The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดระยอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookrayong, 2022-02-21 01:04:23

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดระยอง

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดระยอง

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ในระดับสากลเพอื่ การส่งออกสูต่ ลาดต่างประเทศ และเพือ่ เปิดชอ่ งทางการค้าช่วยให้แก่เกษตรกรรายอ่ืน ๆ
ทสี่ นใจจะเข้าสู่ระบบอินทรีย์

ปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ท่ีมีความสนใจในการผลิตพืชอินทรีย์
เป็นแหล่งศึกษาดูงาน ทั้งยังเป็นนักจัดการการศึกษาของชุมชน กระตุ้นให้เยาวชนในท้องถ่ินเกิดความรัก
บ้านเกิด ยังเป็นวิทยากรรับเชิญของหน่วยงานต่างๆ ท้ังภาครัฐ เอกชน ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยกระตุ้นให้
เกษตรกรในพน้ื ที่ และทว่ั ไปเลง็ เห็นถึงความสาคัญของการผลิตอาหารท่ีปลอดภัยท้ังแก่ผู้ผลิตผู้บริโภคและ
สิง่ แวดล้อม อกี ด้วย

ไดร้ ับรำงวลั จำกพัฒนำชุมชน /เกษตร อยำ่ งมำกมำย และยงั เปน็ แหล่งเรยี นรูศ้ ึกษำดูงำน

148

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภูมปิ ัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณค่ำ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภมู ิใจ
เป็นวิทยากรถา่ ยทอดความรูด้ ้านการเกษตรการทาสวนสับปะรด การแปรรปู สบั ปะรด และสวน

เปน็ สถานท่ศี ึกษาดูงานแก่ ผู้สนใจท้ังในประเทศและชาวตา่ งชาติ และเปน็ ที่ปรึกษาให้แก่เกษตรผสู้ นใจ
เขา้ สูร่ ะบบการผลิตเกษตร และมีผลติ ภัณฑข์ องทางไรบ่ ้านอ้อทเี่ ปน็ ทรี่ ู้จกั ของตลาด จะมีการขายสับปะรด
ผลสด การทาขนมอาลวั จากสับปะรด การทานา้ สบั ปะรด
8. แหล่งอ้ำงอิง : ผ้จู ัดเก็บขอ้ มูล

ชอื่ นางสาวณัฏฐนนั ท์ นามสกุล ภตู านุ วนั ท่เี ก็บข้อมลู 2 เมษายน 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอปลวกแดง จงั หวดั ระยอง โทร 0886971477
LINE ID - E-mail tasit. [email protected]

149

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เกบ็ ข้อมลู ภมู ปิ ญั ญำ
ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จงั หวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นโภชนาการ (การถนอมอาหาร)
ชอ่ื ภูมปิ ัญญำ นางจินดา ศรปี ระชากร

2. ข้อมลู พนื้ ฐำนภูมิปญั ญำ
กรณีรายบคุ คล
ชื่อ นางจินดา นามสกุล ศรปี ระชากร

วนั เดอื น ปเี กดิ 1 มกราคม 2495 ทอ่ี ยู่ปจั จบุ ัน บ้านเลขที่ 11 หมู่ 3
ตาบลปลวกแดง อาเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง รหัสไปรษณีย์ 21140 เบอร์โทรศัพท์ 086-1406699
พกิ ัดบ้าน - Line ID : 0861406699 Facebook : จนิ ดา ศรปี ระชากร

3. จดุ เด่นของภูมิปัญญำ
การถนอมอาหาร ทาให้เก็บอาหารไว้บริโภคได้นานกว่าธรรมดา โดยท่ีอาหารนั้นยังคงสภาพดี

ไมเ่ กิดการสญู เสยี ท้ังในดา้ นปริมาณและคุณภาพ อาจมกี ารเปล่ยี นแปลงด้านสี กลน่ิ รส เน้ือสัมผัส แต่ยังคง
คุณค่าโภชนาการของอาหารไว้ การถนอมอาหารทาได้โดยกระบวนวิธีการแปรรูปอาหาร เช่น การดอง
การแช่อ่ิม การตากแห้ง และการเชื่อม เป็นต้น ทาให้มีอาหารบริโภคท้ังในยามปกติและยามขาดแคลน
หรือนอกฤดูกาลของอาหารนั้น เป็นการประหยัดรายจ่ายเนื่องจากซื้อหาเม่ือมีราคาถูกมาเก็บถนอมไว้
บริโภค เมื่อมีราคาแพงหรือพ้นฤดูของอาหารนั้น ซ่ึงนอกจากทาให้ได้รับประทานอาหารในรูปลักษณะ
และรสชาติแปลกกันไปแล้ว ยังอาจเป็นทางช่วยเพ่ิมพูนรายได้และจาหน่ายได้ราคาสูงอีกด้วย และยังเป็น
การนาวสั ดุท่ีมีในท้องถิ่นมาทาการถนอมอาหารเพ่ือเพ่ิมมูลค่าให้กับวัตถุดิบและเพ่ิมช่องทางสามารถนาไป
ประกอบอาชพี เสริมต่อไปได้

4. ที่มำของภูมิปัญญำ
ด้วยในเขตพื้นที่ตาบลปลวกแดง เป็นแหล่งเกษตรกรรมมันสาปะหลังทาให้แต่ละปีมีผลผลิตมาก

นางจินดา ศรปี ระชากร จึงมแี นวคดิ นาการถนอมอาหารมาใชก้ บั วัตถุดิบในท้องถิ่นท่ีตนเองมี โดยเดิมการ
ถนอมอาการก็มีการเช่ือม การแชอ่ ่มิ ดอง หรือตากแหง้ แต่ดว้ ยนางจินดา ศรีประชากร ภูมิปัญญา ในการ
ถนอมอาหาร ได้เกิดแนวคิดในการต่อยอดจากการถนอมอาหารจากมีนสาปะหลังท่ีมีอยู่มาก โดยทา

150

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

เฟรนช์ฟรายส์มันสาปะหลัง เป็นแนวคิดใหม่ท่ีได้พัฒนาเพ่ือให้เข้าถึงรสชาติ และมูลค่าให้กับวัตถุดิบทั้งยัง
เพมิ่ ชอ่ งทางการขายในรปู แบบท่ีแตกตา่ งสามารถนาไปประกอบอาชีพเสรมิ ต่อไปได้

5. รำยละเอยี ดภมู ิปญั ญำ

5.1 การแปรรปู มนั สาปะหลงั (มนั เชอ่ื ม)
5.1.1 ส่วนประกอบ
1. มนั สาปะหลังพันธุห์ า้ นาที (มันหา้ นาที) เป็นพันธุ์ท่ีนิยมนามาทาขนม เพราะมี

รสหวาน และ เนื้อมันร่วน ไม่มีเสี้ยน ควรเลือกหัวมันท่ีมีอายุประมาณ 8 – 10 เดือน หากน้อยกว่าน้ีเนื้อ
มนั จะเละเกนิ ไป และหากแก่กว่าน้เี น้อื มนั จะมีรสขม

2. น้าตาลทรายขาว มีคุณสมบัติเหมาะกับการทาขนมประเภทเชื่อม เพราะจะ
ทาให้สีของนา้ เชอ่ื มดใู สน่ารบั ประทาน

3. น้าลอยดอกมะลิ จะทาให้ขนมมกี ลนิ่ หอมอ่อนๆ เย็นชนื่ ใจ
4. หัวกะทิ เป็นนา้ กะทชิ นดิ เข้มขน้ ทีค่ ้ันครง้ั แรกผสมกับนา้ ปรมิ าณเล็กน้อย
5. เกลอื ปน่
6. น้ามะนาว
7. แปง้ ข้าวโพด
5.1.2 วสั ดุอปุ กรณ์
1. หมอ้
2. มดี
3. ทพั พี
5.1.3 ข้ันตอนการทามนั สาปะหลงั เชอื่ ม
1. นามันสาปะหลังพันธ์ุห้านาที มาหั่นเป็นท่อนขนาดส้ันประมาณ 2 น้ิว หาก
ทอ่ นไหนขนาดใหญเ่ กนิ ไปใหผ้ า่ ครงึ่ ในแนวต้ัง จากนั้นปอกเปลือกออกและลา้ งให้สะอาด
2. จากนนั้ นามันสาปะหลงั ที่เตรียมไว้ตง้ั ไฟกับนา้ เปลา่ สะอาดดว้ ยไฟปานกลาง จนน้าเดือดแล้วเท
นา้ ออก (ระวังอยา่ ให้มนั สุกเกินไป) เพือ่ ไม่ให้มนั สาปะหลงั ที่จะเชือ่ มไมม่ ีรสขม
3. นามันสาปะหลังที่ต้มเสร็จแล้ว มาต้ังไฟกับน้าลอยดอกมะลิ และน้าตาล
ทรายขาว ต้งั ไฟปานกลาง จนเดอื ดสงั เกตนา้ เชอ่ื มจะเข้มขน้ และเรม่ิ ซึมเข้าเน้อื มนั สาปะหลงั
4. จะไดม้ นั สาปะหลงั เชอ่ื ม สสี วยสดใสน่ารบั ประทาน

151

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5.1.4 ข้ันตอนการทาน้ากะทิ
นาหัวกะทิใสห่ มอ้ จากนน้ั ตั้งไฟอ่อนๆ ใส่แป้งข้าวโพด เพ่ือให้น้ากะทิเหนียว .1

ใสเ่ กลอื ปน่ ปรุงรสเลก็ น้อย ให้นา้ กะทิมรี สเค็มอ่อนๆ เพื่อตัดรสชาตกิ ับมนั เชื่อมทม่ี รี สหวาน และขน้

2. ต้งั ไฟอ่อนๆ แลว้ คนจนเข้ากนั
3. ยกลงจากเตาแลว้ พักให้เย็น
4. ตกั มันสาปะหลังเช่ือมใส่ชาม แลว้ ราดดว้ ยน้ากะทิ พร้อมรับประทาน

5.2 การแปรรปู มันสาปะหลัง (มนั แท่งทอดกรอบ หรอื เฟรนช์ฟรายส)์
5.2.1 ส่วนประกอบ
1. มันสาปะหลังพันธุ์ห้านาที (มันห้านาที) ควรเลือกหัวมันที่ไม่แก่เกินไปเพราะ

จะมเี สน้ ใยทเี่ หนียวและแขง็ มากไป
2. เกลือ ปรุงรสเพือ่ เพิ่มรสชาตคิ วามอรอ่ ยและเสรมิ ธาตุไอโอดนี

3. นา้ มันปาล์ม เปน็ น้ามนั ทีเ่ หมาะสาหรับการทอด
5.2.2 วสั ดอุ ุปกรณ์
1. กระทะ
2. ตะหลิว
3. มีด
152

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5.2.3 ขน้ั ตอนการทามนั แท่งทอดกรอบ (เฟรนช์ฟรายส์มันสาปะหลงั )
1. นามันสาปะหลังพันธ์ุห้านาที มาปอกเปลือกแล้วห่ันเป็นแท่งขนาด 1.5 นิ้ว

ยาว 1.5 น้วิ นาไปลา้ งแปง้ มนั ออกด้วยน้าสะอาด จากนัน้ ผึง่ ลมใหแ้ หง้
2. นาแท่งมนั ลวกในนา้ เดือดประมาณ 4 นาที ให้มนั สาปะหลังพอสุก อย่าให้สุก

มากเกินไปจะทาให้เละไม่น่ารับประทาน จากนน้ั ตกั ข้นึ มาพักไว้ใหส้ ะเด็ดน้า
3. ต้งั กระทะใส่นา้ มันปาล์มเตรียมสาหรบั ทอดด้วยไฟปานกลาง ใชน้ า้ มนั ปรมิ าณ
มากพอสมควรเพอื่ ใหม้ นั สาปะหลงั กรอบท่วั ถึงและมีสสี ันสวยสดใสน่ารบั ประทาน

4. เม่ือนา้ มันรอ้ นใสม่ นั แทง่ ลงไปทอดใหเ้ หลอื ง
5. จากน้ันตกั ข้นึ มาพกั ไวใ้ ห้สะเดด็ นา้ มนั และคลกุ เคลา้ ปรงุ รสชาตดิ ว้ ยเกลอื ป่น
6. รบั ประทานคกู่ บั ซอสมะเขือเทศ หรอื ซอสพรกิ เพือ่ เพ่มิ อรรถรส

5.3. การถนอมอาหารประเภทอืน่ (ไข่เค็มพอกดนิ สอพอง)
ไข่เคม็ อาหารทีเ่ กิดมาจากภมู ปิ ัญญาชาวบ้านในการถนอมอาหารของคนไทย เพ่ือยืดอายุ

การเก็บไข่ดิบที่เหลือจากการบริโภคสด โดยการนาไข่ดิบไปดองกับน้าเกลือหรืออาจมีสูตรอ่ืนๆ ตามพื้นที่
ซ่ึงเป็นอาหารพืน้ บา้ นที่คนไทยนยิ มบรโิ ภคมาตงั้ แต่สมยั โบราณ

5.3.1 สว่ นประกอบ
1. ไข่เป็ดดิบ เลือกใช้ไข่ใหม่ มีขนาดพอดี ลักษณะเปลือกไข่ไม่ร้าว เลือกใช้ไข่

เป็ดเพราะเปลือกไข่เป็ดมีความพรุนของรูที่มีขนาดเล็ก ทาให้เกลือทาปฏิกิริยาแทรกซึมกับเปลือกไข่ทีละ
น้อย เมื่อถึงระยะเวลากาหนดไข่จะมีรสชาติเค็มพอดี ไข่แดงมีขนาดใหญ่สีสดน่ารับประทาน และเนื้อไข่
ขาวของไข่เป็ดมีความยืดหยุ่นดีกว่าไข่ชนิดอ่ืนจึงทาให้ได้ไข่ขาวท่ีนุ่ม มีรสชาติเดียวกันทั้งใบ (ไม่ควรนาไข่
แช่เย็น ควรใชไ้ ขท่ ี่มอี ุณหภมู ิปกต)ิ

2. ดินสอพอง การใช้ดินสอพองในการพอกไข่ ลักษณะไข่เค็มที่ไข่ขาวน่ิม และ
ไขแ่ ดงแข็ง

153

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

3. ขเี้ ถ้าแกลบ เพือ่ ปอ้ งกนั การระเหยของน้าในไข่ และป้องกันไม่ให้ไข่ท่ีพอกไว้
ติดกัน

4. เกลือ เปน็ สว่ นประกอบในการทาใหเ้ กบ็ ถนอมรกั ษาไข่ไว้ไดน้ าน
5.3.2 ขน้ั ตอนการทาไขเ่ คม็ พอกดินสอพอง

1. นาไขเ่ ป็ดสดมาลา้ งน้าสะอาด จนเปลือกไข่มสี ีขาวสะอาด
2. นาดินสอพอง เกลือ มาละลายน้าสะอาดในปริมาณพอประมาณ ผสมให้เข้า
กันไม่ใหเ้ หลวมากใหเ้ หนียวพอชุบติดไข่
3. นาไข่ลงไปชบุ ดนิ สอพองให้หมุ้ ไข่ทง้ั ฟอง
4. จากนน้ั นาไข่คลุกขี้เถา้ แกลบให้หุ้มท้ังฟอง
5. นาไขเ่ รียงใส่ถุง ระวังอย่าวางซ้อนกันเพ่อื ปอ้ งกนั ไขแ่ ตก
6. มดั ปากถุงให้แนน่ จากนัน้ เกบ็ ไข่ไว้ 7 – 10 วัน นามาทอดเป็นไข่ดาว และถ้า
เก็บไว้ 15 – 20 วัน นามาต้มเป็นไข่เค็ม (สาหรับผู้ท่ีชอบไข่ดาวหากรสชาติเค็มได้ท่ีแล้วนามาล้างเก็บใส่
ตเู้ ยน็ ความเคม็ จะคงท)ี่

6. รปู แบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ิปัญญำทอ้ งถน่ิ
6.1 ร่วมเปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดองค์ความรแู้ ก่องคก์ รภาครฐั และภาคเอกชน
6.2 ประวัติการได้รบั รางวลั
6.2.1 ประกาศนียบตั รผ่านการฝกึ อบรมเชิงปฏบิ ัติการ หลกั สูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก

กลว้ ย จากสถาบันวจิ ยั จฬุ าภรณ์
6.2.2 วฒุ ิบัตรผ่านการอบรมหลกั สตู ร “การพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพยี ง”

จากศูนยก์ สิกรรมธรรมชาตมิ าบเอื้อง อาเภอบา้ นบงึ จังหวัดชลบรุ ี
6.2.3 วุฒบิ ตั รผา่ นการฝกึ อบรมหลกั สูตร “การเพิม่ ศักยภาพคณะกรรมการกองทุนพัฒนา

บทบาท-สตรีตาบล” จากคณะกรรมการกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรแี ห่งชาติ

154

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

6.2.4 เกียรติบัตรเป็นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบลปลวกแดง
จากสานักงานพฒั นาชมุ ชนจังหวดั ระยอง

6.2.5 ประกาศเกียรติคุณ “แม่ดีเด่น” จากองค์การบริหารส่วนตาบลปลวกแดง เน่ืองใน
วนั แมแ่ หง่ ชาติ ปี 2556

