ก
ข
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา วิชาสุขศึกษา ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2
จัดทำโดย
นายศวิ พันธ์ สทิ ธกิ ร รหสั นักศกึ ษา 6181112008 เลขท่ี 6 หมเู่ รยี น D13
คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ศึกษา หลกั สูตรครศุ าสตร์บัณฑติ
เสนอ
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.พชั รีภรณ์ บางเขียว
รายงานเลม่ นี้เป็นส่วนหนึง่ ของการศึกษารายวชิ าการจดั การเรียนรู้
มหาวิทยาลัยราชภัฏบา้ นสมเด็จเจ้าพระยา
ค
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรเู้ ล่มน้ี จดั ทำขนึ้ เพ่อื เปน็ แนวทางในการเรียนการสอนรายวิชาสขุ ศกึ ษา ชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี 2 ปีการศึกษา 2563 โดยเน้นนักเรยี นเป็นสำคญั มกี ารจดั กิจกรรมวดั ผล ประเมินผล เพื่อให้
สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และตวั ชว้ี ดั ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่ม
สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพละศึกษา ซึ่งประกอบดว้ ยหนว่ ยการเรียนรดู้ งั น้ี
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ชวี ิตและครอบครวั
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 การสร้างเสริมสมรรถภาพและการป้องกันโรค
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 ความปลอดภยั ในชีวติ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 5 ยาสามญั ประจำบ้านและสารอันตราย
ขา้ พเจา้ หวังอยา่ งย่ิงว่าแผนการจัดการเรยี นร้เู ล่มน้ี คงเป็นประโยชนใ์ นการใชเ้ ปน็ แนวทางใน
การจัดการเรยี นการสอนและการจดั ทำแผนการเรยี นรู้
ขอขอบพระคณุ อาจารย์ ผศ.ดร.พัชรภี รณ์ บางเขยี ว ที่มสี ่วนทำให้แผนการจัดการเรียนร้นู ส้ี ำเร็จ
ลงดว้ ยดี
ศวิ พนั ธ์ สิทธิกร
สารบญั ง
เรื่อง หนา้
แผนการจัดการเรยี นรรู้ ายปี 1
คำอธบิ ายรายวชิ า 3
ตารางโครงสร้างรายวิชา 4
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 5
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 44
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 74
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 112
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 145
บรรณานุกรม 177
1
แผนการจดั การเรียนรู้รายปี
กลมุ่ สาระเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา รายวิชาสขุ ศึกษา
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563 จำนวน 0.5 หน่วยกติ
ชื่อครผู ูส้ อน นายศิวพันธ์ สิทธิกร เวลา 20 ช่ัวโมง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1.มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
พ 1.1 ป2/1 อธิบายลักษณะและหน้าที่ของอวยั วะภายใน
พ 1.1 ป2/2 อธบิ ายวิธีการดูแลรกั ษาอวัยวะภายใน
พ 1.1 ป2/3 อธบิ ายธรรมชาตขิ องมนุษย์
มาตรฐาน พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ของตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชวี ติ
พ 2.1 ป2/1 ระบุบทบาท หน้าที่ของตนเองและสมาชิกในครอบครวั
พ 2.1 ป2/2 บอกความสำคัญของเพ่ือน
พ 2.1 ป2/3 ระบพุ ฤติกรรมที่เหมาะสมกบั เพศ
พ 2.1 ป2/4 อธิบายความภาคภูมิใจ ในความเป็นเพศหญงิ เพศชาย
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคณุ คา่ และมีทกั ษะในการสร้างเสรมิ สุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกันโรค
และการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ
พ 4.1 ป2/1 บอกลกั ษณะของการมสี ขุ ภาพท่ีดี
พ 4.1 ป2/2 เลอื กกนิ อาหารทม่ี ปี ระโยชน์
พ 4.1 ป2/3 ระบุของใช้และของเลน่ ท่ีมีผลเสียต่อสุขภาพ
พ 4.1 ป2/4 อธบิ ายอาการและวธิ กี ารป้องกนั การเจ็บป่วย การบาดเจบ็ ที่อาจเกดิ ขึ้น
พ 4.1 ป2/5 ปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำ เมอ่ื มอี าการเจบ็ ป่วย และบาดเจ็บ
มาตรฐาน พ.5.1 ป้องกนั และหลีกเลี่ยงปัจจยั เส่ยี ง พฤติกรรมเส่ยี งต่อสขุ ภาพ อุบัตเิ หตกุ ารใช้ยา
สารเสพตดิ และความรุนแรง
พ 5.1 ป2/1 ปฏิบัติตนในการป้องกัน อุบัตเิ หตุทอี่ าจเกิดขน้ึ ทางนำ้ และทางบก
พ 5.1 ป2/2 บอกช่ือยาสามญั ประจำบ้าน และใช้ยาตามคำแนะนำ
พ 5.1 ป2/3 ระบุโทษของสารเสพติด สารอนั ตรายใกล้ตัว และวธิ กี ารป้องกัน
พ 5.1 ป2/4 ปฏบิ ตั ติ นตามสัญลักษณ์และป้ายเตือนของสงิ่ ของ หรือสถานท่ีท่เี ปน็ อันตราย
พ 5.1 ป2/5 อธบิ ายสาเหตอุ ันตราย วิธกี ารป้องกันอคั คภี ยั และแสดงการหนไี ฟ
2
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1.นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหนา้ ทขี่ องอวัยวะภายในได้
2.นกั เรียนสามารถอธิบายวิธีการดแู ลรกั ษาอวัยวะภายในได้
3.นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการเจรญิ เติบโตและธรรมชาติของชวี ิตมนุษย์ได้
4.นกั เรยี นสามารถอธิบายบทบาท และหน้าทขี่ องตนเองและครอบครัวได้
5.นกั เรียนสามารถอธบิ ายความสำคัญของเพื่อนได้
6.นกั เรียนสามารถอธบิ ายถงึ พฤติกรรมทเี่ หมาะสมกับเพศได้
7.นกั เรยี นอธบิ ายความภาคภูมใิ จในความเป็นเพศหญงิ เพศชายได้
8.นกั เรียนสามารถบอกลักษณะของการมีสุขภาพทดี่ ีได้
9.นักเรียนสามารถระบุของใช้ ของเล่นท่มี ผี ลเสียต่อสุขภาพได้
10.นกั เรียนสามารถอธิบายอาการและวธิ กี ารป้องกัน การเจบ็ ปว่ ย การบาดเจ็บท่ีอาจเกิดขน้ึ ได้
11.นักเรียนสามารถบอกชอื่ ยาสามญั ประจำบา้ น และใชย้ าตามคำแนะนำได้
12.นักเรียนสามารถระบุ โทษของสารเสพตดิ สารอนั ตรายใกล้ตัว และวิธีการป้องกันได้
13.นักเรียนสามารถอธิบายสาเหตอุ ันตราย และวิธีการปอ้ งกนั อัคคีภยั ได้
ดา้ นทกั ษะ (P)
1.นักเรยี นสามารถนำเสนอบทบาท หน้าที่ของตนเองและสมาชกิ ในครอบครวั ได้
2.นกั เรยี นสามารถนำเสนอการสรา้ งความสัมพันธภาพที่ดใี นครอบครวั และกลมุ่ เพ่ือนๆได้
3.นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตนตามสญั ลกั ษณ์และป้ายเตือนของสง่ิ ของได้
4.นกั เรียนสามารถปฏบิ ัตติ นตามคำแนะนำ เม่ือมีอาการเจ็บปว่ ย และบาดเจบ็ ได้
5.นกั เรยี นสามารถแสดงวิธีการขอความช่วยเหลือจากผอู้ นื่ ขณะเกดิ เหตุฉุกเฉนิ ได้
ดา้ นทัศนะคติ (A)
1.นักเรียนเห็นคุณคา่ เรอ่ื งการเลือกกนิ อาหารท่ีมปี ระโยชนต์ อ่ สุขภาพ
2.นกั เรียนเหน็ คุณค่าของความสมั พันธภาพท่ดี ีในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
3
คำอธบิ ายรายวชิ า สุขศึกษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา รายวิชาสุขศึกษา
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2 ปกี ารศึกษา 2563 จำนวน 1 หนว่ ยกติ 40 ช่วั โมง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศกึ ษา ระบุ อธิบาย หนา้ ท่ีของอวัยวะภายใน วิธีการดแู ลรกั ษาอวัยวะภายใน บทบาท และหน้าท่ี
