ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
มีความภาคภมู ิใจ คือ สร้างรายไดใ้ ห้กบั คนในครอบครัว และนอ้ มนาหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงมาปรบั ใช้ในการดาเนินชวี ิต
8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผ้จู ัดเกบ็ ขอ้ มูล
ชื่อ-นามสกลุ นางสาวคัททยิ าพร พนั ปอบิด วนั ทีเ่ ก็บข้อมลู 8 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง โทร : 095-3058559
LINE ID : ody_katti E-mail : Kattiyapron๐๐@gmail.com
แบบจดั เกบ็ ข้อมลู ภูมปิ ัญญำ
98
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
ตำบลวงั หว้ำ อำเภอแกลง จงั หวัดระยอง
1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นศลิ ปกรรม (การแสดงลาตัด)
ช่ือภูมปิ ญั ญำ นายสาเรงิ คนฑา
2. ขอ้ มลู พ้ืนฐำนภูมปิ ญั ญำ
กรณรี ายบุคคล
ช่ือ นายสาเริง นามสกุล คนฑา
วันเดือนปีเกดิ 3 มกราคม 2489 ที่อยู่ปัจจบุ ัน เลขท่ี 66 หมู่ท่ี 7
ตาบลวังหว้า อาเภอแกลง จังหวัดระยอง 21110 พิกัดบา้ นชากไคร้ เบอร์โทรศัพท์ : 081-9401851
Facebook : ลาตดั หมอขวัญ คณะกานนั สาเรงิ
3. จดุ เด่นของภูมิปัญญำ
ลาตัดเป็นการเผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านของตาบลวังหว้า และยังเป็นการนาร่อง
ในการก่อต้ังสภาวัฒนธรรมตาบลให้ครบทุกตาบล ส่ิงที่ฝากถึงอนุชนรุ่นหลังต่อไป คือ ให้อนุชน
มองศลิ ปะการแสดงพนื้ บา้ นวา่ เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ อยา่ คิดว่าเป็นของโบราณไม่ทนั สมยั
4. ท่ีมำของภูมิปัญญำ
ยกตาราจากพ่อคือหมอขวญั เล่นลาตดั ประชันให้ขันขา
ครสู งวนบ้านหมผู่ แู้ นะนา ลเิ กราเรียนร้จู ากครแู วว
ไดเ้ ริ่มแสดงลาตดั มาราว พ.ศ.2504 ตง้ั แตอ่ ายุ 14 ปี จนถงึ ปัจจุบัน โดยฝกึ หัดจากครูสงวน
ซ่ึงเป็นนักแสดงลาตัดอยู่ที่ตาบลชากโดน อาเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นครูฝึกสอนลาตัดเป็นคนแรก
ตอ่ มาไดฝ้ ึกหัดเพม่ิ เตมิ จากศลิ ปินร่นุ เก่า ๆ อีกหลายทา่ น เม่ือเล่นได้คลอ่ งแคลว่ แลว้ ก็ชักชวนเพอื่ นบ้าน
ทัง้ ชาย-หญงิ มาฝึกหดั จนตั้งคณะลาตดั ไดค้ ร้ังแรกชอ่ื คณะ ส.เรงิ ศิลป์ รบั แสดงทว่ั ไปในงานตา่ ง ๆ
ต่อมาเม่ือได้รับเลือกต้ังเปน็ กานัน ได้เปลีย่ นช่อื คณะเป็น ลาตัดหมอขวญั คณะกานันสาเริง ซ่ึงใน
ระยะน้เี ร่มิ เปน็ ทร่ี ้จู กั ของคนทั่วไปมากขน้ึ ไดม้ ีโอกาสตระเวนแสดงตามงานต่าง ๆ ทั่วภาคตะวันออก และ
จังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งจังหวัดในภาคกลางและกรุงเทพมหานครด้วย ในเส้นทางของการแสดงลาตัด
ได้มกี ารแสดงลาตัดท้งั เปน็ อาชีพและแสดงเพ่ือช่วยเหลือสงั คม ซ่ึงประสบผลสาเร็จอย่างน่าพอใจ สามารถ
นารายได้จากการแสดงมาเล้ียงครอบครัวได้อย่างไม่เดือดร้อน และได้มีโอกาสช่วยเหลืองานสังคมของ
หน่วยงานตามทอ้ งถิ่นต่าง ๆ มาโดยตลอด
99
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
นอกจากอาชีพการแสดงลาตัดแล้ว ยังได้ฝึกหัดการทาขวัญนาคจากบิดา และได้เริ่มรับทาขวัญ
นาคควบคู่ไปกับการแสดงลาตัด ซ่ึงนายสาเริง คนฑา เป็นหมอขวัญท่ีรู้จักกันทั่วภาคตะวันออก รวมท้ัง
จังหวดั ในภาคกลางและกรงุ เทพมหานคร จากการเริ่มมีช่ือเสียงในการแสดงลาตัด ได้รับเชิญจากโรงเรียน
และกลุ่มองค์กรต่าง ๆ เพื่อแสดงในโอกาสพิเศษอยู่เสมอ ซ่ึงนายสาเริง คนฑา รับเป็นวิทยากรให้ด้วย
ความเต็มใจและไม่เคยคิดค่าตอบแทนแต่อย่างใด ถึงแม้จะแสดงลาตัดและหมอขวัญอาชีพ แต่นายสาเริง
คนฑา จะอทุ ศิ ตนเพอ่ื ช่วยเหลอื สังคมอยู่เสมอ โดยการใช้ความสามารถทางการแสดงเป็นเครื่องมือ มีการ
นาคณะลาตัดไปแสดงในงานศพสมาชิกชมรมกานันผู้ใหญ่บ้านอาเภอแกลง ร่วมจัดมหรสพหารายได้บารุง
โรงเรียน ร่วมเป็นกรรมการจัดหาทุนพัฒนาท้องถ่ิน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าตอบแทน จึงได้รับ
การนับถือจากบคุ คลท่ัวไป
5. รำยละเอียดภมู ิปญั ญำ
การสรา้ งสรรค์ผลงานของนายสาเริง คนฑา ดาเนินไปในลกั ษณะค่อย ๆ สะสมผลงาน ผลงาน
บางชิ้นไมไ่ ด้มีการบันทกึ สว่ นผลงานที่ได้บันทึกไว้ มดี งั น้ี
1. กลอนประวตั ิกานนั สาเริง คนฑา พ.ศ.2537
2. บทเสภาอนรุ ักษม์ รดกไทย พ.ศ.2538
3. บทเสภาเฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระนางเจา้ ราไพพรรณี พ.ศ.2539
4. บทกล่อมทาขวัญนาคเกยี่ วกบั พระคณุ แม่ พ.ศ.2540
5. เพลงพ้นื บา้ นตะวนั ออก พ.ศ.2540
6. เพลงเกิดมาพบกับความความจน พ.ศ.2540
7. บทกลอนลาตดั ประเพณีลอยกระทง พ.ศ.2540
8. บทกลอนไตเต้ิลเมอื งระยอง พ.ศ.2540
9. บทกลอนลาตดั อนุรักษ์ศิลปะการแสดงพน้ื บา้ น พ.ศ.2541
10. เพลงชีวิตกานัน พ.ศ.2542
11. บทกลอนลาตัดรณรงค์ต่อตา้ นยาบ้าพ.ศ.2542
12. แหลป่ ระชาสมั พันธ์สาธารณสุขชุมชนและต่อตา้ นโรคเอดส์ พ.ศ.2542
13. บทกลอนลาตัดถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2543
14. บทกลอนลาตดั ประชาสัมพนั ธ์การเลือกตั้งสมาชิกวุฒสิ ภา พ.ศ.2543
15. บทกลอนลาตดั สุขบัญญัติ 10 ประการ และสง่ เสรมิ สุขภาพ พ.ศ.2543
16. แหล่ประชาสัมพันธก์ ารเลอื กตงั้ สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2543
100
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
17. บทกลอนลาตดั เสนอแนะแนวทางการทางาน พ.ศ.2544
18. เพลงเหนอ่ ไหมน้อง พ.ศ.2544
19. เพลงกวกี ลอนสนุ ทรภู่ พ.ศ.2544
20. บทกลอนลาตดั เกยี่ วกับเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2544
21. บทกลอนลาตัดอวยพรเน่ืองในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2545
22. เพลงวันมรดกไทย พ.ศ.2545
23. เพลงของดเี มืองระยอง พ.ศ.2545
24. เพลงเหน่อไหมน้อง พ.ศ.2546
25. เพลงเอาได้ไม่เหน่อ พ.ศ.2546
26. เพลงมาร์ชต้านยาบ้า พ.ศ.2546
27. บทกลอนลาตดั โครงการหน่งึ ตาบลหนึ่งผลติ ภัณฑ์ พ.ศ.2546
28. บทกลอนลาตดั โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ พ.ศ.2546
29. บทกลอนลาตัดรณรงคป์ ฏิบตั ติ ามกฎจราจร พ.ศ.2547
30. บทกลอนลาตัดถวายพระพรสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ พ.ศ.2547
31. บทกลอนประชาสมั พันธ์หนง่ึ ตาบลหน่ึงหมู่บา้ นในฝนั พ.ศ.2548
แนวคดิ เกย่ี วกบั การสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
การแสดงลาตัด หมายถึง เพลงทุกเพลงที่นามาร้องจะตัดตอนเอาตอนสาคัญมาและ
เพลงใดทเ่ี ร้าใจหรอื จงู ใจผู้ชมท่ีทนั ตอ่ สงั คมและเหตุการณ์บ้านเมือง ก็จะนามาประพันธ์และร้องเป็นลาตัด
เน่อื งจากใหค้ วามสนกุ สนานและยงั เป็นการสง่ เสรมิ ศิลปะการแสดงของไทยใหค้ งอยู่
ถ้าจะไปร้องลาตัดท่ีหน่วยงานใด ก็ต้องนาเอกสารน้ันมาดูและทาการศึกษาก่อน เพ่ือ
ความถูกต้องในการถ่ายทอดและการแสดง ถา้ เปน็ การไปร้องตามที่มีผู้ว่าจ้างไป ก็จะต้องดูงานว่าเป็นงาน
เกย่ี วกับอะไร เก่ียวข้องกับใคร การร้องลาตัดจะต้องร้องให้ผู้ฟังได้สาระความรู้และความบันเทิงด้วย จึง
ต้องศึกษาหารายละเอียดเกีย่ วกับงานท่ีจะไปแสดง
อปุ กรณ์
- กลองรามะนา - ฉาบ
- ฉงิ่ - กรบั
6. รูปแบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่นิ
101
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
ได้ถ่ายทอดใหบ้ ตุ รหลานและบุคคลทส่ี นใจในการแสดง ซงึ่ มีเป็นจานวนมาก ได้เป็นวิทยากรของ
โรงเรียนและหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ภายในจงั หวัดระยองมาเปน็ เวลานาน มผี ู้ทีส่ ามารถสบื ทอดได้ และประสบ
ความสาเรจ็ นาไปประกอบอาชพี ได้ก็มมี าก โดยเฉพาะบตุ รสาวคนที่สองของนายสาเรงิ คนฑา กเ็ ปน็ ลาตดั
ท่มี ชี ่ือเสยี งของจงั หวดั ระยอง
7. กำรพฒั นำต่อยอดภูมปิ ัญญำให้เป็นนวตั กรรม คุณคำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภมู ใิ จ
7.1 ทาใหค้ ณะลาตดั ยังคงอยู่เป็นมรดกประจาชาตไิ ทยตอ่ ไป และคนไทย หรอื ผูฟ้ ังจะได้รับ
ประโยชนจ์ ากสือ่ การแสดงท่ีศิลปินไดถ้ ่ายทอดออกมาเป็นการสบื สานวัฒนธรรมไทย
7.2 ผลงานส่วนท่คี ดิ พัฒนาข้ึนมาใหม่ ได้สอดแทรกการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและอบายมุข
ต่าง ๆ เขา้ ไปเพ่ือเปน็ การชว่ ยเหลือสังคมและราชการ
8. แหลง่ อ้ำงองิ : ผู้จดั เก็บขอ้ มูล
ชอื่ -นามสกลุ นางสาวรชั นีลักษณ์ เพ็งมีศรี วันทีเ่ กบ็ ขอ้ มลู 11 มีนาคม 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง โทร : 089-9650853
LINE ID : aaunmaw3 E-mail : [email protected]
แบบจัดเกบ็ ขอ้ มูลภมู ปิ ัญญำ
102
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จงั หวัดระยอง
1. ภูมปิ ัญญำ ดา้ นการเกษตรกรรม (เกษตรผสมผสาน)
ช่ือภูมิปญั ญำ นางสาววรรณภิ า เครือวัลย์
2. ข้อมูลพนื้ ฐำนภูมปิ ญั ญำ
กรณีเปน็ กลุ่มทางภมู ิปัญญา
ผ้ปู ระสานงาน ช่อื นางสาววรรณิภา นามสกลุ เครอื วัลย์
วนั เดือนปีเกิด 18 สงิ หาคม 2503 ทอ่ี ยูป่ ัจจุบัน เลขท่ี 322/2 หมูท่ ี่ 8 ตาบลสองสลึง อาเภอแกลง
จังหวัดระยอง รหสั ไปรษณีย์ 21110 พิกดั บ้านไทรเอน เบอรโ์ ทรศัพท์ : 084-1284459 Line -
Facebook : ศนู ย์กสิกรรมธรรมชาตสิ องสลึง
3. จุดเดน่ ของภูมปิ ญั ญำ
นางสาววรรณภิ า เครอื วัลย์ ไดเ้ น้นระบบเกษตรอินทรยี ์ มีการใชป้ ุย๋ หมักและสารกาจัดแมลงจาก
สมนุ ไพร และผลติ ผักชวี ภาพปลอดภัยจากสารเคมี เพอ่ื สุขภาพแก่ผู้บริโภค เป็นการลดต้นทุนการผลติ
เพ่มิ รายได้ ปราศจากมลภาวะ ทาให้ชวี ติ มั่นคงยั่งยนื
4. ท่ีมำของภูมิปัญญำ
จุดเร่ิมต้นมาจากการเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีตาบลสองสลึง เม่ือปี พ.ศ.2536 โดยเป็น
สถานที่ศึกษาดูงานให้ความรู้เก่ียวกับการทาเกษตรแบบอินทรีย์ สอนการทาปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยน้าหมัก
และการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก โดยมีกรมพัฒนาท่ีดินจังหวัดระยองและหน่วยงานเกษตรให้การ
สนบั สนนุ ด้านข้อมูลและงบประมาณ และได้ขยายต่อมาเป็นศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง ซ่ึงจัดต้ังขึ้น
เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2545 เป็นศูนย์เครือข่ายของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี
มีเนอ้ื ทจี่ านวน 50 ไร่ ซง่ึ เปน็ ทดี่ นิ ของนายสมศักดิ์ เครือวัลย์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 และหลังจากที่
นายสมศักดิ์ เครือวัลย์ เสียชีวิตลงนางสาววรรณิภา เครือวัลย์ บุตรสาวได้ดูแลศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ
สองสลงึ ต่อ เนอื่ งจาก นางสาววรรณภิ า เครอื วัลย์ ไดช้ ว่ ยดูแลมาตั้งแตจ่ บการศกึ ษาปริญญาตรี
103
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
5. รำยละเอยี ดภมู ิปัญญำ
ศูนยก์ สกิ รรมธรรมชาติสองสลงึ มีอาคารฝึกอบรม 1 หลงั อาคารโรงนอนชาย 1 หลัง อาคาร
โรงนอนหญิง 1 หลงั เรือนพกั วิทยากร 1 หลงั และห้องน้า/หอ้ งสว้ ม 13 ห้อง มีฐานการเรียนรู้ 9 ฐาน
เรยี นร้หู ลกั และปรับประยุกต์ให้เหมาะสมตามภูมสิ งั คม โดยแต่ละฐานมุ่งเนน้ ให้เกดิ การเรยี นรู้ เพอ่ื การ
พึ่งพาตนเอง พออยู่ พอกิน ลดรายจา่ ย สร้างรายได้ ได้แก่
1. ฐานฅนรกั ษป์ า่ 2. ฐานฅนรกั ษ์นา้
3. ฐานฅนรกั ษแ์ มธ่ รณี 4. ฐานฅนรกั ษส์ ขุ ภาพ
5. ฐานฅนเอาถ่าน 6. ฐานฅนตดิ ดนิ
7. ฐานฅนรกั ษแ์ ม่โพสพ 8. ฐานฅนมนี า้ ยา
9. ฐานฅนมีไฟ
ศนู ย์กสกิ รรมธรรมชาติสองสลึง ไดใ้ ห้บรกิ ารในการฝกึ อบรมเผยแพรค่ วามใหก้ ับประชาชนเรื่อง
ต่าง ๆ ดงั น้ี
1. การทาการเกษตรระบบเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. การพฒั นาท่ดี ิน การปรบั ปรงุ บารุงดิน โดยสถานีพฒั นาท่ดี ิน จังหวัดระยอง
3. การทาการเกษตรเพ่ือแก้ไขปัญหาความยากจน โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและ
สหกรณ์ จังหวดั ระยอง
4. การสรา้ งอาชพี เสรมิ ของผู้ดอ้ ยโอกาส โดยพฒั นาชมุ ชนอาเภอแกลง จังหวดั ระยอง
5. การสรา้ งผนู้ าต้นแบบของการพ่งึ ตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