วิทยากรถา่ ยทอดองค์ความรูแ้ กอ่ งคก์ รภาครฐั และภาคเอกชน
7. กำรพัฒนำต่อยอดภูมปิ ัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณคำ่ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภูมิใจ

สิ่งท่ีต้องการบอกสู่สังคมการถนอมอาหารและแปรรูปอาหารด้วยกระบวนวิธีต่าง ๆ เป็นองค์
ความรู้ท่ีควรเรียนรู้เพราะสามารถนาไปปรับใช้ได้กับการดารงชีวิตประจาวันของทุกคนและสามารถนาไป
ประยุกตท์ าได้ทกุ ท่ี
7. แหลง่ อ้ำงอิง : ผูจ้ ดั เก็บข้อมูล

ชอื่ นางสาววลั ภา นามสกลุ โสมนัสแสง วันท่ีเก็บข้อมูล 23 พฤศจิกายน 2562
สถานศึกษา กศน.อาเภอปลวกแดง จังหวดั ระยอง โทร 0991636083
LINE ID - E-mail Pluakdaeng. [email protected]

155

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

แบบจัดเก็บข้อมูลภูมปิ ญั ญำ
ตำบลละหำร อำเภอปลวกแดง จงั หวัดระยอง

1. ภมู ิปญั ญำ ดา้ นอุตสาหกรรมและหตั กรรม (ผ้าใยสับปะรด)
ชอื่ ภูมปิ ัญญำ นางคามาย เมฆพดั

2. ข้อมลู พื้นฐำนภมู ปิ ัญญำ -
กรณีรายบคุ คล
ชอื่ นางคามาย นามสกุล เมฆพัด

วนั เดือนปีเกิด - ปี 2498 ท่ีอย่ปู ัจจุบัน เลขที่ 121/117
ตาบลละหารอาเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง รหสั ไปรษณีย์ 21140
พิกดั บา้ นหนองอา้ ยร่ืน เบอร์โทร 093-4189355 Line ID - Facebook

3. จดุ เดน่ ของภูมปิ ัญญำ

ได้นาสับปะรดในพื้นท่ีมาผลิตเป็นผ้าใยสับปะรด เพื่อตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งเป็นข้ันตอนท่ีซับซ้อนและ

มีความยากในข้ันตอนนี้มาก เนื่องจากทาด้วยมือทั้งหมด ต้องใช้ความสามารถและความเช่ียวชาญ
ของบคุ คล สว่ นเสน้ ยนื ได้นาเสน้ ฝา้ ย 100% มาใช้ในการทอ

4. ท่ีมำของภูมปิ ัญญำ

วิถชี ีวิตของสตรใี นชนบทด้ังเดมิ ของชาวอสี าน จะนิยมทอผ้าไว้ใช้เอง ทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้าย ซึ่งเป็น
ภูมิปัญญาท่ีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยใช้ทรัพยากรที่อยู่ในท้องถิ่นคือ ต้นฝ้าย การเล้ียงไหม
ผ่านกรรมวธิ ที ่ีเกิดจากภมู ิปัญญาจนกลายมาเป็นผ้าผนื งาม ซงึ่ นางคามาย เมฆพัด ได้รับประสบการณ์การ
ทอผ้ามาตั้งแต่ยังสาว โดยได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ สามารถทอผ้าได้ท้ังผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าห่ม
และพัฒนาลวดลายต่างๆ ให้เหมาะสมกับความนิยมโดยใช้เวลาว่างในช่วงเย็น และหลังจากเก็บเก่ียว
ผลผลติ ทางการเกษตร เม่ือภูมิปัญญาได้ย้ายจากภูมิลาเนาเดิมมาอยู่ในพ้ืนที่ท่ีได้รับสิทธิให้ใช้ที่ดินทามาหา
กินของ สานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดระยอง โดยได้รับการจัดท่ีดินให้ใช้
ประโยชน์ทากินทหี่ มูบ่ า้ นนคิ มเศรษฐกิจพอเพียง อาเภอปลวกแดง จังหวดั ระยอง ดว้ ยมีความรู้ ทักษะและ
ประสบการณ์ในการทอผ้า จึงได้รับโอกาสให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มทอผ้าจุลกฐิน ถ่ินเมืองระยอง
ครั้งท่ี 1 ซึ่งมีการฝึกอบรมการทอผ้าของทีมงานทั้งหมดท่ีจังหวัดชัยภูมิ ย่ิงทาให้ภูมิปัญญาได้เพ่ิมทักษะ
ในการทอผ้ามากขึ้นจนเป็นที่ยอมรับให้เป็นทีมงานหลักในการทอผ้าจุลกฐิน ถิ่นเมืองระยองเร่ือยมา

156

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ซึง่ ปัจจบุ นั สามารถ ถา่ ยทอดองค์ความรใู้ ห้กบั คนในชุมชนท่สี นใจได้เรียนรู้วิธีการทอผ้าไว้ใช้เอง และพัฒนา
ช้ินงานออกจาหน่ายเป็นอาชีพเสริมรายไดใ้ ห้กบั ตนเองและครอบครัว

5. รำยละเอยี ดภูมิปัญญำ
นางคามาย เมฆพัด ไดก้ ลา่ วว่า จากการนาเส้นใยสับปะรดมาผสมฝ้าย นามาดีดผสมรวมกันและ

เข็นให้เป็นเส้นด้วยเครื่องเข็นฝ้ายซึ่งเรียกว่า หลาหรือในเข็นฝ้าย เป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนและมีความยาก
ในข้ันตอนน้ีมาก เน่ืองจากทาด้วยมือท้ังหมด ต้องใช้ความสามารถและความเช่ียวชาญของบุคคล
สว่ นเสน้ ยืนไดน้ าเสน้ ฝ้าย 100% มาใช้ในการทอ กระบวนการทอใช้ก่ีโบราณในการทอผ้า สีผ้าใยสับปะรด
โดยธรรมชาติจะออกเป็นสีขาว สามารถนาไปย้อมสีได้ตามปกติ เพ่ือใส่เอกลักษณ์อาจนาไปย้อมสีมังคุด
ซง่ึ จะออกเฉดสนี ้าตาลอมม่วง โดยมเี สน้ ยนื จะเป็นเส้นฝ้าย 100 % โดยนาไปย้อมสีใบมังคุด เม่ือนาเส้นทอ
หรือเส้นพุ่งท่ีเป็นเส้นใยสับปะรดสีธรรมชาติท่ีผ่านกระบวนการปั่นเป็นเส้นด้าย โดยผสมเส้นใยสับปะรด
และฝ้ายในอัตรา 70 : 30 (ฝ้าย 70 % ใยสับปะรด 30 %) จะได้ผืนผ้าท่ีมีสีขาวอมน้าตาลอ่อน ออกสีชมพู
เรือ่ ๆ มเี สน่หแ์ ละเอกลักษณ์ท่ีแฝงอยูใ่ นผนื ผ้า พจิ ารณาจะเห็นเสน้ ใยสับปะรดในผืนผา้

5.1 กระบวนการและขน้ั ตอน
1.เมอื่ เตรียมด้ายทเี่ ข็นเปน็ เส้นพงุ่ และไส้หกู เรยี บร้อยแล้ว นาเอาเสน้ หูกอันใหม่สบื ต่อกับ

ไสห้ ูกทีค่ ้างอยู่ในเขาหูกและร่องฟนั ฟืมเดิม กางก่หี รือหูกให้เรียบร้อย
2.เอาหลอดด้ายเส้นพุ่งเข้าร่องกระสวย ร้อยด้ายจากหลอดผ่านรูเล็ก ๆ ข้างกระสวย

หากเส้นด้ายหมดจากหลอดแรก ต้องเอาหลอดท่ี 2,3... ตามลาดับหลอดท่ีป่ันหรือกรอหลอดไว้บรรจุ
เข้ากระสวยและทอผา้ ตามลาดบั

3.คล้องเชือกจากเขาหูกอันหนึ่งเข้ากับไม้คันเหยียบข้างใดข้างหน่ึงและคล้องเชือกเขาหูก
ที่เหลืออีกอันเข้ากับไม้คันเหยียบอีกอัน เมื่อเหยียบไม้คันเหยียบข้างหน่ึง ไส้หูกกางออกเป็นช่องเนื่องจาก
การดงึ ของเขาหูก พุ่งกระสวยผา่ นช่องวา่ งน้ัน แล้วดงึ ฟึมกระทบเส้นฝ้ายท่ีออกมาจากกระสวยเข้าไปเก็บไว้
เหยียบไม้คันเหยียบอีกอัน พุ่งกระสวยผ่านช่องว่าง กลับมาทางเดิม ดึงฟืมกระทบเส้นฝ้ายเข้าเก็บ เหยียบ
ไม้คันเหยียบอีกอัน พุ่งกระสวย ดึงฟืมกระทบ เหยียบไม้คันเหยียบ ทอสลับกันไปเร่ือย ๆ จนได้ผืนผ้า
เกิดขน้ึ ยาวมากแล้ว จึงพนั ผืนผ้าไว้ดว้ ยไม้กาพัน

157

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ทอผ้าใชเ้ วลาว่างหลังเกบ็ เกี่ยวผลผลิตทางเกษตร ร่วมกับทมี งานทอผ้าจลุ กฐิน ถน่ิ เมอื งระยอง

6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ ูมปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ
เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการทอผ้า การย้อมผ้าต่าง ๆ เปิดให้บริการให้ความรู้และเรียนรู้

กระบวนการทอผา้ โดยภูมิปัญญาสามารถเป็นวิทยากรด้วยตนเอง ให้บริการได้ตามวัน เวลาสะดวกของผู้ที่
สนใจเข้าเรียนรู้

7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภูมปิ ัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณคำ่ )มูลค่ำ( และควำมภำคภูมิใจ
เข้ารับการอบรมพฒั นาความรู้ และนาความรู้ท่ีได้รบั จากการฝกึ อบรมมาพัฒนาตอ่ ยอด ซึ่งได้นา

ใยสับปะรด โดยผา่ นวิธกี ารต่าง ๆ มาทอลงในผืนผ้า ตลอดจนการพฒั นาเทคนคิ การย้อมต่างๆ การย้อมสี
ธรรมชาติ จนออกมาเปน็ ผนื ผา้ ทีส่ วยงาม
8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผ้จู ัดเกบ็ ขอ้ มูล

ชื่อ นางสาวณฐั กานต์ นามสกุล มาลาทอง วันที่เกบ็ ขอ้ มลู 25 มีนาคม 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอปลวกแดง จงั หวัดระยอง โทร 084-9141644
LINE ID 0849141644 E-mail [email protected]

แบบจดั เก็บข้อมลู ภูมปิ ัญญำ
ตำบลหนองไร่ อำเภอปลวกแดง จังหวดั ระยอง

1. ภมู ิปัญญำ ด้านการแพทย์แผนไทย (ลกู ประคบ)

158

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ชื่อภูมิปัญญำ นางสาวสังวาล ขจดั ภยั

2. ขอ้ มลู พื้นฐำนภมู ิปัญญำ

กรณีรายบุคคล

ช่ือ นางสาวสงั วาล นามสกลุ ขจัดภัย

วันเดือนปีเกดิ - ปี พ.ศ.2488 ที่อยปู่ ัจจบุ ัน เลขที่ 77 หมู่ 6 ตาบลหนองไร่

อาเภอปลวกแดง จงั หวดั ระยอง รหัสไปรษณยี ์ 21140 พิกดั บ้านเขาคลองซอง

เบอรโ์ ทรศพั ท์ 084-8671646 Line ID 0848671646 Facebook -

3. จดุ เดน่ ของภูมปิ ญั ญำ
ภูมิปัญญาการทาลูกประคบสมุนไพร ของนางสาวสังวาล ขจัดภัย เป็นการนาเอาวัตถุดิบท่ีมีใน

ท้องถ่ิน มาใช้ให้เกิดประโยชน์และสามารถเพิ่มมูลค่าทางการตลาด จนทาให้สามารถสร้างรายได้ให้กับ
ครอบครัวอีกทาง ลูกประคบเป็นการนาเอาสมุนไพรเพื่อมาทาลูกประคบในการรักษาอาการปวดเม่ือยเส้น
เอ็น ปวดเมื่อยตามตัว โดยลูกประคบทาจากสมุนไพรหลายชนิดและสามารถใช้ประกอบกับการนวดแผน
โบราณได้

4. ท่ีมำของภมู ิปัญญำ
ภูมิปัญญาการทาลูกประคบสมุนไพร ของนางสาวสังวาล ขจัดภัย บ้านเลขที่ 77 หมู่ 6

ตาบลหนองไร่ อาเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เร่ิมต้นจากการปลูกพืชสมุนไพรหลายชนิดไว้ในบ้าน
ทง้ั ขมิ้นชัน มะกรดู เตยหอม ว่านโบราณตา่ ง ๆ ตะไคร้หอม และอยากเพ่ิมมูลค่าของสมุนไพรท่ีมีในท้องถ่ิน
ให้สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จึงได้สนใจศึกษาค้นคว้าและมีหน่วยงานราชการในตาบลหนองไร่
เข้ามาให้ความรู้และสนับสนุนให้นาสมุนไพรที่ปลูกไว้ในบ้านและในท้องถ่ินมาลองทาเป็นลูกประคบ เพ่ือ
สร้างคุณค่าให้กับสมุนไพรที่มีอยู่ จนเกิดลูกประคบสมุนไพรข้ึน หน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุนได้ผลักดัน
ส่งเสริมในเร่ืองของการศึกษาดูงานและเรื่องของการตลาด ทาให้ปัจจุบันได้ผลิตลูกประคบสมุนไพร
จาหน่ายให้ผู้สนใจได้นาไปทดลองใช้ ส่วนมากร้านนวดแผนไทยจะเป็นท่ีต้องการเพ่ือนาไปประคบให้กับ
ลกู ค้าจนสามารถสร้างรายไดใ้ หก้ บั ครอบครวั อกี ทางหน่ึง

5. รำยละเอยี ดภูมิปัญญำ
ปจั จบุ นั นางสาวสังวาล ขจัดภัย ถกู ยกให้เปน็ ปราชญช์ าวบ้านดา้ นสมนุ ไพรรกั ษาโรค ของตาบล

หนองไร่ ซ่ึงปจั จบุ ันไดผ้ ลติ ลูกประคบสมุนไพรจาหน่ายให้ผสู้ นใจไดน้ าไปทดลองใช้ ซง่ึ สว่ นมากรา้ นนวด
แผนไทยจะเป็นท่ตี ้องการเพ่ือนาไปประคบใหก้ ับลกู คา้

159

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5.1 ขั้นตอนการทาสมุนไพรลูกประคบ
1. นาสมุนไพรที่ใช้ในการทามาล้างดว้ ยน้าเปล่าใหส้ ะอาด โดยล้างประมาณ 3-4 รอบ

ทิง้ ไวใ้ ห้สมุนไพรแห้ง
2. นาสมนุ ไพรที่ลา้ งแลว้ มาหั่นใหเ้ ปน็ ชิ้นเลก็ ๆ
3. นาสมนุ ไพรที่หนั่ แล้วไปตากแดดจนสมนุ ไพรแห้งสนิท
4. นาพมิ เสน การบรู ผสมกับสมนุ ไพรทต่ี ากแดดจนแหง้ สนิทคลกุ เคล้าใหเ้ ข้ากนั
5. นาผ้าขาวมาตัดใหไ้ ดข้ นาด ความกวา้ ง 35 เซนติเมตร ความยาว 35 เซนตเิ มตร
6. นาผ้าขาวท่ีตัดได้ขนาดแลว้ มาวาง แลว้ ใส่สมุนไพรท่ี 100 กรัม จากนั้นนาเชือกขาวมามัด

โดยจับผา้ ทล่ี ะ 2 มุม จับจนครบ 4 มุม ใหร้ วบมมุ ผ้าทีล่ ะมุม จนครบทงั้ 4 มุมแลว้ ใชเ้ ชอื กพันให้เปน็ ด้ามจบั
แลว้ มดั เชอื กให้แนน่ จะไดล้ ูกประคบสมุนไพร

ภาพกจิ กรรมขน้ั ตอนการทาลกู ประคบสมนุ ไพร

6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ ูมปิ ัญญำท้องถนิ่
6.1 เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น
นางสาวสังวาล ขจัดภัย ได้รับรางวัลมากมายและเป็นที่ยอมรับของบุคลท่ัวไปในตาบล

หนองไร่ ในเรื่องของการทาลูกประคบสมุนไพร โดยได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในเร่ือง
ของการทาลูกประคบสมุนไพร จากทุกหน่วยงานราชการ เช่น พัฒนาชุมชนอาเภอปลวกแดง องค์การ
บรหิ ารสว่ นตาบลหนอ่ งไร่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอปลวกแดง และยังได้
ถกู ยกใหเ้ ป็นปราชญ์ชาวบา้ นดา้ นสมนุ ไพรทางการแพทย์ ของตาบลหนองไร่
7. กำรพัฒนำต่อยอดภูมิปัญญำใหเ้ ป็นนวัตกรรม คุณคำ่ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภูมใิ จ