ของตนเองและครอบครัว ความสำคญั ของเพื่อน พฤติกรรมทเ่ี หมาะสมกนั เพศ ความภาคภมู ิใจในความเป็น
เพศ ลักษณะของการมีสุขภาพท่ีดี การเลือกรบั ประทานอาหารทม่ี ีประโยชนต์ อ่ ร่างกาย ของใช้ ของเลน่ ที่มี
ผลเสียตอ่ สขุ ภาพ วิธีการปอ้ งกันการเจบ็ ป่วย การบาดเจ็บท่ีอาจเกดิ ขึน้ ยาสามัญประจำบา้ น และการใช้ยา
ตามคำแนะนำ โทษของสารเสพตดิ สารอนั ตรายใกล้ตัว และวธิ ีการ ป้องกัน สาเหตุอนั ตราย วธิ ีการป้องกนั
อัคคภี ยั และแสดงการหนไี ฟ
โดยใชก้ ระบวนการฝึกปฏิบตั ิ กระบวนการคดิ วิเคราะห์ การแกป้ ญั หา การระดมสมอง การระบุ
และการสืบค้นข้อมูล
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความตระหนัก และเห็นคุณค่าถงึ การมีสุขภาพท่ีดี หน้าที่ของตนเองและครอบครวั
ความสำคัญของเพื่อน วิธกี ารป้องกนั การเจ็บป่วย การบาดเจ็บทอี่ าจเกดิ ขนึ้ โทษของสารเสพติด สารอันตราย
ใกล้ตวั และวธิ กี ารปอ้ งกัน
ตวั ช้ีวดั
พ.1.1 ป 2/1 , ป 2/2 , ป 2/3
พ.2.1 ป 2/1 , ป 2/2 , ป 2/3 , ป 2/4
พ.4.1 ป 2/1 , ป 2/2 , ป 2/3 , ป 2/4, ป 2/5
พ.5.1 ป 2/1 , ป 2/2 , ป 2/3 , ป 2/4, ป 2/5
รวม 17 ตัวช้ีวัด
4
หนว่ ยท่ี มาตรฐาน ตารางโครงสรา้ งรายวชิ า เวลา/ช่วั โมง
ตัวชีว้ ัด
1 หนว่ ยการเรียนร้/ู สาระการเรียนรู้ 1
1.1 พ.1.1 4
1.2 ป 2/1 ปฐมนิเทศรายวิชา 1
1.3 ป 2/2 การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์ 2
2 ป 2/3 หน้าทข่ี องอวยั วะภายใน 1
2.1 พ.2.1 การดูแลรักษาอวยั วะภายใน 4
2.2 ป 2/1 ธรรมชาตขิ องชีวติ มนุษย์ 1
2.3 ป 2/2 ชีวิตและครอบครัว 1
2.4 ป 2/3 หนา้ ทขี่ องตนเอง และครอบครวั 1
3 ป 2/4 ความสำคัญของเพื่อน 1
3.1 พ.4.1 พฤติกรรมทางเพศ 5
3.2 ป 2/1 ความเปน็ เพศชาย เพศหญงิ 1
3.3 ป 2/2 การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพ และการป้องกนั โรค 1
3.4 ป 2/3 การมสี ุขภาพท่ีดี 1
3.5 ป 2/4 การเลอื กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย 1
4 ป 2/5 ของเลน่ ของใชท้ ่ีมผี ลเสยี ตอ่ สุขภาพ 1
4.1 พ 5.1 การปอ้ งกันการเจ็บป่วย และการบาดเจบ็ 3
4.2 ป 2/1 คำแนะนำเม่ือเกดิ การเจบ็ ปว่ ย 1
4.3 ป 2/1 ความปลอดภยั ในชวี ติ 1
5 ป 2/2 การป้องกนั อุบตั เิ หตุ 1
5.1 พ.5.1 สญั ลกั ษณ์และป้ายเตือน 3
5.2 ป 2/1 การป้องกันอัคคภี ยั และความรุนแรง 1
ป 2/2 ยาสามัญประจำบ้านและสารอันตราย 2
ยาสามัญประจำบ้าน 20
ยาเสพตดิ และสารอนั ตราย
รวม
5
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1
การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
6
แผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี 1 รายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สุขศึกษา
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2563
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เวลา....4....ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์
1.มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
ตวั ช้วี ัด พ 1.1 ป2/1 อธบิ ายลกั ษณะและหนา้ ที่ของอวยั วะภายใน
พ 1.1 ป2/2 อธบิ ายวธิ ีการดูแลรักษาอวยั วะภายใน
พ 1.1 ป2/3 อธบิ ายธรรมชาติชีวิตของมนษุ ย์
2.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.นกั เรียนสามารถอธิบายหนา้ ที่ของอวัยวะภายในได้ (K)
2.นักเรยี นสามารถอธบิ ายวธิ ีการดูแลรักษาอวัยวะภายในได้ (K)
3.นกั เรยี นสามารถอธิบายการเจรญิ เตบิ โตและธรรมชาติของมนษุ ย์ได้ (K)
3.สาระสำคญั
ศกึ ษาลักษณะของการเจริญเติบโต หนา้ ทีข่ องอวัยวะภายใน การดแู ลรกั ษาที่ต้องอาศัยปัจจัยต่างๆใน
หลายด้านเพ่ือชว่ ยใหร้ ่างการมกี ารเจรญิ เตบิ โตที่สมบรู ณ์แข็งแรงตามเกณฑม์ าตรฐานที่กำหนดไว้
4.สาระการเรยี นรู้
ความหมายของการเจริญเติบโต พัฒนาการของมนษุ ย์ ลักษณะและหน้าท่ขี องอวยั วะภายใน การดแู ล
รักษาอวัยวะภายใน ธรรมชาตขิ องชีวติ มนุษย์
5.สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน (เฉพาะทีเ่ กิดในหนว่ ยการเรียนรนู้ ้ี)
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7
6.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
รักชาติ
สจุ รติ
มวี นิ ัย
ใฝ่เรียนรู้
อย่อู ยา่ งพอเพียง
มุง่ ม่ันในการทำงาน
รักความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
7. ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน)
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
ทักษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะด้าน การส่อื สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่อื (Communication information and
media literacy)
ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
ทักษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
8.ชน้ิ งานหรือภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
ใบงานที่ 1 หน้าที่ของอวัยวะภายใน
ใบงานท่ี 2 การดูแลรกั ษาอวยั วะภายใน
ใบงานที่ 3 แผนภาพ
ใบงานที่ 4 ธรรมชาติของชวี ติ มนษุ ย์
8
9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใช้รปู แบบการเรยี นรู้ให้เกิดความคดิ สรา้ งสรรค)์
ขน้ั ท่ี 1 ขั้นนำเข้าสหู่ นว่ ยการเรียนรู้
ครูพูดคยุ เรือ่ งหนา้ ที่ของอวยั วะภายในร่างกายของแต่ละระบบอยา่ งเข้าใจง่าย รวมถึงการดแู ลรักษา
อวยั วะในร่างกายให้สมบรู ณ์ และการเจริญเติบโตของมนุษย์ในปัจจุบัน
ขั้นท่ี 2 ขน้ั วางแผนการปฏบิ ัติงานรว่ มกนั
ครูและผเู้ รยี นรว่ มกนั วางแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงคท์ ีต่ ้ังไว้
โดยมงุ่ เน้นการเรียนการสอนแบบสรา้ งสรรค์ เช่นการแสดงความเหน็ ทห่ี ลากหลาย การยกตัวอย่าง
กรณศี ึกษาต่างๆ ความเชื่อต่างๆท่เี ก่ียวข้องกบั บทเรยี น และการเปรยี บเทยี บ
ข้นั ที่ 3 ขัน้ ลงมอื ปฏิบัติ
นักเรยี นชว่ ยกนั หาความร้ทู ัง้ ทางสื่อออนไลนแ์ ละหนงั สอื ต่างๆทเี่ กยี่ วข้อง และยกตัวอยา่ ง
เร่อื งท่ีศึกษามาเพอื่ เปรยี บเทียบความคิดและปรบั ปรงุ ให้ดีกว่าเดมิ โดยครจู ะเป็นผู้แนะนำ
ข้ันที่ 4 ขน้ั นำเสนอและสรปุ
ครูใหน้ ักเรียนออกมาสรปุ และอธบิ ายเรื่องท่ีเรยี นและยกตัวอย่างเร่ืองดงั ข้อที่ 3 หนา้ ช้นั เรียน
ครูอธิบายเพิม่ เตมิ ผู้เรยี นท่ีออกมานำเสนอ ใหเ้ กดิ ความเข้าใจมากข้นึ
ข้ันที่ 5 ขั้นประเมินผลและวัดผล
ครูจะประเมินผูเ้ รียนจากใบงาน หรือช้ินงานต่างๆ และเร่ืองราวที่ศึกษาจากแหล่งต่างๆไมว่ า่ จะ
ในห้องเรยี นหรือนอกห้องเรียน ว่าชิน้ งานมีความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยและมเี น้อื หาทีเ่ กิดความคิด
สร้างสรรค์กบั ตัวนักเรียนหรอื ไม่
10.ส่อื การเรยี นการสอน
