The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดระยอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookrayong, 2022-02-21 01:04:23

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดระยอง

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดระยอง

คำนำ

จากนโยบายและจุดเน้นได้กาหนดการดาเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ คือ “คนไทยได้รับโอกาส
การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดารงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัยสอดคล้องกับหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทักษะท่ีจาเป็นในโลกศตวรรษที่ 21” โดยประกอบด้วย ส่วนท่ี 1 นโยบาย
เร่งด่วงเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และส่วนที่ 2 ภารกิจต่อเน่ือง รวมไปถึง การ
ดาเนินงานของการขับเคล่ือน กศน.สู่ กศน. WOW ของสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยจังหวัดระยอง ด้านที่ 4 เสริมสร้างความร่วมมมือกับภาคีเครือข่าย : Good Partnerships
เร่ืองการจัดทาทาเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถ่ินสู่การจัดการเรียนรู้สู่ชุมชน และ
ประสานงานความร่วมมอื กบั ภาคเครือขา่ ย

สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดระยอง จึงได้จัดทา
ทาเนียบภูมิปัญญาท้องถ่ิน เพ่ือรวบรวมความรู้ภูมิปัญญาท้องถ่ินของจังหวัดระยอง ซ่ึงจะเป็นประโยชน์
ในการศึกษาค้นคว้าด้านองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถ่ินของจังหวัดระยอง สาหรับผู้บริหาร ครู บุคลากรทาง
ศึกษา นักเรยี น นักศึกษาการศึกษานอกระบบ และประชาชนทั่วไป

ในโอกาสน้ี สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดระยอง
ขอขอบคุณ ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าท่ี และผู้มีส่วน
ร่วมในการจดั ทาทาเนียบภมู ิปัญญาท้องถน่ิ จังหวัดระยองท่ีไดใ้ ห้ความร่วมมือในการดาเนินงานเป็นอย่างดี

สานกั งาน กศน.จังหวดั ระยอง

สำรบญั

ชื่อเรื่อง หนำ้
คานา
บทนา 1
ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ อาเภอเมอื งระยอง 8
ภมู ิปัญญาท้องถิน่ อาเภอแกลง 60
ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ อาเภอบ้านคา่ ย 108
ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ อาเภอบา้ นฉาง 132
ภูมปิ ัญญาท้องถิ่นอาเภอปลวกแดง 143
ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ อาเภอวังจันทร์ 165
ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ อาเภอเขาชะเมา 176
ภมู ิปัญญาท้องถิ่นอาเภอนิคมพัฒนา 198
บรรณานกุ รม
คณะผู้จัดทา

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

บทนำ

ควำมเป็นมำและควำมสำคัญ
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2542

มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และ
ถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญท่ีสุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา
ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และมาตรา 23 การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษา
นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสาคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และ
บูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา จากนโยบายและจุดเน้นสานักงาน กศน.
ได้กาหนดการดาเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ คือ “คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
อย่างมีคุณภาพ สามารถดารงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัยสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และทักษะที่จาเป็นในโลกศตวรรษท่ี 21” โดยประกอบด้วย ส่วนที่ 1 นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคล่ือน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และส่วนท่ี 2 ภารกิจต่อเน่ือง รวมไปถึงการดาเนินงานของการขับเคล่ือน
กศน.สู่ กศน. WOW ของสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดระยอง
ด้านที่ 4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย : Good Partnerships เรื่องการจัดทาทาเนียบ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถ่ินสู่การจัดการเรียนรู้สู่ชุมชน และประสานงานความร่วมมือ
กับภาคเี ครือข่าย ซึ่งเป็นภารกิจของสานักงาน กศน. ด้วยโครงสร้าง บุคลากร งบประมาณ และทรัพยากร
ที่มีย่อมไม่สามารถดาเนินการได้ด้วยตนเองทั้งหมด จึงมีความจาเป็นต้องแสวงหาภูมิปัญญาในท้องถ่ิน
มาเป็นวทิ ยากรในการจดั การเรียนรูแ้ ละแสวงหาภาคเี ครอื ข่าย ด้วยการทางานแบบบูรณาการเพื่อยกระดับ
การจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้ตอบโจทย์ ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนเพื่อให้สามารถสร้างงาน
สรา้ งอาชีพ พัฒนาทกั ษะชีวิต ได้อย่างมคี ุณภาพ และท่ัวถึง

สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดระยอง มีนโยบาย
ให้ ครู กศน.ตาบลทุกแห่งดาเนินการรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาท้องถ่ินของตนเอง เพ่ือจัดทาทาเนียบ
ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดระยอง เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน หรือภูมิปัญญาพ้ืนบ้าน ในพื้นที่
สามารถเป็นประโยชน์ในการจัดการศึกษา และยังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ตลอด
ชีวิต คือ การส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถ่ินที่มีอยู่กระจัดกระจายอยู่ทุกชุมชน ตาบล
หมูบ่ ้าน เป็นผู้มคี วามรู้ ความชานาญมอี งคค์ วามร้เู พียงพอที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับ
นักศกึ ษา และประชาชนได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

1

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

วัตถุประสงค์
1.เพอ่ื จดั ทาระบบสารสนเทศภมู ิปัญญาท้องถน่ิ ของจังหวัดระยอง
2.เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถ่ินในการดาเนินงานการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่นักศึกษา และ

ประชาชน
3.เพอื่ ส่งเสรมิ การใช้องค์ความรูภ้ มู ิปญั ญาท้องถ่นิ ในการจัดกระบวนการเรียนการสอน

ควำมหมำยของภูมปิ ัญญำ
ภูมิปญั ญา ตรงกับศพั ท์ภาษาอังกฤษวา่ Wisdom หมายถงึ ความรู้ ความสามารถ ทักษะความเชื่อ

และศักยภาพในการแก้ปัญหาของมนุษย์ที่สืบทอดกันมาจากอดีตถึงปัจจุบันอย่างไม่ขาดสายและเชื่อมโยง
กันท้ังระบบทุกสาขา

ภูมิปัญญาไทย (Thai wisdom) หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ทักษะและเทคนิคการตัดสินใจ
ผลิตผลงานของบุคคล อันเกิดจากการสะสมองค์ความรู้ทุกด้านท่ีผ่านกระบวนการสืบทอดพัฒนาปรับปรุง
และเลือกสรรมาแล้วเป็นอย่างดสี ามารถแกไ้ ขปญั หา และพัฒนาวิถชี วี ิตของคนไทยได้อย่างเหมาะสมกับยุค
สมัย

ภูมิปัญญาท้องถิ่น (local wisdom ) หรือภูมิปัญญาชาวบ้าน หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้าน
คิดข้ึนได้เองและนามาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นเทคนิควิธีเป็นองค์ความรู้ของชาวบ้าน ทั้งทางกว้างและ
ทางลึกท่ีชาวบ้านคิดเอง ทาเอง โดยอาศัยศักยภาพท่ีมีอยู่แก้ปัญหาการดาเนินชีวิตในท้องถ่ิน
ได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัยความเหมือนกันของภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ เป็นองค์ความรู้
และเทคนิคท่ีนามาใช้ในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ ซ่ึงได้สืบทอดและเชื่อมโยงมาอย่างต่อเน่ืองตั้งแต่
อดีตถึงปจั จบุ นั (ภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ จาก http://biodiversity.forest.go.th )

ความต่างกันของภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ ภูมิปัญญาไทย เป็นองค์ความรู้และ
ความสามารถโดยส่วนรวม เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ ส่วน ภูมิปัญญาท้องถ่ินเป็นองค์ความรู้และ
ความสามารถในระดบั ทอ้ งถิน่ ซ่ึงมีขอบเขตจากัดในแต่ละทอ้ งถ่ิน เชน่ ภาษาไทยเป็นภูมิปัญญาไทย ในขณะ
ที่ภาษาอสี านเป็นภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน เป็นต้น

ผทู้ รงภูมิปัญญาไทย หมายถงึ บคุ คลผู้เป็นเจ้าของภูมิปัญญา หรือเป็นผู้นาภูมิปัญญาต่าง ๆ มาใช้
ประโยชนจ์ นประสบความสาเร็จ มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องในฐานะเป็นผู้เช่ียวชาญ
สามารถเผยแพร่และถ่ายทอดเชื่อมโยงคุณค่าของภูมิปัญญาในแต่ละสาขาน้ันๆ ให้แพร่หลายไปอย่าง
กวา้ งขวาง

2

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ปราชญ์ชาวบ้าน หมายถึง บุคคลผู้เป็นเจ้าของภูมิปัญญาชาวบ้าน และนาภูมิปัญญามาใช้
ประโยชน์ในการดารงชวี ิตจนประสบผลสาเรจ็ สามารถถ่ายทอดเช่ือมโยงคุณค่าของอดีตกับปัจจุบันได้อย่าง
เหมาะสม

ความเหมือนกันระหวา่ งผทู้ รงภูมิปัญญาไทยกับปราชญ์ชาวบ้านคือ บทบาทและภารกิจในการนา
ภมู ปิ ัญญาไปใชแ้ ก้ปญั หา และการถ่ายทอดเพ่อื ใหเ้ กิดความเช่อื มโยงจากอดีตถงึ ปจั จุบัน สว่ นความแตกต่าง
กันนั้นขึ้นอยู่กับระดับภูมิปัญญาที่จะนาไปแก้ปัญหาและถ่ายทอดกล่าวคือ ผู้ทรงภูมิปัญญาไทยย่อม
มคี วามสามารถหรอื ภารกิจในการนาภูมปิ ญั ญาระดบั ชาตไิ ปแกป้ ญั หา หรือถ่ายทอด หรือผลิตผลงานใหม่ ๆ
ทม่ี คี ุณคา่ ตอ่ ประเทศชาตโิ ดยสว่ นรวม ส่วนปราชญ์ชาวบา้ นมีความสามารถหรือภารกิจในการนาภูมิปัญญา
ชาวบา้ น หรือภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นไปแกป้ ญั หาหรือถา่ ยทอดในท้องถนิ่

ลกั ษณะของภูมปิ ญั ญำไทย
ลักษณะของภมู ิปญั ญาไทย มดี งั น้ี
1. ภูมปิ ญั ญาไทยมีลกั ษณะเปน็ ทงั้ ความรู้ทักษะ ความเช่อื และพฤตกิ รรม
2. ภูมิปญั ญาไทยแสดงถงึ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งคนกับคน คนกบั ธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ มและ

คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
3. ภูมิปัญญาไทยเปน็ องคร์ วมหรอื กิจกรรมทกุ อยา่ งในวถิ ีชวี ติ ของคน
4. ภมู ิปญั ญาไทยเปน็ เร่อื งของการแก้ปัญหา การจดั การ การปรบั ตัว และการเรียนรู้

เพื่อความอยู่รอดของบุคคล ชุมชน และสังคม
5. ภูมปิ ัญญาไทยเปน็ พ้นื ฐานสาคัญในการมองชีวติ เปน็ พน้ื ฐานความรูใ้ นเรอื่ งต่าง ๆ
6. ภูมิปญั ญาไทยมลี กั ษณะเฉพาะ หรอื มเี อกลกั ษณ์ในตัวเอง
7. ภมู ปิ ญั ญาไทยมกี ารเปลย่ี นแปลงเพอ่ื การปรบั สมดลุ ในพัฒนาการทางสงั คม

คณุ สมบตั ิของผทู้ รงภูมปิ ัญญำไทย
1. เป็นคนดีมีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพต่าง ๆ มีผลงานด้านการพัฒนาท้องถิ่น

ของตน และได้รับการยอมรับจากบคุ คลทัว่ ไปอย่างกวา้ งขวาง ทั้งยังเป็นผู้ท่ีใช้หลักธรรมคาสอนทางศาสนา
ของตนเปน็ เครอ่ื งยดึ เหนยี่ วในการดารงชีวติ โดยตลอด

2. เป็นผู้คงแก่เรียนและหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ผู้ทรงภูมิปัญญาจะเป็นผู้ท่ีหมั่นศึกษา
แสวงหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ไม่หยุดน่ิงเรียนรู้ทั้งในระบบและนอกระบบ เป็นผู้ลงมือทาโดยทดลอง
ทาตามท่ีเรียนมา อีกทั้งลองผิดลองถูก หรือสอบถามจากผู้รู้อ่ืน ๆ จนประสบความสาเร็จเป็นผู้เชี่ยวชาญ

3

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ซึ่งโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละด้านอย่างชัดเจน เป็นท่ียอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ใหม่ ๆ
ท่ีเหมาะสมนามาปรับปรุงรบั ใชช้ ุมชนและสงั คมอยู่เสมอ

3. เป็นผู้นาของท้องถ่ิน ผู้ทรงภูมิปัญญาส่วนใหญ่จะเป็นผู้ท่ีสังคมในแต่ละท้องถ่ินยอมรับให้เป็น
ผนู้ า ท้ังผู้นาทไ่ี ด้รบั การแตง่ ต้ังจากทางราชการ และผนู้ าตามธรรมชาติ ซง่ึ สามารถเป็นผู้นาของท้องถ่ินและ
ช่วยเหลือผอู้ ่นื ไดเ้ ป็นอย่างดี

4. เป็นผู้ท่ีสนใจปัญหาของท้องถ่ิน ผู้ทรงภูมิปัญญาล้วนเป็นผู้ท่ีสนใจปัญหาของท้องถ่ินเอาใจใส่
ศึกษาปัญหา หาทางแก้ไข และช่วยเหลือสมาชิกในชุมชนของตนและชุมชนใกล้เคียงอย่างไม่ย่อท้อ
จนประสบความสาเร็จเปน็ ทยี่ อมรบั ของสมาชกิ และบคุ คลทัว่ ไป

5. เป็นผู้ขยันหมั่นเพียร ผู้ทรงภูมิปัญญาเป็นผู้ขยันหม่ันเพียร ลงมือทางานและผลิตผลงาน
อยู่เสมอ ปรบั ปรงุ และพฒั นาผลงานใหม้ คี ุณภาพมากขึ้น อกี ท้งั ม่งุ ทางานของตนอย่างตอ่ เนือ่ ง

6. เป็นนักปกครองและประสานประโยชน์ของท้องถิ่น ผู้ทรงภูมิปัญญานอกจากเป็นผู้ท่ีประพฤติ
ตนเป็นคนดี จนเป็นที่ยอมรับนับถือจากบุคคลท่ัวไปแล้ว ผลงานท่ีท่านทายังถือว่ามีคุณค่า จึงเป็นผู้ที่มี
ทั้ง "ครองตน ครองคนและครองงาน" เป็นผู้ประสานประโยชน์ให้บุคคลเกิดความรัก ความเข้าใจ
ความเหน็ ใจและมีความสามคั คีกัน ซ่งึ จะทาให้ท้องถ่นิ หรอื สงั คมมคี วามเจรญิ มีคุณภาพชวี ิตสูงข้ึนกวา่ เดมิ

7. มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้เป็นเลิศ เม่ือผู้ทรงภูมิปัญญามีความรู้ ความสามารถ
และประสบการณ์เป็นเลิศ มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและบุคคลท่ัวไป ท้ังชาวบ้านนักวิชาการ
นักเรยี น นิสิต/นักศกึ ษา โดยอาจเขา้ ไปศกึ ษาหาความรู้ หรือเชญิ ทา่ นเหลา่ น้นั ไปเป็นผถู้ า่ ยทอดความร้ไู ด้

8. เป็นผู้มีคู่ครองหรือบริวารดี ผู้ทรงภูมิปัญญา ถ้าเป็นคฤหัสถ์จะพบว่า ล้วนมีคู่ครองที่ดี
ที่คอยสนับสนนุ ช่วยเหลอื ใหก้ าลงั ใจ ใหค้ วามร่วมมือในงานท่ีทา่ นทา ชว่ ยให้ผลิตผลงานท่ีมีคุณค่า ถ้าเป็น
นกั บวช ไม่ว่าจะเปน็ ศาสนาใดต้องมบี รวิ ารท่ีดี จงึ จะสามารถผลิตผลงานทีม่ ีคุณคา่ ทางศาสนาได้