การทาลูกประคบสมุนไพร ของนางสาวสังวาล ขจัดภัย เป็นการทาลูกประคบสมุนไพรเพื่อรักษา
โรคอาการปวดเมอ่ื ยและผ่อนคลาย ซ่ึงมีการผลิตท่มี าก แตย่ งั ขาดในเรอ่ื งของเทคโนโลยีในการเผยแพร่ทาง

160

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

โลกออนไลน์ ซ่ึงในอนาคตมีความต้องการเผยแพร่ในโลกออนไลน์เพ่ือจะให้ผู้ท่ีต้องการเรียนรู้หรือต้องการ
ซ้ือลูกประคบไดเ้ ข้าถึงไดง้ ่ายย่ิงข้ึนโดยทีไ่ มต่ ้องเดนิ ทางเขา้ มาซ้อื ในหมบู่ ้านดว้ ยตนเอง
8. แหล่งอ้ำงองิ : ผู้จัดเก็บขอ้ มูล

ช่อื นายสุวิทย์ นามสกุล อ่อนเนตร วันทีเ่ ก็บข้อมูล 31 มนี าคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอปลวกแดง จงั หวดั ระยอง โทร 064-6411879
LINE ID 0646411879 E-mail [email protected]

แบบจดั เก็บข้อมลู ภูมปิ ัญญำ
ตำบลมำบยำงพร อำเภอปลวกแดง จงั หวัดระยอง

161

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นเกษตรกรรม (การปลูกพชื ไร้ดิน)
ชือ่ ภูมปิ ัญญำ นางสาวพรสวรรค์ น้อยกร

2. ข้อมูลพ้นื ฐำนภูมปิ ัญญำ
กรณีรายบุคคล
ชื่อ นางสาวพรสวรรค์ นามสกุล น้อยกร

วันเดอื นปเี กิด 24 สงิ หาคม 2510 ทอี่ ยปู่ จั จุบัน เลขที่ 241 หมทู่ ี่ 2 ตาบลมาบยางพร อาเภอปลวกแดง
จงั หวัดระยอง รหสั ไปรษณีย์ 21140 เบอร์โทรศัพท์ 086-1482331 Facebook พรสวรรค์ นอ้ ยกร

3. จดุ เดน่ ของภูมิปญั ญำ
มีการถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจการปลูกผักไร้ดิน การปลูกพืชท่ีไม่ใช้วัสดุปลูก

กล่าวคือ จะทาการปลูกพืชลงในสารละลายธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสัมผัสกับสารอาหารโดยตรง
(bare roots) hydroponics มาจากการรวมคาในภาษากรีกสองคา คือ คาวา่ "hydro" หมายถึง "น้า" และ
"ponos" หมายถึง "งาน" ซ่ึงเม่ือรวมคาสองคาเข้าด้วยกันความหมายก็คือ "water-working" หรือหมายถึง
"การทางานของน้า (สารละลายธาตุอาหาร)" ผ่านทางรากพืช ดังนั้น การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน จึงหมายถึง
วิธีการปลูกพืชเลียนแบบการปลูกพืชบนดิน โดยปลูกพืชลงบนวัสดุปลูกหรือสารอาหาร โดยไม่ต้องมีวัสดุ
ปลูกก็ได้ เพ่ือให้พืชได้รับสารอาหาร หรือสารละลายธาตุอาหารพืชที่มีน้าท่ีผสมกับแร่ธาตุที่ต้องการจาก
ทางรากพชื

4. ท่ีมำของภมู ิปัญญำ
ในปัจจุบันการปลูกพืชไร้ดิน (Hydroponics) เป็นที่นิยมกัน อย่างกว้างขวาง มีการปลูกในระดับ

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่และทารายได้ให้แก่ ผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ทั้งนี้เน่ืองมาจากว่าผู้บริโภคในยุค
ปัจจุบันได้หันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพกันมากข้ึน จึงเลือกท่ีจะบริโภคผักที่ปลูกในระบบ
Hydroponics ซ่ึงมกี ารปลูกในโรงเรือนท่ีควบคุมแมลงศัตรูพืชได้ ทาให้มีการใช้ สารเคมีน้อยลง ผักท่ีได้จึง
เป็นผักอนามัย มกี ารปนเป้ือนสารเคมีน้อยมากและเป็นทางเลือกหนงึ่ ท่ีผบู้ ริโภคหนั มาให้ความสนใจมากข้ึน
อีกทั้งการปลูกและการจัดการต่างๆ ไม่ยุ่งยากอย่างท่ีคิด ทุกคนสามารถปลูกเองได้ทุกครัวเ รือน
เพ่ือบริโภคภายในครอบครัว ทาให้ได้บริโภคผักที่สด สะอาดปลอดภัย และช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย
ใหแ้ ข็งแรงและยงั เปน็ การทากจิ กรรมร่วมกันภายในครอบครวั

5. รำยละเอียดภมู ิปญั ญำ

162

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5.1 ข้ันตอนการปลกู พืชไร้ดิน (Hydroponics)
5.1.1 การเตรยี มพืน้ ที่และโต๊ะปลกู ประกอบโต๊ะปลูกและติดตง้ั ตามวธิ ีการประกอบ

ชดุ ไฮโดรโปนกิ ส์ และนาโตะ๊ ปลูกมาวางในตาแหน่งที่ไดร้ บั แสงแดดอย่างนอ้ ย 6 ชั่วโมง/วัน
5.1.2 พันธ์แุ ละเมล็ดพนั ธุผ์ กั เมลด็ พนั ธุ์ผักมี 2 ชนดิ คือ
1. เคลือบดนิ เหนียว เน่อื งจากเมลด็ ผกั มีขนาดเล็ก ทาให้เปน็ อันตรายและ

สญู เสียได้งา่ ย จงึ มีการเคลือบเมล็ดด้วยดนิ เหนียว เมล็ดทีเ่ คลอื บจะมีอายกุ ารเก็บรกั ษาสัน้ เน่ืองจาก
ไดม้ ีการกระต้นุ การงอกมาแล้ว แต่จะสะดวกสาหรบั การใช้งาน

2. ไม่เคลือบ คือเมล็ดพนั ธ์ุปกติ
5.1.3 การเพาะต้นกลา้ นาวัสดุปลูก เช่น เพอรไ์ ลท์ เวอร์มิคูไลท์ ใส่ถ้วยเพาะและนา
เมลด็ ผกั ใส่ตรงกลางถว้ ย กลบเมลด็ และรดน้าให้เปียกและเก็บไวใ้ นที่ปลอดภยั รดน้าทุกวัน ประมาณ
3-5 วนั เมล็ดเรมิ่ งอก และเริ่มใหส้ ารละลายอ่อนๆ แทนน้า
5.1.4 การปลกู บนกล่องโฟม ขนาด 20 x 40 cm

1. ตัวอย่างเติมน้า 10 ลติ ร และเติมสารอาหาร A และ B อย่างละ 100 ซซี ี หรือ
10 ซีซี/น้า 1 ลิตร

2. นาต้นกลา้ ท่ีแขง็ แรง อายปุ ระมาณ 2 สัปดาห์ ย้ายมาวางบนโต๊ะปลูก และ
เดนิ เครื่องปั๊มน้า

5.1.5 การดแู ลประจาวัน
1. รักษาระดับนา้ ให้อยใู่ นระดบั ควบคุมอย่เู สมอ เช่น 10 ลติ ร
2. ควบคมุ ค่า EC อยรู่ ะหว่าง 1-1.8 โดยเคร่ือง EC meter ปรับลดโดยการ

เพม่ิ น้า และปรับค่า EC เพิม่ โดยการเพ่ิมปุ๋ย กรณไี ม่มีเครื่องวัดสามารถประมาณการเติมสารอาหาร A
และ B

3. ควบคมุ ค่า pH อยู่ระหวา่ ง 5.2-6.8 โดยเครือ่ ง pH meter หรอื pH Drop
test ปรบั ลดโดยการกรดฟอสฟอริก หรอื กรดไนตรกิ (pH down) และปรบั คา่ pH เพ่มิ โดยการเตมิ
โปตัสเซียมไฮดรอกไซด์ ปริมาณ 2-3 หยด

5.1.6 การเกบ็ เก่ยี ว เกบ็ เกย่ี วเมื่ออายุ 45วัน

163

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำทอ้ งถ่ิน
6.1 การบรรยายและสาธติ
6.2 ให้ประชาชนทส่ี นใจเขา้ ไปฝึกปฏบิ ัตไิ ด้
6.3 มีการเผยแพรภ่ ายในตาบล

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมปิ ัญญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คุณคำ่ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภูมิใจ
7.1 ใหป้ ระชาชนได้มาศกึ ษาเรียนรู้
7.2 การสร้างอาชีพเสริมใหก้ ับผู้สนใจ
7.3 เปน็ แหล่งเรยี นร้ใู นตาบล
7.4 ส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนปลกู ผกั ปลอดสารพิษ

8. แหล่งอำ้ งองิ : ผจู้ ัดเก็บข้อมูล
ชอื่ นางสาวกฤตยิ า นามสกุล กองหนิ วันที่เก็บขอ้ มูล 8 เมษายน 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอปลวกแดง จงั หวดั ระยอง โทร 061-5132839
LINE ID : aeiw2523 E-mail : [email protected]

แบบจัดเก็บข้อมูลภมู ปิ ญั ญำ
ตำบลชมุ แสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง

164

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

1. ภมู ปิ ญั ญำ ดา้ นอตุ สาหกรรมและหตั กรรม (ถ่านดับกลิ่น)
ชื่อภูมปิ ัญญำ นายศรรชยั ผดงุ ยศ

2. ขอ้ มูลพน้ื ฐำนภูมิปัญญำ
กรณีรายบคุ คล
ช่ือ นายศรรชัย นามสกลุ ผดุงยศ

วันเดอื นปเี กดิ 7 กรกฎาคม 2511 ทอี่ ยปู่ ัจจบุ นั เลขที่ 85 หมู่ 3
ตาบลชมุ แสง อาเภอวังจนั ทร์ จงั หวัดระยอง รหสั ไปรษณยี ์ 21210
พกิ ัดบ้าน 12.952685, 101.558824 เบอรโ์ ทรศพั ท์ 088-1968483
LINE ID 088-1968483

3. จดุ เดน่ ของภูมปิ ัญญำ
เป็นการนาเอาก่ิงไม้ ต้นไม้แห้ง หรือผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ท่ีมีอยู่ในท้องถิ่น

มาเผาเป็นถ่าน ซึ่งเป็นวัสดุตามธรรมชาติที่หาได้ง่ายในชุมชนหรือท้องถิ่นของตนเองมาเพิ่มมูลค่า
สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว รวมท้ังการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ต่าง ๆ ท่ีมีอยู่
มาใหค้ วามรู้กับคนในชุมชนได้เรียนรู้วธิ กี ารเผาถา่ น

4. ท่มี ำของภูมปิ ัญญำ
จากเดิมบริเวณบ้านและชุมชนท่ีตนเองอาศัยอยู่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทาสวนผลไม้

สวนยางพารา ทาให้มีก่ิงไม้และลูกผลไม้ร่วงหล่นเป็นจานวนมาก จึงได้มีแนวคิดท่ีจะเผาถ่านข้ึนมาใช้เอง
ภายในครอบครัว และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อแก๊สหุงต้ม และประโยชน์อีกทางหน่ึงคือการได้
น้าส้มควันไม้จากการเผาถ่านไว้สาหรับใช้ไล่แมลงภายในสวน รวมท้ังพืชผักท่ีปลูก แทนการใช้ยาฆ่าแมลง
ซ่งึ มีสารพิษเจอื ปน

5. รำยละเอียดภูมิปญั ญำ
5.1 ขัน้ ตอนการทาถ่านดบั กลิ่น

165

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5.1.1 ขุดหลุมกว้างประมาณ 40X40 เซนติเมตร แล้วตัดไม้ให้มีความยาวประมาณ 20
เซนตเิ มตร ใส่ไปในกน้ หลุม ใหเ้ ตม็ เพือ่ เป็นเชอ้ื เพลงิ

5.1.2 นาถังขึ้นต้ังพร้อมท้ังใส่ไม้ให้เต็มถังแล้วจึงปิดฝาให้เรียบร้อย ตามด้วยจุดไฟที่ก้น
หลุมคอยสังเกตว่าไฟลุกเข้าไปในถังหรือไม่ ซ่ึงจะต้องให้ไฟลุกเข้าไปในถังและควันต้องออกมาจากปล่อง
ควนั พร้อมท้งั สงั เกตวา่ เปน็ สดี าหรอื ไม่ ถา้ เป็นแสดงว่ายงั ปดิ เตาไมไ่ ด้ แตถ่ ้าเปน็ สีเทาจางมาก ๆ ให้ปิดเตา
ได้ หลังจากนั้นรอจนกระทัง่ ถงั ไมม่ ีความร้อน จึงนาเอาถ่านออกมาได้

นาถังข้ึนตั้งพร้อมท้ังใสไ่ ม้ให้เต็มถัง ปดิ ฝาให้เรียบร้อย

จดุ ไฟท่ีกน้ หลมุ ถ่านจากผลไม้ใช้ดับกลน่ิ

6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำท้องถิน่

166

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

เป็นวิทยากรให้กับนักศึกษาและประชาชนในพ้ืนท่ีของอาเภอวังจันทร์และนอกพ้ืนที่ ให้ได้รับ
ความรู้ความเข้าใจ รวมถึงเทคนิควิธีการต่าง ๆ ในการเผาถ่านที่ถูกต้องพร้อมท้ังสามารถนาความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้

ใหค้ วามรู้เก่ยี วกบั วิธีการเผาถ่านใหก้ ับนักศึกษาและประชาชน
7. กำรพฒั นำต่อยอดภมู ิปญั ญำใหเ้ ปน็ นวัตกรรม คุณค่ำ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภูมิใจ

7.1 ต่อยอดจากการนาไม้มาเผา เปลีย่ นเป็นการใช้ผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ มาเผาเป็นถ่าน
ดูดกล่ินตเู้ ย็น และตูเ้ สอ้ื ผ้า เปน็ ตน้

7.2 ความภาคภมู ใิ จ คอื การนาวัสดทุ ม่ี อี ยู่ในท้องถิ่นนามาทาไม้เผาถ่าน สามารถสร้างรายได้ให้กับ
ตนเองและครอบครวั เป็นการลดรายจา่ ยเพิ่มรายได้
8. แหล่งอำ้ งอิง : ผจู้ ัดเก็บข้อมูล

ช่ือ นางสาวสุชาดา นามสกุล พานชิ ย์ วนั ที่เก็บข้อมูล 26 เดือนมนี าคม พ.ศ. 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอวังจันทร์ จังหวดั ระยอง โทร 082-2162950
LINE ID 082-2162950 E-mail [email protected]

แบบจัดเก็บข้อมูลภูมปิ ัญญำ

167

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ตำบลพลงตำเอี่ยม อำเภอวังจนั ทร์ จงั หวัดระยอง

1.ภูมิปัญญำ ดา้ นกองทุนและธุรกจิ ชุมชน (แปรรปู ผลิตภณั ฑ์)
ช่ือภมู ิปัญญำ นางกัญชลกิ า เตมีประเสริฐกิจ

2.ข้อมูลพ้ืนฐำนภมู ิปัญญำ
กรณเี ป็นกลุ่มทางภูมปิ ัญญา
ผ้ปู ระสานงานชื่อ นางกัญชลกิ า นามสกุล เตมีประเสริฐกิจ

วนั เดือนปเี กดิ 23 มกราคม 2508 ทอ่ี ยู่ปจั จุบัน เลขท่ี 121 หมู่ 5 ตาบลพลงตาเอี่ยม อาเภอวังจันทร์
จังหวดั ระยอง รหัสไปรษณีย์ 21210 เบอรโ์ ทรศัพท์ 081-6999969 LINE ID : Nokwhee Malee ,
Facebook : Nokwhee Malee

3. จุดเดน่ ของภูมปิ ัญญำ
กลุ่มแม่บ้าน สัมมาอาชีพ และวิสาหกิจชุมชน ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

บ้านหนองเขิน หมู่ 5 ตาบลพลงตาเอี่ยม อาเภอพลงตาเอ่ียม จังหวัดระยอง ได้รับการยอมรับจาก
คนในหมู่บ้าน สามารถนาผลิตภัณฑ์ท่ีได้ไปจาหน่ายโดยแบ่งกาไรกันในทุก ๆ คร้ังที่เกิดรายได้ และ
สามารถเปน็ ตัวแทนหมบู่ า้ นในการออกจาหน่ายสินค้าตามงานท่ีจัดโดยหน่วยงานทางราชการ ฝากขายใน
ห้าง ท่ีให้จาหน่ายสินค้า คนในชุมชนมีรายได้เสริมจากการทางานร่วมกันในกลุ่ม และสินค้าท่ีผลิต
สามารถนามาเปน็ ของขวัญของฝากได้

4.ทมี่ ำภมู ิปญั ญำ
เดิมชุมชนบ้านหนองเขิน หมู่ 5 ตาบลพลงตาเอี่ยม อาเภอพลงตาเอ่ียม จังหวัดระยอง ซึ่งคน

