The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน

แผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน

46

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ า พฒั นาอาชีพใหม้ ีอยู่มกี ิน อช11003
จานวน 2 หน่วยกิต

ครั้งที่ 3 วันที.่ ........เดอื น.............................พ.ศ.................

รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ แบบพบกล่มุ จำนวน 6 ชว่ั โมง

เรื่อง กำรจัดทำแผนกำรพฒั นำกำรผลิต/บริกำร
ตวั ช้ีวดั 1.อธิบำยกำรกำหนดคณุ ภำพผลผลติ หรอื กำรบริกำร

2.สำมำรถวเิ ครำะห์ทนุ ปจั จยั กำรผลติ หรือกำรบริกำร
3.กำหนดเปำ้ หมำยกำรผลิตหรือกำรบริกำร
4.กำหนดแผนกจิ กรรมกำรผลิต
5.พฒั นำระบบกำรผลติ หรือกำรบรกิ ำร
เนือ้ หา 1.กำรกำหนดทุนกำรผลติ หรอื กำรบรกิ ำร
2.กำรวเิ ครำะหท์ ุนปจั จัยกำรผลิตหรือกำรบริกำร
3.กำรกำหนดเปำ้ หมำยกำรผลิตหรือกำรบรกิ ำร
4.กำรกำหนดแผนกจิ กรรมกำรผลิต

5.กำรพฒั นำระบบกำรผลติ หรอื กำรบริกำร
ขัน้ ตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้

ขัน้ ท่ี 1 กาหนดสภาพปัญหาการเรียนรู้
1. ครกู ล่ำวทกั ทำยผู้เรียนพร้อมทั้งนำภำพกำรดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ที่มีควำมสขุ ต้องดำเนินไปให้

สอดคลอ้ งกับธรรมชำติ มนุษยต์ อ้ งมงี ำนทำ มีอำชีพ มหี นำ้ ทท่ี ีต่ อ้ งปฏบิ ตั ิ ให้ผเู้ รยี นดู เพ่ือเปรียบเทยี บถึงกำรมอี ำชีพ
ในลักษณะกำรผลิตหรือกำรใหบ้ ริกำร และมองเหน็ ควำมแตกตำ่ งทสี่ ำมำรถมองเห็นได้อย่ำงชดั เจนร่วมกันวเิ ครำะห์วำ่
เหตใุ ด อำชพี แต่ละอำชพี มีควำมแตกต่ำงกนั อยำ่ งไร

2. ครตู งั้ คำถำม ถำมผู้เรียนวำ่ ผู้เรียนชอบอำชพี ใดมำกท่สี ดุ เพรำะเหตใุ ด แล้วทำกำรสมุ่ เรยี กให้
ผูเ้ รยี นทม่ี คี วำมชอบทตี่ ่ำงกนั นำเสนอควำมชอบของตนเองพรอ้ มยกเหตุผลมำอธิบำยประกอบ

3. ครเู ปิดโอกำสใหผ้ เู้ รยี นซักถำมข้อสงสัยก่อนเขำ้ ส่บู ทเรยี นในขนั้ ตอ่ ไป

ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้
1.ครูแจกใบควำมรู้ เรื่อง กำรกำหนดคุณภำพผลผลิตหรือกำรบริกำร กำรวเิ ครำะห์ทุนปัจจัยกำร

ผลติ หรือกำรบริกำร กำรกำหนดเป้ำหมำยกำรผลิตหรือกำรบรกิ ำร กำรกำหนดแผนกจิ กรรมกำรผลิตหรอื กำรบริกำร
และกำรพฒั นำระบบกำรผลิตหรอื กำรบรกิ ำร

2.ครใู ห้ผ้เู รียนทำใบงำน เรื่อง กำรกำหนดคุณภำพผลผลิตหรอื กำรบริกำร กำรวเิ ครำะหท์ ุนปจั จัย
กำรผลติ หรอื กำรบริกำร กำรกำหนดเป้ำหมำยกำรผลิตหรือกำรบริกำร กำรกำหนดแผนกิจกรรมกำรผลติ หรอื กำร
บรกิ ำร และกำรพฒั นำระบบกำรผลิตหรือกำรบริกำร และสง่ ตัวแทนนำเสนอผลงำน

47

ขนั้ ที่ 3 การปฏิบตั ิและการนาไปใช้

1.ผเู้ รียนนำเสนอควำมรทู้ ่ีไดร้ ับจำกใบควำมรู้ หนงั สือเรียน อนิ เตอรเ์ น็ต เรอื่ ง กำรกำหนดคณุ ภำพ
ผลผลติ หรือกำรบริกำร กำรวิเครำะหท์ นุ ปจั จัยกำรผลติ หรือกำรบรกิ ำร กำรกำหนดเป้ำหมำยกำรผลติ หรือกำรบริกำร
กำรกำหนดแผนกิจกรรมกำรผลิตหรอื กำรบรกิ ำร และกำรพฒั นำระบบกำรผลิตหรอื กำรบรกิ ำร โดยผู้เรยี นสง่ ตัวแทน
นำเสนอ

2.ครแู ละผู้เรยี นร่วมกันสรุปว่ำลักษณะงำนอำชีพในกำรผลิตมีทัง้ ภำคเกษตรและภำคอุตสำหกรรม
ควำมแตกต่ำงของแต่ละอำชพี แล้วให้ผูเ้ รยี นบนั ทึกลงในสมุดของตนเอง

ขัน้ ท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้
1.สังเกตจำกกำรมสี ว่ นรว่ มของผเู้ รียน
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน
4.สมดุ บันทึก

สอ่ื การเรียนรู้
1.ใบควำมรู้
2.หนงั สือเรยี น
3.อินเตอร์เนต็
4.ห้องสมดุ ประชำชน

การวดั และประเมินผล
1.กำรมีสว่ นรว่ มในกำรทำกจิ กรรมกลุ่ม
2.ผลงำน / กำรนำเสนอ
3.ใบงำน
4.สมุดบันทกึ

48

แบบทดสอบก่อนเรียน

………………………………………………………………………….

คำชแ้ี จง ใหเ้ ลือกข้อท่ถี ูกทสี่ ดุ

1. ตำแหน่งธรุ กจิ หมำยถึงข้อใด

ก. ระยะเวลำในช่วงกำรประกอบธรุ กิจ ข. ระยะเวลำกำรสำรวจขอ้ มลู

ค. ระยะวำงแผน ง. ถกู ทขุ ้อ

2. ขัน้ ตอนของกำรดำเนินกิจกำรโดยทวั่ ไปจะแบ่งเป็นก่รี ะยะ

ก. 2 ระยะ ข. 3 ระยะ

ค. 4 ระยะ ง. 5 ระยะ

3. ควำมจำเป็นของกำรวิเครำะหศ์ ักยภำพธรุ กจิ คือข้อใด

ก. เพ่อื เห็นทิศทำงของธุรกิจ ข. เพื่อกำรจดั สรรเงินทุนและสรำ้ งควำมมน่ั ใจในกำรคำ้

ค. เพอ่ื ศึกษำควำมเปน็ ไปได้ของธุรกิจ ง. ถูกทกุ ข้อ

4. ข้อใดเปน็ องค์ประกอบสำคัญในกำรกำหนดทศิ ทำงกำรตลำด

ก. ห้นุ ส่วน ผู้ผลติ ผู้ขำย ข. ผู้ผลติ สินค้ำ ผบู้ รโิ ภค

ค. สนิ ค้ำ ผจู้ ำหน่ำย ผรู้ บั บรกิ ำร ง. ตลำด สนิ คำ้ ผู้บรโิ ภค

5. กำรกำหนดกลยุทธท์ ำงกำรตลำดต้องให้สอดคล้องกับขอ้ ใด

ก. ผู้ผลิต ข. ผู้บรโิ ภค

ค. ผู้จำหนำ่ ย ง. เป้ำหมำยกำรตลำด

6. กำรพัฒนำกลยุทธ์ทำงกำรตลำดตอ้ งคำนงึ ถึงสงิ่ ใดเป็นสำคัญ

ก. กล่มุ เปำ้ หมำย ข. ผลติ ภัณฑ์

ค. รำคำและกำรจำหนำ่ ย ง. ถูกทุกขอ้

7. ลักษณะและคุณภำพท่ีดีของกำรบรกิ ำรขอ้ ท่ี 1 คือข้อใด

ก. รวดเร็วทนั ใจ ข. ยมิ้ แยม้ เอำใจใส่

ค. ใหเ้ กยี รติลูกคำ้ ง. กระตือรือรน้

8. ขอ้ ใดคือตน้ ทุนคงท่ใี นกำรทำธุรกิจ

ก. คำ่ เมลด็ พันธ์ คำ่ แรงงำน ข. คำ่ ปุ๋ย คำ่ นำ้ มัน

ค. ทีด่ นิ โรงงำน ง. ค่ำเชำ่ ทีด่ ิน คำ่ ขนสง่

9. องค์ประกอบสำคัญท่ผี ปู้ ระกอบธุรกจิ ต้องพจิ ำรณำเปน็ อันดับแรกในกำรทำธรุ กิจคอื ข้อใด

ก. แรงงำน ข. เงนิ ทนุ

ค. อุปกรณ์ ง. วตั ถดุ บิ

10. ข้อใดเป็นปจั จัยที่ส่งผลให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอยำ่ งรวดเร็วและรนุ แรง

ก. กำรแขง่ ขันทไี่ ร้พรมแดน ข. กำรเปลีย่ นแปลงทำงนวตั กรรมเทคโนโลยี

ค. ควำมหลำกหลำยของผูบ้ รโิ ภค ง. ถูกทง้ั ข้อ ก และ ข

49

เฉลย
1. ก
2. ค
3. ง
4. ข
5. ง
6. ง
7. ข
8. ค
9. ก
10. ง

50

ใบความร้ทู ี่ 1 เรือ่ งการจัดทาแผนการพฒั นาการผลติ /บริการ
เร่ืองท่ี การกาหนดคณุ ภาพผลผลิตหรอื การบรกิ าร

กำรดำรงชวี ติ ของมนษุ ย์ท่มี คี วำมสุข ตอ้ งดำเนนิ ไปให้สอดคลอ้ งกับธรรมชำติ มนษุ ย์ต้องมีงำนทำ มีอำชพี มี
หนำ้ ทที่ ี่ต้องปฏบิ ัติ ไม่วำ่ จะเป็นงำนอำชีพในลกั ษณะกำรผลติ หรือกำรให้บริกำร เพื่อใหเ้ กิดกำรหมุนเวียนทำง
เศรษฐกจิ ทั้งในระดับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชำติ ลกั ษณะกำรประกอบอำชีพสำมำรถแบ่งได้ 2 ลกั ษณะ
ใหญ่ ๆ ดงั นี้

1. ลกั ษณะงำนอำชีพในกำรผลติ
2. ลักษณะงำนอำชีพกำรใหบ้ รกิ ำร
ลกั ษณะงานอาชีพในการผลิต งำนอำชีพในกำรผลติ น้นั มีอยทู่ งั้ ในภำคเกษตรกรรม และภำคอุตสำหกรรม เช่น
ภำคเกษตรกรรม ได้แก่
- เกษตรกรท่ีประกอบอำชีพทำนำ ผลผลิตไดแ้ ก่ ขำ้ ว
- เกษตรกรที่ประกอบอำชีพทำสวนผลไม้ ผลผลิตได้แก่ ผลไมป้ ระเภทตำ่ งๆ ที่ปลูก เช่น สวนส้ม
- ชำวประมงทีป่ ระกอบอำชีพจบั สตั ว์น้ำ ผลผลติ ได้แก่ สตั ว์นำ้ ท่จี บั มำได้ เช่น กงุ้ ปลำ
ภาคอุตสาหกรรม ได้แก่
- ผูป้ ระกอบอำชีพตดั เยบ็ เสือ้ ผำ้ สำเรจ็ รปู ผลผลิตไดแ้ ก่ เสอื้ ผ้ำสำเร็จรปู
- ผู้ประกอบอำชีพผลติ โทรศัพท์มือถอื ผลผลิตไดแ้ ก่ โทรศัพท์มือถือ
- ผปู้ ระกอบอำชีพผลติ รถยนต์ ผลผลติ ไดแ้ ก่ รถยนต์
สรุปไดว้ ่ำ กำรผลิต หมำยถงึ กำรสร้ำงสรรคห์ รือกำรแปรสภำพส่ิงหนง่ึ สิ่งใด ใหเ้ ป็นสนิ ค้ำ ออกมำเพ่ือจำหน่ำย เรยี กวำ่
“ผลผลติ ”กำรผลิตทด่ี ี ตอ้ งให้ตรงกบั ควำมต้องกำรของผู้ใช้หรอื ผซู้ อ้ื ให้มำกทส่ี ดุ โดยกำรจะได้ผลผลิตทด่ี นี น้ั ผ้ผู ลิต
ตอ้ งมีคณุ ลกั ษณะที่ดีต่อกระบวนกำรผลิตดว้ ย ได้แก่
1. ซอ่ื สัตยต์ ่อผูบ้ ริโภค
2. รกั ษำคุณภำพของผลผลิตใหค้ งท่แี ละปรบั ปรงุ ให้ดีขน้ึ
3. ไมป่ ลอมปนผลผลติ
4. ลดต้นทุนกำรผลิต
5. ยน่ ระยะเวลำในกำรผลติ
6. มีควำมรู้ ควำมชำนำญในงำนอำชีพที่ดำเนนิ กำรเป็นอยำ่ งดี
7. ใช้วสั ดทุ ่มี ีคุณภำพ
8. สนิ ค้ำใชง้ ำนได้สะดวก
9. มีควำมคดิ รเิ รม่ิ และมีมนุษยส์ มั พนั ธท์ ีด่ ี
ลักษณะงานอาชีพการใหบ้ ริการ
การบริการ เปน็ กจิ กรรมหรือกำรกระทำที่ผใู้ หบ้ ริกำรทำข้นึ เพ่ือสง่ มอบกำรบรกิ ำรให้แก่ผ้รู บั บริกำร กำร
บรกิ ำรจะเกดิ ข้ึนโดยทนั ที เมื่อผู้รบั บรกิ ำรมีควำมต้องกำรรับบรกิ ำร

51

ในกำรบริกำรน้ัน ผรู้ บั บริกำรจะให้ควำมสำคญั กับ “กจิ กรรม” หรือ “กระบวนกำรบริกำร” ของ ผใู้ หบ้ ริกำรมำกกวำ่
ส่ิงอน่ื และจะรับรไู้ ด้ด้วยควำมรู้สึกทำงใจ หรือเรียกวำ่ “ควำมประทับใจ” โดยควำมประทับใจจะเกิดขึ้นในขณะที่
ผู้รับบริกำรสมั ผสั ได้กับกำรได้รับบริกำรนน้ั ๆ
คุณภาพของการบรกิ าร จะเกิดขน้ึ ขณะทผี่ รู้ บั บริกำรได้สัมผสั หรือรบั กำรบริกำร โดยสำมำรถกำหนดคุณลักษณะ
คุณภำพกำรบรกิ ำรท่ดี ีได้ 7 ประกำร ดงั นี้

1. กำรยิ้มแยม้ เอำใจใส่ เห็นอกเห็นใจต่อควำมลำบำกยุ่งยำกของลกู ค้ำ
2. กำรตอบสนองตอ่ ควำมประสงค์ของลกู คำ้ อยำ่ งรวดเร็วทันใจ
3. กำรแสดงออกถงึ ควำมนับถอื ให้เกียรตลิ กู ค้ำ
4. กำรบริกำรเป็นแบบสมัครใจและเต็มใจทำ
5. กำรแสดงออกถึงกำรรักษำภำพลกั ษณ์ของกำรใหบ้ ริกำร
6. กำรบริกำรเป็นไปดว้ ยกิรยิ ำท่สี ุภำพ และมีมำรยำทดี อ่อนน้อมถ่อมตน
7. กำรบริกำรมีควำมกระฉบั กระเฉง กระตือรือร้น
กำรบริกำร จงึ มีควำมแตกตำ่ งจำก สนิ คำ้ หรือผลิตภัณฑ์ อย่ำงมำก โดยเฉพำะในส่วนที่เกี่ยวของกับกำร
บริโภค แต่ทั้งน้ีในลกั ษณะงำนอำชีพดำ้ นกำรบริโภค จะมลี ักษณะงำนอำชีพร่วมกันท้ังกำรผลติ

52

ใบงานที่ 1

การกาหนดคุณภาพผลผลิตหรอื การบรกิ าร

คาส่ัง ใหผ้ เู้ รยี นเขยี นบรรยำยข้อมลู เก่ยี วกับกำรกำหนดคุณภำพผลผลติ หรอื บรกิ ำร ในงำนอำชพี ท่ผี ู้เรยี น
ดำเนินกำรเองหรอื อำชีพทส่ี นใจที่ผลิตหรือกำรบริกำรนนั้ มีกำรดำเนินงำนที่มีคุณภำพเป็นอย่ำงไร
1. ลกั ษณะงำนอำชีพ……………………………………………………………………………....................................................
2. ประเภทของผลผลติ หรือกำรบริกำร…………………………………………………………..............................................
3. ชอ่ื เจำ้ ของธรุ กิจ………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ท่ตี ้งั ของธุรกจิ …………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. คณุ ภำพของกำรผลติ หรอื กำรบรกิ ำรทีป่ รำกฏ ได้แก่
.........................................................................................................................................................................................
......................................................................................... ................................................................................................
...................................................................................................... ........................................................ ...........................
............................................................................................................................. ............................................................

53

ใบควำมรทู้ ี่ 2
เรือ่ งท่ี การวเิ คราะห์ทุนปจั จัยการผลติ หรือการบริการ

ทนุ หมำยถงึ ปัจจยั กำรผลิตรวมถงึ เงนิ ลงทนุ ด้วย ทุนถอื วำ่ เป็นปัจจัยสำคัญในกำรประกอบกจิ กำรธรุ กิจให้
ดำเนินงำนไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ และมีควำมเจริญเติบโตทำงธรุ กิจ
ต้นทนุ การผลติ หมำยถึง ทนุ ในกำรดำเนินธุรกิจ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.ทนุ คงที่ คอื ทุนท่ีผู้ประกอบกำรธุรกจิ จดั หำมำ เชน่ ดอกเบีย้ เงินกู้ ที่ดิน อำคำร เครื่องจักร เปน็ ต้น ทุนคงท่ี
สำมำรถแบง่ ได้ 2 ลกั ษณะ คือ

1) ทนุ คงทท่ี ี่เป็นเงนิ สด เปน็ จำนวนเงินที่ตอ้ งจำ่ ยเป็นค่ำดอกเบ้ยี เงินกู้ เพือ่ นำมำใช้
ในกำรดำเนนิ งำนธุรกจิ

2) ทนุ คงทท่ี ่ีไมเ่ ป็นเงินสด ได้แก่ พ้ืนท่ี อำคำรสถำนท่ี โรงเรอื น รวมถึงค่ำเสื่อมรำคำ
ของเครื่องจักร

2. ทุนหมนุ เวียน คือ ทนุ ท่ีใช้ ในกำรดำเนนิ ธุรกิจเป็นครง้ั ครำว เช่น วัตถุดิบในกำรผลติ หรอื กำรบริกำร วัสดุ
สิ้นเปลือง ค่ำแรงงำน คำ่ ขนส่ง ค่ำไฟฟ้ำ ค่ำโทรศัพท์ เป็นต้น ทุนหมนุ เวยี นแบ่งออกเปน็ 2 ลกั ษณะ คือ

1. ค่ำวัสดุ อุปกรณใ์ นกำรประกอบอำชีพ ดงั นี้
1.1) วสั ดุ อุปกรณ์ในกลมุ่ กำรผลิต เชน่ คำ่ ปุ๋ย พันธ์ุพชื พนั ธ์ุสตั ว์ คำ่ น้ำมัน เปน็ ตน้
1.2) วสั ดุ อุปกรณ์อำชีพในกลุ่มบริกำร เช่น ค่ำผงซกั ฟอก ค่ำนำ้ ยำซกั ผำ้ เปน็ ตน้
2. คำ่ จำ้ งแรงงำน เปน็ คำ่ จำ้ งแรงงำนในกำรผลิตหรอื บรกิ ำร เช่น ค่ำแรงงำนในกำรไถดนิ ค่ำจ้ำงลูกจำ้ งใน
ร้ำนอำหำร
3. คำ่ เชำ่ ท่ีดิน/สถำนที่ เปน็ ค่ำเช่ำที่ดิน/สถำนท่ีในกำรประกอบธรุ กจิ
4. คำ่ ใช้จำ่ ยอืน่ ๆ เปน็ ค่ำใชจ้ ำ่ ยในกรณีอน่ื ที่นอกเหนือจำกรำยกำร จำ่ ยตำมขอ้ 1.1 – 1.3
5. คำ่ แรงงำนในครวั เรอื นสว่ นใหญ่ ในกำรประกอบกำรธุรกิจจะไม่นำมำคดิ เป็นตน้ ทุน จึงไมท่ รำบข้อมูลกำร
ลงทุนทชี่ ดั เจน โดยกำรคิดค่ำแรงในครวั เรอื น กำหนดคิดในอตั รำค่ำแรงขัน้ ต่ำของท้องถิน่ นน้ั ๆ
6. ค่ำเสยี โอกำสท่ดี ิน กรณีเจ้ำของธุรกจิ มีทด่ี ินเป็นของตนเอง กำรคิดต้นทนุ ให้คดิ ตำมอัตรำค่ำเชำ่ ท่ดี ินใน
ท้องถนิ่ หรือบรเิ วณใกล้เคยี งในกำรดำเนนิ ธุรกจิ กำรบรหิ ำรเงินทุนหรอื ดำ้ นกำรเงนิ นั้น เป็นสง่ิ ท่ีผู้ประกอบกำรธุรกจิ
ต้องให้ควำมสำคญั เปน็ อย่ำงมำก เพรำะมผี ลตอ่ ควำมมั่นคงของธุรกจิ ว่ำจะก้ำวหน้ำหรอื ล้มเหลวได้ ดังน้ันกำรใช้ทนุ
ต้องวเิ ครำะห์ เช่นควำมคุ้มทุนควำมปลอดภัย ควำมแขง็ แรง ควำมทนทำน ประโยชน์ในกำรใช้งำน ควำมสะดวก
ควำมเหมำะสม