6. การผลติ สนิ ค้าทางการเกษตรทไี่ ด้มาตรฐานตรงกับความต้องการของผ้บู ริโภคท้งั ใน
ประเทศและตา่ งประเทศ
7. ปัจจัยการผลิตในการทาการเกษตรท่จี าเปน็ แบบง่าย ๆ
8. การสร้างกลุม่ เครือข่ายเกษตรกร
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถ่ิน
104
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
ให้ความร้กู ับคณะศึกษาดูงาน และผทู้ ่ีมีความสนใจ
7. กำรพัฒนำต่อยอดภูมิปัญญำให้เป็นนวตั กรรม คณุ คำ่ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภูมใิ จ
“ที่ผ่านมาการท่ีภาครัฐพยายามส่งเสริมให้เกษตรกรทาสิ่งนั้น ส่ิงนี้ แล้วส่วนใหญ่ประสบความ
ล้มเหลว ผลงานไม่ชัดเป็นรูปธรรม เพราะไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของชาวบ้าน” อย่างเช่นให้เกษตรกร
ไปอบรมในโรงแรม ห้องแอร์ พอน่ังไม่กี่นาทีก็ง่วงแล้ว ไม่ได้รับความรู้จริง ๆ ต่างจากการฝึกอบรม
ในสถานที่ปฏิบัติได้จริง เน้นการปฏิบัติจริง เรียนไปด้วยลงมือทาไปด้วย พบจุดอ่อนและข้อบกพร่อง
ตรงไหน ก็ปรึกษาหารอื กันได้ หลงั การฝึกอบรมเสร็จเกษตรกรกส็ ามารถนากลับไปใช้ที่ไร่นาของตนเองได้
โดยการฝึกอบรมของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง เป็นศูนย์เรียนรู้ท่ีน้อมนาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ไปปฏิบัติ “ทาให้ดู อยู่ให้เห็น เป็นให้สัมผัส” เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา “การรู้จักเท่าทันกระแสทุน
นยิ มและการรู้จกั ตนเองมากขนึ้ ” นอ้ มนาพระราชดารสั เศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
8. แหลง่ อำ้ งองิ : ผจู้ ดั เกบ็ ข้อมูล
ช่ือ-นามสกุล นายยุทธศาสตร์ ผลาทพิ ย์ วันทเี่ กบ็ ขอ้ มูล 23 มนี าคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอแกลง จังหวัดระยอง โทร : 098-4676090
LINE ID : 0984676090 E-mail : [email protected]
แบบจัดเก็บขอ้ มลู ภูมปิ ัญญำ
105
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
ตำบลหว้ ยยำง อำเภอแกลง จงั หวดั ระยอง
1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นอตุ สาหกรรมและหัตกรรม (ถา่ นไม้ไผ่)
ช่อื ภูมิปัญญำ นายสมชาย โดฮวดเฮง
2. ข้อมูลพ้นื ฐำนภมู ปิ ญั ญำ
กรณรี ายบคุ คล
ชือ่ นายสมชาย นามสกุล โดฮวดเฮง วนั เดือนปเี กิด 1 พฤศจิกายน 2506
ทอี่ ยปู่ จั จุบัน เลขท่ี 7/3 หมูท่ ่ี 2 ตาบลห้วยยาง อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง 21110
พกิ ัดบ้านน้าเขยี ว เบอรโ์ ทรศัพท์ - Line - Facebook -
3. จดุ เด่นของภูมิปัญญำ
การนาเอาไม้ไผม่ าแปรรปู ให้อย่ใู นรูปของถ่านคาร์บอน ซ่ึงเปน็ ถา่ นท่นี ามาใช้ประโยชน์
ไดห้ ลากหลาย เช่น เผาเพ่ือให้ความร้อน ดูดซับกลน่ิ และความช้นื บดเป็นส่วนผสมในการทาสบู่ เป็นตน้
4. ท่ีมำของภูมปิ ัญญำ
นายสมชาย โดฮวดเฮง ได้เข้าร่วมอบรมเก่ียวกับการทาถ่านคาร์บอนจากไม้ไผ่ ซ่ึงการเผาถ่าน
เป็นอาชีพท่ีมีการสืบทอดมายาวนาน เป็นภูมิปัญญาคนโบราณในการแปรรูปไม้ให้เป็นถ่าน เพ่ือเป็น
เชอ้ื เพลิงท่ใี ชง้ านไดส้ ะดวก และยงั ใหค้ ่าความรอ้ นสงู ท้ังยังปล่อยมลพษิ นอ้ ยกวา่ เศษไมโ้ ดยตรงดว้ ย
ตามหลกั การแล้ว “การเผาไหม”้ จะเกิดขึ้นไดน้ น้ั ต้องมีองค์ประกอบท่ีสาคัญร่วมกัน 3 สิ่ง น่ันคือ
เช้ือเพลิง (Fuel) ออกซิเจน (Oxygen) และ ความร้อน (Heat) ในภาวะปกติ การเผาไหม้ในอากาศเปิด
ดงั เช่น การกอ่ กองไฟ ในสนามหญ้า เป็นการเผาไหม้ในบริเวณที่มี ออกซิเจนสูง โดยออกซิเจนจะก่อให้เกิด
การเผาไหม้อย่างต่อเน่ืองและสมบูรณ์ ท้ายท่ีสุดไม้ขนาดใหญ่ก็จะสูญสลายไปเหลือเพียงข้ีเถ้าส่วน
กระบวนการเผาถ่าน เป็นการเผาไหม้ในสภาพอับอากาศหรือจากัดอากาศ ทาให้ออกซิเจนมีน้อย ท่อนไม้
ไม่สามารถลุกไหม้ไดจ้ นถึงข้ันตอนสดุ ท้าย ไม้จึงเปล่ียนสภาพกลายเป็นก้อนถ่านสีดา ซึ่งกระบวนการเช่นน้ี
เรียกวา่ คาร์บอไนเซชนั (Carbonization)
5. รำยละเอียดภูมิปัญญำ
106
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
5.1 วิธกี ารทาถ่านคารบ์ อน
5.1.1 นาไมไ้ ผไ่ ปเผาให้ความร้อนในเตาเผา เพื่อให้เกดิ เป็นถ่านคาร์บอน
5.1.2 ในการเผาไม้ไผ่ทุกครั้งจะเกิดปฏกิ ิรยิ าการเผาไหม้ ซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์ออกมา คือ
ไอนา้ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซงึ่ ในขัน้ ตอนน้ี จะมีการกลนั่ เอาน้าควันไม้ที่ปากปล่องควันออกมา
เพ่อื นาไปแปรรปู เป็นผลติ ภณั ฑ์น้ายาสระผม หรือนา้ ยาลา้ งจาน
5.1.3 นาเอาถ่านคาร์บอนท่ไี ด้จากการเผาไปบดใหล้ ะเอียด แลว้ นาไปแปรรูปเป็น
ส่วนผสมของการทาสบู่
ถ่านไม้ไผท่ ่ีได้จากการเผา ผลติ ภัณฑ์ สบู่ ท่ีไดจ้ ากการแปรรูปของ ผงถา่ นคารบ์ อน
6. รูปแบบและลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพร่ภมู ปิ ัญญำท้องถนิ่
การทาถ่านคารบ์ อนได้มกี ารถ่ายทอดโดยการจดั ตั้งเปน็ ศนู ย์การเรยี นรชู้ มุ ชน ใหแ้ กป่ ระชาชน
หรอื ผทู้ ่ีใหค้ วามสนใจได้ทาการศกึ ษาเรียนรู้
7. กำรพฒั นำต่อยอดภูมิปัญญำใหเ้ ปน็ นวัตกรรม คุณค่ำ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภมู ิใจ
เพมิ่ มลู ค่าให้กบั ถ่านคาร์บอน โดยการแปรรปู ถ่านคารบ์ อนให้อยูใ่ นรูปของผลิตภัณฑ์สบู่ เพอ่ื ขาย
ให้กับชมุ ชน หรือผทู้ ่ีใหค้ วามสนใจจะสั่งซื้อ ก่อใหเ้ กิดรายได้ และการสรา้ งอาชีพเสรมิ
8. แหลง่ อ้ำงอิง : ผจู้ ดั เก็บข้อมูล
ช่อื -นามสกลุ นางสาวลนิ ลดา ชาวเวยี ง วนั ท่เี กบ็ ขอ้ มลู 11 มนี าคม 2563
สถานศึกษา กศน.อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง
โทร : 098-8107565 LINE ID : daun_linlada E-mail : [email protected]
แบบจดั เกบ็ ขอ้ มูลภูมปิ ัญญำ
107
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
ตำบลชำกบก อำเภอบ้ำนคำ่ ย จงั หวดั ระยอง
1. ภูมปิ ัญญำ ดา้ นการเกษตรกรรม (การเพาะเหด็ )
ชอ่ื ภูมิปัญญำ นางนิภาพรรณ ช่นื ชม
2. ขอ้ มลู พ้ืนฐำนภมู ปิ ัญญำ
กรณรี ายบคุ คล
ช่อื นางนิภาพรรณ นามสกลุ ชนื่ ชม
วันเดือนปเี กิด 8 มีนาคม 2522
ทีอ่ ยู่ปจั จบุ ัน เลขท่ี 88 ถนน - ตาบล ชากบก อาเภอ บ้านคา่ ย .จงั หวดั ระยอง รหัสไปรษณยี ์ 21120
พิกัดบ้าน 12°46'53.3"N 101°22'49.4"E เบอร์โทรศพั ท์ 092-4141996 LINE ID Pooko 9870
Facebook Chuenchom Pooko
3. จดุ เด่นของภูมปิ ญั ญำ
นางนภิ าพรรณ ช่ืนชม ได้นาวสั ดุท่ีเหลอื ใช้จากเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เช่น ดินถ่ัวต่าง ๆ
โดยใช้ดินถ่ัวเหลืองและถ่ัวลิสง ขี้ฝ้าย ไส้นุ่น ผักตบชวา ต้นกล้วยและชานอ้อย เป็นต้น มาใช้
ในการเพาะเห็ด และที่สาคัญเพาะได้ทุกฤดู โดยเฉพาะอย่างย่ิงฤดูหนาวหรือฤดูฝน วิธีนี้เหมาะสม
เป็นอยา่ งมาก สามารถเพาะได้ ภายใน 1 เดอื น จะเพาะได้ 2 คร้ัง ใช้เวลาในการเพาะนับต้ังแต่เร่ิมหมักปุ๋ย
จนกระทง่ั เกบ็ ดอกใช้เวลาไม่เกนิ 15 วัน ซ่งึ นับวา่ ใช้ระยะเวลาสัน้ มาก ปญั หาเรื่องแมลงศัตรูเห็ดมีน้อย เช่น
เช้อื รา แบคทเี รยี ไร มด เป็นต้น ทั้งน้ีวิธีการต่างไม่ได้อาศัยการเติมอาหาร ผ่านการหมัก และไม่ต้องใช้ปุ๋ย
วทิ ยาศาสตรเ์ ข้าชว่ ยเหมือนโรงเรือนเพาะเหด็ ฟางแบบอุตสาหกรรม
4. ท่ีมำของภูมปิ ัญญำ
นางนภิ าพรรณ ชนื่ ชม ได้ศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง เก่ียวกับการเพาะเห็ดนางฟ้า สรรพคุณ และ
การตลาด ทาให้สามารถคดิ ค้นการเพาะเห็ดนางฟา้ ในรปู แบบของตนเอง และมีแนวคิดว่าการเพาะเห็ดฟาง
เปน็ อาชพี หน่งึ ท่ีเหมาะกับการลงทุน ในเห็ดฟางมปี ระโยชนอ์ ย่างมากเชน่ พวกคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน ไขมัน
แรธ่ าตตุ ่าง ๆ และวิตามนิ และเหด็ ยังมอี าหารท่ีมีคุณคา่ เทียบเท่าเนอ้ื สตั ว์ ปัจจุบันได้เหาะเห็ดฟางและขาย
เช้ือก้อนเห็ดนางฟ้าขาย โดยใช้วัตถุดิบที่มีในชุมชน เช่น ดินถ่ัวเหลืองและถั่วลิสง ขี้ฝ้าย ไส้นุ่น ผักตบชวา
ต้นกลว้ ยและชานอ้อย เป็นต้น
5. รำยละเอียดภูมิปญั ญำ
108
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
5.1 ลกั ษณะภมู ปิ ัญญา
ภูมิปัญญาสามารถถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการทาเกี่ยวกับการเพาะเห็ด สามารถ
พัฒนาต่อยอด สรา้ งเปน็ รายไดห้ ลักในการสง่ กอ้ นเห็ดใหก้ ับตลาดได้สามารถพฒั นาตอ่ ยอดถ่ายทอดความรู้
เก่ียวกับการแปรรูปผลไม้ต่างๆ ให้กับ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่สนใจ คณะศึกษาดูงานทั้งภาครัฐ
และเอกชน
5.2 วิธีการ
5.2.1 การเตรียมโรงเรือนสาหรับเพาะเห็ดนางฟ้า สาหรับโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้านั้น
ควรมีขนาด 2 x 15 x 2 (กว้าง x ยาว x สูง) เมตร ซึ่งจะวางก้อนเชื้อเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าได้
ประมาณ 4,000 ก้อน โรงเรือนควรเป็นแบบท่ีสร้างง่าย ลงทุนน้อย และวัสดุท่ีจะนามาสร้างเป็นโรงเรือน
น้ันจะต้องหาง่ายที่มีอยู่ในท้องถ่ิน เป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เช่น ฟาง, หญ้าแฝก, ไม้ไผ่ เป็นต้น สาหรับ
การสร้างโรงเรอื นให้เหมาะสมนนั้ ควรสร้างในทีเ่ ย็นชนื้ และสะอาดปราศจากศัตรูของเห็ดท่ีจะเข้ามารบกวน
หลังคามุงจากหรือแฝก แล้วคลุมทับด้วยสแลนอีก 1 ชั้น การคลุมหลังคาข้ึนอยู่กับชนิดของเห็ดด้วย เพ่ือ
ป้องกันลม สภาพลม สภาพอากาศ มีผลกระทบต่อการออกดอกของเห็ดได้เช่นเดียวกัน ปิดประตูด้วย
กระสอบป่านหรือแผ่นยาง ปูพ้ืนด้วยทราย เพื่อเก็บความช้ืน ทิศทางลม มีส่วนสาคัญในการสร้างโรงเพาะ
เห็ด ต้องดูทิศทางของลมเหนือ ลมใต้ เพื่อป้องกันการพัดพาเชื้อโรค ที่จะมีผลต่อก้อนเห็ด และการออก
ดอกของเห็ด การสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าขนาด 2 x 15 x 2 มีทั้งหมด 4 ด้านด้วยกัน ซึ่งแต่ละด้าน
สามารถเกบ็ กอ้ นเชอ้ื เห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าได้ถึง 1,000 ก้อน ซ่ึงการทาโรงเรือนในลักษณะน้ี ใช้พ้ืนที่
รวมแล้วแค่ประมาณ 60 ตารางเมตรเท่าน้ัน วัสดุในการทางานก็ใช้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ไม้ยูคา
หรือ อ่ืน ๆ ตัวเสาก็อาจจะใช้ไม้ท่ีมีขนาดใหญ่เพ่ือความแข็งแรงของโรงเรือน หลังคาก็ใช้หญ้าแฝก ซึ่งเป็น
วัสดทุ ีเ่ หมาะกบั การทาโรงเรือนเป็นอย่างดี เนอ่ื งจากสามารถกักเก็บความร้อนชื้นได้ดี เป็นภูมิอากาศท่ีเห็ด
นางรม และเหด็ นางฟ้าชอบ
5.2.2 การทาก้อนเชื้อเพาะเห็ดนางฟ้า การทาก้อนเช้ือเพาะเห็ดนางฟ้าน้ันจาเป็นต้องหาวัสดุ
อุปกรณท์ ีต่ ้องเตรียมดงั น้ี ได้แกข่ ี้เล่อื ยยางพาราหรอื ขี้เลือ่ ยไม้เนื้ออ่อน แต่ในทางปฏิบัตินั้นขี้เล่ือยยางพารา
จะให้ผลดีท่ีสดุ จากนั้นกห็ าส่วนผสมตา่ งๆเพือ่ ให้ได้คณุ คา่ ทางอาหารมากย่ิงขน้ึ
5.2.3 สูตรการทากอ้ นเชอ้ื เห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้ามสี ่วนผสมหลัก ๆ ดังน้ี
109
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
1.ขเ้ี ลอ่ื ยยางพาราแห้งสนิท 100 กโิ ลกรมั
2.ราละเอยี ด 6 – 8 กโิ ลกรัม
3.ข้าวโพดปน่ 3 – 5 กิโลกรัม
4.ปูนยบิ ซัม 1 กิโลกรมั
5.หนิ ปนู หรือผงชอล์ก 1 กิโลกรัม
6.ดีเกลอื 0.2 กโิ ลกรมั
7.นา้ 80 กิโลกรมั
8.EM 1 ลิตร
เมื่อได้ส่วนผสมครบแล้ว ทาการตากและกองข้ีเล่ือยยางพาราไว้ประมาณ 7 วัน จากน้ันทาการ
ผสมโดยการเติมน้าลงประมาณ 70 เปอร์เซนต์ ทดสอบโดยการกาส่วนผสมถ้ามีน้าซึมตามง่ามมือแสดงว่า
การผสมนี้ผสมน้ามากเกินไปแต่ถ้าเม่ือบีบแล้วขี้เล่ือยแตกเป็น 3 ก้อนแสดงว่าการผสมใช้ได้เรียกว่าพอดี
แล้วแตถ่ า้ วา่ ถา้ กาแลว้ แบมือออกแลว้ ขเี้ ลอื่ ยจับตวั ไมเ่ ป็นก้อนแสดงวา่ เติมนา้ น้อยจนเกินไป เม่ือผสมเข้ากัน
ได้ที่แล้วก็ทาการกรอกใส่ถุงเพาะเห็ด ใส่ให้ได้น้าหนักประมาณ 800 – 900 กรัม หลังจากนั้นทาการ
รวบปากถุงกระทงุ้ กับพน้ื ใหแ้ นน่ พอประมาณ ใสค่ อขวด
5.2.4 การหยอดเช้ือและบ่มเช้ือเห็ดนางฟ้า เมื่อทาก้อนเชื้อเสร็จแล้ว เราก็จะนาก้อนเชื้อที่ได้
ทาการหยอดเชื้อและบ่มเช้ือเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าตามลาดับ โดยก่อนอื่นต้องทาการนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อ