ในหม่บู า้ นสว่ นใหญม่ ีอาชีพ กรีดยางพารา และหลงั จากการกรีดยางพาราเสร็จแลว้ กจ็ ะมเี วลาว่างส่วนใหญ่
จะใช้เวลาว่างน่ังคุยกัน ทางผู้ประสานงานโดย นางกัญชลิกา เตมีประเสริฐกิจ เล็งเห็นถึง การใช้เวลาว่าง
ให้เกิดประโยชน์ ผู้ประสานงานได้มีการพัฒนาความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสม่าเสมอฝึกฝนให้ตนเอง มีความ
ชานาญในทุก ๆ ดา้ น รวมถงึ การเข้าถึงหน่วยงานราชการ และการขอรับสนับสนุนงบประมาณด้านต่าง ๆ
ท่ีช่วยเหลือชุมชนได้ ต่อมาได้จัดต้ังกลุ่มแม่บ้าน สัมมาอาชีพ และวิสาหกิจชุมชน ด้านการแปรรูป
ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และได้ทางานร่วมกับเครือข่าย เช่น อบต.ตาบลพลงตาเอี่ยม เกษตรตาบล
พฒั นาชุมชน เปน็ ต้น จนในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับของชุมชน ด้านการสร้างงานสร้างอาชีพ จนเกิดเป็นกลุ่ม
ชุมชนท่เี ข้มแขง็

168

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5.รำยละเอียดภูมปิ ัญญำ
5.1 การแปรรูปขนุนลอยแก้ว
ฉกี ขนนุ แลว้ ใส่ในนา้ เชอื่ มเอา เพ่อื ใสใ่ นโถแก้ว ทัง้ นี้โถแกว้ และขวดแก้วต้องไปอบต้องอุณหภูมิที่คง

ดี เพราะช่วยให้เปน็ การถนอมอาหารทาใหอ้ าหารอยู่ได้นาน ไม่ต้องใช้สารกันบูดสามารถเก็บได้ 7 วัน แล้ว
บรรจุผลติ ภณั ฑ์ปิดฝาตดิ สติ๊กเกอร์

5.2 การทาผา้ อเนกประสงค์
เศษผ้ามาวางเรยี งกนั ในแบบสเี่ หล่ยี ม 10 นว้ิ คณู 10 นิว้ โดยจะใชเ้ ศษผา้ ชิน้ เลก็ ๆวางไว้
ด้านในแล้วนาผา้ ชน้ิ สวยๆสเี่ หลย่ี มวางทับ หลงั จากนั้นเย็บจักรเย็บผา้ อุตสาหกรรมเย็บวนให้ผา้ ตดิ กัน
ท่ัวผนื หรือจะเย็บเป็นลายกากบาทให้ท่ัวผนื ก็ได้ เปน็ อนั ว่าเสร็จใน 1 ผนื
5.3 พรมเชด็ เท้าร้อยมือ
รอ้ ยหว่ งผ้าเขา้ หากัน โดยการเรม่ิ ตน้ หว่ งผา้ ท้งั หมด 7 หว่ ง สอดคล้องกนั แล้วหลงั จากนน้ั คล้อง
ทลี ะ 1 ห่วงเพือ่ ใหเ้ ป็นวงกลม โดยร้อยไปเรอื่ ยๆ 1 ผืนจะต้องได้กว้าง 40 cm ยาว 40 cm ถือวา่ สาเรจ็ ใน
1 ผนื
6.รปู แบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำท้องถ่ิน
6.1 ฝกึ ทักษะให้กบั กลมุ่ สมาชกิ
6.2 เป็นวิทยากรให้ คนในหมู่บ้านอื่นในตาบลพลงตาเอ่ียม
6.3 ทาสินค้าและผลติ ภัณฑ์
6.4 จัดจาหน่ายสนิ ค้าและผลิตภณั ฑ์ ณ เพจ OOCC กศน.อาเภอ
พลงตาเอย่ี มและงานจัดจาหน่ายสนิ ค้า
6.5 ปรับปรุงสินคา้ และผลติ ภณั ฑต์ ามความตอ้ งการของตลาด
กลมุ่ ธรุ กจิ ชมุ ชนของนางกัญชลิกา เตมีประเสรฐิ กิจ เปน็ กลมุ่ ชุมชนทเี่ ข้มแขง็ มีการขับเคลื่อนดาเนินการจัด
กิจกรรม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มตลอดเวลา จนเกิดผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากขนุนต่าง ๆ
มีการทาผลติ ภัณฑ์เพ่ือขายสรา้ งรายได้ ออกจดั แสดงสนิ ค้าในงานต่าง ๆ จนเกิดเป็นทุนทางปัญญา ต่อยอด
ไปสู่พนื้ ท่ีอืน่ ๆที่สนใจและในปัจจุบันนาความรู้ท่ีมีอยู่กระจายสู่หมู่บ้านอ่ืนในตาบลพลงตาเอ่ียมเพ่ือให้เกิด
ผลงาน ชนิ้ งานทเ่ี พียงพอต่อความตอ้ งการของตลาด

169

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภมู ิปญั ญำให้เป็นนวัตกรรม คุณค่ำ)มลู ค่ำ( และควำมภำคภูมใิ จ
นางกัญชลิกา เตมีประเสริฐกิจ ได้ขอเข้าร่วมการเรียนรู้ การพัฒนาต่อยอด ออกแบบผลิตภัณฑ์

ของ กศน.อาเภอวังจันทร์ โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากวิทยาลัยการอาชีพแกลง จนสามารถนา
ช้ินงานและผลิตภัณฑ์ ออกจาหน่าย ผลิตภัณฑ์ท่ีเป็น อาหาร-ขนม ก็ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้
ในการเก็บอาหาร-ขนมให้มีระยะเวลายาวนานข้ึน โดยไม่ใช้สารกันบูด และความภาคภูมิใจ คือการได้นา
ผลิตภณั ฑแ์ ปรรปู ทางการเกษตร เช่น ขนุนลอยแกว้

จัดบูธท่บี ้านผใู้ หญไ่ พศาล โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า
กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

8..แหลง่ อ้ำงอิง:ผจู้ ดั เกบ็ ข้อมูล
ชื่อ นางนลินรตั น์ ครุฑน้อย ครู กศน.ตาบลพลงตาเอ่ียม วนั ที่เกบ็ ข้อมูล 13 มกราคม 2564
กศน.อาเภอวงั จันทร์ จงั หวัดระยอง เบอร์โทรศัพท์ 080- 5936149
LIND ID 080- 5936149 E-mail [email protected]

แบบจดั เกบ็ ข้อมูลภมู ปิ ัญญำ
ตำบลวังจนั ทร์ อำเภอวงั จันทร์ จังหวดั ระยอง

170

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นการแพทย์แผนไทย (อบสมุนไพร) -
ช่ือภูมิปัญญำ พระมงคล วชริ ญาโณ

2. ข้อมูลพนื้ ฐำนภมู ิปญั ญำ
กรณีรายบุคคล
ช่ือ พระมงคล วชิรญาโณ วันเดือนปีเกิดวนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2539

ที่อยปู่ ัจจุบนั วัดชมุ นมุ ใน ม.4 ตาบลวังจันทร์ อาเภอวงั จนั ทร์ จงั หวัดระยอง
รหัสไปรษณยี ์ 21210 เบอรโ์ ทรศพั ท์ 0871461983 LINE ID - Facebook

3. จุดเดน่ ของภูมิปัญญำ

พระมงคล วชิรญาโณ ได้นาความร้เู ดมิ จากครอบครวั มาประยกุ ตแ์ ละผสมผสานใหเ้ ข้ากับ
ยุคปจั จบุ ัน โดยนาวสั ดแุ ละอุปกรณท์ ่ีมอี ยู่ในท้องถิน่ มาจัดทาเปน็ ห้องอบไอนา้ สมนุ ไพร เพ่อื บรรเทาโรค
ลดไขมันและโรคอว้ น

4. ท่มี ำของภูมิปัญญำ

พระมหามงคล ช่างไม้ มีความคิดท่ีจะพัฒนาและต่อยอดความรู้เดิม โดยคิดว่าถ้าทาแล้วจะเป็น
ประโยชน์ต่อชาวบ้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซ่ึงชาวบ้านในชุมชนก็สามารถมาใช้ได้ตลอดเวลา อีกท้ังยัง
ไมส่ นิ้ เปลืองค่าใชจ้ ่ายในการมาเขา้ อบสมนุ ไพร เพราะถ้าไปรา้ นทมี่ ีเคร่ืองอบสมุนไพรก็จะเสียค่าใช้จ่ายมาก
และยังสามารถถ่ายทอดความรู้ในการทาห้องอบสมุนไพรให้กับประชาชนในชุมชนได้ โดยได้รับเชิญเป็น
วทิ ยากรให้ความร้จู ากองค์การบริหารสว่ นตาบลวังจันทร์ และหนว่ ยงานภาคีเครือข่ายอื่น ๆ

5.รำยละเอียดภมู ิปัญญำ

การนาสมุนไพรไทยทม่ี อี ยใู่ นชุมชน เช่น ข่า ตะไคร้ มะกรูด ใบสะเดา ขงิ ฯลฯ มาห่ันเป็นชิ้นเล็ก ๆ
ผสมกัน แล้วใส่น้าต้มลงในหม้อพร้อมปิดฝาหม้อ ควันในหม้ออบจะออกไปตามท่อที่เดินไว้ ไปสู่ห้องอบ
สมุนไพร โดยใช้ไอน้าจากหมอ้ ต้มเคร่ืองสมุนไพร ผูร้ บั บรกิ ารจะเข้าไปอยใู่ นห้องอบสมุนไพร เป็นเวลา 15 -
30 นาที เพื่อให้ไอน้าสมุนไพรเข้าสู่ระบบการหมุนเวียนของร่างกาย เพ่ือขจัดพิษของโรคออกจากร่างกาย
หรอื ขจัดไขมนั ออก แลว้ แตผ่ ู้รับบริการจะมาใชบ้ ริการดว้ ยสาเหตุท่ีตา่ งกัน

ประโยชน์อื่น ๆ ของห้องอบไอน้าสมุนไพร คือ ช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก บรรเทาอาการ
หอบหืด ทาให้ปอดขยายตัวได้ดี ระบบหายใจปลอดโปร่งมีความคล่องตัวมากย่ิงข้ึน ช่วยลดความดันโลหิตสูง

171

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

เส้นเลือดจะขยายออกทาให้โลหิตไหลเวียนได้สะดวก ผิวพรรณจึงเปล่งปล่ังมีเลือดฝาด ช่วยให้รู้สึกสดชื่น
คณุ ภาพการนอนหลับดีข้ึน ฯลฯ

6. รปู แบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ิปัญญำท้องถ่นิ
พระมหามงคล ช่างไม้ เป็นภูมิปัญญาท้องถ่ินใน ตาบลวังจันทร์ เป็นวิทยากรที่ให้ความรู้ด้านการ

ประยกุ ตใ์ ชว้ สั ดุและสมุนไพรทีม่ อี ยูใ่ นชมุ ชนมารกั ษาโรคได้ มีผคู้ นให้การยอมรับนับถือมาหลายสิบปีในด้าน
การอบไอน้าด้วยสมุนไพร ด้านการนาสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้เป็นยาสมุนไพร จึงเป็นทางเลือกหนึ่งท่ี
สามารถช่วยส่งเสรมิ สุขภาพท่ีดีได้ เหมาะสมต่อผทู้ ่ีดแู ลใส่ใจสุขภาพ

7. กำรพฒั นำต่อยอดภูมิปัญญำให้เปน็ นวตั กรรม คณุ ค่ำ )มูลค่ำ( และควำมภำคภูมใิ จ

ด้ังเดมิ จะใชต้ ู้อบท่ีทาจากผา้ พลาสติก และใช้เตาไฟเลก็ ที่ใช้หุงต้มอาหาร ใชไ้ ด้คร้งั ละ 1 คน
แตต่ อ่ มาได้พฒั นาต่อยอด สร้างเปน็ โรงเรือนและมหี ้องอยู่ด้านใน ผู้รบั บรกิ ารสามารถเข้าไปใชบ้ ริการได้
ครงั้ ละไมเ่ กิน 10 คน ส่วนสมุนไพรปริมาณสว่ นผสมทใ่ี ช้ สามารถใช้ได้ถึง 10 คนถือว่าเพ่ิมปริมาณคนแต่
สมุนไพรปริมาณคงเดิม ถือว่าลดค่าใช้จา่ ยและระยะเวลาลงไปได้อีกด้วย และหอ้ งก็ทาความสะอาดงา่ ยกวา่
ต้อู บของเดิม

8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผจู้ ัดเกบ็ ข้อมลู
ช่อื นายณัฐฐฐ์ นนท์ ภูแลสี วนั ทีเ่ ก็บขอ้ มูล 26 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอวงั จันทร์ จังหวัดระยอง โทร 0860454255
LINE ID 0860454255 E-mail [email protected]

แบบจัดเกบ็ ข้อมูลภูมปิ ญั ญำ
ตำบลป่ำยุบใน อำเภอวังจนั ทร์ จงั หวดั ระยอง

172

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

1. ภูมปิ ญั ญำ ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย (สมุนไพรรกั ษาโรคต่างๆ) -
ช่อื ภมู ปิ ญั ญำ นายดารงศักดิ์ ชุมแสงพนั ธ์

2. ข้อมลู พนื้ ฐำนภมู ปิ ญั ญำ
กรณีรายบคุ คล
ชอ่ื นายดารงศักด์ิ นามสกุล ชุมแสงพันธ์ วันเดือนปีเกดิ 18 พฤศจิกายน 2493

ทอี่ ยปู่ จั จบุ ัน เลขที่ 9 ตาบล ปา่ ยุบใน อาเภอ วงั จันทร์ จังหวัด ระยอง รหสั ไปรษณยี ์ 921210
พกิ ดั บา้ น 12.9894495,101.4363609 เบอร์โทรศัพท์ 038-965020 LINE ID - Facebook

3. จุดเด่นของภูมิปญั ญำ
แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์สมุนไพร เพื่อพัฒนาคนไปสู่การมีชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน ตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มีทั้งแปลงผกั อนิ ทรยี ์ และสวนผลไม้รสหวานไร้สารพิษ

4. ที่มำของภมู ปิ ญั ญำ

คุณดารงศักด์ิ ชุมแสงพันธ์ หรือ “หมอกุ”เป็นผู้สืบสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยจาก
บรรพบุรุษ มีความเช่ียวชาญในการรักษาพิษงู การรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูก และโรคอื่น ๆ ด้วยสมุนไพร
เป็นนักค้นคว้าทดลอง และวิจัยสรรพคุณสมุนไพร เพ่ือการรักษาพิษงู ด้วยการทดลองจากสมุนไพรกว่า
200 ชนดิ ค้นพบวา่ มสี มุนไพร 78 ชนดิ ทีใ่ หส้ รรพคุณในการรกั ษาพษิ งไู ดผ้ ล จนเป็นท่ียอมรับ นอกจากเป็น
หมอสมนุ ไพรไทยแล้วยงั เปน็ เกษตรกร ทาไร่ นา สวนผสม ตามแนวทางของพระะบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ต้ังแต่เริ่มลงมือปลูก ถึงลงมือขายด้วยตนเอง คิดค้นแนวทางท่ีสามารถ
บอกเร่ืองราวความเป็นจริงท่ีได้ประสบการณ์ นามาถ่ายทอดให้สาธารณชนท่ีสนใจ ได้นาไปปฏิบัติได้อย่าง
มน่ั ใจ สามารถนาไปแก้ไขปัญหาความยากจนได้อีกด้วย

5. รำยละเอยี ดภูมปิ ญั ญำ

173

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ลักษณะของภูมิปัญญาเป็นการถ่ายทอดความรู้โดยจัดการเรียนรู้เป็นฐานเรียนรู้ อาทิ
ฐานสมุนไพรลูกประคบ ฐานการแปรรปู สมนุ ไพร ฐานนา้ มันสมนุ ไพร ฐานสมุนไพรไล่แมลง ฐานน้าหมัก
ชวี ภาพ ฐานปยุ๋ หมกั ชวี ภาพ ฐานแชมพสู มุนไพร ฐานครมี อาบนา้ สมุนไพร ฐานสบู่ก้อนสมุนไพร เป็นต้น
ซ่ึงในแต่ละฐานการเรียนรู้มีการบรรยายให้ความรู้ สาธิตข้ันตอนการทา และให้ลงมือปฏิบัติจริง
กระบวนการสร้างภูมิปัญญาน้ีเกิดจากการต้องการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีในการทาการเกษตร รวมถึง
ต้องการช่วยแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนในชุมชน และการทาเกษตรยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ภูมิปัญญาท่ีกล่าวถึงนั้นนามาใช้ประโยชน์หลากหลาย อาทิ การแปรรูป
สมุนไพรเป็นแคปซูล ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยน้าฮอร์โมน ยาไล่แมลง ปุ๋ยปลาหมัก และสมุนไพรฆ่าแมลง สมุนไพร
เพิม่ ภมู คิ ุ้มกัน กุ้ง ไก่ สมนุ ไพรรกั ษาและป้องกันโรคราพืช พร้อมท้ังการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับ
บคุ คลทสี่ นใจเรือ่ งสมุนไพร และการทาสารชวี ภาพ

