสินคำ้ และบริกำรออกมำแล้วจะตรงตำมควำมต้องกำรของตลำดและสำมำรถจำหนำ่ ยได้
• เพอ่ื พจิ ำรณำขีดควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั และส่วนแบ่งของตลำด
แนวโนม้ อปุ สงค์ของสนิ ค้ำและบริกำรของโครงกำรและขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันทั้งภำยในประเทศและ
ต่ำงประเทศว่ำมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นมำกน้อยแค่ไหนสภำพคู่แข่งในตลำดเป็นอย่ำงไร มีโอกำสในกำรทำกำไรได้มำก
นอ้ ยแค่ไหน
ดังนั้นกำรวิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนอุปสงค์หรือกำรตลำดจึงมีควำมจำเป็นสำหรับโครงกำรของภำคเอกชน
โดยเฉพำะโครงกำรใหม่ๆท่ียังไม่เคยผลิตมำก่อนซ่ึงยังไม่มีข้อมูลเก่ียวกับแนวโน้มควำมต้องกำรของตลำด กำร
วิเครำะห์โครงกำรทำงด้ำนอุปสงค์หรือกำรตลำดจึงทำให้ม่ันใจได้ว่ำผลผลิตของโครงกำรเมื่อผลิตออกมำแล้วสำมำรถ
จำหน่ำยได้มีปริมำณกำรผลิตท่ีสอดคล้องกับอุปสงค์ของตลำด ซึ่งทำให้สำมำรถทำกำไรหรือได้รับผลตอบแทนคุ้มค่ำ
ต่อกำรลงทุน ในขณะที่โครงกำรของภำครัฐซ่ึงส่วนใหญ่มีเป้ำหมำยเพื่อบริกำรสังคมก็จะทำให้ม่ันใจได้ว่ำกำรลงทุนใน
โครงกำรจะสำมำรถบริกำรประชำชนได้ทั่วถึง ตรงตำมควำมต้องกำรของสังคมหรือเป็นโครงกำรท่ีมีคว ำมจำเป็น มี
ประโยชน์อย่ำงแทจ้ รงิ กับประชำชนส่วนใหญ่ซ่งึ มีควำมคุ้มคำ่ ต่อกำรลงทุน

127

แบบทดสอบหลังเรยี น

คาสั่ง จงเลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องที่สดุ เพยี งขอ้ เดียว

1.ในกำรเขยี นโครงกำรพฒั นำอำชพี แนวคดิ สำคัญท่ตี ้องกำรใหเ้ กดิ กำรพฒั นำอำชพี ควรอยู่ในหัวข้อใด

ก ช่อื โครงกำร ข. หลักกำรและเหตผุ ล

ค. วตั ถปุ ระสงค์ ง. ผลทคี่ ำดว่ำจะไดร้ บั

2. “เป็นกำรเขยี นรำยละเอยี ดข้นั ตอนของกำรทำงำน ตัง้ แต่เรมิ่ ตน้ จนส้ินสุดโครงกำร”ข้อควำมน้ีตรงกบั สว่ นประกอบ

ใดของโครงกำร

ก. เปำ้ หมำย ข. วัตถุประสงค์

ค. วธิ ดี ำเนินงำน ง. ผลทคี่ ำดวำ่ จะได้รับ

3. ในกำรเขียนโครงกำรพัฒนำอำชีพ ควรกล่ำวถึงควำมสำคัญของโครงกำรหรอื แนวคิดสำคญั ทีต่ ้องกำรให้เกิดกำร

พัฒนำอำชีพไว้ในขน้ั ตอนใด

ก.ช่อื โครงกำร ข.วิธดี ำเนินกำร

ค.วตั ถุประสงค์ ง.หลกั กำรและเหตุผล

4. กำรตรวจสอบโครงกำรเป็นกระบวนกำรทีท่ ำกอ่ นหรือทำหลงั กำรดำเนินโครงกำร

ก. ทำกอ่ นกำรทำโครงกำร

ข. ทำภำยหลงั ทโ่ี ครงกำรดำเนนิ งำนเสรจ็ แล้ว

ค.ดำเนนิ กำรไปพร้อมๆกบั กำรทำโครงกำร

ง. ไมม่ ีข้อใดกล่ำวถกู

5. ข้อใดต่อไปนี้มีบทบำทสำคัญในกำรชว่ ยตดั สินคณุ ค่ำของกำรดำเนินโครงกำรให้บรรลผุ ลสำเรจ็

ก. กำรตรวจสอบโครงกำร

ข. กำรติดตำมแกไ้ ข

ค. กำรกำหนดวธิ กี ำร

ง. กำรกำหนดวตั ถุประสงค์

6. กำรตรวจสอบ หมำยถึง

ก. ขอ้ กำหนด ข. กระบวนกำรทำงน

ค.กำรวดั ผลจำกกระบวนกำรและส่งิ ท่กี ำหนด ง. กำรเปรียบเทยี บ

7. กำรระบุสิ่งที่ต้องกำรใหเ้ กิดขนึ้ เมอ่ื ดำเนนิ กำรตำมโครงกำร เป็นส่วนไดของกำรเขยี นโครงกำร
ก. เป้ำหมำย
ข.วตั ถุประสงค์
ค.วิธีดำเนินกำร
ง. หลกั กำรและเหตผุ ล

128

8. ข้อใดบง่ บอกถงึ ควำมสำเร็จของโครงกำร
ก. กำรประเมนิ โครงกำร
ข.วัตถุประสงค์โครงกำร
ค.ตัวชวี้ ัดผลสำเร็จโครงกำร
ง. สรปุ ผลและรำยงำนโครงกำร

9. สิ่งใดต่อไปนเ้ี ปน็ ตัวชว่ ยในกำรกำหนดทศิ ทำงและวิธีกำรของกำรดำเนินงำนโครงกำรใหเ้ ป็นไปตำมเป้ำทก่ี ำหนด
ก. วตั ถปุ ระสงค์
ข. จดุ มงุ่ หมำย
ค. หลกั กำร
ง. ผลทค่ี ำดวำ่ จะได้รบั

10. ข้อใดคือประโยชนข์ องกำรเขียนโครงกำรพัฒนำอำชพี ใหม้ อี ยมู่ ีกิน
ก. เพอื่ ให้มีเงนิ ทุนหมนุ เวียนท่ีดีขึ้นหรือมีค่ำใช้จ่ำยต่ำงๆลดลงโดยไมจ่ ำเปน็ ต้องทำบัญชี
ข. เพือ่ ให้มีแผนกำรพัฒนำให้มีอยมู่ ีกินของตนอยำ่ งมจี ุดมุ่งหมำยปลำยทำงทช่ี ัดเจน
ค. เพอื่ ใหส้ ำมำรถสร้ำงยอดขำยเพม่ิ ได้ และจะมีลูกคำ้ เพ่มิ ข้ึนโดยไมต่ ้องลงทุนเพ่มิ
ง. ทก่ี ลำ่ วมำไม่มีข้อใดถูก

เฉลย ทดสอบก่อนเรียน
1.ข 2. ค 3. ง 4. ข 5. ก 6. ค 7. ง 8. ค 9.ข 10.ข

129

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 5 เรอื่ งการปรับปรุงแก้ไขโครงการพัฒนาอาชีพ
รายวิชาพฒั นาอาชีพใหม้ อี ย่มู ีกนิ รหสั วชิ า อช11003 ระดับประถมศกึ ษา
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 สาระการเรยี นรกู้ ารประกอบอาชีพ เวลา 3 ช่ัวโมง

เร่อื ง กำรปรับปรงุ แกไ้ ขโครงกำรพัฒนำอำชีพ

ตวั ช้ีวัด 1.วิเครำะห์ควำมเป็นไปไดข้ องแผนอำชีพต่ำงๆได้
2.เขยี นโครงกำรกำรพฒั นำอำชพี ได้
3.ตรวจสอบควำมเป็นไปได้ของโครงกำรพัฒนำอำชีพได้
4.ปรับปรุงโครงกำรพฒั นำอำชีพได้

เนอ้ื หา 1.กำรวิเครำะห์ควำมเป็นไปได้ของแผนตำ่ งๆ
2.กำรเขยี นโครงกำรกำรพฒั นำอำชพี
3.กำรตรวจสอบควำมเป็นไปได้ของโครงกำร
4.กำรปรบั ปรุงแก้ไขโครงกำรพัฒนำอำชีพ

ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้
ขนั้ ที่ 1 กาหนดสภาพปัญหาการเรยี นรู้
1. ครูกล่ำวทกั ทำยผเู้ รียนพรอ้ มอธบิ ำยเพรำะเหตุใดจึงต้องมีกำรปรบั ปรงุ แกไ้ ขโครงกำรพัฒนำอำชีพ
2. ให้นักศกึ ษำศึกษำกำรเขียนโครงกำรพฒั นำอำชพี โดยใช้ตวั อย่ำงธุรกจิ ทเ่ี ห็นไดช้ ดั และสำมำรถ

ยกตวั อย่ำงโครงกำรท่ีมกี ำรปรับปรุงแกไ้ ขโครงกำรพัฒนำอำชพี ได้
3. ครูเปิดโอกำสใหผ้ ู้เรยี นซักถำมข้อสงสัยก่อนเขำ้ สู่บทเรียนในขนั้ ตอ่ ไป

ข้ันท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและจัดการเรยี นรู้
1.ครแู บง่ กลมุ่ ผู้เรียน และใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รียนรู้กำรปรบั ปรงุ แก้ไขโครงกำรพัฒนำอำชพี เบื้องตน้ เพือ่ ให้

นักศกึ ษำร้ถู งึ ควำมหลำกหลำยในอำชพี ว่ำเพรำะเหตใุ ดจงึ ต้องมีกำรปรับปรุงแกไ้ ขโครงกำรพฒั นำอำชีพแตล่ ะโครงกำร
2.ครูแจกใบควำมรู้ เรอื่ ง กำรปรับปรุงแกไ้ ขโครงกำรพัฒนำอำชีพ
3.ครใู ห้ผเู้ รียนทำใบงำน เรื่อง กำรตรวจสอบควำมเปน็ ไปได้ของโครงกำรแล้วส่งตวั แทนนำเสนองำน

130

ขัน้ ที่ 3 การปฏิบตั แิ ละการนาไปใช้
1.ผูเ้ รยี นนำเสนอควำมรู้ท่ีไดร้ ับจำกใบควำมรู้ หนงั สือเรียน อนิ เตอร์เน็ต เรือ่ ง กำรปรับปรงุ แกไ้ ข

โครงกำรพัฒนำอำชพี โดยผเู้ รียนส่งตวั แทนนำเสนอหนำ้ ชน้ั เรียน
2.ครแู ละผู้เรียนรว่ มกนั สรปุ เน้ือหำกำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชพี และกำรปรับปรุงแก้ไขโครงกำร

พัฒนำอำชีพในท้องถ่ิน

ขนั้ ท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1.สังเกตจำกกำรมีสว่ นรว่ มของผู้เรียน
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน
4.สมุดส่งงำน

ส่ือการเรยี นรู้
1.ใบควำมรู้ เรื่อง ตรวจสอบควำมเปน็ ไปไดข้ องโครงกำรพัฒนำอำชีพได้ หนังสือเรียน
2.อนิ เตอร์เน็ต
3.หอ้ งสมดุ ประชำชน

การวดั และประเมนิ ผล
1.กำรมสี ว่ นร่วมในกำรทำกจิ กรรมกลุม่
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ/ใบงำน

131

แบบทดสอบก่อนเรยี น

คาสั่ง จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องที่สุดเพยี งข้อเดียว

1. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชนใ์ นกำรปรบั ปรงุ แก้ไขโครงกำรพัฒนำอำชพี
ก. ช่วยควบคมุ กำรปฏบิ ตั งิ ำนให้บรรลุตำมเป้ำหมำย
ข. ช่วยให้กำรดำเนนิ งำนเป็นไปอยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ
ค. ช่วยประหยัดเวลำในกำรทำงำนให้สำเร็จตำมเวลำท่ีกำหนด
ง. ชว่ ยให้สำมำรถแยกแยะปัญหำธรุ กจิ กับปัญหำส่วนตวั ได้

2. กำรปรับปรงุ แก้ไขโครงกำรมคี วำมสำคญั ตอ่ ควำมสำเร็จของโครงกำรพฒั นำอำชีพอยำ่ งไร
ก. ตอกยำ้ ควำมผดิ พลำดล้มเหลวในเรอื่ งทีต่ ้องทำกำรแก้ไข
ข. นำมำเป็นแนวทำงในกำรว่ำงแผนโครงกำรคร้งั ต่อๆไป
ค. สำมำรถหำตัวคนที่ทำงำนผดิ พลำดมำชดใช้คำ่ เสยี หำย
ง. เรียกคนื ทรัพยำกรที่สญู เสยี ไปแล้วกลับคนื มำ

3. ในกำรเขียนโครงกำรพฒั นำอำชีพ แนวคดิ สำคัญทต่ี ้องกำรให้เกิดกำรพฒั นำอำชีพควรอยใู่ นหวั ข้อใด
ก ชือ่ โครงกำร ข. หลักกำรและเหตุผล
ค. วัตถุประสงค์ ง. ผลที่คำดวำ่ จะไดร้ ับ

4. ขอ้ ใดคือประโยชนข์ องกำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชพี ให้มอี ยู่มีกนิ
ก. เพือ่ ให้มเี งินทนุ หมุนเวยี นที่ดีข้ึนหรือมีค่ำใชจ้ ำ่ ยตำ่ งๆลดลงโดยไม่จำเปน็ ต้องทำบัญชี
ข. เพอ่ื ให้มแี ผนกำรพัฒนำให้มอี ย่มู ีกนิ ของตนอย่ำงมจี ดุ มุ่งหมำยปลำยทำงท่ชี ัดเจน
ค. เพ่ือให้สำมำรถสร้ำงยอดขำยเพม่ิ ได้ และจะมีลูกคำ้ เพ่มิ ขน้ึ โดยไม่ต้องลงทนุ เพ่ิม
ง. ท่กี ลำ่ วมำไม่มขี ้อใดถูก

5. ขอ้ ใดคือลักษณะของกำรประกอบอำชีพ
ก. กำรผลิตและกำรบริกำร
ข. กำรบรหิ ำรและกำรบรกิ ำร
ค. กำรผลติ และกำรจดั จำหน่ำย
ง. กำรผลิตและกำรบริหำรจัดกำร

132

6. ข้อใดกลำ่ วถูกต้องเกย่ี วกับกำรปรบั ปรงุ แกไ้ ขโครงกำร
ก.กำรปรับปรุงโครงกำรเปนกิจกรรมที่สำคัญท่สี ดุ ในวงจรกำรวำงแผนและกำรบริหำร

โครงกำร
ข. ทำให้กำรตัดสนิ ใจในกำรจัดทำโครงกำรไดย้ ำก
ค.ทำให้ไม่มีควำมชดั เจนในกำรจดั ทำโครงกำร
ง. ไมม่ ีข้อใดกลำ่ วถกู

7. ขอ้ ใดกลำ่ วไมถ่ ูกต้องเกี่ยวกับควำมจำเปน็ ในกำรพัฒนำอำชีพ
ก.ทำใหเ้ ศรษฐกจิ ชมุ ชน และประเทศแยล่ ง
ข.เพอื่ ใหม้ สี นิ ค้ำที่ดตี รงตำมควำมต้องกำรของผบู้ ริโภค
ค.เพ่อื ให้ผูผ้ ลติ ได้มีกำรคิดค้นผลิตภณั ฑ์ไดต้ ลอดเวลำ
ง. มีกำรนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ำมำใช้ในกระบวนกำรผลติ

8. วิธีกำรอนรุ ักษท์ รัพยำกรธรรมชำตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มเมื่อมีกำรจดั โครงกำรเกี่ยวกับสงิ่ แวดล้อม ขอ้ ใดกลำ่ วถูกตอ้ ง
ก. เปน็ กำรเผำผลำญพลังงำนอยำ่ งคุ้มค่ำ
ข.กำรประหยัดร้จู ักเลือกใช้พลังงำนท่ีมีอยู่เทำ่ ที่จำเป็น
ค.เป็นกำรใชพ้ ลังงำนท่มี ีอยใู่ ห้หมดไป
ง. เพอื่ ประโยชน์สงู สดุ จงึ ควรใชพ้ ลงั งำนทีม่ ีอยใู่ ห้มำกที่สดุ

9. หำกตอ้ งกำรประกอบอำชีพภำยในชุมชนควรวิเครำะห์ควำมพร้อมในเรอ่ื งใด
ก. ควำมถนดั
ข. งบประมำณ
ค. ตลำดผบู้ ริโภค
ง. กำรบรหิ ำรจดั กำรเวลำ

10. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องกำรวำงแผนโครงกำร
ก. ชว่ ยให้มกี ำรตดั สนิ ใจอยำ่ งมหี ลกั เกณฑ์
ข. กำรวำงแผนเปน็ เคร่ืองมือในกำรควบคุมงำนโครงกำร
ค.กำรทำงำนตำมแผนเปน็ กำรตีกรอบควำมคิดของผู้ปฏบิ ตั ิงำนโครงกำร
ง. ทำใหก้ ำรปฏบิ ัตงิ ำนเป็นไปโดยประหยดั มีประสทิ ธิภำพ และประสทิ ธผิ ล