ถ้ามีหม้อนึ่งความดันให้นึ่งที่ความดัน 25 ปอนด์ต่อตารางน้ิว ใช้ระยะเวลาน่ึงประมาณ 1 – 2 ช่ัวโมง
ถ้าไม่มีหม้อน่ึงความดันอาจใช้หม้อน่ึงจากถังน้ามัน 200 ลิตร แทน แต่จะต้องทาการนึ่งประมาณ 3 ครั้ง
โดยทาการนึ่งท่ีอุณหภูมิ 100 อาศาเซลเซียส นึ่งที่ระยะเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เมื่อผ่านข้ันตอนการน่ึง
ฆา่ เชอื้ เรยี บรอ้ ยแล้ว เราก็จะทาการหยอดเช้ือเห็ดลงสู่ก้อนเช้ือ เช้ือเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่างควรหยอดเช้ือลง
ประมาณ 20 – 25 เมล็ด เม่ือหยอดเชื้อลงสู่ก้อนเช้ือเห็ดเสร็จแล้ว ให้ทาการปิดปากถุงก้อนเชื้อ
ใหเ้ รยี บร้อย หลังจากทาการหยอดเชื้อลงในกอ้ นเชื้อเสร็จ เราก็จะทาการบ่มเชื้อเห็ดในอีกข้ันตอนหนึ่ง โดย
การบ่มเช้ือน้ันต้องนาก้อนไปบ่มไว้ที่ระยะเวลาประมาณ 20-25 วัน กรรมวิธีการบ่มก็ไม่ยุ่งยากอะไร
เพยี งแต่ตอ้ งเกบ็ ให้เป็นระเบยี บ ไมถ่ กู แดด ไม่ถูกฝน ลมไม่โกรก ไม่มีแมลง ไม่มีหนู อากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก
5.2.5 การเก็บเก่ียวผลผลิตเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้า หลังจากท่ีได้เราทาการบ่มเช้ือเห็ดนางรม
และเห็ดนางฟ้าเรียบร้อยแล้ว ถึงช่วงระยะเวลาของการเปิดดอกและทาการเก็บเก่ียวผลผลิตเห็ดนางรม
และเห็ดนางฟ้าจะออกดอกเมื่อมีความช้ืนสูงพออากาศไม่ร้อนมาก เม่ือถูกเหนี่ยวนาด้วยอากาศเย็นตอน
กลางคืนก็จะออกดอกไดด้ ี เทคนิคท่ีทาให้ออกดอกสม่าเสมอและดอกใหญ่สามารถทาได้ดังนี้ เม่ือเก็บดอก
เสร็จต้องทาความสะอาดหนา้ ก้อนเชอื้ โดยเขี่ยเศษเหด็ ออกใหห้ มด งดให้น้าสัก 3 วัน เพ่ือให้เช้ือฟักตัวแล้ว
110
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
กลับมาให้น้าอีกตามปกติ เห็ดก็จะเกิดเยอะเหมือนเดิมหรือเม่ือเก็บดอกเห็ดเสร็จก็ทาความสะอาด
หน้าก้อนเชื้อเหมือนเดิม แล้วรัดปากถุงไม่ให้อากาศเข้าท้ิงระยะเวลาประมาณ 2 – 3 วัน ให้น้าปกติ
หลงั จากน้ันก็เปิดปากถุงก็จะเกิดดอกท่ีสม่าเสมอเป็นการเหนี่ยวนาให้ออกดอกพร้อมกัน เมื่อเห็ดออกดอก
และบานจนได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ให้เก็บดอกโดยจับที่โคนดอกทั้งช่อ โยกซ้ายขวา-บนล่าง แล้วดึงออก
จากถุงเห็ด ระวงั อยา่ ใหป้ ากถงุ เห็ดบาน ถ้าดอกเห็นโคนขาดติดอยู่ให้แคะออกทิ้งให้สะอาดเพื่อป้องกันการ
เน่าเสีย เป็นสาเหตทุ าให้เกดิ หนอนจากการวางไข่ของแมลงได้ การดูลักษณะดอกเห็ดท่ีควรเก็บ คือดอกไม่
แก่ หรอื อ่อนจนเกินไป ดูท่ขี อบดอกยังง้มุ อยคู่ อื ดอกท่ีเหมาะแก่การเก็บเกี่ยว ถ้าขอบยกขึ้นแสดงว่าแก่แล้ว
ดอกเหด็ ท่แี กจ่ ดั และออกสปอร์เป็นผงขาวด้านหลังดอกเห็ด ต้องรีบเก็บออก เพราะสปอร์จะเป็นตัวชักนา
ใหแ้ มลงเข้ามาในโรงเรอื นเพาะเหด็ นางรม และเหด็ นางฟา้ ได้
เปิดให้ผู้สนใจเขา้ ศึกษาดูงาน และฝกึ การทาก้อนเหด็ นางฟ้า
6. รปู แบบและลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำท้องถ่ิน
มีหนว่ ยงานทั้งภาครฐั และเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนการทากจิ กรรมของภูมปิ ัญญาท้องถิน่ และ
ศึกษาดูงานเป็นจานวนมาก สามารถบรรยาย สาธิต การทากอ้ นเหด็ ชนดิ ต่าง ๆ จนเปน็ ที่ยอมรบั กับคน
ในสงั คม ชุมชน
7. กำรพฒั นำต่อยอดภูมปิ ัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณคำ่ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภูมิใจ
111
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
การวางแผนที่จะดาเนินการในการสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาท้องถ่ินและพัฒนาต่อยอดให้เป็น
นวตั กรรม ได้แก่
1. การออกแบบ ผลิตภณั ฑ์
2. กระบวนการผลติ
3. กลยุทธ์ทางการตลาด
4. จุดเด่นจุดออ่ น
5. ปจั จยั แหง่ ความสาเรจ็
6. ปัญหา อปุ สรรค
7. คุณค่าของภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินตอ่ ชีวติ และสังคมท้องถ่ินตลอดจนการถ่ายทอดและอนุรักษ์
ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ
8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผู้จดั เก็บข้อมูล
ช่ือ นายรงั สรรค์ นามสกุล สุทรัตน์ วนั ที่เกบ็ ข้อมูล 23 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านคา่ ย จงั หวัด ระยอง โทร.064-7233022
LINE ID 064-7233022 E-mail Rangsan9999 @gmail.com
แบบจดั เก็บขอ้ มูลภูมิปญั ญำ
112
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
ตำบลหนองตะพำน อำเภอบำ้ นคำ่ ย จังหวัดระยอง
1. ภมู ิปญั ญำ ดา้ นศลิ ปกรรม (กลองยาว)
ชือ่ ภูมปิ ญั ญำ นายโยธา แจ่มฉาย
2. ข้อมูลพนื้ ฐำนภมู ปิ ญั ญำ
กรณรี ายบุคล
ชือ่ นายโยธา แจ่มฉาย วนั เดือนปีเกดิ 26 พฤศจกิ ายน 2528
ท่ีอยู่ปัจจบุ นั 76/3 หมู่ 4 บา้ นปากปา่ ตาบลหนองตะพาน อาเภอบ้านค่าย จังหวดั ระยอง 21120
โทร 081-0005590 LINE ID Jaeyotha Facebook onterroke
3. จดุ เด่นของภูมิปัญญำ
ก ล อ ง ย า ว เ ป็ น ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ แ ล ะ อ นุ รั ก ษ์ วั ฒ น ธ ร ร ม พ้ื น บ้ า น ข อ ง ต า บ ล ห น อ ง ต ะ พ า น
ซึง่ นายโยธา แจ่มฉาย เป็นคนรนุ่ หลังทสี่ ืบทอดมาจาก คณุ ลงุ อุ้ย ขาวโชติ
นายโยธา แจ่มฉาย เป็นบุคคลผู้มีความสามารถท่ีหลากหลาย ปัจจุบันมีตาแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4
ตาบลหนองตะพาน และเป็นประธานสภาวฒั นธรรมตาบลหนองตะพาน มีความสามารถด้านดนตรีท้องถ่ิน
ศิลปะการตีกลองยาว ตีรามะนา การพูดจาภาษาถิ่น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมพ้ืนบ้านที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่น
สรู่ ุ่น
4. ท่มี ำของภูมิปัญญำ
กลองยาวเปน็ อุปกรณ์ท่ีใชต้ ี ซ่ึงไมม่ ีตัวโนต๊ อาศัยตตี ามจังหวะหนกั เบา โดยมากใช้ในงานรืน่ เรงิ
ไดร้ บั การสบื ทอดต่อ ๆ กนั มา จากคณุ ลงุ อยุ้ ขาวโชติ ซงึ่ เป็นครดู ้านดนตรีไทย อีกท้งั เป็นผถู้ ่ายทอดศลิ ปะ
การตีกลองยาวใหแ้ ก่เยาวชนที่สนใจในพน้ื ทตี่ าบลหนองตะพาน เพ่ือนาไปประกอบอาชีพเสรมิ หารายได้
ในครอบครัวต่อไป
นายโยธา แจม่ ฉาย ได้เร่ิมแสดงการตกี ลองยาว ตัง้ แต่ อายุ 13 ปี จนถึงปจั จุบนั โดยฝกึ หัดจาก
คุณลุงอุ้ย ขาวโชติ ซึ่งเป็นนักแสดงพ้ืนบ้าน ตาบลหนองตะพาน อาเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นครู
คนแรกในการฝึกหดั การตีกลองยาว ตอ่ มาไดฝ้ ึกหดั เพม่ิ เติม ตอ่ ๆ ไป เป็นรุ่นๆ นายโยธา แจ่มฉาย สมัยเด็ก
รักการตีกลองยาว เม่ือเล่นได้คล่องแคล่วแล้ว จึงถูกชักชวนให้เข้าร่วมวงกลองยาว หนองตะพาน รับแสดง
ทั่วไปในงานต่าง ๆ
113
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
ต่อมาได้รับเลอื กเปน็ ผใู้ หญ่บา้ น หมู่ 4 ตาบลหนองตะพาน จึงได้ควบคุม ฝึกซ้อม และเป็นหัวหน้า
วงเอง เพราะคุณลุงอุ้ย ขาวติ ได้วางมือจากการตีกลองยาว ด้วยเหตุผลชราภาพ และได้ส่งต่อลูกวงและ
คณะให้แก่นายโยธา แจ่มฉาย ในโอกาสน้ี คณะกลองยาวของชาวหนองตะพาน ได้ตระเวนแสดงตามงาน
ตา่ ง ๆ ในพน้ื ท่ี ทั่วภาคตะวันออก และจังหวดั ใกล้เคียง ในเสน้ ทางของการแสดงกลองยาวได้มีการแสดงทั้ง
เป็นอาชีพและแสดงเพ่ือช่วยเหลือสังคม ซึ่งประสบความสาเร็จอย่างน่าพอใจ สามารถนารายได้จากการ
แสดงกลองยาวมาเล้ียงครอบครัวได้อย่างไม่เดือดร้อน และได้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมของหน่วยงานตาม
ทอ้ งถนิ่ ต่าง ๆ มาโดยตลอด
5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
การสร้างสรรค์ผลงานของนายโยธา แจ่มฉาย ดาเนินไปลักษณะ ค่อยๆ สะสมผลงาน มีการแสดง
ตลอดปี ตามโอกาสและงานบุญงานพิธีตา่ ง ๆ ดงั นี้
1. ได้รบั การฝกึ หดั กลองยาว และออกงานแสดง ตั้งแต่ อายุ 13 ปี จนถงึ ปจั จุบัน
2. ได้รบั รางวัลชนะเริศ การพดู จาภาษาถน่ิ ติดตอ่ กัน 5 ปี ตั้งแตป่ ี พ.ศ.2557 ถึง พ.ศ.2563
3. ได้รบั คดั เลือกเปน็ ประธานสภาวฒั นธรรม ต้งั แตป่ ี พ.ศ.2560 ถงึ ปัจจบุ นั
4. ไดม้ กี ารตีกลองยาวร่วมวง หรือตีสมทบกบั วงกลองยาวคณะอ่ืนๆ ตั้งแตป่ ี 2558 ถงึ ปจั จุบนั
5. ไดร้ บั เชิญใหเ้ ปน็ วทิ ยากรการตกี ลองยาว ตั้งแตป่ ี พ.ศ.2558 ถงึ ปัจจบุ ัน
กลองยาว นิยมใช้ในงานบุญพิธีต่าง ๆ เช่น งานบวช งานเทศน์มหาชาติ งานแต่งงาน งานบุญ
งานมงคล งานประเพณี แหเ่ ทียน ทาขวัญข้าวฯ เป็นต้น เพลงท่ีใช้ในการตีได้แก่ จังหวะกลองยาว จังหวะ
เดนิ หรือราวง จงั หวะตะลงุ จังหวะม้าย่อง นอกจากน้สี ามารถประยุกต์ใช้เป็นจังหวะสามช่าได้ และปัจจุบัน
ยงั คงรบั งานแสดงกลองยาวมาโดยตลอด
6. รูปแบบลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพร่ภูมิปัญญำท้องถ่ิน
ถ่ายทอดใหบ้ ตุ รหลานและบคุ คลทสี่ นใจในการแสดงจานวนมาก เปน็ วทิ ยากรของโรงเรยี นและ
หน่วยงานตา่ ง ๆ ภายในจงั หวดั ระยอง ถ่ายทอดให้ความรู้กับบุคคลอื่นจนมีผู้ท่สี ามารถสบื ทอด และ
ประสบความสาเรจ็ นาไปประกอบอาชีพได้ รวมถงึ ยงั คงอนุรกั ษไ์ ว้ซ่งึ ความเปน็ เอกลักษณ์ของดนตรี
พ้นื บ้านมาจนถงึ ปัจจุบนั
114
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภมู ิปัญญำใหเ้ ปน็ นวตั กรรม คุณค่ำ )มูลค่ำ( และควำมภำคภมู ใิ จ
7.1 จะรักษาคณะกลองยาวให้คงอยู่เป็นมรดกประจาตาบลหนองตะพาน ต่อยอดผลงานให้แก่
ชาวบา้ น นกั เรยี น นกั ศึกษา ในพน้ื ท่ี ตาบลหนองตะพาน ส่งตอ่ คนรุ่นหลังให้อนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมประเพณี
7.2 สอดแทรกการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและอบายมุขต่าง ๆ ในการแสดง ได้ใช้เวลาว่างให้เกิด
ประโยชน์
8. แหล่งอำ้ งอิง : ผจู้ ัดเก็บข้อมูล
ช่ือ นางรชั ฎา รามนฏั วนั ทเ่ี กบ็ ข้อมูล 23 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านคา่ ย จงั หวัดระยอง โทร 08-24618715
LINE ID apple14062523 E-mail [email protected]
115
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
แบบจดั เกบ็ ข้อมูลภูมปิ ัญญำ
ตำบลหนองบวั อำเภอบ้ำนคำ่ ย จงั หวดั ระยอง
1. ภมู ปิ ัญญำ ดา้ นเกษตรกรรม (การเพาะเลย้ี งไส้เดือน)
ชือ่ ภูมปิ ัญญำ นายสมพงษ์ เวชกามา
2. ขอ้ มูลพื้นฐำนภมู ิปญั ญำ
กรณรี ำยบคุ คล
ชอื่ นายสมพงษ์ นามสกลุ เวชกามา
วันเดือนปเี กดิ 15 มถิ นุ ายน 2511 เลขที่ 56 หมู่ท่ี 3 ตาบลหนองบัว อาเภอบ้านคา่ ย จังหวัดระยอง
รหัสไปรษณยี ์ 21120 พิกัดบ้าน 12.845453,101.322393 เบอรโ์ ทรศัพท์ 086-0160345
Line - Facebook : สมพงษ์ เวชกามา
3. จุดเด่นของภูมปิ ญั ญำ
นายสมพงษ์ เวชกามา เล้ียงไส้เดือน เพ่ือนามูลของไส้เดือน ท่ีเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
ประโยชน์มหาศาล เมื่อผสมมูลไส้เดือนในปริมาณเล็กน้อยกับวัสดุท่ีจะใช้ปลูก ได้แก่ ดินผสมหรือดิน
ในอัตราส่วน 1:4 (มูลไส้เดือน:วัสดุท่ีจะใช้ปลูก) จะได้มูลไส้เดือนที่อุดมสมบูรณ์ ใช้ได้ทันทีและเก็บไว้ได้
นาน ซึ่งเม่ือใช้จะสร้างโอเอซิสหรือรักษาความช้ืนท่ีเหมาะสาหรับการทางานของแบคทีเรีย รับผิดชอบ
สาหรับการยอ่ ยสลายสารชวี ภาพ แปรรปู เปน็ สารอาหารท่ีจาเป็นสาหรับพชื
4. ท่ีมำของภมู ปิ ัญญำ
นายสมพงษ์ เวชกามา พ้ืนฐานครอบครัวทาเกษตรกรรม ทานา ทาสวนยางพารา ทาสวน
สับปะรด รับจ้างก่อสร้าง และได้ช่วยครอบครัวต่อยอดและพัฒนาตนเองจนสามารถเป็นปราชญ์ชาวบ้าน
เก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงจนเป็นที่ยอมรับในชุมชน สังคม เป็นบุคคลตัวอย่างในการดาเนินชีวิตอย่าง
พอเพียง มีความขยันหม่ันเพียร ศึกษา หาความรู้ ประหยัดอดออม มีความอดทน ดารงตนอยู่ใน
คุณธรรม จริยธรรม บาเพ็ญประโยชน์ต่อผอู้ ืน่ และสงั คม มจี ติ อาสา ในการทากิจกรรมตา่ ง ๆ เพื่อสังคมและ
ชมุ ชน และเป็นที่ยอมรบั ของสงั คมจนได้รับเลือกเป็นผ้ใู หญ่บ้าน
เกิดความคิดริเริ่มท่ีนาผักหรือเศษอาหารที่เหลือใช้จากครัวเรือนนามาทาเป็นปุ๋ยไส้เดือน โดยการ
เปน็ ตัวแทนในการศึกษาหาข้อมูล นามาขยายผล และส่งผลงานเข้าประกวดตามโครงการคัดเลือกหมู่บ้าน
116
