146
ก. สนิ ค้ำ และบริกำร
ข. สินค้ำ และโฆษณำ
ค. สินคำ้ และเงนิ ทุน
ง. สินค้ำ และผู้บรโิ ภค
17. ผลติ ภณั ฑค์ อื ข้อใด
ก. สนิ ค้ำ และบริกำร
ข. ประโยชน์ทลี่ กู คำ้ จะไดร้ บั
ค. ผลประโยชนท์ ี่ตดิ มำกบั สินคำ้
ง. สิ่งตอบสนองควำมต้องกำรของลกู ค้ำ
18. ขอ้ ใดเปน็ กำรพฒั นำผลิตภณั ฑ์
ก. นำ้ เกบ็ ผักใส่ถงุ ขำย
ข. หมำยเกบ็ น้ำตำลใสไ่ หรอขำย
ค. ยำยกำกระถินขำยในหมู่บ้ำน
ง. ทรำยนำผักจำกถงุ มำบรรจกุ ล่องขำย
19. กำรแยกแยะรำยละเอียด ควำมเปน็ ไปได้ แล้ว
สังเครำะหใ์ ห้เหน็ ควำมสัมพนั ธ์และเกิดกิจกรรมท่ีมี
เป้ำหมำยทศิ ทำงไปสู่ควำมสำเรจ็ หมำยถงึ ข้อใด
ก. กำรวิเครำะห์แผนตำ่ งๆ
ข. กำรพฒั นำผลติ ภณั ฑ์
ค. กำรกำหนดกลยุทธ์
ง. กำรวำงแผน
20. สิ่งที่สำคัญที่สดุ ของกำรพฒั นำแผนคือข้อใด
ก. ควำมรว่ มมือและควำมเสียสละ
ข. ควำมศรทั ธำและควำมเขำ้ ใจในปญั หำ
ค. ควำมมีน้ำใจ สละเวลำ และลงมือทำ
ง. ควำมรว่ มแรงร่วมใจปรบั ปรุงแกไ้ ขให้เกิดส่งิ ใหม่
21. กำรแยกแยะรำยละเอียด ควำมเป็นไปได้ แล้ว สงั เครำะห์ใหเ้ ห็นควำมสัมพนั ธแ์ ละเกดิ กิจกรรมที่มี
เป้ำหมำยทิศทำงไปสู่ควำมสำเร็จ หมำยถึงข้อใด
ก. กำรวเิ ครำะหแ์ ผนตำ่ งๆ
ข. กำรพัฒนำผลิตภัณฑ์
ค. กำรกำหนดกลยทุ ธ์
147
ง. กำรวำงแผน
22. สง่ิ ทส่ี ำคญั ทีส่ ดุ ของกำรพัฒนำแผนคือข้อใด
ก. ควำมรว่ มมือและควำมเสียสละ
ข. ควำมศรทั ธำและควำมเขำ้ ใจในปัญหำ
ค. ควำมมนี ้ำใจ สละเวลำ และลงมอื ทำ
ง. ควำมร่วมแรงร่วมใจปรับปรุงแก้ไขให้เกิดส่ิงใหม่
23. ชมุ ชนในข้อใดมีศักยภำพในกำรผลติ สนิ ค้ำ
ก. มปี ระชำกรท่มี ีฐำนะควำมเป็นอยู่ทีดี
ข. มีกองทนุ ชมุ ชน, วัสด,ุ ผ้รู ู้ และแรงงำน
ค. มปี ระชำกรวยั แรงงำนและกองทนุ หมู่บ้ำน
ง. ผู้นำทีเ่ ข้มแขง็ , ลูกบำ้ นมที รัพยส์ นิ ทน่ี ำมำก
24. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยชน์กำรวำงแผนกลยทุ ธ์
ก. กำรขยำยปริมำณลกู คำ้ อย่ำงชดั เจน
ข. บรรลผุ ลกำรขำยตำมเปำ้ หมำย
ค. มคี วำมเป็นไปได้ในกำรผลติ
ง. จดั ทำแผนให้เหมำะสมกับเวลำ
25. กำรวเิ ครำะหแ์ บบ SWOT คือข้อใด
ก. สวย, เลศิ , เชิด และหยิง่
ข. ควำมรู้, เอำใจใส่, ไมท่ ้อ และขยนั
ค. จุดแขง็ , จดุ ออ่ น, โอกำส และอปุ สรรค
ง. จุดดี, จุดเด่น, จดุ ด้อย และขวำกหนำม
26. กำรบรหิ ำรเชิงกลยทุ ธ์คือข้อใด
ก. กำหนดทิศทำงเป้ำหมำยมีแบบแผน
ข. มนี โยบำยและเจตนำรมณ์ท่ีดี
ค. พฒั นำรปู ลกั ษณเ์ ตม็ ประสทิ ธภิ ำพ