6. รปู แบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ มู ิปัญญำท้องถน่ิ

ผลงาน บ้านสมนุ ไพรไทย ของหมอกเุ ป็นแหล่งเรยี นรูท้ ีส่ าคัญของผู้คนท่สี นใจทั้งด้านสมุนไพร และ
เกษตรอินทรีย์ อีกทั้ง การเป็นผู้สร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาท่ีคิดค้น-ค้นพบ อย่างต่อเนื่องเป็น
ที่ยอมรับของสังคมและชุมชน จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสานักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ให้เป็น “ครภู มู ิปัญญาไทย ปี พ.ศ. 2546”

ประวัติการเปน็ วิทยากรในการถ่ายทอดความรูภ้ ูมิปัญญาท้องถ่ิน มดี ังน้ี

174

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

1. อบรมความรเู้ ร่ือง การบรหิ ารงานสหกรณก์ ารเกษตร
2. ศึกษาดงู านการทาสวนยางพาราและกลุ่มปรับปรงุ คุณภาพยางแผน่
3. อบรมคณะกรรมการแผน่ ดินธรรมแผ่นดินทอง
4. ศึกษาดงู านการทาสวนปา่ สมุนไพร
5. อบรมดงู านผักปลอดสารพษิ
6. วิทยากรบรรยายให้ความรเู้ รื่องสมนุ ไพรไทย ผกั ปลอดสารพิษ ไรน่ าสวนผสม

ประธานศูนยส์ มนุ ไพร กรรมการสมาคมผู้นาอาชีพก้าวหน้าของภาคตะวันออกนอกจากน้ี
ภมู ิปัญญาของหมอกยุ งั ได้ถูกเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ สามารถรบั ชมได้ตามลิงค์

1. https://www.youtube.com/watch?v=ZfO4fC78Mz8 (สมุนไพรเพ่ือเกษตร
อินทรีย)์

2. https://www.youtube.com/watch?v=Rf4newl7FpA (สมนุ ไพรสไตล์เฮยี กุ)

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมิปญั ญำใหเ้ ป็นนวัตกรรม คณุ คำ่ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภูมใิ จ
ศูนย์กสิกรรมสมุนไพรไท (หมอกุ) ได้พัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาโดยการนาสมุนไพรมาแปรรูป เป็น

ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพ่ือสร้างมูลค่าเพ่ิมให้แก่สมุนไพร และมีความภาคภูมิใจท่ีได้ถ่ายทอดความรู้
ประสบการณ์ในด้านสมุนไพรมากกว่า 30 ปี และความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ให้แก่คนรุ่นหลังท่ีมีความสนใจ
เพอ่ื นาไปพฒั นาตอ่ ยอดตอ่ ไป

8. แหล่งอ้ำงอิง:ผ้จู ัดเก็บขอ้ มลู
ชอื่ นางลดั ดา นามสกลุ บญุ ตวง วนั ทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู 25 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอวังจนั ทร์ จงั หวดั ระยอง โทร. 098-2469968
LINE ID. Jib_ladda E-mail jifff30 @ gmail.com

แบบจดั เก็บขอ้ มูลภูมปิ ัญญำ

175

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ตำบลห้วยทบั มอญ อำเภอเขำชะเมำ จงั หวดั ระยอง

1. ภมู ิปญั ญำ ด้านเกษตรกรรม (เศรษฐกจิ พอเพียง)
ชอ่ื ภูมิปญั ญำ นายเกยี รติชัย ดวงผาสกุ

2. ขอ้ มลู พืน้ ฐำนภูมิปัญญำ
กรณีรายบุคคล
ช่ือ นายเกยี รติชยั นามสกุล ดวงผาสกุ

วันเดือนปเี กดิ 21 กันยายน 2507 ที่อยูป่ จั จุบัน เลขที่ 177 ม.2
ตาบลหว้ ยทบั มอญ อาเภอเขาชะเมา จงั หวัดระยอง รหสั ไปรษณีย์ 21110
พิกัดบา้ น 12.9861617,101.6705459,17 เบอรโ์ ทรศัพท์ 0624476017 LINE ID 0624476017
Facebook นายเกยี รตชิ ยั ดวงผาสขุ

3. จุดเด่นของภมู ปิ ญั ญำ
นายเกียรติชัย ดวงผาสุก ได้น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการประกอบอาชีพ

จึงเป็นต้นแบบของปราชญ์ชุมชนต้นแบบในการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหาร
จัดการพื้นท่ีของตนเองได้สาเร็จ โดยมีพื้นที่เพียง 1 ไร่ สามารถการเกษตรแบบผสมผสานสร้างรายได้
มากกว่า 100,000 บาทต่อปี จนเป็นต้นแบบความพอเพียงเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นที่มาของ
คาว่า 1 ไร่ 1 แสน

4. ทีม่ ำของภมู ปิ ัญญำ

ในอดีตพื้นท่ีเดิมเป็นนาสูง สภาพดินไม่อุดมสมบูรณ์มีปัญหาดินเปร้ียว ไม่คุ้มกับการลงทุนและ

มีความเสยี่ งสูง ตอ่ มาจึงไดป้ รับเปล่ยี นรปู แบบการผลติ มาเป็นการทาไร่นาสวนผสมเพราะมีการทากิจกรรม

ที่หลากหลายช่วยสร้างรายได้หมุนเวียน และลดความเสี่ยงปัญหาราคาผลผลิตตกต่าหรือปัญหาการเกิด

ภยั ธรรมชาติ โดยนาความรู้ท่ีได้เรียนมาและประสบการณ์ต่าง ๆ ท่ีได้ไปศึกษาดูงานกับหน่วยงานของทาง

ราชการและภาคเอกชนมาประยกุ ต์ใช้ และไดข้ ยายกิจการโดยซ้ือท่ีดินเพ่ิมอีก 1 ไร่และเร่ิมดาเนินกิจกรรม

สวนผสมตงั้ แต่ พ.ศ. 2551 เปน็ ต้นมา ซงึ่ ได้ทาการจดั ระบบการทาสวนใหม่โดยแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ที่มีอยู่

ให้เป็นไปตามระบบการจัดการจัดทาเกษตรผสมผสานท่ีดี และให้มีกิจกรรมที่สามารถเกื้อหนุนซ่ึงกันและ

กนั ได้ และสามารถมีรายได้ตลอดปี ซ่งึ ได้จดั แบง่ พ้ืนท่ที ัง้ หมดจานวน 1 ไร่ 2 งาน ดงั น้ี

1.มะนาว 1 งาน 5. ปลกู กล้วยน้าวา้ 1 งาน

176

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

2.มัลเบอรร์ ่ี 1 งาน 6. ผกั หวาน 1/2 งาน
3.มะละกอ ฮอลแลนด์ 1 งาน 7. ปลูกมะพร้าวน้าหอม
4.พรกิ ไทย 1/2 งาน 8. พุทรานมสด 1/2 งาน

สาหรบั เหตุผลและแรงจูงใจในการทาเกษตรผสมผสาน มดี ังน้ี
1. มกี ารใช้พน้ื ที่ให้เกดิ ประโยชน์สงู สุด
2. มกี จิ กรรมทีห่ ลากหลาย ช่วยให้มีรายไดห้ มุนเวียนตลอดปี
3. เป็นการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
5. เพอ่ื ลดความเสีย่ งจากภาวการณเ์ กิดภัยธรรมชาตแิ ละราคาผลผลิตตกต่า
6. ต้องการใชค้ วามรูท้ ่ีไดเ้ รียนมาในการประกอบอาชพี ใหเ้ กิดประโยชน์
7. เพ่ือสนองพระราชดาริของพระะบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)

ในการทาการเกษตรตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
5.1 การวางแผนการผลิต จากเดิมที่เคยปลูกทุเรียนเพียงอย่างเดียว ซ่ึงมีความเสี่ยงจากความ

ผันผวนของราคาผลผลิตและภัยธรรมชาติ ต่อมาจึงได้นาหลักของเกษตรผสมผสานมาใช้โดยมีการทา
กิจกรรมหลายชนิดอยู่ในพื้นท่ีเดียวกันภายใต้การเก้ือกูลประโยชนซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
และเพ่ิมกิจกรรมการเกษตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น มีทั้งการทานา ปลูกพืช พืชท่ีปลูกกิจกรรม
ดงั กลา่ วทาให้มรี ายได้หมนุ เวยี นตลอด

5.2 การปรับปรุงบารุงดิน จากเดิมที่ดินมีปัญหาเรื่องดินเปร้ียว ไม่เหมาะสาหรับการปลูกพืช
ใช้ความพยายามในการแก้ปัญหาอย่างยาวนาน โดยมีการปรับปรุงบารุงดินด้วยอินทรียวัตถุต่าง ๆ
เช่น การนากากปูใส่โคนต้นพืชและปล่อยให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย การนาเศษหญ้าต่าง ๆ มาคลุมโคน
ต้นพืช ซึ่งนอกจากพืชจะได้ธาตุอาหารจากเศษพืชที่ย่อยสลายแล้ว ยังได้ประโยชน์ในการรักษาความช้ืน
ให้กับต้นพืชด้วยนอกจากนี้ยังมีการใช้ปุ๋ยพืชสดในการบารุงดินอีกด้วย ซ่ึงจะเห็นได้ว่ามีการหมุนเวียน
นาสิ่งเหลือใช้ภายในพ้ืนที่ใช้ประโยชน์ที่ก่อให้เกิดการสนับสนุนเก้ือกูลประโยชน์ซึ่งกันและกันอย่าง
มีประสิทธิภาพ

5.3 การควบคุมศตั รูพชื ภายในพื้นที่ จะเน้นการควบคุมศัตรูพืชแบบชีวะ วิธี โดยการอนุรักษ์ศัตรู
ธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีป้องกันกาจัดศัตรูพืช มีการใช้สารจากธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืช เช่น การใช้
สะเดา และตะไคร้หอมในการไล่แมลงศัตรพู ืช และการควบคุมโรคพืชโดยใช้เช้ือจุลินทรีย์ซ่ึงจากการสังเกต
จะเห็นได้ว่าในพื้นที่ของตนเองมีการระบาดของศัตรูพืชน้อยกว่าแปลงท่ีใช้สารเคมี ในขณะที่คุณภาพของ

177

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ผลผลิตก็ไม่แตกต่างกัน การควบคุมศัตรูพืชแบบชีวะวิธี นอกจากจะช่วยลดการใช้สารเคมีในการป้องกัน
กาจดั ศัตรพู ชื แล้วยงั ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้
ผลติ ผลทปี่ ลอดภยั จากสารพิษ มีความปลอดภยั ตอ่ ตนเอง สมาชกิ ในครอบครัว และผบู้ ริโภค

5.4 การบริหารจัดการพ้ืนที่มีการวางรูปแบบการดาเนินกิจกรรมแต่ละชนิดอย่างเหมาะสมกับ
สภาพแวดล้อมทางกายภาพ มีการใช้แรงงาน เงินทุน ท่ีดิน ปัจจัยการผลิตและทรัพยากรธรรมชาติอย่าง
มีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการนาวัสดุเหลือใช้จากการผลิตชนิดหนึ่งมาหมุนเวียนใช้ประโยชนกับการผลิ ต
ชนิดอ่ืน ๆ แบบครบวงจร มีการวางแผนการใช้น้าในการผลิตได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพ้ืนท่ี
และมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้น้าในแต่ละปี ซ่ึงนอกจากจะมีรางน้าชลประทานผ่านเข้ามา
ภายในพื้นทแ่ี ลว้ ยังได้มีการทาแทงค์เกบ็ น้าเพอื่ กักเก็บน้าสารองไว้ใช้ในยามขาดแคลนอกี ด้วย

5.5 การบริหารจัดการด้านการตลาด เนื่องจากการทาไร่นาสวนผสมมีการทากิจกรรมหลายอย่าง
ทง้ั การปลกู พชื ผลผลิตทีไ่ ด้จึงมีความหลากหลาย มีการจาหน่ายทั้งขายปลีกและขายส่ง สาหรับการขายส่ง
จะมีพ่อค้ามารับซื้อท่ีบ้าน ส่วนการขายปลีกจะมีจุดจาหน่ายผลผลิตของตนเองโดยสร้างร้านจาหน่าย
ผลผลิตบริเวณติดกับถนนสายตราด-แหลมศอก ซ่ึงอยู่ด้านหน้าทางเข้าบ้านของตนเอง สินค้าที่นามา
จาหน่ายได้แก่ มะนาว มัลเบอร์รี่ มะละกอ ฮอลแลนด์ พริกไทย กล้วยน้าว้า ผักหวาน ปลูกมะพร้าว
น้าหอม พุทรานมสด เป็นต้น งานนอกจากน้ียังมีการแปรรูปเพ่ือเพิ่มมูลค่าของผลผลิตอีกด้วย ได้แก่
น้ามะนาว น้ามลั เบอร์ร่ี

การเตรยี มดิน บารงุ ตน้ ไม้

6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำท้องถิน่

178

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

นายเกียรตชิ ัย ดวงผาสุก ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรตู้ า่ งให้กบั นักศึกษา กศน.
ประชาชนทั่วไปทส่ี นใจเข้ามาศกึ ษา รวมไปถงึ ได้ลงเวบ็ ไซต์ประชาสมั พนั ธใ์ นสานักงานประชาสมั พนั ธ์
จงั หวัดระยองอกี ด้วย

การประชาสัมพันธ์แหลง่ ท่องเท่ยี วของหมู่บ้าน ใน
https://sites.google.com/site/ksnhuaithapmonkhaochamao/learning-resource-center
7. กำรพฒั นำต่อยอดภมู ิปญั ญำใหเ้ ปน็ นวตั กรรม คุณคำ่ )มูลค่ำ( และควำมภำคภมู ใิ จ

ผลิตภัณฑ์ของบ้านห้วยทับมอญ มีกระบวนการผลิตพืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเน่ือง
และจะมีการพัฒนาเพิ่มข้ึน มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับคุณประโยชน์จากสินค้า พร้อมทั้งผู้ผลิตได้มีการ
ควบคมุ การผลติ อย่างระมดั ระวงั เพอ่ื ให้สินคา้ คงคุณค่าท่ีดี พร้อมรบั การรับรองมาตรฐานต่อไป

ผลิตภัณฑ์ของบา้ นห้วยทับมอญ นา้ หมอ่ น

179

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

7.1 สื่อและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการเรียนรู้และเป็นช่องทางการตลาดพร้อมข้อมูล
ของสินค้าท่ีจาหน่ายในชุมชน นอกชุมชน หรือออนไลน์ช่องทางการตลาดของบ้านห้วยทับมอญ มีหลาย
ช่องทาง เช่น การจาหน่ายสินค้าร้านชุมชนงานแสดงสินค้าตลาดสัมมาชีพ OTOP ท่องเท่ียววิถีไทย ฯลฯ
และการใช้ชอ่ งทางการจาหน่ายใน FACEBOOK