9. เปน็ ผ้มู ีปัญญารอบรแู้ ละเช่ยี วชาญจนไดร้ บั การยกยอ่ งว่าเป็นปราชญ์ ผู้ทรงภูมิปัญญา ต้องเป็น
ผมู้ ีปัญญารอบรแู้ ละเชยี่ วชาญรวมท้ังสร้างสรรคผ์ ลงานพิเศษใหมๆ่ ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ
อยา่ งตอ่ เน่อื งอยู่เสมอ

กำรเกิดภูมปิ ัญญำ
ภูมิปัญญาไทยมีกระบวนการเกิดท่ีเกิดจากการสืบทอด ถ่ายทอด องค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมในชุมชน

ท้องถ่ินต่าง ๆ แล้วพัฒนา เลือกสรรและปรับปรุงองค์ความรู้เหล่าน้ัน จนเกิดทักษะและความชานาญ
ทส่ี ามารถแก้ไขปญั หา และพัฒนาชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัย แล้วเกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เหมาะสม
และสบื ทอดพฒั นาต่อไปอยา่ งไม่ส้นิ สดุ เช่น ภาษาไทย แพทย์แผนไทย เป็นตน้

4

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ลักษณะควำมสัมพนั ธข์ องภูมิปญั ญำท้องถ่นิ
ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ สามารถสะท้อนออกมาใน 3 ลักษณะทีส่ ัมพนั ธใ์ กลช้ ิดกัน คอื
1. ความสัมพันธ์อยา่ งใกล้ชดิ กนั ระหวา่ งคนกบั โลก สง่ิ แวดลอ้ ม สัตว์ พืช และธรรมชาติ
2. ความสัมพันธข์ องคนกับคนอนื่ ๆ ท่ีอยรู่ ่วมกนั ในสังคม หรอื ในชมุ ชน
3. ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับส่ิงศักดิ์สิทธ์ิส่ิงเหนือธรรมชาติ ตลอดท้ังส่ิงที่ไม่สามารถสัมผัสได้
ทง้ั 3 ลักษณะน้ี คือ สามมิติของเร่ืองเดียวกัน หมายถึง ชีวิตชุมชนสะท้อนออกมาถึงภูมิปัญญาใน

การดาเนินชีวิตอย่างมีเอกภาพเหมือนสามมุมของรูปสามเหลี่ยม ภูมิปัญญาจึงเป็นรากฐานในการดาเนิน
ชีวิตของคนไทย ซึง่ สามารถแสดงให้เห็นไดอ้ ย่างชัดเจนโดยแผนภาพดังนี้

จากแผนภาพข้างต้น จะเห็นได้ว่า ลักษณะภูมิปัญญาที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างคน
กับธรรมชาตสิ ิง่ แวดล้อม จะแสดงออกมาในลักษณะภูมิปัญญาในการดาเนินวิถีชีวิตขั้นพ้ืนฐานด้านปัจจัยสี่
ประกอบด้วย อาหาร เคร่อื งนงุ่ ห่ม ท่อี ยอู่ าศยั และยารกั ษาโรค ตลอดทัง้ การประกอบอาชพี ต่าง ๆ เปน็ ตน้

ภูมิปัญญาที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนอ่ืนในสังคม จะแสดงออกมาในลักษณะจารีต
ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและนนั ทนาการ ภาษาและวรรณกรรม ตลอดจนการส่อื สารตา่ ง ๆ เปน็ ต้น

ภูมิปัญญาที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับส่ิงศักดิ์สิทธิ์ ส่ิงเหนือธรรมชาติจะแสดงออกมา
ในลกั ษณะของสิ่งศักดสิ์ ทิ ธิ์ ศาสนา ความเชอื่ ต่าง ๆ เป็นตน้
(ภูมิปัญญาไทย จาก http://119.46.166.126/self_all/selfaccess8/m2/198/lesson3/1/p2.php)

5

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ควำมสำคญั ของภูมิปัญญำท้องถ่นิ
1.ชว่ ยสรา้ งความเป็นปึกแผน่ ให้ชุมชน
2.สร้างศักด์ิศรีและความภาคภมู ิใจใหค้ นในชุมชน
3.ช่วยประยุกตค์ าสอนทางศาสนาให้นามาใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสม
4.สร้างความสมดุลระหว่างคนกบั สังคม และธรรมชาตไิ ด้อย่างมัน่ คง

กำรจัดแบ่งประเภทภมู ปิ ัญญำทอ้ งถิน่
การจาแนกประเภทของภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ สามารถแบง่ ออกเป็น สาขาได้ 10 ประเภท ดงั นี้
1. สาขาเกษตรกรรม หมายถึง ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะ และเทคนิค

ด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพ้ืนฐานคุณค่าดั้งเดิมสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณ์
ต่าง ๆ ได้ เช่น การทาการเกษตรแบบผสมผสาน การแก้ปัญหาการเกษตร การแก้ปัญหาด้านการผลิต
ด้านการตลาด เชน่ การแกไ้ ขโรคและแมลง การรจู้ ักปรบั ใชเ้ ทคโนโลยที ่เี หมาะสมกับการเกษตร เปน็ ตน้

2. สาขาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม (ด้านการผลิตและการบริโภค) หมายถึง การรู้จักประยุกต์
ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการแปรรูปผลผลิตเพื่อชะลอการนาเข้าตลาดเพ่ือแก้ปัญหาด้านการบริโภค
อย่างปลอดภัย ประหยัดและเป็นธรรม เป็นขบวนการใช้ชุมชนท้องถ่ินสามารถพ่ึงตนเองทางเศรษฐกิจได้
ตลอดทั้งการผลิตและการจาหน่ายผลผลิตทางหัตถกรรม เช่น การรวมกลุ่มของกลุ่มโรงงานยางพารา
กลมุ่ โรงสีกลุ่มหตั ถกรรม เป็นตน้

3. สาขาการแพทยแ์ ผนไทย หมายถงึ ความสามารถในการจัดการป้องกนั และรักษาสุขภาพของ
คนในชมุ ชน โดยเนน้ ใหช้ มุ ชนสามารถพ่ึงตนเองทางสุขภาพและอนามัยได้

4. สาขาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม หมายถึงความสามารถเก่ียวกับการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ท้ังการอนุรักษ์ พัฒนาและใช้ประโยชน์จากคุณค่าข อง
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมอย่างสมดุลและย่งั ยืน เชน่ การทาแนวปะการัง การอนุรักษ์ป่าชายเลน
การจัดการปา่ ตน้ น้า และปา่ ชมุ ชน เป็นตน้

5. สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน หมายถึง ความสามารถในการบริหารจัดการ ด้านการสะสม
และบริหารกองทุนและธุรกิจชุมชน ทั้งที่เป็นเงินตราและโภคทรัพย์เพื่อเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ท่ีดี
ของสมาชิกในชุมชน เช่น การจัดเรื่องกองทุนของชุมชนในรูปแบบของสหกรณ์ออมทรัพย์ และธนาคาร
หมู่บา้ น

6

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

6. สาขาสวัสดิการ หมายถงึ ความสามารถในการจดั การสวสั ดกิ ารในการประกนั คุณภาพชวี ิต
ของคนให้เกิดความม่นั คงทางเศรษฐกิจสงั คมและวฒั นธรรม เชน่ การจดั ตั้งกองทนุ สวสั ดิการพยาบาล
ของชมุ ชน การจดั ระบบสวัสดกิ ารบริการในชมุ ชนจัดระบบส่ิงแวดล้อมในชุมชน เป็นต้น

7. สาขาศลิ ปกรรม หมายถงึ ความสามารถในการผลติ ผลงานทางศิลปะสาขาตา่ ง ๆ เชน่
จติ รกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม ทัศนศิลป์ คตี ศลี ป์ เปน็ ต้น

8. สาขาการจดั การองค์กร หมายถงึ ความสามารถในการบริหารการจัดการดาเนินงานขององค์กร
ชุมชนต่าง ๆ ให้สามารถพัฒนา และบริหารองค์กรของตนเองได้ตามบริบทและหน้าที่ขององค์กร
เช่น การจัดการองคก์ รของกลมุ่ แม่บา้ น กลมุ่ ออมทรพั ย์ กล่มุ ประมงพืน้ บ้าน เป็นตน้

9. สาขาภาษาและวรรณกรรม หมายถึง ความสามารถสร้างผลงานทางด้านภาษาทั้งภาษาโบราณ
ภาษาไทย และการใช้ภาษา ตลอดท้ังด้านวรรณกรรมทุกประเภท เช่น การทาสารานุกรมภาษาถ่ิน
การปริวรรตหนังสอื โบราณ การฟ้ืนฟูการเรียนการสอนของท้องถ่นิ ตา่ ง ๆ เปน็ ตน้

10.สาขาศาสนาและประเพณี หมายถึง ความสามารถประยุกต์และปรับใช้หลักธรรมคาสอนทาง
ศาสนา ความเชื่อ และประเพณีดั้งเดิมท่ีมีค่าให้เหมาะสมต่อการประพฤติปฏิบัติให้บังเกิดผลดีต่อบุคคล
และสิง่ แวดล้อม เชน่ การถ่ายทอดหลักธรรมศาสนา การบวชป่า การประยุกตป์ ระเพณีบญุ ประทายข้าว
(นนั ทสาร สีสลบั .2541,หน้า19-20)

7

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจัดเก็บขอ้ มูลภูมปิ ัญญำ
ตำบลแกลง อำเภอเมอื งระยอง จังหวัดระยอง

1. ภมู ปิ ัญญำ ดา้ นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดล้อม (ฝายชะลอน้า)

ช่ือภูมปิ ญั ญำ นางวันดี อินทรพรม

2. ข้อมูลพืน้ ฐำนภมู ปิ ัญญำ -

กลมุ่ ทำงภูมิปญั ญำ
ผู้ประสานงาน ชือ่ นางวันดี อินทรพรม วันเดอื นปเี กิด 13 พฤศจิกายน 2512

ทอี่ ยู่ปัจจุบนั 103 หมู่ที่ 7 ตาบลแกลง อาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
พกิ ดั บา้ น 12.6822756,101.5614009. เบอร์โทรศัพท์ 087-1494553 Line - Facebook

3. จุดเดน่ ของภูมปิ ญั ญำ

ฝายชะลอน้าจัดทาขึ้นเพ่ือชะลอการไหลของน้า ทาให้น้ามีโอกาสซึมลงไปยังพ้ืน เหมือนดินเป็น
ฟองน้าคอยซับน้า “ฝายเขายายดา” วัสดุในการทาฝายจึงใช้หินเป็นหลัก และมีการเข้าไปทาฝาย รวมถึง
ซ่อมบารุงปีละไม่ต่ากว่า 10 ครั้ง ทาให้วันนี้ป่าเขายายดากลับมาคงคืนความอุดมสมบูรณ์ ให้ชุมชน
บ้านมาบจันทร์ประกอบสัมมาอาชีพด้วยวิถีพอเพียงและการพัฒนาอย่างย่ังยืน โดยมีเอสซีจี เคมิคอลส์
เป็นเพ่อื นและพเ่ี ล้ยี งอย่างใกล้ชิด

4. ท่มี ำของภูมปิ ญั ญำ
ย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน ณ บริเวณรอบ “เขายายดา” จังหวัดระยอง ยังเป็นพื้นที่แห้งแล้ง

ยามแล้งไฟป่ามาเยือน เมื่อถึงคราวหน้าฝน แม้ฝนจะตกแต่ผืนดินก็ไม่สามารถกักเก็บน้าไว้ได้ ท้ังยัง
เกิดดินถล่มจนเซาะหน้าดินแทบไม่เหลือ จากความทุกข์ยากท้ังของตนเองและลูกบ้าน ทาให้ผู้ใหญ่วันดี
อินทรพรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง คิดหาทางให้ป่ากลับมาสมบูรณ์อีกคร้ัง
“หมู่บ้านเรามันแห้งแล้ง ถึงปีไฟก็ไหม้ เราเลยทาโครงการปลูกป่า เราได้ แต่ปลูก แต่ไม่รู้ว่าจะทาให้
ป่าสมบูรณ์ยังไง อยากทาฝายก็ทาไม่เป็น ทาฝายปูนมันก็ไม่ประสบความสาเร็จ เลยกลับมาคิดใหม่
พ่อหลวงบอกว่า ฝายชะลอนา้ ไมจ่ าเปน็ ต้องเปน็ ฝายถาวร มนั เป็นฝายทีพ่ งั ทลายแลว้ เราก็ทาข้ึนมาใหม่ได้”

8

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

จากพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพลังให้ผู้ใหญ่วันดีสู้
ต่อ พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ากับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ ซ่ึงมีประสบการณ์
สร้างฝายชะลอน้าและโครงการรักษ์น้าเพ่ืออนาคตจังหวัดลาปางมาแล้ว เราเร่ิมเข้ามาร่วมสร้างฝายกับ
ชุมชนรอบเขายายดา ต้ังแต่ปี 2550 ตอนแรกมี 1-2 ชุมชน ต่อมาขยายเครือข่ายการสร้างฝายได้รอบ
เขายายดา 10 หมู่ ซ่ึงหมู่ 7 บ้านมาบจันทร์ก็เป็นหน่ึงในน้ัน ทากันมาเรื่อย ๆ ชาวบ้านก็เริ่มเห็นผลว่า
สร้างฝายแล้วฝนตกลงบนภูเขา จากเดิมที่ไม่มีฝายชะลอน้า ช่วงน้าหลาก น้าก็ไหลหมดไม่สามารถกักเก็บ
น้าได้ พอหน้าแล้ง ตน้ ไมก้ ็เปล่ียนสี เหมือนป่าผลดั ใบ ใบไม้แห้ง ป่าเหลือง เกิดไฟป่า แต่พอชุมชนเริ่มสร้าง
ฝายกับเราต้ังแต่ปี 2551 ถึง 2553 ชุมชนเร่ิมเห็นความเปล่ียนแปลงบนเขายายดา เพราะฝายท่ีเราสร้าง
ตอ้ งหม่นั ดแู ลและซอ่ มแซม จึงทาใหท้ ุกครง้ั ท่ีชมุ ชนเข้ามาตรวจสอบสภาพฝายจะสังเกตความเปล่ียนแปลง
ของป่าที่กลับมาเขยี วชอุ่ม และไมม่ ีไฟปา่ เกดิ ข้นึ ในฤดแู ลง้ ”

สาหรับฝายชะลอน้าบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ ยึดหลักพระราชดารัสของในหลวง รัชกาลท่ี 9 เรื่อง
การทา “ฝายแม้ว” ท่หี ้วยฮ่องไคร้ โดยใช้วัสดตุ ามธรรมชาติไปขวางก้ันร่องน้าเล็ก ๆ บนเขา เพื่อชะลอการ
ไหลของนา้ ใหน้ ้ามีโอกาสซึมลงไปยังพื้น เหมือนดินเป็นฟองน้าคอยซับน้าเขายายดา วัสดุในการทาฝายจึง
ใช้หินเป็นหลัก และมีการเข้าไปทาฝาย รวมถึงซ่อมบารุงปีละไม่ต่ากว่า 10 คร้ัง ทาให้วันน้ีป่าเขายายดา
กลับมาคงคืนความอุดมสมบูรณ์ เป็นความหวังให้ชุมชนบ้านมาบจันทร์ประกอบสัมมาอาชีพด้วยวิถี
พอเพยี งและการพัฒนาอยา่ งยงั่ ยนื โดยมเี อสซีจี เคมคิ อลสเ์ ป็นเพ่อื นและพ่เี ลี้ยงอยา่ งใกล้ชิด

5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ เข้ามาสนับสนุนเราไม่ใช่แค่เรื่องทาฝาย บริเวณต่าง ๆ ท่ีเสื่อมโทรม ก็