ง. วำงแผนติดตำมควบคมุ อย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ
27. กำรออกแบบผลติ ภัณฑใ์ นขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ของกำร
ออกแบบ
ก. เกิดกำรแขง่ ขนั ทำงธุรกิจ
148
ข. สรำ้ งมลู ค่ำเพิ่มให้แก่ผลติ ภัณฑ์
ค. เกิดควำมสะดวกในกำรใช้ผลิตภัณฑ์
ง. เกิดกำรประหยดั วตั ถุดิบและพลังงำน
28. สว่ นประกอบทำงกำรตลำดคือข้อใด
ก. สนิ คำ้ และบริกำร
ข. สินค้ำ และโฆษณำ
ค. สินค้ำ และเงินทุน
ง. สินค้ำ และผ้บู รโิ ภค
29. ผลติ ภัณฑค์ ือขอ้ ใด
ก. สนิ คำ้ และบรกิ ำร
ข. ประโยชนท์ ่ลี กู ค้ำจะไดร้ ับ
ค. ผลประโยชนท์ ี่ติดมำกับสินคำ้
ง. ส่งิ ตอบสนองควำมต้องกำรของลูกคำ้
30. ขอ้ ใดเปน็ กำรพฒั นำผลติ ภัณฑ์
ก. น้ำเกบ็ ผกั ใสถ่ งุ ขำย
ข. หมำยเกบ็ น้ำตำลใสไ่ หรอขำย
ค. ยำยกำกระถินขำยในหมูบ่ ้ำน
ง. ทรำยนำผักจำกถุงมำบรรจกุ ลอ่ งขำย
31. ตำแหน่งธุรกจิ หมำยถงึ ขอ้ ใด
ค. ระยะเวลำในชว่ งกำรประกอบธุรกจิ ข. ระยะเวลำกำรสำรวจขอ้ มูล
จ. ระยะวำงแผน ง. ถกู ทขุ ้อ
32. ข้นั ตอนของกำรดำเนินกิจกำรโดยทว่ั ไปจะแบ่งเป็นกีร่ ะยะ
ก. 2 ระยะ ข. 3 ระยะ
ค. 4 ระยะ ง. 5 ระยะ
33. ควำมจำเป็นของกำรวิเครำะหศ์ ักยภำพธรุ กิจคือข้อใด
ก. เพือ่ เห็นทิศทำงของธรุ กิจ ข. เพื่อกำรจดั สรรเงินทุนและสรำ้ งควำมม่ันใจในกำรค้ำ
ค. เพ่ือศึกษำควำมเป็นไปได้ของธุรกจิ ง. ถกู ทุกข้อ
34. ขอ้ ใดเป็นองค์ประกอบสำคญั ในกำรกำหนดทิศทำงกำรตลำด
149
ค. ห้นุ สว่ น ผผู้ ลิต ผูข้ ำย ข. ผ้ผู ลติ สินค้ำ ผู้บรโิ ภค
ค. สินคำ้ ผ้จู ำหนำ่ ย ผูร้ บั บรกิ ำร ง. ตลำด สนิ ค้ำ ผู้บริโภค
35. กำรกำหนดกลยุทธท์ ำงกำรตลำดต้องให้สอดคล้องกับข้อใด
ค. ผู้ผลิต ข. ผู้บริโภค
ค. ผจู้ ำหนำ่ ย ง. เปำ้ หมำยกำรตลำด
36. กำรพัฒนำกลยุทธท์ ำงกำรตลำดต้องคำนงึ ถึงสงิ่ ใดเปน็ สำคัญ
ค. กลุ่มเป้ำหมำย ข. ผลติ ภัณฑ์
ค. รำคำและกำรจำหน่ำย ง. ถกู ทุกข้อ
37. ลักษณะและคุณภำพทด่ี ีของกำรบริกำรข้อที่ 1 คือข้อใด
ค. รวดเร็วทนั ใจ ข. ย้มิ แยม้ เอำใจใส่
ค. ใหเ้ กยี รติลกู คำ้ ง. กระตือรือรน้
38. ข้อใดคอื ต้นทนุ คงท่ีในกำรทำธุรกจิ
ค. ค่ำเมล็ดพันธ์ คำ่ แรงงำน ข. คำ่ ปุ๋ย ค่ำน้ำมนั
จ. ท่ดี นิ โรงงำน ง. คำ่ เชำ่ ทีด่ ิน คำ่ ขนสง่
39. องคป์ ระกอบสำคัญทผ่ี ้ปู ระกอบธรุ กจิ ต้องพจิ ำรณำเปน็ อันดับแรกในกำรทำธรุ กจิ คือขอ้ ใด
ค. แรงงำน ข. เงินทนุ
ค. อุปกรณ์ ง. วัตถดุ ิบ