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
ดีเด่น (บ้านสวย เมืองสุข) ประจาปี 2561 บ้านหนองกรับ หมู่ท่ี 3 ตาบลหนองบัว จนได้รับรางวัลรอง
ชนะเลิศ อันดบั 2 ระดบั ภาค/ภาคกลาง
5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
5.1 ลกั ษณะภมู ปิ ัญญา
ภมู ิปญั ญาสามารถถา่ ยทอดความรูใ้ นเรื่องการทาปยุ๋ ไสเ้ ดือน ซ่งึ สามารถทาใช้ในครัวเรอื น
และสรา้ งเปน็ อาชีพเสริม เพมิ่ รายไดใ้ หก้ ับครอบครวั และพัฒนาต่อยอดถา่ ยทอดความรเู้ กย่ี วกับการทาปยุ๋
ไสเ้ ดอื นให้กบั นักเรียน นกั ศึกษา ประชาชน ท่ีสนใจ รวมถงึ คณะศึกษาดูงานทง้ั ภาครฐั และเอกชน
2.5 วธิ ีการ
ไส้เดือนดิน หรือไส้เดือน นอกจากจะใช้เป็นเหยื่อล่อปลา ที่ทากันมาต้ังแต่โบราณ จนถึง
ปจั จุบนั ก็ยงั ใช้กันอยูบ่ างพื้นท่ี แล้วยงั เปน็ สตั ว์ท่ีดีและสาคัญมากสาหรับระบบนิเวศต่อพืช ยังสามารถเล้ียง
เพือ่ ทาเปน็ ปุ๋ยหมกั มูลไสเ้ ดือนได้อีกด้วย ทาเป็นอาชพี สรา้ งรายได้เพื่อจาหนา่ ย หรอื ทาเพ่ือใช้ในไรใ่ นสวน
ปัจจุบันมีหลายหน่วยงาน หลายโครงการ ได้ทาการค้นคว้าและวิจัยเรื่อง ของไส้เดือน
เพ่ือนามาทาให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ให้เกษตรกร เพราะลักษณะพิเศษของไส้เดือน เป็นสัตว์ที่มี
ความสาคัญต่อระบบนิเวศน์ การชอนไชใต้ดินของไส้เดือน เหมือนกับการพรวนดิน พืชผักผลไม้นั่นเอง
การเลี้ยงไสเ้ ดือนดนิ มีหลายแบบหลายวธิ ี ใช้กะละมังกลม หรอื บ่อซีเมนต์หรือบ่อปูนกลม ก็ได้ แต่ทาแบบ
ให้ได้จานวนและปริมาณเยอะก็นิยมเลี้ยงใส่บ่อซีเมนต์หรือบ่อกลมกันเป็นส่วนใหญ่ อุปกรณ์ก็ไม่ยุ่งยาก
หาไดง้ า่ ยและประหยัด
5.3 การเลย้ี งไส้เดือนดินเพ่อื ทา ป๋ยุ หมักมูลไส้เดอื น ในบ่อซเี มนต์
5.3.1 วัสดแุ ละอปุ กรณใ์ นการเลยี้ งไส้เดือนดนิ
1. บอ่ ซเี มนต์กลม ท่มี ีความกวา้ งของบ่อ ประมาณ 80-100
2. มูลสตั ว์หรือขวี้ วั แหง้ 1 กระสอบ หรือ กระสอบครง่ึ ต่อหนง่ึ บ่อ
3. ไส้เดือนดิน ประมาณ 2 กิโล ตอ่ 1บอ่ ไส้เดือนท่ีนยิ มเลยี้ ง คือพนั ธุ์แอฟริกนั
ลาตวั จะมสี ีม่วง เพราะไส้เดือนพนั ธุ์แอฟริกนั นน้ั มีข้อดีคือ ตัวอว้ นโต เคลอ่ื นไหวชา้ และใหป้ ยุ๋ จานวนทมี่ าก
และยงั ขยายพันธุ์ไดเ้ รว็ อีกดว้ ย
117
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
5.3.2 วิธีการเลยี้ งไสเ้ ดอื นดินในบ่อซีเมนต์
1. ใส่ข้ีวัวลงไปในบ่อซีเมนต์ 1 หรือ 1 กระสอบคร่ึง แล้วทาให้ขี้วัวเย็น
หรือคลายความร้อน นั่นคือรดน้าข้ีวัว รดน้าประมาณ 1-2 อาทิตย์ วิธีการวัดง่าย ๆ ว่าขี้วัวเย็นพร้อมใช้
หรือยัง ให้ใช้มือล้วงลงไปในขี้วัว ถ้ามือเราเย็นก็หมายถึง ข้ีวัวพร้อมใช้ทาปุ๋ยแล้ว แต่ถ้ามือท่ีล้วงลงไป
รู้สกึ อนุ่ ๆ ก็แสดงว่า ขว้ี ัวยังไมค่ ลายความร้อน หรอื ยังเยน็ ไมพ่ อ ต้องรดนา้ เพิ่มใหก้ ับข้ีวัว จนเย็นไดท้ ี่
2. พอวัดได้ว่าขีว้ ัวเยน็ ได้ท่ีแล้ว ให้นา ไส้เดอื นดนิ พนั ธ์แุ อฟรกิ นั ใส่ลงไปบนขีว้ วั
ประมาณ 1-2 กโิ ลกรัม ใสล่ งไปโดยทไ่ี มต่ ้องฝงั ตวั เค้าลงใต้ขี้ววั เพราะถา้ ขีว้ ัวเยน็ ไดท้ ่ี เค้าจะทาการชอนไช
ลงใต้ขว้ี วั เอง
3. ให้ความชื้นโดยการรดน้า 3-4 วันคร้ัง ประมาณ 1-2 เดือน ก็สามารถเก็บปุ๋ย
หมักมูลไสเ้ ดือน ไปใชก้ ับพชื ,ผกั ผลไม้ หรอื จาหนา่ ยไดแ้ ล้ว
วิธกี ารเล้ียงไส้เดอื นดนิ ในบอ่ ซีเมนต์
5.3.3 การเล้ียงไสเ้ ดือนดินเพ่ือทา ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ในกะละมัง
1. กะลงั มังสีดา ความกว้างประมาณ 1 ศอก (ใบละไม่เกิน 20 บาท)
2. ข้ีววั แห้ง เก็บเศษฟาง หรอื วสั ดุทีป่ นมากับข้วี วั ออกใหเ้ หลือแค่ขี้ววั จรงิ ๆ
3. ไส้เดือนดินพนั ุธแ์ อฟรกิ นั ท่ีใชเ้ ลี้ยงกันทว่ั ไป ประมาณ 3 ขดี
4. กากมะพรา้ วสับ หรือใบไม้แหง้ (ใบมะขามเทศ,ใบก้ามปู)
5.3.4 วิธแี ละขนั้ ตอนในการเลี้ยงก็ไม่แตกต่างกันกับการเลย้ี งในท่อซีเมนต์ แค่ลดปริมาณลง
1. นากะละมังไปเจาะรโู ดยใช้สวา่ น 2 หนุ เจาะให้ท่วั กะละมงั เพ่ือใหน้ ้าไหลผา่ น
ออกได้สะดวก
2. นาขี้ววั มาทาการรดนา้ ให้ขว้ี ัวเปียก เพอ่ื ล้างความร้อนของข้ีวัวและแก๊สออก
ใหห้ มด รดน้าข้ีวัว ประมาณ 1-2 อาทิตย์ แลว้ แต่ความรอ้ นของขี้ววั
118
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
3. นากากมะพรา้ วสบั มาผสม ประมาณ 30 % ของขีว้ ัว 70 % นามาผสมใหเ้ ข้า
กนั มะพร้าวสับควรแชน่ ้าก่อนเพื่อล้างยางของมะพรา้ วออกไป ทผ่ี สมกากมะพรา้ วผสม เพ่อื ชว่ ยในการเพ่ิม
ความเย็นให้กับข้ีววั ผสมเข้ากันแลว้ นาไปใส่ในกะละมงั ประมาณครึ่งกะละมงั
4. ใส่ไสเ้ ดอื น 3 ขดี ลงบนขีว้ วั ผสมไวใ้ นกะละมงั แล้วนาไว้ในโรงเรือนทเ่ี ยน็ โดย
ทาเปน็ ชัน้ เหล็ก หรือชนั้ ทอ่ พีวีซกี ็ได้ ไส้เดือนชอบความช้ืนและเย็น รดนา้ ให้ความช้ืนกับไส้เดอื น 3-4 วนั
ตอ่ คร้ัง ประมาณ 1-2 เดือนเราก็จะได้ ป๋ยุ หมกั มลู ไส้เดือน เตม็ กะละมงั สามารถนาไปใส่ พชื ผักผลไม้
หรอื จาหนา่ ยได้แลว้
6. รปู แบบและลกั ษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ญั ญำทอ้ งถ่นิ
เป็นวิทยากรใหค้ วามรู้ใหแ้ ก่กับชาวบ้าน
7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภูมิปัญญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คณุ ค่ำ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภมู ิ
นายสมพงษ์ เวชกามา ไดม้ ีความภาคภมู ิใจท่สี ามารถทาปุ๋ยหมกั มลู ไสเ้ ดือนไดแ้ ละสามารถ
ถา่ ยทอดให้กับคนในชุมชนทคี่ วามสนใจ และจะส่งเสริม พัฒนาปุ๋ยหมกั มลู ไสเ้ ดือนให้เป็นท่ยี อมรับและ
ส่งเสรมิ ให้ครัวเรือนอื่นได้สามารถสรา้ งรายได้อกี ด้วย
8. แหลง่ อ้ำงอิง : ผู้จดั เก็บ
ชื่อ นางสาวอัษณา ฉายกระจา่ ง วันทเี่ ก็บข้อมูล 20 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านคา่ ย จังหวัดระยอง โทร 083-5893275
Line ID : Assana02 E-mail : [email protected]
119
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
แบบจดั เก็บข้อมลู ภมู ปิ ัญญำ
ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้ำนค่ำย จงั หวัดระยอง
1.ภมู ิปญั ญำ ดา้ นโภชนาการ (การแปรรปู ผลไม้)
ชือ่ ภูมิปัญญำ นางละออ สุวรรณสวา่ ง
2.ข้อมูลพ้นื ฐำนภูมิปญั ญำ
กรณีรายบคุ คล
ช่ือ นางละออ นามสกลุ สวุ รรณสว่าง
วันเดอื นปีเกิด 14 ตุลาคม 2488 ที่อย่ปู ัจจบุ นั เลขท่ี 7/1 หมทู่ ่ี 4
ตาบลหนองละลอก อาเภอบา้ นคา่ ย จงั หวัดระยอง รหัสไปรษณยี ์ 21120
พกิ ัดบ้าน 12.785345,101.277495 เบอร์โทรศัพท์ 086-1488969 Facebook : ละออ สุวรรณสวา่ ง
3. จุดเด่นของภูมิปญั ญำ
การทาสบั ปะรดกวนกะทิ เป็นการแปรรูปสบั ปะรดทปี่ ลอดสารพิษไม่ใช้เคมีในการดูแลรักษา และ
ไมใ่ สส่ ารกันบูดผสมในผลติ ภัณฑ์
4. ทีม่ ำของภูมิปัญญำ
นางละออ สุวรรณสว่าง พ้ืนฐานครอบครัวทาเกษตรกรรม ทาสวนสับปะรด ตอนช่วงราคาตกต่า
นาสับปะรดมากวน และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีการพัฒนาด้านฝึมือจนเป็นที่ยอมรับ และได้นา
ผลไม้ในท้องถ่ินมาแปรรูป จนมีสินค้าที่หลากหลาย เป็น OTOP ประจาตาบลหนองละลอก สินค้าวางขาย
ท้ังในประเทศและต่างประเทศ มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้ามาสนับสนุนส่งเสริม จนเป็นท่ียอมรับ
และเปน็ สถานทีศ่ ึกษาดูงานท้งั ในและตา่ งประเทศ
5. รำยละเอียดภูมิปญั ญำ
ภูมิปัญญาสามารถแปรรูปผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น สับปะรดกวนกะทิ แก้วมังกรกวน กล้วยกวน
มังคุดกวน ทุเรียนกวน มะขามกวน ทุเรียนทอด ขนุนทอด ชีสสับปะรด ท็อฟฟ่ีถ่ัว ฯลฯ สามารถถ่ายทอด
ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปผลไม้ต่าง ๆ ให้กับ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่สนใจ คณะศึกษาดูงาน
ทั้งภาครัฐและเอกชน
120
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
5.1 สตู รการทาสับปะรดกวนกะทิ
5.1.1 สับปะรดบดหรอื สับละเอยี ด 10 กโิ ลกรัม
5.1.2 น้ากะทิ 3 กิโลกรมั
5.1.3 แบะแซ 2 กิโลกรมั
5.1.4 น้าตาลทราย 1 กโิ ลกรัม
5.1.5 เกลือ 1 ช้อนโตะ๊
5.2 วิธีทา
5.2.1 นาสับปะรดทบ่ี ดหรือสบั ละเอียดลงกระทะกวนใชไ้ ฟแรงในระยะแรกๆ
5.2.2 ใส่สว่ นผสม ข้อ 3-5 ลงกวนพร้อมกัน ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครงึ่
5.2.3 เมื่อเห็นวา่ สบั ปะรดสุกแหง้ เหนยี วพอควรแล้วใสก่ ะทิลงไป กวนต่อไปอีกประมาณ
ครึ่งช่วั โมง สับปะรดกวนจะมีความเหนยี ว สามารถป้ันเป็นเม็ดได้จึงตักใสภ่ าชนะรอให้เย็น
5.2.4 นาสับปะรดท่กี วนสาเร็จแล้วมาป้ันเป็นเม็ดหรอื ตดั แบ่งเป็นช้ิน หอ่ กระดาษแก้ว
บรรจถุ งุ หรือกล่อง สามารถเก็บไวร้ บั ประทานไดน้ าน 3-4 เดอื น
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำท้องถิ่น
มหี น่วยงานทัง้ ภาครฐั และเอกชนสนบั สนนุ การทากจิ กรรมของภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ และมีนักเรียน
นักศกึ ษา ประชาชนเข้ามาศึกษาดูงานเป็นจานวนมาก สามารถบรรยาย สาธิต จนเป็นท่ียอมรับของคน
ในชุมชน
7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภมู ิปัญญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คณุ คำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภูมิใจ
มีการวางแผนทจ่ี ะดาเนนิ การในการสรา้ งสรรค์ผลิตภัณฑ์ภูมปิ ัญญาท้องถ่ินและพัฒนาต่อยอดให้
เป็นนวัตกรรมได้แก่ การตอ่ ยอดโดยการนาเครื่องบรรจุภณั ฑ์มาใชใ้ หม้ ีความทนั สมัยและรวดเร็วมากย่งิ ขึน้
จากทเ่ี คยใช้แรงงานในการบรรจุหีบห่อก็เปลย่ี นมาใช้เป็นเครื่องจกั รแทน ทาให้สามารถบรรจุผลติ สินค้าได้
อยา่ งรวดเร็ว
121
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
8. แหล่งอำ้ งอิง : ผู้จัดเก็บขอ้ มลู
ช่อื นางสาวอมั พร นามสกุล มนตป์ ระสิทธ์ิ วันที่เกบ็ ข้อมูล 20 มนี าคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านค่าย จงั หวดั ระยอง โทร : 087-5380839
LINE ID : Plangnine E-Mail : [email protected]
122
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
แบบจดั เกบ็ ขอ้ มลู ภูมปิ ญั ญำ
ตำบลบำ้ นคำ่ ย อำเภอบำ้ นคำ่ ย จงั หวดั ระยอง
1.ภมู ปิ ญั ญำ ดา้ นศลิ ปกรรม (เพลงไอ้เป๋)
ช่ือภูมิปัญญำ นายสเุ นตร วรสวาสดิ์
2.ข้อมูลพน้ื ฐำนภมู ิปัญญำ
กรณีรายบคุ คล
ชือ่ นายสเุ นตร นามสกุล วรสวาสดิ์
วันเดอื นปีเกดิ 18 กรกฎาคม 2487 ที่อยูป่ ัจจบุ นั เลขท่ี 144 หมทู่ ่ี 2
ตาบลบ้านคา่ ย อาเภอบ้านค่าย จงั หวัดระยอง รหัสไปรษณีย์ 21120 เบอรโ์ ทรศัพท์ 098-5494416
Line - Facebook -
3.จุดเดน่ ของภมู ิปัญญำ
เพลงไอเ้ ปเ๋ ป็นการละเลน่ ที่ชาวระยองเลน่ กันมาเป็นร้อย ๆ ปี และมเี ล่นจงั หวัดเดยี วในประเทศ
จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวดั ระยอง
4.ทม่ี ำของภูมปิ ัญญำ
นายสุเนตร วรสวาสด์ิ ได้รับการสืบทอดกันมาหลายชั่วคนที่เรียกว่าแม่เพลงและพ่อเพลง
โดยแม่เพลงคนสุดท้ายคือ แม่ประณต วรสวาสดิ์ ซ่ึงนายสุเนตร วรสวาสด์ิ ผู้เป็นบุตรชายได้มองเห็น
ถึงคุณค่าของเพลงไอ้เป๋ท่ีเป็นวัฒนธรรรมที่ไม่มีในจังหวัดอ่ืน ถ้าสูญหายไปก็คงเป็นท่ีน่าเสียดาย จึงขอให้
คุณแมป่ ระณต วรสวาสด์ิ สอนเพลงไอ้เป๋ และนามาเผยแพร่เพื่อรักษาไวจ้ นปจั จุบนั
5.รำยละเอียดภูมิปัญญำ
เพลงไอ้เป๋เป็นการละเลน่ ของกลุ่มบุคคล (บางครง้ั สามารถดดั แปลงรอ้ งเพียงคนเดียว หรือ 2 คน
โดยใชค้ นเล่น 12 คน เปน็ ฝา่ ยชาย 6 คน หญงิ 6 คน ร้องโตต้ อบกัน มีขน้ั ตอนการเล่น 4 ข้ันตอน คือ
1. บทไหว้ครู (แมเ่ พลงหรือพ่อเพลงเป็นคนร้อง)
2. บทเกรนิ่ ร้องทุกคน
3. บทชมโฉม รอ้ งทุกคน
4. บทเกีย้ วพาราสี ร้องเฉพาะพ่อเพลงและแมเ่ พลงแต่ลูกคู่ต้องช่วยกนั รับทุกคน
123
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
6. รปู แบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ิปัญญำท้องถ่ิน
มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนท่เี ขา้ มาสนับสนนุ การทากิจกรรมของภูมิปัญญาท้องถน่ิ โดยการ
เชญิ ใหไ้ ปแสดงในงานต่าง ๆ