เฉลย ทดสอบก่อนเรียน
1.ง 2. ข 3. ข 4. ข 5. ก 6. ก 7. ก 8. ข 9.ค 10.ค

133

ใบความรรู้ ายวิชา อช11003 ระดับประถมฯ
เรื่อง การปรบั ปรุงแกไขโครงการพฒั นาอาชีพใหมอี ยูมีกนิ
เรื่องท่ี 4 การปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชพี

การจดั ทาโครงงานอาชีพ

บทนา
โครงงำนอำชีพ เป็นกำรจัดกำรเรียนรู้งำนอำชีพท่ีให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงอย่ำงครบวงจร ตั้งแต่ กำร

วเิ ครำะห์ กำรวำงแผน กำรปฏิบตั งิ ำน กำรจัดกำรกบั ผลผลติ กำรจำหนำ่ ย กำรบริกำร รวมท้งั รำยได้จำกกำรจำหน่ำย
ผลผลติ หรอื บรกิ ำร โดยเน้นกำรผลิต กำรบริกำร กำรบรหิ ำรจดั กำร กำรตลำด และกำรใชเ้ ทคโนโลยีในกำรปฏิบัติงำน
ลักษณะของงำนอำชีพตำมโครงงำนที่ปฏิบัติต้องเป็นงำนอำชีพสุจริตที่มีอยู่ในท้องถิ่น หรืองำนอำชีพท่ีเป็นควำม
ตอ้ งกำรของผูเ้ รียน เป็นงำนอำชพี ที่มีลกั ษณะเปน็ งำนผลิตและหรอื งำนบริกำร กำรปฏิบตั ิงำนอำชีพ ผูเ้ รยี น ตอ้ งเป็น
ผู้ปฏิบัติเองท้ังหมด ต้ังเริ่มต้นจนสิ้นสุดกำรปฏิบัติงำน โดยมีครู อำจำรย์ทำหน้ำที่เป็นที่ปรึกษำและกำรปฏิบัติ
โครงงำนอำชีพให้ปฏิบัติรวมกันเป็นกลุ่ม 3 - 5 คน โดยใช้ บ้ำน สถำนประกอบกำร สถำนประกอบอำชีพ รวมทั้ง
สถำนศึกษำ เป็นสถำนท่ีปฏิบัติงำนและในกำรจัดทำโครงงำนอำชีพของผู้เรียน ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ประสบ
ควำมสำเรจ็ ในสำขำอำชพี ทีม่ อี ยใู่ นท้องถน่ิ ร่วมวำงแผนและให้คำปรึกษำในกำรปฏิบตั ิงำนอำชีพของผเู้ รียนดว้ ย
ความเป็นมา

ในกำรสอนโครงกำรหรือโครงงำนในสถำนศึกษำ นกั กำรศึกษำปฐมวยั ส่วนมำกกลำ่ วถึงกำรใชโ้ ครงกำรกบั
เด็กบำงคนแนะนำวำ่ กำรสอนแบบโครงกำรเป็นวิธีกำรหน่ึงในหลำยวิธีทสี่ ำมำรถสง่ เสริมใหเ้ ดก็ รู้จักตดั สินใจ เห็นผล
กำรกระทำทช่ี ดั เจนเปน็ รูปธรรม และเด็กจะมปี ระสบกำรณ์จำกกำรปฏิสมั พนั ธก์ ับบุคคล วัตถสุ ่ิงของและสิง่ แวดล้อม
กำรสอนแบบโครงกำรมีมำนำนแล้วมิใช่เป็นเรือ่ งใหมใ่ นกำรศึกษำ แตก่ ลับมำได้รับควำมสนใจอย่ำงมำกในประเทศ
สหรฐั อเมรกิ ำและอีกหลำยประเทศ ทง้ั น้เี น่อื งมำจำกผลกำรวจิ ยั ทีท่ ำใหเ้ ข้ำใจยิ่งขึ้นว่ำ เด็กเรียนรูอ้ ย่ำงไร และควำม
จำเปน็ ทจี่ ะต้องพฒั นำทักษะกำรคดิ แก้ปัญหำของเด็กเพื่อให้ทันกบั ควำมเปล่ยี นแปลงทที่ ้ำทำยของสงั คม เทคโนโลยี

โครงการ หมำยถงึ กำรวำงแผนดำเนินงำนหรอื กจิ กรรมลว่ งหนำ้ โดยมกี ำรกำหนดวัตถุประสงค์ ข้นั ตอนกำร
ดำเนนิ งำนอยำ่ งชัดเจน กำหนดกำรใช้ทรัพยำกรอยำ่ งคุ้มค่ำ เพื่อนำไปส่เู ป้ำหมำยท่ตี ้องกำร

อาชีพ หมำยถึง งำนท่ที ำเป็นประจำ เพ่ือใหม้ ีรำยได้ในกำรเลี้ยงชพี แบง่ เป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1. อำชพี อิสระ หมำยถงึ อำชีพทผี่ ้ปู ระกอบอำชีพเป็นเจำ้ ของกจิ กำร มีกำรวำงแผน มีกำรจัดกำร และ
ดำเนนิ กำรดว้ ยตนเอง แบง่ เป็น 2 ลักษณะของกำรประกอบอำชพี คือ
อำชีพผูผ้ ลิต เปน็ อำชพี ทผ่ี ูด้ ำเนนิ กิจกำร/ผปู้ ระกอบอำชพี ผลิตชิน้ งำนเพอ่ื จำหนำ่ ย
อำชีพบรกิ ำร เป็นอำชพี ท่ผี ู้ดำเนินกำรอำนวยควำม สะดวก หรอื ให้บรกิ ำรแก่ผูบ้ รโิ ภค เชน่ ช่ำงตดั ผม ช่ำง
ซ่อมวทิ ยโุ ทรทัศน์ บริกร ฯลฯ
2. อำชพี รับจ้ำง หมำยถงึ อำชพี ทผี่ ้ปู ระกอบอำชพี ไม่ไดเ้ ป็นเจำ้ ของกิจกำร แตท่ ำงำนภำยใตร้ ะบบ หรือ
ขอ้ กำหนดของหน่วยงำน หรือนำยจำ้ งที่ตนสังกัด

134

โครงงำนอำชีพ จะส่งเสริมให้นกั ศึกษำดำเนินกำร นกั ศึกษำแต่ละกลมุ่ จะประกอบอำชีพหลำกหลำยต่ำงกัน
ตำมควำมถนัด และควำมสนใจ นกั ศึกษำจะไดร้ บั ผลกำรเรียนเหมือนรำยวิชำ อนื่ ๆ และใน 1 รำยวิชำ จะมีอำจำรยท์ ี่
ปรกึ ษำหลำยคน ตำมกลมุ่ อำชีพท่ีนกั ศึกษำสนใจปฏบิ ัติ สำหรบั เรอื่ ง ทีค่ วรจะให้นกั ศกึ ษำได้เรียนรู้ เช่น