1. ใบงาน
2. ใบความรู้
3. สื่อประกอบการเรียนรู้
11. แหล่งเรยี นรใู้ นหรือนอกสถานท่ี
1. ห้องสมุดในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียน
2. ส่ือออนไลน์ / อนิ เทอรเ์ น็ตและเวบ็ ไซต์ต่างๆทีเ่ ก่ียวข้อง
3. โปสเตอรห์ รอื อนิ โฟร์กราฟิกตา่ งๆท่ีเกยี่ วข้องกับหนว่ ยการเรยี นรู้
9
12. การวัดและประเมินผล วิธวี ดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
ใบงานหรอื ช้ินงาน คะแนน ประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 8) ตรวจใบงานที่ 1 ใบงานที่ 1 หนา้ ที่ ตามตาราง ผา่ นเกณฑ์ท่ี
ใบงานที่ 1 หน้าที่ของ หน้าท่ขี องอวยั วะ ของอวัยวะภายใน เกณฑ์การ คะแนนอยา่ ง
อวัยวะภายใน ภายใน ประเมินใบงาน นอ้ ยระดับดีขน้ึ
ตรวจใบงานท่ี 2 การ ใบงานที่ 2 การ ตามตาราง ผา่ นเกณฑ์ท่ี
ใบงานที่ 2 การดแู ลรักษา ดูแลรักษาอวัยวะ ดแู ลรกั ษาอวัยวะ เกณฑ์การ คะแนนอย่าง
อวัยวะภายใน ภายใน ภายใน ประเมนิ ใบงาน น้อยระดับดีข้ึน
ตรวจใบงานที่ 3 ใบงานท่ี 3 แผนผัง ตามตาราง ผา่ นเกณฑ์ที่
ใบงานที่ 3 แผนผัง แผนผงั ความคิด การ ความคิด การดูแล เกณฑ์การ คะแนนอย่าง
ความคดิ การดูแลรกั ษา ดแู ลรักษาอวัยวะ รักษาอวัยวะภายใน ประเมนิ ใบงาน น้อยระดบั ดีขึ้น
อวัยวะภายในทด่ี ี ภายในทด่ี ี ท่ีดี
ตรวจใบงานที่ 4 ใบงานที่ 4 ตามตาราง ผ่านเกณฑ์ท่ี
ใบงานท่ี 4 ธรรมชาติของ ธรรมชาติของชวี ติ ธรรมชาตขิ องชีวิต เกณฑ์การ คะแนนอยา่ ง
ชวี ิตมนษุ ย์ มนุษย์ มนษุ ย์ ประเมินใบงาน นอ้ ยระดับดีขึ้น
คณุ ลกั ษณะอัน วธิ ีวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
พึงประสงค์
มวี ินัย การสังเกต แบบสังเกต ผา่ นเกณฑ์ทีค่ ะแนนตาม ผา่ นเกณฑ์ท่ีคะแนน
พฤติกรรมรายบคุ คล ตารางอยา่ งน้อยระดับ อยา่ งน้อยระดบั ปาน
ใฝ่เรยี นรู้ การสงั เกต พอใช้ กลาง
แบบสังเกต ผา่ นเกณฑ์ที่คะแนนตาม ผา่ นเกณฑ์ทค่ี ะแนน
มุ่งม่ันในการ การสังเกต พฤติกรรมรายบคุ คล ตารางอยา่ งน้อยระดบั อย่างน้อยระดับปาน
ทำงาน พอใช้ กลาง
แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑ์ทีค่ ะแนนตาม ผา่ นเกณฑ์ทีค่ ะแนน
พฤติกรรมรายบุคคล ตารางอย่างน้อยระดบั อย่างน้อยระดบั ปาน
พอใช้ กลาง
10
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น วธิ ีวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ าร
(ตามหัวข้อท่ี 5) ประเมิน
1ความสามารถในการสื่อสาร การตอบคำถาม แบบ ตามตารางเกณฑก์ าร ผ่านเกณฑ์ท่ี
ประเมนิ ใหค้ ะแนนสมรรถนะ คะแนนอยา่ ง
2.ความสามารถในการคิด สำคัญของผูเ้ รียน น้อยระดบั
พอใช้ขน้ึ ไป
3.ความสามารถในการใช้ การสังเกต แบบ ตามตารางเกณฑ์การ ผ่านเกณฑ์ที่
เทคโนโลยี ประเมนิ ใหค้ ะแนนสมรรถนะ คะแนนอยา่ ง
สำคัญของผูเ้ รียน น้อยระดับ
พอใช้ขน้ึ ไป
การสังเกต แบบสงั เกต ตามตารางเกณฑก์ าร ผ่านเกณฑ์ท่ี
ให้คะแนนสมรรถนะ คะแนนอยา่ ง
สำคัญของผู้เรียน น้อยระดบั
พอใช้ข้ึนไป
11
ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี วิธีวดั เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
21 (ตามหวั ข้อท่ี 6) การสงั เกต แบบสงั เกต คะแนน ประเมิน
1.ทักษะการอ่าน (Reading) ตามตาราง ผ่านเกณฑ์ที่
แบบประเมินใน เกณฑ์การให้ คะแนนอย่าง
2.ทกั ษะการ เขียน (Writing) การตรวจ ใบงาน คะแนนทักษะ นอ้ ยระดับพอใช้
ชน้ิ งาน ของผูเ้ รยี นใน ข้ึนไป
แบบประเมินใน ศตวรรษที่ 21
3.ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และ การตรวจ ใบงาน ตามตาราง ผ่านเกณฑ์ท่ี
เกณฑ์การให้ คะแนนอย่าง
นวัตกรรม ชน้ิ งาน และ แบบประเมินใน คะแนนทักษะ น้อยระดบั พอใช้
ใบงาน ของผเู้ รยี นใน ขึ้นไป
(Creativity and innovation) การนำเสนอ ศตวรรษที่ 21
ตามตาราง ผ่านเกณฑ์ท่ี
4.ทกั ษะการเรยี นรู้ การตรวจ เกณฑ์การให้ คะแนนอยา่ ง
(Learning Skills) ช้นิ งาน คะแนนทกั ษะ น้อยระดับพอใช้
ของผเู้ รียนใน ขึ้นไป
ศตวรรษที่ 21
ตามตาราง ผา่ นเกณฑ์ท่ี
เกณฑ์การให้ คะแนนอยา่ ง
คะแนนทักษะ นอ้ ยระดบั พอใช้
ของผู้เรยี นใน ขน้ึ ไป
ศตวรรษที่ 21
13. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
..................................................................................................................................................... ..
............................................................................................................................. ..................................
12
14. บนั ทึกผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
นักเรยี นทั้งหมดจำนวน.....................คน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จำนวนนกั เรียนท่ผี า่ น จำนวนนักเรยี นทีไ่ มผ่ า่ น
ขอ้ ที่ จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน ร้อยละ
1
2
3
15. ปญั หา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................... .................................
16. ขอ้ เสนอแนะ
.................................................................................. .............................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงช่อื ........................................................................
()
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ..............................................
ลงชือ่ ................................................................ หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
()
ลงชื่อ.......................................................... รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
()
13
ความเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา
ได้ทำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แลว้ มคี วามคดิ เห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................
....................................................................................................................................... .................
................................................................................................................. .......................................
ลงช่อื ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผู้อำนวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..
14
สือ่ การสอน
การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์
15
ใบความร้ทู ่ี 1
ระบบอวยั วะภายใน
อวัยวะภายในรา่ งกายมนุษย์ หมายถงึ อวยั วะท่ีอย่ภู ายในรา่ งกาย ซ่งึ เราไม่ สามารถมองเห็นและจบั ต้องได้