40. ข้อใดเป็นปัจจยั ท่ีส่งผลให้เกิดกำรเปลีย่ นแปลงของธรุ กิจอยำ่ งรวดเร็วและรนุ แรง
ค. กำรแข่งขันท่ีไร้พรมแดน ข. กำรเปลี่ยนแปลงทำงนวัตกรรมเทคโนโลยี
ค. ควำมหลำกหลำยของผู้บรโิ ภค ง. ถูกท้ังข้อ ก และ ข
41. องค์ประกอบท่สี ำคัญทส่ี ุดในกำรดำเนนิ ธรุ กจิ คือขอ้ ใด
จ. อุปกรณ์และวัตถุดิบ
ฉ. บคุ คลหรอื แรงงำน
ช. เงนิ ทุน
ซ. กำรจัดกำรดำเนินงำนทำงธรุ กิจ
42. เป้ำหมำยของกำรดำเนินงำนทำงธุรกิจคือข้อใด
จ. เป็นหลักประกนั ทำงเศรษฐกจิ
ฉ. เพิม่ ชอ่ งว่ำงให้เกิดข้ึนทำงสังคม
ช. สรำ้ งควำมเจรญิ ก้ำวหน้ำในสังคม
ซ. สรำ้ งคำ่ นิยมใหมใ่ ห้เกดิ ข้ึนในสงั คม
150
43. ขอ้ ใดเป็นธรุ กิจพำณชิ ยกรรม
จ. ธุรกจิ กำรทอผำ้
ฉ. ธุรกิจเสรมิ สวย
ช. ธุรกจิ กำรท่องเท่ยี ว
ซ. ธุรกจิ รำ้ นขำยของชำ
44. กำรดำเนนิ กำรทำงธรุ กิจหมำยถึงข้อใด
จ. กำรดำเนนิ กจิ กรรมตำ่ ง ๆทีก่ ่อใหเ้ กิดกำรผลิตสินคำ้
ฉ. กำรดำเนนิ กจิ กรรมตำ่ ง ๆทผ่ี ลติ สินค้ำเพื่อกำรจำหน่ำยและบรกิ ำร
ช. กำรดำเนนิ กจิ กรรมต่ำง ๆโดยมีจดุ มงุ่ หมำยเพ่ือรำยได้หรือกำไรเปน็ ผลตอบแทน
ซ. ถกู ททกุ ข้อ
45. .ข้อใดคือควำมสำคญั และประโยชน์ของธรุ กิจขนำดกลำงและขนำดยอ่ ม
จ. สรำ้ งเสริมให้มีกำรผลิตสินคำ้ ชนดิ ใหม่
ฉ. ทำให้เกิดกำรจำ้ งงำน ทำใหเ้ กิดกำรแข่งขัน
ช. อนุรักษ์ภูมปิ ัญญำท้องถน่ิ ตอบสนองควำมต้องกำรของสงั คม
ซ. ถูกทุกข้อ
46. กำรใช้พนกั งำนขำยจดั เป็นกำรใชส้ ่วนประสมทำงกำรตลำดในขอ้ ใด
จ. รำคำ
ฉ. ผลิตภัณฑ์
ช. กำรจดั จำหนำ่ ย
ซ. กำรส่งเสรมิ กำรขำย
47. ลูกเลือกซ้ือสบู่ชนิดเดียวกบั ทีแ่ ม่เคยซ้ือ เกดิ จำกปจั จยั ทม่ี อี ิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในขอ้ ใด
จ. ลกั ษณะของผูข้ ำย
ฉ. สถำนกำรณ์ในกำรซื้อ
ช. ลกั ษณะของผบู้ ริโภค
ซ. ลกั ษณะของผลิตภัณฑ์
48. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ปัจจัยทม่ี ีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมกำรซื้อดำ้ นสังคม
จ. กำรอำ้ งอิง
ฉ. ครอบครัว
151
ช. บุคลิกภำพ
ซ. สถำนภำพของบคุ คล
49. ข้อใดเป็นเป็นข้ันตอนสุดท้ำยของกำรตดั สนิ ใจซื้อของผู้บรโิ ภค
จ. กำรชำระเงิน
ฉ. กำรเปรยี บเทยี บย่ีห้อ
ช. กำรเลอื กสนิ คำ้ ทช่ี อบ
ซ. กำรเปรียบเทยี บรำคำ
50. กำรส่งเสริมกำรขำยวิธีใดนิยมใช้กบั สินค้ำที่ตอ้ งกำรใหเ้ หน็ ควำมแตกต่ำง
จ. กำรสำธิต
ฉ. กำรให้ของแถม
ช. กำรลดรำคำ
ซ. กำรสง่ ช้ินสว่ นชงิ โชค