1. อำชีพต่ำง ๆ ท่ีมใี นปจั จุบนั
2. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมของผ้ปู ระกอบอำชีพ
3. กำรเลือกอำชีพที่สอดคล้องกบควำมต้องกำรของผูบ้ รโิ ภค และควำมถนัดของตนเอง
4. กระบวนกำรดำเนินงำนของอำชีพทีส่ นใจเลอื ก
5. กำรจดั กำรกิจกำรธุรกจิ อำชพี ให้ประสบควำมสำเรจ็
6. กำรทำงำนกลุ่ม / กำรทำงำนรว่ มกนั / กำรบริหำรบุคคล
7. เทคนิคกำรเพิม่ ประสิทธภิ ำพของกำรประกอบอำชีพ
8. กำรจดั กำรผลผลติ
9. เทคนิคกำรส่ือสำร (พูด ฯลฯ) กับผู้บริโภค (ลกู คำ้ )
10. กำรคิดต้นทุน กำรกำหนดรำคำจำหน่ำย / ค่ำบริกำร
11. ระบบบญั ชีอยำ่ งงำ่ ยสำหรับกจิ กำรขนำดเลก็
12. เทคนคิ กำรโฆษณำ ประชำสมั พันธ์อำชีพของตนสู่ผบู้ รโิ ภค
13. กำรนำผลผลติ ส่ผู บู้ รโิ ภค และกำรบริกำรหลังขำย
ความสาคัญของโครงงานอาชพี
โครงงำนมีวัตถุประสงค์หลำกหลำยประกำร เช่น ต้องกำรให้นักศึกษำมีควำมรู้พ้ืนฐำนท่ีจำเปน็ เกย่ี วกบั ควำม
เป็นอยใู่ นชวี ติ ประจำวัน สำมำรถปฏิบตั งิ ำนได้ถูกต้องตำมกระบวนกำร ประหยดั ปลอดภัย และได้ประโยชน์ โดยรู้จัก
วิเครำะห์และวำงแผนกำรทำงำน สำมำรถปรับปรุงและพฒั นำงำนมวี ิสันทศั น์ท่ีกว้ำงไกล รกั กำรทำงำน ซ่งึ เป็น
รำกฐำนของกำรดำรงชพี สำมำรถพง่ึ พำตนเองไดร้ วมท้ังมคี ุณธรรมในกำรทำงำน สำมำรถทำงำนรว่ มกบั ผูอ้ ืน่ ได้ เปน็
ตน้ นักศึกษำจะต้องศกึ ษำและฝึกปฏิบตั ิจรงิ เพิ่มเตมิ โดยอำศยั ควำมรู้พื้นฐำนจำกรำยวชิ ำอ่ืน ๆ ในหมวดวิชำกำรงำน
และอำชีพ นักศึกษำมสี ิทธิเสรีภำพอยำ่ งเตม็ ท่ใี นกำรตดั สนิ ใจเลือกอย่ำงฉลำด ที่จะดำเนินงำนตำมควำมถนัดและ
ควำมสนใจของตน ในส่วนที่เกยี่ วกับโรงเรยี นและครูอำจำรย์นัน้ จะได้ประโยชน์อยำ่ งยิ่งจำกกำรเปิดโอกำสให้
นักศกึ ษำไดฝ้ กึ ปฏบิ ัติจริงตำมจุด หมำยของหลักสตู รและกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน ทัง้ ในห้องเรียนและนอก
ห้องเรียน ซึ่งจะก่อใหเ้ กิดกำรประสำนสมั พันธ์อยำ่ งแนน่ เหนียว ระหวำ่ งนกั ศึกษำและครูอำจำรยป์ ระจำวชิ ำต่ำง ๆ
รวมทัง้ กำรใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ตำ่ ง ๆ ให้เป็นประโยชนอ์ ย่ำงคุ้มคำ่ นอกจำกนี้ในสงิ่ ทีเ่ ก่ียวกบั ท้องถิน่ และ
ชุมชนยอ่ มจะไดป้ ระโยชนอ์ ย่ำงมำกมำย ในแง่ของกำรให้นักศกึ ษำไดม้ โี อกำสร่วมพัฒนำอำชีพตำ่ ง ๆ ในท้องถิ่นซึ่งเป็น
ผลพลอยได้ทต่ี ำมมำก็คือ ทำให้นกั ศึกษำเกดิ ควำมรกั ควำมภำคภูมิใจในท้องถ่นิ ของตนเองด้วย

135

หลักการสาคัญของการเขียนโครงงานอาชีพ

กำรปฏิบัตงิ ำนตำมโครงงำนอำชีพของนกั ศึกษำ เพื่อให้บรรลุตำมจดุ หมำยของหลกั สตู ร และจดุ มงุ่ หมำยกำร
จัดทำโครงงำน จึงได้กำหนดหลกั กำรทสี่ ำคัญเก่ียวกับโครงงำน ไว้ดงั น้ี

1. ให้นกั ศกึ ษำแต่ละกลมุ่ มีสทิ ธิและเสรภี ำพในกำรตดั สินใจเลอื กทำโครงงำนอำชีพใด กไ็ ด้
จำนวน 1 โครงงำน หรอื มำกกวำ่ กไ็ ด้ ตำมควำมถนดั ควำมสนใจ และควำมพรอ้ มของนักศึกษำในกรณีทโ่ี ครงงำนมี
ปรมิ ำณงำนมำกก็สำมำรถเลือกไดโ้ ดย ตัดแบ่งข้นั ตอนกำรปฏบิ ัตงิ ำนออกเป็น 2 ส่วนให้ปฏิบัติ 2 ภำคเรียน หรือจะ
เลอื กโครงงำนอำชีพใหม่ โดยไมซ่ ำ้ กนั ในแตล่ ะภำคเรยี นตลอดปีกำรศึกษำก็ได้

2. นกั ศึกษำในห้องเรยี นเดยี วกันควรเลือกโครงงำนอำชพี แตกตำ่ งกนั ไดต้ ำมควำมถนัด ควำมพร้อมและ
ควำมสนใจ ตลอดจนคำนึงถึงตำมควำมจำเปน็ ในกำรใช้ประโยชนช์ ิ้นงำนหรอื รำยได้จำกกำร ปฏบิ ตั งิ ำน

3. ใหค้ ำนงึ ถงึ ทรัพยำกรในท้องถิน่ ทั้งทรัพยำกรท่ีใชเ้ ป็นวตั ถุดบิ ในกำรผลติ ชนิ้ งำนและทรัพยำกรบุคคลใน
ทอ้ งถ่ิน ตลอดจนภูมปิ ัญญำชำวบำ้ นเพ่ือกำรอนุรักษ์และพัฒนำเทคโนโลยใี นทอ้ งถน่ิ

4. นกั ศึกษำสำมำรถนำทักษะกำรทำงำนพนื้ ฐำนหลำยประเภทรวมไวใ้ นโครงงำนเดียวได้ เชน่ โครงงำนปลกู
กระเจยี๊ บ ใช้ทักษะกำรทำงำนด้ำนเกษตรและคหกรรมเก่ียวกบั คุณค่ำทำงโภชนำกำรมำผสมผสำนกนั ได้

5. ในแต่ละโครงงำนอำจกำหนดคำบเวลำแตกตำ่ งกนั ได้ตำมควำมยำกง่ำยของลกั ษณะงำน
6. ครูอำจำรยผ์ สู้ อนหรอื ที่ปรึกษำ อำจจัดให้มีสื่อกำรสอนในลักษณะใบงำนหรอื ใบควำมร้หู รือข้อมูลทำง
วชิ ำกำร เพื่อช่วยให้นักศกึ ษำสำมำรถปฏบิ ตั ิงำนได้ด้วยตนเองก็ได้
7. ในกำรประเมินโครงงำน ใหค้ รูอำจำรย์ผู้สอนหรอื ทป่ี รึกษำเปน็ ผปู้ ระเมิน โดยคำนึงถงึ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ
กระบวนกำรทำงำน เจตคตใิ นกำรปฏบิ ตั งิ ำน และกำรนำช้นิ งำนไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวันและต้องประเมินผล
กำรเรียนเปน็ รำยภำคเรียน สำหรับผเู้ รียนทเ่ี ลอื กหลำยโครงงำนใน ๑ ภำคเรยี น ให้ประเมนิ ผลโดยให้คะแนนแตล่ ะ
โครงงำนก่อน แลว้ นำมำรวมกันเพือ่ ตัดสนิ ใหร้ ะดับคะแนนโดยคำนงึ ถึงคำบเวลำของแต่ละโครงงำน โดยจัดสัดส่วน
นำ้ หนกั โครงงำนต่ำงกนั ตำมคำบเวลำ

องค์ประกอบของโครงงานอาชพี

ถำ้ พิจำรณำโครงสร้ำงของร่ำงกำยมนุษย์ พบวำ่ ประกอบด้วยส่วนต่ำง ๆ ท่สี ำคญั คือ ศรี ษะ ไหลล่ ำตัว แขน
ขำ มือและเทำ้ นอกจำกน้รี ่ำงกำยของมนุษย์ยงั มีอวัยวะอืน่ ๆ อกี มำกมำยทปี่ ระกอบกนั ทำใหเ้ ป็นรำ่ งกำยของมนษุ ย์
สมบรู ณ์ เชน่ หู ตำ ปำก น้ิวมือ อวยั วะสบื พันธุ์ ฯลฯ ซงึ่ ทำใหม้ นุษยส์ ำมำรถดำรงชีวติ อยู่ได้ในสงั คม โครงงำนก็มี
ลักษณะเชน่ เดยี วกนั คือ หมำยถึงระบบโครงสร้ำงและองค์ประกอบตำ่ ง ๆ ท้ังหมดของกิจกำร หรอื ช้ินงำนต่ำง ๆ ที่เรำ
จะตอ้ งดำเนนิ กำร หรือผลติ ให้สำเรจ็ ลลุ ่วงไปตำมจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ องคป์ ระกอบท่ีสำคญั ของโครงงำน มี
ดังน้ี