54

ใบงำนที่ 2
การวเิ คราะห์ทุนปัจจยั การผลติ หรือการบรกิ าร

คาสงั่ ใหผ้ เู้ รียนรว่ มกันกำหนดทนุ และวิเคราะห์ทุนในงานอาชพี ที่ผ้เู รียนดาเนินการ หรืออาชพี ที่สนใจใน

การดาเนินการพฒั นาอาชพี ในรอบ 6 เดือน วา่ มีอะไรบา้ ง และเหตผุ ลการใชท้ ุน

ทุนคงที/่ ทนุ หมนุ เวยี น เหตุผลในการใชท้ นุ เพื่อพัฒนาอาชพี

รายการ จานวน

55

ใบความรทู้ ี่ 3

เรอื่ งท่ี การกาหนดเป้าหมายการผลิตหรอื การบรกิ าร
เปำ้ หมำยกำรผลติ หรือกำรบริกำร เปน็ เสมอื นธงท่ผี ูป้ ระกอบกำรธุรกิจมงุ่ ท่ีจะไปใหถ้ งึ เกิดผลลัพธ์ตำมท่ี

ต้องกำร ด้วยวิธกี ำรตำ่ ง ๆ เปำ้ หมำยจงึ เป็นตัวบ่งชี้ปรมิ ำณท่จี ะต้องผลติ หรือบริกำรใหไ้ ด้ตำมระยะเวลำที่กำหนดด้วย
ควำมพึงพอใจของลูกค้ำ

ปจั จัยท่ีส่งผลใหก้ ำรดำเนนิ งำนธุรกิจไม่วำ่ จะเป็นธุรกจิ ประเภทใด ให้ประสบควำมสำเรจ็ ได้น้นั ตอ้ ง
ประกอบดว้ ยปจั จัยตอ่ ไปนี้

1. กำรกำหนดกลุ่มลกู คำ้ เป้ำหมำยให้ชดั เจน
2. เสรมิ สร้ำงส่วนประสมทำงกำรตลำด
3. คำนงึ ถงึ สภำวะแวดลอ้ มท่ีควบคมุ ไม่ได้
4. สำมำรถตอบคำถำมตอ่ ไปนี้ไดท้ กุ ขอ้

ในส่วนของลูกคา้ ประกอบด้วย
1. ใครคอื กลมุ่ ลูกค้ำเปำ้ หมำยสำหรับผลผลติ ทผ่ี ลติ ขึน้ หรือกำรบริกำร
2. ลูกคำ้ เปำ้ หมำยดังกล่ำวอยู่ ณ ทีใ่ ด
3. ในปจั จุบนั ลูกค้ำเหลำ่ นีซ้ ้ือผลผลติ หรือกำรบรกิ ำรได้จำกทใ่ี ด
4. ลกู คำ้ ซ้อื ผลผลิตหรือกำรบริกำรบอ่ ยแคไ่ หน
5. อะไรคอื สงิ่ จูงใจทท่ี ำให้ลูกคำ้ เหลำ่ นน้ั ตดั สินใจใชบ้ รกิ ำร
6. ลูกคำ้ ใช้อะไร หรอื ทำไมลูกคำ้ ถึงใช้สนิ คำ้ หรือบริกำรของเรำ
7. ลูกค้ำเหล่ำนั้นชอบและไม่ชอบผลผลติ หรอื บรกิ ำรอะไรทีเ่ รำมอี ยู่บ้ำง

ในส่วนของผลผลติ หรอื การบริการ ประกอบด้วย
1. ลูกคำ้ ต้องกำรผลผลิตหรือบรกิ ำรอะไร
2. ลูกค้ำอยำกจะให้มีผลผลิตหรือบริกำรในเวลำใด
3. เฉพำะกำรบรกิ ำร ควรตัง้ ช่ือว่ำอะไร เพือ่ เป็นสิ่งดึงดดู ใจได้มำกทส่ี ุด

นอกจำกข้อมลู ด้ำนลูกค้ำ ดำ้ นผลผลิตหรือบริกำรแล้ว ในกำรกำหนดเปำ้ หมำยกำรผลิตหรอื กำรบริกำรให้สอดคล้อง
กับควำมเปน็ จรงิ และควำมเป็นไปได้ ผู้ประกอบกำรธรุ กจิ ต้องคำนึงและพิจำรณำถงึ องค์ประกอบด้ำนผ้ปู ระกอบกำร
ธุรกิจทเี่ กี่ยวข้องตำ่ งๆ ด้วย
องค์ประกอบดำ้ นผู้ประกอบกำรธรุ กิจท่ีต้องพิจำรณำประเด็นสำคัญ ๆ ดงั น้ี

แรงงาน ต้องใช้แรงงำนมำกน้อยเทำ่ ไร ปัจจุบนั มีแรงงำนเพียงพอต่อกำรดำเนินงำน เพอื่ ไปส่เู ป้ำหมำยได้
หรือไม่ ถ้ำไม่เพียงพอจะทำอย่ำงไร

56

2. เงนิ ทุน ต้องใชเ้ งนิ ทนุ มำกน้อยเพียงไร ปัจจบุ ันมีเงินทุนเพียงพอต่อกำรดำเนินงำน เพื่อไปส่เู ป้ำหมำยได้
หรอื ไม่ ถ้ำไมเ่ พียงพอจะทำอยำ่ งไร

3. เครอื่ งมืออุปกรณ์ ต้องใชเ้ คร่ืองมือ/อปุ กรณ์อะไร จำนวนเท่ำไร เพียงพอหรอื ไม่ ถ้ำไม่เพยี งพอจะทำ
อยำ่ งไร 33

วัตถดุ ิบ เปน็ สงิ่ สำคญั มำกขำดไม่ได้ เพรำะไม่ว่ำจะเปน็ กำรดำเนนิ ธุรกิจในดำ้ นกำรผลิตหรือกำรบริกำรกต็ ้อง
ใชว้ ัตถุดิบเปน็ วัตถใุ นกำรดำเนนิ งำนท้งั สน้ิ ผู้ผลิตจะ ต้องพิจำรณำวำ่ จะจัดหำจดั ซ้ือวตั ถุดบิ จำกท่ใี ด รำคำเทำ่ ไร จะหำ
ได้จำกแหล่งไหน และโดยวิธใี ด

สถานท่ี หำกเป็นธุรกจิ ด้ำนกำรผลิต ตอ้ งกำหนดสถำนทท่ี ใี่ กล้แหลง่ วัตถดุ บิ ถ้ำเปน็ ธุรกิจดำ้ นกำรบรกิ ำร ต้อง
จัดสถำนท่ีให้มีควำมเหมำะสม สะอำด และเดินทำงสะดวก เปน็ หลัก

คุณภาพ หมำยถงึ คณุ ลกั ษณะสนิ ค้ำหรือบริกำรทสี่ ำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรของลกู คำ้ ได้
กำรผลิตสินค้ำและบริกำรให้มีคณุ ภำพ ประกอบด้วย

1. กำรเอำใจใส่ในควำมต้องกำรของลูกค้ำ ลูกค้ำต้องกำรอะไร แลว้ จะสรำ้ งส่งิ ตอบสนองควำมต้องกำร
น้นั ใหเ้ กดิ กับสนิ คำ้ และบริกำรไดอ้ ย่ำงไร ซ่งึ เป็นควำมคำดหวังของลูกคำ้ ได้แก่ ควำมสวยงำมควำมคงทน เปน็ ตน้

2. กำรใชเ้ คร่ืองมือที่เหมำะสมในกำรควบคุมคุณภำพในกำรบรหิ ำรกำรผลติ ท่ีจะชว่ ยสง่ เสรมิ ใหบ้ รรลุ
เปำ้ หมำยของกำรพฒั นำผลผลติ ให้มคี ุณภำพ ไดแ้ ก่กำรมสี ่วนร่วมของพนักงำนและต้องมกี ระบวนกำรตรวจสอบในกำร
ผลิต เพื่อยืนยันว่ำสินค้ำและบรกิ ำรยังมคี ุณภำพที่ดี ซงึ่ สำมำรถควบคุมไดด้ ้วยใบรับรองเปน็ ทย่ี อมรบั ระดับสำกล
สนิ คำ้ และบรกิ ำรทม่ี ีช่ือเสยี ง เช่น เกณฑ์ ISO 9000 เปน็ ต้น

แนวทำงท่ีดีต่อกระบวนกำรผลติ ดงั นี้
1. ซื่อสัตย์ต่อผู้บรโิ ภค
2. รกั ษำคณุ ภำพของผลผลติ ใหค้ งท่ี และปรับปรงุ ให้ดขี ึน้
3. ไม่ปลอมปนผลผลิต
4. ไมเ่ อำรดั เอำเปรียบ
5. ไม่กักตนุ ผลผลิต
6. มีควำมรู้ ควำมชำนำญในงำนอำชีพที่ดำเนินกำรเป็นอยำ่ งดี
7. มคี วำมรักและศรัทธำในงำนอำชีพที่ดำเนินกำร
8. มคี วำมเช่ือมั่นในตวั เอง
9. มีควำมคิดรเิ รมิ่ และมีมนุษยสัมพันธ์ท่ดี ี
คณุ ภำพของกำรบรกิ ำร จึงเกดิ ขึน้ เม่ือผูร้ ับบริกำรไดส้ ัมผัสหรอื รับกำรบรกิ ำร ดว้ ยควำมพงึ พอใจลักษณะ
คณุ ภำพกำรบรกิ ำรท่ดี มี ี 7 ประกำร คือ
1. กำรย้มิ แย้ม เอำใจใส่ เหน็ อกเหน็ ใจต่อควำมลำบำกยุง่ ยำกของลูกค้ำ
2. กำรตอบสนองต่อควำมประสงค์ของลูกค้ำอยำ่ งรวดเรว็ ทันใจ
3. กำรแสดงออกถงึ ควำมนบั ถือ ให้เกยี รติลูกคำ้
4. กำรบริกำรเป็นแบบสมคั รใจและเต็มใจทำ
5. กำรแสดงออกถงึ กำรรกั ษำภำพลกั ษณ์ของกำใหบ้ ริกำร

57

6. กำรบรกิ ำรเป็นไปดว้ ยกริ ิยำที่สุภำพ และมมี ำรยำทดี ออ่ นน้อมถอ่ มตน
7. กำรบรกิ ำรมีควำมกระฉบั กระเฉง กระตือรือรน้

การกาหนดคุณภาพสินค้าหรอื บรกิ าร
กำรจำแนกคุณภำพสำมำรถจำแนกออกได้ เปน็ 4 ชนดิ
1. คณุ ภำพบอกกล่ำว (stated quality) หมำยถึง คุณภำพท่กี ำหนดขึน้ ระหว่ำงผ้ซู ้ือ(customer) และ

ผขู้ ำย (distributor) ผูซ้ อ้ื (ลกู คำ้ ) จะเปน็ ผู้กำหนดว่ำอยำกจะไดส้ ินค้ำทีม่ ีคุณภำพอย่ำงนั้นอยำ่ งน้ี
2. คณุ ภำพแทจ้ ริง (real quality) หมำยถงึ คุณภำพในตวั ผลิตภัณฑ์ท่เี รม่ิ ต้ังแตผ่ ลิต และนำผลติ ภณั ฑไ์ ปใช้

งำนจนกระทง่ั ผลิตภณั ฑ์หมดอำยุลง ระดบั คุณภำพแท้จริง จะมคี ุณภำพสูงเพียงใดจะขึน้ อยกู่ บั องคป์ ระกอบของ
กระบวนกำร

3. คณุ ภำพท่ีโฆษณำ (advertised quality) หมำยถงึ คุณลักษณะตำ่ ง ๆ ของสนิ ค้ำ ทีผ่ ผู้ ลิตเปน็ ผกู้ ำหนด
เอง และกโ็ ฆษณำทั่วไป

4. คณุ ภำพจำกประสบกำรณ์ทใ่ี ช้ หมำยถึง คณุ ภำพทเี่ กิดขน้ึ จำกประสบกำรณ์ของผ้ใู ช้สินค้ำเอง
การบริการ จึงมีควำมแตกต่ำงจำก สนิ ค้าหรอื ผลิตภณั ฑ์ อยำ่ งมำก โดยเฉพำะในสว่ นท่ีเกย่ี วข้องกบั
กำรบรโิ ภค
ทุน หมำยถึง เงินลงทุนในกำรดำเนนิ งำนธรุ กจิ เพ่อื หวังผลกำไรจำกกำรดำเนนิ ธุรกิจ ทนุ ถอื ว่ำเป็น
ปัจจัยสำคัญในกำรประกอบกิจกำรธุรกิจให้ดำเนนิ กำรงำนไปอยำ่ งมปี ระสิทธิภำพ
ตน้ ทุนการผลติ หมำยถึง คำ่ ใช้จำ่ ยตำ่ งๆท่ใี ช้ในกำรผลิตสนิ ค้ำและบรกิ ำรตำมจำนวนทีต่ อ้ งกำร ต้นทนุ
กำรผลติ สำมำรถจำแนกออกไดห้ ลำยประเภทตำมวัตถุประสงคท์ ่ีนำไปใช้ ได้ดงั น้ี คือ
1. ทุนคงท่ี หมำยถึง เงินทผี่ ู้ประกอบธุรกิจจัดหำมำ
2. ทุนหมุนเวยี น หมำยถงึ เงนิ ท่ผี ู้ประกอบธรุ กิจจดั หำมำ เพื่อใชใ้ นกำรดำเนนิ กำรจัดหำสินทรัพย์
หมุนเวยี น
ทุนหมนุ เวียน สำมำรถแบง่ ได้ 2 ลักษณะ ไดแ้ ก่
1) ทุนหมุนเวียนท่เี ปน็ เงนิ สด ไดแ้ ก่

(1) คำ่ วัสดุอปุ กรณใ์ นกำรประกอบอำชีพ
(2) คำ่ จำ้ งแรงงำน
(3) คำ่ เชำ่ ท่ีดิน/สถำนท่ี
(4) ค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ
2) ทนุ หมนุ เวียนท่ีไมเ่ ป็นเงนิ สด
(1) ค่ำใชจ้ ำ่ ยในครัวเรือน
(2) ค่ำเสียโอกำสของทดี่ ิน
เป้ำหมำยกำรผลิตหรือกำรบรกิ ำร ผูป้ ระกอบกำรธรุ กจิ มงุ่ ท่ีจะไปใหถ้ งึ เกิดผลลัพธ์ตำมท่ตี ้องกำร ดว้ ย
วธิ กี ำรตำ่ งๆ เป้ำหมำย จงึ เป็นตวั บง่ ช้ีปริมำณทีจ่ ะต้องผลติ หรอื บรกิ ำรให้ได้ตำมระยะเวลำท่กี ำหนดด้วยควำมพงึ พอใจ
ของลกู คำ้

58

ปจั จัยทีส่ ง่ ผลใหป้ ระสบควำมสำเรจ็ ได้แก่
1. กำรกำหนดกลุ่มลูกคำ้ เปำ้ หมำยให้ชดั เจน
2. เสรมิ สรำ้ งสว่ นประสมทำงตลำด
3. คำนึงถึงสภำวะแวดลอ้ มที่ควบคมุ ไม่ได้
4. สำมำรถตอบคำถำมในส่วนของลูกคำ้ ต่อไปน้ี
1) ใครคือกล่มุ ลูกค้ำเป้ำหมำยสำหรบั ผลผลิตที่ผลติ ขนึ้ หรือกำรบริกำร
2) ลกู ค้ำเป้ำหมำยดังกลำ่ วอยู่ ณ ท่ใี ด
3) ในปัจจุบันลูกคำ้ เหล่ำน้ซี ื้อผลผลิตหรอื กำรบริกำรไดจ้ ำกที่ใด
4) ลูกคำ้ ซ้ือผลผลติ หรือกำรบรกิ ำรบ่อยแค่ไหน
5) อะไรคือสง่ิ ทจี่ ูงใจทท่ี ำใหล้ ูกคำ้ เหล่ำนนั้ ตัดสินใจใชบ้ รกิ ำร
6) ลกู คำ้ ใช้อะไร หรือทำไมลูกค้ำถึงใชผ้ ลผลิตหรือบริกำรของเรำ
7) ลูกคำ้ เหลำ่ น้ันชอบหรือไม่ชอบผลผลิตหรอื บรกิ ำรอะไรทเ่ี รำมอี ย่บู ้ำง
การกาหนดเป้าหมายการผลิตหรอื บริการ
เร่มิ จำก กำรวิเครำะห์ปจั จยั นำเข้ำ ซึง่ ประกอบดว้ ย

- วตั ถุดบิ (Material)

- เครอื่ งจักร (Machine)

- กำลงั คน (Man)

- วิธีกำรทำงำน (Method)

ข้ันตอนการกาหนดแผนกิจกรรมการผลิตหรือการบรกิ าร มีดังนี้
1. ตรวจสอบตัวเองเพื่อใหร้ ถู้ ึงสถำนภำพในปจั จุบนั ของงำนอำชีพ เป็นกำรตรวจสอบขอ้ มูลธุรกจิ ของ
ผ้ปู ระกอบกำรธุรกจิ เกย่ี วกับ แรงงำน เงินทุน เคร่ืองมือ/อุปกรณ์ วัตถุดบิ และสถำนที่ว่ำมีสภำพควำมพร้อมว่ำมี
ปัญหำอย่ำงไร รวมถงึ ผลผลติ หรือบรกิ ำรของผ้ปู ระกอบกำรธรุ กจิ ว่ำมีอะไรบกพร่องหรือไม่
2. สำรวจสภำพแวดล้อม เปน็ กำรตรวจสอบขอ้ มลู ภำยนอก เก่ยี วกบั สภำพธรุ กิจประเภทเดียวกันใน
ชมุ ชน ควำมต้องกำรของลกู ค้ำ
กำรดำเนินงำนตำมขน้ั ตอนดงั กลำ่ ว เป็นกำรศึกษำข้อมูลเพอ่ื ระบุถึงปญั หำที่เกิดข้นึ และควรแก้ไขชัดเจน
เจ้ำของธรุ กจิ ต้องตัดสนิ ใจเพื่อพจิ ำรณำหำทำงเลอื ก เพ่ือให้ได้ทำงเลอื กหลำยทำงสู่กำรปฏิบตั ิ
3. กำหนดทำงเลอื ก หลังจำกสำมำรถกำหนดสำเหตขุ องปัญหำได้แลว้ เพอ่ื ให้กำรวำงแผนมีควำมชดั เจน
เจ้ำของธรุ กิจต้องตัดสินใจเพื่อพิจำรณำหำทำงเลือก เพ่ือให้ได้ทำงเลอื กหลำยทำงสู่กำรปฏิบัติ
4. ประเมนิ ทำงเลือก เมื่อสำมำรถกำหนดทำงเลือกไดห้ ลำกหลำยแลว้ เพื่อใหไ้ ดท้ ำงเลือกสกู่ ำรปฏบิ ตั ทิ ่ี
เหมำะสมท่ีสดุ ในกำรวำงแผนกลยุทธท์ ำงกำรตลำด เจำ้ ของธรุ กิจตอ้ งพิจำรณำประเมินทำงเลอื กในแต่ละ
วิธีเพ่อื ใหส้ ำมำรถบรรลุเปำ้ หมำยให้ดที ่สี ุด
5. ตัดสินใจ เม่ือได้ทำงเลือกหลำยทำงเลอื ก กำรตดั สนิ ใจสำมำรถใช้หลกั 4 ประกำรในกำรตัดสนิ ได้แก่
1) ประสบกำรณ์ 2) กำรทดลอง 3) กำรวจิ ยั หรือกำรวเิ ครำะห์ และ 4) ตัดสินใจเลอื ก จำกประสบกำรณ์ของตนเอง