51. กำรผลติ ในควำมหมำยทำงเศรษฐศำสตร์หมำยถงึ ข้อใด
จ. กำรสรำ้ งรำยได้ใหค้ รอบครวั
ฉ. กำรผลติ สนิ ค้ำ
ช. กำรบริกำร
ซ. กำรแปรสภำพทรัพยำกรเพื่อใหเ้ กิดสินคำ้ และบริกำร
52. ขอ้ ใดคอื ปจั จยั กำรผลิต
จ. ทด่ี ิน แรงงำน ทนุ ผู้ประกอบกำร
ฉ. ทด่ี ิน เงินทุน รำยได้ ผู้ประกอบกำร
ช. ทนุ แรงงำน ผู้ชำนำญงำน เจ้ำของกิจกำร
ซ. ทนุ คำ่ แรง นำยจำ้ ง ลูกจ้ำง
53. เจ้ำของโรงงำนเป็นปจั จัยกำรผลติ ขอ้ ใด
จ. ที่ดิน
ฉ. แรงงำน
ช. ค่ำจ้ำง
ซ. ผู้ประกอบกำร
152
54. เคร่อื งจักรและตวั อำคำรเป็นปัจจัยกำรผลิตประเภทใด
จ. ทนุ
ฉ. ผู้ประกอบกำร
ช. คำ่ แรง
ซ. ทด่ี ิน
55. ข้อใดเป็นกำรผลิตสนิ ค้ำและบริกำรของภำคเหนือท้ังหมด
จ. ขนมโรตีสำยไหม เครื่องถม ข้ำวหอมมะลิ ผ้ำบำตกิ
ฉ. กระเทียมโทนสด ปลำตะเพียนสำน เสื่อกระจดู มีดอรญั ญิก
ช. เม็ดมะมว่ งหมิ พำนต์ ผ้ำไหมมัดหมี่ เครือ่ งปนั้ ดินเผำ หมอนขิด
ซ. ลำใยอบแห้ง ผลิตภัณฑ์กระดำษสำ แจกันเซรำมกิ หมอนใบชำ
56. วัตถปุ ระสงคข์ องกำรพัฒนำอำชีพคอื ข้อใด?
จ. สนบั สนนุ บุคลำกรทีม่ ีควำมสำมำรถศักยภำพและควำมต้ังใจ
ฉ. พฒั นำทรัพยำกรมนุษย์จำกประสบกำรณ์
ช. ถูก1กับ2ถูก
ซ. ข้อ 1 ถูกเพียงข้อเดยี ว
57. ข้นั ตอนในกำรพฒั นำอำชีพมกี ี่ข้ันตอน ?
จ. 6 ขนั้ ตอน
ฉ. 5 ขั้นตอน
ช. 4 ขน้ั ตอน
ซ. 3 ขั้นตอน
58. ผ้ทู ่ีมสี ว่ นเกยี่ วข้องกับกำรพัฒนำอำชีพมีอะไรบำ้ ง?
จ. บุคลำกร,ผบู้ ังคับบัญชำ,องคก์ ำร,หน่วยทรัพยำกรมนุษย์
ฉ. บุคลำกร,ผู้บรหิ ำร,องค์กำร,พนักงำน
ช. ผู้บรหิ ำร,องคก์ ร,พนกั งำน
ซ. หน่วยทรัพยำกรมนุษย์,พนกั งำน,ผูบ้ ริหำร,ผบู้ ังคับบญั ชำ
59. ขอ้ ใคคือวตั ถปุ ระสงค์ของกำรพฒั นำอำชีพ
จ. องค์กรมีควำมก้ำวหนำ้ อย่ำงล่ำชำ้
ฉ. พัฒนำองค์กรใหม้ ีควำมก้ำวหนำ้ ดว้ ยซ่งึ มำจำกพื้นฐำนพนักงำนทีเ่ กิดกำรพัฒนำอยูต่ ลอดเวลำ
153
ช. พนักงำนมคี วำมสำมำรถเพม่ิ ขึ้นเงินเดอื นเท่ำเดิม
ซ. ถกู ทุกข้อ
60. องค์ประกอบของกำรพฒั นำอำชีพสคู่ วำมมัน่ คงได้แก่ด้ำนใดบ้ำง
จ. ด้ำนตนเอง ด้ำนสังคม ด้ำนวิชำกำร
ฉ. ดำ้ นสนิ คำ้ ด้ำนผซู้ อ้ื ด้ำนผู้ขำย
ช. ด้ำนธุรกิจ ดำ้ นกำรประกอบอำชีพ
ซ. ด้ำนจติ ใจ ด้ำนร่ำงกำย ดำ้ นสตปิ ัญญำ
61. กำรพัฒนำอำชพี หมำยถงึ ขอ้ ใดมำกท่ีสดุ
ก. กำรก้ำวทนั กระแสโลกในกำรทำใหส้ ินคำ้ มมี ูลค่ำเพิ่มสูงข้ึน
ข. กำรมีควำมรู้เกี่ยวกับกำรประกอบอำชีพรวมถงึ ทักษะประสบกำรณ์ทีเ่ ป็นประโยชน์ในอำชีพ