แบง่ ออดไดพ้ อสังเขป เชน่ หัวใจ ปอด หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เลก็ ลำไส้ใหญ่ ตบั ไต กระดูก ฯลฯ
ระบบอวัยวะภายในมีด้วยกนั ดงั น้ี
1.ระบบประสาทหรือสมอง
สมองเปน็ อวัยวะทมี่ ีลักษณะเปน็ กอ้ น บรรจุอย่ภู ายในกะโหลก ศีรษะ ผวิ ของเน้อื สมองมีลักษณะเปน็ ลูก
คลืน่ หรอื รอยหยัก สมองมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมและสั่งการการทำงานของรา่ งกาย รวมทัง้ การคิด การ
จดจำ และรบั ความรู้สึกตา่ ง ๆ
2.ระบบไหลเวียนของเลือด
ระบบหมุนเวียนของเลือด มหี น้าทล่ี ำเลยี งออกซิเจนและอาหารไปเลีย้ งสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
ประกอบด้วย หวั ใจ ปอด หลอดเลอื ด เลือด
2.1 หัวใจ
หวั ใจ เปน็ อวัยวะทปี่ ระกอบไปดว้ ยกลา้ มเนื้อที่ไม่อยู่ในอำนาจบังคบั ของสมอง มีหน้าทสี่ บู ฉีดเลือด ให้
ไหลไปตามหลอดเลือด เพื่อไปเลย้ี งสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย หัวใจแบ่งออกเป็น 4 ห้อง ประกอบด้วย ห้องบน 2
ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง การไหลเวียนของเลือด ขณะทเ่ี รามชี วี ติ อยู่ หวั ใจจะสูบฉีดโลหิต อยตู่ ลอดเวลา โดย
หัวใจจะสง่ เลอื ดดำไปยงั ปอด ปอดจะส่งเลือดแดงไปยงั หวั ใจ หัวใจส่งเลือดแดงไปเลย้ี งส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย
16
3. ระบบยอ่ ยอาหาร
ศึกษาเกีย่ วกับกระเพาะ,หลอดอาหาร ระบบย่อยอาหาร มหี น้าที่ยอ่ ยอาหารให้ละเอยี ด และดูดซึม
สารอาหารผ่านเข้าส่กู ระแสเลือดเพ่ือไปเลี้ยงส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย ระบบย่อยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะ
ท่ีสำคัญคือ
3.1 ปาก
ปาก และอวยั วะภายในช่องปาก เม่ือรบั ประทานอาหารเขา้ ไปในช่องปาก ฟนั จะบดเคีย้ วอาหารใหม้ ีขนาดเล็ก
3.2 หลอดอาหาร
ทำหน้าท่สี ่งอาหาร ไม่มีต่อมที่ทำหนา้ ทส่ี ร้างน้ำยอ่ ย เม่อื อาหารผา่ นลงสู่หลอดอาหารจะทำใหเ้ กดิ การหดตวั
ตดิ ตอ่ กันเปน็ ลกู คลน่ื ของผนังกลา้ มเนือ้ หลอดอาหาร ไลใ่ ห้อาหารตกลงสู่กระเพาะอาหาร
3.3 กระเพาะอาหาร
กระเพาะอาหาร เมอื่ อาหารเข้าส่กู ระเพาะอาหารผนงั กระเพาะจะขบั น้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยอาหารพรอ้ ม
กับบบี รดั ตัวให้อาหารผสมคลุกเคล้าผสมกับน้ำยอ่ ย แล้วสง่ ตอ่ ไปใหล้ ำไส้เล็ก
a. ตบั
ตับเป็นอวยั วะภายในที่มีขนาดใหญ่ท่ีสุด มีลักษณะเปน็ กลบี 2 กลบี ขนาดไม่เท่ากัน ตัง้ อยู่บริเวณ
สว่ นบนของชอ่ งทอ้ งด้านขวา ตบั มีหนา้ ที่ สำคัญหลายประการ ไดแ้ ก่ สรา้ งนำ้ ดี เพ่ือชว่ ยยอ่ ยและดูดซึมอาหาร
ประเภทไขมัน กำจดั สารพษิ ท่ีมากบั เลือด อกี ท้ังตับยงั เปน็ แหล่งสะสม ธาตเุ หลก็
17
3.5 ลำไสเ้ ล็ก
เป็นอวยั วะอยู่ต่อจากกระเพาะอาหารมีความยาว 6-8 เมตรผนงั ลำไส้ยืดหดได้ บีบรดั อาหารใหค้ ลกุ เคลา้ กบั
น้ำยอ่ ย ทำให้อาหารถูกย่อยจนมีขนาดเล็กมากและสามารถดดู ซึมเขา้ กระแสเลือด เพอ่ื นำไปเล้ียงส่วนตา่ ง ๆ
ของรา่ งกาย
3.6 ลำไส้ใหญ่
ลำไส้ใหญ่ อาหารท่ผี า่ นเขา้ สู่ลำไสใ้ หญส่ ่วนมากจะอยู่ในรปู ของกากอาหาร ในลำไส้ใหญจ่ ะไม่มีการย่อยอาหาร
อีก แตจ่ ะมีการดดู ซึมน้ำจากกากอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตอ่ ร่างกาย ลำไส้ใหญ่ทำหน้าท่ีขบั กากอาหาร
ออกจากรา่ งกายผ่านทางทวารหนัก
4. ระบบขบั ถา่ ย
ศกึ ษาเกย่ี วกับลำไสใ้ หญ่ ไต ทวารหนกั โดยระบบขบั ถ่าย เปน็ ระบบทท่ี ำหนา้ ท่ีขับถ่ายของเสียออกนอก
รา่ งกาย คนเราจะขบั ถา่ ยของเสียออกมานอกรา่ งกายใน 3 รปู แบบ ดงั นี้
1. การขับถา่ ยของเสียในรูปของแข็ง
2. การขับถ่ายของเสยี ในรปู ของเหลว
3. การขบั ถ่ายของเสียในรปู กา๊ ซ
4.1 การขบั ถา่ ยของเสยี ในรูปของแข็ง ระบบขับถา่ ยอจุ จาระ ทำหน้าท่ขี ับกากอาหารที่เหลือจากการ
ย่อยออจากรา่ งกาย ในรปู อจุ จาระ อวัยวะสำคัญในระบบคือ
1. ลำไส้ใหญ่
2. ทวารหนัก
4.2 การขับถ่ายของเสยี ในรปู ของเหลว รา่ งกายของคนเราสามารถขับถา่ ยของเสยี ในรูปเหลวได้
2 ทาง คือ
1. เหงื่อ
2. ปัสสาวะ
4.3 ระบบขับถา่ ยเหง่ือ ระบบขบั ถา่ ยเหงอ่ื ทำหน้าท่ีสกัดนำ้ และเกลอื แร่ท่ีรา่ งกายไมต่ ้องการ ออกจาก
รา่ งกายในรูปของเหงือ่ มีอวัยวะทสี่ ำคญั คือ
1. ผวิ หนงั
2. ต่อมเหงื่อ
4.4 ระบบขบั ถา่ ยของเสยี ในรูปก๊าซ การหายใจของคนเรา เปน็ การเผาผลาญอาหารเพอื่ ใหเ้ กดิ พลงั งาน
ซงึ่ ผลทไี่ ดร้ บั จากการเผาผลาญคอื กา๊ ซคารบ์ อนใดออกไซด์ ซง่ึ ร่างกายไมต่ ้องการ รา่ งกายจึงขบั ก๊าซน้ีออกมา
ทางลมหายใจ อวัยวะที่สำคัญ คือ ปอด
18
5. ระบบหายใจ
ศกึ ษาเกี่ยวกับจมูก หลอดลม ปอด โดยระบบหายใจ เป็นระบบแลกเปลย่ี นกา๊ ซคาร์บอนใดออกไซดท์ ่ี
รา่ งกาย ไม่ตอ้ งการกา๊ ซออกซิเจนที่อยนู่ อกร่างกาย ซงึ่ มีความสำคญั และจำเปน็
ระบบหายใจประกอบด้วย
5.1 จมกู เปน็ ทางผา่ นของอากาศที่เขา้ สรู่ า่ งกายขณะหายใจ มีขนจมูกไว้ช่วยกรองฝนุ่ ละอองจาก
อากาศท่ผี ่านเข้าไป
5.2 หลอดลม กล่องเสยี ง เม่ืออากาศเข้าจมูก จะผ่านกล่องเสียงและหลอดลมตามลำดับ อวยั วะ
เหล่านเี้ ป็นเพยี งทางผ่านของลมหายใจไปยังสว่ นอน่ื ๆ
5 .3 ปอด
ปอดเปน็ อวัยวะท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยฟองนำ้ ยดื หยุ่นได้ มอี ยู่ 2 ขา้ ง ตั้งอยบู่ ริเวณด้านซ้ายและขวาของช่อง
อก มีหนา้ ทเี่ ก่ียวกบั การหายใจ ของคนเรา ภายในปอดประกอบด้วยหลอดเลือดฝอยและถุงลมปอด ที่ทำ
หนา้ ทีแ่ ลกเปลี่ยนแกส๊ โดย หายใจเขา้ เอาออกซิเจน และหายใจ ออกขบั คาร์บอนไดออกไซด์
19
ใบความรู้ท่ี 2
การดูแลรกั ษาอวัยวะภายในให้สมบรู ณ์แขง็ แรง
ระบบปราสาทและสมอง
การดูแลรักษาระบบปราสาทและสมอง เราสามารถดูแลรกั ษาสมองใหท้ ำงานได้อยา่ งเป็นปกติ ดังนี้
1.กินอาหารเช้าทุกวัน อาหารทชี่ ่วยบำรุงสมอง ได้แก่ เนอ้ื ปลา ไข่ นม
2.ออกกำลงั กายสม่ำเสมอ
3.นอนหลบั พกั ผ่อนอย่างเพียงพอ ประมาณวันละ 8–10 ชัว่ โมง
4.อยู่ในทีท่ ี่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ส่งผลดีตอ่ การทำงานของสมอง
5. ด่ืมน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว
6. ระมดั ระวังการเกิดอุบตั ิเหตุ ตา่ ง ๆ ทีอ่ าจส่งผลกระทบกระเทือนต่อศรี ษะและสมอง เช่น การว่ิงเล่น
แลว้ ศีรษะชนกบั เพื่อน
7. ฝึกสมองให้มกี ารคดิ การจดจำทด่ี ี เชน่ การคดิ คำนวณเลข
ระบบไหลเวียนของเลอื ด
เป็นระบบมีหน้าที่หมุนเวยี นของเลือด และลำเลยี งออกซเิ จนและอาหารไปเลย้ี งส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย
เราควรต้องดแู ลรักษาเพื่อไม่ให้เกิดปญั หาโรคภยั ต่างๆในอนาคต โดยมแี นวทางการปอ้ งกนั ดังนี้
การป้องกันและบำรงุ รกั ษาอวยั วะในระบบไหลเวียนโลหิต
1.เลอื กรับประทานอาหารทมี่ ปี ระโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ควรรับประทานอาหารท่ีมีปริมาณไขมนั หรือ