1. เจำ้ ของโครงงำนหรือผูจ้ ดั ทำโครงงำน อำจจะเปน็ บคุ คลคนเดียวหรอื เป็นกลุ่มบุคคลก็ได้ สำหรับกำร
ปฏบิ ัตงิ ำนตำมโครงงำนอำชพี ทหี่ ลกั สูตรกำหนดให้นักศึกษำจะต้อง ปฏบิ ตั ิงำนรว่ มกนั กลุ่มละ ๓-๕
คน

136

2. ควำมสำคญั ของโครงงำน หรอื ของงำนน้นั ๆ วำ่ มีเหตุผลอะไร มีควำมจำเปน็ มคี ณุ ค่ำและประโยชนม์ ำก
น้อยเพียง

3. จุดประสงค์ของโครงงำน ระบวุ ำ่ มุ่งท่ีจะใหเ้ กดิ ผลอะไร อยำ่ งไร หรอื แก่ใคร ใหม้ ีปรมิ ำณและคุณภำพมำก
นอ้ ยเพียงใด

4. เครื่องมือ วสั ดอุ ปุ กรณท์ ี่ใช้ สถำนทป่ี ฏบิ ตั ิงำน งบประมำณคำ่ ใชจ้ ำ่ ยหรอื งบลงทุนกำหนดวำ่ มีอะไรบ้ำง
มำกน้อยเพยี งใด และจัดซอ้ื หำมำได้อยำ่ งไร

5. วิธดี ำเนินกำร ระบวุ ำ่ มขี ั้นตอนสำคญั ๆ ในเร่ืองใดท่จี ะต้องนำมำพจิ ำรณำ และปฏบิ ัติตำมระยะเวลำที่
กำหนดไว้

6. แผนปฏิบตั กิ ำร ระบุกิจกรรมต่ำง ๆ ที่จะตอ้ งปฏิบัตโิ ดยละเอยี ดตำมลำดับตำมระยะเวลำท่กี ำหนด
ไว้

7. ผลท่คี ำดว่ำจะไดร้ บั ระบุสิง่ ทคี่ ำดหวังว่ำจะเกิดขนึ้ จำกกำรดำเนนิ งำนตำมขนั้ ตอนต่ำง ๆ ท่ีกำหนด
8. กำรติดตำมผลและประเมนิ ผล จะต้องมวี ิธกี ำรตรวจสอบเป็นระยะ ๆ กอ่ นปฏบิ ัติโครงงำน ขณะปฏบิ ัติงำน
และเมื่อส้ินสุดกำรปฏิบัตโิ ครงงำน เพ่อื ประโยชน์ในกำรแกไ้ ขปรับปรงุ และพัฒนำงำนต่อไป
การเขยี นโครงการฝึกอาชพี
หลกั การสาคญั ในการเขียนโครงการ
กำรปฏบิ ัติงำนตำมโครงงำนอำชพี ของผเู้ รียน เพ่ือให้บรรลตุ ำมจดุ หมำนของหลกั สูตรและจดุ มงุ่ หมำยกำร
จดั ทำโครงกำร จงึ ไดก้ ำหนดหลักกำรทส่ี ำคัญเก่ียวกบั โครงกำรไว้ ดังนี้
1. ใหผ้ ู้เรียนแตล่ ะกลุม่ มีเสรีภำพในกำรตดั สนิ ใจ เลอื กทำโครงงำนอำชีพใดก็ได้ ตำมควำมถนัด ควำมสนใจ
และคำมพร้อมของผเู้ รยี น
2. ผูเ้ รียนในหอ้ งเรียนเดยี วกนั ควรเลอื กโครงกำรอำชีพแตกตำ่ งกัน ได้ตำมควำมถนดั ควำมพรอ้ ม และควำม
สนใจ ตลอดจนคำนึงถงึ ควำมจำเป็นในกำรใช้ประโยชน์ชิ้นงำน หรือรำยได้จำกกำรปฏบิ ัติงำน
3. ให้คำนงึ ถึงทรพั ยำกรในท้องถ่นิ ทง้ั ทรัพยำกรท่ใี ชเ้ ปน็ วัตถุดบิ ในกำรผลิตชน้ิ งำน และทรพั ยำกรบุคคลใน
ท้องถิน่ ตลอดจนภมู ิปญั ญำชำวบ้ำน เพื่อกำรอนุรักษ์ และพฒั นำเทคโนโลยีในท้องถน่ิ
4. ผู้เรยี นสำมำรถนำทกั ษะกำรทำงำน พ้ืนฐำนหลำยประเภท รวมไว้ในโครงกำรเดียวได้
5. ในแต่ละโครงกำร อำจกำหนดคำบเวลำแตกต่ำงกนั ได้ ตำมควำมยำกงำ่ ยของลกั ษณะงำน
6. ครอู ำจำรย์ ผู้สอน หรือท่ปี รกึ ษำ อำจจดั ส่ือกำรสอนในลักษณะของใบงำน หรอื ใบควำมรู้ หรือข้อมลู ทำง
วิชำกำร เพ่ือช่วยให้นกั ศึกษำ สำมำรถปฏิบัตงิ ำนไดด้ ้วยตนเอง
7. ในกำรประเมนิ โครงกำร ใหค้ รู อำจำรยผ์ ูส้ อน หรอื ทีป่ รึกษำเป็นผปู้ ระเมนิ โดยคำนึงถงึ ควำมรู้ควำม
เข้ำใจ กระบวนกำรทำงำน เจตติในกำรปฏบิ ตั งิ ำน และกำรนำชน้ิ งำนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และต้อง
ประเมินผลกำรเรยี นเป็นรำยภำคเรียน สำหรบั ผู้เรยี นทีเ่ ลือกหลำยโครงกำรใน 1 ภำคเรียน ใหป้ ระเมินผลโดยให้
คะแนนในแต่ละโครงกำรกอ่ น แลว้ นำมำรวมกัน เพื่อตัดสนิ ให้ระดบั คะแนน โดยคำนึงถึงคำเวลำในแตล่ ะโครงกำร โดย
จัดสัดสว่ นนำ้ หนักโครงกำรแตกต่ำงกนั ตำมคำบเวลำ

137

ส่วนประกอบและวธิ กี ารเขยี นโครงการฝึกอาชีพ
สว่ นประกอบและวธิ ีเขียนโครงกำรฝกึ อำชพี มีรำยะเอียด ดังตอ่ ไปน้ี
1. ชือ่ โครงงาน
ควรต้ังชอื่ โครงกำรอำชพี ให้ส่อื ควำมหมำยไดช้ ัดเจน ครอบคลมุ ควำมหมำยของกิจกรรมอำชีพที่ทำให้ชดั เจน

ว่ำทำอะไร ต้องเปน็ ช่ือที่เหมำะสม ชัดเจน ดึงดดู ควำมสนใจ และเฉพำะเจำะจงวำ่ จะทำอะไร ไม่ควรต้งั ชอื่ โครงกำรท่ีมี
ควำมหมำยกว้ำงเกนิ ไปตัวอย่ำงเชน่ โครงกำรปลกู มันสัมปะหลงั โครงงำนทำสง่ิ ประดษิ ฐ์

2. ชอ่ื ผู้ทาโครงงาน
เปน็ ช่อื ผูร้ บั ผดิ ชอบโครงงำน ในกรณีงำนกลมุ่ ต้องระบุหน้ำท่ีควำมรับผิดชอบของแต่ละคนให้ชดั เจน พิจำรณำ
ควำมเหมำะสมในดำ้ นควำมสำมำรถ โอกำสในกำรทำงำน กำลงั ทนุ ทรัพย์สนิ ของแต่ละบุคคล ทั้งนเี้ พือ่ จะได้ทรำบวำ่
โครงงำนอยูใ่ นควำมรับผดิ ชอบของใครและสำมำรถติดตำมไดท้ ีใ่ ด หรือโครงกำรน้ีอยู่ในควำมรับผดิ ชอบของใคร เม่ือมี
ปญั หำจะไดต้ ดิ ต่อประสำนงำนไดอ้ ยำ่ งงำ่ ย
3. ชื่อทปี่ รกึ ษาโครงงาน
เปน็ ผ้ทู รงคุณวุฒติ ่ำง ๆ
4. หลักการและเหตุผลหรือความสาคัญของโครงการ
ควรกลำ่ วถงึ สภำพชมุ ชนและควำมตอ้ งกำรของตลำดทีเ่ กี่ยวข้องกบั อำชีพตำมท่ีได้ ศึกษำมำ และอธิบำยว่ำ
โครงงำนน้จี ะสนองควำมต้องกำรของชุมชนได้อยำ่ งไร แสดงให้เห็นถึงควำมจำเป็นหรือควำมสำคัญ ซ่งึ ผเู้ สนอโครงงำน
จะต้องระบถุ ึงเหตผุ ลและขอ้ มูล หรือทฤษฎตี ำ่ ง ๆ มำสนับสนนุ โครงกำรให้ปรำกฏชดั เจนอยำ่ งสมเหตุสมผล กำร
เขียนหลกั กำรและเหตผุ ลในส่วนนป้ี ระกอบด้วยสว่ นสำคัญ 3 ส่วนคอื