59

จำกรำยงำนผลกำรทดลอง ผลกำรวจิ ัยทำงวิชำกำร และกำรตดั สนิ ใจด้วยตนเอง นำมำประกอบในกำรพิจำรณำหรอื
ใช้ข้อมูลสว่ นหน่งึ ในกำรตัดสินใจ

6. กำหนดวัตถุประสงค์ เป็นกำรกำหนดเป้ำหมำยของกำรดำเนนิ งำนวำ่ ต้องใหเ้ กิดอะไร
7. พยำกรณส์ ภำพกำรณ์ในอนำคต เป็นกำรคิดผลบรรลุล่วงหนำ้ ว่ำ หำกดำเนินกำรตำมแผนกจิ กรรม
กำรผลติ หรอื กำรบริกำรแลว้ ธุรกจิ ท่ีดำเนนิ งำนจะเกดิ อะไรขนึ้
8. กำหนดแนวทำงกำรปฏบิ ัติ เปน็ กำรกำหนดรำยละเอยี ดขนั้ ตอนกำรปฏิบัติวำ่ จะทำอย่ำงไร เมอ่ื ไร
เพือ่ ใหเ้ กดิ ผลตำมวตั ถปุ ระสงค์ที่กำหนดไว้
กลยุทธด์ ้านการจัดการ
กำรปรับปรงุ ระบบกำรจัดกำรภำยในองคก์ ร จดั โครงสร้ำงกำรบริหำรงำน กำหนดหนำ้ ท่ี
ควำมรับผิดชอบแยกตำมส่วนงำน โดยมีกำรรำยงำนตรงตอ่ ผบู้ ริหำรระดับสงู ซ่งึ ผบู้ ริหำรระดับสูงจะเปน็
ผู้ประสำนงำนหนำ้ ท่ีต่ำงๆ ตำมส่วนงำน และพิจำรณำตัดสินใจในข้ันตอนสดุ ทำ้ ย
กำรพฒั นำระบบกำรผลิตหรือกำรบริกำรในภำพรวม สำมำรถดำเนินกำรได้ดังน้ี
1. ลกั ษณะกำรผลติ และกำรใหบ้ ริกำร หมำยถงึ สภำพของแหล่งให้บริกำรท่ดี ี ทผ่ี ใู้ ช้บรกิ ำรสำมำรถ
สัมผัสจบั ตอ้ งได้
2. ควำมไว้วำงใจ หมำยถงึ ควำมสำมำรถในกำรนำเสนอผลติ ภณั ฑห์ รือกำรบริกำรตำมคำม่นั สัญญำท่ีให้
ไวอ้ ยำ่ งตรงไปตรงมำและถกู ต้อง
3. ควรกระตือรือรน้ หมำยถงึ กำรแสดงควำมเตม็ ใจทจ่ี ะช่วยเหลอื และพร้อมที่จะให้บรกิ ำรผู้ใชบ้ ริกำร
อยำ่ งทนั ท่วงที
4. ควำมเช่ยี วชำญ หมำยถึง ควำมรู้ ควำมสำมำรถ ในกำรปฏบิ ัติงำนบริกำรทร่ี ับผดิ ชอบอยำ่ งมี
ประสิทธิภำพ
5. อธั ยำศัยทีน่ อบนอ้ ม หมำยถึง ควำมมีมิตรไมตรี ควำมสุภำพนอบน้อมเป็นกันเอง
6. ให้เกยี รตผิ ู้อื่น จริงใจ มีน้ำใจ และควำมเป็นมิตรของผปู้ ฏิบัติงำนผลผลิตและบริกำร
7. ควำมน่ำเชือ่ ถอื หมำยถงึ ควำมสำมำรถในดำ้ นกำรสร้ำงควำมเช่อื ม่ัน ดว้ ยควำมซื่อสตั ย์ของ
ผปู้ ระกอบกำร
8. ควำมปลอดภยั หมำยถงึ สภำพทป่ี รำศจำกอนั ตรำย ควำมเส่ยี งภยั และปัญหำตำ่ ง ๆ
9. กำรเข้ำถงึ บรกิ ำร หมำยถงึ กำรติดต่อเพื่อกำรซือ้ ผลิตภณั ฑ์หรือบริกำร ด้วยควำมสะดวกไมย่ ุ่งยำก
10. กำรติดตอ่ สื่อสำร หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรสรำ้ งควำมสมั พันธ์ และสื่อควำมหมำยไดช้ ดั เจน ใช้
ภำษำที่งำ่ ย และรับฟงั ควำมคิดเห็นของผู้รับบริกำร
11. ควำมเข้ำใจลูกค้ำ หมำยถึง ควำมพยำยำมในกำรค้นหำ และทำควำมเข้ำใจกับควำมต้องกำรของ
ผู้ใชบ้ รกิ ำร และใหค้ วำมสำคัญตอบสนองควำมต้องกำรของผ้ใู ช้บริกำรโดยทันที

60

ใบงานที่ 3
การกาหนดเปา้ หมายการผลิตหรือการบรกิ าร

คาสงั่ เมอื่ ผูเ้ รียนผ่ำนกำรเรียนเกี่ยวกับกำรกำหนดคุณภำพกำรผลิตหรือกำรบริกำร ใหว้ ิเครำะห์ทนุ ท่จี ะใช้
กำหนดเปำ้ หมำยกำรผลิตหรือกำรบริกำรในอำชีพ ทผ่ี เู้ รยี นดำเนนิ กำรเอง หรืออำชีพท่ีสนใจ ว่ำมีรำยละเอียดและ
กำหนดเป้ำหมำยกำรผลติ หรือกำรบริกำรอยำ่ งไร

1. ลักษณะงำนอำชีพ…………………………………….…………………………………………………………………………..
2. ประเภทของผลผลติ หรือกำรบริกำร………………………………………………………………………………………..
3. ชื่อเจำ้ ของธรุ กจิ …………………………………………………………………………………………………………………..
4. ท่ตี ้งั ของธรุ กจิ ……………………………………………………………………………………………………………………….
5. เป้ำหมำยกำรผลิตหรือกำรบรกิ ำร…………………………………………………………………………………………….
6. เหตผุ ลในกำรกำหนดเปำ้ หมำยกำรผลติ หรอื กำรบริกำร เพรำะ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
......................................................... ............................................................................................................................. ...
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................

61

ใบควำมรูท้ ี่ 4

กำรกำหนดกิจกรรมกำรผลติ หรือกำรบรกิ ำร ก็คือขั้นตอนกำรประกอบธุรกจิ เป็นสิง่ ที่สำคญั ยิง่ ต่อกำร
ประกอบอำชีพ เพรำะเปน็ กำรกำหนดเป้ำหมำยในส่งิ ที่ต้องกำรใหเ้ กิด รำยละเอยี ดทต่ี ้องปฏิบัติ ผ่ำนกระบวนกำร
ตดั สนิ ใจอย่ำงมรี ะบบและข้อมูล เพื่อใหเ้ กดิ ผลกำรปฏิบัติบรรลผุ ลตำมเปำ้ หมำยที่กำหนดไว้ โดยมีขน้ั ตอนกำรกำหนด
แผนกิจกรรมกำรผลิตหรือกำรบรกิ ำร ดงั น้ี

1. ตรวจสอบตัวเองเพื่อใหร้ ู้ถึงสถำนภำพในปัจจุบันของงำนอำชีพ เป็นกำรตรวจสอบข้อมูลธุรกิจของ
ผ้ปู ระกอบกำรธุรกจิ เกี่ยวกับ แรงงำน เงินทนุ เคร่ืองมอื /อุปกรณ์ วัตถุดิบ และสถำนที่ว่ำ มีสภำพควำมพร้อมหรอื มี
ปัญหำอย่ำงไร รวมถงึ ผลผลติ หรอื บรกิ ำรของผู้ประกอบกำรธรุ กิจวำ่ มีอะไรบกพร่องหรือไม่

2. สำรวจสภำพแวดล้อม เป็นกำรตรวจสอบข้อมลู ภำยนอกเกีย่ วกบั สภำพธุรกจิ ประเภทเดยี วกันในชมุ ชน
ควำมตอ้ งกำรของลูกคำ้ กำรดำเนินงำนตำมขัน้ ตอนท่ี 1 และ 2 เป็นกำรศึกษำข้อมลู เพ่ือระบุถึงปัญหำทเ่ี กดิ ข้นึ และ
ควรแกไ้ ข

3. กำหนดวัตถุประสงค์ เป็นกำรกำหนดเปำ้ หมำยของกำรดำเนนิ งำนวำ่ ต้องกำรใหเ้ กิดอะไร
4. พยำกรณ์สภำพกำรณ์ในอนำคต เป็นกำรคดิ ผลบรรลุล่วงหน้ำว่ำ หำกดำเนนิ กำรตำมแผนกิจกรรมกำรผลิต
หรือกำรบรกิ ำรแล้ว ธุรกิจท่ดี ำเนินงำนจะเกดิ อะไรขนึ้
5. กำหนดแนวทำงกำรปฏบิ ัติ เป็นกำรกำหนดรำยละเอยี ดขัน้ ตอนกำรปฏิบัติวำ่ จะทำอย่ำงไร เม่ือไร เพือ่ ให้
เกิดผลตำมวตั ถุประสงค์ที่กำหนดไว้
6. ประเมนิ แนวทำงกำรปฏิบัตทิ ่วี ำงไว้ เป็นกำรตรวจสอบควำมสมบรู ณ์ของแผนกจิ กรรมกำรผลิตหรอื กำร
บรกิ ำรว่ำ มคี วำมสอดคล้องกันหรอื ไม่อยำ่ งไร สำมำรถทจี่ ะปฏบิ ตั ิตำมข้ันตอน วธิ ีกำรทก่ี ำหนดไว้ได้หรือไม่อยำ่ งไร
หำกพบว่ำแผนกจิ กรรมกำรผลิตหรอื กำรบรกิ ำรทจ่ี ัดทำขึ้นยังไมม่ ีควำมสอดคล้อง หรอื มีขนั้ ตอนวธิ กี ำรใดที่ไม่มั่นใจ ให้
จดั กำรปรับปรุงใหม่ใหม้ ีควำมสอดคล้องและเหมำะสม เช่น แผนกจิ กรรมกำรผลิตผกั บุ้ง
ให้ตรวจสอบควำมเป็นไปได้ของกิจกรรมกำรปลูกผกั แต่ละขั้นตอน หำกพบปญั หำตอ้ งรีบแก้ไขไวล้ ว่ งหน้ำ
7. ทบทวนและปรับแผน เม่ือสถำนกำรณเ์ ปลีย่ นแปลงไป และผลลพั ธไ์ มเ่ ปน็ ไปตำมที่กำหนด เป็นกำรพัฒนำ
แผนกจิ กรรมกำรผลิตหรือกำรบริกำรในระหวำ่ งกำรปฏบิ ตั ิตำมแผน เมอ่ื มสี ถำนกำรณ์เปลี่ยนแปลงไป หรอื มีข้อมลู
ใหมท่ ีส่ ำคัญ

62

ใบงานท่ี 4

การกาหนดกิจกรรมการผลติ หรอื การบรกิ าร

คาส่ัง ให้ผูเ้ รยี นกำหนดกิจกรรมกำรผลิตหรือกำรบรกิ ำรในอำชพี ทีผ่ เู้ รียนดำเนินกำรเอง หรืออำชีพท่ีสนใจ
1. ลกั ษณะงำน
อำชีพ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ประเภทของผลผลิตหรอื กำร
บรกิ ำร……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ชอ่ื เจ้ำของ
ธรุ กิจ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ทตี่ ้งั ของ
ธุรกิจ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. แผนกจิ กรรมกำรผลติ หรือกำรบรกิ ำร คือ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

63

ใบความรทู้ ่ี 5

เร่ืองที่ การพัฒนาระบบการผลิตหรอื การบรกิ าร
กำรเนินธรุ กิจทง้ั กำรผลติ และกำรบริกำร ถึงแมว้ ่ำธุรกิจทด่ี ำเนินกำรอยูจ่ ะสำมำรถดำเนินธรุ กิจไปได้ด้วยดแี ลว้

ก็ตำม แตเ่ พื่อให้ธรุ กจิ มีควำมกำ้ วหน้ำและม่ันคง ผปู้ ระกอบกำรธุรกิจตอ้ งคำนึงถึงกำรพัฒนำระบบกำรผลติ หรือกำร
บรกิ ำรอยำ่ งตอ่ เนื่อง คุณภำพของกำรผลิตหรอื กำรบริกำรเป็นสิ่งสำคญั ที่ผู้ประกอบกำรธุรกิจตอ้ งรักษำระดับคุณภำพ
และพฒั นำระดบั คุณภำพกำรผลิตหรอื กำรบรกิ ำรให้เหนือกว่ำค่แู ข่งขัน โดยเสนอคุณภำพกำรผลิตหรอื กำรใหบ้ ริกำร
ตำมลกู คำ้ คำดหวัง หรอื เกนิ กวำ่ ส่งิ ท่ีลูกคำ้ คำดหวังไวเ้ สมอ ดังน้ัน สิ่งท่จี ะทำใหก้ ำรผลิตสินค้ำเปน็ ไปตำมคุณภำพและ
เป้ำหมำยทก่ี ำหนด เม่ือมกี ำรกำหนดกิจกรรมกำรผลติ แลว้ ผ้ปู ระกอบกำรต้องพัฒนำกระบวนกำรผลติ อยำ่ งต่อเนื่อง
ท้ังก่อนกำรผลติ ระหว่ำงกำรผลติ และหลงั กำรผลติ เชน่ กำรให้น้ำตน้ พืชอำจจะพฒั นำกำรให้นำ้ เปน็ แบบหยดบริเวณ
โคนตน้ พชื เพื่อกำรประหยดั น้ำ
การพัฒนาระบบการผลิต
ปจั จยั การผลติ

ปัจจยั การผลติ หรอื ทรัพยากรในการผลติ หรอื ทรพั ยากรทางเศรษฐศาสตร์ หมำยถงึ สิ่งจำเปน็ ขั้นพื้นฐำน
ท่นี ำมำใช้ในกำรผลติ สินค้ำและบริกำรตำ่ งๆ ปัจจัยกำรผลติ มี ๔ ประเภท ดังนี้

๑. ทดี่ ิน ในทำงเศรษฐศำสตร์ หมำยถงึ พืน้ ดนิ และหมำยรวมถงึ ทรัพยำกรธรรมชำติท่ีติดอยูก่ บั พนื้ ดินบรเิ วณ
นั้น เช่น ปำ่ ไม้ แหล่งนำ้ แร่ธำตุ

๒. แรงงาน หมำยถึง กำลังกำยและกำลงั ควำมคิดสตปิ ญั ญำของคนทีน่ ำมำใช้ในกำรผลิต
๓. ทนุ เปน็ ปัจจัยกำรผลิตท่ีสำคัญประกำรหนึ่ง หมำยถงึ เงินทุนทีน่ ำไปใชซ้ อ้ื วสั ดุอปุ กรณ์ เคร่ืองมือ
เครอ่ื งจักรต่ำง ๆ รวมถึงสิ่งท่ีสร้ำงข้ึนมำเพอื่ ใช้ในกำรผลิตสนิ ค้ำและบริกำร เชน่ โรงงำน โกดังเกบ็ สินคำ้
๔. การประกอบการ หมำยถงึ กำรบรหิ ำรจัดกำรเพื่อนำทีด่ ิน แรงงำน และทนุ มำผ่ำนกระบวนกำรผลิต ทำให้
เกิดเป็นสินค้ำและบรกิ ำรต่ำง ๆ ขึ้นมำ
ในกำรทผ่ี ูผ้ ลิตจะผลติ สนิ ค้ำหรอื บรกิ ำรประเภทใด ปจั จัยท่มี ีผลตอ่ กำรผลิตและกำรบริกำร ได้แก่ ควำม
ต้องกำรของผ้บู ริโภค ซึ่งผผู้ ลิตจะต้องตอบปัญหำเกย่ี วกับควำมต้องกำรของผู้บรโิ ภคให้ไดว้ ่ำ
๑. จะนำทรัพยำกรทมี่ ีอยอู่ ยำ่ งจำกดั มำผลิตเป็นสินค้ำและบริกำรอะไร
๒. จะผลิตสนิ ค้ำและบริกำรนั้นอยำ่ งไร
๓. จะจัดสรรหรอื ขำยสินคำ้ และบรกิ ำรใหแ้ ก่ใคร
ในกำรทำงำนทง้ั กำรผลติ และกำรใหบ้ รกิ ำร ผผู้ ลติ จะประสบผลสำเร็จในกำรทำงำนได้ ต้องคำนงึ ถึงปัจจัย
ตำ่ ง ๆ ดังน้ี
1. คุณภาพของสินค้าและบริการ -สนิ คำ้ และบริกำรที่ผลิตข้นึ ตอ้ งมีคุณภำพดี ไมม่ ตี ำหนิ
2.ราคาทเี่ หมาะสม -ควรจำหนำ่ ยสนิ คำ้ และบริกำรท่ีเหมำะสมกบั คณุ ภำพของสนิ ค้ำ ไมข่ ำยแพงจนเกินไป
3. คุณธรรม -ผผู้ ลิตและผู้ให้บรกิ ำรควรมีควำมซื่อสตั ย์ต่ออำชพี ของตนและต่อผู้บริโภค ไม่นำสินค้ำมีตำหนิ
หรือเนำ่ เสียมำขำย

64

4. ความต้องการและความพึงพอใจของผ้บู รโิ ภค -ผูผ้ ลติ หรือผู้ให้บริกำรต้องคำนึงถึงควำมต้องกำรของ
ลกู คำ้ เปน็ สำคัญ รจู้ ักผลิตสนิ ค้ำทต่ี รงกับควำมต้องกำรเพื่อสนองตอบควำมพึงพอใจ

5. เทคโนโลยีการผลิต -รู้จักนำวทิ ยำกำรและเทคโนโลยที ที่ นั สมัยมำใช้เพ่ือทำใหต้ ้นทุนกำรผลติ ลดลง
สำมำรถผลิตสินคำ้ และบริกำรไดป้ ริมำณสูงและมคี ุณภำพดี

6. ต้นทนุ การผลิต -ใช้ทรัพยำกรกำรผลติ สนิ้ เปลืองน้อยทส่ี ดุ หรือคำ่ ใช้จ่ำยต่ำสุด
ในปัจจุบนั เรำจะเห็นสนิ คำ้ และบริกำรมรี ปู แบบต่ำง ๆ เกดิ ข้นึ มำกมำย เน่ืองจำกผปู้ ระกอบกำรส่วนใหญ่นำ
เทคโนโลยีเขำ้ มำชว่ ยในกำรผลติ สินคำ้ และบรกิ ำร เพื่อให้ได้สนิ คำ้ ทมี่ ปี รมิ ำณสงู มีคณุ ภำพดี มีรูปแบบต่ำง ๆ ลด
แรงงำนคน เพ่มิ ผลผลติ ได้เร็วข้นึ สง่ ผลใหต้ น้ ทนุ กำรผลติ ลดลง มกี ำไรมำกขึ้นกำรใช้เทคโนโลยใี นกำรผลิต เช่น กำรใช้
คอมพิวเตอร์ในกำรควบคุมกำรผลิตกำรใช้เคร่อื งจักรแทนแรงงำนคน กำรนำวิทยำกำรใหม่ ๆ มำช่วยในกำรเพิ่ม
ผลผลติ ทำงกำรเกษตร เป็นต้น
กำรใชเ้ ทคโนโลยใี นกำรบริหำร เช่น กำรใช้คอมพิวเตอรใ์ นกำรจดั เกบ็ ขอ้ มูลลูกค้ำ กำรใชโ้ ทรศพั ทแ์ ละ
เครอื ข่ำยอนิ เทอรเ์ น็ตในกำรติดต่อสอ่ื สำร เปน็ ต้น
กำรแข่งขันในกำรผลติ หมำยถงึ กำรทำให้ต้นทุนกำรผลิตสนิ ค้ำต่ำลง สำมำรถขำยสินคำ้ ได้ในรำคำถูก เพ่ือ
แขง่ ขันซ่ึงกันและกัน
กำรใช้เทคโนโลยเี พื่อกำรแข่งขนั ของผ้ผู ลติ มดี ังน้ี
๑. กำรใชเ้ ทคโนโลยชี ว่ ยผลิตสินค้ำและบรกิ ำรทมี่ รี ปู แบบใหม่ และใหป้ ระโยชน์ กับผบู้ รโิ ภคมำกขนึ้
๒. กำรใช้เครื่องมือและเครื่องจกั รท่ีทันสมยั ชว่ ยในกำรผลติ สนิ คำ้ และกำรบริกำรเพื่อใหเ้ กิดกำรทำงำนทมี่ ี
ประสทิ ธภิ ำพ
๓. กำรใชเ้ ทคโนโลยีชว่ ยในกำรโฆษณำสินคำ้ และบรกิ ำร กำรสง่ เสรมิ กำรขำยและกำรตลำด
๔. กำรใช้เทคโนโลยชี ว่ ยในกำรขนสง่ เพ่อื ให้ผู้บรโิ ภคได้รบั สินคำ้ และบริกำรอย่ำงสะดวกและรวดเร็ว
ข้นั ตอนการผลติ
กำรผลติ เป็นกำรสร้ำงสรรค์สินค้ำและบริกำรเพื่อตอบสนองควำมต้องกำรมนุษย์ผู้ซ่งึ มีควำมต้องกำรอย่ำงไม่
ส้ินสุด แต่เน่ืองจำกกำรมีทรัพยำกรท่ีมีอยู่อย่ำงจำกัดนั้น จึงได้เข้ำมำเป็นตัวกำหนดบทบำทในกระบวนกำรผลิตเป็น
อย่ำงมำก ดังน้ันจึงทำให้เกิดกำรบริหำรกำรผลิต เพื่อช่วยให้ผลผลิตที่ออกมำมีคุณภำพ และตรงตำมควำมต้องกำร
ของมนุษย์อีกประกำรหนึ่งยังเป็นกำรช่วยให้เรำนำเอำทรัพยำกรท่ีมีอยู่อย่ำงจำกัดนั้น มำใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีก
ด้วย โดยกำรผลิตมีกำรแปรรูปปัจจัยนำเข้ำต่ำง ๆ ผ่ำนกระบวนกำรท่ีทำให้ผลผลิตที่ได้มีมูลค่ำเพิ่มขึ้นมำกกว่ำปัจจัย
นำเข้ำ ดังน้ันกำรผลิตจึงเป็นหน่ึงในหน้ำท่ีหลักของกำรบริหำรธุรกิจที่มีผลโดยตรงต่อควำมอยู่รอดขององค์กำร และ
ต้องสัมพันธ์เก่ียวกับหน้ำท่ีอื่น อำทิเช่น ควำมสัมพันธ์ในหน้ำที่ของฝ่ำยกำรตลำด ฝ่ำยกำรเงิน และฝ่ำยผลิต ภำยใน
องค์กรธุรกิจใด ๆ ซ่ึงเร่ิมจำกฝ่ำยกำรตลำดมีหน้ำท่ีค้นหำ และเสนอส่ิงท่ีลูกค้ำต้องกำรให้เป็นรูปธรรมขึ้นมำ ซ่ึงกำร
ดำเนินงำนของทั้งสำมหน้ำท่ีหลักน้ี ต้องมีประสิทธิภำพพร้อมทั้งต้องประสำนงำนกันอย่ำงมีประสิทธิภำพ เพื่อให้
องค์กำรธรุ กจิ บรรลเุ ปำ้ หมำยสงู สดุ นนั้ ก็คือ กำไรจำกกำรดำเนินธรุ กิจ