ช่วยบารุงหาพันธุ์ไม้ พร้อมบุคลากรในบริษัทมาช่วย เพื่อให้เกิดประโยชน์กับหมู่บ้าน ชุมชน และได้เข้า
ประกวดหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ระดับจังหวัด และบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้เข้ามา
ช่วยการประชาสมั พนั ธ์ต่าง ๆ เชน่ ทาป้ายบอกท่ีตั้งของสถานท่ี แหล่งท่องเที่ยว บอกที่ตั้งของจุดคุ้มต่าง ๆ
เป็นต้น รวมถึงยังมีส่วนช่วยในการหาตลาดให้ชาวบ้านมีช่องทางการจัดจาหน่าย โดยบ้านมาบจันทร์มี
บา้ นเรือนประมาณ 240 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 400 คน ในหมู่บ้านจะจัดตั้งกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์
หรือสร้างผลผลิตทางการเกษตรขึ้น การแบ่งกลุ่มจะแบ่งตาม “ซอย” ภายในหมู่บ้าน เรียกว่า “คุ้ม” มี
ด้วยกัน 6 คุ้ม ได้แก่

คุ้มที่ 1 เห็ดฟางสร้างอาชพี (กลมุ่ เพาะเหด็ ฟาง)
คุ้มท่ี 2 ผกู ผา้ ป่าสักรักสวย (กลมุ่ พบั จับจีบผา้ ประดับตกแต่งสถานที่)
คุ้มที่ 3 นา้ พริกสร้างสรรค์ มาบจนั ทร์หม่ทู ่ี 7 (กลุ่มทานา้ พรกิ พรกิ แกงสาเร็จรปู )

9

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

คมุ้ ที่ 4 ประดใู่ นสามัคคี ปุ๋ยหมักเกษตรอินทรีย์ (กล่มุ ทาปยุ๋ อนิ ทรีย)์
คุ้มที่ 5 ป่าชุมชนกะทอ้ นลาย (กลุ่มปลกู ปา่ ชุมชน)
ค้มุ ที่ 6 กะปิสามหลัง (กลมุ่ ทากะปิ)
ผลติ ภณั ฑจ์ ากในแตล่ ะคุ้ม ยังสามารถจาหน่ายให้นักทอ่ งเที่ยวท่ีวัดมาบจันทร์ กลุ่มอาสาสมัครร่วม
ทาฝาย พนักงานบริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จนถึงกลุ่มผู้มาศึกษาดูงาน ซ่ึงในปัจจุบันบ้านมาบจันทร์เปิดเป็น
แหล่งเรียนรูเ้ ชิงนิเวศ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภมู ิใจของชุมชน
6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ มู ิปัญญำทอ้ งถิน่
เผยแพร่ภมู ิปัญญาทอ้ งถนิ่ ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์และเปิดให้ผทู้ ่ีสนใจเข้าศึกษาดูงาน

ชุมชนทอ่ งเท่ยี ว OTOP นวตั วิถี บท้า่อนงมเทาบยี่ จวันชมุทชร์นมาบจนั ทร์
https://www.youtuhbttep.cs:o//mww/wwa.ytocuht?uvb=e_.c7o-mFe/wvKavtcAhb?vs=NvmmbOrXgjw

ชาวบา้ นมาบจันทรแ์ ละพนกั งานบรษิ ทั เอสซจี ี เคมิคอลส์ ร่วมกนั จัดสร้าง บารุงฝายชะลอนา้

10

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

7. กำรพฒั นำต่อยอดภมู ปิ ัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณคำ่ มูลค่ำ( และควำมภำคภูมใิ จ(
7.1 สง่ เสรมิ สนับสนุนใหส้ มาชกิ องค์กรชมุ ชน อนุรกั ษ์ ฟ้ืนฟูจารีตประเพณี ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน

ศิลปะ วัฒนธรรมอันดีของชุมชน และของชาติ
7.2 ร่วมกบั ทุกภาคส่วน จดั การ ดูแลรกั ษา และการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติ ทเี่ ปน็

ประโยชน์ต่อชุมชน ประเทศชาติอย่างยง่ั ยืน
7.3 สง่ เสริมสนับสนุนให้องค์กรชุมชนในตาบลเกิดความเขม้ แขง็ รวมท้งั ประชาชนทั่วไปในตาบล

สามารถพ่ึงพาตนเองได้อย่างย่ังยืน
7.4 จดั ใหม้ ีเวทปี รึกษาหารอื กันของประชาชน ท้องถิ่น ภาคีภาคสว่ นต่างๆ เพื่อส่งเสริมการมสี ่วน

ร่วมของประชาชน ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน
8. แหล่งอำ้ งอิง : ผจู้ ดั เก็บขอ้ มลู

ช่ือ นางสาวธวลั รตั น์ นามสกลุ ศกั ด์ติ มิ งคล วนั ท่เี กบ็ ข้อมูล 15 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.ตาบลแกลง จังหวัด ระยอง โทร 063-4539249
LINE ID noknaja5 E-mail [email protected]

11

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เกบ็ ขอ้ มูลภูมปิ ัญญำ
ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง จงั หวดั ระยอง

1. ภูมิปญั ญำ ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย (นวดแผนไทย)
ช่ือภูมปิ ัญญำ นายวริ ชั ไหวพรบิ

2. ขอ้ มลู พ้ืนฐำนภูมปิ ัญญำ
กรณรี ายบุคคล
ช่อื นายวริ ชั นามสกลุ ไหวพริบ

วันเดอื นปเี กิด 4 มถิ นุ ายน 2493 ท่ีอยู่ปจั จุบัน เลขท่ี12/1 หมู่ 4 ตาบลเชิงเนนิ อาเภอเมืองระยอง
จงั หวดั ระยอง รหัสไปรษณยี ์ 21000 เบอรโ์ ทร 099121258 Facebook กล่มุ อนุรักษ์นวดแผนไทย
วัดบ้านดอน

3. จดุ เด่นของภูมิปญั ญำ
ชมุ ชนบา้ นดอนมพี ืชสมุนไพรเปน็ จานวนมาก จงึ ไดม้ กี ารนาสมุนไพรมาใช้ในการนวดแพทยไ์ ทย

ใหก้ บั ผู้ใชบ้ ริการ และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชมุ ชน

4. ทีม่ ำภมู ปิ ญั ญำ
ด้วยกลุ่มอนุรักษ์นวดแผนไทยวัดบ้านดอนได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านและโรงพยาบาล

วังจันทร์ และได้จัดต้ังข้ึนเม่ือวันท่ี 11 กรกฎาคม พ.ศ.2540 ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อการรักษา
โรคพ้ืนฐาน หมอโบราณได้ท่ีสืบทอดกันมาและศึกษาหาความรู้ความชานาญจากแหล่งวิชาเพ่ิมเติม
โดยได้รับการสนับสนุนเร่ืองอาคารสถานที่ เหลือจากทางสร้างโรงนวด) จัดตั้งคณะกรรมการเข้าช่วย)
เป็นประธานมีกิจการ วดั บา้ นดอน โดยการนาของ พระครปู ลัดวริ ตั น์อคศธมโม และมี นายเยี่ยม ท่าฉลาด
ครั้งแรกมีผู้ปฏิบัติงานท้ังนวด อบ ประคบ รวม 17 คน มีเตียง 5 เตียง ต่อมานายเยี่ยม ท่าฉลาด ซึ่งเป็น
ประธาน ได้ถึงแก่กรรม ท่ีประชมุ กรรมการเห็นชอบต้งั ให้ นายจุย๊ แจม่ แจง้ เปน็ ประธานจนถงึ ปัจจุบนั

ในปัจจุบนั มีเตียง 25 เตยี ง หมอ 25 คน บคุ ลากรรวมทัง้ สิน้ 41 คน ได้รบั การสนับสนนุ จาก
หนว่ ยงานทางราชการโดยเฉพาะองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดและองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล ดว้ ยดีเสมอมา
และยกย่องให้เป็นหนึ่งผลติ ภัณฑ์ในตาบลเชงิ เนนิ ท่ีนบั ว่าดเี ด่น ซ่งึ มกี ารนวดหลายอยา่ งการประคบ อบ
สมนุ ไพรเป็นท่ีสนใจ จงึ ใชช้ ่อื “กลุม่ อนรุ กั ษ์การนวดไทยวัดบ้านดอน”

12

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5. รำยละเอียดภมู ิปญั ญำ
5.1 วธิ ีการดาเนินงาน
5.1.1 สอบถามเกี่ยวกับประวัตขิ องผ้ปู ่วย
5.1.2 วินจิ ฉยั อาการ หาสาเหตขุ องของโรคตา่ ง ๆ
5.1.3 นาลกู ประคบสมนุ ไพรมานวด รักษาตามอาการต่าง ๆ โดยบรกิ ารนวดทง้ั ตวั

มีท่าตา่ ง ๆ เกอื บ 100 ท่า หรือจะนวดเฉพาะแหง่ นวดฝา่ เทา้ นวดหนา้ นวดศรีษะ คลายเครียด
5.1.4 ใหค้ าแนะนาและปรึกษาเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ิตนของผู้ปว่ ย ได้ถูกต้อง

5.2 ประโยชนข์ องการนวด
5.2.1 คลายอาการปวดเม่ือยกล้ามเน้ือ
5.2.2 กระตุ้นการไหลเวียนของโลหติ ให้ดยี ง่ิ ข้ึน
5.2.3 นวดคลายเครียดจากอาการเกร็งของกล้ามเน้ือ
5.2.4 บรรเทาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน อมั พฤกษ์ อัมพาต

5.3 ประโยชน์ของการประคบ
การประคบสมนุ ไพรใช้ร่วมกับการนวดไทย ให้ผลรักษา ท้ังจากตัวยาสมุนไพรและความร้อน

จงึ ชว่ ยบรรเทาการปวดเมอ่ื ย ทาใหเ้ สน้ เอ็นหยอ่ น แก้เคล็ดยอก ฟกช้าได้ดคี ือ
5.3.1 บรรเทาอาการปวดเม่ือย
5.3.2 ลดอาการปวดบวม ข้ออกั เสบ
5.3.3 ลดอาการเคลด็ ขดั ยอกของกล้ามเนื้อ เอน็ และข้อต่อ
5.3.4 ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีข้นึ
5.3.5 ชว่ ยใหเ้ น้อื เย่อื พังผืดคลายตัว

5.4 ประโยชน์ของการอบสมุนไพร โดยจะมีห้องอบบริการ มีหมอคอย ช่วยเหลือแนะนา
และดแู ลประจา ผทู้ ่ีสนใจจะศกึ ษาอบรม ฝกึ ปฏิบัติตามหลักสตู รการนวดไทย

5.4.1 กระต้นุ การไหลเวยี นของโลหิตดขี ้ึน
5.4.2 ชว่ ยลดความดนั โลหิตสูง แก้ผด ผื่น กลากเกล้ือน
5.4.3 ช่วยใหส้ ตรหี ลงั คลอดมดลูกเขา้ อเู่ ร็วขน้ึ
5.4.4 ทาให้ร่างกายหายจากการปวดเม่ือย
5.4.5 แกโ้ รคเหนบ็ ชา อัมพฤกษ์ อัมพาต
5.4.6 ชว่ ยให้ปอดหาย จากการหอบหืด

13

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

6. รูปแบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ มู ิปัญญำท้องถิน่
ไดร้ ับคดั เลือกเขา้ รับพระราชทานเขม็ เกียรติคุณ วนั อนุรกั ษ์มรดกไทย จากสมเด็จพระกนษิ ฐา

ธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา เจา้ ฟา้ มหาจกั รีสิรินธร มหาวชริ าลงกรณวรราชภกั ดี สริ ิกจิ
การณิ ี พรี ยพัฒน รฐั สีมาคุณากรปยิ ชาติ สยามบรมราชกุมารี

7. กำรพฒั นำต่อยอดภูมิปญั ญำให้เป็นนวตั กรรม คุณค่ำ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภมู ิใจ
ได้มีการวางแผนและพัฒนาการสร้างอาชีพสานต่อภูมิปัญญาท้องถ่ินและสอดคล้องกับนโยบาย

การศึกษาแห่งชาติ และเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นและสร้างชื่อเสียงเป็นอันมากของจังหวัด
ระยอง เป็นท่ีน่าเชื่อถือกับหลักสูตรการเรียนการสอน กศน. หลักสูตรต่อเน่ืองต่อยอด หลักสูตรการนวด
และการนวดศรษี ะคลายเครยี ด จานวน 60 ชั่วโมง
8. แหล่งอำ้ งอิง : ผจู้ ดั เกบ็ ข้อมลู

ชื่อ นางสาวนพรตั น์ นามสกุล สมานมิตร วันที่เก็บข้อมูล 20 มีนาคม 2563
สถานศึกษา กศนตาบลเชงิ เนิน สงั กัด กศน.อาเภอเมืองระยอง.จังหวัดระยอง
โทร 088 - 8399404 LINE ID 0888399404 E-mail [email protected]

14

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

แบบจดั เก็บข้อมูลภูมปิ ัญญำ
ตำบลนำตำขวัญ อำเภอเมอื งระยอง จังหวัดระยอง

1. ภูมิปญั ญำ ดา้ นการเกษตรกรรม (ผลติ ภณั ฑจ์ ากหญา้ หวาน)
ช่อื ภูมิปญั ญำ นายนมิ ติ แจ้งชัด

2. ข้อมูลพน้ื ฐำนภูมปิ ัญญำ -
กรณีรายบุคคล
ชอ่ื นายนมิ ิต นามสกลุ แจง้ ชัด

วันเดอื นปเี กิด 31 มกราคม 2516 ที่อยู่ปัจจบุ ัน เลขที่ 74/9 ตาบลนาตาขวญั อาเภอเมืองระยอง
จงั หวดั ระยอง รหสั ไปรษณยี ์ 21000 เบอรโ์ ทรศพั ท์ 094-4844175 Line - Facebook

3. จุดเดน่ ของภูมิปัญญำ

หญ้าหวานใช้แทนน้าตาลในการปรุงอาหาร ขนมต่าง ๆ ได้ หญ้าหวานมีสรรพคุณทางยาท่ีสาคัญ
หลายประการ โดยเฉพาะช่วยลดน้าตาลในเลือด ซึ่งเหมาะสาหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการควบคุม
ระดับน้าตาลในเลือด ช่วยบารุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือดและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
ความดันโลหิตสูงและโรคอ้วนได้ แถมยังช่วยสมานแผลท้ังภายนอกและภายใน ทาให้แผลหายไวข้ึนได้
รวมทง้ั ทาใหเ้ ลอื ดไปเลี้ยงสมองมากข้นึ

4. ที่มำของภูมิปัญญำ

จากการท่ี กศน.ตาบลนาตาขวัญ ดาเนินการจัดด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้นา
หญ้าหวานมาทดลองปลูก เกิดจากการลองผิด ลองถูก จนประสบความสาเร็จได้ผลิตภัณฑ์ชาหญ้าหวาน
ซง่ึ ความหวานของหญา้ หวาน สามารถใชแ้ ทนน้าตาลในการปรุงอาหาร หลังจากจบหลักสูตรแล้ว มีผู้เข้ารับ
การอบรมไดร้ วมกลุ่มเพ่อื จดั ทาผลิตภัณฑต์ า่ ง ๆ

ผู้เรียนได้รวมกลุ่มกันเพื่อให้มีการพัฒนาตนเอง คิดค้นเกี่ยวกับการทาการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อ
การจาหน่าย เป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง
จนได้รับการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน สร้างชื่อเสียงให้แก่กลุ่มและชุมชน มีผู้สนใจติดต่อขอซื้อต้นหญ้า
หวาน และเมลด็ ตากแดด เพื่อนาไปปลูก

15

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
นายนมิ ติ แจ้งชัด ไดเ้ ปิดเผยวา่ แม้ตนเองจะไม่ได้เรียนจบในสาขาด้านการเกษตร และยังเรียนจบ