1. ควำมเป็นมำของโครงกำรย่อ ๆ
2. เหตุผลและควำมจำเป็นท่ีตอ้ งมโี ครงกำรนัน้ ๆ
3. วิธกี ำรดำเนินโครงกำรย่อ ๆ
5. วตั ถปุ ระสงค์
จะต้องกำหนดวตั ถปุ ระสงค์ใหช้ ดั เจนวำ่ โครงงำนอำชพี นี้ ผ้เู รยี นจะทำอะไรโดยเขียนให้เห็นวำ่ กิจกรรมหรือ
พฤติกรรมท่ีจะดำเนินกำรมี อะไรบำ้ ง หำกมีวัตถปุ ระสงคห์ ลำยประกำรก็ควรเขียนเป็นข้อ ๆ ตำมลำดบั ควำมสำคญั
กำรเขยี นวตั ถุประสงค์มีควำมสำคัญตอ่ แนวทำง กำรศึกษำ ตลอดจนข้อควำมรู้ที่คน้ พบหรือสิ่งประดิษฐ์ท่คี ้นพบน้ันจะ
มีควำมสมบูรณ์ครบถว้ น ตอ้ งสอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ทกุ ๆ ขอ้ ไมเ่ ปิดโอกำสให้ตีควำมไดห้ ลำยอย่ำงอันจะทำให้
ควำมหมำยบดิ เบือนไปจำกเจตนำรมณท์ ่ีแทจ้ ริง และสำมำรถประเมนิ ผลและวดั ได้
6. เปา้ หมาย
เป้ำหมำย (Targets) หมำยถงึ กำรแสดงผลผลิตข้ันสดุ ท้ำยในแงป่ รมิ ำณ จำนวนหรอื กำรวัดควำมสำเร็จในชว่ ง
ระยะเวลำหนึ่ง ๆ กำหนดเปำ้ หมำยของผลผลติ ในชว่ งเวลำใหช้ ัดเจนคือ อะไร มปี ริมำณเทำ่ ใดและคณุ ภำพเป็นอยำ่ งไร
เป้ำหมำยจึงคลำ้ ยกบั วตั ถปุ ระสงคแ์ ต่มลี ักษณะเฉพำะเจำะจงมำกกวำ่ มีกำรระบุส่ิงทต่ี ้องกำรกระทำหรือกำรไปถงึ
ชดั เจนกว่ำและระบุเวลำท่ีตอ้ งกำรบรรลุ วำ่ จะแลว้ เสร็จในวนั ทเี่ ทำ่ ไร เดือนอะไร ปีใด โดยใคร และอย่ำงไร
นอกจำกนัน้ อำจมีกำรกำหนดเป้ำหมำยเชงิ คุณภำพควบคู่ไปดว้ ยก็ได้

138

7. ระยะเวลาดาเนินการ
กำรระบรุ ะยะเวลำและสถำนทห่ี รือพ้นื ท่เี ปำ้ หมำยทจ่ี ะจดั กิจกรรม ตัง้ แตเ่ ริม่ ต้นโครงกำรจนกระทงั่ เสร็จสน้ิ
โครงงำนและในกรณีทเี่ ป็นโครงงำนระยะยำวมีหลำยขั้นตอน กจ็ ะต้องแสดงชว่ งเวลำในแตล่ ะขัน้ ตอนนัน้ ด้วย ท้ังน้ีเพ่ือ
ใชป้ ระกอบกำรพิจำรณำเพ่ืออนมุ ัติโครงงำน ตัวอยำ่ งเช่น
ระยะเวลำ : 1 เดือน วันท่ี 1 – 30 เมษำยน 2558
สถำนทีด่ ำเนินงำน : โรงเรยี นสำรคำมพิทยำคม
8. งบประมาณ
จัดทำรำยละเอียดรำยจ่ำยที่เกิดขึ้นในกำรดำเนินโครงงำน เป็นกำรระบุถึงจำนวนเงิน จำนวนบุคคล จำนวน
วัสดุ-ครุภัณฑ์ และปัจจัยอื่น ๆ ท่ีจำเป็นต่อกำรดำเนินงำน กำรจัดทำงบประมำณและทรัพยำกรในกำรดำเนินงำน
โครงกำร ผวู้ ำงแผนโครงกำรควรต้องคำนึงถงึ หลักสำคัญ 4 ประกำรในกำรจัดทำโครงกำร โดยจะตอ้ งจดั เตรียมไว้อย่ำง
เพยี งพอและจะต้องใช้อยำ่ งประหยัด ดังน้ี

1. ควำมประหยัด (Economy)
2. ควำมมปี ระสิทธิภำพ (Efficiency)
3. ควำมมปี ระสิทธผิ ล (Effectiveness)
4. ควำมยุติธรรม (Equity)
9. ขน้ั ตอนวธิ ดี าเนนิ งาน
เขียนเป็นรำยละเอยี ดขั้นตอนของกำรทำงำน ตัง้ แต่เริ่มตน้ จนส้ินสุดโครงงำนโดยเขยี นเป็นแผนปฏบิ ัติงำน ซง่ึ
ประกอบด้วยหัวข้อ กิจกรรม ระยะเวลำ สถำนศึกษำ ทรัพยำกร/ปัจจัยเป็นต้น รำยละเอียดดังกล่ำวจะทำให้ผู้ท่ี
ปรกึ ษำหรือผดู้ ำเนนิ งำนตดิ ตำมกำกบั งำนได้ อย่ำงมรี ะบบแกไ้ ขปัญหำได้ทันท่วงที
10. การติดตามและการประเมนิ ผล
เปน็ วิธีกำรหรอื เทคนิคในกำรดแู ลและควบคุมกำรปฏิบัติงำนให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ ทั้งน้ตี ้องบอกให้ชดั เจนวำ่
กอ่ นเริม่ ทำโครงงำน ระหวำ่ งทำโครงงำนและหลังกำรทำโครงงำน จะมีกำรติดตำมและประเมนิ ผลอยำ่ งไร เป็นกำร
ระบวุ ่ำมีกำรติดตำม กำรควบคุม กำรกำกบั และกำรประเมนิ ผลโครงงำนอยำ่ งไร จะประเมินควำมสำเรจ็ ของกำร
ดำเนนิ งำนโครงงำนไดอ้ ย่ำงไรใครเปน็ ผรู้ บั ผิดชอบ โดยระบุวิธีหรอื เครอื่ งมือท่ีใชใ้ นกำรประเมินด้วย ทง้ั นี้หวั ข้อของ
กำรประเมนิ จะต้องสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงคต์ ำมโครงงำนดว้ ย
ดงั น้นั เพอ่ื ให้กำรติดตำมและประเมินผลโครงกำรสอดคล้องระหวำ่ งกำรวำงแผนกบั กำรปฏิบัติงำน ควร
พจิ ำรณำดำเนินกำรเป็น 3 ระยะ คอื
1. ประเมินผลก่อนกำรทำโครงกำร หรอื ก่อนกำรปฏิบัติงำน
2. ประเมินผลระหวำ่ งท่ีมีกำรทำโครงงำน
3. ประเมินผลภำยหลงั กำรทำโครงงำน

139

11. ผลทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั
ให้ระบุผลท่ีจะเกิดขึ้นเม่ือเสร็จส้ินโครงงำน เป็นผลที่ได้รับโดยตรงและผลพลอยได้หรือผลกระทบจำก
โครงงำนเป็นผลในด้ำนดีท่ี คำดว่ำจะได้รับจะต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์และเป้ำหมำย แสดงถึงผลประโยชน์ท่ีผู้
ดำเนินโครงกำรและผู้ที่เก่ียวข้องจะได้รับหลังโครงกำรส้ินสุดลง ซึ่งหมำยถึงผลกระทบในทำงท่ีดี ท่ีคำดว่ำจะเกิดข้ึน
ทั้งทำงตรงและทำงอ้อม นอกจำกนี้จะระบไุ ว้ชัดเจนว่ำใครจะไดร้ บั ผลประโยชน์และผลกระทบในลักษณะอย่ำงไร ทงั้
ดำ้ นปริมำณ และดำ้ นคุณภำพ
12. ปญั หาและอปุ สรรค
กำรดำเนินงำนตำมโครงกำรนี้ จะมีปัญหำและอุปสรรคใดบ้ำง ท้งั ในด้ำนตัวบุคคลทร่ี ่วมงำน ขน้ั ตอนกำร
ปฏิบัติ ภยั ธรรมชำติ ตลำดจำหนำ่ ยและอื่น ๆ ทเ่ี หน็ ว่ำนำ่ จะเกดิ ข้ึน พร้อมชแี้ จงสำเหตุทอี่ ำจเกิดขึน้ ด้วย รวมทั้ง
แนวทำงแก้ไข ปัญหำและอุปสรรคท่ีไมเ่ ป็นไปตำมแผนข้นั ตอนกำรปฏิบตั งิ ำนทุกขัน้ ตอน ระยะเวลำ วัตถุประสงค์และ
เป้ำหมำยท่ีกำหนดดว้ ย