65

กระบวนการผลิต
กระบวนกำรผลิต (Production process) หมำยถงึ มีองค์ประกอบท่สี ำคัญ 3 ประกำร อนั ได้แก่ ปจั จัยนำเขำ้

(Input), กระบวนกำรแปลงสภำพ (Conversion Process) และผลผลติ (Output) โดยมีรำยละเอยี ด ดังต่อไปนี้
1. ปัจจัยนำเขำ้ (Input) คือทรัพยำกรขององคก์ ำรที่ใชผ้ ลติ ทัง้ ท่ีเป็นสนิ ทรัพยท์ ่ีมีตัวตน (Tangible

Assets) เชน่ วตั ถดุ ิน เครื่องจักร อปุ กรณ์ และสินทรัพย์ทีไ่ ม่มตี ัวตน (Intangible Assets) เชน่ แรงงำน ระบบกำร
จัดกำร ข่ำวสำร ทรพั ยำกรที่ใช้จะตอ้ งมีคุณสมบัตแิ ละประโยชนใ์ ชส้ อยทเี่ หมำะสม และมีตน้ ทนุ กำรผลติ ท่ีตำ่ เพ่ือให้
สนิ ค้ำสำเร็จรปู สำมำรถแขง่ ขันทำงด้ำนรำคำได้ในท้องตลำด

2. กระบวนกำรแปลงสภำพ (Conversion Process) เป็นขนึ้ ตอนทท่ี ำให้ปัจจยั นำเขำ้ ที่ผำ่ นเข้ำมำมีกำร
เปลีย่ นแปลงในดำ้ นต่ำงๆ ได้แก่

- รปู ลักษณ์ (Physical) โดย กำรผำ่ นกระบวนกำรผลติ ในโรงงำน
- สถำนที่ (Location) โดย กำรขนสง่ กำรเก็บเข้ำคลงั สินค้ำ
- กำรแลกเปลี่ยน (Exchange) โดย กำรคำ้ ปลีก กำรคำ้ ส่ง
- กำรใหข้ ้อมูล (Informational) โดย กำรติดต่อสื่อสำร
- จติ วทิ ยำ (Psychological) โดย กำรนันทนำกำร ฯลฯ
3. ผลผลิต (Output) เปน็ ผลไดจ้ ำกระบบกำรผลติ ที่มีมลู คำ่ สงู กวำ่ ปัจจยั นำเข้ำทร่ี วมกันอันเนอ่ื งมำจำกท่ไี ด้
ผำ่ นกระบวนกำรแปลงสภำพ ผลผลิตแบง่ เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ สนิ คำ้ (Goods) และบริกำร (Service)
ระบบการผลิต

เพอื่ ให้ได้สินคำ้ หรือบรกิ ำรตรงตำมมำตรฐำนทก่ี ำหนดไว้ องค์ประกอบทตี่ ้องวำงแผนดำเนินกำรอยำ่ งเปน็
ระบบและสอดคล้องกันดังน้ี

1. วตั ถุดบิ ทีใ่ ชผ้ ลติ หรือใช้บรกิ ำร ควรมีคณุ ภำพสูง แต่รำคำตำ่
2. กระบวนกำรผลติ มคี วำมพร้อมทง้ั ด้ำนบุคลำกร เครือ่ งมือเครื่องใชห้ รือเคร่อื งจักร และโครงสร้ำงพน้ื ฐำน
3. ผลผลติ /ผลิตภณั ฑ/์ ผลงำนกำรบริกำร จะต้องผ่ำนกำรตรวจสอบและประเมินอย่ำงเที่ยงตรง กำรบริหำร
คุณภำพในองคก์ ร จึงถูกนำมำใชเ้ พ่ือให้ระบบกำรผลติ และกำรควบคุมระบบมปี ระสทิ ธภิ ำพสงู ตำมควำมต้องกำร
ของตลำด ผ้ซู ้ือหรอื ผู้ใช้
การควบคุมคณุ ภาพในกระบวนการผลิต แบ่งออกเป็น 3 ลกั ษณะ
1. คุณภำพกำรทำงำน หรือประสิทธิภำพของคนงำน
2. คุณภำพของเครอื่ งจักร อปุ กรณ์ หรือเทคโนโลยี
3. คุณภำพของระบบบรหิ ำรงำน
การควบคุมคณุ ภาพมเี ป้าหมายสาคญั 2 ประการไดแ้ ก่
1. ลดกำรสูญเสียวตั ถดุ บิ / ผลผลิต
2. ลดกำรสูญเสียเวลำกำรทำงำน
เมอ่ื เรำสำมำรถลดกำรสญู เสยี วัตถุดบิ และผลผลติ ลดเวลำกำรทำงำน เรำก็สำมำรถลดตน้ ทนุ ได้
ขณะเดียวกนั เรำก็ไดผ้ ลผลิตที่มคี ุณภำพ
การเพ่มิ ผลผลติ ในองคก์ ร

66

ควำมเป็นมำของกำรเพิ่มผลผลิตในองค์กร กำรเพ่ิมผลผลิต เริ่มท่ีประเทศสหรัฐอเมริกำ ในปี พ.ศ. 2454
Frederick W. Taylor ได้ทำกำรศึกษำหำแนวทำงขจัดควำมสิ้นเปลืองวัตถุดิบและพลังงำน เนื่องจำกช่วงระยะเวลำ
ดังกล่ำวพลังงำนที่สำคัญคือ ถ่ำนหิน กระบวนกำรผลิตก็ใช้แรงงำนคนเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่ำจะมีกำรคิดประดิษฐ์
เคร่ืองจักรท่ีทันสมัยแล้วก็ตำม จำกกำรศึกษำเขำพบว่ำ ควำมสิ้นเปลืองวัตถุดิบและพลังงำนเกิดจำกสำเหตุ
สำคัญ 2 ประกำรคือ 1 วิธีกำรปฏิบัติงำน 2. ควำมรับผิดชอบของคนงำนและสำเหตุสองประกำรข้ำงต้น Taylor ยัง
พบวำ่ เกดิ จำกกำรบริหำรงำนไม่มปี ระสิทธิภำพเพรำะไมม่ หี ลกั เกณฑ์ทแ่ี น่นอนในกำรบรหิ ำรงำน

Taylor มงุ่ ศึกษำวธิ กี ำรปฏิบัติงำนในกระบวนกำรผลติ เน้นศกึ ษำ "ระยะเวลำและควำมเคลอ่ื นไหวในกำร
ทำงำน" เขำไดส้ รุปผลกำรศึกษำไวอ้ ย่ำงน่ำสนใจ ดังน้ี

1. ต้องศกึ ษำวธิ กี ำรปฏบิ ตั งิ ำนในกระบวนกำรผลติ แต่ละส่วนอยำ่ งละเอียด
2. พฒั นำวิธกี ำรปฏบิ ัตงิ ำนให้ได้ผลดีที่สุด
3. คดั เลือกและฝึกฝนคนงำนใหป้ ฏิบตั งิ ำนตำมข้นั ตอนท่ีกำหนดใหอ้ ย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ
4. ฝำ่ ยบริหำรตอ้ งมีควำมรบั ผิดชอบต่อกำรวำงแผนกำรทำงำน กำหนดวธิ ีกำรทำงำนให้ชัดเจน และเลือกสรร
คนงำนอย่ำงเหมำะสม
5. คนงำนกต็ ้องมีควำมรบั ผดิ ชอบในหน้ำทท่ี ่ีฝ่ำยบริหำรกำหนดให้
Taylor ยังให้แนวคิดด้ำนปริมำณงำน เขำเห็นว่ำ ถ้ำกำหนดปริมำณงำนท่ีเหมำะสมกับระยะเวลำท่ีมอบหมำย ก็จะ
ส่งผลให้คนงำนปฏิบัติงำนได้เต็มควำมสำมำรถ ฝ่ำยบริหำรก็ไม่ต้องมีปัญหำเรื่องกำรทำงำนของคนงำนอีก ผล
กำรศึกษำของTaylor นับไดว้ ำ่ เป็นจดุ เริ่มต้นของกำรเพ่ิมผลผลิต กำรพฒั นำอตุ สำหกรรมของประเทศญี่ปนุ่ ไดเ้ ริ่มต้น
ขึ้นเม่ือหลังสงครำมโลกครั้งท่ี 2 ระยะแรก ผลผลิตทำงอุตสำหกรรมมีคุณภำพต่ำกว่ำงผลผลิตทำงอุตสำหกรรมท่ีมำ
จำกประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกำ ซ่ึงมีกำรพัฒนำอุตสำหกรรมมำก่อน ช่วงปี พ.ศ. 2489-2493 ดร.เดมม่ิง ได้นำ
กำรควบคุมคุณภำพเชิงสถิติไปใช้ในประเทศญ่ีปุ่น ทำให้โรงงำนอุตสำหกรรมต่ำงๆ นำวิธีกำรควบคุมคุณภำพเชิงสถิติ
ไปใช้อย่ำงแพร่หลำย กลำยเป็นระบบบริหำรคุณภำพกำรทำงำนด้วยวิธีกำรทำงสถิติ ช่วงปี พ.ศ. 2504 ก็พัฒนำมำสู่
ระบบ QCC กำรควบคุมคุณภำพด้วยกลุ่มผู้ร่วมงำน เป็นกำรพัฒนำข้ึนอีก 1 ระดับโดยมองภำพรวมของกำรทำงำน
อย่ำงเป็นระบบ กำรควบคุมคุณภำพด้วยกลุ่มผู้ร่วมงำน เป็นกำรพัฒนำขึ้นอีกรูปแบบหนึ่งระดับโดยมองภำพรวมของ
กำรทำงำนอย่ำงเป็นระบบ เมื่อเกิดปัญหำก็ต้องแก้ปัญหำอย่ำงเป็นระบบด้วยจนปัจจุบันพัฒนำมำเป็น กำรควบคุม
คณุ ภำพท่ัวทง้ั องคก์ ร จำกกำรพัฒนำผลิตภณั ฑไ์ ปสู่กำรพัฒนำกระบวนกำรทำงำน กำรพัฒนำโดยกลุ่มควบคมุ คุณภำพ
จนถงึ กำรควบคุมคณุ ภำพท่วั ท้ังองคก์ ร โดยมีเปำ้ หมำยสำคญั คือ กำรเพ่ิมผลผลิตขององคก์ ร ควำมพยำยำมในกำรเพ่ิม
ผลผลิตให้กับองค์กร ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกำและญ่ีปุ่นประสบควำมสำเร็จในกำรพัฒนำอุตสำหกรรม จำกกำร
พฒั นำผลิตภณั ฑ์ไปสู่กำรพฒั นำกระบวนกำรทำงำน กำรพฒั นำโดยกลุ่มควบคุมคุณภำพ จนถงึ กำรควบคุมคุณภำพทั่ว
ทง้ั องคก์ ร โดยมเี ปำ้ หมำยสำคัญดังนี้คือ กำรเพม่ิ ผลผลิตขององค์กร ควำมพยำมในกำรเพิ่มผลผลติ ให้กับองค์กร ทำให้
ประเทศสหรัฐอเมริกำและญ่ีป่นุ ประสบควำมสำเร็จในกำรพฒั นำอุตสำหกรรมและกำรค้ำนในทุกด้ำน ไมว่ ำ่ จะเป็นกำร
พัฒนำผลิตภัณฑ์ กำรพัฒนำเทคโนโลยี กำรพัฒนำกระบวนกำรผลิต กำรพัฒนำบุคลำกร และกำรพัฒนำระบบกำร
บริหำรงำนศูนย์เพ่ิมผลผลิตแห่งประเทศญ่ีปุ่น มีบทบำทสำคัญต่อกำรพัฒนำอุตสำหกรรมของประเทศญ่ีปุ่นโดยกำร
ส่งเสริมให้โรงงำนอุตสำหกรรมพัฒนำคนเองด้วยกิจกรรมกำรเพิ่มผลผลิตได้แก่ 5 ส. SQC , QCC , Just in time,
Suggestion System และ TQC ทำให้สินค้ำจำกโรงงำนอุตสำหกรรมมีคุณภำพเป็นที่ยอมรับของตลำดกำรค้ำทวั่ โลก

67

ทำใหญ้ ป่ี ่นุ สำมำรถขยำยฐำนเศรษฐกจิ ไปตง้ั โรงงำนอยู่ในประเทศต่ำงๆ จำนวนมำกและโรงงำนอุตสำหกรรมของญี่ปุ่น
ในต่ำงประเทศก็นำเอำหลักกำรเพิ่มผลผลิตไปใช้ด้วย จึงเกิดกำรจัดตั้งองค์กำรเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย เพ่ือถ่ำยทอด
ควำมรู้และเทคนิควิธีกำรเพิ่มผลผลิตในองค์กรให้แก่บุคลำกรของประเทศต่ำงๆในเอเชียที่ญ่ีปุ่นเข้ำไปต้ังฐำนกำรผลิต
ทำงอุตสำหกรรม เช่น ประเทศไทย อินโดนีเซีย เกำหลี ใต้หวันประเทศไทยมีสถำบันเพ่ิมผลผลิตแห่งชำติ สังกัด
กระทรวงอุตสำหกรรม ก็ได้รับควำมช่วยเหลือถ่ำยทอดควำมรู้และเทคนิคกำรเพ่ิมผลผลิตจำกองค์กรเพิ่มผลผลิตแห่ง
เอเชีย และเป็นสถำบันท่ีให้คำปรึกษำฝึกอบรมและพัฒนำให้โรงงำนอุตสำหกรรม องค์กรและสถำบันต่ำงๆทำให้
ภำคอุตสำหกรรมของไทยไดพ้ ัฒนำกำ้ วหน้ำอยำ่ งรวดเรว็
ความหมายและแนวคดิ ของการเพ่มิ ผลผลติ ในองคก์ ร

กำรเพิ่มผลผลติ ในองค์กร หมำยถึง กำรเพ่ิมปรมิ ำณ เพิ่มคุณภำพ หรอื คุณค่ำท่ลี กู ค้ำหรอื ผู้เกย่ี วข้องมีควำม
พึงพอใจแต่ใช้ตน้ ทุน (ปัจจยั นำเขำ้ ) ตำ่ ที่สุด เพื่อให้ผูผ้ ลติ ผูข้ ำย หรือผใู้ ห้บริกำรมีกำไรสงู สุดจำกควำมหมำยของกำร
เพม่ิ ผลผลิตข้ำงต้นจะเห็นว่ำ มสี ว่ นที่เกย่ี วข้องกันอยู่ 3 ส่วน คอื คุณภำพ ตน้ ทนุ ควำมพึงพอใจของลูกคำ้

คณุ ภำพ คอื ระดับคุณภำพหรอื มำตรฐำนของสินคำ้ หรือบรกิ ำรทถ่ี ูกกำหนดข้นึ
ตน้ ทนุ คือ เงินทนุ ที่ไดจ้ ดั หำปัจจยั กำรผลิต ได้แก่ คนงำน เทคโนโลยี อำคำร สถำนที่ วัตถดุ บิ และระบบ
กำรบรหิ ำรจดั กำร
ควำมพึงพอใจของลูกคำ้ หรือกำรสง่ มอบ คือ จุดหมำยปลำยทำงของสินค้ำหรือบริกำร ถกู ส่งมอบใหล้ กู ค้ำ
ตรงเวลำ ทำให้ลกู ค้ำเกดิ ควำมพงึ พอใจทง้ั ผลติ ภณั ฑ์และกำรบริกำร
กำรเพ่ิมผลผลิตในองค์กร หมำยถึง กระบวนกำรลดต้นทุนกำรผลิตและเพ่ิมคุณภำพของผลิตภัณฑ์/งำน
บริกำร โดยกำรเพิ่มประสิทธิภำพและอัตรำผลผลิตของทุกหน่วยงำนในองค์กร กำรเพ่ิมประสิทธิภำพ เป็นกำร

ดำเนินงำนที่บังเกิดผลสูงสุด โดยมีกำรสูญเสียทรัพยำกรท่ีใช้ในกระบวนกำรดำเนินงำนน้อยท่ีสุด ในอดีตเคยคิดว่ำ

เทคโนโลยสี งู ที่สุดจงึ ใหป้ ระสทิ ธภิ ำพสงู ทีส่ ุด แตใ่ นปัจจบุ ันหลักกำรเพิม่ ผลผลิตเทคโนโลยเี ปน็ องคป์ ระกอบหนึง่ เท่ำน้ัน
มีองค์ประกอบท่ีสร้ำงประสิทธิภำพกำรทำงำนอีก 2 องค์ประกอบคือ กำรบริหำร และบุคลำกร ซ่ึงองค์ประกอบ
ทั้ง 3 องค์ประกอบนีต้ ้องมีกำรพฒั นำอย่ำงตอ่ เน่อื ง มกี ระบวนกำรและกจิ กรรมต่ำงๆ ทีจ่ ะกล่ำวในบทต่อไป

ประสิทธิภำพของเทคโนโลยีท่ีต้องเลือกมำใช้กับกระบวนกำรดำเนินงำนภำยในองค์กร เช่น เครื่องจักร
อุปกรณ์สำนักงำน และสิ่งอำนวยควำมสะดวกกับกำรทำงำนต่ำงๆ ต้องเลือกใช้อย่ำงมีหลักกำรเพื่อให้เกิดควำม
เหมำะสมและไม่ใช้ต้นทุนท่ีสูงเกินไปเพรำะเทคโนโลยที ่ีให้ประสิทธิภำพสูงต้องใช้ต้นทุนที่สูงด้วย ดังน้ัน กำรพิจำรณำ
เลือกใช้เทคโนโลยีต้องพจิ ำรณำจำก

1. ประสิทธภิ ำพของเทคโนโลยมี ีควำมเหำะสมกบั กำรใชง้ ำนในกำรผลติ ผลงำนตำมควำมตอ้ งกำร
2. รำคำของเทคโนโลยีมีควำมเหมำะสม คุ้มค่ำ และให้ประสิทธิภำพตำมควำมตอ้ งกำร
3. กำรซอ่ มบำรงุ รักษำเทคโนโลยีไม่ยุ่งยำก มีคู่มือกำรใช้ชดั เจน และมีอปุ กรณ์ซอ่ มเสริม (อะไหล่)
ทร่ี ำคำไมแ่ พง
4. กำรใช้เทคโนโลยไี มย่ งุ่ ยำก มีระบบกำรฝึกอบรมใหก้ ับผูซ้ ื้อ
5. ขนำด และลกั ษณะของเทคโนโลยมี ีควำมเหมำะสมกบั หลักกำรยศุ ำสตร์ของคนไทย