ช่างเทคนิคระยอง ซึ่งในอดีตทางานเป็นพนักงานในโรงงานปิโตรเคมีแห่งหนึ่งนานถึง 15 ปี แต่เน่ืองจาก
พ่อและแม่ได้ยกสวนผลไม้ในเน้ือที่ 4 ไร่เศษให้ จึงตัดสินใจกลับมาพัฒนาสวนผลไม้ โดยยึดหลักเศรษฐกิจ
พอเพียงของในหลวง ร.9 คือ ปลูกทุกอยา่ งท่ีกนิ กินทุกอยา่ งที่ปลกู เหลอื จากกนิ แบง่ ปนั บ้านใกล้เรือนเคียง
ท่ีเหลือก็ขาย รวมทั้ง เล้ียงวัว ทาปุ๋ยหมัก และปุ๋ยคอกไว้ใช้เอง โดยไม่ใช้สารเคมี จนสามารถ ลดรายจ่าย
เพ่ิมรายได้ในครัวเรือน "ระยะแรกสวนผลไม้ หรือสวนผัก ผลผลิตลดลง แต่ในปีต่อไปผลผลิตเพ่ิมมากข้ึน
จนทุกวันนี้ไม่เคยใช้สารเคมี ทาให้ลดรายจ่าย ผลผลิตต่อปีมีรายได้ปีละ 2.5-3.5 แสนบาท ส่วนพืชผัก
ปลกู ไวก้ ินเองในครวั เรือน พออยู่ได้อยา่ งพอเพียง"

นายนิมิต กล่าวว่า ที่มาของการเพาะพันธุ์หญ้าหวานนั้น น.ส.อรทัย กล่าโหมด ผู้เป็นภรรยา
ได้ติดต่อขอซื้อเมล็ดพันธุ์จาก อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 500 ต้น ซึ่งเป็นพันธ์ุเมืองหนาวมาปลูก
แต่เนื่องจากสภาพอากาศของ จ.ระยอง ค่อนข้างร้อน เมล็ดพันธุ์หญ้าหวานจึงทนต่อสภาพอากาศไม่ไหว
ตายเกือบหมด จึงปรับสภาพอากาศภายในโรงเรือนเพาะชาให้มีอุณหภูมิต่าลง และเร่ิมย้ายต้นออกจาก
โรงเรอื นใหอ้ ยกู่ ลางแจ้งตามปกติ จนปัจจบุ นั สามารถนาไปเพาะพันธ์ุ หรือปลูกได้ในทุกสภาวะอากาศร้อน
จนประสบความสาเร็จ โดยวิธีการเล้ียงต้นหญ้าหวาน ใช้มูลไส้เดือน ข้ีวัว และน้าหมักชีวภาพ โดยเน้น
ปลอดเร่ืองสารพิษ และไม่ใช้ยาฆ่าแมลง และเน้นการเพาะปลูกโดยใช้เมล็ดที่ตากแดดแล้ว หรือใช้ตัดก่ิง
มาปลูกใหม่ ใช้เวลานาน 4 เดือน ต้นจึงจะสูงประมาณ 3 - 4 เซนติเมตร จากน้ันจึงนาต้นท่ีตัดไปล้างน้า
เด็ดใบตากแดดก่อนนาไปบดแห้งให้ละเอียด บรรจุใส่ซองใช้สาหรับชงน้ารับประทาน จะมีรสหวานเหมือน
น้าตาล รับประทานแล้วจะรู้สึกกระชุ่มกระชวย สาหรับใบสดสามารถรับประทานได้จะมีรสหวาน
เชน่ เดียวกัน นอกจากนี้ ยังสามารถใส่ในอาหารเพิ่มความหวานโดยไม่ต้องใช้น้าตาล จากการศึกษาพบว่า
หญ้าหวานมีสรรพคณุ ใหค้ วามหวานแทนน้าตาล เหมาะสาหรับผู้ท่ีต้องควบคุมน้าหนัก ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ช่วยลดน้าตาลในเลือด บารุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง หญ้าหวานให้ความหวาน
มากกว่าน้าตาล 200-300 เท่า ปัจจุบัน ได้จดเป็นสินค้าโอทอป กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรแปรรูป
ตาบลนาตาขวญั

6. รปู แบบและ
ลกั ษณะกำร

16

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ถำ่ ยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำ
ได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับ นักศึกษา กศน.ตาบลนาตาขวัญเปิดสอน การศึกษาต่อเน่ือง (รูปแบบ

กลุ่มสนใจ) ให้กับประชาชนตาบลนาตาขวัญ ผู้เรียนได้รวมกลุ่มกันเพื่อให้มีการพัฒนาตนเอง ได้มี
ความคิด การทาการออกแบบผลิตภัณฑ์เพ่ือการจาหน่าย เป็นช่องทางในการเพ่ิมรายได้ให้กับตนเองและ
ครอบครัว

นายนิมิต แจ้งชดั ไดเ้ ข้าการอบรมโครงการบูรณเกษตรดว้ ยระบบอจั ฉริยะเพื่อการพฒั นาการผลติ พืชไร่
และพชื สวนผลไม้ จนได้การยกย่องและได้ตง้ั เปน็ ศนู ย์เกษตรทฤษฎีใหม่ประจาตาบลนาตาขวญั
7. กำรพฒั นำต่อยอดภมู ิปญั ญำให้เปน็ นวัตกรรม คุณค่ำ มูลคำ่ ( และควำมภำคภมู ใิ จ(

จดั ศูนยฝ์ ึกปฏิบัติด้านเกษตรทฤษฎีใหม่พรอ้ มใหค้ วามรู้กับผ้เู รียน ประชาชน ให้สามารถสรา้ ง
อาชีพและรายได้ รวมให้ความรู้กบั ผูม้ าศึกษาดูงานนาไปพัฒนาต่อยอดตอ่ ไป
8. แหลง่ อ้ำงอิง : ผ้จู ดั เก็บ

ชอ่ื นางประภาพร นามสกุล เพ็ชรกรรจ์ วันทเ่ี ก็บข้อมูล 20 มนี าคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมอื งระยอง จงั หวดั ระยอง โทร 081-5786136
LINE ID.2233 nom E-mail papaporn.phetchakan @gmail.com

17

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจัดเก็บขอ้ มลู ภมู ปิ ัญญำ
ตำบลมำบตำพดุ อำเภอเมืองระยอง จงั หวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ด้านการแพทย์แผนไทย (นวดแผนไทย)
ช่อื ภูมปิ ญั ญำ นางลดั ดา จึงเจริญพูน

2. ขอ้ มูลพน้ื ฐำนภมู ิปัญญำ
กรณีรายบคุ คล
ชอ่ื นางลดั ดา นามสกลุ จงึ เจริญพูน วนั เดอื นปีเกิด 22 ก.พ. 2510

ท่อี ยู่ปจั จบุ นั เลขที่ 15 ซอยมาบตาพุด 1 ถนนวดั มาบตาพดุ ตาบลมาบตาพุด อาเภอเมืองระยอง จังหวดั
ระยอง รหัสไปรษณีย์ 21150 พกิ ัดบ้าน 12.7135419,101.164465,16z เบอรโ์ ทรศัพท์ 0896072735
Line - Facebook -

3. จดุ เด่นของภูมปิ ญั ญำ
นางลดั ดา จึงเจริญพูน ได้ผา่ นการอบรมจากแพทย์แผนไทยแหง่ ประเทศไทย คือ การนวดกดจุด

สะทอ้ นเทา้ และมีความเช่ียวชาญดา้ นการกดจุดสะท้อนเท้า

4. ท่ีมำของภูมิปัญญำ
นางลดั ดา จงึ เจริญพนู ไดเ้ ข้าฝึกอบรมการนวดแผนไทย ซ่ึง กศน.ตาบลมาบตาพุด ได้จัดฝึกอบรม

วชิ าชพี ให้การดาเนนิ กจิ กรรมไดร้ ว่ มกับเครือข่าย ขอใช้สถานท่ีของโรงเรียนไทยลานนา นวดแผนไทย และ
เชิญวิทยากรให้ความรู้จัดกิจกรรมนวดแผนไทย การดาเนินดังกล่าวจึงทาให้เกิดแรงบันดาลใจอยากที่จะ
ทาอาชีพดา้ นน้ี

5. รำยละเอยี ดภมู ิปัญญำ
นางลัดดา จึงเจริญพูน ได้เข้าอบรมการนวดแผนไทย จากโรงเรียนไทยลานนา นวดแผนไทย

ท่ีทาง กศน.จัดฝึกอบรมให้ และฝึกพัฒนาตนเองอยู่เสมอมา รับนวดผ่อนคลายกับชมรมผู้สูงอายุในเขต
เทศบาลเมืองมาบตาพุด จนมีรายได้เป็นงานอดิเรก ฝึกพัฒนาจากท่านผู้รู้ และผู้รับบริการ
จากประสบการณ์ตรง พัฒนามาเร่อื ย ๆ ตลอดจนมีความรกู้ ารดาเนินการการนวดผ่อนคลายเบ้ืองต้น

18

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

บริษัท SCG กับหน่วยงานเทศบาลเมืองมาบตาพุดได้จัดฝึกอบรม โครงการอบรมด้านการแพทย์
แผนไทยเพอื่ สขุ ภาพ “นวดกดจดุ สะทอ้ นเท้า” ซ่ึงบริษัท SCG ออกงบประมาณในการจัดฝึกอบรมท้ังหมด
ใช้สถานท่ีเทศบาลเมืองมาบตาพุด และเรียนจนจบหลักสูตร ได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย
หลักจากนน้ั บรษิ ัท SCG คน้ หาตวั แทนท่ีจะฝึกอบรมศาสตร์ด้าน“การนวดกดจุดสะท้อนเท้า” เพื่อต่อยอด
อาชีพให้กับคนในชุมชน การอบรมในคร้ังนี้ ได้นาความรู้ ประสบการณ์ใหม่ๆ พัฒนาตนเอง เรียนรู้จาก
อาจารย์ที่ฝึกสอน จนได้รับความกระจ่างชัดเจนในศาสตร์ด้านนี้มากย่ิงขึ้น การฝึกอบรมปฏิบัติจริงจนจบ
หลักสูตรดังกล่าว

จากการอบรมต่างๆ การฝึกประสบการณ์จริง สังเกตจากผู้รับบริการเป็นประจาทุกวัน ๆ จนมี
ความรู้เพียงพอ จึงต้องการท่ีจะพิสูจน์ตนเอง โดยการไปสอบหลักสูตรการนวดกดจุดสะท้อนเท้า
จากสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร จนสามารถสอบผ่าน หลักสูตรการนวดกดจุด
สะท้อนเท้าและสามารถประกอบวิชาชีพการนวดแผนไทย “การนวดกดจุดสะท้อนเท้า” ได้ในประเทศไทย
และต่างชาติได้

5.1 ข้ันตอนการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า (ชว่ ยใหน้ อนหลับไดด้ ี)
ข้ันที่ 1: ทาให้เทา้ ทั้งสองข้างรู้สกึ ผอ่ นคลายก่อน ใชน้ ิว้ หัวแมม่ ือกด บบี ตบหรือเคลน้ เท้า

ทั้งสองข้างเบา ๆ จากน้นั กดหวั แม่มือทจ่ี ุด “รา่ งแหประสาทบรเิ วณช่องท้อง (Solar Plexus)” ค้างไว้
ประมาณ 5-10 วนิ าที

ข้ันท่ี 2 : ใช้นิว้ โปง้ ไลผ้ า่ นจากฐานของส้นเท้าไปยังแต่ละน้ิวเท้า จากนั้น ใช้ขอบด้านนอก
ของนิ้วหัวแม่มือหรือปลายนิ้วช้ีกดที่จุดสะท้อนต่างๆ ต่อไปน้ีเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในบริเวณท่ี
เกย่ี วขอ้ ง

19

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ขัน้ ที่ 3: ทาใหเ้ ท้าท้งั สองข้างรู้สึกผอ่ นคลายอีกครงั้ ใชน้ ว้ิ หัวแมม่ ือกด บีบ ตบหรือเคลน้
เท้าท้ังสองขา้ งเบา ๆ จากนัน้ กดหัวแม่มือทจ่ี ดุ “รา่ งแหประสาทบริเวณชอ่ งท้อง (Solar Plexus)” ค้างไว้
ประมาณ 5-10 วินาที

ขั้นท่ี 4: ใชป้ ลายน้วิ ลบู เบา ๆ ดา้ นบน ด้านล่างและด้านข้างของเทา้ แตล่ ะข้างเหมอื น
“สายลมเบาๆ” ไล้ซ้าเบาๆ หลาย ๆ คร้ังเพื่อทาใหเ้ ส้นประสาทตา่ งๆ ผ่อนคลาย

6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่ิน
ได้รับเชิญเป็นวิทยากรจากหน่วยงานต่างในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด บริษัทต่าง ๆ อาเภอ

ข้างเคียง และ กศน.ตาบลมาบตาพุดก็ได้เชิญเป็นวิทยากร สอนให้กับประชาชน ชุมชนซอยร่วมพัฒนา
ตาบลมาบตาพดุ อาเภอเมอื งระยอง จงั หวัดระยอง

เป็นวทิ ยากร กศน.ตาบลมาบตาพุด

7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภูมิปัญญำให้เป็นนวตั กรรม คุณค่ำ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภมู ิใจ
7.1 อบรมใหค้ วามรดู้ ้านการนวดกดจุดสะท้อนเท้า
7.2 เป็นศูนยเ์ รยี นรูก้ ารนวดแผนไทย
7.3 การใช้ครมี จากมะพร้าวแทนครีมนวดทั่วไปทมี่ ีสารตกคา้ ง

8. แหล่งอ้ำงอิง : ผจู้ ดั เก็บข้อมูล
ชื่อ นายเพ่มิ พูน นามสกลุ ดวงสมิ วันที่เกบ็ ขอ้ มลู 21 มนี าคม 2563
สถานศกึ ษา กศนอาเภอเมืองระยอง. จงั หวดั ระยอง โทร 086-1382178
LINE ID 086-1382178 E-mail [email protected]

20

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

แบบจัดเก็บขอ้ มูลภูมปิ ัญญำ
ตำบลสำนกั ทอง อำเภอเมืองระยอง จังหวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นอตุ สาหกรรมและหัตกรรม (ป้นั ดนิ เผา)
ชือ่ ภูมิปญั ญำ นางคะนึง เวฬวุ นารักษ์

2. ขอ้ มลู พนื้ ฐำนภูมปิ ญั ญำ
กรณีรายบคุ คล
ชอ่ื นางคะนึงนิจ นามสกุล เวฬุวนารกั ษ์ วนั เดือนปเี กดิ 31 สงิ หาคม 2518

ท่ีอยู่ เลขที่ 141/3 ถนน ศังขฤกษ์ – กะเฉด ตาบลสานักทอง อาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
รหัสไปรษณยี ์21100 พิกดั บา้ น 757037.12,4757546.101,540 เบอรโ์ ทรศพั ท์ 096-6795467
LINE ID096-6795467 Facebook กลุ่มคะนงึ นจิ เวฬุวนารกั ษ์

3. จุดเด่นของภูมปิ ญั ญำ
นางคะนงึ นิจ เวฬุวนารกั ษ์ มีทักษะการปั้นดินเหนียวข้ึนรูปที่ไม่แตกร้าว เม่ือเผาท่ีอุณหภูมิ 1000-

1500 องศาเซลเซียส ทาให้ได้กระถางดินเผามีความทนทานในการใช้งานในสวนยางพาราของเกษตรกร
การป้ันกระถางให้ได้ขนาดโดยไม่ต้องออกแบบหรือเขียนลวดลาย แต่เน้นความทนทานในการใช้งาน
รองน้ายางพาราของเกษตรกรท่ีมีความต้องการสูง โดยใช้ทักษะการป้ันดินด้วยมือ และอาศัยแรงเหว่ียง
จากเครื่องหมนุ เหวี่ยง

4. ท่ีมำของภูมปิ ัญญำ
ม ศิลปะการป้ันดินเผาในตาบลสานักทองีเพียงแห่งเดียวเป็นการสืบสานงานศิลปะ ท่ียังเหลืออยู่

และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาให้กับคนรุ่นหลังได้อนุรักษ์และสืบทอดด้านอาชีพการป้ันดินเผา การน้อมนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพ่ึงพาตนเองให้สามารถดารงชีวิตในชุมชนและสังคม
ได้อย่างมคี วามสุขและเกิดความย่งั ยนื นางคะนึงนิจ เวฬุวนารักษ์ ใช้ทักษะการป้ันดินด้วยมือ ซึ่งการขึ้นรูป
ดินเหนียวด้วยการมือต้องอาศัยศิลปะทักษะการป้ันและความชานาญของตัวบุคคล ในการปั้นดินเหนียว
ต้องเรียนรู้ และฝึกทักษะการปั้นเพ่ือให้เกิดความชานาญ เหมาะแก่การอนุรักษ์ให้อยู่คู่กับชุมชน พร้อมทั้ง
สามารถตอ่ ยอดสร้างอาชีพและสร้างรายไดใ้ ห้กับประชาชนในชมุ ชนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ไดอ้ ย่างยัง่ ยนื

21

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5. รำยละเอยี ดภมู ิปัญญำท้องถนิ่
5.1 ศูนยเ์ รยี นรศู้ ิลปะการป้ันดนิ เผาเป็นศูนยก์ ารเรียนรู้ทีม่ ีชวี ิต ประกอบด้วยฐานการเรียนร้ตู า่ งๆ

ดงั น้ี
5.1.1 ฐานการเรยี นรู้ การผสมสตู รดินเหนยี วก่อนการปั้น
5.1.2 ฐานการเรยี นรู้ การนวดดินเหนียวให้เหมาะกับการปั้น
5.1.3 ฐานการเรียนรู้ การป้นั ขน้ึ รปู กระถางดินเผารองนา้ ยางพารา
5.1.4 ฐานการเรยี นรู้ การเคลือบดนิ ท่ผี า่ นการปัน้ ขนึ้ รูปกอ่ นนาเข้าเตาเผา
5.1.5 ฐานการเรียนรู้ การเผาดินทผ่ี ่านการปน้ั ขนึ้ รปู และผ่านการเคลอื บสาเรจ็

5.2 ข้นั ตอนการปน้ั ดินเผา
5.1 การตีดนิ
5.2 การนวดดนิ
5.3 การป้นั ขึ้นรูป
5.4 การตากหรืออบแหง้
5.5 การเคลือบผวิ
5.6 การนากระถางเขา้ เตาเผา
5.7 การเก็บงานเม่ือเผาเสรจ็

6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำท้องถิ่น
ผ้เู ขา้ มาศึกษาดูงานจะมีการสาธติ วิธีการขั้นตอน ดงั นี้
6.1 ทักษะและการผสมสตู รดินเหนียว/สาธติ และฝกึ ปฏบิ ตั ิ
6.2 ทักษะการนวดดินเหนยี วใหเ้ หมาะกบั การป้นั /สาธิตและฝึกปฏิบตั ิ
6.3 ทักษะการปนั้ ข้ึนรปู กระถางรองนา้ ยางพารา/สาธติ และฝึกปฏิบัติ
6.4 ทกั ษะการเคลือบดนิ ทผ่ี า่ นการปน้ั ขน้ึ รูปกอ่ นนาเข้าเตา/สาธิตและฝึกปฏิบัติ
6.5 ทักษะการเผาดนิ ทผี่ า่ นการปัน้ ขึน้ รปู และผา่ นการเคลือบสาเร็จ

22

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมปิ ัญญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คุณค่ำ มลู ค่ำ( และควำมภำคภูมิใจ(
7.1 เป็นศนู ยเ์ รยี นรู้และอนุรกั ษ์การปนั้ ดนิ เผาที่มีเหลอื แห่งเดยี วในภาคตะวนั ออก
7.2 เปน็ ศูนย์สาธติ ทกั ษะดา้ นศลิ ปะการป้ันดินเผาเพื่อต่อยอดและพฒั นาอาชพี
7.3 เป็นศนู ย์อบรมใหค้ วามรู้แกป่ ระชาชนที่มคี วามสนใจเพอ่ื ต่อยอดสรา้ งรายได้

8. แหล่งอ้ำงองิ : ผ้จู ัดเก็บข้อมูล
ช่อื นายไพรวรรณ นามสกลุ อ่อนศรี วันทเ่ี กบ็ ข้อมูล 21 มกราคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมืองระยอง จงั หวดั ระยอง โทร 086-1382178
LINE ID 086-1382178 E-mail [email protected]

23

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เกบ็ ขอ้ มลู ภมู ปิ ัญญำ
ตำบลห้วยโปง่ อำเภอเมืองระยอง จงั หวัดระยอง

1. ภูมปิ ัญญำ ดา้ นอุตสาหกรรมและหตั กรรม
(ประดิษฐด์ อกไมแ้ ห้ง/ดอกไมจ้ นั ทร)์

ช่ือภูมิปญั ญำ นางคะนึง ไกรลพ

2. ข้อมลู พืน้ ฐำนภูมิปญั ญำ
กรณีเปน็ กลุ่มทางภูมปิ ัญญา
ช่ือ นางคะนึง นามสกุล ไกรลพ วนั เดอื นปีเกดิ 3 มิถุนายน 2514

ทีอ่ ยู่ปัจจบุ นั เลขที่ 8 ถนนมาบชลดู - แหลมสน ตาบลห้วยโปง่ อาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
รหัสไปรษณยี ์ 21150 พิกัดบา้ น 12.7338133,101.1292835,3a,75y.292.32h,85.16t
เบอรโ์ ทรศัพท์ 09-6920-9699 Facebook กลมุ่ Salika ดอกไม้ประดษิ ฐม์ าบชะลูด

3. จดุ เดน่ ของภูมปิ ัญญำ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนดอกไม้ประดิษฐ์มาบชะลูด สามารถประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์และดอกไม้แห้ง

โดยใช้สีจากธรรมชาติ เช่น สีเขียวจากใบเตย สีม่วงจากดอกอัญชัน สีชมพูจากดอกเฟื่องฟ้า สาหรับใช้
ในการตกแตง่ ซงึ่ แตล่ ะสจี ะใชต้ ามความเหมาะสมงานพิธีตา่ ง ๆ

4. ที่มำของภูมิปัญญำ
กลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนดอกไม้ประดษิ ฐ์มาบชะลูดเกิดจากการรวมกลุ่มกันสาหรับคนว่างงาน คนดูแล

ผ้ปู ว่ ย อยู่บ้านเรม่ิ จาก 5 – 6 คน และอาศัยความชอบแบบซื้อมา ขายไป ทามาเร่ือย ๆ จนปี พ.ศ. 2560
ทางนายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยองได้จัดประกวดการเดินแบบ และต้องการให้มีช่อดอกไม้ในการมอบ
ให้กับนางแบบ จึงได้ประสานมาทาง สานักงาน กศน.จังหวัดระยอง โดยมอบหมายให้ กศน.อาเภอเมือง
ระยอง จัดหาภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านส่ิงประดิษฐ์ทางกศน.ตาบลห้วยโป่ง ได้จัดการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบ
วิชาชีพระยะส้ัน จึงมีผู้เรียนท่ีสาเร็จหลักสูตรไปแล้ว ได้มาช่วยกันจัดช่อดอกไม้แห้ง จานวน 200 ช่อ และ
ไดถ้ า่ ยทอดใหก้ บั นกั ศกึ ษา กศน.ตาบลหว้ ยโปง่ และประชาชนในพนื้ ทตี่ าบลหว้ ยโปง่

24

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5. รำยละเอยี ดภูมิปัญญำ
การทาดอกไม้จันทน์ เริ่มจากการทาดอกดารารัตน์ จากเปลือกข้าวโพด ทาดอกไม้แก้วจาก

กระดาษย่นและเพ่ิมสีดอกไม้จากการย้อมสีด้วยสีธรรมชาติ สีเขียวจากใบเตย สีม่วงจากดอกอัญชัน
สีชมพูจากดอกเฟื่องฟ้า ย้อมสีตามที่ต้องการแล้วนามาประกอบดอกเป็นดอกไม้จันทน์ ดอกไม้ตกแต่ง
งานพิธตี า่ งๆ

5.1 ขัน้ ตอนทาดอกไมจ้ ันทน์
5.1.1 ออกแบบกลีบดอกไม้จากดอกธรรมชาติและแกะแบบจากดอกจริง
5.1.2 ทาบแบบจากดอกไม้ที่แกะเป็นตน้ แบบ ตดั กระดาษตามแบบท่ีได้
5.1.3 นาไมจ้ นั ทนม์ าเพื่อเขา้ กลีบดอกทีละชน้ิ ตามลาดับและใช้ดา้ ยในการมดั เพ่ือความ

คงทน
5.1.4 ดอกไม้จนั ทน์ถา้ เราจะใชส้ ีให้ย้อมสกี ลบี ดอกไม้ก่อนท่ีเราจะเข้ากลีบ

5.2 วธิ กี ารทาสีจากวสั ดธุ รรมชาติ
5.2.1 นากลีบดอกไม้ท่ีต้องการทาสี เช่น ดอกอัญชัน ขม้ิน ผสมน้าเล็กน้อยค้ันให้

ละเอยี ด
5.2.2 กรองเอาแต่นา้ ข้นๆ มาใช้ในการย้อมสี

ทั้งน้ี กศน.ตาบลห้วยโป่ง ได้จัดการศึกษาต่อเน่ืองรูปแบบ วิชาชีพระยะส้ัน จึงมีผู้เรียนท่ีสาเร็จ
หลักสูตรแล้ว มาถา่ ยทอดใหก้ บั นักศึกษา กศน.ตาบลห้วยโป่ง และประชาชนในพื้นที่ตาบลห้วยโป่ง มีการ
เรยี นรู้เจากแหลง่ เรยี นรูอ้ ่นื ๆ เพือ่ พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกไปเรื่อย จนเกิดป็นการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดอกไม้
ประดิษฐม์ าบชลูด
6.รูปแบบและลกั ษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ ูมิปัญญำทอ้ งถ่นิ

6.1 ไดม้ ีสอนนักศึกษา กศน. ในการจดั การศึกษาต่อเน่ืองรูปแบบวิชาชีพระยะส้ัน
6.2 ไดจ้ ัดทาคลปิ วดี โี อในการนาเสนอ

https://www.youtube.com/watch?v=ozL4_V9kZVI

25

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

7. กำรพฒั นำต่อยอดภูมิปัญญำให้เปน็ นวตั กรรม คณุ ค่ำ มูลค่ำ( และควำมภำคภมู ิใจ(
เม่ือช่วงเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2562 กลุ่มบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จากัด (บีเอสที) ได้จัด

อบรมให้ความรู้การจัดดอกไม้ประดิษฐ์แก่วิสาหกิจชุมชนดอกไม้ประดิษฐ์มาบชลูด โดยได้รับเกียรติจาก
คุณปุณยวีร์ เอ่ียมสกุล วิทยากรจากไทยเปเปอร์อาร์ต มาช่วยพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถด้าน
การจัดดอกไม้ประดิษฐ์แบบต่าง ๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน เพ่ือเพ่ิมมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
ซ่ึงทางบริษัทมีความต้ังใจอย่างย่ิงในการส่งเสริม พัฒนา ยกระดับผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้ได้
มาตรฐาน อีกท้ังบริษัทฯ ร่วมกับทางวิสาหกิจชุมชนดอกไม้ประดิษฐ์มาบชลูด จัดอบรมแก่สมาชิกมูลนิธิ
สายรงุ้ เพ่ือคนพกิ าร เพ่ือส่งเสริมอาชีพ สร้างรายไดใ้ หแ้ กผ่ ูพ้ กิ ารของมลู นิธติ อ่ ไป
8. แหลง่ อ้ำงองิ : ผจู้ ดั เก็บขอ้ มูล

ชอ่ื นางสาวสุกญั ญา นามสกลุ สาฆะ
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมอื ง กศน.ตาบลห้วยโปง่ จังหวดั ระยอง โทร 08-4655- 9351
LINE ID Kruneuangnaka E-mail [email protected]

26

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

แบบจัดเกบ็ ข้อมูลภมู ปิ ญั ญำ
ตำบลทับมำ อำเภอเมอื งระยอง จงั หวดั ระยอง

1. ภูมปิ ัญญำ ด้านโภชนาการ (ลอดช่องสงิ คโปรอ์ บแหง้ )
ชอื่ ภมู ปิ ญั ญำ นางสัมฤทธิ์ วิเชยี รวัฒน์

2. ข้อมูลพนื้ ฐำนภูมิปัญญำ
กรณรี ายบคุ คล
ชื่อ นางสมั ฤทธ์ิ นามสกุล วเิ ชยี รวฒั น์

ที่อยู่ปัจจุบัน เลขท่ี 89 หมู่ 5 ตาบลทบั อาเภอเมืองระยอง จังหวดั ระยอง รหัสไปรษณีย์ 21000
เบอร์โทรศัพท์ 081-7158951 Line - Facebook กลุ่ม ลอดชอ่ งสงิ คโปรอ์ บแหง้ ตราไผส่ ายรุ้ง

3. จดุ เด่นของภูมปิ ัญญำ
เป็นการเพ่ิมมูลค่าลอดช่องสิงคโปร์ โดยวิธีการถนอมอาหาร เดิมเส้นลอดช่องสิงคโปร์ไม่สามารถ

เก็บไดน้ าน นางสัมฤทธิ์ วิเชียรวฒั น์ เหน็ ความสาคัญของการถนอมอาหารจงึ ได้รวมกลุ่มกันเพื่อทาลอดช่อง
สงิ ค์โปรอ์ บแห้ง ใหส้ ามารถเก็บไดน้ านกวา่ แบบเดิม

4. ที่มำของภูมิปัญญำ
กลุ่มลอดช่องสงิ คโปรอ์ บแหง้ เป็นการรวมกลุ่มกันทาโดยสานักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร

จังหวัดระยองมาให้ความรู้ เน้นการนาวัสดุอุปกรณ์จากท้องถิ่นมาทาให้เป็นประโยชน์ ซ่ึงเป็นอาชีพ
ที่สะท้อนถึงการสืบสานวัฒนธรรมการทางานอย่างมีข้ันตอนกับการผูกพันของท้องถ่ินในปัจจุบัน
โดยคงสภาพการดาเนินชีวิตด้ังเดิมหรือคงอาชีพแบบเรียบง่ายที่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาไผ่ นามา
แปรรูปเพ่ือแสดงถึงภูมิปัญญาแบบไทย ๆ ผลิตภัณฑ์ลอดช่องสิงคโปร์อบแห้ง เป็นการถนอมอาหาร
เพือ่ การแกป้ ัญหา ทาให้อาหารเกบ็ ได้นานมากยง่ิ ข้นึ และสามารถขนส่งภายในประเทศและต่างประเทศได้

27

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
5.1 ขั้นตอนการทา
5.1.1 เรม่ิ จากเตรียมแป้งมนั สาปะหลัง 1 กิโลกรัม และแป้งเท้ายายม่อม 100 กรัม ผสม

กนั ลงในกะละมัง
5.1.2 ใส่น้าสีต่าง ๆ ที่ต้มเตรียมไว้ในตอนแรกเทลงไปในแป้งมัน โดยค่อย ๆ เทลงไป

ในขณะเดยี วกันก็คอ่ ย ๆ นวดให้แป้งเขา้ กัน
5.1.3 คอ่ ย ๆ ใส่น้าทลี ะนอ้ ย ๆ คอยนวดแปง้ จนกว่าจะเป็นเนอื้
5.1.4 แบ่งแป้งเป็นก้อนขนาดเท่ากับกาป้ันมือ ใช้ไม้คลึงแป้งให้เป็นแผ่นขนาด

พอประมาณสามารถนาเขา้ เครือ่ งรดี ได้
5.1.5 นาแป้งทค่ี ลงึ แล้วมาเขา้ เครอื่ งรีดแป้ง รดี ออกมาเป็นแผ่น ๆ ขนาดไม่บางไป