7.2 การสร้างรายได้และการพัฒนาต่อยอด
7.2.1 มีการวางแผนการตลาดเพ่ือการจัดจาหน่ายผลผลิตของชุมชนไปสู่การจาหน่าย
มกี ารก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตาบลห้วยทับมอญ อาเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง ภายใต้การสนับสนุน
จากสานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนในเขต
ปฏริ ูปทีด่ นิ ซง่ึ ถือว่าเป็นอกี หนึง่ ตัวอยา่ งของศูนย์เรยี นร้ฯู ทีป่ ระสบความสาเร็จในการพฒั นาคนพัฒนาที่ดิน
ใหเ้ กิดประโยชน์อยา่ งสูงสดุ
นายเกยี รตชิ ัย ดวงผาสุข หน่งึ ในสมาชิกกล่มุ ฯ อาเภอเขาชะเมา เป็นอาเภอที่กันดารที่สุด
และมกี ารพฒั นานอ้ ยมากในจังหวดั ระยอง ทางกลุ่มจึงมีแนวคดิ ทจ่ี ะพฒั นาหมบู่ ้านและได้รับการสนับสนุน
จาก ส.ป.ก. ซง่ึ เข้ามาใหค้ วามรู้และนาสมาชิกศึกษาดูงานนอกพ้ืนที่ จากน้ันสมาชิกกลุ่มได้ปรึกษาหารือกัน
ว่าจะทาอย่างไรให้สมาชิกมีรายได้ทุกวัน ได้ข้อสรุปว่าจะปลูกพืช 3 ชนิด คือ 1. ปลูกไผ่ 2. ปลูกมะนาว
และ 3. เล้ียงกบ ซึ่งทั้ง 3 ชนิดน้ีจะเกื้อกูลกันได้ลงตัว อย่างเช่น การเลี้ยงกบจะมีรายได้ทุกเดือน
ปลูกมะนาวจะมีรายได้ช่วงฤดูแล้ง ขณะเดียวกันช่วงแล้งท่ีหยุดกรีดยางพาราจะมีรายได้จากไผ่ ซึ่งสมาชิก
ไมต่ อ้ งออกไปทางานนอกพน้ื ทีเ่ หมือนกับท่ผี า่ นมา
นายเกียรติชัย ได้เล่าถึงเทคนิคการปลูกมะนาวกระถางโดยเลือกพันธุ์ทูลเกล้า ซึ่งเป็น
มะนาวทีไ่ รเ้ มล็ด มรี สชาตหิ อมหวาน เหมาะสาหรับคั้นน้ามะนาว ให้ฟังว่า เทคนิคท่ีเป็นหัวใจหลักของการ
ปลกู มะนาวกระถางอยทู่ ี่การใชก้ ารเลือกกระถาง เกษตรกรอาจจะเลือกใช้กระถางขนาดใหญ่ วงบ่อซีเมนต์
หรือยางรถยนต์ทีแ่ ปรสภาพเปน็ กระถางกไ็ ด้แต่ทั้งหมดต้องมีช่อง ระบายน้า แต่ต้องหาวัสดุรองก้นกระถาง
เพื่อปอ้ งกันไม่ใหร้ ากลงดนิ เพราะจะไม่สามารถบังคับใหม้ ะนาวออกดอกนอกฤดูได้
ซ่ึงดินท่ีใช้ปลูกต้องร่วนซุย อาจใช้ดิน 2 ส่วนผสมปุ๋ยหมัก 1 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน
เพ่ือเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน การจัดการดูแลก่อนออกดอก ต้นมะนาวท่ีจะใช้ผลิตมะนาวนอกฤดูควรมีอายุ
ไม่น้อยกวา่ 10 เดอื น มีการจดั การให้น้าให้ปุ๋ยและป้องกันกาจัดโรค แมลง เป็นอย่างดี มีสภาพต้นสมบูรณ์
ใบต้นไม่แตกใบอ่อน การทามะนาวออกนอกฤดูจะเริ่มในช่วงเดือนสิงหาคม โดยการควบคุมน้าให้ได้รับน้า
น้อยลงแตเ่ น่ืองจากอยู่ในช่วงฤดูฝน จึงต้องควบคุมน้าด้วยวิธีใช้พลาสติกคลุมโคนต้นปากกระถางประมาณ
15 วนั

180

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

หรือสังเกตจากใบที่เริ่มเหี่ยวเป็นสีเหลือง จึงให้น้าตามปกติ พร้อมปุ๋ยเร่งดอก หลังจากน้ันมะนาวจะเริ่ม
แตกยอดและดอกออกมา หลังติดผลแล้วควรไว้ผลอย่าให้ดกเกินไปเพราะต้นจะโทรมเร็ว ให้น้า ปุ๋ย
ตามปกติ กระทั่งเก็บเกี่ยวประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ข้อดีของมะนาวนอกฤดู ผลิตมะนาวนอกฤดู
ได้ง่าย ปลูกเป็นไม้ประดับได้ ใช้พื้นท่ีปลูกน้อยและสามารถผลิตขายได้ท้ังต้นและผลปัจจุบันศูนย์เรียนรู้
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มคนปฏิรูปท่ีดิน ได้จัดทา โครงการ “1 ไร่ 1 วัน 1 พันบาท” ในวาระท่ีกลุ่มฯ ครบรอบ
ในการกอ่ ตัง้ 2 ปี ท้ังนี้เพ่ือให้ผู้ท่ีสนใจเข้ามาเยี่ยมชม และฝึกปฏิบัติจริง เพื่อนาความรู้ที่ได้ไปเป็นแนวทาง
ในการประกอบอาชีพต่อไป “การจัดต้ังกลุ่มดังกล่าวต้องการใช้โอกาสท่ีภาครัฐหยิบย่ืนให้ มาใช้ให้เป็น
ประโยชน์อย่างยาวนานและย่ังยืน ไม่ใช่ให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างเดียว ดังน้ันองค์ความรู้ท่ีรัฐหยิบย่ืนให้
อยากให้ทุกคนนามาปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะคือกาไรชีวิต และสร้างโอกาส สร้างรายได้ที่ม่ันคงให้กับ
ครอบครัวต่อไปในอนาคต” นายเกยี รตชิ ัย กล่าว

7.2.2 มีการขยายผลผลิตภัณฑใ์ นชมุ ชนและมีการประชาสัมพนั ธเ์ พ่ือสรา้ งการรบั รู้
ในการดาเนินงานของชมุ ชนต้นแบบ รวมถึงการใชส้ ่ือและเทคโนโลยเี ข้ามามสี ่วนรว่ มในการเรยี นร้แู ละ
เป็นช่องทางการจาหน่ายผลติ ภณั ฑ์ของชุมชน

ศกึ ษาข้อมลู เพิ่มเตมิ ไดท้ ่ีhttps://www.facebook.com/kasetkhaochamao/posts
มีการนาผลติ ภณั ฑ์ของชมุ ชนไปสู่สนิ คา้ โอทอป

8. แหล่งอ้ำงอิง : ผู้จัดเก็บข้อมลู
ชอ่ื นางสาวโสรญา นามสกุล จนั แปงเงนิ วันที่เกบ็ ข้อมูล 20 มีนาคม 2563
สถานศึกษากศน.ตาบลหว้ ยทบั มอญ อาเภอเขาชะเมา จงั หวดั ระยอง โทร 084-3643402
LINE ID kru.soraya51 E-mail -

181

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เกบ็ ข้อมลู ภูมิปัญญำ
ตำบลน้ำเป็น อำเภอเขำชะเมำ จังหวัดะยอง

1. ภูมปิ ัญญำ ดา้ นเกษตรกรรม (เกษตรอินทรีย์)
ชือ่ ภูมิปัญญำ นางอทุ ัยทิพย์ เปรมอนันต์

2. ข้อมูลพน้ื ฐำนภูมิปัญญำ
กรณีรายบคุ คล
ชอ่ื นางอทุ ยั ทิพย์ นามสกลุ เปรมอนันต์

วนั เดือนปีเกิด 16 พฤษภาคม 2514 ท่ีอยู่ปัจจบุ ัน เลขที่ 83 หมู่ 3
ตาบลนา้ เป็น อาเภอเขาชะเมา จังหวดั ระยอง รหัสไปรษณีย์ 21110
พิกดั บา้ น 12.863806,101.719734 เบอร์โทรศัพท์ 086 - 8371887
LINE ID 086 – 8371887 Facebook อุทยั ทิพย์ เปรมอนันต์

3. จุดเดน่ ของภูมิปัญญำ
นางอุทัยทิพย์ เปรมอนันต์ มีการดาเนินการผลิตพืชระบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี 100%

และมีการผลิตปุ๋ยหมักระบบเติมอากาศ น้าหมักชีวภาพสูตรต่างๆ โดยใช้วัตถุจากแหล่งต้นทางที่ตรวจสอบได้
และมีการใช้น้าส้มควันไม้ในการป้องกันกาจัดศัตรูพืช เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและสร้างสมดุล
ทางธรรมชาติ

4. ทม่ี ำของภูมิปัญญำ
จุดเริม่ ต้นแนวคิดในการทาเกษตรอนิ ทรยี ์ของคุณอทุ ยั ทพิ ย์ เรมิ่ จากได้อ่านหนังสือ “ปฏิวตั ิยุคสมัย

ดว้ ยฟางเสน้ เดยี ว” ของ Masanobu Fukuoka และได้สนใจท่จี ะทาเกษตรอินทรยี ์แตไ่ มม่ ีโอกาสที่จะได้
ทดลองทาจนกระทง่ั กลบั มาทาอาชีพเกษตรกรอยา่ งจรงิ จังซ่งึ แต่เดิมมีการใช้สารเคมีตดิ ต่อกันเปน็ เวลานาน
กวา่ 30 ปี ท้ังสารกาจดั วชั พืช สารปอ้ งกนั กาจดั แมลง ศตั รพู ชื และปุย๋ เคมี ซ่งึ ทั้งคุณอุทัยทิพย์ และสามี
เล็งเห็นปัญหาจากการใช้สารเคมที าใหส้ ภาพแวดลอ้ มเสอื่ ม โทรม สขุ ภาพไม่ดี ดนิ มีความเปน็ กรด สภาพ
ภายในสวน เหมอื นไม่มีชีวิต สตั วต์ ่างๆ เริ่มหายไป

ในปี 2547 จึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนลดการใช้สารเคมี และตามความเช่ือเกษตรทฤษฎีใหม่ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมุ่งมั่นว่าจะต้องทาได้และการทาสวนไม่จาเป็นต้อง
พ่งึ พาปัจจัยการผลิตทมี่ าจากสารเคมี จงึ พยายามเรยี นรแู้ ละปฏบิ ัติอย่างต่อเนื่อง

182

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

ปี 2550 ได้เขา้ รับการอบรมท่ศี ูนยก์ สิกรรมธรรมชาติสองสลึง ซึง่ มผี ู้ใหญ่สมศักด์ิ เครือวัลย์
ปราชญ์เกษตรของแผ่นดนิ เป็นเจา้ ของศนู ยฯ์ ขณะเดียวกันคณุ อุทยั ทิพย์ ก็เพียรพยายามลองผดิ ลองถูก
ทดลองปฏบิ ตั ิส่งิ ท่ีได้เรยี นรูม้ ากบั สวนของตนเอง และไดเ้ ลิกใช้ปุ๋ยเคมีโดยส้ินเชิง

ปี 2553 ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ ของกรมวิชาการเกษตร จากสานักวิจัยและ
พัฒนาการเกษตรเขตท่ี 6 จันทบุรี ตั้งแต่ปี 2553 และความภาคภูมิใจท่ีสุดท่ีได้ทาสวนมังคุดแบบไม่ใช้
สารเคมี และตอ้ นรบั แขกผู้มาเยอื นสวน จวบจนปัจจุบนั

5.รำยละเอียดภูมปิ ัญญำ
สวนอินทรยี ์อเนกอนันต์ มีจานวนทั้งส้ิน 19 ไร่ และได้ปรับเปล่ยี นมาทาระบบอินทรีย์เมื่อปี 2547

ปัจจุบันมีการผลิตมังคุด 13 ไร่ ลองกอง 1 ไร่ เงาะ 1 ไร่ ชมพู่มะเหมี่ยว 2 ไร่ และในพื้นที่ดังกล่าว ยังมี
การปลูกไม้ยืนต้น พืชสมุนไพร เช่น หญ้ารีแพร์ พริกไทย พืชผักสวนครัวและไม้ป่าประเภทต่าง ๆ เช่น
กฤษณา ตะแบก ฯลฯ และได้ศึกษาปฏิบัติตามหลักการของเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานการผลิตเกษตร
อินทรีย์ และได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ จากสานักวิจัยและพัฒนาการเกษตร ที่ 6 จันทบุรี
ปี 2553 ได้มีการ ปรับปรุงการผลิตให้มีความปลอดภัย มีคุณภาพและนาไปสู่การแปรรูป โดยมุ่งมั่น
ท่ีจะปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยควบคุมการผลิตทุกข้ันตอนอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้สูญเสีย
ความเป็นอนิ ทรีย์ ดงั นี้

5.1 การจัดการสุขลักษณะสวน แหล่งผลิตพืชอินทรีย์แห่งนี้ มีลักษณะเป็นพื้นท่ีราบลุ่ม เป็นดิน
ร่วนปนทราย แหล่งน้าคือ คลองต้น น้าธรรมชาติ โดยพื้นที่แบ่งออกเป็นสองแปลง และปักป้ายแสดงพื้นที่
การผลิตพชื อนิ ทรยี อ์ ย่างชัดเจน

5.2 การจัดการเครือ่ งมือและอุปกรณ์ เช่น เครอ่ื งตดั หญ้า มีดตัดกิ่ง กรรไกรตัดกิ่ง อุปกรณ์ในการ
เก็บเก่ียวผลผลติ ภาชนะรองรับหลังการเก็บเก่ยี ว ฯลฯ มปี รมิ าณเพยี งพอโดยไม่มกี ารนาเข้าและไม่มีการใช้
เครื่องมือและอุปกรณ์ในการผลิตจากภายนอก มีการทาความสะอาดทุกคร้ังหลังการใช้งาน มีสถานท่ี
จัดเก็บ มิดชดิ และแยกเปน็ สัดส่วน มกี ารซ่อมบารุงและปรับปรงุ ใหพ้ ร้อมใชง้ านอยา่ งสม่าเสมอ

5.3 การจดั การปัจจยั การผลิต มกี ารจัดการกบั ปัจจัยการผลติ เพ่ือลดการสญู เสยี ให้น้อยที่สุด เช่น
เม่ือต้องตัดแต่งกิ่งเงาะ มังคุด หลังการเก็บเก่ียว กิ่งท่ีมีขนาดพอเหมาะจะนามาเผาถ่าน เกิดเป็นถ่าน
เช้ือเพลิงใช้ในครัวเรือน และได้น้าส้มควันไม้สาหรับป้องกันกาจัดโรคและแมลง เปลือกมังคุดนาไปหมัก
เพอื่ เป็นยาป้องกนั เช้ือราในพชื และมีการเลี้ยงหมูหลุมไวภ้ ายในฟาร์มเพ่ือลดปริมาณการนาเข้ามูลสัตว์จาก
ภายนอก นามาผลิตปุ๋ยหมักและเพื่อกาจัดผลผลิตท่ีเสียหายจากการเข้าท้าลายของแมลง และเพื่อ
หมนุ เวยี นเป็นปยุ๋ กลบั มาใช้ภายในแปลงตอ่ ไป

183

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5.4 การจัดการกระบวนการผลิต การจัดการทางกายภาพ ตัดแต่งก่ิงให้โปร่งแสงส่องได้ท่ัวถึง
โดยเฉพาะในด้านที่รับแสงตะวันออก- ตะวันตก ควรตัดแต่งกิ่งบางก่ิงออก กรณีท่ีต้นมีอายุมากไม่สะดวก
ต่อการดูแล – เก็บเกี่ยวก็สามารถตัดส่วนยอดออกได้และควรทยอยตัดแต่งทรงเพื่อเตรียมต้นให้มีก่ิงแขนง
แตกออกจากก่ิงแก่ภายในทรงพุ่มบ้าง การให้ปุ๋ยทางดิน ทุก ๆ 45-60 วัน โดยใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อไร่หรือ โดยรอบทรงพุ่ม และพ่นหรือราดทับด้วยปุ๋ยน้าชีวภาพเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์
ให้แก่ดินทุกๆ 15-30 วัน (โดยปรับระดับความเข้มข้นตามความเหมาะสม) ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุเร็ว
ขนึ้ และชว่ ยเพ่ิมแรธ่ าตุอาหารพืช

5.5 การกาจัดวัชพืช ใช้วิธีตัดด้วยเครื่องตัดหญ้าแทนการใช้สารกาจัดวัชพืชเพ่ือการควบคุมแมลง
ศตั รูพืช และใช้ประโยชน์จากเศษซากวัชพชื ใหเ้ ป็นประโยชนม์ ากที่สดุ

5.6 การเก็บเก่ียวและการปฏิบัติหลังจากเก็บเกี่ยว ยึดหลักให้ผลผลิตกระทบกระแทกน้อยที่สุด
เท่าที่จะทาได้ จะช่วยรักษาคุณภาพไว้ได้มากและปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักการเกษตรอินทรีย์

184

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

เนื่องจากเกษตรกรเป็นผู้เก็บเก่ียวเอง และในปัจจุบันเคร่ืองมือท่ี เกษตรกรใช้เก็บมังคุดคือ ตะกร้อเก็บ
มังคดุ แบบถงุ กาแฟ โดยดแู ลใหส้ ะอาดและ บารุงรักษาดูแลให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ วัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้บรรจุ
ผลผลิตและข้ันตอนการบรรจุหีบห่อทาให้เกิดความสูญเสียความเป็นอินทรีย์และมีการจัดการของเสียจาก
กระบวนการหลงั การเก็บเกีย่ วอย่างเหมาะสมและไมท่ าลายสิ่งแวดลอ้ ม

5.7 การบันทกึ และการควบคุมเอกสาร มีการจดั ทาประวัติ แผนที่แปลง แผนผังฟาร์ม จัดทาแผน
บันทึกการผลิต หลักฐานการนาเข้าปัจจัย การผลิต บันทึกการปฏิบัติงานภายในฟาร์ม บันทึกปริมาณ
ผลผลิตท่ีได้รับจนถึงบันทึกหรือหลักฐานแสดงการจาหน่ายและ/หรือการขนส่งผลผลิตท่ีถูกต้องครบถ้วน
และเป็นปัจจุบัน รวมท้ังบันทึกเพ่ือการเปรียบเทียบผลการปฏิบัติต่าง ๆ ที่ได้ทดลอง เพื่อสรุปและหาการ
ปฏิบตั ทิ ี่เหมาะสมกับสวนของตนเอง

6. รปู แบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำท้องถิ่น
การผลติ ตามมาตรฐานการผลิตเกษตรอนิ ทรีย์เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลผลิตคุณภาพมาตรฐานเป็นท่ียอมรับของ