คอเลสเตอรอลสูง
2.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและให้เหมาะสมกับวัย ซ่งึ จะทำให้การทำงานของหวั ใจแขง็ แรงและดีขึน้
3.พักผอ่ นให้เพียงพอกับวัยสภาพร่างกาย
4.ทำจิตใจใหร้ ่าเรงิ แจ่มใสอยเู่ สมอ
5.หมน่ั ตรวจสอบสุขภาพตนเอง โดยไปพบแพทยเ์ พื่อตรวจร่างกายทกุ ปี
ระบบย่อยอาหาร
เปน็ ระบบมหี นา้ ทยี่ อ่ ยอาหารให้ละเอยี ด และดูดซึมสารอาหารผ่านเข้าสู่กระแสเลือดเพ่อื ไปเลย้ี งสว่ นตา่ ง ๆ
ของรา่ งกายดงั นั้นระบบย่อยอาหารเราควรต้องดูแลรกั ษาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโรคภัยต่างๆในอนาคต โดยมแี นว
ทางการป้องกัน ดงั น้ี
การปอ้ งกนั และบำรุงรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหาร
1. รับประทานอาหารใหต้ รงเวลา
2. รับประทานอาหารทีส่ ะอาด สกุ ใหม่ ๆ มปี ระโยชน์และรสไม่จัด
3. เคยี้ วอาหารให้ละเอียด
20
4. ไมข่ บเค้ียวหรือกัดอาหารที่แข็งเกนิ ไป
5. หลังรับประทานอาหารควรทำความสะอาดปากและฟนั
6. ไม่ออกกำลังกายหลงั รบั ประทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ ถา่ ยอจุ าระให้เป็นเวลา
7. ทำจิตใจใหร้ ่าเริงเบกิ บาน ไม่เครง่ เครียดจนเกนิ ไป
8. ถา่ ยอจุ าระใหเ้ ป็นเวลา
ระบบขับถา่ ย
เปน็ ระบบทีท่ ำหน้าทีข่ ับถ่ายของเสียออกนอกร่างกาย คนเราจะขับถา่ ยของเสยี ออกมานอกร่างกายในทุกๆ
วันไม่วา่ จะเปน็ รูปแบบของแข็ง ของเหลว หรอื ก๊าซ ซ่ึงระบบขับถ่ายถือเป็นระบบหน่ึงท่ีสำคัญตอ่ การดำเนนิ
ชวี ติ เราควรต้องดแู ลรกั ษาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโรคภยั ตา่ งๆในอนาคต โดยมแี นวทางการป้องกัน ดงั นี้
การป้องกนั และดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบขับถ่าย
1. ดม่ื น้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว
2. ไม่กล้ันอุจจาระและปัสสาวะนาน ๆ
3. รับประทานอาหารทีส่ กุ ใหม่ ๆ และรสไมจ่ ัด
4. ควรอาบนำ้ ชำระร่างกายทุกวัน
5. ออกกำลังกายอยา่ งเหมาะสมทุกวัน
ระบบหายใจ
เป็นระบบแลกเปลีย่ นกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ทีร่ า่ งกาย ไม่ต้องการก๊าซออกซเิ จนท่ีอยู่นอกรา่ งกาย ซงึ่ มี
ความสำคัญและจำเปน็ ต่อการดำเนนิ ชวี ติ โดยมแี นวทางการป้องกัน ดังนี้
การปอ้ งกันและบำรุงรักษาอวยั วะในระบบหายใจ
1. พยายามหายใจเอาอากาศบรสิ ุทธิเ์ ขา้ ไปในร่างกาย
2. ไม่หายใจเอาฝนุ่ ละออง ควนั เขม่า เขา้ ไปสรู่ า่ งกาย
3. ไมค่ ลกุ คลีกบั ผู้ปว่ ยที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
4. นั่งหรอื ยืนตัวตรงเสมอจะชว่ ยให้ปอดทำงานไดส้ ะดวก
5. ไม่สูบบุหรี่
6. ออกกำลังกายอยา่ งสมำ่ เสมอ จะช่วยใหป้ อดแข็งแรง
21
ใบความรทู้ ี่ 3
ธรรมชาตขิ องชีวติ มนุษย์
วงจรชีวิตมนุษย์
มนุษย์ทกุ คนจะมีวงจรชีวิตในการดำรงชวี ิตทีเ่ หมอื นกนั ดังน้ี
การเกดิ
ทกุ คนเกดิ มาจากพอ่ และแมซ่ ึ่งพอ่ เป็นเพศชาย และแม่เปน็ เพศหญิง ธรรมชาติได้กำหนดให้ผหู้ ญงิ เปน็ คน
อมุ้ ท้องและคลอดลกู ลูกท่เี กิดมา จะเจรญิ เตบิ โตขนึ้ ตามวัยและมหี น้าตาคล้ายกับพอ่ แม่
การแก่
วยั ต่าง ๆ ของมนุษยเ์ รม่ิ จากวัยทารก วยั เดก็ วยั รุ่น วยั ผูใ้ หญ่ และวัยชรา ร่างกายของคนเราจะค่อย ๆ
เปลย่ี นแปลงไปตามวยั อายุมากข้ึนอวยั วะของรา่ งกายจะเสื่อมสภาพและมีการเปล่ียนแปลงที่ สังเกตได้ชัดเจน
เชน่ เม่อื อยู่ในชว่ งวยั ชราร่างกายจะอ่อนล้าลง ผิวหนงั เหยี่ วยน่ การเคลอ่ื นไหวช้าลง ถึงแม้จะแก่ชราตาม
ธรรมชาติ แตบ่ คุ คล เหลา่ น้มี ีคณุ คา่ ควรแก่การเคารพยกย่อง เพราะเป็นผทู้ ่ีมบี ุญคุณเลีย้ งดู พวกเรามา
การเจบ็
คนทุกคนตอ้ งเคยเจบ็ ป่วย บางคนเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ บาง คนเจ็บปว่ ยมากจนต้องเข้ารับการรักษาท่ี
โรงพยาบาล คนเราเจบ็ ป่วยได้ ทกุ ชว่ งวยั ถ้าไม่ดูแลสุขภาพของตนเองรา่ งกายย่อมอ่อนแอ และมโี อกาส จะรบั
เชอื้ โรคเขา้ สูร่ า่ งกายไดง้ ่ายกว่าคนท่ีร่างกายแข็งแรง และอาจตาย ในทสี่ ุดได้
การตาย
การเกดิ –การตาย มีอยคู่ ู่กนั กับชวี ติ มนุษย์ ดังนั้นความตายเปน็ สง่ิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ได้กับทุกคน เพราะทกุ คนต้อง
ตายดว้ ยกนั ท้ังนั้น แต่ควรตาย เม่ือถึงวยั อันควร โดยร่างกายเสอ่ื มสภาพไปตามธรรมชาติและเสอื่ ม สลายไปใน
ท่สี ุด สว่ นผทู้ ่ตี ายก่อนวยั อนั ควร เนือ่ งจากอบุ ัติเหตนุ น้ั เกิดจากความ ประมาท ดังน้ัน เราไมค่ วรประมาทต้อง
ดำรงชีวติ ด้วยความระมัดระวัง และรกั ษาสขุ ภาพใหแ้ ขง็ แรงอยู่เสมอโดยการออกกำลังกาย กนิ อาหารท่ีมี
ประโยชน์ และพกั ผ่อนให้เพยี งพอ
22
การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการในแตล่ ะช่วงวัย
1. วยั ทารก
วยั ทารก คือ วัยต้งั แต่แรกเกดิ จนถงึ 1 ปี มีการเปลยี่ นแปลงดา้ นต่างๆ ดงั นี้
ดา้ นร่างกาย
นำ้ หนักแรกคลอดประมาณ 3,000 กรมั เมอ่ื ครบ 1 ปี จะเพ่ิมขน้ึ ประมาณ 3 เท่า
ส่วนสงู หรือความยาวประมาณ 54 เซนตเิ มตร และสว่ นสูงจะเพิ่มขน้ึ ประมาณ 1.5 เท่า เม่อื อายุครบ 1 ปี
ขนาดรอบศีรษะแรกคลอดประมาณ 35 เซนตเิ มตร เมื่อครบ 1 ปี จะมีขนาดรอบศรี ษะ
ประมาณ 45 เซนตเิ มตร
ฟันซีแ่ รกจะขน้ึ เม่ืออายุ 6-8 เดอื น และเมื่อครบ 1 ปี จะมีฟนั ประมาณ 12 ซ่ี
ดา้ นจิตใจและอารมณ์
1-3 เดือน สง่ เสียงร้องเมื่อรู้สึกหิว รู้จกั ยิม้ เมื่อถกู หยอกล้อ ร้องไหเ้ มื่อโกรธ ทำเสยี งดังเมื่อดใี จ
4-6 เดอื น หัวเราะเสยี งดัง ร้องไห้เม่ือโกรธหรือถูกขัดใจ อารมณเ์ ปลย่ี นแปลงรวดเรว็
7-9 เดอื น ร้องไหเ้ มอ่ื ไม่พอใจและมีอารมณ์กลวั มากขึ้นแสดงความรกั ด้วยการโอบกอด ตอบสนองต่อ
การถกู ดแุ ละร้องไห้
10-12 เดอื น แสดงอารมณ์ดใี จ เสยี ใจมากขน้ึ เมื่อมีคนเลน่ ดว้ ยจะหัวเราะเสียงดัง สามารถเขา้ ใจ
อารมณ์ผู้อนื่ ได้
ดา้ นสงั คม
เริ่มพัฒนาการทางสังคมกบั บุคคลใกลช้ ิดในครอบครวั และผทู้ ีเ่ ลยี้ งดู
1-2 เดือน จ้องหน้าและตอบสนองผู้หยอกล้อได้
3-5 เดอื น ชอบให้คนอย่ใู กล้ๆ สนใจเสยี งคนพูดคยุ
12 เดือน จะสามารถเลน่ กับผู้อื่นได้
ด้านสตปิ ญั ญา
แสดงออกและโต้ตอบดว้ ยการเคลอ่ื นไหวรา่ งกาย
เริ่มเรยี นรกู้ ารพูดคยุ กบั ผอู้ ื่นดว้ ยการพูดทีละคำ
23
2.วัยกอ่ นเรียน
วยั ก่อนเรียน คอื วัยตงั้ แต่ 1 ปี จนถึง 6 ปี มีการเปลยี่ นแปลงดา้ นต่างๆดังน้ี
ด้านร่างกาย
ดา้ นนำ้ หนักและส่วนสงู จะเพิ่มข้นึ ชา้ กวา่ วยั ทารถเม่ืออายุ 1 ปี
จะมีฟนั น้ำนมประมาณ 12 ซ่ี
ฟันนำ้ นมจะครบ 20 ซ่ี เมื่ออายปุ ระมาณ 3 ปี และฟันน้ำนมจะเรมิ่ หยุดโดยมีฟันแทข้ ้ึนมาแทนท่ี
ดา้ นจติ ใจและอารมณ์
มอี ารมณเ์ ปลีย่ นแปลงงา่ ย โดยอารมณ์โกรธและดีใจจะเกิดขน้ึ บอ่ ย
เม่อื อายุครบ 2 ปี จะเรม่ิ รจู้ กั อจิ ฉาผู้อ่ืน
กลัวคนแปลกหน้า
สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองไดด้ ขี ้ึนเมื่ออายปุ ระมาณ 4 ปี