การปรับปรงุ โครงการ
เปนกำรปรับปรุงโครงกำรพฒั นำอำชพี ที่ไดจดั ทำไวแลว เพ่ือใหไดโครงกำรท่ีมคี วำมเปนไปอยำงมปี ระสิทธิให

มำกทส่ี ุด กำรกำกับติดตำมเปนกจิ กรรมของผูบรหิ ำร เพ่อื หำคำตอบและตอบคำถำมกำรใชทรพั ยำกรไดครบตรงตำม
วตั ถปุ ระสงคหรือไม โครงกำรเปนไปตำมแผนท่ีกำหนดไวหรอื ไม งบประมำณเพียงพอและเปนประโยชนเพยี งใด ซึ่ง
ขอมลู ที่ไดมำจะเปนประโยชนอยำงยง่ิ ตอกำรปรับปรงุ โครงกำรดำเนนิ ไปตำมเปำหมำยแลวเสรจ็ ภำยในเวลำ
ประโยชนของการปรับปรงุ โครงการ
กำรปรบั ปรงุ โครงกำรเปนกิจกรรมท่สี ำคัญท่สี ุดในวงจรกำรวำงแผนและกำรบรหิ ำรโครงกำร พอสรปุ ไดดงั นี้
1. ชวยใหตดั สนิ ใจกำรใชทรัพยำกรท่ีจำเปนและควำมเปนไปไดของกจิ กรรมตำงๆในโครงกำร
2. ชวยใหกำรกำหนดวตั ถปุ ระสงคของโครงกำรมีควำมชัดเจน
3. ชวยใหไดขอมูลควำมกำวหนำ ปญหำ อุปสรรคของโครงกำร
4. ชวยใหรขู อมลู ควำมสำเร็จหรอื ลมเหลวของโครงกำรเพอื่ นำไปใชในกำรตัดสินใจ
5. ชวยบงบอกประสิทธิภำพของกำรดำเนินโครงกำรวำมีคุณคำกับกำรลงทนุ หรือไม

140

แบบทดสอบหลังเรียน อช11003
คาส่ัง จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสดุ เพียงข้อเดียว

1.ข้อใดไม่ใชป่ ระโยชน์ของกำรวำงแผนโครงกำร
ก. ช่วยให้มีกำรตดั สินใจอยำ่ งมีหลักเกณฑ์
ข. กำรวำงแผนเปน็ เคร่ืองมือในกำรควบคุมงำนโครงกำร
ค.กำรทำงำนตำมแผนเป็นกำรตีกรอบควำมคดิ ของผู้ปฏบิ ตั ิงำนโครงกำร
ง. ทำให้กำรปฏบิ ตั ิงำนเปน็ ไปโดยประหยดั มีประสทิ ธิภำพ และประสิทธผิ ล

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ในกำรปรบั ปรุงแกไ้ ขโครงกำรพัฒนำอำชพี
ก. ช่วยควบคุมกำรปฏิบตั งิ ำนให้บรรลตุ ำมเปำ้ หมำย
ข. ช่วยใหก้ ำรดำเนินงำนเปน็ ไปอย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ
ค. ช่วยประหยดั เวลำในกำรทำงำนให้สำเร็จตำมเวลำที่กำหนด
ง. ช่วยให้สำมำรถแยกแยะปัญหำธุรกิจกบั ปัญหำส่วนตัวได้

2. วิธีกำรอนรุ กั ษท์ รัพยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดล้อมเมื่อมีกำรจัดโครงกำรเกี่ยวกบั สิง่ แวดลอ้ ม ขอ้ ใดกล่ำวถูกต้อง
ก. เปน็ กำรเผำผลำญพลังงำนอยำ่ งคุ้มคำ่
ข.กำรประหยัดรู้จักเลอื กใช้พลังงำนท่มี ีอยูเ่ ท่ำทจ่ี ำเปน็
ค.เปน็ กำรใชพ้ ลังงำนท่ีมีอยู่ให้หมดไป
ง. เพื่อประโยชนส์ ูงสดุ จึงควรใช้พลังงำนทม่ี ีอยใู่ ห้มำกทสี่ ุด

3. ในกำรเขยี นโครงกำรพัฒนำอำชพี แนวคดิ สำคัญท่ตี ้องกำรใหเ้ กดิ กำรพัฒนำอำชีพควรอยู่ในหวั ข้อใด
ก ชือ่ โครงกำร ข. หลกั กำรและเหตุผล
ค. วัตถุประสงค์ ง. ผลทค่ี ำดวำ่ จะได้รบั

4. ขอ้ ใดคือประโยชนข์ องกำรเขียนโครงกำรพัฒนำอำชีพให้มอี ยู่มีกิน
ก. เพ่ือให้มเี งินทนุ หมุนเวียนท่ีดีขน้ึ หรอื มีค่ำใชจ้ ่ำยต่ำงๆลดลงโดยไมจ่ ำเป็นต้องทำบญั ชี
ข. เพ่อื ให้มแี ผนกำรพฒั นำให้มีอยู่มีกินของตนอยำ่ งมีจุดม่งุ หมำยปลำยทำงที่ชัดเจน
ค. เพื่อให้สำมำรถสรำ้ งยอดขำยเพ่ิมได้ และจะมลี กู ค้ำเพมิ่ ขึน้ โดยไม่ต้องลงทนุ เพิม่
ง. ท่กี ล่ำวมำไม่มีข้อใดถูก

5. ข้อใดคือลกั ษณะของกำรประกอบอำชีพ
ก. กำรผลติ และกำรบริกำร
ข. กำรบรหิ ำรและกำรบรกิ ำร
ค. กำรผลติ และกำรจดั จำหน่ำย
ง. กำรผลิตและกำรบริหำรจัดกำร

141

6. ข้อใดกลำ่ วถูกต้องเก่ียวกับกำรปรบั ปรุงแก้ไขโครงกำร
ก.กำรปรับปรงุ โครงกำรเปนกิจกรรมที่สำคัญทีส่ ุดในวงจรกำรวำงแผนและกำรบรหิ ำรโครงกำร
ข. ทำใหก้ ำรตัดสินใจในกำรจัดทำโครงกำรได้ยำก
ค.ทำใหไ้ ม่มคี วำมชัดเจนในกำรจัดทำโครงกำร
ง. ไมม่ ีข้อใดกลำ่ วถูก

7. ขอ้ ใดกลำ่ วไม่ถูกต้องเกี่ยวกับควำมจำเป็นในกำรพฒั นำอำชีพ
ก.ทำให้เศรษฐกจิ ชมุ ชน และประเทศแย่ลง
ข.เพื่อใหม้ สี ินคำ้ ท่ีดีตรงตำมควำมตอ้ งกำรของผู้บริโภค
ค.เพ่ือใหผ้ ้ผู ลิตไดม้ ีกำรคดิ ค้นผลติ ภัณฑ์ไดต้ ลอดเวลำ
ง. มีกำรนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเขำ้ มำใช้ในกระบวนกำรผลติ

8. กำรปรบั ปรงุ แก้ไขโครงกำรมีควำมสำคัญต่อควำมสำเร็จของโครงกำรพัฒนำอำชีพอย่ำงไร
ก. ตอกย้ำควำมผิดพลำดล้มเหลวในเรื่องทต่ี ้องทำกำรแก้ไข
ข. นำมำเป็นแนวทำงในกำรว่ำงแผนโครงกำรครงั้ ตอ่ ๆไป
ค. สำมำรถหำตัวคนที่ทำงำนผิดพลำดมำชดใช้ค่ำเสียหำย
ง. เรยี กคืนทรพั ยำกรที่สญู เสียไปแลว้ กลับคนื มำ

วิธีกำรอนรุ ักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและสงิ่ แวดล้อมเมอ่ื มีกำรจัดโครงกำรเกีย่ วกับส่ิงแวดลอ้ ม ข้อใดกล่ำวถูกต้อง
ก. เปน็ กำรเผำผลำญพลงั งำนอย่ำงคุ้มค่ำ
ข.กำรประหยัดรู้จักเลือกใช้พลงั งำนทีม่ ีอยเู่ ท่ำทีจ่ ำเป็น
ค.เปน็ กำรใช้พลังงำนทม่ี ีอยู่ให้หมดไป
ง. เพื่อประโยชนส์ งู สุดจึงควรใช้พลงั งำนทมี่ ีอยใู่ ห้มำกท่ีสดุ