7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมิปัญญำให้เปน็ นวัตกรรม คณุ คำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภมู ิใจ
7.1 เปน็ วฒั นธรรมประจาจงั หวัดระยอง
7.2 รับเชิญใหไ้ ปแสดงในงานตา่ ง ๆ และโรงเรยี น
7.3 จดั ทาวดี ีโอตอ่ ต้านไวรสั โควิด19 (ทานองเพลงไอ้เป)๋ ของวัฒนธรรมจังหวดั ระยอง
8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผจู้ ัดเก็บข้อมูล
ชอ่ื นางสาวชลดิ า นามสกลุ วงศส์ วุ รรณ วนั ทเ่ี ก็บขอ้ มลู 25 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านค่าย จังหวดั ระยอง โทร : 081-4298298
LINE ID : chalida001 E-Mail : [email protected]
124
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
แบบจดั เก็บขอ้ มูลภมู ปิ ญั ญำ
ตำบลตำขนั อำเภอบำ้ นค่ำย จังหวดั ระยอง
1. ภมู ิปัญญำ ดา้ นการเกษตรกรรม (เกษตรแบบผสมผสาน)
ชื่อภูมปิ ญั ญำ นายบญุ ธรรม คชรนิ ทร์
2. ขอ้ มูลพื้นฐำนภูมิปญั ญำ
กรณรี ายบุคคล
ชอ่ื นายบุญธรรม นามสกลุ คชรินทร์
เกิดวนั ที่ 15 กุมภาพนั ธ์ 2503 อายุ 61 ปี ที่อยู่ปจั จบุ ัน เลขที่ 3 หมู่ 7
ตาบลตาขนั อาเภอบา้ นค่าย จังหวดั ระยอง รหสั ไปรษณยี ์ 21120
พกิ ดั บ้าน 12°44'29.3"N 101°19'16.2"E เบอรโ์ ทรศพั ท์ 087 6039454 LINE ID 087 6039454
Facebook บุญธรรม คชรนิ ทร์
3. จดุ เด่นของภูมิปัญญำ
นายบุญธรรม คชรินทร์ มีความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะ และเทคนิค
ด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพ้ืนฐานคุณค่าดั้งเดิม สามารถพ่ึงพาตนเองได้
ในสภาวการณ์ตา่ ง ๆ เชน่ การทาเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกผกั สวนครัว ปลกู ไมผ้ ล เล้ียงหอยขม เลี้ยงเป็ด
เลี้ยงไก่ ทาปุ๋ยเติมอากาศ พัฒนาตนเองจนสามารถเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่องการดาเนินชีวิต
ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. ที่มำของภูมิปัญญำ
นายบุญธรรม คชรินทร์ เดิมประกอบอาชีพรับเหมาถมท่ีดิน แต่ประสบปัญหาขาดทุน จึงหันมา
ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผัก ลองผิดลองถูก ได้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานภาครัฐ ดาเนินชีวิต
ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยหม่ันศึกษาหาความรู้ จนเป็นผู้เช่ียวชาญในด้านการปลูกพืชผัก
ปลอดสารพิษ เลี้ยงเป็ด เล้ียงไก่ การทาปุ๋ยเติมอากาศ ปลูกข้าวในบ่อซีเมนต์ จนเป็นที่ยอมรับของคน
ในชมุ ชน ตาบล อาเภอและจงั หวัด พรอ้ มท้งั เปิดบา้ นเปน็ แหลง่ ศกึ ษาดูงานใหบ้ คุ คลทั่วไปเข้าเรยี นรู้
125
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
5.รำยละเอียดภูมปิ ัญญำ
5.1 การเลีย้ งไก่ไข่
เร่ิมต้นจากเกษตรอาเภอสัตหีบ นาพันธ์ุไก่ในโครงการ ให้ทดลองเลี้ยง พอลองเลี้ยงแล้ว
คิดว่าน่าจะขยับขยายเพ่ือการจาหน่าย จึงซื้อแม่พันธ์เพ่ิมเติม ปัจจุบัน มี 70 ตัว ใช้หัวอาหาร 4 วัน/
กระสอบๆ ละ 420 บาท แต่ได้มีการนาเศษอาหาร/ทุบบอระเพ็ดและฟ้าทลายโจรผสมน้าให้ไก่กินเพ่ือ
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน/ลดต้นทุน โดยให้หัวอาหารผสมกับเศษอาหาร เศษผักที่หาได้ในฟาร์มจุลินทรีย์
สังเคราะห์แสงคลุกผสมอาหารให้ไก่กิน พบว่าไก่ไม่ค่อยป่วย สุขภาพดี จาหน่ายไข่แผงละ 120 บาท
ผลผลติ ประมาณวันละ 50-60 ฟอง
5.2 สวนครัวร้วั กินได้
การปลูกพืชสวนครัวไว้บริโภค เน้นปลูกทุกอย่างท่ีกินได้ และกินทุกอย่างที่ปลูก ถ้าเหลือ
ก็จาหน่ายและสามารถยึดเปน็ อาชพี ได้ โดยการปลูกพืชสวนครวั มหี ลักปฏิบตั ิ 5 ประการ ได้แก่
1. การศกึ ษาเมลด็ พนั ธ์ุ ต้องเป็นเมลด็ พันธ์ทุ ด่ี ีและแข็งแรง
2. การเตรียมดนิ –ต้องปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและใสธ่ าตุอาหาร (ดนิ 2 ปุ๋ยมูลสัตว์ 1)
3. การปลูก โดยการหยอดเมล็ดต้องคลมุ ฟางและรดน้า
4. การดูแลรกั ษา พชื อายุเกนิ กวา่ 2 เดอื น ควรรองก้นหลมุ ดว้ ยปุย๋ หมักชวี ภาพ 1 กามือ
ต่อหลมุ
5. การเก็บผลผลิตและจาหน่าย ควรเก็บตามกาหนดเวลา และจาหน่ายด้วยตนเอง เพ่ือ
ลดขั้นตอนที่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ปัจจุบันปลูกพืชผักหลายอย่าง เช่น พริก มะเขือพวง ตาลึง ผักกูด
ซง่ึ สามารถนาผกั เหล่าน้ีมาบริโภคในครวั เรือนได้ เหลือนาไปจาหน่าย
5.3 วธิ ีทานาวงบ่อซีเมนต์
1. นาวงบ่อซีเมนตท์ ่ีมขี นาด 80 เซนตเิ มตรมาเทปิดก้นบ่อด้วยปนู ซเี มนตผ์ สมทรายหยาบ
แลว้ ตงั้ ทง้ิ ไว้ใหแ้ ห้ง (ตามร้านวัสดกุ อ่ สรา้ งมขี าย)
2. เมอ่ื แห้งแล้วใชป้ ูนผสมกับน้ายากนั ซมึ เททับลงไปแลว้ เกลย่ี ใหเ้ รยี บ แล้วปล่อยทิง้ ไว้
ใหแ้ ห้ง ทาอย่างเดียวกันน้ีอย่างน้อย 2 ครง้ั จึงทดลองใสน่ ้าเพ่ือทดสอบว่ามรี อยร่วั หรือไม่ ถา้ มีให้ทาซา้
จนกวา่ จะไม่มรี อยรวั่
3. เม่ือทดสอบแล้วบ่อซีเมนต์ไม่ร่ัว ก็นาดินมาใส่ลงไป ให้ได้ความสูงประมาณ 30 ถึง 35
เซนติเมตร แล้วใส่น้าลงไปให้ท่วมดิน ท้ิงไว้ประมาณ 2 วัน จากนั้นย่าดินให้น่ิม จึงนากล้าท่ีเพาะอายุ
126
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
ประมาณ 15 ถึง 20 วันมาดา การดากล้าในวงบ่อซีเมนต์ควรดาห่างกันประมาณ 1 ฝ่ามือหรือ 2 ฝ่ามือ
แล้วแตค่ วามพอใจหรอื ขึ้นอยกู่ บั พันธุ์ขา้ ว ซึ่งถา้ เปน็ พันธุ์ข้าว 120 วัน ควรจะดาหา่ ง ๆ
แตถ่ ้าเป็นข้าว 90 วนั หรือ 75 วันควรดาถี่ ๆ ซ่ึงใน 1 บ่อซีเมนต์นั้นควรดากล้าประมาณ
10 กอ และใน 1 กอ ตอ้ งใช้ต้นกล้า 3 ถงึ 4 ตน้ ในการดา
4.หลังจากดากล้าไปแล้ว 2 ถึง 3 วันยังไม่ต้องให้น้าเพราะในบ่อมีน้าเพียงพออยู่แล้ว
เม่ือตน้ ข้าวต้งั ต้นไดแ้ ลว้ ให้ใส่นา้ ลงไปโดยให้ระดับน้าสูงประมาณ 2 นิ้วและรักษาระดับน้ีไว้ตลอด ควรท่ีจะ
งดน้า 7 วันในช่วงข้าวเริ่มตั้งท้อง และก่อนเก่ียว 7 วัน และใส่น้าลงไปในวันเก่ียว เพ่ือให้ดินนิ่มพร้อม
ทีจ่ ะดากลา้ ชดุ ต่อไป
5.ใส่ปุ๋ยคอกเมื่อดากล้าได้ประมาณ 7 วัน และเม่ือกล้ามีอายุ 20 วัน การใส่ปุ๋ยคอก
ให้ใส่คร่งึ กโิ ลกรัมตอ่ 1 บ่อ
6. เมื่อข้าวได้อายุการเก็บเก่ียวแนะนาให้เกี่ยวให้เหลือซังประมาณ 1 คืบจากโคนต้น
เพื่อใชเ้ ปน็ ปุ๋ยในการทานารอบตอ่ ไปและหน่ึงบอ่ จะได้ข้าวประมาณ 1.5-1.8 กิโลกรัม
5.4 ปุ๋ยหมกั เติมอากาศ
ปุ๋ยหมักเติมอากาศ เป็นกระบวนการผลิตปุ๋ยหมักรูปแบบหนึ่งที่เน้นการผสมรวมกัน
ระหว่างวัสดอุ ินทรยี ์ทใี่ ห้คาร์บอนและไนโตรเจน จากพวกซากพืช ซากสัตว์ และวัสดเุ หลือใช้ทางการเกษตร
ขณะเดียวกันใช้วิธีเติมอากาศแทนการกลับกองปุ๋ย เพ่ือรักษาสภาพอากาศในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสม
เพื่อเร่งกระบวนการย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ โดยจุลินทรีย์ธรรมชาติในกองปุ๋ย เม่ือย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว
จะแปรสภาพเป็นปุ๋ยหมักท่ีมีลักษณะสีดาคล้าหรือสีน้าตาลปนดา ไม่มีกล่ิน มีคุณสมบัติท่ีดีต่อรากพืช
สามารถดูดไปใชไ้ ด้
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถ่ิน
ถา่ ยทอดโดยการบรรยายให้ความรู้ ใช้บา้ นเปน็ แหลง่ เรยี นรู้ เป็นสถานที่ศึกษาดงู านของประชาชน
ที่สนใจทง้ั ในและตา่ งจังหวดั
7. กำรพัฒนำตอ่ ยอดภูมปิ ัญญำใหเ้ ปน็ นวัตกรรม คุณคำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภูมใิ จ
ท้งั นีจ้ ะพฒั นาต่อยอดคอื การจัดทาธนาคารนา้ โดยมุ่งเห็นประโยชน์ของธนาคารน้าใต้ดิน ดงั น้ี
1. ชว่ ยแกป้ ัญหานา้ ท่วมได้ เพราะชว่ ยใหน้ ้าซึมลงใตด้ ินได้ดขี ึ้น
2. ชว่ ยแก้ปญั หาภยั แล้ง เพราะสามารถสบู น้าจากธนาคารน้าใต้ดินใช้ไดต้ ลอดเวลา
3. แก้ปัญหาน้าเค็ม เพราะมวลนา้ เคม็ จะมนี า้ หนักมากกวา่ น้าจดื ฉะนน้ั นา้ เค็มจะอยู่ด้านลา่ ง
4. แก้ปัญหานา้ สกปรก เพราะระบบนา้ แบบปิดจะช่วยกรองน้าให้สะอาดขึ้นความภาคภูมิใจ
127
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
เปน็ เกษตรกรตัวอยา่ งทไ่ี ด้เข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรม
ราชกุมารี ในปี พ.ศ.2561
เข้าเฝ้าสมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผู้จดั เกบ็ ขอ้ มูล
ชอื่ นายยุทธศาสตร์ นามสกลุ ผลาทิพย์ วันทเ่ี กบ็ ข้อมูล 22 มกราคม 2564
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านค่าย จังหวดั ระยอง โทร 09-84676090
LINE ID : 0984676090 E-mail : [email protected]
128
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
แบบจัดเกบ็ ข้อมลู ภมู ปิ ญั ญำท้องถ่ิน
ตำบลบำงบุตร อำเภอบำ้ นคำ่ ย จังหวัดระยอง
1. ภมู ปิ ญั ญำ ดา้ นเกษตรกรรม (การทาปยุ๋ ชวี ภาพ)
ช่อื ภูมปิ ญั ญำ นางผกาพันธ์ วัฒนปาณี
2. ข้อมูลพ้นื ฐำนภูมปิ ัญญำ LINE ID 088-0069569
กรณรี ายบคุ คล
ชอื่ นางผกาพนั ธ์ นามสกุล วัฒนปาณี
ที่อยู่ปจั จบุ ัน เลขที่ สวนผกาพนั ธ์ 100/7 หมู่ท่ี 5
ตาบลบางบตุ ร อาเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง รหสั ไปรษณยี ์ 21120
พิกดั บ้าน 12.8248049, 101.353791 เบอรโ์ ทรศพั ท์ 088-0069569
Facebook -
3. จุดเด่นของภูมปิ ญั ญำ
ใช้สารทส่ี กัดจากธรรมชาติ และใชป้ ยุ๋ ชวี ภาพ ในการกาจดั ศตั รูพืชและการบารุงรักษาไม้ผล ทาให้
สนิ คา้ มคี ณุ ภาพ และปลอดภัยจากสารพษิ
4. ทีม่ ำของภมู ปิ ัญญำ
ปจั จุบนั เป็นที่ทราบกันดกี ว่า ปญั หาด้านส่ิงแวดล้อม ทเี่ กิดจากสารเคมีปนเปื้อนในสภาวะแวดล้อม
และแหล่งน้า ส่งผลต่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ หากได้รับสารเคมีเข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก ๆ
จะเห็นได้จากประชาชนในระดับครัวเรือน หรือเกษตรกรได้เร่ิมให้ความสาคัญกับการดารงชีวิตท่ีเป็นมิตร
กับส่ิงแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทาน้าหมักชีวภาพกาลังเป็นท่ีสนใจของประชาชน ซ่ึงส่วนใหญ่จะ
เป็นการทาในระดับครัวเรือนและชุมชนที่สนใจ แต่ยังไม่แพร่หลาย เน่ืองจากประชาชนยังขาดความรู้
ความเข้าใจ ขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ในเร่ืองกระบวนการผลิต การบรรจุ การเก็บรักษาและการตรวจ
คุณภาพ ซ่งึ เป็นส่ิงสาคญั ในการทานา้ หมักชวี ภาพ
5. รำยละเอียดภูมิปัญญำ
ใชส้ ารกัดจากธรรมชาติ และป๋ยุ ชีวภาพ ในการกาจดั ศัตรูพชื และบารุงรกั ษาไมผ้ ล ทาให้มั่นใจได้ว่า
สนิ ค้ามคี ณุ ภาพ และปลอดภัยจากสารพษิ มีรสชาติที่หอมหวานและอร่อยกว่า นอกจากจะช่วยลดปริมาณ
ขยะแล้วยังประหยัดเงิน (เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้มาก) นอกจากยังทาให้ต้นไม้ในสวน
129
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
เจรญิ เติบโตงอกงามได้ด้วยมือของคุณเอง สาหรับสูตรทาปุ๋ยอินทรีย์น้าจาก คุณผกาพันธ์ วัฒนปาณี อดีต
ผู้อานวยการ กศน.อาเภอบ้านค่าย ผมู้ ีจุดเริ่มต้นจากความต้องการลดจานวนขยะในบ้าน ทั้งเศษผักผลไม้ท่ี
เหลือจากการรับประทาน จนตอนน้ีกลายมาเป็นโครงการลดขยะในชุมชนซึ่งได้รับความสนใจจากคนใน
หมบู่ ้านหันมาปฏิบตั ิตามเช่นกนั
5.1วัตถุดิบ
5.1.1 เศษผักผลไม้ 3 กิโลกรัม
5.1.2 นา้ ตาลทรายแดงหรือกากน้าตาล 1 กโิ ลกรัม
5.1.3 หัวเชอื้ จุลินทรยี ์
5.1.4 น้าสะอาด
5.2 ขั้นตอน
5.2.1 นาเศษผกั ผลไม้ ที่มีในครัวเรอื นทงั้ เปลือก ใบ ผล และเมล็ด ผสมกับนา้ ตาลทราย
แดงหรอื กากนา้ ตาล คลกุ เคล้าให้เขา้ กัน หากใชก้ ากน้าตาลซึ่งคอ่ นขา้ งข้นควรกวนให้เข้ากนั
5.2.2 บรรจใุ สถ่ ุงตาข่ายหรือถงุ ป๋ยุ วางลงในถงั พลาสตกิ ปิดฝาให้เรยี บรอ้ ย
5.2.3 ประมาณ 10 วัน จะไดน้ า้ จุลินทรยี ซ์ ึมออกมา ให้เติมนา้ ลงไป 5 เทา่ ของปรมิ าตร
น้าจุลนิ ทรีย์ทไ่ี ด้ กดใหจ้ มน้า หากลอยข้ึนมาจะทาให้การหมกั ไม่สมบูรณ์ เกิดกล่ินเหมน็ ได้
5.2.4 สามารถเติมขยะสดเพิ่มลงไปได้ทุกวัน นา้ ท่นี าไปใช้ได้จะมีลักษณะเป็นสีนา้ ตาล
เขม้ กลิ่นหอมอมเปร้ียวอมหวาน สว่ นกากสามารถนาไปตากใหแ้ หง้ โรยเป็นป๋ยุ ใหก้ ับตน้ ไมต้ ่อไปได้
นา้ ป๋ยุ ชีวภาพ
130
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
6. รูปแบบลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพร่ภมู ิปัญญำท้องถิ่น
เผยแพร่ให้ความรู้ ถ่ายทอดเทคนิคการทาปุ๋ย ทาน้าหมักต่าง ๆ รวมถึงแนวทางในการบริการ
จัดการนา้ บาบดั น้าโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ โดยอาศยั ภมู ิปญั ญาชาวบา้ น และเน้นใช้วัสดุท่ีมีอยู่ในท้องถ่ิน
มาประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุด ทาให้ลดต้นทนุ และเพิม่ ผลผลิตได้เป็นอย่างดี แถมยังมีแนวทางในการ
ดแู ลดนิ ให้อดุ มสมบูรณ์
7. กำรพัฒนำต่อยอดภมู ิปัญญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คณุ คำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภมู ิใจ
คุณผกาพนั ธ์ วัฒนปาณี อดีตผ้อู านวยการ กศน.อาเภอบ้านคา่ ย จะมีการพฒั นาต่อยอดปรบั ปรงุ
ผลติ ภัณฑ์เป็นการทาน้าหมกั ชวี ภาพและผลไม้ (มังคดุ ทเุ รียนปลอดสารพิษ)
8. แหลง่ อำ้ งอิง : ผู้จดั เกบ็ ข้อมูล
ช่อื นายทศพร นามสกุล อาจคาไพร วนั ทเ่ี ก็บข้อมลู 14 มกราคม 2564
สถานศึกษา กศน.อาเภอบา้ นคา่ ย จงั หวดั ระยอง โทร. 0843457033
LINE ID ya140535 E-Mail [email protected]
131
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
แบบจดั เกบ็ ขอ้ มลู ภมู ปิ ญั ญำ
ตำบลบ้ำนฉำง อำเภอบ้ำนฉำง จังหวดั ระยอง
1. ภูมิปัญญำ ดา้ นอตุ สาหกรรมและหัตกรรม (การย้อมผ้าคราม)
ชือ่ ภูมิปัญญำ นางไพลนิ โด่งดัง
2. ขอ้ มูลพ้นื ฐำนภมู ปิ ัญญำ
กรณีรายบุคคล
ชือ่ นางไพลิน นามสกุ ล โดง่ ดงั
วันเดอื นปเี กดิ 4 มถิ นุ ายน 2511
ทอ่ี ยู่ปัจจุบนั เลขที่ 155 หมู่ 5 ตาบลบา้ นฉาง อาเภอบ้านฉาง จังหวดั ระยอง รหัสไปรษณีย์ 21130
พกิ ัดบ้าน 12.720919,101.0609662 เบอรโ์ ทรศัพท์ 086-1406699 Line ID Tan_Batic Facebook
Pirin Dongdand
3. จดุ เดน่ ของภูมิปัญญำ
มีความแตกต่างจากภูมิปัญญาด้านอาชีพศิลปหัตถกรรมที่อ่ืน คือการนาวัสดุของท้องถ่ินมาใช้
ให้เกิดประโยชน์ในกระบวนการผลิต ด้วยการใช้น้าทะเลแทนเกลือ ซ่ึงมีคุณสมบัติสามารถทดแทนกันได้
และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งยังมีจุดเด่นลวดลายเฉพาะเป็นลวดลายจากหน้าบันของวัดลุ่ม
อาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง และมีการเพ่ิมเติมในเรื่องการใช้ลวดลายหงส์เหิน ซึ่งเป็นลวดลายจาก
หน้าบันของโบสถ์วัดลุ่ม ซ่ึงวิทยากรเป็นผู้ซ่อมแซมลวดลายโบราณ โดยให้ความร่วมมือกับหน่วยงาน
วัฒนธรรมจังหวัดระยอง ถือเป็นจุดกาเนิดของผ้าย้อมครามทะเล ของดีเฉพาะท่ีอาเภอบ้านฉาง จังหวัด
ระยอง เทา่ น้นั
4. ทีม่ ำภูมปิ ัญญำ
ภู มิ ปั ญ ญ า ด้ า น อ า ชี พ ศิ ล ป หั ต ถ ก ร ร ม ก า ร ท า ผ้ า มั ด ย้ อ ม เ กิ ด ข้ึ น ม า จ า ก ก ลุ่ ม แ ม่ บ้ า น ใ น ชุ ม ช น
วัดบ้านฉาง หมู่ 5 ตาบลบ้านฉาง อาเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ประสบปัญหารายได้ครอบครัวน้อย
เศรษฐกิจของชุมชนฝืดเคอื งเนื่องจาก ฝ่ายสามีหารายได้เพยี งผู้เดียว กลุ่มแม่บ้านได้รวมตัวกัน จัดทาสินค้า
ท่ีสามารถจัดจาหน่ายให้แก่คนในชุมชน กลุ่มสมาชิกแม่บ้านชุมชนวัดบ้านฉางจึงได้รวมตัวกันประชุม
วิเคราะห์สินค้าหรือบริการท่ีสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับตนเองและครอบครัว จากการประชุมกลุ่ม
แม่บ้านโดยยึดเลือกสินค้าจากปัจจัย 4 คือ เส้ือผ้าเคร่ืองแต่งกาย สรุปเป็นสินค้า คือผ้าบาติก เส้ือบาติก
132
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
เพราะสมาชิกในกลุ่มมีองค์ความรู้พ้ืนฐาน ด้านศิลปะ จากการประชุมปี 2552 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 10
ปี ภายใตก้ ารดาเนินงานในช่ือ วสิ าหกิจชุมชนแตนบาติก
5. รำยละเอียดภูมิปัญญำ
5.1 ขนั้ ตอนการยอ้ มผ้าคราม
5.1.1 เตมิ น้าเปลา่ 1 แกลลอน ลงไปในภาชนะขนาดกาลงั พอเหมาะ
5.1.2 โรยนา้ ทะเลลงไป 1 ถ้วยตวง พร้อมคนให้ละลายเข้ากนั โดยนา้ ทะเลจะชว่ ยใหส้ ตี ิด
ผา้ ได้ดยี ่งิ ข้ึน
5.1.3 นาผา้ ทีเ่ ตรียมไว้ใสล่ งไปในน้า กดใหจ้ ม และแชท่ งิ้ ไว้ประมาณ 15 นาที
5.1.4 บดิ ผา้ ใหพ้ อหมาด แล้วนาตะแกรงวางจานมาต้ังเอาไว้บนภาชนะเพอื่ ตากผา้ และ
รองรบั นา้
5.1.5 นาผ้าไปวางบนตะแกรง สามารถบดิ พับ มว้ น และจัดรูปทรงของผ้าได้ตามต้องการ
5.1.6 วางนา้ แขง็ บนผา้ ใหท้ ั่ว
5.1.7 โรยผงสีย้อมผ้าตามความพอใจ สามารถใช้หลายสีได้ตามต้องการ
5.1.8 ปลอ่ ยทิ้งไว้ 24 ชว่ั โมง เมื่อนา้ แข็งละลายสีกจ็ ะค่อย ๆ ซมึ เข้าสเู่ นื้อผ้าเอง
5.1.9 นาผา้ ไปล้างด้วยน้าเยน็ จากนัน้ ซักกับผงซักฟอกหนง่ึ ที ตากให้แหง้ เสรจ็ แล้วก็จะ
ได้ผ้ามดั ย้อมสวย ๆ มาแบบง่าย ๆ
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ มู ิปัญญำท้องถนิ่
6.1 ฝกึ ทกั ษะให้กบั กลมุ่ สมาชิก
6.2 ทาสนิ ค้าและผลิตภัณฑ์
6.3 จดั จาหนา่ ยสนิ คา้ และผลติ ภณั ฑ์ ณ วิสาหกจิ ชุมชนแตนบาตกิ และเพจ OOCC กศน.อาเภอบ้านฉาง
6.4 ปรับปรุงสินค้าและผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด (สังเกตจากยอดขายหรือยอดส่ัง
ผลิต) วิสาหกิจชุมชนแตนบาติก แม้จะตั้งต้นจากกลุ่มคนผู้รักการทาผ้าบาติก โดยได้รับสนับสนุน
งบประมาณจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนของ กศน.อาเภอบ้านฉาง ปีงบประมาณ 2555 แต่ไม่หยุดยั้ง
พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพ่ือสร้างองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพท่ีมีอยู่ในชุมชนให้คนรุ่นใหม่หันมาช่ืนชม
และภูมิใจในสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลพลอยได้คือการสร้างวัฒนธรรมใหม่แบบร่วมสมัย ให้กับจังหวัด
ระยอง โดยทั้งกระบวนการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ อาทิ กศน.อาเภอบ้านฉาง, พัฒนา
ชุมชนอาเภอบา้ นฉาง ฯลฯ เมอ่ื มองจากภาพรวมและปัญหาท่ีแตนบาติกมีคือการสร้างอัตลักษณ์และตัวตน
ของแบรนด์ จึงเสนอแนะการนาวัตถุดิบในท้องถ่ินอย่างน้าทะเลเข้ามาทดแทนการใ ช้น้าเกลือใน
133
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
กระบวนการย้อมผา้ คราม (โครงการศูนย์ฝึกอาชพี ชมุ ชน กศน.อาเภอบา้ นฉาง ปี 2557)และยังมีการพัฒนา
ช้ินงาน โดยการทาตุ๊กตาที่ระลึก งานแต่ง งานวันเกิด งานรับปริญญา(โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กศน.
อาเภอบ้านฉาง ปี 2561)
โครงการศนู ยฝ์ ึกอาชีพชุมชน หลักสูตรการเพน้ ทล์ ายผ้าดว้ ยสอี ะคริลิค ปงี บประมาณ 2562
คลปิ ในการจดั กจิ กรรม https://www.youtube.com/watch?v=b1lK2iAZxVI
7. กำรพฒั นำตอ่ ยอดภูมิปัญญำให้เปน็ นวตั กรรม คุณค่ำ)มูลค่ำ( และควำมภำคภมู ิใจ
จุดเด่นลวดลายเฉพาะเปน็ ลวดลายจากหน้าบันของวัดลุ่มอาเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง และมี
การเพิ่มเติมในเรื่องการใช้ลวดลายหงส์เหิน ซ่ึงเป็นลวดลายจากหน้าบันของโบสถ์วัดลุ่ม รวมถึงการนา
วัตถดุ ิบในทอ้ งถ่ินอยา่ งนา้ ทะเลเข้ามาทดแทนการใช้นา้ เกลือในกระบวนการย้อมผา้ คราม
8.แหล่งอำ้ งอิง : ผจู้ ัดเก็บขอ้ มูล
ช่อื นางปฏมิ า พรหมศวร สถานศกึ ษา วนั ที่เก็บขอ้ มลู 23 ธนั วาคม 2563
กศน.อาเภอบ้านฉาง จงั หวดั ระยอง โทร 089-6147622
LINE id krupoy0896147622 Email [email protected]
134
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
แบบจัดเก็บขอ้ มลู ภูมปิ ญั ญำ
ตำบลพลำ อำเภอบำ้ นฉำง จังหวัดระยอง
1. ภมู ิปญั ญำ ดา้ นการเกษตรกรรม (การเพาะเห็ดนางฟ้า)
ชอ่ื ภูมิปญั ญำ นางบงั เอิญ พาที
2.ขอ้ มูลพื้นฐำนภูมิปญั ญำ
กรณรี ายบคุ คล
ชื่อ นางบงั เอญิ นามสกุ ล พาที วนั เดอื นปีเกดิ -
ที่อยปู่ จั จบุ นั เลขที่ 56 หมู่ 7 ตาบลพลา อาเภอบ้านฉาง จังหวดั ระยอง รหัสไปรษณีย์ 21130
พกิ ัดบ้าน 12.6816088,101.0468832 เบอรโ์ ทรศัพท์ 085-0923986 Line ID - Facebook -
3. จุดเด่นของภูมิปญั ญำ
เห็ดนอกจากจะเป็นอาหารแล้ว สรรพคุณของเห็ด ไม่ว่าจะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดฟาง
สรรพคุณทางยา ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ลดไขมันในเส้นเลือด มีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นพืชเศรษฐกิจ
เพาะง่าย ใช้ระยะเวลาในการเพาะสั้น นามาประกอบอาหารได้หลากหลาย เป็นงานอดิเรก ที่อาจเป็น
อาชีพเสรมิ และอาชีพหลกั ของครอบครัวได้
4. ทีม่ ำภูมปิ ัญญำ
นางบังเอิญ พาที กาเนิดในครอบครัวเกษตรกรท้องถิ่นตาบลพลา จึงได้นาพาธุรกิจของครอบครัว
พัฒนามาต่อเน่ือง เห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดเศรษฐกิจชนิดหน่ึง พบว่าเจริญเติบได้ดีสามารถเพาะได้ง่ายและให้
ผลผลติ เรว็ ประกอบกับเห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดท่ีมีขนาดของดอกปานกลาง เนื้อแน่น รสชาติดี อร่อย มีคุณค่า
ทางอาหารสูง มีไขมันต่า ปลอดภัยจากสารพิษ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวันและสามารถปรุงอาหาร
ได้หลายอย่างเช่นเดียวกับเห็ดชนิดอ่ืน จึงนิยมบริโภคกันมาก ทาให้ในปัจจุบันมีการเพาะเห็ดชนิดนี้กัน
อย่างแพร่หลายและมากขึ้นเร่ือย ๆ เนื่องจากตลาดมีความต้องการมากประกอบกับประเทศไทยมีสภาพ
ภูมิอากาศเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด อีกทั้งกรรมวิธีการเพาะก็สามารถท้าได้ง่าย ไม่ยุ่งยากต่อ
การปฏบิ ัตใิ ช้ระยะเวลาสั้น และสามารถเพาะไดต้ ลอดท้ังปี
135
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
5. รำยละเอียดภมู ิปัญญำ
ขั้นตอนที่ 1 การเตรยี มโรงเรือนสาหรับเพาะเห็ดนางฟา้
1.การเตรยี มโรงเรอื นสาหรบั เพาะเห็ดนางฟ้า สาหรบั โรงเรือนเพาะเหด็ นางฟา้ น้นั ควรมี
ขนาด 2 x 15 x2 เมตร ซึ่งจะสามารถวางก้อนเช้ือเห็ดได้ประมาณ 4,000 ก้อน โรงเรือนควรเป็นแบบ
ทส่ี รา้ งลงทุนน้อย และวัสดุทจ่ี ะนามาสร้างเป็นโรงเรือนนน้ั จะต้องหางา่ ยทม่ี ีอยู่ในท้องถ่ิน เป็นวัสดุที่มาจาก
ธรรมชาติ เช่น ฟาง, หญ้าแฝก, ไม้ไผ่ เป็นต้น สาหรับการสร้างโรงเรือนให้เหมาะสมน้ันควรสร้างในที่เย็น
ช้ืนและสะอาดปราศจากศัตรูของเห็ดท่ีจะเข้ามารบกวน หลังคามุงจากหรือแฝก แล้วคลุมทับด้วยสะแลน
อกี 1 ชน้ิ การคลุมหลงั คาข้ึนอยู่กับชนิดของเห็ดดว้ ย เพ่ือป้องกันลม ลมแรง ลมค่อย ลมหนาว ลมแห้งแล้ง
สภาพลม สภาพอากาศ มีผลกระทบต่อการออกดอกของเห็ดได้เช่นเดียวกัน ปิดประตูด้วยกระสอบป่าน
หรือแผ่นยาง ปูพื้นด้วยทราย เพื่อเก็บความช้ืน ทิศทางลม มีส่วนสาคัญในการโรงเพาะเห็ด ต้องดูทิศทาง
ของลมเหนือลมใต้ เพอ่ื ปอ้ งกันการพัดพาเช้ือโรค ที่จะมีผลต่อก้อนเห็ด และการออกดอกของเห็ดการสร้าง
โรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าขนาด 2 x 15 x 2 มีทัง้ หมด 4 ดา้ นด้วยกนั ซึ่งแต่ละดา้ นสามารถเก็บก้อนเชื้อเห็ด
นางรม และเห็ดนางฟ้าได้ถึง 1,000 ก้อน ซ่ึงการทาโรงเรือนในลักษณะน้ี ใช้พ้ืนที่รวมแล้วแค่ประมาณ 60
ตารางเมตรเท่าน้ัน วัสดุในการทางานก็ใช้ท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ไม้ยูคา หรือ อื่น ๆ ตัวเสาก็
อาจจะใช้ไม้ท่ีมีขนาดใหญ่เพื่อความแข็งแรงของโรงเรือน หลังคาก็ใช้หญ้าแฝก ซ่ึงเป็นวัสดุท่ีเหมาะกับการ
ทาโรงเรือนเป็นอย่างดี เน่ืองจากสามารถกักเก็บความร้อนช้ืนได้ดี เป็นภูมิอากาศที่เห็ดนางรม และเห็ด
นางฟา้ ชอบ
ข้ันตอนท่ี 2 การทาก้อนเชื้อเพาะเห็ดนางฟ้า การทาก้อนเช้ือเพาะเห็ดนางฟ้าน้ันจาเป็นต้องหา
วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมดังน้ี ได้แก่ข้ีเลื่อยยางพาราหรือข้ีเลื่อยไม้เน้ืออ่อน แต่ในทางปฏิบัตินั้นข้ีเลื่อย
ยางพาราจะให้ผลดที ส่ี ุด จากนน้ั ก็หาส่วนผสมตา่ ง ๆ เพ่อื ให้ได้คุณค่าทางอาหารมากยิ่งข้ึน และสูตรการทา
กอ้ นเช้ือเหด็ นางรม และเหด็ นางฟา้ มสี ่วนผสมหลกั ๆ ดังน้ี
1.ข้ีเลือ่ ยยางพาราแห้งสนทิ 100 กิโลกรมั 5.หินปูนหรือผงชอลก์ 1 กิโลกรัม
2.ราละเอยี ด 6 – 8 กิโลกรัม 6.ดเี กลอื 0.2 กิโลกรัม
3.ขา้ วโพดป่น 3 – 5 กโิ ลกรัม 7.น้า 80 กโิ ลกรัม
4.ปนู ยิบซมั 1 กโิ ลกรมั 8.EM 1 ลติ ร
136
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
การหยอดเช้ือและบ่มเชือ้ เห็ดนางฟ้า