68

ประสิทธิภำพของกำรบริหำรงำน คือ กำรบริหำรงำนด้วยกระบวนกำรบริหำรงำนคุณภำพ PDCA และใช้
หลักกำรบริหำรคุณภำพ 8 หลักกำร เพ่ือบังเกิดผลกำรทำงำนอย่ำงมีประสิทธิภำพของทุกหน่วยงำนในองค์กร
ประสิทธิภำพกำรทำงำนของหน่วยงำนมีควำมสัมพันธ์กับกำรบริหำรงำนโดยตรง เพรำะกำรบริหำรงำน คือ กำร
กำหนดนโยบำย แผนงำน วิธีกำร เทคโนโลยี บุคลำกร วัตถุดิบ และอื่นๆ ให้กับหน่วยงำน หน่วยงำนต้องดำเนินกำร
ตำมที่ฝ่ำยบริหำรกำหนดให้ประสิทธิภำพของบุคลำกร คือ บุคลำกรสำมำรถดำเนินงำนที่รับมอบหมำยด้วยควำมรู้
ควำมสำมำรถ ควำมชำนำญงำน และเหมำะสมกับงำน ทำให้ได้ผลงำนคุณภำพ โดยไม่เกิดควำมส้ินเปลืองทรัพยำกร
กำรผลิต เชน่ วัตถดุ บิ พลงั งำน เวลำ ได้ผลงำน เป็นทีพ่ งึ พอใจของลูกคำ้ หรือผู้ท่เี ก่ียวข้องปัจจบุ ันระบบกำรบริหำรงำน
คุณภำพให้ควำมสำคัญกับบุคลำกรอย่ำงย่ิง เพรำะบุคลำกร คือ "กุญแจ แห่งคุณภำพ" จะเป็นผู้เปิดหรือปิดประตู
คณุ ภำพได้ตลอดเวลำ

อตั รำผลผลติ (Productivity) มีผใู้ ห้ควำมหมำยไว้ดงั นี้
Early นยิ ำมว่ำ "เป็นควำมสำพนั ธร์ ะหวำ่ งผลผลิตและทรัพยำกรท่ใี ชผ้ ลติ
"Fabricant นิยำมว่ำ "เป็นอตั รำสว่ นของ OUTPUT/INPUT"
Kendrick and Creamer นิยำมไว้ 3 ส่วนคอื อตั รำผลิตภำพเฉพำะสว่ น อัตรำผลิตภำพ องคป์ ระกอบรวม
และอัตรำผลิตภำพรวม
Sumanth นยิ ำมว่ำ "เปน็ อตั รำสว่ นของผลผลิตจรงิ ต่อทรัพยำกรท่ใี ช้จริง"
อัตรำผลติ ภำพ คือ ผลลัพธข์ องปรมิ ำณของผลผลติ (OUTPUT) หำรด้วยปริมำณของทรัพยำกรท่ีใชใ้ นกำร
ผลติ (INPUT)
แนวคดิ ของการเพิ่มผลผลติ ในองคก์ ร
แนวคิดดำ้ นเศรษฐศำสตร์ คอื กำรลดปัจจัยกำรผลิตทสี่ ำคัญ คือ แรงงำน วตั ถดุ ิบ และพลังงำน เพ่ือให้ต้น
ทุกำรผลิตต่ำที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องกำรควบคุมคุณภำพของสินค้ำ/งำนบริกำร ให้ตอบสนองควำมต้องกำรของ
ลูกค้ำมำกท่ีสุดด้วย เน่ืองจำกสภำพกำรแข่งขันในตลำดกำรค้ำเสรีมีสินค้ำ และบริกำรมำกมำยให้ลูกค้ำได้เลือกสรร
ปัจจุบันระบบกำรแข่งขันทำงกำรค้ำมีควำมรุนแรงมำกย่ิงขึ้นเน่ืองจำก ประเทศไทยได้รับสมัครเข้ำเป็นสมำชิกองค์กร
กำรค้ำโลก (WTO) เม่ือวันที่ 28 ธันวำคม 2537 ทำให้ประเทศต้องรับเง่ือนไขกำรเปิดเสรที ำงกำรค้ำและทำงกำรเงนิ
แม้ว่ำประเทศไทย จะได้ประโยชน์จำกกำรส่งออกสินค้ำไปขำยให้กับประเทศสมำชิกมำกข้ึน เพ่ือไม่ถูกกีดกันด้วย
ระบบภำษที ำงกำรค้ำเงอื่ นไขของ WTO
ดงั นน้ั แนวคิดทำงดำ้ นเศรษฐกจิ จงึ ให้ควำมสำคญั กบั กำรบริหำรตน้ ทุนโดยมีแนวทำงกำรบรหิ ำรตน้ ทุน
ดังน้ี แนวทำงกำรบรหิ ำรต้นทุนเพื่อกำรเพิ่มผลผลติ สำมำรถทำได้ 4 แนวทำงไดแ้ ก่
1. ใชต้ นทนุ เท่ำเดิม แต่ไดผ้ ลผลิต เพิม่ ข้นึ
2. ใชต้ ้นทุนลง แต่ไดผ้ ลผลติ เท่ำเดิม
3. เพิ่มตน้ ทนุ 25% แตไ่ ดผ้ ลผลติ เพมิ่ ขน้ึ 50%
4. ลดตน้ ทุน 50% แต่ได้ผลผลิต ลดลง 25%
กำรบริหำรต้นทนุ และเพ่ิมผลผลิตสำมำรถบริหำรตน้ ทนุ ดำ้ นใดหรือหลำยดำ้ นกไ็ ดแ้ ต่ต้องคำนงึ ถึงคณุ ภำพ
และควำมพงึ พอใจของลูกคำ้ เป็นสำคัญ

69

ใบงำนท่ี 5
ระบบการผลิตหรอื การบริการ
คาสั่ง ให้ผู้เรียนกำหนด กำรพฒั นำระบบกำรผลติ หรือกำรบริกำรในอำชีพทผ่ี เู้ รียนดำเนินกำรเอง หรืออำชีพท่สี นใจ
ว่ำมกี ำรพัฒนำระบบกำรผลิตหรือกำรบรกิ ำรอยำ่ งไร ตำมกิจกรรมกำรผลติ ที่กำหนดไว้

1.....................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................

2............................................................................................................................ .........................
.......................................................................................... ...............................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................

3............................................................................................................................ .........................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................

4............................................................................................................................ .........................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................

5............................................................................................................................ .........................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

6............................................................................................................................ .........................
...................................................................................................... ...................................................................................
........................................................... ............................................................................................................................. .

70

แบบทดสอบหลงั เรียน

………………………………………………………………………….

คำชแ้ี จง ใหเ้ ลือกข้อท่ถี ูกทสี่ ดุ

1. ตำแหน่งธุรกิจ หมำยถึงข้อใด

ข. ระยะเวลำในช่วงกำรประกอบธรุ กิจ ข. ระยะเวลำกำรสำรวจขอ้ มลู

ง. ระยะวำงแผน ง. ถกู ทขุ ้อ

2. ขัน้ ตอนของกำรดำเนินกิจกำรโดยทวั่ ไปจะแบ่งเป็นก่รี ะยะ

ก. 2 ระยะ ข. 3 ระยะ

ค. 4 ระยะ ง. 5 ระยะ

3. ควำมจำเปน็ ของกำรวิเครำะห์ศักยภำพธรุ กจิ คือข้อใด

ก. เพ่อื เห็นทิศทำงของธุรกิจ ข. เพื่อกำรจดั สรรเงินทุนและสรำ้ งควำมมน่ั ใจในกำรคำ้

ค. เพอ่ื ศึกษำควำมเปน็ ไปได้ของธุรกิจ ง. ถูกทกุ ข้อ

4. ข้อใดเปน็ องค์ประกอบสำคัญในกำรกำหนดทศิ ทำงกำรตลำด

ข. ห้นุ สว่ น ผู้ผลิต ผู้ขำย ข. ผู้ผลติ สินค้ำ ผบู้ รโิ ภค

ค. สนิ ค้ำ ผจู้ ำหน่ำย ผรู้ บั บรกิ ำร ง. ตลำด สนิ คำ้ ผู้บรโิ ภค

5. กำรกำหนดกลยุทธท์ ำงกำรตลำดต้องให้สอดคล้องกับข้อใด

ข. ผผู้ ลิต ข. ผบู้ รโิ ภค

ค. ผู้จำหนำ่ ย ง. เป้ำหมำยกำรตลำด

6. กำรพัฒนำกลยุทธ์ทำงกำรตลำดตอ้ งคำนงึ ถึงสงิ่ ใดเป็นสำคัญ

ข. กล่มุ เปำ้ หมำย ข. ผลติ ภัณฑ์

ค. รำคำและกำรจำหนำ่ ย ง. ถกู ทุกขอ้

7. ลักษณะและคุณภำพท่ีดีของกำรบรกิ ำรขอ้ ท่ี 1 คือข้อใด

ข. รวดเร็วทนั ใจ ข. ยมิ้ แยม้ เอำใจใส่

ค. ให้เกยี รติลูกคำ้ ง. กระตือรือรน้

8. ขอ้ ใดคือต้นทุนคงท่ใี นกำรทำธุรกิจ

ข. คำ่ เมลด็ พันธ์ คำ่ แรงงำน ข. คำ่ ปุ๋ย คำ่ น้ำมัน

ง. ทีด่ นิ โรงงำน ง. คำ่ เชำ่ ทีด่ ิน คำ่ ขนสง่

9. องค์ประกอบสำคัญท่ผี ปู้ ระกอบธุรกจิ ต้องพจิ ำรณำเปน็ อันดับแรกในกำรทำธรุ กิจคอื ข้อใด

ข. แรงงำน ข. เงนิ ทนุ

ค. อุปกรณ์ ง. วัตถดุ บิ

10. ข้อใดเปน็ ปจั จัยที่ส่งผลให้เกดิ กำรเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอยำ่ งรวดเร็วและรนุ แรง

ข. กำรแขง่ ขันทไี่ ร้พรมแดน ข. กำรเปลีย่ นแปลงทำงนวตั กรรมเทคโนโลยี

ค. ควำมหลำกหลำยของผูบ้ รโิ ภค ง. ถกู ท้ังข้อ ก และ ข

71

เฉลย
1ก
2ค
3ง
4ข
5ง
6ง
7ข
8ค
9ก
10ง

72

บันทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ครั้งที่ 3 วนั ที่……. เดือน ……………. พ.ศ…………..
กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
......................................................... ............................................................................................................................. ...
สภำพปญั หำท่ีพบ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
วิธีกำรแก้ปญั หำ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
....................................................................................... ..................................................................................................

ลงชอ่ื …………………………………….ผู้บันทกึ หลังกำรสอน
(………………..……..………………)

ตำแหนง่ ………………………………………
ลงชอ่ื ….................................................ผอู้ ำนวยกำรสถำนศึกษำ

73

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา พัฒนาอาชีพใหม้ อี ยูม่ ีกิน อช11003
จานวน 2 หนว่ ยกิต

ครัง้ ท่ี 4 วนั ท.่ี ........เดอื น.............................พ.ศ.................
รูปแบบการจดั การเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม จำนวน 6 ชวั่ โมง
เรอ่ื งที่ 1 กำรพัฒนำธุรกิจเชิงรกุ
ตวั ชี้วัด 1.อธบิ ำยควำมจำเป็น และคุณคำ่ ของธุรกิจเชิงรุก

2.อธิบำยกำรแทรกควำมนิยมเขำ้ สู่ควำมต้องกำรของผูบ้ รโิ ภคได้อย่ำงแทจ้ ริง
3.อธิบำยกำรสรำ้ งรปู ลักษณ์ คุณภำพสินค้ำใหม่
4.อธิบำยกำรพัฒนำอำชีพให้มคี วำมมนั่ คง
เน้ือหา 1.ควำมจำเปน็ และคณุ คำ่ ของธรุ กจิ เชิงรุก
2.กำรแทรกควำมนยิ มเข้ำสู่ควำมต้องกำรของผูบ้ ริโภค
3.กำรสร้ำงรปู ลกั ษณค์ ณุ ภำพสนิ คำ้ ใหม่
4.กำรพฒั นำอำชพี ให้มีควำมมัน่ คง (พออยู่ พอกิน มีรำยได้)

ขน้ั ตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้
ขนั้ ที่ 1 กาหนดสภาพปญั หาการเรยี นรู้
1. ครกู ลำ่ วทกั ทำยผเู้ รยี นแลว้ เปดิ คลิปวดี ีโอเรอ่ื ง ประโยชนข์ องงำนธุรกิจให้ผู้เรยี นดู เพ่ือให้ผู้เรียน

ได้มองเหน็ ถงึ คณุ ค่ำของกำรทำธุรกิจแล้วร่วมกนั วเิ ครำะหว์ ่ำประโยชน์และควำมจำเปน็ ของธรุ กิจมีอะไรบำ้ ง
2. ครูตั้งคำถำม ถำมผู้เรยี นวำ่ กำรทำธรุ กจิ มีประโยชนแ์ ละมคี ณุ ค่ำกับเรำมำกน้อยแคไ่ หน เพรำะ

เหตุใด แล้วทำกำรสุ่มเรียกให้ผเู้ รียนท่ีมคี วำมคิดเหน็ ท่ีต่ำงกันนำเสนอควำมคิดเห็นของตนเองพร้อมยกเหตผุ ลมำ
อธบิ ำยประกอบ

3. ครเู ปิดโอกำสให้ผ้เู รียนซักถำมข้อสงสยั ก่อนเข้ำสบู่ ทเรียนในขน้ั ต่อไป

ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้
1.ครูแจกใบควำมรู้ เรอ่ื ง ควำมจำเปน็ และคุณค่ำของธรุ กิจเชงิ รกุ ใหน้ ักศกึ ษำ
2.ครใู หผ้ ูเ้ รียนทำใบงำน เรื่อง ควำมจำเป็น และคุณคำ่ ของธรุ กิจเชิงรุก แลว้ ส่งตวั แทนนำเสนอ
ผลงำน

ขั้นท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละการนาไปใช้
1.ผเู้ รยี นนำเสนอควำมรู้ที่ได้รับจำกใบควำมรู้ หนงั สือเรียน อนิ เตอรเ์ น็ต เร่อื ง ควำมจำเป็น และ

คุณค่ำของธุรกิจเชงิ รุก โดยผู้เรยี นส่งตัวแทนนำเสนอหนำ้ ชั้นเรยี น
2.ครแู ละผู้เรียนรว่ มกนั สรปุ ว่ำคณุ คำ่ ชองธุรกจิ เชงิ รุกมีอะไรบำ้ ง แลว้ ให้ผู้เรยี นบนั ทึกลงในสมุดของ

ตนเอง

74

ขน้ั ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. สังเกตจำกกำรมีสว่ นรว่ มของผเู้ รยี น
6. ผลงำน/ กำรนำเสนอ
7. ใบงำน
8. สมุดส่งงำน

สือ่ การเรียนรู้
4. ใบควำมรู้ เร่ือง ควำมจำเป็น และคณุ คำ่ ของธุรกิจเชงิ รุก
5. หนังสอื เรียน
6. อินเตอร์เน็ต
7. ห้องสมุดประชำชน

การวดั และประเมนิ ผล
5. กำรมสี ่วนร่วมในกำรทำกิจกรรมกลมุ่
6. ผลงำน/ กำรนำเสนอ
7. ใบงำน/สมุดส่งงำน

75

แบบทดสอบกอ่ นเรียน
1. องค์ประกอบที่สำคัญทสี่ ดุ ในกำรดำเนินธรุ กจิ คือข้อใด

ก. อปุ กรณ์และวตั ถุดิบ
ข. บุคคลหรอื แรงงำน
ค. เงนิ ทนุ
ง. กำรจัดกำรดำเนนิ งำนทำงธุรกิจ

2. เป้ำหมำยของกำรดำเนินงำนทำงธรุ กิจคือข้อใด
ก. เป็นหลกั ประกันทำงเศรษฐกจิ
ข. เพ่มิ ช่องว่ำงใหเ้ กดิ ขึน้ ทำงสงั คม
ค. สร้ำงควำมเจริญก้ำวหนำ้ ในสังคม
ง. สร้ำงค่ำนิยมใหม่ให้เกดิ ขึน้ ในสงั คม

3. ข้อใดเป็นธรุ กิจพำณิชยกรรม
ก. ธรุ กจิ กำรทอผ้ำ
ข. ธุรกิจเสริมสวย
ค. ธรุ กจิ กำรทอ่ งเท่ยี ว
ง. ธุรกจิ รำ้ นขำยของชำ

4. กำรดำเนินกำรทำงธรุ กิจหมำยถึงข้อใด
ก. กำรดำเนินกจิ กรรมตำ่ ง ๆท่ีก่อใหเ้ กดิ กำรผลติ สนิ ค้ำ
ข. กำรดำเนนิ กจิ กรรมต่ำง ๆท่ผี ลิตสินค้ำเพื่อกำรจำหน่ำยและบรกิ ำร
ค. กำรดำเนินกิจกรรมตำ่ ง ๆโดยมจี ุดมงุ่ หมำยเพ่ือรำยได้หรือกำไรเป็นผลตอบแทน
ง. ถกู ททุกข้อ

5. .ขอ้ ใดคือควำมสำคัญและประโยชนข์ องธุรกจิ ขนำดกลำงและขนำดยอ่ ม
ก. สร้ำงเสรมิ ใหม้ กี ำรผลิตสินคำ้ ชนดิ ใหม่
ข. ทำใหเ้ กดิ กำรจำ้ งงำน ทำใหเ้ กิดกำรแข่งขัน
ค. อนรุ ักษภ์ ูมปิ ัญญำท้องถ่นิ ตอบสนองควำมต้องกำรของสังคม
ง. ถกู ทุกข้อ

เฉลย
1. ค 2. ก 3. ง 4.ง 5.ง

76

ใบความรู้
เร่อื งที่ 1 ควำมจำเปน็ และคุณคำ่ ของธุรกิจเชิงรุก

1.ควำมหมำยของธุรกจิ เชงิ รุก
ธุรกจิ เชิงรกุ หมำยถงึ กำรบริหำรจดั กำรธุรกจิ แบบมีแบบแผน เปนระบบกำรพัฒนำงำนทด่ี ี อำนวยประโยชน
ใหกับผูประกอบกำร สำมำรถวำงแผนติดตำมและควบคุมใหกำรดำเนินงำนในทุกดำน ไดอยำงมปี ระสิทธิภำพ
2. ควำมจำเปนและคุณคำของธุรกจิ เชิงรกุ ธรุ กจิ เชิงรกุ เปนควำมพยำยำมทจ่ี ะหำวิธีกำรใหไดเปรียบทำงกำร
แขงขนั ทำงธุรกจิ เปนกำร พัฒนำสนิ คำไดตรงตำมควำมตองกำรของผูบรโิ ภค สินคำไดรับกำรพัฒนำอยูตลอดเวลำ ผู
บรโิ ภคมี โอกำสเลือกซือ้ ไดหลำกหลำย
3.ปจจัยทส่ี งผลใหเกิดกำรเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอยำงรุนแรงและรวดเร็ว ไดแก

1. กำรแขงขันที่ไรพรมแดน
2. กำรเปลยี่ นแปลงทำงนวัตกรรมเทคโนโลย

คลปิ วีดีโอ
เรอ่ื ง ประโยชนข์ องงำนธุรกจิ ใหน้ กั ศึกษำดวู ิดโิ อแล้วสรปุ มำพอสงั เขป(5-10บรรทัด)

https://www.youtube.com/watch?v=sXGJSe-H7xE

77

ใบงำนท่ี 1 ควำมจำเปนและคุณคำของธรุ กิจเชิงรุก
คำส่งั ใหผูเรียนแบงกลุมๆละ 3 - 5 คน อภปิ รำยรวมกนั วำ “ธรุ กจิ เชิงรกุ มคี วำมจำเปนและมคี ุณคำ อยำงไร”
............................................................................................................................. ............................................................
......................................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................................................................. .......................
.......................................................................................................................................................... ..............................
............................................................................................................................. ............................................................
........................................................................................................................................... .............................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................ ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................. ...........................................................................
............................................................................................. ............................................................................................
.............................................................................................. ..........................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................... ............................................................................................... ..........
......................................................................................................................... ................................................................
................................................................ ........................................................................................................................