ผู้ค้าและผู้บริโภค จนกระท่ังได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาการผลิตพืชอินทรีย์ดีเด่น ประจาปี 2554
กรมวชิ าการเกษตร

ปัจจุบันผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่จะขายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศ เช่น ส่งให้ห้างเซ็นทรัล และ
ลูกค้าประจาที่เข้ามาซ้ือถึงสวน มีการขายผลผลิตทางอินเทอร์เน็ตโดยรวบรวมจานวนผู้สั่งซ้ือและนาไปส่ง
ท่ีกรุงเทพมหานคร ผลผลิตบางส่วนจะส่งเข้าสู่บริษัทผลิตน้ามังคุด และในอนาคตจะขอการรับรองเกษตร
อินทรีย์ในระดับสากลเพ่ือการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ และเพื่อเปิดช่องทางการค้าช่วยให้แก่เกษตรกร
รายอ่นื ๆ ทีส่ นใจจะเข้าสรู่ ะบบอินทรยี ์

185

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ปัจจุบันภายในสวนได้รับความสนใจจากเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ที่มีความสนใจในการผลิต
พชื อินทรยี ์ เปน็ แหล่งศึกษาดูงาน ท้ังยังเป็นนกั จัดการการศึกษาของชมุ ชน กระต้นุ ให้เยาวชนในท้องถ่ินเกิด
ความรักบ้านเกิด ยังเป็นวิทยากรรับเชิญของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ซึ่งนับว่าเป็นการช่วย
กระตุ้นให้เกษตรกรในพื้นท่ี และทั่วไปเล็งเห็นถึงความสาคัญของการผลิตอาหารที่ปลอดภัยท้ังแก่ผู้ผลิต
ผู้บรโิ ภคและส่ิงแวดลอ้ ม อีกด้วย

คุณอุทยั ทิพยแ์ ละครอบครวั ได้มีสว่ นรว่ มในการทางาน เผยแพรอ่ งค์ความรู้ตั้งแตร่ ะดับชุมชน
อาเภอ จงั หวัดและระดบั ประเทศ อกี ท้ังยงั มีงานแสดงและจาหนา่ ยผลผลิตอินทรีย์ และงานทางด้าน
เกษตรอินทรีย์ต่างๆตวั อย่าง เช่น

- เปน็ สถานทถ่ี ่ายทารายการโทรทัศนเ์ รื่อง “สวนเกษตรอินทรยี ์” ของประเทศอติ าลี
- เป็นสถานที่ถา่ ยทารายการโทรทศั น์รายการ “แทนคุณแผ่นดนิ ” ออกอากาศทางช่อง 5
- เป็นสถานที่ถ่ายทารายการโทรทศั น์รายการ “สยามยลระยอง” ออกอากาศทางชอ่ ง 5
- เปน็ สถานท่ีถ่ายทารายการโทรทศั นร์ ายการ “วิถีพอเพยี ง” ออกอากาศทางช่อง 11
- เปน็ บุคคลตน้ แบบวิถีพอเพียงในสารคดขี อง บริษัท ปตท.จากดั
- เป็นแหล่งเรยี นรรู้ ะบบการผลิตพชื อนิ ทรยี ์ ใหแ้ ก่ผทู้ ่ีสนใจทั้งในและต่างประเทศ
- เป็นแหลง่ เรียนรกู้ ารผลิตปุย๋ หมักแบบเติมอากาศ
- เปน็ แหลง่ เรยี นรูแ้ ละแหลง่ เกบ็ ตวั อย่างแมลงในท้องถ่นิ ของเดก็ นักเรียนในชมุ ชน

186

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

- ต้อนรับคณะดงู านจาก 10 ประเทศอาเซียนของกรมวชิ าการเกษตรในงาน “ ATWGARD
Workshop on Meeting Developing GAP and organic Agriculture in ASEAN member
Countries”

- เป็นคณุ ครพู เิ ศษของโรงเรียนบา้ นมาบชา้ งนอน ในเรื่อง เศรษฐกจิ พอเพียง
- จดั ทาหนงั สอื กระบวนการถอดบทเรียนจากความร้ขู องตาบลนา้ เปน็
- เปน็ คนตน้ เรื่องในหนงั สือจดหมายขา่ วของ ปตท.” รักษ์ปา่ สร้างคน 84 ตาบลวถิ ีพอเพียง”
- เปน็ แหล่งเก็บตวั อยา่ งไลเคน และสตั วน์ า้ ขนาดเลก็ เพ่ือใหเ้ ดก็ เรียนรใู้ นโครงการ “นักสืบสายลม
และ นกั สบื สายน้า

187

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ความเปน็ ผูน้ าและการเสียสละเพ่ือประโยชน์ส่วนรวม
1. เปน็ อาสาสมคั รเกษตร(หมอดนิ อาสา) ตามระเบยี บกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วา่

ดว้ ยการบรหิ าร อาสาสมคั รเกษตร พ.ศ. 2551
2. การเป็นผู้นา
1) ปี 2536 รวมจดั ต้ังและเป็นเลขานกุ ารกลมุ่ ปรับปรุงคุณภาพทุเรียนบ้านสาม

แยกน้าเป็น ต่อมาย่ืนขอจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน เป็นแกนนาหลักของกลุ่มในการผลักดันและส่งเสริม
ให้สมาชิกวิสาหกิจ ชุมชนกลุ่มปรับปรุงคุณภาพทุเรียนบ้านสามแยกน้าเป็น เข้าร่วมระบบการผลิต
มาตรฐาน GAP ปัจจุบันท่ีสมาชิก ในกลุ่ม ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP จานวน 45 ราย จาก
จานวนสมาชิกท้ังหมด 83 ราย ติดต่อโรงงานผู้ซ้ือมังคุดและรวบรวมผลผลิตมังคุดคุณภาพของสมาชิก
จาหน่ายให้แก่บริษัท ทาร์โก้อินดัสตรี จากัด เพื่อผลิตน้ามังคุด โดยการตกลงราคาที่สร้างความยุติธรรม
และพงึ พอใจ ชว่ ยในการแกไ้ ขผลผลติ ลน้ ตลาด

2) เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ดา้ นการเกษตรอินทรยี ์ และสวนเปน็ สถานที่
ศึกษาดูงานแกผ่ สู้ นใจท้ังในประเทศและชาวตา่ งชาติ และเป็นที่ปรกึ ษาใหแ้ ก่เกษตรผ้สู นใจเขา้ สูร่ ะบบ
การผลติ เกษตรอินทรีย์

3) เป็นครูภมู ิปญั ญาประจาตาบล สอนวิชาเกษตร การแปรรูปผลผลิต
ทางการเกษตรและการจดั สวนถาด

4) เปน็ ที่ปรกึ ษาคณะกรรมการสถานศึกษา ดา้ นวิชาการของโรงเรยี น
บา้ นมาบชา้ งนอน หมู่ท่ี 3 ตาบลน้าเป็น อาเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง

5) ได้รับการคัดเลือกเปน็ จุดเรยี นรู้ ระบบการผลิตพืชอนิ ทรีย์ และปยุ๋ หมกั แบบ
เติมอากาศของกรมวชิ าการเกษตร

รางวัลทไ่ี ด้รับ

ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์ รางวลั เกษตรกรดีเด่น 2558

188

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมิปัญญำใหเ้ ปน็ นวัตกรรม คณุ คำ่ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภมู ใิ จ
นอกจากนี้ ยังมีการปลูกพืชผักสมุนไพรทั่วทั้งแปลงโดยผลิตผลอ่ืนๆ ภายในแปลง เช่น มะกรูด

มะเฟือง มะนาว มะพร้าว ฯลฯ ได้ทาการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ได้แก่ ยาสระผม สบู่ ครีม
น้ามันมะพร้าวสกัดเย็น ถ่าน น้ายาล้างจาน น้ายาซักผ้า เพื่อใช้เองในครัวเรือน และจาหน่าย ณ ตลาด
ประจาหมู่บ้าน ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยโรงพยาบาลระยอง และตลาดสีเขียวของอาเภอแกลง จังหวัด
ระยอง ส่วนผลผลติ ที่ไม่ไดข้ นาดหรือเสยี หายจากการตกหล่นจะนามาแปรรูปเป็นไวน์ผลไม้หรือนาไปผลิต
เป็นป๋ยุ กลบั มาใชใ้ นสวนต่อไป

ด้านผลิตภัณฑ์แปรรูปในครัวเรือน ได้แก่ แชมพู สบู่ ครีมบารุงผิว จะส่งตรวจเพ่ือขอรับรอง
มาตรฐานอาหารและยา จากสานักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง เพ่ือสร้างความม่ันใจในความสะอาด
ปลอดภยั และมาตรฐานของผลติ ภัณฑ์ สนิ คา้ ทกุ ชนดิ ได้รบั รองมาตรฐานอาหารและยา

ผลิตภณั ฑ์แปรรปู ในครัวเรอื น
8. แหลง่ อ้ำงอิง : ผ้จู ดั เก็บข้อมลู

ช่ือ นางสาวณัฐกานต์ นามสกุล คงสบาย วนั ทีเ่ ก็บข้อมลู 25 มีนาคม 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอเขาชะเมา อาเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง โทร 084 – 9094525
LINE ID nattakarn0612 E-mail [email protected]

189

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจัดเก็บขอ้ มลู ภูมปิ ญั ญำ
ตำบล ชำฆ้อ อำเภอ เขำชะเมำ จงั หวดั ระยอง
1. ภมู ปิ ัญญำ ดา้ นอตุ สาหกรรมและหตั กรรม (กะลามะพร้าว)
ช่ือภูมิปัญญา นายวรพล คร้ามบญุ ลอื

2. ข้อมลู พนื้ ฐำนภมู ปิ ัญญำ
กรณรี ายบุคคล
ชอ่ื นายวรพล นามสกุล คร้ามบญุ ลือ

วนั เดอื นปเี กดิ 22 กุมภาพันธ์ 2517
ทอ่ี ยูป่ ัจจบุ ัน เลขท่ี 21 หมู่ 7 บ้านแยกเนินสมบรูณ์ ตาบล ชาฆ้อ อาเภอ เขาชะเมา จังหวัด ระยอง
รหัสไปรษณยี ์ 21110 พิกดั บ้าน 12.9804007,101.6056888, เบอร์โทรศพั ท์ 089-0393299
LINE ID 089-0393299 Facebook กลุ่มหัตถกรรมกะลาเขาชะเมา

3. จดุ เด่นของภูมปิ ัญญำ
นายวรพล คร้ามบุญลือ ได้นากะลามะพร้าวที่เป็นวัสดุเหลือใช้นามาผลิตเป็นวัสดุที่เป็นประโยชน์

อย่างหลากหลาย เช่น โคมไฟ ตุก๊ ตากะลา ภาชนะตกั นา้ เป็นต้น

4. ทมี่ ำของภูมปิ ัญญำ
นายวรพล ครา้ มบญุ ลอื ไดเ้ ลา่ ว่า เมื่อสมัยคุณตาของนายวรพล คร้ามบุญลือ ยามว่างท่านจะน่ังอยู่

หนา้ บ้านทเี่ ป็นชายฝ่ังคลองอยู่เป็นกิจวัตรประจาวันจนได้มองเห็นลูกมะพร้าวลอยตามน้ามาได้เกิดแนวคิด
ท่ีจะทาอย่างไรให้กะลามะพร้าวสามารถใช้ในชีวิตประจาวันได้ โดยเร่ิมจากการทาเป็นท่ีตักน้า เป็นตุ๊กตา
จากกะลา เป็นโคมไฟรูปแบบต่าง ๆ เปน็ พวงกุญแจจนเป็นท่ีนิยมชมชอบของแขกผู้มาเยือน บ้างก็ขอซื้อไป
ฝากญาติ บ้างก็ซื้อไปเป็นของชาร่วย ซ่ึงในปัจจุบันได้สืบทอดมาถึงรุ่นหลาน ก็คือ นายวรพล คร้ามบุญลือ
ไดม้ าก่อต้ังเป็นกลุ่มหัตถกรรมจากกะลามะพร้าว ระยะแรกมีเพียงสามีและภรรยา จนต่อมาก็มีกลุ่มคนท่ีมี
ความสนใจในหัตถกรรมกะลามะพร้าวมากขึ้นจนรวมตัวกันได้ทั้งหมด 8 ท่าน และยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์
อย่างต่อเน่ือง ได้เป็นกลุ่ม OTOP ชื่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหัตกรรม ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว
จวบกระท่งั ทกุ วันน้ี

190

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
ผลิตภณั ฑ์กะลามะพร้าวเปน็ ผลติ ภัณฑ์ทสี่ ะทอ้ นถึงภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ วถิ ชี ีวติ ชาวบา้ น ตลอดจน

วฒั นธรรมทด่ี ีงามของการเรยี นรู้ มีลกั ษณะโดดเด่นทเ่ี น้นงานฝีมอื ของชาวบ้านท่สี ามารถพัฒนาและเพ่ิม
คณุ คา่ ของวสั ดุในทอ้ งถนิ่ และไมท่ าลายสิ่งแวดล้อม สามารถทารายได้สู่ชุมชน

5.1 ข้ันตอนการทากะลามะพรา้ ว จานวน 7 ขั้นตอน ดังนี้
5.1.1 ขดั กะลามะพรา้ วดว้ ยกระดาษทราย
5.1.2 นากะลามะพรา้ วมาเจาะรู ให้เป็นรูปตา่ งๆ
5.1.3 นาแผงมาประกอบเข้ากบั สายไฟ
5.1.4 นาหลอดไฟมาประกอบเข้ากบั กะลามะพรา้ ว
5.1.5 นากล่องพลาสติกมาประกอบกบั แผงวงจร
5.1.6 นาสเปรย์เคลอื บเงามาพ่น
5.1.7 นาอุปกรณท์ ุกอย่างมาประกอบให้เข้ากัน

6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ ูมิปัญญำท้องถน่ิ
6.1 การได้รับมอบเกยี รติบตั รเป็นศูนยต์ น้ แบบ/เครือข่ายการจดั กิจกรรมเวทวี ชิ าการแลกเปล่ียน

เรยี นรเู้ ศรษฐกิจพอเพยี ง “ภูมิปญั ญาไทย มีดที ุกเขต” โดยรองผู้อานวยการสานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา
ระยองเขต 2

6.2 เป็นวิทยากรให้กับโรงเรียนเขาชะเมาวทิ ยา การปลกู ผักไฮโดรโปนกิ ส์
6.3 การไดร้ ับการเปน็ วทิ ยากรใหค้ วามรูด้ า้ นวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ใหแ้ กน่ กั เรียน
โรงเรยี นบ้านสามแยกน้าเป็น อาเภอเขาชะเมา จงั หวัดระยอง

191

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

6.4 การไดร้ บั การเป็นวทิ ยากรเผยแพรค่ วามรู้การสรา้ งผลิตภัณฑจ์ ากกะลามะพรา้ ว โดยรว่ มงาน
กบั เกษตรอาเภอเขาชะเมา

6.5 เป็นแหล่งเรียนร้ใู ห้กบั กศน.ตาบลชาฆอ้ เพื่อให้นักศึกษาใด้รับความรู้ และฝกึ ปฏบิ ตั ิจรงิ

7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภมู ิปญั ญำให้เปน็ นวัตกรรม คุณค่ำ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภมู ิใจ
การพฒั นาผลิตภณั ฑร์ องเท้าเพ่ือสุขภาพ ท่ีรองรับสรรี ะของเทา้ และดว้ ยคุณสมบตั ิของกะลาทที่ า

ใหเ้ ท้าอุน่ อยตู่ ลอดซ่งึ เปน็ ผลดีตอ่ สุขภาพ ตวั พ้ืนรองเทา้ ทาจากกระจูดเป็นรองเท้าที่มาจากธรรมชาตเิ สมือน
การบาบัดธรรมชาติ

8. แหล่งอ้ำงอิง : ผูจ้ ดั เก็บข้อมลู

ชอื่ นางสาวพยอม นามสกลุ พรมบุตร วันทีเ่ ก็บข้อมูล 20 มีนาคม 2563

สถานศกึ ษา กศน.อาเภอเขาชะเมา อาเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง โทร. 096-7351719

LINE ID - E-mail [email protected]

192

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

แบบจดั เก็บขอ้ มูลภูมิปัญญำ
ตำบลเขำน้อย อำเภอเขำชะเมำ จงั หวดั ระยอง
1.ภมู ปิ ญั ญำ ด้านอตุ สาหกรรมและหัตกรรม (หัตถกรรมทองเหลือง)
ช่อื ภูมิปญั ญำ นางเยาวภาณี หาดแกว้

2. ข้อมลู พน้ื ฐำนภมู ิปัญญำ
กรณีรายบคุ คล
ช่ือ นางเยาวภาณี นามสกุล หาดแกว้

วนั เดอื นปีเกดิ 8 กรกฎาคม 2509 ท่อี ยูป่ จั จุบนั เลขท่ี 14/1 ม.4
ตาบลเขานอ้ ย อาเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง รหสั ไปรษณีย์ 21110 พิกัดบ้าน 13.112889,
101.603167 เบอร์โทรศพั ท์ 081-0018837 LINE ID - FacebooK ทองเหลอื งระยอง