ไมห่ นาไป โดยจะต้องรดี หลาย ๆ รอบ
5.1.6 วางแผน่ แป้งที่รดี แลว้ ไปผ่ึงในทร่ี ่ม เพื่อให้แป้งแห้งพอหมาด ๆ ประมาณ 45 – 60

นาที ควรใชเ้ วลาชว่ งพักกลางวัน
5.1.7 เมือ่ แปง้ แหง้ ได้ทีแ่ ล้ว ค่อย ๆ นาแป้งทลี ะแผ่นมาเข้าเคร่อื งรีดอีกครงั้ หนงึ่

โดยทเ่ี ปล่ียนเปน็ เคร่ืองตัดเส้นแทน
5.1.8 นาแป้งทตี่ ัดเสน้ ไปแลว้ ตากแดดจดั ๆ 2 แดด เพ่ือใหแ้ หง้ แลว้ นาลงบรรจุ

ในถุงพลาสติกทซ่ี ลี อย่างแนน่ หนา เพ่ือกันไม่ให้ลมเข้า พร้อมจาหนา่ ย

28

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ภาพประกอบขนั้ ตอนการทา
6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำ

ลอดช่องสิงคโปร์ เป็นอาชีพที่สะท้อนถึงการสืบสานวัฒนธรรมการทางานอย่างมีข้ันตอน
กับการผูกพันของท้องถ่ินในปัจจุบัน โดยคงสภาพในการดาเนินชีวิตท่ีเรียบง่าย ที่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร
บ้านเขาไผ่ นามาแปรรูปเพ่ือแสดงถึงภูมิปัญญาแบบไทย ๆ ของผลิตภัณฑ์ลอดช่องสิงคโปร์อบแห้ง
ตราไผส่ ายรงุ้ และยงั ใหน้ กั ศึกษ กศน.ตาบลทับมาเข้าไปศึกษาขนั้ ตอนการอีกดว้ ย
7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภูมปิ ัญญำใหเ้ ป็นนวัตกรรม คณุ ค่ำ มูลคำ่ ( และควำมภำคภูมิใจ(

ได้คดิ ค้นสูตรใหม่ ๆ ใหก้ ับผลิตภัณฑ์ เพอื่ เป็นสนิ คา้ โอทอปประจาตาบล
8. แหล่งอำ้ งองิ : ผจู้ ัดเกบ็ ขอ้ มูล

ชื่อ นางสาวสพุ ิชฌาย์ นามสกลุ บารุงสนุ ทร วนั ท่เี กบ็ ข้อมูล 19 มนี าคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมืองระยอง จังหวดั ระยอง โทร. 084-3625627
LINE ID jee-supitcha E-mail [email protected]

29

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เก็บข้อมลู ภมู ปิ ญั ญำ
ตำบลนำ้ คอก อำเภอเมืองระยอง จังหวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นเกษตรกรรม (ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง)
ชือ่ ภูมิปญั ญำ นายธีระ ฉิมแสง

2. ขอ้ มลู พืน้ ฐำนภูมิปัญญำ
กรณีรายบคุ คล
ชอื่ นายธีระ ฉิมแสง วนั เดือนปเี กดิ 29 เมษายน 2490

ท่ีอยู่ปัจจุบัน เลขท่ี 76/7 หมู่ที่ 2 ตาบลน้าคอก อาเภอเมือง จังหวัดระยอง
21000 เบอร์โทร. 086-0881477 Line ID 086-0881477 Facebook ธีระ ฉิมแสง

3. จุดเดน่ ของภูมปิ ญั ญำ
ดาเนนิ การตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงและปลูกพืชว่าน สมุนไพรท่ีบ้านของตนเอง ในเน้ือที่

300 ตารางวา โดยขุดคูน้า รอบตัวบ้าน 3 ด้าน เลี้ยงปลาช่อน ปลาดุก ปลาแรด ปลาสลิด มีเนื้อที่ 10%
เป็นน้า ปลูกพืช ผัก ว่าน สมุนไพรในกระถาง ตามบริบทชุมชนเมือง เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านบ้านและ
เศรษฐกิจพอเพยี ง ในเครอื ข่ายธรรมนญู สุขภาพเทศบาลตาบลน้าคอก

4. ท่ีมำของภมู ิปัญญำ

นายธีระ ฉิมแสง ปี พ.ศ. 2542 ได้ลาออกจากข้าราชการครู โดยวิธีเออรีรีไทม์ มาทาการค้นคว้า
ศกึ ษาเรอ่ื ง พชื ว่าน สมุนไพรพื้นบ้าน สะสมต้นว่าน สมุนไพร ศึกษาด้านสรรพคุณ พิษวิทยา การรักษาโรค
จนสดุ ท้ายมพี ืชว่าน สมุนไพร กว่า 300 ชนิด ใช้บรรเทา รักษาอาการโรคเบาหวาน ความดันโลหิต แก้พิษ
แมลงสัตว์กัดต่อย โรคเริม งูสวัดเป็นต้น ในชุมชน และเป็นที่มาภูมิปัญญาด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ในชุมชน

5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
5.1 ศูนย์การเรยี นรดู้ ้านบา้ นและเศรษฐกจิ พอเพียง แบ่งออกเป็น 7 ดา้ น
5.1.1 ด้านสขุ ภาพ
5.1.2 ดา้ นวฒั นธรรม(วัด)
5.1.3 ดา้ นโรงเรียน

30

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5.1.4 ดา้ นตลาด
5.1.5 ด้านขยะและสิ่งแวดล้อม
5.1.6 ด้านผู้สูงอายุและฐานที่
5.1.7 ด้านบา้ นและเศรษฐกิจพอเพียง

5.2 ความเป็นผู้นาและการเสียสละเพือ่ ประโยชน์สว่ นรวม
5.2.1 ประธานกรรมการสภาวฒั นธรรมตาบลน้าคอก
5.2.2 ประธานกรรมการประเมินและติดตามผลแผนพัฒนางานเทศบาลตาบลนา้ คอก
5.2.3 กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิหมทู่ ี่ ตาบลนา้ คอก 2
5.2.4 กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั น้าคอก
5.2.5 กรรมการบริหารธรรมนญู สุขภาพเทศบาลตาบลน้าคอก
5.2.6 กรรมการสภาองค์กรชุมชน ตาบลนา้ คอก
5.2.7 วทิ ยากรโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดรู ้อนวดั นา้ คอก
5.2.8 กรรมการบริหารศนู ย์ถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรตาบลน้าคอก
5.2.9 กรรมการบรหิ าร ศพก.อาเภอเมืองระยอง

6. รปู แบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ

ปจั จบุ ันภายในศูนย์เรยี นรู้บ้านและเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับความนิยมศึกษาดูงาน จากประชาชน
และนักเรียน นักศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมากมาย โดยเฉพาะผู้ที่สนใจด้านสมุนไพร มีการ
ถ่ายทอดความรู้จากภูมิปัญญาอย่างกว้างขวาง และได้รับการยอมรับให้เป็นปราชญ์ชาวบ้านของอาเภอ
เมอื งระยอง

การศกึ ษาดูงาน จากหน่วยงานและบุคคลภายนอก

31

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมปิ ัญญำให้เปน็ นวตั กรรม คณุ ค่ำ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภูมใิ จ
เริ่มต้นจากการสะสมองค์ความรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สะสมพืช ว่านสมุนไพรพื้นบ้าน

ทาการอนุรักษ์ ขยายพันธุ์มาเป็นทาธุรกิจค้าขายปลีกไม้กระถาง พืชผัก ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ
ว่านสมุนไพร เลี้ยงปลา เล้ยี งกบ ทาน้าหมักชีวภาพ น้าหมักสารไล่แมลง ศัตรูพืช เป็นวิทยากร ชี้แนะ ช้ีนา
ทาให้ดู เป็นตัวอย่าง จนประสบความสาเร็จในองค์ความรู้ ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เผยแพร่
สสู่ าธารณชน นอ้ มนาใหไ้ ปใช้กบั ชีวติ ประจาวันของแตล่ ะครัวเรอื นได้อยา่ งเหมาะสม
8. แหลง่ อำ้ งองิ : ผจู้ ดั เก็บขอ้ มูล

ชอื่ นายสมศกั ด์ิ นามสกลุ ศะลาลาศ วันทเี่ ก็บขอ้ มลู 17 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โทร 096-7577800
LINE ID.096-7577800 E-mail [email protected]

32

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจัดเก็บข้อมลู ภมู ปิ ัญญำ
ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นโภชนาการ (แหนมเห็ดนางฟา้ )
ชื่อภมู ิปญั ญำ นางชจู ติ ต์ เนนิ ครี ี

2. ขอ้ มลู พ้นื ฐำนภมู ปิ ญั ญำ
กรณรี ายบุคคล
ช่ือ นางชจู ิตต์ นามสกลุ เนนิ ครี ี

ท่ีอยู่ปจั จุบัน เลขที่ 35/3 ถนนบารงุ ราษฎร์ ตาบลเนนิ พระ
อาเภอเมืองระยอง จังหวดั ระยองรหสั ไปรษณีย์ 21000
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 095-8865193 Line - Facebook -
3. จดุ เด่นของภูมิปญั ญำ

นางชจู ิตต์ เนินครี ี เปน็ ผู้กอ่ ตั้งวสิ าหกจิ ชุมชนดว้ ยการเพาะเหด็ นางฟ้า และนามาแปรรปู โดยมี
สมุนไพรเปน็ ส่วนประกอบ ในบรบิ ทพนื้ ที่ หมู่ 2 บ้านศาลเจ้า เปน็ พ้ืนที่ ทม่ี ีปา่ สงวน มีพชื สมนุ ไพรทห่ี า
ได้งา่ ย เป็นการอนุรักษป์ า่ และสามารถเสริมสรา้ งอาชีพใหก้ ับประชาชนในชมุ ชน
4. ที่มำของภมู ิปัญญำ

ในปี 2558 นางชูจิตต์ เนินคีรี ได้เพาะเห็ดนางฟ้า เพื่อนาไปขาย และเมื่อมีผลผลิตออกมาก
จึงคิดทาการแปรรูป เพ่ือถนอมอาหารและใส่สมุนไพรท่ีหาได้ง่ายในท้องถ่ิน สามารถสร้างรายได้ให้กับ
ประชาชนท่อี ยใู่ นชุมชน ใหม้ ีรายได้ มีอาชีพ
5. รำยละเอียดภูมิปญั ญำ

ด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์เห็ด และคุณประโยชน์ที่มีมากมาย ทาให้เห็ดได้รับความนิยม
นามาบริโภคมากข้ึน ในปัจจุบัน เห็ดนางฟ้า สามารถเพาะง่าย ประหยัดพื้นที่ ผลผลิตมาก สามารถ
ประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงนาไปแปรรูปเป็นอาหารต่าง ๆ รวมถึงการแหนมเห็ด

33

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

สูตรการแปรรูปเห็ด ที่นาเสนอเหล่าน้ี นางชูจิตต์ เนินคีรี พยายามสืบค้นและรวบรวม จนสามารถนาไป
ดดั แปลงให้ได้รสชาติท่ีดี ตามความตอ้ งการของผู้ซอื้

5.1 สูตรกำรทำแหนมเหด็ นำงฟ้ำ
ในการเพาะเห็ดนางฟ้า-นางรม เม่ือเก็บเกี่ยวและนาไปจาหน่าย พบว่าจะมีเศษเห็ด

เห็ดท่ีแก่และบางส่วนเหลือจากบริโภค หรือเหลือจากการจาหน่าย น้อยบ้าง มากบ้าง จนเกิดความคิดว่า
เศษเห็ดเหล่านี้น่าจะนาไปใช้ประโยชน์อ่ืนได้ จนได้ศึกษา หาความรู้ การทาแหนมเห็ดเก็บไว้บริโภค
ปรากฏว่า เมื่อลองทาและเก็บไว้กินกันเอง มีเกษตรกรข้างเคียงสนใจขอซื้อไปบริโภค จึงได้ทดลอง
ปรบั เปล่ยี นรสชาดิ เปน็ แหนมสตู รที่เหมาะสาหรบั คนกินเจและคนทวั่ ๆ ไป คือมีทั้งแหนมเห็ดสูตรเจ และ
แหนมเห็ดไม่เจ (ใสห่ มู)

5.1.1 เคร่ืองปรุง/สว่ นผสม
1. เห็ดนางฟา้ นางรม หรอื เหด็ ฮังการี น่ึงสุกค้ันเอาน้าออก 1 กิโลกรมั
2. เน้ือหมู 2 ขีด
3. ข้าวเหนยี ว 1 ปั้น
4. เกลอื ไอโอดนี 2 ช้อนแกง
5. กระเทยี ม 50 กรมั

5.1.2 วิธที าแหนมเห็ด
1. ลา้ งเห็ดใหส้ ะอาดเอาส่วนทเ่ี ป็นโคนออกให้เหลอื แต่ดอกเห็ด เสร็จแล้วฉีกเป็น

ช้ินเลก็ ๆ เหมอื นหนังหมูทีเ่ ราห่นั ใส่แหนม จากน้ันนาเหด็ ไปนงึ่ 3 นาที ผ่งึ ใหเ้ ยน็ แล้วคนั้ น้าออก
2. นาเน้ือหมูไปสับ กระเทียมปอกเปลือกทุบให้ละเอียด นาส่วนผสมทุกอย่าง

คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วนาไปนึ่งอีก 1-2 นาที แล้วนามาห่อด้วยพลาสติก หรือใบตอง ถ้าต้องการ
รบั ประทานเร็วใหใ้ สข่ า้ วมาก ๆ แหนมจะเปร้ยี วเร็ว

34

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่ิน
6.1 ออกร้านค้าต่าง ๆ ในโรงงาน ทีน่ ิคมอตุ สาหกรรมมาบตาพดุ
6.2 เปน็ วิทยากรให้กับหนว่ ยงานภาครัฐและเอกชน

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมิปัญญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คุณคำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภมู ใิ จ
นอกจากนี้ ยังมีการนาสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพ่ือเพิ่มคุณค่า

มากยงิ่ ข้ึน เชน่ แหนมเหด็ สมนุ ไพร เห็ดทอดสมนุ ไพร
8. แหลง่ อำ้ งองิ : ผจู้ ัดเกบ็ ขอ้ มูล

ช่อื นางวชิรพรรณ นามสกุล อทุ รส วนั ทเ่ี ก็บข้อมูล 19 มนี าคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมืองระยอง จงั หวดั ระยอง โทร 089-0462942
LINE ID line jt1179 E-mail [email protected]

35

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เกบ็ ข้อมูลภูมิปญั ญำ
ตำบลบ้ำนแลง อำเภอเมืองระยอง จงั หวดั ระยอง

1. ภมู ปิ ญั ญำ ดา้ นโภชนาการ (การแปรรูปทเุ รยี น)
ช่อื ภูมิปัญญำ นางสมควร ศิรภิ กั ดี

2. ขอ้ มูลพ้ืนฐำนภมู ิปัญญำ
กรณีรายบคุ คล
ช่อื นางสมควร นามสกลุ ศิริภักดี

วนั เดอื นปเี กดิ 6 พฤศจิกายน 2514 ทีอ่ ยู่ปัจจุบนั เลขท่ี 57 หมู่ 3
ตาบล บา้ นแลง อาเภอเมอื งระยอง จงั หวดั ระยอง รหสั ไปรษณีย์ 21000
พกิ ดั บ้าน 12.690085,101.338779 เบอร์โทรศัพท์ 081 991 3233 LINE ID 0819913233
Facebook สวนผใู้ หญส่ มควร ทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตร

3. จุดเดน่ ของภูมปิ ัญญำ
นางสมควร ศิริภักดี เป็นภูมิปัญญาการแปรรูปทุเรียน เป็นทุเรียนทอด ซ่ึงเป็นการแก้ไขปัญหา