เมือ่ ทาก้อนเชื้อเสร็จแล้ว เราก็จะนาก้อนเช้ือที่ได้ทาการหยอดเชื้อและบ่มเชื้อเห็ดนางรม
และเหด็ นางฟ้าตามลาดบั โดยก่อนอ่นื ก้อนเชอ้ื ทไ่ี ด้น้ันเราก็จะนามาทาการนึ่งเพ่ือฆ่าเช้ือ ถ้ามีหม้อน่ึงความ
ดันอยู่แล้วก็ให้นึ่งที่ความดัน 25 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยทาการนึ่งที่ระยะเวลาประมาณ 1–2 ช่ัวโมง
ถ้าไม่มีหม้อนึ่งความดันอาจใช้หม้อนึ่งจากถังน้ามัน 200 ลิตร แทนก็ได้ แต่จะต้องทาการน่ึงประมาณ
3 คร้ัง โดยทาการน่ึงที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นึ่งที่ระยะเวลาประมาณ 2-3 ช่ัวโมง และทาการนึ่ง
ทง้ั หมด 3 ครงั้ เม่อื ผา่ นข้นั ตอนการนง่ึ ฆ่าเชอ้ื เรยี บรอ้ ยแล้ว เราก็จะทาการหยอดเชื้อเห็ดลงสู่ก้อนเช้ือ เชื้อ
เห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่างควรหยอดเช้ือลงประมาณ 20 – 25 เมล็ด เม่ือหยอดเชื้อลงสู่ก้อนเชื้อเห็ดเสร็จแล้ว
ให้ทาการปิดปากถุงก้อนเช้ือให้เรียบร้อย หลังจากทาการหยอดเชื้อลงในก้อนเชื้อเสร็จ เราก็จะทาการบ่ม
เชอ้ื เห็ดในอกี ขั้นตอนหนง่ึ โดยการบ่มเช้อื นั้นต้องนากอ้ นไปบม่ ไว้ทีร่ ะยะเวลาประมาณ 20-25 วัน กรรมวิธี
การบ่มก็ไมย่ ุ่งยากอะไร เพียงแต่ต้องเก็บให้เป็นระเบียบ ไม่ถูกแดด ไม่ถูกฝน ลมไม่โกรกไม่มีแมลง ไม่มีหนู
อากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก
ขัน้ ตอนที่ 4 การเก็บเกี่ยวผลผลิตเหด็ นางฟา้
หลังจากท่ีได้เราทาการบ่มเชื้อเห็ดนางฟ้าเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นช่วงระยะเวลาของการเปิด
ดอกและทาการเก็บเกี่ยวผลผลิตเห็ดนางฟ้าจะออกดอกเมื่อมีความช้ืนสูงพออากาศไม่ร้อนมาก เม่ือถูก
เหน่ียวนาด้วยอากาศเย็นตอนกลางคืนก็จะออกดอกได้ดี เทคนิคท่ีทาให้ออกดอกสม่าเสมอและดอกใหญ่
สามารถทาได้ดงั นี้ เม่อื เก็บดอกเสรจ็ ตอ้ งทาความสะอาดหนา้ ก้อนเช้อื โดยเข่ียเศษเห็ดออกให้หมด งดให้น้า
สกั 3 วนั เพอื่ ให้เชื้อฟกั ตวั แลว้ ก็กลับมาใหน้ า้ อกี ตามปกติเหด็ กจ็ ะเกดิ เยอะเหมือนเดิมหรือเม่ือเก็บดอกเห็ด
เสรจ็ กท็ าความสะอาดหนา้ กอ้ นเชือ้ เหมือนเดมิ แล้วรัดปากถงุ ไมใ่ ห้อากาศเข้าทิ้งระยะเวลาประมาณ 2 – 3
วนั ให้นา้ ปกตหิ ลงั จากนัน้ กเ็ ปิดปากถุงก็จะเกดิ ดอกทส่ี ม่าเสมอเป็นการเหนี่ยวนาให้ออกดอกพร้อมกัน เม่ือ
เห็ดออกดอกและบานจนได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ให้เก็บดอกโดยจับท่ีโคนดอกทั้งช่อ โยกซ้ายขวา-บนล่าง
แลว้ ดึงออกจากถงุ เห็ด ระวงั อย่าให้ปากถุงเห็ดบาน ถ้าดอกเห็นโคนขาดติดอยู่ให้แคะออกท้ิงให้สะอาดเพ่ือ
ป้องกันการเนา่ เสีย เป็นสาเหตุทาใหเ้ กิดหนอนจากการวางไข่ของแมลงได้ การดูลักษณะดอกเห็ดท่ีควรเก็บ
คือดอกไมแ้ ก่ หรือออ่ นจนเกินไป ดทู ีข่ อบดอกยงั งมุ้ อยู่คือดอกทเี่ หมาะแก่การเก็บเกี่ยว ถ้าขอบยกขึ้นแสดง
ว่าแก่แล้ว ดอกเห็ดที่แก่จัด และออกสปอร์เป็นผงขาวด้านหลังดอกเห็ด ต้องรีบเก็บออก เพราะสปอร์จะ
เป็นตวั ชกั นาใหแ้ มลงเข้ามาในโรงเรือนเพาะเห็ดนางรม และเห็ดนางฟา้ ได้
137
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพรภ่ ูมิปัญญำท้องถนิ่
6.1 เป็นวิทยากรให้ความรู้โครงการเศรษฐกิจพอเพียง เร่ืองการเพาะเห็ด แต่ช่วยชุมชนวิเคราะห์
ปัญหาท่ีพบในการเพาะเห็ดนางฟ้าและช่วยคิดกระบวนการแก้ปัญหาท่ีเกิดขึ้นในชุมชนสามารถวิเคราะห์
ปญั หาในการเพาะเห็ดนางรม และเหด็ นางฟ้าออกมาได้ 7 ข้อหลัก ๆ ดังนี้
1. เช้อื ในถงุ ไมเ่ ดิน
สาเหตุ ขณะหยอดเชอื้ ถุงก้อนเชอื้ รอ้ นเกิน เช้ืออ่อนแอเกนิ ไป และลืมหยอดเชอื้
วิธีแก้ไข ตั้งก้อนเช้ือให้เย็นอย่างน้อย 24 ช่ังโมง คัดเชื้ออ่อนแอทิ้ง ก่อนหยอดเช้ือ
ขณะหยอดเชื้อต้องมีสติ และสมาธิแนน่ แน่
2.หนอนแมลงหวี่กนิ เส้นใย
สาเหตุ แมลงหวี่ไขไ่ วท้ ่ีฝาจุกหรอื สาลี
วิธแี กไ้ ข ตรวจสอบสขุ ภาพอนามัยของโรงเรอื น จุก สาลี ตอ้ งน่ึงฆา่ เชื้อ สาลตี อ้ งอดุ
ใหแ้ นน่ ปิดกระดาษใหส้ นิทอย่าให้มชี ่อง
3. เช้อื เดิน แต่หยุด มกี ล่ินบูด มนี ้าเมือก มีสเี หลอื ง เขยี ว หรือสีดา
สาเหตุ มีราหรือแบคทีเรียปนเปื้อน นึ่งฆ่าเช้ือไม่หมด นึ่งฆ่าเชื้อดีแต่กระบวนการ
ลดความร้อนและเปิดหม้อนึ่งไม่ถูกต้อง เช้ือเห็ดท่ีใช้ไม่มีคุณภาพ วิธีการหยอดเชื้อไม่ดี บ่มถุงก้อนเชื้อ
หนาแน่นเกินไปทาให้การระบายอากาศไม่ดี มคี าร์บอนไดออกไซคม์ าก
วิธีแก้ไข ให้ทบทวนสาเหตุหลักของการปนเปื้อน ตรวจกระบวนการน่ึง เรื่อง เวลา
อุณหภมู ิ จานวนกอ้ น ไล่อากาศในหม้อน่ึง ค่อยๆลดความร้อน อย่าเปิดหม้อนึ่งอย่ารวดเร็ว ตรวจดูจุกสาลี
ว่าแน่นหรือไม่ ใช้เช้ือเห็ดที่บริสุทธ์ิ อบรมวิธีการปลอดเชื้อ และปรับปรุงวิธีทางาน ห้องบ่มเชื้อ
ควรมีอุณหภูมิ 25 – 30 องศาเซลเซียส ปรบั ปรุงเรอ่ื งสุขอนามยั ฟารม์
4. เชอ้ื เดินเต็มกอ้ น แตไ่ มอ่ อกดอก
สาเหตุ เช้ือเป็นหมัน เช้ือไม่ดี สภาพแวดล้อมในโรงเรือนไม่เหมาะสม มีสิ่งปนเปื้อน เช่น
รา ไร แบคทีเรีย หนอน และมกี ารใชส้ ารเคมีมากเกนิ ไป
วิธีแก้ไข จัดหาเชื้อใหม่ จัดสภาพในโรงเรือนให้เหมาะสม จัดสุขอนามัยฟาร์ม แสง
อุณหภมู ิ ความชื้น การถ่ายเทอากาศ และไม่ควรใชส้ ารเคมีกาจดั แมลง
138
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
7. กำรพัฒนำต่อยอดภมู ิปัญญำใหเ้ ปน็ นวตั กรรม คุณคำ่ )มูลคำ่ ( และควำมภำคภูมิใจ
นางบงั เอิญ พาที จะพัฒนาต่อยอดด้วยการแปรรปู เห็ด แบบต่างๆ เชน่ แหนมเหด็ , เห็ดทอด
กรอบ เป็นตน้
8. แหลง่ อ้ำงอิง : ผ้จู ัดเก็บข้อมลู
ช่ือ นายธนาวธุ พลศกั ด์ิ วนั ทีเ่ ก็บข้อมูล 25 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โทร. 0983504559
Line ID. 0852335337 E-Mail [email protected]
139
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
แบบจัดเกบ็ ข้อมูลภูมปิ ัญญำ
ตำบลสำนกั ท้อน อำเภอบำ้ นฉำง จังหวดั ระยอง
1. ภูมปิ ัญญำ ดา้ นเกษตรกรรม (น้าหมักชวี ภาพ)
ชอื่ ภูมิปัญญำ นายธวชั ชยั ลอื วรรณ
2. ข้อมลู พน้ื ฐำนภูมิปัญญำ
กรณีรายบุคคล
ชอ่ื นายธวชั ชัย นามสกุล ลอื วรรณ
วันเดอื นปีเกิด 18 มกราคม 2498 ท่ีอยู่ปจั จุบัน เลขท่ี 9/36 หมู่ 1 ตาบลสานกั ท้อน
อาเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง รหัสไปรษณยี ์ 21130 พิกดั บา้ น 12.6742, 101.279 เบอรโ์ ทรศัพท์
0852153273 Line ID : 0852153273 Facebook -
3. จุดเดน่ ของภูมิปญั ญำ
แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาท้องถ่ิน กับการใช้จุลินทรีย์
ในการเกษตรอินทรีย์ คือการนาวัสดุของท้องถ่ินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในกระบวนการผลิตในที่น้ี
คือการทาเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถทดแทนกันได้และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ของดเี ฉพาะทอ่ี าเภอบา้ นฉาง จงั หวัดระยองเทา่ นัน้
4. ที่มำภูมปิ ัญญำ
ด้วยชุมชนตาบลสานักท้อนเป็นชุมชนที่แห้งแล้ง นายธวัชชัย ลือวรรณ ได้เกิดแนวคิดการพัฒนา
สวนของตนเอง โดยการสืบค้าหาข้อมูลเกี่ยวกับทาน้าหมักชีวภาพ เพื่อมาปรับปรุงพื้นดินและพืช และยัง
เข้าร่วมอบรมกับสานักงานเทศบาลตาบลสานักท้อน และนามาปรับใช้ในพื้นท่ีของตนเองจนประสบ
ความสาเรจ็ จึงได้นาแนวทางของตนเองไปให้ความรู้กับคนในชุมชนท่ีมีความสนใจเกี่ยวกับน้าหมักชีวภาพ
เป็นทีย่ อมรบั ในชุมชน และยังเป็นปราชญช์ าวบา้ นของตาบลสานักท้อนอีก
5. รำยละเอียดภมู ิปญั ญำ
นายธวัชชัย ลือวรรณ เป็นปราชญ์ในหน้าที่ประธานชุมชนสานักท้อน ได้พาสมาชิกชุมชนใช้
เศรษฐกิจพอเพียงอย่างน้อย 7 ประการด้วยกัน ได้แก่พอเพียงสาหรับทุกคน ทุกครอบครัว ไม่ใช่เศรษฐกิจ
แบบทอดทิ้งกันจิตใจพอเพียง ทาให้รักกัน และเอื้ออาทรคนอ่ืนได้ คนท่ีไม่พอจะรักคนอื่นไม่เป็น และ
ทาลายมากสิ่งแวดล้อมพอเพียง การอนุรักษ์และเพ่ิมพูนส่ิงแวดล้อมทาให้ยังชีพและทามาหากินได้ เช่น
140
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
การทาเกษตรผสมผสาน ซง่ึ ได้ท้ังอาหารได้ทงั้ สงิ่ แวดลอ้ ม และได้ท้ังเงินชุมชนเข้มแข็งพอเพียง การรวมตัว
กันเป็นชุมชนท่ีเข้มแข็ง จะทาให้สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ เช่น ปัญหาสังคม ปัญหาความยากจน หรือ
ปัญหาสงิ่ แวดล้อม
5.1 จุลินทรยี ์พน้ื บ้าน (Indigenous Micro-organisms)
สามารถเก็บได้จากธรรมชาติโดยใช้ข้าวหุงสุกแล้วใส่จานหรือถาดเกล่ียให้หนาประมาณ
3 เซนติเมตร ปดิ ดว้ ยกระดาษ แล้วนาไปใส่ในกรง เพ่ือกันหนูหรือสัตว์อื่นมากิน แล้วนาไปต้ังท้ิงไว้ใต้ต้นไม้
ในป่าละเมาะ หรือภายในกองใบไม้แห้งที่มีผ้าพลาสติกคลุม เพ่ือกันฝนและน้าค้างท่ีมากเกินไป ท้ิงไว้ 5-6
วัน จะมีรา สขี าวขึ้นคลมุ หน้า จากนน้ั ใหเ้ ทข้าวใสใ่ นโถกระเบ้ืองดินเผา ผสมกับน้าตาลแดงหรือกากน้าตาล
สัดส่วน 1/3 ของน้าหนักข้าว ส่วนผสมน้ันจะกลายเป็นของเหลวข้นมีจุลินทรีย์เจริญอยู่มากมาย แล้วนา
ของเหลวน้ีไปผสมกับราข้าวในสัดส่วนร้อยละ 0.2 ใช้กระสอบป่านคลุมจะเกิดความร้อน ต้องคอยควบคุม
ไม่ให้ความชืน้ เกดิ กวา่ ร้อยละ 65 แต่ถ้าแห้งเกินไปก็ให้พรมน้า ท้ิงไว้ 2-3 วัน จึงเอาไปคลุกผสมกับปุ๋ยคอก
มลู สัตวใ์ นปรมิ าณ 30 – 50 เท่า แล้วคลุมไว้ประมาณ 3 สัปดาห์ ก็จะได้ปุ๋ยหมักสมบูรณ์ นาไปใส่ปรับปรุง
ดินประมาณ 1 กโิ ลกรัม / 1ตารางเมตร สาหรับการปลกู ผกั อินทรยี ์
5.2 น้าหมกั พชื (Fermented Plant Juice-FPJ)
ขณะท่ีคนไทยเรียกว่าน้าสกัดชีวภาพ (Bio-Extract-B.E.) ผลิตภัณฑ์น้ีทาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก
และมีสรรพคุณท่ีหลากหลายเช่นเดียวกับสาร อี.เอ็ม. วิธีการก็คือนาเศษพืช ถ้าหากเป็นพืชชนิดเดียวกับที่
ปลกู อยู่กจ็ ะดี และไม่จาเป็นตอ้ งเปน็ ส่วนของพชื ท่ีจะใช้เป็นอาหาร แต่อาจจะเป็นเศษเหลือท่ีจะท้ิงแล้วก็ได้
ในปริมาณ 3 ส่วนต่อน้าตาลทรายแดงหรือกากน้าตาล 1 ส่วน สาหรับเศษพืชน้ันควรจะสับให้มีขนาดเล็ก
2-3 น้วิ แล้วใส่ในภาชนะคลุกเคล้าให้เข้ากันภาชนะไม่จากัดชนิดและขนาดในสวนผักบางแห่งใช้วงซีเมนต์
ขนาดเสน้ ผา่ ศูนย์กลางประมาณ 1.0-1.5 เมตร สาหรับทาบ่อส้วม จานวน 3 วง มาเชื่อมต่อกันเป็นภาชนะ
โดยเปิดด้านล่าง เม่ือหมักได้ท่ี ซ่ึงจะใช้เวลา 5-7 วันก็จะได้น้าหมักพืชหรือน้าสกัดชีวภาพตามต้องการ
น้าหมักพืชน้ีจะต้องนาไปเจือจางในน้าธรรมดาในอัตรา 1:1,000 1 ช้อนแกง (10 ซีซี) ต่อน้า 10 ลิตร
(1,000 ซซี ี) ใชร้ ดพืชผักและใช้รดลงในดนิ ทป่ี ลูกพชื
5.3 ซรี ม่ั ของจุลินทรยี ์ในกรดนา้ นม (Lactic Acid Bacteria Serum, LAS)
เตรียมได้จากการดึงเอาจุลินทรีย์ในอากาศมาอยู่ในน้าซาวข้าว แล้วจึงนาไปเพาะเลี้ยงใน
น้านมอีกให้เกิดเป็น ซีร่ัมของกรดแลคติกใช้น้าหมักนี้ในการพ่นลงบนใบพืชให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกัน
โรคพชื
141
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
5.4 กรดอะมิโนจากปลา (Fish Amino acid, FAA)
ทาได้จากการนาเอกเศษปลามาผสมกับน้าตาลทรายแดง อัตราส่วน 1/1 หมักทิ้งไว้ 30
วนั หรอื นานกว่าก็ได้ (หรอื อาจจะใช้กากน้าตาล) น้าจากการหมักน้ีจะเป็นแหล่งของธาตุไนโตรเจนให้กับพืช
อยา่ งดเี ยีย่ ม
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมิปัญญำท้องถ่นิ
เป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่จะสร้างพลังของชุมชนให้กลับมาเติบโต
และรุ่งเรือง ทางวัฒนธรรมอีกคร้ัง และที่อาเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยไดร้ ับงบประมาณศนู ย์ฝกึ อาชพี ชุมชน
ฝกึ ทักษะให้กบั กลุ่มสมาชิก
7. กำรพัฒนำต่อยอดภมู ิปัญญำใหเ้ ปน็ นวัตกรรม คณุ คำ่ )มลู ค่ำ( และควำมภำคภูมิใจ
กระบวนการผลติ อาจยงั ไมเ่ พียงพอทจ่ี ะสรา้ งความตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าได้ จึงเสริมใน
เรือ่ งการใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซงึ่ เป็น แนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนใน
ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ ของดี
เฉพาะทอ่ี าเภอบา้ นฉาง จังหวดั ระยองเทา่ นัน้