ค. กำรพัฒนำฝีมือตนเองให้มีควำมสำมำรถในกำรประกอบอำชีพแข่งกบั คู่ค้ำรำยอ่ืน
ง. กำรประกอบอำชีพท่ีมกี ำรพฒั นำสนิ ค้ำหรือผลติ ภัณฑใ์ หต้ รงกบั ควำมตอ้ งกำรของลกู ค้ำอย่ตู ลอดเวลำ
62. ผทู้ สี่ ำเรจ็ ในกำรประกอบอำชีพควรยึดสิง่ ใดเปน็ สำคัญ
ก. ขยันอดทน ข. ตั้งใจทำงำน ค. หนักเบำเอำสู้ ง. ถกู ทุกขอ้
63. ข้อใดเปน็ ผลดีในกำรประกอบอำชีพ
ก. มีผู้คนนับถือ ข. มีช่ือเสียงโดง่ ดงั ค. มรี ำยไดเ้ ลีย้ งตนเองครอบครัว ง. มีสิ่งคำ้ ออกส่ทู ้องตลำด
64. กำรพัฒนำอำชพี ให้มีควำมมั่นคงควรทำอยำ่ งไร
ก. ใชว้ ตั ถดุ บิ ทไี่ มไ่ ด้มำตรฐำนในกำรผลิต ข. ผลิตสนิ ค้ำออกมำเหมอื นเดิมไม่มกี ำรเปล่ยี นแปลง
ค. พัฒนำสนิ ค้ำให้ตรงกับควำมต้องกำรของลกู ค้ำอยู่ตลอดเวลำ ง. ลดต้นทุนในกำรผลติ สินคำ้ เพือ่ ใหไ้ ดก้ ำไรเยอะ
65. ขอ้ ใดคือควำมต้องกำรของผบู้ รโิ ภคทำงดำ้ นอำรมณ์หรือด้ำนจิตวทิ ยำ
ก. ควำมหวิ ข. กระหำย ค. กำรนอน ง. ควำมปลอดภัย
66. กอ่ นเริ่มดำเนินธุรกิจควรทำอะไรเป็นลำดับแรก
ก. วำงแผน ข. หำลูกคำ้ ค. ทำบัญชี ง. สรุปคำ่ ใชจ้ ่ำย
67. แผนะระยะยำวมีกำรดำเนินกำรก่ปี ี
ก.1 ปี ข.1-2 ปี ค.4-6 ปี ง.10-20 ปี
68.ขอ้ ใดกลำ่ วถึงประโยชน์ของกำรวำงแผนท่ีไมถ่ ูกต้อง
ก.ช่วยให้มกี ำรตดั สนิ ใจอย่ำงมหี ลกั เกณฑ์
ข.ทำให้ทุกส่วนงำนมีควำมสอดคล้องกัน
ค.กำรวำงแผนทำให้งบประมำณบำนปลำย
ง.ทำใหก้ ำรปฏิบัติงำนมีประสิทธภิ ำพ
69.ขอ้ ใดคือกำรวเิ ครำห์ควำมพร้อมของตนเอง
ก.มงี บประมำณเทำ่ ไร ข.วตั ถดุ ิบในชมุ ชน
154
ค.แรงงำนในชุมชน ง.เคร่ืองมืออุปกรณ์
70 ข้อใดคือกำรวิเครำะห์ควำมพร้อมของปัจจยั ท่ีมคี วำมสัมพันธก์ บั อำชพี
ก.มคี วำมรู้อะไร
ข.มีงบประมำณเท่ำไร
ค.จัดกำรเวลำได้ขนำดใหน
ง.มีวตั ถดุ บิ ในชมุ ชนหรอื ไม่
71.ในกำรเขียนโครงกำรพฒั นำอำชีพ ควรกล่ำวถึงควำมสำคัญของโครงกำรหรือแนวคดิ สำคัญท่ีต้องกำรใหเ้ กิดกำร
พัฒนำอำชีพไว้ในข้นั ตอนใด
ก.ช่อื โครงกำร ข.วิธดี ำเนินกำร
ค.วตั ถุประสงค์ ง.หลกั กำรและเหตุผล
72. กำรตรวจสอบ หมำยถงึ
ก. ขอ้ กำหนด ข. กระบวนกำรทำงน
ค.กำรวดั ผลจำกกระบวนกำรและส่ิงที่กำหนด ง. กำรเปรียบเทียบ
73. ในกำรเขียนโครงกำรพฒั นำอำชพี แนวคิดสำคัญท่ตี ้องกำรให้เกดิ กำรพัฒนำอำชีพควรอยใู่ นหวั ขอ้ ใด
ก ช่อื โครงกำร ข. หลกั กำรและเหตผุ ล
ค. วตั ถุประสงค์ ง. ผลทค่ี ำดว่ำจะไดร้ บั
74. ขอ้ ใดคือประโยชน์ของกำรเขยี นโครงกำรพฒั นำอำชพี ให้มีอย่มู ีกิน