ผลผลิตทางการเกษตรตกต่า แม้จะสามารถผลิตทุเรียนสดได้คุณภาพดี แต่เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ปรากฏว่า
มีผลผลิตออกมากพร้อม ๆ กันในจานวนท่ีมากเกินไป ทาให้ราคาสินค้าตกต่า แต่ชาวสวนไม่สามารถท้ิงไว้
เพอ่ื รอราคาทีด่ ีขน้ึ ได้ เนื่องจากผลไม้จะสุกข้ึนเรื่อย ๆ ย่ิงเก็บไว้ยิ่งมีแต่จะเสียหายจึงจาเป็นต้องขาย จึงได้
มีการคิดค้นนาผลผลิตมาแปรรูป เพ่ือแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่า และยืดอายุการจัดจาหน่าย
ของผลผลิตในท้องถ่ิน แนวความคิดซ่ึงได้มาในตัวผลิตภัณฑ์ทุเรียนทอดกรอบ มีจุดเด่นทั้งในด้านคุณภาพ
ของผลิตภณั ฑแ์ ละบรรจุภัณฑ์ ด้านผลิตภัณฑ์มีลักษณะเฉพาะของแผ่นและผิวสัมผัสโดยเฉพาะของทุเรียน
มีกล่นิ ออ่ นๆ เน้ือสเี หลือง มคี วามมันกรอบ และมีเนอ้ื หวานในตวั ลักษณะเฉพาะของทุเรยี น

4. ทีม่ ำของภมู ิปัญญำ
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 12 ปีท่ีผ่านมา มีช่วงระยะเวลาที่ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่า

สวนผลไม้ของนางสมควร สริ ภิ ักดี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ได้รับผลกระทบน้ีด้วย จึงมีแนวความคิด ที่จะแก้ปัญหา

36

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ทเี่ กิดข้นึ หลงั จากท่ไี ด้รบั ข้อมลู จากหน่วยงานภาครัฐถึงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร มีการให้ความรู้
และการจดั อบรม จึงไดเ้ ริ่มศกึ ษาและลงมอื ปฏิบตั ิ จงึ ทาใหเ้ กดิ ภมู ปิ ญั ญานข้ี นึ้ มา

5. รำยละเอียดภูมิปัญญำ
จากเดิมการแปรรปู ทุเรียน ที่รู้จักกนั มานานคอื ทุเรยี นกวน ซง่ึ ทุเรยี นกวนน้นั ใช้เนื้อทุเรียนท่ีสุกจัด

ที่แก่เกินกว่าท่ีจะส่งขายได้มาแกะเอาเน้ือมากวนแล้วบรรจุ ปลอดเช้ือเก็บไว้ทานได้เป็นปี ซึ่งช่วยแก้ไข
ผลผลิตที่แก่เกินไปได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ จึงได้มองในจุดที่เป็นช่องว่างที่ยังต้องการ
การแก้ไขปัญหาการระบายผลผลิตในช่วงทุเรียนที่ได้ระยะเก็บเก่ียว ซึ่งทุเรียนที่ลูกใหญ่เกินไปสาหรับการ
ส่งออก และส่งขายในประเทศ และทุเรียนที่มีเนื้อไม่เต็มทุกพูท่ัวลูก ท้ัง 2 ประเภทน้ีชาวสวนจะขายไม่ได้
หรือราคาต่ามาก ๆ ก็ต้องรอไว้ให้นิ่มและแกะเน้ือมากวน แต่ก็ทาให้ราคาลดต่าลง เพราะกว่าจะสุกจัด
ทุเรียนจะน้าหนักลดลงไปมาก และยังแกะขายได้เฉพาะเนื้อ จึงได้ทดลองนาทุเรียนมาแปรรูปแบบใหม่
ข้ึนมา โดยการใช้ความรู้เดิมจากท่ีเคยแปรรูปจาพวกกล้วยทอด มันทอด นาเน้ือทุเรียนท่ีเหลืองแก่แต่เนื้อ
ยังกรอบๆ มาลองห่ันเปน็ แผ่นบาง ๆ กค็ ดิ ว่าน่าจะนาไปทอดได้จึงทดลองทอดดู ในครั้งเร่ิมแรกยังได้ผลไม่ดี
เท่าท่ีควร แต่ก็ทาให้มีความหวังขึ้นมาว่าจะสามารถพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นมาให้ได้ จึงได้
นาภูมิปัญญาด้ังเดิมในการแปรรูปมาทดลอง แก้ไข พัฒนาข้ึนเร่ือย ๆ แจกจ่ายให้เพ่ือนบ้าน คนในชุมชน
ได้ลองชิม นาท้ังคาติชมและสิ่งที่ค้นพบจากการได้ลงมือทา มาพัฒนาเป็นลาดับ จนได้ท่ีพร้อมสาหรับ
การจาหน่าย กลุ่มลกู ค้าทีไ่ ดเ้ คยทดลองชมิ เป็นกลมุ่ ลกู คา้ กลุ่มแรก

เน่ืองจากทุเรียนกับกล้วยนั้นมีความแตกต่างกัน จึงต้องมีการศึกษาค้นคว้าปรับปรุงกันอยู่นาน
พอสมควร กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีรสชาติอร่อยถูกปากผู้บริโภค และต้องทดสอบจนแน่ใจ
ว่าผลิตภัณฑ์ท่ีได้นั้นคงคุณภาพอยู่ได้ท่ีระยะเวลาเท่าใด มีวิธีการทดลองโดยอาศัยแนววิธีการ
ทางวิทยาศาสตร์ (ซึ่งได้รับคาปรึกษาจากเจ้าหน้าท่ีของรัฐในส่วนต่าง ๆ และภูมิปัญญาท้องถิ่นประสาน
รวมกัน) จนทาให้ได้ผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นที่ต้องการของตลาดทาให้สามารถขายทั้งในประเทศและส่งออก
ต่างประเทศได้โดยลูกค้าต่างประเทศมีการซ้ือขายมากว่า 10 ปีแล้วและยังมียอดการส่ังซื้อมากทวีคูณข้ึน
ทุก ๆ ปี เนื่องจากลูกค้ามั่นใจในคุณภาพของสินค้าที่มีความสม่าเสมอ และระบบการจัดการควบคุม
คุณภาพสินคา้ อยา่ งเปน็ ระบบไดม้ าตรฐาน

37

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5.1 วธิ กี ารทาทุเรยี นทอดกรอบ

5.1.1 วัตถุดิบ สาหรบั การแปรรูปทเุ รยี น เป็นทเุ รยี นทอดกรอบ

1. เนอื้ ทเุ รยี นทยี่ ังไม่สุก (แต่ก็ไม่ดบิ เกนิ ไป) ทุเรียนแก่ 85-95% ลกู ใหญย่ ิ่งดจี ะ

ได้เน้อื ทุเรยี นมาก

2. น้ามนั ปาล์ม

5.1.2 วสั ดอุ ปุ กรณ์

1. เตา หรือเตาแก๊ส 7. กระดาษทิชชชู นดิ ซับมนั

2. กระทะ 8. มีด

3. กระชอน 9. เขยี ง

4. กะละมัง 10. ตะกรา้

5. ทส่ี ไลดท์ เุ รียน 11. ถงุ หรือภาชนะที่บรรจุ

6. กระดาษซบั มัน

5.1.3 ข้ันตอนการทา
ขั้นตอนที่ 1 : เตรยี มทเุ รียน
1. แกะเน้ือทุเรยี นออกจากพู เอาเมลด็ ออก ควรทาเบามอื อย่าใหเ้ นอื้ ช้ามากนัก
2. ห่ันเนื้อทุเรียนให้เป็นชิ้นบาง ๆ ขนาดสม่าเสมอกัน จะหั่นเป็นแว่นหรือจะห่ันเป็นช้ิน
ยาวแบบกล้วยแขกก็ได้ แต่หัน่ ใหบ้ าง และควรหน่ั เปน็ แบบเดียวกันท้ังหมด เพ่ือความสวยงาม หั่น
แลว้ แยกเป็นชนิ้ เล็กและชน้ิ ใหญ่ เวลาทอดจะได้สกุ พรอ้ ม ๆ กัน

38

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

นาทุเรียนดิบมาปอกเอาเปลือกแลว้ แกะเอาเมล็ดออก หั่นเป็นแผ่นบาง ๆ

ข้นั ตอนท่ี 2 : ทอด
1. ใสน่ า้ มนั พชื ลงในกระทะต้ังไฟให้ร้อนจัด แล้วนาช้ินทุเรียนที่หั่นไว้ลงไปทอด พร้อมกับ
หรไ่ี ฟให้ลงปานกลาง คอยกลับชนิ้ ทุเรยี นใหเ้ หลอื งสกุ ทวั่ กนั

ตั้งกระทะ รอจนนา้ มันร้อน แล้วใส่ทุเรียนทหี่ ั่นเตรยี มไว้ลงไป ทอดจนสุกกรอบ แลว้ ตักขน้ึ สะเด็ดน้ามนั

2. ตักขน้ึ ให้สะเด็ดนา้ มนั แล้ววางบนภาชนะหรือถาดทมี่ กี ระดาษซบั มนั รองอยู่
(ถา้ หาไม่ไดใ้ ชก้ ระดาษทชิ ชู หรือกระดาษขาวสะอาดรองแทน)

3. ท้งิ ให้เยน็ และสะเด็ดน้ามันมากขน้ึ นามาบรรจุใส่ถุงพลาสตกิ ปดิ ปากถุงใหส้ นทิ

6. รปู แบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมิปัญญำท้องถน่ิ
ตาบลบ้านแลง เป็นตาบลเก่าแก่ที่เป็นสังคมของชาวสวนผลไม้ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของ

ทรพั ยากรและด้วยการส่ังสมภูมปิ ญั ญาในการทาสวนผลไม้มาอย่างยาวนาน ดังมีหลักฐานปรากฏเป็นผลไม้
พื้นบ้านโบราณเก่าแก่อายุไม่ต่ากว่า 100 ปี เช่น ทุเรียนโบราณอายุกว่า 125 ปี และต้นมังคุดโบราณ
สวนผู้ใหญ่สมควร เปิดเป็นจุดให้เยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนผลไม้แบบด้ังเดิมของชาวระยอง
นอกจากนี้จะเห็นว่าบริเวณโดยรอบท้ังพ้ืนที่ตาบลบ้านแลง เต็มไปด้วยสวนผลไม้ ท้ังสวน ทุเรียน มังคุด
เงาะ ระกา สละ ลองกอง แก้วมังกร และกล้วยไข่ จะเห็นว่าไม่มีจุดไหนเลยที่จะว่างเว้นจากการ
ทาสวนผลไม้ จึงเป็นชุมชนแห่งชาวสวนผลไม้อย่างแท้จริง และมีภูมิปัญญาในการทาสวนผลไม้ให้ได้
ผลผลิตท่ีมีคุณภาพถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน ผลิตภัณฑ์ทุเรียนทอดกรอบจึงเป็น

39

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ผลิตภัณฑ์ท่ีมีเอกลักษณ์คือการแปรรูปทุเรียนที่มีลักษณะเฉพาะท่ีสัมพันธ์และสะท้อนการเป็นชุมชน
ชาวสวนทุเรียน สวนผลไม้ อย่างชดั เจน

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภมู ิปญั ญำใหเ้ ปน็ นวัตกรรม คุณคำ่ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภมู ิใจ
การผลิตเป็นการใช้แรงงานคนในชุมชนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ใช้เคร่ืองจักรขนาดใหญ่ ใช้วัตถุดิบ

ในท้องถิ่น ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะจากการผลิต และการขนส่ง นอกจากนี้ วัสดุเหลือใช้จากการผลิตมีการ
แยกจดั การตามประเภท เช่น สว่ นของเปลอื ก เมล็ด ไสท้ เุ รียนซึ่งเป็นวัตถุอินทรีย์ย่อยสลายได้ จะนาไปท้ิง
ในสวนผลไม้ท่ีได้ติดต่อกันไว้ล่วงหน้า ในจุดต่าง ๆ ที่ชาวสวนกาหนด เพ่ือหมักเป็นปุ๋ยบารุงดินต่อไป
จึงช่วยลดภาระการหาที่ท้ิงของเหลือใช้ให้กับผู้ผลิต และชาวสวนก็ได้อินทรียวัตถุไปทาปุ๋ยโดย
ไม่เสียค่าใชจ้ า่ ย เป็นการไดป้ ระโยชนท์ ้งั 2 ฝา่ ยและอนุรักษ์สิง่ แวดล้อมไปพรอ้ มกนั
8. แหลง่ อ้ำงอิง : ผู้จัดเกบ็ ข้อมูล

ชือ่ นางสาวมัทนา เพช็ รเ์ ศษ วันทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู 21 มกราคม 2564
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมืองระยอง อาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โทร 038-614-758
LINE ID 0864159922 E-mail [email protected]

40

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เกบ็ ขอ้ มลู ภูมปิ ัญญำ
ตำบลปำกนำ้ อำเภอเมอื ง จังหวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ ม (บ้านหอยพอก)

ชอ่ื ภมู ปิ ญั ญำ พระประเมนิ สขุ วารี

2. ข้อมูลพื้นฐำนภมู ปิ ัญญำ -
กรณีรายบคุ คล
ชื่อ พระประเมิน สขุ วารี

วนั เดือนปเี กดิ 13 พฤษภาคม 2507 ทอี่ ย่ปู จั จุบัน วัดปากนา้ สมทุ รคงคาราม ถนนสมุทรคงคา
ตาบลทา่ ประดู่ อาเภอเมอื งระยอง จังหวัดระยอง 21000 โทร 08-71437858 Line - Facebook

3. จดุ เด่นของภูมปิ ัญญำ
ทุกภาคส่วนได้ร่วมตระหนักและอนุรักษ์ฟ้ืนฟูป่าชายเลนและบริเวณโดยรอบ ซ่ึงมีพ้ืนท่ีป่า

กว่า 300 ไร่ ท่ีอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายของพืชพันธ์ุนานาชนิด กิจกรรมเด่นในด้านของ
การอนุรักษ์น้ีคือการร่วมกันสร้าง คอนโดปู และการทาแหล่งอนุบาลสัตว์น้า นาโดยพระประเมิน สุขวารี
ในการประสานความร่วมมือ และส่งเสริมแนวคิด ซึ่งในอดีตผืนป่าแห่งนี้ได้ถูกบุกรุกทาลายจนอยู่ในสภาพ
เส่ือมโทรม จนกระทั่งชาวบ้านได้รวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้าระยองและป่าชายเลนข้ึนมา
เมื่อปี พ.ศ. 2549 โดยต้องการฟ้ืนฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลนบริเวณพระเจดีย์กลางน้าและบริเวณปากน้า
ระยอง ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง จึงได้จัดงานสืบสานวิถีชีวิตมรดกพ้ืนบ้านดังกล่าวข้ึน
เพอ่ื สร้างกระแสความตระหนักและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าชายเลน โดยภายในงานจะจัดให้มีกิจกรรม
เช่น การแข่งขันเรือพาย 7 ฝีพาย พายเรือ หัวใบ้ท้ายบอด พานเรือตอกตะปู แข่งพายเรือทอดแห
แขง่ หมากรกุ ตีไก่ กัดปลา และการแสดงนทิ รรศการ การสาธิตวิถชี วี ติ พืน้ บา้ น เปน็ ต้น

4. ท่ีมำของภมู ิปัญญำ

41

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

พระประเมิน สุขวารี เป็นผู้นา ในเรื่องการพัฒนาส่งเสริมและมีแนวความคิดที่จะรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ ให้สามารถคงอยู่ให้ลูกหลานของชุมชนได้ประกอบอาชีพสืบไป จึงได้มีแนวคิดสร้าง
“บา้ นหอยพอก” เปน็ การสรา้ งคอกไมไ้ ผ่ล้อมไว้บนพนื้ เพื่อใหเ้ ป็นแหล่งเพาะพนั ธ์ุหอยพอกมีคอนโดปู
ท่ีเกิดจากความคิดของกลุ่มอนุรักษ์แม่น้าและป่าชายเลน โดยนาไม้แสม โกงกาง และเศษไม้มาปักทับถม
ให้เหมือนกับเป็นที่พักอาศัยและขยายพันทางธรรมชาติของสัตว์น้า เช่น ปูแสม ปูหนุมาน ปูทะเล (ปูดา)
ปกู ระเทย และปลาชนิดต่างๆ เพอื่ ให้เกิดเปน็ ระบบนิเวศน์ท่ีสมบรู ณ์