ด้านสงั คม
สังคมสว่ นใหญจ่ ะเปน็ ผทู้ เ่ี ลี้ยงดแู ละคนในครอบครวั
เม่อื เรม่ิ เขา้ โรงเรียนจะมีความสัมพันธ์กับเพ่ือนแต่อาจมีการทะเลาะกนั
เพราะยงั ขาดประสบการณ์ในการเลน่ กบั เพ่ือน
รู้จักปรับตัวให้เขา้ กบั ผู้ใหญ่
ด้านสติปญั ญา
1-3 ปี สนใจสิ่งใหม่ๆ พูดรู้เร่อื ง ใช้ภาษาได้คล่อง
4.ปี สามารถพดู เป็นประโยคไดส้ มบูรณ์ นับเลขได้ ร้จู กั เวลา ชอบซกั ถาม
5.ปี มคี วามอยากรู้ อยากเหน็ รู้จกั ใช้เหตผุ ลในการอธบิ ายข้อมลู
6 ปี พดู ไดค้ ล่องแคล่วช่างซักถาม ทำงานร่วมกับเพอ่ื นและผใู้ หญ่ได้
24
3.วัยเรียน
วัยเรยี น คอื วัยที่มีอายุตั้งแต่ 6-12 ปี มีการเปล่ียนแปลงด้านต่างๆ ดังนี้
ด้านร่างกาย
มีการเจรญิ เติบโตสมำ่ เสมอ ร่างกายขยายออกทางสว่ นสูงมากกวา่ สว่ นกวา้ ง น้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉล่ยี ปลี ะ 2-
3 กโิ ลกรมั ส่วนสูงเพมิ่ ข้นึ เฉล่ียปลี ะ 4-5 เซนตเิ มตร โดยส่วนใหญ่เพศหญิงจะตวั โตกวา่ เพศชายวยั เดียวกัน
มกี ลา้ มเนื้อแข็งแรง คล่องแคลว่ ว่องไว
สามารถใชม้ อื และน้วิ ทำงานไดด้ ี
ด้านจิตใจและอารมณ์
ตอ้ งการการยอมรบั จากกล่มุ เพอื่ น
มีอารมณโ์ กรธเม่อื ถกู ล้อเลยี น
มอี ารมณก์ ลวั น้อยลง
รู้สึกอจิ ฉาเพอ่ื นทไ่ี ด้รับความรกั หรือความสนใจ
ด้านสงั คม
ชอบรวมตัวเล่นกันเปน็ กลุ่ม ไม่ชอบอยคู่ นเดียว
เรียนรกู้ ารอย่รู ่วมกัน ภายใตก้ ฎ ระเบียบ
รูจ้ ักเห็นอกเห็นใจชว่ ยเหลือเพ่ือนในกลุ่มมีความซื่อสัตย์ตอ่ กล่มุ
ดา้ นสตปิ ญั ญา
มีความคิดทเ่ี ป็นรูปธรรมมากขึ้น
สามารถคิดไดอ้ ย่างมเี หตุผล
เปรียบเทียบสิง่ 2 สง่ิ ได้
มคี วามอยากรอู้ ยากเหน็
อ่านและเขยี นหนงั สือได้คลอ่ ง
อา่ นและเขยี นหนงั สอื ได้คลอ่ ง
25
4.วัยรนุ่
วัยรนุ่ คอื วัยทม่ี ีอายตุ ้งั แต่ 12-20 ปี มีการเปลี่ยนแปลงดา้ นต่างๆ ดังน้ี
ด้านร่างกาย
น้ำหนกั และสว่ นสงู เพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็ว แขนขายาว มอื และเท้าใหญ่ขึ้น
มลี กั ษณะทางเพศชดั เจน เช่น เพศหญิงมีหน้าอกใหญ่ขึ้น สะโพกผาย เพศชายมกี ลา้ มเน้อื เปน็ มัด
แขง็ แรง ไหลก่ วา้ ง มีขนหนา้ แข้ง เสยี งแตกเสียงแตก-ห้าว
ด้านจติ ใจและอารมณ์
มีอารมณ์เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว
มีความสนใจเพศตรงข้าม
มีความเช่อื มน่ั ในตนเองสูง ต้องการอิสระ
ดา้ นสังคม
มีพฤตกิ รรมการแต่งกายเลียนแบบเพื่อนในกลุม่ และเป็นเอกลักษณ์ของกลมุ่
ตอ้ งการเป็นทีย่ อมรับของกล่มุ เพ่ือน และเป็นอสิ ระจากพ่อแมแ่ ละครอบครวั
ดา้ นสตปิ ญั ญา
สามารถเข้าใจส่งิ ท่เี ปน็ นามธรรมได้ดี
สามารถใชค้ ำพดู และถอ้ ยคำทีล่ กึ ซ้ึง
เปรยี บเทยี บสง่ิ ต่างๆไดด้ ี
ชอบเรยี นรูด้ ้วยการปฏิบตั เิ พอ่ื ให้ได้รบั ความรู้และประสบการณ์
26
5.วยั ผู้ใหญ่
วัยผูใ้ หญ่ คือ วัยที่มีอายุตง้ั แต่ 20-60 ปี มีการเปล่ียนแปลงดา้ นต่างๆ ดงั นี้
ด้านร่างกาย
สว่ นสูงเพ่ิมขนึ้ ชา้ หรอื อาจไมม่ ีการเปลี่ยนแปลงเลย
เพศหญิงมีแนวโนม้ นำ้ หนักตวั เพ่ิมมากขึ้น
เพศหญงิ เมือ่ อายปุ ระมาณ 50 ปี รงั ไข่จะผลิตฮอรโ์ มนน้อยลงทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ
เพศชายเม่ืออายุประมาณ 40 ปี เซลลอ์ ัณฑะเริ่มสลายตัวฮอร์โมนเพศขบั ออกมานอ้ ย ทำให้สมรรถภาพ
ทางเพศเรม่ิ เส่ือมลง
ดา้ นสงั คม
สามารถคบหาสมาคมกับผอู้ น่ื และปรับตวั เข้ากบั สงั คมได้ดี
มีการคบเพื่อนต่างเพศและนำไปสู่การใช้ชีวิตค่เู ปน็ ครอบครัว
มคี วามสัมพนั ธก์ บั กลมุ่ เพ่ือนในสถานท่ีทำงาน
ด้านสตปิ ัญญา
รจู้ ักเทคนิคในการแก้ไขปัญหาจากประสบการณ์ และการสะสมความรู้
มีความเช่ียวชาญทางภาษา เข้าใจหลกั วิชาการ
สามารถใชเ้ หตผุ ลในการอธิบายไดด้ ี
มคี วามสามารถและความรใู้ นการใชเ้ ครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ
ดา้ นจติ ใจและอารมณ์
มีความมนั่ คงในอารมณ์สามารถควบคุมอารมณ์ไดด้ ี
มีความรักและอยากสร้างครอบครัวท่ีมั่นคง
เมือ่ อายปุ ระมาณ 45 ปี เขา้ ส่วู ยั กลางคน จะมอี ารมณ์แปรปรวนเนื่องจากการเปล่ียนแปลงของระบบใน
ร่างกาย
มคี วามวติ กกงั วลว่าจะไม่มคี นดแู ลยามชรา
มีอารมณ์เศรา้ จากความเสอ่ื มของสมรรถภาพทางกาย
27
6.วัยผ้สู ูงสูงอายุ
วัยสูงอายุ คือ วัยท่ีมีอายุ 60 ปีข้ึนไป มีการเปลย่ี นแปลงดา้ นต่างๆ ดังนี้
ด้านรา่ งกาย
เซลลร์ า่ งกายเรม่ิ เสือ่ มสภาพ กล้ามเนื้อลีบ ผิวหนงั เหยี่ ว
กระดกู เปราะ ฟนั หักหรือสกึ กร่อน
เคล่ือนไหวชา้ ทรงตัวไดไ้ มด่ ี มอื ส่ัน
ระบบต่างๆในร่างกายเร่ิมทำงานเส่ือมประสทิ ธิภาพ
ภมู ติ า้ นทานในร่างกายลดลง
ดา้ นจิตใจและอารมณ์
หงุดหงิดงา่ ย ใจนอ้ ย
ซึมเศรา้ และวติ กกังวลเก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงของร่างกาย
กลัวการถกู ทอดท้ิง
มกั ยดึ ติดกบั ความคิดและเหตผุ ลของตนเอง
ไม่มีความมน่ั ใจในการเรยี นรสู้ ่ิงใหมๆ่
ดา้ นสงั คม
การใช้ชีวติ สว่ นใหญ่จะอยู่กบั ลกู หลาน
ทำกิจกรรมท่ตี นเองชอบ เพอ่ื พกั ผ่อนเนื่องจากมีเวลาว่างมาก
บทบาทและภาระหนา้ ท่ีทางสังคมลดลง กลายเปน็ ผู้อยู่อาศยั หรอื ผตู้ ามในครอบครัว
ดา้ นสติปญั ญา
สมองเรม่ิ ฝ่อ ทำใหม้ ีความคิดอ่านช้า ลมื ง่ายพูดแล้วมักลืมจึงพดู ซำ้ ๆ
มกั จำเร่ืองราวที่เกิดขึน้ ใหมไ่ ม่ได้ แตส่ ามารถจำเร่ืองราวในอดีตได้ดี
28
ใบงานท่ี 1
เรือ่ ง อวยั วะภายใน
ช่อื -นามสกุล.........................................................................................ช้ัน.........................เลขที.่ ...............
ตอนที่ 1 คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนอธิบายหนา้ ที่ของอวยั วะภายในร่างกายมาอยา่ งนอ้ ย 5 ข้อ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ตอนท่ี 2 คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนวาดแผนผงั หน้าที่ของปอดในแบบความคิดของตนเอง พรอ้ มระบายสีให้
สวยงาม
29
ใบงานท่ี 2
เร่อื ง การดแู ลรักษาระบบอวัยวะภายใน
ชอ่ื -นามสกุล.........................................................................................ชัน้ .........................เลขที.่ ...............
ตอนท่ี 1 คำชแี้ จง : ให้นกั เรยี นอธบิ ายการดแู ลรักษาระบบขับถา่ ยมาอย่างนอ้ ย 2 ขอ้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ตอนที่ 2 คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นบอกวิธีการดแู ลรักษาอวัยวะภายใน ในรปู แบบความคดิ ของนกั เรียนมา
อย่างนอ้ ย 3 ข้อ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
30
ใบงานท่ี 3
แผนผังความคดิ การดูแลรกั ษาอวัยวะภายในทด่ี ี
ชอ่ื -นามสกุล.........................................................................................ชน้ั .........................เลขท่.ี ...............