ก. เพ่ือให้มเี งินทนุ หมุนเวยี นท่ีดีขึ้นหรอื มีค่ำใชจ้ ่ำยตำ่ งๆลดลงโดยไมจ่ ำเป็นต้องทำบัญชี
ข. เพอ่ื ให้มีแผนกำรพัฒนำให้มอี ยมู่ ีกนิ ของตนอยำ่ งมีจุดมุง่ หมำยปลำยทำงท่ีชัดเจน
ค. เพือ่ ให้สำมำรถสรำ้ งยอดขำยเพ่มิ ได้ และจะมีลกู คำ้ เพิ่มขน้ึ โดยไม่ต้องลงทุนเพมิ่
ง. ทกี่ ล่ำวมำไม่มีข้อใดถกู
75. สิ่งใดต่อไปนี้เป็นตวั ช่วยในกำรกำหนดทิศทำงและวิธีกำรของกำรดำเนนิ งำนโครงกำรใหเ้ ป็นไปตำมเป้ำท่ีกำหนด
ก. วตั ถุประสงค์
ข. จุดมงุ่ หมำย
ค. หลกั กำร
ง. ผลทีค่ ำดว่ำจะไดร้ ับ
76. “เป็นกำรเขยี นรำยละเอยี ดขน้ั ตอนของกำรทำงำน ตงั้ แตเ่ ริม่ ต้นจนสิน้ สุดโครงกำร”ข้อควำมนต้ี รงกับส่วนประกอบ
ใดของโครงกำร
ก. เปำ้ หมำย ข. วตั ถปุ ระสงค์
ค. วธิ ดี ำเนนิ งำน ง. ผลทคี่ ำดวำ่ จะไดร้ ับ
77. กำรระบุส่งิ ท่ีตอ้ งกำรให้เกดิ ขึ้น เม่ือดำเนนิ กำรตำมโครงกำร เป็นสว่ นไดของกำรเขียนโครงกำร
ก. เป้ำหมำย
ข.วตั ถุประสงค์
155
ค.วิธดี ำเนินกำร
ง. หลกั กำรและเหตผุ ล
78. ข้อใดบ่งบอกถึงควำมสำเรจ็ ของโครงกำร
ก. กำรประเมนิ โครงกำร
ข.วัตถุประสงค์โครงกำร
ค.ตวั ชี้วัดผลสำเรจ็ โครงกำร
ง. สรุปผลและรำยงำนโครงกำร
79. ข้อใดต่อไปนีม้ ีบทบำทสำคัญในกำรชว่ ยตดั สนิ คุณคำ่ ของกำรดำเนนิ โครงกำรให้บรรลุผลสำเรจ็
ก. กำรตรวจสอบโครงกำร
ข. กำรติดตำมแกไ้ ข
ค. กำรกำหนดวิธีกำร
ง. กำรกำหนดวัตถปุ ระสงค์
80. กำรตรวจสอบโครงกำรเป็นกระบวนกำรท่ที ำกอ่ นหรือทำหลงั กำรดำเนินโครงกำร
ก. ทำก่อนกำรทำโครงกำร
ข. ทำภำยหลังทีโ่ ครงกำรดำเนนิ งำนเสร็จแล้ว
ค.ดำเนนิ กำรไปพร้อมๆกบั กำรทำโครงกำร
ง. ไม่มีข้อใดกลำ่ วถกู
81. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชน์ในกำรปรบั ปรงุ แกไ้ ขโครงกำรพัฒนำอำชีพ
ก. ช่วยควบคมุ กำรปฏบิ ัตงิ ำนใหบ้ รรลุตำมเป้ำหมำย
ข. ชว่ ยให้กำรดำเนินงำนเป็นไปอย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ
ค. ชว่ ยประหยดั เวลำในกำรทำงำนให้สำเรจ็ ตำมเวลำท่ีกำหนด
ง. ช่วยใหส้ ำมำรถแยกแยะปัญหำธรุ กิจกบั ปญั หำส่วนตัวได้
82. กำรปรับปรุงแกไ้ ขโครงกำรมคี วำมสำคญั ตอ่ ควำมสำเร็จของโครงกำรพัฒนำอำชีพอย่ำงไร
ก. ตอกย้ำควำมผดิ พลำดล้มเหลวในเรื่องทต่ี ้องทำกำรแกไ้ ข
ข. นำมำเปน็ แนวทำงในกำรว่ำงแผนโครงกำรครั้งตอ่ ๆไป
ค. สำมำรถหำตัวคนท่ีทำงำนผดิ พลำดมำชดใชค้ ำ่ เสียหำย
ง. เรียกคนื ทรพั ยำกรท่ีสญู เสียไปแลว้ กลบั คนื มำ