78

แบบทดสอบหลังเรียน
1. องคป์ ระกอบท่ีสำคัญที่สดุ ในกำรดำเนนิ ธรุ กิจคือข้อใด

ก. อุปกรณ์และวัตถุดบิ
ข. บคุ คลหรือแรงงำน
ค. เงนิ ทนุ
ง. กำรจัดกำรดำเนินงำนทำงธรุ กิจ

2. เปำ้ หมำยของกำรดำเนินงำนทำงธรุ กจิ คือข้อใด
ก. เป็นหลักประกันทำงเศรษฐกิจ
ข. เพมิ่ ช่องวำ่ งให้เกดิ ข้นึ ทำงสงั คม
ค. สร้ำงควำมเจรญิ กำ้ วหน้ำในสังคม
ง. สร้ำงคำ่ นิยมใหมใ่ ห้เกิดขนึ้ ในสงั คม

3. ข้อใดเป็นธุรกิจพำณิชยกรรม
ก. ธุรกิจกำรทอผำ้
ข. ธรุ กจิ เสรมิ สวย
ค. ธรุ กิจกำรท่องเทย่ี ว
ง. ธุรกจิ ร้ำนขำยของชำ

4. กำรดำเนินกำรทำงธุรกจิ หมำยถงึ ข้อใด
ก. กำรดำเนินกิจกรรมต่ำง ๆทกี่ ่อใหเ้ กิดกำรผลิตสินค้ำ
ข. กำรดำเนนิ กจิ กรรมตำ่ ง ๆทผ่ี ลติ สนิ คำ้ เพ่ือกำรจำหนำ่ ยและบริกำร
ค. กำรดำเนินกจิ กรรมตำ่ ง ๆโดยมจี ดุ มงุ่ หมำยเพื่อรำยไดห้ รือกำไรเป็นผลตอบแทน
ง. ถูกททุกข้อ

5. .ขอ้ ใดคือควำมสำคญั และประโยชนข์ องธรุ กจิ ขนำดกลำงและขนำดย่อม
ก. สรำ้ งเสรมิ ให้มีกำรผลติ สนิ ค้ำชนดิ ใหม่
ข. ทำใหเ้ กิดกำรจ้ำงงำน ทำให้เกิดกำรแข่งขัน
ค. อนรุ ักษภ์ มู ปิ ัญญำท้องถนิ่ ตอบสนองควำมต้องกำรของสงั คม
ง. ถูกทุกข้อ

79

เฉลย
1. ค 2. ก 3. ง 4.ง 5.ง

80

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา พัฒนาอาชพี ให้มีอย่มู กี นิ อช11003
จานวน 2 หน่วยกิต

ครงั้ ท่ี 4 วนั ที.่ ........เดอื น.............................พ.ศ.................
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้ แบบพบกลมุ่ จำนวน 6 ชว่ั โมง
เรื่องที่ 2 กำรพัฒนำธุรกจิ เชิงรุก
ตวั ช้วี ัด 1.อธบิ ำยควำมจำเป็น และคุณค่ำของธุรกจิ เชงิ รกุ

2.อธิบำยกำรแทรกควำมนิยมเข้ำสคู่ วำมต้องกำรของผบู้ ริโภคได้อยำ่ งแท้จรงิ
3.อธบิ ำยกำรสร้ำงรปู ลกั ษณ์ คุณภำพสินค้ำใหม่
4.อธบิ ำยกำรพฒั นำอำชีพให้มคี วำมม่ันคง
เน้ือหา 1.ควำมจำเปน็ และคณุ ค่ำของธรุ กิจเชิงรุก
2.กำรแทรกควำมนิยมเขำ้ สคู่ วำมต้องกำรของผบู้ รโิ ภค
3.กำรสร้ำงรปู ลักษณค์ ณุ ภำพสินค้ำใหม่
4.กำรพฒั นำอำชพี ให้มีควำมม่นั คง (พออยู่ พอกิน มรี ำยได้)
ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้
ขั้นที่ 1 กาหนดสภาพปญั หาการเรยี นรู้

1. ครกู ล่ำวทักทำยผู้เรียนแล้วเปิดคลปิ วีดโี อเรื่อง พฤติกรรมผู้บริโภคในปจั จบุ ัน ให้ผ้เู รียนดู เพอื่ ให้
ผ้เู รียนได้มองเหน็ ถึงพฤติกรรมผ้บู รโิ ภคในปัจจบุ นั แลว้ ร่วมกันวเิ ครำะห์วำ่ พฤติกรรมผบู้ ริโภคในปจั จุบันมอี ะไรบ้ำง

2. ครูต้ังคำถำม ถำมผู้เรยี นว่ำ พฤติกรรมผบู้ รโิ ภคในปัจจุบันทำให้เรำได้อะไรกบั กำรทำธรุ กิจบ้ำง
และมคี ุณค่ำกบั เรำมำกน้อยแคไ่ หน เพรำะเหตุใด แล้วทำกำรสมุ่ เรยี กใหผ้ ้เู รยี นท่ีมีควำมคิดเหน็ ทต่ี ่ำงกนั นำเสนอควำม
คิดเห็นของตนเองพร้อมยกเหตุผลมำอธบิ ำยประกอบ

3. ครเู ปดิ โอกำสใหผ้ ู้เรียนซักถำมข้อสงสยั ก่อนเขำ้ สู่บทเรียนในขน้ั ต่อไป

ข้ันท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูลและจัดการเรียนรู้
1.ครแู จกใบควำมรู้ เร่อื ง กำรแทรกควำมนยิ มเขำ้ สู่ควำมต้องกำรของผบู้ รโิ ภค ให้นักศึกษำ
2.ครใู ห้ผู้เรียนทำใบงำน เร่ือง กำรแทรกควำมนยิ มเข้ำสู่ควำมตอ้ งกำรของผูบ้ รโิ ภค แลว้ ส่งตวั แทน
นำเสนอผลงำน

ข้ันที่ 3 การปฏิบตั ิและการนาไปใช้
1.ผเู้ รยี นนำเสนอควำมรูท้ ่ีได้รับจำกใบควำมรู้ หนังสือเรียน อินเตอรเ์ น็ต เร่ือง กำรแทรกควำมนิยม

เข้ำส่คู วำมต้องกำรของผบู้ ริโภค โดยผ้เู รียนสง่ ตัวแทนนำเสนอหน้ำชนั้ เรยี น
2.ครแู ละผู้เรียนร่วมกนั สรุปว่ำควำมนยิ มควำมตอ้ งกำรของผู้บริโภคมอี ะไรบ้ำง แล้วให้ผูเ้ รยี นบนั ทกึ

ลงในสมุดของตนเอง

81

ขน้ั ท่ี 4 การประเมินผลการเรียนรู้
9. สังเกตจำกกำรมสี ว่ นรว่ มของผ้เู รียน
10. ผลงำน/ กำรนำเสนอ
11. ใบงำน
12. สมดุ สง่ งำน
13.

ส่อื การเรยี นรู้
8. ใบควำมรู้ เร่อื ง กำรแทรกควำมนยิ มเขำ้ ส่คู วำมตอ้ งกำรของผูบ้ รโิ ภค
9. หนงั สอื เรยี น
10. อนิ เตอร์เน็ต
11. ห้องสมุดประชำชน

การวัดและประเมนิ ผล
8. กำรมีส่วนรว่ มในกำรทำกจิ กรรมกลุ่ม
9. ผลงำน/ กำรนำเสนอ
10. ใบงำน/สมุดส่งงำน

82

แบบทดสอบก่อนเรียน
1. กำรใชพ้ นักงำนขำยจัดเปน็ กำรใชส้ ่วนประสมทำงกำรตลำดในข้อใด

ก. รำคำ
ข. ผลิตภณั ฑ์
ค. กำรจัดจำหนำ่ ย
ง. กำรส่งเสรมิ กำรขำย

2. ลกู เลอื กซื้อสบู่ชนดิ เดียวกับทีแ่ ม่เคยซอื้ เกดิ จำกปจั จยั ท่ีมีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมของผบู้ รโิ ภคในข้อใด
ก. ลักษณะของผู้ขำย
ข. สถำนกำรณ์ในกำรซ้ือ
ค. ลกั ษณะของผู้บริโภค
ง. ลกั ษณะของผลติ ภณั ฑ์

3. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ปจั จัยท่ีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมกำรซ้ือด้ำนสังคม
ก. กำรอ้ำงองิ
ข. ครอบครวั
ค. บคุ ลกิ ภำพ
ง. สถำนภำพของบคุ คล

4. ข้อใดเป็นเป็นขน้ั ตอนสดุ ท้ำยของกำรตัดสินใจซ้ือของผู้บริโภค
ก. กำรชำระเงนิ
ข. กำรเปรยี บเทียบยหี่ ้อ
ค. กำรเลอื กสินคำ้ ที่ชอบ
ง. กำรเปรียบเทียบรำคำ

5. กำรสง่ เสรมิ กำรขำยวธิ ใี ดนิยมใช้กับสินคำ้ ท่ีตอ้ งกำรใหเ้ ห็นควำมแตกตำ่ ง
ก. กำรสำธิต
ข. กำรใหข้ องแถม
ค. กำรลดรำคำ
ง. กำรสง่ ชน้ิ ส่วนชิงโชค

83

เฉลย
1. ง 2. ค 3. ค 4.ก 5.ก

ใบความรู้
เร่ืองท่ี 2 การแทรกความนิยมเข้าสู่ความตอ้ งการของผู้บรโิ ภค
พฤตกิ รรมผู้บริโภค
ลกู คำ้ คือพระเจ้ำหรือลูกค้ำคือพระรำชำ เปน็ ประโยชน์ที่นักกำรตลำดทุกคนเข้ำใจและตระหนักอยู่เสมอใน
กำรดำเนินงำนทำงกำรตลำด เพรำะหมำยควำมวำ่ ผู้บรโิ ภคคือส่วนทีม่ ีควำมสำคญั ทีส่ ดุ ในกำรดำเนินงำนทำงกำรตลำด
นักกำรตลำดต้องให้ควำมสำคัญประดุจดังพระเจ้ำหรือพระรำชำท่จี ะต้องศึกษำขอ้ มูลต่ำงๆเกีย่ วกบั ผบู้ รโิ ภคโดยเฉพำะ
เกยี่ วกับพฤติกรรมในกำรตดั สินใจซื้อสนิ ค้ำหรือบริกำรเพื่อนำข้อมลู มำวเิ ครำะหใ์ หไ้ ด้ขอ้ สรปุ เกย่ี วกบั คณุ ลักษณะของ
ผู้บริโภควำ่ ผ้บู รโิ ภคคือใคร ซ้ืออะไร ซื้อทำไม ซ้ือเม่ือไหร่ ซ้ือทีไ่ หน ซ้ืออยำ่ งไร
ทฤษฎีเกยี่ วกบั ความตอ้ งการของมนุษย์
เน่ืองจำกกำรตลำดคือกำรดำเนินกิจกำรของธุรกิจที่จะตอบสนองควำมต้องกำรของมนุษย์ ในสังคมให้เกิด
ควำมพึงพอใจสูงสุดตลอดเวลำ นักกำรตลำดจึงจำเป็นต้องมีควำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกบั ลักษณะของควำมต้องกำรของ
มนุษย์ Abraham Maslow ได้กล่ำวถึงควำมต้องกำรของมนุษย์ไว้ว่ำมนุษย์ทุกคนเกิดมำต้องมีควำมต้องกำรไม่มีที่
ส้นิ สดุ และควำมต้องกำรของมนุษย์ตำมแนวคิดของ อบั รำฮมั มำสโลว์ รำ้ นจดั ลำดบั ได้ 5 ข้นั ตอน ข้นั ตอนโด ขัน้ ตอน
โดยควำมต้องกำรในขั้นตอนจะ ข้ันตอนโดยควำมต้องกำรในขั้นตอนจะได้รับกำรตอบสนองเป็น ข้ันตอนโดยควำม
ต้องกำรในขั้นตอนจะได้รับกำรตอบสนองเป็นลำดับ ข้ันตอนโดยควำมต้องกำรในขั้นตอนจะได้รับกำรตอบสนองเป็น
ลำดับไป เมื่อควำมต้องกำรขั้นแรกได้รับกำรตอบสนองแล้วมนุษยจ์ ะเกิดควำมต้องกำรในข้ันตอนเป็นไปตำมลำดับ ซ่ึง
จำแนกได้ดงั น้ี
ควำมตอ้ งกำรทำงด้ำนรำ่ งกำย Physiological Need ควำมตอ้ งกำรในขั้นน้ีจดั เป็นควำมต้องกำรแลกของ
มนษุ ย์ทีจ่ ะขำดไม่ได้เปน็ ควำมตอ้ งกำรขนั้ พื้นฐำนที่มคี วำมจำเปน็ ต่อกำรมีชวี ติ อยู่ควำมต้องกำรดำ้ นปัจจยั 4 ได้แก่
อำหำร ทอ่ี ยู่ เคร่อื งนงุ่ หม่ ยำรกั ษำโรค
ควำมต้องกำรควำมม่นั คงปลอดภัยในชวี ติ และทรัพยส์ ิน safety needs เปน็ ควำมต้องกำรท่เี กิดขึน้ เมื่อควำม
ตอ้ งกำรขนั้ พื้นฐำนหรือกำรปัจจยั 4 ได้รับกำรตอบสนองแล้วมนุษยจ์ ะเกิดควำมต้องกำรมีชวี ติ อย่อู ย่ำงปลอดภัยใสใ่ จ
สุขภำพมำกขนึ้
ควำมตอ้ งกำรทำงสังคมและควำมต้องกำรทำงควำมรกั love and belonging need เป็นควำมตอ้ งกำร
เป็นสว่ นหนึ่งของสังคมควำมตอ้ งกำรในขั้นนเ้ี ปน็ ควำมต้องกำรท่ีต้องกำรกำรยอมรบั ในด้ำนควำมรูค้ วำมสำมำรถจำก
เพื่อนร่วมงำนตอ้ งกำรกำรยอมรบั จำกสงั คมทต่ี นสังกัดอยู่
ควำมต้องกำรกำรยอมรับและยกย่อง Esteem Need ควำมต้องกำรทเ่ี กดิ จำกในขน้ั ตอนเนื่องจำกควำม
ตอ้ งกำรในขนั้ ตอนที่ 3 เม่ือสงั กัดเกดิ กำรยอมรับในควำมรคู้ วำมสำมำรถแลว้ ต้องกำรจะถูกพัฒนำไปสคู่ วำมต้องกำร
กำรยกย่องกำรใหเ้ ปรยี บกำรยอมรบั ควำมเป็นผ้นู ำในองค์กรและครอบครวั และเพื่อนรว่ มงำน
ควำมตอ้ งกำรสมหวังหรอื ควำมสำเรจ็ ในชวี ิต Self Actualization Need ควำมตอ้ งกำรในขั้นนี้ตัดอยู่เปน็
ควำมตอ้ งกำรขั้นสงู สุดของมนุษย์ท่จี ะประสบควำมสำเรจ็ ในชวี ิตทีเ่ ดินคำดหวงั ไว้เชน่ กำรเป็นเจำ้ ของกจิ กำรควำม
ตอ้ งกำรเปน็ ผนู้ ำสงู สุดในองค์กรประเภทหรือบรรลุจดุ หมำยในชีวิต เปน็ ต้น

84

แนวทางการศกึ ษาพฤติกรรมผบู้ ริโภค
กำรศึกษำพฤติกรรมผู้บริโภคจะทำให้ นักศึกษำด้ำนกำรตลำดเกิดควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและ

กำรต้องกำรผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ เพื่อหลักกำรตลำดจะแนะนำข้อมูลท่ีได้รับมำกำหนดกลยุทธ์ทำง
กำรตลำด และกิจกรรมทำงกำรตลำดในด้ำนต่ำง ๆเพ่ือให้เกิดควำมสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคให้มำกที่สุด
สำมำรถนำสกู่ ำรตัดสนิ ใจกำรซ้ือหรือบริกำร ดงั น้ันเพอ่ื ให้เกดิ ควำมรู้ควำมเขำ้ ใจของผู้บริโภคอย่ำงชัดเจนนักกำรตลำด
ควรศึกษำในเรอ่ื งตำ่ ง ๆดงั น้ี
แรงจูงใจในการซ้อื Buying Motive

มนุษย์ทุกคนพร้อมกับควำมต้องกำรและควำมต้องกำรจะถูกพัฒนำมำเป็นลำดับได้ 5 ข้ันตำมแนวควำมคิด
ของ ขั้นตำมแนวควำมคิดของ อับรำฮัม มำสโลว์ ดังได้กล่ำวแล้วข้ำงต้นโดยควำมต้องกำรเกิดข้ึนเน่ืองจำกมี
แรงผลกั ดนั จำกสภำพแวดลอ้ มท้งั ภำยในและภำยนอก ทำใหม้ นุษยแ์ สดงพฤติกรรมออกมำในสังคมในลักษณะแตกต่ำง
กนั เพ่อื สนองควำมต้องกำรของตนนักกำรตลำดจำเป็นต้องศึกษำพฤติกรรมตำ่ ง ๆเหลำ่ นเ้ี พื่อนำข้อมูลท่ีได้รบั ไปใช้เป็น
แนวทำงในกำรจัดกิจกรรมทำงกำรตลำดเพื่อสร้ำงแรงจูงใจให้ผู้บริโภคหรือผู้ใช้แสดงพฤติกรรมกำรซ้ือหรือสินค้ำและ
บรกิ ำรของกจิ กำรในกำรตอบสนองควำมต้องกำร
พฤตกิ รรมการซื้อ Buying Behavionrs

ควำมหมำยของพฤติกรรมของกำรซื้อ หมำยถงึ กระบวนกำรกำรตัดสนิ ใจของกำรทำของบคุ คลทีซ่ ื้อและ
ผลติ ภณั ฑ์ซ่งึ พิจำรณำพฤตกิ รรมของทง้ั ผ้ซู ้ือผลิตภณั ฑ์อุปโภคบรโิ ภคและผซู้ ้ือผลติ ภณั ฑ์อตุ สำหกรรม
ตัวแปรทม่ี คี วามสาคญั ต่อพฤติกรรมการซ้ือ

ตวั แปรทำงจติ วทิ ยำที่มผี ลต่อพฤติกรรมกำรซอ้ื ของผบู้ ริโภคสรปุ ไดด้ ังนี้
- กำรรับรู้ Perception คือ กระบวนกำรทบี่ ุคคลใช้ในกำรเลือกจัดระเบียบและตขี ่ำวสำรทไ่ี ด้รบั จำกกำร
สัมผสั ท้งั 5 คอื กำรได้ยนิ กำรไดก้ ล่ินกำรมองเห็นกำรล้มิ รสและกำรสมั ผัสบนพนื้ ฐำนควำมรสู้ ึกของบุคคลนน้ั เชน่ กำร
เหน็ กำรไดย้ นิ โฆษณำทำให้มีควำมรู้เกย่ี วกับตัวผลติ ภณั ฑ์มำกข้นึ
-กำรจงู ใจ motivation คือแรงขบั ภำยในซงึ่ กำหนดพฤติกรรมของบุคคลในกำรมุ่งสเู่ ป้ำหมำย
-กำรเรยี นรู้ learning คือกำรเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมของบคุ คลอนั เป็นผลมำจำกข้อมูลและประสบกำรณ์ที่
แต่ละคนได้พบมำ ทท่ี ำไปได้รับคำชมหรือมีกำรสดซ้ำในทำงบวกก็จะกระทำซำ้ แตห่ ำกไปทำรับคำตำหนหิ รือจดจำ
ในทำงลบก็จะไมท่ ำอกี
-ทศั นคติ Attitude คอื ควำมรู้สกึ ของบคุ คลท่ีมตี ่อส่ิงใดส่งิ หนึ่งและลกั ษณะกำรประเมินควำมร้สู ึกทงั้ ดำ้ นบวก
และลบเกี่ยวกบั สิง่ หนึ่งสิง่ ใดท่ีมีผลตอ่ กำรตัดสินใจของผู้บริโภค
-บคุ ลิกภำพ personality คือพฤติกรรมหรอื ลักษณะอุปนสิ ัยของบคุ คลท่มี ีกำรสะท้อนควำมเป็นตัวเอง
ออกมำเปน็ บุคลิกลักษณะตำ่ งๆ
ตวั แปรทำงสังคมทมี่ ผี ลต่อพฤตกิ รรมทำงกำรซื้อและบริโภคสรุปได้ดงั นี้
-บทบำททำงสงั คม Social roles คือกำรคำดหวงั ของตนตำมสถำนภำพท่ีเค้ำเปน็ อยคู่ นหนึ่งอำจมีหลำย
หลำยบทบำท
-กล่มุ อำ้ งองิ Reference Group บุคคลหรือกลมุ่ บุคคลทม่ี ีผลต่อทศั นคติคำ่ นิยมและพฤตกิ รรมของผู้อ่ืนท่ยี ดึ
เอำกลมุ่ อ้ำงอิงเป็นแบบอยำ่ งและพยำยำมเลยี นแบบทงั้ ในด้ำนควำมคิด พฤติกรรม คำ่ นิยม

85

-ชนช้นั ทำงสงั คม social level คือลกั ษณะกำรจดั แบง่ กล่มุ บคุ คลในสงั คมตำมลักษณะตวั แปรต่ำงๆเชน่
รำยได้ กำรศึกษำ ฐำนะทำงสงั คม เป็นต้น