คำช้แี จง : ให้นักเรยี นออกแบบผังความคดิ ของตนเอง ในเรื่อง การดแู ลอวัยวะภายในท่ดี ี พรอ้ มตกแตง่
และระบายสใี ห้สวยงาม (อนญุ าตให้นักเรยี นตดิ ภาพประกอบได้)
31
ใบงานท่ี 4
ธรรมชาตขิ องชีวิตมนุษย์
ช่อื -นามสกุล.........................................................................................ชนั้ .........................เลขที.่ ...............
ตอนที่ 1 คำช้แี จง : ให้นกั เรียนอธิบายการเกดิ แก่ เจบ็ ตาย มาโดยพอสงั เขป
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ตอนท่ี 2 คำช้ีแจง : ให้นักเรียนวาดภาพแผนผงั การเจริญเตบิ โตของมนษุ ย์ในวยั เรียน พรอ้ มตกแต่งและ
ระบายสใี หส้ วยงาม
32
แบบประเมนิ ใบงาน
ชือ่ -นามสกุล.........................................................................................ช้นั .........................เลขท.ี่ ...............
ประเด็นทป่ี ระเมิน คุณภาพการประเมนิ
4321
1.เนอ้ื หาผลงานตรงกบั เนื้อหาท่เี รยี น
2.ผลงานมคี วามถูกต้องและสมบรู ณ์
3.ผลงานมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
4.ผลงานมีความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย
5.การส่งงานมคี วามตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/......................../................
33
เกณฑก์ ารให้คะแนนใบงาน
ประเดน็ ท่ี คะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) (1 ปรับปรุง)
ผลงานไม่แสดงถงึ
1.เนื้อหาผลงานที่ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ความสอดคล้องกบั
เนื้อหาทเ่ี รยี น
ตรงกับเน้อื หาท่ี สอดคล้องกับ สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกับ
เน้อื หาสาระของ
เรียน เน้ือหาท่เี รียนทุก เน้ือหาท่เี รยี นเป็น เนอ้ื หาทเ่ี รยี นเปน็ ผลงานไมม่ ีความ
ถูกต้องและ
ประเด็น ส่วนมาก ส่วนน้อย สมบูรณ์
ผลงานไม่
2.ผลงานมคี วาม เน้ือหาสาระของ เนื้อหาสาระของ เน้ือหาสาระของ แสดงออกถึง
ความคิด
ถกู ต้องและ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม สร้างสรรค์และ
ความแปลกใหม่
สมบูรณ์ ถูกต้องและ ถูกต้องเป็น ถกู ต้องเป็นส่วน ผลงานมีความเปน็
ระเบยี บเรียบร้อย
ครบถว้ น ส่วนมาก นอ้ ย แต่ยงั มจี ุดบกพร่อง
มาก
3.ผลงานมี ผลงานมคี วามคดิ ผลงานมีความคดิ ผลงานมคี วามคิด สง่ งานเกนิ กำหนด
มากกว่า 5 วัน
ความคิด สร้างสรรค์ แปลก สรา้ งสรรค์ แปลก สร้างสรรคแ์ ต่มี
สรา้ งสรรค์ ใหมแ่ ละน่าสนใจ ใหมแ่ ตย่ งั มีความ ความแปลกใหม่
อย่างมาก น่าสนใจ เล็กนอ้ ย
4.ผลงานมคี วาม ผลงานมีความเป็น ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมคี วามเป็น
ระเบียบเรยี บร้อย ระเบยี บเรียบร้อย
เปน็ ระเบยี บ ระเบียบเรียบรอ้ ย แต่ยังมีจดุ บกพร่อง แตย่ ังมจี ุดบกพร่อง
เล็กนอ้ ย บางส่วน
เรียบร้อย นา่ อ่าน สง่ งานเกนิ กำหนด สง่ งานเกนิ กำหนด
1-2 วัน 3-5 วัน
5.การสง่ งานมี สง่ งานตรงต่อเวลา
ความตรงต่อเวลา ทก่ี ำหนด
เกณฑ์การประเมิน
ช่วงคะแนนเฉล่ีย ระดบั คณุ ภาพ
3.34 – 4.00 ดี
2.34 – 3.33
1.00 – 2.33 พอใช้
ปรับปรงุ
หมายเหตุ : การหาระดบั คุณภาพเฉลี่ยหาไดจ้ ากการนำคะแนนท่ีได้ในแตล่ ะช่องมารวมกันแลว้ หารด้วยจำนวน
จากน้ันนำระดบั คณุ ภาพมาเทียบกับเกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
34
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
ประเด็นท่ปี ระเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1.นำเสนอเนอ้ื หาของผลงานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
2.การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3.การมีสว่ นรว่ มของสมาชกิ ภายในกลุ่ม
4.การแสดงออกหน้าช้นั เรยี น
5.การพูดที่มีความสุภาพ และชดั เจน
ลงชือ่ ...................................................................ผ้ปู ระเมิน
................/......................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
นำเสนอผลงานได้สมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 1 คะแนน
นำเสนอผลงานยงั มีความบกพร่องเล็กน้อย
นำเสนอผลงานยงั มีความบกพรอ่ งคอ่ นขา้ งมาก
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนนเฉลี่ย ระดบั คณุ ภาพ
13 - 15 ดี
8 - 12 พอใช้
นอ้ ยกวา่ 8 ปรับปรุง
35
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานเปน็ กลุม่
ชอื่ -นามสกลุ ..............................................................................................ชน้ั .........................เลขที่................
คำชีแ้ จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี นแล้ว ลงในช่องใหต้ รง
กับระดับคะแนน
พฤตกิ รรมทสี่ ังเกต ระดับคะแนน
3 21
1.การแบ่งหนา้ ท่ีกันมีความเหมาะสม
2.มีความรว่ มมือในการทำงาน
3.การแสดงความยินดี
4.การระบฟงั ความคิดเหน็
5.ความมนี ้ำใจซงึ่ กนั และกนั
รวม
ลงชอื่ ...................................................................ผปู้ ระเมนิ
................/......................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
18-20 ดีมาก
14-17 ดี
10-13 พอใช้
นอ้ ยกวา่ 10 ปรับปรงุ
36
แบบประเมนิ รปู เล่มรายงาน
ประเด็นทปี่ ระเมิน คณู ภาพการประเมิน
3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1.เน้ือหาในรปู เลม่ รายงานตรงกบั เนอ้ื หาทเี รยี น
2.รปู เล่มรายงานมีความถูกต้องและสมบูรณ์
3.รปู เล่มรายงานมีความคิดสร้างสรรค์
4.รูปเลม่ รายงานมีความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย
5.การส่งงานรปู เลม่ รายงานตรงต่อเวลา
รวม
ลงชือ่ ...................................................................ผ้ปู ระเมนิ
................/......................../................
37
เกณฑก์ ารให้คะแนนรูปเล่มรายงาน
ประเด็นที่ คะแนน
ประเมิน
1.รูปเล่มรายงาน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) (1 ปรับปรุง)
มเี นือ้ หาที่ตรงกบั รูปเลม่ รายงานมี รูปเลม่ รายงานมี
เนื้อหาทเ่ี รียน เนอ้ื หาที่ตรงกบั รูปเลม่ รายงานมี รูปเลม่ รายงานมี เนื้อหาท่ีไมแ่ สดง
เนื้อหาท่ีเรยี นทุก ถึงความสอดคล้อง
2.รปู เลม่ รายงาน ประเดน็ เนอื้ หาทีต่ รงกบั เนื้อหาทต่ี รงกบั กับเนือ้ หาท่เี รียน
มคี วามถูกตอ้ ง รูปเลม่ รายงานมี เน้ือหาสาระของ
และสมบรู ณ์ เนอื้ หาสาระถกู ต้อง เนอ้ื หาที่เรียนเป็น เนื้อหาที่เรยี นเปน็ รูปเล่มรายงานไม่มี
และสมบูรณ์ ความถกู ต้องและ
3.รปู เล่มรายงาน ครบถ้วน ส่วนมาก สว่ นนอ้ ย สมบรู ณ์
มีความเปน็ รูปเลม่ รายงานมี รูปเลม่ รายงานมี
ระเบียบเรียบรอ้ ย ความเป็นระเบยี บ รูปเล่มรายงานมี รปู เล่มรายงานมี ความเป็นระเบียบ
เรยี บร้อย น่าอา่ น เรียบร้อยแตย่ งั มี
4.การส่งรปู เล่ม เนอื้ หาสาระถูกต้อง เนอ้ื หาสาระถกู ต้อง จุดบกพร่องมาก
รายงานมคี วาม ส่งรูปเลม่ รายงาน
ตรงต่อเวลา ตรงตอ่ เวลาท่ี เปน็ ส่วนมาก เปน็ สว่ นน้อย สง่ รปู เลม่ รายงาน
กำหนด เกินกำหนด
รปู เลม่ รายงานมี รปู เลม่ รายงานมี มากกวา่ 5 วนั
ความเป็นระเบียบ ความเป็นระเบยี บ
เรยี บรอ้ ยแตย่ ังมี เรียบร้อยแตย่ งั มี
จดุ บกพร่อง จุดบกพร่อง
เลก็ น้อย บางสว่ น
สง่ รปู เล่มรายงาน สง่ รปู เลม่ รายงาน
เกินกำหนด 1-2 วนั เกินกำหนด 3-5 วนั
เกณฑ์การประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนนเฉลีย่
8 - 10 พอใช้
5-7 ปรบั ปรุง
1-4
38
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
เลขที่ ชอ่ื – สกุล ซ่อื สัตย์ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งม่นั ในการ
สจุ ริต มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ทำงาน
432143214321 4 321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชื่อ...................................................................ผู้ประเมนิ
................/......................../................