3. จดุ เด่นของภูมิปัญญำ
นางเยาวภาณี หาดแก้ว ได้สร้างผลติ ภณั ฑท์ ีส่ ะท้อนถงึ วิถชี ีวิตวฒั นธรรมของความเป็นชุมชนท่ี

เรียกว่า หัตถกรรมทองเหลือง ประกอบดว้ ยของใช้ภายในบา้ น ของตกแตง่ บา้ น และของที่ระลึก เป็นต้น

4. ท่มี ำของภูมิปัญญำ
นางเยาวภาณี หาดแก้ว ไดเ้ หน็ ซึมซบั มา 30 กว่าปี การไดท้ างานตง้ั แต่วยั เด็ก เพราะเหตุผลจาเป็น

บางประการเหมือนกับการได้ส่ังสมความรู้ ความชานาญให้มากย่ิงข้ึน ประสบการณ์ในการทางานท้ังชีวิต
จะถูกถ่ายทอดให้ชนรุ่นลูกรุ่นหลานรับรู้ต่อไป ฝึกทางานมีรายได้และได้ซึมซับในสิ่งดี ๆ ทางด้านจิตใจ
มคี วามรักและหวงแหนภาคภมู ิใจในสง่ิ เป็นคนไทยและงานภูมิปัญญา เม่ือเยาวชนเติบโตข้ึนจะสืบทอดงาน
ภูมิปัญญาต่อไปด้วยใจรักจริง ๆ และก็จะสืบสานพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีย่ิง ๆ ข้ึนต่อไปในอนาคต แต่ก็ยัง
คงไวซ้ ึง่ ภูมปิ ัญญาของบรรพบรุ ษุ วิถชี ีวติ วฒั นธรรม สิ่งแวดล้อม การมีเอกลักษณ์ ลวดลาย ที่สะท้อนความ
เป็นชุมชน เน่ืองจากว่าพื้นฐานของคนไทยส่วนใหญ่จะมีความสามารถในงานด้านฝีมือ และศิลปะการ
แกะสลักและการปั้นในรูปแบบต่าง ๆ จึงดึงจุดนี้ของคนในชุมชนมาศึกษามาทางานให้เกิดรายได้ แต่นามา
ปรับแต่งเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับช้ินงานของงานทองเหลือง เช่น การสร้างหุ่นสุนทรภู่กวีเอก ซ่ึงเป็น
เอกลักษณ์ของจังหวัดระยอง ต่อมามีนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนงานภูมิปัญญา และให้มีสินค้า
“หนึ่งตาบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” เกิดขึ้น จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะให้ความรู้และถ่ายทอดงานท่ีตัวเองทาอยู่
ไปสู่คนภายนอกและสร้างรายได้หลักใหก้ ับครอบครัวได้ด้วย และสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชนจึงเกิด
กลุ่ มงา น พั ฒ น าหั ต ถกร ร มทองเ ห ลื องข้ึน จน กร ะทั่งปั จ จุบั น น้ี แน ว คว ามคิด ซึ่ งได้ มาใน ตั ว ผ ลิ ต ภั ณฑ์

193

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

จากการศกึ ษา และสังเกตพบว่า ลูกค้าส่วนใหญม่ ีความนยิ มงานทองเหลืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเช่ือ
และตานานตา่ ง ๆ นาไปสกั การะบชู า และนาไปเปน็ ส่อื เพ่อื ศกึ ษาคน้ คว้าในตานานต่าง ๆ อีกท้ังบางช้ินงาน
ยังเป็นของขวัญ ของท่ีระลึก ตกแต่งสถานที่มากกว่าที่จะเป็นของใช้ในครัวเรือน จึงเกิดแนวความคิดสร้าง
ชิ้นงาน ทั้งยังมีสินค้าประเภทเคร่ืองใช้ในครัวเรือนอีกมากมาย ซ่ึงยังใช้แรงงานคนในการผลิตภัณฑ์สินค้า
ทั้งหมด นางเยาวภาณี หาดแก้ว ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจาก หน่วยงานต่างๆ เช่น รางวัลหมู่บ้าน
หัตถกรรมยอดเย่ยี มจากมลู นธิ ิหม่อมงามจิตต์ ปรุ ฉัตร และได้รับรางวลั ศลิ ปนิ โอท็อป ระดับประเทศ

5.รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
ขน้ั ตอนตอนการทาหัตถกรรมทองเหลือง
5.1 วัตถดุ บิ ทีใ่ ช้คือ
5.1.1 ทองเหลือง เป็นวัตถดุ บิ หลกั ทีใ่ ชส้ าหรบั การทาผลิตภัณฑ์ทองเหลอื ง
5.1.2. ขี้ผง้ึ เทียน ใช้สาหรบั ทารูปแบบของผลิตภัณฑ์
5.1.3. ปูนปลาสเตอร์ ทรายละเอียด ทรายหยาบ ใช้สาหรบั ทาแกนใน
5.1.4. นา้ มนั กา๊ ด ลวดเชอื่ ม นา้ ยาประสาน เชอื กปอ ลกู ผ้า ยาตีแปรง ยาขดั เงา
5.1.5 ลูกลวด ลูกทราย ใบเจยี รเหลก็ ตะปูเหล็ก
5.1.6. ตะปูทองแดง แท่งเหลก็ กลมขนาดเลก็ ลวดดา ลวดขาว ยางซลิ ิโคน นา้ ยาเร่งยาง

015 ตกแตง่ ตวั หนุ่
5.1.7. ฟนื ถ่าน นา้ มันเตา

5.2 อุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการผลติ
5.2.1. มอเตอร์ตีแปรง ขัดเงา
5.2.2 เครือ่ งเจียร เคร่ืองกรอซอก
5.2.3 เครื่องจานตดั ทองเหลอื ง สกดั คอ้ น
5.2.4 เคร่ืองเช่ือม ประกอบด้วย หัวเชอ่ื ม ถงั แก๊ส และออกซเิ จน
5.2.5 เบา้ หลอม พดั ลม กระบอกเหล็กตักทอง

194

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น

5.3 ขัน้ ตอนการผลิต
ขั้นตอนท่ี 1 การทารูปแบบ คือการนาข้ีผ้ึงหรือดินเหนียวมาป้ันตามแบบท่ีต้องการ

หรอื ตามออเดอรท์ ไี่ ดร้ ับงานมา เชน่ ตัวละครตา่ ง ๆ ในวรรณคดี หรืออาจจะเปน็ รูปแบบอย่างอ่นื กไ็ ด้
ขนั้ ตอนที่ 2 นาขีผ้ ึง้ ท่ีปั้นเป็นรปู แบบมาแกะสลักลวดลายหน้าตามให้ดู สวยงามเรียบร้อย

ตามแบบท่ีเรากาหนด
ขั้นตอนที่ 3 เม่ือเสร็จจากการป้ันการแกะสลัก นารูปแบบนี้มาถอดเป็นแม่แบบ หรือ

แม่พิมพ์โดยใช้ยางซิลิโคนถอดออกมาเพ่ือเก็บแบบเอาไว้ทาได้ในครั้งต่อไปท่ีมีออเดอร์ ส่ังมา แบบที่เป็น
แม่แบบน้ีจะมสี ่วนประกอบต่างๆ เช่น แขน ขา ฐาน รว่ มอย่ดู ว้ ย

ข้ันตอนที่ 4 เมื่อได้แม่พิมพ์เรียบร้อยแล้ว นาข้ีผึ้งที่ซื้อมา ลักษณะเป็นก้อนแข็งมาต้ม
ในภาชนะท่ีเป็นหม้อหรือกระป๋องนม, กระป๋องสีใบเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ต้มจนขี้ผ้ึงละลายเป็นน้าเหลว โดย
ขีผ้ ้งึ นจ้ี ะทาเปน็ สองสว่ น

สว่ นท่ี 1 คือ ข้ผี ้ึงทนี่ ามาตม้ เคยี่ วจนหมดยางหรอื ความเหนียว ซึง่ ใชค้ วามร้อนนานมาก
ในสว่ นนเี้ อาไว้กรอกใส่แม่พิมพใ์ นช้ันแรกเพอ่ื ตอ้ งการให้ลวดลายหน้าตามคี วามชัดมาก ๆ

ส่วนที่ 2 คือ ข้ผี ึ้งที่นามาต้มแต่ไม่ตอ้ งเค่ียวนานเอาแค่ละลายพอไว้กรอกในช้นั ที่ 2 และ
3 ต่อไปเพื่อให้ความหนาเสร็จแล้วลงแช่นา้ เพ่ือให้ข้ผี ้ึงแข็งตัว

ข้ันตอนที่ 5 เมื่อกรอกขี้ผ้ึงเสร็จแล้ว นาตัวข้ีผึ้งมาใส่แกนใน (แกนในหมายถึง
ปูนปลาสเตอร์ผสมรวมกับทรายละเอียดและน้าในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน) คลุกเคล้าจนเป็นเน้ือเดียวกัน
กรอกลงไปในตัวข้ีผ้ึงท้ิงไว้สักพักให้แกนในแข็งตัว เม่ือแกนในแข็งตัวแล้วนามาตกแต่งขัดเกรา และใส่แขน
ขา เครื่องประดับตามรปู แบบของตวั ละครนั้นนาตะปูมาเย็บตามลาตวั เพือ่ ใหแ้ กนในและขี้ผ้ึงมีความกระชับ
แนน่ ใหม้ ากทสี่ ุดเสร็จแล้วก็ติดสายสวนเพือ่ ให้เปน็ ทางเดินของน้าทอง ท่ีจะทาในขนั้ ตอนต่อไป

ข้ันตอนท่ี 6 นาขี้ผึ้งที่เสร็จเรียบร้อยหมดแล้วมาเข้าบล็อกในโดยใช้ส่วนผสมอันเดียวกับ
แกนใน ห่อหุ้มตัวขี้ผึ้งให้หนาพอสมควรแล้วก็นามาเข้าลวดมัดตามลาตัวให้แน่นเมื่อเสร็จจากการเข้าลวด
แล้วก็เข้าบล็อคนอกต่อ ใช้ส่วนผสมคือปูนปลาสเตอร์กับทรายหยาบและน้าผสมรวมกันแล้วห่อหุ้มให้หนา
จนมองไม่เหน็ ลวดท่ีพันอยู่

ข้ันตอนท่ี 7 นาข้ึนเตาเผาใช้เวลาเผาประมาณ 3 – 5 ช่ัวโมง วัตถุท่ีใช้เผาก็คือฟืนและ
ถ่านเม่ือเผาพิมพ์สุก จนข้ีผ้ึงภายในบล็อคละลายออกหมดแล้ว เราจะนา ทองเหลืองแท่งใส่เบ้าและเตา
หลอมใช้เวลาหลอมทองให้ละลายจนเป็นน้าใสจัดเต็มที่ โดยเราจะสังเกตได้จากควันข้ึนเป็นสีเขียวใช้ความ

195

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

ร้อนสูงมาก เวลาประมาณ 3 – 5 ช่ัวโมง วัตถุใช้หลอมคือ น้ามันเตาเมื่อน้าทองได้ท่ีแล้วเราจะกรอกใส่
พมิ พท์ ่ีเผาสุกจนครบหมดทกุ ชนิ้ ( 1 เตาจะขน้ึ ได้ประมาณ 200ช้ิน )

ขน้ั ตอนท่ี 8 เมอื่ เททองเสรจ็ แล้วท้งิ ไว้ประมาณ 1 ช่วั โมงเพ่อื ให้น้าทองแขง็ ตวั แล้วจงึ ทุบ
บลอ็ ค ออกใหห้ มดเหลือแค่ตัวทองเหลอื งทีอ่ ยู่ขา้ งใน

ขั้นตอนท่ี 9 นาตัวทองเหลืองมาตกแต่ง เช่น ตัวไหนท่ีเราทุบแล้วมีส่วนไหนที่ไม่สมบูรณ์
แหว่งหรือขาดหายไปเราจะนามาออ๊ ก เชือ่ ม เขา้ หากันให้เป็นเนื้อเดียวนามาเจียร กรอ ให้ผิวทองเหลืองตึง
แล้วกต็ ีลาย ตกแต่งดลู ายละเอียดต่าง ๆ ให้สมบูรณ์และเรียบร้อยที่สุด แล้วก็นามาขึ้นมอเตอร์ท่ีเป็นเครื่อง
ลงลวดทราย ลูก ลวด ตีแปรง ลงยาแล้วก็ล้างน้ามันก๊าด เพ่ือให้ความสกปรกหลุดออกให้หมดเม่ือล้าง
น้ามันก๊าดแล้ว ก็นามาคลุกกับปูนปลาสเตอร์ให้ทั่วตัวแล้วก็เอามาขึ้นมอเตอร์เคลือบเงาอีกคร้ัง ซึ่งเป็น
ข้ันตอนสุดท้ายงานที่ออกมาจะดู สวยและเงา เมื่อเสร็จเรียบร้อยทุกข้ันตอนแล้วจะนางานมาทาสีต่อไป
แล้วแตอ่ อเดอรจ์ ะส่ังใหท้ า

ข้ันตอนท่ี 10 การทาสองสี คือ การเอาน้ายารมปืนมาทาตามตัวหรือลวดลายแล้วแต่
จินตนาการของผู้ทาที่จะคิดและออกแบบให้เกิดความแปลก หรือความสวยงามเสร็จแล้วนาออกตากแดด
ให้แห้งสนิท แล้วเคลือบความเงาด้วยแล็กเกอร์ หรือเชอร์วิน อีกคร้ังหนึ่ง เป็นอันว่าเสร็จจากการทาสองสี
อีกวิธีหนึ่ง คือ การทาสีท่ีเรียกว่า การทาสีสนิม ( แอนติดส์) คือการเอาตัวทองเหลืองท่ีตกแต่งแล้ว
แต่ไม่ต้องล้าง น้ามันก๊าด นามาชุบกรดเหลืองท่ีผสมกับน้ามาทาตามตัวให้เน้ือทองเหลืองกลายเป็นสีเขียว
การทา กแ็ ลว้ แต่ความคิด และ จินตนาการของผู้ทา นาออกมาตากแดดให้แห้งสนิท แล้วทาด้วยแว็กซ์ขาว
พอให้บางๆ ใชผ้ า้ ขัดแว็กซ์ให้แห้ง และเข้าเป็นเนื้อเดียวกับสีของกรด เสร็จแล้วก็ทาทางตามลวดลายต่างๆ
เช่น ลายผ้า , สังวาลย์ให้สวยงามงานที่ออกมาจะเป็นเน้ือเขียวลายทอง สวยงามมากแล้วก็จัดส่งตามแต่
ความตอ้ งการของตลาดวา่ จะส่งั สีแบบไหน

เตรียมทองเหลืองมาตกแต่ง เครื่องหตั ถกรรมทองเหลอื ง

196

ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น

6. รปู แบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำท้องถน่ิ
ไดร้ บั ใหเ้ ปน็ ภูมิปญั ญาท้องถ่ินในตาบลเขาน้อย และมีผู้คนใหก้ ารยอมรบั นับถือมาหลายสิบปใี น

ดา้ นการทาทองเหลืองที่มีเอกลักษณท์ ส่ี วยงามโดดเด่นจนได้รับรางวัลมากมายระดับประเทศ เชน่
1. ถ่ายทอดเปน็ วิทยากร กลมุ่ สตรเี ขานอ้ ย
2. เปน็ วิทยากรถ่ายทอดความรู้ใหก้ ลุ่มฝกึ อาชพี กศน.ตาบลเขานอ้ ย
3. เป็นวิทยากรถ่ายทอดความร้ใู หก้ ลุ่ม
4. มหี นว่ ยงานทอ้ งถนิ่ ติดต่อประสานงานการสง่ั จองยอดและจากภาคเอกชนสั่งยอดจองทุกเดือน

จากบรษิ ทั คิงเพาเวอรป์ ระเทศไทย และสายการบนิ ไทย และมีการออกจาหนา่ ยสินค้า ตามงานโอท็อป
เมืองทองธานี

5. รางวัลหม่บู ้านหัตถกรรมยอดเยย่ี มจากมลู นิธหิ ม่อมงามจติ ต์ ปรุ ฉัตร
6. รางวัลศิลปินโอท็อป ระดบั ประเทศ

ไดอ้ อกจาหน่ายสนิ คา้ ตามงานโอท็อป

7. กำรพฒั นำต่อยอดภมู ิปญั ญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คณุ คำ่ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภมู ใิ จ

นางเยาวภาณี หาดแก้ว ได้ต่อยอดโดยมีการผลิตสินค้า ท่ีมีความหลากหลายเพิ่มขึ้นท้ังของใช้
ในครวั เรือน และสินค้าตกแต่งบ้าน

8. แหลง่ อ้ำงอิง : ผจู้ ดั เกบ็ ข้อมลู

ช่อื นายสายณั ห์ นามสกลุ มาลีบารงุ วันที่เก็บข้อมูล 19 มีนาคม 2563

สถานศึกษา กศน.อาเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง โทร. 038- 996273

LINE ID - Facebook กศ.ตาบลเขาน้อย อาเภอเขาชะเมา จ.ระยอง

197


Click to View FlipBook Version