9. หำกต้องกำรประกอบอำชีพภำยในชมุ ชนควรวเิ ครำะห์ควำมพรอ้ มในเร่ืองใด
ก. ควำมถนดั
ข. งบประมำณ
ค. ตลำดผูบ้ รโิ ภค
ง. กำรบริหำรจัดกำรเวลำ

10. ข้อใดไม่ใชป่ ระโยชนใ์ นกำรปรับปรุงแกไ้ ขโครงกำรพัฒนำอำชพี
ก. ชว่ ยควบคุมกำรปฏบิ ตั งิ ำนใหบ้ รรลุตำมเปำ้ หมำย
ข. ช่วยใหก้ ำรดำเนนิ งำนเปน็ ไปอย่ำงมปี ระสิทธิภำพ
ค. ช่วยประหยดั เวลำในกำรทำงำนใหส้ ำเรจ็ ตำมเวลำท่ีกำหนด
ง. ช่วยใหส้ ำมำรถแยกแยะปัญหำธุรกิจกบั ปัญหำสว่ นตัวได้

เฉลย แบบทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรยี น
1.ค 2. ข 3. ข 4. ข 5. ก 6. ก 7. ก 8. ข 9.ค 10.ง

142

บันทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คร้งั ท่ี วนั ท…ี่ …. เดือน ……………. พ.ศ…………..
กจิ กรรมกำรเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สภำพปัญหำท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วธิ ีกำรแกป้ ญั หำ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………….ผู้บันทกึ หลงั กำรสอน
(………………..………………)

ตำแหนง่ ………………………………………
ลงชอื่ ….................................................ผอู้ ำนวยกำรสถำนศึกษำ

143

แบบทดสอบ 100 ข้อ วชิ ำพัฒนำอำชพี ให้มีอยู่มีกิน อช11003
1. กำรพัฒนำอำชีพหมำยถงึ ข้อใดมำกท่ีสดุ

ก. กำรก้ำวทันกระแสโลกในกำรทำให้สนิ คำ้ มีมูลคำ่ เพิ่มสูงขึ้น
ข. กำรมีควำมรเู้ กย่ี วกับกำรประกอบอำชีพรวมถึงทักษะประสบกำรณ์ทเี่ ป็นประโยชน์ในอำชีพ
ค. กำรพฒั นำฝีมือตนเองใหม้ ีควำมสำมำรถในกำรประกอบอำชีพแข่งกับค่คู ้ำรำยอื่น
ง. กำรประกอบอำชีพที่มกี ำรพัฒนำสนิ คำ้ หรือผลติ ภัณฑ์ให้ตรงกับควำมตอ้ งกำรของลกู ค้ำอย่ตู ลอดเวลำ
2. ผู้ทสี่ ำเร็จในกำรประกอบอำชพี ควรยึดส่งิ ใดเปน็ สำคัญ

ก. ขยนั อดทน

144

ข. ตงั้ ใจทำงำน

ค. หนกั เบำเอำสู้

ง. ถูกทุกข้อ

3. ขอ้ ใดเปน็ ผลดีในกำรประกอบอำชีพ

ก. มีผู้คนนบั ถอื

ข. มีชอื่ เสยี งโด่งดงั

ค. มีรำยไดเ้ ลี้ยงตนเองครอบครัว

ง. มีสิง่ คำ้ ออกสู่ท้องตลำด

4.กำรพัฒนำอำชีพให้มคี วำมม่นั คงควรทำอย่ำงไร

ก. ใชว้ ตั ถุดบิ ทีไ่ ม่ได้มำตรฐำนในกำรผลติ

ข. ผลิตสินคำ้ ออกมำเหมือนเดมิ ไม่มกี ำรเปลีย่ นแปลง

ค. พฒั นำสินคำ้ ใหต้ รงกับควำมต้องกำรของลูกคำ้ อยตู่ ลอดเวลำ

ง. ลดต้นทนุ ในกำรผลติ สนิ ค้ำเพื่อให้ได้กำไรเยอะ

5.กำรประกอบอำชพี ใดเป็นกำรปฏิบัตติ ำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพยี งท่เี หมำะสมที่สุด

ก. คนขบั รถเมล์ ข. ธุรกจิ ส่วนตวั

ค. นวดแผนโบรำณ ง. ลูกจำ้ งในบรษิ ัทเอกชน

6. อำชพี หมำยถึงขอ้ ใด

ก. กำรทำงำน ข. ควำมสำมำรถ

ค.ระยะวำงแผน ง. ถกู ทขุ อ้

7. ควำมสำคัญของกำรพฒั นำอำชีพมีด้ำนใดบำ้ ง

ก. ด้ำนเศรษฐกิจ ข. ดำ้ นสงั คม

ค. ด้ำนวัฒนธรรม ง. ก และ ข ถกู

8. ควำมหมำยกำรวเิ ครำะห์ศักยภำพธุระกจิ มีกี่ขอ้
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4

9. กำรวิเครำะห์ศักยภำพในกำรประอำชีพใหป้ ระสบควำมสำเรจ็ ตอ้ งวิเครำะหศ์ ักยภำพของธุรกจิ ส่วนใด

ก. กำรวิเครำะหเ์ จำ้ ของธรุ กจิ หรอื ผูป้ ระกอบกำร ข. กำรวเิ ครำะห์ ผผู้ ลิต สินค้ำ ผู้บริโภค

ค. กำรวเิ ครำะห์ สนิ คำ้ ผจู้ ำหน่ำย ผรู้ ับบริกำร ง. กำรวเิ ครำะห์ ตลำด สนิ ค้ำ ผ้บู ริโภค

10. ธรุ กิจอุตสำหกรรมเปน็ กำรผลิตสนิ คำ้ เพ่อื ขำย เป็นกำรประกอบธรุ กจิ ที่มุ่งอะไร

ก.แปรรปู และหลอ่ หลอมวัตถดุ บิ ใหเ้ ป็นสินค้ำ ข. ผ้บู ริโภค

145

ค. ผูจ้ ำหน่ำย ง. เปำ้ หมำยกำรตลำด

11. ข้อใดไม่ได้อย่ใู นหนำ้ ที่กำรพฒั นำผลิตภณั ฑ์
ก. ดำวำงแผนกลยทุ ธข์ องผลิตภัณฑ์
ข. แดงรวบรวมข้อมลู สำหรบั ปรบั ปรุง
ค. ฟ้ำกำหนดแผนกำรดำเนินกำรผลติ ภณั ฑ์
ง. เขียวสร้ำงงำนที่มีคุณคำ่ และตอบสนองควำมตอ้ งกำร

12. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชน์กำรวำงแผนกลยทุ ธ์
ก. กำรขยำยปรมิ ำณลูกคำ้ อยำ่ งชดั เจน
ข. บรรลุผลกำรขำยตำมเปำ้ หมำย
ค. มคี วำมเปน็ ไปไดใ้ นกำรผลิต
ง. จดั ทำแผนใหเ้ หมำะสมกบั เวลำ

13. กำรวเิ ครำะหแ์ บบ SWOT คอื ข้อใด
ก. สวย, เลิศ, เชิด และหย่ิง
ข. ควำมรู้, เอำใจใส่, ไมท่ ้อ และขยัน
ค. จุดออ่ น, จุดแข็ง, โอกำส และอปุ สรรค
ง. จุดดี, จุดเด่น, จุดดอ้ ย และขวำกหนำม

14. กำรบริหำรเชิงกลยุทธค์ ือข้อใด
ก. กำหนดทิศทำงเปำ้ หมำยมีแบบแผน
ข. มนี โยบำยและเจตนำรมณ์ที่ดี
ค. พฒั นำรูปลกั ษณ์เตม็ ประสิทธภิ ำพ
ง. วำงแผนติดตำมควบคุมอย่ำงมปี ระสิทธิภำพ

15. กำรออกแบบผลติ ภัณฑ์ในข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของกำร
ออกแบบ
ก. เกดิ กำรแขง่ ขันทำงธุรกิจ
ข. สรำ้ งมูลคำ่ เพ่มิ ให้แกผ่ ลติ ภัณฑ์
ค. เกิดควำมสะดวกในกำรใช้ผลิตภณั ฑ์
ง. เกิดกำรประหยัดวัตถุดิบและพลังงำน

16. สว่ นประกอบทำงกำรตลำดคือขอ้ ใด


Click to View FlipBook Version