-วัฒนธรรม Culture คือสญั ลักษณห์ รือสงิ่ ทค่ี นในสังคมหน่งึ ไดส้ รำ้ งข้ึนและยอมรบั จำกคนในสังคมนั้นจำกรุ่น
สู่รุ่นในฐำนะเปน็ ตวั กำหนดพฤตกิ รรมของสงั คมนน้ั ๆซ่ึงได้แก่ ควำมคดิ คำพดู ควำมเชอ่ื กำรกระทำ และส่ิงท่มี นุษย์
ทำ
อปุ นสิ ยั การซอื้ Buying Habit

นกั ตลำดตอ้ งทำกำรศึกษำปฏิกริ ิยำเหลำ่ นน้ั ของผูบ้ รโิ ภคหรอื ผู้ใช้ทำงธรุ กิจ และนำมำเป็นข้อมูลประกอบกำร
ตัดสนิ ใจในกำรกำหนดแผนงำนและกจิ กรรมทำงกำรตลำด เพ่อื ใหเ้ กดิ ควำมสอดคลอ้ งกบั อปุ นสิ ัยในกำรซ้ือของ
ผู้บริโภคและจำกกำรศกึ ษำเกี่ยวกบั อบุ ตั เิ หตุกำรซ้ือของผ้ซู ้ือหรือทำให้นักกำรตลำดเกดิ ควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจเก่ียวกบั ผ้ซู ้ือ
และผบู้ ริโภคในด้ำนต่ำงๆดงั นี้

ผ้บู รโิ ภคคอื ใคร Who คือ กำรศกึ ษำให้ทรำบว่ำใครคือผบู้ ริโภคหรอื ผู้ทใ่ี ชท้ ่ีแท้จรงิ ใครเป็นผู้ซอื้ ทำงนเ้ี พรำะ
ผู้บรโิ ภคทมี่ ลี ักษณะแตกต่ำงกันอบุ ตั ิภยั ในกำรซื้อจะแตกตำ่ งกนั

ผู้บรโิ ภคซื้อทำไม Why คือ กำรศกึ ษำวำ่ ทำไมผู้บรโิ ภคจึงต้องซ้ือหรือไมซ่ ้ือสนิ คำ้ หรือบรโิ ภคถำ้ ผู้ซือ้ บริโภค
หรือผใู้ ช้ซือ้ ไปเพ่ือจุดประสงค์ใดทงั้ นเี้ พรำะผู้บรโิ ภคหรอื ผใู้ ชแ้ ตล่ ะบุคคลมีเหตุผลและวัตถปุ ระสงค์ในกำรซ้ือท่ีแตกต่ำง
กัน

ผู้บริโภคตอ้ งกำรซื้ออะไร What คอื กำรคน้ หำผู้บรโิ ภคหรอื ผู้ใช้ซ้ือสินคำ้ น้นั เพรำะอะไรต้องกำรซื้ออะไร
จำกสนิ คำ้ หรือบริกำรบ้ำง

ผู้บรโิ ภคต้องกำรซื้อเมื่อไหร่ When คือ เปน็ กำรคน้ หำโอกำสในกำรซ้ือของผูบ้ ริโภควำ่ ผูซ้ อ้ื จะซอ้ื สนิ คำ้ ใด
ทั้งน้เี พรำะสินค้ำบำงประเภทผบู้ ริโภคซอ้ื ตลอดเวลำ

ผู้บรโิ ภคซอื้ ที่ไหน Where คือ กำรพยำยำมศึกษำว่ำผูบ้ รโิ ภคหรือผู้ใช้นยิ มซื้อสินค้ำจำกแหล่งซื้อใดซ้ือจำก
พนักงำนซอ้ื จำกร้ำนค้ำปลีกโดยท่ัวไปซื้อจำกหำ้ งสรรพสินค้ำซ้อื จำกผู้ผลิตหรือซื้อจำกระบบเครือขำ่ ยคอมพิวเตอร์
เปน็ ต้น

ใครมีส่วนร่วมในกำรตัดสินใจซ้อื Who Participates เปน็ กำรศกึ ษำกับผู้มีอิทธิพลในกำรตดั สนิ ใจซ้ืออำจ
ได้แก่กล่มุ ผูม้ ีอิทธิพล

ผู้บรโิ ภคซ้อื ตอ้ งกำรอะไร How คือ กำรศึกษำซ้ือของผูบ้ ริโภคแต่ละคร้งั ว่ำมีลกั ษณะอย่ำงไร
แนวโนม้ อุปนิสยั การซ้ือของผู้บรโิ ภคในปจั จบุ นั

จำกกำรศึกษำคน้ ควำ้ ของนักกำรตลำดพบว่ำกำรซ้ือสินคำ้ หรือบรกิ ำรผู้บรโิ ภคหรือผ้ใู ช้ในปัจจบุ ันมีแนวโนม้
พอสรปุ ได้ดงั นี้

ดำ้ นเวลำในกำรซ้ือ คณะกำรตลำดได้ศึกษำเก่ียวกบั ผบู้ รโิ ภคหรอื ผูใ้ ช้ทำงธุรกจิ ในปจั จบุ ันเก่ียวกบั ดำ้ นเวลำใน
กำรซอ้ื นักกำรตลำดพบว่ำผู้บริโภคหรือผู้ซอื้ มคี วำมตอ้ งกำรซ้อื สินค้ำหรือบรกิ ำรตลอดเวลำ

ด้ำนปริมำณของผซู้ ื้อ ในปัจจุบันพบว่ำผ้บู ริโภคหรอื ผ้ใู ช้จำนวนมำกมเี วลำในกำรหำซอื้ สินคำ้ นอ้ ยลง
สิ่งแวดล้อมเกี่ยวกบั ผ้ทู ี่อยู่อำศัยที่กระทำหำดทรำยไปอย่ตู ำมชำนเมืองมำกขึ้นทำใหม้ ีเวลำจำกัดในกำรซอื้ สินค้ำ

86

ดำ้ นลักษณะกำรซือ้ ในปจั จบุ ันพบว่ำผบู้ รโิ ภคนิยมซอื้ สินคำ้ ด้วยวิธีกำรบรกิ ำรตัวเองและซื้อสินค้ำจำกเครื่อง
ตัดอัตโนมัติมำกขึน้ เพรำะรวดเร็วกว่ำรอพนักงำน ประกอบกับควำมเจรญิ ก้ำวหนำ้ ทำงเทคโนโลยีกำรสือ่ สำร

ด้ำนแหล่งซ้ือสินคำ้ ในปัจจุบันผบู้ ริโภคนยิ มซอื้ สินคำ้ ตำมห้ำงสรรพสินค้ำหรอื ตำมรำ้ นสรรพสนิ คำ้ เพรำะ
สำมำรถเลอื กซ้อื สนิ ค้ำได้ครำวละหลำยหลำยประเภทหลำยชนดิ ในสถำนท่เี ดยี ว ประกอบกบั กำรคมนำคม
สะดวกสบำยมำกข้ึนและสำมำรถเดินทำงไกลในช่วงเวลำส้ันๆได้อย่ำงรวดเรว็

ดำ้ นลักษณะของสินค้ำ ในปัจจบุ ันพบว่ำผบู้ รโิ ภคหรอื ผู้ซือ้ ส่วนใหญน่ ยิ มซื้อสินค้ำบริกำรที่สะดวกในกำรใช้
งำ่ ยและกำรจัดเกบ็ และบำรงุ รกั ษำ ประหยัดเวลำ นักกำรตลำดจงึ ต้องสอบถำมผลติ ภัณฑใ์ ห้สอดคลอ้ งกับควำม
ต้องกำรของผู้บริโภคหรือผู้ใช้

ด้ำนลกั ษณะกำรชำระเงนิ ในปจั จุบนั ผู้บริโภคหรือผ้ชู ำยนิยมซอื้ สินคำ้ เปน็ เงนิ เชื่อ เครดติ มำกขึน้ เนื่องจำก
ภำวะเศรษฐกจิ และควำมต้องกำรควำมสะดวกสบำยทำใหผ้ บู้ รโิ ภคในปจั จุบันนิยมจัดหำสนิ ค้ำหรือบริกำรในรปู แบบ
ของเงินเช่ือและเคดติ มำกขน้ึ

ด้ำนลกั ษณะเก่ียวกบั ตัวผซู้ ้อื เพรำะในปัจจุบันนกั กำรตลำดได้ศกึ ษำพบว่ำผูบ้ ริโภคกบั ผซู้ ื้อเป็นคนเดียวกนั มำก
ข้นึ หมำยควำมวำ่ ในปัจจุบันผู้บริโภคชอบซอื้ สนิ คำ้ ของตนเองมำกขึ้นไม่วำ่ จะเป็นผ้ชู ำย เด็ก ซง่ึ แตกต่ำงจำกสมัยก่อน
ที่ซื้อมำร์คเปน็ ผูห้ ญิงที่เปน็ แม่หรือแมบ่ ำ้ นเปน็ สว่ นใหญ่

ดำ้ นลักษณะของครอบครัว ลักษณะของครอบครวั ในสังคมปัจจบุ ันมีขนำดเลก็ ลงจำนวนสมำชิกในครอบครัว
น้อยลงทำใหล้ ักษณะควำมตอ้ งกำรเปล่ยี นไปตำมนสิ ัยของสินคำ้ หรือบรกิ ำรทม่ี ีขนำดเล็กลงแต่ปรมิ ำณของครอบครวั
จะมจี ำนวนมำกขึ้นทำให้โอกำสในกำรขำยสินค้ำหรือบริกำรมจี ำนวนเพ่มิ ข้นึ

ไดล้ ักษณะกลุ่มอำ้ งองิ เป็นกลุ่มบุคคลที่มีกำรชนื่ ชอบยอมรับนบั ถอื ทำงสงั คมหรือเปน็ กลุ่มบุคคลทส่ี ังคม
ยอมรบั ในดำ้ นควำมคิด ทัศนคติ
กระบวนการการตัดสนิ ใจซ้อื Buying Decision Process

กำรศกึ ษำกระบวนกำรตัดสินใจ เป็นกำรศึกษำเกย่ี วกับปฏิกิริยำของผูบ้ ริโภคหรอื ผู้ซ้ือตง้ั แต่
แรงจงู ใจหรือแรงกระตุ้นทม่ี สี ่วนในกำรผลกั ดันให้เกิดควำมต้องกำรจนกระทัง่ เกดิ ควำมตัดสินใจซอื้ สินค้ำในท่ีสุดซึง่
กระบวนกำรตัดสินใจซอื้ สินค้ำของผบู้ ริโภคประกอบดว้ ยขั้นตอน 5 ขัน้ ตอนดงั น้ี

ขั้นตอนที่ 1 กำรค้นหำควำมตอ้ งกำร เป็นขน้ั ตอนแรกของกระบวนกำรกำรตดั สนิ ใจซ้ือในขั้นตอนน้ผี ู้บริโภค
จะถูกกระตุน้ ใหเ้ กดิ ควำมต้องกำรซ่งึ สิง่ ที่กระตุ้นทำใหผ้ ้บู รโิ ภคเกดิ ควำมต้องกำรมีท้ังปจั จัยทีเ่ กิดจำกภำยในตัว
ผูบ้ ริโภคเอง

ขน้ั ตอนท่ี 2 กำรค้นหำเพื่อระบุทำงเลือก เม่ือผู้บริโภคเกดิ ควำมตอ้ งกำรในสนิ คำ้ ผู้บริโภคจะเรมิ่ หำข้อมูล
เก่ยี วกับผลติ ภัณฑ์ต้องกำรเพ่ือนำมำประกอบในกำรพิจำรณำทำงเลือกท่จี ะทำใหส้ ินคำ้ ตอบสนองควำมต้องกำร โดย
พจิ ำรณำขอ้ มูลเกี่ยวกบั ชนิดของสนิ ค้ำ รปู แบบ รำคำ คณุ ภำพ วิธใี ช้ ควำมเช่อื ถือได้

ขัน้ ตอนที่ 3 กำรประเมนิ ทำงเลือกหลังจำกไดข้ ้อมลู ต่ำงๆมำใชป้ ระกอบในกำรระบุทำงเลือกตำ่ งๆได้แลว้
ขนั้ ตอนผู้บรโิ ภคจะประเมนิ ทำงเลอื กเหล่ำนั้น เพ่อื จะนำทำงเลอื กใดทำงเลือกหนึ่งมำใช้ในกำรตดั สินใจซ้ือสนิ คำ้ หรือ
บรกิ ำร

87

ข้นั ตอนที่ 4 กำรตัดสินใจซือ้ เม่อื ผบู้ ริโภคหรือผู้ซื้อสำมำรถระบุทำงเลือกและประเมนิ ผลทำงเลอื กได้

เหมำะสมแลว้ ผบู้ รโิ ภคจะตัดสินใจซื้อสนิ ค้ำหรือบริกำรท่ี ตอ้ งกำรจำกกำรเลือกทไ่ี ดป้ ระเมินแลว้ วำ่ เหมำะสมที่สุด

กำรตดั สินใจซื้อสนิ ค้ำหรือบรกิ ำร ผู้บริโภคจะพิจำรณำจำกปจั จยั ต่ำงๆ เชน่ รำคำ กำรขนส่ง บริกำรท่ไี ด้รบั เปน็ ตน้

ขัน้ ตอนท่ี 5 กำรประเมินผลหลงั จำกกำรซ้ือซงึ่ เปน็ ขัน้ ตอนสดุ ท้ำยของกระบวนกำรกำรตัดสนิ ใจซอื้ central

ตอนที่ผ้บู ริโภคจะพิจำรณำจำกกำรที่ซือ้ สนิ คำ้ หรือบรกิ ำรไปแล้ววำ่ สนิ คำ้ หรือบริโภคท่ซี ้ือไปนน้ั มีกำรตดิ ตดั สินใจซอ้ื ที่

ถูกต้องหรือไม่ โดยพิจำรณำจำกประโยชนท์ ่ไี ด้รบั จำกกำรใชส้ นิ ค้ำหรือบรกิ ำรตำมตรงควำมตอ้ งกำรหรือไม่

แนวทางการศึกษาพฤตกิ รรมการซื้อของตลาดธุรกจิ

ลักษณะของกำรซื้อ กำรซ้อื ในตลำดสว่ นใหญเ่ ป็นกำรซ้ือโดยตรงและผผู้ ลิตเนอ่ื งจำกปริมำณกำรซ้ือในธรุ กจิ

แต่ละคร้งั มีจำนวนมำก ผซู้ ื้อต้องแนะนำจำกผูผ้ ลิตโดยตรงในกรณีที่เป็นสนิ ค้ำท่ีต้องกำรเทคนิคเฉพำะหรือต้องกำร

บริกำรก่อนและหลงั กำรซ้ือ

ปรมิ ำณกำรซ้อื ต่อครั้ง ในด้ำนปริมำณกำรซือ้ ของตลำดธรุ กิจจะซ้อื สินค้ำคร้ังละมำกมำกเนอื่ งจำก

วัตถปุ ระสงค์ในกำรซ้ือ เพ่ือไปใช้ในกำรผลิต กำรจัดจำหน่ำย หรอื เพื่อเป็นสว่ นประกอบในกำรดำเนินธุรกิจ

ควำมถ่ใี นกำรซื้อน้อย ในตลำดธุรกิจผูซ้ ้อื สำมำรถซอื้ สินค้ำบ่อยครัง้ เพรำะจะเกดิ คำ่ ใช้จ่ำยในกำรส่ังซื้อทำให้

เกดิ เปน็ กำรเพิ่มต้นทุนกำรดำเนนิ งำนผลกระทบตอ่ กำไรสนิ คำ้ บำงประเภทซื้อและนำนหลำยปีกว่ำจะซ้ือซ้ือซ้ำอีกครง้ั

กำรตัดสินใจซ้ือขึ้นอยู่กับบุคคลหลำยฝ่ำย กำรซื้อในตลำดธุรกิจจำเป็นต้องอำศัยข้อมูลเป็นจำนวนมำกจำก

หลำยๆไฟล์เพื่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจมำกท่ีสุดแต่จะมีบุคคนเข้ำมำมีบทบำทในกำรตัดสินใจเพียงน้อยเพียงใดกับขนำด

ธรุ ะกจิ

แรงจูงใจในกำรซ้ือตั้งอยู่บนพื้นฐำนของเหตุผล กำรตัดสินใจซ้ือสินค้ำหรือบริกำรในตลำดธุรกิจตั้งอยู่บน

พื้นฐำนของเหตุผลมำกกว่ำอำรมณ์เน่ืองจำกกำรซื้อในตลำดธุรกิจส่วนมีจุดมุ่งหมำยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่

กิจกำร

ใชห้ ลักต่ำงตอบแทนกัน พฤติกรรมกำรซื้อสนิ คำ้ ในตลำดธรุ กิจตัง้ อยู่บนพนื้ ฐำนของกำรถ้อยทีถ้อยอำศัยซ่ึงกัน

และกนั

กระบวนกำรในกำรจดั ซื้อ ขัน้ ตอนกำรปฏิบัติเก่ียวกบั กำรจัดซอ้ื สนิ ค้ำหรือบริกำรของตลำดธุรกิจ มี

ควำมแตกต่ำงจำกกระบวนกำรซ้ือของตลำดผู้บริโภคในส่วนของรำยละเอียดท่ีเก่ียวกับสินค้ำ หรือบริกำร ระเบียบ

กฎเกณฑ์ในกำรจัดซ้ือ กระบวนกำรจัดซ้ือในตลำดธุรกิจเริ่มต้นจำกกำรรับข้อมูลเก่ียวกับควำมต้องกำรหรือควำม

จำเป็นจำกหน่วยงำนต่ำงๆ ในองค์กำร จำกน้ันกำหนดเรื่องรำยละเอียดของสินค้ำหรือบริกำรท่ีจัดซื้อให้เหมำะสมกับ

กำรใชง้ ำนของฝ่ำยต่ำงๆ

ประโยชนข์ องการศกึ ษาพฤติกรรมของผูบ้ ริโภคตอ่ การดาเนินงานทางการตลาด

ทำใหน้ กั กำรตลำดเข้ำใจถึงควำมต้องกำรของผู้บริโภคในสงั คม เข้ำใจถงึ แนวโนม้ ของควำมเปล่ยี นแปลงควำม

ตอ้ งกำรของตลำดในปัจจุบนั และแนวโน้มทจ่ี ะเปน็ ไปในอนำคต

ทำให้ผู้ผลติ สำมำรถผลิตสินค้ำหรอื บรกิ ำรตรงกบั ควำมตอ้ งกำรของผบู้ ริโภค หรอื ผ้ใู ช้และกล่มุ เปำ้ หมำย

ไดม้ ำกข้นึ ทำให้นกั กำรตลำดสำมำรถคน้ พบตลำดใหมๆ่ ได้ และทำกำรตอบสนองให้สอดคล้องกับตลำดน้นั ๆ

88

นำข้อมลู เกี่ยวกบั พฤติกรรมของผบู้ รโิ ภคท่ีศึกษำได้มำปรบั ปรงุ ผลติ ภัณฑ์ใหส้ อดคล้องกับควำมต้องกำรข้อมูลทไ่ี ดร้ บั
จำกกำรศึกษำเก่ยี วพฤตกิ รรมผูบ้ รโิ ภคมำใช้ในกำรวำงแผนกำรตลำดปรบั ปรงุ กจิ กรรมทำงกำรตลำด และกำหนดกล
ยทุ ธท์ ำงกำรตลำดใหม้ คี วำมสอดคล้องกบั สถำนกำรณ์ตลำดในปัจจบุ ันนั้นได้

คลิปวีดีโอ เรื่อง พฤตกิ รรมผู้บริโภคในปัจจุบนั

https://www.youtube.com/watch?v=iaCGQNWS1ME

ใหน้ ักศึกษำดูคลิปวดิ ิโอแลว้ สรปุ มำพอเขำ้ ใจ(5-10บรรทัด)

89

ใบงำนท่ี 2
กำรพัฒนำธรุ กจิ เชิงรุก
คำส่งั ใหผูเรียนแบงกลุม 3 คน ดำเนนิ กำรพฒั นำธุรกจิ เชงิ รุกในสินคำของผูเรยี นหรือสินคำที่สนใจตำมหัวขอดงั นี้
1. ชอ่ื สินคำ…………………………………………….……..
2. แทรกควำมนยิ มใดบำงเขำสูควำมตองกำรของผูบรโิ ภค
...................................................................................................... ...................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
3. รูปลกั ษณคุณภำพสนิ คำท่ีพฒั นำขน้ึ ใหมเปนอยำงไร
...................................................................................................... ...................................................................................
....................................................................................................................................................................... ..................
...................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................