8.แหลง่ อ้ำงอิง : ผูจ้ ดั เกบ็ ข้อมลู
ชือ่ นายบุญส่ง พลอยกระโทก วนั ที่จัดเก็บข้อมูล 20 มกราคม 2564
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอบา้ นฉาง อาเภอบา้ นฉาง จังหวัดระยอง
โทร 085-7732582 Line ID. Naykao999 E-Mail [email protected]
142
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
แบบจดั เก็บข้อมูลภูมิปัญญำ
ตำบล แมน่ ำ้ คู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
1.ภมู ปิ ัญญำ ด้านเกษตรกรรม (เศรษฐกจิ พอเพียง)
ชอ่ื ภมู ิปัญญำ นายวินัย สวสั ดว์ิ ิเชียร
2. ขอ้ มูลพื้นฐำนภูมิปญั ญำ
กรณีรายบคุ คล
ช่ือ นายวินยั นามสกลุ สวัสด์วิ ิเชียร วันเดอื นปีเกดิ 14 กมุ ภาพันธ์ 2500
ท่ีอยูป่ ัจจุบัน เลขท่ี 289 ม.2 บ้านหนองมะปริง ตาบลแม่น้าคู้ อาเภอปลวกแดง จงั หวัดระยอง
รหสั ไปรษณีย์ 21140 เบอร์โทรศัพท์ 098-2476264 LINE ID 0982476264 Facebook -
3. จดุ เดน่ ของภูมิปัญญำ
ความโดดเดน่ ของภมู ปิ ัญญา พบว่า ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ินได้ปฏิบัติตนโดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง เก่ียวกับความเป็นอยู่และการดาเนินชีวิตประจาวันเกี่ยวกับการปลูกพืชผสมผสาน
สร้างผลผลิตทางการเกษตรในครอบครัว ที่สามารถพัฒนาให้เป็นแบบอย่างท่ีดี และเม่ือมีการประยุกต์ใช้
กับศาสตร์สมัยใหม่เพื่อสร้างสรรค์ผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นสินค้า ผลิตภัณฑ์ของหมู่บ้าน เช่น
เพาะพันธุ์พืชท่ีหลากหลายชนิด นาออกจาหน่ายท้ังในตลาดและผลิตตามสั่งของลูกค้า ปลูกพืชสมุนไพร
พนื้ บ้านจาหน่าย เกบ็ ผลผลติ ทางการเกษตร เช่น ผกั สวนครัว ฟักทอง มะละกอ พืชผักตามฤดูกาล ผลไม้
ลองกอง มังคุด เป็นต้น โดยสามารถสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับคนหมู่บ้าน ได้รับรู้และเข้าใจหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า รับรู้ผ่านการถ่ายทอดจากหน่วยงาน ราชการ และผ่านประธานและ
คณะกรรมการศูนย์เรียนรูเ้ ศรษฐกิจชุมชนทีม่ โี อกาสศกึ ษาดูงานจากศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชุมชนแห่งอื่น เข้า
รับการอบรมในโครงการตามพระราชดาริ สามารถนามาขยายผลและขบั เคลอื่ นสู่ชุมชน และนามาปรับปรุง
พัฒนาจนกระทั่งเกิดเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชุมชนท่ีมีความย่ังยืน และเป็นแบบอย่างให้กับชุมชนอ่ืนได้
ศึกษา เผยแพร่สู่สังคมทางสื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ ท้ังน้ี พ้ืนฐานสาคัญของการเป็นศูนย์เรียนรู้เกิดมาจาก
ความเขา้ ใจ ในเริ่มแรกยังไม่ไดร้ ับความรว่ มมอื มากนกั เพราะเป็นภาษาวิชาการ แต่หลังจากทดลอง ปฏิบัติ
เร่ิมจากปลูกพืชผักสวนครัว ทาสวนเกษตรผสมผสาน และนาเอาวัตถุดิบท่ีเกิดจากการทดลองปฏิบัติมา
ผสมผสานกับทุนทางปัญญาท่ีมีอยู่ นาเอาผลผลิตทางการเกษตรมาแปรสภาพเป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ รวมถึง
การรวมกลุ่มโดยนาเอาหลักคุณธรรม ด้านความโปร่งใสและด้านความซ่ือสัตย์สุจริต เป็นที่แนวทางการ
ขับเคล่อื นกล่มุ สง่ ผลใหว้ ิถีชีวิตของชมุ ชนมคี ณุ ภาพย่ิงขึน้
143
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
ปจั จยั แหง่ ความสาเรจ็ พบวา่ ผนู้ าตอ้ งทาเป็นแบบอยา่ งก่อน จากนั้นจึงขยายผลไปยังครัวเรอื นอ่นื
ทง้ั น้ี คนในหมู่บ้านตอ้ งมีจิตสานึกที่ดี มีความมงุ่ มัน่ จะพัฒนาตนเอง ครอบครวั และชุมชน รวมถงึ
ดาเนินการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างพร้อมเพรียงและขยายผลไปยงั พื้นทอ่ี ืน่
4. ท่ีมำของภูมปิ ัญญำ
นายวินัย สวัสด์ิวิเชียร ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เมื่อเก็บเงินก้อนได้ จึงซื้อท่ีดินเพ่ือปลูก
ยางพารา จานวน 5 ไร่ มีรายได้พอเลี้ยงชีพ เม่ือมีบุตรเร่ิมเข้ารับการศึกษา ค่าใช้จ่ายมีไม่เพียงพอ
ในครอบครัวต้องกู้ยืมจนมีหน้ีกองทุนหมู่บ้าน ต่อมาเข้ารับการอบรมกับศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง
ตามพระราชดาริ จังหวัดระยอง เมอ่ื จบหลกั สูตรได้นาแนวทางการปฏิบัติตามกระบวนการเรียนรู้เศรษฐกิจ
พอเพียงมาปฏบิ ตั ิตามใชเ้ วลา ประมาณ 5 ปี จึงประสบความสาเร็จ ปลดหน้ีได้ และได้พัฒนาความรู้ใหม่ๆ
โดยใช้ศาสตร์เทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพ่ิมเติม สร้างความก้าวหน้า จนได้รับความสาเร็จ
จนสามารถเป็นแบบอย่าง เกษตรกรต้นแบบ ขยายผลให้กับบุคคลอ่ืนและชุมชน เป็นท่ีรู้จักของสังคม
ภายนอกได้ และสถานท่ีประกอบการได้ยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร งานขยายผลของ
ศนู ยบ์ ริการการพฒั นาปลวกแดง ตามพระราชดาริ จังหวดั ระยอง
5. รำยละเอยี ดภูมิปญั ญำ
เป็นเกษตรกรต้นแบบ ดาเนินชีวิตตามวิถีพอเพียง โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ภูมิปัญญาเป็นบุคคลท่ีมีลักษณะของการเป็นผู้นา ให้การสนับสนุนการรวมกลุ่มกิจกรรมของชุมชนและ
ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีมาให้การสนับสนุนประชาชนในชุมชนได้รับการพัฒนาคุณภาพที่ดีข้ึน
ภูมิปัญญาจะให้การสนับสนุนทุกคนท่ีสนใจใน การเรียนรู้ที่มาปรึกษาหารือเพื่อหาช่องทางการประกอบ
อาชพี ด้านการเกษตร และใหโ้ อกาสเขา้ เรยี นรทู้ ศ่ี ูนยเ์ รียนรู้ได้โดยไม่คิดค่าตอบแทนพร้อมทั้งสนับสนุนพันธุ์
พืชต่าง ๆ ไปใชไ้ ด้ตามตอ้ งการและจะชว่ ยเหลือในดา้ นการจาหน่ายผลผลติ เข้าสตู่ ลาดสมั มาชีพต่อไป
ผงั แสดงการใช้พื้นท่ภี ายในบ้านของนายวนิ ยั สวสั ดิว์ เิ ชียร
144
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
6. รูปแบบและลักษณะกำรถ่ำยทอด เผยแพร่ภูมปิ ัญญำท้องถ่ิน
เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบผสมผสาน เปิดให้บริการให้ความรู้และเรียนรู้
กระบวนการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยภูมิปัญญาสามารถเป็นวิทยากรด้วยตนเอง
ให้บริการได้ตามวัน เวลาสะดวกของผู้ที่สนใจเข้าเรียนรู้ ติดต่อประสานงานกับภูมิปัญญา ได้ท่ีนายวินัย
สวัสดว์ิ ิเชยี ร เบอรโ์ ทรศพั ท์ 098-2476264
7. กำรพัฒนำต่อยอดภูมิปัญญำให้เปน็ นวตั กรรม คณุ คำ่ )มลู คำ่ ( และควำมภำคภูมิใจ
การต่อยอดของการปฏิบัติตามแนวทางของวิถีพอเพียง มีการขยายพันธ์ุพืชโดยการนาเทคโนโลยี
ท่ีเหมาะสมเพ่ือเพ่ิมผลผลิตจาหน่ายสู่ตลาดการเกษตร เม่ือมีผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น แปรรูป
นาออกจาหน่ายโดยการรวมสมาชิกเข้ากลุ่มตลาดสัมมาชีพ และนาผลผลิตสู่ตลาดในชุมชน สร้างรายได้
เพ่ิมข้นึ ให้กับครอบครัว
การทาเกษตรผสมผสาน
การเล้ียงชันโรง
8. แหล่งอ้ำงอิง : ผู้จัดเกบ็ ขอ้ มูล
ช่ือ นางสาวณฐั กานต์ นามสกุล มาลาทอง วนั ทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู 25 มีนาคม 2563
สถานศกึ ษา กศน.อาเภอปลวกแดง จังหวดั ระยอง โทร.084-9141644
LINE ID 0849141644 E-mail [email protected]
145
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถิ่ น
แบบจดั เกบ็ ขอ้ มลู ภูมปิ ญั ญำ
ตำบลตำสทิ ธ์ิ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
1. ภมู ปิ ัญญำ ดา้ นเกษตรกรรม (สับปะรดและผลติ ภัณฑ์)
ช่อื ภูมปิ ญั ญำ นางสาวจณกิ าญจน์ รัชภมู ิพิพัฒน์
2. ข้อมูลพ้นื ฐำนภูมปิ ญั ญำ
กรณีรายบคุ คล
ชอ่ื นางสาวจณกิ าญจน์ นามสกลุ รชั ภูมพิ ิพัฒน์
วนั เดอื นปีเกิด 27 พฤศจิกายน 2525 ท่ีอยปู่ ัจจบุ ัน บา้ นเลขที่ 39/2 หมู่ 2
ตาบลตาสทิ ธ์ิ อาเภอปลวกแดง จงั หวดั ระยอง รหสั ไปรษณีย์ 21140 เบอรโ์ ทรศัพท์ 087-607-5415
LINE ID Janikarn_aor Facebook Janikarn Aor
3. จดุ เดน่ ของภูมิปัญญำ
นางสาวจณิกาญจน์ รัชภูมิพิพัฒน์ ได้คิดค้นการแปรรูปผลไม้ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เชน่ แปรรปู สบั ปะรด,การปลกู สบั ปะรด และมีการทาไอศกรีมสบั ปะรด และยังเป็นสินค้า GI จังหวัดระยอง
ตัดสดจากไร่ วิตามินซีจากธรรมชาติ หวาน กรอบ อร่อย ไม่กัดลิ้น สับปะรดทองระยองเปิดรับออเดอร์
สับปะรดทองระยอง สินค้า GI จังหวัดระยอง ตัดสดจากไร่ วิตามินซีจาก ธรรมชาติ หวาน กรอบ อร่อย
ไมก่ ัดลน้ิ กลอ่ งเลก็ 220 บาทรวมสง่ (3 ลูก) กล่องใหญ่ 370 บาท รวมส่ง (8-9 ลูก)
4. ท่ีมำของภูมิปัญญำ
นางสาวจณิกาญจน์ รัชภูมิพิพัฒน์ ได้กล่าววว่า สับปะรดในพื้นท่ีตาบลตาสิทธ์ิ ซึ่งมีสับปะรดที่
นยิ มปลูกเพ่อื การคา้ จะแบง่ เป็น 5 พนั ธ์ุ ดงั น้ี
1. พันธ์ุปัตตาเวีย หรือเรียกว่าสัปปะรดศรีราชาเป็นพันธุ์ท่ีปลูกเพ่ือบริโภคผลสด และส่งโรงงาน
อุตสาหกรรมสบั ปะรดกระปอ๋ ง และแปรรปู อ่ืน ๆ เชน่ กวน แช่อิ่ม
2. พันธุอ์ นิ ทรชิต เป็นสบั ปะรดพนั ธ์พุ ้นื เมอื งสามารถนามากวนหรือทาทอฟฟีไ่ ด้
3. พันธ์ุขาว ผลสับปะรดจะมีหลายจุด รสชาติและเน้ือคุณภาพไม่ดีนัก แต่นามาทาสับปะรดกวน
และ ทอฟฟไี่ ด้
4. พันธุ์ภูเก็ต พันธุ์สวี ผลมีขนาดเล็ก นิยมบริโภคสด ถ้านามากวน หรือทาน้าสับปะรดจะได้
รสชาตดิ ี สสี วย
146
ภู มิ ปั ญ ญ า ท้ อ ง ถ่ิ น
5. พันธ์ุนางแล หรือพันธุ์น้าผ้ึง ผลมีเปลือกบางมากนิยมบริโภคผลสด สามารถนามากวน
ทาไอศกรมี สบั ปะรด และแชอ่ ม่ิ ได้เช่นกัน และกลุ่มมกี ารปลกู สับประรด ,การแปรรูปสับปะรด ไอศกรีม
5. รำยละเอยี ดภมู ิปญั ญำ
ไรบ่ า้ นอ้อ สับปะรดผลสด มเี นื้อที่ 200 ไร่ ทาการเกษตรทง้ั หมด มีกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย
เช่น การปลูกผักสวนครัว ผลไม้ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด และเล้ียงไก่ไข่ เพ่ือบริโภคในครัวเรือน ประกอบกับ
มีการรณรงค์การผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ น้าหมักชีวภาพ สารไล่แมลง เพื่อใช้ในแปลงผักในครัวเรือน เพ่ือลด
ต้นทุนการผลิต และรักษาคุณภาพดิน โดยมีการจัดทาบัญชีครัวเรือน ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงาน
ภาครัฐ ได้แก่ ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปลวกแดง และสานักงานพัฒนาชุมชน
อาเภอปลวกแดง สานักงานเกษตรอาเภอปลวกแดง ทาให้ทราบถึงการใช้จ่ายของครัวเรือนในแต่ละเดือน
เพ่ือนามาปรับแผนการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ภายในกลุ่มมีการทาผลิตภัณฑ์จากการแปรรูป
สบั ปะรด เชน่ การทาขา้ วเกรียบสับปะรด การทานา้ สบั ปะรด อาลัวสับปะรด และมกี ารขายทัง้ สับปะรดผลสด
5.1 การเก็บเกย่ี วและการปฏิบัตหิ ลงั จากเก็บเกี่ยว
ยดึ หลักใหผ้ ลผลิตกระทบกระแทกน้อยที่สุดเท่าท่ีจะทาได้ จะช่วยรักษาคุณภาพไว้ได้มาก
และปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักการเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากเกษตรกรเป็นผู้เก็บเกี่ยวเอง และ
ในปัจจุบันเครื่องมือท่ีเกษตรกรใช้เก็บสับปะรด โดยดูแลให้สะอาดและบารุงรักษาดูแลให้พร้อมใช้งานอยู่
เสมอ วัสดอุ ปุ กรณ์ท่ีใช้บรรจผุ ลผลิตและข้ันตอนการบรรจหุ ีบหอ่ ไม่ทาให้เกดิ ความสูญเสียความเป็นอินทรีย์
และมีการจดั การของเสียจากกระบวนการหลงั การเกบ็ เก่ียวอยา่ งเหมาะสมและไม่ทาลายสิ่งแวดล้อม
5.2 การบันทกึ และการควบคุมเอกสาร
มีการจัดทาประวัติ แผนที่แปลง แผนผังฟาร์ม จัดทาแผน บันทึกการผลิต หลักฐาน
การนาเข้าปัจจัย การผลิต บันทึกการปฏิบัติงานภายในฟาร์ม บันทึกปริมาณผลผลิตที่ได้รับจนถึงบันทึก
และมีหลักฐานแสดงการจาหน่ายและหรือการขนส่งผลผลิตที่ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน รวมท้ัง
บันทึกเพ่ือการเปรียบเทียบผลการปฏิบัติต่าง ๆ ที่ได้ทดลอง เพ่ือสรุปและหาการปฏิบัติที่เหมาะสมกับ
สวนของตนเอง
6. รูปแบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด เผยแพรภ่ ูมิปญั ญำท้องถนิ่
ปัจจุบันผลผลิตท่ีได้ส่วนใหญ่จะขายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศ เช่น ส่งให้ห้างเซ็นทรัล และ
ลูกค้าประจาที่เข้ามาซื้อถึงสวน มีการขายผลผลิตทางอินเทอร์เน็ตโดยรวบรวมจานวนผู้สั่งซ้ือและนาไปส่ง
ท่ีกรุงเทพฯ ผลผลิตบางส่วนจะส่งเข้าสู่บริษัทสับปะรด และในอนาคตจะขอการรับรองเกษตรอินทรีย์
147