39
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
พฤติกรรม คะแนนคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
5 (ดีมาก)
4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) (1 ปรับปรงุ )
1.ซ่ือสัตย์ นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมลู
สุจริต ตามความเป็น นำเสนอข้อมลู นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูล ตามความเป็น
จริง
จรงิ ตามความเป็น ตามความเปน็ ตามความเปน็ ตำ่ กว่า 50
80 – 100 เปอร์เซ็นต์
เปอรเ์ ซ็นต์ จริง จรงิ จรงิ เขา้ เรียน
2.มวี นิ ัย เขา้ เรียน ตำ่ กวา่ 50
80-100 79 – 70 69 – 60 59 – 50 เปอรเ์ ซน็ ต์
เปอรเ์ ซ็นต์ ใบงานมคี วาม
3.ใฝเ่ รียนรู้ ใบงานมีความ เปอร์เซ็นต์ เปอรเ์ ซ็นต์ เปอรเ์ ซ็นต์ ถกู ต้อง
ถูกต้อง ต่ำกว่า 50
80-100 เขา้ เรียน เขา้ เรยี น เข้าเรียน เปอรเ์ ซน็ ต์
เปอรเ์ ซ็นต์ ส่งงานครบ
4.มงุ่ ม่นั ในการ สง่ งานครบ 79 – 70 69 – 60 59 – 50 ตำ่ กว่า 50
ทำงาน 80-100 เปอร์เซ็นต์
เปอรเ์ ซน็ ต์ เปอร์เซ็นต์ เปอรเ์ ซ็นต์ เปอรเ์ ซน็ ต์
ใบงานมคี วาม ใบงานมคี วาม ใบงานมคี วาม
ถกู ต้อง ถูกต้อง ถกู ต้อง
79 – 70 69 – 60 59 – 50
เปอรเ์ ซ็นต์ เปอร์เซ็นต์ เปอรเ์ ซ็นต์
ส่งงานครบ สง่ งานครบ สง่ งานครบ
79 – 70 69 – 60 59 – 50
เปอรเ์ ซน็ ต์ เปอรเ์ ซ็นต์ เปอรเ์ ซน็ ต์
เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ
เกณฑ์การประเมินคุณภาพอยู่ในระดับปานกลางขนึ้ ไป = ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพอยู่ในระดับตำ่ กวา่ พอใช้ = ไมผ่ า่ นเกณฑ์
40
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
ทักษของผูเ้ รียนในศตวรรษที่ 21
เลขที่ ชอ่ื – สกุล ทกั ษะการ ทกั ษะการ ทักษะการ ทักษะการ
อา่ น เขียน สร้างสรรค์และ เรยี นรู้
นวตั กรรม
432143214321 4 321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชือ่ ...................................................................ผปู้ ระเมนิ
................/......................../................
41
เกณฑก์ ารให้คะแนนทักษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21
พฤตกิ รรม ทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ 21
1.ทกั ษะการ 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) (1 ปรับปรุง)
อ่าน นำเสนอข้อมลู
การอา่ นมีความ นำเสนอข้อมูลการ นำเสนอข้อมลู การ นำเสนอข้อมลู การ
ชัดเจน
อ่านมีความชดั เจน อ่านมคี วามชัดเจน อา่ นมคี วามชัดเจนแต่
แตต่ ิดขัดเล็กนอ้ ย แตต่ ิดขัดพอสมควร ตดิ ขดั มาก
2.ทกั ษะการ ใบงาน ใบงานมีความนา่ ใบงานมคี วามนา่ ใบงานไม่มีความน่า
เขียน มคี วามนา่ อา่ น อ่านและเข้าใจแตม่ ี อา่ นนอ้ ยและมี อ่านและมีความ
และเขา้ ใจ ความบกพร่อง ความบกพรอ่ ง บกพร่องมาก
3.ทักษะการ เล็กนอ้ ย พอสมควร
สรา้ งสรรค์ ผลงานมคี วามคดิ ผลงานมคี วามคดิ ผลงานมีความคิด ผลงานไม่
และนวัตกรรม สร้างสรรค์ แปลก สรา้ งสรรค์ แปลก สรา้ งสรรคแ์ ตม่ ี แสดงออกถึงความคิด
ใหม่และน่าสนใจ ใหมแ่ ตย่ ังมีความ ความแปลกใหม่ สร้างสรรค์และความ
4.ทักษะการ อยา่ งมาก นา่ สนใจ เลก็ นอ้ ย แปลกใหม่
เรยี นรู้ คะแนนใบงาน คะแนนใบงาน คะแนนใบงาน คะแนนใบงาน
7-10 5-6 2-4 0-1
เกณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพ
เกณฑ์การประเมินคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ข้ึนไป = ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินคุณภาพอยู่ในระดบั ตำ่ กว่าพอใช้ = ไมผ่ ่านเกณฑ์
42
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
เลขที่ ช่ือ – สกุล ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความในการใช้
ในการสื่อสาร ในการคิด ในการ ทกั ษะชวี ติ
แก้ปัญหา
432143214321 4 321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงช่ือ...................................................................ผู้ประเมนิ
................/......................../................
43
เกณฑ์การใหค้ ะแนนสมรรถนะทส่ี ำคญั ของผูเ้ รยี น
พฤติกรรม ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21
4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) (1 ปรับปรุง)
1.ความสามารถ นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมลู การ นำเสนอข้อมูลการ นำเสนอข้อมูลการ
ในการส่ือสาร การพูดมคี วาม พูดมีความ พูดมคี วาม พูดติดขัดมาก
คลอ่ งแคล่ว คล่องแคลว่ แต่ คล่องแคลว่ แต่
2.ความสามารถ ตดิ ขัดเลก็ น้อย ตดิ ขัดพอสมควร คะแนนใบงาน
ในการคดิ คะแนนใบงาน คะแนนใบงาน คะแนนใบงาน 0-1
3.ความสามารถ 7-10 5-6 2-4 ไมม่ ีการใชเ้ ทคโนโลยี
ในการใช้ ใช้เทคโนโลยใี น ใช้เทคโนโลยีในการ ใชเ้ ทคโนโลยใี นการ ในการนำเสนอและ
เทคโนโลยี การนำเสนอ นำเสนอและ นำเสนอและ คน้ ควา้ หาข้อมูลเลย
และค้นควา้ หา ค้นคว้าหาข้อมูล ค้นคว้าหาข้อมูล
ขอ้ มูลเปน็ เป็นบอ่ ยคร้งั เป็นบางครั้ง
ประจำ
สมำ่ เสมอ
เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ
เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพอยู่ในระดบั พอใช้ขน้ึ ไป = ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพอยู่ในระดับตำ่ กวา่ พอใช้ = ไมผ่ า่ นเกณฑ์
44
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2
ชวี ิตและครอบครัว
45
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 2 รายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สุขศึกษา
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เวลา....4....ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่ือง ชีวติ และครอบครัว
1.มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน พ 2.1 เขา้ ใจและเหน็ คณุ ค่าของตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษา และมที ักษะในการดำเนินชวี ติ
ตัวชี้วดั พ 2.1 ป2/1 ระบบุ ทบาท หนา้ ทขี่ องตนเองและสมาชิกในครอบครวั
พ 2.1 ป2/2 บอกความสำคัญของเพ่ือน
พ 2.1 ป2/3 ระบพุ ฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกับเพศ
พ 2.1 ป2/4 อธบิ ายความภาคภูมิใจ ในความเป็นเพศหญงิ เพศชาย
2.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.นักเรียนสามารถอธบิ ายบทบาท และหน้าทข่ี องตนเองและครอบครวั ได้ (K)
2.นกั เรยี นสามารถอธิบายความสำคัญของเพ่ือนได้(K)
3.นกั เรยี นสามารถอธบิ ายถงึ พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกับเพศได้ (K)
4.นกั เรยี นอธิบายความภาคภมู ใิ จในความเป็นเพศหญงิ เพศชายได้ (K)
5.นักเรยี นสามารถนำเสนอบทบาท หน้าท่ขี องตนเองและสมาชกิ ในครอบครวั ได้ (P)
6.นกั เรียนสามารถนำเสนอการสร้างความสัมพนั ธภาพทด่ี ีในครอบครัวและกลุ่มเพอ่ื นๆได้
3.สาระสำคญั
ศึกษาบทบาท และหน้าท่ีของตนเองและครอบครัว ความสำคัญของเพอ่ื น พฤติกรรมท่เี หมาะสมกบั เพศ
ความเป็นเพศหญงิ เพศชาย
4.สาระการเรียนรู้
เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต การแสดง
พฤติกรรมท่ี เหมาะสมกับเพศ และความภาคภมู ิใจในเพศของตนเอง ซง่ึ นกั เรยี น ควรเรียนรใู้ หเ้ กิดความเข้าใจ
ในเบื้องต้น และนำมาปฏบิ ตั ิจะทำใหเ้ กิดผลดีตอ่ สุขภาพและชวี ติ ต่อไป
5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน (เฉพาะทเ่ี กดิ ในหนว่ ยการเรียนรูน้ ้ี)
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
46
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
รักชาติ
สุจรติ
มีวินยั
ใฝเ่ รียนรู้
อยอู่ ย่างพอเพียง
มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
รักความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
7. ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน)
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทักษะการ เขียน (Writing)
ทักษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะดา้ น การสื่อสาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทันส่ือ (Communication information and
media literacy)
ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปล่ียนแปลง (Change)
ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
ภาวะผู้นำ (Leadership)