90

แบบทดสอบหลังเรียน
1. กำรใช้พนักงำนขำยจัดเป็นกำรใช้ส่วนประสมทำงกำรตลำดในข้อใด

ก. รำคำ
ข. ผลิตภณั ฑ์
ค. กำรจดั จำหนำ่ ย
ง. กำรสง่ เสรมิ กำรขำย

2. ลูกเลือกซ้ือสบูช่ นดิ เดียวกับที่แมเ่ คยซอ้ื เกิดจำกปัจจยั ที่มอี ิทธิพลตอ่ พฤติกรรมของผ้บู รโิ ภคในขอ้ ใด
ก. ลักษณะของผ้ขู ำย
ข. สถำนกำรณ์ในกำรซ้ือ
ค. ลกั ษณะของผบู้ ริโภค
ง. ลกั ษณะของผลติ ภัณฑ์

3. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ปจั จัยทมี่ ีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมกำรซอ้ื ด้ำนสังคม
ก. กำรอ้ำงองิ
ข. ครอบครัว
ค. บคุ ลิกภำพ
ง. สถำนภำพของบุคคล

4. ข้อใดเปน็ เป็นขัน้ ตอนสดุ ท้ำยของกำรตดั สนิ ใจซ้ือของผบู้ รโิ ภค
ก. กำรชำระเงิน
ข. กำรเปรยี บเทยี บยี่ห้อ
ค. กำรเลอื กสินค้ำท่ชี อบ
ง. กำรเปรยี บเทียบรำคำ

5. กำรสง่ เสริมกำรขำยวิธใี ดนิยมใช้กับสนิ คำ้ ท่ีต้องกำรใหเ้ ห็นควำมแตกตำ่ ง
ก. กำรสำธิต
ข. กำรใหข้ องแถม
ค. กำรลดรำคำ
ง. กำรสง่ ช้นิ ส่วนชิงโชค

เฉลย
1. ง 2. ค 3. ค 4.ก 5.ก

91

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชา พัฒนาอาชีพให้มอี ยมู่ ีกนิ อช11003
จานวน 2 หนว่ ยกติ

ครั้งที่ 4 วนั ที่.........เดอื น.............................พ.ศ.................
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลมุ่ จำนวน 6 ช่วั โมง
เร่ืองที่ 3 กำรพฒั นำธรุ กจิ เชิงรุก
ตัวชว้ี ดั 1.อธบิ ำยควำมจำเป็น และคุณค่ำของธรุ กิจเชิงรกุ

2.อธิบำยกำรแทรกควำมนยิ มเข้ำสู่ควำมต้องกำรของผู้บรโิ ภคได้อยำ่ งแท้จริง
3.อธบิ ำยกำรสรำ้ งรปู ลกั ษณ์ คุณภำพสินค้ำใหม่
4.อธิบำยกำรพัฒนำอำชีพให้มคี วำมมั่นคง
เนอื้ หา 1.ควำมจำเปน็ และคุณคำ่ ของธรุ กิจเชิงรกุ
2.กำรแทรกควำมนยิ มเข้ำสูค่ วำมตอ้ งกำรของผู้บรโิ ภค
3.กำรสร้ำงรปู ลกั ษณ์คณุ ภำพสนิ ค้ำใหม่
4.กำรพัฒนำอำชพี ให้มีควำมมั่นคง (พออยู่ พอกิน มรี ำยได้)
ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 1 กาหนดสภาพปญั หาการเรยี นรู้

1. ครูกล่ำวทกั ทำยผู้เรยี นแล้วเปดิ คลิปวีดีโอเรอ่ื ง กำรพัฒนำผลติ ภัณฑใ์ หม่ ใหผ้ เู้ รียนดู เพอื่ ให้
ผเู้ รียนไดม้ องเหน็ ถึงกำรสรำ้ งรปู ลักษณค์ ุณภำพสนิ คำ้ ใหม่แลว้ รว่ มกันวิเครำะห์วำ่ กำรสรำ้ งรปู ลกั ษณ์คณุ ภำพสนิ คำ้
ใหม่มอี ะไรบ้ำง

2. ครูต้ังคำถำม ถำมผู้เรยี นวำ่ กำรสรำ้ งรูปลกั ษณ์คุณภำพสินคำ้ ใหมท่ ำให้เรำได้อะไรกับกำรทำธุรกจิ
บำ้ งและมีคณุ คำ่ กับเรำมำกน้อยแค่ไหน เพรำะเหตใุ ด แล้วทำกำรสุ่มเรยี กใหผ้ ู้เรยี นท่ีมีควำมคดิ เห็นทตี่ ่ำงกนั นำเสนอ
ควำมคิดเหน็ ของตนเองพรอ้ มยกเหตผุ ลมำอธบิ ำยประกอบ

3. ครูเปิดโอกำสใหผ้ ้เู รยี นซักถำมข้อสงสัยก่อนเข้ำสู่บทเรียนในข้นั ต่อไป

ข้นั ท่ี 2 แสวงหาขอ้ มลู และจัดการเรียนรู้
1.ครูแจกใบควำมรู้ เรือ่ ง กำรแทรกควำมนยิ มเขำ้ สู่ควำมต้องกำรของผบู้ ริโภค ให้นักศกึ ษำ
2.ครใู หผ้ เู้ รียนทำใบงำน เรอ่ื ง กำรแทรกควำมนยิ มเข้ำสู่ควำมตอ้ งกำรของผูบ้ ริโภค แลว้ สง่ ตัวแทน
นำเสนอผลงำน

ข้ันที่ 3 การปฏิบัตแิ ละการนาไปใช้

1.ผูเ้ รยี นนำเสนอควำมรู้ทีไ่ ด้รับจำกใบควำมรู้ หนังสือเรียน อินเตอรเ์ น็ต เรอื่ ง กำรแทรกควำมนยิ ม
เขำ้ สู่ควำมต้องกำรของผู้บรโิ ภค โดยผู้เรยี นสง่ ตวั แทนนำเสนอหน้ำชัน้ เรียน

2.ครูและผเู้ รยี นรว่ มกันสรุปว่ำควำมนยิ มควำมตอ้ งกำรของผ้บู รโิ ภคมีอะไรบ้ำง แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นบนั ทึก
ลงในสมุดของตนเอง

92

ขัน้ ที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้
1.สังเกตจำกกำรมสี ่วนร่วมของผเู้ รยี น
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน
4.สมดุ สง่ งำน

สอ่ื การเรยี นรู้
1.ใบควำมรู้ เร่ือง กำรสรำ้ งรปู ลักษณ์คุณภำพสนิ คำ้ ใหม่
2.หนังสอื เรยี น
3.อนิ เตอร์เนต็
4.หอ้ งสมุดประชำชน

การวัดและประเมินผล
1.กำรมสี ว่ นรว่ มในกำรทำกจิ กรรมกลุ่ม
2.ผลงำน/ กำรนำเสนอ
3.ใบงำน/สมดุ สง่ งำน

93

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
1. กำรผลติ ในควำมหมำยทำงเศรษฐศำสตรห์ มำยถึงข้อใด

ก. กำรสร้ำงรำยได้ใหค้ รอบครัว
ข. กำรผลิตสินค้ำ
ค. กำรบรกิ ำร
ง. กำรแปรสภำพทรัพยำกรเพ่ือใหเ้ กดิ สนิ ค้ำและบริกำร

2. ขอ้ ใดคือปัจจยั กำรผลิต
ก. ทด่ี ิน แรงงำน ทนุ ผู้ประกอบกำร
ข. ท่ดี นิ เงนิ ทุน รำยได้ ผู้ประกอบกำร
ค. ทนุ แรงงำน ผู้ชำนำญงำน เจ้ำของกจิ กำร
ง. ทนุ คำ่ แรง นำยจำ้ ง ลูกจำ้ ง

3. เจ้ำของโรงงำนเปน็ ปัจจยั กำรผลติ ข้อใด
ก. ทีด่ ิน
ข. แรงงำน
ค. ค่ำจำ้ ง
ง. ผู้ประกอบกำร

4. เคร่ืองจกั รและตัวอำคำรเป็นปัจจัยกำรผลิตประเภทใด
ก. ทุน
ข. ผู้ประกอบกำร
ค. คำ่ แรง
ง. ท่ีดนิ

5. ขอ้ ใดเปน็ กำรผลิตสนิ คำ้ และบรกิ ำรของภำคเหนือท้ังหมด
ก. ขนมโรตสี ำยไหม เครื่องถม ข้ำวหอมมะลิ ผ้ำบำตกิ
ข. กระเทยี มโทนสด ปลำตะเพยี นสำน เสื่อกระจดู มีดอรัญญิก
ค. เม็ดมะม่วงหิมพำนต์ ผำ้ ไหมมัดหม่ี เครื่องปน้ั ดนิ เผำ หมอนขิด
ง. ลำใยอบแหง้ ผลิตภณั ฑ์กระดำษสำ แจกนั เซรำมิก หมอนใบชำ

เฉลย
1. ง 2. ก 3. ง 4.ก 5.ง

94

ใบความรู้
เรือ่ ง การสรา้ งรูปลักษณ์คุณภาพสินคา้ ใหม่
การพฒั นาผลติ ภัณฑ์ใหม่ (New Product Development)
เป้ำหมำยหนึ่งของกำรลงทุนในด้ำนวิจัยและพัฒนำ (R&D) ก็คือกำรผลิตสินค้ำและพัฒนำผลิตภัณฑ์ ซ่ึงผล
จำกกำรวิจัยท่ีได้ จะเป็นในรูปของสิ่งท่ีจับต้องไม่ได้ (Intangible) ดังน้ันขั้นตอนน้ีจึงเป็นกำรทำให้ส่ิงท่ีคำดหวังจำก
กำรวจิ ัยและพัฒนำนำมำสรำ้ งผลิตภณั ฑ์ใหม่ที่มคี วำมแตกตำ่ ง ด้วยกำรนำเทคโนโลยแี ละโอกำสในกำรทำกำรตลำดมำ
ผสมผสำนเพอื่ นำไปจำหนำ่ ยหรอื นำไปจดสิทธบิ ตั รเพ่อื สรำ้ งรำยได้
ผลติ ภณั ฑใ์ หมค่ ืออะไร?
ผลิตภัณฑ์สำมำรถเป็นส่ิงที่ใหม่ในโลก หรืออำจเป็นส่ิงที่ใหม่ในองค์กร ยกตัวอย่ำงเช่น บ.Hewlett-Packard
(HP) ผลติ เคร่อื งพิมพ์ Laser Jet ได้เป็นรำยแรกของโลก แต่ บ.IBM ไดผ้ ลติ Laser printer ในสำยผลติ ภณั ฑ์ใหม่ของ
กิจกำร ซ่ึงเป็นผู้ผลิตหลังจำกที่ HP ได้ผลิตมำก่อนหลำยปีแล้ว นอกจำกนี้ บ.โบอ้ิงได้แนะนำ โบอ้ิง รุ่น 747:400
และได้เป็นเครื่องบินที่ได้มีกำรพัฒนำให้เป็นสว่ นหน่ึงของผลติ ภัณฑ์ในองค์กรที่ประสบควำมสำเรจ็ อีกรุ่นหน่ึง หรือ บ.
Microsoft ได้แนะนำรุ่นต่ำง ๆ ของระบบปฏิบัติกำร Windows ออกมำ เช่น Windows 3.1 Windows 98
Windows 2000 Windows XP Windows NT เปน็ ต้น
ควำมสำเร็จขององค์กรคือกำรพัฒนำสินค้ำเข้ำสู่ตลำดอย่ำงต่อเน่ือง ปัจจัยท่ีต้องคำนึงถึงในกำรดำเนินธุรกิจ
ประกอบด้วย รำยได้และกำไร ผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้น กำรบริกำรที่ดี กำรตอบแทนต่อสังคม กำรให้โอกำสต่อ
พนักงำน กำรสรำ้ งควำมก้ำวหนำ้ ใหก้ บั องคก์ ร ทัง้ หมดน้เี กี่ยวข้องกับกำรสรำ้ งสรรค์สินค้ำใหมใ่ ห้กบั กจิ กำร
เพือ่ ใหก้ ำรพฒั นำผลติ ภณั ฑป์ ระสบควำมสำเร็จตำมเปำ้ หมำยขององค์กร องคก์ รจะต้องทำควำมเข้ำใจ
เกีย่ วกับกระบวนกำรพฒั นำผลิตภัณฑด์ งั ต่อไปนี้
1. กำรสะสมควำมคิด พัฒนำและทดสอบแนวคิด ในช่วงเร่ิมแรกของกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์จะมีกำร
เปล่ียนแปลงไปอยู่ตลอดเวลำ หลังจำกท่ีกิจกำรได้มีควำมคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Idea) แล้ว ต่อมำจะต้องมี
กำรกลั่นกรองควำมคิดเพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่สำมำรถนำมำทดสอบในตลำดได้ กิจกำรจะต้องแสดงรำยละเอียดให้อยู่
ในรูปของแนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product concept) ที่อธิบำยรำยละเอียดในรูปท่ีมีควำมหมำยและภำพลักษณ์ของ
ผลิตภัณฑ์ (Product image) โดยนำเสนออย่ำงเป็นรูปธรรมในรูปธรรมเก่ียวกับผลิตภัณฑท์ ี่ตลำดต้องกำร
2. กำรพฒั นำกลยุทธ์ตลำด เพอื่ แนะนำผลิตภณั ฑ์เขำ้ สู่ตลำด ซ่ึงจะต้องมีกำรกล่ันกรอง 3 ขน้ั ตอนดังนี้
อธบิ ำยโครงสรำ้ งและพฤติกรรมของตลำดเป้ำหมำย แผนกำรวำงตำแหนง่ ผลติ ภณั ฑ์และกำรขำยสว่ นครอง
ตลำดและกำไรในช่วง 2-3 ปีแรกแผนเกยี่ วกับรำคำผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์กำรจดั จำหน่ำย และงบประมำณกำรตลำดในปี
แรกแผนกำรขำยและเป้ำหมำยกำไรระยะยำว และกลยุทธ์สว่ นประสมกำรตลำดท่ีใช้
3. กำรวเิ ครำะห์ทำงธรุ กจิ ปจั จยั ทคี่ วรคำนงึ ถึงในกำรวิเครำะหท์ ำงธุรกจิ มดี ังน้ี
ควำมสัมพนั ธก์ ับสำยผลิตภณั ฑ์ท่ีมีอยู่ เนอ่ื งจำกผลติ ภณั ฑ์ใหม่ควรมีควำมสมั พันธ์กบั สำยผลติ ภัณฑเ์ ดิมที่
กจิ กำรมีอยู่ มิฉะนน้ั อำจทำใหต้ น้ ทนุ ของกิจกำรสงู ขน้ึ เพรำะทำให้ตอ้ งมีกำรเปลีย่ นแปลงวิธีกำรผลิต ช่องทำงกำร
จำหน่ำย และสว่ นประสมกำรตลำดอ่ืน ๆ

95

ตน้ ทุนในกำรพฒั นำและแนะนำผลติ ภณั ฑ์ใหม่ จะพจิ ำรณำถงึ คำ่ ใช้จ่ำยในกำรออกแบบและพัฒนำผลติ ภณั ฑ์
กำรวิจยั ตลำด กำรส่งเสรมิ กำรตลำด ลขิ สทิ ธิ์ รวมท้ังเครื่องจักรในกำรผลิตท่ีเพม่ิ ข้นึ นอกจำกน้ใี นกำรนำผลิตภัณฑ์
ใหม่เขำ้ ตลำดอำจต้องใช้เวลำหลำยปจี ึงจะได้กำไร

กำรแขง่ ขันและกำรยอมรบั ของตลำด เมื่อลกู คำ้ ยอมรับสินค้ำแล้ว กิจกำรต้องพยำมยำมรักษำลูกคำ้ ของตน
ใหไ้ ด้ มฉิ ะนั้นลูกคำ้ อำจจะเปล่ยี นใจไปซ้อื สนิ ค้ำของคู่แขง่ ขันกไ็ ด้

กำรพยำกรณ์ยอดขำย กำรคำดคะเนตน้ ทนุ และกำไร เพื่อที่จะทรำบถึงยอดขำยว่ำสูงพอจะก่อให้เกิดกำไรเป็น
ทีน่ ำ่ พอใจหรอื ไม่ กำรซอื้ ของลกู ค้ำอำจเปน็ กำรซ้ือซำ้ ซื้อครง้ั แรก หรอื ซื้อไปใหก้ ับผู้อ่นื กิจกำรต้องทรำบถึงลูกค้ำของ
ตนวำ่ เป็นใคร มพี ฤติกรรมในกำรซอ้ื เปน็ เชน่ ไร

บคุ ลำกรและสิง่ อำนวยควำมสะดวกต่ำง ๆ ของกจิ กำร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมบี คุ ลำกรท่มี ีทกั ษะ ควำมสำมำรถ
ตลอดจนสง่ิ อำนวยควำมสะดวกตอ่ บุคลำกรอย่ำงเพยี งพอในกำรทำงำน

4. กำรพฒั นำผลติ ภณั ฑ์ ขน้ั ตอนนเ้ี ปน็ ขั้นตอนท่ีมีกำรพัฒนำและออกแบบเชิงวิศวกรรม เพอื่ นำสิ่งที่พรรณนำ
ในเชิงคำพูดลำยลักษณ์อักษร ภำพวำดหรือแบบผลิตภณั ฑใ์ หเ้ ปน็ ผลิตภณั ฑ์ต้นแบบ (Prototype) ที่จะทำใหล้ ูกค้ำ
มองเหน็ ถงึ คุณสมบัตขิ องตัวผลติ ภณั ฑ์ หลงั จำกน้ันควรทำกำรทดสอบในระดบั ห้องปฏิบัติกำรและภำคสนำมเพ่ือให้
มนั่ ใจในตัวผลิตภัณฑ์ว่ำตลำดยอมรบั ได้

5. กำรทดสอบและแนะนำผลติ ภณั ฑ์ออกสู่ตลำด ผลกำรทดสอบตลำดมีควำมเปน็ ไปได้ที่กิจกำรจะมีผลกำไร
จำกผลิตภณั ฑ์ใหม่ กิจกำรจะต้องพิจำรณำเลือกชว่ งเวลำ ในกำรเขำ้ สตู่ ลำด ขอบเขตของตลำด ตลำดเป้ำหมำยหรือ
กล่มุ ลูกคำ้ เปำ้ หมำยและกลยุทธท์ ำงกำรตลำดในช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์ ซง่ึ ประโยชน์ของกำรแนะนำผลติ ภัณฑม์ ีดังนี้
ทาใหก้ ารพยากรณย์ อดขายในอนาคตมคี วามน่าเชื่อถือมากขน้ึ

1.เพ่ือทดสอบแผนงำนด้ำนตลำดแบบต่ำง มหี ลักกำร 5 ประกำรในกำรตัง้ ชื่อ กลำ่ วคือ
1.1 กำรเลอื กช่ือที่งำ่ ยตอ่ กำรออกเสียง
1.2 กำรเลือกช่ือท่ีพรรณนำถึงรปู ร่ำงลักษณะ
1.3 กำรใชช้ ือ่ ทสี่ ำมำรถไดร้ บั กำรคุ้มครองทำงกฎหมำย
1.4 กำรพิจำรณำช่ือทีส่ ะดวกต่อกำรสง่ เสริมกำรตลำด
1.5 กำรเลือกชื่อท่สี ำมำรถใช้กบั หลำยสำยผลิตภณั ฑ์

2. บรรจุภณั ฑ์ (Packaging) นอกเหนือจำกช่วยป้องกนั ตัวผลิตภัณฑ์แลว้ บรรจุภัณฑย์ งั เป็นเครื่องมือที่เพ่ิม
คุณคำ่ ของสินค้ำ บำงผลิตภณั ฑ์ลูกคำ้ ซ้ือสินคำ้ โดยตดั สนิ ใจจำกบรรจุภณั ฑ์ ในกำรใช้บรรจภุ ัณฑ์เป็นเคร่ืองมือในทำง
กำรตลำด กจิ กำรควรพิจำรณำสง่ิ ตำ่ ง ๆ ตอ่ ไปนี้

2.1 กำรบริกำรตนเอง (Self-service) บรรจภุ ัณฑ์สำมำรถดงึ ดดู ควำมสนใจใหล้ ูกคำ้ มำซ้ือสินคำ้ ดว้ ยกำร
อธิบำยถึงลักษณะผลติ ภัณฑ์ กำรสรำ้ งควำมเช่ือม่ันให้กับลกู ค้ำและให้ควำมรู้สึกทชี่ น่ื ชอบ

2.2 ควำมอยู่ดีของผ้บู ริโภค (Consumer affluence) ลูกค้ำมียินดีทจ่ี ะจ่ำยเงนิ สำหรบั ควำมสะดวก
รูปลักษณแ์ ละควำมน่ำเชอ่ื ถือของผลิตภณั ฑ์

2.3 ภำพลกั ษณ์ของกจิ กำรและตรำ (Company and brand image) กจิ กำรเหน็ ควำมสำคญั ของกำร
สนบั สนุนให้มีบรรจภุ ัณฑท์ ่ดี ีเพ่ือกำรยอมรับของลกู ค้ำ


Click to View FlipBook Version