ศนู ย์การเรยี นรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน พระเจดีย์กลางน้า ซ่ึงมีพื้นที่ป่ากว่า 300 ไร่ ในเขตเทศบาล
นครระยอง เพ่อื เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเด็จพระมหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เน่ืองใน
โอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ และเพ่ือพฒั นาใหเ้ ปน็ ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศ
ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้า บริเวณปากน้าแม่น้าระยอง ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในปัจจุบัน เพ่ือให้
นกั เรียน นกั ศึกษา ประชาชนได้มาศกึ ษาและสัมผสั ธรรมชาติ และทรัพยากรป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด อีกทั้ง
ยังสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของเมืองระยองต่อไป เป็นศูนย์การเรียนรู้
ระบบนิเวศป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้าเป็นทางเดินไม้ระแนงกว้างประมาณ 1 เมตร ลึกเข้าไปประมาณ
400 เมตร ทางเดินไม้ไม่มีขอบกั้น สูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร สองข้างทางมีต้นไม้นานาพรรณ บางต้น
มีขนาดใหญ่ อายุหลายร้อยปี มีก่ิงก้านแผ่ขยายออกไปกว้าง ไม้ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้สกุลโกงกาง แสมขาว
แสมดา โปรงขาว ประสกั ดอกแดง โพทะเล ปรงทะเล ตะบนู ขาว ตะบูนดา เป็นตน้
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำท้องถ่นิ

พระประเมนิ สขุ วารี เป็นผู้นาในการอนุรักษ์ และบรรยายให้ความรผู้ มู้ าเยี่ยมชม โดยการ
ใช้รปู แบบธรรมชาติดแู ลธรรมชาติ เชน่ วิธกี ารสร้าง“บ้านหอยพอก” เป็นการสร้างคอกไม้ไผล่ อ้ มไว้บนพน้ื
เพอ่ื ให้เปน็ แหลง่ เพาะพันธหุ์ อยพอก การสรา้ ง”คอนโดปู” โดยนาไม้แสม โกงกาง และเศษไม้มาปักทบั ถม
ใหเ้ หมือนกับเป็นที่พกั อาศยั และขยายพันธ์ุทางธรรมชาติ ของสัตว์นา้ เช่น ปแู สม ปหู นุมาน ปูทะเล (ปดู า)
ปูกระเทย และปลาชนิดต่าง ๆ

42

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภูมิปญั ญำใหเ้ ปน็ นวัตกรรม คุณคำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภมู ิใจ
การพฒั นาต่อยอดภูมิปญั ญาสกู่ ารอนุรกั ษธ์ รรมชาติ

และไดร้ ับการสนับสนุนการดาเนินกิจกรรมจากหนว่ ยงาน
และภาคีเครือขา่ ย ในการดาเนนิ การผลนั ดนั ใหเ้ กิดกลุ่มและ
เกดิ รายได้จากการท่องเทยี่ ว ส่ชู ุมชนในเชิงอนุรกั ษ์ และสามารถ
เปน็ แหล่งสรา้ งรายได้ด้านอาชีพประมงของชาวบ้านอีกดว้ ย
8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผูจ้ ัดเกบ็ ข้อมลู

ช่อื นายสพุ ัชรณ์ ัฐ นามสกุล โนนสุวรรณ วนั ที่เก็บขอ้ มูล 25 ธนั วาคม 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอเมืองระยอง อาเภอเมอื งระยอง จังหวัดระยอง โทร 086-2263794
LINE ID 086-2263794 E-mail [email protected]

43

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เก็บข้อมูลภมู ปิ ญั ญำ
ตำบลกะเฉด อำเภอเมอื งระยอง จงั หวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ด้านการแพทยไ์ ทย (น้ามนั กฤษณา)
ชอ่ื ภูมิปญั ญำ นางพิกลุ กติ ตพิ ล

2. ข้อมลู พนื้ ฐำนภมู ิปัญญำ
กรณเี ป็นกลุ่มทางภมู ปิ ัญญา
ผปู้ ระสานงาน ชอ่ื นางพกิ ุล นามสกลุ กติ ติพล

วนั เดอื นปเี กิด 30 พฤศจกิ ายน 2506 ทอ่ี ยปู่ ัจจบุ นั เลขท่ี 8 หมู่ 4 ตาบลกะเฉด อาเภอเมืองระยอง
จังหวดั ระยอง รหสั ไปรษณยี ์ 21100 พิกดั บ้าน ละติจูด 12.697562 ลองจจิ ดู 101.0993371
เบอร์โทรศัพท์ 081 - 8890331 Facebook กลมุ่ สวนหอมมสี ุข ระยอง อบต.กะเฉด

3. จดุ เด่นของภูมปิ ัญญำ
“กฤษณา” เป็นไม้หอมท่ีรู้จักกันดีตั้งแต่โบราณกาล โดยเฉพาะการนามาทาน้ามันกฤษณา

ซึ่งมีราคาแพงมาก แต่หลายปีมาน้ีผู้ประกอบการของบ้านเราได้นาส่วนต่างๆ ของต้นกฤษณามาแปรรูป
ใช้ประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะทาเป็นชา หรือนามาเป็นส่วนผสมในการทาสบู่ แชมพู ฯลฯ จนเกิดเป็น
วสิ าหกจิ ชมุ ชนกลุ่มเกษตรผลติ ไม้กฤษณา ทมี่ ี “คณุ พกิ ุล กติ ตพิ ล” นัง่ เกา้ อปี้ ระธานวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว
โดยใช้ชือ่ แบรนด์ “มีสขุ ”

4. ที่มำของภมู ปิ ัญญำ
คุณพิกุล กิตติพล ชื่อเล่น แมว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา

เล่าความเป็นมาให้ฟังว่า ก่อนหน้าน้ีมีการตัดต้นไม้ทาลายป่าบริเวณน้ีกันมาก ชุมชนจึงช่วยกันปลูกป่า
สว่ นใหญ่ตน้ ไมท้ ี่นามาปลูกเปน็ ไมเ้ บญจพรรณ ไมว่ ่าจะเป็น มะคา่ โมง มะค่าแต้ ประด่ปู ่า ไมพ้ ะยูง รวมทั้ง
ไม้กฤษณา ท่ีเพาะขึ้น แล้วนาไปปลูกในป่าชุมชนและปลูกตามหัวไร่ปลายนาของชุมชนที่มีพื้นท่ีเหลือพื้นที่
หนึ่งท่ีปลกู คือท่ี วดั สมานมติ ร ปลูกประมาณ 30 -50 ไร่ ตอ่ มามคี นมาขอซ้อื ไม้กฤษณา ขนาด 1 ต้น 2 คน
โอบ ในราคาต้นละ 60,000-80,000 บาท แสดงว่ากฤษณาจะต้องเป็นไม้เศรษฐกิจ จึงเริ่มต้นไปศึกษา

44

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

วิธีการปลูกจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เนื่องจากแก่นไม้กฤษณายังไม่สามารถผลิตได้ ยกเว้นที่เกิดขึ้นเองตาม
ธรรมชาติ และทว่ั ไปถ้าจะตัดไมก้ ฤษณาในป่าธรรมชาติ ตอ้ งรอเวลายาวนานถงึ 30 ปี และนค่ี อื จดุ เริม่ ต้น

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา ได้จัดตั้งข้ึนโดยดาเนินการเป็นเครือข่ายในชุมชน มีสมาชิก
เฉพาะท่ีจังหวัดระยอง ประมาณ 30 กว่าคน แต่ถ้ารวมทั่วประเทศแล้ว มีจานวน 1,000 กว่าคน
โดยสมาชกิ ท้งั หมดจะมีทั้งปลูกไม้กฤษณาเอง และมาทางานแปรรูปในกลุ่มฯ “ทุกคนที่เป็นสมาชิก โดยจะ
มีกระบวนการในดูแล 3 ระยะ คร้ังแรก คือถ้าสมาชิกปลูกกับเรา เราจะดูแลให้ตั้งแต่การคัดสายพันธุ์
โดยจะคดั เลอื กสายพนั ธ์ทุ ด่ี ปี ลูกแล้วได้ไม้คุณภาพ คร้ังที่สอง คือสอนวิธีการ เพาะเมล็ด สอนให้หมด และ
คร้ังท่ีสาม คือเวลาการปลูก ปลูกอย่างไร รวมไปถึงเจาะสารให้รับซื้อมาขายให้ ให้คาแนะนา
ทุกกระบวนการหรือถ้าเกดิ ชาวบ้านจะมาหดั ทา จะสอนให้แล้ว ให้มาส่งเราถือว่าได้ช่วยกันทา ส่ิงท่ีสมาชิก
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาได้เรียนรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านคือ เมื่อเพาะเมล็ดปลูกจนโตได้
ขนาดประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 น้ิว เจาะรูแล้วใส่สารจุลินทรีย์ที่กลุ่มผลิตเอง ทาให้ติดแก่นดาเข้าไปใน
เน้ือไม้กฤษณา จากน้ันใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงตัดต้นกฤษณาเพ่ือนามาแปรรูปใช้เป็นส่วนผสม
ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ส่ิงที่ยากกว่าการปลูกต้นกฤษณา เพ่ือให้ได้แก่นคือ การหาตลาด
ซึง่ คุณพิกุล ยอมรับว่า ยากมากเพราะยังไม่รู้ว่าใครใช้ รู้แต่ว่ากฤษณาเป็นไม้ที่มีราคาแพงมากเป็นสมุนไพร
ที่แพงที่สุดในโลก อย่างน้ามันกฤษณา 1 กิโลกรัม ราคาตกประมาณ 300,000-500,000 บาท คนทั่วไป
ก็ไมร่ ู้จะซอื้ ไปทาอะไร ดงั น้ัน กล่มุ วิสาหกิจชุมชนดงั กล่าวจงึ ได้ไปค้นคว้าหาข้อมูลจากระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี กระทั่งพบว่ากฤษณามีประโยชน์มากมาย อาทิ จากไม้แก่นช่วยบารุงหัวใจปอด ตับ และ
ช่วยเรื่องไทรอยดเ์ ปน็ พษิ หรือมะเรง็ ตอ่ มน้าเหลืองดว้ ยวธิ จี ดุ ไม้แล้วสดู ดม สว่ นตัวน้ามันในคัมภีร์อัลกุรอาน
มุสลิมจะนามาทาตัว และใช้จุดสูดดมเพ่ือช่วยในเรื่องสมรรถภาพทางร่างกาย นาไปผสมกับพวกน้าหอม
เพ่ือทาให้กลิ่นทนนาน อย่างน้าหอมแบรนด์ดัง ๆ ก็ใช้น้ามันกฤษณาท้ังหมด หรือทาเก่ียวกับเร่ืองประทิน
ผิว ปรับสภาพผวิ ให้สมดุล

5. รำยละเอยี ดภูมิปัญญำ
คุณพิกุล แจกแจงว่า ปัจจุบันทางกลุ่มสามารถทาโปรดักต์ออกมาประมาณ 39 ชนิด อาทิ น้ามัน

นวดกฤษณาทจ่ี ะใส่สมุนไพร 21 ชนิด สนิ ค้าตัวนี้ขายดมี าก ส่วนสบู่มีถงึ 5 ชนดิ ขายก้อนละ 120 บาท มีทั้ง
แก้ฝ้า แก้สิว ช่วยปรับสภาพผิวให้สมดุล แก้ผดผื่นคัน และช่วยขัดผิวในเรื่องของฝ้า นอกจากนี้ยังมีครีม
บารุงผิว ซงึ่ มกี ลิ่นหอมละมนุ ละไม และมีกลิ่นทีต่ ดิ คงทนแล้วยังมแี ชมพู ครมี นวด

45

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

6. รปู แบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ ูมิปัญญำท้องถิน่
คุณพิกลุ เล่าว่า ในการก่อต้ังกลุ่มฯ น้ันกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสหกรณ์การเกษตรลูกค้าธนาคาร

เพ่ือการเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร จากัด ได้เข้ามาสนับสนุนเงินทุน เพ่ือใช้เป็นเงินหมุนเวียน พร้อมทั้ง
มเี จา้ หนา้ ทีม่ าชว่ ยแนะนาและออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ใหด้ ว้ ยท้ังนี้เม่อื นาสนิ ค้าไปขายท่ีต่างประเทศ ปรากฏว่า
สินค้าได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะน้ามันท่ีใช้ทาถูนวดท่ีใช้สมุนไพร 21 ชนิด
จะขายดีมากทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นก็มีสบู่เป็นอีกหน่ึงผลิตภัณฑ์ท่ีขายดีมากในต่างประเทศ
การเรียนรกู้ บั กลุม่ เกษตรผลิตไม้กฤษณาแหง่ นี้ได้ทุกวนั ไดเ้ ผยแพรค่ วามรู้คอื เปดิ ใหป้ ระชาชน หน่วยงานเข้า
มาศึกษาดงู านไดต้ ลอดเวลา

รางวลั แหง่ ความภาคภูมิใจ
1. พธิ พี ระราชทานโลร่ างวัลเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ ดเี ดน่ แห่งชาติและ

ปราชญเ์ กษตรกรของแผน่ ดิน ประจาปี 2560
2. รางวัลสินคา้ หนงึ่ ตาบล หนง่ึ ผลิตภณั ฑ์ทม่ี ีการสง่ ออกและคุณภาพยอดเยี่ยมปี 2559
3. รางวลั คนดีแทนคุณแผน่ ดินภาคกลาง และภาคตะวนั ออก

46

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

7. กำรพฒั นำต่อยอดภูมปิ ัญญำใหเ้ ปน็ นวตั กรรม คณุ คำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภูมใิ จ
สมาชิกกลุ่มจะมีรายได้สูง คิดเฉพาะแค่ผลิตภัณฑ์ก็สร้างรายได้เกือบสองหมื่นต่อคนแล้ว

ถ้ามีไม้ดว้ ยกจ็ ะมีรายไดเ้ กอื บแสนบาทต่อคนต่อเดือน นาระบบ การออมของสหกรณ์มาใช้ แล้วนาเงินออม
ของส่วนรวมมาช่วยสมาชิก มีการเช่ือมโยงเครือข่ายกันอย่างเต็มรูปแบบเพ่ือให้ทุกกลุ่มเข้มแข็ง อยู่ได้
อย่างย่ังยนื ไมก้ ฤษณา เปน็ ไม้ทใ่ี ช้ในการปลกู เสรมิ กับพืชท่ีมีอยู่ เช่น พืชพ้ืนเมือง เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด
ยางพารา ฯลฯ ท่ีสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี โดยในปัจจุบันเร่ิมมีผู้ให้ความสนใจและ
ปลูกกันมากข้ึนเพราะเห็นว่ามีช่องทางท่ีจะทาเป็นการค้าขายได้ แต่หากเกษตรกรท่านใด สนใจท่ีจะปลูก
ควรจะศึกษาข้อมูลและลู่ทางการตลาดเอาไว้ด้วย หรือหากไม่มีข้อมูลก็สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้กับ
กลมุ่ เกษตรผลิตไมก้ ฤษณาแห่งนไี้ ดท้ ุกวัน
8. แหลง่ อำ้ งองิ : ผู้จัดเก็บข้อมูล

ชื่อ นางสาวกนษิ ฐา นามสกุล ยอดนางรอง วนั ท่เี ก็บข้อมูล 13 มนี าคม 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โทร : 094-6513222
LINE ID : Aik_kanit E-mail : [email protected]

47


Click to View FlipBook Version