83. ในกำรเขียนโครงกำรพฒั นำอำชีพ แนวคิดสำคญั ท่ีต้องกำรใหเ้ กดิ กำรพัฒนำอำชีพควรอย่ใู นหวั ขอ้ ใด
ก ชื่อโครงกำร ข. หลกั กำรและเหตผุ ล
ค. วัตถปุ ระสงค์ ง. ผลท่ีคำดว่ำจะไดร้ บั
156
84. ข้อใดคือประโยชนข์ องกำรเขียนโครงกำรพฒั นำอำชีพให้มอี ยูม่ ีกนิ
ก. เพอ่ื ให้มีเงนิ ทนุ หมุนเวยี นท่ีดีขึ้นหรอื มีค่ำใชจ้ ่ำยต่ำงๆลดลงโดยไม่จำเปน็ ต้องทำบญั ชี
ข. เพอื่ ให้มแี ผนกำรพัฒนำให้มีอยู่มีกินของตนอยำ่ งมีจดุ มุ่งหมำยปลำยทำงท่ชี ดั เจน
ค. เพ่อื ใหส้ ำมำรถสรำ้ งยอดขำยเพ่ิมได้ และจะมีลกู ค้ำเพิ่มข้นึ โดยไม่ต้องลงทนุ เพิ่ม
ง. ท่ีกล่ำวมำไม่มขี ้อใดถูก
85. ข้อใดคือลักษณะของกำรประกอบอำชีพ
ก. กำรผลติ และกำรบริกำร
ข. กำรบริหำรและกำรบริกำร
ค. กำรผลิตและกำรจดั จำหน่ำย
ง. กำรผลิตและกำรบริหำรจดั กำร
86. ขอ้ ใดกล่ำวถูกต้องเกย่ี วกับกำรปรับปรุงแก้ไขโครงกำร
ก.กำรปรับปรงุ โครงกำรเปนกิจกรรมที่สำคญั ท่สี ดุ ในวงจรกำรวำงแผนและกำรบริหำร
โครงกำร
ข. ทำให้กำรตดั สินใจในกำรจัดทำโครงกำรไดย้ ำก
ค.ทำใหไ้ ม่มคี วำมชัดเจนในกำรจัดทำโครงกำร
ง. ไม่มขี ้อใดกลำ่ วถกู
87. ข้อใดกล่ำวไม่ถกู ต้องเกีย่ วกบั ควำมจำเป็นในกำรพัฒนำอำชีพ
ก.ทำใหเ้ ศรษฐกจิ ชมุ ชน และประเทศแย่ลง
ข.เพื่อให้มีสนิ ค้ำท่ีดีตรงตำมควำมตอ้ งกำรของผบู้ รโิ ภค
ค.เพื่อใหผ้ ูผ้ ลติ ได้มีกำรคดิ ค้นผลิตภณั ฑ์ไดต้ ลอดเวลำ
ง. มีกำรนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ำมำใช้ในกระบวนกำรผลิต
88. วธิ กี ำรอนรุ ักษ์ทรพั ยำกรธรรมชำติและสงิ่ แวดลอ้ มเมื่อมกี ำรจัดโครงกำรเกีย่ วกบั ส่ิงแวดลอ้ ม ขอ้ ใดกลำ่ วถูกตอ้ ง
ก. เปน็ กำรเผำผลำญพลังงำนอย่ำงคุ้มคำ่
ข.กำรประหยัดรู้จักเลือกใชพ้ ลงั งำนท่มี ีอยูเ่ ท่ำท่ีจำเป็น
ค.เปน็ กำรใช้พลงั งำนท่ีมีอยู่ให้หมดไป
ง. เพ่ือประโยชน์สูงสดุ จงึ ควรใช้พลงั งำนท่มี ีอยู่ให้มำกที่สดุ
89. หำกต้องกำรประกอบอำชพี ภำยในชมุ ชนควรวิเครำะห์ควำมพร้อมในเรื่องใด
ก. ควำมถนดั
ข. งบประมำณ
157
ค. ตลำดผบู้ ริโภค
ง. กำรบริหำรจดั กำรเวลำ
90. ข้อใดไม่ใชป่ ระโยชนข์ องกำรวำงแผนโครงกำร
ก. ชว่ ยใหม้ ีกำรตดั สนิ ใจอย่ำงมหี ลักเกณฑ์
ข. กำรวำงแผนเปน็ เคร่ืองมือในกำรควบคุมงำนโครงกำร
ค.กำรทำงำนตำมแผนเป็นกำรตกี รอบควำมคดิ ของผู้ปฏิบัติงำนโครงกำร
ง. ทำให้กำรปฏบิ ัติงำนเป็นไปโดยประหยัด มีประสิทธิภำพ และประสิทธผิ ล
91. ขอ้ ใดคือควำมหมำยของ ธุรกิจเชงิ รุก
ก. กำรแทรกควำมนยิ มสูค่ วำมต้องกำรของผูบ้ ริโภค ข. กำรบริหำรจัดกำรธุรกจิ แบบมีแบบแผนเปน็ ระบบ
ค. กำรสรำ้ งรูปลกั ษณ์คณุ ภำพสนิ คำ้ ใหม่ ง. กำรพัฒนำอำชพี ให้มีควำมม่ันคง
92. องค์ประกอบอนั ดับแรกในกำรทจ่ี ะพฒั นำอำชีพให้มีควำมม่นั คงยั่งยืนคือข้อใด
ก. ยดึ หลักคณุ ธรรม ข. มงุ่ ม่ันพัฒนำอำชีพ
ค. ลดควำมเส่ียงผลผลิต ง. พัฒนำคณุ ภำพผลผลติ
93. แผนธรุ กิจระยะยำว มรี ะยะเวลำต้งั แต่ก่ีปีข้นึ ไป
ก. 4 – 6 ปี ข. 5 – 7 ปี
ค. 8 – 9 ปี ง. 10 – 20 ปี
94 กำรเขยี นโครงงำนมีองค์ประกอบก่ีหัวข้อ
ก. 6 ข้อ ข. 8 ขอ้
ค. 10 ขอ้ ง. 12 ขอ้
95. กำรสรำ้ งสรรค์หรอื กำรแปรสภำพสง่ิ หนงึ่ สิงใด ให้เปน็ สินค้ำ ออกมำเพื่อจำหน่ำย คำกลำ่ วข้ำงตน้ หมำยถึงขอ้ ใด
ก. ผู้บรโิ ภค ข. ผู้ผลติ
ค. ผลผลิต ง. ธุรกิจ
96. ข้อใดคืออำชีพภำคเกษตรกรรม
ก. อำชพี ทำนำ ทำสวนผลไม้ ข. อำชพี จบั สัตว์น้ำ
ค. อำชีพตัดเย็บเสื้อผำ้ สำเร็จรปู ง. ถูกทงั้ ก และ ข
97. ขอ้ ใดคอื อำชพี ภำคอุตสำหกรรม
ก. อำชพี ทำนำ ทำสวนผลไม้ ข. อำชีพจับสัตว์นำ้
ค. อำชีพตัดเย็บเส้ือผ้ำสำเร็จรปู ง. ถกู ท้ัง ก และ ข
98. ข้อใดคอื คุณลกั ษณะท่ีดีของผผู้ ลิต
ก. ซื่อสตั ย์ตอ่ ผูบ้ ริโภค ข. ใชว้ ัสดทุ ี่มรี ำคำแพง
ค. เพ่มิ ตน้ ทุนกำรผลติ ง. ยดื เวลำกำรผลิต
99. คุณลกั ษณะคุณภำพบรกิ ำรที่ดี คือข้อใด
ก. กำรบริกำรเปน็ ไปดว้ ยกิริยำอนั นิ่งเฉย ข. บริกำรลกู คำ้ ท่ีมำประจำก่อน
158
ค. บรกิ ำรเปน็ แบบสมัครใจและเต็มใจทำ ง. บรกิ ำรลูกค้ำพเิ ศษดว้ ยกำรแทรกควิ
100. ข้อใดไม่ใชแ่ นวควิ ของกิจกำรทย่ี ่งั ยืน
ก. ลดตน้ ทุนให้ต่ำลง ข. มกี ำรจัดกำรส่ิงแวดล้อมท่ีดี
ค. ไดร้ บั กำไรในระดบั ที่น่ำพอใจง. มีควำมรบั ผิดชอบต่อสงั คม
1.ง 2.ง 3.ค 4.ค 5.ข 6.ง 7.ง 8.ค 9.ก 10.ก
11 ง 12 ค 13 ค 14 ง 15 ก 16 ก 17 ง 18 ง 19 ก 20 ง
21 ง 22 ข 23 ค 24 ค 25 ง 26 ก 27 ก 28 ง 29 ง 30 ง
31 ก 32 ค 33 ง 34 ข 35 ง 36 ง 37 ข 38 ค 39 ก 40 ง
41. ค 42. ก 43. ง 44.ง 45.ง 46. ง 47 ค 48 ค 49ก 50.ก
51 ง 52 ก 53 ง 54 ก 55 .ง 56 ค 57 ข 58 ก 59ข 60 ก
61 ง. 62 ง. 63 ค. 64 ค. 65 ง. 66 ก 67 ง. 68 ค. 69 ก. 70 ง.
71.ง 72. ค 73. ข 74. ข 75. ข 76. ค 77. ง 78. ค 79.ก 80.ข
81.ง 82. ข 83. ข 84. ข 85. ก 86. ก 87. ก 88. ข 89.ค 90.ค
91ข 92 ค 93 ง 94 ง 95 ค 96 ง 97 ค 98 ก 99 ค 100 ก
159